The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือประกอบไพ่ Tiny Theater Tarot ซึ่งเป็นไพ่ที่นำเอาตัวละครในวรรณคดี นิทาน หรือเรื่องเล่าต่าง ๆ ของไทยมาวาดเป็นตัวละครบนหน้าไพ่ หนังสือเล่มนี้เป็นการเล่าเรื่องราวของตัวละครให้ผู้อ่านได้เข้าใจในตัวละครเหล่านั้นมากยิ่งขึ้น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by WorawitNu2, 2022-03-12 03:53:29

รวมเรื่องเล่าใน Tiny Theater Tarot

หนังสือประกอบไพ่ Tiny Theater Tarot ซึ่งเป็นไพ่ที่นำเอาตัวละครในวรรณคดี นิทาน หรือเรื่องเล่าต่าง ๆ ของไทยมาวาดเป็นตัวละครบนหน้าไพ่ หนังสือเล่มนี้เป็นการเล่าเรื่องราวของตัวละครให้ผู้อ่านได้เข้าใจในตัวละครเหล่านั้นมากยิ่งขึ้น

Keywords: tarot ไพ่ทาโรต์ ไพ่ยิปซี

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 239

สวรรคอ์ ยู่ ชายหนุ่มเหลา่ น้ันก็เข้ามาร่วมทำดว้ ยจนรวมเป็นกลุ่มมาณพชาย
หนุ่ม 33 คนทพี่ ากนั มาช่วยปรับปรงุ ถนนหนทางต่าง ๆ ทุกวนั

แต่สิ่งที่เหล่ามาณพกำลังทำอยู่นั้นกลับไม่เป็นที่ยินดีของนายบ้าน
อจลคามที่เป็นคนพาล เพราะเขาคิดว่าหากบรรดามาณพเข้าป่าไปหาเนื้อ
หาปลาและต้มเหล้ากินเหมือนชายหนุ่มทั่ว ๆ ไปแล้ว ตนก็จะได้ประโยชน์
จากสว่ นแบ่งบา้ ง นายบ้านจึงไปบอกให้พวกเขาเลิกทำเสียแตบ่ รรดามาณพ
ก็ไม่ยอมทำตาม ทำให้นายบ้านไม่พอใจเป็นอย่างมากจึงไปทูลฟ้องพระราชา
ว่าเหล่ามาณพซ่องสุมกันเป็นโจรเพื่อดักปล้นชาวบ้าน พระราชาไม่ทันได้
พิจารณาจึงให้กำลังทหารไปพร้อมกับนายบ้านเพื่อจับกุมมาณพทั้งหมดมา
ประหารชีวิตโดยการให้ช้างเหยยี บ มฆมาณพได้บอกให้เพื่อน ๆ แผ่เมตตา
และไม่อาฆาตต่อผู้ที่คิดร้าย ด้วยอานิสงส์ของการแผ่เมตตาทำให้ช้างไม่
ยอมเหยียบ พระราชาเข้าใจว่าช้างตื่นตกใจเพราะเห็นคนจำนวนมากจึงให้
คลุมมาณพทั้งหมดไว้ด้วยเสื่อ แต่ช้างก็ยังไม่ยอมเหยียบและกลับเดินถอย
หนีไปไกล ทำให้พระราชาฉุกคิดได้ว่าต้องมีเหตุจึงให้นำเหล่ามาณพมา
สอบสวนจนได้ทราบความจริง

พระราชาได้ขอโทษในสิ่งที่ทำผิดพลาดลงไป แล้วได้ส่ังลงโทษนาย
บ้านพรอ้ มกับลูกเมยี ให้มาเป็นทาสของมาณพ อีกท้งั ยังไดม้ อบช้างเชือกน้ัน
ไว้ใช้สอย และมอบหมู่บ้านอจลคามให้พวกเขาดูแลอีกด้วย ฝ่ายมาณพทั้ง
สามสบิ สามตา่ งก็รู้สึกอัศจรรยก์ ับอานิสงส์แหง่ บุญท่ีพวกตนได้กระทำจึงคิด
ที่จะทำบุญให้ยิ่งขึ้นไปอีก พวกเขาจึงร่วมมือกันสร้างศาลาไว้ที่ทางสี่แพร่ง
เพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชนมากขึ้นกว่าเดิม เมื่อรวบรวมทรัพย์ได้

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 240

แล้วจึงไดจ้ ้างชา่ งไมใ้ ห้มาจัดทำ โดยท่ีพวกเขาตกลงกันว่าจะร่วมบุญเฉพาะ
พวกเขาเองเทา่ นน้ั โดยมใิ หส้ ตรเี ขา้ มารว่ มบุญนดี้ ้วย

มฆมาณพนั้นมีภรรยาอยู่สี่คนมีนามว่า สุนันทา สุจิตรา สุธัมมา
และสุชาดา นางสุธัมมามีจิตศรัทธาอยากจะร่วมบุญครั้งนี้ด้วย จึงแอบ
ว่าจ้างช่างไม้ให้ช่วยสร้างช่อฟ้าขึ้นและนำไปเก็บไว้ในเรือนของตน เมื่อถึง
เวลาที่ศาลาจะยกช่อฟ้านายช่างก็แสร้งทำเป็นลืมว่าศาลานี้ต้องมีช่อฟ้า
หากจะสร้างช่อฟ้ากเ็ กรงจะไม่ทันเวลาจึงขอให้ไปหาช่อฟ้าท่ีมีผู้สร้างไว้แล้ว
นางสุธัมมาจึงได้ร่วมบุญดว้ ยช่อฟ้าน้ัน ฝา่ ยนางสนุ ันทาต้องการจะรว่ มบุญบ้าง
เมื่อศาลาสร้างเสร็จเธอจึงได้สร้างสระโบกขรณีขึ้นเพื่อให้คนที่มาพักได้ใช้
เป็นน้ำดื่มและน้ำอาบ นางสุจิตราก็ได้รว่ มบุญด้วยการสรา้ งสวนดอกไม้ขึน้
สว่ นนางสุชาดานน้ั เธอคิดว่าตนเองเปน็ ภรรยาของมฆมาณพอยู่แลว้ ผลบุญ
ทสี่ ามีทำย่อมตกมาถึงตัวเธอท่เี ปน็ ภรรยาดว้ ยจงึ มิไดร้ ่วมทำบุญแตอ่ ย่างใด

ศาลาที่เหล่ามาณพสร้างขึ้นนั้นแบ่งออกเป็นสามส่วนด้วยกันคือ
ส่วนที่หนึ่งเป็นส่วนสำหรับต้อนรับอิสรชน (ผู้หลักผู้ใหญ่ เช่น พระราชา)
ส่วนทีส่ องสำหรับคนเข็ญใจ ยากจน หรอื คนเดนิ ทางหาท่ีพักไม่ได้ และส่วน
ที่สามสำหรับผู้เจ็บป่วย ที่พื้นศาลาได้ปูไม้กระดานที่สลักชื่อของมาณพท้ัง
สามสิบสามคนลงบนไม้กระดานคนละแผ่น และได้สั่งช้างไว้ว่าหากมีผู้ใด
เขา้ มานั่งพักบนไมก้ ระดานท่สี ลกั ชื่อของใครก็ใหช้ า้ งพาผู้น้ันไปยังเรือนของ
ผนู้ ัน้ เพอ่ื ท่ีจะไดด้ ูแลตอ้ นรบั ใหเ้ ป็นอยา่ งดี

หลังจากที่ส้ินชีวิตลงแลว้ มฆมาณพพร้อมพวกทั้งสามสบิ สามคนก็
ได้บังเกิดยังสวรรค์ พวกเขาได้กำจัดเทพเดิมที่ดื่มสุราจนเมามายลงจาก
สวรรค์จนเปน็ เหตใุ หเ้ กิดสงครามระหว่างเทวดาและอสูร (อา่ นเรอื่ งราวได้ท่ี

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 241

ไพ่ The Emperor) สวรรค์นั้นจึงได้ชื่อว่าดาวดึงส์อันมีความหมายว่า
สามสิบสามตามจำนวนของเทพที่เกิดขึ้นใหม่นั้น มฆมาณพได้เป็นท้าว
สกั กะเทวราชหรือพระอินทร์ เหล่ามาณพผูเ้ ปน็ สหายเปน็ เทพบตุ ร นายชา่ ง
ไม้เป็นพระวิษณุกรรม ช้างเกิดเป็นเทพบุตรเอราวัณ (ทำหน้าที่แปลงเป็น
ช้างเพื่อเป็นพาหนะของเทพทั้งสามสิบสามตน) ส่วนสุนันทา สุจิตรา สุธัมมา
ได้บงั เกิดเป็นชายาของพระอนิ ทร์ ส่วนนางสชุ าดาน้ันมิได้ร่วมบญุ ด้วยจึงทำ
ให้เธอเวียนวา่ ยตายเกดิ อยู่หลายภพชาติ จนพระอนิ ทร์ได้ชกั นำให้เธอรักษา
ศลี หา้ จึงไดม้ าบงั เกิดเป็นชายาลำดับทสี่ ขี่ องพระอนิ ทร์ในสวรรค์ดาวดึงส์

ความเชื่อมโยงกับไพ่ใบนี้คือการร่วมมือกันสร้างศาลาเพื่อเป็น
สาธารณประโยชน์ของมหมาณพและเหล่าสหายทั้งสามสิบสามคน ภาพ
หน้าไพ่เป็นภาพของมฆมาณพกำลังมองนายช่างไม้ท่ีตกแต่งศาลา โดยมี
สหายมาณพอกี ผหู้ นง่ึ กำลังถอื แบบแปลนอยูด่ า้ นขา้ ง
ความหมายเบื้องต้น

การวางแผน การทำงานเป็นทีม การจ้างงาน ความช่วยเหลือ
การอนเุ คราะห์ การสนบั สนุน การเปน็ พีเ่ ลี้ยงทีป่ รกึ ษา
ความหมายหัวกลับ

การไมใ่ ห้ความร่วมมือ คำวิพากย์วจิ ารณ์ทีร่ ุนแรง ปัญหาในการทำงาน
การทำงานทสี่ ะเพรา่ หรือทำอยา่ งลวก ๆ การไม่ไดร้ บั การสนับสนนุ



-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 242

Four of Pentacles - ป่โู สม


ปู่โสมหรือปู่โสมเฝ้าทรัพย์ คือผีหรือ
วญิ ญาณท่ีทำหน้าท่ีพิทักษ์รักษาทรัพย์สมบัติ
อันล้ำค่าหรือทรัพย์สมบัติของแผ่นดิน ทำ
หน้าที่คล้ายเจ้าที่เจ้าทาง หรือเทพารักษ์ท่ี
พทิ ักษท์ รัพยส์ มบัติน้ันเอาไว้

เรื่องของปู่โสมเฝ้าทรัพย์นั้นปรากฏ
อยู่ในเรื่องเล่าเกี่ยวกับผีไทย โดยกล่าวว่าใน
สมยั โบราณช่วงทีม่ ีศึกสงคราม เมื่อขา้ ศึกเข้า
มาล้อมบ้านล้อมเมืองไว้ ผู้คนก็จะนำเอาทรัพย์สมบัติที่ตนเองมีไปฝังดิน
เอาไว้ โดยมุ่งหมายว่าหากสงครามสิ้นสุด บ้านเมืองกลับสู่ภาวะปกติก็จะมา
ขุดเอาสมบตั ิของตนกลับไป จงึ มักจะฝังซ่อนเอาไว้ในที่ทเ่ี ร้นลับไม่มีผู้ใดรู้เห็น
ผู้ท่ีมีบริวารมากก็หอบหิ้วสมบัติเข้าไปซ่อนไว้ในป่าที่ห่างไกล ปรากฏเรื่อง
เล่าว่าครั้งหนึ่งนายโสมซึ่งเป็นหัวหน้าคนสนิทของขุนนางผู้ใหญ่ได้นำเอา
ทรัพย์สมบัติมีค่าเป็นจำนวนมากไปซ่อนไว้ในถ้ำ แล้วนายโสมก็จัดการฆ่า
ปิดปากพวกพ้องของตนจนตายหมดเพื่อมิให้ความลับที่ซ่อนสมบัตินั้นหลดุ
รอดไปได้ จงึ เหลือนายโสมเปน็ ผูท้ ีอ่ ย่เู ฝา้ สมบตั แิ ตเ่ พยี งผู้เดยี ว
เมื่อกรุงแตกผู้คนสูญหายกันไปมาก ขุนนางผู้ใหญ่ผู้เป็นเจ้าของ
สมบตั ิกไ็ มไ่ ด้กลับมารบั คนื นายโสมก็อยเู่ ฝ้าจนตวั ตายไปกับสมบัติเหล่านั้น
วิญญาณของเขาจึงเฝ้าสมบัติอยู่ตลอดมา และยังมีเรื่องเล่าอีกว่าในป่าเขา
อนั ลล้ี บั ก็น่าจะยังมีทรัพยล์ ำ้ ค่ามหาศาลซ่อนอยู่มากมาย ผู้ท่ีไปพบเห็นต่าง

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 243

ล้วนเป็นพระธุดงค์ไม่ใยดใี นสิ่งเหล่านั้นอีกแล้ว ปู่โสมเฝ้าทรัพย์ยังมีอำนาจ
ที่จะเคลื่อนย้ายทรัพย์สมบัติที่อยู่ใต้ดินให้หนีไปจากผู้ที่ต้องการจะขุดได้
อีกด้วย จึงทำให้เป็นเรื่องยากที่จะมีผู้ใดขุดพบ และอำนาจของปู่โสมก็
อาจจะทำให้ผู้ที่มายุ่งเกี่ยวกับสมบัติเหล่านั้นต้องมีอันเป็นไปต่าง ๆ นานา
อีกด้วย ดังท่ีปรากฏข่าวการลักลอบขุดกรุสมบัติที่วัดราชบูรณะ จังหวัด
พระนครศรีอยุธยา จนเป็นเหตุให้ผู้ที่ขุดต้องกลายเป็นคนเสียสติไป ส่วน
ร้านทองท่ีรบั ซอื้ กต็ อ้ งประสบปญั หาและพากันปิดกจิ การ

ความเชื่อมโยงกับไพ่ใบนี้คือการพิทักษ์รักษาและการปกป้องทรัพย์
สมบัติของปู่โสม ภาพหน้าไพ่เป็นภาพของปู่โสมนั่งเฝ้าทรัพย์สมบัติอยู่
โดยการนั่งทับและการจับไว้ในมืออย่างแน่นหนา เพื่อไม่ให้สมบัตินั้นหลุด
จากตัวไปได้
ความหมายเบ้ืองตน้

ความหนักแน่น ความมั่นคง ความมีเสถียรภาพ ความหนักแน่น
ความระมัดระวัง ความรอบคอบ การปกป้องทรัพยากร การจำกัดขอบเขต
การอดออม ประหยดั มธั ยัสถ์
ความหมายหัวกลับ

