The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

2563 การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ
THE PUBLIC POLITICAL PARTICIPATION IN LOCAL GOVERNMENT IN THEP SATHIT DISTRICT, CHAIYAPHUM PROVINCE พระมหาทัศพงษ์ ชยเมธี (กลิ่นศรีสุข)

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search

2563 การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ THE PUBLIC POLITICAL PARTICIPATION IN LOCAL GOVERNMENT IN THEP SATHIT DISTRICT, CHAIYAPHUM PROVINCE พระมหาทัศพงษ์ ชยเมธี (กลิ่นศรีสุข)

2563 การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ
THE PUBLIC POLITICAL PARTICIPATION IN LOCAL GOVERNMENT IN THEP SATHIT DISTRICT, CHAIYAPHUM PROVINCE พระมหาทัศพงษ์ ชยเมธี (กลิ่นศรีสุข)

Keywords: 2563,การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ,THE PUBLIC POLITICAL PARTICIPATION IN LOCAL GOVERNMENT IN THEP SATHIT DISTRICT, CHAIYAPHUM PROVINCE,พระมหาทัศพงษ์ ชยเมธี (กลิ่นศรีสุข)

๑๗๙

ดังนั้นจึงทำการเปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉล่ียเป็นรายคู่ โดยภาพรวมและราย
ดา้ นดว้ ยวธิ ผี ลต่างนยั สำคญั นอ้ ยที่สุด (Least Significant Difference : LSD) รายละเอียดดงั แสดงใน
ตารางที่ ๔.๗๕ - ๔.๗๘

ตารางที่ ๔.๗๕ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุดของการปฏิบัติ
ตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการปกครองสว่ นท้องถ่ิน ในอำเภอเทพ
สถติ จงั หวดั ชยั ภูมิ ด้านการตรวจสอบการทำงาน

ด้านการตรวจสอบการทำงาน (n=๓๙๗)

หลักอปริหานยิ ๑.๐๐- ๑.๘๑- ๒.๖๑ - ๓.๔๑- ๔.๒๑-
๕.๐๐
ธรรม X̅ ๑.๘๐ ๒.๖๐ ๓.๔๐ ๔.๒๐ มากท่ีสดุ
-๒.๐๗*
นอ้ ยที่สดุ น้อย ปานกลาง มาก -๑.๗๘*
-๑.๑๙*
น้อยท่ีสดุ นอ้ ย ๑.๖๐ - -.๒๘ -.๘๘* -๑.๔๑* -.๖๕*

น้อย ๒.๕๙ - -.๖๐* -๑.๑๓* -

ปานกลาง ๓.๑๔ - -.๕๓*

มาก ๓.๓๙ -

มากทสี่ ุด ๓.๔๘

*มนี ยั สำคญั ทางสถติ ทิ ่รี ะดับ ๐.๐๕

จากตารางที่ ๔.๗๕ พบว่า การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการ
ปกครองส่วนท้องถิน่ ในอำเภอเทพสถติ จังหวัดชัยภูมิ ต่างกนั อยา่ งมีนยั สำคญั ทางสถติ ิท่ีระดบั ๐.๐๕
จำนวน ๙ คู่ ได้แก่ ประชาชนทป่ี ฏบิ ัติตนตามหลกั อปริหานิยธรรม ด้านการอารักขา คมุ้ ครอง ปกปอ้ ง
อนั ชอบธรรม ในระดับน้อยท่ีสุด แตกต่างจากประชาชนที่ปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการ
ตรวจสอบการทำงานในระดับปานกลาง ระดับมาก และมากที่สุด ประชาชนที่ปฏิบัตติ นตามหลักอปริ
หานิยธรรม ด้านการอารักขา คุ้มครอง ปกป้อง อันชอบธรรม ในระดับน้อย แตกต่างจากประชาชนท่ี
ปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการตรวจสอบการทำงานในระดับปานกลาง ระดับมาก และ
มากท่ีสุด ประชาชนที่ปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการอารักขา คมุ้ ครอง ปกป้อง อันชอบ
ธรรม ในระดับปานกลาง แตกต่างจากประชาชนท่ีปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการ
ตรวจสอบการทำงานในระดับมาก และมากท่ีสุด ประชาชนที่ปฏิบัติตนตามหลักอปรหิ านิยธรรม ด้าน

๑๘๐

การอารักขา คุ้มครอง ปกป้อง อันชอบธรรม ในระดับมาก แตกต่างจากประชาชนท่ีปฏิบัติตนตาม
หลักอปรหิ านิยธรรม ด้านการตรวจสอบการทำงานในมากทสี่ ุด นอกนัน้ ไม่พบความแตกตา่ งรายคู่

ตารางท่ี ๔.๗๖ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของการปฏิบัติ
ตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการปกครองสว่ นท้องถิ่น ในอำเภอเทพ
สถติ จงั หวดั ชยั ภูมิ ดา้ นการกำหนดนโยบาย

ด้านการกำหนดนโยบาย (n=๓๙๗)

หลักอปริหานยิ ๑.๐๐- ๑.๘๑- ๒.๖๑ - ๓.๔๑- ๔.๒๑-
๕.๐๐
ธรรม X̅ ๑.๘๐ ๒.๖๐ ๓.๔๐ ๔.๒๐ มากทส่ี ดุ
น้อยทสี่ ุด -๒.๒๘*
นอ้ ย ปานกลาง มาก -๑.๘๘*
-๑.๔๑*
น้อยทีส่ ุดน้อย ๑.๐๐ - -.๔๐ -.๘๖* -๑.๕๗* -.๗๑*

นอ้ ย ๒.๔๙ - -.๔๖* -๑.๑๖* -

ปานกลาง ๓.๐๐ - -.๗๐*

มาก ๓.๓๓ -

มากทสี่ ุด ๓.๓๓

*มนี ัยสำคัญทางสถติ ทิ ่รี ะดบั ๐.๐๕

จากตารางที่ ๔.๗๖ พบว่า การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการ
ปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ
๐.๐๕ จำนวน ๙ คู่ ได้แก่ ประชาชนที่ปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการอารักขา คุ้มครอง
ปกป้อง อันชอบธรรม ในระดับน้อยท่ีสุด แตกต่างจากประชาชนที่ปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม
ด้านการกำหนดนโยบายในระดับปานกลาง ระดับมาก และมากท่ีสุด ประชาชนที่ปฏิบัติตนตามหลัก
อปริหานิยธรรม ด้านการอารักขา คุ้มครอง ปกป้อง อันชอบธรรม ในระดับน้อย แตกต่างจาก
ประชาชนทป่ี ฏิบตั ติ นตามหลักอปรหิ านิยธรรม ด้านการกำหนดนโยบายในระดบั ปานกลาง ระดับมาก
และมากท่ีสุด ประชาชนท่ีปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการอารักขา คุ้มครอง ปกป้อง อัน
ชอบธรรม ในระดับน้อย แตกต่างจากประชาชนทป่ี ฏิบัติตนตามหลกั อปรหิ านิยธรรม ดา้ นการกำหนด
นโยบายในระดับมาก และมากที่สุด ประชาชนท่ีปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการอารักขา

๑๘๑

คุ้มครอง ปกป้อง อันชอบธรรม ในระดับมาก แตกต่างจากประชาชนท่ีปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิย
ธรรม ด้านการกำหนดนโยบายในระดับมากท่ีสดุ นอกนั้นไมพ่ บความแตกต่างรายคู่

ตารางท่ี ๔.๗๗ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุดของการปฏิบัติ
ตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพ
สถติ จงั หวดั ชยั ภมู ิ ด้านการบริหาร

ดา้ นการบรหิ าร (n=๓๙๗)

หลกั อปรหิ านิย ๑.๐๐- ๑.๘๑- ๒.๖๑ - ๓.๔๑- ๔.๒๑-
๕.๐๐
ธรรม X̅ ๑.๘๐ ๒.๖๐ ๓.๔๐ ๔.๒๐ มากที่สุด
นอ้ ยทส่ี ุด -๒.๐๖*
น้อย ปานกลาง มาก -๑.๖๙*
-๑.๒๓*
น้อยทสี่ ดุ น้อย ๑.๔๓ - -.๓๗ -.๘๒* -๑.๔๙* -.๕๖*

น้อย ๒.๕๗ - -.๔๕* -๑.๑๒* -

ปานกลาง ๓.๐๘ - -.๖๗*

มาก ๓.๔๒ -

มากท่ีสดุ ๓.๓๘

*มีนัยสำคัญทางสถติ ทิ รี่ ะดับ ๐.๐๕

จากตารางท่ี ๔.๗๗ พบว่า การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการ
ปกครองส่วนท้องถิน่ ในอำเภอเทพสถติ จงั หวัดชัยภูมิ ต่างกนั อย่างมีนยั สำคญั ทางสถติ ิที่ระดับ ๐.๐๕
จำนวน ๙ คู่ ไดแ้ ก่ ประชาชนทป่ี ฏิบตั ิตนตามหลกั อปริหานิยธรรม ด้านการอารกั ขา คุม้ ครอง ปกปอ้ ง
อนั ชอบธรรม ในระดับน้อยท่ีสุด แตกต่างจากท้องถ่ิน ประชาชนท่ีปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม
ด้านการบริหารในระดับปานกลาง ระดบั มาก และมากท่ีสดุ ประชาชนท่ีปฏิบัติตนตามหลักอปรหิ านิย
ธรรม ด้านการอารักขา คุ้มครอง ปกป้อง อนั ชอบธรรม ในระดับน้อย แตกต่างจากประชาชนที่ปฏิบัติ
ตนตามหลักอปรหิ านิยธรรม ดา้ นการบรหิ ารในระดับปานกลาง ระดับมาก และมากที่สุด ประชาชนท่ี
ปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการอารักขา คุ้มครอง ปกป้อง อันชอบธรรม ในระดับปาน
กลาง แตกต่างจากประชาชนที่ปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการบริหารในระดับมาก และ
มากที่สุด ประชาชนที่ปฏิบัติตนตามหลกั อปริหานิยธรรม ด้านการอารักขา ค้มุ ครอง ปกป้อง อันชอบ

