The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

จัดทำโดย ผศ.ธงชัย สิทธิกรณ์
สาขาวิชาการจัดการ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sumanas, 2020-04-08 18:13:00

เอกสารการสอนวิชา พฤติกรรมองค์การ (Organization Behavior)

จัดทำโดย ผศ.ธงชัย สิทธิกรณ์
สาขาวิชาการจัดการ คณะบริหารธุรกิจ มหาวิทยาลัยเอเชียอาคเนย์

Keywords: OB

ข้ันต นข งทฤ ฎีปัญญา งั คมทัง้ ิ้น ครูต้ งแ ดงตั ยา่ งพฤติกรรมทถ่ี ูกต้ งที่ ดุ
เท่าน้ัน จึงจะมีประ ทิ ธภิ าพในการแ ดงพฤติกรรมเลยี นแบบ ค ามผิดพลาดข งครู
แม้ไมต่ งั้ ใจ ไม่ครจู ะพรา่ บ กผู้เรียน ่าไมต่ ้ ง นใจจดจา แต่กผ็ า่ นการ งั เกตและ
การรบั รูข้ งผเู้ รียนไปแล้

ตั แบบในชั้นเรยี นไมค่ รจากดั ไ ท้ ค่ี รูเทา่ น้ัน ค รใช้ผู้เรยี นด้ ยกนั เปน็ ตั
แบบไดใ้ นบางกรณี โดยธรรมชาติเพื่ นในชั้นเรียนย่ มมี ทิ ธพิ ลต่ การเลยี นแบบ งู
ย่แู ล้ ครูค รพยายามใชท้ กั ะจงู ใจใ ผ้ ู้เรยี น นใจและเลยี นแบบเพื่ นท่มี ี
พฤตกิ รรมท่ีดี มากก ่าผทู้ ม่ี ีพฤตกิ รรมไมด่ ี

7.4 กลยทุ ธก์ ารเรียนรู้ ภาพท่ี 7.5 แ ดงประ ทิ ธภิ าพของการเรยี นรู้ระดับต่างๆ

การเรยี นรูเ้ ปน็ ิ่งท่ีจาเปน็ ในการพฒั นาบุคลากรข ง งคก์ ารตา่ งๆ ดงั นัน้
งคก์ าร ามารถนาค ามรู้เรื่ งการเรยี นร้มู า รา้ งเปน็ กลยทุ ธข์ งการเรยี นรทู้ ีม่ ผี ล
ต่ การปฏบิ ตั ิงานข งบคุ ลากรในรูปแบบต่างๆ ซึง่ มาจากพน้ื ฐานจากทฤ ฎี
เ รมิ แรง (Reinforcement Theory) ข ง บี เ ฟ กินเน ร์ (B. F. Skinner) ที่
เป็นทย่ี มรับ ซง่ึ ามารถแยกกลยทุ ธ์เ ริมแรง 4 ด้าน ได้แก่ ใช้การเ ริมแรง
ทางบวก ใช้การเ ริมแรงทางลบ ใชก้ ารยกเลิกแรงเ รมิ และ ใช้การลงโท ดังน้ี

95 | บทที่ 7 การเรียนรู้

7.4.1 ใช้การเ รมิ แรงทางบ ก (Positive Reinforcement)

การเ รมิ แรงทางบ กคื การใ ้ ิง่ เรา้ ที่เปน็ การเ รมิ แรงเพมิ่ ขน้ึ เม่ื
บุคลากร ามารถปฏิบตั ไิ ด้ตามค ามเ มาะ ม ามารถทางานทไี่ ดร้ บั ม บ มาย
ยา่ งดี เชน่ การใ เ้ งนิ เดื นขนึ้ การเล่ื นข้ัน เล่ื นตาแ นง่ การใ โ้ บนั การเพ่ิม
รูปแบบ ั ดกิ าร คายกย่ งชมเชย การใ ร้ าง ัล การประกา เกียรติคุณ การใ ้
เกยี รติ การใ ก้ ารย มรบั นับถื เปน็ ต้น การเ รมิ แรงทางบ กน้เี ปน็ ตั กระต้นุ เ รมิ
ใ ้บคุ คล ยากที่จะปฏิบตั ิ ยา่ งต่ เนื่ งต่ ไปเม่ื มีผลดแี กต่ นเ งทพ่ี งึ พ ใจ ยา่ งใด
ยา่ ง น่งึ ท่พี ึงปรารถนา

7.4.2 ใชก้ ารเ รมิ แรงทางลบ (Negative Reinforcement)

การเ รมิ แรงทางลบคื การตดั รื ลดท นข งการปฏิบัติ ยา่ งใด ย่าง
นง่ึ ทไ่ี มพ่ งึ ประ งคใ์ น งคก์ ารใ เ้ กดิ ข้ึนน้ ย ดุ รื ไมเ่ กดิ ขึ้น กี เลย ซึ่งแยก
กเปน็ งกรณคี ื กลยุทธ์การเ รมิ แรงทางลบแบบ ลกี นี (Escape Strategy)
คื การลดการเ รมิ แรงต่ การปฏบิ ตั ิที่มี ยเู่ ดมิ แตไ่ ม่เป็นทต่ี ้ งการ ดงั น้ันจงึ ดาเนิน
กลยทุ ธ์เพื่ ใ ม้ กี ารลดลง เช่น การทบี่ ุคลากรมีการ ูบบุ ร่ีจาน นมาก ดังนั้น
งคก์ ารจงึ กา นดเขตพืน้ ทเ่ี ฉพาะใ ้ ูบบุ ร่ี เป็นต้น รื กลยทุ ธ์การเ ริมแรงทาง
ลบแบบ ลีกเลย่ี ง (Avoidance Strategy) คื การกา นดการป้ งกนั การกระทา
ยา่ งใด ย่าง นงึ่ ไม่ใ เ้ กดิ ขึ้น เชน่ งคก์ ารประกา ใ ้บุคลากรทราบถงึ การทาผดิ
กฎ รื ทจุ ริตในทุกๆ กรณี จะถูกลงโท รื ดาเนนิ คดตี งั้ แต่เรมิ่ เข้าทางานใน
งค์การเพื่ ป้ งกนั เปน็ ตน้

7.4.3 ใช้การยกเลกิ แรงเ ริม (Extinction)

กลยทุ ธ์การยกเลิกแรงเ รมิ รื ยกลกิ การ ง่ เ ริมในกิจกรรม รื การ
ปฏิบัติ ยา่ งใด ยา่ ง นึง่ ท่ีไมต่ ้ งการ เรื่ งทีไ่ ม่ ง่ ผลดี ไม่มคี ามจาเปน็ รื ไม่
เก่ีย ข้ งกบั การปฏิบตั ิ เช่น แตเ่ ดมิ งคก์ ารมีการกระต้นุ ใ ้บคุ ลากร แ ดงค าม
คิดเ น็ ทางกล่ งแ ดงค ามคิดเ น็ ต่ ผบู้ ริ ารในเร่ื งต่างๆ แต่ในทางปฏบิ ัตแิ ล้ มี
ผูแ้ ดงค ามคิดเ น็ น้ ยมากและโดยมากบุคลากรก็ ามารถแ ดงค ามคิดเ ็นผ่าน
ผูบ้ ริ ารตามลาดบั ชนั้ ได้ ยแู่ ล้ ผบู้ ริ ารจงึ ตดั ินใจ ยกเลกิ กล่ งแ ดงค าม
คดิ เ ็นดงั กลา่ ไป เป็นต้น ดงั นน้ั การยกเลิกแรงเ รมิ เป็นกลยุทธ์ า รับ ิง่ ทไ่ี ม่
จาเปน็ ทจ่ี ะต้ งเ รมิ แรงใ ท้ า รื ไมใ่ ้ทา

96 | บทท่ี 7 การเรียนรู้

7.4.4 ใช้การลงโท (Punishment)

การลงโท นบั ่าเป็นกลยทุ ธท์ ี่ก่ ใ ้เกดิ การเรยี นรตู้ ่ การกระทา การท่ี
ปฏิบัตใิ น ่งิ ท่ผี ดิ า รบั งคก์ ารตามกฎเกณฑ์ ข้ ระเบียบ ย่างใด ย่าง น่ึง โดย
การลงโท เช่น การ า่ กล่า ตกั เตื น การตักเตื นเปน็ ลายลัก ณ์ กั ร การ
ภาคทัณฑ์ การลดเงนิ เดื น การตดั ั ดกิ าร การลดตาแ น่ง การยา้ ย ่ นงาน การ
ไล่ ก เป็นตน้ เพื่ ไมใ่ เ้ กดิ การปฏิบตั ิ กี ดังนนั้ กลยุทธก์ ารเรียนรรู้ ปู แบบตา่ งๆ
เพ่ื เป็นแน ทางในการ ร้างใ ้บุคคลตระ นกั เกดิ การเรียนรตู้ ่ การปฏิบัติ ยา่ งใด
ย่าง นึ่ง เพ่ื ใ เ้ กิดการปฏิบตั ติ ่ เน่ื งจากการเ ริมแรงทางบ ก เพ่ื ใ ล้ ดและ
ยดุ ปฏบิ ตั ิจากการเ รมิ แรงทางลบ การยกเลกิ แรงเ รมิ และการลงโท ท่ีเป็น
เคร่ื งมื ในการปรบั พฤติกรรมบคุ คลใน งคก์ ารใ เ้ มาะ มต่ ไป

7.5 การเรยี นรกู้ บั องคก์ าร

ลักข งการเรยี นรูข้ งบคุ คลนผี้ บู้ ริ าร ามารถนามาปรับใชใ้ ้เกดิ
ประโยชน์ในการบริ าร งคก์ ารใ ้เ มาะ มในพฤตกิ รรมตา่ งๆ ข งบุคลากรใน
งค์การได้ เปรยี บเ มื นการนาเครื่ งมื ข งการเรยี นรู้มาเ รมิ แรงใ เ้ กดิ การ
ทางานมีประ ิทธิภาพยิง่ ข้นึ เพราะการเรียนรขู้ งบุคคล ามารถรบั รู้ได้ในการ
เ รมิ แรง ย่างใด ย่าง นงึ่ ที่เปน็ ทพ่ี ึงประ งคข์ ง งค์การ การเ รมิ แรงในด้าน
ตา่ งๆ ที่ งค์การต้ งการใ ้เกดิ รื เพ่ิมใน ่ นที่ก่ ใ ้เกดิ ประโยชน์ รื การ ยดุ
รื การลดใน ่ นทไี่ ม่ต้ งการได้ ซง่ึ มาจากพืน้ ฐานข งการเ รมิ แรงเ ง ากมีการ
เ รมิ แรงพฤตกิ รรมกจ็ ะมีต่ เน่ื ง แต่ าก ยุดการเ รมิ แรง พฤติกรรมน้นั ก็จะ
ลดลงและ มดไปในท่ี ุด งค์การ ามารถนาเรื่ งนม้ี าปรบั ใชเ้ พ่ื ใ ้เกดิ ผลต่
พฤตกิ รรมใน งคก์ ารได้ ดังนี้

7.5.1 การเ รมิ แรงแบบตอ่ เน่อื ง (Continuous Reinforcement)

การเ ริมแรงแบบต่ เนื่ ง เป็นการนาเรื่ งการเรียนรพู้ ฤติกรรมข งบคุ คล
มาใช้ในการทางานทั่ ไปข ง งค์การ โดยพฤติกรรมใดทีพ่ งึ ประ งค์และเป็นพืน้ ฐาน
ทีต่ ้ งการข ง งค์การแล้ ผ้บู ริ ารก็ใ ้มกี ารเ รมิ แรงเพื่ ใ เ้ กดิ พฤติกรรมนัน้
ยา่ งต่ เน่ื ง เช่น การทพี่ นักงานมาทางานตรงเ ลาทุก นั ั น้างานกใ็ ค้ า
ชมเชย ยา่ ง ม่าเ ม รื การที่ พนักงานทางานขยันขันแข็ง ยู่เ ม ั น้างาน
ก็ใ ้ค ามไ ้ างใจ ค ามเชื่ ใจ เปน็ ตน้

97 | บทที่ 7 การเรียนรู้

7.6 รุป 7.5.2 การเ ริมแรงแบบไม่ตอ่ เนือ่ ง (Intermittent Reinforcement)
คาถามท้ายบท
การเ รมิ แรงแบบไมต่ ่ เน่ื ง เป็นการเ ริมแรงในบางครงั้ ที่ต้ งการใ ้
พฤติกรรมใดๆ นั้นเกิดขน้ึ และต้ งเปน็ ค ามถ่ที ี่เ มาะ ม ที่ ามารถกระตุน้ ใ ้
พฤติกรรมแบบเดิมนนั้ เกดิ ขนึ้ ีก การเ รมิ แรงลกั ณะนี้ ามารถทาใ ้เกิดผลดกี า่
แบบต่ เน่ื ง เพราะเปน็ การกระตนุ้ ทีเ่ ปน็ ช่ งๆ ทาใ เ้ กดิ การปฏิบตั ใิ นพฤติกรรม
ตามทีต่ ้ งการ และบุคคล ามารถรับรู้ไดถ้ ึงผลลพั ธ์นั้นๆ ซงึ่ มักมคี ุณค่ามากก า่ จาก
การเ รมิ แรงแบบน้ี ในขณะท่กี ารเ รมิ แรงแบบต่ เนื่ ง มกั จะเป็นเรื่ งปกติ
ธรรมดา และผลทไ่ี ดร้ บั มักมีคณุ คา่ น้ ยก า่ ในการรบั รขู้ งบคุ ลากร

การเรยี นรู้ คื พื้นฐานท่ี าคัญข งบคุ คล ท่ีทาใ ้เกดิ การเปลี่ยนแปลง
ย่างถา รในการดารง งคค์ ามรู้ ทัก ะ ทั นคติ ค่านยิ ม ค ามเขา้ ใจในเร่ื งตา่ งๆ
ร บตั การเรียนรูข้ งบคุ คล เกดิ จากพื้นฐานพลงั แรงขบั ิ่งกระตุ้น และการ
เ รมิ แรง ทีท่ าใ ้บคุ คลมปี ฏิกริ ยิ า ย่าง น่งึ ยา่ งใด การท่ี งคก์ ารนาค ามร้เู ร่ื ง
การเรยี นรู้ มาใชใ้ นการบริ าร ามารถทาใ ้เขา้ ใจประเภทข งการเรียนร้ขู ง
บุคคล า่ เกดิ จาก ะไร และ ามารถนามาปรบั เปน็ กลยุทธข์ งการเรยี นรู้ ท่ี ามารถ
เ รมิ แรงในการปฏิบตั ิพฤตกิ รรมตา่ งๆ ทงั้ ทพ่ี งึ ประ งค์ใ ้เกิดขนึ้ และที่ไม่พึง
ประ งค์ใ ล้ ดลง รื มดไปได้ ดงั นั้น จงึ เป็น า ตรแ์ ละ ลิ ป์ ทีผ่ ูบ้ ริ ารจะมีกล
ยุทธ์ ย่างไร ในการเ รมิ แรงทเี่ มาะ มแก่ งค์การข งตนเ งต่ ไป

1. การเรยี นรู้ มายถึง ง่ิ ใด ?
2. การเรยี นรแู้ บบมเี งื่ นไขจากการปฏบิ ตั มิ รี ูปแบบ ย่างไร ?
3. ทฤ ฎีการเรยี นรู้ทาง งั คมคื ะไรและมกี ระบ นการเกบ็ ข้ มลู ยา่ งไร ?
4. กลยทุ ธ์การเรยี นรู้ ท่ี งคก์ าร ามารถนาไปใชป้ ฏบิ ตั ใิ น งคก์ ารมี ยา่ งไรบา้ ง ?
5. การเ ริมแรงข ง งค์การมลี ัก ณะ ย่างไร ?

98 | บทท่ี 7 การเรียนรู้

บทท่ี 8 การจูงใจ
(Motivation)

8.1 บทนา

ก รจงู ใจ (Motivation) เปน็ ค ท่ใี ช้กนม ก ม จ กค กรยิ ในภ ล ติน

่ “Movere” ทมี่ คี ม ม ยในภ งกฤ ่ “to move” ม ยถึง “ ่ิงโน้ม
น้ รื ชกน บุคคลใ ก้ ร ท ก ร ย่ งใด ย่ ง นึง่ ก รจงู ใจ เป็นกร บ นก รท่ี
บคุ คล ถกู กร ตุ้นจ ก ง่ิ เร้ โดยจงใจใ ้กร ท รื ด้นิ รนเพื่ ใ บ้ รรลุจดุ ปร งค์

บ ง ย่ ง ซง่ึ จ เ น็ ไดพ้ ฤติกรรมทเ่ี กิดจ กก รจงู ใจ เปน็ พฤติกรรมทม่ี ิใชเ่ ป็นเพียง
ก รต บ น ง งิ่ เร้ ปกตธิ รรมด ก รข นรบเมื่ ไดย้ ินเ ยี งเรยี ก เปน็ ลก ณ ข ง
ก รต บ น ง ิง่ เร้ ปกติ แตก่ รต บ น ง ิ่งเร้ จด ่ เป็นพฤตกิ รรมที่เกดิ จ กก ร
จูงใจ เช่น พนกง นต้งใจท ง นเพื่ งค มดีค มช งเป็นกรณีพเิ

8.2 ลักพืน้ ฐานของการจงู ใจ

ก รจงู ใจ มีผลต่ พฤตกิ รรมข งบคุ คลในแตล่ ถ นก รณ์ ก รจงู ใจจ
ท ใ แ้ ต่ล บคุ คลเลื กพฤตกิ รรม เพื่ ต บ น งต่ ่ิงเร้ ท่ีเ ม มท่ี ดุ ในแตล่
ถ นก รณท์ ่แี ตกต่ งกน กไป พฤตกิ รรมท่ีเลื กแ ดงนี้ เปน็ ผลจ กลก ณ
บทบ ทในต บุคคล (Role model) แล ภ พแ ดล้ ม ย่ งไรก็ต ม เม่ื งค์ก ร
ต้ งก รจงู ใจ ย่ งใด ย่ ง นง่ึ แกบ่ คุ คล เช่น ร ง ลต่ งๆ ท่ี ม รถค ด งได้
เพ่ื ใ เ้ กิดก รกร ท ซึ่งก รจงู ใจน้นเป็นบ่ เกดิ ท่นี ม ซึ่งผลลพธท์ ่ีได้ต มที่
งคก์ รต้ งก ร แล ผลลพธน์ ้จี ร้ งค มพงึ พ ใจท้งแก่ งค์ก รท่ตี ้ งก ร
เป้ ม ยต มทีค่ ด ง ในขณ ทบี่ ุคคลมคี มพึงพ ใจในง นต มม

8.3 ประเภทของการจงู ใจ

่งิ ต่ งๆ ร บต เร ม รถเปน็ ก รจูงใจใ แ้ กบ่ ุคคลไดแ้ ตกต่ งกน
ขน้ึ กบค มรู้ ปร บก รณ์ ค่ นยิ ม แน คิด ท นคติ ที่ตนมี ยเู่ ปน็ พน้ื ฐ น ดงน้น
ก ร น งต บต่ ก รจูงใจข งแตล่ บุคคล จงึ แตกต่ งกนได้ งคก์ รจึงต้ งเข้ ใจ

แล น งต่ ก รจูงใจข งพื้นฐ นบคุ คลท่ี จมคี มแตกต่ งกนได้ เพ่ื ใ ้เกดิ
ค มเ ม ม ก รจูงใจข งบุคคล ม รถแยก กเปน็ 2 ปร เภท ได้แก่ การจูง
ใจภายใน แล การจูงใจภายนอก ดงนี้

99 | บทที่ 8 การจูงใจ

ภาพท่ี 8.1 แ ดงประเภท ทีม่ า และองค์ประกอบของการจงู ใจ

8.3.1 การจูงใจภายใน (Intrinsic Motivation)

ก รจูงใจภ ยใน เป็น ่งิ ผลกดนจ กภ ยในต บุคคล ซ่งึ จเป็นเจตคติ
ค มคดิ ค ม นใจ ค มต้งใจ ก รม งเ ็นคณุ ค่ ค มพ ใจ ค มต้ งก ร
รื น่ื ๆ ิง่ ต่ งๆ ดงกล่ น้ี มี ทิ ธพิ ลต่ พฤติกรรมค่ นข้ งถ ร เชน่ คนง นท่ี
เ น็ งค์ก รเป็น ถ นทใ่ี ช้ ี ติ แก่เข แล คร บคร เข จ จงรกภกดตี ่ งคก์ ร
แม้ งค์ก รจ ข ดทุน ไมไ่ ดจ้ ่ ยค่ ต บแทนท่ีดีใ ้ แต่ด้ ยค มผกู พน พนกง นก็
ร่ มกนลดค่ ใชจ้ ่ ยแล ช่ ยกนท ง น ย่ งเต็มท่ี

8.3.2 การจูงใจภายนอก (Extrinsic motivation)

ก รจูงใจภ ยน ก เป็น ิง่ ผลกดนภ ยน กต บุคคล ท่ีม กร ต้นุ ใ ้เกิด
พฤตกิ รรม จเป็นก รได้รบร ง ล เกียรติย ชื่ เ ยี ง รื ช่นื ชมยกย่ ง ก รจงู ใจนี้
ไมค่ งทนถ ร บุคคลจ แ ดงพฤตกิ รรม เพื่ ต บ น ง ่งิ จงู ใจดงกล่ เฉพ กรณี
ต มทตี่ ้ งก ร งิ่ ต บแทน เท่ น้น

