หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ สร้างสรรคส์ ารพรอ้ ม แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ 10 เวลา ๑ ชัว่ โมง
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรอ่ื ง วจภี ริ มย์ (2) ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี ๓
รายวชิ าภาษาไทย ๕
สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด กิจกรรมการเรยี นรู้ แหล่งเรยี นรู้
การฟังเป็นทักษะการส่ือสารท่ีทุกคนต้องมีการ ขนั้ นา หอ้ งสมดุ
ฝึกฝน เพ่ือก่อให้เกิดการฟังที่มีประสิทธิภาพ ซ่ึงควรมี ๑. นกั เรยี นตอบคาถามต่อไปน้ี สอ่ื
การเลือกฟังจากบุคคลหรือเร่ืองที่จะฟัง ควรมีสมาธิ จากข้อความที่ว่า “ฟังผดิ ชีวติ เปล่ียน” นักเรียนเห็น 1. ใบความรู้ “การฟัง”
ในการฟัง และท่ีสาคัญต้องมีวิจารณญาณในการฟัง ดว้ ยหรอื ไม่ อยา่ งไร ๒. ใบงาน “สรปุ ได้ว่า…”
หากไม่ได้ก็ควรต้องมีการจดบันทึกเพื่อให้การฟังเพ่ือ แนวคาตอบ เหน็ ด้วย เพราะ หากเราฟังการสอื่ สาร
ทผี่ ิดพลาด ย่อมทาใหเ้ ราไม่เข้าใจในผู้ส่งสาร และทาให้
-75- การส่อื สารภาษาประสบผลสาเรจ็ เกดิ ความเข้าใจผิด และเกดิ ความขัดแยง้ กนั ในทีส่ ุด ภาระ/ชิ้นงาน
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ การทาใบงาน “สรุปได้วา่ …”
ดา้ นความรู้ ๒. ครูเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียนว่า “ในคาบเรียนที่ผ่าน
ม า เร า ได้ เรี ย น รู้ ค า ศั พ ท์ จ า ก ใน เร่ื อ ง พ ร ะ อ ภั ย ม ณี
อธิบายหลักการฟงั ได้ถูกต้อง ตอน พระอภัยมณีหนีนางผีเสื้อสมุทร ไปแล้วในคาบเรียนนี้ การวดั และประเมนิ ผล
ด้านทักษะกระบวนการ เรามาดูในเร่ืองของการฟัง ซ่ึงการฟังเป็นหน่ึงในปัจจัยท่ีทาให้ แบบประเมนิ การทางานกลุ่ม
สามารถฟังเร่ืองราวตา่ ง ๆ อย่างมวี จิ ารณญาณ การสื่อสารเกิดประสทิ ธิภาพ
สมรรถนะทีต่ ้องการใหเ้ กดิ กับผูเ้ รยี น ขัน้ สอน
3. นักเรยี นอ่านใบความรู้ “การฟัง”
การส่ือสาร
4. นักเรยี นทากิจกรรม “สรปุ ได้วา่ ...” วธิ กี ารโดย
4.๑ นักเรยี นจับกลุ่ม กลุ่มละ ๓ - ๔ คน
4.๒ นักเรียนออกมาหนา้ ชั้นเรียนทีละกลุม่
ยนื ห่างกันประมาณ ๑ ชว่ งแขน จากน้ันให้
-75-
หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๑ สรา้ งสรรค์สารพร้อม แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 10 เวลา ๑ ช่วั โมง
กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย เร่ือง วจีภริ มย์ (2) ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๓
รายวชิ าภาษาไทย ๕
-76-
แต่ละกลมุ่ เลอื กคนทีจ่ ะไปจับฉลากข้อความ
จากครู จากน้ันสง่ ใบฉลากให้ครอู ่านให้ฟัง
จานวน ๓ คร้งั แลว้ ตอ้ งจาให้ได้ เพ่ือนาไป
กระซบิ บอกต่อกบั คนทส่ี อง โดยห้ามใหค้ นที่
สามและส่ไี ด้ยิน และเมือ่ คนที่สองรับฟังก็
กระซบิ สง่ ต่อไปยังคนท่ีสาม กก็ ระซบิ
บอกต่อคนสุดท้าย นักเรียนคนทีอ่ ยูส่ ดุ ท้าย
จะต้องพูดในสิ่งทีต่ นไดร้ ับฟงั มา เม่อื คนสุดท้าย
พดู แลว้ ครจู ึงเฉลยคาตอบน้ัน ทาเช่นนไี้ ปกับ
ทุกกล่มุ
4.3 นักเรยี นตอบคาถามใบงาน “สรปุ ได้วา่ ...”
- นกั เรียนได้รบั ประโยชน์ใด
- นักเรียนคิดวา่ จากกจิ กรรมเม่ือสักครู่ การฟัง
แลว้ สง่ สารท่ีผดิ พลาดก่อให้เกดิ ผลอยา่ งไร
- นักเรยี นมีวิธกี ารใดทจี่ ะทาใหก้ ารสอ่ื สารจาก
การฟังประสบความสาเรจ็
4.๔ อาสาสมัครนกั เรียนจานวน ๓ คน ออกมา
นาเสนอคาตอบ
-76-
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ สรา้ งสรรค์สารพร้อม แผนการจัดการเรยี นรทู้ ี่ 10 เวลา ๑ ชว่ั โมง
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย เรอ่ื ง วจีภิรมย์ (2) ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๓
รายวชิ าภาษาไทย ๕
-77-
ขั้นสรปุ
นกั เรยี นและครูรว่ มกันอภิปรายในประเด็น
“ฟงั อยา่ งไรถึงไม่พลาด” โดยครูสรปุ วา่ “จากกิจกรรม
สรุปไดว้ า่ นกั เรียนจะเหน็ ได้อย่างชดั เจนถึงความสาคัญ
ของการฟังที่เราต้องมสี มาธิในการฟัง เพอื่ ใหส้ ามารถจดจา
สาระเรื่องราวต่าง ๆ ทเ่ี ปน็ ประโยชนแ์ ละถ่ายทอดส่ือสารได้
ตรงตามวัตถปุ ระสงค์ของผู้ส่งสาร หากการฟังผิดพลาดย่อม
ก่อใหเ้ กดิ ความเสยี หายข้นึ ได้”
-77-
ใบความรู้
“การฟงั ”
ศลิ ปะในการฟงั
หลักของศิลปะในการฟงั มดี ังน้ี
๑. แสดงให้ผู้พูดรู้สึกว่าผฟู้ ังมีความมงุ่ หมายและตง้ั ใจที่ฟัง
๒. สามารถโนม้ น้าวให้ผพู้ ดู ได้พดู เร่ืองที่ตนถนัดทีส่ ดุ
๓. แทรกคาถามทีเ่ หมาะสมกบั โอกาส
๔. เปิดโอกาสใหผ้ ้พู ูดได้พดู อย่างเต็มที่
๕. เม่อื รู้สึกว่าผพู้ ูดหมดเร่ืองทีจ่ ะพูด สามารถกระตุน้ ใหผ้ ูพ้ ูดมีเร่อื งทีจ่ ะพดู ต่อไป
ลกั ษณะของการฟังและการดทู ี่ดี
๑. มมี ารยาทในการฟงั และการดู แสดงความสนใจผ่านการตงั้ คาถาม ยอมรับฟังความคิดเห็น
และรู้จกั ควบคุมอารมณ์
๒. ตงั้ เปา้ หมายในการฟังและการดู และพยายามทาใหไ้ ดต้ ามความมุ่งหมาย
๓. เลือกฟงั และดูแต่เร่ืองท่มี ปี ระโยชน์ และเลีย่ งเรื่องท่ีไมเ่ หมาะสม โดยใชเ้ หตุผลแยกแยะ
ข้อเทจ็ จริงและลงความเหน็
๔. รู้จกั ใชศ้ ิลปะในการฟัง
๕. บันทกึ สาระสาคญั และประเดน็ ทคี่ วรซกั ถามเพมิ่ เติม
ความมุ่งหมายในการฟังและการดู
๑. เพือ่ จบั ใจความสาคัญและใจความอันดับรอง
๒. เพื่อแยกสว่ นท่ีเป็นข้อเท็จจรงิ และข้อคดิ เห็น
๓. เพอ่ื หาเหตผุ ลสนบั สนนุ ความเช่ือและความขดั แย้ง
๔. เพือ่ ให้ซาบซ้งึ ในคณุ ค่าต่าง ๆ เช่น คุณคา่ ทางวรรณคดี คตธิ รรม หรือสุนทรยี ภาพทางดนตรี
๕. เพือ่ เสรมิ สร้างสตปิ ัญญาและความรู้
๖. เพื่อนามาใชป้ ระโยชนใ์ นชวี ิตประจาวัน
มารยาทในการฟงั และการดู
มารยาทในการฟงั และการดู คอื วิธีปฏิบัติขณะฟังหรือดูเพ่อื ความเปน็ ระเบยี บ และได้รบั ประโยชน์
สูงสดุ มขี ้อปฏบิ ตั ิดงั นี้
๑. เข้าไปน่งั ก่อนการพดู หรือการแสดงจะเร่ิมข้นึ และนั่งตามลาดบั ที่นั่งของตน
๒. ใหค้ วามสาคัญและสนใจกับการฟงั หรอื ดผู ู้พดู หรอื การแสดง โดยไม่ทากิจกรรมอนื่ รบกวนผู้พูด
๓. ปรบมอื ในโอกาสทส่ี มควร เช่น ชว่ งเริม่ และจบการพูดหรือการแสดง
๔. ไมแ่ สดงกิริยาไม่พอใจหรือเบอื่ หน่ายผู้พูดหรือสิง่ ทด่ี อู ยู่ เช่น หาว สง่ เสยี งฮา หรอื กระทบื เทา้
๕. บันทกึ ข้อความทีส่ นใจหรือมีความสาคัญ
๖. ถา้ มขี อ้ สงสัยให้เกบ็ ไว้ถามผพู้ ดู เม่ือผ้พู ูดเปดิ โอกาสหรอื จบการพูดแล้ว และควรถามอยา่ งสุภาพ
-78-
-78-
วิจารณญาณในการฟังและการดู
ปจั จุบันการสือ่ สารหลากชอ่ งทาง สง่ ผลให้สารอาจเกิดความคลาดเคลื่อนได้ทุกขณะ เราจงึ
ควรฟังและดสู ารอยา่ งมวี จิ ารณญาณ โดยพินจิ พเิ คราะห์เน้ือแท้ของสาร วินิจฉยั สารว่าจรงิ หรอื เทจ็
ดว้ ยหลกั เหตุผล รวมท้ังใช้ปญั ญาและประสบการณ์ตีความสถานภาพและเจตนาของผ้สู ง่ สารรว่ มด้วย
ซง่ึ มหี ลักการดงั นี้
๑. พจิ ารณาผ้สู ่งสารว่ามีจุดมงุ่ หมายและความจริงใจในการสง่ สารเพยี งใด
๒. พจิ ารณาผ้สู ่งสารว่ามีความรู้ ประสบการณ์ หรือความใกล้ชดิ กับเรอ่ื งราวในสารนั้นเพยี งใด
๓. พิจารณาผ้สู ่งสารว่าใชก้ ลวธิ กี ารสง่ สารอยา่ งไร ใช้วธิ ีธรรมดาหรือซับซ้อนอยา่ งไร
๔. พจิ ารณาเนอ้ื หาของสารวา่ ส่วนใดเปน็ ขอ้ เทจ็ จรงิ และส่วนใดเป็นขอ้ คิดเห็น
๕. พิจารณาเนื้อหาของสารวา่ มคี วามเป็นไปได้และควรเช่ือเพยี งใด
-79-
-79-
ใบงาน
“สรปุ ได้ว่า...”
คาชแี้ จง ใหน้ ักเรียนตอบคาถามต่อไปน้ี
๑. กจิ กรรม “สรุปได้ว่า...” นักเรียนได้รบั ประโยชน์ใด
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................................................. ...
๒. นักเรยี นคดิ วา่ จากกจิ กรรมเมื่อสกั ครู่การฟังแล้วส่งสารทผ่ี ิดพลาดก่อใหเ้ กิดผลอยา่ งไร
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................................................. .
๓. นกั เรยี นมีวธิ กี ารใดที่จะทาให้การสอ่ื สารจากการฟังประสบความสาเร็จ
................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...................................
............................................................................................................................. ...................................
................................................................................................ ...............................................................
