The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนฟิสิกส์1ว30201-เทอม1-ปี2559

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chatreewr chatreewr, 2019-11-15 08:57:01

แผนฟิสิกส์1ว30201-เทอม1-ปี2559

แผนฟิสิกส์1ว30201-เทอม1-ปี2559

ผ 1-9

รายวิชา ฟิสกิ ส์ 1 ใบความรู้ 1 แผนจัดการเรียนรทู้ ี่ 1
รหัสวชิ า ว 30201ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 ใชป้ ระกอบแผนจดั การเรียนรูท้ ่ี 1

หัวข้อเร่อื ง วิชาฟสิ ิกส์ ปรมิ าณและหนว่ ยทางฟิสกิ ส์

1. ความหมายของวิทยาศาสตร์
วทิ ยาศาสตร์ ( Science ) หมายถึง การศกึ ษาหาความจริงเก่ยี วกบั ปรากฏการณธ์ รรมชาติรอบๆตวั

เรา ทงั้ ที่มีชีวิตและไม่มีชีวิต อย่างมีขน้ั ตอนและระเบยี บแบบแผน วิทยาศาสตร์แบ่งออกไดด้ ังนี้

วทิ ยาศาสตร์ชีวภาพ พฤกษศาสตร์
สตั วศาสตร์

อ่ืน ๆ

วทิ ยาศาสตร์บริสุทธ์ิ

วทิ ยาศาสตร์กายภาพ ฟิ สิกส์
เคมี
วทิ ยาศาสตร์

วทิ ยาศาสตร์ประยกุ ต์ วศิ วกรรมศาสตร์ อุตุนิยมวทิ ยา
แพทยศาสตร์ ธรณีวทิ ยา
สถาปัตยกรรมศาสตร์ อ่ืน ๆ

อื่น ๆ

1. วิทยาศาสตร์บริสุทธ์ิ ( pure science ) หรือ วทิ ยาศาสตร์ธรรมชาติ ( natural science ) เป็น
การศึกษาหาความจรงิ ใหม่ๆ เกี่ยวกับปรากฏการณธ์ รรมชาติ เพ่อื นาไปสกู่ ฎเกณฑ์และทฤษฎีตา่ งๆทาง
วทิ ยาศาสตร์ เช่น กฎการเคลื่อนที่ของนวิ ตนั กฎของโอห์ม ทฤษฎสี มั พทั ธภาพของของไอนส์ ไตน์ ทฤษฎีคลื่น

แม่เหลก็ ไฟฟ้าของแมกซเ์ วลล์ เป็นตน้ วิทยาศาสตร์บรสิ ุทธแิ์ บง่ ออกเป็น 2 สาขาคือ
ก. วิทยาศาสตร์กายภาพ ( physical science ) ศึกษาค้นควา้ เก่ยี วกบั ส่งิ ไมม่ ีชวี ิต เช่น ฟิสกิ ส์

เคมี ดาราศาสตร์ ธรณีวทิ ยา เปน็ ตน้

ข. วทิ ยาศาสตร์ชวี ภาพ ( biological science ) ศกึ ษาคน้ คว้าเกยี่ วกับสิง่ มีชวี ติ เชน่
พฤกษศาสตร์ สัตวศาสตร์ เป็นตน้

2. วทิ ยาศาสตร์ประยกุ ต์ ( applied science ) เปน็ การนาความร้จู ากกฎเกณฑห์ รือทฤษฎีของ

วทิ ยาศาสตรบ์ ริสทุ ธิ์ มาประยุกต์เป็นหลกั การทางเทคโนโลยี เพอื่ นาไปใช้ใหเ้ กิดประโยชน์แกส่ ังคม เชน่
วศิ วกรรมศาสตร์ แพทยศาสตร์ สถาปตั ยกรรมศาสตร์ เปน็ ต้น
2. การคน้ ควา้ หาความรู้ทางวทิ ยาศาสตร์

การค้นคว้าหาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ ความรู้ทางวิทยาศาสตร์เป็นการค้นคว้าหาความจริงจาก
ปรากฎการณธ์ รรมชาติ ซง่ึ สามารถทาได้ 3 แนวทางคอื

1. จากการสงั เกตปรากฏการณธ์ รรมชาติ

ผ 1-10

2. จากการทดลองในห้องปฏิบตั ิการ
3. จากการสร้างแบบจาลอง ( model ) ทางความคิด
3. ฟิสิกส์

เปน็ วทิ ยาศาสตร์แขนงหนึ่ง ศึกษาธรรมชาติของสิง่ ไมม่ ีชีวติ ซึง่ ไดแ้ ก่ การเปลี่ยนแปลงทาง
กายภาพและปรากฏการณ์ตา่ งๆ ท่เี กดิ ข้นึ รอบตัวเรา การค้นควา้ หาความร้ทู างฟิสกิ ส์ทาไดโ้ ดยการ
สังเกต การทดลอง และการเก็บขอ้ มูลมาวิเคราะห์เพ่อื สรุปผลเป็นทฤษฎี หลักหรือกฎ ความรู้เหล่าน้ี
สามารถนาไปใชอ้ ธิบายปรากฎการณธ์ รรมชาติ หรือทานายสิง่ ทอี่ าจเกิดขึ้นในอนาคตและความรู้น้ี
สามารถนาไปใชเ้ ป็นพื้นฐานในการแสวงหาความรู้ใหม่เพม่ิ เตมิ และพฒั นาคุณภาพชวี ิตของมนุษย์

ความสาคญั ของการศึกษาทางด้านฟสิ กิ ส์ คอื ขอ้ มลู ทมี่ ผี ลตอ่ การเปล่ยี นแปลงกฎและทฤษฎีทีม่ ี
อยู่เดิม ขอ้ มลู ทไี่ ดน้ ้แี บ่งออกเปน็ 2 ประเภท คอื

ข้อมูลเชิงคุณภาพ ( qualitative data ) เป็นข้อมูลท่ีไม่เป็นตัวเลข ได้จากการสังเกตตาม
ขอบเขตของการรับรู้ เช่น รปู รา่ ง ลกั ษณะ กลิน่ สี รส เป็นตน้

ข้อมูลเชงิ ปรมิ าณ ( quantitative data ) เป็นข้อมูลที่เปน็ ตวั เลข ไดจ้ ากการวัดปริมาณตา่ งๆ
โดยใชเ้ ครอ่ื งมอื วัดและวธิ ีการวดั ท่ถี กู ตอ้ ง เช่น มวล ความยาว เวลา อุณหภมู ิ เป็นต้น

4. เทคโนโลยี

เปน็ วทิ ยาการท่เี ก่ยี วข้องกบั ศลิ ปะ ในการสร้าง การผลติ หรือการใช้อุปกรณ์ เพอ่ื ก่อใหเ้ กิด
ประโยชนก์ ับมนษุ ยโ์ ดยตรง

5. ปรมิ าณกายภาพ

ปริมาณกายภาพ ( physical quantity ) เป็นปริมาณทางฟิสิกส์ที่ได้จากข้อมูลเชิงปริมาณ เช่น

มวล แรง ความยาว เวลา อณุ หภูมิ เป็นตน้ ปริมาณกายภาพแบง่ ออกเปน็ 2 ชนดิ คือ

1. ปริมาณฐาน ( base unit ) เป็นปรมิ าณหลักของระบบหนว่ ยระหว่างชาติ มี 7 ปรมิ าณ ดังนี้

ปรมิ าณฐาน ชอ่ื หนว่ ย สญั ลกั ษณ์

ความยาว เมตร m

มวล กิโลกรัม kg

เวลา วนิ าที s

กระแสไฟฟา้ แอมแปร์ A

อณุ หภมู ิอณุ หพลวัติ เคลวิน K

ปรมิ าณสาร โมล mol

ความเขม้ ของการส่องสวา่ ง แคนเดลา cd

ผ 1-11

2. ปรมิ าณอนุพทั ธ์ ( derived unit ) เป็นปริมาณท่ีไดจ้ ากปรมิ าณฐานต้ังแต่ 2 ปริมาณขึน้ ไปมา

สมั พันธ์กนั ดงั ตัวอย่างต่อไปน้ี

ปรมิ าณอนุพัทธ์ ชอ่ื หน่วย สญั ลักษณ์ เทยี บเป็นหน่วยฐาน
ความเร็ว เมตรต่อวินาที m/s
เมตรต่อวนิ าที2 m /s2 และอนุพัทธ์อ่ืน
ความเรง่ 1m
นวิ ตัน N 1m/s = 1s
แรง
1 m / s2 = 1m
1s x1s
1 N = 1 kg. m /s2

งาน พลังงาน จลู J 1 J = 1 N.m

กาลงั วัตต์ W 1 W = 1 J /s
ความดัน พาสคาล Pa 1 Pa = 1 N / m2
ความถ่ี เฮริ ตซ์ Hz 1 Hz = 1 s – 1

6. ระบบหน่วยระหว่างชาติ

ในสมยั กอ่ นหนว่ ยท่ีใช้สาหรับวดั ปริมาณต่างๆ มีหลายระบบ เช่น ระบบองั กฤษ ระบบเมตรกิ และ

ระบบของไทย ทาให้ไม่เป็นมาตรฐานเดยี วกนั ดงั นัน้ ปจั จุบันหลายๆประเทศ รวมท้งั ประเทศไทยดว้ ยได้ใช้

หนว่ ยสากลท่ีเรียกวา่ ระบบหน่วยระหว่างชาติ ( The Internation System of Unit ) เรียกยอ่ วา่ ระบบ

เอสไอ ( SI Units ) ซึ่งประกอบดว้ ยหนว่ ยฐาน และหนว่ ยอนุพัทธ์ ดังนี้

1. หน่วยฐาน ( base unit ) เปน็ ปรมิ าณหลกั ของระบบหนว่ ยระหว่างชาติ มี 7 ปริมาณ ดงั นี้

ปรมิ าณฐาน ชอื่ หน่วย สัญลกั ษณ์

ความยาว เมตร m

มวล กิโลกรัม kg

เวลา วนิ าที s

กระแสไฟฟ้า แอมแปร์ A

อณุ หภมู ิอณุ หพลวตั ิ เคลวิน K

ปริมาณสาร โมล mol

ความเขม้ ของการส่องสว่าง แคนเดลา cd

ผ 1-12

2. หนว่ ยอนพุ ัทธ์ ( derived unit ) เปน็ ปริมาณทีไ่ ดจ้ ากปริมาณฐานต้ังแต่ 2 ปริมาณขึ้นไปมา
สัมพันธก์ ัน ดังตวั อย่างต่อไปนี้

ปริมาณอนุพัทธ์ ช่อื หน่วย สญั ลักษณ์ เทียบเปน็ หนว่ ยฐาน

ความเร็ว เมตรตอ่ วนิ าที m/s และอนุพัทธ์อ่ืน
1m
ความเร่ง เมตรตอ่ วนิ าที2 m /s2 1m/s = 1s

แรง นวิ ตนั N 1 m / s2 = 1m
งาน พลังงาน จลู J 1s x1s
วัตต์ W 1 N = 1 kg. m /s2
กาลัง พาสคาล Pa
ความดนั เฮิรตซ์ Hz 1 J = 1 N.m
ความถ่ี
1 W = 1 J /s
1 Pa = 1 N / m2
1 Hz = 1 s – 1

7. การบนั ทึกปรมิ าณที่มีค่ามากหรอื น้อย

ผลทไี่ ดจ้ ากการวัดปริมาณทางวทิ ยาศาสตร์ บางครง้ั มคี า่ มากกวา่ หรือน้อยกว่า 1 มากๆทาให้เกดิ

ความยุง่ ยากในการนาไปใช้งาน ดังนน้ั การบันทึกปริมาณดังกลา่ ว เพ่ือใหเ้ กิดความสะดวกในการนาไปใช้

สามารถทาได้ 2 วิธี คอื

7.1 เขียนใหอ้ ยู่ในรูปของจานวนเต็มหนงึ่ ตาแหน่ง ตามดว้ ยเลขทศนิยม แลว้ คูณด้วยเลขสิบยก

กาลังบวกหรือลบ ดังน้ี จานวนเตม็ 1 ตาแหน่ง เทา่ กบั จานวนตวั เลขหลงั จดุ

0.000 x10  n หรือตวั เลขระหวา่ งจดุ

ตัวอยา่ ง จงเขยี นปริมาณต่อไปนใ้ี นรูปเลขยกกาลัง

ก. 360,000,000 เมตร ข. 6,539,000 กิโลเมตร

ค. 0.00048 กโิ ลกรมั ง. 0.00127 วินาที

วธิ ีทา ก. 360,000,000 เมตร = 360,000,000
= 3.6x108 เมตร

ข. 6,539,000 กิโลเมตร = 7,539,000
= 6.5x106 กโิ ลเมตร

ค. 0.00038 กิโลกรมั = 0.00038
= 3.8x10 – 4 กิโลกรัม

ง. 0.00117 วนิ าที = 0.00117
= 1.17x10- 5 วินาที

ผ 1-13

7.2 เขียนโดยใช้คา “อุปสรรค ( prefix)”

คาอุปสรรค คือ คาทใ่ี ช้เติมหนา้ หน่วย SI เพ่ือทาใหห้ น่วย SI ใหญ่ขนึ้ หรือเล็กลง ดังแสดงใน

ตาราง

คาอปุ สรรค สัญลกั ษณ์ ตวั พหุคณู คาอุปสรรค สัญลกั ษณ์ ตัวพหคุ ูณ
เทอรา T 10 12 พโิ ค P 10 -12
จกิ ะ G 10 9 นาโน n 10 - 9
เมกะ M 10 6 ไมโคร 10 – 6
10 3  10 – 3
กโิ ล k 10 2 มิลลิ m 10 – 2
เฮกโต h 10 เซนติ c 10 - 1
เดคา da เดซิ d

ตวั อย่าง จงเขยี นปริมาณต่อไปน้ี โดยใช้คาอปุ สรรค

ก. ความยาว 12 กิโลเมตร ให้มหี น่วยเป็น เมตร

ข. มวล 0.00035 เมกะกรัม ให้มหี น่วยเปน็ มลิ ลิกรัม

วธิ ที า

ก. เปลยี่ น กิโล  เมตร ข. เปลีย่ น เมกะ  กโิ ล  กรมั 

= 12 x 10 3 มิลลิ
= 1.2 x 10 4 เมตร = 0.00035 x 10 3 x 10 3 x 10 3
= 0.00035 x 10 9
= ( 3.5 x 10 – 4 ) x 10 9
= 3.5 x 10 5 มลิ ลิกรัม

ผ 1-14

รายวชิ า ฟสิ ิกส์ 1 แบบฝึกทักษะ 1 ผลการเรียนทค่ี าดหวงั ที่ 1
รหัสวิชา ว 30201 ใชป้ ระกอบแผนจัดการเรยี นรทู้ ี่ 1
เวลา 5 นาที
ระดับช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 คะแนน 5 คะแนน

เร่อื ง วิชาฟสิ กิ ส์ ปริมาณและหนว่ ยทางฟสิ ิกส์

ช่ือ..........................................................………………….. ชน้ั ม. 4 /......…. ……….เลขที่............….

