เนื้อหาสาระการสอน/การเรียนรู้
10.1 ไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์
ไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ หรือมลั ติไวเบรเตอร์แบบทวิเสถียร จะเรียกไดอ้ ีกชื่อหน่ึงวา่ ฟลิปฟลอป
เป็ นวงจรมลั ติไวเบรเตอร์อีกชนิดหน่ึงที่การเปลี่ยนแปลงการทางานตอ้ งมีสัญญาณอินพุตป้อนเขา้ มาควบคุมให้
วงจรทางาน สภาวะการทางานของวงจรแบบเสถียรภาพมี 2 สภาวะแบ่งสภาวะการทางานแบบเสถียรภาพ
ออกเป็น 2 ส่วน
ลกั ษณะการทางานของวงจรไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ ในสภาวะปกติมีส่วนหน่ึงของวงจรอยู่ใน
สภาวะทางาน (ON) อีกส่วนหน่ึงของวงจรอยู่ในสภาวะไม่ทางาน (OFF) เป็ นเช่นน้ีตลอดเวลา ในการเปลี่ยน
สภาวะการทางานของวงจรแตล่ ะคร้ัง จาเป็ นตอ้ งใชส้ ัญญาณแรงดนั จากภายนอกมาควบคุมการทางาน เพ่ือทาให้
ส่วนของวงจรท่ีอยใู่ นสภาวะทางาน (ON) ใหไ้ มท่ างาน (OFF) และส่วนของวงจรที่อยใู่ นสภาวะไม่ทางาน (OFF)
ใหท้ างาน (ON) วงจรจะอยใู่ นสภาวะเช่นน้ีตลอดไป จนกวา่ จะมีสัญญาณแรงดนั อินพุตป้อนเขา้ มาควบคุมอีกคร้ัง
หน่ึง วงจรจึงกลบั เขา้ สู่สภาวะการทางานเหนือนคร้ัง แรก ในการเปล่ียนสภาวะการทางานทุกคร้ัง จาเป็ นตอ้ งมี
สญั ญาณอินพตุ ป้อนเขา้ มาควบคุมทุกคร้ัง
10.2 ไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอร์
วงจรไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอร์ เป็ นวงจรทางอิเล็กทรอนิกส์ทีมีสภาวะเสถียรภาพ
ของวงจร 2 สภาวะ วงจรประกอบดว้ ยวงจรทรานซิสเตอร์สวิตช์ต่อร่วมกัน 2 วงจรการต่อวงจรเป็ นดังน้ี ใช้
เอาต์พุตของทรานซิสเตอร์สวิตช์วงจรท่ีหน่ึง ไปต่อเขา้ กบั อินพุตของทรานซิสเตอร์สวิตช์วงจรท่ีสอง และใช้
เอาต์พุตของทรานซิสเตอร์สวิตช์วงจรท่ีสอง ไปต่อเขา้ กบั อินพุตของทรานซิสเตอร์สวิตช์วงจรท่ีหน่ึง สัญญาณ
พลั ส์อินพตุ ถูกป้อนเขา้ ที่ขา B ของตวั ทรานซิสเตอร์แตล่ ะตวั
10.3ไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดไอซีออปแอมป์
ไอซีออปแอมป์ สามารถนามาสร้างใชง้ าน ใหเ้ ป็ นวงจรไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ไดเ้ ช่นเดียวกนั โดยต่อ
วงจรร่วมกบั อุปกรณ์ภายนอกจาพวกตวั ตา้ นทาน (R) อีกเล็กน้อย ในลกั ษณะวงจรป้อนกลบั แบบบวก วงจรก็
สามารถทางานเป็นวงจรไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ได้
10.4ไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดไอซี 555
ตวั IC เบอร์ 555 สามารถนาไปประยกุ ตใ์ ชง้ านไดอ้ ยา่ งกวา้ งขวาง หลายหนา้ ที่การทางานหนา้ ที่หน่ึงที่ถูก
นาไปใช้งาน คือวงจรไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ โดยทางานในสภาวะเสถียรภาพของวงจร 2 สภาวะ ในการ
ควบคุมการทางานโดยป้อนแรงดนั เขา้ วงจร ทาใหท้ ่ีเอาตพ์ ุต IC เบอร์ 555 มีแรงดนั ออกมา และเม่ือป้อนสัญญาณ
พลั ส์ลบเขา้ ที่ขารีเซ็ต ทาให้ที่เอาตพ์ ุต IC เบอร์ 555 ไม่มีแรงดนั ออกมา ตวั IC เบอร์ 555 ประกอบวงจรร่วมกบั
อุปกรณ์จาพวก R และ C อีกเลก็ นอ้ ยพร้อมจดั วงจรใหถ้ ูกตอ้ ง
10.5บทสรุป
ไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ หรือมลั ติไวเบรเตอร์แบบทวิเสถียร เรียกไดอ้ ีกช่ือหน่ึงวา่ ฟลิปฟลอป เป็ น
วงจรมลั ติไวเบรเตอร์อีกชนิดหน่ึงที่การเปลี่ยนแปลงการทางานตอ้ งมีสัญญาณอินพุตป้อนเขา้ มาควบคุมใหว้ งจร
ทางาน สภาวะการทางานของวงจรแบบเสถียรภาพมี 2 สภาวะแบ่งสภาวะการทางานแบบเสถียรภาพออกเป็ น 2
ส่วน
วงจรไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอร์ เป็ นวงจรทางอิเล็กทรอนิกส์ทีมีสภาวะเสถียรภาพ
ของวงจร 2 สภาวะ วงจรประกอบดว้ ยวงจรทรานซิสเตอร์สวิตช์ต่อร่วมกนั 2 วงจรต่อวงจรดงั น้ี ใชเ้ อาตพ์ ุตของ
ทรานซิสเตอร์สวิตช์วงจรท่ีหน่ึง ไปต่อเขา้ กบั อินพุตของทรานซิสเตอร์สวิตช์วงจรท่ีสอง และใช้เอาตพ์ ุตของ
ทรานซิสเตอร์สวติ ช์วงจรที่สอง ไปต่อเขา้ กบั อินพุตของทรานซิสเตอร์สวิตช์วงจรท่ีหน่ึง สัญญาณพลั ส์อินพุตถูก
ป้อนเขา้ ที่ขา B ของตวั ทรานซิสเตอร์แต่ละตวั
ไอซีออปแอมป์ สามารถนามาสร้างใชง้ าน ให้เป็ นวงจรไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ไดเ้ ช่นเดียวกนั โดย
ต่อวงจรร่วมกบั อุปกรณ์ภายนอกจาพวกตวั ตา้ นทาน (R) อีกเล็กน้อย ในลกั ษณะวงจรป้อนกลบั แบบบวก วงจร
สามารถทางานเป็นวงจรไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ได้
ตวั IC เบอร์ 555 สามารถนาไปประยุกต์ใช้งานเป็ นวงจรไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ โดยทางานใน
สภาวะเสถียรภาพของวงจร 2 สภาวะ ในการควบคุมการทางานโดยป้อนแรงดนั เขา้ วงจร ทาให้ท่ี เอาต์พุต IC
เบอร์ 555 มีแรงดนั ออกมา และเมื่อป้อนสัญญาณพลั ส์ลบเขา้ ท่ีขารีเซ็ตทาให้ที่เอาตพ์ ุต IC เบอร์ 555 ไม่มีแรงดนั
ออกมา ตวั IC เบอร์ 555 ประกอบวงจรร่วมกบั อุปกรณ์จาพวก R และ C อีกเล็กนอ้ ย พร้อมจดั วงจรใหถ้ ูกตอ้ ง
กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้
ข้นั ตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้ันตอนการเรียนรู้หรือกจิ กรรมของนักเรียน
1. ข้นั เตรียม ( 15 นาที ) 1. ข้ันเตรียม ( 15 นาที )
1. ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนออกมาเขียนโครงร่างการ 1. ผเู้ รียนออกมาเขียนโครงร่างการทางานไบสเต
ทางานไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ตามความเข้าใจ เบิลมลั ติไวเบรเตอร์ตามความเขา้ ใจของตนองตามความ
ของตนอง เขา้ ใจของตนอง
2. ผูส้ อนแจง้ จุดประสงค์การเรียนของหน่วยท่ี 2. ผูเ้ รียนทาความเข้าใจเก่ียวกบั จุดประสงค์การ
10 เรื่อง ไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ เรียนของหน่วยที่ 10 เร่ือง ไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์
3. ผู้สอนให้ผู้เรียนสังเกตการทางานไบสเต 3. ผูเ้ รียนฝึ กคานวณเก่ียวกบั กิโลวตั ตอ์ าวร์มิเตอร์
เบิลมัลติไวเบรเตอร์โดยให้ผู้เรียนระดมความคิด โดยให้ผูเ้ รียนระดมความคิดร่วมกนั และนาเสนอหน้า
ร่วมกนั และนาเสนอหนา้ ช้นั เรียน ช้นั เรียน
2. ข้นั ให้ความรู้ ( 60 นาท)ี 2. ข้ันให้ความรู้ (60 นาท)ี
1. ผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนเปิ ดหนงั สือ วชิ า วงจรพลั ส์ 1. ผเู้ รียนเปิ ดหนงั สือ วชิ า วงจรพลั ส์และสวติ ชิง
และสวติ ชิง หน่วยท่ี 10 เร่ือง ไบสเตเบิลมลั ติไวเบร หน่วยท่ี 10 เร่ือง ไบสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์หน้าที่
เตอร์ หนา้ 204-209 หนา้ 204-209 พร้อมจดบนั ทึกเน้ือหาที่สาคญั
2. ผูส้ อนให้ผู้เรียนสังเกตการทางานทางาน 2. ผูเ้ รียนสังเกตการทางานทางานไบสเตเบิลมลั ติไว
ไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ เบรเตอร์
3. ข้ันประยกุ ต์ใช้ (120 นาที ) 3. ข้นั ประยุกต์ใช้( 120 นาที )
1. ผู้ส อนให้ผู้เรี ยนทาใบปฏิ บัติงาน 10.1 1. ผูเ้ รียนทาใบปฏิบตั ิงาน 10.1 ไบสเตเบิลมลั ติ
ไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ หนา้ 213-216 ไวเบรเตอร์ หนา้ 213-216
2. ผู้ส อน ให้ผู้เรี ยน ท าใบ ป ฏิ บัติ งาน 10.2 2. ผูเ้ รียนทาใบปฏิบตั ิงาน 10.2 ไบสเตเบิลมลั ติ
ไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดไอซีออปแอมปหน้า ไวเบรเตอร์ชนิดไอซีออปแอมปหนา้ 178-178
178-178
กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้
ข้นั ตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้นั ตอนการเรียนรู้หรือกจิ กรรมของนักเรียน
4. ข้ันสรุปและประเมินผล ( 45 นาที ) 4. ข้ันสรุปและประเมินผล ( 45 นาที )
1. ผูส้ อนและผูเ้ รียนร่วมกนั สรุปเน้ือหาท่ีไดเ้ รียน 1. ผเู้ รียนร่วมกนั สรุปเน้ือหาท่ีไดเ้ รียนใหม้ ีความ
ใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั เขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั
2. ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนศึกษาเพิ่มเติมนอกห้องเรียน 2. ผเู้ รียนศึกษาเพ่มิ เติมนอกหอ้ งเรียน ดว้ ย
ดว้ ยหนงั สือ วชิ า วงจรพลั ส์และสวติ ชิงท่ีจดั ทาข้ึน หนงั สือ วชิ า วงจรพลั ส์และสวติ ชิงที่จดั ทาข้ึน
(บรรลุจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อที่ 1-3) (บรรลจุ ุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อท่ี 1-3)
(รวม 240 นาที หรือ 4 คาบเรียน)
งานท่มี อบหมายหรือกจิ กรรมการวดั ผลและประเมินผล
ก่อนเรียน
1. จดั เตรียมเอกสารหน่วยที่ 10 ไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์
2. ทาความเขา้ ใจเกี่ยวกบั จุดประสงคก์ ารเรียนของหน่วยที่ 10 ไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์
ขณะเรียน
1. ทาใบปฏิบตั ิงาน 10.1 ไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอร์
2. ทาใบปฏิบตั ิงาน 10.2 ไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ ชนิดไอซีออปแอมป
หลงั เรียน
1. ทาแบบฝึกหดั หน่วยที่ 10
2. ร่วมกนั สรุปเน้ือหาที่ไดเ้ รียนใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั
ผลงาน/ชิ้นงาน/ความสาเร็จของผ้เู รียน
1. แบบฝึกหดั หน่วยท่ี 9
2. ใบปฏิบตั ิงาน 10.1 ไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอร์
3. ใบปฏิบตั ิงาน 10.2 ไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ ชนิดไอซีออปแอมป
สื่อการเรียนการสอน/การเรียนรู้
ส่ือส่ิงพมิ พ์
1. เอกสารประกอบการสอนวิชา วงจรพลั ส์และสวิตชิง (ใชป้ ระกอบการเรียนการสอนจุดประสงค์
เชิงพฤติกรรมขอ้ ที่ 1-3)
2. ใบความรู้ที่ 10 เรื่อง ไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ (ใช้ประกอบการเรียนการสอนข้นั ให้ความรู้
เพื่อใหบ้ รรลุจุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 1-3)
3. ใบปฏิบตั ิงาน 10.1 ไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอร์ ข้นั ประยกุ ตใ์ ช้ ขอ้ 1
4. ใบปฏิบตั ิงาน 10.2 ไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ ชนิดไอซีออปแอมป ข้นั ประยกุ ตใ์ ช้ ขอ้ 2
5. แบบฝึกหดั หน่วยที่ 10 ข้นั สรุปและประเมินผล ขอ้ 2
6. แบบประเมินผลงานตามใบงาน ใชป้ ระกอบการสอนข้นั ประยกุ ตใ์ ช้ ขอ้ 1
7. แบบประเมินพฤติกรรมการทางาน ใชป้ ระกอบการสอนข้นั ประยกุ ตใ์ ช้ ข้นั สรุปและประเมินผล
ส่ือโสตทศั น์ (ถา้ มี)
1. หนงั สือ วชิ า วงจรพลั ส์และสวติ ชิง เรื่อง ไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์
ส่ือของจริง
โมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์
แหล่งการเรียนรู้
ในสถานศึกษา
1. หอ้ งสมุด
2. หอ้ งปฏิบตั ิการคอมพิวเตอร์
นอกสถานศึกษา
ผปู้ ระกอบการ สถานประกอบการ ในทอ้ งถิ่น
การบูรณาการ/ความสัมพนั ธ์กบั วชิ าอื่น
1. บูรณาการกบั วชิ าภาษาไทย เร่ือง เขียนโครงร่างการทางานไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์
2. บูรณาการกบั วชิ างานอาชีพ เรื่อง สังเกตการทางานทางานไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์
3. บูรณาการกบั วชิ างานอาชีพ เร่ือง จดั ลาดบั การทางานทางานไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์
การประเมินผลการเรียนรู้
หลกั การประเมนิ ผลการเรียนรู้
ก่อนเรียน
1. ความรู้เบ้ืองตน้ ก่อนการเรียนการสอน
ขณะเรียน
1. ตรวจใบปฏิบตั ิงาน 10.1 ไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอร์
2. ตรวจใบปฏิบตั ิงาน 10.2 ไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ ชนิดไอซีออปแอมป
หลงั เรียน
1. ตรวจแบบฝึกหดั หน่วยที่ 10
ผลงาน/ชิน้ งาน/ความสาเร็จของผู้เรียน
1. แบบฝึกหดั หน่วยที่ 10
2. ใบปฏิบตั ิงาน 10.1 ไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอร์
3. ใบปฏิบตั ิงาน 10.2 ไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ ชนิดไอซีออปแอมป
สมรรถนะทพ่ี งึ ประสงค์
ผเู้ รียนสร้างความเขา้ ใจเก่ียวกบั ไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์
1. วเิ คราะห์และตีความหมาย
2. สาธิตพร้อมแสดงท่าทางประกอบ
3. อภิปรายแสดงความคิดเห็น
4. ประยกุ ตค์ วามรู้สู่งานอาชีพ
สมรรถนะการปฏิบตั งิ านอาชีพ
1. ใชไ้ บสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์
สมรรถนะการขยายผล
ความสอดคล้อง
จากการเรียนสัปดาห์ที่ 12 เรื่อง ไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ ผูเ้ รียนจะมีความรู้ไบสเตเบิลมลั ติไวเบร
เตอร์ หรือมลั ติไวเบรเตอร์แบบทวิเสถียร จะเรียกไดอ้ ีกช่ือหน่ึงว่า ฟลิปฟลอป เป็ นวงจรมลั ติไวเบรเตอร์อีก
ชนิดหน่ึงท่ีการเปลี่ยนแปลงการทางานตอ้ งมีสัญญาณอินพุตป้อนเขา้ มาควบคุมให้วงจรทางาน สภาวะการ
ทางานของวงจรแบบเสถียรภาพมี 2 สภาวะแบ่งสภาวะการทางานแบบเสถียรภาพออกเป็น 2 ส่วน
รายละเอียดการประเมินผลการเรียนรู้
จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 1 เขียนโครงร่างการทางานไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ได้
1. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
2. เคร่ืองมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : เขียนโครงร่างการทางานไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ได้ จะได้ 3 คะแนน
จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 2 สังเกตการทางานทางานไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ได้
1. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครื่องมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : สังเกตการทางานทางานไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ได้ จะได้ 4 คะแนน
จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 3 จดั ลาดบั การทางานทางานไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ได้
1. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครื่องมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : จดั ลาดบั การทางานทางานไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ได้ จะได้ 3
คะแนน
แบบฝึ กหัดหน่วยท่ี 10
ตอนท่ี 1 เขียนเคร่ืองหมายกากบาท (X) ลงในขอ้ ท่ีถูกตอ้ งที่สุด
1. วงจรไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์มีช่ือเรียกอีกชื่อหน่ึงวา่ อะไร
ก. ฟลิปฟลอป
ข. วนั ช็อตมลั ติไวเบรเตอร์
ค. ฟรีรันนิงมลั ติไวเบรเตอร์
ง. วาริเอเบิลมลั ติไวเบรเตอร์
2. การทางานของวงจรไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ขอ้ ใดถูกตอ้ ง
ก. ทางานไดด้ ว้ ยตวั เองโดยอตั โนมตั ิ
ข. ใหก้ าเนิดสัญญาณคลื่นส่ีเหลี่ยมข้ึนมาดว้ ยตวั เอง
ค. เปลี่ยนแปลงการทางานชวั่ ขณะเม่ือมีสญั ญาณกระตุน้ เขา้ มา
ง. เปลี่ยนแปลงการทางานสลบั กนั ทุกคร้ังเมื่อมีสัญญาณกระตุน้ เขา้ มา
3. ในสภาวะเสถียรภาพของวงจรไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอร์เป็ นอยา่ งไร
ก. ทรานซิสเตอร์ 2 วงจรทางานพร้อมกนั ตลอดเวลา
ข. ทรานซิสเตอร์ 2 วงจรไม่ทางานพร้อมกนั ตลอดเวลา
ค. ทรานซิสเตอร์ 2 วงจรทางานสลบั กนั ไปมาดว้ ยตวั เองโดยอตั โนมตั ิ
ง. ทรานซิสเตอร์ 2 วงจร วงจรหน่ึงทางานตลอดเวลา อีกวงจรหน่ึงไมท่ างานตลอดเวลา
4. การเปลี่ยนแปลงการทางานของวงจรไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอร์ ข้ึนอยกู่ บั อุปกรณ์ส่วน
ใด
ก. สัญญาณอินพตุ
ข. R และตวั ทรานซิสเตอร์
ค. C และตวั ทรานซิสเตอร์
ง. R, C และตวั ทรานซิสเตอร์
5. การควบคุมการเปล่ียนแปลงการทางานของวงจรไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอร์ควบคุมท่ี
ส่วนใด
ก. ขา C ตวั ทรานซิสเตอร์ท้งั สองตวั
