การมสี ว่ นร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนทอ้ งถิ่น
ในอาํ เภอเทพสถิต จงั หวดั ชัยภมู ิ
THE PUBLIC POLITICAL PARTICIPATION IN LOCAL GOVERNMENT
IN THEP SATHIT DISTRICT, CHAIYAPHUM PROVINCE
พระมหาทศั พงษ์ ชยเมธี (กลิน่ ศรีสุข)
วิทยานิพนธน์ เ้ี ปน็ ส่วนหนึง่ ของการศกึ ษา
ตามหลกั สตู รปริญญารัฐศาสตรมหาบณั ฑิต
บณั ฑติ วิทยาลัย
มหาวิทยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั
พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๓
การมีส่วนร่วมทางการเมอื งของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน
ในอาํ เภอเทพสถติ จงั หวัดชยั ภูมิ
พระมหาทัศพงษ์ ชยเมธี (กลิ่นศรีสขุ )
วทิ ยานพิ นธน์ ้เี ปน็ ส่วนหนึ่งของการศกึ ษา
ตามหลกั สูตรปริญญารฐั ศาสตรมหาบัณฑติ
บณั ฑติ วิทยาลยั
มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
พุทธศักราช ๒๕๖๓
(ลขิ สทิ ธ์ิเปน็ ของมหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวทิ ยาลยั )
The Public Political Participation in Local Government
in Thep Sathit District, Chaiyaphum Province
Phramaha Thatsapong Jayamedhi (Klinsrisuk)
A Thesis Submitted in Partial Fulfillment of
the Requirements for the Degree of
Master of Political Science Program
Graduate School
Mahachulalongkornrajavidyalaya University
C.E. 2020
(Copyright by Mahachulalongkornrajavidyalaya University)
ก
ชือ่ วิทยานพิ นธ์ : การมีสว่ นร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองสว่ น
ท้องถ่ิน ในอาํ เภอเทพสถิต จังหวดั ชัยภูมิ
ผวู้ ิจัย : พระมหาทศั พงษ์ ชยเมธี (กลนิ่ ศรีสขุ )
ปรญิ ญา : รฐั ศาสตรมหาบัณฑิต
คณะกรรมการควบคุมวิทยานิพนธ์
: ผศ. ดร.สรุ พล พรมกลุ , ป.ธ. ๕, พธ.บ (การสอนสงั คมศกึ ษา),
ศศ.ม. (สงั คมศาสตรเ์ พื่อการพฒั นา), ศน.ม. (รัฐศาสตรก์ ารปกครอง),
Ph.D. (Social Science)
: ผศ. ดร.ชาญชยั ฮวดศร,ี พธ.บ. (สงั คมศึกษา), M.A. (Political Science),
Ph.D. (Political Science)
วนั สําเรจ็ การศึกษา : ๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔
บทคัดย่อ
การวิจัยน้ีมีวัตถุประสงค์ดังนี้ ๑) เพื่อศึกษาระดับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนใน
การปกครองสว่ นท้องถิ่น ในอําเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ๒) เพ่อื ศึกษาระดบั การมีส่วนร่วมทางการเมอื ง
ของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอําเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ตามหลักอปริหานิยธรรม
๓) เพ่ือศึกษาเปรียบเทียบการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ใน
อําเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ๔) เพ่ือส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการ
ปกครองส่วนท้องถนิ่ ในอาํ เภอเทพสถติ จังหวดั ชัยภมู ิ กลุ่มตวั อย่างทีใ่ ช้มี ๓๙๗ คน โดยเคร่ืองมือทีใ่ ช้
คือ แบบสอบถามและแบบสัมภาษณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยหาค่าความถ่ี ค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วน
เบ่ียงเบนมาตรฐาน ทดสอบสมมติฐานโดยการทดสอบค่าที และค่าเอฟ และวิเคราะห์ข้อมูลด้วยการ
พรรณนาความ
ผลการวิจยั พบว่า
๑) การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอําเภอเทพสถิต
จังหวัดชยั ภมู ิ โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง
๒) การมสี ว่ นร่วมทางการเมืองตามหลักอปริหานิยธรรม โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง
๓) ผลการเปรียบเทียบการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วน
ท้องถิ่น ในอําเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ พบว่า ประชาชนที่มีเพศต่างกัน มีส่วนร่วมทางการเมืองใน
การปกครองส่วนท้องถ่ิน ไม่แตกต่างกัน ส่วนประชาชนท่ีมีอายุ การศึกษา อาชีพ รายได้ และหลักอป
ริหานยิ ธรรมตา่ งกัน มสี ว่ นรว่ มทางการเมือง แตกต่างกนั
ข
๔) ข้อเสนอแนะพบว่า ประชาชนควรเข้าไปมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการทํางานของการ
ปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อให้เกิดความโปร่งใส ควรเข้าไปมีส่วนร่วมในการกําหนดนโยบายในการพัฒนา
ท้องถิ่นของตน ควรติดตามการปกครองส่วนท้องถิ่นของตนอย่างท่ัวถึงผ่านช่องทางสื่อออนไลน์ และ
บอร์ดประชาสัมพันธ์ ควรให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการประชุมกับองค์กรปกครองท้องถิ่น เพื่อเสนอ
ปญั หาและหาทางแกไ้ ขร่วมกันเพอ่ื นาํ ไปสูก่ ารพฒั นา
ค
Thesis Title : The Public Political Participation in Local Government in
Thep Sathit District, Chaiyaphum Province
Researcher : Phramaha Thatsapong Jayamedhi (Klinsrisuk)
Degree : Master of Political Science
Thesis Supervisory Committee
: Assist. Prof. Dr. Suraphon Promgun, Pali V,
B.A. (Social Study Teaching),
M.A. (Social Sciences for Development),
M.A. (Political Science), Ph.D. (Social Science)
: Asst. Prof. Chanchai Huadsri, B.A. (Social Study),
M.A. (Political Science), Ph.D. (Political Science)
Date of Graduation : March 6, 2021
Abstract
The objectives of this research were: 1) to study the level of political
participation of the people in local government in Thep Sathit District, Chaiyaphum
Province; 2) to study the level of political participation of the people in local
administration in Thep Sathit District 3) to compare the political participation of the
people in local administration in Thep Sathit District, classified by the samples’ personal
factors and by political participation according to the Aparihāniya-Dhammas; 4) to
promote the political participation of the people in local government in Thep Sathit
District. The samples of this study included 397 participants and the tools used were:
questionnaires and interviews. The data were analyzed to find the following statistical
values: Frequency, Percentage, Mean, Standard Deviation; while for hypothesis testing,
t-test and F-test. The data were analyzed by descriptive interpretation.
The research results were as follows:
1) The political participation of the people in the local government in Thep
Sathit District in overall was at a moderate level.
2) The political participation according to the Aparihāniya-Dhammas in overall
was at a moderate level.
3) The results of comparing the political participation of the people in local
government in Thep Sathit District: people with different sexes get involved in politics in
local government in overall indifferently. For the people with different age, education,
occupation, income, and the Aparihāniya-Dhammas, their participation in politics was
different.
ง
4) Suggestions are that in people should participate in inspecting the local
government in order to make transparent. The people should participate in the
development of their local policies. The people have to think together to raise
suggesting the problem condition and government to summarize the issues in order
of importance. local government should be thoroughly monitored through online
media channels and publicity boards.
จ
กติ ตกิ รรมประกาศ
วิทยานิพนธ์ฉบับน้ีสำเร็จลุล่วงไปด้วยดี ด้วยความเมตตานุเคราะห์ของคณะกรรมการท่ี
ปรกึ ษาวิทยานิพนธ์ ได้แกอ่ าจารย์ ผศ.ดร.สรุ พล พรมกลุ และ ผศ.ดร.ชาญชัย ฮวดศรี ท่ไี ดก้ รณุ าให้
คำปรึกษาแนะนำ ดูแลเอาใจใส่ให้ความช่วยเหลือในการปรับปรุงแก้ไขวิทยานิพนธ์จนสำเร็จด้วยดี
ตลอดมา
ขอกราบขอบพระคุณประธานและคณะกรรมการผู้ทรงคุณวุฒิในการสอบวิทยานิพนธ์ คือ ผศ.
ดร.ยุทธนา ปราณีต ผศ.ดร.วนิ จิ ผาเจริญ และผู้เช่ียวชาญในการตรวจสอบคุณภาพเครือ่ งมอื การวิจัย คอื พระ
ครูสุตธรรมภาณี ผศ., ผศ.ดร.บุรินทร์ ภูสกุล, ผศ.ดร.วิทยา ทองดี, ดร.สมควร นามสีฐาน, ดร.ปรัชญา มีโนน
ทองมหาศาล
ขอเจริญพรขอบคุณ พระครูปฏิภาณธรรมรส เจ้าคณะอำเภอเทพสถิต, พระมหานรินทร์
สุรปญฺโญ อาจารย์วิทยาลัยสงฆ์ชัยภูมิ, พระครูอุดมคีรีรกั ษ์ เจ้าคณะตำบลบ้านไร่, นายไพรวัลย์ แทน
ทรัพย์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวะตะแบก, นายประเสริฐ แต่งทรัพย์ นายกองค์การบริหาร
ส่วนตำบลห้วยยายจิ๋ว, นายยนต์ พันธ์ชมพู นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนายางกลัก, นายกรานต์
เขตจันทึก นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านไร่, นายณัฐวัฒน์ ด้ายรินรัมย์ นายกองค์การบริหาร
ส่วนตำบลโป่งนก และประชาชนทุกท่านที่อยู่ในเขตพื้นที่อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ที่ได้ให้ความ
อนุเคราะหเ์ กบ็ ขอ้ มลู เพ่อื การวจิ ัย ทง้ั ยงั ให้ความอนเุ คราะหช์ ว่ ยเหลือตอบแบบสอบถามทุกทา่ น
ขอขอบพระคุณพระครูโสภณภัทรกิจ เจ้าอาวาสวัดทรงศิลา พระอารามหลวง ท่ีมีเมตตา
ส่งเสริมเรื่องการศึกษา และแนวทางความรู้เป็นอย่างดี และขอขอบคุณคณาจารย์คณะรัฐศาสตร
มหาบัณฑิต ตลอดจนเจ้าหน้าที่ทุกคนที่ได้ให้ความรู้ ประสิทธิ์ประสาทวิทยาการและประสบการณ์
รวมถึงให้ความเมตตาเอ้อื เฟือ้ ถา่ ยทอดความรู้ ความเข้าใจ และเปน็ กำลงั ใจใหแ้ กผ่ วู้ จิ ยั ตลอดมา
วิทยานิพนธ์ฉบับน้ี ผู้วิจัยหวังว่าจะเป็นประโยชน์แก่ผู้สนใจตามสมควรพร้อมท้ังขออุทิศ
ความดีของวิทยานิพนธ์นี้ให้บิดามารดา ครูอุปัชฌาย์อาจารย์ ญาติโยมผู้มีอุปการคุณทุกท่านที่มีส่วน
ชว่ ยเหลอื และใหก้ ารสนับสนุนในทกุ ๆ เรอื่ ง ขอกราบขอบพระคุณไว้ ณ โอกาสนี้
พระมหาทศั พงษ์ ชยเมธี (กลิ่นศรีสุข)
๖ กุมภาพันธ์ ๒๕๖๔
สารบัญ ฉ
เร่ือง หน้า
บทคดั ย่อภาษาไทย ก
บทคัดยอ่ ภาษาองั กฤษ ค
กติ ติกรรมประกาศ จ
สารบญั ฉ
สารบญั ตาราง ฌ
สารบญั ภาพ ต
บทที่ ๑ บทนำ ๑
๑.๑ ความเป็นมาและความสำคัญของปัญหา ๑
๑.๒ คำถามการวจิ ยั ๔
๑.๓ วัตถุประสงค์ของการวิจยั ๔
๑.๔ ขอบเขตการวจิ ัย ๔
๑.๕ สมมตฐิ านการวิจยั ๕
๑.๖ นิยามศัพทเ์ ฉพาะท่ีใช้ในการวิจยั ๖
๑.๗ ประโยชนท์ ไ่ี ดร้ บั จากการวิจยั ๗
บทท่ี ๒ แนวคิด ทฤษฎีและงานวิจัยทเี่ กย่ี วขอ้ ง ๙
๒.๑ แนวคิดเกี่ยวกับการมีสว่ นร่วม ๙
๒.๒ แนวคดิ เก่ียวกับการมสี ว่ นรว่ มทางการเมือง ๒๘
๒.๓ แนวคิดเกีย่ วกับการปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ ๔๙
๒.๔ แนวคิดเก่ียวกับหลักธรรมทเี่ กยี่ วกบั การปกครองส่วนท้องถิ่น ๖๖
๒.๕ ขอ้ มลู บริบทเรอ่ื งที่วิจยั ๗๖
๒.๖ งานวจิ ัยที่เกีย่ วขอ้ ง ๗๘
๒.๗ กรอบแนวคิดในการวิจยั ๙๒
บทท่ี ๓ วิธีดำเนินการวจิ ัย ๙๔
๓.๑ รปู แบบการวจิ ัย ๙๔
๓.๒ ประชากร กลุ่มตัวอยา่ ง และผ้ใู ห้ขอ้ มูลสำคัญ ๙๕
๓.๓ เครื่องมือทใ่ี ชใ้ นการวิจยั ช
๓.๔ การเก็บรวบรวมข้อมลู
๓.๕ การวเิ คราะหข์ ้อมูล ๙๗
๑๐๑
๑๐๒
บทที่ ๔ ผลการวิเคราะหข์ อ้ มลู ๑๐๔
๔.๑ ผลการวเิ คราะหข์ อ้ มูลปจั จัยส่วนบคุ คลของผตู้ อบแบบสอบถามในการ ๑๐๕
๑๐๘
ปกครองสว่ นท้องถ่นิ ในอำเภอเทพสถติ จงั หวดั ชยั ภูมิ
๔.๒ ผลการวเิ คราะห์ระดับความคดิ เหน็ เกี่ยวกบั การมีส่วนรว่ มทางการเมอื ง ๑๒๒
๑๔๗
ของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จังหวัด ๑๘๔
ชยั ภูมิ
๔.๓ ผลการเปรียบเทียบการมสี ว่ นร่วมทางการเมอื งของประชาชนในการ ๑๘๙
ปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ในอำเภอเทพสถติ จงั หวัดชัยภูมิ ๒๐๑
๔.๔ ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบการปฎิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมใน
การปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จงั หวดั ชัยภูมิ
๔.๕ ผลการวิเคราะห์ความคิดเห็นเก่ียวกับปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะ
ของประชาชนต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครอง
สว่ นท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถติ จังหวัดชยั ภมู ิ
๔.๖ ผลจากการสัมภาษณ์การมสี ่วนรว่ มทางการเมืองของประชาชนในการ
ปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น ในอำเภอเทพสถติ จังหวัดชยั ภูมิ
๔.๗ สรปุ องค์ความร้ทู ่ไี ด้รบั จากการวิจยั
บทท่ี ๕ สรปุ การอภปิ รายผลและข้อเสอนแนะ ๒๐๔
๕.๑ สรุปผลการวิจยั ๒๐๕
๕.๒ อภิปรายผลการวิจัย ๒๐๘
๕.๓ ข้อเสนอแนะ ๒๑๕
บรรณานกุ รม ๒๑๗
ภาคผนวก ๒๒๔
๒๒๕
ภาคผนวก ก.รายช่อื ผเู้ ชยี่ วชาญตรวจสอบคุณภาพเครือ่ งมือ ๒๓๑
ภาคผนวก ข. ผลการตรวจสอบความเท่ยี งตรงของแบบสอบถามโดยผเู้ ช่ียวชาญ ๒๓๗
ภาคผนวก ค. ผลการหาคา่ IOC แบบสอบถามและแบบสมั ภาษณ์และคา่
สัมประสทิ ธิ์อลั ฟา่ ซ
ภาคผนวก ง. แบบสอบถามเพอ่ื การวจิ ัย
ภาคผนวก จ. หนงั สอื ขอความอนเุ คราะหส์ มั ภาษณเ์ ชงิ ลกึ ๒๔๑
ภาคผนวก ฉ. แบบสัมภาษณ์เพอื่ การวิจัย ๒๔๘
ภาคผนวก ช. ภาพประกอบการวจิ ยั ๒๕๗
ประวัตผิ วู้ จิ ยั ๒๖๒
๒๖๖
สารบญั ตาราง ฌ
ตารางที่ หน้า
ตารางท่ี ๒.๑ สรุปแนวคิดเกย่ี วกับการมสี ่วนรว่ ม ๑๓
ตารางท่ี ๒.๒ สรุปความสำคัญของการมสี ่วนรว่ มของประชาชน ๑๖
ตารางท่ี ๒.๓ สรุปลกั ษณะการมสี ว่ นร่วมของประชาชน ๑๙
ตารางท่ี ๒.๔ สรปุ ขั้นตอนการมีส่วนร่วมของประชาชน ๒๓
ตารางที่ ๒.๕ ระดับการมีสว่ นรว่ มของประชาชน ๒๕
ตารางท่ี ๒.๖ ประโยชนข์ องการมสี ว่ นรว่ มของประชาชน ๒๗
ตารางท่ี ๒.๗ สรุปความหมายของการมสี ่วนร่วมของประชาชน ๓๑
ตารางท่ี ๒.๘ สรุปรูปแบบการมีส่วนร่วมทางการเมอื ง ๓๗
ตารางท่ี ๒.๙ สรุประดบั การมีส่วนรว่ มทางการเมือง ๔๐
ตารางท่ี ๒.๑๐ สรปุ กลุ่มพฤตกิ รรมตา่ ง ๆ และเงื่อนไขในการมสี ว่ นรว่ มทางการเมือง ๔๓
ตารางท่ี ๒.๑๑ สรปุ ลกั ษณะของการมีสว่ นร่วมทางการเมอื ง ๔๗
ตารางท่ี ๒.๑๒ สรปุ ฐานของการมสี ว่ นรว่ มทางการเมือง ๔๙
ตารางที่ ๒.๑๓ สรุปความหมายของการปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น ๕๑
ตารางที่ ๒.๑๔ สรปุ วัตถปุ ระสงค์ของการปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ๕๓
ตารางที่ ๒.๑๕ สรปุ ลกั ษณะของการปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ ๕๔
ตารางที่ ๒.๑๖ สรปุ ลกั ษณะของการปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น ๕๖
ตารางที่ ๒.๑๗ สรปุ ประเภทขององคก์ ารปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน ๖๐
ตารางที่ ๒.๑๘ สรุปอำนาจหน้าทีข่ ององค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิน่ ๖๖
ตารางที่ ๒.๑๙ งานวจิ ัยทเี่ ก่ียวขอ้ งกับการมสี ่วนรว่ มทางการเมอื ง ๘๐
ตารางที่ ๒.๒๐ งานวิจยั ทเ่ี ก่ียวขอ้ งกบั การตรวจสอบการทำงาน ๘๑
ตารางที่ ๒.๒๑ งานวิจยั ทเ่ี กี่ยวข้องกบั การกำหนดนโยบาย ๘๔
ตารางที่ ๒.๒๒ งานวิจยั ทีเ่ กี่ยวขอ้ งกับการบริหาร ๘๗
ตารางที่ ๒.๒๓ งานวจิ ัยทเี่ ก่ยี วข้องกบั การตดิ ตามขา่ วสาร ๘๙
ตารางที่ ๒.๒๔ งานวิจยั ที่เกย่ี วข้องกบั หลักอปรหิ านยิ ธรรม ๙๑
ตารางที่ ๓.๑ จำนวนประชากรและกลมุ่ ตัวอย่างในเขตอำเภอเทพสถิต จงั หวดั ชยั ภมู ิ ๙๖
ตารางที่ ๔.๑ จำนวนความถี่ของผูต้ อบแบบสอบถาม จำแนกตามเพศ ๑๐๕
ตารางที่ ๔.๒ จำนวนความถีข่ องผู้ตอบแบบสอบถาม จำแนกตามอายุ ๑๐๕
ตารางที่ ๔.๓ จำนวนความถีข่ องผู้ตอบแบบสอบถาม จำแนกตามการศกึ ษา ๑๐๖
ตารางที่ ๔.๔ จำนวนความถีข่ องผูต้ อบแบบสอบถาม จำแนกตามอาชพี ๑๐๗
ญ
ตารางท่ี ๔.๕ จำนวนความถข่ี องผ้ตู อบแบบสอบถาม จำแนกตามรายได้ ๑๐๗
ตารางท่ี ๔.๖ ค่าเฉลี่ย ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน และระดับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของ ๑๐๘
๑๐๙
ประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ โดย ๑๑๐
ภาพรวม ๑๑๑
ตารางท่ี ๔.๗ ค่าเฉล่ีย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของ ๑๑๓
ประชาชนในการปกครองสว่ นท้องถนิ่ ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ด้านการ ๑๑๔
ตรวจสอบการทำงาน ๑๑๕
ตารางท่ี ๔.๘ ค่าเฉลี่ย ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน และระดับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของ ๑๑๖
ประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ๑๑๗
ดา้ นการกำหนดนโยบาย ๑๑๘
ตารางท่ี ๔.๙ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของ
ประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ
ดา้ นการบรหิ าร
ตารางท่ี ๔.๑๐ ค่าเฉล่ีย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของ
ประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ
ด้านการติดตามข่าวสาร
ตารางท่ี ๔.๑๑ ค่าเฉลย่ี ค่าเบย่ี งเบนมาตรฐาน และระดบั การปฎบิ ตั ิตนตามหลักอปรหิ านิย
ธรรมของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัด
ชยั ภูมิ โดยภาพรวม
ตารางท่ี ๔.๑๒ คา่ เฉล่ยี ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับการปฎบิ ัติตนตามหลักอปริหานิย
ธรรมของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จังหวัด
ชยั ภูมิ ดา้ นการประชมุ กนั เนืองนิตย์
ตารางท่ี ๔.๑๓ ค่าเฉล่ีย ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน และระดับการปฎบิ ตั ิตนตามหลักอปริหานิย
ธรรมของประชาชนในการปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัด
ชัยภูมิ ดา้ นการพร้อมเพรยี งกนั ประชุม
ตารางที่ ๔.๑๔ ค่าเฉลี่ย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับการปฎิบัติตนตามหลักอปริหานิย
ธรรมของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จังหวัด
ชัยภมู ิ ด้านการไม่บัญญตั ิ หรือไม่ล้มเลิกขอ้ บัญญัติตามอำเภอใจ
ตารางท่ี ๔.๑๕ ค่าเฉล่ีย ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน และระดับการปฎิบัติตนตามหลักอปริหานิย
ธรรมของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัด
