7. หลังการติดตั้งแล้ว กล่องต้องไม่มีรูหรือช่องที่โตพอให้วัตถุที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางขนาด
7.5 มม. ลอดเข้าไปได ้
4.6 การเดินสายบนผิวหรือเดินสายเกาะผนัง (Surface Wiring)
การเดินสายบนผิวหรือเดินเกาะผนังใช้กับการเดินสายแรงต่ำภายในอาคารทั่วไป ยกเว้น ใน
ี่
บริเวณอันตราย หรือที่ได้ระบุว่าห้ามใช้ในเรื่องนั้น ๆ โดยสายไฟฟ้าทใช้ต้องเหมาะสมกับสภาพตดตงด้วย
ั้
ิ
1. สายไฟฟ้าต้องเป็นชนิดที่มีเปลือกนอก ดังรูป การเดินสายต้องป้องกันไม่ให้ฉนวนหรือเปลือก
ชำรุดเปลือกนอก
ี่
รูปท 4.19 การเดินสายเกาะผนัง ต้องเป็นชนิดที่มีเปลือกนอก
2. การเดินสายผานผนังหรือสิ่งก่อสร้างต้องมีการป้องกันความเสียหายเนื่องจากฉนวนหรือเปลือก
่
นอกถูกบาดด้วยสิ่งที่แหลมคม
3. สายไฟฟ้าต้องจับยึดให้มั่นคงด้วยอุปกรณที่ออกแบบโดยเฉพาะหรือใชท่อร้อยสายไฟฟ้าเป็นตัว
้
์
จับยึด
ี่
4. การต่อและการต่อแยกให้ทำได้เฉพาะในกล่องสำหรับงานไฟฟ้าเท่านั้น ดังรูปท 4.20
รูปท 9.20 การต่อสายต้องทำในกล่องสำหรับงานไฟฟ้าเท่านั้น
ี่
ี่
5. ขนาดกระแสของสายไฟฟ้าให้เป็นไปตามตารางท 2.5 และไม่ต้องใช้ตัวคูณปรับค่าขนาด
กระแส
6. การเดินสายให้ติดตั้งเรียงเป็นชั้นเดียว ห้ามติดตั้งซ้อนกัน ตังรูปท 4.21
ี่
ิ
ี่
รูปท 4.21 การเดินสายบนผิวหรือเดินเกาะผนังเดนเรียงชั้นเดียว ห้ามซ้อนกัน
4.7 แผงสวิตช์และแผงย่อย
4.7.1 ขอบเขต
1. แผงสวิตช์และแผงย่อยใชควบคุมไฟฟ้าแสงสว่างและไฟฟ้ากำลัง รวมทั้งแผงชาร์จไฟเข้า
้
แบตเตอรี่โดยต่อจากวงจรไฟฟ้าแสงสว่างและไฟฟ้ากำลัง
2. แผงสวิตช์และแผงย่อยต้องติดตั้งในห้องหรือทซึ่งจัดไว้โดยเฉพาะ
ี่
3. ตัวนำและบัสบาร์ในแผงสวิตซ์หรือแผงย่อย ต้องติดตั้งอย่างมั่นคงในตำแหน่งที่ปลอดภัย
จากความเสียหายทางกายภาพ และการจัดวางต้องหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดความร้อนสูงเนื่องจากการเหนี่ยวนำ
4. ขั้วต่อสายในแผงสวิตซ์หรือแผงย่อย ควรติดตั้งในลักษณะที่สามารถต่อสายไปยังโหลด
ได้โดยไม่ต้องข้ามบัสบาร์เส้นไฟ
5. การจัดเฟสของแผงสวิตช์และแผงย่อย เมื่อมองจากด้านหน้าให้อยู่ในลักษณะเฟสเป็น
1, 2 และ 3 (หรือเฟสเอ (A) บี (B) ซี (C) ตามลำดับ) โดยเรียงจากด้านหน้าไปด้านหลังของแผง จาก
้
ด้านบนลงด้านล่างหรือจากต้านชายมือไปขวามือ การจัดเฟสลักษณะอื่นอนุญาตให้ใช้ได้เฉพาะการ
เชื่อมต่อเข้ากับระบบที่มีอยู่แล้ว แต่ต้องทำเครื่องหมายให้เห็นได้ชัดเจน
6. แต่ละบัสบาร์จะต้องจัดทำเครื่องหมายแสดงเฟสอย่างใดอย่างหนึ่ง ดังต่อไปนี้
(1) เป็นตัวอักษร ได้แก่
- L1 สำหรับเฟส 1 หรือเฟส A
- L2 สำหรับเฟส 2 หรือเฟส B
- L3 สำหรับเฟส 3 หรือเฟส C
- N สำหรับ นิวทรัล
- E หรือ สำหรับ บัสดิน/ขั้วสายดิน
(ข) เป็นส ได้แก่
ี
- สีน้ำตาล สำหรับเฟส 1 หรือเฟส A
- สีดำ สำหรับเฟส 2 หรือเฟส B
- สีเทา สำหรับเฟส 3 หรือเฟส C
- สีฟ้า สำหรับ นิวทรัล
- สีเขียว สำหรับ บัสดิน/ขั้วสายดิน หรือเขียวแถบเหลือง
4.7.2 แผงสวิตช์ (Switchboard)
1. แผงสวิตช์ที่มีส่วนที่มีไฟฟ้าเปิดโล่ง ต้องติดตั้งในสถานที่แห้ง เข้าถึงได้และควบคุมโดยบุคคลท ี่
มีหน้าที่เกี่ยวข้องเท่านั้น ดังรูปท 4.22 เมื่อติดตั้งในสถานที่เปียกหรือนอกอาคาร ต้องมีเครื่องห่อหุ้ม
ี่
(กล่องหรือตู้) ที่ทนสภาพอากาศ นอกจากแผงสวิตช์จะเป็นชนิดที่ออกแบบไว้สำหรับตดตั้งภายนอกได ้
ิ
ิ
ี่
แผงสวิตช์ซึ่งอยู่ในสถานทที่มีวัตถุตดไฟได้ง่ายต้องติดตั้งในตำแหน่งที่แผงสวิตช์จะไม่ทำให้เกิดเพลิงไหม้ต่อ
วัตถุติดไฟข้างเคียง
้
์
ี่
รูปท 4.22 แผงสวิตช ต้องเขาถึงได้และควบคุมโดยบุคคลที่มีหน้าทเกี่ยวข้องเท่านั้น
ี่
ี่
2. ส่วนบนของแผงสวิตช์ต้องอยู่ห่างจากเพดานทติดไฟได้ไม่น้อยกว่า 0.90 เมตร หากเป็นเพดาน
ไม่ติดไฟหรือมีแผ่นกั้นที่ไม่ติดไฟระหว่างแผงสวิตช์กับเพดาน ระยะห่างระหว่างส่วนบนของแผงสวิตช์และ
เพดานต้องไม่น้อยกว่า 0.60 เมตร
3. สำหรับระบบไฟฟ้ากระแสสลับ โครงของแผงสวิตช์รวมทั้งโครงที่รองรับที่เป็นโลหะทั้งของ
สวิตช์และบริภัณฑ์ไฟฟ้าต้องต่อลงดิน เครื่องมือวัด รีเลย์ มิเตอร์ หรือหม้อแปลงเครื่องวัดซึ่งติดตั้งในแผง
สวิตช์ต้องต่อลงดินด้วย
4.7.3 แผงย่อย (Panelboard)
1. แผงย่อยต้องมีพิกัดไม่ต่ำกว่าขนาดของสายป้อนที่คำนวณได ้
2. การติดตั้งแผงย่อยในสถานที่เปียกหรือขึ้น ต้องมีการป้องกันไม่ให้ความชื้นหรือน้ำเข้าไปในแผง
ั้
้
ได และต้องติดตงให้ห่างจากผนังหรือพื้นรองรับไม่น้อยกว่า 5 มม. ถ้าติดตั้งในสถานที่เปียกต้องเป็นแบบ
ทนสภาพอากาศ (Weatherproof)
ั
ู้
3. แผงย่อยต้องติดตั้งในต กล่องอุปกรณ์ตดตอน (Cutout Box) หรือในเครื่องห่อหุ้มที่ออกแบบ
้
เฉพาะ และต้องเป็นแบบดานหน้าไม่มีไฟ ยกเว้น สำหรับแผงย่อยขนาดไม่เกิน 16 แอมแปร์ 1 เฟส
4. แผงย่อยของวงจรย่อยแสงสว่างและเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกแผง ต้องติดตั้งเครื่องป้องกันกระแสเกิน
ด้านไฟเข้า ยกเว้นสายป้อนของแผงย่อยนั้นได้ติดตั้งเครื่องป้องกันกระแสเกิน ไม่เกินขนาดของแผงย่อยอยู่
แล้ว
5. จำนวนเครื่องป้องกันกระแสเกินในแผงย่อย ต้องไม่เกิน 42 ขั้ว ไม่รวมขั้วที่เป็นประธาน ดังรูป
ี่
ท 4.23
รูปท 4.23 จำนวนเซอร์กิตเบรกเกอร์ในแผงย่อย ไม่เกิน 42 ขั้ว
ี่
4.8 สรุปสาระสำคัญ
1. ข้อกำหนดการเดินสายระบบแรงต่ำ เป็นข้อกำหนดตามมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้าสำหรับ
ประเทศไทย เกี่ยวข้องกับการเดินสายไฟของระบบไฟฟ้าที่มีแรงดันต่างกัน การป้องกันความเสียหายทาง
กายภาพของสายไฟ การติดตั้งใต้ดิน การป้องกันผกร่อน การติดตั้งวัสดุและการจับยึด การกำหนดสของ
ุ
ี
สายไฟและการเดินสายควบ เป็นต้น
2. การเดินสายเปิดบนวัสดุฉนวน เป็นวิธีการเดินสายแบบเปิดโล่งโดยใช้ตุ้มหรือลูกถ้วยเพื่อการ
จับยึดทใช้ต้องเป็นสายแกนเดียวและต้องไม่ถูกปิดบังด้วยโครงสร้างของอาคาร มีการป้องกันความ
ี่
กายภาพ ระยะการจับยึดต่าง ๆ เป็นไปตามมาตรฐาน วสท. ขนาดกระแสของสายไฟฟ้าเป็นไปตามตาราง
ขนาดกระแสของสายไฟฟ้าและลักษณะการติดตั้งนั้น
3. การเดินสายในท่อร้อยสาย เช่น ท่อโลทะหนา (RMC) ท่อโลหะหนาปานกลาง (IMC) และท่อ
โลหะบาง (EMT) สามารถใช้กับงานเดินสายทั่วไปทั้งในสถานที่แห้ง ขึ้นและเปียก นอกจากจะระบุไว้
เฉพาะเรื่องนั้นโดยต้องติดตั้งให้เหมาะสมกับสภาพการใช้งาน
้
4. การเดินสายในรางเดินสาย ให้ใช้รางเดินสายไดเฉพาะการติดตั้งในที่เปิดโล่งซึ่งสามารถเข้าถึง
เพื่อตรวจสอบและบำรุงรักษาได้ตลอดความยาวของรางเดินสาย ห้ามเดินในฝ้าเพดาน ถ้าติดตั้งภายนอก
็
อาคารต้องเปนชนิดกันฝน และต้องมีความแข็งแรงเพียงพอที่จะไม่เสียรูปภายหลังการติดตั้ง
5. กล่องสำหรับงานไฟฟ้า ครอบคลุมการติดตั้งและการใช้กล่องสำหรับงานไฟฟ้า เช่น กล่อง
ุ
์
สำหรับจดต่อไฟฟ้าของสวิตช์หรืออุปกรณ กล่องต่อสาย กล่องดึงสาย กล่องแยกสายและกล่องอื่น ๆ ท ี่
ติดตั้งเพื่อวัตถุประสงค์การเดินสาย
6. การเดินสายบนผิวหรือเดินเกาะผนังใช้กับการเดินสายแรงต่ำภายในอาคารทั่วไป ยกเว้น ใน
บริเวณอันตราย หรือที่ได้ระบุว่าห้ามใช้ในเรื่องนั้น I โดยสายไฟฟ้าที่ใช้ต้องเหมาะสมกับสภาพติดตั้งด้วย
7. แผงสวิตช์และแผงย่อยใชควบคุมฟฟ้าแสงสว่างและไฟฟ้ากำลัง รวมทั้งแผงชาร์จไฟเข้า
้
แบตเตอรี่โดยต่อจากวงจรไฟฟ้าแสงสว่างและไฟฟ้ากำลัง เกี่ยวกับตัวนำ บัสบาร์ ขั้วต่อสาย การจัดเฟส
การจัดทำเครื่องหมายแสดงเฟสรวมทั้งการติดตั้งให้เป็นไปตามมาตรฐาน วสท.
์
คำศัพทประจำหน่วย
Connector ข้อต่อยึด
Cutout Box กล่องอุปกรณ์ตัดตอน
ี
Electrical Metallic Tubing: EMT ท่อโลหะบาง (อีเอ็มท)
Intermediate Metal Conduit: IMC ท่อโลหะหนาปานกลาง (ไอเอ็มซี)
Open Wiring การเดินสายแบบเปิดหรือเดินลอยบนวัสดุฉนวน
Panelboard แผงย่อย
Rigid Metal Conduit: RMC ท่อโลหะหนา (อาร์เอ็มซี)
Switchboard แผงสวิตช ์
Surface Wiring การเดินสายบนผิวหรือเดินสายเกาะผนัง
แบบทดสอบหลังเรียน หน่วยที่ 4
ี่
ิ
ชื่อวิชา กฎและมาตรฐานทางไฟฟ้า รหัสวชา 2104-2101 สัปดาห์ท 6-7
ี่
เรื่อง กฎและมาตรฐานทใช้งานในระบบติดตั้งไฟฟ้า จำนวน 4 ชั่วโมง
ี่
คำสั่ง จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องทสุดเพียงคำตอบเดียว
1. ข้อกำหนดการเดินสายสำหรับระบบแรงต่ำ ครอบคลุมตามข้อใด
ก. การป้องกันความเสียหายของสายไฟ การติดตั้งเกาะผนัง การจับยึดอุปกรณ์
ข. การป้องกันความเสียหายของสายไฟ การติดตั้งท่อ การจับยึดท่อ การกำหนดสีของท่อ
ค. การป้องกันความเสียหายของสายไฟ การติดตั้ง การจับยึด การกำหนดสีของท่อ การเดินสายในทอ
่
ง. การป้องกันความเสียหายของสายไฟ การติดตั้ง การจับยึด การกำหนดสีของสายไฟ การเดินสาย
ควบ
2. ข้อกำหนดสำหรับการเดินสายเปิดบนวัสดฉนวน ตรงตามข้อใด
ุ
ี่
ก. การเดินสายเปิดโล่งบนวัสดุจบยึดทเป็นฉนวน ไม่ระบุรูปร่างของวัสดุจับยึด
ั
ข. การเดินสายเปิดโล่งโดยใช้ตุ้มหรือลูกถ้วยจับยึด สายแกนเดียว ไม่ถูกปิดบังด้วยโครงสร้างของอาคาร
ค. การเดินสายเปิดโล่งโดยใช้ตุ้มหรือลูกถ้วยจับยึด เดินภายในอาคาร และโรงงานอุตสาหกรรม
ง. การเดินสายเปิดโล่งโดยใชตุ้มหรือลูกถ้วยจับยึดไปกับผนังหรือกำแพง ไม่ระบุความสูง
้
3. ข้อห้ามสำหรับการเดินสายเปิดบนวัสดุฉนวน ตรงตามข้อใด
ก. สายเดินผานในที่โล่งไม่เล็กกว่า 2.5 ตร.มม. มีระยะจุดจับยึดไม่เกิน 5 เมตร
่
ข. สายที่ยึดเกาะไปกับผนังหรือกำแพงต้องอยู่สูงจากพื้นไม่น้อยกว่า 2.50 เมตร
ค. สายที่ยึดเกาะไปกับผนังหรือกำแพงภายในบ้าน
ง. สายที่ติดตั้งต้องจับยึดให้มั่นคง
4. ข้อกำหนดสำหรับการเดินสายในท่อโลหะร้อยสาย ตรงตามข้อใด
ก. ท่อต้องติดตั้งตามที่ระบุเฉพาะและเหมาะสมกับการใช้งาน
ข. ท่อติดตั้งได้ในสถานที่เปียก ชื้นและฝังดินโดยตรง
ค. ท่อทติดตั้งสามารถต่อสายภายในท่อได ้
ี่
ง. ท่อที่ติดตั้งจะลบคมท่อหรือไม่ก็ได ้
5. ข้อใดไม่ใชข้อห้ามสำหรับการเดินสายในท่อโลหะร้อยสาย
่
้
ก. ห้ามใชท่อโลหะขนาดเล็กกว่า 15 มม.
