The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หนังสือประกอบไพ่ Tiny Theater Tarot ซึ่งเป็นไพ่ที่นำเอาตัวละครในวรรณคดี นิทาน หรือเรื่องเล่าต่าง ๆ ของไทยมาวาดเป็นตัวละครบนหน้าไพ่ หนังสือเล่มนี้เป็นการเล่าเรื่องราวของตัวละครให้ผู้อ่านได้เข้าใจในตัวละครเหล่านั้นมากยิ่งขึ้น

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by WorawitNu2, 2022-03-12 03:53:29

รวมเรื่องเล่าใน Tiny Theater Tarot

หนังสือประกอบไพ่ Tiny Theater Tarot ซึ่งเป็นไพ่ที่นำเอาตัวละครในวรรณคดี นิทาน หรือเรื่องเล่าต่าง ๆ ของไทยมาวาดเป็นตัวละครบนหน้าไพ่ หนังสือเล่มนี้เป็นการเล่าเรื่องราวของตัวละครให้ผู้อ่านได้เข้าใจในตัวละครเหล่านั้นมากยิ่งขึ้น

Keywords: tarot ไพ่ทาโรต์ ไพ่ยิปซี

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 139

Three of Cups - มณีเมขลา



เรื่องราวของนางมณีเมขลามีปรากฏ
อยู่ในหลายตำนาน แต่เรื่องราวที่เขียนใน
หนังสือเล่มนี้จะเป็นเรื่องราวที่เกิดขึ้นใน
วรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ บทพระราชนิพนธ์
ในรชั กาลที่ 1

นางมณีเมขลาเป็นเทพธิดาผู้รักษา
ท้องทะเล มีหน้าที่สำรวจตรวจตราความ
เรียบร้อยและคอยช่วยเหลือผู้มีบุญญาธิการ
มิให้ต้องจบชีวิตลงในท้องทะเล เธอมีดวงแก้ววิเศษอยู่ดวงหนึ่งซึ่งเมื่อโยน
ขึ้นจะส่องแสงประกายแวววาวเจิดจ้างดงาม นางมณีเมขลาชอบการเข้า
เทวสมาคมเป็นอย่างมากจนบางครั้งเธอก็เข้าเทวสมาคมเพลิดเพลินจน
ละเลยการตรวจตราท้องทะเลไป (จนบางครั้งทำให้ผู้มีบุญญาธิการต้อง
เผชิญชะตากรรมในท้องทะเลเพียงลำพัง เชน่ พระมหาชนก เปน็ ต้น)
ครั้งหนึ่งเมื่อถึงฤดูที่เหล่าบรรดาเทวดานางฟ้ากำหนดนัดกันมาร่วม
จับระบำรำฟ้อนในเทวสมาคม นางมณีเมขลาก็จัดแจงแต่งองค์ทรงเครื่อง
แล้วเหาะไปร่วมเทวสมาคมนั้นอย่างสนุกสนาน เธอได้นำเอาดวงแก้วมณี
ออกมาโยนอวดใหเ้ ป็นท่ชี อบใจแก่บรรดาเพื่อนนางฟ้าทัง้ หลาย ในขณะน้ัน
รามสูรซึ่งเป็นยักษ์อนั ธพาลได้ผ่านมาเห็นเข้าพอดี รามสูรอยากได้ดวงแก้วนั้น
จึงบุกเข้าไปก่อกวนในเทวสมาคม บรรดาเทวดานางฟ้าเมื่อเห็นรามสูรมา
ราวีต่างก็ตกใจกลัวพากันหนีวุ่นวายจนงานเลี้ยงเทวสมาคมนั้นล่มลง รามสูร
มุ่งตรงไปยังนางมณีเมขลาที่กำลังแอบอยู่ในกลีบเมฆ แล้วเธอก็เหาะ

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 140

ฉวัดเฉวียนหลอกล่อรามสูรวนเวียนไปตามจักรราศีตา่ ง ๆ ครั้นรามสูรเหาะ
มาใกล้ก็โยนดวงแก้วขึน้ เป็นแสงประกายเจิดจ้าจนทำให้รามสูรมองไม่เห็นไป
ชั่วขณะหนึ่ง รามสูรโกรธมากจึงกวัดแกว่งขวานเพชรอันเป็นอาวุธประจำกาย
แล้วขว้างใส่นางมณีเมขลาแต่เธอก็หลบได้ทัน ระหว่างที่ทั้งสองกำลังเหาะ
ไล่จับกันอยู่นั้นเอง เทพอรชุนได้เหาะผ่านตัดหน้าเข้าพอดี รามสูรซึ่งกำลัง
โกรธอยู่ก็พาลเข้าไปหาเรื่องจนเกิดการต่อสู้กันขึ้น เทพอรชุนต่อสู้อย่าง
กล้าหาญโจนข้นึ เหยียบบ่าแต่รามสรู ก็สะบัดหลุดและจับขาทั้งสองข้างฟาด
เข้ากับเหลี่ยมเขาพระสุเมรุจนเทพอรชุนสิ้นชีวิต ผลของการต่อสู้ครั้งน้ีทำ
ให้เขาพระสุเมรเุ อยี งทรดุ ลงทันที

เรื่องราวของเมขลากับรามสูร ยังปรากฏเป็นตำนานฟ้าร้องฟ้าผ่า
เมื่อพระพิรุณบันดาลให้เกิดเมฆฝน นางมณีเมขลาก็จะออกมาร่ายรำและ
โยนดวงแก้วเป็นแสงแปลบปลาบอยู่ในหมู่เมฆ ครั้นรามสูรเห็นเข้าก็จะ
ออกมาไล่จับนางมณีเมขลาเพื่อชิงเอาดวงแก้วมณี แสงจากดวงแก้วของ
นางมณีเมขลาคือแสงฟ้าแลบ เสียงขวานของรามสูรที่ขว้างแหวกอากาศไป
คือเสียงฟ้าร้อง และเมื่อขวานพลัดตกลงมายังโลกมนุษย์ก็คือสายฟ้าที่ผา่ ลง
มายังโลกนั่นเอง

ความเชื่อมโยงกับไพ่ใบนี้คือการเข้าเทวสมาคมกับบรรดาเพื่อน
นางฟ้าของนางมณีเมขลา ภาพหน้าไพ่เป็นภาพของนางมณีเมขลากำลัง
พูดคยุ สงั สรรค์อยู่กับเพ่ือนนางฟ้าอีกสองคนอยา่ งเพลดิ เพลนิ
ความหมายเบื้องตน้

มิตรภาพ การเฉลิมฉลอง การสังสรรค์ ความสนุกสนาน พิธีกรรม
ความหมายหัวกลับ

มิตรภาพที่แปรเปลี่ยน ความสุขที่มากเกินไป ความกดดันจากคน
รอบข้าง การขาดการสนบั สนนุ

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 141

Four of Cups - โกมินทร์



โกมินทร์เป็นโอรสของท้าวโกสุธรรม
มีพีช่ ายสองคนช่ือว่าโกเมศและโกมล โกมินทร์
เป็นเด็กที่มีฤทธิ์เดช มีพละกำลังมาก และมี
ของวเิ ศษคตู่ วั อยู่สองชิน้ คือกำไลหยกซึ่งสวม
ไว้ที่ข้อมือขวาและผ้าแพรแดงที่พันไว้ที่จุก
ผมบนศรี ษะ

วันหนึ่งโกมินทร์แอบออกจากวังไป
เลน่ นำ้ ดว้ ยความคะนองฤทธิ์จงึ ใชผ้ ้าแพรแดง
โบกให้เกดิ ระลอกคลนื่ สนกุ สนาน วนั น้ันบตุ รชายของท้าวกะโตหนนาคราช
พร้อมกับบริวารได้ขึ้นมาเที่ยวเล่นที่ริมน้ำ เมื่อมาพบโกมินทร์จึงให้บริวาร
จบั มาไตถ่ ามครั้นพอทราบวา่ โกมนิ ทร์เป็นบุตรของโกสธุ รรมซ่ึงอยู่ในอำนาจ
ของบดิ าตนก็ยง่ิ ข่มขู่รงั แกหนักข้นึ โกมนิ ทร์โกรธมากจงึ เขา้ ต่อสูจ้ นบตุ รชาย
พญานาคตาย แล้วดึงเอ็นครบี ออกมาถือเล่น เมื่อท้าวกะโตหนทราบเรื่องก็
โกรธแค้นเป็นอย่างมากจึงรีบไปพบท้าวโกสุธรรมพร้อมทั้งข่มขู่ให้ส่ง ตัว
โกมินทร์มาลงโทษ ท้าวโกสธุ รรมพยายามชีแ้ จงว่าโกมนิ ทร์ยังเปน็ เด็กจะฆ่า
บุตรชายพญานาคตายได้อย่างไร แต่โกมินทร์ก็เดินถือเอ็นครีบเข้ามาพอดี
ท้าวกะโตหนจำเอ็นครีบของบุตรชายได้จึงต่อสู้กับโกมินทร์แต่ก็พ่ายแพ้จึง
หนีกลบั ไปด้วยความอาฆาตแค้น
ในเมืองของโกสุธรรมมีคันธนูใหญ่พร้อมลูกธนูคู่บ้านคู่เมืองอยู่บน
ป้อมเก่าซึ่งไม่มีใครสามารถยกได้ โกมินทร์เที่ยวซุกซนจนไปพบคนั ธนูนี้เข้า
ด้วยความที่มีกำลังมากจึงยกธนูขึ้นมาลองยิงเล่นได้อย่างง่ายดาย ลูกธนูที่

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 142

โกมินทรย์ ิงออกไปนั้นบังเอิญไปตกถูกลูกศิษย์ของนางชีตาย นางชีจำลูกธนูได้
จึงไปหาโกสุธรรมเพื่อให้ส่งตัวผูท้ ำผิดมาลงโทษ โกสุธรรมจึงตามหาตัวคนผิด
ด้วยการประกาศให้คนที่สามารถยกธนูได้มารับรางวัล โกมินทร์จึงมาบอกพ่อ
ว่าตนสามารถยกธนูนั้นได้และเคยลองยิงมาแล้ว ฝ่ายโกสุธรรมเมื่อทราบ
ว่าโกมนิ ทร์เปน็ คนยงิ ธนูก็ตกใจจนลมจับ เมอ่ื ฟน้ื ขึ้นมาก็ดุว่าลูกชายใหญ่โต
แล้วรีบพาไปพบนางชีที่ถ้ำเพื่อขอขมา โกสุธรรมสั่งให้โกมินทร์นั่งสงบสติ
อารมณร์ ออยู่นอกถำ้ แลว้ ตนกเ็ ข้าไปขอโทษนางชีแทนบุตรชาย

ฝ่ายนางชีเมื่อทราบตัวคนผิดก็ให้ลูกศิษย์ไปตามโกมินทร์เข้ามาพบ
แต่ลูกศิษย์ก็วางอำนาจหาเรื่องจนโกมนิ ทร์โมโหกระโดดเตะลกู ศิษยค์ นนนั้
ตายไปอีก นางชีโกรธมากที่โกมินทร์ฆ่าลูกศิษย์ของตนเป็นครั้งที่สองจึง
แกว่งไม้เท้าเข้าต่อสู้ โกมินทร์ปัดปอ้ งต่อสู้อย่างว่องไวแล้วถอดผ้าแพรแดง
ขว้างใส่หมายสังหาร แต่นางชีก็รับไว้ได้ โกมินทร์จึงถอดกำไลหยกขว้างไป
นางชีก็รับไว้ได้อีก โกมินทร์หมดปัญญาต่อสู้จึงรีบหนีไปหาพระสุเมศฤๅษี
ผู้เป็นอาจารย์ของตน พระฤๅษีได้เทศนาสั่งสอนแต่นางชีไม่รับฟังแล้วก็เข้า
ต่อสกู้ ับพระฤๅษี พระฤๅษีจึงแกว่งระฆังขว้างไปถูกนางชีล้มลงร่างกลายเป็นหิน
แล้วจึงหยิบผ้าแพรแดงกับกำไลคืนให้โกมินทร์ พร้อมชวนให้โกมินทร์อยู่
บําเพ็ญภาวนารกั ษาธรรมกบั ตนท่อี าศรม

ต่อมาท้าวกะโตหนได้ชวนพี่ชายทั้งสี่ของตนมาแก้แค้น โกมินทร์
ทราบเร่ืองจากพ่ชี ายกไ็ ปบอกกับอาจารย์เพ่ือจะลาพรตไปต่อสู้ แต่พระฤๅษี
ได้ห้ามไม่ให้โกมินทร์ฆ่าพญานาคทั้งสี่ เนื่องจากพระอิศวรได้แต่งตัง้ ให้เปน็
พญานาคประจำธาตุท้ังสี่คอื ดิน น้ำ ลม และไฟ หากสังหารลงเสียโลกธาตุ
ก็จะวบิ ตั ิ ผคู้ นจะพากันตายหมด แล้วขอใหโ้ กมนิ ทรเ์ สยี สละชีวิตตนเพ่ือยุติ

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 143

ศึกครั้งนี้ โกมินทร์เชื่อฟังคําของอาจารย์จึงลาพรตไปพบท้าวกะโตหนกับ
พีช่ ายทั้งส่ีทคี่ มุ พลนาคล้อมเมืองอยู่ โกมนิ ทร์ขึน้ ไปบนป้อมร้องขอสัญญาจาก
ท้าวกะโตหนว่าหากตนเชือดเนื้ออุทิศให้แล้วจะยกทัพกลับเมืองบาดาลไป
ท้าวกะโตหนยอมให้สัญญา โกมินทร์จึงชักพระขรรค์มาเชือดเนื้อของตน
โยนลงไปให้ท้าวกะโตหนทีละชิน้ แล้วสดุ ท้ายโกมนิ ทร์กต็ ดั ศรี ษะของตนเอง
ยกชูขึ้น พระฤๅษสี ุเมศจึงเหาะมารับเอาศรี ษะของโกมินทร์ไป

ความเชื่อมโยงกับไพ่ใบนี้คือความเป็นเด็กที่ไม่เป็นที่พอใจของผู้อ่ืน
โดยโกมินทร์ถูกมองภาพว่าเป็นเด็กดื้อเป็นทำอะไรก็ผิดไปหมด ส่วนตัว
ของโกมินทร์เองก็ไม่พอใจที่ต้องถูกมองว่าเป็นคนเช่นนั้น ภาพหน้าไพ่เป็น
ภาพของเดก็ ชายท่กี ำลังนัง่ ไม่พอใจในถ้วยสามใบท่ีต้ังอยู่ตรงหน้า แม้จะมีผู้
ยืน่ ถ้วยใบท่ีสม่ี าให้เขากย็ งั คงไม่พอใจอยู่เชน่ เดิม
ความหมายเบ้ืองต้น

ความไม่ถูกใจ ความไม่พอใจ ความเบื่อหน่าย การฝันกลางวัน
ความยากลำบาก
ความหมายหัวกลับ

การมองหาสัญญาณบางอย่าง การพัฒนาทางอารมณ์ ความไม่สงบ
ความกระสับกระสา่ ย ความทรุ นทรุ าย



