The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนลีลาศ ปฏิภาน ม.6 ภาคเรียนที่2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 62100189118 ปฎิภาน วิชาเดช, 2024-01-29 22:11:48

แผนลีลาศ ปฏิภาน ม.6 ภาคเรียนที่2

แผนลีลาศ ปฏิภาน ม.6 ภาคเรียนที่2

แผนการจัดการเรียนรู รายวิชา ลีลาศ (พ33102) ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2566 นายปฏิภาน วิชาเดช ตำแหนงนักศึกษาฝกประสบการณวิชาชีพครู โรงเรียนหนองบัวพิทยาคาร อำเภอเมือง จังหวัดหนองบัวลำภู สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษาเลย หนองบัวลำภู


1 กลุมสาระการเรียนรูสุขศึกษาและพลศึกษา ทำไมตองเรียนสุขศึกษาและพลศึกษา สุขภาพ หรือ สุขภาวะ หมายถึง ภาวะของมนุษยที่สมบูรณทั้งทางกาย ทางจิต ทางสังคม และทาง ปญญาหรือจิตวิญญาณ สุขภาพหรือสุขภาวะจึงเปนเรื่องสำคัญ เพราะเกี่ยวโยงกับทุกมิติของชีวิต ซึ่งทุกคน ควรจะไดเรียนรูเรื่องสุขภาพ เพื่อจะไดมีความรู ความเขาใจที่ถูกตอง มีเจตคติ คุณธรรมและคานิยมที่ เหมาะสม รวมทั้งมีทักษะปฏิบัติดานสุขภาพจนเปนกิจนิสัย อันจะสงผลใหสังคมโดยรวมมีคุณภาพ เรียนรูอะไรในสุขศึกษาและพลศึกษา สุขศึกษาและพลศึกษาเปนการศึกษาดานสุขภาพที่มีเปาหมาย เพื่อการดำรงสุขภาพ การสรางเสริม สุขภาพและการพัฒนาคุณภาพชีวิตของบุคคล ครอบครัว และชุมชนใหยั่งยืน สุขศึกษา มุงเนนใหผูเรียนพัฒนาพฤติกรรมดานความรู เจตคติ คุณธรรม คานิยม และการปฏิบัติ เกี่ยวกับสุขภาพควบคูไปดวยกัน พลศึกษา มุงเนนใหผูเรียนใชกิจกรรมการเคลื่อนไหว การออกกำลังกาย การเลนเกมและกีฬา เปนเครื่องมือในการพัฒนาโดยรวมทั้งดานรางกาย จิตใจ อารมณ สังคม สติปญญา รวมทั้งสมรรถภาพเพื่อ สุขภาพและกีฬา สาระที่เปนกรอบเนื้อหาหรือขอบขายองคความรูของกลุมสาระการเรียนรูสุขศึกษาและพลศึกษา ประกอบดวย • การเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย ผูเรียนจะไดเรียนรูเรื่องธรรมชาติของการเจริญเติบ โตและพัฒนาการของมนุษย ปจจัยที่มีผลตอการเจริญเติบโต ความสัมพันธเชื่อมโยงในการทำงานของระบบ ตางๆของรางกาย รวมถึงวิธีปฏิบัติตนเพื่อใหเจริญเติบโตและมีพัฒนาการที่สมวัย • ชีวิตและครอบครัว ผูเรียนจะไดเรียนรูเรื่องคุณคาของตนเองและครอบครัว การปรับตัวตอการ เปลี่ยนแปลงทางรางกาย จิตใจ อารมณความรูสึกทางเพศ การสรางและรักษาสัมพันธภาพกับผูอื่น สุขปฏิบัติ ทางเพศ และทักษะในการดำเนินชีวิต • การเคลื่อนไหว การออกกำลังกาย การเลนเกม กีฬาไทย และกีฬาสากล ผูเรียนไดเรียนรูเรื่อง การเคลื่อนไหวในรูปแบบตาง ๆ การเขารวมกิจกรรมทางกายและกีฬา ทั้งประเภทบุคคล และประเภททีมอยาง หลากหลายทั้งไทยและสากล การปฏิบัติตามกฎ กติกา ระเบียบ และขอตกลงในการเขารวมกิจกรรมทางกาย และกีฬา และความมีน้ำใจนักกีฬา • การสรางเสริมสุขภาพ สมรรถภาพ และการปองกันโรค ผูเรียนจะไดเรียนรูเกี่ยวกับหลักและ วิธีการเลือกบริโภคอาหาร ผลิตภัณฑและบริการสุขภาพ การสรางเสริมสมรรถภาพเพื่อสุขภาพ และการ ปองกันโรคทั้งโรคติดตอและโรคไมติดตอ • ความปลอดภัยในชีวิต ผูเรียนจะไดเรียนรูเรื่องการปองกันตนเองจากพฤติกรรมเสี่ยงตางๆ ทั้ง ความเสี่ยงตอสุขภาพ อุบัติเหตุ ความรุนแรง อันตรายจากการใชยาและสารเสพติด รวมถึงแนวทางในการสราง เสริมความปลอดภัยในชีวิต


2 สาระและมาตรฐานการเรียนรู สาระที่ 1 การเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย มาตรฐาน พ 1.1 เขาใจธรรมชาติของการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนุษย สาระที่ 2 ชีวิตและครอบครัว มาตรฐาน พ 2.1 เขาใจและเห็นคุณคาตนเอง ครอบครัว เพศศึกษา และมีทักษะในการดำเนินชีวิต สาระที่ 3 การเคลื่อนไหว การออกกำลังกาย การเลนเกม กีฬาไทย และกีฬาสากล มาตรฐาน พ 3.1 เขาใจ มีทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเลนเกม และกีฬา มาตรฐาน พ 3.2 รักการออกกำลังกาย การเลนเกม และการเลนกีฬา ปฏิบัติเปนประจำอยางสม่ำเสมอ มีวินัย เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้ำใจนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแขงขัน และชื่นชมใน สุนทรียภาพของการกีฬา สาระที่ 4 การสรางเสริมสุขภาพ สมรรถภาพและการปองกันโรค มาตรฐาน พ 4.1 เห็นคุณคาและมีทักษะในการสรางเสริมสุขภาพ การดำรงสุขภาพ การปองกันโรคและ การสรางเสริมสมรรถภาพเพื่อสุขภาพ สาระที่ 5 ความปลอดภัยในชีวิต มาตรฐาน พ 5.1 ปองกันและหลีกเลี่ยงปจจัยเสี่ยง พฤติกรรมเสี่ยงตอสุขภาพ อุบัติเหตุ การใชยา สารเสพติด และความรุนแรง คุณภาพผูเรียน จบชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 • สามารถดูแลสุขภาพ สรางเสริมสุขภาพ ปองกันโรค หลีกเลี่ยงปจจัยเสี่ยง และพฤติกรรมเสี่ยง ตอสุขภาพ อุบัติเหตุ การใชยา สารเสพติด และความรุนแรงไดอยางมีประสิทธิภาพดวยการวางแผนอยาง เปนระบบ • แสดงออกถึงความรัก ความเอื้ออาทร ความเขาใจในอิทธิพลของครอบครัว เพื่อน สังคม และ วัฒนธรรมที่มีตอพฤติกรรมทางเพศ การดำเนินชีวิต และวิถีชีวิตที่มีสุขภาพดี • ออกกำลังกาย เลนกีฬา เขารวมกิจกรรมนันทนาการ กิจกรรมสรางเสริมสมรรถภาพ เพื่อ สุขภาพโดยนำหลักการของทักษะกลไกมาใชไดอยางถูกตอง สม่ำเสมอดวยความชื่นชมและสนุกสนาน • แสดงความรับผิดชอบ ใหความรวมมือและปฏิบัติตามกฎ กติกา สิทธิ หลักความปลอดภัยใน การเขารวมกิจกรรมทางกาย และเลนกีฬาจนประสบความสำเร็จตามเปาหมายของตนเองและทีม • แสดงออกถึงการมีมารยาทในการดู การเลน และการแขงขัน ดวยความมีน้ำใจนักกีฬาและ นำไปปฏิบัติในทุกโอกาสจนเปนบุคลิกภาพที่ดี • วิเคราะหและประเมินสุขภาพสวนบุคคลเพื่อกำหนดกลวิธีลดความเสี่ยง สรางเสริมสุขภาพ ดำรงสุขภาพ การปองกันโรค และการจัดการกับอารมณและความเครียดไดถูกตองและเหมาะสม • ใชกระบวนการทางประชาสังคม สรางเสริมใหชุมชนเขมแข็งปลอดภัย และมีวิถีชีวิตที่ดี


3 คุณลักษณะอันพึงประสงค 8 ประการ 1. รักชาติ ศาสน กษัตริย 2. ซื่อสัตยสุจริต 3. มีวินัย 4. ใฝเรียนรู 5. อยูอยางพอเพียง 6. มุงมั่นในการทำงาน 7. รักความเปนไทย 8. มีจิตสาธารณะ สมรรถนะสำคัญของผูเรียน หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน มุงใหผูเรียนเกิดสมรรถนะสำคัญ 5 ประการ ดังนี้ 1. ความสามารถในการสื่อสาร เปนความสามารถในการรับและสงสาร มีวัฒนธรรมในการใช ภาษาถายทอดความคิด ความรูความเขาใจ ความรูสึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนขอมูลขาวสารและ ประสบการณอันจะเปนประโยชนตอการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาตอรองเพื่อขจัดและลด ปญหาความขัดแยงตาง ๆ การเลือกรับหรือไมรับขอมูลขาวสารดวยหลักเหตุผลและความถูกตอง ตลอดจนการ เลือกใชวิธีการสื่อสาร ที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่มีตอตนเองและสังคม 2. ความสามารถในการคิด เปนความสามารถในการคิดวิเคราะห การคิดสังเคราะห การคิด อยางสรางสรรค การคิดอยางมีวิจารณญาณ และการคิดเปนระบบ เพื่อนำไปสูการสรางองคความรูหรือ สารสนเทศเพื่อการตัดสินใจเกี่ยวกับตนเองและสังคมไดอยางเหมาะสม 3. ความสามารถในการแกปญหา เปนความสามารถในการแกปญหาและอุปสรรคตาง ๆ ที่เผชิญไดอยางถูกตองเหมาะสมบนพื้นฐานของหลักเหตุผลคุณธรรมและขอมูลสารสนเทศ เขาใจความสัมพันธ และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณตาง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู ประยุกตความรูมาใชในการปองกันและ แกไขปญหา และมีการตัดสินใจที่มีประสิทธิภาพโดยคำนึงถึงผลกระทบที่เกิดขึ้น ตอตนเอง สังคมและ สิ่งแวดลอม 4. ความสามารถในการใชทักษะชีวิต เปนความสามารถในการนำกระบวนการตาง ๆ ไปใชใน การดำเนินชีวิตประจำวัน การเรียนรูดวยตนเอง การเรียนรูอยางตอเนื่อง การทำงาน และการอยูรวมกันใน สังคมดวยการสรางเสริมความสัมพันธอันดีระหวางบุคคล การจัดการปญหาและความขัดแยงตาง ๆ อยาง เหมาะสม การปรับตัวใหทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดลอม และการรูจักหลีกเลี่ยง พฤติกรรมไมพึงประสงคที่สงผลกระทบตอตนเองและผูอื่น 5. ความสามารถในการใชเทคโนโลยีเปนความสามารถในการเลือก และใช เทคโนโลยีดาน ตาง ๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในดานการเรียนรู การสื่อสาร การทำงาน การแกปญหาอยางสรางสรรค ถูกตอง เหมาะสม และมีคุณธรรม


