The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by pcr.sang, 2022-05-13 02:14:59

หนังสือชี้ชวน - บมจ.คอทโก้เมททอลเวอร์คส 130565

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)

ุ่
การให้บริการรวมทั งหมด ตามลําดับ ในขณะทีมูลค่าการจําหนายสินค้าผ่านกลมธุรกิจซือมา




จําหนายไปทีอยูในเขตตางจังหวัด คิดเปนสัดส่วนร้อยละ 9.28 และร้อยละ 10.39 ของรายได้จาก




การขายและการให้บริการรวมทั งหมด ตามลําดับ


ุ่


1.2) กลมบริษัททีค้าปลีกสมัยใหม่ หรือกลุ่มลูกค้าโมเดิร์นเทรด เปนกลุ่มผู้ซือผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ทีมี



หนาร้านขนาดใหญ มีเครือข่ายครอบคลุมทั วประเทศ และมุ่งเนนการจําหนายสินค้าทีมีความ





หลากหลาย ทั งนี ลูกค้ากลุ่มธรกิจร้านค้าปลีกสมัยใหม่หรือกลุ่มลูกค้าโมเดิร์นเทรดจะซือผลิตภัณฑ์




เหล็กของบริษัทฯ และนาไปจําหนายต่อให้แก่ลูกค้าของตนอีกทอดหนึง โดยในป 2563 – 2564

ุ่

บริษัทฯ ได้จําหนายสินค้าให้ลูกค้ากลมนี คิดเปนสัดส่วนร้อยละ 4.11 และร้อยละ 5.29 ของรายได้

จากการขายและการให้บริการรวมทั งหมด ตามลําดับ


ุ่

2) กลุ่มลูกค้าผู้ใช้งานโดยตรง (End Users) กลมลูกค้าประเภทนี ได้แก่ ผู้ประกอบการทีนาผลิตภัณฑ์เหล็กของ


บริษัทฯ ไปเปนวัตถุดิบในการดําเนินงาน ซึงสามารถแบ่งออกเปน 4 ประเภท ดังนี



ุ่



2.1) กลมบริษัททีประกอบธุรกิจยานยนต์ เปนกลุ่มบริษัททีนาผลิตภัณฑ์เหล็กไปใช้เปนส่วนประกอบใน
การผลิตชินส่วนยานยนต์ทั งประเภทรถยนต์ และเครืองจักรทางการเกษตร เช่น งานโครงสร้างเบาะ





นั งรถยนต์ งานโครงสร้างกระโปรงยานยนต์ และชินส่วนเครืองจักรการเกษตร เปนต้น โดยในป ี
2563 - 2564 บริษัทฯ ได้จําหนายสินค้าให้กลุ่มบริษัทประกอบธุรกิจยานยนต์ คิดเปนสัดส่วนร้อยละ


12.08 และร้อยละ 20.23 ของรายได้จากการขายและการให้บริการรวมทั งหมด ตามลําดับ
ุ่




2.2) กลมบริษัททีประกอบธุรกิจก่อสร้าง เปนกลุ่มบริษัทที นาผลิตภัณฑ์เหล็กไปใช้เปนส่วนประกอบใน
การก่อสร้างโครงการตางๆ เช่น งานโครงสร้างอาคารพาณิชย์ งานโครงสร้างหลังคา เปนต้น



โดยบริษัทฯ มีการจําหนายสินค้าโดยตรงให้แก่เจ้าของโครงการ และโดยอ้อมผ่านผู้รับเหมาก่อสร้าง

ซึ งในป 2563 - 2564 บริษัทฯ ได้จําหนายสินค้าให้แก่กลุ่มบริษัทประกอบธุรกิจก่อสร้าง คิดเปน


สัดส่วนร้อยละ 13.07 และร้อยละ 8.65 ของรายได้จากการขายและการให้บริการรวมทั งหมด
ตามลําดับ





ุ่

2.3) กลมบริษัททีประกอบธุรกิจไฟฟา เปนกลุ่มบริษัททีนาผลิตภัณฑ์เหล็กไปใช้เปนส่วนประกอบในการ






ผลิตเสาไฟฟาแรงสูง และใช้เปนส่วนประกอบในอุปกรณไฟฟา เชน อุปกรณไฟฟา และสวิชต์บอร์ด





เปนต้น โดยในป 2563 - 2564 บริษัทฯ ได้จําหนายสินค้าให้แก่กลุ่มบริษัทประกอบธุรกิจไฟฟา
คิดเปนสัดส่วนร้อยละ 3.92 และร้อยละ 5.01 ของรายได้จากการขายและการให้บริการรวมทั งหมด

ตามลําดับ
ุ่




2.4) กลมบริษัทผู้ผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม เปนกลุ่มบริษัทผู้ผลิตทีนาผลิตภัณฑ์เหล็กไปใช้เปน
วัตถุดิบในการผลิตสินค้าหรือเปนส่วนประกอบของสินค้าอืนๆ นอกเหนือจากทีกล่าวไว้ข้างต้น เช่น





กลมบริษัทผลิตอุปกรณทางการเกษตร และกลมบริษัทผลิตเฟอร์นิเจอร์ เปนต้น โดยในป 2563 -
ุ่
ุ่

2564 บริษัทฯ จําหนายผลิตภัณฑ์ให้แก่กลุ่มบริษัทผู้ผลิตในโรงงานอุตสาหกรรมอืนๆ คิดเปน



สัดส่วนร้อยละ 23.32 และร้อยละ 22.19 ของรายได้จากการขายและการให้บริการรวมทั งหมด
ตามลําดับ


ทั งนี สัดส่วนการจําหนายผลิตภัณฑ์ให้กับลูกค้าแต่ละกลุ่มของบริษัทฯ ในระหว่างป 2562 – 2564 สามารถ


สรุปได้ดังนี



ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 25

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)

ป 2562 ป 2563 ป 2564



ประเภทของลูกคา

ร้อยละ ร้อยละ ร้อยละ
ลูกค้าในประเทศ 95.46 96.24 97.66
1. กลุ่มลูกค้าขายส่ง (Wholesalers)

1.1 กลุ่มบริษัททีประกอบธุรกิจตัวแทนจําหนาย 33.36 38.20 35.98


1.2 กลุ่มบริษัททีค้าปลีกสมัยใหม่ 3.36 4.11 5.29
2. กลุ่มลูกค้าผู้ใช้งานโดยตรง (End Users)

2.1 กลุ่มบริษัททีประกอบธุรกิจยานยนต์ 14.10 12.08 20.23

2.2 กลุ่มบริษัททีประกอบธุรกิจก่อสร้าง 12.35 13.07 8.65
2.3 กลุ่มบริษัททีประกอบธุรกิจไฟฟา 5.60 3.92 5.01


2.4 กลุ่มบริษัทผู้ผลิตในโรงงานอุตสาหกรรม 24.95 23.32 22.19
ลูกค้ารายย่อยอื นๆ 1 1.74 1.54 0.32
ลูกค้าตางประเทศ 4.54 3.76 2.34


รวมรายไดทั งหมด 100.00 100.00 100.00
หมายเหตุ :

1. ลูกค้ารายย่อยอื นๆ ประกอบด้วย กลุ่มลูกค้าบุคคลธรรมดา และกลุ่มลูกค้าทีซือผลิตภัณฑ์ที ไมผ่านมาตรฐานการผลิตของบริษัทฯ อาทิ




เช่น เหล็กเกรดบี เหล็กเกรดซี และเศษเหล็ก เปนต้น เพื อนาเข้าโรงหลอมเหล็กในลําดับต่อไป

นอกจากนั น บริษัทฯ มีรายได้จากการขายผลิตภัณฑ์เหล็กมาจากกลุ่มลูกค้าภายในประเทศเปนหลัก โดยมี
มูลค่าเท่ากับ 2,078.63 ล้านบาท 2,430.39 ล้านบาท และ 3,597.33 ล้านบาท คิดเปนสัดส่วนร้อยละ 95.46 ร้อยละ



96.24 และร้อยละ 97.66 ของรายได้ทั งหมดในช่วงป 2562 – 2564 ตามลําดับ ในขณะทีกลุ่มลูกค้าต่างประเทศ มีมูลค่า


การจําหนายผลิตภัณฑ์เท่ากับ 98.95 ล้านบาท 94.93 ล้านบาท และ 86.35 ล้านบาท คิดเปนสัดส่วนร้อยละ 4.54
ร้อยละ 3.76 และร้อยละ 2.34 ของรายได้ทั งหมด ในช่วงป 2562 – 2564 ตามลําดับ

4. ภาวะอุตสาหกรรมและการแข่งขัน
4.1 ภาพรวมอุตสาหกรรม



1) ภาพรวมเศรษฐกิจไทยป 2563 และไตรมาสท 3 ป 2564
จากข้อมูลรายงานภาวะเศรษฐกิจไทย ป 2563 ของธนาคารแห่งประเทศไทยได้รายงานว่าเศรษฐกิจไทย

ป 2563 มีการปรับตัวลดลงร้อยละ 6.10 ซึงเปนการปรับตัวลดลงเมื อเทียบกับการขยายตัวร้อยละ 2.40 ในป 2562 โดย




มีสาเหตดังนี


(1) การลงทุนภาคเอกชนได้หดตัวลงตามอุปสงค์ทั งในประเทศและต่างประเทศ จากผลกระทบของการแพร่

ระบาดของเชือไวรัส Covid-19 และมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของภาครัฐ ส่งผลให้กิจกรรมทาง

เศรษฐกิจและอุตสาหกรรมหลายภาคส่วนต้องหยุดชะงักลง ประกอบกับความเชือมั นของภาคธุรกิจทีลดลง



จากแนวโนมเศรษฐกิจทีมีความไม่แนนอนสูงทําให้ผู้ประกอบการภายในประเทศชะลอการลงทุนออกไป โดย




การลงทนภาคเอกชนลดลงร้อยละ 8.40 ซึงเปนการปรับตัวลดลงเมือเทียบกับการขยายตัวร้อยละ 2.70 ในป ี

2562
(2) การบริโภคภาคเอกชนได้หดตัวลงร้อยละ 1.00 เมือเทียบกับการขยายตัวร้อยละ 4.00 ในป 2562 โดยการหด






ตัวดังกล่าวมีสาเหตุมาจากอปสงค์จากตางประเทศทีลดลง และส่งผลกระทบต่อเนองมายังอุปสงค์


ภายในประเทศ ผ่านการจ้างงานและรายได้ของครัวเรือนทีลดลง ทั งนี กําลังซื อภายในประเทศบางส่วนได้รับ



ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 26

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)


แรงสนับสนนจากเงินเยียวยาผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชือไวรัส Covid-19 และมาตรการกระตุ้น

เศรษฐกิจของภาครัฐ

(3) การลงทุนภาครัฐได้ขยายตัวเพิ มขึนร้อยละ 5.70 เมือเทียบกับการขยายตัวร้อยละ 0.10 ในป 2562 โดยมี


สาเหตมาจากการชวยพยุงเศรษฐกิจของภาครัฐ โดยการประกาศใช้ พ.ร.บ. งบประมาณ ป 2563 และการ




ออกพระราชกําหนดให้อํานาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื อเยียวยาธุรกิจทีได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาด



ของเชือไวรัส Covid-19 และฟนฟูเศรษฐกิจ

สําหรับภาวะเศรษฐกิจไทยไตรมาสที 3 ป 2564 สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคม


แห่งชาติ (“สศช.”) ได้รายงานว่าเศรษฐกิจไทยไตรมาสที 3 ป 2564 มีการปรับตัวลดลงร้อยละ 0.30 การปรับตัวลดลง

เมื อเทียบกับการขยายตัวร้อยละ 7.60 ในไตรมาสก่อนหนา โดยมีสาเหตุดังนี




(1) การลงทนของภาคเอกชนได้ขยายตัวเพิ มขึนร้อยละ 2.60 ชะลอตัวจากการขยายตัวร้อยละ 9.20 ในไตรมาส

ก่อนหนา โดยมีสาเหตุมาจากการชะลอการลงทนของอุตสาหกรรมก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์




อันเนืองมาจากการปดสถานทีก่อสร้างในชวงปลายเดือนกรกฏาคม 2564 ตามการระบาดของเชือไวรัส








Covid-19 ทีทวีความรุนแรงมากขึน สอดคล้องไปกับดัชนความเชือมั นทางธุรกิจปรับตัวลดลงอยูทีระดับ

41.30 จากระดับ 45.20 ในไตรมาสก่อนหนา
(2) การบริโภคภาคเอกชนได้ปรับตัวลดลงร้อยละ 3.20 เมือเทียบกับการขยายตัวร้อยละ 4.80 ในไตรมาสก่อน


หนา โดยมีสาเหตุมาจากสถานการณการแพร่ระบาดของเชือไวรัส Covid-19 ทีทวีความรุนแรงมากขึน ทําให้




ผู้บริโภคระมัดระวังพฤติกรรมการใช้จ่ายมากขึน ซึ งสอดคล้องกับความเชือมั นของผู้บริโภคเกี ยวกับภาวะ



เศรษฐกิจโดยรวมลดลงอยูทีระดับ 34.90 จากระดับ 38.80 ในไตรมาสก่อนหนา




(3) การลงทุนภาครัฐได้ปรับตัวลดลงร้อยละ 6.00 เมือเทียบกับการขยายตัวร้อยละ 4.10 ในไตรมาสก่อนหนา


โดยมีสาเหตุหลักมาจากการลดการลงทุนของภาครัฐบาล ตามการเบิกจายทีลดลงของงบลงทุนในหมวดทีดิน

และสิ งก่อสร้างของกระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตรและสหกรณ และกระทวงทรัพยากรธรรมชาติและ

สิ งแวดล้อม


2) แนวโนมเศรษฐกิจไทยป 2565



สคช. คาดการณว่าเศรษฐกิจไทยในป 2565 จะขยายตัวเพิ มขึนร้อยละ 3.50 – 4.50 โดยมีปจจัยสนับสนนจาก




1) แนวโนมการฟนตัวของอุปสงค์ในประเทศตามสถานการณการระบาดของเชื อไวรัส Covid-19 ทีคาดว่าจะคลี คลาย







อันเนืองมาจากความคืบหนาในการกระจายวัคซีนปองกันเชือไวรัสดังกลาวทีครอบคลุมมากขึน สอดคล้องไปกับจํานวน




ผู้ติดเชือรายใหม่และจํานวนผู้เสียชีวิตที ลดลง 2) การขยายตัวของภาคการส่งออกและการผลิตตามการฟนตัวต่อเนือง






ของเศรษฐกิจและการค้าโลก 3) แรงขับเคลือนจากการใช้จายและการลงทนของภาครัฐภายใต้กรอบงบประมาณ



รายจ่ายประจําป งบลงทนรัฐวิสาหกิจ และการเบิกจายภายใต้พระราชกําหนดเงินกู้ 1.5 ล้านล้านบาท 4) การปรับตัว
ตามฐานการขยายตัวที อยู่ในระดับตํากว่าปกติในป 2563 และป 2564 อย่างไรก็ดี การขยายตัวทางเศรษฐกิจป 2565










ยังมีข้อจํากัดและปจจัยเสียงสําคัญทีอาจทําให้สถานการณทีเกิดขึ นจริงแตกต่างไปจากการคาดการณ ประกอบด้วย




1) ความเสียงจากความไม่แนนอนของสถานการณการแพร่ระบาดของเชื อไวรัส Covid-19 อันเนืองมาจากการกลาย

พันธุ์ของเชื อไวรัส 2) เงือนไขด้านฐานะทางการเงินของของภาคเอกชนที มีภาระหนีสินอยูในระดับทีสูง เมือเทียบกับ





ช่วงก่อนเกิดการแพร่ระบาดของเชือไวรัส Covid-19 จึงอาจเปนอปสรรค์ต่อการฟนตัวของเศรษฐกิจภายในประเทศ




3) ความเสียงจากการขยายตัวของภาคการส่งออกและการผลิตที ยังคงได้รับผลกระทบจากปญหาข้อจํากัดในห่วงโซ่



การผลิตและโลจิสติกส์ระหว่างประเทศทียังคงยืดเยือ และ 4) ความเสียงจากความผันผวนของเศรษฐกิจและการเงิน


โลก


ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 27

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)



ตารางสรุปภาวะเศรษฐกิจไทยป 2562 – 2563 และไตรมาสท 3 ป 2564



และการคาดการณเศรษฐกิจป 2564 -2565
คาดการณ ์ คาดการณ ์


ป 2562 ป 2563 ป 2564

%YOY ป 2564 ป 2565


ทั งป ี ทั งป ี ไตรมาส 2 ไตรมาส 3 ทั งป ี ทั งป ี
ผลิตภัณฑ์มวลรวมของประเทศ 2.30 (6.10) 7.60 (0.30) 1.20 3.50 – 4.50
การลงทุนรวม 2.00 (4.80) 7.60 (0.40) 4.40 4.30
ภาคเอกชน 2.70 (8.40) 9.20 2.60 4.30 4.20
ภาครัฐ 0.10 5.70 4.10 (6.00) 4.80 4.60
การบริโภคภาคเอกชน 4.00 (1.00) 4.80 (3.20) 1.20 4.30
การบริโภคภาครัฐบาล 1.70 0.90 1.00 2.50 2.30 0.30



ทีมา: สํานักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เมื อวันที 15 พฤศจิกายน 2564
4.2 ภาพรวมอุตสาหกรรมเหล็ก
อุตสาหกรรมเหล็กเปนอุตสาหกรรมขั นพืนฐานทีสําคัญตอการพัฒนาประเทศ เนืองจากเหล็กเปนวัตถุดิบหลัก










ที ใช้ในภาคอตสาหกรรมที สําคัญ เช่น อุตสาหกรรมก่อสร้าง อุตสาหกรรมยานยนต์ และอตสาหกรรมไฟฟา เปนต้น


โดยโครงสร้างของอตสาหกรรมเหล็กสามารถแบ่งได้เปน 3 ระดับ ดังนี

1) อุตสาหกรรมเหล็กขั นตน (Raw Steel Product)



อุตสาหกรรมเหล็กขั นต้น เปนกระบวนการเปลียนรูปแร่เหล็กทีอยู่ในรูปของเหล็กออกไซด์ให้กลายเปนโลหะ

เหล็ก (Iron) ผ่านการใช้สารลดออกซิเจน อาทิเช่น คาร์บอนไฮโดรเจน เพือกําจัดออกซิเจนและสารปลอมปนออกจาก



เหล็ก โดยมีชือเรียกกระบวนการดังกล่าวว่า การทําเหล็กหรือการถลุงแร่เหล็ก (Iron Making Process) ซึงภายหลัง
จากทีผ่านกระบวนการถลุงแร่เหล็กจะได้เหล็กออกมาในรูปของเหลว จากนั นทําการเปลียนรูปจากเหล็กเหลวให้






กลายเปนเหล็กแทง โดยผลผลิตทีได้เรียกว่า เหล็กถลุง (Pig Iron) และเหล็กพรุน (Sponge Iron) ซึงผลผลิตดังกล่าวจะ


ถูกนาไปใช้เปนวัตถุดิบในกระบวนการผลิตเหล็กชนิดอืนต่อไป อย่างไรก็ดี ปจจุบัน ประเทศไทยยังไม่มีการผลิตเหล็ก


ขั นต้น เนืองจากเปนธุรกิจที มีต้นทุนการผลิตสูง ประกอบกับผลกระทบต่อชุมชนและสิ งแวดล้อม ทําให้เกิดกระแส


ต่อต้านจากสังคม ทําให้ประเทศไทยต้องนาเข้าเหล็กดิบจากต่างประเทศ

2) อุตสาหกรรมเหล็กขั นกลาง (Semi-Finished Steel Product)
อุตสาหกรรมเหล็กขั นกลางเปนกระบวนการที นาเอาเหล็กขั นต้น ทั งที เปนของแข็ง ของเหลว และเศษเหล็ก



(Scrap) มาหลอม ปรับปรุงคุณสมบัติและส่วนผสมทางเคมี เพือให้ได้มาซึ งเหล็กกล้า (Steelmaking) ซึ งโดยทั วไปมี

กระบวนการผลิต 3 วิธี ได้แก่ 1) การใช้เตาหลอมไฟฟา (Electric Arc Furnace: EAF) 2) การใช้เตาเหนียวนา



กระแสไฟฟา (Electric Induction Furnace: EIF) และ 3) การใช้เตาพ่นออกซิเจน (Basic Oxygen Furnace: BOF)

และต่อมาทําการหล่อเหล็กกล้าให้เปนแท่งทีมีลักษณะแตกต่างกันตามความต้องการใช้งาน ได้แก่


1. เหล็กแท่งเล็กและเหล็กแท่งยาว (Billet) ใช้ในการผลิตเหล็กเส้น เหล็กข้ออ้อย และเหล็กลวด


2. เหล็กแท่งแบน (Slab) ใช้ในการผลิตเหล็กแผ่น เชน เหล็กแผ่นรีดร้อน เหล็กแผ่นรีดเย็น เปนต้น
3. เหล็กแท่งใหญ่ (Bloom และ Beam Blanks) ใช้ในการผลิตเหล็กโครงสร้างรูปพรรณ



ในปจจุบัน อุตสาหกรรมเหล็กในประเทศไทยเริ มต้นการผลิตทีอุตสาหกรรมเหล็กขั นกลาง โดยบริษัททีดําเนิน
ธรกิจอยูในอุตสาหกรรมเหล็กขั นกลางภายในประเทศ อาทิเชน 1) บริษัท สหวิริยาสตีล อินดัสตรี จํากัด (มหาชน)





ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 28

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)



2) กลุ่มบริษัท NIPPON STEEL CORPORATION (ปจจบัน NIPPON STEEL CORPORATION อยู่ระหว่างจัดทํา
คําเสนอซื อหลักทรัพย์ของบริษัท จี เจ สตีล จํากัด (มหาชน) และบริษัท จี สตีล กําจัด (มหาชน)) และ 3) บริษัท ไพร์ม

สตีล มิลล์ จํากัด ดําเนินธุรกิจผลิตเหล็กแท่งแบนสําหรับใช้ในการผลิตเหล็กรีดร้อน เปนต้น
3) อุตสาหกรรมเหล็กขั นปลาย
อุตสาหกรรมเหล็กขั นปลายเปนกระบวนการแปรรูปผลิตภัณฑ์จากอุตสาหกรรมเหล็กขั นกลางด้วย




กระบวนการต่างๆ เชน การรีดร้อน การรีดเย็น การชุบ การเคลือบผิว และการขึนรูปเหล็ก เปนต้น โดยกระบวนการ
ดังกลาวทําให้ได้ผลิตภัณฑ์เหล็กขั นปลาย เช่น เหล็กโครงสร้างรูปพรรณ ท่อเหล็ก และเหล็กแผ่น ซึงจะถูกนาไปใช้ใน






ในอุตสาหกรรมต่างๆ อาทิเช่น อุตสาหกรรมก่อสร้าง อุตสาหกรรมยานยนต์ และอตสาหกรรมไฟฟา เปนต้น

โดยปจจุบัน บริษัทที ดําเนินธรกิจอยูในอุตสาหกรรมเหล็กขั นปลายภายในประเทศ อาทิเช่น 1) บริษัท ทีเอ็มที สตีล



จํากัด (มหาชน) 2) บริษัท แปซิฟกไพพ์ จํากัด (มหาชน) 3) บริษัท ซิก้า อินโนเวชั น จํากัด (มหาชน) และ 4) บริษัท




2 เอส เมทัล จํากัด (มหาชน) เปนต้น โดยการนาเหล็กรีดร้อนมาเปนวัตถุดิบในการผลิต เปนต้น ซึงกล่าวรวมถึง

บริษัทฯ ด้วย
4.3 ภาวะอุตสาหกรรมเหล็กในตลาดโลก



แผนภูมิแสดงปริมาณการผลิตและการใชงานเหล็กดิบในตลาดโลก ป 2560 – ป 2563
ล้านตัน ร้อยละ
2,000 8.00
6.00
1,500
1,878 1,772 4.00
1,735 1,637 1,826 1,712
1,000 1,874 1,775
2.00
500
-
- (2.00)
2560 2561 2562 2563
ปริมาณการผลิตเหล็กดิบ ปริมาณการใช้งานเหล็กดิบ อัตราการเติบโตของปริมาณการใช้งานเหล็กดิบ




ทีมา : World Steel In Figure 2021 โดย World Steel Association เมือวันที 3 มิถุนายน 2564

ในป 2560 - 2562 ปริมาณการผลิตเหล็กดิบในตลาดโลกเพิ มสูงขึ นอย่างต่อเนือง โดยมีปริมาณการผลิต



เพิ มขึ นจากจํานวน 1,735 ล้านตันในป 2561 เปนจํานวน 1,874 ล้านตันในป 2562 หรือคิดเปนอัตราการเติบโตเฉลี ย



สะสม (CAGR) เท่ากับร้อยละ 3.93 โดยมีสาเหตุหลักมาจากปริมาณความต้องการใช้งานเหล็กดิบในการแปรรูปเปน
เหล็กสําเร็จรูปทีเพิ มสูงขึนทั วโลก โดยเฉพาะในกลมประเทศทีต้องการเร่งพัฒนาประเทศและอุตสาหกรรม อาทิเช่น
ุ่



ประเทศจีน ประเทศสหรัฐอเมริกา และประเทศสาธารณรัฐอินเดีย เปนต้น โดยปริมาณการใช้งานเหล็กดิบในช่วงป ี


2560 - 2562 มีการเติบโตสูงขึ นอย่างต่อเนืองจากจํานวน 1,637.30 ล้านตัน เปนจํานวน 1,775.10 ล้านตัน หรือคิด



เปนอัตราการเติบโตเฉลียสะสม (CAGR) เท่ากับร้อยละ 4.12 ต่อป ี

สําหรับปริมาณการผลิตเหล็กดิบในตลาดโลกในป 2563 เติบโตสูงขึ นจากป 2562 เปนจํานวน 4.00 ล้านตัน



หรือคิดเปนอัตราการเติบโตร้อยละ 0.21 เมือเทียบกับป 2562 โดยอัตราการเติบโตทีลดลงเปนผลมาจากปริมาณการ






ผลิตและการใช้งานเหล็กดิบทีชะลอตัวเนืองจากสถานการณการแพร่ระบาดของเชื อ Covid-19 ส่งผลให้กิจกรรมทาง



ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 29

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)

เศรษฐกิจและการผลิตในอุตสาหกรรมต่างๆ ในหลายประเทศเกิดการชะลอตัวและต้องหยุดชะงัก โดยปริมาณการใช้


งานเหล็กดิบในช่วงป 2563 ปรับตัวลดลงจากจํานวน 1,775.10 ล้านตัน เปนจํานวน 1,771.80 ล้านตัน หรือคิดเปน





อัตราการลดลงร้อยละ 0.19 เมือเทียบกับป 2562 อย่างไรก็ดี ในช่วงหลังของป 2563 สถานการณการแพร่ระบาดของ

เชือไวรัส Covid-19 ในหลายประเทศ โดยเฉพาะประเทศจีน เริ มสามารถควบคุมได้ จึงส่งผลให้ปริมาณการใช้งานเหล็ก
ดิบในช่วงท้ายของปกลับมาขยายตัวเพิ มสูงขึน


สําหรับไตรมาสที 3 ป 2564 ปริมาณการผลิตเหล็กดิบในภูมิภาคต่างๆ ทั วโลกมีการปรับตัวลดลงจากจํานวน





462.70 ล้านตัน เปนจํานวน 450.79 ล้านตัน หรือคิดเปนอัตราหดตัวร้อยละ 2.57 เมื อเทียบกับช่วงเดียวกันของปก่อน




หนา โดยมีสาเหตุมาจากการลดการผลิตเหล็กดิบของประเทศจีนทีเปนผู้ผลิตเหล็กรายใหญที สุดของโลก






อันเนืองมาจากนโยบายปองกันสิ งแวดล้อมของประเทศจีนทีเข้มงวดมากขึน โดยได้กําหนดเปาหมายให้การปล่อยกาซ


คาร์บอนสุทธิเปนศูนย์ (Carbon Neutral) ส่งผลให้การผลิตไฟฟาด้วยพลังงานจากถานหินลดลง และก่อให้เกิดปญหา



