The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ชุดกิจกรรมสำหรับ ครู ม. 3 ภาค เรียนที่ 1

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

ชุดกิจกรรมสำหรับ ครู ม. 3 ภาค เรียนที่ 1

ชุดกิจกรรมสำหรับ ครู ม. 3 ภาค เรียนที่ 1

ใบงาน
“ภาพสื่อความคดิ ”

คาชี้แจง ใหน้ ักเรียนวาดภาพจาก “นิทานคากลอนเรื่องพระอภัยมณี ตอนพระอภยั มณีหนีนางผีเสื้อ
สมุทร” ตอนที่ทปี่ ระทบั ใจ

-125-
-125-

แบบประเมนิ การทางานกลุ่ม

คาชแี้ จง ให้ครปู ระเมนิ การทางานกลมุ่ ของนกั เรยี นตามรายการประเมนิ (คะแนนเต็ม 12 คะแนน)

รายการประเมิน ๓ ระดับคะแนน ๑

1. การกาหนดบทบาทหนา้ ท่ี กาหนดบทบาทหน้าท่ี ไม่มีการกาหนดบทบาท
2. การมสี ว่ นรว่ ม สมาชิกอยา่ งชดั เจน กาหนดบทบาทหนา้ ท่ี หน้าที่
มสี ่วนร่วมในการปฏบิ ตั ิ สมาชิกไม่ครบถ้วน มีสว่ นรว่ มในการปฏิบตั ิ
3. การรบั ฟงั และแสดงความ งานกลมุ่ มีสว่ นรว่ มในการปฏิบตั ิ งานกลุม่ น้อยมาก
คิดเหน็ รับฟังและแสดงความคดิ เหน็ งานกลมุ่ บ้าง หรอื ไมม่ ีสว่ นร่วม
4. ความรบั ผดิ ชอบ อยา่ งมีเหตผุ ลและสร้างสรรค์ รบั ฟังและแสดงความคดิ เห็น รับฟงั ความคิดเหน็ ของผู้อน่ื
อย่างสมา่ เสมอ อยา่ งมีเหตผุ ลและสรา้ งสรรค์ น้อยมากหรอื ไม่รับฟงั
รับผิดชอบงานที่ไดร้ ับ เป็นบางครัง้ ความคดิ เหน็ ผู้อน่ื
มอบหมายและเสรจ็ ตามเวลา รับผดิ ชอบงานที่ไดร้ ับ ไมร่ บั ผิดชอบงานทไ่ี ดร้ บั
ทกี่ าหนด มอบหมาย แตเ่ สรจ็ ไมท่ นั มอบหมาย
ตามกาหนด

* การคิดคะแนน รอ้ ยละ = (คะแนนท่ไี ด้/คะแนนเตม็ ) x 100

การแปลผลการประเมนิ การแปลผล

เกณฑ์ของระดบั คะแนน ดมี าก
ดี
รอ้ ยละ 80 - ๑๐๐
ร้อยละ 70 - 79 พอใช้
ร้อยละ 50 - 69 ปรับปรุง
ร้อยละ ๐ - 49

-126-
-126-

แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๑๘

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ สร้างสรรค์สารพรอ้ ม เรอื่ ง ชน่ื ชมทัศนะ (๕) เวลา ๑ ช่ัวโมง
กลุม่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย รายวิชา ภาษาไทย ๕ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๓

สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด กจิ กรรมการเรยี นรู้ แหล่งเรียนรู้
พระอภัยมณีเป็นยอดแห่งนิทานคากลอนท่ีมี ขั้นนา หอ้ งสมุด
ความสนุกสนาน ถึงแม้จะมีปมท่ีสะท้อนถึงความ ๑. นักเรียนตอบคาถามวา่ “หากนักเรยี นเกิดความไม่
ขัดแย้งของตัวละคร แต่ตัวละครไม่ว่าจะเป็น พระ พอใจกบั เพ่ือน หรือบคุ คลอ่นื นักเรียนจะทาอยา่ งไร” สอ่ื
อภัยมณี สินสมุทร ตาเงือกก็ล้วนแล้วแต่ใช้ปัญญา แนวคาตอบ ใบงาน “สื่อสารอยา่ งสรา้ งสรรค์”

-127- ในการแกไ้ ขปญั หา - แสดงออกและบอกอย่างชดั เจนว่าไมพ่ อใจ ภาระ/ชิ้นงาน
จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้ - เกบ็ เอาไว้ไม่แสดงออก การทาใบงาน “สื่อสารอย่างสร้างสรรค์”
ด้านความรู้ การวัดและประเมินผล
๒. ครูเช่ือมโยงเข้าสู่บทเรียนว่า “จากคาตอบของ แบบประเมินการทางานกลุ่ม
อธบิ ายการสือ่ สารของตัวละครในวรรณคดีท่เี รียน นักเรียนจะเห็นได้ว่า การแก้ไขปัญหาปมขัดแย้งกม็ ีหลากหลาย
ดา้ นทักษะกระบวนการ แต่การแก้ไขท่ีดีเราควรแก้ไขหรือโต้แย้งในสิ่งที่เราไม่พึงพอใจ
อย่างสร้างสรรค์”
เขยี นแสดงความคิดเหน็ เก่ียวกับการสื่อสารของ ขนั้ สอน
ตวั ละคร
3. นั ก เรียน อ่ าน ท บ ท วน เนื้ อห าวรรณ ค ดี เร่ือ ง
พระอภยั มณี ตอน พระอภัยมณีหนีนางผีเส้อื ทง้ั หมด
สมรรถนะท่ตี ้องการใหเ้ กิดกับผเู้ รียน 4. นักเรียนทากิจกรรมจากใบงาน “ส่ือสารอย่าง
การส่ือสาร
สรา้ งสรรค์” โดยมีวธิ ีการ ดังน้ี
4.๑ นักเรยี นจับกลุม่ กล่มุ ละ ๓ - ๔ คน
4.๒ นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มหาประเด็นที่เป็นข้อโตแ้ ย้ง
กลุ่มละ ๑ ประเด็น โดยวิธีการเลือกประเด็นโต้แย้ง คือ

-127-

หนว่ ยการเรยี นรูท้ ี่ ๑ สรา้ งสรรคส์ ารพร้อม แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ ๑๘ เวลา ๑ ช่ัวโมง
กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย เรอ่ื ง ชื่นชมทศั นะ (๕) ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๓
รายวิชา ภาษาไทย ๕
-128-
ป ร ะ เด็ น ที่ ก ลุ่ ม ไ ม่ เห็ น ด้ ว ย กั บ ป ร ะ เด็ น ที่ เกิ ด ขึ้ น ใน เร่ื อ ง
พระอภยั มณี ตอนพระอภัยมณหี นนี างผีเส้อื

4.๓ นักเรยี นแตล่ ะกลุม่ ร่วมกันแสดงความคดิ เห็น
โต้แย้งกับประเด็นที่กลุ่มเลือก ใช้เหตุผลสนับสนุน ในเชิง
สร้างสรรค์ วา่ เพราะเหตใุ ด จงึ ไมเ่ หน็ ด้วยกับประเด็นที่เลอื ก

ข้ันสรปุ
นักเรียนและครูร่วมกันสรุป โดยครูได้สรุปว่า “นักเรียน

จ ะ เ ห็ น ไ ด้ ว่ า ว ร ร ณ ค ดี เ ร่ื อ ง พ ร ะ อ ภั ย ม ณี
ตอน พระอภัยมณีหนีนางผีเส้ือสมุทรนั้นมีประเด็นท่ีเป็นข้อ
โต้แย้งท่ีนักเรียนไม่เห็นด้วยอย่างหลากหลาย ภายใต้ความ
คิดเห็นที่ไม่ตรงกัน เราสามารถโต้แย้ง สื่อสารด้วยเหตุและ
ผลไดอ้ ยา่ งสร้างสรรค์”

-128-

ใบงาน
“สื่อสารอยา่ งสรา้ งสรรค์”

คาชีแ้ จง ใหน้ ักเรยี นเขยี นโต้แยง้ กบั ระเดน็ ท่ีกลมุ่ เลอื ก ใชเ้ หตุผลสนับสนนุ ในเชงิ สรา้ งสรรค์
ประเด็นโต้แย้ง

…………………………………………………………………………………………………………………………………………...………………………………………
…............………………………………………………………………………………………………...……………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………...………………………………………
………………………………………………...………………………………………………………………………………………...………………………………………
………………………………………………...………………………………………………………………………………………...………………………………………
………………………………………………...………………………………………………………………………………………...………………………………………
………………………………………………...………………………………………………………………………………………...………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………...………………………………………

เหตผุ ลสนบั สนุน

…………………………………………………………………………………………………………………………………………...………………………………………
…............………………………………………………………………………………………………...……………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………...………………………………………
………………………………………………...………………………………………………………………………………………...………………………………………
………………………………………………...………………………………………………………………………………………...………………………………………
………………………………………………...………………………………………………………………………………………...………………………………………
………………………………………………...………………………………………………………………………………………...………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………...………………………………………

-129-
-129-

แบบประเมนิ การทางานกลุม่

คาช้ีแจง ให้ครูประเมนิ การทางานกลุ่มของนกั เรยี นตามรายการประเมนิ (คะแนนเตม็ 12 คะแนน)

รายการประเมิน ๓ ระดับคะแนน ๑

1. การกาหนดบทบาท กาหนดบทบาทหน้าท่ี ไมม่ กี ารกาหนดบทบาท
หนา้ ที่ สมาชกิ อย่างชัดเจน กาหนดบทบาทหน้าที่ หนา้ ที่
สมาชิกไม่ครบถว้ น

2. การมสี ่วนรว่ ม มสี ว่ นรว่ มในการปฏิบตั ิ มีสว่ นรว่ มในการปฏิบตั ิ มสี ่วนร่วมในการปฏิบตั ิ
3. การรบั ฟังและแสดง งานกลมุ่ งานกลุ่มบ้าง งานกลุม่ น้อยมาก
ความคิดเหน็ รบั ฟังและแสดงความคดิ เหน็ รบั ฟังและแสดงความ หรือไมม่ ีสว่ นร่วม
อยา่ งมเี หตผุ ลและสรา้ งสรรคอ์ ยา่ งสมา่ เสมอ คดิ เหน็ รบั ฟงั ความคดิ เห็นของ
อยา่ งมีเหตผุ ลและ ผู้อ่ืนนอ้ ยมากหรอื ไมร่ บั
4. ความรบั ผิดชอบ รบั ผิดชอบงานท่ีได้รับมอบหมายและเสรจ็ สรา้ งสรรคเ์ ป็นบางครั้ง ฟัง
ตามเวลาท่กี าหนด รบั ผดิ ชอบงานท่ีได้รับ ความคิดเห็นผูอ้ ื่น
มอบหมาย แตเ่ สร็จไม่ ไมร่ ับผดิ ชอบงานท่ี
ทันตามกาหนด ได้รับมอบหมาย

* การคดิ คะแนน ร้อยละ = (คะแนนทไี่ ด้/คะแนนเตม็ ) x 100 การแปลผล

การแปลผลการประเมิน ดมี าก
ดี
เกณฑ์ของระดับคะแนน
พอใช้
ร้อยละ 80 - ๑๐๐ ปรับปรุง
ร้อยละ 70 - 79
รอ้ ยละ 50 - 69
รอ้ ยละ ๐ - 49

-130-
-130-

แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ ๑๙

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี ๑ สรา้ งสรรค์สารพรอ้ ม เรอื่ ง ชน่ื ชมทศั นะ (๖) เวลา ๑ ช่ัวโมง
กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย ๕ ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๓

สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด กจิ กรรมการเรยี นรู้ แหล่งเรยี นรู้
การโต้แย้งควรมีการแสดงเหตุผลสนับสนุน เพ่ือ ข้ันนา หอ้ งสมดุ
ส ร้ า ง ค ว า ม น่ า เช่ื อ ถื อ แ ล ะ เป็ น ไป ใ น แ น ว ท า ง ที่ ๑. นักเรียนช่วยกันทบทวนใบงาน “ส่ือสารอย่าง
สรา้ งสรรค์เพ่อื กอ่ ใหเ้ กิดการเปลย่ี นแปลง สร้างสรรค์ ” ในคาบเรียนท่ีผ่านมาอกี คร้งั สอ่ื
จุดประสงค์การเรียนรู้ ใบงาน “ส่อื สารอยา่ งสร้างสรรค์”
ดา้ นความรู้ ๒. ครูเชื่อมโยงเข้าสู่บทเรียนว่า “ในคาบท่ีแล้วเราได้ (จากแผนการจัดการเรยี นร้ทู ี่ 18)
เขียนเพื่อโต้แย้งประเด็นท่ีนักเรียนมองว่าไม่เห็นด้วยในเรื่อง
อธบิ ายลักษณะการใชภ้ าษาอย่างสรา้ งสรรค์ พ ระอภัยมณี ตอน พ ระอภัยมณี ห นี นางผีเส้ือไปแล้ว
-131- ด้านทกั ษะกระบวนการ ในคาบเรียนน้ีเราจะมีการนาเสนองานเขียนส่ือสารอย่าง ภาระ/ชน้ิ งาน
สรา้ งสรรค์ของแตล่ ะกลมุ่ ” การนาเสนองานเขียนส่ือสารอยา่ ง
เขียนภาษาอยา่ งสร้างสรรค์ ขัน้ สอน
สมรรถนะที่ต้องการให้เกิดกับผูเ้ รียน สร้างสรรค์