ข. ขา B ตวั ทรานซิสเตอร์ทงั ้ สองตวั
ค. ขา C ตวั ทรานซิสเตอร์ตวั ใดตวั หน่ึง
ง. ขา B ตวั ทรานซิสเตอร์ตวั ใดตวั หน่ึง
6. ความกวา้ งคล่ืนสี่เหลี่ยมส่งออกเอาตพ์ ตุ ของวงจรไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอร์ข้ึนอยกู่ บั
อะไร
ก. คา่ R ที่ใช้ และตวั ทรานซิสเตอร์
ข. ค่า C ท่ีใช้ และตวั ทรานซิสเตอร์
ค. ระยะเวลาสัญญาณอินพตุ ท้งั สอง
ง. ค่า R, C ท่ีใช้ และตวั ทรานซิสเตอร์
7. การทางานของวงจรไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดออปแอมป์ เป็ นอยา่ งไร
ก. ออปแอมป์ 2 วงจรทางานพร้อมกนั ตลอดเวลา
ข. การทางานของออปแอมป์ ตอ้ งมีสัญญาณเขา้ มากระตุน้
ค. ออปแอมป์ ทางานตามการควบคุมของ RC ท่ีประกอบร่วม
ง. ออปแอมป์ 2 วงจร วงจรหน่ึงทางานตลอดเวลา อีกวงจรหน่ึงไมท่ างานตลอดเวลา
8. สญั ญาณที่จา่ ยออกเอาตพ์ ุตของวงจรไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดออปแอมป์ เป็นอยา่ งไร
9. การทางานของวงจรไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดออปแอมป์ เป็ นอยา่ งไร
ก. ออปแอมป์ ทางานตอ้ งป้อนสัญญาณกระตุน้
ข. ออปแอมป์ 2 วงจรทางานพร้อมกนั ตลอดเวลา
ค. ออปแอมป์ ทางานตามการควบคุมของ RC ที่ประกอบร่วม
ง. ออปแอมป์ 2 วงจร วงจรหน่ึงทางานตลอดเวลา อีกวงจรหน่ึงไมท่ างานตลอดเวลา
10. วงจรไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดใช้ IC เบอร์ 555 สญั ญาณอินพุตถูกป้อนเขา้ ที่ขาใด
ก. ขา 7 ทริกเกอร์
ข. ขา 5 คอนโทรลโวลเตจ
ค. ขา 4 รีเซ็ต
ง. ขา 2 ดิสชาร์จ
ตอนท่ี 2 อธิบายใหไ้ ดใ้ จความถูกตอ้ งสมบูรณ์
1. หลกั การทางานเบ้ืองตน้ ของวงจรไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์เป็นอยา่ งไร อธิบายพร้อมวาดรูปประกอบ
2. วงจรตามรูปคือวงจรอะไร มีหลกั การทางานอยา่ งไร อธิบายใหเ้ ขา้ ใจ
3. วงจรตามรูปคือวงจรอะไร มีหลกั การทางานอยา่ งไร อธิบายใหเ้ ขา้ ใจ
4. วงจรตามรูปคือวงจรอะไร มีหลกั การทางานอยา่ งไร อธิบายใหเ้ ขา้ ใจ
ใบปฏบิ ตั งิ าน 10.1 ไบสเตเบิลมลั ตไิ วเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอร์
ผลการเรียนรู้ทค่ี าดหวงั
1. ประกอบวงจรไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอร์ได้
2. ใชม้ ลั ติมิเตอร์วดั แรงดนั ในวงจรได้
3. ใชอ้ อสซิลโลสโคปวดั สญั ญาณในวงจรได้
4. มีการเสียสละในหมู่คณะ
เครื่องมือและอุปกรณ์
1. เครื่องกาเนิดสัญญาณหลายแบบ 1 เคร่ือง
2. ออสซิลโลสโคปชนิด 2 เส้นภาพพร้อมสายวดั 1 เคร่ือง
3. แหล่งจ่ายแรงดนั ไฟตรงปรับค่าได้ 0 – 30 V 1 เครื่อง
4. มลั ติมิเตอร์ 1 เคร่ือง
5. ตวั ตา้ นทาน 390 , 10 k ; 0.5 W ค่าละ 2 ตวั
6. ตวั ตา้ นทาน 1 k ; 0.5 W 1 ตวั
7. ทรานซิสเตอร์เบอร์ 2N2222 2 ตวั
8. LED 2 ตวั
9. สวติ ช์กดติดปล่อยดบั 2 ตวั
10. แผงประกอบวงจรและสายต่อวงจร 1 ชุด
ลาดบั ข้นั การทดลอง
1. ประกอบวงจรตามรูปท่ี 10.1 ดีซีโวลตม์ ิเตอร์ V1 และ V2 ยงั ไมต่ ่อเขา้ วงจร
2. จา่ ยแหล่งจา่ ยแรงดนั +12 V เขา้ วงจร สังเกตท่ีตวั LED1 และ LED2 ติดหรือดบั
LED1 = ………………………
LED2 = ………………………
3. กดสวติ ช์ S1 และปล่อยมือทนั ที สงั เกตผลที่เกิดข้ึนท่ี LED ท้งั สองตวั ติด หรือดบั และใชด้ ีซีโวลต์
มิเตอร์วดั ระดบั แรงดนั ที่ไดท้ ้งั อินพุต Ei1 , Ei2 และแรงดนั เอาตพ์ ุตท่ีไดท้ ้งั เอาตพ์ ตุ E01, E02 บนั ทึกคา่ ลงใน
ตารางที่ 10.1 แถวสวติ ช์ S1
4. กดสวิตช์ S2 และปล่อยมือทนั ที สังเกตผลที่เกิดข้ึนท่ี LED ท้งั สองตัวติด หรือดับ และวดั ระดับ
แรงดนั ที่ไดท้ ้งั อินพุต Ei1 , Ei2 และแรงดนั เอาตพ์ ุตท่ีไดท้ ้งั เอาตพ์ ุต E01, E02บนั ทึกค่าลงในตารางท่ี 10.1 แถว
สวติ ช์ E01, E02
5. ประกอบวงจรตามรูปที่ 10.2
6. ปรับเคร่ืองกาเนิดสญั ญาณหลายแบบไปท่ีคล่ืนสี่เหลี่ยม ปรับความแรงสัญญาณไวท้ ่ีคา่ ประมาณ 2 Vpp
ปรับความถ่ีไวท้ ่ี 5 Hz
7. ปรับออสซิลโลสโคปชนิด 2 เส้นภาพให้พร้อมใชง้ าน นาไปวดั สัญญาณในวงจร ให้อินพุต CH1 ของ
ออสซิลโลสโคปวดั วงจรท่ีเอาตพ์ ตุ E01 และใหอ้ ินพตุ CH2 ของออสซิลโลสโคปวดั วงจรที่เอาตพ์ ุต E02
8. จา่ ยแหล่งจา่ ยแรงดนั +12 V เขา้ วงจร สังเกตท่ีตวั LED1 และ LED2 เป็นอยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………….….
9. สังเกตรูปคลื่นที่เกิดข้ึนบนจอออสซิลโลสโคป วดั รูปคลื่นสญั ญาณและระดบั ความแรงสญั ญาณ ท้งั
เอาตพ์ ุต E01 และ E02 บนั ทึกค่าและรูปร่างสัญญาณไวใ้ นรูปท่ี 10.3 ใหม้ ีรูปและเฟสสญั ญาณสัมพนั ธ์กนั
สรุปผลการทดลอง
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
คาถามและการวเิ คราะห์
1. วงจรไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์สามารถทางานไดด้ ว้ ยตวั เองหรือไม่ การทางานของวงจรตามรูปท่ี 10.1
เป็นอยา่ งไร
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
2. เม่ือป้อนคล่ืนสี่เหลี่ยมเขา้ ท่ีอินพุต Ei1 หรือ Ei2 ของวงจรไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์จะเกิดผลเช่นไร
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
ใบปฏบิ ตั งิ าน 10.2 ไบสเตเบลิ มัลตไิ วเบรเตอร์ ชนิดไอซีออปแอมป
ผลการเรียนรู้ทคี่ าดหวงั
1. ประกอบวงจรไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดออปแอมป์ ได้
2. ใชอ้ อสซิลโลสโคปวดั สัญญาณในวงจรได้
3. เกิดความตระหนกั ในการทางาน
เครื่องมือและอุปกรณ์
1. เคร่ืองกาเนิดสัญญาณหลายแบบ 1 เครื่อง
2. ออสซิลโลสโคปชนิด 2 เส้นภาพพร้อมสายวดั 1 เครื่อง
3. แหล่งจ่ายแรงดนั ไฟตรงปรับคา่ ได้ 0 – 30 V 1 เคร่ือง
4. มลั ติมิเตอร์ 1 เคร่ือง
5. ตวั ตา้ นทาน 220 , 390 , 10 k ; 0.5 W ค่าละ 1 ตวั
6. IC เบอร์ LM741 1 ตวั
7. LED 1 ตวั
8. แผงประกอบวงจรและสายต่อวงจร 1 ชุด
ลาดับข้ันการทดลอง
1. ประกอบวงจรตามรูปที่ 10.4
2. ปรับเครื่องกาเนิดสัญญาณหลายแบบไปท่ีคลื่นสี่เหล่ียม ปรับความแรงสัญญาณไวท้ ี่ค่าประมาณ 2 Vpp
ปรับความถ่ีไวท้ ่ี 5 Hz
3. ปรับออสซิลโลสโคปชนิด 2 เส้นภาพให้พร้อมใชง้ าน นาไปวดั สัญญาณในวงจร ให้อินพุต CH1 ของ
ออสซิลโลสโคปวดั วงจรที่อินพุต Ei และใหอ้ ินพตุ CH2 ของออสซิลโลสโคปวดั วงจรท่ีเอาตพ์ ตุ Eo
4. จา่ ยแหล่งจา่ ยแรงดนั +12 V เขา้ วงจร สังเกตท่ีตวั LED1 เป็นอยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………….…
5. สังเกตรูปคลื่นท่ีเกิดข้ึนบนจอออสซิลโลสโคป วดั รูปคลื่นสัญญาณและระดบั ความแรงสัญญาณ ท้งั
อินพตุ Ei และเอาตพ์ ุต Eo บนั ทึกค่าและรูปร่างสญั ญาณไวใ้ นรูปที่ 10.5 ใหม้ ีรูปและเฟสสญั ญาณสมั พนั ธ์กนั
สรุปผลการทดลอง
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
คาถามและการวเิ คราะห์
1. วงจรไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิด IC ออปแอมป์ สามารถทางานไดด้ ว้ ยตวั เองหรือไม่ การทางาน
ของวงจรตามรูปที่ 10.4 เป็นอยา่ งไร
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
________________________________________________________________________________________
__________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
2. เมื่อป้อนคล่ืนสี่เหล่ียมเขา้ ท่ีอินพุต Ei ของวงจรโมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิด IC ออปแอมป์ จะ
เกิดผลเช่นไร
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
________________________________________________________________________________________
__________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
แบบประเมนิ ผลการนาเสนอผลงาน
ชื่อกลุ่ม……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................
รายช่ือสมาชิก
1……………………………………เลขท่ี……. 2……………………………………เลขที่…….
3……………………………………เลขท่ี……. 4……………………………………เลขที่…….