๑๘๒

ธรรม ในระดับมาก แตกต่างจากประชาชนท่ีปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการบริหารใน
ระดับมากทส่ี ดุ นอกนั้นไมพ่ บความแตกตา่ งรายคู่

ตารางท่ี ๔.๗๘ การเปรียบเทียบความแตกต่างรายคู่ด้วยวิธีผลต่างนัยสำคัญน้อยท่ีสุดของการปฏิบัติ
ตนตามหลักอปรหิ านิยธรรมของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพ
สถติ จังหวัดชัยภูมิ ดา้ นการติดตามขา่ วสาร

ด้านการติดตามขา่ วสาร (n=๓๙๗)

หลกั อปรหิ านิย ๑.๐๐- ๑.๘๑- ๒.๖๑ - ๓.๔๑- ๔.๒๑-
๕.๐๐
ธรรม X̅ ๑.๘๐ ๒.๖๐ ๓.๔๐ ๔.๒๐ มากทสี่ ุด
นอ้ ยท่สี ุด -๑.๙๒*
น้อย ปานกลาง มาก -๑.๖๘*
-๑.๒๒*
น้อยทส่ี ดุ น้อย ๑.๐๐ - -.๒๔ -.๗๐* -๑.๓๔* -.๕๘*

นอ้ ย ๒.๕๒ - -.๔๗* -๑.๑๑* -

ปานกลาง ๒.๙๒ - -.๖๔*

มาก ๓.๓๗ -

มากทส่ี ุด ๓.๓๘

*มนี ยั สำคัญทางสถิติทรี่ ะดบั ๐.๐๕

จากตารางที่ ๔.๗๘ พบว่า การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการ
ปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ต่างกัน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ
๐.๐๕ จำนวน ๙ คู่ ได้แก่ ประชาชนท่ีการปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการอารักขา
คมุ้ ครอง ปกปอ้ ง อันชอบธรรม ในระดบั น้อยท่ีสดุ แตกตา่ งจากประชาชนทกี่ ารปฏิบัติตนตามหลักอป
ริหานิยธรรม ด้านการติดตามข่าวสาร ในระดับปานกลาง ระดับมาก และมากท่ีสุด ประชาชนท่ีการ
ปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการอารักขา คุ้มครอง ปกป้อง อันชอบธรรมในระดับน้อย
แตกต่างจากประชาชนท่ีการปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการติดตามข่าวสาร ในระดับ
ปานกลาง ระดับมาก และมากที่สุด ประชาชนที่การปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการ
อารักขา คุ้มครอง ปกป้อง อันชอบธรรม ในระดับปานกลาง แตกต่างจากประชาชนที่การปฏิบัติตน
ตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการกำหนดนโยบายในระดับมาก และมากที่สุด ประชาชนท่ีการปฏิบัติ
ตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการอารักขา คุ้มครอง ปกป้อง อันชอบธรรม ในระดับมาก แตกต่าง

๑๘๓

จากประชาชนท่ีการปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรม ด้านการติดตามข่าวสาร ในระดับมากที่สุด
นอกน้นั ไม่พบความแตกตา่ งรายคู่

ตารางที่ ๔.๗๙ สรุปโดยภาพรวมผลการเปรียบเทียบระดบั การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการ
ปกครองสว่ นท้องถน่ิ ในอำเภอเทพสถิต จงั หวัดชยั ภูมิ โดยจำแนกตามสถานภาพสว่ นบคุ คล
ตามสมมติฐานท่ี ๑ - ๕

(n=๓๙๗)

สมมติฐาน ตัวแปรทดสอบ T F Sig ผลการศึกษา

๑) เพศ ยอมรบั ปฏเิ สธ
๒) อายุ
๓) การศกึ ษา ๐.๙๒ - ๐.๓๕ - √
๔) อาชพี
๕) รายได้ - ๖.๑๔ ๐.๐๐ √ -

- ๔.๑๒ ๐.๐๑ √ -

- ๔.๖๘ ๐.๐๐ √ -

- ๗.๓๗ ๐.๐๐ √ -

จากตารางท่ี ๔.๓๗ สรุปไดว้ ่า

ประชาชนที่มีเพศต่างกันจะมีการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครอง
ส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จังหวดั ชยั ภมู ิ โดยรวมไมแ่ ตกตา่ งกัน จงึ ปฏเิ สธสมมติฐานทตี่ ้ังไว้

ประชาชนที่มีอายุต่างกันจะมีการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครอง
ส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จงั หวัดชัยภมู ิ โดยรวมแตกต่างกนั จงึ เป็นไปตามสมมติฐานทีต่ ั้งไว้

ประชาชนที่มีการศึกษาต่างกันจะมีการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการ
ปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ โดยรวมแตกต่างกัน จึงเป็นไปตามสมมติฐาน
ที่ตั้งไว้

ประชาชนที่มีอาชีพต่างกันจะมีการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครอง
สว่ นท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชยั ภมู ิ โดยรวมแตกตา่ งกัน จึงเปน็ ไปตามสมมตฐิ านทต่ี งั้ ไว้

ประชาชนท่ีมีรายได้ต่างกันจะมีการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครอง
สว่ นทอ้ งถน่ิ ในอำเภอเทพสถิต จงั หวัดชยั ภมู ิ โดยรวมแตกตา่ งกนั จึงเปน็ ไปตามสมมติฐานทตี่ ้ังไว้

๑๘๔

ตารางที่ ๔.๘๐ สรุปโดยภาพรวมผลการเปรยี บเทียบระดับการปฏิบัติตนตามหลกั อปริหานิยธรรมของ
ประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ตาม
สมมตฐิ านท่ี ๖

(n=๓๙๗)

สมมติ ตัวแปรทดสอบ T F Sig ผลการศึกษา
ฐาน
ยอมรับ ปฏิเสธ
๑) ด้านการประชมุ กนั เนืองนิตย์
๒) ดา้ นการพร้อมเพรยี งกนั ประชมุ - ๑๐๐.๘๘ ๐.๐๐ √ -
๓) ด้านการไม่บญั ญัติ หรอื ไม่ล้มเลิก
- ๑๔๙.๕๖ ๐.๐๐ √ -
ข้อบัญญตั ิตามอำเภอใจ
๔. ด้านการเคารพเชอ่ื ฟงั ผบู้ ังคับบัญชา - ๙๕.๑๓ ๐.๐๐ √ -

- ๖๙.๙๒ ๐.๐๐ √ -

๕) ดา้ นการให้เกียรติ และคุม้ ครองสิทธิ - ๔๑.๕๓ ๐.๐๐ √ -
สตรี √ -

๖) ดา้ นการส่งเสรมิ และรักษาวัฒนธรรม - ๒๒.๔๘ ๐.๐๐
ประเพณอี นั ดีงาม

๗) ด้านการอารักขา คุ้มครอง ปกป้อง - ๑๘.๐๕ ๐.๐๐ √ -
อนั ชอบธรรม

จากตารางที่ ๔.๓๗ พบว่า ประชาชนมีการปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของ
ประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ โดยภาพรวมแตกต่างกัน
อยา่ งมนี ยั สำคัญทางสถติ ทิ ี่ระดบั ๐.๐๕ ซงึ่ เปน็ ไปตามสมมติฐานทีต่ ง้ั ไว้

๔.๕ ผลการวิเคราะห์ความคิดเห็นเกี่ยวกับปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะของประชาชน
ต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต
จังหวดั ชยั ภูมิ

ผลการวเิ คราะห์ ปัญหา อุปสรรค และข้อเสนอแนะของประชาชนตอ่ การมีสว่ นร่วมทางการเมอื ง
ของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ซ่ึงเป็นข้อมูลท่ีได้จากคำถาม
ปลายเปดิ (Open Ended) ผวู้ จิ ัยไดน้ ำเสนอขอ้ มูลโดยเขียนเป็นความเรยี งประกอบตารางดังนี้

๑๘๕

ตารางที่ ๔.๘๑ ปัญหา อุปสรรค ของประชาชนเก่ียวกับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนใน
การปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ด้านการตรวจสอบการ
ทำงาน

ท่ี ปญั หาและอุปสรรค จำนวน

๑) ประชาชนมสี ว่ นร่วมในการตรวจสอบการทำงานไม่มากเทา่ ที่ควร ๗
๒) ประชาชนมสี ่วนรว่ มในการตรวจสอบการทุจรติ คอร์รปั ช่ันน้อย ๕
๓) ประชาชนมสี ่วนร่วมในการตดิ ตามการใชง้ บประมาณประจำปีค่อนข้างนอ้ ย ๓
๔) ประชาชนมสี ่วนในการต่อต้านการกระทำท่ีไมโ่ ปร่งใสของการปกครองส่วน ๑

ทอ้ งถิ่นนอ้ ย

จากตารางที่ ๔.๘๑ พบว่า ประชาชนมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของ
ประชาชนในการปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จงั หวัดชัยภูมิ ดา้ นการตรวจสอบการทำงาน มาก
ท่ีสุด คือ ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการทำงานไม่มากเท่าที่ควร จำนวน ๗ คน รองลงมา
คือ ประชาชนมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปช่ันน้อย จำนวน ๕ คน ประชาชนมีส่วน
รว่ มในการติดตามการใช้งบประมาณประจำปีค่อนข้างน้อย และน้อยท่ีสดุ คือ ประชาชนมสี ่วนในการ
ตอ่ ต้านการกระทำทีไ่ ม่โปรง่ ใสของการปกครองสว่ นท้องถิน่ น้อย จำนวน ๑ คน

