๑๒๙
สมมติฐานท่ี ๓ ประชาชนที่มีการศึกษาต่างกัน การมีส่วนร่วมทางการเมืองในการปกครองส่วน
ท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถติ จังหวัดชยั ภมู ิ แตกตา่ งกัน
ตารางท่ี ๔.๒๗ การเปรยี บเทยี บระดับการมีส่วนรว่ มทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วน
ทอ้ งถิน่ ในอำเภอเทพสถิต จังหวดั ชัยภมู ิ จำแนกตามระดับการศกึ ษา
การมสี ว่ นร่วมทางการเมอื งของ (n=๓๙๗)
Sig.
ประชาชนในการปกครองส่วน SS DF MS F ๐.๐๑*
๐.๐๐*
ท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จังหวัด ๙.๑๖ ๐.๐๐*
๒๓๗.๓๓ ๐.๐๐*
ชยั ภูมิ ๒๔๖.๔๙ ๐.๐๐*
๑๐.๖๔
๑) ด้านการ ระหวา่ งกล่มุ ๒๔๒.๖๓ ๕ ๑.๘๓ ๓.๐๑
๒๕๓.๒๗ ๓๙๑ ๐.๖๐
ตรวจสอบการทำงาน ภายในกลุม่ ๙.๗๕ ๓๙๖
๑๘๔.๗๓ ๕ ๒.๑๓ ๓.๔๓
รวม ๑๙๔.๔๙ ๓๙๑ ๐.๖๒
๙.๘๑ ๓๙๖
๒) ด้านการกำหนด ระหว่างกลุม่ ๑๗๒.๔๑ ๕ ๑.๙๕ ๔.๑๒
๑๘๒.๒๓ ๓๙๑ ๐.๔๗
นโยบาย ภายในกลุ่ม ๙.๓๒ ๓๙๖
๑๗๖.๘๐ ๕ ๑.๙๖ ๔.๔๕
รวม ๑๘๖.๑๓ ๓๙๑ ๐.๔๔
๓๙๖
๓) ดา้ นการบรหิ าร ระหว่างกลุ่ม ๕ ๑.๘๖ ๔.๑๒
๓๙๑ ๐.๔๕
ภายในกล่มุ ๓๙๖
รวม
๔) ดา้ นการตดิ ตาม ระหว่างกลุ่ม
ข่าวสาร ภายในกลุม่
รวม
รวม ระหว่างกล่มุ
ภายในกลมุ่
รวม
*มีนัยสำคัญทางสถติ ิท่ีระดับ ๐.๐๕
จากตารางท่ี ๔.๒๗ ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า ประชาชนท่ีมีการศึกษาต่างกัน มี
ส่วนร่วมทางการเมืองท้องถ่ินโดยรวมแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ ซ่ึงเป็นไป
๑๓๐
ตามสมมติฐานที่ต้ังไว้ เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ประชนท่ีมีการศึกษาต่างกัน มีความคิดเห็นต่อ
การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ด้าน
การตรวจสอบการทำงาน ด้านการกำหนดนโยบาย ด้านการบริหาร ด้านการติดตามข่าวสาร แตกต่างกัน
อย่างมีนยั สำคญั ทางสถติ ิทีร่ ะดับ ๐.๐๕ ซงึ่ เปน็ ไปตามสมมตฐิ านทตี่ ้งั ไว้
ดังน้ันจึงทำการเปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยเป็นรายคู่ โดยภาพรวมและราย
ดา้ นดว้ ยวธิ ผี ลต่างนัยสำคญั น้อยทส่ี ดุ (Least Significant Difference : LSD) รายละเอียดดังแสดงใน
ตารางท่ี ๔.๒๘- ๔.๓๒
ตารางท่ี ๔.๒๘ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของการมีส่วน
ร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต โดย
จำแนกตามอายุ โดยภาพรวม
การศึกษา ระดบั การศึกษา (n=๓๙๗)
̅X ประถมศกึ ษา มัธยมศกึ ษา มธั ยมศกึ ษา ปวช./ ปริญญา ปรญิ ญา
ตอนตน้ ตอนปลาย ปวส. ตรี โทข้ึนไป
๒.๘๙ ๓.๘๐
๓.๐๙ ๓.๓๒ ๓.๓๕ ๓.๕๙ ๐.๒๐ -๐.๗๑
ประถมศกึ ษา ๓.๐๙ - -๐.๒๓* -๐.๒๖* -๐.๕๐* ๐.๔๔ -๐.๔๘
มัธยมศกึ ษา ๐.๔๖ -๐.๔๕
๐.๗๑* -๐.๒๑
ตอนต้น ๓.๓๒ - -๐.๐๓ -๐.๒๗
- -๐.๙๑
มธั ยมศกึ ษา -
-
ตอนปลาย ๓.๓๕ - ๐.๒๔
ปวช./ปวส. ๓.๕๙ -
ปรญิ ญาตรี ๒.๘๙
ปริญญาโท
ขึ้นไป ๓.๘๐
*มีนัยสำคัญทางสถติ ิทรี่ ะดบั ๐.๐๕
จากตารางที่ ๔.๒๘ พบว่า ประชาชนมีความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของ
ประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต โดยภาพรวมแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญ
๑๓๑
ทางสถติ ิที่ระดับ ๐.๐๕ จำนวน ๔ คู่ ได้แก่ ประชาชนท่ีมกี ารศึกษาระดับประถมศึกษา มีความคดิ เห็น
ต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองแตกต่างจากประชาชนท่ีมีระดับการศึกษา มัธยมศึกษาตอนต้น
มธั ยมศึกษาตอนปลาย ปวช./ปวส. ประชาชนท่ีมีการศกึ ษาระดับ ปวช./ปวส. มีความคิดเหน็ ต่อการมี
ส่วนร่วมทางการเมืองแตกต่างจากประชาชนท่ีมีระดับการศึกษา ปริญญาตรี นอกน้ันไม่พบความ
แตกตา่ งรายคู่
ตารางท่ี ๔.๒๙ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของการมีส่วน
ร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต โดย
จำแนกตามการศึกษา ดา้ นการตรวจสอบการทำงาน
การศึกษา (n=๓๙๗)
ระดับการศกึ ษา
̅X ประถมศึกษา มัธยมศกึ ษา มัธยมศึกษา ปวช./ ปรญิ ญา ปริญญา
ตอนตน้ ตอนปลาย ปวส. ตรี โทขึน้ ไป
๓.๑๖ ๓.๓๓ ๓.๔๖ ๓.๖๙ ๒.๘๗ ๓.๘๐
ประถมศกึ ษา ๓.๑๖ - -๐.๑๗* -๐.๓๑* -๐.๕๓* ๐.๒๙ -๐.๖๔
มัธยมศกึ ษา
ตอนต้น ๓.๓๓ - -๐.๑๓ -๐.๓๖* ๐.๔๗ -๐.๔๗
มัธยมศกึ ษา
ตอนปลาย ๓.๔๖ - -๐.๒๓ ๐.๖๐ -๐.๓๔
ปวช./ปวส. ๓.๖๙ - ๐.๘๒* -๐.๑๑
- -๐.๙๓
ปริญญาตรี ๒.๘๗
ปรญิ ญาโท -
ขึน้ ไป ๓.๘๐
*มีนัยสำคญั ทางสถิตทิ ี่ระดับ ๐.๐๕
จากตารางท่ี ๔.๒๙ พบว่า ประชาชนมีความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของ
ประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถติ ด้านการตรวจสอบการทำงาน โดยภาพรวม
แตกต่างกัน อย่างมีนยั สำคัญทางสถิตทิ ี่ระดับ ๐.๐๕ จำนวน ๕ คู่ ไดแ้ ก่ ประชาชนทีม่ ีการศึกษาระดับ
๑๓๒
ประถมศึกษา มคี วามคิดเห็นต่อการมีส่วนรว่ มทางการเมืองแตกต่างจากประชาชนที่มีระดับการศกึ ษา
มัธยมศึกษาตอนต้น มัธยมศึกษาตอนปลาย ปวช./ปวส. ประชาชนท่ีมีการศึกษาระดับ ปวช./ปวส. มี
ความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองแตกต่างจากประชาชนท่ีมีระดับการศึกษา ปริญญาตรี
นอกน้นั ไมพ่ บความแตกตา่ งรายคู่
ตารางท่ี ๔.๓๐ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของการมีส่วน
ร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต โดย
จำแนกตามการศึกษา ดา้ นการกำหนดนโยบาย
การศึกษา (n=๓๙๗)
ระดับการศึกษา
X̅ ประถมศึกษา มธั ยมศกึ ษา มัธยมศกึ ษา ปวช./ ปริญญา ปริญญา
ตอนตน้ ตอนปลาย ปวส. ตรี โทขึน้ ไป
๓.๐๑ ๓.๒๘ ๓.๓๙ ๓.๕๔ ๓.๐๗ ๓.๖๐
ประถมศึกษา ๓.๐๑ - -๐.๒๖* -๐.๓๘* -๐.๕๒* -๐.๐๕ -๐.๕๙
มัธยมศึกษา
ตอนต้น ๓.๒๘ - -๐.๑๒ -๐.๒๖ ๐.๒๑ -๐.๓๒
มัธยมศึกษา
ตอนปลาย ๓.๓๙ - -๐.๑๔ ๐.๓๓ -๐.๒๑
ปวช./ปวส. ๓.๕๔ - ๐.๔๗ -๐.๐๖
- -๐.๕๓
ปริญญาตรี ๓.๐๗
ปริญญาโท -
ขึน้ ไป ๓.๖๐
*มีนยั สำคญั ทางสถิติท่รี ะดบั ๐.๐๕
จากตารางท่ี ๔.๓๐ พบว่า ประชาชนมีความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของ
ประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต ด้านการกำหนดนโยบาย โดยภาพรวม
แตกต่างกัน อย่างมีนยั สำคัญทางสถิติท่ีระดับ ๐.๐๕ จำนวน ๓ คู่ ได้แก่ ประชาชนท่ีมีการศึกษาระดับ
๑๓๓
ประถมศึกษา มคี วามคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองแตกต่างจากประชาชนทม่ี ีระดับการศึกษา
มธั ยมศึกษาตอนต้น มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ปวช./ปวส. นอกนั้นไม่พบความแตกต่างรายคู่
ตารางที่ ๔.๓๑ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของการมีส่วน
ร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต โดย
จำแนกตามการศกึ ษา ด้านการบรหิ าร
การศกึ ษา (n=๓๙๗)
ระดบั การศกึ ษา
X̅ ประถมศกึ ษา มธั ยมศึกษา มัธยมศึกษา ปวช./ ปริญญา ปริญญา
ตอนต้น ตอนปลาย ปวส. ตรี โทข้ึนไป
๓.๑๒ ๓.๓๘ ๓.๓๒ ๓.๕๖ ๒.๘๑ ๓.๙๓
ประถมศกึ ษา ๓.๑๒ - -๐.๒๖* -๐.๒๐ -๐.๔๕* ๐.๓๑ -๐.๘๑
มัธยมศึกษา
ตอนตน้ ๓.๓๘ - ๐.๐๖ -๐.๑๙ ๐.๕๗* -๐.๕๕
มัธยมศึกษา
ตอนปลาย ๓.๓๒ - -๐.๒๕ ๐.๕๑ -๐.๖๑
ปวช./ปวส. ๓.๕๖ - ๐.๗๖* -๐.๓๖
- -๑.๑๒*
ปริญญาตรี ๒.๘๑
ปรญิ ญาโท -
ขึ้นไป ๓.๙๓
*มนี ัยสำคัญทางสถิตทิ ี่ระดับ ๐.๐๕
จากตารางที่ ๔.๓๑ พบว่า ประชาชนมีความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของ
ประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต ด้านการบริหาร โดยภาพรวมแตกต่างกัน
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติท่ีระดับ ๐.๐๕ จำนวน ๕ คู่ ได้แก่ ประชาชนท่ีมีการศึกษาระดับ
ประถมศึกษา มคี วามคิดเห็นต่อการมสี ่วนรว่ มทางการเมืองแตกต่างจากประชาชนท่มี ีระดับการศึกษา
มัธยมศึกษาตอนต้น ปวช./ปวส. ประชาชนท่ีมกี ารศึกษาระดบั มัธยมศกึ ษาตอนต้น มีความคดิ เห็นต่อ
การมีส่วนร่วมทางการเมืองแตกต่างจากประชาชนที่มีระดับการศึกษา ปริญญาตรี ประชาชนท่ีมี
๑๓๔
การศึกษาระดับ ปวช./ปวส. มีความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองแตกต่างจากประชาชนท่ีมี
ระดับการศึกษา ปริญญาตรี ประชาชนที่มีการศึกษาระดับ ปริญญาตรี มีความคิดเห็นต่อการมีส่วน
ร่วมทางการเมืองแตกต่างจากประชาชนท่ีมีระดับการศึกษา ปริญญาโท นอกน้ันไม่พบความแตกต่าง
รายคู่
ตารางที่ ๔.๓๒ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของการมีส่วน
ร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต โดย
จำแนกตามการศึกษา ดา้ นการติดตามขา่ วสาร
การศึกษา (n=๓๙๗)
ระดบั การศึกษา
̅X ประถมศกึ ษา มัธยมศกึ ษา มัธยมศกึ ษา ปวช./ ปรญิ ญา ปรญิ ญา
ตอนตน้ ตอนปลาย ปวส. ตรี โทขึ้นไป
๓.๐๗ ๓.๓๑ ๓.๒๔ ๓.๕๙ ๒.๘๑ ๓.๘๘
ประถมศึกษา ๓.๐๗ - -๐.๒๔* -๐.๑๗ -๐.๕๒* ๐.๒๕ -๐.๘๑
มัธยมศึกษา
ตอนตน้ ๓.๓๑ - ๐.๐๗ -๐.๒๘ ๐.๕๐ -๐.๕๗
มัธยมศึกษา
ตอนปลาย ๓.๒๔ - -๐.๓๕ ๐.๔๒ -๐.๖๔
ปวช./ปวส. ๓.๕๙ - ๐.๗๗* -๐.๒๙
- -๑.๐๖
ปรญิ ญาตรี ๒.๘๑
ปริญญาโท -
ขน้ึ ไป ๓.๘๘
*มีนยั สำคัญทางสถิตทิ ีร่ ะดบั ๐.๐๕
จากตารางที่ ๔.๓๒ พบว่า ประชาชนมีความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของ
ประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต ด้านการติดตามข่าวสาร โดยภาพรวม
แตกต่างกัน อย่างมีนยั สำคัญทางสถติ ทิ ่ีระดับ ๐.๐๕ จำนวน ๓ คู่ ไดแ้ ก่ ประชาชนที่มีการศึกษาระดับ
ประถมศึกษา มีความคิดเห็นต่อการมีส่วนรว่ มทางการเมืองแตกต่างจากประชาชนที่มีระดับการศกึ ษา
มัธยมศึกษาตอนต้น ปวช./ปวส. ประชาชนท่ีมีการศึกษาระดับ ปวช./ปวส. มีความคิดเห็นต่อการมี
๑๓๕
ส่วนร่วมทางการเมืองแตกต่างจากประชาชนที่มีระดับการศึกษา ปริญญาตรี นอกนั้นไม่พบความ
แตกตา่ งรายคู่
สมมติฐานที่ ๔ ประชาชนท่ีมีอาชีพต่างกัน การมีส่วนร่วมทางการเมืองในการปกครองส่วนท้องถิ่น
ในอำเภอเทพสถติ จังหวดั ชัยภูมิ แตกต่างกัน
ตารางที่ ๔.๓๓ การเปรียบเทียบระดับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วน
ท้องถน่ิ ในอำเภอเทพสถติ จงั หวัดชัยภูมิ จำแนกตามอาชีพ
(n=๓๙๗)
การมีส่วนร่วมทางการเมอื งของ
ประชาชนในการปกครองส่วน SS DF MS F Sig.
