หนงั สือรPวมRบทOควCามEEDINGS
การสัมมนาวชิ าการเนื่องในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะหศ าสตร ครบรอบ 68 ปี
“ทางเลอื กและทางรอด: การปรบั ตวั ภายใตก ารเปลย่ี นแปลงของโลกยคุ ใหม”
Seminar on the Occasion of the 68th Anniversary of the Faculty of Social Administration,
Thammasat University “Choices and Resilience: Adapting to the New World”
Tuesday January 25th, 2022
วนั องั คารท่ี 25 มกราคม 2565
รายงานสบื เนอ่ื งการสมั มนาวิชาการเนือ่ งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปีที่ 68
“ทางเลอื กและทางรอด: การปรับตวั ภายใต้การเปลย่ี นแปลงของโลกยคุ ใหม่”
“Choices and Resilience: Adapting to the New World”
กองบรรณาธกิ าร ที่ปรกึ ษา
ศาสตราจารยร์ ะพพี รรณ คำหอม บรรณาธกิ าร
ผูช้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ภชุ งค์ เสนานชุ กองบรรณาธิการ
นางสาวสวุ รี ปิน่ เจริญ กองบรรณาธกิ าร
นางสาวสุธมิ า วฒุ กิ าร กองบรรณาธกิ าร
นางสาวพมิ พผ์ กา งอกลาภ กองบรรณาธิการ
นางสาวปยิ ภัทร คุณเจรญิ กองบรรณาธิการ
นางสาวอรอนงค์ บษุ ราคมั
ประธานกรรมการ
คณะกรรมการพจิ ารณาบทความวิชาการภายในสถาบนั กรรมการ
คณะกรรมการพิจารณาบทความวิชาการภายในสถาบัน กรรมการ
1. ศาสตราจารย์ระพพี รรณ คำหอม กรรมการ
2. ศาสตราจารย์ ดร.วรวุฒิ โรมรตั นพันธ์ กรรมการ
3. ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล นิราทร กรรมการ
4. ศาสตราจารย์ ดร.พงษ์เทพ สันติกุล กรรมการ
5. รองศาสตราจารย์ ดร.ศักดิ์ชัย เลิศพานิชพันธุ์ กรรมการ
6. รองศาสตราจารย์ ดร.พเยาว์ ศรีแสงทอง กรรมการ
7. รองศาสตราจารย์ ดร.วรรณวดี พูลพอกสนิ กรรมการ
8. รองศาสตราจารย์ ดร.ธัญญลกั ษณ์ วรี ะสมบัติ กรรมการ
9. รองศาสตราจารย์ ดร.วรรณลกั ษณ์ เมียนเกดิ กรรมการ
10. รองศาสตราจารยก์ มลทิพย์ แจ่มกระจา่ ง กรรมการ
11. รองศาสตราจารย์ ดร.เพ็ญประภา ภัทรานุกรม กรรมการ
12. รองศาสตราจารย์ ดร.อจั ฉรา ชลายนนาวิน กรรมการ
13. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศิรนิ ทรร์ ตั น์ กาญจนกุญชร กรรมการ
14. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.วิไลภรณ์ โคตรบงึ แก กรรมการ
15. ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร.มาดี ลิ่มสกลุ กรรมการ
16. ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.ภชุ งค์ เสนานุช กรรมการ
17. ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.ธนั ยา รจุ ิเสถียรทรัพย์ กรรมการ
18. ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.นราเขต ยม้ิ สขุ กรรมการ
19. ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.นฤิ มน รัตนะรตั กรรมการ
20. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สขุ ุมา อรุณจติ กรรมการ
21. ผ้ชู ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ปิ่นหทัย หนูนวล กรรมการ
22. ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.จริ พรรณ นฤภัทร
23. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.สิริยา รัตนช่วย
24. ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร.เสาวธาร โพธิ์กลัด
1
รายงานสืบเน่ืองการสมั มนาวชิ าการเนอื่ งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปที ี่ 68
25. ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร.กิตติ ชยางคกุล กรรมการ
26. ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.มาลี จริ วัฒนานนท์ กรรมการ
27. อาจารย์ ดร.ปรนิ ดา ตาสี กรรมการ
28. อาจารย์ ดร.กาญจนา รอดแกว้ กรรมการ
29. อาจารย์ ดร.วิไลลักษณ์ อยู่สำราญ กรรมการ
30. อาจารย์ ดร.สุกญั ญา มสี กุลทอง กรรมการ
31. อาจารย์ ดร.สรสชิ สวา่ งศิลป์ กรรมการ
32. อาจารย์ ดร.อรณุ ี ลิ้มมณี กรรมการ
33. Dr. Victor P. Karunan กรรมการ
คณะกรรมการจากภายนอกสถาบนั กรรมการ
1. ศาสตราจารยศ์ ศพิ ัฒน์ ยอดเพชร กรรมการ
2. ศาสตราจารย์ ดร.โกวิทย์ พวงงาม กรรมการ
3. ศาสตราจารย์ ดร.กิติพัฒน์ นนทปทั มะดลุ ย์ กรรมการ
4. รองศาสตราจารย์ ดร.อาภรณพ์ ันธุ์ จันทรส์ ว่าง กรรมการ
5. รองศาสตราจารย์ ดร.ทัศนีย์ ลักขณาภิชนชชั กรรมการ
6. รองศาสตราจารย์ ดร.นงลกั ษณ์ เทพสวสั ด์ิ กรรมการ
7. รองศาสตราจารยส์ รุ างคร์ ัตน์ วศนิ ารมณ์ กรรมการ
8. รองศาสตราจารย์ ปารชิ าติ วลยั เสถยี ร กรรมการ
9. รองศาสตราจารยอ์ ภญิ ญา เวชยชยั กรรมการ
10. รองศาสตราจารย์ ดร.เดชา สงั ขวรรณ กรรมการ
11. รองศาสตราจารย์ภาวนา พฒั นศรี กรรมการ
12. รองศาสตราจารย์เล็ก สมบตั ิ กรรมการ
13. รองศาสตราจารย์ ดร.อำไพรัตน์ อักษรพรหม กรรมการ
14. รองศาสตราจารย์ ดร.สมศกั ด์ิ สามคั คีธรรม กรรมการ
15. รองศาสตราจารย์ ดร.โกนิฏฐ์ ศรีทอง กรรมการ
16. รองศาสตราจารย์ ดร.จตุรงค์ บุณยรตั นสนุ ทร กรรมการ
17. รองศาสตราจารย์ ดร.สมศกั ด์ิ อมรสริ ิพงศ์ กรรมการ
18. ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.จิตติ มงคลชยั อรัญญา กรรมการ
19. ผูช้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.เสรี วรพงษ์ กรรมการ
20. ผชู้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.พรรณปพร ลวี ิโรจน์ กรรมการ
21. ผูช้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.วนดิ า ดรุ งคฤ์ ทธิชยั กรรมการ
22. อาจารย์ ดร.ทพิ าภรณ์ โพธถ์ิ วลิ กรรมการ
23. อาจารย์ ดร.กฤตวรรณ สาหร่าย กรรมการ
24. อาจารย์ ดร.นุชนาฎ ยฮู นั เงาะ กรรมการ
25. ดร.สดใส คมุ้ ทรพั ย์อนนั ต์
2
รายงานสบื เนอ่ื งการสัมมนาวชิ าการเนื่องในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปีท่ี 68 หน้า
6
สารบัญ 7
8
คำนำ 9
คำกลา่ วเปดิ งาน โดย คณบดีคณะสงั คมสงเคราะห์ศาสตร์
คำกลา่ วเปดิ งาน โดย อธกิ ารบดีมหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ 16
กำหนดการ
30
ห้องที่ 1: การนำเสนอผลงานวชิ าการ เรอื่ ง “การจดั การศกึ ษาสำหรับคนทุกชว่ งวัย:
การปรับตัวเพื่อทางรอดใหม่บนโลกออนไลน์” 51
65
1. ความปกติใหม่ดา้ นการศกึ ษา: ข้อท้าทายและการเรียนออนไลน์ทตี่ อบสนองความต้องการ
ของผเู้ รียนระดับอุดมศึกษา 77
สขุ ุมา อรณุ จิต
95
2. ความเปน็ อยทู่ ด่ี ที างสังคมของสตรีทไี่ ดร้ ับผลกระทบจากสถานการณค์ วามไม่สงบในพืน้ ที่
จงั หวดั ชายแดนภาคใต้ ภายใตส้ ถานการณโ์ ควิด-19
สวุ รา แกว้ นยุ้
3. รูปแบบและมาตรฐานการจดั การศกึ ษาสงั คมสงเคราะห์ในยคุ เทคโนโลยีดิจติ อล
ปรนิ ดา ตาสี
4. การจดั การความเครียดของอาจารย์ทเ่ี กดิ จากการปรับรูปแบบการสอนออนไลน์: กรณศี ึกษาอาจารย์
คณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์ ศูนยล์ ำปาง
ปุณฑริก สุขยะฤกษ์, วศนิ ี แซ่ออ๋ ง, ณฏั ฐณิชา จิตรีศพั ท์ ธีรวฒั น์ ชาตพิ ราหมณ์,
จันจริ า ม่งิ ขวญั ตา, ตรีทิพยน์ ภา ใจสิน และ ชาลสิ า ดวงดัน
5. คุณภาพชีวติ และการปรับตัวภายใตส้ ถานการณ์การแพร่ระบาดของโควดิ –19: ในบริบทของความเปน็ ผหู้ ญิง
เตษญา พรคณุ ารกั ษ์, วนั ชนะ จนั ทคุณ, ชัยปัญญา อธิปฏิเวชช,
ภคั หทยั กมิ ทอง และ ณัฐชนน มัง่ มี
6. เด็กทอ้ ง ต้องไดเ้ รียน: โอกาส ทางเลอื กและทางรอดสำหรับแมว่ ยั รนุ่
พัชชา เจงิ กลินจนั ทร์ และ มาลี จริ วัฒนานนท์
3
รายงานสบื เนอ่ื งการสมั มนาวชิ าการเนื่องในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มธ. ปที ี่ 68
หน้า
ห้องที่ 2: การนำเสนอผลงานวชิ าการเรอ่ื ง “แรงงาน ผูส้ ูงอายุ และภาวะสขุ ภาพ:
ความเปราะบางท่มี าพร้อมกบั วถิ ีปกตใิ หม่
1. โควิด-19 และแรงงานไทย: สถานการณเ์ ชงิ โครงสรา้ งและความเปราะบาง 108
ธัญญลกั ษณ์ วรี ะสมบตั ิ และ ปยิ ะวฒั น์ เจรญิ ศกั ดิ์
2. การนำนโยบายการดูแลผ้สู ูงอายุระยะยาวสู่การปฏบิ ัติ ขององคก์ ารบริหารส่วนตำบลสะเดาใหญ่ 120
อำเภอขุขันธ์ จงั หวดั ศรสี ะเกษ
สมศรี ดวงสิน
3. ปัญหาและความต้องการของผสู้ ูงอายใุ นภาวะพง่ึ พงิ ในเขตเทศบาลนครพษิ ณโุ ลก 138
ศิรวิ รรณ โอง่ วนั และ ภชุ งค์ เสนานชุ
4. คุณภาพการเข้าถงึ การรกั ษาพยาบาลและสขุ ภาวะของผู้ป่วยโรคไม่ตดิ ต่อเรอ้ื รงั ในสถานการณโ์ ควดิ -19 155
ณฐั พร พุทธิกลุ วุฒิ, โนรติ า ปะดุกา, ภัทรภร ภทั รนาวิก ศราดล ดาบกลาง, 169
ศรินยา ธนกิจเจรญิ และ ศริ ิวรรญา ภูมิภักดิ์
5. แนวทางการสง่ เสรมิ ความสขุ ในการปฏบิ ัติงานของพีเ่ ล้ยี งในสถานสงเคราะห์เด็กอ่อน
สงั กดั กรมกจิ การเด็กและเยาวชน
ปน่ิ ธดิ า อุทัยผล
6. การแสวงหาความสุขระยะส้นั ผา่ นแอปพลิเคชนั บนโลกออนไลน์: พฤติกรรมศาสตรท์ ี่เปลย่ี นแปลงมนุษย์ 184
อยา่ งแยบคายภายใต้การแพรร่ ะบาดของโควดิ -19
นาวิน บุญนำมา
4
รายงานสืบเนอื่ งการสัมมนาวิชาการเนื่องในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปที ี่ 68 หน้า
หอ้ งท่ี 3: การนำเสนอผลงานวิชาการเร่ือง “สวัสดกิ ารสังคม: วัฒนธรรม ความยุติธรรม และความท้าทาย
ต่อการเรียนรู้ในยคุ โรคระบาด”
1. แนวทางการสง่ เสรมิ การเปน็ องค์กรแหง่ ความสุขของสำนักงานปลดั กระทรวงการพัฒนาสังคม 199
และความม่ันคงของมนษุ ย์
กมลชนก แสงสุวรรณเมฆา
2. ทางออกหลกั เพื่อนำไปสู่ทางรอด: การสร้างความสมดลุ ระหวา่ งการมอบหมายตอ่ พระเจา้ 222
และการป้องกนั โควดิ -19 ของมุสลมิ
วรรณวดี พลู พอกสนิ
3. ผลกระทบโรคติดเชื้อไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ตอ่ การพัฒนาชุมชนท่องเท่ยี ว OTOP นวตั วถิ :ี 238
กรณศี กึ ษาบ้านเนนิ ตำบลบางสระเก้า อำเภอแหลมสิงห์ จงั หวดั จันทบรุ ี
จุฑาลกั ษณ์ คันทีทา้ ว
4. ผลกระทบตอ่ วถิ ชี ีวติ ชาวลาหไู่ ร้สญั ชาติ ในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโคโรนา่ ไวรสั 252
กรณีศึกษา: บา้ นสองพี่นอ้ ง ตำบลริมโขง อำเภอเชียงของ จังหวดั เชียงราย 265
วรพงษ์ กุสโุ มทย์ นภสั วรรณ เจยี รวฒั นกุล ทพิ ากร ธรรมปญั ญา
บดั ดรยี ะ มาราสา ชลสทิ ธิ์ จิเหลา, นาหลา้ กุเลา
5. ความยุตธิ รรมในการจดั การวัคซีนโควคิ -19 ในสังคมไทย
สวุ รา แกว้ นยุ้ และ ฐาณดิ าภัทฐ์ แสงทอง
6. แนวทางการพฒั นาการสงเคราะหห์ ลังปลอ่ ยด้านการมีงานทำของศนู ยป์ ระสานงานและสง่ เสริม 275
การมงี านทำ (ศนู ย์ CARE) กรมราชทัณฑ์
สุทธริ ัตน์ จตรุ าศีบรสิ ทุ ธิ์ และ ศริ นิ ทร์รตั น์ กาญจนกุญชร
คำสั่งแตง่ ตั้งคณะกรรมการจดั งานวนั สถาปนาคณะสงั คมสงเคราะหศ์ าสตร์ ครบรอบ 68 ปี 296
คำสั่งแตง่ ตัง้ คณะกรรมการประเมนิ ผลงานวชิ าการการจดั งานสถาปนาคณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตรค์ รบรอบ 67 ปี 302
5
รายงานสบื เนอื่ งการสมั มนาวชิ าการเนอ่ื งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปที ี่ 68
คำนำ
คณะสงั คมสงเคราะหศ์ าสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ไดก้ ่อตง้ั มาตง้ั แตว่ นั ท่ี 25 มกราคม 2497 นบั เปน็ เวลา 68 ปี
แลว้ ทค่ี ณะฯ ได้ดำเนินตามภารกิจ ท้ังดา้ นการผลติ บณั ฑติ ที่มคี ุณภาพออกไปรับใชส้ ังคม การผลิตผลงานวจิ ัยทีต่ อบโจทย์และ
มีส่วนสำคัญในการขับเคลื่อนงานสังคมสงเคราะห์และสวัสดิการสังคม การพัฒนาชุมชน นโยบายสังคมและการพัฒนา
เพอ่ื ลดชอ่ งว่างความเหลื่อมล้ำประชาชนโดยเฉพาะกลุ่มผู้เปราะบางท่ียงั ไม่ไดร้ ับสทิ ธิและความเปน็ ธรรมใหม้ ีโอกาสเขา้ ถึงสทิ ธิ
ข้ันพ้ืนฐานต่างๆ ได้อย่างทั่วถึงมากข้ึน รวมทั้งมีบทบาทการให้บริการวิชาการแก่ชุมชนและสังคม ตลอดจนการส่งเสริมและ
ทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรม
ปัจจุบันทั่วโลกกำลังเผชิญกับการแพร่ระบาดของ COVID-19 ส่งผลกระทบต่อระบบเศรษฐกิจและสังคม
ทั่วโลกอย่างหนัก กิจการขนาดเล็กไปจนถึงกิจการขนาดใหญ่ล่มสลายและปิดกิจการสร้างความเสียหายต่อระบบเศรษฐกิจ
อย่างมหาศาล โดยมาตรการรับมือต่อสถานการณ์แพรร่ ะบาดดังกล่าวที่แต่ละประเทศใช้ ได้แก่ การปิดประเทศ การควบคุม
และจำกัดการเดนิ ทาง ยกเลกิ กจิ กรรมในพน้ื ท่สี าธารณะ การกกั ตนเองภายในบ้าน และการเวน้ ระยะห่างทางสังคม เปน็ ตน้
สำหรับประเทศไทยการแพร่ระบาดของ COVID-19 ได้ส่งผลกระทบต่อสงั คมไทยในทุกมิติ ท้ังด้านเศรษฐกิจ สังคม
การเมืองและวัฒนธรรม ตลอดจนวิถีชีวิตต้องเปล่ียนแปลงไปสู่ความปกติใหม่อย่างท่ีไม่เคยเป็นมาก่อน ศาสตร์
สังคมสงเคราะห์ นโยบายสวัสดิการสังคม และวิชาชีพสังคมสงเคราะห์ถือว่ามีบทบาทสำคัญต่อการป้องกัน แก้ไข ฟ้ืนฟูและ
เยียวยาผู้ได้รับผลกระทบจากปัญหาการแพร่ระบาดดังกล่าว เนื่องในโอกาสครบรอบปีที่ 68 ของการสถาปนา
คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ จึงได้กำหนดการสัมมนาวิชาการในครั้งน้ีข้ึน ภายใต้หัวข้อ
“ ทางเลือกและทางรอด: การปรับตวั ภายใต้การเปล่ียนแปลงของโลกยคุ ใหม่ ” “Choices and Resilience: Adapting to
the New World” ซ่ึงเป็นการสัมมนาออนไลน์ด้วยโปรแกรม Zoom จึงหวังเป็นอย่างย่ิงว่าการสัมมนาวิชาการน้ีจะเป็น
ประโยชน์ต่อทุกภาคส่วนต่อการป้องกันแก้ไขปัญหาเพ่ือหยุดย้ัง และบรรเทาผลกระทบ ตลอดจนลดความเหลื่อมล้ำจากการ
แพร่ระบาดของ COVID-19 ดงั กลา่ ว
ศาสตราจารยร์ ะพพี รรณ คำหอม
คณบดคี ณะสงั คมสงเคราะหศ์ าสตร์
6
รายงานสืบเนอื่ งการสัมมนาวชิ าการเน่ืองในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปีที่ 68
Professor Rapeepan Kumhom, Dean of Faculty of Social Administration,
Thammasat University
Opening Remarks
68th Anniversary Seminar
Faculty of Social Administration, Thammasat University
25 January 2022
“Choices and Resilience: Adapting to the New World”
Good morning,
Associate Professor Gasinee Witoonchart, Rector of Thammasat University
Professor Dr. Ronald O’Donnell, College of Health Solutions, Arizona State University
Professor Dr. Melba L. Manapol, Ex-President of National Association for Social Work Education, Inc
(NASWEI), Ateneo de Navao University
Professor Dr. Annamaria Campanini, President of International Association of Schools of
Social Work (IASSW)
Distinguished speakers and guests,
It is a true honour for me, as the Dean of the Faculty of Social Administration at Thammasat
University, to host our Faculty’s 68th anniversary seminar.
The vision of the Faculty of Social Administration, over the last 65 years, is to create
academic and professional leaders who excel globally in social innovation. Over the years,
the Faculty has been conducting important academic research in the field of social
administration, social policy, social and community development, while building researcher
networks offering social services in order to promote social change.
We continue to participate in important research with universities all over the world. We
have fully engaged with the ASEAN School of Social Work through the ASEAN Social Work
Consortium, and we continue to forge strong relationships with Schools of Social Work and
international organisations.
The Faculty has been active in responding to both economic crises and natural disasters in
Thailand, implementing numerous activities and projects which bring crucial knowledge to
solve problems and develop society, through skilled volunteers who are able to work
effectively with others.
Today is a golden opportunity to learn from each other on how we can make strong
strategic choices and show resilience, flexibility and adaptation in the face of new and
unpredictable global challenges.
On behalf of our Faculty, it is my pleasure and honour to welcome all of you attending this
seminar, and a special thank you of course to our distinguished speakers from all corners of
the world.
I wish you all very productive and enjoyable discussions today.
Thank you very much.
7
รายงานสืบเนอื่ งการสมั มนาวชิ าการเน่ืองในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปีที่ 68
Associate Professor Gasinee Witoonchart, Rector of Thammasat University
Opening Remarks
68th Anniversary Seminar
Faculty of Social Administration, Thammasat University
25 January 2022
“Choices and Resilience: Adapting to the New World”
Good morning,
Professor Dr. Ronald O’Donnell, College of Health Solutions, Arizona State University
Professor Dr. Melba L. Manapol, Ex-President of National Association for Social Work Education, Inc
(NASWEI), Ateneo de Navao University
Professor Dr. Annamaria Campanini, President of International Association of Schools of
Social Work (IASSW)
Distinguished speakers and guests
As the Rector of Thammasat University, it is my great honour to welcome all of you to the
68th Anniversary Seminar of the Faculty of Social Administration at Thammasat University ,
on the theme of “Choices and Resilience: Adapting to the New World”.
Thammasat University was established in 1934 with a clear vision to nurture “Leadership
through World-Class Education and Research” and our aspiration is to maintain our
reputation for excellence as a university for the people. Our core values centre on
excellence, morality and social engagement. And it is our focus on social engagement which
makes the work of the Faculty of Social Administration, one of our oldest faculties, so
important.
This conference aims to provide a platform for our academic leaders and staff to engage
with our respected partners, to enhance and strengthen our provision of teaching and
learning in the areas of social work and social policy. Another purpose of this conference is
to explore and discuss our approach to current social policies and future policy trends
within the challenging and ongoing context of the Covid-19 Global Pandemic.
I strongly believe that this conference will provide an avenue to gain insights into social work
and social policy in our respective countries, and explore ways in which we can adapt to the
new global context and to make the right and important choices for our students.
Final, I would like to take this opportunity to extend my deepest gratitude to our
distinguished guests and members of the organising committee who have helped to make
this conference possible. I am confident that this conference will be meaningful,
constructive, and successful. We sincerely look forward to the day when we will all be able
to meet face-to-face.
Thank you very much.
8
รายงานสบื เนอ่ื งการสัมมนาวิชาการเนื่องในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปีที่ 68
กำหนดการสัมมนาทางวชิ าการออนไลน์
เน่อื งในโอกาสวันสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ครบรอบ 68 ปี
เร่อื ง “ทางเลือกและทางรอด: การปรบั ตัวภายใตก้ ารเปล่ียนแปลงของโลกยคุ ใหม่”
“Choices and Resilience: Adapting to the New World”
วันอังคารท่ี 25 มกราคม 2565 เวลา 08.30-16.30 น.
------------------------------------------------------
ภาคเชา้ การสมั มนาวิชาการออนไลน์ ด้วยโปรแกรม Zoom
Meeting ID: 899 7429 6076
Passcode: Sw0068
เวลา 08.30 - 08.45 น. พิธเี ปดิ การสัมมนา กลา่ วรายงาน
- ศาสตราจารย์ ระพพี รรณ คำหอม กล่าวเปดิ งาน
คณบดีคณะสงั คมสงเคราะหศ์ าสตร์
- รองศาสตราจารย์ เกศนิ ี วิฑูรชาติ
อธกิ ารบดีมหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์
เวลา 09.00 - 10.00 น. เสวนาวิชาการ เรอ่ื ง “Choices and Resilience: Adapting to the New World”
วทิ ยากร
1. Prof.Dr.Annamaria Campanini President of International Association
of Schools of Social Work (IASSW)
2. Prof.Dr.Ronald O’Donnell, College of Health Solutions,
Arizona State University
3. Prof.Dr.Melba L. Manapol Ex-President of National Association for
Social Work Education, Inc (NASWEI) ,
Ateneo de Navao University
ผู้ดำเนินรายการ
1. อาจารย์ ดร.อรุณี ล้ิมมณี อาจารย์ประจำคณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์
2. อาจารย์ Pred Evans รองผู้อำนวยการหลักสตู รนานาชาติ
Social Policy and Development (SPD)
เวลา 10.05-10.25 น. 1. การมอบโล่รางวลั ศษิ ย์เกา่ ดเี ดน่ ทุนการศกึ ษา รางวัลนกั ศกึ ษาเรียนดี รางวลั นักศึกษา
ดีเด่น รางวลั การประกวดเรียงความ, รางวัลประกวดจัดทำสื่อ TikTok
2. การมอบโล่รางวลั นกั วิจยั ดเี ดน่ และพนักงานดเี ดน่ ประจำปงี บประมาณ 2564
9
รายงานสืบเน่ืองการสมั มนาวชิ าการเนื่องในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปีท่ี 68
เวลา 10.25 - 12.30 น. เสวนาวิชาการ เรอื่ ง “ทางเลอื กและทางรอด: การปรับตวั ภายใตก้ ารเปลย่ี นแปลง
ของโลกยุคใหม่”
วิทยากร
1. นางสาวแรมรุง้ วรวัธ รองปลดั กระทรวงการพฒั นาสังคมและ
ความมัน่ คงของมนุษย์
2. นายบรรยง พงษ์พานชิ กรรมการมลู นิธิแม่ฟา้ หลวงฯ
3. ศาสตราจารย์ ระพีพรรณ คำหอม คณบดีคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์
4. ศาตราจารย์ ดร.นฤมล นิราทร ศาสตราจารย์ประจำภาควชิ านโยบายสังคมฯ
ผูด้ ำเนนิ รายการ
ศาสตราจารย์ ดร.พงษเ์ ทพ สันติกลุ ศาสตราจารยป์ ระจำภาควิชา
สงั คมสงเคราะหศ์ าสตร์
ภาคบา่ ย การนำเสนอผลงานวชิ าการออนไลน์ และการเสวนาวชิ าการออนไลน์ ดว้ ยโปรแกรม Zoom
เวลา 13.30-16.30 น. การนำเสนอผลงานวิชาการออนไลน์ และการเสวนาวิชาการออนไลน์
แบ่งออกเป็น 6 ห้อง ดงั น้ี
ห้องท่ี 1: การนำเสนอผลงานวชิ าการเรื่อง “การจดั การศึกษาสำหรบั คนทกุ ช่วงวัย:
การปรับตวั เพื่อทางรอดใหม่ บนโลกออนไลน์”
ผูด้ ำเนินรายการ ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร.มาดี ลิ่มสกุล และ
ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.ปิ่นหทัย หนูนวล
Meeting ID: 847 5813 3761
Passcode: sw001
หอ้ งท่ี 2: การนำเสนอผลงานวชิ าการเร่ือง “แรงงาน ผู้สูงอายุ และภาวะสุขภาพ:
ความเปราะบางทีม่ าพร้อมกับวิถีปกติใหม่”
ผ้ดู ำเนินรายการ ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล นิราทร และ
ผู้ชว่ ยศาสตราจารย์ ดร.จิรพรรณ นฤภัทร
Meeting ID: 856 8326 9021
Passcode: sw002
หอ้ งที่ 3: การนำเสนอผลงานวชิ าการเร่ือง “สวสั ดกิ ารสังคม: วัฒนธรรม
ความยุติธรรม และความทา้ ทายต่อการเรียนรูใ้ นยคุ โรคระบาด”
ผดู้ ำเนินรายการ รองศาสตราจารย์ ดร.วรรณวดี พลู พอกสนิ และ
รองศาสตราจารย์ ดร.เพญ็ ประภา ภทั รานุกรม
Meeting ID: 876 7109 5656
Passcode: sw003
10
รายงานสบื เนอ่ื งการสมั มนาวชิ าการเนอ่ื งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปีที่ 68
หอ้ งที่ 4: เสวนาวิชาการเรือ่ ง “อัตลักษณ์ มาตรฐาน และการยอมรบั :
ความท้าทายในการขับเคลอ่ื นวชิ าชีพสังคมสงเคราะห”์
จัดโดย สภาวิชาชพี สงั คมสงเคราะห์ ร่วมกบั สมาคมนักสงั คมสงเคราะห์แหง่
ประเทศไทย
ผูด้ ำเนนิ รายการ นางณฐั วดี ณ มโนรม
Meeting ID: 956 628 36422
ห้องที่ 5: เสวนาวชิ าการเรื่อง “การสงั เคราะห์และพัฒนารูปแบบการปฏบิ ัติงาน
สังคมสงเคราะหช์ มุ ชนท่สี อดคลอ้ งกับสถานการณแ์ ละความท้าทายของสงั คม”
จดั โดย คณะสงั คมสงเคราะห์ศาสตร์ รว่ มกับ
สมาคมสภาการศกึ ษาสังคมสงเคราะห์และสวัสดกิ ารสงั คมไทย (TASWE)
ณ ห้องประชุมนวลนาฎ อมาตยกลุ ช้นั 2 อาคารคณะสงั คมสงเคราะห์ศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ทา่ พระจนั ทร์ และออนไลน์ ด้วยโปรแกรม Zoom
ผู้ดำเนนิ รายการ ผูช้ ่วยศาสตราจรย์ รณรงค์ จันใด และ
อาจารย์นวลใย วฒั นกูล
Meeting ID: 603 069 1524
Passcode: sw005
ห้องที่ 6: เสวนาวิชาการ เรื่อง “พลงั ขับเคล่ือนงานสังคมสงเคราะหแ์ ละสวัสดกิ าร
สงั คมสกู่ ารเปลี่ยนแปลง”
จัดโดย สมาคมนักศึกษาเก่าสังคมสงเคราะห์ศาสตร์
มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ร่วมกับ 10 องค์กรเครือขา่ ย
ผู้ดำเนินรายการ นายภูเบศ จิตรจรงิ
Meeting ID: 838 1887 3009
Passcode: sw006
หมายเหตุ
1. กำหนดการอาจมีการเปลย่ี นแปลงตามความเหมาะสม
2. การนำเสนอผลงานวิชาการออนไลน์ และการเสวนาวิชาการออนไลน์ ในภาคบา่ ย มีรายละเอียดตาม
กำหนดการแนบ
3. ห้องเสวนาวิชาการออนไลน์ท่ี 4-6 สามารถตดิ ตามเอกสารประกอบการเสวนาผ่าน Zoom ในวนั งาน
4. ขอความกรุณาผู้เข้าร่วมงานลงทะเบียนทาง Google Form และใช้ ID ท่ีเป็นชื่อ-นามสกุลจริง หรือ
ชื่อท่ีสามารถอ้างอิง ในการเข้ารหัสสัมมนาออนไลน์ เพ่ือการนับหน่วยคะแนนการศึกษาต่อเน่ือง
สำหรบั ผปู้ ระกอบวชิ าชพี สงั คมสงเคราะห์รบั อนญุ าต
5. กรณีต้องการคำแนะนำในการเขา้ ร่วมสัมมนาออนไลน์ โปรดติดตอ่ ผา่ นชอ่ งทาง
Facebook : @socwork.tu
11
รายงานสืบเนื่องการสัมมนาวิชาการเนื่องในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มธ. ปที ่ี 68
รายชื่อนำเสนอบทความสัมมนาวชิ าการงานสถาปนาคณะสงั คมสงเคราะหศ์ าสตร์ ครบรอบ 68 ปี
วนั ท่ี 25 มกราคม 2565 เวลา 13.30-16.30 น. โปรแกรมออนไลน์ Zoom
หอ้ งท่ี 1: การนำเสนอผลงานวิชาการ เร่ือง “การจดั การศกึ ษาสำหรบั คนทกุ ช่วงวัย: การปรับตวั เพ่อื ทางรอดใหม่บนโลกออนไลน”์
ผดู้ ำเนินรายการ: ผชู้ ่วยศาสตราจารย์ ดร.มาดี ล่มิ สกลุ และ ผูช้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร.ปน่ิ หทยั หนูนวล
เจา้ หนา้ ที่ประสานงานประจำห้องย่อย: นางสาวสธุ มิ า วุฒกิ าร และ นางสาวจริ าพชั ร ตงั้ ธญั วรัตน์
Meeting ID: 847 5813 3761
Passcode: sw001
ที่ เวลา ชื่อบทความ ผูน้ ำเสนอ
สขุ ุมา อรณุ จิต
1 13.30-14.00 น. ความปกติใหมด่ า้ นการศึกษา: ข้อท้าทายและรูปแบบการเรียนออนไลน์
สุวรา แก้วนุ้ย
ทต่ี อบสนองความต้องการของผู้เรยี นระดับอดุ มศกึ ษา
ปรินดา ตาสี
2 14.00-14.30 น. ความเป็นอยู่ที่ดีทางสังคมของสตรที ไี่ ดร้ ับผลกระทบจากสถานการณ์
ปณุ ฑรกิ สขุ ยะฤกษ์
ความไมส่ งบในพื้นท่จี งั หวดั ชายแดนใต้ ภายใตส้ ถานการณ์โควดิ -19 และคณะ
3 14.30-15.00 น. รูปแบบและมาตรฐานการจัดการศึกษาทางสงั คมสงเคราะหใ์ นยุค เตษญา พรคณุ ารักษ์
และคณะ
โลกดจิ ติ อล พัชชา เจิงกลิ่นจันทร์
4 15.00-15.30 น. การจดั การความเครยี ดของอาจารย์ที่เกิดจากการปรับรปู แบบ
การสอนออนไลน์: อาจารย์คณะสงั คมสงเคราะห์ศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์ ศนู ยล์ ำปาง
5 15.30-16.00 น. คุณภาพชีวิตและการปรับตัวภายใต้สถานการณก์ ารแพร่ระบาดของ
โควดิ -19: ในบริบทของความเปน็ ผ้หู ญงิ
6 16.00-16.30 น. เดก็ ท้อง ต้องได้เรยี น: โอกาส ทางเลือกและทางรอดสำหรบั แมว่ ยั รนุ่
หมายเหตุ: 1. ผู้นำเสนอผลงานวชิ าการเขา้ ร่วมผ่านโปรแกรม Zoom การนำเสนอท่านละ 30 นาที
โดยเปน็ แบง่ การนำเสนอ 20 นาที และซกั ถามแลกเปลี่ยน 10 นาที
12
รายงานสืบเนอื่ งการสัมมนาวิชาการเน่อื งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปีท่ี 68
รายชอ่ื นำเสนอบทความสัมมนาวชิ าการงานสถาปนาคณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ ครบรอบ 68 ปี
วนั ท่ี 25 มกราคม 2565 เวลา 13.30-16.30 น. โปรแกรมออนไลน์ Zoom
ห้องที่ 2: การนำเสนอผลงานวิชาการ เรื่อง “แรงงาน ผสู้ งู อายุ และภาวะสขุ ภาพ: ความเปราะบางทมี่ าพรอ้ มกบั วถิ ปี กติใหม”่
ผู้ดำเนนิ รายการ: ศาสตราจารย์ ดร.นฤมล นิราทร และ ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.จิรพรรณ นฤภทั ร
เจ้าหนา้ ท่ีประสานงานประจำห้อง: นางสาวอุษณีย์ น้อยอยู่นติ ย์ และ นางสาวจฬุ ารฏั เมืองโคตร
Meeting ID: 856 8326 9021
Passcode: sw002
ท่ี เวลา ชอื่ บทความ ผนู้ ำเสนอ
ปยิ ะวฒั น์ เจรญิ ศกั ดิ์
1 13.30-14.00 น. โควิด-19 และแรงงานไทย: สถานการณ์เชงิ โครงสรา้ งและ และคณะ
สมศรี ดวงสนิ
ความเปราะบาง
ศิริวรรณ โอ่งวนั
2 14.00-14.30 น. การนำนโยบายการดูแลผู้สูงอายรุ ะยะยาวสู่การปฏิบัติขององคก์ าร
ศริ ิวรรญา ภมู ศิ ักดิ์
บรหิ ารส่วนตำบลสะเดาใหญ่ อำเภอขขุ นั ธ์ จงั หวัดศรสี ะเกษ และคณะ
ป่ินธดิ า อทุ ยั ผล
3 14.30-15.00 น. ปัญหาและความต้องการของผู้สูงอายใุ นภาวะพ่ึงพงิ ในเขตเทศบาลนคร
นาวิน บญุ นำมา
พิษณุโลก
4 15.00-15.30 น. คณุ ภาพการเขา้ ถงึ การรกั ษาพยาบาลและสขุ ภาวะของผู้ปว่ ยโรค
ไมต่ ดิ ต่อเรือ้ รงั ในสถานการณโ์ ควดิ -19
5 15.30-16.00 น. แนวทางการส่งเสรมิ ความสุขในการปฏิบตั ิงานของพี่เลยี้ งใน
สถานสงเคราะหเ์ ดก็ อ่อนสังกัดกรมกจิ การเด็กและเยาวชน
6 16.00-16.30 น. การแสวงหาความสุขระยะสั้นผา่ นแอปพลเิ คชนั บนโลกออนไลน:์
พฤติกรรมศาสตรท์ ่ีเปล่ยี นแปลงมนุษย์อย่างแยบคายภายใตก้ ารแพร่
ระบาดของโควดิ -19
หมายเหตุ: 1. ผนู้ ำเสนอผลงานวชิ าการเข้าร่วมผา่ นโปรแกรม Zoom การนำเสนอทา่ นละ 30 นาที
โดยเป็นแบง่ การนำเสนอ 20 นาที และซักถามแลกเปลี่ยน 10 นาที
13
รายงานสบื เนอ่ื งการสมั มนาวชิ าการเนื่องในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปีท่ี 68
รายช่ือนำเสนอบทความสัมมนาวชิ าการงานสถาปนาคณะสงั คมสงเคราะห์ศาสตร์ ครบรอบ 68 ปี
วันที่ 25 มกราคม 2565 เวลา 13.30-16.30 น. โปรแกรมออนไลน์ Zoom
ห้องท่ี 3 : การนำเสนอผลงานวชิ าการ เรื่อง “สวสั ดิการสงั คม: วฒั นธรรม ความยุตธิ รรม และความทา้ ทายต่อการเรยี นรใู้ นยุคโรคระบาด”
ผู้ดำเนนิ รายการ: รองศาสตราจารย์ ดร.วรรณวดี พูลพอกสิน และรองศาสตราจารย์ ดร.เพญ็ ประภา ภัทรานุกรม
เจา้ หน้าทปี่ ระสานงานประจำห้อง: นางสาวปิยภัทร คณุ เจริญ และนางสนุ นั ทา สาระบุตร
Meeting ID: 876 7109 5656
Passcode: sw003
ที่ เวลา ชื่อบทความ ผู้นำเสนอ
กมลชนก
1 13.30-14.00 น. แนวทางการสง่ เสริมการเปน็ องค์กรแหง่ ความสุขของสำนกั งาน แสงสวุ รรณเมฆา
วรรณวดี พูลพอกสิน
ปลัดกระทรวงการพัฒนาสงั คมและความมนั่ คงของมนุษย์
จุฑาลักษณ์ คนั ทีท้าว
2 14.00-14.30 น. ทางออกหลกั เพอ่ื นำไปสูท่ างรอด: การสรา้ งความสมดลุ ระหวา่ ง
วรพงษ์ กุสโุ มทย์
การมอบหมายต่อพระเจา้ และการป้องกนั โควิด-19 ของมุสลิม และคณะ
3 14.30-15.00 น. ผลกระทบโรคตดิ เชื้อไวรสั โคโรนา 2019 (COVID-19) ต่อการพัฒนา สวุ รา แกว้ นุ้ย
และคณะ
ชุมชนทอ่ งเทีย่ ว OTOP นวัตวิถ:ี กรณศี กึ ษาบ้านเนิน ตำบลบางสระเกา้ สุทธิรัตน์ จตรุ าศรี
อำเภอแหลมสงิ ห์ จังหวดั จันทบรุ ี
4 15.00-15.30 น. ผลกระทบต่อวถิ ีชวี ิตชาวลาหไู่ รส้ ญั ชาติ ในสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาด
ของโคโรนาไวรัส กรณีศึกษา: บ้านสองพ่ีน้อง ตำบลริมโขง อำเภอเชยี ง
คาน จังหวดั เชียงราย
5 15.30-16.00 น. ความยุตธิ รรมในการจดั การวคั ซนี โควิค-19 ในสงั คมไทย
6 16.00-16.30 น. แนวทางการพฒั นาการสังเคราะหห์ ลังปล่อยดา้ นการมงี านทำของศนู ย์
ประสานงานและสง่ เสริมการมีงานทำ (ศูนย์ CARE) กรมราชทณั ฑ์
หมายเหตุ: 1. ผูน้ ำเสนอผลงานวิชาการเขา้ ร่วมผ่านโปรแกรม Zoom การนำเสนอท่านละ 30 นาที
โดยเป็นแบ่งการนำเสนอ 20 นาที และซกั ถามแลกเปลย่ี น 10 นาที
14
รายงานสืบเนอ่ื งการสมั มนาวิชาการเน่ืองในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปที ี่ 68
หอ้ งที่ 1: การนำเสนอผลงานวิชาการ
เร่ือง “การจดั การศึกษาสำหรบั คนทุกช่วงวยั : การปรบั ตวั
เพ่ือทางรอดใหม่บนโลกออนไลน์”
15
รายงานสืบเน่อื งการสัมมนาวชิ าการเน่อื งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มธ. ปที ี่ 68
ความปกติใหม่ด้านการศกึ ษา: ขอ้ ท้าทายและการเรยี นออนไลน์ท่ีตอบสนองความต้องการ
ของผู้เรยี นระดับอุดมศกึ ษา
New Normal in Education: Challenges and Styles of Online Learning that Meet
the Needs of Higher Education Learners
สุขมุ า อรณุ จิต1
Sukhuma Aroonjit2
Abstract
New normal in education after the pandemic of new strain of Corona Virus which has caused the
spread of Coronavirus Disease 2019 (COVIC-19) is a shift from classroom teaching to online teaching. Both
teachers and students have confronted problems and challenges from adapting to the new normal,
including the flexibility and informality of online learning, the lack of personal interaction between
people, network problem, readiness and sufficiency of resources used in the learning. This article purpose
to reflect the images of the new normal for students and graduates. The components of effective online
learning include personal characteristics and external environments. Personal characteristics are
characteristics that lead to academic success. The external environments are the interactions between
people that create a learning atmosphere, the availability of necessary materials and resources, and good
educational elements. The issue of online learning styles that meet the needs of students in higher
education is lecture, which teachers should prepare in advance, develop aptitude for using technology,
choose suitable teaching locations, and create a good learning environment. The content of the lecture
should be arranged in order of importance, use simple and appropriate language, concisely summarize
the content, suggest additional study resources, and teachers should record every lesson so that learners
can review and repeat lessons. The optimal duration of study is 1-3 hours. The study materials can attract
attention or create understanding of the lesson for the learners, especially the use of mixed media. The
learning activities should be appropriate and not too stressful for the learners. Group reports should be
avoided. Also, various tests should have feedback from teachers as a guideline for learners to develop
themselves further.