ตารางท่ี ๔.๘๒ ปัญหา อปุ สรรค ของประชาชนเก่ียวกับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนใน
การปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ด้านการตรวจสอบการ
ทำงาน

ท่ี ข้อเสนอแนะ จำนวน
๑๐
๑) ประชาชนควรมีส่วนรว่ มในการตรวจสอบการทำงานในฐานะผู้เปน็ เจา้ ของภาษี ๗
๒) ประชาชนควรเขา้ มามีบทบาทในการตรวจสอบการทจุ ริตคอร์รปั ชนั่ ของการ

ปกครองส่วนท้องถิน่ ร่วมกับหน่วยงานตา่ ง ๆ
๓) ประชาชนควรเข้ามามีบทบาทการตรวจสอบการใชง้ บประมาณต่าง ๆ ร่วมกับ

หน่อยงานท่ีตรวจสอบการใช้งบประมาณ

๑๘๖

จากตารางท่ี ๔.๘๒ พบว่า ประชาชนมีความคิดเห็นเก่ียวกับการมีส่วนร่วมทางการเมือง
ของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ด้านการตรวจสอบการ
ทำงาน มากท่ีสุด คือ ประชาชนควรมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการทำงานในฐานะผู้เป็นเจ้าของภาษี
จำนวน ๑๐ คน รองลงมา คือ ประชาชนควรเข้ามามีบทบาทในการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปช่ัน
ของการปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ ร่วมกับหน่วยงานตา่ ง ๆ จำนวน ๗ คน และนอ้ ยที่สุด คือ ประชาชนควร
เข้ามามีบทบาทการตรวจสอบการใช้งบประมาณต่าง ๆ ร่วมกับหน่อยงานท่ีตรวจสอบการใช้
งบประมาณ จำนวน ๔ คน

ตารางท่ี ๔.๘๓ ปัญหา อปุ สรรค ของประชาชนเก่ียวกบั การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนใน
การปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ ในอำเภอเทพสถิต จงั หวดั ชัยภมู ิ ดา้ นการกำหนดนโยบาย

ที่ ปัญหาและอปุ สรรค จำนวน

๑) ประชาชนมีสว่ นร่วมในการกำหนดนโยบายหรอื การวางแผนการพฒั นาได้นอ้ ยมาก ๔
๒) มสี ว่ นรว่ มในการกำหนดทิศทางหรอื เป้าหมายไดน้ อ้ ยเพราะต้องรับนโยบายมาจาก

ส่วนกลาง
๓) มสี ว่ นในการกำหนดนโยบายได้น้อย ทำไดเ้ พียงแค่สนบั สนุนคนของตวั เองใหช้ นะ

การเลือกต้ังหรือชว่ ยกันสง่ เสยี งใหร้ ัฐได้ยนิ

จากตารางท่ี ๔.๘๓ พบว่า ประชาชนมีความคิดเห็นเก่ียวกับการมีส่วนร่วมทางการเมือง
ของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ด้านการกำหนดนโยบาย
มากท่ีสุด คือ ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายหรือการวางแผนการพัฒนาได้น้อยมาก
จำนวน ๖ คน รองลงมา คือ มีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางหรือเป้าหมายได้น้อยเพราะต้องรับ
นโยบายมาจากส่วนกลาง จำนวน ๔ คน และน้อยทส่ี ดุ คือ มีสว่ นในการกำหนดนโยบายได้น้อย ทำได้
เพียงแค่สนบั สนนุ คนของตวั เองให้ชนะการเลือกต้ังหรือชว่ ยกนั สง่ เสยี งให้รฐั ไดย้ ิน จำนวน ๒ คน

๑๘๗

ตารางท่ี ๔.๘๔ ปัญหา อุปสรรค ของประชาชนเก่ียวกับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนใน
การปกครองส่วนทอ้ งถิน่ ในอำเภอเทพสถิต จังหวดั ชัยภมู ิ ดา้ นการกำหนดนโยบาย

ที่ ข้อเสนอแนะ จำนวน

๑) ประชาชนซึง่ เป็นเจ้าของพ้ืนท่คี วรมสี ว่ นรว่ มในการกำหนดทศิ ทางและวางแผนการ
พัฒนาพืน้ ท่ขี องตนเองอย่างแท้จรงิ

จากตารางที่ ๔.๘๔ พบว่า ประชาชนมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมทางการเมือง
ของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ด้านการกำหนดนโยบาย
มากท่ีสุด ประชาชนซ่ึงเป็นเจ้าของพื้นที่ควรมีส่วนร่วมในการกำหนดทิศทางและวางแผนการพัฒนา
พนื้ ทข่ี องตนเองอยา่ งแท้จริง จำนวน ๔ คน

ตารางท่ี ๔.๘๕ ปัญหา อปุ สรรค ของประชาชนเก่ียวกบั การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนใน
การปกครองสว่ นทอ้ งถิน่ ในอำเภอเทพสถิต จงั หวัดชยั ภูมิ ด้านการบริหาร

ท่ี ปญั หาและอุปสรรค จำนวน

๑) ประชาชนได้เข้ามามบี ทบาทในการแกไ้ ขปัญหาปากท้องของตนเองนอ้ ยมากซงึ่ ส่วน
ใหญ่ถูกกำหนดมากทางภาครัฐ ๕

๒) ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสนิ ใจในการใชท้ รัพยากรท่มี อี ยอู่ ย่างจำกดั ในพ้ืนที่ ๓
ไม่มากเทา่ ท่คี วร

๓) ประชาชนมีส่วนร่วมในการปรับปรุงพฒั นาการบรหิ ารทอ้ งถ่นิ ของตนไดน้ ้อย

จากตารางท่ี ๔.๘๕ พบว่า ประชาชนมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมทางการเมือง
ของประชาชนในการปกครองส่วนทอ้ งถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จงั หวัดชัยภูมิ ดา้ นการบริหาร มากที่สุด
คือ ประชาชนได้เข้ามามีบทบาทในการแก้ไขปัญหาปากท้องของตนเองน้อยมากซ่ึงส่วนใหญ่ถูก
กำหนดมากทางภาครัฐ จำนวน ๖ คน รองลงมา คือ ประชาชนมีส่วนร่วมในการตัดสินใจในการใช้
ทรัพยากรที่มีอยู่อย่างจำกัดในพื้นท่ีไม่มากเท่าที่ควร จำนวน ๕ คน และน้อยท่ีสุด คือ ประชาชนมี
สว่ นรว่ มในการปรบั ปรงุ พัฒนาการบรหิ ารทอ้ งถิ่นของตนไดน้ ้อยจำนวน ๓ คน

๑๘๘

ตารางท่ี ๔.๘๖ ปัญหา อุปสรรค ของประชาชนเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการ
ปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จังหวดั ชยั ภมู ิ ดา้ นการบริหาร

ท่ี ขอ้ เสนอแนะ จำนวน

๑) ประชาชนผูซ้ ่งึ เป็นเจา้ ของอำนาจควรเป็นผ้มู ีส่วนรว่ มในการตัดสินใจในการ
แกป้ ญั หาดา้ นต่าง ๆ ๑

๒) การใชท้ รพั ยากรต่าง ๆ ท่มี อี ยู่อยา่ งจำกดั ในพ้ืนที่นั้น ๆ เพ่อื ใหเ้ กดิ ประโยชน์สูงสดุ
ควรใหป้ ระชาชนมามสี ว่ นร่วมในการตดั สนิ ใจทุกเร่ืองๆ เปน็ การถ่วงดลุ อำนาจอกี
ทางหนง่ึ

จากตารางท่ี ๔.๘๖ พบว่า ประชาชนมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมทางการเมือง
ของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถน่ิ ในอำเภอเทพสถติ จังหวดั ชัยภูมิ ดา้ นการบริหาร มากที่สุด
คือ ประชาชนผู้ซึ่งเป็นเจ้าของอำนาจควรเป็นผู้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจในการแก้ปัญหาด้านต่าง ๆ
จำนวน ๓ คน และน้อยที่สุด คือ การใช้ทรัพยากรต่าง ๆ ที่มีอยู่อย่างจำกัดในพื้นที่นั้น ๆ เพื่อให้เกิด
ประโยชน์สูงสุดคงรให้ประชาชนมามีสว่ นร่วมในการตัดสินใจทุกเรื่องๆ เป็นการถ่วงดุลอำนาจอีกทาง
หน่งึ จำนวน ๑ คน

ตารางที่ ๔.๘๗ ปัญหา อุปสรรค ของประชาชนเก่ียวกบั การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนใน
การปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จังหวดั ชยั ภมู ิ ด้านการติดตามข่าวสาร

ที่ ปญั หาและอุปสรรค จำนวน

๑) ประชาชนโดยสว่ นใหญไ่ มไ่ ดร้ ับข่าวสารหรอื ข้อมลู อย่างทั่วถึง ๔
๒) การตดิ ข่าวสารทางการเมืองทางออนไลนย์ งั ไมท่ ่ัวถึง เพราะประชาชนส่วน ๒

ใหญย่ งั ใช้เทคโนโลยไี ม่ถนัดเท่าทคี่ วร

จากตารางท่ี ๔.๘๗ พบว่า ประชาชนมีความคิดเห็นเก่ียวกับการมีส่วนร่วมทางการเมือง
ของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ด้านการติดตามข่าวสาร
มากท่ีสุด คือ ประชาชนโดยส่วนใหญ่ไม่ได้รับข่าวสารหรือข้อมูลอย่างทั่วถึง จำนวน ๔ คน และน้อย
ที่สุด คือ การติดข่าวสารทางการเมืองทางออนไลน์ยังไม่ท่ัวถึง เพราะประชาชนส่วนใหญ่ยังใช้
เทคโนโลยีไม่ถนัดเท่าทีค่ วร จำนวน ๒ คน