ท่ี รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เห็น
32 1
1 เน้ือหาสาระครอบคลุมชดั เจน (ความรู้เกี่ยวกบั เน้ือหา ความถกู ตอ้ ง
ปฏิภาณในการตอบ และการแกไ้ ขปัญหาเฉพาะหนา้ )
2 รูปแบบการนาเสนอ
3 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม
4 บุคลิกลกั ษณะ กิริยา ท่าทางในการพูด น้าเสียง ซ่ึงทาใหผ้ ฟู้ ังมีความ
สนใจ
รวม
ผปู้ ระเมิน…………………………………………………
เกณฑ์ การให้ คะแนน
1. เน้ือหาสาระครอบคลุมชดั เจนถูกตอ้ ง
3 คะแนน = มสี าระสาคญั ครบถว้ นถูกตอ้ ง ตรงตามจุดประสงค์
2 คะแนน = สาระสาคญั ไม่ครบถว้ น แต่ตรงตามจุดประสงค์
1 คะแนน = สาระสาคญั ไมถ่ ูกตอ้ ง ไมต่ รงตามจุดประสงค์
2. รูปแบบการนาเสนอ
3 คะแนน = มีรูปแบบการนาเสนอที่เหมาะสม มีการใชเ้ ทคนิคท่ีแปลกใหม่ ใชส้ ่ือและเทคโนโลยี
ประกอบการ นาเสนอที่น่าสนใจ นาวสั ดุในทอ้ งถ่ินมาประยกุ ตใ์ ชอ้ ยา่ งคุม้ ค่าและประหยดั
2 คะแนน = มีเทคนิคการนาเสนอที่แปลกใหม่ ใชส้ ื่อและเทคโนโลยปี ระกอบการนาเสนอที่น่าสน ใจ
แต่ขาดการประยกุ ตใ์ ช้ วสั ดุในทอ้ งถ่ิน
1 คะแนน = เทคนิคการนาเสนอไมเ่ หมาะสม และไม่น่าสนใจ
3. การมสี ่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมบี ทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญม่ ีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมบี ทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
4. ความสนใจของผฟู้ ัง
3 คะแนน = ผฟู้ ังมากกวา่ ร้อยละ 90 สนใจ และใหค้ วามร่วมมือ
2 คะแนน = ผฟู้ ังร้อยละ 70-90 สนใจ และใหค้ วามร่วมมอื
1 คะแนน = ผฟู้ ังนอ้ ยกวา่ ร้อยละ 70 สนใจ และใหค้ วามร่วมมือ
แบบประเมนิ กระบวนการทางาน
ชื่อกลุ่ม……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................
รายชื่อสมาชิก 2……………………………………เลขท่ี…….
1……………………………………เลขที่……. 4……………………………………เลขที่…….
3……………………………………เลขท่ี…….
คะแนน ขอ้ คดิ เห็น
ท่ี รายการประเมิน
321
1 การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
2 การแบ่งหนา้ ท่ีรับผดิ ชอบและการเตรียมความพร้อม
3 การปฏิบตั ิหนา้ ที่ที่ไดร้ บั มอบหมาย
4 การประเมินผลและปรับปรุงงาน
รวม
ผปู้ ระเมิน…………………………………………………
วนั ท่ี…………เดือน……………………..พ.ศ…………..
เกณฑ์ การให้ คะแนน
1. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
3 คะแนน = สมาชิกทกุ คนมีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายการทางานอยา่ งชดั เจน
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญ่มีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน
2. การมอบหมายหนา้ ท่ีรับผดิ ชอบและการเตรียมความพร้อม
3 คะแนน = กระจายงานไดท้ ว่ั ถึง และตรงตามความสามารถของสมาชิกทกุ คน มกี ารจดั เตรียมสถานท่ี ส่ือ /
อปุ กรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง
2 คะแนน = กระจายงานไดท้ ว่ั ถึง แต่ไมต่ รงตามความสามารถ และมีสื่อ / อุปกรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง แต่ขาดการ
จดั เตรียมสถานท่ี
1 คะแนน = กระจายงานไม่ทวั่ ถึงและมีส่ือ / อุปกรณ์ไมเ่ พียงพอ
3. การปฏิบตั ิหนา้ ท่ีท่ีไดร้ ับมอบหมาย
3 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย และตามเวลาท่ีกาหนด
2 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย แต่ชา้ กวา่ เวลาที่กาหนด
1 คะแนน = ทางานไมส่ าเร็จตามเป้าหมาย
4. การประเมินผลและปรับปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมปรึกษาหารือ แตไ่ ม่ปรับปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมไม่มีส่วนร่วมปรึกษาหารือ และปรับปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมปรึกษาหารือ แตไ่ ม่ปรับปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมไม่มีส่วนร่วมปรึกษาหารือ และปรับปรุงงาน
บันทกึ หลงั การสอน
หน่วยท่ี 10 เร่ือง ไบสเตเบลิ มลั ติไวเบรเตอร์
ผลการใช้แผนการเรียนรู้
1. เน้ือหาสอดคลอ้ งกบั จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
2. สามารถนาไปใชป้ ฏิบตั ิการสอนไดค้ รบตามกระบวนการเรียนการสอน
3. สื่อการสอนเหมาะสมดี
ผลการเรียนของนักเรียน
1. นกั ศึกษาส่วนใหญม่ ีความสนใจใฝ่ รู้ เขา้ ใจในบทเรียน อภิปรายตอบคาถามในกลุ่ม และร่วมกนั
ปฏิบตั ิงานท่ีไดร้ ับมอบหมาย
2. นกั ศึกษากระตือรือร้นและรับผดิ ชอบในการทางานกลุ่มเพอ่ื ใหง้ านสาเร็จทนั เวลาที่กาหนด
3. นกั ศึกษาสงั เกตการทางานทางานไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ได้
ผลการสอนของครู
1. สอนเน้ือหาไดค้ รบตามหลกั สูตร
2. แผนการสอนและวธิ ีการสอนครอบคลุมเน้ือหาการสอนทาใหผ้ สู้ อนสอนไดอ้ ยา่ งมนั่ ใจ
3. สอนไดท้ นั ตามเวลาท่ีกาหนด
แผนการสอน/แผนการเรียนรู้ภาคทฤษฎี หน่วยท่ี 11
สอนสัปดาหท์ ี่ 13-14
แผนการสอน/การเรียนรู้ภาคทฤษฎี
ชื่อวชิ า วงจรพลั ส์และสวติ ชิง คาบรวม 56
จานวนคาบ 4
ช่ือหน่วย ลอจิกเกตและการกาเนิดสญั ญาณ
ชื่อเร่ือง ลอจิกเกตและการกาเนิดสัญญาณ
สมรรถนะอาชีพประจาหน่วย
1. แสดงความรู้เก่ียวกบั ลอจิกเกตและการกาเนิดสัญญาณ
สาระสาคญั
ข้วั ข้ึนไป เพื่อควบคุมการทางานของวงจรแต่มีเอาตพ์ ุตเพียงเอาตพ์ ุตเดียว อินพุตท่ีป้อนเขา้ วงจรเป็ น
สัญญาณลอจิกเกต (Logic Gate) คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดหน่ึง ท่ีทางานโดยใช้หลักการทางดิจิตอล
อิเล็กทรอนิกส์ (Digital Electronic) หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ลอจิก (Electronic Logic)ภายในลอจิกเกตถูกสร้าง
ข้ึนจากการนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายชนิดมาต่อวงจรร่วมกนั เช่น ตวั ตา้ นทาน ไดโอด ทรานซิสเตอร์
และเฟต เป็ นตน้ คุณสมบตั ิในการทางานของลอจิกเกตจะทาหนา้ ที่เป็ นสวิตช์อิเล็กทรอนิกส์ มีข้วั อินพุตต้งั แต่
หน่ึงพลั ส์หรือแรงดนั ไฟตรงต่างระดบั แสดงค่าออกเป็น 2 สภาวะ การทางานของลอจิกเกตสามารถใหค้ านิยาม
ไดด้ ว้ ยสมการทางพีชคณิต เทอมท่ีแสดงค่าทางพีชคณิตถูกกาหนดให้เป็ นเลข “1” หรือเลข “0” อาจเป็ นสภาวะ
แสดงค่าในแบบอ่ืนๆ เช่น ระดบั แรงดนั 0 V หรือระดบั แรงดนั 5 V วงจรต่อ (ON) หรือวงจรตดั (OFF) และถูก
(True) หรือผิด (False) เป็ นตน้ ตวั เลขท่ีแสดงผลออกมาดว้ ยเลข 1 หรือเลข 0 ถูกเรียกว่าเลขฐานสอง (Binary
Number)
เรื่องทจ่ี ะศึกษา
1. ลอจิกเกต
2. บฟั เฟอร์เกต
3. นอตเกต
4. ออร์เกต
5. แอนดเ์ กต
6. นอร์เกต
7. แนนดเ์ กต
8. เอก็ ซ์คลูซีฟออร์เกต
9. เอก็ ซ์คลูซีฟนอร์เกต
10. การกาเนิดสญั ญาณ
11. บทสรุป
จุดประสงค์การเรียน/การสอน
จุดประสงค์ทวั่ ไป
1. เพ่อื ใหม้ ีความรู้ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั การอธิบายการทางานของลอจิกเกตแตล่ ะชนิด (ด้านพุทธิพิสัย)
2. เพื่อให้มีทกั ษะในการทดลองเขียนสัญลกั ษณ์ของลอจิกเกตและสาธิตการเขียนตารางความจริงของ
ลอจิกเกตแต่ละชนิด (ด้านทักษะพิสัย)
3. เพ่ือให้มีเจตคติที่ดีในการติดตามหลกั การทางานของวงจรกาเนิดสัญญาณแต่ละชนิดได้ (ด้านจิต
พิสัย)
จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม
1. อธิบายการทางานของลอจิกเกตแต่ละชนิดได้ (ดา้ นพุทธิพิสัย)
2. ทดลองเขียนสัญลกั ษณ์ของลอจิกเกตได้ (ดา้ นทกั ษะพสิ ัย)
3. สาธิตการเขียนตารางความจริงของลอจิกเกตแต่ละชนิดได้ (ดา้ นทกั ษะพสิ ัย)
