The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชุดกิจกรรมสำหรับ ครู ม. 3 ภาค เรียนที่ 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ชุดกิจกรรมสำหรับ ครู ม. 3 ภาค เรียนที่ 1

ชุดกิจกรรมสำหรับ ครู ม. 3 ภาค เรียนที่ 1

แผน่ ปา้ ยโฆษณา

-17-157- 5-

สลากกิจกรรม “๓๐ วนิ าที ON SALE”

โทรศัพท์มือถอื

เครอื่ งซกั ผา้

ตู้เย็น

-176-
-176-

ใบงาน
“การโฆษณา”

คาชีแ้ จง ให้นักเรยี นทาแผน่ ป้ายโฆษณา เพ่อื ประกอบการนาเสนอโดยมีองค์ประกอบตามหลกั การ
เขียนโฆษณา

-177--177-

แบบประเมนิ การทางานกลมุ่

คาชแ้ี จง ให้ครปู ระเมนิ การทางานกลุ่มของนักเรยี นตามรายการประเมิน (คะแนนเตม็ 12 คะแนน)

รายการประเมนิ ระดับคะแนน

1. การกาหนดบทบาทหน้าที่ ๓๒๑
2. การมสี ่วนร่วม
กาหนดบทบาทหนา้ ท่ี กาหนดบทบาทหน้าที่ ไมม่ ีการกาหนดบทบาท
3. การรบั ฟังและแสดงความคดิ เหน็ สมาชกิ อย่างชัดเจน สมาชิกไม่ครบถ้วน หนา้ ที่

4. ความรบั ผิดชอบ มีสว่ นร่วมในการปฏิบตั ิ มีสว่ นรว่ มในการปฏิบตั ิ มีส่วนร่วมในการปฏบิ ตั ิ

งานกลุ่ม งานกลุ่มบา้ ง งานกลุ่มนอ้ ยมาก

หรือไมม่ สี ว่ นร่วม

รับฟังและแสดงความคดิ เหน็ รับฟงั และแสดงความคดิ เหน็ รับฟงั ความคดิ เห็นของผอู้ นื่
อยา่ งมเี หตผุ ลและสร้างสรรค์ อยา่ งมเี หตผุ ลและสรา้ งสรรค์ นอ้ ยมากหรอื ไม่รบั ฟงั
อย่างสม่าเสมอ เป็นบางครง้ั ความคิดเห็นผอู้ นื่

รบั ผิดชอบงานทีไ่ ด้รบั รบั ผดิ ชอบงานท่ีได้รบั ไมร่ ับผดิ ชอบงานทไ่ี ดร้ บั
มอบหมายและเสรจ็ ตามเวลา มอบหมาย แตเ่ สรจ็ ไม่ทัน มอบหมาย
ท่ีกาหนด ตามกาหนด

* การคิดคะแนน ร้อยละ = (คะแนนท่ไี ด้/คะแนนเตม็ ) x 100

การแปลผลการประเมิน

รอ้ ยละ 80 - ๑๐๐ เกณฑข์ องระดบั คะแนน การแปลผล
รอ้ ยละ 70 - 79 ดมี าก
ร้อยละ 50 - 69 ดี
รอ้ ยละ ๐ - 49 พอใช้
ปรับปรงุ

-178-
-178-

แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี ๖

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ ช่ือหน่วย กรองคานาจติ เร่ือง ประชาสัมพนั ธส์ ื่อสาร (3) เวลา ๑ ชั่วโมง
กลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย รายวิชา ภาษาไทย ๓ ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ ๓

สาระสาคญั / ความคดิ รวบยอด กจิ กรรมการเรยี นรู้ แหล่งเรียนรู้
การโฆษณา เป็นการสื่อสารโน้มน้าวใจ ข้ันนา ห้องสมดุ
ประเภทหนึ่ง มุ่งจูงใจเพื่อประโยชน์ในการขายสินค้า นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ จบั สลากลาดบั การพูดโฆษณา
และบริการต่าง ๆ ตลอดจนจูงใจให้ผู้รับสารประพฤติ สนิ คา้ จากนน้ั ครูอธบิ ายเกณฑ์ในการพดู โฆษณาสนิ คา้ ว่า สอ่ื
ปฏิบัติตามความมุ่งหมายของผู้โฆษณา การศึกษา ต้องเป็นไปตามหลักการโฆษณา และอยู่ภายในเวลา 1 นาที -
เรื่อง โฆษณา จะชว่ ยพฒั นาการรับสารและการส่ือสาร หากใช้เวลาเกนิ กาหนดจะถูกตดั คะแนนทนั ที
ให้ดีย่ิงข้ึน รวมถึงสามารถนาไปประยกุ ตใ์ ช้ ใน ภาระงาน/ช้นิ งาน
ชวี ติ ประจาวนั ได้ ข้นั สอน การพดู โฆษณาสินคา้ ในกิจกรรม
-179- 1. นักเรียนทากิจกรรม “1 นาที ON SALE” โดยสง่ “1 นาที ON SALE”
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ ตวั แทนนกั เรยี นกลุ่มละ ๒ คน พดู โฆษณาสนิ คา้ ท่ีกล่มุ ของ
ดา้ นความรู้ ตนจบั สลากไดใ้ นคาบก่อนจากแผ่นป้ายท่ีแต่ละกลุ่มรว่ มกนั การวัดและประเมนิ ผล
อธิบายหลักการโฆษณาไดอ้ ยา่ งถูกต้อง จัดทา แบบประเมินการทางานกลุ่ม
ดา้ นทกั ษะและกระบวนการ 2. นกั เรียนกลมุ่ ทีย่ งั ไม่ได้พดู นาเสนอให้รว่ มกนั
พดู โฆษณาในประเดน็ ที่กาหนดให้ได้อย่าง ให้คาแนะนาจุดท่ีควรพฒั นาของการพูด และจุดเด่นของ
เหมาะสม การพูดกลุ่มเพื่อน เพ่ือรว่ มกนั ประเมนิ ว่ากลมุ่ ไหนพดู
ดา้ นคุณลกั ษณะ นาเสนอเนอื้ หาได้ครบถว้ น และมคี วามน่าสนใจมากทสี่ ุด
มสี ว่ นรว่ มในชน้ั เรียน

-179-

หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๒ ชื่อหน่วย กรองคานาจติ แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี ๖ เวลา ๑ ชั่วโมง
กลุ่มสาระการเรียนร้ภู าษาไทย เร่ือง ประชาสัมพันธส์ อ่ื สาร(3) ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๓
สมรรถนะทีต่ ้องการให้เกดิ กับผเู้ รียน รายวชิ า ภาษาไทย ๓

๑. การคดิ ข้นั สงู ขัน้ สรุป
๒. การสอ่ื สาร นักเรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ ข้อคิดท่ไี ดจ้ าก

การศึกษาและการนาไปปรบั ใช้ในชีวิตประจาวนั

-180-

-180-

แบบประเมินการทางานกลุ่ม

คาชี้แจง ใหค้ รปู ระเมินการทางานกลุ่มของนกั เรยี นตามรายการประเมนิ (คะแนนเต็ม 12 คะแนน)

รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
๓๒๑

1. การกาหนดบทบาทหน้าท่ี กาหนดบทบาทหน้าที่ กาหนดบทบาทหนา้ ท่ี ไมม่ ีการกาหนดบทบาท
สมาชกิ อยา่ งชัดเจน สมาชกิ ไมค่ รบถว้ น หนา้ ท่ี

2. การมสี ว่ นร่วม มสี ว่ นร่วมในการปฏิบตั ิ มีส่วนรว่ มในการปฏิบตั ิ มีสว่ นรว่ มในการปฏบิ ตั ิ

งานกลุ่ม งานกลมุ่ บ้าง งานกลุม่ น้อยมาก

หรอื ไมม่ ีส่วนรว่ ม

3. การรบั ฟังและแสดงความคดิ เหน็ รบั ฟงั และแสดงความคดิ เหน็ รบั ฟงั และแสดงความคดิ เหน็ รบั ฟงั ความคิดเห็นของผอู้ ื่น
อยา่ งมเี หตผุ ลและสรา้ งสรรค์ อยา่ งมเี หตผุ ลและสร้างสรรค์ น้อยมากหรือไม่รบั ฟงั
อยา่ งสมา่ เสมอ เป็นบางคร้งั ความคิดเห็นผอู้ น่ื

4. ความรบั ผิดชอบ รับผิดชอบงานที่ได้รบั รบั ผิดชอบงานทไ่ี ดร้ ับ ไมร่ บั ผดิ ชอบงานทีไ่ ดร้ ับ
มอบหมายและเสรจ็ ตามเวลา มอบหมาย แตเ่ สรจ็ ไมท่ ัน มอบหมาย
ทีก่ าหนด ตามกาหนด

* การคดิ คะแนน รอ้ ยละ = (คะแนนทไี่ ด้/คะแนนเตม็ ) x 100

การแปลผลการประเมิน

ร้อยละ 80 - ๑๐๐ เกณฑ์ของระดับคะแนน การแปลผล
ร้อยละ 70 - 79 ดมี าก
ร้อยละ 50 - 69 ดี
ร้อยละ ๐ - 49 พอใช้
ปรบั ปรงุ

-181-
-181-

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๗

หน่วยการเรียนร้ทู ี่ ๒ ช่ือหน่วย กรองคานาจติ เรอ่ื ง เรยี นรู้ผ่านการละคร (1) เวลา ๑ ช่ัวโมง
กลุ่มสาระการเรียนร้ภู าษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย ๓ ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๓

สาระสาคัญ / ความคดิ รวบยอด กจิ กรรมการเรยี นรู้ แหล่งเรยี นรู้
บทละครพูด เร่ือง เห็นแก่ลูก เป็นบทพระราช- ข้ันนา ห้องสมดุ
นิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว นักเรียนรว่ มกันศึกษาบทวิเคราะห์บทละครพูด เรื่อง
โดยมีจุดประสงค์เพื่อใช้สาหรับแสดงละครสร้างความ เหน็ แก่ลกู จากใบความรู้ “บทละครพูดเรื่องเหน็ แก่ลูก” สอ่ื
เพลิดเพลินและขัดเกลาความคิดของประชาชน ในประเดน็ บทละครพดู เร่อื ง เห็นแกล่ ูก และรว่ มกันแสดง ใบความรู้ “บทละครพูดเรอ่ื งเห็นแก่ลูก”
การศึกษาบทละครพูด เร่ือง เห็นแก่ลูก จะช่วยพัฒนา ความคดิ เห็นร่วมกับครู
ทักษะการอ่านวิเคราะห์วิจารณ์สาร ตลอดจนได้รับ ภาระงาน/ช้ินงาน
ขอ้ คิดท่สี ามารถนาไปปรับใช้ได้อยา่ งเหมาะสม ขน้ั สอน แผนผังความคดิ บทละครพูดเรอ่ื งเหน็ แกล่ ูก
-182- นกั เรยี นแบง่ กลุ่มออกเปน็ 3 - 4 กลุ่ม เท่า ๆ กนั
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ โดยใหแ้ ต่ละกลมุ่ สรปุ แผนผังความคดิ บทละครพูด เรอื่ ง การวดั และประเมินผล
ดา้ นความรู้ เหน็ แก่ลูก รว่ มกนั แบบประเมินการทางานกล่มุ
อธิบายความหมายของบทละครพดู ได้อยา่ ง
ถกู ต้อง ข้ันสรุป
ทกั ษะและกระบวนการ 1. นกั เรยี นรว่ มกันสรปุ เน้อื หาจากแตล่ ะกลุ่มท่ี
อ่านจับใจความสาคัญได้ นาเสนอ พร้อมกบั วเิ คราะห์ลักษณะนิสยั ของตัวละครใน
ดา้ นคณุ ลักษณะ เรือ่ งร่วมกนั พร้อมกบั แลกเปล่ียนเรยี นรตู้ อบคาถามว่า
ใฝ่เรยี นรู้

-182-

หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ ๒ ช่ือหน่วย กรองคานาจติ แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี ๗ เวลา ๑ ช่ัวโมง
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เร่ือง เรียนรผู้ า่ นการละคร (1) ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ ๓
สมรรถนะที่ต้องการใหเ้ กดิ กับผู้เรียน รายวชิ า ภาษาไทย ๓

๑. การคดิ ข้นั สูง -พระยาภักดนี ฤนาถใช้วิธีการสื่อสารแบบใดให้นายล้า
๒. การสื่อสาร ยอมกลบั ไปและไม่เปิดเผยความจรงิ วา่ เป็นพ่อของแม่ลออ
และนายล้าใชว้ ธิ กี ารส่อื สารแบบใดเพ่ือขออาศยั อยกู่ ับ
-183- แมล่ ออ

แนวคาตอบ พระยาภักดนี ฤนาถและนายล้าใช้วธิ ีการ
สอื่ สารแบบโน้มนา้ วใจ โดยอ้างเหตุผลตา่ ง ๆ ประกอบ เพื่อใหอ้ กี
ฝา่ ยยอมปฏบิ ัติตามความตอ้ งการของตน

2. นักเรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ วา่ จะนาข้อคดิ
จากเร่อื งไปปรับใช้ในชีวิตประจาวนั ได้อย่างไร

-183-

ใบความรู้
“บทละครพูด เรอ่ื ง เห็นแก่ลูก”

บทวิเคราะห์
พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวเป็นพระมหากษัตริย์ผู้ทรงพระปรีชาสามารถ ยอดเย่ียม

ในทางอักษรศาสตร์ ได้ทรงพระราชนิพนธ์วรรณคดีเร่ืองต่างๆ ไว้มากกว่า ๑,๒๐0 เร่ือง ทั้งร้อยแก้วและ
ร้อยกรอง ท้ังสารคดีและบันเทิงคดี งานประพันธ์ประเภทหนึ่งที่ทรงพระราชนิพนธ์ไว้เป็นจานวนมากคือ
บทละครพดู มีท้งั ทท่ี รงผกู เค้าโครงเรอื่ งเองและทแี่ ปลหรือแปลงมาจากภาษาตา่ งประเทศ
บทละครพูด

ละครพูด คือ ละครที่แสดงโดยให้ตัวละครสนทนาโต้ตอบกันเหมือนในชีวิตจริง ไม่มีดนตรี การรา
หรือการขับร้องประสม ละครประเภทนี้ตรงกับการแสดงที่เรียกว่า play ของตะวันตก เร่ิมมีในประเทศไทย
ตั้งแต่รัชสมัยพระบาทสมเด็จพระจลุ จอมเกล้าเจ้าอยู่หวั แต่ได้รับความนยิ มแพร่หลายและเจรญิ สูงสดุ ในรัชสมัย
ของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยหู่ ัว เนื่องจากพระองค์โปรดการละครเป็นอย่างยิ่ง ต้ังแตย่ ังทรงศกึ ษา
อยู่ ณ ประเทศอังกฤษ ก็ได้เสด็จทอดพระเนตรละคร และทรงแสดงละครเป็นประจา เมื่อเสด็จนิวัตประเทศ
ไทยได้ทรงตั้งคณะละครขึ้น ทรงอานวยการฝึกซ้อม และบางคร้ังทรงร่วมแสดงด้วย บทละครพระราชนิพนธ์
ซึ่งมีเป็นจานวนมากน้ัน นอกจากจะมุ่งให้ความสนุกสนานเพลิดเพลินแล้วยังแฝงแง่คิดและคติธรรมไว้เสมอ
ทั้งน้ีเพราะพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงใช้ละครเป็นเครื่องอบรมจิตใจของประชาชนและ
ส่ือสาระท่ีพระองค์มีพระราชประสงค์ ในรัชสมัยของพระองค์มีการจัดแสดงละครพระราชนิพนธ์เป็นประจา
เพื่อระดมทนุ เปน็ ค่าใช้จา่ ยในกจิ การกุศลดา้ นต่าง ๆ และเพ่ือสร้างสาธารณสมบตั ิ

บทละครพูดนอกจากจะแต่งข้นึ เพื่อใช้แสดงแล้วยังใช้อ่านได้ด้วย การอ่านบทละครพูดให้เข้าใจลึกซ้ึง
นั้นต้องอ่านอย่างพินิจพิจารณา เน่ืองจากในบทละครพูดไม่มีการบรรยายเหตุการณ์ สถานท่ี บรรยากาศ
ตลอดจนความรู้ สึกนึกคดิ ของตัวละครไว้อยา่ งละเอยี ดเหมือนอย่างในบทละครรา มีเพียงการบรรยายฉากและ
ลักษณะตัวละครอย่างคร่าว ๆ ไว้ตอนต้นเรื่อง และการบรรยายปฏิกิริยาของตัวละครอยู่ในวงเล็บแทรกไว้
ระหว่างบทสนทนา ผู้อ่านจะต้องพิจารณาด้วยวิจารณญาณและจินตนาการว่า ที่ตัวละครแสดงพฤติกรรม
เช่นน้ัน พูดเช่นน้ัน เขาคิดอย่างไร รสู้ ึกอย่างไร บทสนทนาของตัวละครจงึ เป็นสิ่งสาคัญท่ีจะไขไปสู่ความหมาย
ของเร่ือง

-๑๘๔-
-184-

บทละครพูดเร่อื งเห็นแกล่ กู
เรื่องเห็นแก่ลูกเป็นบทละครพูดขนาดส้ัน มีความยาวเพียงองก์๑เดียวและมีฉาก๒เดียว

พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัวทรงใช้พระนามแฝงในการพระราชนิพนธ์ว่า พระขรรค์เพชร
บทละครพูดเรื่องน้ีพระองค์ทรงคิดเค้าโครงเร่ืองขึ้นเอง มิได้ทรงแปลหรือดัดแปลงจากบทละคร
ต่างประเทศ หมอ่ มหลวงปนิ่ มาลากลุ ผู้ดนั คว้าเกยี่ วกับงานละครของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า
เจ้าอยู่หัวอย่างละเอียดได้สันนิษฐานว่า บทละครเร่ืองเห็นแก่ลูกอาจเป็นละครพูดภาษาไทยเรื่องแรก
ทีท่ รงพระราชนิพนธ์ข้นึ โดยมิใช่เป็นการแปล

แม้บทละครเรื่องนี้จะแต่งขึ้นมากว่า ๙๐ ปีแล้ว ความนิยมบางอย่างในสมัยน้ันอาจหมดไป
วใิ ช้คาพดู ตลอดจนกิรยิ ามารยาทบางอย่างอาจเปลยี่ นไป ถึงกระนั้นก็ดีความรักอันยิ่งใหญ่ของบุพการี
ท่ีมีต่อบุตรของตนอันเป็นคุณธรรมสาคัญท่ีแสดงไว้ในเรื่องรวมไปถึงความรู้สึกผิดชอบชั่วดีและความ
รักในศักด์ิศรี ล้วนเป็นสิ่งที่มีอยู่ในมนุษย์ทุกผู้ทุกนามทุกชาตทิ ุกภาษาและทุกยุดทุกสมัย บทละครพูด
เรื่องนี้นอกจากจะได้รับคัดเลือกให้นักเรียนระดับมัธยมศึกษาได้ศึกษามาเป็นเวลายาวนานแล้ว
ยังได้รับการแปลเป็นภาษาตา่ งประเทศได้แก่ ภาษาเกาหลื จีน ญ่ีปุ่น นอร์เวย์ ฝร่ังเศส มาเลย์ รัสเซยี
สเปน สิงหล อังกฤษ อาหรับ อินโดนีเซีย และฮินดี เพื่อเป็นการเฉลิมพระเกียรติในวาระฉลอง
วันพระบรมราชสมภพครบ ๑00 ปีของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจา้ อยหู่ ัวอีกดว้ ย
ความ “เห็นแก่ลกู ” ของนายล้า

บทละครพดู เรื่องเห็นแกล่ กู มีตัวละครเพยี ง ๔ ตัว ตัวละครทสี่ าคัญทสี่ ดุ คอื นายล้า (ทิพเดชะ)
เม่ือเร่ิมเรื่อง ผู้อ่านได้ทราบข้อมูลเกี่ยวกับนายล้าเพียงว่าเป็นผู้ด่ืมเหล้าจัดและแลดูแก่กว่าวัย
บทสนทนาระหว่างนายล้าและอ้ายดา ข่าวของพระยาภักดี เร่ิมเผยให้ผู้อ่านเห็นว่า นอกจากเคร่ือง
แต่งกายท่ีดูเก่าปอนแล้ว นายล้าคงมีท่าทางไม่น่าไว้ใจ ทาให้อ้ายคายืนยันที่จะน่ังเฝ้าอยู่ด้วย แม้นายล้า
จะกล่าวว่าตนก็มาจากตระกูลดีเช่นกันก็ตาม เมื่อพระยาภักดีกลับมาถึงบ้าน นายล้าได้เล่าอดีตของ
ตนให้ฟัง นอกจากผู้อ่านจะได้นายล้าไปต้องโทษจาคุกถึง ๑0 ปี เม่ือพันโทษแล้วก็คงประพฤติหากิน
ทางทุจรติ เชน่ เดมิ ผู้อา่ นยงั ได้ทราบว่านายลา้ เคยเป็น "ผู้ดี" จริง และเคยรบั ราชการจนมรี าชทนิ นามว่า
"ทิพเดชะ“ เป็นที่น่าสังเกตว่าแม้นายล้าและพระยาภักดีจะเคยเป็นเพ่ือนรักกันมาก่อน
แต่พระยาภักดกี ็มไิ ดแ้ สดงอาการดีใจเมื่อไดม้ าพบกันอกี หลงั จากไม่พบกันนานถึง ๑ ๕ ปี และเมือ่ นาย
ล้าแสดงความประสงค์อยากพบแม่ลออ พระยาภักดีก็ได้แสดงออกอย่างเปิดเผยว่าไม่ต้องการให้พบ
ด้วยเหตุผลที่ปรากฏในคาถามของพระยาภักดีว่า "ต้ังแต่แกพ้นโทษมาแล้ว แกได้พยายามท่ีจะสาแดง
ให้ปรากฏอย่างไรบา้ ง ว่าแกนะ่ ตั้งใจจะประพฤตแิ ตใ่ นทางท่ีดที ่คี วร ? "

________________________

องก๑์ หมายถึง ตอนหนึง่ ๆ ในบทละคร แต่ละตอนอาจมีเพียงฉากเดยี วหรือหลายฉากก็ได้
ฉาก๒ หมายถึง ดอนยอ่ ยท่เี ปดิ มา่ นหนา้ เวทีคร้ังหนึง่ ๆ ในพระราชนิพนธ์เรอื่ งน้ีไดแ้ กฉ่ ากหอ้ งหนังสือ

--118855- -

ความขัดแย้งระหว่างนายล้ากับพระยาภักดีรุนแรงมากขึ้นเมื่อนายล้าบอกความประสงค์ว่า
ต้องการมาอยู่กับแม่ลออบุตรสาวหลังจากได้ทราบว่าแม่ลออจะแต่งงานกับบุตรพระยารณชิตซ่ึงเป็น
คนม่ังมี นายล้าเห็นว่า "เป็นหน้าที่จะต้องมาอยู่ใกล้ชิดลูกสาวผมเพื่อจะได้ช่วยเหลือเจือจานในธุระ
ต่าง ๆ ตามเวลาอันสมควร" และ "เมื่อยังอยู่ในบ้านเจ้าคุณผมก็วางใจได้ จะแยกไปมีเหย้ามีเรือนของ
ตวั เองแลว้ ผมจะต้องเขา้ มาอยกู่ บั เขาเพ่ือจะได้เป็นกาลงั แกเ่ ขาบา้ ง" คาอธิบายของนายลา้ ดูเหมือนจะ
แสดงใหผ้ ้อู า่ นเหน็ วา่ นายลา้ เปน็ ผทู้ "่ี เห็นแกล่ ูก" อย่างย่ิง แต่ไมช่ ้านายล้ากย็ อมรับกับพระยาภักดีอย่าง
ตรงไปตรงมาว่า “ผมน่ะมันหมดทางหากินแล้ว ไม่แลเห็นทางอ่ืนนอกจากท่ีจะอาศัยลูกสาว
ใหเ้ ขาเลย้ี ง”

ความ “เห็นแก่ตัว” ของนายล้าได้เปล่ียนไปเป็นความ "เห็นแก่ลูก" เมื่อนายล้าได้พบกับ
แม่ลออและได้รับรู้ความรู้สึกของแม่ลออท่ีมีต่อตนในฐานะผู้ให้กาเนิด การที่แม่ลออแสดงความรัก
และภาคภูมิใจในตัวบิดาแท้ ๆ แม้จะไม่เคยได้พบตัวจริง ทาให้นายล้าผู้ฝักใฝ่ในทางทุจริตและมี
ความเหน็ แกต่ วั อย่างยิ่ง เกดิ ความร้สู กึ ผิดชอบชว่ั ดแี ละยอมพ่ายแพ้แก่ความรักของแม่ลออ ทงั้ ยังมอบ
ความรักของพ่อตอบแทนกลับไปโดยการไม่เปิดเผยความจริงว่าตนคือใคร ยอมมีชีวิตท่ีลาบากต่อไป
ด้วยความ "เห็นแกล่ ูก" อย่างแทจ้ ริงเพอ่ื ให้แม่ลออได้มีชวี ิตที่สขุ สบาย ไมเ่ ปน็ ท่ีรงั เกยี จในสังคม
ความ “เหน็ แก่ลกู ” ของพระยาภกั ดนี ฤนาถ