Keyword: New Normal in Education, styles of online learning, the needs of learners, higher education
บทคดั ยอ่
ความปกตใิ หม่ด้านการศกึ ษา (New Normal in Education) หลังการเกดิ การระบาดใหญท่ ่วั โลก (Pandemic) ของ
โคโรนาไวรสั สายพนั ธุ์ใหม่ (Coronavirus 2019) ที่ก่อให้เกิดโรคระบาดโควดิ -19 (Coronavirus Disease 2019: COVID-19)
เปน็ การเปล่ียนรปู แบบจากการเรียนการสอนในหอ้ งเรียนมาเป็นการเรียนการสอนแบบออนไลน์ ทงั้ ผู้สอนและผูเ้ รียนต่างเผชิญ
กับปัญหาและขอ้ ท้าทายจากการปรับตวั ให้เข้ากับความปกติใหม่นี้ไม่วา่ จะเป็นความยืดหยุ่นและความไมเ่ ป็นทางการจากการ
เรียนออนไลน์ ขาดปฏิสัมพันธ์ส่วนตัวระหว่างบุคคล ปัญหาระบบเครือข่าย ความพร้อมและความพอเพียงของทรพั ยากรท่ใี ช้
1 ผูช้ ว่ ยศาสตราจารย์ ดร., อาจารย์ประจำคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวทิ ยาลยั ธรรมศาสตร์
2 Assistant Professor Dr., Lecturer of Faculty of Social Administration, Thammasat University
* Corresponding author: [email protected]
16
รายงานสบื เนอ่ื งการสัมมนาวชิ าการเนือ่ งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปีที่ 68
ในการเรียน บทความน้ีจงึ มีวตั ถุประสงค์เพ่ือสะท้อนภาพของความปกติใหม่ที่มีต่อนักศึกษาและบณั ฑิต สำหรับองค์ประกอบ
การเรยี นออนไลน์ทีม่ ีประสิทธภิ าพนั้นประกอบไปด้วยลกั ษณะส่วนบคุ คลและสภาพแวดลอ้ มภายนอก ลกั ษณะสว่ นบุคคลเป็น
ลักษณะที่มุ่งสู่ผลสำเร็จทางการเรียน ส่วนสภาพแวดล้อมภายนอก ได้แก่ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลท่ีสร้างบรรยากาศ
การเรียนรู้ ความพร้อมของวัสดุอุปกรณ์และทรัพยากรที่จำเป็น และองค์ประกอบทางการศึกษาที่ดี ส่วนประเด็นการเรียน
ออนไลน์ทต่ี อบสนองความตอ้ งการของผู้เรียนในระดับอดุ มศึกษา ได้แก่ การบรรยาย ผู้สอนควรเตรียมความพร้อมล่วงหน้า พัฒนา
ความถนัดในการใช้เทคโนโลยี เลือกสถานท่ีสอนท่ีเหมาะสม และการสร้างบรรยากาศการเรียนที่ดี โดยเน้ือหาการบรรยาย
ควรมีการจัดลำดับก่อนหลัง ใช้ภาษาท่ีงา่ ย เหมาะสม สรุปเน้ือหาอย่างรวบรัด แนะนำแหล่งข้อมูลในการศึกษาเพิ่มเติ มและ
ควรบันทึกการสอนทุกครั้งเพ่ือให้ผู้เรียนสามารถกลับมาทบทวนและเรียนซ้ำได้ ระยะเวลาที่เหมาะสมในการเรียนคือ 1 -3
ช่ัวโมง สื่อการเรียนสามารถดึงดูดความสนใจหรือสร้างความเข้าใจในบทเรียนให้ผู้เรียนได้ โดยเฉพาะการใช้สื่อประสม
กิจกรรมการเรียนควรมีความเหมาะสมไม่มากเกินไปจนทำให้ผู้เรียนเครียด ควรเลี่ยงการสั่งรายงานกลุ่ม และแบบทดสอบ
ตา่ งๆ ควรมกี ารสะท้อนกลบั จากผูส้ อนเพอื่ เปน็ แนวทางใหผ้ ้เู รียนไดพ้ ฒั นาตนเองต่อไป
คำสำคญั : ความปกติใหม่ดา้ นการศกึ ษา, รูปแบบการเรยี นออนไลน์, ความต้องการของผู้เรยี น
บทนำ
ปัจจุบันการล็อกดาวน์ การปิดสำนักงาน สถาบันต่างๆ ร้านค้า ห้างสรรพสินค้า ร้านอาหาร โรงเรียนและมหาวิทยาลัย
ทุกแห่งต้องปิดตัวลง การกักกัน การสวมหน้ากากอนามัย การล้างมือ การรับประทานวิตามิน และการรับประทานอาหาร
ทม่ี ีประโยชน์อดุ มไปด้วยสารอาหารเพื่อบำรุงสขุ ภาพร่างกาย การปิดปาก ไอ จาม การเว้นระยะหา่ งระหวา่ งบคุ คล และการใช้
เทคโนโลยีเพ่ือการทำงานหรือการศึกษา ล้วนเป็นส่ิงท่ีจำเป็นในการดำเนินชีวิต สิ่งเหล่านี้ประกอบข้ึนเป็นความปกติใหม่ (New
Normal) หลังการเกิดการระบาดใหญ่ทั่วโลก (Pandemic) ของโคโรนาไวรัสสายพันธ์ุใหม่ (Coronavirus 2019) ท่ีก่อเกิดโรค
ระบาดโควดิ -19 (Coronavirus Disease 2019: COVID-19) ทกุ คนที่ดำรงอยูใ่ นช่วงเวลาน้ีตา่ งประสบกับความสญู เสยี ไมท่ างใด
ก็ทางหนึ่ง ไม่ว่าจะเป็นการสูญเสยี ทางด้านการเงิน ด้านเศรษฐกิจ สังคม วิถีชวี ิต หรือการสูญเสียถึงชีวติ ผลกระทบท่ีเกดิ ข้ึนนี้
ยังส่งผลให้การศึกษาเปล่ยี นรูปรอย จากเดมิ ทม่ี ีการเรียนการสอนในช้นั เรยี นต้องกลายเป็นการเรียนการสอนในระบบออนไลน์
การเรยี นการสอนในระดับอุดมศกึ ษาหรอื ในระดบั มหาวิทยาลัยในศตวรรษท่ี 21 น้ัน มีการปรับเปลย่ี นรูปแบบกระบวนการ
เรียนการสอนเป็นอย่างมาก โดยท่ีส่ือนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ทันสมัยถือเป็นปัจจัยสำคัญที่เข้ามามีบทบาทด้านการศึกษา
โดยเฉพาะอยา่ งย่งิ ในชว่ งหลังปี พ.ศ. 2562 ที่มีการระบาดใหญ่ของโรคระบาดโควิด-19 แนวทางการแก้ไขปัญหาของประเทศ
ไทยจากภาวะโรคระบาดน้ีที่เกี่ยวข้องกับการศึกษา คณะรัฐมนตรีได้มีมติเร่ืองมาตรการป้องกันโรคโควิด-19 ให้สถานศึกษา
ทุกแห่งปิดเรียนชั่วคราว ตั้งแต่วันที่ 18 มีนาคม 2563 (กระทรวงการอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม, 2564)
ทำให้ภาคการศึกษาท้ังหมดเข้าสู่ระบบออนไลน์ การศึกษาแบบ e-Learning ผ่านระบบอินเทอร์เน็ตจึงเข้ามามีบทบาททาง
การศึกษาอย่างเต็มข้ันเต็มรูปแบบ มีการเรียนการสอนและการประเมินผลแบบออนไลน์ จนกลายเป็นความปกติใหม่ด้าน
การศกึ ษา (New Normal in Education) ของผู้คนในสังคม
ระบบการศกึ ษาทั้งหมดไดเ้ ปลี่ยนรูปไปอย่างรวดเร็วอย่างที่เราไม่เคยคิดมากอ่ นวา่ จะเกิดข้ึนได้ การศึกษาออนไลนน์ ้ี
นับเป็นช่วงเวลาท่ียากลำบากทางการศึกษาอย่างมาก การเปล่ียนแปลงครั้งใหญ่จากการศึกษาในห้องเรียนเป็นการศึกษา
แบบออนไลน์เป็นเร่ืองยากสำหรับท้ังผู้เรียนและผู้สอนที่จะรับมือได้ทัน การปรับตัวด้านการศึกษาที่มีความเปล่ียนแปลง
อย่างรวดเร็วนี้ ส่งผลต่อผู้เรียนและผู้สอน อาทิ ผู้เรียนและผู้สอนมีทัศนคติต่อการเรียนการสอนออนไลน์ว่าไม่สามารถทดแทน
การเรียนในห้องเรียนได้ (ธัญจิรา จิรนันทกาญจน์, 2560, น. 98) การไม่สามารถปรับตัวได้ทันทำให้ประสบปัญหาอุปสรรคต่อ
การเรียนการสอนออนไลน์ ไม่ว่าจะเป็นความไม่พร้อมของผู้เรียน อุปกรณ์ เทคโนโลยีในการเรียน (สิริพร อินท สนธิ์, 2563,
น. 11) ความไม่พร้อมของกระบวนการจัดการเรียนการสอนออนไลน์ ท้ังในด้านวิธีการถ่ายทอดความรู้ บุคลากร กิจกรรม
การเรียน ฯลฯ (เมธาสิทธ์ิ ธญั รัตนศรสี กุล และคณะ, 2563, น. 30) แต่ในขณะเดียวกนั การเรียนออนไลน์ไดพ้ สิ ูจน์แล้ววา่ เป็น
17
รายงานสืบเน่อื งการสมั มนาวิชาการเนือ่ งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มธ. ปที ี่ 68
เคร่อื งมอื ท่ีมีประสิทธภิ าพทสี่ ามารถแก้ปัญหาอยา่ งเรง่ ด่วนในสถานการณ์ของโรคระบาดน้ี ข้อดขี องการเรียนออนไลน์ คอื ทำให้
ผเู้ รยี นสามารถเขา้ ถึงการเรยี น เข้าถงึ บทเรยี นไม่วา่ จะอยูส่ ถานท่ีใด เวลาใด มโี อกาสในการขอคำปรกึ ษา คำแนะนำจากผู้สอนมากขน้ึ
ฯลฯ
ในบทความน้ี ต้องการที่จะสะท้อนให้เห็นถึงความปกติใหม่ของการศึกษา (New Normal in Education) โดย
การทบทวนวรรณกรรมที่เก่ียวข้องและเรียบเรียงข้อมูลโดยคัดเลือกเอกสารข้อมูลท่ีน่าเช่ือถือทั้งในและต่างประเทศ
ซ่ึงมีวัตถุประสงค์เพื่อสะท้อนให้เห็นถึงประเด็นท่ีเกี่ยวข้องกับการเรียนการสอนออนไลน์ท่ีหลากหลาย ไม่ว่าจะเป็นประเด็น
ปัญหาข้อท้าทายที่ผู้เรียนและผู้สอนต้องเผชิญในการปรับตัวให้เข้ากับความปกติใหม่นี้ องค์ประกอบการเรียนออนไลน์ท่ีมี
ประสทิ ธิภาพ และประเดน็ ต่างๆ ของการเรียนออนไลน์ทีต่ อบสนองความต้องการของผเู้ รียนในระดบั อุดมศึกษา เปน็ แนวทาง
ใช้ประโยชน์ในการจัดการวางแผนการเรียนการสอนออนไลน์ให้แก่ผู้เรียน ส่งเสริมการเรียนการสอนออนไลน์ท่ีตอบสนอง
ความตอ้ งการของผู้เรยี นได้ตรงตามความต้องการ
แนวคดิ เกีย่ วกบั การเรียนออนไลน์
สำหรับการเรียนรู้ตามแนวคิดของ Knowles (1975, p. 18) และ Dixon (1992, p. 1,789) ต่างมีจุดร่วมกัน คือ
กระบวนการหรือวิธีการของการเรียนรู้ของบุคคล ท้ังน้ี Guglielmino (1977, p. 34) ระบุว่า บุคลิกลักษณะส่วนบุคคลท่ีมี
ความแตกต่างกันนน้ั เองที่จะมสี ่วนสำคัญนำไปสูผ่ ลลัพธ์ของการเรียนรู้ มีโอกาสทำให้เกิดการเรยี นรู้ด้วยการพึ่งตนเองสูง และ
นอกจากบุคลิกลักษณะส่วนบุคคลท่ีเป็นปัจจัยภายในแล้ว ยังเกิดจากปัจจัยภายนอก คือ ลักษณะการจัดการเรียนการสอน
สภาพแวดล้อมในการเรียน กล่าวเฉพาะถึงปัจจัยภายนอกของการเรียนรู้ของ Shirley and Joanthan (1987, pp. 16-18)
ได้จำแนกให้เห็นถึงองค์ประกอบของสภาพแวดล้อมในการเรียน 3 ส่วน คือ ส่วนท่ี 1 องค์ประกอบทางกายภาพ ได้แก่
วัสดุอุปกรณ์ อาคารสถานที่ ที่ใช้ในการเรียนการสอน ส่วนท่ี 2 องค์ประกอบทางสังคม ได้แก่ ปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลใน
การเรียน และส่วนที่ 3 องค์ประกอบทางการศึกษา ได้แก่ สถานการณ์ท่ีมีผลต่อการเรียนการสอน เช่น การกำหนดเนื้อหา
หลกั สูตร วิธสี อน กจิ กรรมในชั้นเรยี น
การเรียนออนไลน์ต้องเน้นสภาพแวดล้อมที่ให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางจากประสบการณ์การเรียน การเรียนออนไลน์
สามารถกระตุ้นให้ผู้เรียนค้นคว้าข้อมูลเชิงลึกของประเด็นการเรียน การทำแบบฝึกหัด ข้อมูลพื้นฐานของเทคโนโลยี สามารถ
ช่วยให้ผู้เรียนมีพลวัตและสามารถใช้เคร่ืองมือออนไลน์ทั่วไปได้ (Cicognani, 2000, p. 150) ทำอย่างไรให้การทำงานไป
ด้วยกันกับเทคโนโลยี ต้องมีการจัดข้อมูลอย่างระมัดระวังการวางแผนและการจัดการอย่างรอบคอบ เพราะอาจเกิด
ความผิดพลาดจากการสื่อสารได้ง่าย นอกจากนี้ Cicognani (2000, p. 150) ยังเห็นว่าการออกแบบ การวางแผนการเรียน
การสอนออนไลน์ สามารถแบง่ ออกเป็น 4 ขั้นตอนด้วยกนั ดงั น้ี
ขั้นตอนท่ี 1 ข้ันตอนท่ัวไป เป็นการแนะนำผู้เรียนถึงที่มา แหล่งของข้อมูลที่เช่ือมโยงกับสิ่งที่จะเรียน เครื่องมือ
ทีจ่ ะสร้างประสบการณก์ ารเรยี น ข้ันแรกนเ้ี ป็นสิง่ ที่สำคัญมากทจ่ี ะต้องนำเสนอขอ้ มูลต่างๆ ใหช้ ดั เจน ใหผ้ เู้ รียนสามารถปรบั ตวั
เขา้ กบั สภาพแวดลอ้ มทางการเรยี นได้
ข้ันตอนท่ี 2 ขั้นตอนการเน้นจุดสำคัญ ให้ผู้เรียนทราบถึงหลักการของวิชาเรียน เพ่ือเป็นแนวทางในการพัฒนา
ความรู้ ความเข้าใจในหวั ขอ้ และทักษะท่เี กีย่ วข้องกบั รายวชิ าเรียนโดยเฉพาะ
ขัน้ ตอนท่ี 3 ขั้นตอนของการปรบั ประยุกต์ใช้ เม่ือผูเ้ รียนประสบปัญหาจากการเรียน ผู้เรียนจะสามารถแก้ไขปัญหา
และประยกุ ต์ใช้หลักการจากขน้ั ตอนท่ี 2 ท้ังนีก้ ารแก้ปัญหาจะเป็นความท้าทายอย่างหนึ่งใหผ้ ูเ้ รียนเกิดความคิดสร้างสรรค์และ
สนุกกับการเรียนรู้ สามารถสร้างองค์ความรู้ที่ได้รับจากการนำความรู้นั้นไปปรับประยุกต์ใช้ เทคโนโลยีคอมพิวเตอร์จะเป็น
เคร่อื งมอื พ้ืนฐานสำคัญในการเรียนรู้ของผ้เู รยี น นอกจากน้ีแล้วกลุ่มเพื่อนจะมีบทบาทในการช่วยเหลือผ้ทู ีเ่ รียนรู้ช้าให้สามารถ
ตามทันการใช้เทคโนโลยแี ละองค์ความรู้
18
รายงานสบื เนอื่ งการสัมมนาวิชาการเนื่องในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปีที่ 68
ขั้นตอนที่ 4 ข้ันตอนการตกผลึกความรู้ หลังจากผู้เรียนได้ข้อมูล ความรู้ นำมาประยุกต์ใช้ และแก้ปัญหาได้แล้ว
สามารถสรุปประมวลข้อมูลต่างๆ ที่ได้เรียนรู้จนตกผลึก จะทำให้ข้อมูลความรู้ท่ีผู้เรียนได้รับน้ันจะมีความชัดเจนและ
เป็นความรู้ท่อี ยคู่ งทนยาวนาน การประสบปญั หาอน่ื ๆ และการแกไ้ ขปญั หาใหมๆ่ ทเ่ี กิดขนึ้ จะสามารถใช้ประสบการณค์ วามรู้
ที่ตกผลกึ มาใช้ใหเ้ กิดประโยชน์ตอ่ ตนเองและชมุ ชนได้
Rogers (1969, pp. 164-166) เห็นว่าการเรียนท่ีดีต้องสร้างบรรยากาศของความเป็นอิสระ ไว้วางใจ ให้เกียรติ
เคารพในกฎเกณฑ์ เคารพในความเป็นมนษุ ย์ แนวคิดนีเ้ ปน็ ไปในทิศทางเดียวกันกบั สอดคล้องกับแนวคิดของ Cogen (1975,
pp. 135-139) และ Craig (1979, p. 91) นอกจากน้ี Knowles (1975, pp. 34-37) ได้นำวิธีการเรียนการสอนสำหรับ
ครูผู้สอนท่ีช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ด้วยตัวเอง ควรศึกษาถึงความต้องการของผู้เรียนและผู้สอน ควรมีการออกแบบ
วธิ กี ารเรียนรู้และกิจกรรมการเรียนรู้ร่วมกนั ระหว่างผู้เรยี นและผูส้ อน เพอ่ื การเรียนท่ไี ด้ผลดี
แนวคิดเก่ียวกับการเรียนออนไลน์ การเรียนรู้เกิดขึ้นจากปัจจัยภายในเฉพาะของบุคคลกับปัจจัยภายนอกท่ีเป็น
สภาพแวดล้อม การเรียนออนไลน์น้ันมีลักษณะของการเน้นสภาพแวดล้อมท่ีให้ผู้เรียนเป็นศูนย์กลางสภาพแวดล้อมทาง
การเรียนหรือบรรยากาศในการเรียนท่ีมีผลต่อการเรียนรู้ด้วยการนำตนเอง นอกเหนือไปจากความรู้ทางวิชาการแล้ว
ยังประกอบดว้ ย บรรยากาศทางความคิด ความรู้สึก ท่าที เจตคติ ค่านยิ ม ความเช่ือ ของครูผู้สอน ผู้เรยี น ปฏสิ ัมพันธ์ระหว่าง
ผู้สอนและผู้เรียน ผู้เรียนกับผู้เรียน บรรยากาศการเรียนการสอนที่ไม่ตึงเครียด วิธีการสอน กิจกรรมในชั้นเรียน เน้ือหา
ที่ดำเนินการไปอย่างราบร่ืน การให้ผู้เรียนมีส่วนร่วมในการเรียนรู้ เริ่มต้นการเรียนรู้ด้วยตนเอง การสร้างความแตกต่าง
หลากหลายของผู้เรยี นแต่ละคน การประเมินผลการเรียนรูด้ ้วยตนเอง ผู้เรียนเกิดความรู้ขึ้นจากการเรียนรดู้ ้วยตนเองหรือจาก
ประสบการณ์ การเรยี นรูด้ ว้ ยการนำตนเองมีความสำคญั หลายอย่าง อาทิ เรียนรู้ด้วยการรเิ ริม่ ของตนเอง มกี ารร่วมกันวางแผน
ออกแบบ กำหนดวัตถุประสงค์ ประเมินผลร่วมกัน รวมไปถึงความพร้อมทางกายภาพ ได้แก่ วัสดุอุปกรณ์ สถานที่ ที่ใช้ใน
การเรียนการสอน ทั้งน้ี ขั้นตอนของการวางแผนการเรียนการสอนออนไลน์มีลำดับขั้นตอน ตั้งแต่ขั้นตอนท่ัวไปที่ผู้สอนจะ
แนะนำแหลง่ ข้อมูลและการเรยี น ตอ่ มาคอื การเน้นหลักการสำคัญของรายวิชาเรยี น ถัดมาคอื การใหผ้ ู้เรียนได้นำความรู้ไปปรับ
ประยุกตใ์ ช้ และขัน้ สดุ ทา้ ยคือ การทผี่ ูเ้ รยี นไดต้ กผลกึ ความรู้ การเรียนการสอนออนไลน์
บทความน้ีมีวิธีการศึกษาและรวบรวมข้อมูลจากการทบทวนเอกสาร ข้อมูลและงานวิจัย (Review literature)
ทีเ่ กย่ี วขอ้ งกับการเรียนออนไลน์ ผลการศึกษาแบง่ ออกเป็น 5 สว่ น ดงั รายละเอยี ดต่อไปน้ี
1. การเรียนรู้ออนไลนใ์ นความปกตใิ หม่ด้านการศึกษา
เนื่องจากสถานการณ์ปัจจุบันโรคโควิด-19 ยังคงมีความผันผวนอยู่ การเรียนการสอนออนไลน์เป็นวิธีเดียวท่ีจะ
ช่วยให้ผู้เรียนในมหาวิทยาลัยสามารถรักษาสถานภาพการเป็นนักศึกษาในช้ันปีการศึกษา โดยไม่ตกหล่นหรือเกิดความล่าช้าของ
การเล่ือนชั้นปีการศึกษาออกไป การเรียนการสอนออนไลน์น้ีถือเป็นความปกติแบบใหม่ที่มีความแตกต่างออกไปจากระบบ
การศึกษาแบบเก่าอย่างมาก ตอนนี้ผู้เรียนไม่ได้เรียนรู้อยู่เฉพาะในห้องเรียนเฉกเช่นในอดีตอีกต่อไป หากแต่เป็น
ความสะดวกสบายในการเรียนจากที่บ้านหรือท่ีพักอาศัยของตน โดยการใช้เทคโนโลยีเข้ามาใช้ประโยชน์ในการเรียนอย่างเต็ม
รปู แบบ เปิดโอกาสให้ผู้เรียนได้สามารถฟังซ้ำหรืออ่านซ้ำ สามารถเรียนได้ทุกท่ี ทุกเวลา (ธัญจิรา จิรนันทกาญจน์, 2560, น. 99-
100) การใช้เครือข่ายอินเทอร์เน็ตทำให้การเรียนร้อู อนไลน์ท้ังหมดที่กลา่ วมานี้เป็นไปได้ เมื่อเกดิ การระบาดของโรคโควิด-19
ท่เี รม่ิ ต้นขนึ้ ในปี พ.ศ. 2562
การระบาดใหญ่ครั้งนี้ทำให้ผู้คนต่างห่วงกังวลว่า ผู้เรียนจะสามารถเรียนต่อได้อย่างไร แต่สถาบันการศึกษาและ
มหาวิทยาลัยท่ัวโลก ส่วนใหญ่ตัดสินใจเปล่ียนไปเรียนแบบออนไลน์มาใช้เป็นมาตรการช่ัวคราว เพ่ือช่วยให้ผู้เรียนสามารถ
สำเร็จการศึกษาในข้นั ต้น ทกุ คนตา่ งหวังวา่ ทกุ อย่างจะกลบั เข้าสู่ภาวะปกตหิ ลงั จากการแพรร่ ะบาดของโรคไม่นาน เช่น อาจจะ
หลังจากเวลาผ่านไปในระยะเวลาอันส้ันเพียง 2-3 เดือน ความเป็นปกติของโลกจะกลับคืนมา ส่วนความปกติเก่าของการไป
เรียนในมหาวทิ ยาลัยกจ็ ะกลับมาเหมือนเดิม แต่กระนั้นก็ตามเวลาได้ล่วงผ่านไปจนปัจจุบันน้ีปี พ.ศ. 2564 นับเป็นระยะเวลา
2 ปี ของการแพรร่ ะบาดของโรคระบาด สถานการณ์ยงั ไม่มีทีท่าท่จี ะยุติการแพรก่ ระจายของเช้อื โรคน้ไี ด้ การเรยี นในหอ้ งเรียน
19
รายงานสืบเน่ืองการสมั มนาวชิ าการเนอ่ื งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปีท่ี 68
จึงหยุดชะงักไปเนื่องเพราะท้ังผู้สอนและผู้เรียนเองจำนวนไม่น้อยท่ีติดเชื้อไวรัสโคโรนาและกระจัดกระจายไปยังพ้ืนท่ีต่างๆ
อีกมากมาย การกลับไปเรียนในห้องเรียนจึงมีความยากลำบาก มีความเส่ียงสูง และไม่ปลอดภัยอีกต่อไป การศึกษาออนไลน์
จึงเป็นเคร่ืองมือสำคัญในการแก้ไขปัญหาทางศึกษาท่ีช่วยให้ผู้สอนและผู้เรียนได้ทำการเรียนการสอนอย่างปลอดภัยอยู่ที่บ้านหรือ
ทอ่ี ยูอ่ าศัยของทัง้ สองฝ่าย
แนวคิดของตารางการเรียนออนไลน์น้ีจะช่วยให้ผู้เรียนและผู้สอนสามารถทำการเรียนการสอนได้ตรงตามภาค
การศึกษาจนสามารถเรียนจบหลักสูตรได้ตรงตามเวลา การเรียนออนไลน์จำเป็นต้องมีการเช่ือมต่อเครือข่ายอินเทอร์เน็ต
ที่เหมาะสมและเกิดข้ึนจากการใช้งานออนไลน์ เช่น แอปพลิเคชัน Zoom, Facebook, Line, Microsoft Team และ
Google โดยแอปพลิเคชันเหล่าน้ีได้รับการปรับปรุงให้มีความยืดหยุ่นมากขึ้น และมีการพัฒนาอยา่ งตอ่ เนื่อง เพื่อให้ภาคส่วน
ต่างๆ สามารถนำไปใช้เพื่อบรรลุเป้าหมายการใช้งานได้อย่างหลากหลาย เช่น การเชิญคนจำนวนมากเข้าร่วมประชุม
การอบรมสัมมนา การทำการเรยี นการสอน ฯลฯ หลายแอปพลิเคชนั ไมม่ ีข้อกำหนดหรอื เง่ือนไขที่ตอ้ งจา่ ยเงนิ ทำให้แอปพลิเค
ชันเหล่านั้นเป็นท่ีนิยมในกลุ่มคนจำนวนมาก สถาบันการศึกษาต่างก็ใช้แอปพลิเคชันออนไลน์เหล่าน้ีด้วยเช่นเดียวกัน นับว่า
เป็นเรื่องใหม่ในยุคสมัยนี้ การเปล่ียนแปลงน้ีย่อมเป็นเร่ืองยากท่ีจะปรับตัว แต่ผู้สอนและผู้เรียนต่างต้องร่วมมือกันจนทำให้
การปรับตัวในการศึกษาออนไลน์ในความปกติใหม่นี้สำเร็จลุล่วงจนจบภาคก ารศึกษาตามตารางการเรียนการสอนของ
มหาวิทยาลัย จนเวลาผา่ นไปนับปแี ลว้ ทั้งผ้สู อนและผู้เรียนต่างเริ่มปรบั ตวั เขา้ กับความปกติใหม่นแ้ี ลว้
2. ความท้าทายในการเรียนการสอนออนไลน์ที่ผู้สอนต้องเผชิญ
ทุกคนที่เก่ียวข้องในอาชีพการสอนน้ี ไม่ใช่ผู้ท่ีมีความอัจฉริยะทางด้านเทคโนโลยี ผู้สอนกำลังเผชิญกับช่วงเวลา
ที่ยากลำบากในการปรับตัว ในช่วงแรกนี้ผลการศึกษาประสบความล้มเหลว (Rosemary Kim, Lorne Olfman, TerryRyan
& EvrenEryilmaz (2013, p. 150) การให้การศึกษาผ่านแอปพลิเคชันออนไลน์เหล่านี้เป็นอย่างมาก เนื่องจากปัญหาด้าน
การใช้งานแอปพลิเคชัน ปัญหาด้านเครือข่าย ปัญหาด้านการปฏิบัติงานและอื่นๆ อีกมากมาย (มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี,
2563, น. 17; ธัญจิรา จิรนันทกาญจน์, 2560, น. 99-100; เมธาสิทธิ์ ธัญรัตนศรีสกุล และคณะ, 2563, น. 30) การสอน
ออนไลน์ดูเหมือนจะเป็นทางเลือกเดียวในสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคระบาดน้ี ผู้สอนทุกคนไม่ได้รับการสอน
ให้สามารถใช้งานแอปพลิเคชันออนไลน์เหล่านี้มาก่อน อีกหลายต่อหลายคนไม่มีแม้กระทั่งแล็บท็อป แท็บเล็ตส่วนตัว เพ่ือ
เตรียมการสำหรับการเรียนการสอนออนไลน์ ขณะที่การดำเนินการในช้ันเรียนออนไลน์มีสิ่งรบกวนและความวุ่นวายมากมาย
ไม่ว่าจะเป็นเสียงรบกวนจากสิ่งแวดล้อมรอบข้างที่ควบคุมไม่ได้แทรกเขา้ มาระหว่างทำการเรียนการสอน บางครั้งผู้เรยี นชวนเพ่ือน