-80-
-80-
แบบประเมินการทางานกลมุ่
คาชแี้ จง ให้ครปู ระเมินการทางานกลุ่มของนักเรียนตามรายการประเมิน (คะแนนเต็ม 12 คะแนน)
รายการประเมิน ระดับคะแนน
๓๒๑
1. การกาหนดบทบาทหน้าที่ กาหนดบทบาทหน้าท่ี กาหนดบทบาทหนา้ ที่ ไม่มกี ารกาหนดบทบาท
2. การมสี ่วนร่วม สมาชิกอย่างชดั เจน สมาชกิ ไมค่ รบถ้วน หน้าที่
มีส่วนร่วมในการปฏบิ ตั ิ มีสว่ นร่วมในการปฏบิ ตั ิ มสี ่วนรว่ มในการปฏบิ ตั ิ
3. การรบั ฟังและแสดงความคดิ เหน็ งานกลุ่ม งานกล่มุ บา้ ง งานกลุ่มน้อยมาก
หรือไมม่ สี ว่ นร่วม
4. ความรบั ผิดชอบ รบั ฟังและแสดงความคดิ เหน็ รับฟงั และแสดงความคดิ เหน็ รับฟังความคิดเห็นของผอู้ น่ื
อยา่ งมเี หตผุ ลและสรา้ งสรรค์ อย่างมีเหตผุ ลและสรา้ งสรรค์ นอ้ ยมากหรือไมร่ บั ฟัง
อยา่ งสม่าเสมอ เปน็ บางคร้งั ความคดิ เหน็ ผู้อ่นื
รับผิดชอบงานทีไ่ ด้รบั รบั ผดิ ชอบงานท่ีไดร้ ับ ไมร่ ับผิดชอบงานทไ่ี ดร้ ับ
มอบหมายและเสรจ็ ตามเวลา มอบหมาย แตเ่ สรจ็ ไม่ทัน มอบหมาย
ท่ีกาหนด ตามกาหนด
* การคิดคะแนน ร้อยละ = (คะแนนทไ่ี ด้/คะแนนเตม็ ) x 100
การแปลผลการประเมิน การแปลผล
ดมี าก
เกณฑข์ องระดบั คะแนน ดี
ร้อยละ 80 - ๑๐๐ พอใช้
ร้อยละ 70 - 79 ปรบั ปรงุ
รอ้ ยละ 50 - 69
รอ้ ยละ ๐ - 49
-81-
-81-
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี ๑๑
หน่วยการเรียนรู้ที่ ๑ สร้างสรรค์สารพร้อม เร่ือง วจีภิรมย์ (๓) เวลา ๑ ช่ัวโมง
กล่มุ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย รายวิชา ภาษาไทย ๕ ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๓
สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด กจิ กรรมการเรียนรู้ แหล่งเรยี นรู้
การฟังเป็นทักษะการสื่อสารที่ทุกคนต้องมีการ ขนั้ นา หอ้ งสมดุ
ฝึกฝน เพ่ือก่อให้เกิดการฟังที่มีประสิทธิภาพ ซ่ึงควรมี ๑. นักเรียนตอบคาถาม ตอ่ ไปน้ี
-82- การใช้สมาธิในการฟัง และใช้วิจารณญาณในการ - จากคาบที่ผ่านมาหากนักเรียนต้องการฟังแล้ว สอ่ื
วเิ คราะหส์ าร 1. ใบความรู้ บทอา่ นทานองเสนาะ
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ จดจาเรอ่ื งท่ฟี งั ได้ นักเรยี นควรทาอยา่ งไร “นิทานคากลอนเรื่องพระอภยั มณี ตอน
ด้านความรู้ แนวคาตอบ ควรตั้งใจฟังอยา่ งมีสมาธิ พระอภยั มณหี นีนางผเี สื้อสมุทร”
๒. ครเู ช่อื มโยงเขา้ สู่บทเรยี นวา่ “ในคาบเรียนน้ีเราจะ 2. ใบงาน “แผนผังภาพความคิดสรปุ
อธบิ ายหลกั การฟงั ได้ถกู ต้อง สาระสาคัญ”
ด้านทักษะกระบวนการ ฝกึ ทกั ษะการฟงั อีกครั้ง โดยเราจะได้ท่องไปใต้ทะเลลึก ได้รู้จัก ภาระ/ชิ้นงาน
พันธ์ุปลาตา่ ง ๆ”
สามารถฟงั เร่อื งราวตา่ ง ๆ อย่างมีวจิ ารณญาณ ขั้นสอน การทาใบงาน “แผนภาพความคิด”
สมรรถนะทีต่ ้องการให้เกดิ กับผเู้ รียน สรปุ สาระสาคญั
3. นักเรียนอ่านบทอาขยานเรื่อง “พระอภัยมณี ตอน
การสือ่ สาร พระอภัยมณหี นีนางผเี ส้ือสมทุ ร” จากใบความรู้ บทอา่ นทานอง
เสนาะ “นิทานคากลอนเร่ืองพระอภัยมณี ตอน พระอภัยมณี
หนนี างผีเสอื้ สมทุ ร”
4. นักเรยี นทากจิ กรรม “ฟงั แลว้ ..วิเคราะหไ์ ด้” โดย การวัดและประเมนิ ผล
4.๑ นักเรียนจดรายละเอียดสิ่งที่ตนเองได้ยิน แบบประเมนิ มารยาทในการฟัง การดู
ว่ามปี ลาชนิดใดบ้าง การพูด
4.๒ นักเรยี นและครรู ่วมกันเฉลยคาตอบ
5. นักเรียนระดมความคิดว่า การฟังที่สัมฤทธิผลควรมี
-82-
หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑ สร้างสรรคส์ ารพรอ้ ม แผนการจัดการเรียนรูท้ ี่ ๑๑ เวลา ๑ ชั่วโมง
กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ ๓
เร่ือง วจภี ริ มย์ (๓)
รายวชิ า ภาษาไทย ๕
หลกั การใดบ้าง
6. นักเรียน ๒ - ๓ คน อาสาเล่าประสบการณ์ท่ีเคยมี
ปัญหา เน่ืองมาจากการขาดความต้ังใจในการฟัง และประสบการณ์
เก่ียวกับประโยชนท์ ่ีเกดิ จากการตงั้ ใจฟงั
ขน้ั สรปุ
นกั เรยี นทาแผนผงั มโนทัศนส์ รปุ วิธีการของตนเองท่ีทาให้
การฟงั เกิดประสิทธิภาพ
-83-
-83-
ใบความรู้
บทอา่ นทานองเสนาะ
“นทิ านคากลอนเรื่องพระอภยั มณี ตอน พระอภัยมณหี นนี างผีเสอื้ สมทุ ร”
คัดมาจาก : หนงั สือวรรณคดีวจิ กั ษ์ ช้ันมัธยมศกึ ษาปีที่ ๓ หนา้ ๖๒
ลกั ษณะคาประพนั ธ์ : นทิ านคากลอน
ทานองทใ่ี ช้อ่าน : ทานองรอ้ งห่นุ
“นิทานคากลอนเรอ่ื งพระอภยั มณี ตอน พระอภยั มณหี นีนางผเี สอ้ื สมุทร”
พระโฉมยงองค์อภัยมณีนาถ เพลนิ ประพาสพิศดูหม่มู ัจฉา
เหล่าฉลามลว้ นฉลามตามกันมา ค่อยเคลื่อนคลาคล้ายคลา้ ยในสายชล
ฉนากอยู่คู่ฉนากไม่จากคู่ ขนึ้ ฟ่องฟูพน่ ฟองละอองฝน
ฝูงพิมพาพาฝงู เขา้ แฝงวน บา้ งผดุ พ่นฟองน้าบา้ งดาจร
กระโห้เรยี งเคยี งกระโห้ข้นึ โบกหาง ลอยสลา้ งกลางกระแสแลสลอน
มังกรเกยี่ วเล้ียวลอดกอดมงั กร ประชุมซอ่ นแฝงชลขึ้นวนเวียน
ฝูงมา้ นา้ ทาท่าเหมือนม้าเผน่ ขน้ึ ลอยเล่นเลย้ี วลดั ฉวัดเฉวยี น
ตะเพยี นทองท่องนา้ นาตะเพียน ดาษเดียรดเู พลินจนเกินมา
เห็นละเมาะเกาะเขาเขียวชอุ่ม โขดตะคุ่มเคยี งเคยี งเรียงรุกขา
จะเหลยี วซ้ายสายสมุทรสดุ สายตา จะแลขวาควันคลมุ้ กลุ้มโพยม
จะเหลยี วดูสรุ ยิ ์แสงเขา้ แฝงเมฆ ใหว้ เิ วกหวาดองค์พระทรงโฉม
ฟงั สาเนยี งเสียงคล่ืนดังคร้นื โครม ยิง่ ทกุ ข์โทมนัสในฤทัยทวี
-84-
-84-
ใบงาน
“แผนภาพความคดิ สรปุ วธิ ีการฟังใหเ้ กดิ ประสทิ ธภิ าพ”
คาชีแ้ จง ใหน้ ักเรยี นเขยี นแผนภาพความคดิ สรุปวิธีการฟังใหเ้ กิดประสทิ ธิภาพ
-85-
-85-
แบบประเมินมารยาทในการฟัง การดู และการพูด
คาชี้แจง ให้ครผู สู้ อนประเมินมารยาทในการฟงั การดู และการพดู ของนักเรียนตามรายการประเมนิ
(คะแนนเตม็ 15 คะแนน)
รายการประเมนิ ๓ ระดับคะแนน ๑
1. การไมพ่ ดู คยุ กนั ไม่พดู คุย ตลอดระยะเวลาท่ี ๒ พูดคยุ 3 คร้ังขน้ึ ไป
2. ความต้ังใจ ฟงั หรอื ดู ในขณะทฟี่ งั หรือดู
3. การใหเ้ กียรตผิ ู้พูดโดยการปรบมอื ต้ังใจและมสี มาธิในเร่ือง พูดคยุ 1 - 2 คร้งั ไม่ตงั้ ใจฟงั หรือดู
4. การแสดงกริ ยิ าที่เหมาะสม ท่ีฟังหรือดู ในขณะทีฟ่ ังหรอื ดู ไม่ปรบมือก่อนฟัง
5. การยกมอื ถามเมอื่ ตอ้ งการถาม ปรบมือทกุ คร้งั กอ่ นฟัง ตง้ั ใจแต่ขาดสมาธิบางคร้ัง ขณะฟงั หรอื หลังจบการฟัง
ขณะฟัง หรือหลังจบการฟัง ปรบมือบางคร้ังกอ่ นฟัง แสดงกริ ยิ าทไี่ ม่เหมาะสม
ไมแ่ สดงกิรยิ าทไี่ ม่เหมาะสม ขณะฟงั หรือหลงั จบการฟัง 3 - 4 คร้ัง
ขณะฟงั หรือดู แสดงกิริยาทไ่ี ม่เหมาะสม ซักถามโดยไมย่ กมือทกุ คร้ัง
ยกมือกอ่ นถามทกุ ครง้ั 1 - 2 ครงั้
เมื่อมขี อ้ สงสยั ยกมอื ก่อนถามบางคร้ัง
เม่ือมีข้อสงสยั
* การคดิ คะแนน ร้อยละ = (คะแนนที่ได้/คะแนนเตม็ ) x 100
การแปลผลการประเมนิ การแปลผล
ดมี าก
เกณฑ์ของระดับคะแนน ดี
ร้อยละ 80 - ๑๐๐ พอใช้
ร้อยละ 70 - 79 ปรบั ปรงุ
รอ้ ยละ 50 - 69
ร้อยละ ๐ - 49
-86-
-86-
แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี ๑๒
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ สร้างสรรคส์ ารพร้อม เรอื่ ง วจภี ิรมย์ (๔) เวลา ๑ ชวั่ โมง
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชา ภาษาไทย ๕ ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี ๓
สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด กิจกรรมการเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้
เหตกุ ารณ์จากเร่อื งตอนทีเ่ รียน ขน้ั นา หอ้ งสมดุ
ใน ค า บ เรี ย น น้ี แ ส ด ง ให้ เห็ น ถึ ง ๑. นกั เรียนและครูช่วยกนั ทบทวนเน้อื หา สอ่ื
ประโยชน์ของการคิดและการพูดที่ ทผี่ ่านมา และนกั เรียนตอบคาถาม “หากพระอภยั มณีมาขอ 1. ใบความรู้ “นทิ านคากลอนเรื่อง
นักเรียนสามารถนาไปปรับใช้ใน ความชว่ ยเหลอื นักเรยี นจะให้ความช่วยเหลือหรอื ไมอ่ ยา่ งไร” พระอภัยมณี ตอนพระอภยั มณหี นีนางผีเสอ้ื
ชีวติ ประจาวันได้ แนวคาตอบ สมุทร”
ช่วยเหลอื เพราะ สงสารพระอภัยมณที ี่ตอ้ งอยู่กบั นาง
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ยกั ษ์ใจร้าย 2. ใบงาน “ส่อื สาร…วางกลยุทธ์”
ดา้ นความรู้
-87- ไม่ช่วย เพราะ เป็นการเสยี่ งอันตรายเกนิ ไปอาจจะถูก ภาระ/ช้ินงาน
เข้าใจกระบวนการคดิ และการพูด นางยกั ษจ์ บั ได้ การทาใบงาน “สื่อสาร...วางกลยทุ ธ์”
อย่างสรา้ งสรรค์
ด้านทกั ษะกระบวนการ ๒. ครูเช่ือมโยงกับบทเรียนว่า “จากคาถามที่ครูถามนั้น ในคาบเรียน การวัดและประเมินผล
นีเ้ ราจะลองมาดวู ่า พระอภยั มณจี ะมีใครชว่ ยเหลอื หรือไมอ่ ย่างไร” -
สามารถคิดและพดู อย่าง
สรา้ งสรรค์ ขั้นสอน
สมรรถนะท่ตี ้องการให้เกิดกับผูเ้ รียน 3. นักเรียนอ่านเนื้อหาจากใบความรู้ “นิทานคากลอนเรื่องพระอภัย
การสอื่ สาร มณี ตอนพระอภยั มณีหนนี างผีเสื้อสมทุ ร”
4. นกั เรยี นทากิจกรรมจากใบงาน “สื่อสาร...วางกลยุทธ์” วธิ กี าร
โดย
4.๑ นักเรยี นจบั กล่มุ กล่มุ ละ ๓ - ๔ คน
4.๒ นักเรียนแต่ละกลุ่ม ช่วยกันสรุป ๒ ประเด็นในใบงาน
-87-
แผนการจัดการเรียนร้ทู ่ี ๑๒
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ๑ สร้างสรรคส์ ารพร้อม เรอื่ ง วจภี ิรมย์ (๔) เวลา ๑ ช่ัวโมง
กล่มุ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย ๕ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๓
-88- “ส่อื สาร...วางกลยทุ ธ์”
- วธิ ีการท่ีพระอภยั มณใี ช้หนตี ามเน้อื เรื่อง
แนวคาตอบ
พระอภยั มณีวางแผนให้นางผเี สอื้ สมทุ รไปอยู่ในปา่
และอดอาหาร เพื่อใหน้ างผเี ส้ือสมทุ รไม่มเี รี่ยวแรง
กอ่ นทีจ่ ะให้เงอื กเฒ่าพาหลบหนี
- วธิ กี ารท่กี ล่มุ นกั เรียนคิดหากอยใู่ นสถานการณ์เดยี วกบั พระอภัย
มณี
แนวคาตอบ
ใช้วิธีการเดยี วกบั ในเนื้อเร่ือง หรือการใชส้ ินสมุทร
พาหนี โดยใชก้ ลวธิ หี ลอกล่อนางผีเสื้อสมุทรด้วย
วิธีการโน้มนา้ วใจ
4.๓ ผู้แทนนกั เรยี นแต่ละกลุม่ นาเสนอ
ข้นั สรุป
นักเรียนและครรู ว่ มกนั อภิปรายในประเด็น “หากรู้จักคิด หากร้จู กั พดู ”
แนวคาตอบ
การสื่อสารด้วยการพูดเป็นสง่ิ สาคญั มาก ดไู ดจ้ ากพระอภัยมณีที่พูดขอ
ความชว่ ยเหลอื จาก ตาเงือก และวิธีการคดิ ของตาเงอื กทีว่ างแผนให้พระอภัยมณี
หลบหนี
-88-
ใบความรู้
“นทิ านคากลอนเรอ่ื งพระอภยั มณี
ตอนพระอภยั มณหี นีนางผเี ส้อื สมุทร”
แมก้ าลังดังขา้ จะพาหนี เจ็ดราตรีเจยี วจึงจะถงึ สถาน