การขาดแคลนพลังงานไฟฟาในช่วงไตรมาสที 3 และทําให้โรงงานผลิตเหล็กหลายแห่งต้องปรับลดกําลังการผลิต


ประกอบกับการปดโรงงานผลิตเหล็กทีมีกระบวนการผลิตทีไม่เปนมิตรต่อสิ งแวดล้อม จึงส่งผลให้ปริมาณการผลิตเหล็ก



ดิบโลกปรับตัวลดลง



ทั งนี กลมประเทศทีมีสัดส่วนการผลิตเหล็กดิบสูงที สุดในป 2563 ได้แก่ ประเทศจีน โดยมีสัดส่วนการผลิต
ุ่


ร้อยละ 56.70 ของการผลิตทั งหมด รองลงมาคือ กลุ่มประเทศเอเชียอืนๆ และสหภาพยุโรป ทีมีสัดส่วนการผลิตร้อยละ

17.20 และร้อยละ 7.40 ของการผลิตทั งหมด โดยมีรายละเอียดดังนี
แผนภูมิแสดงสัดส่วนการผลิตเหล็กดิบทั วโลก แบ่งตามภูมิภาค ป 2563

ประเทศจีน
2.10%
5.30%
5.40% กลุ่มประเทศเอเชียอื นๆ*
5.90%
สหภาพยุโรป (28)
7.40%
56.70% ประเทศอื นๆ
กลุ่มประเทศข้อตกลงการค้าเสรีอเมริกาเหนือ (USMCA)
17.20%
กลุ่มประเทศเครือรัฐเอกราช (C.I.S)
ประเทศยุโรปอื นๆ

ทีมา : World Steel In Figure 2021 โดย World Steel Association เมือวันที 3 มิถุนายน 2564



ทั งนี สถาบัน World Steel Association ยังได้คาดการณแนวโนมปริมาณความต้องการผลิตภัณฑ์เหล็กทั ว





โลกในป 2564 – 2565 จะเติบโตสูงขึนเท่ากับ 1,855.40 ล้านตัน และ 1,896.40 ล้านตัน หรือคิดเปนอัตราการเติบโต

ร้อยละ 4.50 และร้อยละ 2.20 โดยมีปจจัยสนับสนนจากความสามารถในการควบคุมการแพร่ระบาดของเชือไวรัส






Covid-19 ในหลายประเทศ อันเนืองมาจากความคืบหนาในการกระจายวัคซีนปองกันเชือไวรัสดังกลาวทีครอบคลม






มากขึนในหลายประเทศ ทําให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมกลับมาขยายตัวในทิศทางทีดีขึน






ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 30

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)

4.4 ภาวะอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศไทย


ปจจุบัน อุตสาหกรรมเหล็กในประเทศไทยมีเฉพาะการผลิตเหล็กในขั นกลางและขั นปลายเทานั น ดังนั น
ผู้ผลิตเหล็กในประเทศไทยยังต้องพึงพาการนาเข้าวัตถุดิบเหล็กขั นต้นจากต่างประเทศทั งหมด อีกทั ง อุตสาหกรรม




เหล็กในประเทศไทยยังมีการนาเข้าเหล็กขั นกลางและขั นปลายในช่วงทีกําลังการผลิตภายในประเทศไม่สามารถ

ตอบสนองต่อความต้องการใช้ได้ทั งหมด โดยในป 2563 ประเทศไทยมีปริมาณการผลิตเหล็กสําเร็จรูปภายในประเทศ
ลดลงจากจํานวน 7.80 ล้านตัน เปนจํานวน 7.19 ล้านตัน คิดเปนอัตราการลดลงร้อยละ 7.86 เมือเทียบกับป 2562





ในขณะเดียวกันปริมาณการใช้งานเหล็กสําเร็จรูปภายในประเทศชะลอตัวลดลงจากจํานวน 18.64 ล้านตัน เปนจํานวน




16.48 ล้านตัน หรือคิดเปนอัตราการลดลงร้อยละ 11.60 เมือเทียบกับป 2562 ซึ งมีสาเหตุหลักมาจากสถานการณการ
แพร่ระบาดของเชือไวรัส Covid-19 ทีส่งผลกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจ โดยเฉพาะโครงการลงทุนของภาคเอกชน


และภาคอตสาหกรรมทีมีความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์เหล็กลดลง เช่น อุตสาหกรรมยานยนต์ อุตสาหกรรมก่อสร้าง






และอุตสาหกรรมเครืองจักรกลทางการเกษตร เปนต้น ประกอบกับ แนวโนมการนาเข้าที เพิ มสูงขึน อันเนืองมาจากการ




จําหนายเหล็กเข้าสูตลาดโลกเปนจํานวนมากของประเทศจีน ภายหลังจากการเกิดสงครามทางการค้าระหว่างประเทศ


จีนและประเทศสหรัฐอเมริกา ซึ งเริ มขึนตั งแตต้นป 2561 โดยประเทศสหรัฐอเมริกาได้ออกมาตรการกีดกันทางการค้า



ด้วยการประกาศเก็บอัตราภาษีนาเข้าผลิตภัณฑ์เหล็กและอลูมิเนยมทีอัตราร้อยละ 25 และร้อยละ 10 ตามลําดับ



ในขณะทีประเทศจีนได้ออกมาตรการโต้กลับด้วยการตั งกําแพงภาษีการนาเข้าผลิตภัณฑ์เหล็กและอะลูมิเนียมทีอัตรา


ร้อยละ 15 และร้อยละ 25 ตามลําดับ ทําให้ผลิตภัณฑ์เหล็กและอะลูมิเนียมไม่สามารถจําหนายระหว่างกันได้ ส่งผลให้







ผลิตภัณฑ์เหล็กถูกเร่งจําหนายเข้าสูกลุ่มประเทศทีสามเปนจํานวนมาก ทั งนี แม้ว่ารัฐบาลจะมีการใช้มาตรการปองกัน
การทุ่มตลาด (Anti-Dumping) ด้วยการเก็บภาษีอากร แต่มาตรการดังกล่าวอาจไม่สามารถควบคุมการนาเข้าได้

ทั งหมด จึงเปนสาเหตุให้ปริมาณการผลิตและการใช้งานเหล็กสําเร็จรูปภายในประเทศปรับตัวลดลง



ในไตรมาสที 3 ป 2564 ประเทศไทยมีปริมาณการผลิตเหล็กสําเร็จรูปปรับตัวลดลง โดยมีปริมาณการผลิต

เหล็กสําเร็จรูปเท่ากับ 1.57 ล้านตัน หรือคิดเปนอัตราการเติบโตร้อยละ 12.78 เมือเทียบกับช่วงเดียวกันของปก่อน





หนา ซึงมีสาเหตุหลักจากการชะลอโครงการลงทุนของอุตสาหกรรมก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์ ตามสถานการณการ



แพร่ระบาดของเชื อไวรัส Covid-19 ที ทวีความรุนแรงมากขึน ส่งผลให้ภาครัฐออกมาตรการปดสถานทีก่อสร้างในช่วง
เดือนกรกฏาคม 2564 ทําให้กลุ่มผลิตภัณฑ์เหล็กทรงยาว อาทิเช่น เหล็กเส้น ท่อเหล็ก และเหล็กโครงสร้างรูปพรรณ


ปรับลดกําลังการผลิตลงตามอุปสงค์ทีลดลง อย่างไรก็ตาม ภาคอุตสาหกรรมที มีความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์เหล็กอืนๆ


อาทิเชน อุตสาหกรรมยานยนต์ และอุตสาหกรรมเครื องจักรกลทางการเกษตรยังคงฟนตัวอย่างต่อเนือง ทําให้ภาพรวม


ของปริมาณการใช้งานเหล็กสําเร็จรูปยังคงขยายตัวสูงขึนอย่างต่อเนือง โดยมีปริมาณการใช้งานเหล็กสําเร็จรูปเท่ากับ





4.30 ล้านตัน หรือคิดเปนอัตราการเติบโตร้อยละ 7.50 เมือเทียบกับช่วงเดียวกันของปก่อนหนา



ทั งนี สถานการณราคาเหล็กในประเทศไทยไตรมาสที 3 ป 2564 ยังคงมีการปรับตัวเพิ มสูงขึนเมือเทียบกับ






ช่วงเวลาเดียวกันของปก่อนหนา ในทิศทางเดียวกันกับราคาเหล็กในตลาดโลก โดยการเปลียนแปลงดังกล่าวมีสาเหตุ





หลักมาจากปญหาการแขดแคลนพลังงานไฟฟาของประเทศจีน อันเนืองมาจากนโยบายปองกันสิ งแวดล้อมทีเข้มงวด



มากขึน ทําให้โรงงานการผลิตหลายแห่งต้องปรับลดกําลังการผลิตลง ประกอบกับการปดโรงงานผลิตเหล็กทีมี

กระบวนการผลิตที ไม่เปนมิตรต่อสิ งแวดล้อม ส่งผลให้ปริมาณผลิตภัณฑ์เหล็กในตลาดโลกหดตัวลง ในขณะทีหลาย





ประเทศทั วโลกมีความสามารถในการควบคุมการแพร่ระบาดของเชือไวรัส Covid-19 ได้มากขึ น ซึงเปนผลมาจาก


ความคืบหนาในการกระจายวัคซีนปองกันเชือไวรัสดังกล่าวที ครอบคลุมมากขึ น ทําให้ปริมาณความต้องการใช้งาน




ผลิตภัณฑ์เหล็กปรับตัวเพิ มสูงขึน ดังนั น จึงเปนสาเหตุให้ระดับราคาผลิตภัณฑ์เหล็กมีทิศทางการปรับตัวเพิ มสูงขึน
อย่างต่อเนือง



ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 31

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)




แผนภูมิแสดงปริมาณการผลิต การนาเขา การใชงาน และการส่งออกเหล็กสําเร็จรูปประเทศไทย



ป 2560 – 2563 และไตรมาสท 3 ป 2564
ล้านตัน
25.00
20.00 19.09 19.33 18.64

16.48
15.00
12.06 12.23
11.33 10.41
10.00 9.32 9.03
7.80
7.19
5.00 4.00 4.30
2.48 3.09
1.55 1.75 1.38 1.11 1.80 1.57
- 0.25 0.35
2560 2561 2562 2563 3Q63 3Q64


ปริมาณการผลิต ปริมาณการนาเข้า ปริมาณการใช้งาน ปริมาณการส่งออก

ทีมา : รายงานสถานการณเหล็ก โดยสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศ เมือวันที 6 มกราคม 2565






ทั งนี สถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศไทย คาดการณว่าปริมาณความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์เหล็ก ในป ี

2564 จะปรับตัวในทิศทางที ดีขึน โดยมีปริมาณความต้องการใช้ผลิตภัณฑ์เหล็กประมาณ 17.08 - 17.43 ล้านตัน หรือ
คิดเปนอัตราการขยายตัวโดยเฉลียร้อยละ 4.70 ภายใต้สมมติฐานว่ากิจกรรมทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมจะขยายตัว






และกลับมาดําเนินการได้เปนปกติตลอดทั งป ส่งผลให้ความต้องการโดยรวมทั งในประเทศและตางประเทศปรับตัวดีขึน


1) อุตสาหกรรมเหล็กแผ่นรดรอนในประเทศไทย

อุตสาหกรรมเหล็กแผ่นรีดร้อน (Hot Rolled Coil) ในประเทศไทยเปนอุตสาหกรรมทีผลิตเพือทดแทนการ


นาเข้าและตอบสนองต่อความต้องการของผู้ประกอบการภายในประเทศทีดําเนินธรกิจผลิตเหล็กขั นปลาย โดยประเทศ




ไทยมีผู้ผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนรายใหญ เพียง 3 ราย ได้แก่ 1) กลุ่มบริษัท สหวิริยาสตีล อินดัสตรี จํากัด (มหาชน) 2)



ุ่
กลมบริษัท NIPPON STEEL CORPORATION (ปจจบัน NIPPON STEEL CORPORATION อยูระหว่างจัดทําคํา
เสนอซือหลักทรัพย์ของบริษัท จี เจ สตีล จํากัด (มหาชน) และบริษัท จี สตีล จํากัด (มหาชน)) และ 3) บริษัท ไพร์ม


สตีล มิลล์ จํากัด ซึ งผลิตภัณฑ์เหล็กแผ่นรีดร้อนสามารถนาไปใช้เปนวัตถุดิบในกระบวนการผลิตของอตสาหกรรม



ต่างๆ อาทิเชน อุตสาหกรรมเหล็กแผ่นรีดเย็น อุตสาหกรรมท่อเหล็ก และอุตสาหกรรมยานยนต์ เปนต้น ส่งผลให้


ปริมาณความต้องการใช้งานอยู่ในระดับสูง ในขณะทีกําลังการผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนภายในประเทศไทยยังไม่สามารถ
ตอบสนองต่อปริมาณความต้องการใช้งานได้อย่างครบถ้วน ส่งผลให้มีการนาเข้าเหล็กแผ่นรีดร้อนจากต่างประเทศอยู ่




เปนจํานวนมากในชวงปทีผ่านมา




ทั งนี อุตสาหกรรมเหล็กแผ่นรีดร้อนของประเทศไทยมีการขยายตัวเพิ มสูงขึนจากการฟนตัวของเศรษฐกิจ

ภายในประเทศ โดยปริมาณการผลิตและการใช้งานเหล็กแผ่นรีดร้อนในประเทศตั งแต่ป 2560 - 2563 และไตรมาส 3 ป ี


2564 แสดงได้ดังแผนภูมิต่อไปนี



ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 32

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)


แผนภูมิแสดงปริมาณการผลิต และปริมาณการใชงานเหล็กแผ่นรดร้อนในประเทศไทย

ป 2560 – 2563 และไตรมาสท 3 ป 2564



ล้านตัน
8.00
7.09
7.00 6.78 6.79
6.00
5.37
5.00

4.00 3.87 3.96 4.04
3.20
3.00 2.92 2.76 2.79
2.60
2.00
1.40
1.00 1.03 0.79
0.55 0.50 0.61
- 0.01 0.07 0.01 0.02 0.02 0.03
2560 2561 2562 2563 3Q63 3Q64

ปริมาณการผลิต ปริมาณการนาเข้า ปริมาณการบริโภค ปริมาณการส่งออก






ทีมา : รายงานสถานการณเหล็กรายป โดยสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศ เมื อวันที 28 กันยายน 2564
ในป 2563 ปริมาณการผลิตและการใช้งานเหล็กแผ่นรีดร้อนมีการปรับตัวลดลง โดยปริมาณการผลิตเหล็ก



แผ่นรีดร้อนลดลงจากจํานวน 2.76 ล้านตัน เปนจํานวน 2.60 ล้านตัน หรือคิดเปนอัตราการลดลงเท่ากับร้อยละ 5.80


เมือเทียบกับป 2562 ในขณะที ปริมาณการใช้งานมีการปรับตัวลดลงจากจํานวน 6.79 ล้านตัน เปนจํานวน 5.37



ล้านตัน หรือคิดเปนอัตราการลดลงเท่ากับร้อยละ 20.91 เมื อเทียบกับป 2562 โดยมีสาเหตุหลักมาจากการแพร่ระบาด

ของเชือไวรัส Covid-19 ทําให้กิจกรรมทางเศรษฐกิจและอุตสาหกรรมต้องหยุดชะงัก และภาคอตสาหกรรมทีมีความ



ต้องการใช้งานเหล็กแผ่นรีดร้อนเปนวัตดุดิบขั นพืนฐาน รวมถึงอุตสาหกรรมเหล็กขั นปลายได้ปรับลดกําลังการผลิตลง



ประกอบกับผลกระทบต่อเนืองจากสงครามทางการค้าระหว่างประเทศจีนและสหรัฐอเมริกา ส่งผลให้ลูกค้าส่วนใหญมี

แนวโนมการนาเข้าผลิตภัณฑ์เหล็กราคาถูกจากต่างประเทศ


สําหรับไตรมาสที 3 ป 2564 ปริมาณการผลิตและการใช้งานเหล็กแผ่นรีดร้อนมีทิศทางการปรับตัวเพิ มขึ น

โดยปริมาณการผลิตเหล็กแผ่นรีดร้อนเท่ากับ 0.61 ล้านตัน หรือคิดเปนอัตราการเติบโตร้อยละ 12.11 เมือเทียบช่วง


เดียวกันของปก่อนหนา ซึงมีปริมาณการผลิตเทากับ 0.55 ล้านตัน ในขณะทีมีปริมาณการใช้งานเท่ากับ 1.40 ล้านตัน









หรือคิดเปนอัตราการเติบโตร้อยละ 36.32 เมือเทียบกับช่วงเดียวกันของปก่อนหนา ซึงมีปริมาณการใช้งานเท่ากับ
1.03 ล้านตัน โดยมีสาเหตุหลักมาจากภาคอุตสาหกรรมที มีความต้องการใช้งานเหล็กแผ่นรีดร้อนเริ มฟนตัวกลับมาใน




ทิศทางที ดีขึน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ ทั งนี ระดับราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนในประเทศไทยยังคงมีการ
ปรับตัวเพิ มสูงขึนเมื อเทียบกับชวงเวลาเดียวกันของปก่อนหน้าตามปริมาณความต้องการใช้งานทีเพิ มสูงขึน โดยราคา






เหล็กแผ่นรีดร้อนในประเทศไทยได้รับอิทธิพลมาจากราคาเหล็กแผ่นรีดร้อนในตลาดโลก เนืองจากประเทศไทยยังต้อง

นาเข้าผลิตภัณฑ์แผ่นเหล็กรีดร้อนจากต่างประเทศเปนจํานวนมาก





ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 33

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)


2) อุตสาหกรรมเหล็กแผ่นรดเย็นในประเทศไทย
เหล็กแผ่นรีดเย็นเปนผลิตภัณฑ์เหล็กทีเกิดจากการนาเหล็กแผ่นรีดร้อนมาทําการกัดล้างผิว แล้วจึงนาไปรีด








เพือลดความหนาของแผ่นเหล็กทีอุณหภูมิปกติ ซึ งจะทําให้ได้เหล็กทีมีคุณสมบัติในการดัดและขึนรูปที ดีขึน

โดยผลิตภัณฑ์เหล็กแผ่นรีดเย็นสามารถแบ่งออกได้เปน 3 ประเภท ได้แก่ เหล็กแผ่นรีดเย็นสําหรับการใช้งานทีไม ่



ต้องการคุณสมบัติในการขึนรูป (Cold-Rolled Sheet for Galvanized Iron Substrate: GIS) เหล็กแผ่นรีดเย็นสําหรับ
การใช้งานทั วไปที ต้องการคุณสมบัติในการขึนรูป (Cold-Rolled Steel Sheet for General Use: CRS) และเหล็กแผ่น


รีดเย็นชนิด TMBP (Cold-Rolled Steel Sheet for Tinplate and Tin Free Steel: Tin Plate) ซึงเหล็กแผ่นรีดเย็น



ประเภท GIS ส่วนใหญ่มักนาไปใช้เปนวัตถุดิบในการผลิตเหล็กแผ่นเคลือบสังกะสีสําหรับการทําหลังคา ในขณะทีเหล็ก

แผ่นรีดเย็นประเภท CRS นิยมใช้ในอตสาหกรรมยานยนต์ เครื องใช้ไฟฟาและอิเล็กทรอนิกส์ สําหรับเหล็กแผ่นรีดเย็น



ประเภท TMBP นิยมใช้เปนวัตถุดิบของเหล็กแผ่นเคลือบโครเมียมและดีบก ซึ งใช้สําหรับการผลิตกระปอง อย่างไรก็


ตาม ปจจุบัน ประเทศไทยมีผู้ผลิตเหล็กแผ่นรีดเย็นจํานวน 4 ราย ได้แก่ 1) บริษัท เอ็นเอส บลูสโคป สตีล (ประเทศ
ไทย) จํากัด 2) บริษัท เหล็กแผ่นรีดเย็นไทย จํากัด (มหาชน) 3) บริษัท สตาร์คอร์ จํากัด และ 4) บริษัท เอ็นเอส สยาม
ยูไนเต็ดสตีล จํากัด

ทั งนี ปริมาณการผลิตและการใช้งานอุตสาหกรรมเหล็กแผ่นรีดเย็นของประเทศไทยมีการปรับตัวในทิศทาง
เดียวกันกับอุตสาหกรรมเหล็กแผ่นรีดร้อน โดยปริมาณการผลิตและการใช้งานเหล็กแผ่นรีดเย็นในประเทศตั งแตป ี

2560 - 2563 และไตรมาส 3 ป 2564 แสดงได้ดังแผนภูมิต่อไปนี



แผนภูมิแสดงปริมาณการผลิตและปริมาณการใชงานเหล็กแผ่นรดเย็นในประเทศไทย



ป 2560 – 2563 และไตรมาสท 3 ป 2564

ล้านตัน
4.00
3.72 3.57
3.50 3.31
3.00 2.89
2.50
2.20
2.00 1.92 2.05
1.57 1.70 1.66 1.72
1.50
1.28
1.00 1.00
0.57 0.67
0.50 0.35 0.45
0.18 0.18 0.14 0.10 0.25 0.05
- 0.03
2560 2561 2562 2563 3Q63 3Q64
ปริมาณการผลิต ปริมาณการนาเข้า ปริมาณการบริโภค ปริมาณการส่งออก







ทีมา : รายงานสถานการณเหล็กรายป 2563 โดยสถาบันเหล็กและเหล็กกล้าแห่งประเทศ เมือวันที 28 กันยายน 2564
ในป 2563 ปริมาณการผลิตและการใช้งานเหล็กแผ่นรีดเย็นยังคงมีทิศทางปรับตัวลดลงเช่นเดียวกับเหล็ก


แผ่นรีดร้อน โดยปริมาณการผลิตเหล็กแผ่นรีดเย็นลดลงจากจํานวน 2.05 ล้านตัน เปนจํานวน 1.72 ล้านตัน หรือคิด
เปนอัตราการลดลงเท่ากับร้อยละ 16.30 เมือเทียบกับป 2562 ในขณะทีปริมาณการใช้งานมีการปรับตัวลดลงจาก




จํานวน 3.57 ล้านตัน เปนจํานวน 2.89 ล้านตัน หรือคิดเปนอัตราการหดตัวเท่ากับร้อยละ 19.00 เมือเทียบกับป 2562




ซึ งการเปลียนแปลงดังกล่าวมีสาเหตุหลักมาจากสถานการณการแพร่ระบาดของเชือไวรัส Covid-19 ดังที กล่าวมาแล้ว





ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 34

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)


ข้างต้น ทําให้ภาคอุตสาหกรรมทีมีความต้องการใช้งานเหล็กแผ่นรีดเย็นปรับลดกําลังการผลิตและชะลอการลงทุน






ประกอบแนวโนมการนาเข้าเหล็กแผ่นรีดเย็นจากตางประเทศทีเพิ มสูงขึน อันเนืองมาจากผลกระทบต่อเนืองของ

สงครามทางการค้าระหว่างประเทศจีนและสหรัฐอเมริกา
สําหรับไตรมาสที 3 ป 2564 ปริมาณการผลิตและการบริโภคเหล็กแผ่นรีดเย็นมีทิศทางการปรับตัวเพิ มสูงขึน



โดยมีปริมาณการผลิตเทากับ 0.67 ล้านตัน หรือคิดเปนอัตราการเติบโตร้อยละ 91.71 เมือเทียบกับช่วงเดียวกันของป ี






ก่อนหนาทีมีปริมาณการผลิตเท่ากับ 0.35 ล้านตัน ในขณะทีปริมาณการใช้งานเทากับ 1.00 ล้านตัน หรือคิดเปนอัตรา







การเติบโตร้อยละ 75.44 เมือเทียบกับช่วงเดียวกันของปก่อนหนาทีมีปริมาณการใช้งานเท่ากับ 0.57 ล้านตัน ซึงมี
สาเหตหลักมาจากภาคอุตสาหกรรมทีเริ มฟนตัวกลับมาในทิศทางที ดีขึน และมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของภาครัฐ







ส่งผลให้ปริมาณการผลิตและความต้องการใช้งานเหล็กแผ่นรีดเย็นขยายตัวเพิ มสูงขึน ทั งนี สถานการณราคาเหล็กแผ่น




รีดเย็น ยังคงมีทิศทางการปรับตัวสูงขึนอย่างต่อเนือง ตามการเปลียนแปลงของระดับราคาเหล็กแผ่นรีดร้อน ซึ งเปน



วัตถุดิบในการผลิตเหล็กแผ่นรีดเย็นทีมีการปรับตัวเพิ มสูงขึน
3) อุตสาหกรรมท่อเหล็กในประเทศไทย
ผลิตภัณฑ์ท่อเหล็กเปนผลิตภัณฑ์เหล็กขั นปลาย ทีผลิตมาจากเหล็กแผ่นรีดร้อนและเหล็กแผ่นรีดเย็น


โดยสามารถแบ่งออกได้เปน 2 ประเภทตามกระบวนการผลิต ได้แก่ 1) ท่อเหล็กมีตะเข็บ (Welded Pipe) ซึ งเปน


กระบวนการผลิตขึนรูปเย็นจากเหล็กม้วนแถบเล็ก (Slitting Coil) เช่น ท่อเหล็กดํา ท่อเหล็กชุบสังกะสี และท่อเหล็กไร้

สนิม เปนต้น และ 2) ท่อเหล็กไร้ตะเข็บ (Seamless Pipe) เปนกระบวนการผลิตขึนรูปร้อนจากเหล็กแท่งใหญ (Bloom)






เช่น ท่อเหล็กทีนาไปใช้ในอตสาหกรรมนามัน กาซ และปโตรเลียม เปนต้น ซึ งในประเทศไทยมีกลุ่มผู้ผลิตเหล็กขั น







ปลายเปนจํานวนมาก โดยปริมาณการผลิตและการใช้งานท่อเหล็กในประเทศไทยตั งแต่ป 2560 - 2563 และไตรมาส 3


ป 2564 สามารถแสดงได้ดังแผนภูมิต่อไปนี


แผนภูมิแสดงปริมาณการผลิตและปริมาณการใชงานผลิตภัณฑ์ท่อเหล็กภายในประเทศ


ป 2560 – 2563 และไตรมาสท 3 ป 2564

ล้านตัน
0.90
0.80 0.77 0.78
0.74 0.73
0.70
0.60
0.60
0.54 0.55 0.56
0.50 0.48 0.49
0.42
0.40 0.36
0.30
0.20
0.10
-
2560 2561 2562 2563 3Q63 3Q64
ปริมาณการผลิต ปริมาณการบริโภค



ทีมา: สํานักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรม (สศอ.) เมื อวันที 6 มกรคม 2565


ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 35

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)


ในป 2563 ปริมาณการผลิตและการใช้งานท่อเหล็กภายในประเทศมีทิศทางปรับตัวลดลง โดยมีปริมาณการ
ผลิตท่อเหล็กลดลงจากจํานวน 0.74 ล้านตัน เปนจํานวน 0.73 ล้านตัน หรือคิดเปนอัตราการลดลงร้อยละ 1.67 เมือ




เทียบกับป 2562 ในขณะที ปริมาณการใช้งานท่อเหล็กลดลงจากจํานวน 0.60 ล้านตัน เปนจํานวน 0.55 ล้านตัน หรือ






คิดเปนอัตราการหดตัวร้อยละ 9.19 เมือเทียบกับป 2562 โดยมีสาเหตุมาจากสถานการณการแพร่ระบาดของเชือไวรัส


Covid-19 ซึ งส่งผลกระทบต่อโครงการก่อสร้างขนาดใหญ ทําให้เกิดการชะลอการลงทน โดยเฉพาะโครงการก่อสร้าง

ของภาคเอกชน อย่างไรตาม การลงทุนในโครงการโครงสร้างพืนฐานขนาดใหญของภาครัฐ ยังคงขยายตัวจากนโยบาย

ส่งเสริมการลงทุน จึงเปนปจจัยสําคัญที ทําให้ปริมาณการผลิตและการใช้งานท่อเหล็กในประเทศไทยได้รับผลกระทบ


นอยกว่าอุตสาหกรรมอืน


ทั งนี ไตรมาสที 3 ป 2564 ปริมาณการผลิตและการใช้งานท่อเหล็กภายในประเทศยังคงมีการปรับตัวลดลง