4 สาระที่ 3 การเคลื่อนไหว การออกกำลังกาย การเลนเกม กีฬาไทย และกีฬาสากล มาตรฐาน พ 3.1 เขาใจ มีทักษะในการเคลื่อนไหว กิจกรรมทางกาย การเลนเกม และกีฬา ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรูแกนกลาง ม.4–ม.6 1. วิเคราะหความคิดรวบยอดเกี่ยวกับ การเคลื่อนไหวรูปแบบตางๆ ในการเลน กีฬา ความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการเคลื่อนไหว รูปแบบตาง ๆ ในการเลนกีฬา การวิเคราะหความคิดรวบยอดเกี่ยวกับการ เคลื่อนไหวรูปแบบตางๆ ในการเลนกีฬา 2. ใชความสามารถของตน เพื่อเพิ่ม ศักยภาพของทีม คำนึงถึงผลที่เกิดตอ ผูอื่นและสังคม การใชความสามารถของตนในการเลนกีฬา เพื่อเพิ่มศักยภาพของทีม โดยคำนึงถึง ผลที่เกิด ตอผูอื่นและสังคม 3. เลนกีฬาไทย กีฬาสากลประเภท บุคคล / คู กีฬาประเภททีมไดอยาง นอย 1 ชนิด กีฬาประเภทบุคคล / คู ประเภททีม เชน ฟุตซอล ฟุตบอล รักบี้ฟุตบอล ยิมนาสติก ลีลาศ ซอฟทบอล ลีลาศ ลีลาศ เทนนิสมวยไทย กระบี่กระบอง พลอง ฯลฯ 4. แสดงการเคลื่อนไหวไดอยาง สรางสรรค การเคลื่อนไหวที่สรางสรรค เชน กิจกรรม เขาจังหวะ เชียรลีดเดอร 5. เขารวมกิจกรรมนันทนาการนอก โรงเรียน และนำหลักการแนวคิด ไปปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพชีวิตของ ตนและสังคม การนำหลักการและแนวคิดของกิจกรรม นันทนาการไปปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพชีวิต ของตนและสังคม


5 สาระที่ 3 การเคลื่อนไหว การออกกำลังกาย การเลนเกม กีฬาไทย และกีฬาสากล มาตรฐาน พ 3.2 รักการออกกำลังกาย การเลนเกม และการเลนกีฬา ปฏิบัติเปนประจำอยางสม่ำเสมอ มีวินัย เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้ำใจนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแขงขัน และชื่นชม ในสุนทรียภาพของการกีฬา ชั้น ตัวชี้วัด สาระการเรียนรูแกนกลาง ม. 4–ม.6 1. ออกกำลังกายและเลนกีฬา ที่เหมาะสมกับตนเองอยางสม่ำเสมอ และใชความสามารถของตนเองเพิ่ม ศักยภาพของทีม ลดความเปนตัวตน คำนึงถึงผลที่เกิดตอสังคม การออกกำลังกายดวยวิธีที่ชอบ เชน ฝกกายบริหารแบบตางๆ ขี่จักรยาน การออก กำลังกายจากการทำงาน ในชีวิตประจำวัน การรำกระบอง รำมวยจีน การเลนกีฬาประเภทบุคคล และประเภท ทีม การใชความสามารถของตนในการเพิ่ม ศักยภาพของทีมในการเลนกีฬาและการเลนโดย คำนึงถึงประโยชนตอสังคม การวางแผนกำหนดกิจกรรมการออกกำลังกายและเลนกีฬา 2. อธิบายและปฏิบัติเกี่ยวกับสิทธิ กฎ กติกา กลวิธีตางๆ ในระหวาง การเลน การแขงขันกีฬากับผูอื่นและ นำไปสรุปเปนแนวปฏิบัติและใชใน ชีวิตประจำวันอยางตอเนื่อง สิทธิ กฎ กติกาการเลนกีฬา กลวิธี หลักการรุก การปองกันอยาง สรางสรรคในการเลนและแขงขันกีฬา การนำประสบการณจากการเลนกีฬาไปใช ในชีวิตประจำวัน 3. แสดงออกถึงการมีมารยาทในการดู การเลนและการแขงขันกีฬา ดวย ความมีน้ำใจนักกีฬา และนำไปใช ปฏิบัติทุกโอกาส จนเปนบุคลิกภาพที่ ดี การปฏิบัติตนในเรื่องมารยาทในการดู การ เลน การแขงขัน ความมีน้ำใจนักกีฬา บุคลิกภาพที่ดี 4. รวมกิจกรรมทางกายและเลนกีฬา อยางมีความสุข ชื่นชมในคุณคาและ ความงามของการกีฬา ความสุขที่ไดจากการเขารวมกิจกรรมทาง กาย และเลนกีฬา คุณคาและความงามของการกีฬา


6 คำอธิบายรายวิชา พ33102 ลีลาศ กลุมสาระการเรียนรูสุขศึกษาและพลศึกษา รายวิชาเพิ่มเติม 20 ชั่วโมง/ภาคเรียน (1 คาบ/สัปดาห) จำนวน 0.5 หนวยกิต ศึกษาหลักการ ใหมีสวนรวม และปฏิบัติจริงในกิจกรรม และกีฬาลีลาศ ฝกทักษะในการ การบริหารรางกาย การเคลื่อนไหวพื้นฐาน และการเลนกีฬาลีลาศ เพื่อมีความรู ความเขาใจ และทักษะในการเคลื่อนไหวทางกาย รูวิธีการออกกำลังกาย อยางถูกตอง ปลอดภัย สนุกสนาน การปองกันแกไข การเสริมสราง สมรรถภาพ เพื่อใหรูหลัก และวิธีการออกกำลังกายที่ถูกตอง มีทักษะ มีสมรรถภาพทางกาย และทางจิต มีระเบียบวินัย เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้ำใจนักกีฬา มีจิตวิญญาณ ในการแขงขัน เห็นคุณคา และนำไปปฏิบัติในชีวิตประจำวัน มีคุณธรรม และเห็นคุณคาของกิจกรรมกีฬาลีลาศ สามารถนำไปประยุกตใหเปนประโยชนในชีวิตประจำวัน ผลการเรียนรู 1. มีความรูความเขาใจเกี่ยวกับประวัติและความเปนมาของกีฬาลีลาศ 2. มีความรูความเขาใจและสามารถปฏิบัติทักษะ จังหวะบีกินได 3. มีความรูความเขาใจและสามารถปฏิบัติทักษะ จังหวะตะลุงได 4. มีความรูความเขาใจและสามารถปฏิบัติทักษะ จังหวะรุมบาได 5. มีความรูความเขาใจและสามารถปฏิบัติทักษะ จังหวะชะชะชาได 6. มีความรูความเขาใจและสามารถปฏิบัติทักษะ จังหวะแทงโกได 7. สามารถนำทักษะลีลาศไปประยุกตใชกับกิจกรรมเขาจังหวะอื่นได รวมทั้งหมด 7 ผลการเรียนรู เงื่อนไขการให ร 1. ไมสงรายงาน 1 ชิ้น 2. สอบปฏิบัติไมครบ 3. ไมสอบปลายภาค


7 โครงสรางรายวิชา รายวิชาลีลาศ รหัสวิชา พ33102 กลุมสาระการเรียนรูสุขศึกษาและพลศึกษา ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 ภาคเรียนที่ 2 ปการศึกษา 2566 เวลา 20 ชั่วโมง จำนวน 0.5 หนวยกิต ที่ ชื่อหนวยการ เรียนรู ผลการเรียนรู สาระสำคัญ เวลา (ชั่วโมง) คะแนน 1 ประวัติและ ความเปนมา ของกีฬาลีลาศ 1 .มีความรูความเขาใจเกี่ยวกับ ประวัติและความเปนมาของกีฬา ลีลาศ กีฬาลีลาศเปนกีฬาที่เกิดขึ้นและไดรับความ นิยมแพรหลายในประเทศแถบยุโรป มีกติกา การเลนเปนของตัวเองโดยเฉพาะ และไดรับ การบรรจุเปนกีฬาประเภทหนึ่งในการ แขงขันโอลิมปก สำหรับในประเทศไทยกีฬา ลีลาศมีคนชื่นชอบและเปนที่นิยม และมี รูปแบบการเคลื่อนไหวนำไปสูการลีลาศ 3 10 2 ลีลาศเริงรา และ จังหวะการ เคลื่อนไหว 2. มีความรูความเขาใจและสามารถ ปฏิบัติทักษะ จังหวะบีกินได 3. มีความรูความเขาใจและสามารถ ปฏิบัติทักษะ จังหวะตะลุงได 4. มีความรูความเขาใจและสามารถ ปฏิบัติทักษะ จังหวะรุมบาได 5. มีความรูความเขาใจและสามารถ ปฏิบัติทักษะ จังหวะชะชะชาได 6. มีความรูความเขาใจและสามารถ ปฏิบัติทักษะ จังหวะแทงโกได กีฬาลีลาศ เปนกีฬาที่ตองใชทักษะในการ เคลื่อนที่พรอมกับเพลงประกอบ ซึ่งจะมี จังหวะในการเลนกีฬาลีลาศ ไดแก จังหวะ บีกิน จังหวะตะลุง จังหวะรุมบา จังหวะชะ ชะชา และจังหวะแทงโก ในแตละจังหวะ ก็ จะมีทักษะการเคลื่อนไหวที่แตกตางกัน ออกไป และยังไดทักษะในการฟงเพื่อใหการ ลีลาศมีคว ามสวยงามพรอมเพรียง สนุกสนาน 15 50 3 กิจกรรมเขา จังหวะ 7. สามารถนำทักษะลีลาศไป ประยุกตใชกับกิจกรรมเขาจังหวะอื่น ได กีฬาลีลาศ เมื่อมีทักษะที่ดีแลวก็สามารถ นำไปประยุกตใชกับจังหวะอื่น ๆ หรือ กิจกรรมเขาจังหวะได เพื่อใหเกิดความ สนุกสนาน 1 20 สอบกลางภาค - - ระหวางภาคเรียน 19 80 ปลายภาคเรียน 1 20 รวม 20 100 ภาระงาน/ชิ้นงาน ...........................................


การออกแบบรายวิชา ลีลาศกลุมสาระการเรียนรูสุขศึกษาและพลศึกษาชื่อหนวยการเรียนรูที่ 1 ประวัติและความเปนมาของกีฬาลีลาศ ผลการเรียนรู สาระสำคัญ สาระการเรียนรู วิธีก1 .มีความรูความเขา ใจเกี่ยวกับประวัติและ ความเปนมาของกีฬา ลีลาศ การศึกษาประวัติกีฬาลีลาศใน ประเทศไทยประวัติกีฬาลีลาศ ตางประเทศ กฎกติกา การแขงขัน ประโยชน ทิศทางในการลีลาศและ แนวของการเตนรำ มารยาทของผู เตนและ ผูชม จะทำใหเกิดความ ตระหนักและเห็นคุณคาของการ ลีลาศ สามารถนำไปใชปฏิบัติได ทุกโอกาสจนเปนผูที่มีบุคลิกภาพที่ ดีได - ประวัติกีฬาลีลาศ ในประเทศไทย ประวัติกีฬาลีลาศ ตางประเทศ - กฎ กติกา การ แขงขันลีลาศ - การฟงจังหวะ การนับจังหวะ บร


8 บหนวยการเรียนรู รหัสวิชา พ33102 ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 เวลา 3 ชั่วโมง คะแนนเต็ม 10 คะแนน การสอน วิธีการวัดผล เครื่องมือการ วัดผล คุณลักษณะอัน พึงประสงค สมรรถนะ ภาระงาน/ ชิ้นงาน รรยาย -สังเกต พฤติกรรม นักเรียนราย กลุม - ทดสอบ -ถามตอบ - แบบสังเกต พฤติกรรม นักเรียนราย กลุม - แบบทดสอบ - แบบถาม ตอบ 1. รักชาติ ศาสน กษัตริย 2. มีวินัย 3. ใฝเรียนรู 4. มุงมั่นในการ ทำงาน 1. ความสามารถ ในการสื่อสาร 2. ความสามารถ ในการคิด 3. ความสามารถ ในการใช เทคโนโลยี - รายงาน ประวัติและ ความเปนมา ของกีฬา ลีลาศ