100 | บทท่ี 8 การจูงใจ

8.4 ท่มี าและกระบ นการของการจงู ใจ

ก รจูงใจมีที่ม จ ก ล ย เ ตุ จเนื่ งม จ กค มต้ งก ร รื แรง
ขบ รื ง่ิ เร้ รื จเน่ื งม จ กก รค ด ง รื จ กก รเก็บกด ซึง่ บ งกรณี
บุคคล จไม่รตู้ เ น็ ได้ ่ ก รจงู ใจใ เ้ กิดพฤตกิ รรมทไ่ี ม่มีกฎเกณฑแ์ นน่ น
เนื่ งจ กพฤตกรรมมนุ ยม์ คี มซบซ้ น ก รจูงใจ ย่ งเดีย กน จท ใ ้เกิด
พฤติกรรมทแ่ี ตกต่ ง ก รจงู ใจทตี่ ่ งกน จเกิดพฤตกิ รรมทีเ่ มื นกนได้ ท่มี ข ง
ก รจงู ใจท่ี คญมี งเขป ดงน้ี

8.4.1 ค ามต้องการทจ่ี าเปน็ (Need)

เปน็ ภ พทบ่ี ุคคลข ด มดลุ ท ใ เ้ กิดแรงผลกดนใ ้บคุ คลนน้ แ ดง
พฤติกรรมเพ่ื ร้ ง มดลุ ใ ้ต เ ง เช่น เม่ื รู้ กึ ่ เ น่ื ยล้ ก็จ น น รื น่งพก
ค มต้ งก รมี ทิ ธิพลม กต่ พฤติกรรม เป็น ่ิงกร ตนุ้ ใ บ้ คุ คลแ ดงพฤตกิ รรม
เพ่ื ใ บ้ รรลจุ ดุ มุ่ง ม ยทต่ี ้ งก ร นกจิต ทิ ย ล ยคน ธบิ ยเร่ื งค มต้ งก ร
ในรูปแบบต่ งๆ กน ซ่งึ ม รถแบ่งค มต้ งก รพนื้ ฐ นข งบคุ คล ไดเ้ ป็น 2
ปร เภทท ใ ้เกิดก รจงู ใจ
1) ค ามตอ้ งการทม่ี ีผลตอ่ การจูงใจด้านรา่ งกาย (physical motivation) เป็น

ค มต้ งก รเกย่ี กบ ร น้ ก รพกผ่ น ก รได้รบค มค้มุ คร ง ค ม
ปล ดภย ก รได้รบค มเพลดิ เพลิน ก รลดค มเคร่งเคยี ด ก รจูงใจน้ีจ มี ูง
ม กใน ยเด็กต นต้นแล ยผ้ใู ญ่ต นปล ยเน่ื งจ กเกิดค มเ ่ื มข ง
ร่ งก ย
2) ค ามต้องการที่มผี ลตอ่ การจูงใจด้าน ังคม (social motivation) ก รจูงใจ
ด้ นนี้ ลบซบซ้ นม ก เปน็ ค มต้ งก รทีม่ ผี ลม จ กด้ นชี ิทย ข งมนุ ย์
ในค มต้ งก ร ยูร่ ่ มกนกบคร บคร เพื่ นฝงู ในโรงเรียน เพ่ื นร่ มง น
เป็นค มต้ งก ร ่ นบคุ คลท่ีไดร้ บ ทิ ธพิ ลม จ ก ่ิงแ ดล้ มแล ฒนธรรม
ซ่ึงในบ ง ฒนธรรม รื บ ง งคมจ มี ิทธพิ ลท่เี ขม้ แข็งแล เ นยี แนน่ ม ก

ค มแตกต่ งข งก รจงู ใจด้ น งคมแล ก รจงู ใจด้ นร่ งก ย คื ก รจงู ใจ
ด้ น งคม เกิดจ กพฤตกิ รรมท่เี ข แ ดง กด้ ยค มต้ งก รข งตนเ ง
ม กก ่ ผลต บแทนจ ก ตถแุ ล งิ่ ข ง

101 | บทที่ 8 การจูงใจ

8.4.2 แรงขับ (Drives)

เปน็ แรงผลกดนที่เกดิ จ กค มต้ งก รท งก ย แล ่งิ เร้ จ ก
ภ ยในต บุคคล ค มต้ งก รแล แรงขบมกเกิดค บค่กู น เม่ื เกดิ ค ม
ต้ งก รแล้ ค มต้ งก รนน้ ไปผลกดนใ เ้ กิดพฤติกรรมท่ีเป็นแรงขบ เชน่ ใน
ก รปร ชุม นึ่งผเู้ ข้ ปร ชุมทง้ ิ ทง้ เ นื่ ย แทนท่กี รปร ชมุ จ ร บรน่ื ก็

จจ เกิดก รขดแยง้ รื เพร ่ ทุกคน ิ จึงรบี รุปก รปร ชุม ซึง่ จจ
ท ใ ้ข ดก รไตรต่ ร งท่ดี ีได้

8.4.3 ง่ิ ล่อใจ (Incentives)

เปน็ ิง่ ชกน บุคคล ใ ก้ ร ท ก ร ย่ งใด ย่ ง น่งึ ไป จู่ ุดมุ่ง ม ย
ที่ต้งไ ้ ถื เป็นก รจูงใจภ ยน ก เชน่ เมื่ ต้ งก รใ พ้ นกง นม ท ง น
ม่ เ ม จึงใช้ ิธยี กย่ งพนกง นท่ีไม่ข ดง น โดยจด รรร ง ลในก ร
คดเลื กพนกง นท่ไี ม่ข ดง น รื ม บโลใ่ แ้ ก่ฝ่ ยท่ีท ง นดีปร จ ปี งิ่ ล่
ใจ จเป็น ตถุ เปน็ ญลก ณ์ รื ค พดู ทีท่ ใ ้บคุ คลพงึ พ ใจ

8.4.4 การต่ืนตั (Arousal)

เป็นภ ที่บคุ คล พร้ มทจี่ แ ดงพฤตกิ รรม ม งพร้ มที่จ คิด
กล้ มเน้ื พร้ มจ เคลื่ นไ นกกี ที่ นุ่ ร่ งก ยแล้ แล พร้ มทจ่ี แขง่ ขน
รื เลน่ กี งค์ก รที่มีพนกง นทม่ี คี มต่ืนต กย็ ่ ม ง่ ผลใ ้ท ง นดี

ก ร กึ ธรรมช ตพิ ฤตกิ รรมข งมนุ ย์มคี มตื่นต 3 ร ดบ ได้แก่
1) ก รต่นื ต ร ดบ ูง เป็นร ดบก รตนื่ ต ม กเกินไป จนกล ยเปน็ ตืน่ ตกใจ

รื ต่นื เต้นเกินก ่ เ ตุ แล ข ด ม ธิ
2) ก รตื่นต ร ดบกล ง เป็นร ดบก รตื่นต ทด่ี ีท่ี ดุ
3) ก รตน่ื ต ร ดบต่ เปน็ ร ดบก รตน่ื ต น้ ย มกท ใ ท้ ง นเฉ่ื ยช ง น

เ ร็จช้ ไม่ร มดร ง

จ กก ร ึก พบ ่ ปัจจยที่ท ใ บ้ ุคคลต่ืนต มที ง้ ่ิงเร้ จ กภ ยน กแล ิง่
เร้ จ กภ ยใน ไดแ้ ก่ ลก ณ ่ นต ข งแต่ล บคุ คลทแ่ี ตกต่ งกน ทง้
บคุ ลิกภ พ นิ ย แล ร บบ รรี ข งบคุ คลนน้

102 | บทท่ี 8 การจูงใจ

8.4.5 การคาด ัง (Expectancy)

เป็นก รตง้ ค มปร รถน ข งบุคคล ใน ิ่งที่จ เกิดข้ึนใน น คต
เชน่ พนกง นค ด ง ่ ปีใ ม่เข จ ไดโ้ บน 5 เท่ ข งเงนิ เดื น ท ใ ้
พนกง นมีชี ิตชี ซ่ึงบ งคน จ ม ง บ งคน จผดิ งก็ได้ ิง่ ทเ่ี กดิ ข้ึน
จริง กบ ิ่งท่คี ด ง จไมต่ รงกนเ ม ไป ก ง่ิ ทีเ่ กดิ ข้ึน ่ งกบ ่ิงที่

ค ด งม ก จท ใ พ้ นกง นคบข้ งใจในก รท ง น ก รค ด งก่ ใ ้เกิด
แรงผลกดน รื เปน็ ก รจงู ใจที่ คญต่ พฤตกิ รรม ก งคก์ รกร ตุ้นใ ้
พนกง นยกร ดบผลง นตนเ งได้ แล พิจ รณ ผลต บแทนท่ีใกลเ้ คียงกบ ่ิงท่ี

พนกง นค ด ง ย่ มจ เปน็ ปร โยชน์ทง้ ต่ งค์ก รแล พนกง น

8.4.6 การต้งั เปา้ มาย (Goal setting)

เป็นก รก นดทิ ท ง แล จดุ ม ยปล ยท งข งก รกร ท
กจิ กรรมใดกจิ กรรม นงึ่ ข งบุคคล จดเป็นก รจูงใจจ กภ ยในข งบุคคลน้นใน
ก รท ง น ธุรกจิ ทมี่ ่งุ เพ่ิมปรมิ ณแล คณุ ภ พ ค รมกี รต้งเป้ ม ยในก ร
ท ง น เพร จ ่งผลใ ้ก รท ง นมแี ผนในก รด เนนิ ก ร เ มื นเรื ทมี่ ี ง

เ ื เพร มเี ป้ ม ยชดเจน น่นเ ง

8.5 องค์ประกอบทม่ี ผี ลตอ่ การจงู ใจ

ก รจูงใจทม่ี ีผลต่ บุคคลต่ งๆ จ มผี ลม ก รื น้ ยในก รจูงใจมี
งค์ปร ก บทเี่ กี่ย ข้ ง 3 ่ น ดงน้ี

8.5.1 ธรรมชาติของบุคคล (Nature of Individual)

“ คนที่มีความคิดสร้างสรรค์ พฤตกิ รรมข งบคุ คลแตล่ บคุ คลจ ไมม่ ีค มเ มื นกนในแตล่ เร่ื ง
จะสร้างแรงจูงใจที่นาไปสู่ ดงน้นบคุ คลจ มเี กลก ณ์เฉพ ตน ไมเ่ มื นกบบุคคล ื่น จ แตกต่ งกนจ กก ร
ความสาเร็จ มิใช่การจงู ใจเพ่ือ เรยี นรูแ้ ล ปร บก รณ์ที่ได้รบ เช่น แรงขบ (Drive) ข งแตล่ บคุ คลในเรื่ งท่ี
การมุ่งร้ายทาลายผอู้ ่ืน ”
แตกต่ งกนน้นๆ จ มีค มแตกต่ งกน รื ร ดบค มม่นคงข งจติ ใจทไ่ี ม่
เ มื นกน ก รตง้ เป้ ม ยชี ิต ค มท เย ท ย น เป็นต้น

103 | บทท่ี 8 การจูงใจ

8.5.2 ภาพการณข์ อง ง่ิ แ ดลอ้ ม (Environmental Situation)

ภ พก รณ์ข ง ิ่งแ ดล้ มทบี่ ุคคลปร บม ไมเ่ มื นกน ดงน้นจงึ มี
ก รจงู ใจที่แตกต่ งกน ลก ณ ข ง ภ พก รณ์ไดแ้ ก่ ก รแข่งขน ค มร่ มมื ร่ ม
ใจ กลุม่ บุคคล แ ดล้ ม เป็นต้น

8.5.3 ค ามเขม้ ของการจูงใจ (Motive Intensity)

ก รจูงใจท่ีเกดิ ข้นึ ท่ี ม รถกร ตนุ้ ใ บ้ คุ คลมกี ร น งต บ ย่ งใด ย่ ง
น่งึ นน้ บ งครง้ มปี ริม ณม กบ้ งน้ ยบ้ ง กมปี รมิ ณทมี่ กจ ม รถกร ตุ้น
ใ ้เกดิ ก รจูงใจในร ดบที่ งู ขึน้ น กจ กน้เี รื่ งข งก รเ รมิ แรงก็ ง่ ผลต่ ก รจงู ใจ
ด้ ย ที่เปน็ ก รเ รมิ แรงท งบ ก แต่ กเปน็ ก รเ รมิ แรงท งลบกจ็ เป็นก รช ล
รื ลดร ดบข งก รจูงใจด้ ย

8.6 ทฤ ฎ-ี แน คดิ เกี่ย กบั การจงู ใจ

ก รจงู ใจ เปน็ เรื่ งทีม่ ีค ม คญในก ร ึก มนุ ย์ เพื่ ใ ้เกดิ ค ม
เข้ ใจในก รโนม้ น้ ใ บ้ ุคคลมพี ฤติกรรม ย่ งใด ย่ ง นึง่ แล งคก์ รก็ ม รถ
น ค มร้คู มเข้ ใจทีเ่ กยี่ ข้ งกบก รจูงใจในก รปฏิบตติ ่ บุคคลเพ่ื ใ เ้ กดิ
พฤติกรรมมทีพ่ งึ ปร งค์ มีนกทฤ ฎีท่ีย มรบทีเ่ ป็นต้นแบบในก ร ร้ งค มเข้ ใจ
ในเร่ื งก รจงู ใจ ดงนี้

ภาพที่ 8.2 แ ดงแน คดิ เกี่ย กบั การจงู ใจ

104 | บทท่ี 8 การจูงใจ

Abraham H. Maslow 8.6.1 ทฤ ฎีลาดบั ข้ันค ามต้องการในมนุ ย์ของมา โล ์
พ.ศ. 2451-2513 (Maslow’s Hierarchy of Needs Theory)

ทฤ ฎลี ดบข้นค มต้ งก รในมนุ ย์ข งนกจติ ิทย ช่ื Abraham
Harold Maslow ถื เปน็ ทฤ ฎีทไ่ี ด้รบก รย มรบแล ถกู ้ ง ิงใน งก ้ ง เปน็ ก ร
ธิบ ยในเรื่ งก รจงู ใจ ่ ค มต้ งก รข งบุคคลเปน็ พนื้ ฐ นข งก รจงู ใจในก ร
มีพฤตกิ รรมต่ งๆ โดยมี มมติฐ น ดงน้ี
1) มนุ ยม์ ีค มต้ งก รตล ดเ ล ไมม่ ีท่ี ้ิน ดุ แล มีก รเปลีย่ นแปลง ยู่เ ม

เมื่ มคี มต้ งก ร ย่ ง น่ึง ย่ งใดแล ได้รบก รต บ น งแล้ ก็จ มีค ม
ต้ งก ร ง่ิ ใ ม่ ม แทนท่ีเ ม ไม่ น้ิ ุด
2) ค มต้ งก รทไี่ ด้รบก ร น งต บแล้ จ ไม่เป็น ่ิงจงู ใจ ีกต่ ไป แต่จ มี
ค มต้ งก รท่ีม แทนท่ีค มต้ งก รเดิม เพื่ ใ ้มนุ ย์ น งต บใน ง่ิ ใ ม่
3) ค มต้ งก รในมนุ ย์จ มลี ดบขน้ ต นในร ดบทแี่ ตกต่ ง จ กล่ งขน้ึ บน
เมื่ มกี ร น งต บในร ดบล่ งแล้ จ มีก รเลื่ นค มต้ งก รในร ดบท่ี
ูงขึน้ เป็นล ดบ

จ ก มมติฐ นน้ี ม โล ไ์ ด้ รปุ ร ดบข้นค มต้ งก รในมนุ ย์ 5 ร ดบ
จ กร ดบล่ งขึ้นบน ดงนี้

ภาพท่ี 8.3 แ ดงลาดบั ข้นั ค ามตอ้ งการของมา โล ์

ขั้นท่ี 1 ค ามตอ้ งการดา้ นกายภาพ (Physiological Needs) เปน็ ค มต้ งก ร
ข้นพน้ื ฐ นเบื้ งตน้ ในก รด รงชี ติ มนุ ยใ์ นปัจจย 4 (Basic Needs) เนน้ ค ม
ต้ งก รท งร่ งก ย ได้แก่ ร เคร่ื งนุ่ง ม่ ท่ี ยู่ ย แล ย รก โรค เปน็

105 | บทที่ 8 การจูงใจ

ก รจูงใจที่ท ใ ม้ นุ ย์มคี มพย ย มในก ร น งต บเพื่ ใ ้ไดม้ ซ่ึงค ม
ต้ งก รพ้นื ฐ นนีก้ ่ น ในขน้ นี้ งค์ก ร ม รถ น งค มต้ งก รได้โดยก รจูงใจ
เรื่ งค่ ต บแทน ด้ นต่ งๆ ท่เี ม ม ภ พก รท ง น ทที่ ง นที่เ ม ม

ก บรรย ก ในก รท ง นท่ีดี เปน็ ตน้

ขัน้ ที่ 2 ค ามตอ้ งการค ามปลอดภัย (Safety Needs) เปน็ ค มต้ งก รด้ น
ค มปล ดภย เน้นค มต้ งก รท งร่ งก ย ได้แก่ ต้ งก รค มปล ดภยในชี ติ
คร บคร ทรพย์ ิน ก รง น แล ค มเรยี บร้ ยใน ิง่ พนื้ ฐ นต่ งๆ ทไี่ ดม้ ี ยู่ แล
พย ย ม ถิ ที งเพ่ื ใ ้เกิดค มมน่ คงใ เ้ กดิ ขึ้น (Security) ในข้นน้ี งคก์ ร

ม รถจูงใจโดยค มมน่ คงในก รท ง น ต แ น่งทด่ี ี เ ม ม แล ค ม
ปล ดภยในง น เปน็ ต้น

ข้นั ที่ 3 ค ามตอ้ งการทาง งั คม (Love & Belonging Needs) เปน็ ค ม
ต้ งก รท ง งคม ก รย มรบ ค มรู้ ึกทด่ี ี ล ก รไดร้ บก รย มรบ เพื่ ใ ้เกดิ
ก รคบค้ ม คม ก รเข้ ร่ มกลมุ่ งคม ก รเป็น ม ชกิ ต่ งๆ เพ่ื ต้ งก ร
ค ม มพนธ์ ค มรก มิตรภ พ ล ในขน้ นี้ งค์ก ร ม รถจงู ใจโดยก รจด
ทีมง น ก รท ง นร่ มกน ก รปร นง นท่ดี ี ก ร ร้ งกิจกรรมทมี่ กี รเ ริม ร้ ง
ค ม มพนธ์ นดีใน งค์ก ร เป็นต้น ค มต้ งก รนเ้ี นน้ ค มต้ งก รท งจติ ใจ

ข้ันที่ 4 ค ามตอ้ งการภาคภูมิใจ (Esteem Needs) เปน็ ค มต้ งก รเกียรตยิ
ช่ื เ ยี ง แล ไดร้ บก รย มรบ ก รเค รพนบถื ก รยกย่ ง รรเ รญิ ค มโดดเด่น
ก รเป็นทนี่ บ น้ ถื ต ชยชน ค มมี น จ เปน็ ค มต้ งก รทมี่ ี ่ นเกย่ี ข้ ง
กบจติ ใจ ในขน้ น้ี งค์ก ร ม รถจงู ใจได้โดยก รยกย่ งรปู แบบต่ งๆ ย่ ง
เ ม มต แ น่ง ถ น ต่ งๆ ทง้ ท่เี ก่ีย กบง นท งตรง แล ท ง ้ ม เปน็ ต้น
ค มต้ งก รน้เี นน้ ค มต้ งก รท งจติ ใจ

ขั้นท่ี 5 ค ามตอ้ งการประ บค าม าเร็จในชี ิต (Self-Actualization
Needs) เป็นค มต้ งก รค ม เรจ็ ่ นต ค มพึงพ ใจ ่ นต นเปน็ คณุ
ค่ งู ุดในชี ิต ทจี่ ปร บค ม เรจ็ ต มทตี่ นเ งตง้ ง รไ ้ แต่บุคคลจ
ไปถึงจดุ งู ุดน้ี รื ไม่ ขนึ้ ยกู่ บ กยภ พข งแตล่ บคุ คลเปน็ คญ ในข้นน้ี
งคก์ ร ม รถจูงใจด้ ยก รกร ตนุ้ ค มท้ ท ยต่ งๆ ในง น ค มคิด ร้ ง รรค์

106 | บทท่ี 8 การจูงใจ

ก รเล่ื นต แ น่ง ก ร นบ นุนด้ นต่ งๆ เปน็ ต้น ค มต้ งก รนีเ้ น้นค ม
ต้ งก รท งจติ ใจ

ย่ งไรกต็ ม ม โล ์ ยงแบง่ ค มต้ งก รทง้ 5 ขน้ น้ี กเป็น 2 กลุม่ ใ ญ่ คื
1) ค มต้ งก รร ดบล่ ง (Lower-order Needs) ม ยถงึ ค มต้ งก ร

2 ข้นแรก คื ค มต้ งก รท งร่ งก ยแล ค มต้ งก รค มมน่ คง
ปล ดภย ซ่งึ เป็นภ พ ท้ นข งค มต้ งก รพ้ืนฐ นภ ยน ก
(Externally)
2) ค มต้ งก รร ดบบน (Higher-order Needs) ม ยถงึ ค ม
ต้ งก รขน้ ท่ี 3 ถึง 5 คื ค มต้ งก รท ง งคม ค มต้ งก รก รยกย่ ง
แล ค มต้ งก รปร บค ม เรจ็ ในชี ติ ซงึ่ เปรียบเ มื นภ พ ท้ น
ค มต้ งก รภ ยใน (Internally) เป็น ลก