เชิญในครอบครัว คนรู้จัก เข้ามาร่วมฟัง ร่วมสังเกตภาระการณ์หรือสร้างความวุ่นวายในช้ันเรียนเพ่ือความสนุกสนาน นอกจากน้ี
ผู้สอนยังมีภาระงานเพิ่มเติมขึ้นอีกมากมายจากการเตรียมตัวเพ่ือการสอนออนไลน์ (ธัญจิรา จิรนันทกาญจน์, 2560, น. 99-100)
การประชุม สัมมนาออนไลน์ และด้วยความสะดวกของช่องทางออนไลน์ ทำให้บ่อยคร้ังท่ีหน่วยงานนิยมที่จะนัดหมาย
การประชมุ การอบรม การสัมมนานอกเวลาราชการหรือนอกเวลาปฏิบัติงานโดยไม่ไดป้ ฏบิ ัตไิ ปตามระเบียบหรือนโยบายทว่ี ่า
ด้วยการจ่ายค่าทดแทนในการปฏิบัติงานนอกเวลางาน วิถีชีวิตคนทำงานจึงเป็นเร่ืองยากที่จะแบ่งแยกระหว่างเวลา
การปฏิบัติงานและเวลาส่วนตัวที่จะทำภารกิจของตนเอง การพักผ่อน ภารกิจการดูแลคนในครอบครัว อย่างเป็นเวลา ที่
ถูกแบ่งแยกชัดเจนเหมือนในอดีต ในยุคที่เทคโนโลยีการออนไลน์เข้ามามีบทบาทอย่างเต็มรูปแบบนี้สร้างภาระงานให้แก่
ผ้ปู ฏบิ ตั งิ านอยา่ งเท่าทวีคณู เช่นกนั
ความยืดหยนุ่ และความไมเ่ ป็นทางการจากการเรยี นการสอนออนไลน์
ระบบการจัดชั้นเรียนในการเรียนการสอนออนไลน์มีความยืดหยุ่นและสะดวกสบายสำหรับท้ังผู้สอนและผู้เรียน
ด้วยรูปแบบการสอนผ่านหน้าจออุปกรณ์สื่อสารท่ีทันสมัย แต่ผู้สอนก็ไม่อาจสังเกตอารมณ์ ความรู้สึก หรือทราบถึงความมี
สมาธิของผู้เรยี นได้ในช่วงขณะสอน ตอนนีผ้ ้เู รยี นเองกข็ าดความกลัวหรอื เกรงใจต่อผสู้ อน เพราะการเรยี นออนไลนผ์ ่านหนา้ จอ
น้นั เปรียบเสมอื นการเรียนเสมือนจริง ผเู้ รยี นกำลงั เข้าช้ันเรยี นด้วยความสะดวกสบายจากบ้านหรอื ท่ีพักอาศัย และด้วยเหตุนี้
เองทำให้ความจรงิ จังในการเขา้ เรียนของผู้เรยี นจึงลดน้อยลง หลายคนท่ีเข้าชั้นเรียนพร้อมกับคนในครอบครวั ท่ีเข้ามาร่วมใน
20
รายงานสืบเนอื่ งการสัมมนาวชิ าการเน่ืองในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปที ่ี 68
ชนั้ เรยี นด้วย ผูส้ อนจำนวนไมน่ ้อยที่มีความรู้สกึ ว่าตนเองถกู ประเมินและถกู ตัดสินอยู่ตลอดเวลาจากการทำการสอน การสอน
โดยมีปัจจัยแทรกท่ียากจะควบคุมนี้ จึงเป็นข้อท้าทายสำคัญสำหรับผู้สอน การศึกษาออนไลน์น้ีจึงเปรียบเสมือนความฝัน
ท่ีเป็นจริง ไม่มีการลงโทษ ไม่มีการดุ ตักเตือน ไม่ต้องไปเรียนท่ีมหาวิทยาลัย ไม่ต้องฝึกงานในหน่วยงานและในพ้ืนที่ และ
หากรู้สึกไม่อยากเข้ารว่ มการบรรยาย ก็สามารถใช้เหตุผลของปัญหาด้านการเช่ือมต่อเครือข่าย รสู้ ึกไม่อยากตอบคำถามหรือ
ไม่อยากมีส่วนร่วมก็สามารถใช้เหตุผลว่าไม่ต้องการให้ผู้สอนบีบบังคับหรือกดดัน ไม่สะดวกเปิดกล้องให้เห็นหน้าตา ท่าทาง
ขณะเรียนโดยให้เหตผุ ลวา่ น่ังเรยี นในหอ้ งสว่ นตวั การเปิดกล้องจะเหมือนถูกละเมิดสทิ ธิความเป็นสว่ นตัว ฯลฯ ดังนัน้ การสอน
ออนไลน์ผู้สอนจึงต้องใช้เทคนิค ทักษะและไหวพริบปฏิภาณในการสร้างความสนใจและแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าในชั้นเรียน
ด้วยความยืดหยุ่นและไม่เป็นทางการเหล่าน้ีเอง ไม่ง่ายเลยสำหรับผู้สอนในโลกออนไลน์ที่เป็นโลกเสมือนจริงในการจัดการ
เรียนการสอนในแต่ละคร้ัง นอกจากการเรียนการสอนแล้วการทำข้อสอบออนไลน์ก็เป็นประเด็นที่น่าสนใจ ด้วยการอยู่บ้าน
เป็นอีกความใฝ่ฝันหน่ึงของผู้เรยี นท่ีอยากได้ ก่อนหน้านี้ในกระบวนการสอบผู้เรียนต้องการเปิดตำรา หนังสือ ค้นหาข้อมูลใน
อินเทอร์เน็ตเพื่อใช้คำถามในขอ้ สอบหากแต่โอกาสเหล่าน้ันไม่ได้เกิดขึ้นอยู่บ่อยคร้ัง การสอบ การทดสอบส่วนใหญ่เกิดขึ้นใน
ห้องสอบด้วยเวลาอันจำกัดและไม่สามารถเปิดอ่านเอกสารใดๆ ได้ แต่เม่ือมีการสอบผ่านระบบออนไลน์ ดเู หมอื นว่าการสอบ
แบบปกติในระบบออนไลนน์ ้ันไมม่ ีความเหมาะสม (มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี, 2563, น. 17) ในการประเมนิ ผล ผู้เรียน
สามารถทำขอ้ สอบ แบบทดสอบให้เสรจ็ ได้ดว้ ยการเปิดเอกสารตา่ งๆ ที่เก่ยี วข้อง การขอความชว่ ยเหลือจากผู้อื่น ความจรงิ จัง
ในการเรียนการสอบไดห้ ายไปในยุคของการเรียนรอู้ อนไลนน์ ี้
ขาดปฏิสมั พนั ธส์ ว่ นตัวระหวา่ งบุคคล
คุณลักษณะท่ีสำคัญที่สุดของการเรียนในช้ันเรียน คือ การท่ีนักศึกษาได้ไปเรียนที่มหาวิทยาลัยเพ่ือเข้าร่วมใน
ช้นั เรยี น การมีส่วนร่วมในการพูดคยุ แลกเปล่ยี น สนทนากับผู้สอนและผเู้ รียนด้วยกนั เอง นำมาซ่ึงบรรยากาศการแลกเปล่ียน
เรียนรู้ที่สร้างความสัมพันธ์ระหว่างกันและกัน บรรยากาศการเรียนที่ดีนำความซึ่งความสำเร็จในการเรียน (Bonk, Lee, Kou,
Shuya Xu & Sheu, 2015, p. 349) ผู้สอนมักชอบสอนผู้เรียนด้วยตนเองในห้องเรียนจริง เนื่องจากไม่มีวิธีการสอนใด
ทส่ี ามารถจะทดแทนวิธกี ารสอนนี้ได้ ในการเรยี นการสอนนั้น ผู้สอนสามารถสงั เกตอ่านสีหน้า แววตา ท่าทางของผู้เรยี น และ
สามารถรับรู้ได้ว่าผู้เรียนกำลังสนใจการเรียนอยู่หรือไม่ กิจกรรมการเรียนสามารถนำเข้ามาสอดแทรกในระหว่างการเรียน
เพ่ือดึงความสนใจหรือสร้างความเข้าใจให้ผู้เรียนได้ ในขณะที่การสอนออนไลน์ผู้สอนไม่สามารถจะรับรู้ได้เลยว่าผู้เรียนมี
การตอบสนองต่อการสอนมากน้อยเพียงใด การที่ผู้เรียนนั่งอยู่คนเดียวในห้องบนเก้าอี้และจ้องมองท่ีหน้าจออุปกรณ์
การส่ือสารเพ่ือการเรียนเป็นระยะเวลานานๆ นั้นเป็นเหตุผลว่าทำไมผู้เรียนไม่สามารถมีสมาธิในช้ันเรียนออนไลน์ได้
อย่างง่ายดาย ดังนั้นอาจกล่าวได้ว่าเมื่อเทคโนโลยีที่ทันสมัยได้เข้ามามีบทบาทในชีวิตประจำวันของคนเรามากข้ึน ย่ิงทำให้
ปฏิสมั พันธส์ ่วนตวั ระหวา่ งบุคคลและปฏิสมั พันธร์ ะหวา่ งบุคคลกับสังคมลดลงอยา่ งมาก
3. ความท้าทายในการเรียนการสอนออนไลน์ทผี่ ู้เรียนต้องเผชญิ
ทัศนคติในการเรียนมีความสำคัญอย่างย่ิงในการเรียน ผู้เรียนส่วนใหญ่ต่างสะท้อนความรู้สึกนึกคิดของตนเอง
ว่าชอบการเรียนในชัน้ เรยี นมากกว่าการเรยี นออนไลน์ เนื่องเพราะการเรยี นออนไลน์ทำใหผ้ เู้ รียนไม่กลา้ ถามข้อสงสัยกับผสู้ อน
เน่ืองจากไม่กล้าพูดแทรกข้ึนมาระหว่างการสอน เกรงจะเป็นการรบกวนเพื่อนผู้ฟังบรรยาย อีกทั้งการเรียนออนไลน์ได้เพิ่ม
เวลาเพิ่มเวลาการอยู่หน้าจอของผู้เรียนมากขึ้นมีผลต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิต เหล่าน้ีเป็นตัวอย่างของทัศนคติท่ีเป็น
อุปสรรคต่อการเรียนออนไลน์ ในประเด็นการเพ่ิมเวลาอยู่หน้าจอของผู้เรียนที่ใช้คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค แท็บเล็ต หรือ
โทรศัพท์มือถือ ก่อนท่ีจะเกิดโรคโควดิ -19 น้ี ผู้เรียนมักจะใช้โทรศัพท์มือถือ คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก แล็ปท็อปเพื่อความบันเทิง
ทั้งการดูหนัง ฟังเพลง เล่นเกม ฯลฯ จนผู้ปกครองต้องคอยย้ำเตือนเสมอว่าอย่าใช้มือถือเป็นเวลานาน ให้ใช้เวลาในการเรียน
ทำการบ้าน อ่านหนังสือแทนกิจกรรมความบันเทิงบนหน้าจอ แต่หลังการเกิดโรคระบาดข้ึนทำให้หน้าจออุปกรณ์เหล่าน้ี
กลบั กลายเสมือนเปน็ ห้องเรียน หอ้ งสอบ ห้องสมุด แหล่งขอ้ มลู สมุดแบบฝกึ หดั สมุดการบา้ น ไปโดยปริยาย ทำให้ผูเ้ รยี นตอ้ ง
ใช้เวลาอยู่หน้าจอเป็นระยะเวลานานๆ ที่ไม่ดีต่อสายตา และเกิดส่งผลกระทบต่อสุขภาพ (มติชนออนไลน์, 4 ตุลาคม 2564)
21
รายงานสืบเนื่องการสัมมนาวิชาการเนือ่ งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มธ. ปที ่ี 68
อาทิ ปวดตา ปวดหัว หัวไหล่ เกิดความเครียด และความเหนื่อยล้า ข้อจำกัดส่วนบุคคลของผู้เรียนเองไม่ว่าจะเป็นทัศนคติ
ความมั่นใจในตนเอง ความต้ังใจใฝ่เรยี นรู้และผลกระทบต่อสุขภาพ จึงเป็นข้อทา้ ทายสำหรับผู้เรยี นผ่านระบบออนไลน์
ปัญหาระบบความพร้อมและความพอเพยี งของทรพั ยากรท่ใี ช้ในการเรียนออนไลน์
มาถึงประเด็นสำคัญที่ทุกคนต้องเผชิญและเป็นท่ีกล่าวถึงในการเข้าช้ันเรียน การประชุม การอบรม ในระบบ
ออนไลน์ ฯลฯ ซ่ึงก็คือ ปัญหาเครือข่าย ปัญหาความพรอ้ มความพอเพียงของอุปกรณ์ เพราะไม่ใช่ทุกคนจะมีอุปกรณ์ท่ีพร้อม
ครบครันไม่ว่าจะเป็น คอมพิวเตอร์ โน้ตบุ๊ก แล็ปท็อป สมาร์ตโฟน สัญญาณ Wi-Fi หรืออินเทอร์เน็ต จากผลจากการสำรวจ
ของสถาบนั ส่งเสริมการสอนวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยกี ับขอ้ มูลจากผูเ้ รียนและจากผู้บริหารโรงเรียนของ PISA 2018 ใน 79
ระบบการศึกษาในกลุ่มประเทศ OECD (องค์การเพื่อความร่วมมือและการพัฒนาทางเศรษฐกิจ) เพื่อหาข้อสรุปเกี่ยวกับ
การเข้าถึงการเรียนการสอนออนไลน์ของไทย พบว่า ผู้เรียนของไทยยังขาดแคลนปัจจัยสำหรับการเรียนออนไลน์ ท้ังอุปกรณ์
และอินเทอร์เน็ต (ไทยรัฐออนไลน์, 4 ตุลาคม 2564) ท้ังที่การเรียนออนไลน์จำเป็นต้องมีทรัพยากรเหล่าน้ี อุปกรณ์เหล่าน้ี
ล้วนมีราคาแพง ผู้ท่ไี ม่มีความพร้อมย่อมเกิดปญั หาอุปสรรคในการเรยี น ทุกคนไม่ได้มีความพร้อมทางการเงินเพียงพอที่จะซ้ือ
ได้ทั้งหมด โดยเฉพาะนักศึกษายังไม่มีรายได้เป็นของตนเอง ภาระในการซื้ออุปกรณ์การส่ือสารเพ่ือใช้ในการเรียนจึงตกอยู่
ที่ผู้ปกครอง แต่ผู้ปกครองจำนวนไม่น้อยท่ีตกอยู่ในสถานการณ์ทางการเงินท่ีย่ำแย่ หลายต่อหลายคนรายได้ลดลงหรือต้อง
ตกงาน ไม่มีงานทำอย่างกระทันหันเนื่องจากโรคระบาดทำให้เศรษฐกิจของประเทศได้รับความเสียหาย ในช่วงเวลา
ทย่ี ากลำบากนี้ นอกจากนี้การระบาดของโรคโควิด-19 ทำให้ผูค้ น ผเู้ รียน แม้กระทั่งผู้สอนเองทอี่ าศัยอยู่ในเขตเมอื งได้เดินทาง
กลับภูมิลำเนาเดิม กระจัดกระจายไปตามพ้ืนที่ต่างๆ ซ่ึงอาจมีปัญหาข้อจำกัดเก่ียวกับเครือข่าย ฉะนั้นดูเหมือนว่าสิทธิใน
การศึกษาเพียงอย่างเดียวกลายเป็นเร่ืองยากที่จะบรรลุ ผู้เรียนท่ีอาศัยอยู่ในเขตเมืองและผู้ท่ีมีฐานะการเงินท่ีมั่นคงมี
ความได้เปรียบในการศึกษา แต่ผู้เรียนบางคนที่อาศัยอยู่ในพ้ืนที่หรือหมู่บ้านที่ห่างไกลซ่ึงการศึกษาออนไลน์ไม่สามารถทำได้
ผู้ปกครองรายได้น้อยไม่มีเงินใช้จ่ายเพ่ือซ้ืออุปกรณ์ที่จำเป็นสำหรับการเรียน การเรียนออนไลน์จึงได้กลายเป็นเร่ืองท่ี
ยากลำบากมาก เช่น กรณีผู้เรียนอยู่บนพื้นท่ีสูงในภาคเหนือของประเทศไทย มีเพียงช่องทางเดียวในการเรียนคือการเดินทาง
ข้ามหมู่บ้านข้ึนท่ีสูงไปเพ่ือขอเรยี นผ่านสัญญาณดาวเทียมของศูนย์การศึกษานอกโรงเรียน (ก.ศ.น.) ประจำท้องถิ่นที่ห่างไกล
ทุรกันดาร สะท้อนถึงความเหล่ือมล้ำทางการศึกษา ประเดน็ เร่ืองการสร้างความเท่าเทียมทางการศึกษา การให้ผู้เรียนทุกคน
เข้าถึงเทคโนโลยีด้านการศึกษาอย่างเพียงพอ ท่ัวถึง ครอบคลุมและเป็นธรรมจึงเป็นข้อท้าทายสำคัญสำหรับการศึกษาท้ังใน
ปจั จุบนั และอนาคต
สะทอ้ นภาพของความปกติใหมท่ มี่ ตี อ่ นักศึกษาและบัณฑติ
ลักษณะของการเรียนของผู้เรียนในระดับมหาวิทยาลัย ทุกคนมีอิสระในการจัดการตนเอง สามารถเลือกได้เอง
ว่าจะเข้าร่วมการบรรยาย หรือไม่เขา้ ร่วมการบรรยาย การระบาดใหญ่ของโรคระบาดน้ี ทำให้กจิ กรรมทุกอยา่ งต้องหยุดชะงัก
ลง ทำให้ผู้เรียนต้องเรียนออนไลน์อยู่ที่บ้านหรือท่ีพักอาศัย นักศึกษาชั้นปีที่ 1 ไม่เคยได้สัมผัสกับความรู้สึกและบรรยากาศ
วิถีชีวติ ความเป็นนักศึกษาและความทา้ ทายสำหรบั นกั ศึกษาในรั้วมหาวทิ ยาลยั แตอ่ ย่างไรกต็ ามในแงม่ มุ ของคุณูประโยชน์ของ
การเรียนออนไลน์ก็ช่วยให้นักเรียนสามารถสำเร็จการศึกษาโดยไม่กระทบต่อสุขภาพร่างกายอันเกิดจากโรคระบาด
มหาวิทยาลัยตา่ งๆ พยายามอย่างเต็มท่ีเพอื่ ใหผ้ เู้ รียนได้รับความรู้ ผ่านการสอน สอ่ื การสอนและเอกสารตา่ งๆ
ในขณะท่ีผสู้ อนประสบความยากลำบากในการสอน การเรียนออนไลนน์ ้ีเองก็ไม่ใช่เรื่องงา่ ยสำหรับผู้เรียนเช่นกัน
เพราะการนง่ั เรยี นอยู่ที่บ้านหรือที่พักอาศยั แวดลอ้ มไปด้วยคนในครอบครัว ภารกิจของครอบครัว เพ่ือนบา้ น และชุมชน หลายคร้ัง
ต่อหลายคร้ังท่ีผู้เรียนไม่สามารถควบคุมสภาพแวดล้อมให้มีความเหมาะสมในการเรียนได้เลย ไม่ว่าจะเป็นการควบคุมเสียง
รบกวน การถูกใช้ให้ช่วยทำภารกจิ บางอย่างเพื่อแบ่งเบาความเหน่ือยยากของผู้ปกครอง ฯลฯ การมีสมาธิจดจ่ออยู่กับบทเรยี นเป็น
ระยะเวลานานหลายชั่วโมงจึงเป็นไปได้ยาก ยิ่งการให้ทำแบบทดสอบ การทำแบบฝึกหัด การส่ังงานหลังวิชาเรียนในปริมาณ
ที่มาก ย่งิ ต้องมีการจัดการตนเองที่ดีและต้องทำความเข้าใจกับผู้ปกครอง การหาเวลาว่างนอกตารางเรียนเปน็ เรื่องที่ค่อนข้าง
ยุ่งยากวุ่นวาย หากวิชาได้ท่ีส่ังงานกลุ่มให้ทำหลายคน การนัดหมายยิ่งเพ่ิมความลำบากใจให้แก่ผู้เรียนส่วนใหญ่ เนื่องด้วย
22
รายงานสบื เนอ่ื งการสัมมนาวิชาการเนื่องในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปที ี่ 68
การหาวัน เวลาว่างที่ตรงกันค่อนข้างยาก จนทำให้หลายต่อหลายคนเกิดความบาดหมางใจกันระหว่างบุคคลจากการทำงาน
กลมุ่ เกดิ ภาวะความเครียดสะสม
นอกจากนีน้ กั ศึกษาช้นั ปีสุดทา้ ยจบการศกึ ษาดว้ ยการที่ตอ้ งกลา่ วอำลาผ้สู อน อำลาเพือ่ นผ่านหนา้ จอคอมพวิ เตอร์
โนต้ บุ๊ก หรือโทรศัพท์มือถือแทนการกลา่ วอำลากนั ตอ่ หน้า ผ้เู รียนบางคนอาจจบการศึกษาดว้ ยวิชาการฝึกภาคปฏิบตั ทิ ี่ไมไ่ ดล้ ง
พน้ื ท่ีจริงได้เพียงแค่น่งั ทำงาน ทำรายงานฝึกภาคอยู่หนา้ จออุปกรณ์ที่บ้าน จบการศึกษาไปโดยไม่ไดร้ ับประสบการณ์จริงจาก
การปฏิบัติในปีสุดท้าย อยา่ งไรกต็ ามส่งิ ที่น่ากลัวที่สุดตอนน้สี ำหรบั ผู้เรียนท่ีจบใหม่หรือบัณฑติ คือการจบไปในชว่ งเวลาภาวะ
เศรษฐกิจของประเทศกำลังตกต่ำ ประสบปัญหาการขาดสภาพคล่อง ตลาดแรงงานไทยได้มีทิศทางที่ปรับแย่ลงมาก
(ไทยโพสต์, 3 ตลุ าคม 2564) เสี่ยงต่อการไมม่ งี านทำหรือการตกงานเปน็ อยา่ งมาก
ภาวะเศรษฐกิจท่ีตกต่ำของประเทศเป็นข้อเท็จจริงท่ีคนในประเทศต้องเผชิ ญหลังการระบาดของโรคโควิด-19
ภาวะเศรษฐกิจท่ีกดดัน บีบค้ันความเป็นอยู่ที่ทุกข์ยากของผู้คน สะท้อนมาถึงการศึกษาที่ผู้เรียนแสดงออกด้วยการร้องขอให้
สถาบันการศกึ ษาลดค่าเทอมลง การสนับสนนุ ด้านอุปกรณ์ สนบั สนุนค่าบริการอินเทอร์เน็ต การสนบั สนุนทรัพยากรการเรียน
ไมว่ ่าจะเป็น หนังสืออิเล็กทรอนิกส์ (e-Book) การเข้าถึงห้องสมุดต่างสถาบันท่ีปราศจากค่าใช้จ่าย ผู้เรียนท่ีอยู่ในวยั เรียนไม่มี
กำลังความสามารถในการหารายได้ด้วยตนเอง ผู้ปกครองต้องแบกรับคา่ ใช้จ่ายในการเรียนออนไลน์เพิ่มขึ้นจากการเรยี นจาก
ทีบ่ ้านหรอื ทพ่ี ักอาศยั ท้ังค่าอุปกรณ์ในการเรยี นออนไลน์ ค่าซ่อมแซมอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ ค่านำ้ ค่าไฟ อน่ึง การช่วยเหลือ
ด้านเศรษฐกิจให้ผู้เรียนจะเป็นการแบ่งเบาภาระค่าใช้จ่ายในครอบครัวให้แก่ผู้เรียน เป็นส่วนหน่ึงในการลดความเหล่ือมล้ำ
ความไม่เท่าเทียมกันทางการศึกษา ข้อท้าทายที่น่าสนใจอย่างหน่ึงของการเรียนออนไลน์นี้จึงเป็นการเรียนการสอนที่มุ่งกระจาย
ความเท่าเทยี มทางการศึกษาให้ทกุ คนได้รับการศกึ ษาอย่างถ้วนหนา้ ไม่ปล่อยใหใ้ ครตอ้ งตกหลน่ ทางการศึกษาจากวิกฤตการณ์
ในครัง้ น้ี มากกว่าการมุ่งสร้างความเป็นเลศิ ใหแ้ กผ่ เู้ รียนจากระบบการศึกษาออนไลน์น้ี
จะเห็นได้ว่า การเรียนการสอนออนไลน์เกิดข้ึนก่อนการระบาดใหญ่ แต่การระบาดใหญ่นั้นได้เปลี่ยนระบบ
การศึกษาไปท่ัวโลก ทำให้การเรียนการสอนออนไลน์ได้รับความสำคัญและความนิยมในช่วงโรคโควิด-19 การเรียนการสอน
ออนไลนช์ ่วยให้นกั ศึกษาสำเร็จการศึกษาตามเวลา หากไม่มีส่ิงนี้ จะทำให้นกั ศึกษาไม่สามารถจบหลักสูตรหรือเล่อื นชั้นปีการศกึ ษา
ได้ และนอกจากนี้ถ้าไม่มีการศึกษาออนไลน์หลายคนคงอยู่ในสภาวะการตกงาน ไม่มีงานทำ ฉะน้ันแล้วการเรียนออนไลน์เป็น
เรื่องปกติใหม่ด้านการศึกษาในขณะน้แี ละมแี นวโน้มท่ีจะดำเนินต่อไป แมจ้ ะมมี าตรการคลายล็อกดาวนห์ รือสถานที่ทกุ อยา่ งจะ
เปดิ ทำการข้นึ อกี คร้ัง มีความทา้ ทายมากมายในชัน้ เรียนออนไลน์ แตถ่ า้ ภาครฐั หรือภาคสว่ นต่างๆ สามารถสนับสนนุ ส่งเสริมให้
ผเู้ รียนทกุ คนมีทรัพยากรเพยี งพอตอ่ การเข้าถึงระบบการศึกษาออนไลน์ ระบบการศกึ ษานีจ้ ะชว่ ยผู้เรยี นทุกคนไดอ้ ย่างแท้จรงิ
4. ประสิทธิภาพของการเรียนออนไลน์
ประสิทธิภาพของการเรียนออนไลน์เกิดจากองค์ประกอบหลายส่วนท้ังส่วนบุคลิกลักษณะส่วนบุคคลและ
สภาพแวดล้อมภายนอก
4.1 ลกั ษณะสว่ นบุคคลมงุ่ สผู่ ลสำเรจ็ ทางการเรยี น
บคุ ลิกลักษณะส่วนบุคคลท่ีแตกต่างกันย่อมมีผลต่อการเรียนออนไลน์ท่ีต่างกัน ไม่ว่าจะเป็นความแตกต่างกันใน
ด้านการจัดการตนเอง (Chul Heo & Han, 2017, pp. 67-68) การจัดการความเครียดของบุคคล (Schommer-Aikins & Easter,
2018, p. 112; Chul Heo & Han, 2017, pp. 67-68) ความสามารถในการเรียนรู้ (อรณิชา เสตะคุณ. 2560, น. 158)
ความรับผิดชอบต่อตนเอง (สุรินทร์ เพชรไทย, 2560, น. 80) ยกตัวอย่างเช่น การเข้าเรียนตรงเวลาอย่างสม่ำเสมอ (อัสนีย์
เหมกระศรี, 2561, น. 1233) และหากบุคคลมีความต้องการเรยี น การควบคุมการเรียนให้สำเร็จลุล่วงตามเป้าหมายท่ีวางไว้
(Chul Heo & Han, 2017, pp. 67-68) การตระหนักรู้ในคุณ ค่าของการเรียน (ศศิ ณั ณ ฐ นาไทย, 2560, น. 165)
ความกระตือรือร้นในการเรียน (เสถียร พูลผล และ ปฏิพล อรรณพบริบูรณ์, 2563, น. 40) มีความอุตสาหะตั้งใจเรียนอย่าง
เต็มท่ี (ศศิณัณฐ นาไทย, 2560, น. 165-166; อัสนีย์ เหมกระศรี, 2561, น. 1233; เสถียร พูลผล และ ปฏิพล อรรณพบริบูรณ์,
23
รายงานสืบเน่อื งการสัมมนาวชิ าการเนื่องในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปที ่ี 68
2563, น. 40) การมีทัศนคติทดี่ ีต่อการเรียนออนไลน์ (ศศิณัณฐ นาไทย, 2560, น. 165) ลว้ นเป็นคุณสมบัติสว่ นบคุ คลที่ทำให้
การเรยี นออนไลน์ประสบความสำเรจ็ และมปี ระสิทธิภาพ
4.2 ปฏสิ ัมพนั ธร์ ะหวา่ งบุคคลสรา้ งบรรยากาศการเรยี นรู้
องค์ประกอบด้านสังคมในการเรียนการสอนออนไลน์ คือ การมีปฏิสัมพันธ์ระหว่างกันในช้ันเรียนออนไลน์
บรรยากาศความสนกุ สนานในการเรยี นนนั้ มีผลตอ่ การเรยี นเปน็ อยา่ งมาก (Chul Heo & Han, 2017, pp. 67-68) ปฏิสมั พนั ธ์
ทด่ี รี ะหว่างผูเ้ รียนกับผู้สอนมีผลทำใหก้ ารเรียนของนักศึกษาดขี ึ้นและยงิ่ มีปฏิสัมพนั ธ์กันมากเทา่ ไรกย็ ่ิงทำให้นกั ศึกษาสามารถ
ที่จะพัฒนาความสามารถในการเรียนรู้ให้สูงขึ้นตามไปด้วย (อัสนีย์ เหมกระศรี, 2561, น. 1232; วิทยา วาโย, อภิรดี
เจริญนุกูล, ฉัตรสุดา กานกายันต์ และ จรรยา คนใหญ่, 2563, น. 285; เสถียร พูลผล และ ปฏิพล อรรณพบริบูรณ์, 2563,
น. 40) ส่วนความสัมพันธ์ท่ีดีระหว่างผู้เรียนกับผู้เรียนน้ัน ท้ังการแลกเปล่ียนความคิดเห็น การร่วมมือกันทำแบบฝึกหัด ทำให้
การเรียนออนไลน์ประสบผลเชิงบวก (Schommer-Aikins & Easter, 2018, p. 112; ณัฐฐินันท์ กังแฮ, กุสุมา ใจสบาย และ
กรวรรณ สืบสม, 2560, น. 6) ส่งเสริมให้การเรยี นออนไลน์ยง่ิ มีประสทิ ธิภาพมากขึ้น
4.3 ความพร้อมของวสั ดุอปุ กรณแ์ ละทรัพยากรทีจ่ ำเป็น
วสั ดุอปุ กรณ์ทรัพยากรทจี่ ำเปน็ สำหรบั การเรยี นออนไลน์เป็นสิ่งสำคัญยง่ิ ในการเรียนออนไลน์ (Chul Heo &
Han, 2017, pp. 67-68) เช่น การมีคอมพิวเตอร์ที่พร้อมใช้งาน การมีอินเทอร์เน็ตที่มีเสถียรภาพ (อรรถพล ทองวิทยาพรม,
จำนง วงษ์ชาม และ สุทิศา ซองเหล็กนอก, 2561, น. 86) การเข้าถึงแหล่งเรียนรู้ออนไลน์ (Chul Heo & Han, 2017, pp.