บทสนทนาระหว่างนายล้ากับพระยาภักดีบอกให้เราทราบว่า บุคคลท้ังสองมิเพียง
เคยเป็นเพ่อื นกนั เท่าน้ัน แตย่ งั เคยรักผู้หญงิ คนเดียวกันอีกด้วย หญิงนั้นคอื แม่นวล มารดาของแม่ลออ
ชีวิตแต่งงานอันปราศจากความสุขทาให้แม่นวลตัดสินใจฝากลูกสาวไว้กับพระยาภักดีเมื่อตนใกล้จะ
ส้ินชีวิต ความผูกพันระหว่างพระยาภักดีกับแม่นวลคงจะเป็นเหตุผลสาคัญประการหน่ึงท่ีทาให้พระยาภักดี
รักแม่ลออเหมือนเป็นลูกแท้ๆ และได้ทาหน้าที่พ่อด้วยความเต็มใจ นอกจากจะเลี้ยงดูอบรม
แม่ลอออยา่ งดีตามแบบบุตรผู้มีตระกูล พระยาภักดียงั ปลูกฝังใหล้ ูกมีความรักและภาคภูมิใจในตัวบิดา
ผู้ใหก้ าเนดิ อีกด้วย

ก็คณุ พอ่ ดฉิ ันที่ตายล่ะคะ รู้จักไหม? (นายลา้ พยักหน้า,)
ถา้ ยังงนั้ คุณกด็ กี วา่ ดิฉัน ดฉิ นั ไมร่ ู้จักเลย, เคยเห็นแต่รปู ท่ี
ในห้องคณุ แม่ รูปรา่ งสูงๆ หน้าอกกวา้ ง ดฉิ นั ช่างชอบหนา้
เสียจริงๆ หนา้ ตาเป็นคนชอ่ื ใจคอกวา้ งขวาง, ถ้าใครบอกดิฉันว่า
เป็นคนไมด่ ี ดิฉันไม่ยอมเชือ่ เปน็ อนั ขาดเทยี ว แต่ท่านก็เปน็ คนดจี รงิ ๆ
อย่างท่ดี ิฉันนึกเดาเอาในใจ คณุ พ่อนกี่ ็ได้บอกดฉิ นั วา่ งน้ั
จริงไหมคะคณุ พอ่ ? (พระยาภกั ดพี ยักหนา้ …)

--118866--

เมื่อนายล้าต้องการแสดงตนว่าเป็นพ่อของแม่ลออ พระยาภักดีได้ขัดขวางทุกทาง
เพราะเกรงว่าบุตรสาวจะต้องอับอายขายหน้าและถูกสังคมรังเกียจ ผู้อ่านจะทราบจากการบรรยาย
ฉากในตอนเร่ิมเร่ืองว่าพระยาภักดีมิได้มีฐานะม่ังคั่งร่ารวย แต่พระยาภักดีก็ยินดีที่จะจ่ายเงินจานวน
มากเพ่ือ "ปีดปาก" นายล้า และเมื่อเห็นว่าใช้วิธีการนี้ไม่ได้ก็ยอมแม้กระทั่งจะต่อสู้ใช้กาลังกับนายล้า
พฤติกรรมตอนนี้ยืนยันความ "เห็นแก่ลูก" ของพระยาภักดีได้ชัดเจนมากย่ิงข้ึน ทั้งยังแสดงให้เห็นว่า
บิดาบญุ ธรรมกร็ ักบตุ รได้มากเทา่ หรืออาจจะมากกว่าบดิ าบงั เกดิ เกล้าได้

แม้บทละครพูดเร่ืองเห็นแก่ลูกจะมีขนาดสั้น ไม่มีปมท่ีซับซ้อนในโครงเรื่อง แต่มีความ
ประณีตอย่างยิ่งในการวางเน้ือเรื่องให้ชวนติดตาม ตัวละครมีน้อยตัว แต่ละตัวมีลักษณะเด่นและมี
ความสาคัญต่อการดาเนินเร่ืองและการเสนอแนวคิดสาคัญในการกาหนดบทสนทนาของตัวละคร
พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกล้าเจ้าอยู่หัวทรงใช้คาพูดทสี่ นั้ กะทัดรัด แฝงรายละเอยี ดเกีย่ วกับตัวละคร
ทุกตัวเอาไว้อย่างกระชับรัดกุม เปิดโอกาสให้ตัวละครเอกท้ังสองได้แสดงความรักของพ่อซ่ึง "เห็นแก่
ลูก" ออกมาในลักษณะท่ีแตกต่างกันแต่ได้สร้างความซาบซ้ึงจับใจผู้อ่านได้ไม่ยิ่งหย่อนไปกว่ากันเลย
ทาให้บทละครเรอื่ งนีเ้ ป็นที่ประทบั ใจและอยใู่ นความนยิ มมานาน

--118877--

แบบประเมนิ การทางานกลุ่ม

คาชแ้ี จง ให้ครปู ระเมนิ การทางานกลุ่มของนักเรียนตามรายการประเมิน (คะแนนเต็ม 12 คะแนน)

รายการประเมิน ระดบั คะแนน
๓๒๑

1. การกาหนดบทบาทหน้าที่ กาหนดบทบาทหน้าท่ี กาหนดบทบาทหน้าท่ี ไม่มีการกาหนดบทบาท
สมาชกิ อย่างชัดเจน สมาชกิ ไม่ครบถว้ น หนา้ ท่ี

2. การมสี ่วนรว่ ม มสี ว่ นร่วมในการปฏิบตั ิ มีสว่ นรว่ มในการปฏิบตั ิ มสี ่วนร่วมในการปฏิบตั ิ

งานกลุ่ม งานกลุ่มบา้ ง งานกลมุ่ นอ้ ยมาก

หรือไมม่ สี ่วนรว่ ม

3. การรบั ฟังและแสดงความคดิ เหน็ รบั ฟงั และแสดงความคดิ เหน็ รับฟงั และแสดงความคดิ เห็น รับฟงั ความคดิ เห็นของผอู้ ่นื
อย่างมเี หตผุ ลและสรา้ งสรรค์ อย่างมเี หตผุ ลและสร้างสรรค์ น้อยมากหรอื ไม่รับฟงั
อยา่ งสม่าเสมอ เป็นบางคร้งั ความคดิ เหน็ ผู้อืน่

4. ความรบั ผดิ ชอบ รบั ผิดชอบงานท่ีไดร้ ับ รบั ผดิ ชอบงานทไ่ี ด้รบั ไม่รับผดิ ชอบงานทีไ่ ดร้ ับ
มอบหมายและเสรจ็ ตามเวลา มอบหมาย แตเ่ สร็จไมท่ นั มอบหมาย
ทก่ี าหนด ตามกาหนด

* การคดิ คะแนน ร้อยละ = (คะแนนทีไ่ ด้/คะแนนเตม็ ) x 100

การแปลผลการประเมิน

ร้อยละ 80 - ๑๐๐ เกณฑ์ของระดับคะแนน การแปลผล
ร้อยละ 70 - 79 ดมี าก
ร้อยละ 50 - 69 ดี
ร้อยละ ๐ - 49 พอใช้
ปรบั ปรงุ

--118888--

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 8

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๒ ชื่อหน่วย กรองคานาจิต เร่ือง เรียนรู้ผ่านการละคร (2) เวลา ๑ ชั่วโมง
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย ๓ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๓

สาระสาคัญ / ความคิดรวบยอด กจิ กรรมการเรียนรู้ แหล่งเรยี นรู้
บ ท ล ะ ค ร พู ด เ ร่ื อ ง เ ห็ น แ ก่ ลู ก เ ป็ นบท ข้นั นา ห้องสมดุ
พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า นักเรียนแสดงความคิดเหน็ เปน็ รายบุคคลว่า
เจ้าอยู่หัว โดยมีจุดประสงค์เพ่ือใช้สาหรับแสดงละคร ในประเดน็ รักแท้คืออะไรและมีอยู่จริงหรอื ไม่ (ครูสุม่ เลอื ก สอ่ื
สร้างความเพลิดเพลินและขัดเกลาความคิดของ อาสาสมคั รนักเรยี น ๒ – ๓ คน) 1. ใบความรู้ “บทละครพดู เร่ืองเหน็ แก่ลกู ”
ประชาชน การศึกษาบทละครพูด เร่ือง เห็นแก่ลูก จะ แนวคาตอบ รักแทค้ อื รักอันบรสิ ทุ ธิ์ ปรารถนาเหน็ คนที่รัก (จากแผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี 7)
ช่ ว ย พั ฒ น า ทั ก ษ ะ ก า ร อ่ า น วิ เ ค ร า ะ ห์ วิ จ า ร ณ์ ส า ร มคี วามสขุ และพร้อมเสยี สละใหไ้ ดเ้ สมอ รกั แท้มอี ยจู่ รงิ เช่น รัก 2. ใบงาน “บทละครพดู เห็นแกล่ ูก”
-189- ตลอดจนได้รับข้อคิดท่ีสามารถนาไปปรับใช้ได้อย่าง จากพอ่ แม่ หรอื คนในครอบครวั

เหมาะสม ขัน้ สอน ภาระงาน/ช้นิ งาน
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนศึกษาเนอื้ เร่ืองบทละครพูด เรอ่ื ง เหน็ แก่ การทาใบงาน“บทละครพดู เห็นแก่ลูก”
ดา้ นความรู้ การวัดและประเมินผล
ลกู จากใบความรู้ “บทละครพดู เรอื่ งเห็นแก่ลูก” (จาก แบบประเมนิ การทางานกลมุ่
๑. บอกตวั ละครที่ปรากฏในบทละครพดู เรื่อง แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 7)
เหน็ แกล่ ูก ได้อย่างถูกต้อง
2. นกั เรยี นแบง่ กลมุ่ เป็นกลมุ่ ละ ๓ คน ทาใบงาน
๒. สรปุ เหตกุ ารณท์ ่เี กิดข้นึ ในบทละครพดู เรอ่ื ง “บทละครพดู เห็นแกล่ ูก”สรุปตัวละครท่ปี รากฏในบทละคร
เห็นแก่ลูก ได้อยา่ งถูกต้อง พดู เรือ่ งเห็นแกล่ ูก และเขยี นแผนผังความคดิ ลาดบั
ทักษะและกระบวนการ เหตกุ ารณ์ในเร่ือง จากนั้นส่งตัวแทนนักเรยี นกลุ่มละ ๑ คน
พดู นาเสนอคาตอบหนา้ ช้ันเรยี น
เขียนแผนผงั ความคิดลาดบั เหตุการณ์

-189-

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๒ ชื่อหน่วย กรองคานาจิต แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 8 เวลา ๑ ชั่วโมง
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย เรอ่ื งเรยี นรู้ผา่ นการละคร (2) ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ ๓
ดา้ นคุณลกั ษณะ รายวิชา ภาษาไทย ๓

ใฝ่เรียนรู้ 3. นักเรยี นรว่ มกนั สรุปคาตอบ จากน้นั จดคาตอบ
เพมิ่ เติมลงในใบงานใหส้ มบูรณ์
สมรรถนะทีต่ ้องการใหเ้ กิดกับผเู้ รยี น
๑. การคิดขน้ั สงู ข้ันสรุป
๒. การสือ่ สาร นักเรยี นตอบคาถามเป็นรายบคุ คล (ครูสมุ่ เลือก

-190- นกั เรยี นตามความสมคั รใจ จานวน ๒ - ๓ คน) ดงั นี้
- จากการศึกษาเน้ือเรอ่ื งหนา้ ๒๔ – ๓๐ ตัวละคร

ใดแสดงความรักอนั บริสุทธ์ิ และพฤตกิ รรมใดทสี่ นบั สนนุ
แนวคิดนี้

แนวคาตอบ พระยาภักดนี ฤนาถแสดงความรกั อันบริสทุ ธ์ิ
เพราะถึงแมต้ นจะเปน็ เพียงพ่อเลี้ยง แตก่ ็รักและดแู ลแมล่ อออย่าง
ดี เสมอื นเปน็ ลกู แท้ ๆ และพยายามให้นายลา้ กลับไป ไม่ตอ้ งมา
ยงุ่ เก่ียวกับแม่ลอออกี

- พระยาภักดีนฤนาถใชว้ ิธกี ารสอื่ สารแบบใด
ในการบอกให้นายล้ากลับไป

-190-

หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๒ ช่ือหน่วย กรองคานาจติ แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 8 เวลา ๑ ช่ัวโมง
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย เร่ือง เรียนรผู้ ่านการละคร(2) ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๓
รายวิชา ภาษาไทย ๓
-191-
แนวคาตอบ : พระยาภกั ดนี ฤนาถพยายามพูดโน้มน้าวใจ
ให้นายลา้ กลับไป และไมต่ อ้ งมายุ่งเกีย่ วกบั แมล่ ออ โดยการ
อ้างเหตุผลว่า นายลา้ เคยตอ้ งโทษทางกฎหมาย อาจทาให้
แมล่ ออเส่ือมเสียชือ่ เสียงได้

- วธิ กี ารสอ่ื สารดงั กล่าวของพระยาภักดีนฤนาถ
ส่งผลอยา่ งไร

แนวคาตอบ : วิธีการส่ือสารดังกล่าวส่งผลให้นายล้า
ยอมรับฟังจนกระทง่ั ตัดสนิ ใจไม่บอกความจรงิ แก่แม่ลออ
และกลบั ไป

-191-

ใบงาน
“บทละครพดู เรอื่ ง เห็นแกล่ ูก”

คาชี้แจง ให้นักเรียนอ่านบทวิเคราะห์ บทละครพูด เรื่อง เหน็ แก่ลกู จากใบความรู้
และตอบคาถามต่อไปนี้
๑. ละครพดู คืออะไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
๒. ละครพดู เปน็ ทน่ี ยิ มแพร่หลายในรัชสมยั ใด และเพราะเหตใุ ด
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
๓. แนวคดิ สาคญั ของบทละครพูด เรอื่ ง เหน็ แก่ลกู คืออะไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
๔. ความเห็นแกต่ วั ของนายล้าเปลีย่ นเป็นความเห็นแกล่ ูกได้เพราะเหตุใด
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………
๕. พฤติกรรมใดของพระยาภักดีที่แสดงถงึ ความเห็นแก่ลูก
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………...