ในมมุ ม งข งพฤติกรรม งค์ก ร ทฤ ฎคี มต้ งก รข งม โล ์ ่งผล
ต่ พฤตกิ รรมข งบุคคล ดงนี้

ข้ันท่ี 1 ค ามต้องการทางกาย ง่ ผลต่ ก รเรยี นรู้ ึก ฝกึ ฝน (Learning)
ข งบคุ ลใน งค์ก ร เพื่ เพ่ิม กยภ พ แล ลงมื ในก รด เนินธรุ กจิ ข ง
งค์ก ร
ขั้นท่ี 2 ค ามตอ้ งการค ามมัน่ คงปลอดภยั ง่ ผลต่ ค มพ ใจในง น (Job
Satisfaction) ข งบุคลใน งค์ก ร ก่ ใ เ้ กดิ ค มขยน ทุม่ เท ซ่ื ตย์ จุ รติ
แล พร้ มพฒน ต่ ย ดธรุ กิจข ง งคก์ ร
ขน้ั ที่ 3 ค ามต้องการการยอมรับจาก ังคม ง่ ผลต่ ก ร ่ื ร
(Communications) ข งบุคลใน งค์ก ร ก่ ใ ้เกดิ ค มจรงิ ใจ พร้ ม
ช่ ยเ ลื งตนดี พดู ดี แ ดง กดี เข้ กบคนได้ ปรบต ย มรบค มต่ ง
ร ่ งบุคคลใน งค์ก ร
ขน้ั ที่ 4 ต้องการเกียรติย ค ามภาคภูมใิ จ ่งผลต่ ก รตด นิ ใจ (Decision
Making) ข งบคุ ลใน งค์ก ร ก รแ ดง กยภ พใ เ้ ปน็ ท่ีย มรบจ ก ย ฒุ ิ
คุณ ุฒิ แล ค ม ม รถเฉพ ต มีค มเดด็ ข ด ลกแ ลม กล้ คิด กล้
ท ม รถคดิ เิ คร แ์ ล รุปผลได้ ย่ งมปี ร ทิ ธิภ พ
ขั้นท่ี 5 ตอ้ งการคุณคา่ ของชี ติ ่งผลต่ ภ ผู้น (Leadership) ข งบคุ ล
ใน งค์ก ร ก รมเี ป้ ม ย มที ก ่ นบคุ คล งู แล มี ธิ ีก รบริ รจดก รท่ี

107 | บทที่ 8 การจูงใจ

Douglas McGregor ชดเจนด้ ยทก Planning, Organizing, Leading แล Controlling
พ.ศ. 2449-2507 (POLC) ท้งมี ิ ยท นก์ ้ งไกล

8.6.2 ทฤ ฎกี ารจูงใจตาม ลักพฤตกิ รรม า ตรข์ อง McGreger:
ทฤ ฎี X และ ทฤ ฎี Y

Douglas Murray McGregor นกทฤ ฎีทไ่ี ด้ท ก ร กึ มุมม ง ทผี่ ู้บริ รมตี ่
บุคคลใน งค์ก รเชงิ พิจ รณ พื้นฐ นโดยธรรมช ตขิ งมนุ ย์ ทฤ ฎีข ง
McGregor โดยเข ได้เขียน นง ื "The Human side of Enterprise"
เปรยี บเทยี บท งเลื กที่ผ้บู งคบบญช รื ผ้บู ริก รจ ต้ งเผชิญมีพน้ื ฐ นก รม ง
บุคคลใน งคก์ รแยก กเป็น 2 ปร เภท ไดแ้ ก่ ทฤ ฎี X ทม่ี งพื้นฐ นเชิงลบ
แล ทฤ ฎี Y ทีม่ งพ้นื ฐ นเชงิ บ ก ดงนี้

1) ทฤ ฎี X เ น็ ่
บคุ คลโดยท่ ไปเกยี จคร้ น ช บเล่ยี งง น
ข ดค มกร ตื รื ร้น ไมม่ ีค มรบผดิ ช บ ปร รถน ทจ่ี เปน็ ผตู้ ม
เ น็ แก่ต เพิกเฉยต่ ค มต้ งก รข ง งคก์ ร
ไมฉ่ ล ด

2) ทฤ ฎี Y เ ็น ่
บคุ คลช บท ง น ไม่เกยี จคร้ น
ค บคมุ ตนเ งได้
ค มพึงพ ใจท่ไี ดป้ ฏบิ ติง น
มีค มผูกพน ยู่กบ งค์ก ร
เรยี นรเู้ พ่ื แ ง ค มรบผดิ ช บ
มี กยภ พ แล ค มคดิ ร้ ง รรค์ในก รแก้ไขปญั ใน งค์ก ร

ในก รน ไปใช้ง นน้น ทฤ ฎี X คื ภ พพจนข์ งบคุ คล ในแน มนุ ย
มพนธ์ ซงึ่ เชื่ ่ โดยธรรมช ตมิ นุ ย์เป็นคนดี ดงนน้ บุคคลจงึ ค รค บคมุ ตนเ งได้
ก รค บคมุ ตนเ ง ม ยถึงก รปรบปรุง งคก์ รในเรื่ งต่ งๆ เช่น ก รกร จ ย
น จ ก รม บ ม ย น จ น้ ที่ ก รขย ยง น ก รมี ่ นร่ ม แล ก ร
บริ รง น โดยยึดเป้ ม ย จงึ เ น็ ได้ ่ ข้ เ น ก รปรบปรุงง นข ง
McGragor เป็นก รย้ ใ เ้ น็ ค ม คญข งบุคคล แล ช่ ยใ ้บคุ คล ลดุ พ้นจ ก

108 | บทท่ี 8 การจูงใจ

ก รค บคมุ ข ง งค์ก ร ซึง่ เปน็ ค่ นิยม ลกมนุ ยน์ ิยม ทีจ่ เ น็ ่ บุคคลม ก่ น
งค์ก รก รม งบคุ คล ่ จด ยู่ในปร เภท X รื Y นน้ เปน็ ก รช่ ยใ ้ ม รถ
แยกแย บุคคลได้ ท ใ ้รู้ ่ ใครเปน็ เพ่ื นท่ีดี รื น ยท่ีดี เรยี กก รม งแบบนี้ ่
Polarization

แน คิดข ง งทฤ ฎนี ี้ เป็นไปในแน ท งท่ีตรงกนข้ มกน กผู้บริ ร
ทีย่ ดึ แน คดิ ทฤ ฎี X ซึง่ เปน็ แบบดง้ เดมิ โดยจ เข้ ใจ ่ พนกง นโดย ่ นใ ญเ่ กยี จ
คร้ น ลกี เล่ยี งง น กท ได้ ไมม่ ีค มพย ย มแล ม รถค บคุมตนเ ง เพื่ ใ ้
ปฏิบตงิ นได้ ย่ งเ ม ม ดงนน้ เพ่ื ใ ้ งคก์ รปร บค ม เรจ็ ผบู้ ริ ร
จ เปน็ จ ต้ งมกี รบงคบใ ้ท ง น ก รกร ต้นุ ใ เ้ กดิ ก รท ง นโดยใ เ้ งนิ เดื น
รื ร ง ลต่ งๆ เปน็ ก ร น งต บค มต้ งก รข้นพน้ื ฐ นเท่ น้น ดงนน้ งค์ก ร
จ ต้ งมมี ตรก รในก รค บคุม ย่ งใกล้ชิด

ในท งตรงกนข้ ม แน คดิ ข งทฤ ฎี Y ที่ ่ ผบู้ ริ รต้ งมรี ปู แบบก ร
กร ตนุ้ เพ่ื จงู ใจในก รท ง นทีต่ ่ ง กไป ผบู้ ริ รค รเปดิ โ ก ใ แ้ กผ่ ู้ใตบ้ งคบ
บญช ในก รต บ น งค มต้ งก รในร ดบท่ี งู ขึ้นในก รมี ่ นร่ ม ก รแ ดง
ค มคดิ เ น็ เพร โดยพ้นื ฐ นแล้ พนกง นเ ็น ่ ก รท ง นเป็นเรื่ งปกติ เปน็
เร่ื งท่ี นกุ น น พร้ มจ เรียนรู้ ย มรบ แล มี ่ นรบผดิ ช บ จึงเป็นก รต บ-
น งในก รก รจงู ใจใ ้ท ง นเพื่ พฒน ตนเ งในร ดบที่ ูงขึ้นด้ ย ดงน้น ก
ผูบ้ ริ รมกี รจด ภ พก รท ง นที่ดี ่งเ รมิ ใ ้คนท ง นทม่ี ีค มคิด ร้ ง รรค์
มี ่ นในก รบริ ร มบี ทบ ท ก็จ ท ใ เ้ กิดค มพงึ พ ใจในง นเพมิ่ ขึ้น แล
ผู้บริ รมีก รค บคมุ โดย ้ ม เพื่ ดปร ทิ ธภิ พแล ปร ทิ ธผิ ลแทน

ท้งนี้ McGergre รุป ่ กมกี รพิจ รณ ข้ มมตฐิ นข งทฤ ฎี X
่ เ ม มในก รกร ต้นุ บุคคลง นร ดบล่ ง รื ค มต้ งก รข้นต่ แต่ทฤ ฎี Y
จ เป็นไปในท งตรงกนข้ ม ทก่ี รกร ต้นุ รบผทู้ มี่ ีค มม่งุ ม่นในก รท ง นแล
เ ม รบก รกร ตนุ้ ค มต้ งก รข้น งู ข้นึ ไป ดงน้น งค์ก รต่ งๆ จึงต้ ง
น ไปปรบใชใ้ เ้ ม มกบบคุ คลแล ถ นก รณ์

109 | บทที่ 8 การจูงใจ

Clayton H. Alderfer 8.6.3 ทฤ ฎคี ามต้องการของ Clayton Alderfer: ERG
พ.ศ. 2424-2496
ทฤ ฎคี มต้ งก รข ง Clayton H. Alderfer รื เรียก ่ “ทฤ ฎีการ
จงู ใจ ERG” (Existence–Relatedness-Growth) ซึ่งเปน็ ก ร ิเคร ์แล รุปผล
ทนี่ ม จ กพนื้ ฐ นข งทฤ ฎีค มต้ งก รต มล ดบข้นข ง Maslow โดย รปุ ่
ในท งปฏบิ ติแล้ ก ร น งค มต้ งก รไมเ่ ป็นไปต มล ดบขน้ ต มที่ Maslow
บ ก แล รปุ เป็นค มต้ งก ร 3 ร ดบ ดงนี้
1) ค ามตอ้ งการในการอยรู่ อด (Existence Needs: E) เป็นค มต้ งก รข้น

พ้นื ฐ นข งมนุ ย์ทีจ่ ต้ งใ ้มชี ี ติ ยู่ร ดได้ เปน็ ค มต้ งก รร ดบต่ ุด มี
ลก ณ เปน็ ค มต้ งก รแบบรูปธรรม ในเร่ื งค มต้ งก รท งร่ งก ย แล
ค มปล ดภยทคี่ บคู่กน เทยี บเท่ กบค มต้ งก รขน้ ที่ 1 แล 2 ข ง
Maslow
2) ค ามตอ้ งการค าม มั พันธ์ (Relatedness Needs: R) เปน็ ค มต้ งก ร
ท่ีเกย่ี ข้ งกบก รมีค ม มพนธข์ งบคุ คลต่ บุคคล ่ืน งคม ชุมชน งค์ก ร
ต่ งๆ เพื่ นร่ มง น เป็นตน้ ท่เี ปน็ โดยพ้ืนฐ นท่เี ป็น ต ์ งคม ต้ งก รมี ่ น
ร่ มใน งคมต่ งๆ ย่ งเ ม ม เทยี บเท่ ค มต้ งก รข้นที่ 3 ข ง
Maslow
3) ค ามตอ้ งการค ามเจรญิ ก้า นา้ (Growth Needs: G) เปน็ ค มต้ งก ร
ในมนุ ยท์ ี่ งู ุด มคี มค ด งต่ ค ม เรจ็ ใน น้ ทีก่ รง นแล ด้ น
ต่ งๆ ร มท้งย มรบแล ยกย่ ง รรเ รญิ ท่ีเกิดจ กค ม เรจ็ นน้ ๆ ด้ ย ทง้ น้ี
เปน็ ก รร มค มต้ งก รในร ดบข้นที่ 4 แล 5 ข ง Maslow เข้ ไ ด้ ้ ยกน

ตารางท่ี 8-1 แ ดงการเปรยี บเทยี บลาดบั ค ามตอ้ งการของทฤ ฎีของ Maslow และ ERG

ทฤ ฎลี าดับข้นั ค ามต้องการในมนุ ยข์ อง Maslow ทฤ ฎี ERG ของ Clayton Alderfer

ขน้ ที่ 5 ค มต้ งก รปร บค ม เรจ็ ในชี ติ ค มต้ งก รค มเจรญิ ก้ น้ (G)
ข้นที่ 4 ค มต้ งก รก รยกย่ ง

ข้นท่ี 3 ค มต้ งก รท ง งคม ค มต้ งก รมีค ม มพนธ์ (R)

ข้นที่ 2 ค มต้ งก รค มม่นคงปล ดภย ค มต้ งก รในก ร ยรู่ ด (E)
ข้นท่ี 1 ค มต้ งก รท งร่ งก ย

110 | บทที่ 8 การจูงใจ

Frederick Herzberg Alderfer ได้ รุป ่ ค มต้ งก รในมนุ ย์ ม รถจ แนกได้ 3 ร ดบ
พ.ศ. 2466-2543 เป็นค มต้ งก รในก ร ยู่ร ด (E) ค มต้ งก รมีค ม มพนธ์ (R) แล ค ม
ต้ งก รเจรญิ ก้ น้ (G) ท้งน้ี ERG ยง รุปข้ โต้แยง้ ข งทฤ ฎีล ดบค ม
ต้ งก รในมนุ ย์ข ง Maslow ใน 2 ปร เดน็ คญ คื
1) ค ามต้องการในมนุ ย์จะเรยี งลาดบั ค ามตอ้ งการ เม่ื มีก ร น งต บค ม

พึ่งพ ใจในขน้ น้นแล้ กจ็ มีก รเล่ื นขน้ คู่ มต้ งก รในข้นที่ งู ขนึ้ แต่
ERG มแี น ค มคิดทต่ี ่ งกน คื ค มต้ งก รข งบคุ คลเปน็ เร่ื งทซี บซ้ น ไม่
น่ จ เปน็ ก รเรยี งล ดบกน เพร คนเร เมื่ มคี มต้ งก รในขน้ ที่ ูงข้ึนแล้

จมกี รย้ นกลบค มต้ งก รทร่ี ดบต่ ก ่ ไดเ้ ม รื เป็นก รถดถ ย
ข งค มต้ งก ร เชน่ บุคคลที่ ยู่ในขน้ ทม่ี ีค มต้ งก รท่มี ีค ม มพนธ์ใน
งคมแล ก รย มรบยกย่ งใน ช่ื เ ียง ก็ยง จมคี มต้ งก รถดถ ยเร่ื ง
ค มม่นคงปล ดภยที่ จจ เกดิ ข้นึ ได้ เปน็ ตน้
2) บคุ คลเม่อื มกี ารบรรลคุ ามต้องการขั้น นงึ่ แล้ ก็จะเลื่อนระดบั คู่ าม
ตอ้ งการในข้ันท่ี ูงขนึ้ เป็นทลี ะขน้ั แต่ ERG เปน็ ก ร รปุ ท่แี ยง้ กน ่ คนเร ไม่
จ เป็นต้ งมีค มต้ งก รทลี ข้น จเกดิ ขึน้ พร้ มๆกน ใน ล ยค ม
ต้ งก รได้ เชน่ ในขณ ที่คนเร มคี มต้ งก รข้นพ้นื ฐ นในก รด รงชี ติ เร

จต้ งก ร ร้ ง มพนธใ์ น งคมไปพร้ มกนได้ เปน็ ต้น

ดงน้น ERG ข ง Alderfer รุป ่ ค มต้ งก รในมนุ ย์มี 3 ร ดบ ที่
ม รถเกิดขนึ้ ไดต้ ล ดเ ล โดยไม่ต้ งเรียงล ดบ แล จเกดิ ขึ้นพร้ มกนได้ใน
ล ยร ดบ ดงนน้ ก รจงู ใจทผี่ มผ นทดี่ ีแล เ ม ม จ ท ใ เ้ กดิ ค มพึง
พ ใจในแต่ล ช่ งได้ ซงึ่ งค์ก รจ ได้ ม รถปรบก ร น งต บในด้ นต่ งๆ
พร้ มๆกน ย่ งเ ม ม

8.6.4 ทฤ ฎีค ามตอ้ งการ องปัจจยั ของ Frederick Herzberg:
Motivation - Hygiene Theory

Frederick Herzberg นกจติ ทิ ย ได้คิดคน้ ทฤ ฎีก รจูงใจในก รท ง น
ซ่งึ เป็นที่ย มรบกน ย่ งก ้ งข งใน งก รบริ ร ซ่ึงมชี ่ื ทฤ ฎเี รยี กแตกต่ งกน

กไป ไดแ้ ก่ Motivation-maintenance รื Dual factor theory รื The
motivation hygiene theory

111 | บทที่ 8 การจูงใจ

Frederick Herzberg เช่ื ่ บคุ คลจ ปฎบิ ตงิ นได้ผลดี มปี ร ทิ ธภิ พ
ได้ ย่ มข้ึนกบค มพ ใจข งบคุ คล เพร ค มพงึ พ ใจในง นจ ช่ ยเพิม่ ค ม
นใจในง น แล เพม่ิ ค มกร ตื รื รน้ ในก รท ง นม กขน้ึ ง่ ผลใ ้ผลผลติ งู ข้ึน
ในท งตรงกนข้ ม กเกดิ ค มไม่พ ใจในง นแล้ ย่ มก่ ใ ้เกดิ ผลเ ยี ท ใ ้
บคุ คลไม่ นใจ ไมก่ ร ตื รื ร้น ผลผลิตตกต่ น้ ที่ข งผบู้ ริ รคื จ ต้ งรู้ ิธีที่จ
ท ใ ผ้ ปู้ ฎบิ ติง นเกดิ ค มพึงพ ใจ เพื่ จ ใ ง้ นบรรลเุ ป้ ม ย แล ผลผลิตข ง
ง น งู ข้นึ Frederick Herzberg กล่ ่ ปัจจย 2 ปร ก ร ที่เปน็ ก รจงู ใจ ท ใ ้
บุคคล ย กท ง น คื ปจั จยั จงู ใจ รือปัจจัยกระต้นุ (Motivator factors) แล
ปจั จัยค้าจนุ รอื ปจั จัย ขุ อนามยั (Hygiene factors) ดงนี้

1) ปัจจัยจงู ใจ รือปจั จยั กระตุ้น (Motivator factors) เป็นปัจจยท่ีจ น ไป ู่
ค มพึงพ ใจในก รท ง น ปร ก บด้ ย 5 ปร ก ร ไดแ้ ก่
1. ค าม าเร็จของงาน ม ยถึง ก รทบี่ คุ คล ม รถท ง นไดเ้ ร็จ น้ิ แล
ปร บค ม เรจ็ ไดเ้ ปน็ ย่ งดี
2. การยกยอ่ งนบั ถอื รอื การยอมรับ คื ก รที่บคุ คลไดร้ บก รย มรบนบถื
ท้งจ กกลุม่ เพ่ื น ผู้บงคบบญช รื จ กบคุ คล นื่ ท่ ๆ ไป
3. ลัก ณะของงาน ม ยถึง ค มรู้ กึ ท่ดี ี รื ไมด่ ีข งบุคคลที่มีต่
ลก ณ ข งง น
4. ค ามรับผิดชอบ ม ยถึง ค มพงึ พ ใจทีเ่ กดิ ขนึ้ จ กก รท่ีไดร้ บม บ
ม ยใ ้รบผิดช บง นใ ม่ๆ แล มี น จในก รรบผดิ ช บ ย่ งเตม็ ที่
5. ค ามก้า นา้ ในตาแ น่งการงาน ก รท่ปี ัจจยจูงใจ รื ปัจจยกร ตุน้
ท ใ เ้ กิดค มพงึ พ ใจในก รท ง น ก็เนื่ งจ ก ่ ค มชืน่ ชมยินดีใน
ผลง น แล ค ม ม รถข งตน ท ใ เ้ กดิ ค มเชื่ มน่ ในตนเ ง ดงนน้
ผ้บู ริ รค รใช้ปัจจยท้ง 5 ปร ก รข้ งตน้ ต่ ผ้ปู ฎิบตงิ น จ ช่ ย ่งเ รมิ
ก รเรยี นรู้แล จูงใจใ ้บคุ คลต้งใจท ง นจน ุดค ม ม รถ

2) ปัจจัยค้าจนุ รือปัจจัย ขุ อนามยั (Hygiene factors) เปน็ ปจั จยท่ี
เก่ยี ข้ งกบ ภ พแ ดล้ มในก รท ง น แล เปน็ ปจั จยทจ่ี ม รถป้ งกน
ก รเกิดค มไมพ่ ึงพ ใจในก รท ง น 9 ปร ก ร ไดแ้ ก่
1. นโยบายและการบริ ารงาน คื ก รจดก รแล ก รบริ ร งคก์ ร
2. เงนิ เดอื น รื ค่ จ้ งแรงง น ม ยถงึ ค มพึงพ ใจ รื ค มไมพ่ งึ
พ ใจในเงนิ เดื น รื ค่ จ้ งแรงง น รื ตร ก รเพ่มิ เงินเดื น

