The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

แผนจัดการเรียนรู้วิชากฏและมาตรฐานทางไฟฟ้า

แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยที่ 8

ี่
ชื่อวิชา กฎและมาตรฐานทางไฟฟ้า สัปดาห์ท 14-15
เรื่อง กฎและมาตรฐานทใช้ในงานติดตั้งไฟฟ้าบริเวณอันตราย จำนวน 4 ชั่วโมง
ี่

ี่
คำสั่ง จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องทสุดเพียงคำตอบเดียว


1. บริเวณอันตรายตามมาตรฐานที่ 1 (NEC) จำแนกตามข้อใด
ก. โซน 0, โซน 1, โซน 2

ข. ประเภทที่ 1, ประเภทที่ 2, ประเภทที่ 3
ค. แบบที่ 1, แบบที่ 2

ง. ชนิดที่ 1, ชนิดที่ 2, ชนิดที่ 3

2. บริเวณอันตรายตามมาตรฐานที่ 2 (IEC) จำแนกตามข้อใด
ก. โซน 0, โซน 1, โซน 2

ข. ประเภทที่ 1, ประเภทที่ 2, ประเภทที่ 3
ค. แบบที่ 1, แบบที่ 2

ง. ชนิดที่ 1, ชนิดที่ 2, ชนิดที่ 3

3. กลุ่มสารไวไฟ บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 และ 2 ตรงตามข้อใด
ก. ก๊าซหรือไอระเหยที่ติดไฟได้ และเส้นใยหรือละอองที่ติดไฟได ้

ข. เส้นใยหรือละอองที่ติดไฟได้ และฝุ่นที่ลุกไหม้ได ้

ค. ก๊าซหรือไอระเหยที่ติดไฟได้ และฝุ่นที่ลุกไหม้ได้
ง. ก๊าซหรือไอระเหยที่ติดไฟได ้

4. ลักษณะบริเวณอันตรายประเภทที่ 1, 2 และ 3 ตรงตามข้อใด

ก. โรงงานพ่นสี โรงงานบดถ่านหิน และโรงงานทอผ้า ตามลำดับ
ข. โรงงานทอผ้า โรงงานบดถ่านหิน และโรงงานพ่นสี ตามลำดับ

ค. โรงงานทอผ้า โรงงานบดถ่านหิน และปั๊มน้ำมัน ตามลำดับ
ง. โรงงานทำเฟอร์นิเจอร์ โรงงานตัดเยบเสื้อผ้า และโรงงานทำแป้งมัน ตามลำดับ

5. วิธีการติดตั้งไฟฟ้าบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 ตรงตามข้อใด

ก. ใช้สายทนไฟ
ข. ใชท่อโลหะบางและสาย THW

ค. ใชท่ออโลหะแบบมีเกลียว หรือใช้สาย MI

ง. ใช้ท่อโลหะแบบมีเกลียว หรือใช้สายทนไฟที่ใชกับสารไวไฟ


6. วิธีการติดตั้งไฟฟ้าบริเวณอันตรายประเภทที่ 3 ตรงตามข้อใด

ก. ใช้ท่อโลหะหนา ท่ออโลหะหนา ท่อโลหะหนาปานกลาง ท่อโลหะบาง รางเดินสายชนิดกันก๊าซ

ข. ใชท่อโลหะหนา ท่ออโลหะหนา ท่อโลหะหนาปานกลาง ท่อโลหะบาง รางเดินสายชนิดกันฝุ่น

ค. ใชท่อโลหะหนา ท่ออโลหะหนา ท่อโลหะหนาปานกลาง ท่อโลหะบาง รางเดินสายชนิดกันไอระเหย
ง. ใช้ท่อโลหะหนา ท่อโลหะหนาปานกลาง ท่อโลหะบาง
7. บริเวณอันตรายโซน 0 โซน 1 และโซน 2 ตรงตามข้อใด

ก. บริเวณที่มีเส้นใยหรือละอองที่ติดไฟได ้
ข. บริเวณที่มีก๊าซหรือไอระเหยของสารไวไฟ

ค. บริเวณที่มีเส้นใยหรือละอองที่ติดไฟได ้

ี่
ง. บริเวณที่มีฝุ่นโลหะทลุกไหม้ได ้
8. วิธีการเดินสายเคเบิลในบริเวณอันตรายโซน 0 เป็นไปตามข้อใด

ก. อุปกรณ์ บริภัณฑ์ และสายไฟฟ้าต้องเป็นชนิดทนไฟ
ข. อุปกรณ์ บริภัณฑ์ และสายไฟฟ้าต้องเป็นชนิดทนต่อการระเบิด

ค. อุปกรณ์และบริภัณฑ์ต้องเป็นชนิดที่ได้รับมาตรฐานการผลิตของประเทศนั้น ๆ

ง. อุปกรณ์และบริภัณฑ์ต้องเป็นชนิดที่ได้รับการรับรองแล้วจากสถาบันที่เชื่อถือได้และปลอดภัยแทจริง


9. ข้อใดไม่ใชวิธีการเดินสายเคเบิลในบริเวณอันตรายโซน 1 และโซน 2
ี่
ก. ใช้สายทผลิตตาม มอก. 11–2553
ข. ใชสายเคเบลฉนวนแร่หุ้มเปลือกโลหะ




ค. ใชสายเคเบลหุ้มเปลือกเทอร์โมพลาสติก
ง. ใช้สาย MI, MC, AC, CV หรือ NYY
10. บริเวณอันตรายระบบประเภท/แบบ และระบบโซน จำแนกวัสดุอันตรายที่เหมือนกันตามข้อใด

ก. เส้นใยหรือละออง

ข. ฝุ่นที่ลุกไหม้ได ้
ค. ก๊าซหรือไอระเหย

ง. ของเหลวติดไฟ

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยที่ 8

ี่
ชื่อวิชา กฎและมาตรฐานทางไฟฟ้า สัปดาห์ท 14-15
ี่
เรื่อง กฎและมาตรฐานทใช้ในงานติดตั้งไฟฟ้าบริเวณอันตราย จำนวน 4 ชั่วโมง



1. ข.

2. ก.
3. ค.

4. ก.
5. ง.

6. ข.

7. ข.
8. ง.

9. ก.

10. ค.

ใบความร ู้ หน่วยที่ 8

ชื่อวิชา กฎและมาตรฐานทางไฟฟ้า สัปดาห์ท 14-15
ี่
เรื่อง กฎและมาตรฐานทใช้ในงานติดตั้งไฟฟ้าบริเวณอันตราย จำนวน 4 ชั่วโมง
ี่

จุดประสงค์ทั่วไป

ี่
1. เพื่อให้ทราบบริเวณอันตรายตามมาตรฐานท 1 (NEC) และมาตรฐานท 2 (IEC)
ี่
2. เพื่อให้ทราบกลุ่มสารไวไฟ บริเวณอันตรายประเภทท 1 และ 2
ี่
3. เพื่อให้เข้าใจลักษณะบริเวณอันตรายประเภทท 1, 2 และ 3
ี่
ี่
4. เพื่อให้เข้าใจวิธีการติดตั้งไฟฟ้าบริเวณอันตรายประเภทท 1, 2 และ 3

5. เพื่อให้มีจิตสำนึกที่ดีเกี่ยวกับกฎและมาตรฐานที่ใชในงานติดตั้งไฟฟ้าบริเวณอันตราย


จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม
1. จำแนกบริเวณอันตรายตามมาตรฐานท 1 (NEC) และมาตรฐานท 2 (IEC) ได ้
ี่
ี่
2. บอกกลุ่มสารไวไฟ บริเวณอันตรายประเภทท 1 และ 2 ได ้
ี่
3. อธิบายลักษณะบริเวณอันตรายประเภทท 1, 2 และ 3 ได ้
ี่
ี่
4. อธิบายวิธีการติดตั้งไฟฟ้าบริเวณอันตรายประเภทท 1, 2 และ 3 ได ้

สมรรถนะ

1. แสดงความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกฎและมาตรฐานที่ใช้ในงานติดตั้งไฟฟ้าบริเวณอันตราย

2. นำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกฎและมาตรฐานที่ใชในงานติดตั้งไฟฟ้าบริเวณอันตราย

3. ใช้งานวัสดและอุปกรณสำหรับงานติดตั้งไฟฟ้าบริเวณอันตรายตามกฎและมาตรฐานที่ใช้ใน

งานติดตั้งไฟฟ้าบริเวณอันตราย

เนื้อหา

การติดตั้งไฟฟ้าในพื้นที่อันตรายหรือบริเวณอันตราย คือ บริเวณที่มีสารไวไฟ ของเหลวไวไฟ ฝุ่นท ี่



ติดไฟได ละอองที่ติดไฟได เส้นใยที่ติดไฟได ที่มีปริมาณที่เหมาะสมที่อาจเกิดการจดระเบิด ติดไฟหรือลุก



ไหม้จนเป็นอันตรายได ซึ่งโดยทั่วไปแล้วการเกิดลุกไหม้ได้นั้นมีสาเหต 3 ประการที่ประกอบกันคือ (1)

จะต้องมีเชื้อเพลิงก๊าซหรือไอไวไฟหรือฝุ่นในบริเวณที่ติดไฟได (2) จะต้องมีแหล่งที่มาให้เกิดการจดติดไฟ

ในลักษณะพลังงานความร้อนหรือการสปาร์ก และ (3) จะตองมีออกซิเจน

8.1 ขอบเขตและการจำแนกบริเวณอันตราย

การเดินสายและตดตั้งอุปกรณ์ฟฟ้าสำหรับบริเวณอันตรายให้ปฏิบัติตามข้อกำหนด โดยแบ่ง
ี่

ออกเป็น 2มาตรฐาน กลาวคือ มาตรฐานท 1 (National Electric Code: NEC) กำหนดในข้อ 8.2 ถูก
ี่
จำแนกบริเวณอันตรายเป็นประเภทท 1 ประเภทท 2 และประเภทท 3 มาตรฐานท 2 (International
ี่
ี่
ี่
Electrotechnical Commission: IEC) กำหนดในข้อ 8.3 ถูกจำแนกบริเวณอันตรายเป็น โซน 0 โซน 1
และโชน 2 กรณีไม่ได้ระบุไว้ ให้ปฏิบัติตามข้อกำหนดของมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสำหรับประเทศ
ไทยในส่วนที่เกี่ยวข้อง


8.1.1 ขอบเขต


ข้อกำหนดสำหรับบริภัณฑ์ไฟฟ้าและบริภัณฑ์อิเลกทรอนิกส รวมทั้งวิธีการเดินสายทุกระดับ

แรงดันในบริเวณที่อาจเกิดเพลิงไหม้หรือเกิดการระเบิด เนื่องจากก๊าซ ไระเหย หรือของเหลวที่ติดไฟได ้
ฝุ่นที่เผาไหม้ได เส้นใยหรือละอองที่ติดไฟได ้


8.1.2 การจำแนกบริเวณอันตราย

1. การจำแนกบริเวณอันตราย การเดินสายและการติดตั้งอุปกรณ์ฟฟ้า ให้ปฏิบัติตามข้อ 1
หรือ 2

2. ไม่อนุญาตให้บริเวณอันตรายที่จำแนกคนละวิธีกัน ทับซ้อนกัน

คำอธิบาย ไม่อนุญาตให้นำวิธีการในการจำแนกบริเวณอันตรายที่แตกต่างกันมาใชผสม
กัน ในการจำแนกบริเวณอันตรายบริเวณเดียวกัน เช่น ในพื้นที่หนึ่ง ๆ ซึ่ง

ประกอบด้วยส่วนย่อยหลายส่วนต้องไม่จำแนกบริเวณอันตรายของพื้นท ี่
ส่วนย่อยบางส่วนเป็นโชน 0 โซน 1 หรือโซน 2 ในขณะที่บริเวณอันตราย

ของพื้นที่ส่วนย่อยอีกบางส่วนถูกจำแนกเป็นบริเวณอันตรายประเภท 1

แบบท 1 หรือประเภทท 1 แบบท 2 เป็นต้น
ี่
ี่
ี่
ี่
3. บริเวณอันตรายมาตรฐานท 1 (NEC) จำแนกเป็น
ี่
ี่
ประเภทท 1 แบบท 1 (Class I, Division I) และประเภทท 1 แบบท 2 (Class I, Di
ี่
ี่
ี่
ประเภทท 2 แบบท 1 (Class แ, Dvision ) และประเภทท 2 แบบท 2 (Class I,
ี่
ี่
ี่
Division II)

ประเภทท 3 แบบท 1 (Class Il, Division I) และประเภทท 3 แบบท 2 (Class II,
ี่
ี่
ี่
ี่
Division II)
ี่
4. บริเวณอันตรายมาตรฐานท 2 (EC) จำแนกเป็น โชน 0 โซน 1 และโซน 2 เป็นไปตาม
ข้อกำหนดในข้อ 8.3


5. การแบ่งกลุ่มสารไว้ไฟ บริเวณอันตรายประเภทท 1
ี่
(1) กลุ่ม A คือ บริเวณที่มีบรรยากาศประกอบด้วย อาเซททลีน (Acetylene)

(2) กลุ่ม B คือ บริเวณที่มีบรรยากาศประกอบด้วย ก๊าซที่ลุกไหม้ได ไอระเหยจาก

ของเหลวที่ลุกเป็นไฟหรือเผาไหม้ได เช่น ไฮโดรเจน (Hydrogen)