-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 144

Five of Cups - ตรชี ฎา


ตรีชฎาเป็นตัวละครในวรรณคดีเรื่อง
รามเกียรติ์ เป็นชายาของพิเภกผู้เป็นอนุชา
ของท้าวทศกัณฐ์แห่งกรุงลงกา เธอมีธิดากับ
พิเภกหนึ่งคนคือเบญกาย ทั้งสามใช้ชีวิตกัน
อย่างมีความสุขตามประสาพ่อแม่ลูก จนวัน
หนึ่งทศกัณฐ์ได้ลักพาตัวนางสีดามายังกรุง
ลงกา เป็นเหตุให้พระรามผู้เป็นสามียกทัพ
พลวานรมาทำศึก ทศกัณฐ์ได้เกิดนิมิตฝัน
ร้ายจึงให้พิเภกอนุชาผู้เชี่ยวชาญโหราศาสตร์มาทำนายฝันให้กับตน พิเภก
ทำนายว่าเป็นฝันร้าย ทศกัณฐ์จะพ่ายแพ้ต่อพระรามและเหล่าญาติวงศ์ยักษ์
จะต้องล้มตายลงเป็นอันมาก เมื่อทศกัณฐ์ถามถึงวิธีการแก้ไข พิเภกได้ทูล
ตามตรงว่าต้องส่งตัวนางสีดาคืนให้กับพระรามไปจึงจะแก้ไขเหตุการณ์
ทั้งหมดได้ ทำให้ทศกัณฐ์พิโรธเป็นอย่างมาก หาว่าพิเภกเข้าข้างฝ่ายศัตรู
มากกว่าญาติ จึงลงโทษพิเภกด้วยการขับไล่ออกจากเมือง พิเภกได้ไปเข้า
กับฝ่ายพระราม ส่วนชายาและธิดาของพิเภกก็พลอยต้องถูกลงโทษไปด้วย
โดยตรีชฎาถูกส่งตัวให้ไปเป็นข้ารับใช้นางสดี าที่สวนขวัญ ส่วนเบญกายถูก
ลดฐานะลงและถูกกักตัวอยู่ในวัง ครอบครัวที่เคยอยู่กันอย่างมีความสุขจึง
ตอ้ งกลับกลายเปน็ บ้านแตกสาแหรกขาดไป
ตรีชฎารับใช้สีดาอย่างใกล้ชิดและเข้าใจในหัวอกของหญิงที่ต้อง
พลัดพรากจากสามี เธอจึงมักจะเป็นผู้ท่ีคอยเตือนสตินางสีดาและเป็นผู้ท่ี

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 145

สีดามักจะปรับทุกข์ด้วยเสมอ วันหนึ่งตรีชฎาได้พบกับเบญกายอีกครั้ง
หลังจากที่ไม่ได้พบกันมานาน เธอกอดจูบบุตรสาวคนเดียวด้วยความรัก
เบญกายเมื่อพบหน้าแม่ก็ร่ำไห้พร้อมกับบอกว่าทศกัณฐ์ได้บัญชาใช้ให้ตน
แปลงกายเป็นนางสีดาแล้วแกล้งทำเป็นตายลอยน้ำไปเพื่อตัดศึกพระราม
ครั้นตรีชฎาได้ฟังก็ตกใจและทุกข์ใจเป็นยิ่งนัก เพราะพระรามคือพระ
นารายณ์อวตาร จะพาเอาตัวไปตายเสียเปล่า ๆ แต่เธอก็ทำได้เพียงแค่
รำพันความทุกข์และร่ำไห้กับลูกด้วยความห่วงใย ก่อนที่เบญกายจะอำลา
แม่ไปเข้าเฝ้าเพื่อลอบดูรูปร่างหน้าตาของนางสีดา ถึงแม้ว่าอุบายของ
ทศกัณฐ์ครั้งนี้จะถูกหนุมานจับพิรุธได้ แต่ก็โชคดีท่ีพระรามได้อภัยโทษให้
เบญกายเพราะเห็นแก่พิเภกที่จงรักภักดีกับตน ทำให้เบญกายสามารถรอด
ชีวิตจากโทษประหารตามอาญาศึก หลังจากนั่นเมื่อศึกสงครามสงบลงโดย
พระรามเป็นฝ่ายชนะ พิเภกรับการสถาปนาเป็นท้าวทศคีรีวงศ์ขึ้นครอง
กรุงลงกาต่อจากทศกัณฐ์ ทั้งสามคนพ่อแม่ลูกจึงได้กลับมาอยู่พร้อมหน้ากัน
อกี ครัง้

ความเชื่อมโยงกับไพ่ใบนี้คือความทุกข์ระทมใจของตรีชฎาที่ต้อง
พลัดพรากจากครอบครัว และความทุกข์จากที่ต้องรับรู้ถึงการไปเสี่ยง
อันตรายของเบญกายผู้เป็นลูก ภาพหน้าไพ่เป็นภาพของสตรีที่กำลังมอง
ถ้วยสามใบที่ล้มลง เธอซ่อนความระทมทุกข์อยู่ในใจโดยที่ยังมองไม่เห็น
ถ้วยอีกสองใบทต่ี ้ังอยดู่ ้านหลงั

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 146

ความหมายเบ้ืองต้น
ความเสียใจ ความเศร้าใจ ความทุกข์ การไว้ทุกข์ ความผิดหวัง

ความสลดใจ ความทรมาน การปรบั อารมณ์
ความหมายหัวกลับ

การยอมรบั กับผลที่ตามมา ความทกุ ขท์ รมานยังคงอยู่ ความทรุดโทรม
ท่ีเกิดจากความเศรา้ หมอง



-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 147

Six of Cups - สังข์ศิลปช์ ัย



สังข์ศิลป์ชัยเป็นโอรสของท้าวเสนากุฎ
กับนางปทุม นางปทุมนั้นมีพี่สาวอีกหกคน
ซึ่งล้วนแต่เป็นมเหสีของท้าวเสนากุฎทั้งสิ้น
วันหนึ่งท้าวเสนากุฎได้จัดพิธีบวงสรวงเพ่ือ
ขอโอรสเป็นรัชทายาท นางไกรสรซึ่งเป็น
สนมได้ตั้งครรภ์ก่อนและได้ให้กำเนิดสิงหรา
ซึ่งเปน็ ราชสีห์ หลังจากนั้นมเหสที ้งั เจ็ดต่างก็
ได้ให้กำเนิดโอรสทุกคน มเหสีคนที่หนึ่งให้
กำเนิดโอรสชือ่ สีสันท์ซ่ึงมีนสิ ยั เปน็ อันธพาล สว่ นนางปทมุ มเหสีคนท่ีเจ็ดให้
กำเนิดโอรสที่มีบุญญาธิการคือเมื่อเกิดมามีสังข์ ศร กับพระขรรค์เป็นของ
ค่บู ุญมาด้วย จึงได้นามว่าสังข์ศิลป์ชัย มเหสีท้ังหกต่างก็พากันริษยานางปทุม
จึงติดสินบนโหรให้ทำนายว่าพระสังข์ศลิ ปช์ ัยและสิงหราเป็นกาลกิณีให้ขบั
เสียจากเมือง ท้าวเสนากุฎหลงเชื่อได้สั่งให้ขับออกจากเมืองทั้งแม่และลูก
พระอนิ ทร์จึงลงมาเนรมิตเมืองทมี่ ง่ั คัง่ สวยงามให้อยู่แทน
แต่เดิมท้าวเสนากุฎมีน้องสาวอยู่คนหนึ่งมีนามว่านางเกสรสุมณฑา
แตถ่ ูกยักษ์ลักพาตวั ไปเป็นชายา เมื่อโอรสทั้งหกเจริญวยั ข้ึนทา้ วเสนากุฎจึงสั่ง
ให้ออกติดตามเพื่อพาอากลับคืนมา กุมารทั้งหกออกเดินทางไปจนพบกับ
สังข์ศิลป์ชัยและสิงหราจึงลวงทั้งสองให้ไปตามหาอากับพวกตน สังข์ศิลป์ชยั
กับสิงหราจึงไปลามารดาแล้วร่วมเดินทางไปด้วย ระหว่างล้วนเต็มไปด้วย
ความยากลำบากจากภัยอันตรายต่าง ๆ กุมารทั้งหกต่างกลัวจนไม่กล้าไป
ถึงเมืองยักษ์ สังข์ศิลป์ชัยจึงเดินทางต่อไปคนเดียว และให้กุมารทั้งหกคอย

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 148

อยู่ที่ริมฝั่งทะเลโดยมีสิงหราอยู่เป็นเพื่อน สังข์ศิลป์ชัยดั้นด้นผจญภัย
ติดตามไปจนสามารถพานางเกสรสุมณฑาและนางศรีสุพรรณซึ่งเป็น
พระธิดากลับมาได้ กุมารทั้งหกริษยาและต้องการที่จะแอบอ้างเอาความดี
ความชอบไว้กับพวกตนจึงวางแผนกันที่จะกำจัดสังข์ศิลป์ชัยทิ้งเสยี จนสบ
โอกาสเมื่อวันหนึ่งขณะท่ีสิงหราออกไปหาอาหาร ศรีสันท์จึงออกอุบายลวง
ฆ่าสังข์ศิลป์ชัยโดยหลอกให้ไปเที่ยวเล่นในป่าด้วยกันแล้วพาไปดูเหวลึก
เม่อื สงั ขศ์ ลิ ป์ชยั เผลอก็ผลักตกลงเหวไป จากนนั้ จงึ พานางเกสรสุมณฑาและ
ธิดาไปเฝ้าท้าวเสนากุฎแล้วทูลแอบอ้างว่าพวกตนทั้งหกคนเป็นผู้ไปพาอา
มาได้ ท้าวเสนากุฎชื่นชมยินดีมาก แต่นางเกสรสุมณฑาทูลคัดค้านว่าคนท่ี
ไปช่วยตนน้ันคือสังข์ศลิ ป์ชัยและสงิ หราลูกนางปทุมและนางไกรสร ศรสี ันท์
ก็เถียงว่าไม่เป็นความจริง นางเกสรสุมณฑาโกรธมากจึงจะพานางศรีสุพรรณ
ไปอยู่กับนางปทุมและนางไกรสร ท้าวเสนากุฎจึงต้องพาทั้งสองไปเพื่อ
พิสูจน์ความจริง

ฝ่ายสังข์ศิลป์ชัยเมื่อตกลงไปในเหว พระอินทร์ได้ลงมาช่วยขึ้นจาก
เหวและพาไปสง่ ที่เมอื ง มารดาของทั้งสองพอทราบเรือ่ งจึงเตือนลูกทั้งสอง
ให้ระมัดระวังอันตรายจากกุมารท้ังหกคน วันหนึ่งสงั ข์ศิลป์ชยั ชวนสิงหรา
ลามารดาออกไปเที่ยวป่า ก็ได้ไปพบกับท้าวเสนากุฎ นางเกสรสุมณฑา
และนางศรีสุพรรณ เมื่อพ่อกับลูกรู้จักกันทุกคนก็มีความยินดีเป็นอันมาก
ทา้ วเสนากฎุ ทราบความจริงทั้งหมดแลว้ จึงขอให้สังข์ศลิ ป์ชัยและสิงหราพา
ไปรับนางปทุมและนางไกรสรกลับบ้านเมือง แต่สังข์ศิลป์ชัยและสิงหราไม่
แน่ใจว่ามารดาหายโกรธหรือยัง จึงขอกลับไปดูลาดเลาก่อน เมื่อทั้งสอง
กลับเข้าเมืองก็พยายามวิงวอนขอให้มารดาทั้งสองคืนดีกับบิดา นางปทุม

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 149

กับนางไกรสรโกรธเคืองเป็นอันมาก ยืนยันว่าเป็นตายร้ายดีอย่างไรก็จะไม่
ขอคนื ดีกับท้าวเสนากฎอย่างแนน่ อน สังข์ศลิ ป์ชยั กบั สงิ หราจนปญั ญาไมร่ ู้ที่
จะทำอย่างไรจึงขู่ว่าจะฆ่าตัวตาย ทำให้มารดาทั้งสองใจอ่อนยอมที่จะคืนดี
กับบิดา สังข์ศิลป์ชัยกับสิงหราจึงออกไปรับบิดาเข้ามาในเมือง เมื่อเข้าใจ
กันแล้วท้าวเสนากุฎจึงพานางทั้งสี่คนและโอรสทั้งสองกลับไปอยู่กับตน
เม่ือถึงเมืองก็ให้นําตัวกุมารและมเหสีทั้งหกคนมาสอบสวนจนได้ความจริง
ทา้ วเสนากุฎจึงสั่งให้ประหารชวี ิตเสียรวมทั้งโหรผ้รู ับสินบนด้วย แต่นางปทุม
และสังข์ศิลป์ชัยไม่คิดพยาบาทจองเวรจึงขออภัยโทษให้ ทั้งหมดจึงรอด
ชีวติ และกลับตวั เป็นคนดี ทุกคนกอ็ ยูด่ ว้ ยกันอยา่ งเปน็ สขุ สบื มา

ความเชื่อมโยงกับไพ่ใบนี้คือเร่ืองราวท่เี กิดขึ้นในวยั เด็กของสังข์ศิลป์ชัย
ท่เี ต็มไปด้วยการผจญภัย ภาพหนา้ ไพ่วาดเป็นภาพของกุมารน้อยสังข์ศิลป์ชัย
กำลังยื่นถ้วยที่เต็มไปด้วยขนมแบ่งปันให้เด็กอีกคนหนึ่งกินด้วยกันอย่างมี
ความสุข

ความหมายเบื้องตน้
ความเมตตา การดูแลเอาใจใส่ การคิดถึงความหลัง ความทรงจำ

ในอดีต ความเป็นเดก็ การหวนพบเจอกบั บคุ คลหรือสิ่งของในอดตี

ความหมายหัวกลับ
การยึดติดกับเรื่องราวในอดีต การเลือกที่จะจดจำแค่เพียงบางส่ิง

บางอย่าง การปลดปล่อยอดตี ความเป็นเดก็ ท่ีถูกเก็บซ่อนอยภู่ ายใน



-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 150

Seven of Cups - ศภุ ลกั ษณว์ าดรปู


ศุภลักษณ์ เป็นตัวละครในวรรณคดี
เร่ืองอุณรุท เธอเปน็ นางยักษ์พระพ่ีเล้ียงของ
นางอุษา พระธิดาของท้าวพาณาสูรแห่งกรุง
รตั นา

วันหนึ่งนางอุษาได้พบกับพระอุณรุท
ในแท่นที่บรรทมของนาง เนื่องจากพระไทร
ได้อมุ้ พระอุณรทุ ใหม้ าพบกบั นางอุษา เพราะ
พึงพอใจกับการบวงสรวงบูชาของพระอุณรุท
ทงั้ สองมคี วามพงึ พอใจต่อกันพระอุณรุทจึงได้นางเป็นชายา พอรุ่งเช้าพระไทร
ก็อ้มุ พระอุณรุทพากลับไป เม่อื นางอุษาตื่นบรรทมไม่พบพระอุณรุทก็เสียใจ
เป็นยิ่งนัก ฝ่ายพระพี่เลี้ยงทัง้ ห้าเมื่อทราบเรื่องราวต่างก็เข้าใจว่านางฝนั ไป
นางอุษายืนยันหนักแน่นว่าเป็นความจริง แต่ก็ไม่ทราบว่าชายผู้นั้นมีนามว่า
อะไรเพราะในคืนที่ทั้งสองพบกันนั้น พระไทรได้ผูกปากของทั้งคู่ไว้ไม่ให้
สามารถพดู คยุ กนั ได้
พระพี่เลี้ยงทั้งห้าต่างพากันทุกข์ใจที่เห็นนางอุษาเศร้าโศกถึงชาย
คนรัก ศุภลักษณ์ซึ่งมีฝีมือในการวาดรูปจึงอาสาเหาะไปวาดรูปเทวดาทั้ง
หกชนั้ ฟ้าเพือ่ นำมาให้นางอุษาดู แต่กไ็ มพ่ บชายผู้นั้นเลย ศุภลกั ษณ์จึงเหาะ
ไปวาดรูปกษัตริยน์ ้อยใหญ่ทั่วทั้งพิภพมาใหน้ างอุษาดูอีกครั้ง แต่ก็ยังไม่พบ
ครั้นศุภลักษณ์พิเคราะห์ดูอย่างถี่ถ้วน ก็นึกขึ้นได้ว่าตนยังไม่ได้วาดภาพ
พระอุณรุทแห่งกรุงณรงกา เธอจึงรีบเหาะไปวาดรูปกลับมาให้นางอุษาดู