-๑๙๒-
-192-

เกลา้ ผม คาอธิบายศัพท์และขอ้ ความ
ขยาย
ครีมโซดา คาใชแ้ ทนตัวผพู้ ดู เพศชาย เม่อื พูดกับผ้ใู หญ่ดว้ ยความเคารพมาก
ฉาย ปจั จบุ ันใชว้ า่ เกลา้ กระผม
ชง่ั เปิดเผย ในความวา่ “เอ๊ะ! นแี่ กจะขยายขึน้ วา่ แกเป็นพ่อแม่ลออยังงน้ั หรือ?”
ชา่ งพูด นา้ หวานสีเขยี วผสมโซดา
ตกรก ถ่ายภาพ
ใต้เทา้ กรุณา มาตราเงินของโบราณ ๑ ชัง่ มีจานวนเทา่ กับ ๘๐ บาท
ปอน ๆ มวี าจาคมคาย
เป็นโทษ อา่ นว่า ตก - กะ- รก คอื คาว่า ตกนรก
ระหาย คาทีใ่ ชแ้ ทนผู้ท่เี ราพดู ดว้ ย ใชก้ ับขนุ นางทีม่ ีศักดสิ์ งู เป็นสรรพนามบรุ ุษที่ 2
แล ในทน่ี ้ีพดู สนั้ ๆ วา่ ใตเ้ ท้า
เสมยี นบาญชี ซอมซ่อ อตั คดั ขัดสน
หมอความ ไดร้ ับโทษ ตดิ คุก
หมาหัวเน่า กระหาย
อาณาจักร และ
อนิ ัง พนักงานบัญชี
ทนายความ
คนทเ่ี ป็นทร่ี ังเกียจของคนอ่ืนจนไมส่ ามารถเขา้ กับใครได้
คนท่ีไมม่ ีใครรักหรอื คบหา
การลงโทษตามกฎหมาย
เอาใจใส่ เอาใจชว่ ย ดูแล เหลียวแล อินังขงั ขอบ ก็ว่า มักใช้ในความปฏเิ สธ

พระบาทสมเดจ็ พระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ ัว
จากหนงั สือเรยี น รายวิชาพนื้ ฐาน ภาษาไทย วรรณคดวี จิ ักษ์

ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ี่ ๓ หน้า ๓๘

-193-
-193-

แบบประเมินการทางานกลุม่

คาชแี้ จง ใหค้ รปู ระเมนิ การทางานกลุ่มของนักเรียนตามรายการประเมิน (คะแนนเต็ม 12 คะแนน)

รายการประเมนิ ระดับคะแนน
๓๒๑

1. การกาหนดบทบาทหนา้ ที่ กาหนดบทบาทหนา้ ท่ี กาหนดบทบาทหน้าที่ ไม่มกี ารกาหนดบทบาท
สมาชิกอย่างชัดเจน สมาชกิ ไม่ครบถว้ น หน้าท่ี

2. การมสี ่วนรว่ ม มีสว่ นร่วมในการปฏิบตั ิ มสี ว่ นร่วมในการปฏิบตั ิ มสี ว่ นร่วมในการปฏบิ ตั ิ

งานกลุม่ งานกลุ่มบา้ ง งานกลมุ่ นอ้ ยมาก

หรือไมม่ สี ว่ นร่วม

3. การรบั ฟังและแสดงความคดิ เหน็ รับฟงั และแสดงความคดิ เห็น รบั ฟงั และแสดงความคดิ เหน็ รับฟงั ความคิดเห็นของผ้อู ่ืน
อยา่ งมเี หตผุ ลและสรา้ งสรรค์ อย่างมเี หตผุ ลและสรา้ งสรรค์ น้อยมากหรอื ไมร่ ับฟงั
อย่างสม่าเสมอ เปน็ บางคร้งั ความคิดเห็นผ้อู ื่น

4. ความรบั ผดิ ชอบ รับผิดชอบงานท่ีได้รับ รับผดิ ชอบงานทีไ่ ดร้ ับ ไม่รับผดิ ชอบงานท่ีไดร้ ับ
มอบหมายและเสรจ็ ตามเวลา มอบหมาย แตเ่ สร็จไม่ทัน มอบหมาย
ท่ีกาหนด ตามกาหนด

* การคิดคะแนน ร้อยละ = (คะแนนทไี่ ด้/คะแนนเตม็ ) x 100

การแปลผลการประเมิน

ร้อยละ 80 - ๑๐๐ เกณฑข์ องระดับคะแนน การแปลผล
รอ้ ยละ 70 - 79 ดมี าก
รอ้ ยละ 50 - 69 ดี
ร้อยละ ๐ - 49 พอใช้
ปรับปรุง

-194-
-194-

หนว่ ยการเรียนรู้ท่ี ๒ ช่ือกรองคานาจติ แผนการจดั การเรียนรู้ท่ี 9 เวลา ๑ ช่ัวโมง
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย เรอ่ื ง เรียนรผู้ า่ นการละคร (3) ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๓
สาระสาคัญ / ความคดิ รวบยอด รายวิชา ภาษาไทย ๓
กจิ กรรมการเรียนรู้ แหล่งเรยี นรู้
บ ท ล ะ ค ร พู ด เ ร่ื อ ง เ ห็ น แ ก่ ลู ก เ ป็ นบท ขัน้ นา หอ้ งสมุด
พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า นกั เรียนแบง่ กล่มุ เป็น ๓ กลมุ่ เพื่อตอบขอ้ เท็จจริง
-195- เจ้าอยู่หัว โดยมีจุดประสงค์เพื่อใช้สาหรับแสดงละคร เกย่ี วกับบทละครพูด เรอ่ื ง “เหน็ แก่ลูก” ที่ศกึ ษาจากบท สอ่ื
สร้างความเพลิดเพลินและขัดเกลาความคิดของ วเิ คราะห์ หน้า ๑๙ - ๒๓ ในคาบก่อน โดยคาตอบต้องไมซ่ า้ 1. ใบความรู้ “บทละครพูดเรื่องเหน็ แก่ลูก”
ประชาชน การศึกษาบทละครพูด เร่ือง เห็นแก่ลูก กัน (จากแผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 7)
จะช่วยพัฒนาทักษะการอ่านวิเคราะห์วิจารณ์สาร 2. ใบงาน “คาศัพทใ์ นบทละครพดู เรือ่ ง เหน็ แก่
ตลอดจนได้รับข้อคิดท่ีสามารถนาไปปรับใช้ได้อย่าง แนวคาตอบ : บทละครพดู เป็นที่รจู้ ักแพรห่ ลายในรัชสมัย ลกู ”
เหมาะสม พระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกล้าเจา้ อยู่หัว, เปน็ งาน ภาระงาน/ชน้ิ งาน
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกล้าเจ้าอยู่หวั , การทาใบงาน “คาศพั ทใ์ นบทละครพูด เรื่อง
ด้านความรู้ มีความยาวเพียงองกเ์ ดียว, แกน่ เร่อื งกลา่ วถึงรักแท้อัน เหน็ แก่ลูก”
บริสทุ ธิ์ หรืออนื่ ๆ
๑. บอกข้อเท็จจรงิ เกี่ยวกบั บทละครพดู เรื่อง การวัดและประเมนิ ผล
เห็นแก่ลกู ได้อย่างถูกตอ้ ง ขั้นสอน -
1. นักเรยี นทาใบงาน “คาศัพทใ์ นบทละครพดู เร่ือง
๒. บอกความหมายของคาศัพท์ในบทละครพดู
เรือ่ งเห็นแกล่ ูก ได้อยา่ งถูกต้อง เหน็ แกล่ ูก”เปน็ รายบุคคล โดยแปลความหมายคาศัพทจ์ าก
ทักษะและกระบวนการ บทละครพูด เรื่อง เหน็ แกล่ ูก

อา่ นจบั ใจความสาคญั เพื่อคน้ หาคาศัพท์จากบท 2. นักเรียนเลือกเขยี นคาศัพท์ลงในตารางบงิ โกให้
ละครพูด เร่ือง เห็นแก่ลกู ครบทกุ ชอ่ ง

-195-

หน่วยการเรียนรทู้ ่ี ๒ ช่ือหน่วย กรองคานาจติ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 9 เวลา ๑ ช่วั โมง
กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย เร่อื ง เรยี นรู้ผ่านการละคร (3) ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๓
ด้านคุณลกั ษณะ รายวิชา ภาษาไทย ๓
-196- 3. นักเรียนขีดเส้นทับคาศัพทท์ ่ีครจู ับสลากได้
๑. ใฝ่เรียนรู้ หากนักเรยี นคนใดบงิ โกแลว้ (ขีดเส้นทับคาศัพทค์ รบทุกชอ่ ง
๒. มสี ว่ นรว่ มในช้ันเรยี น ในแนวต้ังหรือแนวนอน หรือแนวทแยง) ให้ยกมือ โดยผู้ท่ี
บิงโก ๕ คนแรกจะไดร้ บั ของรางวลั
สมรรถนะทีต่ ้องการใหเ้ กดิ กับผเู้ รยี น 4. นกั เรียนร่วมกันวเิ คราะห์ภาษาที่ใชใ้ นการ
๑. การคดิ ขั้นสูง ประพันธว์ า่ มคี วามแตกตา่ งจากภาษาที่ใชใ้ นปัจจบุ ันอย่างไร
๒.การสือ่ สาร แนวคาตอบ

หมอความ = ทนายความ ตกรก = ตกนรก
อาญาจักร = การลงโทษตามกฎหมาย
ฉาย = ถา่ ยภาพ

ขัน้ สรปุ
5. นักเรียนทบี่ ิงโก ๕ คนแรกรบั ของรางวัลจากครู
6. นกั เรยี นพดู สรปุ ความรทู้ ่ีได้รบั โดยให้นักเรยี น

อาสาสมคั รตอบคาถาม 2 - 3 คน

-196-

ใบงาน
“คาศพั ท์ในบทละครพดู เร่ือง เหน็ แกล่ กู ”

คาชี้แจง ให้นักเรียนแปลความหมายคาศพั ทต์ ่อไปนใ้ี ห้ถูกต้อง และเลือกเขียนลงในตารางบิงโก

ข้อ คาศพั ท์ ความหมาย ข้อ คาศัพท์ ความหมาย

1 เกลา้ ผม 10 เปน็ โทษ
2 ขยาย 11 ระหาย
3 ครมี โซดา 12 แล
4 ฉาย 13 เสมยี นบาญชี
5 ชั่ง 14 หมอความ
6 ช่างพดู 15 หมาหัวเน่า
7 ตกรก 16 อาญาจักร
8 ใตเ้ ทา้ กรุณา 17 อนิ ัง
9 ปอน ๆ 18 เฉโก

Bingo

-197-
-197-

บัตรคาสาหรับทากิจกรรมบิงโกคาศพั ท์ ระหาย

เกลา้ ผม ตกรก

ขยาย ใตเ้ ทา้ กรณุ า แล

ครีมโซดา ปอน ๆ เสมียนบาญชี

ฉาย เป็นโทษ หมอความ

ชัง่ เฉโก หมาหัวเน่า

ช่างพดู อนิ งั อาญาจกั ร

--119988--

-199- หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ ๒ ชื่อหน่วย กรองคานาจิต แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10 เวลา ๑ ช่ัวโมง
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรอ่ื ง เรียนรู้ผา่ นการละคร (4) ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ ๓
สาระสาคญั / ความคดิ รวบยอด รายวิชา ภาษาไทย ๓ แหล่งเรยี นรู้
ห้องสมุด
คาบุพบทและคาเช่ือมเป็นคาทท่ี าหนา้ ทเ่ี ชื่อม กจิ กรรมการเรยี นรู้
คากบั คา คากับประโยค และประโยคกับประโยคเขา้ ข้นั นา สอ่ื
ด้วยกนั การศกึ ษาคาบุพบทและคาเช่อื มจะสง่ ผลให้ ใบความรู้ “คาบุพบท”
นักเรยี นสามารถแต่งประโยคได้ถกู ต้องตามหลกั ภาษา นกั เรยี นขดี เส้นใตค้ าบุพบทในเรือ่ งเห็นแกล่ ูกจาก
และส่ือสารได้อย่างชดั เจนตรงตามจดุ มุง่ หมาย ตวั อยา่ งที่ครูกาหนดให้ ภาระงาน/ช้นิ งาน
-
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ แนวคาตอบ
ด้านความรู้ พระยาภกั ดี ฉันยังไมไ่ ด้พบเธอเลยตัง้ แต่ การวัดและประเมนิ ผล
พระยาภกั ดี ฉนั เสยี ดายช่ือและเสยี ดายความสขุ ของแม่ แบบประเมินการทางานกลุ่ม
อธบิ ายความรู้ เรือ่ ง คาบุพบทได้ถูกตอ้ ง ลออมากกวา่
ทกั ษะและกระบวนการ
ข้นั สอน
1. จาแนกคาบุพบทได้อย่างถกู ต้อง 1. นกั เรียนรว่ มกันศกึ ษาใบความรู้ “คาบุพบท”
๒. แตง่ ประโยคโดยใช้คาบุพบท 2. นกั เรยี นแบง่ กลุ่มเปน็ ๓ กลุม่ เพ่ือทากจิ กรรม
ดา้ นคุณลกั ษณะ
ใฝ่เรยี นรู้ “คาซ่อนแอบ” กติกามดี ังน้ี
2.1 ครใู หส้ ัญญาณเรม่ิ ค้นหา (อาจเปน็ นกหวีด