การออรายวิชา ลีลาศกลุมสาระการเรียนรูสุขศึกษาและพลศึกษาชื่อหนวยการเรียนรูที่ 2 ลีลาศเริงราและจังหวะการเคลื่อนไหว ผลการเรียนรู สาระสำคัญ สาระการเรียนรู วิ2. มีความรูความเขาใจและสามารถ ปฏิบัติทักษะ จังหวะบีกินได 3. มีความรูความเขาใจและสามารถ ปฏิบัติทักษะ จังหวะตะลุงได 4. มีความรูความเขาใจและสามารถ ปฏิบัติทักษะ จังหวะรุมบาได 5. มีความรูความเขาใจและสามารถ ปฏิบัติทักษะ จังหวะชะชะชาได 6. มีความรูความเขาใจและสามารถ ปฏิบัติทักษะ จังหวะแทงโกได กีฬาลีลาศ เปนกีฬาที่ตอง ใชทักษะในการเคลื่อนที่ พรอมกับเพลงประกอบ ซึ่ง จะมีจังหวะในการเลนกีฬา ลีลาศ ไดแก จังหวะบีกิน จังหวะตะลุง จังหวะรุมบา จังหวะชะชะชา และ จังหวะแทงโก ในแตละ จังหวะ ก็จะมีทักษะการ เคลื่อนไหวที่แตกตางกัน ออกไป และยังไดทักษะใน การฟงเพื่อใหการลีลาศมี ความสวยงามพรอมเพรียง สนุกสนาน - จังหวะบีกิน - จังหวะตะลุง - จังหวะรุมบา - จังหวะชะชะชา - จังหวะแทงโก - -


9 กแบบหนวยการเรียนรู รหัสวิชา พ33102 ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 เวลา 15 ชั่วโมง คะแนนเต็ม 50 คะแนน วิธีการสอน วิธีการ วัดผล เครื่องมือการ วัดผล คุณลักษณะอัน พึงประสงค สมรรถนะ ภาระงาน/ ชิ้นงาน สาธิต ประกอบ การ บรรยาย ปฏิบัติ - การสังเกต - ทดสอบ - แบบสังเกต - แบบระเมิน การทดสอบ ปฏิบัติ 1. ซื่อสัตยสุจริต 2. มีวินัย 3. ใฝเรียนรู 4. มุงมั่นในการ ทำงาน 5. อยูอยาง พอเพียง 6. ซื่อสัตยสุจริต 1. ความสามารถ ในการแกปญหา 2. ความสามารถ ในการใชทักษะ ชีวิต - ทดสอบ ปฏิบัติใน จังหวะบีกิน จังหวะ ตะลุง จังหวะรุม บา จังหวะชะ ชะชา จัง หวะแทงโก


การออรายวิชา ลีลาศกลุมสาระการเรียนรูสุขศึกษาและพลศึกษาชื่อหนวยการเรียนรูที่ 3 กิจกรรมเขาจังหวะ ผลการเรียนรู สาระสำคัญ สาระการเรียนรู วิ7. สามารถนำทักษะลีลาศไป ประยุกตใชกับกิจกรรมเขาจังหวะ อื่นได กีฬาลีลาศ เมื่อมีทักษะที่ดี แลวก็สามารถนำไป ประยุกตใชกับจังหวะอื่นๆ หรือกิจกรรมเขาจังหวะได เพื่อใหเกิดความสนุกสนาน - เพลงพื้นบาน - เพลงประจำ ชาติอื่นๆ - - -


10 กแบบหนวยการเรียนรู รหัสวิชา พ33102 ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 เวลา 1 ชั่วโมง คะแนนเต็ม 20 คะแนน วิธีการสอน วิธีการ วัดผล เครื่องมือการ วัดผล คุณลักษณะอัน พึงประสงค สมรรถนะ ภาระงาน/ ชิ้นงาน บรรยาย สาธิต ปฏิบัติ - การ สังเกต - ทดสอบ - แบบสังเกต - แบบระเมิน การทดสอบ ปฏิบัติ 1. มีวินัย 2. ใฝเรียนรู 3. มุงมั่นในการ ทำงาน 4. รักความเปน ไทย 5. มีจิตสาธารณะ. 1. ความสามารถ ในการคิด 2. ความสามารถ ในการแกปญหา 3. ความสามารถ ในการใชทักษะ ชีวิต 4. ความสามารถ ในการใช เทคโนโลยี - VDO ประกอบเพลง


11 แผนการจัดการเรียนรูที่ 1 กลุมสาระการเรียนรูสุขศึกษาและพลศึกษา รหัสวิชา พ33102 วิชา ลีลาศ ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 หนวยการเรียนรูที่ 1 ประวัติและความเปนมาของกีฬาลีลาศ เวลา 1 ชั่วโมง เรื่อง ประวัติกีฬาลีลาศในประเทศไทยประวัติกีฬาลีลาศตางประเทศ ผูสอน นายปฏิภาน วิชาเดช ใชสอนวันที่..........เดือน................................. พ.ศ. ............... ผลการเรียนรู 1. มีความรูความเขาใจเกี่ยวกับประวัติและความเปนมาของกีฬาลีลาศ 1. จุดประสงคการเรียนรู: ผูเรียนสามารถ 1. นักเรียนมีความรูความเขาใจในกีฬาลีลาศ (K) 2. นักเรียนมีระเบียบวินัยในการเรียนกีฬาลีลาศ (A) 3. นักเรียนสามารถอธิบายประวัติของกีฬาลีลาศได (P) 2. คุณลักษณะอันพึงประสงค 1. รักชาติ ศาสน กษัตริย 2. มีวินัย 3. ใฝเรียนรู 4. มุงมั่นในการทำงาน 3. สมรรถนะสำคัญของผูเรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการใชเทคโนโลยี 4. สาระสำคัญ การศึกษาประวัติกีฬาลีลาศในประเทศไทยประวัติกีฬาลีลาศตางประเทศ กฎกติกา การแขงขัน ประโยชน ทิศทางในการลีลาศและแนวของการเตนรำ มารยาทของผูเตนและ ผูชม จะทำใหเกิดความ ตระหนักและเห็นคุณคาของการลีลาศ สามารถนำไปใชปฏิบัติไดทุกโอกาสจนเปนผูที่มีบุคลิกภาพที่ดีได 5. สาระการเรียนรู 5. ประวัติกีฬาลีลาศในประเทศไทยประวัติกีฬาลีลาศตางประเทศ


12 6. กิจกรรมการเรียนรู 6.1 ขั้นเตรียม ( 5 นาที ) 1. ใหนักเรียนเขาแถวตามเลขที่ แถวละ 5 คน ( ดังรูป ) 2. ครูสำรวจจำนวนนักเรียน สุขภาพ เครื่องแตงกาย 3. แจงจุดประสงคการเรียนรูในชั่วโมงใหนักเรียนทราบ 6.2 ขั้นสอน ( 5 นาที ) 1. ใหนักเรียนแบงกลุมตามแถว แถวละ 5 คน (ดังรูป) 2. ครูบรรยายประวัติกีฬาลีลาศในประเทศไทยประวัติกีฬาลีลาศตางประเทศใหนักเรียนฟง 6.3 ขั้นฝกปฏิบัติ ( 20 นาที ) 1. ใหนักเรียนแตละแถวศึกษาหาขอมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับประวัติกีฬาลีลาศในประเทศไทย ประวัติกีฬาลีลาศตางประเทศ 6.4 ขั้นนำไปใช (20 นาที ) 1 . ใหนักเรียนแตละกลุมออกมาอภิปรายประวัติกีฬาลีลาศในประเทศไทยประวัติกีฬาลีลาศ ตางประเทศหนาหองเรียน 6.5 ขั้นสรุป (5 นาที ) 1.นักเรียนและครูผูสอนรวมกันทบทวนและสรุปเนื้อหาการเรียนรู 2.นัดหมายการเรียนรูในชั่วโมงตอไป 7. แหลงการเรียนรู/สื่อการสอน/อุปกรณ 1. สนามกีฬาลีลาศ/ลานกวาง 2. เครื่องเลนเพลง


13 8. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงคการเรียนรู วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑการประเมิน 1. ดานความรู (K) นักเรียนมีความรูความ เขาใจในกีฬาลีลาศ - การตอบคำถาม - แบบประเมินการถาม ตอบ - นักเรียนตอบคำถามได 2. ดานทักษะ (P) นักเรียนสามารถ อธิบายประวัติของกีฬา ลีลาศได - การตอบคำถาม - แบบประเมินการถาม ตอบ - นักเรียนตอบคำถามได 3. ดานคุณลักษณะอันพึง ประสงค(A) รักชาติ ศาสน กษัตริย ซื่อสัตยสุจริต มีวินัย มุงมั่นในการทำงาน - การสังเกตพฤติกรรม นักเรียนรายบุคคล - แบบประเมิน พฤติกรรมนักเรียน รายบุคคล - นักเรียนผานเกณฑ ประเมินระดับ ดี 4. ดานสมรรถนะของ ผูเรียน การสื่อสาร การคิด การใชเทคโนโลยี - การสังเกตการสื่อสาร กระบวนการคิด และ การใชเทคโนโลยี - แบบประเมิน สมรรถนะของผูเรียน - นักเรียนผานเกณฑ ประเมินระดับ ดี


14 บันทึกหลังการสอน ผลการสอน............................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ปญหา..................................................................................................................................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. แนวทางแกปญหา/เสนอแนะ.................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ..................................................ผูสอน ( นายปฏิภาน วิชาเดช) นักศึกษาฝกประสบการณวิชาชีพ วันที่...........เดือน...................พ.ศ. ...........


15 ขอเสนอแนะของครูพี่เลี้ยง £ มีองคประกอบของแผนครบถวน สมบูรณ และถูกตองตามหลักวิชาการ £ มีกิจกรรมการเรียนรูเนนผูเรียนเปนสำคัญ ใชสื่อและแหลงเรียนรูที่หลากหลาย เหมาะสม £มีการวัดและประเมินผลสอดคลองกับจุดประสงคและกระบวนการจัดการเรียนรูโดยใชวิธีการหลากหลาย £ แผนการจัดการเรียนรูนำไปสูการปฏิบัติได สอดคลองกับหลักสูตร บริบท สภาพของผูเรียนและชุมชน …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ ................................................. (นายสมัคร บัวทอง) ครูพี่เลี้ยง วันที่ ......... เดือน .................... พ.ศ............... ขอเสนอแนะของหัวหนากลุมสาระการเรียนรู £มีองคประกอบของแผนครบถวน สมบูรณ และถูกตองตามหลักวิชาการ £มีกิจกรรมการเรียนรูเนนผูเรียนเปนสำคัญ ใชสื่อและแหลงเรียนรูที่หลากหลาย เหมาะสม £มีการวัดและประเมินผลสอดคลองกับจุดประสงคและกระบวนการจัดการเรียนรูโดยใชวิธีการหลากหลาย £แผนการจัดการเรียนรูนำไปสูการปฏิบัติได สอดคลองกับหลักสูตร บริบท สภาพของผูเรียนและชุมชน .......................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ................................................. (นายประชาเวช ศรีนามเอ็ม) หัวหนากลุมสาระการเรียนรูสุขศึกษาและพลศึกษา วันที่ ......... เดือน .................... พ.ศ............... ขอเสนอแนะของหัวหนางานวัดผลและประเมินผลการศึกษา …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ ................................................ (นางสาวจันทิรา แวงวงษ) หัวหนางานวัดผลและประเมินผลการศึกษา วันที่ ......... เดือน .................. พ.ศ............... £ มีองคประกอบของแผนครบถวน สมบูรณ และถูกตองตามหลักวิชาการ £ มีกิจกรรมการเรียนรูเนนผูเรียนเปนสำคัญ £ มีการใชสื่อและแหลงเรียนรูหลากหลาย เหมาะสม £ มีการวัดและประเมินผลครอบคลุมพฤติกรรมพุทธิพิสัย จิตพิสัย ทักษะพิสัย


16 ขอเสนอแนะของผูบริหารสถานศึกษา …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ ................................................. (นายวิทยา โสหา) รองผูอำนวยการกลุมบริหารวิชาการ วันที่ ......... เดือน .................... พ.ศ............... ขอเสนอแนะของผูบริหารสถานศึกษา .......................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ................................................. (นายสุขเกษม พาพินิจ) ผูอำนวยการโรงเรียนหนองบัวพิทยาคาร วันที่ ......... เดือน .................... พ.ศ............... £ ใชจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได £ ขอใหนิเทศ ติดตามผลการใชแผนการจัดการเรียนรู เพื่อนำไปพัฒนางานตอไป £ ใชจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได £ ขอใหนิเทศ ติดตามผลการใชแผนการจัดการเรียนรู เพื่อนำไปพัฒนางานตอไป


