The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนฟิสิกส์1ว30201-เทอม1-ปี2559

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chatreewr chatreewr, 2019-11-15 08:57:01

แผนฟิสิกส์1ว30201-เทอม1-ปี2559

แผนฟิสิกส์1ว30201-เทอม1-ปี2559

ผ 5 -13

2. ( เวลาขาขึ้น จะเท่ากบั เวลาขาลง เพราะ การเคลื่อนทท่ี ่ีมรี ะยะทางเท่ากนั ความเร่งเท่ากันเวลา
จะเท่ากนั )
ใชเ้ วลาตั้งแต่เรม่ิ โยนถงุ ทรายจนกลับถึงจดุ โยน = t (ขาขึ้น ) + t ( ขาลง )
ตอบ = 0.6 s + 0.6 s
= 1.2 s

ใชเ้ วลาตั้งแต่เรม่ิ โยนถุงทรายจนกลับถงึ จดุ โยนเท่ากับ 1.2 วนิ าที

3. จากสมการ S = (uv)t
2
( 6 m/s 0 )( 0.6 s )
S = 2

S = 1.8 m

ตอบ จุดสูงสดุ ของถงุ ทรายหา่ งจากจุดโยนเท่ากบั 1.8 เมตร

4. v = S
t
1.8 m
v = 0.6 s = 3 m/s

ตอบ ความเร็วเฉลีย่ ของถงุ ทรายช่วงขาขน้ึ เท่ากบั 3 เมตรต่อวนิ าที

ผ 5 -14

รายวชิ า ฟิสกิ ส์ 1 แบบฝึกทักษะ 5 ผลการเรียนทค่ี าดหวงั ที่ 5
รหัสวิชา ว 30201 ใชป้ ระกอบแผนจดั การเรียนรู้ที่ 5

ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี 4 5 คะแนน ( P ) เวลา 5 นาที

เรอ่ื ง การเคลอื่ นท่ีดว้ ยความเร่งคงตัว

ชือ่ ..........................................................………………….. ช้ัน ม. 4 /......…. ……….เลขท่ี............….

คาช้ีแจง จงเตมิ คาตอบลงในช่องว่างใหถ้ กู ตอ้ ง
1. รถยนต์คันหน่ึงเคล่อื นทจี่ ากสภาพหยดุ นง่ิ ด้วยความเร่ง 2 เมตรตอ่ (วนิ าที)2 จนมีความเรว็ เปน็ 10 เมตรต่อ

วนิ าที ได้ในเวลากว่ี นิ าที และไดร้ ะยะทางกเ่ี มตร ( 5 s , 25

m)

2. วัตถุหนึง่ ขณะสังเกตมีความเรว็ 5 เมตรต่อวนิ าที และมีความเร่ง 2 เมตรต่อ(วนิ าที)2 ใชเ้ วลานานเทา่ ใดจึง

จะมคี วามเรว็ เป็น 54 กโิ ลเมตรตอ่ ชั่วโมง และเคลอ่ื นท่ีได้ระยะทางเทา่ ไร ( 5 s , 50

m)

3. รถยนต์คนั หนง่ึ มคี วามเรว็ 15 เมตรต่อวินาที จากน้ันเบรกด้วยความหน่วง 2 เมตรต่อวินาที2 จงหาเวลาที่รถ

คันนี้เคล่ือนทไ่ี ปได้ 56 เมตร (7 s

)

ผ 5 -15

4. ชายคนหนงึ่ ยืนอยบู่ นหน้าผาสงู ย่ืนมือออกไปโยนก้อนหินข้ึนไปตรงๆ ในแนวด่ิงด้วยความเร็วต้น 20 เมตรต่อ
วินาที จงหา เวลาท่ีก้อนหินข้ึนไปถึงจุดสูงสุด ระยะสูงสุดจากจุดโยน ก้อนหินจะอยู่สูงจากจุดโยน 15 เมตร ณ
เวลาใด และขณะท่ีก้อนหินอยู่สูงจากจุดโยน 15 เมตร จะมีความเร็วเท่าไร หลังจากโยนไปแล้ว 3 วินาที
ก้อนหนิ อยทู่ ี่ใด และขนาดความเรว็ เท่าใด ( 20 s ) ( 20 m ) ( 1 s และ 3 s ) ( 10 และ –10 m/s) (
15 m , 10 m/s )

5. ชายคนหน่งึ ยนื อยู่บนหนา้ ผาสงู 40 เมตร ย่นื มือออกมาโยนก้อนหนิ ข้ึนไปตรงๆ ดว้ ยความเรว็ ต้น 10 เมตร

ตอ่ วินาที ก้อนหินจะตกถงึ เชิงผาในเวลาเทา่ ไร ดว้ ยความเรว็ เทา่ ไร ( 4 s , 30

m/s )

6. บอลลนู ลกู หน่ึงกาลังลอยข้ึนด้วยความเร็ว 10 เมตรต่อวินาที ในแนวด่ิง ชายคนหน่ึงอยู่บนบอลลูน ปล่อยถุง
ทรายถึงพ้ืนในเวลา 4 วินาที จงหา ความสูงของบอลลูนขณะปล่อยถุงทราย ตาแหน่งสูงสุดของถุงทรายจาก
พน้ื ความเร็วและความสูงจากพืน้ ของถงุ ทรายหลงั จากปล่อยไปแลว้ 2 วนิ าที

( 40 m , 45 m , 10 m/s , 40
m)

ผ 5 -16

รายวชิ า ฟิสกิ ส์ 1 ใบงาน 5.1 ผลการเรียนท่คี าดหวังที่ 5
รหัสวชิ า ว 30201 ใช้ประกอบแผนจดั การเรยี นร้ทู ่ี 5

ระดบั ช้ัน มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 5 คะแนน ( A ) เวลา 10 นาที

เร่ือง การเคล่อื นทด่ี ้วยความเร่งคงตวั

ชอ่ื …………………………………………………..……ชัน้ ……………เลขท่ี………….

1. ให้นักเรยี นเลือกเขียนแสดงความคิดเหน็ วา่ ถ้าเราต้องการให้เพือ่ นทางานไมเ่ หมือนเดิม เราจะตอ้ งบอก
อยา่ งไร ผลจะเปน็ อย่างไรได้บ้าง

…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
2. ความคิดเห็นของกล่มุ เหน็ ว่า ถ้าเราต้องการให้เพื่อนทางานไมเ่ หมือนเดิม เราจะต้องบอกอย่างไร ผลจะเปน็

อย่างไรไดบ้ า้ ง
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….

3. ความคิดเหน็ ทน่ี ักเรยี นและครูรว่ มกนั อภิปรายสรุป เห็นวา่ ถ้าเราตอ้ งการให้เพื่อนทางานไมเ่ หมือนเดมิ เรา
จะต้องบอกอย่างไร ผลจะเป็นอย่างไรไดบ้ า้ ง

…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….

ผ 5 -17

รายวชิ า ฟิสกิ ส์ 1 ใบงาน 5.2 ผลการเรยี นท่ีคาดหวงั ท่ี 5
รหสั วชิ า ว 30201 ใชป้ ระกอบแผนจัดการเรียนรู้ท่ี 5

ระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 5 คะแนน ( P ) เวลา 40 นาที

เรื่อง การเคลอื่ นที่ด้วยความเรง่ คงตวั

ชอ่ื ………………………………………………………ช้นั …………เลขที่……..กลุ่มที่…………

ใหน้ ักเรยี นสรุปสาระสาคัญท่ีไดจ้ ากการสบื ค้น ข้อมูล แล้วบันทกึ ลงในสมุดจดบันทกึ

1. การเคล่ือนทีด่ ว้ ยความเร่งคงตัว

2. สมการท่ีเก่ยี วข้องกบั การเคลื่อนทด่ี ้วยความเร่งคงตัว

จงตอบคาตอบให้ถกู ตอ้ ง

1. นายส่งเสริมและนายเพ่ิมศักด์ิ ไปเที่ยวต่างจังหวัดด้วยกัน นายส่งเสริมขับรถยนต์ไปรับนายเพิ่มศักด์ิท่ีบ้าน

โดยขับรถออกจากที่จอด ไป 5 วินาทีจนมีความเร็วเป็น 10 เมตรต่อวินาที แล้วขับด้วยความเร็วนี้ไปอีก 15

วนิ าที จึงลดความเรว็ ลงและไปจอดที่หน้าบ้านนายเพิ่มศักดิ์พอดี ในเวลา 5 วินาที แล้วนายส่งเสริมรับนาย

เพิ่มศกั ดไ์ิ ปเทีย่ วโดยขับรถออกจากบ้านนายเพม่ิ ศกั ดไิ์ ปได้10 วินาทีจนมคี วามเร็วเป็น 15 เมตรต่อวินาที จง

หา

1.1 อัตราเรว็ เฉล่ียทน่ี ายสง่ เสรมิ ขับรถยนต์ไปถงึ บ้านนายเพ่ิมศักดิ์

1.2 ความเรว็ เฉลี่ยของรถยนตน์ ายส่งเสริมขับไปบา้ นนายเพิ่มศักดิ์แลว้ ขบั ออกจากบ้านนายเพ่ิมศักดจ์ิ น

มีความเร็วเป็น 15 เมตรตอ่ วินาที S

วิธที า 1.1 จาก v= t ………. ***
=
ช่วง 5 วินาทีแรก , จะได้ S1 = (uv)t = เมตร
2
ชว่ ง 15 วินาทีตอ่ มา , จะได้ S2 = vt = = เมตร
ช่วง 5 วนิ าทีต่อมา , จะได้ S3 = (uv)t = เมตร
2 =

S = S1 + S2 + S3 = = เมตร

t = 5 + 15 + 5 = วนิ าที
S เมตรตอ่ วินาที
แทนค่า v = t = ตอบ

ผ 5 -18

1.2 จาก v = S
t
(uv)t
ชว่ ง 10 วนิ าทีต่อมา, จะได้ S4 = 2 = = เมตร

คาตอบท่เี ปน็ ไปได้มี 2 เง่ือนไข

1.2.1Sทีเ่ =ทยี่ วSไ1ปท+างSเด2 ยี +วกบัS3ทาง+ไปบS้า4นน=ายเพ่ิมศักดิ์ = เมตร

t = 5 + 15 + 5 + 10 = S วนิ าที
t =
แทนคา่ v = = m/s ตอบ

1.2.2Sทเี่ =ทยี่ วSต1้อ+งย้อSน2ก+ลบั มS3าผ่า+นบ้าSน4นา=ยส่งเสรมิ = เมตร
t = 5 + 15 + 5 + 10 = วินาที m/s ตอบ
S
แทนค่า v = t = =

2. ปล่อยก้อนหนิ จากท่ีสูงแห่งหนงึ่ ใหต้ กลงสู่พ้ืน เมอ่ื เวลาผา่ นไป 2 วนิ าที จะมีความเร็วเทา่ ใด และเคล่อื นท่ีได้
ระยะเทา่ ใด ( g = 10 m/s2 )

วิธที า จาก v = u + gt

แทนคา่ v= 1 = m/s ตอบ
และจาก 2
S = ut + gt2

แทนค่า S = = m ตอบ

3. วตั ถหุ นง่ึ เคล่ือนทีจ่ ากสภาพอยู่น่งิ ดว้ ยความเร่ง 4 เมตรต่อ(วนิ าที)2 จงหาระยะระหวา่ งวินาทีที่ 5
1
วธิ ที า จาก S = ut + 2 at2

S4 = ( 0 )( 4 ) + 1 ( 4 ) ( 4 )2 = …….. ( 1 )
2
S5 = = …….. ( 2 )

ระยะระหวา่ งวนิ าทที ี่ 5 คอื S5 – S4 = = เมตร ตอบ

*******************

ผ 5 -19

รายวชิ า ฟิสกิ ส์ 1 ใบงาน 5.3 ผลการเรียนท่คี าดหวังที่ 5
รหัสวิชา ว 30201 ใช้ประกอบแผนจดั การเรยี นรทู้ ่ี 5
ระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4
5 คะแนน ( A ) เวลา 10 นาที
เรอื่ ง
การเคลือ่ นทีด่ ้วยความเร่งคงตวั

ช่อื ………………………………………………………ชั้น…………เลขที่……..กลุม่ ที่…………

1. จากกราฟ v - t ท่กี าหนดให้ จงหา40 v ( m/s )
1.1 ความเรง่ ของแตล่ ะช่วง 30
20
1.2 ระยะทางท้ังหมด
1.3 อัตราเรว็ เฉลย่ี ของการเคล่ือนที่ 10
t (s)

2 4 6 8 10 12

2. จากกราฟ v - t ท่ีกาหนดให้ จงหา v ( m/s )
2 4 6 8 10 12
2.1 ความเร่งในชว่ ง 4 วนิ าทีแรก 15
2.2 เม่อื ส้ินเวลา 10 วนิ าที วตั ถอุ ยู่ 10
ห่างจากจุดเริ่มตน้ เทา่ ใด 5 t (s)

-5

ผ 5 -20

3. จากกราฟ v - t ท่กี าหนดให้ จงหา

v ( m/s ) 3.1 ความเร่งของแต่ละช่วง
3.2 ระยะทางท่วี ตั ถุเคลอ่ื นท่ีไดเ้ ม่ือสนิ้ เวลา 10 วนิ าที

30 3.3 อัตราเรว็ เฉลย่ี ของการเคลอื่ นท่ี
20
10 t ( s )

2 4 6 8 10 12

4. วตั ถหุ น่งึ เคลื่อนที่ในแนวเส้นตรง เขยี นกราฟ v - t ได้ดงั รูป จงหา

v ( m/s ) 4.1 ความเรง่ ชว่ ง 2 วนิ าทแี รก
40 4.2 ความเร่งตรงวนิ าทีท่ี 4
30 4.3 ความเร่งตรงวินาทีท่ี 7
20 4.4 ความเรง่ ตรงวินาทีท่ี 11
10 t ( s ) 4.5 ระยะทางท่วี ัตถเุ คลื่อนท่ไี ด้ทั้งหมด

2 4 6 8 10 12

ผ 5 -21

รายวิชาฟสิ กิ ส์ 1 ใบกจิ กรรม 5 รหสั วิชา ว 30201

ชื่อ..........................................................………………….. ช้นั ม. 4 /......…. ……….เลขท่ี............….