ข. ห้ามร้อยสายขณะตดตั้งระบบท่อไม่เสร็จ
ิ
ค. ห้ามใช้ท่อโลหะเป็นตัวนำสำหรับต่อลงดิน
ง. ห้ามทำเกลียวในท่อโลหะหนา
่
6. ข้อใดไม่ใชข้อกำหนดสำหรับการเดินสายในรางเดินสาย
ก. พื้นที่หน้าตัดของตัวนำและฉนวนไม่เกิน 20% ของพื้นที่หน้าตัดภายในราง
ข. อนุญาตให้ต่อสายได้ทุกส่วนของรางที่สามารถเปิดฝาปิดได ้
ค. มีการป้องกันความเสียหายทางกายภาพ
ง. จุดปลายรางเดินสายต้องปิด
่
7. ข้อใดไม่ใชข้อกำหนดและลักษณะใช้งานของกล่องสำหรับงานไฟฟ้า
ุ
ก. ต้องจัดให้มีบชชิงป้องกันสาย
ข. มีการป้องกันความเสียหายทางกายภาพ
ค. จุดต่อสายในกล่องต้องใช้ไวร์นัตเท่านั้น
ง. บรรจุตัวนำหรือสายเคเบิลได้ทั้งหมด
่
8. ข้อใดไม่ใชข้อห้ามสำหรับการเดินสายเกาะผนัง
ก. ห้ามเดินสายซ้อนกัน
ข. ห้ามใช้สายเป็นชนิดมีเปลือก
ค. ห้ามต่อสายนอกกล่อง
ง. ห้ามไม่ให้ฉนวนหรือเปลือกชำรุด
9. บัสบาร์ของแผงสวิตช์และแผงย่อย จัดเรียงเฟสตามข้อใด
ก. L1, L2, L3, N
ข. I1, I2, I3, N
ค. 1, 2, 3, N
ง. A, B, N
10. จำนวนเครื่องป้องกันกระแสเกินในแผงย่อย ต้องไม่เกินกี่ขั้ว
ก. 22 ขั้ว ไม่รวมขั้วที่เป็นประธาน
ข. 32 ขั้ว ไม่รวมขั้วที่เป็นประธาน
ค. 42 ขั้ว ไม่รวมขั้วที่เป็นประธาน
ง. 52 ขั้ว ไม่รวมขั้วที่เป็นประธาน
เฉลยแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยที่ 4
ิ
ชื่อวิชา กฎและมาตรฐานทางไฟฟ้า รหัสวชา 2104-2101 สัปดาห์ท 6-7
ี่
ี่
เรื่อง กฎและมาตรฐานทใช้งานในระบบติดตั้งไฟฟ้า จำนวน 4 ชั่วโมง
1. ง.
2. ข.
3. ค.
4. ก.
5. ง.
6. ข.
7. ก.
8. ข.
9. ก.
10. ค.
ใบกิจกรรม หน่วยที่ 4
ิ
ี่
ชื่อวิชา กฎและมาตรฐานทางไฟฟ้า รหัสวชา 2104-2101 สัปดาห์ท 6-7
ี่
เรื่อง กฎและมาตรฐานทใช้งานในระบบติดตั้งไฟฟ้า จำนวน 4 ชั่วโมง
คำสั่ง จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้องและสมบูรณ ์
1. ข้อกำหนดการเดินสายสำหรับระบบแรงต่ำเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไรบ้าง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. การเดินสายเปิดบนวัสดุฉนวนข้อกำหนดและข้อห้ามใช้อย่างไร
การเดินสายเปิดบนวัสดุฉนวน หมายถึง………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อกำหนด……………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อห้ามใช้…………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. การเดินสายในท่อโลหะหนา โลหะหนาปานกลาง และท่อโลหะบาง มีข้อกำหนดและข้อห้ามใช้อย่างไร
การเดินสายในท่อร้อยสาย หมายถึง……………………………………………………………………………………..
…………………………………………………………………………………………………………………………………………………..
ข้อกำหนด …………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อห้ามใช้…………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. การเดินสายในท่อโลหะอ่อน มีข้อกำหนดและข้อห้ามใช้อย่างไร
ข้อกำหนด …………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อห้ามใช้…………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
5. การเดินสายในท่ออโลหะแข็ง มีข้อกำหนดและข้อห้ามใช้อย่างไร
ข้อกำหนด …………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อห้ามใช้…………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
6. การเดินสายในรางเดินสาย (Wire Ways) มีข้อกำหนดและข้อห้ามใช้อย่างไร
ข้อกำหนด …………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อห้ามใช้…………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
7. การติดตั้งและการใช้กล่องสำหรับงานไฟฟ้า มีข้อกำหนดการใช้งานอย่างไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….…………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….…………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
8. การเดินสายบนผิวเกาะผนัง มีข้อกำหนดและข้อห้ามใช้อย่างไร
ข้อกำหนด …………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
ข้อห้ามใช้…………………………………………………………………………………………………………………………….
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
9. การติดตั้งแผงสวิตช์ มีข้อกำหนดอย่างไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….…………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….…………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
10. การติดตั้งแผงย่อย มีข้อกำหนดอย่างไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….…………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………………………………………….…………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
เฉลยใบกิจกรรม หน่วยที่ 4
ิ
ชื่อวิชา กฎและมาตรฐานทางไฟฟ้า รหัสวชา 2104-2101 สัปดาห์ท 6-7
ี่
ี่
เรื่อง กฎและมาตรฐานทใช้งานในระบบติดตั้งไฟฟ้า จำนวน 4 ชั่วโมง
คำสั่ง จงตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้องและสมบูรณ ์
1. ข้อกำหนดการเดินสายสำหรับระบบแรงต่ำเกี่ยวข้องกับเรื่องอะไรบ้าง
เกี่ยวข้องกับการเดินสายไฟของระบบไฟฟ้าที่มีแรงดันต่างกัน การป้องกันความเสียหายทาง
กายภาพของสายไฟ การติดตั้งใต้ดิน การป้องกันผุกร่อน การติดตั้งวัสดุและการจับยึด การกำหนดสีของ
สายไฟและการเดินสายควบ เป็นต้น
2. การเดินสายเปิดบนวัสดุฉนวนข้อกำหนดและข้อห้ามใช้อย่างไร
การเดินสายเปิดบนวัสดุฉนวน หมายถึงวิธีการเดินสายแบบเปิดโล่งโดยใช้ตุ้มหรือลูกถ้วยเพื่อการจับยึด
ข้อกำหนด เดินสายเปิดบนวัสดุฉนวนภายในอาคาร ได้เฉพาะในโรงงานอุตสาหกรรม งาน
เกษตรกรรม และงานแสดงสินค้า ป้องกันความเสียหายทางกายภาพ วัสดุฉนวนสำหรับการเดินสายตอง
้
เป็นชนิดที่เหมาะสมกับสภาพการใช้งาน สายไฟฟ้าซึ่งติดตั้งบนตุ้มหรือลูกถ้วยจะต้องยึดกับฉนวนทรองรับ
ี่
ให้มั่นคง
้
ข้อห้ามใช ต้องไม่ถูกปิดบังด้วยโครงสร้างของอาคาร
3. การเดินสายในท่อโลหะหนา โลหะหนาปานกลาง และท่อโลหะบาง มีข้อกำหนดและข้อห้ามใช้อย่างไร
่
การเดินสายในท่อร้อยสาย หมายถึงการเดินสายในท่อโลหะหนา ท่อโลหะหนาปานกลาง ทอโลหะ
บาง ท่อพีวีซี และท่ออื่น ๆที่เป็นไปตามมาตรฐานข้อกำหนด
ข้อกำหนด ในสถานที่เปียกใช้อุปกรณ์ประกอบที่ทนผุกร่อน ปลายท่อที่ถูกตัดออกต้องลบคม การ
้
ต่อสายให้ต่อได้เฉพาะในกล่องต่อสาย ต้องจัดให้มีบุชชิงเพื่อป้องกันไม่ให้ฉนวนสายชำรุด มุมดัดโคง
ระหว่างจุดดึงสายรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 360 องศา ต้องติดตั้งระบบท่อให้เสร็จก่อนจึงทำการเดน
ิ
สายไฟฟ้า
้
ข้อห้ามใช ห้ามใช้ท่อโลหะเป็นตัวนำสำหรับต่อลงดิน ห้ามใช้ท่อโลหะขนาดเล็กกว่า 15 มม. ห้ามใช ้
ท่อโลหะบางฝังดินโดยตรงหรือใช้ในระบบไฟฟ้าแรงสูง
4. การเดินสายในท่อโลหะอ่อน มีข้อกำหนดและข้อห้ามใช้อย่างไร
ข้อกำหนด ในสถานที่แห้ง ในที่เข้าถึงได้และป้องกันสายจากความเสียหายทางกายภาพ ให้ใช ้
สำหรับเดินเข้าบริภัณฑ์ไฟฟ้าหรือกล่องต่อสายและความยาวไม่เกิน 2 เมตร
้
ข้อห้ามใช ในปล่องลิฟต์หรือปล่องขนของ ในห้องแบตเตอรี่ ในบริเวณอันตราย นอกจากจะระบุไว้
เป็นอย่างอื่น ฝังในดินหรือฝังในคอนกรีต ห้ามใช้ในสถานที่เปียก ห้ามใช้ท่อโลหะอ่อนที่มีขนาดเล็กกว่า 15
ึ
มม. มุมดัดโค้งระหว่างจุดดึงสายรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 360 องศา ต้องติดตั้งระบบท่อให้เสร็จก่อน จงทำ
การเดินสายไฟฟ้า ห้ามใช้ท่อโลหะอ่อนเป็นตัวนำสำหรับต่อลงดิน
5. การเดินสายในท่ออโลหะแข็ง มีข้อกำหนดและข้อห้ามใช้อย่างไร
ข้อกำหนด เดินซ่อนในผนัง พื้นและเพดาน, ในบริเวณที่ทำให้เกิดการผุกร่อนและเกี่ยวข้องกับ
สารเคมี ถ้าท่อและเครื่องประกอบการเดินท่อได้ออกแบบไว้สำหรับใช้งานในสภาพดังกล่าว, ในที่เปียกหรือ
ชื้นซึ่งได้จัดให้มีการป้องกันน้ำเข้าไปในท่อ, ในที่เปิดโล่ง (Exposed) ซึ่งไม่อาจเกิดความเสียหายทาง
กายภาพ
้
ข้อห้ามใช ในบริเวณอันตราย นอกจากจะระบุไว้เป็นอย่างอื่น, ใช้เป็นเครื่องแขวนหรือจับยึดดวง
โคม,อุณหภูมิโดยรอบหรืออุณหภูมิใช้งานของสายเกินกว่าอุณหภูมิของท่อที่ระบุไว้, ในโรงมหรสพ
ุ
้
ี่
นอกจากจะระบุไว้เป็นอย่างอื่น, ห้ามใช้ท่ออโลหะแข็งทมีขนาดเล็กกว่า 15 มม., มุมดัดโคงระหว่างจดดง
ึ
สายรวมกันแล้วต้องไม่เกิน 360 องศา, ต้องติดตั้งระบบท่อให้เสร็จก่อนจึงทำการเดินสายไฟฟ้า, ต้องจดให้
ั
มีบุชชิง,
6. การเดินสายในรางเดินสาย (Wire Ways) มีข้อกำหนดและข้อห้ามใช้อย่างไร
ข้อกำหนด ห้ามใช้รางเดินสายในบริเวณที่อาจเกิดความเสียหายทางกายภาพ, รางเดนสายตองจับ
้
ิ
ยึดอย่างมั่นคง, พื้นที่หน้าตัดของตัวนำและฉนวนทั้งหมดรวมกันต้องไม่เกินร้อยละ 20 ของพื้นที่หน้าตัด
ภายในรางเดินสาย
ข้อห้ามใช ห้ามติดตั้งหรือใช้รางเดินสายในกรณี (1) ต่อรางเดินสายตรงจุดที่ผ่านผนังหรือพื้น (2)
้
เป็นตัวนำสำหรับต่อลงดิน (3) ขนาดเกิน 150300 มิลลิเมตร
7. การติดตั้งและการใช้กล่องสำหรับงานไฟฟ้า มีข้อกำหนดการใช้งานอย่างไร
กล่องต้องทำจากวัสดุที่ทนต่อการผุกร่อนหรือมีการป้องกันที่เหมาะสม, ต้องจัดให้มีบุชชิง, กล่อง
่
ต้องสามารถบรรจุตัวนำหรือสายเคเบิลได้ทั้งหมด, กล่องต้องมีฝาปิดที่เหมาะสมและแน่นหนา, แล้ว กลอง
ต้องไม่มีรูหรือช่องที่โตพอให้วัตถุที่มีเส้นผ่านศูนย์กลางขนาด 7.5 มม. ลอดเข้าไปได ้
8. การเดินสายบนผิวเกาะผนัง มีข้อกำหนดและข้อห้ามใช้อย่างไร
ข้อกำหนด สายไฟฟ้าต้องเป็นชนิดที่มีเปลอกนอก, ต้องมีการป้องกันความเสยหายเนื่องจากฉนวน
ี
ื
หรือเปลือกนอกถูกบาดด้วยสิ่งที่แหลมคม, ต้องจับยึดให้มั่นคง, การต่อและการต่อแยกให้ทำได้เฉพาะใน
กล่องสำหรับงานไฟฟ้าเท่านั้น, การเดินสายให้ติดตั้งเรียงเป็นชั้นเดียว ห้ามติดตั้งซ้อนกัน
้
ข้อห้ามใช ห้ามร้อยท่อหรือฝังดิน
9. การติดตั้งแผงสวิตช์ มีข้อกำหนดอย่างไร
ใช้ควบคุมไฟฟ้าแสงสว่างและไฟฟ้ากำลัง รวมทั้งแผงชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่โดยต่อจากวงจรไฟฟ้า
แสงสว่างและไฟฟ้ากำลัง, ต้องติดตั้งในห้องหรือที่ซึ่งจัดไว้โดยเฉพาะ, ตัวนำและบัสบาร์ต้องติดตั้งอย่าง
ี
้
มั่นคงในตำแหน่งที่ปลอดภัยจากความเสยหายทางกายภาพ, การจัดเฟสให้ถูกต้อง, แต่ละบัสบาร์จะตอง
จัดทำเครื่องหมายแสดงเฟส
10. การติดตั้งแผงย่อย มีข้อกำหนดอย่างไร
ใช้ควบคุมไฟฟ้าแสงสว่างและไฟฟ้ากำลัง รวมทั้งแผงชาร์จไฟเข้าแบตเตอรี่โดยต่อจากวงจรไฟฟ้า
ั
แสงสว่างและไฟฟ้ากำลัง, ต้องติดตั้งในห้องหรือที่ซึ่งจดไว้โดยเฉพาะ, ตัวนำและบัสบาร์ต้องติดตั้งอย่าง
มั่นคงในตำแหน่งที่ปลอดภัยจากความเสียหายทางกายภาพ, การจัดเฟสให้ถูกต้อง, แต่ละบัสบาร์จะตอง
้
จัดทำเครื่องหมายแสดงเฟส
แบบประเมินผลกิจกรรม หน่วยที่ 4
ิ
ี่
ชื่อวิชา กฎและมาตรฐานทางไฟฟ้า รหัสวชา 2104-2101 สัปดาห์ท 6-7
ี่
เรื่อง กฎและมาตรฐานทใช้งานในระบบติดตั้งไฟฟ้า จำนวน 4 ชั่วโมง
ั
ชื่อ................................................................รหัสประจำตัว .........................................ระดบชั้น...................