การสอ่ื สาร 3. ผแู้ ทนนกั เรียนแต่ละกลมุ่ ออกมานาเสนองานเขียน การวดั และประเมนิ ผล
จากใบงาน “สื่อสารอย่างสรา้ งสรรค์” แบบประเมนิ การเขยี นเร่ืองตาม
4. นักเรียนกลุม่ ทีไ่ มไ่ ดน้ าเสนอ ประเมนิ ผลงาน จินตนาการ
การส่ือสารอย่างสรา้ งสรรค์ของเพื่อน โดยใช้แบบประเมิน
ท่คี รแู จกให้กล่มุ ละ ๑ แผน่

ข้นั สรปุ
นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทาง

การส่อื สารอย่างสรา้ งสรรค์

-131-

หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ ๑ สร้างสรรค์สารพร้อม แผนการจัดการเรียนรู้ท่ี ๑๙ เวลา ๑ ช่ัวโมง
กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๓
เรือ่ ง ช่ืนชมทัศนะ (๖)
รายวชิ า ภาษาไทย ๕

แนวคาตอบ การสอื่ สารอย่างสร้างสรรคท์ กุ คน
สามารถท่จี ะทาได้ ถึงแม้จะอย่ใู นประเด็นทต่ี อ้ งโตแ้ ยง้
โดยใช้เหตุและเปน็ พน้ื ฐานใชถ้ อ้ ยคาที่สภุ าพ
ไม่สอ่ เสยี ด จึงนบั ได้ว่าเป็นการสอ่ื สารอย่างสร้างสรรค์
ทแ่ี ทจ้ ริง

-132-

-132-

แบบประเมินการเขยี นเรอ่ื งตามจนิ ตนาการ

คาช้ีแจง ให้ครูผู้สอนประเมินการเขียนเร่ืองตามจินตนาการของนักเรียนตามรายการประเมิน
(คะแนนเตม็ 16 คะแนน)

รายการประเมิน ระดับคะแนน ๒ ๑
๑. การตัง้ ชื่อเรื่อง ๕๔๓ ตงั ชอื่ เรื่อง ตงั ช่อื เรอ่ื ง
ไดต้ ามเกณฑ์ ไดต้ ามเกณฑ์
๑.๑ ชอ่ื เรอ่ื งมีคาท่สี ่ือ คะแนนเตม็ ๒ คะแนน ครบ ๒ ขอ้ ๑ ข้อ หรอื ไมไ่ ด้
ความหมายที่ตรง เขยี นเรอ่ื ง ตามเกณฑ์เลย
หรือสอดคล้องกบั ภาพ เขียนเร่อื ง เขียนเรื่อง เขียนเรอื่ ง ไดส้ าระสาคญั เขยี นเรื่อง
ไดส้ าระสาคญั ได้สาระสาคญั ไดส้ าระสาคญั ตามเกณฑ์ ได้สาระสาคญั
๑.๒ ใชค้ า วลี ประโยค ตามเกณฑ์ ตามเกณฑ์ ตามเกณฑ์ ๒ ข้อ ตามเกณฑ์
หรือข้อความถกู ตอ้ ง ครบ ๕ ข้อ ๔ ขอ้ ๓ ขอ้ ใชภ้ าษา ๑ ข้อ หรือไมไ่ ด้
ตามหลักการใช้ภาษา ได้ตามเกณฑ์ ตามเกณฑ์เลย
คะแนนเตม็ ๓ คะแนน ใช้ภาษา ๒ ข้อ ใช้ภาษา
๒. สาระสาคัญของเรื่อง ได้ตามเกณฑ์ เขียนผดิ ไดต้ ามเกณฑ์
๒.๑ ลาดับความคิด ครบ ๓ ขอ้ ๑ - ๒ คา ๑ ขอ้ หรอื ไมไ่ ด้
อยา่ งต่อเน่ือง ตามเกณฑเ์ ลย
๒.๒ นาเสนอเนือหา คะแนนเตม็ ๓ คะแนน เขยี นถูกต้อง เขยี นผิด
ตรงสาระสาคญั ของภาพ ทุกคา ๓ คา ขนึ ไป
๒.๓ เนอื หามีความสมั พนั ธ์
กบั ภาพ
๒.๔ มีความเป็นเหตเุ ปน็ ผล
๒.๕ มกี ารนาเสนอแนวคดิ ใหม่

๓. การใชภ้ าษา
๓.๑ เลือกใช้คาได้ถูกตอ้ ง
และสละสลวย
๓.๒ ใชป้ ระโยค
สื่อความหมายได้
๓.๓ เขยี นเวน้ วรรคตอน
ไดถ้ กู ตอ้ งและไมเ่ ขียน
ฉีกคา

๔. การเขียนสะกดคา
(เขยี นผดิ ซา ให้นับเปน็ ๑ คา)

๕. ความเป็นระเบยี บเรียบรอ้ ย คะแนนเตม็ ๓ คะแนน เขียนได้ เขยี นไดต้ าม เขยี นไดต้ ามเกณฑ์
และถกู ต้องตามคาชแี้ จง ตามเกณฑ์ เกณฑ์ ๑ ขอ้ หรือไมไ่ ด้
๕.๑ เขียนตวั อักษรอ่านงา่ ย ครบ ๓ ข้อ ๒ ขอ้ ตามเกณฑ์เลย
๕.๒ สะอาดเรยี บร้อย
๕.๓ เขยี นได้ตามจานวน
บรรทดั ท่ีกาหนด

* การคิดคะแนน ร้อยละ = (คะแนนทไี่ ด/้ คะแนนเตม็ ) x 100

-133-
-133-

การแปลผลการประเมิน การแปลผล
ดมี าก
เกณฑ์ของระดับคะแนน ดี
รอ้ ยละ 80 - ๑๐๐ พอใช้
รอ้ ยละ 70 - 79 ปรับปรงุ
ร้อยละ 50 - 69
ร้อยละ ๐ - 49

-134-
-134-

แผนการจดั การเรียนร้ทู ี่ ๒๐

หน่วยการเรียนรู้ท่ี ๑ สรา้ งสรรคส์ ารพรอ้ ม เรอื่ ง วาทะประทบั ใจ (๑) เวลา ๑ ชั่วโมง
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย รายวิชา ภาษาไทย ๕ ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี ๓

สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด กิจกรรมการเรยี นรู้ แหล่งเรียนรู้
ภาษาในการส่ือสาร เป็นการถ่ายทอดเรื่องราว ขนั้ นา ห้องสมดุ
ความรู้สึก ความคิดผ่านการสื่อสารโดยลักษณะภาษา นักเรียนร่วมกันแสดงความคิดเห็นในประเด็น “ภาษาใน สอ่ื
ในการใช้สื่อสาร ซึ่งต้องมีปัจจัยในการใช้ภาษา การส่ือสาร” ว่าสามารถนาไปปรับใช้เกี่ยวกับการสร้างสรรค์ -
โดยเฉพาะความชัดเจนของสารท่ีต้องการจะส่ือกับ สังคมให้ดีขึ้นไดอ้ ย่างไร ภาระ/ช้ินงาน
ผู้รับสาร ซ่ึงลักษณะของการสื่อสารมีทั้งท่ีเป็นวัจ แนวคาตอบ การใช้ภาษาอยา่ งสร้างสรรคช์ ว่ ยให้สงั คมเกิด การนาเสนอการใช้ภาษาอย่าง
นภ าษา ที่ใช้ถ้อยคาสื่อความห มายด้วยคาพู ด การพฒั นา ลดความขดั แย้งและกอ่ ให้เกดิ การเปล่ียนแปลง สรา้ งสรรค์
-135- และอวัจนภาษาท่ีไม่ใช้ถอ้ ยคา แตแ่ สดงออกด้วยสีหน้า การวดั และประเมนิ ผล
ทา่ ทาง การแตง่ กาย เป็นตน้ ข้ันสอน
จุดประสงค์การเรียนรู้ นกั เรยี นทากจิ กรรม “รว่ มกันสรา้ ง รว่ มกันสรรค์” วธิ กี าร แบบประเมินการทางานกลมุ่
ด้านความรู้ - นักเรียนจบั กลมุ่ กลุ่มละ ๓ - ๔ คน
- นกั เรียนแต่ละกลุ่มค้นหาประเด็นท่ีเป็นประเด็นโต้แย้ง
อธบิ ายลักษณะการใชภ้ าษาในการสื่อสาร
ดา้ นทกั ษะกระบวนการ ในชุมชนของตนตามทีก่ ลมุ่ สนใจ
- นักเรยี นแตล่ ะกลมุ่ แสดงความคดิ เห็น/นาเสนอ
สื่อสารได้อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ
สมรรถนะท่ีต้องการใหเ้ กิดกับผู้เรียน เกย่ี วกบั แนวทางการลดปัญหาความขดั แย้งดว้ ยการใชภ้ าษา
ในการสอ่ื สารอยา่ งมีเหตุผลและสรา้ งสรรค์

การสอื่ สาร ข้นั สรุป

นักเรียนและครูร่วมอภิปรายในประเด็น “ภาษาสร้างสรรค์
ลดความขัดแย้ง”

-135-

หน่วยการเรยี นร้ทู ี่ ๑ สร้างสรรค์สารพรอ้ ม แผนการจดั การเรยี นรูท้ ี่ ๒๐ เวลา ๑ ชั่วโมง
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๓
เร่ือง วาทะประทบั ใจ (๑)
รายวิชา ภาษาไทย ๕

แนวคาตอบ
ภาษาท่ีมีความชัดเจน ใช้ภาษาได้ถูกต้องตามท่ีนักเรียน
ไดเ้ รียนมา จะสามารถลดความขัดแย้งใหน้ ้อยลงได้”

-136-

-136-

แบบประเมนิ การทางานกลุ่ม

คาช้ีแจง ให้ครปู ระเมนิ การทางานกลุ่มของนกั เรียนตามรายการประเมิน

รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
๓๒๑
1. การกาหนดบทบาทหน้าที่ กาหนดบทบาทหน้าที่ กาหนดบทบาทหน้าท่ี ไมม่ ีการกาหนดบทบาท
2. การมสี ่วนรว่ ม สมาชิกอยา่ งชดั เจน สมาชิกไมค่ รบถ้วน หนา้ ที่
มีส่วนรว่ มในการปฏิบตั ิ มสี ่วนร่วมในการปฏบิ ตั ิ มีส่วนรว่ มในการปฏิบตั ิ
3. การรบั ฟังและแสดงความคดิ เหน็ งานกล่มุ งานกลมุ่ บ้าง งานกลุ่มน้อยมาก
หรอื ไมม่ ีสว่ นร่วม
4. ความรบั ผดิ ชอบ รับฟงั และแสดงความคดิ เหน็ รับฟงั และแสดงความคดิ เหน็ รบั ฟังความคิดเหน็ ของผ้อู ่นื
อยา่ งมีเหตผุ ลและสรา้ งสรรค์ อยา่ งมีเหตผุ ลและสร้างสรรค์ นอ้ ยมากหรอื ไม่รบั ฟงั
อย่างสมา่ เสมอ เป็นบางครั้ง ความคดิ เหน็ ผ้อู น่ื
รับผิดชอบงานท่ีได้รับ รบั ผิดชอบงานทไี่ ดร้ บั ไมร่ ับผิดชอบงานทไ่ี ดร้ บั
มอบหมายและเสรจ็ ตามเวลา มอบหมาย แตเ่ สร็จไม่ทัน มอบหมาย
ท่ีกาหนด ตามกาหนด

* การคิดคะแนน รอ้ ยละ = (คะแนนท่ีได้/คะแนนเตม็ ) x 100

การแปลผลการประเมิน การแปลผล
ดีมาก
เกณฑ์ของระดบั คะแนน ดี
ร้อยละ 80 - ๑๐๐ พอใช้
ร้อยละ 70 - 79 ปรับปรุง
ร้อยละ 50 - 69
รอ้ ยละ ๐ - 49

-137-
-137-

แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี ๒๑

หน่วยการเรียนรทู้ ี่ ๑ สร้างสรรคส์ ารพร้อม เรอ่ื ง วาทะประทบั ใจ (๒) เวลา ๑ ช่ัวโมง
กลมุ่ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย ๕ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๓

สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด กิจกรรมการเรียนรู้ แหล่งเรยี นรู้
ภาษาในการส่ือสาร เป็นการถ่ายทอดเรื่องราว ขน้ั นา หอ้ งสมดุ
ความรู้สึก ความคิดผ่านการสื่อสารโดยลักษณะภาษา ๑. นกั เรยี นรว่ มกันทบทวน เรือ่ ง ภาษาในการสอื่ สาร
ในการใช้ส่ือสาร ซ่ึงต้องมีปัจจัยในการใช้ภาษา ๒. ครูเชอ่ื มโยงเข้าสบู่ ทเรียนว่า “ในคาบเรียนนี้นกั เรียนจะ สอ่ื
โดยเฉพาะความชัดเจนของสารที่ต้องการจะส่ือกับ ได้นาการใชภ้ าษาในการส่อื สารมาใช้ในการพัฒนาตนเองใน ข้อความประกอบบทบาทสมมติ

ผู้รับสาร ซ่ึงลักษณ ะของการสื่อสารมีท้ังที่เป็น ด้านสอ่ื สาร” ภาระ/ช้นิ งาน
วัจนภาษา ที่ใช้ถ้อยคาส่ือความหมายด้วยคาพูด ขนั้ สอน บทบาทสมมติ
และอวัจนภาษาท่ีไมใ่ ช้ถอ้ ยคา แต่แสดงออกด้วยสีหน้า 3. นักเรียนทากิจกรรม “ภาษาสรา้ งสรรค์” วิธีการคือ
-138- ทา่ ทาง การแตง่ กาย เป็นตน้ 3.๑ นกั เรยี นจับกลมุ่ กลมุ่ ละ ๓ - ๔ คน การวดั และประเมินผล
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ 3.๒ ตัวแทนแต่ละกลุ่มออกมาจับสลากบทซ่ึงไดแ้ ก่ แบบประเมนิ การทางานกลุม่
ก. ให้กาลงั ใจเพือ่ นยามท้อ
ดา้ นความรู้ ข. เตือนสตเิ มื่อเพอ่ื นทาผดิ
อธิบายลักษณะการใช้ภาษาในการสื่อสาร ค. แนะนาส่ิงทีเ่ ป็นประโยชนต์ ่อผู้อน่ื
3.๓ นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ เตรียมการแสดงบทบาทสมมติ
ดา้ นทกั ษะกระบวนการ จากบทที่ไดจ้ ับสลาก ภายในระยะเวลา ๑๐ นาที
สามารถส่อื สารไดอ้ ย่างมีประสิทธภิ าพ

สมรรถนะทต่ี ้องการใหเ้ กดิ กับผเู้ รียน โดยจะตอ้ งสื่อสารแสดงออกมาให้เห็นภาพท่ีชัดเจน มคี วาม
การสือ่ สาร เหมาะสม

3.๔ นักเรยี นแตล่ ะกลุ่มออกมาแสดงบทบาทสมมติและ
รว่ มกันสรุปประเด็นเนื้อหาอีกครัง้

-138-

หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๑ สรา้ งสรรค์สารพร้อม แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๒๑ เวลา ๑ ช่ัวโมง
กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๓
เรอ่ื ง วาทะประทบั ใจ (๒)
รายวิชา ภาษาไทย ๕
ขั้นสรปุ
นักเรียนและครูร่วมอภิปรายในประเด็น “การใช้ภาษาใน
การสื่อสาร หากใช้ในทางสร้างสรรค์จะส่งผลดีต่อผู้รับสาร
ทาให้เกิดพลงั แรงใจในการใชช้ วี ิตต่อไปอย่างไร”

-139-

-139-

แบบประเมนิ การทางานกลุ่ม

คาช้ีแจง ให้ครปู ระเมนิ การทางานกลุ่มของนกั เรียนตามรายการประเมิน

รายการประเมนิ ระดับคะแนน
๓๒๑
1. การกาหนดบทบาทหน้าที่ กาหนดบทบาทหน้าท่ี กาหนดบทบาทหน้าที่ ไม่มีการกาหนดบทบาท
2. การมสี ่วนรว่ ม สมาชิกอยา่ งชดั เจน สมาชิกไมค่ รบถ้วน หนา้ ที่
มีส่วนรว่ มในการปฏิบตั ิ มสี ่วนร่วมในการปฏิบตั ิ มีสว่ นรว่ มในการปฏิบตั ิ
3. การรบั ฟังและแสดงความคดิ เหน็ งานกล่มุ งานกลมุ่ บ้าง งานกลุ่มน้อยมาก
หรอื ไมม่ ีสว่ นร่วม
4. ความรบั ผดิ ชอบ รับฟงั และแสดงความคดิ เหน็ รับฟงั และแสดงความคดิ เห็น รับฟังความคิดเหน็ ของผ้อู ่นื
อยา่ งมีเหตผุ ลและสร้างสรรค์ อยา่ งมีเหตผุ ลและสรา้ งสรรค์ น้อยมากหรอื ไม่รบั ฟงั
อย่างสมา่ เสมอ เป็นบางครั้ง ความคดิ เหน็ ผ้อู น่ื
รับผิดชอบงานท่ีได้รับ รบั ผิดชอบงานทไ่ี ด้รับ ไม่รับผิดชอบงานทไ่ี ดร้ บั
มอบหมายและเสรจ็ ตามเวลา มอบหมาย แตเ่ สร็จไม่ทัน มอบหมาย
ท่ีกาหนด ตามกาหนด

* การคิดคะแนน รอ้ ยละ = (คะแนนท่ีได้/คะแนนเตม็ ) x 100

การแปลผลการประเมิน การแปลผล
ดมี าก
เกณฑ์ของระดบั คะแนน ดี
ร้อยละ 80 - ๑๐๐ พอใช้
ร้อยละ 70 - 79 ปรบั ปรงุ
ร้อยละ 50 - 69
รอ้ ยละ ๐ - 49

-140-
-140-

แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี ๒๒

หน่วยการเรียนร้ทู ี่ ๑ สรา้ งสรรคส์ ารพรอ้ ม เรอื่ ง วาทะประทบั ใจ (๓) เวลา ๑ ชั่วโมง
กลุม่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย รายวิชา ภาษาไทย ๕ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๓

สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด กจิ กรรมการเรียนรู้ แหล่งเรยี นรู้
ภาษาในการส่ือสาร เป็นการถ่ายทอดเรื่องราว ข้นั นา ห้องสมุด
ความรู้สึก ความคิดผ่านการส่ือสารโดยลักษณะ ๑. นักเรียนตอบคาถามประจาหน่วยการเรียนรู้ภายใน
ภาษาในการใช้สอ่ื สาร ซ่ึงต้องมีปัจจัยในการใช้ภาษา ๑๐ นาที สอ่ื
โดยเฉพาะความชัดเจนของสารท่ีต้องการจะส่ือกับ - นักเรียนคิดว่า ภาษาที่ใช้ในการส่ือสารควรมีลักษณะ ใบงาน “พฒั นาตนดว้ ยภาษาในการส่อื สาร”
ผู้รับสาร ซึ่งลักษณะของการส่ือสารมีทั้งที่เป็น อย่างไรท่ีจะทาให้การสื่อสารสามารถนามาพัฒนาตนเองได้
วัจนภาษา ที่ใช้ถ้อยคาส่ือความหมายด้วยคาพูด เขียนลงในกระดาษ ภายในระยะเวลา ๑๐ นาที ภาระ/ชิน้ งาน
และอวัจนภาษาที่ไม่ใช้ถ้อยคา แต่แสดงออกด้วยสีหน้า ๒. ครูเช่ือมโยงเข้าสู่บทเรียนว่า “ภาษาที่ใช้ในการสื่อสาร 1. การทาใบงาน “พฒั นาตนดว้ ยภาษา
-141- ทา่ ทาง การแต่งกาย เป็นต้น หากไปในทิศทางท่ีสร้างสรรค์ย่อมทาให้เกิดผลท่ีดีเป็น ในการส่ือสาร”
จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้ ประโยชน์อย่างยิ่ง มิใช่แค่มีประโยชน์ต่อสังคมเท่านั้นแต่เป็น ๒. แบบทดสอบประจาหนว่ ย หน่วยท่ี ๑
ประโยชนต์ ่อการพัฒนาตนเองดว้ ย” “สร้างสรรคส์ ารพร้อง”
ด้านความรู้ ขน้ั สอน
อธบิ ายลกั ษณะการใชภ้ าษาในการส่ือสาร 3. นักเรียนทากิจกรรม “พัฒ นาตนด้วยภาษาใน การวัดและประเมินผล
การส่ือสาร” วธิ กี าร แบบประเมนิ การทางานกลมุ่
ด้านทักษะกระบวนการ 3.๑ นกั เรยี นจบั กลุ่ม กลุ่มละ ๓ – ๔ คน
สามารถสื่อสารไดอ้ ย่างมีประสทิ ธิภาพ

สมรรถนะที่ต้องการใหเ้ กดิ กับผเู้ รยี น 3.๒ นักเรียนแต่ละคนแลกเปล่ียนความคิดเห็น
การสื่อสาร เก่ียวกบั “การพฒั นาตนด้วยภาษา”

3.๓ นักเรียนนาความรู้ท่ีได้ เขียนออกมาเป็น
แผนผังความคดิ เพ่ือนาเสนอหน้าช้นั เรียน

-141-

หน่วยการเรียนร้ทู ่ี ๑ สรา้ งสรรคส์ ารพร้อม แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๒๒ เวลา ๑ ชั่วโมง
กลุม่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๓
เรอ่ื ง วาทะประทบั ใจ (๓)
-142- รายวิชา ภาษาไทย ๕
ขน้ั สรุป
4. นักเรียนรว่ มกันตอบคาถามวา่ “ภาษาช่วยพฒั นา
ตนเองได้อยา่ งไร”

แนวคาตอบ ภาษาช่วยให้เกิดการเรียนรู้และพัฒ นา
ทักษะในการส่ือสาร จนเกิดเป็นประสบการณ์ติดตัวใน
อนาคต

5. นั ก เรี ย น ท า แ บ บ ท ด ส อ บ ป ร ะ จ า ห น่ ว ย
“สร้างสรรค์สารพรอ้ ง”

-142-

ใบงาน
“พฒั นาตนด้วยภาษาในการส่ือสาร”

คาชี้แจง ให้นักเรียนเขยี นแผนภาพความคดิ เร่อื ง “การพัฒนาตนด้วยภาษา”

-143-
-143-

แบบประเมนิ การทางานกลุ่ม

คาช้ีแจง ให้ครปู ระเมนิ การทางานกลุ่มของนกั เรยี นตามรายการประเมิน

รายการประเมนิ ระดับคะแนน
๓๒๑
1. การกาหนดบทบาทหนา้ ที่ กาหนดบทบาทหน้าท่ี กาหนดบทบาทหนา้ ที่ ไม่มีการกาหนดบทบาท
2. การมสี ่วนรว่ ม สมาชิกอยา่ งชดั เจน สมาชิกไมค่ รบถ้วน หนา้ ที่
มีส่วนรว่ มในการปฏิบตั ิ มสี ่วนร่วมในการปฏิบตั ิ มีสว่ นรว่ มในการปฏิบตั ิ
3. การรบั ฟังและแสดงความคดิ เหน็ งานกล่มุ งานกลมุ่ บ้าง งานกลุ่มน้อยมาก
หรอื ไมม่ ีสว่ นร่วม
4. ความรบั ผดิ ชอบ รับฟงั และแสดงความคดิ เหน็ รับฟงั และแสดงความคดิ เห็น รับฟังความคิดเหน็ ของผ้อู ่นื
อยา่ งมีเหตผุ ลและสร้างสรรค์ อยา่ งมีเหตผุ ลและสร้างสรรค์ น้อยมากหรอื ไม่รบั ฟงั
อย่างสมา่ เสมอ เป็นบางครั้ง ความคดิ เหน็ ผ้อู น่ื
รบั ผิดชอบงานท่ีได้รับ รบั ผิดชอบงานท่ไี ด้รับ ไม่รับผิดชอบงานทไ่ี ดร้ บั
มอบหมายและเสรจ็ ตามเวลา มอบหมาย แตเ่ สร็จไม่ทนั มอบหมาย
ท่กี าหนด ตามกาหนด

* การคิดคะแนน ร้อยละ = (คะแนนท่ไี ด้/คะแนนเตม็ ) x 100

การแปลผลการประเมนิ การแปลผล
ดมี าก
เกณฑข์ องระดับคะแนน ดี
ร้อยละ 80 - ๑๐๐ พอใช้
ร้อยละ 70 - 79 ปรบั ปรงุ
ร้อยละ 50 - 69
รอ้ ยละ ๐ - 49