17 แบบสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนรายบุคคล คำชี้แจง ใหทำเครื่องหมาย ลงในรายชื่อแบบพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ เลข ที่ พฤติกรรมที่แสดงออก แตงกายถูกระเบียบ 2คะแนน มีสวนรวมกับเพื่อน 2คะแนน ตั้งใจเรียน 2คะแนน มีความรับผิดชอบ 2คะแนน มีความตรงตอเวลา 2คะแนน คะแนนรวม 10คะแนน ชื่อ-สกุล 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ฯลฯ เกณฑการวัดและประเมินผล 9-10 ระดับ ดีมาก 7-8 ระดับ ดี 5-6 ระดับ พอใช ต่ำกวา 5 ควรปรับปรุง


18 เกณฑการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค คุณลักษณะอัน พึงประสงค ระดับคุณภาพ ไมผาน (0) พอใช (1) ดี (2) ดีเยี่ยม (3) รักชาติ ศาสน กษัตริย ไมเขารวมกิจกรรม หนา เสาธง หรือ เขารวมกิจกรรม ต่ำกวารอยละ 50 เขารวมกิจกรรม หนาเสาธงรอยละ 50-59 เขารวมกิจกรรม หนาเสาธงรอยละ 60-79 เขารวมกิจกรรม หนาเสาธงรอยละ 80 ขึ้นไป ซื่อสัตยสุจริต ไมใหขอมูลที่ถูกตอง และเปนจริง มีพฤติกรรมนำ สิ่งของและผลงาน ของผูอื่นมาเปนของ ตนเอง ใหขอมูลที่ถูกตอง และเปนจริง ไมนำสิ่งของและ ผลงานของผูอื่นมา เปนของตนเอง ใหขอมูลที่ถูกตองและเปน จริง ไมนำสิ่งของและผลงาน ของผูอื่นมาเปนของตนเอง ปฏิบัติตนตอผูอื่นดวย ความซื่อตรง ใหขอมูลที่ถูกตองและ เปนจริง ไมนำสิ่งของและผลงาน ของผูอื่นมาเปนของ ตนเอง ปฏิบัติตนตอ ผูอื่นดวยความซื่อตรง เปนแบบอยางที่ดีดาน ความซื่อสัตย มีวินัย รับผิดชอบ ไมปฏิบัติตนตาม ขอตกลง กฎเกณฑ ระเบียบ ขอบังคับ ของโรงเรียน และ ปฏิบัติตนตาม ขอตกลง กฎเกณฑ ระเบียบ ขอบังคับ ของโรงเรียน ตรง ตอเวลาในการ ปฏิบัติกิจกรรม ปฏิบัติตนตามขอตกลง กฎเกณฑ ระเบียบ ขอบังคับของ ตรงตอเวลา ในการปฏิบัติกิจกรรมและ รับผิดชอบในการทำงาน -ปฏิบัติตนตามขอตกลง กฎเกณฑ ระเบียบ ขอบังคับของโรงเรียน และ ไมละเมิดสิทธิของ ผูอื่น -ตรงตอเวลาในการ ปฏิบัติกิจกรรมและ รับผิดชอบในการทำงาน ใฝเรียนรู ไมตั้งใจเรียน ไมศึกษาคนควาหา ความรู เขาเรียนตรงเวลา ตั้งใจเรียน เอาใจใส ในการเรียน และมี สวนรวมในการ เรียนรู และเขารวม กิจกรรมการเรียนรู ตางๆ เปนบางครั้ง เขาเรียนตรงเวลา ตั้งใจ เรียน เอาใจใสในการเรียน และมีสวนรวมในการ เรียนรู และเขารวม กิจกรรมการเรียนรูตางๆ บอยครั้ง เขาเรียนตรงเวลา ตั้งใจ เรียน เอาใจใสในการ เรียน และมีสวนรวมใน การเรียนรู และเขารวม กิจกรรมการเรียนรู ตางๆ ทั้งภายในและ ภายนอกโรงเรียนเปน ประจำ


19 คุณลักษณะอัน พึงประสงค ระดับคุณภาพ ไมผาน (0) พอใช (1) ดี (2) ดีเยี่ยม (3) อยูอยาง พอเพียง ใชเงินและของใช สวนตัวและสวนรวม อยางไมประหยัด ไมมีการวางแผนการ เรียนและการใช ชีวิตประจำวัน ใชทรัพยสินของ ตนเองและ ทรัพยากรของ สวนรวมอยาง ประหยัด คุมคา เก็บรักษาดูแลอยาง ดี ใชทรัพยสินของตนเอง และทรัพยากรของ สวนรวมอยางประหยัด คุมคา เก็บรักษาดูแลอยาง ดี ไมเอาเปรียบผูอื่น ใชความรูขอมูลขาวสารใน การ วางแผนการเรียน และการทำงาน ใชทรัพยสินของตนเอง และทรัพยากรของ สวนรวมอยางประหยัด คุมคา เก็บรักษาดูแล อยางดี ไมเอาเปรียบ ผูอื่น และไมทำใหผูอื่น เดือดรอน ใชความรูขอมูลขาวสาร ในการ วางแผนการ เรียน การทำงาน และ ใชในชีวิตประจำวัน มุงมั่นในการ ทำงาน ไมตั้งใจปฏิบัติหนาที่ การงาน ตั้งใจและรับผิดชอบ ในการปฏิบัติหนาที่ ที่ไดรับมอบหมายให สำเร็จ ตั้งใจและรับผิดชอบใน การปฏิบัติหนาที่ที่ไดรับ มอบหมายใหสำเร็จ มีการ ปรับปรุงและพัฒนาการ ทำงานใหดีขึ้น ตั้งใจและรับผิดชอบใน การปฏิบัติหนาที่ที่ไดรับ มอบหมายใหสำเร็จ มี การปรับปรุงและ พัฒนาการทำงานใหดี ขึ้นภายในเวลาที่กำหนด รักความเปน ไทย ไมมีสัมมาคารวะตอ ครูอาจารย มีสัมมาคารวะตอครู อาจารย ใชภาษาไทย เลข ไทยในการสื่อสารได ถูกตอง มีสัมมาคารวะตอครู อาจารย ปฏิบัติตนเปนผูมีมารยาท แบบไทย ใชภาษาไทย เลขไทยใน การสื่อสารไดถูกตอง เขารวมกิจกรรมที่ เกี่ยวของกับ ภูมิปญญาไทย มีสัมมาคารวะ ตอครู อาจารย ปฏิบัติตนเปนผูมี มารยาทแบบไทย ใชภาษาไทย เลขไทยใน การสื่อสารไดถูกตอง เขารวมกิจกรรมที่ เกี่ยวของกับ ภูมิปญญาไทย และมีสวนรวมในการสืบ ทอดภูมิปญญาไทย


20 คุณลักษณะอัน พึงประสงค ระดับคุณภาพ ไมผาน (0) พอใช (1) ดี (2) ดีเยี่ยม (3) มีจิตสาธารณะ ไมเขารวมกิจกรรม การดูแลรักษา หองเรียน ทำความ สะอาดหองเรียน เขารวมกิจกรรมการ ดูแลรักษา หองเรียน ทำความ สะอาดหองเรียน เปนบางครั้ง เขารวมกิจกรรมการดูแล รักษาหองเรียน ทำความ สะอาดหองเรียน บอยครั้ง เขารวมกิจกรรมการ ดูแลรักษาหองเรียน ทำ ความสะอาดหองเรียน ทุกครั้ง


21 แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค ที่ ชื่อ – สกุล ผลการประเมิน รักชาติ ศาสน กษัตริย ซื่อสัตย สุจริต มีวินัย รับผิดชอบ ใฝเรียนรู อยูอยางพอเพียง มุงมั่นในการทำงานทำงาน รักความเปนไทย มีจิตสาธารณะ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 ฯลฯ เกณฑการวัดและประเมินผล 0 ระดับ ตองปรับปรุง 1 ระดับ พอใช 2 ระดับ ดี 3 ระดับ ดีเยี่ยม


22 แบบประเมินสมรรถนะสำคัญของผูเรียน ชื่อ – สกุล..................................................................................................................หอง...................เลขที่............ สมรรถนะดาน รายการประเมิน ระดับคุณภาพ ดีมาก (3) ดี (2) พอใช (1) ปรับปรุง (0) สรุปผลการ ประเมิน 1.ความสามารถ ในการสื่อสาร 1.1 มีความสามารถในการรับ-สงสาร ดีมาก ดี พอใช ปรับปรุง 1.2 มีความสามารถในการถายทอดความรู ความคิด ความเขาใจของตนเอง โดยใชภาษาอยางเหมาะสม 1.3 ใชวิธีการสื่อสารที่เหมาะสม มีประสิทธิภาพ 1.4 เจรจาตอรอง เพื่อขจัดและลดปญหาความขัดแยง ตาง ๆ ได 1.5 เลือกรับและไมรับขอมูลขาวสารดวยเหตุผลและ ถูกตอง 2.ความสามารถ ในการคิด 2.1 มีความสามารถในการคิดวิเคราะห สังเคราะห ดีมาก ดี พอใช ปรับปรุง 2.2 มีทักษะในการคิดนอกกรอบอยางสรางสรรค 2.3 สามารถคิดอยางมีวิจารณญาณ 2.4 มีความสามารถในการสรางองคความรู 2.5 ตัดสินใจแกปญหาเกี่ยวกับตนเองไดอยางเหมาะสม 3.ความสามารถ ในการแกปญหา 3.1 สามารถแกปญหาและอุปสรรคตาง ๆ ที่เผชิญได ดีมาก ดี พอใช ปรับปรุง 3.2 ใชเหตุผลในการแกปญหา 3.3 เขาใจความสัมพันธและการเปลี่ยนแปลงในสังคม 3.4 แสวงหาความรู ประยุกตความรูมาใชในการปองกัน และแกไขปญหา 3.5 สามารถตัดสินใจไดเหมาะสมตามวัย 4.ความสามารถ ในการใชทักษะ ชีวิต 4.1 เรียนรูดวยตนเองไดเหมาะสมตามวัย ดีมาก ดี พอใช ปรับปรุง 4.2 สามารถทำงานกลุมรวมกับผูอื่นได 4.3 นำความรูที่ไดไปใชประโยชนในชีวิตประจำวัน 4.4 จัดการปญหาและความขัดแยงไดเหมาะสม 4.5 หลีกเลี่ยงพฤติกรรมไมพึงประสงคที่สงผลกระทบ ตอตนเอง 5.ความสามารถ ในการใช เทคโนโลยี 5.1 เลือกและใชเทคโนโลยีไดเหมาะสมตามวัย ดีมาก ดี พอใช ปรับปรุง 5.2 มีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี 5.3 สามารถนำเทคโนโลยีไปใชพัฒนาตนเอง 5.4 ใชเทคโนโลยีในการแกปญหาอยางสรางสรรค 5.5 มีคุณธรรม จริยธรรมในการใชเทคโนโลยี เกณฑการสรุปผลในแตละดาน ดีมาก หมายถึง คะแนนรวม 13-15 คะแนน ดี หมายถึง คะแนนรวม 9-12 คะแนน พอใช หมายถึง คะแนนรวม 1-8 คะแนน ตองปรับปรุง หมายถึง คะแนนรวม 0 คะแนน