ชยั ภูมิ ดา้ นการเคารพเชอ่ื ฟงั ผู้บงั คับบัญชา
ฎ
ตารางท่ี ๔.๑๖ ค่าเฉล่ีย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับการปฎิบัติตนตามหลักอปริหานิย ๑๑๙
ธรรมของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จังหวัด ๑๒๐
ชัยภูมิ ดา้ นการใหเ้ กยี รติ และคุ้มครองสิทธิสตรี ๑๒๑
๑๒๒
ตารางที่ ๔.๑๗ ค่าเฉล่ีย ค่าเบ่ียงเบนมาตรฐาน และระดับการปฎิบัติตนตามหลักอปริหานิย ๑๒๓
ธรรมของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จังหวัด ๑๒๔
ชัยภูมิ ด้านการส่งเสรมิ และรักษาวฒั นธรรมประเพณอี นั ดงี าม ๑๒๕
๑๒๖
ตารางที่ ๔.๑๙ ค่าเฉล่ีย ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐาน และระดับการปฎิบัติตนตามหลักอปริหานิย ๑๒๗
ธรรมของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัด ๑๒๘
ชัยภูมิ ดา้ นการอารกั ขา คุม้ ครอง ปกปอ้ ง อนั ชอบธรรม ๑๒๙
ตารางที่ ๔.๒๐ การเปรียบเทียบระดับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการ
ปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถติ จังหวดั ชยั ภูมิ จำแนกตามเพศ
ตารางท่ี ๔.๒๑ การเปรียบเทียบระดับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการ
ปกครองส่วนท้องถน่ิ ในอำเภอเทพสถิต จงั หวดั ชยั ภูมิ จำแนกตามอายุ
ตารางที่ ๔.๒๒ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุดของ
การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ใน
อำเภอเทพสถติ โดยจำแนกตามอายุ โดยภาพรวม
ตารางที่ ๔.๒๓ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของ
การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ใน
อำเภอเทพสถติ โดยจำแนกตามอายุ ดา้ นการตรวจสอบการทำงาน
ตารางที่ ๔.๒๔ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของ
การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ใน
อำเภอเทพสถติ โดยจำแนกตามอายุ ด้านการกำหนดนโยบาย
ตารางท่ี ๔.๒๕ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของ
การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ินใน
อำเภอเทพสถติ โดยจำแนกตามอายุ ดา้ นการบรหิ าร
ตารางท่ี ๔.๒๖ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของ
การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ใน
อำเภอเทพสถติ โดยจำแนกตามอายุ ด้านการตดิ ตามข่าวสาร
ตารางท่ี ๔.๒๗ การเปรียบเทียบระดับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครอง
สว่ นทอ้ งถน่ิ ในอำเภอเทพสถติ จังหวัดชัยภมู ิ จำแนกตามระดับการศึกษา
ฏ
ตารางที่ ๔.๒๘ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของ ๑๓๐
การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ใน ๑๓๑
อำเภอเทพสถติ โดยจำแนกตามอายุ โดยภาพรวม ๑๓๒
๑๓๓
ตารางที่ ๔.๒๙ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุดของ ๑๓๔
การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ใน ๑๓๕
อำเภอเทพสถติ โดยจำแนกตามการศกึ ษา ด้านการตรวจสอบการทำงาน ๑๓๖
๑๓๗
ตารางที่ ๔.๓๐ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุดของ ๑๓๘
การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ใน ๑๓๙
อำเภอเทพสถิต โดยจำแนกตามการศึกษา ดา้ นการกำหนดนโยบาย ๑๔๑
ตารางท่ี ๔.๓๑ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของ
การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ใน
อำเภอเทพสถติ โดยจำแนกตามการศึกษา ด้านการบริหาร
ตารางที่ ๔.๓๒ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุดของ
การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ใน
อำเภอเทพสถติ โดยจำแนกตามการศกึ ษา ดา้ นการติดตามข่าวสาร
ตารางท่ี ๔.๓๓ การเปรียบเทียบระดับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครอง
ส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จงั หวดั ชัยภมู ิ จำแนกตามอาชีพ
ตารางที่ ๔.๓๔ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุดของ
การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ใน
อำเภอเทพสถติ โดยจำแนกตามอาชพี โดยภาพรวม
ตารางท่ี ๔.๓๕ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุดของ
การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ใน
อำเภอเทพสถติ โดยจำแนกตามอาชพี ดา้ นการตรวจสอบการทำงาน
ตารางท่ี ๔.๓๖ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของ
การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ใน
อำเภอเทพสถิต โดยจำแนกตามอาชีพ ด้านการกำหนดนโยบาย
ตารางที่ ๔.๓๗ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของ
การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ใน
อำเภอเทพสถิต โดยจำแนกตามอาชพี ด้านการบริหาร
ตารางท่ี ๔.๓๘ การเปรียบเทียบระดับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครอง
สว่ นทอ้ งถ่ิน ในอำเภอเทพสถติ จังหวดั ชยั ภูมิ จำแนกตามรายได้
ฐ
ตารางท่ี ๔.๓๙ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของ ๑๔๒
การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ใน ๑๔๓
อำเภอเทพสถติ โดยจำแนกตามรายได้ โดยภาพรวม ๑๔๔
ตารางท่ี ๔.๔๐ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของ
การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ใน
อำเภอเทพสถิต โดยจำแนกตามรายได้ ด้านการตรวจสอบการทำงาน
ตารางท่ี ๔.๔๑ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของ
การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ใน
อำเภอเทพสถติ โดยจำแนกตามรายได้ ด้านการกำหนดนโยบาย
ตารางที่ ๔.๔๒ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุดของ ๑๔๕
การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ใน ๑๔๖
อำเภอเทพสถิต โดยจำแนกตามรายได้ ด้านการบรหิ าร ๑๔๘
๑๔๙
ตารางท่ี ๔.๔๓ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของ ๑๕๐
การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ใน ๑๕๑
อำเภอเทพสถติ โดยจำแนกตามรายได้ ดา้ นการตดิ ตามขา่ วสาร ๑๕๒
ตารางที่ ๔.๔๔ การเปรียบเทยี บระดับการปฎบิ ัตติ นตามหลักอปรหิ านิยธรรมของประชาชน
ในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ จำแนกตาม
ด้านการประชุมเนอื งนิตย์
ตารางที่ ๔.๔๕ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของ
การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการปกครองส่วน
ท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถติ จงั หวดั ชยั ภมู ิด้านการตรวจสอบการทำงาน
ตารางที่ ๔.๔๖ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุดของ
การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการปกครองส่วน
ทอ้ งถิ่น ในอำเภอเทพสถติ จงั หวดั ชยั ภมู ิ ดา้ นการกำหนดนโยบาย
ตารางที่ ๔.๔๗ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุดของ
การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการปกครองส่วน
ทอ้ งถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จงั หวัดชยั ภูมิดา้ นการบริหาร
ตารางท่ี ๔.๔๘ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุดของ
การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการปกครองส่วน
ท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จังหวดั ชัยภมู ิ ด้านการติดตามขา่ วสาร
ฑ
ตารางท่ี ๔.๔๙ การเปรียบเทยี บระดับการปฏบิ ัตติ นตามหลักอปรหิ านิยธรรมของประชาชน ๑๕๓
ในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ จำแนกตาม ๑๕๔
ด้านการพรอ้ มเพรยี งกันประชมุ ๑๕๕
๑๕๖
ตารางที่ ๔.๕๐ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุดของ ๑๕๗
การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการปกครองส่วน ๑๕๘
ท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จงั หวดั ชัยภมู ิด้านการตรวจสอบการทำงาน ๑๕๙
๑๖๐
ตารางท่ี ๔.๕๑ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของ ๑๖๑
การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการปกครองส่วน ๑๖๒
ท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิด้านการกำหนดนโยบาย
ตารางท่ี ๔.๕๒ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของ
การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการปกครองส่วน
ท้องถ่นิ ในอำเภอเทพสถติ จังหวดั ชัยภมู ิด้านการบริหาร
ตารางที่ ๔.๕๓ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของการ
การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการปกครองส่วน
ทอ้ งถน่ิ ในอำเภอเทพสถิต จงั หวัดชยั ภูมิด้านการติดตามข่าวสาร
ตารางท่ี ๔.๕๔ การเปรียบเทียบระดบั การปฏิบัตติ นตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชน
ในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ จำแนกตาม
ด้านการไม่บญั ญตั ิ หรอื ไม่ลม้ เลกิ ข้อบัญญตั ติ ามอำเภอใจ
ตารางที่ ๔.๕๕ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของ
การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการปกครองส่วน
ท้องถน่ิ ในอำเภอเทพสถติ จังหวัดชัยภมู ิดา้ นการตรวจสอบการทำงาน
ตารางท่ี ๔.๕๖ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของ
การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการปกครองส่วน
ท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถติ จงั หวดั ชัยภูมิด้านการกำหนดนโยบาย
ตารางที่ ๔.๕๗ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุดของ
การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการปกครองส่วน
ท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถติ จังหวัดชยั ภมู ิดา้ นการบรหิ าร
ตารางท่ี ๔.๕๘ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของ
การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการปกครองส่วน
ท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถติ จังหวัดชยั ภูมิด้านการตดิ ตามข่าวสาร
ฒ
ตารางที่ ๔.๕๙ การเปรียบเทยี บระดับการปฏบิ ัติตนตามหลักอปรหิ านิยธรรมของประชาชน ๑๖๓
ในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ จำแนกตาม ๑๖๔
ด้านการเคารพเชอ่ื ฟังผู้บังคับบญั ชา ๑๖๕
๑๖๖
ตารางที่ ๔.๖๐ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของ ๑๖๗
การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการปกครองส่วน ๑๖๘
ทอ้ งถน่ิ ในอำเภอเทพสถติ จังหวดั ชัยภมู ิด้านการตรวจสอบการทำงาน ๑๖๙
๑๗๐
ตารางที่ ๔.๖๑ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของ ๑๗๑
การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการปกครองส่วน ๑๗๒
ทอ้ งถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จงั หวัดชยั ภูมิด้านการกำหนดนโยบาย
ตารางที่ ๔.๖๒ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุดของ
การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการปกครองส่วน
ท้องถ่นิ ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชยั ภูมิดา้ นการบริหาร
ตารางที่ ๔.๖๓ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุดของ
การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการปกครองส่วน
ท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จงั หวัดชยั ภูมิดา้ นการตดิ ตามขา่ วสาร
ตารางท่ี ๔.๖๔ การเปรียบเทียบระดับการปฏบิ ัตติ นตามหลักอปรหิ านยิ ธรรมของประชาชน
ในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ จำแนกตาม
ด้านการใหเ้ กยี รติ และคุ้มครองสิทธสิ ตรี
ตารางที่ ๔.๖๕ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุดของ
การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการปกครองส่วน
ท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถติ จงั หวดั ชัยภมู ิด้านการตรวจสอบการทำงาน
ตารางที่ ๔.๖๖ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของ
การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการปกครองส่วน
ท้องถน่ิ ในอำเภอเทพสถิต จงั หวดั ชยั ภูมิดา้ นการกำหนดนโยบาย
ตารางที่ ๔.๖๗ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุดของ
การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการปกครองส่วน
ท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถติ จังหวดั ชยั ภูมิด้านการบรหิ าร
ตารางที่ ๔.๖๘ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของ
การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการปกครองส่วน
ทอ้ งถน่ิ ในอำเภอเทพสถิต จังหวดั ชยั ภูมิด้านการติดตามขา่ วสาร
ณ
ตารางที่ ๔.๖๙ การเปรียบเทียบระดับการปฏบิ ัติตนตามหลักอปรหิ านิยธรรมของประชาชน ๑๗๓
ในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ จำแนกตาม ๑๗๔
ด้านการส่งเสรมิ และรกั ษาวัฒนธรรมประเพณีอนั ดงี าม ๑๗๕
๑๗๖
ตารางท่ี ๔.๗๐ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุดของ ๑๗๗
การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการปกครองส่วน ๑๗๘
ทอ้ งถิ่น ในอำเภอเทพสถติ จงั หวัดชัยภมู ิดา้ นการตรวจสอบการทำงาน ๑๗๙
๑๘๐
ตารางท่ี ๔.๗๑ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุดของ ๑๘๑
การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการปกครองส่วน ๑๘๒
ท้องถน่ิ ในอำเภอเทพสถติ จงั หวัดชัยภมู ิดา้ นการกำหนดนโยบาย
ตารางท่ี ๔.๗๒ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุดของ
การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการปกครองส่วน
ทอ้ งถน่ิ ในอำเภอเทพสถิต จงั หวดั ชัยภูมิดา้ นการบรหิ าร
ตารางท่ี ๔.๗๓ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของ
การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการปกครองส่วน
ทอ้ งถ่ิน ในอำเภอเทพสถติ จังหวดั ชัยภมู ิดา้ นการตดิ ตามขา่ วสาร
ตารางที่ ๔.๗๔ การเปรียบเทยี บระดับการปฏบิ ัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชน
ในการปกครองส่วนท้องถิ่น จังหวัดชัยภูมิ จำแนกตามด้านการอารักขา
คุ้มครอง ปกป้อง อนั ชอบธรรม
ตารางท่ี ๔.๗๕ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของ
การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการปกครองส่วน
ท้องถ่นิ ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชยั ภูมิด้านการตรวจสอบการทำงาน
ตารางท่ี ๔.๗๖ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของ
การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการปกครองส่วน
ทอ้ งถ่นิ ในอำเภอเทพสถติ จังหวัดชยั ภูมิด้านการกำหนดนโยบาย
ตารางที่ ๔.๗๗ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุดของ
การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการปกครองส่วน
ท้องถิน่ ในอำเภอเทพสถติ จงั หวดั ชยั ภมู ิด้านการบรหิ าร
ตารางท่ี ๔.๗๘ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของ
การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการปกครองส่วน
ท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถติ จังหวดั ชยั ภมู ิดา้ นการตดิ ตามขา่ วสาร
ด
ตารางท่ี ๔.๗๙ สรุปโดยภาพรวมผลการเปรียบเทียบระดับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของ ๑๘๓
ประชาชนในการปกครองส่วนทอ้ งถิน่ ในอำเภอเทพสถิต จงั หวัดชัยภมู ิ โดย ๑๘๔
จำแนกตามสถานภาพส่วนบคุ คล ตามสมมตฐิ านที่ ๑ – ๕ ๑๘๕
๑๘๕
ตารางท่ี ๔.๘๐ สรุปโดยภาพรวมผลการเปรียบเทียบระดับการมีส่วนร่วมทางการเมืองตาม ๑๘๖
หลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอ ๑๘๗
เทพสถิต จังหวดั ชัยภมู ิ ตามสมมติฐานที่ ๖ ๑๘๗
๑๘๘
ตารางท่ี ๔.๘๑ ปัญหา อุปสรรค ของประชาชนเก่ียวกับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของ ๑๘๘
ประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ๑๘๙
ดา้ นการตรวจสอบการทำงาน
ตารางที่ ๔.๘๒ ปัญหา อุปสรรค ของประชาชนเก่ียวกับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของ
ประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ
ดา้ นการตรวจสอบการทำงาน
ตารางที่ ๔.๘๓ ปัญหา อุปสรรค ของประชาชนเก่ียวกับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของ
ประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ
ด้านการกำหนดนโยบาย
ตารางที่ ๔.๘๔ ปัญหา อุปสรรค ของประชาชนเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของ
ประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ
ดา้ นการกำหนดนโยบาย
ตารางท่ี ๔.๘๕ ปัญหา อุปสรรค ของประชาชนเก่ียวกับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของ
ประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ
ดา้ นการบรหิ าร
ตารางท่ี ๔.๘๖ ปัญหา อุปสรรค ของประชาชนเก่ียวกับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของ
ประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ
ดา้ นการบริหาร
ตารางท่ี ๔.๘๗ ปัญหา อุปสรรค ของประชาชนเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของ
ประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ
ด้านการติดตามขา่ วสาร
ตารางท่ี ๔.๘๘ ปัญหา อุปสรรค ของประชาชนเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของ
ประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ
ดา้ นการติดตามขา่ วสาร
สารบัญภาพ ต
ภาพท่ี หน้า
แผนภาพท่ี ๒.๑ แสดงโครงสรา้ งขององค์การบริหารส่วนตำบล ๖๔
แผนภาพที่ ๒.๒ แสดงที่มาของเจ้าหน้าท่ีขององค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่น ๖๕
แผนภาพที่ ๒.๓ กรอบแนวคดิ ในการวจิ ยั ๙๓
แผนภาพท่ี ๔.๑ สรปุ องคค์ วามรู้ทไ่ี ดร้ บั จากการวิจยั ๒๐๓
บทท่ี ๑
บทนำ
๑.๑ ความเป็นมาและความสำคญั ของปัญหา
ประเทศไทยได้มีการพัฒนาการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชย์มาต้ังแต่ปี พ.ศ.