การใช้จ่ายอย่างสุรุ่ยสุร่าย การขาดความมั่นคง ขาดเสถียรภาพ
ความโลภ การกักตนุ



-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 244

Five of Pentacles - ลักษณวงศ์


ลักษณวงศ์เป็นโอรสของท้าวพรหมทัต
กษัตริย์ผู้ครองกรุงพาราณสีกับนางสุวรรณ
อำภา วันหนึ่งท้าวพรหมทัตได้พามเหสีและ
โอรสประพาสป่า นางยกั ษ์มา่ ยตนหน่งึ เหน็ ท้าว
พรหมทัตก็หลงรักจึงแปลงกายเป็นกวางทอง
หลอกล่อให้ท้าวพรหมทัตออกติดตาม เม่ือ
ถึงกลางป่าจึงกลับเป็นนางยักษ์แล้วแกล้ง
กล่าวหาว่านางสุวรรณอำภาสั่งให้ตนมาฆ่า
ท้าวพรหมทตั เข้าใจว่าเป็นความจรงิ ก็โกรธนางสวุ รรณอำภามากแล้วก็สลบ
ไปเพราะความกลัว นางยักษ์จึงแปลงเป็นสาวงามนั่งเฝ้าอยู่ทำทีเป็นผู้ช่วย
ชีวิตจากนางยักษ์ เมื่อท้าวพรหมทัตฟื้นขึ้นก็พานางแปลงกลับมายังขบวน
เสด็จแล้วสั่งให้ประหารชีวิตนางสุวรรณอำภาเสีย ลักษณวงศ์เข้ามาทูลขอ
ชีวิตมารดาก็ถูกสง่ั ให้นำตัวไปประหารชีวิตด้วยเชน่ กนั
ครั้นเมื่อถึงเวลาประหารเพชฌฆาตไม่สามารถประหารชีวิตนาง
สวุ รรณอำภาไดเ้ นื่องจากพระอินทร์ได้มาช่วยคุ้มครอง เพชฌฆาตจึงปล่อยตัว
ทั้งสองให้หนีเข้าป่าไป นางสุวรรณอำภาและลักษณวงศ์พากันรอนแรมมา
ในป่าวนั หนงึ่ ท้งั สองนอนหลับทีร่ ิมสระน้ำ ยกั ษ์วิรญุ มาศได้มาพบเข้าก็หลงรัก
นางสุวรรณอำภาจึงปลุกเธอให้ตื่นขึน้ แล้วพาตัวไปเป็นมเหสี โดยขู่ว่าจะฆ่า
ลกั ษณวงศ์เสียหากเธอไม่ยอมทำตาม นางสุวรรณอำภาจึงจำใจต้องทิ้งโอรส
ไว้กลางป่าแลว้ ตามยักษไ์ ป แต่ยักษก์ ไ็ ม่สามารถลว่ งเกนิ นางสวุ รรณอำภาได้

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 245

เนื่องจากเธอได้อธิษฐานให้อวัยวะเพศหายไป แต่ยักษ์วิรุญมาศก็ยังคงเลีย้ งดู
เธอดว้ ยความรกั เปน็ อยา่ งดี

เมื่อลักษณวงศ์ตื่นขึ้นไม่พบมารดาก็เที่ยวติดตามหาจนไปถึงอาศรม
ของพระฤๅษีมหาเมฆ ณ ที่น้ีเองเขาได้พบกับเด็กหญงิ ผู้หน่ึงนามว่าทิพเกสร
ซ่ึงมกี ำเนดิ มาจากดอกบวั ลกั ษณวงศไ์ ด้ร่ำเรียนวชิ ากับพระฤๅษโี ดยมีทิพเกสร
คอยอยู่เคียงข้างและเป็นเพื่อนเล่นอยู่เสมอ ทั้งสองได้เติบโตและบังเกิด
ความรักขึ้นแก่กนั วันหนึ่งพระลักษณวงศ์ฝันถงึ มารดาเมือ่ ต่ืนขึ้นก็ให้คิดถงึ
เป็นกำลัง วันต่อมาจึงลาพระฤๅษีเพื่อออกติดตามหามารดา พระฤๅษีจึงได้
เสกม้ากับพระขรรค์ให้ เขาได้ให้สัญญากับทิพย์เกสรว่าจะกลับมารับแล้ว
ออกเดินทางไปจนได้พบกับฝูงลิงที่นางสุวรรณอำภาฝากผ้าสไบไว้ให้และชี้ทาง
ไปยังเมืองมยุรา ลักษณวงศ์จึงสามารถติดตามไปสังหารยักษ์วิรุญมาศแล้ว
ช่วยเหลือมารดาได้ ต่อมาเขาคิดถึงทิพเกสรจึงตั้งใจจะกลับไปรับมาอยู่
ด้วยกัน แต่นางสุวรรณอำภาอยากให้ไปช่วยพระบิดาที่ต้องเสน่ห์นางยักษ์
เสียก่อน ลักษณวงศ์จึงเดินทางไปปราบนางยักษ์ที่เมืองพาราณสีและสามารถ
ชว่ ยเหลอื ท้าวพรหมทัตให้พน้ จากเสนห่ ์ของนางยักษ์ได้

ฝ่ายทิพเกสรเฝ้ารอคอยลักษณวงศ์อยู่ทุกวันคืน จนกระทั่งพระฤๅษี
อาพาธและสิน้ ชวี ิตลง เธอเศรา้ โศกเสยี ใจเป็นอย่างมากจึงตัดสนิ ใจจะผูกคอตาย
นกแก้วสองผัวเมียได้เข้ามาห้ามไว้เธอจึงมีสติขึ้นมา ในขณะนั้นมีกินรีห้านาง
บินผา่ นมาเห็นจึงเข้ามาถามไถเ่ หตุการณ์ เม่อื ทราบความแลว้ จึงชวนทิพเกสร
ไปอยู่ด้วยกันที่ถ้ำสุรกานต์บนเขามณี โดยนางกินรีจะคอยผลัดเวรกันมาที่
อาศรมเพื่อรอลักษณวงศ์ ทิพเกสรจึงได้เผาศพพระฤๅษีพร้อมทั้งกุฏิไปด้วยกัน
ครั้นลักษณวงศ์มาถึงก็พบเพียงเถ้าถ่านของอาศรม เมื่อได้ทราบเรื่องราว

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 246

จากนกแก้วก็บรรเทาความเศร้าโศกลง แล้วจึงได้พบกับนางกินรีที่บินแวะ
มายงั อาศรม เธอพาพระลักษณวงศ์ไปที่ถ้ำเพ่ือพบกับทิพเกสร หลังจากนั้น
ลักษณวงศ์ก็ได้ทิพเกสรและนางกินรีทั้งห้าเป็นชายา แล้วลักษณวงศ์จึงพา
ทิพเกสรเดนิ ทางกลบั เมอื ง แต่ระหว่างทางได้มีเหตุให้ทั้งสองต้องพลัดพราก
จากกนั เม่ือวทิ ยาธรตนหนึ่งมาพบทั้งสองในขณะที่กำลังหลบั และเห็นทิพเกสร
มีหน้าตางดงามจึงลักพาตัวไป วิทยาธรอีกตนก็ได้มาพบเข้าก็เกิดการต่อสู้
ชิงนางขึ้นจนตายกันไปทั้งคู่ ทิพเกสรจึงถูกทิ้งให้อยู่กลางป่าเพียงลำพัง
เทพยดาที่สิงสถิตอยู่ในต้นรังมีความสงสารจึงแปลงกายเป็นพราหมณ์ชรา
แล้วมอบแหวนวิเศษให้ แหวนนี้หากสวมนิ้วนางจะกลายเพศเป็นพราหมณ์
หากสวมนิ้วก้อยจะกลายเป็นสตรีดังเดิม และได้ชี้ทางให้เธอไปตามหา
ลักษณวงศ์

ฝา่ ยลกั ษณวงศ์เม่ือต่ืนขึน้ ไม่พบทิพเกสรก็เท่ียวตามหาจนมาถึงเมือง
อุบลซึ่งท้าวกรดสุริกาลเป็นผู้ครองเมือง ต่อมาลักษณวงศ์ได้พระธิดายี่สุ่น
เป็นมเหสีและได้ขึ้นครองเมืองอุบล ทิพเกสรเดินทางมาถึงในร่างของ
พราหมณ์หนุ่มน้อย ซึ่งขณะนั้นเธอกำลังตั้งครรภ์แต่อยู่ในร่างพราหมณ์จึง
ไม่มีใครสังเกตเห็น เมื่อพราหมณ์ทิพเกสรทราบว่าลักษณวงศ์แต่งงานกับ
ยี่สุ่นก็เสียใจมาก เธอได้เข้าไปถวายตวั รับใช้ ลักษณวงศ์เห็นพราหมณเ์ กสร
มรี ูปรา่ งหน้าตา นำ้ เสยี ง และชื่อคล้ายกับทิพเกสรก็มจี ิตยินดีรับไว้ พราหมณ์
เกสรเฝ้ารับใช้อย่างใกล้ชิดจนเป็นที่โปรดปรานของลักษณวงศ์ จนทำให้
ยี่สุ่นริษยาจึงคิดอุบายใส่ความว่าพราหมณ์เกสรลวนลามตน ลักษณวงศ์
หลงเชื่อและพิโรธมากจึงสั่งให้นําพราหมณ์เกสรไปประหารชีวิต เมื่อ
เพชฌฆาตลงดาบ พราหมณ์ก็คืนร่างกลับเป็นทิพเกสรและคลอดโอรสใน

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 247

ตอนนั้น เมื่อลักษณวงศ์ทราบเรื่องจึงรีบไปที่ลานประหาร ครั้นพบว่าเป็น
ทิพเกสรก็เศร้าโศกเสียใจเป็นอย่างมาก จึงสั่งให้เคลื่อนศพเข้าเมืองและจัด
พิธีถวายเพลงิ ใหอ้ ย่างย่ิงใหญ่

ความเชอื่ มโยงกบั ไพ่ใบคือการถูกทอดทิ้งให้ต้องตกระกำลำบากของ
นางสุวรรณอำภาและลักษณวงศ์จากผู้ที่เป็นสามีและผู้ทีเ่ ป็นพ่อ ซึ่งเหตุการณ์
การถกู ทอดทิ้งในลักษณะน้ียังปรากฏอยู่ในวรรณคดีไทยหลาย ๆ เรือ่ ง อันเป็น
เหตใุ ห้เกิดเรอื่ งราวการผจญภยั ต่าง ๆ ของตัวละครเอกตามมา
ความหมายเบ้ืองต้น

ความไม่แน่นอน ความไม่มั่นคง ความขาดแคลน การบาดหมาง
การเปล่ยี นเจ้าของ ความลำบาก การเจบ็ ปว่ ย
ความหมายหัวกลับ

ความก้าวหน้าทางการเงิน เศรษฐกิจท่ีปรับตวั ดีขึ้น การชดเชยในสง่ิ
ที่ขาดแคลน ความฟ้งุ เฟ้อ



-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 248

Six of Pentacles - พระเวสสนั ดร


พระเวสสันดรเป็นตัวละครในเรื่อง
พระเวสสันดรชาดก ผู้ซึ่งเป็นพระโพธิสัตว์ท่ี
ลงมาบงั เกิดยงั โลกมนุษย์เพอ่ื บำเพ็ญปรมัตถ
บารมีด้านทานบารมีซึ่งเป็นพระชาติสุดทา้ ย
กอ่ นท่จี ะตรัสรเู้ ป็นพระพทุ ธเจ้า

เมื่อถึงกาลอันควรพระโพธิสัตว์ได้จุติ
จากสวรรค์ชั้นดุสิตลงสู่ครรภ์ของพระนาง
ผุสดี มเหสีของพระเจ้าสัญชัยแห่งกรุงสีพี
เมื่อครบถ้วนทศมาสก็ประสูติในขณะที่พระนางผุสดีกำลังเสด็จประพาส
พระนครถึงบริเวณตรอกพ่อค้า จึงให้นามโอรสว่า เวสสันดร ซึ่งแปลว่า
ระหว่างพ่อค้า เมื่อประสูติออกมากุมารน้อยก็แสดงปฏิหาริย์โดยการถาม
พระมารดาถึงทรัพย์ที่จะทำทานทันทีที่ลืมตาดูโลก พระนางผุสดีก็ได้
ประทานทรัพย์ออกให้ทานตามทโี่ อรสปรารถนา และในขณะเดียวกันพญาช้าง
ฉัททันต์ก็ได้พาลูกช้างเผือกอันมีนามว่าปัจจัยนาเคนทร์มาเป็นช้างเผือก
คู่บารมีของพระเวสสันดรอีกด้วย
พระเวสสันดรเป็นผู้ที่พอใจในการบริจาคทานเป็นอย่างยิ่ง และตั้งมั่น
ที่จะบริจาคทานถึงขั้นอุกกฤษฏ์คือการบริจาคบุตร ภรรยาเลือดเนื้อและ
ชีวิตของตนเป็นทานเพื่อบำเพ็ญทานบารมีสำหรับการตรัสรู้ในอนาคต
ข้างหน้า เมื่ออายุได้สิบหกปีพระเจ้าสัญชัยก็ยกราชสมบัติให้พร้อมท้ัง
จัดการอภิเษกกับพระนางมัทรีเจ้าหญิงในตระกูลมาตุลราชวงศ์ ทั้งสองมี

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 249

โอรสและธิดาด้วยกันสององค์คือพระชาลีกับพระกัณหา วันหนึ่งพระเจ้า
กาลงิ คราชได้สง่ ราชทูตมาขอช้างเผือกปจั จัยนาเคนทรซ์ ่ึงเป็นช้างค่บู ้านคู่เมือง
นครสีพีไปยังกรุงกลิงคราชเพื่อให้ฝนฟ้าตกต้องตามฤดูกาล พระเวสสันดร
ก็ประทานให้จึงทำให้ชาวเมืองไม่พอใจพากันมาชุมนุมแล้วขอให้พระเจ้า
สัญชัยพระบิดาลงโทษพระเวสสันดร พระเจ้าสัญชัยจึงจำใจถอดพระ
เวสสันดรออกจากกษัตริย์แล้วขับไล่ให้ออกจากเมืองไป พระมัทรีมัทรีและ
ลกู ท้งั สองก็ได้ตามพระเวสสันดรไปด้วย ระหวา่ งทเี่ ดินทางออกจากนครน้ัน
ก็ได้มีพราหมณ์กลุม่ หน่ึงเข้ามาทูลขอรถทรง พระเวสสันดรก็ประทานใหไ้ ป
ทำให้ทั้งส่ีต้องเดนิ เท้ากันต่อไปจนมาถึงนครเจตราช กษตั รยิ แ์ ห่งนครเจตราช
ได้มาเชิญใหป้ ระทับอยู่ทนี่ ครดว้ ยกนั แต่พระเวสสันดรก็ปฏเิ สธเพราะต้ังใจ
จะผนวชเป็นฤๅษี กษัตริย์แห่งนครเจตราชจึงชี้ทางใหไปยังเขาวงกตและส่ง
พรานเจตบุตรให้เป็นนายด่านคอยป้องกันมิให้ผู้ใดเข้าไปรบกวนพระ
เวสสนั ดรได้

เมื่อเดินทางมาถึงเขาวงกตพระอินทร์ได้ให้พระวิษณุกรรมลงมา
เนรมิตอาศรมให้ได้พักอาศัย ทั้งสี่จึงออกบวชเปน็ ฤๅษีเพื่อบำเพ็ญเพียรโดย
สัญญาว่าจะไม่ยุ่งเกี่ยวกันในเชิงฆราวาส และได้แยกกันอยู่อาศรมคนละหลัง
โดยลูกทั้งสองพำนักอยู่กับแม่ ในทุกวันพระมัทรีจะเข้าป่าเพื่อเก็บผลไม้และ
ขุดเผือกมันเพือ่ นำมาเป็นอาหาร วันหนึ่งชูชกต้องการหาคนรับใช้ไปให้เมีย
ของตนจงึ เดินทางมายังเขาวงกตเพ่ือขอพระชาลีและพระกัณหาไปเป็นทาส
คอยรับใช้ ชูชกสามารถผ่านด่านพรานเจตบุตรมาได้โดยหลอกว่าตนเป็นผู้
ถือสาส์นมาเชิญพระเวสสันดรกลับเมือง เมื่อมาถึงชูชกก็พักรอเวลาก่อน
พอรุ่งเช้าเมื่อพระมัทรีเข้าป่าไปหาอาหารแล้ว ชูชกก็เข้าไปทูลขอพระชาลี

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 250

และพระกัณหา พระเวสสันดรก็ประทานให้ไปพร้อมทั้งต้ังราคาค่าไถ่ตัว
โอรสธิดาทั้งสองเอาไว้ด้วย เมื่อพระมัทรีกลับมาไม่พบลูกก็เที่ยวออกตาม
หาจนเป็นลมล้มลงไปดว้ ยความเหน็ดเหนื่อย พระเวสสันดรตกใจเป็นอยา่ ง
มากจึงรีบเข้ามาช่วยแก้ไขจนเธอฟื้น แล้วจึงเล่าเรื่องราวที่ให้บุตรเป็นทาน
แลว้ ขอใหม้ ทั รีซง่ึ เปน็ แม่อนโุ มทนากับบุญนี้ดว้ ย ฝ่ายพระอินทร์เกรงว่าจะมี
ผู้มาขอพระมัทรีไปอีก จึงแปลงกายเป็นพราหมณ์ลงมาขอพระมัทรีแล้ว
มอบคนื ให้ปฏบิ ตั ิพระเวสสันดรดงั เดมิ

