ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 89
ผงยาวิเศษท่มี โนห์ราฝากไวใ้ ห้ทาทวั่ ร่างกาย แล้วเดนิ แทรกไปในระหว่างขา
ของช้างทงั้ สอง อำนาจแหง่ มนต์และผงยาวเิ ศษทำให้พระสุธนสามารถผ่าน
ไปได้โดยไม่เปน็ อนั ตราย
พระสุธนเดินทางต่อมาจนถึงด่านภูเขาใหญ่สองลูกที่กำลังโน้มยอด
ลงมากระทบกันอยู่ พระสุธนได้ร่ายมนต์เป่าไปทภี่ ูเขาตั้งแต่ยอดจนถึงเชิงเขา
ภเู ขาทงั้ สองกแ็ ยกออกเป็นช่อง พระสธุ นจงึ เดนิ ผา่ นพน้ ไปได้
ถัดจากนั้นกเ็ ดินทางมาถึงท่ีอยู่ของหม่ผู ีเสื้อน้ำท่ีเป็นอันตราย พระสุธน
ไดร้ า่ ยมนตว์ ิเศษปกป้องตัวเองไวแ้ ลว้ เดนิ ผ่านไป เหลา่ ผีเส้อื นำ้ จึงไม่อาจทำ
อันตรายพระสุธนได้ แล้วพระสุธนก็เดินทางผ่านภูมิประเทศต่าง ๆ อันเป็น
หนทางยากลำบากทีแ่ ตกต่างกัน ได้แก่ ป่าหญ้าคา ภูเขาเงินทอง ป่าหญ้าที่
มใี บคมบาง ปา่ ไมไ่ ผ่ ดงอ้อหนาทึบ และป่ารกชฏั เต็มไปด้วยหนาม อีกทงั้ ยัง
มีสระน้ำลึกที่เต็มไปด้วยงูพิษร้าย ริมฝั่งน้ำยังเต็มไปด้วยเนินขรุขระที่ยาก
จะสัญจรผ่านได้ แตด่ ้วยอำนาจมนตแ์ ละผงยาวิเศษจึงทำให้พระสุธนผ่านส่ิง
ต่าง ๆ เหลา่ นี้ไปได้
เมื่อพน้ จากปา่ รก พระสธุ นก็เดนิ ทางมาพบกับยักษ์ร้ายตนหน่ึงขวาง
หนา้ อยู่ ยกั ษ์นัน้ มีหนา้ ตาน่ากลวั ตาแดงดังแสงไฟ ผวิ กายเขยี ว ตัวสงู เท่าเจ็ด
ชั่วลำตาล มือซ้ายถือสากเหล็กมือขวาถือขวานเหล็ก มุ่งตรงมายังพระสุธน
ด้วยความดุร้าย พระสุธนมิได้หวาดกลัวยักษ์นั้น เขาใช้ผงยาวิเศษทาท่ี
ปลายลูกศรแล้วยิงไปปกั อกยักษ์ล้มลงส้ินใจตาย พระสุธนจึงเดินทางต่อไป
ทางทิศทศี่ ีรษะยักษ์นนั้ ลม้ ลง
หลังจากที่เดินทางต่อไปอีกร้อยโยชน์* พระสุธนได้มาถึงแม่น้ำใหญ่
*1 โยชน์ = 16 กโิ ลเมตร
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 90
สายหน่งึ ซ่ึงน้ำเป็นกรดไหลเช่ียว มงี ูเหลอื มตัวใหญ่ยาวเหยียดกายพาดผ่าน
แม่น้ำนั้น พระสุธนจึงใช้ผงยาวิเศษโรยที่เท้าแล้วเดินผ่านงูยักษ์นั้นไปต่าง
สะพาน เมอื่ ถึงอีกฝัง่ จงึ รบี กระโดดลงทางฝั่งหัวงู
พ้นจากนั้นแล้วพระสุธนได้เดินทางต่อมาอีกร้อยโยชน์ ก็ได้พบกับ
ป่าหวายต้นใหญ่ที่มีหนามแหลมคม พระสุธนได้เล็ดลอดโหนตัวไปใน
ระหว่างหนามนั้นด้วยความคล่องแคล่ว แล้วปีนขึ้นไปซ่อนอยู่ในรังนก
อินทรีย์ยักษ์ ตกดึกพระสุธนก็ได้ยินนกอินทรีย์ยักษ์คยุ กันว่าวนั พรุ่งน้ีจะไป
หากินเครื่องพลีกรรมที่นครไกรลาศ เพราะเป็นวันท่ีครบกำหนดการจัดพิธี
ชำระล้างกลิ่นสาปมนษุ ย์ให้กับพระธิดามโนห์รา หลังจากที่ถูกมนุษย์จับตวั
ไปและหนกี ลบั มาไดห้ ลายปี พระสธุ นไดย้ ินดังนั้นจึงแอบเข้าไปซ่อนกายอยู่
ในขนปีกของนกอินทรีย์ยักษ์ตัวหนึ่ง แล้วเอาเชือกผูกกายไว้แน่น วันรุ่งข้ึน
นกนั้นก็ได้บินพาพระสุธนไปถึงยังนครไกรลาศ รวมเวลาในการเดินทางของ
พระสุธนเป็นเวลายาวนานทัง้ สิ้น 7 ปี 7 เดือน กับอกี 7 วัน
พระสุธนได้แอบซ่อนตัวอยู่ที่ริมสระน้ำ ในเวลานั้นมีนางกินรีบริวาร
เจ็ดนางพากันมาตักน้ำที่สระแห่งนั้นเพื่อนำไปชำระล้างกลิ่นสาปมนุษย์
ให้กับมโนห์รา เมื่อพระสุธนทราบเรื่องจากที่นางกินรีเหล่านั้นพูดคุยกันก็
ต้องการจะส่งข่าวไปถึงมโนห์รา จึงตั้งจิตอธิษฐานขอให้กินรีนางหนึ่งยก
หม้อน้ำไม่ขึ้น การณ์ก็เป็นไปตามนั้น กินรีนางหนึ่งรั้งท้ายเพื่อนเพราะ
พยายามยกหม้อนำ้ เท่าไรก็ไม่ข้ึน เมือ่ เหลือบไปเหน็ พระสุธนนั่งอยู่ท่ีริมสระ
จึงขอร้องให้ช่วยยกหม้อน้ำ พระสุธนจึงเข้าไปช่วยแล้วแอบใส่แหวนลงไป
ในหม้อน้ำนั้น เมื่อนางกินรีแบกหม้อน้ำเข้าไปเป็นคนสุดท้าย ได้ยกน้ำราด
รดลงที่ศีรษะของนางตามพิธี แหวนจึงไหลลงมาตามสายน้ำสวมเข้าท่ี
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 91
นิว้ กอ้ ยของมโนหร์ าเขา้ พอดี
มโนห์ราจึงทราบว่าพระสุธนเดินทางมาถึงแล้ว เธอได้ซักถาม
รายละเอียดจากนางกินรบี ริวารผู้นั้น กแ็ นใ่ จวา่ ใช่พระสุธนเป็นแน่ มโนห์รา
จึงให้นางกินรีนั้นนำเอาเสื้อผ้าและเครื่องหอมไปให้แก่พระสุธนเพื่อให้
แตง่ ตวั ใหมค่ อยทา่ ไว้ หลงั จากนัน้ จึงไปทลู ให้ทา้ วทุมราชทราบ ท้าวทุมราช
จึงให้พระสุธนเข้าเฝ้าเพื่อไต่ถามเรื่องราว หลังจากนั้นจึงให้จัดการทดสอบ
ความสามารถของพระสธุ น
การทดสอบแรกคือการยิงธนู ท้าวทุมราชได้สั่งให้นำกระดานไม้
มะเดือ่ เจ็ดแผน่ หนาแผน่ ละสามศอก กว้างหน่งึ วา วางพิงตามช่องเสาต้นตาล
ให้เอาเสาศลิ าเจ็ดต้นฝังไว้เบ้ืองหน้ากระดานไม้มะเดื่อ แลว้ จึงใหน้ ำแผ่นเหล็ก
เจ็ดแผน่ แผ่นทองแดงเจ็ดแผ่น หนาแผน่ ละสศ่ี อกกว้างยาวหน่งึ วาวางซ้อน
กนั ดา้ นหนา้ เสาศลิ า แล้วจงึ ให้นำเกวียนบรรทุกทรายเจ็ดเลม่ เรียงด้านหน้า
แผ่นเหล่านั้น เพื่อเป็นเป้ายิงให้กับพระสุธนที่หน้าพระลาน พระสุธนยก
ธนูขึ้นพาดลูกศรแล้วก็แผลงไป ลูกศรได้ทำลายสิ่งเหล่านั้นไปจนหมดส้ิน
แล้วลูกศรก็แล่นเลยข้ามไปยังพื้นมหาสมุทร และเลยแล่นเข้าไปยังภูเขา
จักรวาล แล้วจึงหวนกลับมาที่มือขวาของพระสุธน สร้างความอัศจรรย์ใจ
ให้แกผ่ ทู้ ่ีมาเข้าชมเป็นอย่างมาก
การทดสอบที่สองคือการยกบัลลังก์ศิลาคู่พระนครที่มีน้ำหนักมาก
ต้องใช้แรงคนถึงหนึ่งพันคนจึงจะสามารถยกบัลลังก์ศิลานี้ได้ พระสุธนจึง
ทำประทักษิณแล้วตั้งจิตอธิษฐานด้วยอำนาจของโพธิสัตว์ที่จะตรัสรู้เป็น
พระพุทธเจ้าในภายภาคหน้า ขอใหบ้ ลั ลงั ก์ศิลาน้นั มีน้ำหนักเบา พระสุธนก็
สามารถยกบัลลังก์ศิลานั้นขึ้นได้ สร้างความยินดีและความประหลาดใจ
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 92
ใหแ้ กผ่ ทู้ ีไ่ ด้ชมเปน็ ครงั้ ทส่ี อง
ในการทดสอบครั้งสุดท้าย ท้าวทุมราชได้พาพระสุธนกลับเข้าไปในวัง
แล้วให้ธิดาทั้งหมดซึ่งหน้าตาคล้ายคลึงกันมากแต่งกายให้เหมือนกันจน
แยกกันไม่ออก แล้วให้มายืนอยู่เบื้องหน้าพระสุธน ให้พระสุธนเลือกดูว่า
มโนห์ราคือคนไหน พระสุธนเมื่อได้เห็นธิดาทั้งเจ็ดก็แยกไม่ออกว่าใครคือ
มโนห์รา แต่เมื่อพิเคราะห์ดโู ดยถี่ถ้วนก็เห็นนางหนึง่ สวมแหวนที่ตนแอบใส่
ในหม้อน้ำมาจึงรู้ว่านางนั้นคือมโนห์รา พระสุธนจึงเข้าไปจับมือมโนห์รา
แล้วพาไปเข้าเฝ้า ทา้ วทุมราชยนิ ดเี ป็นยง่ิ นักจึงได้จัดพิธอี ภิเษกให้กบั ท้ังสอง
ที่นครไกรลาศน้ัน และให้มมี หรสพสมโภชนเ์ ป็นอันมาก
ความเชื่อมโยงกับไพ่ใบนี้คือการออกเดินทางไกลของพระสุธน
เพื่อให้บรรลุถึงจุดหมายที่ได้ตั้งใจไว้ ภาพหน้าไพ่เป็นภาพพระสุธน ท่ี
เดินทางอยู่กลางป่า แม้หนทางข้างหน้าจะพบเจอกับอุปสรรคและความ
ยากลำบากเพียงใด เขาก็ไมท้ อ้ ถอย ม่งุ หนา้ จะเดินทางต่อไปเพื่อใหบ้ รรลุถึง
จุดม่งุ หมายใหจ้ งได้
ความหมายเบ้ืองต้น
การเร่ิมตน้ ดำเนินงาน การวางแผนในระยะยาว ความสุขุมรอบคอบ
การมองการไกล การเดินทาง การเคลอื่ นไหว
ความหมายหัวกลับ
ความหวาดหวั่น การขาดทักษะหรือทรัพยากรที่จำเป็น การคิด
น้อยเกินไป สิ่งทีท่ ำยังไม่เปน็ รปู เปน็ ร่าง ต้องพยายามตอ่ ไป
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 93
Four of Wands - ละครรำเฉลิมฉลอง
ธรรมเนียมการสมโภชในโอกาสหรือ
พิธีการสำคัญของไทย มักจะนิยมจัดให้มี
มหรสพต่าง ๆ แสดงในงานเพื่อความรื่นเริง
โดยอาจจัดให้มีทั้งมหรสพที่เป็นเรื่องราว
และมหรสพทเ่ี ป็นการละเล่น
มหรสพท่ีเป็นเรอ่ื งราว ไดแ้ ก่ หนังใหญ่
โขน ละคร ตลอดจนละครรำหลากหลาย
ประเภท ทั้งละครใน ละครนอก หุ่นต่าง ๆ
อนั เป็นมหรสพท่ีมมี าต้งั แตส่ มยั กรุงศรีอยธุ ยา ส่วนมหรสพทเ่ี ปน็ การละเล่น
นั้น ได้แก่ โมงครุ่ม กุลาตีไม้ ระเบง แทงวิไสย กะอั้วแทงควาย เป็นต้น
ซ่ึงเปน็ การละเล่นตามแตส่ มยั นยิ ม
ความเชอื่ มโยงกับไพ่ใบน้ี คอื การเฉลมิ ฉลองในโอกาสพิเศษท่ีเกิดขึ้น
ภาพหน้าไพ่เป็นภาพของสองนางละครรำกำลังฟ้อนรำเพื่อเฉลิมฉลองใน
โอกาสพิธีอนั สำคัญ
ความหมายเบื้องตน้
ผลลัพธ์จากสิ่งที่ลงมือทำ การประสบความสำเร็จในระดับหนึ่ง
การเฉลมิ ฉลอง การทำงานเป็นทมี ความรสู้ กึ ขอบคณุ ความราบรนื่ บ้าน
ความหมายหัวกลับ
ความอกตัญญู ความน่ารังเกียจ บ้านที่ไม่มีความสุข งานฉลองเป็น
การสว่ นตวั ความสำเร็จท่ีมาช้า ความอึดอัดใจ ความไม่มีชีวติ ชวี า
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 94
Five of Wands - เทวดาเกเร
เหล่าเทวดาเกเรเป็นตัวละครจาก
วรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ ตอน นารายณ์ปราบ
นนทุก เป็นบรรดาเทวดาที่มักจะกลั่นแกล้ง
รงั แกนนทกุ ผู้ทำหน้าที่ลา้ งเท้าเทวดาอยู่เป็น
ประจำ
บนเขาไกรลาศอันเป็นที่ประทับของ
พระอิศวร ในทกุ ๆ วนั จะมีบรรดาเทวดานางฟ้า
มาเข้าเฝ้าเป็นประจำมิได้ขาด ซึ่งก่อนที่จะ
ขึ้นไปเฝ้าทุกคนจะต้องล้างเท้าที่เชิงบันไดทุกครั้ง โดยจะมียักษ์ตนหนึ่งชื่อ
วา่ นนทุกเป็นผู้คอยล้างเท้าให้
หลังจากที่นนทุกล้างเท้าเสร็จแลว้ เหล่าเทวดาต่างก็คกึ คะนองจึงพา
กันรงั แกนนทุกด้วยการเขกหวั และถอนผมทุกครัง้ จนนนทุกกลายเป็นยักษ์
หัวล้าน นนทุกเจ็บช้ำใจเป็นอย่างมาก เมื่อมีโอกาสจึงขึ้นไปเฝ้าพระอิศวร
เพอ่ื ทูลขอพรให้ตนเองมีนิ้วเพชรช้ีผู้ใดก็จะถึงแก่ความตายไว้ป้องกันตนเอง
พระอศิ วรประทานให้ตามความปรารถนา นนทุกจึงแกแ้ ค้นเทวดาเกเรเหล่าน้ัน