อสุรมี ีกาลงั ดังปลาวาฬ ตามประมาณสามวันจะทนั ตัว
ถา้ แก้ไขให้นางไปค้างป่า ได้ล่วงหน้าไปเสยี บ้างจะยงั ชว่ั
จะอาสาพาไปมิได้กลัว ชวี ติ ตัวบรรลยั ไม่เสียดาย
แตพ่ ระองคท์ รงคดิ ใหร้ อบคอบ ถ้าเห็นชอบทว่ งทจี ะหนีหาย
จงึ โปรดใชใ้ ห้องค์พระลูกชาย ไปหาดทรายหาขา้ จะมาฟัง
พระแจ้งความตามคาเงอื กนา้ เลา่ คอ่ ยบรรเทาทุกข์สมอารมณห์ วัง
จึงวา่ พี่มีคุณน้องสักคร้ัง ใหไ้ ดด้ งั ถอ้ ยคาทรี่ าพนั
ซึ่งลูกรักหักหาญให้ทา่ นโกรธ จงงดโทษทาคณุ อย่าหนุ หนั
ชว่ ยไปปดิ ปากถ้าที่สาคญั จวนสายัณห์ยักษ์มาจะว่าเรา
จงึ บัญชาวา่ เจ้าสินสมุทร ไปช่วยฉดุ ศิลาใหญ่ขึ้นใหเ้ ขา
ขอสมาตาปอู่ ย่าดูเบา ช่วยอุม้ เอาแกออกไปใหส้ บาย
กับลูกน้อยค่อยพยงุ จงู เงือกน้า มาปากถ้าแลเหน็ วนชลสาย
หวนราลึกตรกึ ตรองถงึ น้องชาย พระฟูมฟายชลนาด้วยอาลยั
แลว้ ใหล้ กู เลิกศลิ าเข้ามาปิด เหน็ มิดชิดมั่นคงไมส่ งสยั
พระกลับมาตาเงือกเสือกลงไป ลงที่ในวังวนชลธาร
ฝา่ ยผีเส้ือเมือ่ ข้ึนจากฝ่งั นา้ จะมาถ้าเที่ยวหาพฤกษาหาร
เกบ็ ลูกไมใ้ สห่ อ่ เหน็ พอการ ทงั้ เปรย้ี วหวานสารพดั แลว้ ลดั มาเหน็
หนิ ปิดเปิดประตูคหู ากวา้ ง นมิ ิตอย่างนางมนุษยเ์ สนหา
วรพักตร์นารศี รีโสภา ลีลามาเขา้ ในห้องเห็นสององค์
วางลูกไมใ้ นห่อใหล้ กู ผวั ทอ้ งของตัวเต็มท้องไม่ต้องประสงค์
พระทรงเลือกลกู มะซางปรางมะยง ประทานองค์โอรสสู้อดออม
ครัน้ พลบคา่ ทารกั นางยักษร์ ้าย ประคองกายกอดแอบแนบถนอม
ชน่ื แตห่ นา้ อารมณน์ น้ั กรมกรอม แตค่ ิดอา่ นหว่านลอ้ มจะล่อลวง
ไมเ่ ห็นช่องตรองตรึกนึกวติ ก ทกุ ข์ในอกน้นั สกั เท่าภเู ขาหลวง
พระกอดลูกนอ้ ยประทบั ไว้กบั ทรวง ใหเ้ หงางว่ งงีบหลบั ระงับไป
ฝา่ ยผเี สอื้ เมอ่ื จะจากพรากลูกผวั แตพ่ ลกิ ตัวกล้งิ กลบั ไม่หลับใหล
ใหห้ มกมนุ่ ขุ่นคลา้ ในนา้ ใจ จนเสียงไกแ่ ก้วขนั สนั่นเนนิ
พอม่อยหลับกลบั จิตนิมติ ฝัน วา่ เทวัญอยทู่ เี่ กาะน้ันเหาะเหิน
มาสงั หารผลาญถา้ ระยาเยิน แกว่งพะเนนิ ทบุ นางแทบวางวายแลว้
อารกั ษ์ควกั ล้วงเอาดวงเนตร สาแดงเดชเหาะกลบั ไปลบั หาย
ท้งั กายสน่ั พรนั่ ตัวด้วยกลัวตาย พอฟนื้ กายกพ็ อแจ้งแสงตะวัน
จงึ กม้ กราบบาทบงส์ุพระทรงศกั ด์ิ แลว้ นางยักษ์เลา่ ตามเนือ้ ความฝนั
ไม่เคยเห็นเปน็ วบิ ัติอัศจรรย์ เชิญทรงธรรมช์ ่วยทานายร้ายหรอื ดี
-89-
-89-
พระฟังนางพลางนึกคะนึงหมาย ซึง่ ฝันรา้ ยกเ็ พราะจิตเราคิดหนี
เห็นจะไปได้ตลอดรอดชวี ี แต่นางผีเส้อื นนั้ จะอนั ตราย
พอได้ช่องลองลวงดูตามเลห่ ์ สมคะเนจะได้ไปดงั ใจหมาย
จงึ กลา่ วแกล้งแสรง้ เสเพทบุ าย เจา้ ฝนั ร้ายนกั น้องต้องตารา
อนั เทวญั นน้ั คือมจั จรุ าช จะหมายมาดเอาชวี ิตรษิ ยา
แลว้ เสแสร้งแกล้งทาบีบนา้ ตา อนิจจาใจหายเจยี วสายใจ
แม้นส้ินสูญบญุ นางในปางนี้ ไม่มีท่พี ึ่งพาจะอาศัย
จะกอดศพซบหน้าโศกาลยั ระกาใจกวา่ จะมว้ ยไปด้วยกนั
นกึ จะใครส่ ะเดาะพระเคราะห์เจา้ พอบรรเทาโทษาท่อี าสญั
เหมอื นงอนง้อขอชีวติ แก่เทวัญ กลัวแต่ขวญั เนตรพี่จะมิทา
พระทรงยศจงชว่ ยชุบอปุ ถัมภ์
นางผีเส้อื เช่อื ถือรื้อประณต ชว่ ยแนะนาอนกุ ลู อยา่ สูญใจ
ตามตาราสารพัดไม่ขัดคา จึงว่าผดิ สายสมรหาสอนไม่
วา่ ถา้ ใครฝนั ร้ายจะวายปราณ
พระฟงั คาสาราญสาเร็จคิด แลว้ อดขา้ วอดปลากระยาหาร
ตาราน้นั แตค่ รงั้ ตั้งเมรุไกร ให้สาราญรอดตายสบายใจ
ให้ไปอยผู่ เู้ ดยี วที่ตนี เขา คดิ ว่าซ่อื สุจริตพสิ มยั
ถว้ นสามคืนสามวันจะบันดาล อยู่เขาใหญ่ในปา่ พนาวนั
เล้ยี งรักษาลกู น้อยคอยหม่อมฉัน
ฝ่ายว่านางผเี ส้อื ก็เชื่อถือ ถว้ นสามวนั ก็จะมาอย่าอาวรณ์
จงึ ตอบวา่ ถ้ากระนั้นฉนั จะไป ปลอบประโลมลูกแกว้ แล้วส่ังสอนอยา่
พระโฉมยงจงอยู่ในคหู า แม้นไมน่ อนมารดาจะมาตี
จะอดใจใหเ้ หมือนคาที่ราพนั ด้วยรูแ้ นว่ ่าบดิ าจะพาหนี
แลว้ วนั ทาลาองค์พระทรงโฉม เจ้าโศกีกราบกม้ บงั คมคัล
แขง็ นักรักตวั กลัวบิดร จะวอนตามเขาไปไยในไพรสณั ฑ์
แล้วรับขวัญลูกนอ้ ยกลอยฤทัย
สินสมุทรสุดแสนสงสารแม่ คร้นั ทรงฤทธิ์ปลอบลูกชายหายสงสัย
ใหห้ ว่ งหลงั กงั วลด้วยชนนี ไปเขาใหญ่ในปา่ พนาวัน
บดิ าดูรู้แจง้ จงึ แกล้งห้าม ปลอบประโลมลูกชายจะผายผนั
อยู่เป่าปต่ี เี กราะเสนาะครนั เอาผา้ พนั ผูกดแี ลว้ ลีลา
นางผเี สอื้ เมื่อแรกก็แปลกจิต สมอารมณร์ ีบออกนอกคูหา
จึงรีบออกนอกคูหาแล้วคลาไคล แลชลาล้วนคลื่นเสียงคร้ืนโครม
ไม่วายนกึ ถึงองค์พระทรงโฉม
ฝา่ ยองค์พระอภยั วิไลโฉม ปลอบประโลมลกู เมียเขา้ เคลียคลอ
จึงหยิบป่ีที่เปา่ เมื่อคราวน้ัน ใหส้ มนดั ซึ่งสญั ญาเธอมาหนอ
ใหล้ ูกรักผลักแผ่นศิลาล้ม คอ่ ยเคลื่อนคลายว่ายคลอกันไคลคลา
เลยี บลลี าศหาดทรายชายคงคา อยู่ชายหาดพร้อมกนั ก็หรรษา
ฝ่ายเงือกน้าสาหรับทะเลลกึ
พอแจ่มแจ้งแสงทองผ่องโพยม
จะไปลอยคอยองค์ทรงสวสั ดิ์
แลว้ ออกจากวนวังไม่ร้ังรอ
พอเหน็ องค์ทรงยศโอรสราช
-90-
-90-
จึงชวนลกู สาวน้นั กับภรรยา คลานขน้ึ มาชายฝั่งแล้วบงั คม
พงศ์กษัตรยิ ท์ ัศนานางเงือกน้อย ดูแชม่ ช้อยโฉมเฉลาทัง้ เผา้ ผม
ท้งั เน้อื นมนวลเปล่งออกเตง่ ทรวง
ประไพพักตร์ลักษณ์ลา้ ล้วนขาคม ดังสุรางคน์ างนาฏในวงั หลวง
ขนงเนตรเกศกรออ่ นสะอาด แล้วหนักหน่วงนกึ ท่ีจะหนีไป
พระเพลินพิศคดิ หมายเสียดายดวง ช่างสมกับวาจาจะหาไหน
จงึ ตรัสว่าตาเงือกมาคอยรบั เด๋ียวน้ไี ปแรมทางกลางอรัญ
เราลอ่ ลวงนางผีเสอ้ื กเ็ ช่ือใจ พระโยคมี ีเวทวิเศษขยัน
ชว่ ยเมตตาพาตรงไปส่งท่ี จะป้องกันภยั พาลประการใด
กลางคงคาปลาร้ายกห็ ลายพรรณ ขอรองบาทบรริ ักษจ์ นตักษัย
พระหน่อไทใหข้ ีภ่ รยิ า
เงือกผูเ้ ฒ่าเคารพอภวิ าท
เสด็จขึ้นทรงบา่ จะพาไป ปลาไม่กลา้ กรายกลัวทั่วทิศา
อนั อานาจชาตเิ ช้ือผีเสือ้ น้า เมื่อจบั ข้าข้าจงึ ออ่ นหย่อนกาลัง
ดว้ ยกลน่ิ อายคลา้ ยท่านผมู้ ารดา เปรียบเหมือนเน้ือเห็นพยัคฆใ์ ห้ชกั หลงั
ข้นึ นัง่ ยังบ่าข้าจะพาไป
สตั วใ์ นน้าจาแพแ้ ก่ผเี สอื้ สอนให้บุตรขอสมาอัชฌาสัย
อยา่ เกรงภัยในชลทวี่ นวงั พระหน่อไทขอสมาขึ้นบา่ นาง
พงศ์กษัตรยิ ์ตรสั ชวนสินสมทุ ร มีกาลังลีลาศค่อยวาดหาง
พระทรงบ่าเงือกนา้ งามวิไล ลูกสาวนางเงอื กงามตามลลี า
เงือกประคองสององคล์ งจากฝัง่ เพลินประพาสพิศดูหม่มู จั ฉา
ค่อยฟฟู ่องล่องน้าไปท่ามกลาง คอ่ ยเคล่ือนคลาคล้ายคล้ายในสายชล
ข้ึนฟ่องฟูพน่ ฟองละอองฝน
พระโฉมยงองค์อภยั มณนี าถ บา้ งผุดพน่ ฟองน้าบ้างดาจร
เหล่าฉลามลว้ นฉลามตามกันมา ลอยสล้างกลางกระแสแลสลอน
ฉนากอยู่คู่ฉนากไม่จากคู่ ประชมุ ซ่อนแฝงชลขึน้ วนเวียน
ฝูงพิมพาพาฝูงเขา้ แฝงวน ข้นึ ลอยเล่นเล้ยี วลดั ฉวัดเฉวยี น
กระโห้เรยี งเคียงกระโห้ขนึ้ โบกหาง ดาษเดยี รดูเพลนิ จนเกนิ มา
มงั กรเกย่ี วเลย้ี วลอดกอดมงั กร โขดตะคุ่มเคียงเคยี งเรยี งรุกขา
ฝูงมา้ นา้ ทาท่าเหมือนมา้ เผน่ จะแลขวาควนั คลุม้ กล้มุ โพยม
ตะเพยี นทองทอ่ งนา้ นาตะเพียน ให้วิเวกหวาดองค์พระทรงโฉม
เห็นละเมาะเกาะเขาเขียวชอุ่ม ย่งิ ทุกขโ์ ทมนัสในฤทยั ทวี
จะเหลยี วซ้ายสายสมทุ รสดุ สายตา ท้องทะเลมดื มัวท่ัววถิ ี
จะเหลยี วดสู ุรยิ ์แสงเข้าแฝงเมฆ ประเดี๋ยวนลี้ มกลา้ สลาตนั
ฟงั สาเนียงเสยี งคลนื่ ดงั คร้นื โครม หยดุ เสียบา้ งใหส้ บายจึงผายผัน
พอเย็นยา่ คา่ พลบลงโพล้เพล้ ตอ่ กลางวันจงึ คอ่ ยไปให้สาราญ
พระหา้ มเงอื กสองราดว้ ยปรานี
เห็นละเมาะเกาะใหญ่ทไี่ หนกว้าง
เราหนีนางมาไดก้ ็ไกลครัน
-91-
-91-
ตาเงอื กน้าซ้าสอนพระทรงศกั ด์ิ ยังใกล้นกั อยา่ ประมาททาอาจหาญ
นางร้คู วามตามมาไม่ชา้ นาน จะพบพานพากันตายวายชวี นั
(ยงั มเี น้ือหาตอ่ )
พระสนุ ทรโวหาร (ภู่)
จากหนังสอื เรยี น รายวิชาพน้ื ฐาน ภาษาไทย วรรณคดีวจิ ักษ์
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๓ หนา้ ๕๙ - ๖๒
-92-
-92-
ใบงาน
“สอื่ สาร…วางกลยทุ ธ”์
คาชแี้ จง ให้นกั เรียนตอบคาถามตอ่ ไปนี้
๑. วธิ กี ารที่พระอภยั มณีใชห้ นีตามเนอื้ เร่ืองอยา่ งละเอยี ด
......................................................................................................................
......................................................................................................................
......................................................................................................................
......................................................................................................................
......................................................................................................................
......................................................................................................................
......................................................................................................................
..............................................................................................................
๒. วธิ ีการที่กลมุ่ นักเรยี นคดิ หากอย่ใู นสถานการณเ์ ดียวกับพระอภยั มณี
......................................................................................................................
......................................................................................................................
......................................................................................................................
......................................................................................................................
......................................................................................................................
......................................................................................................................
......................................................................................................................
..............................................................................................................