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 151

ทันที เม่อื นางอุษาเหน็ รูปก็จำพระอุณรุทได้ทันที ศุภลักษณ์จงึ อาสาเหาะไป
พาพระอุณรุทมา นางอุษาจึงได้มอบธำมรงค์และผ้าสไบใส่ผอบไปด้วย
ครั้นเมื่อศุภลักษณ์เหาะมาถงึ นอกหน้าต่างปราสาท ศุภลักษณก์ ็เปิดผอบท่ี
ใส่สไบให้กลิ่นหอมโชยเข้าไปตามลม เมื่อพระอุณรุทได้กลิ่นก็จำได้ว่าเป็น
กลิ่นของหญิงสาวท่ีตนไดพ้ บในคืนนัน้ จงึ ลุกจากเตยี งมาดู ศุภลักษณ์จึงเขา้
ไปถวายบังคมแล้วแจ้งความแก่พระอุณรุทพร้อมกับถวายสไบและธำมรงค์
จากนั้นจึงอุ้มพาพระอณุ รุทเหาะมาพบกับนางอษุ าทีก่ รุงรัตนา

ความเชื่อมโยงกับไพ่ใบนี้คือการเลือกหาพระอุณรุทจากภาพวาดชาย
หนุ่มนับไม่ถ้วนที่ศุภลักษณ์วาดมาให้นางอุษาดู เป็นการค้นหาในสิ่งที่ยังไม่
ทราบชัดเจนว่าเปน็ ส่ิงใด ภาพหน้าไพ่นอกจากจะวาดเป็นภาพของศุภลักษณ์
ท่ีกำลงั วาดรปู แลว้ ยงั วาดภาพสงิ่ ของในถ้วยโดยอา้ งองิ จากไพ่ทาโรตไ์ รเดอร์เวท
ซึ่งสิ่งของที่ปรากฏอยู่ในถว้ ยทัง้ เจด็ น้ัน ผู้วาดได้นำส่ิงท่ีเป็นคตไิ ทยมาใช้แทน
ได้แก่ สังข์ใช้แทนภาพหน้าผู้หญิง วิมานใช้แทนปราสาท เหรียญทองใช้
แทนทรัพย์สมบัติ ดอกบัวใช้แทนช่อพวงหรีด นาคใช้แทนงู ตัวมอมใช้แทน
มังกร และหุ่นกระบอกในถ้วยใบกลางใช้แทนเทพท่ีคลุมศีรษะ ซึ่งหุ่น
กระบอกเป็นหนุ่ ไทยชนดิ หนง่ึ ทม่ี ีลักษณะเดน่ คือมผี ้าปักลวดลายคลุมตัวหุ่น
ทที่ ำจากกระบอกไมไ้ ผ่ไว้

ความหมายเบ้ืองต้น
ความเพ้อฝนั จนิ ตนาการ ความคิดฟุ้งซ่าน มายา สิ่งลวงตา ภาพหลอน

ความหมายหัวกลับ
การไร้จินตนาการ การเป็นผู้ปฏิบัติมากกว่าผู้คิด ความกระจ่าง

ความชดั เจน การปฏเิ สธความสุข การหลุดออกจากความเป็นจริง

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 152

Eight of Cups - พระรามเดินดง


พระรามเป็นตัวละครเอกในวรรณคดี
เรื่องรามเกียรติ์ เป็นอวตารหนึ่งของพระ
นารายณ์ที่กำเนิดมาเพื่อปราบท้าวทศกัณฐ์
แห่งกรงุ ลงกา

ท้าวทศรถแห่งกรุงอโยธยามีมเหสี
สามคนคือ นางเกาสุริยา นางไกยเกษี และ
นางสมุทรชา ท้าวทศรถปรารถนาจะมีบุตร
ไว้สืบราชสมบัติ จึงขอร้องให้พระฤๅษีทั้งห้า
ทำพิธีขอบุตรโดยมีพระฤๅษีกไลโกฏเป็นประธาน พระฤๅษีทั้งห้าได้ทำพิธี
กวนขา้ วทิพยเ์ พือ่ อัญเชิญพระนารายณ์ให้อวตารลงมาเกดิ เม่ือมเหสีท้งั สาม
เสวยข้าวทิพย์จึงได้ให้กำเนิดโอรสส่ีคน ได้แก่ นางเกาสรุ ิยาให้กำเนิดพระราม
(พระนารายณ์อวตาร) นางไกยเกษีให้กำเนิดพระพรต (จักรของพระนารายณ์
อวตารลงมาเกิด) ส่วนนางสมุทรชาได้ให้กำเนิดโอรสฝาแฝดคือพระลักษมณ์
(สงั ขแ์ ละบลั ลังก์นาคอวตารลงมาเกิด) และพระสัตรดุ (คทาของพระนารายณ์
อวตารลงมาเกิด) เมือ่ โอรสท้ังส่ีได้เติบโตเจริญวยั ข้ึน ท้าวทศรถได้ให้พระพรต
และพระสัตรุดไปชว่ ยท้าวไกยเกษผูเ้ ป็นตาปกครองบ้านเมือง มเี พียงพระราม
และพระลกั ษมณ์ท่อี ยู่ยังอโยธยา
ต่อมาพระรามและพระลักษณ์ได้ไปช่วยปราบนางกากนาสูรที่มา
ก่อกวนเหล่าบรรดานักพรตฤๅษีตามคำขอร้องของพระฤๅษีวสิษฐ์และพระ
ฤๅษีสวามิตร หลังจากปราบยักษ์เสร็จพระฤๅษีทั้งสองได้พาพระรามกับ

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 153

พระลกั ษณ์ไปยังกรงุ มถิ ลิ าเพ่ือเข้ารว่ มพธิ สี ยุมพรนางสีดา (พระลักษมีอวตาร)
พระรามสามารถยกมหาธนูโมลีท่ีมีน้ำหนักมากได้ จึงได้เข้าพิธีสยุมพรกับ
สีดาแลว้ จงึ พาสดี ากลับมายังกรุงอโยธยา

ต่อมาท้าวทศรถมีดำริที่จะยกราชสมบัติกรุงอโยธยาให้กับพระราม
เนอ่ื งจากตนมีอายุมากแล้ว จงึ ได้ปรึกษากบั เหลา่ อำมาตย์ข้าราชบริพารเพื่อ
เตรียมการ แต่เหตุการณ์ก็ไม่ได้ราบรื่นเพราะนางไกยเกษีซึ่งได้รับการยุยง
จากนางค่อมกุจจีให้ทวงสัญญาที่ท้าวทศรถเคยให้กับตนไว้เมื่อครั้งปราบ
ยักษ์ปทูตทันต์ว่าจะให้ทุกสิ่งตามที่นางขอ นางได้ขอให้พระพรตบุตรของตน
ได้ขึน้ ครองเมืองก่อน แลว้ ใหพ้ ระรามออกไปเดนิ ดงเป็นเวลาสิบส่ีปี คำขอน้ี
สร้างความโศกเศรา้ เสียใจให้กับท้าวทศรถเป็นอย่างมากเพราะมิอาจปฏิเสธได้
พระรามจงึ ต้องบวชเป็นฤๅษเี พ่อื ออกไปอยู่ปา่ เมอ่ื พระลกั ษมณ์ทราบเรื่องก็
โกรธจนคดิ จะไปฆ่านางไกยเกษีแต่พระรามไดห้ ้ามไว้เพราะต้องการรักษาสัตย์
ของพระบิดา พระลักษมณ์กับนางสดี าจึงออกบวชเพ่ือตดิ ตามพระรามไปด้วย

ฝ่ายพระพรตเมื่อได้รับแจ้งข่าวจากมารดาให้กลับมายังกรุงอโยธยา
จึงรีบเดินทางมาพร้อมกับพระสัตรุด เมื่อมาถึงก็ทราบข่าวร้ายว่าพระบิดา
ไดส้ นิ้ พระชนม์แล้วเพราะตรอมใจที่พระรามต้องออกเดินดง ครั้นเมื่อพระพรต
ทราบเรื่องราวท้ังหมดก็โกรธมารดามากจนเกือบจะฆ่าแม่ แต่กย็ ับย้ังไว้ได้ก่อน
ในพธิ ถี วายพระเพลงิ ท้าวทศรถพระพรตและนางไกยเกษีถูกห้ามมิให้เข้ามา
ถวายเพลิงตามคำสั่งของทา้ วทศรถ ทำใหน้ างไกยเกษสี ำนึกในความผิดของ
ตัวเอง วันต่อมาพระพรต พระสัตรุด และสามพระมารดาก็รีบออกเดินทาง
ไปขอรอ้ งให้พระรามกลบั มาครองเมือง พระพรตได้เขา้ ไปขอโทษพระรามใน
สิ่งที่เกิดขึ้นทั้งหมดและเชิญให้กลับเข้าไปครองกรุงอโยธยาตามที่ควรจะเป็น

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 154

แตพ่ ระรามปฏเิ สธเพราะยึดมั่นคำสัญญาและรักษาสตั ย์ของบดิ า พระพรตจึง
ขอรองพระบาทของพระรามที่ทำด้วยหญ้าเพื่อนำกลับวางที่บัลลังก์ แล้วทูล
วา่ หากครบสิบสี่ปีพระรามยังไม่กลับมาตามคำสัญญา ตนกับพระสัตรุดจะ
กระโดดเขา้ กองเพลิงเผาตัวตาย

หลังจากนั้นพระราม พระลักษมณ์ และนางสีดาก็ได้ออกเดินดงเป็น
เวลา 14 ปี ในระหว่างนี้ท้าวทศกัณฐ์แห่งกรุงลงกาได้มาลักพาตัวนางสีดาไป
ทำให้พระรามกบั พระลกั ษต์ ้องเดินทางไปทำศึกชงิ นางสดี ากลับคืนมา โดยได้รับ
การสนับสนุนกำลังพลวานรจากเมืองขีดขินและเมืองชมพูจนได้รับชัยชนะ
ครั้นถึงกำหนดปีที่สิบสี่พระรามจึงรีบเดินทางกลับกรุงอโยธยา โดยให้
หนุมานรีบเดินทางไปส่งข่าวก่อนที่พระพรตและพระสัตรุดจะเผาตัวตาย
เมื่อเดินทางมาถงึ เมืองพระรามจงึ ได้ข้ึนครองกรุงอโยธยา

ความเชื่อมโยงกับไพ่ใบนี้คือการละทิ้งราชสมบัติของพระรามเพื่อ
รักษาสัตย์ของพระบิดาแล้วออกเดินดงเป็นเวลาสิบสี่ปี ภาพหน้าไพ่เป็น
ภาพของพระรามทก่ี ำลังเดินเข้าสปู่ ่าตามเจตจำนงค์ทีต่ นได้ตั้งใจไว้

ความหมายเบ้ืองต้น
การปลีกวิเวก การละท้ิงบางอย่างไว้เบ้ืองหลัง การสร้างระยะห่าง

การลา่ ถอย การเดนิ ทาง

ความหมายหัวกลับ
การไม่ยอมรับความพ่ายแพ้ การหลีกหนีจากสังคม การวิ่งหนีจาก

ปัญหา ความรู้สึกว่ามีบางอย่างขาดหายไป



-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 155

Nine of Cups - ขุนช้าง


ขุนช้างเป็นตัวละครในวรรณคดีเรื่อง
ขุนช้างขุนแผน เป็นบุตรของขุนศรีวิชัยกับ
นางเทพทอง มบี า้ นเรอื นอยทู่ บ่ี ้านท่าสิบเบ้ีย
เมืองสุพรรณบุรี

เมื่อนางเทพทองตั้งครรภ์ใด้ฝันว่ามี
นกตระกรุมหัวลา้ นคาบช้างตายมาให้ ขุนศรี
วิชัยได้ทำนายฝันให้ภรรยาวา่ จะได้ลูกชายที่
มีวาสนาดี ร่ำรวยมหาศาล แต่รูปร่างจะไม่
งดงามและมีศีรษะล้านมาตั้งแต่เกิด เมื่อคลอดออกมาก็เป็นเด็กผู้ชาย
แข็งแรงมีรูปร่างตามที่ขุนศรีวิชัยทำนายไว้ทุกประการ อีกทั้งเวลาตกฟาก
ของทารกก็มีผู้นำช้างเผือกมาถวายพระพันวษาพอดี ซึ่งถือเป็นนิมิตมงคล
จึงต้งั ชือ่ เด็กน้อยว่า ขุนชา้ ง และหลงั จากที่ขุนชา้ งเกิดมากส็ ่งผลให้ครอบครัว
รำ่ รวยขนึ้ เรื่อย ๆ จนกลายเป็นเศรษฐีอนั ดับตน้ ๆ ของเมืองสพุ รรณบรุ ี
ดว้ ยความร่ำรวยมหาศาลน้เี องเป็นเหตุให้โจรจันศรแห่งบ้านโป่งแดง
ยกพรรคพวกเข้ามาปล้นบ้าน โจรได้ฆ่าขุนศรีวิชัยตายแล้วขนเอาทรัพย์
สมบัติไปมากมาย แต่เหตุการณ์ร้ายน้ีก็ไมไ่ ด้ทำให้ครอบครัวลำบากยากจน
ลงแต่อย่างใด เพราะหลังจากนั้นนางเทพทองทีต่ กพุ่มม่ายอยู่กับขุนช้างลกู
ชายเพียงสองคนก็ได้ร่ำรวยขึ้นอีก จนสามารถกลับมาครองสถานะเศรษฐี
อนั ดับหน่งึ ของสุพรรณบรุ ไี ดด้ งั เดิม
เมื่อขุนช้างเติบโตขึ้นเป็นหนุ่มแม้รูปร่างจะไม่งดงามแต่ก็ร่ำรวย

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 156

มหาศาล เขาได้แต่งงานกับหญิงสาวสวยผู้หนึ่งคือนางแกน่ แก้ว แต่ก็อยู่กนิ
ดว้ ยกันเพียงแคป่ เี ศษนางแกน่ แกว้ กป็ ่วยตายไป ทำให้ขุนช้างตอ้ งกลายเป็น
พ่อมา่ ย หลงั จากเมียตายขนุ ช้างก็ได้ไปหลงรักนางพิมพิลาไลยบุตรสาวของ
นางศรีประจันซึ่งเป็นสาวงามที่สุดในเมืองสุพรรณบุรี ขุนช้างได้พยายาม
ตามตื้อนางพิมพิลาไลยทุกครั้งที่มีโอกาส แต่เธอก็ไม่เล่นด้วยกลับจะเกลียด
ข้หี นา้ ขนุ ช้างเสียมากกวา่ และมักจะดา่ วา่ ขุนช้างดว้ ยถ้อยคำรนุ แรงเสมอ

วันหนึ่งมีการเทศนม์ หาชาติทว่ี ดั ป่าเลไลย ขุนชา้ งไดร้ บั เป็นเจ้าภาพ
กัณฑ์กุมารซึ่งติดกับกัณฑ์มัทรีที่นางศรีประจันเป็นเจ้าภาพเพื่อหวังได้
ใกล้ชิดนางพิมพิลาไลย เม่ือกัณฑ์มัทรีจบลงนางพิมพิลาไลยได้เปล้ืองสไบ
สีทบั ทมิ ช้ันนอกออกวางบชู ากณั ฑ์เทศน์ ขุนช้างเห็นดังน้ันก็รีบเปล้ืองผ้าห่ม
กรองทองของตนออกวางทับทันที พร้อมทั้งอธิษฐานให้ได้เป็นเจ้าของสไบ
สีทับทิมนั้น ซึ่งเหตุการณ์นี้ทำให้นางพิมพิลาไลยเกลียดขุนช้างมากขึ้นไป
กวา่ เดมิ