๑๘๙๓ จนกระทั่งปี พ.ศ. ๒๔๗๕ จึงมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองมาเป็นระบอบประชาธิปไตยจนถึง
ปัจจุบนั ได้มีการจัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดนิ ออกเปน็ การบริหารราชการส่วนกลาง ส่วนภูมิภาค
และส่วนท้องถ่ิน ต่างมีหน้าที่ในการบริหารราชการท่ีแต่ละหน่วยงานจะทำหน้าท่ีหลักในการประสาน
การทำงานระหวา่ งกนั เพื่อแก้ไขปัญหาใหแ้ กป่ ระชาชนด้วยความสัมพนั ธ์กนั อยา่ งใกลช้ ิด๑
การปกครองส่วนท้องถ่ินเป็นสว่ นหน่ึงทำให้เกิดการพัฒนาทางการเมืองในระบอบประชาธปิ ไตย
ความเข้มแข็งของการปกครองจะเกิดขึ้นได้ จะต้องเกิดจากการมีส่วนร่วมของประชาชน การส่งเสริมให้เกิด
การมีส่วนร่วมของประชาชนต่อการเลือกตั้งจึงเป็นส่วนสำคัญในการท่ีส่งเสริมระบบการเมืองให้มี
ความเป็นประชาธิปไตยและก่อให้เกิดการพัฒนาประชาธิปไตยได้อย่างยั่งยืน โดยเฉพาะการเลือกต้ัง
ในระดับท้องถ่ินนี้เป็นพ้ืนฐานสำคัญในการที่จะทำให้ประชาชนเกิดการเรียนรู้ทางการเมืองโดยการมี
ส่วนรว่ มการเลอื กตง้ั สมาชิกสภาท้องถ่นิ เป็นการเมอื งท่ีมีความใกล้ชดิ กับประชาชนในทอ้ งถ่นิ มากทีส่ ุด
ในอดีตทีผ่ ่านมา ประชาชนในท้องถ่ินจะมีสว่ นร่วมในการปกครองส่วนทอ้ งถ่ินของตนเองนอ้ ยมากการ
มสี ่วนร่วมท่ีเป็นรูปธรรม คือการเปิดโอกาสให้ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกต้ังสมาชิกสภาท้องถ่ิน แต่เม่ือ
เลือกตั้งเสร็จส้ิน มีสมาชิกสภาท้องถ่ินมีคณะผู้บริหารหรอื ผู้บริหารท้องถ่ินแลว้ ประชาชนจะไม่มีส่วน
ร่วมอย่างอื่นเลย ในกรณีที่ประชาชนสนใจจะมีส่วนร่วมในการปฏิบัติก็พบว่า ไม่มีช่องทางท่ีเปิดให้
ประชาชนทำอะไรได้มากนัก ซึ่งทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นขาดพลัง ขาดความร่วมมือและขาด
ความสนใจจากประชาชนส่งผลให้การปกครองส่วนท้องถิ่น ซึ่งเป็นการปกครองของคนในท้องถ่ินเอง
ประสบความล้มเหลวอย่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.๒๕๖๐ หมวดท่ี ๑๔ ว่าด้วยการ
๑ จิรวรรณ อินทรีย์สังวรณ์, “การมีส่วนร่วมของประชาชนเก่ียวกับการจัดทำแผนพัฒนาสามปี :
กรณีศึกษาองค์การบริหารส่วนตำบลโป่งแพร่ อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย”, การศึกษาอิสระปริญญารัฐ
ประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต, (บัณฑติ วิทยาลยั : มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏเชยี งราย, ๒๕๕๒), หนา้ ๑.
๒
ปกครองส่วนท้องถิ่นได้บัญญัติถึงสาระหลักเกี่ยวกับการมีสว่ นรว่ มของประชาชนในการบริหารกจิ การ
ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และการมีส่วนร่วมในองค์การบริหารส่วนท้องถ่ินในเรื่องอ่ืน ๆ ไว้
หลายประการดังเช่น การเสนอข้อบัญญัติท้องถ่ิน การลงคะแนนเสียงถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น
และผู้บริหารท้องถิ่น การออกเสียงประชามติ และการมีส่วนร่วมในการบริหารกิจการขององค์กร
ปกครองส่วนท้องถ่ิน ซึ่งจะเห็นได้ว่าประเด็นเหล่าน้ีเป็นประเด็นสำคัญต่อการปกครองส่วนท้องถ่ิน
อย่างย่ิง ในการกำหนดให้การปกครองส่วนท้องถ่ิน ต้องเปิดช่องทางและหาวิธีการส่งเสริมให้
ประชาชนมสี ่วนร่วมในทอ้ งถ่ินมากข้นึ ๒
การมีส่วนร่วมทางการเมืองถือเป็นองค์ประกอบหน่ึงในการขับเคลื่อนระบอบประชาธิปไตยให้
ไปสู่แก่นแท้ของระบอบการเมืองการปกครองที่เป็นของประชาชน โดยประชาชนและเพื่อประชาชนอย่าง
แท้จริง รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทยพุทธศักราช ๒๕๖๐ ไดเ้ ปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีสว่ น
ร่วมทางการเมืองตามระบอบประชาธิปไตยได้มากข้ึนและง่ายข้ึนโดยได้มีการปรับปรุงโครงสร้าง ทาง
การเมืองเริ่มตั้งแต่กระบวนการการเลือกตั้งท่ีมาและคุณสมบัติของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร และ
สมาชิกวุฒสิ ภา หลักเกณฑ์ในการเข้าชอ่ื เสนอกฎหมาย และการถอดถอนผดู้ ำรงตำแหนง่ ทางการเมอื ง
และข้าราชการระดับสูง และเพ่ิมหลักการให้กับการออกเสียงประชามติ โดยให้ผลของการออกเสียง
ประชามติเป็นการให้คำปรึกษาแก่คณะรัฐมนตรีหรือให้มีผลเป็นข้อยุติได้ ซึ่งแต่เดิมผลของประชามติ
เป็นเพียงแค่การให้คำปรกึ ษาเทา่ นนั้ ๓
ดังน้ัน การมีส่วนร่วมทางการเมืองจึงมีอิทธิพลต่อการกำหนดนโยบายของรัฐ รวมทั้ง
กดดันให้รัฐบาลกระทำตามความประสงค์ของประชาชน และการมีส่วนร่วมทางการเมืองเป็นเครื่องชี้
วัดพัฒนาการทางการเมืองในระบอบประชาธิปไตยของแต่ละประเทศ ซ่ึงจะเห็นได้วา่ ประเทศที่พัฒนา
การเมืองการปกครองในระบอบประชาธิปไตยอยู่ในระดับท่ีดีแล้ว ก็มักจะกำหนดให้ประชาชนทุก
ระดับมีสิทธใิ นการมีส่วนรว่ มทางการเมอื งตามบทบัญญัติแห่งรฐั ธรรมนญู อย่างเป็นรปู ธรรม ซึ่งในอดีต
ท่ีผ่านมา ประชาชนในท้องถน่ิ จะมีสว่ นรว่ มในการปกครองส่วนท้องถ่ินของตนเองน้อยมาก การมสี ่วน
ร่วมท่ีเป็นรูปธรรม คือการเปิดโอกาสให้ประชาชนไปใช้สิทธิเลือกตั้งสมาชิกสภาท้องถ่ิน แต่เม่ือ
เลือกต้ังเสร็จสิ้น ประชาชนจะไม่มสี ่วนรว่ มอยา่ งอื่นเลย ในกรณีที่ประชาชนสนใจจะมีส่วนร่วมในการ
ปฏิบัติกพ็ บว่า ไม่มีช่องทางท่ีเปิดให้ประชาชนทำอะไรได้มากนักทำให้องค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ ขาด
๒ กองราชการส่วนตำบล, ขอ้ มูลสภาตำบลและองค์การบริหารส่วนตำบล ประจำปี ๒๕๕๐, (กรุงเทพมหานคร
: โรงพมิ พ์ส่วนท้องถน่ิ , ๒๕๕๐), หนา้ ๑๖.
๓ สำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน, (กรุงเทพมหานคร :
สำนักการพิมพส์ ำนักงานเลขาธิการสภาผู้แทนราษฎร, ๒๕๕๔), หน้า ๗-๘.
๓
พลัง ขาดความร่วมมือและขาดความสนใจจากประชาชนส่งผลให้การปกครองส่วนท้องถ่ิน ซึง่ เป็นการ
ปกครองของคนในท้องถิ่นเองประสบความล้มเหลวอย่างรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ.
๒๕๖๐ หมวดท่ี ๑๔ ว่าด้วยการปกครองส่วนท้องถิ่น๔ ได้บัญญัติถึงสาระหลักเก่ียวกับการมีส่วนร่วม
ของประชาชนในการบริหารกิจการขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินไว้หลายประการดังเช่น การเสนอ
ข้อบัญญัติท้องถ่ิน การลงคะแนนเสียงถอดถอนสมาชิกสภาท้องถิ่น และผู้บริหารท้องถิ่น การออก
เสียงประชามติ และการมีส่วนร่วมในการบริหารกิจการขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน ซ่ึงจะเห็นได้
ว่าประเด็นเหล่าน้ีเป็นประเด็นสำคัญต่อการปกครองส่วนท้องถิ่นอย่างยิ่ง ในการกำหนดให้การ
ปกครองส่วนท้องถิ่น ต้องเปิดช่องทางและหาวิธีการส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมในในท้องถิ่นมาก
ขึน้ ๕
ด้วยเหตุนั้น ผู้วิจัยจงึ มคี วามสนใจในการศึกษาการมสี ่วนรว่ มทางการเมืองในระดบั ทอ้ งถิ่น
โดยจะทำการศึกษาในพ้ืนทท่ี ่ีผ้วู ิจัยได้ทำการสำรวจข้อมลู เบ้ืองต้น ในการปกครองส่วนท้องถน่ิ ของเขต
อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ มีเขตการปกครองรวม ๕ ตำบล ๙๒ หมู่บ้าน จำนวนประชากร
๕๑,๐๖๘ คน๖ จากการสำรวจเบื้องต้นพบว่า การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในพ้ืนท่ี บาง
คนมีรายช่ืออยู่ในสำเนาทะเบียนบ้านแต่ไม่ได้อาศัยอยู่ประจำทราบว่าจะมีการเลือกต้ัง แต่ก็ไม่มาใช้
สทิ ธิเลือกตงั้ เพราะรสู้ ึกสับสนไม่รูว้ ่าจะเลอื กใคร จึงไมใ่ หค้ วามสนใจและไม่มีเวลาที่จะเขา้ ไปมีส่วนรว่ ม
ในกิจกรรมทางการเมืองเพราะคิดว่าการเข้าร่วมกิจกรรมทางการเมืองไม่สามารถเป็นหลักประกันว่า
จะทำให้ระบบการเมืองตอบสนองต่อตนเอง สามารถลดความเหลื่อมล้ำ และแก้ปัญหาคอร์รัปชั่นได้
อย่างแท้จริง ประชาชนยงั มีความครอบงำทางแนวคิดหรือการปลูกฝังทางความคิดและให้ความเข้าใจ
ในระบบอุปถัมภ์มีการแบง่ กลุ่มเป็นพรรคเป็นพวก การประชาสมั พันธท์ ่ีไม่ท่ัวถึง การมสี ่วนรว่ มจะเน้น
เฉพาะช่วงเลือกต้ัง ทำไม่ต่อเน่ือง ประชาชนขาดความรู้ความเข้าใจในการมีสว่ นร่วมทางการเมืองขาด
การให้ความสำคญั ตอ่ การเลอื กต้งั
ดังนั้นผวู้ ิจัยจึงสนใจท่ีจะศึกษาว่า การมีส่วนร่วมทางการเมืองท้องถิ่นทั่วไปของประชาชน
มีส่วนร่วมอย่างไร การมีส่วนร่วมทางการเมืองท้องถ่ินควรจะเป็นอย่างไร ผลการวิจัยในคร้ังนี้จะ
ก่อให้เกิดประโยชน์แก่ประชาชนท่ีอาศัยอยู่ในเขตพื้นที่อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ เกี่ยวกับการมี
สว่ นรว่ มทางการเมืองทอ้ งถน่ิ ของประชาชน และเปน็ ข้อมูลแก่ทางการเมืององค์กรปกครองท้องถนิ่ ได้
เพ่ือส่งเสริมให้ประชาชนมีส่วนร่วมทางการเมืองเพ่มิ มากขน้ึ ต่อไป
๔ เรือ่ งเดียวกัน, หน้า ๑๑๒-๑๑๖.
๕ กองราชการส่วนตำบล, ขอ้ มูลสภาตำบลและองค์การบริหารสว่ นตำบล ประจำปี ๒๕๕๐, หนา้ ๑๖.