1. สังเกตหน่วยของปริมาณเหลา่ น้แี ล้วบอกวา่ เปน็ ปรมิ าณฐาน หรอื ปริมาณอนุพทั ธ์

ชอื่ ปริมาณ หนว่ ยปริมาณ ปริมาณฐาน หรือ ปรมิ าณอนุพัทธ์

1. อุณหภมู ิ เคลวนิ ( K )
นวิ ตันต่อตารางเมตร ( N/m2 )
2. ความดนั

3. เวลา วนิ าที ( s )
เมตรตอ่ วนิ าทียกกาลงั สอง ( m /s2)
4. ความเรง่ กโิ ลกรัม.(เมตร)2ตอ่ (วินาที)2 ( kg.m2 /s2 )

5. พลงั งาน

6. ปรมิ าณของสาร โมล ( mole )

2. จงเตมิ คา่ ใหถ้ ูกต้อง

1. ระยะทางจาก A ถึง B 3 Mm = ………………………m
2. ความเรว็ แสง 3 x 108 m/s = ……………………… Gm/s

3. หนิ กอ้ นหนึ่งมีมวล 80 kg = ………………………. g
4. พ้นื ที่ 200 ( cm )2 = ………………………. m2
5. ถังนา้ ขนาด 5000 ( cm )3 = ………………………. m3
6. หน่วยความจาขนาด 2.56x108 B = ……………………… MB

7. เชือ้ แบคทีเรียขนาด 0.002 m = ……………………… m

8. ลกู ฟุตบอลมีพลังงาน 200 J ( จูล ) = ……………………… kJ

9. เวลา 2 ช่วั โมง ( hr ) = ……………………… s

10. รถยนตว์ ิ่งด้วยขนาด 90 km/hr = ……………………… m/s

ผ 1-15

รายวชิ า ฟิสกิ ส์ 1 ใบงาน 1.1 ผลการเรียนท่ีคาดหวังท่ี 1
รหสั วิชา ว 30201 ใช้ประกอบแผนจัดการเรยี นรทู้ ี่ 1

ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 5 คะแนน ( A ) เวลา 10 นาที

เรื่อง วิชาฟสิ กิ ส์ ปริมาณและหนว่ ยทางฟสิ ิกส์

ชื่อ……………………………………………………………………………………………………………..……ชนั้ ……………เลขที่………….

1. ใหน้ ักเรียนเขียนแสดงความคิดเห็นว่า วชิ า ( วิทยาศาสตร์ , ฟสิ กิ ส์ , เคมี , ชวี วทิ ยา และเทคโนโลยี )
เหมือนหรอื แตกต่างกันอยา่ งไร

…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
2. ความคิดเหน็ ของกลมุ่ เหน็ ว่า วิชา ( วทิ ยาศาสตร์ , ฟิสกิ ส์ , เคมี , ชวี วิทยา และเทคโนโลยี ) เหมือนหรือ

แตกต่างกันอย่างไร ………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….

3. ความคิดเหน็ ที่นักเรียนและครูร่วมกนั อภิปรายสรุป เหน็ ว่า วิชา ( วทิ ยาศาสตร์ , ฟสิ ิกส์ , เคมี , ชวี วทิ ยา
และเทคโนโลยี ) เหมือนหรือแตกตา่ งกันอย่างไร
………………………………………………………………………………………………………………

…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….

ผ 1-16

รายวชิ า ฟิสกิ ส์ 1 ใบงาน 1.2 ผลการเรยี นทีค่ าดหวงั ที่ 1
รหสั วิชา ว 30201 ใช้ประกอบแผนจัดการเรยี นร้ทู ่ี 1

ระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 5 คะแนน ( P ) เวลา 40 นาที

เร่อื ง วิชาฟสิ กิ ส์ ปริมาณและหน่วยทางฟสิ ิกส์

ชือ่ ……………………………………………………………………………………………..……………ชน้ั …………เลขที่……..กลุม่
ท…่ี ………

1. ให้นกั เรยี นสรุปสาระสาคัญทไ่ี ด้จากการสบื คน้ ข้อมลู และบันทกึ ลงในสมดุ
1. วิชาวิทยาศาสตร์ ฟิสกิ ส์ และเทคโนโลยี
2. ปริมาณ และหน่วยในระบบ SI

2. ใหน้ กั เรียนเตมิ คา หรือขอ้ ความลงในช่องว่างใหถ้ ูกต้อง

คาถาม

1. วิทยาศาสตร์ คอื ………………………………..…..…………………………………………………………

2. วทิ ยาศาสตร์ แบง่ ออกเป็น……ชนิด คือ……………………………………………………………………..

3. ฟิสิกส์ คือ…………………………………………………………………………………………………….

4. เทคโนโลยี คือ………………………………………………………………………………………………..

5. ข้อมูลทางวิทยาศาสตรม์ ี…..ชนดิ คอื …………………………………………………………….…………..

6. ปริมาณฐาน มที ้ังหมด……ปรมิ าณ ได้แก่……………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………….

7. ยกตวั อย่างปริมาณอนพุ ัทธ์ มา 5 ปริมาณ……………………………………………………………………..

………………………………………………………………………………………………………………..

8. ระบบ SI คอื …………………………………………………………………………………………………

9. หน่วยในระบบ SI หนว่ ยคอื …………………………………………………………………………………

10. คาอปุ สรรค คือ ..…………………………………………………………………………………………….

11. จงเขยี นปรมิ าณต่อไปนีใ้ นรปู เลขยกกาลัง

ก. 154,000,000 เมตร ข. 8,139,000 กโิ ลเมตร

ค. 0.000237 กิโลกรมั ง. 0.00007 วินาที

วธิ ที า ก. 154,000,000 เมตร = 1.54 x 100,000,000

= 1.54 x ….. เมตร

ข. 8,139,000 กโิ ลเมตร = 8.39 x 1,000,000 กิโลเมตร

= 8.39 x ….. กิโลเมตร
1
ค. 0.000237 กโิ ลกรัม = 2.37x 10,000 กโิ ลกรัม

= 2.37x…….. กิโลกรมั

ผ 1-17

ง. 0.00007 วนิ าที = 7.0x 1 วนิ าที
100,000

= 7.0x……… วินาที

12. จงเขียนปริมาณตอ่ ไปน้ี โดยใช้คาอุปสรรค

ก. ความยาว 824 กโิ ลเมตร ให้มหี น่วยเปน็ ไมโครเมตร

ข. มวล 0.00267 เมกะกรัม ให้มหี นว่ ยเปน็ เซนตกิ รมั 824x103

วธิ ที า ก. เปลยี่ น ความยาว 824 กิโลเมตร เทา่ กบั

เมตร เปล่ยี น ความยาว 824x103 เมตร

824x103x106x10- 6 เมตร เท่ากบั

เปลีย่ น ความยาว 824x103x106x10- 6 เมตร เท่ากบั ………… ไมโครเมตร
ตอบ ………x109 ไมโครเมตร หรือ ………x1011 ไมโครเมตร
1
ข. เปล่ียน มวล 0.00267 เมกกะกรมั เท่ากับ 2.67x 1,000 เมกกะกรัม

เปลี่ยน มวล 2.67x 1 เมกกะกรมั เทา่ กบั 2.67x10- 3 เมกกะกรัม
1,000
เปลี่ยน มวล 2.67x10- 3 เมกกะกรมั เท่ากับ 2.67x10- 3x106กรมั
เปลี่ยน มวล 2.67x10- 3x106 กรัม เท่ากบั 2.67x103x102x10- 2 กรมั
เปลี่ยน มวล 2.67x105x10- 2 กรัม เทา่ กบั …………… เซนตกิ รมั

ตอบ ……………. เซนตกิ รัม

ผ 1-18

รายวชิ า ฟิสกิ ส์ 1 ใบงาน 1.3 ผลการเรียนทีค่ าดหวงั ท่ี 1
รหัสวิชา ว 30201 ใช้ประกอบแผนจดั การเรยี นรทู้ ่ี 1
ระดบั ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4
5 คะแนน ( A ) เวลา 10 นาที
เร่ือง
วิชาฟสิ กิ ส์ ปริมาณและหนว่ ยทางฟสิ กิ ส์

ช่อื ……………………………………………………………………………………….…………………………ช้ัน…………เลขท่ี……..กลุ่ม
ท…่ี ………

จงเตมิ ค่าให้ถูกต้อง

1. ระยะทางจาก A ถึง B 12 Gm = ………………………m
2. ความเรว็ แสง 3 x 108 m/s
= ……………………… Mm/s

3. หนิ ก้อนหนึ่งมมี วล 450 kg = ……………………….mg
4. พื้นที่ 150 ( mm )2 = ………………………. m2
5. ถังนา้ ขนาด 250 ( mm )3 = ………………………. m3
6. หนว่ ยความจาขนาด 2.56x1010 B = ……………………… GB

7. เชื้อแบคทเี รียขนาด 0.02 nm = ……………………… m

8. ลกู ฟุตบอลมีพลงั งาน 200 J ( จลู ) = ……………………… MJ

9. เวลา 10 ชวั่ โมง ( hr ) = ……………………… s

10. รถยนตว์ ง่ิ ด้วยขนาด 72 km/hr = ……………………… m/s

รายวชิ า ฟิสกิ ส์ 1 ใบกิจกรรม 1 ผ 1-19
รหัสวิชา ว 30201

ชื่อ..........................................................………………….. ชัน้ ม. 4 /......…. ……….เลขที่............….

ผลการเรียนท่คี าดหวังที่ 1.
สบื ค้นข้อมลู วเิ คราะห์ และอธิบาย เกีย่ วกบั วชิ าฟิสิกส์ และปรมิ าณทางกายภาพ ในหนว่ ยระบบ

ระหวา่ งชาติ ( SI unit )

คาส่งั ให้นกั เรยี นสรุปความรู้ที่เก่ยี วกับ วิชาฟิสิกส์ ปรมิ าณและหน่วยทางฟิสกิ ส์ เป็นแผนผงั
มโนทัศน์ ( Concept Mapping )

องคค์ วามรู้ เรอื่ ง………………………………………………………………………………
เกย่ี วข้อง ในหัวข้อเรื่อง วชิ าฟสิ กิ ส์ ปริมาณและหน่วยทางฟิสิกส์
ให้งาน วนั ท่ี………………………………………………………………………………
กาหนดส่ง วนั ที่………………………………………………………………………………
สง่ งาน วันที่……………………………..…………ลงช่อื ………………………………ผสู้ ่ง

ลงชอื่ ………………………………ผู้รับ
( นายชาตรี ศรมี ว่ งวงค์)
อาจารย์ประจาวิชา ว 30201

ลาดับ รายการ 5 4 3 2 1 หมายเหตุ
1 ความเกีย่ วขอ้ งกบั จุดประสงคแ์ ละเนอ้ื หาสาระ
2 ความสมั พันธ์ กบั ชวี ิตประจาวัน
3 รูปแบบ สามารถนาไปเปน็ แบบอย่างได้
4 ความคิดรเิ รมิ่ สร้างสรรค์
5 ความสะอาด เรียบรอ้ ย

5 = ดีมากท่ีสดุ 4 = ดีมาก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ควรปรับปรงุ

ผู้ประเมนิ ลงช่ือ……………………………………………………ชนั้ …………….เลขท่ี………...
วนั ท่ี………………………………………………………………………………………

ผ 1-20

แผนผงั มโนทัศน์ ( Concept Mapping )
องค์ความรเู้ รื่อง …………………………………………..

เจา้ ของผลงาน ชือ่ ……………………………………………………ชน้ั ……………..เลขท…่ี …….

