ผ 3-13
A ขนาด 4 หนว่ ย และ B ขนาด 3 หนว่ ย ทามุมระหว่างกนั 60 องศา
สร้างรปู 60 ขนาด 3 หน่วย
60
ขนาด 4 หน่วย
คานวณ จากสมการท่วั ไป R = A2 B2 2AB cos θ , จะได้ = 60 องศา
แทนค่า 1
R= A2 B2 2AB cos 60 , cos 60 = 2
R=
R= 42 32 2 ( 4 ) ( 3)( 1 )
2
16 9 12
R = 37
R = 6.08 หนว่ ย
A ขนาด 4 หนว่ ย และ B ขนาด 3 หนว่ ย ทามุมระหว่างกัน 90 องศา
สรา้ งรปู ขนาด 3 หน่วย
90 90
ขนาด 4 หน่วย
คานวณ จากสมการทวั่ ไป R = A2 B2 2AB cos θ , จะได้ = 90 องศา
แทนคา่ R = A2 B2 2AB cos 90 , cos 90 = 0
R = A2 B2
R = 42 32
R = 16 9
R = 25
A ขนาด 4 หนว่ ย R =B 5 หน่วย ทามุมระหว่างกัน 180 องศา
และ ขนาด 3 หนว่ ย
ผ 3-14
สร้างรปู ขนาด 4 หน่วย และ ขนาด 3 หน่วย
คานวณ
ขนาด 1 หน่วย
จากสมการท่ัวไป R = A2 B2 2AB cos θ , จะได้ = 180 องศา
จะได้ R = A2 B2 2AB cos180 , cos 180 = -1
แทนคา่
R = A2 B2 2AB , ( A - B )2 = A2 - 2AB +B2
R = (AB)2
R = A- B
R = 4 - 3 = 1 หน่วย
จากตัวอยา่ งขา้ งบนนี้สรุปเก่ียวกบั ขนาดของเวกเตอร์ลัพธไ์ ด้ว่า
1. เวกเตอร์ 2 เวกเตอร์ มที ิศไปทางเดียวกัน จะทามุมระหว่างกนั …0.. องศา
ขนาดเวกเตอร์ลัพธ์ จะได้จากการเอาขนาดมารวมกัน ( R = A + B )
2. เวกเตอร์ 2 เวกเตอร์ มีทิศตรงข้ามกัน จะทามุมระหวา่ งกัน …180.. องศา
ขนาดเวกเตอร์ลพั ธ์ จะได้จากการเอาขนาดมาลบกนั ( R = A - B )
3. เวกเตอร์ 2 เวกเตอร์ มที ิศทามุมระหว่างกนั องศา
ขนาดเวกเตอรล์ พั ธ์ จะได้จากสมการ R = A2 B2 2AB cos θ
4. เวกเตอร์ 2 เวกเตอร์ มที ิศทามมุ ระหวา่ งกนั 90 องศา
ขนาดเวกเตอรล์ พั ธ์ จะได้จากสมการ R = A2 B2
ผ 3-15
รายวชิ า ฟิสกิ ส์ 1 แบบฝึกทกั ษะ 3 แผนจัดการเรยี นร้ทู ี่ 3
รหัสวชิ า ว 30201 ใช้ประกอบแผนจดั การเรียนรู้ที่ 3
ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 4
คะแนน 10 คะแนน เวลา 5 นาที
เรื่อง
ปริมาณสเกลาร์และปริมาณเวกเตอร์
ชอื่ ......................................................................... ชั้น ม. 4/......……. เลขท.่ี .............. คะแนนท่ีได้………….…….
คาชี้แจง ใหน้ ักเรยี นเตมิ คาลงในชอ่ งวา่ ง ให้ได้ใจความสมบูรณ์
1. นายสมเกยี รติ เดนิ ทางไปบา้ นเพอ่ื น โดยเดนิ ทางทศิ เหนอื 30 เมตร ต่อไปทางทศิ ตะวันตก 80 เมตร และ
ตอ่ ไปทางทิศเหนอื อกี 30 เมตร จงหา ระยะทางท่เี ดนิ ถึงบ้านเพือ่ น และระยะใกล้สดุ ถึงบ้านเพอ่ื น
วธิ ีทา ระยะทางท่เี ดินถงึ บา้ นเพอ่ื น = …….. + ……….. + ………. เมตร
= ………………. เมตร
ระยะใกล้สุดถึงบ้านเพ่ือน R = A2 B2
R = ( 30 ...... )2 ......... 2
R = .......... .... .......... ....
R = .......... ....
R = ………….. เมตร
2. จากรูป จะต้องรวมเวกเตอร์ A , B , C , D , และ E อยา่ งไร จงึ จะมีค่าเปน็ ศูนย์
ตอบ ……………………………………………………….
ผ 3-16
รายวชิ า ฟิสิกส์ 1 เฉลย จุดประสงค์การเรียนรู้ท่ี 3
รหัสวิชา ว 30201
ระดับชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 แบบฝึกทกั ษะ 3 ใช้ประกอบแผนจดั การเรยี นร้ทู ี่ 3
เรือ่ ง คะแนน 10 คะแนน เวลา 5 นาที
ปริมาณสเกลาร์และปริมาณเวกเตอร์
คาชแ้ี จง ใหน้ กั เรยี นเตมิ คาลงในชอ่ งว่าง ใหไ้ ดใ้ จความสมบรู ณ์
1. นายสมเกยี รติ เดนิ ทางไปบ้านเพอื่ น โดยเดินทางทศิ เหนือ 30 เมตร ตอ่ ไปทางทิศตะวันตก 80 เมตร และ
ตอ่ ไปทางทิศเหนอื อีก 30 เมตร จงหา ระยะทางท่ีเดนิ ถึงบ้านเพอ่ื น และระยะใกลส้ ดุ ถึงบา้ นเพอื่ น
วิธที า ระยะทางที่เดินถงึ บ้านเพื่อน = …30….. + …80….. + …30……. เมตร
= ………140………. เมตร
ระยะใกลส้ ดุ ถึงบา้ นเพ่ือน R = A2 B2
R = ( 30 ..30.... )2 ....80.... .2
R = ........36 00...... ....6400.. ........
R = ........10 000......
R = ………100….. เมตร
2. จากรปู จะตอ้ งรวมเวกเตอร์ A , B , C , D , และ E อย่างไร จงึ จะมีคา่ เป็นศนู ย์
ตอบ ……… A + B - C + D - E ……………….
ผ 3-17
รายวชิ า ฟิสกิ ส์ 1 ใบงาน 3.1 จดุ ประสงค์การเรียนรู้ท่ี 3
รหัสวชิ า ว 30201 ใชป้ ระกอบแผนจัดการเรียนร้ทู ่ี 3
ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4 5 คะแนน ( A ) เวลา 10 นาที
เรอื่ ง ปรมิ าณสเกลาร์ และปริมาณเวกเตอร์
ชื่อ……………………………………………………………………………………..……………..……ช้นั ……………เลขที่………….
1.ใหน้ ักเรียนเลือกเขียนแสดงความคิดเห็นวา่ ถ้า ปรมิ าณ A มขี นาดเท่ากับ 21 หน่วย และ ปริมาณ B มขี นาด
เท่ากบั 13 หนว่ ย เมอื่ เรารวมปริมาณทัง้ สอง แล้วมีขนาด 30 หน่วย เป็นไปได้หรอื ไมอ่ ยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
2. ความคดิ เหน็ ของกลุ่มเหน็ ว่า ถ้า ปริมาณ A มีขนาดเทา่ กับ 21 หนว่ ย และ ปรมิ าณ B มขี นาดเทา่ กับ 13
หนว่ ย เมอื่ เรารวมปรมิ าณท้ังสอง แล้วมขี นาด 30 หน่วย เป็นไปไดห้ รอื ไม่อยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
3.ความคิดเห็นที่นักเรยี นและครูร่วมกนั อภปิ รายสรปุ เหน็ ว่า ถา้ ปริมาณ A มีขนาดเท่ากบั 21 หน่วย และ
ปรมิ าณ B มีขนาดเท่ากับ 13 หนว่ ย เมือ่ เรารวมปริมาณท้ังสอง แล้วมีขนาด 30 หนว่ ย เป็นไปได้หรอื ไม่
อยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
ผ 3-18
รายวิชา ฟิสิกส์ 1 ใบงาน 3.2 จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ที่ 3
รหัสวชิ า ว 30201 ใช้ประกอบแผนจัดการเรียนรู้ที่ 3
ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 5 คะแนน ( P ) เวลา 40 นาที
เรอื่ ง ปรมิ าณสเกลาร์ และปริมาณเวกเตอร์
ช่อื ………………………………………………………………………………………………….………ชัน้ …………เลขที่……..กลมุ่
ท…ี่ ………
ใหน้ ักเรยี นสรปุ สาระสาคัญท่ีไดจ้ ากการสืบคน้ ข้อมลู ลงในสุดจดบันทึก
1. ปรมิ าณสเกลาร์
2. ปรมิ าณเวกเตอร์
3. การรวมปรมิ าณเวกเตอร์
ใหน้ กั เรียนเตมิ คาตอบทถี่ ูกต้องลงในชอ่ งว่างต่อไปน้ี
3. นักบินอวกาศ 2 คน เมือ่ อยูบ่ นโลกจะมมี วล 90 กโิ ลกรัม และ 85 กิโลกรมั แตเ่ ม่อื อยูน่ อกโลก โดยไมม่ ีแรง
โนม้ ถ่วงใดๆกระทาอยากทราบวา่ นกั บินอวกาศทั้ง 2 คนนจี้ ะมีมวลรวมกนั กก่ี โิ ลกรัม ……...กิโลกรมั (kg)
4. จากข้อ 1. อยากทราบวา่ มวล 90 กิโลกรัม และ 85 กโิ ลกรัม เปน็ ปรมิ าณสเกลาร์หรือ ปรมิ าณเวกเตอร์
………………………………………………………………………………………………………………
5. ชายคนหนงึ่ มมี วล 60 กโิ ลกรัม เมอ่ื อยู่บนโลกมีนา้ หนกั 600 นวิ ตัน แตเ่ มือ่ อยบู่ นดวงจนั ทรม์ ีน้าหนัก
100 นวิ ตัน ชายคนน้ี จะมมี วลตา่ งกันก่ีกิโลกรมั ………………..กโิ ลกรัม (kg)
6. จากข้อ 3. ชายคนนี้ จะมีนา้ หนักตา่ งกนั กี่นิวตัน ………………..นวิ ตนั ( N )
7. “นาย ก.เดนิ ทางจากบ้านไปห้างสรรพสนิ คา้ หน่งึ ได้ระยะทาง 1,200 เมตร” ปรมิ าณทบ่ี อกการเดนิ ทางของ
นาย ก. นี้ เปน็ ปริมาณสเกลารห์ รอื ปริมาณเวกเตอร์ ………………………………………………………
8. “นาย ก.เดนิ ทางจากบา้ นมีทิศตรงไปยังห้างสรรพสินคา้ หนึ่งไดร้ ะยะทาง 800 เมตร” ปรมิ าณทีบ่ อกการ
เดนิ ทางของนาย ก. นี้ เปน็ ปริมาณสเกลารห์ รือ ปรมิ าณเวกเตอร์ ………………………………………………
9. นายแดง เดนิ ทางไปทางทิศเหนอื 5 กโิ ลเมตร แลว้ เดนิ ทางยอ้ นกลับไปทางทิศใต้ 11 กิโลเมตร อยาก
ทราบว่า ถา้ รวมการเดินทางน้ีแบบปริมาณสเกลาร์ จะได้ทาง ………………………………..กโิ ลเมตร
10. จากข้อ 7. ถ้ารวมการเดนิ ทางนี้แบบปริมาณเวกเตอร์ จะได้ทาง ……กโิ ลเมตร และมีทศิ ไปทางใด ……….
11. นางสาวเขียว เดนิ ทางไปทางทศิ ตะวันออก 15 กิโลเมตร แล้วเดินทางไปทางทศิ ใตอ้ ีก 20 กโิ ลเมตร
อยากทราบว่า ถา้ รวมการเดินทางน้แี บบปริมาณสเกลาร์ จะได้ทาง ………………………………..กโิ ลเมตร
12. จากข้อ 9. ถา้ รวมการเดินทางนี้แบบปริมาณเวกเตอร์ จะได้ทาง ……กิโลเมตร และมีทศิ ไปทางใด………..
ผ 3-19
รายวชิ า ฟิสิกส์ 1 ใบงาน 3.3 จุดประสงคก์ ารเรยี นรทู้ ่ี 3
รหสั วิชา ว 30201 ใชป้ ระกอบแผนจัดการเรยี นรู้ที่ 3
ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4
5 คะแนน ( A ) เวลา 10 นาที
เรื่อง
ปรมิ าณสเกลาร์ และปริมาณเวกเตอร์
ชื่อ………………………………………………….………………………………………ชน้ั …………เลขท…่ี …..กลมุ่ ที่…………
1. สมศกั ดเ์ิ ดนิ ไปทางเหนือ 4 กโิ ลเมตร แล้วเดินไปทางทิศตะวันออก 3 กโิ ลเมตร หยุดพัก กอ่ นจะเดนิ ต่อไปอีก
6 กโิ ลเมตร พกั อกี สักครแู่ ลว้ เดินไปทางเหนือ 8 กิโลเมตร จงึ ถึงที่พัก อยากทราบว่า สมศักดเิ์ ดินไดร้ ะยะทาง
ทัง้ หมด กี่กโิ ลเมตร และระยะทใ่ี กลท้ ีส่ ุดระหว่างจุดเร่ิมต้นถึงท่ีพกั ก่ีกโิ ลเมตร
2. เวกเตอร์ 2 เวกเตอร์ คือ A ขนาด 6 หน่วย และ B ขนาด 2 หนว่ ย โดยเวกเตอรท์ ั้งสองทามมุ ระหว่าง
กนั ดงั นี้ 0 องศา , 60 องศา , 90 องศา และ 180 องศา ตามลาดบั โดยวิธสี รา้ งรูป และ วิธีคานวณ
3. เรอื ลาหนึ่งกาลงั แล่นไปทางทศิ เหนือด้วยความเรว็ 15 m/s ต่อมาเปลยี่ นความเรว็ เป็น 20 m/s ไปทางทิศ
ตะวันตก ความเร็วของเรือลาน้ีเปล่ยี นไปกเ่ี มตรตอ่ วนิ าที
ผ 3-20
4. เวกเตอร์ ขนาด 14 หนว่ ย และ เวกเตอร์ขนาด 10 หน่วย เวกเตอร์ลพั ธ์มีขนาดมากท่ีสุดและนอ้ ยท่ีสุดเทา่ ใด
5. เวกเตอร์ 2 เวกเตอร์ มีเวกเตอรล์ ัพธต์ ่าสดุ 5 หนว่ ย และสงู สดุ 35 หน่วย ถ้าเวกเตอรท์ ั้งสองทามุมตั้งฉากกนั
จะมีขนาดเวกเตอรล์ พั ธเ์ ทา่ ใด
ผ 3-21
รายวิชา ฟิสกิ ส์ 1 ใบกจิ กรรม 3 รหัสวชิ า ว 30201
ชือ่ ..........................................................………………….. ช้ัน ม. 4 /......…. ……….เลขที่............….