ทางด้านชูชกเมื่อพาพระชาลีและพระกัณหาไปแล้วก็หลงทางไปยัง
เมอื งสีพี พระเจา้ สัญชัยจึงได้ไถ่ตัวหลานตามราคาทพ่ี ระเวสสันดรต้ังไว้และ
ใหเ้ ลี้ยงดชู ชู กเปน็ อย่างดี ชูชกไมเ่ คยกินอาหารดี ๆ มาก่อนก็กนิ เข้าไปเต็มท่ี
จนร่างกายรับไม่ไหวจึงสิ้นชีวิตไป หลังจากนั้นพระเจ้าสัญชัยจึงไปรับพระ
เวสสันดรและพระมัทรีกลับมาอยู่ยังพระนครดังเดิม และเมืองกาลิงคราช
เมื่อฝนฟ้าที่เมืองได้ตกต้องตามฤดูกาลดีแล้วก็ได้ส่งช้างเผือกกลับมาถวาย
คนื ดังเดมิ

ความเชื่อมโยงกับไพ่ใบนี้คือการบริจาคทรัพย์ให้เป็นทานกับผู้คนท่ี
ยากไร้ของพระเวสสันดร ภาพหน้าไพ่เป็นภาพพระเวสสันดรกำลังบริจาค
ทานให้กับผทู้ ี่มารอรบั ทลี่ านหน้าพระราชวัง
ความหมายเบ้ืองตน้

การให้ทาน การบริจาคเพื่อการกุศล กระแสทางการเงิน การ
ชว่ ยเหลอื เก้ือกลู การให้กลับคืน ความเอือ้ อาทร
ความหมายหัวกลับ

หนี้สิน การเก็บสะสมเพื่อความร่ำรวย การปฏิเสธความช่วยเหลือ
การตอ้ งการของทใ่ี ห้เปลา่ หรือของใหท้ าน การทจุ รติ การหาผลประโยชน์

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 251

Seven of Pentacles - นารผี ล


นารีผล หรือ มกั กะลีผล เปน็ ต้นไม้ใน
ป่าหิมพานต์ที่ออกผลเป็นหญิงสาว ลักษณะ
ของนารีผลเมื่อยังอ่อนอยู่จะมีลักษณะ
เหมอื นคนน่ังคเู้ ข่า แตเ่ ม่อื สกุ แล้วจะมีรูปร่าง
เหมอื นหญิงสาวอายุสิบหกปี แต่ทศ่ี รี ษะจะมี
ขั้วติดอยู่ มีผมยาว ตากลมโต มีทรวดทรง
หน้าตางดงามราวนางเทพธิดา นิ้วมือทั้งห้า
ยาวเทา่ กนั ข้างในตัวจะไมม่ ีโครงกระดกู
นารีผลจะมีอายุอยู่ได้เพียงเจ็ดวันเท่านั้น หลังจากนั้นก็จะเน่าเปื่อย
สลายไปเหมือนกับผลไม้ทั่วไป เหล่าบรรดาฤๅษี วิทยาธร กินนร คนธรรพ์
ที่ยงั คงมีกิเลสอยู่ต่างจะพากันมาเกบ็ นารีผลท่ีสุกดีแลว้ เพอ่ื นำไปเสพสังวาส
บางครั้งอาจยื้อแย่งกันถงึ ขัน้ ต่อสู้กันจนสิน้ ชีวติ ผู้ที่มีฤทธิเ์ หาะได้ก็จะเหาะขน้ึ
ไปเก็บ ผู้ที่ไม่มีฤทธิ์ก็ใช้ไม้สอยหรือปีนขึ้นไปเก็บ เมื่อได้มาแล้วต่างก็จะ
นำไปเกบ็ รกั ษาไวอ้ ยา่ งดีเพ่ือปอ้ งกนั มิให้ผูใ้ ดมาแยง่ ชงิ ไป
ตำนานการเกิดนารีผลนน้ั ปรากฏอยู่ในเรอื่ งพระเวสสนั ดรชาดก เมื่อ
พระเวสสนั ดร พรอ้ มดว้ ยพระมทั รี พระกัณหา และพระชาลไี ด้เดนิ ทางออก
จากเมืองเมืองสีพีเพ่ือไปบวชเป็นฤๅษีบำเพ็ญตบะอยู่ท่ีเขาวงกตในป่าหิมพานต์
ด้วยเมตตาจิตของพระเวสสันดรได้ทำให้บรรดาสัตว์ร้ายต่าง ๆ ได้คลาย
ความดุร้ายลง พระอินทร์จึงได้ลงมาเนรมิตอาศรมให้ทั้งสี่ได้อาศัยอยู่
พระอินทร์ยังได้เล็งเห็นว่าในป่าหิมพานต์นั้นเต็มไปด้วยเหล่าดาบส ฤๅษี

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 252

คนธรรพ์ นักสิทธิ์ วิทยาธร ที่ยังคงมักมากในกามคณุ อยู่ หากพระมัทรีออก
เดินทางเข้าป่าเพียงลำพังเพื่อหาอาหารเกรงจะเกิดอันตรายต่อพระนางได้
พระอินทร์จึงได้ป้องกันเหตุร้ายที่จะเกิดขึ้นนี้โดยการเนรมิตต้นนารีผล
จำนวน 16 ต้นไว้ในที่อันไกลจากอาศรมที่พระมัทรีพำนัก เพื่อกันมิให้บรรดา
ผู้มักมากในกามคุณเหล่านั้นเข้ามาถึงตัวพระมัทรีได้ โดยจะพากันไปหลงเก็บ
นารีผลเพื่อเสพสังวาสตามอำนาจกิเลสจนทำให้อิทธิฤทธิ์จากการบำเพ็ญ
ตบะเสอ่ื มคลายลงจนต้องเร่ิมบำเพ็ญใหม่ นบั ว่าต้นนารผี ลเป็นด่านป้องกัน
ชั้นเลิศที่พระอินทร์ได้สร้างไว้เพื่อป้องกันมิให้พระมัทรีเกิดอันตรายจาก
เรื่องไม่ดีงามขึ้นได้ และเมื่อพระเวสสันดรและพระมัทรีออกจากป่าหิมพานต์
ไปแล้ว ต้นนารผี ลก็ยังคงอยใู่ นป่าหิมพานตเ์ พื่อเป็นส่ิงทีท่ ดสอบจิตใจของผู้
บำเพ็ญตบะต่อไป

ความเชื่อมโยงกับไพ่ใบนี้คือการเก็บเกี่ยวผลของต้นนารีผลที่ถือว่า
เปน็ ผลไมช้ ้นั เลศิ ในป่าหิมพานต์ อนั เปน็ ทต่ี ้องการของบรรดานักสิทธ์ิวิทยาธร
ทั้งหลาย ภาพหน้าไพ่เป็นภาพของนักสิทธิ์หนุ่มถือไม้ยาวกำลังมองขึ้นไป
บนต้นนารีผลที่กำลังสุกเต็มที่ เพื่อเตรียมสอยนารีผลที่เขาต้องการและรอ
คอยมานาน

ความหมายเบ้ืองตน้
ความอดทน การลองผิดลองถูก การประเมนิ ราคา การตีคา่ การเก็บ

เกี่ยวผลประโยชน์ การออกดอกออกผลของผลผลติ ทไ่ี ด้สง่ั สมหรอื ทำมา

ความหมายหัวกลับ
ความพร้อมที่จะยอมแพ้ ความผิดพลาดซ้ำ ๆ การปฏิเสธผลที่ตอบ

กลับมา การลำดับความสำคญั ท่ีผิดพลาด

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 253

Eight of Pentacles - พระวิษณุกรรม


พระวิษณุกรรมหรือพระวิศวกรรม
เปน็ เทวดาผู้เป็นนายช่างใหญ่ของพระอินทร์
เป็นเทพผู้สร้างเครื่องมือเครื่องใช้ต่าง ๆ ให้
เกิดขึ้นและเป็นต้นแบบให้กับมนุษย์ พระ
วิษณุกรรมได้รับการบูชาในฐานะของเทพท่ี
เป็นครูช่างหรือเทพแห่งวิศวกรรมศาสตร์
ของไทย ปรากฏเรื่องราวอยู่ในเรื่องราว
ของท้าวสักกะเทวราชหรือพระอินทร์ใน
พระพทุ ธศาสนา ซ่ึงเดมิ เป็นนายชา่ งที่เปน็ ผู้สร้างศาลาให้กับมฆมาณพและ
สหายเพือ่ ใหเ้ ป็นสาธารณประโยชนแ์ กม่ หาชน
เม่อื มฆมาณพกบั บรรดาสหายท้งั สามสิบสามคนมคี วามประสงค์ท่ีจะ
ทำบุญด้วยการสร้างศาลาไว้ที่ทางสี่แพร่งเพื่อให้เป็นประโยชน์ต่อสาธารณชน
เมื่อพวกเขารวบรวมทรัพย์ได้แล้วจึงได้จ้างช่างไม้ให้มาจัดทำ ซึ่งบรรดา
มาณพต่างก็ตกลงกันว่าจะร่วมบุญเฉพาะพวกเขาเองเท่านั้นโดยมิให้สตรี
เขา้ มารว่ มบญุ นี้ดว้ ย
มฆมาณพนั้นมภี รรยาอยสู่ ี่คนมนี ามว่า สุนนั ทา สุจิตรา สธุ ัมมา และ
สุชาดา นางสุธัมมานั้นเมื่อเห็นสามีกระทำบุญใหญ่ก็มีจิตศรัทธาอยากจะ
ร่วมบุญด้วย เธอจึงขอความร่วมมือกับนายช่างไม้เพื่อช่วยให้ตนได้มีส่วน
ร่วมในการทำบุญครั้งนี้ นายช่างได้รับปากที่จะช่วยโดยนำเอาไม้มาตากให้
แห้งดี แล้วนำมาสลักเป็นช่อฟ้า และสลักอักษรว่า “ศาลานี้ชื่อสุธรรมา”

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 254

เมื่อทำเสร็จก็เอาผ้าพันแล้วมอบให้นางสุธัมมานำไปเก็บไว้ที่เรือนของเธอ
จากน้ันนายช่างกด็ ำเนนิ การสรา้ งศาลาจนเสร็จ ในวนั ท่จี ะยกช่อฟา้ เพ่ือเปิด
ศาลานายช่างไม้ก็แสร้งกล่าวกับมาณพทั้งสามสิบสามว่าตนได้ลืมไปว่า
ศาลานี้จะต้องมีช่อฟ้าซึ่งตนได้ลืมทำไปเสียสนิท บรรดามาณพจึงกล่าวว่า
พวกตนจะไปหาไม้มาให้ช่างทำช่อฟ้าเอง แต่นายช่างก็บอกว่าช่อฟ้านั้นไม่
สามารถที่จะทำจากไม้ที่เพิ่งตัดมาใหม่ ๆ ได้ จะต้องใช้ไม้ที่ตัดมาแล้วตาก
ให้แห้งดีเสียก่อนเท่านั้นจึงจะนำมาทำได้ แล้วนายช่างก็แนะนำให้เหล่า
มาณพไปหาชอ่ ฟ้าทีม่ ีผทู้ ำเสร็จไวแ้ ล้วมาใชแ้ ทน

เหล่ามาณพได้เที่ยวตามหาจนได้ทราบว่าที่เรือนของนางสุธัมมามี
ช่อฟ้าเก็บเอาไว้อยู่ก็ไปติดต่อขอซื้อ นางสุธัมมาก็บอกว่าตนไม่ขายแต่ถ้า
หากให้เธอได้มีส่วนร่วมในบุญครั้งนี้ก็ยินดีมอบช่อฟ้าให้ บรรดามาณพต่าง
ไม่ยินยอม นายช่างจึงช่วยไกล่เกลี่ยให้โดยยกเหตุผลว่าไม่มีที่แห่งใดที่ไม่มี
ผู้หญิงนอกเสียจากในพรหมโลกเท่านั้น พวกท่านควรรับช่อฟ้าไปเถิดงาน
มงคลในการยกช่อฟ้าวันนี้จะได้สำเร็จลุล่วงลงดว้ ยดี พวกมาณพจึงยอมรับ
ช่อฟ้านั้น ศาลาจึงสามารถสร้างได้เสร็จสมบูรณ์ทันเวลาที่กำหนดเปิดใช้
มหาชนที่มาใช้ประโยชน์จากศาลาเมื่อมองไปบนช่อฟ้าก็จะเห็นชือ่ ของนาง
สธุ ัมมาสลักอยู่จึงพากนั เรยี กศาลาน้ันว่า “ศาลาสธุ มั มา”

หลังจากนั้นภรรยาคนอื่น ๆ ของมฆมาณพก็เข้ามาร่วมบุญด้วยบ้าง
โดยนางสุนันทาได้สร้างสระโบกขรณีขึ้นเพื่อให้คนที่มาพักได้ใช้เป็นน้ำด่ืม
และน้ำอาบ นางสุจิตราก็ได้สร้างสวนดอกไม้ แต่นางสุชาดานั้นเธอคิดว่า
ตนเองเป็นภรรยาของมฆมาณพอย่แู ลว้ ผลบญุ ท่ีสามีทำย่อมตกมาถงึ ตัวเธอ
ทเี่ ป็นภรรยาดว้ ยจึงมไิ ดร้ ่วมทำบญุ แตอ่ ยา่ งใด

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 255

หลังจากสิ้นบุญในชาตินั้นแล้ว มฆมาณพพร้อมพวกทั้งสามสิบสาม
คนก็ได้บังเกิดบนสวรรค์ดาวดึงส์ มฆมาณพได้เป็นท้าวสักกะเทวราชหรือ
พระอินทร์ เหล่ามาณพผู้เป็นสหายต่างก็บังเกิดเป็นเทพบุตร นางสุนันทา
สุจิตรา สุธัมมา ได้บังเกิดเป็นชายาของพระอินทร์ ส่วนนางสุชาดานั้นมิได้
รว่ มบญุ ดว้ ยจงึ ทำให้เธอเวยี นวา่ ยตายเกดิ อยหู่ ลายภพชาติ จนพระอินทร์ได้
ชักนำให้เธอรักษาศีลห้าจึงได้มาบังเกิดเป็นชายาของพระอินทร์ ส่วนนาย
ช่างไม้ที่ไดช้ ่วยสรา้ งศาลาและช่วยใหน้ างสธุ ัมมาได้มีสว่ นร่วมในการทำบญุ
ไดม้ าบงั เกิดเปน็ พระวษิ ณุกรรม เทพผ้เู ป็นนายช่างใหญแ่ ห่งสวรรค์

นอกจากน้ีพระวิษณุกรรมยังเป็นตัวละครที่มีบทบาทร่วมกับพระ
อินทร์ในวรรณคดีไทยหลาย ๆ เรื่อง เช่น ในเรื่องสังข์ทอง พระวิษณุกรรม
เป็นผู้ถือสาส์นจากพระอินทร์ไปท้าให้ท้าวสามนต์ออกมาตีคลีเพื่อเป็น
อุบายใหพ้ ระสังข์ถอดรูปเงาะ และยงั เป็นผู้นำเอาเคร่ืองทรงของพระอินทร์
ไปให้พระสังข์เปลี่ยนอีกด้วย ในเรื่องรามเกียรติ์ พระวิษณุกรรมเป็นผู้ท่ี
สร้างกรุงอโยธยาโดยการเนรมิตขึ้นอย่างวิจิตรสวยงามเพื่อให้ท้าวอโนมาตัน
ซึ่งเป็นต้นวงศ์ของพระรามได้ครอบครอง และเมื่อครั้งที่หนุมานไปสืบข่าว
ของนางสีดาแล้วเผากรุงลงกาพินาศ พระวิษณุกรรมก็เป็นผู้ที่ลงมาเนรมิต
เมืองใหม่ให้กบั ทศกณั ฐแ์ ทนเมืองเดิมอกี ด้วย

ความเชื่อมโยงกับไพ่ใบนี้คือความสามารถในการประดิษฐ์และการ
สร้างสรรค์สิ่งต่าง ๆ ของพระวิษณุกรรมอันเป็นทักษะเฉพาะตน ภาพหน้า
ไพ่เป็นภาพของพระวิษณุกรรมกำลังบรรจงแกะสลักเหรียญให้ออกมา
สวยงามและสมบรู ณแ์ บบ