๑๘๙

ตารางท่ี ๔.๘๘ ปัญหา อุปสรรค ของประชาชนเก่ียวกบั การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนใน
การปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน ในอำเภอเทพสถติ จังหวัดชยั ภมู ิ ด้านการตดิ ตามขา่ วสาร

ท่ี ข้อเสนอแนะ จำนวน

๑) ควรเปิดโอกาสให้ประชาชนไดร้ บั ขอ้ มูลขา่ วสารในดา้ นตา่ ง ๆ เกีย่ วกบั การปกครอง
ส่วนทอ้ งถน่ิ ใหม้ ากขน้ึ ๒

๒) ควรจัดทำส่ือประชาสมั พันธ์ตา่ ง ๆ เพอ่ื ให้ประชาชนได้รบั ข้อมลู ขา่ วสารทาง
การเมอื งอย่างสม่ำเสมอและทัว่ ถึง

จากตารางที่ ๔.๘๘ พบว่า ประชาชนมีความคิดเห็นเกี่ยวกับการมีส่วนร่วมทางการเมือง
ของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ด้านการติดตามข่าวสาร
มากทส่ี ุด คือ ควรเปิดโอกาสให้ประชาชนได้รับข้อมูลขา่ วสารในด้านต่าง ๆ เก่ียวกับการปกครองส่วน
ท้องถิ่นให้มากขึ้นจำนวน ๕ คน รองลงมา คือ ควรจัดทำส่ือประชาสัมพันธ์ต่าง ๆ เพื่อให้ประชาชน
ไดร้ ับข้อมลู ข่าวสารทางการเมืองอยา่ งสมำ่ เสมอและทัว่ ถึง จำนวน ๒ คน

๔.๖ ผลจากการสัมภาษณ์การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครอง
ส่วนท้องถนิ่ ในอำเภอเทพสถิต จงั หวัดชยั ภมู ิ

การสัมภาษณ์น้ี มีจุดมุ่งหมายในการศกึ ษารวบรวมข้อมูลประกอบการวิเคราะห์การมีส่วน
ร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ใน ๔
ด้าน คอื ดา้ นการตรวจสอบการทำงาน ด้านการกำหนดนโยบาย ดา้ นการบริหาร และด้านการติดตาม
ข่าวสารทางการเมอื ง ซง่ึ สรปุ บทสัมภาษณ์ผู้ใหข้ ้อมูลหลกั (Key Informants) ดังต่อไปนี้

๑) ดา้ นการตรวจสอบการทำงาน

การตรวจสอบการทำงานขององค์การบริหารส่วนตำบล ประชาชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมใน
การตรวจสอบการทำงานได้ ซึ่งในการทำงานแต่ละโครงการน้ันจะมีคณะตรวจสอบการทำงานแต่ละชุดในการ
ตรวจสอบการทำงาน และประชาชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมได้ องค์การบริหารส่วนตำบล ต้องติดประกาศ
การใช้งบประมาณต่างๆต่อประชาชนให้ประชาชนรับทราบ๑ โดยประชาชนได้มีการตรวจสอบการบริหาร
จัดการของผู้บริหาร และสภาองค์การปกครองส่วนท้องถิ่นได้ทุกข้ันตอน โดยประชาชนสามารถร่วมคิด ร่วม

๑ สัมภาษณ์ พระมหานรนิ ทร์ สรุ ปญโฺ ญ, อาจารย์มหาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลยั วทิ ยาลัย
สงฆ์ชัยภมู ิ, ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๓.

๑๙๐

ทำ และร่วมตัดสินใจโดยตรวจสอบในเรื่องของการบริหารงานด้วยความโปร่งใสหรือไม่ ตรงกับความ
ต้องการของประชาชนหรือไม่ ซ่ึงขั้นตอนหรือกิจกรรมต่างๆ ขององค์การปกครองส่วนท้องถิ่นได้เปิด
โอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมและแสดงความคิดเห็นได้๒ ซึ่งประชาชนน้ันสามารถร้องเรยี นร้อง
ทุกข์ได้ หรือสามารถเข้าเสนอช่ือเพื่อร้องเรียนในเรื่องต่างๆท่ีตนไม่ได้รับความเป็นธรรมอันเกิดจาก
การบริหารงาน และประชาชนสามารถย่ืนคำร้องขอข้อมูลการดำเนินงานขององค์การบริหารส่วน
ตำบล เพื่อเป็นการตรวจสอบการทำงานขององค์การบริหารส่วนตำบลว่ามีความโปรง่ ใสตามหลักธรร
มาภิบาลหรือไม่๓ ในการดำเนินการตรวจสอบการทำงานอาจทำได้ใน ๓ ประการ คือ ๑) เป็น
คณะกรรมการประเมลิ ผลแผน ๒) เป็นสมาชกิ สภาส่วนทอ้ งถิน่ และ ๓) เปดิ โอกาสใหป้ ระชาชนเขา้ มา
มีส่วนร่วมในการพัฒนาตำบล เช่น การประชาคมท้องถิ่น๔ เมื่อมีการจัดทางบประมารรายจ่าย
ประจำปีขององคก์ ารบริหารสว่ นตำบลจะติดประกาศใหป้ ระชาชนในพ้ืนท่ีได้รบั ทราบถึงความโปร่งใส
และตรวจสอบได้ตามหลักสากล๕ ในด้านการมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการทำงานของการปกครอง
ส่วนท้องถ่ินซ่ึงองค์การบริหารส่วนตำบลได้อำนวยความสะดวกให้กับประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมใน
การตรวจสอบการทำงานเพอื่ เป็นการช่วยกันบริหารทรพั ยากรทีม่ ีอยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุด
และเป็นไปตามเป้าหมายขององค์การบริหารส่วนตำบล๖ ในการตรวจสอบการทำงานประชาชน
สามารถเข้ามามสี ่วนร่วมในการตรวจสอบการทำงานขององคก์ ารบรหิ ารส่วนตำบลได้ แต่บางทีอาจทำ
ได้ยากเพราะการมีอิทธิพลหรือบารมีของนักการเมืองอันเช่ือมโยงกันกับระบบอุปถัมภ์จึงทำให้
ตรวจสอบได้ยาก๗ และในการตรวจสอบการทำงานนั้นบางคนอาจมากด้วยทิฐิมานะถือตัวหรือ
อัตตาธปิ ไตย ไม่ยอมรับความคิดเหน็ จงึ ทำใหอ้ ยากต่อการพฒั นาองค์กรของตนได้๘

สรุป การตรวจสอบการทำงาน เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการ
ปกครองส่วนท้องถิ่น โดยท่ีประชาชนสามารถ ร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมสร้างสรรค์แก้ปัญปัญหากับทาง
ภาครัฐเพ่ือให้บริหารจัดการทรัพย์ยากรท่ีมีอยู่อย่างจำกัดของพื้นที่ของตนเองอันจะก่อให้เกิด
ประโยชน์สงู สุดกบั ประชาชนอย่างแท้จรงิ และเป็นไปตามหลักนิตริ ัฐและนิตธิ รรม

๒ สมั ภาษณ์ ไพรวันย์ แทนทรพั ย,์ นายกองค์การบรหิ ารส่วนตำบลวะตะแบก, ๘ มกราคม ๒๕๖๔.
๓ สัมภาษณ์ ณฐั วฒั น์ ดา้ ยรนิ รัมย์, นายกองคก์ ารบริหารสว่ นตำบลโปง่ นก, ๒๘ ธนั วาคม ๒๕๖๓.
๔ สมั ภาษณ์ ยนต์ พนั ธ์ุชมพ,ู นายกองคก์ ารบริหารส่วนตำบลนายางกลกั , ๑๐ มกราคม ๒๕๖๔.
๕ สมั ภาษณ์ ประเสริฐ แตง่ ทรพั ย,์ นายกองค์การบรหิ ารส่วนตำบลห้วยยายจิว๋ , ๘ มกราคม ๒๕๖๔.
๖ สมั ภาษณ์ กรานต์ เขตจนั ทึก, นายกองค์การบริหารส่วนตำบลบ้านไร่, ๒๘ ธนั วาคม ๒๕๖๓.
๗ สมั ภาษณ์ พระครูปฏภิ าณธรรมรส, เจ้าคณะอำเภอเทพสถติ , ๘ มกราคม ๒๕๖๔.
๘ สัมภาษณ์ พระครูพระครอู ดุ มครี ีรกั ษ์, เจ้าคณะตำบลบ้านไร่, ๑๐ มกราคม ๒๕๖๔.