67-68) รวมถึงการเข้าถงึ เนือ้ หาในการเรยี น (Schommer-Aikins & Easter, 2018, p. 112)
4.4 องคป์ ระกอบทางการศกึ ษาท่ีดี
องค์ประกอบทางการศึกษาคือสถานการณ์ท่ีมีผลต่อการเรียนการสอน มีลักษณะของการออกแบบการเรียนรู้
ที่ดี (อรณิชา เสตะคุณ, 2560, น. 159) บทเรียนออนไลน์ท่ีดีน้ันควรเป็นโปรแกรมที่ใช้งานได้ง่าย (ศศิณัณฐ นาไทย, 2560,
น. 164; อัศนีย์ เหมกระศรี, 2561, น. 1231) รูปแบบบทเรียนออนไลน์ที่มีลักษณะที่ดีมีประสิทธิภาพสามารถช่วยหนุนนำ
ส่งเสรมิ ความรู้ ความเข้าใจของผเู้ รยี นไดม้ าก ทำใหผ้ ลสมั ฤทธิ์ทางการเรียนอยใู่ นเกณฑท์ ด่ี ี (สรุ นิ ทร์ เพชรไทย, 2560, น. 80)
5. ประเด็นการเรียนออนไลน์ท่ตี อบสนองความต้องการของผูเ้ รียน
ข้อมูลจากการสัมภาษณ์นักศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยประกอบกับการศึกษาเอกสารที่เกี่ยวข้องเกี่ยวกับการเรียน
การสอนออนไลน์น้นั ผเู้ ขยี นได้นำมาวิเคราะห์และเรยี บเรียงสะท้อนถงึ รปู แบบการเรียนออนไลนท์ ต่ี อบสนองความตอ้ งการของ
ผู้เรยี นแบ่งเป็น ได้ดังต่อไปน้ี
ด้านการบรรยาย
ผู้สอนควรมีความพร้อมในการสอนออนไลน์โดยการเตรียมตัวล่วงหน้าหรือการพัฒนาความถนัดในการใช้
เทคโนโลยี เนื่องจากเมื่อเกิดปัญหาในระบบจะสามารถแก้ปัญหาเฉพาะหน้าได้อย่างทันท่วงที เพื่อให้การเรียนการสอน
ออนไลน์มีความต่อเนื่อง แน่นอนว่าการบรรยายของผู้สอนผ่านทางหน้าจออุปกรณ์การเรียนออนไลน์นั้นไม่ง่าย เพราะอาจ
ไม่สามารถดึงดูดความสนใจของผู้เรียนได้เป็นระยะเวลานาน ผู้สอนจึงควรเลือกสถานที่ที่เหมาะสมในการเรียนการสอน
ออนไลน์ เป็นสถานท่ีทม่ี ีความเงยี บสงบไม่มีเสียงแทรกรบกวน ทำลายสมาธิทงั้ ผเู้ รยี นและผู้สอน สำหรับการสรา้ งบรรยากาศ
ที่ดีในการเรียนนั้น Rogers (1969, pp. 157-164) ระบุว่า อาจมาจากผู้สอนที่มีความเข้าอกเข้าใจในผู้เรียนและให้ความเป็น
กันเอง บรรยากาศทางการเรียนนั้นเป็นสภาพทางจิตวิทยา มีผลต่อการเรียนรู้ท่ีดีได้ (Frances, 1976, p. 318) การสร้าง
บรรยากาศทางการเรียนที่ไมเ่ ป็นทางการจะทำให้เกิดความผ่อนคลาย ทำให้ผู้เรียนพร้อมที่จะเรยี นรู้ และพร้อมท่จี ะกลา้ แสดงออก
ทางความคิด หรือการมีส่วนร่วมในชั้นเรียน เฉกเช่นเดียวกับแนวคิดของ Rogers (1969, pp. 164-166); Cogen (1975,
pp. 135-139) และ Craig (1979, p. 91)
24
รายงานสืบเนอื่ งการสมั มนาวชิ าการเน่ืองในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปที ่ี 68
ในการทำการสอนน้ัน ผู้สอนควรมีการลำดับเนื้อหาการบรรยาย โดยใช้ภาษาที่เหมาะสมและง่ายแก่การทำ
ความเข้าใจ การส่ือสารแต่ละครั้งควรให้มีความชัดเจนและมีความเฉพาะเจาะจง สอดคล้องกับการศึกษาของ Cicognani
(2000, p. 150) ท่ีพบปัญหาจากการเรียนออนไลน์ คือ การส่ือสารท่ีผิดพลาด การบรรยายแต่ละคร้ังของผู้สอนควรมี
การบรรยายแบบสรุปเนื้อหาสาระในการเรียนอย่างรวบรัด เพ่ือให้อยู่ในระยะเวลาการสอนที่เหมาะสม มิใช่การบรรยายไป
เรื่อยๆ ในลักษณะของการไม่สรุปประเด็น หรือเป็นการพรรณนาที่ไม่ใช่เนื้อหาหลักตามวัตถุประสงค์ในการเรียนแต่ละคร้ัง
นอกจากนี้การยกตัวอย่างประกอบเป็นกรณีศึกษามีความสำคัญต่อการเรียนรู้ทผ่ี ู้เรียนไม่สามารถลงพื้นท่ีดูงาน ฝึกภาคปฏิบัติ
หรือทำการฝกึ ฝนในช้นั เรยี นได้จริง เพือ่ สร้างความเข้าใจและสามารถท่ีจะนำไปประยุกต์ใชต้ ่อไปในอนาคต ผู้สอนควรแนะนำ
ให้การช้ีแนะท่ีเป็นประโยชน์ (Guglielmino, 1997; citing Fisher and other, 2001, p. 516) ไม่ว่าจะเป็นการแนะนำ
หนงั สือหรือแหลง่ ข้อมลู ออนไลน์ ซ่ึงเป็นส่ิงสำคญั ในการเรียนรขู้ องผู้เรยี น หากเปน็ ไปได้ต้องการให้ผู้สอนระบุไฟล์ (File) หรือ
ลิงก์ (Link) ที่ให้ผู้เรียนได้ศึกษาเพ่ิมเติม และควรมีแหล่งข้อมูลสำหรับให้นักศึกษาได้ศึกษาค้นคว้าเพิ่มเติม เช่น งานวิจัย
งานวทิ ยานิพนธ์ เอกสารวชิ าการ รายงานของรนุ่ พ่ีทีอ่ ย่ใู นรูปแบบของไฟล์ PDF
คุณูปการของการเรียนออนไลน์ คือ การท่ีผู้เรียนสามารถเรียนจากท่ีไหน เม่ือไรและซ้ำกี่คร้ังก็ได้ (ธัญจิรา
จริ นนั ทกาญจน์, 2560, น. 99-100) ฉะนัน้ ผู้สอนจงึ ไม่ควรท่จี ะพลาดการบนั ทึกการเรียนการสอนในทกุ ครัง้ การเรียนอยทู่ ่ีพัก
อาศัยอาจมีอุปสรรคหรือปัจจัยที่ไม่อาจควบคุมได้ล่วงหน้า ผู้เรียนแต่ละคนอาจมีความพร้อมไม่เหมือนกัน ความพร้อมของ
อุปกรณ์และเครอื ข่ายอนิ เทอร์เนต็ ไม่เท่าเทียมกัน (มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี, 2563, น. 17, ธัญจิรา จิรนนั ทกาญจน์, 2560,
น. 99-100, เมธาสิทธ์ิ ธัญรัตนศรีสกุล และคณะ, 2563, น. 30) การบันทึกการเรียนการสอนของผู้สอนนี้เองท่ีจะช่วยอำนวย
ความสะดวกในการเรียนรู้และสามารถใช้ในการวางแผนการศึกษาของผู้เรียนให้ได้ผลที่มากกว่า และสุดท้าย เร่ืองท่ีผู้เรียน
ต้องการ คือ การร้องขอการปรับเกณฑ์ประเมินผลการเรียนและลักษณะของงานท่ีส่งให้มีความสอดคล้องเหมาะสมกับ
การเรยี นออนไลน์ โดยให้มีการยดื หยุน่ ให้มากเท่าทจี่ ะทำได้
ด้านระยะเวลา
ผ้เู รยี นได้สะท้อนว่า การเรียนออนไลน์ทำให้เกิดความเหน่ือยล้า ความเบ่ือหน่ายกว่าการเรียนในห้องเรียนมาก ส่งผลให้
เกดิ ความตึงเครยี ด ดงั นน้ั แลว้ ความคิดเห็นของผู้เรียนจึงเห็นวา่ ระยะเวลาทีใ่ ช้ในการเรียนออนไลน์ท่เี หมาะสมในแตล่ ะครั้ง คือ
1-3 ช่ัวโมงเท่านั้น โดยทุก 1 ชั่วโมงในการสอนต้องมีการพักเพ่ือให้ผู้เรียนได้เปล่ียนอิริยาบถ เป็นระยะเวลาอย่างนอ้ ย 10-15
นาทตี อ่ คร้ัง เนือ่ งจากการน่งั เรยี นกับหน้าจอของอปุ กรณ์การเรยี นท่ีมีระยะเวลานานจนเกินไป ทำใหเ้ กดิ ความเหน่อื ยลา้ สมาธิ
ลดลง (มหาวิทยาลัยราชภัฏรำไพพรรณี, 2563, น. 17) เกิดปฏิกิริยาตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง (Selye, 1956, p. 54)
เปน็ ภาวะความเครียดท้ังทางกายและทางใจ (Miller & Keane, 1972, pp. 915-916) อาทิ อาการปวดเบ้าตา สายตาพร่ามัว
ปวดหัว ปวดหลัง ปวดไหล่ ความเหนอื่ ยล้า วติ กกังวล นอนไม่หลับ เป็นตน้
ดา้ นสือ่ การเรยี น
โดยลำพังการบรรยายล้วนๆ ของผู้สอนคงไม่อาจดึงดูดความสนใจหรือสร้างความเข้าใจในบทเรียนให้ผู้เรียน
ไดด้ ีนัก สื่อการเรียนจะเป็นตวั ส่ือในการนำพาผู้เรียนสคู่ วามเข้าใจในบทเรียนจากการบรรยายของผู้สอนได้ดี สามารถเขา้ ใจใน
สิ่งท่ีผู้สอนอธิบายได้อย่างชัดเจนยิ่งขึ้น (อัสนีย์ เหมกระศรี, 2561, น. 1234) สื่อการเรียนท่ีกล่าวถึงนี้ มีลักษณะท้ังที่เป็น
เอกสารประกอบบทเรียนและลักษณะท่ีเป็นสื่อมีเดีย (Media) การใช้ส่ือการเรียนน้ีผู้สอนควรคำนึงถึงความหลากหลาย
ของความเป็นอยู่และวิถีชีวิตของผู้เรียนว่ามีความหลากหลายด้วยเช่นกัน ผู้เรียนจำนวนไม่น้อยท่ีต้องประสบปัญหากับ
ความไม่พร้อมด้านอุปกรณ์ ทรัพยากรในการเรียน ยิ่งหากผู้เรียนมีถ่ินพำนักห่างไกลจากในเมืองย่อมมีอุปสรรคนานัปการใน
การเรียน ฉะน้ันแล้ว ผู้สอนควรให้สื่อการเรียนหรือเอกสารประกอบการเรียนแก่นักศึกษาล่วงหน้าก่อนอย่างน้อย 1-2 วัน เป็น
ท่ีน่าเห็นใจในกรณีตัวอย่างที่เกิดข้ึนจริงกับนักศึกษาบางคนท่ีต้องใช้วิธีการน่ังรถรับจ้างเข้าไปในเมืองเพื่อปรินต์ (Print) ส่ือ
การเรียนหรือเอกสารประกอบการเรยี นการสอนมาเพือ่ ใช้อ่านประกอบในการเรียน ส่ือเอกสารท่กี ล่าวถงึ นอ้ี าจยงั หมายรวมถึง
หนงั สอื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์ (e-Book) ให้สามารถคน้ คว้าได้ เพือ่ อำนวยความสะดวก ให้ผเู้ รยี นเกิดการเรียนรเู้ พ่มิ เตมิ ได้ดว้ ยตนเอง
25
รายงานสบื เนื่องการสัมมนาวชิ าการเน่ืองในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มธ. ปีที่ 68
สื่อเอกสารน้ันอาจออกมาในรูปแบบของบทเรียนออนไลน์ ทั้งน้ีบทเรียนออนไลน์ไม่ควรจะซับซ้อนมากเกินไป
บทเรียนท่ีดีย่อมทำให้ผู้เรียนเกิดความเข้าใจในบทเรียนได้มากย่ิงข้ึน (ศศิณัณฐ นาไทย, 2560, น. 164; อรรถพล ทองวิทยาพรม,
จำนง วงษ์ชาม และ สุทิศา ซองเหล็กนอก, 2561, น. 86; วิทยา วาโย, อภิรดี เจริญนุกูล, ฉัตรสุดา กานกายันต์ และ จรรยา
คนใหญ่, 2563, น. 285) และเพ่ือไมใ่ ห้เกิดความสับสนในการใช้งานเปน็ ภาระหน้าทีข่ องผู้สอนท่ีควรตง้ั ชือ่ ไฟล์แตล่ ะสัปดาหใ์ ห้
ชดั เจน ว่าไฟล์ไหนเรียนสัปดาห์ไหน เพื่ออำนวยความสะดวกให้งา่ ยต่อการค้นหาและศึกษาดว้ ยตนเองลว่ งหนา้ ของผู้เรียนใน
แตล่ ะรายวชิ านน้ั นอกจากนแี้ ล้วประเด็นทน่ี กั ศึกษาตอ้ งการสอ่ื สารให้ผู้สอนได้ทราบว่า รปู แบบการเรียนการสอนออนไลน์ทม่ี ี
ความน่าสนใจดึงดูดผู้เรียนได้นั่นคือ ผู้สอนควรใช้สื่อประสม (ณัฐฐินันท์ กังแฮ, กุสุมา ใจสบาย และ กรวรรณ สืบสม, 2560,
น. 7) หรือการมีภาพประกอบการเรยี นการสอน (อัศนีย์ เหมกระศรี, 2561, น. 1234) อันจะดึงดูดความสนใจของผู้เรียนได้ดี
มากยิง่ ขน้ึ
ดา้ นกจิ กรรมการเรียน
การบรรยายและการใชส้ ื่อการเรยี นเพียงเทา่ น้ันอาจยังไมพ่ อเพยี งทีจ่ ะสร้างความเข้าใจและกระตุ้นความสนใจในการเรียน
ออนไลน์ได้ กิจกรรมการเรยี นจึงเป็นตัวสอดแทรกเข้ามาเพื่อสร้างแรงจูงใจให้ผเู้ รียน (Chul Heo & Han, 2017, pp. 67-68)
เพ่ิมความน่าสนใจในการเรียนมากกว่าบรรยายเพียงเท่านั้น ผู้เรียนบางคนมีสมาธิจดจ่อได้นานในขณะท่ีบางคนมีสมาธิส้ัน
ไม่สามารถรวบรวมสมาธิในการฟังบรรยายเพียงอย่างเดียวได้ในระยะเวลานาน การสอดแทรกด้วยกิจกรรมที่จะกระตุ้น
ความสนใจของนักศกึ ษาในการเรียนการสอนออนไลน์ กิจกรรมการเรียนน้นั มอี ย่างหลากหลาย การนำเสนอในส่วนนี้เปน็ เพียง
สว่ นหนึ่งท่ไี ด้สะท้อนความคิดเหน็ ตามความตอ้ งการของนกั ศึกษาในระดับอุดมศกึ ษาทไ่ี ด้เกบ็ รวบรวมขอ้ มูลมานำเสนอ
กิจกรรมการเรียนการสอนท่ีน่าสนใจอย่างหนึ่ง คือ ต้องการให้ผู้สอนให้เอกสารล่วงหน้าแล้วนำมาพูดคุย
ปรึกษาหารือแลกเปลีย่ นความคิดเหน็ (Discuss) กนั ในช้นั เรยี น บรรยากาศการแลกเปล่ยี นนี้มีผลเชิงบวกต่อการเรียนรู้เป็นอยา่ ง
มาก (Schommer-Aikins & Easter, 2018, p. 112; ณัฐฐินนั ท์ กังแฮ, กุสมุ า ใจสบาย และ กรวรรณ สืบสม, 2560 น. 6) ดีกว่า
วิธีการที่ผู้สอนสอนในช้ันเรียนแล้วบอกให้ผู้เรียนนำเนื้อหาส่วนท่ีเหลือไปอ่านด้วยตนเอง เช่นนั้นจะทำให้เกิดกระบวนการ
เรียนร้ทู น่ี อ้ ยกว่า
ความตงึ เครยี ดในการเรียนออนไลนเ์ กดิ ข้ึนจากการท่ีผู้สอนสั่งงานในปริมาณท่มี ากจนเกินไป สอดคลอ้ งกบั แนวคิด
ของ Smith (1993, pp. 187-189) ท่ีช้ีใหเ้ ห็นถึงสาเหตหุ นึง่ ของความเครียดที่มาจากปริมาณงานทม่ี ากหรือยากเกินไป ฉะน้ัน
แลว้ ผู้สอนจึงควรลดปริมาณงานท่ีสงั่ ในทุกวชิ าให้มีความเหมาะสม อาจเปลี่ยนเปน็ รปู แบบของการมอบหมายงานให้ทำในชว่ั โมง
การเรียนการสอนแทนการให้แบบฝึกหดั หรือการบ้านท่เี พ่มิ ขึ้น
เสียงโอดครวญจากผู้เรียนที่มักได้ยินกันบ่อย คือ กิจกรรมการทำงานกลุ่ม ผู้เรียนส่วนใหญ่ต่างสะท้อนว่าการทำงาน
กลุ่มเกิดขึ้นได้ยากมากจากการเรียนออนไลน์ เน่ืองจากความยากในการนัดหมายและเก่ียวข้องกับความพร้อมของอุปกรณ์
และเทคโนโลยีท่ีใช้ในการเรียนที่แต่ละคนมีทรัพยากรไม่เท่าเทียมกัน จึงยากในการที่จะเข้าไปมีส่วนร่วมในการทำงานกลุ่ม
อยา่ งเตม็ ที่ ผู้สอนจงึ ควรหลกี เล่ยี งการสงั่ งานกล่มุ เพราะยง่ิ จะทำให้ผูเ้ รียนเกิดความตงึ เครียดเปน็ เท่าทวีคณู
ในส่วนของการทำแบบฝกึ หัด การทำแบบทดสอบหรือการเก็บคะแนนต่างๆ ควรมีสอดคล้องกับบทเรียน ซ่ึงการ
ทำแบบฝึกหัดน้ีจะเป็นแนวทางในการพัฒนาผู้เรียนตามแนวคิดของ Cicognani (2000, p. 150) แต่กระน้ันก็ตามสิ่งที่ต้อง
คำนึงถึง คือ ระยะเวลาในการทำแบบฝึกหัด แบบทดสอบท่ีเหมาะสม และส่ิงสำคัญที่ผู้เรียนต้องการคือให้ผู้สอนแจ้งให้ทราบถึง
จดุ เด่น จุดด้อย ของคำตอบที่ไดส้ ่งไป เน่ืองเพราะผู้เรียนจะได้ทราบว่าตนเองมีข้อบกพร่องท่ีต้องปรับปรุงแก้ไขหรือดำเนินการ
พัฒนาตนเองอย่างไรบ้าง นอกจากน้ีแล้วยังมีผู้เรียนจำนวนหน่ึงที่เห็นว่าผู้สอนควรให้นักศึกษาทำสรุปเนื้อหาส่งหลังเรียน
เพอื่ เป็นการกระต้นุ ใหผ้ เู้ รยี นได้มกี ารทบทวนทำความเข้าใจเนอ้ื หาการเรยี นทั้งหมดในแต่ละคร้งั
26
รายงานสืบเนอ่ื งการสัมมนาวิชาการเนื่องในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปที ี่ 68
บทสรปุ
การเกิดการระบาดใหญ่ท่ัวโลก (Pandemic) ของโคโรนาไวรัสสายพันธ์ุใหม่ (Coronavirus 2019) ท่ีก่อเกิด
โรคระบาดโควิด-19 (Coronavirus Disease 2019: COVID-19) ทำให้เกิดการเปล่ียนรูปแบบการเรียนการสอนอยู่ในระบบ
ออนไลน์ทั้งหมด ทั้งผู้สอนและผู้เรียนต่างเผชิญกับปัญหาและข้อท้าทายจากการปรับตัวให้เข้ากับความปกติใหม่นี้นับเป็น
ช่วงเวลาท่ียากลำบากทางการศกึ ษาเป็นอย่างมาก แต่กระนั้นก็ตาม การเรียนการสอนออนไลน์นั้นก็เปน็ วิธเี ดียวท่ีจะชว่ ยให้ผู้เรยี น
ในมหาวิทยาลัยสามารถรักษาสถานภาพของการเป็นนักศึกษาไว้ได้ ผู้เรียนสามารถเรียนจากที่พักอาศัยของตนเอง โดยการใช้
เทคโนโลยี เครือข่ายอินเทอร์เน็ตเข้ามาใช้ประโยชน์ รูปแบบการเรียนการสอนออนไลน์ที่ดีควรต้องตอบโจทย์ความต้องการของ
ผู้เรียนเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการบรรยาย การใช้ส่ือประสม กิจกรรมการเรียน และอ่ืนๆ อีกมากมายที่อาจแตกต่างไป
การศึกษาแบบเดิม อาทิเช่น ผู้สอนต้องเตรียมความพรอ้ มล่วงหน้าและต้องพัฒนาความถนัดทางเทคโนโลยี สร้างบรรยากาศ
การเรียนการสอนที่ดี มีความเป็นกันเองกับผู้เรียน มีการลำดับเนื้อหาการบรรยาย ใช้ภาษาที่ง่าย ให้คำแนะนำได้ ในด้าน
ระยะเวลาการสอนท่ีเหมาะสมคอื 1-3 ช่ัวโมง พักทกุ 1 ชว่ั โมงเป็นอย่างนอ้ ย ในด้านส่ือการเรยี นควรมีสอ่ื ประกอบทุกคร้งั และ
มอบสื่อการเรียนให้ผู้เรียนศึกษาก่อนล่วงหน้า บทเรียนออนไลน์ไม่ควรซับซ้อนจนเกินไป มีภ าพประกอบหรือสื่อประสม
เพื่อดึงดูดความสนใจแก่ผู้เรียน ด้านกิจกรรมการเรียนควรมีประกอบการสอนเพ่ือกระตุน้ ความสนใจในการเรียน ลดกิจกรรม
งานกลุม่ ลง เหล่าน้ีเพื่อลดความตึงเครียดในการเรียน ส่วนแบบฝึกหัดหรือแบบทดสอบควรสอดคล้องกับการเรียนและผู้สอน
ควรแจ้งให้ผู้เรียนทราบถงึ จุดเด่น จุดด้อย ของงานท่ีสง่ เพื่อเป็นประโยชน์ให้ผู้เรียนสามารถพัฒนาตนเองได้การเปลีย่ นแปลง
เหล่านี้ย่อมเป็นเรื่องยากท่ีจะปรับตัว แต่ทั้งผู้สอนและผู้เรียนต่างต้องร่วมมือกัน จนทำให้การปรับตัวในการศึกษาออนไลน์ใน
ความปกติใหมน่ ้ีสำเร็จลุลว่ งไปได้ จนเวลาผา่ นไปนบั ปีทั้งผู้สอนและผู้เรยี นตา่ งเร่ิมปรับตวั เข้ากับความปกติใหม่นี้แลว้ และถึงแม้
ในอนาคตมนุษย์จะสามารถควบคุมโรคโควิด-19 ได้ แต่โลกหลังโควิด-19 ก็จะไม่กลับมาเหมือนเดิมอีกแล้ว อันหมายรวมถึง
ดา้ นการศึกษาด้วยเช่นกนั
เอกสารอา้ งอิง
กระทรวงการอุดมศกึ ษา วิทยาศาสตร์ วิจยั และนวตั กรรม. (2563). ประกาศกระทรวงการอดุ มศึกษา วทิ ยาศาสตร์
วจิ ยั และนวตั กรรม เรือ่ ง มาตรการและการเฝ้าระวงั การระบาดของโรคตดิ ต่อเชือ้ ไวรัสโคโรนา 2019
หรือโรคโควดิ -19 (Coronavirus Disease 2019 (COVID-19). สืบคน้ จาก
https://www.ops.go.th/main/images/2563/muaAdmin/corona/COVID-5.pdf
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร. (2549). ประกาศคณะกรรมการอดุ มศึกษา เรอื่ งแนวทางปฏิบัติตามหลกั เกณฑก์ ารขอเปิด
และดำเนนิ การหลักสูตรระดบั ปรญิ ญาในระบบการศกึ ษาทางไกล พ.ศ. 2548. สบื คน้ จาก
http://www.mua.go.th/users/he-commission/doc/law/ministry%20law/1-5%20manage
%20distance%20programe%202548n.pdf
ณัฐฐินันท์ กังแฮ, กุสมุ า ใจสบาย และ กรวรรณ สืบสม. (2560). การพฒั นาบทเรียนออนไลน์ เร่อื ง ระบบสารสนเทศและ
การส่อื สาร กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี และเทคโนโลยี สำหรบั นักเรยี นระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ 3.
วารสารวชิ าการหลักสูตรและการสอน มหาวิทยาลยั ราชภฏั สกลนคร, 9(24), 5-8.
ธัญจริ า จริ นนั ทกาญจน์. (2560). การใช้แบบเรียนออนไลน์ในการศกึ ษาแพทยศาสตร์. ใน เวชบันทกึ ศิริราช.
กรุงเทพฯ: มหาวทิ ยาลัยมหดิ ล, คณะแพทยศาสตร์ศิรริ าชพยาบาล, ภาควิชาเวชศาสตรป์ อ้ งกันและสังคม.
ไทยโพสต.์ (2564). โศกนาฏกรรมโควิด-19 บาดแผลเศรษฐกจิ ไทย. สืบคน้ จาก
https://www.thaipost.net/main/detail/111093
ไทยรฐั ออนไลน.์ (2564). การเรียนออนไลนใ์ นประเทศไทยพร้อมแคไ่ หน. สืบคน้ จาก
https://www.thairath.co.th/lifestyle/tech/1848004
27
รายงานสืบเนื่องการสมั มนาวิชาการเนอื่ งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปีท่ี 68
มตชิ นออนไลน์. (2564). องึ ผลสำรวจพบเดก็ เสีย่ งปว่ ยจากเรียนออนไลนผ์ า่ นมอื ถอื . สืบค้นจาก
https://www.matichon.co.th/economy/news_2766100
มหาวิทยาลยั ราชภฏั รำไพพรรณี. (2563). การเรยี นออนไลน์. สารสำนักวิทยบรกิ ารและเทคโนโลยีสารสนเทศ, 9(2),
สบื ค้นจาก http://www.arit.rbru.ac.th/Document/newsletter/post63_2.pdf
เมธาสิทธ์ิ ธัญรตั นศรีสกลุ , วรกมล วงศธรบุญรัศม์ิ, ณัฐกานต์ โรจนพรประสทิ ธิ์, กนั ต์กมล หินทอง, พรรณนิภา สนทิ ดี,
ธรี นาฏ เมตตาสธุ ารส และ มนตเ์ มอื งใต้ รอดอย.ู่ (2563). การประเมินการจดั การเรยี นการสอนทางไกล
ในสถานการณ์การแพรร่ ะบาดของโรคตดิ เชอื้ ไวรสั โคโรนา 2019 กรณรี ะดับช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ 6
โรงเรยี นราชนิ ีบรู ณะ โดยใชก้ ารประเมินแบบเรง่ ด่วน. วารสารศาสตร์การศกึ ษาและการพัฒนามนุษย์, 4 (2), 30-45.
วิทยา วาโย, อภริ ดี เจรญิ นกุ ลู , ฉตั รสดุ า กานกายันต์ และ จรรยา คนใหญ่. (2563). การเรยี นการสอนแบบออนไลน์
ภายใตส้ ถานการณแ์ พรร่ ะบาดของไวรสั COVID-19: แนวคดิ และการประยกุ ตใ์ ชจ้ ัดการเรียนการสอน.
วารสารศนู ย์อนามยั ที่ 9, 14(34), 285-298.
ศศิณณั ฐ นาไทย. (2560). ปัจจัยทส่ี ง่ ผลตอ่ ความตัง้ ใจในการเรยี นปรญิ ญาโท หลกั สตู รการบริหารเทคโนโลยี
รูปแบบออนไลน.์ (วิทยานพิ นธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑติ ). มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์, วทิ ยาลัยนวตั กรรม,
สาขาการบรหิ ารเทคโนโลยี.
เสถยี ร พลู ผล และ ปฏพิ ล อรรณพบรบิ รู ณ.์ (30 กรกฎาคม 2563). การสำรวจความคดิ เหน็ ของนกั ศกึ ษาเภสชั ศาสตรท์ ี่มีตอ่
การเรยี นการสอนออนไลน์ในชว่ งโควิด-19 เพื่อออกแบบแนวทางการจดั การเรยี นร้รู ูปแบบใหม่ของคณะเภสชั ศาสตร์
มหาวทิ ยาลยั สยาม. การประชุมวชิ าการครั้งท่ี 15 เร่อื ง การพฒั นาระบบและกลไกอุดมศึกษาไทยในยุคพลิกผัน.
กรุงเทพฯ: สมาคมเครือขา่ ยการพฒั นาวิชาชีพอาจารยแ์ ละองค์กรระดบั อดุ มศึกษาแหง่ ประเทศไทย (ควอท) และ
สำนกั งานปลัดกระทรวงการอดุ มศึกษา วทิ ยาศาสตร์ วิจยั และนวตั กรรม.
สิริพร อนิ ทสนธิ์. (2563). โควดิ -19: กับการเรยี นการสอนออนไลน์ กรณีศึกษารายวิชาการเขยี นโปรแกรมเว็บ.
วารสารวิทยาการจดั การปรทิ ศั น์, 22(2), 203-213.
สุรนิ ทร์ เพชรไทย. (23-24 มีนาคม 2560). การพฒั นาบทเรียนออนไลนร์ ายวชิ าออกแบบและพัฒนาเวบ็ ไซตโ์ ดยใช้อีเลริ น์ นงิ่ .
รายงานสืบเน่อื งจากการประชุมวชิ าการระดบั ชาติพิบลู สงครามวจิ ัย ครัง้ ท่ี 3 ประจำปี พ.ศ. 2560. พิษณโุ ลก:
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั พบิ ลู สงคราม.