ผ 1-21

รายวชิ า ฟสิ ิกส์ 1 แบบทดสอบ ผลการเรยี นทีค่ าดหวงั ที่ 1
รหัสวิชา ว 30201 ( กอ่ นเรยี น – หลงั เรยี น ) ประกอบแผนจดั การเรียนรู้ที่ 1
ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 4
เวลา 15 นาที

จดุ ประสงค์ท่ี 1 สืบคน้ ขอ้ มลู วิเคราะห์ และอธิบาย เก่ยี วกบั วชิ าฟสิ ิกส์ และปรมิ าณทางกายภาพ ในหน่วย

ระบบระหว่างชาติ ( SI unit )

คาสั่ง จงเลือกคาตอบที่ถูกต้องลงในกระดาษคาตอบ

1. ความรทู้ างวทิ ยาศาสตร์ส่วนใหญไ่ ดม้ าจากการกระทาในข้อใด

ก. การสังเกตปรากฏการณ์ธรรมชาติ ข. การทดลองในห้องปฏบิ ัติการ

ค. การสร้างแบบจาลองทางความคดิ ง. ถูกทุกข้อ

2. ต่อไปนขี้ ้อใดเปน็ ขอ้ มลู เชงิ คณุ ภาพ

1. ลกู ฟตุ บอลมลี ักษณะเปน็ รูปทรงกลม

2. โต๊ะเรยี นสูงจากพืน้ ประมาณ 80 เซนติเมตร

3. น้าตาลทรายขาวมรี สหวานกวา่ นา้ ตาลทรายแดง

คาตอบทีถ่ ูก คอื

ก. ข้อ 1 และ 2 ข. ขอ้ 2 และ 3

ค. ขอ้ 1 และ 3 ง. ขอ้ 1 2 และ 3

3. ตอ่ ไปนขี้ ้อใดเป็นขอ้ มูลเชิงปริมาณ

1. เสื้อผ้าสเี ขม้ เหมาะสาหรบั คนอว้ น

2. นกั เรียนเดนิ ทางจากบ้านถงึ โรงเรยี นใช้เวลา 20 นาที

3. วนั น้ีอากาศร้อนมาก วัดอุณหภูมิได้ 38 องศาเซลเซียส

คาตอบที่ถูกคือ

ก. ขอ้ 1 และ 2 ข. ข้อ 2 และ 3

ค. ขอ้ 1 และ 3 ง. ขอ้ 1 2 และ 3

4. จงพจิ ารณาข้อความต่อไปน้ี

1. มวล เวลา ความยาว เป็นปรมิ าณฐานทง้ั หมด

2. ความเรง่ ความดนั พลังงาน เป็นปริมาณอนุพัทธท์ ้ังหมด

3. ความเรว็ ความถี่ อณุ หภูมิ เป็นปริมาณฐานทง้ั หมด

คาตอบทถี่ ูกคือ

ก. ข้อ 1 และ 2 ข. ขอ้ 2 และ 3

ค. ข้อ 1 และ 3 ง. ขอ้ 1 2 และ 3

5. ตอ้ งการวัดความกว้างของกลอ่ งดนิ สอ ควรใช้เครอื่ งมือวดั ชนิดใด

ก. สายวดั ข. ไมบ้ รรทัด

ค. เวอร์เนียร์ ง. ไมโครมเิ ตอร์

ผ 1-22

6. ระบบหน่วยระหวา่ งชาติ ( หน่วยเอสไอ ) ไดก้ าหนดหนว่ ยของเวลาตามขอ้ ใด

ก. ชวั่ โมง ข. วนิ าที

ค. นาที ง. ถูกทุกข้อ

7. ขอ้ ใดเขียนเป็นปริมาณ 250,000,000 เมตร ในรปู เลขยกกาลงั ได้ถกู ต้อง
ก. 2.5 x 108 เมตร ข. 2.50 x 108 เมตร
ค. 2.500 x 108 เมตร ง. 2.5000 x 108 เมตร

8. มวล 34 กิโลกรมั มีคา่ เท่าใดในหนว่ ยไมโครกรมั
ก. 3.4 x 1010 g ข. 3.4 x 109 g
ค. 3.4 x 108 g ง. 3.4 x 107 g

9. ปริมาตร 17 ลกู บาศกเ์ ดซิเมตร เท่ากับกล่ี กู บาศก์เมตร
ก. 1.7 x 10- 6 m3 ข. 1.7 x 10- 4 m3
ค. 1.7 x 10- 3 m3 ง. 1.7 x 10- 1 m3

10. รถยนตค์ นั หนึง่ วิง่ ด้วยอัตราเร็ว 54 กิโลเมตรต่อช่วั โมง เท่ากบั กีเ่ มตรต่อวินาที

ก. 10 m/s ข. 15 m /s

ค. 20 m /s ง. 25 m /s

รายวชิ า ฟสิ ิกส์ 1 เฉลยแบบทดสอบ ผ 1-23

รหสั วชิ า ว 30201 ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 กอ่ นเรยี น ผลการเรียนทค่ี าดหวังที่ 1
ประกอบแผนจัดการเรยี นรู้ท่ี 1
หลังเรียน

เฉลยแบบทดสอบ
กอ่ นเรียนและหลังเรยี น
ข้อ คาตอบ
1ง
2ค
3ข
4ก
5ข
6ข
7ก
8ก
9ง
10 ง

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี 1 ความรูพ้ ืน้ ฐานเก่ยี วกับฟสิ กิ ส์ เร่ืองท่ี 2 การทดลองในวิชาฟสิ กิ ส์
วิชา ฟิสกิ ส์ 1 รหสั วิชา ว30201 ช้ัน ม.4 เวลา 5 ชั่วโมง หน่วยการเรียน 1.5 หน่วย

อาจารย์ผ้สู อนนายชาตรี ศรมี ว่ งวงค์

1. มาตรฐาน
มาตรฐาน ว 4.2 เขา้ ใจลักษณะการเคลือ่ นท่ีแบบต่างๆ ของวตั ถใุ นธรรมชาติมกี ระบวนการสืบเสาะ

หาความร้แู ละจติ วิทยาศาสตร์ สอื่ สารส่งิ ท่เี รียนรแู้ ละนาความรูไ้ ปใชป้ ระโยชน์

2. ตัวชีว้ ัด
สารวจตรวจสอบ ทดลอง และอธิบายเกี่ยวกับการบันทึกข้อมูล ทักษะการทดลอง การนาเสนอข้อมูล

การเขยี น และการรายงานกราฟ

3. จดุ เนน้ ท่ีต้องการพฒั นาคณุ ภาพผู้เรียน
1. ทักษะแสวงหาความร้ดู ้วยตนเองเพอื่ การแกป้ ัญหา
2. ทักษะการคิดข้ันสูง
3. ทักษะการสอ่ื สารอยา่ งสร้างสรรคต์ ามชว่ งวยั
4.คณุ ลกั ษณะมุ่งมนั่ ในการทางาน
5. คณุ ลักษณะใฝร่ ใู้ ฝ่เรียน
การบูรณาการ
1.สาระอาเซียน เร่อื ง นกั วิทยาศาสตร์ในประชมคมอาเซียน
2.สาระฯ ทอ้ งถิ่น เร่ือง การทดลองใชป้ ุ๋ยในการปลกู พืชในท้องถน่ิ
3.เศรษฐกิจพอเพยี ง เรื่อง การวดั ปริมาณพ้นื ทใ่ี นการทาการเกษตร (ความมีเหตผุ ล)

4. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
วชิ าฟิสกิ ส์ เปน็ วิชาทศ่ี ึกษาปรากฏการณท์ างธรรมชาติ ในการเปลี่ยนแปลงทางกายภาพ การเคลอ่ื นท่ี

ของวัตถุ การนาไฟฟ้าของวตั ถุ การเปลย่ี นแปลงสถานะของสาร มีปริมาณใดสัมพนั ธ์กนั แลว้ การทดลองจึง
เปน็ การค้นหาคาตอบและความจรงิ มาวเิ คราะห์ อธิบาย ความสาคญั ของการบันทึกข้อมูลจงึ นับว่าจาเป็น โดย
ตวั เลขทีไ่ ดจ้ ากการวัดจึงมีความสาคญั และมีความหมาย ตัวเลขเหลา่ นีจ้ งึ มนี ยั สาคัญ เรียกว่า เลขนยั สาคัญ
แต่ความถูกต้องแม่นยาน้ันจะไม่ 100 % เน่ืองเคร่ืองมอื และตัวผู้วัดเอง จงึ ต้องมีคา่ คลาดเคลอื่ น ( คา่ ความไม่
แนน่ อนของการวดั ) แล้วนาแปลเปน็ ความสมั พันธข์ องปริมาณทีว่ ดั ได้เปน็ กราฟ ในวิชาฟิสกิ สก์ ราฟทเ่ี กี่ยวข้อง
จะเปน็ กราฟเส้นตรง กราฟพาราโบลา และไฮเปอรโ์ บลา

ผ 2-2

5. สาระการเรียนรู้

สาระแกนกลาง/สาระทอ้ งถิ่น

ความรู้ (รอู้ ะไร) (K)

1. การทดลองและการบันทึกข้อมลู

2. เลขนยั สาคญั

3. คา่ ความไม่แน่นอนในการวดั

4. การเขยี นและการรายงานกราฟ

ทักษะ/สมรรถนะ (P)

1. ความสามารถในการส่ือสาร

2.ความสามารถในการคิด

3.ความสามารถในการแกป้ ัญหา

4.ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต

5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี

คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (A)

ใฝ่เรียนรู้ (ตงั้ ใจเพียงพยายามในการเรียน และเข้าร่วมกจิ กรรมการเรยี นร,ู้ แสวงหาความรูร้ ู้จากแหลง่

เรยี นรู้ต่าง ๆ ทัง้ ภายในและภายนอกโรงเรยี นด้วยการเลือกใชส้ ื่ออยา่ งเหมาะสม สรุปเปน็ องค์ความรู้ และ

สามารถนาไปใช้ในชวี ิตประจาวันได้)

6. ชิ้นงาน/ภาระงาน

ใบงานที่ 2

7. การวดั และประเมนิ ผล

7.1 การประเมินระหว่างจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

ช้นิ งาน/ภาระงาน วธิ กี ารประเมิน เครื่องมอื เกณฑ์การประเมิน

1.การวดั ผลคณุ ธรรม สงั เกตพฤตกิ รรม แบบวัดพฤติกรรม -

จิตพสิ ยั นกั เรยี น นกั เรยี น

2. การประเมนิ ผลจาก ตรวจใบงาน 2.1 – 2.3 ใบงานท่ี 2.1-2.3 -

สภาพจรงิ

ตรวจแบบฝึกทกั ษะ 2 แบบฝกึ ทกั ษะ 2 รอ้ ยละ 50 ขึ้นไป

ตรวจสมดุ จด ใบกจิ กรรม 2 -

ตรวจใบกจิ กรรม 2 ระดบั 3 ขึ้นไป

3. การวัดผลหลงั เรียน ตรวจแบบทดสอบราย แบบทดสอบราย ร้อยละ 50 ขนึ้ ไป

จดุ ประสงค์ที่ 2 จดุ ประสงคท์ ่ี 2

7.2 การประเมนิ เม่อื ส้นิ สุดการเรียนรู้

ช้นิ งาน/ภาระงาน วธิ กี ารประเมิน เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน

แบบทดสอบ ตรวจแบบทดสอบ แบบทดสอบ รอ้ ยละ 60 ข้ึนไป

ผ 2-3

8. กจิ กรรมการเรยี นรู้
ขั้นสรา้ งความสนใจ
1.1 นักเรียนและครูร่วมกันสนทนา เก่ียวกับ “การทดลอง มีความสาคัญอย่างไร ขณะ

ดาเนินการทดลองส่ิงใดที่มีความสาคัญ” เพื่อนาไปสู่คาถามที่ว่า “การบันทึกข้อมูล ท่ีได้จากการทดลอง
โดยเฉพาะจากเคร่ืองมือแบบสเกล จะเป็นข้อมูลเชิงปริมาณ ตัวเลขทุกตัวมีความสาคัญ เท่ากัน หรือต่างกัน
อย่างไร”

1.2 นกั เรยี นตอบข้อซักถามของครูว่า “การบันทึกข้อมูล ท่ีได้จากการทดลอง โดยเฉพาะจาก
เครื่องมือแบบสเกล จะเป็นข้อมูลเชิงปริมาณ ตัวเลขทุกตัวมีความสาคัญ เท่ากัน หรือต่างกันอย่างไร” ( ทิ้งช่วง
ให้นกั เรียนคิด )

1.3 นักเรียนร่วมกันอภิปรายในแต่ละกลุ่ม พร้อมทั้งบันทึกความเห็นของกลุ่มในใบงาน 2.1
เฉพาะข้อ 1 และข้อ 2 (เปิดโอกาสใหน้ ักเรียนไดแ้ สดงความคดิ เหน็ โดยยงั ไม่เนน้ ถูกผดิ )

1.4 ตัวแทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอความเห็นของกลุ่ม ( ของแต่ละคนในกลุ่มโดยตัวแทน
ของกลมุ่ และข้อสรุปของกลมุ่ )

1.5 นักเรียนและครูร่วมกันอภปิ รายเกี่ยวกบั “การบันทึกข้อมลู ท่ีไดจ้ ากการทดลอง โดยเฉพาะ
จากเคร่ืองมือแบบสเกล จะเป็นข้อมูลเชิงปริมาณ ตัวเลขทุกตัวมีความสาคัญ เท่ากัน หรือต่างกันอย่างไร” แล้ว
บันทึกลงในใบงาน 2.1

1.6 นกั เรยี นทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน จานวนข้อสอบ 10 ขอ้
1.7 แจ้งให้นักเรียนทราบวา่ จะได้ศกึ ษาเกี่ยวกบั การทดลองในวชิ าฟิสกิ ส์
ขน้ั สารวจและค้นหา
2.1 นกั เรียนสบื ค้นข้อมูลเก่ียวกับ การทดลองในวิชาฟิสิกส์ จากใบความรู้ 2 พร้อมกับใบงาน
2.2 แล้วสรุปสาระสาคัญ บันทึกลงในสมดุ จดบันทึกและตอบคาถาม
2.2 สมุ่ นกั เรียน 1 กลุ่มเสนอผลการสืบค้นขอ้ มลู
ขั้นอธิบายและลงข้อสรปุ
3.1 นกั เรียนนาขอ้ มูลจากข้นั การสืบค้น ข้อมลู มาอภปิ รายรว่ มกับครู
3.2 ครูอธบิ ายเพิ่มเติมเกย่ี วกับพลังงานกล และพลังงานจลน์ เพ่ือให้นักเรียนสรุปสาระสาคัญ
ลงในสมุดจดบนั ทกึ
ขน้ั ขยายความรู้
4.1 นักเรียนสนทนาซักถามครูและตอบคาถามว่า “ความสัมพันธ์ของปริมาณต่างๆ เม่ือนามา
ค่าของอีกปริมาณหนง่ึ ผลลพั ธ์ทไ่ี ดค้ วรจะบนั ทกึ อยา่ งไร” ( ทง้ิ ชว่ งใหน้ ักเรียนคิด ) เพ่ือนาไปสู่ เร่ือง การบวก
ลบ คูณ หาร เลขนยั สาคัญ และค่าความไมแ่ นน่ อนในการวัด
4.2 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปราย เก่ียวกับ การบวก ลบ คูณ หาร เลขนัยสาคัญ และค่า
ความไม่แน่นอนในการวัด และตัวอย่างการบวก ลบ คูณ หาร เลขนัยสาคัญ และค่าความไม่แน่นอนในการวัด
จากใบความรู้ 2
4.3 นกั เรียนและครรู ว่ มกันอภิปราย เกย่ี วกับ การเขียนกราฟ และการรายงานกราฟ จากใบ
ความรู้ 2
4.4 นกั เรยี นรว่ มกนั สืบค้น แกป้ ญั หา ในใบงาน 2.3
4.5 นักเรยี นทาแบบฝกึ ทักษะ 2