หรอื กร่ิง)

-199-

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี ๒ ชื่อหน่วย กรองคานาจติ แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี 10 เวลา ๑ ชั่วโมง
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรอ่ื งเรยี นรู้ผา่ นการละคร (4) ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ ๓
สมรรถนะท่ตี ้องการใหเ้ กิดกับผู้เรียน รายวิชา ภาษาไทย ๓

๑. การคิดขน้ั สงู 2.2 นกั เรียนแต่ละกลมุ่ ค้นหาคาบุพบทท่ี
๒. การส่ือสาร ปรากฎในเนอื้ เร่ืองบทละครพูด เรื่อง เห็นแกล่ ูก รอบละ
๑ คา โดยกลมุ่ ใดพบก่อนใหย้ กมือข้ึน
-200-
3. นกั เรียนทกุ คนขีดเส้นใต้คาบุพบทท่ีพบ และดาเนิน
กิจกรรมจนพบคาบุพบทจนครบ กลมุ่ ใดท่ีพบคาจานวนมาก
ท่ีสดุ และเรว็ ทสี่ ดุ เปน็ ผ้ชู นะ

5. นกั เรียนเปรยี บเทียบคาบพุ บทท่ีพบในอดีตและ
ปัจจุบัน

6. นกั เรียนแตง่ ประโยคโดยใชค้ าบพุ บท คนละ ๑
ประโยคท่ีเปน็ บุพบทปัจจบุ ัน

-200-

หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี ๒ ชื่อหน่วย กรองคานาจิต แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 10 เวลา ๑ ชั่วโมง
กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย เรื่อง เรยี นร้ผู า่ นการละคร (4) ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๓
รายวิชา ภาษาไทย ๓

ขน้ั สรปุ
นกั เรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ การนาคาบุพบทไป

ใช้ในการสื่อสารภาษาไทย และร่วมกนั ยกตัวอยา่ งคาบพุ บท
ทพ่ี บในปัจจบุ ัน

-201-

-201-

ใบความรู้
“คาบพุ บท”

คาบพุ บท
พจิ ารณาประโยคตัวอย่างต่อไปนี้
แมบ่ อกตัง้ แต่ตอนกลางคนื วา่ วนั เกดิ ใส่บาตรเสยี หน่อย จะได้เป็นมงคลแก่ชีวิต
ฉันมองหน้าแม่ด้วยความแปลกใจ
ฉนั รสู้ กึ ได้ถึงความสงบเงยี บและเยอื กเยน็ ท่ยี ังแผ่ซา่ นอย่ภู ายใน
วนั น้เี ป็นวนั เกิดของฉนั
คาว่า ต้ังแต่, แก่, ด้วย, ถึง, ของ ในประโยคข้างตน้ นี้ คือ คาบุพบท คาบุพบท คือ คาที่อยู่หน้า

คานามหรือคาสรรพนามและรวมกับคานามและคาสรรพนามที่ตามมากลายเป็นบุพบทวลี มักทาหน้าที่
ขยายข้อความหรอื บอกรายละเอียดเพมิ่ เติมให้แก่คากริยาท่อี ยู่ขา้ งหน้าน้ัน

แม่บอกตั้งแต่ตอนกลางคืน
ต้ังแต่ เป็นคาบุพบทนาหน้าคานาม ตอนกลางคืน เพื่อขยายความของคากริยา บอก ให้ทราบว่า
บอกเมอ่ื ไร

ใสบ่ าตรเสยี หนอ่ ยจะได้เปน็ มงคลแกช่ วี ิต
แก่ เป็นคาบุพบทนาหน้าคานาม ชีวิต เพ่ือขยายความของกริยาวลี เป็นมงคล ให้ทราบว่า มงคล
นนั้ เกยี่ วกบั อะไร

ฉนั มองหน้าแมด่ ว้ ยความแปลกใจ
ด้วย เป็นคาบุพบทนาหน้าคานาม ความแปลกใจ เพื่อขยายความ คากริยา มอง เพ่ือให้ทราบว่า
มองดว้ ยอาการใด

ฉันรสู้ กึ ได้ถงึ ความสงบเงยี บ
ถึง เป็นคาบุพบทนาหน้าคานาม ความสงบเงียบ เพื่อขยายความคากริยา รู้สึก ให้ทราบว่าสิ่งท่ีรู้สึกคือ
อะไร

วนั น้เี ปน็ วนั เกิดของฉนั
ของ เป็นคาบพุ บทนาหน้าคาสรรพนาม ฉนั เพ่อื ให้รายละเอียดเพ่ิมเติมว่า ผใู้ ดเป็นเจา้ ของวนั เกิด

-202-- 202-

แบบประเมินการทางานกลุ่ม

คาชแี้ จง ให้ครูประเมนิ การทางานกลุ่มของนักเรียนตามรายการประเมิน (คะแนนเต็ม 12 คะแนน)

รายการประเมิน ระดบั คะแนน
๓๒๑

1. การกาหนดบทบาทหนา้ ที่ กาหนดบทบาทหน้าท่ี กาหนดบทบาทหน้าท่ี ไมม่ ีการกาหนดบทบาท
สมาชกิ อยา่ งชัดเจน สมาชกิ ไม่ครบถ้วน หน้าที่

2. การมสี ว่ นรว่ ม มสี ว่ นร่วมในการปฏบิ ตั ิ มีสว่ นรว่ มในการปฏบิ ตั ิ มีส่วนร่วมในการปฏิบตั ิ

งานกลุ่ม งานกลมุ่ บ้าง งานกลุ่มนอ้ ยมาก

หรือไมม่ ีสว่ นร่วม

3. การรบั ฟังและแสดงความคดิ เหน็ รบั ฟังและแสดงความคดิ เหน็ รับฟงั และแสดงความคดิ เหน็ รับฟังความคิดเหน็ ของผอู้ ่ืน
อยา่ งมเี หตผุ ลและสร้างสรรค์ อยา่ งมีเหตผุ ลและสรา้ งสรรค์ นอ้ ยมากหรอื ไมร่ บั ฟัง
อย่างสม่าเสมอ เป็นบางคร้ัง ความคดิ เห็นผ้อู ื่น

4. ความรบั ผดิ ชอบ รบั ผดิ ชอบงานทไ่ี ดร้ บั รบั ผดิ ชอบงานท่ไี ดร้ ับ ไม่รบั ผดิ ชอบงานที่ไดร้ บั
มอบหมายและเสรจ็ ตามเวลา มอบหมาย แตเ่ สร็จไมท่ นั มอบหมาย
ท่กี าหนด ตามกาหนด

* การคดิ คะแนน ร้อยละ = (คะแนนท่ีได้/คะแนนเตม็ ) x 100

การแปลผลการประเมิน

ร้อยละ 80 - ๑๐๐ เกณฑข์ องระดับคะแนน การแปลผล
ร้อยละ 70 - 79 ดมี าก
ร้อยละ 50 - 69 ดี
ร้อยละ ๐ - 49 พอใช้
ปรับปรงุ

-203-
-203-

แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 11

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๒ ชื่อหน่วย กรองคานาจิต เรือ่ ง เรียนรผู้ า่ นการละคร (5) เวลา ๑ ช่ัวโมง
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชา ภาษาไทย ๓ ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๓

สาระสาคัญ / ความคดิ รวบยอด กจิ กรรมการเรยี นรู้ แหล่งเรียนรู้
คาเชอื่ มหรือคาสันธาน เปน็ คาทีใ่ ชเ้ ช่ือมข้อความ ขน้ั นา หอ้ งสมดุ

กบั ประโยคเขา้ ดว้ ยกันให้มใี จความเดียวกันประโยคจะ นกั เรยี นอ่านบทละครพูด เร่ือง เหน็ แกล่ ูก จากนนั้ ครู สอ่ื
มีความกระชับ และสละสลวยข้นึ เปดิ ประเดน็ คาถาม นักเรยี นสังเกตคาเช่ือมท่ปี รากฏในเร่ือง 1. ใบความรู้ “คาเชอ่ื ม”
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ บทละครพูด เรอ่ื ง เหน็ แกล่ กู เชน่ คาวา่ และ หรอื จึง 2. สลาก คาเช่ือม
ด้านความรู้ เพราะฉะนัน้ เป็นตน้

-204- อธบิ ายความรู้ เร่อื ง คาเชื่อมได้ถกู ต้อง ภาระงาน/ชิ้นงาน
ทกั ษะและกระบวนการ -
แตง่ ประโยคโดยใชค้ าเช่ือมได้อยา่ งเหมาะสม ขั้นสอน การวดั และประเมินผล
1. นักเรียนแบ่งกลมุ่ ออกเป็น 3 - 4 กลมุ่ และรว่ มกัน แบบประเมนิ การทางานกลมุ่
และตรงตามเจตนา
ดา้ นคณุ ลักษณะ ศึกษาใบความรู้ เร่ือง คาเช่ือม ร่วมกนั
2. นักเรยี นแต่ละกล่มุ จับสลากคาเชื่อมท่คี รูเตรยี มไว้
ใฝเ่ รียนรู้ ใหก้ ลมุ่ ละ 5 คา เพอ่ื นาเอาคาเชือ่ มท่ีไดม้ าแต่งเป็นนิทาน

สั้น ๆ

3 .อาสาสมคั รนักเรยี นแต่ละกลุม่ มาเล่านิทานสน้ั ๆ
ท่ไี ด้แต่งไวห้ นา้ ช้นั เรียนเพื่อใหเ้ พือ่ นในชน้ั เรยี น รว่ มกัน
แสดงความคิดเห็นและรว่ มกันตอบคาถามวา่ คาเชอื่ มที่
ปรากฎในนิทานมีคาใดบ้าง

-204-

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ่ี ๒ ช่ือหน่วย กรองคานาจิต แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 11 เวลา ๑ ช่ัวโมง
กล่มุ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย เรอื่ ง เรยี นรผู้ า่ นการละคร (5) ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ ๓
สมรรถนะท่ีต้องการใหเ้ กดิ กับผู้เรียน รายวิชา ภาษาไทย ๓

๑. การคดิ ขน้ั สงู ขั้นสรุป
๒. การสื่อสาร นกั เรยี นรว่ มกนั สรปุ ความรเู้ กี่ยวกบั เรื่องคาเชื่อม

-205- ครูแนะนาเสริมเพิ่มเตมิ เก่ยี วกับชนิดของคาเชือ่ มให้นักเรยี น
ได้เรียนรมู้ ากขน้ึ ประกอบดว้ ย

- คาเชอ่ื มทีม่ เี น้ือความคลอ้ ยตามกนั ได้แก่คาว่า และ
ทัง้ ...และ ทงั้ ...ก็ ครนั้ ...ก็ ครนั้ ...จึง ก็ดี เมือ่ ...กว็ า่ พอ...แล้ว

- คาเชื่อมทเ่ี ช่ือมความขัดแย้งกัน เชน่ คาวา่ แต่ แต่ว่า
กวา่ ...ก็ ถงึ ...ก็

- คาเชอื่ มทเ่ี ชื่อมข้อความใหเ้ ลอื ก ได้แกค่ าว่า หรอื
หรอื ไม่ ไม่...ก็ หรือไม่ก็ ไม่เชน่ นนั้ มิฉะนั้น...ก็

- คาเช่อื มที่เช่ือมความท่ีเปน็ เหตุเป็นผล ได้แก่คาว่า
เพราะ เพราะว่า ฉะน้นั ...จึง ดงั น้นั เหตุเพราะ เหตวุ า่
เพราะฉะนั้น...จงึ

-205-

สลากคาเช่ือม

ดงั นน้ั พอ
เพราะ พอ....ก็

ดังนน้ั ...จงึ แลว้

--220066- -

ใบความรู้
“คาเชื่อม”