(3) กลุ่ม C คือ บริเวณที่มีบรรยากาศประกอบด้วย ก๊าซที่ลุกไหม้ได ไอระเหยจาก


ของเหลวที่ลุกเป็นไฟหรือเผาไหม้ได เช่น เอทลีน (Ethylence)
(4) กลุ่ม D คือ บริเวณที่มีบรรยากาศประกอบด้วย ก๊าซที่ลุกไหม้ได ไอระเหยจาก


ของเหลวที่ลุกเป็นไฟหรือเผาไหม้ได เช่น โพรเพน (Propane)
ี่
6. การแบ่งกลุ่มสารไวไฟ บริเวณอันตรายประเภทท 2

(1) กลุ่ม E คือ บริเวณที่มีบรรยากาศประกอบด้วย ฝุ่นโลหะที่ลุกไหม้ได ซึ่งได้แก่
อะลูมิเนียม (Aluminum) แมกนีเซียม (Magnesium) และโลหะผสมของการดังกล่าว

ี่
(2) กลุ่ม F คือ บริเวณที่มีบรรยากาศประกอบด้วย ส่วนผสมของฝุ่นทลุกไหม้ได เช่น

ฝุ่นของถ่านดำ (Carbon black) ถ่านไม้ ถ่านหิน
(3) กลุ่ม G คือ บริเวณที่มีบรรยากาศประกอบด้วย ฝุ่นที่ลุกไหม้ได้นอกเหนือจากที่ระบุ


ในกลุ่ม E และกลุ่ม F เช่น ฝุ่นของแป้ง เมลดพืช ไม้ พลาสติก และสารเคมี

8.2 บริเวณอันตรายมาตรฐานที่ 1 (NEC)

บริเวณอันตรายมาตรฐานท 1 (NEC) ถูกจำแนกบริเวณอันตรายเป็นประเภทท 1 ประเภทท 2
ี่
ี่
ี่
และประเภทท 3
ี่
8.2.1 บริเวณอันตรายประเภทที่ 1

ี่
1. ความหมายของบริเวณอันตรายประเภทท 1
ี่
บริเวณอันตรายประเภทท 1 คือ บริเวณที่ซึ่งมีก๊าซหรือไอระเหยที่ติดไฟได้ผสมอยู่ใน
อากาศปริมาณมากพอที่จะทำให้เกิดการระเบิดได บริเวณอันตรายประเภทท 1 หมายรวมถึงข้อต่อไปนี้
ี่

ด้วย
ี่
ี่
(1) บริเวณอันตรายประเภทท 1 แบบท 1 ได้แก่
(ก) บริเวณทในสภาวะการทำงานตามปกติมีก๊าซหรือไอระเหยที่มีความเข้มข้น
ี่
พอที่จะเกิดการระเบิดได ดังรูปท 8.1
ี่


(ข) บริเวณที่อาจมีก๊าซหรือไอระเหย ที่มีความเข้มข้นพอที่จะเกิดการระเบิดได้อยู่

บ่อยๆ เนื่องจากการซ่อมแซม บำรุงรักษาหรือรั่ว
(ค) บริเวณที่เมื่อบริภัณฑ์เกิดความเสียหายหรือทำงานผิดพลาด อาจทำให้เกิดก๊าซ

หรือไอระเหยที่มีความเข้มข้นพอที่จะเกิดการระเบิด และอาจทำให้บริภัณฑ์ไฟฟ้าขัดข้องและกลายเป็น

แหล่งกำเนิดประกายไฟได ้











ก) โรงงานฟอกย้อม ข) โรงงานพ่นส ี














ค) โรงกลั่นน้ำมัน

ี่
รูปท 8.1 ตัวอย่างบริเวณอันตรายประเภทท 1 แบบท 1
ี่
ี่
ี่
ี่
(2) บริเวณอันตรายประเภทท 1 แบบท 2 ได้แก่
(ก) บริเวณซึ่งเก็บของเหลวติดไฟซึ่งระเหยง่ายหรือก๊าซที่ติดไฟได ซึ่งโดยปกต ิ


ของเหลวไอระเหยหรือก๊าซนี้จะถูกเก็บไว้ในภาชนะหรือระบบที่ปิด ซึ่งจะรั่วออกมาได้เฉพาะในกรณท ี่

บริภัณฑ์ทำงานผิดปกต ดังรูปท 8.2
ี่
(ข) บริเวณที่มีการป้องกันการระเบิดเนื่องจากก๊าซหรือไอระเบิดที่มีความเข้มข้น
เพียงพอโดยใช้ระบุบระบายอากาศซึ่งทำงานโดยเครื่องจักรกล และอาจเกิดอันตรายได้หากระบบระบาย
อากาศขัดข้องหรือทำงานผิดปกต ิ

ี่
(ค) บริเวณที่อยู่ใกล้กับบริเวณอันตรายประเภทท 1 แบบท 1 และอาจได้รับการ
ี่

ถ่ายเทก๊าซหรือไอระเหยที่มีความเข้มข้นพอที่จะจดระเบิดได้ในบางครั้งถ้าไม่มีการป้องกัน

ก) ร้านจำหน่ายและบรรจุก๊าซ ข) สถานบรรจุก๊าซ














ค) สถานบรรจุปิโตรเลียม (ปั๊มน้ำมัน)
ี่
ี่
ี่
รูปท 8.2 ตัวอย่างบริเวณอันตรายประเภทท 1 แบบท 2
2. การเดินสายไฟฟ้าและบริภัณฑ์ในบริเวณอันตรายประเภทท 1
ี่
ี่
ี่
(1) ในบริเวณอันตรายประเภทท 1 แบบท 1 เครื่องวัด เครื่องมือวัด และรีเลย์ต้องมี
เครื่องห่อหุ้มที่ได้รับการรับรอง หมายรวมถึงเครื่องห่อหุ้มที่ทนการระเบิดและเครื่องห่อหุ้มชนิดอัดความ
ดัน การเดินสายทำได 2 วิธี คือ (1) การเดินสายโดยใช้ท่อโลหะหนา (RMC) แบบมีเกลียว ท่อโลหะหนา

ปานกลาง (IMC)แบบมีเกลียว สำหรับกล่อง เครื่องประกอบและข้อต่อต่าง ๆ ต้องเป็นแบบมีเกลียวเพื่อต่อ

กับท่อร้อยสายหรือเครื่องประกอบทำปลายสายเคเบิล และตองเป็นแบบทนการระเบิด เกลียวของข้อต่อ

ต้องมีเกลียวสำหรับขันให้แน่นอย่างน้อยห้าเกลียว ท่อร้อยสายที่ต่อเขากับเครื่องห่อหุ้มของสวิตช์หรือ


บริภัณฑ์อื่น ๆ ต้องมีการปิดผนึก (Sealing) และ (2) การเดินสายโดยใชสาย MI หรือสายเคเบิลที่ใชกับ

สารไวไฟต้องมีเครื่องประกอบทำปลายสาย
สวิตช เชอร์กิตเบรกเกอร์ เครื่องควบคุมมอเตอร์และฟิวส รวมทั้งสวิตช์กดปุ่ม รีเลย์


และอุปกรณ์อื่นที่คลายกันต้องมีเครื่องห่อหุ้มที่ได้รับการรับรอง เต้ารับ เตาเสียบพร้อมสายต้องเป็นแบบมี


ที่สำหรับต่อตัวนำลงดินของสายอ่อน และดวงโคมต้องได้รับการรับรองและมีการป้องกันความเสียหายทาง


กายภาพโดยการกั้นหรือโดยตำแหน่งติดตั้งที่เหมาะสม และตัวอย่างวัสดุอุปกรณที่ใชในบริเวณอันตราย
ดังรูปท 8.3
ี่

ก) ท่อโลหะหนาหรือท่อโลหะหนาปานกลางแบบมีเกลียว











ข) กล่อง เครื่องประกอบและข้อต่อต่าง ๆ ต้องเปนแบบมีเกลียว










ค) สวิตช์กันระเบิด












ง) โคมไฟกันระเบิด
ี่
รูปท 8.3 ตัวอย่างวัสดุอุปกรณ์ในการเดินสายบริเวณอันตรายประเภทท 1
ี่

จ) กล่องกันระเบิด











ฉ) คอนดูเลตกันระเบิด










ช) ท่ออ่อนกันระเบิด












ซ) สาย MI (Mineral Insulated Cable)

ี่
ี่
รูปท 8.3 ตัวอย่างวัสดุอุปกรณ์ในการเดินสายบริเวณอันตรายประเภทท 1 (ต่อ)

ี่
ี่
ตัวอย่างการเดินระบบไฟฟ้าในบริเวณอันตรายประเภทท 1 ดังรูปท 8.4







































ี่
รูปท 8.4 ตัวอย่างการเดินสายในบริเวณอันตรายประเภทท 1
ี่
(2) ในบริเวณอันตรายประเภทท 1 แบบท 2 ใช้วิธีการเดินสายเช่นเดียวกับข้อ (1) หรือ
ี่
ี่
การเดินสายต้องใชท่อโลหะหนาแบบมีเกลียว ท่อโลหะหนาปานกลางแบบมีเกลียว อุปกรณ์อื่นต้องมี

เครื่องห่อหุ้มสายเคเบลและเครื่องประกอบปลายสายต้องเป็นชนิดที่ได้รับการรับรอง


8.2.2 บริเวณอันตรายประเภทที่ 2


1. ความหมายของบริเวณอันตรายประเภทที่ 2

บริเวณอันตรายประเภทท 2 คือ บริเวณที่มีฝุ่นที่ทำให้เกิดการระเบิดได้ทำให้เกิด
ี่
อันตรายและให้หมายความรวมถึงบริเวณตามที่กำหนดในข้อต่อไปนี้ด้วย

ี่
(1) บริเวณอันตรายประเภทท 2 แบบท 1 ได้แก่
ี่
(ก) บริเวณที่มีฝุ่นลุกไหม้ได อยู่ในอากาศเป็นปริมาณที่อาจทำให้เกิดส่วนผสมที่อาจ

ี่
ระเบิดหรือจุดระเบิดได ภายใต้สภาวะการทำงานปกต ดังรูปท 8.5



(ข) บริเวณที่เมื่อเครื่องจักรกลขัดข้องหรือทำงานผดปกต อาจทำให้เกิดส่วนผสมท ี่

อาจระเบิดหรือจุดระเบิดได ้

(ค) บริเวณที่มีฝุ่นที่มีคุณสมบัตเป็นตัวนำไฟฟ้าที่ลกไหม้ได้ในปริมาณที่เป็นอันตราย

(2) บริเวณอันตรายประเภทท 2 แบบท 2 ได้แก่
ี่
ี่
(ก) บริเวณทตามปกตจะมีฝุ่นที่ลุกไหม้ได้อยู่ในอากาศแต่มีปริมาณไม่มากพอที่จะทำ

ี่

ให้เกิดการระเบิดหรือจุดระเบด และการสะสมของฝุ่นไม่มีผลต่อการทำงานปกติของบริภัณฑ์ไฟสำเร็จอื่น

(ข) บริเวณซึ่งฝุ่นมีการสะสมในบริเวณใกลเคียงกับบริภัณฑ์ไฟฟ้าที่ใช้งาน และมี
ปริมาณมากพอที่จะทำให้บริภัณฑ์ระบายความร้อนได้ยาก หรืออาจจุดระเบิด ซึ่งเกิดจากการทำงาน

ผิดปกติหรือการขัดข้องของบริภัณฑ์ไฟฟ้า












ก) โรงงานที่เกี่ยวกับแป้ง ข) โรงงานทำเฟอร์นิเจอร์










ค) โรงงานเก็บและสีข้าว ง) โรงงานเกี่ยวกับอะลูมิเนียม

ี่
ี่
รูปท 8.5 ตัวอย่างบริเวณอันตรายประเภทท 2 แบบท 1
ี่

จ) โรงงานน้ำตาล














ฉ) โรงงานบดผงเล็ก ๆ/โรงงานบดถ่านหิน
ี่
ี่
รูปท 8.5 ตัวอย่างบริเวณอันตรายประเภทท 2 แบบท 1 (ต่อ)
ี่
2. การเดินสายไฟฟ้าและบริภัณฑ์ในบริเวณอันตรายประเภทที่ 2


ี่
(1) ในบริเวณอันตรายประเภทท 2 แบบท 1 การเดินสายต้องใชท่อโลหะหนาแบบมี
ี่
เกลียวท่อโลหะหนาปานกลางแบบมีเกลียวตลอดทั้งมีฝาปิดเพื่อกันฝุ่นละออง อุปกรณ์อื่นต้องมีเครื่อง
ี่

ห่อหุ้ม การอุดท่อ ต้องทำแบบเดียวกันกับการเดินสายในประเภทท 1สายเคเบลและเครื่องประกอบปลาย
สายต้องเป็นชนิดที่ได้รับการรับรอง
(2) ในบริเวณอันตรายประเภทท 2 แบบท 2 การเดินสายเช่นเดียวกับข้อ (1) ซึ่งต้อง
ี่
ี่
เป็นชนิดกันฝุ่น ดังรูปท 8.6
ี่

รูปท 8.6 ตัวอย่างการเดินสายในบริเวณอันตรายประเภทท 2
ี่
ี่
8.2.2 บริเวณอันตรายประเภทที่ 3


1. ความหมายของบริเวณอันตรายประเภทที่ 3

ี่
บริเวณอันตรายประเภทท 3 คือ บริเวณที่มีเส้นใยหรือละอองที่จุดระเบิดได้ง่าย แต ่

ปกติจะไม่ลอยอยู่ในอากาศเป็นปริมาณมากพอที่จะทำให้เกิดการจดระเบิดได และให้หมายความรวมถึง