ผ 2-4

ข้นั ประเมิน
5.1 นักเรียนเขียน Concept mapping เกย่ี วกบั พลังงานกล ในใบกิจกรรม 2
5.2 นักเรียนนา Concept mapping อภิปรายแลกเปล่ียนกับเพ่ือนๆ และประเมินผลงาน
ใหก้ บั เพื่อน
5.3 นักเรียนท่ีเป็นเจ้าของผลงาน Concept mapping ที่ได้รับการประเมินจากเพ่ือนมา
อภปิ รายเกีย่ วกับ Concept ในงานนั้น โดยการส่มุ จากครู
5.4 นกั เรียนทาแบบทดสอบหลังเรียน และอนญุ าตให้นกั เรยี นเล่นการใช้เกมสห์ มากฮอส
พัฒนาทักษะการคิดของนักเรียนระหวา่ งทท่ี าแบบทดสอบหลังเรียน

9. สื่อ/แหล่งเรียนรู้ จานวน สภาพการใช้สอื่
รายการสือ่ 1 ชุด ใชข้ ้ันสรา้ งความสนใจ
1 ชดุ ใช้ขน้ั สรา้ งความสนใจ
1. แบบทดสอบก่อนเรยี น 1 ชุด ใช้อธิบายและลงข้อสรุป ( ใช้ข้ันประเมนิ )
2. ใบงาน 2.1 1 ชดุ ใชอ้ ธบิ ายและลงขอ้ สรปุ
3. แบบฝึกทักษะ 2 1 ชุด ใชส้ ารวจและค้นหา
4. ใบความรู้ 2 1 ชดุ ใช้ขยายความร้แู ละลงขอ้ สรปุ
5. ใบงาน 2.2 ใชท้ ุกขนั้ ตอน
1 ชุด
6. ใบงาน 2.3 ใชท้ ุกขั้นตอน
7.เวบ็ ไซต์ www.wikipedia.org
และ http://www.rmutphysics.com ใช้ทกุ ขนั้ ตอน
8.Power Point
เรอ่ื งท่ี 2 การทดลองในวิชาฟิสิกส์
9.การใช้เกมส์หมากฮอสพัฒนาทักษะการ
คดิ ของนกั เรยี น

10. กจิ กรรมเสนอแนะ วธิ ดี าเนินกจิ กรรม
รายการ
1. ครูควบคุมดแู ลใหอ้ ยู่ในกรอบระหว่างเรยี น
1. ปรับปรงุ – แกไ้ ขขอ้ บกพร่องของผู้เรียน 2. ครูคอยเสรมิ หรอื แก้ไขเม่อื การอภิปรายของนักเรยี น

2. สง่ เสรมิ ความรคู้ วามสามารถของผ้เู รียน ไมส่ มบูรณ์
3. ครูช้ีแจงขอ้ บกพร่องในการทากิจกรรม
4. ครูเฉลยขอ้ สงสัย ท่ีนักเรียนทาไม่ได้
5. สอนซ่อมเสริมนักเรยี นทีไ่ ม่ผ่านประเมนิ หลังเรยี น

1. ใหน้ กั เรียนทาชิ้นงาน 1 ช้นิ งาน

ผ 2-5

11.บันทกึ ผลหลังการสอน วนั ที่ จานวนนักเรยี น(คน)

ช่อื แผนการจดั การเรียนรู้ 16-20 พฤษภาคม 157
คา่ เฉลีย่ ความหมาย
เรอื่ งที่ 2 การทดลองในวิชาฟสิ ิกส์ 2559

รายการ มาก ปาน นอ้ ย
กลาง
1.กจิ กรรมการเรยี นการสอนท่ีกาหนดไวใ้ นแผนการจัดการเรยี นรู้เปน็
กิจกรรมท่เี หมาะสมกบั วัยของผู้เรียน และเหมาะสมกบั สาระการเรียนรู้ 142 11 4 2.92 มาก
สามารถจดั กิจกรรมการเรียนการสอนได้ตามเวลาที่กาหนดไดท้ กุ กจิ กรรม

2.การจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนครัง้ นี้ นักเรียนทกุ คนไดร้ ว่ มกจิ กรรม 142 11 4 2.92 มาก
และเรียนรู้อย่างมคี วามสขุ

3.กิจกรรมช่วยใหผ้ ูเ้ รยี นมคี วามร้คู วามเข้าใจตรงตามสาระการเรยี นรู้ เกดิ
คณุ ลกั ษณะที่พึงประสงคแ์ ละมที กั ษะกระบวนการตามทจี่ ุดประสงค์กาหนด 142 11 4 2.92 มาก

4.สอื่ การเรียนการสอนทีก่ าหนดในแผนการจัดการเรยี นรู้ ได้ใชส้ ่อื หลาย
อยา่ ง เป็นส่อื ที่เหมาะสมกับวัยผู้เรยี น สอดคล้องกับเนื้อหา สามรถใช้
ประกอบการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอนได้อย่างเหมาะสม ช่วยใหผ้ ้เู รยี น 142 11 4 2.92 มาก
เรยี นรู้อย่างสนุกสนานและเข้าใจบทเรียนได้เรว็ ยิ่งขน้ึ

5.การวดั ผลประเมนิ ผล ครอบคลุมพฤติกรรมตามจุดประสงคก์ ารเรียนร้ทู ี่ 142 11 4 2.81 มาก
กาหนดในแผนการจัดการเรยี นรู้ ผลการวัดผลและประเมนิ ผล
ผ่าน ไม่ % ผ่าน % ไม่ผ่าน
รายการ KPA ผา่ น รวม

5.1 ด้านความรคู้ วามเข้าใจ (K) นักเรียนท่ีผา่ นจุดประสงคก์ ารเรียนรู้ที่ 142 15 157 90.45 9.55
กาหนดไว้
142 15 157 90.45 9.55
5.2 ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P) นกั เรียนทีผ่ า่ นทักษะกระบวนการตาม
เกณฑ์ 157 0 157 100.00 0.00

5.3 ดา้ นคา่ นยิ ม (A) นักเรียนมีค่านิยมตามเกณฑ์

ค่าเฉลย่ี 93.63 6.37

ค่าเฉล่ีย KPA

3.00 2.92 2.92 2.92 2.92 2.81 100.00 90.45 90.45 100.00
2.50 80.00
2.00

60.00
1.50
1.00 40.00

0.50 20.00

0.00 0.00
12345
KPA

ผ 2-6

11.บนั ทกึ ผลหลังการสอน

การบูรณาการ

การบรู ณาการ รายการทมี่ ีการบูรณาการ

ในการจัดการเรียนการสอน ไดบ้ ูรณาการการเรียนรูโ้ ดยบรู ณาการ บูรณาการตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
ภายในเนือ้ หาสาระของกลมุ่ วิชาวทิ ยาศาสตร์ซง่ึ เป็นการบูรณาการ อาเซียน หลกั สูตรทอ้ งถนิ่ และจติ วทิ ยาศาสตร์
ตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง อาเซียน และหลกั สูตรทอ้ งถิ่น
เพอื่ ต้องการใหน้ กั เรียนไดน้ าความรู้ทีไ่ ดไ้ ปใช้ในชีวติ ประจาวัน มี
ทกั ษะชวี ิต ท่ีจะก้าวไปสู่สงั คมภายนอกได้อยา่ งมคี วามรู้ทเ่ี ทา่ ทันใน
ยคุ ปัจจบุ นั

ส่อื การเรยี นการสอนท่ีเปน็ นวัตกรรม

รปู แบบ ชอ่ื นวตั กรรม

Power Point Power Point เรอื่ งท่ี 2 การทดลองในวิชา
ฟิสกิ ส์

การวจิ ยั เพ่ือพัฒนาการเรียนการสอน

รูปแบบการวจิ ัย ชื่องานวจิ ยั

วจิ ัยในชนั้ เรียนเพือ่ แก้ปัญหานกั เรียนที่ไมผ่ า่ นดา้ นความรคู้ วามเขา้ ใจ การใชเ้ กมสห์ มากฮอสพฒั นาทกั ษะการคดิ ของ
นักเรยี น
ทกั ษะกระบวนการ ด้านค่านยิ ม

ปัญหาและอุปสรรคในการใชแ้ ผนการจัดการเรียนรู้

ปัญหาและอุปสรรค วิธีการแก้ไขปัญหา

--

ลงชอ่ื ........................................................
(นายชาตรี ศรมี ่วงวงค์)

ผ 2-7

ข้อเสนอแนะของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์
...................................................................................................... ........................................................
................................................................................................. .............................................................
............................................................................................................................. .................................

ลงชื่อ ........................................................
(นายสุระศักด์ิ ยอดหงษ์)

ตาแหน่ง หัวหน้ากล่มุ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์
วันที่..........เดอื น..........................พ.ศ............

ขอ้ เสนอแนะของรองผู้อานวยการกลมุ่ บรหิ ารงานวชิ าการ
............................................................................................................................. .................................
..............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................

ลงชอื่ ........................................................
(นายวเิ ชียร ยอดนิล)

ตาแหน่ง รองผ้อู านวยการกลุ่มบริหารงานวชิ าการ
วนั ที่..........เดือน..........................พ.ศ............
ขอ้ เสนอแนะของผอู้ านวยการโรงเรยี น
............................................................................................................................. .................................
..............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................
ลงชื่อ ........................................................

(นายจานง อินทพงษ์)
ตาแหน่ง ผอู้ านวยการโรงเรยี นวชั รวทิ ยา
วันที่..........เดือน..........................พ.ศ............

ผ 2-8

ภาคผนวกประกอบแผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 2
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 1 ความรูพ้ ื้นฐานเก่ียวกับฟสิ ิกส์

เรอื่ งท่ี 2 การทดลองในวิชาฟิสิกส์
วิชา ฟิสกิ ส์ 1 รหสั วิชา ว30201 ช้นั ม.4 เวลา 7 ช่ัวโมง หน่วยการเรียน 1.5 หนว่ ย

อาจารย์ผู้สอนนายชาตรี ศรมี ่วงวงค์
1.ใบความรู้
2.แบบฝึกทักษะ
3.ใบงาน
4.ใบกิจกรรม
5.แบบทดสอบ

ผ 2-9

รายวชิ า ฟิสิกส์ 1 ใบความรู้ 2 ผลการเรยี นท่ีคาดหวงั ที่ 2
รหัสวิชา ว 30201 ชัน้ ม.4 ใชป้ ระกอบแผนจัดการเรยี นรทู้ ่ี 2

หัวข้อเรอ่ื ง การทดลองในวิชาฟสิ กิ ส์

การทดลองในวชิ าฟสิ กิ ส์
สง่ิ ที่สาคัญประการหนงึ่ ในการทดลองคือการบันทึกข้อมูลตามความเป็นจริง การบันทึกข้อมูลนั้นมีได้ 2

ลกั ษณะ คอื การบนั ทึกขอ้ มลู เชงิ คณุ ภาพ ( บอกถงึ ลักษณะ และคณุ สมบัติต่างๆท่ีสังเกตได้จาการทดลอง ) และ
การบนั ทกึ ขอ้ มูลเชงิ ปรมิ าณ ( บอกถงึ จานวนมากนอ้ ยในลักษณะเป็นตวั เลข )

ในการที่นจ้ี ะกล่าวถึงการบันทึกตวั เลขทไี่ ด้จากเครอื่ งมอื ตา่ งๆในการทดลอง ดังนี้

1. เลขนยั สาคัญ
คือ ตัวเลขท่ีได้จากการวัดโดยใช้เคร่ืองมือที่เป็นสเกล โดยเลขทุกตัวที่บันทึกจะมีความหมายส่วน

ความสาคัญของตวั เลขจะไม่เท่ากนั ดังนั้นเลขทุกตวั จึงมี นัยสาคญั ตามความเหมาะสม
เช่น วัดความยาวของไมท้ อ่ นหน่ึงไดย้ าว 121.54 เซนติเมตร เลข 121.5 เปน็ ตัวเลขที่วัดได้จริง ส่วน

0.04 เปน็ ตัวเลขทป่ี ระมาณข้ึนมา เราเรียกตวั เลข 121.54 น้วี ่า เลขนัยสาคญั และมจี านวนเลขนัยสาคญั 5 ตวั

หลกั การพจิ ารณาจานวนเลขนยั สาคัญ
1. เลขทกุ ตัว ถือเปน็ เลขทมี่ นี ยั สาคัญ
ยกเวน้ 1. เลข 0 ( ศูนย์ ) ทีต่ ่อท้ายเลขจานวนเต็ม เช่น 120 ( มีเลขนัยสาคัญ 2 ตัว ) , 200
( มีเลขนัยสาคัญ 1 ตวั )
2. เลข 0 ( ศูนย์ ) ที่หนา้ ตัวเลข เชน่ 0.02 ( มเี ลขนัยสาคญั 1 ตวั )
2. เลข 0 ( ศนู ย์ ) ที่อย่รู ะหว่างตวั เลขถอื เปน็ เลขนยั สาคญั เช่น 1.02 ( 3 ตัว ) , 10006 ( 5 ตวั )
3. เลข 0 ( ศูนย์ ) ทอี่ ยทู่ ้ายแตอ่ ยใู่ นรูปเลขทศนิยม ถือวา่ เป็นเลขนัยสาคญั เช่น 1.200 ( 4 ตวั )
4. เลข 10 ทีอ่ ยู่ในรปู ยกกาลัง ไมเ่ ป็นเลขนัยสาคัญ เช่น 1.20 x105 ( 3 ตัว )

การบันทึกตวั เลขจากการคานวณ
1. การบวกลบเลขนัยสาคัญ โดยบวกลบเลขนัยสาคัญก่อน เมื่อได้ผลลัพธ์ ให้มีจานวน ทศนิยม