112 | บทท่ี 8 การจูงใจ

3. ค าม ัมพนั ธก์ บั ผ้บู ังคบั บญั ชา ม ยถึง ก รตดิ ต่ พบป พูดคยุ แตม่ ไิ ด้
ม ยถงึ ก รย มรบนบถื

4. ค าม ัมพนั ธก์ ับผู้ใตบ้ ังคบั บัญชา ม ยถงึ ก รติดต่ กบ
ผใู้ ต้บงคบบญช ด้ ยค ม มพนธ์ นดตี ่ กน

5. ค าม มั พันธก์ ับเพ่อื นร่ มงาน คื ก รติดต่ พบป พูดคยุ ร ่ งเพ่ื น
ร่ มง นใน งคก์ ร

6. ถานภาพในการทางาน ม ยถงึ ภ พท งก ยภ พทเ่ี ื้ ต่ ค ม ุข
ในก รท ง น

7. ิธกี ารปกครองบังคบั บัญชา ม ยถงึ ค มรู้ค ม ม รถข ง
ผ้บู งคบบญช ในก รด เนินง น รื ค มยตุ ิธรรมในก รบริ รง น

8. ค ามมั่นคงในการทางาน คื ค มรู้ กึ ข งบุคคลท่ีมตี ่ ค มมน่ คงข ง
ง นค มม่นคงข ง งค์ก ร

9. ถานะของอาชพี ม ยถึง ลก ณ ข งง น รื ลก ณ ทเี่ ป็น
งค์ปร ก บท ใ ้บคุ คลเกิดค มรู้ กึ ต่ ง น เชน่ ก รมีรถปร จ
ต แ นง่ เปน็ ต้น

ย่ งไรก็ต ม แมป้ ัจจยทง้ 9 ปร ก ร จ ร้ งค มพ ใจ รื ป้ งกน
ค มไมพ่ ึงพ ใจไดก้ ต็ ม แต่ งคก์ รจ เปน็ ต้ ง ร้ ง ภ แ ดล้ มท่ีดีเพยี งพ
ก่ นเ ม

ทฤ ฎีข ง Frederick Herzberg รปุ ได้ ดงนี้
1) ปัจจยจงู ใจ รื ปจั จยกร ตุน้ นได้แกต่ ง นเ ง รื ลก ณ ข งง น มี

ค ม คญยิง่ ก ่ ปัจจยค้ จนุ รื ปัจจย ุข น มย เพร เป็นปจั จยที่กร ตนุ้
ใ เ้ กดิ ค มพึงพ ใจในก รท ง น ย่ งแท้จริง
2) ปัจจยค้ จุน รื ปัจจย ุข น มย เป็นค มต้ งก รทไี่ มม่ ี นทีจ่ น้ิ ดุ มแี ต่
จ เพม่ิ ข้นึ เร่ื ยๆ จ ช่ ยลดค มไมพ่ ใจที่จ ท ง นได้แตไ่ ม่ ม รถ ร้ ง
ค มพึงพ ใจทแ่ี ท้จรงิ แล ถ รได้
3) คนท ง นทกุ ร ดบจ มคี มพ ใจในง น ย่ งแท้จรงิ เมื่ เข เ น็ ่ ง นน้นมี
ค ม ม ยแล เป็น ่งิ ท่ีท้ ท ย รบเข
4) ในกร บ นก รจงู ใจทต่ี ้ งก รจ ร้ งใ ้เกดิ ก รจงู ใจทดี่ นี ้น ต้ งมีก รจด
แล ก นดปจั จยต่ งๆ ท้ง งกลมุ่ คื ปจั จยก รจูงใจ รื ปัจจยกร ตุน้ แล
ปัจจยค้ จนุ รื ปัจจย ขุ น มย ทง้ ง ย่ งพร้ มกน

113 | บทที่ 8 การจูงใจ

ผบู้ ริ รจ น แน คิดทฤ ฎีข งเ ร์ซเบ รก์ ไปปร ยุกต์ใช้ในก รท ง น
โดยก ร ร้ งบรรย ก ในก รท ง นใ ผ้ ปู้ ฎิบตงิ นเกดิ ค มพงึ พ ใจโดยค นึงถึง

ปัจจยค้ จนุ ซ่งึ ได้แก่ มี ภ พแ ดล้ มในก รท ง นทีด่ ี นโยบ ยแล ก รบริ ร
จดก รทชี่ ดเจน ค ม มพนธท์ ดี่ ีร ่ งบุคคลในท่ที ง น เงินเดื นทเี่ ม ม
ปร โยชน์ต บแทนทีเ่ พียงพ ร มท้งค มมน่ คงข งง น เป็นต้น ดงนน้ ปจั จยค้ จุน
เ ล่ น้จี ึงมคี ม คญแล มคี มจ เป็น แล เม่ื มปี จั จยเ ล่ นี้ ยแู่ ล้ ก็จ เปน็

ก รง่ ยทีจ่ จูงใจผปู้ ฎิบตงิ น โดยใช้ปัจจยจูงใจเพื่ ใ ผ้ ปู้ ฎบิ ตงิ นท ง น ย่ งมี
ปร ทิ ธภิ พยงิ่ ขึ้น

ท้งน้ี ม รถเปรียบเทยี บ ทฤ ฎคี มต้ งก ร งปัจจยข ง Herzberg
กบทฤ ฎลี ดบขน้ ค มต้ งก รในมนุ ย์ข ง Maslow ได้ ดงนี้

ตารางท่ี 8-2 แ ดงการเปรียบเทยี บลาดบั ค ามต้องการของทฤ ฎีของ Maslow และ Herzberg

ทฤ ฎีลาดับขัน้ ค ามตอ้ งการในมนุ ยข์ อง Maslow ทฤ ฎีค ามตอ้ งการ องปัจจยั ของ Herzberg

ข้นที่ 5 ค มต้ งก รปร บค ม เร็จในชี ิต ปจั จยจงู ใจ (Motivation Factors)
ขน้ ที่ 4 ค มต้ งก รก รยกย่ ง

ข้นท่ี 3 ค มต้ งก รท ง งคม ปัจจยธ รงรก รื ปัจจย น มย
ขน้ ที่ 2 ค มต้ งก รค มม่นคงปล ดภย (Maintenance or Hygiene factors)
ขน้ ท่ี 1 ค มต้ งก รท งร่ งก ย

David I. McClelland 8.6.5 ทฤ ฎีค ามตอ้ งการ ามประการของ David McClelland:
พ.ศ. 2460-2541 Three Needs Theory

ทฤ ฎีน้ี กล่ ถึงก รจงู ใจข งบุคคล ทีก่ ร ท ก รเพ่ื ใ ้ไดค้ ม เร็จ
โดยไมม่ ุ่ง งร ง ลต บแทนจ กก รกร ท ข งเข ในแง่ข งก รท ง น ค ม
ต้ งก รค ม เรจ็ นี้ ม ยถงึ ค มต้ งก รที่จ ท ง นใ ้ดที ี่ ุด แล ท ใ ้ เร็จ
ผลต มทต่ี ้งใจไ ้ เมื่ บุคคลท ไร เรจ็ ได้ กจ็ เป็นแรงกร ตุ้นใ ท้ ง น ื่น เรจ็
ต่ ไป ก งคก์ รใดท่ีมพี นกง นท่ีก รจูงใจใฝ่ มฤทธิ์จ น นม ก ย่ มจ
เจริญรุ่งเรื งแล เติบโต ย่ งร ดเร็

David I. McClelland นกจติ ทิ ย ไดท้ ก รทดล ง โดยใช้แบบทด บ
ก รรบรู้ข งบุคคล (Thematic Apperception Test: TAT) เพื่ ดค มต้ งก ร
ข งมนุ ย์ โดยแบบทด บ TAT เป็นเทคนคิ ก รน เ น ภ พต่ งๆ แล้ ใ บ้ คุ คล

114 | บทท่ี 8 การจูงใจ

เขยี นเรื่ งร เกีย่ กบ ่ิงท่ีเข เ ็น จ กก ร ึก ิจยข ง McClelland ได้ รปุ
คุณลก ณ ข งบคุ คลทมี่ กี รจงู ใจใฝ่ มฤทธิ์ ูง ท่ีไดจ้ กแบบทด บ TAT มคี ม
ต้ งก ร 3 ปร ก ร ซึ่งเป็น ่ิง คญในก รทจี่ เข้ ใจถงึ พฤติกรรมข งบคุ คล ดงนี้

1) ค ามตอ้ งการค าม าเรจ็ (Need for Achievement: nAch) เปน็ ค ม
ต้ งก รท่ีจ ท ง่ิ ต่ งๆ ใ เ้ ต็มท่ีแล ดีที่ ดุ เพ่ื ค ม เรจ็ จ กก ร จิ ยข ง
McClelland พบ ่ บคุ คลท่ีต้ งก รค ม เรจ็ (nAch) ูง จ มลี ก ณ
ช บก รแขง่ ขน ช บง นทท่ี ้ ท ย กล ค มลม้ เ ล ท่ี จเกดิ ข้ึน แล
ต้ งก รไดร้ บข้ มูลป้ นกลบ เพื่ ปร เมนิ ผลง นข งตนเ ง มีค มช น ญใน
ก ร งแผน มคี มรบผิดช บ ูง แล กล้ ที่จ เผชญิ กบค มล้มเ ล ท่มุ เท
ต่ ค มพย ย มในร ดบ งู ย่ งต่ เนื่ ง โดยมีค มพย ย มทจี่ ด เนินก ร
ต่ ไปนี้
บคุ คลทมี่ ุ่งมน่ ต่ ค ม เรจ็ จ รกก รโตต้ บทร่ี ดเร็ ่ งไ แล
ม รถรบรผู้ ลลพธไ์ ดท้ นที
มคี มต้ งก รท่ีจ ได้รบผิดช บใน ง่ิ ทีท่ ้ ท ย ย ก แล แ ดงถงึ
ค ม ม รถเมื่ ท ง่ิ นน้ ได้ เรจ็
พย ย มทจ่ี เปน็ นกแก้ปัญ ต่ งๆ โดยเฉพ ปญั ท่ีมคี มย กต้ ง
แ ดงถึงค มรู้ ค ม ม รถแล ทก ท่ี ูงด้ ย

2) ค ามตอ้ งการค ามผูกพนั (Need for Affiliation: nAff) เปน็ ค ม
ต้ งก รก รย มรบจ กบคุ คล นื่ ต้ งก รเปน็ ่ น น่ึงข งกลุม่ ต้ งก ร
มพนธภ พทีด่ ตี ่ บุคคล ่นื บุคคลทต่ี ้ งก รค มผูกพน ูง จ ช บ
ถ นก รณก์ รร่ มมื ม กก ่ ถ นก รณ์ก รแขง่ ขน โดยจ พย ย ม ร้ ง
แล รก ค ม มพนธ์ นดกี บผู้ ื่น มีปฏิ มพนธท์ ด่ี ีในท่ีต่ งๆ ร มถึงใน
ถ นทท่ี ง นด้ ย โดยมคี มพย ย มท่จี ด เนนิ ก ร ต่ ไปน้ี
ก รใ ้ค มร่ มมื ม กก ่ ก รแย่งชงิ แขง่ ขน เป็นพน้ื ฐ น
พย ย มทจี่ ร้ งมติ รในรปู แบบต่ งๆ ย่ งต่ เน่ื ง
พย ย มท่จี มี ่ นร่ มในกิจกรรมท ง งคม ง รรค์ ย่ งเ ม ม
แ ง เพื่ นร่ มกลมุ่ ทเี่ พม่ิ ขน้ึ ในรปู แบบต่ งๆ
พย ย มรก มพนธภ์ พทีด่ ี แล ร้ งค มเข้ ใจท่ดี ตี ่ งคมทต่ี น ยู่

115 | บทที่ 8 การจูงใจ

ดงน้น เมื่ น ม เกี่ย ข้ งกบก รจงู ใจในก รท ง น ผบู้ ริ รต้ ง น งต บต่
ก ร ร้ ง มพนธ์ นดีใ เ้ กดิ ขึ้นใน น่ ยง น ่ นต่ งๆ ท้ง งค์ก ร ก ร
จดรูปแบบก ร ื่ รกิจกรรมร่ มกนต่ งๆ เพื่ น งต บในเรื่ งก ร ร้ ง
มิตร มพนธ์

3) ค ามตอ้ งการอานาจ (Need for Power: nPower) เปน็ ค มต้ งก ร
น จเพื่ ใ ม้ ี ทิ ธิพลเ นื ผู้ ่นื บุคคลทม่ี ีค มต้ งก ร น จ งู จ

แ ง ิถีท งเพ่ื ท ใ ต้ นมี ทิ ธิพลเ นื บุคคล ่นื ต้ งก รใ ้ผู้ นื่ ย มรบ
รื ยกย่ ง ต้ งก รค มเป็นผู้น ต้ งก รท ง นใ ้เ นื ก ่ บุคคล ื่น แล
จ กง ลเร่ื ง น จ ม กก ่ ก รท ง นใ ม้ ปี ร ทิ ธภิ พ โดยมคี มพย ย ม
ทจ่ี ด เนินก ร ต่ ไปน้ี

พย ย มทีจ่ เปน็ ผ้นู ในด้ นต่ งๆ
โ ก ในก รแ ดงบทบ ททมี่ ี ิทธพิ ลต่ บุคคล ่นื

มีก รจงู ใจในก รใฝ่ ต แ นง่ ด้ นต่ งๆ
พร้ มจ ทมุ่ เทม ก เพื่ ใ ้ไดม้ ซง่ึ น จที่แ ดงถงึ ค ม เร็จ
ช บทจ่ี แขง่ ขนที่มผี ลต่ ชยชน ท่เี ก่ยี ข้ งกบก รเพ่มิ ถ น
ช บ นแล แน น ใ ผ้ ู้ น่ื มคี ม รทธ ต่ ง่ิ ต่ งๆ

เมื่ บคุ คลมีค มต้ งก รที่จ มี น จ งคก์ รต้ งมีข บเขตในก ร ง่ เ ริมก ร
แ ดงบทบ ทใ ้เกิดขนึ้ ย่ งเ ม มกบบคุ คล ดงน้น ก รมีโ ก ทีด่ ีในก รมี

น จ ย่ ม ง่ ผลต่ ค มเชื่ มน่ แล ค มทุ่มเทท่ีบุคคลจ ไดร้ บต มม ก
บคุ คลน้นๆ ม รถแ ดงภ ผนู้ ท่ีดไี ด้ กจ็ ต้ งมีก ร นบ นุน

จ กก ร ึก พบ ่ พนกง นท่มี กี รจงู ใจใฝ่ มฤทธ์ิ ูง มกต้ งก รจ
ท ง นในลก ณ 3 ปร ก ร ไดแ้ ก่
1) ง นทเ่ี ปิดโ ก ใ เ้ ข รบผดิ ช บเฉพ ่ นข งเข แล เข มี ิ ร ท่จี

ตด ินใจแล แก้ปญั ด้ ยตนเ ง
2) ต้ งก รง นทีม่ ีร ดบไม่ง่ ย รื ย กจนเกนิ ไปก ่ ค ม ม รถข งเข
3) ต้ งก รง นทีม่ ีค มแน่น นแล ต่ เนื่ ง ซึง่ ร้ งผลง นได้ แล ท ใ เ้ ข มี

ค มก้ น้ ทก่ี รง น เพ่ื จ พิ จู น์ตนเ งถงึ ค ม ม รถข งเข ได้

116 | บทที่ 8 การจูงใจ

น กจ กง นในลก ณ ดงกล่ แล้ McClelland ไดพ้ บ ่ ปัจจยที่
คญ กี ปจั จย นงึ่ ทมี่ ผี ลต่ ก รท ง นเพ่ื ใ ไ้ ด้ผลง นทม่ี ีปร ิทธิภ พ คื
ิ่งแ ดล้ มที่เ ม มกบง นที่เข ท ด้ ย

ค มต้ งก รค ม เรจ็ เปน็ ิง่ ท่บี คุ คลต้ งก รทกุ คน แตจ่ มมี กน้ ย
แตกต่ งกน งค์ก รจ ต้ งมีก รก นดทิ ท งก รเตบิ โต โ ก ในก รพฒน ขดี
ค ม ม รถข งบคุ คล เพ่ื น ไป คู่ ม เร็จข งบคุ คลที่ตง้ เป้ ม ยไ ้
เนื่ งจ กบุคคลมกี รเรียนรตู้ ่ ค มต้ งก รด้ นต่ งๆ ทแ่ี ตกต่ งกน ท ใ ค้ ม
ต้ งก รในด้ นต่ งๆ ข งแตล่ บคุ คล จงึ มีร ดบที่ไมเ่ ท่ กน งค์ก รจึงต้ ง ึก

ค มเ ม มในก รกร ตนุ้ ่งเ ริม เพื่ ก รต บ น งทแี่ ตกต่ งกน

จ กทฤ ฎกี รจูงใจใฝ่ มฤทธ์ิข ง McClelland น้ี ม รถเปรียบเทยี บ

กบทฤ ฎลี ดบข้นค มต้ งก รในมนุ ย์ข ง Maslow เ น็ ได้ ่ ทฤ ฎีข ง
McClelland เนน้ ค มต้ งก รในร ดบ งู ในข้นท่ี 3 ถึง 5 ข ง Maslow ทต่ี ้ งมี
ก รกร ตนุ้ ม กขนึ้ แตใ่ นค มต้ งก รพ้ืนฐ นในขน้ ท่ี 1 แล 2 ข ง Maslow น้น
McClelland ไม่ไดม้ ่งุ เนน้ เพร จเ น็ ่ เปน็ พนื้ ฐ นข งมนุ ยท์ ่ ไป ย่แู ล้

ตารางท่ี 8-3 แ ดงการเปรยี บเทยี บลาดบั ค ามตอ้ งการของทฤ ฎขี อง Maslow และ Herzberg

ทฤ ฎลี าดบั ข้นั ค ามต้องการของ Maslow ทฤ ฎีการจูงใจใฝ่ ัมฤทธิ์ของ McClelland

ขน้ ที่ 5 ค มต้ งก รปร บค ม เร็จในชี ติ ค มต้ งก รค ม เร็จ (Need for Achievement:
nAch)

ขน้ ที่ 4 ค มต้ งก รก รยกย่ ง ค มต้ งก ร น จ (Need for Power: nPower)

ข้นท่ี 3 ค มต้ งก รท ง งคม ค มต้ งก รค มผูกพน (Need for Affiliation: nAff)

ขน้ ที่ 2 ค มต้ งก รค มมน่ คงปล ดภย

ขน้ ท่ี 1 ค มต้ งก รท งร่ งก ย

John Stacey Adams 8.6.6 ทฤ ฎีค ามเป็นธรรม (Equity Theory)
พ.ศ. 2504-2547 ทฤ ฎีค มเป็นธรรม เป็นทฤ ฎกี รจงู ใจทเ่ี กี่ย ข้ งกบค มคดิ พน้ื ฐ น

มนุ ย์ ท่ี ่ ด้ ยค มยตุ ธิ รรมใน งคก์ ร พนกง นมกทุม่ เทก ลงค ม ม รถข ง
ตน ในก รท ง นโดยเปรียบเทยี บกบผลต บแทนท่ีตนเ งไดร้ บจ ก งคก์ ร ดงค
เปรียบเปรยที่ ่ “เรามกั ทุ่มเทใ อ้ งคก์ าร เท่าๆ กบั ทีอ่ งค์การใ ้เรา”

117 | บทท่ี 8 การจูงใจ

John Stacey Adams นกทฤ ฎีก รจงู ใจ ไดใ้ ค้ มเ น็ เกยี่ กบค ม
พ ใจข งบุคคล ่ ตร ร ่ ง ่ิงที่เข ไดร้ บจ กง น (Output) กบ ่งิ ท่เี ข ุทิ

ใ ก้ บก รท ง น (Input) มีค มเ ม มกน รื ไม่ โดยใชก้ รรบรขู้ งตน
ปร เมนิ กยภ พในก รท ง นข งตน กบค่ ต บแทนทไี่ ดร้ บจ ก งค์ก ร ซึง่ ก
เปรยี บเทยี บแล้ ไดร้ บค มยตุ ธิ รรม จ เกดิ ค มพ ใจแล ก รจูงใจในก ร
ท ง น งคก์ รจึงค รใ ้ค ม คญในปร เด็นนี้ เนื่ งจ กมีผลกร ทบโดยตรง ทง้

ต่ ค ม เร็จข ง งคก์ ร แล ค ม ุขในก รท ง นข งพนกง นด้ ย ก ร
ปร เมิน กยภ พในก รท ง นข งบุคคล พิจ รณ ในรปู มก ร ดงนี้

ผลลพั ธข์ องบคุ คลหน่งึ กำรเปรยี บเทยี บ ผลลพั ธข์ องอกี บุคคลหน่งึ /องคก์ ำร

ปจั จยั นำเขำ้ ของบุคคลหนง่ึ ปจั จยั นำเขำ้ ของอกี บคุ คลหนง่ึ /องคก์ ำร

มก รดงกล่ เป็นเกณฑม์ ตรฐ นเพื่ ใ ้เกิดค มเปน็ ธรรมกน เม่ื
บคุ คลน ข้ มลู ม เปรียบเทียบกน ร ่ งตนเ งกบบคุ คล ืน่ รื งคก์ ร ท ใ ไ้ ด้
3 แน ท งข งพฤตกิ รรม ไดแ้ ก่

1) กผลลพธท์ ี่ไดไ้ มเ่ ป็นธรรม ท ใ ไ้ ม่พ ใจ ก รท ง น แล คุณภ พผลผลิต
ข งบุคคล มีปร ทิ ธภิ พลดลง