ผลการเรยี นทค่ี าดหวงั ที่ 3. สบื ค้นข้อมลู อภปิ ราย และคานวณเกี่ยวกับปรมิ าณสเกลาร์และปรมิ าณ
เวกเตอร์
คาสงั่ ใหน้ ักเรียนสรปุ ความร้ทู เี่ กีย่ วกับปริมาณสเกรล์ าร์ และปรมิ าณเวกเตอร์ เปน็ แผนผงั มโนทศั น์ (
Concept Mapping )
องคค์ วามรู้ เร่ือง………………………………………………………………………………
เกย่ี วข้อง ในหวั ขอ้ เรื่อง ปริมาณสเกร์ลาร์ และปริมาณเวกเตอร์
ใหง้ าน วนั ท่ี………………………………………………………………………………
กาหนดสง่ วนั ที่………………………………………………………………………………
สง่ งาน วันที่……………………………..…………ลงชอื่ ………………………………ผู้ส่ง
ลงชือ่ ………………………………ผรู้ บั
( นายชาตรี ศรมี ่วงวงค์ )
อาจารยป์ ระจาวิชา ว 30201
ลาดับ รายการ 5 4 3 2 1 หมายเหตุ
1 ความเกี่ยวขอ้ งกับจุดประสงค์และเนือ้ หาสาระ
2 ความสัมพันธ์ กับชวี ติ ประจาวนั
3 รูปแบบ สามารถนาไปเปน็ แบบอย่างได้
4 ความคิดรเิ รมิ่ สร้างสรรค์
5 ความสะอาด เรยี บรอ้ ย
5 = ดีมากท่ีสดุ 4 = ดมี าก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ควรปรับปรงุ
ผปู้ ระเมนิ ลงชอ่ื ……………………………………………………ชน้ั …………….เลขท่ี………...
วันที่………………………………………………………………………………………
ผ 3-22
แผนผังมโนทัศน์ ( Concept Mapping )
องค์ความร้เู รอื่ ง …………………………………………..
เจา้ ของผลงาน ช่อื ……………………………………………………ช้ัน……………..เลขท…ี่ …….
ผ 3-23
รายวิชา ฟิสิกส์ 1 แบบทดสอบ ผลการเรยี นทีค่ าดหวังท่ี 3
รหัสวชิ า ว 30201 ( กอ่ นเรยี น – หลงั เรียน ) ประกอบแผนจดั การเรยี นรทู้ ่ี 3
ระดับชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ 4
เวลา 15 นาที
ผลการเรียนทีค่ าดหวังที่ 3 สบื คน้ ข้อมลู อภปิ ราย และคานวณเกยี่ วกบั ปริมาณสเกลาร์และปรมิ าณ
เวกเตอร์
คาสัง่ จงเลือกคาตอบที่ถูกต้องลงในกระดาษคาตอบ
โจทย์ จงพิจารณากลมุ่ ปริมาณตอ่ ไปน้ี ใชต้ อบคาถามข้อ 1 - 2
ก. อัตราเรว็ ความเร่ง สนามโนม้ ถ่วง ข. ความเร็ว มวล เวลา
ค. แรง น้าหนกั ความดนั ง. ระยะทาง พ้นื ที่ ปริมาตร
1. จงพจิ ารณาข้อต่อไปนี้ข้อใดเปน็ ปรมิ าณสเกลาร์
ก. ข้อ ก. ข. ข้อ ข. ค. ขอ้ ค. ง. ขอ้ ง.
2. จงพจิ ารณาข้อต่อไปนี้ข้อใดเปน็ ปรมิ าณเวกเตอร์
ก. ข้อ ก. ข. ข้อ ข. ค. ข้อ ค. ง. ข้อ ง.
3. จงพิจารณาข้อความต่อไปน้ี
1. วตั ถุ A มวล 6 กิโลกรมั และ วัตถุ B มวล 8 กโิ ลกรัม มวลรวมบนโลกเทา่ กับ 14 กโิ ลกรัม แตม่ วลรวม
ในสภาพไรน้ า้ หนักจะมีคา่ เปน็ 0 กโิ ลกรมั
2. นายแดงเดนิ ไปทางทศิ ตะวนั ออก 200 เมตร แล้วเดนิ ย้อนกลับมาทางทิศตะวันตก 150 เมตร นายแดง
อยจู่ ากจดุ เร่ิมตน้ 50 เมตร ระยะ 50 เมตรนเี้ ป็นขนาดของปริมาณสเกลาร์
ขอ้ ความใดถูกต้อง
ก. ข้อ 1 และ ข้อ 2 ถูก ข. ข้อ 1 เทา่ นั้น ค. ข้อ 2 เท่านนั้ ง. ข้อ 1 และ ข้อ 2 ผิด
4. DABCจจาากก-++-เรวปูABCBกขเต้อ++++ใอดรBCDก์Aล+A+-า่ -วDACถD,กู ตB===อ้=ง, 0 , D , E และ F
ก. 0
ข. 0
ค. 0C
ง.
5.
กงขคข..อ้.. ใFABCดให====้ควาDBCมCส+มั+++พEFนั FDธไ์ ด้ถกู ต้อง
ผ 3-24
6. เวกเตอร์ E ขนาด 8.0 หนว่ ย , เวกเตอร์ F ขนาด 6.0 หน่วย จงหาขนาดของเวกเตอร์ลัพธข์ อง E และ F
ท่เี ป็นไปไมไ่ ด้
ก. 15.0 หนว่ ย ข. 13.5 หน่วย ค. 7.5 หนว่ ย ง. 2.0 หนว่ ย
7. เวกเตอร์ขนาด 5 หน่วย และ 2 หนว่ ย ทามมุ ระหว่างกัน 37 องศา จงหาขนาดของเวกเตอรล์ ัพธ์ของ
4
เวกเตอร์ทง้ั สอง ( cos 37 = 5 )
ก. 4 5 หน่วย ข. 3 5 หนว่ ย ค. 2 5 หนว่ ย ง. 5 หน่วย
8. นางสาวส้มเดินไปทางทิศตะวนั ตก 20 เมตร แลว้ เดินยอ้ นกลบั ไปทางทิศตะวนั ออก 12 เมตร จงหา
ระยะทาง และการกระจดั ของนางสาวสม้ มีขนาดเทา่ ใด
ก. 32 , 8 เมตร ตามลาดับ ข. 8 , 32 เมตร ตามลาดบั
ค. 20 , 12 เมตร ตามลาดับ ง. 12 , 20 เมตร ตามลาดับ
9. สมนึกเดนิ จากบา้ นไปทางทศิ เหนอื ถึงบา้ นสมเดชไดร้ ะยะทาง 400 เมตร แลว้ เดนิ ต่อไปบ้านสมหวงั ไปทาง
ทศิ ตะวนั ตกไดร้ ะยะทาง 300 เมตร อยากทราบวา่ บา้ นสมนกึ ห่างจากบ้านสมหวังใกลส้ ดุ กเ่ี มตร
ก. 700 เมตร ข. 500 เมตร ค. 200 เมตร ง. 100 เมตร
10. เมื่อเวกเตอร์ 2 เวกเตอร์ ทามุมต่างๆกนั ผลรวมของเวกเตอรล์ พั ธต์ ่าสุด 1 หนว่ ย และสงู สุด 7 หน่วย
ผลรวมของเวกเตอร์ทงั้ สองเม่ือตั้งฉากกันจะมีคา่ เท่าใด
ก. 6 หนว่ ย ข. 5 หนว่ ย ค. 4 หน่วย ง. 3 หน่วย
ผ 3-25
รายวชิ า ฟิสิกส์ 1 เฉลยแบบทดสอบ ผลการเรียนทค่ี าดหวังท่ี 3
รหสั วิชา ว 30201 ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 4 ก่อนเรียน ประกอบแผนจดั การเรยี นรทู้ ี่ 3
หลังเรยี น
เฉลยแบบทดสอบ
กอ่ นเรียนและหลงั เรยี น
ขอ้ คาตอบ
1ง
2ค
3ง
4ข
5ค
6ก
7ข
8ก
9ข
10 ข
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 4
หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี 2 การเคลือ่ นทีใ่ นหน่งึ มิติ เรอื่ งที่ 4 การเคล่ือนท่ี และปริมาณทเี่ กี่ยวข้อง
วิชา ฟิสกิ ส์ 1 รหัสวิชา ว30201 ชัน้ ม.4 เวลา 6 ชว่ั โมง หนว่ ยการเรียน 1.5 หนว่ ย
อาจารยผ์ ู้สอนนายชาตรี ศรมี ่วงวงค์
1. มาตรฐาน
มาตรฐาน ว 4.2 เขา้ ใจลักษณะการเคล่อื นที่แบบต่างๆ ของวตั ถุในธรรมชาติมีกระบวนการสืบเสาะ
หาความรู้และจิตวทิ ยาศาสตร์ ส่อื สารสิ่งทเี่ รียนรแู้ ละนาความรูไ้ ปใช้ประโยชน์
2. ตวั ช้วี ดั
สารวจตรวจสอบ อธบิ ายและ คานวณ เก่ียวกบั การเคลอ่ื นทีข่ องวัตถแุ ละปริมาณที่เกยี่ วข้อง
3. จดุ เน้นท่ีตอ้ งการพัฒนาคุณภาพผเู้ รยี น
1. ทกั ษะแสวงหาความร้ดู ว้ ยตนเองเพ่อื การแก้ปัญหา
2. ทักษะการคิดขนั้ สงู
3. ทกั ษะการส่ือสารอยา่ งสร้างสรรค์ตามช่วงวยั
4.คณุ ลกั ษณะมงุ่ ม่นั ในการทางาน
5. คุณลกั ษณะใฝร่ ใู้ ฝเ่ รยี น
การบูรณาการ
1.สาระอาเซยี น เรือ่ ง การเดินทางดว้ ยระยะทางในประชาคมอาเซียน
2.สาระฯ ทอ้ งถน่ิ เรื่อง ระยะทางและการกระจดั ในชุมชน
3.เศรษฐกจิ พอเพยี ง เร่อื ง การหาระยะทางส้ันท่ีสุดในการเดินทาง (ความมีเหตผุ ล)
4. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การเคล่ือนท่ี เป็นการเปลี่ยนตาแหน่งของวัตถุ ผลของการเปลี่ยนตาแหน่ง จะได้ขนาดความยาวของ
เส้นทางการเปลี่ยนตาแหน่ง ซ่ึงเราเรียกว่า ระยะทาง จึงเป็นปริมาณสเกลาร์ แต่ถ้าการเปลี่ยนตาแหน่งน้ันมี
ทิศทางท่ีแน่นอนคือมีทิศจากตาแหน่งเริ่มต้นไปยังตาแหน่งสุดท้าย สิ่งที่ได้ จะมีทั้งขนาดและทิศทาง จะเรียกว่า
การกระจัด และเปน็ ปรมิ าณเวกเตอร์
การเคลื่อนที่ของวัตถุต่างๆ เม่ือนาไปเทียบกับเวลา จะทาให้รู้ว่าวัตถุน้ันเคลื่อนท่ีเร็วหรือช้า เรียกว่า มี
อัตราเร็ว หรือ ความเร็ว โดย อัตราเร็วคิดจากอัตราการเปล่ียนแปลงระยะทาง จึงเป็นปริมาณสเกลาร์ ส่วน
ความเร็วคดิ จากอตั ราการเปล่ยี นแปลงการกระจัด และเปน็ ปรมิ าณเวกเตอร์
การเคล่ือนท่ขี องวัตถุใดๆ เมื่อความเรว็ ไมเ่ ท่าเดิม แสดงว่ามีการเร่งให้วัตถุนั้นเกิดการเปลี่ยนแปลง ซ่ึง
เรียกว่า เกิดความเร่งขึ้นกับวัตถุน้ัน และขนาดของความเร่ง จะหาได้จาก อัตราการเปลี่ยนแปลงความเร็ว
ความเร่งจึงเป็นปริมาณเวกเตอร์
ผ 4-2
5. สาระการเรียนรู้
สาระแกนกลาง/สาระทอ้ งถ่ิน
ความรู้ (ร้อู ะไร)
1. การเคล่ือนท่ี
2. ตาแหนง่ ระยะทางและการกระจดั
3. อตั ราเรว็ และการกระจดั
4. ความเรง่
ทกั ษะ/สมรรถนะ
1. ความสามารถในการสือ่ สาร
2.ความสามารถในการคิด
3.ความสามารถในการแก้ปัญหา
4.ความสามารถในการใชท้ ักษะชีวติ
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ใฝ่เรยี นรู้ (ต้ังใจเพยี งพยายามในการเรยี น และเขา้ ร่วมกิจกรรมการเรยี นรู้,แสวงหาความรู้รูจ้ ากแหลง่
เรยี นรตู้ ่าง ๆ ทัง้ ภายในและภายนอกโรงเรยี นดว้ ยการเลือกใช้ส่ืออยา่ งเหมาะสม สรุปเป็นองค์ความรู้ และ
สามารถนาไปใช้ในชีวติ ประจาวนั ได้)
6. ชิน้ งาน/ภาระงาน
ใบงานที่ 4
7. การวดั และประเมินผล
7.1 การประเมนิ ระหวา่ งจัดกิจกรรมการเรียนรู้
ช้นิ งาน/ภาระงาน วธิ กี ารประเมิน เครื่องมือ เกณฑก์ ารประเมิน
-
1.การวดั ผลคณุ ธรรม สงั เกตพฤติกรรม แบบวัดพฤติกรรม
-
จติ พิสัย นักเรยี น นักเรยี น
รอ้ ยละ 50 ขึ้นไป
2. การประเมินผลจาก ตรวจใบงาน 4.1 – 4.3 ใบงานที่ 4.1-4.3 -