บริเวณตามที่กำหนดในข้อต่อไปนี้ด้วย
(1) บริเวณอันตรายประเภทท 3 แบบท 1 ได้แก่ บริเวณที่มีเส้นใยที่จดระเบิดง่าย หรือ

ี่
ี่
มีการขนถ่าย ผลิตใช้งานวัตถุที่ทำให้เกิดละอองที่จุดระเบิดได ดังรูปท 8.7
ี่
















ก) โรงงานเกี่ยวกับตัดเย็บเสื้อผา
ี่
รูปท 8.7 ตัวอย่างบริเวณอันตรายประเภทท 3 แบบท 1
ี่
ี่

ข) โรงงานเกี่ยวกับการทอผ้า/โรงงานผ้าห่ม/โรงงานใยฝ้าย














ค) โรงงานไม้

ี่
รูปท 8.7 ตัวอย่างบริเวณอันตรายประเภทท 3 แบบท 1 (ต่อ)
ี่
ี่
ี่
ี่
ี่
(2) บริเวณอันตรายประเภทท 3 แบบท 2 ได้แก่ บริเวณที่เป็นทเก็บหรือขนถ่ายเส้นใย
ที่ลุกไหม้ได้ง่าย ยกเว้น ในกระบวนการผลิต
2. การเดินสายไฟฟ้าและบริภัณฑ์ในบริเวณอันตรายประเภทที่ 3

ี่

(1) ในบริเวณอันตรายประเภทท 3 แบบท 1 การเดินสายต้องใชท่อโลหะหนา ท่อ
ี่
อโลหะหนา ท่อโลหะหนาปานกลาง ท่อโลหะบาง รางเดินสายชนิดกันฝุ่น
ี่
(2) ในบริเวณอันตรายประเภทท 3 แบบท 2 การเดินสายเช่นเดียวกับข้อ (1) ยกเว้น
ี่
กรณีที่สถานทดังกล่าวใชเป็นที่เก็บอย่างเดียว และไม่มีเครื่องจักรกลใด ๆ อนุญาตให้เดินสายเปิดบนลูก
ี่

ถ้วยได และต้องมีการป้องกันความเสียหายทางกายภาพด้วย


8.3 บริเวณอันตรายมาตรฐานที่ 2 (IEC)

บริเวณอันตรายมาตรฐานท 2 (EC) ถูกจำแนกบริเวณอันตรายเป็นโชน 0, โชน 1 และโชน 2 ซึ่ง
ี่
เป็นสถานที่ที่อาจเกิดเพลิงไหม้ หรือการระเบิดเนื่องจากก๊าซ ไอระเหยของเหลวที่ติดไฟได ้


8.3.1 ขอบเขตและข้อกำหนดทั่วไป

1. ขอบเขต ครอบคลุมข้อกำหนดในระบบการแบ่งโชนตามมาตรฐาน IEC



2. การจำแนกบริเวณอันตรายขึ้นอยู่กับคณสมบัตของไอระเหย ก๊าซ หรือของเหลวติดไฟ
ได ซึ่งอาจมีขึ้นและมีความเป็นไปได้ที่จะมีความเข้มข้น หรือมีปริมาณมากพอที่จะทำให้เกิดการลุกไหม้

หรือเกิดเพลิงไหม้ได สถานที่ซึ่งมีการใช้สารไพโรฟอริก (Pyrophoric) เพียงชนิดเดียว ไม่จัดเป็นบริเวณ

อันตรายในการพิจารณาจำแนกประเภทแต่ละห้อง ส่วนหรือพื้นที่จะแยกพิจารณาเป็นกรณีเฉพาะ
ของแต่ละห้องหรือพื้นที่นั้น ๆ


3. บริเวณอันตราย โซน 0, โชน 1 และโซน 2 เปนบริเวณที่มีก๊าซหรือไอระเหยติดไฟ หรือ
อาจมีจำนวนอากาศทผสมอย่างเพียงพอจนเกิดการติดหรือระเบิด
ี่
4. การแบ่งกลุ่ม
กลุ่มก๊าซ เ คือ บรรยากาศที่ประกอบด้วย Firedamp (ส่วนผสมของก๊าซหลายชนิด ซึ่ง

ส่วนใหญ่เป็นก๊าซมีเทน (Methane) โดยพบบริเวณใต้พื้นดิน เช่น เหมืองแร่)

กลุ่มก๊าซ แ แบ่งเป็นกลุ่ม IC, แB และ IA ตามธรรมชาติของก๊าซหรือไอระเหย
(1) กลุ่มก๊าซ IC คือ บรรยากาศทประกอบด้วย อาเซททลีน (Acetylene) ไฮโดรเจน

ี่
ี่

(Hydrogen) ก๊าซทลุกไหม้ได ไอระเหยจากของเหลวที่สมารถลุกเป็นไฟ หรือเผาไหม้ได ไอระเหยจากของ

เหลวที่ผสมกับอากาศแล้ว อาจทำให้เกิดการไหม้ หรือเกิดการระ
(2) กลุ่มก๊าซ IB คือ บรรยากาศที่ประกอบด้วย อาเซททาลดีไฮต์ (Acetaldehyde)


เอทิลีน (Ethylene ) ก๊าซที่ลุกไหม้ได ไอระเหยจากของเหลวที่สามารถลุกเป็นไฟ หรือเผาไหม้ได ไอ

ระเหยจากของเหลวที่ผสมกับอากาศแล้ว อาจทำให้เกิดการไหม้ หรือเกิดการระเบิดได ้
ี่
กลุ่มก๊าซ IA คือ บรรยากาศทประกอบด้วย อาเซโทน (Acetone) แอมโมเนีย

(Ammonia) เอธิลแอลกอฮอล (Ethyl alcohol) ก๊าซโซลีน (Gasolie) มีเทน (Methane) โพรเพน

ี่
(Propane) ก๊าซทลุกไหม้ได ไอระเหยจากของเหลวที่สามารถลุกเป็นไฟ หรือเผาไหม้ได ไอระเหยจากของ

เหลวที่ผสมกับอากาศแล้ว อาจทำให้เกิดการไหม้ หรือเกิดการระเบิดได ้
5. การจำแนกโซน
(1) โซน 0

ก) สถานที่ซึ่งก๊าซหรือไอระเหย อย่างต่อเนื่อง และมีความเข้มข้นพอที่จะเกิดการ
ระเบิดได ้

ข) สถานที่ซึ่งมีก๊าซหรือไอระเหย ตลอดเวลา และมีความเข้มข้นพอที่จะเกิดการ

ระเบิด

(2) โชน 1

ก) สถานที่ซึ่งในสภาวะการทำงานปกต อาจมีก๊าซหรือไอระเหยที่มีความเข้มข้นพอ

เกิดการระเบิดได ้

ข) สถานที่ซึ่งอาจมีก๊าซหรือไอระเหย ที่มีความเข้มข้นพอที่จะเกิดการระเบิดได้อยู่

บ่อยเนื่องจากการซ่อมแซม บำรุงรักษา หรือรั่ว
ค) สถานที่ซึ่งเมื่อบริภัณฑ์เกิดความเสียหายหรือทำงานผิดพลาดอาจทำให้เกิดก๊าซ


หรือไอระเหยที่มีความเข้มข้นพอที่จะเกิดการระเบิดได และในขณะเดียวกันอาจทำให้บริภัณฑ์ไฟฟ้า
ขัดข้องซึ่งเป็นสาเหตุให้บริภัณฑ์ไฟฟ้าดังกล่าวเป็นแหล่งกำเนิดของการระเบิดได ้

ง) สถานที่ซึ่งอยู่ใกล้กับบริเวณอันตรายโชน 0 และอาจได้รับการถ่ายเทก๊าซ หรือไอ

ระเหยที่มีความเข้มข้นพอที่จะเกิดการระเบิดได ถ้าไม่มีการป้องกันโดยการระบายอากาศโดยดดอากาศ


ี่
สะอาดเข้ามา และมีระบบรักษาความปลอดภัยทมีประสิทธิผล หากระบบอากาศทำงานผิดพลาด
(3) โซน 2

ก) สถานที่ซึ่งในสภาวะการทำงานปกต เกือบจะไม่มีก๊าซหรือไอระเหยที่มีความ

เข้มข้นพอที่จะเกิดการระเบิดได และถ้ามีก๊าซหรือไอระเหยดังกล่าว เกิดขึ้นก็จะมีในช่วงเวลาสั้น ๆ เท่านั้น
ข) สถานที่ซึ่งใช้เก็บของเหลวติดไฟซึ่งระเหยง่าย ก๊าซ หรือไอระเหยที่ติดไฟได ซึ่ง

โดยปกติของเหลว ไอระเหย หรือก๊าซนี้จะถูกเก็บไว้ในภาชนะหรือระบบที่ปิดโดยอาจรั่วออกมาได้จากการ

ทำงานของบริภัณฑ์ที่ผิดปกติในขณะที่มีการหยิบยก ผลิต หรือใช้งานของเหลวหรือก๊าซ

ค) สถานที่ซึ่งมีการป้องกันการระเบิด เนื่องจากก๊าซหรือไอระเหยที่มีความเข้มข้น
ใช้ระบบระบายอากาศ ซึ่งทำงานโดยเครื่องจักรกล อาจเกิดอันตรายได้หากระบบอากาศขัดข้องหรือ

ทำงานผิดปกต ิ
ง) สถานที่ซึ่งอยู่ใกล้กับบริเวณอันตราย โชน 1 และอาจได้รับการถ่ายเทก๊าซหรือไอ



ระเหยที่มีความเข้มขันพอที่จะจดระเบิดได ถ้าไม่มีการป้องกันโดยกรระบายอากาศโดยดูดอากาศสะอาด
เข้ามาและมีระบบรักษาความปลอดภัยที่มีประสิทธิผลหากระบบระบายอากาศทำงานผิดพลาด















ตัวอย่างการแบ่งโชน ดังรูปท 8.8
ี่

โซน 0 คือ บริเวณที่มีก๊าซหรือไอของสารเคมีไวไฟอยู่ตลอดเวลา มีก๊าซหรือไอเข้มข้นพอจะระเบด

โซน 1 คือ บริเวณที่มีก๊าซหรือไอของสารเคมีไวไฟอยู่ปกต มีก๊าซหรือไอเข้มข้นพอจะระเบิดได ้

โชน 2 คือ บริเวณซึ่งในสภาวะการทำงานปกต เกือบจะไม่มีก๊าซหรือไอพอจะระเบิดได ้


ี่
รูปท 8.8 ตัวอย่างการแบ่งโซน (Zone) บริเวณอันตรายตามมาตรฐาน IEC

8.3.2 วิธีการเดินสายด้วยระบบสายเคเบิล

1. ทั่วไป

(1) วิธีการเดินสายต้องเป็นไปตามข้อกำหนดการเดินสายและวัสด ตามมาตรฐานการ

ติดตั้งทางไฟฟ้า สำหรับประเทศไทย หรือเป็นไปตามมาตรฐาน IEC 60079-14 โดยเป็นอุปกรณ์และ


ี่
บริภัณฑ์ต้องเป็นชนิดที่ได้รับกรรับรองแล้วจากสถาบันที่เชื่อถือได เช่น UL, NEMA เป็นต้น ดังรูปท 8.9














รูปท 8.9 ตัวอย่างวิธีเดินสายและบริภัณฑ์ไฟฟ้าตามมาตรฐาน EC
ี่


(2) การใชสายแกนเดียวชนิดไม่มีเปลือก ห้ามใชสายแกนเดียวชนิดไม่มีเปลือก

(3) การเดินสายเข้าบริภัณฑ์ ต้องเป็นไปตามที่กำหนดในแต่ละแบบการป้องกัน

(4) ทางผานของเปลวเพลิง เครื่องห่อหุ้มสาย ช่องเดินสาย ต้องมีการป้องกันไม่ให้สาร
ไวไฟไหลผ่านจากพื้นที่หนึ่งไปยังอีกพื้นที่หนึ่ง

(5) การต่อสายต้องทำในเครื่องห่อหุ้มที่มีระดับการป้องกันเหมาะสม
2. โซน 0 ชนิดของสายเคเบิลและการเดินสายเป็นไปตามมาตรฐาน IEC 60079-14

สำหรับชนิดการป้องกันแบบความปลอดภัยแบบแท้จริง


3. โซน 1 และโซน 2 ชนิดของสายเคเบลและการเดินสายตามมาตรฐาน IEC 60079-14

(1) โซน 1 และ โซน 2สายเคเบลสำหรับบริภัณฑ์ไฟฟ้าชนิดติดตั้งถาวร เป็นสายเคเบิล

ฉนวนแร่หุ้มเปลือกโลหะ สายเคเบลหุ้มเปลือกเทอร์โมพลาสติก เช่น MI, MC, AC, CV หรือ NYY เปนต้น


(2) สายสำหรับบริภัณฑ์ไฟฟ้าชนิดเคลื่อนที่ได ต้องระบุแรงดนใช้งานไม่เกิน 240 โวลต ์


เทียบกับดิน สายไฟฟ้าต้องเป็นชนิดมีเปลือกนอก พิกัดใช้กระแสในสายไม่เกิน 6 แอมแปร์ กรณีเป็น
บริภัณฑ์ไฟฟ้าที่ต้องต่อลงดิน สายไฟฟ้าต้องมีสายดินรวมอยู่ด้วย ขนาดสายไฟฟ้ต้องไม่เล็กกว่า 1.0 ตาราง