2) กผลลพธ์ทไ่ี ดเ้ ป็นธรรมกน ท ใ เ้ กดิ ค ม บ ยใจ แล ท ง นในร ดบที่
คงทเ่ี พื่ ใ ไ้ ด้ผลผลติ คงท่ีต่ ไป

3) กผลลพธ์ งู ก ่ ค มเปน็ ธรรม เข จ ท ง น นกขน้ึ แต่ จมคี ม ดึ ด
ใจใน ่งิ ทไ่ี ดร้ บ แล พย ย มปรบปรงุ ตนเ งใ ้ มดลุ ต่ ไป

118 | บทท่ี 8 การจูงใจ

Victor H. Vroom ภาพท่ี 8.4 แ ดงรปู แบบทฤ ฎีค ามเป็นธรรม
พ.ศ. 2475- (...)
8.6.7 ทฤ ฎีค ามคาด ัง (Expectancy Theory)

ทฤ ฎีค มค ด ง (Expectancy Theory รื VIE Theory น เ น
โดยนกจติ ทิ ย Victor H. Vroom ได้ใ ้ท น ่ ก รกร ท ข งบุคคลใดบุคคล
นง่ึ ย่ มข้ึน ยกู่ บกร บ นก รข งค มคิด ดา้ นค ามพอใจ อื่ กลาง แล ค าม
คาด ัง ดงน้ี

V มาจากคา ่า Valence ม ยถงึ ค่ ข ง ่งิ จงู ใจ เปน็ ร ดบข งค ม
ต้ งก รข งบุคคลในเป้ ม ยร ง ล รื คุณค่ รื ค ม คญข งผลลพธ์
รื ร ง ลทีบ่ คุ คลใ ้กบร ง ลนน้ มีค มพึงพ ใจ น่นเ ง

I มาจากคา ่า Instrumentality ม ยถึง ื่ กล ง เคร่ื งมื รื ถิ ีท งท่ี
จ น ไป คู่ มพึงพ ใจ ค มเปน็ เคร่ื งมื ข งผลลพธ์ (Outcomes) รื
ร ง ลร ดบท่ี 1 ท่จี น ไป ู่ผลลพธ์ที่ 2 รื ร ง ล กี ย่ ง นึ่ง คื เปน็ ก ร
รบรใู้ นค ม มพนธข์ งผลลพธท์ ไี่ ด้ (เช่ื มโยงร ง ลกบผลง น)

E มาจากคา ่า Expectancy ม ยถงึ ค มค ด งถึงค มเป็นไปไดข้ ง
ก รไดผ้ ลลพธ์ รื ร ง ลท่ตี ้ งก ร เป็นก รเชื่ มโยงร ่ งผลง นกบค ม
พย ย ม เป็นค มค ด งภ ยในต บคุ คล ซึ่งมคี มต้ งก รแล ค ม
ค ด ง ดงนน้ จงึ ต้ งพย ย มกร ท ก รด้ ย ธิ ีใด ธิ ี นง่ึ เพ่ื ต บ น ง
ค มต้ งก ร รื ิ่งทีค่ ด งเ ไ ้ ซ่ึงเมื่ ไดร้ บก รต บ น งแล้ ต มที่ตง้
ค ม ง รื ค ด งเ ไ น้ น้ บคุ คลก็จ ไดร้ บค มพึงพ ใจ แล
ขณ เดีย กนกค็ ด งใน ง่ิ ท่ี งู ขึน้ ไป กี เรื่ ยๆ

119 | บทที่ 8 การจูงใจ

ภาพที่ 8.5 แ ดงรปู แบบทฤ ฎีค ามคาด ัง

Vroom ชใี้ เ้ น็ ่ ค มค ด ง แล ค มพ ใจ จ เปน็ ิ่งท่กี นด
ก ลงค มพย ย ม รื ก รจูงใจข งบุคคลใดบุคคล นง่ึ กค มพ ใจ รื
ค มค ด งเท่ กบ ูนย์แล้ ก รจูงใจจ เท่ กบ นู ยด์ ้ ย กพนกง นคน นง่ึ
ต้ งก รเลื่ นต แ นง่ เป็น ย่ งม ก (ค มพ ใจ ูง) แต่ไมม่ คี มเช่ื ่ เข มี
ค ม ม รถ รื ทก รบก รปฏบิ ติง นท่ีม บ ม ยใ ไ้ ด้ (ค ม
ค ด งต่ ) รื กพนกง นมคี มเชื่ ่ เข ม รถปฏิบตงิ นท่มี บ ม ยใ ้
ได้ (ค มค ด ง ูง) แตผ่ ลท่ตี ดิ ต มม ไมม่ คี ณุ ค่ รบเข (ค มพ ใจต่ )ก ร
จูงใจข งก รกร ท ย่ งใด ย่ ง นึ่งจ มีน้ ยม ก

ดงน้น บุคคลจ มีก รตด นิ ใจในก รกร ท ต่ เมื่ พจิ รณ ่ มีค ม
มุ่ง ง รื โ ก ในก ร มฤทธิ์ ูง ุดท่ี ม รถกร ท ได้ ซึ่งค มค ด งน้ีจ
เป็นก รจูงใจ แล ผลกดนในก รกร ท ข งบคุ คลมุ่ง ู่เป้ ม ยได้ ก รจงู ใจจ ก
ก รกร ท ข งบุคคลใดบคุ คล นงึ่ จ มมี ก รื น้ ยเพียงใด ขน้ึ ยู่กบ ธิ คี ิด
(Process of thinking) ด้ นค มพ ใจ ่ื กล ง แล ค มค ด ง ข งบุคคล
นน้ ๆ ดงน้ี

1) ผลลพธ์ร ดบท่ี งที่แตกต่ งกนมคี ม คญม กน้ ยเพยี งใด เชน่ ก รเลื่ น
ต แ นง่ ก รเพมิ่ เงินเดื น (Valence: ค มพ ใจ)

2) ผลลพธร์ ดบท่ี นง่ึ (ผลก รปฏิบติง นทด่ี ี) จ น ไป ู่ก รเลื่ นต แ นง่ รื
ก รเพิ่มเงนิ เดื น รื ไม่ (Instrumentality: ่ื กล ง เครื่ งมื )

3) ก รใช้ก ลงค มพย ย ม จ ปร บค ม เรจ็ ท งด้ นผลก รปฏบิ ติง นทดี่ ี
รื ไม่ (Expectancy: ค มค ด ง)

120 | บทท่ี 8 การจูงใจ

8.7 เทคนิคการจงู ใจ

งคก์ ร ม รถน ค มรเู้ ก่ยี กบก รจูงใจ ไปปรบใชใ้ ้พนกง นมคี ม

ต้ งก รในก รปฏิบตงิ นใ ม้ ีปร ทิ ธิภ พม กยิ่งข้ึน โดย งคก์ ร ม รถใช้
เทคนิคในก รจูงใจ ปร ก บด้ ย 4 เทคนคิ ไดแ้ ก่ การ รา้ งค าม มั พนั ธ์ระ า่ ง
ผลงานกบั ราง ัลได้รับ การพฒั นางานใ ้เกดิ การจูงใจ การใ ม้ ี ่ นร่ ม การใ ้มี
่ นร่ ม แล คณุ ภาพชี ิตในการทา้ งาน ดงนี้

ภาพที่ 8.6 แ ดงรปู แบบเทคนคิ การจูงใจ

8.7.1 การ รา้ งค าม ัมพันธร์ ะ า่ งผลงานกับราง ลั ได้รบั
ก ร ร้ งค ม มพนธใ์ เ้ น็ ชด ร ่ งก รท ง นทดี่ ี ผลก รปฏบิ ตงิ น

ทด่ี ยี ่ ม ท้ นต่ ผลที่ ม รถ ดได้ ไดแ้ ก่ ผลต บแทนทพี่ ึงพ ใจ เชน่ เงนิ เดื น
โบน รื ค่ ต บแทน ่นื ๆ เป็นต้น ซึ่ง ม รถ น งต บค มต้ งก รพื้นฐ น
ข งบคุ คลไดด้ ี ท้งนี้ ต้ งมรี บบก รใ ผ้ ลต บแทนที่เป็นธรรม จูงใจ แล ม รถ
กร ตุน้ ค มพย ย มใ เ้ กิดค มเ ม มกบก รท ง นใน ่ นต่ งๆ

8.7.2 การพฒั นางานใ ้เกดิ การจงู ใจ
ก รจดรปู แบบง นใ ม้ คี มน่ นใจ แล ม รถกร ตุ้นใ บ้ คุ คลเกดิ

ค มพย ย มในก รท ง นที่ ูงขนึ้ ได้ โดยใชเ้ ทคนิคต่ งๆ ดงน้ี

121 | บทที่ 8 การจูงใจ

1) การ มุนเ ียนเปลยี่ นงาน (Job Rotation) ก ร มุนเ ยี นเปลยี่ นแปลงง น
เปน็ เทคนิคในก รกร ตุ้นใ พ้ นกง นตื่นต ยเู่ ม แล ไดร้ บรู้แล
ปร บก รณ์ใ มเ่ พมิ่ เตมิ

2) การเพิ่มปริมาณงาน (Job Enlargement) เป็นก รพฒน ขดี ค ม ม รถ
ข งพนกง นทน่ี ่ นใจเพิ่มม กขึ้น ด้ ยลก ณ ง นทีม่ มี ลู ค่ ง น (Job
Value) ไม่แตกต่ งไปจ กข บเขตง นท่รี บผิดช บ ยู่ในปจั จุบน เพียงแต่
ปริม ณข งง นทีต่ ้ งรบผดิ ช บมเี พ่มิ รื ขย ยข บเขตง นขนึ้ ก รเพิม่
ปรมิ ณง น ม รถเปน็ ไปไดท้ ้งก รขย ยง นที่มคี มแตกต่ งเฉพ เรื่ ง
รื เฉพ ผลติ ภณฑท์ ีเ่ พม่ิ ขึ้น รื พน้ื ทกี่ รดูแลรบผิดช บท่เี พ่ิมขนึ้ โดยมี
ข้นต นก รท ง นเ มื นเดิมไมเ่ ปลย่ี นแปลงไป รื จเปน็ ก รขย ย
ข บเขตง นทม่ี กขึ้นก ่ เดิม แตม่ ูลค่ ข งง นน้นยงเ มื นกบง นเดิมทเ่ี คย
รบผิดช บ เป็นก ร ร้ งใ ้เกดิ ค มภูมิใจทไี่ ดร้ บม บ ม ย แล ท้ นต่
ก รไดร้ บร ง ลที่ งู ขนึ้ ด้ ย เช่น ย มร เป็นพนกง นปร ช มพนธ์ท
น้ ท่ปี ร จ ในกรงุ เทพ ไดร้ บม บ ม ยใ ้ กเดนิ ยปร ช มพนธ์
ต่ งจง ด แล ตดิ ต มลูกค้ ด้ ย เป็นต้น

3) การเพมิ่ คณุ คา่ ของงาน (Job Enrichment) เปน็ ก รพฒน กยภ พข ง
พนกง น ซึ่งจ กแน คิดข ง Frederick Herzberb ท่ี กึ เกี่ย กบค มพึง
พ ใจในง น (Job Satisfaction) ต่ ม Hackman แล Oldham ได้น ม
กึ ต่ มงุ่ เนน้ ท่คี ณุ ลก ณ ข งง น (Job Characteristics Model)

Job Enrichment เนน้ ก รก นดลก ณ ง น ทแ่ี ตกต่ งจ กเดมิ ทีเ่ คยปฏิบติ
เพ่ื ใ ้พนกง นเกดิ ค มช น ญในง นท่ี ล ก ล ยขน้ึ (Skill Variety) เกดิ
ค มรบผิดช บในง นข งตน (Task Identity) เปน็ ลก ณ ง นทม่ี ี
ค ม คญ (Task Significance) มี ิ ร ม รถบริ รจดก รง นน้นๆ ได้
ด้ ยตนเ ง (Autonomy) แล ก รไดร้ บข้ มลู ป้ นกลบจ กผู้บงคบบญช
(Feedback) เปน็ ร ย ย่ งต่ เน่ื ง ตถุปร งค์ท่ี คญข ง Job
Enrichment ได้แก่

Renewal ก รท ใ ้เกดิ ค มแปลกใ ม่ ไมใ่ พ้ นกง นเกิดค มเบื่
น่ ย โดยก รเปลย่ี นแปลงลก ณ ง น บคุ คลทีจ่ ต้ งตดิ ต่
ปร นง นด้ ย เปล่ียนมมุ ม ง รื ค มคดิ จ กง นเดมิ

122 | บทท่ี 8 การจูงใจ

Exploration ก รพฒน แล ก รแ ง ทก ค มช น ญทม่ี กข้นึ
พฒน มพนธภ พทเี่ กดิ ข้นึ จ กก รท ง นใ ม่ๆ
Specialization ก รช น ญในง นเปน็ พิเ ก่ ใ เ้ กดิ ค ม ม รถใน
ก รบริ รจดก รง นน้นที่ลกึ ข้นึ ย กแล ท้ ท ยม กขึ้น

8.7.3 การใ ม้ ี ่ นร่ ม (Participation)

เป็นเทคนคิ ที่ดใี นก รจูงใจใ ้เกดิ ก รรบรู้ในค มไ ้ งใจในร ดบ งู ขึน้
เช่น ก รม บ ม ยใ เ้ ข้ ร่ มตด นิ ใจง นท่ี คญๆ ก รใ เ้ ป็นคณ กรรมก รฝ่ ย
ต่ งๆ ท้งทีเ่ ก่ยี ข้ งกบง นโดยตรง รื โดย ้ มในก รท ง นพิเ ต่ งๆ ก รใ ้
่ นร่ มในก รแ ดงค มคิดเ ็นก็ ม รถ ร้ งค มพึงพ ใจในก รแ ดง กได้
เชน่ เดยี กน เปน็ ต้น

8.7.4 คณุ ภาพชี ิตในการทางาน (Quality of Work Life)

คุณภ พชี ติ ในก รท ง น เปน็ คณุ ภ พโดยร มที่ปร เมนิ จ กก รท ง น
ทุกด้ น แล ม รถ รปุ เป็นภ พร ม ่ มคี ณุ ภ พชี ิตในก รท ง น ย่ งไร ซ่งึ
ปร ก บด้ ย
1) ค มเป็นธรรมใน งค์ก ร เรื่ งก รท ง น แล ร ง ลทีไ่ ดร้ บจ กก รท ง น
2) ค มปล ดภยในก รท ง น ค ร ถ นท่ี เคร่ื งจกร ุปกรณ์ แล เคร่ื งมื
3) โ ก ในก รพฒน ขดี ค ม ม รถข งตน ย่ งเ ม ม
4) โ ก ในก รเจรญิ ก้ น้ ย่ งเ ม ม
5) ภ พแ ดล้ มท ง งคมทด่ี ีใน งค์ก ร แล ก ร ่ื รภ ยน กท่เี กิดจ กง น
6) ร บบบรร ทภบิ ลใน ถ นปร ก บก ร
7) ทิ ธิค มช บธรรมในก รท ง น
8) ร ย เ ล ในก รท ง นท่ีเ ม ม แล มเี ล ่ นที่เ ลื ข งตน ย่ ง

เ ม ม เชน่ ใ ้กบคร บคร แล ก รพกผ่ น
9) ก ร ง่ เ ริมค มรบผดิ ช บต่ งคม

ดงน้น งคก์ รต่ งๆ จ เปน็ ต้ งมีก รบริ รจดก ร ด้ ยเทคนิคต่ งๆ
ย่ งเ ม ม เพื่ จงู ใจในก รท ง นทด่ี ีข ง งค์ก รต่ ไป

123 | บทท่ี 8 การจูงใจ

8.8 ระบบราง ัล

ร บบร ง ล (Reward System) คื รปู แบบก รต บแทนที่ งคก์ รมี
ใ แ้ กบ่ ุคคลต่ ผลข งง นทที่ได้ปฏบิ ติม ทง้ น้ี ร บบร ง ล ม รถแยก กได้ 3
ปร เภท ได้แก่ ระบบราง ลั พนื ฐาน ระบบราง ลั จากการแ ง าค ามรู้ แล
ระบบราง ลั พเิ อื่นๆ ดงน้ี

ภาพที่ 8.7 แ ดงระบและประเภทของราง ลั

8.8.1 ระบบราง ัลพ้นื ฐาน

ก รจูงใจ ท ใ ้บคุ คลปฏบิ ตติ มค มต้ งก ร ดงน้น ก่ นที่บคุ คลจ
กร ท ก รใดๆ จ ม ง ร ง ล รื ิ่งต บแทน เ มื นก ร ่ นพืชเพื่ งผล
ร บบร ง ล จงึ เปน็ ร บบพนื้ ฐ นทใ่ี ช้ ดค่ ข งง นที่บคุ คลมใี แ้ ก่ งคก์ ร รื
เรียก ่ ระบบการจา่ ยราง ลั ตามการกระทา้ ได้แก่ ก รเพิม่ เงนิ เดื น โบน ค่
รก พย บ ล ดิก ร งคม ดิก รพเิ ต่ งๆ รื ไดร้ บง นท่ีพ ใจ เปน็ ต้น

รปู แบบข งร ง ล แบง่ กเปน็ 2 ปร เภท ไดแ้ ก่
1) ราง ัลภายใน (Intrinsic rewards) เปน็ คณุ ค่ รื ค มพึงพ ใจข งบคุ คล

ท่ไี ดร้ บจ กลก ณ ข ง น้ ทีง่ น ร ง ลทนี่ กเ นื จ กก รท ง น เชน่ ก ร
เพ่มิ ค่ ต บแทน ก รเล่ื นต แ นง่ รื ผลปร โยชนต์ บแทน ื่นๆ รื เปน็
ผลลพธข์ งก รท ง นซง่ึ มีคุณค่ เชงิ บ กทีใ่ ก้ บบุคคลในก รท ง น

124 | บทท่ี 8 การจูงใจ

2) ราง ัลภายนอก (Extrinsic rewards) เปน็ ร ง ลทไ่ี ดร้ บจ ก ภ พแ ดล้ ม
ข งง น รื เป็น ่ น นง่ึ ข งง น ปร ก บด้ ย ค มรบผดิ ช บ ค มท้ ท ย
รื เปน็ ผลลพธข์ งก รท ง นทม่ี คี ุณค่ เชงิ บ ก ซึ่งบคุ คลไดร้ บโดยตรงจ ก
ผลลพธข์ งก รท ง น เช่น ค่ ต บแทนท งตรง (Direct Compensation)
ค่ ต บแทนท ง ้ ม (Indirect Compensation) แล ร ง ลต บแทนท่ไี มใ่ ช่
ต เงนิ (Nonfinancial Rewards) ไดแ้ ก่ ค มรู้ ึกข งค ม เรจ็ ในก ร
ปฏบิ ตงิ นทีค่ มท้ ท ย เปน็ ตน้

ภาพท่ี 8.8 แ ดงราง ัลประเภทต่างๆ

8.8.2 ระบบราง ัลจากการแ ง าค ามรู้
ร บบทใี่ ชเ้ มื่ พนกง นไดร้ บก รพฒน ทก ค มรู้ ทจ่ี เป็นต่ ก ร

ท ง นเพ่ิมเติม แล ม รถแ ดงร ยล เ ียดดงกล่ ได้ เชน่ ก รเรียนในร ดบท่ี
ูงข้นึ ก รเข้ รบก รฝกึ บรม ชิ ชีพ แล ก ร บรม ื่นๆ แล ได้ใบปร ก ยืนยน
เปน็ ตน้

125 | บทท่ี 8 การจูงใจ

8.9 รปุ 8.8.3 ระบบราง ลั พเิ อื่นๆ
คาถามท้ายบท
เปน็ ร บบทใ่ี ช้เม่ื พนกง นเฉพ ร ยทีม่ ีค ม คญแก่ งคก์ ร รื มี
ค ม ม รถโดดเดน่ เป็นที่ต้ งก รข ง งคก์ ร เพ่ื ใ ้พนกง น ยกู่ บ งคก์ รใน
ร ย ย ได้แก่
1) ใ ้ ่ นร่ มในกาไร (Profit Sharing) เป็น ่ นที่ใ แ้ ก่พนกง นท่มี ีผลง นดี

มี ่ น คญท่ที ใ เ้ กดิ ย ดข ย ร ยได้ ก ไรท่ี ม รถ ดได้แก่ งค์ก ร
2) ใ ้ ่ นร่ มในกรรมการระดับองค์การ (Board of Director member)

เปน็ ก รใ ้ ิทธใิ นก รร่ มบริ ร ก นดทิ ท ง แล มี ่ นร่ มในก รบริ ร
ที่ ม รถตด นิ ใจในเรื่ งท่ี คญต่ งๆ
3) ใ ้ ทิ ธิการถอื นุ้ (Stock Ownership) ก รใ ้ ทิ ธิในก รถื คร ง ุ้นข ง
บริ ทลก ณ ใดลก ณ นึง่ เพื่ บ่งบ กถงึ ค มเป็นเจ้ ข งข งบคุ คลน้นๆ

ก รจูงใจ เปน็ งิ่ จ เป็นที่ งค์ก รต้ งใ ค้ ม คญ แล ท ค มเข้ ใจ
ลกพืน้ ฐ นข งก รจูงใจบุคคล ่ งคก์ ร ม รถใชก้ ร บ นก รจูงใจ แล น
แน คิดในก รจงู ใจไปปรบใชใ้ เ้ ม ม ร มถงึ ก รใช้เทคนคิ ก รจงู ใจทด่ี ี แล
รูปแบบร ง ลทเ่ี ม มแก่บคุ คลต่ ไป

1. ก รจงู ใจมปี ร โยชน์ต่ ก รพฒน ท่ียง่ ยืนข ง งค์ก ร ย่ งไร ?
2. พืน้ ฐ นข งก รจงู ใจเพ่ื จุดมุ่ง ม ย ?
3. ก รจงู ใจมีกปี่ ร เภท แล แตล่ ปร เภทมีกร บ นก ร ย่ งไร ?
4. งคป์ ร ก บใดบ้ งที่มีผลจ่ ก รจูงใจ ?
5. ล ดบข้นค มต้ งก รข งมนุ ย์ ต มทฤ ฎีข ง Maslow เป็น ย่ งไร ?
6. ค มแตกต่ งข งค มต้ งก รมนุ ยต์ มทฤ ฎี ERG กบล ดบข้นค ม

ต้ งก รในมนุ ย์ข ง Maslow แตกต่ งกน ย่ งไร ?
7. ต มแน คดิ ข ง Herzberg ปัจจยจงู ใจ แล ปจั จยธ รงรก รื ปจั จย

น มยคื ไร ?
8. บุคคลเร มคี มต้ งก ร ย่ งไรบ้ งต มทฤ ฎีค มต้ งก รแ ง ข ง

McClelland ?