-93-
-93-
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ ๑๓
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๑ สรา้ งสรรค์สารพรอ้ ม เรื่อง วจภี ิรมย์ (๕) เวลา ๑ ชั่วโมง
กลุม่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย ๕ ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๓
สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด กจิ กรรมการเรียนรู้ แหล่งเรยี นรู้
นางผีเสื้อสมุทรเมื่อรู้ว่า พระอภัยมณีหนีไปจาก ขน้ั นา ห้องสมุด
ตนก็รู้สึกเสียใจจนแทบจะส้ินชีวิต จึงได้สั่งผีท่ีอยู่ นักเรียนตอบคาถามว่า “จากคาบเรียนท่ีแล้วนักเรียนรู้สึก
-94- ใต้บังคับบัญชาในทิศต่าง ๆ รีบเร่งออกตามหา สงสารตวั ละครใดมากท่ีสุด” สอ่ื
พระอภัยมณี 1. ใบความรู้ “นทิ านคากลอนเรื่อง
จุดประสงค์การเรียนรู้ แนวคาตอบ พระอภยั มณี ตอนพระอภัยมณหี นีนางผเี สือ้
ดา้ นความรู้ - สงสารนางผเี สือ้ สมทุ ร เพราะ นางผีเสอื้ สมทุ ร สมทุ ร”
ต้องจากสามที ี่ตนเองรกั มาก 2. ใบงาน “ภาพวาดจากบทกลอน”
อธบิ ายเนื้อเร่อื งพระอภยั มณี ตอนพระอภัยมณี - สงสารพระอภยั มณี เพราะ พระอภยั มณที ีก่ าลังหนี ภาระ/ชิ้นงาน
หนีนางผีเส้ือสมทุ ร จากนางผีเสื้อสมทุ รทโี่ หดร้าย
ด้านทักษะกระบวนการ - สงสารสนิ สมทุ ร เพราะ สนิ สมทุ รรกั แม่มาก พอรู้ว่า การทาใบงาน “ภาพวาดจากบทกลอน”
พอ่ จะพาหนกี ็ไมอ่ ยากทาใหแ้ มเ่ สียใจ ไมส่ งสารใครเลย
อา่ นเน้อื เรอ่ื งและสรุปใจความสาคญั ได้ถกู ต้อง -
สมรรถนะท่ีต้องการใหเ้ กดิ กับผู้เรยี น ขนั้ สอน
การส่ือสาร 1. นักเรียนอ่านเน้ือหาจากใบความรู้ “นิทานคากลอน การวดั และประเมนิ ผล
แบบประเมินการทางานกลมุ่
เรอื่ งพระอภัยมณี ตอนพระอภยั มณีหนีนางผเี ส้อื สมุทร”
2. นั กเรียนทากิจกรรม ใบงาน “ภ าพ วาดจาก
บทกลอน” วิธกี ารโดย
2.๑ นกั เรยี นจบั กลุ่ม กลุ่มละ ๓ - ๔ คน
2.๒ นักเรียนแต่ละกลุ่มช่วยกันวาดภาพตอนใด
ตอนหน่ึงจากใบความรู้ “นิทานคากลอนเร่ืองพระอภัยมณี
-94-
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ๑ สร้างสรรคส์ ารพรอ้ ม แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๑๓ เวลา ๑ ช่ัวโมง
กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย เร่อื ง วจีภริ มย์ (๕) ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ ๓
รายวชิ า ภาษาไทย ๕
-95-
ตอนพระอภัยมณีหนีนางผีเส้ือสมุทร” ซ่ึงตอนท่ีเลือกวาด
จะต้องเป็นตอนท่ีแสดงความรู้สึกของตัวละครได้อย่างชัดเจน
ลงในกระดาษท่ีครเู ตรียมไวใ้ ห้
2.๓ ตัวแทนแต่ละกลุ่มออกมานาเสนอภาพวาด
ของกลุ่ม
3. นักเรียนช่วยกันสรุปกิจกรรม โดยครูตั้งประเด็น
คาถามว่า “ตัวละครท่ีนักเรียนเลือกวาดภาพมีการแสดง
ลกั ษณะภาษาในการสอื่ สารโดยวธิ ีใด”
แนวคาตอบ ตัวละคร เช่น นางผเี ส้อื สมทุ รใช้ทง้ั
วัจนภาษาและอวัจนภาษาที่ชดั เจน ท้ังคาพูดที่
ไมไ่ พเราะ เพราะความโกรธและทา่ ทางท่ไี ม่พอใจเป็น
อย่างมาก ทกี่ ริ ิยาอาการโกรธทช่ี ัดเจน เหมอื นกบั ท่ี
นกั เรียนในแต่ละกลมุ่ ถา่ ยทอดออกมาเปน็ ภาพวาด
ขั้นสรุป
นกั เรียนและครรู ่วมกันอภิปรายสรุปในประเด็นจากที่
นกั เรียนไดเ้ รียนในวันนี้ คาพูดท่ีว่า “ภาษากายส่ือถงึ หวั ใจ”
นกั เรียนคิดวา่ จริงไม่ เพราะเหตใุ ด
แนวคาตอบ จริง เพราะ นางผีเสอื้ สมทุ รแสดงภาษาทาง
-95-
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ สร้างสรรค์สารพร้อม แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ ๑๓ เวลา ๑ ช่ัวโมง
กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย เรื่อง วจีภิรมย์ (๕) ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ ๓
รายวิชา ภาษาไทย ๕
กายท่ีโกรธเกรีย้ ว วาจาที่ไมเ่ หมาะสม เพราะ หัวใจของ
นางมคี วามรักท่ีไม่สมหวงั รกั ท่ีหวงั ครอบครอง และอยาก
ใหพ้ ระอภยั มณกี ลับไปอยู่กับตนโดยไม่สนใจส่ิงอื่นใด
ซึ่งถือวา่ ไม่เหมาะสม
-96-
-96-
ใบความรู้
“นิทานคากลอนเรอื่ งพระอภัยมณี
ตอนพระอภยั มณหี นนี างผเี ส้อื สมุทร”
อนั ตาข้าถ้าค่าเห็นสวา่ ง ทง้ั เดินทางเรยี่ วแรงแข็งขยนั
ถา้ แดดกลา้ ตามัวเป็นหมอกควัน จะผายผนั ลว่ งทางไปกลางคนื
แล้วว่ายแหวกแบกองค์พงศ์กษตั ริย์ พลางสะบัดโบกหางไปกลางคล่ืน
จนดึกดน่ื รบี รุดไมห่ ยดุ เลย
สลาตันลน่ั พิลึกเสยี งครกึ คร้ืน พระลูกใหบ้ ิตุรงค์ทรงเสวย
ครั้นรงุ่ เช้าเขา้ เกาะเสาะลูกไม้ แลว้ รีบเลยลว่ งไปในคงคา
เงือกก็หาอาหารกินตามเคย ไปนัง่ โซเซาอยู่รมิ ภผู า
ต้องอดปลาอดนอนอ่อนกาลงั
ฝา่ ยนางผเี ส้อื สมทุ รทส่ี ุดโง่ เจียนชวี ิตจะเดด็ ดบั ไม่กลบั หลัง
ขอชวี ิตพษิ ฐานตามตารา ค่อยเซซังซวนทรงไม่ตรงตัว
ได้สามวันรันทดสลดจติ กาลงั อยากยืนขยอกจนกลอกหัว
อุตสา่ ห์ยืนฝืนใจใหป้ ระทงั คดิ ถึงผวั เหยาะย่างมากลางไพร
เหน็ ลกู ไม้ในป่าควา้ เขา้ ปาก เอะ๊ อกกูเกดิ เขญ็ เปน็ ไฉน
ทม่ี ดื หน้าตาลายค่อยหายมัว ยง่ิ ตกใจเพียงจะด้นิ ส้ินชีวี
ถึงประตูคูหาเหน็ เปิดอยู่ นางยกั ษ์รา้ ยรู้ว่าพากันหนี
เขา้ ในหอ้ งมองเขมน้ ไม่เห็นใคร สองมือตอี กตมู ฟูมน้าตา
แลดปู ี่ทีเ่ ปา่ เลา่ กห็ าย เสียงโฮโฮดงั ก้องห้องคูหา
เสียน้าใจในอารมณไ์ มส่ มประดี ควรหรอื มาท้งิ ขวา้ งหมองหมางเมีย
ลงกลิ้งเกลือกเสอื กกายร้องไห้โร่ เหมือนควักเอาดวงใจน้องไปเสยี
พระรูปหลอ่ พ่อคุณของเมียอา ทูนหวั เมยี ช่างไม่ไวอ้ าลยั เลย
ทง้ั ลกู นอ้ ยกลอยใจไปดว้ ยเลา่ เคยรว่ มอาสน์อกอุ่นพ่อคุณเอ๋ย
นอ้ งรอ้ นรุ่มกล้มุ ใจดงั ไฟเลีย เหมอื นพระเคยคเู่ คียงเมื่อเท่ยี งคืน
ถึงแปดปีนี่แลว้ ไมแ่ คล้วคลาด สอู้ ดออมสารพดั ไม่ขัดขืน
ตั้งแต่นน้ี ้องจะได้ผู้ใดเชย นางสะอน้ื อ้าปากจนรากเรอ
เสยี แรงรักหนักหนาอุตส่าห์ถนอม แลว้ กก็ ลบั พลิกฟ้ืนต่ืนเผยอ
ชา่ งกระไรใจจดื ไม่ยดื ยืน ไมเ่ หน็ เธอทอดกายดงั วายปราณ
ดว้ ยแรงนอ้ ยถอยทบสลบหลับ กาลงั โกรธกลบั แรงกาแหงหาญ
ร้องเรียกลกู ผัวเฟือนเหมือนละเมอ ชา่ งคิดอ่านเอาคู่ของกูไป
ระกาอกหมกมุ่นหนุ พิโรธ
ประหลาดใจใครหนอมาก่อการ
-97-
-97-
ศลิ าน้ที ีม่ นุษยจ์ ะเปิดนนั้ สักหม่ืนพนั ก็ไม่อาจจะหวาดไหว
ยกั ขินีผสี างหรืออยา่ งไร มาพาไปไม่เกรงข่มเหงกู
พลางราพึงถงึ จะไปไม่ไกลนัก จะตามหักคอกินเหมือนชิ้นหมู
โมโหหนุ ผลุนออกนอกประตู เทีย่ วตามดรู อยลงในคงคา
กระโดดโครมโถมว่ายสายสมุทร อุตลุดดาดน้ เทีย่ วคน้ หา
ไม่เหน็ ผัวควา้ ไปไดแ้ ตป่ ลา ควักลกู ตาสูบเลอื ดด้วยเดือดดาล
ค่อยมีแรงแผลงฤทธิค์ ารนรอ้ ง ตะโกนก้องเรยี กหาโยธาหาญ
ฝา่ ยปีศาจราชทูตภตู พรายพาล อลหมา่ นข้นึ มาหาในสาชล
อสุรผี เี สื้อจึงซักถาม มึงอยูต่ ามเขตแขวงทุกแหง่ หน
เหน็ มนษุ ยน์ วลละอองท้ังสองคน มาในวนวงั บ้างหรืออย่างไร
ครนั้ ไดย้ ินจงึ แจ้งแถลงไข
ฝา่ ยพวกผีทอ่ี ยู่ทิศทักษิณ ข้างทิศใตแ้ ตเ่ ม่ือคืนวานซืนน้ี
เหน็ เงือกพามนุษย์รบี รุดไป ด้วยลกู เล็กเหลอื ตวั ไม่กลัวผี
ขา้ นกึ รา้ ยหมายจะตามก็ขามเดก็ ด้วยทว่ งทรี บี รอ้ นไม่นอนใจ
เห็นจะไปได้ครนั จนวนั นี้ โตดังหน่งึ ยคุ นุ ธรข์ นุ ไศล
สมทุ รไทแทบจะล่มถลม่ ทลาย
นางผีเสอ้ื เหลือโกรธโลดทะล่งึ ภูเขาหกั หนิ หลดุ ทรุดสลาย
ลุยทะเลโครมครามออกตามไป ผเี ส้อื ร้ายรบี รุดไม่หยดุ ยืน
เหล่าละเมาะเกาะขวางหนทางยักษ์ กับลูกรกั เงือกน้าไปตามคล่ืน
เสยี งครกึ ครืน้ คลนื่ คล้มุ ขน้ึ กลุ้มกาย เหน็ ทะม่ืนมาขา้ งหลงั ดังสะเทือน
สลาตันลมใหญก่ ็ไมเ่ หมือน
ฝ่ายพระอภยั มณีซึ่งหนียกั ษ์ เปน็ คลื่นเคลอ่ื นคลอนลนั่ สนน่ั ดัง
บรรลุทางกลางชลาไดห้ ้าคืน คือว่าฤทธิ์ยักษ์ร้ายมาภายหลงั
จงึ ถามเงือกวา่ ไฉนจึงไหวหวน่ั ชีวิตครั้งน้เี หน็ ไม่เป็นตน
ไมเ่ ห็นแสงสุรยิ ันตะวนั เดอื น เสียงครกึ ครืน้ มารนางมากลางหน
เห็นสดุ จนจามว้ ยลงด้วยกัน
ฝา่ ยเงอื กน้าสาเหนียกแน่ในจิต ให้เปล่าเปล่ียวนัยนาเพียงอาสัญ
ด้วยเดชนางยักขินีมีกาลงั อตุ ส่าห์กล้นั กลืนน้าตาแล้วพาที
จึงทูลองค์พระอภัยวา่ ใชอ่ ืน่ วิบากกรรมก็จะสูอ้ ยู่เป็นผี
คงทันกนั วันนห้ี นีไม่พน้ แล้วรีบหนไี ปในน้าแต่ลาพัง
พระอภัยใจหายไมว่ ายเหลยี ว แมน้ นางยกั ษ์จะมารบั จงกลับหลงั
แต่มานะกษตั รยิ ์สู้กดั ฟนั กนั แสงสง่ั ลกู ยาด้วยอาลัย
จะไปไหนไม่พ้นผีเสอื้ น้า ลกู ไม่ขอจากพระองค์อยา่ สงสัย
ท่านสง่ เราเข้าทเี่ กาะละเมาะน้ี พระรีบไปก่อนขา้ อย่าปรารมภ์
แล้ววา่ แกส่ นิ สมุทรสุดที่รัก อยู่ตน้ ทางจะไดพ้ บประสบสม
อนั ตวั พ่อขอตายวายชีวงั พระปรารมภ์เรียกไว้ก็ไม่ฟัง
สนิ สมทุ รมิได้กลวั กลับหวั รอ่
แมน้ มารดามาตามจะห้ามไว้
ลูกจะค่อยลอยตามแตห่ ่างห่าง
แลว้ เผ่นโผนโจนลงทะเลลม
-98-
-98-
เทีย่ วดาด้นคน้ หามัจฉาใหญ่ พอจับได้ปลาอินทรีขนึ้ ข่หี ลงั
เสยี งโผงผางกลางนา้ แต่ลาพัง คอ่ ยลอยรั้งรอมาในวาริน
ครั้นลุยออ่ นอุตสา่ หว์ า่ ยสายกระสนิ ธุ์
ฝา่ ยผเี สอื้ สมทุ รไมห่ ยุดหย่อน เจียนจะสิ้นชวี าในสาคร
กาลงั นอ้ ยถอยถดด้วยอดกิน เหน็ เลื่อนลอยลิบลบิ ยิ่งถบี ถอน
ไดส้ ามวนั ทนั ผัวกับลกู น้อย คลื่นกระฉ่อนฉาดฉานสะท้านมา
กระโจมโจนโผนโผชโลทร ครนั้ จะหยุดยักษไ์ ลใ่ กลน้ กั หนา
ฝ่ายเงือกน้ากาลังกส็ นิ้ สดุ เจา้ ชว่ ยพาภูวไนยไปให้พน้
เรยี กลูกสาวคราวน้พี ่อจะมรณา แบกกษัตรยิ ว์ ่ายเสอื กเสลอื กสลน
นางเงือกนอ้ ยสร้อยเศรา้ เขา้ มาผลัด ออกกลางชลโบกหางผางผางไป
กาลงั สาวคราวดว่ นดว้ ยจวนจน เห็นผดิ พกั ตร์มารดาน่าสงสยั
สงสัยใจออกขวางกลางคงคา
สินสมุทรหยดุ อยู่ดนู างยักษ์ นสี่ ัตวบ์ กหรอื สตั ว์น้าดานักหนา
ด้วยเหน็ แม่แตร่ ปู นิมิตไว้ จะเล่นขา้ ทา่ ไรจะใคร่รู้
แลว้ รอ้ งถามตามประสาเป็นทารก ได้ยนิ คาโอรสนึกอดสู
โจนกระโจมโครมครามตามเรามา ไม่เหน็ อยู่ด้วยกนั นี่ฉนั ใด
หรือซุม่ ซ่อนอยเู่ กาะละเมาะไหน
ฝ่ายนางอสุรีผเี ส้ือน้า จงึ จะได้จบั กุมตะลมุ บอน
เปน็ หว่ งผวั มัวแลชะแง้ดู มิใช่ชาตยิ ักษม์ ารชาญสมร
หรือจวนตวั กลัวเมยี ไปเสยี ก่อน เมอื่ นง่ั นอนอยู่ในถ้าไม่จาแลง
จาจะปลอบโดยดีแมน้ มิไป
จึงตอบโตโ้ ปป้ ดโอรสราช
เจา้ แปลกหรือคอื นี่แลมารดร
-99-
-99-
ใบงาน
“ภาพวาดจากบทกลอน”
คาชีแ้ จง ให้นักเรยี นเลอื กวาดภาพจาก“นิทานคากลอนเร่ืองพระอภัยมณี ตอนพระอภยั มณี
หนีนางผเี สื้อสมุทร”ท่แี สดงความรสู้ กึ ของตวั ละครได้อย่างชัดเจน
-100-
-100-
แบบประเมนิ การทางานกลุ่ม
คาชแี้ จง ให้ครปู ระเมนิ การทางานกลมุ่ ของนกั เรยี นตามรายการประเมนิ (คะแนนเต็ม 12 คะแนน)
รายการประเมิน ๓ ระดับคะแนน ๑
๒
1. การกาหนดบทบาทหนา้ ท่ี กาหนดบทบาทหน้าท่ี ไมม่ ีการกาหนดบทบาท
2. การมสี ว่ นรว่ ม สมาชิกอยา่ งชดั เจน กาหนดบทบาทหนา้ ท่ี หน้าที่