๖ http://chaiyaphum.kapook.com. (สบื ค้นเมอื่ ๓๑ สิงหาคม ๒๕๖๓)
๔
๑.๒ คำถามการวจิ ัย
๑.๒.๑ ระดบั การมสี ่วนรว่ มทางการเมอื งของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น
ในอำเภอเทพสถติ จังหวัดชยั ภมู ิ เป็นอยา่ งไร
๑.๒.๑ ระดบั การมีส่วนรว่ มทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ
ในอำเภอเทพสถิต จังหวดั ชัยภมู ิ ตามหลกั อปรหิ านยิ ธรรม เปน็ อย่างไร
๑.๒.๓ เปรียบเทียบการมีส่วนรว่ มทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน
ในอำเภอเทพสถิต จงั หวดั ชัยภมู ิ ตามปจั จัยสว่ นบุคคล แตกตา่ งกนั หรือไม่
๑.๒.๔ การส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น
ในอำเภอเทพสถติ จังหวดั ชัยภมู ิ เป็นอยา่ งไร
๑.๓ วตั ถปุ ระสงคข์ องการวิจัย
๑.๓.๑ เพื่อศึกษาระดับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วน
ท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชยั ภูมิ
๑.๓.๒ เพ่ือศึกษาระดับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วน
ทอ้ งถิน่ ในอำเภอเทพสถติ จังหวัดชยั ภูมิ ตามหลกั อปรหิ านยิ ธรรม
๑.๓.๓ เพื่อศึกษาเปรียบเทียบการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครอง
สว่ นท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถติ จังหวัดชัยภมู ิ จำแนกตามปัจจยั ส่วนบุคคล และจำแนกตามการมีส่วน
ร่วมทางการเมอื งตามหลักอปรหิ านยิ ธรรม
๑.๓.๔ เพื่อส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน
ในอำเภอเทพสถติ จงั หวัดชยั ภูมิ
๑.๔ ขอบเขตการวจิ ยั
การศึกษาวิจัยเรอ่ื ง การมีส่วนร่วมทางการเมอื งของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น
ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ เป็นการวจิ ัยเชิงผสานวิธี ผู้วจิ ัยได้กำหนดขอบเขตของการศึกษาวจิ ัย
ไว้ ดงั นี้
๑.๔.๑ ขอบเขตด้านเน้ือหา ศึกษาการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการ
ปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ จำนวน ๕ ด้านคือ ๑) ด้านการตรวจสอบการ
ทำงาน ๒) ด้านการกำหนดนโยบาย ๓) ด้านการบริหาร และ ๔) ด้านการติดตามข่าวสาร และ ๕)
หลกั อปรหิ านยิ ธรรม
๕
๑.๔.๒ ขอบเขตดา้ นตัวแปร
๑) ตัวแปรต้น คอื ปัจจัยส่วนบคุ คล ประกอบดว้ ย เพศ อายุ การศกึ ษา อาชพี รายได้
๒) ตัวแปรตาม คือ การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วน
ท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ซ่ึงแบ่งออกเป็น ๕ ด้านคือ ๑) ด้านการตรวจสอบการ
ทำงาน ๒) ด้านการกำหนดนโยบาย ๓) ด้านการบริหาร และ ๔) ด้านการติดตามข่าวสาร และ ๕)
หลกั อปรหิ านิยธรรม
๑.๔.๓ ขอบเขตด้านพ้ืนที่ ผวู้ จิ ัยได้กำหนดพื้นท่ีศกึ ษาเฉพาะองค์การบริหารสว่ นตำบลใน
พ้นื ทขี่ องอำเภอเทพสถิต จงั หวดั ชัยภมู ิ
๑.๔.๔ ขอบเขตด้านประชากร ประชากรสำหรับการวิจยั เชิงปรมิ าณ ได้แก่ ประชาชนผู้ท่ี
อาศยั อยู่ในเขตอำเภอเทพสถติ จังหวัดชยั ภมู ิจำนวน ๕ ตำบล ซึ่งมจี ำนวนประชากร ๕๑,๐๖๘ คน
ประชากรสำหรับการวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) เป็นผู้ให้ข้อมูลสำคัญ
(Key Informant) ได้แก่ ผู้บรหิ ารองค์การบริหารส่วนตำบล ๕ คน นักวิชาการทางรัฐศาสตร์จำนวน
๑ คน เจ้าคณะอำเภอเทพสถิต จำนวน ๑ รูป และเจ้าคณะตำบลที่มีผลงานปรากฏในการเผยแผ่
พระพทุ ธศาสนา จำนวน ๑ รูป
๑.๔.๕ ขอบเขตด้านระยะเวลา ทำการวิจัยระหว่างเดือน กันยายน – ธันวาคม ๒๕๖๓
ระยะเวลา ๔ เดอื น
๑.๕ สมมตฐิ านการวิจยั
๑.๕.๑ ประชาชนที่มีเพศต่างกัน การมีส่วนร่วมทางการเมืองในการปกครองส่วนท้องถิ่น ใน
อำเภอเทพสถิต จงั หวดั ชัยภูมิ แตกต่างกัน
๑.๕.๒ ประชาชนที่มีอายุต่างกัน การมีส่วนร่วมทางการเมืองในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ใน
อำเภอเทพสถติ จงั หวัดชยั ภูมิ แตกต่างกัน
๑.๕.๓ ประชาชนท่ีมกี ารศึกษาต่างกัน การมีส่วนรว่ มทางการเมืองในการปกครองส่วนทอ้ งถิ่น
ในอำเภอเทพสถติ จังหวดั ชัยภมู ิ แตกตา่ งกนั
๑.๕.๔ ประชาชนท่ีมีอาชพี ต่างกัน การมีส่วนร่วมทางการเมืองในการปกครองส่วนท้องถิ่น ใน
อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ แตกต่างกัน
๑.๕.๕ ประชาชนทีม่ ีรายได้ต่างกัน การมสี ว่ นร่วมทางการเมอื งในการปกครองสว่ นท้องถิ่น ใน
อำเภอเทพสถติ จังหวดั ชยั ภูมิ แตกตา่ งกนั
๖
๑.๕.๖ การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมต่างกัน การมีส่วนร่วมทางการเมืองในการ
ปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ ในอำเภอเทพสถติ จังหวัดชยั ภมู ิ แตกต่างกนั
๑.๖ นยิ ามศพั ทเ์ ฉพาะท่ใี ชใ้ นการวิจัย
๑.๖.๑ การมีส่วนร่วมทางการเมืองในการปกครองส่วนท้องถ่นิ หมายถึง การท่ีประชาชนได้
เข้ามีส่วนร่วมในการดำเนินกิจกรรมของการเมอื งทอ้ งถิน่ ทั่วไปในเขตอำเภอเทพสถติ จงั หวัดชยั ภมู ิ ใน
๕ ด้านคอื ๑) ด้านการตรวจสอบการทำงาน ๒) ด้านการกำหนดนโยบาย ๓) ดา้ นการบรหิ าร และ ๔)
ดา้ นการติดตามขา่ วสาร และ ๕) หลักอปริหานยิ ธรรม
๑.๖.๑.๑ การตรวจสอบการทำงาน หมายถึง การที่ประชาชนได้เข้ามีส่วนร่วมใน
การดำเนินกิจกรรมของการเมืองท้องถน่ิ ในการตรวจสอบการทำงานและโครงการขององค์การบริหาร
ส่วนตำบลในเขตอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภมู ิ
๑.๖.๑.๒ การกำหนดนโยบาย หมายถึง การท่ีประชาชนได้เข้ามีส่วนร่วมในการ
ดำเนินกจิ กรรมการกำหนดนโยบาย การตัดสินใจขององค์การบรหิ ารส่วนตำบล ในเขตอำเภอเทพสถิต
จงั หวดั ชยั ภูมิ
๑.๖.๑.๓ การบรหิ าร หมายถึง การท่ีประชาชนได้เข้ามีส่วนรว่ มในการการปกครอง
สว่ นท้องถ่ินมีอิสระในการปกครองตนเอง และให้ประชาชนทุกภาคส่วนเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมือง
อย่างแท้จรงิ ในการปกครองสว่ นท้องถ่นิ ขององค์การบริหารสว่ นตำบล ในเขตอำเภอเทพสถิต จังหวัด
ชยั ภมู ิ
๑.๖.๑.๔ การติดตามข่าวสาร หมายถึง การที่ประชาชนได้เข้ามีส่วนร่วมในการ
ดำเนินกิจกรรมการการติดตามข่าวสารทางการเมืองในการปกครองส่วนท้องถิ่นขององค์การบริหาร
ส่วนตำบล ในเขตอำเภอเทพสถิต จังหวดั ชัยภมู ิ
๑.๖.๒ อปริหานิยธรรม ๗ หมายถึง หลักธรรมเป็นท่ีต้ังแห่งความไม่เสื่อม ๗ ประการ ผู้
ปฏิบัติธรรมน้ีจะเป็นไปเพื่อความเจริญ โดยนำมาประยุกต์ใช้ในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการ
เมืองท้องถนิ่ ของอำเภอเทพสถิต จังหวดั ชัยภูมิ คอื
๑.๖.๒.๑ การประชุมเป็นนิตย์ หมายถึง การประชุม การปรึกษาหารือการพูดคุย
การประสานงานกันอยู่เป็นประจำเพื่อแก้ไขปัญหาและแลกเปลี่ยนความคิดเห็นซึ่งกันและกันระหว่าง
ผนู้ ำทางการเมืองทอ้ งถนิ่ กับประชาชนในพ้ืนทอ่ี ย่างต่อเนื่องและสม่ำเสมอ
๗
๑.๖.๒.๒ การพร้อมเพรียงกันประชุม หมายถึง การประชุม - เลิกประชุม และทำ
กิจกรรมที่ควรทำโดยพรอ้ มเพรยี งกัน การลงมติเห็นชอบร่วมกนั เน้นการมีส่วนร่วมภายในองค์กรและ
ประชาชนในพ้นื ท่ีเพ่ือทำให้เกิดความสามัคคีภายในองค์กรหมู่บ้านและตำบล
๑.๖.๒.๓ การไม่บัญญัติ หรอื ไม่ลม้ เลิกข้อบัญญัติตามอำเภอใจ หมายถึง การไม่บญั ญัติ
หรือไมล่ ้มเลกิ ระเบียบกฎเกณฑ์ต่าง ๆ ตามความตอ้ งการของบุคคลใดบุคคลหนึ่งหรือตามอิทธิพลใดอิทธิพล
หน่ึงโดยไม่คำนงึ ถงึ ความถูกต้องและชอบธรรม
๑.๖.๒.๔ การเชื่อฟังผู้บังคับบัญชา หมายถึง การปฏิบัติหน้าท่ีตามคำสั่งผู้บังคับบัญชา
และผู้นำชุมชน เพื่อให้บรรลุไปตามวัตถุประสงค์ขององค์กรและชุมชน และนโยบายขององค์กรและ
ชุมชนเพอ่ื ให้บรรลุพนั ธกิจขององค์กรและชมุ ชน
๑.๖.๒.๕ การให้เกียรติ และคุ้มครองสิทธิสตรี หมายถึง การเปิดโอกาสให้สตรีมี
ส่วนร่วมและบริหารภายในการปกครองส่วนท้องถ่ินให้มากขึ้น โดยมีบทบาทหน้าท่ีตำแห่นงต่าง ๆ
ขององคก์ รในสัดส่วนทท่ี ดั เทยี มกับผู้ชาย และไดร้ บั ความคุม้ ครองโดยชอบธรรมตามกฎหมาย
๑.๖.๒.๖ การสง่ เสริม และรักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดงี าม หมายถึง การส่งเสริม และ
รกั ษาวัฒนธรรมประเพณีอนั ดีงามของท้องถ่ินที่มคี วามสำคญั การปลกู ฝงั จิตสำนึกให้ประชาชนรกั ทอ้ งถิ่น
ของตนเอง การสนับสนุนความเช่ือถือศรัทธาของประชาชนในท้องถิ่นน้ัน ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อการ
พฒั นาคุณภาพชวี ติ
๑.๖.๒.๗ การอารักขา คุ้มครอง ปกป้อง อันชอบธรรม หมายถึง การคุ้มครอง การ
ปกป้อง ประชาชนให้อยู่ร่วมกันอย่างปกติสุข การปลูกฝังจิตสำนึกการมีส่วนร่วมกิจกรรมในทาง
พระพุทธศาสนาให้การสนับสนุนการนำหลักธรรมของศาสนามาใช้เพื่อเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรม
และพัฒนาคุณภาพชีวิต
๑.๖.๓ ประชาชน หมายถึงประชาชนท่ีมภี มู ิลำเนาอาศัยอยู่ในเขตพนื้ ที่อำเภอเทพสถิตจงั หวดั ชัยภูมิ
๑.๖.๔ การปกครองส่วนท้องถ่ิน หมายถึง องค์การบริหารส่วนตำบลในอำเภอเทพสถิต
ท่ีตั้งอยู่ในเขตอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ประกอบด้วยองค์การบริหารส่วนตำบล ๕ ตำบล คือ
ตำบลวะตะแบก, ตำบลหว้ ยยายจิ๋ว, ตำบลนายางกลกั , ตำบลบ้านไร,่ ตำบลโปง่ นก
๑.๗ ประโยชนท์ ่ไี ดร้ บั จากการวิจยั
๑.๗.๑ ทำใหท้ ราบระดับการมีสว่ นร่วมทางการเมืองและระดับการปฎบิ ตั ติ นตามหลกั อปริ
หานยิ ธรรมของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จงั หวัดชัยภูมิ
๘
๑.๗.๒ ทำให้ทราบการเปรียบเทียบการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการ
ปกครองสว่ นท้องถ่นิ ในอำเภอเทพสถติ จังหวัดชยั ภูมิ
๑.๗.๓ ทำให้ทราบการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครอง
สว่ นท้องถนิ่ ในอำเภอเทพสถติ จงั หวัดชัยภมู ิ
บทท่ี ๒
แนวคิด ทฤษฎแี ละงานวจิ ัยทีเ่ กย่ี วข้อง
การวิจัย เร่ือง “การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ใน
อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ” ผู้วิจัยได้ทำการทบทวนแนวคิด ทฤษฎีและงานวิจัยที่เกี่ยวข้องไว้
ตามลำดบั ดังนี้
๒.๑ แนวคดิ ทีเ่ กี่ยวกับการมสี ่วนรว่ ม
๒.๒ แนวคิดเก่ยี วกบั การมีสว่ นร่วมทางการเมอื ง
๒.๓ แนวคิดเกีย่ วกบั การปกครองสว่ นท้องถ่นิ
๒.๔ แนวคิดเก่ียวกับหลกั ธรรมทเ่ี ก่ยี วกับการปกครองส่วนท้องถ่ิน
๒.๕ ขอ้ มลู บรบิ ทเรื่องทว่ี จิ ยั
๒.๖ งานวจิ ัยทเี่ กย่ี วข้อง
๒.๗ กรอบแนวคดิ ในการวจิ ัย
๒.๑ แนวคิดเกี่ยวกบั การมสี ่วนร่วม
๒.๑.๑ ความหมายการมีส่วนร่วม
จากการทบทวนเอกสารและงานวจิ ัยทเ่ี ก่ียวข้องกับการมสี ว่ นรว่ มของประชาชนในการศกึ ษาเรือ่ ง
“การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิตจังหวัด
ชัยภมู ิ” ผ้วู ิจัยไดร้ วบรวมความหมายจากนกั วชิ าการทไ่ี ด้นิยามไวด้ ังนี้
การมีส่วนร่วม หมายถึง การท่ีฝ่ายหน่ึงฝ่ายใดท่ีไม่เคยได้เข้าร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ หรือ
เข้าร่วมการตัดสินใจหรือเคยเล็กน้อยได้เข้าร่วมด้วยมากข้ึน เป็นไปอย่างมีอิสรภาพ เสมอภาค มิใช้
๑๐
เพียงมีส่วนร่วมอย่างผิวเผินแต่เข้าร่วมด้วยแท้จริงยิ่งขึ้น๑ การที่บุคคลท่ีมีความสนใจหรือมีส่วน
เกี่ยวข้องในเรื่องเดียวกันเข้ามาร่วมกัน เพ่ือปฏิบัติภารกิจ ไม่ว่าจะเป็นการวางแผน การดำเนินงาน
การรับทราบผลการดำเนินงาน การติดตามประเมินผล หรือร่วมกันทำกิจกรรมต่าง ๆ เพ่ือบรรลุ
เปา้ หมายตามที่ได้ตกลงกันไว้๒ ซึ่งการมสี ่วนร่วมท่ีพงึ ประสงค์และเป็นที่ยอมรบั ร่วมกัน มีจุดสำคัญอยู่
ทป่ี ระชาชนต้องมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ ที่เปน็ ไปได้ลักษณะแบบสมัครใจและเข้ารว่ มกิจกรรมอย่าง
เขม้ แขง็ แต่คณุ สมบัตดิ ังกล่าวจะเกิดขนึ้ ได้ ตอ้ งอาศัยกระบวนการเร่มิ ต้นและการพฒั นาอยา่ งตอ่ เน่ือง
ไม่ใช้เป็น การจำลองแบบหรือการนำมาสวมใส่ในจุดใดจุดหน่ึง๓ นอกจากนี้ การมีส่วนร่วม หมายถึง
กระบวนการของการให้ผู้ใต้บังคับบัญชาได้มีส่วนเกี่ยวข้องในกระบวนการตัดสินใจ (Participative
Management) เน้นการมีส่วนเก่ียวข้องอย่างแข่งขันของบุคคล PM ใช้ความคิดสร้างสรรค์ และ
ความเช่ียวชาญของพวกเขาในการแกป้ ัญหาของการบริหาร๔ การมีสว่ นร่วม ยงั หมายถึง กระบวนการ
ดำเนินงานรวมพลังประชาชนกับองค์กรของรัฐหรือองค์กรเอกชนเพ่ือประโยชน์ในการพัฒนาหรือ
แก้ปัญหาของชุมชนโดยให้สมาชิกเข้ามาร่วมวางแผน ปฏิบัติและประเมินงาน เพื่อแก้ปัญหาของ
ชุมชน๕ ความร่วมมือของประชาชนในรูปตัวบุคคลหรือกลุ่มคน ท่ีมีความคิดเห็นตรงกัน เพื่อการ
ดำเนินกิจกรรมใดกิจกรรมหนึ่งให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามท่ีได้ต้ังไว้อันเป็นประโยชน์ต่อตัวบุคคลต่อ
กลุ่มคนรวมท้ังต่อส่วนรว่ มโดยท่ปี ระชาชนต้องเป็นผู้ตดั สินใจในกระบวนการการมสี ว่ นร่วมด้วยตนเอง
และรบั ผิดชอบในผลทีเ่ กดิ ขึน้ ๖
การมีส่วนร่วม ๒ ลักษณะคือ ๑) การมีส่วนร่วมในลักษณะที่เป็นการพัฒนาโดยให้
ประชาชนมีส่วนรว่ มในกระบวนการพัฒนา ตั้งแต่เริม่ ตน้ จนสิ้นสุดโครงการได้แก่ การร่วมกันคิดคน้ หา
ปัญหา การวางแผน การตัดสินใจ การระดมทรัพยากรและเทคโนโลยีท้องถ่ิน การบริหารจัดการการ
๑ นรนิ ทร์ชยั พฒั นพงศา, การมสี ่วนรว่ ม : หลักการพ้ืนฐาน เทคนคิ และกรณีตวั อยา่ ง, พิมพ์ครั้งท่ี ๒,
(กรุงเทพมหานคร : สิรลิ กั ษณ์การพิมพ์ , ๒๕๔๖), หนา้ ๑๐.