23 แผนการจัดการเรียนรูที่ 2 กลุมสาระการเรียนรูสุขศึกษาและพลศึกษา รหัสวิชา พ33102 วิชา ลีลาศ ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 หนวยการเรียนรูที่ 1 ประวัติและความเปนมาของกีฬาลีลาศ เวลา 1 ชั่วโมง เรื่อง กฎ กติกา การแขงขัน คำศัพทเกี่ยวกับลีลาศ ผูสอน นายปฏิภาน วิชาเดช ใชสอนวันที่..........เดือน................................. พ.ศ. ............... ผลการเรียนรู 1. มีความรูความเขาใจเกี่ยวกับประวัติและความเปนมาของกีฬาลีลาศ 1. จุดประสงคการเรียนรู: ผูเรียนสามารถ 1. นักเรียนมีความรูความเขาใจในกีฬาลีลาศ (K) 2. นักเรียนมีระเบียบวินัยในการเรียนกีฬาลีลาศ (A) 3. นักเรียนสามารถอธิบายกฎ กติกา การแขงขันของกีฬาลีลาศได (P) 2. คุณลักษณะอันพึงประสงค 1. มีวินัย 2. ใฝเรียนรู 3. มุงมั่นในการทำงาน 3. สมรรถนะสำคัญของผูเรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการใชเทคโนโลยี 4. สาระสำคัญ การศึกษาประวัติกีฬาลีลาศในประเทศไทยประวัติกีฬาลีลาศตางประเทศ กฎกติกา การแขงขัน ประโยชน ทิศทางในการลีลาศและแนวของการเตนรำ มารยาทของผูเตนและ ผูชม จะทำใหเกิดความ ตระหนักและเห็นคุณคาของการลีลาศ สามารถนำไปใชปฏิบัติไดทุกโอกาสจนเปนผูที่มีบุคลิกภาพที่ดีได 5. สาระการเรียนรู 5.1 กฎ กติกาลีลาศ 5.2 การแขงขันลีลาศ


24 6. กิจกรรมการเรียนรู 6.1 ขั้นเตรียม ( 5 นาที ) 1. ใหนักเรียนเขาแถวตามเลขที่ แถวละ 5 คน ( ดังรูป ) 2. ครูสำรวจจำนวนนักเรียน สุขภาพ เครื่องแตงกาย 3. แจงจุดประสงคการเรียนรูในชั่วโมงใหนักเรียนทราบ 6.2 ขั้นสอน ( 5 นาที ) 1. ใหนักเรียนแบงกลุมตามแถว แถวละ 5 คน (ดังรูป) 2. ครูบรรยายกฎ กติกา การแขงขันลีลาศ ใหนักเรียนฟง 6.3 ขั้นฝกปฏิบัติ ( 20 นาที ) 1. ใหนักเรียนแตละแถวศึกษาหาขอมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับกฎ กติกา การแขงขันลีลาศ 6.4 ขั้นนำไปใช (20 นาที ) 1 . ใหนักเรียนแตละกลุมออกมาอภิปรายกฎ กติกา การแขงขันลีลาศ หนาหองเรียน 6.5 ขั้นสรุป (5 นาที ) 1.นักเรียนและครูผูสอนรวมกันทบทวนและสรุปเนื้อหาการเรียนรู 2.นัดหมายการเรียนรูในชั่วโมงตอไป 7. แหลงการเรียนรู/สื่อการสอน/อุปกรณ 1. สนามกีฬาลีลาศ/ลานกวาง 2. เครื่องเลนเพลง 3. คอมพิวเตอรโนตบุค


25 8. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงคการเรียนรู วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑการประเมิน 1. ดานความรู (K) นักเรียนมีความรูความ เขาใจในกีฬาลีลาศ - การตอบคำถาม - แบบประเมินการถาม ตอบ - นักเรียนตอบคำถามได 2. ดานทักษะ (P) นักเรียนสามารถ อธิบายกฎ กติกา การ แขงขัน - การตอบคำถาม - แบบประเมินการถาม ตอบ - นักเรียนตอบคำถามได 3. ดานคุณลักษณะอันพึง ประสงค(A) รักชาติ ศาสน กษัตริย ซื่อสัตยสุจริต มีวินัย มุงมั่นในการทำงาน - การสังเกตพฤติกรรม นักเรียนรายบุคคล - แบบประเมิน พฤติกรรมนักเรียน รายบุคคล - นักเรียนผานเกณฑ ประเมินระดับ ดี 4. ดานสมรรถนะของ ผูเรียน การสื่อสาร การคิด การใชเทคโนโลยี - การสังเกตการสื่อสาร กระบวนการคิด และ การใชเทคโนโลยี - แบบประเมิน สมรรถนะของผูเรียน - นักเรียนผานเกณฑ ประเมินระดับ ดี


26 บันทึกหลังการสอน ผลการสอน............................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ปญหา..................................................................................................................................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. แนวทางแกปญหา/เสนอแนะ.................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ..................................................ผูสอน ( นายปฏิภาน วิชาเดช) นักศึกษาฝกประสบการณวิชาชีพ วันที่...........เดือน...................พ.ศ. ...........


27 ขอเสนอแนะของครูพี่เลี้ยง £ มีองคประกอบของแผนครบถวน สมบูรณ และถูกตองตามหลักวิชาการ £ มีกิจกรรมการเรียนรูเนนผูเรียนเปนสำคัญ ใชสื่อและแหลงเรียนรูที่หลากหลาย เหมาะสม £มีการวัดและประเมินผลสอดคลองกับจุดประสงคและกระบวนการจัดการเรียนรูโดยใชวิธีการหลากหลาย £ แผนการจัดการเรียนรูนำไปสูการปฏิบัติได สอดคลองกับหลักสูตร บริบท สภาพของผูเรียนและชุมชน …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ ................................................. (นายสมัคร บัวทอง) ครูพี่เลี้ยง วันที่ ......... เดือน .................... พ.ศ............... ขอเสนอแนะของหัวหนากลุมสาระการเรียนรู £มีองคประกอบของแผนครบถวน สมบูรณ และถูกตองตามหลักวิชาการ £มีกิจกรรมการเรียนรูเนนผูเรียนเปนสำคัญ ใชสื่อและแหลงเรียนรูที่หลากหลาย เหมาะสม £มีการวัดและประเมินผลสอดคลองกับจุดประสงคและกระบวนการจัดการเรียนรูโดยใชวิธีการหลากหลาย £แผนการจัดการเรียนรูนำไปสูการปฏิบัติได สอดคลองกับหลักสูตร บริบท สภาพของผูเรียนและชุมชน .......................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ................................................. (นายประชาเวช ศรีนามเอ็ม) หัวหนากลุมสาระการเรียนรูสุขศึกษาและพลศึกษา วันที่ ......... เดือน .................... พ.ศ............... ขอเสนอแนะของหัวหนางานวัดผลและประเมินผลการศึกษา …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ ................................................ (นางสาวจันทิรา แวงวงษ) หัวหนางานวัดผลและประเมินผลการศึกษา วันที่ ......... เดือน .................. พ.ศ............... £ มีองคประกอบของแผนครบถวน สมบูรณ และถูกตองตามหลักวิชาการ £ มีกิจกรรมการเรียนรูเนนผูเรียนเปนสำคัญ £ มีการใชสื่อและแหลงเรียนรูหลากหลาย เหมาะสม £ มีการวัดและประเมินผลครอบคลุมพฤติกรรมพุทธิพิสัย จิตพิสัย ทักษะพิสัย


28 ขอเสนอแนะของผูบริหารสถานศึกษา …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ ................................................. (นายวิทยา โสหา) รองผูอำนวยการกลุมบริหารวิชาการ วันที่ ......... เดือน .................... พ.ศ............... ขอเสนอแนะของผูบริหารสถานศึกษา .......................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ................................................. (นายสุขเกษม พาพินิจ) ผูอำนวยการโรงเรียนหนองบัวพิทยาคาร วันที่ ......... เดือน .................... พ.ศ............... £ ใชจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได £ ขอใหนิเทศ ติดตามผลการใชแผนการจัดการเรียนรู เพื่อนำไปพัฒนางานตอไป £ ใชจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได £ ขอใหนิเทศ ติดตามผลการใชแผนการจัดการเรียนรู เพื่อนำไปพัฒนางานตอไป


29 แบบสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนรายบุคคล คำชี้แจง ใหทำเครื่องหมาย ลงในรายชื่อแบบพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ เลข ที่ พฤติกรรมที่แสดงออก แตงกายถูกระเบียบ 2คะแนน มีสวนรวมกับเพื่อน 2คะแนน ตั้งใจเรียน 2คะแนน มีความรับผิดชอบ 2คะแนน มีความตรงตอเวลา 2คะแนน คะแนนรวม 10คะแนน ชื่อ-สกุล 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ฯลฯ เกณฑการวัดและประเมินผล 9-10 ระดับ ดีมาก 7-8 ระดับ ดี 5-6 ระดับ พอใช ต่ำกวา 5 ควรปรับปรุง


30 เกณฑการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค คุณลักษณะอัน พึงประสงค ระดับคุณภาพ ไมผาน (0) พอใช (1) ดี (2) ดีเยี่ยม (3) รักชาติ ศาสน กษัตริย ไมเขารวมกิจกรรม หนา เสาธง หรือ เขารวมกิจกรรม ต่ำกวารอยละ 50 เขารวมกิจกรรม หนาเสาธงรอยละ 50-59 เขารวมกิจกรรม หนาเสาธงรอยละ 60-79 เขารวมกิจกรรม หนาเสาธงรอยละ 80 ขึ้นไป ซื่อสัตยสุจริต ไมใหขอมูลที่ถูกตอง และเปนจริง มีพฤติกรรมนำ สิ่งของและผลงาน ของผูอื่นมาเปนของ ตนเอง ใหขอมูลที่ถูกตอง และเปนจริง ไมนำสิ่งของและ ผลงานของผูอื่นมา เปนของตนเอง ใหขอมูลที่ถูกตองและ เปนจริง ไมนำสิ่งของและ ผลงานของผูอื่นมา เปนของตนเอง ปฏิบัติตนตอผูอื่นดวย ความซื่อตรง ใหขอมูลที่ถูกตองและ เปนจริง ไมนำสิ่งของและ ผลงานของผูอื่นมาเปน ของตนเอง ปฏิบัติตน ตอผูอื่นดวยความ ซื่อตรง เปนแบบอยาง ที่ดีดานความซื่อสัตย มีวินัย รับผิดชอบ ไมปฏิบัติตนตาม ขอตกลง กฎเกณฑ ระเบียบ ขอบังคับ ของโรงเรียน และ ปฏิบัติตนตาม ขอตกลง กฎเกณฑ ระเบียบ ขอบังคับ ของโรงเรียน ตรง ตอเวลาในการ ปฏิบัติกิจกรรม ปฏิบัติตนตาม ขอตกลง กฎเกณฑ ระเบียบ ขอบังคับ ของ ตรงตอเวลาใน การปฏิบัติกิจกรรม และรับผิดชอบในการ ทำงาน -ปฏิบัติตนตาม ขอตกลง กฎเกณฑ ระเบียบ ขอบังคับของ โรงเรียน และ ไม ละเมิดสิทธิของผูอื่น -ตรงตอเวลาในการ ปฏิบัติกิจกรรมและ รับผิดชอบในการ ทำงาน ใฝเรียนรู ไมตั้งใจเรียน ไมศึกษาคนควาหา ความรู เขาเรียนตรงเวลา ตั้งใจเรียน เอาใจใส ในการเรียน และมี สวนรวมในการ เรียนรู และเขารวม กิจกรรมการเรียนรู ตางๆ เปนบางครั้ง เขาเรียนตรงเวลา ตั้งใจเรียน เอาใจใสใน การเรียน และมีสวน รวมในการเรียนรู และเขารวมกิจกรรม การเรียนรูตางๆ บอยครั้ง เขาเรียนตรงเวลา ตั้งใจ เรียน เอาใจใสในการ เรียน และมีสวนรวมใน การเรียนรู และเขารวม กิจกรรมการเรียนรู ตางๆ ทั้งภายในและ ภายนอกโรงเรียนเปน ประจำ