ผลการให้คะแนน
หัวข้อการประเมิน หมายเหต ุ
5 4 3 2 1
1. บอกสาระของข้อกําหนดการเดินสาย สำหรับระบบแรง
้
ต่ำได
2. เข้าใจข้อกําหนดและข้อห้าม สำหรับการเดินสายเปิดบน
้
วัสดุฉนวนได
3. เข้าใจข้อกําหนดและข้อห้าม สำหรับการเดินสายในทอ
่
ร้อยสายได ้
4. เข้าใจข้อกําหนดและข้อห้าม สำหรับการเดินสายในราง
เดินสายได ้
5. เข้าใจข้อกําหนดและลักษณะใช้งานของกล่อง สำหรับ
งานไฟฟ้าได ้
6. เข้าใจข้อกําหนดและข้อห้าม สำหรับการเดินสายเกาะ
ผนังได ้
7. เข้าใจข้อกําหนดของแผงสวิตช์และแผงย่อยได ้
8. อธิบายการเดินสายสำหรับระบบแรงต่ำที่ถูกต้อง ตาม
มาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้า สำหรับประเทศไทยได ้
รวมคะแนน
รวมคะแนนทั้งหมด
สรุปการประเมิน
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
เกณฑ์ในการให้คะแนน
้
ดีมาก ได 5 คะแนน
้
ดี ได 4 คะแนน
้
ปานกลาง ได 3 คะแนน
้
น้อย ได 2 คะแนน
ปรับปรุง ได 1 คะแนน
้
ลงชื่อ...........................................ผู้ประเมิน
(.....................................)
........../........../..........
แบบประเมินผลคุณธรรม จริยธรรม หน่วยที่ 4
ี่
ิ
ชื่อวิชา กฎและมาตรฐานทางไฟฟ้า รหัสวชา 2104-2101 สัปดาห์ท 6-7
เรื่อง กฎและมาตรฐานทใช้งานในระบบติดตั้งไฟฟ้า จำนวน 4 ชั่วโมง
ี่
ั
ชื่อ................................................................รหัสประจำตัว .........................................ระดบชั้น...................
ปาน
ที่ หัวข้อการประเมิน ดีมาก ดี น้อย ปรับปรุง
กลาง
1 การตรงต่อเวลา
2 ความพร้อม
3 การมีส่วนร่วมในการทำงาน
4 การชักถามปัญหา
5 การอภิปราย
6 ความกระตือรือร้นในการทำงาน
7 การรักษาความสะอาด
รวมคะแนน
รวมคะแนนทั้งหมด
บันทึก
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
.......................................................................................................................................................................
เกณฑ์ในการให้คะแนน
้
ดีมาก ได 5 คะแนน
ดี ได 4 คะแนน
้
้
ปานกลาง ได 3 คะแนน
น้อย ได 2 คะแนน
้
ปรับปรุง ได 1 คะแนน
้
ลงชื่อ...........................................ผู้ประเมิน
(.....................................)
........../........../..........
แบบสังเกตพฤติกรรมการเรียนรายบุคคล หน่วยที่ 4
ิ
ชื่อวิชา กฎและมาตรฐานทางไฟฟ้า รหัสวชา 2104-2101 สัปดาห์ท 6-7
ี่
ี่
เรื่อง กฎและมาตรฐานทใช้งานในระบบติดตั้งไฟฟ้า จำนวน 4 ชั่วโมง
คำชี้แจง ให้ทำเครื่องหมาย ✔ หากนักเรียนมีพฤติกรรมนั้นลงในช่องทำรายการ
พฤติกรรม
การ การทำงาน
การแสดง การตอบ
ท ี่ ชื่อ – สกุล ความสนใจ ยอมรับฟัง ตามท ี่ รวม
ความคิดเห็น คำถาม
คนอื่น มอบหมาย
4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1 4 3 2 1
เกณฑ์การวดผลและให้คะแนน
ั
1. ดีมาก = 4 สนใจฟัง ไม่หลับ ไม่พูดคุยในชั้นเรียน มีคำถาม ตอบคำถามถูก ทำงานส่งตามเวลา
2. ดี = 3 พฤติกรรมการแสดงออกอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 70%
3. ปานกลาง = 2 พฤติกรรมการแสดงออกอยู่ในเกณฑ์ประมาณ 50%
4. ปรับปรุง = 1 เข้าชันเรียน แต่แสดงออกน้อยมาก ส่งงานไม่ครบ ส่งงานไม่ตรงเวลา
ลงชื่อ ...........................................ผู้ประเมิน
(.........................................)
........../........../........
บันทึกหลังการจัดการเรียนร ู้
หน่วยที่ 4 เรื่อง กฎและมาตรฐานที่ใช้งานในระบบติดตั้งไฟฟ้า
จำนวน 4 ชั่วโมง ระดับ/ชั้น. ปวช.1 แผนกวิชาช่างไฟฟ้ากำลัง วิทยาลัยเทคนิคลำพูน
ี่
1. สอนครั้งท 6 - 7
2. จำนวนนักเรียนทั้งหมด…………คน ขาดเรียน…....คน มาสาย…..….คน มาเรียน ……..…คน
3. หัวข้อเรื่อง/งาน ในการจัดกระบวนการเรียนรู้
3.1 ข้อกำหนดการเดินสายสำหรับระบบแรงต่ำ
3.1.1 การเดินสายไฟของระบบไฟฟ้าที่มีแรงดันตางกัน
่
3.1.2 การป้องกันความเสียหายทางกายภาพของสายไฟ
้
3.1.3 การติดตั้วใตดิน
3.1.4 การป้องกันการผุกร่อน
3.1.5 การติดตั้งวัสดุและการจับยึด
3.1.6 การป้องกันมิให้เกิดกระแสเหนี่ยวนำในเครื่องห่อหุ้มหรือชิ่งเดินสายที่เป็นโลหะ
3.1.7 การกำหนดสีของสายไฟหุ้มฉนวน ระบบแร่งต่ำ
3.1.8 การเดินสายควบ
3.2 การเดินสายเปิดหรือเดินลอย (Open Wiring) บนวัสดุฉนวน
3.2.1 ทั่วไป
3.2.2 สำหรับระบบแร่งต่ำ
3.3 การเดินสายในท่อร้อยสาย
3.3.1 การเดินสายในท่อโลหะหนา ท่อโลหะหนาปานกลาง และท่อโลหะบาง
3.3.2 การเดินสายในท่อโลหะอ่อน (Flexible Metal Conduit)
3.3.3 การเดินสายในท่ออโลหะแข็ง (Rigid Nonmetallic Conduit)
3.4 การเดินสายในรางเดินสาย (Wire Ways)
3.5 กล่องสำหรับงานไฟฟ้า (Box)
3.5.1 ขอบเขต
3.5.2 ข้อกำหนดและลักษณะการใช้งาน
3.6 การเดินสายบนผิวหรือเดินสายเกาะผนัง (Surface Wiring)
3.7 แผงสวิตช์และแผงย่อย
3.7.1 ขอบเขต
3.7.2 แผงสวิตช์ (Switchboard)
3.7.3 แผงย่อย (Panelboard)
4. การประเมินผลการใช้แผนการจัดการเรียนรู้
เกณฑ์การประเมิน
ดี ดี พอใช้ ปรับปรุง
รายการประเมิน
มาก (3) (2) (1)
(4)
1. การจัดการเรียนรู้ตรงตามจุดประสงค ์
2. วิธีการจัดการเรียนรู้
3. การเลือกใช้สื่อและแหล่งเรียนรู้
4. เนื้อหาครบถ้วน สมบูรณ ตามแผนการจัดการเรียนรู้
์
5. ผลสัมฤทธิ์ของนักเรียน
6. การให้คำแนะนำ แก้ไขปัญหาแก่นักเรียน
ิ
คำชี้แจง 1. ใช้เครื่องหมาย / เขียนลงในช่องตามความคดเห็น
2. เกณฑ์ประเมินมี 4 ระดับ คือ ดีมาก = 4 ดี = 3 พอใช = 2 ปรับปรุง = 1
้
5. บันทึกเพิ่มเติม
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..………
ผู้บันทึก………………………………………….
(…………………………………… )
........../........../..........
้
เอกสารอางอิง
คณะกรรมการสาขาวิศวกรรมไฟฟ้า. (2556). มาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้า สำหรับประเทศไทย
พ.ศ. 2556. กรุงเทพฯ : วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์.
. (2545). มาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้า สำหรับประเทศไทย พ.ศ. 2545.
กรุงเทพ ฯ : วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์.
. (2555). มาตรฐานระบบแจ้งเหตุเพลิงไหม้, กรุงเทพฯ : วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย
ในพระบรมราชูปถัมภ์.
. (2556). มาตรฐานการป้องกันฟ้าผ่า ภาคที่ 3 ความเสียหายทางกายภาพต่อสิ่งปลูกสร้าง
และอันตรายต่อชีวิต. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทย
ในพระบรมราชูปถัมภ์.
. (2556). มาตรฐานการป้องกันฟ้าผ่า ภาคที่ 1 ข้อกำหนดทั่วไป. พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ :
วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์.
คณะอนุกรรมการจัดทำคู่มือความปลอดภัยทางไฟฟ้า. (2555. คู่มือความปลอดภัยทางไฟฟ้า.
พิมพ์ครั้งที่ 2. กรุงเทพฯ : สมาคมช่างเหมาไฟฟ้าและเครื่องกลไทย.
คณะอนุกรรมการปรับปรุงศัพท์เทคนิควิศวกรรมไฟฟ้า. (2555). ศัพท์เทคนิควิศวกรรมไฟฟ้ากำลัง.
กรุงเทพ ฯ : วิศวกรรมสถานแห่งประเทศไทยในพระบรมราชูปถัมภ์.
เครื่องมือติดตงไฟฟ้า. (2557). (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก : www.telepart.net. (สืบค้น : 09/04/2557).
ั้
ตัวนำล่อฟ้า. (2557), (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก : ww.135inter.com. (สืบค้น : 5/11/2557).
ท่อร้อยสายไฟฟ้า. (2557). (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก : www.telepart.net. (สืบค้น: 15/04/2557)
ท่อร้อยสายไฟฟ้า. (2557) (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก : ww.klangfaifa.com. (สืบค้น: 13/04/2557).
ชายชาญ โพธิสาร. (2552). การประมาณราคาระบบไฟฟ้า-สื่อสารสำหรับอาคาร. กรุงเทพฯ : MECT.
ชลชัย ธรรมวิวัฒนฺกูร. (2546) การออกแบบและติดตงระบบไฟฟ้า. กรุงเทพฯ : เอ็มแอนด์..
ั้
ธำรงศักดิ์ หมินก้าหรีม. (2562). กฎและมาตรฐานทางไฟฟ้า. นนทบุรี : ศูนย์หนังสือเมืองไทย.
ธำรงศักดิ์ หมินก้าหรีม. (2557). การติดตงไฟฟ้าในอาคาร. นนทบุรี : ศูนย์หนังสือเมืองไทย.
ั้
ิ
ธำรงศักดิ์ หมินก้าหรีม และสมพงษ์ รัชดาธิกุล. (2548). การตดตั้งไฟฟ้าในอาคารและในโรงงาน.
กรุงเทพฯ : พัฒนาวิชาการ.
แผนการจัดการเรียนร ู้ หน่วยที่ 5
ิ
ี่
ชื่อวิชา กฎและมาตรฐานทางไฟฟ้า รหัสวชา 2104-2101 สัปดาห์ท 8-9
ี่
เรื่อง กฎและมาตรฐานทใช้งานในระบบป้องกันทางไฟฟ้า จำนวน 4 ชั่วโมง
แนวคิดสำคัญ
บริภัณฑ์ไฟฟ้าทุกชนิดที่ใชเป็นส่วนหนึ่งหรือใช้ในการต่อเข้ากับการตดตั้งทางไฟฟ้าต้องมี
้
ิ
คุณสมบัติเป็นไปตามมาตรฐานผลิตภัณฑ์อุตสาหกรรม (มอก ฉบับล่าสดหรือมาตรฐานที่การไฟฟ้าฯ
ุ
ั
ยอมรับ เช่น ฟิวส์สวิตช์ใบมีด อุปกรณ์ตดตอนและเครื่องป้องกันกระแสเกิน เซอร์กิตเบรกเกอร์ เซฟต ี
สวิตช์ และเครื่องตัดไฟรั่ววงจรย่อยเป็นส่วนสำคัญที่จะต้องพิจารณาตรวจสอบและกำหนดขนาดโหลดให้
เหมาะสมเพื่อนำไปคำนวณและออกแบบขนาดตัวนำ กำหนดขนาดอุปกรณ์ป้องกันของวงจรย่อย ให้มี
ขนาดเหมาะสมและทำงานได้อย่างถูกต้องปลอดภยกับผู้ใช้งาน
ั
ั่
จุดประสงค์ทวไป
1. เพื่อให้ทราบมาตรฐานของสวิตช์ใบมีด
2. เพื่อให้ทราบการจำแนกฟิวส์ตามลักษณะการใช้งาน
3. เพื่อให้ทราบพิกัดกระแสและประเภทของเซอร์กิตเบรกเกอร์
4. เพื่อให้ทราบลักษณะการใช้งานของเซฟตีสวิตช ์
5. เพื่อให้ทราบการแบ่งวงจรย่อยตามมาตรฐาน วสท.