ท้องถน่ิ ในอำเภอเทพสถติ จังหวดั
ชัยภมู ิ
๑) ดา้ นการ ระหวา่ งกลมุ่ ๒๒.๗๑ ๕ ๔.๕๔ ๗.๙๓ ๐.๐๐*
ตรวจสอบการทำงาน ภายในกล่มุ ๒๒๓.๗๘ ๓๙๑ ๐.๕๗
รวม ๒๔๖.๔๙ ๓๙๖
๒) ด้านการกำหนด ระหวา่ งกลมุ่ ๑๔.๗๓ ๕ ๒.๙๔ ๔.๘๓ ๐.๐๐*
นโยบาย ภายในกลมุ่ ๒๓๘.๕๔ ๓๙๑ ๐.๖๑
รวม ๒๕๓.๒๗ ๓๙๖
๓) ด้านการบริหาร ระหว่างกล่มุ ๘.๓๔ ๕ ๑.๖๗ ๓.๕๐ ๐.๐๐*
ภายในกลมุ่ ๑๘๖.๑๔ ๓๙๑ ๐.๔๗
รวม ๑๙๔.๔๙ ๓๙๖
๔) ดา้ นการตดิ ตาม ระหว่างกลุม่ ๕.๐๗ ๕ ๑.๐๑ ๒.๒๓ ๐.๐๕
ข่าวสาร ภายในกลมุ่ ๑๗๗.๑๖ ๓๙๑ ๐.๔๕
รวม ๑๘๒.๒๓ ๓๙๖
รวม ระหวา่ งกลุ่ม ๑๐.๕๒ ๕ ๒.๑๐ ๔.๖๘ ๐.๐๐*
ภายในกลุ่ม ๑๗๕.๖๑ ๓๙๑ ๐.๔๔
รวม ๑๘๖.๑๓ ๓๙๖
*มีนยั สำคัญทางสถติ ิทรี่ ะดับ ๐.๐๕
๑๓๖
จากตารางที่ ๔.๓๓ ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า ประชาชนที่มีอาชีพต่างกัน มีส่วน
ร่วมทางการเมืองในการปกครองส่วนท้องถ่ิน โดยรวมแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ
๐.๐๕ ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานท่ีต้ังไว้ เม่ือพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ประชนที่มีอาชีพต่างกัน มี
ความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพ
สถิต จังหวัดชัยภูมิ ด้านการตรวจสอบการทำงาน ด้านการกำหนดนโยบาย ด้านการบริหาร ด้านการ
ตดิ ตามขา่ วสาร แตกต่างกนั อย่างมนี ัยสำคัญทางสถิตทิ ่ีระดบั ๐.๐๕ ซึ่งเปน็ ไปตามสมมตฐิ านทตี่ ้ังไว้
ดังนั้นจึงทำการเปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉล่ียเป็นรายคู่ โดยภาพรวมและราย
ด้านดว้ ยวธิ ีผลต่างนัยสำคัญนอ้ ยทส่ี ุด (Least Significant Difference : LSD) รายละเอียดดงั แสดงใน
ตารางที่ ๔.๓๔ - ๔.๓๗
ตารางที่ ๔.๓๔ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของการมีส่วน
ร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต โดย
จำแนกตามอาชพี โดยภาพรวม
(n=๓๙๗)
กลุ่มอาชีพ
อาชีพ ̅X ขา้ ราชการ เจ้าของ พนกั งาน อาชพี เกษตรกรรม อืน่ ๆ
กิจการ บริษัท อิสระ
๓.๑๐ ๓.๓๖ ๓.๕๓ ๓.๓๑ ๓.๑๑ ๓.๗๐
ข้าราชการ ๓.๑๐ - -๐.๒๖ -๐.๔๓* -๐.๒๑* -๐.๐๑ -๐.๖๐*
เจ้าของ
กิจการ ๓.๓๖ - -๐.๑๗ ๐.๐๕ ๐.๒๕ -๐.๓๔
พนักงาน
บรษิ ัท ๓.๕๓ - ๐.๒๓ ๐.๔๓* -๐.๑๗
อาชพี อิสระ ๓.๓๑ - ๐.๒๐* -๐.๔๐*
เกษตรกรรม ๓.๑๑ - -๐.๕๙*
อน่ื ๆ ๓.๗๐ -
*มีนยั สำคัญทางสถติ ทิ ร่ี ะดบั ๐.๐๕
๑๓๗
จากตารางที่ ๔.๓๔ พบว่า ประชาชนมีความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของ
ประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต โดยภาพรวมแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญ
ทางสถติ ิทร่ี ะดับ ๐.๐๕ จำนวน ๗ คู่ ได้แก่ ประชาชนทมี่ ีอาชีพขา้ ราชการ มคี วามคดิ เห็นต่อการมสี ่วน
ร่วมทางการเมืองแตกตา่ งจากประชาชนท่ีมีอาชีพพนักงานบริษัท อาชีพอิสระ และอ่ืน ๆ ประชาชนท่ี
มีอาชีพพนักงานบริษัท มีความคิดเห็นตอ่ การมีส่วนร่วมทางการเมืองแตกต่างจากประชาชนทมี่ ีอาชีพ
เกษตรกรรม ประชาชนที่มีอาชีพอาชีพอิสระ มีความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองแตกต่าง
จากประชาชนที่มีอาชีพเกษตรกรรม และอ่นื ๆ ประชาชนท่ีมีอาชีพพนักงานบริษทั มีความคิดเห็นต่อ
การมีส่วนร่วมทางการเมืองแตกต่างจากประชาชนที่มีอาชีพเกษตรกรรม ประชาชนที่มีอาชีพอาชีพ
เกษตรกรรม มีความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองแตกต่างจากประชาชนที่มีอาชีพอ่ืน ๆ
นอกนน้ั ไมพ่ บความแตกต่างรายคู่
ตารางท่ี ๔.๓๕ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของการมีส่วน
ร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต โดย
จำแนกตามอาชพี ดา้ นการตรวจสอบการทำงาน
อาชีพ ̅X ขา้ ราชการ เจา้ ของ กลุ่มอาชีพ (n=๓๙๗)
กจิ การ พนกั งาน อาชพี
๓.๐๒ ๓.๔๕ บรษิ ัท อสิ ระ เกษตรกรรม อ่ืน ๆ
ขา้ ราชการ ๓.๐๒ - -๐.๔๓* ๓.๕๙ ๓.๓๖
เจ้าของ -๐.๕๖* -๐.๓๔* ๓.๑๖ ๔.๑๕
กจิ การ ๓.๔๕ - -๐.๑๔ -๑.๑๒*
พนักงาน ๓.๕๙ -๐.๑๓ ๐.๐๙
บริษัท ๐.๒๙ -๐.๖๙*
อาชพี อิสระ ๓.๓๖ - ๐.๒๓
เกษตรกรรม ๓.๑๖ - ๐.๔๓* -๐.๕๖*
อนื่ ๆ ๔.๑๕ ๐.๒๐* -๐.๗๘*
*มีนยั สำคญั ทางสถิตทิ ร่ี ะดบั ๐.๐๕
- -๐.๙๙*
-
๑๓๘
จากตารางท่ี ๔.๓๕ พบว่า ประชาชนมีความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของ
ประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต ด้านการตรวจสอบการทำงาน โดยภาพรวม
แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จำนวน ๑๐ คู่ ได้แก่ ประชาชนท่ีมีอาชีพ
ข้าราชการ มีความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองแตกต่างจากประชาชนที่มีอาชีพเจ้าของ
กิจการ พนักงานบริษัท อาชีพอิสระ และอ่ืน ๆ ประชาชนท่ีมีอาชีพเจ้าของกิจการ มีความคิดเห็นต่อ
การมสี ่วนรว่ มทางการเมืองแตกต่างจากประชาชนท่ีมีอาชีพอื่น ๆ ประชาชนที่มอี าชีพพนักงานบริษัท
มีความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองแตกต่างจากประชาชนที่มีอาชีพเกษตรกรรม และอ่ืน ๆ
ประชาชนท่ีมีอาชีพอิสระ มีความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองแตกต่างจากประชาชนท่ีมี
อาชีพเกษตรกรรม และอื่น ๆ ประชาชนที่มีอาชีพเกษตรกรรม มีความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วม
ทางการเมืองแตกตา่ งจากประชาชนท่มี ีอาชีพอ่นื ๆ นอกนนั้ ไมพ่ บความแตกตา่ งรายคู่
ตารางที่ ๔.๓๖ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของการมีส่วน
ร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต โดย
จำแนกตามอาชีพ ดา้ นการกำหนดนโยบาย
(n=๓๙๗)
กลมุ่ อาชีพ
อาชีพ X̅ ข้าราชการ เจา้ ของ พนักงาน อาชพี เกษตรกรรม อ่ืน ๆ
กจิ การ บริษทั อิสระ
๓.๐๔ ๓.๒๖ ๓.๕๓ ๓.๒๖ ๓.๐๕ ๓.๘๓
ขา้ ราชการ ๓.๐๔ - -๐.๒๒ -๐.๔๙* -๐.๒๒ ๐.๐๐ -๐.๗๘*
เจา้ ของ
กิจการ ๓.๒๖ - -๐.๒๗ ๐.๐๐ ๐.๒๒ -๐.๕๗*
พนักงาน
บริษทั ๓.๕๓ - ๐.๒๗ ๐.๔๘* -๐.๓๐
อาชพี อิสระ ๓.๒๖ - ๐.๒๒* -๐.๕๗*
เกษตรกรรม ๓.๐๕ - -๐.๗๘*
อนื่ ๆ ๓.๘๓ -
*มนี ยั สำคญั ทางสถติ ทิ ีร่ ะดับ ๐.๐๕
๑๓๙
จากตารางท่ี ๔.๓๖ พบว่า ประชาชนมีความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของ
ประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถติ ด้านการตรวจสอบการทำงาน โดยภาพรวม
แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จำนวน ๗ คู่ ได้แก่ ประชาชนที่มีอาชีพ
ข้าราชการ มีความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองแตกต่างจากประชาชนที่มีอาชีพ พนักงาน
บริษัท และอ่ืน ๆ ประชาชนท่ีมีอาชีพเจ้าของกิจการ มีความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมทางการเมือง
แตกต่างจากประชาชนทม่ี ีอาชพี อื่น ๆ ประชาชนท่มี ีอาชพี พนักงานบรษิ ัท มีความคดิ เห็นต่อการมสี ่วน
ร่วมทางการเมืองแตกต่างจากประชาชนที่มีอาชีพเกษตรกรรม ประชาชนท่ีมีอาชีพอิสระ มีความ
คิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองแตกต่างจากประชาชนที่มีอาชีพเกษตรกรรม และอื่น ๆ
ประชาชนที่มีอาชีพเกษตรกรรม มีความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมทางการเมอื งแตกต่างจากประชาชน
ทม่ี ีอาชพี อ่ืน ๆ นอกนน้ั ไม่พบความแตกตา่ งรายคู่
ตารางท่ี ๔.๓๗ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุดของการมีส่วน
ร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต โดย
จำแนกตามอาชีพ ดา้ นการบริหาร
(n=๓๙๗)
กลุ่มอาชีพ
อาชพี X̅ ข้าราชการ เจ้าของ พนกั งาน อาชีพ เกษตรกรรม อนื่ ๆ
กจิ การ บรษิ ทั อิสระ
๓.๒๔ ๓.๓๗ ๓.๕๓ ๓.๓๗ ๓.๐๙ ๓.๔๗
ข้าราชการ ๓.๒๔ - -๐.๑๔ -๐.๒๙* -๐.๑๓ ๐.๑๕ -๐.๒๓
เจ้าของ
กิจการ ๓.๓๗ - -๐.๑๕ ๐.๐๑ ๐.๒๙ -๐.๐๙
พนักงาน
บริษทั ๓.๕๓ - ๐.๑๖ ๐.๔๔* ๐.๐๖
อาชพี อิสระ ๓.๓๗ - ๐.๒๘* -๐.๑๐
เกษตรกรรม ๓.๐๙ - -๐.๓๘*
อนื่ ๆ ๓.๔๗ -
*มีนัยสำคญั ทางสถิตทิ ่ีระดบั ๐.๐๕
๑๔๐
จากตารางที่ ๔.๓๗ พบว่า ประชาชนมีความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของ
ประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต ด้านการบริหาร โดยภาพรวมแตกต่างกัน
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จำนวน ๔ คู่ ได้แก่ ประชาชนท่ีมีอาชีพข้าราชการ มีความ
คิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองแตกต่างจากประชาชนที่มีอาชีพพนักงานบริษัท ประชาชนที่มี
อาชีพพนักงานบริษัท มีความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองแตกต่างจากประชาชนท่ีมีอาชีพ
เกษตรกรรม ประชาชนที่มีอาชีพอิสระ มีความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองแตกต่างจาก
ประชาชนที่มีอาชีพเกษตรกรรม ประชาชนที่มีอาชีพเกษตรกรรม มีความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วม
ทางการเมอื งแตกต่างกบั ประชาชนที่มีอาชพี อืน่ ๆ นอกนั้นไม่พบความแตกตา่ งรายคู่
๑๔๑
สมมติฐานที่ ๕ ประชาชนที่มีรายได้ต่างกัน การมีส่วนร่วมทางการเมืองในการปกครองส่วนท้องถิ่น ใน
อำเภอเทพสถติ จงั หวดั ชัยภูมิ แตกต่างกนั
ตารางที่ ๔.๓๘ การเปรียบเทยี บระดับการมสี ่วนร่วมทางการเมอื งของประชาชนในการปกครองส่วน
ทอ้ งถิน่ ในอำเภอเทพสถิต จงั หวัดชัยภูมิ จำแนกตามรายได้
(n=๓๙๗)
การมสี ่วนรว่ มทางการเมอื งของ
ประชาชนในการปกครองส่วน SS DF MS F Sig.
