The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอนวงจรพัลส์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by wichit, 2021-04-02 00:16:05

แผนการสอนวงจรพัลส์

แผนการสอนวงจรพัลส์

จากรูปท่ี 8.3 แสดงส่วนของวงจรอะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอร์รูปที่ 8.1 ทางานขณะ Q1
ทางานถึงจุดอิ่มตวั (ON) และ Q2 อยูใ่ นสภาวะคตั อออฟ (OFF) รูปที่ 8.3 (ก) วงจรท่ีส่วน Q1 อยูใ่ นสภาวะอ่ิมตวั
เสมือนสวิตช์ลดั วงจรต่อขา C และขา E ถึงกนั ทาให้ C2 ที่ประจุแรงดนั ไวเ้ ต็มถูกต่อคร่อมขนานขา B และขา E
ของ Q2 เท่ากบั – Vcc ท่ีเวลา t+1 ส่งผลให้ Q2 อยใู่ นสภาวะคตั อออฟ (OFF) อยา่ งสมบูรณ์ชวั่ ขณะหน่ึง ท่ีช่วงเวลา
น้ีตวั C1 ประจุแรงดนั Vcc เก็บไว้

ท่ีเวลาt+1 น้ีจะเห็นวา่ ตวั C2 ต่อรับแรงดนั +Vcc ดว้ ยทาให้ C2 เริ่มประจุเพื่อเปล่ียนข้วั แรงดนั จาก – Vcc
เป็ น + Vcc แทน แสดงดงั รูปท่ี 8.3 (ข) ตวั Q2 ยงั อยูใ่ นสภาวะคตั ออฟ (OFF)จนถึงช่วงเวลา t-2 เพราะในช่วง

เวลา t+1 ถึง t-2 การจ่ายไบแอสให้ Q2 เป็ นการจา่ ยไบแอสกลบั ใหถ้ ึงไบแอส 0 V เม่ือถึงช่วงเวลา t+2 รอยต่อขา B

และขา E ของ Q2 เร่ิมไดร้ ับไบแอสตรงเพิม่ ข้ึนจากการประจุของ C2 ผา่ น RB2 มา ทาให้ Q2 เริ่มทางานอีกคร้ัง
สญั ญาณคล่ืนส่ีเหล่ียมที่เกิดข้ึนจากเอาตพ์ ุตแตล่ ะเอาตพ์ ุตตามรูปที่ 8.1 จะมีความกวา้ งของคลื่นข้ึนอยกู่ บั

ค่า RB1 C1 และ RB2 C2 ท่ีนามาประกอบเขา้ วงจร โดยทาหน้าท่ีเป็ นค่าเวลาคงที่ในการทางาน ถา้ กาหนดใช้ค่า
RB1 C1เทา่ กบั ค่า RB2 C2 จะทาใหไ้ ดค้ วามกวา้ งของคล่ืนออกเอาตพ์ ตุ ท่ี EO1 และ EO2 เท่ากนั

กรณีท่ีตอ้ งการให้ไดค้ วามกวา้ งของคล่ืนสี่เหลี่ยมออกเอาต์พุตที่ E01 และ E02 แตกต่างกนั ทาไดโ้ ดย
ปรับเปลี่ยนค่าใชง้ านของ RB1 C1 และ RB2 C2 ใหแ้ ตกต่างกนั การคานวณหาคา่ คาบเวลาคงท่ี RC ทาไดด้ งั น้ี

ในกรณีท่ีตอ้ งการใหว้ งจรอะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ เป็ นแบบมีความกวา้ งของคล่ืนออกเอาตพ์ ุตเทา่ กนั
หรือแบบสมมาตรกนั สามารถคานวณหาคา่ เวลาคงที่ RC ไดด้ งั น้ี

เมื่อ T = เวลา 1 รอบคล่ืน (ช่วงเวลา T0- T2) หน่วย s
เวลาคงท่ีในการทางานของ Q1 หน่วย s
T1 = เวลาคงท่ีในการทางานของ Q2 หน่วย s
T2 = คา่ ความตา้ นทานท่ีใชใ้ นวงจรส่วนที่ 1 หน่วย
RB1 =

RB2 = คา่ ความตา้ นทานที่ใชใ้ นวงจรส่วนท่ี 2 หน่วย

R = RB1 = RB2 หน่วย

C1 = คา่ ความจุที่ใชใ้ นวงจรส่วนท่ี 1 หน่วย F

C2 = คา่ ความจุที่ใชใ้ นวงจรส่วนท่ี 2 หน่วย F

C = C1 = C2 หน่วย F

ในกรณีที่ตอ้ งการปรับแต่งความกวา้ งของคลื่นสี่เหล่ียมออกเอาต์พุตให้ไดค้ ่าความกวา้ งถูกต้องตาม

ตอ้ งการ สามารถทาได้โดยแทนตวั ต้านทาน RB1 หรือ RB2 ด้วยตวั ต้านทานคงที่ต่ออนุกรมกับตัวต้านทาน
ปรับเปล่ียนค่าไดใ้ นค่าความตา้ นทานท่ีเหมาะสม เขา้ ไปแทนในดา้ นใดดา้ นหน่ึงหรือแทนท้งั สองดา้ น จะช่วยทา

ใหส้ ามารถปรับค่าความกวา้ งของคลื่นสี่เหล่ียมส่งออกเอาตพ์ ุตเปล่ียนแปลงได้ ช่วยใหไ้ ดค้ ่าความกวา้ งของคล่ืน

ส่ีเหลี่ยมที่ถูกตอ้ งตามตอ้ งการออกไปใชง้ าน ลกั ษณะการต่อวงจร แสดงดงั รูปท่ี 8.4

จากรูปท่ี 8.4 แสดงวงจรอะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอร์ แบบปรับค่าความกวา้ งคลื่น

ส่ีเหล่ียมได้ โดยเปล่ียนตวั ตา้ นทาน RB1 ใหเ้ ป็นตวั ตา้ นทาน R11 อนุกรมกบั R12 และเปลี่ยนตวั ตา้ นทาน RB2 ให้
เป็ นตวั ตา้ นทาน R21 อนุกรมกบั R22 วงจรตวั R11 R12 และ C1 ต่อเป็ นวงจรกาหนดเวลาคงท่ีในการทางานของ
Q1 และวงจรตวั R21 R22 และ C2 ต่อเป็ นวงจรกาหนดเวลาคงท่ีในการทางานของ Q2 เม่ือปรับเปลี่ยนค่าความ
ตา้ นทานของ R11 และ R21 ไป เป็นการปรับเปล่ียนคา่ เวลาคงท่ีใหเ้ ปลี่ยนแปลงไป ทาใหค้ วามกวา้ งคลื่นส่ีเหลี่ยม
ถูกปรับเปล่ียนแปลงไป

8.4 อะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดไอซีออปแอมป์

ไอซีออปแอมป์ สามารถนามาสร้างใช้งานเป็ นวงจรอะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ได้ โดยต่อวงจรร่วมกบั

อุปกรณ์ภายนอกจาพวกตวั ตา้ นทาน (R) และตวั เก็บประจุ (C) อีกเล็กนอ้ ย ในแบบป้อนกลบั แบบบวก ก็สามารถ

ใหก้ าเนิดความถ่ีสัญญาณคลื่นส่ีเหลี่ยมได้ วงจรอะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดออปแอมป์

8.5 อะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดไอซี 555

ตวั IC เบอร์ 555 จดั เป็ น IC ต้งั เวลา (Timer IC) เป็ น IC ท่ีนิยมใช้งานอย่างแพร่หลายทวั ่ ไป สามารถ
นาไปประยกุ ตใ์ ชง้ านไดอ้ ยา่ งกวา้ งขวาง หลายหนา้ ท่ีทางาน โดยอาศยั หลกั การประจุและคายประจุแรงดนั ของตวั
เก็บประจุ (C) ร่วมกบั ตวั ตา้ นทาน (R) ท่ีต่อเป็ นวงจรกาหนดค่าเวลาคงที่ ประกอบร่วมกบั ตวั IC เบอร์ 555 พร้อม
กบั อุปกรณ์ประกอบร่วมอื่นๆ อีกเล็กนอ้ ยก็สามารถทาให้ตวั IC เบอร์ 555 ทางานไดต้ ามตอ้ งการ แรงดนั ท่ีป้อน
เล้ียงตวั IC เบอร์ 555 อยู่ระหวา่ ง 4.5 V ถึง 15 V มีกระแสไหลในตวั IC ประมาณ 2 – 3 mA แรงดนั ที่ป้อนเล้ียง
IC เบอร์ 555 เม่ือเปล่ียนแปลงไปมีผลต่อเวลาท่ีต้งั ให้ทางานเปลี่ยนแปลง สามารถนา IC เบอร์ 555 ไปใชง้ านได้
กวา้ งขวาง เช่น วงจรกาเนิดสัญญาณ (Signal Oscillator) และวงจรอ่ืนๆ อีกหลายชนิด รูปร่างจริงและโครงสร้าง
ภายในตวั IC เบอร์ 555
8.6 บทสรุป

อะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ หรือมลั ติไวเบรเตอร์แบบอเสถียร เป็ นวงจรมลั ติไวเบรเตอร์ท่ีสามารถทางาน
ไดด้ ว้ ยตวั เอง โดยไม่จาเป็ นตอ้ งใชส้ ัญญาณจากภายนอกมาควบคุมการทางานซ่ึงมีหลกั การทางานคลา้ ยกบั วงจร
กาเนิดความถ่ี วงจรสามารถทางานและหยุดการทางานสลบั ไปสลบั มาไดด้ ว้ ยตวั เองอยา่ งต่อเนื่องตลอดเวลา เป็ น
วงจรมลั ติไวเบรเตอร์ท่ีทางานไดอ้ ยา่ งอิสระ

ความถ่ีกาเนิดข้ึนมาของวงจรอะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ เป็ นความถ่ีคล่ืนสี่เหล่ียม วงจรถูกสร้างจาก
อุปกรณ์อิเลก็ ทรอนิกส์ไดห้ ลายชนิด มีสภาวะการทางานแบบก่ึงเสถียรภาพ 2 สภาวะระยะเวลาในการทางานของ
แต่ละสภาวะก่ึงเสถียรภาพทงั ้ 2 ส่วน ถูกกาหนดค่าดว้ ยค่าเวลาคงที่ของอุปกรณ์ RC ท่ีประกอบร่วมในวงจร ทา
หนา้ ท่ีเป็นวงจรกาหนดเวลาคงท่ีในการทางานของ

วงจรอะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ การสร้างวงจรทางานสามารถสร้างข้ึนไดจ้ ากอุปกรณ์สารก่ึงตวั นาหลาย
ชนิด เช่น ทรานซิสเตอร์ ไอซีออปแอมป์ และไอซี 555 เป็ นต้นวงจรอะสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ชนิด
ทรานซิสเตอร์ ประกอบข้ึนจากวงจรกลบั สัญญาณชนิดทรานซิสเตอร์ 2 วงจรต่อร่วมกนั โดยต่อเอาต์พุตของ
วงจรแรกเขา้ กบั อินพุตของวงจรที่สองและต่อเอาต์พุตของวงจรท่ีสองเขา้ กบั อินพุตของวงจรแรก เอาตพ์ ุตของ
วงจรกลบั สัญญาณแต่ละวงจรถูกคบั ปลิงหรือถูกเชื่อมต่อดว้ ยตวั RC ไปยงั อินพุตของวงจรกลบั สัญญาณแต่ละ
วงจร

ไอซีออปแอมป์ สามารถนามาสร้างใช้งานเป็ นวงจรอะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ได้ โดยต่อวงจรร่วมกบั
อุปกรณ์ภายนอกจาพวกตวั R และตวั C อีกเล็กน้อย ในแบบป้อนกลบั แบบบวกก็สามารถให้กาเนิดความถี่
สัญญาณคลื่นสี่เหล่ียมได้

ตวั IC เบอร์ 555 จดั เป็ น IC ต้งั เวลา นิยมใช้งานอยา่ งแพร่หลายทวั ่ ไป นาไปประยุกต์ใช้งานไดอ้ ยา่ ง
กวา้ งขวาง หลายหนา้ ที่ใช้งาน ลกั ษณะวงจรเบ้ืองตน้ ท่ีนาไปใชง้ าน เช่น วงจรต้งั เวลา และวงจรหน่วงเวลา เป็ น
ตน้ โดยอาศยั หลกั การประจุและคายประจุแรงดนั ของตวั C และตวั R ที่ตอ่ เป็นวงจรกาหนดค่าเวลาคงท่ี ประกอบ
ร่วมกบั ตวั IC เบอร์ 555 พร้อมกบั อุปกรณ์ประกอบร่วมอ่ืนๆ อีกเล็กนอ้ ย

กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้

ข้ันตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้ันตอนการเรียนรู้หรือกจิ กรรมของนักเรียน

1. ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน (15 นาที ) 1. ข้ันนาเข้าสู่บทเรียน (15 นาที )

1. ผูส้ อนช้ีแจงเร่ืองที่จะศึกษาและจุดประสงค์ 1. ผู้เรี ยนฟังผู้สอนช้ีแจงเรื่ องที่จะศึกษาและ
เชิงพฤติกรรมประจาหน่วยที่ 8 เร่ือง อะสเตเบิลมลั ติ จุดประสงค์เชิงพฤติกรรมประจาหน่วยท่ี 8 เรื่ อง

ไวเบรเตอร์ อะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์

2. ผูส้ อนให้ผู้เรียนยกตัวอย่างชนิดชนิดของ 2. ผูเ้ รียนผเู้ รียนยกตวั อยา่ งชนิดชนิดของวงจรมลั

วงจรมลั ติไวเบรเตอร์ ติไวเบรเตอร์พร้อมใหเ้ หตุผลประกอบ

2. ข้นั ให้ความรู้ (60 นาที) 2. ข้ันให้ความรู้ (60 นาที )

1. ผูส้ อนเปิ ดงานนาเสนอวิชา วงจรพลั ส์และ 1. ผูเ้ รียนฟังงานนาเสนอวิชา วงจรพัลส์และ

สวติ ชิง หน่วยที่ 8 เรื่อง อะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ สวติ ชิง หน่วยที่ 8 เรื่อง อะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์

2. ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนเปิ ดหนังสือเรียนวงจรพลั ส์ 2. ผูเ้ รียนเปิ ดหนังสือเรียนวิชา วงจรพลั ส์และ

และสวิตชิงหน่วยท่ี 8 เรื่อง อะสเตเบิลมัลติไวเบร สวติ ชิงหน่วยที่ 8 เร่ือง อะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ และ

เตอร์ และอธิบายเน้ือหาใหผ้ เู้ รียนฟัง ฟังผสู้ อนอธิบายเน้ือหา

3. ผูส้ อนเปิ ดโอกาส ให้ผูเ้ รียนถามปัญหา และ 3. ผูเ้ รียนถามปัญหา และข้อสงสัยจากเน้ือหา

ข้อสงสัยจากเน้ือหา โดยครูให้ผู้เรียนจาแนกการ โดยครูให้ผเู้ รียนจาแนกการทางานวงจรอะสเตเบิลมลั ติ

ทางานวงจรอะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิล ไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิลเตอร์, ไอซีออปแอมป์ , ไอซี

เตอร์, ไอซีออปแอมป์ , ไอซี 555พร้อมให้ผูเ้ รียน 555 พร้อมช่วยกนั กบั ผสู้ อน

ช่วยกนั กบั ผสู้ อน

3. ข้นั ประยกุ ต์ใช้ ( 120 นาที ) 3. ข้นั ประยุกต์ใช้ ( 120 นาที )

1. ผสู้ อนให้ผูเ้ รียนทาใบปฏิบตั ิงาน 8.1 อะสเต 1. ผูเ้ รียนทาใบปฏิบตั ิงาน 8.1 อะสเตเบิลมลั ติไว

เบิลมลั ติไวเบรเตอร์ ชนิดทรานซิสเตอร์ หน้า 174- เบรเตอร์ ชนิดทรานซิสเตอร์ หนา้ 174-177

177

2. ผสู้ อนให้ผูเ้ รียนทาใบปฏิบตั ิงาน 8.2 อะสเต 2. ผูเ้ รียนทาใบปฏิบตั ิงาน 8.2 อะสเตเบิลมลั ติไว

เบิลมลั ติไวเบรเตอร์ ชนิด IC 555หนา้ 178-178 เบรเตอร์ ชนิด IC 555หนา้ 178-178

กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้

ข้นั ตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้นั ตอนการเรียนรู้หรือกจิ กรรมของนักเรียน

4. ข้ันสรุปและประเมินผล ( 45 นาที ) 4. ข้ันสรุปและประเมินผล ( 45 นาที )

1. ผสู้ อนและผูเ้ รียนร่วมกนั สรุปเน้ือหาที่ไดเ้ รียน 1. ผูส้ อนและผูเ้ รียนร่วมกนั สรุปเน้ือหาที่ไดเ้ รียน

ใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั ใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั

2. ผู้สอนให้ผู้เรี ยนทาแบบฝึ กหัดหน่วยที่ 8 2. ผูเ้ รียนทาแบบฝึ กหัดหน่วยที่ 8 หน้าที่ 171-

หนา้ ท่ี 171-173 173

3. ผูส้ อนและผูเ้ รียนร่วมกันสรุปเน้ือในหน่วย 3. ผูส้ อนและผูเ้ รียนร่วมกันสรุปเน้ือในหน่วย

เรียนท่ี 8 เรื่อง อะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ เรียนท่ี 8 เรื่อง อะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์

(บรรลุจุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ ที่ 1-4) (บรรลุจุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรมขอ้ ท่ี 1-4)

(รวม 240 นาที หรือ 4 คาบเรียน)

งานท่ีมอบหมายหรือกจิ กรรมการวดั ผลและประเมินผล

ก่อนเรียน

1. จดั เตรียมเอกสารหน่วยท่ี 8 อะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์
2. ทาความเขา้ ใจเกี่ยวกบั จุดประสงคก์ ารเรียนของหน่วยท่ี 8 อะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์

ขณะเรียน

1. ทาใบปฏิบตั ิงาน 8.1 อะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ ชนิดทรานซิสเตอร์
2. ทาใบปฏิบตั ิงาน 8.2 อะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ ชนิด IC 555

หลงั เรียน

1. ทาแบบฝึกหดั หน่วยท่ี 8
2. ร่วมกนั สรุปเน้ือหาที่ไดเ้ รียนใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั

ผลงาน/ชิ้นงาน/ความสาเร็จของผู้เรียน

1. แบบฝึกหดั หน่วยที่ 8
2. ทาใบปฏิบตั ิงาน 8.1 อะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ ชนิดทรานซิสเตอร์
3. ทาใบปฏิบตั ิงาน 8.2 อะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ ชนิด IC 555

ส่ือการเรียนการสอน/การเรียนรู้

สื่อส่ิงพมิ พ์
1. เอกสารประกอบการสอนวิชา วงจรพลั ส์และสวิตชิง (ใชป้ ระกอบการเรียนการสอนจุดประสงค์

เชิงพฤติกรรมขอ้ ที่ 1-4)
2. ใบความรู้ท่ี 8 เรื่อง อะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ (ใช้ประกอบการเรียนการสอนข้นั ให้ความรู้

เพือ่ ใหบ้ รรลุจุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 1-4)
3. ใบปฏิบตั ิงาน 8.1 อะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ ชนิดทรานซิสเตอร์ ข้นั ประยกุ ตใ์ ช้ ขอ้ 1
4. ใบปฏิบตั ิงาน 8.2 อะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ ชนิด IC 555 ข้นั ประยกุ ตใ์ ช้ ขอ้ 2
5. แบบฝึกหดั หน่วยท่ี 8 ข้นั สรุปและประเมินผล ขอ้ 2
6. แบบประเมินผลงานตามใบงาน ใชป้ ระกอบการสอนข้นั ประยกุ ตใ์ ช้ ขอ้ 1
7. แบบประเมินพฤติกรรมการทางาน ใชป้ ระกอบการสอนข้นั ประยกุ ตใ์ ช้ ข้นั สรุปและประเมินผล

สื่อโสตทศั น์ (ถา้ มี)
1. เคร่ืองไมโครคอมพวิ เตอร์
2. งานนาเสนอ เร่ือง อะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์

สื่อของจริง
อะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์

แหล่งการเรียนรู้

ในสถานศึกษา
1. หอ้ งสมุด
2. หอ้ งปฏิบตั ิการคอมพิวเตอร์

นอกสถานศึกษา
ผปู้ ระกอบการ สถานประกอบการ ในทอ้ งถ่ิน

การบูรณาการ/ความสัมพนั ธ์กบั วชิ าอ่ืน

1. บูรณาการกับวิชาภาษาไทย เร่ือง การอธิบายคุณสมบัติวงจรอะสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ ,
ยกตวั อยา่ งชนิดชนิดของวงจรมลั ติไวเบรเตอร์

2. บูรณาการกบั วิชาวทิ ยาศาสตร์ เรื่อง สังเกตการทางานวงจรอะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดทราน
ซิลเตอร์, ไอซีออปแอมป์ , ไอซี 555 , จาแนกการทางานวงจรอะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดท
รานซิลเตอร์, ไอซีออปแอมป์ , ไอซี 555