ด้วยการชี้นิ้วเพชรใส่จนตายไป แล้วนนทุกยังกำเริบเที่ยวชี้น้ิวเพชรใส่
บรรดาเทวดาอืน่ ๆ ทีไ่ มเ่ กยี่ วข้องล้มตายไปเป็นอกี เปน็ จำนวนมาก
การกระทำของนนทุกในครั้งน้ีทำให้พระนารายณ์ต้องเสด็จมาปราบ
โดยแปลงกายเป็นนางอัปสรรูปร่างหน้าตางดงามมาหลอกล่อให้นนทุก
หลงใหลและยอมร่ายรำตามตน นนทุกหลงเชื่อจึงร่ายรำตามนางอัปสรใน
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 95
ท่ารำแม่บทต่าง ๆ จนเมื่อรำมาถึงท่านาคาม้วนหาง นางอัปสรก็รำหลอก
ให้นนทกุ ช้ีนิว้ เพชรใสข่ าตนเองจนหักลม้ ลง แล้วนางอปั สรกค็ ืนร่างกลับเป็น
พระนารายณ์เหยยี บนนทุกไว้
นนทุกได้ตัดพ้อพระนารายณ์ที่ทำอุบายลวงสังหารตน อีกทั้งตนเอง
มีเพียงสองมือจึงไม่อาจสู้พระนารายณ์ที่มีสี่มือได้ พระนารายณ์จึงสาป
ให้นนทกุ ลงไปเกดิ ใหมเ่ ป็นท้าวทศกัณฐ์มสี ิบหน้าย่ีสิบมือ ส่วนพระนารายณ์
จะอวตารไปเป็นพระราม ซึ่งเปน็ มนษุ ย์เดินดินมีเพียงสองมือและจะตามไป
สังหารทศกัณฐ์ให้จงได้ แล้วพระนารายณ์ก็ใช้ตรตี ดั ศีรษะนนทกุ สิน้ ชวี ติ ไป
ความเชื่อมโยงกับไพ่ใบนี้คือความคึกคะนองของเหล่าเทวดาเกเร ที่
พากันรุมรังแกนนทุก ภาพหน้าไพ่เป็นภาพท่ีวาดให้สอดคล้องกับหน้าไพ่
ไรเดอร์เวท โดยเปน็ ภาพของเทวดาห้าตนทถี่ ือไมเ้ ท้าและกำลงั ววิ าทกนั อยู่
ความหมายเบ้ืองตน้
การแข่งขนั การชิงชัย การระดมสมอง ปญั หาที่ตอ้ งแก้ไข ขอ้ ขัดแย้ง
ขอ้ พพิ าท
ความหมายหัวกลับ
ขอ้ ขดั แย้ง การโต้แย้ง การแขง่ ขนั ทย่ี ำ่ แย่ การต่อสดู้ ้นิ รนท่ียังคงต้อง
ดำเนนิ ต่อไป บุคลกิ ทีช่ อบการต่อสู้
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 96
Six of Wands - พระมงกุฎ-พระลบ
พบม้าอปุ การ
พระมงกุฎและพระลบ เป็นตัวละคร
จากในวรรณคดีเรื่องรามเกียรติ์ ทั้งสองเป็น
โอรสของพระรามกบั นางสีดา
ห ล ั ง จ า ก เ ส ร ็ จ ศ ึ ก ก ร ุ ง ล ง ก า แ ล้ ว
พระรามได้พาสีดากลับมาอยู่ที่กรุงอโยธยา
ด้วยกันดังเดิม หลายปีผ่านไปวันหนึ่งนาง
ปศี าจอดูลตอ้ งการแก้แค้นให้กบั ญาติของตน
ในกรุงลงกาที่ถูกพระรามสังหาร นางได้ลวงให้สีดาวาดรูปทศกัณฐ์แล้วเข้า
สิงรูปทำให้ไม่สามารถลบรูปนั้นได้ เมื่อพระรามมาพบก็เข้าใจผิดคิดว่าสดี า
มีใจให้ทศกัณฐ์จึงสั่งให้พระลักษมณ์นำตัวไปประหารที่ในป่า พระลักษมณ์
ไม่อาจสงั หารสีดาได้จงึ ปลอ่ ยให้เธอหนีเขา้ ป่าไป
ในขณะนั้นสีดากำลังตั้งครรภ์อยู่ เธอได้เดินซัดเซไปในป่าจนได้ไป
อาศัยอยูก่ ับพระวัชมฤคฤๅษี และได้ใหก้ ำเนดิ โอรสนามว่าพระมงกุฎ หลังจาก
ทใ่ี ห้กำเนดิ บุตร สดี าฝากลกู ไวก้ ับพระฤๅษีเพื่อท่ีตนจะไปอาบน้ำ เธอได้พบลิง
ป่าที่มีลูกน้อยเกาะอยู่กับตัวกำลังปีนป่ายต้นไม้ สีดาจึงติงว่าลูกลิงที่เกาะอยู่
กับตัวจะเป็นอันตรายได้ นางลิงจึงพูดย้อนกลับมาว่าแม้ลูกจะเกาะกับตัว
ขณะปีนต้นไม้แต่ลูกก็อยู่ในสายตาตลอด ทำให้สีดานึกเป็นห่วงลูกของตนจึง
กลับมาอุ้มเอาลูกไปโดยที่ยังไม่ได้บอกพระฤๅษี พระฤๅษีกำลังหลับตา
บำเพ็ญภาวนา เมื่อลืมตาขึ้นไม่เห็นทารกก็ตกใจและเข้าใจว่าพระมงกุฎ
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 97
หายไป จึงหยิบเอากระดานมาวาดรูปเตรียมจะทำพิธีชุบกุมารขึ้นมาใหม่
แต่สีดากลับมาถึงก่อนจึงได้รู้เรื่องกัน พระฤๅษีกำลังจะลบรูปนั้นทิ้งแต่สีดา
ได้ขอให้พระฤๅษีชุบข้ึนมาให้เป็นลกู ของตนอีกคนหน่ึง พระฤๅษีก็ชุบให้และ
ได้ต้งั ช่ือว่าพระลบ โอรสท้ังสองมหี นา้ ตาเหมือนกันทกุ ประการ
เม่ือกมุ ารทง้ั สองเจริญวยั ขึ้น พระวชั มฤคฤๅษีได้สอนศลิ ปศาสตร์ต่าง ๆ
ให้จนเชี่ยวชาญและทำพิธีชุบศรให้คนละเล่ม สองกุมารกำลังตื่นเต้นกับ
อาวุธใหม่จึงชวนกันไปลองยิงศรที่ในป่าจนเกิดเสียงดังสนั่นไปถึงกรุงอโยธยา
เมื่อพระรามได้ยินก็ทราบว่าบัดน้ีได้มีผู้มีบุญมาเกดิ จึงทำพิธีปล่อยม้าอุปการ
เพื่อเสี่ยงว่าจะมีผู้ท่ีต้องการแข็งข้อกับตนหรือไม่ แล้วให้หนุมานสะกดรอย
ตามมา้ ไป โดยมพี ระพรตกบั พระสตั รดุ ยกกองทัพตามกำกบั ไปดว้ ย
มา้ อุปการได้ว่ิงเข้ามาในป่า พระมงกุฎกับพระลบเห็นสัตวแ์ ปลกหน้าท่ี
ตนไม่เคยเห็นมาก่อนจึงช่วยกันจับ เมื่อเห็นสาส์นผูกที่คอม้าเป็นเนื้อความ
ว่าหากใครที่ขี่ม้าตัวนี้ถือว่าแข็งข้อกับพระรามก็ไม่ชอบใจ จึงชวนกันขี่ม้า
นั้นเล่นกันอย่างสนุกสนาน หนุมานเข้ามาจะจับสองกุมารนั้นแต่ก็สู้ไม่ได้
กลับถูกตีด้วยศรจนสลบไปแล้วยังถูกสักหน้าพร้อมกับสาปซ้ำว่าให้ผู้ที่
เป็นนายเทา่ นั้นจงึ จะแก้มัดได้ หนุมานรีบกลบั ไปหาพระพรตกับพระสัตรดุ
แต่พระพรตก็ไม่สามารถแก้มัดให้ได้ หนุมานจึงรีบเดินทางกลับไปหา
พระราม เมื่อพระรามเห็นข้อความที่สักอยู่บนหน้าก็พิโรธเป็นอย่างมาก
เมื่อแก้มัดให้หนุมานแลว้ ก็รับส่ังให้กลับไปแจ้งกับพระพรตกับพระสัตรดุ ให้
จบั ตวั กมุ ารนั้นมาให้ได้
พระพรตกับพระสุตรดุ จึงยกพลไปจับสองกุมารนนั้ ทันที พระพรตได้
แผลงศรใส่อยู่หลายคร้ังแต่พระมงกุฎก็สามารถแผลงศรไปทำลายศรพระพรต
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 98
ได้ทุกครั้ง แล้วพระมงกุฎก็ตอบโต้กลับโดยแผลงศรไปต้องพระพรตกับ
พระสัตรุดล้มลง พร้อมกับศรก็กลายเป็นบ่วงรัดไพร่พลไว้ แต่พระพรตกับ
พระสัตรุดก็มิได้เป็นอันตรายเพราะมีเกราะที่พระรามมอบให้คุ้มกันอยู่
พระพรตจึงรำลึกถึงพระรามแล้วร่ายเวทย์แก้ศรนั้นได้ จากนั้นจึงแผลงศรไป
ถูกพระมงกุฏสลบลง หนุมานก็เข้าไปจับตัวเอาไว้ได้ ฝ่ายพระลบเมื่อเห็น
ดงั นน้ั จึงรบี หนีกลบั ไปหามารดากับพระอาจารย์ทันที
เมื่อสีดาทราบเรื่องจากพระลบก็ตกใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็น
อย่างมาก พระลบทูลมารดาว่าจะขอตามไปช่วยพระมงกุฎกลับมาให้ได้
สีดาจึงถอดธำมรงค์มอบให้กับพระลบ แล้วบอกว่าธำมรงค์นี้เมื่อสวมแล้ว
จะสามารถปลดเคร่ืองพันธนาการต่าง ๆ ได้ ให้นำตดิ ตัวไปชว่ ยพ่ี พระลบตาม
รอยกองทัพมาจนถึงกรุงอโยธยา ก็หยุดฟังข่าวอยู่ที่หน้าประตูเมืองจึงได้
ทราบจากชาวเมืองว่าพระมงกุฏถูกจับตัวมาแห่ประจานรอบเมืองแล้วนำ
ขน้ึ ขาหย่ังเตรยี มประหารอย่ทู ตี่ ะแลงแกง
ในขณะน้นั นางอปั สรรำพาไดร้ บั คำสง่ั จากพระอินทรใ์ ห้ลงมาช่วยเหลือ
เธอจึงแปลงกายเป็นหญิงสาวถือหม้อน้ำทำทีจะมาตักน้ำไปให้นักโทษท่ี
ต้องโทษอยู่ได้ดื่มเป็นทาน พระลบจึงอาสาตักน้ำให้แล้วหย่อนแหวนของ
มารดาลงไปในหม้อน้ำพร้อมทั้งอธิษฐานให้แหวนนั้นไปถึงพระมงกุฎ จากน้ัน
จงึ นำหมอ้ นำ้ มาให้นางรำพา นางรำพาก็ถือหม้อน้ำไปขอร้องผู้คุมเพ่ือให้ทาน
น้ำนั้นแก่กุมารน้อยที่ต้องโทษ เมื่อพระมงกฎได้ดื่มน้ำและยกขึ้นราดตัว
แหวนกห็ ลน่ ลงมาสวมน้ิวทำให้เคร่ืองพันธนาการหลุดออก นางรำพาจึงกำบัง
ร่างพระมงกุฎแลว้ พาออกมาจากที่น่ัน จากนั้นจึงชีท้ างใหไ้ ปเจอกับพระลบ
แล้วเธอก็หายตัวกลับสวรรค์ไป
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 99
พระมงกุฎและพระลบต่างก็ดีใจเป็นอย่างมากที่ได้มาพบกันอีกคร้ัง
ทงั้ สองเกรงว่ามารดาจะเปน็ อนั ตรายจึงหยดุ รอที่กลางปา่ เพ่ือสูก้ ับกองทัพท่ี
จะตามมาจับ ครน้ั พระรามทราบเร่ืองที่นักโทษหนีไปได้ก็ยกพลออกไปตามจับ
ด้วยตนเอง แต่เมื่อทั้งสองฝ่ายแผลงศรใส่กนั ศรก็กลับไม่ทำอันตรายแก่กนั
ศรของพระมงกฎุ ได้กลบั กลายเป็นขา้ วตอกดอกไมบ้ ูชาพระราม ส่วนศรของ
พระรามก็กลับกลายเป็นขนมมาให้สองกุมารกิน พระรามจึงหยุดรบแล้ว
สอบถามกมุ ารทั้งสองวา่ เป็นบุตรของผู้ใด พระมงกุฎจึงร้องบอกให้พระราม
บอกชื่อของตัวเองก่อน เมื่อพระรามบอกชื่อของตนไปแล้ว สองกุมารก็
ทราบทันทีว่าพระรามนัน้ เปน็ บดิ าของตนเพราะมารดาเคยบอกไว้ พระมงกุฎ
ก็แสร้งตอบกลบั ไปว่าตนทัง้ สองชื่อมงกฎุ กับลบ แม่ชื่อนางสีดา ส่วนพ่อนัน้
เป็นใครกไ็ ม่รู้ ร้แู ต่เพยี งวา่ ครองกรุงอโยธยา พระรามจงึ ได้ทราบว่ากุมารท้ัง
สองเปน็ ลูกของตน และยงั ได้ทราบความจริงจากพระลักษมณ์ที่ยืนยันว่าสีดา
ยังมีชวี ิตอยู่
พระรามเมื่อได้เห็นหน้าบุตรก็ดีใจย่ิงนักและรู้สึกผิดต่อสีดาจึงตาม
ไปขอคืนดี แต่สีดาไม่ยอมคืนดีด้วยเพราะเจ็บช้ำกับสิ่งที่พระรามกระทำไว้
กับตน สดี ายอมใหพ้ ระรามพาลูกทั้งสองกลบั ไปอยู่ท่ีกรุงอโยธยาเพราะเห็น
แก่อนาคตของลูก พระรามได้วางอุบายเพื่อให้สีดากลับมาอยู่กับตนแต่ก็
ไม่เป็นผล จนสดุ ท้ายพระอิศวรต้องชว่ ยพูดไกลเ่ กลย่ี ให้ พระรามกับสีดาจึง
ไดก้ ลับมาครองรกั กนั ดังเดมิ
ความเชื่อมโยงกับไพ่ใบนีค้ ือชัยชนะของพระมงกุฎกับพระลบในการ
ต่อสู้กับหนุมานซึ่งเป็นทหารเอกยอดฝีมือของพระราม แม้จะเป็นการต่อสู้
ครั้งแรก ภาพหน้าไพ่เป็นภาพของพระมงกุฎกำลังขึ้นขี่ม้าอุปการ โดยมี
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 100
พระลบว่ิงไลต่ ามมาดว้ ยความสนุกสนาน
ความหมายเบื้องตน้
การได้รับการยอมรับ การเลื่อนตำแหน่ง ความสำเร็จที่ใช้เวลา
การสนบั สนุน การยกยอ่ งสรรเสริญ ปัญหาตา่ ง ๆ ไดร้ บั การแก้ไข
ความหมายหัวกลับ
การเป็นผู้นำที่ประสบปัญหา การทุจริต ฉ้อราษฎร์บังหลวง ความ
เย่อหยิ่งจองหอง การขาดการยอมรับ ความไม่ก้าวหน้า เรื่องราวต่าง ๆ
ลา่ ชา้ ออกไป
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 101