๒ จิราภรณ์ ศรีคา, การมีส่วนร่วมของผู้ปกครองในการพัฒนาการจัดการศึกษาของโรงเรียนวชิ
รวทิ ย์ ระดับประถมศึกษา จังหวัดเชยี งใหม่, (เชียงใหม่ : มหาวิทยาลยั เชียงใหม่, ๒๕๔๗), หนา้ ๒๐.
๓ ไพฑูรย์ ผิวผาง, “ปัจจัยที่มีผลต่อการมีส่วนร่วมของประชาชนในการพัฒนาเทศบาลตำบลเปือยน้อย”,
วิทยานพิ นธ์ปรญิ ญาศิลปศาสตรมหาบณั ฑิต, (บัณฑติ วทิ ยาลยั : มหาวทิ ยาลัยราชภฎั มหาสารคาม, ๒๕๕๐), หน้า ๔๓.
๔ สมยศ นาวกี าร, การบรหิ าร, (กรุงเทพมหานคร : ชาญวทิ ยเ์ ซ็นเตอร์, ๒๕๔๕), หนา้ ๑๒.
๕ จนิ ตนา สจุ จานนั ท์, การศกึ ษาและการพัฒนาชมุ ชน, (เชยี งใหม่ : มหาวทิ ยาลัยเชยี งใหม่, ๒๕๔๙), หนา้ ๑๑.
๖ ศรัณยา ดีพูน, การมีส่วนร่วม : หลักการพื้นฐาน เทคนิคและกรณีตัวอย่าง, (กรุงเทพมหานคร :
ศูนยห์ นังสือจุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย, ๒๕๔๖), หนา้ ๗.
๑๑
ติดตามประเมินผล รวมทั้งการรับผลประโยชน์ท่ีเกิดข้ึนจากโครงการโดยโครงการพัฒนาดังกล่าว
จะต้องมีความสอดคล้องกบั วถิ ชี วี ติ และวัฒนธรรมของชุมชน และ ๒) การมสี ว่ นรว่ มทางการเมอื ง๗
การมสี ว่ นรว่ มของชมุ ชน แบง่ ไดอ้ อกเป็น ๓ ประเภท ได้แก่
๑) การมีส่วนร่วมแบบชายขอบ (Marginal Participation) เป็นการมีส่วนร่วมที่เกิด
จากความสัมพันธ์เชิงอำนาจไม่เท่าเทียมกันกล่าวคือฝ่ายหน่ึงรู้สึกด้อยอำนาจกว่า มีทรัพยากรหรือ
ความรู้ดอ้ ยกว่าอกี ฝา่ ยหน่ึง เป็นต้น
๒) การมีส่วนร่วมแบบบางส่วน (Partial Participation) เป็นการมีส่วนร่วมท่ีเกิดจาก
การกำหนดนโยบายของรัฐ โดยไม่รู้ความต้องการของประชาชน ดังนั้น การมีส่วนร่วมจึงเป็นเพียง
ประชาชนไดร้ ่วมแสดงความคิดเหน็ ในการดำเนนิ กิจกรรมบางสว่ นบางเรื่องเท่านนั้
๓) การมสี ่วนร่วมแบบสมบูรณ์ (Full Participation) เป็นการมสี ่วนรว่ มในทุกขน้ั ตอน
ของการพัฒนาด้วยความเท่าเทียมกันทุกฝ่าย จัดเป็นการมีส่วนร่วมในการพัฒนาอย่างแท้จริงของ
ประชาชนตามแนวความคิดและหลักการพัฒนาชุมชน เม่ือนำมาใช้ในการเรียนรู้จะสนับสนุนและ
ส่งเสริมใหก้ ระบวนการเรยี นรรู้ ่วมกนั ของชมุ ชนดำเนินไปอย่างมปี ระสิทธิภาพ๘
ประเภทของการมสี ่วนรว่ มสามารถจำแนกการมีส่วนรว่ มออกเปน็ ๒ ประเภท ดังน้ี
๑) การมีส่วนโดยตรง การมีส่วนร่วมในการบริหารเป็นเรื่องท่ีเก่ียวกับการตัดสินใจ
เป็นสำคัญ ดังน้ัน ผู้มีหน้าที่รับผิดชอบกิจกรรมโดยตรง เช่น ผู้บริหาร หัวหน้าโครงการมักจะเปิด
โอกาสให้บุคคลอ่ืนเข้ามามีส่วนร่วมในรูปของกรรมการท่ีปรึกษาที่ให้ข้อคิด ข้อเสนอแนะ เพราะ
กิจกรรมบางอย่างอาจมีอุปสรรค ไม่สามารถแก้ปัญหาให้ลุล่วงไปได้ด้วยดี จึงจำเป็นต้องให้บุคคลอื่น
เข้ามาร่วมในการตัดสินใจ เพ่ือให้ผลการตัดสินใจเป็นท่ียอมรับแก่คนท่ัวไปหรือเกิดผลงานที่มี
ประสทิ ธิภาพ การมีส่วนร่วมโดยตรงจึงมีสาระสำคัญอยทู่ ่ีว่า เป็นการร่วมอย่างเป็นทางการและมักทำ
เป็นลายลักษณ์ อกั ษร เชน่ คำสัง่ แตง่ ต้งั หนงั สือเชญิ ประชุม บนั ทกึ การประชุม เปน็ ต้น
๒) การมีส่วนร่วมโดยอ้อม การมีส่วนร่วมโดยอ้อมเป็นเร่ืองของการทำกิจกรรมใด
กิจกรรมหนึ่งให้บรรลุเป้าหมายอย่างไม่เป็นทางการโดยไม่ได้ร่วมในการตัดสินใจในกระบวนการ
๗ ปาริชาติ วลัยเสถียร, ทฤษฎีและหลักการพัฒนาชุมชน, (กรุงเทพมหานคร : มหาวิทยาลัยธรรม
ศาสตร, ๒๕๔๒), หน้า ๑๓๘.
๘ เฉลียว บุรีภักดี และคนอ่นื ๆ, ชุดวิชาการวิจัยชุมชน ชุดการเรียนรดู้ ้วยตนเอง หลักสูตรประกาศนียบัตร
บัณฑติ การจัดการและประเมินโครงการ, (นนทบุรี : เอส. อาร์. พริ้นติ้ง แมสโปรดกั ส์, ๒๕๔๕), หน้า ๓๓.
๑๒
บริหาร แต่เป็นเรื่องของการให้การสนับสนุน ส่งเสริมให้บรรลุเป้าหมายเท่าน้ัน เช่น การบริจาคเงิน
ทรัพยส์ นิ วัสดุอปุ กรณ์ แรงงาน เขา้ ช่วยสมทบ ไมไ่ ดเ้ ขา้ ร่วมประชุมแต่ยนิ ดรี ่วมมอื เปน็ ต้น๙
กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน เป็นกระบวนการส่ือสารสองทางท่ีมีเป้าหมายโดยรวม
เพื่อท่ีจะให้เกิดการตัดสินใจท่ีดีข้ึนและได้รับการยอมรับสนับสนุนจากสาธารณชน ซ่ึงเป้าหมายของ
กระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชนก็คือการให้ข้อมูลต่อสาธารณชน และให้สาธารณชนแสดง
ความคิดเห็นต่อโครงการทีน่ ำเสนอหรอื นโยบายรฐั และการมสี ว่ นร่วมในการแก้ปญั หาเพื่อหาทางออก
ทดี่ ที ่สี ุดสำหรบั ทุก ๆ คนการมีสว่ นรว่ มทางการเมอื งในระดบั ทอ้ งถน่ิ ๑๐
แนวคิดในการมีส่วนร่วมของประชาชนและภาคสังคมในการเข้ามามีส่วนร่ วมรับผิดชอบ
มกั จะเกดิ ขนึ้ จากสาเหตหุ ลัก ๓ ประการด้วยกัน คอื
๑) ความสนใจและความห่วงกังวลร่วมกัน ซ่ึงเกิดจากความสนใจและความห่วงกังวล
ของบคุ คลซง่ึ บงั เอญิ พอ้ งต้องกัน กลายเป็นความกังวลร่วมกันของส่วนรวม
๒) ความเดือดร้อนและไม่พึงพอใจร่วมกันท่ีมีต่อสถานการณ์ที่อยู่นั้นผลักดันให้มุ่ง
ไปสู่การรวมกล่มุ วางแผน และลงมือกระทำรว่ มกัน
๓) การตกลงร่วมใจกันท่ีจะเปล่ียนแปลงกลุ่มหรือชุมชนไปในทิศทางท่ีพึงปรารถนา
การตัดสินใจร่วมกันนี้จะต้องรุนแรงมากพอที่จะทำให้เกิดความคิดริเริ่มกระทำการสนองตอบความ
เห็นชอบของคนสว่ นใหญ่ทีเ่ กี่ยวขอ้ งกับกิจกรรมขนึ้ ๑๑
โดยหลักการและโดยการปฏิบัติ การมีส่วนร่วมของประชาชนน้ัน คือสิ่งที่สวนทางกับการ
รวมศูนยอ์ ำนาจการตัดสินใจ และการลดบทบาทของประชาชนท้ังในเมืองและในชนบทให้เป็นเพียงผู้
ถูกกำหนดในการพฒั นา๑๒ เม่ือมองในมิติของการปฏิบตั ิน้ัน การมสี ว่ นร่วมของประชาชนประกอบดว้ ย
๓ มติ ิ คือ
๙ เมตต์ เมตต์การุณ์จิต, การบริหารจัดการศึกษาแบบมีส่วนร่วม : ประชาชน องค์กรปกครองส่วน
ท้องถ่นิ และราชการ, พมิ พค์ ร้งั ท่ี ๒, (กรงุ เทพมหานคร : บคุ๊ พอยท์, ๒๕๕๓), หน้า ๑๐.
๑๐ วนั ชัย วฒั นศัพท์, คมู่ ือการมสี ่วนรว่ มของประชาชนในการตัดสินใจของชมุ ชน, (กรุงเทพมหานคร
: ศนู ยส์ ันติวธิ เี พ่อื การพัฒนาประชาธปิ ไตย, ๒๕๔๓), หน้า ๑๙.
๑๑ ศุภสวัสด์ิ ชัชวาล, การปกครองส่วนท้องถ่ินกับการมีส่วนร่วมของประชาชน, พิมพ์ครั้งท่ี ๓,
(กรุงเทพมหานคร : อพี ีเอปรทิ ศั น์, ๒๕๔๕), หน้า ๔๑-๔๒.
๑๒ Bugnicourt, Jacques, Popular Participation in Development in Africa, (Geneva :
Assignment Children, 1982), p. 58.
๑๓
๑) การมสี ่วนรว่ มของประชาชนในการตัดสินใจว่าควรทำและไม่ควรทำอย่างไร
๒) การมีสว่ นรว่ มของประชาชนในกระบวนการพัฒนา เชน่ การดำเนินงานตามทไี่ ดว้ างไว้
๓) การแบง่ สรรประโยชนจ์ ากโครงการท่ีทำขน้ึ ๑๓
สรุปได้ว่า การมีส่วนร่วม หมายถึง การเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมทางการ
เมืองประชาชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมทางการเมืองในหลายด้านเช่น การตัดสินใจ การดำเนิน
กิจกรรม การติดตามการตรวจสอบการทำงานของทางราชการ และนำผลที่ได้ได้จากการระดม
ความคิดมาปรับปรุงแกไ้ ขพฒั นาให้มีความโปรง่ ใสสามารถตรวจสอบไดอ้ ย่างมปี ระสิทธิภาพ
ตารางที่ ๒.๑ สรปุ แนวคดิ เกย่ี วกับการมสี ว่ นร่วม
นกั วิชาการหรือแหล่งข้อมูล แนวคดิ หลกั
นรินทร์ชัย พฒั นพงศา การมีส่วนร่วม หมายถึง การท่ีฝ่ายหน่ึงฝ่ายใดที่ไม่
(๒๕๔๖, หน้า ๑๐.) เคยได้เข้าร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ หรือเข้าร่วมการตัดสินใจ
หรือเคยเล็กน้อยได้เข้าร่วมด้วยมากข้ึนเป็นไปอย่างมี
จริ าภรณ์ ศรคี า อิสรภาพ เสมอภาค
(๒๕๔๗, หนา้ ๒๐.) การท่ีบุคคลที่มีความสนใจหรือมีส่วนเก่ียวข้องใน
เร่ืองเดยี วกันเข้ามารว่ มกัน เพ่ือปฏบิ ัติภารกิจ ไมว่ ่าจะเป็น
ไพฑรู ย์ ผวิ ผาง การวางแผน การดำเนินงาน การรับทราบผลการดำเนินงาน
(๒๕๕๐, หนา้ ๔๓.) การติดตามประเมนิ ผล
การมีส่วนร่วมท่ีพึงประสงค์และเป็นที่ยอมรับร่วมกัน
สมยศ นาวีการ มจี ุดสำคัญอย่ทู ี่ประชาชนต้องมสี ่วนรว่ มในการตดั สนิ ใจ ท่ี
(๒๕๔๕, หนา้ ๑๒.) เป็นไปไดล้ กั ษณะแบบสมคั รใจและเข้ารว่ มกจิ กรรม
การมีส่วนร่วม หมายถึง กระบวนการของการให้
ผใู้ ต้บังคบั บัญชาได้มีสว่ นเก่ียวข้องในกระบวนการตัดสินใจ
เน้นการมสี ว่ นเก่ียวข้องอยา่ งแข็งขันของบุคคล ใช้ความคิด
สร้างสรรค์ และความเช่ียวชาญของพวกเขาในการ
แก้ปญั หาของการบริหาร
๑๓ White, A.L. The Homeward Tide, (London : Granada, 1981), p. 18.
จนิ ตนา สุจจานนั ท์ ๑๔
(๒๕๔๙, หน้า ๑๑.)
การมีส่วนรว่ ม ยังหมายถงึ กระบวนการดำเนินงานรวม
ศรณั ยา ดพี นู พลังประชาชนกับองค์กรของรัฐหรือองค์กรเอกชนเพื่อ
(๒๕๔๖, หน้า ๗.) ประโยชน์ในการพัฒนาหรือแก้ปัญหาของชุมชนโดยให้
สมาชิกเข้ามาร่วมวางแผน ปฏิบัติและประเมินงาน เพ่ือ
ปาริชาติ วลัยเสถียร แก้ปัญหาของชุมชน
(๒๕๔๒, หน้า ๑๓๘.)
ความร่วมมือของประชาชนในรูปตัวบุคคลหรือกลุ่ม
เฉลยี ว บรุ ีภักดี คน ที่มีความคิดเห็นตรงกัน เพื่อการดำเนินกิจกรรมใด
(๒๕๔๕, หนา้ ๓๓.) กิจกรรมหนึ่งให้บรรลุวัตถุประสงค์ตามท่ีได้ต้ังไว้อันเป็น
ประโยชน์ต่อตัวบุคคลต่อกลุ่มคนรวมทั้งต่อส่วนร่วมโดยท่ี
เมตต์ เมตต์การณุ ์จิต ประชาชนต้องเป็นผู้ตัดสินใจในกระบวนการการมีส่วนร่วม
(๒๕๕๓, หนา้ ๑๐.) ดว้ ยตนเองและรับผิดชอบในผลทเ่ี กิดข้นึ
วนั ชยั วัฒนศพั ท์ การมีส่วนร่วม ๒ ลักษณะคือ ๑) การมีส่วนร่วมใน
(๒๕๔๓, หนา้ ๑๙.) ลักษณะท่ีเป็นการพัฒนาโดยให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการ
กระบวนการพัฒนา ตัง้ แตเ่ ริ่มต้นจนสนิ้ สดุ โครงการ ๒) การ
มสี ว่ นรว่ มทางการเมือง
ประเภทของการมีส่วนร่วมสามารถจำแนกการมีส่วน
ร่วมออกเป็น ๒ ประเภท ดังนี้ ๑) การมีส่วนโดยตรง การ
มีส่วนร่วมในการบริหารเป็นเร่ืองที่เกี่ยวกับการตัดสินใจ
เป็นสำคัญ ๒) การมีส่วนร่วมโดยอ้อม การมีส่วนร่วมโดย
อ้อมเป็นเร่ืองของการทำกิจกรรมใดกิจกรรมหน่ึงให้บรรลุ
เป้าหมายอย่างไม่เป็นทางการโดยไม่ได้ร่วมในการตัดสินใจ
ในกระบวนการ
กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน เป็นกระบวนการ
สื่อสารสองทางที่มีเป้าหมายโดยรวมเพื่อที่จะให้เกิดการ
ตั ดสิ นใจท่ี ดี ขึ้ นและได้ รั บการยอมรั บสนั บสนุ นจาก
สาธารณชน
แนวคิดในการมสี ่วนรว่ มของประชาชนและภาคสังคม
ในการเข้ามามีส่วนร่วมรับผิดชอบมักจะเกิดขึ้นจากสาเหตุ
หลกั ๓ ประการด้วยกนั คอื
๑) ความสนใจและความหว่ งกงั วล
๒) ความเดอื ดร้อนและไมพ่ ึงพอใจร่วมกัน
ศุภสวัสด์ิ ชชั วาล ๑๕
(๒๕๔๕, หนา้ ๔๑-๔๒.)