มิลลิเมตร


8.3.3 เปรียบเทียบการจำแนกบริเวณอันตราย

เปรียบเทียบการจำแนกบริเวณอันตราย ตามมาตรฐานท 1 (NEC ซึ่งจำแนกเป็นประเภท
ี่
ี่
และแบบ กับมาตรฐานท 2 (IEC) ซึ่งจำแนกเป็นโชน เพื่อให้เกิดความเข้าใจ ดังนี้

ี่
ตารางที่ 8.1 เปรียบเทียบการจำแนกบริเวณอันตรายตามมาตรฐานท 1 (NEC) กับมาตรฐานท 2 (IEC)
ี่
วัสดุอันตราย ระบบประเภท/แบบ ระบบโซน

(Hazardous (Class/Division System) (Zone System)

Materials)
ก๊าซหรือไอ แบบท 1 (Division I) โซน 0, โซน 1
ี่
(Gasses or Vapors) ประเภท 1 (Class I) แบบท 2 (Division II) โซน 2
ี่
ี่
ฝุ่นที่ลุกไหม้ได ้ แบบท 1 (Division I) โซน 20
ี่
(Combustible) แบบท 2 (Division II) แบบท 2 (Division II) โซน 21, โซน 22
ี่
ี่
เส้นใยหรือละออง แบบท 1 (Division I) -
(Fiber or Flying) ประเภท 3 (Class III) แบบท 2 (Division II) -
ี่

หมายเหต โซน 20 หมายถึง สถานที่ซึงสภาพบรรยากาศที่เกิดระเบิดได้ง่ายในรูปของเมฆฝุ่นที่ติดไฟมีอยู่ในอากาศมีอย ู่
ตลอดเวลา หรือในช่วงระยะเวลายาวหรือบ่อยครั้ง, โซน 21 หมายถึง สถานที่ซึงสภาพบรรยากาศที่เกิดระเบิดได้ง่ายใน
รูปของเมฆฝุ่นที่ติดไฟมีอยู่ในอากาศ น่าจะเกิดในการทำงานปกติเป็นครั้งคราว และโซน 22 หมายถึง สถานที่ซึงสภาพ
บรรยากาศที่เกิดระเบิดได้ง่ายในรูปของเมฆฝุ่นที่ติดไฟมีอยู่ในอากาศ ไม่น่าจะเกิดในการทำงานปกติเป็นครั้งคราว


8.4 สรุปสาระสำคัญ


การเดินสายและตดตั้งอุปกรณ์ไฟฟ้าสำหรับบริเวณอันตรายให้ปฏิบติตามข้อกำหนด โดยแบ่ง

ี่
ี่
ออกเป็น 2 มาตรฐาน กล่าวคือ มาตรฐานท 1 (NEC) และมาตรฐานท 2 (IEC)
ี่
1. มาตรฐานท 1 (NEC)
1.1 บริเวณอันตรายประเภทท 1 คือ บริเวณที่ซึ่งมีก๊าซหรือไอระเหยของสารไวไฟผสมอยู่
ี่

ในอาปริมาณมากเพียงพอที่จะทำให้เกิดการจดระเบิดได การเดินสายในบริเวณอันตรายประเภทท 1 ทำ
ี่

ได 2 วิธี คือ (1) การเดินสายโดยใชท่อโลหะหนา (RSC) แบบมีเกลียว ท่อโลหะหนาปานกลาง (IMC)


แบบมีเกลียว (2) การเดินสายโดยใช้สาย MI หรือสายเคเบิลที่ใช้กับสารไวไฟต้องมีเครื่องประกอบทำปลาย
สาย

1.2 บริเวณอันตรายประเกทท 2 คือ บริเวณที่ซึ่งมีฝุ่นที่ผาไหม้ได้ในปริมาณมากเพียง
ี่

พอที่จะทำให้เกิดการจุดระเบิดได การเดินสายต้องใช้ท่อโลหะหนาแบบมีเกลียว ท่อโลหะหนาปานกลาง
แบบมีเกลียวตลอดทั้งมีฝาปิดเพื่อกันฝุ่นละออง


ี่
1.3 บริเวณอันตรายประเภทท 3 คือ บริเวณที่มีเสนใยหรือละอองที่จุดติดไฟได้ง่าย มาก

เพียงพอที่จะทำให้เกิดอันตรายจากการจุดระเบิดได การเดินสายต้องใช้ท่อโลหะหนา ห่ออโลหะหนา ท่อ
โลหะหนาปานกลาง ท่อโลหะบาง รางเดินสายชนิดกันฝุ่น

ี่
2. มาตรฐานท 2 (IEC)
2.1 โซน 0 คือ บริเวณอันตรายเนื่องจากมีก๊าซหรือไอระเหยของสารไวไฟผสมอยู่ใน

บรรยากาศจนเกิดบรรยากาศที่จดติดไฟได้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน การเดินสายและชนิดของสายเคเบล



เป็นไปตามมาตรฐาน IEC 60079-14 สำหรับชนิดการป้องกันแบบความปลอดภัยแบบแทจริง
2.2 โซน 1 คือ บริเวณอันตรายเนื่องจากมีการรั่วไหลของก๊าซหรือไอระเหยของสารไวไฟ

ออกมาผสมอยู่ในบรรยากาศที่จดติดไฟได้อยู่บ่อยครั้งในกระบวนการทำงานตามปกต ิ

2.3 โซน 2 คือ บริเวณอันตรายเนื่องจากมีการรั่วไหลของก๊าซ หรือไอระเหยของสารไวไฟ


ออกมาผสมอยู่ในบรรยากาศจนเกิดบรรยากาศที่จดติดไฟได้นาน ๆ ครั้ง เช่น เมื่อเกิดอุบัตเหตุใน

กระบวนการทำงาน แต่ไม่ปล่อยให้เกิดการรั่วไหลเป็นเวลานาน
โซน 1 และ โซน 2 สายเคเบิลสำหรับบริภัณฑ์ไฟฟ้าชนิดติดตั้งถาวร เป็นสายเคเบล




ฉนวนแร่หุ้มเปลือกโลหะ สายเคเบลหุ้มเปลอกเทอร์โมพลาสติก เช่น MI, MC, AC, CV หรือ NYY เปนต้น
คำศัพท์ประจำหน่วย

Class I, Division I ประเภทท 1 แบบท 1
ี่
ี่
Hazardous Location บริเวณอันตราย
Hazardous Location Class I บริเวณอันตรายประเภทท 1
ี่

แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยที่ 8

ี่
ชื่อวิชา กฎและมาตรฐานทางไฟฟ้า สัปดาห์ท 14-15
เรื่อง กฎและมาตรฐานทใช้ในงานติดตั้งไฟฟ้าบริเวณอันตราย จำนวน 4 ชั่วโมง
ี่

ี่
คำสั่ง จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องทสุดเพียงคำตอบเดียว


1. บริเวณอันตรายตามมาตรฐานที่ 1 (NEC) จำแนกตามข้อใด
ก. โซน 0, โซน 1, โซน 2

ข. ประเภทที่ 1, ประเภทที่ 2, ประเภทที่ 3
ค. แบบที่ 1, แบบที่ 2

ง. ชนิดที่ 1, ชนิดที่ 2, ชนิดที่ 3

2. บริเวณอันตรายตามมาตรฐานที่ 2 (IEC) จำแนกตามข้อใด
ก. โซน 0, โซน 1, โซน 2

ข. ประเภทที่ 1, ประเภทที่ 2, ประเภทที่ 3
ค. แบบที่ 1, แบบที่ 2

ง. ชนิดที่ 1, ชนิดที่ 2, ชนิดที่ 3

3. กลุ่มสารไวไฟ บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 และ 2 ตรงตามข้อใด
ก. ก๊าซหรือไอระเหยที่ติดไฟได้ และเส้นใยหรือละอองที่ติดไฟได ้

ข. เส้นใยหรือละอองที่ติดไฟได้ และฝุ่นที่ลุกไหม้ได ้

ค. ก๊าซหรือไอระเหยที่ติดไฟได้ และฝุ่นที่ลุกไหม้ได้
ง. ก๊าซหรือไอระเหยที่ติดไฟได ้

4. ลักษณะบริเวณอันตรายประเภทที่ 1, 2 และ 3 ตรงตามข้อใด

ก. โรงงานพ่นสี โรงงานบดถ่านหิน และโรงงานทอผ้า ตามลำดับ
ข. โรงงานทอผ้า โรงงานบดถ่านหิน และโรงงานพ่นสี ตามลำดับ

ค. โรงงานทอผ้า โรงงานบดถ่านหิน และปั๊มน้ำมัน ตามลำดับ
ง. โรงงานทำเฟอร์นิเจอร์ โรงงานตัดเย็บเสื้อผ้า และโรงงานทำแป้งมัน ตามลำดับ

5. วิธีการติดตั้งไฟฟ้าบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 ตรงตามข้อใด

ก. ใช้สายทนไฟ

ข. ใชท่อโลหะบางและสาย THW
ค. ใชท่ออโลหะแบบมีเกลียว หรือใช้สาย MI

ง. ใช้ท่อโลหะแบบมีเกลียว หรือใช้สายทนไฟที่ใชกับสารไวไฟ


6. วิธีการติดตั้งไฟฟ้าบริเวณอันตรายประเภทที่ 3 ตรงตามข้อใด

ก. ใช้ท่อโลหะหนา ท่ออโลหะหนา ท่อโลหะหนาปานกลาง ท่อโลหะบาง รางเดินสายชนิดกันก๊าซ

ข. ใชท่อโลหะหนา ท่ออโลหะหนา ท่อโลหะหนาปานกลาง ท่อโลหะบาง รางเดินสายชนิดกันฝุ่น

ค. ใชท่อโลหะหนา ท่ออโลหะหนา ท่อโลหะหนาปานกลาง ท่อโลหะบาง รางเดินสายชนิดกันไอระเหย
ง. ใช้ท่อโลหะหนา ท่อโลหะหนาปานกลาง ท่อโลหะบาง
7. บริเวณอันตรายโซน 0 โซน 1 และโซน 2 ตรงตามข้อใด

ก. บริเวณที่มีเส้นใยหรือละอองที่ติดไฟได ้
ข. บริเวณที่มีก๊าซหรือไอระเหยของสารไวไฟ

ค. บริเวณที่มีเส้นใยหรือละอองที่ติดไฟได ้

ี่
ง. บริเวณที่มีฝุ่นโลหะทลุกไหม้ได ้
8. วิธีการเดินสายเคเบิลในบริเวณอันตรายโซน 0 เป็นไปตามข้อใด

ก. อุปกรณ์ บริภัณฑ์ และสายไฟฟ้าต้องเป็นชนิดทนไฟ
ข. อุปกรณ์ บริภัณฑ์ และสายไฟฟ้าต้องเป็นชนิดทนต่อการระเบิด

ค. อุปกรณ์และบริภัณฑ์ต้องเป็นชนิดที่ได้รับมาตรฐานการผลิตของประเทศนั้น ๆ

ง. อุปกรณ์และบริภัณฑ์ต้องเป็นชนิดที่ได้รับการรับรองแล้วจากสถาบันที่เชื่อถือได้และปลอดภัยแทจริง


9. ข้อใดไม่ใชวิธีการเดินสายเคเบิลในบริเวณอันตรายโซน 1 และโซน 2
ี่
ก. ใช้สายทผลิตตาม มอก. 11–2553
ข. ใชสายเคเบลฉนวนแร่หุ้มเปลือกโลหะ




ค. ใชสายเคเบลหุ้มเปลือกเทอร์โมพลาสติก
ง. ใช้สาย MI, MC, AC, CV หรือ NYY
10. บริเวณอันตรายระบบประเภท/แบบ และระบบโซน จำแนกวัสดุอันตรายที่เหมือนกันตามข้อใด

ก. เส้นใยหรือละออง

ข. ฝุ่นที่ลุกไหม้ได ้
ค. ก๊าซหรือไอระเหย

ง. ของเหลวติดไฟ

เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยที่ 8

ี่
ชื่อวิชา กฎและมาตรฐานทางไฟฟ้า สัปดาห์ท 14-15
เรื่อง กฎและมาตรฐานทใช้ในงานติดตั้งไฟฟ้าบริเวณอันตราย จำนวน 4 ชั่วโมง
ี่

1. ข.

2. ก.

3. ค.
4. ก.

5. ง.
6. ข.

7. ข.

8. ง.
9. ก.

10. ค.

ใบกิจกรรม หน่วยที่ 8

ี่
ชื่อวิชา กฎและมาตรฐานทางไฟฟ้า สัปดาห์ท 14-15
เรื่อง กฎและมาตรฐานทใช้ในงานติดตั้งไฟฟ้าบริเวณอันตราย จำนวน 4 ชั่วโมง
ี่

คำสั่ง จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้องและสมบูรณ ์



1. บริเวณอันตรายตามมาตรฐานที่ 1 (NEC) จำแนกอย่างไร
.......................................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................


2. บริเวณอันตรายตามมาตรฐานที่ 2 (IEC) จำแนกอย่างไร

.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................


3. กลุ่มสารไวไฟ บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 เป็นกลุ่มสารไวไฟประเภทใด

.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................


4. กลุ่มสารไวไฟ บริเวณอันตรายประเภทที่ 2 เป็นกลุ่มสารไวไฟประเภทใด

.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................