Seven of Wands - พระไวยแตกทพั
พระไวยหรือพลายงาม เป็นตัวละคร
จากวรรณคดีเรื่องขุนช้าง-ขุนแผน เป็นบุตร
ของขุนแผนกบั นางวนั ทอง
พลายงามเมื่อยังเด็กได้อาศัยอยู่กับ
ย่าทองประศรี ได้ร่ำเรียนวิชาความรู้ และ
คาถาอาคมต่าง ๆ ของขุนแผนผู้เป็นบิดาจน
ชำนาญ เมื่อโตขึ้นก็ได้เข้ารับราชการใน
สมเด็จพระพันวษา ได้อาสาออกทำศึกได้รับ
ชัยชนะ จึงได้รับการแต่งตั้งเป็นจมื่นไวยวรนาถ ซึ่งคนทั่วไปมักจะเรียกกัน
ว่าพระไวย
หลังจากที่นางวันทองผู้เป็นแม่ถูกประหารชีวิตไปแล้ว พระไวยก็ตั้ง
บ้านเรือนอยู่กับย่าทองประศรีและน้องชายพลายชุมพลที่กรุงศรีอยุธยา
พระไวยมีเมียอยู่สองคนคือนางศรีมาลาและนางสร้อยฟ้า วันหนึ่งขณะที่
พระไวยกำลังพักผ่อนอยู่ที่เรือน พลายชุมพลได้เข้ามาเล่นหมากรุกกับพ่ี
โดยพนันกนั ว่าหากพลายชุมพลแพ้จะยอมให้ถอนขนตา หากพระไวยแพ้จะ
ให้ทำขนมเบื้องมาให้กินกัน พระไวยไม่รอให้รู้ผลแพ้ชนะก็ได้สั่งให้เมียท้ัง
สองเตรียมทำขนมเบอ้ื งทนั ที
ศรีมาลานั้นเป็นลูกสาวของพระพิจิตรได้รับการอบรมสั่งสอนการบ้าน
การเรือนมาเป็นอย่างดี เธอได้จัดการทำขนมเบ้ืองโดยละเลงเป็นแผ่นบาง ๆ
จัดใส่จานน่ากินย่ิงนัก ส่วนสร้อยฟ้านั้นเป็นเจ้าหญิงจากเมืองเชียงใหม่ซึ่ง
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 102
ไม่เคยทำอาหารด้วยตัวเองมาก่อน เธอจึงละเลงขนมเบื้องเป็นแผ่นหนาดู
ไม่น่ากิน จงึ ถกู นางทองประศรีซ่ึงไม่คอ่ ยชอบเธออยู่ก่อนแล้วดวุ ่าเอาต่าง ๆ
นานา อีกทั้งพลายชุมพลกับบ่าวไพร่ต่างก็พากันล้อเลียนและหัวเราะเยาะ
จนทำใหเ้ ธอโกรธปัดกระทะหกแลว้ เขา้ เรอื นไปทนั ที
หลังจากเหตุการณ์ทำขนมเบื้องครั้งนั้นทำให้สร้อยฟ้าแค้นใจมาก
เพราะพระไวยเองก็รักและมักจะอยู่กับศรีมาลามากกว่าเธอ อีกทั้งเม่ือเธอ
มีปากเสยี งทะเลาะกับศรมี าลาจนเปน็ เหตุให้พลายชุมพลที่เขา้ มาห้ามได้รับ
บาดเจ็บ พระไวยก็เข้าข้างศรีมาลาแล้วเฆี่ยนตีเธอ สร้อยฟ้าจึงได้ให้เถรขวาด
ที่เป็นชาวเชียงใหม่เหมือนกันทำเสน่ห์ให้พระไวยลุ่มหลงเธอ แล้วพาลให้
รงั เกียจและเฆย่ี นตีศรีมาลาบา้ ง พลายชุมพลสงสารพ่ีสะใภ้จึงเดนิ ทางไปหาพ่อ
ที่กาญจนบุรีแล้วเลา่ เรือ่ งที่เกิดข้ึนให้ทราบ ขุนแผนจึงเดินทางมาจับเสนห่ ์ให้
แต่พระไวยไม่เชื่อจึงทำให้ทะเลาะกับขุนแผนใหญ่โต จนขุนแผนถึงกับ
ประกาศตัดพอ่ ตัดลกู กนั
ขนุ แผนไดร้ ว่ มมือกับพลายชุมพลเพ่ือทำการแก้แคน้ พระไวย ทั้งสอง
ไดเ้ สกหนุ่ หญ้าข้นึ มาเปน็ ทหารแลว้ ปลอมตัวเปน็ ทัพมอญใหม่ยกมาตีกรุงศรี
อยุธยาเพื่อให้พระไวยออกมารบ ซึ่งพระพันวษาก็ได้ส่งพระไวยออกมารบ
จรงิ ๆ ทำให้วญิ ญาณของนางวันทองซ่ึงตายไปเปน็ เปรตมีความห่วงใยลูกท่ี
จะต้องไปสู้กับพ่อ เธอได้กลายร่างเป็นหญิงงามมาดักเตือนพระไวยที่ใน
ระหว่างทางแต่ก็ไม่เป็นผล เมื่อทัพของทั้งสองฝ่ายมาประจันหน้ากัน
พระไวยจึงได้ต่อสู้กับพลายชมุ พลที่ปลอมตัวเป็นแมท่ ัพมอญ แต่พลายชุมพล
กลับเสียท่าพระไวยจนต้องร้องเรียกให้พ่อช่วย ขุนแผนจึงถือดาบฟ้าฟื้น
วิ่งออกมาร้องบอกให้พลายชุมพลจับตัวพระไวยไว้ให้แน่นตนจะเข้าไปฟัน
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 103
ฝ่ายพระไวยเมื่อเห็นขุนแผนก็จำน้องชายได้ทันที จึงสะบัดหลุดแล้วรีบหนี
พลางทางตั้งรับผู้เป็นพ่อที่กำลังไล่ฟันตน ทัพของพระไวยจึงแตกพ่าย
กลบั ไปยงั กรุงศรีอยุธยา
ความเชื่อมโยงกับไพ่ใบนี้คือการต่อสู้อย่างหลังชนฝาของพระไวยท่ี
กำลังแตกทัพ ภาพหนา้ ไพ่เป็นภาพของพระไวยกำลังถือไม้เท้าหันหน้าสู้รบ
กบั ไมเ้ ทา้ อื่นอยา่ งไม่ลดละ
ความหมายเบ้ืองต้น
การพึ่งพาตนเอง การปกป้องสิ่งที่สำคัญ การคุกคาม ความขยัน
หมั่นเพียร การแข่งขนั การลงแรงทำในบางสง่ิ บางอยา่ ง
ความหมายหัวกลับ
ช่วงเวลาท่ีไม่ดี การยอมจำนน การไม่มีกำลัง การขาดประสิทธิภาพ
การต่อสู้เพื่อสิง่ ทผ่ี ดิ
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 104
Eight of Wands - มโนห์รา
มโนหร์ า เป็นนางเอกในวรรณคดีเรอ่ื ง
พระสุธน-มโนห์รา เธอเป็นนางกินรีธิดาคนท่ี
เจ็ดซึ่งเป็นคนสุดท้องของท้าวทุมราชแห่ง
นครไกรลาศอนั เปน็ เมอื งของเหลา่ กนิ นร
นางกินรีพระธิดาทั้งเจ็ดนางนั้นต่าง
ชอบเล่นน้ำกันมาก โดยในทุกวันปุณณมี ท้ัง
เจ็ดนางพร้อมเหล่ากนิ รบี ริวารจะพากันสวม
ปีกหางบินไปเล่นนำ้ ท่ีสระโบกขรณี (สระบัว)
กลางป่าหิมพานตก์ นั อยเู่ ป็นประจำมิไดข้ าด
ใกล้สระโบกขรณีนั้นมีอาศรมของพระกัสสปฤๅษีตั้งอยู่ วันหนึ่งมี
นายพรานมนุษย์คนหนึ่งชื่อ บุณฑริก หรือพรานบุณ เดินทางมาถึงอาศรม
แห่งนี้ พรานบุณได้สนทนากับพระฤๅษีจนได้ทราบถึงการมาเล่นน้ำของ
บรรดานางกินรี พรานบณุ ไดย้ ินเข้าก็สนใจเพราะไม่เคยเห็นนางกินรมี าก่อน
พระฤๅษีจึงแนะนำให้พรานไปแอบดูแต่ต้องไม่ให้นางกินรีเหล่านั้นรู้ตัว
มิเชน่ นั้นนางกนิ รีจะไมพ่ ากนั มาเลน่ น้ำที่สระแหง่ น้นั อีก
ครั้นถึงวันปุณณมี พรานบุณก็ไปแอบซุ่มอยู่ใกล้ ๆ สระโบกขรณีน้ัน
เมื่อถงึ เวลาเหล่าบรรดานางกินรีก็พากันบินมาเล่นนำ้ เมอื่ ร่อนลงแล้วแต่ละ
นางก็ถอดปีกหางของตนวางไว้ริมสระแล้วลงเล่นน้ำกันอย่างสนุกสนาน
เมื่อเล่นน้ำกันจนพอใจก็ขึ้นจากสระแล้วสวมปีกหางของตนบินกลับไป
พรานบุณเม่ือไดเ้ ห็นนางกินรมี รี ูปร่างหนา้ ตาสวยสดงดงามทุกนาง ก็คิดจะจับ
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 105
ไปถวายพระสธุ นผู้เปน็ เจา้ นายของตน
พรานบุณจึงมาถามถึงวิธีการจับนางกินรีจากพระกัสสปฤๅษี พระฤๅษี
แจ้งว่าไม่มีผู้ใดที่จะสามารถจับนางกินรีได้ ยกเว้นเสียแต่ว่าผู้นั้นจะมี
นาคบาศหรือบ่วงวิเศษของพญานาค จึงจะสามารถจับนางกินรีได้ พรานบุณ
เมื่อได้รู้วิธีจับก็ดีใจ เพราะในอดีตตนเองเคยช่วยชีวิตพญานาคชมพูจิตรไว้
จากการปองร้ายของพราหมณ์ผู้หนึ่ง พญานาคชมพูจิตรได้ให้คำสัญญากับ
พรานบุณไว้ว่าหากต้องการความช่วยเหลือให้มาหาตนได้เสมอ พรานบุณ
จึงเดินทางไปขอยืมบ่วงนาคบาศจากพญานาคชมพูจิตรเพื่อนำมาใช้จับนาง
กินรี โดยสัญญาว่าเมื่อใช้เสร็จจะรีบนำมาคืนทันที เพราะนาคบาศเป็นสิ่ง
สำคัญต่อชีวิตพญานาคเป็นอย่างมาก เพราะเป็นของวิเศษที่สามารถ
ป้องกนั การรุกรานจากพญาครฑุ ได้
เมื่อวันปุณณมีเวียนมาถึงอีกครั้ง พรานบุณก็ไปแอบซุ่มอยู่ที่ริมสระ
รอเวลาที่บรรดานางกินรีจะมาเล่นนำ้ เมื่อถึงเวลานางกินรีพากันลงเล่นน้ำ
เหมือนเช่นเคย พรานบุณจึงโยนนาคบาศลงไปในหมู่นางกินรีนัน้ นาคบาศได้
เล้อื ยลงไปรัดเอานางมโนห์ราน้องคนสดุ ท้องไว้ได้ เธอจะดนิ้ หรือดึงอย่างไร
ก็ไม่หลุด แต่กลับยิ่งรัดแน่นขึ้นกวา่ เดิม เมื่อเหล่าพีน่ างกินรีและนางบรวิ าร
เห็นเหตุการณ์ร้ายเกิดขึ้นดังนั้นก็ตกใจกลัวจนทำอะไรไม่ถูก จึงพากันสวม
ปีกหางรบี บนิ หนีกลบั ไปยังนครไกรลาศโดยเรว็
เมื่อเห็นดังนั้น พรานบุณจึงออกมาจากที่ซ่อนตรงเข้าไปดึงห่วง
นาคบาศออก และเรียกให้นางขึ้นมาหา มโนห์ราจึงขอเสื้อผ้าและปีกหาง
ของตนเพอ่ื จะได้สวมขึ้นไป พรานบุณได้ใหเ้ ฉพาะเสือ้ ผ้าแต่ยึดเอาปีกหางไว้
เพื่อป้องกันการหลบหนี เมื่อมโนห์ราสวมเสื้อผ้าเดินขึ้นมา พรานบุณจึง
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 106
นำเอาเถาวลั ย์มามดั ทม่ี ือทง้ั สองขา้ ง มโนหร์ าเม่ือจะต้องถกู พาตวั ไปกเ็ สียใจ
ร้องไห้คร่ำครวญ เธอได้นำเครื่องประดับแขวนเอาไว้ที่ต้นไม้เพื่อฝากคืน
พระบิดามารดาพร้อมกับกลา่ วคำอำลา แลว้ จงึ เดินตามพรานบณุ ไป
พรานบุณได้พามโนห์ราออกจากเขตป่าหิมพานต์มาจนถึงดินแดน
ของมนุษย์และตรงไปยังนครปัญจาล ในเวลานั้นพระสุธนพร้อมบริวารได้
เสด็จออกประพาสอุทยานก็ได้พบกับพรานบุณโดยบังเอิญ พรานบุณจึงนำ
มโนห์ราไปถวายพร้อมกับเล่าเรื่องราวที่สามารถจับนางมาได้ แล้วจึงมอบ
ปกี หางและกำชบั วา่ อยา่ ใหก้ บั นาง มิฉะน้ันนางจะสวมปีกหางแล้วบินหนีไป
พระสุธนพอใจในตัวมโนห์ราเป็นอย่างยิ่งจึงมอบรางวัลให้พรานมากมาย
จากนั้นพรานบุณก็ทูลลากลับเพื่อนำเอานาคบาศไปคืนพญานาคชมพูจิตร
ตามที่สญั ญาไว้
พระสุธนและมโนห์ราต่างก็ตกหลุมรักกันโดยทันทีเมื่อแรกเห็น
เพราะเป็นเนื้อคู่กันมาก่อน เมื่อสอบถามเรื่องราวจนทราบว่ามโนห์ราเป็น
ธิดาของท้าวทุมราชกษัตริย์แห่งนครไกรลาศซึ่งมีศักดิ์ศรีเสมอกั นกับตน
พระสุธนก็ยินดียิ่งนัก พานางขึ้นรถทรงกลับเข้าไปยังพระนคร แล้วจึงเข้าเฝา้
ท้าวอาทิตยวงศ์และพระนางจันทาพระบิดามารดา เพื่อทูลให้ทรงทราบ
ซึ่งทั้งสองต่างก็ยินดีและรักเอ็นดูมโนห์รา ได้จัดงานอภิเษกมโนห์ราขึ้นใน
ตำแหน่งพระชายาของพระสธุ นยพุ ราช
วันหนึ่งมขี ้าศึกมาประชดิ เขตพระนครปัญจาล ท้าวอาทิตยวงศ์ได้ให้
พระสุธนออกไปทำศึก พระสุธนจึงเข้าไปลามโนห์ราแล้วจัดทัพยกออกไปรบ
ในวันที่พระสุธนยกทัพออกไปนั้นท้าวอาทิตยวงศ์ได้นิมิตฝันว่าลำไส้ของ
พระองค์ได้หลุดออกมาจากท้อง ลอยออกไปเวียนรอบชมพูทวีปสามรอบ
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 107
แล้วจึงกลับเข้ามาในท้องตามเดิม วันรุ่งขึ้นจึงเล่าให้กับปุโรหิตฟังเพ่ือ
ทำนายฝัน ปุโรหิตผู้นี้เป็นผู้ผูกใจเจ็บพระสุธน โดยมีเหตุมาจากที่พระสุธนได้