๑๙๑

๒) ด้านการกำหนดนโยบาย

หัวใจการปกครองในระบอบประชาธิปไตย โดยเป็นการท่ีประชาชนมีส่วนร่วมในการปกครองซ่ึง
ผบู้ ริหารท้องถิ่นจะได้รบั เลือกตัง้ มาเพ่อื รบั ผิดชอบบริหารท้องถนิ่ โดยอาศยั ความรว่ มมือร่วมใจจากประชาชน
ทุกนโยบายประชาชนต้องร่วมคิด ร่วมทำ ร่วมตัดสินใจ และจะต้องฟังเสียงประชาชนเป็นสำคัญ๙ โดยที่
ประชาชนสามารถเสนอความคิดเห็นปัญหาความเดือดร้อน ความต้องการ โดยผ่านการทำประชาคมระดับ
หมู่บ้านและระดับตำบล เพ่ือกำหนดแนวทางและนโยบายในการพัฒนาขององค์การบริหารส่วน
ตำบล๑๐ ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายได้ คือ การทำประชาคม ความเดือดร้อนของ
ประชาชนโดยจัดลำดับตามความสำคัญ มาก - น้อย ตามลำดับ และแก้ไขปัญหาตามลำดับ
ความสำคัญของปัญหา๑๑ การกำหนดนโยบายนั้นเป็นอำนาจของผู้บริหารท้องถิ่นมีลักษณะ คือ ๑)
การรับฟังความคิดเห็นของประชาชน โดยการทำประชาคมท้องถ่ิน และ๒)การกำหนดนโยบายผ่าน
สมาชิกและผู้นำชุมชนในการประชุมแก้ไขปัญหาความต้องการของประชาชน๑๒ อันนำมาซึ่งความ
ผาสุกของประชาชนที่ได้รับการแก้ปัญหา พัฒนาความเป็นอยู่ และได้รับการบริการสาธารณะ ตาม
อำนาจท่ีการปกครองส่วนท้องถ่ินมี๑๓ ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายได้ไม่มากนัก
นอกจากประชาชนจะเลือกคนของตนเองให้ไปกำหนดนโยบายให้กลุ่มของตน เช่น การเลือกต้ังนายก
องค์การบริหารส่วนตำบล หรือสมัครเป็นนายกองค์การบริหารส่วนตำบลเสียเอง อีกส่วนหนึ่งคือ
ข้าราชการประจำก็จะนำนโยบายท่ีส่วนกลางกำหนดให้มาบริหารและจัดการซ่ึงบางสิ่งไม่เป็นท่ี
ต้องการของประชาชนอย่างแท้จริง จะมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายได้บ้างคือ รวมตัวกันเพ่ือ
กดดันส่งเสียงเพื่อให้รัฐได้ยิน๑๔ การมีส่วนร่วมของประชาชนในการมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย
อาจจะเป็นไปได้ยากเพราะมีระบบชนช้ันในสังคมจึงไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้และอาจเป็น
เพราะการเมืองการปกครองในสถานการณใ์ นปจั จุบัน๑๕ การท่ีจะทำให้องค์กรไปจนถึงระดบั ประเทศมี
ความเจริญงอกงามนนั้ ประชาชนต้องเข้ามามสี ว่ นรว่ มในการเสนอความคดิ ปรึกษาหารือหม่ันประชุม

๙ สมั ภาษณ์ ไพรวนั ย์ แทนทรพั ย์, นายกองคก์ ารบริหารส่วนตำบลวะตะแบก, ๘ มกราคม ๒๕๖๔.
๑๐ สมั ภาษณ์ ณัฐวัฒน์ ด้ายรนิ รมั ย์, นายกองค์การบรหิ ารส่วนตำบลโป่งนก, ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๓.
๑๑ สมั ภาษณ์ ประเสริฐ แต่งทรัพย,์ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลหว้ ยยายจวิ๋ , ๘ มกราคม ๒๕๖๔.
๑๒ สัมภาษณ์ ยนต์ พนั ธ์ชุ มพู, นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนายางกลกั , ๑๐ มกราคม ๒๕๖๔.
๑๓ สมั ภาษณ์ กรานต์ เขตจนั ทกึ , นายกองคก์ ารบริหารสว่ นตำบลบ้านไร่, ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๓.
๑๔ สัมภาษณ์ พระมหานรินทร์ สุรปญฺโญ, อาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
วิทยาลยั สงฆช์ ัยภูมิ, ๒๘ ธนั วาคม ๒๕๖๓.
๑๕ สมั ภาษณ์ พระครปู ฏิภาณธรรมรส, เจา้ คณะอำเภอเทพสถิต, ๘ มกราคม ๒๕๖๔.

๑๙๒

อบรมกันเนืองนิตย์ตามหลักธรรมของพระพุทธเจ้าท่ีทรงมอบให้ไว้ มิใช่คอยแต่ผู้นำมาให้คำแนะนำ
และชแี้ นะตอ้ งมีสายตาทยี่ าวไกล๑๖

สรุป การกำหนดนโยบาย การปกครองในระบอบประชาธิปไตยนั้น มีศูนย์กลางอยู่ที่ประชาชน
ทุกคนมิใช่กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง และประชาชนย่อมมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย คือ ร่วมคิด ร่วมทำ
ร่วมสร้าง และกำหนดเป้าหมายของตนเอง ได้แก่การทำประชาคมในเร่อื งต่าง ๆ เพ่ือแก้ไขปัญหาของ
ประชาชนในทอ้ งถิ่นนัน้ แล้วจงึ นำมาจดั ลำดับความสำคัญเพื่อแก้ไขปัญหาของประชาชนตามลำดบั

๓) ดา้ นการบริหาร

ประชาชนในการบริหารงานของการปกครองส่วนท้องถ่ิน เช่น การเสนอปัญหา และความ
ต้องการมีส่วนร่วมในการกำหนดแผนพัฒนาการปกครองส่วนท้องถิ่น การเลือกตั้งผู้บริหาร สมาชิกสภา
การปกครองส่วนท้องถ่ิน การเสนอข้อบัญญัติท้องถ่ิน การถอดถอนผู้บริหาร สมาชิกสภาการปกครอง
ส่วนท้องถิ่น เป็นต้น ล้วนแต่เป็นการมีส่วนร่วมของประชาชน๑๗ ในด้านการบริหารของประชาชน ๆ
สามารถมีส่วนร่วมในการเข้าร่วมประชุมในการแสดงทัศนะของตนเองหรือเสนอปัญหาความต้องการ
การพัฒนาแก้ไขปัญหาในท้องถ่ิน หรือร่วมตัดสินใจในการจัดทำโครงการต่าง ๆ๑๘ การบริหารของ
ประชาชนเป็นการที่ประชาชนมีส่วนร่วมในการเสวนาและแสดงทัศนะของประชาชน การเข้าร่วม
ประชุมกิจกรรมต่าง ๆ และได้นำทัศนะของประชาชนไปต่อยอดในการบริหารการปกครองส่วน
ท้องถ่ินต่อไป๑๙ ประชาชนสามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารงานของการปกครองส่วนท้องถิ่น
โดยผ่านผู้แทนภาคประชาชนในการเป็นคณะกรรมการต่าง ๆ เช่น การพัฒนาท้องถิ่น คณะกรรมการ
ติดตามและประเมินผลแผนการพัฒนาท้องถ่ิน ผู้แทนประชาคมท้องถิ่น๒๐ การเสนอปัญหาความ
เดือดร้อนของประชาชนผ่านสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลในหมู่บ้าน เข้าสู่สภาองค์การบริหาร
ส่วนตำบล ก็ถือว่าประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในการบริหารเช่นกัน๒๑ ประชาชนอาจมีส่วนร่วมใน
การกำหนดนโยบายวางแผนพัฒนาระดับท้องถิ่น มีส่วนร่วมในการตัดสินใจทางการเมือง และ

๑๖ สัมภาษณ์ พระครูพระครูอุดมครี ีรกั ษ์, เจา้ คณะตำบลบา้ นไร่, ๑๐ มกราคม ๒๕๖๔.
๑๗ สัมภาษณ์ ไพรวนั ย์ แทนทรัพย์, นายกองค์การบริหารสว่ นตำบลวะตะแบก, ๘ มกราคม ๒๕๖๔.
๑๘ สัมภาษณ์ พระมหานรินทร์ สุรปญฺโญ, อาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
วิทยาลัยสงฆ์ชยั ภมู ิ, ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๓.
๑๙ สมั ภาษณ์ กรานต์ เขตจันทึก, นายกองค์การบริหารสว่ นตำบลบา้ นไร่, ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๓.
๒๐ สมั ภาษณ์ ณัฐวฒั น์ ดา้ ยรินรมั ย์, นายกองค์การบริหารสว่ นตำบลโป่งนก, ๒๘ ธนั วาคม ๒๕๖๓.
๒๑ สมั ภาษณ์ ประเสรฐิ แตง่ ทรพั ย์, นายกองค์การบริหารส่วนตำบลห้วยยายจวิ๋ , ๘ มกราคม ๒๕๖๔.

๑๙๓

ประชาชนใช้สิทธิเลือกตง้ั โดยสุจริต และเที่ยงธรรม๒๒ การบริหารงานของการปกครองส่วนท้องถ่ินนั้น
การบริหารอาจอยู่ในวงที่จำกัดเฉพาะผู้ที่มีผลประโยชน์ประชาชนบางกลุ่มจึงอาจไม่เข้ามามีส่วนร่วม
ทางการเมืองเท่าไรนัก๒๓ การมีส่วนร่วมของประชาชนในด้านการบริหารนั้นอาจเป็นไปได้ยากเพราะ
ประชาชนส่วนใหญ่ยังยึดติดกับส่ิงเดิม ๆ ไม่ยอมรับการเปล่ียนแปลงและคำแนะนำจะคอยแต่คำสั่ง
ของทางการท่อี อกมาเปน็ ลายลกั ษณ์อักษร๒๔

สรุป การบริหาร การบริหารงานของการปกครองส่วนท้องถิ่นนั้น ประชาชนสามารถเข้า
มามีส่วนรว่ มในการประชุม อบรม เสวนา แสดงทัศนะ ร่วมคิด รว่ มทำ ร่วมแก้ไขปัญหาตา่ งๆท่ีเกิดข้ึน
ในชุมชนหรือตำบลของตนอาจผ่านทางสมาชิกองค์การบริหารส่วนตำบลท่ีมีอยู่ทุกหมู่บ้าน เพื่อนำ
ปญั หาเหลา่ น้นั มาปรับปรุงแก้ไขเพ่ือประโยชน์ของประชาชน