โดยปริมาณการผลิตท่อเหล็กเท่ากับ 0.49 ล้านตัน หรือคิดเปนอัตราการหดตัวร้อยละ 11.73 เมือเทียบกับช่วง






เดียวกันของปก่อนหนาซึงมีปริมาณการผลิตเท่ากับ 0.56 ล้านตัน ในขณะทีปริมาณการใช้งานท่อเหล็กเท่ากับ 0.36





ล้านตัน หรือคิดเปนอัตราการหดตัวร้อยละ 13.36 เมือเทียบกับช่วงเดียวกันของปก่อนหนาซึงมีปริมาณการใช้งาน
เท่ากับ 0.42 ล้านตัน โดยมีสาเหตุหลักมาจากการชะลอโครงการลงทุนของอุตสาหกรรมก่อสร้างและอสังหาริมทรัพย์


ตามสถานการณการแพร่ระบาดของเชื อไวรัส Covid-19 ที ทวีความรุนแรงมากขึน ส่งผลให้ภาครัฐออกมาตรการปด


สถานที ก่อสร้างในชวงเดือนกรกฏาคม 2564 ทําให้ปริมาณการผลิตและการใช้งานท่อเหล็กปรับตัวลดลง ทั งนี ราคา




จําหนายทอเหล็กยังคงมีทิศทางการปรับตัวสูงขึนตามการเปลียนแปลงของระดับราคาเหล็กแผ่นรีดร้อน ซึงเปนวัตถุดิบ




ในการผลิตท่อเหล็กทีมีการปรับตัวเพิ มสูงขึน



4.5 ภาวะอุตสาหกรรมของธุรกิจทเกยวข้องกับธุรกิจเหล็ก




เนืองจากบริษัทฯ เปนผู้ผลิตและจัดจําหนายทอเหล็กและเหล็กรูปพรรณ ซึงอยูในอุตสาหกรรมเหล็กขั นปลาย


ดังนั น ผลประกอบการของบริษัทฯ จึงมีความเกียวข้องกับภาคอุตสาหกรรมทีใช้เหล็กในการประกอบธุรกิจ





โดยสถานะการณอตสาหกรรมทีเกียวข้องกับธุรกิจเหล็กสามารถสรุปได้ดังนี


1) อุตสาหกรรมก่อสราง

อุตสาหกรรมก่อสร้างเปนอุตสาหกรรมทีมีปริมาณการใช้งานเหล็กขั นปลายเปนจํานวนมาก


โดยผู้ประกอบการที อยู่ในอุตสาหกรรมกอสร้างจะนาเหล็กไปใช้ในงานประเภทต่างๆ เช่น งานโครงสร้างอาคาร หรือ



งานระบบภายในอาคาร เปนต้น ดังนั น ภาวะอุตสาหกรรมเหล็กและอุตสาหกรรมก่อสร้างจึงมีการปรับตัวไปในทิศทาง
เดียวกัน



อัตราการขยายตัวของอุตสาหกรรมก่อสร้างป 2560 – 2563 และไตรมาสท 3 ป 2564




ป 2560 ป 2561 ป 2562 ป 2563 ป 2564

%YOY

ทั งป ี ทั งป ทั งป ี ทั งป ี ไตรมาส 2 ไตรมาส 3
อุตสาหกรรมก่อสร้าง (2.10) 2.90 1.70 2.20 4.00 (4.00)
ภาคเอกชน (0.90) 4.10 0.90 (2.20) (0.10) (0.50)
ภาครัฐ (3.00) 1.90 2.30 5.70 7.00 (6.20)
ทีมา: สํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ เมือวันที 15 พฤศจิกายน 2564



ในป 2563 มูลค่าการก่อสร้างของประเทศไทยขยายตัวร้อยละ 2.20 เมือเทียบกับการขยายตัวร้อยละ 1.70



ในป 2562 โดยมีสาเหตุมาจากการลงทุนในโครงสร้างพื นฐานขนาดใหญของภาครัฐ อาทิเช่น โครงการก่อสร้างระบบ





สายไฟฟาของการไฟฟาฝายผลิตแห่งประเทศไทย โครงการกอสร้างระบบจําหนายกระแสไฟฟาของการไฟฟาส่วน





ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 36

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)




ภูมิภาค และโครงการกอสร้างระบบทอของการประปานครหลวง เปนต้น โดยการเบิกจ่ายงบประมาณการลงทุน


ดังกล่าวทําให้มูลค่าการก่อสร้างภาครัฐปรับตัวเพิ มสูงขึ นร้อยละ 5.70 เมือเทียบกับการขยายตัวเพิ มขึนร้อยละ 2.30





ในป 2562 ในขณะทีการลงทุนภาคเอกชนชะลอตัวตามภาวะเศรษฐกิจทีถดถอย อันเปนผลมาจากสถานการณการแพร่
ระบาดของเชือไวรัส Covid-19 และมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดทั วประเทศ โดยโครงการการก่อสร้างทีอยูอาศัยใน



เขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล รวมถึงจังหวัดในภูมิภาคต่างๆ ต้องชะลอการเปดโครงการใหม่ ในขณะที ความ

ต้องการซื อและระดับความเชื อมั นของผู้บริโภคปรับตัวลดลงตามภาวะเศรษฐกิจ และความเข้มงวดในการปล่อยสินเชื อ
ของสถาบันการเงิน
สําหรับไตรมาสที 3 ป 2564 ภาคอุตสาหกรรมก่อสร้างมีการปรับตัวลดลงร้อยละ 4.00 เมือเทียบกับการ





ขยายตัวร้อยละ 4.00 ในไตรมาสก่อนหนา ซึงมีสาเหตุมาจากการปรับลดการก่อสร้างของทั งภาครัฐและภาคเอกชน
โดยการก่อสร้างภาครัฐ มีการปรับตัวลดลงร้อยละ 6.20 เมือเทียบกับการขยายตัวที ร้อยละ 7.00 ในไตรมาสก่อนหนา





ตามการเบิกจายทีลดลงของงบลงทุนในหมวดทีดินและสิ งก่อสร้างของกระทรวงคมนาคม กระทรวงเกษตรและสหกรณ ์


และกระทวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ งแวดล้อม ในขณะทีการก่อสร้างภาคเอกชนปรับตัวลดลงร้อยละ 0.50 ต่อเนือง


จากการปรับตัวลดลงร้อยละ 0.10 ในไตรมาสก่อนหนา โดยมีสาเหตุหลักมาจากการปดสถานที ก่อสร้างในช่วงเดือน



กรกฏาคม 2564 ตามการระบาดของเชือไวรัส Covid-19 ทีทวีความรุนแรงมากขึน ส่งผลให้การก่อสร้างทีอยูอาศัยทุก





ประเภทตามพืนทีขออนญาตในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล เขตเทศบาล และเขตองค์การบริหารส่วนตําบล ปรับตัว

ลดลง ตลอดจนถึงการชะลอการลงทุนของโครงการก่อสร้างอืนๆ

อย่างไรก็ตาม ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจธนาคารไทยพาณิชย์ (“EIC”) ได้คาดการณว่ามูลค่าการลงทุนด้าน
การก่อสร้างของภาครัฐในป 2564 - 2565 จะมีการขยายตัวร้อยละ 6.00 และร้อยละ 6.00 ตามลําดับ ตามการลงทุน


โครงการขนาดใหญของภาครัฐ โดยเฉพาะโครงการที เกียวเนองกับเขตพัฒนาเศรษฐกิจพิเศษภาคตะวันออก (Eastern



Economic Corridors : EEC) รวมถึงโครงการขยายเส้นทางคมนาคมขนส่งทางถนนและระบบรางทั วประเทศ อย่างไรก็


ตาม EIC ได้คาดการณการก่อสร้างของภาคเอกชนมีทิศทางชะลอตัวตามการหดตัวอย่างต่อเนืองของภาค

อสังหาริมทรัพย์ โดยมีอัตราการหดตัวร้อยละ 7.00 และร้อยละ 0.00 ตามลําดับ ทั งนี รายละเอียดปจจัยสนับสนนการ


คาดการณดังกล่าวทีสําคัญสามารถสรุปได้ดังนี


1.1) งานก่อสร้างภาครัฐ

ในป 2564 - 2565 การเติบโตของงานก่อสร้างภาครัฐมีปจจัยสนับสนนจากโครงการก่อสร้างขนาดใหญตาม



แผนปฏิบัติการด้านคมนาคมขนส่งระยะเร่งด่วนฉบับ พ.ศ. 2561 ภายใต้ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบคมนาคมขนส่ง


ไทยระยะเวลา 20 ป (พ.ศ. 2560 - พ.ศ. 2579) โดยมีมูลค่าการลงทุนด้านโครงสร้างพืนฐานรวมทั งสิน 1.8 ล้านล้าน



บาท ซึงตัวอย่างการลงทุนในโครงสร้างพืนฐานขนาดใหญ่ทีสําคัญมีดังนี



1. โครงการก่อสร้างที เชือมโยงกับพื นที EEC ซึ งมีมูลค่าโครงการสูงทีสุด โดยมีสัดส่วนคิดเปนร้อยละ 38.6





ของมูลค่าการลงทุนก่อสร้างภาครัฐทั งหมด ซึงโครงการขนาดใหญทีเริ มทยอยก่อสร้างในป 2564


ประกอบด้วย 1) โครงการรถไฟฟาความเร็วสูงเชือม 3 สนามบิน ได้แก่ สนามบินดอนเมือง สนามบิน

สุวรรณภูมิ และสนามบินอู่ตะเภา 2) โครงการพัฒนาท่าเรือมาบตาพุดและแหลมฉบัง ระยะที 3 และ 3)

โครงการสนามบินอู่ตะเภา เปนต้น นอกจากน ภาครัฐยังมีแผนในการยกระดับโครงการต่างๆ อาทิเช่น








การพัฒนาท่าเรือแหลมฉบังเพือเชือมโยง EEC ไปสูภาคใต้และประเทศเพือนบ้าน เพือสนับสนนให้
ประเทศไทยให้เปนศูนย์รวมการขนส่งอาเซียน ทั งนี มูลค่าการลงทุนตลอดโครงการมีมูลค่ารวมทั งสิ น


6.8 แสนล้านบาท
2. โครงการก่อสร้างระบบราง ทั งโครงการต่อเนืองและโครงการใหม่ทีกําลังจะเริ มดําเนินการในป 2565




ได้แก่ โครงการรถไฟฟาสานสีม่วง โครงการรถไฟฟาส่วนตอขยายสีส้มตะวันตก โครงการรถไฟฟาทางคู ่





ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 37

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)



ระยะที 2 ตั งแต่จังหวัดขอนแก่น - หนองคาย และโครงการรถไฟฟาความเร็วสูง กรุงเทพมหานคร -

โคราช เปนต้น

3. โครงการก่อสร้างอืนๆ ที กําลังจะเริ มดําเนินการในป 2565 ได้แก่ ทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบาง

ขุนเทียน - บ้านแพ้ว (Motorway Rail Map: MR Map) และทางดวนถนนพระราม 3 - ดาวคะนอง



สัญญาที 1 และ 3 เปนต้น

ทั งนี หนวยงานภาครัฐทีมีงบประมาณการลงทุนก่อสร้างสูงสุด ได้แก่ กรมทางหลวง กรมชลประทาน


กรมทางหลวงชนบท และกรมโยธาธิการและผังเมือง ซึงมีอัตราการเติบโตเฉลี ยสะสม ร้อยละ 3.56 ร้อยละ 13.14

ร้อยละ 0.55 และร้อยละ 5.53 ตั งแต่ป 2561 – 2565 ตามลําดับ โดยมีรายละเอียดดังต่อไปนี



แผนภูมิแสดงมูลค่างบประมาณการลงทนก่อสร้างของหน่วยงานภาครัฐในป 2561 - 2563

และการประมาณการในป 2564 - 2565
หนวย: พันล้านบาท

126
113 114 115
100

74 77
68
58
47 45 47 47 49 46
25 25 27 29 31




กรมทางหลวง กรมชลประทาน กรมทางหลวงชนบท กรมโยธาธิการและผังเมือง
2561 2562 2563 FY 2564 FY 2565

ทีมา: Economic Intelligence Center (EIC) โดยธนาคารไทยพาณิชย์ เมือวันที 30 สิงหาคม 2564





ปจจุบัน โครงการและแผนงานพัฒนาของหนวยงานภาครัฐและรัฐวิสาหกิจทีคาดว่าจะส่งผลกระทบต่อรายได้



และผลกําไรของบริษัทฯ อาทิเช่น การก่อสร้างและบํารุงรักษาถนน ระบบนา และสิ งปลูกสร้างของหนวยงานภาครัฐ


ทีอยูระหว่างการดําเนินการและแผนการดําเนินการสามารถแสดงได้ดังนี

ตารางแสดงตัวอย่างโครงการและแผนการลงทุนหน่วยงานภาครัฐ
มูลค่าโครงการ

ชอโครงการ

(ลานบาท)
โครงการและแผนการลงทุนใหม่ของกรมทางหลวง
1. โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางปะอิน - สระบุรี - โคราช 65,621
2. โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 9 วงแหวนรอบนอก 56,035
กรุงเทพมหานคร ด้านตะวันตก บางขุนเทียน - บางบัวทอง
3. โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองบางใหญ่ - กาญจนบุรี 43,582
4. โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองหมายเลข 5 ส่วนต่อขยายอุตราภิมุขตอน 27,742
รังสิต – บางปะอิน





ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 38

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)

มูลค่าโครงการ

ชอโครงการ

(ลานบาท)
5. โครงการทางหลวงพิเศษระหว่างเมืองสายบางขุนเทียน - บ้านแพ้ว 12,317
โครงการและแผนการลงทนของกรมชลประทาน


1. โครงการเพิ มปริมาณนาในอ่างเก็บนาเขือนแม่กวงอุดมธารา จังหวัดเชียงใหม่ 15,000







2. โครงการเขือนทดนาผาจุก จังหวัดอุตรดิตถ์ 10,500



3. โครงการอ่างเก็บนาหลวงอันเนืองมาจากพระราชดําริ จังหวัดชลบุรี 9,341

4. โครงการห้วยโสมงอันเนืองมาจากพระราชดําริ จังหวัดปราจีนบุรี 9,078


5. โครงการพัฒนาลุ่มนาตาป – พุ่มดวง จังหวัดสุราษฎ์ธานี 3,330


โครงการและแผนการลงทนของการประปาส่วนภูมิภาค

1. แผนงานวางท่อขยายเขตจ่ายนา (458 โครงการ) 889

2. แผนงานปรับปรุงท่อทีชํารุดและเสือมสภาพ (478 โครงการ) 857


3. แผนงานก่อสร้างปรับปรุงระบบประปาและอาคาร (19 โครงการ) 819
4. แผนงานก่อสร้างปรับปรุงขยายระบบประปา (3 โครงการ) 523


5. แผนงานย้ายแนวท่อทีได้รับผลกระทบจากหนวยงานอืน (9 โครงการ) 205

โครงการและแผนการลงทนของการประปานครหลวง



1. แผนงานปรับปรุงท่อลดนาสูญเสียประจําป ี 3,600

2. โครงการก่อสร้างขยายกําลังการผลิตนาทีโรงงานผลิตนามหาสวัสดิ 907





3. โครงการก่อสร้างสถานีสูบจ่ายนา ถังเก็บนาใส จัดซื อและติดตั งเครืองสูบนา 149






4. แผนงานซ่อมทอประธานแตกรั วทีมาจากการรับแจ้ง (บนดิน) และจากการ 48


สํารวจ (ใต้ดิน)
5. แผนงานเปลียนท่อประธาน - เตรียมของบลงทุน

ประจําป 2565 -




ทีมา: เว็บไซด์ www.thebangkokinsight.com เมือวันที 31 ธันวาคม 2564, รายงานประจําป 2563 โดยกรมชลประทาน, แผนปฏิบัติการ

ประจําปงบประมาณ 2565 โดยการประปาส่วนภูมิภาค และแผนปฏิบัติงาน ปงบประมาณ 2564 โดยการประปานครหลวง เมื อวันที


28 กันยายน 2564
1.2) งานก่อสร้างภาคเอกชน

การชะลอตัวของงานก่อสร้างภาคเอกชนมีปจจัยสนับสนนจากการปรับลดในส่วนของการก่อสร้าง



อสังหาริมทรัพย์ทั งประเภททีอยู่อาศัยและอาคารเชิงพาณิชย์ อันเนืองมาจากสถานการณการแพร่ระบาดของเชือไวรัส



Covid-19 ทีทวีความรุนแรงมากขึน ส่งผลต่อกําลังซื อของผู้บริโภค ทําให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์ประเภทที อยู ่

อาศัยมีแนวโนมพัฒนาโครงการขนาดเล็กลงหรือชะลอการเปดตัวโครงการใหม่ ในขณะทีผู้ประกอบการ



อสังหาริมทรัพย์ประเภทอาคารเชิงพาณิชย์ ได้รับผลกระทบจากการปดกิจการของภาคธรกิจ และมาตรการให้พนักงาน






ทํางานทีบ้านสลับกับการเข้าทํางานที ออฟฟต รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคที นิยมซือสินค้าผ่นช่องทางออนไลนมากขึน



ส่งผลให้ภาคธุรกิจยกเลิกหรือลดการเช่าพืนที อาคารสํานักงาน ทําให้ผู้ประกอบการอสังหาริมทรัพย์มีแนวโนมชะลอ
การลงทุนในโครงการขนาดใหญ่

อย่างไรก็ตาม ในป 2564 – 2565 ภาคเอกชนยังคงมีแผนการลงทนในโครงการต่างๆ อาทิเช่น โครงการ



ก่อสร้างโรงงานและนิคมอุตสาหกรรมในเขต EEC โครงการก่อสร้างทีพักอาศัยโดยเฉพาะกลุ่มคอนโดมิเนยม และ


ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 39

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)


โครงการก่อสร้างอาคารพาณิชย์ เปนต้น โดยโครงการก่อสร้างภาคเอกชนที อยู่ในช่วงเริ มต้นโครงการหรือมีแผนที จะ
ก่อสร้าง มีรายละเอียดดังต่อไปนี


1. โครงการก่อสร้างก่อสร้างโรงงานและนิคมอุตสาหกรรมในพืนที EEC โดยในป 2564 จะมีการก่อสร้าง


นิคมอุตสาหกรรมเพิ มจํานวน 2 แห่ง ได้แก่ นิคมอุตสาหกรรมโรจนะหนองใหญ จังหวัดชลบรี และนิคม


อุตสาหกรรมเอ็กโก จังหวัดระยอง รวมถึงยังมีแผนขยายการลงทุนของนิคมอุตสาหกรรมเดิม เช่น นิคม

อุตสาหกรรมอมตะซิตี จังหวัดระยอง ทีเตรียมขยายพื นทีอีก 1,000 ไร่ เพือรองรับแนวโน้มการย้ายฐาน



การผลิตของต่างประเทศ

2. โครงการอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ โครงการก่อสร้างที อยูอาศัย และโครงการก่อสร้างอาคารเพือการ


พาณิชย์ โดยบริษัทผู้พัฒนาอสังหาริมทรัพย์ 10 รายใหญมีแผนการลงทุนพัฒนาที อยูอาศัยมูลค่าทั งสิน





266,622 ล้านบาท ซึงบริษัททีมีมูลค่าการลงทุนสูงทีสุด ได้แก่ บริษัท โนเบิล ดีเวลลอปเมนท์ จํากัด

(

( มหาชน ) และรองลงมาคือ บริษัท ศุภาลัย จํากัด มหาชน ) ทีมีมูลค่าโครงการทั งสิน 45,100 ล้านบาท
และ 34,000 ล้านบาท ตามลําดับ ในขณะที โครงการก่อสร้างอาคารเพื อการพาณิชย์ มีแผนลงทุนในช่วง
ป 2564 – 2566 ทั งทีอยู่ในระหว่างการดําเนินการก่อสร้างและกําลังจะเริ มก่อสร้าง พื นที รวมกันทั งสิน



1 ล้านตารางเมตร
2) อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์





อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์เปนอุตสาหกรรมทีมีความเกียวข้องกับอุตสาหกรรมกอสร้าง ซึงมีความต้องการ
ใช้งานเหล็กขั นปลายเพื อใช้ในการก่อสร้างอสังหาริมทรัพย์ประเภทต่างๆ โดยมีรายละเอียดดังนี

2.1) อสังหาริมทรัพย์ประเภททอยู่อาศัย
อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ประเภททีอยูอาศัยประกอบด้วย 1) ทีอยูอาศัยแนวราบ อาทิเชน บ้านเดียว









บ้านแฝด ทาวนเฮ้าส์ เปนต้น และ 2) ที อยูอาศัยแนวสูง อาทิเช่น คอนโดมิเนียม อพาร์ตเม้นต์ โรงแรม เปนต้น โดย




การขยายตัวหรือหดตัวของอตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ประเภททีอยูอาศัยสามารถพิจารณาได้จากปริมาณการออก


ใบอนญาต หรือปริมาณการโอนกรรมสิทธิ ดังต่อไปนี





แผนภูมิปริมาณการออกใบอนุญาตก่อสรางทอยู่อาศัยภายในประเทศป 2561 – 2563 และไตรมาสท 3 ป 2564
หนวย: หนวย 371,635


326,600 335,200
138,188 87,582
103,173
223,427 233,447 247,618 80,829
72,877
20,920 17,209
59,909 55,668
2561 2562 2563 3Q63 3Q64
ที อยู่อาศัยแนวราบ ทีอยู่อาศัยแนวสูง


ทีมา: ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ โดยธนาคารอาคารสงเคราะห์ เมื อวันที 1 ธันวาคม 2564




ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 40

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)







ในป 2563 การออกใบอนญาตการก่อสร้างที อยูอาศัยภายในประเทศไทยมีจํานวน 335,200 หนวย ซึงคิดเปน




อัตราการหดตัวร้อยละ 9.80 เมือเทียบกับป 2562 ทีมีปริมาณการออกใบอนญาตก่อสร้างเท่ากับ 371,635 หนวย






โดยแบ่งเปนการออกใบอนญาตก่อสร้างทีอยูอาศัยประเภทแนวราบจํานวน 247,618 หนวย หรือคิดเปนอัตราการ




ขยายตัวที ร้อยละ 6.07 เมือเทียบกับป 2562 และใบอนญาตก่อสร้างที อยู่อาศัยประเภทแนวสูงจํานวนเท่ากับ 87,582


หนวย หรือคิดเปนอัตราการหดตัวที ร้อยละ 36.62 เมือเทียบกับป 2562 การเปลียนแปลงดังกล่าวมีสาเหตุมาจาก






สถานการณการแพร่ระบาดของเชือไวรัส Covid-19 ตั งแต่ปลายป 2562 และมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของ



ภาครัฐ ส่งผลให้โครงการก่อสร้างทีอยูอาศัยได้รับผลกระทบและต้องชะลอการลงทุน โดยเฉพาะอาคารชุดทีได้รับ


ผลกระทบเนองจากชาวต่างชาติไม่สามารถเดินทางเข้ามายังประเทศไทยได้ ทําให้รายได้จากการจําหนายหรือให้เชา



อาคารชุดลงลง อย่างไรก็ตาม ภาครัฐและผู้ประกอบการได้ออกมาตรการกระตุ้นธรกิจอสังหาริมทรัพย์ ได้แก่ การลด

ค่าธรรมเนียมการโอนกรรมสิทธิ และการจดจํานองสําหรับทีอยู่อาศัยสมัยใหม่ในราคาไม่เกิน 3 ล้านบาท และการจัด

รายการส่งเสริมการขายของผู้ประกอบการ อาทิเชน การลดราคาขายลงร้อยละ 20 – 30 การช่วยเงินค่าผ่อนบ้าน

ให้อยูฟรี 2 – 3 ป และการรับประกันผลตอบแทน เปนต้น โดยปจจัยเหลานีช่วยกระตุ้นให้ยอดโอนกรรมสิทธิ ทีอยู่อาศัย







ทั วประเทศลดลงในระดับไม่รุนแรงมากนัก โดยยอดการโอนกรรมสิทธิ ในป 2563 มีจํานวนทั งสิน 358,747 หนวย ซึ ง


คิดเปนอัตราการหดตัวร้อยละ 8.47 เมื อเทียบกับป 2562 ทีมีปริมาณการโอนกรรสิทธิ เท่ากับ 391,964 หนวย






สําหรับไตรมาสที 3 ป 2564 การออกใบอนญาตการก่อสร้างทีอยู่อาศัยภายในประเทศไทยยังมีการปรับตัว






ลดลงอย่างต่อเนือง โดยมีจํานวนการออกใบอนญาตประมาณ 72,877 หนวย หรือคิดเปนอัตราการหดตัวร้อยละ 9.84




เมื อเทียบกับช่วงเดียวกันของปก่อนหน้า ซึงสามารถแบ่งเปนการออกใบอนญาตก่อสร้างที อยู่อาศัยแนวราบและแนวสูง


จํานวนประมาณ 55.668 หนวย และประมาณ 17,209 หนวย ตามลําดับ คิดเปนอัตราการหดตัวร้อยละ 7.08 และ



ร้อยละ 17.74 เมือเทียบกับช่วงเดียวกันของปก่อนหนา ตามลําดับ การเปลียนแปลงดังกล่าวมีสาเหตุมาจาก





สถานการณการแพร่ระบาดของเชือไวรัส Covid-19 ทีทวีความรุนแรงมากขึน ส่งผลให้ทั งอุปทานและอุปสงค์ของตลาด

ที อยู่อาศัยปรับตัวลดลง โดยเฉพาะอาคารชุดทีได้รับผลกระทบจากกําลังซือชาวต่างชาติที ลดลง อันเนืองมาจากไม่






สามารถเดินทางเข้าประเทศไทยได้ ซึงสอดคล้องไปกับยอดการโอนกรรมสิทธิ ทีมีปริมาณเท่ากับ 60,174 หนวย อัตรา


การหดตัวร้อยละ 37.35 เมือเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันของปก่อนหนา อย่างไรก็ตาม หนวยงานภาครัฐได้ออก



มาตรการกระตุ้นธุรกิจอสังหาริมทรัพย์อย่างต่อเนือง เช่น การเลื อนการประกาศอัตราภาษีทีดินและสิ งปลูกสร้างใหม่ไป


ในป 2565 การลดอัตราภาษีทีดินและสิ งปลูกสร้างร้อยละ 10 และการประกาศผ่อนคลายมาตรการกํากับดูแลสินเชือ










เพือทีอยูอาศัยและสินเชืออืนทีเกียวข้องกับทีอยูอาศัย (Loan-to-value rate: LTV) เปนการชั วคราว สําหรับสัญญา


เงินกู้ทีทําสัญญาตั งแต่วันที 20 ตุลาคม 2564 – 31 ธันวาคม 2565 เปนต้น













ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 41

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)


แผนภูมิปริมาณการโอนกรรมสิทธิ ทอยู่อาศัยภายในประเทศป 2561 – 2563 และไตรมาสท 3 ป 2564



หนวย: หนวย


393,761 391,964
358,747
133,680 129,441
122,344


260,081 262,523 236,403 96,042
30,562 60,174
65,480 18,889
41,285
2561 2562 2563 3Q63 3Q64



ทีอยู่อาศัยแนวราบ ทีอยู่อาศัยแนวสูง

ทีมา: ศูนย์ข้อมูลอสังหาริมทรัพย์ โดยธนาคารอาคารสงเคราะห์ เมื อวันที 1 ธันวาคม 2564






ทั งนี ศูนย์วิจัยกรุงศรีได้คาดการณว่าในป 2564 ธุรกิจทีอยูอาศัยจะทรงตัวหรือหดตัวเพียงเล็กนอยจากป ี







2563 ซึ งมีปจจัยสนับสนนจากสถานการณการแพร่ระบาดของเชือไวรัส Covid-19 ทียังมีความไม่แนนอน ซึ งส่งผลต่อ


การฟนตัวของธรกิจโดยเฉพาะโครงการแนวสูง จึงคาดว่าอัตราการขายอยู่ในระดับทีตําและอาจมีต้นทุนการส่งเสริม





การตลาดที เพิ มสูงขึ นเพือกระตุ้นยอดขาย ประกอบกับหนีครัวเรือนทีมีแนวโนมปรับตัวเพิ มสูงขึ นอย่างต่อเนืองส่งผล