หลังจากนั้นขุนช้างได้เข้าหานางศรีประจันโดยเอาสมบัติเข้าล่อ
นางศรีประจันเองก็เอนเอียงไปทางขุนช้างอยู่ไมน่ ้อย แต่ขนุ ชา้ งกต็ ้องผิดหวัง
เพราะนางพิมพิลาไลยได้แต่งงานกับพลายแก้ว แต่หลังจากที่ทั้งคู่แต่งงาน
กนั ไม่นานกเ็ กิดศึกขึ้นท่ีเชียงใหม่ พระพนั วษาได้หาคนอาสาไปทำศึก ขุนช้าง
จึงได้โอกาสจงึ ทูลเสนอชื่อพลายแกว้ พลายแกว้ จงึ ไดอ้ าสาไปทัพ ระหว่างนี้
นางพิมพิลาไลยป่วยหนักได้เปลี่ยนชื่อเป็นวันทองจึงหายป่วย ขุนช้างยัง
พยายามหาวิธใี หไ้ ด้นางวนั ทองมาเป็นเมีย จนไดอ้ อกอบุ ายหลอกนางศรีประจัน
ว่าขุนแผนตายในสงครามแล้ว นางศรีประจันเกรงว่าลูกสาวจะถูกยึดเข้า
เป็นม่ายหลวงจึงบังคับให้แต่งงานกับขุนช้าง แต่ต่อมาความแตกเพราะ

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 157

พลายแก้วชนะศึกกลับมาและได้รับแต่งตั้งให้เป็นขุนแผน แต่ก็เกิดเรื่อง
ทะเลาะกนั กับวนั ทองเพราะขุนแผนพานางลาวทองกลบั มาเปน็ เมยี ใหม่อีกคน
ขุนแผนเข้าข้างนางลาวทองจึงพากลับไปอยู่กับแม่ที่กาญจนบุรี ทำให้นาง
วันทองตอ้ งถูกบงั คบั ให้เข้าหอกับขนุ ช้างและตกเปน็ เมยี ของขนุ ชา้ งไป

ขุนช้างต้องประสบกับเรื่องราววุ่นวายในความรักที่มีต่อนางวันทอง
อยู่หลายคร้ัง ซึ่งทุกครั้งจะเป็นการแย่งชิงนางวันทองระหว่างขุนแผนกับ
ขุนชา้ ง โดยมพี ระไวยบตุ รของขนุ แผนเขา้ มารว่ มด้วย ทา้ ยทีส่ ุดพระพันวษา
จึงเรียกให้คู่กรณีทั้งหมดมาอยู่รวมกันแล้วให้วันทองเลือกว่าจะอยู่กับใคร
แต่นางวันทองไม่กล้าตัดสินใจทำให้พระพันวษากริ้วสั่งให้ประหารชีวิต
นางวันทอง พระไวยพยามทูลขออภัยโทษให้มารดาจนพระพันวษายอมยก
โทษให้ แต่พระไวยไปยงั ลานประหารไม่ทันทเ่ี พชฌฆาตลงดาบ นางวันทอง
จงึ ต้องสนิ้ ชีวิตไป ขุนชา้ งเสยี ใจเปน็ อยา่ งมากและได้แสดงความรักท่ีมีให้กับ
นางวันทองเป็นครั้งสุดท้ายด้วยการบวชเณรให้แก่นางสามวันที่วัดตะไกร
แลว้ จงึ สึกกลับไปอยูส่ ุพรรณบุรี

ความเชื่อมโยงกบั ไพ่ใบนี้คอื ความร่ำรวยและความสมบูรณใ์ นทรัพย์
สมบตั ิและการมีชีวติ ที่สขุ สบายของขุนช้าง ภาพหน้าไพเ่ ป็นภาพของขุนช้าง
ท่แี ต่งกายอย่างผู้ดมี ฐี านะกำลงั นั่งอยอู่ ยา่ งสบายใจบนเก้าอี้ตัวโปรด

ความหมายเบื้องต้น
ความพึงพอใจ ความสุขสำราญ ความเต็มอิ่ม ความจุใจ ความสุข

เกษม การเป็นเจา้ ภาพ การเป็นผใู้ หก้ ารอปุ ถมั ภค์ ้ำจุน

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 158

ความหมายหัวกลับ
ความผิดหวัง ความเชื่อว่าความสุขสบายหรือความเพลิดเพลินเป็น

สิ่งสุดยอดปรารถนา การอกตัญญู การเนรคุณ การตามใจมากจนไม่มี
ขอบเขต สิง่ ท่เี ป็นเพียงแคเ่ ปลือกนอก ความอิจฉารษิ ยา



-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 159

Ten of Cups - ครอบครวั นางมณี


นางมณีหรือนางแก้วหน้าม้า เป็นตัว
ละครในวรรณคดีเรื่องแก้วหน้าม้า นางมณี
เป็นรูปหญิงสาวสวยหลงั จากท่ีนางแก้วได้รูป
ม้าออกแล้ว เรื่องราวความรักของแก้วหน้า
ม้าต้องพบเจอและผ่านเรื่องราวการผจญภัย
ต่าง ๆ มากมายเพื่อพิสูจน์ความรักที่เธอมี
ให้กับพระปิ่นทอง (อ่านเรื่องราวได้จากไพ่
Queen of Wands) จนสุดท้ายเธอก็ได้
ครองรักกับพระป่ินทองอยา่ งมีความสุข
นางมณีมีโอรสกับพระปิ่นทองหนึ่งคน คือ พระปิ่นแก้ว และมีธิดา
สามคน คือ แจ่มจันทร์ หิรัญรัตน์ และประภัสสร เป็นครอบครัวที่อยู่
รว่ มกนั อย่างมคี วามสุขตามประสาพอ่ แม่ลูก
ความเชื่อมโยงกับไพ่ใบนี้คือครอบเป็นครอบครับที่อบอุ่นและอยู่
ร่วมกันอย่างมีความสุขหลังจากที่ได้ผ่านเรื่องราวต่าง ๆ มาด้วยกัน ภาพ
หน้าไพ่เป็นภาพพ่อแม่ลูกที่ออกมาเที่ยวเล่นกันนอกบ้านด้วยบรรยากาศ
ของความรักทีม่ ีให้แก่กนั

ความหมายเบ้ืองตน้
บา้ น ครอบครัว ความรักในครอบครัว การอวยพร ความสงบสุข

ความหมายหัวกลับ
การไร้อารมณ์ความรู้สึก การมีปัญหาในครอบครัว การแบ่งแยก

การเห็นแก่ตัว

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 160

Page of Cups - มจั ฉานุ


มัจฉานุเป็นตัวละครในวรรณคดีเรื่อง
รามเกียรติ์ เป็นบุตรของหนุมานกับนาง
สพุ รรณมจั ฉา มรี ูปลักษณเ์ ป็นลิงเหมือนบิดา
แต่มีหางเปน็ ปลาเหมอื นมารดา

เมื่อครั้งที่พระรามยกพลวานรไปทำ
ศ ึ ก ส ง ค ร า ม ก ั บ ท ศ ก ั ณ ฐ์ ย ั ง ก ร ุ ง ล ง ก า นั้ น
พระรามต้องการไว้เกียรติยศในการทำสงคราม
ครัง้ นี้ด้วยการให้ไพร่พลวานรช่วยกันถมทะเล
เพื่อทำถนนข้ามไปยังกรุงลงกาที่ตั้งอยู่บนเกาะกลางมหาสมุทร ระหว่างท่ี
บรรดาวานรกำลงั ช่วยกนั ทิง้ หินลงไปน้นั ทศกณั ฐไ์ ด้สง่ั ใหส้ พุ รรณมจั ฉาบุตรี
ของตนที่เกิดกับนางปลาให้นำบริวารแอบมาขโมยหินไปทิ้งที่อื่น หนุมาน
สงั เกตว่าหนิ ทท่ี ง้ิ ลงไปนั้นจมหายไปไมเ่ ตม็ ขน้ึ มาสักทีก็ดำนำ้ ลงไปดูจึงได้พบ
กับสุพรรณมัจฉา หนุมานไล่ตามจนสามารถจับเธอได้และได้สุพรรณมัจฉา
เปน็ ชายา หนุมานได้ขอรอ้ งให้นำหนิ กลับมาคนื ซ่ึงเธอก็ยอมทำตามแต่โดยดี
หลังจากนั้นสุพรรณมัจฉาก็ได้ตั้งครรภ์กับหนุมาน แต่เธอเกรงว่า
ทศกณั ฐ์ผูเ้ ป็นบิดาจะทราบเรื่องจึงแอบไปสำรอกลูกในครรภ์ออก ให้ช่ือลูกว่า
มัจฉานุ สุพรรณมัจฉาได้บอกกับลูกว่าพ่อคือหนุมานทหารของพระรามมี
ฤทธเิ์ ดชมากมาย สามารถหาวเปน็ ดาวเป็นเดือนได้ แล้วเธอก็จากไปโดยท้ิง
ลกู ไวท้ ีห่ าดทรายนัน้ ตอ่ มาไมยราพณ์เจ้าเมืองบาดาลไดเ้ ดินทางมาพบเข้าก็
พามัจฉานุไปเลี้ยงเป็นบุตรบุญธรรม โดยได้ขุดสระบัวให้มัจฉานุอยู่แล้วตั้ง

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 161

ใหเ้ ปน็ ผูร้ ักษาดา่ นสระบัวเพอื่ ป้องกันไมใ่ ห้ศัตรเู ขา้ มาถึงเมืองบาดาลได้
เมื่อเกิดศึกกรุงลงกา ทศกัณฐ์ขอร้องให้ไมยราพย์มาช่วยทำศึกกับ

พระราม ไมยราพย์จึงปรุงยาสลบเพื่อสะกดทัพพระรามให้หลับใหล
แล้วลักพาตัวพระรามมาขังไว้ที่ดงตาลท้ายเมืองบาดาล หนุมานได้ติดตาม
มาช่วยเหลือโดยการหกั ก้านบัวแล้วมุดลงมาตามคำแนะนำของพิเภก แล้วฝ่า
ดา่ นอันตรายต่าง ๆ ทีไ่ มยราพย์สร้างไว้ ได้แก่ ด่านอสรู ยกั ษ์ ดา่ นช้างตกมนั
ดา่ นยุงยกั ษ์ แลว้ มาถึงดา่ นสุดท้ายคือดา่ นสระบวั ทีม่ ัจฉานุคอยรกั ษาอยู่

ทั้งสองได้ต่อสู้กันอย่างดุเดือด แต่ต่างฝ่ายต่างก็ไม่สามารถเอาชนะ
กันได้ จึงหันมาเจรจากันแทน เมื่อหนุมานทราบว่ามัจฉานุเป็นลูกของตนก็
ดีใจมากจึงแสดงตนให้รู้ว่าเป็นพ่อ พร้อมทั้งหาวเป็นดาวเป็นเดือนเพ่ือ
ยืนยันตัวตน สร้างความดีใจให้กับมัจฉานุเป็นอย่างมาก หนุมานถามถึง
หนทางที่จะไปต่อยังกรุงบาดาล มัจฉานุไม่อาจทรยศไมยราพย์ผู้เลี้ยงดูตน
มาได้ แต่ก็ไม่สามารถปฏิเสธผู้เป็นบิดาเช่นกัน จึงบอกเป็นนัยว่าบิดาลงมา
จากมาจากทางไหนก็ให้ไปตามทางนั้น หนุมานเข้าใจในความหมายจึงหัก
ก้านบัวใหญ่แล้วมุดต่อไปยังกรุงบาดาล จากนั้นก็แฝงตัวเข้าไปยังกรุง
บาดาลจนสามารถช่วยพระรามกลบั มาได้

หลังจากนั้นเมื่อเสร็จศึกกรุงลงกาครั้งที่ 2 และศึกกรุงมลิวัน พระราม
ได้ตัดหางปลาให้มัจฉานุเพื่อละทิ้งเพศปลา แล้วแต่งตั้งเป็นพญาหนุราช
ครองกรุงมลิวันแทนท้าวจักรวรรดิ และได้นางรัตนามาลีธิดาท้าวจักรวรรดิ
เป็นมเหสี

ความเชื่อมโยงกับไพ่ใบนี้คือความเป็นเด็กที่ต้องการความรักจากบิดา
ของมัจฉานุ และการเปน็ เด็กท่ีวา่ นอนสอนงา่ ย ทำให้เปน็ ที่รักของผทู้ ่ีพบเห็น

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 162

ความหมายเบ้ืองตน้
ความอ่อนไหว ความอ่อนโยน ความเป็นคนช่างฝันช่างจินตนาการ

ความสภุ าพเรยี บรอ้ ย
ความหมายหัวกลับ

การขาดวุฒิภาวะทางอารมณ์ การขาดประสบการณ์ การทำตัว
เหมือนเด็ก การตดั ขาดจากญาณรบั รู้ สมั พนั ธภาพท่ผี ดิ หวงั



-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 163

Knight of Cups - จะเดด็


จะเด็ด เป็นตัวละครเอกในวรรณคดี
เรื่องผู้ชนะสิบทิศ บทประพันธ์ของยาขอบ
โดยมีเค้าโครงเรื่องมาจากพงศาวดารพม่า
เนื้อหาหลักเป็นเรื่องราวของจะเด็ดทหาร
เอกของพระเจ้าตะเบงชะเวตี้ ซึ่งภายหลัง
ได้ทำศึกมีชัยชนะจนได้รับการขนานนามว่า
ผูช้ นะสิบทิศ และได้ปราบดาภิเษกเป็นพระเจ้า
บุเรงนองแหง่ กรงุ หงสาวดี
*ณ ดินแดนพุกามประเทศ (พม่า) เมื่อสมัยพุทธกาลล่วงไปแล้ว
2073 ปี เมงกะยนิ โยไดต้ ั้งตนขน้ึ เป็นกษัตริย์แห่งเมืองตองอู ณ บริเวณเว้ิงน้ำ
อิรวดี ทรงพระนามว่า พระเจ้ามหาสิริชัยะสุระ ซึ่งเป็นใหญ่เทียบเท่ากับ
เมืองหงสาวดี เมืองอังวะ และเมืองแปร โดยมีทหารเอกสามคนคือ มังสินธู
ตะคะญี และตองหวุ่นญี เป็นกำลังสำคัญในการขึ้นเป็นกษัตริย์ ต่อมาเมื่อ
ตองอูเริ่มเป็นปึกแผ่นมั่นคง ตะคะญีซึ่งเป็นชาวกะเหรี่ยงได้ลากลับไปอยู่
บ้านเดิม มงั สนิ ธไู ด้ออกบวชเปน็ พระภิกษุตลอดชีวติ และได้เปน็ มหาเถรเจ้า
อาวาสวัดกุโสดอ คงเหลือแต่ตองหวุ่นญีเท่านั้นทีย่ งั คงรับราชการในตำแหน่ง
ขุนพลเมอื งตองอู

* อา้ งอิงเนอ้ื เรื่องจาก พชั ราวลี จินนกิ ร, (2559), การศึกษาภาพลกั ษณข์ องตัว
ละครหญิงในวรรณกรรมเรื่องผู้ชนะสิบทิศ. วิทยานิพนธ์ ศศ.ม., มหาวิทยาลัยบูรพา,
ชลบรุ ี, หนา้ 18 - 21.