4. ติดตามหลกั การทางานของวงจรกาเนิดสัญญาณแต่ละชนิดได้ (ด้านจิตพิสัย)
เนื้อหาสาระการสอน/การเรียนรู้
11.1ลอจิกเกต
ข้วั ข้ึนไป เพ่ือควบคุมการทางานของวงจรแต่มีเอาต์พุตเพียงเอาต์พุตเดียว อินพุตที่ป้อนเขา้ วงจรเป็ น
สัญญาณลอจิกเกต (Logic Gate) คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดหน่ึง ที่ทางานโดยใช้หลักการทางดิจิตอล
อิเล็กทรอนิกส์ (Digital Electronic) หรือทางอิเลก็ ทรอนิกส์ลอจิก (Electronic Logic)ภายในลอจิกเกตถูกสร้างข้ึน
จากการนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายชนิดมาต่อวงจรร่วมกนั เช่น ตวั ตา้ นทาน ไดโอด ทรานซิสเตอร์ และเฟต
เป็ นตน้ คุณสมบตั ิในการทางานของลอจิกเกตจะทาหน้าที่เป็ นสวิตช์อิเล็กทรอนิกส์ มีข้วั อินพุตต้งั แต่หน่ึงพลั ส์
หรือแรงดนั ไฟตรงต่างระดบั แสดงค่าออกเป็ น 2 สภาวะ การทางานของลอจิกเกตสามารถให้คานิยามไดด้ ว้ ย
สมการทางพีชคณิต เทอมที่แสดงค่าทางพีชคณิตถูกกาหนดใหเ้ ป็ นเลข “1” หรือเลข “0” อาจเป็ นสภาวะแสดงค่า
ในแบบอื่นๆ เช่น ระดบั แรงดัน 0 V หรือระดับแรงดนั 5 V วงจรต่อ (ON) หรือวงจรตดั (OFF) และถูก (True)
หรือผิด (False) เป็ นตน้ ตวั เลขท่ีแสดงผลออกมาดว้ ยเลข 1 หรือเลข 0 ถูกเรียกวา่ เลขฐานสอง (Binary Number)
สภาวะแสดงคา่ ต่างๆ เทียบกบั เลขฐานสอง แสดงดงั ตารางที่ 11.1
ตารางท่ี 11.1 สภาวะแสดงคา่ ต่างๆ เทียบกบั เลขฐานสอง
ระดบั แรงดนั พลั ส์เปลี่ยนแปลงจาก 0 V เป็น +Vcc แทนคา่ ดว้ ยลอจิก 1 และแรงดนั พลั ส์มีคา่ 0 V แทนค่า
ดว้ ยลอจิก 0 ลกั ษณะพลั ส์ชนิดน้ีเรียกว่าพลั ส์บวก (Positive Pulse) หรือลอจิกบวก (Positive Logic) ถา้ แรงดนั
พลั ส์เปล่ียนแปลงจาก 0V เป็ น – Vcc แทนค่าดว้ ยลอจิก 1 และแรงดนั พลั ส์มีค่า 0 V แทนค่าดว้ ยลอจิก 0 ลกั ษณะ
พลั ส์ชนิดน้ีเรียกวา่ พลั ส์ลบ (Negative Pulse) หรือลอจิกลบ (Negative Logic) แสดงดงั รูปท่ี 11.1
ลอจิกเกตที่ผลิตข้ึนมาใชง้ าน ถูกสร้างออกมาในรูปของ IC ชนิดต่างๆ เช่น IC ชนิดทีทีแอล (TTL ;
Transistor Transistor Logic) และ IC ชนิดซีมอส (CMOS ; Complementary Metal Oxide Semiconductor) ลอจิก
เกตท่ีผลิตออกมาใชง้ านมีหลายชนิด หลายหนา้ ท่ีการทางาน แต่ละชนิดจะทางานในลกั ษณะที่แตกตา่ งกนั มี
คุณลกั ษณะในการทางานแตกต่างกนั ไป และมีผลของการทางานท่ีแตกตา่ งกนั ดว้ ย การแสดงผลการทางานของ
ลอจิกเกตแตล่ ะชนิด สามารถแสดงไดด้ ว้ ยตารางความจริง (Truth Table)
11.2บฟั เฟอร์เกต
บฟั เฟอร์เกต (Buffer Gate) เป็ นลอจิกเกตท่ีมีอินพุตข้วั เดียว และมีเอาต์พุตข้วั เดียวสภาวะลอจิกทาง
อินพุตมีคา่ เท่ากนั หรือเหมือนกนั กบั ลอจิกทางเอาตพ์ ุต นนั่ คือ ที่ตาแหน่งทางอินพุตและตาแหน่งทางเอาตพ์ ตุ จะ
มีค่าเหมือนกนั
11.3นอตเกต
นอตเกต (NOT Gate) หรืออาจเรียกวา่ อินเวอร์เตอร์เกต (Inverter Gate) เป็ นลอจิกเกตท่ีมีอินพุตข้วั เดียว
และมีเอาตพ์ ุตข้วั เดียวเหมือนบฟั เฟอร์เกต แต่ค่าผลลพั ธ์ท่ีส่งออกเอาตพ์ ุตแตกต่างกนั เอาตพ์ ุตของนอตเกตไดค้ ่า
ออกมาตรงขา้ มกบั คา่ อินพุตที่ป้อนเขา้ มาเสมอ
11.4ออร์เกต
ออร์เกต (OR Gate) เป็ นเกตท่ีมีข้วั อินพุตต้งั แต่ 2 อินพุตข้ึนไป แตม่ ีเอาตพ์ ุตออกเพียงข้วั เดียว คุณสมบตั ิ
ของออร์เกต เป็นดงั น้ี ถา้ ทุกอินพตุ ไม่มีสญั ญาณป้อนเขา้ เอาตพ์ ุตจะไมม่ ีสญั ญาณส่งออก แต่ถา้ อินพุตเพยี งอินพุต
เดียว หรือมากกวา่ หรือท้งั หมดมีสัญญาณป้อนเขา้ เอาตพ์ ุตจะมีสญั ญาณส่งออก
11.5แอนดเ์ กต
แอนดเ์ กต (AND Gate) เป็ นเกตท่ีมีอินพุตต้งั แต่ 2 อินพุตข้ึนไป แต่มีเอาตพ์ ุตเพียงข้วั เดียว คุณสมบตั ิของ
แอนด์เกต เป็ นดงั น้ี ถา้ อินพุตทุกอินพุต หรือเพียงอินพุตใดอินพุตหน่ึงไม่มีสัญญาณป้อนเขา้ เอาตพ์ ุตก็จะไม่มี
สัญญาณออก แต่ถา้ ทุกอินพุตมีสญั ญาณป้อนเขา้ เอาตพ์ ตุ จึงจะมีสญั ญาณออก
11.6นอร์เกต
นอร์เกต (NOR Gate) คือ ออร์เกตที่ต่อนอตเกตเพ่ิมเขา้ ไปทางดา้ นเอาต์พุตก่อนส่งออก(NOR = NOT +
OR) คุณสมบตั ิของนอร์เกตเป็ นดังน้ี ถ้าทุกอินพุตไม่มีสัญญาณป้อนเขา้ เอาต์พุตจะมีสัญญาณส่งออก แต่ถ้า
อินพตุ เพียงอินพุตเดียว หรือมากกวา่ หรือท้งั หมดมีสญั ญาณป้อนเขา้ เอาตพ์ ุตจะไมม่ ีสญั ญาณส่งออก
11.7แนนดเ์ กต
แนนด์เกต (NAND Gate) คือ แอนดเ์ กตท่ีต่อนอตเกตเพิ่มเขา้ ไปที่เอาตพ์ ุตก่อนส่งออก(NAND = NOT +
AND) คุณสมบตั ิของแนนดเ์ กตเป็ นดงั น้ี ถา้ อินพตุ ทุกอินพุต หรือเพยี งอินพุตใดอินพุตหน่ึงไม่มีสัญญาณป้อนเขา้
เอาตพ์ ุตจะมีสัญญาณออก แตถ่ า้ ทุกอินพตุ มีสัญญาณป้อนเขา้ เอาตพ์ ตุ จะไมม่ ีสัญญาณออก
11.8เอก็ ซ์คลูซีฟออร์เกต
เอก๊ ซ์คลูซีฟออร์เกต (Exclusive OR Gate) หรือเรียกส้ัน ๆ วา่ เอ๊กซ์ออร์เกต (EX – OR Gate) เป็ นเกตท่ีมี
อินพุต 2 อินพุต และมีเอาตพ์ ุต 1 เอาตพ์ ุต คุณสมบตั ิเอ๊กซ์ออร์เกต เป็ นดงั น้ี ถา้ อินพุตท้งั สองมีค่าแตกต่างกนั คือ
อินพุตหน่ึงมีสัญญาณป้อน อีกอินพุตหน่ึงไม่มีสัญญาณป้อนเอาตพ์ ุตจะมีสัญญาณส่งออก แต่ถา้ อินพุตท้งั สองมี
ค่าเหมือนกนั เช่น ไมม่ ีสญั ญาณท้งั คู่ หรือมีสญั ญาณท้งั คู่ เอาตพ์ ตุ จะไม่มีสญั ญาณส่งออก
11.9เอก็ ซ์คลูซีฟนอร์เกต
เอ๊กซ์คลูซีฟนอร์เกต (Exclusive NOR Gate) หรือเรียกส้ัน ๆ ว่าเอ๊กซ์นอร์เกต (EX – NOR Gate) คือ
เอ๊กซ์ออร์เกตที่ต่อนอตเกตเพ่ิมเขา้ ท่ีเอาต์พุต คุณสมบตั เอ๊กซ์นอร์เกต เป็ นดงั น้ี ถา้ อินพุตท้งั สองมีค่าต่างกนั คือ
อินพุตหน่ึงมีสัญญาณป้อนเขา้ อีกอินพุตหน่ึงไม่มีสัญญาณป้อนเขา้ เอาตพ์ ุตจะไม่มีสัญญาณส่งออก แต่ถา้ อินพุต
ท้งั สองมีค่าเหมือนกนั เช่น ไม่มีสญั ญาณท้งั คู่ หรือมีสัญญาณท้งั คู่ เอาตพ์ ตุ จะมีสญั ญาณส่งออก
11.10 การกาเนิดสญั ญาณ
สัญญาณที่ถูกนามาใช้งานทางดา้ นพลั ส์และดิจิตอล จะตอ้ งใชส้ ัญญาณคลื่นสี่เหล่ียม ซ่ึงเป็ นสัญญาณท่ี
จาเป็ นต่อการใช้งานทางดา้ นดิจิตอล วงจรกาเนิดสัญญาณคลื่นส่ีเหลี่ยมก็คือวงจรอะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ท่ี
กล่าวไวแ้ ลว้ ในหน่วยท่ี 8 วงจรอะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์นอกจากจะสามารถสร้างข้ึนดว้ ยอุปกรณ์สารก่ึงตวั นา
จาพวก ทรานซิสเตอร์ ออปแอมป์ และไอซี 555 แลว้ ยงั สามารถสร้างดว้ ยไอซีลอจิกได้ เช่น ชมิตตท์ ริกเกอร์นอต
เกต และชนิดชมิตต์ทริกเกอร์แนนด์เกต เป็ นตน้ สัญญาณคลื่นส่ีเหล่ียมท่ีนามาใชง้ านน้ีจะถูกเรียกว่า สัญญาณ
นาฬิกา (Clock Signal) หรือสญั ญาณนาฬิกาดิจิตอล (Clock Signal Digital)
11.11 บทสรุป
ลอจิกเกต คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ที่ทางานโดยใช้หลักการทางดิจิตอลอิเล็กทรอนิกส์หรือทาง
อิเล็กทรอนิกส์ลอจิก ถูกสร้างข้ึนจากการนาอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายชนิดมาต่อวงจรร่วมกนั เช่น ตวั ตา้ นทาน
ไดโอด ทรานซิสเตอร์ และเฟต เป็ นต้น คุณสมบัติในการทางานของลอจิกเกตจะทาหน้าที่เป็ น สวิตช์
อิเล็กทรอนิกส์ มีข้วั อินพุตต้งั แต่หน่ึงข้วั ข้ึนไป เพื่อควบคุมการทางานของวงจรแต่มีเอาต์พุตเพียงเอาตพ์ ุตเดียว
อินพุตท่ีป้อนเขา้ วงจรเป็ นสัญญาณพลั ส์หรือแรงดนั ไฟตรงต่างระดบั แสดงค่าออกเป็ น 2 สภาวะ แสดงค่าทาง
พีชคณิตเป็ นเลข “1” หรือเลข“0” และแสดงค่าในแบบอ่ืนๆ ไดอ้ ีก เช่น ระดบั แรงดนั 0 V หรือ 5 V วงจรตอ่ (ON)