31 คุณลักษณะอัน พึงประสงค ระดับคุณภาพ ไมผาน (0) พอใช (1) ดี (2) ดีเยี่ยม (3) อยูอยาง พอเพียง ใชเงินและของใช สวนตัวและสวนรวม อยางไมประหยัด ไมมีการวางแผนการ เรียนและการใช ชีวิตประจำวัน ใชทรัพยสินของ ตนเองและ ทรัพยากรของ สวนรวมอยาง ประหยัด คุมคา เก็บรักษาดูแลอยาง ดี ใชทรัพยสินของ ตนเองและทรัพยากร ของสวนรวมอยาง ประหยัด คุมคา เก็บ รักษาดูแลอยางดี ไม เอาเปรียบผูอื่น ใชความรูขอมูล ขาวสารในการ วาง แผนการเรียน และ การทำงาน ใชทรัพยสินของตนเอง และทรัพยากรของ สวนรวมอยางประหยัด คุมคา เก็บรักษาดูแล อยางดี ไมเอาเปรียบ ผูอื่น และไมทำใหผูอื่น เดือดรอน ใชความรูขอมูลขาวสาร ในการ วางแผนการ เรียน การทำงาน และ ใชในชีวิตประจำวัน มุงมั่นในการ ทำงาน ไมตั้งใจปฏิบัติหนาที่ การงาน ตั้งใจและรับผิดชอบ ในการปฏิบัติหนาที่ ที่ไดรับมอบหมายให สำเร็จ ตั้งใจและรับผิดชอบ ในการปฏิบัติหนาที่ที่ ไดรับมอบหมายให สำเร็จ มีการปรับปรุง และพัฒนาการทำงาน ใหดีขึ้น ตั้งใจและรับผิดชอบใน การปฏิบัติหนาที่ที่ ไดรับมอบหมายให สำเร็จ มีการปรับปรุง และพัฒนาการทำงาน ใหดีขึ้นภายในเวลาที่ กำหนด รักความเปน ไทย ไมมีสัมมาคารวะตอ ครูอาจารย มีสัมมาคารวะตอครู อาจารย ใชภาษาไทย เลข ไทยในการสื่อสารได ถูกตอง มีสัมมาคารวะตอครู อาจารย ปฏิบัติตนเปนผูมี มารยาทแบบไทย ใชภาษาไทย เลขไทย ในการสื่อสารได ถูกตอง เขารวมกิจกรรมที่ เกี่ยวของกับ ภูมิปญญาไทย มีสัมมาคารวะ ตอครู อาจารย ปฏิบัติตนเปนผูมี มารยาทแบบไทย ใชภาษาไทย เลขไทย ในการสื่อสารไดถูกตอง เขารวมกิจกรรมที่ เกี่ยวของกับ ภูมิปญญาไทย และมีสวนรวมในการ สืบทอดภูมิปญญาไทย


32 คุณลักษณะอัน พึงประสงค ระดับคุณภาพ ไมผาน (0) พอใช (1) ดี (2) ดีเยี่ยม (3) มีจิตสาธารณะ ไมเขารวมกิจกรรม การดูแลรักษา หองเรียน ทำความ สะอาดหองเรียน เขารวมกิจกรรมการ ดูแลรักษา หองเรียน ทำความ สะอาดหองเรียน เปนบางครั้ง เขารวมกิจกรรมการ ดูแลรักษา หองเรียน ทำความ สะอาดหองเรียน บอยครั้ง เขารวมกิจกรรมการ ดูแลรักษาหองเรียน ทำ ความสะอาดหองเรียน ทุกครั้ง


33 แบบประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค ที่ ชื่อ – สกุล ผลการประเมิน รักชาติ ศาสน กษัตริย ซื่อสัตย สุจริต มีวินัย รับผิดชอบ ใฝเรียนรู อยูอยางพอเพียง มุงมั่นในการทำงานทำงาน รักความเปนไทย มีจิตสาธารณะ 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12 13 14 15 ฯลฯ เกณฑการวัดและประเมินผล 0 ระดับ ตองปรับปรุง 1 ระดับ พอใช 2 ระดับ ดี 3 ระดับ ดีเยี่ยม


34 แบบประเมินสมรรถนะสำคัญของผูเรียน ชื่อ – สกุล..................................................................................................................หอง...................เลขที่............ สมรรถนะดาน รายการประเมิน ระดับคุณภาพ ดีมาก (3) ดี (2) พอใช (1) ปรับปรุง (0) สรุปผลการ ประเมิน 1.ความสามารถ ในการสื่อสาร 1.1 มีความสามารถในการรับ-สงสาร ดีมาก ดี พอใช ปรับปรุง 1.2 มีความสามารถในการถายทอดความรู ความคิด ความเขาใจของตนเอง โดยใชภาษาอยางเหมาะสม 1.3 ใชวิธีการสื่อสารที่เหมาะสม มีประสิทธิภาพ 1.4 เจรจาตอรอง เพื่อขจัดและลดปญหาความขัดแยง ตาง ๆ ได 1.5 เลือกรับและไมรับขอมูลขาวสารดวยเหตุผลและ ถูกตอง 2.ความสามารถ ในการคิด 2.1 มีความสามารถในการคิดวิเคราะห สังเคราะห ดีมาก ดี พอใช ปรับปรุง 2.2 มีทักษะในการคิดนอกกรอบอยางสรางสรรค 2.3 สามารถคิดอยางมีวิจารณญาณ 2.4 มีความสามารถในการสรางองคความรู 2.5 ตัดสินใจแกปญหาเกี่ยวกับตนเองไดอยางเหมาะสม 3.ความสามารถ ในการแกปญหา 3.1 สามารถแกปญหาและอุปสรรคตาง ๆ ที่เผชิญได ดีมาก ดี พอใช ปรับปรุง 3.2 ใชเหตุผลในการแกปญหา 3.3 เขาใจความสัมพันธและการเปลี่ยนแปลงในสังคม 3.4 แสวงหาความรู ประยุกตความรูมาใชในการปองกัน และแกไขปญหา 3.5 สามารถตัดสินใจไดเหมาะสมตามวัย 4.ความสามารถ ในการใชทักษะ ชีวิต 4.1 เรียนรูดวยตนเองไดเหมาะสมตามวัย ดีมาก ดี พอใช ปรับปรุง 4.2 สามารถทำงานกลุมรวมกับผูอื่นได 4.3 นำความรูที่ไดไปใชประโยชนในชีวิตประจำวัน 4.4 จัดการปญหาและความขัดแยงไดเหมาะสม 4.5 หลีกเลี่ยงพฤติกรรมไมพึงประสงคที่สงผลกระทบ ตอตนเอง 5.ความสามารถ ในการใช เทคโนโลยี 5.1 เลือกและใชเทคโนโลยีไดเหมาะสมตามวัย ดีมาก ดี พอใช ปรับปรุง 5.2 มีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี 5.3 สามารถนำเทคโนโลยีไปใชพัฒนาตนเอง 5.4 ใชเทคโนโลยีในการแกปญหาอยางสรางสรรค 5.5 มีคุณธรรม จริยธรรมในการใชเทคโนโลยี เกณฑการสรุปผลในแตละดาน ดีมาก หมายถึง คะแนนรวม 13-15 คะแนน ดี หมายถึง คะแนนรวม 9-12 คะแนน พอใช หมายถึง คะแนนรวม 1-8 คะแนน ตองปรับปรุง หมายถึง คะแนนรวม 0 คะแนน


35 ใบความรู กฎ กติกา การแขงขันลีลาศ กฎกติกาของกีฬาลีลาศ 1. ประธาน กรรมการที่ไดรับการแตงตั้ง จากคณะกรรมการบริหารของสหพันธกีฬาลีลาศนานาชาติ (โดยไมตองผานการเลือกตั้ง) ซึ่งรับผิดชอบในการควบคุมดูแล การแขงขันที่ไดรับการรับรองจากสหพันธ ในการ แขงขันนานาชาติใด ที่ประธานกรรมการไมไดถูกแตงตั้งโดยสหพันธ ผูจัดการแขงขันจะตองแตงตั้งประธานเอง (โดยไมตองผานการเลือกตั้ง) 2. กรรมการผูตัดสินในการแขงขันระดับนานาชาติตางๆ จะตองมีกรรมการผูตัดสิน ทำหนาที่ตัดสิน อยางนอย 7 คน โดยเปนไปตามกติกาขอที่ 5 ขอยอยที่ 1, 2, 4 a - c และ 7 กรรมการผูตัดสินอยางนอย 5 คน ในขอยอยที่ 3, 5, 6 และ 8 กรรมการผูตัดสินอยางนอย 3 คน ในการแขงขันประเภท ทีม - คู ( Team Matches ) 3. สำหรับการแขงขันตางๆ ที่อยูภายใตกติกาขอที่ 5 ยกเวนขอยอยที่ 5 และ 6 กรรมการผูตัดสินของ สหพันธกีฬาลีลาศนานาชาติ จะตองมีใบอนุญาตเปนผูตัดสินของสหพันธฯ 4. กรรมการผูตัดสินของการแขงขัน ครอบคลุมโดยกติกาขอที่ 5 ขอยอยที่ 1-4 a+b, 7 และ 8 จะตอง ไดรับการแตงตั้งจากคณะกรรมการบริหารของสหพันธกีฬาลีลาศนานาชาติ กรรมการผูตัดสินอยางนอย 7 คน ในการตัดสินการแขงขันระดับนานาชาติ 5. สำหรับการแขงขันภายใตกติกาขอที่ 5 ขอยอยที่ 1-4, 7 และ 8 คณะกรรมการผูตัดสินจะตองเชิญ จากประเทศตางๆ ที่ไมซ้ำกัน 6. ในทุกๆ การแขงขันระดับนานาชาติ คณะกรรมการผูตัดสิน จะตองไดรับการรับรองเปนทางการ โดยคณะกรรมการบริหารของสหพันธกีฬาลีลาศนานาชาติ 7. ไมอนุญาตใหกรรมการผูตัดสิน ทำหนาที่ตัดสินคูของตัวเอง ในการแขงขันที่จัดขึ้นสหพันธกีฬาลีลาศ นานาชาติ คูแขงขัน 1. คำจำกัดความของคูแขงขัน คูแขงขัน 1 คู จะประกอบดวย ชาย 1 คน และคูเตนที่เปนหญิง 1 คน 2. คูแขงขันที่ตางสัญชาติกัน 2.1 คูแขงขันที่เคยเปนตัวแทนประเทศใดประเทศหนึ่ง ไมอนุญาตใหเปนตัวแทนของประเทศ อื่นอีก จนกวาเวลาจะผานพนไป 12 เดือน 2.2 ในกรณีที่เปนการแขงขัน ที่จัดโดยคณะกรรมการโอลิมปคสากล ( IOC ) หรือสมาคม เวิลดเกมสนานาชาติ ( IWGA ) ไมอนุญาตใหคูแขงขันที่ตางสัญชาติกัน เขารวมทำการแขงขัน เพื่อใหเปนไป ตามกฎของคณะกรรมการโอลิมปคสากล คูแขงขันที่เปนตัวแทนของชาตินั้น นักแขงขันแตละคน จะตองมี หนังสือเดินทางของชาติของตน ซึ่งสงโดยสมาคมที่เปนสมาชิกของ สหพันธกีฬาลีลาศนานาชาติ 2.3 การแขงขันชิงถวย Formation ของสหพันธกีฬาลีลาศนานาชาติ ( IDSF Championships / Cups Formation ) อยางนอยตองมีนักกีฬาเขาแขงขันจำนวน 12 คน ในหนึ่งทีม ที่ จะตองจัดสงหนังสือเดินทางของชาติตนเอง โดยสมาคมที่เปนสมาชิกของสหพันธฯ