สัญญากับพราหมณ์หนุ่มผู้หนึ่งไว้ว่า เมื่อพระองค์ขึ้นครองราชย์เมื่อไรจะ
มอบตำแหน่งปุโรหิตให้แก่พราหมณ์ผู้นั้น ทำให้ปุโรหิตเดิมไม่พอใจเป็น
อย่างมากและหาวิธแี ก้แค้นพระสุธนอยู่เสมอ
ความฝันของท้าวอาทิตยวงศ์นัน้ เป็นฝันดี แต่ปุโรหติ เห็นได้ช่องท่จี ะ
แก้แค้นพระสุธน จึงทูลท้าวอาทิตยวงศ์ไปว่าฝันนั้นเป็นฝันร้าย ดวงชะตา
ของพระองค์ถึงฆาตจะต้องสิ้นพระชนม์ในเจ็ดวัน ต้องสะเดาะเคราะห์ด้วย
การจัดพิธีบูชายัญสัตว์นานาชนิด รวมทั้งมโนห์ราซึ่งเป็นนางกินรีด้วย
ท้าวอาทติ ยวงศก์ ็ทรงเชือ่ และใหจ้ ดั พิธีบชู ายัญข้ึนทนั ที
ณ ลานพิธบี ูชายญั สตั วน์ านาชนดิ ได้ถูกนำมาเพ่ือเตรียมเข้าพธิ ีบูชายัญ
ด้วยการเผาทั้งเป็น นางจันทามเหสไี ดเ้ สดจ็ มาเพื่ออ้อนวอนท้าวอาทิตยวงศ์
ให้ยกเลิกพิธีบูชายัญเสียโดยให้เห็นแก่พระสุธนผู้เป็นลูก แต่ปโุ รหิตได้ทัดทาน
และเพด็ ทลู ให้ทา้ วอาทิตยวงศ์หลงเช่ือคล้อยตามตน จนในท่ีสุดก็มีรับสั่งให้
เสนาไปนำตวั มโนห์รามายงั ลานพธิ ี
เมอ่ื มโนห์รามาถึงลานพธิ ีก็ให้หวาดหวั่นใจย่ิงนัก เธอได้ทูลขอร้องท้าว
อาทิตยวงศ์ให้เลื่อนพิธีออกไปเพื่อรอให้พระสุธนกลับมาก่อน พอได้กราบลา
พระสุธนแล้วตนจะยอมเข้าพิธีโดยไม่เสียดายชีวิต ท้าวอาทิตยวงศ์ก็นิ่งเสีย
ไม่พูดอะไรออกมา เมื่อเห็นไม่สำเร็จมโนห์ราจึงทูลไปใหม่ว่าวันนี้ถึงที่สุดของ
ชีวิตแล้ว จะขอฟอ้ นรำใหท้ ง้ั สองพระองคด์ ูเป็นครง้ั สุดทา้ ยกอ่ นท่ีจะตายจากไป
ขอให้พระมารดาโปรดประทานปีกและหางให้ตนใส่เพื่อร่ายรำถวายด้วยเถิด
ท้าวอาทติ ย์วงศ์ก็ทรงอนญุ าตให้ตามน้นั
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 108
เมื่อได้ปีกหางมาแล้ว มโนห์ราได้ใส่ร่ายรำตามกระบวนท่ารำอย่าง
งดงามให้ทั้งสองพระองค์พร้อมกับผู้ที่อยู่ในพิธีชมกันอย่างเพลิดเพลิน
เมื่อรำไปได้สักครู่หนึ่งเห็นสบโอกาส มโนห์ราก็บินทะยานขึ้นสู่ท้องฟ้าหนี
เอาชวี ิตรอดจากพธิ ีบชู ายัญนั้นทนั ที
มโนห์ราได้บินมาถึงอาศรมของพระกัสสปฤๅษี จึงร่อนลงไปนมัสการ
และเล่าเรื่องราวให้ฟัง เธอได้ฝากแหวนและผ้ากัมพลไว้กับพระฤๅษีเพ่ือ
มอบให้กับพระสุธนหากติดตามมา พร้อมกับขอให้พระสุธนอย่าได้เดินทาง
ตดิ ตามไป เพราะหนทางนนั้ ยากลำบากเปน็ ที่อยู่ของอมนุษย์ที่เปน็ อันตราย
แต่ถ้าหากพระสุธนจะติดตามไปให้ได้ มโนห์ราก็บอกถึงอันตรายต่าง ๆ ท่ี
พระสุธนจะต้องพบเจอพร้อมกับวิธีในการผ่านด่านอันตรายเหล่านั้น (อ่าน
ได้จากเรื่องราวการเดินทางของพระสุธนได้ที่ไพ่ Two of Wands และ
Three of Wands ) แล้วเธอก็กราบลาพระกัสสปฤๅษีบนิ กลบั ไปยังนครไกรลาศ
เม่ือมโนห์ราบินกลบั มาถึงเมือง ทา้ วทมุ ราชพระบิดาเห็นว่าเธอได้ไป
อยู่ร่วมวาสนากับมนุษย์และมีกลิ่นสาปของมนุษย์ติดตัวมาด้วย ไม่ควรอยู่
ร่วมกับผู้คนในนครไกรลาศ จึงได้สร้างปราสาทให้เธอแยกอยู่พร้อมกับ
บรวิ ารตา่ งหาก เมอื่ ครบเจด็ ปีที่กลบั มาถงึ จึงจดั พิธสี รงสนานชำระลา้ งกล่ิน
สาปมนษุ ย์ให้หมดส้นิ ไป
ฝา่ ยพระสธุ นเมื่อเสร็จศึกกลบั มาถึงเมือง และไดท้ ราบเหตุร้ายท่ีเกิด
ขึ้นกับมโนห์ราแล้วก็เสียใจเป็นอย่างมาก จึงได้รีบออกเดินทางติดตามไป
ทันที เขาได้ทราบความทเ่ี ธอฝากไวจ้ ากพระกสั สปฤๅษี พระสุธนยนื ยนั หนัก
แน่นที่จะติดตามมโนห์ราไป เขาได้เดินทางฝ่าด่านอันตรายต่าง ๆ และ
สามารถผ่านไปได้จนลถุ งึ นครไกรลาศ ใช้เวลาในการเดินทางทั้งส้นิ 7 ปี 7 เดือน
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 109
กับอีก 7 วัน เมื่อวันที่มาถึงนั้นตรงกับวันที่จัดพิธีสรงสนานชำระล้างกล่ิน
สาปมนษุ ย์ใหก้ บั มโนห์ราพอดี
พระสุธนประทับอยู่ที่ริมสระน้ำนอกเมือง เวลานั้นมีนางกินรีบริวาร
เจ็ดนางออกมาตักน้ำเพื่อนำไปสรงสนานใหก้ ับมโนหร์ า พระสุธนเมือ่ ได้ยนิ
เรือ่ งราวท่ีนางกินรีเหล่านั้นคุยกันก็อธิษฐานขอให้นางคนหน่ึงยกหม้อน้ำไม่ขึ้น
ตนจึงเข้าไปช่วยยกแล้วแอบใส่แหวนลงไปในหม้อน้ำนั้น เมื่อนางกินรีผู้น้นั
นำน้ำเข้ามาเป็นคนสุดท้าย จึงได้ยกน้ำราดรดลงที่ศีรษะของมโนห์ราตามพิธี
แหวนได้ไหลลงมาตามสายน้ำแล้วสวมเข้าที่นิว้ กอ้ ยของเธอเข้าพอดี มโนห์รา
จึงทราบว่าพระสธุ นเดนิ ทางมาถึงแล้ว
มโนห์รารีบไปทูลให้พระบิดาทราบ ท้าวทุมราชจึงจัดพิธีเพื่อทดสอบ
ความสามารถของพระสุธนด้วยวิธีการต่าง ๆ ซึ่งพระสุธนก็สามารถแสดง
ความสามารถได้เป็นที่ประจักษ์ จนมาถึงบทพิสูจน์ด่านสุดท้าย นั่นก็คือ
การจำมโนหร์ าใหไ้ ด้ เพราะนางกินรธี ดิ าของทา้ วทมุ ราชท้งั เจ็ดต่างมีหน้าตา
คล้ายคลึงกันมาก ท้าวทุมราชให้ธิดาทั้งหมดแต่งกายเหมือนกันจนแยกกัน
ไม่ออก แล้วมายืนให้พระสุธนเลือกดูว่ามโนห์ราคือคนไหน พระสุธนเม่ือ
ได้เหน็ ธดิ าทั้งเจด็ ก็แยกไม่ออกวา่ ใครคือมโนหร์ า แตเ่ ม่อื พเิ คราะหด์ โู ดยถี่ถ้วน
ก็เห็นนางหน่ึงสวมแหวนที่ตนแอบใส่ในหม้อน้ำมา ก็ทราบทันทีว่านางน้ัน
คือมโนห์รา พระสุธนจึงเข้าไปจับมือเธอแล้วพาไปเข้าเฝ้า ท้าวทุมราชยินดี
เป็นย่ิงนักจงึ ได้จดั พธิ อี ภเิ ษกให้กับทงั้ สองทีน่ ครไกรลาศ
ความเชื่อมโยงกับไพ่ใบนี้คือการโผบินขึ้นสู่ท้องฟ้าของมโนห์ราด้วย
ความเร็วและเป็นอิสระ ภาพหน้าไพ่เป็นภาพนางกินรีกำลังโผบินขึ้นไปใน
อากาศด้วยความรวดเร็ว เธอสามารถผา่ นพ้นช่วงเวลาอนั เลวร้าย แล้วมุ่งสู่
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 110
ความเปน็ อิสระไรค้ วามกังวลใดใด
ความหมายเบ้ืองต้น
ความรวดเร็ว ความกระฉับกระเฉง ความก้าวหน้า การรุดหน้า
พลงั งานทเ่ี ปย่ี มลน้ การเดินทางทางอากาศ
ความหมายหัวกลับ
ความอ่อนเพลีย การหมดแรง ความเหนื่อยอ่อน การทำงานมาก
จนเกนิ ไป พลังงานมากเกินจนทำให้ชวนให้หงดุ หงิด
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 111
Nine of Wands - อนิ ทรชิตต้องศร
อินทรชิตเป็นตัวละครในวรรณคดี
เรื่องรามเกียรติ์ เป็นโอรสคนสำคัญของ
ทศกณั ฐ์กับนางมณโฑ
อินทรชิตมีนามเดิมว่ารณพักตร์
เป็นยักษ์หนุ่มที่มีความเก่งกล้าสามารถมาก
สามารถยกทัพไปรบกับพระอินทร์จนได้รับ
ชัยชนะ เขาจึงได้ชื่อใหม่ว่า อินทรชิต ซ่ึง
แปลว่าผู้ชนะพระอินทร์ เมื่อเกิดศึกกรุงลงกา
ทศกัณฐ์ก็ได้มอบหมายให้อนิ ทรชติ นำทัพออกไปทำศกึ แทนตน
อินทรชิตได้ทำศึกสงครามต่อสู้กับพระลักษมณ์อย่างกล้าหาญ
โดยอนิ ทรชิตสามารถแผลงศรนาคบาศและศรพรหมมาศไปตอ้ งพระลักษณ์
ได้ถึงสองครั้ง แต่ฝ่ายพระรามก็มีพิเภกเป็นที่ปรึกษาจึงสามารถแก้ไขให้
พระลักษมณฟ์ ื้นกลับมาไดท้ กุ ครงั้
ในศึกครั้งสุดท้ายอินทรชิตได้ไปทำพิธีกุมภนิยาเพื่อให้ร่างกายคง
กระพันและฆ่าไม่ตาย พระรามจึงให้พระลักษณ์ตามไปขัดขวางและทำลาย
พิธีเสีย ทัพของทั้งสองต่อสู้กันอย่างดุเดือดแต่ทัพของอินทรชิตเป็นฝ่าย
เพลี่ยงพล้ำถูกพระลักษมณ์แผลงศรทำลายกองทัพจนหมดสิ้น อินทรชิตเสีย
ท้ังไพรพ่ ล อาวุธ และรถศกึ ยนื อยผู่ เู้ ดียวกลางสนามรบดว้ ยสภาพอันบาดเจ็บ
เขารู้ตัวว่าจะต้องจบชีวิตลงในสงครามครั้งน้ีเป็นแน่ ก็คิดจะกลับเข้าไปลา
บิดามารดาและชายาเสียก่อน แล้วจึงจะยกทัพมาทำศึกอีกครั้ง อินทรชิต
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 112
ขว้างจักรเมฆสูรไปบดบงั แสงอาทิตย์จนมดื มดิ แล้วรบี หนีกลบั เขา้ เมอื ง
นางมณโฑผู้เปน็ แมเ่ ห็นลูกกลับมาในสภาพท่ีบาดเจ็บกเ็ ข้าไปขอให้
ทศกัณฐ์ยุติสงครามครั้งนี้เสีย เพื่อเห็นแก่ชีวิตลูกแต่ทศกัณฐ์ก็ไม่ฟัง ซ้ำยัง
กลา่ วหาวา่ มณโฑหึงหวงนางสดี า อนิ ทรชิตได้เข้าไปร่ำลานางสุวรรณกันยุมา
ผู้เป็นชายา แล้วจึงยกทัพออกมาต่อสู้กับพระลักษมณ์อีกครั้ง ซึ่งครั้งนี้ก็ถูก
พระลกั ษมณ์ทำลายกองทัพลงได้อีก อินทรชติ เหาะขึ้นไปบนเมฆแล้วร่ายเวทย์
บันดาลให้มีอาวุธตกลงมาต้องพลลิง พระลักษมณ์จึงแผลงศรไปตัดแขน
และศีรษะของอินทรชิตสิ้นชีวิต โดยองคตได้นำพานแว่นฟ้าของพระพรหม
มารองรับศรี ษะของอนิ ทรชิตไวเ้ พ่ือไม่ใหเ้ กิดไฟไหมโ้ ลกหากศรี ษะตกถึงพ้ืน
ตามพรท่ีอินทรชติ ไดจ้ ากพระพรหม
ความเชื่อมโยงกับไพ่ใบนี้คือการบาดเจ็บจากการต่อสู้ของอินทรชิต
ภาพหนา้ ไพ่เป็นภาพของอินทรชติ กำลังหนีออกมาจากสนามรบ ในสภาพท่ี
บาดเจบ็ และมศี รปักอยบู่ นร่างกาย
ความหมายเบ้ืองต้น
บาดแผล การบาดเจ็บ ประสบการณ์ที่เคยฝังจำ การระมัดระวัง
ความหวาดระแวง ความรอบคอบ ความบากบั่น ความเบ่ือหนา่ ย
ความหมายหัวกลับ
การต่อสู้อย่างไร้จุดหมาย การหมดแรง หมดไฟ ไม่มีชีวิตชีวา
การป้องกัน ความสงสัย ความหวาดระแวง
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 113
Ten of Wands - เทวดาแบกพระปรางค์
หน้าไพ่ใบนี้ได้แนวคิดมาจากเทวดา
แบกฐานพระปรางค์วัดอรุณราชวราราม
ซึ่งเป็นพระปรางค์ที่ประกอบไปด้วยปรางค์
ประธานห้ายอด ล้อมรอบด้วยปรางค์บรวิ าร
ทั้งห้ามุม และมณฑปทั้งส่ีทิศ ท่ีบริเวณฐาน
ของปูชนียสถานเหล่านี้จะประดับไปด้วยพล
แบกในลักษณะต่าง ๆ ไดแ้ ก่ ปรางคป์ ระธาน
ประกอบ ด้วยฐานยักษ์แบก ฐานกระบี่แบก
และฐานเทวดาแบก ซ้อนลดหลัน่ กันขน้ึ ไปถงึ สามชน้ั ปรางคม์ ุมบริวารจะมี
รูปยักษ์แบกและกระบี่แบกสลับกันที่ฐาน ส่วนมณฑปทิศจะมีรูปเทวดา
แบกหรือยักษ์แบกสลับกันในแต่ละหลัง สื่อถึงลักษณะของเขาพระสุเมรุท่ี