๓) การตกลงร่วมใจกนั ทีจ่ ะเปลย่ี นแปลงกลุ่ม
Bugnicourt, Jacques การมีส่วนร่วมของประชาช้ันนั้น คือส่ิงท่ีสวนทางกับ
(1982, p. 58.) การรวมศูนย์อำนาจการตัดสินใจ และการลดบทบาทของ
ประชาชนทั้งในเมืองและในชนบทให้เป็นเพียงผู้ถูกกำหนด
ในการพัฒนา
การมีส่วนร่วมของประชาชนประกอบด้วย ๓ มิติ คือ
๑) การมีส่วนร่วมของประชาชนในการตัดสินใจว่าควรทำ
และไม่ควรทำอย่างไร ๒) การมีส่วนร่วมของประชาชนใน
กระบวนการพัฒนา เช่น การดำเนินงานตามท่ีได้วางไว้ ๓)
การแบง่ สรรประโยชนจ์ ากโครงการทท่ี ำขึน้
๒.๑.๒ ความสำคญั ของการมีสว่ นร่วมของประชาชน
ผู้วจิ ัยไดร้ วบรวมผทู้ ใี่ หท้ ศั นะเก่ียวกับความสำคัญของการมีส่วนร่วมของประชาชนไว้ ดังนี้
การที่จะทำให้ประชาชนยอมรับโครงการมากข้ึนเน่ืองจากเป็นโครงการที่ตรงกับปัญหา
และความต้องการของประชาชน ๆ จะรู้สึกผูกพันรู้สึกเป็นเจ้าของโครงการมากข้ึนเน่ืองจากเป็น
โครงการท่ีตรงกับปัญหาและความต้องการของประชาชน การดำเนินโครงการจะราบรื่นได้รับความ
รว่ มมือจากประชาชนมากขนึ้ โครงการจะใหป้ ระโยชน์แกป่ ระชาชนมากขึน้ และมกี ารระดมทรพั ยากร
เพ่ือความพัฒนามากข้นึ และจะชว่ ยพัฒนาขีดความสามารถของประชาชนมากข้ึน๑๔
การมีส่วนร่วมของประชาชนมีความสำคัญต่อการบริหารการปกครอง พอสรุปได้ในประเด็น
สำคญั ดังนี้
๑) ทำให้ได้แนวทางแก้ไขปัญหาที่สอดคล้องเหมาะสมกับความต้องการของท้องท่ี
กล่าวคือการกำหนดแนวทางแก้ไขปัญหาการพัฒนาแต่ละท้องที่นั้น ควรที่จะให้ประชาชนในท้องที่ได้
มีส่วนร่วมในการเสนอความคิดเห็นของตน ประชาชนจะรู้ดีว่าความต้องการของตนคืออะไร ทำให้
สามารถกำหนดแนวทางเพ่ือตอบสนองความต้องการได้เหมาะสม สามารรถแก้ไขปัญหาได้ถูกจุดและ
ตรงประเดน็
๑๔ ประภาพร ศรีสถิตธรรม, “การมีส่วนร่วมของคณะกรรมการชุมชนในการจัดการสิ่งแวดล้อม :
ศึกษาเฉพาะชุมชนในเขตเทศบาล จังหวัดนครราชสีมา”, วิทยานิพนธ์ปริญญาโท, (บัณฑิตวิทยาลัย :
มหาวิทยาลยั เกษตรศาสตร์, ๒๕๔๓), หนา้ ๓๘.
๑๖
๒) ทำให้ประชาชนต้องผูกมัดตนเองกับสิ่งที่ตนมีส่วนร่วมเมื่อประชาชนได้เสนอ
แนวทางในการพัฒนาท้องท่ีของตนแล้ว เขาย่อมรู้สึกผูกพันตนเองท่ีจะต้องดำเนินกิจกรรมบาง
ประการอันจำเป็นทำให้สิ่งท่ีเสนอแนะมาปฏิบัติให้บรรลุผล ประชาชนจะร่วมแรงร่วมใจปฏิบัติงาน
อยา่ งจริงใจและต่อเนื่อง
๓) ทำใหป้ ระชาชนรู้สึกรกั และหวงแหนในท้องท่ขี องตนเองจากข้อ ๒ เมอ่ื ประชาชนผูกมัด
ตนเองกับส่ิงท่ีตนเสนอแนะและร่วมแรงร่วมใจปฏิบัติงานแล้วจะก่อให้เกิดผลต่อมาคือความรักความภูมิใจ
และความหวงแหนในทอ้ งทขี่ องตนเน่อื งจากตนเองได้มีส่วนรว่ มทำให้ทอ้ งที่เจรญิ รงุ่ เรอ่ื งและพฒั นาข้นึ
๔) ทำให้แบ่งเบาภาระจากรัฐบาลกลาง การให้ประชาชนมีส่วนร่วมต่าง ๆ เท่ากับรับ
หลักการในเร่ืองการกระจายอำนาจจากส่วนกลางสู่ท้องที่แต่ละแห่ง เม่ือประชาชนในท้องที่สามารถดำเนิน
กิจกรรมต่าง ๆ ได้ดว้ ยตนเองกจ็ ะทำใหแ้ บ่งเบาภาระจากรัฐบาลกลาง รัฐบาลกลางก็ย่อมมีเวลามากข้ึนทจ่ี ะไป
ดำเนนิ กิจกรรมตา่ ง ๆ ที่เปน็ ประโยชน์ตอ่ ประเทศต่อไปได้
๕) ส่งเสริมการปกครองในระบอบประชาธิปไตย การมีส่วนร่วมของประชาชนเป็น
สิ่งจำเป็นต่อความสัมฤทธ์ิผลในการปกครองตามระบอบประชาธิปไตย เม่ือประชาชนในระดับตำบล
เขา้ มามีสว่ นร่วมในการดำเนินการต่าง ๆ ย่อมเปน็ การปลูกฝังเบ้ืองต้นและเป็นพ้ืนฐานในการปกครอง
ระบอบประชาธิปไตยในระดบั ประเทศชาตติ อ่ ไป๑๕
สรุปได้ว่า การมีส่วนร่วมของประชาชนมีความสำคัญในการทำให้ประชาชนยอมรับโครงการต่าง ๆ
ดำเนินการให้สำเรจ็ ตามเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ทีต่ ัง้ ไว้ และให้ตรงตามความตอ้ งการของประชาชน อีกท้ัง
ยังเป็นการชว่ ยเหลือใหภ้ าคประชาชนใหส้ ามารถพฒั นาขดี ความสามารถและชว่ ยเหลอื ตนเองได้
ตารางท่ี ๒.๒ สรุปความสำคัญของการมีสว่ นร่วมของประชาชน
นักวชิ าการหรอื แหล่งข้อมูล แนวคดิ หลัก
ประภาพร ศรีสถิตธรรม การท่ีจะทำให้ประชาชนยอมรับโครงการมากข้ึน
(๒๕๔๓, หนา้ ๓๘.) เน่ืองจากเป็นโครงการท่ีตรงกับปัญหาและความต้องการ
ของประชาชน ๆ จะรู้สึกผูกพันรู้สึกเป็นเจ้าของโครงการ
มากข้ึนเน่ืองจากเป็นโครงการที่ตรงกับปัญหาและความ
ต้องการของ
๑๕ มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธิราช, รายงานการวิจัยเรื่องการมีส่วนร่วมของประชาชนในการ
พัฒนาชนบท, (นนทบุรี : มหาวิทยาลยั สโุ ขทยั ธรรมาธริ าช, ๒๕๔๓), หน้า ๒๔๓-๒๔๔.
มหาวิทยาลัยสุโขทัยธรรมาธริ าช, ๑๗
(รายงานการวจิ ยั ๒๕๔๓, หน้า ๒๔๓-
๒๔๔.) การมีส่วนรว่ มของประชาชนมีความสำคัญตอ่ การ
บริหารการปกครอง พอสรุปได้ในประเด็นสำคัญดังน้ี
๑) ทำให้ได้แนวทางแก้ไขปัญหาที่สอดคล้องเหมาะสม
กับความต้องการของท้องที่ ๒) ทำให้ประชาชนต้อง
ผูกมัดตนเองกับส่ิงท่ีตนมีส่วนร่วม ๓) ทำให้ประชาชน
รสู้ กึ รัก และหวงแหนในท้องที่ของตนเอง ๔) ทำให้แบ่ง
เบาภาระจากรัฐบาล ๕) ส่งเสริมการปกครองใน
ระบอบประชาธิปไตย
๒.๑.๓ ลกั ษณะการมีส่วนรว่ มของประชาชน
ผู้วิจัยได้รวบรวมผู้ท่ีให้ทัศนะเกี่ยวกับลักษณะการมีส่วนร่วมของประชาชนการมีส่วนร่วม
ของประชาชนไว้ ดงั นี้
ลักษณะของการมีสว่ นร่วมมปี ระเด็นสำคัญ ๑๐ ประการคอื
๑) ระยะเวลาและสถานท่ีในการมีส่วนร่วมกับโครงการควรต้องให้ผู้มีส่วนได้เสียเข้า
มามสี ่วนร่วมใหต้ ่อเน่ืองตามวงจรชวี ิตของโครงการตั้งแตเ่ รม่ิ ตน้ จนโครงการยุติ
๒) การมีส่วนร่วมน้ัน มีมิตทิ ้ังด้านปริมาณและคุณภาพ โดย (๑) ทางด้านปรมิ าณ ถ้า
มีคนมามีส่วนร่วมมากก็ทำให้ความสัมพันธ์ระหว่างกันดีข้ึนมาก จากน้ันทำให้องค์กรทางสังคมก่อตัว
ขึ้นส่วน (๒) ทางด้านคุณภาพ ควรให้มีส่วนร่วม มีมิติท่ีจะขัดขวางความสัมพันธ์ท่ีไม่เท่าเทียมกัน
ระหวา่ งบคุ คล หรอื ความเป็นนาย-บา่ วกนั ใหม้ สี ว่ นร่วมเสมอภาคกนั จงึ จะถอื ว่า มีคณุ ภาพดี
๓) จะให้การมีส่วนร่วมเป็นเป้าหมายปลายทาง (an end) หรือจะให้เป็นแนวทาง
(amean) คือจะให้เพียง บุคคลตา่ ง ๆ เข้ามาเกย่ี วข้องก็พอใจคิดว่าบรรลุวัตถปุ ระสงค์บางสิง่ แล้วหรือ
จะพิจารณาว่าการมีส่วนร่วมเป็นแนวทางท่ีต้องทำให้ดี โดยตอบให้ได้ว่า “หลังจากการมีส่วนร่วมแล้ว
จะมีอะไรดขี ้นึ อะไรควรเกิดข้ึนอีกบ้าง” อนั เป็นการคำนึงถึงการมสี ่วนร่วมที่เปน็ วธิ กี ารหรือกระบวนการ
ท่ีต้องดำเนินไปอย่างมีคณุ ภาพ ซ่ึงทำให้งานเกิดความสำเร็จดยี ่ิงขึ้น
๔) การมีส่วนร่วมนี้ ตามธรรมชาติอาจเกิดขึ้นไม่สม่ำเสมอหรือตลอดเวลาก็ได้เช่น
เวลาเกิดภัยพิบัติคนก็มาช่วยกัน เม่ือหมดภัยแล้ว ก็แยกกันกลับไปเช่นเดิม แต่ถ้าต้ังองค์กรประชาชน
เขา้ มามีสว่ นร่วมแกป้ ัญหาในภัยพบิ ัตติ ่าง ๆ ในพ้ืนทก่ี ว้างขวางข้นึ อาจต้องการตวั แทนประชาชนมสี ว่ น
ร่วมในเวลาท่ยี าวนานข้นึ และอาจใช้วิธีการมีจดหมายข่าวแจ้งเร่ืองไปยงั ประชาชนทั่วไปกไ็ ด้
๑๘
๕) การมีส่วนร่วมเป็นกระบวนการทางสังคมและทางการศกึ ษา ซึ่งหากเกิดขึ้นได้คือ
ให้มีการแลกเปลี่ยนเรียนรู้ซึ่งกันและกันไปด้วย จะเป็นเสมือนการให้การศึกษา แก่สังคมไปใน
ขณะเดยี วกันแต่หลายโอกาสตอ้ งใหเ้ กิดความพรอ้ มในแตล่ ะเร่ืองต้องใช้เวลารอคอยบา้ งเช่นกัน
๖) สถานการณ์การมีส่วนร่วมน้ัน ต้องคำนึงว่าการมีส่วนร่วมที่แข่งขัน มิใช้เกิดข้ึน
จากการออกคำสั่ง แต่จะต้องสร้างข้ึนเองจะให้มีผู้ส่ังว่ามาร่วมกันให้เต็มที่แล้วคนก็มาร่วมคงไม่ค่อย
เกิดข้ึนได้การมีส่วนร่วมมักต้องใช้ความพยายามให้เกิดความเป็นอันหน่ึงอันเดียวกัน เกิดแนวคิด
ประชาสังคม มีจิตสำนึกสาธารณะ เคารพความหลากหลายทางความคิดเพราะทำให้มุมมองกว้างข้ึน
และเกิดความรอบคอบขึ้นจนเปน็ วิถชี วี ติ ประจำวันของประชาชน
๗) มีคณะผู้บริหารการมีส่วนร่วมพิจารณา เพื่อวางแนวดำเนินการให้เหมาะสมวา่ จะ
ให้บุคคลใด กลุ่มใด เข้ามามีส่วนร่วมเม่ือใดและโดยวิธีใด ฯลฯ โดยคณะผู้บริหารมีส่วนร่วมน้ีควรมี
ตวั แทนผไู้ ดร้ ับผลกระทบในจำนวนมากพอสมควร และใหม้ คี วามหลากหลายมากพอ
๘) การมีส่วนรับรู้สภาพปัญหาโดยมีส่วนร่วมจะทำให้คนในชุมชนได้รับสภาพที่เป็น
จริงมากข้ึน การมีส่วนร่วมเพ่ือค้นหาปัญหาทำให้เมื่อเห็นปัญหาแล้วจะทำความมุ่งม่ันที่จะคิดหาทาง
แก้ไขด้วยกนั และร่วมแกป้ ัญหาน้นั ๆ ไดจ้ ะทำใหเ้ ป็นบทเรยี นทจ่ี ะแก้ปญั หากนั เองต่อไปได้
๙) คนท่ีอยู่ร่วมกันในชุมชนส่วนใหญ่มิได้ใช้ชุมชนเป็นเพียงท่ีรวมคน คล้ายเอาก้อน
หนิ มากองรวมกนั เท่านน้ั แต่คนในชุมชนหนง่ึ ๆ มักมคี วามผกู พันเออื้ อาทรกนั มคี า่ นิยามร่วมกนั
๑๐) ควรทำให้การมีส่วนร่วมมีลักษณะปนอารมณ์ขันประกอบไปบ้าง เพราะในสังคมไทย
การมีอารมณ์ขัน จะช่วยให้บรรยากาศการมีส่วนร่วมเกิดข้ึนได้ดี ดังน้ันในการประชุมถ้าใช้อารมณ์ขันดนตรี
เกมส์ กีฬา เขา้ รว่ มดว้ ยจะสรา้ งการมสี ่วนรว่ มให้เพิม่ ข้ึนได้๑๖
การมีส่วนร่วมของประชาชนแตล่ ะท้องถิ่นมลี ักษณะการดำเนินการดงั น้ี
๑) เป็นการทำงานท่ีมีคนหลาย ๆ คนมาทำงานช่วยเหลือกัน โดยแต่ละคนมีความ
เต็มใจและพร้อมที่จะมาร่วมกันทำงาน ไม่ใช่เป็นการมาร่วมกันโดยบังเอิญโดยไม่ต้ังใจ แต่เป็นการ
รวมกันอยา่ งจรงิ ใจจึงจะทำให้การรวมกลมุ่ เพ่อื ดำเนนิ การสำเรจ็ ลลุ ่วงไปอยา่ งต่อเนอ่ื ง
๑๖ นรินทร์ชัย พฒั นพงศา, การมีส่วนรว่ มหลักการพืน้ ฐาน เทคนิคและกรณีตัวอย่าง, (เชียงใหม่ : สริ ิ
ลักษณ์การพมิ พ,์ ๒๕๔๗), หน้า ๓๔.
๑๙
๒) คนที่มามีสว่ นรว่ มจะต้องร้แู ละเข้าใจเป้าหมายของการมีส่วนรว่ มกัน หรือบางคร้ัง
อาจมสี ว่ นรว่ มในการกำหนดเป้าหมายเลยกไ็ ด้อนั จะเป็นผลใหเ้ กิดความผูกพันในเปา้ หมายให้สำเรจ็ ผล
ตามต้องการ
๓) ระหว่างการมีส่วนร่วมกันทำงานจะต้องมีการติดต่อพูดจาแลกเปล่ียนความคิดเห็นกัน
อยู่เสมอ การติดต่อสื่อสารระหว่างผู้มาร่วมกันทำงานเป็นสิ่งจำเป็นในการทำงาน จึงจะเป็นไปในทิศทาง
เดียวกัน ผู้นำหรือผู้ปกครองต้องอาศัยการติดต่อสื่อสารในการอำนวยการงานต่าง ๆ ภายใต้การบริหารการ
ปกครองของตน
๔) เปน็ การทำงานท่ีมีการแบ่งงานกันทำการทำงานร่วมกันหลาย ๆ คน จำเปน็ จะตอ้ งมีการ
แบ่งงานกันทำตามลักษณะของงานท้ังนี้ เพื่อให้งานแต่ละส่วนดำเนินไปอย่างต่อเนื่องและมีการใช้ทรัพยากร
กำลงั คนอยา่ งเต็มท่ีโดยจะตอ้ งมกี ารตกลงกันวา่ ใครเป็นผกู้ ระทำ ทำอย่างไรบา้ ง และกำหนดเวลานดั หมายกัน
เม่อื ไร๑๗
สรุปได้วา่ ลักษณะของการมสี ่วนร่วม คอื การรบั รู้สภาพของปัญหาอย่างแท้จริง เพราะใน
การมีส่วนร่วมของประชาชนในพ้ืนที่นั้น จะทำให้ทราบถึงความจริงของปัญหา และทำให้สามารถ
ร่วมกนั แก้ไขปัญหานน้ั ได้
ตารางที่ ๒.๓ สรปุ ลักษณะการมสี ว่ นร่วมของประชาชน
นกั วิชาการหรือแหล่งข้อมูล แนวคดิ หลกั
นรนิ ทร์ชยั พฒั นพงศา การมีส่วนร่วมของประชาชนแต่ละท้องถ่ินมีลักษณะ
(๒๕๔๗, หนา้ ๓๔) การดำเนนิ การดงั น้ี
๑) เป็นการทำงานที่มีคนหลาย ๆ คนมาทำงาน
ช่วยเหลือกนั
๒) คนที่มามีส่วนร่วมจะต้องรู้และเข้าใจเป้าหมาย
ของการมีสว่ นรว่ มกัน
๓) ระหว่างการมีส่วนร่วมกันทำงานจะต้องมีการ
ติดต่อพูดจาแลกเปลี่ยนความคิดเหน็ กันอยู่เสมอ
๔) เป็นการทำงานท่ีมีการแบ่งงานกันทำการทำงาน
รว่ มกันหลาย ๆ คน
๑๗ อ้างแลว้ , หนา้ ๒๔๓.