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 164

พระเจ้ามหาสิริชัยะสุระน้ันมีพระราชธิดาองค์โตชื่อตะละแม่จนั ทรา
อันเกิดกับพระอัครมเหสี (มเหสีเอก) ซึ่งสิ้นพระชนม์หลังจากที่ให้กำเนิด
พระธิดา และต่อมาได้มีโอรสอันเกิดกับพระราชเทวี (มเหสีรอง) มีชื่อว่า
มังตรา พระธิดาและพระโอรสทั้งสองได้อยู่ในการเลี้ยงดูของแม่นมเลาชี
ซึ่งมีบุตรชายวัยไล่เลี่ยกันชื่อว่า จะเด็ด เด็กทั้งสามได้รับการเลี้ยงดูและ
เติบโตขึ้นมาพร้อม ๆ กัน มังตรานั้นแม้ว่าจะรักจะเด็ดเหมือนพี่ชายคนหน่ึง
แต่ด้วยความที่มีนิสัยเอาแต่ใจตนเอง จึงทำให้มักจะเอาเปรียบจะเด็ดอยู่
บ่อย ๆ ตะละแมจ่ ันทราจึงมักจะเหน็ ใจจะเด็ดเสมอ จนเมือ่ เติบโตข้ึนทำให้
ทั้งสองต่างมีใจให้กัน วันหนึ่งตะละแม่จันทราแอบมาพบกับจะเด็ดในห้อง
สองต่อสอง มังตราจึงแกล้งขัดกลอนประตูไว้แลว้ ไปฟ้องพระราชเทวีผู้เปน็
มารดา เม่ือเรอื่ งราวจะลกุ ลามใหญ่โต จะเดด็ จงึ ยอมเสียสละให้ความผิดตก
ท่ีตนฝ่ายเดียว โดยแสรง้ มัดตะละแมจ่ ันทราไว้ จะเด็ดจงึ ถูกลงโทษโบยตีอย่าง
หนัก ตะละแม่จันทราทนไม่ได้จึงออกมาปกป้องและเล่าความจริง ทำให้
พระบดิ ากริ้วมากจนถึงกับจะโบยพระธิดาดว้ ยมือตนเอง ฝ่ายมงั ตราเห็นผล
จากเรื่องที่ตนก่อไว้ก็สำนึกผิดจึงรีบวิ่งไปตามพระมหาเถรมังสินธูผู้เป็น
พระอาจารย์ให้มาชว่ ยเหลือ จะเดด็ จงึ ได้รับอภยั โทษและมาอยู่กับพระมหาเถร
ทว่ี ัดกุโสดอ และเร่มิ ตน้ รบั ราชการเป็นเจ้าพนกั งานผู้น้อยในกรมวัง

ณ เรือนของขุนวังทกะยอดิน จะเด็ดได้พบกับนันทะวดีผู้เป็นธิดา
ของขุนวัง ด้วยกิริยาที่สุภาพนิ่มนวลและวาจาที่อ่อนหวานจึงทำให้นันทะวดี
เริ่มหลงรกั จะเดด็ ต่อมาพระเจ้าสิริชัยะสุระเกิดประชวรหนัก กษัตริย์เมือง
หงสาวดีและกษัตริย์เมืองแปรต้องการสอดแนมความมั่นคงของเมืองตองอู
โดยเมืองหงสาวดีได้ส่งสอพินยาซึ่งเป็นพระอนุชา ส่วนเมืองแปรได้ส่งรานอง

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 165

ผู้เป็นอุปราชมาเยี่ยมอาการ ราชทูตทั้งสองได้พักอาศัยอยู่ที่บ้านของขุนวัง
ทกะยอดิน สอพินยานน้ั พึงใจในตวั นนั ทะวดี ฝา่ ยมงั ตราเม่อื มาเยี่ยมจะเด็ด
ก็ชอบนันทวดีดว้ ยเช่นกัน ทั้งสองจึงวานให้จะเด็ดชว่ ยเป็นพ่อส่ือให้ แต่จะเด็ด
นั้นเต็มใจที่จะเป็นพ่อสื่อให้กับมังตรามากกว่า ต่อมาสอพินยาได้เปลี่ยนใจ
ไปชอบตะละแม่จนั ทราแทน แตเ่ ม่อื ทราบวา่ ตะละแม่จนั ทรามีใจใหก้ บั จะเด็ด
ก็ริษยาจงึ วางอุบายใสค่ วามวา่ จะเด็ดขโมยแหวนของตนไปเพ่อื ให้ถูกลงโทษ
พระมหาเถรมังสินธูได้ฟังความจริงจากจะเด็ดจึงปลอมตัวให้โดยการบวช
เปน็ เณรชื่อว่า มงั ฉงาย หลังจากนน้ั จะเด็ดไดช้ ว่ ยมังตราให้ครองคูก่ ับนันทะวดี
ได้สำเร็จ

พระมหาเถรมังสินธูไดส้ ่งจะเด็ดให้ไปเรียนวชิ าดาบกับตะคะญี ครูดาบ
ชาวกะเหรี่ยง ที่หมู่บ้านกะเหรี่ยงนี้จะเด็ดได้รู้จักกับจาเลงกะโบกับกันทิมา
บุตรและธิดาของตะคะญี และเนงบากับสีอ่องผู้เป็นศิษย์ ซึ่งทั้งหมดก็ได้
เป็นสหายกัน เนงบานั้นหลงรักกันทิมา แต่กันทิมานั้นกลับหลงรักจะเด็ด
ตอ่ มาท้ังหมดไดเ้ ดินทางมายังเมืองตองอูเพื่อเข้าร่วมคัดเลือกเป็นทหารเอก
สอพินยาเมื่อทราบว่าจะเด็ดกลับมาตองอูก็ต้องการแก้แค้น จึงหลอกใช้ให้
ตองสาข้าหลวงคนสนิทของตละแม่จันทราไปลวงจะเด็ดมาเพื่อตนจะได้
ลอบทำร้าย แต่เมื่อตองสาได้ฟังคำพูดของจะเด็ดก็เปลี่ยนใจและให้ความ
ชว่ ยเหลอื แทน จะเด็ดจงึ รอดพน้ จากการถูกลอบทำร้ายมาได้

ครน้ั เม่ือพระเจา้ สริ ชิ ยั ะสรุ ะสวรรคต มงั ตราจงึ ไดข้ นึ้ ครองเมอื งตองอู
โดยมีพระนามใหมว่ ่าพระเจ้าตะเบงชะเวตี้ มังตราใหจ้ ะเด็ดไปทำหนา้ ท่สี ืบ
ชยั ภมู ิท่ีเมืองแปร พร้อมเสนอว่าหากตีเมืองแปรชนะจะให้อภิเษกกับตะละแม่
จันทราเป็นการตอบแทน จะเด็ดจึงปลอมตัวเป็นนักแสดงละครโดยใช้ชื่อว่า

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 166

มังงาย ลอบเขา้ ไปในเมืองแปรเพ่ือเป็นใสศ้ ึก พระเจ้านระบดีโปรดปรานจะเด็ด
จากการเลน่ มหรสพเป็นตัวนายโรง จึงรับมาเป็นมหาดเล็กและให้เป็นผู้สอน
พิณสิบสามสายแก่ตะละแม่กุสุมาผูเ้ ป็นพระราชธิดา เมื่อทั้งสองได้ใกล้ชิดกัน
ก็หลงรักกัน อเทตยาผู้เป็นหลานหลวงที่โตมากับตะละแม่กุสุมาและเป็น
คู่หมั้นของสอพินยา สังเกตเห็นก็ล่วงรู้ถึงความสัมพันธ์ของทั้งสอง จึงแอบ
ล้อเลยี นอยู่บอ่ ย ๆ แต่เธอก็กลับเปน็ ฝา่ ยหลงรกั จะเด็ดเข้าเสยี เอง

ต่อมารานองอุปราชเมืองแปรจำได้ว่ามังฉงายคือจะเด็ดแห่งเมือง
ตองอู จึงวางแผนกับพระเจ้านระบดีให้จะเด็ดอภิเษกกับตละแม่กุสุมา
เพื่อป้องกันมิให้เมืองตองอูยกทัพมาทำศึกด้วย แต่จะเด็ดไม่ยินยอมเพราะ
ต้องการที่จะแต่งงานกับตะละแม่จันทราก่อน เขาจึงถูกสั่งให้จำคุก มังตรา
คิดว่าจะเดด็ ทรยศตนกย็ กทัพมาลอ้ มเมืองแปร กนั ทมิ าได้ปลอมตัวเป็นชาย
ชื่อว่า นาคะตะเชโบ เข้ามาช่วย แต่จะเด็ดก็ให้กันทิมารีบกลับไปบอกมังตรา
ว่าเมืองแปรวางแผนจะใช้ไฟครอกกองทัพตองอู แต่มังตราไม่เชื่อจึงทำให้
ทพั ตองอูต้องแตกพา่ ยไป

ทางด้านพระเจ้าโสหันพวาแห่งเมืองโมนยินก็ยกทัพมาตีกระหนาบ
เมอื งแปรดว้ ย เพราะเหน็ ว่าเหล่าทหารเมืองแปรกำลังอดิ โรยจากการทำศึก
ฝ่ายสอพินยาซึ่งเป็นคู่หมั้นของอเทตยาแต่กลับเปลี่ยนใจไปรักตะละแม่
กสุ มุ าแทน จึงได้โอกาสวางแผนให้ทหารโมนยินสามารถบุกเข้าเมืองแปรได้
แล้วสอพินยาก็ฉวยโอกาสลักพาตัวตะละแม่กุสุมากับพระราชเทวีหลบหนี
ไปเมอื งหงสาวดี ตะละแม่กุสุมาน้ันรู้ไม่ทันเลห่ ์จึงถูกสอพินยาวางยาสลบและ
ขืนใจเธอ ส่วนจะเด็ดได้รับความช่วยเหลือจากกันทิมาและได้ต่อสู้กับทัพ
โมนยนิ แล้วสามารถฆา่ เมงกวงแงผ้เู ป็นแม่ทัพได้ก่อนจะเดินทางกลบั ไปตองอู

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 167

มังตรายังคงโกรธเคืองจะเด็ด จะเด็ดจึงแสดงความจงรักภักดีด้วย
การยกทัพไปตีเมืองแปร และได้ทำศึกกับทัพโมนยินกับทัพแปรจนได้รับ
ชัยชนะ มงั ตราจงึ ยกโทษให้แล้วแต่งต้งั ใหจ้ ะเด็ดเปน็ บุเรงนองกยอดินนรธา
แต่เมื่อจะเด็ดไม่พบตะละแมก่ ุสุมาที่เมืองแปรและทราบว่าเธอถูกสอพินยา
พาตัวไป เขาก็ตามไปยังเมืองหงสาวดีพร้อมกับจาเลงกะโบ โดยจะเด็ดใช้
ชอื่ ว่า เมงจะ สว่ นจาเลงกะโบใช้ชื่อว่า เมงจา ท้ังสองได้รับความช่วยเหลือจาก
ไปฟยู จ่าบ้านทุ่งหนั สาวดั ดี ซง่ึ มธี ดิ าอยู่สองคน คอื ปอละเตียงและเชงสอบู
ปอละเตียงนั้นเป็นนางข้าหลวงของพระอัครเทวีเมืองหงสาวดี โดยที่หญิง
สาวทง้ั สองต่างก็หลงรักจะเด็ด

ต่อมาสอพินยาเดินทางไปราชการที่เมืองเมาะตะมะ จะเด็ดจึงใช้
อุบายหลอกให้เชงสอบลู อบเข้าไปพบตละแม่กุสมุ า จงึ ไดท้ ราบความจริงว่า
สอพินยาใช้อุบายขืนใจเธอโดยท่ีเธอไม่เต็มใจ จะเด็ดจะชิงตัวพาตละแม่
กุสุมาหลบหนีแต่เธอเกรงพระราชบิดาเสียพระเกยี รติและเกรงว่าจะเด็ดจะ
ตกอยู่ในอันตราย จึงตัดสินใจเดินทางไปหาสอพินยาที่เธอแสนเกลียดยัง
เมืองเมาะตะมะ ปอละเตียงและเชงสอบูก็ช่วยเหลือจะเด็ดในการเดินทาง
ติดตามไป จะเด็ดได้เผาเมืองเมาะตะมะและสามารถชิงตัวตละแม่กุสุมา
กลับคนื มาได้สำเร็จ

ในระหว่างเดินทางกลับ ปอละเตียงกับจาเลงกะโบได้อยู่ใกล้ชิดและ
บงั เกิดความรักต่อกนั ทงั้ สองจึงครองคกู่ ันเปน็ สามภี รรยา ฝา่ ยมังตราเมื่อรู้
ข่าวว่าจะเดด็ ตามไปชิงตัวตละแม่กสุ ุมาและพำนักอยู่ที่เมืองแปร ก็สั่งให้จะ
เด็ดกลับเมืองตองอูเพื่อมาอภิเษกกับตละแม่จันทรา จะเด็ดคิดจะกลับโดย
พาตะละแม่กุสุมาไปด้วย แต่โชอั้วธิดาของปะขันหวุ่นญี ขุนพลเมืองแปรที่

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 168

ฆ่าตัวตายเพราะอุบายของจะเด็ด ได้ร่วมมือกับอเทตยา วางแผนให้ตะละ
แม่กุสุมาหึงหวงอเทตยาจนไม่ยอมตามไปเมืองตองอูดว้ ย เมื่อมังตรากับจะ
เด็ดได้มาพบกันก็เกิดการโต้เถียงกันอย่างรุนแรง ตละแม่จันทราจึงขอร้อง
ให้แมน่ มเลาชีไปขอพระราชทานอภยั โทษดว้ ยการให้จะเดด็ บวชเป็นพระภิกษุ

หลังจากนั้นสอพินยาได้ร่วมมือกับพระเจ้าโสหันพวาแห่งเมืองอังวะ
ยกทัพมาล้อมเมืองตองอูกับเมืองแปร จะเด็ดให้ตละแม่จันทราช่วยสึกตน
จากพระเพื่อไปชว่ ยมังตรารบ จนในท่สี ดุ ทัพเมอื งองั วะได้ลา่ ถอยไป ส่วนศกึ
ท่เี มอื งแปรน้ันไขลูซ่ึงเป็นคนสนิทของสอพินยากับโชอว้ั ได้หลอกให้จิสะเบง
บุตรแม่ทัพตองหวุ่นญีที่หลงรักโชอั้วให้ทรยศบ้านเมืองมาเข้ากับฝ่ายตน
ต่อมาจะเด็ดได้พบกับตองสาที่กำลังตกยากจึงให้การช่วยเหลือและใช้ให้
นางเป็นไส้ศึกลวงทัพเมืองหงสาวดีและส่งข่าวกลศึกไปยังทัพเมืองแปรจึง
ทำใหไ้ ดร้ บั ชยั ชนะ

เมื่อเสร็จศึกจิสะเบงถูกตองหวุ่นญีผู้เป็นพ่อฆ่าตาย ส่วนไขลูนั้นถูก
จับเป็นเชลย จะเด็ดนำโชอั้วไปถวายเป็นสนมของมังตรา แล้วเกลี้ยกล่อม
ตละแม่จนั ทราเพื่อจะใหต้ ละแม่กุสุมาเขา้ ร่วมพธิ ีอภิเษกพร้อมกัน แต่แม่นม
เลาชีคัดค้านเพราะต้องการปกป้องพระเกียรติของตะละแม่จันทรา พร้อม
กบั ข่วู า่ หากจะเด็ดไม่เช่ือฟังตนจะผูกคอตาย จะเด็ดจงึ ตอ้ งให้ตละแม่กุสุมา
กลบั เมอื งแปรและตามไปอภเิ ษกด้วยในเวลาตอ่ มา