ประกอบด้วยชาน 5 ชั้น แต่ละชั้นมีกองรักษาสวรรค์ อันได้แก่ นาค ครุฑ
กุมภัณฑ์ อสูร และเทวดา คนธรรพ์ ในชั้นจาตุมหาราชิกา เพื่อป้องกันการ
รุกรานของอสูรตามที่ปรากฏในคัมภีร์ไตรโลกวินิจฉยกถา ดังนั้น “รูปยักษ์
แบกสวมเกราะ” จึงแทนกุมภัณฑ์และยักษ์ซึ่งอยู่บนชานชั้นที่ 3 และ 4
ของเขาพระสุเมรุ และ “รูปเทวดาแบกสวมเกราะ” จึงแทนเทพยดาและ
คนธรรพ์บริวารของท้าวจตุมหาราชทั้ง 4 องค์ บนชานชั้นที่ 5 ของเขา
พระสเุ มรุ อนั เปน็ ชั้นสุดท้ายก่อนจะข้ึนไปถึงสวรรคช์ น้ั ดาวดึงส์ของพระอินทร์
ภาพหน้าไพ่ เป็นภาพของเทวดาที่กำลังแบกไม้เท้าทั้งสิบไว้บนบ่า
ซึ่งไม้เท้าแต่ละด้ามนั้นไม่ได้ผูกติดกันไว้ จึงพร้อมที่จะหล่นลงมาได้ทุกเมื่อ
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 114
หากไมแ่ บกและทรงตัวเอาไว้ใหด้ ี
ความหมายเบ้ืองต้น
ภาระหน้าที่ ความรับผิดชอบ สิ่งที่เป็นภาระผูกพัน ความสำเร็จ
การทำงานหนกั ความเครยี ด
ความหมายหัวกลับ
ความพยายามที่จะทำในทุก ๆ สิ่งแต่เพียงลำพัง ผู้ที่ทนทุกข์ทรมาน
ผู้ที่ยอมพลชี พี เพ่ือบางสิง่ บางอย่าง ภาวะงานทย่ี ุ่งเหยงิ การผัดวนั ประกันพรุ่ง
การจดั ลำดับความสำคัญทผี่ ิดพลาด
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 115
Page of Wands - วฬิ าร์
วิฬาร์เป็นตัวละครในวรรณคดีเรื่อง
ไชยเชษฐ์ เป็นแมวที่นางสุวิญชาเลี้ยงไว้และ
จะคอยติดตามสุวิญชาด้วยความจงรักภักดี
ไปทุกท่ี นางเป็นแมวที่ฉลาดสามารถพูด
ภาษามนุษย์ได้และยังรู้เท่าทันเล่ห์เหลี่ยม
ของมนษุ ย์ได้เปน็ อยา่ งดี
วิฬาร์ติดตามสุวิญชามาตั้งแต่ที่ยัง
เป็นนางจำปาทองอยูเ่ มืองเวสาลี แล้วถูกขับ
ออกจากเมืองเพราะจระเข้ที่นางจำปาทองเลี้ยงไว้ออกไปกัดชาวเมือง
ทั้งสองพากันระหกระเหินจนมาถึงเมืองสิงหลซึ่งเป็นเมืองยักษ์ ท้าวสิงหล
เจ้าเมืองยักษ์จึงรับนางจำปาทองเป็นพระธิดาบุญธรรม และได้เปลี่ยนชื่อใหม่
เป็นสุวิญชา วิฬาร์ก็ตามไปอยู่กับนายของตนโดยไม่เกรงกลัวยักษ์หน้าไหน
ทัง้ สิ้น
หลังจากท่ีสุวิญชาพบรักและได้เป็นมเหสีของพระไชยเชษฐ์ วิฬาร์ก็
ได้ตามสุวิญชามาอยู่ที่เมืองเหมันต์ด้วย พระไชยเชษฐ์มีมเหสีอยู่ก่อนแล้ว
เจ็ดนาง นางท้ังเจ็ดริษยาที่พระไชยเชษฐ์รักสุวิญชามากกว่าพวกตน เมื่อ
สุวญิ ชาต้งั ครรภ์และกำลังจะคลอดลูก พวกนางได้แอบนำทารกที่เพิ่งคลอด
ใส่หีบไปฝังดินไว้ที่โคนต้นไทร วิฬาร์เห็นเหตุการณ์ทั้งหมดจึงแอบตามไป
และจำที่ที่ฝังพระกุมารเอาไว้ แล้วเจ็ดนางก็เอาท่อนไม้สักใส่พานและใส่ร้าย
ว่าสุวิญชาคลอดลูกเป็นท่อนไม้ พระไชยเชษฐ์หูเบาหลงเชื่อก็โกรธสุวิญชา
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 116
มากจนเกือบจะฆ่านาง แต่พเี่ ลย้ี งท้งั สี่ไดห้ ้ามไว้ก่อน พระไชยเชษฐ์จึงขับไล่
นางออกไปจากเมืองทั้งที่ขณะนั้นยังเป็นเวลากลางคืน สุวิญชาพยายาม
กราบกรานอ้อนวอนสามีให้เห็นใจตนจนวิฬาร์ทนไม่ไหวรีบจับมือเธอออกมา
แล้วเล่าแผนการณ์ร้ายทั้งหมดให้ฟัง ทั้งสองจึงพากันไปขุดพระโอรสที่โคน
ต้นไทรแต่ไม่พบ เพราะพระไทรเทพารักษ์ได้รักษาทารกไว้ วิฬาร์จึงบนกับ
พระไทรด้วยการรำฉุยฉายถวายจึงขุดเจอพระโอรส สุวิญชาเมื่อได้ลูก
กลับคืนมาก็คิดจะกลับไปหาสามี แต่วิฬาร์ได้ห้ามเอาไว้โดยบอกให้เห็นแก่
ศักดศิ์ รขี องตนเองบา้ ง
จากน้นั ท้ังสองจงึ พากนั เดนิ ทางกลับเมืองสงิ หลได้อย่างปลอดภัยโดย
ความชว่ ยเหลือของพระอินทร์ สวุ ิญชาทูลเร่ืองราวให้ท้าวสงิ หลฟังแตไ่ ม่เล่า
เร่อื งทงั้ หมด วิฬาร์จึงชงิ ฟอ้ งดว้ ยตวั เองถึงเหตุการณ์ท่เี กิดขึ้นท้ังหมดโดยไม่
ปิดบังอำพลาง ทำให้ทา้ วสิงหลโกรธมากถึงกบั จะยกทัพไปถล่มเมืองเหมันต์
แตส่ ุวิญชาได้ขอร้องไวโ้ ดยให้เห็นแก่หลานท่ีเพ่ิงเกดิ เวลาผ่านไปพระไชยเชษฐ์
ได้รคู้ วามจริงกเ็ ดินทางมางอนง้อขอคืนดีกับสุวิญชา วฬิ าร์ทราบเรื่องก็คันปาก
จึงออกไปเยาะเย้ยถากถางพระไชยเชษฐ์ที่ซุ้มประตูวังจนหนำใจ แต่พระ
ไชยเชษฐก์ ็ไม่โกรธ กลบั ชมวิฬาร์วา่ พูดจาได้หลักแหลมนกั และหลงั จากนั้น
เมื่อสุวิญชากลับมาคืนดีกับพระไชยเชษฐ์ วิฬาร์แม้จะยินดีกับนายของ
ตัวเอง แต่ก็อดพูดคอ่ นแคะสุวิญชาไม่ได้ สวุ ญิ ชาท้งั โกรธทง้ั อายจึงคว้าไม้ว่ิง
ไลต่ วี ฬิ าร์ชลุ มุน
ความเช่ือมโยงกับไพ่ใบน้ีคือลักษณะของความเปน็ คนที่กระตือรือร้น
และมีความกระฉับกระเฉงคล่องแคล่วของวิฬาร์ ที่สามารถเป็นตัวจัดการ
ปัญหาต่าง ๆ และเป็นตัวดำเนินเรื่องที่สำคัญคนหนึ่ง อีกทั้งวิฬาร์ยังมี
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 117
สถานะเป็นผู้ติดตามรับใช้สวุ ิญชาซ่ึงตรงกับสถานะของไพ่ Page ในไพ่ทาโรต์
อกี ด้วย
ความหมายเบื้องต้น
ความกระตือรือร้น ไฟแรง ความชอบการผจญภัย ข่าวดี ความ
ปรารถนาใหม่ บุคลิกลักษณะใหม่ ความคิดใหม่ การเดินทางครั้งใหม่
ข่าวท่ีสรา้ งแรงบันดาลใจ
ความหมายหัวกลับ
การขาดแรงบันดาลใจ การเขม้ งวดกวดขัน ความเป็นคนเจ้าอารมณ์
หลงตัวเอง อารมณ์แปรปรวน ความกลัวในสิ่งที่ยังไม่รู้ ชอบยกยอตนเอง
ความเชอ่ื วา่ มคี นชอบตนเองมากมาย
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 118
Knight of Wands - ขุนแผน
ขุนแผนหรือพลายแก้ว ตัวละครเอก
จากวรรณคดีเรื่องขุนช้าง-ขุนแผน เป็นบุตร
ของขุนไกรพลพ่ายกับนางทองประศรีตั้ง
บ้านเรือนอยู่ที่สุพรรณบุรี โดยขุนไกรได้รับ
ราชการอย่กู รมอาสาหกเหลา่
วันหนึ่งสมเด็จพระพันวษา*มีความ
ประสงค์จะออกล่าควายป่าจึงให้ขุนไกรต้อน
ฝูงควายป่ามาเข้าคอก แต่ควายก็ตื่นไล่ขวิด
ผู้คนจนอลหม่านขุนไกรจึงใชห้ อกแทงควายตายไปจำนวนหนึ่ง สว่ นที่เหลือ
ก็แตกหนีเข้าป่าไป ทำให้พระพันวษากริ้วมากจึงสั่งให้ประหารชีวิตขุนไกร
นางทองประศรีผู้เป็นเมียจึงรีบพาพลายแก้วลูกชายหนีไปอยู่ท่ีกาญจนบุรี
เพื่อไม่ให้ตกเป็นม่ายหลวงและถูกริบตัวเข้าไปในวงั พลายแก้วได้บวชเรียน
กับสมภารบุญที่วัดส้มใหญ่จนสำเร็จวิชาความรู้แล้วได้กลับมาที่สุพรรณบรุ ี
เพื่อศึกษาต่อกับสมภารมีที่วัดป่าเลไลย์ ซึ่งเณรแก้วได้ร่ำเรียนตำราพิชัย
สงคราม เวทมนต์คงกระพันชาตรี วิชาการต่อสู้ รวมไปถึงมนต์มหาละลวย
เพื่อผูกมัดใจหญิงใหห้ ลงรกั ดว้ ย
เณรแก้วได้พบกับนางพิมพิลาไลยเพื่อนที่เคยเล่นด้วยกันในวัยเด็ก
จนเกิดเป็นความรัก ต่อมาเณรแก้วก็ไดส้ กึ ออกมาเพื่อแตง่ งาน หลังจากน้ัน
ก็ได้เข้ารับราชการและอาสาไปทำศกึ ที่เชยี งใหม่ ระหว่างน้ีนางพมิ พิลาไลย
* กษตั รยิ ผ์ ้คู รองกรงุ ศรีอยุธยาในเรื่องขนุ ชา้ ง-ขุนแผน
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 119
ป่วยหนกั และได้เปลีย่ นชอ่ื เป็นวนั ทองเพ่ือแกเ้ คล็ด ขุนชา้ งซึง่ รักนางวันทอง
มานานได้วางแผนลวงว่าขุนแผนตายแล้ว นางศรีประจันผู้เป็นแม่จึงบังคับ
ให้วันทองแต่งงานกับขุนช้างเพื่อไม่ให้ตกเป็นม่ายหลวง เมื่อพลายแก้วรบ
ชนะกลบั มาได้ตำแหน่งเป็นขนุ แผนก็ได้พานางลาวทองกลับมาเป็นเมียอีกคน
ทำให้ทะเลาะกับวันทอง ขุนแผนจึงพาลาวทองไปอยู่กับแม่ที่กาญจนบุรี
วันทองจงึ จำใจตอ้ งอยู่กบั ขนุ ช้าง
ต่อมานางลาวทองล้มป่วยขนุ แผนจงึ ฝากเวรไวก้ ับขุนชา้ ง แต่ขุนช้าง
กลับไปทูลฟ้องพระพันวษาว่าขุนแผนหนีเวรเพื่อไปหาเมีย พระพันวษาจึง
ลงโทษให้ขุนแผนไปตระเวนด่านและริบนางลาวทองเข้าไปกักตัวไว้ท่ีโรง
สะดึงในวัง ในระหว่างที่ขุนแผนตระเวนด่านก็ได้ดาบฟ้าฟื้น ม้าสีหมอก
และกุมารทองมาเป็นของดีประจำกาย แล้วกลับไปแก้แค้นขุนช้างด้วยการ
พาวันทองหนีมาด้วยกัน ขุนช้างไปทูลฟ้องพระพันวษาว่าขุนแผนเป็นกบฏ
จึงถูกไล่ตามตัว ขุนแผนได้เข้าไปมอบตัวกับพระพิจิตรเพื่อกลับมาสู้คดีจน
ชนะความขุนช้าง แตข่ ุนแผนทูลขอนางลาวทองคืนจงึ ทำให้พระพันวษากร้ิว
จงึ สั่งจำคุกขนุ แผน ขนุ ชา้ งจงึ บังคบั วนั ทองใหก้ ลบั ไปอยูก่ ับตนอีก
ขณะนั้นนางวันทองกำลังตั้งครรภ์กับขุนแผนและได้ให้กำเนิด
พลายงาม เมื่อพลายงามโตขึ้นขุนช้างก็คิดกำจัดเด็กน้อยที่ไม่ใช่ลูกของตน
โดยลวงไปฆ่าในป่า แต่ก็รอดมาได้เพราะโหงพรายของขุนแผนชว่ ยไว้ วันทอง
จึงให้พลายงามเดินทางไปอยู่กับย่าทองประศรีท่ีกาญจนบุรี พลายงามได้
ร่ำเรียนวิชาอาคมของพ่อจนชำนาญและกลับมารบั ราชการกับพระพนั วษา
ได้อาสาออกทำศึกและขอให้ขุนแผนบิดาพ้นโทษออกมาทำศึกร่วมกับตน
เมื่อชนะศึกจึงได้ตำแหน่งเป็นจมื่นไวยวรนาถ ต่อมาพระไวยต้องการให้พ่อ
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 120
กับแม่กลับมาคืนดีกัน จึงลอบไปพาวันทองมาจากขุนช้าง ทำให้ขุนช้างไป
ยื่นฎีกาฟ้องร้อง พระพันวษาได้เรียกให้คู่กรณีทั้งหมดมาอยู่รวมกันแล้วให้
วันทองเลือกว่าจะอยู่กับใคร แต่วันทองไม่กล้าตัดสินใจทำให้พระพันวษา
พิโรธมากสั่งให้ประหารชีวิตนางวันทอง พระไวยพยามทูลขออภัยโทษให้
มารดาจนพระพันวษายอมยกโทษให้ แตพ่ ระไวยไปยังลานประหารไม่ทันท่ี
เพชฌฆาตลงดาบ วันทองจึงต้องส้ินชีวิตไป
ความเชื่อมโยงกับไพ่ใบนี้คือขุนแผนเป็นขุนศึกซึ่งมีสถานะตรงกับ
ไพ่ Knight ในไพ่ทาโรต์ เป็นขุนศึกผู้ชำนาญในการรบท่ีเดินทางตระเวน
ดา่ นเพื่อแสวงหาสง่ิ วิเศษมาเปน็ ของดคี กู่ บั ตน
ความหมายเบื้องต้น