๒๐
๒.๑.๔ ขั้นตอนการมสี ว่ นร่วมของประชาชน
ผู้วิจัยได้รวบรวมผู้ท่ีให้ทัศนะเก่ียวกับขั้นตอนการมีส่วนร่วมของประชาชนไว้ ดังนี้
ขั้นตอนการมสี ่วนร่วมไว้ ๔ ขั้นตอน คือ
๑) การมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ (Decision Making) เป็นการมีส่วนร่วมที่เป็น
การแสดงออกด้านความคิดเก่ียวกับการจัดระบบหรือกำหนดระบบของโครงการเป็นการประเมิน
ปัญหาหรือทางเลือกที่จะสามารถเป็นไปได้ที่จะนำไปปฏิบัติเพ่ือการพัฒนาโดยการประเมินสภาพที่
เปน็ อยู่และสาเหตขุ องปญั หา ซ่ึงในขน้ั ตอนนย้ี ังแบ่งยอ่ ยออกเปน็ ๓ ส่วน ได้แก่
๑.๑) การมีส่วนร่วมในขั้นต้น (Initial Decision) เป็นการค้นหาความตอ้ งการที่
แท้จริงซึ่งเปน็ วิธีการทจ่ี ะเขา้ ไปมสี ่วนรว่ มของโครงการ
๑.๒) การมีส่วนร่วมในข้ันเตรียมการ (Ongoing Decision) เป็นการหาโอกาส
หรือช่องทางในการแกป้ ัญหา รวมท้ังลำดบั ความสำคัญของโครงการที่จะตอ้ งดำเนนิ การ
๑.๓) การมีส่วนรว่ มในขั้นการตัดสินใจปฏิบัติการ (Operation Decision) เป็น
การหาบุคลากรเข้ามาปฏิบัติการได้แก่อาสาสมัคร ผู้ประสานงาน หรือกลุ่มที่รวมตัวกันตามประเพณี
เช่น กลุ่มสตรีหรือกลุ่มหนุ่มสาว เพ่ือที่จะมีส่วนร่วมในกิจกรรม โดยการเป็นสมาชิกร่วมดำเนินการ
คัดเลือกผู้นำ และการสร้างพลังอำนาจใหแ้ กอ่ งค์กร
๒) การมีส่วนร่วมในการปฏิบัติการ (Implementation) เป็นการดำเนินงานตาม
โครงการและแผนงานและเป็นการก่อให้เกิดความรู้สึกร่วมในการเป็นเจ้าของกิจกรรมและผลงานท่ี
ปรากฏในข้นั ตอนนีย้ งั แบง่ ออกได้เปน็ ๓ สว่ น คอื
๒.๑) การมีส่วนร่วมในการสละทรัพยากร (Resource Contribution) ได้แก่
การมีส่วนร่วมสละแรงกาย การสละเงิน การให้วัสดุอุปกรณ์ และการให้คำแนะนำ ซ่ึงทรัพยากร
เหล่าน้ีจะใหด้ ว้ ยความเต็มใจ
๒.๒) การมีส่วนร่วมในการบริหารและการประสานงาน (Administration and
Coordination) จะมีส่วนร่วมโดยวิธีการจ้าง บุคคลเข้ามามีส่วนร่วมดำเนินการฝึกอบรมผู้ที่จะเข้า
ปฏิบัติในโครงการหรือการให้คำปรึกษาในการตัดสินใจเก่ียวกับโครงการและเป็นผู้ประสานงานใน
โครงการด้วย
๒.๓) การมีส่วนร่วมในการเข้าเป็นผู้ปฏิบัติในโครงการมักพบว่ามีลักษณะเป็น
การบังคับให้เข้าปฏิบัติในโครงการมากที่สุด การมีส่วนร่วมโดยการบังคับให้ปฏิบัติจะต่างจากการให้
ความรว่ มมอื เพราะการบังคับให้ทำน้ัน ผลประโยชน์ (Benefits) จะไมใ่ ช้เป็นส่ิงที่สำคญั แต่ถา้ เป็นการ
มสี ่วนร่วมดว้ ยความเตม็ ใจน้นั จะมกี ารคำนึงถงึ ผลประโยชน์ทจี่ ะไดร้ บั หลงั เกิดการมสี ว่ นรว่ มด้วย
๒๑
๓) การมีส่วนรว่ มรับผลประโยชน์ (Benefits) ยังแบ่งออกไดเ้ ป็น ๓ ส่วนคือ
๓.๑) การมสี ่วนร่วมรบั ผลประโยชน์ (Material Benefits) ไดแ้ ก่การมสี ่วนร่วม
ในการเพิ่มผลผลติ รายได้ หรือทรัพย์สิน
๓.๒) การมีส่วนร่วมรับผลประโยชน์ในด้านสังคม (Social Benefits) ได้แก่
ผลประโยชน์ท่ีเกิดขึ้นแก่สังคม เช่น โรงเรียน สถานที่สาธารณะ หรือส่วนกลางของชุมชน เช่นการเพ่ิม
คุณภาพชีวติ การเกดิ ระบบน้ำประปา
๓.๓) การมีส่วนร่วมรับผลประโยชน์ในด้านบุคคล (Personal Benefits) ได้แก่ ความ
นับถือตนเอง (Self-Esteem) พลังอำนาจทางการเมือง (Political Power) ความคุ้มค่าของผลประโยชน์
(Sense of Efficacy)
๔) การมีส่วนร่วมในการประเมินผล (Evaluation) หมายถึง การมสี ่วนร่วมในการ
วัดผลและวิเคราะห์ผลของการดำเนินงาน รวมทั้งเป็นการค้นหาข้อดีและข้อบกพร่องเพ่ือหาแนว
ทางแก้ไขการทำงานใหม้ ีประสิทธภิ าพต่อไป แต่การมีส่วนร่วมในข้ันน้สี ่วนใหญ่บทบาทดังกล่าวจะเป็น
ของเจา้ หน้าท่ีภาครัฐ โดยจะเป็นการประเมินผลของงบประมาณท่ีจัดสรรนัน้ นำไปใชอ้ ย่างไรบางกรณี
แม้แต่เจ้าหน้าท่ีเองยังไม่มีโอกาสเข้ามามีสว่ นรว่ มในข้ันตอนดังกล่าว การมีส่วนร่วมในการประเมินผล
น้ีจะเป็นส่ิงที่แสดงให้เห็นถึงอิทธิพลของพลังงานความคิดของมวลชนท่ีจะทำให้โครงการพัฒนาหรือ
สามารถนำประยกุ ตใ์ ชต้ ่อไป๑๘
จำแนกขั้นตอนการมีสว่ นรว่ มไว้ ๕ ข้ันตอน คือ
๑) การมีส่วนร่วมในขน้ั ริเร่ิมโครงการเป็นขั้นตอนทปี่ ระชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการ
ค้นหาปัญหา สาเหตุของปัญหาในชุมชน และมีส่วนร่วมในการตัดสินใจ กำหนดความต้องการของ
ชุมชน และจัดลำดบั ความสำคัญของความตอ้ งการนน้ั ๆ
๒) การมีส่วนร่วมในข้ันการวางแผนการพัฒนา เป็นข้ันท่ีประชาชนเข้ามามีส่วนร่วม
ในการกำหนดนโยบายวัตถุประสงค์ของโครงการกำหนดวิธีการแนว ทางในการดำเนินงานกำหนด
ทรัพยากรและแหลง่ ของทรพั ยากรทีใ่ ช้
๓) การมีส่วนร่วมในขั้นดำเนินโครงการเป็นขัน้ ทปี่ ระชาชนเขา้ มามีส่วนร่วมในการทำ
ประโยชน์ใหแ้ ก่โครงการโดยการรว่ มชว่ ยเหลือด้านทุนทรพั ย์ วัสดุอปุ กรณ์ และแรงงาน หรือโดยการ
บรหิ ารงานและประสานงาน ตลอดจนการดำเนินการขอความช่วยเหลือจากภายนอก
๑๘ Cohen and upHoff (โคเฮน และ อัพฮ็อฟ) อ้างใน นันท์วัฒน์ บรมานันท์, การบริการสาธารณะ
ในระบบกฎหมายปกครองของฝรั่งเศส, (กรงุ เทพมหานคร : สำนกั นติ ิธรรม, ๒๕๔๑), หนา้ ๕๙.
๒๒
๔) การมสี ่วนร่วมในขั้นรับผลประโยชนท์ ี่เกิดจากโครงการพฒั นา เปน็ ขัน้ ทป่ี ระชาชน
เข้ามามีส่วนร่วมในการรับผลประโยชน์ที่พึงได้รับจากโครงการหรือมีส่วนในการรับผลเสียที่อาจเกิด
จากโครงการซึ่งผลประโยชน์หรือผลเสียน้ีอาจเป็นด้านกายภาพ หรือด้านจิตใจที่มีผลต่อสังคมหรือ
บคุ คลได้
๕) การมีสว่ นร่วมในขั้นประเมินผลโครงการพฒั นา เป็นข้นั ท่ีประชาชนเข้ามีส่วนรว่ ม
ในการประเมนิ ว่าโครงการพฒั นาทีดำเนินการน้ันบรรลุวัตถุประสงคท์ ่กี ำหนดไวห้ รอื ไม่การประเมนิ ผล
นอ้ี าจเป็นการประเมินผลย่อย ซึ่งเปน็ การประเมินผลความก้าวหน้าของโครงการที่กระทำกันเป็นระยะ
ๆ หรอื การประเมินผลรวม ซ่งึ เป็นการประเมินผลสรุปรวบยอดของโครงการทัง้ หมด๑๙
การมสี ว่ นรว่ มประชาชนจะตอ้ งเขา้ รว่ มในข้ันตอนต่าง ๆ คอื
๑) การมีส่วนร่วมในการค้นปัญหาและสาเหตุของประชาชนเน่ืองมาจากเหตุผล
พนื้ ฐานคอื ชาวชนบทประสบปัญหายอ่ มรูป้ ัญหาของตนเองไดด้ ที ่สี ุด
๒) การมีส่วนร่วมในการวางแผนดำเนินการของกิจกรรมเพ่ือจะแก้ปัญหาซึ่งปัญหา
เหล่านั้นผู้ท่ีเลือกแนวทางในการพัฒนา ควรเป็นประชาชนในชุมชั้นนั้นเอง ไม่ใช้บุคคลภายนอก
เพ่ือใหเ้ กิดเหมาะสมสอดคล้องกับทรัพยากรกบั ศกั ยภาพในการพัฒนาชมุ ชนนั้น
๓) การมีส่วนร่วมในการลงทุน โดยเฉพาะอย่างยิ่งทางด้านแรงงาน การร่วมแรง
ประกอบกิจกรรม ที่จะทำใหป้ ระชาชนมีความผกู พันกนั มากขึ้น และกอ่ ใหเ้ กิดความรู้สึกรว่ มกันในการ
เปน็ เจ้าของกจิ กรรมและผลงานท่ีปรากฏ ซง่ึ จะสง่ ผลให้ประชาชนบำรงุ รักษาให้ดำรงอยู่อย่างสมบูรณ์
และมีประโยชน์
๔) การมีส่วนร่วมในการติดตามประเมินผล เพื่อค้นคว้าหาข้อดีและข้อบกพร่องเกิด
จากการดำเนินกิจกรรม ซ่ึงได้นำมาเป็นบทเรียนในการปรับปรุงแก้ไข และเพิ่มประสิทธิภาพในการ
ทำงานต่อไป๒๐
๑๙ ธรี พงษ์ แกว้ หาวงษ์, กระบวนการเสริมสร้างชุมชนเข้มแขง็ , (ขอนแกน่ : โรงพิมพ์คลังนานาวิทยา,
๒๕๔๓), หน้า ๒๓-๒๔.
๒๐ จุฑามาศ ศรีสิรพิ รพนั ธ์, “การมสี ว่ นรว่ มของประชาชนในการดำเนินงานองคก์ ารบรหิ ารส่วนตำบล :
ศึกษากรณีองค์การบริหารสว่ นตำบลคลองขดุ อำเภอบา้ นโพธิ์ จังหวัดเชิงเทรา ”, ปัญหาพเิ ศษรัฐประศาสนศาสตร
มหาบัณฑติ , (บัณฑิตวิทยาลยั : มหาวทิ ยาลยั บูรพา, ๒๕๔๘), หน้า ๕๒.
๒๓
สรุปได้ว่า ข้ันตอนของการมีส่วนร่วม เป็นการแสดงออกทางความคิด การจัดระบบ การ
ประเมนิ ปัญหาเพือ่ นำไปปรบั ปรุงแกไ้ ขปัญหาว่ามีสาเหตุมาจากทใ่ี ด และเมอื่ พบกบั ปัญหานั้นแลว้ กห็ า
แนวทางในการแก้ไขปัญหา โดยการมสี ว่ นรว่ มของประชาชน
ตารางที่ ๒.๔ สรปุ ขัน้ ตอนการมีสว่ นรว่ มของประชาชน
นักวิชาการหรอื แหล่งข้อมูล แนวคดิ หลกั
นันทว์ ฒั น์ บรมานนั ท์ ขน้ั ตอนการมีสว่ นร่วมไว้ ๔ ขน้ั ตอน คอื
(๒๕๔๑, หน้า ๕๙.) ๑) การมีสว่ นรว่ มในการตดั สินใจ
๒) การมีสว่ นร่วมในการปฏบิ ัติการ
จุฑามาศ ศรสี ิรพิ รพันธ์ ๓) การมีส่วนรว่ มรับผลประโยชน์
(๒๕๔๘, หนา้ ๕๒.) ๔) การมีสว่ นรว่ มในการประเมนิ ผล
การมีส่วนร่วมประชาชนจะต้องเข้าร่วมในขั้นตอน
ต่าง ๆ คือ
๑) การมีส่วนร่วมในการค้นปัญหาและสาเหตุของ
ประชาชน
๒) การมีส่วนร่วมในการวางแผนดำเนินการของ
กจิ กรรมเพื่อจะแกป้ ัญหา
๓) การมสี ว่ นรว่ มในการลงทนุ
๔) การมสี ว่ นร่วมในการติดตามประเมนิ ผล
๒.๑.๕ ระดับการมีส่วนรว่ มของประชาชน
ผูว้ จิ ยั ได้รวบรวมผทู้ ใี่ หท้ ศั นะเกีย่ วกบั ระดบั การมสี ว่ นรว่ มของประชาชน ดังนี้
ระดับของการมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบการดำเนินงานขององค์การ
บริหารส่วนตำบลพบว่าการมีส่วนร่วมของประชาชนมีความแตกต่างกันในหลายระดับและหลาย
เงอ่ื นไข ดังนี้
๑) ระดบั เป็นฝา่ ยรุก / ปฏิกริ ยิ าตอบโต้
๒) ระดบั ลงสมัครรับเลือกตั้ง
๓) ระดบั การขอดเู อกสารต่าง ๆ
๔) ระดับการตรวจสอบผลงาน อบต. อยา่ งเปน็ รูปธรรม
๒๔
๕) ระดบั การประชมุ เสนอแผนผ่านประชาคมหมบู่ ้านและประชาคมหมบู่ ้าน
๖) ระดับการตรวจสอบในลกั ษณะที่เป็นกรรมการตรวจรับงาน/กรรมการเปิดซอง๒๑
ระดับการมสี ว่ นรว่ ม ออกเป็น ๕ ระดับ คือ
๑) การมสี ว่ นร่วมเป็นผู้ใหข้ ้อมูล ของตน / ครอบครัว/ ชุมชนของตน
๒) การมีส่วนร่วมรับรู้ข้อมูลข่าวสาร เช่น การร่วมรับรู้ข้อมูลของตนจากแพทย์เพ่ือ
จะเป็นแนวทางตดั สินใจใหด้ ีขึ้น เพราะสิง่ ทแ่ี พทยร์ ู้เก่ยี วกับตนนนั้ ตนเองอาจไม่รู้
๓) การมสี ว่ นร่วมตดั สินใจ (co-decision) โดยเฉพาะเกยี่ วกับโครงการท่ีตนจะมสี ่วน
ได้เสยี ด้วย โดยแบ่งเป็น ๓ กรณแี ลว้ แตก่ จิ กรรมนั้นตนอยู่ในขัน้ ตอนใดตอ่ ไปน้ี
๓.๑) ตนมีน้ำหนักการตัดสินใจน้อยกว่าเจ้าของโครงการเช่น ก่อนเร่ิมที่
โครงการจะตัดสินใจว่าโครงการควรทำขนาดใด ทำกิจกรรมอะไรบ้าง เป็นตน้ ผู้อ่นื มีส่วนรว่ มด้วยน้อย
๓.๒) ตนมีน้ำหนักการตัดสินใจเท่ากับเจ้าของโครงการ เช่น เมื่อเป็นหุ้นส่วนท่ี
เท่าเทียมกันและจะตัดสนิ ใจว่าจะเรม่ิ โครงการนั้น หรือไม่
๓.๓) ตนมีน้ำหนักการตัดสินใจมากกว่าเจ้าของโครงการ เช่น เม่ือเป็นผู้รับ
ประโยชน์จากน้ำท่ีได้รับจากอ่างน้ำ กลุ่มผู้ได้รับประโยชน์ควรเป็นผู้มีน้ำหนักการตัดสินใจมากกว่า
เจ้าหน้าท่ี เปน็ ตน้
๔) การมสี ่วนร่วมทำ คือรว่ มในขนั้ ตอนการดำเนินงาน เชน่ รว่ มสรา้ งถนน ในชนบท
๕) การมสี ว่ นร่วมสนับสนุน คือเม่อื ไมม่ ีโอกาสร่วมทำแตม่ สี ่วนร่วมชว่ ยเหลือดา้ นอนื่ ๆ๒๒
สรุปได้ว่า ระดับการมีส่วนรว่ มของประชาชน เป็นกระบวนการท่ีเปิดโอกาสให้ประชาชน
เข้ามามีส่วนร่วมในการรับรู้ เรียนรู้ ทำความเข้าใจ และร่วมเสนอปัญหารวมถึงแนวทางในการแก้ไข
ปญั หาซ่ึงมี ๓ ระดับ คอื มาก ปานกลาง และไมม่ ีสว่ นร่วม
๒๑ นวลน้อย ตรีรัตน์ และคนอื่น ๆ, การมีส่วนร่วมของประชาชนในการตรวจสอบการดำเนินงาน
ขององคก์ ารบริหารส่วนตำบล, (กรุงเทพมหานคร : บริษัท ธรรมดาเพรส จำกัด , ๒๕๔๕), หนา้ ๓๙๗-๓๙๘.