6. เพื่อให้ทราบการป้องกันวงจรย่อยและสายป้อน
7. เพื่อให้ทราบลักษณะการปลดวงจรของเครื่องปลดวงจรของบริภัณฑ์ประธาน
8. เพื่อให้ทราบขนาดเครื่องป้องกันกระแสเกินตามขนาดเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า
9. เพื่อให้มีจิตสำนึกที่ดีเกี่ยวกับกฎและมาตรฐานที่ใช้งานในระบบป้องกันทางไฟฟ้า
จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม
1. อธิบายมาตรฐานของสวิตช์ใบมีดพร้อมยกตัวอย่างได ้
2. จำแนกฟิวส์ตามลักษณะการใช้งานพร้อมยกตัวอย่างได ้
3. อธิบายพิกัดกระแสและประเภทของเซอร์กิตเบรกเกอร์ได ้
4. อธิบายลักษณะการใช้งานของเซฟตีสวิตช์ได ้
5. บอกการแบ่งวงจรย่อยตามมาตรฐาน วสท. ได ้
6. อธิบายการป้องกันวงจรย่อยและสายป้อนได ้
7. บอกลักษณะการปลดวงจรของเครื่องปลดวงจรของบริภัณฑ์ประธานได ้
8. บอกขนาดเครื่องป้องกันกระแสเกินตามขนาดเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าได ้
สมรรถนะ
1. แสดงความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกฎและมาตรฐานที่ใช้งานในระบบป้องกันทางไฟฟ้า
2. นำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกฎและมาตรฐานที่ใชงานในระบบป้องกันทางไฟฟ้า
้
3. ใช้งานวัสดุและอุปกรณ์ป้องกันทางไฟฟ้าตามกฎและมาตรฐานที่ใช้งานในระบบป้องกันทาง
ไฟฟ้า
กิจกรรมการเรียนร ู้ หน่วยที่ 5
ิ
ชื่อวิชา กฎและมาตรฐานทางไฟฟ้า รหัสวชา 2104-2101 สัปดาห์ท 8-9
ี่
ี่
เรื่อง กฎและมาตรฐานทใช้งานในระบบป้องกันทางไฟฟ้า จำนวน 4 ชั่วโมง
คุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะ
กิจกรรมผู้สอน กิจกรรมผู้เรียน
ที่พึงประสงค์
นำเข้าสู่บทเรียน ☑ ฟัง เตรียมความพร้อมด้านการเรียน ให้
ู้
1. ผู้สอนตรวจสอบรายชื่อผเรียนที่เข้า ☑ ถาม-ตอบ สอดคล้องกับรายวิชาได้อย่างถูกต้อง
เรียน ตามหลักปราชญาเศรษฐกิจพอเพียง
2. ผู้สอนแจ้งจุดประสงค์การเรียนรู้ ☑ อภิปราย และคุณลักษณะ 3D (ความรับผิดชอบ
และร่วมสนทนาแลกเปลี่ยนเรียนรู้ ☑ อื่นๆ (ระบุ) ความประหยัด ความขยัน ความอดทน
เกี่ยวกับ กฎและมาตรฐานทใช้งานใน ปฏิบัติงานที่ได้รับ และความแบ่งปัน)
ี่
ระบบป้องกันทางไฟฟ้า กับผู้เรียน มอบหมาย
3. ผู้สอนให้ผู้เรียนทำแบบทดสอบก่อน
เรียน
ขั้นการถ่ายทอดเนื้อหาสาระ ☑ ฟัง
1. ผู้สอนบรรยาย อธิบาย เนื้อหา เรื่อง
☑ ถาม-ตอบ
กฎและมาตรฐานที่ใช้งานในระบบ
☑ อภิปราย
ป้องกันทางไฟฟ้า พร้อมยกตัวอย่าง
และให้ผู้เรียนสบค้นข้อมูลเพิ่มเติม ☑ อื่นๆ (ระบุ)
ื
2. ผู้สอนตอบข้อชักถาม ปัญหา ข้อ ปฏิบัติงานที่ได้รับ
สงสัยต่างๆ ของผู้เรียน มอบหมาย
3. ผู้สอนให้คำแนะนำ
ขั้นสรุป/การนำความรู้ไปใช้ ☑ ฟัง
ู้
1. ผู้สอนและผเรียนร่วมกันสรุป ☑ ถาม-ตอบ
สาระสำคัญ
☑ อภิปราย
2. ผู้สอนเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถาม
ข้อสงสัย ☑ อื่นๆ (ระบุ)
ู้
3. ผู้สอนมอบหมายให้ผเรียนทำ ปฏิบัติงานที่ได้รับ
แบบทดสอบหลังเรียน มอบหมาย
คุณธรรม จริยธรรม และคุณลักษณะ
กิจกรรมผู้สอน กิจกรรมผู้เรียน
ที่พึงประสงค์
4. ผู้สอนมอบหมายให้ผเรียนทำใบ
ู้
กิจกรรม
ขั้นการประเมินผล ☑ ฟัง
1. ผู้สอนประเมินผู้เรียนปฏิบัติงานท ี่ ☑ ถาม-ตอบ
ได้รับมอบหมายเสร็จทันเวลาที่กำหนด
2. ผู้สอนประเมินผู้เรียนตอบคำถามและ ☑ อภิปราย
สรุปผลงานได้อย่างถูกต้อง ☑ อื่นๆ (ระบุ)
3. ผู้สอนประเมินผู้เรียนทำใบกิจกรรม ปฏิบัติงานที่ได้รับ
เสร็จทันเวลา มอบหมาย
4. ผู้สอนประเมินพฤติกรรมผู้เรียน
รายบุคคลผู้โดยการซักถาม อภิปราย
แบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยที่ 5
ชื่อวิชา กฎและมาตรฐานทางไฟฟ้า รหัสวชา 2104-2101 สัปดาห์ท 8-9
ี่
ิ
เรื่อง กฎและมาตรฐานทใช้งานในระบบป้องกันทางไฟฟ้า จำนวน 4 ชั่วโมง
ี่
คำสั่ง จงเลือกคำตอบที่ถูกต้องทสุดเพียงคำตอบเดียว
ี่
1. มาตรฐานของสวิตช์ใบมีด ตาม มอก. 706 เป็นไปตามข้อใด
ก. มีเพียงสวิตช์สับทางเดียวหรือคัตเอาต ์
ข. แบ่งเป็นคัตเอาต์มีฟิวส์และคัตเอาต์ไม่มีฟิวส ์
์
ค. แบ่งเป็นสวิตช์สับทางเดียว และสวิตชสับสองทาง
์
ง. แบ่งเป็นสวิตช์สับทางเดียวมีฟิวส์ และสวิตชสับทางเดียวไม่มีฟิวส ์
่
2. ข้อใดไม่ใชฟิวสที่ใช้กับแรงดันต่ำไม่เกิน 1,000 โวลต ์
์
ก. ฟิวส์เส้นกลมและฟิวส์เส้นแบน ข. ฟิวส์ลิงค ์
์
ค. ปลั๊กฟิวส ง. คาร์ทริดจ์ฟิวส ์
3. จากรูป ใช้ร่วมกับฟิวส์ชนิดใด
ก. ฟิวส์เส้นกลมและฟิวส์เส้นแบน ข. ฟิวส์ลิงค ์
ค. ปลั๊กฟิวส ง. คาร์ทริดจ์ฟิวส ์
์
4. ข้อใดไม่ใชมาตรฐานของเซอร์กิตเบรกเกอร์
่
ก. เป็นแบบปลดได้ด้วยมือ
ข. มีเครื่องหมายตำแหน่งสับหรือปลด ชัดเจน
ค. มีเครื่องหมายแสดงพิกัดกระแส แรงดัน เห็นได้ชัด
ง. เซอร์กิตเบรกเกอร์สำหรับที่อยู่อาศัย ไม่เกิน 125 แอมแปร์
5. พิกัดกระแสต่อเนื่องของเซอร์กิตเบรกเกอร์ ประกอบด้วยอะไรบ้าง
ก. กระแสลัดวงจรและกระแสรั่ว
ข. กระแสตัดและกระแสโครง
ค. กระแสโครงและกระแสรั่ว
ง. กระแสตัดและกระแสลัดวงจร
ั
6. ข้อใดจดเป็นประเภทของเซอร์กิตเบรกเกอร์
ก. ICB และ ACB
ข. AT และ AF
ค. MCB และ ACB
ง. MCCB และ ACB
่
7. ข้อใดไม่ใชการแบ่งวงจรย่อยตามมาตรฐาน วสท.
ก. วงจรย่อยเฉพาะ
ข. วงจรย่อยสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า
ค. วงจรย่อยแสงสว่างและกำลัง
ง. วงจรย่อยสำหรับจุดประสงค์ทั่วไป
8. ขนาดตัวนำและเครื่องป้องกันกระแสเกินของวงจรย่อย เป็นไปตามข้อกำหนดในข้อใด
ี่
ก. ตัวนำมีขนาดกระแสไม่น้อยกว่าโหลดสูงสุดทคำนวณได้และไม่น้อยกว่าขนาด CB
ี่
ข. ตัวนำมีขนาดกระแสน้อยกว่าโหลดสูงสุดทคำนวณได้และน้อยกว่าขนาด CB
ุ
ค. ตัวนำมีขนาดกระแสเท่ากับโหลดสูงสดที่คำนวณได้และเท่ากับขนาด CB
ง. ถูกทุกข้อ
9. ข้อใดไม่ใชข้อกำหนดของเครื่องปลดวงจรของบริภัณฑ์ประธาน
่
ก. ชนิด 1 เฟส มีขนาด 50 แอมแปร์ขึ้นไป
ข. แสดงตำแหน่งให้เห็นว่าปลดหรือสับหรือไม่ก็ได ้
ค. มีพิกัดไม่น้อยกว่าพิกัดของ CB ขนาดมากที่สุดที่ใส่ได้หรือปรับตั้งได ้
ง. ปลดวงจรทุกสายเส้นไฟ (สายเฟส) ได้พร้อมกัน ถ้าตัวนำประธานมีการต่อลงดิน
10. บ้านหลังหนึ่งใช้กิโลวัตต์ฮาวร์มิเตอร์ขนาด 5 (15) A จะใช้พิกัดสูงสุดของเครื่องป้องกันกระแสเกิน
เท่าไร
ก. 10 A
ข. 16 A
ค. 20 A
ง. 25 A
เฉลยแบบทดสอบก่อนเรียน หน่วยที่ 5
ี่
ิ
ชื่อวิชา กฎและมาตรฐานทางไฟฟ้า รหัสวชา 2104-2101 สัปดาห์ท 8-9
เรื่อง กฎและมาตรฐานทใช้งานในระบบป้องกันทางไฟฟ้า จำนวน 4 ชั่วโมง
ี่
1. ค
2. ข
3. ง
4. ก
5. ข
6. ง
7. ค
8. ก
9. ข
10. ข
ใบความร ู้ หน่วยที่ 5
ิ
ชื่อวิชา กฎและมาตรฐานทางไฟฟ้า รหัสวชา 2104-2101 สัปดาห์ท 8-9
ี่
เรื่อง กฎและมาตรฐานทใช้งานในระบบป้องกันทางไฟฟ้า จำนวน 4 ชั่วโมง
ี่
ั่
จุดประสงค์ทวไป
1. เพื่อให้ทราบมาตรฐานของสวิตช์ใบมีด
2. เพื่อให้ทราบการจำแนกฟิวส์ตามลักษณะการใช้งาน
3. เพื่อให้ทราบพิกัดกระแสและประเภทของเซอร์กิตเบรกเกอร์
4. เพื่อให้ทราบลักษณะการใช้งานของเซฟตีสวิตช ์
5. เพื่อให้ทราบการแบ่งวงจรย่อยตามมาตรฐาน วสท.
6. เพื่อให้ทราบการป้องกันวงจรย่อยและสายป้อน
7. เพื่อให้ทราบลักษณะการปลดวงจรของเครื่องปลดวงจรของบริภัณฑ์ประธาน
8. เพื่อให้ทราบขนาดเครื่องป้องกันกระแสเกินตามขนาดเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า
9. เพื่อให้มีจิตสำนึกที่ดีเกี่ยวกับกฎและมาตรฐานที่ใช้งานในระบบป้องกันทางไฟฟ้า
จุดประสงค์เชิงพฤติกรรม
1. อธิบายมาตรฐานของสวิตช์ใบมีดพร้อมยกตัวอย่างได ้
2. จำแนกฟิวส์ตามลักษณะการใช้งานพร้อมยกตัวอย่างได ้
3. อธิบายพิกัดกระแสและประเภทของเซอร์กิตเบรกเกอร์ได ้
4. อธิบายลักษณะการใช้งานของเซฟตีสวิตช์ได ้
5. บอกการแบ่งวงจรย่อยตามมาตรฐาน วสท. ได ้
6. อธิบายการป้องกันวงจรย่อยและสายป้อนได ้
7. บอกลักษณะการปลดวงจรของเครื่องปลดวงจรของบริภัณฑ์ประธานได ้
8. บอกขนาดเครื่องป้องกันกระแสเกินตามขนาดเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าได ้
สมรรถนะ
1. แสดงความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกฎและมาตรฐานที่ใช้งานในระบบป้องกันทางไฟฟ้า
้
2. นำเสนอข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับกฎและมาตรฐานที่ใชงานในระบบป้องกันทางไฟฟ้า
3. ใช้งานอุปกรณ์ป้องกันทางไฟฟ้าตามกฎและมาตรฐานที่ใช้งานในระบบป้องกันทางไฟฟ้า
เนื้อหา
ศึกษาความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับกฎและมาตรฐานทางไฟฟ้าที่เกี่ยวข้องกับมาตรฐานเครื่องป้องกัน
้
กระแสเกิน และเซอร์กิตเบรกเกอร์ตามมาตรฐาน IEC 60898 ซึ่งบริภัณฑ์ไฟฟ้าทุกชนิดที่ใชเป็น ส่วนหนึ่ง
ิ
ิ
หรือใช้ในการต่อเข้ากับการติดตั้งทางไฟฟ้าต้องมีคุณสมบัตเป็นไปตามมาตรฐานผลตภัณฑ์อุตสาหกรรม