ผลการเรยี นทคี่ าดหวงั ท่ี 5. สบื คน้ ข้อมลู ทดลอง อภิปรายและคานวณ เกีย่ วกบั การเคลอ่ื นท่ีของวตั ถุกรณีท่ี
มีความเรง่ เปน็ คา่ คงตัว

คาสั่ง ให้นกั เรยี นสรปุ ความรูท้ ี่เกยี่ วกบั การเคลื่อนท่ดี ว้ ยความเรง่ คงตวั เปน็ แผนผงั มโนทัศน์ (
Concept Mapping )

องค์ความรู้ เรอ่ื ง………………………………………………………………………………
เกีย่ วข้อง ในหัวข้อเรอื่ ง การเคลื่อนท่ีด้วยความเร่งคงตวั
ใหง้ าน วนั ท่ี………………………………………………………………………………
กาหนดสง่ วนั ที่………………………………………………………………………………
ส่งงาน วันท่ี……………………………..…………ลงช่ือ………………………………ผสู้ ่ง

ลงชื่อ………………………………ผรู้ บั
( นายชาตรี ศรมี ่วงวงค์ )
อาจารยป์ ระจาวิชา ว 30201

ลาดับ รายการ 5 4 3 2 1 หมายเหตุ
1 ความเกยี่ วขอ้ งกบั จุดประสงคแ์ ละเนอ้ื หาสาระ
2 ความสัมพันธ์ กับชีวิตประจาวนั
3 รปู แบบ สามารถนาไปเปน็ แบบอย่างได้
4 ความคิดรเิ รม่ิ สร้างสรรค์
5 ความสะอาด เรียบรอ้ ย

5 = ดมี ากทสี่ ดุ 4 = ดมี าก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ควรปรับปรุง

ผปู้ ระเมนิ ลงชอ่ื ……………………………………………………ชนั้ …………….เลขท่ี………...
วันท่ี………………………………………………………………………………………

ผ 5 -22

แผนผงั มโนทัศน์ ( Concept Mapping )
องค์ความร้เู รือ่ ง …………………………………………..

เจา้ ของผลงาน ชอ่ื ……………………………………………………ชั้น……………..เลขท…่ี …….

ผ 5 -23

รายวชิ า ฟิสิกส์ 1 แบบทดสอบ ผลการเรียนทคี่ าดหวังที่ 5
รหัสวิชา ว 30201 ( กอ่ นเรียน – หลังเรียน ) ประกอบแผนจัดการเรียนรทู้ ี่ 5
ระดับชน้ั มัธยมศึกษาที่ 4
เวลา 15 นาที

จุดประสงค์การเรียนรทู้ ่ี 5 สืบคน้ ข้อมูล ทดลอง อภปิ รายและคานวณ เกยี่ วกับการเคล่ือนที่ของวตั ถุกรณีท่ีมี
ความเร่งเป็นคา่ คงตวั ที่
คาส่ัง จงเลือกกากบาท ( X ) ตัวเลือก ก, ข, ค และ ง ที่เห็นว่าถกู ตอ้ งทีส่ ดุ

1. แดงว่ิงด้วยความเร็ว 10 เมตรตอ่ วินาที ไปทางทิศใต้ อีก 1 วินาทตี อ่ มา วัดความเรว็ ได้ 4 เมตรต่อวนิ าทีใน

ทศิ ทางเดิม จงหาความเร่งของแดง ในขณะท่ลี ดความเรว็ ลง
ก. 6 เมตรตอ่ (วนิ าที)2 ไปทางทศิ ใต้ ข. 6 เมตรตอ่ (วินาที)2 ไปทางทิศเหนือ
ค. 14 เมตรต่อ(วินาที)2 ไปทางทศิ ใต้ ง. 14 เมตรต่อ(วนิ าที)2 ไปทางทิศเหนือ

2. ชานนท์ขับรถด้วยความเรว็ 28 เมตรต่อวินาที เห็นฝูงวัวเดินข้ามถนนอยู่ข้างหน้าจึงเหยียบเบรคทา

ให้ความเร็วลดลงเหลือ 4 เมตรต่อวนิ าทีในเวลา 2 วนิ าที จงหาระยะทางในชว่ งทเ่ี บรค 2.5 วนิ าที

ก. 15 เมตร ข. 20 เมตร ค. 35 เมตร ง. 40 เมตร

3. วัตถุหน่งึ เคล่อื นทใี่ นแนวตรงดว้ ยความเร็ว 12 เมตรต่อวินาที แลว้ มีความเร็วเพม่ิ ข้นึ อยา่ งสม่าเสมอวินาทลี ะ

3 เมตรต่อวนิ าที จงหาความเรว็ ของวตั ถนุ ้เี ปน็ กเ่ี มตรต่อวนิ าที เมอื่ เวลาผ่านไป 4 วนิ าที

ก. 19 ข. 24 ค. 36 ง. 48

4. รถยนต์ A และ รถยนต์ B ออกจากสัญญาณไฟเดยี วกัน ดว้ ยความเรง่ 3 และ 1.8 เมตรต่อ(วนิ าที)2

ตามลาดบั จงหาว่า อกี 6 วนิ าที รถยนต์ A จะอยหู่ น้ารถยนต์ B กเี่ มตร

ก. 21.6 เมตร ข. 32.6 ค. 54.0 ง.

86.6

5. รถยนต์ A และ รถยนต์ B เคลื่อนที่จากหยุดน่ิงด้วยความเร่ง โดยรถยนต์ A มีความเร่งเป็น 3 เท่าของ
ความเร่งรถยนต์ B หลังจากรถทั้งสองเดินทางได้เวลาเท่ากัน ความเร็วของรถยนต์ A และความเร็วของ
รถยนต์ B มคี วามเรว็ สัมพันธ์กันอย่างไร

ก. vA = 3 vB ข. vA = 3 vB ค. vB = 3 vA ง. vB = 3 vA

6. วัตถุหนึ่งเคล่ือนที่ในแนวเส้นตรงดว้ ยความเร่งคงทพี่ บวา่ ในวนิ าทีที่ 6 และในวินาทที ี่ 10 เคลอื่ นที่ไดท้ าง 23
เมตร และ 31 เมตร ตามลาดับ วตั ถุน้ี มีความเร่งกเี่ มตรตอ่ (วินาที)2

ก. 4 ข. 3 ค. 2 ง. 1

7. มะมว่ งลกู หนง่ึ ตกจากตน้ ท่อี ยสู่ ูงจากพื้น 4.9 เมตร อยากทราบว่า ลูกมะมว่ งอยใู่ นอากาศนานกวี่ ินาที เมอ่ื g
= 9.8 m/s2

ผ 5 -24

ก. 2.0 ข. 1.5 ค. 1.0 ง.
0.5

8. ชายคนหนึง่ โยนวตั ถุขนึ้ ตรงๆ ในแนวด่งิ ดว้ ยความเร็ว 15 เมตรตอ่ วนิ าที ( กาหนดให้ g = 10 m/s2 ) เมือ่

เวลาผา่ นไปกวี่ นิ าที วัตถุจงึ ตกกลบั มาถึงตาแหน่งที่โยน

ก. 3.0 ข. 2.0 ค. 1.5 ง.

1.0

9. ยงิ วตั ถหุ น่งึ ขึ้นตรงๆ ในแนวดงิ่ จากหน้าผาแหง่ หน่งึ ด้วยความเร็ว 40 เมตรต่อวินาที ปรากฏวา่ วตั ถุนัน้ ตกถึง
ตนี หน้าผา เมอื่ เวลาผา่ นไป 12 วินาที ( กาหนดให้ g = 10 m/s2 )

240 ข. 480 ค. 720 ง. 1,200

10. ขณะท่ีบอลลูนกาลังลอยขึ้นด้วยอตั ราเรว็ 10 เมตรต่อวนิ าที คนในบอลลูนกป็ ล่อยวัตถุลงมา ให้หาว่าเม่ือ

เวลาผ่านไป 3 วินาที วัตถจุ ะอยตู่ า่ กวา่ บอลลนู อย่เู ทา่ ใด

ก. 15 ข. 30 ค. 45 ง. 60

ผ 5 -25

รายวชิ า ฟิสิกส์ 1 เฉลยแบบทดสอบ ผลการเรียนที่คาดหวงั ที่ 5
( ว 30201 ) ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 กอ่ นเรยี น ประกอบแผนจดั การเรียนรทู้ ่ี 5
หลงั เรยี น

เฉลยแบบทดสอบ
กอ่ นเรียนและหลงั เรียน
ขอ้ คาตอบ
1ง
2ง
3ข
4ก
5ข
6ค
7ค
8ก
9ก
10 ค

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 6
หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี 3 แรง มวลและกฎการเคลอ่ื นท่ี เรือ่ งท่ี 6 แรง และกฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน

วชิ า ฟสิ กิ ส์ 1 รหัสวิชา ว30201 ช้นั ม.4 เวลา 6 ชวั่ โมง หนว่ ยการเรียน 1.5 หน่วย
อาจารย์ผู้สอนนายชาตรี ศรีมว่ งวงค์

1. มาตรฐาน
มาตรฐาน ว 4.2 เข้าใจลักษณะการเคล่ือนที่แบบตา่ งๆ ของวตั ถุในธรรมชาติมีกระบวนการสบื เสาะ

หาความรแู้ ละจติ วทิ ยาศาสตร์ สือ่ สารสง่ิ ท่เี รยี นรแู้ ละนาความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์

2. ตวั ชีว้ ดั
สบื ค้นขอ้ มูล ทดลอง อภปิ รายและคานวณ เกยี่ วกบั แรง และกฎการเคล่ือนท่ขี องนิวตนั

3. จุดเน้นท่ตี ้องการพัฒนาคณุ ภาพผ้เู รียน
1. ทกั ษะแสวงหาความรดู้ ้วยตนเองเพ่อื การแก้ปญั หา
2. ทักษะการคิดขน้ั สูง
3. ทกั ษะการสอื่ สารอย่างสร้างสรรค์ตามชว่ งวัย
4.คณุ ลกั ษณะมงุ่ ม่นั ในการทางาน
5. คณุ ลักษณะใฝร่ ู้ใฝเ่ รียน
การบรู ณาการ
1.สาระอาเซียน เรอ่ื ง นกั วทิ ยาศาสตร์ในประชมคมอาเซยี น
2.สาระฯ ท้องถิน่ เรื่อง เครือ่ งทุ่นแรงในท้องถิน่
3.เศรษฐกิจพอเพียง เรอื่ ง การใชแ้ รงงานในการเกษตร (ความมีเหตุผล)

4. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด

แรง นอกจากจะเกดิ จากการกระทาโดยการสัมผสั กบั วตั ถุ แต่ในธรรมชาตแิ รงทเี่ กิดกับวัตถุนั้น
อาจไม่ไดส้ มั ผสั กบั วตั ถุ เช่น แรงท่ีโลกดึงดูดวัตถุ แรงผลักและแรงดึงดดู ระหว่างขั้วแมเ่ หลก็ แรง
ผลักและแรงดึงดูดระหวา่ ประจุไฟฟา้ เปน็ ต้น ซง่ึ แรงเหล่านีเ้ กดิ จากการแลกเปลย่ี นของ อนภุ าคนาพา
แรง เป็นผลใหเ้ กิดแรงมลู ฐาน 4 ชนดิ คือ 1. แรงโน้มถว่ ง 2. แรงแม่เหลก็ ไฟฟา้ 3. แรงนิวเคลียร์ชนดิ
ออ่ น และ 4. แรงนวิ เคลียรแ์ บบเขม้