๒๒ นรินทร์ชัย พัฒนพงศา, การมีส่วนรว่ มหลักการพนื้ ฐาน เทคนิคและกรณตี ัวอยา่ ง, (เชียงใหม่ : สริ ิ
ลกั ษณ์การพมิ พ,์ ๒๕๔๗), หนา้ ๑๗-๑๘.
๒๕
ตารางที่ ๒.๕ ระดับการมีสว่ นรว่ มของประชาชน
นกั วชิ าการหรือแหล่งข้อมูล แนวคดิ หลัก
นวลน้อย ตรีรัตน์ ระดับของการมีส่วนร่วมของประชาชนแตกต่างกันใน
(๒๕๔๕, หนา้ ๓๙๗-๓๙๘.) หลายระดับและหลายเง่อื นไข ดงั นี้
๑) ระดบั เปน็ ฝา่ ยรกุ / ปฏกิ ิริยาตอบโต้
นรินทรช์ ัย พฒั นพงศา ๒) ระดับลงสมัครรบั เลอื กต้ัง
(๒๕๔๗, หน้า ๑๗-๑๘.) ๓) ระดับการขอดูเอกสารต่าง ๆ
๔) ระดับการตรวจสอบผลงาน อบต. อย่างเป็น
รูปธรรม
๕) ระดับการประชุมเสนอแผนผ่านประชาคมหมู่บ้าน
และประชาคมหมบู่ ้าน
๖) ระดับการตรวจสอบในลักษณะท่ีเป็นกรรมการ
ตรวจรับงาน / กรรมการเปดิ ซอง
ระดับการมสี ว่ นรว่ มแบง่ ออกเปน็ ๕ ระดบั คอื
๑) การมีส่วนรว่ มเป็นผู้ให้ข้อมูลของตน / ครอบครัว /
ชุมชน ของตน
๒) การมีสว่ นรว่ มรบั ร้ขู ้อมูล
๓) การมสี ว่ นร่วมตัดสินใจ
๔) การมีส่วนร่วมทำ คือร่วมในข้ันตอนการดำเนินงาน
เชน่ รว่ มสรา้ งถนน ในชนบท
๕) การมีส่วนร่วมสนับสนนุ คือไม่มีโอกาสร่วมทำแต่มี
ส่วนร่วมช่วยเหลอื ด้านอ่ืน ๆ
๒.๑.๖ ประโยชน์ของการมสี ่วนร่วมของประชาชน
นกั วชิ าการไดก้ ลา่ วถงึ ประโยชน์ของการมีสว่ นรว่ มของประชาชน ดงั น้ี
โดยทัว่ ไปการมีสว่ นรว่ มของประชาชนเป็นกระบวนการท่ีตอ้ งดำเนินการอยา่ งเป็นขัน้ ตอน
ต่อเนื่องซ่ึงก่อให้เกิดการผลิตนโยบายและบริการสาธารณะท่ีสอดคล้องกับความต้องการของ
สาธารณะชนนี้เป็นการเพ่ิมประสิทธิภาพของกรจัดสรรทรัพยากรของสาธารณะให้สูงข้ึน โดยการมี
สว่ นร่วมของประชาชนกอ่ ใหเ้ กิดประโยชนต์ ่าง ๆ ดังนี้
๒๖
๑) เพ่ิมคุณภาพของการตดั สินใจ กระบวนการปรกึ ษาหารือกบั สาธารณะชนชว่ ยให้
เกิดความกระจ่างในวัตถุประสงค์ และความต้องการของโครงการหรือนโยบายน้ัน ๆ ได้อยู่เสมอ
สาธารณะชนสามารถที่จะผลักดันให้เกิดการทบทวนข้อสันนิษฐานท่ีปิดบังอยู่ ซึ่งอาจจะปิดบังไม่ให้
มองเห็นทางออกท่ีมีประสิทธิภาพที่สุด บ่อยครั้งกระบวนการการมีส่วนร่วมของประชาชนก่อให้เกิด
การพิจารณาถึงทางเลือกใหม่แทนวิธีการที่ได้เคยใช้กันมาในอดีตสาธารณะชนมักมีข้อมูลที่สำคัญซ่ึง
ทำให้เกิดความแตกต่างในการที่จะนำไปสู่การตัดสินใจ ก่อให้เกิดความแตกต่างระหว่างโครงการท่ี
ประสบความสำเรจ็ และไม่ประสบความสำเรจ็
๒) ลดค่าใช้จ่ายและการสูญเสียเวลา โดยทั่วไปกระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชน
อย่างเต็มรูปแบบมักจะสิ้นเปลืองค่าใช้จ่ายและเสียเวลา แต่ในทางปฏิบัติแล้ว การมีส่วนร่วมของ
ประชาชนมาต้ังแต่ต้น สามารถท่ีจะลดความล่าช้า และลดค่าใช้จ่ายท่ีเก่ียวข้องกับความขัดแย้งของ
ประชาชนได้การตัดสินใจอย่างใดอย่างหน่ึงอาจจะดูว่าสิ้นเปลืองและเสียเวลาที่จะตัดสินใจได้ แต่ว่า
เมื่อตัดสินใจแล้ว และเม่ือนำมาสู่การปฏิบัติอาจจะเป็นวิธีการท่ีประหยัดกว่าด้วยซ้ำ การตัดสินใจ
อย่างหน่ึงอย่างใดท่ีทำไปอยา่ งรวดเร็วและดูเหมือนจะไม่ส้นิ เปลือง อาจจะเสียเวลาค่าใช้จ่ายมากกว่า
ถ้าการตัดสินใจนั้นไม่ได้ทำให้เกิดข้อตกลงระหว่างกลุ่มหรือความเห็นชอบในกลุ่มต่าง ๆ ท่ีมี
ผลประโยชนเ์ ก่ียวข้องได้ แต่กลับนำสู่ความขดั แยง้ ของประชาชนอย่างต่อเน่ืองมากขนึ้ การมีส่วนร่วม
ของประชาชนสามารถเกิดผลในการยอมรับอย่างสูงต่อการตัดสินใจ โดยกลุ่มซ่ึงมีส่วนได้ส่วนเสียใน
การตัดสินใจนั้น ๆ วิธีการจะช่วยลดความขัดแย้งระหว่างการนำไปปฏิบัติทำให้เกิดการนำไปปฏิบัติ
ทำให้เกิดการประหยัดค่าใช้จ่ายซ่ึงโดยท่ัวไปมักจะแพงกว่าค่าใช้จ่ายท่ีเกิดขึ้นจากการจัดทำการให้
ประชาชนมสี ว่ นรว่ มในระยะต้น
๓) การสรา้ งฉันทามติ โครงการมีส่วนรว่ มของประชาชนสามารถท่ีจะสร้างขอ้ ตกลง
ท่ีมั่นคงและยืนยาว และการยอมรบั ระหว่างกลุ่มซึ่งก่อนหน้าน้ีอาจจะมีความขัดแย้งระหว่างกันคนละ
ทาง การมีส่วนรว่ มยังก่อให้เกิดความเข้าใจระหว่างคู่กรณี ลดความขัดแย้งทางการเมอื งและก่อให้เกิด
ความชอบธรรมในการตดั สินใจของรัฐ
๔) ความสำเร็จและผลในการปฏิบัตขิ องโครงการ การมีสว่ นร่วมในการตัดสินใจให้
เรามคี วามรสู้ ึกถึงความเป็นเจ้าของการตัดสนิ ใจนั้น และคร้ังหน่ึงเม่ือได้ร่วมตัดสินใจใหเ้ รามีความรู้สึก
ถึงความเป็นเจ้าของการตัดสินใจนั้น และคร้ังหน่ึงเมื่อได้ร่วมตัดสินใจแล้วเขาก็ย่อมต้องการที่จะเห็น
สิ่งนนั้ ไปปฏิบัติได้ ไม่เพียงแต่จะมีความสนับสนนุ ทางการเมืองต่อการนำไปปฏิบัติ แต่กลมุ่ และปัจเจก
ชนอาจกระตือรือร้นในการท่ชี ว่ ยใหเ้ กดิ ผลในทางปฏบิ ัติ
๕) การหลีกเล่ียงการเผชิญหน้าหรือขัดแย้งที่รุนแรง ความขัดแย้งในโครงการอาจ
นำไปสู่การปฏิปักษ์อันยากที่จะแก้ไข กระบวนการมีส่วนร่วมของประชาชนก่อให้เกิดโอกาสที่คู่กรณี
๒๗
จะแสดงความต้องการของกลุ่มเขา และความห่วงกังวลปราศจากความรู้สึกที่เป็นปฏิปักษ์การมีส่วน
ร่วมของประชาชนตั้งแต่ต้นสามารถเผชิญหน้ากันอย่างรุนแรงที่อาจจะเป็นไปได้อย่างไรก็ดีการมีส่วน
ร่วมของประชาชนไมใ่ ชย้ าวิเศษมันไมอ่ าจทจี่ ะลดหรือกำจดั ความขดั แย้งในทกุ ๆ กรณี
๖) ความน่าเชอ่ื ถือและความชอบธรรม โดยท่ัวไปแล้วการมสี ่วนร่วมของประชาชน
และเป็นวิถีทางที่จะนำไปสู่ความชอบธรรมและการดำรงอยู่ของความชอบธรรม โดยเฉพาะอย่างย่ิง
เม่ือการตัดสินใจก่อให้เกิดความขัดแย้ง ก็คือจะต้องใช้กระบวนการตัดสินใจซ่ึงโปร่งใสและน่าเช่ือถือ
ต่อสาธารณะชน ซ่ึงให้สาธารณะชนมีส่วนร่วม โครงการมีส่วนร่วมของประชาชนยังก่อให้เกิดความ
เขา้ ใจถงึ เหตุการณ์ทีน่ ำไปสู่การตดั สินใจนนั้ ๆ๒๓
สรุปได้วา่ ประโยชน์ของการมีสว่ นร่วมทำให้ประชาชนเกิดการพฒั นาอยา่ งมีประสทิ ธิภาพการมี
ส่วนร่วมของภาคประชาชนนั้นเป็นกลไกที่สำคัญของการขับเคลื่อนสังคม เป็นการเพิ่มคุณภาพของการ
ตัดสินใจ ลดค่าใช้จ่ายและการสูญเสียเวลาที่ไม่จำเป็น อีกท้ังยังเป็นการหลีกเลี่ยงการเผชิญหน้าหรือ
ความขัดแย้งท่ีรุนแรง ดังนั้น การจะทำให้การมีส่วนร่วมของประชาชนเกิดประโยชน์สูงสุดควรทำให้
ประชาชนสว่ นใหญ่มีความเขา้ ใจเพ่ือก่อให้เกิดการมสี ว่ นรว่ มของทุกภาคส่วน
ตารางที่ ๒.๖ ประโยชนข์ องการมสี ว่ นรว่ มของประชาชน
นักวชิ าการหรอื แหล่งข้อมูล แนวคดิ หลัก
บวรศักดิ์ อุวรรณโณ การมีส่วนร่วมของประชาชนเป็นกระบวนการที่ต้อง
(๒๕๔๕, หนา้ ๓๘๐-๓๘๑.) ดำเนินการอย่างเป็นขั้นตอนต่อเนื่องซ่ึงก่อให้เกิดการผลิต
นโยบายและบริการสาธารณะทีส่ อดคลอ้ งกับความต้องการ
ของสาธารณะชนนเี้ ปน็ การเพิ่มประสิทธิภาพของกรจัดสรร
ทรพั ยากรของสาธารณะใหส้ ูงขนึ้
๒๓ บวรศักด์ิ อุวรรณโณ, กฎหมายมหาชนเล่ม ๑, พิมพ์คร้ังท่ี ๕, (กรุงเทพมหานคร : วิญญูชน,
๒๕๔๕), หน้า ๓๘๐-๓๘๑.
๒๘
๒.๒ แนวคิดเกีย่ วกับการมสี ว่ นรว่ มทางการเมือง
๒.๒.๑ ความหมายของการมสี ่วนรว่ มของประชาชน
จากการทบทวนเอกสารและงานวิจยั ท่เี ก่ียวขอ้ งกับการมีสว่ นรว่ มของประชาชนในการศึกษาเร่อื ง
“การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิตจังหวัดชัยภูมิ”
ผู้วจิ ัยไดร้ วบรวมความหมายจากนกั วชิ าการทไ่ี ด้นิยามไวด้ งั นี้
การมีส่วนร่วมของประชาชน หมายถึง การเปิดโอกาสให้ประชาชนได้มีส่วนร่วมในการคิดริเร่ิม
การตัดสินใจ การรว่ มปฏิบัติและร่วมรับผิดชอบในเร่ืองต่าง ๆ อันมีผลกระทบถึงตัวประชาชน การมีส่วน
ร่วมทำให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการพัฒนาชนบทเพ่ือแก้ปัญหาและนำมาซ่ึงสภาพความเป็นอยู่ของ
ประชาชนท่ีดีขนึ้ ได้นนั้ ผู้นำการเปลีย่ นแปลงต้องรบั ปรัชญาที่ว่า มนุษยท์ ุกคนต่างก็มีปรารถนาท่ีจะอยู่
ร่วมกันกับผู้อื่นอย่างเป็นสุขได้รับความเป็นธรรมและเป็นที่ยอมรับของผู้อื่น และพร้อมที่จะอุทิศตน
เพ่ือกิจกรรมของชุมชน ขณะเดียวกันต้องยอมรับความจริงท่ีว่ามนุษย์สามารถพัฒนาได้ต้องมีโอกาส
และได้รับการชี้แนะท่ีถูกต้อง๒๔ การมีส่วนร่วม (Participation) เป็นผลมาจากการเห็นพ้องต้องกันใน
เร่ืองความตอ้ งการและทิศทางของการเปลยี่ นแปลงและความเห็นพ้องตอ้ งกันนั้นจะต้องมีมากพอที่จะ
เกิดการริเร่ิมโครงการเพ่ือการปฏิบัติ กล่าวคือจะต้องเป็นการเห็นพ้องต้องกันของคนส่วนใหญ่ท่ี
จะต้องเข้าร่วมปฏิบัติการน้ัน ๆ เหตุผลเบื้องแรกของการที่คนเรามาร่วมกันได้ควรจะต้องมีการ
ตระหนักว่าปฏิบัติการท้ังหมดหรือการกระทำท้ังหมด ท่ีทำโดย หรือทำในนามกลุ่มนั้นกระทำผ่าน
องค์การ (Organization) ดังนั้นองค์การจะต้องเป็นเสมือนตัวนำให้บรรลุถึงความเปลี่ยนแปลงที่
ต้องการได้๒๕ กระบวนการทำให้ประชาชนมีความสมัครใจเข้ามามีส่วนร่วมในการกำหนดการ
เปลี่ยนแปลงเพื่อตัวประชาชนเองโดยให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตัดสินใจด้วยตนเอง และมี
ส่วนดำเนินการเพ่ือให้บรรลุถึงวัตถุประสงค์ดังที่ปรารถนาหรือที่ต้ังไว้ทั้งน้ีต้องมิใช้เป็นการกำหนด
กรอบแนวความคิดจากบุคคลภายนอก๒๖ การที่รัฐบาลทำการส่งเสริมชักนำสนับสนุน และสร้าง
โอกาสให้ประชาชนในชุมชน ในรูปส่วนบุคคล กลุ่มคน ชมรม สมาคม มูลนิธิ และองค์กรอาสาสมัคร
๒๔ ยุวัฒน์ วุฒิเมธี, หลักการพฒั นาชุมชนและการพฒั นาชนบท, (กรุงเทพมหานคร : ไทยอนุเคราะห์
ไทย, ๒๕๒๖), หนา้ ๒๐.
๒๕ อาภรณ์พันธ์ จันทร์สว่าง, ทฤษฎีและหลักการพัฒนาชุมชน ๒, (กรุงเทพมหานคร : ม.ป.ท,
๒๕๒๒), หน้า ๒๖.
๒๖ พัฒน์ บุญยรัตพันธ์, การสร้างพลังชุมชนโดยกระบวนการพัฒนาชุมชน, (กรุงเทพมหานคร :
สำนักพมิ พไ์ ทยวฒั นาพานิชย์, ๒๕๑๗), หนา้ ๑๒๙.