5. ลักษณะบริเวณอันตรายประเภทที่ 1, 2 และ 3 มีลักษณะเป็นอย่างไร

.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................


6. จงยกตัวอย่างสถานประกอบการ โรงงาน ที่จัดเป็นบริเวณอันตรายประเภทที่ 1

.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................


7. จงยกตัวอย่างสถานประกอบการ โรงงาน ที่จัดเป็นบริเวณอันตรายประเภทที่ 2

.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................


8. จงยกตัวอย่างสถานประกอบการ โรงงาน ที่จัดเป็นบริเวณอันตรายประเภทที่ 3

.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................


9. วิธีการติดตั้งไฟฟ้าบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 เป็นอย่างไร

.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................


10. วิธีการติดตั้งไฟฟ้าบริเวณอันตรายประเภทที่ 2 เป็นอย่างไร

.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................

11. บริเวณอันตรายโซน 0 หมายถึงอะไร

.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................


12. บริเวณอันตรายโซน 1 หมายถึงอะไร

.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................


13. บริเวณอันตรายโซน 2 หมายถึงอะไร
.......................................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................



14. วิธีการเดินสายเคเบิลในบริเวณอันตรายโซน 0 โซน 1 และโซน 2 เป็นอย่างไร
.......................................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................

ใบกิจกรรม หน่วยที่ 8

ี่
ชื่อวิชา กฎและมาตรฐานทางไฟฟ้า สัปดาห์ท 14-15
ี่
เรื่อง กฎและมาตรฐานทใช้ในงานติดตั้งไฟฟ้าบริเวณอันตราย จำนวน 4 ชั่วโมง

คำสั่ง จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้องและสมบูรณ ์



1. บริเวณอันตรายตามมาตรฐานที่ 1 (NEC) จำแนกอย่างไร
จำแนกเป็น 3 ประเภท คือ

(1) บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 คือ บริเวณที่ซึ่งมีก๊าซหรือไอระเหยของสารไวไฟผสมอยู่ในอากาศ
ปริมาณมากเพียงพอที่จะทำให้เกิดการจุดระเบิดได้

(2) บริเวณอันตรายประเภทที่ 2 คือ บริเวณที่ซึ่งมีฝุ่นที่เผาไหม้ได้ในปริมาณมากเพียงพอที่จะทำให้
เกิดการจุดระเบิดได

(3) บริเวณอันตรายประเภทที่ 3 คือ บริเวณที่มีเส้นใยหรือละอองที่จดติดไฟได้ง่าย มากเพียงพอที่

จะทำให้เกิดอันตรายจากการจุดระเบิดได


2. บริเวณอันตรายตามมาตรฐานที่ 2 (IEC) จำแนกอย่างไร

จำแนกเป็น 3 โซน คือ
(1) โซน 0 คือ บริเวณอันตรายเนื่องจากมีก๊าซหรือไอระเหยของสารไวไฟผสมอยู่ในบรรยากาศจน

เกิดบรรยากาศที่จุดติดไฟได้อย่างต่อเนื่องเป็นเวลานาน
(2) โซน 1 คือ บริเวณอันตรายเนื่องจากมีการรั่วไหลของก๊าซหรือไอระเหยของสารไวไฟออกมาผสม

อยู่ในบรรยากาศที่จุดติดไฟได้อยู่บ่อยครั้งในกระบวนการทำงานตามปกต ิ
(3) โซน 2 คือ บริเวณอันตรายเนื่องจากมีการรั่วไหลของก๊าซ หรือไอระเหยของสารไวไฟออกมา

ผสมอยู่ในบรรยากาศจนเกิดบรรยากาศที่จุดติดไฟได้นาน ๆ ครั้ง เช่น เมื่อเกิดอุบัติเหตุในกระบวนการ

ทำงาน แต่ไม่ปล่อยให้เกิดการรั่วไหลเป็นเวลานาน


3. กลุ่มสารไวไฟ บริเวณอันตรายประเภทที่ 1 เป็นกลุ่มสารไวไฟประเภทใด
ก๊าซหรือไอระเหยที่ติดไฟได ้


4. กลุ่มสารไวไฟ บริเวณอันตรายประเภทที่ 2 เป็นกลุ่มสารไวไฟประเภทใด

ฝุ่นที่ทำให้เกิดการระเบิดได ้


5. ลักษณะบริเวณอันตรายประเภทที่ 1, 2 และ 3 มีลักษณะเป็นอย่างไร

บริเวณที่มีก๊าซหรือไอระเหย ฝุ่น เส้นใยหรือละอองที่ติดไฟและระเบิดได ้


6. จงยกตัวอย่างสถานประกอบการ โรงงาน ที่จัดเป็นบริเวณอันตรายประเภทที่ 1
เช่น บริเวณโรงงานฟอกย้อม โรงงานพ่นสี โรงกลั่นน้ำมัน

7. จงยกตัวอย่างสถานประกอบการ โรงงาน ที่จัดเป็นบริเวณอันตรายประเภทที่ 2

เช่น บริเวณโรงงานที่เกี่ยวกับแป้ง โรงงานทำเฟอร์นิเจอร์ โรงงานเก็บและสีข้าว โรงงานเกี่ยวกับ
อะลูมิเนียม


8. จงยกตัวอย่างสถานประกอบการ โรงงาน ที่จัดเป็นบริเวณอันตรายประเภทที่ 3

เช่น โรงงานเกี่ยวกับตัดเย็บเสื้อผ้า โรงงานทอผ้า โรงงานใยฝ้าย โรงงานไม้


9. วิธีการติดตั้งไฟฟ้าบริเวณอันตรายประเภทที่ 1 เป็นอย่างไร


การเดินสายทำได้ 2 วิธี คือ (1) การเดินสายโดยใชท่อโลหะหนา (RSC) แบบมีเกลียว ท่อโลหะหนา
ปานกลาง (IMC) แบบมีเกลียว สำหรับกล่อง เครื่องประกอบและข้อต่อต่าง ๆ ต้องเป็นแบบมีเกลียวเพื่อ

ต่อกับท่อร้อยสายหรือเครื่องประกอบทำปลายสายเคเบิล และต้องเป็นแบบทนการระเบิด


สวิตช์ เซอร์กิตเบรกเกอร์ เครื่องควบคุมมอเตอร์และฟิวส์ รวมทั้งสวิตช์กดปุ่ม รีเลย์และอุปกรณอื่น

ที่คล้ายกันต้องมีเครื่องห่อหุ้มที่ได้รับการรับรอง เต้ารับ เต้าเสียบพร้อมสายต้องเป็นแบบมีที่สำหรับตอ
ตัวนำลงดินของสายอ่อน และดวงโคมต้องได้รับการรับรองและมีการป้องกันความเสียหายทางกายภาพ
โดยการกั้นหรือโดยตำแหน่งติดตั้งที่เหมาะสม



10. วิธีการติดตั้งไฟฟ้าบริเวณอันตรายประเภทที่ 2 เป็นอย่างไร
ประเภทที่ 2 แบบที่ 1 การเดินสายต้องใช้ท่อโลหะหนาแบบมีเกลียว ท่อโลหะหนาปานกลางแบบมี


เกลียวตลอดทั้งมีฝาปิดเพื่อกันฝุ่นละออง อุปกรณ์อื่นต้องมีเครื่องห่อหุ้ม การอุดท่อ ต้องทำแบบเดยวกัน
กับการเดินสายในประเภทที่ 1

ในบริเวณอันตรายประเภทที่ 2 แบบที่ 2 การเดินสายเช่นเดียวกับแบบที่ 1 ซึ่งต้องเป็นชนิดกันฝุ่น


11. บริเวณอันตรายโซน 0 หมายถึงอะไร

สถานที่ซึ่งก๊าซหรือไอระเหย อย่างต่อเนื่อง และมีความเข้มข้นพอที่จะเกิดการระเบิดได ้
หรือสถานที่ซึ่งมีก๊าซหรือไอระเหย ตลอดเวลา และมีความเข้มข้นพอที่จะเกิดการระเบิด



12. บริเวณอันตรายโซน 1 หมายถึงอะไร
ี่
สถานที่ซึ่งในสภาวะการทำงานปกติ อาจมีก๊าซหรือไอระเหยที่มีความเข้มข้นพอทจะเกิดการระเบิด
ได ้
ี่
หรือสถานที่ซึ่งอาจมีก๊าซหรือไอระเหย ที่มีความเข้มข้นพอทจะเกิดการระเบิดได้อยู่บ่อย เนื่องจาก
การซ่อมแซม บำรุงรักษา หรือรั่ว

หรือสถานที่ซึ่งเมื่อบริภัณฑ์เกิดความเสียหายหรือทำงานผิดพลาดอาจทำให้เกิดก๊าซหรือไอระเหยท ี่
มีความเข้มข้นพอที่จะเกิดการระเบิดได ้

13. บริเวณอันตรายโซน 2 หมายถึงอะไร

ี่
สถานที่ซึ่งในสภาวะการทำงานปกติ เกือบจะไม่มีก๊าซหรือไอระเหยที่มีความเข้มข้นพอทจะเกิดการ
ระเบิดได ้

หรือสถานที่ซึ่งใช้เก็บของเหลวติดไฟซึ่งระเหยง่าย ก๊าซ หรือไอระเหยที่ติดไฟได ้

หรือสถานที่ซึ่งมีการป้องกันการระเบิด แต่อาจเกิดอันตรายได้หากระบบอากาศขัดข้องหรือทำงาน
ผิดปกต ิ


14. วิธีการเดินสายเคเบิลในบริเวณอันตรายโซน 0 โซน 1 และโซน 2 เป็นอย่างไร

โซน 0 การเดินสายและชนิดของสายเคเบิลเป็นไปตามมาตรฐาน IEC 60079–14 สำหรับชนิดการ

ป้องกันแบบความปลอดภัยแบบแท้จริง
โซน 1 และ โซน 2 สายเคเบิลสำหรับบริภัณฑ์ไฟฟ้าชนิดติดตั้งถาวร เป็นสายเคเบิลฉนวนแร่หุ้ม

เปลือกโลหะ สายเคเบิลหุ้มเปลือกเทอร์โมพลาสติก เช่น MI, MC, AC, CV หรือ NYY เป็นต้น

แบบประเมินผลกิจกรรม หน่วยที่ 8

ี่
ชื่อวิชา กฎและมาตรฐานทางไฟฟ้า สัปดาห์ท 14-15
ี่
เรื่อง กฎและมาตรฐานทใช้ในงานติดตั้งไฟฟ้าบริเวณอันตราย จำนวน 4 ชั่วโมง


ชื่อ................................................................รหัสประจำตัว .........................................ระดบชั้น...................


ผลการให้คะแนน
หัวข้อการประเมิน หมายเหต ุ
5 4 3 2 1
1. จำแนกบริเวณอันตรายตามมาตรฐานท 1 (NEC) และ
ี่
ี่
มาตรฐานท 2 (IEC) ได ้
ี่
2. บอกกลุ่มสารไวไฟ บริเวณอันตรายประเภทท 1 และ 2
ได ้

ี่
3. อธิบายลักษณะบริเวณอันตรายประเภทท 1, 2 และ 3
ได ้
ี่
4. อธิบายวิธีการติดตั้งไฟฟ้าบริเวณอันตรายประเภทท 1, 2
และ 3 ได ้

รวมคะแนน

รวมคะแนนทั้งหมด


สรุปการประเมิน

.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................


เกณฑ์ในการให้คะแนน


ดีมาก ได 5 คะแนน
ดี ได 4 คะแนน


ปานกลาง ได 3 คะแนน

น้อย ได 2 คะแนน
ปรับปรุง ได 1 คะแนน


ลงชื่อ...........................................ผู้ประเมิน


(.....................................)
........../........../..........

แบบประเมินคุณธรรม จริยธรรม หน่วยที่ 8

ชื่อวิชา กฎและมาตรฐานทางไฟฟ้า สัปดาห์ท 14-15
ี่
ี่
เรื่อง กฎและมาตรฐานทใช้ในงานติดตั้งไฟฟ้าบริเวณอันตราย จำนวน 4 ชั่วโมง


ชื่อ................................................................รหัสประจำตัว .........................................ระดบชั้น...................


ปาน
ที่ หัวข้อการประเมิน ดีมาก ดี น้อย ปรับปรุง
กลาง

1 การตรงต่อเวลา

2 ความพร้อม
3 การมีส่วนร่วมในการทำงาน

4 การชักถามปัญหา

5 การอภิปราย

6 ความกระตือรือร้นในการทำงาน

7 การรักษาความสะอาด

รวมคะแนน

รวมคะแนนทั้งหมด


บันทึก

.......................................................................................................................................................................

.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................


เกณฑ์ในการให้คะแนน

ดีมาก ได 5 คะแนน


ดี ได 4 คะแนน

ปานกลาง ได 3 คะแนน

น้อย ได 2 คะแนน
ปรับปรุง ได 1 คะแนน


ลงชื่อ...........................................ผู้ประเมิน

(.....................................)
........../........../..........

แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรายบุคคล หน่วยที่ 8

ชื่อวิชา กฎและมาตรฐานทางไฟฟ้า สัปดาห์ท 14-14
ี่
ี่
เรื่อง กฎและมาตรฐานทใช้ในงานติดตั้งไฟฟ้าบริเวณอันตราย จำนวน 4 ชั่วโมง


คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ✔ หากนักเรียนมีพฤติกรรมนั้นลงในช่องทำรายการ


พฤติกรรม

การ การทำงาน
การแสดง การตอบ
ท ี่ ชื่อ – สกุล ความสนใจ ยอมรับฟัง ตามท ี่ รวม
ความคิดเห็น คำถาม
คนอื่น มอบหมาย

4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1
























เกณฑ์การวดผลและให้คะแนน

1. ดีมาก = 4 สนใจฟัง ไม่หลับ ไม่พูดคุยในชั้นเรียน มีคำถาม ตอบคำถามถูก ทำงานส่งตามเวลา

2. ดี = 3 พฤติกรรมการแสดงออกอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 70%

3. ปานกลาง = 2 พฤติกรรมการแสดงออกอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 50%
4. ปรับปรุง = 1 เข้าชันเรียน แต่แสดงออกน้อยมาก ส่งงานไม่ครบ ส่งงานไม่ตรงเวลา


ลงชื่อ ...........................................ผู้ประเมิน

(.........................................)

........../........../........

บันทึกหลังการจัดการเรียนร ู้

หน่วยที่ 8 เรื่อง กฎและมาตรฐานที่ใช้ในงานติดตั้งไฟฟ้าบริเวณอันตราย
จำนวน 4 ชั่วโมง ระดับ/ชั้น. ปวช.1 แผนกวิชาช่างไฟฟ้ากำลัง วิทยาลัยเทคนิคลำพูน




ี่
1. สอนครั้งท 14 - 15
2. จำนวนนักเรียนทั้งหมด…………คน ขาดเรียน…....คน มาสาย…..….คน มาเรียน ……..…คน
3. หัวข้อเรื่อง/งาน ในการจัดกระบวนการเรียนรู้

3.1 ขอบเขตและการจำแนกบริเวณอันตราย

3.1.1 ขอบเขต
3.1.2 การจำแนกบริเวณอันตราย

3.2 บริเวณอันตรายมาตรฐานที่ 1 (NEC)
3.2.1 บริเวณอันตรายประเภทที่ 1

3.2.2 บริเวณอันตรายประเภทที่ 2

3.2.3 บริเวณอันตรายประเภทที่ 3
3.3 บริเวณอันตรายมาตรฐานที่ 2 (IEC)

3.3.1 ขอบเขตและข้อกำหนดทั่วไป

3.3.2 วิธีการเดินสายด้วยระบบสายเคเบล
3.3.3 เปรียบเทียบการจำแนกบริเวณอันตราย


4. การประเมินผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้


เกณฑ์การประเมิน

ดี ดี พอใช้ ปรับปรุง
รายการประเมิน
มาก (3) (2) (1)
(4)

1. การจัดการเรียนรู้ตรงตามจุดประสงค ์

2. วิธีการจัดการเรียนรู้
3. การเลือกใช้สื่อและแหล่งเรียนรู้

4. เนื้อหาครบถ้วน สมบูรณ ตามแผนการจัดการเรียนรู้

5. ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน
6. การให้คำแนะนำ แก้ไขปัญหาแก่นักเรียน


คำชี้แจง 1. ใช้เครื่องหมาย / เขียนลงในช่องตามความคดเห็น
2. เกณฑ์ประเมินมี 4 ระดับ คือ ดีมาก = 4 ดี = 3 พอใช = 2 ปรับปรุง = 1


5. บันทึกเพิ่มเติม
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………

……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..………




ผู้บันทึก………………………………………….
(…………………………………… )

........../........../..........


เอกสารอางอิง

คณะกรรมการสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า. (2556). มาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้า สำหรับประเทศไทย
พ.ศ. 2556. กรุงเทพฯ : วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์.

. (2545). มาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้า สำหรับประเทศไทย พ.ศ. 2545.
กรุงเทพ ฯ : วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์.

. (2555). มาตรฐานระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้, กรุงเทพฯ : วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย
ในพระบรมราชูปถัมภ์.

. (2556). มาตรฐานการป้องกันฟ้าผ่า ภาคที่ 3 ความเสียหายทางกายภาพต่อสิ่งปลูกสร้าง

และอันตรายต่อชีวิต. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย
ในพระบรมราชูปถัมภ์.

. (2556). มาตรฐานการป้องกันฟ้าผ่า ภาคที่ 1 ข้อกำหนดทั่วไป. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ :

วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์.
คณะอนุกรรมการจัดทำคู่มือความปลอดภัยทางไฟฟ้า. (2555. คู่มือความปลอดภัยทางไฟฟ้า.

พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : สมาคมช่างเหมาไฟฟ้าและเครื่องกลไทย.

คณะอนุกรรมการปรับปรุงศัพท์เทคนิควิศวกรรมไฟฟ้า. (2555). ศัพท์เทคนิควิศวกรรมไฟฟ้ากำลัง.
กรุงเทพ ฯ : วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์.

ั้
เครื่องมือติดตงไฟฟ้า. (2557). (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก : www.telepart.net. (สืบค้น : 09/04/2557).
ตัวนำล่อฟ้า. (2557), (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก : ww.135inter.com. (สืบค้น : 5/11/2557).

ท่อร้อยสายไฟฟ้า. (2557). (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก : www.telepart.net. (สืบค้น: 15/04/2557)

ท่อร้อยสายไฟฟ้า. (2557) (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก : ww.klangfaifa.com. (สืบค้น: 13/04/2557).
ชายชาญ โพธิสาร. (2552). การประมาณราคาระบบไฟฟ้า-สื่อสารสำหรับอาคาร. กรุงเทพฯ : MECT.

ชลชัย ธรรมวิวัฒนฺกูร. (2546) การออกแบบและติดตงระบบไฟฟ้า. กรุงเทพฯ : เอ็มแอนด์..
ั้
ธำรงศักดิ์ หมินก้าหรีม. (2562). กฎและมาตรฐานทางไฟฟ้า. นนทบุรี : ศูนย์หนังสือเมืองไทย.

ั้
ธำรงศักดิ์ หมินก้าหรีม. (2557). การติดตงไฟฟ้าในอาคาร. นนทบุรี : ศูนย์หนังสือเมืองไทย.
ธำรงศักดิ์ หมินก้าหรีม และสมพงษ์ รัชดาธิกุล. (2548). การตดตั้งไฟฟ้าในอาคารและในโรงงาน.

กรุงเทพฯ : พัฒนาวิชาการ.

แผนการจัดการเรียนร ู้ หน่วยที่ 9

ี่
ชื่อวิชา กฎและมาตรฐานทางไฟฟ้า สัปดาห์ท 16-17
ี่
เรื่อง กฎและมาตรฐานทใช้งานในระบบป้องกันฟ้าผ่า จำนวน 4 ชั่วโมง

แนวคิดสำคัญ

ระบบป้องกันฟ้าผ่า (Lightning Protection System) หรือที่เรียกทั่วไปว่า ระบบล่อฟ้า
ประกอบด้วยระบบป้องกันฟ้าผ่าภายนอก และระบบป้องกันฟ้าผ่าภายใน ตามมาตรฐานการป้องกันฟ้าผ่า

สำหรับสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งระบบป้องกันฟ้าผ่าภายนอก ประกอบด้วยระบบตัวนำล่อฟ้า ระบบตัวนำลงดิน
และระบบรากสายดิน การติดตั้งระบบป้องกันฟ้าผ่าใช้ป้องกันความเสียหายที่จะเกิดขึ้นกับตัวอาคาร ผู้อยู่

อาศัยและสิ่งของภายใน


จุดประสงค์ทั่วไป

1. เพื่อให้ทราบขอบข่ายข้อบังคับทั่วไปในการป้องกันฟ้าฝ่าสำหรับสิ่งปลูกสร้างได ้
2. เพื่อให้ทราบใส่วนประกอบของระบบป้องกันฟ้าผ่าภายนอกได ้

3. เพื่อให้เข้าใจระบบตัวนำล่อฟ้าได ้

4. เพื่อให้ทราบจัดวางตำแหน่งตัวนำล่อฟ้าได้อย่างน้อย 2 วิธี
5. เพื่อให้เข้าใระบบตัวนำลงดินได ้

6. เพื่อให้เข้าใระบบรากสายดินได ้

7. เพื่อให้มีจิตสำนึกที่ดีเกี่ยวกับกฎและมาตรฐานที่ใช้งานในระบบป้องกันฟ้าผ่า


จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม
1. บอกขอบข่ายข้อบังคับทั่วไปในการป้องกันฟ้าฝ่าสำหรับสิ่งปลูกสร้างได ้

2. บอกส่วนประกอบของระบบป้องกันฟ้าผ่าภายนอกได ้

3. อธิบายระบบตัวนำล่อฟ้าได ้
4. บอกจัดวางตำแหน่งตัวนำล่อฟ้าได้อย่างน้อย 2 วิธี

5. อธิบายระบบตัวนำลงดินได ้

6. อธิบายระบบรากสายดินได ้


สมรรถนะ
1. แสดงความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกฎและมาตรฐานที่ใช้งานในระบบป้องกันฟ้าผ่า


2. นำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกฎและมาตรฐานที่ใชงานในระบบป้องกันฟ้าผ่า
3. ใช้งานวัสดและอุปกรณสำหรับงานติดตั้งระบบป้องกันฟ้าผ่าตามกฎและมาตรฐานทใช้งานใน
ี่


ระบบป้องกันฟ้าผ่า

กิจกรรมการเรียนการสอน หน่วยที่ 9

ี่
ชื่อวิชา กฎและมาตรฐานทางไฟฟ้า สัปดาห์ท 16-17
ี่
เรื่อง กฎและมาตรฐานทใช้งานในระบบป้องกันฟ้าผ่า จำนวน 4 ชั่วโมง

คุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะ
กิจกรรมผู้สอน กิจกรรมผู้เรียน
ที่พึงประสงค์


นำเข้าสู่บทเรียน ☑ ฟัง เตรียมความพร้อมด้านการเรียน ให้
ู้
1. ผู้สอนตรวจสอบรายชื่อผเรียนที่เข้า ☑ ถาม-ตอบ สอดคล้องกับรายวิชาได้อย่างถูกต้อง
เรียน ตามหลักปราชญาเศรษฐกิจพอเพียง
☑ อภิปราย
2. ผู้สอนแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ และคุณลักษณะ 3D (ความรับผิดชอบ
และร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ☑ อื่นๆ (ระบุ) ความประหยัด ความขยัน ความอดทน

ี่
เกี่ยวกับ กฎและมาตรฐานทใช้งานใน ปฏิบัติงานที่ได้รับ และความแบ่งปัน)
ระบบป้องกันฟ้าผ่า กับผู้เรียน มอบหมาย

3. ผู้สอนให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบก่อน

เรียน

ขั้นการถ่ายทอดเนื้อหาสาระ ☑ ฟัง
1. ผู้สอนบรรยาย อธิบาย เนื้อหา เรื่อง ☑ ถาม-ตอบ

กฎและมาตรฐานที่ใช้งานในระบบ

ป้องกันฟ้าผ่า พร้อมยกตัวอย่าง และให้ ☑ อภิปราย
ผู้เรียนสืบค้นข้อมูลเพิ่มเติม ☑ อื่นๆ (ระบุ)

2. ผู้สอนตอบข้อชักถาม ปัญหา ข้อ ปฏิบัติงานที่ได้รับ

สงสัยต่างๆ ของผู้เรียน มอบหมาย
3. ผู้สอนให้คำแนะนำ


ขั้นสรุป/การนำความรู้ไปใช้ ☑ ฟัง

ู้
1. ผู้สอนและผเรียนร่วมกันสรุป ☑ ถาม-ตอบ
สาระสำคัญ
2. ผู้สอนเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถาม ☑ อภิปราย

ข้อสงสัย ☑ อื่นๆ (ระบุ)

ู้
3. ผู้สอนมอบหมายให้ผเรียนทำ ปฏิบัติงานที่ได้รับ
แบบทดสอบหลังเรียน มอบหมาย

คุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะ
กิจกรรมผู้สอน กิจกรรมผู้เรียน
ที่พึงประสงค์

4. ผู้สอนมอบหมายให้ผเรียนทำใบ
ู้
กิจกรรม




ขั้นการประเมินผล ☑ ฟัง

1. ผู้สอนประเมินผู้เรียนปฏิบัติงานท ี่ ☑ ถาม-ตอบ
ได้รับมอบหมายเสร็จทันเวลาที่กำหนด

2. ผู้สอนประเมินผู้เรียนตอบคำถามและ ☑ อภิปราย

สรุปผลงานได้อย่างถูกต้อง ☑ อื่นๆ (ระบุ)
3. ผู้สอนประเมินผู้เรียนทำใบกิจกรรม ปฏิบัติงานที่ได้รับ

เสร็จทันเวลา มอบหมาย
4. ผู้สอนประเมินพฤติกรรมผู้เรียน

รายบุคคลผู้โดยการซักถาม อภิปราย

แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยที่ 9 หน่วยที่ 9

ชื่อวิชา กฎและมาตรฐานทางไฟฟ้า สัปดาห์ท 16-17
ี่
เรื่อง กฎและมาตรฐานทใช้งานในระบบป้องกันฟ้าผ่า จำนวน 4 ชั่วโมง
ี่


คำสั่ง จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องที่สดเพียงคำตอบเดียว


1. ข้อบังคับทั่วไปในการป้องกันฟ้าผ่าสำหรับสิ่งปลูกสร้าง มีขอบขายตามข้อใด
ก. สำหรับสิ่งปลูกสร้างรวมทั้งการติดตั้ง และบุคคล
ข. สำหรับสิ่งปลูกสร้างรวมทั้งการติดตั้ง บุคคล และระบบสาธารณูปโภค