(มอก.) ฉบับล่าสดหรือมาตรฐานที่การไฟฟ้าฯ ยอมรับ
ุ
5.1 มาตรฐานเครื่องป้องกันกระแสเกินและสวิตช์ตัดตอน
มาตรฐานเครื่องป้องกันกระแสเกินและสวิตช์ตัดตอนเกี่ยวข้องกับมาตรฐานการติดตั้งทางไฟฟ้า
สำหรับประเทศไทย พ.ศ. 2556 (EIT Standard 2001-56) หรือมาตรฐาน วสท. ดังนี้
5.1.1 ตัวฟิวส์และขั้วรับฟิวส์
ตัวฟิวส์และขั้วรับฟิวสเป็นไปตาม มอก. 506-2527 และ มอก. 507-2527
์
5.1.2 สวิตช์ที่ทำงานด้วยมือ
ี่
สวิตช์ททำงานด้วยมือเป็นไปตาม มอก. 824-2531
5.1.3 สวิตช์ใบมีด
้
สวิตช์ใบมีดเป็นไปตาม มอก. 706-2530 ปัจจุบันใช มอก. 706-2553 นี้แบ่งออกเป็น 2
์
ประเภท ดังรูปท 5.1 คือ (1) สวิตชสับทางเดียว กัดแรงดันไฟฟ้า 250 V พิกัดกระแสไฟฟ้า 15, 30, 60
ี่
์
ั
และ 100 A มี 2 ชนิด คือ ชนิดมีฟิวส์และชนิดไม่มีฟิวส (2) สวิตช์สบสองทาง กัดแรงดันไฟฟ้า 250 V
พิกัดกระแสไฟฟ้า 15, 30, 60 และ 100 A มี 1 ชนิด คือ ชนิดไม่มีฟิวส ์
ก) สวิตชสับทางเดียว ชนิดมีฟิวส ข) สวิตชสับสองทาง
์
์
์
รูปท 5.1 ตัวอย่างสวิตช์ใบมีด
ี่
5.1.4 อุปกรณ์ตัดตอนและเครื่องป้องกันกระแสเกิน
อุปกรณ์ตัดตอนและเครื่องป้องกันกระแสเกินต้องมีคุณสมบัติตามมาตรฐานที่การไฟฟ้าฯ
ยอมรับ เช่น UL, BS, DIN, JIS และ IEC
5.1.5 ฟิวส์และขั้วรับฟิวส์ (Fuse and Fuse Holder)
์
พิกัดกระแสของฟิวส์ต้องไม่สูงกว่าของขั้วรับฟิวส ทำจากวัสดุที่เหมาะสม มีการป้องกัน
หรือหลีกเลี่ยงการผุกร่อน (Corrosion) เนื่องจากการใช้โลหะต่างชนิดกันระหว่างฟิวส์กับขั้วรับฟิวส และ
์
ต้องมีเครื่องหมายแสดงพิกัดแรงดัน และกระแสให้เห็นได้อย่างชัดเจน อธิบายดังนี้
์
ฟิวส (Fuse ) หมายถึง อุปกรณ์ป้องกันกระแสเกินซึ่งมีส่วนที่เปิดวงจรหลอมละลายด้วย
ความร้อนที่เกิดจากมีกระแสไหลผ่านเกินกำหนด ฟิวส์แบ่งตามลักษณะการใช้งานคือ ฟิวส์ที่ใช้กับแรงดัน
สูง และฟิวส์ที่ใช้กับแรงดันต่ำคือใช้กับแรงดันไม่เกิน 1,000 โวล ได้แก่ ฟิวส์เส้น ปลั๊กฟิวส์และคาร์ทริดจ ์
ฟิวส ์
่
ี
ฟิวส์เส้น (Open Link Fuse) เป็นส่วนผสมของดบุกกับตะกั่ว มีจุดหลอมละลายตำ ดังรูป
ท 5.2โดยทั่วไปมี 2 แบบ คือ ฟิวส์เส้นกลม และฟิวส์ส้นแบน หรือเรียกว่า ฟิวส์ก้ามป ตาม มอก. 10-
ี่
ู
้
์
2549 จะใช้ร่วมกับศัตเอาต (สวิตชใบมีด) มีขนาดให้เลือกใช เช่น ฟิวส์เส้นกลมเบอร์ 16 มีจดหลอม
์
ุ
ู
ละลาย 16 A, เบอร์ 18 มีจุดหลอมละลาย 10 A เบอร์ 20 มีจุดหลอมละลาย 7 A และฟิวส์ก้ามป มีขนาด
กระแส 3, 5, 10, 15, 20, 30, 40, 50, 60, 75, 100 A เป็นต้น
ก) ฟิวส์เส้นกลม ข) ฟิวส์ก้ามป ู
ี่
รูปท 5.2 ฟิวส ์
ี่
์
ปลั๊กฟิวส (Plug Fuse) เป็นฟิวส์ทบรรจุอยู่ในกระปุกกระเบื้องรูปทรงกระบอกคล้ายขวด
์
ภายในบรรจุทรายป้องกันการอาร์กของกระแส เวลาใช้งานจะใช้ร่วมกับฐานฟิวส ฐานฟิวส์มีขนาด 25, 63,
100 และ200 A ส่วนปลั๊กฟิวส์มีขนาด 2, 4, 6, 10, 16, 20, 25, 35, 50 และ 63 A มีรุ่น E16, E27 และ
์
์
์
E33 ตามฐานฟิวส การเลือกใช้ปลั๊กฟิวสต้องมีขนาดกระแสน้อยกว่าขนาดฐานฟิวส ซึ่งมีทั้งชนิดขาดเร็วใช ้
ตามบ้านพักอาศัยทั่วไป และชนิดหน่วงเวลาหรือชนิดขาดช้ใช้ในการป้องกันมอเตอร์ (ปลั๊กฟิวส์นี้ตาม
์
ี่
มาตรฐาน IEC จัดเป็นคาร์ทริดจ์ฟิวส์ประเภท D) ตัวอย่างปลั๊กฟิวส์และอุปกรณประกอบ ดังรูปท 5.3
์
ก) ปลั๊กฟิวส ข) รูปร่างภายนอกของชุดอุปกรณ์ประกอบปลั๊กฟิวส ์
รูปท 5.3 ปลั๊กฟิวส ์
ี่
คาร์ทริดจ์ฟิวส (Cartridge Fuse) ส่วนใหญ่มีรูปร่างทรงกระบอกทำจากกระเบื้องเคลือบ
์
แก้ว มีฟิวส์จะบรรจุอยู่ข้างใน มีหลายประเภทตามมาตรฐานต่าง ๆ ที่รับรอง ดังรูปท 5.4 เช่น คาร์ทริดจ ์
ี่
้
ฟิวส์ตามมาตรฐาน UL พิกัดกระแส 5-600 A แรงดัน 250 V, 600 V เมื่อฟิวส์ขาดสามารถเปลี่ยนไสใหม่
้
จำกัดกระแสสามารถหน่วงเวลากำจัดกระแสได คร์ทริดจ์ฟิวส์ตามมาตรฐาน IEC 269 จะเป็นประเภท D
และเป็นฟิวส์จำกัดกระแส ขนาดกระแสไม่เกิน 200 A แรงดันไฟฟ้า 500 V เป็นฟิวส์ที่ออกแบบไว้ให้ใช ้
ตัวฟิวส์ตามขนาดที่กำหนด
ี่
รูปท 5.4 คาร์ทริดจ์ฟิวส ์
5.1.6 เซอร์กิตเบรกเกอร (Circuit Breaker)
์
1. มาตรฐานและคุณสมบัติของเซอร์กิตเบรกเกอร ์
(1) ตองเป็นแบบปลดได้โดยอิสระ (Trip Free) และต้องปลดสบได้ด้วยมือ ถึงแม้ว่า
ั
้
ปกติการปลดสับจะทำได้โดยวิธีอื่นก็ตาม และต้องมีเครื่องหมายแสดงอย่างชัดเจนว่าอยู่ในตำแหน่งสบหรือ
ั
ปลด
มีเครื่องหมายอย่างชัดเจน
ในตำแหน่งสับ-ปลด
รูปท 5.5 เซอร์กิตเบรกเกอร์ต้องปลดได้อิสระ ปลดสับได้ด้วยมือและมีเครื่องหมายแสดงตำแหน่งสับ-ปลด
ี่
(2) ถ้าเป็นแบบปรับตั้งได้ต้องเป็นแบบการปรับตั้งค่กระแสหรือเวลา โดยในขณะใช้งาน
กระทำได้เฉพาะผู้ที่มีหน้าที่เกี่ยวข้อง
(3) ต้องมีเครื่องหมายแสดงพิกัดของแรงดัน กระแส และความสามารถในการตัด
ี่
กระแสที่เห็นได้ชัดเจนและถาวร หลังจากติดตั้งแลว หรือเห็นได้เมื่อเปิดแผ่นกั้นหรือฝาครอบ ดังรูปท 5.6
้
ี่
รูปท 5.6 มีเครื่องหมายแสดงพิกัดแรงดัน กระแส และเห็นได้ชัดเจนหลังติดตั้ง
(4) เซอร์กิตเบรกเกอร์สำหรับระบบแรงต่ำให้เป็นไปตามมาตรฐาน ดังนี้
(ก)เซอร์กิตเบรกกอร์ที่ใช้ในสถานที่อยู่อาศัยหรือสถานที่คลายคลึงกัน ขนาดไม่เกิน
้
125 แอมแปร์ ให้เป็นไปตาม IEC 60898 กรณีพิกัดเกิน 125 แอมแปร์ ให้เป็นไปตาม IEC 60947-2
(ข)เซอร์กิตเบรกเกอร์ที่ใช้ในสถานที่อื่น ๆ ให้เป็นไปตาม IEC 60947-2 หรือ IEC
60898
2. เซอร์กิตเบรกเกอร์ตามมาตรฐาน IEC
(1) พิกัดที่สำคัญของเซอร์กิตเบรกเกอร์ มีดังต่อไปนี้
่
(ก) พิกัดกระแสต่อเนื่อง คือ คากระแสอาร์เอ็มเอสที่เซอร์กิตเบรกเกอร์สามารถทน
้
ได โดยที่อุณหภูมิไม่เพิ่มเกินค่าที่กำหนดให้ของอุณหภูมิโดยรอบ (Ambient Temperature) ค่าหนึ่ง คือ
1) กระแสโครง (Ampere Frame: AF) คือ ขนาดพิกัดกระแสสูงสุดที่สามารถ
ใช้ได้กับขนาดโครงของเซอร์กิตเบรกเกอร์
2) กระแสตัด (Ampere Trip: AT) คือ ขนาดพิกัดกระแสที่ปรับตั้งให้เชอร์กิต
เบรก-เกอร์ใช้งานค่า AT ส่วนใหญ่แสดงไว้ที่แผ่นป้ายชื่อ (Name plate) หรือคันโยกของเซอร์กิตเบรก
เกอร์เช่น ได้กำหนด AT ไว้ดังนี้คือ 15, 20, 25, 30, 35, 40, 50, 60, 70, 80, 90, 100, 110, 125, 150,
175, 200, 225, 250, 350, 400, 450, 500, 600,700, 800, 1,000, 1,200, 1,600, 2,000, 2,500,
3,000, 4,000, 5,000 และ 6,000 A ได้กำหนด AF ไว้ดังนี้ คือ 63, 100, 125, 160, 200, 250, 315,
ู้
400, 500, 630, 800, 1,000, 1,250, 1,600, 2,000, 2,500 , 3,200, 4,000, 5,000, 6,300 และผผลิต
่
้
ี่
ิ
อาจจะผลตเซอร์กิตเบรกเกอร์ที่คา AF ค่าหนึ่งแลวจัด AT ไว้หลาย ๆ เท่าเช่นท AF = 250 A; AT = 100,
125, 150, 175, 200, 225 และ250 A เป็นต้น
(ข) พิกัดการตัดกระแสลัดวงจร (Interrupting Capacity: IC) คือ กระแสลัดวงจร
่
สูงสุดท เซอร์กิตเบรกเกอร์สามารถตัดได้โดยทตัวมันไม่ได้รับความเสียหาย คา IC ของเซอร์กิตเบรกเกอร์
ี่
ี่
ได้จากการทดสอบและขึ้นกับตัวแปรหลายตัวเช่น แรงดันไฟฟ้า ตัวประกอบกำลังเป็นต้น ดังนั้นเซอร์กิต
เบรกเกอร์ที่สามารถใช้ได้กับหลายแรงดันไฟฟ้า จะต้องมีค่า IC ที่แต่ละแรงดันไฟฟ้าด้วย เช่น ขนาด 1.5,
3.0, 4.5, 6.0, 10.0, 20.0, 25.0 kA เป็นต้น
์
(2) ประเภทของเซอร์กิตเบรกเกอร์ ในระบบไฟฟ้าแรงดันต่ำ (น้อยกว่า 1,000 โวลต)
แบ่งตามลักษณะการใช้งานออกเป็น 2 ประเภท ดงนี้
ั
(ก) เชอร์กิตเบรกเกอร์แบบห่อหุ้มปิดมิด (Molded Case Circuit Breaker:
ิ
MCCB) เป็นเซอร์กิตเบรกเกอร์ที่ห่อหุ้มปิดมิดชดอยู่ภายในวัสดุฉนวน โครงส่วนมากทำด้วยสารประเภท
พลาสติกแข็งจะป้องกันการอาร์กได้ด MCCB มีขนาดเล็กจนถึงขนาดใหญ่ใช้สำหรับป้องกันระบบไฟฟ้า
ี
้
ตั้งแต่วงจรย่อย สายป้อนถึงสายประธานและเครื่องใชฟฟ้าเฉพาะด้วย MCCB ที่ใช้งานกันอยู่ปัจจุบันถ้ามี
้
ขนาดเล็ก เรียกว่าเซอร์กิตเบรกเกอร์ขนาดเล็ก (Miniature Circuit Breaker: MCB) นิยมใชสำหรับติดตั้ง
ในแผงย่อย (Panelboard) เช่น ศูนย์กลางโหลด (Load Center) และคอนซูเมอร์ยูนิต (Consumer
Unit) MCCB มีทั้ง 1, 2 หรือ 3 ขั้ว มี AF ท 50-63 AF มี IC ตั้งแต 3-10 KA ตัวอย่าง MCCB ทั่วไป ดัง
่
ี่
ี่
รูปท 5.7
CB ชนิด 2 ขั้ว (Pole) ใช้กับระบบไฟฟ้า 1 เฟส CB ชนิด 3 ขั้ว (Pole ใช้กับระบบไฟฟ้า 3 เฟส
ก) ตัวอย่างเซอร์กิตเบรกเกอร์ (MCCB) ที่ใช้เป็นเมนเซอร์กิตเบรกเกอร์
ข) ตัวอย่างเซอร์กิตเบรกเกอร์ชนิด 1 ขั้ว (MCB) ที่ใช้เป็นเซอร์กิตเบรกเกอร์ย่อยของวงจรย่อย
ี่
รูปท 5.7 ตัวอย่างเซอร์กิตเบรกเกอร์
(ข) เซอร์กิตเบรกเกอร์แบบอากาศ (Air Circuit Breaker: ACB) เป็นเซอร์กิตเบรก
ั