ดังนั้น แรง คือความพยายามหรือการกระทาตอ่ วัตถุ ทจ่ี ะทาใหว้ ัตถนุ ้ันเกิดการเปล่ียนแปลงแรงเปน็
ปรมิ าณเวกเตอร์ ดั้งน้ันการรวมแรงจึงต้องรวมแบบเวกเตอร์ ผลของแรงจะทาให้ 1. วตั ถุน้นั ยงั คงสภาพเดิม 2.
วตั ถุเปล่ยี นสภาพไปจากเดิม 3. เกดิ ปฏิกริ ยิ า

เมื่อแรงมีผลต่ดการเปล่ียนแปลงของวัตถุ เซอร์ไอแซค นิวตัน นักวิทยาศาสตร์ชาวอังกฤษ ได้ศึกษา
และสรุปเปน็ กฎการเคลอื่ นท่ีทเ่ี กย่ี วกับแรงไว้ 3 ข้อ ดงั น้ี

ผ 6-2

กฎการเคลื่อนท่ขี ้อ 1. ของนวิ ตัน กลา่ วว่า “วตั ถุจะรกั ษาสภาพอยู่นิง่ หรือสภาพการเคลื่อนที่อยา่ ง

กสมระ่าทเสามตออ่ เวปตั ็นถเุทสน้้งั หตมรงดมนีคอ่ากเจปา็นกศจูนะยม์ ีแ(รงลัพF ธ=์ท่ีม0คี ่า)เปน็ ศูนย์มากระทา” สรุปเก่ยี วกับแรงไดว้ ่า ผลรวมของแรงที่

กฎการเคล่ือนทีข่ ้อ 2. ของนิวตัน กลา่ ววา่ “ เมื่อมแี รงลพั ธ์ท่ีมีคา่ ไม่เปน็ ศูนยม์ ากระทาต่อวัตถุ จะทาให้

วตั ถุเกิดความเร่งในทิศเดียวกับแรงลัพธท์ มี่ ากระทา โดยขนาดของความเรง่ นจ้ี ะแปรผนั ตรงกบั ขนาดของแรง

ลเปพั น็ ธศ์ แนู ตยจ่์ ะแ(ปเรมผื่อกผนั Fกับมว0ลขแอลงว้วัตถุ”F สรปุ เกี่ยวกับแรงไดว้ ่า ผลรวมของแรงท่ีกระทาตอ่ วัตถุท้ังหมดมีค่าไม่
= ma )

กฎการเคล่ือนท่ีข้อ 3. ของนิวตัน กล่าวว่า “ ทุกแรงกิริยาย่อมมีแรงปฏิกิริยาขนาดเท่ากันกระทาในทิศ

ตรงกนั ขา้ มเสมอ หจระอืมแแี รรงงกเกริดะทข้นึาซตง่ึรกงนัตาแแลหะกนัน่งทขี่กอรงะวทัตถาสุสอองงแกร้องนขยน่อามดมเทีขา่ นกาันดแเทต่ม่ากที ันิศตแรงตข่มา้ ีทมิศ(ตFร1ง2ก=ันข-F้า2ม1”) สรุป
เก่ียวกับแรงไดว้ า่

5. สาระการเรียนรู้
สาระแกนกลาง/สาระท้องถิ่น
ความรู้ (รอู้ ะไร)
1. แรง
2. กฎการการเคลอ่ื นทข่ี องนิวตนั
ทักษะ/สมรรถนะ
1. ความสามารถในการสื่อสาร
2.ความสามารถในการคิด
3.ความสามารถในการแกป้ ญั หา
4.ความสามารถในการใชท้ ักษะชวี ติ
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
ใฝ่เรยี นรู้ (ตั้งใจเพียงพยายามในการเรยี น และเขา้ รว่ มกิจกรรมการเรียนร้,ู แสวงหาความรูร้ จู้ ากแหลง่

เรียนรตู้ ่าง ๆ ท้งั ภายในและภายนอกโรงเรียนด้วยการเลือกใชส้ ่อื อย่างเหมาะสม สรุปเปน็ องค์ความรู้ และ
สามารถนาไปใช้ในชวี ิตประจาวนั ได้)

6. ชิน้ งาน/ภาระงาน
ใบงานท่ี 6

ผ 6-3

7. การวดั และประเมินผล

7.1 การประเมินระหวา่ งจดั กิจกรรมการเรยี นรู้

ชิน้ งาน/ภาระงาน วธิ กี ารประเมิน เคร่ืองมอื เกณฑ์การประเมิน
-
1.การวดั ผลคุณธรรม สังเกตพฤติกรรม แบบวัดพฤติกรรม
-
จติ พสิ ัย นักเรียน นกั เรยี น
ร้อยละ 50 ข้ึนไป
2. การประเมินผลจาก ตรวจใบงาน 6.1 – 6.3 ใบงานท่ี 6.1-6.3 -
ระดับ 3 ข้นึ ไป
สภาพจรงิ รอ้ ยละ 50 ขึ้นไป

ตรวจแบบฝกึ ทกั ษะ 6 แบบฝกึ ทักษะ 6 เกณฑ์การประเมนิ
รอ้ ยละ 60 ข้ึนไป
ตรวจสมดุ จด ใบกิจกรรม 6

ตรวจใบกิจกรรม 6

3. การวัดผลหลังเรยี น ตรวจแบบทดสอบราย แบบทดสอบราย

จดุ ประสงคท์ ่ี 6 จดุ ประสงคท์ ่ี 6

7.2 การประเมินเมื่อสนิ้ สุดการเรยี นรู้

ชิ้นงาน/ภาระงาน วิธกี ารประเมนิ เคร่อื งมอื

แบบทดสอบ ตรวจแบบทดสอบ แบบทดสอบ

8. กิจกรรมการเรยี นรู้
ขั้นสรา้ งความสนใจ
1.1 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเก่ียวกับ เรื่อง “การเปล่ียนสภาพของวัตถุ มีส่ิงใด

เกยี่ วขอ้ ง” เพ่อื นาไปสคู่ าถามทวี่ ่า “การทวี่ ตั ถจุ ะเคลอื่ นท่ีหรือไม่เคลอ่ื นท่ี แรงต้องมีส่วนเกี่ยวข้องทุกครั้งหรือไม่
อย่างไร”

1.2 นักเรียนตอบข้อซักถามของครูว่า การท่ีวัตถุจะเคลื่อนท่ีหรือไม่เคลื่อนท่ี แรงต้องมีส่วน
เกีย่ วขอ้ งทกุ ครง้ั หรือไม่ อย่างไร” ( ทิ้งชว่ งให้นกั เรยี นคดิ )

1.3 นักเรียนร่วมกันอภิปรายในแต่ละกลุ่ม พร้อมท้ังบันทึกความเห็นของกลุ่มในใบงาน 6.1
เฉพาะขอ้ 1.และข้อ 2. (เปิดโอกาสใหน้ ักเรยี นไดแ้ สดงความคิดเห็นโดยยงั ไมเ่ น้นถกู ผดิ )

1.4 ตัวแทนนกั เรยี นแต่ละกลุม่ นาเสนอความเห็นของกลมุ่
1.5 นักเรียนร่วมกันอภิปรายเก่ียวกับ การที่วัตถุจะเคล่ือนท่ีหรือไม่เคลื่อนท่ี แรงต้องมีส่วน
เกี่ยวขอ้ งทุกครัง้ แลว้ บันทึกลงในใบงาน 6.1
1.6 นกั เรยี นทาแบบทดสอบก่อนเรยี น จานวนขอ้ สอบ 10 ขอ้
1.7 แจง้ ให้นักเรยี นทราบวา่ จะไดศ้ ึกษาเกีย่ วกับ แรง และกฎการเคลือ่ นทีข่ องนิวตนั
ข้นั สารวจและคน้ หา
2.1 นักเรียนสบื ค้นขอ้ มลู เกยี่ วกบั แรง และกฎการเคล่ือนทขี่ องนวิ ตัน จาก ใบความรู้ 6
และบนั ทึกลงในใบงาน6.2 แลว้ สรุปสาระสาคัญบนั ทกึ ลงในสมดุ จดบันทกึ และตอบ คาถาม
2.2 ส่มุ นกั เรียน 1 กลุ่มเสนอผลการสบื ค้นข้อมลู
ขนั้ อธบิ ายและลงขอ้ สรปุ
3.1 นกั เรยี นนาขอ้ มูลจากข้ันการสืบคน้ ข้อมลู มาอภปิ รายรว่ มกัน

ผ 6-4

3.2 ครูอธิบายเพ่ิมเติมเก่ียวกับ แรง และกฎการเคลื่อนท่ีของนิวตัน เพ่ือให้นักเรียนสรุป
สาระสาคญั ลงในสมุดจดบันทึก

ข้ันขยายความรู้
4.1 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปราย เกี่ยวกับ กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน 3 ข้อ และตัวอย่าง
การใช้กฎการเคลอื่ นทขี่ องนิวตนั จากใบความรู้ 6
4.2 นักเรียนร่วมกันสืบค้น แกป้ ัญหา ในใบงาน 6.3
4.3 นักเรียนทาแบบฝกึ ทักษะ 6
ขั้นประเมิน
5.1 นกั เรียนเขยี น Concept mapping เก่ียวกับ แรง และกฎการเคลอ่ื นท่ีของนวิ ตันใน
ใบกจิ กรรม 6
5.2 นักเรียนนา Concept mapping อภิปรายแลกเปลี่ยนกับเพื่อนๆ และประเมินผลงาน
ให้กบั เพ่ือน
5.3 นักเรียนที่เป็นเจ้าของผลงาน Concept mapping ที่ได้รับการประเมินจากเพื่อนมา
อภปิ รายเก่ียวกบั Concept ในงานน้นั โดยการสุ่มจากครู
5.4 นักเรียนทาแบบทดสอบหลังเรียน และครูอนุญาตให้นักเรียนเล่นการใช้เกมส์หมากฮอส
พัฒนาทกั ษะการคดิ ของนักเรียนระหว่างท่ที าแบบทดสอบหลงั เรียน

9. สือ่ /แหล่งเรยี นรู้ จานวน สภาพการใชส้ ื่อ
1 ชดุ ใชข้ ้ันสร้างความสนใจ
รายการส่ือ 1 ชดุ ใช้ขัน้ สรา้ งความสนใจ
1. แบบทดสอบก่อนเรยี น 1 ชดุ ใช้อธบิ ายและลงขอ้ สรุป ( ใช้ขัน้ ประเมนิ )
2. ใบงาน 1.1 1 ชุด ใช้อธิบายและลงขอ้ สรปุ
3. แบบฝกึ ทกั ษะ 1 1 ชดุ ใช้สารวจและค้นหา
4. ใบความรู้ 1 1 ชดุ ใช้ขยายความรแู้ ละลงขอ้ สรุป
5. ใบงาน 1.2 1 ชดุ ใช้ขนั้ ประเมินและลงข้อสรปุ
6. ใบงาน 1.3 1 ชุด ใชข้ นั้ ประเมิน
7. ใบกิจกรรม 1 ใช้ทกุ ขนั้ ตอน
8. แบบทดสอบหลงั เรยี น 1 ชดุ
9.เวบ็ ไซต์ www.wikipedia.org ใช้ทุกขนั้ ตอน
และ http://www.rmutphysics.com
10.Power Point เรือ่ งที่ 6 แรง และ ใช้ทุกขั้นตอน
กฎการเคล่อื นทขี่ องนิวตนั
11.การใชเ้ กมสห์ มากฮอสพัฒนาทักษะการ
คิดของนกั เรยี น

ผ 6-5

10. กิจกรรมเสนอแนะ วิธดี าเนินกจิ กรรม
กจิ กรรมเสรมิ ทกั ษะหรือซ่อมเสรมิ
1. ครูควบคุมดแู ลให้อยูใ่ นกรอบระหว่างเรยี น
รายการ 2. ครคู อยเสรมิ หรือแก้ไขเม่อื การอภิปรายของนักเรียน
1. ปรับปรุง – แก้ไขข้อบกพรอ่ งของผู้เรยี น
ไม่สมบูรณ์
2. สง่ เสริมความรู้ความสามารถของผ้เู รยี น 3. ครูชี้แจงข้อบกพรอ่ งในการทากิจกรรม
4. ครเู ฉลยขอ้ สงสัย ที่นักเรยี นทาไม่ได้
5. สอนซ่อมเสริมนักเรยี นท่ีไม่ผ่านประเมนิ หลังเรยี น