การออกผจญภัย การเสี่ยงโชค การเสี่ยงภัย ความสนุกสนาน
ความหลงใหล ความลมุ่ หลง การเดินทาง
ความหมายหัวกลับ
ความกล้าบ้าบิ่น การพุ่งเข้าไป การเป็นคนเจ้ากี้เจ้าการ ความไม่อดทน
การกระทำที่ไร้ความคิด ใจร้อน ไม่ฟังใคร มีความคิดที่ดีในการเริ่มทำบางส่ิง
แตท่ ำได้ไมต่ ลอดรอดฝั่ง การแทรกแซงและสร้างความรำคาญใหผ้ ู้อื่น
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 121
Queen of Wands - แก้วหนา้ ม้า
นางแก้วเป็นนางเอกจากวรรณคดี
เรื่องแก้วหน้าม้า เป็นหญิงสาวที่มีหน้าตา
คล้ายม้าผู้คนจึงพากันเรียกว่าแก้วหน้าม้า
นางเป็นผู้ที่หยั่งรู้ฝนฟ้าและมักจะคอยบอก
ชาวบ้านในการปลกู พืชผักให้ได้ผลดจี ึงเป็นที่
รกั ใครข่ องคนทัว่ ไป
วันหนึ่งนางแก้วเก็บว่าวจุฬาของพระ
ปิ่นทองเจ้าชายแห่งเมืองมิถิลาได้ เมื่อพระ
ปิ่นทองตามมาขอว่าวคืน นางแก้วซึ่งหลงรักพระปิ่นทองตั้งแต่แรกเห็นก็
ขอคำสัญญาจากพระปิ่นทองว่าจะรับตนไปเป็นมเหสีแล้วจึงจะคืนว่าวให้
พระป่ินทองน้ันรังเกยี จนางแก้วทห่ี น้าตาอัปลักษณ์และกิรยิ ากระโดกกระเดก
เหมือนม้า แต่ก็แสร้งรับปากไปเพราะต้องการว่าวคืน นางแก้วเฝา้ รอคอย
พระปนิ่ ทองมารบั อยหู่ ลายวนั ก็ยังไม่เห็นมา จึงให้พอ่ กับแม่ไปทวงสัญญาท่ี
ในวัง ทำให้ท้าวภูวดลพระบิดาของพระปิ่นทองโกรธมากจะสั่งให้ประหาร
ชีวิตสองผัวเมียเสีย แต่นางนันทาพระมารดาห้ามไว้ ครั้นเมื่อได้สอบถาม
พระปิ่นทองก็ยอมรับว่าได้สัญญาไว้กับนางแก้วจริง นางนันทาจึงให้จัด
ขบวนออกไปรบั นางแก้วเขา้ มาในวงั
ท้าวภูวดลและพระปิ่นทองต้องการจะกำจัดนางแก้วไปให้พ้นหน้า
จึงคิดหางานยาก ๆ ให้ทำ จึงออกอุบายให้นางแก้วไปนำเขาพระสุเมรุ
กลับมาให้ได้ภายในเจ็ดวัน ถ้าหามาได้จะให้แต่งงานกับพระปิ่นทอง แต่หาก
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 122
หามาไม่ได้จะประหารชีวิตเสีย นางแก้วก็ออกเดินทางจากเมืองจนมาพบ
พระฤๅษีท่ีเมตตานางแก้วจึงช่วยถอดรูปม้าออกกลายเป็นหญิงสาวหน้าตา
สวยงาม แล้วมอบมีดอีโต้กับเรือวิเศษให้ นางแก้วก็ขึ้นเรือเหาะแล้วใช้มีด
อีโต้แซะเอายอดเขาพระสุเมรุกลับมาได้ แต่ท้าวภูวดลต้องการเลี่ยงคำ
สัญญาจึงให้พระปิ่นทองเดินทางไปอภิเษกกับนางทัศมาลี ธิดาของท้าว
พรหมทัตแห่งเมืองโรมวิถี ก่อนไปพระปิ่นทองได้สั่งนางแก้วให้ทำลูกไว้
คอยทา่ ตน หากกลับมาแลว้ นางแกว้ ยังไม่มลี กู จะโดนประหาร
นางแก้วจึงขึ้นเรือเหาะตามพระปิ่นทองไปแล้วถอดรูปม้าออกไปขอ
อาศัยอยู่กับตายายโดยใช้ชื่อวา่ นางมณี วันหนึ่งนางมณีสืบรู้ว่าพระปิ่นทอง
จะล่องเรอื ออกมาเทย่ี วชมเมอื ง นางจึงลงไปอาบน้ำที่ท่านำ้ และทำทชี ะม้าย
ชายตาให้กับพระปิ่นทองในขณะท่ีล่องเรือผ่านมา เมื่อพระปิ่นทองเห็นเข้า
กห็ ลงเสนห่ ์นางมณีทันที จึงวนเวยี นมาหาจนนางมณตี ้งั ท้อง พระป่นิ ทองได้
มอบแหวนไว้เพอื่ มอบให้แก่บุตรก่อนท่ตี นเองจะเดนิ ทางกลับกรุงมิถิลาไป
นางมณีคลอดบุตรเป็นชายก็ตั้งชื่อลูกว่า ปิ่นแก้ว แล้วนางก็สวมรูป
มา้ อ้มุ ลูกข้ึนเรือเหาะกลบั ไปกราบพระฤๅษี พระฤๅษีมีญาณวเิ ศษจึงบอกนาง
แก้วว่าบัดนี้เรือของพระปิ่นทองติดอยู่ที่เมืองยักษ์ นางแก้วเป็นห่วงสามีจงึ
ฝากลูกไว้กับพระฤๅษีแล้วรีบขึ้นเรือเหาะตามไปช่วย นางแก้วได้แปลงร่าง
เป็นมาณพหนุ่มน้อยจากมนต์ที่พระฤๅษีสอนให้ แล้วไปรบกับท้าวพาลราช
เจ้าเมอื งยกั ษไ์ ด้ชัยชนะ มาณพก็พาพระปน่ิ ทองเขา้ ไปในเมอื งยกั ษ์ พระปิ่นทอง
นั้นแอบพึงใจสร้อยสุวรรณกับจันทรสองธิดาของท้าวพาลราช มาณพรู้ทัน
จึงแกล้งพระปิ่นทองโดยให้อยู่ครองเมืองยักษ์ แล้วพาสองธิดายักษ์ไปกับตน
จากนั้นนางแก้วก็เปิดเผยตัวจริงพร้อมทั้งเล่าเรื่องราวให้ทั้งสองนางรู้แล้ว
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 123
กำชับว่าใหเ้ กรงกลวั ตนและไม่ให้บอกเรื่องนี้กบั ใคร คร้นั ตกลงกันเข้าใจดีแล้ว
มาณพจงึ พาสองนางมามอบให้เปน็ ชายาของพระปิ่นทอง
เมื่อพระปิ่นทองพาสองธิดายักษ์กลับมาถึงเมืองมิถิลา นางแก้วก็อุ้ม
ลูกมาถวายพร้อมกับแสดงแหวนของพระปิ่นทองเพ่ือยืนยนั วา่ เปน็ โอรสจริง
สรอ้ ยสุวรรณจันทรก็เข้าไปไหว้ทำความเคารพนางแก้ว และยงั ชว่ ยเลย้ี งลูกให้
ทำให้พระป่นิ ทองไม่ค่อยพอใจนัก อีกทัง้ ยังสงสัยว่าลูกของตนที่เกิดกับนาง
มณมี าอยกู่ ับนางแก้วได้อย่างไร
ต่อมานางทัศมาลีได้เดินทางมาหาพระปิ่นทอง ก็เกิดทะเลาะหึงหวง
กับนางแก้วและสร้อยสุวรรณจันทร นางทัศมาลีสู้ไม่ได้จึงหนีกลับเมืองไป
แล้วได้ให้กำเนิดพระโอรสช่ือว่าปิ่นศิลป์ไชย พระปิ่นทองจึงเดินทางไปมา
อยูร่ ะหวา่ งสองเมือง
หลังจากนั้นท้าวประกายมาตได้ยกทัพยักษ์มาล้อมเมืองมิถิลาเพื่อ
แก้แคน้ ให้กับท้าวท้าวพาลราชผเู้ ปน็ สหาย สร้อยสวุ รรณจนั ทรจึงแอบบอกใบ้
ให้พระป่ินทองไปขอร้องนางแก้วช่วยสู้กบั ยักษ์ นางแกว้ จึงแปลงเป็นมาณพ
มารบจนชนะโดยอ้างว่านางแก้วให้มาช่วย หลังจากนั้นพระปิ่นทองก็จบั ได้
ว่านางแก้วก็คือนางมณีสาวงามที่ตนพบที่บ้านตายาย แต่นางแก้วยังไม่
ยอมรับ พระปิ่นทองก็ทำทีจะเชือดคอตาย นางแก้วจึงยอมถอดรูปม้าออก
กลายเป็นนางมณีแล้วเขา้ พธิ ีอภิเษกกับพระปิ่นทอง
ตอ่ มาไม่นานก็เกดิ ศึกกับยักษ์ข้ึนอีก โดยคราวน้ีท้าวประกายกรดสหาย
ของทา้ วประกายมาตยกทพั มารบ นางแก้วในขณะนนั้ กำลังทอ้ งแก่แต่ก็ต้อง
ออกไปสู้เพราะในเมืองมิถิลาไม่มีใครสามารถสู้กับยักษ์ได้ ระหว่างทำศึกก็
ได้คลอดลูกเป็นธิดาสามคนคือ แจ่มจันทร์ หิรัญรัตน์ และประภัสสร แล้ว
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 124
นางแกว้ ก็สามารถปราบยักษ์ลงได้อีกครั้ง แลว้ หลังจากนั้นนางแก้วก็ใช้ชีวิต
อย่กู ับลกู และสามีทก่ี รงุ มถิ ิลาอย่างมีความสขุ
ความเช่ือมโยงกับไพ่ใบน้ีคือความเป็นผ้หู ญิงเก่งของนางแก้วหน้าม้า
ที่มีความกระฉับกระเฉงคล่องตัว และยังสามารถสร้างชีวิตของตัวเองให้ดี
และอยกู่ ับคนท่ีตนรักไดจ้ ากความสามารถของตน
ความหมายเบื้องต้น
การสร้างสรรค์ ความเป็นอิสระ ความคล่องตัว ความมั่นใจ ความ
สวยงาม ความหลงใหล ลุม่ หลง
ความหมายหัวกลับ
ความเห็นแก่ตัว การใช้ตนเองเป็นศูนย์กลาง ใจแคบ คิดว่าตนเอง
ถูกเสมอ การเรยี กร้องความสนใจ การขอโอกาส การมปี ัญหาเกี่ยวกับเรื่อง
ทางเพศ
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 125
King of Wands - พระสงั ข์
ธีมหลักของไพ่ King ในสำรับนี้คือ
ราชาจากนาฏกรรมไทยสี่แบบ ซึ่งไพ่ใบนี้จะ
เป็นตัวแทนของราชาที่อยู่ในการแสดงละคร
นอก โดยใชพ้ ระสังข์เปน็ ภาพแทน
ละครนอกเป็นละครรำที่แสดงในหมู่
ชาวบ้าน เป็นนาฏกรรมที่เน้นความสนุกสนาน
คล่องตัวเป็นหลัก มีการดำเนินเรื่องอย่าง
รวดเร็ว มีพลังงานของการแสดงที่เปี่ยมล้นซึ่ง
เปน็ ลกั ษณะท่เี ข้ากันไดก้ ับไพ่ชดุ ไมเ้ ท้า
พระสงั ข์ เปน็ ตัวละครเอกจากวรรณคดีเร่ืองสังข์ทอง เป็นบุตรของท้าว
ยศวิมลกับนางจันท์เทวี เมื่อแรกคลอดออกมามีรูปเป็นหอยสังข์กำบังร่างไว้จึงถูก
นางจันทาพระสนมใส่ร้ายจนถกู ขับไล่ออกจากเมืองทั้งแม่ลูก ต่อมาเมื่อพระสังข์
ออกมาจากหอยสังขน์ างจนั ท์เทวจี ึงทุบหอยสังข์ทง้ิ เพื่อมิให้พระสังข์กลับเข้าไปอีก
ฝ่ายท้าวยศวิมลซึ่งถกู นางจันทาทำเสนห่ ์เมื่อทราบข่าวก็ส่ังให้ทหารจับพระสังข์
ไปถว่ งน้ำ
ในตอนนั้นท้าวภุชงค์นาคราชมาพบพระสังข์เข้าจงึ ช่วยไว้และส่งไปอยู่
กับนางยักษ์พันธุรัตซึ่งเป็นม่าย นางพันธุรัตก็รักพระสังข์เหมือนบุตรในอุทร
นางและเหล่าบริวารจึงแปลงร่างจากยักษ์เป็นมนุษยเ์ พื่อคอยเลี้ยงดู ครั้นพระสังข์
อายุไดส้ ิบห้าปีกไ็ ด้ร้คู วามจริงวา่ นางพนั ธุรตั เปน็ ยักษ์ จึงลอบเขา้ ไปในท่ีหวงห้าม
ชุบตัวลงในบ่อทองให้มีผิวพรรณผุดผ่อง แล้วขโมยรูปเงาะมาสวม ถือไม้เท้า และ
ใส่เกือกแก้วเหาะหนีไป นางพันธุรัตก็ออกติดตามพระสังข์จนมาถึงเขาลูกหนึ่ง
แต่ไม่สามารถตามขึ้นไปได้เพราะพระสงั ข์อธษิ ฐานขอให้นางพันธรุ ัตข้นึ มาไม่ได้
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 126
นางพันธุรัตอ้อนวอนพระสังข์ขอให้ลงมาหาตนแต่พระสังข์ไม่ยอม
นางจึงเขียนมหาจินดามนต์สำหรับเรียกเนื้อเรียกปลาให้ไว้บนแผ่นผาแล้วล้มลง
ขาดใจตายด้วยความเสียใจ พระสังข์เมื่อเห็นแม่เลี้ยงตายก็ตกใจรีบลงมาหา
ร้องไห้เสียใจ แล้วจึงให้บริวารเชิญศพกลับไปยังเมือง ส่วนตนก็สวมรูปเงาะแล้ว
เหาะเดนิ ทางตอ่ ไปจนมาถงึ เมอื งสามนต์
พระสังข์ใช้ชีวิตในรูปของเงาะป่าบ้าใบ้แสร้งทำเป็นพูดจาไม่รู้เรื่อง
อาศัยเลน่ อยู่กบั บรรดาเด็กเล้ยี งโค วันหนึ่งทา้ วสามนต์ผ้คู รองเมืองได้จัดพิธีเลือกคู่
ให้กับพระธิดาทั้งเจ็ด แต่นางรจนาธิดาองค์สุดท้องกลับไม่ยอมเลือกชายใดท่ี
มาร่วมพิธีเป็นค่คู รอง ทา้ วสามนตน์ กึ หมัน่ ไสล้ กู สาวจึงประชดดว้ ยการใหเ้ สนาไป
ตามเจา้ เงาะมาให้รจนาเลอื ก ดว้ ยบพุ เพสนั นิวาสรจนาไดเ้ ห็นรูปทองท่ีอยู่ภายใน
รูปเงาะจึงเสี่ยงพวงมาลัยเลือกพระสังข์เป็นคู่ครอง ท้าวสามนต์โกรธมากจึงขับไล่
ใหท้ ั้งคู่ไปอยูก่ ระทอ่ มปลายนา
ฝ่ายท้าวสามนต์คิดกำจัดเจ้าเงาะจึงออกอุบายให้เขยทั้งเจ็ดไปหาปลา
เพือ่ นำมาทำพธิ บี ูชาเทวดา เจา้ เงาะเหาะไปยังต้นไทรริมนำ้ ถอดรปู เงาะออกแล้ว