เกอร์ที่ใช้สำหรับระบบแรงดันไฟฟ้าต่ำกว่า 1,000 โวลต สามารถดบอาร์กในอากาศ มีขนาดใหญ่ มีพิกัด
์
่
กระแสต่อเนื่องสูงตั้งแต 225-6,300 A และมีค่า IC ตั้งแต 35-150 KA เป็นแบบเปิดโล่ง (Open Frame)
่
และส่วนใหญ่จะใช้วงจรอิเล็กทรอนิกส์วิเคราะห์คำกระแสเพื่อสั่งปลดวงจร ACB มี 2 ชนิด คือแบบติด
ี่
ตั้งอยู่กับท (Fixed Type) จะติดตั้งกับวงจรประธาน (Main Circuit) ยึดแน่นแข็งแรง การซ่อมบำรุง
้
จะต้องตัดไฟฟ้า และใช้เวลามาก และแบบดึงออกได (Drawout Type) จะติดตั้งบนโครงล้อเลื่อนแบบ
ี่
พิเศษ การซ่อมบำรุงทำได้สะดวกรวดเร็ว ตัวอย่าง ACB ดังรูปท 5.8
รูปท 5.8 ตัวอย่าง ACB
ี่
(3) ส่วนประกอบของเซอร์กิตเบรกเกอร์ที่ทำหน้าที่ตัดวงจร หรือหน่วยการตัด
ิ
(Tripping Unit) ซึ่งจะเป็นส่วนให้สัญญาณเซอร์กิตเบรกเกอร์ตัดวงจรออกเมื่อเกิดความผิดปกตขึ้นใน
ระบบไฟฟ้ามี 2 แบบ คือ
(ก)แบบความร้อน-แม่เหล็ก (Thermal-Magnetic Breaker) เป็นอุปกรณ์ตัดวงจร
2 ส่วน คือ ส่วนความร้อนและส่วนแม่เหล็กเมื่อเกิดกระแสเกินมีค่าประมาณ 125% ของกระแสพิกัดจะใช ้
ู่
โลหะค (Bimetal) เป็นตัวตัด (ไrip) หรือทริพ แตถ้าเกิดกระแสเกินมีค่ามากประมาณ 8-10 เท่าของ
่
กระแสพิกัดจะใช้แม่เหล็กไฟฟ้าเป็นตัวตัด ถ้าเซอร์กิตเบรกเกอร์ทริพสามารถปลดล็อกได อุปกรณ์ตัดวงจร
้
2 ส่วน มีดังนี้
1) อุปกรณ์ตัดวงจรโดยแผ่นโลหะค (Bimetal overload trip) อุปกรณ์แบบนี้
ู่
การตัดวงจรขึ้นอยู่กับความร้อนที่เปลี่ยนแปลงบนแผ่นโลหะค โดยอาศัยหลักการกระแสไฟฟ้าเกินพิกัดไหล
ู่
ผ่านแผ่นโลหะค จะเกิดความร้อนขึ้น เนื่องจากโลหะทั้ง 2 ชนิดมีค่าสัมประสิทธิ์การขยายตัวเมื่อถูกความ
ู่
ร้อนไม่เท่ากัน จึงทำให้เกิดการโค้งงอดันส่วนที่ล็อกเพื่อปลดระบบกลไก (Tripping Mechanism) ออก ดัง
รูปท 5.9
ี่
ี่
รูปท 5.9 การทำงานของแผ่นโลหะค ู่
2) อุปกรณ์ตัดวงจรโดยขดลวดแม่เหล็กไฟฟ้า (Electromagnetic short-
ี่
circuit trip) ดังรูปท 5.10 เมื่อกระแสเกินพิกัดไหลผ่านขดลวดจะเกิดแรงดึงดูดขึ้นโดยขดลวด
แม่เหล็กไฟฟ้าดูดหน้าสัมผัสเคลื่อนทให้จากออก ซึ่งขดลวดแม่เหล็กไฟฟ้าและแผ่นโลหะคู่จะทำงานแยก
ี่
อิสระต่อกัน
1. สลัก
2. โซลินอยด์
3. สวิตช ์
4. ลูกสูบ
5. เทอร์มินัลขาเข้า
6. ตัวยึด รางโค้ง
7. รางอาร์ค
8. หน้าสัมผสไดนามิก
ั
9. หน้าสัมผสคงท ี่
ั
10. ตัวยึดราง Din
11. ขั้วต่อขาออก
12. ตัวยึดรางแบบ Bi-metallic
13 แถบ Bi-metallic
รูปท 5.10 ตัวอย่างกลไกภายในของเซอร์กิตเบรกเกอร์แบบความร้อน-แม่เหล็ก
ี่
์
(ข) แบบอิเล็กทรอนิกส (Electronic Trip หรือ Solid State Trip) จะใช้วงจร
อิเล็กทรอนิกส์เข้ามาช่วยในการคำนวณค่ากระแสที่ปลดวงจรโดยจะใช้หม้อแปลงกระแส (Current
ี
่
Transformer: และวงจรอิเล็กทรอนิกส์เปรียบเทยบค่กระแสในวงจรกับค่าที่ตั้งไว้ เมื่อกระแสในวงจรมีคา
ี
สูงกว่าค่าที่ตั้งไว้ก็จะตัดวงจรทันท จะมีความแม่นยำสูงและเลือกใช้งานได้หลากหลายรูปแบบเช่นการ
ั
ปรับตั้งเวลา ส่วนมากจะใช้อุปกรณ์ตดวงจรนี้ในเครื่องตัดกระแสไฟฟ้ารั่วและเชอร์กิตเบรกเกอร์ป้องกัน
กระแสรั่ว ดังรูปท 5.11 ติดตั้งในตู้คอนชเมอร์ยูนิต หรือตู้โหลดเชนเตอร์ แทนเซอร์กิตเบรกเกอร์ป้องกัน
ู
ี่
กระแสเกินทั่วไป เพื่อตัดไฟเฉพาะวงจรย่อยที่เกิดกระแสไฟฟ้ารั่วลงดิน เช่น เครื่องทำน้ำอุ่นในห้องน้ำ เป็น
ต้น จะตัดวงจรแบบขั้วเดียว (เฉพาะสายเส้นไฟ) โดยแต่ละตัวถูกกำหนดระดับการตรวจจบกระแสไฟฟ้า
ั
รั่วไหลที่คงท เช่น 5, 10 หรือ 30 mA เป็นต้น
ี่
ก) แบบตรวจจับกระแสไฟฟ้ารั่วไหล 5 mA ข) แบบตรวจจับกระแสไฟฟ้ารั่วไหล 10 mA
ี่
รูปท 5.1 1 ตัวอย่างเซอร์กิตเบรกเกอร์ป้องกันกระแสรั่วและการนำไปใช้ติดตั้ง
ค) การนำไปใชติดตั้งในตู้คอนซูเมอร์ยูนิต
้
ี่
รูปท 5.1 1 ตัวอย่างเซอร์กิตเบรกเกอร์ป้องกันกระแสรั่วและการนำไปใช้ติดตั้ง (ต่อ)
ขนาดของเซอร์กิตเบรกเกอร์ที่มีให้เลือกใช เป็นตัวอย่างในแคตตาล็อก ดังรูปท 5.12
ี่
้
รูปท 5.12 ตัวอย่างแคตตาล็อกเซอร์กิตเบรกเกอร์
ี่
(ที่มา: แคตตาล็อกเซอร์กิตเบรกเกอร์. 2557: ออนไลน์)
รูปท 5.12 ตัวอย่างแคตตาล็อกเซอร์กิตเบรกเกอร์ (ต่อ)
ี่
5.1.7 เซฟตีสวิตช์ (Safety Switch)
เชฟตีสวิตช์หรือสวิตช์นิรภัย ต้องปลดหรือสับวงจรได้พร้อมกันทุก ๆ ตัวนำเส้นไฟ และต้อง
ประกอบด้วยฟิวส์ตามข้อ 5.1.5 รวมอยู่ในกล่องเดียวกันและจะเปิดฝาได้ต่อเมื่อได้ปลดวงจรแล้ว หรือการ
เปิดฝานั้นเป็นผลให้วงจรถูกปลดด้วย และต้องสามารถปลดและสับกระแสใช้งานในสภาพปกติได ้
์
์
เซฟตีสวิตช์เป็นอุปกรณป้องกันและควบคุมวงจรไฟฟ้าอีกชนิดหนึ่ง จะมีทั้งแบบที่มีฟิวสใน
ี่
ตัวและแบบไม่มีฟิวส ดังรูปท 5.13 ถ้าเป็นแบบมีฟิวส์ใช้ร่วมกับคาร์ทริดจ์ฟิวส์ทั้งแบบปลอกหุ้มขั้และแบบ
์
ใบมีดมีฐานยึดฟิวส์ที่มีขนาดแปรตามพิกัดของกระแสและแรงดันไฟฟ้าที่จะใช้ร่วมกัน ซึ่งฟิวส์ขนาดเล็ก
ส่วนใหญ่จะเป็นแบบปลอก ส่วนแบบใบมีดจะเป็นฟิวส์ขนาดใหญ่ ถ้าเป็นแบบใช้งานหนักนาน ๆ เช่น ใน
โรงงาน มีขนาด 30-400 A แรงดันไฟฟ้าไม่เกิน 600 V แบบใช้งานธรรมดา เช่น ใช้กับวงจรมอเตอร์ มี
ขนาด 30-200 A แรงดันไม่เกิน 240 V เป็นต้น
์
ก) เซฟตีสวิตช์แบบมีฟิวส ข) เซฟตีสวิตช์แบบไม่มีฟิวส ์
รูปท 5.13 ตัวอย่างเซฟตีสวิตช ์
ี่
5.1.8 เครื่องตัดไฟรั่ว (Residual Current Device หรือ RCD) เครื่องตัดไฟรั่วที่ใช้ลดอันตราย
์
จากการถูกไฟฟ้าดูดสำหรับแรงดันไม่เกิน 440 โวลต สำหรับบ้านอยู่อาศัยหรือสถานที่คล้ายคลึงกัน
มีคุณสมบัติตามมาตรฐาน IEC 60755, IEC 61008, IEC 61009, IEC 61543 มีรายละเอียด ดังนี้
1. เครื่องตัดไฟรั่วควรมีค่ากระแสรั่วที่กำหนด (Rated Residual Operating Current,
I ) ไม่เกิน 30 มิลลิแอมแปร์ และช่วงระยะเวลาในการตัด (Break time หรือ Operating Time) ไม่เกิน
้
้
ี
0.04 วินาท เมื่อกระแสรั่วมี 5 I (อาจใชค่า 0.25 แอมแปร์ แทนค่า 5 I ก็ได) และไม่ทำงานเมื่อ
กระแสรั่วมีค่า 0.5 I
ี่
2. เครื่องตัดไฟรั่วต้องเป็นชนิดที่ปลดสายไฟเส้นทมีไฟทุกเส้นออกจากวงจรรวมทั้งสาย
นิวทรัล (Neutral) ยกเว้นว่าสายนิวทรัลนั้นจะแน่ใจได้ว่าปลอดภัยและมีแรงดันเท่ากับดินห้ามต่อวงจรลัด
ี่
คร่อมผ่าน (By pass) อุปกรณ์ตัดตอนและเครื่องป้องกันกระแสเกิน ตัวอย่างเครื่องตัดไฟรั่ว ดังรูปท 5.8
ี่
รูปท 5.14 ตัวอย่างเครื่องตัดไฟรั่ว
ิ
เครื่องตัดไฟรั่วปัจจุบันมีหลายผู้ผลต อาจมีชื่อเรียกแตกต่างกันไป เช่น เครื่องตัดกระแสไฟฟ้ารั่ว
ลงดินอัตโนมัติ เครื่องตัดวงจรไฟฟ้าเมื่อกระแสรั่วลงดิน เครื่องตัดวงจรกระแสเหลือ Ground Fault
Circuit Interrupter (GFC) และ Earth Leakage Circuit Breaker (ELCB) เป็นต้น
5.2 การป้องกันวงจรย่อยและสายป้อน
ในระบบไฟฟ้า วงจรย่อยเป็นส่วนสำคัญที่จะต้องพิจารณาตรวจสอบและกำหนดขนาดโหลดให้
เหมาะสมเพื่อนำไปคำนวณและออกแบบขนาดตัวนำ กำหนดขนาดอุปกรณ์ป้องกันของวงจรย่อย ให้มี
ขนาดเหมาะสมและทำงานได้อย่างถูกต้องปลอดภยกับผู้ใช้งาน วงจรย่อยที่กล่าวถึงต่อไปนี้ใช้กับวงจรย่อย
ั
สำหรับไฟฟ้าแสงสว่างหรือเครื่องใช้ไฟฟ้า หรือทั้งไฟฟ้าแสงสว่างและเครื่องใช้ไฟฟ้ารวมกัน ยกเว้นวงจร
ย่อยสำหรับมอเตอร์
5.2.1 วงจรย่อย
ตามมาตรฐาน วสท. นั้น วงจรย่อย (Branch Circuit) หมายถึง ตัวนำวงจรในวงจรระหว่าง
อุปกรณ์ป้องกันกระแสเกินจุดสุดท้ายกับจุดจายไฟ แบ่งออกได้เป็น
่
วงจรย่อยสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้ (Branch Circuit, Appliance) หมายถึง วงจรย่อยที่จ่าย
ไฟฟ้าให้จุดจ่ายไฟที่มีเครื่องใช้ไฟฟ้ามาต่อมากกว่า 1 จุดขึ้นไป เช่น วงจรที่ไม่มีการต่อสายจากดวงโคม
วงจรย่อยสำหรับจุดประสงค์ทั่วไป (Branch Circuit, General Purpose) หมายถึง วงจร
ุ
้
ย่อยที่จ่ายไฟฟ้าให้กับจดจ่ายไฟเพื่อใชสำหรับแสงสว่างและเครื่องใช้ไฟฟ้า
วงจรย่อยเฉพาะ (Branch Circuit, Individual) หมายถึง วงจรย่อยที่จ่ายไฟฟ้าให้บริภัณฑ์
ใช้สอยหนึ่งชิ้นเท่านั้น
1. ขนาดพิกัดวงจรย่อย ให้เรียกตามขนาดพิกัดของเครื่องป้องกันกระแสเกินที่ใช้ตัด
่
กระแสสำหรับวงจรนั้น 1 วงจรย่อยซึ่งมีจุดจ่ายไฟตั้งแต 2 จุดขึ้นไปต้องมีขนาดไม่เกิน 50 แอมแปร์
ยกเว้น อนุญาตให้วงจรย่อยซึ่งมีจุดจ่ายไฟตั้งแต 2 จุดขึ้นไปที่ไม่ใช้โหลดแสงสว่างมีพิกัดเกิน 50 แอมแปร์
่
ได้เฉพาะในโรงงานอุตสาหกรรมที่มีบุคคลที่มีคุณสมบัติคอยดูแลและบำรุงรักษา อธิบายวงจรย่อยดังรูปท
ี่
5.9
ี่
รูปท 5.15 อุปกรณ์ป้องกันวงจรย่อยและวงจรย่อย
้
2. ขนาดตัวนำของวงจรย่อยต้องมีขนาดกระแสไม่น้อยกว่าโหลดสูงสุดที่คำนวณได และ
ต้องไม่น้อยกว่าพิกัดของเครื่องป้องกันกระแสเกินของวงจรย่อย และกำหนดให้ขนาดตัวนำของวงจรย่อย
ต้องมีขนาดไม่เล็กกว่า 2.5 ตร.มม.