โดยตรงต่อกําลังซือและความเข้มงวดในการขยายสินเชื อของสถาบันการเงิน

2.2) อสังหาริมทรัพย์ประเภทอาคารเพอการพาณิชย์






อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ประเภทอาคารเพือการพาณชย์ กล่าวคือ อาคารทีถูกสร้างขึนมาเพือใช้

ประโยชนทางพาณิช์ยกรรม หรือการให้บริการทางธรกิจ อาทิเช่น ห้างสรรพสินค้า หรือศูนย์การค้า เปนต้น โดยการ




ขยายตัวหรือหดตัวของอุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ประเภทที อาคารเพือการพาณิชย์สามารถพิจารณาได้จากพืนทีค้า

ปลีกสะสมดังต่อไปนี







แผนภูมิพนทการคาปลีกสะสมในเขตกรุงเทพฯ และปริมณฑล ในป 2561 – 2563 และไตรมาสท 3 ป 2564
ล้านตารางเมตร
12.00 94.73 94.81 96.15 93.67 100.00
95.00
9.00 90.00
7.59 7.19 7.70 7.30 7.80 7.50 7.90 7.40
85.00
6.00 80.00
75.00
3.00 70.00
65.00
- 60.00
2561 2562 2563 3Q64

พืนทีค้าปลีกสะสม การเช่าพืนที อัตราการเช่าพืนที (ร้อยละ)






ทีมา: CBRE Thailand เมื อวันที 29 พฤศจิกายน 2564



ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 42

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)



ในป 2563 อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ประเภทอาคารเชิงพาณิชย์มีพืนทีค้าปลีกสะสมทั งสินประมาณ 7.80








ล้านตารางเมตร คิดเปนอัตราการเติบโตทีร้อยละ 1.30 เมือเทียบกับป 2562 ทีมีพืนทีค้าปลีกสะสมทั งสิ นประมาณ




7.70 ล้านตารางเมตร ซึงเปนการเติบโตทีน้อยทีสุดเมื อเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันในรอบหลายปทีผ่านมา โดยมีสาเหตุ



มาจากสถานการณการแพร่ระบาดของเชื อไวรัส Covid-19 ตั งแต่ปลายป 2562 และมาตรการควบคุมการแพร่ระบาด







ของภาครัฐ อย่างไรก็ตาม ความต้องการเช่าพืนทีการค้าปลีกยังคงอยูในระดับสูง โดยมีอัตราการเช่าพืนทีประมาณร้อย









ละ 96.15 ของพืนทีการค้าปลีกสะสมทั งหมด ซึงเพิ มขึนร้อยละ 1.42 เมือเทียบกับป 2562 ทีมีอัตราการเช่าพืนทีการค้า



ประมาณร้อยละ 94.81 ของพืนทีการค้าปลีกสะสมทั งหมดจากการเช่าพืนทีโดยส่วนใหญเปนสัญญาเชารายป





การยกเลิกสัญญาเช่าจึงไม่สามารถทําได้ในทันที ในขณะเดียวกันผู้ประกอบการพืนทีค้าปลีกมีการปรับลดราคาค่าเช่า





เพือจูงใจกลุ่มผู้เช่าให้ยังคงเช่าพืนทีค้าปลีกในโครงการต่อไป

ในไตรมาสที 3 ป 2564 อุตสาหกรรมอสังหาริมทรัพย์ประเภทอาคารเชิงพาณิชย์ มีพื นทีค้าปลีกสะสมทั งสิน



ประมาณ 7.90 ล้านตารางเมตร คิดเปนอัตราการเติบโตที ร้อยละ 1.28 ชะลอตัวลงเมือเทียบกับการเติบโตในป 2563



การเปลียนแปลงดังกล่าวมีสาเหตุมาจากการชะลอโครงการพัฒนาพื นที ค้าปลีก จากสถานการณการแพร่ระบาดของ

เชื อไวรัส Covid-19 ที ทวีความรุนแรงมากขึน ส่งผลกระทบตอการปดกิจการหรือการยกเลิกสัญญาเชาพื นทีของภาค





ธรกิจ ที มีรายได้ไม่เพียงพอต่อการดําเนินกิจการ และมาตรการให้พนักงานทํางานทีบ้านสลับกับการเข้าทํางานที



ออฟฟต รวมถึงพฤติกรรมผู้บริโภคทีนิยมซือสินค้าผ่นช่องทางออนไลนมากขึ น ทําให้ความต้องการเช่าพื นทีการค้า






ปลีกปรับตัวลดลง โดยมีอัตราการเช่าพื นทีประมาณร้อยละ 93.67 ของพื นทีการค้าปลีกสะสมทั งหมด ซึ งคิดเปนอัตรา


การหดตัวร้อยละ 2.58 เมื อเทียบกับป 2563


ทั งนี ศูนย์วิจัยกรุงศรีได้คาดการณว่าในป 2564 ความต้องการเช่าพืนทีค้าปลีกมีแนวโนมหดตัวลดลงโดย




เฉลียร้อยละ 2.20 และเพิ มขึนเฉลียร้อยละ 2.30 – 4.00 ในป 2565 – 2566 โดยมีปจจัยสนันสนนจากสถานการณการ












แพร่ระบาดของเชือไวรัส Covid-19 ที ยังคงกดดันการฟนตัวของเศรษฐกิจไทย หนีครัวเรือนที มีแนวโนมปรับตัวเพิ ม
สูงขึน ส่งผลกระทบโดยตรงต่อกําลังซื อ และภาคการท่องเทียวทียังคงฟนตัวช้าจากการเปดประเทศล่าช้า ส่งผลให้การ








ใช้จายของนักท่องเที ยวต่างชาติลดลง ซึงปจจัยดังกล่าวส่งผลกระทบโดยตรงต่อยอดขายและรายได้ของผู้เช่าพื นที





อย่างไรก็ตาม ผู้ประกอบการยังคงมีแผนเปดโครงการพืนทีค้าปลีกใหม่ๆ อย่างต่อเนือง โดยมีตัวอย่างโครงการ
ดังต่อไปนี
3) อุตสาหกรรมยานยนต์
อุตสาหกรรมยานยนต์เปนหนึงในอุตสาหกรรมทีมีการนาผลิตภัณฑ์เหล็กขั นปลายมาใช้เปนวัตถุดิบ โดยจะนา






เหล็กแผ่นและท่อเหล็กไปเปนวัตถุดิบในการผลิตชิ นส่วนต่างๆ ของรถยนต์ เช่น การตัดและเจาะรูผลิตภัณฑ์ท่อเหล็ก


สําหรับงานโครงเบาะยานยนต์ และการบานปากท่อเหล็กสําหรับงานทอไอเสียรถยนต์ เปนต้น โดยการขยายตัวหรือหด

ตัวของอุตสาหกรรมยานยนต์สามารถสรุปได้ดังแผนภูมิดังต่อไปนี









ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 43

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)

แผนภูมิปริมาณการผลิตและการจําหน่ายรถยนต์ภายในประเทศป 2560 - 2563 และไตรมาสท 3 ป 2564



ล้านคัน
2.50
2.17
2.00 1.99 2.01


1.50 1.43
1.14 1.04 1.14 1.05
1.00 0.87 1.01
0.79 0.74

0.50 0.36 0.37
0.21 0.17 0.16 0.20
-
2560 2561 2562 2563 3Q63 3Q64


ปริมาณการผลิต ปริมาณการจําหนาย ปริมาณการส่งออก





ทีมา: สภาวะอตสาหกรรมยานยนต์ ป 2563 โดยสถาบันยานยนต์ เมือวันที 12 พฤษภาคม 2564 และสํานักงานเศรษฐกิจและ


อุตสาหกรรม เมือวันที 6 มกราคม 2564




ในป 2563 อุตสาหกรรมยานยนต์ประเภทรถยนต์มีปริมาณการผลิตรถยนต์เท่ากับ 1.43 ล้านคัน คิดเปนอัตรา






การหดตัวร้อยละ 29.12 เมือเทียบกับป 2562 ทีมีปริมาณการผลิตเท่ากับ 2.01 ล้านคัน ซึงเปนผลิตรถยนต์ทีนอยที สุด



ในรอบหลายปที ผ่านมาของประเทศไทย โดยมีสาเหตุมาจากสถานการณการแพร่ระบาดของเชือไวรัส Covid-19 ตั งแต่

ปลายป 2562 และมาตรการควบคุมการแพร่ระบาดของภาครัฐ ส่งผลให้ผู้ผลิตภายในประเทศประกาศหยุดการผลิต



รถยนต์ชั วคราวในช่วงเดือนเมษายน - พฤษภาคม 2563 เพือลดความรุนแรงของการแพร่ระบาด รวมถึงการปด


สายพานการผลิตยานยนต์และชินส่วนยานยนต์ในหลายประเทศทั วโลก โดยเฉพาะการผลิตชินส่วนอิเล็กทรอนิกส์ยาน



ยนต์ เชน ระบบเกียร์ (Transmission Parts) ระบบจุดระเบิด (The Ignition System) และระบบกระจายนามันหล่อลืน

เข้าสู่เครืองยนต์ (Lubricating System) ทีมีศูนย์การผลิตหลักอยูทีประเทศจีน ทําให้ทั วโลกประสบกับปญหาขาดแคลน






ชิ นส่วนการผลิต นอกจากนี การชะลอตัวของเศรษฐกิจโลกส่งผลให้ปริมาณการส่งออกรถยนต์ปรับตัวลดลงร้อยละ
30.19 เมือเทียบกับการลดลงร้อยละ 7.59 ในป 2562 ในขณะเดียวกันปริมาณการจําหนายรถยนต์ภายในประเทศมี



การปรับตัวลดลงร้อยละ 21.38 เมือเทียบกับการลดลงร้อยละ 3.28 ในป 2562 โดยการเปลี ยนแปลงดังกล่าวมีสาเหตุ




มาจากกําลังซือของผู้บริโภคที ลดลง ประกอบกับการที ธนาคารแห่งประเทศไทยเข้ามาเข้าควบคุมการอนมัติสินเชือ


รถยนต์ ส่งผลให้สถาบันการเงินมีความเข้มงวดในการอนมัติสินเชื อเพิ มขึน



สําหรับในไตรมาสที 3 ป 2564 อุตสาหกรรมยานยนต์ประเภทรถยนต์มีปริมาณการผลิตรถยนต์เทากับ 0.37




ล้านคัน ปรับตัวเพิ มสูงขึนจากช่วงเวลาเดียวกันของปก่อนหนาร้อยละ 3.11 เนืองมาจากฐานการผลิตปทีผ่านมาอยูใน




จุดตําสุดของประเทศไทยในรอบหลายปที ผ่านมา ประกอบกับตลาดการส่งออกที มีการขยายตัวเพิ มขึ นอย่างต่อเนือง







จากภาวะเศรษฐกิจโลกทีเริ มฟนตัวตามความคืบหน้าในการกระจายวัคซีนปองกันเชือไวรัส Covid-19 ทีครอบคลุมมาก

ขึ น โดยมีปริมาณการส่งออกเทากับ 0.20 ล้านคัน คิดเปนอัตราการขยายตัวร้อยละ 19.36 เมือเทียบกับช่วงเวลา



เดียวกันปก่อนหนา อย่างไรก็ตาม ปริมาณการจําหนายรถยนต์ภายในประเทศหดตัวลงจากช่วงเวลาเดียวกันของป ี



ก่อนหนาในอัตราร้อยละ 22.99 โดยมีสาเหตุมาจากสถานการณการแพร่ระบาดของเชือไวรัส Covid-19 ทีมีความ







รุนแรงมากขึนในประเทศ ส่งผลต่อกําลังซือและความระมัดระวังในการใช้จ่ายของผู้บริโภค สอดคล้องกับความเชือมั น



ของผู้บริโภคเกียวกับภาวะเศรษฐกิจโดยรวมทีลดลงอยู่ทีระดับ 34.90 จากระดับ 38.80 ในไตรมาสก่อนหนา



ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 44

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)




ทั งนี สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) ได้คาดการณปริมาณการผลิต การจําหนาย และการส่งออก





รถยนต์ ในป 2565 โดยคาดการณยอดการผลิตรถยนต์อยูประมาณ 1.7 – 1.8 ล้านตัน ซึงแบ่งเปนปริมาณการขาย
ภายในประเทศประมาณ 0.80 – 0.85 ล้านคัน และปริมาณการส่งออกประมาณ 0.90 – 0.95 ล้านคัน
4) ภาวะอุตสาหกรรมเครื องจักรกลทางการเกษตร
อุตสาหกรรมเครืองจักรกลทางการเกษตรได้นาเหล็กแผ่นและทอเหล็กมาใช้เปนวัตถุดิบในการผลิต







เครืองจักรกลทางการเกษตรประเภทต่างๆ ได้แก่ การนาท่อเหล็กมาใช้สําหรับการผลิตโครงผาน การนาเหล็กม้วนมา


ใช้สําหรับการผลิตใบผาน และการนาเหล็กสลิตมาใช้สําหรับการผลิตใบเกลียวลําเลียง เปนต้น โดยการขยายตัวหรือหด
ตัวของอุตสาหกรรมเครื องจักรกลทางการเกษตรในช่วงปทีผ่านมาสามารถสรุปได้ดังต่อไปนี






แผนภูมิมูลคาการนาเขาและสงออกเครองจักรกลทางการเกษตรภายในประเทศป 2560 - 2563



และไตรมาสท 3 ป 2564

ล้านบาท
50,000
40,000 38,337 37,504
34,696 35,702 36,192 34,892
33,397 32,832
30,000
20,000
11,844 11,534
10,000 8,701 9,072
-
2560 2561 2562 2563 3Q63 3Q64

ปริมาณการนาเข้า ปริมาณการส่งออก




ทีมา: ศูนย์ข้อมูลเชิงลึกอุตสาหกรรมเครื องจักรกล ป 2563 เมือวันที 28 ธันวาคม 2564
ในป 2563 อุตสาหกรรมเครื องจักรกลทางการเกษตรมีมูลค่าการนาเข้าเท่ากับ 32,832 ล้านบาท ซึ งคิดเปน




อัตราการหดตัวร้อยละ 12.46 เมือเทียบกับป 2562 ทีมีมูลค่าการนาเข้าเท่ากับ 37,504 ล้านบาท โดยมีสาเหตุมาจาก





สถานการณการแพร่ระบาดของเชือไวรัส Covid-19 ตั งแต่ปลายป 2562 ส่งผลกระทบต่อการขนส่ง การค้า และการ





ส่งออกสินค้าการเกษตร ประกอบกับสถานการณภัยแล้งที รุนแรงต่อเนืองตั งแต่ป 2562 จนถึงช่วงกลางป 2563 ทําให้


ปริมาณนาไม่เพียงพอตอการเพาะปลูก จึงเปนเหตุให้อุตสาหกรรมการเกษตรในป 2563 ปรับตัวลดลงร้อยละ 3.3 เมือ






เทียบกับป 2562 และการนาเข้าเครื องจักรกลทางการเกษตรปรับตัวลดลงไปในทิศทางเดียวกัน ทั งนี แม้ว่าการแพร่



ระบาดของเชือไวรัส Covid-19 จะส่งผลกระทบตอการผลิตเครืองจักรกลทางการเกษตร ประกอบกับประเทศจีนไม่



สามารถส่งออกอะไหล่และชินส่วนในการผลิตเครืองจักรกลทางการเกษตรได้ แต่มูลค่าการส่งออกเครืองจักรกล

การเกษตรในป 2563 มีการขยายตัวเพิ มขึนจาก 33,397 ล้านบาท เปน 34,892 ล้านบาท หรือคิดเปนอัตราการ




ขยายตัวร้อยละ 4.48 เมือเทียบกับป 2562 โดยการเปลียนแปลงดังกล่าวมีสาเหตุมาจากการให้ความสําคัญกับ






เครืองจักรกลทางการเกษตรของประเทศคูค้าโดยเฉพาะประเทศในทวีปแอฟริกาทียังคงมีความต้องการสินค้า


เครื องจักรกลทางเกษตรจากประเทศไทยจากนโยบายการส่งออกสินค้าเกษตรกรรมและการส่งออกนามันทีมากขึ น


ด้วยเหตุนี จึงเปนปจจัยทางบวกให้กับการส่งออกเครืองจักรกลการเกษตรของไทย





ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 45

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)



สําหรับในไตรมาสที 3 ป 2564 อุตสาหกรรมเครื องจักรกลทางการเกษตร มีมูลค่าการนาเข้าเท่ากับ 11,844







ล้านบาท ซึงคิดเปนอัตราการขยายตัวร้อยละ 36.12 เมือเทียบกับช่วงเวลาเดียวกันปก่อนหนา ทีมีมูลค่าการนาเข้า

เท่ากับ 8,701 ล้านบาท โดยมีสาเหตุมาจากปริมาณนาต้นทุนในอ่างเก็บนาและแหล่งนาธรรมชาติมีมากขึน ส่งผลให้









เกษตรกรสามารถเพาะปลูกได้มากขึน ประกอบกับราคาสินค้าเกษตรหลายชนิดมีแนวโนมที จะปรับตัวเพิ มสูงขึนจาก

การดําเนินนโยบายของภาครัฐ เช่น มาตรการเยียวยาและฟนฟูเกษตรกรทีได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชือ







ไวรัส Covid-19 การขยายช่องทางตลาดทั งตลาดออนไลนและออฟไลน และการประกันรายได้ เปนต้น จึงเปนผลให้
เกษตรกรขยายกําลังการผลิตมากขึ น ในขณะเดียวกันมูลค่าการส่งออกมีการขยายตัวเพิ มขึนร้อยละ 27.14 เมือเทียบ



กับช่วงเวลาเดียวกันปกอนหนาจาก 9,072 ล้านบาท เปน 11,534 ล้านบาท โดยมีสาเหตุมาจากการฟนตัวของ








เศรษฐกิจโลก โดยเฉพาะภาคการผลิตทีขยายตัวเพิ มสูงขึนอย่างต่อเนือง ประกอบกับปริมาณความต้องการ



ุ่
เครืองจักรกลทางเกษตรทีเพิ มสูงขึ นของกลมประเทศในทวีปแอฟริกาดังกล่าวข้างต้น จึงเปนสาเหตุให้ปริมาณการ
ส่งออกเครืองจักรกลทางการเกษตรของไทยขยายตัวเพิ มสูงขึน




ทั งนี สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (สอท.) ได้คาดการณมูลค่าตลาดเครื องจักรกลทางการเกษตรไทย ป ี


2564 จะขยายตัวเพิ มขึนร้อยละ 5 จากเดิมที มีมูลค่าราว 5 - 6 หมืนล้านบาท เช่นเดียวกันกับการส่งออกทีคาดว่าจะ





ขยายตัวในอัตราทีใกล้เคียงกัน โดยมีปจจัยสนับสนนมาจากการสนับสนนของหนายงานภาครัฐที มีมาตรการส่งเสริม

การใช้เครื องจักรกลทางการเกษตรเพือแก้ปญหาฝุน PM2.5 ประกอบกับการได้รับแรงสนับสนนจากกระทรวงพาณชย์






ในการขยายตลาดใหม่อย่างต่อเนือง โดยเนนการตลาดไปยังกลุ่มประเทศในทวีปแอฟริกาทีมีปริมาณความต้องการ


เครืองจักรกลทางการเกษตรสูง อย่างไรก็ตาม ปจจุบัน การส่งออกยังคงเผชิญกับการแข่งขันทางด้านราคากับ



เครืองจักรกลทางการเกษตรของประเทศจีน
4.6 ภาวะการแข่งขัน



ปจจุบัน บริษัทฯ ประกอบธุรกิจเปนผู้ผลิตและจัดจําหนายท่อเหล็กและเหล็กรูปพรรณ โดยผลิตภัณฑ์ของ

บริษัทฯ อยู่ในอุตสาหกรรมเหล็กขั นปลาย ซึงเปนอุตสาหกรรมทีมีภาวะการแข่งขันรุนแรง เนืองจากมีผู้ประกอบการที



อยูในอุตสาหกรรมเปนจํานวนมาก โดยการแข่งขันภายในอุตสาหกรรมมุ่งเนนทีคุณภาพของผลิตภัณฑ์และการ





ให้บริการเปนหลัก เนืองจากการแข่งขันด้านราคามีกลไกทีสอดคล้องกับหลายปจจัย อาทิเชน สภาวะเศรษฐกิจ






ภายในประเทศและต่างประเทศ ปริมาณการผลิตและการใช้งานผลิตภัณฑ์เหล็กโลก เปนต้น ทั งนี คูแข่งที ประกอบ

ธรกิจประเภทเดียวกันกับบริษัทฯ สามารถสรุปได้ดังนี



ประเภทผลิตภัณฑ์ ป 2563
ท่อ ท่อ ท่อ เหล็ก สินทรัพย์ รายไดรวม กําไร อัตรากําไร

ท่อ เหล็ก ท่อ สุทธิ สุทธิ
ชอบริษัท เหล็ก เหล็ก โครงสราง การ


เหล็ก ประเภท ชุบ เหล็ก ตะเข็บ รูปพรรณ ใหบริการ

ดํา ท่อ สังกะสี (ล้านบาท) (ร้อยละ)

ดับเพลิง สังกะส ี เกลยว ตัวซ ี
บริษัท คอทโก้
เ ม ท ท อ ล
เวอร์คส จํากัด        2,442.86 2,553.93 101.28 3.97
(มหาชน)
(CCM)
กลุ่มบริษัทคู่แข่งทจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

บริษัท ทีเอ็มที
ส ตี ล จํ า กั ด
(มหาชน)     8,840.68 14,628.50 537.88 3.68
(TMT)
บริษัท แปซิฟก ิ
ไพ พ์ จํ า กั ด
(มหาชน)       4,540.49 7,382.50 203.01 2.75
(PAP)


ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 46

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)

ประเภทผลิตภัณฑ์ ป 2563

ท่อ ท่อ ท่อ เหล็ก สินทรัพย์ รายไดรวม กําไร อัตรากําไร

ท่อ เหล็ก ท่อ สุทธิ สุทธิ

ชอบริษัท เหล็ก เหล็ก โครงสราง การ

เหล็ก ประเภท ชุบ เหล็ก ตะเข็บ รูปพรรณ ใหบริการ

ดํา ท่อ สังกะส ี สังกะสี เกลยว ตัวซ ี (ล้านบาท) (ร้อยละ)

ดับเพลิง
บริษัท 2 เอส
เมทัล จํากัด
(มหาชน)     2,204.94 5,625.92 410.17 7.29
(2S)
บริษัท เอเชีย
เมทัล จํากัด
(มหาชน)    3,739.99 4,977.89 133.05 2.67
(AMC)
บริษัท สามชัย
สตีล อินดัสทรี 3,601.58 3,416.94 (64.19) 1.88
จํากัด (มหาชน)     
(SAM)
บริษัท ซีเอสพี
สตีลเซ็นเตอร์ 2,004.52 2,492.09 84.30 3.38
จํากัด (มหาชน)    
(CSP)
บริษัท ซิก้า อิน
โนเวชั น จํากัด 1,383.60 995.68 117.71 11.82
(มหาชน)    
(ZIGA)

กลุ่มบริษัทคู่แข่งทไม่ไดจดทะเบียนอยู่ในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย

บริษัท ซีเอส.  3,184.91 5,514.40 101.16 1.83
เมทอล จํากัด
บริษัท วิสดอม
สตีล จํากัด     645.36 3,250.05 21.89 0.67
บริษัท สหไทย
สตีลไพพ์ จํากัด     6,553.15 3,100.77 (217.07) (7.00)
(มหาชน)
บริษัท ไทยคูณ 2,036.71 2,956.44 50.56 1.71
สตีล จํากัด  
บริษัท เอเบิล
อิ น ดั ส ต รี ส์  2,466.59 2,623.15 398.31 15.18
จํากัด
บ ริษั ท มิต ร 1,686.31 1,563.21 72.86 4.66
สตีล จํากัด    
บริษัท ไทยพ
รีเมี ย ม ไพ พ์   1,426.66 1,492.53 15.60 1.05

จํากัด
บริษัท เทสโก 907.18 1,126.65 67.75 6.01
เอ็นจิเนีย จํากัด 
บริษัท เซ็นได
สตีล จํากัด  540.84 1,021.08 33.29 3.26

ทีมา: ข้อมูลจากเว็ปไซด์ของแต่ละบริษัท เมือวันที 12 พฤษภาคม 2564



ข้อมูลจาก SET และ BOL เมื อวันที 12 พฤษภาคม 2564


4.7 มาตรการภาครัฐทเกี ยวของกับอุตสาหกรรมเหล็กในประเทศ



อุตสาหกรรมเหล็กของประเทศไทยเปนอุตสาหกรรมเพื อทดแทนการนาเข้าเปนหลัก โดยเริ มจากการพัฒนา

เพือตอบสนองความต้องการผลิตภัณฑ์เหล็กขั นปลายภายในประเทศ ซึงเปนวัตถุดิบขั นพืนฐานในหลายอุตสาหกรรม




ดังนั น อุตสาหกรรมเหล็กภายในประเทศจึงมีความเกียวข้องกับการเติบโตของเศรษฐกิจ ส่งผลให้ภาครัฐเล็งเห็นถึง


ความสําคัญและมีมาตรการทีเกียวข้องกับอุตสาหกรรมเหล็กภายในประเทศดังนี


ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 47

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)






1) มาตรการตอบโตการทุ่มตลาดและมาตรการปกปองการนาเขาสินคา



มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาด (Anti-dumping: AD) เปนมาตรการทางการค้าทีประเทศผู้นาเข้าใช้เพื อปกปอง


อุตสาหกรรมภายในที ได้รับความเสียหาย หรือมีแนวโนมทีจะได้รับความเสียหายจากการทุ่มตลาดอันเกิดจากการ






นาเข้าสินค้าจากต่างประเทศที ไม่เปนธรรม เช่น การขายสินค้าในราคาตํากว่าต้นทุนการผลิต หรือสินค้าทีนาเข้ามาขาย
ในราคาตํากว่าสินค้าชนิดเดียวกันในตลาดอื นๆ ทั งนี ปจจบัน ประเทศไทยมีการประกาศใช้มาตรการตอบโต้การทุ่ม




ตลาด อาทิเช่น
 การตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าหลอดหรือท่อทําด้วยเหล็กหรือเหล็กกล้า ที มีแหล่งกําเนิดจากประเทศจีนและ

ประเทศเกาหลี โดยในวันที 9 มิถุนายน 2560 คณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอุดหนนได้มีมติให้


เรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดจากการนาเข้าสินค้าหลอดหรือท่อทําด้วยเหล็กหรือเหล็กกล้าทีมี


แหล่งกําเนิดจากประเทศจีนทีอัตราอากรร้อยละ 3.22 - 66.01 และประเทศเกาหลีที อัตราอากรร้อยละ 3.49 -


53.88 ของราคา CIF เปนระยะเวลา 5 ป เริ มต้นตั งแต่วันที 20 กรกฎาคม 2560 – 19 กรกฏาคม 2565


 การตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าหลอดหรือท่อทําด้วยเหล็กหรือเหล็กกล้า ทีมีแหล่งกําเนิดจากประเทศ

เวียดนาม โดยในวันที 23 มกราคม 2563 คณะกรรมการพิจารณาการทุ่มตลาดและการอดหนนได้มีมติให้


เรียกเก็บอากรตอบโต้การทุ่มตลาดจากการนาเข้าสินค้าหลอดหรือท่อทําด้วยเหล็กหรือเหล็กกล้าทีมี




แหลงกําเนิดจากประเทศเวียดนามทีอัตราอากรร้อยละ 6.97 - 51.61 ของราคา CIF เปนระยะเวลา 5 ป ี

เริ มต้นตั งแต่วันที 13 กุมภาพันธ์ 2563 - 12 กุมภาพันธ์ 2568

นอกจากนี ประเทศไทยยังมีมาตรการเพื อตอบโต้การทุ่มตลาดของผลิตภัณฑ์เหล็กประเภทอืนทีกรมการค้า



ต่างประเทศ กระทรวงพาณิชย์ได้ประกาศใช้ เช่น มาตรการตอบโต้การทุ่มตลาดสินค้าเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วนและ