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 256

ความหมายเบ้ืองตน้
ความสามารถเฉพาะตน การทำงานที่สร้างประโยชน์จากการใช้

ทกั ษะความสามารถ ความละเอียด ความรับผิดชอบ
ความหมายหัวกลับ

การไม่มีความคืบหน้า งานที่ไม่ประสบผลสำเร็จ การขาดทักษะท่ี
จำเป็น การทำงานอย่างลวก ๆ ไมต่ ้งั ใจ



-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 257

Nine of Pentacles - วันทอง


วันทอง เป็นนางเอกจากในวรรณคดี
เรื่องขุนช้าง-ขุนแผน แต่เดิมเธอมีชื่อว่า
พิมพิลาไลย เป็นบุตรสาวของพันศรโยธากับ
นางศรีประจนั ประกอบอาชีพค้าขายและต้ัง
บ้านเรือนอยทู่ ่สี พุ รรณบรุ ี

พมิ พลิ าไลยเป็นผู้ท่ีฉายแววความสวย
มาตั้งแต่เด็ก เธอมีเพื่อนที่เล่นด้วยกันอีก
สองคนคือพลายแก้ว บุตรของขุนไกรพลพ่าย
กับนางทองประศรี และขุนช้างบุตรของขุนศรีวิชัยกับนางเทพทอง ต่อมาก็มี
เหตุให้เด็กทั้งสามคนต้องแยกย้ายจากกันไปเพราะบิดาของทั้งสามต้องมา
สิ้นชีวิตลงด้วยสาเหตุต่าง ๆ กัน คือ ขุนไกรพลพ่ายพ่อของพลายแก้วต้อง
อาญาประหารชีวิต นางทองประศรีผู้เป็นแม่จึงจำต้องพาพลายแก้วหนีไป
อย่กู าญจนบุรเี พ่ือไม่ให้ถูกริบตวั เป็นมา่ ยหลวง ขนุ ศรีวชิ ัยพ่อของขุนช้างถูก
โจรที่เข้ามาปล้นบ้านฆ่าตายไป ส่วนพันศรโยธาพ่อของพิมพิลาไลยน้ัน
ส้นิ ชวี ิตลงเพราะพษิ ไข้หลงั จากที่เดินทางกลับจากการไปคา้ ขายทลี่ ะว้า
วันเวลาผ่านไปพิมพิลาไลยเติบโตขึ้นเป็นสาวงามสะพรั่ง เธอได้พบกับ
พลายแก้วอีกครั้งในฐานะของเณรแก้วที่มาบวชเรียนวิชาอยู่ที่วัดป่าเลไลย
ทัง้ คู่ได้พบกันในช่วงเทศกาลสงกรานต์ซึ่งต่างก็จดจำกันได้ โดยเณรแก้วนั้น
ประทับใจในความงามของพมิ พิลาไลยอยู่ไม่น้อย หลงั จากน้นั เม่อื ถึงวันออก
พรรษาได้มีการจัดพิธีเทศน์มหาชาติขึ้นที่วัดป่าเลไลย นางศรีประจันได้รับ

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 258

เป็นเจ้าภาพกัณฑ์มัทรี นางพิมพิลาไลยเองก็ได้ตามมารดาออกไปทำบุญ
ด้วยเช่นกัน เธอจึงแต่งกายประดับประดาเครื่องประดับงดงาม ห่มสไบสี
ชมพูไว้ชั้นใน และห่มสไบสีทับทิมไว้ชั้นนอก วันนั้นท่านสมภารที่เทศน์
กัณฑ์มัทรีเกิดอาพาธจึงให้เณรแก้วขึ้นเทศน์แทน เณรแก้วเทศน์ได้อย่าง
ไพเราะเป็นที่ประทับใจแก่ผู้ฟังจนนางพิมพิลาไลยได้เปลื้องผ้าสไบสที ับทิม
วางถวายบูชากัณฑ์เทศน์ ขณะนั้นขุนช้างซึ่งแอบชอบพิมพิลาไลยและรับ
เป็นเจ้าภาพกัณฑ์ถัดไป เมื่อเห็นดังนั้นจึงรีบเปลื้องผ้าห่มของตนวางถวาย
ทับผ้าสไบของเธอทันที และยังอธิษฐานขอให้ได้เป็นเจ้าของสไบสีทับทิม
นั้นด้วย ทำให้พิมพิลาไลยไม่พอใจมาก เธอด่าว่าขุนช้างอย่างรุนแรงด้วย
ความโกรธแลว้ จึงกลับบา้ นไป

หลงั จากวันนน้ั ทั้งเณรแก้วและพิมพิลาไลยต่างกห็ ลงรักกัน เณรแก้ว
ไดไ้ ปบิณฑบาตท่บี ้านของเธอและไดข้ อร้องใหส้ ายทองพ่เี ล้ียงของพิมพิลาไลย
ช่วยเปน็ แมส่ ือ่ ให้ ระหว่างน้นั เองขนุ ชา้ งก็พยายามเข้าหานางศรีประจันเพ่ือ
สู่ขอพิมพิลาไลย ทำให้เธอร้อนใจมากจึงส่งข่าวไปยังเณรแก้ว เณรแก้วจึง
รีบสึกแลว้ เดนิ ทางไปกาญจนบรุ ีเพ่ือให้มารดามาสู่ขอพมิ พลิ าไลย

เมื่อทั้งสองได้แต่งงานกันไม่นานก็เกิดศึกขึ้นที่เชียงใหม่ ขุนช้างได้
โอกาสจึงเสนอชื่อให้พลายแก้วไปทำศึกครั้งนี้ พลายแก้วจึงได้เข้าเฝ้าและ
อาสาไปทัพ หลังจากพลายแก้วไปศึกไม่นานพิมพิลาไลยก็ป่วยหนักจึงได้
เปลีย่ นช่ือเป็น วนั ทอง เพอื่ แก้เคลด็ ตามคำแนะนำของขรวั ตาจวู ดั ป่าเลไลย
ระหว่างนี้ขุนช้างก็พยายามหาทางให้ได้วันทองมาเป็นเมีย จึงออกอุบาย
หลอกว่าพลายแก้วตายในสนามรบ ให้วันทองรีบแต่งงานกับตนเพื่อไม่ให้
โดนรบิ เปน็ ม่ายหลวง นางศรีประจนั หลงเช่ือจึงบังคับเฆยี่ นตีให้วันทองต้อง

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 259

แตง่ งานกับขุนช้าง แตเ่ ธอก็ไมห่ ลงกลยังคงรักษาตัวไวร้ อจนพลายแกว้ กลับมา
เมื่อพลายแก้วกลับมาก็ได้รับแต่งตั้งเป็นขุนแผน แต่เขาพานางลาวทอง
กลับมาเป็นเมียใหม่ด้วย ทำให้วันทองหึงหวงจนมีปากเสียงกัน ขุนแผนก็
เข้าข้างเมียใหม่จนเกือบทำร้ายวันทอง เธอเสียใจมากวิ่งเข้าเรือนไปจะผูก
คอตายแตส่ ายทองไดม้ าชว่ ยไว้ แล้ววงิ่ ไปตามขนุ แผนใหม้ าดเู มียแต่ขุนแผน
ก็ข้ึนชา้ งพานางลาวทองกลบั ไปอยู่กบั แมท่ ่ีกาญจนบรุ เี สยี แล้ว ฝา่ ยวันทองก็
ถูกนางศรปี ระจันบังคับฉุดลากให้เข้าหอจนต้องตกเป็นเมียขุนช้าง หลังจาก
วันนั้นขุนแผนก็นึกถึงวันทองขึ้นมาจึงกลับมาหา เมื่อมาถึงก็พบว่าวันทอง
เป็นเมียขุนช้างไปเสียแล้วก็โกรธมาก เข้าได้ประจานทั้งสองให้ได้อายแล้ว
กลับไป

หลังจากนั้นไม่นาน ขุนแผนก็ถูกพระพันวษาลงโทษให้ออกไปตระเวน
ด่านชายแดน เนื่องจากขุนแผนฝากเวรกับขุนช้างเพื่อไปเยี่ยมลาวทองที่
กำลงั ป่วย แต่ช้างกลับไปทูลฟ้องว่าขนุ แผนหนีเวรไปหาเมีย ทำให้ลาวทองถูก
รบิ เขา้ ไปกักตวั ไวท้ ่โี รงสะดึงในวังด้วย ในระหว่างท่ีขนุ แผนตระเวนด่านก็ได้
ดาบฟ้าฟนื้ มา้ สีหมอก และกุมารทองมาเป็นของดีประจำกาย แล้วกลับไปแก้
แค้นขุนช้างด้วยการแอบขึ้นเรือนขุนช้างแล้วพาวันทองหนีมาด้วยกัน ขุน
ช้างไปทูลฟ้องพระพันวษาว่าขุนแผนเป็นกบฏจึงถูกไล่ตามตัว ขุนแผนได้
เข้าไปมอบตัวกับพระพิจิตรเพื่อกลับมาสู้คดีจนชนะความขุนช้าง แต่ขุนแผน
ทูลขอนางลาวทองคืนจึงทำให้พระพันวษาโกรธจึงส่ังจำคุกขุนแผน ขุนช้าง
จงึ บงั คับวนั ทองใหก้ ลบั ไปอยกู่ ับตนอกี

ขณะนั้นนางวันทองกำลังตั้งครรภ์กับขุนแผนและได้ให้กำเนิด
พลายงาม เมื่อพลายงามโตขึ้นขุนช้างก็คิดกำจัดเด็กน้อยที่ไม่ใช่ลูกของตน

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 260

โดยลวงไปฆ่าในป่า แต่ก็รอดมาได้เพราะโหงพรายของขุนแผนช่วยไว้
วนั ทองจงึ ให้พลายงามเดินทางไปอยู่กบั ย่าทองประศรีที่กาญจนบุรี พลายงาม
ได้ร่ำเรียนวิชาอาคมของพ่อจนชำนาญและกลับมารับราชการในพระพันวษา
ได้อาสาออกทำศึกและขอให้ขุนแผนบิดาพ้นโทษออกมาทำศึกร่วมกับตน
เมื่อชนะศึกจึงได้ตำแหน่งเป็นจมืน่ ไวยวรนาถ ต่อมาพระไวยต้องการให้พ่อ
แม่กลับมาคืนดีกันจึงลอบไปพาวันทองมาจากขุนช้าง ทำให้ขุนช้างไปย่ืน
ฎกี าฟ้องร้อง พระพันวษาจึงเรียกให้คู่กรณีท้ังหมดมาอยู่รวมกันแล้วให้วันทอง
เลือกว่าจะอยู่กับใคร แต่นางวันทองไม่กล้าตัดสินใจทำให้พระพันวษากริ้ว
สั่งให้ประหารชีวิตนางวันทอง พระไวยพยามทูลขออภัยโทษให้มารดาจน
พระพนั วษายอมยกโทษให้ แต่พระไวยไปยงั ลานประหารไม่ทนั ท่ีเพชฌฆาต
ลงดาบ วันทองจึงตอ้ งสน้ิ ชีวติ ไป

ความเชื่อมโยงกับไพ่ใบนี้คือความเป็นสตรีผู้เพียบพร้อมด้วยรูป
สมบัติและทรัพย์สมบัติของวันทอง เธอเป็นสตรีที่เป็นผู้ดีคนหนึ่งในกรุงศรี
อยุธยา ถึงแม้ว่าความรักของเธอจะไม่ค่อยราบรื่นนักก็ตาม ภาพหน้าไพ่
เปน็ ภาพของวันทองกำลงั เดินเล่นอยู่ในสวนของตน โดยมีนกนอ้ ยที่เกาะอยู่
บนมือของเธอเปน็ เพื่อนไปในระหวา่ งทาง

ความหมายเบื้องต้น
ความหรูหรา การพ่ึงพาตัวเอง การไดร้ ับรางวลั ตอบแทน การมวี นิ ยั

ความหมายหัวกลับ
การขัดขวางความสุข การใช้เงินซื้อความสุข คนที่คอยเสียสละเพื่อ

ดแู ลคนอ่ืน การปิดก้ันความสมบรู ณ์ ความตอ้ งการการเปน็ อิสระ



-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 261

Ten of Pentacles - ครอบครวั พระอภัยมณี


ภาพหน้าไพ่ใบนี้ได้รับแรงบันดาลใจ
มาจากครอบครัวของพระอภยั มณี วรรณคดี
ซ่ึงเป็นบทประพันธ์ของพระสุนทรโวหาร
หรือสุนทรภู่ กวีเอกแห่งกรุงรัตนโกสินทร์
เป็นวรรณคดีที่มีเรื่องราวสนุกสนาน เนื้อหา
หลักจะเป็นเรื่องราวของพระอภัยมณีที่ออก
ไปร่ำเรยี นวิชา แล้วได้พบกับเหตกุ ารณ์ท่ีต้อง
พลัดพรากจากบ้านเมืองและเกิดเรื่องราว
การผจญภัยที่สนุกสนานตามมา ตามลักษณะโครงเรื่องของวรรณคดีไทย
หลาย ๆ เรื่อง วรรณคดีเรื่องพระอภัยมณีนับเป็นเรื่องราวที่มีความแฟนตาซี
และมีจินตนาการล้ำสมัย ประกอบด้วยตัวละครหลากหลายเชื้อชาติ
ครอบครวั ของพระอภัยมณีจดั เป็นครอบครัวใหญ่ทม่ี ีเรื่องราวต่าง ๆ เกิดขึ้น
มากมายจนจบลงด้วยความสุข ในเรื่องเล่าของไพ่ใบนี้จึงจะเป็นการเล่า
แนะนำตวั ละครท้ังหมดในครอบครวั ดังตอ่ ไปน้ี
พระอภัยมณี เป็นโอรสของท้าวสุทัศน์และนาง
ประทุมเกสร แห่งกรุงรัตนา มีน้องชายชื่อศรีสุวรรณ
เมื่อโตขึ้นบิดามารดาจึงให้ไปร่ำเรียนวิชาเพื่อนำ
กลับมาใช้ปกครองบ้านเมือง พระอภัยมณีเลือก
พระอภยั มณี เรียนวิชาการเป่าปี่ ส่วนศรีสุวรรณเรียนวิชากระบ่ี
กระบอง เมื่อร่ำเรียนสำเร็จก็กลับบ้านเมือง แต่พระบิดากลับกริ้วเพราะเข้าใจ
ผิดคิดว่าวิชาทั้งสองเป็นวิชาที่ต่ำต้อยไม่เหมาะกับการปกครองบ้านเมือง