1. ใหน้ กั เรียนทาชิน้ งาน 1 ชิ้นงาน

ผ 6-6

11.บันทึกผลหลังการสอน วันที่ จานวนนกั เรียน(คน)

ชอื่ แผนการจัดการเรยี นรู้ 1-8 กรกฏาคม 2559 157
เรอื่ งที่ 6 แรง และกฎการเคลอ่ื นทข่ี องนิวตนั
มาก ปาน นอ้ ย คา่ เฉลย่ี ความหมาย
รายการ กลาง

1.กจิ กรรมการเรยี นการสอนท่กี าหนดไว้ในแผนการจดั การเรียนรเู้ ปน็ 147 10 0 3.00 มาก
กจิ กรรมที่เหมาะสมกับวยั ของผู้เรียน และเหมาะสมกบั สาระการเรยี นรู้
สามารถจัดกจิ กรรมการเรียนการสอนไดต้ ามเวลาที่กาหนดไดท้ กุ กจิ กรรม

2.การจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนคร้งั นี้ นักเรยี นทกุ คนได้ร่วมกจิ กรรม 147 10 0 3.00 มาก
และเรยี นรู้อยา่ งมคี วามสขุ

3.กิจกรรมชว่ ยให้ผู้เรียนมีความรูค้ วามเขา้ ใจตรงตามสาระการเรียนรู้ เกดิ
คุณลักษณะท่พี ึงประสงค์และมที กั ษะกระบวนการตามทจ่ี ุดประสงคก์ าหนด 147 10 0 3.00 มาก

4.สอื่ การเรยี นการสอนท่ีกาหนดในแผนการจดั การเรียนรู้ ได้ใช้ส่ือหลาย
อย่าง เป็นสอื่ ท่ีเหมาะสมกับวยั ผเู้ รียน สอดคลอ้ งกับเนื้อหา สามรถใช้

ประกอบการจดั กจิ กรรมการเรียนการสอนไดอ้ ย่างเหมาะสม ชว่ ยให้ผเู้ รียน 147 10 0 3.00 มาก
เรยี นรู้อย่างสนุกสนานและเขา้ ใจบทเรียนไดเ้ รว็ ยิง่ ขนึ้

5.การวัดผลประเมินผล ครอบคลมุ พฤติกรรมตามจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรทู้ ่ี 147 10 0 2.87 มาก
กาหนดในแผนการจดั การเรียนรู้ ผลการวัดผลและประเมินผล
ผ่าน ไม่ % ผา่ น % ไม่ผ่าน
รายการ KPA ผ่าน รวม

5.1 ดา้ นความรคู้ วามเขา้ ใจ (K) นกั เรยี นทผ่ี า่ นจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรทู้ ี่ 147 10 157 93.63 6.37
กาหนดไว้
147 10 157 93.63 6.37
5.2 ด้านทกั ษะกระบวนการ (P) นักเรยี นทผ่ี ่านทกั ษะกระบวนการตาม
เกณฑ์ 157 0 157 100.00 0.00

5.3 ด้านคา่ นิยม (A) นักเรียนมคี ่านิยมตามเกณฑ์

คา่ เฉลี่ย 95.75 4.25

ค่าเฉล่ีย KPA

3.00 3.00 3.00 3.00 3.00 2.87 100.00 93.63 93.63 100.00
2.50 80.00
2.00

60.00
1.50
1.00 40.00

0.50 20.00

0.00 0.00
12345
KPA

ผ 6-7

11.บันทกึ ผลหลังการสอน

การบรู ณาการ

การบรู ณาการ รายการท่ีมีการบรู ณาการ

ในการจดั การเรยี นการสอน ไดบ้ รู ณาการการเรยี นรโู้ ดยบูรณาการ บรู ณาการตามหลักปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ภายในเน้ือหาสาระของกลมุ่ วชิ าวทิ ยาศาสตร์ซ่ึงเป็นการบรู ณาการ อาเซียน หลกั สตู รท้องถิน่ และจติ วิทยาศาสตร์
ตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง อาเซียน และหลกั สูตรทอ้ งถ่นิ
เพือ่ ต้องการให้นักเรียนได้นาความรู้ท่ไี ดไ้ ปใชใ้ นชีวติ ประจาวัน มี
ทกั ษะชวี ิต ที่จะก้าวไปสู่สังคมภายนอกได้อยา่ งมคี วามรทู้ ่ีเทา่ ทนั ใน
ยุคปัจจุบนั

สอื่ การเรียนการสอนท่ีเปน็ นวัตกรรม

รปู แบบ ชอ่ื นวัตกรรม

Power Point Power Point เร่ืองที่ 6 แรง และกฎการ
เคลอ่ื นท่ขี องนวิ ตนั

การวิจัยเพอื่ พัฒนาการเรียนการสอน

รูปแบบการวจิ ยั ชือ่ งานวจิ ยั

วจิ ยั ในชน้ั เรียนเพือ่ แก้ปญั หานกั เรยี นที่ไม่ผา่ นดา้ นความรู้ความเข้าใจ การใช้เกมสห์ มากฮอสพฒั นาทกั ษะการคดิ ของ
นกั เรียน
ทักษะกระบวนการ ด้านค่านิยม

ปัญหาและอุปสรรคในการใช้แผนการจัดการเรียนรู้

ปัญหาและอปุ สรรค วธิ ีการแก้ไขปญั หา

1.นกั เรยี นมีปัญหาเรอื่ งการคิดวเิ คราะหโ์ จทย์ และการแกส้ มการ 1.ใช้เกมสห์ มากฮอสพัฒนาทักษะการคดิ ของ

นกั เรียน

ลงช่ือ........................................................
(นายชาตรี ศรีม่วงวงค)์

ผ 6-8

ขอ้ เสนอแนะของหวั หน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
................................................................................ ..............................................................................
................................................................................................ ..............................................................
............................................................................................................................. .................................

ลงชอื่ ........................................................
(นายสรุ ะศักด์ิ ยอดหงษ์)

ตาแหนง่ หัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์
วนั ท่ี..........เดือน..........................พ.ศ............

ขอ้ เสนอแนะของรองผู้อานวยการกลมุ่ บริหารงานวชิ าการ
............................................................................................................................. .................................
................................................................................................. .............................................................
............................................................................................................................. .................................

ลงชื่อ ........................................................
(นายวิเชยี ร ยอดนิล)

ตาแหนง่ รองผูอ้ านวยการกลุ่มบรหิ ารงานวิชาการ
วนั ที่..........เดอื น..........................พ.ศ............
ข้อเสนอแนะของผูอ้ านวยการโรงเรียน
..............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................
............................................................................................................................. .................................
ลงชือ่ ........................................................

(นายจานง อนิ ทพงษ์)
ตาแหน่ง ผอู้ านวยการโรงเรยี นวัชรวิทยา
วนั ที่..........เดอื น..........................พ.ศ............

ผ 6-9

ภาคผนวกประกอบแผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 6
หน่วยการเรียนรทู้ ่ี 2 แรง มวลและกฏการเคลื่อนที่

เรือ่ งท่ี 6 แรง และกฎการเคลอื่ นทขี่ องนวิ ตัน
วิชา ฟสิ ิกส์ 1 รหสั วิชา ว30201 ชน้ั ม.4 เวลา 7 ชัว่ โมง หน่วยการเรยี น 1.5 หนว่ ย

อาจารยผ์ สู้ อนนายชาตรี ศรมี ่วงวงค์

1.ใบความรู้
2.แบบฝึกทักษะ
3.ใบงาน
4.ใบกิจกรรม
5.แบบทดสอบ

ผ 6 - 10

รายวิชา ฟิสกิ ส์ 1 ใบความรู้ 6 ผลการเรยี นทค่ี าดหวังท่ี 6
รหสั วิชา ว 30201 ระดบั ชั้น ม. 4 ใช้ประกอบแผนจดั การเรยี นร้ทู ี่ 6

แรง และกฎการเคลอื่ นที่ของนิวตนั

แรง คือ ความพยายามที่จะทาใหว้ ตั ถเุ กิดการเปลีย่ นแปลง แรงเปน็ ปริมาณเวกเตอร์ มีหนว่ ยเปน็ นวิ ตัน ( N )
ดงั นน้ั การเปลี่ยนแปลงของวัตถุ เช่น รปู รา่ ง ตาแหน่ง หรอื การหมนุ เกดิ จากการกระทาของแรงใน

ลักษณะตา่ งๆ และอาจจะมากกว่า 1 แรงท่มี ากระทาต่อวตั ถุนน้ั ตัวอย่างของแรงต่างๆ ทีจ่ ะกล่าวถึงในท่ีน้ี
องค์ประกอบของแรง

กข ค
จากรูป มแี รง P และ แรง R ท่ีสามารถหาแรงองคป์ ระกอบในแนวแกน x และ แนวแกน y ได้
สว่ นแรง Q แรงท้ังหมดจะกระทาไปในแนวแกน x ไปทางขวามอื ทงั้ หมด องค์ประกอบของแรงใน

แนวแกน y ไม่มี

ลองพิจารณาการหาองค์ประกอบของแรง P

จากรูป ก แรง P สามารถหาแยกแรงเปน็ องคป์ ระกอบของแรง P ในแนวราบ และในแนวดิ่งไดด้ งั
รูป

เราจะไม่สามารถหาขนาดของแรง x และแรง y ไดถ้ า้ เรา

ไม่ทราบคา่ มุมใดมุมหน่ึง ท่ีแรงP ทากบั แกน x และ แกน y
y เราเพยี งแค่บอกไดว้ า่ มีแรง ในแนวแกน x เรียกวา่ แรง

x P x และมีแรง ในแนวแกน y เรียกวา่ แรง y

เราหาขนาดของแรง ในแนวแกน x และ แนวแกน y ไดเ้ มือ่ ทราบคา่ มุม  ดังรปู ขา้ งล่าง

Psin P จะได้ขนาดของแรง P x = P cos
และ P y =
 P sin

Pcos

ผ 6 - 11

เพราะฉะนัน้ องคป์ ระกอบของแรง ในแนวราบ และในแนวดิ่ง
องคป์ ระกอบของแรง ในแนวราบ และในแนวดิ่ง



องคป์ ระกอบของแรง ในแนวด่ิง = 0 ( ศูนย์ ) องคป์ ระกอบของแรง ในแนวดิ่ง = y = Rcos

องคป์ ระกอบของแรง ในแนวราบ = จากรูป ในแอนงวคขป์นรานะกกอับบพขื้นอแงลแะรตงง้ั ฉากใกนับแพนน้ืวราบ = x = Rsin
ตวั อยา่ ง จงหาองคป์ ระกอบของแรงตอ่ ไปน้ี

ก. x

60 10 N 60 10 N

y

ใหแ้ รงขนาด 10 N คอื ขนาดของแรง M
M
ดงั นั้น แรง M x เปน็ แรงตงั้ ฉากกบั พ้ืน = M sin 60 = (10)( 0.866) = 8.66 N
แรง y เปน็ แรงขนานกบั พืน้ = M cos 60 = (10)( 0.50) = 5.0 N

ข. y

10 N 10 N

30 30
40 x 40

ใหแ้ รงขนาด 10 N คอื ขนาดของแรง M 

ดังนนั้ แรง M y เป็น แรงต้ังฉากกบั พ้นื = M sin 30 = (10)( 0.50) = 5.0 N
แรง M x เปน็ แรงขนานกบั พ้ืน = M cos 30 = (10)( 0.866) = 8.66 N

สง่ิ ที่มีผลตอ่ การเคลอ่ื นที่อีกอย่าง ก็คือขนาดของวัตถุ ( เนอื้ สาร ) หรือทเี่ รยี กว่า มวล ( m ) เช่น เมื่อ
เราออกแรงกระทาตอ่ วตั ถุเทา่ กัน วตั ถทุ ี่มีขนาดใหญ่ ( มวลมาก ) จะเกิดการเปลีย่ นแปลงไดน้ ้อย สว่ นวตั ถทุ ี่มี
ขนาดเล็ก ( มวลน้อย ) จะเกิดการเปลยี่ นแปลงได้มาก

สงิ่ ต่างๆเหล่าน้ี ที่เกย่ี วข้องกับการเคล่อื นท่ขี องวตั ถุ เซอร์ไอแซค นวิ ตัน นกั วทิ ยาศาสตรช์ าวอังกฤษ
ไดศ้ ึกษาและสรุปเป็นกฎการเคล่ือนทท่ี ่ีเกี่ยวกับแรงไว้ 3 ข้อ ดงั นี้

ผ 6 - 12

กฎการเคลื่อนทขี่ องนิวตนั
กฎการเคลอื่ นทีข่ อ้ 1. ของนิวตัน กล่าววา่ “วัตถจุ ะรกั ษาสภาพอย่นู ิง่ หรือสภาพการเคลอ่ื นทีอ่ ย่างสมา่ เสมอเปน็
เสน้ ตรง นอกจากจะมีแรงลพั ธท์ ี่มีค่าเปน็ ศูนย์มากระทา” สรุปเกี่ยวกบั แรงได้ว่า ผลรวมของแรงท่ีกระทาต่อ
วตั ถทุ ้ังหมดมีค่าเปน็ ศนู ย์ (  F = 0 )