ไม่เปนม้วนทีมีแหล่งกําเนิดจากประเทศญีปุน ประเทศสาธารณรัฐแอฟริกาใต้ ประเทศสหพันธรัฐรัสเซีย ประเทศ
สาธารณรัฐคาซัคสถาน ประเทศสาธารณรัฐอินเดีย ประเทศสาธาณรัฐเกาหลี ประเทศสาธารณรัฐไต้หวัน ประเทศ
สาธาณรัฐเวเนซูเอลา ประเทศสาธารณรัฐอาร์เจนตินา ประเทศสาธารณรัฐสังคมนิยมโซเวียตยูเครน ประเทศ
สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนแอลจีเรีย ประเทศสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ประเทศสาธารณรัฐสโลวัก และประเทศ
โรมาเนีย เปนระยะเวลา 5 ป เริ มต้นตั งแต่วันที 9 มิถุนายน 2564 - 8 มิถุนายน 2569 เปนต้น






2) นโยบายรับรองสินคาทผลิตในประเทศไทย (Made in Thailand: MiT)

โครงการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ไทย (Made in Thailand: MiT) เปนโครงการของกระทรวงการคลังและ

สภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เพื อส่งเสริมและสนับสนนให้หนวยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และประชาชน



ในประเทศหันมาให้การสนับสนนสินค้าทีผลิตในประเทศมากขึน โดยกําหนดให้การจัดซือและจัดจ้างของหนวยงาน



ภาครัฐต้องมีผลิตภัณฑ์ทีผลิตภายในประเทศไทยและได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ไทยไม่นอยกว่าร้อยละ



60.00 ของปริมาณวัสดุทีใช้สําหรับโครงการกอสร้าง และกําหนดให้ใช้ผลิตภัณฑ์เหล็กที ได้รับการรับรองมาตรฐาน

ผลิตภัณฑ์ไทยไม่นอยกว่าร้อยละ 90.00 ของมูลค่าหรือปริมาณผลิตภัณฑ์เหล็กทีใช้ในงานก่อสร้างทั งหมด ทั งนี




ผลิตภัณฑ์ทีจะได้รับการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ไทยจะต้องเปนผลิตภัณฑ์ทีผลิตในประเทศไทยจากโรงงานหรือ


ธรกิจทีมีการจดทะเบียน มีเลขประจําตัวผู้เสียภาษีอากรทีถูกต้องชัดเจน รวมถึงต้องมีคุณสมบัติตามเกณฑ์ทีสภา



อุตสาหกรรมแห่งประเทศไทยกําหนด


ทั งนี ผลิตภัณฑ์ท่อเหล็กและเหล็กรูปพรรณของบริษัทฯ ได้ผ่านการรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ไทยแล้วทั งสิน

62 รายการ ดังต่อไปนี



ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 48

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)

1. ท่อเหล็กดําทรงกลม ท่อเหล็กดําทรงเหลียม และท่อเหล็กดําทรงแบน จํานวน 31 รายการ

2. ท่อเหล็กชุบสังกะสี จํานวน 5 รายการ

3. ท่อสังกะสี จํานวน 12 รายการ

4. ท่อเหล็กตะเข็บเกลียว จํานวน 9 รายการ
5. เหล็กโครงสร้างรูปพรรณตัวซี จํานวน 5 รายการ
นอกจากนั น บริษัทฯ ยังอยู่ระหว่างการยื นขออนมัติรับรองมาตรฐานผลิตภัณฑ์ไทยสําหรับผลิตภัณฑ์อื นๆ

ให้ครบถ้วนทุกผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ เพือสร้างความได้เปรียบและเพิ มโอกาสในการแข่งขันในอนาคต



3) การคาเสรีอาเซยน (ASEAN Free Trade Area หรือ AFTA)
สมาคมประชาชาติแห่งเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ หรืออาเซียน (“ASEAN”) มีข้อตกลงว่าด้วยการลดอัตราภาษี
ศุลกากรระหว่างประเทศสมาชิก (ASEAN Trade in Goods Agreements: ATIGA) โดยประเทศสมาชิกเดิมจํานวน 6
ประเทศ ประกอบด้วยประเทศเนการาบรูไนดารุสซาลาม ประเทศสาธารณรัฐอินโดนีเซีย ประเทศมาเลเซีย ประเทศ

สาธารณรัฐฟลิปปนส์ ประเทศสาธารณรัฐสิงคโปร์ และประเทศไทย จะต้องยกเลิกภาษีสินค้าในบัญชีลดภาษี (IL) ให้

เหลือร้อยละ 0 ทุกรายการ ตั งแต่วันที 1 มกราคม 2553 ยกเว้นสินค้าอ่อนไหว (SL) และสินค้าอ่อนไหวสูง (HSL) ซึ ง

ผลิตภัณฑ์เหล็กและเหล็กกล้าเปนหนึงในผลิตภัณฑ์ทีได้รับสิทธิ ATIGA


5. การจัดหาผลิตภัณฑ์และบริการ


เนืองจากนโยบายของบริษัทฯ ได้มุ่งเนนการผลิตสินค้าทีมีคุณภาพเพือสร้างความพึงพอใจสูงสุดให้กับลูกค้า




บริษัทฯ จึงให้ความสําคัญในทุกขั นตอนตั งแต่การคัดเลือกวัตถุดิบเหล็กม้วนจากผู้ผลิตและจําหนายรายใหญ ่


ภายในประเทศเปนหลัก โดยพิจารณาคุณภาพของวัตถุดิบ ความนาเชือถือในการจัดหาและส่งมอบวัตถุดิบ และระดับ






ราคาซือวัตถดิบทีเหมาะสม ซึ งบริษัทฯ จะดําเนินการสั งซือในระดับราคา ปริมาณ และคุณภาพที ตกลงกันไว้ล่วงหนา




เพือให้ได้วัตถุดิบในปริมาณที เพียงพอและมีคุณภาพตรงตามความต้องการ นอกจากน บริษัทฯ ยังเปนผู้จัดหาและจัด

จําหนายผลิตภัณฑ์เหล็กประเภทต่างๆ ตามความต้องการของลูกค้า เพือเปนการให้บริการอย่างครบวงจร โดยสามารถ


สรุปได้ดังต่อไปนี

5.1 การจัดหาวัตถุดิบและผลิตภัณฑ์

บริษัทฯ ได้จัดหาวัตถุดิบหลักสําหรับการผลิตท่อเหล็กและเหล็กรูปพรรณจากผู้ผลิตและจําหนายหลายราย





ซึ งเปนผู้ผลิตภายในประเทศเปนหลัก ทั งนี ในป 2563 – 2564 บริษัทฯ ไม่มีการสั งซื อวัตถุดิบจากผู้จัดจําหนายรายใด
รายหนึงเกินกว่าร้อยละ 30.00 ของมูลค่าการสั งซือวัตถุดิบทั งหมด โดยการจัดซือวัตถุดิบของบริษัทฯ มีรายละเอียด



ดังนี

1) เหล็กม้วนดํา (Hot Rolled Coil) เปนเหล็กกล้าทีผ่านกระบวนการรีดร้อนลดขนาดที อุณหภูมิประมาณ 1,100



ถึง 1,250 องศาเซลเซียส เหมาะสําหรับการนาไปแปรรูปเปนเหล็กโครงสร้างรูปพรรณ โดยเหล็กม้วนดําเปน


วัตถุดิบหลักทีใช้ในกระบวนการผลิตของบริษัทฯ ซึ งในป 2563 – 2564 บริษัทฯ มีมูลค่าการจัดซือวัตถุดิบ




เท่ากับ 1,010.43 ล้านบาท และ 1,901.13 ล้านบาท ตามลําดับ หรือคิดเปนสัดส่วนร้อยละ 50.60 และร้อยละ
59.13 ของต้นทุนการจัดซือวัตถุดิบทั งหมด ตามลําดับ




2) เหล็กม้วนขาว (Cold Rolled Coil) เปนเหล็กดําทีผ่านกระบวนการพิคกิง (Picking) และขัดเคลือบผิว
(Annealing) โดยมีคุณสมบัติที อ่อนนมมากกว่าเหล็กดํา ง่ายต่อการขึนรูป หรือพับเปนรูปแบบต่างๆ ซึ งในป ี
ุ่




ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 49

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)

2563 - 2564 บริษัทฯ มีมูลค่าการจัดซือวัตถุดิบเท่ากับ 89.55 ล้านบาท และ 197.06 ล้านบาท ตามลําดับ

หรือคิดเปนสัดส่วนร้อยละ 4.48 และร้อยละ 6.13 ของต้นทนการจัดซือวัตถุดิบทั งหมด ตามลําดับ






3) เหล็กม้วนชุบสังกะสีด้วยความร้อน (Hot-Dip Galvanized Coil) เปนเหล็กทีผ่านกระบวนการชบสังกะสีที

ความร้อนประมาณ 450 องศา และความหนาของชั นสังกะสีไม่นอยกว่า 320 กรัมต่อตารางเมตร ซึ งเปนการ







เพิ มคุณสมบัติให้เหล็กสามารถปองกันการเกิดสนิมได้ เหมาะสําหรับงานในพืนทีร่ม หรือพืนทีทีการกัดกร่อน


อยูในระดับไม่สูงมากนัก โดยบริษัทฯ ได้นาวัตถุดิบดังกล่าวไปใช้สําหรับการแปรรูปเปนท่อเหล็กสังกะสี (Pre-



zinc Pipe) ซึงในป 2563 - 2564 บริษัทฯ มีมูลค่าการจัดซือวัตถุดิบเท่ากับ 365.62 ล้านบาท และ 332.63

ล้านบาท ตามลําดับ หรือคิดเปนสัดส่วนร้อยละ 18.31 และร้อยละ 10.35 ของต้นทุนการจัดซือวัตถุดิบทั งหมด


ตามลําดับ


4) เหล็กม้วนเคลือบสังกะสีด้วยไฟฟา (Electro Galvanized Coil) เปนเหล็กทีผ่านกระบวนการเคลือบสังกะสี





โดยการเชื อมตอกับแหล่งกําเนิดไฟฟากระแสตรง ด้วยปริมาณไฟฟาที เหมาะสม เพือให้เกิดการเคลือบผิวที


เหมาะสมต่อการใช้งาน ซึ งเปนการเพิ มคุณสมบัติให้เหล็กสามารถปองกันการเกิดสนิมได้ เหมาะสําหรับการ


ใช้งานในพืนทีที มีระดับความชื นสูง หรือมีระดับการกัดกร่อนสูง โดยบริษัทฯ ได้นาวัตถุดิบดังกลาวไปใช้



สําหรับการแปรรูปเปนเหล็กแผ่น (Steel Sheet) หรือเหล็กสลิต (Slitting Coil) ซึงในป 2563 - 2564 บริษัทฯ




มีมูลค่าการจัดซือวัตถุดิบเท่ากับ 3.39 ล้านบาท และ 16.97 ล้านบาท ตามลําดับ หรือคิดเปนร้อยละ 0.17

และร้อยละ 0.53 ของต้นทุนการจัดซือวัตถุดิบทั งหมด ตามลําดับ

5) สังกะสี (ZINC) เปนโลหะธาตุสีเงิน มันวาว ทีมีคุณสมบัติในการเปนโลหะทีมีความแข็งแรงทนต่อการกัดกร่อน




จึงถูกนามาใช้ในหลายอุตสาหกรรม รวมถึงอุตสาหกรรมเหล็ก ซึงในป 2563 - 2564 บริษัทฯ มีมูลค่าการ


จัดซือวัตถุดิบเท่ากับ 176.00 ล้านบาท และ 200.04 ล้านบาท ตามลําดับ หรือคิดเปนร้อยละ 8.81 และร้อยละ


6.22 ของต้นทุนการจัดซื อวัตถุดิบทั งหมด ตามลําดับ
6) วัตถุดิบอื นๆ เปนวัตถุดิบสําหรับการผลิตอื นๆ นอกเหนือจากที กล่าวข้างต้น อาทิเช่น อลูซิงค์ เหล็กเคลือบ




สังกะสี เหล็กซิงค์เทา และเศษเหล็ก เปนต้น ซึงในป 2563 - 2564 บริษัทฯ มีมูลค่าการจัดซื อวัตถุดิบเท่ากับ

2.26 ล้านบาท และ 5.74 ล้านบาท ตามลําดับ หรือคิดเปนร้อยละ 0.11 และร้อยละ 0.18 ของต้นทุนการ

จัดซือวัตถุดิบทั งหมด ตามลําดับ




มูลค่าและปริมาณการสั งซอวัตถุดิบเพอผลิตและจําหน่ายของบริษัทฯ ในป 2562 – 2564



ป 2562 ป 2563 ป 2564
วัตถุดิบ มูลค่า ปริมาณ มูลค่า ปริมาณ มูลค่า ปริมาณ
(ล้านบาท) (ล้านตัน) (ล้านบาท) (ล้านตัน) (ล้านบาท) (ล้านตัน)
เหล็กม้วนดํา 976.92 50.54 1,010.43 60.82 1,901.13 68.91
เหล็กม้วนขาว 90.08 4.01 89.55 4.51 197.06 6.30
เหล็กม้วนชุบสังกะสีด้วยความร้อน 235.21 12.09 365.62 19.18 332.63 11.72

เหล็กม้วนเคลือบสังกะสีด้วยไฟฟา 12.58 0.49 3.39 0.15 16.97 0.52
สังกะสี 144.03 1.67 176.00 2.30 200.04 1.99
วัตถุดิบอื นๆ 2.13 0.09 2.26 0.11 5.74 0.17
รวม 1,460.94 68.90 1,647.25 87.08 2,653.57 89.61
หมายเหตุ :
1. วัตถุดิบอื นๆ ประกอบไปด้วยอลูซิงค์ เหล็กเคลือบสังกะสี เหล็กซิงค์เทา และเศษเหล็ก เปนต้น




ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 50

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)



5.2 นโยบายการจัดซอวัตถุดิบ



ฝายจัดซือและฝายวางแผนการผลิตของบริษัทฯ ได้มีการคาดการณปริมาณการสั งซือวัตถดิบ โดยจัดทํา








แผนการจัดซือเปนรายเดือนและรายป และทําข้อตกลงราคาสั งซือล่วงหนากับผู้จัดจําหนายวัตถุดิบ โดยมีการกําหนด

ระยะเวลาทีชัดเจนเพื อปองกันความเสียงจากความผันผวนของราคาวัตถุดิบ ทั งนี บริษัทฯ มีวิธีปฏิบัติในการพิจารณา







คัดเลือกผู้ผลิตและจัดจําหนายวัตถุดิบ โดยคํานึงถึงคุณภาพ ระดับราคาซือวัตถุดิบ การให้บริการ และการส่งมอบทีตรง


ต่อเวลา รวมถึงความนาเชือถือของผู้จัดจําหนายวัตถุดิบเปนสําคัญ ทั งนี บริษัทฯ ได้ทําการคัดเลือกคูค้าด้วยความ





รอบคอบ และกระจายการสั งซือวัตถุดิบ เพื อรักษาความสัมพันธ์กับคูค้าหลายราย และลดการพึงพิงผู้จัดจําหนายราย




ใดรายหนงเพือปองกันความเสียงจากการขาดแคลนวัตถุดิบ นอกจากนั น ผู้บริหารของบริษัทฯ ได้มีการติดตาม






สถานการณและข่าวสารในตลาดเหล็กโลกอย่างสมําเสมอ เพือประเมินแนวโนมราคาวัตถุดิบและใช้ในการวางแผน


การสั งซือได้ล่วงหนา รวมถึงการปรับเปลียนนโยบายการจัดซือดังกล่าวให้สอดคล้องกับสถานการณทีอาจจะ





เปลียนแปลงไป หรือในกรณีทีอุปทานของวัตถุดิบภายในประเทศมีปริมาณจํากัด



5.3 นโยบายการจัดเก็บวัตถุดิบและสินคาสําเร็จรูป
บริษัทฯ มีนโยบายการจัดเก็บวัตถุดิบและสินค้าสําเร็จรูปให้อยู่ในระดับที เหมาะสม ให้เพียงพอต่อระยะเวลา



ในการจัดจําหนาย 4 เดือน โดยแบ่งเปนการจัดเก็บวัตถุดิบให้เพียงพอตอระยะเวลาการผลิตประมาณ 2 เดือน และ
จัดเก็บสินค้าสําเร็จรูปให้เพียงพอตอระยะเวลาจําหนายประมาณ 2 เดือน ทั งนี บริษัทฯ ได้คํานึงถึงต้นทุนการเก็บรักษา



(Carrying Cost) ต้นทุนการสั งซือวัตถุดิบ (Ordering Cost) และต้นทุนค่าเสียโอกาสจากการขาดแคลนสินค้า

(Opportunity Cost) โดยพิจารณาจากยอดขายเฉลี ยในอดีต และสภาวะตลาดในปจจุบัน ตลอดจนถึงระดับราคาของ



วัตถุดิบ เพือให้ปริมาณวัตถดิบเพียงพอสําหรับการผลิตอย่างต่อเนือง และลดความเสียงจากความผันผวนของราคา


วัตถุดิบ


ในการบริหารสินค้าคงคลัง บริษัทฯ มีพืนทีสําหรับจัดเก็บวัตถดิบและสินค้าสําเร็จรูปทีเพียงพอสําหรับการใช้

กําลังการผลิตเต็มที สําหรับโรงงานผลิตท่อเหล็กแห่งที 1 ในเขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร ประกอบด้วยอาคารโรงงาน 3


หลัง ซึงมีขนาดพืนที รวม 24,485 ตารางเมตร และโรงงานผลิตท่อเหล็กแห่งที 2 ในอําเภอนิมคมพัฒนา จังหวัดระยอง




ประกอบด้วยอาคารโรงงาน 1 หลัง ซึ งมีขนาดพืนที รวม 30,540 ตารางเมตร และอาคารโกดัง 2 หลัง ซึงมีขนาดพืนที



รวม 4,968 ตารางเมตร ก่อนทีจะขนส่งด้วยรถบรรทุกพ่วงขนส่งขนาดใหญให้แก่ลูกค้า ทั งนี บริษัทฯ มีนโยบายสํารอง


สินค้าคงคลัง เพือให้สามารถส่งมอบสินค้าให้แก่ลูกค้าได้อย่างทันท่วงที และให้บริการลูกค้าได้อย่างต่อเนือง
6. การผลิต
6.1 กระบวนการผลิต
1) การผลิตท่อเหล็กและเหล็กโครงสร้างรูปพรรณตัวซ ี



ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 51

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)


กระบวนการผลิตท่อเหล็กเริ มต้นจากการนาแผ่นเหล็กรีดร้อนชนิดม้วน (Hot Rolled coil) หรือแผ่นเหล็กรีด
เย็น (Cold Rolled coil) มาผ่านการตัดด้วยเครืองจักรสําหรับตัดเหล็กสลิต (Slitting Machine) ให้ได้ตามขนาดที


ต้องการแล้ว จึงนามาม้วนกลับอีกครั ง เพื อให้ได้เหล็กม้วนแถบเล็ก (Slitting Coil) หลังจากนั นเหล็กม้วนแถบเล็กจะถูก



คลีออก แล้วจึงเข้าสูกระบวนการขึนรูป (Forming) ด้วยเครื องทําท่อ (Pipe and Tube Machine) ด้วยการนาเหล็กม้วน




แถบเล็กเข้าผ่านลูกกลิ งเพือขึ นให้เปนรูปทรงกระบอก หลังจากนั นทําการเชือมตะเข็บท่อเหล็ก ด้วยเครื องเชื อมแบบ


คลืนความถีสูง และปาดรอยเชื อมให้เรียบ แล้วจึงนาท่อเหล็กที ผ่านการเชือมดังกล่าวเข้าสูกระบวนการรีดขึ นรูปตาม





รูปพรรณทีลูกค้าต้องการ อาทิเช่น ทรงกลม ทรงเหลียม ทรงแบน เปนต้น ต่อด้วยลําเลียงเข้าสูเครืองตัดท่อเหล็ก



(Flying Cut off Saw) เปนลําดับต่อไป เพือตัดให้ได้ขนาดและความยาวตามความต้องการของลูกค้า ทั งนี ผลิตภัณฑ์



เหล็กทั งหมดของบริษัทฯ จะผ่านกระบวนการตรวจสอบคุณภาพก่อนการบรรจุภัณฑ์และดําเนินการส่งมอบให้ลูกค้า
ต่อไป
สําหรับการผลิตท่อเหล็กสังกะสี มีกระบวนการผลิตเหมือนกับการผลิตท่อเหล็กโดยทั วไป แต่จะเพิ ม

กระบวนการใช้สังกะสีหลอมละลายพ่นกลบรอยเชื อมด้านนอก ภายหลังจากการขึนรูปท่อเหล็ก
สําหรับการผลิตเหล็กโครงสร้างรูปพรรณตัวซี มีกระบวนการผลิตเหมือนกับการผลิตท่อเหล็กโดยทั วไป แต่จะ

ไม่ผ่านกระบวนการเชื อมและใช้เครืองรีดในการขึนรูปตัวซีแทน


2) การผลิตท่อเหล็กตะเข็บเกลยว











กระบวนการนาท่อเหล็กมาเชื อมด้วยวิธีการเชือมใต้ฟลักซ์ (Submerged Arc Welding หรือ SAW) ซึ งจะทํา

ให้แนวเชื อมมีลักษณะขดเปนวงคล้ายกับรูปสปริง กรรมวิธีการผลิตดังกล่าวนอกจากจะสามารถผลิตท่อที มีขนาดเส้น


ผ่านศูนย์กลางได้กว้าง แล้วยังสามารถผลิตท่อเหล็กให้มีความยาวสูงอีกด้วย ทั งนี ท่อเชื อม Spiral Pipe แบบ 2 ด้าน
จะสามารถทนแรงดันได้มากกว่าท่อเชื อมแบบแนวเชือมตรงถึงร้อยละ 25 เมื อเทียบทีความหนาของผนังเท่ากัน


3) การผลิตเหล็กแผ่น







เหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน Shearing Machine
เหล็กแผ่นสําเร็จ








ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 52

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)



กระบวนการผลิตเหล็กแผ่นเริ มจากการนาเหล็กแผ่นรีดร้อนชนิดม้วน (Hot-rolled Coil) มาคลี เปนแผ่นให้



เรียบ และนาเข้าเครืองตัดโลหะแผ่น (Shearing Machine) ให้ได้ตามขนาดทีต้องการ ถัดมาเหล็กแผ่นจะผ่านการ
ตรวจสอบคุณภาพ ก่อนการบรรจุภัณฑ์และดําเนินการส่งมอบให้ลูกค้าต่อไป
6.2 กําลังการผลิต




ปจจบัน บริษัทฯ มีโรงงาน 2 แห่ง โดยโรงงานแห่งที 1 ตั งอยูเลขที 652 ถนนประชาอุทิศ แขวงทุ่งครุ


เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร และโรงงานแห่งที 2 ตั งอยูเลขที 189 หมู่ที 6 ซอย 6 นิคมสร้างตนเอง ถนนทางหลวง



หมายเลข 36 ตําบลมะขามคู่ อําเภอนิมคมพัฒนา จังหวัดระยอง โดยกําลังการผลิตของแต่ละโรงงานสามารถสรุปได้
ดังนี

ขอมูลกําลังการผลิตแตละโรงงานของบริษัทฯ

กําลังการผลิต

โรงงาน พื นทดินใชงานรวม เครองจักร


(ตันต่อป)


โรงงานแห่งที 1 29,547 ตารางเมตร - ท่อเหล็กดํา 24,000
- ท่อสังกะสี 19,200
- ท่อเหล็กขาว 4,200
- เหล็กโครงสร้างรูปพรรณตัวซี 15,600
- เหล็กสลิต 18,000
- เหล็กแผ่น 17,520
โรงงานแห่งที 2 55,836 ตารางเมตร - ท่อเหล็กดํา 20,400

- ท่อเหล็กตะเข็บเกลียว 12,000
- ท่อเหล็กชุบสังกะสี 36,000
- ท่อสังกะสี 9,600





ทั งนี โรงงานแห่งที 1 จะเนนการผลิตท่อเหล็กทีมีขนาดเล็ก และการให้บริการรับตัดเหล็กในรูปแบบที


ุ่

หลากหลายตามลักษณะการใช้งานของลูกค้าในกลมอุตสาหกรรมยานยนต์และไฟฟา เพือสร้างมูลค่าเพิ มและความ



แตกต่างในผลิตภัณฑ์เหล็กของบริษัทฯ เมือเทียบกับผู้ผลิตเหล็กรูปพรรณรายอืน ในขณะทีโรงงานแห่งที 2 มี





เครืองจักรและบ่อชุบสังกะสีสําหรับผลิตทอเหล็กทีมีขนาดกลางและใหญ รวมทั งท่อเหล็กตะเข็บเกลียว และท่อเหล็กชุบ

สังกะสีเปนหลัก ทั งนี ในป 2564 โรงงานแห่งที 1 และโรงงานแห่งที 2 มีกําลังการผลิตเต็มทีรวมทั งหมดเท่ากับ 98,520





ตัน และ 78,000 ตัน โดยมีปริมาณการผลิตจริงทั งหมดเท่ากับ 67,828 ตัน และ 35,033 ตัน หรือคิดเปนอัตราการผลิต

เท่ากับร้อยละ 68.85 และร้อยละ 44.91 ของกําลังการผลิตทั งหมดของแต่ละโรงงาน ตามลําดับ
ตารางแสดงปริมาณการผลิตรวมแบ่งตามประเภทผลิตภัณฑ์


กําลังการผลิต ป 2562 ป 2563 ป 2564

ท่อเหล็กดํา
กําลังการผลิตเต็มที (ตัน) 44,400 44,400 44,000

ปริมาณการผลิตจริง (ตัน) 26,328 26,114 28,966
อัตราการใช้กําลังการผลิต (ร้อยละ) 59.30 58.82 65.24



ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 53

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)



กําลังการผลิต ป 2562 ป 2563 ป 2564


ท่อเหล็กชุบสังกะส

กําลังการผลิตเต็มที (ตัน) 14,400 36,000 36,000
ปริมาณการผลิตจริง (ตัน) 13,038 18,488 16,364
อัตราการใช้กําลังการผลิต (ร้อยละ) 90.54 51.36 45.46
ท่อสังกะส

กําลังการผลิตเต็มที (ตัน) 28,800 28,800 28,800

ปริมาณการผลิตจริง (ตัน) 9,815 12,132 12,129
อัตราการใช้กําลังการผลิต (ร้อยละ) 34.08 42.13 42.11


ท่อเหล็กตะเข็บเกลยว
กําลังการผลิตเต็มที (ตัน) 12,000 12,000 12,000

ปริมาณการผลิตจริง (ตัน) 3,162 5,424 5,424
อัตราการใช้กําลังการผลิต (ร้อยละ) 26.35 45.20 45.20

เหล็กโครงสรางรูปพรรณตัวซ ี

กําลังการผลิตเต็มที (ตัน) 15,600 15,600 15,600
ปริมาณการผลิตจริง (ตัน) 7,893 8,011 8,236
อัตราการใช้กําลังการผลิต (ร้อยละ) 50.60 51.35 52.79
ท่อเหล็กขาว
กําลังการผลิตเต็มที (ตัน) 4,200 4,200 4,200

ปริมาณการผลิตจริง (ตัน) 2,858 2,209 1,849
อัตราการใช้กําลังการผลิต (ร้อยละ) 68.05 52.60 44.02
เหล็กสลิต

กําลังการผลิตเต็มที (ตัน) 18,000 18,000 18,000
ปริมาณการผลิตจริง (ตัน) 7,636 9,009 14,472
อัตราการใช้กําลังการผลิต (ร้อยละ) 42.42 50.05 80.40
เหล็กแผ่น
กําลังการผลิตเต็มที (ตัน) 17,520 17,520 17,520

ปริมาณการผลิตจริง (ตัน) 11,148 14,615 17,292
อัตราการใช้กําลังการผลิต (ร้อยละ) 63.63 83.42 98.70



ทั งนี การผลิตสินค้าสําเร็จรูปของบริษัทฯ เปนการผลิตตามคําสั งซือสินค้าของลูกค้า และการผลิตสินค้าเพื อ



จัดเก็บไว้เปนสินค้าคงคลังพร้อมจําหนายให้กับลูกค้าประเภท (Made to Stock) โดยเริ มต้นวางแผนในการผลิตจาก