๔) ด้านการติดตามข่าวสาร

ประชาชนสมารถรับรู้ รับทราบ และเข้าตรวจดูเอกสารหรือข้อมูลข่าวสารในรูปแบบอ่ืน
ของทางราชการได้ เพ่ือที่ประชาชนจะสามารถแสดงความคิดเห็นและใช้สิทธิทางการเมืองได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ ซึ่งในหลักการดังกล่าวได้ใช้ครอบคลุมถึงการปกครองส่วนท้องถิ่น ดังนั้นประชาชนใน
ท้องถิ่นย่อมสามารถตรวจสอบรับทราบข้อมูลข่าวสารของการปกครองส่วนท้องถ่ินได้๒๕ ในส่วนของ
การปกครองส่วนท้องถิ่นน้ัน การติดตามข่าวสารย่อมเป็นไปได้โดยสะดวกมีข่าวประชาสัมพันธ์ในทุก
ด้านผ่านช่องทางต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์ และสื่อโซเชียลมีเดีย เป็นต้น๒๖ องค์การบริหารส่วนตำบล มี
เว็บไซต์ เฟชบุ๊ก กลุ่มไลน์ มีระบบประชาสัมพันธ์แบบไร้สายทุกหมู่บ้าน มีการจัดโครงการเพื่อ
ประชาสัมพันธ์และแจ้งข้อมูลข่าวสารของทางราชการทุกหมู่บ้าน๒๗ ในการแจ้งข้อมูลข่าวสารของ
องค์การบริหารส่วนตำบลนั้นมีการประชาสัมพันธ์ผ่านผู้นำชุมชน มีการติดประกาศหน้าองค์การ
บริหารส่วนตำบล และมีการประชาสัมพันธ์ผ่านเว็บไซต์๒๘ เม่ือมีการดำเนินโครงการต่าง ๆ จะให้

๒๒ สมั ภาษณ์ ยนต์ พนั ธุ์ชมพู, นายกองค์การบรหิ ารส่วนตำบลนายางกลัก, ๑๐ มกราคม ๒๕๖๔.
๒๓ สัมภาษณ์ พระครปู ฏภิ าณธรรมรส, เจ้าคณะอำเภอเทพสถิต, ๘ มกราคม ๒๕๖๔.
๒๔ สมั ภาษณ์ พระครูพระครอู ดุ มครี ีรักษ์, เจา้ คณะตำบลบ้านไร่, ๑๐ มกราคม ๒๕๖๔.
๒๕ สัมภาษณ์ ไพรวันย์ แทนทรพั ย์, นายกองค์การบรหิ ารสว่ นตำบลวะตะแบก, ๘ มกราคม ๒๕๖๔.
๒๖ สัมภาษณ์ พระมหานรินทร์ สุรปญฺโญ, อาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
วิทยาลยั สงฆ์ชยั ภมู ิ, ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๓.
๒๗ สัมภาษณ์ ณัฐวัฒน์ ดา้ ยรินรมั ย์, นายกองค์การบรหิ ารส่วนตำบลโปง่ นก, ๒๘ ธนั วาคม ๒๕๖๓.
๒๘ สมั ภาษณ์ ยนต์ พนั ธุช์ มพู, นายกองคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำบลนายางกลัก, ๑๐ มกราคม ๒๕๖๔.

๑๙๔

องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำบลในหมูบ่ า้ น และฝา่ ยปกครองได้ช่วยกันประชาสัมพนั ธข์ อ้ มูลข่าวสารตา่ ง ๆ๒๙
ประชาชนในพ้ืนท่ีมีการติดตามข่าวสารดีมาก โดยเฉพาะการทำงานท่ีมีการพัฒนาในการเปรียบเทียบ
กบั เขตการปกครองที่ติดต่อกนั ๓๐ การติดตามข่าวสารของประชาชนน้นั อาจไม่ค่อยให้ความสำคัญมาก
นักเพราะบางส่วนอาจยังเข้าไม่ถึงสื่อโซเชียลมีเดีย๓๑ ประชาชนบางคนอาจยังไม่ให้ความสำคัญกับ
ข่าวสารที่ทางการประกาศมากนัก บางส่วนมักให้ผู้ใหญ่บ้านหรือองค์การบริหารส่วนตำบลมาให้
คำแนะนำ๓๒

สรปุ การติดตามข่าวสาร ประชาชนไดร้ ับรู้ขอ้ มลู ข่าวสารหลายรูปแบบผา่ นทาง สื่อต่าง ๆ
เช่น เว็บไซต์ เฟชบุ๊ก กลุ่มไลน์ มีระบบประชาสัมพันธ์แบบไร้สายทุกหมู่บ้าน มีการจัดโครงการเพื่อ
ประชาสัมพันธแ์ ละแจ้งขอ้ มูลขา่ วสารของทางราชการทุกหมู่บา้ น ทำให้ประชาชนได้รบั รู้ขา่ วสารอย่าง
สะดวกรวดเร็ว และมีความรู้ความเข้าใจเก่ยี วกับความเปลี่ยนแปลงทางการเมืองความเคล่ือนไหวทาง
การเมืองท่ีเกิดขึ้นอย่างสม่ำเสมอ อันก่อประโยชน์กับประชาชนเป็นอย่างมากในการรับรู้ข่าวสารและ
ทนั ตอ่ เหตุการณท์ เี่ กิดขนึ้

ด้านการประยุกต์หลักอปหาริยธรรมในการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองในการ
ปกครองสว่ นท้องถ่นิ

๑) การประชมุ กันเนอื งนิตย์

การทำงานร่วมกนั ในสังคมจะต้องมีการพบปะประชมุ ปรึกษาหารอื กันอย่างสมำ่ เสมอ เพื่อ
แก้ปัญหาและแลกเปล่ียนความคิดเห็นซึ่งกันและกนั ยอมรับในเหตุผลที่เป็นประโยชน์ หากมีการหมั่น
ประชุมกันงานก็จะราบร่ืน หากมีข้อผิดพลาดทุกคนก็จะยอมรับในส่ิงท่ีเกิดขึ้น๓๓ การประชุมกัน
เนืองนิตย์เป็นการประชุมพบปะปรึกษาหารือกิจการงานต่าง ๆ ของการปกครองส่วนท้องถิ่น เพื่อ
แลกเปลี่ยนความคิดเห็นซ่ึงกันและกันและหาแนวทางแก้ไขปัญหาต่าง ๆ ร่วมกันโดยสม่ำเสมอ การ
ปกครองส่วนท้องถิ่นจะตอ้ งสนับสนุนส่งเสริมให้มีการประชมุ อยู่เป็นประจำ เช่น การออกรับฟังความ
คดิ เห็นแผนพัฒนาของการปกครองส่วนท้องถิ่น๓๔ การประชุมเป็นการเปิดโอกาสให้ประประชาชนได้
เข้ามามีส่วนร่วมในการปกครองส่วนท้องถิ่นและเปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงความคิดเห็นของ

๒๙ สมั ภาษณ์ ประเสริฐ แตง่ ทรัพย์, นายกองคก์ ารบริหารส่วนตำบลห้วยยายจิว๋ , ๘ มกราคม ๒๕๖๔.
๓๐ สมั ภาษณ์ พระครปู ฏภิ าณธรรมรส, เจ้าคณะอำเภอเทพสถติ , ๘ มกราคม ๒๕๖๔.
๓๑ สมั ภาษณ์ กรานต์ เขตจนั ทกึ , นายกองคก์ ารบรหิ ารส่วนตำบลบา้ นไร่, ๒๘ ธนั วาคม ๒๕๖๓.
๓๒ สมั ภาษณ์ พระครูพระครอู ุดมคีรรี ักษ์, เจา้ คณะตำบลบา้ นไร่, ๑๐ มกราคม ๒๕๖๔.
๓๓ สัมภาษณ์ ณัฐวฒั น์ ด้ายรินรมั ย์, นายกองคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำบลโปง่ นก, ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๓.
๓๔ สัมภาษณ์ ไพรวนั ย์ แทนทรัพย์, นายกองค์การบรหิ ารสว่ นตำบลวะตะแบก, ๘ มกราคม ๒๕๖๔.

๑๙๕

ตนเองเพ่ือนำไปปรับปรุงพัฒนาท้องถิ่นอันเป็นการแสดงออกถึงความสามัคคีพร้อมเพรียงกันในหมู่
คณะ๓๕ ประชาชนในท้องถ่ินจะต้องพร้อมเพรียงกันประชุมรักษาวินัยในขณะการประชุม เพ่ือให้เกิด
ความโปร่งใสในการเข้าร่วมประชุมและการกำหนดนโยบายต่าง ๆ๓๖ ในการมีส่วนร่วมของประชาชน
ในด้านการประชุมกันเนืองนิตย์นั้น ประชาชนต้องเข้ามาประชุมด้วยเพราะปัญหาต่างๆในท้องถิ่นน้ัน
ต้องให้เจ้าของพ้ืนที่มามีส่วนรว่ มประชุมเพื่อแก้ไขปัญหาด้วย๓๗ จะมีผลดีต่อการปกครองส่วนท้องถิ่น
เป็นการกระต้นุ การทำงานของฝ่ายการเมืองให้พัฒนาขึ้นไปด้วยเพราะประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมใน
การประชุม๓๘ ไม่ว่าองค์กรใด ๆ หากขาดการประชุมปรึกษาหารือกันแล้วไซร้ย่อมมีแต่ความเสื่อม
ทรามโดยส่วนเดียวไม่มีทางเจริญได้เลย เพราะการประชุมเป็นการรวบรวมแนวความคิดเพ่ือนำมา
พัฒนาต่อยอดต่อไป๓๙ หากองค์กรใดไม่มีการประชุม เห็นแต่ประโยชน์ส่วนตนมากกว่าส่วนรวมการ
ปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ จะเจรญิ งอกงามได้อยา่ งไร๔๐