มสี ่วนร่วมในการปฏบิ ตั ิ สมาชิกไม่ครบถ้วน มีสว่ นรว่ มในการปฏิบตั ิ
3. การรบั ฟงั และแสดงความ งานกลมุ่ มีสว่ นรว่ มในการปฏิบตั ิ งานกลุม่ น้อยมาก
คิดเหน็ รับฟังและแสดงความคดิ เหน็ งานกลมุ่ บ้าง หรอื ไมม่ ีสว่ นร่วม
4. ความรบั ผดิ ชอบ อยา่ งมีเหตผุ ลและสร้างสรรค์ รบั ฟังและแสดงความคดิ เห็น รับฟงั ความคิดเหน็ ของผู้อน่ื
อย่างสมา่ เสมอ อยา่ งมีเหตผุ ลและสรา้ งสรรค์ น้อยมากหรอื ไม่รับฟงั
รับผิดชอบงานที่ไดร้ ับ เป็นบางครัง้ ความคดิ เหน็ ผู้อน่ื
มอบหมายและเสรจ็ ตามเวลา รับผดิ ชอบงานที่ไดร้ ับ ไม่รบั ผิดชอบงานท่ไี ดร้ บั
ทกี่ าหนด มอบหมาย แตเ่ สรจ็ ไมท่ นั มอบหมาย
ตามกาหนด
* การคิดคะแนน รอ้ ยละ = (คะแนนท่ไี ด้/คะแนนเตม็ ) x 100
การแปลผลการประเมนิ การแปลผล
เกณฑ์ของระดบั คะแนน ดมี าก
ดี
รอ้ ยละ 80 - ๑๐๐
ร้อยละ 70 - 79 พอใช้
ร้อยละ 50 - 69 ปรับปรุง
ร้อยละ ๐ - 49
-101-
-101-
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๑๔
หน่วยการเรียนรูท้ ี่ ๑ สรา้ งสรรคส์ ารพร้อม เร่ือง ชนื่ ชมทัศนะ (๑) เวลา ๑ ชั่วโมง
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย รายวิชา ภาษาไทย ๕ ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๓
สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด กจิ กรรมการเรยี นรู้ แหล่งเรยี นรู้
เหตุการณ์ตอนท่ีเรียนแสดงให้เห็นถึงการใช้ ขัน้ นา ห้องสมุด
ปัญญาและคุณธรรมในการแก้ไขปัญหาจากตัวละคร ๑. นักเรียนรว่ มกนั แลกเปล่ยี นเนอ้ื หาจากในคาบเรยี น
-102- ซึง่ นกั เรยี นสามารถนาไปปรับใชใ้ นชีวติ ประจาวนั ได้ ทผ่ี ่านมาว่าเกดิ เหตุการณ์ใดขึ้นบ้างจากเร่ือง สอ่ื
จดุ ประสงค์การเรียนรู้ ๑. ใบความรู“้ นทิ านคากลอนเรอื่ ง
ด้านความรู้ แนวคาตอบ พระอภยั มณี ตอนพระอภยั มณีหนนี างผีเส้อื
นางผี เสื้ อสมุ ทรเสี ยใจและโกรธมากที่ รู้ ว่ าพระอภั ยม ณี สมทุ ร”
เข้าใจวธิ กี ารแก้ไขปัญหาของตัวละคร ห นี ไป จ าก ต น สิ น ส มุ ท ร ก็ รู้ สึ ก เสี ย ใจ ที่ ต้ อ งพ า ๒. ใบงาน เร่อื ง “ปญั ญาและคณุ ธรรม”
ดา้ นทักษะกระบวนการ พระอภัยมณบี ดิ าของตนหนีจากมนางผเี ส้อื สมุทร ภาระ/ชิ้นงาน
นาเสนอวธิ กี ารแกไ้ ขปัญหาได้อย่างเหมาะสม ๒. ครเู ชือ่ มโยงเข้าสู่บทเรียนวา่ “ในคาบเรยี นนเ้ี ราจะ การทาใบงาน เร่ือง “ปัญญา
สมรรถนะที่ต้องการใหเ้ กิดกับผู้เรียน มาดวู ่าสนิ สมุทรเม่ือพาพ่อของตนหนจี ะได้รู้ความจริงเก่ยี วกับ และคุณธรรม”
แม่ของตน สนิ สมุทรจะมวี ิธกี ารช่วยพ่ออยา่ งไร เรามาดกู นั
การส่ือสาร ในคาบน”้ี
ขน้ั สอน การวดั และประเมินผล
3. นกั เรยี นอ่านเน้อื หาจากใบความรู้“นทิ านคากลอน แบบประเมนิ การทางานกลุ่ม
เรอื่ งพระอภัยมณี ตอนพระอภัยมณีหนีนางผเี สื้อสมทุ ร”
4. นกั เรียนทาใบงาน “ปัญญาและคุณธรรม” วธิ กี าร
4.๑ นกั เรียนจบั กลมุ่ กล่มุ ละ ๓ - ๔ คน
4.๒ นกั เรยี นแต่ละกลุ่มช่วยกันวิเคราะห์
-102-
หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี ๑ สร้างสรรคส์ ารพร้อม แผนการจดั การเรียนรู้ที่ ๑๔ เวลา ๑ ชั่วโมง
กลุ่มสาระการเรยี นรภู้ าษาไทย เร่ือง ช่นื ชมทัศนะ (๑) ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี ๓
รายวชิ า ภาษาไทย ๕
-103-
๒ ประเดน็ ในใบงาน คือ
๑. พฤตกิ รรมของสนิ สมุทรจากที่ได้อ่าน
ตามหน้าที่กาหนดมคี วามเหมาะสมหรอื ไม่อยา่ งไร
๒. หากนกั เรยี นเป็นสนิ สมทุ ร นกั เรียนจะมี
วธิ กี ารแกป้ ัญหานี้อย่างไร
4.๓ ตั ว แ ท น แ ต่ ล ะ ก ลุ่ ม อ อ ก ม าน าเส น อ
5. นกั เรยี นช่วยกนั สรุปใบงาน “ปญั ญาและคุณธรรม”
แนวคาตอบ
นักเรียนแต่ละกลุม่ มีคาตอบทีห่ ลากหลาย
แตพ่ ฤตกิ รรมทีส่ นิ สมทุ รแก้ปัญหาอาจจะไม่ถกู ตอ้ งท่มี ี
การโกหก และยว่ั โมโหแม่”
ขัน้ สรุป
นักเรียนและครูร่วมกันอภิปรายในประเด็นนักเรียนมี
ความคิดเห็นอย่างไร กับคากล่าวที่ว่า “พูดด้วยปัญญาเพื่อ
แกป้ ญั หาให้ถูกทาง”
แนวคาตอบ
จากในเรอื่ งตอนท่ีไดเ้ รียนวนั น้ี นกั เรียนจะเห็นว่า
สนิ สมทุ รพยายามใช้คาพูดหว่านลอ้ มด้วยปัญญาท่ี
ตนมี เพือ่ แกไ้ ขปญั หา ถว่ งเวลานางผีเส้ือสมทุ ร
ชว่ ยเหลอื พระอภัยมณใี หห้ นีไปได้ทันเวลา ดงั นนั้
-103-
หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๑ สรา้ งสรรคส์ ารพรอ้ ม แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี ๑๔ เวลา ๑ ชั่วโมง
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย เร่ือง ช่ืนชมทัศนะ (๑) ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ ๓
รายวิชา ภาษาไทย ๕
นกั เรยี นจะเหน็ ได้วา่ การสื่อสารด้วยภาษาพดู น้ัน
หากพดู ดว้ ยปัญญาในทางทถ่ี ูกต้อง เราก็สามารถท่ี
จะแก้ไขปญั หาท่มี ใี หถ้ ูกทางได้
-104-
-104-
ใบความรู้
“นทิ านคากลอนเรือ่ งพระอภยั มณี
ตอนพระอภัยมณีหนนี างผเี ส้อื สมทุ ร”
จะไปไหนไม่พน้ ผีเสอื้ น้า วิบากกรรมกจ็ ะสูอ้ ยู่เปน็ ผี
ท่านส่งเราเข้าที่เกาะละเมาะน้ี แล้วรบี หนไี ปในน้าแตล่ าพัง
แลว้ ว่าแก่สินสมทุ รสดุ ท่ีรัก แม้นนางยักษ์จะมารบั จงกลับหลัง
อนั ตวั พ่อขอตายวายชวี ัง กันแสงส่งั ลูกยาดว้ ยอาลยั
ลกู ไม่ขอจากพระองค์อย่าสงสัย
สนิ สมทุ รมิได้กลวั กลบั หัวร่อ พระรีบไปก่อนข้าอยา่ ปรารมภ์
แมน้ มารดามาตามจะห้ามไว้ อยู่ต้นทางจะไดพ้ บประสบสม
ลูกจะค่อยลอยตามแต่ห่างห่าง พระปรารมภเ์ รียกไว้ก็ไม่ฟงั
แล้วเผ่นโผนโจนลงทะเลลม พอจบั ไดป้ ลาอินทรขี ึ้นขห่ี ลงั
เท่ียวดาด้นคน้ หามัจฉาใหญ่ ค่อยลอยร้ังรอมาในวาริน
เสียงโผงผางกลางนา้ แตล่ าพัง ครนั้ ลุยออ่ นอตุ ส่าห์ว่ายสายกระสินธ์ุ
เจียนจะสิน้ ชีวาในสาคร
ฝา่ ยผีเส้ือสมุทรไมห่ ยุดหย่อน เหน็ เลอื่ นลอยลิบลบิ ย่งิ ถบี ถอน
กาลงั นอ้ ยถอยถดดว้ ยอดกิน คล่นื กระฉ่อนฉาดฉานสะทา้ นมา
ไดส้ ามวันทนั ผวั กบั ลกู น้อย ครน้ั จะหยุดยักษไ์ ลใ่ กล้นกั หนา
กระโจมโจนโผนโผชโลทร เจา้ ชว่ ยพาภวู ไนยไปให้พ้น
ฝ่ายเงอื กน้ากาลังกส็ น้ิ สดุ แบกกษัตรยิ ์วา่ ยเสือกเสลอื กสลน
เรียกลกู สาวคราวนีพ้ ่อจะมรณา ออกกลางชลโบกหางผางผางไป
นางเงือกนอ้ ยสร้อยเศรา้ เขา้ มาผลดั เห็นผิดพักตรม์ ารดานา่ สงสยั
กาลงั สาวคราวดว่ นดว้ ยจวนจน สงสยั ใจออกขวางกลางคงคา
นสี่ ตั ว์บกหรอื สัตวน์ า้ ดานักหนา
สินสมุทรหยุดอยดู่ นู างยักษ์ จะเลน่ ข้าท่าไรจะใครร่ ู้
ด้วยเห็นแมแ่ ต่รูปนมิ ติ ไว้ ไดย้ ินคาโอรสนึกอดสู
แล้วรอ้ งถามตามประสาเปน็ ทารก ไมเ่ ห็นอยู่ด้วยกนั น่ีฉันใด
โจนกระโจมโครมครามตามเรามา หรือซมุ่ ซ่อนอยเู่ กาะละเมาะไหน
จึงจะได้จบั กมุ ตะลุมบอน
ฝา่ ยนางอสรุ ีผีเส้ือน้า มใิ ชช่ าติยักษ์มารชาญสมร
เป็นหว่ งผวั มัวแลชะแงด้ ู เมือ่ นัง่ นอนอยู่ในถา้ ไม่จาแลง
หรือจวนตวั กลัวเมียไปเสียก่อน รูปจงึ ผดิ ไปกวา่ เก่าเจ้าจึงแหนง
จาจะปลอบโดยดแี มน้ มิไป แม่แกล้งแปลงตัวตามเจา้ งามมา
จึงตอบโตโ้ ป้ปดโอรสราช อย่างหลงเลน่ จงไปอยใู่ นคหู า
เจ้าแปลกหรือคือน่ีแลมารดร ขอมารดาอุ้มหนอ่ ยเถิดกลอยใจ
ออกเดนิ ทางอยา่ งนต้ี อ้ งนิมิต
ไม่ปดิ งาอาพรางอยา่ คลางแคลง
ไหนพ่อเจา้ เลา่ แม่ไม่แลเห็น
แต่จากอกหกวนั แล้วขวญั ตา
-105-
-105-
สินสมทุ รฟังเสียงสาเนียงแน่ รู้ว่าแม่ม่ันคงไมส่ งสยั
ดรู ูปร่างอย่างเปรตสมเพชใจ ชา่ งกระไรราศไี มม่ ีงาม
กระนห้ี รอื พระบดิ ามิน่าหนี ทัง้ ท่วงทีไมส่ ุภาพทาหยาบหยาม
จาจะบอกหลอกลวงหน่วงเน้อื ความ อย่าใหต้ ามเขา้ ไปชดิ พระบดิ า
จงึ เสแสร้งแกล้งวา่ ขา้ ไมเ่ ช่ือ จะฉีกเนื้อกินเลน่ เป็นภักษา
ถ้าเป็นแม่แน่กระนน้ั จงกรุณา อย่าตามมามงุ่ หมายใหว้ ายปราณ
ด้วยองค์พระชนนเี ปน็ ผเี สือ้ อันชาตเิ ช้ืออยู่ถ้าลาละหาน
พระบดิ รร้อนรนทนทรมาน เคยอยูบ่ ้านเมืองมนษุ ยส์ ุดสบาย
คดิ ถึงวงศ์พงศาคณาญาติ จึงสามารถมานี่ไม่หนีหาย
เห็นมารดรซ่อนตวั ดว้ ยกลัวตาย ลกู จึงวา่ ยนา้ อยูแ่ ต่ผเู้ ดียว
ประทานโทษโปรดปล่อยไปหน่อยเถิด ที่ละเมดิ แมค่ ุณอย่าฉุนเฉยี ว
ลกู ขอลาฝ่าธลุ สี กั ปีเดียว ไปท่องเทย่ี วหาประเทศเขตนคร
แม้นพบอายา่ ปู่อยเู่ ปน็ สขุ บรรเทาทกุ ขภ์ ญิ โญสโมสร
จงึ จะชวนบติ ุเรศเสด็จจร มาสถานมารดรไม่นอนใจ
นกึ วา่ น้อยหรือตอแหลมาแก้ไข
อสุรีผีเสือ้ ไม่เชื่อถ้อย ทาปราศรยั เสยี งหวานดว้ ยมารยา
แกล้งดับเดือดเงือดงดอดฤทัย ชนนีก็จะได้ไม่เท่ียวหา
ถ้าแม้นแมแ่ ต่แรกร้กู ระน้ี ไม่โกรธาทนู หัวอย่ากลวั เลย
น่ีนกึ แหนงแคลงความจงึ ตามมา ไหนทรงฤทธ์บิ ติ รุ งค์เลา่ ลูกเอ๋ย
จะไปไหนไมห่ ้ามจะตามส่ง แล้วทรามเชยจึงค่อยพาบดิ าไป
แม่ขอพบพูดจาประสาเคย ยงั ซ้าหลอกลวงแมพ่ ูดแก้ไข
สนิ สมุทรสดุ ฉลาดไม่อาจบอก ขอเชญิ ไปอยู่ในถ้าให้สาราญ
มใิ ช่การมารดาจะคลาไคล พระบิดาข้ขี ลาดไม่อาจหาญ
ซึ่งจะให้ไปบอกออกมาหา ไม่ชา้ นานบิตรุ งคค์ งจะมา
พระแม่อย่าทารกรรมใหร้ าคาญ
(ยังมีเนื้อหาต่อ)
พระสนุ ทรโวหาร (ภู่)
จากหนงั สือเรยี น รายวิชาพนื้ ฐาน ภาษาไทย วรรณคดีวจิ ักษ์
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๓ หน้า ๖๕ - ๖๗
-106-
-106-
ใบงาน
“ปญั ญาและคณุ ธรรม”
คาชแี้ จง ใหน้ กั เรยี นตอบคาถามตอ่ ไปน้ี
๑. พฤตกิ รรมของสินสมทุ รจากที่ไดอ้ ่านตามหนา้ ท่ีกาหนดมคี วามเหมาะสมหรือไม่ อย่างไร
............................................................................................................................. ...........
........................................................................................................................ ................
............................................................................................................................. ...........
........................................................................................................ ............................
๒. หากนักเรยี นเปน็ สนิ สมุทร นักเรยี นจะมีวธิ ีการแกป้ ัญหานีอ้ ยา่ งไร
............................................................................................................................. ...........
........................................................................................................................................
............................................................................................................................. ...........
....................................................................................................................................