36 วิธีการจัดการแขงขันระดับนานาชาติตางๆ 1. ประธานกรรมการที่ไดรับการแตงตั้ง จากคณะกรรมการบริหารของสหพันธกีฬาลีลาศนานาชาติ (โดยไมตองผานการเลือกตั้ง) ซึ่งรับผิดชอบในการควบคุมดูแล การแขงขันที่ไดรับการรับรองจากสหพันธ ในการ แขงขันนานาชาติใด ที่ประธานกรรมการไมไดถูกแตงตั้งโดยสหพันธ ผูจัดการแขงขันจะตองแตงตั้งประธานเอง (โดยไมตองผานการเลือกตั้ง) 2. กรรมการผูตัดสินในการแขงขันระดับนานาชาติตางๆ จะตองมีกรรมการผูตัดสิน ทำหนาที่ตัดสิน อยางนอย 7 คน โดยเปนไปตามกติกาขอที่ 5 ขอยอยที่ 1, 2, 4 a - c และ 7 กรรมการผูตัดสินอยางนอย 5 คน ในขอยอยที่ 3, 5, 6 และ 8 กรรมการผูตัดสินอยางนอย 3 คน ในการแขงขันประเภท ทีม - คู ( Team Matches ) 3. สำหรับการแขงขันตางๆ ที่อยูภายใตกติกาขอที่ 5 ยกเวนขอยอยที่ 5 และ 6 กรรมการผูตัดสินของ สหพันธกีฬาลีลาศนานาชาติ จะตองมีใบอนุญาตเปนผูตัดสินของสหพันธฯ 4. กรรมการผูตัดสินของการแขงขัน ครอบคลุมโดยกติกาขอที่ 5 ขอยอยที่ 1-4 a+b, 7 และ 8 จะตอง ไดรับการแตงตั้งจากคณะกรรมการบริหารของสหพันธกีฬาลีลาศนานาชาติ กรรมการผูตัดสินอยางนอย 7 คน ในการตัดสินการแขงขันระดับนานาชาติ 5. สำหรับการแขงขันภายใตกติกาขอที่ 5 ขอยอยที่ 1-4, 7 และ 8 คณะกรรมการผูตัดสินจะตองเชิญ จากประเทศตางๆ ที่ไมซ้ำกัน 6. ในทุกๆ การแขงขันระดับนานาชาติ คณะกรรมการผูตัดสิน จะตองไดรับการรับรองเปนทางการ โดยคณะกรรมการบริหารของสหพันธกีฬาลีลาศนานาชาติ 7. ไมอนุญาตใหกรรมการผูตัดสิน ทำหนาที่ตัดสินคูของตัวเอง ในการแขงขันที่จัดขึ้นสหพันธกีฬาลีลาศ นานาชาติ ประโยชนของการเตนลีลาส จากสภาพความเปนอยูของคนในสังคมปจจุบัน ที่มีการเปลี่ยนแปลงอยางรวดเร็วทำใหเกิดปญหาที่ สลับซับซอน ไมวาจะเปนปญหาทางดานเศรษฐกิจ สังคมและการเมือง สภาพการณเหลานี้เปนสาเหตุทำให ประชาชนประสบกับปญหาตาง ๆ ทั้งทางดานรางกายและจิตใจเพิ่มขึ้นเปนลำดับ ซึ่งจิตแพทย นักจิตวิทยา และนักการศึกษาตางก็พยายามเนนและชี้นำใหเห็นถึงความจำเปน เกี่ยวกับการใชเวลาวางใหเปนประโยชน โดยการเขารวมกิจกรรมตาง ๆ ที่สามารถผอนคลายความเครียด และเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตใหดีขึ้น ลีลาศ เปนกิจกรรมหนึ่ง ซึ่งนอกจากจะชวยผอนคลายความเครียดแลวยังชวยพัฒนาทั้งทางดานรางกาย จิตใจ อารมณและสังคมไดเปนอยางดี จึงพอสรุปประโยชนของการลีลาศได ดังนี้ 1. กอใหเกิดความซาบซึ้งในจังหวะดนตรี 2. กอใหเกิดความสนุกสนาม เพลิดเพลิน 3. เปนกิจกรรมนันทนาการ และเปนการใชเวลาวางใหเปนประโยชน 4. เปนกิจกรรมสื่อสัมพันธทางสังคม ผูชายและผูหญิงสามารถเขารวมในกิจกรรมพรอมกันได 5. ชวยพัฒนาทักษะทางกลไก (Motor Skill) 6. ชวยสงเสริมสุขภาพพลานามัย ทั้งทางดานรางกายและจิตใจ ใหแข็งแรงสมบูรณอันจะทำใหมี ชีวิตยืนยาวและมีความสุข 7. ทำใหมีรูปรางทรวดทรงงดงาม สมสวน มีบุคลิกภาพในการเคลื่อนไหวที่ดูแลวสงางาม ยิ่งขึ้น 8. ชวยผอนคลายความตึงเครียดทางดานรางกาย จิตใจ อารมณและสังคม 9. ชวยใหรูจักการเขาสังคม และรูจักการอยูรวมกันในสังคมไดเปนอยางดี


37 10. ชวยสงเสริมใหมีความเชื่อมั่นในตนเอง กลาแสดงออกในสิ่งที่ดีงาม 11. ทำใหมีความซาบซึ้งในวัฒนธรรมอันดีงาม และชวยจรรโลงใหคงอยูตลอดไป 12. เปนกิจกรรมที่กอใหเกิดความคิดริเริ่มสรางสรรค 13. เปนกิจกรรมที่สามารถชวยแกไขขอบกพรองทางกาย มารยาททางสังคมในการเลนกีฬาลีลาศ 1. ควรแตงกายใหสุภาพเรียบรอยหรือเหมาะสมกับงานที่จัดขึ้น โดยเฉพาะรองเทาควรเปน รองเทา ลีลาศหรือที่เหมาะสมกับการลีลาศ 2. ควรสำรวมกิริยามารยาท โดยคำนึงถึงขนบธรรมเนียมประเพณีและวัฒนธรรมอันดีงามไวเสมอ 3. ไมควรออกลีลาศในขณะที่เสพสุรามากเกินไป หรือมีอาการมึนเมา 4. การเขาคูลีลาศ หรือ “Holding” ควรกระทำใหถูกตอง โดยเฉพาะในงานลีลาศออกสังคมควร คำนึงถึงวัฒนธรรมและประเพณีอันดีงาม 5. การลีลาศในงานสังคมไมควรพาคูเตนออกลวดลายเกินความจำเปน และควรคำนึงถึงความสามารถ ของคูเตนดวยวาจะทำตามไดหรือไม 6. ควรระมัดระวังการกระทบกระทั่งกัน หากมีเหตุสุดวิสัยควรกลาวคำขอโทษซึ่งกันและกัน และควรที่ จะใหอภัยตอกัน 7. ระหวางงานลีลาศ ควรแสดงออกถึงความสุขสนุกสนานและรื่นเริง และพูดคุยกันในสิ่งที่ดีงามและ เปนมงคล 8. ใน การลีลาศควรเคลื่อนที่ไปในทิศทางที่เหมาะสม ซึ่งมีระบุไวในกฎกติกา ของการลีลาศในแตละ จังหวะ โดยปกติแลวจะเคลื่อนที่ไปในลักษณะทวนเข็มนาิกาตามแนวทางของการลีลาศ 9. สุภาพบุรุษควรเดินเคียงคูกับสุภาพสตรีออกไปลีลาศและนำสงกลับโตะที่นั่งหลังเสร็จสิ้นการลีลาศ 10. ไมควรอยางยิ่งที่จะนำผูที่ยังลีลาศไมเปนลงไปสอนกลางฟลอรลีลาศ เพราะจะกอความรำคาญใหคู ลีลาศอื่นๆ 11. สุภาพบุรุษกุบสุภาพบุรุษไมควรออกไปลีลาศคูกันเพราะดูไมสุภาพ 12. ถาจะลีลาศกับผูที่มากับคนอื่น ควรจะขออนุญาตกับผูที่มาดวยกอนเสมอ 13. ถาไดปฏิเสธการขอลีลาศจากผูใดผูหนึ่งไปแลว ไมควรจะออกลีลาศกับบุคคลอื่นในทันทีทันใด 14. หลัง เสร็จสิ้นการลีลาศในแตละครั้ง ควรกลาวคำขอบคุณซึ่งกันและกัน โดยเฉพาะลีลาศกับผูที่ อาวุโสกวาควรยกมือขึ้นไหวขอบคุณ แลวพากลับเขานั่งที่ 15. ควร เรียนรูและศึกษาทักษะการลีลาศในแตละจังหวะของการลีลาศใหถองแทกอนการลง ลีลาศ จริงบนฟลอร เพื่อที่จะไมเปนที่ขัดความสำราญของผูอื่น


38 แผนการจัดการเรียนรูที่ 3 กลุมสาระการเรียนรูสุขศึกษาและพลศึกษา รหัสวิชา พ33102 วิชา ลีลาศ ชั้นมัธยมศึกษาปที่ 6 หนวยการเรียนรูที่ 1 ประวัติและความเปนมาของกีฬาลีลาศ เวลา 1 ชั่วโมง เรื่อง การฟงจังหวะ การนับจังหวะ ผูสอน นายปฏิภาน วิชาเดช ใชสอนวันที่..........เดือน................................. พ.ศ. ............... ผลการเรียนรู 1. มีความรูความเขาใจเกี่ยวกับประวัติและความเปนมาของกีฬาลีลาศ 1. จุดประสงคการเรียนรู: ผูเรียนสามารถ 1. นักเรียนอธิบายการการฟงจังหวะ การนับจังหวะ ไดถูกตอง (K) 2. นักเรียนฝกปฏิบัติการฟงจังหวะ การนับจังหวะ ไดถูกตอง (P) 3. นักเรียนมีสวนรวมในกิจกรรมการเรียนลีลาศ (A) 2. คุณลักษณะอันพึงประสงค 1. มีวินัย 2. ใฝเรียนรู 3. มุงมั่นในการทำงาน 3. สมรรถนะสำคัญของผูเรียน 1. ความสามารถในการสื่อสาร 2. ความสามารถในการคิด 3. ความสามารถในการใชเทคโนโลยี 4. สาระสำคัญ การศึกษาประวัติกีฬาลีลาศในประเทศไทยประวัติกีฬาลีลาศตางประเทศ กฎกติกา การแขงขัน ประโยชน ทิศทางในการลีลาศและแนวของการเตนรำ มารยาทของผูเตนและ ผูชม จะทำใหเกิดความ ตระหนักและเห็นคุณคาของการลีลาศ สามารถนำไปใชปฏิบัติไดทุกโอกาสจนเปนผูที่มีบุคลิกภาพที่ดีได 5. สาระการเรียนรู 5.1 การฟงจังหวะ 5.2 การนับจังหวะ 6. กิจกรรมการเรียนรู 6.1 ขั้นเตรียม ( 5 นาที ) 6.1.1. ใหนักเรียนเขาแถวตามเลขที่ แถวละ 5 คน ( ดังรูป )


39 6.1.2. ครูสำรวจจำนวนนักเรียน สุขภาพ เครื่องแตงกาย 6.1.3. แจงจุดประสงคการเรียนรูในชั่วโมงใหนักเรียนทราบ 6.2 ขั้นสอน ( 5 นาที ) 6.2.1. ครูพูดถึง การฟงจังหวะ การนับจังหวะ เพลงลีลาศในจังหวะบีกินดังนี้ 1. บีกิน ดนตรีของจังหวะบีกินเปนแบบ 4/4 คือ มี 4 จังหวะใน 1 หองเพลง โดยที่สามจังหวะแรกจะเปนเสียงหนัก และจังหวะที่สี่จะเปนเสียงเบา และทุก ๆ จังหวะจะมีความเร็วชา เทากันหมด การนับจังหวะจะนับ 1,2,3, พัก, 1,2,3,พัก (พัก หมายถึง พักเขาหรืองอเขา) ตอเนื่องกัน ไป และกาวที่ 1 ตรงกับจังหวะที่ 1 ของหองเพลง 2. ชะ ชะ ชา ดนตรีของจังหวะ ชา ชา ชา เปนแบบ 4/4 คือ ใน 1 หอง มี 4 จังหวะ และ เปนดนตรีที่มีทวงทำนองสนุกสนานเราใจ และมีจังหวะเนนเดนชัด การนับจังหวะ สามารถนับไดหลายวิธี เชน 1 2 3 - 4 5 หรือ 1 2 ชา - ชา ชา หรือนับกาวจนครบตามจำนวน ลวดลายพื้นฐาน หรือนับตามหลักสากล คือนับตามจังหวะของดนตรี คือ 2 3 4 และ 1 โดยที่กาวแรก ตรงกับจังหวะที่ 2 ของหองเพลง 3. รุมบา ดนตรีของจังหวะรุมบา เปนแบบ 4/4 หรือ 2/4 คือ ใน 1 หองเพลง มี 4 จังหวะหรือ 2 จังหวะ เสียงของดนตรีที่ควรสังเกตคือ เสียงเนนหนักของเบสและกลอง การนับ จังหวะ จะนับ 1 2 3 หรือ ชา เร็ว เร็ว ตอเนื่องกันไปก็ได โดยที่กาวชา (กาวที่ 1) เทากับ 2 จังหวะ และกาวเร็ว (กาวที่ 3 และ 3) เทากับ 1จังหวะ ในจังหวะดนตรีแบบ 4/4 ถาดนตรีเปน แบบ 2/4 กาว ชา เทากับ 1 จังหวะ และกาวเร็วเทากับ 1/2 จังหวะ โดยกาวแรกที่สัมผัสพื้นนั้นจะตรงกับจังหวะ ที่ 4-1 ของหองเพลง 6.3 ขั้นฝกปฏิบัติ ( 20 นาที ) 6.3.1 ครูเปดเพลงจังหวะบีกินในเพลงตาง ๆ แลวปรบมือใหนักเรียนทุกคนปฏิบัติตาม 6.3.2 ครูเปดเพลงจังหวะบีกินในเพลงตาง ๆ แลวใหนักเรียนทุกคนปรบมือตามที่ครูได อธิบายและสาธิตไปแลว 6.3.3 ครูเปดเพลงจังหวะชา ชา ชา ในเพลงตาง ๆ แลวปรบมือใหนักเรียนทุกคนปฏิบัติตาม 6.3.4 ครูเปดเพลงจังหวะชา ชา ชา ในเพลงตาง ๆ แลวใหนักเรียนทุกคนปรบมือตามที่ครูได อธิบายและสาธิตไปแลว