ร่ายมหาจินดามนต์เรียกปลามารวมกัน ทำให้เขยทั้งหกหาปลาไม่ได้ จนมาพบ
พระสังข์หกเขยตา่ งก็คดิ ว่าเปน็ เทวดาจึงเข้าไปขอปลา พระสังข์ให้ปลาไปคนละ
สองตวั โดยแลกกบั ปลายจมกู ของหกเขยแต่ละคน แลว้ เจา้ เงาะจงึ นำปลาจำนวน
มากมาร้อยเป็นพวงหาบไปถวายทา้ วสามนต์ ตอ่ มาท้าวสามนตไ์ ด้วางอุบายอีกครั้ง
โดยให้เขยทงั้ หมดไปหาเนื้อ เจ้าเงาะกถ็ อดรปู แล้วเรยี กเนื้อมารวมกัน หกเขยจึง
ต้องจำใจแลกใบหูของตนกับเนื้อคนละตัว จากนั้นเจ้าเงาะก็ได้ผูกเนื้อยี่สิบตัว
แล้วหาบกลับไปถวายท้าวสามนต์ ทำใหท้ ้าวสามนตไ์ มส่ ามารถกำจดั เจ้าเงาะได้
ตอ่ มาพระอินทร์เล็งทิพยเนตรเห็นว่านางรจนาตกระกำลำบาก เน่ืองจาก
พระสังข์ไม่ยอมถอดรูปเงาะ จึงวางอุบายเพื่อให้พระสังข์ถอดรูปโดยแปลงเป็น
ข้าศึกมาประชิดเมืองสามนต์แล้วท้าให้ออกมาตีคลีพนันเอาบ้านเมือง หกเขย
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 127
ออกไปตคี ลกี ับพระอินทร์แตพ่ ่ายแพ้กลับมา สุดทา้ ยท้าวสามนต์จึงให้นางมณฑา
ไปขอร้องเจ้าเงาะออกไปตีคลีให้ พระสังข์จึงได้เปิดเผยตัวจริงโดยถอดรูปเงาะ
ออกแล้วออกมาตีคลีจนชนะ ท้าวสามนต์จึงให้พระสังข์กับนางรจนากลับมาอยู่
ในวงั แล้วมอบราชสมบตั ิให้
หลังจากนั้นพระอินทร์ก็ถือกระบองไปต่อว่าและบังคับให้ท้าวยศวิมลไป
รับนางจันท์เทวีกลับมาและยังบอกข่าวเรื่องพระสังข์ ทั้งสองจึงออกติดตามหา
พระสังข์จนถงึ เมืองสามนต์ นางจนั ท์เทวีได้ปลอมเปน็ คนครัวเขา้ ไปอยู่ในวังและ
ได้สลกั ชิ้นฟกั เปน็ เรอ่ื งราวของพระสงั ข์ตง้ั แต่เกิดจนถูกจบั ถว่ งน้ำแล้วทำแกงฟัก
ส่งข้ึนไปถวาย เมือ่ พระสังข์เห็นชนิ้ ฟักสลักเปน็ เรื่องราวของตนก็ทราบวา่ พระมารดา
มาตามหา หลังจากนั้นทั้งหมดกไ็ ด้พบกนั ท้าวยศวิมลจึงพาพระสังข์ นางจันท์เทวี
และนางรจนากลับคืนไปยงั บ้านเมืองของตนอยา่ งมคี วามสุข
ความหมายเบ้ืองต้น
ความน่าเชื่อถือ ความเป็นผู้นำ พรสวรรค์ ความสามารถพิเศษ การมีเสน่ห์
ดงึ ดดู ใจ ความภาคภมู ิใจ
ความหมายหัวกลบั
ความไมน่ ่าไว้วางใจ ความหลงตวั เอง ไมร่ กั ษาคำพดู การไม่รักษาสัญญา
ชอบวิจารณ์คนอื่นแต่ตนเองก็ทำไม่ได้ ความเห็นแก่ตัว อารมณ์แปรปรวน
ความเดอื ดดาล
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 128
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 129
Minor Arcana
“The Suite of Cups”
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 130
Ace of Cups - เงือกน้อย
ธีมหลักของไพ่หมายเลขหน่ึงใน Tiny
Theater Tarot จะนำเอาตัวละครที่เป็น
อมนุษย์หรือตัวละครที่เป็นครึ่งสัตว์มาเป็น
ตัวละครในไพ่ โดยในไพ่ Ace of Cups ได้นำ
ตัวละครเงือกน้อย จากวรรณคดีเรื่องพระ
อภัยมณีมาเป็นตัวละครในไพ่ เพื่อแสดงถึง
ความเปน็ ธาตนุ ้ำในรูปลักษณ์ของนางเงอื ก
เงอื กน้อย เป็นตวั ละครจากในวรรณคดี
เรือ่ งพระอภัยมณี เธอเป็นเงือกน้ำท่ีใช้ชวี ิตอยู่ในท้องทะเลกับพ่อและแเม่เงือก
วันหนึ่งพ่อเงือกได้รับอาสาช่วยเหลือพระอภัยมณีหนีจากนางผีเสื้อสมุทร
พร้อมทงั้ พาภรรยาและลูกมาช่วยดว้ ย พระอภยั มณีลวงใหน้ างผเี ส้ือสมุทรไป
ถอื ศีลแก้เคลด็ จากฝนั ร้ายเปน็ เวลาสามวัน ระหวา่ งนพี้ ่อเงือกกับแม่เงือกให้
พระอภัยมณีและสินสมุทรขี่หลังพากันว่ายน้ำไปโดยมีจุดหมายคือเกาะแก้ว
พิสดารซง่ึ พระโยคมี ีฤทธิ์พำนักอยู่ เม่ือนางผีเส้อื สมทุ รทราบความจริงก็ออก
ไล่ติดตามมาจนทัน พ่อกับแม่เงือกจึงให้เงือกน้อยแบกพระอภัยมณีไปแทน
แล้วทงั้ สองก็หมดแรงถกู นางผีเสอ้ื สมทุ รจับกินเปน็ อาหาร
เงือกน้อยว่ายน้ำพาพระอภัยมณีมุ่งหน้าไปยังเกาะแก้วพิสดาร
โดยมีสินสมุทรว่ายน้ำตามมาติด ๆ เมื่อนางผีเสื้อสมุทรติดตามมาทันจน
มองเห็นทั้งสามอยู่ไกล ๆ ก็โถมโจนเข้าไปจะคว้าจบั แต่ด้วยกำลังของนาง
จึงทำให้เกดิ คลนื่ ซดั ทั้งสามขึ้นฝ่ังเรว็ ข้ึน พระอภยั มณีกับสนิ สมุทรช่วยกันฉุด
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 131
พานางเงือกขึ้นฝั่ง พระโยคีแห่งเกาะแก้วพิสดารซึ่งยืนรออยู่ก่อนแล้วได้ขับ
ไล่นางผีเสอ้ื สมทุ รไป
ทั้งสามจึงได้อาศัยอยู่กับพระโยคีที่เกาะแก้วพิสดาร โดยเงือกน้อย
อาศัยอยู่ที่เวิ้งน้ำเชิงเขาหลงั เกาะ พระอภัยมณีได้แวะเวยี นมาหาเงือกน้อย
ทุกคืนจนเธอตั้งครรภ์ พระอภัยมณีได้มอบแหวนกับปิ่นไว้ให้กับลูก ก่อนที่
ตนเองจะเดินทางออกจากเกาะไป เงือกน้อยได้ให้กำเนิดบุตรชายให้ชื่อว่า
สดุ สาคร พระโยคีจึงช่วยเลี้ยงดูและสอนวิชาความรู้ต่าง ๆ ให้ วนั หน่ึงสุดสาคร
จับม้านิลมังกรได้จึงคิดออกเดินทางติดตามหาบิดา เงือกน้อยจึงจำใจต้อง
จากลูกชาย เธอได้เฝ้ารออยู่ที่เกาะแก้วพิสดารอยู่หลายสิบปี จนวันหน่ึง
พระอภยั มณซี ึ่งบวชเป็นฤๅษีได้เดินทางมาเยยี่ มแล้วสอนให้เงือกน้อยรักษาศีล
ก่อนจะจากไปเพื่อบำเพ็ญพรต หลังจากนั้นสุดสาครซึ่งได้ครองกรุงลังกาก็
กลับมาเยี่ยมมารดาดว้ ยความคดิ ถึง และผลจากการรักษาศลี ของเงือกน้อย
ทำให้พระอินทร์ลงมาตัดหางปลาออกทำให้เธอได้เป็นมนุษย์โดยสมบูรณ์
สุดสาครจึงมารับมารดาไปอยู่กับตนแล้วสถาปนาให้เป็นพระนางจันทวดี
พันปีหลวง
ภาพหน้าไพ่เป็นภาพของเงือกน้อยที่กำลังนั่งอยู่บนโขดหินกลาง
สระบวั ดว้ ยความสบายใจและมคี วามสุข
ความหมายเบื้องตน้
ความรักครั้งใหม่ ญาณหยั่งรู้ที่ตื่นขึ้น อารมณ์ความรู้สึกที่หลั่งไหล
จนิ ตนาการ มโนภาพ เจา้ ความคิด การมีมิตรไมตรี มิตรภาพ
ความหมายหัวกลับ
การปดิ กน้ั ความรสู้ กึ การระวังจิตใจ อารมณ์ทีไ่ มจ่ รงิ ใจ การปฏิเสธ
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 132
Two of Cups - รจนา พระสงั ข์
รจนากับพระสงั ข์ เปน็ ตัวละครคู่ขวัญ
ในวรรณคดีเรื่องสังข์ทอง เรื่องราวความรัก
ของทั้งคู่เรียกได ้ว่าเ ป็น คู่ ทุกข์ คู่ย า ก ที่ อยู่
เคยี งขา้ งกันโดยไม่ทอดทิง้ กนั ไปไหน
ณ เมืองสามล ท้าวสามลและนาง
มณฑาผู้เป็นมเหสีมีธิดาทั้งหมดเจ็ดคน
โดยคนสุดท้องมชี อื่ ว่ารจนา* เม่ือธิดาทั้งเจ็ด
เจริญวัยขึ้น ท้าวสามลกับนางมณฑาจึง
ปรึกษากันถึงเรื่องหาคู่ครองให้กับลูกสาว หากเขยคนใดมีความสามารถก็
จะได้ยกบ้านเมืองให้ปกครองต่อไป แต่หากจะจัดแจงให้เลยก็เกรงจะเป็น
การบังคับฝืนใจลูก กลัวว่าลูกจะได้คู่ครองที่ไม่ถูกใจ ทั้งสองจึงตกลงกันว่า
จะให้ประชุมกษัตริย์ร้อยเอ็ดหัวเมืองใหญ่ที่เป็นเมืองขึ้นมาให้ลูกสาวเลือก
หากถกู ใจคนใดก็ใหท้ ้งิ พวงมาลยั ให้แก่ผนู้ ้นั แลว้ จึงใหเ้ สนาแจ้งขา่ วไป
เมื่อกษัตริย์ร้อยเอ็ดหวั เมืองทราบข่าวกต็ ื่นเตน้ ดีใจกันยกใหญ่ ต่างก็
พากันจัดแจงแต่งตัวกันอย่างงดงามมาเข้าร่วมพิธีเลือกคู่ เมื่อถึงเวลาท้าว
* ชื่อของธิดาทั้งเจ็ดนางในบทพระราชนิพนธไ์ มไ่ ด้บอกว่าพี่นางทั้งหกชื่ออะไร
กันบ้าง กล่าวแต่เพียงว่า “มีธิดานารีร่วมอุทร ทั้งเจ็ดนามกรต่างกัน” เท่านั้น มีบอก
เฉพาะชื่อของธิดาคนสุดท้องที่เป็นนางเอกของเร่ืองคือรจนาเพียงคนเดียว แต่ในทาง
การแสดงละครนอก เรื่องสังข์ทอง ของกรมศิลปากร พี่นางทั้งหกคนจะมีชื่อทั้งหมด
โดยทั้งเจ็ดนางจะมีชื่อที่เรียงร้อยคล้องจองกัน ไล่เรียงตั้งแต่พี่คนโตจนถึงน้องคน
สดุ ทอ้ งคือ “มะลวิ ัลย์ กรรณกิ าร์ การะเกด ย่สี นุ่ เทศ เกศเมอื ง เรอื งยศ รจนา”
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 133
สามลจึงให้พระธิดาทั้งหมดออกมาเลือกคู่ ทั้งเจ็ดนางต่างก็เอียงอายพากัน
ออกมายังหน้าท้องพระโรง พี่นางทั้งหกเลือกได้คู่ครองเป็นกษัตริย์หนุ่ม
รูปร่างหน้าตางดงาม ยกเว้นแต่เพียงรจนาเท่านั้นที่ไม่ต้องประสงค์ชายใด
ในทนี่ ้นั จงึ ไมไ่ ดเ้ ลอื กใครเป็นคคู่ รอง
ท้าวสามลกับนางมณฑาจึงปรึกษากันอีก เมื่อเห็นว่าลูกสาวคนสุดท้อง
ยังไม่ตอ้ งใจกษัตริย์คนใดทม่ี าเข้าร่วมพธิ ี จึงใหเ้ สนาปา่ วร้องไปยังชายในเมือง
ไม่วา่ จะคนแก่หรือคนหนุ่มให้พากันมาประชมุ พร้อมกนั ท้ังหมดเพื่อให้รจนา
เลือกเป็นคู่ครอง เมื่อถึงเวลารจนาก็ยังไม่ชอบใจชายที่มาเข้าร่วมพิธีนั้น
จึงยงั ไมเ่ ลอื กใครเปน็ คคู่ รองอีก
เมื่อท้าวสามลเห็นดังนั้นจึงถามเหล่าเสนาว่าชายในเมืองมาเข้าพิธี
หมดแลว้ หรือยัง เหล่าเสนาจงึ ทลู ว่าผ้ชู ายในเมืองตา่ งก็พากันมาเข้าร่วมพิธี
กันหมดสิ้นแล้ว ยกเว้นแต่เจ้าเงาะป่าคนหนึ่งที่ยังไม่ได้มาเข้าร่วมพิธี
เจ้าเงาะนั้นเป็นบ้าใบ้ พูดจาไม่รู้เรื่อง หน้าตาผิดกับผู้คนทั้งหลาย ผมหยิกยุ่ง
ตัวลายคล้ายเสือปลา เที่ยวเล่นกับบรรดาเด็กเลี้ยงวัวอยู่ที่กลางนา เมื่อท้าว
สามลได้ยินเสนาทูลถึงเจ้าเงาะก็เกิดนึกหมั่นใส้รจนาที่ไม่ยอมเลือกคู่เสียที
ก็คิดจะประชดลูกสาวด้วยการใหเ้ สนาไปพาเจา้ เงาะมาให้รจนาเลือก
เหล่าเสนาพากันไปที่กลางนา แต่ไม่ว่าจะใช้วิธีการใด ทั้งหลอกล่อ
จับมัดลากจูงก็สู้แรงเจ้าเงาะไม่ได้ เจ้าเงาะสะบัดเชือกขาดหมด เสนาจึง
เอาขนมมาติดสินบนเด็กเลีย้ งวัวทีเ่ ลน่ กับเจ้าเงาะเป็นประจำเพื่อให้บอกวิธี
พาเจ้าเงาะไปในวัง เด็ก ๆ จึงรีบชิงกันบอกให้ใช้ดอกไม้แดงผูกที่ปลายไม้
กวัดแกว่งหลอกล่อแล้วเจ้าเงาะจะตามไป เสนาจึงสามารถพาตัวเจ้าเงาะ
เข้าไปในวังได้