คาเชื่อม
ในประโยคตวั อยา่ งต่อไปนี้ คาท่ีพมิ พต์ ัวหนา คือ คาเช่อื ม เช่น
บา้ นของเราอยู่ในซอยลึก ดังนนั้ ยามเชา้ จึงสงบ
พอเข้ามาในครัว แม่ก็เรียกฉันไปหุงข้าว ข้อนี้ฉันทาได้สบายมากเพราะเป็นงานประจาของ

ฉันแค่ซาวข้าว ใสน่ า้ แล้วก็ตง้ั ในหมอ้ เสียบปลั๊กแลว้ กดปุ่ม
คาว่า ดังนั้น...จึง, พอ...ก็, เพราะ...แล้วก็, แล้ว ในประโยคข้างต้น คือ คาเช่ือม คาเช่ือมมี

หลายชนิด ทีจ่ ะกล่าวถงึ ในทนี่ ค้ี อื คาเช่อื มทต่ี ามด้วยกริยาวลหี รือประโยคย่อย คาเชอ่ื มแตล่ ะคาใช้เช่ือม
และบอกความสัมพนั ธ์ของกริยาวลหี รือประโยคทีเ่ ชื่อมแตกต่างกนั ดงั ตวั อย่างต่อไปนี้

บ้านของเราอยู่ในซอยลึก ดงั นัน้ ยามเชา้ จึงสงบ
ดังนนั้ ...จึง เปน็ คาเช่อื มใชเ้ ชื่อมประโยคท่ตี ามมา คือ ยามเชา้ สงบ เพือ่ บอกผล ส่วนบ้านของ
เราอยู่ในซอยลกึ เปน็ ประโยคบอกเหตุ
พอเขา้ มาในครวั แม่กเ็ รียกฉนั ไปหงุ ข้าว
พอ เป็นคาเชื่อมใช้เชื่อมประโยคท่ีตามมา คือ (ฉัน) เข้ามาในครัว เพื่อบอกลาดับเหตุการณ์ว่า
เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อนและมีอีกเหตุการณ์หนึ่งเกิดตามมาอย่างต่อเนอื่ ง คือ เหตุการณ์แม่เรียนฉัน
ไปหุงข้าว เหตกุ ารณห์ ลังมีคาเช่ือม ก็ อยดู่ ้วย

แค่ซาวขา้ ว ใสน่ า้ แล้วก็ต้ังในหมอ้
แลว้ ก็ เป็นคาเช่ือมเช่ือมประโยค 3 ประโยค คือ แค่ซาวขา้ ว ประโยคหนึ่ง ใส่น้า ประโยคหน่ึง
กับ ตั้งในหม้อ อีกประโยคหน่ึง เพื่อบอกลาดับเหตุการณ์ 3 เหตุการณ์ที่เกิดตามลาดับ แค่ซาวข้าว
เป็นเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นก่อน ใส่น้า เป็นเหตุการณ์ท่ีเกิดลาดับต่อมา ต้ังในหม้อ เป็นเหตุการณ์ที่เกิด
ลาดบั สดุ ทา้ ย

-207-
-207-

แบบประเมินการทางานกลุ่ม

คาชแ้ี จง ให้ครปู ระเมนิ การทางานกลุ่มของนักเรียนตามรายการประเมิน (คะแนนเต็ม 12 คะแนน)

รายการประเมิน ระดับคะแนน
๓๒๑

1. การกาหนดบทบาทหน้าที่ กาหนดบทบาทหน้าที่ กาหนดบทบาทหน้าที่ ไม่มีการกาหนดบทบาท
สมาชกิ อย่างชัดเจน สมาชิกไมค่ รบถว้ น หนา้ ท่ี

2. การมสี ่วนรว่ ม มีสว่ นร่วมในการปฏิบตั ิ มีสว่ นร่วมในการปฏิบตั ิ มีส่วนร่วมในการปฏิบตั ิ

งานกลมุ่ งานกล่มุ บ้าง งานกลมุ่ นอ้ ยมาก

หรือไมม่ สี ่วนรว่ ม

3. การรบั ฟังและแสดงความคดิ เหน็ รับฟังและแสดงความคดิ เห็น รบั ฟังและแสดงความคดิ เหน็ รับฟงั ความคดิ เห็นของผอู้ ่นื
อย่างมเี หตผุ ลและสรา้ งสรรค์ อยา่ งมเี หตผุ ลและสร้างสรรค์ นอ้ ยมากหรอื ไม่รับฟงั
อย่างสมา่ เสมอ เปน็ บางครงั้ ความคดิ เหน็ ผู้อืน่

4. ความรบั ผดิ ชอบ รับผดิ ชอบงานท่ีไดร้ ับ รบั ผดิ ชอบงานทไ่ี ด้รับ ไม่รับผดิ ชอบงานทีไ่ ดร้ ับ
มอบหมายและเสรจ็ ตามเวลา มอบหมาย แตเ่ สรจ็ ไมท่ นั มอบหมาย
ทก่ี าหนด ตามกาหนด

* การคดิ คะแนน ร้อยละ = (คะแนนทไ่ี ด้/คะแนนเตม็ ) x 100

การแปลผลการประเมิน

ร้อยละ 80 - ๑๐๐ เกณฑ์ของระดับคะแนน การแปลผล
ร้อยละ 70 - 79 ดมี าก
ร้อยละ 50 - 69 ดี
ร้อยละ ๐ - 49 พอใช้
ปรับปรงุ

--220088--

แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี 12

หนว่ ยการเรียนรทู้ ่ี ๒ ชื่อหน่วย กรองคานาจติ เร่ือง เรียนรผู้ ่านการละคร (6) เวลา ๑ ช่วั โมง
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย ๓ ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๓
สาระสาคญั / ความคิดรวบยอด
กจิ กรรมการเรยี นรู้ แหล่งเรียนรู้
คาอทุ านคือคาท่ีใชแ้ สดงอารมณ์หรือความรสู้ ึก ข้นั นา ห้องสมุด
ของผู้พดู เชน่ ดีใจ เสียใจ ตกใจ หรือสงสัย การศึกษา
เร่อื งคาอุทาน และฝกึ ใช้ใหเ้ หมาะสมกับบริบทการ นักเรียนอ่านบทละครพูด เร่ือง เห็นแก่ลูก จากนั้น สอ่ื
สอ่ื สารจะชว่ ยใหน้ ักเรียนสอื่ สารให้ผรู้ บั สารเขา้ ใจถงึ แสดงความคิดเห็นเป็นรายบุคคลว่า ระหว่างบทละครท่ีมี 1. ใบความรู้ “คาอุทาน”
เจตนาและความรู้สึกไดช้ ดั เจนยิ่งขน้ึ คาอุทานกับไม่มีคาอุทานเหมือนหรือแตกต่างกันอย่างไร 2. สลากคาอทุ านสื่อสารอารมณ์
ครูอาสาสมัครนกั เรียน 2 - 3 คน เพือ่ ตอบคาถาม
จุดประสงค์การเรียนรู้
-209- ดา้ นความรู้ แนวคาตอบ : บทละครทม่ี ีคาอุทานและไมม่ คี าอุทาน ภาระงาน/ชน้ิ งาน
แตกต่างกัน เพรราะคาอทุ านเปน็ คาทชี่ ว่ ยแสดงอารมณ์ -
อธิบายความรู้ เรอ่ื ง คาอทุ านไดถ้ ูกตอ้ ง ของผูพ้ ูดใหช้ ดั เจนยิ่งข้นึ ดังนั้น ผู้อ่านจะเขา้ ใจถงึ อารมณ์
ทักษะและกระบวนการ และความร้สู ึกของตวั ละครได้ชัดเจนยง่ิ ข้นึ การวัดและประเมินผล
แบบประเมนิ การทางานกลมุ่
แต่งประโยคโดยใชค้ าอุทานได้อยา่ งเหมาะสม ขน้ั สอน
และตรงตามเจตนา 1. นักเรียนศกึ ษาใบความรู้ เรอ่ื ง คาอุทาน เป็น

ด้านคณุ ลกั ษณะ รายบคุ คลภายในเวลา ๕ นาที
ใฝเ่ รียนรู้ 2. นักเรยี นแบ่งกลุ่มเป็น ๓ กลุม่ เพอ่ื ทากิจกรรม

“คาอุทาน สื่อสารอารมณ์” โดยแต่ละกลุ่มจับสลาก
คาอทุ านกลมุ่ ละ ๕ คาแลว้ นามาแต่งเร่ืองเล่าเชิงสรา้ งสรรค์
ความยาวไม่เกิน ๑๕ บรรทัด

-209-

หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ ๒ ช่ือหน่วย กรองคานาจิต แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 12 เวลา ๑ ชั่วโมง
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรื่อง เรยี นรผู้ ่านการละคร (6) ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ ๓
สมรรถนะทตี่ ้องการใหเ้ กดิ กับผเู้ รียน
รายวิชา ภาษาไทย ๓
๑. การคดิ ข้ันสูง
๒. การสื่อสาร 3. ตวั แทนนกั เรียนกลุ่มละ ๒ คนพดู นาเสนอเรื่องเล่า
เชงิ สรา้ งสรรคห์ น้าช้นั เรยี น
-210- ขัน้ สรุป

นกั เรยี นตอบคาถามเป็นรายบคุ คลวา่ การใชค้ าอทุ าน
ได้เหมาะสมและตรงตามเจตนาของผสู้ ่งสารมผี ลต่อการพูด
โน้มนา้ วใจอยา่ งไร (ครูสมุ่ นกั เรยี นตอบคาถามจานวน
๒ – ๓ คน)

แนวคาตอบ การใช้คาอทุ านได้เหมาะสมและตรงตาม
เจตนาของผู้ส่งสารจะสง่ เสรมิ ใหก้ ารพูดโน้มน้าวใจนา่ สนใจ
มากยง่ิ ข้ึน เชน่ การแสดงอารมณแ์ ละความรสู้ กึ ท่มี ีต่อ
สินคา้ และบรกิ าร

-210-

สลากคาอทุ านสอื่ สารอารมณ์ ว้าว ! ออ๋ !
เอะ๊ ! โอโ้ ห !
โอย๊ ! โถ !
โอ๊ะ !
พุธโธ่ !
อยุ้ ! เห้อ ! ออ้ !

อนจิ จา ! ว้าย !
นแี่ น่ะ ! เออ !

-21-12- 11-

ใบความรู้
“คาอทุ าน”

คาอทุ าน
ในเรื่องที่อา่ นมคี าอุทานอยู่หลายคา เชน่
“อ้าว...กบ็ ่อยไป วนั กอ่ นหนุยังเห็นพระเดนิ มาขอตังคค์ ุณยายข้างบ้านเลย”
“โอย๊ ...” แมร่ ้อง “นั่นไม่ใช่พระจรงิ หรอก พระปลอม”
ผู้เขียนใช้คาอุทานแสดงความรู้สึกของตัวละคร อ้าว แสดงความแปลกใจหรือต้องการ

แย้ง โอ๊ย แสดงความไม่เห็นด้วย ทาให้ไม่ต้องใช้คาอธิบายยืดยาวดังนั้น การเลือกใช้คาอุทานท่ี
เหมาะสมในการเขียน จะชว่ ยส่อื ความหมายได้ชัดเจนมากย่ิงข้ึน รวมทงั้ ทาให้ผอู้ ่านได้รบั อรรถรส
เพม่ิ มากข้ึนดว้ ย

--221122- -

แบบประเมินการทางานกล่มุ

คาชแี้ จง ใหค้ รูประเมินการทางานกลุ่มของนักเรียนตามรายการประเมนิ (คะแนนเต็ม 12 คะแนน)

รายการประเมิน ระดับคะแนน
๓๒๑

1. การกาหนดบทบาทหน้าที่ กาหนดบทบาทหน้าที่ กาหนดบทบาทหน้าที่ ไมม่ ีการกาหนดบทบาท
สมาชกิ อย่างชัดเจน สมาชกิ ไม่ครบถว้ น หน้าที่

2. การมสี ่วนรว่ ม มีสว่ นร่วมในการปฏิบตั ิ มสี ว่ นร่วมในการปฏิบตั ิ มสี ่วนร่วมในการปฏิบตั ิ

งานกลุ่ม งานกลุ่มบ้าง งานกลุ่มนอ้ ยมาก

หรือไมม่ ีสว่ นร่วม

3. การรบั ฟงั และแสดงความคดิ เหน็ รบั ฟังและแสดงความคดิ เหน็ รบั ฟงั และแสดงความคดิ เหน็ รับฟังความคิดเหน็ ของผอู้ ่ืน
อยา่ งมเี หตผุ ลและสร้างสรรค์ อยา่ งมีเหตผุ ลและสร้างสรรค์ น้อยมากหรอื ไมร่ บั ฟัง
อยา่ งสมา่ เสมอ เป็นบางครัง้ ความคดิ เหน็ ผูอ้ ื่น