40 6.3.5 ครูเปดเพลงจังหวะรุมบา ในเพลงตางๆ แลวปรบมือใหนักเรียนทุกคนปฏิบัติตาม 6.3.6 ครูเปดเพลงจังหวะรุมบา ในเพลงตางๆ แลวใหนักเรียนทุกคนปรบมือตามที่ครูได 6.4 ขั้นนำไปใช (20 นาที ) 6.4.1 ครูใหนักเรียนแบงกลุมกลุมละ 5 – 6 คน 6.4.2 ใหนักเรียนแตละกลุมมาทำการทดสอบการฟงจังหวะการนับจังหวะ โดยการปรบมือ 6.4.3 ครูเปดเพลงในจังหวะบีกิน ชะ ชะ ชา รุมบา สลับกันไปมาใหนักเรียนปรบมือ 6.4.4 กลุมไหนปรบมือถูกตองทุกจังหวะที่ครูเปด แสดงวาฟงจังหวะและนับจังหวะไดแลว 6.5 ขั้นสรุป (5 นาที ) 6.5.1 ครูและนักเรียนรวมกันสรุปถึงการฟงจังหวะ การนับจังหวะ ของเพลงลีลาศ ในจังหวะ บีกิน ชะ ชะ ชา และรุมบา 6.5.2 เปดโอกาสใหนักเรียนซักถามขอสงสัย 6.5.3 นัดหมายการเรียนในคาบตอไป 7. แหลงการเรียนรู/สื่อการสอน/อุปกรณ 1. สนามกีฬาลีลาศ/ลานกวาง 2. เครื่องเลนเพลง 3. คอมพิวเตอรโนตบุค 8. กระบวนการวัดและประเมินผล จุดประสงคการเรียนรู วิธีวัด เครื่องมือวัด เกณฑการประเมิน 1. ดานความรู (K) นักเรียนมีความรูความเขาใจในกีฬา ลีลาศ - การตอบคำถาม - แบบประเมินการ ถามตอบ - นักเรียนตอบคำถามได 2. ดานทักษะ (P) นักเรียนสามารถอธิบายกฎ กติกา การแขงขัน - การสังเกต - แบบประเมินทักษะ - นักเรียนฟงจังหวะ นับ จังหวะได 3. ดานคุณลักษณะอันพึงประสงค(A) รักชาติ ศาสน กษัตริย ซื่อสัตยสุจริต มีวินัย มุงมั่นในการทำงาน - การสังเกต พฤติกรรมนักเรียน รายบุคคล - แบบประเมิน พฤติกรรมนักเรียน รายบุคคล - นักเรียนผานเกณฑ ประเมินระดับ ดี 4. ดานสมรรถนะของผูเรียน การสื่อสาร การคิด การใชเทคโนโลยี - การสังเกตการ สื่อสาร กระบวนการ คิด และการใช เทคโนโลยี - แบบประเมิน สมรรถนะของผูเรียน - นักเรียนผานเกณฑ ประเมินระดับ ดี


41 บันทึกหลังการสอน ผลการสอน............................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ปญหา..................................................................................................................................................... .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. แนวทางแกปญหา/เสนอแนะ.................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ลงชื่อ..................................................ผูสอน ( นายปฏิภาน วิชาเดช) นักศึกษาฝกประสบการณวิชาชีพ วันที่...........เดือน...................พ.ศ. ...........


42 ขอเสนอแนะของครูพี่เลี้ยง £ มีองคประกอบของแผนครบถวน สมบูรณ และถูกตองตามหลักวิชาการ £ มีกิจกรรมการเรียนรูเนนผูเรียนเปนสำคัญ ใชสื่อและแหลงเรียนรูที่หลากหลาย เหมาะสม £มีการวัดและประเมินผลสอดคลองกับจุดประสงคและกระบวนการจัดการเรียนรูโดยใชวิธีการหลากหลาย £ แผนการจัดการเรียนรูนำไปสูการปฏิบัติได สอดคลองกับหลักสูตร บริบท สภาพของผูเรียนและชุมชน …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ ................................................. (นายสมัคร บัวทอง) ครูพี่เลี้ยง วันที่ ......... เดือน .................... พ.ศ............... ขอเสนอแนะของหัวหนากลุมสาระการเรียนรู £มีองคประกอบของแผนครบถวน สมบูรณ และถูกตองตามหลักวิชาการ £มีกิจกรรมการเรียนรูเนนผูเรียนเปนสำคัญ ใชสื่อและแหลงเรียนรูที่หลากหลาย เหมาะสม £มีการวัดและประเมินผลสอดคลองกับจุดประสงคและกระบวนการจัดการเรียนรูโดยใชวิธีการหลากหลาย £แผนการจัดการเรียนรูนำไปสูการปฏิบัติได สอดคลองกับหลักสูตร บริบท สภาพของผูเรียนและชุมชน .......................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ................................................. (นายประชาเวช ศรีนามเอ็ม) หัวหนากลุมสาระการเรียนรูสุขศึกษาและพลศึกษา วันที่ ......... เดือน .................... พ.ศ............... ขอเสนอแนะของหัวหนางานวัดผลและประเมินผลการศึกษา …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ ................................................ (นางสาวจันทิรา แวงวงษ) หัวหนางานวัดผลและประเมินผลการศึกษา วันที่ ......... เดือน .................. พ.ศ............... £ มีองคประกอบของแผนครบถวน สมบูรณ และถูกตองตามหลักวิชาการ £ มีกิจกรรมการเรียนรูเนนผูเรียนเปนสำคัญ £ มีการใชสื่อและแหลงเรียนรูหลากหลาย เหมาะสม £ มีการวัดและประเมินผลครอบคลุมพฤติกรรมพุทธิพิสัย จิตพิสัย ทักษะพิสัย


43 ขอเสนอแนะของผูบริหารสถานศึกษา …………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………………… ลงชื่อ ................................................. (นายวิทยา โสหา) รองผูอำนวยการกลุมบริหารวิชาการ วันที่ ......... เดือน .................... พ.ศ............... ขอเสนอแนะของผูบริหารสถานศึกษา .......................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................... .......................................................................................................................................................................................................................... ลงชื่อ ................................................. (นายสุขเกษม พาพินิจ) ผูอำนวยการโรงเรียนหนองบัวพิทยาคาร วันที่ ......... เดือน .................... พ.ศ............... £ ใชจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได £ ขอใหนิเทศ ติดตามผลการใชแผนการจัดการเรียนรู เพื่อนำไปพัฒนางานตอไป £ ใชจัดกิจกรรมการเรียนการสอนได £ ขอใหนิเทศ ติดตามผลการใชแผนการจัดการเรียนรู เพื่อนำไปพัฒนางานตอไป


44 แบบประเมินทักษะการฟงจังหวะ นับจังหวะ คำชี้แจง ใหทำเครื่องหมาย ลงในรายชื่อแบบพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ เลข ที่ พฤติกรรมที่แสดงออก จังหวะ บีกิน 2 คะแนน จังหวะ รุมบา 2 คะแนน จังหวะชะ ชะชา 2 คะแนน คะแนน รวม 6 คะแนน ชื่อ-สกุล 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ฯลฯ เกณฑการวัดและประเมินผล 5-6 ระดับ ดีมาก 3-4 ระดับ ดี 1-2 ระดับ พอใช 0 ควรปรับปรุง


45 แบบสังเกตพฤติกรรมของนักเรียนรายบุคคล คำชี้แจง ใหทำเครื่องหมาย ลงในรายชื่อแบบพฤติกรรมที่นักเรียนปฏิบัติ เลข ที่ พฤติกรรมที่แสดงออก แตงกายถูกระเบียบ 2คะแนน มีสวนรวมกับเพื่อน 2คะแนน ตั้งใจเรียน 2คะแนน มีความรับผิดชอบ 2คะแนน มีความตรงตอเวลา 2คะแนน คะแนนรวม 10คะแนน ชื่อ-สกุล 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 ฯลฯ เกณฑการวัดและประเมินผล 9-10 ระดับ ดีมาก 7-8 ระดับ ดี 5-6 ระดับ พอใช ต่ำกวา 5 ควรปรับปรุง


46 เกณฑการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค คุณลักษณะอัน พึงประสงค ระดับคุณภาพ ไมผาน (0) พอใช (1) ดี (2) ดีเยี่ยม (3) รักชาติ ศาสน กษัตริย ไมเขารวมกิจกรรม หนา เสาธง หรือ เขารวมกิจกรรม ต่ำกวารอยละ 50 เขารวมกิจกรรม หนาเสาธงรอยละ 50-59 เขารวมกิจกรรม หนาเสาธงรอยละ 60-79 เขารวมกิจกรรม หนาเสาธงรอยละ 80 ขึ้นไป ซื่อสัตยสุจริต ไมใหขอมูลที่ถูกตอง และเปนจริง มีพฤติกรรมนำ สิ่งของและผลงาน ของผูอื่นมาเปนของ ตนเอง ใหขอมูลที่ถูกตอง และเปนจริง ไมนำสิ่งของและ ผลงานของผูอื่นมา เปนของตนเอง ใหขอมูลที่ถูกตองและ เปนจริง ไมนำสิ่งของและ ผลงานของผูอื่นมา เปนของตนเอง ปฏิบัติตนตอผูอื่นดวย ความซื่อตรง ใหขอมูลที่ถูกตองและ เปนจริง ไมนำสิ่งของและ ผลงานของผูอื่นมาเปน ของตนเอง ปฏิบัติตน ตอผูอื่นดวยความ ซื่อตรง เปนแบบอยาง ที่ดีดานความซื่อสัตย มีวินัย รับผิดชอบ ไมปฏิบัติตนตาม ขอตกลง กฎเกณฑ ระเบียบ ขอบังคับ ของโรงเรียน และ ปฏิบัติตนตาม ขอตกลง กฎเกณฑ ระเบียบ ขอบังคับ ของโรงเรียน ตรง ตอเวลาในการ ปฏิบัติกิจกรรม ปฏิบัติตนตาม ขอตกลง กฎเกณฑ ระเบียบ ขอบังคับ ของ ตรงตอเวลาใน การปฏิบัติกิจกรรม และรับผิดชอบในการ ทำงาน -ปฏิบัติตนตาม ขอตกลง กฎเกณฑ ระเบียบ ขอบังคับของ โรงเรียน และ ไม ละเมิดสิทธิของผูอื่น -ตรงตอเวลาในการ ปฏิบัติกิจกรรมและ รับผิดชอบในการ ทำงาน ใฝเรียนรู ไมตั้งใจเรียน ไมศึกษาคนควาหา ความรู เขาเรียนตรงเวลา ตั้งใจเรียน เอาใจใส ในการเรียน และมี สวนรวมในการ เรียนรู และเขารวม กิจกรรมการเรียนรู ตางๆ เปนบางครั้ง เขาเรียนตรงเวลา ตั้งใจเรียน เอาใจใสใน การเรียน และมีสวน รวมในการเรียนรู และเขารวมกิจกรรม การเรียนรูตางๆ บอยครั้ง เขาเรียนตรงเวลา ตั้งใจ เรียน เอาใจใสในการ เรียน และมีสวนรวมใน การเรียนรู และเขารวม กิจกรรมการเรียนรู ตางๆ ทั้งภายในและ ภายนอกโรงเรียนเปน ประจำ


Click to View FlipBook Version