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 262

จึงขับไลใ่ หท้ ้ังสองออกจากเมอื งไปโดยทยี่ ังไม่ได้ทดลองวิชา

นางผีเสื้อสมุทร เป็นภรรยาคนแรกของพระอภัยมณี

เมื่อพระอภัยมณีกับศรีสุวรรณถูกขับออกจาก

บ้านเมือง ก็พากันเดินทางมาถึงชายหาดริมทะเล

และได้พบกับพราหมณ์สามพี่น้องซึ่งได้ถามพระ

ผเี ส้ือสมุทร อภัยมณีว่าวิชาเป่าปี่นั้นดีอย่างไร พระอภัยมณีจึง

ทดลองวิชาให้ดูโดยเป่าปี่สะกดให้สามพราหมณ์และศรีสุวรรณหลับไป

นางผีเสื้อสมทุ รซ่งึ เปน็ ยักษท์ ี่อาศัยหากนิ อยใู่ นทะเล

ได้ยินเพลงปี่และเมื่อเห็นพระอภัยมณีก็หลงรัก

จึงลกั พาตัวพระอภยั มณีไปอยู่กับตนในถำ้ โดยแปลง

เป็นหญิงงามมาอยู่ด้วย พระอภัยมณีจำต้องอยู่กับ

นางผีเสื้อสมทุ รอยู่ 8 ปี มีบุตรดว้ ยกนั คือ สนิ สมทุ ร สนิ สมทุ ร

เงือกน้อย เป็นภรรยาคนท่ีสองของพระอภัยมณี

เธอเป็นนางเงือกน้ำลูกสาวของพ่อเงือกน้ำเฒ่าซ่ึง

ช่วยเหลือพระอภัยมณีหนีจากนางผีเสื้อสมุทร เพื่อ

ไปพึ่งพาพระฤๅษีแห่งเกาะแก้วพิสดาร แต่พ่อเงือก

เงือกน้อย กับแม่เงือกก็ถูกนางผีเส้ือสมทุ รจับกินระหวา่ งการหนี

เงือกน้อยจึงพาพระอภัยมณีว่ายน้ำหนีมาจนถึง

เกาะแก้วพิสดาร หลังจากนั้นเธอก็ได้อาศัยอยู่ที่

คุ้งน้ำท้ายเกาะโดยพระอภัยมณีคอยแวะเวียนมาหา

จนเธอตั้งครรภ์ ต่อมาพระอภัยมณีก็เดินทางออกจาก

เกาะไป แล้วเงอื กนอ้ ยจึงให้กำเนิดโอรสคือ สดุ สาคร สุดสาคร

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 263

สุวรรณมาลี เป็นภรรยาคนที่สามของพระอภัยมณี

เป็นธิดาของท้าวสิลราชแห่งเมืองผลึก เธอได้ลงเรือ

เที่ยวทะเลกับพระบิดาจนมาถึงเกาะแก้วพิสดาร

จึงได้พบกับพระอภัยมณี ทั้งสองต่างแอบมีใจให้กนั

สุวรรณมาลี พระฤๅษีแห่งเกาะแกว้ พสิ ดารได้ฝากให้พระอภัยมณี

โดยสารเรือของท้าวสิลราชเพื่อเดินทางกลับบ้านเมืองด้วย สินสมุทรนั้นรัก

ใคร่สุวรรณมาลีเหมือนดังมารดาของตน เมื่อนางผีเสื้อสมุทรอาละวาดจน

ทำให้เรือแตก สินสมุทรได้พาสุวรรณมาลีว่ายน้ำจนไปขึ้นเกาะแห่งหน่ึง

แล้วได้พบกับโจรสลัดที่ต้องการได้เธอมาเป็นเมีย สินสมุทรสังหารหัวหน้า

โจรตายแลว้ ยึดเรือเพ่ือออกติดตามหาพระอภัยมณีจนพบ ในช่วงแรกความ

รักระหว่างพระอภัยมณีกับสุวรรณมาลีไม่ราบรื่นนัก เนื่องจากสุวรรณมาลี

เดิมเป็นคู่หมั้นของอุศเรนโอรสเจ้ากรุงลังกา ซึ่งเป็นผู้ที่มีบุญคุณกับพระอภัย

มณี ทำให้พระอภัยมณีไม่ออกหน้าเพื่อให้ได้ตัวเธอ สินสมุทรจึงออกหน้า

แทนโดยทำสงครามกับเมืองลังกาจนเป็นเหตุให้อุศเรนสิ้นชีวิต แต่สุวรรณ

มาลียังคงโกรธที่พระอภัยมณีไม่ยอมทำอะไรเพื่อเธอ เธอจึงหนีไปบวชชี

ต่อมาก็ได้ใจอ่อนยอมแต่งงานกับพระอภัยมณีด้วยอุบายของนางวาลี

สุวรรณมาลีมีธิดาแฝดกับพระอภัยมณีคือ สร้อยสุวรรณ กับ จันทร์สุดา

ภายหลังเมื่อพระอภัยมณีและบรรดาผู้ชาย

ของเมืองผลึกไปหลงเสน่ห์ผู้หญิงชาวลังกา

สุวรรณมาลีกับบรรดาผู้หญิงของเมืองผลึก

จึงยกทัพไปทำสงครามกับละเวงวัณฬาเพ่ือ

ชิงเอาสามีของตนกลบั คนื มา สร้อยสุวรรณ จันทรส์ ุดา

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 264

วาลี นบั เป็นภรรยาคนทส่ี ี่ของพระอภยั มณี เธอเปน็
ผู้หญิงที่มีหน้าตาไม่งดงามแต่มีสติปัญญาล้ำเลิศ
วาลีได้เข้ามาอาสาช่วยเมืองผลึกทำศึกกับกรุงลังกา
โดยมีเงอ่ื นไขว่าจะต้องรับเธอไว้ในตำแหน่งพระมเหสี
วาลี พระอภัยมณีนับถือในสติปัญญาจึงรับไว้โดยให้อยู่
ในตำแหน่งสนมเอกก่อน วาลีได้เป็นผูว้ างอุบายให้สุวรรณมาลีกลับมาคืนดี
กับพระอภัยมณีโดยแสร้งทำเป็นให้จัดเตรียมงานเพื่อให้สุวรรณมาลีเข้าใจ
ว่าพระอภัยมณีจะแต่งงานกับตน เธอจึงยอมสึกออกมาแต่งงานด้วยและ
ครองกรุงผลึกร่วมกับพระอภัยมณี หลังจากนั้นวาลีได้เป็นผู้ที่ช่วยวางแผน
ในการรับมือกับกองทัพของกรุงลังกาจนแตกพ่าย และสามารถจับตัวอุศเรนได้
พระอภัยมณจี ะปลอ่ ยตวั อศุ เรนไปเพราะมีบุญคุณกับตน แตว่ าลีเห็นวา่ หาก
ปล่อยไปก็จะหวนกลับมาทำศึกอีก เธอจึงใช้วาจาพูดเยาะเย้ยดูถูกศักดิ์ศรี
จนทำให้อุศเรนซึ่งกำลังบาดเจบ็ กระอักเลือดตายไป แลว้ เธอก็โดนวิญญาณ
แคน้ ของอศุ เรนเข้ารงั ควานจนเพ้อคลง่ั และส้นิ ชีวิตไป
ละเวงวัณฬา เป็นภรรยาคนที่ห้าของพระอภัยมณี
เธอเป็นธิดาของเจ้ากรุงลังกาและเป็นน้องสาวของ
อุศเรน เมื่อบิดาและพี่ชายต้องจบชีวิตลงจากการ
ทำศึกกับเมืองผลึก เธอจึงได้ขึ้นครองกรุงลงั กาและ
ละเวงวณั ฬา ทำการแก้แค้นให้กับบิดาและพี่ชาย โดยการเสก
มนต์เสน่ห์ใสล่ งในภาพวาดของเธอทำให้เจ้าเมืองต่าง ๆ หลงใหลและอาสา
ไปทำศึกกับเมืองผลึกแทนเธอ ต่อมาพระอภัยมณีกลับเป็นผู้หลงใหลใน
ภาพวาดนั้นเสียเอง เมื่อสุดสาครช่วยแก้ไขให้กลับคืนสติ พระอภัยมณีจึง

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 265

ยกทัพไปรบกับกรุงลังกาเพื่อตัดศึก ละเวงวัณฬาจึงอาศัยมนต์เสน่ห์ทำให้
พระอภัยมณีหลงใหลในตัวเธอ และบรรดาผู้ชายคนอื่น ๆ ก็พากันมาหลง
เสน่ห์ของผู้หญิงเมืองลังกาอีกด้วย ทำให้สุวรรณมาลีกับบรรดาผู้หญิงของ
เมืองผลึกต้องยกทัพมาทำสงครามกับละเวงวัณฬา
เพื่อชิงเอาสามีของตนกลับคืนไป ภายหลังพระฤๅษี
แห่งเกาะแก้วพิสดารได้มาช่วยสงบศึกและล้างมนต์
เสน่ห์ต่าง ๆ จนหมดสิ้น สุดท้ายละเวงวัณฬาก็ยอม
เป็นไมตรีกับสุวรรณมาลี เธอมีบุตรกับพระอภัยมณี มงั คลา
หน่งึ คนคอื มงั คลา

ภาพหน้าไพเ่ ป็นภาพของครอบครวั พระอภัยมณีท่ีวาดโดยรวมเอาตัว
ละครทั้งหมดในครอบครัวของพระอภัยมณี ในภาพบรรยากาศของการ
ถ่ายภาพหมขู่ องครอบครัว
ความหมายเบื้องตน้

ความเป็นครอบครัวใหญ่ บรรพบุรุษ มรดก ความคงทนถาวร ความ
มั่งคง่ั รำ่ รวย ทรัพย์สิน
ความหมายหัวกลับ

การปฏิเสธที่จะทำตามประเพณี การเนรเทศ การมีปัญหาใน
ครอบครวั ภาระหนา้ ท่ีทไี่ ด้รบั การสบื ทอดมา ความสน้ิ หวังทย่ี ังคงอยู่



-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 266

Page of Pentacles - พราหมณ์น้อย


พราหมณน์ ้อยเปน็ ตัวละครทอี่ ยู่ในบท
ละครเบิกโรง เร่อื งดกึ ดำบรรพ์ ชดุ พระคเณศร์
เสียงา บทพระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จ
พระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว พราหมณ์น้อยเป็น
ร่างแปลงของพระนารายณ์เพื่อมาช่วยเหลือ
รามปรศุให้พ้นจากคำสาปของพระอุมา
พราหมณ์น้อยนี้หลายคนอาจรู้จักกันในการ
แสดงชุดรำฉุยฉายพราหมณน์ ่ันเอง
รามปรศุเป็นพราหมณ์ที่มีฤทธิ์เดชเก่งกล้าสามารถ เป็นผู้ที่คอย
ช่วยเหลือปกป้องคุ้มครองเหล่าบรรดานักพรตให้พ้นจากการถูกรังแก ดัง
ปรากฏวีรกรรมการทำสงครามกับวรรณะกษัตริย์ในเรื่องราวอวตารของ
พระนารายณ์ปางที่ 6 ปรศุรามาวตาร รามปรศุเป็นคนโปรดของพระอิศวร
และได้รับอนุญาตใหส้ ามารถเข้าเฝา้ ได้ทุกเวลาทุกสถานที่ วันหนึ่งรามปรศุ
ต้องการเข้าเฝ้าพระอิศวรที่เขาไกรลาศ เมื่อเดินไปทางไปถึงจึงตรงเข้า
ประตูเพื่อขึน้ เฝ้าทนั ที แตก่ ถ็ ูกพระคเณศบตุ รของพระอิศวรกับพระอุมาเข้า
มาขวางไวก้ อ่ น
พระคเณศได้แจ้งแก่รามปรศุว่า บัดน้ีทั้งสองพระองค์กำลังพักผ่อน
อยู่ด้วยกัน โดยให้ตนเป็นทวารบาลคอยเฝ้าประตไู ว้เพื่อมิให้ผู้ใดมารบกวน
ขอใหร้ ามปรศรุ ออยู่ท่ีสวนก่อนเถดิ รามปรศุเม่ือไดย้ ินก็มีความดื้อดึงถือตน
ว่าเป็นคนโปรดพยายามจะขึ้นเฝ้าให้ได้จึงทำให้เกิดโต้เถียงกันขึ้นและ

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 267

ลุกลามจนเกิดเป็นต่อสู้กนั รามปรศุถูกพระคเณศใช้งวงจับหมุนวนแล้วโยน
ออกมาจนมึนงงอยู่ชั่วขณะหนึ่ง เมื่อหายมึนงงแล้วด้วยความที่เปน็ คนใจร้อน
ก็บันดาลโทสะคว้าเอาขวานที่พระอิศวรประทานให้ตนขว้างใส่พระคเณศ
ทันที ฝ่ายพระคเณศเม่ือเห็นดังนั้นก็ไม่ประสงค์จะต่อสู้กับอาวุธของบิดา
จึงพนมมือน้อมเศียรรับขวานนั้นด้วยความเคารพ ขวานจึงพลาดถูกเข้าที่
งาซ้ายหกั สะบนั้ ลงเสียงดงั เปรีย้ งกึกก้องไปทวั่ ท้ังโลก

พระอิศวรและพระอุมาประทับอยู่ภายในด้วยกนั เมื่อได้ยนิ เสียงดังก็
แปลกใจจึงพากันออกมาดู เมื่อพระอุมาทราบเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นทั้งหมดก็
ทรงกริ้วรามปรศุเป็นอย่างมาก พระองค์จึงสาปให้รามปรศุสิ้นกำลังนอนนิ่งดัง
ขอนไม้ พระอิศวรเมตตาจึงแนะให้รามปรศุภาวนาถึงพระนารายณ์เพื่อให้
เสดจ็ มาชว่ ย รามปรศุก็ปฏบิ ตั ิตามโดยตง้ั จติ ภาวนาระลกึ ถงึ พระนารายณ์

พระนารายณ์กำลังบรรทมสินธุ์อยู่ในเกษียรสมุทรเมื่อรับรู้ได้ถึงคำ
ภาวนาของรามปรศุก็เสดจ็ มาช่วย โดยแปลงเป็นพราหมณน์ ้อยน่าตานา่ รัก
วัยกำลังแรกรุ่นเดินร้องเพลงขับลำนำและฟ้อนรำมาใกล้ที่ที่พระอุมา
ประทับอยู่* พราหมณ์น้อยแสร้งเดินไปพบรามปรศุที่กำลังนอนสิ้นแรงเข้า
โดยบังเอิญ แล้วทำทีเป็นตกใจเข้าไปร้องไห้คร่ำครวญเสียใจในชะตากรรม
ของรามปรศุ ฝ่ายพระอุมาเมื่อแลเห็นพราหมณ์น้อยน่ารักกำลังร้องไห้อยู่
ดังน้ันก็นกึ เอ็นดจู งึ คอ่ ยบรรเทาความกรว้ิ ลง แล้วตรสั ถามถงึ เหตทุ ่ีมารอ้ งไห้
พราหมณ์น้อยจึงตอบไปว่าตนเสียใจที่รามปรศุซึ่งเป็นผู้ที่คอยดูแลปกป้อง
บรรดาพราหมณ์ต้องมาเผชิญชะตากรรมอยู่อย่างน้ี จงึ อยากจะขอพระเมตตา

* ตรงนี้ในการแสดงนาฏศิลป์ไทยจะให้นักแสดงพราหมณ์น้อยออกมารำ
“ฉยุ ฉายพราหมณ์” เปน็ การรำท่ีสวยงามมากชดุ หน่งึ สามารถหาชมได้ใน YouTube

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 268

ประทานกำลงั ของรามปรศเุ พอื่ ไว้สำหรับชว่ ยดูแลรักษาหมพู่ ราหมณ์
เมื่อพระอุมาได้ยินคำขอก็เข้าใจว่าพราหมณ์น้อยขอประทานกำลัง

น้นั ใหก้ บั ตนเองจงึ ตรัสประทานกำลงั ให้ ฝ่ายพราหมณ์น้อยเมื่อได้กำลังของ
รามปรศุมาก็ทูลต่อไปว่าตนไม่เหมาะกับกำลังนี้จึงจะขอแบ่งกำลังออกเปน็
สองส่วน ส่วนหนึ่งคืนให้แก่รามปรศุ อีกส่วนหนึ่งถวายให้แก่พระคเณศ
และขอถวายเทพสมัญญาใหแ้ ก่พระคเณศว่าพระมหาวินัยบดีเพื่อที่กุลบุตร
กุลธิดาจะได้น้อมนำเป็นแบบอย่างในการรักษาระเบียบวินัย และต่อไปใน
เบื้องหน้าหากผู้ใดที่ต้องการศึกษาวิชาศิลปศาสตร์ให้บูชาพระคเณศจึงจะ
ปราศจากอุปสรรคทง้ั ปวง เพราะพระคเณศจะเป็นผู้ทป่ี ระทานความสำเร็จ
และศิลปวิทยาการต่าง ๆ ในโลก เมื่อพราหมณ์น้อยกล่าวจบ พระอุมาก็
ทราบทันทีวา่ พราหมณน์ ้อยน้ันคือพระนารายณ์แปลงมากท็ รงย้มิ อย่างชอบ
ใจ ฝา่ ยรามปรศเุ มื่อได้กำลังกลับคืนมาแม้แค่เพยี งคร่ึงเดยี วก็ลกุ ขึ้นมาถวาย
บังคมแดพ่ ระเปน็ เจา้ ท้งั หมด ดว้ ยความเคารพ

ความเชื่อมโยงกับไพ่ใบนี้คือ รูปลักษณ์ของพราหมณ์น้อยที่ปรากฏ
ในวัยกำลังแรกรุ่นไร้เดียงสา และเป็นผู้ที่มีบทบาทในการแก้ไขปัญหาได้
ด้วยสติปญั ญาและดว้ ยความอ่อนโยน