สรุป การประชุมกันเนืองนิตย์ เป็นการเปิดโอกาสให้ประชาชนได้เข้ามามีโอกาสทำงาน
ร่วมกันในการระดมความคิดระดมสมองชว่ ยกันคิดและทำ ลำพังรัฐย่อมไม่สามารถรูท้ ุก ๆ ปญั หาหรือ
แก้ไขได้ทุกปัญหา การสรุปองค์ความรู้ท่ีได้จากการประชุมน้ันแล้วสรุปเป็นแนวคิดและองค์ความรู้
นำมาเปน็ นโยบายในการพฒั นาท้องถ่นิ ของตนต่อไป

๒) การพรอ้ มเพรียงกนั ประชมุ

การประชุมโดยพรอ้ มเพรียงกันนนั้ ต้องตรงต่อเวลาไม่ใชต่ ่างคนต่างเข้า-ออกประชมุ ตามใจ
ของตน อาจเกิดความไม่เรียบร้อยทำให้การประชุมดำเนินไปไม่เป็นไปตามที่กำหนดท่ีตั้งไว้ทำให้
เสียเวลาไปโดยเปล่าวประโยชน์ ดังนั้น การพร้อมเพรียงกันประชุมจึงเป็นเรื่องท่ีจำเป็นและนำความ
เจริญมาสู่หมู่คณะได้อย่างแท้จริง๔๑ การประชุมโดยพร้อมเพรียงกันคือการท่ีประชาชนผู้มีส่วน
เกี่ยวข้องร่วมกับการปกครองส่วนท้องถ่ินประชุมโดยประชุมพร้อมกันและเลิกประชุมพร้อมกันให้

๓๕ สัมภาษณ์ พระมหานรินทร์ สุรปญฺโญ, อาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
วิทยาลัยสงฆช์ ัยภมู ิ, ๒๘ ธนั วาคม ๒๕๖๓.

๓๖ สมั ภาษณ์ กรานต์ เขตจนั ทกึ , นายกองค์การบริหารสว่ นตำบลบ้านไร่, ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๓.
๓๗ สมั ภาษณ์ ยนต์ พนั ธ์ชุ มพู, นายกองคก์ ารบริหารส่วนตำบลนายางกลัก, ๑๐ มกราคม ๒๕๖๔.
๓๘ สมั ภาษณ์ พระครูปฏิภาณธรรมรส, เจ้าคณะอำเภอเทพสถติ , ๘ มกราคม ๒๕๖๔.
๓๙ สมั ภาษณ์ ประเสริฐ แต่งทรพั ย์, นายกองค์การบรหิ ารสว่ นตำบลห้วยยายจ๋ิว, ๘ มกราคม ๒๕๖๔.
๔๐ สัมภาษณ์ พระครพู ระครอู ดุ มครี ีรักษ์, เจ้าคณะตำบลบา้ นไร่, ๑๐ มกราคม ๒๕๖๔.
๔๑ สัมภาษณ์ ไพรวนั ย์ แทนทรพั ย์, นายกองคก์ ารบริหารส่วนตำบลวะตะแบก, ๘ มกราคม ๒๕๖๔.

๑๙๖

เป็นไปตามเวลาที่กำหนดไม่ใช่ต่างคนต่างประชุม๔๒ ในการประชุมหากจะเป็นไปโดยความพร้อม
เพรยี งกันประชมุ นั้นควรตอ้ งมกี ารนดั หมายเวลาให้ชัดเจนและมีการแจ้งล่วงหนา้ เพื่อให้ได้รับทราบกัน
ถ้วนหน้าและละท้ิงกิจอย่างอื่นเสียและพร้อมใจกันประชุมตามวาระท่ีกำหนด๔๓ เม่ือประชุมก็พร้อม
เพรียงกันประชุมเมื่อเลิกประชุมก็พร้อมเพรียงกันเลิกประชุมและพร้อมเพรียมกันปฏิบัติภารกิจของ
หมู่คณะ มีความรับผิดชอบร่วมกันดำเนินไปอย่างพร้อมเพรียงกัน เพ่ือให้เกิดความยุติธรรมเป็น
อนั หน่ึงอันเดียวกันของหมู่คณะท่ีอยู่รว่ มกันจะทำอะไรก็สำเรจ็ ประโยชน์ได้๔๔ พร้อมเพรียงกันประชุม
และเลิกประชุมปฏิบัติกิจของหมู่คณะให้เป็นไปด้วยความเรยี บร้อย มีความรบั ผิดชอบร่วมกัน ดำเนิน
ไปอย่างพร้อมเพรียงกัน๔๕ ในการประชุมร่วมกันน้ันเป็นการฝึกวินัยอย่างหนึ่งในการอยู่ร่วมกันให้
เกียรติกันและกันมีความซ่ือสัตย์ต่อหน้าท่ี๔๖ การประชุมโดยพร้อมเพรียงกันถือว่าเป็นสิ่งที่ดีของ
องค์กรน้ัน ๆ หากแต่ละคนห่วงแต่กิจธุระของตนเองไม่ใส่ใจในการประชุมองค์กรนั้น ๆ คงไม่มีความ
เจริญและพัฒนา๔๗ เพื่อให้เกิดความยุติธรรมเป็นอันหน่ึงอันเดียวกันของหมู่คนท่ีอยู่รวมกันไม่กิน
แหนงแคลงใจกนั จะทำงานอะไรกส็ ำเรจ็ ได้ตอ้ งพร้อมเพรยี งกนั ประชมุ ๔๘

สรุป การพร้อมเพรียงกันประชุม การที่ทำข้อตกลงร่วมกันว่าจะประชุมโดยพร้อมเพรียง
กันตามระยะเวลาที่กำหนดเพ่ือความเรียบร้อยดีงามขององค์กร เป็นการฝึกวินัยและขันติธรรมให้มี
ความอดทนและรบั ผดิ ชอบต่อภาระงานที่ไดร้ บั มอบหมาย

๓) การไม่บญั ญตั ิ หรอื ไมล่ ้มเลิกข้อบญั ญัตติ ามอำเภอใจ

การปฏิบัติตามกฎ ระเบียบ ข้อบังคับ ทุกคนเมื่อเป็นสมาชิกของสังคมย่อมต้องถือกฎระเบียบ
ขอ้ บัญญัติ เพ่ือให้เป็นกรอบในการปฏิบัติสำหรับทุกคนและเป็นเหตุส่งเสริมให้การปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ เกิด
ผลดีและมีประสิทธิภาพ๔๙ บ้านเมืองจะสงบสุขได้ทุกคนจะต้องไม่บัญญัติ หรือไม่ล้มเลิกข้อบัญญัติตาม
อำเภอใจ ตามความพอใจของตน เช่น การแต่งเคร่ืองแบบของท้องถิ่นเพื่อความเป็นระเบียบเรยี บร้อย

๔๒ สัมภาษณ์ พระมหานรินทร์ สุรปญฺโญ, อาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
วทิ ยาลยั สงฆ์ชยั ภูมิ, ๒๘ ธนั วาคม ๒๕๖๓.

๔๓ สัมภาษณ์ กรานต์ เขตจนั ทกึ , นายกองคก์ ารบรหิ ารส่วนตำบลบา้ นไร่, ๒๘ ธนั วาคม ๒๕๖๓.
๔๔ สัมภาษณ์ ณัฐวัฒน์ ดา้ ยรนิ รมั ย์, นายกองคก์ ารบรหิ ารส่วนตำบลโป่งนก, ๒๘ ธนั วาคม ๒๕๖๓.
๔๕ สมั ภาษณ์ ยนต์ พนั ธช์ุ มพ,ู นายกองคก์ ารบริหารส่วนตำบลนายางกลกั , ๑๐ มกราคม ๒๕๖๔.
๔๖ สมั ภาษณ์ พระครูปฏภิ าณธรรมรส, เจ้าคณะอำเภอเทพสถิต, ๘ มกราคม ๒๕๖๔.
๔๗ สัมภาษณ์ ประเสรฐิ แต่งทรัพย์, นายกองคก์ ารบริหารส่วนตำบลห้วยยายจิ๋ว, ๘ มกราคม ๒๕๖๔.
๔๘ สมั ภาษณ์ พระครพู ระครอู ดุ มครี ีรกั ษ์, เจา้ คณะตำบลบ้านไร่, ๑๐ มกราคม ๒๕๖๔.
๔๙ สมั ภาษณ์ ไพรวันย์ แทนทรพั ย์, นายกองคก์ ารบริหารส่วนตำบลวะตะแบก, ๘ มกราคม ๒๕๖๔.