ระดบั 3 ข้ึนไป
สภาพจรงิ ร้อยละ 50 ข้ึนไป
ตรวจแบบฝกึ ทกั ษะ 4 แบบฝกึ ทักษะ 4 เกณฑ์การประเมิน
ร้อยละ 60 ข้นึ ไป
ตรวจสมดุ จด ใบกจิ กรรม 4
ตรวจใบกจิ กรรม 4
3. การวดั ผลหลังเรยี น ตรวจแบบทดสอบราย แบบทดสอบราย
จุดประสงคท์ ่ี 4 จุดประสงคท์ ่ี 4
7.2 การประเมินเมอื่ สิ้นสุดการเรยี นรู้
ชิน้ งาน/ภาระงาน วิธีการประเมิน เคร่ืองมอื
แบบทดสอบ ตรวจแบบทดสอบ แบบทดสอบ
ผ 4-3
8.กิจกรรมการเรียนรู้
ขั้นสร้างความสนใจ
1.1 นักเรียนและครูร่วมกันสนทนา ในเรื่อง เราจะรู้ได้อย่างไรว่าวัตถุเคล่ือนที่ เพ่ือนาไปสู่
เรอ่ื ง คาถามที่วา่ “เรารไู้ ด้อยา่ งไรว่าวัตถุมกี ารเคลื่อนที่เกดิ ข้ึน และการเคล่ือนทข่ี องวัตถุนน้ั มีปริมาณใดเกดิ ขน้ึ ”
1.2 นักเรียนตอบข้อซักถามของครูว่า “เรารู้ได้อย่างไรว่าวัตถุมีการเคล่ือนที่เกิดข้ึน และการ
เคลื่อนท่ขี องวตั ถุน้ันมีปรมิ าณใดเกดิ ข้นึ ” ( ทง้ิ ชว่ งให้ นักเรยี นคิด )
1.3 นักเรียนร่วมกันอภิปรายในแต่ละกลุ่ม พร้อมทั้งบันทึกความเห็นของกลุ่มในใบงาน 4.1
เฉพาะขอ้ 1 และข้อ 2 (เปดิ โอกาสใหน้ กั เรียนได้แสดงความคิดเหน็ โดยยงั ไม่เน้นถูกผิด)
1.4 ตวั แทนนักเรียนแต่ละกลุม่ นาเสนอความเหน็ ของกลุ่ม
1.5 นักเรียนร่วมกันอภิปรายเก่ียวกับ “เรารู้ได้อย่างไรว่าวัตถุมีการเคล่ือนที่เกิดขึ้น และการ
เคลอื่ นทีข่ องวตั ถุน้ันมีปริมาณใดเกดิ ขนึ้ ” แลว้ บนั ทกึ ลงในใบงาน 4.1
1.6 นกั เรียนทาแบบทดสอบก่อนเรยี น จานวนข้อสอบ 10 ข้อ
1.7 แจ้งใหน้ ักเรยี นทราบว่า จะไดศ้ กึ ษาเกี่ยวกับการเคลอื่ นท่ี และปริมาณท่ีเกยี่ วขอ้ ง
ข้นั สารวจและคน้ หา
2.1 นักเรียนสืบค้นข้อมูลเก่ียวกับ การเคล่ือนที่ และปริมาณที่เกี่ยวข้อง จาก ใบความรู้
4 ลงในใบงาน 4.2 แล้วสรปุ สาระสาคญั บันทึกลงในสมุดจดบันทึกและตอบคาถาม
2.2 สมุ่ นักเรยี น 1 กลุม่ เสนอผลการสืบค้นขอ้ มูล
ขัน้ อธิบายและลงข้อสรุป
3.1 นกั เรียนนาข้อมลู จากขน้ั การสืบค้น ข้อมลู มาอภปิ รายร่วมกัน
3.2 ครูอธบิ ายเพ่ิมเตมิ เก่ยี วกบั การเคล่ือนท่ี และปริมาณที่เกี่ยวข้อง เพื่อให้ นักเรียน
สรปุ สาระสาคัญลงในสมุดจดบันทึก
ขัน้ ขยายความรู้
4.1 นักเรยี นสนทนากบั ครู เรอื่ ง ระยะทาง การกระจัด อัตราเร็ว ความเร็ว และความเร่ง เพ่ือ
นาไปสู่ การคานวณหาค่า ระยะทาง การกระจดั อัตราเรว็ ความเร็ว และความเร่ง
4.2 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปราย เกี่ยวกับตัวอย่าง ระยะทาง การกระจัด อัตราเร็ว
ความเร็ว และความเร่ง จากใบความรู้ 4
4.3 นกั เรยี นร่วมกันสืบค้น แก้ปญั หา ในใบงาน 4.3
4.4 นักเรยี นทาแบบฝึกทกั ษะ 4
ขั้นประเมิน
5.1 นกั เรยี นเขยี น Concept mapping เกี่ยวกับ การเคล่ือนท่ี และปรมิ าณทเี่ กย่ี วข้อง ในใบ
กจิ กรรม 4
5.2 นักเรียนนา Concept mapping อภิปรายแลกเปล่ียนกับเพ่ือนๆ และประเมินผลงาน
ใหก้ ับเพอ่ื น
5.3 นักเรียนที่เป็นเจ้าของผลงาน Concept mapping ท่ีได้รับการประเมินจากเพื่อนมา
อภปิ รายเกย่ี วกบั Concept ในงานนนั้ โดยการสุ่มจากครู
5.4 นักเรียนทาแบบทดสอบหลังเรียน และครูอนุญาตให้นักเรียนเล่นการใช้เกมส์หมากฮอส
พฒั นาทกั ษะการคดิ ของนกั เรียนระหวา่ งท่ที าแบบทดสอบหลงั เรียน
ผ 4-4
9. ส่อื /แหล่งเรียนรู้ จานวน สภาพการใช้สอ่ื
1 ชุด ใช้ขั้นสรา้ งความสนใจ
รายการสอื่ 1 ชุด ใช้ขัน้ สรา้ งความสนใจ
1. แบบทดสอบก่อนเรยี น 1 ชดุ ใชอ้ ธบิ ายและลงขอ้ สรปุ ( ใชข้ ้ันประเมนิ )
2. ใบงาน 4.1 1 ชุด ใชอ้ ธิบายและลงข้อสรปุ
3. แบบฝกึ ทกั ษะ 4 1 ชุด ใช้สารวจและค้นหา
4. ใบความรู้ 4 1 ชุด ใชข้ ยายความร้แู ละลงข้อสรปุ
5. ใบงาน 4.2 1 ชุด ใช้ขัน้ ประเมินและลงขอ้ สรปุ
6. ใบงาน 4.3 1 ชุด ใชข้ ้ันประเมิน
7. ใบกิจกรรม 4 ใชท้ กุ ข้ันตอน
8. แบบทดสอบหลงั เรยี น 1 ชดุ
9.เว็บไซต์ www.wikipedia.org ใช้ทกุ ขนั้ ตอน
และ http://www.rmutphysics.com
10.Power Point ใชท้ กุ ขน้ั ตอน
เรื่องที่ 4 การเคลื่อนท่ี และปริมาณที่
เกี่ยวข้อง
11.การใช้เกมสห์ มากฮอสพัฒนาทักษะการ
คดิ ของนกั เรียน
10. กิจกรรมเสนอแนะ วธิ ีดาเนนิ กจิ กรรม
กจิ กรรมเสริมทกั ษะหรือซ่อมเสริม
1. ครูควบคมุ ดูแลใหอ้ ย่ใู นกรอบระหว่างเรยี น
รายการ 2. ครูคอยเสรมิ หรือแก้ไขเม่อื การอภิปรายของนักเรียน
1. ปรับปรงุ – แกไ้ ขข้อบกพร่องของผูเ้ รียน
ไมส่ มบูรณ์
2. สง่ เสริมความร้คู วามสามารถของผูเ้ รยี น 3. ครูชแี้ จงขอ้ บกพร่องในการทากิจกรรม
4. ครูเฉลยขอ้ สงสยั ท่นี กั เรยี นทาไมไ่ ด้
5. สอนซ่อมเสรมิ นักเรยี นทไี่ ม่ผ่านประเมินหลังเรียน
1. ใหน้ กั เรยี นทาชนิ้ งาน 1 ชน้ิ งาน
ผ 4-5
11.บันทึกผลหลังการสอน วนั ท่ี จานวนนกั เรยี น(คน)
ชอ่ื แผนการจัดการเรียนรู้ 1-10 มิถุนายน 2559 157
เรื่องที่ 4 การเคลอ่ื นท่ี และปริมาณทีเ่ ก่ยี วขอ้ ง
มาก ปาน น้อย ค่าเฉลย่ี ความหมาย
รายการ กลาง
1.กิจกรรมการเรียนการสอนที่กาหนดไวใ้ นแผนการจัดการเรยี นรเู้ ป็น 142 11 4 2.92 มาก
กจิ กรรมท่ีเหมาะสมกบั วยั ของผ้เู รียน และเหมาะสมกับสาระการเรยี นรู้
สามารถจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนไดต้ ามเวลาที่กาหนดไดท้ กุ กิจกรรม
2.การจดั กจิ กรรมการเรยี นการสอนครัง้ น้ี นกั เรียนทุกคนไดร้ ่วมกิจกรรม 142 11 4 2.92 มาก
และเรยี นร้อู ย่างมีความสุข
3.กจิ กรรมชว่ ยใหผ้ ู้เรยี นมคี วามรู้ความเข้าใจตรงตามสาระการเรียนรู้ เกิด
คณุ ลักษณะท่ีพึงประสงคแ์ ละมที กั ษะกระบวนการตามทจี่ ุดประสงคก์ าหนด 142 11 4 2.92 มาก
4.สือ่ การเรยี นการสอนท่ีกาหนดในแผนการจดั การเรยี นรู้ ได้ใช้ส่ือหลาย
อยา่ ง เปน็ สอ่ื ทเี่ หมาะสมกับวยั ผเู้ รียน สอดคล้องกับเนอื้ หา สามรถใช้
ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนไดอ้ ยา่ งเหมาะสม ชว่ ยใหผ้ เู้ รียน 142 11 4 2.92 มาก
เรยี นรูอ้ ยา่ งสนกุ สนานและเขา้ ใจบทเรยี นได้เรว็ ย่ิงขนึ้
5.การวดั ผลประเมินผล ครอบคลมุ พฤตกิ รรมตามจุดประสงค์การเรียนรทู้ ่ี 142 11 4 2.81 มาก
กาหนดในแผนการจดั การเรียนรู้ ผลการวัดผลและประเมนิ ผล
ผ่าน ไม่ % ผ่าน % ไม่ผ่าน
รายการ KPA ผา่ น รวม
5.1 ดา้ นความร้คู วามเข้าใจ (K) นักเรียนทผี่ า่ นจดุ ประสงคก์ ารเรียนรูท้ ี่ 142 15 157 90.45 9.55
กาหนดไว้
142 15 157 90.45 9.55
5.2 ดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P) นกั เรยี นทีผ่ า่ นทักษะกระบวนการตาม
เกณฑ์ 157 0 157 100.00 0.00
5.3 ดา้ นคา่ นยิ ม (A) นกั เรียนมีค่านิยมตามเกณฑ์
ค่าเฉล่ยี 93.63 6.37
ค่าเฉล่ีย KPA
3.00 2.92 2.92 2.92 2.92 2.81 100.00 90.45 90.45 100.00
2.50 80.00
2.00
60.00
1.50
1.00 40.00
0.50 20.00
0.00 0.00
12345
KPA
ผ 4-6
11.บนั ทกึ ผลหลังการสอน
การบรู ณาการ
การบูรณาการ รายการท่มี ีการบูรณาการ
ในการจัดการเรยี นการสอน ไดบ้ ูรณาการการเรยี นรูโ้ ดยบูรณาการ บรู ณาการตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง
ภายในเนอ้ื หาสาระของกลมุ่ วชิ าวิทยาศาสตร์ซ่ึงเป็นการบูรณาการ อาเซยี น หลักสตู รท้องถน่ิ และจติ วิทยาศาสตร์
ตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพยี ง อาเซยี น และหลกั สูตรทอ้ งถนิ่
เพอื่ ตอ้ งการให้นกั เรยี นได้นาความรทู้ ไ่ี ดไ้ ปใชใ้ นชวี ิตประจาวนั มี
ทักษะชวี ติ ทจี่ ะกา้ วไปสู่สังคมภายนอกไดอ้ ย่างมคี วามรทู้ เ่ี ท่าทนั ใน
ยคุ ปจั จบุ นั
ส่อื การเรยี นการสอนท่เี ป็นนวัตกรรม
รูปแบบ ชื่อนวัตกรรม
Power Point Power Point เรอ่ื งที่ 4 การเคลอ่ื นที่ และ
ปริมาณที่เกยี่ วข้อง
การวจิ ัยเพอ่ื พัฒนาการเรียนการสอน
รปู แบบการวิจยั ชอื่ งานวจิ ยั
วจิ ยั ในชนั้ เรียนเพ่อื แกป้ ัญหานกั เรยี นทีไ่ ม่ผา่ นดา้ นความรู้ความเขา้ ใจ การใช้เกมสห์ มากฮอสพัฒนาทกั ษะการคดิ ของ
ทกั ษะกระบวนการ ดา้ นค่านิยม นักเรียน
ปัญหาและอุปสรรคในการใช้แผนการจดั การเรยี นรู้
ปัญหาและอุปสรรค วธิ ีการแก้ไขปัญหา
--
ลงชือ่ ........................................................