การประเมนิ ผลการเรียนรู้
 หลกั การประเมนิ ผลการเรียนรู้

ก่อนเรียน

1. ความรู้เบ้ืองตน้ ก่อนการเรียนการสอน

ขณะเรียน

1. ตรวจใบปฏิบตั ิงาน 8.1 อะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ ชนิดทรานซิสเตอร์
2. ตรวจใบปฏิบตั ิงาน 8.2 อะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ ชนิด IC 555

หลงั เรียน

1. ตรวจแบบฝึกหดั หน่วยท่ี 8

ผลงาน/ชิน้ งาน/ความสาเร็จของผ้เู รียน

1. แบบฝึกหดั หน่วยที่ 8
2. ทาใบปฏิบตั ิงาน 8.1 อะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ ชนิดทรานซิสเตอร์
3. ทาใบปฏิบตั ิงาน 8.2 อะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ ชนิด IC 555

สมรรถนะทพี่ งึ ประสงค์

ผเู้ รียนสร้างความเขา้ ใจเก่ียวกบั อะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์
1. วเิ คราะห์และตีความหมาย
2. สาธิตพร้อมแสดงท่าทางประกอบ
3. อภิปรายแสดงความคิดเห็น
4. ประยกุ ตค์ วามรู้สู่งานอาชีพ

สมรรถนะการปฏบิ ัตงิ านอาชีพ

1. ใชง้ านอะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์

สมรรถนะการขยายผล

ความสอดคล้อง
จากการเรียนสัปดาห์ท่ี 10 เร่ือง อะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ ผูเ้ รียนจะมีความรู้วงจรมลั ติไวเบรเตอร์
(Multivibrator Circuit) เป็ นวงจรอิเล็กทรอนิกส์ท่ีมีสถานะคงตวั ในการทางานสองสถานะ ถูกนาไปใช้งาน
ร่วมกบั สัญญาณไฟฟ้ากระแสสลบั คลื่นส่ีเหล่ียม โดยนาไปสร้างเป็ นวงจรทางานไดห้ ลายชนิดและหลายหนา้ ที่
เช่น วงจรกาเนิดความถ่ีคล่ืนสี่เหล่ียม(Square Wave Generator) วงจรสวิตช์อิเล็กทรอนิกส์ (Electronic Switch)
และวงจรต้งั เวลา(Timer Circuit) ผเู้ รียนสามารถนาความรู้ที่ไดร้ ับไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชีวติ ประจาวนั

รายละเอียดการประเมินผลการเรียนรู้

 จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 1 อธิบายคุณสมบตั ิวงจรอะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ได้
1. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ

2. เครื่องมือ : แบบทดสอบ

3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : อธิบายคุณสมบตั ิวงจรอะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ได้ จะได้ 2 คะแนน

 จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 2 ยกตวั อยา่ งชนิดชนิดของวงจรมลั ติไวเบรเตอร์ได้

1. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ

2. เคร่ืองมือ : แบบทดสอบ

3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : ยกตวั อยา่ งชนิดชนิดของวงจรมลั ติไวเบรเตอร์ไดจ้ ะได้ 2 คะแนน

 จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 3 สังเกตการทางานวงจรอะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิลเตอร์,

ไอซีออปแอมป์ , ไอซี 555 ได้

1. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ

2. เครื่องมือ : แบบทดสอบ

3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : สังเกตการทางานวงจรอะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิลเตอร์,

ไอซีออปแอมป์ , ไอซี 555 ไดจ้ ะได้ 3 คะแนน

 จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม ขอ้ ท่ี 4 จาแนกการทางานวงจรอะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิล

เตอร์, ไอซีออปแอมป์ , ไอซี 555 ได้

1. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ

2. เคร่ืองมือ : แบบทดสอบ

3. เกณฑ์การให้คะแนน : จาแนกการทางานวงจรอะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิลเตอร์,

ไอซีออปแอมป์ , ไอซี 555 ไดจ้ ะได้ 3 คะแนน

แบบฝึ กหดั หน่วยท่ี 8

ตอนท่ี 1 เขียนเคร่ืองหมายกากบาท (X) ลงในขอ้ ที่ถูกตอ้ งที่สุด

1. อะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์สามารถนาไปสร้างเป็นวงจรทางานอะไรได้

ก. ต้งั เวลา ข. กาเนิดความถ่ี

ค. ควบคุมการทางาน ง. สวติ ช์อิเลก็ ทรอนิกส์

2. วงจรอะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์มีช่ือเรียกอีกชื่อหน่ึงวา่ อะไร

ก. ฟลิปฟลอป ข. วนั ช็อตมลั ติไวเบรเตอร์

ค. ฟรีรันนิงมลั ติไวเบรเตอร์ ง. วาริเอเบิลมลั ติไวเบรเตอร์

3. คล่ืนสญั ญาณท่ีจา่ ยออกเอาตพ์ ตุ ของวงจรอะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์เป็นชนิดใด

ก. สี่เหลี่ยม ข. อินติเกรต

ค. สามเหล่ียม ง. เอกซ์โพเนนเชียล

4. การทางานของวงจรอะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอร์เป็นอยา่ งไร

ก. ทรานซิสเตอร์ 2 วงจรทางานพร้อมกนั ตลอดเวลา

ข. ทรานซิสเตอร์ 2 วงจรทางานสลบั กนั ไปมาดว้ ยตวั เองโดยอตั โนมตั ิ

ค. การทางานของทรานซิสเตอร์ทงั ้ 2 วงจรตอ้ งมีสญั ญาณเขา้ มากระตุน้

ง. ทรานซิสเตอร์ 2 วงจร วงจรหน่ึงทางานตลอดเวลา อีกวงจรหน่ึงไมท่ างานตลอดเวลา

5. การกาหนดเวลาในการทางานของวงจรอะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอร์ ข้ึนอยกู่ บั อุปกรณ์

ส่วนใด

ก. R และตวั ทรานซิสเตอร์

ข. C และตวั ทรานซิสเตอร์

ค. R และ C ที่ต่อร่วมขา C ของทรานซิสเตอร์

ง. R และ C ที่ต่อร่วมขา B ของทรานซิสเตอร์

6. ตอ้ งการปรับเปลี่ยนเวลาในการทางานของวงจรอะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอร์ควรใส่

อุปกรณ์ปรับเปล่ียนค่าไดท้ ่ีส่วนใด

ก. R ปรับเปล่ียนคา่ ไดท้ ี่ขา B ของทรานซิสเตอร์เทียบกบั แหล่งจ่ายไฟฟ้า

ข. R ปรับเปลี่ยนค่าไดท้ ี่ขา C ของทรานซิสเตอร์เทียบกบั แหล่งจา่ ยไฟฟ้า

ค. R ปรับเปล่ียนคา่ ไดท้ ่ีขา B ของทรานซิสเตอร์เทียบกบั กราวด์

ง. R ปรับเปล่ียนค่าไดท้ ่ีขา C ของทรานซิสเตอร์เทียบกบั กราวด์

7. การทางานของวงจรอะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดออปแอมป์ เป็ นอยา่ งไร
ก. ออปแอมป์ 2 วงจรทางานพร้อมกนั ตลอดเวลา
ข. การทางานของออปแอมป์ ตอ้ งมีสญั ญาณเขา้ มากระตุน้
ค. ออปแอมป์ ทางานตามการควบคุมของ RC ที่ประกอบร่วม
ง. ออปแอมป์ 2 วงจร วงจรหน่ึงทางานตลอดเวลา อีกวงจรหน่ึงไม่ทางานตลอดเวลา

8. สญั ญาณท่ีจ่ายออกเอาตพ์ ตุ ของวงจรอะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดออปแอมป์ เป็ นอยา่ งไร

9. IC เบอร์ 555 จดั เป็น IC อยใู่ นประเภทอะไร

ก. ต้งั เวลา ข. หน่วงเวลา

ค. ขยายสัญญาณ ง. กาเนิดสัญญาณ

10. ขาทริกเกอร์ของ IC เบอร์ 555 ทาหนา้ ท่ีอะไร

ก. ขาจ่ายสัญญาณส่งออกเอาตพ์ ุต

ข. กาเนิดสญั ญาณกระตุน้ ออกไปภายนอก

ค. ต่อรับแรงดนั กระตุน้ จากภายนอกเขา้ มา

ง. ควบคุมใหข้ าเอาตพ์ ตุ ของ IC เปล่ียนแปลงระดบั แรงดนั

ตอนท่ี 2 อธิบายใหไ้ ดใ้ จความถูกตอ้ งสมบูรณ์

1. วงจรมลั ติไวเบรเตอร์คืออะไร มีก่ีชนิดอะไรบา้ ง

2. อะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ คืออะไร มีหลกั การทางานอยา่ งไร

3. วงจรตามรูปคือวงจรอะไร มีหลกั การทางานอยา่ งไร อธิบายใหเ้ ขา้ ใจ

4. วงจรตามรูปคือวงจรอะไร มีหลกั การทางานอยา่ งไร อธิบายใหเ้ ขา้ ใจ
5. วงจรตามรูปคือวงจรอะไร มีหลกั การทางานอยา่ งไร อธิบายใหเ้ ขา้ ใจ

ใบปฏิบตั ิงาน8.1
อะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอร์
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวงั
1. ประกอบวงจรอะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอร์ได้
2. ใชอ้ อสซิลโลสโคปวดั สัญญาณในวงจรได้
3. เปลี่ยนแปลงคา่ ความถ่ีที่กาเนิดข้ึนมาได้
4. มีมนุษยสมั พนั ธ์ท่ีดีกบั เพือ่ นร่วมงาน
เครื่องมือและอุปกรณ์
1. ออสซิลโลสโคปชนิด 2 เส้นภาพพร้อมสายวดั 1 เครื่อง
2. แหล่งจา่ ยแรงดนั ไฟตรงปรับค่าได้ 0 – 30 V 1 เคร่ือง
3. มลั ติมิเตอร์ 1 เครื่อง
4. ตวั ตา้ นทาน 470 , 10 k ; 0.5 W ค่าละ 2 ตวั
5. ตวั เก็บประจุ 100 F ; 50 V 2 ตวั
6. ตวั เกบ็ ประจุ 220 F; 50 V 1 ตวั
7. ทรานซิสเตอร์เบอร์ 2N2222 2 ตวั
8. แผงประกอบวงจรและสายต่อวงจร 1 ชุด

ลาดับข้ันการทดลอง
1. ประกอบวงจรตามรูปท่ี 8.1
2. ปรับออสซิลโลสโคปชนิด 2 เส้นภาพให้พร้อมใช้งาน นาไปวดั ค่าในวงจร ให้อินพุต CH1ของ

ออสซิลโลสโคปไปวดั วงจรท่ีเอาตพ์ ุต E01 และให้อินพุต CH2 ของออสซิลโลสโคปวดั วงจรที่เอาต์พุต E02
วดั รูปคลื่นสัญญาณและระดบั ความแรงสัญญาณ ท้งั เอาตพ์ ุต E01 และเอาตพ์ ุต E02บนั ทึกคา่ และรูปร่างสัญญาณ
ไวใ้ นรูปที่ 8.2 ใหม้ ีรูปและเฟสสัญญาณสัมพนั ธ์กนั

3. อ่านช่วงเวลา T1 และ T2 ของสญั ญาณ E02 ท่ีวดั ไดใ้ นลาดบั ข้นั ตอนท่ี 2

4. เปล่ียนค่าความจุ C1 เป็ น 220 F ใช้ออสซิลโลสโคปวดั รูปคล่ืนสัญญาณและระดับความแรง
สญั ญาณท้งั E01 และ E02 บนั ทึกคา่ ไวใ้ นรูปที่ 8.3

5. อา่ นช่วงเวลา T1 และ T2 ของสญั ญาณ E02 ที่วดั ไดใ้ นลาดบั ข้นั ตอนท่ี 4

สรุปผลการทดลอง
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................