4. ความรบั ผิดชอบ รบั ผิดชอบงานทไ่ี ดร้ บั รบั ผิดชอบงานท่ไี ด้รบั ไม่รบั ผดิ ชอบงานที่ไดร้ บั
มอบหมายและเสรจ็ ตามเวลา มอบหมาย แตเ่ สรจ็ ไมท่ นั มอบหมาย
ที่กาหนด ตามกาหนด

* การคดิ คะแนน รอ้ ยละ = (คะแนนที่ได้/คะแนนเตม็ ) x 100

การแปลผลการประเมนิ

รอ้ ยละ 80 - ๑๐๐ เกณฑ์ของระดับคะแนน การแปลผล
ร้อยละ 70 - 79 ดีมาก
ร้อยละ 50 - 69 ดี
รอ้ ยละ ๐ - 49 พอใช้
ปรบั ปรงุ

--221133--

หน่วยการเรียนร้ทู ี่ ๒ ช่ือหน่วย กรองคานาจติ แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี 13 เวลา ๑ ชั่วโมง
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย เร่ือง ภาษาสะท้อนตัวตน (1) ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๓
สาระสาคญั / ความคดิ รวบยอด รายวชิ า ภาษาไทย ๓
แหล่งเรียนรู้
ภาษาปากและคาสแลง คือ คาท่ีไมเ่ ป็นทางการ กจิ กรรมการเรยี นรู้ หอ้ งสมุด
ใช้พูดกับคนสนทิ อย่างเปน็ กันเอง และไมใ่ ชใ้ นภาษา ขั้นนา
เขียน หากผู้เรียนได้ศกึ ษาในเรอื่ งภาษาปากและคา สอ่ื
สแลง จะส่งผลต่อการพูดที่ถกู ตอ้ งตามระดับของ นักเรยี นสังเกตตัวอยา่ งข้อความดังต่อไปน้ี และตอบ ๑. ใบความรู้ “ภาษาปากและคาสแลง”
ภาษา คาถามวา่ “ทั้ง ๒ ขอ้ ความ มีความแตกตา่ งกนั อยา่ งไร” 2. สลากคาภาษาปาก และคาสแลง

-214- จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ๑. ไฮโซแตง่ ตัวเน้ยี บไปเดินตลาด ภาระงาน/ช้ินงาน
ดา้ นความรู้ ๒. บิดามารดาผใู้ หก้ าเนิดขา้ พเจ้า -

บอกลกั ษณะของภาษาปากและคาสแลง แนวคาตอบ ขอ้ ความท่ี ๑ ใช้ภาษาปากและคาสแลง โดย การวดั และประเมนิ ผล
ทักษะและกระบวนการ พบคาว่า ไฮโซและเนี้ยบ ส่วนข้อความที่ ๒ ใช้ภาษา แบบประเมนิ การพดู แสดงความคดิ เหน็
ทางการ โดยพบคาว่า บดิ า, มารดา และขา้ พเจ้า
สามารถใช้คาภาษาปากและคาสแลงให้
เหมาะสมกับบรบิ ทในชวี ิตประจาวนั ขั้นสอน
1. นกั เรยี นศกึ ษาใบความร้เู รือ่ ง “ภาษาปากและ
ด้านคณุ ลักษณะ
ใฝเ่ รียนรู้ คาสแลง”
2. นักเรยี นตอบคาถามว่า “ภาษาปากและคาสแลง”

มผี ลอยา่ งไรต่อการสอ่ื สารในชีวิตประจาวนั

-214-

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๒ ชื่อหน่วย กรองคานาจติ แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 13 เวลา ๑ ชวั่ โมง
กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาไทย เรื่อง ภาษาสะท้อนตัวตน (1) ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี ๓
สมรรถนะทตี่ ้องการให้เกดิ กับผู้เรียน รายวิชา ภาษาไทย ๓

๑. การคิดขั้นสูง แนวคาตอบ การใช้คาภาษาปากจะชว่ ยให้เกดิ ความสนิท
๒. การสือ่ สาร สนมกนั มากขึ้น และรู้สกึ วา่ ตนเองเปน็ สว่ นหน่ึงของกลุ่ม

-215- 3. ตวั แทนนักเรยี น ๓ - ๔ คน อาสาจับสลากบตั ร
ความรู้ที่ประกอบดว้ ยคาภาษาปากและคาสแลง จากนนั้ ให้
นักเรียนบอกความหมายของคาท่ีจับได้

ตัวอยา่ งเช่น เหนต็ ,บายด,ี เบ้ิล เป็นตน้
แนวคาตอบ เหน็ต คือ อินเทอร์เน็ต
บายดี คือ สบายดี
เบล้ิ คือ ดบั เบิ้ล

ขั้นสรปุ

นกั เรียนตอบคาถามวา่ “ภาษาปากและคาสแลง
ส่งผลต่อการเข้าสังคมอยา่ งไร” (การใช้ภาษาปากและคา
สแลง มีส่วนในการสรา้ งความสมั พันธ์ และเปน็ สว่ นหนง่ึ ท่ี
ก่อให้เกดิ ความเชอื่ และคา่ นิยมรว่ มกนั )

-215-

ใบความรู้
“ภาษาปากและคาสแลง”

คาสแลง
คาสแลง หรือคาคะนอง เป็นคาท่ีคิดขึ้นใช้เพ่ือส่ืออารมณ์ความรู้สึกต่าง ๆ มักมีลักษณะ

แปลกต่างกับภาษาปรกติ คาสแลงเป็นคาท่ีใช้เฉพาะในกลุ่มคนที่เป็นพวกเดียวกัน มีกิจกรรม
ร่วมกัน หรือมีความสนิทสนมกันเป็นพิเศษ เป็นคาที่ถือว่าต่ากว่าภาษามาตรฐาน จึงใช้แต่เฉพาะ
ในภาษาพูด ไม่ใช้ในภาษาวิชาการหรือภาษาทางการ คาสแลงอาจนิยมใช้กันในระยะส้ัน ๆ
อาจแยกตามลักษณะท่ีมาได้ดังน้ี

1. ยืมหรือคัดคามาจากภาษาต่างประเทศซ่ึงมีคาไทยที่เป็นมาตรฐานใช้อยู่แล้ว เช่น ฮั้ว
ไฮโซ แอ๊ป เก๊ต แก๊ป โก้ หลี คิกขุ คิว เคลม จอย แอ๊บ เช็กบลิ ซวิ แช็ต จ๊ิกโก๋ ซังเต ซงิ ซิง ซิ้มโบ๊ะ
ดวล น็อก เบ๊ พะบู๊ ฟิต ล่ิวลอ้

2. นาคามาประสมกันเพื่อใช้ในความหมายเปรียบเทียบกับเร่ืองหรือสิ่งอื่น ๆ เช่น
ตกกระป๋อง ชดิ ซ้าย ดาวไถ เดก็ ฝาก เด็กเสน้ ตีนแมว เตะถว่ ง ถังแตก ฟวิ สข์ าด ไมม่ ีหรู ดู ยันปา้ ย
ยิงกระต่าย ราพัด รุมกินโต๊ะ สรา้ งภาพ หัวปิงปอง หางเลข อารามบอย ไฟเขียว ไฟแลบ เสอื สิงห์
กระทิงแรด

3. สรา้ งคาใหมใ่ ห้แปลกสะดุดหู สะดดุ ตา สะดุดใจ เช่น ปงิ๊ ก๊ิก เท่ เง็ง จก๊ิ เตะ๊ จุ๊ย เจ๊งบ๊ง
เฉ่มิ ชะเลียร์ งาบ ง่ีเง่า ซกมก ซ่า ซิง่ แซว เซอ เด้ง เดิ้น โต๋เต๋ นิ้ง เน้ียบ โนพรอมแพรม เบย้ี ว ปิ๋ว
โปะ๊ เชะ วัยสะรนุ่ แว่บ สะเหล่อ หงายเก๋ง เหล่ เหวอ แหล แห้ว โหลยโทย่ เอ๊าะ

4. จงใจใช้คาให้ผิดความหมาย ผิดบริบท ผิดหลักภาษา เช่น โดนใจ บ้าน ๆ โคตร เดท
ไดโนเสาร์ ต๋ี เต็มสตีม ไปโลด เผา ฟัน ฟาดแข้ง เม้าธ์แตก ไม่เอาไหน วัดใจ วัดดวง วิน สับ
สดุ ซวย สุดยอด สุดหลอ่ ตัวแสบ ใส่ไข่ หงายเก๋ง ออ่ ย หิ้ว เด้ง จัดไป จดั เต็ม

5. นามาจากนวนิยาย ละครโทรทัศน์ ชื่อร้าน บุคคล ส่ิงท่ีมีชื่อเสียงหรือเป็นท่ีรู้จักกันดี
เช่น เพ้ิง เชย เจ๋ง เจง๋ เป้ง แจ๋ว รา้ ยบริสทุ ธ์ิ ตกม้าตาย เพลยบ์ อย ม่วั นิ่ม วา้ กเพย้ สยึม๋ ก๋ยึ

-๒๑๖-
-216-

สลากคาภาษาปาก และคาสแลง ตดุ๊

เหนต็ บายดี อึ
ล่อ
เนีย้ บ ฟาด เกม
ไง เซง้
กุ๊ย โอเว่อร์

-2-21177--

แบบประเมินการพูดแสดงความคดิ เหน็

คำชแ้ี จง ให้ครูผู้สอนประเมินการพูดแสดงความคิดเห็นของนักเรียนตามรายการประเมิน
(คะแนนเต็ม 12 คะแนน)

รายการประเมนิ ๕ ๔ ระดับคะแนน ๒ ๑
1. สาระสาคัญของเร่ืองทพี่ ูด พดู สาระสาคัญ พูดสาระสาคญั ๓ พดู สาระสาคญั พดู สาระสาคญั
ตามเกณฑ์ ตามเกณฑ์ ตามเกณฑ์ ตามเกณฑ์
1.๑ ลาดับความคิดอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง ครบ ๕ ขอ้ ๔ ขอ้ พดู สาระสาคญั ๒ ข้อ ๑ ข้อ
1.๒ นาเสนอเนอ้ื หาตรงตามประเดน็ ตามเกณฑ์ หรือไมไ่ ด้
1.๓ เนอ้ื หามคี วามสมั พนั ธ์กับประเดน็ ๓ ขอ้ ตามเกณฑ์เลย
1.๔ มีความเปน็ เหตเุ ป็นผล
1.๕ มีการนาเสนอแนวคิดใหม่ คะแนนเตม็ 2 คะแนน ใช้ภาษา ใชภ้ าษา
2. การใชภ้ าษา ได้ตามเกณฑ์ ได้ตามเกณฑ์
2.๑ ใช้ภาษาได้ถูกตอ้ งกับกาลเทศะ คะแนนเตม็ 2 คะแนน ๒ ข้อ ๑ ขอ้
2.๒ ใชป้ ระโยคสื่อความหมายไดช้ ัดเจน ใช้นา้ เสียง หรือไมไ่ ด้
คะแนนเตม็ 3 คะแนน ปฏบิ ัตไิ ด้ตาม ได้ตามเกณฑ์ ตามเกณฑ์เลย
3. การใชน้ า้ เสียง เกณฑ์ 3 ขอ้ ๒ ขอ้ ใช้นา้ เสียง
3.1 ใชน้ า้ เสยี งน่มุ นวล ปฏิบัตไิ ด้ตาม ได้ตามเกณฑ์
3.2 พูดเสยี งดังชดั เจน เกณฑ์ 2 ขอ้ ๑ ขอ้
หรือไมไ่ ด้
3. มารยาทในการพดู ตามเกณฑเ์ ลย
3.1 ไมพ่ ดู แทรกขณะผูอ้ นื่ กาลงั พูด ปฏบิ ตั ไิ ด้ตาม
3.2 เปิดโอกาสให้ผ้อู ืน่ ไดแ้ สดง เกณฑ์ 1 ข้อ
ความคดิ เหน็ หรอื ไมไ่ ด้
3.3 ใชก้ ิรยิ าสภุ าพ ไมล่ อ้ เลยี นผูอ้ ื่น ตามเกณฑ์เลย

* การคิดคะแนน ร้อยละ = (คะแนนทีไ่ ด้/คะแนนเตม็ ) x 100 การแปลผล
ดีมาก
การแปลผลการประเมิน ดี
พอใช้
เกณฑ์ของระดับคะแนน ปรับปรงุ
รอ้ ยละ 80 - ๑๐๐
รอ้ ยละ 70 - 79
ร้อยละ 50 - 69
รอ้ ยละ ๐ - 49

-218-
-218-

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 14

หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ ๒ ชื่อหน่วย กรองคานาจิต เรือ่ ง ภาษาสะทอ้ นตัวตน (2) เวลา ๑ ช่ัวโมง
กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย รายวิชา ภาษาไทย ๓ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๓