กฎการเคลอ่ื นทขี่ อ้ 2. ของนิวตัน กล่าวว่า “ เม่อื มีแรงลัพธ์ท่มี ีค่าไมเ่ ป็นศูนย์มากระทาต่อวัตถุ จะทาให้วตั ถุเกดิ
ความเร่งในทิศเดียวกับแรงลพั ธท์ ่ีมากระทา โดยขนาดของความเร่งน้ีจะแปรผันตรงกบั ขนาดของแรงลัพธ์ แต่จะ
แปรผกผนั กับมวลของวัตถุ” สรปุ เกยี่ วกับแรงได้วา่ ผลรวมของแรงท่ีกระทาต่อวตั ถุทง้ั หมดมคี ่าไม่เปน็ ศนู ย์ (
เมอ่ื  F  0 แล้ว  F = m a )

กฎการเคล่อื นทข่ี ้อ 3. ของนิวตัน กล่าวว่า “ ทกุ แรงกริ ยิ ายอ่ มมีแรงปฏิกิรยิ าขนาดเทา่ กันกระทาในทิศตรงกนั
เขก้ายี่ มวเสกมับอแรงหไรดือ้วแ่ารงจกะรมะแี ทรางซเก่ึงกิดันข้นึแลตะรงกตันาขแอหงนวตั่งทถี่กุสรอะงทก้อาสนอยง่อแมรมงีขขนนาาดดเเทท่า่ากกันันแตแ่มตทีม่ ีทิศตศิ รตงรขง้ากมนั ข(า้Fม”12 =สร-ุปF 21 )

รูป 1. วตั ถุวางบนพ้นื ถูกดึงดว้ ยเชือก 2 21 12 1

=-

การใช้กฎการเคลอ่ื นท่ีของนวิ ตัน

ตัวอยา่ ง 1. วตั ถุ A หนกั 10 นวิ ตนั วางน่งิ อยูบ่ นพนื้ จงหาแรงทพ่ี นื้ กระทาต่อวัตถนุ ี้ แรงคูก่ ริ ยิ าของน้าหนัก

วัตถุ A คอื แรงใด และมีขนาดเทา่ ใด

วธิ ที า ตวั อย่างนี้เก่ยี วข้องกับ กฎการเคลอ่ื นท่ีของนวิ ตนั ข้อ 1 และ ขอ้ 3

เกี่ยวข้องกบั กฎการเคล่ือนที่ของนวิ ตัน ข้อ 1 คอื วตั ถุA ยงั คงรักษาสภาพอยู่น่งิ ได้ แสดงวา่ พ้ืน

จะตอ้ งออกแรงต้านวัตถุ A ไว้ด้วยขนาดเท่ากัน คอื 10 นวิ ตัน ตอบ แรงที่พนื้ กระทาต่อวตั ถุ A = 10 นิวตนั

แสดงใหเ้ จหา็นกได้จากข้อสรปุ เWก่ียFว+กบั Nแรงด=งั =นี้ 0
0

หาขนาด- W + N = 0

- 10 + N = 0

N = 10 N(นวิ ตนั )

ตอบ แรงท่ีพน้ื กระทาต่อวัตถุ A = 10 นวิ ตนั

ผ 6 - 13

เแกร่ยี งวคขู่กอ้ ิรงยิ กาับขอกงฎนกา้นาหร้านเหคกันล(กั ือ่ W(นWท)วี่ข)ตัอคถงนอืุ Aวิ ตแันรไงมขทใ่้อโ่ีชล3่ กแกรรงะท(าNตอ่ )วัตเพถรุ Aาะ
แรงค่กู ิริยาคือ แรงทวี่ ัตถกุ ระทาตอ่ โลก ( ขนาด 10 นิวตัน )

สว่ นแรง ( N ) คอื แรงท่ีพื้นกระทาต่อวตั ถุ A
แรงค่กู ริ ิยาคือ แรงทว่ี ัตถุ A กระทาต่อพื้น ( ขนาด 10 นวิ ตนั )
กฎการเคลื่อนทีข่ องนิวตนั ข้อ 3 ( ใครทาใคร ) ( นาย ก. ทา นาย ข. นาย ค.ไมเ่ ป็นคูก่ ิริยา )

ตัวอย่าง 2. วัตถุ B หนกั 50 นิวตัน มมี วล 5 กิโลกรมั ถกู ปลอ่ ยใหต้ กลงมาอยา่ งอิสระด้วยความเรง่ ขนาด

เท่าใด

เวดรธิงั ่งนทีด้ีา้วยแเรกงี่ยดวึงขดอ้ดู งขกอบั งโกลฎกคกจจาือะารนกเไ้าคดหล้ นอ่ื กันท(ี่ขWอง)นเริวWาตสันFามขา้อรถ2==หาเขพนรmmาาดะaaคเมวื่อามปเลร่อ่งไยดว้จตั าถกุ สBมแกลา้วรเวกัตยี่ ถวุกBับแจระงไตมา่อมยกนู่ ฎิ่งขจ้อะ2ถูก

หาขนาดความเร่ง W = ma

แทนค่า 50 N = ( 5 kg ) a
a = 10 m/s2
ตอบ วตั ถุ B ตกลงมาอยา่ งอสิ ระดว้ ยความเรง่ ขนาดเท่ากับ 10 เมตรตอ่ (วนิ าที)2
ตัวอย่าง 3. วัตถหุ นกั 60 นิวตัน ผกู ดว้ ยเชือกเบา ถกู เร่งให้เคล่อื นทีข่ น้ึ ด้วยความเร่ง 1.5 เมตรตอ่ (วินาที)2

แรงตึงของเสน้ เชอื กขณะน้ีมีค่ากน่ี ิวตัน

วธิ ีทา เกยี่ วขอ้ งกับ กฎการเคลื่อนที่ของนิวตนั ข้อ 2 เพราะเมื่อวตั ถุหนัก 60 นวิ ตันไมอ่ ยนู่ งิ่ ถกู เร่ง

ด้วยแรงดงึ ของเชอื ก เราสาจจมาะากไรดถ้ หาขนาดแTรงต+ึงFเชWือก ไดจ้ ากสมการเกี่ยวกับแรงตามกฎข้อ 2 ดังนี้
m a
= = m a

หาขนาดของแรงตึงเชือก

T - W = ma
แทนคา่ T - 60 N = ( 6 kg ) ( 1.5 m/s2 )

T = ( 9 N ) + ( 60 N )

T = 69 N

ตอบ แรงตงึ ของเส้นเชือกขณะนม้ี ีค่าเท่ากบั 69 นวิ ตัน

ผ 6 - 14

รายวชิ า ฟิสิกส์ 1 แบบฝกึ ทักษะ 6 ผลการเรยี นท่คี าดหวงั ที่ 6
รหัสวชิ า ว 30201 ใช้ประกอบแผนจัดการเรยี นรทู้ ี่ 6

ระดบั ชั้น มธั ยมศึกษาปีที่ 4 5 คะแนน ( P ) เวลา 5 นาที

เร่ือง แรง และกฎการเคล่ือนทีข่ องนิวตนั

ช่ือ.............................................................. ชัน้ ม. 4 /......……. เลขที่...............คะแนนที่ได้………….…….

1. วตั ถุ A มวล 50 กิโลกรัม วางนงิ่ บนพื้นเกลย้ี ง มีแรงมากระทานาน 10 วินาที จนมีความเร็วเปน็ 28 เมตร

ตอ่ วนิ าที จงหาแรงกระทาต่อวัตถุเป็นกี่นิวตนั ( 140 นวิ ตนั

)

2. เกดความเร่งกบั วัตถกุ ้อนหนง่ึ 12 เมตรตอ่ วินาที2 เมอ่ื ถกู แรงกระทา 108 นิวตนั ถา้ ถกู แรงกระทา 72 นิ
( 8 m/s2 )
วตันกระทา จะเกิดความเร่งกับวตั ถกุ อ้ นนี้เท่าใด

3. มแี รงสองกระทาต่อวัตถุมวล 40 กโิ ลกรัม ใหเ้ คลือ่ นท่ีไปบนพืน้ ราบด้วยความเรง่ 3 เมตรตอ่ (วนิ าที)2 โดยแรง

หนง่ึ มขี นาด 200 นิวตนั ถ้าอีกแรงมีทิศตรงข้ามแรงนจ้ี ะมีขนาดก่นี วิ ตนั ( 80 N )

ผ 6 - 15

4. วตั ถมุ วล 50 กิโลกรมั วางนงิ่ บนพื้น ถกู แรง 300 นิวตนั กระทานาน 8 วินาที ใหเ้ คลอ่ื นทไ่ี ปบนพ้นื ราบที่มี
แรงเสยี ดทานต้านการเคล่ือนสูงสดุ 75 นิวตัน จงหาความเร็วและระยะทางทวี่ ัตถเุ คล่ือนทีไ่ ด้ใน 8 วนิ าทนี ้ี
( 36 m/s , 144 m )

5. นายสมชายปล่อยลังใบหนง่ึ มวล 50 กโิ ลกรมั ลงจากรถบรรทุกทีม่ ีความเรว็ 18 เมตรตอ่ วนิ าที ถา้ ลงั ไถลไป

ตามพ้นื ได้ไกล 30 เมตรจึงหยดุ แสดงวา่ พื้นถนนต้านการเคลื่อนท่ขี องลังนี้กีน่ วิ ตัน ( 270 N )

ผ 6 - 16

รายวชิ า ฟิสกิ ส์ 1 ใบงาน 6.1 ผลการเรยี นท่คี าดหวังที่ 6
รหัสวิชา ว 30201 ใชป้ ระกอบแผนจัดการเรยี นรทู้ ี่ 6

ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 5 คะแนน ( A ) เวลา 10 นาที

เรื่อง แรง และกฎการเคลื่อนทขี่ องนิวตนั

ชอื่ …………………………………………………..……ช้ัน……………เลขที่………….

1.ให้นักเรียนเลือกแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับ การท่ีวัตถุจะเคล่ือนท่ีหรือไม่เคลื่อนที่ แรงต้องมีส่วนเกี่ยวข้องทุก
ครง้ั หรอื ไม่ อย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
2. ความคิดเหน็ ของกลุ่มเกยี่ วกบั การที่วตั ถุจะเคลื่อนที่หรือไมเ่ คลื่อนท่ี แรงต้องมสี ว่ นเกย่ี วข้องทุกครั้งหรือไม่
อย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….

3.ความคดิ เหน็ ทน่ี ักเรียนและครรู ว่ มกันอภปิ รายสรปุ เห็นว่า การที่วัตถุจะเคลื่อนทหี่ รือไมเ่ คล่ือนที่ แรงต้องมี
ส่วนเกี่ยวขอ้ งทุกคร้ังหรือไม่ อย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….

ผ 6 - 17

รายวชิ า ฟิสิกส์ 1 ใบงาน 6.2 ผลการเรยี นท่คี าดหวังที่ 6
รหสั วชิ า ว 30201 ใชป้ ระกอบแผนจดั การเรยี นรู้ที่ 6

ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 5 คะแนน ( P ) เวลา 40 นาที

เรอื่ ง แรง และกฎการเคลอื่ นทีข่ องนิวตนั

ชอ่ื ………………………………………………………ชน้ั …………เลขที่……..กลมุ่ ที่…………

ให้นกั เรยี นสรปุ สาระสาคัญที่ไดจ้ ากการสบื ค้น ข้อมลู ลงในสดุ จดบันทึก
1. แรง
2. มวล
3. กฎการเคลอ่ื นที่ของนวิ ตัน

ให้นกั เรยี นเตมิ คาตอบทถี่ ูกต้องลงในชอ่ งว่างตอ่ ไปนี้
1. แรง คอื …………………………………………………………………………มีหนว่ ยเปน็ …………………..
2. มวล คอื …………………………………………………………………………มีหนว่ ยเป็น…………………
3. นา้ หนักของวตั ถุ ใดๆ เป็น มวล หรือเป็น แรง อย่างไร ……………………………………………………….

………………………………………………………………………มหี น่วยเปน็ ……………………………..
4. วัตถุท่วี างอยูน่ ง่ิ บนพ้ืนมแี รงกระทาหรือไม่ อยา่ งไร …………………………………………………………..