ฝายประสานงานขายทีได้รับคําสั งซือจากลูกค้า ต่อจากนั นฝายผลิตจะพิจารณาปริมาณการผลิตจากคําสั งซื อที ได้รับ





ประกอบกับประมาณการความต้องการของผลิตภัณฑ์เพือกอให้เกิดความคุ้มค่าในการผลิต (Economy of Scale)



ระยะเวลาในการผลิต และปริมาณวัตถุดิบที ต้องใช้ ซึงฝายจัดซือจะเปนผู้ดําเนินการซื อวัตถุดิบให้ได้ตามคุณภาพ และ





ปริมาณทีลูกค้าต้องการ นอกจากน โรงงานสามารถเปดดําเนินการผลิตท่อเหล็กได้ 1 กะ และช่วงเวลาทํางานล่วงเวลา
หรือวันละ 8 - 12 ชั วโมงต่อวัน ยกเว้นชวงวันหยุดเทศกาลและวันอาทิตย์ ในขณะทีการดําเนินงานชุบสังกะสี


มีช่วงเวลาการผลิตแบ่งเปน 2 กะ และช่วงเวลาทํางานล่วงเวลาหรือ 24 ชั วโมงต่อวัน ยกเว้นช่วงวันหยุดเทศกาลและ



ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 54

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)


วันอาทิตย์ ทั งนี เมือได้สินค้าสําเร็จรูปแล้ว ฝายประกันคุณภาพจะเข้าไปดําเนินการทดสอบคุณภาพสินค้า ก่อนที จะ


จัดเก็บไว้ในคลังสินค้าเพื อส่งมอบให้กับลูกค้าต่อไป

7. ผลกระทบต่อสิ งแวดลอม
บริษัทฯ ให้ความสําคัญกับการดูแลรักษาสิ งแวดล้อมมาอย่างต่อเนือง โดยได้ดําเนินการให้ฝายทรัพยากร





บุคคลและฝายเจ้าหนาทีรักษาความปลอดภัย เปนผู้ดําเนินการด้านสิ งแวดล้อมและความปลอดภัย รวมไปถึงการ

บริหารการจัดการด้านพลังงานให้เปนไปอย่างมีประสิทธิภาพและยั งยืน โดยมีการพัฒนาและลงทุนในโครงการต่างๆ

ดังต่อไปนี




1. การติดตั งระบบผลิตไฟฟาเซลล์แสงอาทิตย์บนหลังคา (Solar Roof Top) ซึงเปนกระบวนการเปลียนพลังงาน
จากพลังงานแสงอาทิตย์มาเปนพลังงานไฟฟา เพื อใช้ในกระบวนการผลิตของบริษัทฯ ทําให้มีการปล่อยกาซ



คาร์บอนไดออกไซด์ในปริมาณทีนอยลง ซึงบริษัทฯ ประเมินว่าการติดตั งระบบดังกล่าวจะสามารถช่วย




ประหยัดพลังงานได้ทั งสิ น 2.36 ล้านกิโลวัตต์ต่อชั วโมง หรือคิดเปนการประหยัดค่าไฟเฉลียสุทธิเท่ากับ

692,141.66 บาทต่อเดือน โดยบริษัทฯ คาดว่าจะดําเนินการติดตั งระบบดังกล่าวแล้วเสร็จในป 2565


2. การจัดทําโครงการคาร์บอนฟตปริน (Carbon Footprint) มีวัตถุประสงค์ในการประเมินกาซเรือนกระจกเช่น




กาซคาร์บอนไดออกไซด์ และก๊าซมีเทน เปนต้น ทีปล่อยออกมาจากการดําเนินงานของบริษัทฯ และหา


สาเหตุของการปล่อยก๊าซเรือนกระจกทีมีนัยสําคัญ ตลอดจนหาแนวทางในการลดขนาดก๊าซเรือนกระจก ทั งนี



บริษัทฯ ได้อนมัติให้มีการจัดทําคาร์บอนฟตปริ นสําหรับผลิตภัณฑ์ท่อเหล็กชุบสังกะสี (ขนาด 1.5 นิว) ทีมี

ความหนาท่อเหล็กกล้าตั งแต่ 2.1 – 2.2 มม. และความหนาของสังกะสีที 60 ไมครอน โดยบริษัทฯ ได้ว่าจ้าง

ให้ผู้ให้บริการภายนอกดําเนินการประเมินปริมาณการปล่อยกาซเรือนกระจก เพือขอเอกสารการรับรองการ



บริหารจัดการกาซเรือนกระจก จากองค์การก๊าซเรือนกระจก (อบก.) ทั งนี บริษัทฯ ได้มีการอนมัติแผนการ



จัดทําคาร์บอนฟตปรินสําหรับทั งองค์กรต่อไปในอนาคต และจะดําเนินการเปดเผยผลการประเมินปริมาณการ


ปล่อยก๊าซเรือนกระจก ในแบบรายงานประจําป (แบบ 56-1 One Report) ให้แก่สาธารณชนทราบต่อไป


นอกจากนี ตามหลักเกณฑ์การประกอบกิจการโรงงาน ว่าด้วยเรืองมาตรฐานในการบริหารและจัดการด้าน

ความปลอดภัย อาชีวอนามัย และสภาพแวดล้อมในการทํางาน ทั งในด้านของมลภาวะทางอากาศ มลภาวะทางเสียง
มลภาวะทางแสงสว่าง และความร้อน บริษัทฯ มีตรวจสอบผลกระทบต่อสิ งแวดล้อมจากโรงงานทั ง 2 แห่ง ด้วยการ
มอบหมายให้บริษัท เฮลธ์ แอนด์ เอ็นไวเทค จํากัด ซึ งเปนผู้เชียวชาญด้านการตรวจวัดคุณภาพสิ งแวดล้อมทีได้รับรอง



มาตรฐาน ISO/IEC 17025 : 2017 Accredit Testing-0005 จากกรมวิทยาศาสตร์บริการ กระทรวงการอุดมศึกษา

วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม เปนผู้ดําเนินการวิเคราะห์คุณภาพสิ งแวดล้อมบริเวณโรงงานทุ่งครุ ในวันที 22 – 23


ธันวาคม 2564 และโรงงานระยอง ในวันที 15 – 16 ธันวาคม 2564 โดยสามารถสรุปผลการตรวจวัด ได้ดังต่อไปนี


1) ผลการตรวจวัดคุณภาพสิ งแวดลอมโรงงานทุ่งครุ
1.1) ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศในบรรยากาศทั วไป พบว่ามีค่าอยูในเกณฑ์มาตรฐาน


1.2) ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศจากปล่องดูดควัน 1 (YPM-2.1) และปลองดูดควัน 1 (YPM-1-HC) พบว่ามีค่า
อยูในเกณฑ์มาตรฐาน



1.3) ผลการตรวจสอบคุณภาพอากาศภายในสถานประกอบการ จํานวน 8 พืนที พบว่ามีค่าอยูในเกณฑ์มาตรฐาน


1.4) ผลการตรวจวัดระดับความดังของเสียงเฉลียตลอดระยะเวลาการทํางาน 8 ชั วโมง (TWA 8 Hrs., Lmax)

จํานวน 6 จด พบว่าจํานวน 4 จุดมีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และจํานวน 2 จุดมีค่าเกินกว่าเกณฑ์มาตรฐาน


ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 55

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)






กําหนด ทั งนี บริษัทฯ ได้กําหนดให้พนักงานทีทํางานอยู ต้องใช้อปกรณปองกันเสียง เช่น ทีครอบหู





(Ear Muff) และทีอดหู (Ear Plug) เปนต้น ตลอดระยะเวลาการทํางาน


1.5) ผลการตรวจวัดระดับความดังของเสียงเฉลีย 24 ชั วโมง (Leq 24 hr., Lmax) จากหมูบ้านวรารมย์ จํานวน 2
จุด พบว่ามีค่าอยูในเกณฑ์มาตรฐาน

1.6) ผลการตรวจวัดค่าเฉลียความเข้มของแสงสว่าง ณ บริเวณพืนทีทั วไปและบริเวณการผลิตภายในสถาน



ประกอบกิจการ จํานวน 11 จุด พบว่ามีค่าอยูในเกณฑ์มาตรฐาน


1.7) ผลการตรวจวัดระดับความเข้มของแสงสว่าง ณ บริเวณทีลูกจ้างทํางาน โดยใช้สายตามองเฉพาะจุดหรือต้อง
ใช้สายตาอยู่กับที ทํางาน และบริเวณโดยรอบที ให้ลูกจ้างคนใดคนหนึงทํางานโดยใช้สายตามองเฉพาะจุดใน

การปฏิบัติงาน จํานวน 39 จุด พบว่าจํานวน 17 จุดมีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และจํานวน 22 จด มีค่าตํา







กว่าเกณฑ์มาตรฐาน ทั งนี ระดับความเข้มของแสงสว่างทีไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานเกิดขึนในพืนทีสํานักงานซึง

ไม่ต้องการแสงสว่างตามเกณฑ์มาตรฐานโรงงานและอุตสาหกรรม



1.8) ผลการตรวจวัดดัชนีความร้อน (WBGT) บริเวณพืนทีทํางานจากพืนทีต่างๆ พบว่ามีค่าอยูในเกณฑ์มาตรฐาน



ตารางสรุปผลคุณภาพสิ งแวดลอม โรงงานท่งครุ

มาตรการทติดตามตรวจสอบ พารามิเตอร์ ค่ามาตรฐาน ผลการวัด

1. คุณภาพอากาศในบรรยากาศทั วไป
3

1.1 ปริมาณฝุนละอองขนาดไม่เกิน 100 ไมครอน Mg/m 0.33 0.1042
(TSP)
3
1.2 ปริมาณฟูมของสังกะสี (Zn; Fume) µg/m -ไม่มีค่ามาตรฐาน- < 0.001
3
1.3 ปริมาณฟูมของสารหน (As; Fume) µg/m -ไม่มีค่ามาตรฐาน- < 0.001

3
1.4 ปริมาณฟูมของตะกั ว (Pb; Fume) µg/m 1.5 < 0.001
2. คุณภาพอากาศจากปล่องระบาย
2.1 ปริมาณฝุน (TSP) Mg/m 400 1.8
3

2.2 ปริมาณออกไซด์ของไนโตรเจนในรูปไนโตรเจน Ppm -ไม่มีค่ามาตรฐาน- < 1.1
ไดออกไซด์ (NO x as NO 2)

2.3 ปริมาณกาซคาร์บอนมอนนอกไซด์ (CO) Ppm 870 < 20
2.4 ปริมาณตะกั ว (Pb) Mg/m 30 < 0.001
3
3. คุณภาพอากาศภายในสถานประกอบการ

3
3.1 ปริมาณฝุนรวม (Total Dust) Mg/m 10 0.553 – 2.792
3.2 ปริมาณกาซไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO 2) Ppm 0.2 0.079

3.3 ปริมาณฟูมของสังกะสี (Zn; Fume) Mg/m 0.2 0.05
3

3.4 ปริมาณฟูมของสารหน (As; Fume) Mg/m 0.01 < 0.001
3
3.5 ปริมาณฟูมของตะกั ว (Pb; Fume) Mg/m 0.05 < 0.001
3

3.6 ปริมาณกาซคาร์บอนมอนนออกไซด์ (CO) Ppm 50 3.1
3.7 ปริมาณโพแทสเซียม ไฮดรอกไซด์ (KOH) Mg/m 2 0.008 – 0.104
3
3.8 ปริมาณโฮโดรคาร์บอนทั งหมด (THC) Ppm 300 3.4 – 16.3




ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 56

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)

มาตรการทติดตามตรวจสอบ พารามิเตอร์ ค่ามาตรฐาน ผลการวัด

4. ระดับความดังของเสียง
4.1 ความดังเสียงเฉลียตลอดระยะเวลาทํางาน dB(A) ≤ 85 73.6 – 87.1

(TWA 8 hrs.)
4.2 ระดับเสียงสูงสุด (Lmax) dB(A) ≤ 115 96.1 – 114.9
4.3 ระดับความดังของเสียงเฉลีย 24 ชั วโมง (Leq dB(A) ≤ 70 51.1 – 51.3

24 hrs.)
4.4 ระดับความดังของเสียงเฉลียสูงสุด (Lmax) dB(A) ≤ 115 58.6 – 84.1

4.5 ระดับความดังรบกวน dB(A) ≤ 10 2.0 – 2.1

5. ความเข้มของแสงสว่าง
5.1 ความเข้มของแสงสว่าง (เฉลีย) Lux 100 390 – 885


5.2 ความเข้มของแสงสว่าง (ค่าตําสุด) Lux 50 330 – 742
5.3 ความเข้มของแสงสว่าง (เฉพาะจุด) Lux 200 - 500 103 – 964
6. ดัชนีความร้อน (WBGT) องศาเซลเซียส 34 25.9 – 26.3




2) ผลการตรวจวัดคุณภาพสิ งแวดลอมโรงงานระยอง
2.1) ผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศจากปล่องระบายอากาศ Boiler และปล่องควัน จํานวน 4 ปล่อง พบว่ามีค่าอยู ่
ในเกณฑ์มาตรฐาน
2.2) ผลการตรวจสอบคุณภาพอากาศภายในสถานประกอบการ จํานวน 12 จด พบว่ามีค่าอยูในเกณฑ์มาตรฐาน



2.3) ผลการตรวจวัดระดับความดังของเสียงเฉลียตลอดระยะเวลาการทํางาน 8 ชั วโมง (TWA 8 Hrs., Lmax)
จํานวน 10 จุด พบว่าจํานวน 8 จุด มีค่าอยูในเกณฑ์มาตรฐาน และจํานวน 2 จุดมีค่าสูงกว่าเกณฑ์มาตรฐาน








กําหนด ทั งนี บริษัทฯ ได้กําหนดให้พนักงานทีทํางานอยู ต้องใช้อปกรณปองกันเสียง เช่น ทีครอบหู


(Ear Muff) และทีอดหู (Ear Plug) เปนต้น ตลอดระยะเวลาการทํางาน


2.4) ผลการตรวจวัดปริมาณการสัมผัสเสียงสะสม (Noise Dose) จํานวน 5 จด พบว่ามีค่าอยูในเกณฑ์มาตรฐาน



2.5) ผลการตรวจวัดค่าเฉลียความเข้มของแสงสว่าง (กลางวัน) ณ บริเวณพื นทีทั วไปและบริเวณการผลิตภายใน
สถานประกอบกิจการ จํานวน 5 จุด พบว่า จํานวน 4 จุด มีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และจํานวน 1 จุด มีค่า
ตํากว่าเกณฑ์มาตรฐาน ทั งนี ระดับความเข้มของแสงสว่างทีไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานเกิดขึนในพืนทีสํานักงาน






ซึงไม่ต้องการแสงสว่างตามเกณฑ์มาตรฐานโรงงานและอุตสาหกรรม

2.6) ผลการตรวจวัดระดับความเข้มของแสงสว่าง (กลางวัน) ณ บริเวณที ลูกจ้างทํางาน โดยใช้สายตามองเฉพาะ



จุดหรือต้องใช้สายตาอยูกับทีทํางาน จํานวน 45 จุด พบว่าจํานวน 30 จุดมีค่าอยูในเกณฑ์มาตรฐาน และ
จํานวน 15 จด มีค่าตํากว่าเกณฑ์มาตรฐาน



2.7) ผลการตรวจวัดค่าเฉลี ยความเข้มของแสงสว่าง (กลางคืน) ณ บริเวณพื นทีทั วไปและบริเวณการผลิตภายใน
สถานประกอบกิจการ จํานวน 5 จุด พบว่า จํานวน 4 จุด มีค่าอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน และจํานวน 1 จุด มีค่า




ตํากว่าเกณฑ์มาตรฐาน ทั งนี ระดับความเข้มของแสงสว่างทีไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานเกิดขึนในพืนที สํานักงาน

ซึงไม่ต้องการแสงสว่างตามเกณฑ์มาตรฐานโรงงานและอุตสาหกรรม



ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 57

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)

2.8) ผลการตรวจวัดระดับความเข้มของแสงสว่าง (กลางคืน) ณ บริเวณที ลูกจ้างทํางาน โดยใช้สายตามองเฉพาะ


จุดหรือต้องใช้สายตาอยูกับทีทํางาน จํานวน 45 จุด พบว่าจํานวน 10 จุดมีค่าอยูในเกณฑ์มาตรฐาน และ


จํานวน 35 จด มีค่าตํากว่าเกณฑ์มาตรฐาน ทั งนี ระดับความเข้มของแสงสว่างทีไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐาน







เกิดขึนในพืนทีสํานักงานซึงไม่ต้องการแสงสว่างตามเกณฑ์มาตรฐานโรงงานและอุตสาหกรรม




2.9) ผลการตรวจวัดดัชนีความร้อน (WBGT) บริเวณพืนทีทํางาน จากพืนทีต่างๆ พบว่ามีค่าอยูในเกณฑ์มาตรฐาน


2.10) ผลการตรวจสอบคุณภาพนาดืม เก็บตัวอย่าง พบว่ามีค่าอยูในเกณฑ์มาตรฐาน




ตารางสรุปผลคุณภาพสิ งแวดลอม โรงงานระยอง

มาตรการทติดตามตรวจสอบ พารามิเตอร์ ค่ามาตรฐาน ผลการวัด
1. คุณภาพอากาศจากปล่องระบาย

1.1 ปริมาณฝุน (TSP) Mg/m 320 – 400 7.2 – 14.0
3

1.2 ปริมาณกาซซัลเฟอร์ออกไซด์ (SO 2) ppm 60 - 500 1.3
1.3 ปริมาณออกไซด์ของไนโตรเจนในรูป ppm 200 1.5 – 4.1
ไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO x as NO 2)
1.4 ปริมาณกาซคาร์บอนมอนนอกไซด์ (CO) ppm 690 – 870 20 - 38

1.5 ปริมาณค่าความทึบแสง (Opacity) ร้อยละ -ไม่มีค่า 5.0
มาตรฐาน-
2. คุณภาพอากาศภายในสถานประกอบการ
3

2.1 ปริมาณฝุนรวม (Total Dust) Mg/m 10 0.583 – 4.417
3
2.2 ปริมาณโซเดียมไฮดรอกไซด์ (NaOH) Mg/m 2 0.103 – 0.154
3
2.3 ปริมาณซิงค์คลอไรด์ (ZnCl) Mg/m 1 0.034 – 0.131
2.4 ปริมาณแอมโมเนียมคลอไรด์ (NH 4Cl) Mg/m 10 0.009 – 0.123
3
2.5 ปริมาณกรดไฮโดรคลอริก (HCl) Ppm 2 0.083 – 0.156
2.6 ปริมาณไดเมทิลเบนซีน (Dimethylbenzene) Ppm 100 3.219 – 3.510
2.7 ปริมาณกาซคาร์บอนไดออกไซด์ (CO 2) Ppm 500 435

3. ระดับความดังของเสียง
3.1 ความดังเสียงเฉลียตลอดระยะเวลาทํางาน dB(A) ≤ 85 73.0 – 89.5

(TWA 8 hrs.)
3.2 ระดับเสียงสูงสุด (Lmax) dB(A) ≤ 115 99.2 – 112.2
3.3 ปริมาณการสัมผัสเสียงสะสม (Noise Dose) ร้อยละ ≤ 100 19.2 – 62.8
3.4 ระดับความดังเสียง (TWA) dB(A) ≤ 85 77.8 – 83.0
4. ความเข้มของแสงสว่าง
4.1 ความเข้มแสงสว่างเฉลีย (กลางวัน) Lux 100 98 – 415

4.2 ความเข้มแสงสว่างเฉพาะจุด (กลางวัน) Lux 400 – 500 53 – 1,168
4.3 ความเข้มแสงสว่างเฉลีย (กลางคืน) Lux 100 86 – 224

4.4 ความเข้มแสงสว่างเฉพาะจุด (กลางคืน) Lux 400 – 500 42 – 602

5. ดัชนีความร้อน (WBGT) องศาเซลเซียส 32 25.0 – 28.6







ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 58

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)

จากผลการศึกษาผลกระทบด้านสิ งแวดล้อมตามทีกล่าวข้างต้น พบว่าโรงงานระยองมีระดับมลภาวะทางเสียง







ทีมีค่าสูงกว่าค่ามาตรฐาน และระดับความเข้มแสงบริเวณพืนทีทํางานที มีค่าตํากวาค่ามาตรฐาน ทั งนี บริษัทฯ ได้เร่ง


ดําเนินการแก้ไขปญหาดังกล่าว ด้วยการออกมาตรการปองกันและควบคุมอันตรายด้านเสียง โดยกําหนดให้พนักงานที

ทํางานอยู่ ต้องใช้อุปกรณปองกันเสียง เช่น ทีครอบหู (Ear Muff) และทีอุดหู (Ear Plug) เปนต้น ตลอดระยะเวลาการ






ทํางาน และสร้างกําแพงกั นเสียงตามธรรมชาติด้วยการปลูกต้นไม้สูงบริเวณรอบโรงงาน เพือปองกันเสียงออกไปจาก


พื นทีโรงงาน นอกจากนี บริษัทฯ ได้ให้แพทย์ดําเนินการตรวจสุขภาพและประสาทสัมผัสทางด้านเสียงของพนักงาน







เปนประจําทุกป ในขณะทีระดับความเข้มของแสงสว่างทีไม่ผ่านเกณฑ์มาตรฐานเกิดขึนในบริเวณพืนทีสํานักงาน ซึงไม่

มีความจําเปนต้องการแสงสว่างตามเกณฑ์มาตรฐานโรงงานและอุตสาหกรรม

ทั งนี บริษัทฯ มีนโยบายตรวจสอบผลกระทบต่อสิ งแวดล้อมเปนประจําทุกป และทีผ่านมา โรงงานทั ง 2 แห่ง




ได้รับการตออายุใบอนญาตโรงงานมาโดยตลอด นอกจากนี บริษัทฯ ยังได้รับการรับรอง Green Industry จาก




กระทรวงอุตสาหกรรม ระดับที 3 ระบบสีเขียว (Green System) สําหรับการบริหารจัดการสิ งแวดล้อมอย่างเปนระบบ






มีการติดตาม ประเมินผล และทบทวนเพือการพัฒนาอย่างต่อเนือง ทั งนี การได้รับการรับรองดังกลาวเปนการสะท้อน
ให้เห็นถึงการให้ความสําคัญในการดูแลรักษาสิ งแวดล้อมของบริษัทฯ ตลอดระยะเวลาทีผ่านมา



2.2.1.3 ทรัพย์สินทใชในการประกอบธุรกิจ


1) สินทรัพย์ถาวรทใชในการประกอบธุรกิจหลักของบริษัทฯ

ณ วันที 31 ธันวาคม 2563 และ 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์ถาวรทีใช้ในการประกอบธรกิจหลัก ได้แก ทีดิน




อาคารและและสิ งปลูกสร้าง เครื องจักร เครื องมือและอุปกรณ และทรัพย์สินระหว่างก่อสร้าง เปนหลัก ทั งนี มูลค่าสุทธิ




ตามบัญชีสุทธิของสินทรัพย์ถาวรหลัก ตามทีปรากฏในงบการเงิน ณ วันที 31 ธันวาคม 2563 และ 2564 สามารถ
แสดงได้ตามตารางต่อไปนี

ลําดับ รายการ มูลค่าสุทธิทางบัญช ลักษณะกรรมสิทธิ ภาระผูกพัน
(ล้านบาท)
ณ 31 ธ.ค. 63 ณ 31 ธ.ค. 64


1 ทีดิน 294.93 365.99 บริษัทฯ เปนเจ้าของ ติดภาระจํานอง

2 อาคารและสิ งปลูกสร้าง 318.22 267.03 บริษัทฯ เปนเจ้าของ อาคารและสิ งปลูก
สร้างบางส่วนติด
ภาระจํานอง
3 เครืองจักร 205.51 256.28 บริษัทฯ เปนเจ้าของ เครืองจักรบางส่วน



ติดภาระจํานอง


4 เครืองมือและอุปกรณ ์ 32.31 35.02 บริษัทฯ เปนเจ้าของ ไม่มี

5 เครืองตกแตงและ 4.53 5.06 บริษัทฯ เปนเจ้าของ ไม่มี


เครืองใช้สํานักงาน


6 ยานพาหนะ 4.85 3.89 บริษัทฯ เปนเจ้าของ ไม่มี
7 สินทรัพย์ระหว่าง 22.90 20.18 บริษัทฯ เปนเจ้าของ ไม่มี

รวม 883.25 953.45
ทั งนี รายการสินทรัพย์ถาวรที ใช้ในการประกอบธุรกิจหลักของบริษัทฯ ตามที แสดงไว้ข้างต้นสามารถแสดง

รายละเอียดจําแนกตามประเภทของสินทรัพย์ ได้ดังต่อไปนี


ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 59

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)


1.1) ทดิน


ณ วันที 31 ธันวาคม 2563 และ 2564 ทีดินของบริษัทฯ มีมูลค่าตามบัญชีเท่ากับ 294.93 ล้านบาท และ
365.99 ล้านบาท ตามลําดับ ดังรายละเอียดต่อไปนี



ลําดับ ทตั งทรัพย์สิน มูลค่าทางบัญชสุทธิ (ลานบาท) วัตถุประสงค์ ลักษณะ ภาระ
ณ 31 ธ.ค. 64 ณ 31 ธ.ค. 64 กรรมสิทธิ ผูกพัน



1 ทีดินจํานวน 9 แปลง 176.76 185.60 เพื อใช้เป น บริษัทฯ ติดภาระ
พื น ที ร ว ม 22 ไ ร่ ทีตั งอาคาร เปน จํานอง






38 ตารางวา ตั งอยูที แ ล ะ ที ตั ง เจ้าของ
แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ โรงงานทุ่งครุ
กรุงเทพมหานคร



2 ทีดินจํานวน 5 แปลง 117.43 179.60 เพื อใช้เป น บริษัทฯ ติดภาระ



พืนที 172 ไร่ 2 งาน ทีตั งอาคาร เปน จํานอง


75.1 ตารางวา ตั งอยูที แ ล ะ ที ตั ง เจ้าของ
ตําบลมะขามคู่ อําเภอ โรงงานระยอง

นคมพัฒนา จังหวัด
ระยอง
3 ทีดินจํานวน 1 แปลง 0.74 0.79 เพื อใช้เป็ น บริษัทฯ ติดภาระ

พืนที 1 ไร่ 2 งาน 42 ทีตั งอาคารชุด เปน จํานอง





ตารางวา ตั งอยูที สําหรับใช้เปน เจ้าของ

แขวงช่องนนทรี เขต สํานักงานขาย
ยานนาวา
กรุงเทพมหานคร
รวม 294.93 365.99
1.2) อาคารและสิ งปลูกสร้าง
ณ วันที 31 ธันวาคม 2563 และ 2564 อาคารและสิ งปลูกสร้างของบริษัทฯ มีมูลค่าตามบัญชีเท่ากับ 318.22
ล้านบาท และ 267.03 ล้านบาท ตามลําดับ ดังรายละเอียดต่อไปนี



มูลค่าทางบัญชสุทธิ (ลานบาท) ลักษณะ ภาระ

ลําดับ ทตั งทรัพย์สิน วัตถุประสงค์
ณ 31 ธ.ค. 63 ณ 31 ธ.ค. 64 กรรมสิทธิ ผูกพัน

1 แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ 101.56 98.37 ใช้เปนอาคาร บริษัทฯ อาคารและ
กรุงเทพมหานคร สํ า นั ก ง า น เปน สิ งปลูก

ใหญ และใช้ เจ้าของ สร้าง


เปนโรงงาน บางส่วน
ทุ่งครุ ติดภาระ
จํานอง








ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 60

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)



มูลค่าทางบัญชสุทธิ (ลานบาท) ลักษณะ ภาระ

ลําดับ ทตั งทรัพย์สิน วัตถุประสงค์
ณ 31 ธ.ค. 63 ณ 31 ธ.ค. 64 กรรมสิทธิ ผูกพัน
2 ตํ า บ ล ม ะ ข า ม คู 209.62 159.97 ใช้เป็นอาคาร บริษัทฯ อาคารและ