เท่ากับจานวนท่ที ศนิยมนอ้ ยทส่ี ุด เช่น 12.03 + 152.246 + 2.7 = 166.976 ผลลพั ธ์ คือ 167.0
2. การคูณหารเลขนัยสาคัญ โดยคูณหารเลขนัยสาคัญก่อน แล้วพิจารณา ผลลัพธ์ให้มี จานวนเลข

นัยสาคัญ เทา่ กับ ตวั เลขที่นัยสาคญั น้อยที่สุดท่ีคูณหารกัน เช่น 54.62 x2.5 = 136.550 = 1.36x102 ผลลัพธ์
คอื 1.4 x 102

2. ความไม่แนน่ อนในการวัด
ในการวัดปริมาณต่างๆ ด้วยเคร่ืองย่อมมี ความผิดพลาด ( error ) หรือ ความคลาดเคล่ือน อยู่เสมอ

เช่นวัดความหนาของท่อนไม้ ได้ 2.5 เซนติเมตรกว่า ๆ แต่ไม่ถึง 2.6 เซนติเมตร ดังนั้นจึงควรบันทึก 2.54 หรือ
2.55 หรอื 2.56 โดยตวั สุดท้าย ( 4 , 5 , 6 ) เปน็ การคาดคะเน การบันทกึ เราควรบันทึกให้มีความคลาดเคลื่อน

ผ 2-10

น้อยท่ีสุด เราควรบันทึกดังนี้ 2.55  0.01 โดย 2.55 คือปริมาณที่วัดได้ ( A ) และ  0.01 คือ ค่า

ความคลาดเคลือ่ น หรือ ความไม่แนน่ อนของการวดั ( A )

สรุปได้ว่า การบันทึกตัวเลขที่ได้จากการวัด ย่อมมีความผิดพลาด จึงควรแสดงผลการวัดเป็น ( A 

A )

การบันทึกผลการคานวณตวั เลขทมี่ คี วามไมแ่ น่นอนในการวัด

1. การบวก หรือ ลบกัน ความคลาดเคลื่อนของผลลัพธ์ต้องคิดจากปริมาณความคลาดเคล่ือนจริง มา

บวกกนั เสมอ เช่น

1.1 ( A  A ) + ( B  B ) = ( A + B )  ( A + B )

1.2 ( A  A ) - (2B  2 B ) = ( A - 2B ) ( A + 2 B )

2. การคูณ หรือ หารกัน หาเปอร์เซนต์ ( % ) ความคลาดเคล่ือนของผลลัพธ์จากการคูณหรือหาร โดย

นาเปอร์เซนต์ ( % ) ของความคลาดเคลอื่ นของแต่ละปริมาณมาบวกกัน เชน่

หาเปอร์เซนต์ของความคลาดเคลื่อนพจิ ารณาดังน้ี A
A
1. ( A  A ) หา เปอร์เซน็ ต์ ( %) ของความคลาดเคลือ่ น = x 100 %

2. ( B  B ) หา เปอร์เซ็นต์ ( %) ของความคลาดเคล่อื น = B x 100 %
B
C
3. ( C  C ) หา เปอร์เซน็ ต์ ( %) ของความคลาดเคลอื่ น = C x 100 %

2.1 ( A  A )  ( B  B ) = (AB)( A x 100 % + B x 100 % )
A B
A B
2.2 (A  A ) / ( B  B ) = (A/ B) ( A x 100 % + B x 100 % )

2.3 ( A  A )  ( B2  2BB ) = ( A  B2 )  ( A x 100 % + 2 B x 100 % )
A B
1 C
2.4 ( A  A )  ( B  B ) / ( C  2 C )

= (AB/ C)  ( A x 100 % + B x 100 % + 1 C x 100 %)
A B 2 C

ผ 2-11

ตัวอย่าง เชือกสองเส้นยาว 16.32  0.02 เซนติเมตร และ ยาว 20.68  0.01 เซนติเมตร อยากทราบว่า ถ้า

นามาวางต่อกันจะยาวเท่าใด และ เชอื กสองเสน้ น้มี ีความยาวต่างกันเทา่ ใด

วิธีทา วางตอ่ กนั จะยาว

จาก ( A  A ) + ( B  B ) = ( A + B )  ( A + B )

( 16.32  0.02 ) +( 20.68  0.01 ) = ( 16.32 + 20.68 )  ( 0.02 +

0.01 )

= 37.00  0.03 เซนตเิ มตร

เชือกสองเส้นนีม้ คี วามยาวต่างกัน

จาก ( B  B ) - ( A  A ) = ( A - B )  ( A + B )

( 20.68  0.01 ) - ( 16.32  0.02 ) = (20.68 - 16.32 )  ( 0.02 + 0.01 )

= 4.36  0.03 เซนติเมตร

ตัวอย่าง แผ่นพลาสติกรูปสี่เหล่ียมผืนผ้า มีด้านกว้าง 36.20  0.05 เซนติเมตร และมีด้านยาว 96.45 0.05

เซนตเิ มตร แผ่นพลาสติกน้ีจะมีพ้นื ทเี่ ป็นเทา่ ไร

วธิ ีทา แผน่ พลาสตกิ นี้จะมพี นื้ ที่เป็น A B
A B
( A  A )  ( B  B ) = (AB)( x 100 % + x 100 % )

0.05 0.05
( 36.20  0.05 )  ( 96.45 0.05 ) = ( 36.20  96.45 ) ( 36.20 x 100 % + 96.45 x 100 % )

= 3491.49  ( 0.19 % )
พืน้ ที่แผน่ พลาสตกิ = 3.49.49  6.63 cm2

ผ 2-12

กราฟในวิชาฟสิ ิกส์
กราฟท่ีมักพบในวิชาฟิสิกส์ส่วนใหญ่ได้แก่ กราฟเส้นตรง และกราฟเส้นโค้ง ( กราฟพาราโบลา ,

กราฟไฮเปอร์โบลา )
กราฟเส้นตรง เป็นกราฟท่ีแสดงความสัมพันธ์เชิงเส้นของค่า ในแกน X และ แกน Y คือ X และ Y มี

กาลงั หนงึ่ ท้งั คู่ เช่น

( X2 , Y2 )

 ( X1 , Y1 )
ความสมั พันธ์ของแกน X และ Y จะมคี วามหมายในการแปลข้อมูล โดยส่วนท่ีสาคัญของกราฟอย่างหน่ึง

คือ ความชัน และพนื้ ท่ีใต้กราฟ

จากสมการ กราฟเส้นตรง y = mx + c y2 -y1
เมื่อ x2 - x1
m คือ ความชนั ( m = tan , m= )

c เปน็ คา่ คงตวั ตัดท่ีแกน y

ตัวอยา่ ง วตั ถหุ นงึ่ เคลือ่ นทีด่ ว้ ยความเรง่ คงที่ โดยมคี วามสมั พนั ธร์ ะวา่ งความเร็วและเวลา ดงั น้ี

v = 2t + 6 ความสัมพันธ์นี้ เม่ือนาไปเขียนกราฟจะได้กราฟลักษณะใด ขณะเร่ิมสังเกตนัตถุน้ีมีความเร็ว

หรือไม่ อย่างไร และความเรง่ ของวัตถุน้ีมคี ่าเท่าไร

วธิ ที า จากสมการความสมั พนั ธ์ v = 2t + 6 จะได้วา่ v และ t จะยกกาลังหนง่ึ จึงเป็นกราฟเส้นตรง

และมสี มการ รปู เดยี วกบั กราฟเส้นตรง คือ y = mx + c จะได้กราฟเสน้ ตรงลกั ษณะดงั นี้

v ขณะเริ่มสงั เกต คือ เวลา 0 วินาที วัตถุมคี วามเรว็ = 6 เมตร/วนิ าที
ความเรง่ คอื การเปล่ยี นแปลงความเรว็ ในหน่ึงหน่วยเวลา

พจิ ารณาจากกราฟเป็นกราฟเสน้ ตรงความชันคงท่ีแสดงว่ามกี าร
( 0 , 6 ) เปลยี่ นแปลงความเร็วอย่างสมา่ เสมอ ดังน้นั ความเร่ง = 2 เมตร/(วินาที)2

กราฟพาราโบลา เปt็นกราฟท่ีแสดงความสัมพันธ์ของปริมาณหน่ึงเป็นสัดส่วนโดยตรงกับอีกปริมาณ

หนึง่ ยกกาลงั สอง เช่น y = mx2
สมการกราฟพาราโบลา y = mx2

สมการในวชิ าฟิสิกส์ทเ่ี กยี่ วข้อง
1
1. Ek = 2 mv2

2. S = ut + 1 at2
2

ผ 2-13

กราฟไฮเปอรโ์ บลา เป็นกราฟท่แี สดงความสมั พนั ธ์ในลกั ษระท่ีปรมิ าณหนึ่งแปรผกผันกับ

อกี คา่ หนึ่ง โดยปรมิ าณทง้ั สองมีกาลังหนึ่งท้ังคู่ เชน่ k
x
สมการกราฟไฮเปอร์โบลา xy = k หรือ y =

สมการในวชิ าฟสิ ิกสท์ เ่ี กี่ยวขอ้ ง

F = ma ถ้าพจิ ารณา ที่ F และ a โดย m คงที่ จะได้กราฟ เสน้ ตรง
1
ถา้ พจิ ารณา m และ a โดย F คงที่ จะได้ a  m

และไดก้ ราฟในลกั ษระเป็นกราฟไฮเปอรโบลา

ผ 2-14

รายวชิ า ฟิสิกส์ 1 แบบฝึกทกั ษะ 2 จุดประสงคก์ ารเรยี นรูท้ ี่ 2
รหสั วิชา ว 30201 ใช้ประกอบแผนจัดการเรยี นรทู้ ่ี 2
ระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 4 คะแนน 5 คะแนน
เร่อื ง การทดลองในวชิ าฟิสกิ ส์ เวลา 5 นาที

ช่ือ..........................................................………………………………………….………….. ชัน้ ม. 4 /......…. ……….เลขท่ี

............….
1. นักเรียนคนหน่ึงบันทกึ ตัวเลขจากการทดลองเป็น 0.0825 กโิ ลกรมั , 650 x10- 2 เมตร , 20.5 เซนติเมตร

, 8.00 วนิ าที และ 200 ลกู บาศก์เซนติเมตร จานวนตวั เลขเหล่านี้มีเลขนัยสาคัญกี่ตวั

ตอบ 0.0825 กโิ ลกรมั มเี ลขนยั สาคญั …………….ตวั
650 x10- 2 เมตร
มีเลขนัยสาคัญ…………….ตวั

20.5 เซนตเิ มตร มีเลขนัยสาคัญ…………….ตวั

8.00 วินาที มเี ลขนัยสาคัญ…………….ตวั

200 ลูกบาศกเ์ ซนตเิ มตร มีเลขนยั สาคญั …………….ตวั

2. จงหาผลลพั ธ์ของ 3.50 + 4.95 – 2.52 ตามหลกั เลขนัยสาคญั
7.0
วธิ ีทา
3.50
7.0 + 4.95 – 2.52 = ( ………… ) + 4.95 – 2.52

= ……………………………

ผลลพั ธ์ตามหลกั เลขนัยสาคญั = …………………………… ตอบ

3. จงหาผลบวกและผลตา่ งของจานวน ( 3.45  0.02 ) กบั ( 2.13  0.03 )

( 3.45  0.02 ) + ( 2.13  0.03 ) = ( …………………….. )  ( ………………………. )
= ….. ……………………….

( 3.45  0.02 ) - ( 2.13  0.03 ) = ( …………………….. )  ( ………………………. )
= ….. ……………………….

4. กราฟความสัมพันธร์ ะหว่าง v กบั t ท่ีไดจ้ าก สมการ v = 5t – 6 จะเปน็ กราฟลกั ษณะใด …………………

ผ 2-15

รายวิชา ฟิสิกส์ 1 เฉลย จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ท่ี 2
รหสั วิชา ว 40101 แบบฝึกทักษะ 2 ใชป้ ระกอบแผนจัดการเรียนรู้ท่ี 2
ระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4
คะแนน 5 คะแนน เวลา 5 นาที
เร่อื ง การทดลองในวชิ าฟิสกิ ส์

1. นกั เรียนคนหนึ่งบนั ทกึ ตัวเลขจากการทดลองเปน็ 0.0825 กโิ ลกรมั , 650 x10- 2 เมตร , 20.5 เซนติเมตร

, 8.00 วนิ าที และ 200 ลูกบาศก์เซนติเมตร จานวนตวั เลขเหลา่ นมี้ เี ลขนยั สาคญั กตี่ ัว

ตอบ 0.0825 กโิ ลกรัม มเี ลขนยั สาคญั …3….ตวั
650 x10- 2 เมตร
มีเลขนยั สาคัญ…3….ตวั

20.5 เซนติเมตร มเี ลขนัยสาคญั …3…….ตวั

8.00 วินาที มีเลขนัยสาคญั …3…….ตวั

200 ลูกบาศกเ์ ซนติเมตร มเี ลขนัยสาคญั …1….ตวั

2. จงหาผลลพั ธข์ อง 3.50 + 4.95 – 2.52 ตามหลักเลขนัยสาคัญ
7.0
วิธที า
3.50
7.0 + 4.95 – 2.52 = ( …0.5… ) + 4.95 – 2.52

= ……2.93……

ผลลัพธต์ ามหลักเลขนัยสาคัญ = ……2.9…………… ตอบ

3. จงหาผลบวกและผลต่างของจานวน ( 3.45  0.02 ) กับ ( 2.13  0.03 )
( 3.45  0.02 ) + ( 2.13  0.03 ) = ( …3.45 + 2.13.. )  ( …0.02 + 0.03. )
= ….5.58  0.05

( 3.45  0.02 ) - ( 2.13  0.03 ) = ( …3.45 – 2.13.. )  ( …0.02 + 0.03.)