…………………………………………………………………………………………………………………..
5. วตั ถทุ ่ีเคลอ่ื นทด่ี ว้ ยอัตราเร็วคงตัวเปน็ แนวเสน้ ตรง ถอื วา่ มคี วามเรว็ คงท่หี รือไมค่ งที่ ………………………..
6. วัตถุทเ่ี คล่ือนท่ีดว้ ยอตั ราเร็วคงตัวเป็นแนวโค้งแบบวงกลม ถือว่า มีความเรว็ คงทหี่ รือไมค่ งที่ ………………
7. กฎการเคลอ่ื นทขี่ อ้ 1 ของนิวตนั กลา่ วว่า ……………………………………………………………………….

…………………………………………………………………………………………………………………...
ยกตัวอยา่ ง ..……………………………………………………………………………………………………...
8. กฎการเคลื่อนทีข่ ้อ 2 ของนิวตัน กล่าวว่า ……………………………………………………………………….

…………………………………………………………………………………………………………………...
ยกตัวอยา่ ง ..……………………………………………………………………………………………………...
9. กฎการเคล่ือนที่ข้อ 3 ของนวิ ตนั กลา่ วว่า ……………………………………………………………………….

…………………………………………………………………………………………………………………...
ยกตวั อย่าง ..……………………………………………………………………………………………………...
10. ความเฉอื่ ย กบั การรกั ษาสภาพเดมิ ตา่ งกนั หรอื ไม่ อยา่ งไร ….……………………………………………….

…………………………………………………………………………………………………………………...

ผ 6 - 18

11. จงพิจารณาวัตถุต่อไปน้ีจากรปู จงหาวา่ จะมแี รงกระทาก่แี รง คือแรงอะไรบ้าง ขนาดเท่าใด

2. มีแรงกระทา…………..แรง 3 kg 1. มีแรงกระทา…………..แรง
คือ……………………………… คือ………………………………
……………………………………………
4 kg ขนาดของแรงลพั ธเ์ ท่ากบั ………………… ……………………………………………
……………………………………………. ขนาดของแรงลพั ธ์เท่ากบั ………………………………………
…………………………………………………………………

3. วตั ถกุ าลงั เคลื่อนท่ีข้ึนดว้ ยความเร็วคงที่ 4. วตั ถกุ าลงั เคลื่อนท่ีลงดว้ ยความเร็วคงท่ี
มีแรงกระทา…………..แรง มีแรงกระทา…………..แรง
5 kg คือ…………………………………………………. 2 kg คือ………………………………………………….
……….…………………………………………… ……….……………………………………………
ขนาดของแรงลพั ธ์ ขนาดของแรงลพั ธ์
เท่ากบั ………...…………..…………………………………… เท่ากบั ………………………………..…………………………
………………………………………………. …..……………………………………….….

6 kg 5. วตั ถุกาลงั เคล่ือนท่ีดว้ ยความเร่ง 4 kg วตั ถกุ าลงั เคล่ือนที่ดว้ ยความเร่งคง
คงตวั 2 m/s2 มีแรงกระทา….แรง ตวั 1.5 m/s2 มีแรงกระทา…...แรง

พ้นื ลื่น พ้ืนลื่น

คือ………………………………………………………………. คือ……………………………………………………………….

……….………………………………………………………… ……….…………………………………………………………

ขนาดของแรง ขนาดของแรง

เท่ากบั ………………………………..……..…………………… เท่ากบั ………………………………..……..……………………

…………………………………………………. ………………………………………………….

………………………………………………………………… …………………………………………………………………

………………………………………………………………… …………………………………………………………………

ผ 6 - 19

รายวชิ า ฟิสิกส์ 1 ใบงาน 6.3 ผลการเรยี นท่ีคาดหวงั ท่ี 6
รหสั วิชา ว 30201 ใช้ประกอบแผนจัดการเรยี นรู้ท่ี 6
ระดบั ชั้น มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4
5 คะแนน ( A ) เวลา 10 นาที
เรือ่ ง
แรง และกฎการเคล่อื นท่ขี องนิวตัน

ช่อื ………………………………………………………ชัน้ …………เลขท่ี……..กลมุ่ ที่…………

1. แรงสองแรงมีขนาด 3 นิวตัน และ 4 นวิ ตัน กระทาต่อวัตถมุ วล 2 กโิ ลกรมั จะทาใหว้ ัตถุมีความเร่งเทา่ ใด

ถ้า ( 3.5 m/s2 )

ก) แรงท้งั สองกระทาในทศิ เดยี วกนั ( 0.5 m/s2 )

ข) แรงทัง้ สองกระทาในทศิ ตรงข้ามกนั ( 2.5 m/s2 )

ค) แรงทั้งสองกระทาในทิศต้งั ฉาก

2. วัตถุหน่งึ ถูกแรงกระทา 30 นิวตัน ทาใหเ้ คล่อื นทีด่ ้วยความเร่ง 5 m/s2 แตถ่ ้าต้องการให้วัตถนุ ีม้ คี วามเร่ง

เปน็ 3 เท่าของความเร่งเดิม จะต้องออกแรงเทา่ ใด ( 90 นิวตนั )

ผ 6 - 20

3. ผูกวตั ถมุ วล 2 kg ดว้ ยเชอื กที่มมี วลนอ้ ยมาก จับปลายเชือกอีกขา้ งหน่งึ ใหว้ ตั ถหุ ้อยอยู่ในแนวดง่ิ จงหาแรงท่ี

เชอื กดงึ มือ เม่ือ

ก) ถือเชือกอยู่นิ่ง ๆ ( 20 นวิ ตัน )

ข) หย่อนเชอื กลงด้วยอตั ราเร็วคงตัว ( 20 นวิ ตัน )
ค) หยอ่ นเชือกลงดว้ ยความเร่ง 3 m/s2
ง) ดึงเชือกขน้ึ ดว้ ยความเรง่ 3 m/s2 ( 14 นวิ ตนั )

( 26 นวิ ตนั )

ผ 6 - 21

รายวชิ าฟิสิกส์ 1 ใบกิจกรรม 6 รหสั วชิ า ว 30201

ชอ่ื ..........................................................………………….. ชนั้ ม. 4 /......…. ……….เลขที่............….

ผลการเรียนทค่ี าดหวงั ท่ี 6 สบื คน้ ขอ้ มูล ทดลอง อภิปรายและคานวณ เกีย่ วกับแรง และกฎการเคล่อื นท่ีของ
นิวตัน

คาสัง่ ให้นักเรียนสรปุ ความรู้ทเ่ี กย่ี วกบั แรง และกฎการเคลื่อนท่ีของนิวตนั เป็นแผนผงั มโนทัศน์ ( Concept
Mapping )

องค์ความรู้ เร่ือง………………………………………………………………………………
เกีย่ วข้อง ในหวั ข้อเรื่อง แรง และกฎการเคลือ่ นท่ีของนวิ ตัน
ใหง้ าน วนั ที่………………………………………………………………………………
กาหนดส่ง วันที่………………………………………………………………………………
ส่งงาน วันท่ี……………………………..…………ลงช่ือ………………………………ผสู้ ่ง

ลงชื่อ………………………………ผรู้ ับ
( นายชาตรี ศรีม่วงวงค์ )
อาจารยป์ ระจาวิชา ว 30201

ลาดบั รายการ 5 4 3 2 1 หมายเหตุ
1 ความเกี่ยวข้องกับจุดประสงค์และเน้อื หาสาระ
2 ความสัมพันธ์ กับชวี ิตประจาวนั
3 รูปแบบ สามารถนาไปเป็นแบบอย่างได้
4 ความคดิ รเิ รมิ่ สรา้ งสรรค์
5 ความสะอาด เรียบรอ้ ย

5 = ดีมากทส่ี ดุ 4 = ดีมาก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ควรปรบั ปรุง

ผปู้ ระเมิน ลงช่อื ……………………………………………………ช้นั …………….เลขท่ี………...
วันที่………………………………………………………………………………………

ผ 6 - 22

แผนผงั มโนทัศน์ ( Concept Mapping )
องค์ความร้เู รือ่ ง …………………………………………..

เจา้ ของผลงาน ชอ่ื ……………………………………………………ชั้น……………..เลขท…่ี …….

รายวชิ า ฟิสิกส์ 1 แบบทดสอบ ผ 6 - 23
รหสั วชิ า ว 30201 ( กอ่ นเรยี น – หลังเรยี น )
ระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาที่ 4 ผลการเรยี นทคี่ าดหวงั ที่ 6
ประกอบแผนจดั การเรียนรู้ท่ี 6

เวลา 15 นาที

จุดประสงค์การเรียนร้ทู ี่ 6 สืบคน้ ข้อมูล ทดลอง อภิปรายและคานวณ เกี่ยวกับแรง และกฎการเคลื่อนท่ีของ

นิวตนั

คาสั่ง จงเลือกกากบาท ( X ) ตัวเลอื ก ก, ข, ค และ ง ที่เห็นว่าถกู ตอ้ งที่สุด

1. จงพจิ ารณาขอ้ ความต่อไปนี้

1. ปรมิ าณที่อกให้ทราบว่าวัตถมุ ีความเฉือ่ ยมากหรือน้อย คอื มวล

2. เมอ่ื เราตกจากที่สูงลงมากระทบพืน้ น้ันรูส้ กึ เจบ็ อธบิ ายได้ด้วยกฎขอ้ ที่ 2 ของนวิ ตัน

3. รถยนต์ที่กาลงั วง่ิ อย่แู ล้วนา้ มันหมด แตย่ งั สามารถแล่นได้ต่อไปอีกโดยไมห่ ยุดในทนั ที อธิบายไดด้ ว้ ยกฎข้อ

ท่ี 1 ของนิวตนั

ขอ้ ความใดถูกต้อง

ก. ขอ้ 1 , 2 และ 3 ข. ขอ้ 1 , 3 ค. ขอ้ 2 , 3 ง. ข้อ 1, 2

2. จงพจิ ารณาเก่ยี วผลของแรง ท่ีเกิดขน้ึ กบั วัตถุ

1. วตั ถุท่ียังรักษาสภาพน่งิ อยไู่ ด้ แสดงวา่ ไม่มแี รงใดๆมากระทา

2. วตั ถทุ เี่ คลอ่ื นทเ่ี ปน็ เส้นตรงอยู่แล้ว ยงั สามารถเคลื่อนท่ีต่อไปได้ในสภาพเสน้ ตรงเหมือนเดมิ จะต้องมแี รง

3. ทเ่ีถป้าน็ ศFนู ย=์มา0กระผทลทา ่ีตามมา คอื a = 0

ข้อความใดถกู ต้อง

ก. ข้อ 1 , 2 และ 3 ข. ข้อ 1 , 3 ค. ข้อ 2 , 3 ง. ขอ้ 1, 2

3. ชายคนหนึ่งออกแรงผลักโต๊ะตวั หนึง่ ในแนวระดบั ปรากฏว่า โตะ๊ อยูน่ ง่ิ แสดงวา่

ก. แรงท่ผี ลักโต๊ะ น้อยกว่า น้าหนักของโตะ๊ ข. แรงทผี่ ลักโต๊ะ มากกวา่ น้าหนกั ของโต๊ะ

ค. แรงท่ผี ลกั โตะ๊ เท่ากบั นา้ หนักของโตะ๊ ง. แรงทีผ่ ลักโต๊ะ เท่ากบั แรงท่ีโต๊ะผลกั

4. ข้อใดกลา่ วถกู ต้องเกี่ยวกับความหมายของแรง ข. ผลการทาท่ที าให้วัตถุเคลื่อนท่ี
ก. การกระทา ง. ถูกทุกข้อ
ค. ผลการทาวตั ถเุ คลอื่ นทใ่ี นหน่ึงหนว่ ยเวลา

5. จงพิจารณาว่าข้อใดเก่ยี วข้องกบั กฎข้อท่ี 2 ของนวิ ตัน

ก. คนในรถยนตจ์ ะพุ่งไปข้างหนา้ เมื่อเบรครถอยา่ งกระทันหนั ข. ลูกมะพร้าวหล่นจากตน้

ค. แรงระหว่างรถบรรทุกกระทาและรถที่พว่ งมาด้วย ซงึ่ ขณะนัน้ วงิ่ ด้วยความเร่ง ง. รถไถลจากการเบรก

ผ 6 - 24

6. แรง 2 แรง ขนาด 16 นวิ ตนั และ 24 นวิ ตนั กระทาตอ่ วัตถมุ วล 2 กิโลกรัม วตั ถนุ ี้ จะเกิดการ

เปล่ียนแปลงมากทสี่ ุดและน้อยที่สุดเท่าไร ตามลาดับ ข. 12 และ 8 เมตรต่อ(วินาที)2
ก. 20 และ 4 เมตรตอ่ (วินาที)2 ตามลาดับ

ตามลาดบั
ค. 80 และ 16 เมตรตอ่ (วนิ าที)2 ตามลาดับ ง. 48 และ 32 เมตรต่อ(วนิ าที)2

ตามลาดับ

7. วตั ถุ A ถูกแรงขนาด 42 นวิ ตนั กระทาให้เคล่ือนทีด่ ้วยเร่ง 3 เมตรต่อ(วินาที)2 อยากทราบว่าวตั ถนุ ม้ี มี วล