อําเภอนิคมพัฒ นา สํานักงานและ เปน สิ งปลูก


จังหวัดระยอง ใช้เปนโรงงาน เจ้าของ สร้าง
ระยอง บางส่วน
ติดภาระ
จํานอง
3 แขวงช่องนนทรี 7.04 8.69 ใช้เป็นอาคาร บริษัทฯ ติดภาระ

เขตยานนาวา สํานักงานขาย เปน จํานอง
กรุงเทพมหานคร เจ้าของ
รวม 318.22 267.03



1.3) เครองจักร


ณ วันที 31 ธันวาคม 2563 และ 2564 เครืองจักรของบริษัทฯ มีมูลค่าตามบัญชีเทากับ 205.51 ล้านบาท และ

256.28 ล้านบาท ตามลําดับ ดังรายละเอียดต่อไปนี

มูลค่าทางบัญชสุทธิ

ลําดับ ทตั งทรัพย์สิน (ล้านบาท) ลักษณะกรรมสิทธิ ภาระผูกพัน
ณ 31 ธ.ค. 63 ณ 31 ธ.ค. 64

1 แขวงทุ่งครุ เขตทุ่ง 54.53 69.98 บริษัทฯเปนเจ้าของ เครืองจักรบางส่วนติด

ครุ กรุงเทพมหานคร ภาระจํานอง และจด
ท ะ เบี ย น สั ญ ญ า
หลักประกันทางธุรกิจ
กับธนาคารพาณิชย์


แหงหนง



2 ตํ า บ ล ม ะ ข า ม คู 150.98 186.30 บริษัทฯเปนเจ้าของ เครืองจักรบางส่วนติด


อําเภอนิคมพัฒนา ภาระจํานอง และจด
จังหวัดระยอง ท ะ เบี ย น สั ญ ญ า
หลักประกันทางธุรกิจ
กับธนาคารพาณิชย์


แหงหนง

รวม 205.51 256.28










ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 61

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)



1.4) เครองมือ อุปกรณ และยานพาหนะ
ณ วันที 31 ธันวาคม 2563 และ 2564 เครื องมือ อุปกรณและยานพาหนะของบริษัทฯ มีมูลค่าตามบัญชี


เท่ากับ 41.69 ล้านบาท และ 43.97 ล้านบาท ตามลําดับ ดังรายละเอียดต่อไปนี
มูลค่าทางบัญชสุทธิ


รายการ (ลานบาท) ลักษณะกรรมสิทธิ ภาระผูกพัน
1
ณ 31 ธ.ค. 63 ณ 31 ธ.ค. 64
1. เครืองมือและอุปกรณ ์ บริษัทฯ เปนเจ้าของ ไม่มี



แบ่งเปน
1.1 อุปกรณโรงงาน 32.31 35.02



1.2 เครืองตกแตงและ 4.53 5.06

เครืองใช้สํานักงาน
รวมเครื องมือและอุปกรณ ์ 36.84 40.08

2. ยานพาหนะ 4.85 3.89 บริษัทฯ เปนเจ้าของ ไม่มี
รวม 41.69 43.97
หมายเหตุ :

1. ณ วันที 31 ธันวาคม 2563 และ 2564 บริษัทฯ มีเครื องมือและอุปกรณ และยานพาหนะจํานวนหนึง ซึ งได้ตัดค่าเสื อมราคาหมดแล้ว



แต่ยังใช้งานอยู่ โดยราคาทุนก่อนหักค่าเสือมราคาสะสมของสินทรัพย์ดังกล่าวมีจํานวน 97.07 ล้านบาท และ 101.51 ล้านบาท
ตามลําดับ
1.5) สินทรัพย์ระหว่างก่อสร้าง
ณ วันที 31 ธันวาคม 2563 และ 2564 สินทรัพย์ระหว่างกอสร้างของบริษัทฯ มีมูลค่าตามบัญชีเท่ากับ 22.90

ล้านบาท และ 20.18 ล้านบาท ตามลําดับ ดังรายละเอียดต่อไปนี



มูลค่าทางบัญชสุทธิ (ลานบาท)
ลําดับ ประเภท ลักษณะกรรมสิทธิ ภาระผูกพัน
ณ 31 ธ.ค. 63 ณ 31 ธ.ค. 64
1 อาคารและสิ งปลูก 0.64 - บริษัทฯ เปนเจ้าของ ไม่มี


สร้างทีอยูระหว่าง

ก่อสร้าง
2 เค รือ ง จั ก ร ที อ ยู ่ 20.30 16.93 บริษัทฯ เปนเจ้าของ ไม่มี



ระหว่างติดตั ง


3 ทรัพย์สินที อยู่ระหว่าง 1.96 3.25 บริษัทฯ เปนเจ้าของ ไม่มี
ก่อสร้าง
รวม 22.90 20.18


1.6) สินทรัพย์สิทธิการใช ้


ณ วันที 31 ธันวาคม 2563 และ 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์สิทธิการใช้ที ใช้ในการประกอบธรกิจหลัก ซึงมี



มูลค่าสุทธิตามบัญชีสุทธิหลังหักค่าตัดจําหนายสะสม ตามทีปรากฏในงบการเงิน ณ วันที 31 ธันวาคม 2563 และ

2564 เท่ากับ 15.57 ล้านบาท และ 4.86 ล้านบาท ตามลําดับ สามารถแสดงได้ตามตารางต่อไปนี


ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 62

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)


มูลค่าทางบัญชสุทธิ (ลานบาท)

ลําดับ ประเภท ลักษณะกรรมสิทธิ ภาระผูกพัน
ณ 31 ธ.ค. 63 ณ 31 ธ.ค. 64
1 อาคารและสิ งปลูกสร้าง 4.75 3.80 สัญญาเช่า ไม่มี
2 สร้าง 3.76 - สัญญาเช่า ไม่มี
เครืองจักร

3 อุปกรณ ์ 4.27 - สัญญาเช่า ไม่มี
4 ยานพาหนะ 2.79 1.06 สัญญาเช่า ไม่มี

รวม 15.57 4.86



1.7) อสังหาริมทรัพย์เพอการลงทุน



ณ วันที 31 ธันวาคม 2563 และ 2564 บริษัทฯ มีอสังหาริมทรัพย์เพือการลงทน ได้แก่ ที ดินและอาคารที

ไม่ได้ใช้ในการดําเนินงาน ซึงมีมูลค่าสุทธิตามบัญชีสุทธิหลังหักค่าตัดจําหนายสะสม ตามทีปรากฏในงบการเงิน ณ วันที


31 ธันวาคม 2563 และ 2564 เท่ากับ 59.82 ล้านบาท และ 52.31 ล้านบาท ตามลําดับ ทั งนี รายการที ดินและอาคารที

ไม่ได้ใช้ในการดําเนินงานบริษัทฯ สามารถแสดงรายละเอียดจําแนกตามประเภทของสินทรัพย์ได้ดังต่อไปนี




1.8) ทดินทไม่ไดใชในการดําเนินงาน
ณ วันที 31 ธันวาคม 2563 และ 2564 ทีดินทีไม่ได้ใช้ในการดําเนินงานของบริษัทฯ มีมูลค่าตามบัญชีในงบ


การเงินเท่ากับ 53.40 ล้านบาท และ 56.27 ล้านบาท ตามลําดับ ดังรายละเอียดต่อไปนี

มูลค่าทางบัญชสุทธิ (ลานบาท)


ลําดับ ทตั งทรัพย์สิน ลักษณะกรรมสิทธิ ภาระผูกพัน
ณ 31 ธ.ค. 63 ณ 31 ธ.ค. 64
1 ทีดิน เปลาจําน วน 19 33.52 36.70 บริษัทฯ เปนเจ้าของ ติดภาระจํานอง





แปลง พืนทีรวม 4 ไร่ 66
ตารางวา ตั งอยูทีตําบล



อ้อมนอย อําเภอกระทุ่ม
แบน จังหวัดสมุทรสาคร


2 ที ดินเปลาจํานวน 5 แปลง 8.87 8.87 บริษัทฯ เปนเจ้าของ ติดภาระจํานอง


พืนทีรวม 1 ไร่ 94 ตาราง


วา ตั งอยูทีตําบลสําโรง
เห นื อ อํ า เภ อ เมื อ ง
สมุทรปราการ จังหวัด
สมุทรปราการ
3 ที ดินเปลาจํานวน 1 แปลง 2.64 2.20 บริษัทฯ เปนเจ้าของ -




พื น ที ร ว ม 2 งา น 20


ตารางวา ตั งอยูทีตําบล
หนองปลิง อําเภอเมือง
น ค ร ส ว ร ร ค์ จังห วัด
นครสวรรค์


ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 63

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)

มูลค่าทางบัญชสุทธิ (ลานบาท)


ลําดับ ทตั งทรัพย์สิน ลักษณะกรรมสิทธิ ภาระผูกพัน

ณ 31 ธ.ค. 63 ณ 31 ธ.ค. 64

4 ที ดินเปลาจํานวน 1 แปลง 2.49 2.48 บริษัทฯ เปนเจ้าของ ติดภาระจํานอง

พืนทีรวม 1 ไร่ 1 งาน


ตั งอยู่ที ตําบลบ้านดอน



เกาะกา อําเภอบางนา

เปรียว จังหวัดฉะเชิงเทรา


5 ที ดินเปลาจํานวน 1 แปลง 2.00 2.00 บริษัทฯ เปนเจ้าของ -
พืนทีรวม 71 ตารางวา



ตั งอยูที ตําบลในเมือง

อําเภอเมืองนครราชสีมา
จังหวัดนครราชสีมา
6 ที ดินเปลาจํานวน 1 แปลง 1.73 1.73 บริษัทฯ เปนเจ้าของ ติดภาระจํานอง




พืนทีรวม 3 ไร่ ตั งอยูที

ตําบลท่าราบ อําเภอเมือง
ราชบุรี จังหวัดราชบุรี


7 ที ดินเปลาจํานวน 2 แปลง 0.81 0.81 บริษัทฯ เปนเจ้าของ -
พื นที รวม 10 ไร่ 1 งาน 94
ตารางวา ตั งอยู่ที ตําบลท่า

ลาด อําเภอวารินชําราบ
จังหวัดอุบลราชธาน ี

8 ที ดินเปลาจํานวน 1 แปลง 0.74 0.99 บริษัทฯ เปนเจ้าของ ติดภาระจํานอง


พืนทีรวม 98.6 ตารางวา



ตั งอยู ที แ ข ว งทุ่ งค รุ
เข ต ร า ษ ฎ ร์ บู ร ณ ะ
กรุงเทพมหานคร
9 ที ดินเปลาจํานวน 1 แปลง 0.60 0.49 บริษัทฯ เปนเจ้าของ ติดภาระจํานอง




พืนทีรวม 7.48 ตารางวา

ตั งอยูที อาคารชุด พี.เอส.
ที.คอนโดวิลล์ ทาวเวอร์ 2
แขวงช่องนนทรี เขตยาน
นาวา กรุงเทพมหานคร
รวม 53.40 56.27




หมายเหตุ : ณ วันที 31 ธันวาคม 2564 บริษัทฯ ได้ทําสัญญาจะซือจะขายทีดินและอาคารทีไม่ได้ใช้ในการดําเนินงานให้กับบุคคลที


เกี ยวข้องกัน ซึงประกอบด้วย 1) ที ดินเปล่าจํานวน 1 แปลง ตั งอยที ตําบลบ้านดอนเกาะกา อําเภอบางนาเปรียว จังหวัด
ู่





ฉะเชิงเทรา 2) อาคาร ตั งอยู่ทีแขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร และ 3) อาคาร ตั งอยู่ทีแขวงทุ่งครุ
เขตราษฎร์บูรณะ กรงเทพมหานคร โดยบริษัทฯ ได้รับชําระเงินจากการทําสัญญาดังกล่าวล่วงหนาทั งจํานวน ดังนั น บริษัทฯ



จึงแสดงรายการทีดินและอาคารดังกล่าวเปนสินทรัพย์ไมหมนเวียนทีถือไว้เพือขาย ซึงมีมลค่าสุทธิตามบัญชีสุทธิหลังหักค่า









ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 64

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)



เสือมราคาสะสม ตามทีปรากฏในงบการเงิน ณ วันที 31 ธันวาคม 2564 เปนจํานวนทั งสิ นเท่ากับ 10.12 ล้านบาท อย่างไรก็ดี





สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนที ถือไว้เพือขายดังกล่าว เดิมได้นาไปใช้เพือเปนหลักทรัพย์คําประกันวงเงินสินเชือกับสถาบันการเงิน





จํานวน 2 แห่ง ซึ งบริษัทฯ คาดว่าจะโอนกรรมสิทธิ ให้แล้วเสร็จภายในไตรมาส 2 ป 2565 เพือเปลี ยนหลักทรัพย์คําประกัน

ทดแทนกับเงินทีได้รับจากการจําหนายทรัพย์สินดังกล่าว



1.9) อาคารทไม่ได้ใชในการดําเนินงาน

ณ วันที 31 ธันวาคม 2563 และ 2564 อาคารทีไม่ได้ใช้ในการดําเนินงานของบริษัทฯ มีมูลค่าตามบัญชีในงบ
การเงินเท่ากับ 6.42 ล้านบาท และ 6.16 ล้านบาท ตามลําดับ ดังรายละเอียดต่อไปนี


มูลค่าทางบัญชสุทธิ (ลานบาท)

ลําดับ ทตั งทรัพย์สิน ลักษณะกรรมสิทธิ ภาระผูกพัน
ณ 31 ธ.ค. 63 ณ 31 ธ.ค. 64
1 แขวงช่องนนทรี เขตยาน 3.62 3.47 บริษัทฯ เปนเจ้าของ ติดภาระจํานอง

นาวา กรุงเทพมหานคร

2 แขวงทุ่งครุ เขตราษฎร์ 2.80 2.69 บริษัทฯ เปนเจ้าของ ติดภาระจํานอง
บูรณะ กรุงเทพมหานคร
รวม 6.42 6.16




ทั งนี ณ วันที 31 ธันวาคม 2564 บริษัทฯ ได้ทําสัญญาจะซือจะขายทีดินและอาคารทีไม่ได้ใช้ในการ


ดําเนินงานให้กับบุคคลที เกียวข้องกัน จํานวน 3 แห่ง ได้แก่ 1) ที ดินเปล่าจํานวน 1 แปลง ตั งอยู่ทีตําบลบ้านดอนเกาะ




กา อําเภอบางนาเปรียว จังหวัดฉะเชิงเทรา 2) อาคาร ซึ งตั งอยู่ทีแขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร และ


3) อาคาร ซึ งตั งอยูที แขวงทุ่งครุ เขตราษฎร์บูรณะ กรุงเทพมหานคร โดยบริษัทฯ ได้รับชําระเงินจากการทําสัญญา
ดังกลาวล่วงหนาทั งจํานวน และคาดว่าจะโอนกรรมสิทธิ ให้แล้วเสร็จภายในไตรมาส 2 ป 2565 บริษัทฯ จึงแสดงรายการ







ที ดินและอาคารดังกล่าวเปนสินทรัพย์ไม่หมุนเวียนทีถือไว้เพือขาย ซึงมีมูลค่าสุทธิตามบัญชีสุทธิหลังหักค่าเสื อมราคา



สะสม ตามทีปรากฏในงบการเงิน ณ วันที 31 ธันวาคม 2564 เปนจํานวนทั งสิ นเท่ากับ 10.12 ล้านบาท อย่างไรก็ดี




สินทรัพย์ไม่หมุนเวียนทีถือไว้เพื อขายดังกล่าว ได้นาไปใช้เพือเปนหลักทรัพย์คําประกันวงเงินสินเชือกับสถาบันการเงิน


จํานวน 2 แห่ง ซึ งบริษัทฯ อยูระหว่างการดําเนินการนาเงินทีได้รับจากการจําหนายทรัพย์สินดังกล่าวเพือเปลียน






หลักทรัพย์คําประกันทดแทน



2) ทรัพย์สินไม่มีตัวตนทใชในการประกอบธุรกิจหลักของบริษัทฯ
2.1) สินทรัพย์ไม่มีตัวตน

วันที 31 ธันวาคม 2563 และ 2564 บริษัทฯ มีสินทรัพย์ไม่มีตัวตน โดยหลักประกอบด้วยรายการลิขสิทธิ

โปรแกรมคอมพิวเตอร์และซอฟต์แวร์ เช่น โปรแกรมทําบัญชี โปรแกรมดําเนินงานทั วไป เปนต้น ซึงมีมูลค่าตามบัญชี



สุทธิตามทีปรากฎในงบการเงินเท่ากับ 3.66 ล้านบาท และ 1.57 ล้านบาท ตามลําดับ โดยมีนโยบายตัดจําหนายตามวิธี

เส้นตรงตามอายุการใช้ประโยชนของสินทรัพย์โดยประมาณ 5 ป ี


2.2) เครองหมายการคา

ในการจัดจําหนายท่อเหล็กและเหล็กรูปพรรณต่างๆ บริษัทฯ มีการจดทะเบียนเปนเจ้าของเครื องหมายการค้า






ทีใช้ในการจําหนายอย่างตอเนืองกับสํานักเครืองหมายการค้า กรมทรัพย์สินทางปญญา กระทรวงพาณิชย์ โดย



เครืองหมายการค้าแต่ละเครืองหมายจะมีอายุ 10 ป นับตั งแต่วันทีจดทะเบียน และสามารถต่อได้ทุกๆ 10 ป





ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 65

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)






ซึง ณ วันที 31 ธันวาคม 2564 บริษัทฯ มีเครืองหมายการค้าทีได้รับการจดทะเบียนจํานวน 3 รายการ ซึงมี
รายละเอียดดังต่อไปนี




ลําดับ เครองหมายการคา จําพวก เลขทะเบียน ระยะเวลาคุมครอง
1 สํ า ห รับ ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ ค383366 10 พฤษภาคม 2565 -
ประเภทท่อเหล็ก 9 พฤษภาคม 2575

2 สําหรับผลิตภัณฑ์เหล็กที ค383367 15 พฤษภาคม 2565 -
ใช้ทําโครงสร้าง 14 พฤษภาคม 2575

3 สํ า ห รับ ผ ลิ ต ภั ณ ฑ์ ค365144 20 เมษายน 2565 -

ประเภทท่อเหล็ก และ 19 เมษายน 2575
เหล็กตัวซี





2.3) สัญญาสําคัญทเกยวของกับการดําเนินงานของบริษัทฯ

บริษัทฯ ได้เข้าทําสัญญาต่างๆ ทีเกี ยวข้องกับการดําเนินงานของบริษัทฯ ซึงสามารถจําแนกตามประเภท



สัญญาทีสําคัญออกเปน 3 ประเภท ได้แก่
1) สัญญาเช่าทรัพย์สิน
2) สัญญาประกันภัย
3) สัญญากู้ยืมเงินและวงเงินสินเชื อจากสถาบันการเงิน

ทั งนี ข้อมูลทีปรากฏในส่วนนีเปนเพียงสรุปสาระสําคัญของสัญญาสําคัญต่างๆ แต่ละประเภทดังต่อไปนี




1) สัญญาเช่าทรัพย์สิน
1.1 สัญญาเช่าห้องชุดสํานักงานกับสมาคมการค้าไทยไหหลํา





คู่สัญญา 1. สมาคมการค้าไทยไหหลํา (“ผู้ให้เช่า”) ซึงเปนบุคคลทีเกียวโยงกับบริษัทฯ
2. บริษัทฯ (“ผู้เช่า”)
วันทในสัญญา วันที 30 มิถุนายน 2564


ทรัพย์สินทเช่า ห้องชุดเลขที 216/38 อาคาร แอล พี เอ็น ทาวเวอร์ ชั น 11 ถนนนางลินจี แขวงช่อง




นนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร โดยมีพืนทีจํานวน 107 ตารางเมตร
วัตถุประสงค์ ใช้เปนสํานักงานของบริษัทฯ

อัตราค่าเช่าและ เดือนละ 33,000 บาท โดยชําระล่วงหนาภายในวันที 7 ของทุกเดือน


บริการ
ระยะเวลาของสัญญา 3 ปี เริ มตั งแต่วันที 1 กรกฎาคม 2564 - 30 มิถุนายน 2567



เงอนไขอนๆ 1. ค่าใช้จายส่วนกลางให้ผู้ให้เช่าเปนผู้รับผิดชอบเต็มจํานวน และค่าสาธารณปโภคผู้เช่า



เปนผู้รับผิดชอบเองเต็มจํานวนตลอดระยะเวลาอายุเช่า
2. ผู้เช่าสามารถปรับปรุงสถานทีห้องชดได้ตามเหมาะสม โดยแจ้งให้ผู้ให้เช่าทราบเปน




ลายลักษณอักษรและจะต้องปฏิบัติตามระเบียบการใช้ห้องชุด



ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 66

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)

3. ผู้ให้เช่าสัญญาตกลงว่าจะไม่โอนสิทธิการเช่าห้องชดทั งหมดหรือบางส่วนให้บุคคลอืน


เช่าชวงหรือครอบครองใช้สอย เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่าเปนลาย


ลักษณอักษรเสียกอน



4. ผู้เช่าตกลงจะบํารุงรักษา ซอมแซมห้องชดให้อยู่ในสภาพทีดี ตลอดระยะเวลาการเช่า





5. หากผู้เชาประพฤติเงือนไขของสัญญา ไม่ว่าข้อใดข้อหนึง ผู้ให้เช่ามีสิทธิบอกเลิก

สัญญาได้ทันทีโดยมิต้องทําการบอกกล่าวผู้เช่าล่วงหนาแต่อย่างใด
1.2 สัญญาเช่าห้องชุดสํานักงานกับนางสาวกานต์สินี เพียรอภิธรรม
คู่สัญญา 1. นางสาวกานต์สินี เพียรอภิธรรม (“ผู้ให้เช่า”) ซึงเปนบุคคลทีเกียวโยงกันกับบริษัทฯ




2. บริษัทฯ (“ผู้เช่า”)
วันทในสัญญา วันที 1 มกราคม 2565



ทรัพย์สินทเช่า ห้องชุดเลขที 216/40 และ 216/41 อาคาร แอล.พี.เอ็น.ทาวเวอร์ ชั น 11 ถนนนางลิ นจี



แขวงช่องนนทรี เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร โดยมีเนือที 350 ตารางเมตร

วัตถุประสงค์ ใช้เปนสํานักงานของบริษัทฯ



อัตราค่าเช่าและ เดือนละ 105,000 บาท โดยจ่ายล่วงหนาเปนรายเดือนภายในวันที 1 ของทุกเดือน ณ
บริการ ภูมิลําเนาของผู้ให้เช่า
ระยะเวลาของสัญญา 3 ปี เริ มตั งแต่วันที 1 มกราคม 2565 - 30 กันยายน 2567

เงอนไขอนๆ 1. ผู้เช่าและผู้ให้เช่าตกลงรับผิดชอบชําระค่าภาษีทีดินและสิ งปลูกสร้างในสัดส่วนที


เท่ากัน
2. ผู้ให้เช่าสัญญาว่าจะไม่โอนสิทธิการเช่าห้องชุดทั งหมดหรือบางส่วนให้บุคคลอืนเช่า


ช่วงหรือครอบครองใช้สอย เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากผู้ให้เช่าเปนลายลักษณ ์
อักษรเสียก่อน
3. ผู้เช่าตกลงจะบํารุงรักษา ซอมแซมห้องชดให้อยู่ในสภาพทีดี ตลอดระยะเวลาการเช่า





4. หากผู้เชาประพฤติเงือนไขของสัญญา ไม่ว่าข้อใดข้อหนึง ผู้ให้เช่ามีสิทธิบอกเลิก


สัญญาได้ทันทีโดยมิต้องทําการบอกกล่าวผู้เช่าล่วงหนาแต่อย่างใด
2) สัญญาประกันภัย

บริษัทฯ จัดให้มีการทําประกันภัยทีเกี ยวข้องกับการดําเนินธุรกิจบริษัทฯ โดยมีความคุ้มครองภายใต้การ





ประกันดังกล่าวอยูในระดับทีเหมาะสมและสอดคล้องกับหลักปฏิบัติในอุตสาหกรรม เพือปองกันความเสียหายทีอาจจะ

เกิดขึนกับสินทรัพย์หลักของบริษัทฯ ทั งนี ณ วันที 31 ธันวาคม 2564 บริษัทฯ มีการทํากรมธรรม์ประกันภัยที สําคัญ

ดังนี
2.1 สัญญากรมธรรม์ฉบับที 1

บริษัท บริษัทฯ

ป ร ะเภ ท ข อ ง ก า ร ประกันความเสียงภัยทรัพย์สิน (Accidental Damage (Property) Insurance)
ประกันภัย

ท รั พ ย์ สิ น ท เอ า 1. สิ งปลูกสร้างตัวอาคาร (Building)



ประกันภัย 2. เครืองจักร อุปกรณ เครืองผลิตไอนา และระบบปองกันฟาผ่า (Machineries,




Equipment, Boiler, and Lightning System)


ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 67

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)

3. เฟอร์นิเจอร์ สิ งติดตั งตรึงตรา และอื นๆ ทีเกี ยวข้อง (Furniture, Fittings and Other

Contents)

4. สินค้าคงคลังประเภทวัตถุดิบ สินค้าระหว่างทาง และสินค้าสําเร็จรูป (Stock of Raw
Material, Stock in Process, Finished Product)

สถานทเอาประกันภัย เลขที 652 ถนนประชาอุทิศ แขวงทุ่งครุ เขตทุ่งครุ กรุงเทพมหานคร 10140

วงเงินทเอาประกันภัย 503,000,000 บาท

ร ะ ย ะ เว ล า ท เอ า 20 กรกฎาคม 2564 – 20 กรกฎาคม 2565
ประกันภัย
ผู้เอาประกันภัย บริษัทฯ


2.2 สัญญากรมธรรม์ฉบับที 2

บริษัท บริษัทฯ
ป ร ะเภ ท ข อ ง ก า ร ประกันความเสี ยงภัยทรัพย์สิน (Accidental Damage (Property) Insurance)
ประกันภัย

ท รั พ ย์ สิ น ท เอ า 1. สิ งปลูกสร้างตัวอาคาร (ไม่รวมรากฐาน) รวมส่วนต่อเติมต่างๆ รวมของใช้ เครืองใช้

ประกันภัย สํานักงาน คอมพิวเตอร์และเครืองมืออิเล็กทรอนิกส์ เฟอร์นิเจอร์ เครืองตกแต่ง


ติดตั งตรึงตรา รวมทั งอุปกรณ์ของใช้ เครืองใช้ต่างๆ และอืนๆ ทีเกียวข้อง




2. เครืองจักร อุปกรณส่วนควบต่างๆ อะไหล และอืนๆ ทีเกียวข้อง






3. สินค้าคงคลังประเภทต่างๆ



สถานทเอาประกันภัย เลขที 189 หมูที 6 นิคมสร้างตนเอง ตําบลมะขามคู่ อําเภอนิคมพัฒนา จังหวัดระยอง

21180

วงเงินทเอาประกันภัย 500,000,000 บาท
ร ะ ย ะ เว ล า ท เอ า 20 กรกฎาคม 2564 – 20 กรกฎาคม 2565

ประกันภัย
ผู้เอาประกันภัย บริษัทฯ
2.3 สัญญากรมธรรม์ฉบับที 3

บริษัท บริษัทฯ
ป ร ะเภ ท ข อ ง ก า ร ประกันความเสียงภัยทรัพย์สิน (Accidental Damage (Property) Insurance)

ประกันภัย

ท รั พ ย์ สิ น ท เอ า เฟอร์นิเจอร์ สิ งติดตั งตรึงตรา และอื นๆ ที เกี ยวข้อง (Furniture, Fittings and Other
ประกันภัย Contents)

สถานทเอาประกันภัย เลขที 216/37, 216/40-41 อาคาร แอล.พี.เอ็น. ชั น 11 ถนนนางลินจี แขวงช่องนนทรี


เขตยานนาวา กรุงเทพมหานคร 10140
วงเงินทเอาประกันภัย 5,500,000 บาท


ร ะ ย ะ เว ล า ท เอ า 20 กรกฎาคม 2564 – 20 กรกฎาคม 2565
ประกันภัย
ผู้เอาประกันภัย บริษัทฯ




ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 68

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)