3. การป้องกันกระแสเกินสำหรับอาคารที่มีความสูงเกิน 1 ชั้น ต้องแยกวงจรย่อย
อย่างน้อยชั้นละ 1 วงจร มีข้อแนะนำคือ สำหรับวงจรย่อยชั้นล่างควรแบ่งวงจรอย่างน้อยออกเป็น ไฟฟ้า
แสงสว่างภายในอาคาร เต้ารับภายในอาคารและภายนอกอาคาร ซึ่งวงจรย่อยต้องมีการป้องกันกระเกิน
ี่
โดยขนาดพิกัดเครื่องป้องกันกระแสเกินต้องสอดคล้องและไม่ต่ำกว่าโหลดสูงสุดทคำนวณได ้
4. โหลดสำหรับวงจรย่อย ซึ่งมีจุดต่อไฟฟ้าตั้งแต 2 จุดขึ้นไป ลักษณะของโหลดต้อง
่
เป็นไปตามข้อกำหนดดังนี้
(1) วงจรย่อยขนาดไม่เกิน 20 แอมแปร์ โหลดของเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ติดตั้งถาวรหรือท ี่
้
ใช้เตาเสียบแต่ละเครื่องจะต้องไม่เกินขนาดพิกัดวงจรย่อย กรณีมีเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ใช้เต้าเสียบรวมอยู่กับ
ี่
โหลดทติดตั้งถาวรรวมกันแล้วต้องไม่เกินร้อยละ 50 ของขนาดพิกัดวงจรย่อย
(2) วงจรย่อยขนาด 25 ถึง 32 แอมแปร์ ให้ใช้กับดวงโคมไฟฟ้าที่ติดตั้งถาวรขนาด
์
ดวงโคมละไม่ต่ำกว่า 250 วัตต หรือใช้กับเครื่องใช้ไฟฟ้าซึ่งไมใช่ดวงโคม ขนาดของเครื่องใช้ไฟฟ้าชนิดใช ้
่
เต้าเสียบแตละเครื่องจะต้องมีขนาดไม่เกินขนาดพิกัดวงจรย่อย
(3) วงจรย่อยขนาดเกินกว่า 50 แอมแปร์ ให้ใช้กับโหลดที่ไมใช่แสงสว่างเทานั้น
่
5. การคำนวณโหลดสำหรับวงจรย่อย ต้องคำนวณตามที่กำหนดต่อไปนี้
(1) วงจรย่อยต้องมีขนาดไม่น้อยกว่าผลรวมของโหลดทั้งหมดที่ต่ออยู่ในวงจรนั้น
(2) โหลดของแสงสว่างและโหลดของเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่นที่ทราบแน่นอนให้คำนวณ
ตามที่ตดตั้งจริง
ิ
(3) โหลดของเต้ารับใช้งานทั่วไป ให้คำนวณโหลดจุดละ 180 โวลต์แอมแปร์ ทั้งชนิด
เต้าเดี่ยว (Single) เต้าค (Duplex) และชนิดสามเต้า (Triplex) กรณีตดตั้งชนิดตั้งแต 4 เต้า ให้คำนวณ
ู่
่
ิ
โหลดจดละ 360 โวลต์แอมแปร์
ุ
(4) โหลดของเต้ารับอื่นที่ไม่ได้ใช้งานทั่วไป ให้คำนวณโหลดตามขนาดของ
เครื่องใช้ไฟฟ้านั้น
การคำนวณโหลดสำหรับวงจรย่อย
การเลือกใช้เซอร์กิตเบรกเกอร์และสายไฟฟ้าในวงจรย่อย ต้องเป็นไปตาม
มาตรฐานการ
ติดตั้งทางไฟฟ้า สำหรับประเทศไทย พ.ศ. 2556 หรือมาตรฐานอื่นที่การไฟฟ้าฯ ยอมรับ
็
โดยทั่วไปแล้วอุปกรณ์ป้องกันกระแสเกินขนาดเลก จะไม่ระบุความสามารถในการตัดกระแสท ี่
100% แต่ในการใช้งานจริงให้คำนวณการตัดวงจรที่พิกัดประมาณ 80% เช่น เซอร์กิตเบรกเกอร์
้
100 A จะสามารถตัดกระแสที่พิกัดประมาณ 80 A เป็นต้น ดังนั้นผู้ออกแบบทั่วไปจะใช
ตัวเลข 1.25 เท่าของกระแสโหลดทคำนวณได้ (1.25 มาจาก 100/80) และเพื่อเป็นพื้นฐานและแนว
ี่
ทางการคำนวณโหลด ดังนี้
ขั้นตอนการหาขนาดของสายไฟฟ้าและเซอร์กิตเบรกเกอร์ (โหลดทั่วไป)
1. คำนวณกระแสออกแบบ (Design Current: I ) หรือกระแสโหลด (I )
b
L
2. กำหนดขนาดอุปกรณ์ป้องกันกระแสเกิน (I )
n
3. เลือกวิธีการเดินสาย (ได้กลุ่ม)
4. เลือกชนิดของสายไฟฟ้า
5. กำหนดตัวคูณปรับค่า (C , C )
a
g
6. หาขนาดกระแสของสายไฟฟ้า (I )
t
I
I = n
t
C x C g
a
เมื่อ C คือ ตัวคูณปรับค่าตามอุณหภูมิโดยรอบ (Ambient Temperature)
a
C คือ ตัวคูณปรับค่าตามจำนวนกลุ่มวงจร ดังตาราง
g
ตัวคูณปรับคำขนาดกระแสเนื่องจากจำนวนสายที่นำกระแสในช่องเดินสายไฟฟ้าเดียวกัน
มากกว่า 1 กลุ่มวงจร
จำนวนกลุ่มวงจร ตัวคูณปรับค่า
2 0.80
3 0.70
4 0.65
5 0.60
6 0.57
7 0.54
8 0.52
9 0.50
10-12 0.45
13-16 0.41
17-20 0.38
7. เลือกขนาดสายไฟฟ้าจากตารางทเลือก (เอกสารประกอบการสัมมนา สายไฟฟ้าตาม
ี่
มอก. ใหม่ 11-2553 และวิธีการเลือกขนาดสาย. 2556: 44)
ตัวอย่างที่ 5.1 ต้องการติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่น ขนาด 3,500 W 220 V เดินในท่อร้อยสายเกาะ
้
ผนังอุณหภูมิโดยรอบ 40°C ใชสาย IEC 01 ควรเลือกวงจรย่อยขนาดเท่าไร
วิธีทำ ขั้นตอนที่ 1: คำนวณกระแสโหลด (I )
L
จากสูตร P = E x I x cos θ มีหน่วยเป็น วัตต (W)
์
S = E x I มีหน่วยเป็น โวลต์แอมแปร์ (VA)
เครื่องทำน้ำอุ่นมีค่า cos θ = 1 ดังนั้น S = p
I = = 3500 = 15.9 A
S
E 220
ดังนั้น I = I = 15.9 A
L
ขั้นตอนที่ 2: กำหนดขนาดอุปกรณ์ป้องกันกระแสเกิน (I )
n
ขนาดของเซอร์กิตเบรกเกอร์ = 1.25 เทาของกระแสโหลด
่
= 1.25 x 15.9 = 19.87 A
เลือกเซอร์กิตเบรกเกอร์ (CB) ให้ I > I ได้ขนาดพิกัด 25 A (ดขนาดพิกัดกระแส
ู
n
L
จากรูปท 5.12) ดังนั้น I = 25 A
ี่
n
ขั้นตอนที่ 3: เลือกวิธีการเดินสาย (ได้กลุ่ม)
ี่
ี่
ติดตั้งในท่อร้อยสาย ลักษณะการติดตั้งกลุ่มท 2 เลือกตารางท 2.5
จำนวน 2 ตัวนำกระแส แกนเดียว
ขั้นตอนที่ 4: เลือกชนิดของสายไฟฟ้า (ตามรหัสชนิดเคเบลที่ใช้งาน)
ิ
เลือกสาย IEC 01 ฉนวน PVC อุณหภูมิตัวนำ 70 C เป็นสายแกนเดียว
ขั้นตอนที่ 5: กำหนดตัวคูณปรับค่า
้
ี่
จากตารางท 2.8 อุณหภูมิโดยรอบ 40°C ฉนวน PVC ได C = 1.00 และ C = 1.00
a
g
่
หรือไม่ใช้ตัวคูณปรับค่ากระแส C เนื่องจากเดินในชองเดินสายไม่เกิน 1 กลุ่ม
g
ขั้นตอนที่ 6: หาขนาดกระแสของสายไฟฟ้า (I )
I t
I = n = 25 = 25 A
t C x C g 1.00 x 1.00
a
ขั้นตอนที่ 7: เลือกขนาดสายไฟฟ้าจากตารางที่เลอก (ตารางท 2.5)
ี่
ื
จากตารางท 2.5 สาย IEC 01 เดินในท่อร้อยสาย ได้สายขนาด 2x 4 ตร.มม. (28 A)
ี่
ดังนั้น ควรเลือกวงจรย่อยที่มีขนาด CB 25 A และสาย IEC 01 ขนาด 2x 4 ตร.มม.
หมายเหต ข้อควรรู้คือ 1. การติดตั้งเครื่องทำน้ำอุ่นเป็นวงจรย่อยเฉพาะ
ุ
2. cos 0 หมายถึง เพาเวอร์แฟกเตอร์, P หมายถึง กำลังไฟฟ้าแอกทฟ,
ี
S หมายถึง กำลังไฟฟ้าปรากฏ
ตัวอย่างที่ 5.2 วงจรย่อย 1 เฟส 220 V กระแสโหลด 12 A เดินในท่อร้อยสาย อุณหภูมิ
โดยรอบ 40°C จงหาขนาดสาย IEC 01 มีขนาดเท่าไร และถ้าเดินสาย 2 วงจรในท่อเดียวกัน โดย
่
่
กระแสโหลดเทาเดิม ขนาดสายจะเป็นเทาไร
้
วิธีทำ ขั้นตอนที่ 1: กระแสโหลด (1) ไดทราบกระแสโหลดแล้วจากโจทย์คือ 12 A
ดังนั้น I = 12 A
L
ขั้นตอนที่ 2: กำหนดขนาดอุปกรณ์ป้องกันกระแสเกิน (I )
n
ขนาดของเซอร์กิตเบรกเกอร์ = 1.25 เทาของกระแสโหลด
่
= 1.25 x 12 = 15 A
เลือกเซอร์กิตเบรกเกอร์ (CB) ให้ I > I ได้ขนาดพิกัด 16 A หรือ 20 A
n
L
(ดูขนาดพิกัดกระแสจากรูปที่ 5.12) ดังนั้น
I = 16 A หรือ 20 A
n
ขั้นตอนที่ 3: เลือกวิธีการเดินสาย (ได้กลุ่ม)
ติดตั้งในท่อร้อยสาย ลักษณะการติดตั้งกลุ่มที่ 2 เลือกตารางที่ 2.5
จำนวน 2 ตัวนำกระแส แกนเดียว
ขั้นตอนที่ 4: เลือกชนิดของสายไฟฟ้า (ตามรหัสชนิดเคเบลที่ใช้งาน)
ิ
เลือกสาย IEC 01 ฉนวน PVC อุณหภูมิตัวนำ 70"C เป็นสายแกนเดียว
ขั้นตอนที่ 5: กำหนดตัวคูณปรับค่า
จากตารางที่ 2.8 อุณหภูมิโดยรอบ 40°C ฉนวน PVC ได้ C = 1.00 และ C
a
g
= 1.00 หรือไม่ใช้ตัวคูณปรับค่ากระแส C, เนื่องจากเดินในช่องเดินสายไม่เกิน
1 กลุ่ม
ขั้นตอนที่ 6: หาขนาดกระแสของสายไฟฟ้า (I )
t
I
16
n
I = C x C g = 1.00 = 16 A
t
a
หรือ I = I n = 20 = 20 A
t
a
C x C g 1.00
ื
ขั้นตอนที่ 7: เลือกขนาดสายไฟฟ้าจากตารางที่เลอก (ตารางที่ 2.5)
จากตารางที่ 2.5 สาย IEC 01 เดินในท่อร้อยสายได้ขนาด 2x 2.5 ตร.มม. (21
A) ดังนั้น ควรเลือกวงจรย่อยที่มีขนาด CB 16 A หรือ CB 20 A และสาย
IEC 01 ขนาด 2x 2.5 ตร.มม.
และถ้ำเดินสาย 2 วงจรในท่อเดียวกัน
ขั้นตอนที่ 5 : กำหนดตัวคูณปรับค่า
จากตารางที่ 2.8 อุณหภูมิโดยรอบ 40*C ฉนวน PVC ได้ C = 1.00, C =
g
a
0.80
ขั้นตอนที่ 6: หาขนาดกระแสของสายไฟฟ้า (I )
I t
16
n
I = C x C g = 1.00 x 0.80 = 20 A
t
a
หรือ I = I n = 20 = 25 A
t
a
C x C g 1.00 x 0.80
ื
ขั้นตอนที่ 7: เลือกขนาดสายไฟฟ้าจากตารางที่เลอก (ตารางที่ 2.5)
จากตารางที่ 2.5 สาย IEC 01 เดินในท่อร้อยสายได้ขนาด 2x 2.5 ตร.มม. (21
A)
สาย IEC 01 เดินในท่อร้อยสายได้ขนาด 2 x 4 ตร.มม. (28 A)
้
ดังนั้น ถ้าเลือกวงจรย่อยที่มีขนาด CB 16 A ใชสายขนาด 2
(2x 2.5 ตร.มม.)
ถ้าเลือกวงจรย่อยที่มีขนาด CB 20 A ใช้สายขนาด 2 (2x4 ตร.มม.)
5. เต้ารับ
(1) เต้ารับที่อยู่ในวงจรย่อยต้องเป็นแบบมีขั้วสายดินและต้องต่อลงดินตามมาตรฐาน
ี่
(2) เต้ารับในสถานทเดียวกันแต่ใชแรงดันต่างกัน หรือเพื่อวัตถุประสงค์ในการใช้งาน
้
ต่างกัน ต้องจัดทำเพื่อให้เต้าเสียบไม่สามารถสลับกันได ้
้
6. การป้องกันไฟฟ้าดูด โดยใชเครื่องตัดไฟรั่วในที่อยู่อาศัยและที่คล้ายคลึงกัน
วงจรย่อยต่อไปนี้นอกจากมีสายดินของบริภัณฑ์ไฟฟ้าและติดตั้งตามมาตรฐานการติดตั้ง
แล้วต้องมีการป้องกันโดยใช้เครื่องตัดไฟรั่ว ขนาด /n ไม่เกิน 30 มิลลิแอมแปร์ เพิ่มเติมด้วย คือ
(1) วงจรเต้ารับในบริเวณห้องน้ำ ห้องอาบน้ำ โรงจอดรถยนต์ ห้องครัว ห้องใต้ดิน
(2) วงจรเต้ารับในบริเวณอ่างล้างจาน อ่างล้างมือ (บริเวณพื้นที่เคาน์เตอร์ ที่มีการติดตั้ง
เต้ารับภายในระยะ 1.5 เมตร ห่างจากขอบด้านนอกของอ่าง)
ั
(3) วงจรไฟฟ้าเพื่อจ่ายภายนอกอาคารและบริภัณฑ์ไฟฟ้าที่อยู่ในตำแหน่งที่บุคคลสัมผส
้
ได้ทุกวงจร (ตำแหน่งสัมผัสได คืออยู่ห่างจากพื้นหรือโลหะที่ต่อลงดินไม่เกิน 2.4 เมตร ในแนวดิ่ง หรือ 1.5
เมตรในแนวระดับและบุคคลสามารถเข้าถึงได้โดยไม่ตั้งใจ)
(4) วงจรเต้ารับในบริเวณชนล่าง (ชั้น 1) รวมถึงในบริเวณที่ต่ำกว่าระดับผิวดิน ที่อยู่ใน
ั้
พื้นที่ปรากฏว่าเคยมีน้ำท่วมถึงหรืออยู่ในพื้นที่ต่ำกว่าระดับทะเลปานกลาง
(5) วงจรย่อยสำหรับเครื่องทำน้ำอุ่น เครื่องทำน้ำร้อน อ่างอาบน้ำ
5.2.2 สายป้อน
1. ขนาดตัวนำของสายป้อน ต้องมีขนาดกระแสไม่น้อยกว่าโหลดสูงสุดที่คำนวณได้และไม่
น้อยกว่าขนาดพิกัดของเครื่องป้องกันกระแสเกินของสายป้อน และกำหนดให้ขนาดตัวนำของสายป้อนต้อง
ไม่เล็กกว่า 4 ตร.มม.