ท้องถิน่ ในอำเภอเทพสถิต จังหวดั
ชัยภูมิ
๑) ด้านการตรวจสอบ ระหว่างกลมุ่ ๑๓.๐๔ ๔ ๓.๒๖ ๕.๔๗ ๐.๐๐*
การทำงาน ภายในกลุ่ม ๒๓๓.๔๕ ๓๙๒ ๐.๕๙
รวม ๒๔๖.๔๙ ๓๙๖
๒) ด้านการกำหนด ระหว่างกลมุ่ ๑๔.๑๘ ๔ ๓.๕๔ ๕.๘๑ ๐.๐๐*
นโยบาย ภายในกลุ่ม ๒๓๙.๐๙ ๓๙๒ ๐.๖๑
รวม ๒๕๓.๒๗ ๓๙๖
๓) ด้านการบรหิ าร ระหวา่ งกลมุ่ ๑๔.๔๙ ๔ ๓.๖๒ ๗.๘๙ ๐.๐๐*
ภายในกลมุ่ ๑๗๙.๙๙ ๓๙๒ ๐.๔๕
รวม ๑๙๔.๔๙ ๓๙๖
๔) ด้านการติดตาม ระหว่างกลมุ่ ๑๓.๕๖ ๔ ๓.๓๙ ๗.๘๘ ๐.๐๐*
ข่าวสาร ภายในกลมุ่ ๑๖๘.๖๖ ๓๙๒ ๐.๔๓
รวม ๑๘๒.๒๓ ๓๙๖
รวม ระหวา่ งกล่มุ ๑๓.๐๓ ๔ ๓.๒๕ ๗.๓๗ ๐.๐๐*
ภายในกลุ่ม ๑๗๓.๑๐ ๓๙๒ ๐.๔๔
รวม ๑๘๖.๑๓ ๓๙๖
*มนี ัยสำคญั ทางสถิติทีร่ ะดับ ๐.๐๕
จากตารางที่ ๔.๓๘ ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า ประชาชนที่มีรายได้ต่างกัน มีส่วน
ร่วมทางการเมืองท้องถ่ินโดยรวมแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติท่ีระดับ ๐.๐๕ ซ่ึงเป็นไปตาม
๑๔๒
สมมติฐานที่ต้ังไว้ เม่ือพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ประชนที่มีรายได้ต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการมี
ส่วนรว่ มทางการเมอื งของประชาชนในการปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวดั ชยั ภมู ิ ด้าน
การตรวจสอบการทำงาน ด้านการกำหนดนโยบาย ด้านการบริหาร ดา้ นการติดตามข่าวสาร แตกต่าง
กัน อยา่ งมนี ัยสำคญั ทางสถิติทรี่ ะดับ ๐.๐๕ ซ่งึ เป็นไปตามสมมตฐิ านท่ีต้งั ไว้
ดังนั้นจึงทำการเปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉล่ียเป็นรายคู่ โดยภาพรวมและราย
ด้านดว้ ยวิธีผลต่างนยั สำคัญนอ้ ยที่สดุ (Least Significant Difference : LSD) รายละเอียดดงั แสดงใน
ตารางที่ ๔.๓๙ - ๔.๔๓
ตารางท่ี ๔.๓๙ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุดของการมีส่วน
ร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต โดย
จำแนกตามรายได้ โดยภาพรวม
รายได้ ต่ำกวา่ ๕,๐๐๑- รายได้ ๑๕,๐๐๑ - (n=๓๙๗)
X̅ ๕,๐๐๐ ๑๐,๐๐๐ ๑๐,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐
บาท ๑๕,๐๐๐ ๒๐,๐๐๑
๓.๑๑ บาท บาท ขน้ึ ไป
๓.๑๙ บาท ๓.๓๔
ต่ำกว่า ๕,๐๐๐ ๓.๕๗ ๓.๑๖
บาท ๓.๑๑ -
-๐.๐๘ -๐.๔๖* -๐.๒๔ -๐.๐๕
๕,๐๐๑ - ๑๐,๐๐๐
บาท ๓.๑๙ - -๐.๓๘* -๐.๑๖ ๐.๐๓
๑๐,๐๐๑- - ๐.๒๒ ๐.๔๑*
๑๕,๐๐๐ บาท ๓.๕๗
- ๐.๑๘
๑๕,๐๐๑- -
๒๐,๐๐๐ บาท ๓.๓๔
๒๐,๐๐๑ ขนึ้ ไป ๓.๑๖
*มนี ยั สำคญั ทางสถติ ทิ รี่ ะดบั ๐.๐๕
๑๔๓
จากตารางที่ ๔.๓๙ พบว่า ประชาชนมีความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของ
ประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต โดยภาพรวมแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญ
ทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ จำนวน ๓ คู่ ได้แก่ ประชาชนที่มีรายได้ต่ำกว่า ๕,๐๐๐ บาท มีความคิดเห็น
ต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองแตกต่างจากประชาชนท่ีมีรายได้ ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท
ประชาชนที่มีรายได้ ๕,๐๐๑ - ๑๐,๐๐๐ บาท มีความคิดเห็นต่อการมีส่วนรว่ มทางการเมืองแตกต่าง
จากประชาชนที่มรี ายได้ ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท ประชาชนที่มีรายได้ ๑๐,๐๐๑- ๑๕,๐๐๐ บาท
มีความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองแตกต่างจากประชาชนที่มีรายได้ ๒๐,๐๐๑ ข้ึนไป
นอกนั้นไม่พบความแตกต่างรายคู่
ตารางที่ ๔.๔๐ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของการมีส่วน
ร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต โดย
จำแนกตามรายได้ ดา้ นการตรวจสอบการทำงาน
รายได้ ต่ำกว่า ๕,๐๐๑- รายได้ ๑๕,๐๐๑ - (n=๓๙๗)
̅X ๕,๐๐๐ ๑๐,๐๐๐ ๑๐,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐
บาท ๑๕,๐๐๐ ๒๐,๐๐๑
๓.๒๑ บาท บาท ขึ้นไป
๓.๒๑ บาท ๓.๒๗
ตำ่ กว่า ๕,๐๐๐ ๓.๖๒ ๓.๐๒
บาท ๓.๒๑ -
-๐.๐๑ -๐.๔๑* -๐.๐๗ ๐.๑๘
๕,๐๐๑ -
๑๐,๐๐๐ บาท ๓.๒๑ - -๐.๔๑* -๐.๐๖ ๐.๑๙
๑๐,๐๐๑- - ๐.๓๕ ๐.๖๐*
๑๕,๐๐๐ บาท ๓.๖๒
- ๐.๒๕
๑๕,๐๐๑- -
๒๐,๐๐๐ บาท ๓.๒๗
๒๐,๐๐๑ ข้ึนไป ๓.๐๒
*มนี ัยสำคัญทางสถติ ทิ ีร่ ะดับ ๐.๐๕
๑๔๔
จากตารางที่ ๔.๔๐ พบว่า ประชาชนมีความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของ
ประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต ด้านการตรวจสอบการทำงาน โดยภาพรวม
แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติท่ีระดับ ๐.๐๕ จำนวน ๓ คู่ ได้แก่ ประชาชนที่มีรายได้ต่ำกว่า
๕,๐๐๐ บาท มคี วามคดิ เห็นตอ่ การมสี ่วนร่วมทางการเมืองแตกตา่ งจากประชาชนท่ีมรี ายได้ ๑๐,๐๐๑
- ๑๕,๐๐๐ บาท ประชาชนท่ีมีรายได้ ๕,๐๐๑ - ๑๐,๐๐๐ บาท มีความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วม
ทางการเมืองแตกต่างจากประชาชนที่มีรายได้ ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท ประชาชนที่มีรายได้
๑๐,๐๐๑- ๑๕,๐๐๐ บาท มีความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองแตกต่างจากประชาชนท่ีมี
รายได้ ๒๐,๐๐๑ ข้ึนไป นอกน้นั ไม่พบความแตกตา่ งรายคู่
ตารางที่ ๔.๔๑ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของการมีส่วน
ร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต โดย
จำแนกตามรายได้ ดา้ นการกำหนดนโยบาย
รายได้ ต่ำกวา่ ๕,๐๐๑- รายได้ ๑๕,๐๐๑ - (n=๓๙๗)
X̅ ๕,๐๐๐ ๑๐,๐๐๐ ๑๐,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐
บาท ๑๕,๐๐๐ ๒๐,๐๐๑
๓.๐๕ บาท บาท ข้ึนไป
๓.๑๗ บาท ๓.๒๘
ต่ำกวา่ ๕,๐๐๐ ๓.๕๓ ๓.๐๕
บาท ๓.๐๕ - -๐.๑๓ -๐.๒๓
-๐.๔๘* -๐.๐๑
๕,๐๐๑ - - -๐.๑๑
๑๐,๐๐๐ บาท ๓.๑๗ -๐.๓๖* ๐.๑๒
๐.๒๕
๑๐,๐๐๑- - ๐.๔๘*
๑๕,๐๐๐ บาท ๓.๕๓ -
๐.๒๓
๑๕,๐๐๑- -
๒๐,๐๐๐ บาท ๓.๒๘
๒๐,๐๐๑ ข้ึนไป ๓.๐๕
*มนี ัยสำคัญทางสถิติทรี่ ะดบั ๐.๐๕
๑๔๕
จากตารางที่ ๔.๔๑ พบว่า ประชาชนมีความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของ
ประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต โดยภาพรวมแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญ
ทางสถิติท่ีระดับ ๐.๐๕ จำนวน ๓ คู่ ได้แก่ ประชาชนท่ีมีรายได้ต่ำกว่า ๕,๐๐๐ บาท มีความคิดเห็น
ต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองแตกต่างจากประชาชนท่ีมีรายได้ ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท
ประชาชนที่มีรายได้ ๕,๐๐๑ - ๑๐,๐๐๐ บาท มีความคิดเห็นต่อการมีส่วนรว่ มทางการเมืองแตกต่าง
จากประชาชนที่มรี ายได้ ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท ประชาชนที่มีรายได้ ๑๐,๐๐๑- ๑๕,๐๐๐ บาท
มีความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองแตกต่างจากประชาชนท่ีมีรายได้ ๒๐,๐๐๑ ข้ึนไป
นอกนั้นไม่พบความแตกต่างรายคู่
ตารางที่ ๔.๔๒ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของการมีส่วน
ร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต โดย
จำแนกตามรายได้ ด้านการบริหาร
รายได้ ต่ำกวา่ ๕,๐๐๑- รายได้ ๑๕,๐๐๑ - (n=๓๙๗)
X̅ ๕,๐๐๐ ๑๐,๐๐๐ ๑๐,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐
บาท ๑๕,๐๐๐ ๒๐,๐๐๑
๓.๑๒ บาท บาท ขึน้ ไป
๓.๑๙ บาท ๓.๔๕
ตำ่ กว่า ๕,๐๐๐ ๓.๖๐ ๓.๓๔
บาท ๓.๑๒ - -๐.๐๗ -๐.๓๓*
-๐.๔๘* -๐.๒๒
๕,๐๐๑ - - -๐.๒๖
๑๐,๐๐๐ บาท ๓.๑๙ -๐.๔๐* -๐.๑๔
๐.๑๔
๑๐,๐๐๑- - ๐.๒๖
๑๕,๐๐๐ บาท ๓.๖๐ -
๐.๑๒
๑๕,๐๐๑- -
๒๐,๐๐๐ บาท ๓.๔๕
๒๐,๐๐๑ ข้นึ ไป ๓.๓๔
*มีนัยสำคัญทางสถติ ทิ รี่ ะดบั ๐.๐๕
๑๔๖
จากตารางที่ ๔.๔๒ พบว่า ประชาชนมีความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของ
ประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต ด้านการบริหาร โดยภาพรวมแตกต่างกัน
อย่างมีนัยสำคัญทางสถติ ิที่ระดับ ๐.๐๕ จำนวน ๓ คู่ ได้แก่ ประชาชนท่ีมีรายได้ต่ำกว่า ๕,๐๐๐ บาท
มีความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองแตกต่างจากประชาชนท่ีมีรายได้ ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐
บาท และ ๑๕,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐ บาท ประชาชนที่มีรายได้ ๕,๐๐๑ - ๑๐,๐๐๐ บาท มีความคิดเห็น
ตอ่ การมีส่วนร่วมทางการเมืองแตกต่างจากประชาชนที่มีรายได้ ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐ บาท นอกนั้น
ไมพ่ บความแตกต่างรายคู่
ตารางท่ี ๔.๔๓ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุดของการมีส่วน
ร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต โดย
จำแนกตามรายได้ ด้านการติดตามขา่ วสาร
รายได้ ต่ำกวา่ ๕,๐๐๑- รายได้ ๑๕,๐๐๑ - (n=๓๙๗)
X̅ ๕,๐๐๐ ๑๐,๐๐๐ ๑๐,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐
บาท ๑๕,๐๐๐ ๒๐,๐๐๑
๓.๐๖ บาท บาท ขึน้ ไป
๓.๑๘ บาท ๓.๓๗
ต่ำกวา่ ๕,๐๐๐ ๓.๕๓ ๓.๒๓
บาท ๓.๐๖ - -๐.๑๒ -๐.๓๑*
๕,๐๐๑- -๐.๔๗* -๐.๑๗
๑๐,๐๐๐ บาท ๓.๑๘ - -๐.๑๙
๑๐,๐๐๑- -๐.๓๕* -๐.๐๖
๑๕,๐๐๐ บาท ๓.๕๓ ๐.๑๖
๑๕,๐๐๑- - ๐.๓๐*
๒๐,๐๐๐ บาท ๓.๓๗ -
๒๐,๐๐๑ ข้ึนไป ๓.๒๓ ๐.๑๔
*มนี ัยสำคัญทางสถติ ิท่รี ะดบั ๐.๐๕ -
๑๔๗
จากตารางที่ ๔.๔๓ พบว่า ประชาชนมีความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของ
ประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต ด้านการติดตามข่าวสาร โดยภาพรวม
แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติท่ีระดับ ๐.๐๕ จำนวน ๔ คู่ ได้แก่ ประชาชนที่มีรายได้ต่ำกว่า
๕,๐๐๐ บาท มีความคิดเห็นตอ่ การมีสว่ นร่วมทางการเมอื งแตกตา่ งจากประชาชนที่มีรายได้ ๑๐,๐๐๑
- ๑๕,๐๐๐ บาท และ ๑๕,๐๐๑ - ๒๐,๐๐๐ บาท ประชาชนท่ีมีรายได้ ๕,๐๐๑ - ๑๐,๐๐๐ บาท มี
ความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองแตกต่างจากประชาชนที่มีรายได้ ๑๐,๐๐๑ - ๑๕,๐๐๐
บาท ประชาชนท่ีมีรายได้ ๑๐,๐๐๑- ๑๕,๐๐๐ บาท มีความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมทางการเมือง
แตกตา่ งจากประชาชนท่มี ีรายได้ ๒๐,๐๐๑ ขึ้นไป นอกน้ันไมพ่ บความแตกต่างรายคู่
๔.๔ ผลการวิเคราะห์เปรียบเทียบการปฎิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมในการ
ปกครองส่วนทอ้ งถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จงั หวัดชัยภูมิ
สมมติฐานที่ ๖ การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมต่างกัน การมีส่วนร่วมทางการเมืองในการ
ปกครองสว่ นท้องถนิ่ ในอำเภอเทพสถติ จงั หวดั ชยั ภูมิ แตกตา่ งกนั
การวิเคราะห์สมมตฐานที่ ๖ ใช้สถิติ F-test (One-way ANOWA) ในการทดสอบความ
แปรปรวนแบบทางเดียวเพื่อเปรยี บเทยี บความแตกต่างของคา่ เฉลย่ี ท่ีมากกว่าสองกลุ่ม ใช้ระดับความ
เชื่อม่ัน ๙๕% ดังนั้น ถ้าเป็นไปตามสมมตฐานต่อเมื่อค่า Sig. น้อยกว่า ๐.๐๕ ถ้าพบความแตกต่าง
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ ๐.๐๕ จะเปรียบเทียบค่าเฉลี่ยรายคู่ด้วยวิธีการของ LSD. (Least
Significant Difference) และนำเสนอในรูปตารางประกอบการบรรยาย ดังต่อไปนี้
๑๔๘
ตารางที่ ๔.๔๔ การเปรียบเทียบระดับการปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการ
ปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ จำแนกตามด้านการประชุม
เนืองนิตย์
(n=๓๙๗)
SS DF MS F Sig.