ก่ีกโิ ลกรัม

ก. 126 ข. 45

ค. 39 ง. 14

8. วัตถุ A มวล 2 กโิ ลกรัม วางอย่บู นพื้นราบถูกแรง 10 นวิ ตัน กระทาในแนวขนานกับพ้นื ทาให้วตั ถุเคล่ือนที่

ได้ระยะทางกเ่ี มตร ในเวลา 10 วินาที

ก. 40 เมตร ข. 200

ค. 400 ง. 500

9. ต้องออกแรงต้านขนาดก่ีนิวตัน ทจ่ี ะทาให้วตั ถุมวล 10 กโิ ลกรัม ท่ีเคล่ือนทมี่ าดว้ ยความเรว็ 20 เมตรต่อ

วินาที หยดุ ภายใน 10 วินาที

ก. 10 ข. 20

ค. 30 ง. 40

10. เชือกเส้นหนึ่งทนแรงตึงได้มากที่สุด 800 นิวตัน ถ้าต้องการฉุดวัตถุมวล 40 กิโลกรัม ให้เคล่ือนท่ีขึ้นใน
แนวดง่ิ ดว้ ยความเรง่ สงู สดุ กเี่ มตรต่อ(วนิ าที)2

ก. 20 ข. 16

ค. 10 ง. 4

ผ 6 - 25

รายวชิ า ฟสิ ิกส์ 1 เฉลยแบบทดสอบ จุดประสงคก์ ารเรียนร้ทู ี่ 6
( ว 30201 ) ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 ก่อนเรียน ประกอบแผนจัดการเรยี นรู้ที่ 6
หลงั เรียน

เฉลยแบบทดสอบ
กอ่ นเรียนและหลังเรยี น
ขอ้ คาตอบ
1ข
2ค
3ง
4ก
5ข
6ก
7ง
8ง
9ข
10 ค

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 7
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 3 แรง มวลและกฎการเคลื่อนท่ี เร่อื งที่ 7 กฎแรงดงึ ดูดระหวา่ งมวลของนิวตนั

วิชา ฟิสกิ ส์ 1 รหสั วิชา ว30201 ชนั้ ม.4 เวลา 5 ชัว่ โมง หน่วยการเรียน 1.5 หนว่ ย
อาจารยผ์ ูส้ อนนายชาตรี ศรีมว่ งวงค์

1. มาตรฐาน
มาตรฐาน ว 4.2 เขา้ ใจลักษณะการเคลอื่ นท่ีแบบตา่ งๆ ของวัตถุในธรรมชาติมกี ระบวนการสืบเสาะ

หาความรแู้ ละจติ วทิ ยาศาสตร์ ส่อื สารสง่ิ ทเี่ รยี นรแู้ ละนาความรู้ไปใช้ประโยชน์

2. ตวั ชี้วดั
สบื ค้นขอ้ มลู อภปิ ราย และคานวณเกย่ี วกับกฎแรงดงึ ดดู ระหว่างมวลของนิวตัน และผลของแรงเก่ียวกับ

จุดศูนย์กลางมวล และจดุ ศนู ยก์ ลางความโนม้ ถว่ ง

3. จดุ เนน้ ท่ตี ้องการพฒั นาคุณภาพผเู้ รียน
1. ทักษะแสวงหาความรดู้ ว้ ยตนเองเพอ่ื การแก้ปัญหา
2. ทักษะการคิดขน้ั สูง
3. ทักษะการส่ือสารอยา่ งสรา้ งสรรคต์ ามช่วงวัย
4.คณุ ลักษณะมุง่ ม่ันในการทางาน
5. คุณลกั ษณะใฝ่ร้ใู ฝ่เรียน
การบรู ณาการ
1.สาระอาเซียน เรือ่ ง นกั วิทยาศาสตรใ์ นประชมคมอาเซียน
2.สาระฯ ท้องถิน่ เรอื่ ง -
3.เศรษฐกจิ พอเพยี ง เร่ือง -

4. สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
แรง เป็นปริมาณอย่างหน่ึงท่ีเป็นผลให้วัตถุนั้นพยายามที่จะเปลี่ยนสภาพไปจากเดิม โดยส่วนใหญ่จะมี

ความคุ้นกับแรงท่ีเกิดจากการสัมผัสกับวัตถุ แต่การเปลี่ยนสภาพของวัตถุก็ไม่ได้เกิดจากแรงท่ีสัมผัสกับวัตถุ
เช่น การตกอย่างอิสระของวัตถุ การตกของอุกาบาต การโคจรรอบรอบของดาวเทียม และดวงจันทร์ การ
เคล่ือนท่ขี องดารเคราะหต์ า่ งๆที่โคจรรอบโลก นวิ ตนั นกั วิทยาศาสตร์ ชาวอังกฤษ ได้ตง้ั กฎแรงดึงดดู ระหว่างมวล
สรปุ ไดว้ า่ “วัตถทุ ้ังหลายในเอกภพจะออกแรงดึงดูดซง่ึ กนั และกัน โดยขนาดของแรงดึงดูดระหว่างวัตถุคู่หนึ่ง จะ
แปรผนั ตรงกบั ผลคูณระหว่างมวลของวัตถทุ ้ังสอง และแปรผกผันกับกาลังสองของระยะทางระหว่างวัตถุทั้งสอง
นั้น”

ผ7-2

5. สาระการเรยี นรู้
สาระแกนกลาง/สาระท้องถ่ิน
ความรู้ (รอู้ ะไร)
1. กฎแรงดงึ ดูดระหวา่ งมวลของนิวตนั
2. จดุ ศูนย์กลางมวล
3. จดุ ศูนย์กลางความโน้มถว่ ง
ทกั ษะ/สมรรถนะ
1. ความสามารถในการส่ือสาร
2.ความสามารถในการคิด
3.ความสามารถในการแกป้ ัญหา
4.ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
5. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี

คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ใฝเ่ รยี นรู้ (ต้งั ใจเพยี งพยายามในการเรียน และเขา้ ร่วมกจิ กรรมการเรยี นร้,ู แสวงหาความรู้รู้จากแหลง่
เรยี นรู้ตา่ ง ๆ ท้ังภายในและภายนอกโรงเรียนด้วยการเลือกใช้สอ่ื อย่างเหมาะสม สรปุ เปน็ องค์ความรู้ และ
สามารถนาไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ได้)

6. ช้นิ งาน/ภาระงาน
ใบงานที่ 7

7. การวดั และประเมินผล

7.1 การประเมนิ ระหวา่ งจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

ชิ้นงาน/ภาระงาน วิธกี ารประเมนิ เครอ่ื งมอื เกณฑ์การประเมิน
-
1.การวดั ผลคุณธรรม สังเกตพฤตกิ รรม แบบวดั พฤติกรรม
-
จติ พิสยั นกั เรยี น นกั เรยี น
ร้อยละ 50 ข้ึนไป
2. การประเมินผลจาก ตรวจใบงาน 7.1 – 7.3 ใบงานที่ 7.1-7.3 -
ระดับ 3 ข้นึ ไป
สภาพจรงิ รอ้ ยละ 50 ขน้ึ ไป

ตรวจแบบฝกึ ทกั ษะ 7 แบบฝกึ ทักษะ 7 เกณฑ์การประเมนิ
ร้อยละ 60 ข้ึนไป
ตรวจสมดุ จด ใบกิจกรรม 7

ตรวจใบกจิ กรรม 7

3. การวัดผลหลังเรยี น ตรวจแบบทดสอบราย แบบทดสอบราย

จดุ ประสงคท์ ่ี 7 จุดประสงค์ท่ี 7

7.2 การประเมินเมือ่ สนิ้ สุดการเรียนรู้

ชิน้ งาน/ภาระงาน วธิ กี ารประเมนิ เคร่ืองมือ

แบบทดสอบ ตรวจแบบทดสอบ แบบทดสอบ

ผ7-3

8. กจิ กรรมการเรียนรู้
ขน้ั สรา้ งความสนใจ
1.1 นักเรียนและครูร่วมสนทนา เรื่อง น้าหนักของวัตถุและการเดินบนโลก และดาวเคราะห์

เพ่อื นาไปสู่คาถามทว่ี า่ “ทาไมนา้ หนกั ของวตั ถบุ นโลกและดวงจันทร์จึงหนกั ไม่เทา่ กัน”
1.2 นักเรียนตอบข้อซักถามของครูว่า “ทาไมน้าหนักของวัตถุบนโลกและดวงจันทร์จึงหนักไม่

เท่ากัน” ( ทิ้งชว่ งให้นักเรยี นคดิ )
1.3 นักเรียนร่วมกันอภิปรายในแต่ละกลุ่ม พร้อมท้ังบันทึกความเห็นของกลุ่มในใบงาน 7.1

เฉพาะข้อ 1 และข้อ 2 (เปิดโอกาสให้นักเรยี นได้แสดงความคิดเห็นโดยยังไม่เน้นถูกผดิ )
1.4 ตวั แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอความเห็นของกลุ่ม ( ของแต่ละคนในกลุ่มโดยตัวแทน

ของกลมุ่ และขอ้ สรุปของกลมุ่ )
1.5 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายเก่ียวกับ “ทาไมน้าหนักของวัตถุบนโลกและดวงจันทร์จึง

หนักไม่เทา่ กนั ” แลว้ บันทกึ ลงในใบงาน 7.1
1.6 นกั เรยี นทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน จานวนข้อสอบ 10 ข้อ
1.7 แจ้งใหน้ ักเรยี นทราบวา่ จะได้ศึกษาเก่ียวกบั กฎแรงดึงดูดระหว่างมวลของนิวตนั จดุ

ศูนย์กลางมวล และจุดศูนยก์ ลางความโน้มถ่วง
ขั้นสารวจและคน้ หา
2.1 นักเรียนสืบค้นข้อมูลเก่ียวกับ กฎแรงดึงดูดระหว่างมวลของนิวตัน จากใบความรู้ 7 กับใบ

งาน 7.2 แลว้ สรปุ สาระสาคัญ บันทึกลงในสมดุ จดบันทึกและตอบคาถาม
2.2 สมุ่ นักเรียน 1 กลมุ่ เสนอผลการสบื คน้ ขอ้ มลู
ขน้ั อธบิ ายและลงข้อสรปุ
3.1 นักเรยี นนาข้อมลู จากขั้นการสบื ค้น ขอ้ มลู มาอภิปรายรว่ มกับครู
3.2 ครูอธิบายเพ่ิมเติมเกี่ยวกับ กฎแรงดึงดูดระหว่างมวลของนิวตัน เพ่ือให้นักเรียนสรุป

สาระสาคญั ลงในสมดุ จดบันทกึ
ขัน้ ขยายความรู้
4.1 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปราย เกี่ยวกับ ตัวอย่างการแก้ปัญหาเก่ียวกับกฎแรงดึงดูด

ระหวา่ งมวลของนวิ ตนั จดุ ศูนยก์ ลางมวล และจดุ ศนู ยก์ ลางความโนม้ ถว่ ง จากใบความรู้ 7
4.3 นักเรียนรว่ มกันสืบค้น แกป้ ญั หา ในใบงาน 7.3
4.4 นักเรียนทาแบบฝึกทกั ษะ 7
ขั้นประเมิน
5.1 นักเรียนเขียน Concept mapping เกี่ยวกับ กฎแรงดึงดูดระหว่างมวลของ นิวตัน

จดุ ศนู ย์กลางมวล และจุดศูนย์กลางความโนม้ ถว่ ง ในใบกิจกรรม 7
5.2 นักเรียนนา Concept mapping อภิปรายแลกเปล่ียนกับเพ่ือนๆ และประเมินผลงาน

ให้กับเพื่อน
5.3 นักเรียนท่ีเป็นเจ้าของผลงาน Concept mapping ท่ีได้รับการประเมินจากเพ่ือนมา

อภิปรายเกย่ี วกับ Concept ในงานนนั้ โดยการส่มุ จากครู
5.4 นักเรียนทาแบบทดสอบหลังเรียน และครูอนุญาตให้นักเรียนเล่นการใช้เกมส์หมากฮอส