อรรถพล ทองวิทยาพรม, จำนง วงษ์ชาม และ สุทิศา ซองเหลก็ นอก. (2561). การใชส้ ื่อออนไลนเ์ พอ่ื สง่ เสริมการเรยี นรู้
ของนกั ศึกษา วิทยาลัยเทคโนโลยอี ตุ สาหกรรมศรสี งคราม มหาวิทยาลัยนครพนม. วารสารมหาวิทยาลยั นครพนม,
8(3), 81-89.
อัสนยี ์ เหมกระศรี. (2561). ความพงึ พอใจของนักศึกษาตอ่ การเรยี นบทเรียนออนไลน์บทปฏบิ ัตกิ ารชวี วิทยา
ภาควิชาชีววิทยา คณะวทิ ยาศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหดิ ล. การประชมุ วชิ าการระดบั ชาติ คณะวทิ ยาการจดั การ
มหาวทิ ยาลยั ศิลปากร, สืบคน้ จาก http://www.ratchakitcha.soc.go.th/DATA/PDF/2563/A/024/
T_0001.PDF. น.1222-1238.
Anna, Cicognani. (2000). Concept Mapping as a Collaborative Tool for Enhanced Online Learning.
Journal of Educational Technology & Society, 3(3), 150-158.
Bull, Shirley, & Solity, Joanthan. (1987). Classroom Management: Principles to Practice.
New York: Croom Helm. California: Pacific Grove Brooks/Cole.
Cambridge University Press, & Assessment. What will be the “new normal” in education? Retrieved from
https://www-cambridgeassessment-org-uk.translate.goog/news/what-will-be-the-new-normal-in-
education/?_x_tr_sl=en&_x_tr_tl=th&_x_tr_hl=th&_x_tr_pto=nui,op,sc, 3 October 2021.
28
รายงานสบื เนอ่ื งการสมั มนาวชิ าการเนื่องในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปที ่ี 68
Cogen, M. L. (1975). Studies of Teacher Behavior. The Journal of Experimental Education, 34(2), 135-139.
Curtis, J. Bonk, Mimi, Miyoung Lee, Xiaojing, Kou, Shuya, Xu, & Feng-Ru, Sheu. (2015). Understanding
the Self-Directed Online Learning Preferences, Goals, Achievements, and Challenges of MIT.
Open Courseware Subscribers. Educational Technology & Society, 18(2), 349-368.
Dixon, W. B. (1992). An exploratory study of self-directed learning readiness and pedagogical
expectations about learning among adult inmate learners in Michigan. Michigan: Michigan State
University.
Fisher, M. King, J., and Tague, G. (2001). Development of a Self-Directed Learning Readiness Scale
for Nursing Education. Nurse Education Today, 21(1)ม 516-525. Retrieved from
from: http://www.cswe.org/File.aspx?id=76675.
Grace, J. Craig. (1979). Child Development. Prentice Hall: New Jersey, United States.
Guglielmino, L. M. (1977). Development of the Self-Directed Learning Readiness Scale. Georgia:
University of Georgia
Hans, Selye. (1956). The stress of life. New York: McGraw-Hill.
Jeong, Chul Heo, & Sumi, Han. (2017). Effects of motivation, academic stress, and age in predicting
self-directed learning readiness (SDLR): Focused on online college students. Educ Inf Technol,
23(2), 61-71.
Knowles, M. S. (1975). Self-Directed Learning: A Guide for Learners and Teacher. Chicago: Association Press.
Lawrenz, Frances. (1976). Student Perceptional of the Classroom Learning Environment in Biology.
Chemistry and Physics. Journal of Research in Science Teaching. 13(2), 315-323.
Marlene Schommer-Aikins & Marilyn Easter. (2018). Cognitive Flexibility, Procrastination, and Need
for Closure Linked to Online Self-directed Learning Among Students Taking Online Courses.
Journal of Business and Educational Leadership, 8(1), 110-125.
Miller, B. F., & Keane, C. B. (1972). Encyclopedia and Dictionary of Medicine and Nursing. n.d.
Rogers, C. R. (1969). Freedom to learn. Columbus: Charles E. Merrill Publishing Co.
Rosemary, Kim, Lorne, Olfman, Terry, Ryan, & Evren, Eryilmaz. (2013). Leveraging a personalized system
to improve self-directed learning in online educational environments.
Computers & Educationjournal, 70(2), 150-160.
Smith, J. C. (1993). Understanding stress and coping. New York: Macmillan Publishing Co, Inc.
29
รายงานสบื เน่อื งการสัมมนาวิชาการเนือ่ งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปีท่ี 68
ความเป็นอยทู่ ่ีดที างสงั คมของสตรีทไ่ี ดร้ บั ผลกระทบจากสถานการณ์ความไมส่ งบในพน้ื ท่ี
จงั หวดั ชายแดนภาคใต้ ภายใตส้ ถานการณ์โควิด-19
The Social Well-being of Women Impacted by Unrest in the Deep South,
Thailand in the Context of COVID-19
สุวรา แก้วนยุ้ 1
Suwara Kaewnuy2
Abstract
The spread of COVID-19 has impacted society and livelihoods and the quality of life of the
population. In particular, women face problems and impacts of the pandemic. This study is based on
quantitative research, carried out with the purpose to study the social well-being of women impacted by
the unrest in the Southern Provinces in the context of COVID-19. The sample group was selected and size
determined using purposive sampling. Due to the period and COVID-19 situation, a sample group of 98
individuals was used to collect data which was collected using a questionnaire developed and based on
“Twitter Subjective Well-being Indicator During COVID-19 and the abbreviated Thai version of the WHO
quality of life measurements. Data analysis was carried out using descriptive statistics and relationship
analysis of data using nonparametric statistics at a significance level of .05.
The research revealed that the majority of the women had a median age of 40, are Muslim and
do not have steady employment. Over half earn less than 3,000 Baht per month. Information of
experiences related to COVID-19 revealed that the majority experienced lower income, with one in five
left with no income and increasing debt. Stress levels were high-highest, with the majority receiving social
welfare during pandemic. A total of 93.9 percent received the vaccine against COVID-19. In terms of social
well-being that most of them had good social life, but the aspect that reflected the poorest social well-
being was work. Age, religion, current main occupation, change in income during COVID-19 and assistance
from the government are related to the social well-being of women in society. This is important
information that can be used in determining policy in terms of support for employment and income
among women, and the push for access and obtaining government assistance. Measures to support and
provide mental health care should be implemented to alleviate the impacts of the COVID-19 pandemic
as well as creating good social well-being in all aspects for women in the Southern provinces.
Keywords: Social well-being, women impacted by unrest, COVID-19, Thailand’s Southern provinces
บทคัดย่อ
การแพร่ระบาดของโควิด 19 ส่งผลต่อความเป็นอยู่ทางสังคมและคุณภาพชีวิตของประชาชน โดยเฉพาะกลุ่มสตรี
ทต่ี อ้ งเผชญิ กับปัญหาและผลกระทบ การวจิ ยั คร้งั นี้เปน็ การวิจัยเชงิ ปริมาณ มีวตั ถุประสงคเ์ พ่อื ศึกษาความเปน็ อยทู่ ด่ี ีทางสงั คม
และปัจจยั ท่ีมคี วามสมั พนั ธ์กับความเป็นอยทู่ ดี่ ที างสงั คมของสตรที ี่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไมส่ งบในพ้ืนท่จี ังหวัด
ชายแดนภาคใต้ ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ใช้วธิ กี ารกำหนดขนาดและเลอื กตัวอยา่ งแบบเจาะจง ด้วยช่วงเวลาท่ีกำหนด ได้
1 นกั ศกึ ษาหลกั สตู รปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชานโยบายสงั คม คณะสงั คมสงเคราะห์ศาสตร์ มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์
2 Ph.D. Student, Program in Social Policy, Faculty of Social Administration, Thammasat University
* Corresponding author: [email protected]
30
รายงานสบื เนอื่ งการสัมมนาวชิ าการเน่อื งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปที ่ี 68
จำนวนกลุ่มตัวอย่าง 98 คน เครื่องมือที่ใช้ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเป็นแบบสอบถามออนไลน์ที่พัฒนาประเด็นมาจาก
Twitter Subjective Well-Being Indicator During COVID-19 Pandemic และเคร่ืองมือวัดคุณภาพชีวิตขององค์การ
อนามัยโลก ชุดย่อฉบับภาษาไทย การวิเคราะห์ข้อมูลใช้สถิติเชิงพรรณนาและวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของข้อมูลโดยใช้สถิติ
ทดสอบนอนพาราเมตริก ท่นี ัยสำคัญทางสถิตทิ ีร่ ะดับ .05
ผลการวิจัยพบว่า กลุ่มสตรีส่วนใหญ่มีค่ามัธยฐานของอายุ 40 ปี นับถือศาสนาอิสลาม และประกอบอาชีพหลัก
ที่ไม่มั่นคง โดยเกินคร่ึงมีรายได้ต่ำกว่าเดือนละ 3,000 บาท ข้อมูลประสบการณ์ที่เกี่ยวกับโควิด-19 พบว่ากลุ่มตัวอย่าง
ส่วนใหญ่มีรายได้ลดลง ประมาณ 1 ใน 5 ไม่มีรายได้เลยและมีหน้ีสินเพ่ิมขึ้น และมีความเครียดในระดับมากถึงมากที่สุด
ส่วนใหญ่ได้รับสวัสดิการจากรัฐในช่วงโควิด-19 กลุ่มตัวอย่างร้อยละ 93.9 ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ในส่วนของ
ความเปน็ อยู่ทดี่ ีทางสังคม พบว่าส่วนใหญ่มีความเป็นอยู่ทางสังคมที่ดี แต่ด้านที่สะท้อนความเป็นอยทู่ างสังคมท่ีไม่ดีสูงสุด คือ
ด้านการทำงาน โดยพบว่าปัจจัยด้านอายุ ศาสนา อาชีพหลักในปัจจุบัน การเปลี่ยนแปลงของรายได้ในช่วงสถานการณ์
โควิด-19 และการได้รับสวัสดิการจากรัฐ มีความสัมพันธ์กับความเป็นอยู่ที่ดีทางสังคมของสตรี ข้อค้นพบนี้เป็นข้อมูลท่ีเป็น
ประโยชน์ต่อการพิจารณาการกำหนดนโยบายด้านการส่งเสริมด้านอาชีพและรายได้ให้กับกลุ่มสตรี การผลักดันให้เกิด
การเข้าถึงและได้รับสวัสดิการจากรัฐ และควรมีมาตรการในการดูแลสุขภาพจิต เพื่อลดผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19
และหนุนเสริมการสรา้ งความเปน็ อยู่ที่ดีทางสังคมในทุกมติ ใิ หก้ บั กลุ่มสตรใี นพื้นท่จี ังหวัดชายแดนภาคใต้
คำสำคัญ: ความเปน็ อยู่ทดี่ ีทางสงั คม, สตรีทไี่ ดร้ ับผลกระทบจากสถานการณค์ วามไมส่ งบ, โควดิ -19, จงั หวดั ชายแดนภาคใต้ของไทย
บทนำ
ในสถานการณป์ จั จบุ นั ทกุ ภมู ภิ าคทัว่ โลกยงั คงเผชญิ กบั ภาวะการแพร่ระบาดของโรคตดิ เชื้อไวรสั โคโรนา 2019 หรือ
โควิด-19 ท่ีกระจายในวงกว้าง ในปัจจุบันมีผู้ป่วยติดเชื้อโควิด-19 ทั่วโลกน้ีรวมกันมากกว่า 258 ล้านราย เสียชีวิตกว่า 5.1
ล้านราย (World Health Organization [WHO], 2021) ขณะท่ีศูนย์บริหารสถานการณ์การแพร่ระบาดของโรคติดเช้ือไวรัส
โคโรนา 2019 (โควิด-19) รายงานว่าพบผู้ป่วยติดเช้ือสะสมในประเทศไทยแล้วมากกว่า 2 ล้านราย และเสียชีวิตกว่า 2 หมื่น
ราย (ข้อมูลจากกรมควบคุมโรค กระทรวงสาธารณสุข ณ วันที่ 23 พฤศจิกายน 2564) ในกรณีของประเทศไทยพบว่าหน่ึงใน
พน้ื ที่ท่มี ีการระบาดอย่างรุนแรง คือ พ้ืนท่ีจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ ไดแ้ ก่ ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส ซึ่งสถานการณ์โควิด-19
ในพ้ืนที่จังหวัดชายแดนใต้ ไม่ใช่เพ่ิงวิกฤตในระลอกการระบาดปี 2564 ทว่า มักเกิดคลัสเตอร์ใหญ่ๆ มาทุกรอบ เน่ืองด้วย
สภาพทางสงั คมทม่ี คี วามหลากหลายทางศาสนาและวฒั นธรรม รวมทั้งปจั จัยพน้ื ฐานทางด้านเศรษฐกจิ สงั คม และการเมอื งทำ
ให้เกิดความซับซ้อน เหล่ือมล้ำ แบ่งแยก และส่งผลกระทบต่อการวางแผนรับมือการระบาดและการควบคุมโรคอย่างมี
นัยสำคญั (ฮาดยี ์ หะมิดง และคณะ, 2563)
การระบาดของโควิด-19 ในสามจังหวดั ชายแดนภาคใตส้ ่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ทางสังคมของและคุณภาพชีวิต
ของประชาชนเป็นจำนวนมาก และทำให้เกิดปัญหาต่างๆ ตามมา ไม่ว่าจะเป็นปัญหาด้านสาธารณสุข ปัญหาด้านเศรษฐกิจ
และปัญหาด้านสุขภาพจิต นอกจากนี้ ปัญหาสังคมซ่ึงเป็นปัญหาท่ีพบมากข้ึน โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบางทางสังคม ไม่วา่ จะ
เปน็ เด็ก ผู้หญิง คนพิการ ผ้สู ูงอายุ คนเร่ร่อน ล้วนได้รับผลกระทบจากสถานการณด์ ังกลา่ ว (ศรตุ านนท์ ชอบประดิษฐ์, 2563;
ธรี ะพงษ์ ทศวฒั น์ และ ปยิ ะกมล มหวิ รรณ, 2563)
กลุ่มคนเปราะบาง เป็นกลุ่มที่มีโอกาสได้รับผลกระทบทางด้านสุขภาพและเศรษฐกิจมาก เช่น คนไร้บ้าน ไม่มีท่ีพัก
อาศยั เป็นหลกั แหล่งจึงมคี วามเสย่ี งสงู ตอ่ โรคระบาด คนรายได้ตำ่ หรอื คนทีไ่ มม่ งี าน ไดร้ ับผลกระทบจากการจำกดั การเดนิ ทาง
และการเว้นระยะห่างทางสังคม ทำให้โอกาสในการจ้างงานน้อยลง เกิดความหวาดกลัว วิตกกังวลถึงรายได้ เป็นต้น
ซ่ึงวิกฤตการณ์แพร่ระบาดของโควิด-19 ได้เพ่ิมความไม่เท่าเทียม การกีดกัน การเลือกปฏิบัติ และความขัดแย้งในสังคม โดย
กลุ่มคนเหล่านี้ยังไม่ได้รับการคุ้มครอง หรือไม่สามารถเข้าถึงการบริการภาครัฐการแพร่ระบาดของโควิด-19 (โศภิต นาสืบ,
2564) ในชว่ งการแพรร่ ะบาดของโรค ผหู้ ญิงและเดก็ เป็นกลมุ่ ท่ีมีแนวโน้มได้รบั ผลกระทบดา้ นสขุ ภาพและผลกระทบทางสงั คม
อนื่ ๆ อย่างมาก ทั้งผู้หญิงและเดก็ (ผูห้ ญิง) ทั่วโลกไดร้ ับความรุนแรงจากครอบครัวเพิ่มมากขึ้น ในชว่ งทที่ ุกคนต่างต้องอยู่บา้ น
31
รายงานสบื เนอ่ื งการสัมมนาวิชาการเนอ่ื งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปที ี่ 68
หรือทำงานจากบา้ น บ้านซึ่งเคยเป็นพ้ืนทีห่ ลัก พื้นทค่ี วามปลอดภัยสำหรับผู้หญิงบางกลุ่ม กลับกลายเปน็ พน้ื ท่ีอันตรายสำหรับ
พวกเธอ (วรรณวดี พูลพอกสิน, 2564) นอกจากนี้ข้อมูลจากองค์การอนามัยโลก ในปี 2563 พบว่า ครอบครัวที่ประสบกับ
ปญั หาทางเศรษฐกจิ หรือตกงาน ผหู้ ญิงรับภาระการดแู ลคนในครอบครัวเพิม่ ขนึ้ ในสถานการณ์ทโี่ รงเรียนถูกปิดสง่ ผลใหผ้ หู้ ญิง
ต้องดูแลบุตร หรือสมาชิกในครอบครัวมากข้ึน โควิด-19 ยังส่งผลให้เกิดการหยุดชะงักในการดำรงชีวิตและความสามารถใน
การหาเล้ียงชีพ ซึ่งผู้หญิงจำนวนมากที่เป็นแรงงานรับจ้างนอกระบบ ต้องประสบกับปัญหานี้ ทำให้การเข้าถึงบริการและ
ความจำเป็นขึน้ พ้ืนฐานลดลง ส่งผลไปยงั ความเครียดที่มีต่อผูห้ ญงิ และครอบครัวมากขน้ึ (WHO, 2020)
การเกิดวิกฤติในการแพร่ระบาดของโควิด-19 ส่งผลต่อคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่ท่ีดีทางสังคมของกลุ่มผู้หญิง
ซ่ึงส่งผลให้เกิดความเงื่อนไขและสภาวะทางสังคมท่ีเอ้ืออำนวยให้กลุ่มผู้หญิง สามารถแสวงหาและบรรลุถงึ ส่ิงที่เขาปรารถนา
โดยที่การกระทำของเขาเองไม่ได้ลดทอนความเป็นอยู่ที่ดีของผู้อื่น (บัวพันธ์ พรหมพักพิง, 2555) หากมองกลับมากลุ่มผ้หู ญิง
ในพ้ืนท่ีจังหวัดชายแดนภาคใต้ พบว่าความรุนแรงจากเหตุความไม่สงบส่งผลให้ผู้หญิงเป็นผู้ได้รับผลกระทบทั้งทางตรงและ
ทางอ้อม ผู้หญิงกลุ่มหน่ึงสูญเสียสามีและกลายเป็นหม้าย ข้อมูลของสำนักงานพัฒนาสังคมและความมั่นคงของมนุษย์ (พม.)
ในช่วงระหวา่ งมกราคม 2547-ธันวาคม 2563 มีหญิงหม้ายจากสถานการณ์ความไมส่ งบฯ จำนวน 3,132 คน แบง่ เปน็ จงั หวัด
นราธิวาส 848 คน ปัตตานี 1,238 คน ยะลา 917 คน และสงขลา 129 คน หญิงหม้ายต้องประสบทั้งความรุนแรงทางตรง
ทางโครงสร้าง และวัฒนธรรมที่ทุกภาคส่วนต่างควรให้ความใส่ใจ เช่น (1) ปัญหาการเยียวยาในแง่ของระเบียบปฏิบัติของ
หน่วยงานต่างๆ มีความซ้ำซ้อน ไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ส่งผลให้ผู้ได้รับผลกระทบบางกลุ่มรู้สึกถกู ลิดรอนสิทธิและไม่ได้รับ
ความเปน็ ธรรมจากรัฐ (2) ปัญหาด้านจติ ใจ พบวา่ หลังประสบกับความสญู เสยี และตอ้ งเปลีย่ นบทบาทมานำครอบครวั เปน็ หลัก
ให้ลูกที่สูญเสียพ่อ โดยเฉลี่ยหญิงหม้ายใช้เวลาเกือบ 2 ปี ในการฟ้ืนฟูยอมรับความสูญเสีย (3) ด้านเศรษฐกิจ หลังจากสามี
เสียชีวิตลง ผู้หญิงกลุ่มน้ีต้องปรับตัวดูแลเศรษฐกิจของครอบครัวแทนสามี ข้อมูลสำนักงานพัฒนาสังคมและความม่ันคง
ของมนุษย์ (พม.) จังหวัดนราธิวาส ปัตตานี ยะลา และสงขลา ณ ธันวาคม 2563 พบว่า หญิงหม้ายมีอาชีพรับจ้างมากท่ีสุด
1,008 คน รองลงมาเป็นแม่บ้าน 875 คน เป็นเกษตรกร 628 คน ค้าขาย 297 คน รับข้าราชการ 245 คน ทำอาชีพอิสระ
75 คน ซ่ึงเปน็ กลมุ่ อาชีพที่ไมม่ คี วามม่ันคงทางรายได้ และ (4) ความรุนแรงเชิงโครงสรา้ งและวฒั นธรรม การเป็นหญิงหมา้ ยทำ
ให้เสยี่ งต่อการถกู ละเมดิ ทางเพศ
ช่วงระยะเวลา 2 ปีท่ีผ่านมา นอกจากผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้
กลุ่มผู้หญิงในพ้ืนที่ยังต้องเผชิญกับผลกระทบซ้ำจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ท่ีมีผลต่อความเป็นอยู่ที่ดีทาง
สังคมในมิติต่างๆ ท้ังในด้านสุขภาพกาย สุขภาพจิต สัมพันธภาพทางสังคม และมิติเศรษฐกิจ ในด้านการประกอบอาชีพและ
รายได้ (ดวงหทัย บูรณเจริญกิจ, 2564) โดยสถานการณ์น้ียังคงเป็นสิ่งท่ีต้องเผชิญต่อไป จนกว่าจะมีหนทางในการคลี่คลาย
การแพร่ระบาดโควิด-19 ให้ดีขึ้น ซึ่งความไม่ชัดเจนน้ี เป็นส่ิงท่ีสะท้อนว่าจะกระทบต่อความเป็นอยู่ที่ดีทางสังคมของ
กลุ่มผู้หญิงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ในระยะยาว ท้ังน้ียังพบว่าในช่วงสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ยังไม่มี
การศึกษาในประเด็นของความเป็นอยู่ที่ดีทางสังคมของกลุ่มผู้หญิงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ จึงทำให้การศึกษาครั้งน้ี
ต้งั คำถามถึงความเป็นอยู่ที่ดีทางสังคมของกลุ่มผู้หญิงในพ้ืนที่จังหวัดชายแดนภาคใต้เป็นอย่างไร และปัจจัยท่ีมีความสัมพันธ์
กับความเป็นอยทู่ ่ีดีทางสังคมของกลุ่มผหู้ ญิงในพ้ืนท่ีจังหวัดชายแดนภาคใต้มีอะไรบ้าง เพื่อผลของการศึกษาเป็นประโยชน์ต่อ
การสร้างความเข้าใจ นำไปใช้เป็นแนวทางในการกำหนดนโยบายให้กับกลุ่มผู้หญิงในพ้ืนที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ได้อย่างมี
ประสทิ ธภิ าพได้ต่อไป
วตั ถปุ ระสงคก์ ารวจิ ัย
วัตถุประสงค์ของการวิจัยเพื่อ (1) เพื่อศึกษาความเป็นอยู่ท่ีดีทางสังคมของสตรีที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์
ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 และ (2) เพ่ือศึกษาปัจจัยท่ีมีความสัมพันธ์กับ
ความเป็นอยู่ท่ีดีทางสังคมของสตรีท่ีได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพ้ืนท่ีจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้
สถานการณ์โควิด-19
32
รายงานสืบเนอ่ื งการสมั มนาวชิ าการเนื่องในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปที ่ี 68
สมมตฐิ านการวิจยั
การศกึ ษาครัง้ น้มี สี มมติฐานในการวจิ ยั ดงั นี้
1. สตรีท่ีไดร้ บั ผลกระทบจากสถานการณ์ความไมส่ งบในพน้ื ทจ่ี ังหวัดชายแดนภาคใต้ ส่วนใหญ่ (รอ้ ยละ 80) มีความ
เป็นอยู่ท่ีดที างสงั คมภายใตส้ ถานการณโ์ ควิด-19 ในระดับสูง
2. ปจั จยั จากการศึกษามีความสัมพนั ธก์ ับความเป็นอยทู่ ีด่ ีทางสงั คม ได้แก่ (2.1) ปัจจยั ส่วนบุคคล ประกอบดว้ ย อายุ
ศาสนา ระดับการศึกษา อาชีพ และรายได้ และ (2.2) ประสบการณ์เกี่ยวข้องกับสถานการณ์โควิด-19 ประกอบด้วย
การเปล่ียนแปลงของรายได้ในช่วงโควิด-19 การได้รับสวัสดิการจากภาครัฐ สถานะการได้รับวัคซีน ประสบการณ์การติดเช้ือ
โควิด-19 ของตนเอง ประสบการณ์การติดเช้ือโควิด-19 ของคนใน ครอบครัว และระดับความเครียด มีความสัมพันธ์กับ
ความเป็นอยู่ท่ีดีทางสังคมของสตรีท่ีได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นท่ีจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่ีนัยสำคัญ
ทางสถติ ทิ ร่ี ะดับ .05
นิยามศพั ท์ปฏบิ ตั กิ าร
สตรีท่ีได้รับผลกระทบ หมายถึง ผู้หญิงที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ โดยการวางระเบิด การยิง
การวางเพลิง หรือวธิ ีการอ่นื ๆ อันนำมาซึ่งความเดือดร้อน เสียหาย บาดเจบ็ ท้ังทางตรงและทางอ้อม ในพื้นท่ีจังหวัดปัตตานี