-144-
-144-

แบบทดสอบประจาหน่วย
หนว่ ยท่ี ๑ “สรา้ งสรรคส์ ารพรอ้ ง”
๑. หลักการที่สาคัญของการพูดแสดงความคิดเห็นคอื อย่างไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………
………………..………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………..………………………………………………………………
…………………………..……………………………………………………………………………………………………
………………..………………………………………………………………………………………………………………
2. แนวคิดของเร่ืองผู้ประพันธ์มุ่งเน้นให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึกต่อเร่ืองพระอภัยมณี
ตอนพระอภัยมณหี นนี างผเี ส้ิอสมุทรอยา่ งไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………
………………..………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………..………………………………………………………………
…………………………..……………………………………………………………………………………………………
………………..………………………………………………………………………………………………………………
3. คุณคา่ ดา้ นวรรณศลิ ป์ ด้านรสวรรณคดีทไ่ี ดร้ ับจากนทิ านคากลอน เรอ่ื ง พระอภยั มณี
ตอนพระอภัยมณหี นนี างผเี สอ้ิ สมทุ ร
…………………………………………………………………………………………………………………………………
………………..………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………..………………………………………………………………
…………………………..……………………………………………………………………………………………………
………………..………………………………………………………………………………………………………………
4. หลกั สาคญั ในการตั้งประเด็นการโต้แยง้ คอื อะไร
…………………………………………………………………………………………………………………………………
………………..………………………………………………………………………………………………………………
………………………………………………………………..………………………………………………………………
…………………………..……………………………………………………………………………………………………
………………..………………………………………………………………………………………………………………
๕. ข้อความตอนใดเป็นข้อความแสดงข้อคิดเหน็
…………………………………………………………………………………………………………………………………
……………..…………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………..………………………………………………………………
…………………………..……………………………………………………………………………………………………
………………..………………………………………………………………………………………………………………

-145-
-145-

(เฉลย) แบบทดสอบประจาหน่วย
หน่วยที่ ๑ “สร้างสรรค์สารพร้อง”

๑. หลักการทีส่ าคัญของการพูดแสดงความคดิ เห็นคอื อย่างไร
ตอบ การพูดแสดงความคิดเหน็ เปน็ การพูดช้ีแจงถงึ ข้อเท็จจริง หลกั การ เหตุผล
ข้อสันนิษฐาน วนิ จิ ฉัย ข้อเสนอแนะ และการประเมนิ ค่าเกี่ยวกบั เรอื่ งใดเร่ืองหนึ่ง

๒. แนวคิดของเร่ืองผู้ประพันธ์มุ่งเน้นให้ผู้อ่านเกิดความรู้สึกต่อเรื่องพระอภัยมณี
ตอนพระอภัยมณหี นีนางผเี สอิ้ สมุทรอย่างไร
ตอบ มุง่ เน้นใหน้ กั เรียนเกดิ การเรียนรู้ได้ในด้านการพูดแสดงความคดิ เหน็

๓. คุณค่าด้านวรรณศิลป์ ด้านรสวรรณคดี ท่ีได้รับจากนิทานคากลอน เรื่อง พระอภัยมณี
ตอน พระอภัยมณหี นนี างผเี สิอ้ สมุทร
ตอบ รสวรรณคดี : เสาวรจนี (บ ทพ รรณ นาความงามสถานที่ ธรรมช าติ
ตวั ละคร)
: นารีปราโมทย์ (บทเก้ยี วพาราสี แสดงความรกั )
: พิโรธวาทัง (บทโกรธ บทตัดพอ้ ต่อวา่ )
: สัลลาปงั คพิสยั (บทแสดงความโศกเศร้าเสยี ใจ ครา่ ครวญ)

๔. หลักสาคัญในการต้ังประเด็นการโตแ้ ย้งคืออะไร
ตอบ เน่ืองจากหัวข้อและเน้ือหาของการโต้แย้งไม่มีขอบเขตจากดั จึงควรกาหนดให้ชัดเจน
ว่า จะโต้แย้งกันในหัวข้อใด จะพิจารณากันในประเด็นอะไรบ้าง เน้ือหาโต้แย้งก็ต้องคล้อย
ตามหัวข้อโต้แย้งกันให้ตรงประเด็นไม่ออกนอกเรื่อง ในการโต้แย้งนั้น ผู้ริเร่ิมการโต้แย้งควร
เสนอสิ่งท่ีจะก่อให้เกิดการเปล่ียนแปลงอย่างใดอย่างหน่ึงฝ่ายท่ีไม่เห็นด้วยก็พยายามหา
เหตผุ ล หลกั ฐานต่าง ๆ มาคัดคา้ น เพ่อื ชไ้ี หเ้ หน็ ว่าข้อเสนอนนั้ ไมเ่ หมาะสม ไม่มปี ระโยชน์

๕. ขอ้ ความตอนใดเป็นขอ้ ความแสดงขอ้ คิดเห็น
ตอบ ๑) นกเงือกมีบทบาทชว่ ยกระจายเมล็ดพนั ธ์ไุ มใ้ นปา่
๒) พวกมันจะบินครอบคลมุ และใช้ประโยชน์ในพืน้ ทีป่ า่ กวา้ งมาก
๓) ทาใหป้ า่ เกดิ ความสมดุลจากการกระจายเมล็ดพนั ธ์ผุ ่านมูลนก
๔) หากอนุรักษ์นกเงือกไว้ก็น่าจะสามารถอนุรักษ์และสร้างสมดุลพืชพรรณใน
ป่าได้อกี มาก

-146-
-146-

หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ 2

“กรองคานาจติ ”

-๑๔๗-
ชดุ การจัดกิจกรรมการเรียนรู้ (สาหรับครผู สู้ อน) กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย ระดบั ชั้นมธั ยมศกึ ษา

-147-

แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ ๑

หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๒ ชื่อหน่วย กรองคานาจติ เรอื่ ง คาคม คาขวัญ (1) เวลา ๑ ช่ัวโมง
กลมุ่ สาระการเรียนรูภ้ าษาไทย รายวิชา ภาษาไทย ๓ ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี ๓
สาระสาคัญ / ความคดิ รวบยอด กิจกรรมการเรียนรู้ แหล่งเรยี นรู้
การพูดโนม้ นา้ วใจเป็นการพดู เชิญชวนหรือชักจงู ข้ันนา ห้องสมุด
ผู้ฟงั ดว้ ยกลวิธีท่เี หมาะสม เพื่อให้เกดิ ความเชื่อถือมี ครูสนทนากบั นกั เรียนวา่ ทาไมนักเรียนจึงยอมซื้อ
ความคดิ เหน็ คล้อยตาม ตลอดจนปฏิบตั ติ ามความม่งุ ของบางอย่างทั้งท่ีไม่ได้ตั้งใจแตแ่ รก (แนวทางการ สอ่ื
หมายของผูส้ ่งสาร การพดู โน้มน้าวใจจะทาให้เกดิ ตอบเชอ่ื มโยงสู่การพดู โน้มนา้ วใจของผขู้ าย) 1. ใบความรู้ “การโน้มน้าวใจ”
ความรู้ และทักษะท่ีชว่ ยพฒั นาการรับสารและการ 2. ใบงาน “การพดู โน้มน้าวใจ
สอื่ สารใหด้ ียิ่งข้ึน รวมถึงสามารถนาไปปรับใช้ใน ขน้ั สอน
ชีวติ ประจาวนั ได้ 1. นักเรยี นแบง่ กลุม่ ออกเปน็ ๓ กล่มุ เพื่อทา ภาระงาน/ชน้ิ งาน
-148- ใบงาน “การพดู โน้มน้าวใจ” การทาใบงาน “การพูดโน้มนา้ วใจ”
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ 2. นกั เรียนอาสาสมคั รกลุ่มละ ๒ คนนาเสนอ
ดา้ นความรู้ คาตอบจากใบงาน “การพดู โน้มนา้ วใจ” หนา้ ช้ันเรียน การวดั และประเมินผล
อธิบายหลกั การพูดโน้มน้าวใจได้ถูกต้อง เพอ่ื แลกเปล่ียนคาตอบกบั กลุ่มอน่ื แบบประเมินการทางานกลุ่ม
ทกั ษะและกระบวนการ 3. นักเรียนแตล่ ะกลมุ่ จดคาตอบของกล่มุ อืน่ ที่
วเิ คราะหก์ ลวธิ กี ารพดู โนม้ นา้ วใจได้อยา่ งถกู ต้อง แตกต่างจากของกลุ่มตน เพ่ือเตมิ เต็มคาตอบให้
ดา้ นคณุ ลกั ษณะ สมบรู ณแ์ ละถูกต้องตามหลักการ
๑. ใฝ่เรียนรู้ 4.นักเรียนแตล่ ะกลุ่มทากจิ กรรม “ยอดนัก
๒. มีสว่ นรว่ มในช้ันเรียน ขาย” โดยชว่ ยกนั รา่ งบทพูดโน้มนา้ วและสง่ นักเรยี น
อาสาสมคั ร

-148-

หนว่ ยการเรียนร้ทู ี่ ๒ ช่ือหน่วย กรองคานาจิต แผนการจดั การเรยี นรูท้ ่ี ๑ เวลา ๑
ชว่ั โมง เรอ่ื ง คาคม คาขวญั (1) ชน้ั มธั ยมศึกษา
กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย
ปที ี่ ๓ รายวิชา ภาษาไทย ๓
สมรรถนะที่ต้องการใหเ้ กิดกับผูเ้ รียน
กลุม่ ละ ๑ คน ให้เพอ่ื นเลือกซ้อื น้าดมื่ จากกลุ่มตน โดยใช้
๑. การสอื่ สาร ใบความรู้ “การโนม้ น้าวใจ” ประกอบการแสดงบทบาท
๒. การคิดข้นั สูง สมมติ

-149- ขัน้ สรุป
5. นกั เรยี นทง้ั ช้นั ร่วมกนั ลงคะแนนเลือก และสรปุ

วธิ กี ารการพดู โนม้ น้าวใจทีส่ าคญั ที่สุดประกอบดว้ ย
การอ้าง เหตผุ ลทน่ี า่ เช่ือถือ เชน่ สถิติ บุคคล หรอื องค์กร
และการ นาเสนอข้อมลู ทีต่ อบสนองธรรมชาติพน้ื ฐานของ
มนษุ ย์

6. นักเรยี นร่วมสรุปประโยชนท์ ่ไี ด้รับจากการเรยี นใน
คร้งั นี้

-149-

ใบความรู้
“การโน้มน้าวใจ”

การโน้มนา้ วใจ การโนม้ นา้ วใจของโฆษณามีหลายวิธี เชน่
๑. การอ้างสถิติ บุคคล หรอื องคก์ ร เชน่

คุณสดสวย ดารายอดนิยมตลอดกาลรักษาสุขภาพด้วยสาหรา่ ยทองเปน็ ประจา
หนงั สอื เลม่ น้พี ิมพเ์ ผยแพร่มากกว่า ๑๐ ภาษา จานวนมากกว่า ๒ ลา้ นเลม่
ชากลน่ิ หอม รสชาติชวนดื่มจากเทือกเขาเมืองเหนือ แหลง่ ปลูกซาลอื ชอื่
บริษัทนาเท่ยี วท่ไี ดร้ ับรางวัลจากสมาคมผปู้ ระกอบการบริการท่องเท่ยี วของอาเซียน
๒. การตอบสนองธรรมชาติพื้นฐานของมนุษย์ซง่ึ ห่วงใยสุขภาพความปลอดภัย ความสุข ความมั่นคง
ในชวี ติ ฯลฯ เช่น
ผักสดปลอดสารพษิ เพ่ือชวี ติ ท่ีดีกวา่
ออกกาลงั เติมพลังให้รา่ งกาย
อาหารอร่อย ดนตรไี พเราะ ราคากันเอง

-15-01- 50-

ใบงาน
“การพูดโน้มนา้ วใจ”

คาชีแ้ จง ให้นักเรยี นอา่ นข้อความตอ่ ไปน้ีแลว้ ระบุวิธีการโนม้ น้าวใจ

วิธีที่ ๑ การอ้างสถิติ บุคคล หรือองคก์ ร

วิธีที่ ๒ การตอบสนองธรรมชาติพื้นฐานของมนษุ ย์

๑. อาหารทีม่ ีกะทิเปน็ ส่วนประกอบท่ีร้านน้ีเป็นกะทเิ พ่ือสุขภาพอย่างแท้จริง

............................................................................................................................. ...................................

๒. กระเป๋าผา้ แฮนด์เมดใช้ผ้าฝ้าย ๑๐๐ เปอรเ์ ซน็ ต์ ผสมผสานกบั ลวดลายไมซ่ า้ ใคร
............................................................................................................................................ ....................

๓. บา้ นจดั สรรเฟสใหม่ มีสระว่ายนา้ และห้องออกกาลังกาย ระบบรกั ษาความปลอดภยั ๒๔ ชั่วโมง

จองกอ่ นฟรดี าวน์
.................................................................................................................................... ............................

๔. หนังสอื เล่มนีต้ ีพมิ พม์ ากกว่า ๑๐ ภาษา จานวนมากกว่า ๒ ล้านเล่ม
................................................................................................................................................................

๕. คาดเข็มขดั นิรภยั ปลอดภัยตลอด
....................................................................................................... .........................................................

๖. รับสอนภาษาจีน โดยครูผูม้ ีประสบการณก์ ารสอนมากกวา่ ๑๕ ปี
............................................................................................................................. ...................................

๗. ผกั ปลอดสารพษิ เพ่ือชีวิตทีด่ ีกว่า
............................................................................................................................. .................................