๑) ด้านการ ระหวา่ งกลุม่ ๘๘.๒๗ ๔ ๒๒.๐๗ ๕๔.๖๗ ๐.๐๐*
ตรวจสอบการ ภายในกลุ่ม ๑๕๘.๒๓ ๓๙๒ ๐.๔๐
ทำงาน รวม ๒๔๖.๕๐ ๓๙๖
๒) ด้านการ ระหวา่ งกลมุ่ ๑๐๘.๗๗ ๔ ๒๗.๑๙ ๗๓.๗๖ ๐.๐๐*
กำหนดนโยบาย ภายในกล่มุ ๑๔๔.๕๑ ๓๙๒ ๐.๓๗
รวม ๒๕๓.๒๘ ๓๙๖
๓) ด้านการ ระหวา่ งกลุม่ ๙๓.๘๔ ๔ ๒๓.๔๖ ๙๑.๓๗ ๐.๐๐*
บริหาร ภายในกลมุ่ ๑๐๐.๖๕ ๓๙๒ ๐.๒๖
รวม ๑๙๔.๔๙ ๓๙๖
๔) ด้านการ ระหว่างกลุ่ม ๘๘.๕๘ ๔ ๒๒.๑๕ ๙๒.๗๐ ๐.๐๐*
ติดตามขา่ วสาร ภายในกลุ่ม ๙๓.๖๕ ๓๙๒ ๐.๒๔
รวม ๑๘๒.๒๓ ๓๙๖
รวม ระหวา่ งกลุ่ม ๙๔.๔๑ ๔ ๒๓.๖๐ ๑๐๐.๘๘ ๐.๐๐*
ภายในกลมุ่ ๙๑.๗๒ ๓๙๒ ๐.๒๓
รวม ๑๘๖.๑๓ ๓๙๖
*มนี ยั สำคญั ทางสถติ ิที่ระดบั ๐.๐๕
จากตารางที่ ๔.๔๔ ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิย
ธรรมของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ด้านการประชุม
เนืองนิตย์ต่างกนั มสี ่วนร่วมทางการเมืองในการปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ โดยภาพรวมแตกต่างกัน อย่างมี
นัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕ ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานท่ีต้ังไว้ เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า
ประชาชนท่ีมีการปฎิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการตรวจสอบการทำงาน ด้านการกำหนด
นโยบาย ด้านการบริหาร ด้านการตดิ ตามข่าวสาร ต่างกัน มีสว่ นรว่ มทางการเมอื งในการปกครองส่วน
ทอ้ งถน่ิ แตกตา่ งกัน อยา่ งมนี ัยสำคัญทางสถิติที่ระดบั ๐.๐๕ ซ่ึงเป็นไปตามสมมตฐิ านท่ตี งั้ ไว้
๑๔๙
ดังน้ันจึงทำการเปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉล่ียเป็นรายคู่ โดยภาพรวมและราย
ดา้ นดว้ ยวธิ ผี ลต่างนยั สำคัญน้อยที่สุด (Least Significant Difference : LSD) รายละเอียดดงั แสดงใน
ตารางท่ี ๔.๔๕ - ๔.๔๘
ตารางที่ ๔.๔๕ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุดของการปฎิบัติ
ตนตามหลักอปริหานิยธรรมในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จังหวัด
ชัยภูมิ ด้านการตรวจสอบการทำงาน
ดา้ นการตรวจสอบการทำงาน (n=๓๙๗)
หลกั อปรหิ านยิ ๑.๐๐- ๑.๘๑- ๒.๖๑ - ๓.๔๑- ๔.๒๑-
๕.๐๐
ธรรม X̅ ๑.๘๐ ๒.๖๐ ๓.๔๐ ๔.๒๐ มากทสี่ ุด
-๒.๐๗*
น้อยที่สดุ น้อย ปานกลาง มาก -๑.๗๘*
-๑.๑๙*
นอ้ ยทีส่ ุดนอ้ ย ๒.๒๗ - -.๒๘ -.๘๘* -๑.๔๑* -.๖๕*
น้อย ๒.๖๕ - -.๖๐* -๑.๑๓* -
ปานกลาง ๓.๔๓ - -.๕๓*
มาก ๓.๙๐ -
มากทสี่ ดุ ๔.๑๒
*มีนัยสำคัญทางสถติ ิท่รี ะดับ ๐.๐๕
จากตารางท่ี ๔.๔๕ พบว่า การปฎิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมในการปกครองส่วน
ทอ้ งถนิ่ ในอำเภอเทพสถิต จงั หวัดชัยภมู ิ ต่างกัน อยา่ งมนี ยั สำคญั ทางสถิตทิ ่ีระดับ ๐.๐๕ จำนวน ๙ คู่
ได้แก่ ประชาชนประชาชนท่ีมีการปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการประชุมเนืองนิตย์
ในระดบั น้อยท่ีสดุ แตกต่างจากประชาชนที่มีประชาชนทมี่ ีการปฏิบตั ิตนตามหลักหลักอปริหานยิ ธรรม
ดา้ นการตรวจสอบการทำงานในระดับปานกลาง ระดับมาก และมากท่ีสดุ ประชาชนที่มกี ารปฏิบัติตน
ตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ดา้ นการประชุมเนืองนิตย์ ในระดับน้อย แตกต่างจากประชาชนท่ีมีการ
ปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชน ด้านการตรวจสอบการทำงานในระดับปานกลาง
ระดับมาก และมากที่สุด ประชาชนที่มีการปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการประชุม
เนืองนิตย์ ในระดับปานกลาง แตกต่างจากประชาชนท่ีมีการปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม
ด้านการตรวจสอบการทำงานในระดับมาก และมากที่สุด ประชาชนที่มีการปฏิบัติตนตามหลักอปริ
๑๕๐
หานิยธรรมของประชาชน ด้านการประชุมเนืองนิตย์ ในระดับมาก แตกต่างจากประชาชนที่มีการ
ปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการตรวจสอบการทำงานในระดับที่สุดนอกน้ันไม่พบ
ความแตกตา่ งรายคู่
ตารางที่ ๔.๔๖ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุดของการปฎิบัติตน
ตามหลักอปริหานิยธรรมในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จังหวัด
ชยั ภมู ิ ด้านการกำหนดนโยบาย
ดา้ นการกำหนดนโยบาย (n=๓๙๗)
หลักอปริหานิย ๑.๐๐- ๑.๘๑- ๒.๖๑ - ๓.๔๑- ๔.๒๑-
๕.๐๐
ธรรม X̅ ๑.๘๐ ๒.๖๐ ๓.๔๐ ๔.๒๐ มากทีส่ ุด
-๒.๒๘*
น้อยทส่ี ุด นอ้ ย ปานกลาง มาก -๑.๘๘*
-๑.๔๑*
น้อยทีส่ ดุ นอ้ ย ๑.๙๑ - -.๔๐ -.๘๖* -๑.๕๗* -.๗๑*
น้อย ๒.๓๒ - -.๔๖* -๑.๑๖* -
ปานกลาง ๒.๗๘ - -.๗๐*
มาก ๓.๔๘ -
มากท่ีสดุ ๔.๑๙
*มีนยั สำคญั ทางสถติ ิทรี่ ะดับ ๐.๐๕
จากตารางท่ี ๔.๔๖ พบว่า การปฎิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมในการปกครองส่วน
ท้องถนิ่ ในอำเภอเทพสถิต จงั หวดั ชัยภูมิ ตา่ งกนั อยา่ งมีนัยสำคญั ทางสถิติท่รี ะดบั ๐.๐๕ จำนวน ๙ คู่
ได้แก่ ประชาชนที่มีการปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการกำหนดนโยบาย ในระดับน้อย
ทส่ี ุด แตกต่างจากประชาชนที่มีการปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการกำหนดนโยบายใน
ระดับปานกลาง ระดบั มาก และมากท่ีสุด ประชาชนท่ีมกี ารปฏิบตั ิตนตามหลกั หลักอปริหานิยธรรม ดา้ น
การตรวจสอบการทำงาน ในระดับน้อย แตกต่างจากประชาชนที่มีการปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริ
หานิยธรรม ด้านการกำหนดนโยบายในระดับปานกลาง ระดับมาก และมากที่สุด ประชาชนท่ีมีการ
ปฏิบตั ิตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการกำหนดนโยบายในระดับน้อย แตกต่างจากประชาชนที่
มีการปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการกำหนดนโยบายในระดับมาก และมากท่ีสุด
ประชาชนทมี่ กี ารปฏิบัติตนตามหลักหลกั อปริหานิยธรรม ด้านการกำหนดนโยบายในระดบั มาก แตกตา่ ง
๑๕๑
ประชาชนท่ีมีการปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการกำหนดนโยบายในระดับมากท่ีสุด
นอกนน้ั ไมพ่ บความแตกตา่ งรายคู่
ตารางที่ ๔.๔๗ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุดของการปฎิบัติ
ตนตามหลักอปริหานิยธรรมในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัด
ชยั ภูมิ ดา้ นการบรหิ าร
ดา้ นการบริหาร (n=๓๙๗)
หลกั อปรหิ านยิ ๑.๐๐- ๑.๘๑- ๒.๖๑ - ๓.๔๑- ๔.๒๑-
๕.๐๐
ธรรม X̅ ๑.๘๐ ๒.๖๐ ๓.๔๐ ๔.๒๐ มากท่สี ดุ
น้อยที่สดุ -๒.๐๖*
น้อย ปานกลาง มาก -๑.๖๙*
-๑.๒๓*
น้อยท่สี ดุ นอ้ ย ๒.๐๖ - -.๓๗ -.๘๒* -๑.๔๙* -.๕๖*
น้อย ๒.๔๓ - -.๔๕* -๑.๑๒* -
ปานกลาง ๒.๘๙ - -.๖๗*
มาก ๓.๕๕ -
มากทสี่ ุด ๔.๑๒
*มนี ยั สำคัญทางสถิตทิ ี่ระดบั ๐.๐๕
จากตารางท่ี ๔.๔๗ พบว่า การปฎิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมในการปกครองส่วน
ทอ้ งถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จงั หวัดชยั ภูมิ ตา่ งกนั อยา่ งมีนัยสำคญั ทางสถิตทิ ่รี ะดบั ๐.๐๕ จำนวน ๙ คู่
ได้แก่ ประชาชนท่ีมีการปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการบริหาร ในระดับน้อยที่สุด
แตกตา่ งจากประชาชนท่ีมกี ารปฏิบตั ิตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการบรหิ ารในระดบั ปานกลาง
ระดับมาก และมากที่สุด ประชาชนท่ีมีการปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการบริหาร ใน
ระดับนอ้ ย แตกตา่ งจากประชาชนท่ีมีการปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการบริหารระดับ
ปานกลาง ระดับมาก และมากท่ีสุด ประชาชนที่มีการปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการ
บริหาร ในระดับปานกลาง แตกต่างจากประชาชนท่ีมีการปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้าน
การบรหิ ารในระดับมาก และมากทสี่ ุด ประชาชนท่มี กี ารปฏบิ ัติตนตามหลกั หลกั อปริหานยิ ธรรมดา้ นการ
บริหาร ในระดับมาก แตกต่างจากประชาชนที่มีการปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการ
บรหิ ารในระดับมากท่สี ุด นอกน้ันไมพ่ บความแตกตา่ งรายคู่
๑๕๒
ตารางท่ี ๔.๔๘ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุดของการปฎิบัติ
ตนตามหลักอปริหานิยธรรมในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัด
ชยั ภมู ิ ด้านการติดตามขา่ วสาร
ดา้ นการตดิ ตามข่าวสาร (n=๓๙๗)
หลักอปริหานิย ๑.๐๐- ๑.๘๑- ๒.๖๑ - ๓.๔๑- ๔.๒๑-
๕.๐๐
ธรรม X̅ ๑.๘๐ ๒.๖๐ ๓.๔๐ ๔.๒๐ มากทีส่ ดุ
-๑.๙๒*
น้อยที่สดุ นอ้ ย ปานกลาง มาก -๑.๖๘*
-๑.๒๒*
น้อยทสี่ ุดน้อย ๒.๑๔ - -.๒๔ -.๗๐* -๑.๓๔* -.๕๘*
นอ้ ย ๒.๓๘ - -.๔๗* -๑.๑๑* -
ปานกลาง ๒.๘๔ - -.๖๔*
มาก ๓.๔๘ -
มากที่สดุ ๔.๐๖
*มีนัยสำคญั ทางสถิติท่ีระดับ ๐.๐๕
จากตารางท่ี ๔.๔๘ พบว่า การปฎิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมในการปกครองส่วน
ท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถติ จงั หวดั ชัยภมู ิ ตา่ งกัน อยา่ งมนี ัยสำคญั ทางสถิติที่ระดบั ๐.๐๕ จำนวน ๙ คู่
ได้แก่ ประชาชนที่มีการปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการติดตามข่าวสาร ในระดับน้อย
ท่ีสุด แตกต่างจากประชาชนท่ีมีการปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการติดตามข่าวสารใน
ระดบั ปานกลาง ระดับมาก และมากทส่ี ุด ประชาชนทม่ี กี ารปฏิบัตติ นตามหลักหลักอปรหิ านิยธรรม ดา้ น
การตดิ ตามข่าวสาร ในระดับน้อย แตกต่างจากประชาชนทีม่ ีการปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม
ด้านการติดตามข่าวสารในระดับปานกลาง ระดับมาก และมากท่ีสุด ประชาชนท่ีมีการปฏิบัติตนตาม
หลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการติดตามข่าวสาร ในระดับปานกลาง แตกต่างจากประชาชนท่ีมีการ
ปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการกำหนดนโยบายในระดับมาก และมากท่ีสุด ประชาชน
ที่มีการปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการติดตามข่าวสาร ในระดับมาก แตกต่างจาก
ประชาชนที่มีการปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการกำหนดนโยบายในระดับมากที่สุด
นอกนั้นไม่พบความแตกตา่ งรายคู่
๑๕๓
ตารางที่ ๔.๔๙ การเปรียบเทียบระดับการปฎิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมในการปกครองส่วน
ท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ จำแนกตามด้านการพร้อมเพรียงกัน
ประชุม
(n=๓๙๗)
SS DF MS F Sig.
๑) ด้านการ ระหวา่ งกลมุ่ ๑๒๖.๑๖ ๔ ๓๑.๕๔ ๑๐๒.๗๔ ๐.๐๐*
ตรวจสอบการ ภายในกลมุ่ ๑๒๐.๓๔ ๓๙๒ ๐.๓๑
ทำงาน รวม ๒๔๖.๕๐ ๓๙๖
๒) ด้านการ ระหวา่ งกล่มุ ๑๓๔.๐๗ ๔ ๓๓.๕๒ ๑๑๐.๒๒ ๐.๐๐*
กำหนดนโยบาย ภายในกลุ่ม ๑๑๙.๒๑ ๓๙๒ ๐.๓๐
รวม ๒๕๓.๒๘ ๓๙๖
๓) ดา้ นการบรหิ าร ระหว่างกลุ่ม ๙๕.๐๔ ๔ ๒๓.๗๖ ๙๓.๖๕ ๐.๐๐*
ภายในกลุม่ ๙๙.๔๕ ๓๙๒ ๐.๒๕
รวม ๑๙๔.๔๙ ๓๙๖
๔) ดา้ นการ ระหวา่ งกลุ่ม ๑๐๐.๗๓ ๔ ๒๕.๑๘ ๑๒๑.๑๑ ๐.๐๐*
ตดิ ตามขา่ วสาร ภายในกลุ่ม ๘๑.๕๑ ๓๙๒ ๐.๒๑
รวม ๑๘๒.๒๓ ๓๙๖
รวม ระหวา่ งกลุ่ม ๑๑๒.๔๕ ๔ ๒๘.๑๑ ๑๔๙.๕๖ ๐.๐๐*
ภายในกล่มุ ๗๓.๖๘ ๓๙๒ ๐.๑๙
รวม ๑๘๖.๑๓ ๓๙๖
*มนี ัยสำคัญทางสถิติท่รี ะดบั ๐.๐๕
จากตารางที่ ๔.๔๙ ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า การปฎิบัติตนตามหลักอปริหานิย
ธรรมในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ด้านการพร้อมเพรียงกันประชุม
โดยภาพรวมแตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติท่ีระดับ ๐.๐๕ ซงึ่ เป็นไปตามสมมติฐานท่ีต้ังไว้ เม่ือ
พิจารณาเป็นรายด้าน พบว่า ประชนที่มีการพร้อมเพรียงกันประชุมต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการ
ปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต
จังหวัดชัยภูมิ ด้านการตรวจสอบการทำงาน ด้านการกำหนดนโยบาย ด้านการบริหาร ด้านการ
ติดตามขา่ วสาร แตกตา่ งกนั อยา่ งมีนัยสำคัญทางสถติ ิทีร่ ะดบั ๐.๐๕ ซงึ่ เป็นไปตามสมมติฐานทต่ี ้งั ไว้
๑๕๔
ดังน้ันจึงทำการเปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉล่ียเป็นรายคู่ โดยภาพรวมและราย
ด้านดว้ ยวธิ ีผลตา่ งนยั สำคัญนอ้ ยท่สี ุด (Least Significant Difference : LSD) รายละเอียดดงั แสดงใน
ตารางที่ ๔.๕๐ - ๔.๕๓
ตารางท่ี ๔.๕๐ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของการปฏิบัติ
ตนตามหลักอปรหิ านิยธรรมของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพ
สถิต จังหวดั ชยั ภูมิ ด้านการตรวจสอบการทำงาน
ดา้ นการตรวจสอบการทำงาน (n=๓๙๗)
หลักอปริหานยิ ๑.๐๐- ๑.๘๑- ๒.๖๑ - ๓.๔๑- ๔.๒๑-
๕.๐๐
ธรรม X̅ ๑.๘๐ ๒.๖๐ ๓.๔๐ ๔.๒๐ มากทส่ี ุด
-๑.๖๒*
น้อยทีส่ ุด นอ้ ย ปานกลาง มาก -๑.๗๒*
-๑.๐๙*
นอ้ ยท่สี ดุ นอ้ ย ๒.๕๔ - .๑๐ -.๕๓* -๑.๓๖* -.๒๖*
นอ้ ย ๒.๔๔ - -.๖๓* -๑.๔๖* -
ปานกลาง ๓.๐๗ - -.๘๓*
มาก ๓.๙๐ -
มากทส่ี ุด ๔.๑๖
*มีนัยสำคัญทางสถติ ิที่ระดบั ๐.๐๕
จากตารางที่ ๔.๕๐ พบว่า การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการ
ปกครองส่วนท้องถน่ิ ในอำเภอเทพสถติ จงั หวดั ชัยภมู ิ ต่างกนั อยา่ งมนี ัยสำคญั ทางสถติ ทิ ่ีระดบั ๐.๐๕
จำนวน ๙ คู่ ได้แก่ การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการพร้อมเพรียงกันประชุม ในระดับ
น้อยที่สุด แตกต่างจากการปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการตรวจสอบการทำงานในระดับ
ปานกลาง ระดับมาก และมากท่ีสุด การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการพร้อมเพรียงกัน
ประชุม ในระดับน้อย แตกต่างจากการปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการตรวจสอบการ
ทำงานในระดับปานกลาง ระดับมาก และมากท่ีสุด การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการ
พร้อมเพรียงกันประชุม ในระดับปานกลาง แตกต่างจากการปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้าน
การตรวจสอบการทำงานในระดับมาก และมากท่ีสุด การปฏิบตั ิตนตามหลกั อปริหานิยธรรม ด้านการ
๑๕๕
พร้อมเพรียงกันประชุม ในระดับมาก แตกต่างจากการปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการ
ตรวจสอบการทำงานในมากท่สี ดุ นอกน้ันไมพ่ บความแตกตา่ งรายคู่
ตารางที่ ๔.๕๑ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของการปฏิบัติ
ตนตามหลักอปรหิ านิยธรรมของประชาชนในการปกครองสว่ นท้องถ่ิน ในอำเภอเทพ
สถิต จังหวัดชยั ภูมิ ดา้ นการกำหนดนโยบาย
ด้านการกำหนดนโยบาย (n=๓๙๗)
หลักอปริหานิย ๑.๐๐- ๑.๘๑- ๒.๖๑ - ๓.๔๑- ๔.๒๑-
๕.๐๐
ธรรม X̅ ๑.๘๐ ๒.๖๐ ๓.๔๐ ๔.๒๐ มากท่สี ดุ
นอ้ ยทส่ี ดุ -๒.๐๔*
นอ้ ย ปานกลาง มาก -๑.๘๔*
-๑.๐๘*
น้อยท่สี ุดน้อย ๒.๐๘ - -.๒๐ -.๙๖* -๑.๖๘* -.๓๕*
น้อย ๒.๒๘ - -.๗๖* -๑.๔๙* -
ปานกลาง ๓.๐๔ - -.๗๒*
มาก ๓.๗๖ -
มากท่ีสดุ ๔.๑๒
*มนี ัยสำคญั ทางสถิติทร่ี ะดบั ๐.๐๕
จากตารางท่ี ๔.๕๑ พบว่า การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการ
ปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติท่ีระดับ
๐.๐๕ จำนวน ๙ คู่ ได้แก่ การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการพร้อมเพรยี งกันประชุม ใน
ระดับน้อยที่สุด แตกต่างจากการปฏิบัติตนตามหลักอปรหิ านิยธรรม ด้านการกำหนดนโยบายในระดับ
ปานกลาง ระดับมาก และมากท่ีสุด การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการพร้อมเพรียงกัน
ประชมุ ในระดบั น้อย แตกต่างจากการปฏิบัติตนตามหลกั อปรหิ านิยธรรม ด้านการกำหนดนโยบายใน
ระดับปานกลาง ระดับมาก และมากทีส่ ดุ การปฏบิ ัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมด้านการพร้อมเพรยี ง
กันประชุม ในระดับน้อย แตกต่างจากการปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการกำหนด
นโยบายในระดับมาก และมากที่สุด การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการพร้อมเพรียงกัน
ประชุม ในระดบั มาก แตกต่างจากการปฏบิ ัตติ นตามหลกั อปรหิ านยิ ธรรม ดา้ นการกำหนดนโยบายใน
ระดบั มากทสี่ ุด นอกนั้นไมพ่ บความแตกตา่ งรายคู่
๑๕๖
ตารางที่ ๔.๕๒ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของการปฏิบัติ
ตนตามหลกั อปรหิ านยิ ธรรมของประชาชนในการปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ ในอำเภอเทพ
สถิต จังหวัดชัยภมู ิ ด้านการบรหิ าร
ดา้ นการบริหาร (n=๓๙๗)
หลักอปริหานิย ๑.๐๐- ๑.๘๑- ๒.๖๑ - ๓.๔๑- ๔.๒๑-
๕.๐๐
ธรรม X̅ ๑.๘๐ ๒.๖๐ ๓.๔๐ ๔.๒๐ มากทสี่ ุด
-๑.๗๙*
น้อยทสี่ ุด น้อย ปานกลาง มาก -๑.๗๐*
-.๙๙*
น้อยทีส่ ดุ น้อย ๒.๓๗ - -.๐๙ -.๘๑* -๑.๓๑* -.๔๙*
นอ้ ย ๒.๔๗ - -.๗๑* -๑.๒๑* -
ปานกลาง ๓.๑๘ - -.๕๐*
มาก ๓.๖๘ -
มากท่ีสุด ๔.๑๖
*มีนยั สำคัญทางสถติ ทิ ่ีระดบั ๐.๐๕
จากตารางที่ ๔.๕๒ พบว่า การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการ
ปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติท่ีระดับ
๐.๐๕ จำนวน ๙ คู่ ได้แก่ การปฏิบัติตนตามหลักอปรหิ านิยธรรม ด้านการพร้อมเพรียงกันประชุม ใน
ระดับน้อยท่ีสุด แตกต่างจากการปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการบริหารในระดับปาน
กลาง ระดับมาก และมากที่สุด การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการพร้อมเพรียงกัน
ประชุม ในระดับน้อย แตกต่างจากการปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการบริหารในระดับ
ปานกลาง ระดับมาก และมากท่ีสุด การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการพร้อมเพรียงกัน
ประชุมในระดับปานกลาง แตกต่างจากการปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการบริหารใน
ระดับมาก และมากที่สุด การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการพร้อมเพรียงกันประชุม ใน
ระดับมาก แตกต่างจากการปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการบริหารในระดับมากท่ีสุด
นอกนน้ั ไมพ่ บความแตกต่างรายคู่
๑๕๗
ตารางที่ ๔.๕๓ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุดของการปฏิบัติ
ตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการปกครองสว่ นท้องถิ่น ในอำเภอเทพ
สถิต จงั หวดั ชยั ภูมิ ดา้ นการติดตามข่าวสาร
ดา้ นการติดตามขา่ วสาร (n=๓๙๗)
หลกั อปริหานยิ ๑.๐๐- ๑.๘๑- ๒.๖๑ - ๓.๔๑- ๔.๒๑-
๕.๐๐
ธรรม X̅ ๑.๘๐ ๒.๖๐ ๓.๔๐ ๔.๒๐ มากท่ีสุด
-๑.๘๕*
นอ้ ยทส่ี ุด นอ้ ย ปานกลาง มาก -๑.๕๙*
-.๘๙*
น้อยที่สดุ นอ้ ย ๒.๑๕ - -.๒๕ -.๙๕* -๑.๕๕* -.๓๐*
นอ้ ย ๒.๔๐ - -.๗๐* -๑.๒๙* -
ปานกลาง ๓.๑๐ - -.๕๙*
มาก ๓.๗๐ -
มากที่สุด ๔.๐๐
*มนี ยั สำคญั ทางสถิติทร่ี ะดับ ๐.๐๕
จากตารางท่ี ๔.๕๓ พบว่า การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการ
ปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติท่ีระดับ
๐.๐๕ จำนวน ๙ คู่ ได้แก่ การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการพร้อมเพรียงกันประชุม ใน
ระดับน้อยที่สุด แตกตา่ งจากการปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการติดตามข่าวสารในระดับ
ปานกลาง ระดับมาก และมากท่ีสุด การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการพร้อมเพรียงกัน
ประชุม ในระดับน้อย แตกต่างจากการปฏิบัติตนตามหลักอปริหานยิ ธรรม ด้านการติดตามข่าวสารใน
ระดับปานกลาง ระดับมาก และมากที่สดุ การปฏบิ ัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมดา้ นการพรอ้ มเพรียง
กันประชุม ในระดับปานกลาง แตกต่างจากการปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการติดตาม
ข่าวสารในระดับมาก และมากที่สุด การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการพร้อมเพรียงกัน
ประชุม ในระดับมาก แตกต่างจากการปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการติดตามข่าวสารใน
ระดบั มากท่ีสุด นอกน้นั ไม่พบความแตกตา่ งรายคู่
๑๕๘
ตารางที่ ๔.๕๔ การเปรียบเทียบระดับการปฎิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการ
ปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ จำแนกตามด้านการไม่
บัญญตั ิ หรอื ไม่ล้มเลิกขอ้ บญั ญัติตามอำเภอใจ
(n=๓๙๗)
SS DF MS F Sig.
๑) ด้านการ ระหว่างกลุ่ม ๘๗.๓๓ ๔ ๒๑.๘๓ ๕๓.๗๗ ๐.๐๐*
ตรวจสอบการ ภายในกลมุ่ ๑๕๙.๑๗ ๓๙๒ ๐.๔๑
ทำงาน รวม ๒๔๖.๕๐ ๓๙๖
๒) ดา้ นการ ระหว่างกล่มุ ๑๑๑.๕๗ ๔ ๒๗.๘๙ ๗๗.๑๕ ๐.๐๐*
กำหนดนโยบาย ภายในกลมุ่ ๑๔๑.๗๑ ๓๙๒ ๐.๓๖
รวม ๒๕๓.๒๘ ๓๙๖
๓) ดา้ นการบรหิ าร ระหวา่ งกลมุ่ ๘๕.๕๒ ๔ ๒๑.๓๘ ๗๖.๙๒ ๐.๐๐*
ภายในกลุ่ม ๑๐๘.๙๗ ๓๙๒ ๐.๒๘
รวม ๑๙๔.๔๙ ๓๙๖
๔) ดา้ นการ ระหว่างกลมุ่ ๘๔.๙๕ ๔ ๒๑.๒๔ ๘๕.๕๗ ๐.๐๐*
ติดตามขา่ วสาร ภายในกลุ่ม ๙๗.๒๘ ๓๙๒ ๐.๒๕
รวม ๑๘๒.๒๓ ๓๙๖
รวม ระหว่างกลุ่ม ๙๑.๖๘ ๔ ๒๒.๙๒ ๙๕.๑๓ ๐.๐๐*
ภายในกลุม่ ๙๔.๔๕ ๓๙๒ ๐.๒๔
รวม ๑๘๖.๑๓ ๓๙๖
*มนี ยั สำคญั ทางสถิติทีร่ ะดบั ๐.๐๕
จากตารางที่ ๔.๕๔ ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า การปฎิบัติตนตามหลักอปริหานิย
ธรรมของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ โดยภาพรวม
แตกต่างกัน อย่างมีนัยสำคญั ทางสถิตทิ ่ีระดับ ๐.๐๕ ซ่ึงเป็นไปตามสมมติฐานทีต่ ั้งไว้ เม่อื พิจารณาเป็น
รายด้าน พบว่า ประชนที่มีการไม่บญั ญัติหรือล้มเลิกข้อบัญญัติตามอำเภอใจต่างกนั มีความคิดเหน็ ต่อ
การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จังหวัด
ชัยภูมิ ด้านการตรวจสอบการทำงาน ด้านการกำหนดนโยบาย ด้านการบริหาร ด้านการติดตาม
ข่าวสาร แตกตา่ งกัน อย่างมนี ัยสำคญั ทางสถิตทิ ่รี ะดบั ๐.๐๕ ซ่ึงเป็นไปตามสมมตฐิ านท่ตี ้งั ไว้
๑๕๙
ดังนั้นจึงทำการเปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยเป็นรายคู่ โดยภาพรวมและราย
ดา้ นดว้ ยวธิ ผี ลตา่ งนัยสำคัญนอ้ ยทีส่ ดุ (Least Significant Difference : LSD) รายละเอียดดงั แสดงใน
ตารางที่ ๔.๕๕ - ๔.๕๘
ตารางท่ี ๔.๕๕ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของการปฏิบัติ
ตนตามหลักอปรหิ านิยธรรมของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพ
สถติ จงั หวัดชัยภูมิ ดา้ นการตรวจสอบการทำงาน
ดา้ นการตรวจสอบการทำงาน (n=๓๙๗)
หลกั อปรหิ านิย ๑.๐๐- ๑.๘๑- ๒.๖๑ - ๓.๔๑- ๔.๒๑-
๕.๐๐
ธรรม X̅ ๑.๘๐ ๒.๖๐ ๓.๔๐ ๔.๒๐ มากทส่ี ดุ
-๑.๘๐*
นอ้ ยทีส่ ดุ นอ้ ย ปานกลาง มาก -๑.๕๔*
-๑.๐๖*
นอ้ ยทสี่ ดุ น้อย ๒.๒๗ - -.๒๖ -.๗๔* -๑.๒๙* -.๕๑*
นอ้ ย ๒.๕๒ - -.๔๘* -๑.๐๓* -
ปานกลาง ๓.๐๑ - -.๕๕*
มาก ๓.๕๖ -
มากทส่ี ุด ๔.๐๗
*มีนยั สำคัญทางสถติ ิท่รี ะดบั ๐.๐๕
จากตารางที่ ๔.๕๕ พบว่า การปฎิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการ
ปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติท่ีระดับ
๐.๐๕ จำนวน ๙ คู่ ได้แก่ ประชาชนท่ีปฎิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการไม่บัญญัติ หรือไม่
ล้มเลิกข้อบัญญัติตามอำเภอใจ ในระดับน้อยท่ีสุด แตกต่างจากประชาชนท่ีปฎิบัติตนตามหลักอปริ
หานิยธรรม ด้านการตรวจสอบการทำงานในระดับปานกลาง ระดับมาก และมากที่สุด ประชาชนที่
ปฎิบตั ิตนตามหลักอปรหิ านิยธรรม ด้านการไมบ่ ัญญัติ หรอื ไมล่ ้มเลิกขอ้ บญั ญตั ติ ามอำเภอใจ ในระดับ
น้อย แตกต่างจากประชาชนท่ีปฎิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการตรวจสอบการทำงานใน
ระดับปานกลาง ระดับมาก และมากที่สุด ประชาชนท่ีปฎิบัติตนตามหลักอปรหิ านิยธรรม ด้านการไม่
บัญญัติ หรือไม่ล้มเลิกข้อบัญญัติตามอำเภอใจในระดับปานกลาง แตกต่างจากประชาชนที่ปฎิบัติตน
ตามหลกั อปริหานิยธรรม ด้านการตรวจสอบการทำงานในระดบั มาก และมากที่สดุ ประชาชนที่ปฎิบัติ
๑๖๐
ตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการไม่บัญญัติ หรือไม่ล้มเลิกข้อบัญญัติตามอำเภอใจ ในระดับมาก
แตกตา่ งจากประชาชนท่ีปฎิบตั ิตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการตรวจสอบการทำงานในมากทีส่ ุด
นอกนั้นไม่พบความแตกตา่ งรายคู่
ตารางที่ ๔.๕๖ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของการปฏิบัติ
ตนตามหลักอปรหิ านิยธรรมของประชาชนในการปกครองสว่ นท้องถิ่น ในอำเภอเทพ
สถิต จังหวัดชัยภมู ิ ดา้ นการกำหนดนโยบาย
ด้านการกำหนดนโยบาย (n=๓๙๗)
หลกั อปริหานยิ ๑.๐๐- ๑.๘๑- ๒.๖๑ - ๓.๔๑- ๔.๒๑-
๕.๐๐
ธรรม X̅ ๑.๘๐ ๒.๖๐ ๓.๔๐ ๔.๒๐ มากท่ีสุด
-๑.๘๕*
น้อยท่ีสุด นอ้ ย ปานกลาง มาก -๑.๗๖*
-๑.๐๕*
น้อยท่สี ุดนอ้ ย ๒.๑๓ - -.๐๙ -.๘๐* -๑.๓๙* -.๔๖*
นอ้ ย ๒.๒๒ - -.๗๑* -๑.๓๐* -
ปานกลาง ๒.๙๓ - -.๕๙*
มาก ๓.๕๒ -
มากท่สี ดุ ๓.๙๘
*มนี ัยสำคญั ทางสถติ ทิ รี่ ะดับ ๐.๐๕
จากตารางท่ี ๔.๕๖ พบว่า การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการ
ปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ ในอำเภอเทพสถติ จงั หวดั ชยั ภมู ิ ต่างกนั อยา่ งมีนยั สำคญั ทางสถิตทิ ่ีระดับ ๐.๐๕
จำนวน ๙ คู่ ได้แก่ ประชาชนที่ปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการไม่บัญญัติ หรือไม่
ลม้ เลิกข้อบัญญัตติ ามอำเภอใจ ในระดบั นอ้ ยที่สุด แตกต่างจากประชาชนท่ีปฏิบัติตนตามหลักหลักอป
ริหานยิ ธรรม ด้านการกำหนดนโยบายในระดับปานกลาง ระดับมาก และมากที่สดุ ประชาชนที่ปฏิบตั ิ
ตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการไม่บัญญัติ หรือไม่ล้มเลิกข้อบัญญัติตามอำเภอใจ ในระดับ
น้อย แตกต่างจากประชาชนท่ีปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการกำหนดนโยบายใน
ระดับปานกลาง ระดับมาก และมากที่สุด ประชาชนที่ปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้าน
การไม่บัญญัติ หรือไมล่ ้มเลิกข้อบญั ญตั ิตามอำเภอใจ ในระดบั น้อย แตกต่างจากประชาชนที่ปฏิบัติตน
ตามหลักหลักอปรหิ านิยธรรม ด้านการกำหนดนโยบายในระดับมาก และมากทส่ี ุด ประชาชนที่ปฏิบัติ
๑๖๑
ตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการไม่บัญญัติ หรือไม่ล้มเลิกข้อบัญญัติตามอำเภอใจ ในระดับ
มาก แตกต่างจากประชาชนที่ปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการกำหนดนโยบายใน
ระดับมากทีส่ ุด นอกน้ันไม่พบความแตกต่างรายคู่
ตารางที่ ๔.๕๗ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของการปฏิบัติ
ตนตามหลักอปรหิ านิยธรรมของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพ
สถิต จังหวดั ชัยภูมิ ดา้ นการบริหาร
ด้านการบริหาร (n=๓๙๗)
หลกั อปรหิ านิย ๑.๐๐- ๑.๘๑- ๒.๖๑ - ๓.๔๑- ๔.๒๑-
๕.๐๐
ธรรม X̅ ๑.๘๐ ๒.๖๐ ๓.๔๐ ๔.๒๐ มากท่ีสดุ
-๑.๗๘*
นอ้ ยที่สุด นอ้ ย ปานกลาง มาก -๑.๕๖*
-.๙๑*
นอ้ ยท่ีสดุ นอ้ ย ๒.๑๙ - -.๒๒ -.๘๗* -๑.๓๕* -.๔๓*
นอ้ ย ๒.๔๑ - -.๖๕* -๑.๑๓* -
ปานกลาง ๓.๐๖ - -.๔๘*
มาก ๓.๕๔ -
มากทีส่ ุด ๓.๙๗
*มนี ยั สำคัญทางสถติ ทิ ่รี ะดับ ๐.๐๕
จากตารางท่ี ๔.๕๗ พบว่า การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการ
ปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ
๐.๐๕ จำนวน ๙ คู่ ได้แก่ ยประชาชนที่ปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการไม่บัญญัติ
หรือไม่ลม้ เลิกข้อบัญญัติตามอำเภอใจ ในระดับน้อยที่สุด แตกต่างจากประชาชนที่ปฏบิ ัติตนตามหลัก
หลักอปริหานิยธรรม ด้านการบรหิ ารในระดับปานกลาง ระดับมาก และมากที่สุด ประชาชนที่ปฏิบัติ
ตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการไม่บัญญัติ หรือไม่ล้มเลิกข้อบัญญัติตามอำเภอใจ ในระดับ
น้อย แตกต่างจากประชาชนท่ีปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการบริหาร ในระดับปาน
กลาง ระดับมาก และมากท่ีสุด ประชาชนท่ีปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการไม่
บญั ญัติ หรือไมล่ ้มเลกิ ข้อบัญญัติตามอำเภอใจ ในระดับปานกลาง แตกต่างจากประชาชนทป่ี ฏิบตั ิตน
ตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการบริหารในระดับมาก และมากที่สุดประชาชนที่ปฏิบัติตนตาม
๑๖๒
หลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการไม่บัญญัติ หรือไม่ล้มเลิกข้อบัญญัติตามอำเภอใจ ในระดับมาก
แตกต่างจากประชาชนที่ปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการบริหารในระดับมากที่สุด
นอกนัน้ ไม่พบความแตกตา่ งรายคู่
ตารางท่ี ๔.๕๘ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของการปฏิบัติ
ตนตามหลักอปรหิ านิยธรรมของประชาชนในการปกครองสว่ นท้องถ่ิน ในอำเภอเทพ
สถติ จงั หวัดชัยภูมิ ดา้ นการติดตามข่าวสาร
ดา้ นการติดตามขา่ วสาร (n=๓๙๗)
หลักอปริหานิย ๑.๐๐- ๑.๘๑- ๒.๖๑ - ๓.๔๑- ๔.๒๑-
๕.๐๐
ธรรม X̅ ๑.๘๐ ๒.๖๐ ๓.๔๐ ๔.๒๐ มากทส่ี ดุ
-๑.๖๒*
นอ้ ยที่สุด น้อย ปานกลาง มาก -๑.๖๐*
-.๙๔*
นอ้ ยทีส่ ดุ นอ้ ย ๒.๓๓ - -.๐๒ -.๖๘* -๑.๑๓* -.๕๐*
นอ้ ย ๒.๓๖ - -.๖๖* -๑.๑๑* -
ปานกลาง ๓.๐๑ - -.๔๕*
มาก ๓.๔๖ -
มากทสี่ ดุ ๓.๙๖
*มนี ยั สำคัญทางสถิติท่รี ะดับ ๐.๐๕
จากตารางที่ ๔.๕๘ พบว่า การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการ
ปกครองสว่ นท้องถ่นิ ในอำเภอเทพสถิต จงั หวดั ชยั ภูมิ ต่างกนั อย่างมนี ัยสำคญั ทางสถติ ทิ ่ีระดบั ๐.๐๕
จำนวน ๙ คู่ ได้แก่ ประชาชนท่ีปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการไม่บัญญัติ หรือไม่
ลม้ เลกิ ข้อบัญญัติตามอำเภอใจ ในระดับน้อยที่สุด แตกต่างจากประชาชนทป่ี ฏิบตั ิตนตามหลักหลักอป
รหิ านิยธรรม ดา้ นการติดตามข่าวสารระดับปานกลาง ระดับมาก และมากท่ีสุด ประชาชนท่ีปฏิบัตติ น
ตามหลักหลักอปริหานยิ ธรรม ดา้ นการไม่บัญญัติ หรอื ไม่ลม้ เลิกข้อบัญญัติตามอำเภอใจ ในระดับน้อย
แตกตา่ งจากประชาชนทปี่ ฏบิ ัตติ นตามหลักหลกั อปรหิ านิยธรรม ดา้ นการตดิ ตามขา่ วสารในระดับปาน
กลาง ระดับมาก และมากท่ีสุด ประชาชนที่ปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการไม่
บัญญัติ หรือไม่ล้มเลิกข้อบัญญัติตามอำเภอใจ ในระดับปานกลาง แตกต่างจากประชาชนท่ีปฏิบัติตน
ตามหลักหลกั อปรหิ านยิ ธรรม ด้านการติดตามขา่ วสาร ในระดับมาก และมากท่ีสดุ ประชาชนทปี่ ฏบิ ัติ
๑๖๓
ตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการไม่บัญญัติ หรือไม่ล้มเลิกข้อบัญญัติตามอำเภอใจ ในระดับ
มาก แตกต่างจากประชาชนที่ปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการติดตามข่าวสารใน
ระดับมากที่สุด นอกนน้ั ไม่พบความแตกตา่ งรายคู่
ตารางที่ ๔.๕๙ การเปรียบเทยี บระดบั การปฎบิ ัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการปกครอง
ส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ จำแนกตามด้านการเคารพเช่ือฟัง
ผูบ้ งั คบั บัญชา
(n=๓๙๗)
SS DF MS F Sig.
๑) ด้านการ ระหว่างกล่มุ ๗๘.๒๕ ๔ ๑๙.๕๖ ๔๕.๕๘ ๐.๐๐*
ตรวจสอบการ ภายในกลุม่ ๑๖๘.๒๕ ๓๙๒ ๐.๔๓
ทำงาน รวม ๒๔๖.๕๐ ๓๙๖
๒.ด้านการกำหนด ระหวา่ งกลุ่ม ๙๑.๙๐ ๔ ๒๒.๙๗ ๕๕.๘๐ ๐.๐๐*
นโยบาย ภายในกลุ่ม ๑๖๑.๓๘ ๓๙๒ ๐.๔๑
รวม ๒๕๓.๒๘ ๓๙๖
๓) ดา้ นการบรหิ าร ระหวา่ งกลมุ่ ๗๕.๕๓ ๔ ๑๘.๘๘ ๖๒.๒๓ ๐.๐๐*
ภายในกล่มุ ๑๑๘.๙๖ ๓๙๒ ๐.๓๐
รวม ๑๙๔.๔๙ ๓๙๖
๔) ด้านการ ระหวา่ งกลมุ่ ๖๖.๙๘ ๔ ๑๖.๗๕ ๕๖.๙๖ ๐.๐๐*
ติดตามขา่ วสาร ภายในกลมุ่ ๑๑๕.๒๕ ๓๙๒ ๐.๒๙
รวม ๑๘๒.๒๓ ๓๙๖
รวม ระหวา่ งกลุ่ม ๗๗.๕๐ ๔ ๑๙.๓๘ ๖๙.๙๒ ๐.๐๐*
ภายในกลุม่ ๑๐๘.๖๓ ๓๙๒ ๐.๒๘
รวม ๑๘๖.๑๓ ๓๙๖
*มีนัยสำคญั ทางสถติ ิที่ระดับ ๐.๐๕
จากตารางที่ ๔.๕๙ ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า ประชาชนที่ปฎิบัติตนตามหลักอปริ
หานิยธรรมของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ โดยภาพรวม
แตกตา่ งกัน อย่างมีนยั สำคญั ทางสถิตทิ ่ีระดับ ๐.๐๕ ซ่ึงเป็นไปตามสมมตฐิ านทีต่ ง้ั ไว้ เม่อื พิจารณาเป็น
๑๖๔
รายด้าน พบว่า ประชนที่มีการเคารพเช่ือฟังผู้บังคับบัญชาต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วม
ทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ด้านการ
ตรวจสอบการทำงาน ด้านการกำหนดนโยบาย ด้านการบริหาร ด้านการติดตามข่าวสาร แตกต่างกัน
อย่างมีนยั สำคญั ทางสถิติทร่ี ะดบั ๐.๐๕ ซง่ึ เป็นไปตามสมมติฐานท่ีตง้ั ไว้
ดังนั้นจึงทำการเปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยเป็นรายคู่ โดยภาพรวมและรายด้าน
ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุด (Least Significant Difference : LSD) รายละเอียดดังแสดงใน
ตารางท่ี ๔.๖๐ - ๔.๖๓
ตารางท่ี ๔.๖๐ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุดของการปฏิบัติ
ตนตามหลักอปรหิ านิยธรรมของประชาชนในการปกครองสว่ นท้องถิ่น ในอำเภอเทพ
สถิต จังหวดั ชัยภูมิ ด้านการตรวจสอบการทำงาน
ดา้ นการตรวจสอบการทำงาน (n=๓๙๗)
หลกั อปริหานยิ ๑.๐๐- ๑.๘๑- ๒.๖๑ - ๓.๔๑- ๔.๒๑-
๕.๐๐
ธรรม X̅ ๑.๘๐ ๒.๖๐ ๓.๔๐ ๔.๒๐ มากทีส่ ุด
-๑.๙๓*
น้อยที่สุด น้อย ปานกลาง มาก -๑.๕๘*
-๑.๑๐*
นอ้ ยทส่ี ดุ นอ้ ย ๒.๑๐ - -.๓๕ -.๘๔* -๑.๓๘* -.๕๕*
น้อย ๒.๔๕ - -.๔๘* -๑.๐๓* -
ปานกลาง ๒.๙๔ - -.๕๕*
มาก ๓.๔๘ -
มากท่ีสุด ๔.๐๓
*มีนยั สำคญั ทางสถิตทิ ่รี ะดับ ๐.๐๕
จากตารางที่ ๔.๖๐ พบว่า การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการ
ปกครองสว่ นท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จงั หวดั ชยั ภมู ิ ต่างกนั อยา่ งมีนัยสำคญั ทางสถิติท่ีระดับ ๐.๐๕
จำนวน ๙ คู่ ได้แก่ ประชาชนท่ีปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการเคารพเชื่อฟัง
ผู้บังคับบัญชา ในระดับน้อยที่สุด แตกต่างจากประชาชนท่ีปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม
ด้านการตรวจสอบการทำงานในระดับปานกลาง ระดับมาก และมากท่ีสุด ประชาชนท่ีปฏิบัติตนตาม
หลักหลักอปริหานิยธรรม ดา้ นการเคารพเช่อื ฟังผู้บังคับบัญชา ในระดบั นอ้ ย แตกต่างจากประชาชนท่ี
๑๖๕
ปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการตรวจสอบการทำงานในระดับปานกลาง ระดับมาก
และมากท่ีสุด ประชาชนที่ปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการเคารพเช่ือฟัง
ผู้บังคับบัญชา ในระดับปานกลาง แตกต่างจากประชาชนท่ีปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม
ด้านการตรวจสอบการทำงานในระดับมาก และมากท่ีสุด ประชาชนที่ปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริ
หานิยธรรม ด้านการเคารพเช่ือฟังผู้บังคับบัญชา ในระดับมาก แตกต่างจากประชาชนท่ีปฏิบตั ิตนตาม
หลักหลักอปริหานิยธรรม ดา้ นการตรวจสอบการทำงานในมากทสี่ ุด นอกน้ันไมพ่ บความแตกตา่ งรายคู่
ตารางที่ ๔.๖๑ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุดของการปฏิบัติ
ตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพ
สถติ จงั หวดั ชยั ภมู ิ ด้านการกำหนดนโยบาย
ดา้ นการกำหนดนโยบาย (n=๓๙๗)
หลกั อปรหิ านยิ ๑.๐๐- ๑.๘๑- ๒.๖๑ - ๓.๔๑- ๔.๒๑-
๕.๐๐
ธรรม X̅ ๑.๘๐ ๒.๖๐ ๓.๔๐ ๔.๒๐ มากทส่ี ุด
นอ้ ยท่สี ดุ -๒.๒๐*
น้อย ปานกลาง มาก -๑.๖๕*
-๑.๒๒*
น้อยทีส่ ุดนอ้ ย ๑.๘๐ - -.๕๔ -.๙๗* -๑.๖๒* -.๕๘*
น้อย ๒.๓๔ - -.๔๓* -๑.๐๗* -
ปานกลาง ๒.๗๗ - -.๖๔*
มาก ๓.๔๒ -
มากทีส่ ุด ๔.๐๐
*มีนัยสำคญั ทางสถติ ิทร่ี ะดบั ๐.๐๕
จากตารางที่ ๔.๖๑ พบว่า การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการ
ปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถติ จงั หวัดชยั ภูมิ ต่างกนั อย่างมนี ัยสำคญั ทางสถิติที่ระดบั ๐.๐๕
จำนวน ๙ คู่ ได้แก่ ประชาชนที่ปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการเคารพเชื่อฟัง
ผู้บังคับบัญชา ในระดับน้อยท่ีสุด แตกต่างจากประชาชนท่ีปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม
ด้านการกำหนดนโยบายในระดับปานกลาง ระดับมาก และมากท่ีสุด ประชาชนที่ปฏิบัติตนตามหลัก
หลักอปริหานิยธรรม ด้านการเคารพเชื่อฟังผู้บังคับบัญชา ในระดับน้อย แตกต่างจากประชาชนที่
ปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการกำหนดนโยบายในระดับปานกลาง ระดับมาก และ
๑๖๖
มากทส่ี ุด ประชาชนที่ปฏิบตั ิตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ดา้ นการเคารพเชื่อฟังผ้บู ังคับบัญชา ใน
ระดับน้อย แตกต่างจากประชาชนที่ปฏิบัติตนตามหลักหลักอปรหิ านิยธรรม ด้านการกำหนดนโยบาย
ในระดับมาก และมากทสี่ ดุ ประชาชนทปี่ ฏบิ ัติตนตามหลกั หลกั อปรหิ านิยธรรม ดา้ นการเคารพเชอ่ื ฟัง
ผูบ้ งั คบั บัญชา ในระดบั มาก แตกต่างจากประชาชนทปี่ ฏบิ ตั ิตนตามหลกั หลักอปรหิ านิยธรรม ด้านการ
กำหนดนโยบายในระดับมากท่สี ดุ นอกนน้ั ไม่พบความแตกต่างรายคู่
ตารางที่ ๔.๖๒ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของการปฏิบัติ
ตนตามหลักอปรหิ านิยธรรมของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพ
สถติ จังหวดั ชัยภูมิ ดา้ นการบรหิ าร
ดา้ นการบริหาร (n=๓๙๗)
หลกั อปรหิ านิย ๑.๐๐- ๑.๘๑- ๒.๖๑ - ๓.๔๑- ๔.๒๑-
๕.๐๐
ธรรม X̅ ๑.๘๐ ๒.๖๐ ๓.๔๐ ๔.๒๐ มากท่ีสุด
-๑.๘๐*
น้อยท่ีสุด นอ้ ย ปานกลาง มาก -๑.๔๗*
-.๙๔*
น้อยที่สุดนอ้ ย ๒.๐๗ - -.๓๓ -.๘๖* -๑.๔๓* -.๓๗*
น้อย ๒.๔๐ - -.๕๓* -๑.๑๐* -
ปานกลาง ๒.๙๓ - -.๕๗*
มาก ๓.๕๐ -
มากท่สี ดุ ๓.๘๗
*มีนัยสำคัญทางสถิติท่รี ะดบั ๐.๐๕
จากตารางที่ ๔.๖๒ พบว่า การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการ
ปกครองสว่ นทอ้ งถิน่ ในอำเภอเทพสถติ จงั หวดั ชัยภูมิ ต่างกัน อย่างมีนยั สำคัญทางสถิตทิ ี่ระดบั ๐.๐๕
จำนวน ๙ คู่ ได้แก่ ประชาชนท่ีปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการเคารพเช่ือฟัง
ผู้บังคับบัญชา ในระดับน้อยท่ีสุด แตกต่างจากประชาชนท่ีปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม
ด้านการบริหารในระดับปานกลาง ระดับมาก และมากท่ีสุด ประชาชนท่ีปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริ
หานยิ ธรรม ด้านการเคารพเช่อื ฟังผู้บังคับบญั ชา ในระดับน้อย แตกตา่ งจากประชาชนทปี่ ฏิบตั ติ นตาม
หลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการบริหาร ในระดับปานกลาง ระดับมาก และมากที่สุด ประชาชนท่ี
ปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการเคารพเชื่อฟังผู้บังคับบัญชา ในระดับปานกลาง
๑๖๗
แตกต่างจากประชาชนท่ีปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการบริหารในระดับมาก และ
มากที่สุด ประชาชนท่ีปฏิบัติตนตามหลักหลักอปรหิ านิยธรรม ด้านการเคารพเช่ือฟังผบู้ ังคับบัญชา ใน
ระดบั มาก แตกต่างจากประชาชนที่ปฏิบัติตนตามหลักหลกั อปริหานิยธรรม ดา้ นการบริหาร ในระดับ
มากทสี่ ดุ นอกนั้นไมพ่ บความแตกตา่ งรายคู่
ตารางที่ ๔.๖๓ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุดของการปฏิบัติ
ตนตามหลักอปรหิ านิยธรรมของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพ
สถิต จังหวดั ชัยภูมิ ดา้ นการติดตามข่าวสาร
ดา้ นการติดตามข่าวสาร (n=๓๙๗)
หลกั อปริหานิย ๑.๐๐- ๑.๘๑- ๒.๖๑ - ๓.๔๑- ๔.๒๑-
๕.๐๐
ธรรม X̅ ๑.๘๐ ๒.๖๐ ๓.๔๐ ๔.๒๐ มากทีส่ ุด
-๑.๘๒*
นอ้ ยทีส่ ุด นอ้ ย ปานกลาง มาก -๑.๓๘*
-.๘๕*
น้อยทส่ี ดุ นอ้ ย ๑.๙๔ - -.๔๕ -.๙๗* -๑.๔๙* -.๓๓*
นอ้ ย ๒.๓๙ - -.๕๒* -๑.๐๔* -
ปานกลาง ๒.๙๑ - -.๕๒*
มาก ๓.๔๓ -
มากที่สดุ ๓.๗๖
*มีนยั สำคญั ทางสถิติทีร่ ะดับ ๐.๐๕
จากตารางที่ ๔.๖๓ พบว่า การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการ
ปกครองสว่ นท้องถิน่ ในอำเภอเทพสถติ จังหวัดชยั ภมู ิ ต่างกนั อยา่ งมีนัยสำคัญทางสถติ ิที่ระดับ ๐.๐๕
จำนวน ๙ คู่ ได้แก่ ประชาชนที่ปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการเคารพเช่ือฟัง
ผู้บังคับบัญชา ในระดับน้อยท่ีสุด แตกต่างจากประชาชนที่ปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม
ด้านการติดตามข่าวสาร ในระดับปานกลาง ระดับมาก และมากท่ีสุด ประชาชนท่ีปฏิบัติตนตามหลัก
หลักอปริหานิยธรรม ด้านการเคารพเช่ือฟังผู้บังคับบัญชา ในระดับน้อย แตกต่างจากประชาชนท่ี
ปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการติดตามข่าวสาร ในระดับปานกลาง ระดับมาก และ
มากท่สี ุด ประชาชนท่ีปฏิบตั ิตนตามหลักหลกั อปรหิ านิยธรรม ดา้ นการเคารพเช่ือฟังผู้บังคับบัญชา ใน
ระดับปานกลาง แตกต่างจากประชาชนท่ีปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการติดตาม
๑๖๘
ข่าวสาร ในระดับมาก และมากที่สุด ประชาชนที่ปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิยธรรม ด้านการ
เคารพเชื่อฟังผู้บังคับบัญชา ในระดับมาก แตกต่างจากประชาชนที่ปฏิบัติตนตามหลักหลักอปริหานิย
ธรรม ด้านการติดตามข่าวสาร ในระดับมากท่ีสดุ นอกน้นั ไม่พบความแตกตา่ งรายคู่
ตารางท่ี ๔.๖๔ การเปรียบเทียบระดับการปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการ
ปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ จำแนกตามด้านการให้
เกยี รติ และคุม้ ครองสิทธสิ ตรี
(n=๓๙๗)
SS DF MS F Sig.