(นายชาตรี ศรมี ่วงวงค์)
ผ 4-7
ข้อเสนอแนะของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์
................................................................................... ...........................................................................
................................................................................................. .............................................................
............................................................................................................................. .................................
ลงช่อื ........................................................
(นายสุระศักด์ิ ยอดหงษ์)
ตาแหนง่ หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์
วันที่..........เดือน..........................พ.ศ............
ขอ้ เสนอแนะของรองผู้อานวยการกล่มุ บริหารงานวิชาการ
............................................................................................................................. .................................
................................................................................................. .............................................................
............................................................................................................................. .................................
ลงชอ่ื ........................................................
(นายวเิ ชยี ร ยอดนิล)
ตาแหนง่ รองผู้อานวยการกลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ
วันท่ี..........เดือน..........................พ.ศ............
ขอ้ เสนอแนะของผอู้ านวยการโรงเรยี น
............................................................................................................................. .................................
................................................................................................. .............................................................
............................................................................................................................. .................................
ลงชอื่ ........................................................
(นายจานง อนิ ทพงษ)์
ตาแหน่ง ผู้อานวยการโรงเรียนวัชรวทิ ยา
วนั ที่..........เดือน..........................พ.ศ............
ผ 4-8
ภาคผนวกประกอบแผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 4
หน่วยการเรียนรทู้ ี่ 2 การเคลือ่ นที่ในหนง่ึ มิติ
เรื่องท่ี 4 การเคลื่อนที่ และปรมิ าณท่เี กี่ยวขอ้ ง
วิชา ฟิสิกส์ 1 รหสั วิชา ว30201 ช้ัน ม.4 เวลา 7 ช่ัวโมง หนว่ ยการเรยี น 1.5 หน่วย
อาจารยผ์ ู้สอนนายชาตรี ศรีมว่ งวงค์
1.ใบความรู้
2.แบบฝกึ ทักษะ
3.ใบงาน
4.ใบกจิ กรรม
5.แบบทดสอบ
ผ 4-9
รายวชิ า ฟสิ ิกส์ 1 ใบความรู้ 4 ผลการเรียนท่คี าดหวังที่ 4
รหสั วิชา ว 30201 ชั้น ม.4 ใช้ประกอบแผนจัดการเรียนรูท้ ี่ 4
หัวข้อเรื่อง การเคลอื่ นทีแ่ ละปริมาณตา่ งๆท่เี กีย่ วข้อง
การเคลอื่ นทขี่ องวัตถุ คอื การเปล่ยี นตาแหน่งของวตั ถนุ น่ั เอง เม่ือวตั ถุมีการเคล่ือนที่ สิ่งทเ่ี กยี่ วข้องกบั
การเคลื่อนที่ ไดแ้ ก่
1. ระยะทาง 2. การกระจัด 3. อัตราเร็ว 4. ความเร็ว 5. ความเร่ง 6. เวลา
ตาแหนง่ ระยะทาง และการกระจัด ( Position Distance and Displacement )
7.2 เมตร C ถ้านาวัตถมุ าวางไว้ท่ตี าแหน่ง A แล้วเคลือ่ นวตั ถไุ ปทต่ี าแหนง่ B และ C
ตามลาดับ พจิ ารณาภาพ 1 ประกอบ
ระยะที่วัตถุเคลื่อนที่จาก A ไป B และ จาก B ไป C คือ 14 เมตร ระยะ
A 6 เมตร นี้เป็นขนาดความยาวของเส้นทางการเปลี่ยนตาแหน่งของวัตถุ โดย
ทศิ ทางจะเปล่ยี นแปลงตลอดเวลา เราเรียกว่า ระยะทาง ( Distance , S
8 เมตร B ) เปน็ ปรมิ าณสเกลาร์ บอกเฉพาะขนาด จะไมส่ นใจทิศทาง
ภาพ 1 ระยะระหว่าง A และตาแหน่ง C คือ 7.2 เมตร ระยะน้ี จะมี ขนาดของ
ความยาวของเส้นทางการเปล่ียนตาแหน่ง ที่มีทิศทางแน่นอนจาก
เรยี กว่า การกระจัด ( Displacement ต, าSแห)นเ่งปเน็ร่ิมปตริม้นาถณึงตเวากแเหตนอ่รงส์ จุดะทต้าอ้ ยงขบอองกกทาง้ั รขเคนลาด่ือนแทลี่ขะอทงิศวทัตาถงุท่ีชดั แเจลนะเรา
จากภาพ 1 แยกให้เห็นดงั นี้
C การกระจัด ( Displacement , )
6 เมตร C
A 7.2 เมตร
A
8 เมตร B
B
ระยะทาง ( Distance , S )
ตวั อยา่ งที่ 1 จากภาพใชต้ อบคาถามข้อ 1 – 5
ผ 4-10
B 5.5 เมตร 1. จากภาพ เป็นการเดินทางจาก A ไป B แลว้ เดินทางต่อ
จาก B ไป C จะเดินทางได้ขนาด …13.5…เมตร
8 เมตร C 2. จากข้อ 1 เมอ่ื เดินทางไปถงึ จุด C , จุด C จะอยู่หา่ งจาก
A
12 เมตร จดุ A เป็นขนาด …12.. เมตร โดยมที ิศม่งุ มาท่ี C
3. ขนาดความยาวของเสน้ ทางน้ี ในข้อ 1 เรยี กว่า ……
ระยะทาง…………
4. ขนาดความยาวของเส้นทางน้ี และมีทิศจากแน่นอนจาก A ไป Cในข้อ 2 เรียกว่า …การกระจัด…
5. โดยทั่วไป เมื่อเปรยี บเทียบขนาดความยาวของเสน้ ทางทีไ่ ด้จากข้อ 3 และ ข้อ 4 จะมีขนาดแตกตา่ งกนั
อยา่ งไร…ระยะทางยาวกว่าการกระจัด และจะมขี นาดเทา่ กันไดห้ รือไม่…ได้..อย่างไร ……เมอื่ การเดินทาง
เป็นเส้นตรง ระยะทาง จะเท่ากับ ขนาดของการกระจดั ………
ตัวอยา่ งที่ 2 จากภาพใชต้ อบคาถามขอ้ 1 – 2
1. เคล่ือนทต่ี ามเสน้ ทาง A , B และ C จะไดร้ ะยะทาง
C เทา่ กันหรือไม่ …ไม่… หากไม่เท่ากนั เส้นทางใดมี
A ระยะทางมากทีส่ ุด…เสน้ ทาง C.. และเสน้ ทางใดมี
ระยะทางน้อยทีส่ ดุ …เสน้ ทาง A ……
B 2. เคลื่อนที่ตามเสน้ ทาง A , B และ C จะได้การกระจดั
เทา่ กนั หรอื ไม่ …เทา่ กัน .. หากไม่เท่ากนั เส้นทางใดมีการ
กระจัดมากที่สุด……-….. และเส้นทางใดมีการกระจัดน้อยที่สดุ ……-………
คาถาม 1 จากภาพใชต้ อบคาถามข้อ 1 – 6 เปน็ การเคล่อื นที่ของวตั ถุ จาก A B C D ในลักษณะ
เป็นส่วนหนึ่งของรูปส่ีเหลยี่ มผืนผา้
A 4 เมตร B 1. ระยะทาง AB เทา่ กับ ……4….เมตร
2. การกระจัด AB เท่ากบั … 4 …….เมตร
3. ระยะทาง AC เทา่ กบั ………7….เมตร
3 เมตร 4. การกระจัด AC เทา่ กับ …… 5 ……….เมตร
5. ระยะทาง AD เทา่ กับ ……… 11….เมตร
D 4 เมตร C 6. การกระจดั AD เท่ากับ …… 3 ……….เมตร
ผ 4-11
อัตราเร็วและความเร็ว (Speed and Velocity )
40 เมตร C 80 เมตร ถ้านาวตั ถมุ าวางไว้ที่ตาแหน่ง A แลว้ เคลือ่ นวตั ถุไปทีต่ าแหน่ง B
25 เมตร และ C ตามลาดับ
จากภาพ 2 การเปลีย่ นตาแหน่งของวัตถุตามขนาดความยาวของ
A 25 เมตร B เส้นทางการเคล่ือนที่จาก A ไป B เมื่อนาการเคลื่อนที่น้ันไป
เปลี่ยนเทียบกับเวลา จะทาให้เราสามารถบอกได้ว่าวัตถุมีการ
120 เมตร เคลื่อนท่ีเร็วหรือช้า ( เคล่ือนที่เร็วจะใช้เวลาน้อย , เคลื่อนท่ีช้า
จะใช้เวลามาก ) เราเรียก การเปลี่ยนตาแหน่งตามขนาดความ
ภาพ 2 ยาวของเส้นทางการเคลื่อนที่(ระยะทาง)เทียบกับเวลานี้ว่า
อัตราเรว็ ( Speed )
ดงั น้ัน อตั ราเรว็ ใดๆของวตั ถุ เปน็ การเปรยี บเทยี บความสมั พนั ธร์ ะหว่างระยะทางที่วัตถเุ คลื่อนที่ได้กับเวลาที่
ใชใ้ นการเคล่ือนที่ ดังน้นั เราสามารถหาอัตราเรว็ ของวตั ถไุ ด้จาก
S
สมการ v = t
เมอ่ื v คือ อตั ราเร็วของวัตถุ มีหน่วยเปน็ เมตรต่อวนิ าที ( m/s)
S คือ ระยะทางท่ีวตั ถเุ คล่ือนท่ีได้ มหี น่วยเปน็ เมตร ( m )
t คอื เวลาทใ่ี ช้ในการเคล่อื นที่ มหี น่วยเปน็ วนิ าที ( s )
ตวั อยา่ งจากภาพ 2 ขนาดความยาวของเสน้ ทาง(ระยะทาง)ทว่ี ัตถเุ คล่ือนท่จี าก A ไป B เป็น 120 เมตร ใช้
เวลา 25 วินาที และ จาก B ไป C เปน็ 80 เมตรใช้เวลา 35 วนิ าที อัตราเร็วการเคลือ่ นทข่ี องวัตถจุ าก ระยะ
AB , ระยะBC และระยะ AC เป็นเทา่ ใด
วธิ ที า อตั ราเร็วของวัตถุ จาก ระยะ AB , ระยะBC และระยะ AC หาได้ดังน้ี
อัตราเร็วของวัตถุ จาก ระยะ AB 120
S 25
v = t = = 4.8 m/s
อตั ราเร็วของวัตถุ จาก ระยะ BC 80
S 35
v = t = = 2.3 m/s
อตั ราเรว็ ของวัตถุ จาก ระยะ AC 200
S 60
v = t = = 3.3 m/s
และ จากภาพ 2 การเคลื่อนทีข่ องวัตถทุ ีค่ ิดจากการเปลย่ี นตาแหน่งเรม่ิ ตน้ ไปยังตาแหน่งสุดทา้ ยของ
วตั ถใุ นทศิ ทางที่แน่นอน(การกระจดั )ในแต่ละช่วงเม่ือเทยี บกับเวลากจ็ ะทาให้เรารเู้ ช่นกันวา่ วัตถุนน้ั เคลอ่ื นท่ีเร็ว
หรือชา้ เราเรยี กการเปลี่ยนตาแหนง่ ในลกั ษณะนว้ี ่า ความเร็ว ( Velocity )
ผ 4-12
ดงั นัน้ ความเรว็ ใดๆของวตั ถุ เปน็ การเปรยี บเทียบความสัมพันธ์ระหวา่ งการกระจัดท่ีวตั ถุเคลื่อนท่ีได้กับเวลาท่ี
ใชใ้ นการเคลื่อนที่ ดังนั้นเราสามารvถหาควา=มเร็วของSวtัตถุไดจ้ าก
คือ ความเร็วของวตั ถุ มหี น่วยเป็น เมตรต่อวนิ าที ( m/s)
สมการ เมตร ( m )
คือ การกระจัดท่ีได้ มหี นว่ ยเปน็
เมอื่ Sv
t คอื เวลาทใ่ี ชใ้ นการเคล่ือนท่ี มหี นว่ ยเปน็ วนิ าที ( s )
ตวั อยา่ งจากภาพ 2 วตั ถหุ นึ่งเคลื่อนท่ีจากตาแหน่ง C 80 เมตร
25 เมตร
A ไปตามเส้นทางการเคล่ือนที่ไปยังตาแหน่ง B และ 40 เมตร
C ตามลาดับ พิจารณาจากภาพ ขนาดความยาวของ
เส้นทางการเคลื่อนท่ีจาก A ไป B เป็น 120 เมตร ใช้ A 25 เมตร B
เวลา 25 วินาที และ จาก B ไป C เป็น 80 เมตรใช้
เวลา 35 วินาที จงหา ความเร็วเร็วของวัตถุ จาก 120 เมตร
ระยะ AB , ระยะBC และระยะ AC
วิธีทา ความเรว็ ของวัตถุ จาก ระยะ AB , ระยะBC ภาพ 2
และระยะ AC