126 | บทที่ 8 การจูงใจ

บทท่ี 9 กลุ่ม พฤตกิ รรมกลุ่ม และทีม
(Group, Group Behavior and Team)

9.1 บทนา

โดยพ้นื ฐานของมนุ ย์ มคี ามเป็น ัต ์ งั คม เชน่ เดีย กบั งิ่ มีชี ิตโดย
่ นใ ญ่ทีต่ อ้ งมีการร มกลุ่ม มีการติดต่อ ื่อ ารกัน การร มกลุม่ ของบุคคลตา่ งๆ
ใน งั คมจึงเป็นเร่อื งปกติ ตั้งแต่ งั คมครอบครั ังคมกลมุ่ เพอื่ น ังคมทีท่ ากจิ กรรม
ร่ มกนั ร มถึง งั คมในท่ที างาน งั คมในท่ที างานก่อใ ้เกิดการร มตั กันเป็นกลมุ่
ท้ังที่เป็นกลุ่มทางการ ทีเ่ ก่ีย ข้องกบั งานโดยตรง รือกล่มุ ทไ่ี มเ่ ปน็ ทางการ ท่ีเกิด
จากค าม มั พันธ์ ่ นตั กต็ าม กลมุ่ เ ลา่ นยี้ อ่ ม ่งผลในรูปแบบท่ีแ ดงพฤติกรรม
ตา่ งๆ อันมีอิทธิพลต่อ มาชิกในกลมุ่ เ ล่านั้น องคก์ ารจึงจาเป็นตอ้ งเขา้ ใจพนื้ ฐาน
ของกล่มุ เพื่อใ ้ ามารถเข้าใจค ามเปน็ กลมุ่ เ ลา่ น้ัน และ ามารถทางานร่ มกับ
กลุ่มตา่ งๆ ไดอ้ ย่างราบร่ืน เพอ่ื ประ ิทธิภาพในการทางานท่ีเกดิ จากกลุ่มตา่ งๆ ได้

กลุ่ม มายถงึ บคุ คลตัง้ แต่ องคนเปน็ อย่างนอ้ ย มีปฏิ มั พันธแ์ ละมี
อทิ ธิพลต่อกันมาอยรู่ มกัน เพื่อ ตั ถุประ งค์ รอื เป้า มายอยา่ งใดอย่าง นงึ่ ท่ียึด
เ น่ยี และมคี าม มั พนั ธ์ทยี่ อมรบั ในการเปน็ มาชิกร่ มกัน อาจเป็นกลุม่ แบบ
ทางการ รอื ไมเ่ ป็นทางการกไ็ ด้

9.2 ค าม าคัญของกลุ่ม

การร มกลุ่มของบคุ คล ก่อใ เ้ กิดกลุม่ ลกั ณะต่างๆ ท้ังทเี่ ป็นกลุ่มทอ่ี ยู่
ท่ั ไป และอย่ใู นองคก์ ารกต็ าม ย่อมก่อใ ้เกิดการยดึ เ นยี่ กอ่ ใ เ้ กดิ พลังของกลมุ่
ากกล่มุ ใดท่ปี ระกอบด้ ย มาชิกท่ีมีคณุ ภาพ มี ักยภาพ ยอ่ มนาไป ู่การ
ดาเนินการตามทิ ทางและเปา้ มายทตี่ ้องการของกลมุ่ ได้โดยง่าย

กลุ่มและ มาชกิ ของกลมุ่ จะมคี าม ัมพนั ธ์ทยี่ ดึ เ นี่ย กนั อย่าง นาแน่น
ด้ ยจดุ มุ่ง มายอยา่ งใดอยา่ ง น่ึงที่มีตอ่ กัน ดงั น้นั กลุ่มจาเปน็ จะตอ้ งอา ัย มาชิก
ในค ามเป็นนา้ นึ่งใจเดยี กนั เปา้ มาย ทิ ทางเดยี กันเพ่ือค ามเข็มแขง็ ของกลุ่ม
ในขณะเดยี กนั มาชิกของกลุ่ม ตอ้ งอา ัยค ามเป็น มาชกิ ภาพของกลมุ่ เพื่อการ
ยึดเ น่ีย และเพ่อื พลังท่ีเกิดจากการเป็นกลมุ่ จงึ เปน็ เรือ่ งท่ีแยกกันไม่ออกระ ่าง

127 | บทท่ี 9 กลมุ่ งาน พฤติกรรมกลุ่ม และทีมงาน

กลุม่ และ มาชกิ ของกลุ่ม ดังนนั้ เม่ือทั้งกลุ่มและ มาชกิ ของกลุม่ ไม่ ามารถแยก
ออกจากกนั ได้ จึง รปุ ค าม าคัญของกลมุ่ ออกเป็น 3 ประการ ดังนี้

9.2.1 ดา้ นการพัฒนา มาชิกของกลุ่ม (Group Member Development)

การทบ่ี คุ คลมาอยู่ร่ มกันเปน็ มาชกิ ของกลุ่ม นอกจากจะได้ นองตอบ
ค ามตอ้ งการดา้ นรา่ งกาย จิตใจ ค ามรู้ กึ ปลอดภัย การพฒั นา ังคม อารมณ์ ตาม
ระดบั ค ามต้องการพืน้ ฐานของมนุ ยแ์ ล้ ยังจะเกดิ การเรียนรูจ้ ากบุคคลต่างๆ ท่ี
เป็น มาชิก ผา่ นกระบ นการเรยี นรู้ต่างๆ ทีเ่ กดิ จากการซมึ ซับ รบั รู้ และพฒั นา
ตนเอง เมื่อไดม้ ปี ฏิ ัมพันธ์กับกลมุ่ ด้านใดดา้ น นึง่ อยา่ งต่อเน่อื งอกี ด้ ย

9.2.2 ดา้ นค ามเ ็น ่ นใ ญ่ของกลมุ่ (Group Consensus)

การทบ่ี ุคคลที่เปน็ มาชกิ ท่มี าจากคนละพนื้ ฐาน ครอบครั งั คม แน คิด
ค ามเชือ่ ค ามรู้ ทั นคติ ค่านยิ ม ทมี่ คี ามแตกตา่ งกันนั้น ยอ่ มอาจทาใ ้มคี าม
คดิ เ ็นตา่ งๆ ทไี่ มต่ รงกนั เ มอ เมอื่ ได้เข้าร่ มเป็น มาชกิ ของกลุ่มแล้ การตดั ินใจ
ใดๆ จะเปน็ พื้นฐานทเี่ ป็นทย่ี อมรบั กันและเ ยี ง ่ นใ ญ่ ซึ่งจะทาใ ้ มาชกิ ทกุ คน
ตอ้ งเคารพกติกาที่อยรู่ ่ มกันในกลมุ่

9.2.3 ดา้ นปฏิบัตงิ าน (Group Practice)

การปฏิบตั ิงานใดๆ ากเกดิ จากบคุ คลคนเดีย ย่อมจะมปี ระ ิทธภิ าพ
และนาไป ู่ค าม าเร็จท่ยี ากก า่ การร มกันทาของทีม รือกล่มุ ดังนัน้ พ้นื ฐานใน
การทางานใดๆ ของกลุ่ม ในรูปแบบของทมี งาน น่ ยงาน บริ ทั ชมรม มาคม
องค์กร ยอ่ มจะก่อใ ้เกิดผลการปฏบิ ัตงิ านได้ดกี ่า

9.3 าเ ตทุ ่ีบุคคลเขา้ เปน็ มาชกิ กลมุ่

การร มกลุ่มของบุคคล อาจมีพืน้ ฐานในดา้ นต่างๆ ท่ีแตกต่างกัน แม้
มาชกิ ในกลมุ่ เดยี กัน ยงั อาจมเี ตผุ ลในการเปน็ มาชิกของกลุ่มท่แี ตกต่างกนั ได้
ทง้ั น้ี ามารถ รุป าเ ตุ ลกั ท่บี ุคคลเข้าร่ มเปน็ มาชกิ ของกลุ่ม 4 ประการ ได้แก่
ความปรารถนาและความพึงพอใจ ความตอ้ งการความรักความผูกพนั ความ
ต้องการบรรลุเปา้ มาย และ ความตอ้ งการพลังอานาจ ดังน้ี

128 | บทท่ี 9 กล่มุ งาน พฤติกรรมกล่มุ และทีมงาน

ภาพท่ี 9.1 แ ดงค าม าคญั และ าเ ตุการเข้าร่ มเปน็ มาชกิ กลมุ่

9.3.1 ค ามปรารถนาและค ามพึงพอใจ (Satisfaction and Needs)

การที่บคุ คลมคี ามต้องการร มกลมุ่ เกิดจากการค ามตอ้ งการพ้นื ฐาน
ของบคุ คล ตามทฤ ฎลี าดบั ขั้นของค ามตอ้ งการพื้นฐานในมนุ ยต์ ามแน คดิ ของ
Maslow โดยค ามตอ้ งการในลาดับขัน้ ที่ 2 ถึง 4 ได้แก่
1) ค ามมนั่ คง (Security) ค ามปลอดภัย (Safety) การทีบ่ คุ คลตา่ งๆ ไดเ้ ข้า

ร่ มเปน็ มาชิกของกลุ่มใดๆ ย่อมใ ค้ ามอุน่ ใจในการอยรู่ ่ มกนั และมที ยี่ ดึ
เ นย่ี การมเี พื่อนคู่คดิ กับบคุ คลในกลมุ่ การไดม้ ีกจิ กรรมร่ ม มีการช่ ยเ ลอื
ซ่ึงกนั และกัน การมพี ลงั ที่เกดิ ข้ึนจากการเปน็ มาชิกกลมุ่ ามารถแ ดงถงึ
ค ามม่นั คงปลอดภยั ใ ้เกดิ ขึ้นภายในใจบคุ คล มีจดุ ยืนเดยี กัน มอี านาจ
ต่อรอง ยงิ่ ากเปน็ บคุ ลากรใ มใ่ นองค์การ ย่อมตอ้ งการพเี่ ล้ียง รอื ค ามรู้ กึ
มัน่ คงปลอดภยั ค ามอบอนุ่ ใจมากขึน้ ด้ ย
2) ถานภาพทาง ังคม (Social/ Status) การร มอยดู่ ้ ยกันของ มาชิกกล่มุ
มคู่ ณะ ทเี่ ปน็ ท่ี นใจและมีค ามดงึ ดดู กระตนุ้ ค ามต้องการใ บ้ คุ คลตา่ งๆ มี
ค ามประ งคใ์ นการเข้าร่ มเป็น มาชิกเป็นการกระตนุ้ ค ามต้องการด้านการ
มี ังคมของมนุ ยโ์ ดยพน้ื ฐาน ตอ้ งการมชี ี ติ ท่ีมี งั คมทพี่ ่งึ ประ งค์ ตอ้ งการมี
่ นร่ มทากจิ กรรมรูปแบบตา่ งๆ เ มือน ่ น นึ่งของ ังคม
3) ค ามยกยอ่ งนบั ถอื (Esteem) การตอบ นองต่อการเป็น มาชกิ ของกลมุ่
ตา่ งๆ ในองคก์ ารน้นั เมอ่ื บุคคลมคี าม มั พันธแ์ ละกิจกรรมต่างๆ กบั กล่มุ ที่
ตนเอง งั กัดอยูใ่ นระยะ น่งึ แล้ ค ามตอ้ งการทีจ่ ะไดร้ บั การยอมรบั อยา่ ง

129 | บทที่ 9 กลุ่มงาน พฤติกรรมกลมุ่ และทีมงาน

น่งึ อยา่ งใดในกล่มุ เพื่อการยอมรบั นับถือและยกยอ่ งเปน็ ่ิงท่ตี ามมา เช่น
ได้รับ น้าที่การดาเนินการบางอยา่ งใ แ้ ก่องคก์ าร รอื มตี าแ น่งในกลมุ่ ทา
ใ เ้ กดิ ค ามพงึ พอใจทจ่ี ะทาใ ้เปน็ ทน่ี บั น้าถอื ตาตามมา ทเ่ี กดิ จากการ
ยอมรับจาก มาชิกภายในกล่มุ

9.3.2 ค ามตอ้ งการค ามรกั ค ามผกู พนั (Affiliation)

การร มอยดู่ ้ ยกนั ในกลุ่ม ก่อใ ้เกดิ ค าม มั พันธ์ทใ่ี กล้ชดิ ระ า่ ง มาชิก
ทมี่ คี ามผกู พัน ค ามลกึ ซงึ้ และดงึ ดูดใจในด้านกายภาพระ า่ งบคุ คลในการมี
กิจกรรมต่างๆ ร่ มกันจะยงิ่ เ ริม รา้ งค ามใกล้ชดิ อยา่ งต่อเนือ่ ง และค ามดึงดดู ใจ
จะมกี ารกอ่ ตั จาก การรบั รู้ ทั นคติ การปฏบิ ตั ิ ค ามคล้ายคลึงกันระ ่าง มาชิก
ท่ีมมี ากขน้ึ เร่อื ยๆ ย่งิ ากมคี ามเกี่ย พนั กับอาชีพทีเ่ ก่ยี เน่อื งกันด้ ยระ ่าง
มาชกิ แล้ จะเ รมิ รา้ งค ามแขง็ แกรง่ ของกลุ่มใ เ้ กิดค ามใกล้ชดิ และค าม
ดึงดดู ใจมากข้นึ ด้ ย โดยเ น็ ไดจ้ ากค ามเ นยี แน่นของชมรม มาคมดา้ นอาชพี
ตา่ งๆ เป็นตน้

9.3.3 ค ามตอ้ งการบรรลุเปา้ มาย (Goal Achievement)

เ ตุผลทบี่ คุ คลต้องมกี าร รา้ งกลมุ่ ท่ี าคัญประการ นงึ่ คอื การที่บคุ คลมี
เป้า มายในการดาเนินการบางอยา่ งที่ใ ญ่ มีค ามซับซอ้ น รือตอ้ งการอดุ มการณ์ท่ี
มแี น ร่ ม ากเปน็ การดาเนินการทาเพยี งบุคคลเดยี อาจประ บกบั ปัญ าในการ
ทา ลายดา้ นที่ไม่อาจทาใ ้ าเรจ็ ไดโ้ ดยงา่ ย ดงั นัน้ เม่ือมกี ารร มกลมุ่ บุคคลทมี่ ี
เป้า มายแบบเดยี กันขึน้ ก่อใ ้เกิดเป็นเปา้ มายของกลมุ่ แทน ค ามชดั เจนในการ
ดาเนินการเพื่อใ ไ้ ป เู่ ป้า มายทตี่ ้องการจะทาใ ง้ ่ายขนึ้ จากการร่ มแรงร่ มใจ
และเกดิ จากบุคคลต่างๆ ทม่ี ีพนื้ ฐานมคี ามรู้ ค าม ามารถท่ี ลาก ลาย แตกตา่ ง
กัน จะนาพาซึ่งค าม าเรจ็

9.3.4 ค ามตอ้ งการพลังอานาจ (Power)

การร มกลุม่ กันของบุคคล ย่อมแ ดงถงึ ค ามมีพลังอานาจในการทา ิ่ง
ต่างๆ มากก ่าบคุ คลคนเดยี เชน่ พลังในการต่อรอง พลงั ในการทางาน พลงั ใน
ค ามคิด พลังในการตัด ินใจ เปน็ ต้น

130 | บทท่ี 9 กล่มุ งาน พฤติกรรมกล่มุ และทีมงาน

9.4 ประเภทของกลุ่มในองค์การ

กลุ่มในองคก์ าร มีค าม าก ลาย เช่น กลมุ่ ที่แบ่งตาม ัตถปุ ระ งคแ์ ละ
เปา้ มายตา่ งๆ กลมุ่ ปฐมภมู ิ รอื กลุ่มทตุ ยิ ภมู ิ กลมุ่ ทีเ่ ปน็ ระเบียบแบบแผน รอื กล่มุ
ท่ีไมเ่ ปน็ ระเบียบแบบแผน เปน็ ตน้ แตล่ กั ณะของกล่มุ ทีน่ ิยมในการ ึก า
พฤติกรรมองคก์ าร แบ่งออกเป็น 2 กลุม่ ใ ญ่ ไดแ้ ก่ กล่มุ แบบเปน็ ทางการ (Formal
Group) และ กลุม่ แบบไมเ่ ป็นทางการ (Informal Group) ดังนี้

9.4.1 กลุม่ แบบเปน็ ทางการ (Formal Group)

กลมุ่ แบบเปน็ ทางการ เปน็ กลมุ่ ทก่ี า นดอย่ใู นโครง รา้ งขององค์การ มี
ค ามชดั เจนในการบริ ารใ บ้ รรลุ ัตถุประ งค์ขององคก์ าร มกี ฎระเบียบ แน ทาง
ปฏิบตั ิ แบบแผน เป็นไปตาม ลักการ มภี าระ น้าท่ที ี่ชัดเจนระ า่ งกัน มีขอ้ ตกลง
ร่ มกนั ในการเป็น มาชิกภาพของกลมุ่ เช่น กลมุ่ ทท่ี างาน กลมุ่ ข้าราชการ กลมุ่
มาคม ชมรม โม ร ภาพ เปน็ ต้น

กลมุ่ แบบเป็นทางการนี้ มกั เป็นการร มกลมุ่ ที่มี มาชกิ มาก ไม่ ามารถ
ตดิ ตอ่ อ่ื ารแบบโดยตรงไดอ้ ย่างท่ั ถงึ ดังนน้ั รปู แบบการติดต่อ อ่ื ารจึงเปน็
รปู แบบทางการ ต้องมีการออกระเบยี บ แบบแผน กฎระเบยี บต่างๆ ประกอบ
ามารถจาแนกออกเปน็ 2 กลุ่มยอ่ ย ได้แก่
1) กล่มุ งานตาม นา้ ท่ี (Command Group/ Permanent Formal Group)

ได้แก่ กลมุ่ ทที่ างานตาม ายบงั คับบญั ชา เกิดจาก ายงานตามของโครง รา้ ง
องคก์ ารเป็น ลัก จาแนกกล่มุ ตามลัก ณะงาน มเี ปา้ มายขององคก์ ารเปน็
เปา้ มาย าคญั ของกลุม ในขณะทกี่ ลุ่มย่อยทเี่ กยี่ ข้องตาม ายงาน เปน็ เพยี ง
การ นบั นุนเปา้ มายระดบั รองลงมา นอกจากนี้ ยงั อาจร มถงึ กลมุ่
คณะกรรมการท่ีเกิดข้ึนในโครง รา้ งขององคก์ ารด้ ย เช่น คณะกรรมการ
บริ าร คณะกรรมการบริ ัท คณะกรรมการการเงิน คณะกรรมการพฒั นา
องคก์ าร เปน็ ตน้
2) กล่มุ งานแบบชั่ ครา (Task Group/ Temporary Formal Group)
ได้แก่ กลมุ่ งานเฉพาะกจิ กลมุ่ โครงการ ทเี่ กิดข้ึนเพือ่ ดาเนินกจิ กรรมใดๆ
เฉพาะช่ งเ ลาตามเป้า มายระยะ นั้ รอื ลกั ณะโครงการท่กี า นด จะ
ลายตั ไปเม่อื บรรลเุ ป้า มาย เ น้ แต่จะมกี ารไดร้ บั มอบ มาย นา้ ทใ่ี มแ่ ทน
และอาจมีการจดั รอื ปรบั มาชิกใ ม่ได้

131 | บทที่ 9 กล่มุ งาน พฤติกรรมกล่มุ และทีมงาน

9.4.2 กล่มุ แบบไม่เปน็ ทางการ (Informal Group)

กลุม่ แบบไมเ่ ปน็ ทางการ เปน็ กลุ่มทไ่ี มไ่ ด้กา นดในโครง รา้ งขององคก์ าร
แต่ตอบ นองค มตอ้ งการของ งั คมเกิดข้นึ โดยไมม่ ีกฎเกณฑ์ตายตั ไมม่ รี ะเบียบ
แบบแผนปฏบิ ตั ิทช่ี ัดเจน เป็นการร มตั กันโดย มัครใจ เนื่องจากค าม นใจใน
เรอื่ งใดเรือ่ ง น่ึง เร่ิมจากค าม ัมพันธ์แบบ ่ นตั เพ่อื ตอบ นองค ามต้องการท่ี
เ มือนกัน ผลประโยชนร์ ่ มกัน ามารถจาแนกออกเป็น 2 กลุม่ ยอ่ ย ไดแ้ ก่
1) กลมุ่ นใจ (Interest Group) เปน็ การร มกลมุ่ ท่ีเกดิ ค าม นใจร่ มกนั ไม่