หรือวงจรตดั (OFF) และถูก (True) หรือผดิ (False) เป็นตน้
ลอจิกเกตท่ีผลิตข้ึนมาใชง้ าน ถูกสร้างออกมาในรูปของ IC ชนิดต่างๆ เช่น IC ชนิดทีทีแอล (TTL) และ
IC ชนิดซีมอส (CMOS) ลอจิกเกตท่ีผลิตออกมาใช้งานมีหลายชนิด หลายหน้าท่ีการทางาน เช่น บฟั เฟอร์เกต
นอตเกต ออร์เกต แอนดเ์ กต นอร์เกต แนนด์เกต และเอก๊ ซ์ออร์เกตเป็ นตน้ การแสดงผลการทางานของลอจิกเกต
แต่ละชนิด สามารถแสดงไดด้ ว้ ยตารางความจริง
สัญญาณท่ีถูกนามาใช้งานทางดา้ นพลั ส์และดิจิตอล จะตอ้ งใชส้ ัญญาณคลื่นส่ีเหลี่ยม ซ่ึงเป็ นสัญญาณท่ี
จาเป็นต่อการใชง้ านทางดา้ นดิจิตอล จะถูกเรียกวา่ สญั ญาณนาฬิกา
กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้
ข้ันตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้นั ตอนการเรียนรู้หรือกจิ กรรมของนักเรียน
1. ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน ( 15 นาที ) 1. ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน ( 15 นาที )
1. ผสู้ อนแจง้ วตั ถุประสงค์ของการเรียน หน่วย 1. ผเู้ รียนทาความเขา้ ใจเก่ียวกบั วตั ถุประสงคข์ อง
ท่ี 11 เรื่อง ลอจิกเกตและการกาเนิดสญั ญาณ การเรียน หน่วยที่ 11 เร่ือง ลอจิกเกตและการกาเนิด
สญั ญาณ
2. ผสู้ อนให้ผเู้ รียนอธิบายการทางานของลอจิก 2. ผเู้ รียนร่วมมือกบั ผูส้ อนอธิบายการทางานของ
เกตแต่ละชนิด ลอจิกเกตแต่ละชนิด
2. ข้ันให้ความรู้ (180 นาที ) 2. ข้นั ให้ความรู้ ( 180 นาที )
1. ผู้สอนเปิ ด PowerPoint และให้ผูเ้ รียนเปิ ด 1. ผเู้ รียนศึกษาวิธีการใช้ PowerPoint กบั เอกสาร
เอกสารประกอบการสอนวชิ า วงจรพลั ส์และสวติ ชิง ประกอบการวิชา วงจรพลั ส์และสวิตชิง หน่วยที่ 11
หน่วยท่ี 11 เรื่อง ลอจิกเกตและการกาเนิดสัญญาณ เร่ือง ลอจิกเกตและการกาเนิดสัญญาณหนา้ ที่ 222-235
หนา้ ท่ี 222-235 พร้อมอธิบายเน้ือหาทีละส่วน พร้อมอธิบายเน้ือหาทีละส่วนโดยเลือกจดบนั ทึกเน้ือหา
ที่สาคญั
2. ผูส้ อนอธิบายความรู้เพ่ิมเติมนอกเหนือจาก 2. ผเู้ รียนฟังอธิบายความรู้เพ่ิมเติมนอกเหนือจาก
เอกสารประกอบการสอนวชิ า วงจรพลั ส์และสวติ ชิง เอกสารประกอบการสอนวิชา วงจรพลั ส์และสวิตชิง
และให้ผูเ้ รียนช่วยกันทดลองเขียนสัญลักษณ์ของ และใหผ้ เู้ รียนช่วยกนั ทดลองเขียนสัญลกั ษณ์ของลอจิก
ลอจิกเกต เกต
3. ผูส้ อนเปิ ดโอกาสให้ผูเ้ รียนซกั ถามขอ้ สงสัย 3. ผเู้ รียนซกั ถามขอ้ สงสยั ที่เกิดข้ึน
ท่ีเกิดข้ึนระหว่างการเรียนการสอน และตอบข้อ
ซกั ถาม
3. ข้นั ประยุกต์ใช้ (240 นาที ) 3. ข้ันประยุกต์ใช้( 240 นาที )
1. ผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนทาใบปฏิบตั ิงาน 11.1 ไอซีช 1. ผูเ้ รียนทาใบปฏิบตั ิงาน 11.1 ไอซีชมิตตท์ ริก
มิตตท์ ริกเกอร์ลล์ อจิกเกต หนา้ 238-240 เกอร์ลล์ อจิกเกต หนา้ 238-240
2. ผสู้ อนให้ผเู้ รียนทาใบปฏิบตั ิงาน 11.2 วงจร 2. ผู้เรี ยนทาใบปฏิบัติงาน 11.2 วงจรกาเนิด
กาเนิดสญั ญาณนาฬิกา หนา้ 241-245 สัญญาณนาฬิกา หนา้ 241-245
กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้
ข้นั ตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้นั ตอนการเรียนรู้หรือกจิ กรรมของนักเรียน
4. ข้ันสรุปและประเมินผล ( 45 นาที ) 4. ข้นั สรุปและประเมินผล ( 45 นาที )
1. ผสู้ อนและผูเ้ รียนร่วมกนั สรุปเน้ือหาท่ีไดเ้ รียน 1. ผสู้ อนและผูเ้ รียนร่วมกนั สรุปเน้ือหาท่ีไดเ้ รียน
ใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั ใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั
2. ผู้สอนให้ผู้เรียนทาแบบฝึ กหัดหน่วยท่ี 11 2. ผูเ้ รียนทาแบบฝึ กหัดหน่วยที่ 11 หน้าที่ 236-
หนา้ ท่ี 236-237 237
3. ผูส้ อนและผูเ้ รียนร่วมกันสรุปเน้ือในหน่วย 3. ผูส้ อนและผู้เรียนร่วมกันสรุปเน้ือในหน่วย
เรียนท่ี 11 เร่ือง ลอจิกเกตและการกาเนิดสญั ญาณ เรียนที่ 11 เรื่อง ลอจิกเกตและการกาเนิดสญั ญาณ
(บรรลุจุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ ท่ี 1-4) (บรรลุจุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ ที่ 1-4)
(รวม 480 นาที หรือ 4 คาบเรียน)
งานทีม่ อบหมายหรือกจิ กรรมการวดั ผลและประเมนิ ผล
ก่อนเรียน
1. จดั เตรียมเอกสารหน่วยท่ี 11 ลอจิกเกตและการกาเนิดสญั ญาณ
2. ทาความเขา้ ใจเก่ียวกบั จุดประสงคก์ ารเรียนของหน่วยท่ี 11 ลอจิกเกตและการกาเนิดสัญญาณ
ขณะเรียน
1. ทาใบปฏิบตั ิงาน 11.1 ไอซีชมิตตท์ ริกเกอร์ลล์ อจิกเกต
2. ทาใบปฏิบตั ิงาน 11.2 วงจรกาเนิดสญั ญาณนาฬิกา
หลงั เรียน
1. ทาแบบฝึกหดั หน่วยท่ี 11
2. ร่วมกนั สรุปเน้ือหาที่ไดเ้ รียนใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั
ผลงาน/ชิ้นงาน/ความสาเร็จของผ้เู รียน
1. แบบฝึกหดั หน่วยที่ 11
2. ใบปฏิบตั ิงาน 11.1 ไอซีชมิตตท์ ริกเกอร์ลล์ อจิกเกต
3. ใบปฏิบตั ิงาน 11.2 วงจรกาเนิดสญั ญาณนาฬิกา
สื่อการเรียนการสอน/การเรียนรู้
สื่อสิ่งพมิ พ์
1. เอกสารประกอบการสอนวิชา วงจรพลั ส์และสวิตชิง (ใช้ประกอบการเรียนการสอนจุดประสงค์
เชิงพฤติกรรมขอ้ ที่ 1-4)
2. ใบความรู้ท่ี 11 เรื่อง ลอจิกเกตและการกาเนิดสัญญาณ(ใช้ประกอบการเรียนการสอนข้นั ให้
ความรู้ เพอ่ื ใหบ้ รรลุจุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 1-4)
3. ใบปฏิบตั ิงาน 11.1 ไอซีชมิตตท์ ริกเกอร์ลล์ อจิกเกต ข้นั ประยกุ ตใ์ ช้ ขอ้ 1
4. ใบปฏิบตั ิงาน 11.2 วงจรกาเนิดสัญญาณนาฬิกา ข้นั ประยกุ ตใ์ ช้ ขอ้ 2
5. แบบฝึกหดั หน่วยท่ี 11 ข้นั สรุปและประเมินผล ขอ้ 2
6. แบบประเมินผลงานตามใบงาน ใชป้ ระกอบการสอนข้นั ประยกุ ตใ์ ช้ ขอ้ 1
7. แบบประเมินพฤติกรรมการทางาน ใชป้ ระกอบการสอนข้นั ประยกุ ตใ์ ช้ ข้นั สรุปและประเมินผล
สื่อโสตทศั น์ (ถา้ มี)
1. เคร่ืองไมโครคอมพิวเตอร์
2. งานนาเสนอ เร่ือง ลอจิกเกตและการกาเนิดสัญญาณ
ส่ือของจริง
ลอจิกเกตและการกาเนิดสญั ญาณ
แหล่งการเรียนรู้
ในสถานศึกษา
1. หอ้ งสมุด
2. หอ้ งปฏิบตั ิการคอมพิวเตอร์
นอกสถานศึกษา
ผปู้ ระกอบการ สถานประกอบการ ในทอ้ งถิ่น
การบูรณาการ/ความสัมพนั ธ์กบั วชิ าอ่ืน
1. บูรณาการกบั วชิ าภาษาไทย เร่ือง อธิบายการทางานของลอจิกเกตแตล่ ะชนิด
2. บูรณาการกบั วชิ าวทิ ยาศาสตร์ เร่ือง ติดตามหลกั การทางานของวงจรกาเนิดสญั ญาณแตล่ ะชนิด
3. บูรณาการกบั วิชางานอาชา เร่ือง ทดลองเขียนสัญลกั ษณ์ของลอจิกเกต, สาธิตการเขียนตาราง
ความจริงของลอจิกเกตแตล่ ะชนิด
การประเมนิ ผลการเรียนรู้
หลกั การประเมนิ ผลการเรียนรู้
ก่อนเรียน
1. ความรู้เบ้ืองตน้ ก่อนการเรียนการสอน
ขณะเรียน
1. ตรวจใบปฏิบตั ิงาน 11.1 ไอซีชมิตตท์ ริกเกอร์ลล์ อจิกเกต
2. ตรวจใบปฏิบตั ิงาน 11.2 วงจรกาเนิดสญั ญาณนาฬิกา
หลงั เรียน
1. ตรวจแบบฝึกหดั หน่วยท่ี 11
ผลงาน/ชิน้ งาน/ความสาเร็จของผู้เรียน
1. แบบฝึกหดั หน่วยที่ 11
2. ใบปฏิบตั ิงาน 11.1 ไอซีชมิตตท์ ริกเกอร์ลล์ อจิกเกต
3. ใบปฏิบตั ิงาน 11.2 วงจรกาเนิดสญั ญาณนาฬิกา
สมรรถนะทีพ่ งึ ประสงค์
ผเู้ รียนสร้างความเขา้ ใจเกี่ยวกบั ลอจิกเกตและการกาเนิดสญั ญาณ
1. วเิ คราะห์และตีความหมาย
2. สาธิตพร้อมแสดงท่าทางประกอบ
3. อภิปรายแสดงความคิดเห็น
4. ประยกุ ตค์ วามรู้สู่งานอาชีพ
สมรรถนะการปฏิบัตงิ านอาชีพ
1. แสดงความรู้เกี่ยวกบั ลอจิกเกตและการกาเนิดสัญญาณ
สมรรถนะการขยายผล
ความสอดคล้อง
จากการเรียนสัปดาห์ท่ี 13-14 เร่ือง ลอจิกเกตและการกาเนิดสัญญาณ ผูเ้ รียนจะมีความรู้เกี่ยวกบั ข้วั