ความหมายเบื้องตน้
นักเรียน นักศึกษา ความระมัดระวัง งานหรือโครงการใหม่ การ

ลงทนุ ใหม่ การเรียนรใู้ หม่ ๆ

ความหมายหัวกลับ
การไม่พุ่งเป้า การเลื่อนลอย ความไม่มีวินัย การไม่จัดการไม่

รวมกลมุ่ วตั ถุนิยม ภาวะยงุ่ เหยงิ สบั สนวุ่นวาย

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 269

Knight of Pentacles - อุณากรรณ


อุณากรรณเป็นตัวละครในวรรณคดี
เรื่องอิเหนา เธอคือบุษบาที่ปลอมตัวเป็น
ชายเพื่อออกเดินทางติดตามหาอิเหนาคู่รัก
ของตนทต่ี อ้ งพลัดพรากจากกันไป

หลังจากที่อิเหนาเผาเมืองดาหาและ
ลักพาตัวบุษบาไปอยู่ในถ้ำที่จัดเตรียมไว้
(อ่านเรื่องราวความรักของอิเหนากับบุษบา
ในตอนต้นได้ที่ไพ่ King of Pentacles)
อเิ หนาอยู่กับบุษบาได้สองวันก็ต้องกลับไปเมืองดาหาเพื่อแก้ข้อสงสัยว่าตน
เป็นคนลักพาตัวบุษบา ระหว่างทร่ี ออเิ หนากลับมาบุษบากับสองพระพ่ีเล้ียง
ได้ออกไปชมสวนที่อิเหนาตกแต่งไว้ ในระหว่างนี้องค์ประตาระกาหลาซึ่ง
เป็นเทวดาต้นตระกูลต้องการท่ีจะลงโทษอิเหนาท่ีกอ่ เรื่องข้ึน จึงบันดาลให้
เกิดลมพายุหอบพัดเอาบุษบากับพี่เลี้ยงไปยังกรุงประมอตัน จากนั้นจึง
เปลี่ยนบุษบาให้เป็นชายพร้อมกับมอบกริชจารึกชื่อให้ใหม่ว่าอุณากรรณ
และยังได้สาปให้อเิ หนาและบษุ บาต้องออกติดตามหากันและจะยังจดจำกัน
ไมไ่ ด้ จนกวา่ คนสี่คน คือ อิเหนา บุษบา สยี ะตรา และวิยะดา จะมาอยู่รวม
ในเมืองเดียวกันทั้งหมดจึงจะพ้นคำสาปและจำกันได้ หลังจากนั้นอุณากรรณ
เดนิ ทางเขา้ เมืองปะมอตัน ท้าวปะมอตนั ได้รับเลีย้ งไวเ้ ป็นโอรส
ฝ่ายอิเหนาเมื่อแก้ข้อสงสัยเรียบร้อยแล้วจึงรีบกลับมาหาบุษบา
เมื่อทราบว่าบุษบาถูกลมพัดหายไปก็เสียใจเป็นอย่างมาก จึงปลอมตัวเป็น

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 270

โจรป่าชื่อปันหยียกพลออกเดินทางติดตามหาบุษบา ส่วนอุณากรรณก็ยกพล
ออกเดินทางติดตามหาอิเหนาด้วยเช่นกัน ด้วยเทวฤทธิ์ขององค์ประตา
ระกาหลาจึงทำให้เมืองต่าง ๆ พากันมาอ่อนน้อมและมอบบรรณนาการ
พร้อมทั้งบาทบริจาริกาซึ่งเป็นเจ้าหญิงจากเมืองต่าง ๆ มากมาย ทำให้
อุณากรรณต้องวางท่าทางเป็นชายใหม้ ากขึน้ ต้องเกี้ยวพาสตรโี ดยจำอยา่ ง
ทอ่ี เิ หนาเคยเก้ียวพาตน

อุณากรรณเดินทางมาจนถึงเมืองกาหลังซึ่งเป็นเมืองหนึ่งในวงศ์
อสัญแดหวา จึงได้มาพบกับปันหยีที่เมืองนี้ ทั้งปันหยีและอุณากรรณต่าง
จดจำกันไม่ได้และต่างก็สงสัยว่าอีกฝ่ายคือบุคคลที่ตนเที่ยวติดตามหา
หรือไม่แต่ก็ยังไม่กล้าเปิดเผยตัว ทั้งสองได้เข้าอ่อนน้อมต่อท้าวกาหลัง
ซ่ึงทา้ วกาหลังก็โปรดท้ังสองคนมากเหมือนหน่ึงเป็นพระโอรสของตน ต่อมา
มีศึกมาประชิดเมืองเพราะท้าวกาหลังไม่ยอมยกธิดาคือสะการะหนึ่งหรัด
ให้แก่ท้าวจะมาหราที่มาสู่ขอเนื่องจากไม่ใช่วงศ์เทวัญ ทั้งปันหยีและอุณา
กรรณต่างอาสาออกรบ ปันหยีนั้นคุ้นชินกับการศึกอยู่แล้วจึงมิได้เกรงกลัว
แต่อุณากรรณนั้นยังไม่เคยออกศึกจริง ๆ สักทีจึงทำให้เธอกังวลเป็นอย่างยิ่ง
แต่องค์ประตาระกาหลาก็เข้ามาช่วยอุณากรรณโดยบันดาลให้เธอสามารถ
พุ่งหอกไปสังหารระตูจะมาหราได้ แต่เมื่ออุณากรรณเห็นเลือดก็หน้าซีด
คล้ายจะเป็นลมจึงทำให้ปันหยีแปลกใจ และเมื่อเสร็จศึกจะต้องทำพิธี
สรงสนานแตอ่ ณุ ากรรณก็ไม่ยอมลงอาบน้ำร่วมกบั บรรดาชายหนุ่มคนอ่นื ๆ
ปันหยีก็ยิ่งทวีความสงสัยมากขึ้นไปอีก ทำให้อุณากรรณกลัวความจะแตก
ว่าตนเป็นผู้หญิง อีกทั้งร่างกายของเธอเร่ิมจะเป็นสาวเต็มตวั เกรงจะปกปิด
ความลบั ไม่ได้ ประกอบกบั สังคามาระตาน้องชายบุญธรรมของปันหยีแอบส่ง

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 271

คนมาแอบดูอุณากรรณตอนอาบน้ำเพื่อพิสูจน์ว่าเธอเป็นหญิง* และตัว
ของอุณากรรณเองก็ยังต้องการตดิ ตามหาอิเหนาต่อไป จงึ ทลู ลาท้าวกาหลัง
กลับเมืองปะมอตัน อุณากรรณได้ออกอุบายให้ทหารกลับเมืองตามลำพัง
แล้วให้ทลู ทา้ วปะมอตันตามสาส์นท่ีอุณากรรณท้ิงไวว้ า่ ตนเป็นวงศ์อสัญแดหวา
และบัดนี้เทวดาได้มารับไปสวรรค์แล้ว แต่อุณากรรณกับพี่เลี้ยงหนีไปบวช
เป็นนางแอหนัง (นางชี) ชื่อติหลาอรสา อยู่บนเขาตะหลากันเพื่อหลกี หนี
ใหพ้ น้ จากปนั หยี

ภาพหน้าไพ่วาดเป็นภาพของอุณากรรณประทับอยู่บนหลังม้า สายตา
ของเธอมองออกไปยังทิวทัศน์เบื้องหน้าครุ่นคิดถึงสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตอย่าง
รอบคอบ หลักแหลม และมีวิจารณญาณ

ความหมายเบื้องต้น
ความซื่อสัตย์ ผู้ที่สามารถไว้วางใจได้ นักปฏิบัติ การทำงานหนัก

ความใสใ่ จในรายละเอียด

ความหมายหัวกลับ
ผู้ที่นิยมความสมบูรณ์แบบ ความก้าวหน้าอย่างช้า ๆ การติดขัด

การหยุดชะงัก การคาดเดาสิ่งที่ยังไม่เกิดขึ้น การมองย้อนกลับในสิ่งที่
เกดิ ขน้ึ หรือผ่านไปแล้ว

* สังคามาระตาแอบหลงรักนางกุสุมาธิดาของท้าวล่าสำซึ่งเป็นหนึ่งในบาท
บริจาริกาของอุณากรรณ และเป็นคู่ตุนาหงันของสังคามาระตามาแต่ท้าวล่าสำถวาย
นางให้อุณากรรณเพราะความยำเกรง สังมาระตาจึงต้องการพิสูจน์ว่าอณุ ากรรณเป็น
ผู้หญงิ เพื่อทต่ี นจะได้ครองค่กู บั นางกุสุมา ภายหลงั เม่อื ความจรงิ เปิดเผยสังคามาระตา
ไดไ้ ปครองเมอื งปักมาหงันต่อจากบดิ าโดยมีนางกสุ มุ าเป็นประไหมสุหรี (มเหสีเอก)

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 272

Queen of Pentacles - ละเวงวณั ฬา


ละเวงวัณฬา เป็นตัวละครในวรรณคดี
เร่ืองพระอภัยมณี เป็นสตรใี นวรรณคดีไทยท่ี
มีเชื้อชาติเป็นฝรั่ง เธอเป็นธิดาของเจ้ากรุง
ลงั กา มีพช่ี ายชื่อวา่ อุศเรน

แต่เดิมนั้นอุศเรนเป็นคู่หมั้นของนาง
สุวรรณมาลีธิดาของท้าวสิลราชแห่งเมืองผลึก
แต่สวุ รรณมาลีมีใจให้กับพระอภัยมณีจึงเป็น
ชนวนเหตุให้เกิดการสู้รบกันขึ้น ส่งผลให้เจ้า
กรุงลังกาและอุศเรนสิ้นชีวิตไป ละเวงวัณฬาจึงต้องขึ้นครองกรุงลังกาต่อ
จากบดิ า เธอต้องการท่ีจะแก้แค้นให้กับบิดาและพี่ชาย แต่ด้วยความที่เป็น
สตรีและไม่รู้เรื่องการศึก เธอจึงไปปรึกษากับสังฆราชบาทหลวงจึงได้รับ
คำแนะนำให้ใช้เสนห่ ์แบบอิสตรีเป็นอุบายชว่ ยในการศึก ละเวงวัณฬาจึงให้
ช่างวาดรูปเหมือนของตนและเสกมนต์เสน่ห์ลงไปในรูปแล้วส่งไปยังเจ้าเมือง
ต่าง ๆ เพื่อเชื้อเชิญให้มาช่วยทำศึก โดยให้ข้อเสนอว่าหากเจ้าเมืองคนใด
สามารถชนะศึก เธอยินดีที่จะแต่งงานด้วยพร้อมกับมอบตราพระราหูและ
เมืองลังกาให้ครอบครอง ผลปรากฏว่าบรรดาเจ้าเมืองที่ได้รับสาส์นต่างก็
หลงรปู ของละเวงวัณฬาอย่างถอนตวั ไมข่ ้ึนและตา่ งอาสาชว่ ยทำศึก
ผู้ที่อาสาทำศึกเป็นคนแรกคือเจ้าละมานซึ่งเป็น ราชาชาวป่าทมิฬ
เขาหลงใหลรูปวาดอย่างไม่เป็นอันกินอันนอน อีกทั้งเมื่อได้เห็นรูปโฉมท่ี
แท้จริงก็ยิ่งหลงใหลหนักขึ้นกว่าเดิม เขารีบอาสายกทัพไปตีเมืองผลึกโดย

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 273

ทันที แต่ก็พลาดท่าพ่ายแพ้ให้กับเพลงปี่ของพระอภัยมณีทำให้หลับไปจน
ถูกจับตัวได้ เจ้าละมานถูกนำตัวไปปล่อยเกาะและถูกยึดรูปละเวงวัณฬาท่ี
เก็บไว้กับตัวไปทำให้คุ้มคลั่งจนตาย วิญญาณของเขาได้เข้าสิงรูปนั้นทำให้
ฤทธิ์ของรูปเพิ่มมากยิ่งขึ้น เมื่อรูปนั้นถูกนำไปถวายพระอภัยมณีจึงทำให้
พระอภัยมณหี ลงใหลจนถงึ ขนาดเพ้อคล่ังไม่ได้สติ อีกท้งั รูปนน้ั ก็ไม่สามารถ
ทำลายลงได้ จนสุดสาครต้องตีด้วยไม้เท้าที่พระโยคีแห่งเกาะแก้วพิสดาร
มอบให้ วิญญาณเจ้าละมานจึงออกไปและสามารถทำลายรูปนั้นลงได้
คร้ันพระอภยั มณีได้สติกลับคนื มาก็ออกไปจัดการกบั กองทัพของเมืองอ่ืน ๆ
ทยี่ กทัพมาจนแตกพ่ายไป

พระอภัยมณีจึงหารือกับศรีสุวรรณและสินสมุทรในการที่จะตัดศึก
ที่มารายรอบนี้โดยการยกทัพไปทำศึกกับลังกา ฝ่ายละเวงวัณฬากับสังฆราช
บาทหลวงได้วางแผนหลอกล่อให้ทัพของพระอภัยมณีมาติดกับจนเกือบจะ
เสียที พระอภัยมณีจึงเป่าปี่สะกดให้กองทัพเมืองลังกาหลับไป คงเหลือแต่
ละเวงวัณฬาผู้เดียวที่เพลงปี่ไม่สามารถสะกดเธอได้ เพราะมีตราราหู
ประจำเมืองอันศักดิ์สิทธิ์คอยคุ้มครองอยู่ เธอได้ใช้เกาทัณฑ์ลอบยิงพระ
อภัยมณีขณะกำลังเป่าปี่จนปี่หลุดจากมือแล้วควบม้าหนีไป พระอภัยมณีก็
ควบม้าตามจนมาสะกัดเธอไว้ได้ เมื่อได้เห็นรูปโฉมอันงดงามพระอภัยมณีก็
อดพูดจาเกี้ยวพาไม่ได้ ละเวงวัณฬารู้สึกวาบหวามกับคำหวานแต่ก็แข็งใจ
ไม่โอนอ่อนตามและควบม้าหนีไป พระอภัยมณีจึงใช้เพลงปี่เป่าให้นาง
เคลิบเคลิ้มจนต้องขับม้ากลับมา แตเ่ ม่ือรู้สกึ ตัวเธอกร็ ีบควบม้าหนีไปให้ไกล
จากระยะเสียงปีท่ นั ที

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 274

ละเวงวัณฬาได้หนีเข้าไปตั้งหลักในป่า เธอได้ไปพบกับดินถนันซึ่ง
เป็นสิ่งวิเศษที่พันปีจะผุดขึ้นมาจากดิน เมื่อกินแล้วจะมีผิวพรรณผ่องใส
กลิ่นกายหอม ไมแ่ ก่เฒา่ จากนั้นเธอไดพ้ บกับบาทหลวงปโี ปผู้ท่ีชำนาญด้าน
การพยากรณ์และกลศึกต่าง ๆ ซึ่งได้สอนอุบายให้เธอแก้มนต์ปี่พระอภัย
และเธอก็ยังได้บุตรบุญธรรมมาสองคนคือนางยุพาผกากับนางสุลาลีวัน
เด็กหญิงที่บาทหลวงเลี้ยงไว้ซึ่งได้รับการถ่ายทอดวิชาความรู้ต่าง ๆ จาก
บาทหลวงอย่างชำนาญ และเธอก็ได้ย่องตอดซึ่งเป็นคนกึ่งผีดิบมีความ
เก่งกาจอยู่ยงคงกระพันมาเป็นทหารในกองทัพอีกดว้ ย

หลังจากนั้นศึกระหว่างเมืองลังกาและเมืองผลึกก็ได้เริ่มขึ้นอีกครั้ง
ละเวงวณั ฬาไดน้ ้องสาวบุญธรรมเพิ่มมาอีกหนึ่งคนคือนางรำภาสะหรี ลูกสาว
เจ้าเมืองด่านดงตาล ละเวงวัณฬาได้ถ่ายทอดวิชามนต์เสน่ห์ให้แก่ทั้งสาม
นางและให้กินดินถนนั จึงทำให้พวกเธอตา่ งมีความงามเปล่งปลั่งมากยิ่งขน้ึ
พรอ้ มท่ีจะพชิ ิตใจชายได้ทั่วหลา้