จะเด็ดไดเ้ ป็นแม่ทัพเมืองแปรแทนปะขนั หวนุ่ ญี โชอวั้ แอบช่วยเหลือ
ไขลใู หห้ ลุดพ้นจากการถูกจองจำ ไขลูตอ้ งการแก้แค้นจึงไปลอบทำร้ายพระ
มหาเถรมังสินธูจนถึงกับชวี ิต สร้างความโกรธแค้นให้แก่จะเด็ดเป็นอันมาก
จะเด็ดไดต้ เี มืองหงสาวดีกับเมอื งอังวะไปพร้อม ๆ กนั จนทพั ทงั้ สองพา่ ยแพ้

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 169

ย่อยยับ พระเจ้าโสหันพวาแห่งเมืองอังวะยอมสวามิภักดิ์ ส่วนพระเจ้า
สการะวุตพีแห่งเมืองหงสาวดี พร้อมกับสอพินยาและไขลูพากันหลบหนีไป
ยังเมืองเมาะตะมะ กองทัพของจะเด็ดติดตามไปและสามารถจับไขลูเป็น
เชลยได้อีกครั้ง ฝ่ายพระเจ้าสการะวุตพีได้ตัดสินใจฆ่าตัวตายโดยการเชือด
คอตัวเอง ส่วนสอพินยาน้ันถกู จะเดด็ ส่งสาส์นไปเยาะเย้ยจนต้องฆ่าตัวตาย
ไปเช่นกัน หลังจากยึดเมืองหงสาวดีได้แล้ว จะเด็ดได้ถวายตละแม่มินบู
มเหสีของพระเจ้าสการะวุตพีให้เป็นสนมของมังตรา แต่ตละแม่มินบูน้ัน
หลงรกั จะเดด็ มงั ตราจึงยกนางคนื ให้กับจะเด็ดไป

ในวันถวายเพลิงศพพระมหาเถรมังสินธู จะเด็ดนำตัวไขลูมาแล่เนื้อ
เผาไปกับไฟด้วยเพื่อระบายความแค้น เมื่อเมืองตองอูได้ขึ้นเป็นใหญ่เหนือ
เมืองทกุ เมืองในพุกาม มงั ตราจึงทำพิธีปราบดาภิเษกตนเองข้ึนเป็นจักรพรรดิ
แห่งพุกาม ส่วนจะเด็ดนั้นดำรงตำแหน่งอุปราชเมืองหงสาวดี และกลับไป
อยู่ท่เี มืองตองอูพร้อมกับภรรยาท้ังหกคน คือ ตละแมจ่ ันทรา ตละแม่กุสุมา
ตละแมม่ นิ บู อเทตยา เชงสอบู และตองสา

ฝ่ายเนงบาเมื่อรู้ว่ากันทิมานั้นรักจะเด็ดก็เสียใจ และตัดสินใจหนี
หายไป แม้จะเด็ดจะพยายามตามหาแต่ไม่พบตัว พยัตตบะซึ่งเป็นฝรั่งชาว
โปรตุเกส ได้เข้ามาติดต่อค้าขายปืนไฟกับมังตรา แล้วกลายเป็นที่โปรดปราน
เพราะฝีมือการปรงุ น้ำจัณฑ์ถวาย จะเดด็ ไม่เห็นด้วยท่พี ยัตตบะทำให้มังตรา
กลายเปน็ คนท่ีเมามายขาดสติ พยัตตบะก็ไม่พอใจทีจ่ ะเดด็ ห้ามปรามตนจึง
สมคบกับสมงิ สอตุด ปลัดวงั ของเมอื งหงสาวดีเพือ่ หาโอกาสแกแ้ ค้นจะเด็ด

เมื่อมังตรายกทัพไปตีเมืองยะข่าย พระเจ้าเมงบาผู้เป็นกษตั ริย์ได้ขอ
สวามิภักดิ์พร้อมกับถวายตละเจ้ามุขอาย พระราชธิดาเชื้อสายมองโกลให้เป็น

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 170

พระสนม มังตราหลงใหลตละเจ้ามุขอายอย่างมาก แต่ตละเจ้ามุขอาย
เป็นผู้มีความทะเยอทะยานอยากเป็นใหญ่ จึงลอบเป็นชู้กับสมิงสอตุดและ
ร่วมกันคิดก่อการกบฏ โดยวางแผนให้มังตราหวาดระแวงจะเด็ดแต่ไม่สำเร็จ
สมิงสอตุดจึงเปลี่ยนแผนโดยยุยงให้มังตรายกทัพไปตีกรุงศรีอยุธยาซึ่งเป็น
ศึกใหญ่ เพื่อหวังให้มังตรากับจะเด็ดสิ้นชีวิตในสนามรบ จะเด็ดสามารถยดึ
เมอื งสุพรรณบรุ ีได้ แต่ท้งั สองก็ไมส่ ามารถตกี รุงศรีอยุธยาได้

จะเด็ดและนันทะวดีสืบรู้ความสัมพันธ์ของสมิงสอตุดกับตละเจ้า
มุขอาย จะเดด็ จงึ แยกท้ังสองออกจากกนั โดยส่งสมงิ สอตุดให้ไปกำกับเมือง
ยะข่าย แต่สมิงสอตุดกลับสมคบกับพระเจ้าเมงบาวางอุบายให้จะเด็ดไป
เยี่ยมเยือนเมืองยะข่ายในฐานะเป็นเมืองออก มังตราได้ประกาศตั้งให้จะเด็ด
เป็นรัชทายาท ต่อมาพยัตตบะได้ลอบปลงพระชนม์มังตราโดยใส่ยาพิษลง
ในนำ้ จัณฑ์ถวายขณะที่มังตราไปคล้องชา้ งเผือก สมิงสอตุดก็สถาปนาตั้งตน
เป็นกษัตริย์เมืองหงสาวดี โดยมีตละเจ้ามุขอายเป็นอคั รมเหสี นันทะวดีนัน้
ยอมตกเป็นบาทบริจาริกาสมิงสอตุดเพราะเธอมีแผนการณ์อยู่ในใจ แต่โชอั้ว
ไม่ต้องการเป็นบาทบริจาริกา เธอจึงใช้เล็บหยิกข่วนใบหน้าทำลายรูปโฉม
ของตนเองเสยี

ฝา่ ยกนั ทมิ าได้ไปส่งขา่ วแก่จะเด็ดถึงการสิ้นพระชนม์ของมังตราและ
การยอมตกเป็นบาทบรจิ าริกาของนันทะวดีท่ีเมืองยะขา่ ย เมอ่ื จะเด็ดทราบ
ก็โกรธนันทะวดีมากเพราะไม่ทราบเหตผุ ลที่แทจ้ ริงว่าเธอทำไปเพ่อื ต้องการ
ดงึ เวลาให้จะเด็ดกลับมากอบกู้ราชบัลลังก์คืน จะเดด็ ยังพาลกล่าวโทษกันทิมา
ถึงเรื่องที่เธอไม่ยอมรับรักเนงบาจนเป็นเหตุให้เนงบาหายสาบสูญไป สร้าง
ความเสยี ใจใหก้ บั กันทิมาเป็นอยา่ งมาก เธอจงึ ตดั สนิ ใจผูกคอตาย

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 171

ฝ่ายสมงิ สอตุดหลังเป็นกษัตริย์ไดส้ ามเดือนก็ถูกมะเตารามะพระเชษฐา
ของพระเจ้าสการะวุตพีโค่นราชบัลลังก์ในระหว่างที่จะเด็ดกำลังเดินทาง
กลบั เมืองหงสาวดี เนงบาได้ข่าวว่าพระเจ้าโสหันพวาก่อการกบฏ จงึ ได้ร่วมกับ
พรรคพวกตีทัพเมืองอังวะ แต่เนงบาก็พลาดท่าถูกไฟคลอกจนเสียชีวิต
เมื่อจะเด็ดมาถึงกเ็ ข้ายดึ เมืององั วะได้แล้วยกทัพไปเมืองหงสาวดี จากนั้นได้
จบั ตวั มะเตารามะมาสำเรจ็ โทษ เมือ่ เหตุการณส์ งบเรียบร้อยจะเด็ดจึงต้ังพิธี
ปราบดาภิเษกตนเองขึ้นเป็นกษัตริย์แห่งกรุงหงสาววดี เฉลิมพระนามว่า
“พระเจ้าสิริสุธรรมราชา” โดยมีนันทะวดีที่บวชเป็นแม่ชี เป็นผู้สวมพระมหา
พิชยั มงกุฎแห่งพระมหาจกั รพรรดพิ กุ ามประเทศให้กบั ตน

ความเชื่อมโยงกับไพ่ใบนี้คือความเป็นนักรบและนักรักของจะเด็ด
ซึ่งนอกจากจะมีชัยในสนามรบแล้ว จะเด็ดยังมีชัยในสนามรัก ชีวิตของเขา
จึงวนเวียนอยู่กับสตรีทพี่ ร้อมจะยอมช่วยเหลอื เขาดว้ ยใจรกั อยูเ่ สมอ
ความหมายเบื้องตน้

การแสวงหาความรัก ความโรแมนติก ความเอาแน่นอนไม่ได้ ความ
มีอดุ มการณ์ ศลิ ปนิ การเกี้ยวพาราสี
ความหมายหัวกลับ

การหมกมุ่น การหลบหนี การอ่อนไหวมากจนเกินไป การมีดราม่า
การกลบั กรอก การยดึ ติดในอดุ มการณ์



-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 172

Queen of Cups - จินตะหราวาตี


จินตะหราวาตีเป็นตัวละครจาก
วรรณคดีเรื่องอิเหนา เธอเป็นธิดาของท้าว
หมันหยากับประไหมสุหรี มีศักดิ์เป็นญาติ
ข้างแม่ของอิเหนากับบุษบาแต่มิใช่วงศ์
เทวัญ จึงมีศักด์ิต่ำกว่าทั้งสอง

จินตะหราได้พบกับอิเหนาในงานศพ
พระอัยกี (ยาย) ซึ่งอิเหนาเป็นตัวแทนของ
เมืองกุเรปันมาเคารพพระศพ ทั้งสองได้ตก
หลุมรักกัน แต่อิเหนามีคู่หมั้นอยู่แล้วคือบุษบาซึ่งได้หมั้นหมายกันในวงศ์
เทวัญต้ังแต่เด็ก ข่าวความรักของทั้งสองรู้ไปถึงเมืองกุเรปัน ท้าวกุเรปันจึง
ส่งสาส์นถึงอิเหนาให้รีบกลับเมืองโดยให้เหตุผลว่าพระมารดาครรภ์แก่ใกล้
จะคลอด อิเหนาจงึ จำใจต้องจากจนิ ตะหราเพ่อื กลับเมือง
เมื่ออิเหนากลับมาถึงเมืองพระมารดาก็ให้กำเนิดธิดาคือวิยะดา
แต่อิเหนายังคงคิดถึงจินตะหราอยู่ตลอดเวลา ท้าวกุเรปันจึงส่งสาส์นไปยงั
ท้าวดาหาเพื่อเร่งเตรียมการวิวาห์ อิเหนาแสร้งลาไปเที่ยวป่าเจ็ดวันแล้ว
ปลอมตัวเป็นโจรป่าชื่อปันหยีแอบเดินทางไปเมืองหมันหยา ระหว่างทางได้
รบกับระตูบุศสิหนาชนะจึงได้ชายามาสองคนคือสการะวาตีกับมาหยารัศมี
และได้น้องชายบุญธรรมคือสังคามาระตา จากนั้นจึงมุ่งตรงไปยังเมือง
หมันหยา ท้าวหมันยาเมื่อทราบว่าปันหยีคืออิเหนาจงึ รับเข้าเมอื ง อิเหนาก็
ลอบเข้าหาจินตะหราโดยท่ีท้าวหมันหยาเป็นใจให้ อิเหนาได้ฝากฝังสการะ
วาตีและมาหยารศั มกี ับจินตะหรา ซงึ่ เธอก็ยอมรับทงั้ สองนางให้เป็นอนุของ

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 173

อเิ หนาดว้ ยความยินดี
ฝา่ ยท้าวกเุ รปนั เม่ือทราบว่าอิเหนาอยเู่ มืองหมันหยาก็รีบส่งสาส์นไป

เร่งรัดให้อิเหนารีบกลับมาเพื่อเข้าพิธีแต่งงานทันที แต่อิเหนากำลังลุ่มหลง
จินตะหราจึงประกาศตัดรอนบุษบา ทำให้ท้าวดาหาโกรธมากประกาศ
ออกไปว่าใครมาขอบุษบาก็จะยกให้ทันที เป็นเหตุให้เกิดศึกชิงนางขึ้นที่
เมืองดาหา โดยทา้ วกะหมังกุหนิงยกทัพมาเพื่อชิงตวั บษุ บาจากจรกาท่ีมาสู่ขอ
ก่อนหน้า ท้าวกุเรปันจึงบังคับให้อิเหนามาช่วยสู้ศึกที่ตนเองเป็นต้นเหตุ
หากไม่มาก็จะตัดพ่อตัดลูกกัน อิเหนาต้องจำใจลาจินตะหราไปช่วยศึก
ฝ่ายจินตะหราทราบเรื่องก็เข้าใจว่าอิเหนาจะไปหาบุษบาที่เมืองดาหา
เธอจงึ ตดั พอ้ ต่อว่าอิเหนาด้วยความน้อยใจ อิเหนาจึงส่งสาส์นของพระบิดาให้ดู
เพื่อยืนยันว่าเป็นความจริง อเิ หนาจำใจจากจินตะหราดว้ ยความอาลัยอาวรณ์

อิเหนามาช่วยศึกจนมีชัยชนะก็ได้เข้าเมืองเพื่อลาท้าวดาหากลับ
หมันหยา ทำให้อิเหนาได้พบหน้าบุษบาเป็นครั้งแรก ด้วยความงามของ
บุษบาทำให้อิเหนาลุ่มหลงและเสียดายเป็นอย่างมากจนลืมจินตะหราไป
เสียสิ้น อิเหนาเฝ้าติดตามเพื่อให้ได้บุษบาคืนมาจนเกิดเรื่องราวต่าง ๆ
มากมายที่ทำให้อิเหนาและบุษบาต้องออกมะงุมมะงาหราติดตามหากัน
ในระหวา่ งนีจ้ ินตะหราก็เฝา้ รออิเหนาท่ีเงียบหายไปอยู่นานถึงเจ็ดปี เธอท้ัง
เศร้าโศกระคนแค้นใจตั้งแต่ทราบว่าอิเหนาลืมเลือนตนและกลับไปรักบุษบา
ครั้นเมื่ออิเหนาตามหาบุษบาจนพบแล้ว ท้าวกุเรปันจึงให้จินตะหราพร้อม
ดว้ ยสการะวาตีกับมาหยารัศมี เดนิ ทางไปยังเมืองกาหลงั เพื่อเข้าพิธีอภิเษก
กับอิเหนาพร้อมกับชายาคนอื่น ๆ โดยท่จี นิ ตะหราได้รับการอภิเษกในตำแหน่ง
ประไหมสหุ รี (มเหสีเอก) ฝ่ายขวา ขณะทีบ่ ษุ บาเป็นประไหมสหุ รีฝา่ ยซา้ ย