คาถามและการวเิ คราะห์
1. วงจรอะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์สามารถทางานไดด้ ว้ ยตวั เองหรือไม่ การทางานของวงจรตามรูปที่ 8.1

เป็นอยา่ งไร

______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________

2. การเปลี่ยนค่าความจุของตวั C1 ในวงจรรูปที่ 8.1 มีผลอยา่ งไรกบั วงจรอะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์

______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________

ใบปฏิบตั ิงาน 8.2 อะสเตเบิลมัลตไิ วเบรเตอร์ ชนิด IC 555

ผลการเรียนรู้ทคี่ าดหวงั

1. ประกอบวงจรอะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิด IC 555 ได้

2. ใชอ้ อสซิลโลสโคปวดั สญั ญาณในวงจรได้

3. เปล่ียนแปลงคา่ ความถี่ที่กาเนิดข้ึนมาได้

4. มีระเบียบวนิ ยั ในการทางาน

เคร่ืองมือและอุปกรณ์

1. ออสซิลโลสโคปชนิด 2 เส้นภาพพร้อมสายวดั 1 เคร่ือง

2. แหล่งจ่ายแรงดนั ไฟตรงปรับค่าได้ 0 – 30 V 1 เครื่อง

3. มลั ติมิเตอร์ 1 เครื่อง

4. ตวั ตา้ นทาน 3.9 k ; 0.5 W 2 ตวั

5. ตวั เกบ็ ประจุ 0.01 F, 0.056 F, 0.1 F ; 50 V ค่าละ 1 ตวั

6. IC เบอร์ 555 1 ตวั

7. แผงประกอบวงจรและสายต่อวงจร 1 ชุด

ลาดบั ข้นั การทดลอง

1. ประกอบวงจรตามรูปที่ 8.4

2. ปรับออสซิลโลสโคปชนิด 2 เส้นภาพให้พร้อมใช้งาน นาไปวดั ค่าในวงจร ให้อินพุต CH1ของ

ออสซิลโลสโคปไปวดั วงจรท่ีเอาตพ์ ุต E0 ขา 3 และให้อินพุต CH2 ของออสซิลโลสโคปวดั วงจรที่ขา 6 เป็ น
สัญญาณที่ Vc1 วดั รูปคล่ืนสัญญาณและระดบั ความแรงสัญญาณ ท้ัง ท่ีเอาต์พุต E0 และท่ีขา 6 บันทึกค่า
สัญญาณและรูปร่างสัญญาณไวใ้ นรูปท่ี 8.5 ใหม้ ีรูปร่างและเฟสสัญญาณสมั พนั ธ์กนั

3. อา่ นช่วงเวลา T1 และ T2 ของสัญญาณ E0ท่ีวดั ไดใ้ นลาดบั ข้นั ตอนท่ี 2
4. เปล่ียนค่าความจุ C1 เป็น 0.056 F ใชอ้ อสซิลโลสโคปวดั รูปคลื่นสญั ญาณและระดบั ความแรง
สญั ญาณท้งั E0 และVc1บนั ทึกค่าไวใ้ นรูปที่ 8.6

5. อา่ นช่วงเวลา T1 และ T2 ของสญั ญาณ EO ที่วดั ไดใ้ นลาดบั ข้นั ตอนที่ 4
สรุปผลการทดลอง

..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................

..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
คาถามและการวเิ คราะห์
1. วงจรอะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ใช้ IC 555 สามารถทางานไดด้ ว้ ยตวั เองหรือไม่ การทางานของวงจร
ตามรูปท่ี 8.4 เป็ นอยา่ งไร

______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________

2. การเปล่ียนคา่ ความจุของตวั C1 ในวงจรรูปที่ 8.4 มีผลอยา่ งไรกบั วงจรอะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ใช้ IC
555

______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________________________

แบบประเมนิ ผลการนาเสนอผลงาน

ชื่อกลุ่ม……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................

รายช่ือสมาชิก

1……………………………………เลขท่ี……. 2……………………………………เลขที่…….

3……………………………………เลขท่ี……. 4……………………………………เลขที่…….

ท่ี รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เห็น

32 1

1 เน้ือหาสาระครอบคลุมชดั เจน (ความรู้เกี่ยวกบั เน้ือหา ความถกู ตอ้ ง

ปฏิภาณในการตอบ และการแกไ้ ขปัญหาเฉพาะหนา้ )

2 รูปแบบการนาเสนอ

3 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม

4 บุคลิกลกั ษณะ กิริยา ท่าทางในการพูด น้าเสียง ซ่ึงทาใหผ้ ฟู้ ังมีความ

สนใจ

รวม

ผปู้ ระเมิน…………………………………………………

เกณฑ์ การให้ คะแนน
1. เน้ือหาสาระครอบคลุมชดั เจนถูกตอ้ ง

3 คะแนน = มสี าระสาคญั ครบถว้ นถูกตอ้ ง ตรงตามจุดประสงค์
2 คะแนน = สาระสาคญั ไม่ครบถว้ น แต่ตรงตามจุดประสงค์
1 คะแนน = สาระสาคญั ไมถ่ ูกตอ้ ง ไมต่ รงตามจุดประสงค์
2. รูปแบบการนาเสนอ
3 คะแนน = มีรูปแบบการนาเสนอที่เหมาะสม มีการใชเ้ ทคนิคท่ีแปลกใหม่ ใชส้ ่ือและเทคโนโลยี

ประกอบการ นาเสนอที่น่าสนใจ นาวสั ดุในทอ้ งถ่ินมาประยกุ ตใ์ ชอ้ ยา่ งคุม้ ค่าและประหยดั
2 คะแนน = มีเทคนิคการนาเสนอที่แปลกใหม่ ใชส้ ื่อและเทคโนโลยปี ระกอบการนาเสนอที่น่าสน ใจ

แต่ขาดการประยกุ ตใ์ ช้ วสั ดุในทอ้ งถ่ิน
1 คะแนน = เทคนิคการนาเสนอไมเ่ หมาะสม และไม่น่าสนใจ
3. การมสี ่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมบี ทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญม่ ีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมบี ทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
4. ความสนใจของผฟู้ ัง
3 คะแนน = ผฟู้ ังมากกวา่ ร้อยละ 90 สนใจ และใหค้ วามร่วมมอื
2 คะแนน = ผฟู้ ังร้อยละ 70-90 สนใจ และใหค้ วามร่วมมอื
1 คะแนน = ผฟู้ ังนอ้ ยกวา่ ร้อยละ 70 สนใจ และใหค้ วามร่วมมอื

แบบประเมนิ กระบวนการทางาน

ชื่อกลุ่ม……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................

รายชื่อสมาชิก 2……………………………………เลขท่ี…….

1……………………………………เลขที่……. 4……………………………………เลขที่…….
3……………………………………เลขท่ี…….
คะแนน ขอ้ คดิ เห็น
ท่ี รายการประเมิน
321
1 การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
2 การแบ่งหนา้ ท่ีรับผดิ ชอบและการเตรียมความพร้อม
3 การปฏิบตั ิหนา้ ที่ที่ไดร้ บั มอบหมาย
4 การประเมินผลและปรับปรุงงาน

รวม

ผปู้ ระเมิน…………………………………………………
วนั ท่ี…………เดือน……………………..พ.ศ…………..

เกณฑ์ การให้ คะแนน

1. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
3 คะแนน = สมาชิกทกุ คนมีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายการทางานอยา่ งชดั เจน
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญ่มีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน

2. การมอบหมายหนา้ ท่ีรับผดิ ชอบและการเตรียมความพร้อม
3 คะแนน = กระจายงานไดท้ ว่ั ถึง และตรงตามความสามารถของสมาชิกทกุ คน มกี ารจดั เตรียมสถานท่ี ส่ือ /
อปุ กรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง
2 คะแนน = กระจายงานไดท้ ว่ั ถึง แต่ไมต่ รงตามความสามารถ และมีสื่อ / อุปกรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง แต่ขาดการ
จดั เตรียมสถานท่ี
1 คะแนน = กระจายงานไม่ทวั่ ถึงและมีส่ือ / อุปกรณ์ไมเ่ พียงพอ

3. การปฏิบตั ิหนา้ ท่ีท่ีไดร้ ับมอบหมาย
3 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย และตามเวลาท่ีกาหนด
2 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย แต่ชา้ กวา่ เวลาที่กาหนด
1 คะแนน = ทางานไมส่ าเร็จตามเป้าหมาย

4. การประเมินผลและปรับปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมปรึกษาหารือ แตไ่ ม่ปรับปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมไม่มีส่วนร่วมปรึกษาหารือ และปรับปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมปรึกษาหารือ แตไ่ ม่ปรับปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมไม่มีส่วนร่วมปรึกษาหารือ และปรับปรุงงาน

บนั ทกึ หลงั การสอน

หน่วยที่ 8 เร่ือง อะสเตเบิลมลั ตไิ วเบรเตอร์

ผลการใช้แผนการเรียนรู้

1. เน้ือหาสอดคลอ้ งกบั จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
2. สามารถนาไปใชป้ ฏิบตั ิการสอนไดค้ รบตามกระบวนการเรียนการสอน
3. ส่ือการสอนเหมาะสมดี

ผลการเรียนของนักเรียน

1. นกั ศึกษาส่วนใหญม่ ีความสนใจใฝ่ รู้ เขา้ ใจในบทเรียน อภิปรายตอบคาถามในกลุ่ม และร่วมกนั
ปฏิบตั ิงานท่ีไดร้ ับมอบหมาย

2. นกั ศึกษากระตือรือร้นและรับผดิ ชอบในการทางานกลุ่มเพือ่ ใหง้ านสาเร็จทนั เวลาท่ีกาหนด
3. นกั ศึกษาใชง้ านอะสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์

ผลการสอนของครู

1. สอนเน้ือหาไดค้ รบตามหลกั สูตร
2. แผนการสอนและวธิ ีการสอนครอบคลุมเน้ือหาการสอนทาใหผ้ สู้ อนสอนไดอ้ ยา่ งมนั่ ใจ
3. สอนไดท้ นั ตามเวลาที่กาหนด