= ….. 1.32  0.05….
4. กราฟความสมั พันธ์ระหว่าง v กบั t ทไี่ ดจ้ าก สมการ v = 5t – 6 จะเปน็ กราฟลักษณะใด ..กราฟ
เสน้ ตรง…

ผ 2-16

รายวชิ า ฟิสิกส์ 1 ใบงาน 2.1 จดุ ประสงค์การเรียนรู้ที่ 2
รหสั วิชา ว 30201 ใช้ประกอบแผนจดั การเรียนรูท้ ่ี 2
ระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4 5 คะแนน ( A )
เร่อื ง การทดลองในวิชาฟสิ ิกส์ เวลา 10 นาที

ชอ่ื ……………………………………………………………………………………………………..………..……ชน้ั ……………เลขท่ี………….

1.ให้นักเรยี นเลือกเขยี นแสดงความคิดเหน็ วา่ การบันทึกข้อมลู ท่ไี ดจ้ ากการทดลอง โดยเฉพาะจากเคร่ืองมือ
แบบสเกล จะเป็นข้อมูลเชงิ ปริมาณ ตวั เลขทกุ ตัวมีความสาคัญ เทา่ กัน หรือตา่ งกันอยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
2. ความคิดเหน็ ของกลุ่มเหน็ วา่ การบันทึกขอ้ มูล ท่ีไดจ้ ากการทดลอง โดยเฉพาะจากเคร่ืองมือแบบสเกล จะเปน็
ข้อมลู เชิงปริมาณ ตวั เลขทุกตัวมีความสาคัญ เท่ากัน หรือต่างกนั อย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….

3.ความคิดเห็นทน่ี ักเรียนและครรู ว่ มกันอภิปรายสรปุ เห็นวา่ การบันทึกข้อมูล ท่ีไดจ้ ากการทดลอง โดยเฉพาะ
จากเคร่ืองมือแบบสเกล จะเป็นขอ้ มลู เชิงปริมาณ ตวั เลขทุกตวั มีความสาคญั เท่ากัน หรือตา่ งกันอยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….

ผ 2-17

รายวชิ า ฟิสิกส์ 1 ใบงาน 2.2 จุดประสงคก์ ารเรียนร้ทู ่ี 2
รหัสวิชา ว 30201 ใช้ประกอบแผนจัดการเรียนรทู้ ่ี 2
ระดับช้ัน มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4 5 คะแนน ( P )
เร่อื ง การทดลองในวิชาฟสิ ิกส์ เวลา 40 นาที

ชือ่ …………………………………………………………………………………………….……………………ช้ัน…………เลขท่ี……..กลุ่ม
ท…่ี ………

1. ใหน้ ักเรียนสรุปสาระสาคัญที่ได้จากการสืบคน้ ขอ้ มูล และบันทกึ ลงในสมุด
1. ตัวเลขนัยสาคญั
2. ค่าความไมแ่ น่นอนในการวดั
3. การเขยี นกราฟ และการรายงานกราฟ

2. ใหน้ ักเรยี นเตมิ คา หรือข้อความลงในช่องวา่ งใหถ้ กู ต้อง

1. การบันทกึ ข้อมูลเปน็ ตัวเลข จากการทดลองในวชิ าฟสิ กิ ส์ เช่น การทดลอง เร่ืองลกู ตุ้มอยา่ งง่าย ความยาว

ของสายลกู ตุม้ เปน็ 40.0  0.2 เซนติเมตร อยากทราบว่าเลข 40.0 เซนติเมตร มีเลขนัยสาคัญกีต่ วั ………..

จากข้อ 1. ตัวเลขท่ีบอกค่าความไมแ่ นน่ อนของการวดั คือ …………………………………………………

1. จาก ข้อ 1. ตวั เลขที่ไดจ้ ากการวัดโดยตรง คอื .……………………………………………………………..

2. จากข้อ 1. ความยาวของสายลูกตมุ้ จะยาวที่สุดเทา่ กับ…………………………………………เซนติเมตร

3. เหล็กเสน้ หน่งึ ยาว 0.80  0.02 เมตร อีกเส้นหนึ่งยาว 2.00  0.01 เมตร เม่ือนามาตอ่ กันลวดท้ัง

สองน้ียาว ……………………………… เมตร

4. 1.03 + 2.25+ 3.4 = ………………….…….………………………………………………………….

5. 2.54 x 2.5 = ……………………………………………………..………………………………………….

6. ในวงจรไฟฟ้ากระแสตรง และตัวนานน้ั เปน็ โลหะ ความต่างศกั ย์ ( V ) ระหว่างตวั ต้านทานนั้น จะเป็นไปตาม

สมการ V = IR , เมอื่ นาความสัมพันธ์ระหว่างความต้านทาน ( R ) และ กระแสไฟฟา้ ( I ) ไปเขยี นกราฟจะ

ได้กราฟลักษณะใด ………………………………………………………………………………..

7. สมการ การเคลื่อนท่ีของวัตถุหนง่ึ เป็น S = v t เม่อื นาความสัมพนั ธ์ระหว่าง S กบั t ไปเขยี นกราฟจะได้

กราฟลักษณะใด ………………………………………………………………………………………. 1
2
8. ลกู ปืนมวล m ถกู ยิงออกจากกระบอกปืนดว้ ยความเรว็ v ทาใหล้ กู ปืนมีพลงั งานจลน์ตามสมการ Ek =

mv2 เม่ือนาความสมั พันธร์ ะหว่าง Ek กบั v ไปเขียนกราฟจะได้กราฟลักษณะใด ……………………………

ผ 2-18

รายวิชา ฟสิ ิกส์ 1 ใบงาน 2.3 จดุ ประสงค์การเรียนรู้ท่ี 2
รหสั วิชา ว 30201 ใช้ประกอบแผนจดั การเรยี นร้ทู ่ี 2
ระดับช้ัน มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 5 คะแนน ( A )
เร่ือง การทดลองในวชิ าฟสิ ิกส์ เวลา 10 นาที

ช่ือ……………………………………………………………………….………………………………ชัน้ …………เลขที่……..กลุ่มท่ี…………

1. จงหาผลลัพธข์ องคาตอบต่อไปนต้ี ามหลกั เลขนยั สาคัญ

ก. 1.27 + 2.4 – 0.004
8.5
ข. 4.0 + 2.86 - 0.7

2. แผน่ ไม้อดั หน่งึ รูปสเ่ี หลี่ยมผนื ผา้ กว้าง 85.200.05 เซนติเมตร และยาว 196.450.05 เซนตเิ มตร แผน่
ไม้อัดน้จี ะมีพน้ื ท่ีเป็นเทา่ ใด

รายวชิ า ฟสิ ิกส์ 1 ใบกิจกรรม 2 ผ 2-19
รหัสวิชา ว 30201

ชื่อ..........................................................………………….. ชั้น ม. 4 /......…. ……….เลขที่............….

ผลการเรียนท่คี าดหวงั ที่ 2. สารวจตรวจสอบ ทดลอง และอธิบายเกี่ยวกับการบันทึกข้อมลู ทกั ษะการทดลอง
การนาเสนอข้อมลู การเขยี น และการรายงานกราฟ

คาสั่ง ให้นกั เรียนสรุปความรทู้ เ่ี กย่ี วกับ การทดลองในวชิ าฟิสิกส์ เป็นแผนผังมโนทัศน์ ( Concept Mapping
)

องคค์ วามรู้ เรอื่ ง………………………………………………………………………………
เก่ยี วข้อง ในหวั ข้อเร่อื ง การทดลองในวิชาฟสิ ิกส์
ให้งาน วันที่………………………………………………………………………………
กาหนดสง่ วันที่………………………………………………………………………………
สง่ งาน วนั ท่ี……………………………..…………ลงชือ่ ………………………………ผู้ส่ง

ลงชื่อ………………………………ผูร้ บั
( นายชาตรี ศรมี ว่ งวงค)์
อาจารยป์ ระจาวิชา ว 30201

ลาดับ รายการ 5 4 3 2 1 หมายเหตุ
1 ความเก่ยี วขอ้ งกับจดุ ประสงค์และเนื้อหาสาระ
2 ความสมั พนั ธ์ กับชวี ิตประจาวัน
3 รปู แบบ สามารถนาไปเป็นแบบอย่างได้
4 ความคดิ รเิ รมิ่ สร้างสรรค์
5 ความสะอาด เรียบร้อย

5 = ดมี ากท่ีสดุ 4 = ดีมาก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ควรปรบั ปรงุ

ผู้ประเมนิ ลงช่อื ……………………………………………………ชน้ั …………….เลขที่………...
วนั ที่………………………………………………………………………………………

ผ 2-20

แผนผงั มโนทัศน์ ( Concept Mapping )
องค์ความร้เู รอื่ ง …………………………………………..

เจ้าของผลงาน ช่อื ……………………………………………………ชน้ั ……………..เลขท…่ี …….

ผ 2-21

รายวิชา ฟสิ ิกส์ 1 แบบทดสอบ แผนจัดการเรยี นเรยี นรทู้ ่ี 2
รหสั วิชา ว 30201 ( ก่อนเรียน – หลงั เรียน ) ประกอบแผนจัดการเรยี นรู้ท่ี 2
ระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4
เวลา 15 นาที

ผลการเรียนท่คี าดหวังท่ี 2 สารวจตรวจสอบ ทดลอง และอธิบายเก่ียวกับการบันทึกข้อมูล ทักษะการ
ทดลอง การนาเสนอข้อมูล การเขยี น และการรายงานกราฟ
คาสัง่ จงเลือกคาตอบท่ถี ูกต้องลงในกระดาษคาตอบ

1. จงเรียงลาดับเลขนยั สาคญั ต่อไปน้ีจากมากไปน้อย 0.05 , 0.70 , 0.145 , 0.1025

ก. 0.05 , 0.70 , 0.145 , 0.1025 ข. 0.70 , 0.145 , 0.1025 , 0.05

ค. 0.1025 , 0.145 , 0.70 , 0.05 ง. 0.145 , 0.1025 , 0.05 , 0.70

2. ผลลพั ธ์ตามหลักเลขนัยสาคัญของ 3.25 + 2.1 – 1.13 คือ ง. 4.27
ก. 4 ข. 4.2 ค. 4.22

3. ผลลพั ธ์ตามหลักเลขนัยสาคญั ของ ( 4.5 x 1.12 ) – 1.34 คอื

ก. 2.7 ข. 2.66 ค. 3.0 ง. 3.00

4. ผลลัพธต์ ามหลักเลขนัยสาคัญของ ( 2.25  1.5 ) + 1.25 คอื

ก. 3.0 ข. 3.00 ค. 2.75 ง. 2.8

5. ผลลพั ธ์ตามหลกั เลขนัยสาคญั ของ 360 3.00 คอื
ก. 12.00x101 ข. 1.20x102 ค. 1.2x102 ง. 12.0x101

6. ในการวัดความยาวของเหล็กเส้น ได้ความยาว 8.25 เมตร ถ้าผู้วัดเห็นว่าเลขตัวสุดท้ายอาจเป็น 3 หรือ 7 ก็

ได้ เขาควรบันทึกผลการวดั เปน็ เทา่ ไร

ก. 8.23  0.03 เมตร ข. 8.25  0.02 เมตร

ค. 8.27  0.01 เมตร ง. 8.28  0.05 เมตร

7. เหล็กเส้นหน่ึงยาว 12.24  0.02 เมตร ตดั ออกเปน็ 2 ส่วน โดยเส้นหน่ึงยาว 7.14  0.01 เมตร เหล็กอีก

เส้นจะยาวเท่าใด

ก. 5.10  0.01 เมตร ข. 5.10  0.02 เมตร

ค. 5.10  0.03 เมตร ง. 19.38  0.01 เมตร

ผ 2-22

8. การศึกษาการแกว่งของลูกตุ้มอย่างง่ายได้สมการเป็น T = 2 L เมื่อนาความสัมพันธ์ระหว่าง คาบ (
g
T ) และความยาวของเส้นเชือก ( L ) ทผ่ี กู ลกู ตุม้ ไปเขยี นกราฟจะได้กราฟในลักษณะใด ( g = 10 m / s2 )

ก. กราฟเส้นตรง ข. กราฟพาราโบลา

ค. กราฟไฮเปอร์โบลา ง. กราฟวงกลม

9. รถคนั หน่ึงเคล่อื นท่ดี ้วยความเร่งคงท่ี ได้สมการเป็น v = 10 – 2t กราฟในข้อใดที่เป็นจริงตามสมการนี้มาก
ท่สี ุด

ก. ข. ค. ง.

10. ในการทดลองกฎของโอหม์ ตามสมการ V = IR ในลวดโลหะชนิดตา่ งๆ ความสัมพันธ์ระหว่าความต่างศักย์ (
V ) กบั กระแสไฟฟา้ ( I ) ในวงจรไฟฟ้ากรกะแสตขรง กราฟเสน้ ใดมีความตา้ นทานมากทีส่ ดุ

Vค



I

ก. กราฟ ง. ข. กราฟ ค. ค. กราฟ ข. ง. กราฟ ก.