พัฒนาทักษะการคิดของนกั เรียนระหว่างทท่ี าแบบทดสอบหลงั เรียน

ผ7-4

9. สื่อ/แหล่งเรียนรู้ จานวน สภาพการใชส้ อ่ื
รายการสื่อ 1 ชุด ใช้ขัน้ สร้างความสนใจ
1 ชุด ใชข้ น้ั สรา้ งความสนใจ
1. แบบทดสอบก่อนเรยี น 1 ชุด ใชอ้ ธบิ ายและลงข้อสรุป ( ใชข้ นั้ ประเมนิ )
2. ใบงาน 1.1 1 ชดุ ใช้อธิบายและลงข้อสรุป
3. แบบฝึกทักษะ 1 1 ชดุ ใช้สารวจและค้นหา
4. ใบความรู้ 1 1 ชุด ใชข้ ยายความรูแ้ ละลงขอ้ สรปุ
5. ใบงาน 1.2 1 ชดุ ใชข้ น้ั ประเมนิ และลงขอ้ สรุป
6. ใบงาน 1.3 1 ชดุ ใช้ขน้ั ประเมนิ
7. ใบกิจกรรม 1 ใช้ทุกข้นั ตอน
8. แบบทดสอบหลงั เรยี น 1 ชุด
9.เวบ็ ไซต์ www.wikipedia.org ใช้ทุกข้ันตอน
และ http://www.rmutphysics.com
10.Power Point เร่อื งที่ 7 กฎแรง ใช้ทุกข้ันตอน
ดงึ ดดู ระหว่างมวลของนวิ ตัน
11.การใชเ้ กมสห์ มากฮอสพัฒนาทักษะการ
คดิ ของนักเรยี น

ผ7-5

10. กิจกรรมเสนอแนะ วิธดี าเนินกจิ กรรม
กจิ กรรมเสรมิ ทกั ษะหรือซ่อมเสรมิ
1. ครูควบคุมดแู ลให้อยูใ่ นกรอบระหว่างเรยี น
รายการ 2. ครคู อยเสรมิ หรือแก้ไขเม่อื การอภิปรายของนักเรียน
1. ปรับปรุง – แก้ไขข้อบกพรอ่ งของผู้เรยี น
ไม่สมบูรณ์
2. สง่ เสริมความรู้ความสามารถของผ้เู รยี น 3. ครูชี้แจงข้อบกพรอ่ งในการทากิจกรรม
4. ครเู ฉลยขอ้ สงสัย ที่นักเรยี นทาไม่ได้
5. สอนซอ่ มเสริมนักเรยี นท่ีไม่ผ่านประเมนิ หลังเรยี น

1. ใหน้ กั เรียนทาชิน้ งาน 1 ชิ้นงาน

ผ7-6

11. บนั ทกึ ผลหลังสอน

ผ7-7

11. บนั ทกึ ผลหลังสอน

ผ7-8

ขอ้ เสนอแนะของหัวหน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์
................................................................ ..............................................................................................
................................................................................................. .............................................................
............................................................................................................................. .................................

ลงช่ือ ........................................................
(นายสุระศักดิ์ ยอดหงษ์)

ตาแหน่ง หัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์
วันท่ี..........เดือน..........................พ.ศ............

ขอ้ เสนอแนะของรองผู้อานวยการกล่มุ บรหิ ารงานวชิ าการ
............................................................................................................................. .................................
................................................................................................. .............................................................
............................................................................................................................. .................................

ลงชือ่ ........................................................
(นายวเิ ชยี ร ยอดนลิ )

ตาแหน่ง รองผู้อานวยการกลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ
วนั ที่..........เดือน..........................พ.ศ............
ขอ้ เสนอแนะของผู้อานวยการโรงเรียน
..............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................
............................................................................................................................. .................................
ลงช่ือ ........................................................

(นายจานง อินทพงษ์)
ตาแหน่ง ผอู้ านวยการโรงเรยี นวัชรวิทยา
วนั ท่ี..........เดือน..........................พ.ศ............

ผ7-9

ภาคผนวกประกอบแผนการจัดการเรียนรู้ท่ี 7
หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 3 แรง มวลและกฏการเคล่อื นท่ี
เร่อื งท่ี 7 กฎแรงดงึ ดดู ระหว่างมวลของนิวตัน จุดศนู ย์กลางมวล และจุดศนู ย์กลางความโน้มถว่ ง
วิชา ฟิสิกส์ 1 รหสั วิชา ว30201 ชัน้ ม.4 เวลา 7 ช่ัวโมง หน่วยการเรยี น 1.5 หน่วย

อาจารย์ผ้สู อนนายชาตรี ศรีม่วงวงค์

1.ใบความรู้
2.แบบฝึกทักษะ
3.ใบงาน
4.ใบกิจกรรม
5.แบบทดสอบ

ผ 7 - 10

รายวิชา ฟิสิกส์ 1 ใบความรู้ 7 ผลการเรยี นทคี่ าดหวงั ที่ 7
รหัสวชิ า ว 30201 ระดบั ช้ัน ม. 4 ใชป้ ระกอบแผนจัดการเรียนร้ทู ี่ 7

กฎแรงดงึ ดูดระหวา่ งมวลของนิวตนั จดุ ศูนย์กลางมวล และจดุ ศนู ยก์ ลางความโน้มถ่วง

กฎแรงดึงดูดระหวา่ งมวลของนวิ ตนั
ความคดิ ของมนษุ ย์ในสมยั โบราณ เช่อื วา่ โลกเป็นศนู ย์กลางของจักรวาล การเกิดกลางวันและกลางคืน

การเหน็ ดวงอาทิตย์ ดวงจนั ทร์ ดาวตก ดาวหาง ตลอดจนเทหฟากฟ้าตา่ งๆเหลา่ นี้ มนุษย์จะมที ั้งความยินดี
และความกลวั คดิ ไปว่าคือเทพเจ้าและการกระทาของเทพเจา้

ต่อมาความคดิ ก็เปล่ียนไปว่า โลกอาจไม่ใช่ศูนย์กลางของจักรวาล สิ่งตา่ งๆท่ีเกิดขนึ้ นน้ั ไม่ใชเ่ ทพเจ้าใดๆ
โดยประมาณ ค.ศ. 1500 นิโคลสั โคเปอร์นคิ ัส ชาวโปแลนด์พิสูจน์ไดว้ ่า โลกโคจรรอบดวงอาทิตย์
ไทโค บราห์ ชาวเดนมารก์ สังเกตและบนั ทึกการเคลื่อนท่ีของดาวเคราะหต์ ่างๆ ท่ผี ่านดาวฤกษ์อยา่ ง
ละเอียด
โยฮันส์ เคปเลอร์ ชาวเยอรมนั นาข้อมลู จากการบันทึกของไทโค บราห์ มาวเิ คราะหส์ รุปเป็นกฎแห่ง
การโคจรของดาวเคราะห์วา่
1. กฎแหง่ การโคจรเป็นวงรี กล่าวว่า “ทางโคจรของดาวเคราะห์เปน็ รปู วงรี โดยมีดวงอาทิตย์อยู่ที่
ตาแหน่งจดุ โฟกสั จดุ หนง่ึ ”
2. กฎแหง่ พน้ื ท่ี กลา่ ววา่ “เม่อื ดาวเคราะห์โคจรไปรอบดวงอาทิตย์ เสน้ ตรงที่ต่อระหว่างดวงอาทิตย์
กบั ดาวเคราะห์นนั้ จะกวาดพื้นท่ีไดเ้ ท่ากนั ภายในเวลาเทา่ กัน”
3. กฎแห่งคาบ กล่าววา่ “กาลังสองของคาบของดาวเคราะห์เปน็ สดั สว่ นโดยตรงกบั กาลังสามของ
ระยะทางเฉลยี่ ดาวเคราะห์ไปยงั ดวงอาทติ ย์”
ดังนี้ T2  R3 av

เมอื่ T คือ คาบของการโคจร , R คอื ระยะทางเฉล่ียดาวเคราะหไ์ ปยังดวงอาทิตย์
จะได้ T2 = kR3 av

เมอื่ k คือ ค่าคงทีข่ องดาวเคราะหแ์ ต่ละดวงในการโคจรรอบดวงอาทิตย์

จากผลการวิเคราะห์เกยี่ วการโคจรของดาวเคราะหร์ อบดวงอาทิตย์ของเคปเลอร์ ทาให้นิวตัน เกดิ
ความคิดวา่ ทาไมดาวเคราะห์จึงโคจรรอบดวงอาทิตย์อยู่ได้ ทาไมจงึ ไมห่ ลดุ ออกไปจากวงโคจร แสดงวา่ ต้องมี
แรงอยา่ งใดอย่างหนง่ึ ดงึ เอาไวต้ ลอดเวลา และเลยคดิ ตอ่ ไปว่า วัตถบุ นโลกกจ็ ะต้องถูกแรงน้กี ระทาเหมือนกัน
และมที ิศเข้าสู่ศูนยก์ ลางของจุดศูนย์กลางของระบบนนั้ และแรงน้ีจะมีทิศสศู่ ูยก์ ลางตลอดเวลา แรงนี้นวิ ตันคดิ
วา่ น่าจะเกิดจากมวลของวัตถุ จึงเรยี กแรงนวี้ า่ แรงดงึ ดูดระหว่างมวล

ผ 7 - 11

นิวตนั สรปุ วา่ “วตั ถุทงั้ หลายในเอกภพจะออกแรงดึงดูดซึ่งกันและกัน โดยขนาดของแรงดงึ ดดู ระหวา่ ง

วัตถุคู่หนง่ึ จะแปรผันตรงกับ ผลคูณระหวา่ งมวลของวัตถทุ ้ังสอง และแปรผกผนั กับกาลงั สองของระยะทาง

ระหวา่ งวัตถทุ งั้ สองนัน้ ” F  m1m 2
จะได้ R2

F = G m1m 2
R2
เมอ่ื F คอื แรงดึงดดู ซึง่ กนั และกันระหว่างมวลมีหนว่ ยเป็น นวิ ตนั ( N )
G คือ ค่านิจโนม้ ถ่วงสากล = 6.67x10 – 11 N.m2 / kg2

m1 คือ มวลของวตั ถหุ นึ่ง มหี น่วยเปน็ กิโลกรมั ( kg )

m2 คอื มวลของวตั ถุอีกวตั ถุหน่ึง มีหน่วยเปน็ กโิ ลกรัม ( kg )
R คือ ระยะห่างระหวา่ งวตั ถุท้งั สอง มหี นว่ ยเปน็ เมตร ( m )

ตวั อย่าง 1. นายมงุ่ มั่น มมี วล 50 กิโลกรมั น่งั ห่างจาก นางสาวพอใจ ซง่ึ มมี วล 40 กิโลกรัม เปน็ ระยะ 2

เมตร คนทงั้ สองมีแรงกระทาซ่ึงกนั และกันเท่าใด ถ้าต้องการให้เกดิ แรงน้ีเปน็ 4 เทา่ ของแรงเดิม จะต้องทา

อย่างไร จาก F = G m1m 2
วธิ ีทา R2
( 50 kg )( 40 kg )
ตอบ F = ( 6.67x10 – 11 N.m2 / kg2 ) (2 m )2

F = 3.3x10 – 8 N
คนท้ังสองมีแรงกระทาซึ่งกนั และกนั เทา่ กับ 3.3x10 – 8 นวิ ตนั

ถา้ ต้องการให้เกดิ แรงน้ีเป็น 4 เท่าของแรงเดมิ จะต้องทาอย่างไร
m1m
จาก F = G R2 2

จะได้ F2 = R12
F1 R 22
F1
R22 = R12 F2

R22 = ( 2 )2 x 4 3.3x10 -8 )
(3.3x10 -8

R2 = 1 m
ตอบ ถา้ ต้องการให้เกิดแรงนเ้ี ป็น 4 เท่าของแรงเดิม จะต้องทาคนท้งั สองน่งั หา่ งกนั 1 เมตร

ผ 7 - 12

ตัวอย่าง 2. ชายคนหนงึ่ หนกั 900 นิวตนั ที่ผิวโลก ถ้าเขาไปชงั่ นา้ หนัก ณ ตาแหน่งท่ีห่างจากจุดศูนย์กลางโลก

เป็นรศั มี 3 เทา่ ของรัศมีโลก เขาจะหนักเทา่ ไรm1m
R2
วิธีทา จาก F = G 2

F=W

W1 = นา้ หนักชายคนนที้ ่ผี วิ โลก = 900 นวิ ตนั
W2
R1 = น้าหนักชายคนนี้ท่รี ะยะห่างเปน็ 3 เท่าของรัศมโี ลก
R2
m1 = R ( รศั มโี ลก )
m2
จะได้ = 3R (3 เท่าของรัศมีโลก )
แทนค่า
= มวลของคน
(2)/(1) ,
= มวลของโลก m1m
แทนคา่ , R2
W = G 2

W1 = G m1m 2 ……………………… ( 1 )
R12
m1m
W2 = G 2 2 ……………………… ( 2 )
2
R m1m
W2 m1m
W1 = G R12 2 / G 2 2
2
R

W2 = R12
W1 R 22
R12
W2 = W1 x R 22

W2 = ( 900 N)x R2 = 100 N
( 3R )2

ตอบ ชายคนนี้จะมีนา้ หนักเทา่ กบั 100 นิวตนั


Click to View FlipBook Version