เก่ีย ขอ้ ง ายบังคับบญั ชาในองคก์ ารใดๆ เป็นเรือ่ งของค าม นใจกลุ่มบคุ คลท่ี
ตรงกนั และเกดิ กลมุ่ ทีต่ อ้ งการมกี จิ กรรมร่ มกนั เชน่ กลุ่ม ิทธิ ตรใี นองค์การ
กลุม่ พฒั นาและ ง่ เ รมิ ุขภาพ เปน็ ต้น ซึง่ ไมม่ ีค ามเกย่ี ขอ้ งโดยโครง รา้ ง
องค์การ รอื ายงาน
2) กลมุ่ มติ รภาพ (Friendship Group) เปน็ การร มกลมุ่ ท่เี กิดจากค ามผูกพนั
โดยมากจะเกดิ จากการพฒั นาค าม มั พันธ์ตามธรรมชาติ อ่ื ารระ า่ ง
บคุ คลและเกดิ มติ รภาพตามมา ากมคี าม นใจ รือตอ้ งการบางอยา่ งร่ มกนั
กย็ ง่ิ เ รมิ รา้ ง ัมพนั ธ์ใ ้ลกึ ซ้ึงขึ้น เชน่ ิถีชี ติ พนื้ ฐานครอบครั ังคม
า นา รปู แบบการใชเ้ ลา ่าง เปน็ ต้น

กลมุ่ แบบเปน็ ทางการ และกลุ่มแบบไม่เป็นทางการนี้ มีค ามแตกตา่ งกัน
ดงั น้ี

ตารางท่ี 9-1 แ ดงค ามแตกต่าง ระ ่างกล่มุ แบบเปน็ ทางการ และกลุ่มแบบไมเ่ ปน็ ทางการ

กล่มุ แบบเปน็ ทางการ กลมุ่ แบบไม่เปน็ ทางการ

1) มจี ุดเร่ิมตน้ โดยระบบกฎเกณฑ์ 1) มีจดุ เริ่มตน้ จากค าม ัมพันธ์

2) มรี ะเบยี บแบบแผลของกลุม่ 2) ไมม่ รี ะเบยี บแบบแผนทต่ี ายตั

3) มี ตั ถปุ ระ งคแ์ ละเป้า มายชัดเจน 3) ัตถุประ งค์อยทู่ ีค่ ามพงึ พอใจเปน็ ลัก

4) มีค ามชดั เจนของภา ะผนู้ า 4) ภา ะผูน้ าอาจมี รือไมม่ ี ชัดเจน รอื ไมก่ ไ็ ด้

5) มกี าร ่อื ารทเี่ ป็นระบบตามโครง รา้ ง 5) มกี าร ่อื ารแบบตามชอ่ งทางค าม ัมพนั ธ์

6) มจี าน น มาชกิ คอ่ นขา้ งมากตามโครง รา้ ง 6) มจี าน น มาชิกค่อนข้างนอ้ ย

7) ระบบค ามเขม้ แขง็ ของกลุม่ มมี าก 7) ระบบค ามเขม้ แขง็ ของกล่มุ มนี ้อย

8) การดาเนินการมกี ารมอบ มาย น้าทชี่ ดั เจน 8) การดาเนนิ การเป็นไปตาม มัครใจและค ามพอใจ

132 | บทที่ 9 กลมุ่ งาน พฤติกรรมกลมุ่ และทีมงาน

9.5 กระบ นการพฒั นากลมุ่
จากทไี่ ดท้ ราบ า่ กลุ่มงานเป็นกระบ นการที่กลมุ่ บคุ คลร่ มมอื กันทางาน

โดยมี ตั ถปุ ระ งค์ รือเปา้ มายอย่างใดอยา่ ง นึ่งร่ มกนั เมื่อมีการทางานยอ่ ม
กอ่ ใ เ้ กิดพลังค ามเคล่ือนไ ของกลมุ่ (Group dynamic) ซ่ึงพลงั ดงั กลา่ อาจ
่งผลท้งั ในแง่บ กและแงล่ บ ท้ังน้ีข้ึนอยกู่ บั การปฏบิ ัตงิ านของแตล่ ะบุคคลในกลมุ่
อย่างไรกต็ าม กลุ่มทเี่ กดิ ขนึ้ ในองค์การ มีกระบ นการในการพฒั นาค ามเปน็ กลมุ่
ข้ึน ซ่งึ กระบ นการดงั กลา่ จาแนกไดเ้ ป็น 5 ระยะ ไดแ้ ก่ ระยะรวมตัว ระยะระดม
พลงั ระยะกา นดบรรทัดฐานกลมุ่ ระยะดาเนินงาน และ ระยะ ลายตวั ดังนี้

ภาพที่ 9.2 แ ดงกระบ นการพัฒนากล่มุ

9.5.1 ระยะร มตั (Forming stage)
เปน็ จุดเรม่ิ ต้นทม่ี กี ารร มกันเป็นกลุ่มบุคคล โดยแบง่ ออกเป็น 2 ่ น

ได้แก่
1) มีจดุ ม่งุ มาย รอื ค ามประ งค์ร่ มกัน กล่า คือเมอื่ ร มกลมุ่ แล้ ท้ังกลุม่ แบบ

เปน็ ทางการ และแบบไมเ่ ป็นทางการ มาชกิ ของกลมุ่ ทีเ่ คยมีแน คดิ ที่
ลาก ลายคนละทิ คนละทาง ตา่ งตอ้ งชัดเจนในจุดประ งค์ อันเปน็ ค ามมุ่ง
มายร่ มกัน า่ ตอ้ งทางานอะไร และจะไดผ้ ลอะไร
2) แ ง าค าม ัมพันธ์ระ ่างกัน คอื มาชิกต้องคน้ าพฤตกิ รรม ทจี่ ะทาใ ้
กล่มุ ยอมรับตั เอง ่าเปน็ ่ น นง่ึ ของกลุ่ม โดยอาจใชก้ จิ กรรมการทด อบ
ค าม มั พันธร์ ะ ่างบคุ คล กิจกรรมการกา นดเปา้ มาย โครง รา้ ง เป็นต้น

133 | บทที่ 9 กลมุ่ งาน พฤติกรรมกลุ่ม และทีมงาน

9.5.2 ระยะระดมพลงั (Storming stage)

เป็นระยะเ ลาของการร มตั และปรับตั ระ ่างกัน เปน็ ช่ งที่อาจ ร้าง
ค ามอดึ อัดค ามขัดแย้งได้มากในการปรบั ตั ในเรอ่ื งตา่ งๆ ซึง่ เกิดจากการท่ี มาชิก
ในกลุ่มถกู แบง่ เปน็ กล่มุ ยอ่ ย ช่ งเ ลานจี้ ึงถอื ได้ า่ ช่ งร มพลงั ทม่ี ที ง้ั การใช้อารมณ์
มีการประณีประนอม จากค ามตงึ เครยี ดระ า่ ง มาชกิ ภายในกลมุ่ อย่างไรก็ตาม
การเปลยี่ นแปลงทเ่ี กดิ ขึน้ น้ี จะทาใ ้รปู แบบและลัก ณะของงานชดั เจนขึ้น มี
เป้า มายการทางานที่แน่นอน ร มถึงเร่ิมที่จะช่ ยกันขจดั ปญั าและอุป รรคท่ี
ง่ ผลต่อค าม าเรจ็ ของงาน ซ่งึ ถือได้ า่ ระยะนอี้ าจเปน็ ชน นของค ามลม้ เ ล ใน
การร มกลุ่มได้ แต่ ากกลุ่ม ามารถทาค ามเขา้ ใจ ประนปี ระนอมใ ผ้ ่านพันปัญ า
ต่างๆ ในการพฒั นากลุ่มใ ม่นไี้ ปได้ดี ก็จะทาใ ้กลมุ่ มีค ามมัน่ คง

9.5.3 ระยะกา นดบรรทดั ฐานกลุ่ม (Norming stage)

เมือ่ มาชกิ ในกล่มุ เรมิ่ มคี ามเข้าใจซงึ่ กนั และกัน มีการเร่มิ ตน้ ของการ
ร มกลมุ่ อยา่ งจริงจัง ลงั จากการฟนั ฝ่าในการทาค ามเขา้ ใจกันอยา่ งลกึ ซ้ึงแล้
การกา นดบรรทดั ฐานจะเกดิ ข้ึนตามมา โดยมีการ รุปประเดน็ าคญั บรรทัดฐานใน
การปฏบิ ัตติ า่ งๆ ร่ มกนั การ รา้ งค าม มดุลในการ ่ือ ารร มกัน มีการกา นด
ิธกี ารและการดาเนินการของกลมุ่ อย่าง เปน็ รปู ธรรมในการนาไป เู่ ปา้ มายเพ่ือ
ค าม าเรจ็ ของกลุ่ม การเรม่ิ ค ามเปน็ น้า นง่ึ ใจเดยี กันของ มาชกิ กลมุ่ ในช่ งน้ี
เป็นการ ร้างแรงยึดเ นีย่ (Cohesiveness) ใ เ้ กิดข้ึน ก่อใ เ้ กดิ เอกลัก ณแ์ ละ
ค ามแขง็ แกร่งของกลุ่มตามมา

9.5.4 ระยะดาเนนิ งาน (Performing stage)

เป็นข้ันตอนที่กลุ่มมกี ารพัฒนาค าม ัมพันธ์ และค ามพรอ้ มเตม็ ท่ี ถอื
เป็นช่ งเตบิ โตเตม็ ท่ีของกลุ่มทม่ี ีการดาเนินการด้านตา่ งๆ อยา่ ง มบรู ณ์ มโี ครง รา้ ง
ทแ่ี ข็งแกรง่ มคี าม ัมพันธ์ท่ดี ี มีการมงุ่ ไปข้าง น้า เพื่อค าม าเร็จของกลุ่มเปน็
าคัญ เปน็ การดาเนินการทมี่ งุ่ ูป่ ระ ิทธิภาพต่อเป้า มาย มกี ารพฒั นาดา้ นต่างๆ

134 | บทท่ี 9 กล่มุ งาน พฤติกรรมกลุ่ม และทีมงาน

ใ เ้ กดิ ค ามเ มาะ มท่มี ุ่งทผ่ี ล าเร็จในทุกด้าน และเป็นข้ันตอนที่เกดิ ผลผลติ มาก
ที่ ุดในกระบ นการพัฒนากลมุ่
9.5.5 ระยะ ลายตั (Adjourning stage)

เป็นระยะ ดุ ทา้ ยของการเกดิ ขึน้ ของกลุ่ม ซึ่ง มาชกิ ทกุ คนเตรียมพรอ้ มท่ี
จะ ลายตั โดยเฉพาะกลมุ่ ทางานทตี่ ้งั ขึ้นชั่ ครา รอื น่ ยเฉพาะกิจและ
โครงการท่ี มดภาระค ามรบั ผิดชอบแล้ โดยอุดมการณก์ าร ลายตั ของกลมุ่
เกดิ ขน้ึ ในลัก ณะของค าม าเร็จของงานตามเปา้ มาย และ มาชกิ ทกุ คนยอมรบั
่าการมี ่ นร่ มของทกุ คนและงานของกลุ่มเ รจ็ นิ้ แล้
9.6 การ ึก าพฤตกิ รรมกลมุ่

กลุ่มทีป่ ระกอบด้ ย มาชิก ลาก ลาย ยอ่ มมีค ามซบั ซ้อนมากข้นึ ดังน้ัน
การ กึ าพ้ืนฐานของพฤตกิ รรมกล่มุ จะใ ้ ามารถพิจารณา กั ยภาพของกลุม่ นน้ั ๆ
ได้ โดยมีแน ทางในการ กึ าพฤติกรรมของกลมุ่ 7 ประการ ไดแ้ ก่ โครง รา้ งของ
กลุ่ม การตดิ ตอ่ อื่ ารของกลุ่ม ภาวะผู้นาของกลมุ่ อานาจในกลุ่ม กระบวนการ
ภายในกลมุ่ ความเ นียวแน่นของกลุ่ม และ มาตรฐานของกลุม่ ดงั น้ี

ภาพที่ 9.3 แ ดงปจั จยั ท่ี ง่ ผลต่อพฤตกิ รรมและ กั ยภาพของกล่มุ

135 | บทท่ี 9 กลุ่มงาน พฤติกรรมกลมุ่ และทีมงาน

9.6.1 โครง ร้างของกลุ่ม (Group Structure)

กลุม่ ทเี่ ปน็ ทางการ ต้องไม่ใช่กลมุ่ ทีไ่ ม่มีระเบยี บ (Mobs) กลา่ คือ กลมุ่
ตอ้ งมีแบบแผนค าม ัมพันธ์ของ มาชกิ ในกลมุ่ ตาแ น่งในกลมุ่ ระดบั ตา่ งๆ
บทบาท นา้ ทตี่ ่างๆ ในกลุ่ม กรอบการทางาน ทิ ทาง และเป้า มาย ลักของกลุ่ม
ากเป็นกลมุ่ ทไี่ มเ่ ป็นทางการจะไมม่ ีโครง รา้ งที่ชดั เจน

ตั แปรในการกา นดโครง ร้างของกลุ่ม ประกอบด้ ย
1) ค ามเป็นผูน้ าอย่างเป็นทางการ (Formal leadership) เป็นลักณะของผนู้ า

ที่มีการกา นดใช้อยา่ งเป็นทางการในองค์การ ประกอบด้ ย ผู้จัดการแผนก
(Department manager) ั น้าผ้คู บคุมดูแล (Supervisor) ั น้าคนงาน
(Foreman) ั น้าโครงการ (Project leader) ั นา้ งาน (Task force
head) และ ประธานกรรมการ (Commiittee chair)
2) บทบาท (Roles) เปน็ พฤตกิ รรมประจาตาแ น่งท่ถี กู คาด ังโดยบคุ คลอื่นๆ
ในองค์การและ งั คม บุคคล น่ึงๆ อาจมี ลายบทบาท ทั้งบทบาทภายในและ
บทบาทภายนอกองคก์ าร บางบทบาทอาจ อดคล้องกนั รือขดั แยง้ กนั
บทบาท าคัญของบุคคลในกลุ่ม ไดแ้ ก่ ผมู้ คี ามคดิ ริเรม่ิ -ผู้ ร้าง รรค์
(Creator-Innovator) ผู้ าร จ-ผู้ ่งเ รมิ (Explorer-Promotor) ผปู้ ระเมนิ -
ผูพ้ ฒั นา (Assersor-Developers) ผ้กู ระตุ้น-ผู้จัดระเบียบ (Thruster-
Organizer) ผู้ออกค ามเ น็ -ผู้ รา้ ง (Concluder-Producer) ผู้ค บคุม-ผู้
ตร จ อบ (Controller-Inspector) ผู้ นบั นนุ -ผูบ้ ารงุ รกั า (Upholder-
Maintainer) ผู้รายงาน-ทป่ี รึก า ผู้ประ านเชือ่ มโยง (Linker)
3) บรรทัดฐาน (Norms) เป็นพฤติกรรมมาตรฐานที่เปน็ ทยี่ อมรบั ของ มาชิกใน
กล่มุ บรรทดั ฐานจะเปน็ ตั กา นด ่า ิ่งใดค ร รือไม่ค รกระทา ซง่ึ มีค าม
แตกตา่ งกันในแตล่ ะกลมุ่ แต่ละชุมชน บรรทดั ฐานที่เปน็ ทางการจะปรากฏเป็น
ลายลกั ณ์อัก รในค่มู อื ขององคก์ าร มกี าร รา้ งกฎเกณฑ์ นโยบาย า รบั
พนกั งานใ ้ถอื ปฏบิ ตั ิ เชน่ ธิ กี ารทางานใ ้ประ บค าม าเร็จ ชอ่ งทางการ
ือ่ าร การแตง่ กาย ค ามภัคดีตอ่ งาน/กลุ่มงาน มิตภาพในเ ลางาน/นอกเ ลา
งาน การมอบ มายงาน และการจดั รรอุปกรณ/์ เครือ่ งมือ เป็นตน้
4) ถานภาพ (Status) เป็นการกา นดตาแ น่งทาง ังคมโดยกลุ่ม ถานภาพ
เปน็ ปัจจยั าคัญที่ทาใ เ้ ข้าใจพฤตกิ รรมบคุ คลทีผ่ ู้อ่นื รับรไู้ ด้ ถานภาพ
ประกอบด้ ย แบบทเี่ ป็นทางการ (Formal status) และแบบไม่เปน็ ทางการ

136 | บทท่ี 9 กล่มุ งาน พฤติกรรมกลุ่ม และทีมงาน

(Informal status) ซึ่งกา นดโดยกลมุ่ เช่น การ กึ า เพ อายุ ทกั ะ
ประ บการณ์ เปน็ ตน้ ถานภาพมีอิทธิพลต่อบรรทดั ฐาน และมคี ามกดดนั ใ ้
เกดิ การกระทาของบคุ คล เชน่ ผมู้ ชี อ่ื เ ยี งใน ังคมมกั มบี รรทดั ฐานทาง งั คม
ูงก ่าบุคคลทั่ ไป จนบางคร้งั เกดิ พฤตกิ รรมในแงล่ บจนถกู เรียก า่ “ ั ลืม
ตีน” นัน่ เอง
5) ขนาดของกลุม่ (Size) ขนาดของกลุ่ม มผี ลกระทบต่อพฤตกิ รรม โดยทั่ ไป
กลุม่ ที่มขี นาดเลก็ มกั ปฏิบัติงานใ ้ าเรจ็ ลลุ ่ งไดเ้ ร็ ก ่ากลมุ่ ที่มขี นาดใ ญ่ก า่
กลุม่ ที่มขี นาดใ ญเ่ มาะกบั การ ร้างปัจจยั ทแ่ี ตกต่าง ลาก ลาย ดงั น้ัน าก
เป้า มายของกลมุ่ คอื การ รา้ งค ามแตกตา่ ง แ ง าค ามจรงิ กลมุ่ ใ ญ่จึงมี
ประ ทิ ธภิ าพมากก ่า ในทางกลบั กนั กลมุ่ ขนาดเลก็ จะ รา้ งผลผลติ จากปัจจัย
นาเขา้ ทด่ี กี า่
6) กระบ นการจัดองค์ประกอบของกลุ่ม (Composition) เมื่อกลุม่ ประกอบ
ด้ ยบคุ คลทม่ี ีค ามแตกตา่ ง ลาก ลาย เช่น บคุ ลิกภาพ ค ามรู้ค าม ามารถ
ทั นคติ ฯลฯ ยอ่ มทาใ ้กลมุ่ ปฏิบตั งิ านได้อย่างมปี ระ ทิ ธผิ ลมากก า่ ในขณะ
ทก่ี ล่มุ มี มาชิกภาพลัก ณะเ มอื นกนั กลุ่มท่มี คี ามแตกต่างทาง ัฒนธรรม
จะก่อใ เ้ กิดค ามยากลาบากในการเรยี นรู้ทจ่ี ะปฏบิ ัตงิ านร่ มกับผอู้ ่ืน
เนอื่ งจากทั นคติและค ามคดิ เ น็ แตกตา่ งกัน

9.6.2 การตดิ ตอ่ ่อื ารของกลุม่ (Group Communication)

กลุม่ ทมี่ ีรูปแบบกิจกรรมเปา้ มายทดี่ รี ่ มกัน จะมีระบบการตดิ ต่อ อ่ื าร
ทเี่ ปน็ ทางการ มีรูปแบบทช่ี ัดเจน ามารถเอ้อื ประโยชนต์ ่อการดาเนนิ การกลุ่มทด่ี ีได้
การ กึ าในเรือ่ งการตดิ ต่อ อื่ ารนที้ าใ ้ทราบ า่ กลุ่มมี ักยภาพในการ ่อื าร
ประ ทิ ธภิ าพในการร่ มกนั ดาเนินการดา้ นตา่ งๆ และค ามตอ่ เนื่องในการ ื่อ าร
ระ า่ ง มาชกิ ต่างๆ ง่ายขน้ึ อีกด้ ย

9.6.3 ภา ะผนู้ าของกลุ่ม (Group Leadership)

กล่มุ ท่ปี ระกอบด้ ย มาชกิ จาน นมาก จาเป็นจะตอ้ งมผี ้นู าของกลมุ่ โดย
ตาแ นง่ ในลัก ณะใดลกั ณะ นึง่ ท่ี ามารถกา นดบทบาท ทิ ทางของกลุ่มได้
ซงึ่ การ กึ าในเรอ่ื งภา ะผู้นาของกลุ่ม ทาใ ท้ ราบถึง ิ ยั ทั น์ ัฒนธรรมของกลมุ่
ค าม ามารถในการการบริ าร รอื ชนี้ า ลัก ณะของผนู้ า จะ ่งผลต่อการดาเนนิ
กิจกรรมต่างๆ า่ จะมีค ามก้า นา้ รือไมเ่ พียงใด

137 | บทท่ี 9 กลุม่ งาน พฤติกรรมกลมุ่ และทีมงาน

9.6.4 อานาจในกลุ่ม (Power within Group)
อานาจทีเ่ กิดข้ึนในกลมุ่ ที่มาจากผนู้ า รือผู้มีอานาจทางใดทาง น่งึ ตอ่ กลมุ่

ามารถ ะท้อนตอ่ ค ามเฉียบขาดในการตดั ินใจ การ รา้ งบารมี การใ ร้ าง ลั ทม่ี ี
ตอ่ มาชิกภายในกลุ่ม ซง่ึ ง่ ผลตอ่ ค ามพอใจและค ามยึดเ น่ยี ของกลมุ่ ด้ ย
9.6.5 กระบ นการภายในกล่มุ (Group Process)