ผ 2-23

รายวิชา ฟิสกิ ส์ 1 เฉลยแบบทดสอบ จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ท่ี 2
รหสั วชิ า ว 30201 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 ก่อนเรยี น ประกอบแผนจดั การเรียนรทู้ ี่ 2
หลังเรยี น

เฉลยแบบทดสอบ
กอ่ นเรยี นและหลังเรียน
ข้อ คาตอบ
1ค
2ข
3ก
4ง
5ค
6ข
7ค
8ข
9ค
10 ง

แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ 3
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ 1 ความรู้พ้นื ฐานเกีย่ วกับฟิสกิ ส์ เร่อื งที่ 3 ปรมิ าณสเกลาร์และปริมาณเวกเตอร์

วชิ า ฟิสิกส์ 1 รหัสวิชา ว30201 ชั้น ม.4 เวลา 5 ชว่ั โมง หนว่ ยการเรียน 1.5 หนว่ ย
อาจารย์ผูส้ อนนายชาตรี ศรมี ว่ งวงค์

1. มาตรฐาน
มาตรฐาน ว 4.2 เขา้ ใจลกั ษณะการเคล่ือนที่แบบต่างๆ ของวัตถุในธรรมชาติมีกระบวนการสืบเสาะ

หาความรแู้ ละจติ วิทยาศาสตร์ สอื่ สารสิ่งท่เี รียนรู้และนาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์

2. ตวั ชี้วดั

สืบค้นขอ้ มลู อภิปราย และคานวณเก่ยี วกบั ปรมิ าณสเกลาร์และปรมิ าณเวกเตอร์

3. จดุ เนน้ ที่ต้องการพฒั นาคณุ ภาพผ้เู รียน
1. ทักษะแสวงหาความรดู้ ว้ ยตนเองเพื่อการแกป้ ัญหา
2. ทักษะการคิดขน้ั สูง
3. ทกั ษะการสอ่ื สารอย่างสรา้ งสรรคต์ ามช่วงวยั
4.คณุ ลักษณะม่งุ ม่นั ในการทางาน
5. คุณลกั ษณะใฝร่ ูใ้ ฝ่เรยี น
การบูรณาการ
1.สาระอาเซยี น -
2.สาระฯ ทอ้ งถิ่น เรื่อง เส้นทางในชมุ ชน
3.เศรษฐกจิ พอเพียง -

4. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
ปริมาณทางกายภาพจะเป็นส่ิงที่บอกให้ทราบว่าสิ่งนั้นมีค่ามากหรือน้อยอย่างไร ก็สามารถที่จะเข้าใจ

แต่บางอย่างตอ้ งมกี ารบอกเงื่อนไขอยา่ งอน่ื เพิ่มจึงจะสามารถเข้าใจและทาไดถ้ ูกต้อง
ปริมาณที่บอกเฉพาะขนาดแล้วเข้าใจในปริมาณนั้นได้ถูกต้อง เรียกปริมาณนั้นว่า ปริมาณ สเกลาร์

เชน่ มวล เวลา เป็นตน้ ปริมาณทตี่ ้องบอกทงั้ ขนาดและทศิ ทาง จงึ เขา้ ใจปริมาณน้นั ได้ถูกต้อง เรียกปริมาณน้ัน
ว่า ปริมาณเวกเตอร์ เช่น แรง น้าหนัก เป็นต้น ดังนั้นการรวมปริมาณ เวกเตอร์จึงต้องคานึงถึงทิศทาง
ด้วย โดยหาเวกเตอรล์ ัพธ์ได้ดว้ ยวธิ ีสรา้ งรปู และวิธีคานวณ(ใหไ้ ดค้ วามถูกตอ้ งมากทีส่ ุด )

ผ 3-2

5. สาระการเรียนรู้
สาระแกนกลาง/สาระทอ้ งถิ่น
ความรู้ (รู้อะไร) (K)
1. ปรมิ าณสเกลาร์และปริมาณเวกเตอร์
2. การรวมปรมิ าณเวกเตอร์
ทักษะ/สมรรถนะ (P)
1. ความสามารถในการสือ่ สาร
2.ความสามารถในการคิด
3.ความสามารถในการแก้ปญั หา
4.ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ิต
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)
ใฝ่เรยี นรู้ (ต้ังใจเพยี งพยายามในการเรยี น และเขา้ รว่ มกจิ กรรมการเรียนรู้,แสวงหาความรู้รจู้ ากแหลง่

เรยี นรตู้ ่าง ๆ ทง้ั ภายในและภายนอกโรงเรยี นด้วยการเลือกใชส้ ื่ออยา่ งเหมาะสม สรุปเป็นองค์ความรู้ และ
สามารถนาไปใชใ้ นชีวิตประจาวนั ได้)

6. ช้ินงาน/ภาระงาน

ใบงานท่ี 1

7. การวดั และประเมินผล

7.1 การประเมนิ ระหว่างจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

ช้ินงาน/ภาระงาน วิธีการประเมนิ เครอ่ื งมอื เกณฑก์ ารประเมิน
-
1.การวดั ผลคณุ ธรรม สั ง เ ก ต พ ฤ ติ ก ร ร ม แบบวัดพฤติกรรม
-
จิตพสิ ยั นกั เรยี น นักเรียน
รอ้ ยละ 50 ขึ้นไป
2. การประเมนิ ผลจาก ตรวจใบงาน 3.1 – 3.3 ใบงานที่ 3.1-3.3 -
ระดับ 3 ข้ึนไป
สภาพจรงิ ร้อยละ 50 ขึ้นไป

ตรวจแบบฝึกทักษะ 3 แบบฝึกทักษะ 3 เกณฑก์ ารประเมิน
ร้อยละ 60 ข้ึนไป
ตรวจสมุดจด ใบกิจกรรม 3

ตรวจใบกิจกรรม 3

3. การวดั ผลหลงั เรียน แ บ บ ท ด ส อ บ ร า ย แบบทดสอบราย

จุดประสงค์ที่ 3 จุดประสงค์ที่ 3

7.2 การประเมนิ เมื่อสน้ิ สุดการเรียนรู้

ช้นิ งาน/ภาระงาน วธิ ีการประเมนิ เครือ่ งมือ

แบบทดสอบ ตรวจแบบทดสอบ แบบทดสอบ

ผ 3-3

8. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขั้นสรา้ งความสนใจ
1.1 นักเรยี นและครูรว่ มกนั สนทนา เก่ียวกบั คน 2 คนการออกแรงกระทาต่อโต๊ะเท่ากันพร้อม

กัน โต๊ะจะเคลื่อนท่ีอย่างไร เพ่ือนาไปสู่คาถามท่ีว่า “ถ้า มีปริมาณ A มีขนาดเท่ากับ 21 หน่วย และ ปริมาณ B
มีขนาดเท่ากับ 13 หนว่ ย เม่อื เรารวมปริมาณท้งั สอง แลว้ มขี นาด 30 หนว่ ย เป็นไปไดห้ รือไม่อย่างไร”

1.2 นักเรียนตอบข้อซักถามของครูว่า “ ถ้า มีปริมาณ A มีขนาดเท่ากับ 21 หน่วย และ
ปริมาณ B มีขนาดเท่ากับ 13 หน่วย เม่ือเรารวมปริมาณทั้งสอง แล้วมีขนาด 30 หน่วย เป็นไปได้หรือไม่
อย่างไร” ( ท้ิงชว่ งใหน้ ักเรียนคดิ )

1.3 นักเรียนร่วมกันอภิปรายในแต่ละกลุ่ม พร้อมทั้งบันทึกความเห็นของกลุ่มในใบงาน 3.1
เฉพาะข้อ 1 และขอ้ 2 (เปิดโอกาสให้นักเรยี นไดแ้ สดงความคดิ เหน็ โดยยังไม่เน้นถูกผดิ )

1.4 ตวั แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอความเห็นของกลุ่ม ( ของแต่ละคนในกลุ่มโดยตัวแทน
ของกลมุ่ และข้อสรุปของกลุม่ )

1.5 นักเรยี นและครูร่วมกันอภิปรายเก่ียวกับ “ถ้า มีปริมาณ A มีขนาดเท่ากับ 21 หน่วย และ
ปริมาณ B มีขนาดเท่ากับ 13 หน่วย เมื่อเรารวมปริมาณทั้งสอง แล้วมีขนาด 30 หน่วย เป็นไปได้หรือไม่
อยา่ งไร” แลว้ บันทึกลงในใบงาน 3.1

1.6 นักเรยี นทาแบบทดสอบก่อนเรียน จานวนข้อสอบ 10 ข้อ
1.7 แจง้ ให้นักเรยี นทราบวา่ จะไดศ้ ึกษาเกย่ี วกับ ปรมิ าณสเกลาร์และปรมิ าณ เวกเตอร์

ขั้นสารวจและคน้ หา

2.1 นักเรียนสืบค้นข้อมูลเก่ียวกับ ปริมาณสเกลาร์และปริมาณเวกเตอร์ จากใบความรู้ 3

พร้อมกับใบงาน 3.2 แลว้ สรปุ สาระสาคัญ บันทึกลงในสมุดจดบันทึกและตอบคาถาม

2.2 สุ่มนกั เรยี น 1 กลมุ่ เสนอผลการสบื ค้นขอ้ มลู

ข้นั อธิบายและลงข้อสรปุ

3.1 นักเรียนนาขอ้ มลู จากข้ันการสบื คน้ ขอ้ มลู มาอภิปรายร่วมกับครู

3.2 ครูอธิบายเพิ่มเติมเก่ียวกับ ปริมาณสเกลาร์และปริมาณเวกเตอร์ เพื่อให้นักเรียนสรุป

สาระสาคญั ลงในสมุดจดบนั ทึก

B ขน้ั ขยายความรู้ “ ถ้า A เป็นปริมาณเวกเตอร์ มีขนาด 18
4.1 นักเรียนสนทนาซักถามครูและตอบคาถามว่า

หน่วย และ เป็นปริมาณเวกเตอร์ มีขนาด 12 หน่วย เวกเตอร์จะมีค่าเท่าใด ” ( ท้ิงช่วงให้นักเรียนคิด )

เพ่อื นาไปสู่ การรวมเวกเตอร์

4.2 นักเรียนและครูรว่ มกนั อภิปราย เกย่ี วกับ การรวมเวกเตอร์ จากใบความรู้ 3

4.3 นกั เรียนรว่ มกนั สืบคน้ แกป้ ัญหา ในใบงาน 3.3

4.4 นกั เรยี นทาแบบฝกึ ทักษะ 3

ขน้ั ประเมิน

5.1 นกั เรียนเขยี น Concept mapping เก่ียวกับ ปรมิ าณสเกลารแ์ ละปริมาณเวกเตอร์ ในใบ

กิจกรรม 3

ผ 3-4

5.2 นักเรียนนา Concept mapping อภิปรายแลกเปล่ียนกับเพ่ือนๆ และประเมินผลงาน
ใหก้ ับเพ่ือน

5.3 นักเรียนที่เป็นเจ้าของผลงาน Concept mapping ท่ีได้รับการประเมินจากเพ่ือนมา
อภปิ รายเก่ยี วกบั Concept ในงานนน้ั โดยการสุ่มจากครู

5.4 นักเรียนทาแบบทดสอบหลังเรียน และอนุญาตให้นักเรียนเล่นการใช้เกมส์หมากฮอส
พัฒนาทักษะการคดิ ของนกั เรียนระหวา่ งทที่ าแบบทดสอบหลังเรยี น

9. สอื่ /แหล่งเรยี นรู้ จานวน สภาพการใชส้ ่อื
1 ชุด ใช้ข้นั สรา้ งความสนใจ
รายการสอื่ 1 ชดุ ใชข้ ั้นสรา้ งความสนใจ
1. แบบทดสอบก่อนเรียน 1 ชดุ ใช้อธิบายและลงข้อสรุป ( ใช้ขน้ั ประเมิน )
2. ใบงาน 3.1 1 ชดุ ใช้อธิบายและลงขอ้ สรปุ
3. แบบฝกึ ทกั ษะ 3 1 ชดุ ใช้สารวจและคน้ หา
4. ใบความรู้ 3 1 ชุด ใชข้ ยายความรูแ้ ละลงขอ้ สรุป
5. ใบงาน 3.2 1 ชุด ใช้ขัน้ ประเมินและลงข้อสรปุ
6. ใบงาน 3.3 1 ชดุ ใชข้ ั้นประเมนิ
7. ใบกิจกรรม 3 ใชท้ ุกขัน้ ตอน
1 ชุด
8. แบบทดสอบหลงั เรยี น ใชท้ ุกขน้ั ตอน
9.เว็บไซต์ www.wikipedia.org
และ http://www.rmutphysics.com ใชท้ กุ ขนั้ ตอน
10.Power Point
เร่อื งท่ี 3 เรือ่ งท่ี 3 ปรมิ าณสเกลารแ์ ละ
ปริมาณเวกเตอร์
11.การใชเ้ กมส์หมากฮอสพัฒนาทักษะการ
คดิ ของนกั เรียน

10. กจิ กรรมเสนอแนะ วิธดี าเนนิ กจิ กรรม
กิจกรรมเสรมิ ทักษะหรือซ่อมเสรมิ
1. ครคู วบคุมดแู ลให้อย่ใู นกรอบระหว่างเรยี น
รายการ 2. ครคู อยเสริมหรือแก้ไขเมอ่ื การอภิปรายของนักเรียน
1. ปรับปรงุ – แก้ไขขอ้ บกพร่องของผูเ้ รียน
ไมส่ มบูรณ์
2. สง่ เสรมิ ความรู้ความสามารถของผูเ้ รียน 3. ครูชีแ้ จงข้อบกพร่องในการทากิจกรรม
4. ครเู ฉลยขอ้ สงสยั ทน่ี ักเรียนทาไมไ่ ด้
5. สอนซ่อมเสริมนักเรียนทไ่ี ม่ผา่ นประเมนิ หลงั เรียน

1. ให้นกั เรยี นทาชิน้ งาน 1 ชิน้ งาน

ผ 3-5

11.บันทึกผลหลังการสอน วนั ที่ จานวนนักเรยี น(คน)

ช่อื แผนการจดั การเรียนรู้ 23-30 พฤษภาคม 157
คา่ เฉลีย่ ความหมาย
เรื่องที่ 3 ปริมาณสเกลารแ์ ละปรมิ าณเวกเตอร์ 2559

รายการ มาก ปาน นอ้ ย
กลาง
1.กจิ กรรมการเรียนการสอนท่กี าหนดไวใ้ นแผนการจัดการเรยี นรูเ้ ปน็
กิจกรรมท่เี หมาะสมกับวัยของผู้เรียน และเหมาะสมกับสาระการเรียนรู้ 142 15 0 3.00 มาก
สามารถจัดกจิ กรรมการเรยี นการสอนไดต้ ามเวลาทก่ี าหนดไดท้ กุ กจิ กรรม

2.การจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนครงั้ นี้ นักเรียนทกุ คนไดร้ ่วมกิจกรรม 142 15 0 3.00 มาก
และเรยี นรู้อย่างมีความสุข

3.กิจกรรมช่วยให้ผเู้ รยี นมีความรคู้ วามเข้าใจตรงตามสาระการเรียนรู้ เกดิ
คุณลักษณะทีพ่ ึงประสงคแ์ ละมที กั ษะกระบวนการตามทจี่ ดุ ประสงค์กาหนด 142 15 0 3.00 มาก