-107-
-107-
แบบประเมนิ การทางานกลุ่ม
คาชแี้ จง ให้ครปู ระเมนิ การทางานกลมุ่ ของนกั เรยี นตามรายการประเมนิ (คะแนนเต็ม 12 คะแนน)
รายการประเมิน ๓ ระดับคะแนน ๑
๒
1. การกาหนดบทบาทหนา้ ท่ี กาหนดบทบาทหน้าท่ี ไม่มีการกาหนดบทบาท
2. การมสี ว่ นรว่ ม สมาชิกอยา่ งชดั เจน กาหนดบทบาทหนา้ ท่ี หน้าที่
มสี ่วนร่วมในการปฏบิ ตั ิ สมาชิกไม่ครบถ้วน มีสว่ นรว่ มในการปฏิบตั ิ
3. การรบั ฟงั และแสดงความ งานกลมุ่ มีสว่ นรว่ มในการปฏิบตั ิ งานกลุม่ น้อยมาก
คิดเหน็ รับฟังและแสดงความคดิ เหน็ งานกลมุ่ บ้าง หรอื ไมม่ ีสว่ นร่วม
4. ความรบั ผดิ ชอบ อยา่ งมีเหตผุ ลและสร้างสรรค์ รบั ฟังและแสดงความคดิ เห็น รับฟงั ความคิดเหน็ ของผู้อน่ื
อย่างสมา่ เสมอ อยา่ งมีเหตผุ ลและสรา้ งสรรค์ น้อยมากหรอื ไม่รับฟงั
รับผิดชอบงานที่ไดร้ ับ เป็นบางครัง้ ความคดิ เหน็ ผู้อน่ื
มอบหมายและเสรจ็ ตามเวลา รับผดิ ชอบงานที่ไดร้ ับ ไมร่ บั ผิดชอบงานทไ่ี ดร้ บั
ทกี่ าหนด มอบหมาย แตเ่ สรจ็ ไมท่ นั มอบหมาย
ตามกาหนด
* การคิดคะแนน รอ้ ยละ = (คะแนนท่ไี ด้/คะแนนเตม็ ) x 100
การแปลผลการประเมนิ การแปลผล
เกณฑ์ของระดบั คะแนน ดมี าก
ดี
รอ้ ยละ 80 - ๑๐๐
ร้อยละ 70 - 79 พอใช้
ร้อยละ 50 - 69 ปรับปรุง
ร้อยละ ๐ - 49
-108-
-108-
แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๑๕
หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ ๑ สรา้ งสรรคส์ ารพร้อม เรอื่ ง ชน่ื ชมทัศนะ (๒) เวลา ๑ ช่ัวโมง
กลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย ๕ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๓
สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
กจิ กรรมการเรียนรู้ แหล่งเรยี นรู้
เหตุการณ์ตอนทเ่ี รยี นแสดงใหเ้ ห็นถึงการ ขน้ั นา ห้องสมุด
ตัดสินใจของตวั ละครหลายลักษณะทส่ี ง่ ผลแตกต่าง ๑. นักเรยี นตอบคาถามว่า “ในคาบเรยี นทีผ่ ่านมาเกิด
กัน เหตุการณ์ใดข้นึ บ้าง” สอ่ื
จุดประสงค์การเรยี นรู้ 1. ใบความรู้ “นิทานคากลอนเรอ่ื ง
ดา้ นความรู้ แนวคาตอบ พระอภยั มณี ตอนพระอภยั มณหี นีนางผเี ส้อื
ในคาบเรยี นทีแ่ ล้ว สนิ สมุทรเมื่อรูว้ า่ นางผีเสอื้ สมทุ ร สมุทร”
อธบิ ายลกั ษณะการตดั สินใจของตัวละครทส่ี ง่ ผล มารดาของตนเปน็ นางยกั ษม์ รี ปู รา่ งทอี่ ปั ลกั ษณ์มใิ ช่
แตกตา่ งกนั มนษุ ย์ ก็ตกใจและพยายามใช้อุบาย และคาพูดต่างๆ ๒. ใบงาน “รู้จกั ท่จี ะรัก”
ด้านทกั ษะกระบวนการ ในการถว่ งเวลาใหพ้ ระอภัยมณซี งึ่ เป็นบิดาของตนได้
-109- รอดพ้นจากเง้ือมมือของมารดา ภาระ/ชน้ิ งาน
สามารถตดั สนิ ใจในสถานการณต์ ่าง ๆ ได้อยา่ ง ๒. ครเู ช่ือมโยงเข้าสู่บทเรียนวา่ “ในคาบเรยี นนี้ การทาใบงาน เร่ือง “รจู้ กั ท่ีจะรกั ”
เหมาะสม สินสมทุ รและครอบครัวเงือกจะสามารถหนีพ้นจากนางผีเส้อื
สมรรถนะที่ต้องการให้เกิดกับผเู้ รียน สมุทรได้หรือไม่ เรามาลุ้นไปพรอ้ ม ๆ กัน” การวัดและประเมนิ ผล
ขน้ั สอน แบบประเมินการพดู แสดงความคดิ เห็น
การสือ่ สาร
3. นักเรียนศึกษาเน้ือหาจากใบความรู้ “นิทานคากลอน
เร่อื งพระอภยั มณี ตอนพระอภัยมณีหนนี างผีเส้ือสมทุ ร”
4. นักเรยี นทาใบงาน เร่ือง “รจู้ ักทจ่ี ะรัก” วธิ กี ารโดย
4.๑ นกั เรยี นจบั คู่กัน
4.๒ นกั เรยี นแต่ละคู่ ช่วยกันเขยี นแสดง
-109-
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ ๑ สรา้ งสรรค์สารพรอ้ ม แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี ๑๕ เวลา ๑ ช่ัวโมง
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี ๓
เรอื่ ง ช่ืนชมทัศนะ (๒)
-110- รายวชิ า ภาษาไทย ๕
ความคิดเหน็ จากเนื้อเรื่องตอนที่ศึกษา ในประเดน็
- พฤติกรรมของนางผเี สอื สมุทรตามเนื้อเร่ือง
ทไ่ี ด้ศึกษา แสดงใหเ้ ห็นว่าเป็นผู้ที่รู้จกั ท่จี ะรักหรือไม่อยา่ งไร
- การร้จู ักท่ีจะรกั ที่ถกู ต้อง ต้องทาอย่างไร
4.๓ ตวั แทนนักเรยี นแตล่ ะคู่ออกมานาเสนอ
ความคิดเห็นในใบงาน
ข้ันสรปุ
นกั เรยี นรว่ มกันแสดงความคดิ เหน็ ในประเดน็ “ร้จู ักทจ่ี ะรกั ”
แนวคาตอบ
เมื่อเราได้ถ่ายทอดภาษาในการสอ่ื สารผ่านการเขยี น
แสดงความคดิ เห็นแล้ว นักเรียนจะเหน็ ไดว้ ่า จากที่
เพ่อื นนาเสนอ ความรักมหี ลากหลายรูปแบบ มิใช่
เพยี งแคค่ วามรักแบบหนุม่ สาว แตย่ งั มีความรักแบบ
พอ่ แม่ทม่ี ีตอ่ ลูก ครูทมี่ ีตอ่ ศิษย์ พี่กบั น้อง เพื่อนที่รกั
และหวังดีกับเพ่ือน แม้กระทง่ั รกั บคุ คลอื่นเมตตาตอ่
บุคคลอ่นื มใี จที่อยากชว่ ยเหลือซึ่งกนั และกนั มคี วาม
เมตตาต่อกัน ความรกั ท่ถี กู ต้องดว้ ยความเมตตา
ลว้ นทาให้สงั คมน่าอยู่ และอยูร่ ่วมกันอยา่ งมคี วามสขุ )
-110-
ใบความรู้
“นิทานคากลอนเรื่องพระอภัยมณี
ตอนพระอภยั มณีหนีนางผเี สอื้ สมทุ ร”
อสุรผี ีเส้อื เหลือจะอด แคน้ โอรสราวกบั ไฟไหม้มงั สา
ช่างหลอกหลอนผ่อนผันจานรรจา แมน้ จะว่าโดยดเี ห็นมิฟงั
จะจบั ไวใ้ ห้พาไปหาพ่อ แลว้ หักคอเสียให้ตายเมื่อภายหลงั
โกรธตวาดผาดเสียงสาเนียงดงั นอ้ ยหรอื ยังโหยกเหยกเด็กเกเร
ชา่ งว่ากล่าวราวกับกไู มร่ เู้ ท่า มาพดู เอาเปรยี บผู้ใหญ่ทาไพล่เผล
เอาบดิ รซ่อนไวใ้ นทะเล ทาโว้เวว้ า่ กล่าวใหย้ าวความ
ย่ิงปลอบโยนโอนอ่อนยิง่ หลอนหลอก แมน้ ไม่บอกโดยดจี ะตีถาม
พลางโผโผนโจนโจมเสยี งโครมคราม เข้าไลต่ ามคลุกคลีตีไปพลาง
สินสมทุ รผลุดออกนอกรักแร้ แลว้ ล่อแม่ตบหัตถ์ผดั ผางผาง
แกลง้ หลบล้ีหนีวนไปต้นทาง หมายใหห้ ่างพระบิดาไดค้ ลาไคล
นางผีเสือ้ เหลือแค้นแสนสาหสั แต่ฉวยพลดั แพลงคลนื่ ลนื่ ไถล
อุตลุดผุดดาปลา้ กนั ไป เหมือนเล่นไล่ตามละเมาะทุกเกาะเกียน
ถงึ เขาใหญ่ในน้างา้ ชะเง้ือม พระหลบเล่อื มเลี้ยวลดั ฉวดั เฉวยี น
เข้าหาดทรายชายต้นื ข้นึ บนเตียน เท่ียววิ่งเวยี นวนรอบขอบคิรี
เหน็ มารดาลา่ ลบั แล้วยบั ย้ัง แกลง้ ถอยหลังลงนา้ แล้วดาหนี
ไมพ่ น่ ผดุ รุดไปในนที ตั้งภกั ดตี ามติดพระบิดร
พอจวนคา่ คิดว่าวิง่ ขึน้ สิงขร
ฝา่ ยผเี สอ้ื เม่อื ลูกลอบลงน้า มาซมุ่ ซ่อนอยู่ท่นี จี่ ึงหนมี า
ดว้ ยใจนางคิดว่าพาบดิ ร ย่ิงมดื คล้มุ ก็ยง่ิ คลงั่ ต้ังแตห่ า
เที่ยวแลรอบขอบเขาเงาชะงุ้ม จนหนา้ ตาแตกยับลงสับเงา
เสยี งคลน่ื โครมโถมตะครุบก้อนศลิ า จนโคลงคลอนเคลื่อนดังทั้งภเู ขา
แลว้ ลุกขึ้นยืนชะโงกโยกสิงขร ไมพ่ น้ เราเร่งมาหาโดยดี
ยิง่ มืดคา่ สาเหนยี กรอ้ งเรยี กเดา เขาระยาย่อยยับดงั สับสี
เห็นไม่ขานมารรา้ ยทลายซ้า อสุรีเหลือแคน้ แน่นอุรา
ไม่พบเห็นเปน็ เพลาเข้าราตรี ลวงให้แม่หลงกลเท่ียวคน้ หา
ชา่ งชาตชิ ว่ั หัวกระดูกลูกตอแหล ใหบ้ ิดาเลยไปเสยี ไกลแล้ว
เออกระนั้นมนั จึงทบตลบมา ให้สองเนตรโชติช่วงดงั ดวงแก้ว
ดาริพลางนางมารอ่านพระเวท อยโู่ น่นแลว้ ลยุ ตามโครมครามไป
แลเขมน้ เห็นไปไวแววแวว รีบมาทง้ั คืนค่าในน้าไหล
เหน็ เงือกใหญ่ยายตายงั ลา้ นัก
หนอ่ นรินทรส์ นิ สมุทรไม่หยดุ ย้งั โน่นนางมารหนุนไล่มาใกลห้ นัก
จนแจ่มแจ้งสุรโิ ยอโณทยั พอนางยักษ์ทนั โถมกระโจมมา
จงึ ว่ารบี ถบี ถอนไปก่อนท่าน
แล้วว่ายรอคลอไปพอได้พัก
-111-
-111-
พระลูกหลบพบเงือกจะเสอื กหนี เหยยี บขยส้ี องแขนแน่นหนักหนา
ตะคอกถามตามโมโหท่ีโกรธา ไยมึงพาผัวพรากมาจากกู
เดีย๋ วนอี้ งค์พระอภัยอยู่ไหนเล่า ไม่บอกเราหรือกระไรทาไขหู
จะควักเอานัยนาออกมาดู ตะคอกขู่คกุ ถามคารามรน
ถึงม้วยมอดมใิ ห้แจ้งแห่งนสุ นธ์ิ
ทง้ั สองเงือกเสอื กกายหมายไม่รอด เธออยบู่ นเขาขวางริมทางมา
จงึ กล่าวแกลง้ แสรง้ เสดว้ ยเล่ห์กล ให้ไดด้ ังมงุ่ มาดปรารถนา
ข้าจะพาไปจับจงกลบั หลัง จงเข่นฆ่าให้เรามว้ ยไปด้วยกัน
ไมเ่ หมือนคาราพันทีส่ ญั ญา ยุดเอามือขวาซา้ ยให้ผายผัน
แกล้งราพนั พดู ล่อใหต้ ่อไป
อสุรีผเี สอ้ื ก็เชื่อถือ จึงวา่ มงึ ตอแหลมาแก้ไข
เงือกก็พามาถึงได้ครึ่งวัน แกล้งจะให้ห่างผัวไม่กลัวกู
นางผเี สอื้ เบอื่ หรู เู้ ทา่ ถงึ ไม่หายแค้นเคีย้ วกินสน้ิ ท้ังคู่
มาถึงน่ชี ีโ้ นน่ เน่อื งกันไป ออกวา่ ยว่แู หวกนา้ ด้วยกาลัง
แล้วนางยกั ษ์หักขาฉีกสองแขน ตามบดิ รทนั สมอารมณ์หวัง
แล้วกลบั ตามขา้ มทางท้องสนิ ธู พระทรงฟังลูกชายค่อยคลายใจ
พลิ กึ ลา้ กวา่ คิรีท่ไี หนไหน
ฝ่ายกุมารสินสมทุ รไม่หยุดหย่อน เกาะอะไรแก้วตาตรงหนา้ เรา
จงึ เล่าความตามติดไม่ปิดบัง คือเกาะแก้วพสิ ดารเปน็ ชานเขา
พอเห็นเงาเขาขวางอยู่กลางน้า จงึ วา่ เราเหน็ รอดไมว่ อดวาย
จงึ ถามนางเงอื กนอ้ ยกลอยฤทัย ชะโงกเง้ือมนา้ วนชลสาย
มเี สาหงส์ธงปลายปลิวระยบั
นางเงอื กน้าบอกสาคัญวา่ นน่ั แล้ว โน่นแนก่ ฎุ ์ิมุงกระเบ้อื งเหลืองสลบั
พระฟงั นางสรา่ งโศกค่อยบรรเทา หมายประทบั ท่เี สาหงส์ตรงเข้ามา
แลว้ พิศดภู ูผาศิลาเล่อื ม
แลลิบลบิ หลังคาศาลาราย
พระยินดีชบี้ อกสินสมุทร
พระหน่อน้อยคอ่ ยเรยี งเคยี งคานับ
(ยังมเี น้ือหาต่อ)
พระสนุ ทรโวหาร (ภู่)
จากหนงั สอื เรยี น รายวิชาพนื้ ฐาน ภาษาไทย วรรณคดวี จิ กั ษ์
ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๓ หน้า ๖๘ - ๖๙
-112-
-112-
ใบงาน
“รูจ้ กั ทจี่ ะรัก”
คาชแ้ี จง ใหน้ ักเรยี นตอบคาถามต่อไปน้ี
1. พฤติกรรมของนางผเี สือสมทุ รตามเน้ือเร่ืองท่ีได้ศกึ ษาหน้า ๖๘ – ๖๙ ร้จู ักทจ่ี ะรักหรือไม่อยา่ งไร
.................................................................................................................................................................
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................................................. ....................................
.............................................................................................................................................................
๒. การรจู้ กั ทจ่ี ะรักอยา่ งถกู ต้อง ทาอยา่ งไร
............................................................................................................................. ....................................
............................................................................................... ..................................................................
............................................................................................................................. ....................................
.......................................................................................................................................................... ...