กระบ นการภายในกลมุ่ ทด่ี าเนินการดา้ นตา่ งๆ ง่ ผลมาจากบรรทดั ฐาน
ทั นคติ คา่ นิยม ค ามเชือ่ ของกลมุ่ การใ ้ราง ัล การลงโท ซ่ึงทาใ ท้ ราบ ่ากล่มุ
มีการทางานอยา่ งไร มพี ฤติกรรมดา้ นใดเป็น ลัก
9.6.6 ค ามเ นีย แนน่ ของกลมุ่ (Group Cohesiveness)

ค ามเ นยี แน่นของกลุม่ มายถงึ แรงยดึ เ นีย่ ค าม มั พันธท์ ่ี ามารถ
ทาใ ้ มาชกิ ผกู พันกันไ ไ้ ด้ การ กึ าดา้ นค ามเ นยี แนน่ ของกลมุ่ นี้ ะท้อน
ค ามพงึ พอใจในการเป็น มาชิกภาพ เป้า มายท่ีชัดเจนร่ มกนั ผลตอบแทนทไ่ี ด้รับ
ค าม าเรจ็ ในภาพร มของกลุ่ม และ ามารถตอบ นองค ามต้องการพน้ื ฐานของ
มาชกิ ได้มากนอ้ ยเพียงใด ร มถงึ กระบ นการค าม มั พันธก์ ับกลุ่มอ่นื ๆ ใน
องคก์ าร

ภาพที่ 9.4 แ ดงค าม มั พันธร์ ะ า่ งแรงยดึ เ น่ยี ของกลมุ่ กบั บรรทดั ฐานการทางานและผลผลิต

138 | บทท่ี 9 กล่มุ งาน พฤติกรรมกลมุ่ และทีมงาน

ผลิตผล หรือผลิตภาพ แรงยดึ เ นย่ี และผลติ ผล (ผลิตภาพ-Productivity) ตา่ งมอี ิทธพิ ลซ่ึงกนั

(Productivity) พิจารณาจาก และกัน ค าม าเร็จตอ่ เปา้ มายของกล่มุ และค ามรู้ กึ ของ มาชกิ เปน็ ่ น นึ่ง
การบรรลุท้งั ประสิทธิผล ของค าม าเรจ็ ทาใ ้ มาชิกกลมุ่ เพมิ่ ค ามผูกพนั ระ า่ งกันมากขึน้ ค าม มั พนั ธ์
และประสิทธิภาพ ถือเป็น
ตวั ช้ีวดั ท้งั เชิงปริมาณและเชิง ทท่ี าใ เ้ กิดค ามยดึ เ นี่ย และผลติ ผลขึ้นอยูก่ ับการปฏิบตั งิ านทีเ่ กย่ี ข้องกบั
คุณภาพ อนั จะนาไปสู่การ บรรทัดฐานการปฏบิ ตั ิงานทกี่ ล่มุ รา้ งขึน้ (Performance Norms) ยงิ่ กลุม่ มีแรงยึด
พฒั นาที่ยงั่ ยนื (Sustainable เ นีย่ งู (High Cohesiveness) จะมีผลติ ผล ูง (High Productivity) ก า่ กลุม่ ทมี่ ี

Development) แรงยดึ นี่ย ตา่ ากแรงยดึ เ น่ีย ูงแต่บรรทดั ฐานการปฏิบัติงานตา่ ผลติ ผลกต็ า่

ประสิทธิผล (Effectiveness) ากแรงยดึ เ น่ยี ตา่ และบรรทดั ฐานการทางาน ูง ผลิตผลย่อมเพิ่มข้ึนแต่น้อยก ่า
เป็นความสาเร็จดา้ นผลลพั ธ์ แรงยดึ เ นย่ี ูงและบรรทัดฐาน งู กลมุ่ ใดทแี่ รงยดึ เ นี่ย ตา่ และบรรทัดฐานตา่
ท่ีทาให้บรรลุ ตามความ ผลิตผลย่อมยง่ิ ตา่ น่นั เอง

มุ่งหวงั วตั ถุประสงค์ และ 9.6.7 มาตรฐานของกลมุ่ (Group Standard)

เป้ าหมาย

ประสิทธิภาพ (Efficiency) การที่กลมุ่ มีเกณฑ์ชัดเจนด้านต่างๆ จะ ะทอ้ นมาตรฐานด้านการคัดเลือก
เป็นความสาเร็จ ดา้ นการ
กระบวนการ ท่ีทาให้ มาชิก การดารงอยขู่ อง มาชิก การปฏบิ ตั ิทมี่ ตี อ่ มาชิก คณุ ภาพของ มาชิก ท่ี
ประหยดั ทนั เวลา และมี ามารถนาไป ู่เป้า มายทต่ี ้องการได้ ามารถแ ดงถึงแรงยึดเ นีย่ ใ ้บคุ คลตา่ งๆ
เขา้ มาเปน็ มาชิก ค ามภกั ดขี อง มาชิกทมี่ ีต่อกล่มุ และมุมมองที่กลุ่มมตี อ่ ังคม

คุณภาพ ภายนอก

9.7 พฤติกรรมของ มาชิกกลุ่ม

กลุ่มท่ีเกดิ จากการร มตั กันของ มาชกิ ที่มพี นื้ ฐานแตกตา่ งกนั ทาง
ทั นคติ คา่ นิยม ค ามเช่ือ ค าม นใจ จาน นมาก ทาใ ้เกดิ พฤตกิ รรมที่
ลาก ลาย ลอมร มกนั กลายเปน็ พฤตกิ รรมของกลมุ่ การ ิเคราะ พ์ ฤติกรรมของ
มาชิกในกลุ่ม ามารถใ ้คาตอบในเร่อื งของการคัดเลอื ก มาชิก การมอบ มาย
งาน รือรปู แบบการยดึ เ นยี่ ทเ่ี มาะ มได้ ซึ่ง ามารถแยกพฤติกรรมของ มาชิก
ภายในกลุ่มเปน็ 3 รปู แบบ ประกอบด้ ย พฤติกรรมมุ่งตนเอง พฤตกิ รรมมุ่งงาน
และ พฤติกรรมมงุ่ ความ ัมพันธ์ ดงั นี้

139 | บทท่ี 9 กลมุ่ งาน พฤติกรรมกลุม่ และทีมงาน

ภาพที่ 9.5 แ ดงพฤตกิ รรมของ มาชกิ กลมุ่

9.7.1 พฤติกรรมมุ่งตนเอง (Self- Oriented Behavior)

เปน็ พฤติกรรมของบุคคลท่ีใ ้ค าม าคญั กับตนเองเป็น ลกั ชอบมี
บทบาทใ ผ้ ู้อน่ื ยอมรบั (อยากเดน่ ดัง) มักใ ้ค าม าคญั กับเรอ่ื งต่างๆ ของตนเอง
ก่อน ใ ค้ าม าคัญกบั ่ นร มนอ้ ย บางคร้ังอาจมกี ารขดั ข าง รือไม่ นบั นุนการ
ดาเนนิ กจิ กรรมของกลุ่มทไ่ี ม่พงึ ประ งค์ รือไมต่ อบ นองค ามต้องการของตนเอง
ได้ การท่ีมี มาชิกท่ยี ดึ แบบแผนพฤตกิ รรมทม่ี ุง่ ตนเองเป็น ลกั มาก อาจกอ่ ใ เ้ กิด
ผลเ ยี ในภาพร ม ค าม ามคั คี และแรงค ามยึดเ นี่ย ได้ ดังนน้ั มาชกิ ของกลมุ่
ที่มงุ่ ตนเองเป็น ลกั ตอ้ งกา นดรปู แบบทแ่ี ตกตา่ งออกไป เช่น ใ ก้ ิจกรรมเฉพาะ
่ นตน รอื กิจกรรมทม่ี ี ่ นได้ ่ นเ ยี ของตนมาเก่ยี ขอ้ ง

9.7.2 พฤตกิ รรมมุง่ งาน (Task-Oriented Behavior)

เปน็ รปู แบบพฤติกรรมของบุคคลทีใ่ ค้ าม าคญั กับงานเปน็ ลัก รือ
กิจกรรมทีเ่ ปน็ ตาม ตั ถปุ ระ งค์ และเปา้ มายของกลมุ่ เป็น าคัญ บคุ คลทม่ี ี
พฤติกรรมทีม่ ่งุ งานเปน็ ลักน้ีจะเ ็นคุณค่าของ ่ นร มมากก า่ ่ นตน ามารถ
ช่ ยเ ลืองานไดด้ ี และ ามารถรบั ผดิ ชอบงานไดอ้ ยา่ งเตม็ ค าม ามารถ ดงั นน้ั าก
มีการเชื่อมโยงใ เ้ น็ ประโยชนใ์ นการทางานตา่ งๆ ทใ่ี ้ผลดตี ่อภาพร มและร มถึง
ของแตล่ ะบุคคลทเี่ ป็น มาชิกกลุม่ ด้ ย จะยิ่ง ง่ เ รมิ ใ ้มคี ามพยายามมากย่งิ ขึ้น

140 | บทท่ี 9 กล่มุ งาน พฤติกรรมกลุม่ และทีมงาน

9.7.3 พฤตกิ รรมมงุ่ ค าม มั พนั ธ์ (Relationship – Oriented Behavior)

พฤติกรรมแบบมุ่งค าม ัมพนั ธ์เปน็ ลัก เป็นการใช้ค าม าคญั ตอ่ การ
รา้ งเ ริมระดับค าม มั พันธ์ระ า่ งบคุ คลใ ด้ ขี น้ึ เนน้ การยดึ เ นย่ี และขจัด
ค ามขัดแย้งท่อี าจเกดิ ขน้ึ เป็นการช่ ย ร้างบรรยากา อนั ดใี ้เกดิ ขนึ้ ในกลุ่ม เป็น
การพยายามที่จะปรับเขา้ ากันระ า่ ง มาชกิ ทมี่ พี ืน้ ฐานต่างๆ พฤติกรรมท่ีม่งุ

ค าม ัมพนั ธด์ า้ นตา่ งๆ เชน่ ค ามเข้าใจ ค ามเ น็ อกเ ็นใจ กิจกรรม รา้ ง มั พันธ์
ต่างๆ ใ เ้ กดิ ค ามเปน็ นา้ น่งึ ใจเดยี กนั เป็นตน้

9.8 อิทธิพลของกลุ่มทมี่ ีตอ่ พฤติกรรมบคุ คล

การทบ่ี คุ คลผู้เป็น มาชกิ ของกล่มุ ใดกลุม่ นงึ่ ไม่ า่ จะเปน็ กลุ่มที่เปน็
ทางการ รอื กลุ่มทไี่ มเ่ ป็นทางการก็ตาม ย่อมจะตอ้ งมคี ามเกี่ย ขอ้ งกบั อิทธพิ ลที่

ไดร้ บั จากกลมุ่ เชน่ กฎเกณฑ์ ระเบียบ ินยั ัฒนธรรมกลุ่ม บรรทดั ฐาน ทั นคติ
คา่ นยิ มของกลมุ่ เป็นต้น ท่ีจะ ่งอทิ ธิพลทาใ ้ มาชิกมกี าร ล่อ ลอมยอมรับใน ิ่งที่
เป็นไปตามรูปแบบเดยี กัน ดงั นัน้ กลุ่มจะมีอทิ ธพิ ลอยา่ งมาก ท่จี ะทาใ ้บคุ คลมี
พฤติกรรมอยา่ งใดอย่าง นง่ึ ตาม

Douglas McGregor Duglas McGregor ได้ใ ค้ ามเ น็ เกี่ย กบั อทิ ธพิ ลของกลุ่ม ทมี่ ีผลต่อ
พ.ศ. 2449-2507 พฤตกิ รรมของ มาชกิ กล่มุ ไ ้ ดงั นี้
เจา้ ของทฤษฎี X-Y 1) บรรยากา ทีเ่ ป็นกันเองแบบไม่เปน็ ทางการ ทาใ ้ มาชกิ ในกลุม่ มคี าม นใจ

ไม่เบื่อ และไมเ่ ครียดต่องานมากก ่า
2) การใ ้ มาชิกมี ่ นร่ มในค ามคดิ เ น็ การแ ดงออก อภิปรายอยา่ งเปดิ อก

ในกลมุ่ จะทาใ ้ มาชกิ มคี ามผูกพนั ตอ่ ผลของงานมากก ่า

ตั ถุประ งคเ์ ป็นงานต่างๆ ท่ไี ดร้ บั การอธบิ ายอย่างชดั เจน และเปน็ ที่
ยอมรับจะทาใ เ้ กิดค ามเขา้ ใจ และเต็มในในการปฏบิ ตั ิ
3) ากมคี ามขัดแยง้ ภายในกลมุ่ ค ามรู้ กึ ในการอยูร่ ่ มกัน ทางานร่ มกนั จะ

ดาเนินตอ่ ไปได้ ากกระบ นการแก้ไขและตัด นิ ใจเกิดจากเ ยี ง ่ นใ ญ่
4) การ ิจารณอ์ ยา่ งเปดิ เผยตรงไปตรงมาแบบ ร้าง รรค์ ไมเ่ น้นประเดน็ ่ น

บคุ คล จะทาใ เ้ กดิ อิ ระในการแ ดงค ามคดิ เ น็ และเ รมิ รา้ งค ามเขา้ ใจ
กนั มากขน้ึ

141 | บทท่ี 9 กลมุ่ งาน พฤติกรรมกลุ่ม และทีมงาน

ภาพที่ 9.6 แ ดงอิทธพิ ลของกลุม่ ทม่ี ตี ่อพฤตกิ รรมบุคคล

แน ค ามคดิ ของ McGregor ไดร้ บั การ นบั นุน ่าทาใ เ้ กิดค ามเขม็
แข็งและมีแรงค ามยดึ เ นี่ย ของ มาชกิ ในกลุม่ มากขนึ้ แม้มีภาพอิทธพิ ลของกล่มุ ที่
มตี อ่ พฤติกรรมของบุคคลท่ีเปน็ มาชิกก็ตาม แต่ ากมองที่ มาชิกของกลุ่ม อิทธิพล
ท่ไี ดร้ ับจะมลี ัก ณะ ดงั ตอ่ ไปนี้
1) การยอมตาม (Compliance) คอื การท่ี มาชิกมีค ามเตม็ ใจทจ่ี ะรบั อทิ ธิพล

จากกลมุ่ เช่น กฎเกณฑ์ ระเบยี บ เง่ือนไข ขอ้ บังคบั เปน็ ต้น เพอ่ื ไดร้ บั การ
ตอบ นองท่ีดี เปน็ ท่พี อใจของ มาชกิ ในกลุ่ม
2) การเลียนแบบ (Identification) คือการเลยี นแบบพฤติกรรมในทิ ทางของ
กลุ่ม รอื ทกี่ ลมุ่ ยอมรบั เพื่อใ เ้ ปน็ รูปแบบของกลุ่ม
3) การยอมรับอิทธพิ ล (Internalization) เปน็ การท่ี มาชิกมีการยอมรับ
อทิ ธพิ ลของกลมุ่ ท่ีมผี ลตอ่ การเปลย่ี นแปลงของตนในเร่อื งต่างๆ ค ามคิด
แน ทาง ประพฤติปฏบิ ัติ ท่ีเป็นทย่ี อมรับ า่ มคี ณุ ค่าของกลมุ่

ดงั นัน้ บุคคลท่ีเปน็ มาชกิ ของกลมุ่ จะถูกลอ่ ลอมโดยอิทธิพลรปู แบบ
ต่างๆ และ ากบคุ คลนนั้ ยอมรบั ในฐานะ มาชกิ ยอ่ มมีการยอมรบั อิทธพิ ลที่ ่งผล
ต่อตนเอง

142 | บทท่ี 9 กล่มุ งาน พฤติกรรมกล่มุ และทีมงาน

9.9 กฎการบริ ารกลมุ่

Angeles Arrien ไดน้ าผลงานของ Milton Olson ทีน่ าเ นอกระบ น
ทั นใ์ ม่ โดยเปรียบผ้นู าเป็นเ มอื นฝูง ่านปา่ แคนาดา โดยนากฎทางธรรมชาติ
ลกั การบินของ ่านปา่ มา รา้ งเปน็ แน ทางการดาเนินงาน รปุ เป็นบทเรยี น 6
ประการ ได้แก่ กฎแ ง่ การช่วยเ ลอื เกื้อกลู กฎแ ่งผลประโยชนร์ ่วมกนั กฎแ ง่
การ ลบั ับเปลย่ี นตาแ น่ง กฎแ ง่ การใ ้กาลังใจกันและกัน กฎแ ่งการรว่ มทกุ ข์
ร่วม ขุ และ กฎแ ่งการพัฒนาความเช่อื ถือไว้วางใจระ วา่ งกัน ดงั นี้

ภาพที่ 9.7 แ ดงกฎการบริ ารกลมุ่ และมติ ิของค ามเช่อื ถือไ ้ างใจในกลมุ่

9.9.1 กฎแ ่งการช่ ยเ ลอื เกื้อกลู
ฝงู า่ นป่า บนิ ระยะทางไกล โดยบนิ ตามกันเป็นรปู ตั ี (V) เมอ่ื ่านตั ท่ี

อยู่ด้าน น้ากระพือปีก แรงยกของลมจะช่ ยทาใ ้ า่ นตั ทีบ่ ินอยขู่ า้ ง ลัง ใช้แรงใน
การบินนอ้ ยลง ทาใ ้ ่าน ามารถบนิ ไดไ้ กลขึ้นก า่ เดมิ กฎดังกลา่ อน ่า “การ
ทางานรว่ มกนั ากมกี ารช่วยเ ลอื เก้ือกลู จะทาใ ้ทมี ามารถไปถงึ เป้า มายไดเ้ รว็
ขน้ึ งา่ ยขนึ้ เพราะเปน็ การทางานทอ่ี ยบู่ นพนื้ ฐานของความไวว้ างใจซึ่งกนั และกัน”

143 | บทที่ 9 กลุ่มงาน พฤติกรรมกลุ่ม และทีมงาน

9.9.2 กฎแ ่งผลประโยชนร์ ่ มกนั

เมื่อ ่านตั ใดตั น่ึง บินแยกออกไปจากฝูง มันจะรไู้ ด้ทันที า่ มนั จะบินได้
ช้าลงและเ นอื่ ยมากขึ้น มันจะรีบบินกลับเข้าฝงู เพื่อใช้แรงลมจากตั นา้ ทันที กฎ
ดงั กล่า อน ่า “ดว้ ยผลประโยชน์ที่ไดร้ บั ร่วมกัน จะทาใ แ้ ตล่ ะบคุ คลในทีมงาน
ยอมรับการทางานเป็นทีม ยนิ ยอมวา่ จะต้องมีผนู้ า เพ่ือมุ่ง ู่เป้า มาย และใ ค้ วาม
ช่วยเ ลือตอ่ ทมี ”

9.9.3 กฎแ ง่ การ ลบั ับเปลย่ี นตาแ น่ง

เมือ่ ่านตั ทที่ า นา้ ทผี่ ู้นา รู้ ึกออ่ นล้า มันจะถอยกลบั มาอยใู่ นตาแ นง่ ผู้
ตาม า่ นตั ท่อี ยดู่ ้าน ลงั จะบนิ ขน้ึ มาแทนท่ี กฎดงั กลา่ อน า่ “ในงานท่ี
ยากลาบากนน้ั ามีการ ับเปลีย่ น น้าทก่ี ันระ า่ งผูน้ า และผู้ตาม จะเป็น ่ิงทด่ี ี
เพราะงานแตล่ ะอยา่ งตอ้ งมกี ารพงึ่ พาทัก ะ ค าม ามารถ ตลอดจนมีการ
แลกเปลย่ี นข้อมลู ซึง่ กนั และกนั ”

9.9.4 กฎแ ง่ การใ ้กาลงั ใจกนั และกนั

เพอื่ เปน็ การรัก าค ามเร็ ของฝงู ในขณะที่บนิ อยใู่ นกลุ่มน้ัน พ กมนั จะ
ง่ เ ยี งร้อง เพ่อื กระตุ้นและใ ้กาลังใจ า่ นตั ที่อยดู่ ้าน นา้ เ มอ กฎดงั กลา่ อน
่า “การทางานในทีมนนั้ ควรจะมกี ารใ ก้ าลงั ใจซง่ึ กันและกนั ”

9.9.5 กฎแ ่งการร่ มทกุ ข์ร่ ม ขุ

เมอ่ื า่ นตั ใดตั น่งึ ป่ ย รือไดร้ บั บาดเจ็บ า่ นอกี องตั จะแยกออก
จากขบ น และบินตามลงไปเพอื่ ช่ ยปกปอ้ งกันภยั ทีอ่ าจจะเกดิ ขนึ้ กับ ่านตั นั้น
จนก า่ ่านตั นัน้ จะตาย รือแข็งแรงพอทจ่ี ะบนิ ไดอ้ กี คร้งั พ กมนั จงึ จะพากนั บิน
ขึ้นมาใ ม่ เพ่อื เขา้ ขบ น รอื ตามเข้าขบ น กฎดังกล่า อน ่า “ในการทางานเปน็
ทีมนัน้ ง่ิ าคญั คอื การยืนอยเู่ คียงข้างกันทั้งในยามทกุ ขแ์ ละยาม ุข เพราะทกุ คน
คอื ทีม”

144 | บทท่ี 9 กล่มุ งาน พฤติกรรมกลุ่ม และทีมงาน


Click to View FlipBook Version