ค. สำหรับสิ่งปลูกสร้างรวมทั้งการติดตั้งและสาธารณูปโภค

ง. เฉพาะสิ่งปลูกสร้าง
2. ข้อใดเป็นส่วนประกอบของระบบป้องกันฟ้าผ่า

ก. ระบบตัวนำล่อฟ้า ระบบตัวนำลงดิน และระบบรากสายดิน

ข. ระบบตัวนำล่อฟ้าและระบบตัวนำลงดิน
ค. ระบบตัวนำล่อฟ้าและระบบรากสายดิน

ง. มีเฉพาะระบบตัวนำล่อฟ้า

3. ข้อใดเป็นข้อกำหนดของระบบตัวนำล่อฟ้า
ก. เป็นตัวนำไฟฟ้าแบบแท่ง หรือแบบตาข่าย

ข. โครงสร้างของตัวนำล่อฟ้าขึ้นอยู่กับผู้ใช้งาน
ค. กำหนดเฉพาะการจัดวางตำแหน่งตัวนำล่อฟ้า และขนาดพื้นที่หน้าตัด

ง. เป็นตัวนำไฟฟ้าที่ดี มีพื้นที่หน้าตัดขั้นต่ำ 50 ตร.มม. และจัดวางตำแหน่งตามวิธีติดตั้ง

4. ข้อใดเป็นส่วนประกอบของระบบตัวนำล่อฟ้า

ก. การติดตั้งตัวนำล่อฟ้าเขากับตัวนำลงดิน
ข. ตัวนำล่อฟ้า ฐานตัวนำล่อฟ้า และการจัดวางตำแหน่งของตัวนำล่อฟ้า
ค. การจัดวางตำแหน่งของตัวนำล่อฟ้าในตำแหน่งสูงสุดของหลังคา

ง. การติดตั้งตัวนำล่อฟ้าเข้ากับฐานตัวนำล่อฟ้าและต่อกับตัวนำลงดิน

5. ข้อใดไม่ใชวิธีการจัดวางตำแหน่งตัวนำล่อฟ้า

ก. วิธีรูปทรงกรวย

ข. วิธีทรงกลมกลิ้ง

ค. วิธีมุมป้องกัน
ง. วิธีตาข่าย


6. ข้อใดไม่ใชลักษณะของระบบตัวนำลงดิน
ก. ติดตั้งจุดต่อทดสอบ
ข. มีเส้นทางกระแสหลายเส้นทางขนานกัน

ี่
ค. ทำให้ความยาวของเส้นทางกระแสสั้นทสุด
ง. ติดตั้งเป็นวงรอบดีกว่าเป็นเส้นตรงในแนวดิ่ง

7. ข้อใดไม่ใชข้อกำหนดของระบบตัวนำลงดิน
ก. มีพื้นที่หน้าตัดขั้นต่ำ 50 ตร.มม.

ข. วัสดุของตัวนำต้องเป็นทองแดงตเกลียว
ค. ติดตั้งจุดต่อทดสอบที่ปลดได้โดยใชเครื่องมือ

ง. จำนวนตัวนำไม่น้อยกว่า 2 เส้น เดินบนตัวจับยึด

8. ข้อใดไม่ใชลักษณะของระบบรากสายดิน
ก. สำหรับนำหรือกระจายกระแสฟ้าผ่าลงสู่ดิน
ข. ความตานทานต่ำ ควรน้อยกว่า 10 โอห์ม

ค. รากสายดินวงแหวนต้องสัมผัสดินมากกว่า 50%

ง. ติดตั้งรากสายดินไม่น้อยกว่า 2 ชุด
9. ข้อกำหนดของการจับยึดตัวนำล่อฟ้าและตัวนำลงดิน เป็นไปตามข้อใด

ก. ยึดด้วยความแข็งแรงมั่นคง ป้องกันแรงกระทำจากไฟฟ้าพลวัตและทางกล


ข. จับยึดเป็นวงแหวนรอบโครงสร้างอาคารก่อนลงดน
ค. การจับยึดต้องป้องกันการอาร์กและการกัดกร่อน

ง. จับยึดกับโครงสร้างอาคารที่เป็นตัวนำกระแส
10. ข้อใดไม่ใชข้อกำหนดของการต่อตัวนำในระบบป้องกันฟ้าผ่า

ก. การเชื่อมด้วยวิธีหลอมละลายเนื้อโลหะด้วยความร้อน

ข. การบีบอัดและยึดด้วยสกรู
ค. การขันด้วยแคลมป์

ง. การบัดกรี

เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยที่ 9 หน่วยที่ 9

ชื่อวิชา กฎและมาตรฐานทางไฟฟ้า สัปดาห์ท 16-17
ี่
ี่
เรื่อง กฎและมาตรฐานทใช้งานในระบบป้องกันฟ้าผ่า จำนวน 4 ชั่วโมง

1. ข

2. ก
3. ง

4. ข
5. ก

6. ง

7. ข
8. ค

9. ก

10. ง

ใบความรู้ หน่วยที่ 9

ี่
ชื่อวิชา กฎและมาตรฐานทางไฟฟ้า สัปดาห์ท 16-17
ี่
เรื่อง กฎและมาตรฐานทใช้งานในระบบป้องกันฟ้าผ่า จำนวน 4 ชั่วโมง

เนื้อหา

ฟ้าผ่าสิ่งปลูกสร้างสามารถทำให้เกิดความเสียหายต่อสิ่งปลูกสร้าง ผู้อยู่อาศัยและสิ่งของที่อยู่
ภายในรวมทั้งระบบภายในล้มเหลว ความเสียหายอาจขยายไปยังบริเวณโดยรอบสิ่งปลูกสร้างและยังส่งผล


กระทบต่อสภาพแวดล้อมบริเวณนั้น ขอบเขตการขยายความเสียหายมากน้อยขึ้นอยู่กับคณลกษณะของสิ่ง


ปลูกสร้างและคณลักษณะของวาบฟ้าผ่า ดังนั้นการติดตั้งระบบป้องกันฟ้าผ่าจะเป็นระบบที่ใช้ในการ
ี่
ป้องกันความเสียหายทจะเกิดขึ้นกับตัวอาคาร ทั้งนี้ระบบนี้ไม่สามารถยับยั้งการเกิดฟ้าผ่าที่เปน

ปรากฏการณ์ทางธรรมชาติได ้


9.1 ขอบข่ายและมาตรฐานอ้างอิง


9.1.1 ขอบข่าย

1. มาตรฐานการป้องกันฟ้าผ่านี้เป็นข้อบังคับทั่วไปในการป้องกันฟ้าผ่าสำหรับ
(1) สิ่งปลูกสร้างรวมทั้งการติดตั้ง และสิ่งปลูกสร้างที่อยู่ภายในรวมถึงบุคคล


(2) ระบบสาธารณปโภคที่ต่อเขากับสิ่งปลูกสร้าง

2. มาตรฐานการป้องกันฟ้าผ่านี้ไม่ครอบคลุมถึง
(1) ระบบรางรถไฟ

(2) การติดตั้งในรถ เรือ อากาศยาน และการติดตงนอกฝั่ง
ั้
(3) ระบบท่อความดันสูงที่ฝังดิน (4) ระบบท่อ ไฟฟ้าและสายสื่อสารที่ไม่ได้ต่อกับสิ่ง

ปลูกสร้าง


9.1.2 มาตรฐานอ้างอิง

มาตรฐานการป้องกันฟ้าผ่า ตามมาตรฐานของสมาคมวิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระ
ี่
บรมราชูปถัมภ์ หรือเรียกว่า มาตรฐาน วสท. (EIT Standard 2007 ถึง 2010) ประกอบด้วยภาคท 1
ี่
ข้อกำหนดทั่วไป ภาคท 2 การบริหารความสี่ยง ภาคท 3 ความเสียหายทางกายภาพต่อสิ่งปลูกสร้างและ
ี่
ี่
อันตรายต่อชีวิต และภาคท 4 ระบบไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ในสิ่งปลูกสร้าง โดยอ้างอิงตามมาตรฐาน IEC
ี่
ดังรูปท 9.1

รูปท 9.1 หนังสือมาตรฐานการป้องกันฟ้าผ่า
ี่

9.2 ส่วนประกอบของระบบป้องกันฟ้าผ่า

ระบบป้องกันฟ้าผ่า (Lightning Protection System) หรือที่เรียกทั่วไปว่า ระบบล่อฟ้า
ประกอบด้วยระบบป้องกันฟ้าผ่าภายนอก และระบบป้องกันฟ้าผ่าภายใน ตามมาตรฐานการป้องกันฟ้าผ่า

สำหรับสิ่งปลูกสร้าง ซึ่งกล่าวถึงเฉพาะระบบป้องกันฟ้าผ่าภายนอก (External Lightning Protection
ี่
System: LPS) ประกอบด้วยระบบตัวนำล่อฟ้า ระบบตัวนำลงดิน และระบบรากสายดิน ดังรูปท 9.2
















ี่
รูปท 9.2 ส่วนประกอบของระบบป้องกันฟ้าผ่า
(ที่มา: http://www.dehn.de [สืบค้น 05/11/2557)


9.2.1 ระบบตัวนำล่อฟ้า (Air Termination System)
มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง: มาตรฐานการป้องกันฟ้าผ่าของ วสท., IEC 62305

ข้อมูลทั่วไป: 1. ระบบตัวนำล่อฟ้า เป็นส่วนประกอบของระบบฟ้าผ่าภายนอกซึ่งใช้ชิ้นส่วน
โลหะเช่น แท่งตัวนำ ตัวนำแบบตาข่าย หรือสายตวนำขึง ทำหน้าที่ตัวดักรับวาบฟ้าผ่าที่ลงสิ่งปลูกสร้าง


ี่
ตัวนำล่อฟ้าเรียกทั่วไปว่า หัวล่อฟ้าหรือเสาล่อฟ้า ดังรูปท 9.3 ทำด้วยโลหะที่มีคณสมบัติเป็นตัวนำไฟฟ้าท ี่
ดี ทนต่อการหล่อมละลาย เช่น แท่งทองแดง แท่งสเตนเลส แท่งทองแดงชุบดีบุกและแท่งเหล็ก เป็นต้น มี



หลายแบบ เช่นแทงแฟรงคลินส กรงฟาราเดย์ และแบบทำให้อากาศโดยรอบเกิดการแตกตัวของไอออน
เป็นต้น







ก) แท่งตัวนำล่อฟ้าแบบปลายแหลมและแบบปลายเกลียว














ข) แท่งตัวนำล่อฟ้าแบบสามแฉก ค) หัวล่อฟ้าแบบทำให้อากาศโดยรอบเกิดการแตกตัวของไอออน







แบบเรียบ แบบจั่ว แบบกลม แบบหาเหลี่ยมเกาะพื้น









แบบห้าเหลี่ยมเกาะผนัง แบบสี่เหลี่ยมสองสกรู แบบสองชั้น แบบสี่เหลี่ยมสสกรู
ี่







แบบกากบาทติดพื้น แบบปรับมุม

ง) ฐานตัวนำล่อฟ้า


รูปท 9.3 ตัวอย่างแท่งตัวนำล่อฟ้าและฐานตัวนำลอฟ้า
ี่
(ที่มา: http://www.135inter.com/product [สืบคั้น 05/11/2557)

2. วัสด รูปแบบ และพื้นที่หน้าตัดขั้นต่ำของแท่งตวนำล่อฟ้า เป็นตัวอย่าง ดังนี้


(1) ทองแดง แท่งกลมตัน พื้นที่หน้าตดขั้นต่ำ 50 ตร.มม.


(2) อะลูมิเนียม แท่งกลมตัน พื้นที่หน้าตดขั้นต่ำ 50 ตร.มม.
(3) เหล็กอาบสังกะสีแบบจุ่มร้อน แท่งกลมตัน พื้นที่หน้าตัดขั้นต่ำ 50 ตร.มม.