2. การป้องกันกระแสเกิน สายป้อนต้องมีการป้องกันกระแสเกิน โดยขนาดพิกัดเครื่อง
้
ุ
ป้องกันกระแสเกินตองสอดคล้องและไม่ต่ำกว่าโหลดสูงสดที่คำนวณได ้
3. การคำนวณโหลดสำหรับสายป้อน ต้องคำนวณตามที่กำหนด ดังนี้
(1) สายป้อนต้องมีขนาดกระแสเพียงพอสำหรับการจ่ายโหลดและต้องไม่น้อยกว่า
ผลรวมของโหลดในวงจรย่อยเมื่อใชดีมานด์แฟกเตอร์ เช่น ดีมานด์แฟกเตอร์ของอาคารที่พักอาศย ขนาด
ั
้
ี
ของไฟแสงสว่าง ไม่เกิน 2,000 โวลต์แอมแป ใช้ดมานด์แฟกเตอร์ 100% ถ้าเกิน 2,000 โวลต์แอมแปร์
ส่วนที่เกิน 2,000 โวลต์แอมแปร์ ใช้ดีมานด์แฟกเตอร์ 35% เป็นต้น
้
่
(2) โหลดของเต้ารับที่มีการคำนวณโหลดแตละเตารับไม่เกิน 180 โวลต์แอมแปร์
ี่
(3) โหลดเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป อนุญาตให้ใช้ดีมานด์แฟกเตอร์ตามตารางท 5.1
(4) เต้ารับในอาคารที่อยู่อาศัยที่ต่อเครื่องใช้ไฟฟ้าที่ทราบโหลดแน่นอนให้คำนวณโหลด
ี่
จากเต้ารับที่มีขนาดสูงสุด เครื่องรวมกับร้อยละ 40 ของขนาดโหลดในเต้ารับทเหลือ
(5) ดีมานด์แฟกเตอร์นี้ให้ใช้กับการคำนวณสายป้อนเท่านั้นห้ามใช้กับการคำนวณวงจร
ย่อย
ตารางที่ 5.1 ดีมานด์แฟกเตอร์สำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้าทั่วไป (เฉพาะอาคารที่อยู่อาศัย)
ชนิดของอาคาร ประเภทของโหลด ดีมานด์แฟกเตอร ์
เครื่องหุงต้มอาหาร 10 แอมแปร์ + ร้อยละ 30 ของส่วนที่เกิน10
แอมแปร์
อาคารที่อยู่อาศัย เครื่องทำน้ำร้อน กระแสใช้งานจริงของสองตัวแรกที่ใช้งาน +
ร้อยละ 25 ของตัวที่เหลือทั้งหมด
เครื่องปรับอากาศ ร้อยละ 100
5.2.3 การป้องกันกระแสเกินสำหรับวงจรย่อยและสายป้อน
วงจรย่อยและสายป้อนต้องมีการป้องกันกระแสเกิน และเครื่องป้องกันกระแสเกินต้องมี
รายละเอียดดังนี้
1. เครื่องป้องกันกระแสเกินอาจเป็นฟิวส หรือเซอร์กิตเบรกเกอร์ก็ได ้
์
์
2. ฟิวส เซอร์กิตเบรกเกอร์หรือการผสมของทั้งสองอย่างนี้ จะนำมาต่อขนานกันไม่ได ้
ยกเว้นเป็นผลิตภัณฑ์มาตรฐานที่ประกอบสำเร็จมาจากโรงงานผู้ผลิต และเป็นแบบที่ได้รับความเห็นชอบ
ว่าเป็นหน่วย (Unit) เดียวกัน
3. ในกรณีที่ติดตั้งเครื่องป้องกันกระแสเกินเพิ่มเติมสำหรับดวงโคมหรือเครื่องใช้ไฟฟ้าอื่น ๆ
เครื่องป้องกันกระแสเกินเพิ่มเติมเหล่านี้จะใช้แทนเครื่องป้องกันกระแสเกินของวงจรย่อยไม่ได้และไม่
จำเป็นต้องเข้าถึงได้ทันท ี
4. เครื่องป้องกันกระแสเกินต้องสามารถป้องกันตวนำทุกสายเส้นไฟและไม่ต้องติดตั้งใน
ั
ตัวนำที่มีการต่อลงดิน ยกเว้น อนุญาตให้ติดตั้งเครื่องป้องกันกระแสเกินในตัวนำที่มีการต่อลงดินได ถ้า
้
เครื่องป้องกันกระแสเกินนั้นสามารถตัดวงจรทุกเส้นรวมทั้งตัวนำที่มีการต่อลงดินได้พร้อมกัน
5. เครื่องป้องกันกระแสเกินต้องไม่ติดตั้งในสถานที่ซึ่งทำให้เกิดความเสียหาย และต้องไม่
ุ
อยู่ใกล้กับวัสดที่ติดไฟง่าย
ั
6. เครื่องป้องกันกระแสเกิน ต้องบรรจุไว้ในกล่องหรือตู้อย่างมิดชิด (เฉพาะด้ามสบของ
้
เซอร์กิตเบรกเกอร์ยอมให้โผล่ออกมาข้างนอกได ยกเว้น หากติดตั้งไว้ที่แผงสวิตซ์หรือแผงควบคุม ซึ่งอยู่ใน
ห้องที่ไม่มีวัสดุติดไฟง่าย และไม่มีความชื้น เครื่องป้องกันกระแสเกินสำหรับบ้านอยู่อาศัยขนาดไม่เกิน 16
แอมแปร์ 1 เฟส ไม่ต้องบรรจไว้ในกล่องหรือตู้ก็ได ้
ุ
7. กล่องหรือตู้ที่บรรจุเครื่องป้องกันกระแสเกิน ซึ่งติดตั้งในสถานที่เปียกหรือชื้นต้องเป็น
ชนิดที่ได้รับความเห็นชอบแล้ว และต้องมีช่องว่างระหว่างตู้กับผนังหรือพื้นที่รองรับไม่น้อยกว่า 5 มม.
8. เครื่องป้องกันกระแสเกินของวงจรย่อยและสายป้อนในแผงสวิตช์ต่าง ๆ ต้องทำ
เครื่องหมายระบุวัตถุประสงค์ให้ชัดเจนติดไว้ที่เครื่องปลดวงจรหรือใกล้กับเครื่องปลดวงจรนั้น
นอกจากว่าตำแหน่งและการจัดเครื่องปลดวงจรนั้นชัดเจนอยู่แล้ว เครื่องหมายต้องชัดเจนและทนตอ
่
สภาพแวดล้อม
5.3 บริภัณฑ์ประธานหรือเมนสวิตช์สำหรับระบบแรงต่ำ
อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างต้องติดตั้งบริภัณฑ์ประธานเพื่อปลดวงจรทุกสายเส้นไฟออกจากตัวนำ
ประธาน (สายเมน) ทั้งนี้บริภัณฑ์ประธานประกอบด้วยเครื่องปลดวงจร และเครื่องป้องกันกระแสเกิน ซึ่ง
อาจประกอบเป็นชุดเดียวกันหรือเป็นตัวเดียวกันก็ได ้
อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่ต้องรับไฟฟ้าแรงต่ำจากการไฟฟ้าฯ ต้องติดตั้งบริภัณฑ์ประธานแรงต่ำ
หรือแผงสวิตช์แรงต่ำ หลังเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า เพื่อปลดวงจรทุกสายเส้นไฟออกจากตัวนำประธาน และมี
การป้องกันกระแสเกินสำหรับระบบจ่ายไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้า ทั้งนี้จะตองติดตั้งในตำแหน่งที่เข้าถึงได ้
้
โดยสะดวกและมีข้อกำหนดการติดตั้งดังนี้
5.3.1 เครื่องปลดวงจรของบริภัณฑ์ประธาน
1. เครื่องปลดวงจรชนิดหนึ่งเฟสที่มีขนาดตั้งแต 50 แอมแปร์ขึ้นไป และชนิดสามเฟสทุก
่
ี่
ั
ขนาดเป็นชนิดสวิตซ์สำหรับตดโหลด ขนาดทต่ำกว่าที่กำหนดข้างต้นไม่บังคับให้เป็นชนิดสวิตช์สำหรับตัด
โหลด
2. เครื่องปลดวงจรต้องสามารถปลดวงจรทุกสายเส้นไฟ (สายเฟส) ได้พร้อมกัน
เครื่องหมายแสดงให้เห็นว่าอยู่ในตำแหน่งปลดหรือสับ หรือตำแหน่งที่ปลดหรือสับนั้นสามารถเห็นได้อย่าง
ชัดเจน กรณที่สายตัวนำประธานมิได้มีการต่อลงดิน เครื่องปลดวงจรต้องสามารถปลดสายเส้นไฟและสาย
ี
นิวทรัล ทุกเส้นพร้อมกัน
3. เครื่องปลดวงจรต้องมีพิกัดไม่น้อยกว่าพิกัดของเครื่องป้องกันกระแสเกินขนาดมากที่สุด
ที่ใส่ได้หรือปรับตั้งได ้
4. ห้ามไม่ให้ต่อบริภัณฑ์ไฟฟ้าทางด้านไฟเข้าของเครื่องปลดวงจร ยกเว้น เป็นการต่อเพื่อ
เข้าเครื่องวัด คาปาชิเตอร์ สัญญาณต่าง 1 หรือเพื่อใช้ในวงจรควบคุมของบริภัณฑ์ประธานที่ต้องมีไฟเมื่อ
เครื่องปลดวงจรอยู่ในตำแหน่งปลด
5.3.2 เครื่องป้องกันกระแสเกินของบริภัณฑ์ประธาน
แต่ละสายเส้นไฟที่ต่อออกจากเครื่องปลดวงจรของบริภัณฑ์ประธานต้องมีเครื่องป้องกัน
ี่
กระแสเกิน สำหรับการไฟฟ้านครหลวงเป็นไปตามตารางท 5.2 และสำหรับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค ตาม
ตารางท 5.3
ี่
ตารางที่ 5.2 พิกัดสูงสุดของเครื่องป้องกันกระแสเกินและโหลดสูงสดตามขนาดเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า
ุ
(สำหรับการไฟฟ้านครหลวง)
ขนาดเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า พิกัดสูงสุดของเครื่องป้องกันกระแสเกิน โหลดสูงสุด(แอมแปร์)
(แอมแปร์) (แอมแปร์)
5 (15) 16 10
15 (45) 50 30
30 (100) 100 75
50 (150) 125 100
200 200 150
250 200
400 300 250
400 300
500 400
้
หมายเหต พิกัดของเครื่องป้องกันกระแสเกิน มีค่าต่ำกวาที่กำหนดในตารางได แตทั้งนี้ต้องไม่น้อยกว่า
่
ุ
่
1.25 เท่าของโหลดที่คำนวณได ้
์
ตารางที่ 5.3 ขนาดสายไฟฟ้า เซฟตีสวิตช์ คัตเอาต์ และคาร์ทริดจ์ฟิวสสำหรับตัวนำประธาน
(สำหรับการไฟฟ้าส่วนภูมิภาค)
ขนาดตัวนำประธาน
เล็กที่สุดที่ยอมให้ใช้ได ้ บริภัณฑ์ประธาน
(แอมแปร์)
ขนาด (ตร.มม.)
เครื่องวัด โหลดสูงสุด
หน่วยไฟฟ้า (แอมแปร์) เซฟตีสวิตช์หรือ คัตเอาตใช้ร่วมกับ เซอร์กิต
(แอมแปร์) สาย สาย โหลดเบรกสวิตช์ คาร์ทริดจ์ฟิวส์ เบรกเกอร์
อะลูมิเนียม ทองแดง ขนาด ขนาด ขนาด ขนาด ขนาด
สวิตช์ต่ำสุด ฟิวส์สูงสุด คัตเอาต์ต่ำสุด ฟิวส์สูงสุด ปรับตั้งสูงสุด
5(15) 12 10 4 30 15 20 16 15-16
15(45) 36 25 10 60 40-50 - - 40-50
30(100) 80 50 35 100 100 - - 100
หมายเหต 1. สำหรับตัวนำประธานภายในอาคารให้ใช้สายทองแดง
ุ
2. ขนาดสายในตารางนี้สำหรับวิธีการเดินสายลอยในอากาศบนวัสดุฉนวนภายนอกอาคาร
ขนาดตัวนำประธานต้องรับกระแสได้ไม่น้อยกว่า 1.25 เทาของโหลดตามตาราง
่
1. ไม่อนุญาตให้ติดตั้งเครื่องป้องกันกระแสเกินในสายที่มีการต่อลงดิน ยกเว้น เครื่อง
ป้องกันกระแสเกินที่เป็นเซอร์กิตเบรกเกอร์ซึ่งตัดวงจรทุกสายของวงจรออกพร้อมกันเมื่อกระแสไหลเกิน
2. อุปกรณ์ป้องกันกระแสเกินต้องป้องกันวงจรและอุปกรณ์ทั้งหมด อนุญาตให้ติดตั้ง
ทางด้านไฟเข้าของเครื่องป้องกันกระแสเกิน เฉพาะวงจรของระบบฉุกเฉินต่าง ๆ เช่น เครื่องแจ้งเหตเพลิง
ุ
ไหม้ ระบบสัญญาณป้องกันอันตราย เครื่องสูบน้ำดับเพลิง เป็นต้น
3. เครื่องป้องกันกระแสเกิน ต้องสามารถตัดกระแสลัดวงจรค่ามากที่สดที่อาจเกิดขึ้นที่จุด
ุ
ต่อไฟด้านไฟออกของเครื่องป้องกันกระแสเกินได้ โดยคุณสมบัติ ยังคงเดิม ทั้งนี้ค่าพิกัดกระแสลัดวงจรไม่
ต่ำกว่า 10 กิโลแอมแปร์ ยกเว้น ในบางพื้นที่ที่การไฟฟ้าฯ กำหนดเป็นกรณีพิเศษ
4. การป้องกันกระแสเกิน ต้องเป็นไปตามที่กำหนดในข้อ 5.2.3 สำหรับข้อที่นำมาใช้ได ้
ด้วย
5. อนุญาตให้ใช้เครื่องป้องกันกระแสเกินที่มีคุณสมบัติตามข้อ 5.3.1 ทำหน้าที่เป็นเครื่อง
ปลดวงจรได ้
6. กรณีระบบที่นิวทรัลของระบบวาย (Wye) ต่อลงดินโดยตรง บริภัณฑ์ประธานแรงต่ำที่มี
ขนาดตั้งแต่ 1,000 แอมแปร์ขึ้นไป ต้องติดตั้งเครื่องป้องกันกระแสรั่วลงดินของบริภัณฑ์
5.4 สรุปสาระสำคัญ
ั
1. มาตรฐานเครื่องป้องกันกระแสเกินและสวิตช์ตดตอน ประกอบด้วย ตัวฟิวส์และขั้วรับฟิวส ์
ั
ี่
สวิตช์ททำงานด้วยมือ สวิตช์ใบมีด อุปกรณ์ตดตอนและเครื่องป้องกันกระแสเกิน ฟิวส์และขั้วรับฟิวส ์
เชอร์กิตเบรกเกอร์เซฟตีสวิตช และเครื่องตัดไฟรั่ว
์
2. วงจรย่อยเป็นส่วนสำคัญที่จะต้องพิจารณาตรวจสอบและกำหนดขนาดโหลดให้เหมาะสมเพื่อ
นำไปคำนวณและออกแบบขนาดตัวนำ กำหนดขนาดอุปกรณ์ป้องกันของวงจรย่อย ให้มีขนาดเหมาะสม
ู้
และทำงานได้อย่างถูกต้องปลอดภัยกับผใช้งน วงจรย่อยแบ่งออกเป็น วงจรย่อยสำหรับเครื่องใช้ไฟฟ้า
วงจรย่อยสำหรับจุดประสงค์ทั่วไป และวงจรย่อยเฉพาะ
3. ขนาดตัวนำของสายป้อน ต้องมีขนาดกระแสไม่น้อยกว่าโหลดสูงสุดที่คำนวณได้และไม่น้อย
กว่าขนาดพิกัดของเครื่องป้องกันกระแสเกินของสายป้อน และขนาดตัวนำของสายป้อนต้องไม่เล็กกว่า 4
ตร.มม.
4. อาคารหรือสิ่งปลูกสร้างที่ต้องรับไฟฟ้าแรงต่ำจากการไฟฟ้าฯ ต้องติดตั้งบริภัณฑ์ประธานแรง
ต่ำหรือแผงสวิตช์แรงต่ำ หลังเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้าเพื่อปลดวงจรทุกสายเส้นไฟออกจากตัวนำประธาน และ
มีการป้องกันกระแสเกินสำหรับระบบจ่ายไฟฟ้าของผู้ใช้ไฟฟ้า ทั้งนี้จะต้องติดตั้งในตำแหน่งที่เข้าถึงได ้
โดยสะดวก
5. สายเส้นไฟที่ต่อออกจากเครื่องปลดวงจรของบริภัณฑ์ประธานต้องมีเครื่องป้องกันกระแสเกิน
ุ
โดยพิกัดสูงสุดของเครื่องป้องกันกระแสเกินและโหลดสูงสดตามขนาดเครื่องวัดหน่วยไฟฟ้า
คำศัพท์ประจำหน่วย
Ampere Frame (AF) กระแสโครง (เอเอฟ)
Ampere Trip (AT) กระแสตัด (เอท)
ี
Bonding การต่อฝาก, การต่อประสาน
Branch Circuit; Final Circuit วงจรย่อย, วงจรสุดท้าย
Circuit Breaker (CB) เซอร์กิตเบรกเกอร์ (ซีบี)
Consumer Unit คอนชูเมอร์ยูนิต
Fuse ฟิวส ์
Fuse Cutout คัตเอาตชนิดฟิวส ์
์
Interrupting Capacity (IC) พิกัดการตัดกระแสลัดวงจร (ไอซี)
Load Center โหลดเชนเตอร์, ศูนย์กลางโหลด
Molded Case Circuit Breaker (MCCB) เซอร์กิตเบรกเกอร์แบบห่อหุ้มปิดมิด (เอ็มซีซีบี)
Miniature Circuit Breaker (MCB) เซอร์กิตเบรกเกอร์ขนาดเล็ก (เอ็มซีบี)
Panelboard แผงย่อย