-151-
-151-

แบบประเมนิ การทางานกล่มุ

คาช้ีแจง ใหค้ รูประเมินการทางานกลุ่มของนักเรียนตามรายการประเมิน (คะแนนเต็ม 12 คะแนน)

รายการประเมนิ ระดบั คะแนน ๑
๓๒

1. การกาหนดบทบาทหนา้ ท่ี กาหนดบทบาทหน้าที่ กาหนดบทบาทหน้าท่ี ไมม่ กี ารกาหนดบทบาท
สมาชิกอย่างชัดเจน สมาชกิ ไมค่ รบถว้ น หนา้ ที่

2. การมสี ว่ นร่วม มสี ว่ นร่วมในการปฏิบตั ิ มีสว่ นรว่ มในการปฏบิ ตั ิ มสี ่วนรว่ มในการปฏบิ ตั ิ

งานกลุม่ งานกลุ่มบ้าง งานกลมุ่ นอ้ ยมาก

หรือไมม่ สี ่วนร่วม

3. การรบั ฟังและแสดงความคดิ เหน็ รบั ฟังและแสดงความคดิ เหน็ รับฟงั และแสดงความคดิ เห็น รบั ฟงั ความคิดเห็นของผู้อ่นื
อยา่ งมเี หตผุ ลและสรา้ งสรรค์ อย่างมเี หตผุ ลและสรา้ งสรรค์ น้อยมากหรอื ไมร่ บั ฟัง
อย่างสม่าเสมอ เปน็ บางครง้ั ความคิดเหน็ ผ้อู ื่น

4. ความรบั ผดิ ชอบ รบั ผดิ ชอบงานทไี่ ดร้ ับ รับผิดชอบงานทไ่ี ด้รบั ไมร่ ับผดิ ชอบงานทีไ่ ดร้ บั
มอบหมายและเสรจ็ ตามเวลาท่ี มอบหมาย แตเ่ สร็จไมท่ นั มอบหมาย
กาหนด ตามกาหนด

* การคิดคะแนน ร้อยละ = (คะแนนทีไ่ ด/้ คะแนนเตม็ ) x 100

การแปลผลการประเมนิ การแปลผล
ดมี าก
เกณฑ์ของระดับคะแนน ดี
รอ้ ยละ 80 - ๑๐๐ พอใช้
ร้อยละ 70 - 79 ปรับปรุง
ร้อยละ 50 - 69
รอ้ ยละ ๐ - 49

-152-
-152-

หนว่ ยการเรยี นร้ทู ี่ ๒ ชื่อหน่วย กรองคานาจติ แผนการจดั การเรยี นรู้ที่ ๒ แหล่งเรยี นรู้ เวลา ๑ ชั่วโมง
กลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย เรื่อง คาคม คาขวัญ (2) ห้องสมุด ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๓
สาระสาคญั / ความคิดรวบยอด รายวิชา ภาษาไทย ๓
สอ่ื
การพดู โน้มนา้ วใจเปน็ การพูดเชิญชวนหรือชักจูง ข้ันนา 1. ใบความรู้ “คาขวญั คติพจน์ และคาคม”
ผู้ฟังดว้ ยกลวิธีทีเ่ หมาะสม เพื่อใหเ้ กดิ ความเช่อื ถอื มี นกั เรยี นชว่ ยกันบอกคาขวญั วันเด็กทีต่ นจาได้ 2. บตั รคาขวัญ บัตรคติพจน์ และบัตรคาคม
ความคดิ เห็นคล้อยตาม ตลอดจนปฏบิ ัตติ ามความมงุ่
-153- หมายของผสู้ ง่ สาร การพดู โน้มน้าวใจจะทาให้เกดิ แนวการตอบ นักเรยี นอาจยกเดก็ ดเี ป็นศรแี กช่ าติเดก็ ฉลาด ภาระงาน/ชนิ้ งาน
ความรู้ และทักษะที่ชว่ ยพฒั นาการรับสารและการ ชาติเจริญ ครถู ามนาต่อว่าทาไมจงึ จาได้ อาจเปน็ เพราะความ -
ส่ือสารให้ดยี ่งิ ขน้ึ รวมถึงสามารถนาไปปรับใช้ใน คลอ้ งจอง
ชีวติ ประจาวนั ได้ การวัดและประเมินผล
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ ขน้ั สอน แบบประเมินการพดู แสดงความคดิ เหน็
ดา้ นความรู้ 1. ครูอธบิ ายเร่ืองคาขวญั คตพิ จน์ คาคม พร้อม

บอกลักษณะของคาขวัญ คติพจน์ และคาคมได้ ข้อสังเกตตามใบความรู้
ถูกต้อง 2. นกั เรียนแบ่งกลมุ่ ตามความเหมาะสมของ
ทกั ษะและกระบวนการ
หอ้ งเรยี น แตล่ ะกลุม่ ได้รับบตั รความรู้คละกัน จากนัน้ ให้
วิเคราะหล์ กั ษณะภาษาและจดุ ม่งุ หมายของคา จาแนกเป็นคาขวญั คติพจน์ คาคม ให้ถูกต้อง
ขวญั คตพิ จน์ และคาคมไดอ้ ย่างมีเหตผุ ล
3. ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั เฉลย
4. นกั เรยี นร่วมกนั สรปุ หลักเกณฑก์ ารสงั เกต คาขวญั
คตพิ จน์ คาคม เป็นแผนผังความคิด

-153-

หนว่ ยการเรียนร้ทู ่ี ๒ ชื่อหน่วย กรองคานาจติ แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ ๒ เวลา ๑
ชั่วโมง เร่อื ง คาคม คาขวัญ (2) ชนั้ มธั ยมศึกษา
กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย
-154- ปีท่ี ๓ รายวิชา ภาษาไทย ๓
ดา้ นคุณลักษณะ
ขน้ั สรปุ
๑. ใฝเ่ รียนรู้ 5. นกั เรียนแสดงความคิดเหน็ เปน็ รายบุคคลวา่
๒. มสี ่วนร่วมในช้ันเรยี น
สมรรถนะที่ต้องการใหเ้ กดิ กับผู้เรียน นกั เรียนสามารถนาคาขวญั คติพจน์ และคาคมไปใช้
๑. การสอ่ื สาร ประกอบการพดู โน้มนา้ วใจได้อยา่ งไร (ครสู มุ่ เลอื กให้
๒. การคิดขัน้ สูง นกั เรยี นแสดงความคิดเหน็ ตามความสมคั รใจ ๒ – ๓ คน)

แนวคาตอบ : สามารถใช้คาขวญั คตพิ จน์ และคาคม
สร้างความดงึ ดดู ใจให้ผู้รบั สารสนใจ คล้อยตาม และปฏิบัติ
ตามได้ เนื่องจากมลี กั ษณะภาษาน่าสนใจ ส้ันกระชับ มีเสยี ง
สมั ผสั ท่ที าให้จดจาได้ง่าย

6. นกั เรยี นร่วมกนั แสดงความคิดเห็นข้อคิดที่ไดจ้ าก
การเรยี นครง้ั น้ี

-154-

บัตรคาขวญั

ขาดน้าคงขาดใจ
เม่อื มใี ชอ้ ยา่ ฟมุ่ เฟือย
ขับรถตามกฏก่อวินัย
ขบั รถตามใจก่อวนิ าศ

ยม้ิ วนั ละนดิ
จิตแจ่มใส
สร้างความสุข เสรมิ ภมู ิคุม้ กนั
ดม่ื นมทกุ วนั ดม่ื ได้ทุกวยั

-155-
-155-

บตั รคตพิ จน์

ออมไวไ้ มข่ ัดสน

ลูกผชู้ ายคาไหนคานน้ั

อุปสรรคมไี วใ้ ห้ฝ่าฟนั

ขายชอ่ื แต่ไมข่ ายชาติ

เสียสินสงวนศกั ดไ์ิ วว้ งศห์ งส์
เสือตายไว้หนังคนตายไวช้ อ่ื

ซ่ือกินไมห่ มด คดกนิ ไมน่ าน

-156-
-156-

บตั รคาคม

ขาดทุนคอื กาไร
รกั ยาวให้บ่ันรักสั้นใหต้ ่อ
จนิ ตนาการสาคัญกว่าความรู้
พอตดั ฟืนจึงได้ร้วู า่ ขวานทือ่
รู้เขา รู้เรา รบรอ้ ยครงั้ ชนะร้อยครั้ง
ของท่ีไดม้ างา่ ย ๆ กย็ อ่ มสญู เสียไปง่าย ๆ

-157-
-157-

ใบความรู้
“คาขวญั คตพิ จน์ คาคม”

คาขวญั คติพจน์ คาคม
คาขวัญ
คาขวัญ คือ ข้อความที่แต่งข้ึนเพ่ือปลูกฝังค่านิยมท่ีดีงาม เตือนใจให้ไม่เผลอกระทาความผิด

เตือนให้คิดหรือปฏิบัติตนในเร่ืองเฉพาะอย่างใดอย่างหนึ่ง หรือใช้แสดงอัตลักษณ์ขององค์กรใดองค์กร
หนึ่งก็ได้ ดาขวัญอาจออกตามวาระ เช่น คาขวัญวันเด็ก ดาขวัญวันครู คาขวัญวันแม่แห่งชาติ หรือใช้
ต่อเน่ืองกันเป็นระยะเวลานานจนกว่าการดาเนินงานโดยใช้ดาขวัญน้ันจะประสบความสาเร็จตามเป้า
ที่วางไว้ เช่น คาขวัญรณรงค์ขององค์กรหรือหน่วยงานต่าง ๆ ส่วนดาขวัญท่ีใช้แสดงอัตลักษณ์
ขององคก์ รหรอื หน่วยงานมกั ใชต้ ่อเนื่องกนั ไปโดยไมเ่ ปล่ียนแปลง เชน่ คาขวญั ของโรงเรยี น
คาขวัญประจาจังหวัด

คาขวญั มักมีคณุ สมบัติ ๓ ประการ ดงั นี้
๑) เป็นข้อความที่ส้ัน กระชับ โดยมากมกั กาหนดให้มีคาไม่เกนิ ๑๕ คา
๒) สอื่ ความคิดในทางสรา้ งสรรค์ ดาท่ใี ช้มักเป็นคาที่แสดงคณุ สมบตั ิทีด่ ี แสดงใหเ้ ห็นคุณคา่ ของชวี ิต

ธรรมชาติ คุณธรรม และความดีงาม
๓) มีจังหวะสละสลวย มเี สียงสัมผัสใหจ้ ดจาง่าย
๔) ไม่ใช่บทรอ้ ยกรอง

เช่น - สุรา ยาเสพติด เปน็ ภยั ตอ่ ชวี ิต เปน็ พษิ ต่อสงั คม
- ยืดอกพกถุง
- ใช้นา้ อย่างคุม้ ค่า เพือ่ วันน้ี เผ่ือวันหน้า
- ตัวตายดีกวา่ ชาติตาย
- รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ เปน็ คณุ สมบัติของเยาวชนไทย
- เรียนดี กีพาเด่น เนันคุณธรรม
- ยึดคณุ ธรรม มีน้าใจ ใฝ่รู้ ส้งู าน
- ยิ้มวันละนดิ จิตแจ่มใส
- ใต้สดุ สยาม เมอื งงามชายแดน

-158-
-158-

คติพจน์
คติพจน์ คือ ข้อความใช้เป็นคติเพื่อเตือนใจบุคคลให้ยึดม่ันความดีงาม แนวคิด ค่านิยม หรือ
หลักปรัชญาอย่างใดอย่างหนึ่ง บุคคลท่ีมีคติพจน์ประจาตนและจาคตินั้นไว้ได้จนขึ้นใจเพ่ือใช้เตือน
ตนเองใหด้ ารงอยูแ่ ต่ในความดีงามตลอดเวลา บางคนจงึ เรียกคติพจนว์ า่ คตปิ ระจาใจ บคุ คลอาจนา
ภาษติ ที่อยใู่ นคัมภรี ศ์ าสนา ภาษิตของนกั คดิ นกั ปรชั ญา ดาขวัญหรือดาพูดคมคาย บางสว่ นของ
บทร้อยกรองท่ีมคี ติน่าประทับใจมาใช้เป็นติพจน์หรือตปิ ระจาใจได้ทั้งส้นิ เช่น
- ออมไว้ไม่ขดั สน
- ลกู ผู้ชาย คาไหนคานัน้
- ชอ่ื กนิ ไม่หมด คดกินไมน่ าน
- พงึ รักษาความดดี จุ เกลือรักษาความเค็ม
- ความพยายามอยู่ท่ีไหน ความสาเร็จอย่ทู น่ี น่ั
- อปุ สรรคมีไวใ้ หฝ้ ่าฟัน
- เสอื ตายไวห้ นัง คนตายไว้ชื่อ
- ขายช่ือแต่ไม่ขายชาติ
- เสยี สินสงวนศกั ดิไ์ ว้ วงศห์ งส์
คาคม
คาคม คือ ดาพูดที่มีลักษณะคมคาย คือ แฝงไว้ด้วยข้อคิดท่ีลึกซ้ึง บางครั้งอาจใช้ถ้อยคาท่ีฟัง
เผิน ๆ อาจดูขัดแย้งกัน แต่กลับดีความได้อย่างมีช้ันเชิง มักใช้ความเปรียบท่ีน่าสนใจ ชวนให้ขบคิด
ว่าเปน็ จรงิ ตามคาคมนัน้ หรือไม่ เชน่
- ขาดทุนคือกาไร
- รกั ยาวให้บั่น รักสัน้ ให้ตอ่
- จินตนาการสาคญั กว่าความรู้
- พอตดั ฟืนจงึ ไดร้ ู้ว่าขวานทอ่ี
- ของท่ีได้มางา่ ย ๆ กย็ ่อมสญู เสยี ไปง่าย ๆ
- คนทว่ั ไปมองวา่ ผมทดลองรอ้ ยคร้งั กว่าจะสาเรจ็ แตผ่ มมองวา่ ผมทดลองร้อยคร้งั เพื่อใหส้ าเรจ็
- รู้เขา รู้เรา รบรอ้ ยครัง้ ชนะรอ้ ยครัง้
- ผู้ทไ่ี ม่จมอยู่กับอดตี คือผู้ทไ่ี ม่หว่นั เกรงอนาคต