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 174

ในระยะแรกจินตะหราและบุษบายังคงไว้เชิงดูทีกันอยู่ บุษบายังไม่
ไหว้จินตะหราท่ีอาวุโสกว่าเพราะถือว่าตนเป็นวงศ์เทวัญซึ่งมีศักดิ์สูงกว่า
เธอทำเพียงแต่นำพานหมากไปให้เท่านั้น จึงทำให้ทั้งสองไม่ลงรอยกัน
เทา่ ไรนัก มารดาของบุษบาจึงดลุ ูกให้ไหวจ้ ินตะหรา แต่จนิ ตะหราก็ทำเมินเฉย
บุษบาก็เลยไม่ไหว้ เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นนี้อิเหนาเอนเอียงเข้าข้างบุษบา ทำให้
จินตะหราย่ิงน้อยใจและช้ำใจเข้าไปอีก เมื่ออิเหนามาหาเธอก็ไม่ต้อนรับ
ซำ้ ยังหยิกข่วน อิเหนาจึงเบื่อหน่ายแล้วไม่สนใจในตัวเธออีก องค์ประไหมสุหรี
มารดาของบุษบารสู้ ึกสงสารจินตะหราและเกรงคนจะครหาว่าบุษบากักสามี
ไว้เพียงคนเดียวจึงไปเคี่ยวเข็ญกับลูกสาวแต่บุษบาก็ไม่รู้จะทำประการใด
องค์ประไหมสุหรีจึงกักตัวบุษบาไว้ในตำหนักเพื่อทำโทษอิเหนา ทำให้
อเิ หนายอมไปงอนงอ้ จินตะหราอีกคร้งั จนจินตะหราใจอ่อน

หลังจากนั้นจินตะหราจึงให้มาหยารัศมีกับสการะวาตีไปฝากตัวกับ
บุษบา บุษบาก็ได้ให้อนุคนอื่น ๆ อีกหกนางมาทำความเคารพจินตะหราบ้าง
แล้วจินตะหราก็ไปหาบุษบาเพื่อทำความรู้จักกัน บุษบาก็ต้อนรับด้วยดี
หลังจากน้ันทง้ั สองจงึ มีไมตรีต่อกัน

ความเชื่อมโยงกับไพ่ใบนี้คือความเป็นหญิงของจินตะหราวาตีที่มี
อารมณ์ความรู้สึกอ่อนไหวในเรื่องของความรัก การรอคอยคนที่ตนเองรัก
กลบั มา และการเปิดใจยอมรับบุษบาและหญิงสาวคนอื่น ๆ ตลอดจนยอมรับ
กับเรอ่ื งราวต่าง ๆ ที่ทำให้เธอตอ้ งทุกข์ใจก็ตาม

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 175

ความหมายเบ้ืองตน้
ความเห็นอกเห็นใจ การเปิดใจยอมรับ ความรู้สึกที่อ่อนไหว การ

คร่นุ คิด อารมณ์ความรู้สึก ความรกั คนชา่ งฝัน ผู้ให้คำปรึกษา ความเป็นแม่
ความหมายหัวกลับ

ภาวะอารมณ์ที่ไร้ขอบเขต การรับความเจ็บปวดของผูอ้ ื่น ความเป็น
คนเจ้าอารมณ์ ขี้หงดุ หงดิ ความออ่ นแอ เปราะบาง



-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 176

King of Cups - พระลอ


ณ ดินแดนล้านนามีเมืองใหญ่อยู่สอง
เมืองคือเมืองแมนสรวงและเมืองสรอง
เมืองแมนสรวงมีท้าวแมนสรวงเป็นผู้ปกครอง
มีชายาคือพระนางบุญเหลือ และมีโอรสช่ือ
พระลอ ฝ่ายเมืองสรองมีท้าวพิมพิสาครเป็น
ผู้ปกครอง มีโอรสคือท้าวพิชัยพิษณุกรซึ่งมี
ชายาคือพระนางดาราวดี มีพระธิดาแฝดคือ
พระเพ่อื นกับพระแพง
ทั้งสองเมืองได้ทำศึกสงครามกัน ท้าวพิมพิสาครสิ้นพระชนม์ใน
สนามรบ ท้าวพชิ ยั พิษณุกรไดก้ ันพระศพบิดากลับเข้าเมือง ฝ่ายทา้ วแมนสรวง
ตีเมืองสรองไม่สำเร็จจึงยกทพั กลับเมืองไป แล้วทั้งสองเมืองก็มไิ ด้ทำสงคราม
กันอีก จากนั้นท้าวพิชัยพิษณุกรก็ขึ้นปกครองเมืองสรองแทนบิดาและให้
สองพระธิดาอยู่กับพระเจ้าย่า* ทางด้านท้าวแมนสรวงก็ได้สิ้นพระชนม์ลง
พระลอจึงได้ข้ึนปกครองเมืองแมนสรวงแทนบิดา
พระลอเป็นกษัตริย์หนุ่มรูปงาม กิตติศักดิ์ความงามของพระลอน้ัน
เล่ืองลอื แพร่กระจายไปตามหมู่พ่อค้าท่ีเท่ียวคา้ ขายไปยังเมืองต่าง ๆ จนได้
ยินไปถงึ หขู องพระเพ่ือนพระแพง ทำให้ท้ังสองตา่ งก็หลงรักพระลอขึ้นทันที
นางรน่ื นางโรยสองพระพเี่ ล้ียงจึงไดช้ ว่ ยเหลือเพ่ือให้สองพระธิดาไดค้ รองรัก
กับพระลอ โดยได้ส่งช่างขับซอให้เที่ยวขับเพลงซอบรรยายความงามของ

* มเหสมี า่ ยของทา้ วพมิ พิสาคร เป็นมารดาเลี้ยงของท้าวพิชัยพษิ ณกุ ร

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 177

พระเพื่อนพระแพงให้เลื่องลือไปยังเมืองแมนสรวง จนพระลอต้องเรียกให้
ช่างขับซอมาขับให้ตนฟังซึ่งก็ทำให้พระลอพอใจในความงามของพระธิดา
ทง้ั สองเปน็ อยา่ งมาก

หลังจากอุบายแรกลุล่วงไป นางรื่นนางโรยจึงดำเนินแผนการณ์ใน
ขั้นต่อไปคือการหาหมอไสยศาสตร์มาทำเสน่ห์ให้พระลอคลั่งใคล้หลงใหล
สองธิดาให้มากยิ่งข้ึน ทั้งสองได้เสาะแสวงหาจนได้พบกับปู่เจ้าสมิงพราย
ผู้เรืองวิทยาคมซึ่งพำนักอยู่ที่ป่าเขาเขียว ปู่เจ้าสมิงพรายยอมทำพิธีให้
เพราะเห็นวา่ ทั้งสองฝา่ ยตา่ งมีกรรมร่วมกนั มา

ในครั้งแรกปู่เจ้าสมิงพรายได้ทำเสน่ห์โดยการนำไม้ไผ่มาสานเป็น
ลูกลม วาดรูปพระลอขนาบข้างด้วยรูปพระเพื่อนพระแพงใส่ไว้ขา้ งใน แล้ว
เขียนยันต์ตามขอบของลูกลม จากนั้นใช้ฤทธิ์ให้ต้นยางใหญ่น้อมยอดลงมา
ป่เู จา้ สมงิ พรายก็ผกู ลูกลมเข้าที่ยอดต้นยาง แลว้ ปลอ่ ยให้ต้นยางดีดยอดข้ึน
ตง้ั ตรง ลมกพ็ ดั พาเอาเสน่ห์ไปต้องพระลอ แต่ฝา่ ยเมอื งแมนสรวงก็หาเหล่า
มดหมอมาช่วยแกไ้ ขให้พระลอให้คลายจากเสน่ห์นไ้ี ด้

ครั้งที่สองปู่เจ้าสมิงพรายเอาธงสามชายที่ลงยันต์และเขียนรูปทั้ง
สามตดิ ยอดต้นตะเคียนใหญ่ดีดไปหาพระลออีกคร้งั พระลอก็คลุ้มคลั่งหนัก
กว่าคราวก่อน หมอแก้เสน่ห์ชุดเดิมก็ไม่อาจแก้ไขได้ ในที่สุดก็ได้ไปเชิญ
หมอสทิ ธิไชย ซึ่งเปน็ หมอท่ีเก่งท่สี ุดของเมืองแมนสรวงท่ีออกไปบําเพ็ญเพียร
อยู่ในป่าให้กลับมาช่วยแก้เสน่ห์ให้แก่พระลอจนดีขึ้นเป็นปกติ และหมอ
สิทธิไชยยังได้ทำพธิ ีเชิญอารักษม์ าพทิ ักษ์เมืองไว้เพ่ือป้องกันคุณไสยที่จะมาอีก

การทำเสน่ห์ในคร้ังที่สามปเู่ จ้าสมิงพรายจงึ แต่งทัพผีป่าเข้าต่อสู้กับผี
อารักษท์ ่ีคมุ้ ครองเมืองแมนสรวงจนชนะ แล้วเสกสลาเหิน (หมากบิน) ให้ลอย

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 178

ไปตกในพานหมากของพระลอ เมื่อพระลอหยิบสลาคำนั้นขึ้นเสวยก็ต้อง
เสน่หล์ มุ่ หลงจนถอนตวั ไมข่ ึ้นและในครงั้ นี้หมอสิทธิไชยก็ไม่อาจชว่ ยแก้ไขได้

ฤทธิ์เสน่ห์ทำให้พระลอกลัดกลุ้มใจใคร่จะได้เห็นหน้าของพระเพื่อน
พระแพง จึงลาพระมารดาและมเหสีเพอ่ื เดินทางไปเมืองสรองโดยสัญญาว่า
เม่ือพบสองนางแล้วจะรีบกลับมา พระลอยกไพร่พลมาจนถึงแม่น้ำกาหลง
ซึ่งกั้นเขตแดนระหว่างสองเมือง แล้วจึงเสด็จไปกับนายแก้วนายขวัญสอง
พระพี่เลี้ยงและไพร่พลอีกเพียงร้อยคนเท่านั้น เพื่อให้คอยเป็นสายข่าวใน
ระหวา่ งทาง

พระลอได้ลงอาบน้ำในแม่น้ำกาหลงแล้วตั้งจิตอธิษฐานเสี่ยงทายกับ
ลำนำ้ วา่ หากการเดินทางในคร้ังนี้มีอันตรายขอใหน้ ้ำไหลวนเวียน แต่หากการ
เดินทางราบรื่นก็ขอให้น้ำไหลเป็นปกติ ผลปรากฏเป็นลางร้ายน้ำในแม่น้ำ
กาหลงไหลวนและเปลี่ยนสีแดงดังสีเลือด แม้พระลอจะตกใจและเสียใจใน
ผลการเสี่ยงทายแต่ด้วยฤทธิ์เสน่ห์ก็ไม่ละความพยายาม ยังคงออกเดินทาง
เพอ่ื ไปหาพระเพอื่ นพระแพงตามที่ตนไดต้ ้ังใจไว้ต่อไป

ปู่เจ้าสมิงพรายได้ส่งไก่ผีสิงมาหลอกล่อให้พระลอติดตามจนเข้ามา
ในเขตเมืองสรองเร็วขึ้น พระลอจึงปลอมตัวเป็นพราหมณ์ช่ือศรเี กศ นายแก้ว
นายขวัญปลอมตัวเป็นศิษย์ชื่อนายรามและนายรัตน์เข้าไปอาศัยอยู่ใน
อุทยานเมืองสรอง นางรื่นนางโรยได้ออกมายังอุทยานเพื่อสืบข่าวจึงได้พบ
กับสองพี่เลี้ยงแก้วขวัญ เมื่อทั้งสองฝ่ายทราบเรื่องราวของกันแล้ว นางรื่น
นางโรยก็ช่วยชักนำให้พระลอลอบเข้าไปประทับในตำหนักของพระเพื่อน
พระแพงโดยที่ไม่มีใครรู้ จึงทำให้พระลอกับพระเพื่อนพระแพงได้มาพบกนั
ตามความปรารถนา

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 179

ธีมหลักของไพ่ King ในสำรับนี้คือราชาจากนาฏกรรมไทยสี่แบบ
ซึ่งไพ่ใบนี้จะเป็นตัวแทนของราชาที่อยู่ในการแสดงละครพันทาง โดยใช้
พระลอเป็นภาพแทน ละครพันทางเป็นละครที่มีการนำเนื้อหาเรื่องราว
ตลอดจนเครื่องแต่งกาย เครื่องดนตรี และท่ารำที่มีกลิ่นอายของต่างชาติ
ต่างภาษาเขา้ มาผสมผสาน ลักษณะของการผสมผสานน้ีเป็นลักษณะท่ีเข้า
กันได้กับธาตุน้ำในไพ่ชุดถ้วย อีกทั้งเรื่องราวของพระลอ ยังเป็นเรื่องราว
เหตุการณข์ องความรักท่โี ดดเด่นระหว่างพระลอกับพระเพ่ือนพระแพงอีกดว้ ย
ความหมายเบื้องต้น

ความมีประสบการณ์ การเป็นผู้ชำนาญ ความฉลาด การมีวุฒิภาวะ
ทางอารมณ์ ความใจเย็น ความสงบสำรวม การมีสันติ การนิ่ง ผู้รักษา
เยียวยา ผู้ใหค้ ำปรึกษา
ความหมายหัวกลับ

ความมีอารมณ์ท่ีดุดัน ความมีอารมณ์ด้านลบที่รุนแรง การปิดก้ัน
ความรู้สกึ อารมณ์เครียด



-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 180
-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 181

Minor Arcana

“The Suite of Swords”

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 182

Ace of Swords - วายภุ กั ษ์


ธีมหลักของไพ่หมายเลขหนึ่งใน Tiny
Theater Tarot จะนำเอาตัวละครที่เป็น
อมนุษย์หรือตัวละครที่เป็นครึ่งสัตว์ มาเป็น
ตวั ละครในไพ่ โดยในไพ่ Ace of Swords นี้
ได้นำตัวละครวายุภักษ์ จากวรรณคดีเรื่อง
รามเกียรติ์ ซึ่งเป็นยักษ์ครึ่งนก มาเป็นตัว
ละครบนหน้าไพ่ เพื่อแสดงถึงความเป็นธาตุ
ลมในรูปลักษณ์ของความเป็นนกที่สามารถ
โบยบินขึน้ ไปในอากาศ
วายภุ กั ษ์มีรูปลกั ษณเ์ ป็นยักษ์คร่งึ นกเนื่องจากมีพ่อเปน็ อสูรและมีแม่
เป็นนก โดยมีหน้าเปน็ ยกั ษ์ ปีกและตัวเป็นนกอินทรี มีสองเท้าเหมือนครฑุ
และมีหางแวววาวดังหางนกยูง วายุภักษ์ครองกรุงวิเชียรซึ่งตั้งอยู่ที่เชิงเขา
จกั รวาล มบี ริวารพวกหน่งึ เปน็ นกกบั อีกพวกหนง่ึ เปน็ อสูร มนี สิ ยั เกเรมักจะ
เทย่ี วเบียดเบียนฤๅษเี ทวดาอยเู่ สมอ
วนั หนึง่ วายภุ กั ษ์ต้องการจะไปเที่ยวเลน่ ในปา่ ตามแถบเชิงเขาเพ่ือหา
ความสำราญ จึงจัดแจงแต่งองค์ทรงเครื่องแล้วพาบริวารบินมาในอากาศ
เวลานั้นพระรามกับพระลักษมณ์ ซึ่งออกมาเดินป่าเป็นเวลาสิบสองเดือน
เพื่อสะเดาะเคราะห์ตามคำแนะนำของพิเภก กำลังพำนักอยู่บริเวณเชิงเขา
พร้อมกับไพร่พลวานร เม่อื วายุภกั ษ์บินมาถึงบริเวณนั้นมองลงไปเห็นมีมนุษย์
นั่งอยู่ก็คิดจะจับมากินเสีย จึงโฉบลงไปเฉี่ยวเอาพระรามกับพระลักษมณ์