ความเรว็ ของวตั ถุ จากSระยะ AB 25 = 1 m/s
t = 25 0.9 m/s
v = 0.67 m/s
ความเร็วของวัตถุ จากSระยะ BC 25 =
t = 35
v =
ความเรว็ ของวตั ถุ จากSระยะ AC 40 =
t = 60
v =
ผ 4-13
คาถาม 2 จากภาพใช้ตอบคาถามข้อ 1 – 6 เป็นการเคล่ือนท่ีของวตั ถุ จาก A B C D ในลกั ษณะ
เป็นส่วนหน่งึ ของรูปสเี่ หลี่ยมผนื ผา้ จงหาอัตราเร็วและความเร็วของการเคล่ือนท่ีนี้
A 40 เมตร B 1. อตั ราเร็ว จากระยะ AB เท่ากบั …5… m/s ในเวลา 8
วนิ าที
2. ความเร็ว จากระยะ AB เทา่ กบั …5… m/s ในเวลา 8
30 เมตร วนิ าที
3. อตั ราเรว็ จากระยะ AC เท่ากบั …5.83… m/s ในเวลา
D 40 เมตร C 12 วินาที
4. ความเรว็ จากระยะ AC เท่ากับ …4.17… m/s ในเวลา
12 วินาที
5. อตั ราเร็ว จากระยะ AD เทา่ กับ …5.5… m/s ในเวลา 20 วินาที
6. ความเร็ว จากระยะ AD เทา่ กับ …1.5…… m/s ในเวลา 20 วินาที
ความเรง่ ( Acceleration )
ขณะที่วัตถุหน่ึงมีการเคล่ือนท่ี ถ้าการเคล่ือนที่น้ันอยู่ในสภาพเดิม คือ ความเร็วเท่าเดิมและทิศ
ทางการเคล่อื นทีใ่ นทิศเดมิ ในชว่ งทีเ่ ราสงั เกต เราเรียกการเคลือ่ นทีข่ ณะนน้ั ว่า ไม่มีความเร่งในการเคล่ือนท่ี ใน
ทานองเดียวกัน ถ้าการเคลื่อนนั้นไม่สามารถรักษาสภาพเดิมของการเคล่ือนที่ได้ คือ ความเร็วไม่เท่าเดิม หรือ
ทิศทางการเคลื่อนที่เปลี่ยนไปจากเดิม ในช่วงท่ีเราสังเกต เราเรียกการเคลื่อนที่น้ีว่า มีความเร่ง (
Acceleration ) และเราaสามารถ=หาความเรง่ vtของว=ตั ถนุ ้ันได้ดvtงั 22ส--มกtv1า1รต่อไปนี้
จาก
a = v2 - v1
t2 - t1
เม่ือ a คือ อัตราเร่งของวตั ถุ มหี นว่ ยเป็น เมตรต่อ(วนิ าที)2 , ( m / s2 )
v = v2 – v1 คอื การเปล่ยี นแปลงความเรว็ มหี น่วยเป็น เมตรต่อวินาที
vv12 คือ อตั ราเรว็ เร่ิมต้น หรือ เร่ิมสงั เกต มีหน่วยเปน็ เมตรต่อวนิ าที ( m /s )
t คือ อัตราเร็วสุดทา้ ย หรือ หยดุ สงั เกต มีหน่วยเปน็ เมตรตอ่ วินาที ( m /s )
= t2 – t1 คือ ช่วงเวลาที่ใชใ้ นการเปล่ียนแปลงอตั ราเร็ว
t1 คือ เวลาเร่มิ ตน้ หรือ เร่มิ สงั เกต มหี นว่ ยเป็น วินาที (s )
t2 คอื เวลาสุดท้าย หรือ หยุดสงั เกต มีหน่วยเป็น วินาที (s )
ผ 4-14
ตวั อย่าง รถยนต์คันหนง่ึ ขณะเริม่ สงั เกตการเคล่ือนทีม่ ีความเรว็ 30 เมตรตอ่ วินาที เมอ่ื เวลาผ่านไป 20 วินาที มี
ความเรว็ เปน็ 40 เมตรตอ่ วินาที หลังจากนน้ั อีก 15 วินาที รถยนต์คันนั้นจะหยดุ การเคล่อื นที่พอดี จงหา
1. ความเร่งในช่วง 20 วินาทีแรก
วิธีทา 2. ความเรง่ ในชว่ ง 15 วินาทหี ลงั v1 = 30 m/s , v2 = 40 m/s , t1 = 0, t2 = 20
1. ความเร่งในช่วง 20 วินาทีแรก เมื่อ
s v2 - v1
t2 - t1
จาก a =
a = 40 - 30 = 0.5 m/s2
20 - 0
ตอบ รถยนต์คันนี้มีขนาดความเรง่ เท่ากับ 0.5 เมตรตอ่ (วนิ าที)2 มีทศิ เดยี วกับทศิ การเคลื่อนท่ี
น้นั ( ทาให้วตั ถเุ คล่ือนท่เี รว็ ขึ้น )
2. ความเร่งในชว่ ง 15 วนิ าทีแรก เมื่อ v1 = 40 m/s , v2 = 0 m/s , t1 = 20 , t2 = 35
s v2 - v1
t2 - t1
จาก a =
a = 0 - 40 = - 2.67 m/s2
35- 20
ตอบ รถยนต์คันน้มี ีขนาดความเรง่ เทา่ กับ 2.67 เมตรตอ่ (วนิ าที)2 มีทิศตรงข้ามกับทิศการ
เคลื่อนท่นี ้นั ( ทาให้วัตถเุ คลอ่ื นทชี่ ้าลง )
ผ 4-15
รายวชิ า ฟิสิกส์ 1 แบบฝกึ ทกั ษะ 4 ผลการเรียนท่ีคาดหวังท่ี 4
รหสั วิชา ว 30201 ใชป้ ระกอบแผนจดั การเรียนรู้ท่ี 4
ระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 4
คะแนน 5 คะแนน เวลา 5 นาที
เรอื่ ง
การเคลื่อนท่ี และปริมาณทีเ่ กยี่ วขอ้ ง
ชอ่ื ..........................................................………………….. ชั้น ม. 4 /......…. ……….เลขที่............….
โจทยใ์ ช้ตอบคาถาม ข้อ 1 – 4
70 เมตร C 60 เมตร ถ้านาวัตถมุ าวางไว้ท่ีตาแหน่ง A แล้วเคล่ือนวตั ถุไปท่ตี าแหน่ง B
35 เมตร และ C ตามลาดบั พิจารณาจากภาพ
ขนาดความยาวที่วตั ถเุ คลื่อนที่จาก A ไป B เปน็ 100 เมตร ใช้
A 55 เมตร B
เวลา 60 วินาที และ จาก B ไป C เป็น 60 เมตรใชเ้ วลา 40
100 เมตร วินาที
จากเงอ่ื นไขนี้ นักเรียนจงบอกว่า
1. ขนาดความยาวของเสน้ ทางท่ไี ดจ้ าก A ไป B โดยมีทศิ จากจดุ เรม่ิ ตน้ ถงึ จุดสดุ ท้าย เรยี กปรมิ าณนี้ว่า………………………
2. ระยะทางจาก A ไป C มรี ะยะเทา่ ไร…………………………………………………………………………………………
3. การเคลื่อนทจ่ี ากตาแหน่ง SB ไป C มคี วามเร็วเท่าไร ………………………………………………………………………
t 35
( v = = .......... .. = ……………. m / s )
4. การเคล่อื นทจี่ ากตาแหน่ง A ไป B มีอตั ราเรว็ เท่าไร ……………………………………………………………………………………….
S .......... .........
(v = t = 60 = ……………. m / s )
5. ขณะเรมิ่ สังเกตวตั ถหุ น่ึงมคี วามเรว็ 24 เมตรต่อวินาที เม่ือเวลาผา่ นไป 15 วนิ าที จะมคี วามเรว็ 39 เมตรตอ่ วินาที
วัตถุนจี้ ะมีความเรง่ เท=่าไร…vt…………=………v2……- t…v…1……………=………(.…...…..…...…)1…-5…( .…..…...…...…)………=…………………………..
m/s2 )
( จาก a
ผ 4-16
รายวิชา ฟิสกิ ส์ 1 เฉลย ผลการเรียนทค่ี าดหวังท่ี 4
รหัสวิชา ว 30201
ระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 4 แบบฝึกทกั ษะ 4 ใช้ประกอบแผนจดั การเรยี นรู้ที่ 4
เรอ่ื ง คะแนน 5 คะแนน เวลา 5 นาที
การเคลือ่ นท่ี และปริมาณทีเ่ ก่ียวข้อง
ชอ่ื ..........................................................………………….. ชน้ั ม. 4 /......…. ……….เลขที่............….
โจทยใ์ ช้ตอบคาถาม ข้อ 1 – 4
70 เมตร C 60 เมตร ถา้ นาวตั ถุมาวางไว้ทตี่ าแหน่ง A แลว้ เคลื่อนวัตถุไปท่ตี าแหนง่ B
35 เมตร และ C ตามลาดบั พจิ ารณาจากภาพ
ขนาดความยาวทวี่ ัตถเุ คลอ่ื นทีจ่ าก A ไป B เป็น 100 เมตร ใช้
A 55 เมตร B เวลา 60 วนิ าที และ จาก B ไป C เป็น 60 เมตรใช้เวลา 40
วนิ าที
100 เมตร จากเง่อื นไขน้ี นักเรียนจงบอกว่า
1. ขนาดความยาวของเส้นทางทีไ่ ด้จาก A ไป B โดยมีทศิ จากจดุ เร่ิมต้นถึงจุดสุดท้าย เรียกปริมาณนี้ว่า…การกระจัด…
2. ระยะทางจาก A ไป C มีระยะเทา่ ไร……………135 เมตร……………………
3. การเคลื่อนทจ่ี ากตาแหน่ง SB ไป C มคี วามเร็วเทา่ ไร ………………0.875…m / s………
t
( v = = 35 = …0.875…. m/s )
......40.. ....
4. การเคลื่อนท่ีจากตาแหนง่ A ไป B มีอตั ราเร็วเทา่ ไร ……1.67 m/ s……………………
S .... 100 ........
(v = t = 60 = …1.67 m/ s …. m / s )
5. ขณะเร่มิ สังเกตวตั ถุหน่ึงมีความเรว็ 24 เมตรตอ่ วนิ าที เม่อื เวลาผา่ นไป 15 วินาที จะมคี วามเรว็ 39 เมตรตอ่ วนิ าที
1vm2 -/sv21
วัตถนุ ้จี ะมีความเร่ง เท=า่ ไร…vt…………= t ……………………………………………………
(.39...) - ( ...24..... .)
( จาก a = 15 = …1.. m/s2 )
ผ 4-17
รายวชิ า ฟิสิกส์ 1 ใบงาน 4.1 ผลการเรยี นทคี่ าดหวังท่ี 4
รหัสวิชา ว 30201 ใชป้ ระกอบแผนจัดการเรยี นรทู้ ี่ 4
ระดบั ชั้น มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 5 คะแนน ( A ) เวลา 10 นาที
เรอื่ ง การเคล่ือนที่ และปรมิ าณที่เก่ยี วข้อง
ชอ่ื ………………………………………………………………………………………………………………..……ช้ัน……………
เลขท่ี………….
1. ให้นกั เรยี นเขยี นแสดงความคิดเห็นว่า เรารู้ได้อยา่ งไรวา่ วัตถุมกี ารเคลื่อนที่เกดิ ขึ้น และการเคลอ่ื นทขี่ อง
วัตถุนั้นมปี รมิ าณใดเกิดขน้ึ บา้ ง
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
2. ความคิดเหน็ ของกลุม่ เหน็ ว่า เรารไู้ ด้อยา่ งไรวา่ วตั ถุมกี ารเคลอ่ื นทเ่ี กิดขนึ้ และการเคล่ือนทีข่ องวตั ถนุ น้ั มี
ปริมาณใดเกิดข้ึนบ้าง
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
3. ความคิดเหน็ ที่นักเรยี นและครูร่วมกนั อภปิ รายสรปุ เห็นว่า เรารูไ้ ดอ้ ยา่ งไรวา่ วตั ถุมกี ารเคลอ่ื นทเี่ กดิ ขึ้น
และการเคล่ือนท่ีของวัตถนุ น้ั มีปริมาณใดเกิดข้ึนบ้าง
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
…………………………………………………………………………………………………………………….
ผ 4-18
รายวชิ า ฟิสิกส์ 1 ใบงาน 4.2 ผลการเรียนทค่ี าดหวงั ท่ี 4
รหสั วชิ า ว 30201 ใช้ประกอบแผนจดั การเรยี นรทู้ ี่ 4
ระดบั ชั้น มธั ยมศึกษาปที ่ี 4 5 คะแนน ( P ) เวลา 40 นาที
เรอื่ ง การเคลื่อนท่ี และปรมิ าณทีเ่ ก่ียวข้อง
ชอ่ื …………………………………………………………………………………………………………ช้นั …………เลขท่ี……..กลุม่
ท…ี่ ………
ให้นกั เรยี นสรปุ สาระสาคัญท่ีได้จากการสืบคน้ ข้อมลู ลงในสมดุ จดบนั ทกึ
1. การเคลอื่ นที่
2. ระยะทางและการกระจัด
3. อัตราเร็วและความเร็ว
4. ความเร่ง
คาถาม
6. ขนาดความยาวของเสน้ ทางที่วัตถุเคลือ่ นท่ีได้ จากการเปล่ียนตาแหนง่ นัน้ เรยี กวา่ …………………………
7. ขนาดความยาวของเสน้ ทางท่ีได้จากการเปล่ียนตาแหนง่ โดยมที ศิ แน่นอนไปที่ตาแหน่งสดุ ทา้ ยน้ัน
เรียกวา่ …………………
8. ขนาดความยาวของเส้นทางท่ีวตั ถุเคล่อื นท่ีได้ จากการเปลีย่ นตาแหน่ง เม่ือเทยี บกับเวลาที่ใชใ้ นการเปล่ยี น
ตาแหนง่ น้นั ว่า………………………………………………………………………………………………
9. ขนาดความยาวของเส้นทางที่ไดจ้ ากการเปลย่ี นตาแหน่งโดยมีทศิ แนน่ อนไปที่ตาแหน่งสดุ ทา้ ย เมือ่ เทยี บกับ
เวลาที่ใชใ้ นการเปลี่ยนตาแหน่งน้ันว่า………………………………………………………………………
10. เมอ่ื วตั ถเุ คลอื่ นท่ีทาใหเ้ กิดการเปล่ียนตาแหน่ง และช่วงที่เราสงั เกตวัตถุมีการเคล่ือนเร็วขึ้นหรอื ช้าลง หรือ
11. จเจจราาาว็ กกกเทเเเรรร่าอ่ือืื่อ่ เงงงดกกกมิ าาาแรรรตเเเคคค่ทลลลิศืื่่่ือออทนนนาทททงเ่่ีีี่ ปลSva่ยี นใใใชชชไปแแ้้้แทททเนนนร………าเ………รีย………ก………ว………่า………ว………ตั ถ………ุน………ีม้ ...ี...…มมม…หหีีีห…นนน่่ว่วว…ยยย…เเเปปป…นน็็็น…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
12.