-159-
-159-

แบบประเมินการพูดแสดงความคดิ เห็น

คาชแ้ี จง ให้ครูผู้สอนประเมินการพูดแสดงความคิดเห็นของนักเรียนตามรายการประเมิน
(คะแนนเต็ม 12 คะแนน)

รายการประเมนิ ๕ ๔ ระดับคะแนน ๒ ๑
1. สาระสาคัญของเร่ืองทพี่ ูด พดู สาระสาคัญ พูดสาระสาคญั ๓ พดู สาระสาคญั พดู สาระสาคญั
ตามเกณฑ์ ตามเกณฑ์ ตามเกณฑ์ ตามเกณฑ์
1.๑ ลาดบั ความคิดอยา่ งตอ่ เนอ่ื ง ครบ ๕ ขอ้ ๔ ขอ้ พดู สาระสาคัญ ๒ ข้อ ๑ ข้อ
1.๒ นาเสนอเนอ้ื หาตรงตามประเดน็ ตามเกณฑ์ หรือไมไ่ ด้
1.๓ เนอ้ื หามคี วามสมั พันธ์กบั ประเดน็ ๓ ข้อ ตามเกณฑ์เลย
1.๔ มีความเปน็ เหตเุ ป็นผล
1.๕ มีการนาเสนอแนวคิดใหม่ คะแนนเตม็ 2 คะแนน ใช้ภาษา ใชภ้ าษา
2. การใชภ้ าษา ได้ตามเกณฑ์ ได้ตามเกณฑ์
2.๑ ใช้ภาษาได้ถูกตอ้ งกับกาลเทศะ คะแนนเตม็ 2 คะแนน ๒ ข้อ ๑ ขอ้
2.๒ ใชป้ ระโยคสื่อความหมายไดช้ ัดเจน ใช้นา้ เสียง หรือไมไ่ ด้
คะแนนเตม็ 3 คะแนน ปฏิบัตไิ ด้ตาม ได้ตามเกณฑ์ ตามเกณฑ์เลย
3. การใชน้ า้ เสียง เกณฑ์ 3 ขอ้ ๒ ขอ้ ใช้นา้ เสียง
3.1 ใชน้ า้ เสยี งน่มุ นวล ปฏิบัตไิ ด้ตาม ได้ตามเกณฑ์
3.2 พูดเสยี งดังชดั เจน เกณฑ์ 2 ขอ้ ๑ ขอ้
หรือไมไ่ ด้
3. มารยาทในการพดู ตามเกณฑเ์ ลย
3.1 ไมพ่ ดู แทรกขณะผู้อนื่ กาลงั พูด ปฏบิ ตั ไิ ด้ตาม
3.2 เปิดโอกาสให้ผ้อู ืน่ ไดแ้ สดง เกณฑ์ 1 ข้อ
ความคดิ เหน็ หรอื ไมไ่ ด้
3.3 ใชก้ ิรยิ าสภุ าพ ไมล่ ้อเลยี นผูอ้ ื่น ตามเกณฑ์เลย

* การคิดคะแนน ร้อยละ = (คะแนนทีไ่ ด้/คะแนนเตม็ ) x 100 การแปลผล
ดมี าก
การแปลผลการประเมิน ดี
พอใช้
เกณฑ์ของระดับคะแนน ปรับปรุง
รอ้ ยละ 80 - ๑๐๐
รอ้ ยละ 70 - 79
ร้อยละ 50 - 69
รอ้ ยละ ๐ - 49

-160-
-160-

แผนการจดั การเรยี นรู้ท่ี ๓

หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ ๒ ชื่อหน่วย กรองคานาจติ เรื่อง คาคม คาขวญั (3) เวลา ๑ ชั่วโมง
กลมุ่ สาระการเรียนร้ภู าษาไทย รายวิชา ภาษาไทย ๓ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๓

สาระสาคัญ / ความคิดรวบยอด กจิ กรรมการเรยี นรู้ แหล่งเรียนรู้
การพูดโนม้ น้าวใจเปน็ การพดู เชญิ ชวนหรอื ชักจูง ขั้นนา หอ้ งสมุด
ผู้ฟงั ด้วยกลวิธีทเ่ี หมาะสม เพ่ือใหเ้ กิดความเช่ือถอื มี นักเรยี นทายคาขวัญประจาจังหวดั จากน้นั พิจารณา
ความคิดเห็นคล้อยตาม ตลอดจนปฏิบตั ิตามความมงุ่ วา่ ใช้วธิ ีการแตง่ แบบใด พร้อมยกตวั อยา่ งคาคมคตสิ อนใจให้ สอ่ื
หมายของผสู้ ่งสาร การพูดโน้มน้าวใจจะทาให้เกิด นักเรียนรว่ มกันแสดงความคิดเหน็ เพื่อเตรยี มความพร้อม สลากหวั ข้อเพอ่ื แตง่ คาขวัญ คติพจน์ และ
ความรู้ และทักษะทชี่ ว่ ยพฒั นาการรบั สารและการ สาหรบั กจิ กรรมต่อไป คาคม
สอ่ื สารให้ดียงิ่ ขนึ้ รวมถึงสามารถนาไปปรบั ใชใ้ น ขัน้ สอน
ชวี ิตประจาวนั ได้ 1. นกั เรยี นแบ่งกล่มุ ออกเป็น ๕ กลุ่ม จบั สลากหวั ข้อ ภาระงาน/ชิน้ งาน
-161- เพอื่ แต่งคาขวญั คติพจน์ และคาคม โดยครูสุม่ ตามกลุ่มว่า การแต่งคาขวญั คติพจน์ และคาคม

จดุ ประสงค์การเรยี นรู้ ใครจะได้แตง่ คาขวญั คตพิ จน์ และคาคม ตามหวั ข้อดังนี้
ดา้ นความรู้ - เศรษฐกิจพอเพยี ง การวดั และประเมินผล
๑. ระบุลกั ษณะของคาขวัญ คตพิ จน์ และคาคมได้ - การรักษาความสะอาด แบบประเมินการทางานกลมุ่
ถกู ต้อง - การประหยัดพลังงาน
ทกั ษะและกระบวนการ - การรักการอ่าน
๑. แตง่ คาขวญั คติพจน์ และคาคม ได้ถูกต้องตาม - อนุรักษภ์ าษาไทย
หลักการ 2. นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนนาเสนอผลงานหน้า
คุณลักษณะ ชัน้ เรียน จากนนั้ นกั เรยี นกลมุ่ อนื่ ชว่ ยกนั ตรวจสอบความ
๑. ใฝ่เรียนรู้ ถูกต้อง
๒. มสี ว่ นร่วมในชนั้ เรยี น

-161-

หน่วยการเรยี นรูท้ ่ี ๒ ชื่อหน่วย กรองคานาจิต แผนการจัดการเรียนรทู้ ี่ ๓ เวลา ๑ ช่วั โมงกลุ่ม
สาระการเรียนรู้ภาษาไทย เร่ือง คาคม คาขวญั (3) ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๓
สมรรถนะทีต่ ้องการใหเ้ กดิ กับผู้เรยี น รายวิชา ภาษาไทย ๓

๑. การคดิ ขนั้ สูง ขั้นสรปุ
๒. การส่อื สาร นักเรียนรว่ มกนั ตอบคาถามเพ่ือสรปุ ส่งิ ได้รบั จากการ

-162- เรียนรู้ เรอื่ ง คาขวัญ คตพิ จน์ และคาคม ดงั นี้ “นักเรียน
สามารถนาความรู้ เร่ือง คาขวญั คตพิ จน์ และคาคม ไปปรบั
ใช้ใหเ้ กดิ ประโยชน์ได้อยา่ งไร”

แนวคาตอบ : นาไปปรับใชก้ ับการพูดเพ่อื โน้มนา้ วใจ
เพราะคาขวัญ คตพิ จน์ และคาคมจะชว่ ยสรา้ งความนา่
เชือ่ ในการโนม้ น้าวใจให้ปฏิบตั ิตามด้วยการชีแ้ นะใหเ้ หน็
ข้อดี

-162-

สลากหวั ข้อเพื่อแต่งคาขวญั คติพจน์ และคาคม

เศรษฐกจิ พอเพยี ง
การรกั ษาความสะอาด
การประหยัดพลงั งาน

การรักการอา่ น
อนุรักษ์ภาษาไทย

-๑๖๓-
-163-

แบบประเมินการทางานกลุ่ม

คาช้ีแจง ใหค้ รปู ระเมินการทางานกลุ่มของนกั เรยี นตามรายการประเมิน (คะแนนเตม็ 12 คะแนน)

รายการประเมนิ ระดับคะแนน
๓๒๑

1. การกาหนดบทบาทหนา้ ที่ กาหนดบทบาทหน้าที่ กาหนดบทบาทหนา้ ที่ ไมม่ กี ารกาหนดบทบาท
สมาชิกอยา่ งชัดเจน สมาชกิ ไม่ครบถว้ น หน้าที่

2. การมสี ่วนรว่ ม มสี ่วนร่วมในการปฏิบตั ิ มีส่วนร่วมในการปฏบิ ตั ิ มีสว่ นร่วมในการปฏบิ ตั ิ

งานกล่มุ งานกลุม่ บา้ ง งานกลุ่มนอ้ ยมาก

หรือไมม่ ีส่วนร่วม

3. การรบั ฟงั และแสดงความคดิ เหน็ รบั ฟังและแสดงความคดิ เหน็ รับฟังและแสดงความคดิ เห็น รับฟังความคดิ เห็นของผู้อนื่
อยา่ งมีเหตผุ ลและสรา้ งสรรค์ อย่างมเี หตผุ ลและสร้างสรรค์ นอ้ ยมากหรอื ไม่รับฟงั
อยา่ งสม่าเสมอ เปน็ บางคร้งั ความคิดเห็นผ้อู น่ื

4. ความรบั ผดิ ชอบ รบั ผิดชอบงานที่ไดร้ ับ รับผดิ ชอบงานท่ไี ดร้ ับ ไมร่ บั ผิดชอบงานที่ไดร้ บั
มอบหมายและเสรจ็ ตามเวลา มอบหมาย แตเ่ สร็จไม่ทัน มอบหมาย
ทกี่ าหนด ตามกาหนด

* การคิดคะแนน ร้อยละ = (คะแนนที่ได้/คะแนนเตม็ ) x 100

การแปลผลการประเมนิ การแปลผล
ดมี าก
เกณฑ์ของระดบั คะแนน ดี
ร้อยละ 80 - ๑๐๐ พอใช้
รอ้ ยละ 70 - 79 ปรับปรงุ
ร้อยละ 50 - 69
รอ้ ยละ ๐ - 49

-๑๖๔-
-164-

แผนการจดั การเรยี นรทู้ ี่ ๔

หนว่ ยการเรียนรู้ที่ ๒ ชื่อหน่วย กรองคานาจติ เรื่อง ประชาสัมพนั ธส์ ื่อสาร (1) เวลา ๑ ช่ัวโมง
กลุ่มสาระการเรียนร้ภู าษาไทย รายวชิ า ภาษาไทย ๓ ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๓