สาระสาคญั / ความคดิ รวบยอด กิจกรรมการเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้
บทละครพูด เรื่อง เห็นแก่ลูก เป็นบทพระราชนพิ นธ์ ขั้นนา หอ้ งสมุด
ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว โดยมี
จุดประสงค์เพ่ือใช้สาหรับแสดงละครสร้างความ นักเรียนรว่ มกนั ตอบคาถามวา่ “นักเรียนประทบั ใจ
เพลิดเพลินและขัดเกลาความคิดของประชาชน ตอนใดในเรื่องท่ีสุดและใหเ้ หตุผลประกอบวา่ สามารถนา สอ่ื
การศึกษาบทละครพูด เรื่อง เห็นแก่ลูก จะช่วยพัฒนา ขอ้ คิดที่ได้รับไปปรับใชใ้ นชวี ิตประจาวันอย่างไร บทละครพดู เร่ืองเหน็ แกล่ ูกตามบทประพันธ์
ทักษะการอ่านวิเคราะห์วิจารณ์สาร ตลอดจนได้รับ
-219- ขอ้ คิดทส่ี ามารถนาไปปรบั ใชไ้ ดอ้ ย่างเหมาะสม แนวคาตอบ : ตามดลุ พินิจของครูผู้สอน ในหนงั สือวรรณคดีวิจกั ษ์ ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ ๓
หน้า ๒๔ - ๓๗ (มใี นชดุ การจัดกิจกรรม
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ขน้ั สอน การเรยี นร้ฉู บับนักเรยี น)
ดา้ นความรู้
1. นักเรยี นแบง่ กลุ่มออกเป็น ๔ กลมุ่ เพ่ือทา ภาระงาน/ช้นิ งาน
บอกความแตกตา่ งของภาษาพูดและ กจิ กรรมแสดงบทบาทสมมติ แบง่ ออกเป็นตัวละครนายล้า, การแสดงบทบาทสมมติ
ภาษาเขียน พระยาภักดี, อา้ ยคา และแมล่ ออตามบทประพนั ธ์ในหนังสือ
ด้านทักษะและกระบวนการ วรรณคดีวจิ กั ษ์ ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ ๓ หน้า ๒๔ - ๓๗
2. นกั เรียนรว่ มกนั ลงคะแนนเสยี งเพื่อเลือกกลมุ่ การวัดและประเมนิ ผล
เลอื กใช้ภาษาพดู และภาษาเขยี นได้อย่าง แบบประเมินการทางานกลุ่ม
เหมาะสม ท่ีแสดงบทบาทสมมติไดด้ ที ีส่ ุด (หา้ มเลอื กกลุ่มของตนเอง)
3. ตวั แทนนักเรียนแต่ละกลุ่มหาจุดเด่นในการแสดง
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ ของกลุ่มผ้ทู ี่ชนะ
ใฝ่เรียนรู้
4. นักเรียนตอบคาถามวา่ “การแสดงบทบาทสมมติ
จาเป็นต้องอาศยั สิ่งใดเพื่อโน้มนา้ วใจผฟู้ ังให้เกิดอารมณร์ ่วม”

-219-

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๒ ชื่อหน่วย กรองคานาจิต แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 14 เวลา ๑ ช่ัวโมง
กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย เร่ือง ภาษาสะท้อนตัวตน (2) ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี ๓
สมรรถนะท่ีต้องการให้เกิดกับผเู้ รียน รายวชิ า ภาษาไทย ๓

๑. การคดิ ข้นั สูง ขั้นสรุป
๒. การส่ือสาร 5. นักเรียนร่วมกนั ตอบคาถามว่า “การแสดงบทบาท

-220- สมมตจิ าเปน็ ต้องอาศัยส่งิ ใดเพ่อื โนม้ นา้ วใจผู้ฟังใหเ้ กิด
อารมณ์ร่วม”

แนวคาตอบ การโนม้ นา้ วใจใหผ้ ู้ฟังเกิดอารมณร์ ่วมในการ
แสดงจาเป็นต้องอาศัยน้าเสียงทเี่ ข้ากบั บท และความเข้าใจ
ในเน้ือหาที่ตนแสดง

6. นักเรยี นร่วมกนั สรปุ องค์ความรู้ที่ได้จากการแสดง
บทบาทสมมุติรว่ มกัน และร่วมกันให้คาแนะนาวา่ การแสดง
บทบาทสมมุติของเพ่ือนมีจดุ พัฒนาอย่างไรบา้ ง และควร
เพ่มิ เติมเนื้อหาอะไรลงไป

-220-

แบบประเมินการทางานกลุ่ม

คาชแ้ี จง ให้ครูประเมนิ การทางานกลุ่มของนักเรียนตามรายการประเมนิ (คะแนนเต็ม 12 คะแนน)

รายการประเมิน ระดับคะแนน
๓๒๑

1. การกาหนดบทบาทหนา้ ท่ี กาหนดบทบาทหนา้ ท่ี กาหนดบทบาทหน้าที่ ไม่มีการกาหนดบทบาท
สมาชิกอยา่ งชัดเจน สมาชกิ ไม่ครบถว้ น หนา้ ท่ี

2. การมสี ่วนรว่ ม มสี ว่ นร่วมในการปฏบิ ตั ิ มสี ว่ นร่วมในการปฏิบตั ิ มีสว่ นร่วมในการปฏิบตั ิ

งานกลุ่ม งานกลุ่มบ้าง งานกลุม่ นอ้ ยมาก

หรือไมม่ สี ่วนร่วม

3. การรบั ฟังและแสดงความคดิ เหน็ รับฟังและแสดงความคดิ เห็น รับฟังและแสดงความคดิ เหน็ รับฟงั ความคิดเหน็ ของผ้อู ่ืน
อยา่ งมีเหตผุ ลและสรา้ งสรรค์ อยา่ งมเี หตผุ ลและสร้างสรรค์ นอ้ ยมากหรือไมร่ ับฟงั
อยา่ งสม่าเสมอ เป็นบางครัง้ ความคดิ เห็นผ้อู ื่น

4. ความรบั ผดิ ชอบ รบั ผดิ ชอบงานทไ่ี ด้รับ รับผดิ ชอบงานที่ไดร้ ับ ไมร่ ับผิดชอบงานทไ่ี ดร้ ับ
มอบหมายและเสรจ็ ตามเวลา มอบหมาย แตเ่ สร็จไมท่ ัน มอบหมาย
ทีก่ าหนด ตามกาหนด

* การคิดคะแนน รอ้ ยละ = (คะแนนที่ได้/คะแนนเตม็ ) x 100

การแปลผลการประเมนิ

ร้อยละ 80 - ๑๐๐ เกณฑข์ องระดับคะแนน การแปลผล
ร้อยละ 70 - 79 ดีมาก
ร้อยละ 50 - 69 ดี
ร้อยละ ๐ - 49 พอใช้
ปรับปรงุ

--222211--

หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๒ ช่ือหน่วย กรองคานาจิต แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ 15 เวลา ๑ ชั่วโมง
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย เร่ือง ภาษาสะทอ้ นตัวตน (3) ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓
สาระสาคญั / ความคิดรวบยอด รายวชิ า ภาษาไทย ๓
แหล่งเรยี นรู้
บ ท ล ะ ค ร พู ด เ ร่ื อ ง เ ห็ น แ ก่ ลู ก เ ป็ นบท กิจกรรมการเรียนรู้ หอ้ งสมดุ
พระราชนิพนธ์ในพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้า ข้ันนา
เจ้าอยู่หัว โดยมีจุดประสงค์เพื่อใช้สาหรับแสดงละคร สอ่ื
สร้างความเพลิดเพลินและขัดเกลาความคิดของ นกั เรียนอาสาสมัคร 2 - 3 คน เพ่ือเลา่ บทละครพดู บทละครพูด เร่อื งเห็นแก่ลกู ตามบท
ประชาชน การศึกษาบทละครพูด เร่ือง เห็นแก่ลูก เรื่อง เห็นแก่ลูก และร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ ลักษณะนสิ ัย
-222- จะช่วยพัฒนาทักษะการอ่านวิเคราะห์วิจารณ์สาร ของตวั ละครเบอื้ งตน้ เพ่ือเปดิ ประเด็นไปสู่การวจิ ารณ์ ภาระงาน/ช้ินงาน
ตลอดจนได้รับข้อคิดท่ีสามารถนาไปปรับใช้ได้อย่าง -
เหมาะสม ข้ันสอน
นักเรยี นจับคู่เพอื่ ตอบคาถามในประเด็นดังตอ่ ไปน้ี การวัดและประเมนิ ผล
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ - พระยาภักดนี ฤนาถ บิดาบุญธรรมของแม่ลออ ให้ แบบประเมนิ การพูดแสดงความคิดเหน็
ดา้ นความรู้
ความรกั และปรารถนาดีต่อแมล่ อออย่างจรงิ ใจหรอื ไม่ มี
อธิบายหลักการวิเคราะห์วจิ ารณ์ได้ถกู ต้อง เร่อื งใดบา้ งทสี่ นับสนุนคากล่าวนั้น
ทกั ษะและกระบวนการ

แสดงความคดิ เหน็ ไดอ้ ย่างมีเหตผุ ล
ด้านคุณลกั ษณะ

มีสว่ นร่วมในช้ันเรยี น

-222-

หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๒ ชื่อหน่วย กรองคานาจิต แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ 15 เวลา ๑ ชั่วโมง
กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย เรอ่ื ง ภาษาสะทอ้ นตวั ตน (3) ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ ๓
สมรรถนะทต่ี ้องการใหเ้ กิดกับผู้เรยี น รายวิชา ภาษาไทย ๓

๑. การคิดข้ันสูง แนวคาตอบ : พระยาภักดนี ฤนาถใหค้ วามรักและ
๒. การส่อื สาร ปรารถนาดอี ยา่ งจริงใจ เพราะถึงแม้เปน็ บิดาบญุ ธรรมก็
เล้ียงดเู สมือนลูกแท้ ๆ
-223-
- นายล้าพ่ายแพภ้ าพที่แม่ลออวาดไวใ้ นใจ ภาพท่วี ่านี้
มีอทิ ธิพลตอ่ มนุษย์เราจริงหรือไม่ อย่างไร

แนวคาตอบ : มีอิทธิพลต่อมนษุ ย์จรงิ เพราะทาให้คนท่เี ห็น
แกต่ ัวอยา่ งนายล้าเกิดความสานกึ จากความรกั อันบรสิ ทุ ธทิ์ ่ี
แมล่ ออมตี อ่ บิดาแมไ้ มเ่ คยเห็นหน้า

- ตัวละครแตล่ ะตวั มลี ักษณะเดน่ อย่างไรบา้ ง

แนวคาตอบ
๑. พระยาภักดนี ฤนาถ : มเี หตผุ ล มีจิตใจหนกั แน่น ม่ันคง
และโอบออ้ มอารี มอบความอันบริสทุ ธใิ์ หแ้ มล่ ออ แมไ้ ม่ใช่
ลูกแท้ ๆ
๒. นายลา้ : โลภมาก เหน็ แก่ตวั และประพฤตติ นในทางมิ
ชอบ แตเ่ กดิ สานึกภายหลงั
๓. แมล่ ออ : กริยามารยาทเรียบรอ้ ย กตัญญตู ่อทั้งบิดาท่ี
แท้จรงิ และบดิ าบญุ ธรรม

-223-

หนว่ ยการเรยี นรู้ท่ี ๒ ช่ือหน่วย กรองคานาจติ แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ 15 เวลา ๑ ช่ัวโมง
กลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย เร่อื ง ภาษาสะท้อนตวั ตน (3) ชั้นมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๓
รายวชิ า ภาษาไทย ๓
-224-
๔ อา้ ยคา : ซ่อื สตั ย์ ภักดตี อ่ นาย แต่ขาดไหวพริบ)

- คุณค่าท่ไี ด้จากบทละครพดู เรือ่ ง เห็นแก่ลูก

แนวคาตอบ : คนทกุ คนควรจะรบั ผิดชอบตอ่ ครอบครวั
และมอบความรกั ใหก้ ันด้วยใจจรงิ พรอ้ มที่จะเสยี สละเพอ่ื
ครอบครวั ได้ และควรพ่งึ พาตนเองก่อนจะนกึ พ่ึงพาผอู้ ื่น

ข้นั สรปุ
นักเรียนร่วมกันสรุปองค์ความรู้ร่วมกันและร่วมกัน

ตอบคาถามวา่ บทละครพูด เรอ่ื งเห็นแก่ลูกให้ข้อคดิ อะไรบ้าง
แ ล ะ นั ก เ รี ย น ส า ม า ร ถ น า ไ ป ป รั บ ใ ช้ใ น ชีวิ ตป ร ะ จ า วัน ได้
อย่างไร

แนวคาตอบ
ข้อคดิ
- การทาดีได้ดี ทาชว่ั ไดช้ ั่ว
-ความรักระหว่างพอ่ ลูกเปน็ ความรักบริสุทธิ์ไมห่ วงั ผล
-ความรกั บรสิ ทุ ธส์ิ ามารถเผอื่ แผไ่ ปถึงบุคคลอ่ืนได้
การนาไปใช้
-การรู้ผดิ ชอบช่วั ดใี นการกระทาของตน

-224-


Click to View FlipBook Version