ยะลา นราธิวาส ตั้งแต่ปี 2547 ถึงปี 2564 ซ่ึงกลุ่มสตรีที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบในพื้นท่ีจังหวัดชายแดน
ภาคใต้ เปน็ กลุ่มเปา้ หมายในการศึกษาครัง้ นี้
ความเปน็ อยู่ท่ีดีทางสังคม หมายถงึ การทสี่ ตรไี ด้รบั ผลกระทบจากเหตุการณ์ความไมส่ งบจากพืน้ ทจ่ี งั หวดั ชายแดน
ภาคใต้ มีความเป็นอยทู่ ี่ดี มีสุขภาวะท่ีพอดี มีความสุขทั้งความเป็นอยู่ท่ีดสี ่วนบุคคล ด้านร่างกาย ด้านจติ ใจ ความเป็นอยู่ท่ีดี
ด้านสงั คม และความเปน็ อย่ทู ่ดี ดี ้านการทำงาน โดยแตล่ ะด้าน มคี วามหมายดังนี้
ความเป็นอยู่ที่ดีส่วนบุคคลด้านร่างกาย หมายถึง การมีสุขภาพดี มีอิสระ มีกำลังเพียงพอพร้อมที่จะทำงานหรือ
ดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในชวี ติ ประจำวัน ได้นอนหลบั พักผ่อน และเข้าถงึ การดแู ลสุขภาพได้
ความเป็นอยู่ที่ดีส่วนบุคคลด้านจิตใจ หมายถึง ความพึงพอใจในชีวิต มีสมาธิในการทำงาน มีความม่ันคงทาง
อารมณ์ เป็นคนทมี่ องโลกในแงด่ ี และสามารถในการจัดการความเครียด สรา้ งความผ่อนคลายใหต้ นเองในชีวติ ประจำวันได้
ความเป็นอยู่ที่ดีด้านสังคม หมายถึง การมีความสัมพันธ์ที่ดี ได้รับความช่วยเหลือจากคนในครอบครัว เพ่ือนบ้าน
และชมุ ชนที่ทำให้เกดิ ความรสู้ กึ ไว้วางใจผู้อื่น และการได้รบั การปฏิบตั ิอย่างเป็นธรรม ได้รบั เกียรตแิ ละการเคารพจากคนรอบข้าง
ความเป็นอยู่ท่ีดีด้านการทำงาน หมายถึง การมีความมั่นคงในรายได้ หน้าท่ีการงาน และพอใจกับการทำงานใน
ปัจจุบัน ท้ังในด้านสภาวะแวดลอ้ มและสัมพนั ธภาพกบั เพ่อื นรว่ มงาน รวมถงึ มคี วามสมดุลในชีวติ การทำงาน
สถานการณ์โควิด-19 หมายถึง การแพร่ระบาดของไวรัสโคโรนาสายพันธุ์ใหม่ท่ีมีการระบาดตั้งแต่เดือนธันวาคม
พ.ศ. 2562 จนถึงปัจจุบัน (ช่วงของการเก็บข้อมูลในเดือนพฤศจิกายน 2564) อันส่งผลกระทบต่อความเป็นอยู่ท่ีดีของสตรี
ทีไ่ ด้รบั ผลกระทบในพืน้ ทีจ่ ังหวัดชายแดนใต้
พน้ื ทจ่ี ังหวัดชายแดนภาคใต้ หมายถงึ พนื้ ที่ในจงั หวดั ปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
ขอบเขตการศกึ ษา
ในการศกึ ษาครัง้ นปี้ ระกอบด้วยขอบเขตการศกึ ษาดังนี้
(1) ขอบเขตตัวอยา่ งและพื้นทีศ่ ึกษา คือ สตรที ่ีได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพ้ืนที่จงั หวัดชายแดน
ภาคใต้ อนั ประกอบดว้ ย จงั หวัดปัตตานี จงั หวดั ยะลา และจงั หวัดนราธิวาส
(2) ขอบเขตดา้ นเนอ้ื หา ครอบคลุมขอ้ มูลภายใตแ้ นวคดิ ความเปน็ อยทู่ ่ดี ีทางสงั คม ประกอบดว้ ย (1) ความเป็นอยูท่ ่ีดี
ส่วนบุคคล ด้านร่างกาย (2) ความเป็นอยู่ที่ดีส่วนบุคคล ด้านจิตใจ (3) ความเป็นอยู่ที่ดีด้านสังคม และ (4) ความเป็นอยู่ที่ดี
ดา้ นการทำงาน รวมทั้งบริบทเกย่ี วกับสถานการณค์ วามไมส่ งบในพืน้ ทีจ่ งั หวดั ชายแดนภาคใต้ และผลกระทบตอ่ กลมุ่ สตรี และ
สถานการณ์โควดิ -19 รวมถึงผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ท่สี ่งผลตอ่ ความเปน็ อยทู่ ีด่ ที างสงั คมของกล่มุ ตัวอย่างทีศ่ ึกษา
33
รายงานสืบเน่ืองการสมั มนาวิชาการเนือ่ งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มธ. ปที ี่ 68
ขอ้ ตกลงเบ้อื งต้น
ข้อตกลงเบ้ืองต้นในการศึกษาคร้ังน้ี (1) การวิจัยครั้งนี้เป็นส่วนหนึ่งของการศึกษาในรายวิชาระดับดุษฎีบัณฑิต ด้วย
ข้อจำกัดของระยะเวลาในภาคการศึกษา จึงทำให้มีช่วงเวลาในการเกบ็ ขอ้ มลู เพียง 1 สปั ดาห์ คอื ตั้งแต่วนั ท่ี 7-14 พฤศจิกายน 2564
และด้วยข้อจำกัดดังกล่าวทำให้ไม่ได้ดำเนินการขอจริยธรรมการวิจัย (2) นอกจากน้ีการเก็บข้อมูลอยู่ในช่วงท่ีพื้นที่จังหวัดชายแดน
ภาคใต้มีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในระดับสูง จึงเป็นอุปสรรคในการลงพ้ืนที่เก็บข้อมูลแบบเผชิญหน้า ผู้วิจัยจึงใช้แบบสอบถาม
ออนไลน์ในการสำรวจข้อมูล (3) ในการกำหนดสถิติท่ีเหมาะสมในการวิเคราะห์ข้อมูลจากการเก็บข้อมูลด้วยแบบสอบถามออนไลน์
ซึ่งเป็นกลุ่มตัวอย่างที่ไม่ได้มาจากการสุ่ม จึงต้องใช้สถิตินอนพาราเมตริก (Nonparametric Statistic) ในการทดสอบสมมติฐาน
(ศุภามณ จันทร์สกุล และ สุชาดา บวรกิติวงศ์, 2560; Dwivedi et al., 2017) และ (4) เมื่อเป็นการทดสอบด้วยสถิตินอนพาราเมตริก
ท่ีมีขนาดตัวอย่างน้อย การใช้ค่ามัธยฐาน (Median) นำเสนอข้อมูลแนวโน้มเข้าสู่ส่วนกลางจะมีความเหมาะสมมากกว่า ซึ่งใช้คู่กับ
ค่าเบ่ียงเบนควอไทล์ (Quartile Deviation [Q.D.]) แทนการใช้ค่าเฉล่ียและค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน ตามลำดับ เพื่อให้แนวโน้มของ
ผลการศึกษามีความคลาดเคลอื่ นน้อยทส่ี ุด
แนวคดิ ทฤษฎที ี่ใช้ในการศกึ ษา
แนวคิด ทฤษฎี และงานวิจัยที่เกี่ยวข้องท่ีนำมาใช้ในการศึกษาครั้งน้ีประกอบด้วยแนวคิดเก่ียวกับความเป็นอยู่ท่ีดี
ทางสงั คม บรบิ ทเก่ียวกับสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และบริบทเก่ียวกับโควิด-19 และผลกระทบ
จากสถานการณโ์ ควดิ -19 ดงั รายละเอยี ดต่อไปนี้
แนวคิดเกยี่ วกบั ความเปน็ อยู่ทดี่ ีทางสังคม
ในการศึกษาและค้นคว้าความเป็นอยู่ท่ีดีทางสังคม พบว่า มีการใช้คำนี้ควบคู่กับคำอื่น หรือใช้คำอื่นแทนได้ เช่น
มีการใช้คำว่า ความพึงพอใจในชีวิต คุณภาพชีวิต ดังเช่นท่ี Kahn and Juster (2002) ได้กล่าวถึงความเป็นอยู่ที่ดีในมิติของ
แนวคิดและการวัด มักใชค้ ำว่า ความเป็นอยทู่ ี่ดี หรือคุณภาพชีวิตแทน ขณะที่ McGillivray and Clarke (2003) ชี้ให้เห็นว่า
คุณภาพชวี ิต สวัสดิการ การมีชีวิตท่ีดี มาตรฐานการดำรงชีวิต คุณประโยชน์ ความพึงพอใจในชีวิต การเติมเต็มความตอ้ งการ
การพัฒนา ความยากจน ความยากจนของมนุษย์ ความสุข โดยบ่อยครั้งที่คำเหล่านี้ ถูกใช้สับเปลี่ยนกับความเป็นอยู่ท่ีดี
โดยปราศจากการอภิปรายที่ชัดเจนถึงความพิเศษหรือความเด่นนั้นๆ นอกจากนี้ มีการให้ความหมายต่อคำต่างๆ ที่เชื่อมโยง
หรอื เป็นส่วนหนง่ึ ของความเปน็ อย่ทู ่ีดีทางสงั คม
ในมุมความหมายความเป็นอยทู่ ่ีดีทางสงั คม เป็นเงื่อนไขและภาวะของสังคมที่เอ้อื อำนวยให้มนุษย์ สามารถแสวงหา
และบรรลุถึงส่ิงท่ีเขาปรารถนาโดยท่ีการกระทำของเขาเองไม่ได้ลดทอนความเป็นอยู่ที่ดีของผู้อน่ื (McGregor, 2007) รวมถึง
สภาพความเป็นอยู่ของบุคคลทางด้านร่างกาย อารมณ์ สังคม ความคิด และจิตใจ ซ่ึงบุคคลสามารถดำรงอยู่ร่วมกับสังคมได้
อย่างเหมาะสม เป็นชีวิตท่ีไม่เป็นภาระไม่ก่อให้เกิดปัญหาสังคม มีความสมบูรณ์ท้ังทางร่างกายและจิตใจมีความเพียบพร้อม
และความสามารถทจ่ี ะดำรงสถานภาพด้านเศรษฐกจิ สงั คม การเมอื ง ให้สอดคล้องกับสภาพแวดลอ้ มและค่านิยมของสังคมกบั
สามารถแก้ไขปัญหาเฉพาะหน้าหรือปัญหาท่ีซับซ้อนได้ โดยแสดงมิติต่างๆ ในหลายด้าน กล่าวคือ ด้านร่างกาย ด้านอารมณ์
ด้านสภาพแวดลอ้ มทางกายภาพ ดา้ นสภาพแวดล้อมทางวัฒนธรรม ดา้ นความคิด และดา้ นจติ ใจ
สำหรบั องคป์ ระกอบของดัชนีความเป็นอยู่ท่ดี ที างสงั คม Carpi et al. (2020) ได้จำแนกไวต้ ามการศกึ ษาเรื่องตวั ช้ีวัด
ความเป็นอยู่ท่ีดีแบบภววิสัยในทวิตเตอร์ว่าความเป็นอยู่ที่ดีทางสังคมมีองค์ประกอบ 3 ประการ ได้แก่ ประการที่หนึ่ง คือ
ความเป็นอยู่ท่ีดีส่วนบุคคล อันประกอบด้วย (1) ความเป็นอยู่ท่ีดีทางอารมณ์ (2) ชีวิตที่มีความพึงพอใจ (3) ความมีชีวิตชีวา
(4) การฟื้นคืนพลังและการนับถือตนเอง และ (5) การทำหน้าท่ีเชิงบวก ประการที่สอง คือ ความเป็นอยู่ท่ีดีทางสังคม
อันประกอบด้วย (1) ความไว้วางใจและความเป็นเจา้ ของ (2) ความสัมพันธ์ และประการสดุ ทา้ ย คือ ความเป็นอย่ทู ่ีดีทที่ ำงาน
อนั ประกอบดว้ ยคุณภาพของการทำงาน (วรรณวดี พูลพอกสนิ , 2564) สามารถสรุปองค์ประกอบของดัชนคี วามเปน็ อยู่ทดี่ ที าง
สงั คมได้ตารางที่ 1
34
รายงานสืบเนอ่ื งการสัมมนาวชิ าการเนื่องในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปีท่ี 68
ตารางที่ 1
องค์ประกอบของดัชนคี วามเปน็ อยู่ท่ดี ีทางสังคม
ประเดน็ มิติของความเปน็ อยทู่ ีด่ ี คำอธบิ าย
(ก) ความ (1) ความเป็นอยทู่ ด่ี ที าง ความสมดุลโดยรวมระหวา่ งความถข่ี องประสบกบั อารมณด์ า้ นบวกและ
เปน็ อยทู่ ี่ดี อารมณ์ ดา้ นลบ โดยคะแนนทสี่ งู กว่าแสดงวา่ ความรสู้ กึ ด้านบวกเกดิ ข้นึ บอ่ ยกวา่
ส่วนบุคคล อารมณด์ ้านลบ
(2) ชวี ิตท่ีมคี วามพงึ พอใจ มีการประเมนิ ชีวิตในเชิงบวกโดยรวม
(3) ความมีชวี ติ ชวี า การมีพละกำลัง รสู้ กึ ได้พกั ผอ่ นและมีสุขภาพดีพรอ้ มท้ังการเคล่ือนไหว
ร่างกาย
(4) การฟืน้ คืนพลังและ การวดั ทรพั ยากรทางจิตวทิ ยาของแตล่ ะบคุ คล การมองโลกในแง่ดี และ
การนับถอื ตนเอง ความสามารถในการจดั การกับความเครยี ดในชวี ติ
(5) การทำหนา้ ท่ีเชิงบวก รู้สึกอสิ ระท่จี ะเลือกและการมีโอกาสที่จะทำ สามารถใช้ทักษะส่วนตวั ได้ใน
ขณะทรี่ สู้ กึ ซึมซับและพอใจในกิจกรรมประจำวนั
(ข) ความ (6) ความไวว้ างใจและ ไวว้ างใจผ้อู ื่น รสู้ กึ ไดร้ ับการปฏบิ ตั อิ ย่างเป็นธรรมและใหเ้ กียรติ ในขณะที่
เปน็ อยทู่ ด่ี ีทาง ความเปน็ เจา้ ของ ประสบกับความรสู้ กึ เปน็ เจ้าของ
สังคม (7) ความสมั พันธ์ ระดับและคณุ ภาพของปฏสิ มั พันธใ์ นความสมั พันธท์ ี่ใกลช้ ิดกับครอบครัว
เพอ่ื น และคนอน่ื ๆ ที่ใหก้ ารสนบั สนนุ
(ค) ความ (8) คุณภาพของการทำงาน รูส้ ึกพอใจกบั งาน พอใจกับความสมดุลในชวี ิตการงาน การประเมิน
เป็นอยู่ที่ดที ่ี ประสบการณ์ทางอารมณใ์ นการทำงานและสภาพหรือเงื่อนไขการทำงาน
ทำงาน
บริบทเกยี่ วกบั สถานการณค์ วามไมส่ งบในพนื้ ทีจ่ งั หวัดชายแดนภาคใต้และผลกระทบตอ่ กล่มุ สตรี
เข้าสู่ช่วงทศวรรษที่ 2 ของสถานการณ์ความไม่สงบในพ้ืนท่ีจังหวัดชายแดนภาคใต้ นับตั้งแต่ปี 2547 จนถึงปัจจุบัน
ความรุนแรงที่เกิดข้ึนยังคงเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องและมีแนวโน้มว่าความรุนแรงยังคงอยู่ต่อเน่ือง เหตุการณ์ความไม่สงบเกิดขึ้น
กว่า 21,000 เหตุการณ์ในรูปแบบต่างๆ เช่น การยิง การวางระเบิด การลอบวางเพลิงและการกอ่ กวนสร้างสถานการณ์ต่างๆ
เป็นต้น ภายใต้เหตุการณ์ความไม่สงบ ท่ีเกิดขึ้นส่งผลให้มีผู้เสียชีวิตกว่า 7,200 ราย บาดเจบ็ กวา่ 13,500 ราย (ศูนย์เฝ้าระวัง
สถานการณ์ชายแดนใต้, 2564) จากสถานการณ์ที่เกิดข้ึนได้ส่งผลกระทบต่อประชาชนทุกกลุ่มในพื้นที่ ท้ังผลกระท บ
ทั้งทางตรงและทางอ้อม อันประกอบด้วย การเสียชีวิตและบาดเจ็บ ความเป็นผู้ที่มีความบกพร่องทางร่างกาย มีความพิการ
การตกเปน็ ผ้ตู ้องสงสัย ถูกดำเนนิ คดแี ละคุมขัง การถูกพลัดพรากจากครอบครัวในกรณีท่คี นในครอบครวั ถูกกล่าวหาวา่ เห็นตา่ ง
จากรฐั และเดก็ ตอ้ งกลายเปน็ เด็กกำพร้าจากการสญู เสียบคุ คลในครอบครัว โดยประชาชนท่ีอาศยั อยใู่ นพื้นท่คี วามขดั แย้งและ
ความรุนแรง จะมีผลกระทบทางจติ ใจ มีปัญหาความโศกเศร้าเสียใจ ที่อาจจะนำไปส่ภู าวะความซึมเศร้า ภาวะวิตกกงั วล หรือ
แมแ้ ต่การใชค้ วามรุนแรงในการจัดการปญั หาอีกด้วย
ทกุ คร้งั ท่ีเกดิ เหตกุ ารณ์ความรนุ แรงในพน้ื ท่จี ังหวัดชายแดนภาคใต้ ผู้ได้รบั ผลกระทบจากสถานการณค์ วามไมส่ งบใน
จงั หวัดชายแดนภาคใตส้ ว่ นใหญ่คอื กลมุ่ เด็ก และ สตรี ด้วยเหตุจากการเสียชีวิตของผนู้ ำครอบครวั ส่งผลให้ผู้หญิงจำนวนหน่ึง
ต้องกลายเป็นหญิงหม้าย หรือสามีพิการ ส่งผลให้ผู้หญิงจำนวนหน่ึงต้องแบกรับภาระในการเลี้ยงดูสมาชิกหลายชีวิตใน
ครอบครัว (สุรชัย ไวยวรรณจิตร และคณะ, 2563) ขณะท่ีเด็กต้องกลายเป็นเด็กกำพร้า โดยข้อมูลของหญิงหม้ายและเด็ก
นับตั้งแต่เกิดเหตุการณ์ความไม่สงบในปี พ.ศ.2547-พ.ศ. 2563 พบว่า มีสตรีหม้าย จำนวน 3,132 ราย อยู่ในจังหวัดปัตตานี
1,238 ราย จังหวัดนราธิวาส 848 ราย จังหวดั ยะลา 917 ราย และจังหวัดสงขลา 129 ราย (ดวงหทัย บูรณเจริญกิจ, 2564)
ผลกระทบที่เกิดขึ้นยังมีผลต่อปัญหาสุขภาพกาย และจิตของกลุ่มผู้หญิงหลายคนท่ีเคยได้รับผลกระทบทางตรง ท้ังการได้รับ
บาดเจ็บ บางคนมีความบกพรอ่ งทางรา่ งกาย มคี วามพิการ บางคนอยใู่ นครอบครัวทต่ี กเป็นผูต้ อ้ งสงสัย และตอ้ งเปลย่ี นสถานะ
35
รายงานสบื เน่อื งการสัมมนาวิชาการเนื่องในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปที ่ี 68
เป็นผูน้ ำครอบครัวเน่ืองจากสามีเสียชวี ติ ส่งิ เหลา่ นี้ส่งผลตอ่ ภาวะความเครยี ดและความวา้ เหว่ ความเหงา ความอ้างว้าง ที่ตอ้ ง
เผชญิ กบั การแกป้ ญั หาต่างๆ เพยี งลำพังผู้เดยี ว ทำใหก้ ล่มุ สตรจี ำนวนหนึง่ ต้องรบั ภาระเลี้ยงดคู รอบครวั เกิดความรสู้ กึ โดดเดย่ี ว
ทางสังคม และถูกแยกตัวออกมาจากสังคม จากการพบปะสังสรรค์ การติดต่อสื่อสาร การให้ความร่วมมือต่างๆ ในสังคม
(กรวิกา บวชชุม และคณะ, 2560) บุคคลเหล่านี้จะรู้สึกแยกตัวออกมาจากบุคคลอ่ืนๆ เป็นระยะเวลายาวนานก็จะส่งผล
กระทบสภาพจิตใจ และต้องเผชิญกับความไม่เข้าใจของชุมชน และอคติทางสังคมที่แสดออกถึงการลบหลู่เกียรติยศ และ
ศักดศ์ิ รีของผู้หญงิ ทไี่ ด้รับผลกระทบ
สถานการณ์ความไมส่ งบท่ียืดเยอ้ื และรนุ แรงได้สร้างความเสียหายทั้งชีวิตและทรัพย์สนิ ต่อกลุ่มผู้หญิงอย่างประเมิน
ค่าไม่ได้ ทำให้ผู้หญงิ หลายคนต้องลุกขึ้นมาหรือบางครง้ั ถูกผลกั ให้เปล่ียนบทบาทเม่อื ถึงเวลาท่เี กิดผลกระทบกบั ตนเองที่จะให้
ผู้หญิงก้าวข้ึนเป็นผู้นำ ครอบครัว ต้องรับภาระในการหารายได้เลี้ยงดูครอบครัว บางส่วนเข้ามาทำ งานภาคประชาสังค ม
จัดตั้งกลุ่ม องค์กร และอาสาสมัคร นำมาสู่บทบาทของผู้หญิงในสามจังหวัดชายแดนใต้ 4 ประการ ดังน้ี (1) การเยียวยา
การเข้าใจเข้าถึงชุมชน ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์ความไม่สงบ ช่วยเหลือพัฒนาส่งเสริมอาชีพ ช่วยเหลือทุนทรัพย์
(2) การส่งเสริมศักยภาพของผู้หญิง เนื่องจากกลุ่มองค์กรท่ีได้รวมกลุ่มน้ันได้สร้างเครือข่ายท่ีขยายไปท่ัวทั้งพื้นท่ีท่ีได้รับ
ผลกระทบจากเหตุการณค์ วามไม่สงบ (3) การประสานความเขา้ ใจระหว่างผไู้ ด้รับผลกระทบกบั หนว่ ยงานรฐั และ (4) การเปิด
พน้ื ทกี่ ารทำงานในชุมชนเพอื่ ความย่งั ยืน (เสาวรส ปล้มื ใจ และ อทุ ิศ สังขรัตน์, 2558)
ช่วงระยะเวลา 2 ปีท่ีผ่านมา นอกจากสถานการณ์ความไม่สงบในพ้ืนที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ กลุ่มสตรีในพ้ืนที่
ยังต้องเผชิญกับผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด-19 ที่ส่งผลต่อความเป็นอยู่ทางสังคมในมิติต่างๆ ดังนั้น
การเข้าใจสภาพความเป็นอยู่ทางสังคมของกลุ่มสตรีจะเป็นส่วนสำคัญที่ช่วยผลักดันให้เ กิดการเยียวยาและฟ้ืนฟูผู้ได้รับ
ความเสยี หายและผไู้ ด้รับผลกระทบได้
สถานการณ์โควิด 19 และผลกระทบจากสถานการณ์โควิด 19
การแพร่ระบาดของโควิด 19 ส่งผลต่อชีวิตความเป็นอยู่ทั้งด้านส่วนบุคคล ครอบครัว ชุมชน สังคม และเศรษฐกิจ
ปัญหาท่ีเกิดข้ึนจากสถานการณ์โควิด-19 ส่งผลกระทบทางสังคมเป็นอย่างมาก โดยเฉพาะในกลุ่มเปราะบาง ทั้งเด็ก ผู้หญิง
คนพิการ ผู้สูงอายุ คนเร่ร่อน ล้วนได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ดังกล่าว (ธนัชชา จันคณา และคณะ, 2564) หลาย
หน่วยงานท้ังภาครัฐและภาคเอกชนมีมาตรการเฝ้าระวัง ป้องกัน และแก้ไขปัญหา เพ่ือไม่ให้ปัญหา ทวีความรุนแรงมากขึ้น
เน่ืองจากโรคระ บาดท่ีเกิดขึ้นเป็นโรคท่ีเกิดขึ้นใหม่ทำให้มีการแพร่เช้ือในวงกว้างและสามา รถเตรียมตัวรับมือโดยใช้เวลา
คอ่ นข้างยาวนาน
จากสถานการณ์ที่เกิดข้ึนได้ส่งผลกระทบทางเศรษฐกิจหลายด้าน สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม
แห่งชาติ (สศช.) ประเมินว่าการระบาดของโควิด-19 กระทบต่อการจ้างงานแรงงานใน 9 สาขาการผลิต ครอบคลุมแรงงาน
มากกว่า 8 ล้านคน ซึ่งยังไม่รวมผลกระทบแรงงานในภาคเกษตร ภาคการท่องเที่ยว และภาคบริการ (สุชาติ พรชัยวิเศษกุล,
2564) นอกจากนจี้ ากรายงานการสำรวจผลกระทบจากสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโควิด 19 ดา้ นเศรษฐกิจ (23 เมษายน-
17 พฤษภาคม 2563) ของสำนักงานสถิติแห่งชาติ พบว่า มากกว่าคร่ึงมีรายได้ลดลง และร้อยละ 33 มีค่าใช้จ่ายเพิ่มข้ึน
ร้อยละ 14 มีหนี้สินในระบบเพ่ิมข้ึน ร้อยละ 14.5 ตกงาน/เลิกจ้าง ร้อยละ 69.7 ได้รับผลกระทบด้านอาชีพและการจ้างงาน
อีกทั้งผู้ประกอบการรายเล็กได้รับผลกระทบโดยยอดขายลดน้อยลงร้อยละ 21.8 และรอ้ ยละ 12.6 ต้องปิดกิจการ ในขณะท่ี
ร้อยละ 12.9 ถูกพักงาน หรือเลิกจ้าง โดยไม่ได้เงิน นอกจากน้ัน ผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อครัวเรือนที่มีต่อกลุ่มเปราะบาง
ทุกกลุ่ม ได้แก่ เด็กเล็ก คนพิการและคนป่วย ได้รับผลกระทบมากกว่ากลุ่มอ่ืน ซ่ึงครัวเรือนท่ีมีกลุ่มเปราะบางมาก จะได้รับ
ผลกระทบด้านรายได้ที่ลดลงมากกว่ากลุ่มที่เปราะบางน้อย มีรายจ่ายเพิ่มข้ึนมากกว่า มีหน้ีสินมากกว่า อย่างไรก็ตาม
กลุ่มเปราะบางมากจะมหี น้ีนอกระบบน้อยกว่าครวั เรือนทไ่ี ม่มกี ล่มุ เปราะบาง (โศภติ นาสบื , 2564)
ประเด็นผลกระทบทางสังคมสังคม ได้มีการสำรวจผลกระทบท่ีเกิดจากการแพร่ระบาดและมาตรการควบคุม
โรคระบาด ภายใต้ความร่วมมือของสำนักงานสถิติแห่งชาติ สถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย และองค์การทุนเพ่ือเด็ก
แหง่ สหประชาชาติ หรือยูนิเซฟ ประเทศไทย พบวา่ มากกว่ารอ้ ยละ 80 ของครัวเรือนเปราะบางไดร้ ับผลกระทบจากการแพร่
ระบาดและมาตรการควบคุมของรัฐ โดยปัญหาที่พบมากท่ีสุด คือการเดินทางเข้ารับบริการทางการแพทย์ท่ียากขึ้น โดยใน
กลมุ่ ครวั เรือนทมี่ ีเด็กเลก็ จะมีปญั หาทเ่ี พ่ิมเติมคือการไม่มเี วลาดูแลของผู้ปกครองหรือขาดผู้ดูแลเด็กเล็กจากการทโ่ี รงเรยี นหรือ
36
รายงานสืบเนอ่ื งการสมั มนาวชิ าการเน่อื งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปที ่ี 68
ศูนย์เด็กเล็กปิดให้บริการ อีกท้ังความคิดเห็นเก่ียวกับการจัดการเรียนการสอนออนไลน์พบว่า เกือบคร่ึงหน่ึงของผู้ตอบ
(ร้อยละ 46.2) ไม่พร้อมเรียนในระบบออนไลน์เนื่องจากขาดแคลนอุปกรณ์ ในการเรียน เช่น คอมพิวเตอร์ โน๊ตบุ๊ค หรือ
แท็บเล็ต (ร้อยละ 23.5 ของครัวเรือนที่ไม่มีความพร้อม) และจากการท่ีผู้ปกครองไม่มีเวลาในการช่วยเหลือในการเรียน
ออนไลน์ (ร้อยละ 18.6) โดยกลุ่มเปราะบางจะได้รับผลกระทบทางเศรษฐกิจและสังคมมากกว่ากลุ่มอ่ืน ส่วนหน่ึงเป็นเพราะ
ผหู้ ารายได้หลักในครอบครัวของกลุ่มเปราะบางมักทำงานนอกระบบ ขาดความม่ันคงของการทำงานและรายไดอ้ ยู่แล้วต้ังแต่
ก่อนเกิดการระบาด จึงมักเป็นกลุ่มแรกๆ ท่ีถูกกระทบรุนแรงในแง่การสูญเสียรายได้ส่วนด้านสังคมก็ถูกกระทบรุนแรงกว่า
กลุ่มอ่นื (ชาคร เลิศนทิ ศั น์, 2564)
นอกจากน้ี ข้อมูลจากของ WHO (2020) สะท้อนว่าความรุนแรงต่อผู้หญิง เด็ก และความรุนแรงในครอบครัว มี
แนวโนม้ เพิ่มสูงข้นึ ในภาวะฉุกเฉินทุกประเภท รวมถึงในช่วงการแพรร่ ะบาดของโรค ผูห้ ญิงและเด็กเป็นกลุ่มท่ีมแี นวโนม้ ได้รับ
ผลกระทบด้านสุขภาพอย่างมากจากความรุนแรง ซึ่งในขณะที่รัฐมีการดำเนินมาตรการเว้นระยะห่างทางสังคมและการให้
ประชาชนอยู่กับบ้าน ความเส่ียงต่อความรุนแรงระหว่างคู่กลับมีแนวโน้มเพ่ิมสูงข้ึน กล่าวคือ มีแนวโน้มท่ีผู้หญิงจะถูกทำร้าย
จากคู่มากขน้ึ และลูกๆ ถกู กระทำรุนแรงเพ่มิ สงู ขนึ้ เน่อื งจากสมาชิกครอบครวั ใชเ้ วลาอยูใ่ นบ้านพรอ้ มกันมากขน้ึ และครอบครัว
ประสบกับปัญหาทางเศรษฐกิจหรือตกงาน ผู้หญิงรับภาระการดูแลคนในครอบครัวเพิ่มขึ้นในระหว่างการแพร่ระบาดของโรค การท่ี
โรงเรียนถูกปิดยิ่งทำให้ภาระดังกล่าวมากขึ้น และเพิ่มความเครียดให้แก่ผู้หญิง การหยุดชะงักในการดำรงชีวิตและความสามารถใน
การหาเล้ียงชีพ ซ่ึงผู้หญิงเองก็ประสบ (ผู้หญิงจำนวนมากเป็นแรงงานรับจ้างนอกระบบ) ทำให้การเข้าถึงบริการและความจำเป็นขึ้น
พืน้ ฐานลดลง มีความเครียดในครอบครวั มากขนึ้ และมีแนวโน้มของความขัดแย้งและความรนุ แรงเพ่ิมสูงข้ึน
ผลจากการทบทวนวรรณกรรมขา้ งต้น นำไปส่กู ารกำหนดกรอบแนวคดิ การวจิ ยั ของการศึกษาคร้ังนด้ี งั น้ี
กรอบแนวคดิ
ขอ้ มูลสว่ นบคุ คล ความเปน็ อยทู่ ดี่ ีทางสังคม
• อายุ 1) ความเป็นอยทู่ ด่ี สี ่วนบคุ คล (ด้านรา่ งกาย)
• ศาสนา 2) ความเป็นอยทู่ ด่ี สี ว่ นบุคคล (ด้านจติ ใจ)
• ระดับการศกึ ษา 3) ความเปน็ อยู่ทด่ี ดี า้ นสงั คม
• อาชีพในปัจจุบัน 4) ความเปน็ อย่ทู ด่ี ดี ้านการทำงาน
• รายได้
• จำนวนสมาชิกในครอบครัว
ประสบการณ์ทเ่ี ก่ยี วกบั โควิด-19
• การเปลยี่ นแปลงของรายได้
• การไดร้ บั สวสั ดกิ ารจากภาครัฐ
• สถานะการได้รับวคั ซีน
• ประสบการณก์ ารตดิ เช่ือโควิด-19 ของตนเอง
• ประสบการณ์การตดิ เชื่อโควดิ -19 ของคนใน
ครอบครัว
• ระดบั ความเครยี ด
ภาพท่ี 1 กรอบแนวคดิ ในการวจิ ัย.