แผนการสอน/แผนการเรียนรู้ภาคทฤษฎี หน่วยที่ 9
สอนสปั ดาห์ท่ี 11
แผนการสอน/การเรียนรู้ภาคทฤษฎี
ช่ือวชิ า วงจรพลั ส์และสวิตชิง คาบรวม 44
จานวนคาบ 4
ชื่อหน่วย โมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์
ชื่อเร่ือง โมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์

สมรรถนะอาชีพประจาหน่วย

1. เลือกวงจรโมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ไปใชง้ านอยา่ งเหมาะสม

สาระสาคญั

โมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ หรือมลั ติไวเบรเตอร์แบบเอกเสถียร บางคร้ัง จะถูกเรียกวา่ วนั ช็อตมลั ติ
ไวเบรเตอร์ หรือมลั ติไวเบรเตอร์แบบสัญญาณลูกโดด คือวงจรทางอิเล็กทรอนิกส์ที่มีสภาวะการทางานอยู่ 2
ส่วน ส่วนหน่ึงอยใู่ นสภาวะเสถียรภาพ และอีกส่วนหน่ึงอยใู่ นสภาวะก่ึงเสถียรภาพ

เร่ืองที่จะศึกษา

1. โมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์
2. โมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอร์
3. โมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดออปแอมป์
4. โมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดไอซี 555
5. บทสรุป

จุดประสงค์การเรียน/การสอน

 จุดประสงค์ทว่ั ไป

1. เพื่อให้มีความรู้ความเขา้ ใจเก่ียวกบั อธิบายลกั ษณะการทางานเบ้ืองตน้ โมโนโนสเตเบิลมลั ติไว
เบรเตอร์(ด้านพุทธิพิสัย)

2. เพื่อใหม้ ีทกั ษะในการฝึกใชง้ านโมโนโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ (ด้านทักษะพิสัย)
3. เพือ่ ใหม้ ีเจตคติที่ดีในการติดตามการทางานโมโนโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์(ด้านจิตพิสัย)

 จุดประสงค์เชิงพฤตกิ รรม

1. อธิบายลกั ษณะการทางานเบ้ืองตน้ โมโนโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ได้ (ดา้ นพุทธิพสิ ัย)
2. ฝึกใชง้ านโมโนโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ได้ (ดา้ นทกั ษะพสิ ัย)
3. ติดตามการทางานโมโนโนสเตเบิลมลั ติไว เบรเตอร์ได้ (ด้านจิตพิสัย)

เนื้อหาสาระการสอน/การเรียนรู้

9.1 โมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์
โมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ หรือมลั ติไวเบรเตอร์แบบเอกเสถียร บางคร้ัง จะถูกเรียกวา่ วนั ช็อตมลั ติไว

เบรเตอร์ หรือมลั ติไวเบรเตอร์แบบสัญญาณลูกโดด คือวงจรทางอิเล็กทรอนิกส์ที่มีสภาวะการทางานอยู่ 2 ส่วน
ส่วนหน่ึงอยใู่ นสภาวะเสถียรภาพ และอีกส่วนหน่ึงอยใู่ นสภาวะก่ึงเสถียรภาพ

ลกั ษณะการทางานของวงจรโมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ ในสภาวะปกติวงจรอยูท่ ่ีสภาวะเสถียรภาพ
จนกวา่ จะมีสัญญาณจากภายนอกป้อนเขา้ มากระตุน้ การทางาน วงจรจะกลบั ไปอยูท่ ี่สภาวะก่ึงเสถียรภาพ เวลาที่
วงจรทางานอยูใ่ นสภาวะก่ึงเสถียรภาพข้ึนอยูก่ บั ค่าเวลาคงท่ีของค่า RC ที่ใชใ้ นวงจร เมื่อหมดเวลาคงท่ีของ RC
วงจรจะกลบั คืนไปสู่สภาวะเสถียรภาพตามเดิมจนกวา่ จะมีสัญญาณจากภายนอกป้อนเขา้ มากระตุน้ การทางานอีก
คร้ังวงจรก็จะกลบั ไปอยูใ่ นสภาวะก่ึงเสถียรภาพชว่ั ขณะอีกคร้ังเป็ นเช่นน้ีเรื่อยไป หลกั การทางานเบ้ืองตน้ ของ
วงจรโมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์
9.2 โมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอร์

วงจรโมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอร์ ประกอบดว้ ยวงจรกลบั สญั ญาณ 2 วงจร เอาตพ์ ุต
ของวงจรกลบั สัญญาณวงจรแรกต่อเป็ นอินพุตของวงจรกลบั สัญญาณวงจรที่สองและเอาต์พุตของวงจรกลบั
สัญญาณวงจรที่สอง ต่อเป็ นอินพุตของวงจรกลบั สัญญาณวงจรแรกโดยท่ีเอาต์พุตของวงจรกลบั สัญญาณวงจร
แรก ส่งผา่ นสัญญาณดว้ ย RC จากเอาตพ์ ุตไปยงั อินพุตของวงจรกลบั สัญญาณวงจรที่สอง ส่วนเอาตพ์ ุตของวงจร
กลบั สัญญาณวงจรท่ีสองส่งผ่านสัญญาณดว้ ย R ไปยงั อินพุตของวงจรกลบั สัญญาณวงจรแรก วงจรโมโนสเต
เบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอร์
9.3 โมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดออปแอมป์

ออปแอมป์ สามารถนามาสร้างเป็ นวงจรโมโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ได้ โดยจดั วงจรใช้งานให้
เหมาะสม และเพิ่มอุปกรณ์ประกอบร่วม RC เขา้ ไปในวงจร สภาวะการเปลี่ยนแปลงการทางานท่ีเอาตพ์ ุตของ
วงจร จะตอ้ งจ่ายพลั ส์เขา้ มากระตุน้ ทางอินพุต เป็ นลกั ษณะวงจรหน่วงเวลาวงจรโมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์
ชนิดออปแอมป์
9.4 โมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดไอซี 555

ตวั IC เบอร์ 555 นิยมนาไปใช้งานอย่างแพร่หลายท่ัว ไป สามารถนาไปประยุกต์ใช้งานได้อย่าง
กวา้ งขวาง หลายหนา้ ท่ีการทางาน หนา้ ที่หน่ึงที่นิยมใชง้ านคือสร้างเป็ นวงจรโมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ หรือ
วงจรต้งั เวลา โดยการประกอบวงจรร่วมกบั อุปกรณ์จาพวก R และ C อีกเล็กน้อย พร้อมจดั วงจรให้ถูกตอ้ ง วงจร
โมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดใช้ IC เบอร์ 555
9.5 บทสรุป

โมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ หรือมลั ติไวเบรเตอร์แบบเอกเสถียร บางคร้ัง จะถูกเรียกวา่ วนั ช็อตมลั ติไว
เบรเตอร์ คือวงจรทางอิเล็กทรอนิกส์ท่ีมีสภาวะการทางานอยู่ 2 ส่วน ส่วนหน่ึงอยใู่ นสภาวะเสถียรภาพ และอีก

ส่วนหน่ึงอยใู่ นสภาวะก่ึงเสถียรภาพ
ลกั ษณะการทางานของวงจรโมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ ในสภาวะปกติวงจรอยู่ท่ีสภาวะเสถียรภาพ

จนกวา่ จะมีสัญญาณจากภายนอกป้อนเขา้ มากระตุน้ การทางาน วงจรจะกลบั ไปอยูท่ ี่สภาวะก่ึงเสถียรภาพ เวลาที่
วงจรทางานอยใู่ นสภาวะก่ึงเสถียรภาพข้ึนอยูก่ บั ค่าเวลาคงที่ของค่า RC ท่ีใชใ้ นวงจร เมื่อหมดเวลาคงที่ของ RC
วงจรจะกลบั คืนไปสู่สภาวะเสถียรภาพตามเดิมจนกว่าจะมีสัญญาณจากภายนอกป้อนเขา้ มากระตุน้ การทางาน
อีกครัง้ วงจรก็จะกลบั ไปอยใู่ นสภาวะก่ึงเสถียรภาพชวั่ ขณะอีกคร้ังเป็นเช่นน้ีเร่ือยไป

วงจรโมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอร์ ประกอบดว้ ยวงจรกลบั สัญญาณ 2 วงจร เอาตพ์ ุต
ของวงจรกลบั สัญญาณวงจรแรกต่อเป็ นอินพุตของวงจรกลบั สัญญาณวงจรที่สองและเอาต์พุตของวงจรกลบั
สัญญาณวงจรท่ีสอง ต่อเป็ นอินพุตของวงจรกลบั สัญญาณวงจรแรก โดยที่เอาตพ์ ุตของวงจรกลบั สัญญาณวงจร
แรก ส่งผา่ นสัญญาณดว้ ย RC จากเอาตพ์ ุตไปยงั อินพุตของวงจรกลบั สัญญาณวงจรท่ีสอง ส่วนเอาตพ์ ุตของวงจร
กลบั สัญญาณวงจรท่ีสองส่งผา่ นสญั ญาณดว้ ย R ไปยงั อินพุตของวงจรกลบั สญั ญาณวงจรแรก

ออปแอมป์ สามารถนามาสร้างเป็ นวงจรโมโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ได้ โดยจัดวงจรใช้งานให้
เหมาะสม และเพิ่มอุปกรณ์ประกอบร่วม RC เขา้ ไปในวงจร สภาวะการเปล่ียนแปลงการทางานที่เอาตพ์ ุตของ
วงจร จะตอ้ งจา่ ยพลั ส์เขา้ มากระตุน้ ทางอินพตุ เป็นลกั ษณะวงจรหน่วงเวลา

ตัว IC เบอร์ 555 นิยมนาไปใช้งานอย่างแพร่หลายทั่วไป สามารถนาไปประยุกต์ใช้งานได้อย่าง
กวา้ งขวาง หลายหนา้ ท่ีการทางาน หนา้ ท่ีหน่ึงท่ีนิยมใชง้ านคือสร้างเป็ นวงจรโมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ หรือ
วงจรต้งั เวลา โดยการประกอบวงจรร่วมกบั อุปกรณ์จาพวก R และ C อีกเลก็ นอ้ ย พร้อมจดั วงจรใหถ้ ูกตอ้ ง

กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้

ข้นั ตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้นั ตอนการเรียนรู้หรือกจิ กรรมของนักเรียน

1. ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน ( 15 นาที ) 1. ข้นั นาเข้าสู่บทเรียน ( 15 นาที )

1. ผู้สอนต้ังคาถามว่า ลักษณ ะการทางาน 1. ผูเ้ รียนช่วยกนั ตอบคาถามตามความเขา้ ใจ ของ

เบ้ืองต้นของโมโนโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ มี แตล่ ะคน