ข้ึนไป เพอ่ื ควบคุมการทางานของวงจรแตม่ ีเอาตพ์ ตุ เพียงเอาตพ์ ุตเดียว อินพุตที่ป้อนเขา้ วงจรเป็นสญั ญาณลอจิก
เกต (Logic Gate) คืออุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ชนิดหน่ึง ท่ีทางานโดยใช้หลกั การทางดิจิตอลอิเล็กทรอนิกส์
(Digital Electronic) หรือทางอิเล็กทรอนิกส์ลอจิก (Electronic Logic)ภายในลอจิกเกตถูกสร้างข้ึนจากการนา
อุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์หลายชนิดมาต่อวงจรร่วมกนั เช่น ตวั ตา้ นทาน ไดโอด ทรานซิสเตอร์ และเฟต เป็ นตน้
คุณสมบตั ิในการทางานของลอจิกเกตจะทาหน้าที่เป็ นสวิตช์อิเล็กทรอนิกส์ มีข้วั อินพุตต้งั แต่หน่ึงพลั ส์หรือ
แรงดนั ไฟตรงตา่ งระดบั แสดงคา่ ออกเป็น 2 สภาวะ การทางานของลอจิกเกตสามารถใหค้ านิยามไดด้ ว้ ยสมการ
ทางพีชคณิต เทอมที่แสดงค่าทางพีชคณิตถูกกาหนดให้เป็ นเลข “1” หรือเลข “0” อาจเป็ นสภาวะแสดงค่าใน
แบบอื่นๆ เช่น ระดบั แรงดนั 0 V หรือระดบั แรงดนั 5 V วงจรต่อ (ON) หรือวงจรตดั (OFF) และถูก (True) หรือ
ผดิ (False) เป็นตน้ ตวั เลขท่ีแสดงผลออกมาดว้ ยเลข 1 หรือเลข 0 ถูกเรียกวา่ เลขฐานสอง (Binary Number)
รายละเอียดการประเมินผลการเรียนรู้
จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 1 อธิบายการทางานของลอจิกเกตแตล่ ะชนิดได้
1. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
2. เคร่ืองมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : อธิบายการทางานของลอจิกเกตแตล่ ะชนิดได้ จะได้ 2 คะแนน
จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 2 ทดลองเขียนสญั ลกั ษณ์ของลอจิกเกตได้
1. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครื่องมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : ทดลองเขียนสญั ลกั ษณ์ของลอจิกเกตไดจ้ ะได้ 3 คะแนน
จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 3 สาธิตการเขียนตารางความจริงของลอจิกเกตแตล่ ะชนิดได้
1. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
2. เคร่ืองมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : 3 สาธิตการเขียนตารางความจริงของลอจิกเกตแต่ละชนิดได้ จะได้ 3
คะแนน
จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 4 ติดตามหลกั การทางานของวงจรกาเนิดสญั ญาณแตล่ ะชนิดได้
1. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ
2. เครื่องมือ : แบบทดสอบ
3. เกณฑ์การให้คะแนน : ติดตามหลกั การทางานของวงจรกาเนิดสัญญาณแต่ละชนิดได้ จะได้ 2
คะแนน
แบบฝึ กหัดหน่วยท่ี 11
ตอนที่ 1 เขียนเครื่องหมายกากบาท (X) ลงในขอ้ ที่ถูกตอ้ งที่สุด
1. ลอจิกเกตเม่ือนามาแสดงดว้ ยตวั เลข ใชเ้ ลขฐานใดในการแสดงคา่
ก. ฐานสอง
ข. ฐานแปด
ค. ฐานสิบ
ง. ถูกทุกขอ้
2. คุณสมบตั ิของลอจิก แสดงคา่ ออกมาไดใ้ นสภาวะใด
ก. 0 V, +5 V
ข. ตดั , ตอ่
ค. ถูก, ผดิ
ง. ถูกทุกขอ้
3. ลอจิกนอตเกต ถูกแทนดว้ ยเครื่องหมายใด
ก. +
ข. –
ค.
ง. =
4. จากรูปเป็นสัญลกั ษณ์ท่ีใชแ้ ทนลอจิกเกตชนิดใด
ก. นอต
ข. แนนด์
ค. บฟั เฟอร์
ง. เอก๊ ซ์ออร์
5. เครื่องหมายบวก (+) ในสมการลอจิกเกต ใชแ้ ทนตวั ลอจิกเกตชนิดใด
ก. ออร์
ข. นอร์
ค. แอนด์
ง. แนนด์
6. จากรูปเป็นสัญลกั ษณ์ท่ีใชแ้ ทนลอจิกเกตชนิดใด
ก. ออร์ จากรูปเป็นสญั ลกั ษณ์ท่ีใชแ้ ทนลอจิกเกตชนิดใด
ข. นอร์
ค. แนนด์
ง. เอก๊ ซ์ออร์
7.
ก. เอก๊ ซ์นอร์
ข. แนนด์
ค. แอนด์
ง. นอต
8. จากตารางความจริงเป็นคุณสมบตั ิของลอจิกเกตชนิดใด
ก. ออร์
ข. นอร์
ค. แอนด์
ง. แนนด์
9. จากรูปใชแ้ ทนวงจรชนิดใด
ก. กาเนิดความถี่สัญญาณนาฬิกา
ข. ชมิตตท์ ริกเกอร์นอตเกต
ค. กรองความถี่แบบ RC
ง. RC อินทิเกรเตอร์
10. จากรูปขอ้ 9 ตวั ชมิตตท์ ริกเกอร์นอตเกตมีคุณสมบตั ิในการทางานอยา่ งไร
ก. กาหนดคลื่นส่ีเหลี่ยมออกเอาตพ์ ุต
ข. เขา้ 1 ออก 0
ค. เขา้ 0 ออก 1
ง. ถูกทุกขอ้
ตอนท่ี 2 อธิบายใหไ้ ดใ้ จความถูกตอ้ งสมบูรณ์
1. บอกคุณสมบตั ิของลอจิกเกตตอ่ ไปน้ี
ก. นอตเกต
ข. ออร์เกต
ค. แอนดเ์ กต
ง. นอร์เกต
จ. แนนดเ์ กต
2. การทานอร์เกตและแนนดเ์ กตใหเ้ ป็นนอตเกตทาไดอ้ ยา่ งไร
3. เอก๊ ซ์คลูซีฟออร์เกตคือลอจิกเกตชนิดใด มีคุณสมบตั ิในการทางานอยา่ งไร
4. สญั ญาณนาฬิกาคืออะไร การกาเนิดสญั ญาณนาฬิกาทาไดอ้ ยา่ งไร
ใบปฏิบตั งิ าน 11.1 ไอซีชมติ ตท์ ริกเกอร์ล์ลอจิกเกต
ผลการเรียนรู้ท่ีคาดหวงั
1. ประกอบวงจรไอซีชมิตตท์ ริกเกอร์ลอจิกเกตชนิดตา่ งๆ ได้
2. บอกผลการทางานของไอซีชมิตตท์ ริกเกอร์ลอจิกเกตแต่ละชนิดได้
3. เกิดความสามคั คีในการทางานกลุ่ม
เครื่องมือและอปุ กรณ์
1. แผงทดลองดิจิตอล 1 ชุด
2. IC เบอร์ 7414, 7424 (หรือ 74132) เบอร์ละ 1 ตวั
3. คูม่ ือการใชง้ าน IC TTL 1 เล่ม
4. สายต่อวงจร 1 ชุด
ลาดบั ข้นั การทดลอง
1. ประกอบวงจรตามรูปที่ 11.1
2. ทดสอบคุณสมบตั ิของลอจิกเกต บนั ทึกผลลงในตารางท่ี 11.1 ช่องเอาตพ์ ุต ค่า LED ดบั หรือติด และ
เขียนสภาวะลอจิกลงในช่อง Y ตามสภาวะทางานของ LED
3. ประกอบวงจรตามรูปท่ี 11.2 ทดลองและบนั ทึกผลลงในตารางที่ 11.2 ช่องเอาตพ์ ุตค่า LED ดบั หรือติด
และเขียนสภาวะลอจิกลงในช่อง Y ตามสภาวะทางานของ LED
สรุปผลการทดลอง
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
คาถามและการวเิ คราะห์
1. ชมิตตท์ ริกเกอร์นอตเกต มีคุณสมบตั ิในการทางานเหมือนหรือแตกต่างกบั นอตเกตธรรมดาอยา่ งไร
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
2. ชมิตตท์ ริกเกอร์แนนดเ์ กต มีคุณสมบตั ิในการทางานเหมือนหรือแตกตา่ งกบั แนนดเ์ กตธรรมดาอยา่ งไร
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
________________________________________________________________________________________
__________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
ใบปฏบิ ตั ิงาน 11.2 วงจรกาเนิดสัญญาณนาฬิกา 1 เครื่อง
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวงั 1 ชุด
1 ตวั
1. ประกอบวงจรกาเนิดสญั ญาณนาฬิกาชนิดต่างๆ ได้
2. บอกผลการทางานของวงจรกาเนิดสญั ญาณนาฬิกาแตล่ ะชนิดได้ ค่าละ 1 ตวั
3. เกิดความรักสามคั คีในหมู่คณะ ค่าละ 1 ตวั
เครื่องมือและอุปกรณ์
1. ออสซิลโลสโคปชนิด 2 เส้นภาพพร้อมสายวดั 1 เล่ม
2. แผงทดลองดิจิตอล 1 ชุด
3. IC เบอร์ 7414, 7424 เบอร์ละ
4. ตวั ตา้ นทาน 10 k , 20 k ; 0.5 W
5. ตวั เก็บประจุ 10 μF, 47 μF ; 10 V
6. คู่มือการใชง้ าน IC TTL
7. สายต่อวงจร
ลาดบั ข้นั การทดลอง
1. ประกอบวงจรตามรูปที่ 11.3 พร้อมท้งั จา่ ยแรงดนั 5 V ใหต้ วั IC เบอร์ 7414
2. ปรับออสซิลโลสโคปชนิด 2 เส้นภาพให้พร้อมใช้งาน นาไปวดั ค่าในวงจร ให้อินพุต CH1ของ
ออสซิลโลสโคปวดั ที่อินพุต Vc และให้อินพุต CH2ของออสซิลโลสโคปวดั ท่ีเอาตพ์ ุต Eoบนั ทึกค่าต่างๆ และ
ระดบั ความแรงสัญญาณ ทงั ้ อินพุต VC และเอาตพ์ ุต EO บนั ทึกค่าตา่ งๆ และรูปร่างสัญญาณไวใ้ นตารางที่ 11.3
ใหม้ ีรูปและเฟสสญั ญาณสัมพนั ธ์กนั ท่ี R = 10 k , C = 10 F
3. เปล่ียนค่าความตา้ นทานและค่าความจุดงั น้ี R = 20 k , C = 10 μF ชุดหน่ึง และ R = 10 k , C = 47
μF อีกชุดหน่ึงตามลาดบั วดั และบนั ทึกรูปคลื่นและระดบั ความแรงสัญญาณท้งั อินพุต Vc และเอาต์พุต Eo
บนั ทึกค่าไวใ้ นตารางที่ 11.3 ให้มีรูปและเฟสสัญญาณสัมพนั ธ์กนั ท่ี R = 20 k , C = 10 μF และ R = 10 k ,