ต่อมาละเวงวัณฬาใช้กลศึกลวงจับตัวพระอภัยมณีมาขังไว้ในเมือง
ลังกาได้ แต่เมื่อได้อยู่ใกล้ชิดกันก็ทำให้ละเวงวัณฬายิ่งหลงรักพระอภัยมณี
มากขึ้น เธอจึงเปลี่ยนกลศึกใหม่ให้บรรดาสาวงามในลังกาเป่ามนต์เสน่ห์
ใส่ผู้ชายเมืองผลึกให้หลงใหลกันทุกคน โดยละเวงวัณฬาได้พระอภัยมณี
รำภาสะหรีได้ศรสี ุวรรณ และยพุ าผกาได้สินสมุทร เม่ือเหตุการณ์เป็นไปดังนั้น
สวุ รรณมาลีชายาของพระอภัยมณีจึงยกทัพมาพร้อมกบั สุดสาครเพ่ือมาชิงเอา
พระอภัยมณีกลับคนื ไป แตก่ ารณ์กลับเป็นว่าสุดสาครก็ไปหลงเสน่ห์สุลาลีวัน
เข้าอกี คน เปน็ อันว่าผู้ชายเมอื งผลึกตา่ งเสยี ทใี ห้กับผหู้ ญิงฝา่ ยเมอื งลงั กากัน
หมดทกุ คน สรา้ งความแค้นใจใหก้ ับสุวรรณมาลเี ปน็ อยา่ งมาก

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 275

หลังจากนั้นสุวรรณมาลีจึงส่งข่าวไปยังบรรดาผู้หญงิ คนอื่น ๆ ที่เป็น
คนรักทกุ คนให้ทราบข่าวและมาช่วยทำศึก จงึ ได้ทพั สมทบจากเมืองรมจักร
ของนางเกษราชายาของศรีสุวรรณกับนางอรุณรัศมีคู่รักของสินสมุทร และ
ทพั จากเมืองการะเวกของนางเสาวคนธ์ค่รู ักของสุดสาคร

ฝ่ายสี่สตรแี ห่งเมืองลังกากไ็ ด้ตั้งครรภ์ขึ้นพร้อมกัน และฝันร้ายจึงได้
ทำพิธีสะเดาะเคราะห์ หลังจากนั้นจึงได้ต่อสู้ประจันหน้ากับกองทัพของ
เมืองผลึก แต่ฝ่ายลังกาเป็นฝ่ายเสียเปรียบเพราะฝ่ายเมืองผลึกต่างมีผู้ที่
เก่งกล้าสามารถมาช่วยรบกันหลายคน ได้แก่ หัสไชย สามพราหมณ์พีเ่ ลี้ยง
ของศรีสุวรรณ และทิศาปาโมกข์โลกเชษฐ์ บาทหลวงปีโปจึงแนะนำให้
ละเวงวัณฬาสง่ พวกพระอภยั มณอี อกมาชว่ ยทำศึก

ฝ่ายทิศาปาโมกข์โลกเชษฐ์เห็นเหตุการณ์จะลุกลามใหญ่โตจึงทำพิธี
อัญเชิญพระโยคีแห่งเกาะแก้วพิสดารให้มาห้ามทัพ พระโยคีได้บันดาลให้ฝน
ตกลงมาชะล้างเอามนต์เสน่ห์หายไปหมดสิ้น และได้เทศนาสั่งสอนให้ทั้งสอง
ฝา่ ยสามัคคีปองดองกันเพราะต่างกร็ ่วมสามีเดียวกัน การศึกจึงยุติลงในบัดน้ัน
ละเวงวณั ฬาจึงเชญิ ทุกคนเข้าในเมอื งลงั กาและได้พาไปชมภเู ขาเพชรพลอย
ที่เป็นสมบัติประจำเมืองลังกาโดยจะมีอัญมณีต่าง ๆ ผุดขึ้นมาเองมากมาย
ละเวงวัณฬาอนุญาตให้ทุกคนเก็บเอาอัญมณีไปได้ตามต้องการ นางเสาวคนธ์
จึงขุดเอาโคตรเพชรขึ้นมาจนเป็นเหตุให้เกิดแผ่นดินไหวไปทั้งเมืองลังกา
เพราะโคตรเพชรน้ีเป็นของคู่บา้ นคู่เมือง และเป็นตน้ กำเนิดของอัญมณีท้ังหมด

หลังจากนั้นพระอภัยมณีและคนทั้งหมดก็เดินทางกลับบ้านเมืองไป
สี่สตรีแห่งเมืองลังกาก็ให้กำเนิดโอรสขึ้นมา โดยละเวงวัณฬาให้กำเนิดมังคลา
โอรสของพระอภัยมณี รำภาสะหรีให้กำเนิดวลายุดาโอรสของศรีสุวรรณ

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 276

ยุพาผกาให้กำเนิดวายุพัฒน์โอรสของสินสมุทร และสุลาลีวันให้กำเนิดหัสกนั
โอรสของสุดสาคร

เม่ือเวลาผ่านไป มงั คลาไดเ้ จรญิ วัยขึน้ อายุได้ 15 ปี ละเวงวัณฬาก็ต้ัง
ให้ครองเมืองลังกาแทนตนเอง สังฆราชบาทหลวงได้ยุยงให้มังคลาชิงเอา
โคตรเพชรกลบั คืนมา และเลา่ เร่อื งราวในอดตี ให้ฟัง ส่งผลให้มังคลาเปิดศึก
ขึ้นอีกครั้งและได้หลอกนำตัวสุวรรณมาลีกับลูก ๆ และท้าวทศคีรีวงศ์กับ
มเหสีแห่งเมืองรมจักรมากักขังไว้ ทัพเมืองรมจักรจึงยกมาประชิดเมืองลังกา
เมื่อละเวงวัณฬาทราบเรื่องก็ตกใจมาก เธอจึงรีบไปชิงตัวสุวรรณมาลีและ
พวกทีถ่ ูกคมุ ตัวทง้ั หมดออกมาและพาไปดูแลท่ตี ำหนักเมืองลงั กาทนั ที

หลงั จากนั้นศึกเมืองลังกาก็ได้เกิดขึน้ เปน็ คร้ังที่สอง ซึ่งเป็นศึกระหว่าง
พอ่ กบั ลูก พีก่ บั น้อง พระอภัยมณไี ด้เป่าป่เี พอ่ื ยตุ ิศึกและจับมงั คลาพร้อมกับ
พรรคพวกได้หมดทุกคน แต่ก็มีผู้วิเศษมาช่วยให้มังคลาและพรรคพวกหนี
รอดไปได้ เมื่อเหตุการณ์สงบพระอภัยมณีก็ได้ไปบวชบำเพ็ญพรตอยู่ที่เขา
สิงคตุ ร์โดยมีสวุ รรณมาลแี ละละเวงวัณฬาออกบวชตดิ ตามไปปรนนิบตั ิด้วย

ความหมายเบื้องตน้
การปกป้อง การคุ้มกัน การบำรุงรักษา การทะนุถนอม การเป็นเจา้

ความคิดในการแก้ไขปัญหา การกลับสู่โลกแห่งความเป็นจริง ความอุดม
สมบูรณ์ การผลิดอกออกผล การมีสุขภาพดี

ความหมายหัวกลับ
การปฏิบตั ทิ ี่ไม่ไดผ้ ลจริง สุขภาพทไี่ ม่แข็งแรง ความเฉอื่ ยชา การตามใจ

เด็กมากเกินไป การละเลยทอดทง้ิ ไม่เอาใจใส่ การขาดแคลน



-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 277

King of Pentacles - อเิ หนา


อิเหนา เป็นตัวละครเอกในวรรณคดี
เรื่องอิเหนา บทพระราชนิพนธ์ในรัชกาลที่ 2
เป็นบทละครที่แต่งขึ้นเพื่อใช้แสดงละครใน
เป็นเรื่องราวความรักและวีรกรรมความ
เก่งกล้าในการรบของอิเหนา วรรณคดีเรื่องนี้
ได้เค้าโครงมาจากเรื่องราวของชวา จึงมีการ
นำเอาคำศพั ทภ์ าษาชวามาใช้ในเรอื่ งด้วย

ในเกาะชวามีเมืองใหญส่ ำคัญอยู่สี่เมือง
ซึ่งเป็นเครือญาติกัน และเป็นวงศ์เทวัญหรือวงศ์อสัญแดหวาที่สืบเชื้อสายมา
จากเทพเจา้ คือองคป์ ะตาระกาหรา ไดแ้ ก่ เมืองกุเรปัน เมอื งดาหา เมืองกาหลัง
และเมืองสิงหัดส่าหรี ทั้งสี่เมืองจะมีธรรมเนียมในการแต่งงานกันระหว่าง
เครือญาติ เพื่อรักษาความสูงศักดิ์ของวงศ์ตระกูลไว้ เนื่องจากในขณะน้ัน
วงศ์อสัญแดหวามีศักด์ิศรีเหนอื กวา่ ราชาผู้ครองเมืองอ่ืน เพราะสืบเช้ือสาย
มาจากเทวดา

ท้าวกุเรปันที่เป็นพี่ใหญ่มีโอรสและธิดาสองคน คืออิเหนากับวิยะดา
ส่วนเมืองดาหาซึ่งเป็นเมืองรองลงมามีธิดาและโอรสสองคน คือบุษบากับ
สียะตรา ทั้งสองเมืองต่างก็ตุนาหงันหรือหมั้นหมายโอรสและธิดาด้วยกัน
ตั้งแต่ยังเล็ก โดยเด็กทั้งสองเมืองยังไม่เคยพบเจอกันมาก่อน อิเหนาเป็นคู่
ตนุ าหงนั กับบษุ บา ส่วนสียะตราก็เปน็ คู่ตนุ าหงนั กับวยิ ะดา

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 278

วันหนึ่งอิเหนาต้องเป็นตัวแทนเมืองกุเรปันเดินทางไปงานศพพระ
อัยกี (ยาย) ท่ีเมืองหมันหยาแทนพระมารดาซึ่งขณะน้ันกำลังต้ังครรภ์อยู่
ณ เมืองหมันหยานี้เอง อิเหนาได้พบกับสาวงามนางหนึ่งคือจินตะหราวาตี
ซึ่งเป็นธิดาของระตูผู้ครองเมืองหมันหยา อิเหนาตกหลุมรักจินตะหรา
ในทันที แต่ฝ่ายท้าวกุเรปันไม่ชอบใจที่ทั้งสองรักกันเพราะอิเหนานั้นมี
คู่หมั้นอยู่แล้ว จึงส่งสาส์นไปตามให้อิเหนากลบั มา แต่อิเหนาก็แสร้งปลอม
ตวั เปน็ โจรปา่ ช่ือปันหยีออกเดินทางกลับมาหาจินตะหรา พร้อมทั้งได้ทำศึก
กับระตูบุศสิหนาจนชายามาสองคนคือสะการะวาตีกับมาหยารัศมี และ
น้องชายบุญธรรมคือสงั คามาระตา เมื่อปันหยีมาถึงเมืองหมันหยาก็ได้สาน
สัมพนั ธ์ต่อจนไดจ้ นิ ตะหรามาเปน็ ชายา

ข่าวการได้นางจินตะหรามาเป็นชายาทราบไปถึงเมืองกุเรปันทำให้
ท้าวกุเรปันไม่พอใจเป็นอย่างมาก จึงส่งสาส์นไปแจ้งให้อิเหนาเดินทาง
กลบั มาเพอ่ื เตรียมตวั อภเิ ษกกบั บุษบา แตอ่ ิเหนาซ่งึ กำลังหลงนางจินตะหราอยู่
และยังไม่เคยพบหน้ากับบุษบามาก่อน กไ็ ด้ประกาศถอนหมั้นบุษบาที่เมือง
หมนั หยานน้ั เอง

ข่าวการประกาศถอนหมั้นนี้ทราบไปถึงท้าวดาหา พระองค์ไม่พอใจ
เป็นอย่างยิ่ง จึงตรัสประกาศประชดออกไปว่าไม่ว่าใครกต็ ามมาสู่ขอบษุ บา
ก็จะยกให้ทันที ซ่ึงผู้ที่มาขอบุษบานั้นก็คือระตูจรกาที่ปรารถนาจะมีชายา
งดงามราวกับนางสวรรค์ จึงให้ชา่ งไปแอบวาดรูปพระธิดาของสองเมืองเพื่อ
นำมาเป็นตัวเลือก คือบุษบาธิดาท้าวดาหาและจินดาส่าหรีธิดาท้าวสิงหัด
ส่าหรี ช่างที่ไปวาดรูปบุษบาได้วาดรปู บษุ บาขึ้นมาสองรูป รูปแรกเป็นรูปที่
บุษบายงั ไม่ได้ลงสรงทรงเครื่องเพราะยังเสียใจกับการถูกถอนหม้ัน และอีก

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 279

รปู หนงึ่ คือรูปของบุษบาท่ีลงสรงทรงเคร่ืองอย่างงดงามแล้ว ในระหว่างทาง
ที่ช่างวาดรูปกำลังเดินทางกลับ องค์ปะตาระกาหราเทพเจ้าไม่พอใจที่
อิเหนาประกาศถอนหมั้นบุษบา ก็คิดจะสั่งสอนให้อิเหนาพบกับความลำบาก
จึงแอบหยิบรูปวาดบุษบาทรงเครื่องไปวางไว้บนทางที่จะไปยังเมืองกะหมัง
กุหนิง เมื่อช่างวาดรูปนำรูปที่เหลือเพียงรูปเดียวกลับไปถวายระตูจรกา
ระตูจรกาก็หลงใหลในความงามของบุษบาทันทีจึงรีบส่งราชสาส์นไปสู่ขอ
ท้าวดาหาจึงจำใจต้องยกบุษบาให้กับจรกาตามวาจาที่ล่ันไว้ แม้ว่าจรกาจะ
ตำ่ ศกั ดกิ์ วา่ ก็ตาม

ฝ่ายวิหยาสะกำโอรสของท้าวกะหมังกุหนิงออกมาเที่ยวล่าสัตว์ในป่า
องคป์ ะตาระกาหราจึงแปลงเปน็ กวางมาลอ่ ให้วยิ าสะกำตามมาจนได้พบกับ
ภาพวาดบุษบาท่ีวางไว้ วหิ ยาสะกำหลงรักนางในภาพวาดน้ันทนั ที เมอ่ื ท้าว
กะหมังกุหนิงทราบเรื่องและสืบจนทราบว่าหญิงในภาพคือบุษบาธิดาท้าว
ดาหา จงึ ส่งราชสาสน์ ไปสู่ของบุษบาให้แก่วิหยาสะกำ

ท้าวดาหาได้ปฏิเสธราชสาส์นสู่ขอบุษบาของท้าวกะหมังกุหนิง
เนื่องจากได้ยกบุษบาให้กับจรกาที่ส่งราชสาส์นมาสู่ขอก่อนหน้าแล้ว สร้าง
ความไมพ่ อใจใหก้ ับท้าวกะหมังกหุ นิงเป็นอย่างมาก จงึ ยกทพั มายังเมืองดาหา
เพ่ือทำศึกชงิ นาง ทา้ วดาหาจงึ ส่งข่าวไปยงั เมืองพ่ีเมืองน้องเพ่ือให้มาช่วยทำศึก
ท้าวกุเรปันจึงส่งสาสน์ไปบังคับให้อิเหนากลับมาช่วยทำศึกเพราะอิเหนา
เป็นตัวต้นเหตุ หากไม่กลับมาจะตัดพ่อตัดลูกกัน อิเหนาจึงจำใจต้องจาก
จินตะหราเพ่ือไปชว่ ยการศึก

อิเหนาเดินทางมาทำศึกกับท้าวกะหมังกุหนิงจนได้รับชัยชนะ แล้ว
จึงเข้าเฝ้าท้าวดาหาในท้องพระโรง ท้าวดาหาเมื่อเห็นอิเหนาก็นึกโกรธที่

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 280

ถอนหมั้นบุษบา แต่ก็ให้คนไปตามบุษบาออกมาเพื่อทำความเคารพอิเหนา
บุษบาออกมาไหว้อิเหนาอย่างเสียไม่ได้ เมื่ออิเหนาหันไปรับไหว้บุษบาก็ได้
ยลโฉมบุษบาเป็นครัง้ แรก