ลกั ษณะอยา่ งไร พร้อมอธิบายเหตุผลประกอบ

2. ผูส้ อนแจง้ จุดประสงค์การเรียนของหน่วยท่ี 2. ผูเ้ รียนทาความเขา้ ใจเกี่ยวกับจุดประสงค์การ

9 เร่ือง โมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ เรียนหน่วยท่ี 9 เร่ือง โมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์

3. ผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนติดตามการทางานโมโนโนส 3. ผเู้ รียนติดตามการทางานโมโนโนสเตเบิลมลั ติ

เตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ ไวเบรเตอร์

2. ข้ันให้ความรู้ ( 60 นาที ) 2. ข้นั ให้ความรู้ (60 นาที )

1. ผสู้ อนให้ผูเ้ รียนศึกษาเอกสารประกอบการ 1. ผูเ้ รียนศึกษาเอกสารประกอบการสอน วิชา

สอน วิชา วงจรพลั ส์และสวิตชิง หน้าท่ี 184-191 วงจรพลั ส์และสวิตชิง หน้าที่ 184-191 โดยผูส้ อน

โดยผสู้ อนสอนทีละหนา้ สอนทีละหนา้

2. ผู้สอนให้ผู้เรี ยนฝึ กใช้งานโมโนโนสเต 2. ผูเ้ รียนฝึ กใช้งานโมโนโนสเตเบิลมลั ติไวเบร

เบิลมลั ติไวเบรเตอร์ เตอร์

3. ข้นั ประยุกต์ใช้ (120 นาที ) 3. ข้ันประยุกต์ใช้( 120 นาที )

1. ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนทาใบปฏิบัติงาน 9.1 โม 1. ผเู้ รียนทาใบปฏิบตั ิงาน 9.1 โมโนสเตเบิลมลั ติ

โนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอร์ หน้า ไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอร์ หนา้ 195-198

195-198

2. ผูส้ อนให้ผูเ้ รียนทาใบปฏิบัติงาน 9.2 โม 2. ผเู้ รียนทาใบปฏิบตั ิงาน 9.2 โมโนสเตเบิลมลั ติ

โนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิด IC 555 หน้า 199- ไวเบรเตอร์ชนิด IC 555 หนา้ 199-201

201

3. ผู้ ส อ น ใ ห้ ผู้ เรี ย น สื บ ค้ น ข้ อ มู ล จ า ก 3. ผสู้ อนใหผ้ เู้ รียนสืบคน้ ขอ้ มูลจากอินเทอร์เน็ต

อินเทอร์เน็ต

กจิ กรรมการเรียนการสอนหรือการเรียนรู้

ข้นั ตอนการสอนหรือกจิ กรรมของครู ข้นั ตอนการเรียนรู้หรือกจิ กรรมของนักเรียน

4. ข้ันสรุปและประเมินผล ( 45 นาที ) 4. ข้นั สรุปและประเมินผล ( 45 นาที )

1. ผสู้ อนและผูเ้ รียนร่วมกนั สรุปเน้ือหาท่ีไดเ้ รียน 1. ผสู้ อนและผูเ้ รียนร่วมกนั สรุปเน้ือหาที่ไดเ้ รียน

ใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั ใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั

2. ผู้สอนให้ผู้เรี ยนทาแบบฝึ กหัดหน่วยที่ 9 2. ผูเ้ รียนทาแบบฝึ กหัดหน่วยท่ี 19 หน้าที่ 192-

หนา้ ท่ี 192-194 194

3. ผูส้ อนและผูเ้ รียนร่วมกันสรุปเน้ือในหน่วย 3. ผูส้ อนและผูเ้ รียนร่วมกันสรุปเน้ือในหน่วย

เรียนที่ 9 เร่ือง โมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ เรียนที่ 9 เรื่อง โมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์

(บรรลุจุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อที่ 1-3) (บรรลจุ ุดประสงค์เชิงพฤติกรรมข้อที่ 1-3)

(รวม 240 นาที หรือ 4 คาบเรียน)

งานทม่ี อบหมายหรือกจิ กรรมการวดั ผลและประเมนิ ผล

ก่อนเรียน

1. จดั เตรียมเอกสารหน่วยท่ี 9 โมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์
2. ทาความเขา้ ใจเกี่ยวกบั จุดประสงคก์ ารเรียนของหน่วยที่ 9 โมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์

ขณะเรียน

1. ทาใบปฏิบตั ิงาน 9.1 โมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอร์
2. ทาใบปฏิบตั ิงาน 9.2 โมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิด IC 555

หลงั เรียน

1. ทาแบบฝึกหดั หน่วยท่ี 9
2. ร่วมกนั สรุปเน้ือหาที่ไดเ้ รียนใหม้ ีความเขา้ ใจในทิศทางเดียวกนั

ผลงาน/ชิ้นงาน/ความสาเร็จของผู้เรียน

1. แบบฝึกหดั หน่วยท่ี 8
2. ทาใบปฏิบตั ิงาน 9.1 โมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอร์
3. ทาใบปฏิบตั ิงาน 9.2 โมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิด IC 555

ส่ือการเรียนการสอน/การเรียนรู้

ส่ือส่ิงพมิ พ์
1. เอกสารประกอบการสอนวิชา วงจรพลั ส์และสวิตชิง (ใช้ประกอบการเรียนการสอนจุดประสงค์

เชิงพฤติกรรมขอ้ ท่ี 1-3)
2. ใบความรู้ท่ี 9 เรื่อง โมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ (ใช้ประกอบการเรียนการสอนข้นั ให้ความรู้

เพอ่ื ใหบ้ รรลุจุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 1-3)
3. ใบปฏิบตั ิงาน 9.1 โมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอร์ ข้นั ประยกุ ตใ์ ช้ ขอ้ 1
4. ใบปฏิบตั ิงาน 9.2 โมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิด IC 555 ข้นั ประยกุ ตใ์ ช้ ขอ้ 2
5. แบบฝึกหดั หน่วยที่ 9 ข้นั สรุปและประเมินผล ขอ้ 2
6. แบบประเมินผลงานตามใบงาน ใชป้ ระกอบการสอนข้นั ประยกุ ตใ์ ช้ ขอ้ 1
7. แบบประเมินพฤติกรรมการทางาน ใชป้ ระกอบการสอนข้นั ประยกุ ตใ์ ช้ ข้นั สรุปและประเมินผล

สื่อโสตทศั น์ (ถา้ มี)
1. เอกสารประกอบการสอน วชิ า วงจรพลั ส์และสวิตชิง เร่ือง โมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์

ส่ือของจริง
โมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์

แหล่งการเรียนรู้

ในสถานศึกษา
1. หอ้ งสมุด
2. หอ้ งปฏิบตั ิการคอมพวิ เตอร์

นอกสถานศึกษา
ผปู้ ระกอบการ สถานประกอบการ ในทอ้ งถ่ิน

การบูรณาการ/ความสัมพนั ธ์กบั วชิ าอื่น

1. บูรณาการกบั วิชาภาษาไทย เรื่อง อธิบายลกั ษณะการทางานเบ้ืองตน้ โมโนโนสเตเบิลมลั ติไวเบร
เตอร์

2. บูรณาการกบั วชิ างานอาชีพ เรื่อง ฝึกใชง้ านโมโนโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ได้

การประเมนิ ผลการเรียนรู้
 หลกั การประเมินผลการเรียนรู้

ก่อนเรียน

1. ความรู้เบ้ืองตน้ ก่อนการเรียนการสอน

ขณะเรียน

1. ตรวจใบปฏิบตั ิงาน 9.1 โมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอร์
2. ตรวจใบปฏิบตั ิงาน 9.2 โมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิด IC 555

หลงั เรียน

1. ตรวจแบบฝึกหดั หน่วยท่ี 9

ผลงาน/ชิน้ งาน/ความสาเร็จของผ้เู รียน

1. แบบฝึกหดั หน่วยท่ี 9
2. ใบปฏิบตั ิงาน 9.1 โมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอร์
3. ใบปฏิบตั ิงาน 9.2 โมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิด IC 555

สมรรถนะทีพ่ งึ ประสงค์

ผเู้ รียนสร้างความเขา้ ใจเกี่ยวกบั โมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์
1. วเิ คราะห์และตีความหมาย
2. สาธิตพร้อมแสดงทา่ ทางประกอบ
3. อภิปรายแสดงความคิดเห็น
4. ประยกุ ตค์ วามรู้สู่งานอาชีพ

สมรรถนะการปฏบิ ัตงิ านอาชีพ

1. เลือกวงจรโมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ไปใชง้ านอยา่ งเหมาะสม

สมรรถนะการขยายผล

ความสอดคล้อง
จากการเรียนสัปดาห์ที่ 11 เรื่อง โมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ ผเู้ รียนจะมีความรู้โมโนสเตเบิลมลั ติไว
เบรเตอร์ หรือมลั ติไวเบรเตอร์แบบเอกเสถียร บางคร้ัง จะถูกเรียกวา่ วนั ช็อตมลั ติไวเบรเตอร์ หรือมลั ติไวเบร
เตอร์แบบสัญญาณลูกโดด คือวงจรทางอิเล็กทรอนิกส์ท่ีมีสภาวะการทางานอยู่ 2 ส่วน ส่วนหน่ึงอยูใ่ นสภาวะ
เสถียรภาพ และอีกส่วนหน่ึงอยใู่ นสภาวะก่ึงเสถียรภาพ

รายละเอียดการประเมินผลการเรียนรู้

 จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 1 อธิบายลกั ษณะการทางานเบ้ืองตน้ โมโนโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์
ได้

1. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ

2. เคร่ืองมือ : แบบทดสอบ

3. เกณฑ์การให้คะแนน : อธิบายลกั ษณะการทางานเบ้ืองตน้ โมโนโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์จะได้
3 คะแนน

 จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 2 ฝึกใชง้ านโมโนโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ได้

1. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ

2. เครื่องมือ : แบบทดสอบ

3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : ฝึกใชง้ านโมโนโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ได้ จะได้ 4 คะแนน

 จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม ขอ้ ที่ 3 ติดตามการทางานโมโนโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ได้

1. วธิ ีการประเมิน : ทดสอบ

2. เครื่องมือ : แบบทดสอบ

3. เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน : ติดตามการทางานโมโนโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ได้ จะได้ 3 คะแนน

แบบฝึ กหัดหน่วยท่ี 9

ตอนท่ี 1 เขียนเคร่ืองหมายกากบาท (X) ลงในขอ้ ท่ีถูกตอ้ งที่สุด

1. วงจรโมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์สามารถนาไปสร้างเป็ นวงจรทางานอะไรได้

ก. ต้งั เวลา ข. กาเนิดความถี่

ค. ควบคุมการทางาน ง. สวติ ชอ์ ิเลก็ ทรอนิกส์

2. วงจรโมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์มีช่ือเรียกอีกชื่อหน่ึงวา่ อะไร