13.
14. จากเรื่องการเคลื่อนท่ี v ใช้แทน………………………..มหี น่วยเป็น……………………………………
15. จากเร่ืองการเคล่ือนที่ S ใชแ้ ทน………………………..มหี น่วยเป็น……………………………………
ผ 4-19
รายวิชา ฟิสิกส์ 1 ใบงาน 4.3 ผลการเรยี นทีค่ าดหวงั ท่ี 4
รหสั วชิ า ว 30201 ใช้ประกอบแผนจดั การเรยี นรทู้ ี่ 4
ระดบั ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ 4
5 คะแนน ( A ) เวลา 10 นาที
เรือ่ ง
การเคลือ่ นที่ และปริมาณทเี่ ก่ยี วข้อง
ช่อื ……………………………………………………………………………………………………………ช้ัน…………เลขท่ี……..กล่มุ
ท…่ี ………
1. รถยนตค์ นั หนึ่งวิ่งด้วยอตั ราเร็วในช่วงการเคล่อื นหนง่ึ ดังนี้ 12 m /s , 10 m /s และ 17 m /s
อยากทราบวา่ อตั ราเรว็ เฉลยี่ ของการเคล่ือนที่ในช่วงนี้เป็นกีเ่ มตรต่อวนิ าที
2. เด็กคนหนึง่ วิง่ ไปทางเหนอื 36 เมตร ใช้เวลา 9 วนิ าที แล้ววิง่ ต่อไปทางทศิ ตะวนั ออกอีก 3 วนิ าที ดว้ ย
อตั ราเร็ว 3 เมตรต่อวนิ าที อัตราเรว็ เฉลย่ี ของการเคลื่อนที่น้ีเปน็ กเ่ี มตรต่อวินาที
3. รถยนต์คนั หนึ่งว่งิ ได้ระยะทาง 400 เมตร ในเวลา 25 วนิ าที แล้ววิง่ ต่อไปอีก5วินาที ด้วยอตั ราเร็ว 36
กิโลเมตรตอ่ ชัว่ โมง อัตราเรว็ เฉลี่ยของรถยนตค์ ันนี้ในช่วงสงั เกตเปน็ กเ่ี มตรต่อวนิ าที
ผ 4-20
4. ชายคนหนงึ่ ขับรถยนต์ในแนวถนนตรงดว้ ยความเรว็ 72 กโิ ลเมตรต่อช่วั โมง ใชเ้ วลา 3 วนิ าที แล้ววงิ่ ต่อไป
อีก 2 วินาทดี ้วยความเรว็ 25 เมตรตอ่ วินาที จงหาวา่ ช่วงเวลาทส่ี ังเกตน้ีเคลื่อนที่ได้กเ่ี มตร
5. นายสมพงษ์ขบั รถไปตามถนนตรงในด้วยความเร็ว 20 เมตรต่อวนิ าที อีก 3 วนิ าทีตอ่ มาจะมีความเรว็ 32
เมตรต่อวินาที แสดงวา่ นายสมพงษ์ขับรถดว้ ยอัตราการเปลย่ี นแปลงความเรว็ เป็นก่เี มตรตอ่ (วินาที)2
ผ 4-21
รายวชิ า ฟสิ ิกส์ 1 ใบกจิ กรรม 4 รหัสวชิ า ว 30201
ช่ือ..........................................................………………….. ชนั้ ม. 4 /......…. ……….เลขท่ี............….
ผลการเรียนที่คาดหวงั ท่ี 4. สารวจตรวจสอบ อธิบายและ คานวณ เก่ยี วกับการเคล่ือนทข่ี องวัตถุ และปรมิ าณ
ทเี่ กยี่ วข้อง
คาสัง่ ใหน้ กั เรียนสรปุ ความร้ทู ีเ่ กี่ยวกบั การเคล่ือนท่ี และปรมิ าณที่เกี่ยวข้อง เปน็ แผนผังมโนทศั น์ (
Concept Mapping )
องค์ความรู้ เรื่อง………………………………………………………………………………
เกีย่ วข้อง ในหวั ข้อเรื่อง การเคลื่อนที่ และปรมิ าณทเี่ กยี่ วข้อง
ให้งาน วันที่………………………………………………………………………………
กาหนดส่ง วันท่ี………………………………………………………………………………
ส่งงาน วนั ท่ี……………………………..…………ลงชื่อ………………………………ผูส้ ่ง
ลงช่อื ………………………………ผู้รับ
( นายชาตรี ศรมี ่วงวงค์ )
อาจารยป์ ระจาวิชา ว 30201
ลาดบั รายการ 5 4 3 2 1 หมายเหตุ
1 ความเกย่ี วข้องกับจุดประสงคแ์ ละเนอื้ หาสาระ
2 ความสมั พนั ธ์ กบั ชวี ิตประจาวัน
3 รูปแบบ สามารถนาไปเปน็ แบบอย่างได้
4 ความคิดรเิ รมิ่ สร้างสรรค์
5 ความสะอาด เรยี บรอ้ ย
5 = ดีมากท่สี ดุ 4 = ดมี าก 3 = ดี 2 = พอใช้ 1 = ควรปรบั ปรงุ
ผู้ประเมิน ลงชอ่ื ……………………………………………………ชั้น…………….เลขท่ี………...
วันที่………………………………………………………………………………………
ผ 4-22
แผนผังมโนทัศน์ ( Concept Mapping )
องคค์ วามร้เู ร่ือง …………………………………………..
เจ้าของผลงาน ชอื่ ……………………………………………………ชน้ั ……………..เลขท…่ี …….
ผ 4-23
รายวิชา ฟิสิกส์ 1 แบบทดสอบ ผลการเรียนท่ีคาดหวังที่ 4
รหสั วชิ า ว 30201 ( ก่อนเรยี น – หลงั เรยี น ) ประกอบแผนจัดการเรียนรูท้ ่ี 4
ระดับชั้น มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4
เวลา 15 นาที
ผลการเรยี นท่คี าดหวังที่ 4 สารวจตรวจสอบ อธบิ ายและ คานวณ เกี่ยวกับการเคล่ือนทข่ี องวัตถุ
และปรมิ าณทเ่ี ก่ยี วขอ้ ง
คาสงั่ จงเลือกคาตอบที่ถูกต้องลงในกระดาษคาตอบ
1. วัตถหุ นึ่งเคลอ่ื นทต่ี ามเสน้ ทาง ดังรูป ข้อความใดต่อไปนี้กล่าวถูกตอ้ งในชว่ งทวี่ ัตถเุ คล่อื นทจ่ี าก A ไป B
1. ระยะทางของการเคล่ือนที่ คือ ความยาวของเสน้ โคง้ AB B
2. ขนาดของการกระจัดเทา่ กับระยะทาง AB
3. ระยะทางมีทศิ ดังแสดงดว้ ยหัวลกู ศรในรูป A
คาตอบท่ถี กู คอื
ก. ข้อ 1 เท่าน้ัน ข. ขอ้ 2 เทา่ น้ัน ค. ข้อ 1 และ 2 ง. ข้อ
1 และ 3
2. เดก็ คนหน่ึงเดินไปทางทิศตะวันออก 8 เมตร แล้วเดินต่อไปทางทิศเหนืออีก 6 เมตร เด็กคนนี้เดินได้การ
กระจดั และระยะทางก่เี มตร ตามลาดบั
ก. 7 , 14 ข. 9 , 14 ค. 10 , 14 ง. 12 , 14
3. จากข้อ 2 ถา้ เด็กคนนใี้ ชเ้ วลาในการเดินทางทั้งหมด 2 วินาที เขาจะมีความเร็วเฉลี่ยและอัตราเร็วเฉล่ียก่ี
เมตรต่อวินาที ตามลาดับ
ก. 6 , 7 ข. 5 , 7 ค. 4.5 , 7 ง. 3.5 , 7
4. ใชม้ ือดึงแถบกระดาษผ่านเครื่องเคาะสัญญาณเวลาจุดบนแถบกระดาษในข้อใดแสดงวา่ ความเร็วของมือคงตวั
ก. ข.
ค. ง.
5. จงพจิ ารณาขอ้ ความต่อไปน้ี
1. วตั ถทุ ีม่ ีอตั ราเร็วเปลยี่ นแต่ทศิ ไมเ่ ปลย่ี น เคล่ือนทด่ี ว้ ยความเรง่
2. วัตถุท่ีมอี ตั ราเรว็ ไม่เปลยี่ นแตท่ ิศเปล่ยี น เคลือ่ นท่ดี ว้ ยความเรง่
3. ในการตกแบบอิสระ ถ้าไม่คิดแรงต้านของอากาศ ขณะท่ีวัตถุเคล่ือนที่ข้ึน หรือเคล่ือนที่ลงตาม
แนวด่งิ ความเรง่ มคี ่าคงตวั
คาตอบทีถ่ กู คือ
ก. ข้อ 1 และ 3 ข. ขอ้ 2 และ 3
ค. ข้อ 1 และ 2 ง. ข้อ 1 2 และ 3
ผ 4-24
6. ถ้า a เป็นความเร่งของวตั ถุ เมือ่ นกั เรยี นคานวณหาความเร่งของวัตถุหนึ่ง ปรากฏว่าได้ a มีเครื่องหมายเป็น
ลบ( -) นักเรยี นจะอธิบายว่าอยา่ งไร
1. วัตถเุ คลอื่ นท่ชี ้าลง
2. วตั ถุเคลือ่ นทไ่ี ปในทศิ เดียวกับทิศของความเร็วที่เปล่ียน
3. ความเร่งมที ศิ ตรงข้ามกบั ทศิ ทีว่ ตั ถุเคลอ่ื นท่ี
คาตอบทถี่ ูกคอื
ก. ข้อ 1 และ 3 ข. ข้อ 2 และ 3
ค. ขอ้ 1 และ 2 ง. ขอ้ 1 2 และ 3
7. จักรยานคันหน่ึงขณะกาลังวิ่งด้วยความเร็ว 12 เมตร/วินาที คนขี่ก็เบรก ทาให้รถวิ่งช้าลงวินาทีละ 3
เมตร/วนิ าที นานกว่ี นิ าทรี ถจงึ จะหยุด
ก. 15 ข. 11
ค. 4 ง. 2.5
8. จากกราฟระหว่างการกระจดั และเวลา ดงั รูป หมายเลขใดแสดง การกระจดั 4 32
ว่าวตั ถมุ คี วามเร็วสงู สดุ ณ เวลาเดียวกัน 1
เวลา
ก. หมายเลข 1 ข. หมายเลข 2
ค. หมายเลข 3 ง. หมายเลข 4
9. จงพจิ ารณาข้อความต่อไปน้ี เม่ือ g = 10 m/s2
1. ปล่อยวัตถใุ ห้ตกลงมาตามแนวด่ิง เม่อื เวลาผ่านไป 5 วินาที วตั ถมุ คี วามเรง่ 10 m/s2
2. ปลอ่ ยก้อนหินใหต้ กลงมาจากหอคอย ความเรว็ ของก้อนหนิ เป็นศนู ย์ ณ จดุ ปล่อย
3. โยนลกู บอลขน้ึ ไปในแนวด่ิง ความเร็วของลกู บอลเป็นศูนยเ์ มอื่ ถึงจุดสงู สุด
คาตอบทถ่ี ูกคอื
ก. ขอ้ 1 และ 3 ข. ขอ้ 2 และ 3
ค. ข้อ 1 และ 2 ง. ขอ้ 1 2 และ 3
10. โยนสม้ ผลหน่ึงขึน้ ไปในแนวดิง่ ความเรว็ และความเร่งของส้มเป็นอยา่ งไร ขณะถึงจดุ สงู สดุ
ก. ท้ังความเร็วและความเรง่ เปน็ ศูนย์ ข. ความเรว็ เป็นศูนยแ์ ตค่ วามเรง่ ไมเ่ ปน็ ศูนย์
ค. ความเร็วไมเ่ ปน็ ศูนย์แต่ความเรง่ เปน็ ศนู ย์ ง. ทัง้ ความเรว็ และความเร่งไม่เปน็ ศนู ย์
ผ 4-25
รายวชิ า ฟสิ ิกส์ 1 เฉลยแบบทดสอบ ผลการเรยี นทค่ี าดหวังที่ 4
รหัสวิชา ว 40101 ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4 ก่อนเรียน ประกอบแผนจดั การเรยี นรทู้ ี่ 4
หลังเรยี น
เฉลยแบบทดสอบ
กอ่ นเรยี นและหลงั เรียน
ขอ้ คาตอบ
1ก
2ค
3ข
4ค
5ง
6ก
7ค
8ง
9ง
10 ข
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 5
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ 2 การเคลื่อนที่ในหนง่ึ มติ ิ เรื่องที่ 5 การเคลื่อนที่ดว้ ยความเรง่ คงตัว
วชิ า ฟิสิกส์ 1 รหสั วิชา ว30201 ชน้ั ม.4 เวลา 6 ชว่ั โมง หน่วยการเรียน 1.5 หน่วย
อาจารย์ผสู้ อนนายชาตรี ศรมี ว่ งวงค์
1. มาตรฐาน
มาตรฐาน ว 4.2 เขา้ ใจลักษณะการเคล่อื นที่แบบต่างๆ ของวตั ถใุ นธรรมชาติมีกระบวนการสบื เสาะ
หาความร้แู ละจติ วิทยาศาสตร์ สอ่ื สารสิ่งที่เรยี นรู้และนาความรู้ไปใช้ประโยชน์
2. ตัวชวี้ ดั
สบื ค้นข้อมูล ทดลอง อภปิ รายและคานวณ เกี่ยวกบั การเคล่ือนทข่ี องวัตถุกรณีท่ีมีความเร่งเปน็ ค่าคงตวั
3. จดุ เน้นที่ตอ้ งการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน
1. ทักษะแสวงหาความรดู้ ้วยตนเองเพ่อื การแก้ปัญหา
2. ทักษะการคิดข้ันสูง
3. ทกั ษะการสื่อสารอย่างสรา้ งสรรคต์ ามช่วงวยั
4.คณุ ลกั ษณะม่งุ ม่นั ในการทางาน
5. คุณลักษณะใฝร่ ู้ใฝ่เรียน
การบรู ณาการ
1.สาระอาเซียน เรอ่ื ง การเดนิ ทางในประชาคมอาเซียน
2.สาระฯ ท้องถิน่ เรือ่ ง เส้นทางในชมุ ชน
3.เศรษฐกจิ พอเพียง เรือ่ ง การหาระยะทางสนั้ ทส่ี ุดในการเดนิ ทาง (ความมีเหตุผล)
4. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
วัตถุที่มีการเคลื่อนท่ีในแนวตรงที่มีการเปล่ียนแปลงขนาดของความเร็วคงท่ี ที่เป็นการเปลี่ยนแปลงให้
เร็วขน้ึ หรือชา้ ลงในหนงึ่ หน่วยเวลา แสดงวา่ วตั ถนุ น้ั มีความเร่งคงที่ โดยสมการทีเ่ กี่ยวจะมี
ผ 5 -2
5. สาระการเรียนรู้
สาระแกนกลาง/สาระท้องถิ่น
ความรู้ (รู้อะไร)