อิเหนาตกตะลึงในความงามของบษุ บาเปน็ อย่างยิ่ง งามยง่ิ กว่าจนิ ตะหรา
วาตีที่ตนเห็นว่างามอยู่เสียอีก อิเหนาคิดเสียดายบุษบานัก ได้แต่เฝ้ามอง
และตกประหม่าจนสังคามาระตาที่นั่งอยู่ใกล้ ๆ ต้องคอยสะกิดเตือน
หลังจากนั้นอิเหนาก็เฝ้าเพียรพยายามทำทุกวิถีทางเพื่อจะให้ได้บุษบา
กลบั มาเปน็ ของตน จนพาลไปกลน่ั แกลง้ จรกาทีน่ ำทพั มาช่วยศกึ ดว้ ย

อิเหนาไม่เห็นหนทางท่ีจะได้บุษบาคืนมา จงึ วางแผนลอบเผาเมืองดาหา
และอาศัยช่วงสถานการณ์ชุลมุนปลอมตัวเป็นจรกาไปลักพาตัวบุษบาไปไว้
ในถ้ำ อิเหนาได้เกี้ยวพาจนบุษบาใจอ่อนและได้เธอป็นชายา วันต่อมา
อิเหนาได้กลับเข้าเมืองเพื่อไม่ให้ใครสงสัยว่าตนเป็นคนเผาเมือง ระหว่างที่
รออิเหนากลบั มาบุษบากับพระพ่ีเลยี้ งจงึ ไดอ้ อกเทีย่ วในอุทยาน

ฝ่ายองค์ปะตาระกาหราไม่พอใจที่อิเหนาก่อเรื่องวุ่นวายขึ้นอีก คร้ัง
จึงบันดาลให้เกิดลมพายุหอบพาเอาบุษบาพร้อมพระพี่เลี้ยงไปยังเมือง
ประมอตัน องค์ปะตาระกาหราได้ปรากฏกายให้บุษบาเห็นแล้วแจ้งเหตุ
ทั้งหมดให้ทราบ จากนั้นจึงเปลี่ยนบุษบาให้เป็นชายพร้อมกับมอบกริช
จารึกช่อื ใหใ้ หม่วา่ มสิ าอุณากรรณ ใหม้ ีความเกง่ กล้าสามารถในการรบ

องค์ปะตารากาหรายังได้สาปให้อิเหนาและบุษบาต้องออกติดตาม
หากันและจะยังจดจำกันไม่ได้ จนกว่าคนสี่คน คือ อิเหนา บุษบา สียะตรา
และวยิ ะดา จะมาอยู่รวมในเมืองเดยี วกันท้งั หมดจงึ จะพน้ คำสาปและจำกันได้
หลังจากนั้นอุณากรรณเดินทางเข้าเมืองปะมอตัน ท้าวปะมอตันได้รับเลี้ยง

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 281

ไว้เปน็ โอรส
ฝ่ายอเิ หนาเมอื่ แก้ข้อสงสยั เรยี บร้อยแล้วจงึ รบี กลบั มาหาบุษบา และ

พาวิยะดาน้องสาวมาด้วย เมื่อทราบว่าบุษบาถูกลมพัดหายไปก็เสียใจเป็น
อย่างมาก จงึ ปลอมตัวเป็นโจรป่าปันหยียกพลออกเดินทางติดตามหาบุษบา
โดยวิยะดาก็ได้ร่วมเดินทางไปกับอิเหนาด้วย ใช้ชื่อว่าเกนหลงหนึ่งหรัด
อิเหนาออกเดินทางในระหว่างทางก็ทำศึกได้ชัยชนะและยังได้ชายามาเพิ่ม
อกี หลายคน

ต่อมาอณุ ากรรณกย็ กพลออกเดนิ ทางติดตามหาอิเหนา ดว้ ยเทวฤทธ์ิ
ขององคป์ ระตาระกาหลาจึงทำให้เมืองต่าง ๆ พากันมาอ่อนน้อม จนกระท่ัง
มาถึงเมืองกาหลังซึ่งเป็นเมืองในวงศ์อสัญแดหวา จึงได้มาพบกับปันหยีท่ี
เมืองนี้ ทั้งปันหยีและอุณากรรณต่างจดจำกันไม่ได้และต่างก็สงสัยว่าอีกฝ่าย
คือบุคคลที่ตนเที่ยวติดตามหาหรือไม่ แต่ก็ยังไม่กล้าเปิดเผยตัว ทั้งสองได้
เขา้ อ่อนนอ้ มตอ่ ท้าวกาหลัง ซง่ึ ทา้ วกาหลังกโ็ ปรดทั้งสองคนมากเหมือนเป็น
พระโอรส ต่อมามีศึกมาประชิดเมืองเพราะท้าวกาหลังไม่ยอมยกธิดาคือ
สะการะหน่ึงหรัดให้แก่ท้าวจะมาหราท่ีมาสู่ขอเนื่องจากไม่ใช่วงศ์เทวัญ ปันหยี
และอุณากรรณอาสาออกรบและสามารถชนะศึกได้อย่างง่ายดาย ในระหว่าง
นี้ปันหยีกับอุณากรรณก็ได้ใกล้ชิดกันมากขึ้นทำให้อิเหนาเห็นถึงอากัปกิริยา
ของอุณากรรณที่คล้ายกับผู้หญิงเสียมากกว่า เช่น กลัวเลือดในสนามรบ
และไม่ยอมลงอาบน้ำร่วมกับผู้ชายหลังเสร็จการศึกตามประเพณี ทำให้
อุณากรรณกลัวความจะแตกว่าตนเป็นผู้หญิง อีกทั้งร่างกายของเธอเริ่มจะ
เป็นสาวเต็มตวั เกรงจะปกปิดความลับไว้มิได้ และเธอก็ยังต้องการติดตามหา
อิเหนาต่อไป จึงทูลลาท้าวกาหลังกลบั เมืองปะมอตัน แต่อุณากรรณก็ออก

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 282

อบุ ายใหท้ หารกลบั เมืองตามลำพังแลว้ ให้ทูลท้าวปะมอตันตามสาส์นท่ีอุณา
กรรณทิ้งไว้ว่าตนเป็นวงศอ์ สัญแดหวา และบัดนี้เทวดาได้มารับไปสวรรค์แล้ว
สว่ นอุณากรรณกับพี่เล้ยี งหนีไปบวชเปน็ นางแอหนัง (นางชี) ชือ่ ตหิ ลาอรสา
อยบู่ นเขาตะหลากนั เพือ่ หลกี หนใี หพ้ น้ จากปนั หยี

ฝ่ายสียะตราน้องชายของบุษบา หลังจากเสร็จพิธีโสกันต์ ก็แอบหนี
พระบิดามารดาปลอมตัวโจรป่าชื่อ ย่าหรัน ออกเดินทางติดตามหาอิเหนา
และบษุ บา องคป์ ะตาระกาหลาได้ช่วยนำทางให้โดยแปลงกายเปน็ นกยูงมา
ล่อให้ย่าหรันตามไปจนถึงเมืองกาหลัง ได้เข้าเฝ้าและพำนักอยู่ในเมืองน้ัน
ต่อมาย่าหรันและปันหยีเกิดต่อสู้กัน อันเนื่องมาจากย่าหรันไปหลงรักนาง
เกนหลงหน่ึงหรัด (ซง่ึ ความจริงทั้งสองก็เป็นคตู่ ุนาหงันกันอยู่แล้ว แต่ยังจำกัน
ไม่ได้) เมอื่ ทง้ั สองฝา่ ยดึงกริชออกมาสู้กันกริชก็ไม่ทำร้ายกัน ท้ังสองจึงหยุด
ต่อสแู้ ลว้ มาเจรจากนั จนรู้ตวั จริงของกนั โดยดจู ากจารึกช่ือทอ่ี ย่บู นกรชิ

หลังจากนั้นเกดิ เหตยุ า่ หรนั ถูกลกั พาตวั ไป ประสันตาพระพี่เล้ียงของ
อเิ หนาได้ออกติดตามหาจนได้ทราบว่ามนี างแอหนังบวชอยู่บนเขา จึงได้ไป
ขอให้นางแอหนังทำนายหาตวั ย่าหรัน เมอื่ ตามหาย่าหรันจนพบแล้วแล้วจึง
แจ้งกับปนั หยีว่ามีนางแอหนงั รูปร่างหน้าตาสวยงามบวชอยู่บนภูเขา ปนั หยี
นึกชอบนางแอหนังจึงออกอุบายปลอมตัวเป็นเทวดาหลอกนางแอหนังว่า
จะมารับนางขึ้นไปอยู่บนสวรรค์ แต่กลับพานางมายังเมืองกาหลัง ปันหยีเหน็
ว่านางแอหนังละม้ายคล้ายบุษบายิ่งนัก แต่เมื่อเห็นกริชที่นางเก็บไว้กับตัว
จารึกชื่ออุณากรรณ ปันหยีก็เข้าใจว่านางเป็นชายาของอุณากรรณ ฝ่าย
ประสันตาคิดทดสอบนางแอหนังว่าใช่บุษบาหรือไม่ จึงได้แสดงเชิดหนัง
ตะลุงโดยผูกเรื่องเป็นเรื่องราวของอิเหนาและบุษบาตั้งแต่พบกันจนถึงถูก

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 283

ลมหอบไป เมือ่ นางแอหนงั ได้ดหู นังตะลุงก็ร้องไห้คร่ำครวญความจึงแตกว่า
เธอคือบุษบา ประกอบกับตอนนี้บุคคลทั้งสี่ คืออิเหนา บุษบา สียะตรา
และวยิ ะดาต่างกอ็ ยใู่ นเมืองกาหลงั ด้วยกันครบทกุ คน ทัง้ หมดจึงจำกันได้

หลังจากนั้นกษัตริย์วงศ์เทวัญจึงได้มาพร้อมกัน ณ เมืองกาหลัง
หลังจากทราบเรื่องและเข้าใจกันดีแล้ว จึงได้มีการอภิเษกสมรสให้กับ
อิเหนา พร้อมทั้งคู่ตุนาหงันในวงศ์เทวัญคนอื่น ๆ ชายาทุกคนของอิเหนา
ได้รับการแต่งตั้งในตำแหน่งต่าง ๆ สิบตำแหน่งได้แก่ จินตะหราวาตีเป็น
ประไหมสุหรีฝ่ายขวา บุษบาเป็นประไหมสุหรีฝ่ายซ้าย สะการะวาตีเป็น
มะเดหวีฝ่ายขวา มาหยารัศมีเป็นมะเดหวีฝ่ายซ้าย บุษบาวิลิศเป็นมะโต
ฝา่ ยขวา บุษบากันจะหนาเปน็ มะโตฝ่ายซ้าย ระหนากะระติกาเป็นลิกฝู ่ายขวา
อรสานารีเป็นลิกูฝ่ายซ้าย สุหรันกันจาส่าหรี เป็นเหมาหลาหงีฝ่ายขวา
หงยาหยาเปน็ เหมาหลาหงีฝ่ายซา้ ย แล้วหลงั จากนนั้ ทั้งหมดก็อยู่กันอย่างมี
ความสขุ

ธีมหลักของไพ่ King ในสำรับนี้คือราชาจากนาฏกรรมไทยสี่แบบ
ราชาในไพ่เหรียญเป็นตัวแทนของราชาที่อยู่ในการแสดงละครใน ซึ่งได้
นำเอาอิเหนามาเป็นตัวละครในไพ่ใบนี้ ในอดีตการแสดงละครในนับเป็น
เครื่องราชูปโภคอย่างหน่ึงของพระมหากษัตริย์ จึงทำให้ละครในเป็นละคร
ที่มีความประณีตทัง้ ในเรือ่ งของกระบวนท่ารำ การแต่งกาย บทละคร และ
ดนตรี อีกท้ังยังเป็นละครที่จำลองเอาระเบียบแบบแผนจารีตประเพณีของ
ราชสำนักสยามในอดีตมาไวใ้ นการแสดงละครอกี ด้วย

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 284

ความหมายเบื้องตน้
ความมั่งคั่งร่ำรวย การประสบความสำเร็จ นักปฏิบัติ วัตถุนิยม

ความด้ือร้นั ปากแขง็ นักอนุรกั ษ์นิยม หวั หน้า พอ่ ที่มคี วามรักใหก้ บั ลกู ๆ
ความหมายหัวกลับ

นักวัตถุนิยม ผู้ที่บ้างาน ทำงานหนัก ความโลภ การตามใจเด็กมาก
จนเกินไป การติดขัด ความเปน็ เจา้ เข้าเจ้าของ



-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 285
-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 286

Special Cards

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 287

The Theater - โนรา


โนราเป็นศิลปะการแสดงพื้นเมืองของ
ภาคใต้ เป็นการแสดงที่มีแบบแผนในการรา่ ยรำ
และขับร้องที่งดงามเป็นเอกลักษณ์เฉพาะถิ่น
มีดนตรีเป็นลูกคู่ เล่นรับ-ส่งตลอดการแสดง
ผู้แสดงโนราจะสวมเครื่องแต่งกายที่ทำด้วย
ลูกปัดหลากสีสันนำมาเรียงร้อยต่อกันเป็น
ลวดลาย ด้านหลังสวมปีกหรือหางหงส์ท่ีทำ
จากเขาควายหรือโลหะเป็นรูปคล้ายปีกนก
สวมเลบ็ ยาวทำด้วยโลหะทป่ี ลายนิว้ มีเทรดิ เป็นเคร่ืองประดับศรี ษะ
ในทางนาฏศิลป์ไทยถือว่าโนราเป็นการละครประเภทแรกของไทย
ดังนั้นในพิธีไหว้ครูและครอบครูโขนละครก็จะนำเทริดหรือศิราภรณ์ที่สวม
ศีรษะโนรามาครอบให้กับชาวนาฏศิลป์ด้วย โดยให้ความเคารพในฐานะที่
เป็นครูละคร ใน Tiny Theater Tarot ซึ่งมีแนวความคิดเป็นโรงละครไทย
จึงได้นำเอาการแสดงโนรามาเปน็ การด์ พเิ ศษในสำรับน้ี

ความหมายเบ้ืองต้น
การแสดงมหรสพ ความบันเทิง การแสดงออก การละครฟ้อนรำ

การเตน้ รำ การรวมกลมุ่ กิจกรรมทางสังคม

ความหมายหัวกลับ
ความเงียบเหงา การไร้ความสุขความบันเทิง การขาดโอกาสที่จะ

ออกไปพบเจอกบั ผคู้ นหรือสงั คมภายนอก การยกเลกิ การเดนิ ทาง การหยุด
หรือติดขัดในการทำกิจกรรมทางสงั คม

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 288

The Diviner - ผู้ทำนาย


ภาพสตรีทีน่ ่ังทำนายไพ่ในการ์ดใบน้ีมี
ที่มาจากภาพโปรไฟล์ของเพจ WorawitNu
PhotoBook ซง่ึ เป็นเพจท่วี าดภาพการแสดง
นาฏศิลป์ไทยเผยแพร่เพื่อเป็นประโยชน์ทาง
การศึกษา ภาพโปรไฟล์จึงวาดเป็นภาพของ
นางละครรำกำลังน่ังพับเพียบเท้าแขน เม่ือ
สร้างสำรับไพ่ชุดนี้ขึ้นมา ผู้เขียนจึงนำเอา
ภาพโปรไฟล์มาใช้เป็นการ์ดพิเศษอีกใบหนึ่ง
เพอ่ื เป็นท่รี ะลึกของเพจ โดยปรับใหเ้ ป็นภาพนางละครรำกำลังนง่ั อ่านไพ่อยู่
บนโต๊ะกลม อันเป็นตัวแทนของผู้สร้างสรรค์ไพ่ที่ศึกษาทางนาฏศิลป์ไทย
และชื่นชอบในไพ่ทาโรต์ จนได้นำเอาความชอบทั้งสองส่วนมารวมกันจน
เกิดเปน็ สำรบั ไพ่ Tiny Theater Tarot ขนึ้ มาอยา่ งสมบูรณ์

ความหมายเบ้ืองต้น
การนำเสนอ การบอกกล่าว การชี้แจง การแสดงผล การแสดงออก

การเปน็ ส่ือกลาง การตแี ผ่ การทำนาย สมั ผัสพเิ ศษ

ความหมายหัวกลับ
การปิดบังซ่อนเร้น การอำพลาง การเก็บงำความคิด ความขาดหาย

ทางอารมณ์และความร้สู ึก



-WorawitNu PhotoBook-


Click to View FlipBook Version