ก. ฟลิปฟลอป ข. วนั ช็อตมลั ติไวเบรเตอร์

ค. ฟรีรันนิงมลั ติไวเบรเตอร์ ง. วาริเอเบิลมลั ติไวเบรเตอร์

3. การทางานของวงจรโมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ขอ้ ใดถูกตอ้ ง

ก. ทางานไดด้ ว้ ยตวั เองโดยอตั โนมตั ิ

ข. ใหก้ าเนิดสัญญาณคลื่นสี่เหล่ียมข้ึนมาดว้ ยตวั เอง

ค. เปล่ียนแปลงการทางานชวั่ ขณะเมื่อมีสัญญาณกระตุน้ เขา้ มา

ง. เปลี่ยนแปลงการทางานสลบั กนั ทุกคร้ัง เม่ือมีสญั ญาณกระตุน้ เขา้ มา

4. ในสภาวะเสถียรภาพของวงจรโมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอร์เป็ นอยา่ งไร

ก. ทรานซิสเตอร์ 2 วงจรทางานพร้อมกนั ตลอดเวลา

ข. ทรานซิสเตอร์ 2 วงจรไม่ทางานพร้อมกนั ตลอดเวลา

ค. ทรานซิสเตอร์ 2 วงจรทางานสลบั กนั ไปมาดว้ ยตวั เองโดยอตั โนมตั ิ

ง. ทรานซิสเตอร์ 2 วงจร วงจรหน่ึงทางานตลอดเวลา อีกวงจรหน่ึงไม่ทางานตลอดเวลา

5. จากรูปวงจรโมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอร์ ในสภาวะปกติ การทางานของวงจรเป็ น

อยา่ งไร

ก. ตวั Q1 และตวั Q2 ทางานพร้อมกนั
ข. ตวั Q1 OFF ตวั Q2 ON ตลอดเวลา
ค. ตวั Q1 OFF ชว่ั ขณะและเร่ิม ON ทนั ที
ง. ตวั Q1 และตวั Q2 ทางานสลบั กนั ไปมา
6. จากรูปขอ้ 5 อุปกรณ์ท่ีกาหนดคา่ เวลาคงที่ในการเปลี่ยนสภาวะการทางานของวงจรคืออะไร

ก. R1, C1 ข. R3, C3

ค. R21, R22, C2 ง. R1, C1, R21, R22, C2

7. จากรูปขอ้ 5 เมื่อ Q2 ON ผลการทางานของวงจรจะเป็นเช่นไร
ก. แรงดนั ออกท่ี Eo เทา่ กบั +Vcc

ข. อินพตุ Ei เสมือนถูกตอ่ ลงกราวด์

ค. ตวั C2 ประจุแรงดนั ไวซ้ า้ ยบวกขวาลบ

ง. ตวั C1 คายประจุแรงดนั ผา่ น Q2 Q2 ลงกราวด์
8. จากรูปขอ้ 5 สัญญาณท่ีจา่ ยออกเอาตพ์ ุตท่ี EO เป็นอยา่ งไร

9. การทางานของวงจรโมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดออปแอมป์ เป็นอยา่ งไร

ก. ออปแอมป์ 2 วงจร วงจรหน่ึงทางานตลอดเวลา อีกวงจรหน่ึงไม่ทางานตลอดเวลา

ข. ออปแอมป์ ทางานตามการควบคุมของ RC ท่ีประกอบร่วม

ค. ออปแอมป์ 2 วงจรทางานพร้อมกนั ตลอดเวลา

ง. ออปแอมป์ ทางานตอ้ งป้อนสญั ญาณกระตุน้

10. วงจรโมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดใช้ IC เบอร์ 555 นิยมนาไปใชเ้ ป็นวงจรอะไร

ก. กาหนดเวลาทางาน ข. หน่วงเวลา

ค. ต้งั เวลา ง. ถูกทุกขอ้

ตอนที่ 2 อธิบายใหไ้ ดใ้ จความถูกตอ้ งสมบูรณ์

1. หลกั การทางานเบ้ืองตน้ ของวงจรโมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์เป็ นอยา่ งไร อธิบายพร้อมวาดรูปประกอบ

2. วงจรตามรูปคือวงจรอะไร มีหลกั การทางานอยา่ งไร อธิบายใหเ้ ขา้ ใจ

3. วงจรตามรูปคือวงจรอะไร มีหลกั การทางานอยา่ งไร อธิบายใหเ้ ขา้ ใจ
4. วงจรตามรูปคือวงจรอะไร มีหลกั การทางานอยา่ งไร อธิบายใหเ้ ขา้ ใจ

ใบปฏบิ ตั งิ าน 9.1

โมโนสเตเบิลมัลติไวเบรเตอร์ ชนิดทรานซิสเตอร์

ผลการเรียนรู้ที่คาดหวงั

1. ประกอบวงจรโมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอร์ได้

2. ใชอ้ อสซิลโลสโคปวดั สญั ญาณในวงจรได้

3. วาดรูปสญั ญาณท่ีกาเนิดข้ึนมาได้

4. มีน้าใจต่อเพอ่ื นร่วมงาน

เครื่องมือและอุปกรณ์

1. ออสซิลโลสโคปชนิด 2 เส้นภาพพร้อมสายวดั 1 เครื่อง

2. แหล่งจา่ ยแรงดนั ไฟตรงปรับค่าได้ 0 – 30 V 1 เคร่ือง

3. มลั ติมิเตอร์ 1 เครื่อง

4. ตวั ตา้ นทาน 120 k ; 0.5 W 1 ตวั

5. ตวั ตา้ นทาน 10 k ; 0.5 W 5 ตวั

6. ตวั เก็บประจุ 0.1 F, 4.7 F, 10 F ; 50 V ค่าละ 1 ตวั

7. ไดโอดเบอร์ 1N4148 1 ตวั

8. ทรานซิสเตอร์เบอร์ 2N2222 2 ตวั

9. สวติ ช์กดติดปล่อยดบั 1 ตวั

10. แผงประกอบวงจรและสายต่อวงจร 1 ชุด

ลาดบั ข้นั การทดลอง

1. ประกอบวงจรตามรูปที่ 9.1

2. ปรับออสซิลโลสโคปชนิด 2 เส้นภาพใหพ้ ร้อมใชง้ าน นาไปวดั สัญญาณในวงจร ใหอ้ ินพตุ CH1ของ
ออสซิลโลสโคปวดั วงจรที่อินพตุ E1 และใหอ้ ินพุต CH2 ของออสซิลโลสโคปวดั วงจรท่ีเอาตพ์ ุต E0

3. กดสวติ ช์ S1 และปล่อยมือทนั ที สงั เกตรูปคลื่นที่เกิดข้ึน วดั รูปคล่ืนสัญญาณและระดบั ความแรง
สญั ญาณ ท้งั อินพตุ Ei และเอาตพ์ ตุ Eo บนั ทึกคา่ และรูปร่างสัญญาณไวใ้ นรูปที่ 9.2 ใหม้ ีรูปและเฟสสญั ญาณ
สัมพนั ธ์กนั

4. กดสวติ ช์ S1 และปล่อยมือทนั ทีหลายๆ คร้ังเป็นระยะๆ สงั เกตรูปคล่ืนท่ีเกิดข้ึนมีการเปลี่ยนแปลงไป
จากรูปสัญญาณท่ีวดั ไดห้ รือไม่

5. อา่ นช่วงเวลา T ของสัญญาณ E0 ที่วดั ไดใ้ นลาดบั ข้นั ตอนที่ 3
T = …………………………… s

1. เปล่ียนค่าความจุ C1 เป็น 10 F ทดลองซ้าตามข้นั ตอนท่ี 3 – 4 ใชอ้ อสซิลโลสโคปวดั รูป
คลื่นสัญญาณและระดบั ความแรงสัญญาณท้งั Ei และ E0 บนั ทึกคา่ ไวใ้ นรูปท่ี 9.3

2. อ่านช่วงเวลา T ของสญั ญาณ E0 ท่ีวดั ไดใ้ นลาดบั ข้นั ตอนท่ี 6
T = …………………………… s

สรุปผลการทดลอง
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................

คาถามและการวเิ คราะห์
1. วงจรโมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์สามารถทางานไดด้ ว้ ยตวั เองหรือไม่ การทางานของวงจรตามรูปท่ี

9.1 เป็นอยา่ งไร
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________

2. การเปลี่ยนค่าความจุของตวั C2ในวงจรรูปท่ี 9.1 มีผลอยา่ งไรกบั วงจรโมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________
______________________________________________________________________________

ใบปฏิบตั ิงาน 9.2

โมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิด IC 555

ผลการเรียนรู้ทค่ี าดหวงั

1. ประกอบวงจรโมโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิด IC 555 ได้

2. ใชอ้ อสซิลโลสโคปวดั สัญญาณในวงจรได้

3. วาดรูปสัญญาณที่กาเนิดข้ึนมาได้

4. มีกิจนิสัยท่ีดีในการทางาน

เครื่องมือและอปุ กรณ์

1. ออสซิลโลสโคปชนิด 2 เส้นภาพพร้อมสายวดั 1 เคร่ือง

2. แหล่งจา่ ยแรงดนั ไฟตรงปรับค่าได้ 0 – 30 V 1 เครื่อง

3. มลั ติมิเตอร์ 1 เครื่อง

4. ตวั ตา้ นทาน 10 k , 500 k , 1 M ; 0.5 W คา่ ละ 1 ตวั

5. ตวั เก็บประจุ 0.01 μF, 1 μF ; 50 V ค่าละ 1 ตวั

6. IC เบอร์ 555 1 ตวั

7. สวติ ชก์ ดติดปล่อยดบั 1 ตวั

8. แผงประกอบวงจรและสายต่อวงจร 1 ชุด

ลาดับข้ันการทดลอง

1. ประกอบวงจรตามรูปท่ี 9.4

2. ปรับออสซิลโลสโคปชนิด 2 เส้นภาพให้พร้อมใชง้ าน นาไปวดั สัญญาณในวงจร ให้อินพุต CH1ของ
ออสซิลโลสโคปวดั วงจรที่อินพุต EI และใหอ้ ินพตุ CH2 ของออสซิลโลสโคปวดั วงจรที่เอาตพ์ ตุ Ei

3. กดสวิตช์ S1 และปล่อยมือทนั ที สังเกตรูปคลื่นท่ีเกิดข้ึน วดั รูปคลื่นสัญญาณและระดับความแรง
สัญญาณ ท้งั อินพุต Ei และเอาต์พุต Eo บนั ทึกค่าและรูปร่างสัญญาณไวใ้ นรูปท่ี 9.5 ให้มีรูปและเฟสสัญญาณ
สัมพนั ธ์กนั

4. กดสวติ ช์ S1 และปล่อยมือทนั ทีหลายๆ คร้ังเป็นระยะๆ สังเกตรูปคลื่นที่เกิดข้ึนมีการเปลี่ยนแปลงไป
จากรูปสัญญาณที่วดั ไดห้ รือไม่

5. อา่ นช่วงเวลา T ของสัญญาณ Eo ที่วดั ไดใ้ นลาดบั ข้นั ตอนที่ 3
T = …………………………… s

6. เปล่ียนค่า R2 เป็ น 1 M ใช้ออสซิลโลสโคปวดั รูปคล่ืนสัญญาณและระดับความแรงสัญญาณท้ัง
อินพตุ Ei และเอาตพ์ ตุ Eo บนั ทึกคา่ ไวใ้ นรูปท่ี 9.6

7. อา่ นช่วงเวลา T ของสญั ญาณ Eo ที่วดั ไดใ้ นลาดบั ข้นั ตอนที่ 6
T = …………………………… s

สรุปผลการทดลอง
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................
..............................................................................................................................................