37
รายงานสืบเน่อื งการสัมมนาวิชาการเนือ่ งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะหศ์ าสตร์ มธ. ปีที่ 68
วธิ ีการศึกษา
วิธีการศกึ ษา
เป็นการวิจัยเชิงปริมาณ โดยวิธีการศึกษาประกอบด้วย (1) การศึกษาค้นคว้ารวบรวมจากข้อมูลเอกสาร จาก
บทความวารสาร หนงั สือ เวบ็ ไซต์ และเอกสารอื่นท่ีเกย่ี วขอ้ ง และ (2) การศึกษาขอ้ มลู ภาคสนามโดยใช้แบบสอบถามออนไลน์
เป็นเครื่องมือในการเก็บข้อมูลจากสตรีท่ีได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพ้ืนท่ีจังหวัดชายแดนภาคใต้ ท่ีเป็น
ตวั อย่างของการศึกษาครัง้ นี้
ประชากรและกล่มุ ตัวอย่าง
ประชากร คือ กลุ่มสตรีที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ มีจำนวน
20,487 คน (ฐานข้อมลู ศูนย์เฝ้าระวงั สถานการณ์ภาคใต้, 2564)
กลุ่มตัวอย่าง คือ กลุ่มสตรที ไ่ี ด้รับผลกระทบจากสถานการณค์ วามไม่สงบในพนื้ ที่จงั หวัดชายแดนภาคใต้ ที่ส่มุ มาจาก
ประชากร โดยมคี ณุ สมบตั ติ ามทีก่ ำหนด (Inclusion criteria) คือ (1) เป็นสตรที ่ีมีอายุตง้ั แต่ 18 ปีขึ้นไป (2) สามารถสือ่ สารได้
เข้าใจภาษาไทยได้ดีและตอบแบบสอบถามออนไลน์ได้ด้วยตนเอง (3) อาศัยในพ้ืนท่ีในจังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส
และ (4) ยนิ ยอมใหข้ อ้ มลู และตอบแบบสอบถามในการเขา้ ร่วมการวิจัย
โดยกำหนดขนาดกลุ่มตัวอย่างด้วยการวิเคราะห์อำนาจการทดสอบ (Power analysis) สำหรับการทดสอบ
Chi-square กำหนดการทดสอบสมมติฐานเป็นทางเดียว (One-tailed test) กำหนดขนาดอทิ ธพิ ล .50 ค่าความคลาดเคลอื่ น
.05 และอำนาจทดสอบ .95 (นิพิฐพนธ์ สนิทเหลือ, 2562) ทำาการคำนวณด้วยโปรแกรม G*Power 3.1.2 ได้ขนาด
กลุ่มตัวอย่างจำนวน 80 ราย ทั้งนี้ผู้วิจัยได้เพ่ิมจำนวนกลุ่มตัวอย่างอีก ร้อยละ 20 เพื่อป้องกันกลุ่มตัวอย่างยุติการเข้าร่วม
การวจิ ยั จงึ ได้ขนาดกลมุ่ ตัวอย่างที่ใชใ้ นการศกึ ษาน้ี คอื 96 ราย
เคร่อื งมือและการตรวจสอบคุณภาพเครอ่ื งมอื
เครื่องมือทีใ่ ช้ในการวิจัย คือ แบบสอบถาม ประกอบด้วย 2 สว่ น ดังน้ี
สว่ นที่ 1 แบบสอบถามลักษณะสว่ นบุคคล และคำถามประสบการณ์เกีย่ วกับโควดิ -19 เป็นคำถามปลายปดิ จำนวน
14 ขอ้
ส่วนท่ี 2 แบบสอบถามความเป็นอยู่ท่ีดีทางสังคมของสตรีที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่
จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 โดยพัฒนาแบบสอบถามจาก Twitter Subjective Well-Being
Indicator During COVID-19 Pandemic (Carpi et al., 2021) และ เคร่ืองมือวัดคุณภาพชีวิตขององค์การอนามัยโลก
(กรมสุขภาพจิต, 2545) ประกอบด้วย 5 ดา้ น คือ ดา้ นรา่ งกาย ดา้ นจิตใจ ด้านสงั คม และด้านการทำงาน โดยลกั ษณะคำถาม
เป็นระดับคะแนน 1-10 โดย 1 หมายถงึ ตรงกับเหตกุ ารณ์หรอื ความรู้สกึ ของท่านนอ้ ยท่ีสุด ถึง 10 หมายถึงตรงกบั เหตกุ ารณ์
หรือความรูส้ ึกของทา่ นมากท่สี ดุ
เครื่องมือได้รับการทดสอบแล้วพบว่ามีความเที่ยงตรง (Validity) ที่ดี โดยมีค่าความตรงเชิงเน้ือหา (Content
validity) ของทุกข้อคำถามท่ี 0.65 และมีความเช่ือม่ัน (Reliability) ท่ีดี โดยมีความสอดคล้องภายใน (Internal consistency)
ซงึ่ แสดงคา่ สัมประสิทธ์ิ Cronbach’s alpha เท่ากับ 0.84 ซึ่งเปน็ คา่ ความเชอ่ื มัน่ ในระดับสูง
ทั้งนี้ การแปลผลจากระดับคะแนนในรายข้อ ปรับเป็น 3 ระดับ ในภาพรวมของความเป็นอยู่ที่ดีทางสังคม คือ
ความเปน็ อยู่ท่ไี มด่ ี ความเปน็ อย่ใู นระดับปานกลาง และความเป็นอยทู่ ดี่ ี โดยมชี ว่ งคะแนนดงั นี้
38
รายงานสืบเนอื่ งการสัมมนาวิชาการเน่ืองในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปีที่ 68
ตารางท่ี 2
เกณฑก์ ารแปลผลของความเป็นอย่ทู ีด่ ีทางสังคม
ความเป็นอย่ทู ี่ดี ความเปน็ อยทู่ างสงั คม ความเป็นอยูท่ างสงั คม ความเป็นอยู่ทาง
ในระดบั กลาง สงั คมทีด่ ี
ทไี่ มด่ ี 21-35 36-50
25-42 43-60
1. ดา้ นสุขภาพกาย (5 ข้อ) 5-20 25-42 43-60
25-42 43-60
2. ด้านจติ ใจ (6 ขอ้ ) 6-24 96-168 169-240
3. ดา้ นสังคม (6 ข้อ) 6-24
4. ด้านการทำงาน (6 ข้อ) 6-24
ภาพรวม 24-95
การเก็บรวมรวมขอ้ มลู
การศึกษาวิจัยคร้ังนี้ดำเนินการเก็บรวบรวมข้อมูลโดย (1) ผู้วิจัยทำการเก็บรวบรวมข้อมูลโดยใช้แบบสอบถาม
ที่พัฒนาขึ้น มาจัดทำเป็นแบบสอบถามออนไลน์ ผ่านโปรแกรม Google form พร้อมจัดทำ QR code และลิงก์สำหรับ
การตอบแบบสอบถาม พร้อมจัดทำรายละเอียดช้ีแจงวัตถุประสงค์ในการจัดทำวิจัยในคร้ังนี้ โดยกำหนดช่วงเวลาสำหรับ
การเก็บข้อมูลไว้ 1 สัปดาห์ ตั้งแต่วันที่ 7-14 พฤศจิกายน 2564 (2) ประสานแกนนำสตรีท่ีเคยได้รับผลกระทบจาก
สถานการณ์ความไม่สงบในพื้นท่ีจังหวัดชายแดนภาคใต้ และพัฒนามาเป็นแกนนำในการทำงานภาคประชาสังคม ในแต่ละ
จงั หวัด ให้เป็นผู้กระจายข้อมูลสำหรับการตอบแบบสอบถามให้กลมุ่ ตัวอย่าง (3) ประสานกลุ่มสตรที ี่เป็นเครือข่ายการทำงาน
ที่ผู้วิจัยเคยปฏิบัติงานโดยตรงผ่านช่องทางการสื่อสารออนไลน์ เช่น ไลน์ เฟสบุ๊ก เป็นต้น (4) รวบรวม และตรวจสอบข้อมูล
แบบสอบถามที่ถูกบันทึกผ่านระบบของ Google form และนำข้อมูลออกจากระบบบันทึกเพื่อทำการวิเคราะห์ผล ด้วย
โปรแกรม excel
การวเิ คราะหข์ ้อมูล
เมือ่ ตรวจสอบความสมบูรณข์ องแบบสอบถามทไ่ี ด้ แล้วจึงนำข้อมลู มาวเิ คราะห์ จำแนกเป็น 2 ส่วน ดังรายละเอียดต่อไปนี้
ส่วนท่ี 1 การวิเคราะห์ข้อมูลส่วนบุคคล ประสบการณ์เก่ียวกับโควิด-19 และความเป็นอยู่ท่ีดีทางสังคม ซ่ึงเป็น
การตอบวัตถุประสงค์การศึกษาข้อที่ 1 ใช้สถิติเชิงพรรณนา (Descriptive statistics) ประกอบด้วย ค่าความถี่ ค่าร้อยละ
คา่ สูงสดุ คา่ ตำ่ สดุ ค่ามัธยฐาน และคา่ เบยี่ งเบนควอไทล์ เพอ่ื บรรยายขอ้ มลู ส่วนบุคคล และประสบการณเ์ ก่ียวกับโควดิ -19
ส่วนที่ 2 การวิเคราะห์ความสัมพันธ์ของปัจจัยส่วนบุคคล ประสบการณ์เก่ียวกับโควิด-19 กับ ความเป็นอยู่ท่ีดีทาง
สงั คม ซ่ึงเป็นการตอบวัตถุประสงค์การศึกษาข้อท่ี 2 ใช้สถิติเชงิ อ้างอิง (Inferential statistics) ในกลุ่มสถิตินอนพาราเมตริก
(Nonparametric statistic) ซึ่งได้แก่ สถิติทดสอบไค-สแควร์ (Chi-square test) ในการทดสอบสมมติฐานของการศึกษา
ท่ีนัยสำคญั ทางสถิติท่ี .05
จริยธรรมการวจิ ยั
การศึกษาคร้ังนี้เก็บข้อมูลในกลุ่มสตรีท่ีไดร้ ับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพ้ืนทจ่ี ังหวดั ชายแดนภาคใต้
ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 ซึ่งเป็นกลุ่มท่ีมีความเปราะบาง ผู้ศึกษาได้คำนึงถึงประเด็นจริยธรรมในการวิจัยเป็นสำคัญ โดย
ยึดหลักการเคารพศักด์ิศรีความเป็นมนุษย์ ความยินยอมในการให้ข้อมูลโดยไม่บังคับ โดยในการศึกษาผู้ศึกษาได้ให้ข้อมูล
เพ่อื แนะนำตัว และชีแ้ จงวัตถปุ ระสงค์การศกึ ษา รวมทัง้ การช้แี จงสิทธใิ นการเข้ารว่ มการศึกษาหรือปฏิเสธ โดยไมส่ ่งผลกระทบ
ใดๆ ในการนำเสนอข้อค้นพบจากการศึกษาไม่ได้เจาะจงความเห็นของบุคคลใดบุคคลหน่ึงเป็นการเฉพาะ ข้อมูลที่ได้จะไม่มี
การเปิดเผยแหล่งท่ีมา จะไม่ปรากฏชื่อของท่านหรือข้อมูลใดๆ ท่ีจะทำให้สามารถระบุได้ว่าเป็นคำตอบของท่าน คำตอบของ
ท่านไมม่ ถี ูกหรอื ผดิ การนำเสนอข้อมูลจะเป็นการเสนอการวิเคราะห์ความคิดเห็นของประชาชนโดยรวม
39
รายงานสืบเนือ่ งการสัมมนาวิชาการเน่ืองในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปีท่ี 68
ผลการศึกษา และการอภิปรายผล
ผลการศกึ ษาประกอบดว้ ยข้อมูล 4 ส่วน ได้แก่ ส่วนที่ 1 ขอ้ มูลส่วนบคุ คล ส่วนที่ 2 ประสบการณ์ทเ่ี ก่ยี วกบั โควดิ -19
ส่วนท่ี 3 ข้อมูลความเป็นอยู่ที่ดีทางสังคม และส่วนท่ี 4 ปัจจัยท่ีมีความสัมพันธ์กับความเป็นอยู่ท่ีดีทางสังคมของของสตรี
ท่ีได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นท่ีจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 โดยแต่ละส่วน
มผี ลการศึกษาดงั น้ี
สว่ นที่ 1 ข้อมูลส่วนบุคคล
ข้อมูลส่วนบุคคลของกลุ่มตัวอย่าง พบว่า ส่วนใหญ่เป็นผู้ที่นับถือศาสนาอิสลาม ร้อยละ 72.4 และศาสนาพุทธ
ร้อยละ 27.6 ค่ามัธยฐานของอายุ ผู้ให้ข้อมูล คือ 40 ปี อายุน้อยที่สุด 18 ปี และอายุมากที่สุด 74 ปี โดยส่วนใหญ่อยู่ในช่วง
อายุ 50 ปีข้ึนไป ร้อยละ 33.7 รองลงมาคือ ช่วงอายุ 36-50 ปี ร้อยละ 26.5 สำหรับจำนวนสมาชิกในครอบครัวที่อาศัยอยู่
ร่วมกันเฉลี่ยอยู่ที่ครอบครัวละ 5 คน โดยครอบครัวท่ีมีการอาศัยอยู่ร่วมกันมากท่ีสุด คือ 11 คน ระดับการศึกษาสูงสุด คือ
ปรญิ ญาตรีหรือสงู กวา่ รอ้ ยละ 63.3 รองลงมาคอื มธั ยมศึกษาตอนปลาย ร้อยละ 15.3
ส่วนใหญ่มีอาชีพหลักในปัจจุบัน คือ ข้าราชการและพนักงานของรัฐ ร้อยละ 21.4 รองลงมา คือ รับจ้างทั่วไป/
แรงงาน/บริการ ร้อยละ 19.4 นอกจากนี้ยังมีผใู้ ห้ขอ้ มูลท่ีอยู่ระหว่างหางาน และวา่ งงาน รอ้ ยละ 16.3 สำหรับประเด็นรายได้
พบว่า ผใู้ ห้ขอ้ มลู ส่วนใหญ่มีรายไดเ้ ฉลย่ี ตอ่ เดือนต่ำกว่า 3,000 บาท ร้อยละ 52.1 รองลงมาคือ มรี ายได้เฉล่ยี ต่อเดอื นประมาณ
20,001-30,000 บาทรอ้ ยละ 16.3 แต่เป็นทน่ี ่าสังเกตทีม่ ีผูใ้ หข้ อ้ มูล รอ้ ยละ 14.3 เป็นกลุ่มท่ีไม่มีรายไดต้ อ่ เดือนเปน็ ของตนเอง
เมือ่ พจิ ารณาจากข้อค้นพบ ประมาณ 1 ใน 5 ของผู้ตอบแบบสอบถามมีอาชีพหลักเป็นข้าราชการและพนกั งานของรัฐ แต่เมื่อ
พิจารณาสัดส่วนของอาชีพ พบว่า ส่วนใหญ่ประกอบอาชีพในกลุ่มท่ีไม่มีความม่ันคง ได้แก่ รับจ้างทั่วไป/แรงงาน/บริการ
เกษตรกร (นา ไร่ สวน) ประมง ปศุสัตว์ แม่บ้าน/เกษียณ นักศึกษา นอกจากนี้ประมาณ 1 ใน 6 ของผู้ตอบแบบสอบถาม
อยู่ระหว่างหางาน และว่างงาน สอดคล้องกบั ข้อมูลของสำนักงานสภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ รายงานว่าการจ้าง
งานได้รับผลกระทบรุนแรง โดยเฉพาะกิจการในภาคบริการและกิจการ โดยข้อมูลการจ้างงานในไตรมาสท่ี 2 ของปี 2564
ได้แก่ (1) ผู้ว่างงาน/เสมือนว่างงาน (ผู้มีงานทำไม่ถึง 4 ชม ต่อวัน) มีจำนวน 3.0 ล้านคน และคาดว่าจะเพิ่มเป็น 3.4 ล้านคน
ในส้ินปี 2564 ซ่ึงเพ่ิมขึ้นกว่าช่วงก่อนการระบาด กวา่ 1 ล้านคน (2) ผู้วา่ งงานระยะยาว (เกิน 1 ปี) 1.7 แสนคน เพิ่มข้ึนกว่า
ช่วงก่อนการระบาดถึงกว่า 3 เท่าตัว (3) ตัวเลขผู้ว่างงานท่ีไม่เคยทำงานมาก่อนมีจำนวน 2.9 แสนคน เพ่ิมข้ึนจากช่วงก่อน
การระบาดถึง 8.5 หมื่นคน และ (4) แรงงานย้ายถนิ่ กลับภูมลิ ำเนาทเี่ พ่ิมข้ึนจากภาคบรกิ าร/อุตสาหกรรมในเขตเมอื ง กลับไป
ยงั ภาคเกษตรทม่ี ีผลิตภาพต่ำกวา่ จำนวน 1.6 ล้านคน สูงกว่าคา่ เฉล่ยี นชว่ งก่อนการระบาดกว่า 1 ลา้ นคน
ประเด็นอาชีพที่ขาดความมั่นคงยังส่งผลไปยังประเด็นรายได้ของผู้ตอบแบบสอบถาม ที่พบว่า ผู้ให้ข้อมูลส่วนใหญ่
มีรายได้เฉล่ียต่อเดือนต่ำกว่า 3,000 บาท ซ่ึงเป็นรายได้ที่ต่ำกว่าเส้นความยากจนของประเทศไทย ที่สำนักงานสภาพัฒนา
การเศรษฐกจิ และสังคมแหง่ ชาติ (2564) ระบุไว้ที่ 3,044 บาทต่อเดือน ซึง่ ส่วนนี้อาจนำไปส่คู วามยากจนและความเหลอื่ มล้ำ
ที่เพ่ิมมากข้ึนในสังคมไทย หากพิจารณาจำนวนคนยากจน ในปี 2563 มีจำนวนทั้งสิ้น 4.8 ล้านคน คิดเป็นสัดส่วนคนจนที่
รอ้ ยละ 6.84 เพ่ิมข้นึ จากร้อยละ 6.24 ในปี 2562 หรือคนจนมีจำนวนเพม่ิ ขึ้นประมาณ 500,000 คน จากชว่ งปีก่อน ซ่ึงการท่ี
สัดส่วนคนจนเพ่ิมขึ้นเป็นผลมาจากการระบาดของโควิด-19 ที่กระทบต่อเศรษฐกิจอย่างรุนแรง โดยเศรษฐกิจไทยในปี 2563
หดตวั ลงถงึ รอ้ ยละ 6.11 เมื่อเทยี บกับการขยายตัวรอ้ ยละ 2.3 ในปีก่อนหนา้
40
รายงานสืบเนอื่ งการสัมมนาวชิ าการเนอ่ื งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปที ่ี 68
ตารางที่ 3
ข้อมูลส่วนบุคคลของกลมุ่ ตัวอย่าง
ข้อมลู สว่ นบคุ คล จำนวน ร้อยละ ข้อมลู สว่ นบุคคล จำนวน รอ้ ยละ
(n=98 คน) (n=98 คน)
อายุ อาชพี หลักในปจั จุบัน (จากมากไปนอ้ ย)
18-24 ปี 21 21.4 ขา้ ราชการและพนักงานของรัฐ 21 21.4
25-35 ปี 18 18.4 รบั จ้างทว่ั ไป/แรงงาน/บริการ 19 19.4
36-50 ปี 26 26.5 พนกั งานในเอกชน องค์กรภาคประชา 17 17.4
50 ปขี น้ึ ไป 33 33.7 สังคม/ธรุ กิจ ค้าขาย
Median = 40.5 ปี Min = 18 ปี อยู่ระหว่างหางาน/ว่างงาน 16 16.3
Max = 74 ปี Q.D.= 12.25 ปี แมบ่ ้าน/เกษยี ณ 10 10.2
ศาสนา เกษตรกร (นา ไร่ สวน) ประมง ปศสุ ตั ว์ 7 7.1
อสิ ลาม 71 72.4 นกั ศึกษา 6 6.1
พทุ ธ 27 27.6 อื่นๆ ไดแ้ ก่ นักวจิ ัย และอาชีพอสิ ระ 2 1.0
ระดบั การศกึ ษาสงู สดุ รายไดเ้ ฉลย่ี ต่อเดอื น
ประถมศึกษา 6 6.1 ไม่มีรายได้ 14 14.3
มัธยมศึกษาตอนต้น 4 4.1 ต่ำกว่า 3,000 บาท 37 37.8
มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย 15 15.3 3,001-10,000 บาท 7 7.1
อาชวี ะศึกษา (ปวช./ปวส.) 11 11.2 10,001-20,000 บาท 11 11.2
ปรญิ ญาตรีหรอื สงู กวา่ 62 63.3 20,001-30,000 บาท 16 16.3
มากกว่า 30,000 บาท 13 13.3
จำนวนสมาชกิ ในครอบครัวทีอ่ าศยั อยรู่ ว่ มกัน
Median=5 คน Min=1 คน Max=11 คน Q.D.= 1.5 คน
สว่ นท่ี 2 ประสบการณท์ เ่ี ก่ียวกบั โควิด-19
ประเด็นการเปล่ียนแปลงของรายได้ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีรายได้ลดลง
ร้อยละ 40.8 รองลงมาคอื รายไดค้ งท่ี ไม่มีการเปลี่ยนแปลง ร้อยละ 30.6 และมีกลุ่มที่ไม่มีรายได้เลย กับไม่มีรายได้เลยและ
มีหนี้สินเพ่ิมขึ้น ถึงร้อยละ 23.4 โดยช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่ผ่านมามีผ้ตู อบแบบสอบถามท่ีได้รับสวัสดิการของรัฐ ร้อยละ
56.1 โดยสวัสดกิ ารประชาชนไดร้ ับสูงสุด 3 ลำดับแรกได้แก่ (1) โครงการ “คนละคร่งึ ” (2) บัตรสวัสดิการแห่งรฐั /บัตรคนจน
และ (3) โครงการ “เราไม่ท้ิงกนั ” เงินช่วยเหลือเยียวยาจากรัฐเดือนละ 5,000 บาท กลุม่ ตวั อย่างเกือบทัง้ หมด (ร้อยละ 93.9)
ได้รบั วัคซีนปอ้ งกันโควิด-19 แล้ว โดยผทู้ ่ียังไมร่ ับวัคซีน เนื่องจาก เกิดความกังวลใจ เนื่องจากกำลังต้ังครรภ์, ติดโควดิ ต้องรอ
สามเดือน และไม่มีความมั่นใจกับวัคซีนตัวไหนเลย ป่วย ไม่ม่ันใจในประสิทธิภาพ สุขภาพยังไม่พร้อม โดยมีผู้ตอบ
แบบสอบถามประมาณ 1 ใน 10 ที่เคยติดเชื้อโควิด-19 และบุคคลในครอบครัวเคยติดเชื้อโควิด-19 ร้อยละ 28.6 นอกจากน้ี
ได้มีการสอบถามถึงระดับความเครียดของผตู้ อบแบบสอบถามในชว่ ง 1 เดือนที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญม่ ีความเครียดในระดับ
น้อย ร้อยละ 42.9 และความเครียดระดับปานกลางเครียดปานกลาง 38.8 และผู้ท่ีมีความเครียดในระดับมากถึงมากท่ีสุด
รอ้ ยละ 18.4
41
รายงานสืบเนื่องการสัมมนาวิชาการเน่ืองในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปที ี่ 68
ตารางท่ี 4
ขอ้ มูลประสบการณ์ในชว่ งสถานการณ์โควิด-19 ของกลุม่ ตัวอยา่ ง
ข้อมลู ประสบการณ์ในช่วง จำนวน รอ้ ยละ ขอ้ มลู ประสบการณ์ จำนวน ร้อยละ
สถานการณ์โควดิ -19 (n=98 คน) ในชว่ งสถานการณโ์ ควดิ -19 (n=98 คน)
การเปลยี่ นแปลงของรายได้ในช่วงสถานการณโ์ ควดิ -19 สถานะการไดร้ บั วคั ซีนป้องกันโควดิ -19
รายไดม้ ากข้นึ 5 5.1 ได้รบั เข็มท่ี 1 6 6.1
รายไดค้ งท่ี ไม่มีการเปลี่ยนแปลง 30 30.6 ได้รับเข็มท่ี 2 75 76.5
รายได้ลดลง 40 40.8 ไดร้ ับเขม็ ที่ 3 (เขม็ กระตนุ้ ) 11 11.2
ไม่มรี ายไดเ้ ลย 16 16.3 ยังไม่ได้รับ 6 6.1
ไม่มรี ายได้เลยและมีหนส้ี นิ เพม่ิ ข้นึ 7 7.1 ประสบการณ์การตดิ เชื้อโควิด-19
การได้รบั สวัสดกิ ารชว่ งโควดิ เคย 11 11.2
ไม่ได้รบั สวัสดิการของรัฐ 43 43.9 ไมเ่ คย 87 88.8
ได้รบั สวัสดิการของรฐั 55 56.1 บุคคลในครอบครัวเคยตดิ เชอื้ โควดิ -19
ระดับความเครียดในช่วงเดือนทีผ่ ่านมา เคย 28 28.6
เครยี ดนอ้ ย 42 42.9 ไม่เคย 70 71.4
เครียดปานกลาง 38 38.8
เครยี ดมาก 13 13.3
เครียดมากที่สดุ 5 5.1
การอภิปรายผลส่วนของประสบการณ์ท่ีเก่ียวกับโควิด-19 พบว่า ในประเด็นการเปลี่ยนแปลงของรายได้ในช่วง
สถานการณ์โควิด-19 พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่มีรายได้ลดลง รองลงมาคือ รายไดค้ งท่ี ไม่มีการเปลี่ยนแปลง แต่มี
ผู้ตอบแบบสอบถามประมาณ 1 ใน 4 ที่ไม่มีรายได้เลย และไม่มีรายได้เลยบวกกับการมีหนี้สินเพ่ิมข้ึน ซึ่งสอดคล้องไปใน
ทิศทางเดียวกับรายงานการสำรวจผลกระทบจากสถานการณ์การแพร่ระบาดของโควิด 19 ด้านเศรษฐกจิ ของสำนักงานสถิติ
แห่งชาติ (2563) พบว่า มากกว่าครึ่งมีรายได้ลดลง และร้อยละ 33 มีค่าใช้จ่ายเพ่ิมขึ้น ร้อยละ 14 มีหนี้สินในระบบเพิ่มข้ึน
ร้อยละ 14.5 ตกงาน/เลิกจ้าง ร้อยละ 69.7 ได้รับผลกระทบด้านอาชีพและการจ้างงาน อีกท้ังผู้ประกอบการรายเล็กได้รับ
ผลกระทบโดยยอดขายลดน้อยลงร้อยละ 21.8 และร้อยละ 12.6 ต้องปิดกิจการ ในขณะที่ ร้อยละ 12.9 ถูกพักงาน หรือ
เลกิ จา้ ง โดยไม่ได้เงิน นอกจากนั้น ผลกระทบทางเศรษฐกิจต่อครัวเรอื นท่มี ตี ่อกล่มุ เปราะบางทกุ กล่มุ ไดแ้ ก่ เด็กเล็ก คนพกิ าร
และคนป่วย ได้รับผลกระทบมากกว่ากลุ่มอื่น ซ่ึงครัวเรือนท่ีมีกลุ่มเปราะบางมาก จะได้รับผลกระทบด้านรายได้ท่ีลดลง
มากกวา่ กลุ่มท่เี ปราะบางนอ้ ย มีรายจา่ ยเพ่ิมขน้ึ มากกว่า มีหน้สี ินมากกวา่ อยา่ งไรกต็ าม กลมุ่ เปราะบางมากจะมีหนน้ี อกระบบ
น้อยกวา่ ครวั เรอื นที่ไมม่ ีกลมุ่ เปราะบาง
โดยช่วงสถานการณ์โควิด-19 ท่ีผ่านมามีผู้ตอบแบบสอบถามที่ได้รับสวัสดิการของรัฐ สวัสดิการที่ได้รับสูงสุด
3 ลำดับแรก ได้แก่ (1) โครงการ “คนละคร่ึง” (2) บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ/บัตรคนจน และ (3) โครงการ “เราไม่ท้ิงกัน”
เงนิ ช่วยเหลือเยียวยาจากรฐั เดือนละ 5,000 บาท หากพจิ ารณาโดยรวมแล้วมาตรการช่วยเหลือของรฐั ในช่วงโควิด-19 จะเป็น
การเยียวยาบรรเทาความเดือดร้อนเชิงเศรษฐกิจเป็นเบ้ืองต้น เพราะจุดเน้นของรัฐในการช่วยเหลือประชาชนและธุรกิจ คือ
เป็นกระต้นุ การจบั จา่ ยใชส้ อยของประชาชนผา่ นเงนิ รัฐ เพอื่ ใหป้ ระชาชนอยู่ดี กนิ ดี มีกนิ มีใช้ในช่วงภาวะวกิ ฤตน้ี
สำหรับสถานะการรับวัคซีน พบว่ากลุ่มตัวอย่างเกือบท้ังหมดได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 แล้ว ซ่ึงเป็นไปตาม
การผลักดันเชิงนโยบายในเร่ืองการฉีดวัคซีนเพื่อเพ่ิมภูมิคุ้มกันให้กลุ่มประชากร แต่ยังมีประชาชนบางส่วนท่ียังไม่รับวัคซีน
เน่ืองจาก เกิดความกังวลใจ เนื่องจากกำลังตั้งครรภ์ สุขภาพยังไม่พร้อม เป็นผู้ป่วยโควิด-19 ซึ่งต้องรอระยะเวลาประมาณ
สามเดือนจึงสามารถรับวัคซีนได้ และไม่มีความมั่นใจในประสิทธิภาพของวัคซีน โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามประมาณ 1 ใน 10
ทีเ่ คยตดิ เช้อื โควิด-19 และประมาณ 1 ใน 4 เคยมบี ุคคลในครอบครัวเคยตดิ เชื้อโควิด-19
42
รายงานสืบเนอื่ งการสัมมนาวชิ าการเนอื่ งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปีที่ 68
ประเด็นความเครียดของผู้ตอบแบบสอบถามในช่วง 1 เดือนท่ีผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่มีความเครียดในระดับน้อย
ร้อยละ 42.9 และความเครียดระดับปานกลางเครียดปานกลาง 38.8 และผู้ท่ีมีความเครียดในระดับมาก ร้อยละ 13.3 และ
ระดับมากที่สุดร้อยละ 5.1 ซึ่งเทียบไดม้ ากถึง ประมาณ 1 ใน 5 ของผู้ที่มีความเครียดในระดบั มากถงึ มากท่ีสดุ ซึ่งสถานการณ์
การแพร่ระบาดของโควิด19 ก่อให้เกิดความวิตกกังวลอย่างมากต่อประชาชน เน่ืองจากโควิด-19 เป็นโรคติดต่อใหม่
ซ่ึงความเครียดถือเป็นปฏิกิริยาตอบสนองปกติต่อสถานการณ์โรค และอาจส่งผลกระทบต่อคนแต่ละกลุ่มแตกต่างกันในช่วง
ของการระบาดของโควิด-19 คนส่วนใหญม่ เี ครียด ความกลวั และความวิตกกังวลเกย่ี วกับโรคท่เี กิดข้นึ ใหม่และส่ิงท่อี าจเกิดข้ึน
สามารถครอบงำและทำให้เกิดความเครียด สอดคล้องกับการสำรวจของกรมสุขภาพจิต (2563) ที่สำรวจความสุขของครอบครัวไทย
ในช่วงการระบาดของโรค โควิด-19 พบว่า กลุ่มตัวอย่างมีระดับความเครียด อยู่ในระดับต่ำ ร้อยละ 28.33 ระดับปานกลางร้อยละ
54.13 ระดบั สูงร้อยละ 13.13 และระดับสงู สุด ร้อยละ 4.20 (กฤชกันทร สวุ รรณพันธ และคณะ, 2563)
ส่วนที่ 3 ความเปน็ อย่ทู ีด่ ที างสงั คม
ขอ้ มูลในส่วนนี้เป็นการตอบคำถามหรอื วัตถุประสงค์การศึกษาข้อท่ี 1 โดยจากข้อมูลความเป็นอยู่ที่ดีทางสงั คมของ
สตรีท่ีได้รบั ผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพ้ืนท่ีจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 พบว่า ระดับ
ความเป็นอยทู่ ่ีดีทางสังคมโดยรวมอย่ใู นระดับดี เม่ือพิจารณาระดับความเป็นอยู่ทางสังคมที่ดีรายด้าน พบว่า ความเป็นอยู่ที่ดี
ส่วนบุคคล ด้านร่างกาย มีระดับสูงสุด (ร้อยละ 78.6) รองลงมาคือ ด้านสัมพันธภาพทางสังคม (ร้อยละ 75.5) และความเป็นอยู่ท่ีดี
ส่วนบุคคล ด้านจิตใจ (ร้อยละ 73.5) และด้านการทำงาน (ร้อยละ 59.2) ซ่ึงในด้านการทำงาน มีผู้ตอบแบบสอบถามท่ีสะท้อนถึง
ความเป็นอยทู่ างสังคมท่ไี มด่ ีสงู ที่สุด (รอ้ ยละ 8.2)
ตารางที่ 5
ภาพรวมของความเป็นอยูท่ ีด่ ีทางสังคมของสตรที ี่ไดร้ ับผลกระทบจากสถานการณ์ความไมส่ งบในพ้นื ท่ีจงั หวัดชายแดนภาคใต้
ความเปน็ อยทู่ ่ีดที างสังคมของสตรฯี ความเป็นอยทู่ าง ความเปน็ อยู่ทางสงั คมใน ความเป็นอยูท่ าง
ในชว่ งสถานการณ์โควดิ -19 สงั คมทีไ่ มด่ ี ระดับกลาง สงั คมที่ดี
จำนวน ร้อยละ จำนวน รอ้ ยละ จำนวน รอ้ ยละ
ดา้ นกาย 1 1.0 20 20.4 77 78.6
ด้านจติ ใจ 2 2.0 24 24.5 72 73.5
ดา้ นสงั คม 1 1.0 23 23.5 74 75.5
ด้านการทำงาน 8 8.2 32 32.7 58 59.2
ภาพรวมของความเป็นอยทู่ ่ดี ี 1 1.0 33 33.7 67 65.3
จากข้อมูลความเป็นอยู่ท่ีดีทางสังคมของสตรีท่ีได้รับผลกระทบจากสถานการณค์ วามไมส่ งบในพ้ืนที่จังหวดั ชายแดน
ภาคใต้ ภายใต้สถานการณ์โควิด-19 พบว่า ส่วนใหญ่ระดับความเป็นอยู่ที่ดีทางสังคมโดยรวมอยู่ในระดับดีทุกด้าน แต่ด้าน
ท่ีมีความแตกต่างแบบเห็นได้ชัดคือด้านการทำงาน ส่วนหนึ่งมีผลมาจากผลกระทบทางเศรษฐกิจและการเงิน ซึ่งนำไปสู่
การอภิปรายผลไดด้ ังนี้
โดยการประเด็นความเป็นอยู่ที่ดีด้านสุขภาพกาย มีระดับความเป็นอยู่ที่ดีสูงท่ีสุด โดยส่วนย่อยประกอบด้วยการมี
สุขภาพดี พร้อมท่ีจะทำงานหรือดำเนินกิจกรรมต่างๆ ในชีวิตประจำวัน ความพอใจกับการนอนหลับ พักผ่อน การมีแรง
มีกำลังเพียงพอที่จะทำส่ิงต่างๆ ในแต่ละวัน ทั้งเร่ืองงานหรือการดำเนินชีวิตประจำวัน การมีอิสระที่จะเลือกและทำกิจกรรม
ต่างๆ ในชีวิตประจำวัน และความสามารถเข้าถึงหน่วยบริการสุขภาพของรัฐได้ (การไปโรงพยาบาล, รพ.สต.) ซึ่งส่วนนี้
สอดคล้องกับมาตรากรในการป้องกันโควดิ -19 ท่จี ำกดั การเดนิ ทาง การเว้นระยะหา่ ง และเน้นการทำงานทีบ่ ้าน จึงทำใหไ้ ดใ้ ช้
เวลาร่วมกับครอบครวั มีเวลาในการพกั ผ่อน ดูแลตนเอง และพฒั นาตนเองมากข้ึน (ธนัชชา จันคณา และคณะ, 2564)
43
รายงานสืบเน่ืองการสัมมนาวชิ าการเน่ืองในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปที ี่ 68
ในด้านความเป็นอยู่ที่ดีด้านสังคมมีระดับความเป็นอยู่ที่ดีสูงถัดจากประเด็นด้านสุขภาพกาย โดยส่วนย่อย
ประกอบด้วย ความรู้สึกไว้วางใจผู้อื่น การได้รับการปฏิบตั ิอย่างเป็นธรรมจากคนรอบขา้ ง การได้รับเกียรติและการเคารพจาก
คนรอบข้าง ความพอใจกับการช่วยเหลือท่ีได้รับจากคนรอบข้าง การมีความสัมพันธ์กับคนในครอบครัว กับเพื่อนบ้ าน
และชุมชน ซ่ึงในประเด็นย่อยเร่ืองการมีความสัมพันธ์กับคนในครอบครัวเป็นส่วนท่ีมีระดับคะแนนสูงท่ีสุด สอดคล้องกับ
การรายงานของกรมสุขภาพจิต (2564) ว่าในช่วงของการระบาดของโควิด-19 ทำให้สมาชิกในครอบครัวมีเวลาอยู่ด้วยกัน
ที่บ้านมากข้ึน หลายครอบครัวใกล้ชดิ กนั มากกว่าเดมิ แตใ่ นอกี ด้านหนงึ่ บางครอบครัวก็มีผลกระทบในเชงิ ลบเชน่ กัน
สำหรับความเป็นอยู่ที่ดดี า้ นสุขภาพจิตมรี ะดบั ความเป็นอยทู่ ด่ี สี ูงเป็นลำดบั สาม โดยส่วนย่อยประกอบด้วย ความพึง
พอใจในชีวิตเช่น มีความสุข ความสงบ มีความหวัง เป็นต้น การมสี มาธิในการทำงาน การมีความมัน่ คงทางอารมณ์ ความรสู้ ึก
ผ่อนคลายภายใต้การแพร่ระบาดโควิด-19 การเป็นคนที่มองโลกในแง่ดี และความสามารถในการจัดการความเครียดใน
ชวี ติ ประจำวันได้ ซง่ึ ในประเด็นย่อยเรื่องการเป็นคนท่มี องโลกในแง่ดีมรี ะดับคะแนนสงู ที่สุด สะทอ้ นถึงรูปแบบของแนวทางใน
การจัดการความเครยี ดไดด้ ี ซึ่งผวู้ ิจัยมีความคดิ เห็นวา่ แมจ้ ะมเี รื่องของสถานการณ์โรคระบาดทีส่ ร้างความกังวลใจ แต่การมอง
โลกในแง่ดี กช็ ่วยสร้างความสขุ ในการใชช้ วี ติ ประจำวนั ได้
ในส่วนสุดท้ายความเป็นอยู่ท่ีดีด้านการทำงานมีระดับความเป็นอยู่ที่ดีสูง เป็นลำดับสุดท้ายในองคป์ ระกอบทั้งหมด
โดยส่วนย่อยประกอบด้วย การมีความม่ันคงในหน้าที่การงาน มีความมั่นคงทางรายได้ ความพอใจกับการทำงานในปัจจุบัน