C = 47 μF ตามลาดบั
4. นาค่าที่วดั ไดใ้ นตารางที่ 11.3 ช่องความกวา้ ง 1 รอบคล่ืนค่า T ทุกค่ามาคานวณหาค่าความถี่ท่ีถูกกาเนิด
ข้ึนมา บนั ทึกค่าลงในช่องความถ่ีทุกค่า โดยใชส้ ูตรคานวณดงั น้ี
1
f = T
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
5. ประกอบวงจรตามรูปท่ี 11.4 พร้อมท้งั จา่ ยแรงดนั 5 V ใหต้ วั IC เบอร์ 7424
6. ปรับออสซิลโลสโคปชนิด 2 เส้นภาพให้พร้อมใช้งาน นาไปวดั ค่าในวงจร ให้อินพุต CH1 ของ
ออสซิลโลสโคปวดั ที่อินพุต Vc และใหอ้ ินพตุ CH2 ของออสซิลโลสโคปวดั ที่เอาตพ์ ุต Eo วดั รูปคลื่นและระดบั
ความแรงสัญญาณ ท้งั อินพุต Vc และเอาตพ์ ุต Eo บนั ทึกคา่ ต่างๆ และรูปร่างสัญญาณไวใ้ นตารางที่ 11.4 ให้มีรูป
และเฟสสญั ญาณสัมพนั ธ์กนั ที่ R = 10 k , C = 10 μF
7. นาค่าท่ีวดั ไดใ้ นตารางท่ี 11.4 ช่องความกวา้ ง 1 รอบคลื่นค่า T ทุกค่ามาคานวณหาค่าความถ่ีท่ีถูกกาเนิด
ข้ึนมา บนั ทึกคา่ ลงในช่องความถ่ีทุกคา่ โดยใชส้ ูตรคานวณดงั น้ี
1
f = T
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
8. งดจ่ายแรงดนั +5 V ใหข้ าอินพตุ 1 ตวั IC เบอร์ 7424 วดั สัญญาณท่ีเกิดข้ึนในวงจรอีกคร้ังเกิดผลเช่นไร
..............................................................................................................................................
9. นาขาอินพุต 1 ตวั IC เบอร์ 7424 มาต่อร่วมกบั ขาอินพุต 2 วดั สัญญาณที่เกิดข้ึนในวงจรอีกคร้ังเกิดผลเช่น
ไร
...............................................................................................................................................
สรุปผลการทดลอง
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
คาถามและการวเิ คราะห์
1. วงจรกาเนิดสัญญาณนาฬิกาชมิตตท์ ริกเกอร์นอตเกต สามารถกาเนิดสัญญาณข้ึนมาไดต้ ามตอ้ งการได้
หรือไม่ ผลการทางานของวงจรเป็นเช่นไร
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
2. วงจรกาเนิดสัญญาณนาฬิกาชมิตต์ทริกเกอร์แนนด์เกต สามารถกาเนิดสัญญาณข้ึนมาได้ตามตอ้ งการได้
หรือไม่ ผลการทางานของวงจรเป็นเช่นไร
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
แบบประเมนิ ผลการนาเสนอผลงาน
ชื่อกลุ่ม……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................
รายช่ือสมาชิก
1……………………………………เลขท่ี……. 2……………………………………เลขที่…….
3……………………………………เลขท่ี……. 4……………………………………เลขที่…….
ท่ี รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เห็น
32 1
1 เน้ือหาสาระครอบคลุมชดั เจน (ความรู้เกี่ยวกบั เน้ือหา ความถกู ตอ้ ง
ปฏิภาณในการตอบ และการแกไ้ ขปัญหาเฉพาะหนา้ )
2 รูปแบบการนาเสนอ
3 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม
4 บุคลิกลกั ษณะ กิริยา ท่าทางในการพูด น้าเสียง ซ่ึงทาใหผ้ ฟู้ ังมีความ
สนใจ
รวม
ผปู้ ระเมิน…………………………………………………
เกณฑ์ การให้ คะแนน
1. เน้ือหาสาระครอบคลุมชดั เจนถูกตอ้ ง
3 คะแนน = มสี าระสาคญั ครบถว้ นถูกตอ้ ง ตรงตามจุดประสงค์
2 คะแนน = สาระสาคญั ไม่ครบถว้ น แต่ตรงตามจุดประสงค์
1 คะแนน = สาระสาคญั ไมถ่ ูกตอ้ ง ไมต่ รงตามจุดประสงค์
2. รูปแบบการนาเสนอ
3 คะแนน = มีรูปแบบการนาเสนอที่เหมาะสม มีการใชเ้ ทคนิคท่ีแปลกใหม่ ใชส้ ่ือและเทคโนโลยี
ประกอบการ นาเสนอที่น่าสนใจ นาวสั ดุในทอ้ งถ่ินมาประยกุ ตใ์ ชอ้ ยา่ งคุม้ ค่าและประหยดั
2 คะแนน = มีเทคนิคการนาเสนอที่แปลกใหม่ ใชส้ ื่อและเทคโนโลยปี ระกอบการนาเสนอที่น่าสน ใจ
แต่ขาดการประยกุ ตใ์ ช้ วสั ดุในทอ้ งถ่ิน
1 คะแนน = เทคนิคการนาเสนอไมเ่ หมาะสม และไม่น่าสนใจ
3. การมสี ่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมบี ทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญม่ ีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมบี ทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
4. ความสนใจของผฟู้ ัง
3 คะแนน = ผฟู้ ังมากกวา่ ร้อยละ 90 สนใจ และใหค้ วามร่วมมือ
2 คะแนน = ผฟู้ ังร้อยละ 70-90 สนใจ และใหค้ วามร่วมมอื
1 คะแนน = ผฟู้ ังนอ้ ยกวา่ ร้อยละ 70 สนใจ และใหค้ วามร่วมมือ
แบบประเมนิ กระบวนการทางาน
ชื่อกลุ่ม……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................
รายชื่อสมาชิก 2……………………………………เลขท่ี…….
1……………………………………เลขที่……. 4……………………………………เลขที่…….
3……………………………………เลขท่ี…….
คะแนน ขอ้ คดิ เห็น
ท่ี รายการประเมิน
321
1 การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
2 การแบ่งหนา้ ท่ีรับผดิ ชอบและการเตรียมความพร้อม
3 การปฏิบตั ิหนา้ ที่ที่ไดร้ บั มอบหมาย
4 การประเมินผลและปรับปรุงงาน
รวม
ผปู้ ระเมิน…………………………………………………
วนั ท่ี…………เดือน……………………..พ.ศ…………..
เกณฑ์ การให้ คะแนน
1. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
3 คะแนน = สมาชิกทกุ คนมีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายการทางานอยา่ งชดั เจน
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญ่มีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน
2. การมอบหมายหนา้ ท่ีรับผดิ ชอบและการเตรียมความพร้อม
3 คะแนน = กระจายงานไดท้ ว่ั ถึง และตรงตามความสามารถของสมาชิกทกุ คน มกี ารจดั เตรียมสถานท่ี ส่ือ /
อปุ กรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง
2 คะแนน = กระจายงานไดท้ ว่ั ถึง แตไ่ มต่ รงตามความสามารถ และมีสื่อ / อุปกรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง แต่ขาดการ
จดั เตรียมสถานท่ี
1 คะแนน = กระจายงานไม่ทว่ั ถึงและมีส่ือ / อุปกรณ์ไมเ่ พียงพอ
3. การปฏิบตั ิหนา้ ท่ีท่ีไดร้ ับมอบหมาย
3 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย และตามเวลาท่ีกาหนด
2 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย แต่ชา้ กวา่ เวลาท่ีกาหนด
1 คะแนน = ทางานไม่สาเร็จตามเป้าหมาย
4. การประเมินผลและปรับปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมปรึกษาหารือ แตไ่ ม่ปรับปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมไม่มีส่วนร่วมปรึกษาหารือ และปรับปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมปรึกษาหารือ แตไ่ ม่ปรับปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมไม่มีส่วนร่วมปรึกษาหารือ และปรับปรุงงาน
บันทกึ หลงั การสอน
หน่วยท่ี 11 เรื่อง ลอจกิ เกตและการกาเนิดสัญญาณ
ผลการใช้แผนการเรียนรู้
1. เน้ือหาสอดคลอ้ งกบั จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
2. สามารถนาไปใชป้ ฏิบตั ิการสอนไดค้ รบตามกระบวนการเรียนการสอน
3. ส่ือการสอนเหมาะสมดี
ผลการเรียนของนักเรียน
1. นกั ศึกษาส่วนใหญม่ ีความสนใจใฝ่ รู้ เขา้ ใจในบทเรียน อภิปรายตอบคาถามในกลุ่ม และร่วมกนั
ปฏิบตั ิงานท่ีไดร้ ับมอบหมาย
2. นกั ศึกษากระตือรือร้นและรับผดิ ชอบในการทางานกลุ่มเพ่อื ใหง้ านสาเร็จทนั เวลาท่ีกาหนด
3. นกั ศึกษาทดลองเขียนสญั ลกั ษณ์ของลอจิกเกตได้
4. นกั ศึกษาสาธิตการเขียนตารางความจริงของลอจิกเกตแต่ละชนิดได้
ผลการสอนของครู
1. สอนเน้ือหาไดค้ รบตามหลกั สูตร
2. แผนการสอนและวธิ ีการสอนครอบคลุมเน้ือหาการสอนทาใหผ้ สู้ อนสอนไดอ้ ยา่ งมน่ั ใจ
3. สอนไดท้ นั ตามเวลาท่ีกาหนด