คาถามและการวเิ คราะห์
1. การเปล่ียนคา่ ความตา้ นทานตวั R2เพิ่มข้ึน ในวงจรรูปท่ี 9.4 มีผลอยา่ งไรกบั วงจรโมโนสเต

เบิลมลั ติไวเบรเตอร์ใช้ IC 555
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________
_____________________________________________________________________________________

แบบประเมนิ ผลการนาเสนอผลงาน

ชื่อกลุ่ม……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................

รายช่ือสมาชิก

1……………………………………เลขท่ี……. 2……………………………………เลขที่…….

3……………………………………เลขท่ี……. 4……………………………………เลขที่…….

ท่ี รายการประเมิน คะแนน ขอ้ คดิ เห็น

32 1

1 เน้ือหาสาระครอบคลุมชดั เจน (ความรู้เกี่ยวกบั เน้ือหา ความถกู ตอ้ ง

ปฏิภาณในการตอบ และการแกไ้ ขปัญหาเฉพาะหนา้ )

2 รูปแบบการนาเสนอ

3 การมีส่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม

4 บุคลิกลกั ษณะ กิริยา ท่าทางในการพูด น้าเสียง ซ่ึงทาใหผ้ ฟู้ ังมีความ

สนใจ

รวม

ผปู้ ระเมิน…………………………………………………

เกณฑ์ การให้ คะแนน
1. เน้ือหาสาระครอบคลุมชดั เจนถูกตอ้ ง

3 คะแนน = มสี าระสาคญั ครบถว้ นถูกตอ้ ง ตรงตามจุดประสงค์
2 คะแนน = สาระสาคญั ไม่ครบถว้ น แต่ตรงตามจุดประสงค์
1 คะแนน = สาระสาคญั ไมถ่ ูกตอ้ ง ไมต่ รงตามจุดประสงค์
2. รูปแบบการนาเสนอ
3 คะแนน = มีรูปแบบการนาเสนอที่เหมาะสม มีการใชเ้ ทคนิคท่ีแปลกใหม่ ใชส้ ่ือและเทคโนโลยี

ประกอบการ นาเสนอที่น่าสนใจ นาวสั ดุในทอ้ งถ่ินมาประยกุ ตใ์ ชอ้ ยา่ งคุม้ ค่าและประหยดั
2 คะแนน = มีเทคนิคการนาเสนอที่แปลกใหม่ ใชส้ ื่อและเทคโนโลยปี ระกอบการนาเสนอที่น่าสน ใจ

แต่ขาดการประยกุ ตใ์ ช้ วสั ดุในทอ้ งถ่ิน
1 คะแนน = เทคนิคการนาเสนอไมเ่ หมาะสม และไม่น่าสนใจ
3. การมสี ่วนร่วมของสมาชิกในกลุ่ม
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนมบี ทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญม่ ีบทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมบี ทบาทและมีส่วนร่วมกิจกรรมกลุ่ม
4. ความสนใจของผฟู้ ัง
3 คะแนน = ผฟู้ ังมากกวา่ ร้อยละ 90 สนใจ และใหค้ วามร่วมมือ
2 คะแนน = ผฟู้ ังร้อยละ 70-90 สนใจ และใหค้ วามร่วมมอื
1 คะแนน = ผฟู้ ังนอ้ ยกวา่ ร้อยละ 70 สนใจ และใหค้ วามร่วมมือ

แบบประเมนิ กระบวนการทางาน

ชื่อกลุ่ม……………………………………………ช้นั ………………………หอ้ ง...........................

รายชื่อสมาชิก 2……………………………………เลขท่ี…….

1……………………………………เลขที่……. 4……………………………………เลขที่…….
3……………………………………เลขท่ี…….
คะแนน ขอ้ คดิ เห็น
ท่ี รายการประเมิน
321
1 การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
2 การแบ่งหนา้ ท่ีรับผดิ ชอบและการเตรียมความพร้อม
3 การปฏิบตั ิหนา้ ที่ที่ไดร้ บั มอบหมาย
4 การประเมินผลและปรับปรุงงาน

รวม

ผปู้ ระเมิน…………………………………………………
วนั ท่ี…………เดือน……………………..พ.ศ…………..

เกณฑ์ การให้ คะแนน

1. การกาหนดเป้าหมายร่วมกนั
3 คะแนน = สมาชิกทกุ คนมีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายการทางานอยา่ งชดั เจน
2 คะแนน = สมาชิกส่วนใหญ่มีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน
1 คะแนน = สมาชิกส่วนนอ้ ยมีส่วนร่วมในการกาหนดเป้าหมายในการทางาน

2. การมอบหมายหนา้ ท่ีรับผดิ ชอบและการเตรียมความพร้อม
3 คะแนน = กระจายงานไดท้ ว่ั ถึง และตรงตามความสามารถของสมาชิกทกุ คน มกี ารจดั เตรียมสถานท่ี ส่ือ /
อปุ กรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง
2 คะแนน = กระจายงานไดท้ ว่ั ถึง แต่ไมต่ รงตามความสามารถ และมีสื่อ / อุปกรณ์ไวอ้ ยา่ งพร้อมเพรียง แต่ขาดการ
จดั เตรียมสถานท่ี
1 คะแนน = กระจายงานไม่ทว่ั ถึงและมีส่ือ / อุปกรณ์ไมเ่ พียงพอ

3. การปฏิบตั ิหนา้ ท่ีท่ีไดร้ ับมอบหมาย
3 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย และตามเวลาท่ีกาหนด
2 คะแนน = ทางานไดส้ าเร็จตามเป้าหมาย แต่ชา้ กวา่ เวลาที่กาหนด
1 คะแนน = ทางานไม่สาเร็จตามเป้าหมาย

4. การประเมินผลและปรับปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมปรึกษาหารือ แตไ่ ม่ปรับปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมไม่มีส่วนร่วมปรึกษาหารือ และปรับปรุงงาน
3 คะแนน = สมาชิกทุกคนร่วมปรึกษาหารือ ติดตาม ตรวจสอบ และปรับปรุงงานเป็นระยะ
2 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมปรึกษาหารือ แตไ่ ม่ปรับปรุงงาน
1 คะแนน = สมาชิกบางส่วนมีส่วนร่วมไม่มีส่วนร่วมปรึกษาหารือ และปรับปรุงงาน

บันทกึ หลงั การสอน

หน่วยท่ี 9 เรื่อง โมโนสเตเบิลมลั ตไิ วเบรเตอร์

ผลการใช้แผนการเรียนรู้

1. เน้ือหาสอดคลอ้ งกบั จุดประสงคเ์ ชิงพฤติกรรม
2. สามารถนาไปใชป้ ฏิบตั ิการสอนไดค้ รบตามกระบวนการเรียนการสอน
3. ส่ือการสอนเหมาะสมดี

ผลการเรียนของนักเรียน

1. นกั ศึกษาส่วนใหญม่ ีความสนใจใฝ่ รู้ เขา้ ใจในบทเรียน อภิปรายตอบคาถามในกลุ่ม และร่วมกนั
ปฏิบตั ิงานท่ีไดร้ ับมอบหมาย

2. นกั ศึกษากระตือรือร้นและรับผดิ ชอบในการทางานกลุ่มเพอื่ ใหง้ านสาเร็จทนั เวลาที่กาหนด
3. นกั ศึกษาฝึกใชง้ านโมโนโนสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ได้

ผลการสอนของครู

1. สอนเน้ือหาไดค้ รบตามหลกั สูตร
2. แผนการสอนและวธิ ีการสอนครอบคลุมเน้ือหาการสอนทาใหผ้ สู้ อนสอนไดอ้ ยา่ งมนั่ ใจ
3. สอนไดท้ นั ตามเวลาท่ีกาหนด

แผนการสอน/แผนการเรียนรู้ภาคทฤษฎี หน่วยท่ี 10
สอนสปั ดาหท์ ่ี 12
แผนการสอน/การเรียนรู้ภาคทฤษฎี
ช่ือวชิ า วงจรพลั ส์และสวติ ชิง คาบรวม 48
จานวนคาบ 4
ช่ือหน่วย ไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์
ช่ือเร่ือง ไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์

สมรรถนะอาชีพประจาหน่วย

1. ใชไ้ บสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์

สาระสาคญั

ไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ หรือมลั ติไวเบรเตอร์แบบทวิเสถียร จะเรียกไดอ้ ีกชื่อหน่ึงว่า ฟลิปฟลอป
เป็ นวงจรมลั ติไวเบรเตอร์อีกชนิดหน่ึงที่การเปลี่ยนแปลงการทางานตอ้ งมีสัญญาณอินพุตป้อนเขา้ มาควบคุมให้
วงจรทางาน สภาวะการทางานของวงจรแบบเสถียรภาพมี 2 สภาวะแบ่งสภาวะการทางานแบบเสถียรภาพ
ออกเป็น 2 ส่วน

เร่ืองท่จี ะศึกษา

1. ไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์
2. ไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดทรานซิสเตอร์
3. ไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดไอซีออปแอมป์
4. ไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ชนิดไอซี 555
5. บทสรุป

จุดประสงค์การเรียน/การสอน

 จุดประสงค์ทวั่ ไป

1. เพ่ือให้มีความรู้ความเขา้ ใจเก่ียวกบั เขียนโครงร่างการทางานไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ (ด้าน
พทุ ธิพิสัย)

2. เพ่อื ใหม้ ีทกั ษะในการสังเกตการทางานทางานไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์(ด้านทักษะพิสัย)
3. เพื่อใหม้ ีเจตคติท่ีดีในการจดั ลาดบั การทางานทางานไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ (ด้านจิตพิสัย)

 จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม

1. เขียนโครงร่างการทางานไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ได้ (ดา้ นพุทธิพิสัย)

2. สังเกตการทางานทางานไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ได้ (ดา้ นทกั ษะพิสัย)
3. จดั ลาดบั การทางานทางานไบสเตเบิลมลั ติไวเบรเตอร์ได้ (ด้านจิตพิสัย)


Click to View FlipBook Version