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 183

ไว้ในกรงเล็บท้ังสองขา้ งแล้วบินข้นึ ฟ้าไป ฝ่ายบรรดาวานรเม่ือเห็นดังนั้นจึง
รีบเหาะตามขึ้นไปช่วยทันที ครั้นเหาะตามมาทันก็ช่วยกันต่อสู้อย่างอุตลุด
หนมุ านกับสุครีพเขา้ จู่โจมขาทง้ั สองข้างแล้วชงิ เอาพระรามกบั พระลักษมณ์
มาแบกไว้ที่บ่าได้พร้อมกัน วายุภักษ์ก็กางปีกเข้าตีเป็นพัลวัน พร้อมกับสั่ง
ไพร่พลให้เข้าต่อสู้ เหล่าพลวานรก็พากันเข้ารบและสังหารพลยักษ์จน
หมดสิ้น องคต นิลพัท และบรรดาสิบแปดมงกุฎ*ต่างพากันกลุ้มรุมต่อสู้
กับวายุภักษ์ที่กางปีกป้องกันอย่างเต็มกำลัง ครั้นเห็นท่าจะสู้ต่อไปไม่ได้
วายุภักษ์จึงรีบโผบินหนีขึ้นไปซ่อนในกลีบเมฆทันที เหล่าทหารวานรก็พากัน
เที่ยวติดตามค้นหาจนพบตัว องคตกับนิลพัทจึงเข้าไปต่อสู้จนสามารถ
สงั หารวายุภกั ษ์ได้

หลังจากปราบวายุภักษ์สำเร็จ หนุมานและสุครีพก็พาพระรามกับ
พระลักษมณ์กลับลงมายังพื้นดิน พระรามได้ตรัสชมเชยความเก่งกล้า
สามารถของพลวานรทั้งหลาย แล้วจึงชวนพระลักษณ์และบรรดาไพร่พล
ออกเดินทางตอ่ ไป

ไพ่ใบนี้นำลักษณะของวายุภักษ์มาสื่อเป็นความหมายของตัวไพ่
โดยความเป็นยักษ์มาสื่อถึงการเป็นไพ่ดาบ และนำลักษณะของความเป็น
นกมาส่อื ความหมายของการเป็นธาตลุ ม ภาพหน้าไพเ่ ปน็ ภาพของวายุภักษ์
กำลังบินขึ้นไปบนท้องฟ้าพร้อมกับชูดาบในมือที่ส่องแสงประกายเจิดจ้า

* สิบแปดมงกุฏ คือสิบแปดวานรในวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ ซึ่งเป็นเทวดาที่จุติ
ลงมาเปน็ ทหารเอกในกองทัพของพระราม ไดแ้ ก่ เกยรู โกมุท ไชยามพวาน มาลุนทเกสร
วิมลพานร ไวยบุตร สัตพลี สุรกานต์ สุรเสน นิลขัน นิลปานัน นิลปาสัน นิลราช
นิลเอก วสิ ันตราวี กุมิตนั เกสรทมาลา และมายรู

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 184

และประดบั ดว้ ยพวงมาลางดงาม
ความหมายเบื้องตน้

ความสำเรจ็ ที่ต้องเพยี รพยายาม การทำให้เกิดผลทเ่ี ป็นจรงิ การสำนึก
การสมปรารถนา ความเป็นจริง ความเฉลียวฉลาด เป็นเหตุเป็นผล
ความชัดเจน
ความหมายหัวกลับ

ความไม่เข้าใจ การโกหกหลอกลวง ความสับสน การปฏเิ สธ การส่ือสาร
ท่ยี ากลำบาก



-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 185

Two of Swords - สดี า


สีดา เป็นนางเอกจากวรรณคดีเรื่อง
รามเกียรติ์ เธอเป็นอวตารของพระลักษมี
เมื่อพระนารายณ์จะอวตารลงมาบังเกิดเป็น
พระรามก็ได้ตรัสชวนพระลักษมีให้อวตารลง
มาด้วยกันเพื่อปราบยุคเข็ญในโลกมนุษย์
อันมีสาเหตมุ าจากบรรดายักษท์ ีร่ กุ รานโลก

เมื่อท้าวทศรถแห่งกรุงอโยธยาได้ทำ
พิธกี วนข้าวทิพยเ์ พ่ือใหม้ ีโอรสสบื ราชบัลลังก์
หลังเสร็จพิธีก็บังเกิดอสูรทูนถาดข้าวทิพย์สีก่ ้อนไว้บนศรี ษะ กลิ่นหอมของ
ข้าวทิพย์ฟุ้งกระจายไปทั่วทุกทิศจนไปไกลถึงกรุงลงกาที่ทศกัณฐ์ผู้เป็นเจ้า
แหง่ เหล่ายักษป์ กครองอยู่ คร้ันนางมณโฑผู้เป็นมเหสีได้กล่ินก็อยากกินเป็น
กำลงั ทศกัณฐ์จึงบัญชาให้นางกากนาสูรไปนำอาหารนม้ี าใหไ้ ด้
นางยักษ์กากนาสูรจึงแปลงร่างเป็นกาบินขึ้นฟ้าเที่ยวตามหาที่มา
ของกลิ่นนั้นไปทั่วทุกทิศ จนมาถึงกรุงอโยธยาเห็นอสูรทูนถาดข้าวทิพย์อยู่
จึงโฉบลงไปคาบเอาข้าวทิพย์ไปได้ครึ่งก้อน แล้วบินนำเอาข้าวทิพย์นั้นไป
ถวายทศกัณฐ์ เมื่อนางมณโฑได้เสวยข้าวทิพย์นั้นแล้วไม่นานก็ตั้งครรภ์
ครั้นครบกำหนดสิบเดือนจึงได้ให้กำเนิดพระธิดาองค์หนึ่ง เมื่อแรกประสูติ
ออกมาได้ร้องขึ้นว่าผลาญราพณ์สามครัง้ ทศกัณฐ์ได้เรยี กให้พิเภกอนุชาซ่งึ
เป็นผู้ชำนาญในโหราศาสตร์มาทำนายดวงชะตา พิเภกผูกดวงดูจึงรู้ว่า
พระธิดาน้ันเกิดมาเพื่อทำลายวงศ์ตระกูลยักษ์ให้สูญสิ้นจำต้องกำจัดไปเสีย

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 186

จากเมือง ทศกัณฐ์เรียกโหรอื่น ๆ ให้มาทำนายเพื่อสอบทานก็ได้คำทำนาย
ทตี่ รงกัน จึงจำใจตอ้ งใหก้ ำจดั ธิดาของตนเพอ่ื รักษาวงศ์ตระกูลไว้

พิเภกได้นำทารกน้อยใส่ในผอบแลว้ ให้เสนาทำไปท้ิงท่ีทะเล ด้วยอำนาจ
ของพระลักษมีอวตาร เมื่อผอบตกลงถึงพื้นน้ำก็บังเกิดมีดอกบัวรองรับไว้
นางมณีเมขลาและเทพยดาผู้รักษาท้องทะเลต่างช่วยกันรักษาผอบให้ลอยน้ำ
ไปได้อย่างปลอดภัย แล้วพาลอยทวนน้ำจนไปหยุดนิ่งอยู่ที่ท่าน้ำหน้าอาศรม
ของพระฤๅษีชนก เมือ่ พระฤๅษีออกมาอาบนำ้ ก็ได้พบผอบนี้ เมื่อเปิดดูจึงพบ
เปน็ ทารกหญิงนอนอยูข่ า้ งใน

เดิมพระฤๅษชี นกเปน็ กษตั ริย์ครองกรุงมิถิลา แต่มคี วามเบ่ือหน่ายใน
ราชสมบัติจึงออกมาบำเพ็ญพรตเป็นฤๅษี โดยให้เสนาอำมาตย์ดูแลราช
สมบัติไว้เนื่องจากพระองค์ไม่มีบุตร เมื่อเก็บทารกน้อยได้จากน้ำก็บังเกิด
ความรักความเอ็นดู ตั้งใจจะเลี้ยงทารกนั้นไว้เป็นพระราชธิดา แต่ด้วยตน
ยงั ครองเพศเป็นฤๅษจี ำต้องบำเพ็ญกิจภาวนา จงึ ตง้ั จติ อธษิ ฐานขอให้เทพยดา
ช่วยเลี้ยงดธู ิดานอ้ ย แล้วนำผอบน้นั ไปฝงั ไวท้ ใี่ ตร้ ่มไทรใหญ่

พระฤๅษีชนกบำเพ็ญพรตอยู่ได้ระยะหนึ่งแต่ก็ไม่เกิดฌานสมาบัติ
จึงบังเกิดความเบื่อหน่ายในเพศฤๅษี ตั้งใจจะลาสิกขาออกไปครองราช
สมบัติตามเดิม พระฤๅษีชนกจึงไปขุดผอบที่ฝังดินไว้เพื่อพาพระธิดากลับ
พระนครไปด้วยกัน แต่ขุดหาเท่าไรก็ไม่พบ จึงให้คนไปแจ้งแก่เสนาที่ในเมือง
เพ่ือนำเอาไถมาไถหา เหล่าเสนาช่วยกันไถกลับไปมาอยู่หลายรอบก็ไม่พบ
ท้าวชนกเข้าใจว่าน่าจะเป็นเพราะเทพยดากำบังเอาไว้ จึงตั้งจิตอธิษฐาน
ขอให้ได้พบพระธิดาแล้วไถไปก็เจอผอบนั้น เมื่อเปิดออกจึงได้พบพระธิดา
ซ่งึ บัดนมี้ ีรปู รา่ งเท่ากับหญิงสาวอายสุ ิบหกปีมสี ิริโฉมงดงามยิ่งนัก ท้าวชนก

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 187

ได้ให้นามพระธิดาว่า “สีดา” ซึ่งแปลว่ารอยไถ แล้วจึงลาเพศฤๅษีพา
พระธิดากลับเขา้ พระนคร

เมื่อสีดาถึงกาลสมควรจะมีคู่ ท้าวชนกจึงได้จัดพิธีสยุมพรให้โดยวิธี
ยกมหาธนูโมลีซึ่งเป็นศรของพระอิศวรท่ีใช้ปราบยักษ์ตรีบุรัมเมื่อในอดีต
มหาธนูนี้มีน้ำหนักมากหากใครสามารถยกได้ก็จะได้เป็นคู่ครองของสีดา
เมื่อถึงวันพิธีกษัตริย์จากหลายพระนครต่างมาร่วมพิธีกันมากมาย ในเวลา
ไล่เลีย่ กันนัน้ พระฤๅษีวสิษฐแ์ ละพระฤๅษสี วามิตรไดข้ ออนญุ าตท้าวทศรถให้
พระรามและกับพระลักษมณ์มาช่วยปราบนางยักษ์กากนาสูรที่รุกราน
บรรดาฤๅษีชีไพร เมื่อปราบสำเร็จแล้วก็ได้ทราบข่าวพิธีสยุมพรจึงพาเจ้าชาย
ทง้ั สองเข้ามาร่วมงานด้วย ในขณะที่กำลังเดินผ่านเข้ามาในวังนั้น พระรามได้
เหลือบไปสบเนตรกับสีดาที่กำลังมองลงมาจากหนา้ ตา่ งเข้าโดยบังเอญิ ด้วย
บพุ เพสันนิวาสทำให้ท้งั สองต่างก็ตกหลมุ รกั กันทันทีเม่ือแรกเห็น

ในพิธียกศรพระอินทร์ได้ลงมาเป็นประธานเพื่อป้องกันมิให้เหล่า
กษัตริย์ที่ผิดหวังก่อจลาจลขึ้น บรรดากษัตริย์ที่มาร่วมงานต่างก็ไม่มีผู้ใด
สามารถทำให้มหาธนูโมลีขยับเขยื้อนได้แม้เพียงเล็กน้อย ท้าวชนกจึงให้
เจ้าชายทั้งสองลองยกศรนั้นดู พระรามให้พระลักษมณ์ลองไปยกดูก่อน
พระลักษมณ์ลองใช้มือจับศรดูก็สามารถทำให้ศรขยับไดโ้ ดยง่าย แต่ดว้ ยรู้ใจพี่
ที่มีความรักต่อสีดาจึงแสร้งทำเป็นยกศรไม่ขึ้น พระรามจึงเป็นผู้ที่สามารถ
ยกศรข้นึ ได้อยา่ งง่ายดายและได้สีดามาเป็นคู่ครอง ทา้ วชนกได้สง่ ราชสาส์น
ไปเชญิ ท้าวทศรถและพระญาติวงศม์ าร่วมพธิ ีอภเิ ษกสมรส ณ กรุงมถิ ิลา

หลงั เสรจ็ พธิ ีสยุมพร สีดากไ็ ดไ้ ปอยูก่ บั พระรามท่ีกรงุ อโยธยา ท้ังสอง
ครองรกั กนั ด้วยความสุข จนวนั หน่ึงเมือ่ ท้าวทศรถประสงค์จะยกราชสมบัติ

-WorawitNu PhotoBook-

ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 188

ให้กับพระรามด้วยพระองค์ทรงชรามากแล้ว แต่ก็เกิดเหตุไม่คาดคิดขึ้น
เนอ่ื งจากนางไกยเกษีซ่ึงทา้ วทศรถเคยใหส้ ัญญาไว้ในอดีตว่าหากนางประสงค์
สิ่งใดก็จะประทานให้ทุกสิ่ง นางไกยเกษีทวงสัญญานี้โดยทูลขอราชสมบัติ
ใหก้ บั พระพรตบุตรของตนและใหพ้ ระรามออกบวชไปอยู่ปา่ เปน็ เวลา 14 ปี
ท้าวทศรถไม่เต็มใจและโกรธนางไกยเกษีมาก แต่พระรามก็ขอออกบวชไป
อยู่ป่าเพื่อมิให้พระบิดาเสียสัตย์ สีดาและพระลักษมณ์ก็ขอออกบวชและ
ตามไปอยปู่ า่ กับพระรามดว้ ย

ทั้งสามออกบวชและตั้งอาศรมอยู่ริมแม่น้ำโคธาวารี วันหนึ่งนาง
สำมะนักขาน้องสาวของทศกัณฐ์ซึ่งกำลังตกพุ่มม่ายเข้ามาในป่า ได้พบ
พระรามรูปงามกำลังอาบน้ำอยู่ก็อยากได้มาเปน็ สามีใหม่ นางจึงแปลงกาย
เป็นสาวงามเข้าไปทอดสะพานแต่พระรามปฏิเสธ ครั้นตามไปถึงอาศรม
เห็นนางสีดารูปสวยกว่าตน ก็ตรงเข้าไปตบตีสีดาเพื่อหวังจะชิงเอาสามีไป
เป็นของตน พระรามได้ขวางไว้ พระลักษมณ์จึงเขา้ มาต่อสู้แล้วจัดการตัดหู
จมูก มือ และเท้าของนางทิ้งเสียเพื่อเป็นการลงโทษ นางสำมะนักขาได้รับ
บาดเจ็บทั้งอายทั้งแค้นจึงรีบหนีไปฟ้องทูษณ์ ขร และตรีเศียร พี่ชายของตน
ยักษ์ท้งั สามได้ออกมารบกบั พระรามแตก่ ็ต้องจบชีวติ ลงดว้ ยศรของพระราม
นางสำมะนักขาจึงรีบกลับไปยังกรุงลงกาทูลฟ้องทศกัณฐ์ และพรรณนาถึง
ความงามของสีดาจนทศกัณฐห์ ลงใหลและอยากได้นางมาเปน็ ของตน

ทศกั ณฐ ์ ว างแผ น ล ั กพาต ั ว ส ี ด าโ ด ย ให ้ ย ั กษ์ มา ร ี ศแป ล ง กา ย เ ป็ น
กวางทองทำทีเดินเข้าไปใกล้อาศรม เมื่อสีดาเห็นกวางทองหน้าตาน่ารักก็
อยากได้จึงขอร้องให้พระรามช่วยจบั มาให้ พระลกั ษมณ์ทูลทดั ทานไวเ้ พราะ
เกรงจะเป็นอุบายของยักษ์แต่สีดาไมย่ อม พระรามจึงออกไปตามจับกวางทอง

-WorawitNu PhotoBook-


Click to View FlipBook Version