ทั งนี บริษัทฯ ได้จัดทําประกันภัยที มีผลคุ้มครองภัยทุกชนิด โดยให้ความคุ้มครองความสูญเสียและเสียหาย
ของทรัพย์สินทีเอาประกันภัยอันเปนผลมาจากเพลิงไหม้ ฟาผ่า ภัยระเบิด ภัยทางอากาศยาน ภัยจากยวดยานพาหนะ












ภัยเนืองจากนา ภัยจากไฟปา ภัยลมพายุ ภัยลูกเห็บ ภัยนาท่วม ภัยแผ่นดินไหวหรือภูเขาไฟระเบิดหรือคลืนใต้นา
หรือสึนามิ ภัยจลาจลและนัดหยุดงาน ภัยจากการกระทําอันมีเจตนาร้าย (ยกเว้นการกระทําเพือผลทางการเมือง

ศาสนา หรือลัทธินิยม)



3) สัญญากูยมเงินและวงเงินสินเชอจากสถาบันการเงิน


ณ วันที 31 ธันวาคม 2564 บริษัทฯ ได้ทําสัญญากู้ยืมเงินและทําสัญญาวงเงินสินเชือจากสถาบันการเงิน
ภายในประเทศจํานวน 4 แห่ง โดยมีวงเงินรวมจํานวน 1,070.50 ล้านบาท 917.00 ล้านบาท 50.00 ล้านบาท และ
70.00 ล้านบาท ตามลําดับ ซึงสามารถสรุปวงเงินและสาระสําคัญของสัญญาได้ดังนี

3.1 สรุปวงเงินทีมีกับสถาบันการเงินแห่งที 1


วงเงินรวม

ลําดับ ประเภทวงเงิน อัตราดอกเบ ย อายุสัญญา หลักทรัพย์คํ าประกัน
6
(ล้านบาท)
1 วงเงินกู้ยืมระยะยาว 17.50 MLR ต่อป ี 3 และ 4 ป ี - จดทะเบียนสัญญาหลักประกันทางธุรกิจ
1,2,3


ได้แก เครืองจักจํานวน 16 เครือง กรรมสิทธิ


ของบริษัทฯ เปนหลักประกัน
2 วงเงินกู้ยืมระยะยาว 20.00 ร้อยละ 2 ต่อป ี 2 ป ี - จํานองที ดินพร้อมสิ งปลูกสร้างจํานวน
1,3
มาตราการสินเชือ 25 แปลงกรรมสิทธิ ของบริษัทฯ เพือเปน



ดอกเบียตําเพือ หลักทรัพย์คําประกัน


ช่วยเหลือ - ห้องชุดเลขที 216/37 ชั นที 11 อาคารเลขที 1

ผู้ประกอบการทีได้รับ ชื ออาคารชุดแอล.พี.เอ็น.ทาวเวอร์ กรรมสิทธิ



ผลกระทบจาก ของบริษัทฯ เพือเปนหลักทรัพย์คําประกัน
COVID-19

3 วงเงินสินเชื อเลต 760.00 MLR – 0.25 ตอป ทบทวนวงเงิน - จดทะเบียนเงินฝากประจํา กรรมสิทธิ ของ


เตอร์ออฟเครดิต ทุกป ี บริษัทฯ เพือเปนหลักประกันทางธุรกิจ

ภายในประเทศ - จํานองที ดินพร้อมสิ งปลูกสร้างจํานวน

4

และทรัสต์รีซีทส์ 30 แปลง กรรมสิทธิ ของบริษัทฯ เพือเปน


หลักทรัพย์คาประกัน
4 วงเงินขายลดเช็คและ 40.00 MLR ต่อป ี ทบทวนวงเงิน - ห้องชุดเลขที 216/37 ชั นที 11 อาคารเลขที 1
4
ตั วแลกเงิน ทุกป ี ชื ออาคารชุดแอล.พี.เอ็น.ทาวเวอร์ กรรมสิทธิ



ของบริษัทฯ เพือเปนหลักทรัพย์คําประกัน
- เครื องจักรจํานวน 43 เครื อง กรรมสิทธิ ของ

บริษัทฯ จดจํานองเพือเปนหลักประกัน

5 วงเงินสัญญาซือขาย 100.00 ไม่มี ทบทวนวงเงิน - จํานองที ดินพร้อมสิ งปลูกสร้างจํานวน

เงินตราตางประเทศ ทุกป ี 30 แปลง กรรมสิทธิ ของบริษัทฯ เพือเปน




ล่วงหนา หลักทรัพย์คาประกัน


- เครื องจักรจํานวน 43 เครื อง กรรมสิทธิ ของ
บริษัทฯ จดจํานองเพือเปนหลักประกัน




6 วงเงินสินเชื อตั ว 50.00 MLR – 0.25 ตอป ทบทวนวงเงิน - จํานองทีดินพร้อมสิ งปลูกสร้างจํานวน

สัญญาใช้เงิน ทุกป ี 30 แปลง กรรมสิทธิ ของบริษัทฯ เพือเปน



หลักทรัพย์คาประกัน

- ห้องชุดเลขที 216/37 ชั นที 11 อาคารเลขที 1
ชื ออาคารชุดแอล.พี.เอ็น.ทาวเวอร์ กรรมสิทธิ


ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 69

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)

วงเงินรวม
6

ลําดับ ประเภทวงเงิน อัตราดอกเบ ย อายุสัญญา หลักทรัพย์คํ าประกัน
(ล้านบาท)

ของบริษัทฯ เพือเปนหลักทรัพย์คําประกัน


- เครื องจักรจํานวน 43 เครื อง กรรมสิทธิ ของ
บริษัทฯ จดจํานองเพือเปนหลักประกัน



7 วงเงินกู้เบิกเกินบัญชี 13.00 ร้อยละ 2.50 ต่อป ทบทวนวงเงิน - จดทะเบียนเงินฝากประจํา กรรมสิทธิ ของ


ทุกป ี บริษัทฯ เพือเปนหลักประกันทางธุรกิจ
- จํานองที ดินพร้อมสิ งปลูกสร้างจํานวน
25 แปลง กรรมสิทธิ ของบริษัทฯ เพือเปน



หลักทรัพย์คําประกัน
8 วงเงินสินเชื อเพือ 10.00 MLR ต่อป ี ทบทวนวงเงิน - ห้องชุดเลขที 216/37 ชั นที 11 อาคารเลขที 1

4
การส่งออก ทุกป ี ชื ออาคารชุดแอล.พี.เอ็น.ทาวเวอร์ กรรมสิทธิ



ของบริษัทฯ เพือเปนหลักทรัพย์คําประกัน
9 วงเงินหนังสือคํ า 10.00 ไม่มี ทบทวนวงเงิน - จํานองทีดินพร้อมสิ งปลูกสร้างจํานวน



ประกัน ทุกป ี 5 แปลง กรรมสิทธิ ของบริษัทฯ เพือเปน
หลักทรัพย์คาประกัน



10 วงเงินสินเชื อเลตเตอร์ 50.00 MLR – 0.25 ตอป ี 1 ป ี - จดทะเบียนเงินฝากประจํา กรรมสิทธิ ของ

ออฟเครดิต บริษัทฯ เพือเปนหลักประกันทางธุรกิจ

ภายในประเทศ
5
และทรัสต์รีซีทส์
รวมวงเงินทั งหมด 1,070.50
หมายเหตุ :

1. วงเงินกู้ยืมดังกล่าวได้เบิกใช้แล้วเต็มจํานวนในป 2561 – 2563



2. เมือวันที 23 มีนาคม 2561 บริษัทฯ ได้ทําสัญญากู้ยืมเงินกับธนาคารพาณิชย์แห่งหนง 17.5 ล้านบาท โดยมีวัตถุประสงค์เพือใช้ซือ



วัตถุดิบสังกะสี ทั งนี บริษัทฯ จะต้องดํารงสัดส่วนหนีสินต่อส่วนของผู้ถือหุ้นไม่เกิน 3 เท่า ตามเงือนไขทีกําหนดในสัญญากู้ยืมดังกล่าว





3. ในกรณีทีบริษัทฯ เข้าทําสัญญา/คําขอ ทีเรียกว่า “สัญญาก่อหนี” เพือขอสินเชือกับสถาบันการเงินแห่งที 1 ผู้คําประกันตกลงคํ าประกัน








หนีของบริษัทฯ ตามสัญญาก่อหน หากปรากฏว่าบริษัทฯ ผิดนัดชําระหนี อันเปนสาเหตุให้สถาบันการเงินแห่งนมีสิทธิเรียกร้องให้ผู้คํา








ประกันชําระหนีผู้คาประกันจะตกลงชําระหนีในจํานวนเงินสูงสุดทีคําประกัน 150 ล้านบาท พร้อมดอกเบี ย ค่าสินไหมทดแทน และ



ค่าใช้จ่ายอืนๆ

4. นางสาวอรวรรณ เพียรอภิธรรม เปนผู้คํ าประกันเต็มวงเงิน


5. นาวสาวกัณฐิญา ตันติปฎก นางธัญยธรณ์ เพียรอภิธรรม และนางสาวกุลจิรา เพียรอภิธรรม เปนผู้คํ าประกันเต็มวงเงิน

6. นายวรพจน เพียรอภิธรรม เปนผู้คํ าประกันวงเงินสินเชื อกับสถาบันการเงินแห่งที 1 เต็มวงเงิน และทุกวงเงิน





3.2 สรุปวงเงินทีมีกับสถาบันการเงินแห่งที 2
วงเงินรวม
ลําดับ ประเภทวงเงิน อัตราดอกเบี ย อายุสัญญา หลักทรัพย์คํ าประกัน 1
(ล้านบาท)
1 วงเงิน ก้เบิกเกิน 25.00 MOR ต่อปี ทบทวนวงเงินทุกป - จํานองทีดินพร้อมสิ งปลูกสร้างจํานวน





บัญชี 11 แปลงกรรมสิทธิ ของบริษัทฯ เพือเปน
2 วงเงินสินเชื อเลต 570.00 MLR ต่อปี ทบทวนวงเงินทุกป ี หลักทรัพย์คําประกัน

เตอร์ออฟเครดิต - ห้องชุดเลขที 120/812 ชั นที 22 ชื ออาคารชุด
ภายใน พี.เอส.ที คอนโดวิลล์ ทาวเวอร์ 2 กรรมสิทธิ

ประเทศและทรัสต์รี ของบริษัทฯ เปนหลักทรัพย์คํ าประกัน
ซีทส์ - เครื องจักรจํานวน 22 เครื อง กรรมสิทธิ ของ


3 วงเงินสินเชือตั ว 45.00 MLR ต่อปี ทบทวนวงเงินทุกป ี บริษัทฯ จดจํานองเพือเปนหลักประกัน



ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 70

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)

วงเงินรวม
ลําดับ ประเภทวงเงิน อัตราดอกเบี ย อายุสัญญา หลักทรัพย์คํ าประกัน 1
(ล้านบาท)
สัญญาใช้เงิน
4 วงเงินสัญญาซื อขาย 250.00 ไม่มี ทบทวนวงเงินทุกป ี
เงินตราต่างประเทศ


ลวงหนา
5 วงเงินขายลดลูกหนี 20.00 MLR – 0.25 ต่อป ทบทวนวงเงินทุกป ี


6 วงเงินหนังสือคํา 7.00 ไม่มี ทบทวนวงเงินทุกป ี
ประกัน
รวมวงเงินทั งหมด 917.00
หมายเหตุ :



1. บริษัท คอทโก้ แมนแฟคเจอเรอส์ จํากัด และนายวรพจน เพียรอภิธรรม เปนผู้คําประกัน

3.3 สรุปวงเงินทีมีกับสถาบันการเงินแห่งที 3


วงเงินรวม
ลําดับ ประเภทวงเงิน อัตราดอกเบ ย อายุสัญญา หลักทรัพย์คํ าประกัน 1

(ล้านบาท)


1 ว ง เงิน ข าย ล ด 50.00 MOR – 1.62 ต่อป ทบทวนวงเงินทุกป จดทะเบียนเงินฝากประจํา กรรมสิทธิ ของ



ลกหนี บริษัทฯ เพือเปนหลักประกันทางธุรกิจ
รวมวงเงินทั งหมด 50.00
หมายเหตุ :
1. นายวรพจน เพียรอภิธรรม เปนผู้คํ าประกันเต็มวงเงิน




3.4 สรุปวงเงินทีมีกับสถาบันการเงินแห่งที 4
ลําดับ ประเภทวงเงิน วงเงินรวม อัตราดอกเบ ย อายุสัญญา หลักทรัพย์คํ าประกัน

1
(ล้านบาท)

1 ว ง เงิน ข าย ล ด 70.00 MOR – 1.95 ต่อป ทบทวนวงเงินทุกป ี ไม่มี

ลกหนี
รวมวงเงินทั งหมด 70.00
หมายเหตุ :
1. นายวรพจน เพียรอภิธรรม เปนผู้คํ าประกันเต็มวงเงิน



2.2.1.4 งานทไม่ไดส่งมอบ



ณ วันที 31 ธันวาคม 2564 บริษัทฯ ไม่มีงานคงค้างทียังมิได้ส่งมอบ













ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 71

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)

2.2.1.5 โครงสรางการถือหุ้น



บริษัท คอทโกเมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)

ทุนจดทะเบียน 600 ล้านบาท
ทุนชําระแล้ว 430 ล้านบาท




1) โครงสรางการถือหุ้นของบริษัทฯ
บริษัทฯ ไม่มีบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วม






2) บุคคลทอาจมีความขัดแยงถือหุนในบริษัทย่อยหรอบริษัทร่วมรวมกันเกินกว่าร้อยละ 10 ของจํานวน
หุนทมีสิทธิออกเสยงของบริษัทดังกล่าว



ไม่มี เนืองจากบริษัทฯ ไม่มีบริษัทย่อยหรือบริษัทร่วม


3) ความสัมพันธ์กับกลุ่มธุรกิจของผู้ถือหุนใหญ่

ุ่


บริษัทฯ ไม่มีความสัมพันธ์หรือเกียวข้องกับการดําเนินธุรกิจอืนของกลมผู้ถืหุ้นใหญอย่างมีนัยสําคัญ

4) ผู้ถือหุน
หลังการเสนอขายหุนต่อประชาชน

ก่อนการเสนอขาย





กรณทไม่มีการใชสิทธิ กรณทมีการใชสิทธิซอหุน





ลําดับ รายชื อผู้ถือหุน หุนต่อประชาชน

ซอหุนสามัญส่วนเกิน สามัญส่วนเกินทั งจํานวน


จํานวนหุน ร้อยละ จํานวนหุน ร้อยละ จํานวนหุน ร้อยละ


1 บริษัท คอทโก้ แมนแฟคเจอเรอส์ จํากัด 306,388,000 71.25 306,388,000 52.83 306,388,000 51.06
1

2 นายวรพจน เพียรอภิธรรม 62,260,800 14.48 62,260,800 10.73 62,260,800 10.38

3 นางกัณฐิญา ตันติปฏก 30,638,900 7.13 30,638,900 5.28 30,638,900 5.11

4 นางอุษณี มีประเสริฐสกุล 30,638,900 7.13 30,638,900 5.28 30,638,900 5.11
5 นางธัญยธรณ เพียรอภิธรรม 73,000 0.02 73,000 0.01 73,000 0.01

6 นางสาวกุลจิรา เพียรอภิธรรม 200 0.00 200 0.00 200 0.00
7 นางสาวอรวรรณ เพียรอภิธรรม 200 0.00 200 0.00 200 0.00
รวม 430,000,000 100.00 430,000,000 74.14 430,000,000 71.67

จํานวนหุ้นทีเสนอขายประชาชนทั วไป - - 150,000,000 25.86 170,000,000 28.33
รวมทั งหมด 430,000,000 100.00 580,000,000 100.00 600,000,000 100.00
หมายเหตุ:


1. บริษัท คอทโก้ แมนแฟคเจอเรอส์ จํากัด (“คอทโก้แมนแฟคเจอเรอส์”) เปนบริษัททีจัดตั งในประเทศไทยซึ งประกอบธุรกิจให้เช่าทีดิน






อาคารโรงงาน และเครื องจักร ทั งนี ณ วันที 31 มีนาคม 2565 คอทโก้แมนแฟคเจอเรอส์ มีผู้ถือหุ้นดังนี

ลําดับ รายชื อผู้ถือหุน จํานวนหุน ร้อยละ


1 นายวรพจน เพียรอภิธรรม 117,699 70.03

2 นางธัญยธรณ เพียรอภิธรรม 16,800 9.99
3 นางสาวกุลจิรา เพียรอภิธรรม 16,800 9.99
4 นางสาวกานต์สินี เพียรอภิธรรม 16,800 9.99
รวม 168,099 100.00


ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 72

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)







5) ขอตกลงระหว่างผูถือหุนรายใหญ่ทมผลกระทบต่อการออกและเสนอขายหลักทรัพย์หรอการ
บริหารงานของบริษัทฯ และสาระต่อการดําเนินงาน
- ไม่มี -


6) นโยบายการลงทุนในบริษัทย่อย บริษัทร่วมและบริษัททเกยวข้อง

บริษัทฯ มีนโยบายที จะลงทุนในบริษัททีสอดคล้องกับเปาหมาย วิสัยทัศน และแผนกลยุทธ์ในการเติบโตของ


บริษัทฯ ซึงจะส่งผลให้มีผลประกอบการหรือผลกําไรเพิ มขึ น หรือลงทุนในธุรกิจทีเอือประโยชน (Synergy) ให้กับ






บริษัทฯ เพื อเพิ มขีดความสามารถในการแข่งขัน และบรรลุเปาหมายในการเปนผู้ประกอบการชั นนาในธุรกิจหลักของ



บริษัทฯ ทั งนี บริษัทฯ บริษัทย่อย กิจการร่วมค้า และ/หรือบริษัทร่วม อาจพิจารณาลงทุนในธรกิจอื นเพิ มเติมหากเปน


ธรกิจทีมีศักยภาพการเติบโตหรือสามารถต่อยอดทางธุรกิจ หรือเปนประโยชนต่อธุรกิจ ซึงสามารถสร้างผลตอบแทนที




ดีในการลงทุน โดยการพิจารณาการลงทนของบริษัทฯ บริษัทย่อย กิจการร่วมค้า และ/หรือบริษัทร่วมนั น บริษัทฯ

จะทําการวิเคราะห์ความเปนไปได้ของการลงทุนและพิจารณาศักยภาพและปจจัยความเสี ยงจากการลงทุน โดยมี



ขั นตอนการวิเคราะห์การลงทุนอย่างเหมาะสม ซึงจะต้องได้รับความเห็นชอบ และ/หรือการอนมัติจากคณะ

กรรมการบริหาร คณะกรรมการบริษัท หรือทีประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ (แล้วแต่กรณี)


นอกจากน บริษัทฯ ได้กําหนดนโยบายการกํากับดูแลการดําเนินงานของบริษัทย่อย กิจการร่วมค้า และบริษัท


ร่วม โดยมีวัตถุประสงค์เพื อกําหนดมาตรการและกลไกทั งทางตรงและทางอ้อม เพือให้สามารถกํากับดูแลและบริหาร
จัดการกิจการของบริษัทย่อย กิจการร่วมค้า และบริษัทร่วม รวมถึงการติดตามดูแลให้บริษัทย่อย กิจการร่วมค้า


และบริษัทร่วมมีการปฏิบัติตามมาตรการและกลไกต่างๆ ทีกําหนดไว้ได้เสมือนเปนหนวยงานของบริษัทฯ เอง และ




เปนไปตามนโยบายของบริษัทฯ รวมถึงกฎหมายตางๆ ทีเกียวข้อง โดยมีรายละเอียดดังน ี




 บริษัทฯ จะส่งบุคคลทีเปนตัวแทนของบริษัทฯ เข้าไปเปนกรรมการในแต่ละบริษัทย่อย กิจการร่วมค้า



และ/หรือบริษัทร่วม ตามสัดส่วนการถือหุ้นในแต่ละบริษัท เพือทําหนาทีกํากับดูแลให้บริษัทย่อย กิจการ

ร่วมค้า และ/หรือบริษัทร่วม ให้ดําเนินการให้สอดคล้องกับกฎหมายนโยบายอืนๆ ของบริษัทฯ

อย่างไรก็ตาม การส่งตัวแทนของบริษัทฯ เข้าไปเปนกรรมการในแต่ละบริษัทย่อย กิจการร่วมค้า
และ/หรือบริษัทร่วมจะต้องได้รับการพิจารณาและเห็นชอบโดยคณะกรรมการบริษัท โดยคํานึงถึงความ
เหมาะสมของแต่ละบริษัท
 หากในการเข้าทํารายการ หรือการดําเนินการใดๆ ของบริษัทย่อยมีนัยสําคัญ หรือมีผลต่อฐานะทาง



การเงิน และผลการดําเนินงานของบริษัทย่อย หรือเปนเรื องทีเข้าข่ายหรือเปนการได้มาหรือจําหนายไป




ซึงทรัพย์สินตามประกาศที เกี ยวข้อง หรือรายการที เกี ยวโยงกันตามประกาศที เกียวข้อง ซึงจะส่งผลให้


บริษัทฯ มีหนาที ต้องขออนมัติจากคณะกรรมการบริษัท และ/หรือที ประชุมผู้ถือหุ้นของบริษัทฯ หรือขอ
อนมัติจากหนวยงานที เกี ยวข้องตามกฎหมายก่อนการเข้าทํารายการ บริษัทย่อยจะเข้าทํารายการหรือ





ดําเนินการนั นได้ ต่อเมือได้รับอนมัติจากที ประชุมคณะกรรมการบริษัท และ/หรือที ประชมผู้ถือหุ้นของ





บริษัทฯ และ/หรือหนวยงานทีเกียวข้อง (แล้วแต่กรณี) เปนทีเรียบร้อยแล้ว


 หากในการเข้าทํารายการหรือการเกิดเหตุการณบางกรณีของบริษัทย่อย อันทําให้บริษัทฯ มีหนาทีต้อง

เปดเผยสารสนเทศตามหลักเกณฑ์ที กฎหมายกําหนด กรรมการผู้แทนของบริษัทย่อยดังกล่าวมีหนาที


ต้องแจ้งมายังฝายจัดการของบริษัทฯ ในทันทีทีทราบว่าบริษัทย่อยมีแผนจะเข้าทํารายการหรือเกิด


เหตุการณดังกล่าว



ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 73

บริษัท คอทโก้เมททอลเวอร์คส จํากัด (มหาชน)

 คณะกรรมการและผู้บริหารของบริษัทย่อย กิจการร่วมค้า และ/หรือบริษัทร่วมแต่ละบริษัท จะมีขอบเขต


อํานาจหนาทีและความรับผิดชอบทีสําคัญตามกฎหมายทีเกียวข้อง เช่น เปดเผยข้อมูลเกียวกับฐานะทาง






การเงินและผลการดําเนินงานให้แก่บริษัทฯ ทราบ โดยนาประกาศที เกี ยวข้องของคณะกรรมการกํากับ

ตลาดทุนและประกาศคณะกรรมการตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยมาใช้บังคับโดยอนโลม รวมทั ง


เปดเผยและนาส่งข้อมูลส่วนได้เสียของตนและบุคคลทีมีความเกี ยวข้องต่อคณะกรรมการบริษัทให้ทราบ

ถึงความสัมพันธ์ และการทําธุรกรรมกับบริษัทฯ บริษัทย่อย กิจการร่วมค้า และ/หรือบริษัทร่วมใน


ลักษณะทีอาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน และหลีกเลียงการทารายการทีอาจก่อให้เกิดความ


ขัดแย้งทางผลประโยชน ์

 บริษัทฯ จะกําหนดแผนงานและดําเนินการทีจําเปน เพื อทําให้มั นใจได้ว่าบริษัทย่อย กิจการร่วมค้า และ/



หรือบริษัทร่วมมีการเปดเผยข้อมูลเกียวกับผลการดําเนินงานและฐานะทางการเงิน และบริษัทฯ



จะดําเนินการทีจําเปนและติดตามให้บริษัทย่อย กิจการร่วมค้า และ/หรือบริษัทร่วมมีระบบในการเปดเผย

ข้อมูลและระบบควบคุมภายในทีเพียงพอและเหมาะสมในการดําเนินธุรกิจ

นอกจากนี บริษัทฯ จะติดตามอย่างใกล้ชิดถึงผลประกอบการและการดําเนินงานของบริษัทย่อย กิจการร่วม

ค้า และ/หรือบริษัทร่วมดังกล่าว และนาเสนอผลการวิเคราะห์รวมถึงแสดงความคิดเห็นหรือข้อเสนอแนะต่อ
คณะกรรมการบริษัท และคณะกรรมการบริษัทย่อย กิจการร่วมค้า หรือบริษัทร่วมนั นๆ เพือใช้ประกอบการพิจารณา


กําหนดนโยบายหรือปรับปรุงส่งเสริมให้ธรกิจของบริษัทย่อย และ/หรือ บริษัทร่วม มีการพัฒนาและเจริญเติบโตอย่าง
ต่อเนือง

7) จํานวนทุนจดทะเบียนและทุนชําระแล้ว




ณ วันที 17 มีนาคม 2565 บริษัทฯ มีทนจดทะเบียนจํานวน 600,000,000 บาท แบงเปนหุ้นสามัญจํานวน


600,000,000 หุ้น มูลค่าทีตราไว้หุ้นละ 1 บาท และมีทุนทีชําระแล้วจํานวน 430,000,000 บาท แบ่งเปนหุ้นสามัญ







จํานวน 430,000,000 หุ้น มูลค่าทีตราไว้หุ้นละ 1 บาท ทั งนี ทีประชุมสามัญผู้ถือหุ้นประจําป 2565 เมือวันที 14


มีนาคม 2565 ได้มีมติอนมัติเกียวกับการเพิ มทุนและการจัดสรรหุ้นสามัญเพิ มทุน ดังนี
(1) อนมัติการเพิ มทุนจดทะเบียนของบริษัทฯ จํานวน 170,000,000 บาท แบ่งเปนหุ้นสามัญจํานวน


170,000,000 หุ้น มูลค่าหุ้นที ตราไว้หุ้นละ 1 บาท จากทุนจดทะเบียนเดิมจํานวน 430,000,000 บาท




แบ่งเปนหุ้นสามัญจํานวน 430,000,000 หุ้น มูลค่าทีตราไว้หุ้นละ 1 บาท เปนทนจดทะเบียนใหม่


จํานวน 600,000,000 บาท แบ่งเปนหุ้นสามัญจํานวน 600,000,000 หุ้น มูลค่าทีตราไว้หุ้นละ 1 บาท


(2) จัดสรรหุ้นสามัญเพิ มทนจํานวนไม่เกิน 150,000,000 หุ้น มูลค่าทีตราไว้หุ้นละ 1 บาท เพื อเสนอขาย
ให้แก่ประชาชนเปนการทั วไปเปนครั งแรก (IPO) ซึงรวมถึงกรรมการ ผู้บริหาร พนักงาน บุคคลที มี



ความสัมพันธ์ และผู้มีอุปการคุณของบริษัทฯ โดยเปนการเสนอขายในคราวเดียวกัน ทีราคาเสนอขาย




เดียวกันตามเกณฑ์ทีเกียวข้อง

(3) จัดสรรหุ้นสามัญเพิ มทุนจํานวนไม่เกิน 20,000,000 หุ้น มูลค่าทีตราไว้หุ้นละ 1 บาท ซึงเปนจํานวนไม่




เกินร้อยละ 13.34 ของจํานวนหุ้นสามัญเพิ มทุนทีเสนอขายต่อประชาชนในครั งนีจํานวน 150,000,000



หุ้น เพือเสนอขายต่อผู้จัดหาห้นส่วนเกิน (Over-Allotment Agent) (หากมี) อันเกียวเนืองกับแผนการ


จัดสรรห้นส่วนเกินของ บริษัทฯ
ในการนี บริษัทฯ อาจพิจารณาจัดสรรหุ้นสามัญเพิ มทุนเพื อเสนอขายต่อผู้จัดหาหุ้นส่วนเกิน (Over-Allotment

Agent) ทั งหมดเต็มจํานวน 20,000,000 หุ้น มูลค่าทีตราไว้หุ้นละ 1 บาท หรือแต่เพียงบางส่วน หรือไม่จัดสรรหุ้น



ส่วนที 2.2 หัวข้อ 2.2.1 หนา 74


Click to View FlipBook Version