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 134
เม่ือเจ้าเงาะมาถึงในท้องพระโรง ท้าวสามลซ่ึงกำลังหม่ันใส้ลูกสาว
ก็พูดประชดให้รจนาออกไปดูเจ้าเงาะ เผื่อจะถูกใจกวา่ กษัตริย์ที่ตนอุตสา่ ห์
หามาให้เลือกเป็นคู่ครอง รจนาเมื่อได้ยินบิดาพูดถึงเจ้าเงาะเทวดาก็ดลใจ
ให้นึกอยากเห็นเงาะจนลมื ทบี่ ดิ าพูดประชด จึงชวนพ่เี ลี้ยงออกมาดเู งาะกัน
เจ้าเงาะนั้นแท้จริงแล้วคือพระสังข์ โอรสของท้าวยศวิมลที่พลัด
บ้านเมอื งมา พระสังข์ไดส้ วมรปู เงาะวิเศษท่ีได้มาจากนางยักษ์พันธรุ ัตแม่เลี้ยง
ปิดรูปกายที่แท้จริงไว้เพื่อไม่ให้ใครเห็นรูปทองของตน เมื่อพระสังข์เห็น
รจนามีรูปโฉมงดงามกว่านางใดในแผ่นดิน ก็บังเกิดความรักขึ้นมาทันที
จึงอธิษฐานว่าหากเคยเป็นเนื้อคู่กันมาแต่ปางก่อน ก็ขอให้นางเห็นรูปกาย
แทจ้ รงิ ของตนท่ีซอ่ นอยูภ่ ายในรปู เงาะ
ฝ่ายรจนาเมื่อได้ดูเจ้าเงาะ ก็มองเห็นรูปกายพระสังข์ที่ซ่อนอยู่ภายใน
โดยที่คนอื่นมองไม่เห็น เธอก็แน่ใจว่าจะต้องเป็นคู่ครองของตน จึงท้ิง
พวงมาลัยไปใหเ้ จา้ เงาะ ท้าวสามลเมอื่ เห็นดังน้ันก็ตกใจและเสียใจจนลมจับ
เมื่อตง้ั สติได้ก็โกรธรจนาเป็นอย่างมาก คว้าไมเ้ รียวขึ้นมาดุวา่ แลว้ ทำท่าจะตี
นางมณฑากลัวสามีจะตีลูกและจะพาลลงโทษรุนแรง จึงออกหน้ามาต่อว่า
ลูกสาวเสียเอง รจนาจึงได้แต่ทูลมารดาว่าที่ทำลงไปนั้นหาได้รักเจ้าเงาะไม่
แต่ก็เหมือนน้ำท่วมปากไม่อาจทูลความจริงออกมาได้ พี่นางทั้งหกก็เข้ามา
รมุ ต่อว่ารจนา ทำให้รจนาโกรธจนมปี ากเสยี งทะเลาะกันกับพี่สาว
หลังจากนั้นท้าวสามลได้ขับให้ทั้งสองออกจากวังไปอยู่ยังกระท่อม
ปลายนา รจนาเกิดมาไม่เคยลำบาก เมือ่ ตอ้ งมาอยู่กระท่อมปลายนาก็เศร้าโศก
เสียใจ ฝ่ายเจ้าเงาะก็แกล้งทำท่าทางกระโดกกระเดกตื่นเต้นกับกระท่อม
และข้าวของต่าง ๆ หยิบเอากระโถนมาโยนเล่น คว้าเอาหวดก้นกลวงมา
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 135
จ้วงตักน้ำกระเด็นไปโดนรจนาเปียกจนรจนาต้องร้องวา่ แต่เจ้าเงาะกแ็ สรง้
ทำเป็นไม่ได้ยนิ คว้าเอาครุตักนำ้ มาใส่ข้าวสารก่อไฟหุง คล่ีผ้าขาวม้ามาคาดพุง
กางมุ้งตั้งแต่ยังไม่ค่ำมืด แล้วหยิบหมอนมานอนยิ้มยิงฟันขาวกระดิกเท้า
เพื่อให้รจนาหัวเราะ พอถึงเวลาเย็นจึงเร่ิมพูดเก้ียวรจนา รจนาแสร้งค้อนควัก
ผลักใส แล้วพูดทำนองรู้ทันที่พระสังข์สวมรูปเงาะปลอมแปลงมา พระสังข์
จึงถอดรปู เงาะออกให้รจนาได้เห็นรูปทองทแ่ี ท้จริงของตน และไดเ้ ล่าเรื่องราว
ของตนให้รจนาฟังตั้งแต่ต้น แล้วทั้งสองต่างก็ได้อยู่ร่วมกัน ณ กระท่อม
ปลายนาดว้ ยความรัก
รจนาเห็นว่าเหตุที่ต้องลำบากอยู่เช่นนี้เนื่องมาจากรูปเงาะเป็นเหตุ
ก็คิดจะทำลายรูปเงาะนั้นทิ้งเสีย คืนหนึ่งขณะที่พระสังข์หลับไปแล้ว เธอจึง
แอบขโมยรูปเงาะไปยังครัวไฟ หยิบเอามีดพร้ามาสับฟันแต่รูปเงาะนั้นก็
ทนทานไม่เปน็ อะไร รจนาจงึ ก่อไฟขึ้นในเตาแล้วเอารูปเงาะไปเผา แต่รูปเงาะ
ก็มิได้ไหม้ไฟแต่อย่างใด พระสังข์ตื่นขึ้นมาไม่เห็นรจนา จึงออกมาดูเห็น
รจนากำลังทำลายรูปเงาะอยู่ ก็โกรธรีบเข้าไปแย่งรูปเงาะกลับคืนมาพร้อม
กับต่อว่ารจนาเป็นการใหญ่ รจนาเห็นพระสังข์โกรธจึงมางอนง้อขออภัย
พระสังข์กย็ กโทษให้ แต่หลังจากนัน้ พระสังข์กม็ ักจะรวมรูปเงาะไว้กับตัวเสมอ
เพราะกลวั ว่ารจนาจะลกั เอาไปเผาไฟอกี
ทั้งสองอยู่ร่วมกันมาในกระท่อมปลายนาด้วยความสงบ รจนาปั่นฝ้าย
เจ้าเงาะขับเสภา มีความสุขกันตามประสายาก จนวันหนึ่งเสนาได้มาแจ้ง
แก่รจนาว่าท้าวสามลมีรับสัง่ ใหห้ กเขยและเจ้าเงาะไปหาปลามาถวายให้ได้
อย่างน้อยคนละร้อยตัวภายในวันพรุ่งนี้ เพื่อใช้ในพิธีบชู าเทวดา หากหามา
ไม่ได้จะฆ่าเสีย รจนาก็ตกใจตีโพยตีพายมาบอกเจ้าเงาะเพราะเป็นห่วงว่า
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 136
จะหาปลามาได้ไม่ทนั และจะต้องราชภัยเสีย เจ้าเงาะก็ปลอบเมียให้คลายวิตก
วา่ สามารถหาปลามาได้อย่างแนน่ อน
วันรุ่งขึ้นเจ้าเงาะก็ลาเมียแล้วสวมเกือกแก้ววิเศษ ถือไม้เท้าเหาะไป
หยุดลงยงั โคนไทรรมิ น้ำ และถอดรปู เงาะออกวางซ่อนไว้ พระสงั ขม์ ีมนต์วิเศษ
ชอ่ื ว่ามหาจนิ ดามนต์ที่ได้มาจากแม่พันธรุ ัตสามารถใช้เรียกเน้ือเรียกปลาได้
เมื่อพระสังข์ร่ายมหาจินดามนต์ปลาทั้งหมดทั้งมวลจึงพากันว่ายมาอยู่
ตรงหนา้ จนทำให้บรรดาหกเขยที่พาบริวารออกมาหาปลาต่างจับปลาไม่ได้เลย
สักตัวเดียว ครั้นหกเขยล่องเรือมาจนพบพระสังข์ก็พากันเข้าไปกราบไหว้
เพื่อขอปลาเพราะคิดว่าเปน็ เทวดา พระสงั ขจ์ งึ แกล้งให้ปลาไปคนละสองตัว
พร้อมกับเชือดปลายจมูกของหกเขยไว้เป็นของแลกเปลี่ยน หลังจากนั้นจึง
ผูกปลาเปน็ พวงใหญ่หาบกลบั มาหารจนา เมอ่ื เลา่ เรอื่ งราวของหกเขยให้ฟัง
แลว้ จงึ ชวนรจนาให้เอาปลาไปถวายดว้ ยกนั ในวงั รจนากต็ ามเจา้ เงาะเข้าไป
ในวงั เพือ่ ดหู น้าบรรดาพส่ี าวทง้ั หกนาง
ครั้นถึงในวงั เจ้าเงาะก็ทิง้ ปลาพวงใหญ่ลงตรงหน้าท้าวสามล รจนาก็
ทูลว่าหาปลามาได้น้อยนักเพียงแค่สักสองร้อยตัวเท่านั้นเอง คงจะได้มาไม่
มากเท่าเหล่าเขยใหญ่ที่มีบริวารคอยช่วยหา เห็นจะจับปลามาได้มากมาย
กระมัง ท้าวสามลไม่สบอารมณ์ที่เหตุการณ์ไม่เป็นไปตามอุบายของตนที่
จะกำจัดเจ้าเงาะ ยิ่งเมื่อเห็นเหล่าหกเขยหาปลามาได้คนละสองตัวแล้วยัง
จมูกแหว่งกลับมาอีกก็พาลโกรธใหญ่โต รจนาได้ทีก็พูดเยาะเย้ยพี่สาว
เรื่องหาปลาและจมูกแหว่ง ทั้งหกนางโมโหจึงทะเลาะกับรจนากันวุ่นวาย
จนนางมณฑาต้องออกมาห้ามไม่ให้ลูกสาวทะเลาะกัน แล้วจึงบอกให้รจนา
พาเจ้าเงาะกลับกระทอ่ มปลายนาไปเสีย
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ ร่ื อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 137
หลังจากน้ันท้าวสามลจึงคิดอุบายข้ึนอีกครั้งโดยให้หกเขยและเจ้าเงาะ
ไปหาเนื้อ พระสังข์จึงใช้วิธีการเดิมคือร่ายมหาจินดามนต์เรียกเน้ือมารวมกัน
หกเขยจงึ ตอ้ งจำใจแลกใบหูของตนกับเน้ือคนละตัวเพอื่ จะนำไปถวายท้าวสามล
แล้วเจ้าเงาะก็ผูกเนื้อยี่สิบตัวหาบกลับไปถวาย แต่คราวนี้เจ้าเงาะเข้าไปใน
วังคนเดยี วโดยไม่พารจนาไปด้วย เพราะเกรงจะไปทะเลาะกับพ่ีสาวอีก เม่อื
ถึงวังก็เข้าไปถวายเนื้อแล้วแกล้งปั่นป่วนท้าวสามลกับหกเขยจนวุ่นวาย
แลว้ จงึ กลบั บ้านมาเล่าเรอ่ื งให้รจนาฟัง
ต่อมาพระอินทร์เล็งทิพยเนตรเห็นว่ารจนาตกระกำลำบากเนือ่ งจาก
พระสังข์ไม่ยอมถอดรูปเงาะ จึงวางอุบายเพื่อให้พระสังข์ถอดรูปโดยแปลง
เป็นข้าศึกมาประชิดเมืองสามลแล้วท้าให้ออกมาตีคลีพนันเอาบ้านเมือง
หกเขยออกไปตีคลีก็พ่ายแพ้กลับมา พระอินทร์จึงร้องบอกให้ท้าวสามลส่ง
เขยคนเล็กออกมาตีคลีด้วย ท้าวสามลจึงโบ้ยให้นางมณฑาออกไปยัง
กระท่อมปลายนาเพ่ือขอรอ้ งใหเ้ จา้ เงาะไปช่วยตีคลีให้
นางมณฑากับบรรดานางกำนัลจึงพากันไปยังกระท่อมปลายนา
เมื่อถึงจึงหยุดร้องเรียกรจนา รจนาได้ยินเสียงแม่มาหาก็ดีใจรีบออกไป
ตอ้ นรบั เชิญให้เขา้ มานัง่ พักในกระท่อม แล้วรบี ไปผลักไสเจ้าเงาะให้มาไหว้
นางมณฑา เจ้าเงาะก็แกล้งปัน่ ปว่ นแม่ยายจนรจนาต้องร้องว่า จากนั้นนาง
มณฑาจึงแจ้งธุระที่ออกมาครั้งนี้ก็เพื่อจะมาขอให้เจ้าเงาะช่วยออกไปตีคลี
ช่วยบ้านเมือง รจนาสงสารมารดาจึงขอร้องให้พระสังข์ถอดรูปเพื่อออกไป
ตีคลีแก้ไขสถานการณ์ให้ พระสังข์ก็แกล้งเล่นตัวอยู่ครู่หนึ่งแล้วจึงใจอ่อน
ยอมถอดรปู และขอเคร่ืองทรงสำหรับใส่ไปตีคลแี ต่ท้าวสามลกลับส่งเครื่อง
ทรงเกา่ ๆ มาให้ พระอินทร์จึงให้พระวิษณุกรรมนำเครอื่ งทรงของตนไปให้แทน
-WorawitNu PhotoBook-
ร ว ม เ รื่ อ ง เ ล่ า ใ น T i n y T h e a t e r T a r o t | 138
พระสังขไ์ ด้ถอดรูปเงาะออกแล้วทรงเคร่ืองของพระอินทร์เข้ามาไหวน้ างมณฑา
นางมณฑาเมื่อเห็นรูปทองของพระสังข์ก็ตกใจคิดว่าเป็นเทวดามา
ปรากฏกายอยตู่ รงหน้ากย็ กมอื ข้ึนจะไหว้ รจนาตอ้ งรบี ยดุ มอื เอาไวแ้ ล้วบอก
ว่าเป็นลูกเขย เมื่อทราบความจริงก็ดีใจยกใหญ่ รีบไปเรียกให้ท้าวสามลมา
ดูลูกเขย เมื่อพระสังข์ออกไปตีคลีก็แสดงความสามารถจนได้รับชัยชนะ
ทา้ วสามลจึงให้พระสังข์กับนางรจนากลบั มาอยู่ในวังแล้วมอบราชสมบัติให้
พระสังขไ์ ด้ครอบครอง
ต่อมาภายหลังเมื่อพระสังข์ได้พบกับนางจันท์เทวีมารดาของตนที่
ปลอมตัวมาเป็นคนครัว และพบกับบดิ าคือทา้ วยศวิมลท่ปี ลอมตวั เข้ามาอยู่
กับนายประตู รจนาก็มากราบถวายตัวด้วยความเคารพ และเมื่อท้าวยศวิมล
พาพระสังข์กลับไปอยู่บ้านเมือง รจนาก็ตามไปอยู่ด้วยกันกับพระสังข์
เรือ่ งราวจงึ จบลงด้วยความสุข
ความเชื่อมโยงกับไพ่ใบน้ีคือความรักระหว่างรจนากับพระสังข์ท่ีเป็น
คู่ทุกข์ค่ยู าก แม้ต้องอดทนลำบากก็ยังท่ีอยู่เคียงข้างกัน มีกันและกันอยู่เสมอ
ภาพหน้าไพ่เป็นภาพของพระสังข์กับรจนาท่ีกำลังอยู่ด้วยกันในกระท่อม
ปลายนา ท้ังสองตา่ งสบตาและกุมมือกนั ดว้ ยความรัก
ความหมายเบ้ืองต้น
ความรัก ความเสมอภาค ความเคารพ การแบ่งปัน ความกลมกลืน
การปรองดอง การรว่ มมือ การถ้อยทถี ้อยอาศัยซง่ึ กนั และกัน
ความหมายหัวกลับ
ความสัมพันธ์ที่ซับซ้อน ความสัมพันธ์ที่ไม่เสมอภาคกัน การไม่ข้อง
เกีย่ วกนั การปรบั สมดุลภายในระหวา่ งพลังงานเพศชายและเพศหญิง
-WorawitNu PhotoBook-