1. การเคล่ือนท่ีของวตั ถกุ รณีท่มี ีความเร่งเปน็ ค่าคงตัว
2. สมการที่เกีย่ วข้องการเคล่ือนที่ของวัตถุทมี่ คี วามเร่งเปน็ คา่ คงตวั
ทกั ษะ/สมรรถนะ
1. ความสามารถในการส่อื สาร
2.ความสามารถในการคิด
3.ความสามารถในการแก้ปญั หา
4.ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต
5. ความสามารถในการใชเ้ ทคโนโลยี
คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
ใฝ่เรียนรู้ (ตั้งใจเพยี งพยายามในการเรียน และเข้าร่วมกิจกรรมการเรยี นร,ู้ แสวงหาความรรู้ จู้ ากแหล่ง
เรยี นรู้ตา่ ง ๆ ทง้ั ภายในและภายนอกโรงเรยี นด้วยการเลือกใช้สอ่ื อย่างเหมาะสม สรปุ เป็นองค์ความรู้ และ
สามารถนาไปใช้ในชวี ิตประจาวันได้)
6. ชน้ิ งาน/ภาระงาน
ใบงานที่ 5
7. การวดั และประเมินผล
7.1 การประเมนิ ระหว่างจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
ช้ินงาน/ภาระงาน วธิ กี ารประเมิน เคร่ืองมอื เกณฑ์การประเมนิ
1.การวดั ผลคุณธรรม สงั เกตพฤตกิ รรม แบบวดั พฤติกรรม -
จิตพสิ ัย นกั เรียน นักเรยี น
2. การประเมนิ ผลจาก ตรวจใบงาน 5.1 – 5.3 ใบงานท่ี 5.1-5.3 -
สภาพจรงิ
ตรวจแบบฝึกทักษะ 5 แบบฝกึ ทกั ษะ 5 รอ้ ยละ 50 ข้นึ ไป
ตรวจสมุดจด ใบกจิ กรรม 5 -
ตรวจใบกจิ กรรม 5 ระดับ 3 ขน้ึ ไป
3. การวัดผลหลังเรียน ตรวจแบบทดสอบราย แบบทดสอบราย ร้อยละ 50 ข้นึ ไป
จุดประสงคท์ ่ี 5 จดุ ประสงค์ท่ี 5
7.2 การประเมินเม่ือสน้ิ สดุ การเรียนรู้
ชน้ิ งาน/ภาระงาน วิธกี ารประเมนิ เครอื่ งมอื เกณฑก์ ารประเมิน
แบบทดสอบ ตรวจแบบทดสอบ แบบทดสอบ รอ้ ยละ 60 ขน้ึ ไป
ผ 5 -3
8.กิจกรรมการเรยี นรู้
ขน้ั สร้างความสนใจ
1.1 นักเรียนและครูร่วมสนทนาเกี่ยวกับ ส่ิงแวดล้อม มีผลต่อการทางานหรือไม่ อย่างไร เพื่อ
นาไปสู่คาถามที่ว่า “ถ้าเราต้องการให้เพ่ือนทางานไม่เหมือนเดิม เราจะต้องบอกอย่างไร ผลจะเป็นอย่างไรได้
บา้ ง”
1.2 นักเรียนตอบข้อซกั ถามของครูว่า “ถ้าเราต้องการให้เพื่อนทางานไม่เหมือนเดิม เราจะต้อง
บอกอยา่ งไร ผลจะเป็นอยา่ งไรได้บ้าง” ( ทิง้ ชว่ งให้นกั เรียนคดิ )
1.3 นักเรียนร่วมกันอภิปรายในแต่ละกลุ่ม พร้อมท้ังบันทึกความเห็นของกลุ่มในใบงาน 5.1
เฉพาะข้อ 1 และข้อ 2 (เปดิ โอกาสให้นกั เรยี นไดแ้ สดงความคิดเหน็ โดยยงั ไมเ่ น้นถูกผิด)
1.4 ตัวแทนนักเรียนแต่ละกลุ่มนาเสนอความเห็นของกลุม่
1.5 นกั เรยี นรว่ มกันอภิปรายเกีย่ วกบั “ถ้าเราตอ้ งการให้เพื่อนทางานไม่เหมือนเดิม เราจะต้อง
บอกอยา่ งไร ผลจะเปน็ อย่างไรไดบ้ า้ ง” แลว้ บันทึกลงในใบงาน 5.1
1.6 นกั เรยี นทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น จานวนขอ้ สอบ 10 ขอ้
1.7 แจง้ ให้นักเรยี นทราบวา่ จะได้ศึกษาเกยี่ วกบั การเคลือ่ นท่ีดว้ ยความเร่งคงตัว
ขั้นสารวจและค้นหา
2.1 นักเรียนสืบค้นข้อมูลเก่ียวกับ การเคลื่อนท่ีด้วยความเร่งคงตัว จากใบความรู้ 5 ลงในใบ
งาน 5.2 แล้วสรุปสาระสาคัญ บันทกึ ลงในสมุดจดบันทึกและตอบคาถาม
2.2 สมุ่ นกั เรียน 1 กลุ่มเสนอผลการสืบคน้ ข้อมูล
ขั้นอธิบายและลงขอ้ สรุป
3.1 นกั เรยี นนาข้อมูลจากขน้ั การสบื ค้น ข้อมูล มาอภปิ รายรว่ มกนั
3.2 ครูอธิบายเพิ่มเติมเกี่ยวกับ การเคล่ือนท่ีด้วยความเร่งคงตัว เพื่อให้นักเรียนสรุป
สาระสาคญั ลงในสมุดจดบนั ทกึ
ขน้ั ขยายความรู้
4.1 นักเรียนและครูร่วมกันอภิปราย เกี่ยวกับ สมการท่ีเก่ียวข้องกับการเคลื่อนท่ีด้วยความเร่ง
คงตัว และตัวอยา่ ง การคานวณหาปริมาณตา่ งๆทเี่ กยี่ วขอ้ ง จากใบความรู้ 5
4.2 นกั เรยี นร่วมกนั สบื คน้ แกป้ ัญหา ในใบงาน 5.3
4.3 นกั เรยี นทาแบบฝึกทกั ษะ 5
ขั้นประเมนิ
5.1 นักเรียนเขียน Concept mapping เกี่ยวกับ การเคลื่อนที่ด้วยความเร่งคงตัว ในใบ
กจิ กรรม 5
5.2 นักเรียนนา Concept mapping อภิปรายแลกเปลี่ยนกับเพื่อนๆ และประเมินผลงาน
ให้กบั เพ่อื น
5.3 นักเรียนท่ีเป็นเจ้าของผลงาน Concept mapping ที่ได้รับการประเมินจากเพื่อนมา
อภิปรายเกีย่ วกบั Concept ในงานน้นั โดยการสุม่ จากครู
5.4 นักเรียนทาแบบทดสอบหลังเรียน และครูอนุญาตให้นักเรียนเล่นการใช้เกมส์หมากฮอส
พฒั นาทกั ษะการคิดของนกั เรียนระหวา่ งท่ที าแบบทดสอบหลังเรยี น
ผ 5 -4
9. สอื่ /แหล่งเรียนรู้ จานวน สภาพการใช้สอ่ื
1 ชุด ใชข้ ั้นสร้างความสนใจ
รายการสื่อ 1 ชดุ ใช้ขน้ั สรา้ งความสนใจ
1. แบบทดสอบก่อนเรยี น 1 ชดุ ใช้อธบิ ายและลงข้อสรปุ ( ใชข้ ้ันประเมนิ )
2. ใบงาน 5.1 1 ชุด ใชอ้ ธิบายและลงขอ้ สรุป
3. แบบฝึกทกั ษะ 5 1 ชดุ ใช้สารวจและค้นหา
4. ใบความรู้ 5 1 ชุด ใช้ขยายความร้แู ละลงข้อสรปุ
5. ใบงาน 5.2 1 ชดุ ใช้ขัน้ ประเมนิ และลงขอ้ สรปุ
6. ใบงาน 5.3 1 ชุด ใช้ขนั้ ประเมิน
7. ใบกจิ กรรม 5 ใช้ทุกขน้ั ตอน
8. แบบทดสอบหลังเรียน 1 ชดุ
9.เวบ็ ไซต์ www.wikipedia.org ใชท้ กุ ข้ันตอน
และ http://www.rmutphysics.com
10.Power Point เร่อื งที่ 5 ใช้ทุกขน้ั ตอน
การเคลือ่ นที่ด้วยความเรง่ คงตัว
11.การใช้เกมสห์ มากฮอสพัฒนาทักษะการ
คดิ ของนักเรยี น
10. กิจกรรมเสนอแนะ วธิ ดี าเนนิ กจิ กรรม
กจิ กรรมเสรมิ ทักษะหรือซอ่ มเสรมิ
1. ครูควบคุมดแู ลใหอ้ ยูใ่ นกรอบระหว่างเรยี น
รายการ 2. ครคู อยเสริมหรอื แกไ้ ขเม่อื การอภิปรายของนักเรียน
1. ปรบั ปรุง – แกไ้ ขข้อบกพรอ่ งของผ้เู รียน
ไมส่ มบูรณ์
2. สง่ เสรมิ ความรู้ความสามารถของผเู้ รยี น 3. ครชู ีแ้ จงขอ้ บกพรอ่ งในการทากิจกรรม
4. ครเู ฉลยขอ้ สงสัย ทน่ี ักเรียนทาไมไ่ ด้
5. สอนซ่อมเสรมิ นกั เรียนที่ไมผ่ า่ นประเมินหลังเรียน
1. ให้นักเรียนทาชนิ้ งาน 1 ชิ้นงาน
ผ 5 -5
11.บันทกึ ผลหลังการสอน วนั ท่ี จานวนนกั เรียน(คน)
ชอื่ แผนการจัดการเรียนรู้ 13-30 มิถนุ ายน 157
ค่าเฉลย่ี ความหมาย
เร่อื งที่ 5 การเคล่ือนท่ีด้วยความเรง่ คงตวั 2559
รายการ มาก ปาน นอ้ ย
กลาง
1.กจิ กรรมการเรยี นการสอนทีก่ าหนดไวใ้ นแผนการจดั การเรยี นรเู้ ปน็
กจิ กรรมที่เหมาะสมกบั วยั ของผู้เรยี น และเหมาะสมกับสาระการเรียนรู้ 140 17 0 3.00 มาก
สามารถจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้ตามเวลาทกี่ าหนดไดท้ กุ กจิ กรรม
2.การจดั กิจกรรมการเรียนการสอนคร้งั นี้ นกั เรียนทุกคนไดร้ ว่ มกจิ กรรม 140 17 0 3.00 มาก
และเรียนรูอ้ ยา่ งมคี วามสุข
3.กิจกรรมช่วยใหผ้ เู้ รยี นมีความรู้ความเขา้ ใจตรงตามสาระการเรยี นรู้ เกดิ
คุณลกั ษณะท่ีพงึ ประสงค์และมที ักษะกระบวนการตามทจี่ ุดประสงคก์ าหนด 140 17 0 3.00 มาก
4.สอื่ การเรียนการสอนท่กี าหนดในแผนการจดั การเรยี นรู้ ไดใ้ ช้ส่ือหลาย
อย่าง เปน็ สื่อทเี่ หมาะสมกับวยั ผเู้ รียน สอดคลอ้ งกับเนื้อหา สามรถใช้
ประกอบการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได้อย่างเหมาะสม ช่วยให้ผเู้ รยี น 140 17 0 3.00 มาก
เรียนรู้อย่างสนุกสนานและเข้าใจบทเรยี นไดเ้ รว็ ย่งิ ขน้ึ
5.การวดั ผลประเมินผล ครอบคลมุ พฤติกรรมตามจุดประสงคก์ ารเรียนรทู้ ่ี 140 17 0 2.80 มาก
กาหนดในแผนการจัดการเรียนรู้ ผลการวัดผลและประเมนิ ผล
ผา่ น ไม่ % ผ่าน % ไมผ่ ่าน
รายการ KPA ผ่าน รวม
5.1 ด้านความรคู้ วามเข้าใจ (K) นักเรียนทีผ่ า่ นจุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ท่ี 140 17 157 89.17 10.83
กาหนดไว้
142 15 157 90.45 9.55
5.2 ดา้ นทักษะกระบวนการ (P) นกั เรยี นทผี่ ่านทักษะกระบวนการตาม
เกณฑ์ 157 0 157 100.00 0.00
5.3 ด้านคา่ นยิ ม (A) นักเรียนมคี ่านยิ มตามเกณฑ์
ค่าเฉลี่ย 93.21 6.79
ค่าเฉล่ีย KPA
3.00 3.00 3.00 3.00 3.00 2.80 100.00 90.45 100.00
2.50 80.00
2.00 89.17
60.00
1.50
1.00 40.00
0.50 20.00
0.00 0.00
12345
KPA
ผ 5 -6
11.บันทกึ ผลหลังการสอน
การบูรณาการ
การบรู ณาการ รายการที่มกี ารบรู ณาการ
ในการจดั การเรียนการสอน ไดบ้ รู ณาการการเรยี นรโู้ ดยบรู ณาการ บรู ณาการตามหลกั ปรัชญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ภายในเน้ือหาสาระของกลุ่มวิชาวิทยาศาสตร์ซึง่ เปน็ การบรู ณาการ อาเซียน หลักสูตรทอ้ งถิ่น และจติ วทิ ยาศาสตร์
ตามหลกั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง อาเซยี น และหลกั สตู รท้องถิน่
เพอื่ ตอ้ งการใหน้ ักเรียนได้นาความร้ทู ่ีไดไ้ ปใชใ้ นชวี ิตประจาวัน มี
ทกั ษะชวี ิต ทจี่ ะก้าวไปสู่สังคมภายนอกได้อย่างมีความรูท้ เ่ี ทา่ ทนั ใน
ยคุ ปัจจุบนั
สอ่ื การเรยี นการสอนที่เปน็ นวัตกรรม
รปู แบบ ชอื่ นวตั กรรม
Power Point Power Point เรื่องท่ี 5 การเคล่ือนที่ดว้ ย
ความเรง่ คงตวั
การวิจยั เพอ่ื พฒั นาการเรียนการสอน
รูปแบบการวิจัย ชื่องานวจิ ัย
วิจัยในชน้ั เรยี นเพอื่ แก้ปญั หานักเรยี นที่ไมผ่ า่ นดา้ นความรคู้ วามเข้าใจ การใชเ้ กมสห์ มากฮอสพัฒนาทกั ษะการคดิ ของ
นกั เรยี น
ทกั ษะกระบวนการ ด้านคา่ นิยม
ปญั หาและอุปสรรคในการใช้แผนการจดั การเรยี นรู้
ปญั หาและอปุ สรรค วิธีการแก้ไขปญั หา
--
ลงชอ่ื ........................................................