-113-
-113-
แบบประเมนิ การพดู แสดงความคิดเห็น
คาชแี้ จง ใหค้ รูผู้สอนประเมินการพูดแสดงความคดิ เหน็ ของนักเรยี นตามรายการประเมนิ
(คะแนนเต็ม 12 คะแนน)
รายการประเมิน ระดบั คะแนน
1. สาระสาคญั ของเรอ่ื งทพ่ี ูด ๕๔๓๒๑
พูดสาระสาคัญ พดู สาระสาคัญ พดู สาระสาคัญ พูดสาระสาคญั พูดสาระสาคัญ
1.๑ ลาดับความคิดอย่างตอ่ เนอ่ื ง ตามเกณฑ์ ตามเกณฑ์ ตามเกณฑ์ ตามเกณฑ์ ตามเกณฑ์
1.๒ นาเสนอเนอื้ หาตรงตามประเดน็ ครบ ๕ ข้อ ๔ ขอ้ ๓ ขอ้ ๒ ขอ้ ๑ ข้อ
1.๓ เน้อื หามคี วามสมั พันธ์กบั ประเดน็
1.๔ มีความเปน็ เหตเุ ปน็ ผล หรอื ไมไ่ ด้
1.๕ มกี ารนาเสนอแนวคดิ ใหม่ ตามเกณฑ์เลย
2. การใช้ภาษา
2.๑ ใชภ้ าษาได้ถูกตอ้ งกบั กาลเทศะ คะแนนเตม็ 2 คะแนน ใชภ้ าษา ใช้ภาษา
2.๒ ใชป้ ระโยคสอื่ ความหมายไดช้ ัดเจน ได้ตามเกณฑ์ ได้ตามเกณฑ์
คะแนนเตม็ 2 คะแนน ๒ ขอ้ ๑ ข้อ
3. การใชน้ ้าเสียง ใชน้ ้าเสยี ง หรือไมไ่ ด้
3.1 ใช้น้าเสยี งนมุ่ นวล คะแนนเตม็ 3 คะแนน ปฏิบัตไิ ด้ตาม ได้ตามเกณฑ์ ตามเกณฑเ์ ลย
3.2 พูดเสยี งดงั ชดั เจน เกณฑ์ 3 ขอ้ ๒ ข้อ ใช้น้าเสียง
ปฏิบตั ไิ ด้ตาม ได้ตามเกณฑ์
3. มารยาทในการพดู เกณฑ์ 2 ข้อ ๑ ข้อ
3.1 ไม่พดู แทรกขณะผอู้ ื่นกาลงั พูด หรอื ไมไ่ ด้
3.2 เปดิ โอกาสให้ผู้อืน่ ไดแ้ สดง ตามเกณฑเ์ ลย
ความคิดเห็น ปฏบิ ัตไิ ด้ตาม
3.3 ใชก้ ริ ยิ าสุภาพ ไมล่ ้อเลยี นผ้อู ืน่ เกณฑ์ 1 ข้อ
หรือไมไ่ ด้
ตามเกณฑ์เลย
* การคดิ คะแนน ร้อยละ = (คะแนนท่ีได/้ คะแนนเตม็ ) x 100
การแปลผลการประเมนิ การแปลผล
ดมี าก
เกณฑ์ของระดบั คะแนน ดี
รอ้ ยละ 80 - ๑๐๐ พอใช้
ร้อยละ 70 - 79 ปรับปรุง
ร้อยละ 50 - 69
รอ้ ยละ ๐ - 49
-114-
-114-
แผนการจัดการเรยี นร้ทู ่ี ๑๖
หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี ๑ สรา้ งสรรค์สารพรอ้ ม เรอื่ ง ช่ืนชมทศั นะ (๓) เวลา ๑ ช่ัวโมง
กลุม่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชา ภาษาไทย ๕ ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี ๓
สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
กจิ กรรมการเรยี นรู้ แหล่งเรียนรู้
เหตกุ ารณต์ อนทีเ่ รยี นแสดงให้เหน็ ถึงการตัดสนิ ใจ ข้นั นา หอ้ งสมุด
ของตัวละครหลายลกั ษณะที่ส่งผลแตกต่างกัน ๑. นกั เรียนตอบคาถามว่า “ในคาบเรยี นที่ผา่ นมาเกดิ
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู เหตกุ ารณ์ใดขึ้นบา้ ง” สอ่ื
ด้านความรู้ ใบความรู้ “นิทานคากลอนเร่ืองพระอภยั
แนวคาตอบ มณี ตอนพระอภัยมณีหนีนางผเี สอ้ื สมทุ ร”
อธบิ ายลักษณะการตดั สินใจของตัวละครทีส่ ่งผล นางผเี สือ้ สมทุ รรสู้ กึ โกรธสนิ สมุทรบุตรชายของตนมาก
แตกต่างกัน ทพ่ี ยายามถว่ งเวลาใหพ้ ระอภัยมณหี นีจากตน สดุ ทา้ ย
-115- ดา้ นทกั ษะกระบวนการ สินสมทุ รดาน้าหายไป นางผเี สือ้ สมุทรเม่ือรู้ว่าตนเอง ภาระ/ชิน้ งาน
หลงกลบุตรชาย จงึ รีบเรง่ ตามไปอย่างไม่รอชา้ สุดท้าย การพดู แสดงความคดิ เหน็
สามารถตัดสินใจในสถานการณ์ต่าง ๆ ไดอ้ ย่าง ตามมาได้ทัน ทาให้ตาเงือกกับยายเงอื กต้องเสยี สละ
เหมาะสม ชีวิตของตน และ ให้พระอภัยมณีขห่ี ลังนางเงือกไปยัง การวัดและประเมนิ ผล
สมรรถนะทตี่ ้องการใหเ้ กดิ กับผู้เรียน เกาะแก้วพสิ ดาร แบบประเมนิ การพูดแสดงความคิดเหน็
๒. ครูเชอ่ื มโยงเข้าสู่บทเรียนว่า “ในคาบเรยี นเรามาดูวา่
การส่ือสาร พระอภยั มณี นางเงอื กและสินสมุทรจะรอดเงื้อมมือของนาง
ผีเสอื้ สมทุ รหรอื ไม่”
ข้นั สอน
3. นักเรียนอ่านเน้ือหาในใบความรู้ “นิทานคากลอน
เร่อื งพระอภัยมณี ตอนพระอภยั มณีหนนี างผเี ส้ือสมุทร”
-115-
หน่วยการเรยี นรู้ท่ี ๑ สรา้ งสรรค์สารพรอ้ ม แผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี ๑๖ เวลา ๑ ช่ัวโมง
กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย ชน้ั มัธยมศึกษาปีท่ี ๓
เรื่อง ช่ืนชมทศั นะ (๓)
-116- รายวชิ า ภาษาไทย ๕
4. นักเรยี นจับคู่และอภิปรายในประเด็น คาพูดของพระ
อภั ย ม ณี ก ล่าวว่า “พ่ี ม นุ ษ ย์สุ ด ส ว าท เป็ น ช าติ ยั ก ษ์ ”
พระอภยั มณพี ดู เชน่ น้ี นักเรยี นคดิ วา่ เหมาะสมหรอื ไม่อย่างไร
5. นักเรียนแต่ละคู่ออกมาพูดแสดงความคิดเห็นจาก
ประเด็นดงั กล่าว
ขั้นสรปุ
6. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่า การตัดสินใจ
ของใครน่าชื่นชมมากท่ีสุด เพราะเหตุใด และการตัดสินใจของ
ตัวละครใดเกิดผลเสียรา้ ยแรงมากทสี่ ดุ เพราะเหตใุ ด
7. นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นว่า การตัดสินใจ
จากพฤติกรรมดงั กลา่ วสามารถนามาปรับใชใ้ นชวี ิตประจาวันได้
อย่างไร
-116-
ใบความรู้
“นิทานคากลอนเรอื่ งพระอภัยมณี
ตอนพระอภัยมณหี นนี างผีเส้ือสมทุ ร”
ฝา่ ยโยคีที่อย่บู นภเู ขา กับคนเหล่าเหลอื ตายหลายภาษา
ทั้งจีนจามพราหมณ์แขกไทยชวา วิลนั ดาฝรง่ั พร่งั พร้อมกนั
เป็นร้อยคนปรนนิบตั ิอย่เู ช่าค่า บา้ งตม้ น้าเก็บลกู ไมม้ าใหฉ้ ัน
เปน็ เหลา่ ล้อมพร้อมหนา้ เวลานน้ั บา้ งนวดฟ้ันปรนนบิ ตั ิน่ังพดั วี
พอบ่ายเบีย่ งเสยี งคลน่ื ดังคร้นื ครกึ อกึ ทึกมาขา้ งหน้าคริ ศี รี
ครัน้ ดลู มก็ไม่พัดสงดั ดี พระโยคีจบั ยามตามตารา
แลว้ บอกศิษย์ซ่งึ น่งั อยูท่ ั้งหลาย วนั นีช้ ายมศี กั ดจ์ิ กั มาหา
ผีเสอ้ื น้าทาฤทธติ์ ดิ ตามมา เสียงชลาเลอื่ นล่ันสน่ันดงั
จาจะไปคอยดูอยทู่ ่หี าด ชว่ ยตวาดขู่ขบั ให้กลบั หลัง
ฉวยไมเ้ ท้าก้าวยา่ งจากบัลลังก์ แขกฝรง่ั พร่ังพร้อมล้อมลลี า
ถึงหาดกวา้ งทางแลกระแสสมุทร เหน็ มนุษยไ์ รไรไกลหนักหนา
ผเี สอื้ นา้ ทาฤทธติ์ ดิ ตามมา เวทนาแลดูอยทู่ ุกคน
ความกลัวเหลอื วา่ ยคว้างอยู่กลางหน
พระอภยั มณเี หน็ ผีเส้ือ พอเห็นคนอยู่ท่หี าดตวาดครืน
ยักษก์ ระโจมโถมจับแทบอบั จน กระช้ันฉวยผดิ เสือกเกลือกเข้าตนื้
เข้าถงึ ท่ีผีเสอื้ ก็ถึงด้วย ผีเสื้อต่นื ตัวส่นั ขยนั้ ย้ัง
พอโยคีมคี าถาลงมายืน ชว่ ยกนั ฉดุ นางเงือกเสือกเขา้ ฝ่ัง
พระอภัยภมู นิ ทร์กับสนิ สมุทร แขกฝรงั่ พรง่ั พร้อมล้อมพดู จา
แลว้ กราบกรานโยคมี ีกาลัง จึงว่าทา่ นหนีตายหมายมาหา
แต่กจิ จาไม่กระจา่ งยังคลางแคลง
พระโยคมี ีจิตคดิ สงสาร จึงยกความก่อนเกา่ เล่าแถลง
เราลงมาคอยช่วยด้วยเมตตา ราพนั แจ้งความจริงทุกส่งิ ไป
จะรองบาทประดิพัทธ์จนตัดษัย
พระอภัยไดส้ ดบั สนุ ทรถาม แต่พอได้หยดุ หย่อนผอ่ นสบาย
จะหนีนางกลางสมทุ รกส็ ุดแรง จงสานักอยใู่ หส้ มอารมณ์หมาย
แล้ววอนวา่ ขา้ กับโอรสราช มาถกู ทรายชายหาดก็ขาดใจ
ขอพระองค์ทรงธรรมช์ ว่ ยกันภัย ดังเขอื่ นเพชรภตู ปศี าจไม่อาจใกล้
ทาไม่ได้นดั ดาเจ้าอยา่ กลัว
พระโยคีมีญาณว่าหลานรกั เสยี งโผงผึงเผน่ โผนตะโกนผัว
อนั ยกั ษีผสี างสมุทรพราย เชญิ ทนู หัวเยีย่ มหน้ามาหาน้อง
เราลงเลขเสกทาไว้สาเร็จ ทกุ วนั คืนคา่ เช้าไมเ่ ศร้าหมอง
มนั อยูแ่ ตห่ า่ งหา่ งช่างเป็นไร มใิ หข้ ้องเคืองขัดพระอชั ฌา
เสยี นา้ ใจนอ้ งรกั เป็นนกั หนา
ฝา่ ยผเี สื้อเหลือโกรธโลดทะลึง่
เหตุไฉนไปนงั่ กาบังตวั
นจิ จาเอย๋ เคยอยูเ่ ปน็ ค่ชู ่ืน
จนมลี กู ปลูกเล้ียงเคียงประคอง
อยู่ดดี ีหนเี มยี มาเสียได้
-117-
-117-
จึงอุตสา่ หพ์ ยายามสตู้ ามมา ขอเป็นขา้ บาทบงส์ุพระทรงธรรม์
พระเสดจ็ ไปไหนจะไปด้วย เปน็ เพ่ือนม้วยภสั ดาจนอาสัญ
ประทานโทษโปรดเลย้ี งแต่เพียงน้นั อยา่ บากบ่นั ความรักน้องนักเลย
อตุ ส่าห์ฝนื พกั ตรว์ า่ นจิ จาเอย๋
พระอภยั ใจอ่อนถอนสะอื้น พไ่ี ม่เคยอยู่ในถา้ ใหร้ าคาญ
แมผ่ เี สื้อเม่ือไมเ่ หน็ ในใจเลย จะสร้อยเศรา้ โศกานา่ สงสาร
คิดถงึ น้องสองชนกท่ปี กเกลา้ ไมแ่ จง้ การวา่ ข้างหลงั เปน็ อยา่ งไร
ด้วยพลัดพรากจากมาเปน็ ชา้ นาน จงงดโทษพย่ี าอัชฌสยั
จึงจาร้างหา่ งห้องให้น้องโกรธ นจี่ นใจเสียด้วยนางต่างตระกูล
แม้นไปไดก้ จ็ ะพาแก้วตาไป จงคดิ หกั ความสวาทให้ขาดสูญ
พี่มนษุ ย์สุดสวาทเป็นชาตยิ ักษ์ จงเพม่ิ พูนภาวนารักษาธรรม์
กลบั ไปอยคู่ ูหาอย่าอาดรู หมายวิมานเมืองแมนแดนสวรรค์
อย่าฆา่ สัตว์ตัดชีวิตพิษฐาน อยา่ โศกศัลย์แคล้วคลาดเหมือนชาตินี้
จะเกิดไหนขอใหพ้ บประสบกัน เป็นเพื่อนม้วยเหมอื นสดุ ามารศรี
พ่ีขอบตุ รสดุ ใจเอาไปด้วย อยา่ ราคีขุน่ ข้องให้หมองมวั
ขอลาแกว้ แววตาไปธานี ไม่โปรดปรานอนุกลู เลยทูนหัว
ท้ังจากผวั จากบุตรสุดอาลัย
ผเี ส้อื น้าซา้ วอนด้วยอ่อนหวาน ไมเ่ หน็ จติ น้องรกั จะตักษัย
ถ้าทง้ิ ไว้ไหนน้องจะครองตวั เมียจะใหม้ นตร์เวทวิเศษครนั
มิขออยู่สู้ตายวายชีวิต แม่จะขออาลาเจ้าอาสญั
เชญิ พระองค์ลงมาชลาลยั ไมร่ าพนั พดู ลวงเจา้ ดวงใจ
แลว้ รอ้ งเรยี กลกู ยามาดว้ ยพ่อ ชาเลอื งแลดหู น้านา้ ตาไหล
อย่าสงสยั ใจจรงิ ทุกสงิ่ อนั จะเข้าใกล้ทูนหัวลูกกลวั นกั
สินสมทุ รสุดแสนสงสารแม่ (ยังมีเนื้อหาต่อ)
จงึ กราบกรานมารดาแลว้ ว่าไป
พระสุนทรโวหาร (ภ)ู่
จากหนงั สือเรยี น รายวชิ าพ้ืนฐาน ภาษาไทย วรรณคดีวจิ กั ษ์
ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ ๓ หนา้ ๗๐ - ๗๑
-118-
-118-
แบบประเมินการพดู แสดงความคดิ เหน็
คาชี้แจง ให้ครูผู้สอนประเมินการพูดแสดงความคิดเห็นของนักเรียนตามรายการประเมิน
(คะแนนเต็ม 12 คะแนน)
รายการประเมนิ ๕ ๔ ระดับคะแนน ๒ ๑