๑) ด้านการ ระหวา่ งกลุ่ม ๕๕.๙๘ ๔ ๑๔.๐๐ ๒๘.๘๐ ๐.๐๐*
ตรวจสอบการ ภายในกลุม่ ๑๙๐.๕๒ ๓๙๒ ๐.๔๙
ทำงาน รวม ๒๔๖.๕๐ ๓๙๖
๒) ดา้ นการกำหนด ระหวา่ งกล่มุ ๖๐.๔๔ ๔ ๑๕.๑๑ ๓๐.๗๑ ๐.๐๐*
นโยบาย ภายในกล่มุ ๑๙๒.๘๔ ๓๙๒ ๐.๔๙
รวม ๒๕๓.๒๘ ๓๙๖
๓) ด้านการบริหาร ระหวา่ งกลมุ่ ๕๙.๐๓ ๔ ๑๔.๗๖ ๔๒.๗๐ ๐.๐๐*
ภายในกล่มุ ๑๓๕.๔๖ ๓๙๒ ๐.๓๕
รวม ๑๙๔.๔๙ ๓๙๖
๔) ด้านการติดตาม ระหว่างกล่มุ ๕๐.๕๖ ๔ ๑๒.๖๔ ๓๗.๖๓ ๐.๐๐*
ข่าวสาร ภายในกลมุ่ ๑๓๑.๖๗ ๓๙๒ .๐๓๔
รวม ๑๘๒.๒๓ ๓๙๖
รวม ระหวา่ งกล่มุ ๕๕.๔๐ ๔ ๑๓.๘๕ ๔๑.๕๓ ๐.๐๐*
ภายในกลมุ่ ๑๓๐.๗๓ ๓๙๒ ๐.๓๓
รวม ๑๘๖.๑๓ ๓๙๖
*มีนัยสำคญั ทางสถิตทิ ่ีระดบั ๐.๐๕
จากตารางท่ี ๔.๖๔ ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิย
ธรรมของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ โดยภาพรวม
แตกต่างกนั อย่างมีนยั สำคัญทางสถิติท่ีระดับ ๐.๐๕ ซ่ึงเป็นไปตามสมมติฐานทต่ี ้งั ไว้ เมอ่ื พิจารณาเป็น
๑๖๙
รายด้าน พบว่า ประชนทม่ี ีการใหเ้ กียรติและคุ้มครองสทิ ธิสตรีต่างกัน มีความคิดเห็นตอ่ การมสี ว่ นรว่ ม
ทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ด้านการ
ตรวจสอบการทำงาน ด้านการกำหนดนโยบาย ด้านการบรหิ าร ด้านการติดตามข่าวสาร แตกต่างกัน อย่างมี
นยั สำคญั ทางสถติ ิทรี่ ะดบั ๐.๐๕ ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานท่ตี งั้ ไว้
ดังน้ันจึงทำการเปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉล่ียเป็นรายคู่ โดยภาพรวมและราย
ด้านด้วยวธิ ผี ลตา่ งนัยสำคญั นอ้ ยทส่ี ุด (Least Significant Difference : LSD) รายละเอียดดังแสดงใน
ตารางที่ ๔.๖๕ - ๔.๖๘
ตารางที่ ๔.๖๕ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุดของการปฏิบัติ
ตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการปกครองสว่ นท้องถิ่น ในอำเภอเทพ
สถิต จงั หวัดชยั ภมู ิ ดา้ นการตรวจสอบการทำงาน
ด้านการตรวจสอบการทำงาน (n=๓๙๗)
หลักอปรหิ านยิ ๑.๐๐- ๑.๘๑- ๒.๖๑ - ๓.๔๑- ๔.๒๑-
๕.๐๐
ธรรม X̅ ๑.๘๐ ๒.๖๐ ๓.๔๐ ๔.๒๐ มากท่สี ุด
-.๔๘
นอ้ ยท่สี ดุ นอ้ ย ปานกลาง มาก -๑.๔๖*
-.๘๖*
นอ้ ยท่ีสุดน้อย ๓.๕๓ - .๙๘* .๓๘ .๐๕ -.๕๓*
นอ้ ย ๒.๕๕ - -.๖๐* -.๙๓* -
ปานกลาง ๓.๑๖ - -.๓๒*
มาก ๓.๔๘ -
มากทสี่ ุด ๔.๐๑
*มนี ัยสำคัญทางสถติ ทิ ่รี ะดบั ๐.๐๕
จากตารางที่ ๔.๖๕ พบว่า การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการ
ปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชยั ภูมิต่างกัน อยา่ งมีนยั สำคัญทางสถติ ิทร่ี ะดับ ๐.๐๕
จำนวน ๗ คู่ ได้แก่ ประชาชนที่ปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการให้เกียรติ และคุ้มครอง
สิทธิสตรี ในระดับน้อยท่ีสุด แตกต่างจากประชาชนที่ปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการ
ตรวจสอบการทำงานในระดับน้อย ประชาชนท่ีปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการให้เกียรติ
และคุ้มครองสิทธสิ ตรี ในระดับน้อย แตกต่างจากประชาชนทป่ี ฏิบัติตนตามหลักอปรหิ านิยธรรม ดา้ น
๑๗๐
การตรวจสอบการทำงานในระดับปานกลาง ระดับมาก และมากท่ีสุด ประชาชนท่ีปฏิบัติตนตามหลัก
อปรหิ านิยธรรม ดา้ นการให้เกียรติ และคุม้ ครองสทิ ธสิ ตรี ในระดับปานกลาง แตกต่างจากประชาชนที่
มีส่วนร่วมทางการเมืองในการปกครองท้องถิ่ประชาชนที่ปฏิบัติตนตามหลักอปรหิ านิยธรรม ด้านการ
ตรวจสอบการทำงานในระดับมาก และมากท่ีสุด ประชาชนที่ปฏิบตั ิตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้าน
การให้เกียรติ และคุ้มครองสิทธิสตรี ในระดับมาก แตกต่างจากประชาชนท่ีปฏิบัติตนตามหลักอปริ
หานยิ ธรรม ด้านการตรวจสอบการทำงานในมากทีส่ ุด นอกน้ันไม่พบความแตกต่างรายคู่
ตารางท่ี ๔.๖๖ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุดของการปฏิบัติ
ตนตามหลักอปรหิ านิยธรรมของประชาชนในการปกครองสว่ นท้องถิ่น ในอำเภอเทพ
สถิต จังหวัดชัยภูมิ ด้านการกำหนดนโยบาย
ด้านการกำหนดนโยบาย (n=๓๙๗)
หลักอปริหานิย ๑.๐๐- ๑.๘๑- ๒.๖๑ - ๓.๔๑- ๔.๒๑-
๕.๐๐
ธรรม X̅ ๑.๘๐ ๒.๖๐ ๓.๔๐ ๔.๒๐ มากท่สี ดุ
น้อยทส่ี ุด -.๓๒
น้อย ปานกลาง มาก -๑.๓๗*
-.๙๘*
นอ้ ยทีส่ ดุ นอ้ ย ๓.๖๐ - ๑.๐๕* .๖๖ .๑๕ -.๔๗*
น้อย ๒.๕๕ - -.๓๙* -.๙๐* -
ปานกลาง ๒.๙๔ - -.๕๑*
มาก ๓.๔๕ -
มากทสี่ ดุ ๓.๙๒
*มีนัยสำคญั ทางสถติ ทิ ีร่ ะดับ ๐.๐๕
จากตารางที่ ๔.๖๖ พบว่า การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการ
ปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ
๐.๐๕ จำนวน ๗ คู่ ได้แก่ ประชาชนท่ีปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชน ด้านการให้
เกียรติ และคุ้มครองสิทธิสตรี ในระดับน้อยท่ีสุด แตกต่างจากประชาชนท่ีปฏิบัติตนตามหลักอปริ
หานิยธรรมของประชาชน ด้านการกำหนดนโยบายในระดับน้อย ประชาชนที่ปฏิบัติตนตามหลักอปริ
หานิยธรรมของประชาชน ด้านการให้เกียรติ และคุ้มครองสิทธิสตรี ในระดับน้อย แตกต่างจาก
ประชาชนท่ีปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชน ด้านการกำหนดนโยบายในระดับปาน
๑๗๑
กลาง ระดบั มาก และมากที่สดุ ประชาชนทปี่ ฏิบตั ติ นตามหลกั อปรหิ านยิ ธรรมของประชาชน ดา้ นการ
ให้เกียรติ และคุ้มครองสิทธิสตรี ในระดับน้อย แตกต่างจากประชาชนที่ปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิย
ธรรมของประชาชน ด้านการกำหนดนโยบายในระดับมาก และมากท่ีสุด ประชาชนท่ีปฏิบัติตนตาม
หลักอปริหานิยธรรมของประชาชน ด้านการให้เกียรติ และคุ้มครองสิทธิสตรี ในระดับมาก แตกต่าง
จากประชาชนที่ปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชน ด้านการกำหนดนโยบายในระดับ
มากทส่ี ุด นอกนั้นไม่พบความแตกตา่ งรายคู่
ตารางท่ี ๔.๖๗ การเปรยี บเทียบความแตกตา่ งรายคูด่ ้วยวธิ ผี ลต่างนยั สำคัญน้อยทีส่ ุดของการปฏิบตั ิตนตาม
หลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จังหวัด
ชัยภมู ิ ดา้ นการบริหาร
ด้านการบริหาร (n=๓๙๗)
หลกั อปริหานยิ ๑.๐๐- ๑.๘๑- ๒.๖๑ - ๓.๔๑- ๔.๒๑-
๕.๐๐
ธรรม X̅ ๑.๘๐ ๒.๖๐ ๓.๔๐ ๔.๒๐ มากท่สี ดุ
นอ้ ยท่สี ดุ -.๕๓
น้อย ปานกลาง มาก -๑.๒๒*
-.๘๗*
นอ้ ยทส่ี ุดนอ้ ย ๓.๓๓ - .๖๙* .๓๔ -.๒๓ -.๓๐*
น้อย ๒.๖๔ - -.๓๕* -.๙๒* -
ปานกลาง ๒.๙๙ - -.๕๘*
มาก ๓.๕๗ -
มากทีส่ ดุ ๓.๘๗
*มีนยั สำคัญทางสถิตทิ ีร่ ะดบั ๐.๐๕
จากตารางที่ ๔.๖๗ พบว่า การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการ
ปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕
จำนวน ๗ คู่ ได้แก่ ประชาชนที่ปฏิบัติตนตามหลกั อปริหานิยธรรม ด้านการให้เกียรติ และคุ้มครองสทิ ธิ
สตรี ในระดับน้อยท่ีสุด แตกต่างจากประชาชนที่ปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการบริหารใน
ระดับน้อย ประชาชนท่ีปฏิบัตติ นตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการให้เกียรติ และคุ้มครองสิทธสิ ตรี ใน
ระดับน้อย แตกต่างจากประชาชนที่ปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการบริหาร ในระดับปาน
กลาง ระดับมาก และมากท่ีสุด ประชาชนที่ปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการให้เกียรติ และ
๑๗๒
คุ้มครองสิทธิสตรี ในระดับปานกลาง แตกต่างจากประชาชนท่ีปฏิบัติตนตามหลักอปรหิ านิยธรรม ด้าน
การบริหารในระดับมาก และมากที่สุด ประชาชนที่ปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการให้
เกียรติ และคุ้มครองสิทธิสตรีในระดับมาก แตกต่างจากประชาชนท่ีปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม
ด้านการบริหารในระดบั มากท่ีสุด นอกน้ันไมพ่ บความแตกตา่ งรายคู่
ตารางที่ ๔.๖๘ การเปรยี บเทียบความแตกตา่ งรายคูด่ ว้ ยวิธีผลต่างนยั สำคญั น้อยทส่ี ุดของการปฏิบัตติ นตาม
หลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จังหวัด
ชยั ภูมิ ด้านการติดตามขา่ วสาร
ด้านการตดิ ตามขา่ วสาร (n=๓๙๗)
หลกั อปรหิ านิย ๑.๐๐- ๑.๘๑- ๒.๖๑ - ๓.๔๑- ๔.๒๑-
๕.๐๐
ธรรม X̅ ๑.๘๐ ๒.๖๐ ๓.๔๐ ๔.๒๐ มากท่ีสดุ
-.๓๘
นอ้ ยทีส่ ุด นอ้ ย ปานกลาง มาก -๑.๑๕*
-.๘๕*
น้อยทีส่ ดุ นอ้ ย ๓.๔๒ - .๗๗* .๔๗ -.๐๖ -.๓๒*
นอ้ ย ๒.๖๕ - -.๓๑* -.๘๓* -
ปานกลาง ๒.๙๕ - -.๕๓*
มาก ๓.๔๘ -
มากท่ีสุด ๓.๘๐
*มนี ัยสำคัญทางสถิติทร่ี ะดบั ๐.๐๕
จากตารางที่ ๔.๖๘ พบว่า การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการ
ปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติท่ีระดับ ๐.๐๕
จำนวน ๗ คู่ ได้แก่ ประชาชนท่ีปฏบิ ัติตนตามหลกั อปริหานยิ ธรรม ด้านการให้เกียรติ และคุ้มครองสิทธิ
สตรี ในระดับน้อยท่ีสุด แตกต่างจากประชาชนท่ีปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการติดตาม
ข่าวสารในระดับน้อย ประชาชนที่ปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการให้เกียรติ และคุ้มครอง
สิทธิสตรี ในระดับน้อย แตกต่างจากประชาชนท่ีปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการติดตาม
ข่าวสาร ในระดับปานกลาง ระดับมาก และมากที่สุด ประชาชนที่ปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม
ด้านการให้เกียรติ และคุ้มครองสิทธิสตรี ในระดับปานกลาง แตกต่างจากประชาชนที่ปฏิบัติตนตาม
หลกั อปริหานยิ ธรรม ดา้ นการติดตามข่าวสารในระดบั มาก และมากทีส่ ุด ประชาชนทปี่ ฏบิ ัตติ นตามหลัก
๑๗๓
อปริหานยิ ธรรม ดา้ นการให้เกียรติ และคุ้มครองสทิ ธิสตรี ในระดับมาก แตกตา่ งจากประชาชนทป่ี ฏิบัติ
ตนตามหลกั อปริหานยิ ธรรม ดา้ นการติดตามขา่ วสารในระดับมากท่ีสดุ นอกน้ันไม่พบความแตกตา่ งรายคู่
ตารางที่ ๔.๖๙ การเปรียบเทียบระดับการปฏบิ ัตติ นตามหลกั อปริหานยิ ธรรมของประชาชนในการปกครอง
ส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จงั หวัดชัยภูมิ จำแนกตามด้านการส่งเสริม และรักษา
วฒั นธรรมประเพณีอันดงี าม
(n=๓๙๗)
SS DF MS F Sig.