สาระสาคัญ / ความคิดรวบยอด กิจกรรมการเรยี นรู้ แหล่งเรียนรู้
การโฆษณา เป็นการสือ่ สารโนม้ นา้ วใจประเภท ข้นั นา ห้องสมุด
หนง่ึ มุ่งจูงใจเพ่ือประโยชนใ์ นการขายสินคา้ และ นักเรยี นดตู ัวอย่างแผ่นป้ายโฆษณา จากนน้ั แสดง
บรกิ ารต่าง ๆ ตลอดจนจูงใจให้ผูร้ บั สารประพฤติ ความคดิ เหน็ เปน็ รายบุคคลว่า สว่ นประกอบของแผ่นปา้ ย สอ่ื
ปฏิบตั ิตามความมุ่งหมายของผู้โฆษณา การศึกษา โฆษณาน้ีมีอะไรบา้ ง ให้นักเรียนอาสาสมัครตอบคาถาม ใบความรู้ “การโฆษณา”
เร่ือง โฆษณา จะช่วยพัฒนาการรบั สารและการสื่อสาร 2 - 3 คน
ให้ดียิง่ ขน้ึ รวมถงึ สามารถนาไปประยกุ ต์ใชใ้ น แนวคาตอบ แผ่นป้ายโฆษณาประกอบดว้ ยเนือ้ หาที่แสดง ภาระงาน/ชิ้นงาน
-165- ชวี ิตประจาวนั ได้ ข้อดีของสนิ คา้ และบรกิ าร นาเสนอเปน็ ข้อความขนาดสนั้ การพดู แสดงความคดิ เห็นในประเด็นข้อดีและ
จุดประสงคก์ ารเรียนรู้ หรอื บทสนทนา และภาษาท่ีใช้จะเป็นประโยคหรือวลสี ้นั ๆ
ทด่ี งึ ดดู ความสนใจ เพอ่ื เชือ่ มโยงเขา้ สู่บทเรียน ข้อบกพร่องของเน้ือหาและรูปแบบการนาเสนอ
ในแผ่นป้ายโฆษณา
ด้านความรู้
อธบิ ายนยิ าม เนื้อหา และรปู แบบการนาเสนอ ข้นั สอน การวดั และประเมินผล
1. นักเรยี นศกึ ษาเน้ือหา จากใบความรู้ แบบประเมินการทางานกลุ่ม
โฆษณาไดถ้ ูกต้อง
ทกั ษะและกระบวนการ “การโฆษณา” ประกอบดว้ ยนิยามของการโฆษณา เนื้อหา
ในการโฆษณา รูปแบบการนาเสนอ
พดู แสดงความคิดเหน็
2. นกั เรียนแบง่ กลุ่มออกเปน็ ๓ กลมุ่ แสดง
ความคิดเห็นในประเดน็ ข้อดีและข้อบกพร่องของแผ่นป้าย
โฆษณาที่ครกู าหนดให้ พร้อมทัง้ ส่งตัวแทนกลุ่มนาเสนอหน้า
ชน้ั เรียน

-165-

หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ ๒ ชื่อหน่วย กรองคานาจติ แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี ๔ เวลา ๑ ช่ัวโมง
กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย เรอ่ื ง ประชาสัมพันธส์ ่ือสาร (1) ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๓
คณุ ลกั ษณะ รายวชิ า ภาษาไทย ๓

๑. ใฝเ่ รยี นรู้ 3. นักเรียนทากิจกรรม “ขอ้ ไหนใช่ ใหป้ รบมือ”
๒. มีสว่ นร่วมในชนั้ เรยี น ทบทวนหลักการโฆษณาท่ีไดเ้ รยี นไป โดยครอู ่านหลักการ
โฆษณา จานวน ๕ ขอ้ ดงั นี้
สมรรถนะที่ต้องการให้เกิดกับผู้เรยี น
๑. การคิดขั้นสงู - การโฆษณานับเปน็ การโนม้ นา้ วใจประเภทหนึง่
๒. การสือ่ สาร
แนวคาตอบ ถกู ตอ้ ง เพราะการโฆษณาเปน็ การม่งุ จงู ใจ
-166- เพ่ือขายสินค้าและบริการ

- เนื้อหาของโฆษณาจะชใี้ หเ้ ห็นข้อดีของสินค้าและ
บริการ

แนวคาตอบ : ถกู ตอ้ ง เพราะการชี้ให้เหน็ ขอ้ ดี

- นอกจากการระบขุ ้อดีของการโฆษณาแลว้ ยัง
สามารถระบุขอ้ เสยี เพื่อแสดงความจริงใจได้ดว้ ย

แนวคาตอบ : ผิด เพราะการระบขุ ้อเสยี จะส่งผลให้ผู้รบั
สารขาดความเชือ่ มน่ั ในโฆษณา

ขั้นสรปุ
นกั เรยี นร่วมกนั ตอบคาถามจากครวู า่ จะนาความรู้ท่ี

ได้รบั จากการเรยี นเร่ืองการโฆษณาไปประยุกต์ใชใ้ น
ชีวติ ประจาวนั อย่างไร และแสดงความคิดเห็นเก่ยี วกับ
การวเิ คราะห์เพ่ือตดั สินใจซื้อสนิ คา้ จากโฆษณาร่วมกัน

-166-

ใบความรู้
“การโฆษณา”

โฆษณา เป็นการสอื่ สารโนม้ น้าวใจประเภทหนง่ึ มงุ่ จูงใจเพอ่ื ประโยชนใ์ นการขายสินคา้ และ

บรกิ ารต่าง ๆ ทง้ั ยังจูงใจใหผ้ ู้รบั สารปฏิบตั ติ ามจดุ มงุ่ หมายของผ้สู ง่ สารด้วย

ส่วนประกอบของโฆษณา

เนอ้ื หา : ช้ีใหเ้ ห็นความดีของสินคา้ บรกิ าร และกจิ กรรมทีโ่ ฆษณา



ตวั อยา่ ง ผลผลิตจากธรรมชาติ สะอาด ปลอดสารพิษ
ท่องเทยี่ วสดุ หรรษา ราคาสบายกระเปา๋
เล่นเกมสนกุ ซ้ือสนิ ค้าราคากันเอง ชมการแสดงรูปแบบใหม่

รูปแบบการนาเสนอ : การนาเสนอโฆษณามีรูปแบบต่าง ๆ เช่น คาขวัญ
ขอ้ ความขนาดสน้ั บทสนทนา เรอื่ งราวแบบละคร



ภาษาโฆษณา : โฆษณาจะใช้ท้ังคาพูดและภาษาท่ีส่ือผ่านส่ิงอื่น ๆ เช่น ท่าทาง
รูปภาพ มักจะใช้ถ้อยคาท่ีแปลกใหม่ สร้างความดึงดูดใจ มีสัมผัสเพ่ือให้จาง่าย ใช้

๓ ประโยคหรือวลขี นาดส้ันเพอื่ ให้ผรู้ ับสารรับสารได้รวดเร็ว

การโน้มน้าวใจ สามารถทาไดห้ ลายวธิ ี เชน่
 การอ้างสถิติ บุคคล หรือองคก์ ร
เช่น หนังสือเล่มน้ีพิมพ์เผยแพร่มากกว่า ๑๐ ภาษา จานวนมากกว่า ๒

ล้านเล่ม
 การตอบสนองธรรมชาติพ้ืนฐานของมนุษย์ ซ่ึงห่วงใยสุขภาพ

ความปลอดภยั ความสขุ และความมั่นคงในชวี ิต
เช่น ออกกาลัง เติมพลังให้ร่างกาย อาหารอร่อย ดนตรีไพเราะ ราคา

กนั เอง

๔ -167--167-

มองโฆษณาอยา่ งวรรณกรรม
เรียนรเู้ รื่องโฆษณา

โฆษณาเป็นการส่อื สารโน้มน้าวใจประเภทหนึ่ง มุ่งจูงใจเพ่ือประโยชน์ในการขายสินค้าและบริการต่าง ๆ
ทง้ั ยังจงู ใจใหผ้ รู้ ับสารประพฤตปิ ฏบิ ตั ิตามความมุ่งหมายของผ้โู ฆษณาด้วย

ส่วนประกอบของโฆษณา
โฆษณามีสว่ นประกอบทส่ี าคัญคอื เนื้อหา รูปแบบการนาเสนอ ภาษาที่ใช้ และการโน้มนา้ วใจ
1. เน้ือหา เนื้อหาของโฆษณาจะชี้ให้เห็นแต่ความดีพิเศษของสินค้า การบริการ หรือกิจกรรมที่โฆษณา
เช่น
แสดงความดพี เิ ศษของสินคา้

เคลด็ ลับความงามสมบูรณ์แบบ
ความทันสมัยสาหรบั วยั ร่นุ
ผลผลิตจากธรรมชาติ สะอาด ปลอดสารพิษ
ดแู ลผิวของคุณให้เรยี บเนียนนาน 12 ชว่ั โมง
แสดงความดพี ิเศษของการบรกิ าร
ทอ่ งเทยี่ วสุดหรรษา ราคาสบายกระเป๋า
เราคอื โรงพยาบาลท่ใี ห้ความรู้สกึ เหมือนอยูบ่ ้านของท่านเอง
มีอาจารย์เจา้ ของภาษาดแู ลตวั ตอ่ ตวั
ออกแบบทันสมยั เสร็จเร็วทันใจ
แสดงความดพี เิ ศษของกจิ กรรม
คอนเสริ ์ตรวมนกั ร้องขวญั ใจ
เลน่ เกมสนุก ซ้อื สินค้าราคากนั เอง ชมการแสดงรูปแบบใหม่
ชมผลงานประดิษฐล์ า้ ยุคของนักเรียน
แสดงผลงานวจิ ยั สาขาตา่ ง ๆ ทไ่ี ดร้ ับรางวัลกวา่ รอ้ ยเรื่อง

-168-
-168-

2. รูปแบบการนาเสนอ การนาเสนอโฆษณามีรูปแบบต่าง ๆ เช่น เป็นคาขวัญ
เป็นข้อความส้ัน ๆ เป็นบทสนทนา เป็นเร่ืองราวแบบละคร คือมีตัวละคร ฉาก และบทสนทนา
เป็นตานาน นทิ าน เป็นต้น

3. ภาษาโฆษณา โฆษณาจะใช้ทั้งคาพูดและภาษาท่ีส่ือด้วยส่ิงอื่น ๆ เช่น ท่าทาง
รูปภาพ เป็นต้น ในโฆษณามักใช้ถ้อยคาแปลกใหม่เพื่อให้สะดุดหู สะดุดตา สะดุดใจ ใช้ภาษา
ทม่ี สี ัมผสั เพอ่ื ใหจ้ างา่ ย ใช้ประโยคหรอื วลีสั้น ๆ เพอ่ื ให้ผู้รบั สารได้รวดเรว็ เช่น

กล่นิ สดช่นื
คมุ้ เกิดคาด
ง่ายกว่าท่คี ดิ
รปู ลกั ษณ์โดนใจ
เบอรเ์ ดียวเทีย่ วทั่วไทย
หวานเต็มรอ้ ย แคลอรี่นอ้ ยกวา่ ครึ่ง
4. การโน้มน้าวใจ การโน้มน้าวใจของโฆษณามหี ลายวธิ ี เชน่
4.1 การอ้างสถติ ิ บคุ คล หรอื องค์กร เชน่

คุณสดสวย ดารายอดนยิ มตลอดกาลรกั ษาสุขภาพด้วยสาหร่ายทองเป็นประจา
หนงั สอื เล่มนพ้ี มิ พเ์ ผยแพร่มากกว่า 10 ภาษา จานวนมากกว่า 2 ลา้ นเล่ม
ชากล่นิ หอม รสชาติชวนดมื่ จากเทือกเขา้ เมืองเหนือ แหล่งปลูกชาลือชอ่ื
บริษทั นาเทย่ี วท่ีได้รบั รางวัลจากสมาคมผูป้ ระกอบการบรกิ ารท่องเทย่ี ว
ของอาเซยี น
4.2 การตอบสนองธรรมชาติพื้นฐานของมนุษย์ซ่ึงห่วงใยสุขภาพ ความปลอดภัย
ความสขุ ความมั่นคงในชวี ิต ฯลฯ เช่น
ผักสดปลอดสารพษิ เพ่ือชีวติ ทด่ี ีกว่า
ออกกาลงั เตมิ พลงั ใหร้ ่างกาย
อาหารอร่อย ดนตรีไพเราะ ราคากันเอง

-169-
-169-

ประโยชนแ์ ละโทษของการโฆษณา
โฆษณามีท้ังประโยชน์และโทษ ประโยชน์ของโฆษณา คือ เปิดโอกาสให้คนท่ัวไปได้รู้จัก

สินค้าหรือบริการหลายประเภท ทาให้มีโอกาสเลือกสินค้าหรือบริการท่ีเหมาะสมหรือตรงตาม
ความต้องการชว่ ยให้ตัดสินใจได้ว่าจะไปร่วมกจิ กรรมใดท่นี ่าสนใจ ได้รับความสะดวก นอกจากนั้น
โฆษณาท่ีดียังให้ข้อคิดที่เป็นประโยชน์ ทาให้ผู้ดูผู้ฟังฉุกคิดถึงเร่ืองท่ีควรคิดควรทา เช่น
เรอื่ งช่วยกนั รกั ษาสงิ่ แวดลอ้ ม รกั ท้องถ่ิน รู้จักประหยดั และรู้จักกาลเทศะ เปน็ ตน้

โทษของโฆษณามีหลายประการ เช่น คาโฆษณาที่เกินจริงทาให้เข้าใจผิด หรือหลงผิดไป
ตามคาโฆษณาท่ีมุ่งแต่จะขายสินค้าหรือบริการเท่าน้ัน ทาให้ตัดสินใจผิดซ้ือสินค้าหรือบริการท่ีไม่
สมควรแกฐ่ านะ และความจาเปน็ ของตน การโฆษณาที่เสนอค่านยิ มท่ผี ดิ ๆ หรือเสนอใหเ้ ห็นกริ ยิ า
อาการที่ไม่เหมาะสม อาจทาให้ศีลธรรมจรรยาของผู้ชมเส่ือมทรามลง เช่น โฆษณาท่ีแสดงถึง
การใช้ความรุนแรงเพ่ือให้ได้สินค้าที่ต้องการ การพูดปดหลอกหลวงเพ่ือให้ได้ของของผู้อ่ืน การ
กระทาทผี่ ดิ มารยาทของวัฒนธรรมไทย