4.สอื่ การเรยี นการสอนทีก่ าหนดในแผนการจดั การเรยี นรู้ ไดใ้ ช้สือ่ หลาย
อยา่ ง เป็นสื่อทเ่ี หมาะสมกับวยั ผ้เู รียน สอดคลอ้ งกบั เนอื้ หา สามรถใช้
ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ช่วยใหผ้ ู้เรียน 142 15 0 3.00 มาก
เรยี นรอู้ ย่างสนกุ สนานและเข้าใจบทเรยี นได้เร็วยงิ่ ขนึ้

5.การวดั ผลประเมินผล ครอบคลุมพฤติกรรมตามจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรทู้ ่ี 142 15 0 2.81 มาก
กาหนดในแผนการจัดการเรยี นรู้ ผลการวดั ผลและประเมนิ ผล
ผ่าน ไม่ % ผ่าน % ไม่ผ่าน
รายการ KPA ผา่ น รวม

5.1 ดา้ นความรูค้ วามเข้าใจ (K) นกั เรียนท่ผี า่ นจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ที่ 142 15 157 90.45 9.55
กาหนดไว้
142 15 157 90.45 9.55
5.2 ด้านทักษะกระบวนการ (P) นกั เรียนทผ่ี า่ นทักษะกระบวนการตาม
เกณฑ์ 157 0 157 100.00 0.00

5.3 ดา้ นคา่ นยิ ม (A) นักเรียนมีคา่ นิยมตามเกณฑ์

ค่าเฉล่ยี 93.63 6.37

ค่าเฉล่ีย KPA

3.00 3.00 3.00 3.00 3.00 2.81 100.00 90.45 90.45 100.00
2.50 80.00
2.00

60.00
1.50
1.00 40.00

0.50 20.00

0.00 0.00
12345
KPA

ผ 3-6

11.บันทกึ ผลหลังการสอน

การบูรณาการ

การบรู ณาการ รายการทีม่ ีการบูรณาการ

ในการจัดการเรียนการสอน ไดบ้ รู ณาการการเรียนรโู้ ดยบรู ณาการ บรู ณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
ภายในเน้ือหาสาระของกล่มุ วชิ าวิทยาศาสตร์ซง่ึ เป็นการบรู ณาการ อาเซยี น หลกั สตู รท้องถ่นิ และจิตวทิ ยาศาสตร์
ตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพียง อาเซียน และหลกั สตู รทอ้ งถิน่
เพื่อตอ้ งการให้นักเรยี นไดน้ าความรูท้ ีไ่ ดไ้ ปใชใ้ นชีวิตประจาวัน มี
ทักษะชีวิต ท่จี ะกา้ วไปสสู่ งั คมภายนอกได้อย่างมคี วามร้ทู ่เี ทา่ ทนั ใน
ยุคปจั จบุ นั

ส่อื การเรยี นการสอนท่ีเป็นนวัตกรรม

รปู แบบ ชอ่ื นวัตกรรม

Power Point Power Point เรื่องที่ 3 ปรมิ าณสเกลาร์และ
ปรมิ าณเวกเตอร์

การวจิ ัยเพื่อพฒั นาการเรียนการสอน

รูปแบบการวิจัย ชื่องานวจิ ัย

วิจัยในชนั้ เรียนเพ่อื แก้ปญั หานกั เรยี นที่ไม่ผา่ นดา้ นความรู้ความเข้าใจ การใช้เกมส์หมากฮอสพัฒนาทกั ษะการคดิ ของ
นกั เรยี น
ทักษะกระบวนการ ด้านคา่ นยิ ม

ปญั หาและอุปสรรคในการใช้แผนการจดั การเรียนรู้

ปัญหาและอุปสรรค วิธกี ารแกไ้ ขปญั หา

1.นักเรยี นยงั ไม่มที กั ษะในการวเิ คราะห์เหตุผล 1.ใชเ้ กมสห์ มากฮอสพัฒนาทักษะการคดิ ของ
นักเรยี น

ลงช่อื ........................................................
(นายชาตรี ศรมี ่วงวงค์)

ผ 3-7

ขอ้ เสนอแนะของหวั หน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์
................................................................................ ..............................................................................
................................................................................................. .............................................................
............................................................................................................................. .................................

ลงชอื่ ........................................................
(นายสรุ ะศักด์ิ ยอดหงษ์)

ตาแหน่ง หัวหน้ากลุม่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์
วนั ท่ี..........เดือน..........................พ.ศ............

ขอ้ เสนอแนะของรองผู้อานวยการกลมุ่ บริหารงานวชิ าการ
............................................................................................................................. .................................
................................................................................................. .............................................................
............................................................................................................................. .................................

ลงชื่อ ........................................................
(นายวิเชยี ร ยอดนิล)

ตาแหน่ง รองผู้อานวยการกลุ่มบริหารงานวชิ าการ
วนั ที่..........เดือน..........................พ.ศ............
ข้อเสนอแนะของผูอ้ านวยการโรงเรียน
..............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................
............................................................................................................................. .................................
ลงชือ่ ........................................................

(นายจานง อินทพงษ์)
ตาแหน่ง ผูอ้ านวยการโรงเรียนวชั รวทิ ยา
วนั ที่..........เดือน..........................พ.ศ............

ผ 3-8

ภาคผนวกประกอบแผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 3
หน่วยการเรียนรู้ท่ี 1 ความรู้พน้ื ฐานเก่ียวกับฟสิ ิกส์

เรื่องท่ี 3 ปรมิ าณสเกลารแ์ ละปริมาณเวกเตอร์
วิชา ฟิสกิ ส์ 1 รหสั วิชา ว30201 ช้ัน ม.4 เวลา 7 ชวั่ โมง หนว่ ยการเรยี น 1.5 หน่วย

อาจารยผ์ สู้ อนนายชาตรี ศรมี ่วงวงค์
1.ใบความรู้
2.แบบฝึกทักษะ
3.ใบงาน
4.ใบกิจกรรม
5.แบบทดสอบ

ผ 3-9

รายวชิ า ฟิสิกส์ 1 ใบความรู้ 3 ผลการเรยี นที่คาดหวงั ที่ 3
รหัสวชิ า ว 30201 ช้ัน ม.4 ใช้ประกอบแผนจัดการเรยี นรู้ท่ี 3

หัวข้อเร่ือง ปริมาณสเกลารแ์ ละปริมาณเวกเตอร์

ปรมิ าณสเกลารแ์ ละปริมาณเวกเตอร์
ในการศึกษาปริมาณต่างๆในวิชาฟิสิกส์ พบว่าปริมาณเหล่าน้ีแบ่งออกเป็น 2 ประเภทคือ ปริมาณส

เกลาร์ และปรมิ าณเวกเตอร์
1. ปริมาณสเกลาร์ ( Scalar quantity ) คอื ปริมาณท่ีบอกแต่ขนาดอย่างเดียวก็ได้ความหมายสมบูรณ์

ไม่ตอ้ งบอกทศิ ทาง เช่น ระยะทาง มวล เวลา ปริมาตร ความหนาแน่น งาน พลังงาน ฯลฯ การหาผลลัพธ์
ของปรมิ าณสเกลาร์ กอ็ าศยั หลักทางพีชคณติ คอื การบวก ลบ คูณ หาร

2. ปริมาณเวกเตอร์ ( Vector quantity ) คือ ปริมาณที่ต้องบอกทั้งขนาดและทิศทางจึงจะได้
ความหมายสมบูรณ์ เช่น การกระจัด ความเร็ว ความเร่ง แรง โมเมนตัม ฯลฯ การหาผลลัพธ์ของปริมาณ
เวกเตอร์ ตอ้ งอาศยั วธิ กี ารทางเวกเตอรโ์ ดยตอ้ งหาผลลัพธท์ ้ังขนาดและทิศทาง

2.1 สัญลักษณ์ของปรมิ าณเวกเตอร์ แทนดว้ ยลกู ศร ความยาวของลูกศรแทนขนาด หัวลูกศรแทน
ทศิ ทาง และเขียนตวั อกั ษรทมี่ ีลกู ศรคร่ึงอยบู่ นตัวอักษร ดงั ตอ่ ไปน้ี

2 หน่วย 3 หน่วย 3 หน่วย


ACB รูป 1. แสดงเวกเตอร์ A , B และ C
2 หน่วย ไปทางทศิ ตะวนั ออก
โดย เวกเตอร์ มีขนาด 3 หน่วยไปทางทิศเหนอื
เวกเตอร์ มขี นาด
3 หน่วย ทามุม  กบั แนวระดบั
เวกเตอร์ มีขนาด

2.2 เวกเตอร์ที่เทา่ กัน เวกเตอร์ 2 เวกเตอร์ เทา่ กัน เม่อื มขี นาดเท่ากันและมที ิศไปทางเดียวกนั ดัง

รูป 2.

= 22 หหนน่่ววยย 3 หน่วย 3 หน่วย =

รปู 2. แสดงเวกเตอรท์ ี่เท่ากัน

ผ 3-10

2.3 เวกเตอรต์ รงขา้ มกัน เวกเตอร์ 2 เวกเตอร์ ตรงข้ามกนั เมือ่ มขี นาดเท่ากนั แต่มีทิศทางตรงข้ามกัน

ดังรปู 3. ตรงขา้ มกบั

ตรงขา้ มกบั 22 หหนน่่ววยย 3 หน่วย
3 หน่วย -
3 หน่วย

= - 2 หน่วย

- รูป 3. แสดงเวกเตอร์ตรงขา้ มกนั =-

2.4 การบวกลบเวกเตอร์
การบวก ลบ ปริมาณเวกเตอร์ หรือการหาเวกเตอรล์ ัพธ์ สามารถทาได้ 2 วธิ ีคือ
2.4.1 วธิ ีการเขยี นรูป โดยวิธีหางตอ่ หวั เวกเตอร์ลพั ธ์ท่ีได้ จะมีขนาดและทิศจากหางเวกเตอร์

ตัวแรก ถึงหวั ลกู ศรเวกเตอร์ตัวสุดท้าย ดงั ตัวอยา่ งต่อไปนี้
ตัวอยา่ ง กาหนดให้

1. จงหาเวกเตอรล์ ัพธ์ จาก A + B + C + D -
= -+-
= +++
2. จงหาเวกเตอรล์ ัพธ์ จาก A - B + C - D -

3. จงหาเวกเตอรล์ ัพธ์ จาก B - C + D - A -
= -+-

-

ผ 3-11

2.4.2 วิธีการคานวณ การใช้วิธีคานวณในการหาเวกเตอร์ลัพธ์ ก็เพ่ือคาถูกต้องแน่นอนกว่า
การหาเวกเตอรล์ ัพธ์โดยวธิ ีสรา้ งรปู เพราะ การสร้างรปู ถ้าลากความยาวหรือทศิ ลกู ศรคลาดเคล่ือนเพียงเล็กน้อย
ผลของเวกเตอร์ลพั ธ์จะผดิ ไปจากเดมิ

การหาเวกเตอร์ลัพธโ์ ดยวธิ คี านวณหาได้ดงั นี้
ในกใรหณ้ Aนีี้จะแพลิจะารBณาเทวกามเตุมอรเ์ พซยี ึ่งงกัน2แเวลกะเกตันอดรังเ์ ทรูป่านเนั้วกเตอร์ลัพธ์ ( R ) จะมีขนาดเท่าใด และมีทิศ
อยา่ งไร



วิธคี ดิ เพอื่ หาสมการที่ใช้ในการคานวณ เรม่ิ จากการสรา้ งรปู

y

รูป 1. แยก เพอ่ื หาขนาดเวกเตอร์ลพั ธ์



จาก xRR = AA + BB X B Y , เวกเตอร์ B มอี งค์ประกอบคือ B X , B Y
จะได้ = +
+

 sin  หาไดโ้ ดยใชก้ ฎพทิ าธอรัส
cos  รูป 2. เวกเตอร์ลพั ธ์

จากกฎของพิทาธอรสั หาขนาดของเวกเตอร์ จะได้

R = ( A  B cosθ )2  ( Bsin θ )2

R = A2  2AB cos θ  B2cos2θ  B2sin 2θ

R = A2  2AB cos θ  B2 ( cos2θ  sin 2θ)

แต่ cos2 + sin2 = 1 , R = A2  2AB cos θ  B2

ผ 3-12

ดังน้ัน สมการท่ัวๆไปในการหาค่าขนาดของเวกเตอรล์ พั ธ์ จากเวกเตอร์ 2 เวกเตอรร์ วมกัน จะได้

R = A2  B2  2AB cos θ ******

หาทศิ ทางของเวกเตอร์ลัพธ์ R จากรูป ด้านลา่ งน้ี เวกเตอร์ลัพธ์ R จะมที ิศทามุม  กับแนวระดบั

sin 



cos 
การหาทศิ ของเวกเตอรล์ ัพธ์ R คือ การหาคา่ มุม 

จาก tan  = ดา้ นขา้ มมมุ
ดา้ นชิดมุม
Bsin θ
จะได้ tan  = A  B cosθ *****

ตัวอย่าง จงหาเวกเตอร์ลัพธ์ จาก A มีขนาด 4 หนว่ ย และ B มีขนาด 3 หนว่ ย โดยเวกเตอร์ทัง้ สอง
ทามมุ ระหวา่ งกนั ดังนี้ 0 องศา , 60 องศา , 90 องศา และ 180 องศา ตามลาดับ โดยวธิ สี รา้ งรปู และ
วิธคี านวณ
วธิ ีทา A ขนาด 4 หน่วย และ B ขนาด 3 หนว่ ย ทามมุ ระหว่างกัน 0 องศา

สร้างรปู ขนาด 4 หน่วย และ ขนาด 3 หน่วย

ขนาด 7 หน่วย

คานวณ จากสมการท่วั ไป R = A2  B2  2AB cos θ , จะได้  = 0 องศา

จะได้ R = A2  B2  2AB cos 0 , cos 0 = 1
แทนค่า
R = A2  B2  2AB , ( A + B )2 = A2 + 2AB +B2

R = (AB)2

R = A+ B

R = 4 + 3 = 7 หน่วย


Click to View FlipBook Version