3. การจัดวางตำแหน่งตัวนำล่อฟ้า ส่วนประกอบของตัวนำล่อฟ้าที่ติดตั้งบนสิ่งปลูก
สร้างต้องวางในตำแหน่งหัวมุม จุดที่เปิดโล่งและริมขอบ (โดยเฉพาะระดับบนของส่วนปิดหน้าอาคาร)

ตำแหน่งระบบตัวนำล่อฟ้า ใช้วิธีหนึ่งหรือหลายวิธี วิธีที่ยอมรับคือ วิธีมุมป้องกัน วิธีทรงกลมกลิ้งและวิธีตา
ข่าย

ี่
ค่ามุมป้องกัน รัศมีของทรงกลมกลิ้งและขนาดตาข่าย ดังตารางท 9.1

ี่
ตารางท 9.1 ค่าสูงสุดของรัศมีทรงกลมกลิ้ง ขนาดตาข่าย และมุมป้องกัน ตามชั้นของระบบป้องกันฟ้าผ่า

วิธีป้องกัน

ชั้นของระบบป้องกันฟ้าผ่า รัศมีของทรงกลมกลิ้ง r ขนาดตาข่าย w มุมป้องกัน

(เมตร) (เมตร) (องศา)
1 20 5 x 5

2 30 10 x 10

3 45 15 x 15 ดูกราฟด้านล่าง
4 60 20 x 20























หมายเหต 1. ค่าที่เกินเลยเครื่องหมาย ㆍ ในกราฟใช้วิธีมุมป้องกันไม่ใต ให้ใช้วธีทรงกลมกลิ้งหรือวิธีตาข่ายเทานั้น
ื้
2. H คือ ความสูงของตัวนำล่อฟ้าเหนือพนที่ระนาบอ้างอิงของพื้นที่ที่จะป้องกัน
3. ค่าของมุมป้องกันมีค่าคงที่สำหรับความสูง H ที่ต่ำกว่า 2 เมตร
(ที่มา: มาตรฐานการป้องกันฟ้าผ่า ภาคที่ 3, 2556: 5-3)

(1) วิธีมุมป้องกัน (Protective angle) เป็นวิธีที่กำหนดมุมสำหรับการป้องกันไว้

ี่
มีลักษณะพื้นที่เป็นรูปกรวย ดังรูปท 9.4 มุมป้องกันจะแปรผันตามระดับการป้องกันและความสูงของตัวนำ

ล่อฟ้า วิธีนี้เหมาะที่จะใช้กับสิ่งปลูกสร้างอย่างง่าย จะใช้ได้กับตัวนำล่อฟ้าแบบแห่งตัวนำและแบบตวนำขึง
เท่านั้น












ก) ปริมาตรป้องกันโดยแท่งตัวนำล่อฟ้าแนวดิ่ง ข) มุมป้องกันบนหลังคาสิ่งปลูกสร้าง (กรณีแท่งตัวนำเดียว)
หมายเหต A คือ จุดยอดของแท่งตัวนำล่อฟ้า, B คือ ระนาบอ้างอิง, ๔ คือ มุมป้องกันตามตารางที่ 9.1

OC คือ รัศมีของบริเวณป้องกัน, h, คือ ความสูงของแท่งตัวนำล่อฟา เหนือพื้นผิวหลังคา

ี่
รูปท 9.4 วิธีที่กำหนดมุมสำหรับการป้องกัน


(2) วิธีทรงกลมกลิ้ง (Rolling sphere) วิธีนี้จะใชทรงกลมเหมือนลูกบอล โดย
จะกลิ้งไปบนส่วนของอาคาร ในการติดตั้งระบบป้องกันฟ้าผ่าชนิดที่เป็นหลักล่อฟ้าหรือสายตัวนำขึง
ี่
เสียก่อนแล้วกลิ้งลูกบอล ส่วนใดของอาคารทผิวของลูกบอลสัมผสจะถือว่าเป็นส่วนที่ไม่ได้รับการป้องกัน

จะต้องติดตั้ง ตัวนำล่อฟ้าเพิ่มเขาไป ดังรูปที่ 9.5


















ี่
รูปท 9.5 ตัวอย่างการจัดวางตำแหน่งตัวนำล่อฟ้าเมื่อใช้วิธีทรงกลมกลิ้ง

(3) วิธีตาข่าย (Mesh size) วิธีนี้เป็นการใช้ตัวนำลอฟ้าแนวราบขึงบนส่วนของ

ี่
ี่
อาคารส่วนที่สูงทสุด ดังรูปท 9.6 การติดตั้งที่ให้การป้องกันที่ดีจะต้องติดตั้งตัวนำแนวราบโดยรอบอาคาร

ี่
ซึ่งมีระยะห่างตามทกำหนด โดยจัดวางไว้ที่บนแนวขอบหลังคา ส่วนที่ยื่นออกมาของหลังคา แนวสน
หลังคาเอียงเกิน 1/10 ขนาดตาข่าย (w) ตามระบุในตารางท 9.1
ี่















ก) ตัวนำล่อฟ้าติดตั้งด้วยวิธีตาข่ายบนหลังคาราบ ข) ตัวนำล่อฟ้าตดตั้งด้วยวิธีตาข่ายบนหลังคาเอียง
ี่
รูปท 9.6 ตัวอย่างระบบป้องกันฟ้าผ่าไม่แยกอิสระด้วยวิธีตาข่าย


4. การติดตั้งตัวนำล่อฟ้า ถ้าตัวนำล่อฟ้าไม่แยกอิสระจากสิ่งปลูกสร้างที่จะป้องกัน เช่น
ถ้าหลังคาทำด้วยวัสดุไม่ติดไฟ อาจวางตำแหน่งตัวนำล่อฟ้าบนพื้นผิวของหลังคา เป็นตัน ดังรูปท 9.7
ี่






ตัวนำล่อฟ้าบน

พื้นผิวของหลังคา







ี่
รูปท 9.7 ตำแหน่งตัวนำล่อฟ้าบนพื้นผิวของหลังคา

9.2.2 ระบบตัวนำลงดิน (Down Conductor System or Down Lead)

มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง: มาตรฐานการป้องกันฟ้าผ่าของ วสท., IEC 62305
ข้อมูลทั่วไ ป - 1. ระบบตัวนำลงดิน เป็นส่วนประกอบของระบบป้องกันฟ้าผ่าภายนอก

เพื่อนำกระแสฟ้าผ่าจากระบบตัวนำล่อฟ้าลงสู่ระบบรากสายดิน เพื่อลดโอกาสการเกิดความเสียหาย

เนื่องจากกระแสไฟฟ้าในระบบป้องกันฟ้าผ่า แบ่งตามการติดตั้งออกเป็น 2 แบบ คือ (1) ระบบตัวนำลงดิน

แบบแยกอิสระ จะเดินลงดินบนผนังอาคารบนวัสดุฉนวน โดยไม่มีการเชื่อมต่อกับส่วนที่เป็นตัวนำของ

อาคาร และ (2) ระบบตัวนำลงดินแบบไม่แยกอิสระ ตัวนำจะต่อเข้ากับสิ่งปลูกสร้างส่วนที่เป็นตัวนำหลาย

ๆ จุด ซึ่งตัวนำของอาคารทำหน้าที่ลงดินด้วย การจัดตัวนำลงดินจากจดฟ้าผ่าจนถึงดินในลักษณะดังนี้
(1 มีเส้นทางกระแสหลายเส้นทางขนานกัน

(2) ทำให้ความยาวของเส้นทางกระแสสั้นที่สด

(3) มีการประสานให้ศักย์เท่ากันเข้ากับในส่วนตัวนำของสิ่งปลูกสร้าง

2. วัสดุ รูปแบบ และพื้นที่หน้าตัดขั้นต่ำของตัวนำลงดิน เป็นตัวอย่าง ดังนี้
(1) ทองแดง ตีเกลียว พื้นที่หน้าตัดขั้นต่ำ 50 ตร.มม.

(2) อะลูมิเนียม ตีเกลียว พื้นที่หน้าตัดขั้นต่ำ 50 ตร.มม.














ก) สายทองแดงตีเกลียว ข) สายอะลูมิเนียมตีเกลียว
รูปที่ 9.8 ตัวอย่างสายตัวนำลงดิน



(3) เหล็กอาบสังกะสีแบบจุ่มร้อน ตีเกลียว พื้นที่หน้าตัดขั้นต่ำ 50 ตร.มม.
3. การจัดวางตำแหน่งของตัวนำลงดินของระบบป้องกันฟ้าผ่าแบบไม่แยกอิสระ แต ่

ละระบบต้องมีจำนวนตัวนำลงดินไม่น้อยกว่า 2 เส้น และควรกระจายโดยรอบตามเส้นรอบรูปสิ่งปลกสร้าง

ที่จะป้องกัน โดยขึ้นอยู่กับข้อจำกัดทางสถาปัตยกรรมและทางปฏิบัติอื่น ๆ

4. การติดตั้งตัวนำลงดิน ต้องติดตั้งให้มีความต่อเนื่องโดยตรงกับตัวนำล่อฟ้าให้มาก

ที่สุดเท่าททำได้ในทางปฏิบัติ และต้องติดตั้งให้เป็นเส้นตรงในแนวดิ่งเพื่อให้เป็นเส้นทางลงดินที่สั้นที่สุด
ี่
และลงดินที่ตรงที่สุด ต้องหลีกเลี่ยงการติดตั้งที่ทำให้เกิดเป็นวงรอบ


5. จุดตอทดสอบ (Test Point) ที่จุดต่อของขั้วรากสายดิน ตัวนำลงดินแตละเส้น

ควรติดตั้งจุดต่อทดสอบไว้ ยกเว้น กรณีตัวนำลงดินโดยธรรมชาติที่ร่วมอยู่กับรากสายดินฐานราก เพื่อ

วัตถุประสงค์ในการวัด จุดต่อทดสอบต้องปลดออกได้โดยใช้เครื่องมือ ในการใช้งานปกตจุดต่อทดสอบนี้
ต้องอยู่ในตำแหน่งต่อกันอยู่ ตัวอย่างกล่องติดตั้งจุดต่อทดสอบ (Ground Test Box) ดังรูปที่ 9.9

รูปท 9.9 ตัวอย่างกล่องติดตั้งจดต่อทดสอบ
ี่

9.2.3 ระบบรากสายดิน (Earth Termination System or Lightning Ground)
มาตรฐานที่เกี่ยวข้อง: มาตรฐานการป้องกันฟ้าผ่าของ วสท, IEC 62305

ข้อมูลทั่วไป: 1. ระบบรากสายดิน เป็นส่วนประกอบของระบบป้องกันฟ้าผ่าภายนอก ซึ่งใช ้
สำหรับนำหรือกระจายกระแสฟ้าผ่าลงสู่ดิน เมื่อทำการเกี่ยวข้องกับการกระจายกระแสฟ้าผ่าลงสู่ดน



ี่
(มีลักษณะความถสูง) ขณะเดียวกับการลดการเกิดแรงดันเกินอันตรายใด ใ ให้น้อยที่สด เกณฑ์ที่สำคญ คือ

รูปร่างและมิติของระบบรากสายดิน โดยทั่วไปแนะนำให้ใช้รากสายดินที่มีความตานทานดินต่ำ (ถ้าเป็นไป
ี่
ได้ควรมีค่าน้อยกว่า 10 โอห์ม เมื่อวัดที่ความถต่ำ)
2. การจัดวางระบบรากสายดิน มีการจดวางแบบพื้นฐาน 2 แบบ

(1) การจัดวางแบบ ก ประกอบด้วยรากสายดินตามแนวระดับหรือแนวดิ่ง ไม่น้อยกว่า


2 ชุด ตดตั้งด้านนอกสิ่งปลูกสร้างทจะป้องกันและต่อเข้ากับตัวนำลงดินทุกเส้นอย่างน้อยเส้นละ 1 ชด
ี่
ี่
ตัวอย่างการจัดวางรากสายดินแบบ ก ดังรูปท 9.10
















ก) การจัดวางแบบ ก ข) รากสายดินแนวดิ่ง
ี่
รูปท 9.10 ตัวอย่างการจัดวางรากสายดินแบบ ก

(2) การจัดวางแบบ ข อาจจะเป็นตัวนำวงแหวนติดตั้งภายนอกสิ่งปลูกสร้างที่จะ

ป้องกัน และมีส่วนสัมผัสกับดินอย่างน้อยร้อยละ 80 ของความยาวรวม หรือรากสายดินฐานราก รากสาย
ดินแบบนี้อาจมีการต่อกันเป็นตาข่ายได้ด้วย และจำนวนรากสายดินมีอย่างน้อย 2 ชุด ต่อตัวนำลงดิน

ี่
1 ชุด ดังรูปท 9.11














ี่

รูปท 9.11 การจัดวางแบบ ข มีรากสายดินอย่างน้อย 2 ชุด ต่อตัวนำลงดิน 1 ชด
3. การติดตั้งรากสายดิน รากสายดินวงแหวน (การจัดวางแบบ ข) ควรฝังที่ความลึก
อย่างน้อย 0.5 เมตร และที่ระยะห่าง 1 เมตร จากผนังด้านนอกโดยรอบ และรากสายดินอื่น ๆ (การจัด

วางแบบ ก) ต้องติดตั้งให้ความลึกของปลายบนมีค่าอย่างน้อย 0.5 เมตร ตดตั้งให้กระจายอย่างสม่ำเสมอ

รากสายดินต้องติดตั้งในลักษณะทสามารถตรวจสอบได้ในระหว่างการก่อสร้าง และต้องได้รับผลการกัด
ี่
กร่อนน้อยที่สุด

4. การจับยึด ตัวนำล่อฟ้าและตัวนำลงดินต้องมีการจับยึดอย่างมั่นคง เพื่อไมให้แรง
ั่
ี่
กระทำที่เกิดจากไฟฟ้าพลวัตหรือแรงทางกลอื่นทอาจเกิดขึ้น เช่น แรงจากการสน การเลื่อนของแผนหิมะ

การขยายตัวทางความร้อน เป็นต้น
5. การต่อ จำนวนการต่อตลอดความยาวของตัวนำต้องมีน้อยที่สุด การต่อต้องทำให้
แข็งแรงโดยใช การแล่นประสาน การเชื่อมด้วยวิธีหลอมละลายเนื้อโลหะเข้าด้วยกันด้วยความร้อน

(Exothermic Welding) การขันด้วยแคลมป์ การบีบอัด การเชื่อมตะเข็บ การยึดด้วยสกรู หรือการสลัก
ี่
เกลียว ตัวอย่างการต่อตัวนำ ดังรูปท 9.12 และอุปกรณ์ต่อตัวนำด้วยแคลมป์ ดังรูปท 9.13
ี่










ี่
รูปท 9.12 ตัวอย่างจุดต่อเชื่อมตัวนำด้วยความร้อน (Exothermic Welding)


Click to View FlipBook Version