(นายชาตรี ศรมี ่วงวงค์)
ผ 5 -7
ขอ้ เสนอแนะของหวั หน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์
............................................................................................. .................................................................
................................................................................................. .............................................................
............................................................................................................................. .................................
ลงชือ่ ........................................................
(นายสุระศักดิ์ ยอดหงษ์)
ตาแหนง่ หวั หน้ากลุม่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์
วนั ท่ี..........เดือน..........................พ.ศ............
ขอ้ เสนอแนะของรองผู้อานวยการกลุ่มบริหารงานวิชาการ
............................................................................................................................. .................................
..............................................................................................................................................................
............................................................................................................................. .................................
ลงชอ่ื ........................................................
(นายวเิ ชยี ร ยอดนิล)
ตาแหนง่ รองผ้อู านวยการกลุ่มบรหิ ารงานวชิ าการ
วนั ท่ี..........เดือน..........................พ.ศ............
ข้อเสนอแนะของผ้อู านวยการโรงเรียน
........................................................................................................................................... ...................
............................................................................................................... ...............................................
............................................................................................................................. .................................
ลงช่อื ........................................................
(นายจานง อนิ ทพงษ)์
ตาแหน่ง ผูอ้ านวยการโรงเรียนวัชรวทิ ยา
วนั ที่..........เดือน..........................พ.ศ............
ผ 5 -8
ภาคผนวกประกอบแผนการจดั การเรียนรู้ที่ 5
หน่วยการเรียนร้ทู ี่ 2 การเคลอ่ื นทีใ่ นหนง่ึ มติ ิ
เรื่องท่ี 5 การเคล่ือนทด่ี ้วยความเร่งคงตัว
วิชา ฟสิ กิ ส์ 1 รหสั วิชา ว30201 ชนั้ ม.4 เวลา 7 ช่ัวโมง หนว่ ยการเรียน 1.5 หน่วย
อาจารยผ์ สู้ อนนายชาตรี ศรมี ่วงวงค์
1.ใบความรู้
2.แบบฝึกทักษะ
3.ใบงาน
4.ใบกจิ กรรม
5.แบบทดสอบ
ผ 5 -9
รายวชิ า ฟิสิกส์ 1 ใบความรู้ 5 ผลการเรียนท่ีคาดหวงั ที่ 5
รหัสวิชา ว 30201 ระดับชั้น ม. 4 ใช้ประกอบแผนจัดการเรียนรู้ที่ 5
การเคลือ่ นที่ด้วยความเร่งคงตัว
การเคลือ่ นที่ด้วยความเร่งคงตัว
ในทนี่ เ้ี ราจะกล่าวถงึ เฉพาะการเคลือ่ นทใี่ นแนวตรง ความเร็ว
เมอื่ วัตถุมกี ารเคล่อื นที่ดว้ ยความเร่ง ผลจะทาใหว้ ตั ถุนนั้ จะ v
เคลื่อนท่เี ร็วขึ้นหรือช้าลง ( ความเร็วเปลย่ี นแปลง ) ดังนั้นถา้
v-u
เรว็ ข้นึ อย่างสม่าเสมอหรือช้าลงอย่างสมา่ เสมอในกรณนี ี้แสดงวา่ u
วตั ถนุ นั้ มีการเคลือ่ นทดี่ ว้ ยความเรง่ คงตัว เม่ือนาความสัมพนั ธ์
t-0
ระหว่างความเร็วกบั เวลาเป็นเขียนกราฟ จะได้กราฟเส้นตรง
ความชนั ของเส้นตรง คอื ความเร่งนั่นเอง ดังรปู 1. และ t เวลา
สามารถหาสมการความเรว็ ได้ดังน้ี
รูป 1 กราฟความเร็วกบั เวลา
จากสตู รทวั่ ไป m=
y2 -y1
x2 - x1
เมือ่ แกน y คอื ความเรว็ ( v ) , แกน x คือ เวลา ( t ) แทนในสตู ร จะได้
v2 -v1
m= t2 - t1
ดงั น้ัน m คือ การเปล่ียนแปลงความเรว็ ในชว่ งเวลาทเี่ ปลย่ี นไป ความหมายนี้ก็คอื ความเร่ง ( a )
v2 -v1
จะได้ a = t2 - t1
a = v-u
t-0
v-u
a = t
at = v – u
v = u + at (1)
เมอ่ื v คือ ความเรว็ สุดทา้ ยท่ีเวลา t มหี นว่ ยเป็น เมตรต่อวนิ าที ( m/s )
u คือ ความเรว็ เรม่ิ ตน้ ณ เวลาใด ๆ มหี นว่ ยเปน็ เมตรต่อวินาที ( m/s )
a คือ ความเร่งคงตัวค่าหนึ่ง มีหนว่ ยเป็น เมตรต่อ(วนิ าที)2 ( m/s2 )
t คือ เวลาท่สี ังเกต มหี น่วยเป็น วนิ าที ( s )
ผ 5 -10
จากกราฟ รูป 2 เราสามารหาสมการของระยะทางของการเคลื่อนด้วยความเร่งคงตัว ได้จากพน้ื ทีใ่ ต้
กราฟน้ี
ความเร็ว
v
u v-0
u-0
t-0 t เวลา
เนอ่ื งจากพน้ื ที่ใต้กราฟ รูป 2 กราฟความเร็วกบั เวลา
ระหว่างความเร็วกบั เวลาคือ
ระยะทางทว่ี ัตถุเคลอ่ื นที่ได้
พ้ืนทใ่ี ต้กราฟ = พ้นื ทส่ี ีเ่ หล่ยี มคางหมู
พืน้ ท่ใี ต้กราฟ 1
= 2 x ( ผลบวกของด้านคู่ขนาน )xสูง
S
= 1 x ( ( u – 0 ) + (v – 0 ) )x ( t – 0 )
S 2
1
= 2 x ( u + v )x t
S = (uv)t (2)
2
เมอ่ื S คอื ระยะทางทีเ่ คล่ือนที่ได้ มีหน่วยเปน็ เมตร ( m )
v คือ ความเรว็ สุดทา้ ยท่ีเวลา t มหี นว่ ยเป็น เมตรตอ่ วนิ าที ( m/s )
u คอื ความเร็วเร่มิ ต้น ณ เวลาใด ๆ มีหน่วยเปน็ เมตรต่อวนิ าที ( m/s )
t คือ เวลาทสี่ งั เกต มีหน่วยเปน็ วนิ าที ( s )
เมื่อนาสมการ 1 แทนในสมการ 2 จะได้ สมการหาระยะทางทไี่ มเ่ กย่ี วของกับความเร็วสุดทา้ ย ( v )
ดงั นี้ ( u ( u at ) ) t
2
S =
S = ( 2u at ) t
2
S = ( 2ut at2 ) ผ 5 -11
2
2ut at 2 (3)
S = 2 + 2
(4)
S = ut + 1 at2
2
จากสมการ ( 1 ) v = u + at
v-u
จะได้ t=
a
(uv)t
เมอ่ื นาคา่ t ไปแทนค่าใน ( 2 ) จาก S= 2
จะได้ S = ( u v ) . ( v-u )
2 a
v2 - u2
S = 2a
2aS = v2 - u2
u2 + 2aS = v2
v2 = u2 + 2aS
จากสมการทง้ั 4 เราสามารถนาไปใช้กับการเคล่ือนทใ่ี นกรณีท่มี ีค่าความเร่งคงตัวได้ดังตัวอย่างตอ่ ไปน้ี
ตวั อย่าง 1 วัตถหุ น่ึงถูกดว้ ยขนาด 3 เมตรต่อวินาทยี กกาลังสอง จากขณะท่มี ีความเร็ว 5 เมตรต่อวนิ าที จงหา
ความเรว็ และการกระจัดของวัตถุเมื่อเวลาผ่านไป 6 วนิ าที
วิธที า จาก v = u + at
v = ( 5 m/s )+ ( 3 m/s2 ) ( 6 s )
v = 23 m/s
ตอบ ความเร็วของวตั ถเุ มื่อเวลาผ่านไป 6 วนิ าทเี ท่ากับ 23 เมตรตอ่ วินาที
(uv)t
จาก S = 2
S = ( 5 m/s 23 m/s )( 6 )
2
S = 84 m
ตอบ การกระจดั ของวตั ถเุ มื่อเวลาผ่านไป 6 วินาทีเทา่ กับ 84 เมตร
ผ 5 -12
ตัวอย่าง 2 นกั กรีฑาว่งิ ออกจากจดุ สตาร์ทดว้ ยความเรว็ 6 เมตรต่อวินาที และสามารถเรง่ ความเร็วได้ 4 เมตร
ตอ่ (วนิ าที)2 จงหาวา่ เมอื่ เวลาผ่านไป 5 วนิ าที จะวง่ิ ไดร้ ะยะทางเทา่ ใด
1
วิธที า จาก S = ut + 2 at2
S = (6 m/s )( 5 s ) + 1 (4 m/s2 )( 5 s )2
2
S = 80 m
ตอบ นกั กรีฑาจะวง่ิ ได้ระยะทางเท่ากับ 80 เมตร
การตกของวัตถอุ ยา่ งอิสระ จะเป็นการเคลอื่ นทใ่ี นกรณีที่ความเร่งมคี า่ คงตัว จะใชส้ ัญลกั ษณ์แทน
ความเรง่ ของการตกของวตั ถุอย่างอสิ ระ คือ g ซง่ึ ความเร่งน้เี ปน็ ผลจากแรงดงึ ดดู ของโลกเนอ่ื งจากสนามโนม้ ถ่วง
( gravity ) ค่าความเร่งเน่อื งจากแรงดงึ ดูดของโลก ( g ) คา่ มาตรฐานคือ 9.8065 m/s2 เพ่อื ความสะดวกใน
การคานวณจะใช้ 10 m/s2 ดงั นัน้ จากตัวอย่างขา้ งบน ค่า a จะเปลี่ยนเปน็ ค่า g ในกรณที ก่ี ารเคลื่อนทีน่ น้ั
เปน็ ผลเนื่องจากแรงดึงดดู ของโลก ดงั นี้
v = u + at เป็น v = u + gt
v2 = u2 + 2aS เป็น v2 = u2 + 2gS
1 1
S = ut + 2 at2 เป็น S = ut + 2 gt2
ตวั อยา่ ง 3 โยนถงุ ทรายขน้ึ ดว้ ยความเรว็ ตน้ 6.0 เมตรต่อวินาที มีความเร่งเนื่องจากแรงดงึ ดูดของโลกลงมา
10 เมตรต่อวนิ าทยี กกาลังสอง จงหา
1. ถงุ ทรายจะถึงจดุ สูงสุดนานเท่าใดตัง้ แต่เร่ิมโยน
2. ใชเ้ วลานานเท่าใดตง้ั แต่เร่มิ โยนถงุ ทรายจนกลบั ถึงจดุ โยน
3. จดุ สงู สดุ ของถงุ ทรายห่างจากจดุ โยนเท่าใด
4. ความเรว็ เฉล่ยี ของถงุ ทรายชว่ งขาขึน้ เป็นเท่าใด
วิธที า 1. จากสมการ v = u + gt , g = -10 m/s2 ( มที ศิ ตรงขา้ มกบั
ความเรว็ ) t = v-u
จะได้ g
แทนคา่ t = 0 -6 m/s
-10 m/s2
t = 0.6 s
ตอบ ถงุ ทรายจะถึงจุดสงู สุดใช้เวลานาน 0.6 วนิ าที