ความพอใจกับสมดุลในชีวิตการทำงาน การมีสภาพแวดล้อมท่ีดีในการทำงาน และมีสัมพันธภาพที่ดีกับเพ่ือนร่วมงาน หรือ
ผทู้ ที่ ำงานร่วมกัน ซึง่ ในประเด็นย่อยเรื่องความมนั่ คงในหน้าทีก่ ารงาน มีระดับคะแนนสูงทีส่ ุดในกลุ่ม ถงึ แม้วา่ ความเป็นอยู่ที่ดี
ด้านการทำงานจะอยู่ในระดับท่ีดี แต่ยังมีจำนวนของผู้ตอบแบบสอบถามประมาณ 2 ใน 3 ที่สะท้อนว่ามีความเป็นอยู่ทาง
สังคมในระดบั กลาง และเห็นถงึ ของความเป็นอยทู่ างสังคมทไ่ี มด่ ี
ส่วนที่ 4 ปัจจัยท่ีมีความสัมพันธ์กับความเป็นอยู่ท่ีดีทางสังคมของของสตรีที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์
ความไมส่ งบในพืน้ ทจ่ี ังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใตส้ ถานการณโ์ ควิด-19
คำถามการวจิ ยั และวัตถปุ ระสงค์การศกึ ษาขอ้ ที่ 2 การศกึ ษาปัจจัยทม่ี คี วามสมั พนั ธก์ ับความเป็นอยทู่ ด่ี ที างสังคมของ
สตรีท่ีได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้สถานการณ์โควิค-19 พบว่าปัจจัย
สว่ นบคุ คล ระดบั การศกึ ษา รายได้ และปัจจัยดา้ นประสบการณใ์ นช่วงโควิด-19 ไดแ้ ก่ สถานะการไดร้ ับวัคซนี ปอ้ งกนั โควิด-19
ประสบการณ์การติดเชื้อโควิด-19 ท้ังของตนเองและบุคคลในครอบครัว และระดับความเครียดในช่วงเดือนท่ีผ่านมา ไม่มี
ความสัมพันธก์ ับความเป็นอยู่ท่ีดีทางสังคมของของสตรี โดยปัจจัยส่วนบุคคลในด้านอายุ ศาสนา อาชพี ในปัจจุบัน และปัจจัย
ที่เกี่ยวกับประสบการณ์ในช่วงโควิด-19 ด้านการเปลี่ยนแปลงของรายได้ และการได้รับสวัสดิการจากรัฐ มีความสัมพันธ์กับ
ความเปน็ อยทู่ ีด่ ีทางสังคมของกล่มุ สตรี อยา่ งมนี ัยสำคญั ทางสถติ ทิ ่รี ะดับ .05 ดังแสดงในตารางที่ 6
หากมองปัจจัยส่วนบุคคลท่ีมีความสัมพันธ์กับความเป็นอยู่ที่ดีทางสังคมของของสตรีในพื้นท่ี พบว่า ปัจจัย
ความแตกต่างของแต่ละบุคคลมีผลต่อการจัดการชีวิตการสรา้ งสมดุลในการเปน็ อยูท่ ี่ตา่ งกัน (ธีระพงษ์ ทศวัฒน์ และ ปิยะกมล
มหิวรรณ, 2563) บุคคลแต่ละคนเมื่อเผชิญหน้ากับสถานการณ์ที่รู้สึกว่าเป็นปัญหาก็จะใช้กลไกการป้องกันตนตามที่ตนได้
เรยี นรูม้ าหรอื ตามท่ีตนถนัด โดยผสานกับบคุ ลกิ ภาพ และพืน้ ฐานความคดิ ความเชอื่ เดมิ ที่มอี ยู่ นอกจากนี้ปัจจยั ส่วนบุคคลทาง
เศรษฐกจิ ก็เป็นสาเหตุสำคัญท่ที ำให้คนตัดสนิ ใจเดด็ ขาดว่าจะต้องปฏิบัติตัวอย่างไร ในชว่ งสถานการณ์นี้ ต้องประคับประคอง
ให้รอดพ้นไป บางคนอาจตกงานจนรายได้ที่เคยมกี ห็ มดไปจึงรสู้ กึ วิตกกังวล กลมุ้ ใจ กับภาระต่างๆ ทตี่ ้องใชจ้ า่ ยในชว่ งท่ีตกงาน
จึงต้องอยู่กับปัจจุบันเท่าน้ันกินเท่าท่ีมีใช้เท่าท่ีจำเป็นในวันน้ีเท่าน้ันแก้ปัญหาเฉพาะหน้าในแต่ละวัน โดยไม่ต้องกังวลไปถึง
พรุ่งน้ีเพราะมันยังไม่ถึงจึงไม่มีประโยชน์ เพราะการกังวลอย่างนั้นมันย่ิงทำให้จิตตกเครียดโดยไม่ได้ประโยชน์พาให้ร่างกาย
ออ่ นแอไปด้วย (พระใบฎีกากิตติพงษ์ สีลสุทโฺ ธ, 2563)
ด้านปัจจัยที่เก่ียวกับประสบการณ์ในช่วงโควิด-19 ด้านการเปลี่ยนแปลงของรายได้ สอดคล้องกับการทำงานและ
ค่าตอบแทนท่ีได้รับ ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 ที่มีความรุนแรงในช่วงไตรมาสสามปี 2564 ทำให้การจ้างงานปรับตัวลดลง
44
รายงานสบื เนอ่ื งการสมั มนาวิชาการเน่อื งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปที ี่ 68
ร้อยละ 0.6 การว่างงานเพ่ิมสูงขึ้น โดยมีอัตราการว่างงานอยู่ที่ร้อยละ 2.25 สูงที่สุดตั้งแต่มีการแพร่ระบาดฯ และช่ัวโมง
การท้างานหลักลดลงเหลือ 40.2 ช่ัวโมง/สัปดาห์จาก 41.1 ช่ัวโมง/สัปดาห์ในช่วงเดียวกันของปีก่อน นอกจากน้ีหนี้สิน
ครัวเรือนขยายตัวร้อยละ 5.0 เพิ่มข้ึนต่อเนื่องเป็นไตรมาสท่ี 4 ติดต่อกันหรือคิดเป็นสัดส่วนร้อยละ 89.3 ต่อ GDP ปรับตัว
ลดลงเลก็ น้อยจากการขยายตวั ของเศรษฐกิจทเี่ รว็ กวา่ หน้สี นิ ครวั เรือนด้วย
ด้านการได้รับสวสั ดกิ ารจากรัฐ การช่วยเหลือเยียวยายังคงเป็นส่ิงจำเปน็ ซ่ึงในปี 2564 รัฐบาลมีมาตรการช่วยเหลือ
เยียวยาอย่างต่อเน่ืองซ่ึงส่วนใหญ่เป็นการช่วยเหลือเยียวยาในลักษณะการรักษาระดับการบริโภค และการกระตุ้นเศรษฐกิจ
ผ่านการใช้จ่าย ซ่ึงจะช่วยบรรเทาผลกระทบ และการจ้างงานได้บ้าง แต่หากมีมาตรการที่มุ่งเน้นให้เกิดการจ้างงานมากข้ีนจะ
ช่วยบรรเทาผลกระทบได้ดีขึ้น อีกทั้งาจากผลกระทบตอ่ แตล่ ะสาขาทมี่ ีความแตกต่างกนั อาจปรบั มาตรการช่วยเหลือเยียวยา
ในลักษณะเฉพาะกลุ่ม เพ่ือลดงบประมาณท่ีต้องใช้ และสามารถช่วยเหลือกลุ่มที่ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงได้อย่างมี
ประสิทธิภาพมากข้ึน (สำนักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2564) การจัดสวัสดิการจากรัฐท่ีเป็นมาตรการ
เยียวยาในช่วงน้ีส่งผลให้ผู้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โรคระบาดโควิด-19 ได้รับการช่วยเหลือเยียวยาจากรัฐบาลเป็น
อย่างมาก แต่ก็ยังพบว่า ประชาชนบางกลุ่มไม่สามารถเข้าถึงข้อมูลได้อย่างเต็มท่ี จะเห็นได้จากข่าวท่ีนำเสนอออกมา พบว่า
กลุ่มประชาชนท่ีเป็นกลุ่มคนสูงวัยส่วนใหญ่ไม่สามารถใช้ระบบอินเตอร์เน็ต เพราะไม่มีความรู้ทางด้านนี้จึงรวมตัวกันออกมา
เรียกรอ้ งรัฐบาลให้เปิดการลงทะเบยี นโครงการ “เราไม่ท้ิงกัน” อีกครง้ั โดยใหร้ ัฐบาลจดั ตง้ั ศนู ยก์ ลางเพ่ือรับลงทะเบยี นในครง้ั น้ี
และกรณีการขอรับเงินประกันค่าไฟ เช่นเดียวกันที่ต้องให้มีการลงระบบผ่านอินเตอร์เน็ตก็ยังพบปัญหาในส่วนนี้อยู่บ้าง และ
อกี หลายๆอมาตรการของรัฐบาลก็ยังพบปัญหาเดิมๆตามมา อย่างไรก็ตามการจัดการมาตรการทง้ั หมดน้ีรฐั บาลกต็ ้ังใจบรรเทา
ทกุ ข์ร้อนของประชาชนทั่วประเทศ ดงั ผลการทดสอบสมมติฐานในตารางที่ 6
ตารางที่ 6
ความสมั พนั ธร์ ะหว่างปจั จยั สว่ นบคุ คล ปัจจัยท่ีเกยี่ วกบั ประสบการณใ์ นช่วงโควดิ -19 กบั กบั ความเปน็ อยู่ท่ดี ีทางสังคมของสตรี
ทไี่ ดร้ บั ผลกระทบจากสถานการณค์ วามไมส่ งบในพื้นที่จงั หวัดชายแดนภาคใต้
ปัจจยั ค่าทดสอบ องศาเสรี คา่ นยั สำคญั ทางสถิติ
(Value) (df) (Asymptotic Significance (2-sided))
ปัจจยั ส่วนบคุ คล
อายุ 9.419 6 0.07*
ศาสนา 7.411 2 0.02*
ระดบั การศกึ ษา 5.482 8 0.71
อาชพี ในปจั จบุ ัน 25.973 14 0.02*
รายได้ 6.760 10 0.75
ประสบการณใ์ นช่วงโควดิ -19
การเปลย่ี นแปลงของรายได้ 7.706 8 0.03*
การไดร้ บั สวสั ดกิ ารจากรฐั 5.805 2 0.02*
สถานะการไดร้ บั วัคซนี ปอ้ งกนั โควิด-19 1.419 6 0.97
การตดิ เชอ้ื โควดิ -19 ของทา่ น 2.445 2 0.29
บุคคลในครอบครวั เคยติดเช้อื โควดิ -19 5.032 2 0.08
ระดบั ความเครยี ดในช่วงเดอื นทผ่ี า่ นมา 8.691 6 0.19
*มีนยั สำคญั ทางสถติ ทิ รี่ ะดบั .05
45
รายงานสบื เน่ืองการสัมมนาวิชาการเน่ืองในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปีที่ 68
สรุปผลการศึกษา
จากการศึกษาความเป็นอยู่ท่ีดีทางสังคมของสตรีที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพ้ืนที่จังหวัด
ชายแดนภาคใต้ ภายใต้สถานการณ์โควดิ -19 พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่เป็นผู้ท่ีนับถือศาสนาอิสลาม มีอายุอยู่ในช่วง
ประมาณ 40 ปี อายทุ ี่น้อยที่สุด 18 ปี และอายุที่มากท่ีสุด 74 ปี ระดับการศึกษาสูงสุด คือ ปริญญาตรีหรือสูงกว่า ประมาณ 1
ใน 5 ของผูต้ อบแบบสอบถามมอี าชีพหลักเปน็ ข้าราชการและพนกั งานของรัฐ แตเ่ ม่ือพจิ ารณาสัดส่วนของอาชพี พบว่า ส่วนใหญ่
ประกอบอาชีพในกลุ่มท่ีไม่มีความม่ันคง ได้แก่ รับจ้างท่ัวไป/แรงงาน/บริการ เกษตรกร (นา ไร่ สวน) ประมง ปศุสัตว์ แม่บ้าน/
เกษียณ นักศึกษา นอกจากนี้ประมาณ 1 ใน 6 ของผตู้ อบแบบสอบถามอยรู่ ะหวา่ งหางาน และว่างงาน สำหรบั จำนวนสมาชิกใน
ครอบครวั ทีอ่ าศัยอยู่ร่วมกันเฉลีย่ อย่ทู คี่ รอบครัวละ 5 คน
ประเด็นประสบการณ์ในช่วงโควิด-19 พบว่า การเปลี่ยนแปลงของรายได้ในช่วงสถานการณ์โควิด-19 พบว่า
กลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่มีรายได้ลดลง รองลงมาคือ รายได้คงท่ี ไม่มกี ารเปลี่ยนแปลง แต่มีผ้ตู อบแบบสอบถามประมาณ 1 ใน 4
ท่ีไม่มีรายได้เลย และไม่มีรายได้เลยบวกกับการมีหน้ีสินเพิ่มข้ึน โดยช่วงสถานการณ์โควิด-19 มีผู้ตอบแบบสอบถามท่ีได้รับ
สวัสดิการของรัฐ เพียงร้อยละ 56.1 โดยสวัสดิการประชาชนได้รับสูงสุด 3 ลำดับแรกได้แก่ (1) โครงการ “คนละครึ่ง”
(2) บัตรสวสั ดกิ ารแหง่ รฐั /บัตรคนจน และ (3) โครงการ “เราไม่ทงิ้ กนั ” เงินช่วยเหลอื เยียวยาจากรฐั เดือนละ 5,000 บาท
การรับวัคซีนป้องกันโควิด-19 พบว่ากลุ่มตัวอย่างเกือบทั้งหมด (ร้อยละ 93.9) ได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 แล้ว
โดยประมาณ 3 ใน 4 ได้รับได้รับเข็มท่ี 2 สำหรับผู้ที่ยังไม่รับวัคซีน เน่ืองจาก เกิดความกังวลใจทางสุขภาพ เน่ืองจากกำลัง
ต้ังครรภ์และสุขภาพยังไม่พร้อม เป็นผู้ท่ีติดเชื้อโควิด-19 จึงต้องรอระยะเวลาครบกำหนดสามเดือน อีกท้ังยังมีผู้ท่ีไม่มี
ความมั่นใจในประสิทธิภาพของวัคซีนด้วย โดยมีผู้ตอบแบบสอบถามประมาณ 1 ใน 10 ที่เคยติดเช้ือโควิด-19 และบุคคลใน
ครอบครัวเคยติดเช้ือโควิด-19 ร้อยละ 28.6 นอกจากน้ีได้มีการสอบถามถึงระดับความเครียดของผู้ตอบแบบสอบถามในช่วง
1 เดือนที่ผ่านมา พบว่า ส่วนใหญ่มีความเครียดในระดับน้อย ร้อยละ 42.9 และความเครียดระดับปานกลางเครียดปานกลาง
38.8 และผูท้ มี่ คี วามเครยี ดในระดบั มากถงึ มากทสี่ ดุ ร้อยละ 18.4
สำหรับข้อมูลความเป็นอยู่ท่ีดีทางสังคมของสตรีที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพ้ืนที่จังหวัดชายแดน
ภาคใต้ ภายใตส้ ถานการณโ์ ควิด-19 พบวา่ ระดบั ความเป็นอยทู่ ่ีดที างสงั คมโดยรวมอยูใ่ นระดับดีทุกดา้ น แต่ดา้ นท่ีมคี วามแตกต่าง
แบบเห็นได้ชดั คือด้านการทำงาน ส่วนหนึ่งมีผลมาจากผลกระทบทางเศรษฐกิจและการเงิน ซ่ึงหากเรียงลำดับของความเป็นอยู่ท่ีดี
ทางสังคมของของสตรีที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพ้ืนท่ีจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้สถานการณ์โควิค-19
พบว่าประเด็นความเป็นอยู่ท่ีดีด้านสุขภาพกาย มีระดับความเป็นอยู่ที่ดีสูงที่สุด รองลงมาคือ ความเป็นอยู่ที่ดีด้านสังคม
ด้านสุขภาพจิต และความเป็นอยู่ท่ดี ดี า้ นการทำงาน ตามลำดบั
จากการศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับความเป็นอยู่ท่ีดีทางสังคมของสตรีที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์
ความไมส่ งบในพ้นื ท่จี ังหวดั ชายแดนภาคใต้ ภายใต้สถานการณ์โควิค-19 พบวา่ ปจั จัยส่วนบุคคล ระดับการศึกษา รายได้ และ
ปัจจัยด้านประสบการณ์ในช่วงโควิด-19 ได้แก่ สถานะการได้รับวัคซีนป้องกันโควิด-19 ประสบการณ์การติดเชื้อโควิด-19
ทั้งของตนเองและบุคคลในครอบครัว และระดับความเครียดในช่วงเดือนท่ีผ่านมา ไม่มีความสัมพันธ์กับความเป็นอยู่ที่ดีทาง
สังคมของของสตรี โดยปัจจัยส่วนบุคคลในด้านอายุ ศาสนา อาชีพในปัจจุบัน และปัจจัยท่ีเกี่ยวกับประสบการณ์ในช่วง
โควิด-19 ด้านการเปลี่ยนแปลงของรายได้ และการได้รับสวัสดิการจากรัฐ มีความสัมพันธ์กับความเป็นอยู่ที่ดีทางสังคมของ
กลมุ่ สตรี อย่างมนี ยั สำคญั ทางสถติ ิท่รี ะดับ .05
ขอ้ เสนอแนะทีไ่ ด้จากผลการศกึ ษา
จากผลการศึกษา ที่พบว่า ประเด็นความเป็นอยู่ที่ดีทางสังคมของกลุ่มสตรีในพื้นท่ีจังหวัดชายแดนภาคใต้
มีความสัมพันธ์กับมิติศาสนาและความเช่ือ แม้ส่วนใหญ่จะมีการศึกษาในระดับปริญญาตรีหรือสูงกว่า แต่ส่วนใหญ่ยังขาด
ความม่นั คงในอาชีพหลกั อันส่งผลใหร้ ายได้ตอ่ เดือนอย่ใู นระดับท่ีต่ำกวา่ เสน้ ความยากจน อีกทั้งยังไม่สามารถเข้าถงึ สวสั ดิการ
46
รายงานสืบเนอ่ื งการสัมมนาวชิ าการเนื่องในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปที ี่ 68
จากรัฐได้ทุกคน จากประเด็นหลกั สำหรับข้อเสนอแนะจากการศกึ ษามีขอ้ เสนอแนะประเดน็ ในเชงิ นโยบายดงั นี้ (1) หน่วยงานที่
เก่ียวข้องในสวัสดิการของกลุ่มสตรีควรตระหนักและให้ความสำคัญกับการกำหนดนโยบายด้านการส่งเสริมด้านอาชีพและ
รายได้ด้วยความเข้าใจในพ้ืนท่ีทางความเช่ือและวัฒนธรรมท่ีหลากหลาย (2) ควรมีการผลักดันให้เกิดการเข้าถึงและการรับ
สวสั ดกิ ารจากรฐั ทั้งในช่วงสภาวะการณ์ปกติและช่วงวิกฤตใิ นสงั คม อันจะนำไปส่กู ารบรรเทาภาระและความรับผดิ ชอบในช่วง
ระยะสั้นได้ และ (3) ควรมีมาตรการในการดแู ลสุขภาพจิต เพื่อลดผลกระทบเชิงซ้อนทั้งจากสถานการณ์ความไมส่ งบในพื้นที่
และสถานการณ์โควิด-19 เพื่อเป็นรากฐานของการสร้างความเป็นอยู่ที่ดีทางสังคมในทุกมิติให้กับกลุ่มสตรีในพ้ืนที่จังหวัด
ชายแดนภาคใตต้ อ่ ไป
ขอ้ เสนอแนะเพื่อการศึกษาวิจัยคร้งั ตอ่ ไป
การเสนอแนะประเด็นในการทำวิจัยครั้งต่อไป มีดังต่อไปน้ี (1) ควรมีการทำวิจัยในประเด็นความเป็นอยู่ท่ีดีทางสังคมของ
สตรีที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพ้ืนท่ีจังหวัดชายแดนภาคใต้ ด้วยวธิ ีวิจัยเชิงคุณภาพ เพื่อให้เกิดความลุ่มลึกใน
การสะท้อนถึงความเฉพาะของกลุ่มประชากร และเห็นมิติท่ีหลากหลายจากกลุ่มสตรีในพื้นท่ีจังหวัดชายแดนภาคใต้ (2) การศึกษา
ควรเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีการสำรวจโดยแบบสอบถามในระดับพื้นท่ี เพ่ือให้เกิดการเข้าถึงกลุ่มตัวอย่างที่มีความหลากหลายและ
มีความเป็นตัวแทนของประชากรอย่างแท้จริง และ (3) ควรมีการทำวิจัยในประเด็นความเป็นอยู่ท่ีดีทางสังคมในกลุ่มประชากรอ่ืนๆ
ท่ีได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพ้ืนที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่น เด็กและเยาวชน วัยทำงาน ผู้สูงอายุ เป็นต้น
เพ่ือผลการวิจัยจะทำให้เห็นภาพในการกำหนดนโยบายตอ่ กลมุ่ ตา่ งๆ มากข้นึ
ข้อจำกดั ในการศึกษา
การศึกษาคร้งั นม้ี ขี อ้ จำกัดในการศึกษา คอื (1) การเข้าถงึ ตวั อย่างได้ในจำนวนจำกัด ตามระยะเวลาทศ่ี ึกษา จึงทำให้
การวิเคราะหท์ างสถติ ิมขี ้อจำกัดของอำนาจการทดสอบ ความเป็นตวั แทน และการอธิบายเชอ่ื มโยงส่ปู ระชากรกลมุ่ สตรที ไี่ ดร้ ับ
ผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในพื้นท่ีจังหวัดชายแดนภาคใต้ และ (2) กลุ่มสตรีท่ีมีระดับสถานะทางเศรษฐกิจและ
สงั คมดี มีโอกาสเข้าถึงการตอบคำถามด้วยการใช้แบบสอบถามออนไลน์ ผ่านโปรแกรม Google form ได้มากกว่า พิจารณา
จากสัดส่วนของระดับการศึกษาของผู้ตอบแบบสอบถามในครั้งน้ี พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามส่วนใหญ่จบการศึกษาสูงสุดใน
ระดับปริญญาตรีหรือสูงกวา่ (ร้อยละ 63.3) นอกจากน้ี กลุ่มสตรีทม่ี ีระดบั สถานะทางเศรษฐกิจและสงั คมไม่ดี อาจไมส่ ามารถ
เข้าถึงการตอบแบบสอบถามได้เน่ืองด้วยข้อจำกัดทางอุปกรณ์สำหรับการตอบคำถาม ทั้งโทรศัพท์มือถือ อุปกรณ์ทาง
เทคโนโลยีอนื่ ๆ รวมถงึ การเขา้ ถึงสัญญาณอนิ เตอร์เนต็
กติ ตกิ รรมประกาศ
การจัดทำบทความวิจัยเร่ือง “ความเป็นอยู่ท่ีดีทางสังคมของสตรีท่ีได้รับผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบใน
พ้ืนท่ีจังหวัดชายแดนภาคใต้ ภายใต้สถานการณ์โควิด-19” ในคร้ังนี้ ผู้วิจัยขอขอบคุณความร่วมมือของผู้ตอบแบบสอบถาม
ทุกท่าน แกนนำสตรีในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ท่ีช่วยประสานเครือข่ายจนทำให้การศึกษาสำเร็จลุล่วงไปได้ด้วยดี และ
ขอขอบพระคุณในการอนุเคราะห์ความรู้ทางวิชาการจาก รศ.ดร.วรรณวดี พูลพอกสิน ซ่ึงเป็นอาจารย์ผู้สอนประจำรายวิชา
การวิจัยเชิงปริมาณในนโยบายสังคม (นบส.804) หลักสูตรปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชานโยบายสังคม ท่ีคอยให้คำปรึกษา
ชี้แนะแนวทางในการพัฒนาประเด็น การออกแบบงานวิจัย และการดำเนินการวิจัยเชิงปริมาณ อย่างเป็นระบบ อันเป็น
จดุ เรมิ่ ตน้ ของความรู้ท่ีสามารถนำไปสกู่ ารผลกั ดนั นโยบายสงั คมตอ่ ไป นอกจากนี้ขอขอบคุณทกุ ข้อมูลทีผ่ วู้ จิ ัยนำมาใช้อา้ งอิงใน
ครงั้ น้ี สุดท้ายขอขอบพระคณุ ทกุ ท่านท่เี ป็นทปี่ รกึ ษาในงานครง้ั น้ี จนทำใหก้ ารดำเนินการสำเรจ็ ลุล่วงไปดว้ ยดี และข้อบกพรอ่ ง
จากการจดั ทำบทความวจิ ยั นี้ ผูศ้ กึ ษาขอนอ้ มรบั และนำไปปรบั ปรงุ ในโอกาสตอ่ ไป
47
รายงานสืบเนื่องการสมั มนาวิชาการเนือ่ งในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปีที่ 68
เอกสารอา้ งองิ
กฤชกนั ทร สุวรรณพนั ธ และคณะ. (2563). ปจั จัยทีม่ ีความสมั พนั ธ์กบั ความเครียดต่อการระบาดของโรคตดิ เชือ้ ไวรสัโคโรนา 2019
(COVID-19) ของนักศกึ ษาคณะสาธารณสขุ ศาสตร์และสหเวชศาสตร์ สถาบนั พระบรมราชชนก. วารสารวิจัยทาง
วทิ ยาศาสตร์สขุ ภาพ, 14(2), 138-148.
กรรณกิ า เรืองเดช และคณะ. (2556). ปัจจัยทำนายคณุ ภาพชีวิตของผู้ไดร้ ับความรุนแรงจากสถานการณ์ความไม่สงบในจงั หวดั
ยะลา. วารสารมหาวิทยาลัยนราธิวาสราชนครนิ ทร์, 5(2), 14-27.
กรวกิ า บวชชุม, วินีกาญจน์ คงสวุ รรณ และ วันดี สทุ ธรงั ษ.ี (2560). การดแู ลตนเองทางดา้ นจติ ใจของสตรีหมา้ ยจากสถานการณ์
ความไม่สงบจังหวัดชายแดนภาคใต้: รายงานการศกึ ษาเบื้องต้น1. วารสารพยาบาลสงขลา, 37(1), 97-104.
คำนวณ อ้งึ ชศู ักดิ์, ประสทิ ธ์ิ วฒั นาภา และ สมศกั ด์ิ อรรฆศิลป.์ (2563). แนวโนม้ ผลกระทบ และการเตรียมรับมือการระบาดรอบ
ทส่ี องของ COVID-19. วารสารวชิ าการสาธารณสุข, 29(4), 765-768.
ไชยฤทธ์ิ อนชุ ิตวรวงศ. (2564). แนวคิดความอยดู่ ีมีสขุ ของไทย. สืบค้นจาก
http://www.dsdw2016.dsdw.go.th/doc_pr/ndc_2560-2561/PDF/ 8387นายไชยฤทธิ์ อนชุ ิตวรวง์.pdf
ธนชั ชา จันคณา, พิพฒั น์ ไทยอารี และ ศริ ภัสสรศ์ วงศท์ องดี. (2564). คุณภาพชีวติ ของบุคลากรในหน่วยงานราชการทม่ี ีผลมาจาก
สถานการณ์การแพร่ระบาดของเชอ้ื ไวรัสโควดิ 19 กรณศี ึกษา: กรมคุ้มครองสิทธิและเสรภี าพ. วารสารวชิ าการไทยวจิ ยั
และการจัดการ, 2(3), 16-45.
ธรี ภัทร กโุ ลภาส และ อุษณี ลลติ ผสาน. (2563). ผลของวธิ ีการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลที่มีตอ่ ความคิดเห็นเก่ียวกับผู้บรหิ ารสถานศกึ ษา
ครู และโรงเรยี น ตามการรับรขู้ องครู: การเปรียบเทียบวธิ ีระหว่างแบบสอบถามกระดาษและแบบสอบถามออนไลน.์
วารสารวธิ ีวิทยาการวิจัย, 33(3), 295-311.
ธรี ะพงษ์ ทศวัฒน์ และ ปยิ ะกมล มหวิ รรณ. (2563). การพัฒนาคุณภาพชวี ติ ทางสังคมของประชาชนและการปอ้ งกนั การแพร่
ระบาดของโรคตดิ เชอ้ื ไวรัสโคโรนา 2019 (COVID-19). วารสารมหาจุฬานาครทรรศน์, 7(9), 40-55.
ดวงหทัย บูรณเจรญิ กจิ . (2564). สถานการณ์เด็ก เยาวชน และผหู้ ญงิ ในจงั หวดั ชายแดนภาคใต้. ศูนย์ประสานงานดา้ นเดก็ และ
สตรีในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศป.ดส.). ศนู ย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต.้
บัวพนั ธ์ พรหมพักพิง. (2555). ความอยู่ดมี สี ุข. วารสารมนุษยศาสตร์ สังคมศาสตร์ 29(2), 23-50.
นงลกั ษณ์ โตบนั ลอื ภพ. (2564). การรบั รู้ ทศั นคติ และความรตู้ อ่ มาตรการการเว้นระยะห่างทางสังคมและผลตอ่ การปฏบิ ตั ิตวั
ตามมาตรการ สุขภาพจิตและคุณภาพชีวติ ของประชาชน ในจังหวัดลำปาง ในช่วงการระบาดของโควดิ -19.
วารสารวชิ าการสขุ ภาพภาคเหนือ, 8(1), 169-184.
เนตรชนก สนุ า. (2563). การสรา้ งสมดุลชวี ิตในช่วงสถานการณ์การแพรร่ ะบาดของโควดิ -19 ของผสู้ งู อายใุ นเขตยานนาวา
กรงุ เทพมหานคร. รายงานสบื เน่ือง (Proceedings) สมั มนาวิชาการเนื่องในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์
ศาสตร์ มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์ ครบรอบ 67 ปี. หนา้ 419 - 437.
นพิ ิฐพนธ์ สนทิ เหลือ. (2562). การคำนวณขนาดตวั อย่างด้วยโปรแกรมสำเรจ็ รูป G*POWER. วารสารวิชาการ
สถาบันเทคโนโลยีแห่งสุวรรณภูมิ, 5(1), 496-507.
นิรตั ิ องิ พรประสิทธ.ิ์ (2563). การศึกษาผลกระทบของโควดิ -19 ท่ีมตี ่อภาวะเศรษฐกิจและสงั คมของประเทศไทย.
สำนักงานการวิจยั แห่งชาติ (วช.) สบื ค้นเม่ือจาก https://tdri.or.th/2020/10/the-impact-of-the-covid-19-crisis-
on-womens-employment/.
พชั รา ย่ิงดำนุ่น. (2564). สถานการณ์โควิด-19 ในสายตานกั ข่าว. วารสารรูสมแิ ล, 42(1), 42-46.
พระครปู ลัด ประสทิ ธ์ิ ปสิทโฺ ธ. (2563). การศกึ ษาคณุ ภาพชวี ิตการทำงานที่ส่งผลตอ่ การปรับตวั ในการปฏบิ ัติงานช่วงสถานการณ์
โรคระบาดโควดิ -19 ของข้าราชการครูสงั กัดกรุงเทพมหานคร. วารสารสริ นิ ธรปรทิ รรศน์, 21 (2), 82-96.
48
รายงานสืบเนอื่ งการสัมมนาวชิ าการเนื่องในโอกาสการสถาปนาคณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์ มธ. ปีท่ี 68
วรรณวดี พูลพอกสนิ . (2564). การระบาด (ของ) เงา: ความรนุ แรงทางเพศที่แฝงมากบั การแพร่ระบาดของโควิด-19.
รายงานสืบเนื่องสมั มนาวิชาการเน่ืองในโอกาสการสถาปนาคณะสงั คมสงเคราะหศ์ าสตร์, มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
ครบรอบ 67 ปี.
วรรณวดี พลู พอกสนิ . (2564). เอกสารประกอบการสอนรายวชิ า การวิจัยเชิงปรมิ าณในนโยบายสังคม (นบส.804) หลกั สตู ร
ปรชั ญาดุษฎบี ัณฑิต สาขาวิชานโยบายสงั คม. มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์, คณะสังคมสงเคราะห์ศาสตร์.
ศรุตานนท์ ชอบประดิษฐ.์ (2563). วิกฤตโควิด 19 ส่งผลกระทบตอ่ การเปลย่ี นแปลงทางสังคมอย่างไร. วารสารชยั ภมู ิปรทิ รรศน์,
3 (2), 1-14.
ศุภามณ จันทร์สกลุ และ สชุ าดา บวรกิติวงศ์. (2560). สถติ ินอนพาราเมตรกิ และการประยกุ ต์ใช้ในงานวจิ ัยทางการพยาบาล.
วารสารวชิ าการมหาวิทยาลัยอีสเทิร์นเอเชยี ฉบับวิทยาศาสตร์และเทคโนโลย.ี 11(1), 38-48.
โศภิต นาสบื . (2564). รายงานผลการทบทวนผลกระทบเชิงเศรษฐกจิ และสงั คมจากการระบาดของโควิด-19 ในระดบั โลกและใน
ประเทศไทย. กระทรวงสาธารณสุข, กรมควบคมุ โรค, สำนักงานพัฒนานโยบายสขุ ภาพระหว่างประเทศ (IHPP),
กองโรคไมต่ ดิ ตอ่ .
ศูนยเ์ ฝ้าระวังสถานการณ์ชายแดนใต้. (2564). สรุปเหตุการณ์ในพน้ื ที่จังหวดั ชายแดนภาคใต้ ประจำเดือนมีนาคม 2564.
สบื คน้ จาก https://deepsouthwatch.org/th/node/11980
เสาวรส ปลื้มใจ และ อุทศิ สงั ขรัตน์. (2558). ผู้หญิงกับการสร้างสันตภิ าพชายแดนใต้. วารสารมนุษยศาสตรแ์ ละสังคมศาสตร์
มหาวิทยาลัยทักษณิ . 10(1), 225-243.
สุชาติ พรชัยวิเศษกลุ . (2564). ผลกระทบการแพรร่ ะบาดโควดิ -19 สถานการณ์การวา่ งงานและแนวทางรับมอื . สบื ค้นจาก
https://www.doe.go.th/prd/assets/upload/files/satun_th/7ff740b9698a0551a0e4c5d7ff23361.pdf
สุมาลี สุกใส. (2563). ปจั จัยที่สง่ ผลตอ่ คุณภาพชีวิตในการทำงานของบุคลากร ในสถานการณก์ ารแพรร่ ะบาดของโรคติดเชื้อไวรสั
โคโรนา 2019 (โควิด 19) กรณศี กึ ษาบคุ ลากรสำนกั งานเลขาธิการสำนักงานอยั การสูงสุด. มหาวิทยาลัยรามคำแหง,
คณะรัฐศาสตร์, รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต.
สุวฒั น์ มหตั นิรนั ดร์กุล ปรทิ รรศ ศิลปกิจ และ วนิดา พุ่มไพศาลชัย. (2541). คุณภาพชีวติ ของคนไทยในภาวะ วิกฤตเศรษฐกิจ.
เชยี งใหม่: กระทรวงสาธารณสุข, กรมสขุ ภาพจติ , โรงพยาบาลสวนปรุง.
สำนกั งานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสงั คมแห่งชาติ. (2564). ภาวะสงั คมไทย. ไตรมาสสาม ปีที่ 19 ฉบับท่ี 4 เดอื นพฤศจิกายน
2564. สืบคน้ จาก https://www.nesdc.go.th/ewt_dl_link.php?nid=5491.
องคก์ ารอนามัยโลก. (2563). โควดิ 19 กับความรนุ แรงต่อผูห้ ญงิ . สบื ค้นจาก https://www.who.int/docs/default-
source/searo/thailand/covid-19-and-vaw-summary-28-march-thai.pdf
ฮาดีย์ หะมดิ ง และคณะ. (2563). รายงานผลการดำเนนิ งานการใหค้ วามช่วยเหลือประชาชนสามจงั หวดั ชายแดนภาคใต้ใน
หว้ งการระบาดของไวรสั โควิด-19. คณะทำงานเฉพาะกจิ ศนู ย์ประสานงานสมาชกิ สภาผ้แู ทนราษฎรจงั หวัดชายแดน
ภาคใต้. ปตั ตาน.ี
Carpi, T., Hino, A., Lacus, S. M., & Porro, G. (2021). Twitter Subjective Well-Being Indicator During COVID-19
Pandemic: A Cross-Country Comparative Study. Retrieved from https://www.researchgate.net
/publication/348618828_Twitter_Subjective_Well-Being_Indicator_During_COVID-9_Pandemic_A_Cross-
Country_Comparative_Study.
Dwivedi, A. K., Mallawaarachchi, I., & Alvarado, L. A. (2017). Analysis of small sample size studies using
nonparametric bootstrap test with pooled resampling method. Statistics in medicine, 36(14),
2187-2205.
Kahn, R. L., & Juster, F. T. (2003). Well–Being: Concepts and Measures. Journal of Social Issues, 58(4), 627-644.
49