1. สาระสาคัญของเร่ืองทพ่ี ดู พดู สาระสาคัญ พดู สาระสาคญั ๓ พูดสาระสาคญั พดู สาระสาคัญ
ตามเกณฑ์ ตามเกณฑ์ ตามเกณฑ์ ตามเกณฑ์
1.๑ ลาดบั ความคิดอย่างต่อเนอ่ื ง ครบ ๕ ข้อ ๔ ขอ้ พดู สาระสาคัญ ๒ ข้อ ๑ ข้อ
1.๒ นาเสนอเนื้อหาตรงตามประเด็น ตามเกณฑ์ หรือไมไ่ ด้
1.๓ เน้ือหามคี วามสมั พันธ์กบั ประเดน็ ๓ ข้อ ตามเกณฑ์เลย
1.๔ มคี วามเปน็ เหตเุ ป็นผล
1.๕ มกี ารนาเสนอแนวคดิ ใหม่ คะแนนเตม็ 2 คะแนน ใชภ้ าษา ใช้ภาษา
2. การใช้ภาษา ได้ตามเกณฑ์ ได้ตามเกณฑ์
2.๑ ใชภ้ าษาได้ถูกต้องกบั กาลเทศะ คะแนนเตม็ 2 คะแนน ๒ ข้อ ๑ ขอ้
2.๒ ใชป้ ระโยคสื่อความหมายไดช้ ัดเจน ใช้น้าเสยี ง หรอื ไมไ่ ด้
คะแนนเตม็ 3 คะแนน ปฏบิ ัติได้ตาม ได้ตามเกณฑ์ ตามเกณฑ์เลย
3. การใชน้ า้ เสยี ง เกณฑ์ 3 ขอ้ ๒ ข้อ ใช้น้าเสยี ง
3.1 ใชน้ า้ เสยี งนมุ่ นวล ปฏบิ ัติได้ตาม ได้ตามเกณฑ์
3.2 พูดเสยี งดงั ชดั เจน เกณฑ์ 2 ข้อ ๑ ข้อ
หรือไมไ่ ด้
3. มารยาทในการพดู ตามเกณฑ์เลย
3.1 ไมพ่ ูดแทรกขณะผูอ้ น่ื กาลงั พูด ปฏิบตั ไิ ด้ตาม
3.2 เปิดโอกาสให้ผูอ้ ืน่ ได้แสดง เกณฑ์ 1 ขอ้
ความคิดเหน็ หรือไมไ่ ด้
3.3 ใช้กิริยาสภุ าพ ไมล่ อ้ เลยี นผู้อ่ืน ตามเกณฑ์เลย
* การคิดคะแนน ร้อยละ = (คะแนนทีไ่ ด้/คะแนนเตม็ ) x 100 การแปลผล
ดมี าก
การแปลผลการประเมนิ ดี
พอใช้
เกณฑ์ของระดบั คะแนน ปรบั ปรงุ
รอ้ ยละ 80 - ๑๐๐
รอ้ ยละ 70 - 79
รอ้ ยละ 50 - 69
รอ้ ยละ ๐ - 49
-119-
-119-
แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๑๗
หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๑ สรา้ งสรรคส์ ารพร้อม เรอ่ื ง ช่ืนชมทัศนะ (๔) เวลา ๑ ช่ัวโมง
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย ๕ ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ ๓
สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด กจิ กรรมการเรียนรู้ แหล่งเรยี นรู้
เหตุการณ์ตอนที่เรียนแสดงให้เห็นการพดู ของตัว ขน้ั นา ห้องสมุด
ละครในลักษณะต่าง ๆ ท่ีนักเรียนสามารถนาไปปรับ ๑. นักเรียนตอบคาถามว่า “ในคาบเรียนท่ีผ่านมาเกิด
-120- ใช้ได้ในชีวิตประจาวนั เหตกุ ารณ์ใดข้นึ บา้ ง” สอ่ื
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 1. ใบความร“ู้ นิทานคากลอนเร่ือง
ดา้ นความรู้ แนวคาตอบ พระอภยั มณี ตอนพระอภัยมณหี นนี างผีเสอ้ื
เมื่อกล่าวถงึ พระโยคีที่อยู่ในเกาะแกว้ พสิ ดารมลี ูกศิษย์ สมทุ ร”
สามารถอธิบายวิธีการพูดในลักษณะต่าง ๆ ต่างเช้อื ชาตมิ ากมาย ไดจ้ บั ยามทานายได้วา่ จะมีชาย 2. ใบงาน “ภาพสื่อความคิด”
ของตวั ละคร สูงศักด์มิ าทีเ่ กาะ แตจ่ ะมผี เี สอื้ นา้ ที่มีฤทธ์ิตดิ ตามมา ภาระ/ช้นิ งาน
ดา้ นทักษะกระบวนการ ด้วย โยคจี ะไปรออยทู่ ี่หาด เพ่ือชว่ ยขบั ไลผ่ เี ส้อื น้านน้ั 1. การทาใบงาน “ภาพสอ่ื ความคดิ ”
ฝ่ายพระอภัยมณี นางเงอื กและสนิ สมุทรก็ถึงฝ่งั ของ 2. การพูดแสดงความคิดเห็น
สามารถพูดอธิบายได้อยา่ งเหมาะสม เกาะแก้วพิสดาร และไดร้ บั ความช่วยเหลือจากพระโยคี
สมรรถนะที่ตอ้ งการใหเ้ กิดกบั ผู้เรียน นางผเี ส้อื โกรธมากพยายามอ้อนวอนใหพ้ ระอภัยมณี
กลับไปพรอ้ มกับตนแต่ พระอภยั มณีตดั สนิ ใจไม่ขอ
การสื่อสาร ติดตามกลบั ไปดว้ ย
๒. ครูเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียนว่า “ในคาบเรียนนี้คือตอน การวัดและประเมินผล
จบของวรรณคดีเรื่อง พระอภัยมณี ตอน พระอภัยมณีหนีนาง แบบประเมินการทางานกลุ่ม
ผีเส้ือสมุทร เรามาดูกันว่าตอนสุดท้ายนางผีเส้ือสมุทรจะยอม
กลับไปหรือไม”่
-120-
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๑ สรา้ งสรรคส์ ารพรอ้ ม แผนการจัดการเรียนรทู้ ่ี ๑๗ เวลา ๑ ชั่วโมง
กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย เรือ่ ง ชน่ื ชมทัศนะ (๔) ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๓
รายวชิ า ภาษาไทย ๕
-121-
ขัน้ สอน
3. นักเรียนอ่านเน้ือหาในใบความรู้“นิทานคากลอน
เร่อื งพระอภัยมณี ตอนพระอภยั มณหี นนี างผีเสอื้ สมุทร”
4. นักเรียนทากิจกรรม ใบงาน “ภาพส่ือความคิด”
วธิ ีการ คอื
4.๑ นกั เรยี นจบั กล่มุ กลุ่มละ ๓ - ๔ คน
4.๒ นักเรียนแต่ละกลุ่มเลือกบทที่ประทับใจจาก
เนอ้ื หาท่ีเรยี นในวนั น้ี
4.๓ นั กเรียน แต่ละกลุ่มวาด ภ าพ จากบ ท ที่
ประทับใจ แล้วออกมานาเสนอ พร้อมบอกเหตุผลว่าทาไมถึงได้
เลือกในตอนน้ี
ขน้ั สรุป
นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นในประเด็น “สุดท้าย
ก็พา่ ยดว้ ยปัญญา”
แนวคาตอบ
สดุ ทา้ ยของตอนทีน่ กั เรยี นไดเ้ รยี นเห็นได้ชดั เจนว่าตวั
ละครในเรื่อง ทง้ั พระอภัยมณี สนิ สมทุ ร หรอื แมก้ ระท่งั
ตาเงือก ตา่ งใช้การคาพูดการส่ือสารท่สี ร้างสรรค์
-121-
หน่วยการเรยี นรทู้ ่ี ๑ สร้างสรรค์สารพรอ้ ม แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ ๑๗ เวลา ๑ ช่ัวโมง
กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ ๓
เรอื่ ง ช่นื ชมทศั นะ (๔)
รายวิชา ภาษาไทย ๕
แก้ไขปัญหาตา่ งๆ ด้วยปญั ญา จนสุดท้ายทาให้นาง
ผีเส้ือสมทุ รต้องพ่ายแพไ้ ป
-122-
-122-
ใบความรู้
“นิทานคากลอนเรื่องพระอภัยมณี
ตอนพระอภยั มณหี นีนางผีเส้ือสมุทร”
ฝา่ ยผเี สอ้ื เหลือโกรธโลดทะลึ่ง เสียงโผงผงึ เผ่นโผนตะโกนผวั
เหตไุ ฉนไปนั่งกาบังตวั เชญิ ทนู หวั เยีย่ มหน้ามาหาน้อง
นจิ จาเอย๋ เคยอยู่เปน็ คูช่ น่ื ทกุ วันคืนคา่ เชา้ ไมเ่ ศร้าหมอง
จนมลี กู ปลูกเล้ียงเคียงประคอง มใิ หข้ ้องเคืองขัดพระอัชฌา
อยู่ดีดหี นเี มียมาเสยี ได้ เสยี น้าใจน้องรักเป็นนกั หนา
จงึ อุตส่าห์พยายามสตู้ ามมา ขอเปน็ ขา้ บาทบงสุพ์ ระทรงธรรม์
พระเสดจ็ ไปไหนจะไปดว้ ย เปน็ เพ่ือนม้วยภัสดาจนอาสัญ
ประทานโทษโปรดเลีย้ งแต่เพียงน้ัน อยา่ บากบั่นความรักน้องนักเลย
พระอภยั ใจอ่อนถอนสะอืน้ อตุ สา่ ห์ฝืนพกั ตร์ว่านิจจาเอย๋
แม่ผเี สื้อเมื่อไมเ่ ห็นในใจเลย พ่ีไม่เคยอย่ใู นถ้าให้ราคาญ
คดิ ถึงน้องสองชนกที่ปกเกล้า จะสรอ้ ยเศร้าโศกาน่าสงสาร
ดว้ ยพลดั พรากจากมาเปน็ ชา้ นาน ไมแ่ จง้ การวา่ ข้างหลังเป็นอยา่ งไร
จึงจารา้ งหา่ งหอ้ งให้นอ้ งโกรธ จงงดโทษพ่ียาอชั ฌสยั
แม้นไปได้ก็จะพาแก้วตาไป นีจ่ นใจเสียด้วยนางต่างตระกูล
พม่ี นุษยส์ ดุ สวาทเป็นชาตยิ ักษ์ จงคิดหักความสวาทให้ขาดสูญ
กลบั ไปอย่คู หู าอย่าอาดูร จงเพ่ิมพูนภาวนารักษาธรรม์
อย่าฆ่าสตั ว์ตัดชวี ติ พิษฐาน หมายวมิ านเมืองแมนแดนสวรรค์
จะเกิดไหนขอให้พบประสบกัน อยา่ โศกศัลยแ์ คลว้ คลาดเหมือนชาตินี้
พี่ขอบตุ รสดุ ใจเอาไปด้วย เป็นเพอื่ นม้วยเหมอื นสุดามารศรี
ขอลาแกว้ แววตาไปธานี อยา่ ราคีขนุ่ ข้องใหห้ มองมัว
ผีเสอื้ น้าซ้าวอนด้วยอ่อนหวาน ไม่โปรดปรานอนุกลู เลยทูนหวั
ถ้าทงิ้ ไว้ไหนนอ้ งจะครองตวั ทงั้ จากผัวจากบตุ รสุดอาลัย
มขิ ออยสู่ ูต้ ายวายชีวิต ไมเ่ หน็ จติ น้องรักจะตักษยั
เชิญพระองค์ลงมาชลาลัย เมียจะให้มนตรเ์ วทวิเศษครัน
แลว้ ร้องเรียกลกู ยามาดว้ ยพ่อ แมจ่ ะขออาลาเจา้ อาสญั
อยา่ สงสยั ใจจริงทุกส่ิงอนั ไมร่ าพนั พดู ลวงเจ้าดวงใจ
สินสมุทรสดุ แสนสงสารแม่ ชาเลืองแลดหู นา้ นา้ ตาไหล
จงึ กราบกรานมารดาแลว้ วา่ ไป จะเขา้ ใกล้ทูนหัวลกู กลวั นัก
เม่ือวานนต้ี ีขา้ น้อยไปหรอื ระบมมือเหมือนกระดูกลูกจะหัก
ซึง่ รักลกู ลกู กร็ ู้อยวู่ า่ รัก มิใช่จกั ลมื คุณกรณุ า
ถงึ ตวั ไปใจลูกยังผกู คิด พอปลดปลิดเร่ืองธรุ ะจะมาหา
อย่ากร้วิ โกรธโปรดปรานเถิดมารดา ไปไสยาอยู่ในถ้าใหส้ าราญ
-123-
-123-
ฝา่ ยโยคมี ียศพจนารถ ใหโ้ อวาทนางยักษไ์ ม่หกั หาญ
จงตัดบ่วงห่วงใยอาลยั ลาน อย่าปองผลาญลกู ผัวของตวั เลย
ทัง้ นีเ้ พราะเคราะห์กรรมทาให้วุ่น จึงสนิ้ บุญวาสนาสกี าเอ๋ย
เห็นมไิ ด้ไปอย่เู ปน็ ค่เู ชย ด้วยสองเคยปลูกเลย้ี งกันเพยี งน้ัน
อยา่ ครวญคิดติดตามดว้ ยความโกรธ จะเปน็ โทษกับสกี าเมื่ออาสัญ
จงยบั ย้ังฟงั คารปู ราพัน ไปสวรรคน์ ฤพานสาราญใจ
มาตงั้ ซ่องศีลจะมีอยทู่ ี่ไหน
นางผีเส้ือเหลอื โกรธพิโรธร้อง ไม่อยู่ในศีลสัตยม์ าตดั รอน
ช่างเฉโกโยคีหนีเขาใช้ ยืน่ จมกู เขา้ มาบา้ งช่วยสั่งสอน
เขาวา่ กนั ผัวเมียกบั แม่ลูก จะราญรอนรบเร้าเฝ้าตอแย
แม้นคบคู่กไู ว้มิให้นอน ทาซบเสือกสอพลออีตอแหล
แล้วชหี้ น้าด่าองึ หึงนางเงือก พ่อกับแม่มึงเข้าไปอยใู่ นท้อง
เห็นผัวรักยกั คอทาท้อแท้ ระวงั ตวั มงึ ให้ดีอจี องหอง
ทาปัน้ เจอ๋ เย่อหย่งิ มาชงิ ผวั เสียงกึกก้องโกลาลูกตาโพลง
พลางเขน่ เขย้ี วเคี้ยวกรามคารามร้อง ยังโว้เว้วนุ่ วายอีตายโหง
วา่ กูโกงมงึ ก็ตกนรกเอง
พระโยคชี ้ีหน้าว่าอุเหม่ รูปกก็ ากปากก็เปราะไมเ่ หมาะเหม็ง
เพราะหวงผัวมวั เมาเฝ้าตะโกรง ผงั ของเอง็ เขาระอาไมน่ า่ ชม
อยี ักษาตาโตโมโหมาก มใิ ชก่ รู เู้ หน็ เทา่ เสน้ ผม
นมสองข้างอยา่ งกระโปรงดโู ตงเตง จะให้สมนา้ หน้าสาแก่ใจ
จงึ หนีมาอาศัยกูให้อยู่ ดงั ลูกปนื ยงิ ยักษ์ใหต้ ักษยั
มาตรชี าวา่ กูผิดในกิจกรม กห็ ลบไปตามวนชลธาร
แลว้ เสกทรายปรายขวา้ งมากลางคลนื่
ผเี ส้ือกลวั ตัวส่ันเพียงบรรลยั พระสนุ ทรโวหาร (ภ)ู่
จากหนงั สือเรยี น รายวิชาพน้ื ฐาน ภาษาไทย วรรณคดวี ิจักษ์
ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ ๓ หน้า ๗๑ - ๗๒
-124-
-124-