๑) ดา้ นการ ระหว่างกล่มุ ๒๖.๐๖ ๔ ๖.๕๑ ๑๑.๕๘ ๐.๐๐*
ตรวจสอบการ ภายในกลมุ่ ๒๒๐.๔๔ ๓๙๒ ๐.๕๖
ทำงาน รวม ๒๔๖.๕๐ ๓๙๖
๒) ดา้ นการกำหนด ระหว่างกลมุ่ ๓๖.๕๗ ๔ ๙.๑๔ ๑๖.๕๔ ๐.๐๐*
นโยบาย ภายในกลุ่ม ๒๑๖.๗๑ ๓๙๒ ๐.๕๕
รวม ๒๕๓.๒๘ ๓๙๖
๓) ด้านการบริหาร ระหว่างกลุ่ม ๓๗.๙๑ ๔ ๙.๔๘ ๒๓.๗๒ ๐.๐๐*
ภายในกลมุ่ ๑๕๖.๕๘ ๓๙๒ ๐.๔๐
รวม ๑๙๔.๔๙ ๓๙๖
๔) ด้านการติดตาม ระหว่างกล่มุ ๔๒.๓๙ ๔ ๑๐.๖๐ ๒๙.๗๑ ๐.๐๐*
ข่าวสาร ภายในกลมุ่ ๑๓๙.๘๔ ๓๙๒ ๐.๓๖
รวม ๑๘๒.๒๓ ๓๙๖
รวม ระหวา่ งกลุ่ม ๓๔.๗๓ ๔ ๘.๖๘ ๒๒.๔๘ ๐.๐๐*
ภายในกล่มุ ๑๕๑.๔๐ ๓๙๒ ๐.๓๙
รวม ๑๘๖.๑๓ ๓๙๖
*มนี ัยสำคญั ทางสถติ ิท่ีระดบั ๐.๐๕
จากตารางท่ี ๔.๖๙ ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิย
ธรรมของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ โดยภาพรวมแตกต่างกัน
อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติท่ีระดับ ๐.๐๕ ซึ่งเป็นไปตามสมมติฐานที่ต้ังไว้ เม่ือพิจารณาเป็นรายด้าน
พบว่า ประชนที่มีการส่งเสริมและรักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการมี
ส่วนรว่ มทางการเมอื งของประชาชนในการปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จงั หวดั ชยั ภูมิ ดา้ น
๑๗๔
การตรวจสอบการทำงาน ด้านการกำหนดนโยบาย ด้านการบริหาร ดา้ นการติดตามข่าวสาร แตกตา่ ง
กนั อย่างมนี ยั สำคัญทางสถิตทิ ่รี ะดบั ๐.๐๕ ซ่งึ เปน็ ไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้
ดังน้ันจึงทำการเปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉลี่ยเป็นรายคู่ โดยภาพรวมและราย
ดา้ นดว้ ยวธิ ผี ลต่างนัยสำคญั น้อยที่สุด (Least Significant Difference : LSD) รายละเอียดดังแสดงใน
ตารางท่ี ๔.๗๐ - ๔.๗๓
ตารางท่ี ๔.๗๐ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของการปฏิบัติ
ตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพ
สถติ จังหวดั ชัยภูมิ ดา้ นการตรวจสอบการทำงาน
ดา้ นการตรวจสอบการทำงาน (n=๓๙๗)
หลักอปรหิ านยิ ๑.๐๐- ๑.๘๑- ๒.๖๑ - ๓.๔๑- ๔.๒๑-
๕.๐๐
ธรรม X̅ ๑.๘๐ ๒.๖๐ ๓.๔๐ ๔.๒๐ มากที่สุด
-.๔๘
น้อยท่สี ุด นอ้ ย ปานกลาง มาก -.๘๘*
-.๐๑
น้อยทีส่ ุดน้อย ๒.๘๗ - .๔๐ -.๔๖ -.๕๗* .๐๙
น้อย ๒.๔๖ - -.๘๗* -.๙๗* -
ปานกลาง ๓.๓๓ - -.๑๑
มาก ๓.๔๔ -
มากทส่ี ุด ๓.๓๔
*มีนัยสำคัญทางสถิตทิ ี่ระดับ ๐.๐๕
จากตารางท่ี ๔.๗๐ พบว่า การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการ
ปกครองสว่ นท้องถิน่ ในอำเภอเทพสถติ จงั หวัดชัยภมู ิ ต่างกนั อย่างมนี ยั สำคญั ทางสถิติท่ีระดับ ๐.๐๕
จำนวน ๔ คู่ ได้แก่ ประชาชนท่ีปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการส่งเสริม และรักษา
วัฒนธรรมประเพณอี ันดงี าม ในระดับน้อยทสี่ ุด แตกต่างจากประชาชนทป่ี ฏิบัติตนตามหลกั อปริหานิย
ธรรม ด้านการตรวจสอบการทำงานในระดับมาก ประชาชนท่ีปฏิบัตติ นตามหลักอปริหานิยธรรม ด้าน
การส่งเสริม และรักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม ในระดับน้อย แตกต่างจากประชาชนที่ปฏิบัติตน
ตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการตรวจสอบการทำงานในระดับปานกลาง ระดับมาก และมากที่สุด
นอกนัน้ ไม่พบความแตกตา่ งรายคู่
๑๗๕
ตารางที่ ๔.๗๑ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุดของการปฏิบัติ
ตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการปกครองสว่ นท้องถ่ิน ในอำเภอเทพ
สถติ จงั หวดั ชยั ภมู ิ ด้านการกำหนดนโยบาย
ดา้ นการกำหนดนโยบาย (n=๓๙๗)
หลกั อปริหานิย ๑.๐๐- ๑.๘๑- ๒.๖๑ - ๓.๔๑- ๔.๒๑-
๕.๐๐
ธรรม X̅ ๑.๘๐ ๒.๖๐ ๓.๔๐ ๔.๒๐ มากทส่ี ดุ
-.๖๕*
นอ้ ยทีส่ ดุ นอ้ ย ปานกลาง มาก -๑.๐๙*
-.๑๓
นอ้ ยท่สี ุดน้อย ๒.๖๗ - .๔๔ -.๕๒* -.๖๘* .๐๒
น้อย ๒.๒๓ - -.๙๗* -๑.๑๒* -
ปานกลาง ๓.๑๙ - -.๑๕
มาก ๓.๓๔ -
มากทสี่ ุด ๓.๓๒
*มีนยั สำคัญทางสถิติทร่ี ะดับ ๐.๐๕
จากตารางท่ี ๔.๗๑ พบว่า การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการ
ปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภมู ิ ต่างกัน อย่างมีนยั สำคญั ทางสถิตทิ ี่ระดบั ๐.๐๕
จำนวน ๖ คู่ ได้แก่ ประชาชนที่ปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการส่งเสริม และรักษา
วฒั นธรรมประเพณอี ันดีงาม ในระดับน้อยท่ีสุด แตกต่างจากประชาชนทปี่ ฏิบัติตนตามหลกั อปริหานิย
ธรรม ด้านการกำหนดนโยบายในระดับปานกลาง ระดับมาก และมากที่สดุ ประชาชนทป่ี ฏบิ ัตติ นตาม
หลักอปริหานิยธรรม ด้านการส่งเสริม และรักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม ในระดับน้อย แตกต่าง
จากประชาชนที่ปฏิบัตติ นตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการกำหนดนโยบายในระดับปานกลาง ระดับ
มาก และมากทีส่ ุด นอกนนั้ ไมพ่ บความแตกต่างรายคู่
๑๗๖
ตารางท่ี ๔.๗๒ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของการปฏิบัติ
ตนตามหลักอปรหิ านิยธรรมของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพ
สถติ จงั หวัดชัยภูมิ ด้านการบรหิ าร
ด้านการบรหิ าร (n=๓๙๗)
หลกั อปริหานิย ๑.๐๐- ๑.๘๑- ๒.๖๑ - ๓.๔๑- ๔.๒๑-
๕.๐๐
ธรรม X̅ ๑.๘๐ ๒.๖๐ ๓.๔๐ ๔.๒๐ มากที่สดุ
-.๘๒*
น้อยที่สดุ นอ้ ย ปานกลาง มาก -๑.๐๗*
-.๓๓*
นอ้ ยท่ีสดุ น้อย ๒.๖๓ - .๒๕ -.๕๐* -.๘๐* -.๐๓
น้อย ๒.๓๙ - -.๗๔* -๑.๐๕* -
ปานกลาง ๓.๑๓ - -.๓๐*
มาก ๓.๔๓ -
มากที่สดุ ๓.๔๖
*มีนัยสำคญั ทางสถิติท่ีระดับ ๐.๐๕
จากตารางท่ี ๔.๗๒ พบว่า การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการ
ปกครองสว่ นท้องถนิ่ ในอำเภอเทพสถิต จงั หวัดชยั ภูมิ ต่างกนั อยา่ งมนี ัยสำคัญทางสถติ ิที่ระดบั ๐.๐๕
จำนวน ๘ คู่ ได้แก่ ประชาชนท่ีปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการส่งเสริม และรักษา
วัฒนธรรมประเพณอี ันดงี าม ในระดับน้อยที่สุด แตกตา่ งจากประชาชนทปี่ ฏิบตั ิตนตามหลักอปริหานิย
ธรรม ดา้ นการบริหารในระดับปานกลาง ระดบั มาก และมากทสี่ ุด ประชาชนที่ปฏบิ ัติตนตามหลักอปริ
หานิยธรรม ตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการส่งเสริม และรักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม ใน
ระดบั น้อย แตกต่างจากประชาชนท่ีปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการบริหาร ในระดับปาน
กลาง ระดับมาก และมากท่ีสุด ประชาชนท่ีปฏบิ ัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการส่งเสริม และ
รกั ษาวัฒนธรรมประเพณอี นั ดีงาม ในระดับปานกลาง แตกต่างจากประชาชนทป่ี ฏิบัติตนตามหลักอปริ
หานิยธรรม ดา้ นการบรหิ ารในระดับมาก และมากท่สี ุด นอกนัน้ ไมพ่ บความแตกตา่ งรายคู่
๑๗๗
ตารางที่ ๔.๗๓ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของการปฏิบัติ
ตนตามหลักอปรหิ านิยธรรมของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพ
สถิต จังหวัดชัยภูมิ ดา้ นการตดิ ตามข่าวสาร
ดา้ นการติดตามข่าวสาร (n=๓๙๗)
หลกั อปริหานยิ ๑.๐๐- ๑.๘๑- ๒.๖๑ - ๓.๔๑- ๔.๒๑-
๕.๐๐
ธรรม X̅ ๑.๘๐ ๒.๖๐ ๓.๔๐ ๔.๒๐ มากท่สี ดุ
-.๗๓*
นอ้ ยทีส่ ุด น้อย ปานกลาง มาก -๑.๑๔*
-.๒๒*
น้อยทสี่ ุดนอ้ ย ๒.๖๓ - .๔๑ -.๕๑* -.๗๘* .๐๕
นอ้ ย ๒.๒๑ - -.๙๒* -๑.๑๙* -
ปานกลาง ๓.๑๓ - -.๒๗*
มาก ๓.๔๑ -
มากที่สดุ ๓.๓๖
*มนี ัยสำคญั ทางสถิติทรี่ ะดบั ๐.๐๕
จากตารางท่ี ๔.๗๓ พบว่า การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการ
ปกครองสว่ นท้องถิน่ ในอำเภอเทพสถิต จงั หวัดชัยภูมิ ต่างกัน อยา่ งมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ ๐.๐๕
จำนวน ๘ คู่ ได้แก่ ประชาชนที่ปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการส่งเสริม และรักษา
วัฒนธรรมประเพณอี ันดีงาม ในระดับน้อยทส่ี ุด แตกตา่ งจากประชาชนทป่ี ฏิบตั ิตนตามหลักอปริหานิย
ธรรม ด้านการติดตามขา่ วสารในระดบั ปานกลาง ระดับมาก และมากที่สุด ประชาชนที่ปฏิบัติตนตาม
หลักอปริหานิยธรรม ด้านการส่งเสริม และรักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม ในระดับน้อย แตกต่าง
จากประชาชนท่ีปฏบิ ัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการกำหนดนโยบายในระดบั ปานกลาง ระดับ
มาก และมากท่ีสุด ประชาชนท่ีปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการส่งเสริม และรักษา
วัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม ในระดับปานกลาง แตกต่างจากประชาชนท่ีปฏิบัติตนตามหลักอปริ
หานิยธรรม ดา้ นการติดตามข่าวสาร ในระดับมาก และมากท่สี ดุ นอกนั้นไมพ่ บความแตกตา่ งรายคู่
๑๗๘
ตารางท่ี ๔.๗๔ การเปรียบเทียบระดับการปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการ
ปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ จำแนกตามด้านการ
อารกั ขา คุ้มครอง ปกปอ้ ง อนั ชอบธรรม
(n=๓๙๗)
SS DF MS F Sig.
๑) ดา้ นการ ระหวา่ งกลมุ่ ๒๕.๖๓ ๔ ๖.๔๑ ๑๑.๓๗ ๐.๐๐*
ตรวจสอบการ ภายในกลุม่ ๒๒๐.๘๗ ๓๙๒ ๐.๕๖
ทำงาน รวม ๒๔๖.๕๐ ๓๙๖
๒) ด้านการ ระหว่างกลมุ่ ๒๙.๓๕ ๔ ๗.๓๔ ๑๒.๘๔ ๐.๐๐*
กำหนดนโยบาย ภายในกลมุ่ ๒๒๓.๙๓ ๓๙๒ ๐.๕๗
รวม ๒๕๓.๒๘ ๓๙๖
๓) ดา้ นการบรหิ าร ระหวา่ งกลุม่ ๒๗.๗๙ ๔ ๖.๙๕ ๑๖.๓๔ ๐.๐๐*
ภายในกลุม่ ๑๖๖.๗๐ ๓๙๒ ๐.๔๓
รวม ๑๙๔.๔๙ ๓๙๖
๔) ดา้ นการ ระหวา่ งกลมุ่ ๓๔.๗๕ ๔ ๘.๖๙ ๒๓.๐๙ ๐.๐๐*
ตดิ ตามข่าวสาร ภายในกล่มุ ๑๔๗.๔๘ ๓๙๒ ๐.๓๘
รวม ๑๘๒.๒๓ ๓๙๖
รวม ระหวา่ งกลุ่ม ๒๘.๙๕ ๔ ๗.๒๔ ๑๘.๐๕ ๐.๐๐*
ภายในกลุ่ม ๑๕๗.๑๘ ๓๙๒ ๐.๔๐
รวม ๑๘๖.๑๓ ๓๙๖
*มีนยั สำคญั ทางสถติ ทิ ่ีระดบั ๐.๐๕
จากตารางที่ ๔.๗๔ ผลการทดสอบสมมติฐาน พบว่า การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิย
ธรรมของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ โดยภาพรวม
แตกต่างกนั อย่างมีนัยสำคัญทางสถิตทิ ี่ระดับ ๐.๐๕ ซึ่งเป็นไปตามสมมตฐิ านที่ตง้ั ไว้ เมือ่ พิจารณาเป็น
รายด้าน พบว่า ประชนท่ีมีการอารักขา คุ้มครอง ปกป้อง อันชอบธรรมต่างกัน มีความคิดเห็นต่อการ
มีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ
ด้านการตรวจสอบการทำงาน ด้านการกำหนดนโยบาย ด้านการบริหาร ด้านการติดตามข่าวสาร
แตกตา่ งกนั อยา่ งมีนยั สำคัญทางสถิตทิ ่ีระดับ ๐.๐๕ ซึ่งเปน็ ไปตามสมมตฐิ านทต่ี ้ังไว้