โฆษณาอาจสะท้อนภาพสังคมในแต่ละสมัยได้ โฆษณาบางเรื่องแสดงให้เห็นค่านิยม
ที่เปล่ียนไปของคนไทย เช่น เดิมสังคมเห็นว่าผู้หญิงควรเป็นฝ่ายอยู่กับเหย้าเฝ้ากับเรือน แต่
โฆษณาปัจจุบันแสดงให้เห็นว่าผู้ชายก็อาจเป็นฝ่ายอยู่ดูแลบ้านช่องได้ ในขณะที่ผู้หญิงออกไป
ทางานนอกบา้ นแทน โฆษณาบางเรื่องสะทอ้ นใหเ้ ห็นการเปล่ียนแปลงของคา่ นยิ มของสังคมไทยไป
ในทางไม่ดีงามไม่เหมาะสม เช่น ผู้หญิงเปิดเผเนื้อตัวมากขึ้น ไม่สงวนท่าทีเม่ือสนใจผู้ชายและ
บางครั้ง กล้าแสดงความสนใจฝ่ายชายก่อน โฆษณาในปัจจุบันยังนิยมให้เด็ก ๆ โดยเฉพาะ
เด็กวยั รุ่นเป็นสื่อในการโฆษณา บางครั้งให้เด็กเหล่าน้ีทาตัวเกินวัยในเรอื่ งการมีคู่

-170-
-170-

อิทธพิ ลของภาษาโฆษณา
ภาษาโฆษณาเปน็ ตัวอยา่ งของภาษาสรา้ งสรรค์ ผ้คู ดิ ภาษาโฆษณาพยายามสรรหาคาทก่ี ระชับ

เข้าใจง่าย มีความเปรียบที่ชัดเจน และสามารถสื่อความหมายได้ตรงกับคุณสมบัติของสินค้าและ
บริการ บางคร้ังจึงไม่เคร่งครัดว่าจะต้องใช้ภาษาตามแบบที่เคยใช้มาแต่เดิม เช่น อาจนาคาที่ไม่เคย
ปรากฏร่วมกันมาเรียงอยู่ด้วยกัน เช่น นาคาว่า โดน มาใช้ร่วมกับคาว่า ใจ เป็น โดนใจ เพื่อส่ือ
ความหมายวา่ ประทบั ใจ อย่างมาก ตรงตามต้องการอย่างย่ิง การใชภ้ าษาลักษณะที่ไมจ่ ากัดในกรอบ
ทเ่ี คยใช้ ทาให้เกดิ ผลสาคัญกับภาษา 2 ประการ ดังน้ี

1. ทาให้เกิดการสร้างสรรค์ภาษาวรรณศิลป์ และสะท้อนความคิดที่ลึกซ้ึงหรือความคิดที่น่า
ประทับใจ เชน่ คาขวัญโฆษณาวา่ เทย่ี วเมืองไทย ไมไ่ ปไม่รู้ มีลักษณะทางวรรณศิลป์ทส่ี าคญั คือ ใชค้ า
งา่ ย กระชบั ส่ือความหมายอยา่ งกว้างขวาง ลกึ ซ้งึ คาวา่ เที่ยว-ไทย มีเสียงสมั ผัสพยัญชนะ /ท/ คาว่า
เมือง-ไม่ มีเสียงสัมผัสพยัญชนะ /ม/ คาว่า ไทย-ไม่-ไป มีเสียงสัมผัสสระ ไอ คาว่า ไม่ไปไม่รู้ มีจังหวะ
ของคาทส่ี มดุล ใชค้ าปฏิเสธ ไม่ รว่ มกบั คากรยิ า ไป และ รู้ ตามลาดบั นอกจากนี้ คาว่า เท่ียว ไป และ
รู้ ยังส่ือความหมาย ที่ลึกซึ้งว่า การท่องเที่ยวคือการเดินทางไปให้ได้พบเห็นส่ิงใหม่เพื่อจะได้เรียนรู้
ผา่ นประสบการณท์ ี่มคี ่า

2. เปน็ แบบอยา่ งใหค้ นในสงั คมใช้ตามจนเกิดความเปล่ียนแปลงขึน้ กบั ภาษา เชน่ เกดิ คาใหม่
วลีใหม่ สานวนใหม่ ซ่ึงไม่เคยมีใช้มาก่อน ในขณะเดียวกัน คา วลี และสานวน ซึ่งมีความหมาย
ใกลเ้ คียงกัน และใช้มาแต่เดิม เร่ิมนิยมใช้น้อยลง เช่น เมื่อคนในสังคมใช้คาวา่ โดนใจ แทน ประทบั ใจ
หรือ ตรงใจ มาก ๆ ผู้ที่ใช้คาว่า โดนใจ ก็มักจะนึกคาว่า ประทับใจ หรือ ตรงใจ ไม่ออก ทาให้พบคา
ว่า โดนใจ มากขน้ึ และพบ คาว่า ประทบั ใจ ตรงใจ นอ้ ยลง นานเขา้ คาวา่ ประทบั ใจ ตรงใจ อาจสูญ
ไปจากภาษา หรือมคี วามหมายเปลี่ยนแปลงไป กรณคี าที่มีความหมายเปลยี่ นแปลงไป อาจทาให้คนท่ี
อยูต่ ่างสมยั กัน เขา้ ใจคาคาเดียวกันไปคนละทาง

--117711--

แบบประเมินการทางานกลุ่ม

คาชี้แจง ใหค้ รปู ระเมินการทางานกลุ่มของนกั เรียนตามรายการประเมนิ (คะแนนเต็ม 12 คะแนน)

รายการประเมนิ ระดบั คะแนน
๓๒๑

1. การกาหนดบทบาทหนา้ ท่ี กาหนดบทบาทหนา้ ที่ กาหนดบทบาทหน้าท่ี ไม่มกี ารกาหนดบทบาท
สมาชกิ อย่างชัดเจน สมาชิกไม่ครบถว้ น หน้าที่

2. การมสี ่วนร่วม มีส่วนร่วมในการปฏบิ ตั ิ มีสว่ นรว่ มในการปฏบิ ตั ิ มีสว่ นรว่ มในการปฏิบตั ิ

งานกลมุ่ งานกลุ่มบ้าง งานกลุม่ นอ้ ยมาก

หรือไมม่ สี ่วนรว่ ม

3. การรบั ฟังและแสดงความคดิ เหน็ รบั ฟังและแสดงความคดิ เห็น รับฟงั และแสดงความคดิ เห็น รับฟังความคิดเหน็ ของผู้อน่ื
อย่างมเี หตผุ ลและสร้างสรรค์ อยา่ งมเี หตผุ ลและสรา้ งสรรค์ น้อยมากหรอื ไมร่ บั ฟัง
อยา่ งสม่าเสมอ เปน็ บางครง้ั ความคดิ เห็นผอู้ น่ื

4. ความรบั ผิดชอบ รบั ผิดชอบงานทไ่ี ด้รับ รบั ผดิ ชอบงานท่ีได้รับ ไม่รับผิดชอบงานทีไ่ ดร้ บั
มอบหมายและเสรจ็ ตามเวลา มอบหมาย แตเ่ สรจ็ ไมท่ นั มอบหมาย
ที่กาหนด ตามกาหนด

* การคดิ คะแนน ร้อยละ = (คะแนนที่ได/้ คะแนนเตม็ ) x 100 การแปลผล
ดีมาก
การแปลผลการประเมนิ ดี
พอใช้
เกณฑ์ของระดับคะแนน ปรับปรงุ
รอ้ ยละ 80 - ๑๐๐
รอ้ ยละ 70 - 79
ร้อยละ 50 - 69
ร้อยละ ๐ - 49

--117722--

แผนการจดั การเรียนรทู้ ี่ 5

หน่วยการเรียนรู้ที่ ๒ ช่ือหน่วย กรองคานาจิต เรื่อง ประชาสมั พนั ธ์สือ่ สาร (2) เวลา ๑ ช่ัวโมง
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย รายวิชา ภาษาไทย ๓ ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ ๓

สาระสาคญั / ความคดิ รวบยอด กิจกรรมการเรียนรู้ แหล่งเรียนรู้
การโ ฆษณา เป็นการส่ือสารโน้มน้าวใจ ขนั้ นา ห้องสมดุ

-173- ประเภทหนึ่ง มุ่งจูงใจเพ่ือประโยชน์ในการขายสินค้า นกั เรียนร่วมกนั แสดงความคิดเหน็ จากการดปู ้าย สอ่ื
และบริการต่าง ๆ ตลอดจนจูงใจให้ผู้รับสารประพฤติ ขอ้ ความโฆษณาสนิ ค้าที่ครนู ามายกตัวอยา่ งว่า มกี ารใช้ ๑. ใบความรู้ “การโฆษณา” (จาก
ปฏิบัติตามความมุ่งหมายของผู้โฆษณา การศึกษา ภาษาในการเขยี นลกั ษณะใด พร้อมทงั้ รว่ มกันวเิ คราะห์
เรื่อง โฆษณา จะช่วยพฒั นาการรบั สารและการส่ือสาร ความนา่ เชอื่ ถือของปา้ ยสินค้า แผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 4)
ใหด้ ีย่งิ ขน้ึ รวมถงึ สามารถนาไปประยกุ ต์ใช้ ใน ๒. แผ่นปา้ ยโฆษณา
ชวี ติ ประจาวนั ได้ แนวคาตอบ ภาษาโฆษณาใชถ้ ้อยคาแปลกใหม่ สะดุดหู 3. ใบงาน “การโฆษณา”
ใช้ ภาษาทีม่ ีสัมผัสเพื่อใหจ้ างา่ ย และใช้ขอ้ ความขนาด
ส้ันเพือ่ ใหผ้ ้รู ับสารรบั สารได้รวดเรว็ มีลักษณะโนม้ น้าว
จดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ ใจใหผ้ ู้อา่ นคล้อยตาม ภาระงาน/ชน้ิ งาน
1. การทาใบงาน “การโฆษณา”
ด้านความรู้ ขนั้ สอน 2. กิจกรรม “1 นาที ON SALE”
อธิบายหลกั การโฆษณาได้อยา่ งถูกต้อง 1. นักเรยี นศกึ ษาใบความรู้ “การโฆษณา” (จาก
ทกั ษะและกระบวนการ
เขยี นคาโฆษณาได้อย่างถูกตอ้ งและสรา้ งสรรคต์ าม แผนการจดั การเรียนรู้ที่ 4) ในประเดน็ ภาษาโฆษณาและ การวัดและประเมนิ ผล
หลกั การการโฆษณา วธิ ีการโน้มนา้ วใจ การประเมินการทางานกลุ่ม
2. นักเรียนแบ่งกลมุ่ เป็น ๓ กลุ่ม เพื่อทากิจกรรม
ดา้ นคุณลกั ษณะ “1 นาที ON SALE” ตามขัน้ ตอน ดังน้ี
๑. ใฝเ่ รียนรู้
๒. มสี ว่ นร่วมในชัน้ เรียน

-173-

หน่วยการเรยี นรู้ที่ ๒ ชื่อหน่วย กรองคานาจติ แผนการจัดการเรยี นรูท้ ี่ 5 เวลา ๑ ช่ัวโมง
กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย เร่ือง ประชาสมั พนั ธส์ อื่ สาร(2) ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๓
สมรรถนะทต่ี ้องการใหเ้ กดิ กับผ้เู รยี น รายวิชา ภาษาไทย ๓

๑. การส่อื สาร 2.๑ นกั เรียนส่งตวั แทนกลุม่ จบั สลากสินค้าปริศนา
๒. การคิดขนั้ สูง กลมุ่ ละ ๑ แผน่ ป้าย

-174- 2.๒ นกั เรียนร่วมกันคดิ คาโฆษณา โดยบอก
ลกั ษณะพิเศษของสินค้านั้น โดยใชภ้ าษาโน้มน้าวใจ

2.๓ นักเรยี นทาแผน่ ป้ายโฆษณา เพื่อประกอบ
การนาเสนอ

ข้ันสรุป
นกั เรียนตวั แทนกลุ่มตอบคาถามวา่ แผ่นป้ายโฆษณา

ของกลมุ่ ตนมลี ักษณะภาษาเป็นอยา่ งไร และใชว้ ธิ ีการโน้ม
นา้ วใจใด จากน้นั ครใู ห้คาแนะนาเพ่ิมเตมิ เพอ่ื ปรับแกแ้ ผ่น
ป้ายโฆษณาใหส้ มบรู ณย์ งิ่ ข้นึ เพ่อื ใช้แผน่ ปา้ ยน้ีสาหรับพดู
นาเสนอหน้าชัน้ เรียนคาบเรียนตอ่ ไป

-174-


Click to View FlipBook Version