๑๙๗

จะแต่งกายตามใจตนเองไมไ่ ด้๕๐ หากมนุษย์ทกุ คนบัญญตั ิข้อกฎหมายหรอื ขอ้ บงั คับตามอำเภอใจ และ
ล้มเลิกข้อบัญญัติท่ีมีมาก่อนนี้ตามอำเภอใจตนให้อำนวยประโยชน์กับกลุ่มตนโดยไม่คำนึงถึงหลักนิติ
รัฐและนิติธรรมองค์กรน้ัน ๆ คงไม่มีทางเติบโตงอกงามได้๕๑ ในการบัญญัติกฎระเบียบหรือข้อบังคับ
ต้องมาจากการเห็นพ้องต้องกันของท้ังสองฝ่ายไม่สามารถทำได้โดยใครคนหนึ่ง๕๒ หากกฎระเบียบ
คำสังและกฎหมายเป็นไปเพื่อความยุติธรรมเที่ยงธรรมไม่มีการปฏิบัติสองมาตรฐานกับประชาชนก็
เป็นการดี และควรบังคับใช้อย่างเท่าเทียมกัน๕๓ บ้านเมืองจะสงบสุขได้ ทุกคนจะต้องปฏิบัติตาม
ข้อบัญญัติและไม่ล้ม เลิกระเบียบ เช่น นักเรียนจะต้องแต่งเครื่องแบบของโรงเรียนเพื่อความเป็น
ระเบียบเรียบรอ้ ย จะแต่งกายตามใจตนเองไม่ได้ การไม่ปฏิบตั ิตามกฎหมายโดยเอากฎหมู่มาอยู่เหนือ
กฎหมายก็ไม่ใช้ส่ิงท่ีพึงมี ทุกคนพึงอยู่ภายใต้กฎหมายเดียวกัน๕๔ เมื่อหลักการแห่งกฎหมายเดิมดีอยู่
แล้วก็ถือปฏิบัติสืบไป ซ่ึงบางคร้ังการอาจดูจะเป็นการล้าสมัย คร่ำครึโบราณงุ่มง่ามอะไรทำนองน้ัน
แต่ทว่าในความล้าสมยั เป็นต้น ก็เป็นการรกั ษาวฒั นธรรม จริยธรรมของสังคมไว้ไดอ้ ย่ามองเห็นความ
ทันสมัยเป็นเรื่องเจริญอย่างเดียว๕๕ การบัญญัติส่ิงใดขึ้นมาขดั แย้งต่อหลักการเดิมท่ีดีอยู่แล้วน้ัน ย่อม
ทำให้เกดิ ความขัดแยง้ ได้ และถ้าหลกั การท่ีดตี ้องล้มเลิกไป จะเป็นการไมส่ มควรอย่างยงิ่ เม่ือหลักการ
เดิมอนั ดอี ยแู่ ล้วก็ถอื ปฏบิ ตั สิ บื ไป๕๖

สรุป การไม่บัญญัติ หรือไม่ล้มเลิกข้อบัญญัติตามอำเภอใจ เป็นการรักษาของเก่า ไม่เมา
ของใหม่ เพราะบางอย่างถึงจะเป็นของใหม่ก็ใช่ว่าจะดีเสมอไปในทุกเรื่อง หากทุกคนอยากจะบัญญัติ
หรอื ล้มเลกิ อะไรตามใจตนโลกนีค้ งวุน่ วายน่าดูถ้าไม่อยู่บนพนื้ ฐานของความเทยี่ งธรรม

๔) การเคารพเช่อื ฟงั ผบู้ งั คับบญั ชา

การเคารพนบั ถอื และเชื่อฟงั ผบู้ งั คับบัญชาถอื เป็นสิง่ ท่ดี ี เพราะเขามีประสบการณ์มากกว่า
ประกอบกับการอยู่ร่วมกันในสังคมต้องมีผู้นำถ้าเราให้ความเคารพและเช่ือฟังผู้นำสังคมจักไม่มีความ

๕๐ สมั ภาษณ์ ณฐั วัฒน์ ดา้ ยรินรมั ย์, นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโปง่ นก, ๒๘ ธนั วาคม ๒๕๖๓.
๕๑ สัมภาษณ์ พระมหานรินทร์ สุรปญฺโญ, อาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
วทิ ยาลยั สงฆ์ชัยภูมิ, ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๓.
๕๒ สัมภาษณ์ กรานต์ เขตจนั ทกึ , นายกองค์การบริหารสว่ นตำบลบ้านไร่, ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๓.
๕๓ สมั ภาษณ์ พระครปู ฏิภาณธรรมรส, เจ้าคณะอำเภอเทพสถิต, ๘ มกราคม ๒๕๖๔.
๕๔ สัมภาษณ์ ประเสริฐ แต่งทรพั ย์, นายกองคก์ ารบรหิ ารส่วนตำบลหว้ ยยายจ๋ิว, ๘ มกราคม ๒๕๖๔.
๕๕ สมั ภาษณ์ พระครพู ระครูอุดมคีรรี กั ษ์, เจ้าคณะตำบลบ้านไร่, ๑๐ มกราคม ๒๕๖๔.
๕๖ สัมภาษณ์ ยนต์ พนั ธุช์ มพู, นายกองคก์ ารบรหิ ารส่วนตำบลนายางกลกั , ๑๐ มกราคม ๒๕๖๔.

๑๙๘

วุ่นวาย๕๗ การเคารพและเช่ือฟังผู้บังคับบัญชาเป็นส่ิงท่ีทุกสังคมพึงต้องมีจากด้านบนลงมาสู่ด้านล่าง
เพ่ือให้ง่ายต่อการปกครองและบริหารจัดการและผู้บังคับบัญชาที่ดีน้ันต้องน่ังอยู่ในใจคนไม่ใช่นั่งอยู่
บนหัวคน๕๘ การเป็นผู้ใต้บังคับบัญชาท่ีดีจะต้องมีความเคารพในคำสั่งของผู้บังคับบัญชานำคำสั่งท่ี
ได้รบั มอบหมายน้ันไปปฏิบัติให้สำเร็จประโยชน์ขององค์กรตนเองและคำส่ังของผู้บังคับบัญชานั้นต้อง
สุจริตยุติธรรมเช่นกัน๕๙ การเคารพเช่ือฟังผู้ใหญ่ถือว่าเป็นสิ่งที่ดีเพราะท่านเหล่านั้นอาบน้ำร้อนมา
ก่อนมีประสบการณ์มากมาย การอยู่ร่วมกันของทุกคนในสังคมต้องมีผู้นำหากเราให้ความเคารพผู้นำ
กจิ ต่างๆในท้องถิ่นจะสำเรจ็ ลุล่วงไปได้ด้วยดี๖๐ การเคารพเชื่อฟังเป็นสิ่งที่ดีและถกู ต้องของการทำงาน
ในหน้าที่ผู้ใต้บังคับบัญชาแต่ผู้บังคับบัญชาต้องมีหลักธรรมมากำกับให้ต้ังตนอยู่ในความเท่ียงธรรม
ด้วย๖๑ ความเป็นผู้ใหญ่กับความเป็นผู้น้อยนั้นเป็นสิ่งท่ีเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันมาอย่างยาวนาน เพราะการ
ปกครอง การบริหาร จำเป็นต้องมีผนู้ ำและผู้ตามมีหน้าทปี่ กครอง หน้าที่สั่งการ๖๒ ผู้ใต้บังคับบัญชาทดี่ ีต้อง
ตั้งอยู่ ใน โอวาทของผู้ ให ญ่ เพราะท่าน เห ล่ านั้ น กว่าจะมาเป็ น ผู้ ให ญ่ ไ ด้ ก็ต้ องผ่ าน ป ระส บ การณ์ มา
มากมาย๖๓ ในการปกครองผู้ใต้บังคับบัญชาให้ประสบความสำเร็จได้นั้นผู้นำต้องใช้หลักคุณธรรมใน
การปกครองและยดึ ตามกฎระเบียบของกฎหมาย๖๔

สรุป การเคารพเช่ือฟังผู้บังคับบัญชา เป็นส่ิงท่ีผู้ใต้บังคับบัญชาทุกคนพึงตระหนักและให้
ความสำคัญท่ีทุกองค์กรต้องมีผู้บังคับบัญชาในสายงานต่าง ๆ เพื่อให้องค์กรของตนเองเป็นไปตาม
วตั ถุประสงค์ เพราะท่านเหล่านั้นกว่าจะมาเป็นผู้บังคับบัญชาได้ก็ผ่านประสบการณ์ต่าง ๆ มาไม่น้อย
เช่นกนั เปน็ ต้นวา่ กองทัพทกุ กองทพั ยังตอ้ งมีแม่ทพั ฉันใด ทุกองค์กรกต็ ้องมผี ูบ้ ังคบั บัญชาฉนั นั้น

๕) การให้เกยี รติ และคุ้มครองสิทธสิ ตรี

สตรีถือว่าเป็นเพศแม่เป็นเพศท่ีอ่อนแอบุรุษควรให้เกียรติยกย่องหรือปกป้องมิให้ใครมา
ละเมิดสทิ ธขิ ่มเหงรงั แกเปน็ เร่ืองท่ดี ีทีค่ วรทำ๖๕ การให้เกยี รติและเคารพในสิทธิของสตรีอาจรวมถึงผู้มี

๕๗ สัมภาษณ์ ไพรวนั ย์ แทนทรัพย์, นายกองคก์ ารบริหารส่วนตำบลวะตะแบก, ๘ มกราคม ๒๕๖๔.
๕๘ สัมภาษณ์ พระมหานรินทร์ สุรปญฺโญ, อาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
วิทยาลัยสงฆช์ ัยภมู ิ, ๒๘ ธนั วาคม ๒๕๖๓.
๕๙ สัมภาษณ์ กรานต์ เขตจนั ทกึ , นายกองคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำบลบา้ นไร่, ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๓.
๖๐ สัมภาษณ์ ณัฐวัฒน์ ด้ายรนิ รมั ย์, นายกองคก์ ารบริหารส่วนตำบลโปง่ นก, ๒๘ ธนั วาคม ๒๕๖๓.
๖๑ สัมภาษณ์ พระครปู ฏภิ าณธรรมรส, เจา้ คณะอำเภอเทพสถิต, ๘ มกราคม ๒๕๖๔.
๖๒ สมั ภาษณ์ ประเสรฐิ แต่งทรัพย์, นายกองคก์ ารบรหิ ารส่วนตำบลหว้ ยยายจ๋ิว, ๘ มกราคม ๒๕๖๔.
๖๓ สัมภาษณ์ พระครูพระครูอุดมคีรรี ักษ์, เจ้าคณะตำบลบา้ นไร่, ๑๐ มกราคม ๒๕๖๔.
๖๔ สมั ภาษณ์ ยนต์ พันธช์ุ มพู, นายกองค์การบริหารสว่ นตำบลนายางกลกั , ๑๐ มกราคม ๒๕๖๔.
๖๕ สัมภาษณ์ ไพรวนั ย์ แทนทรัพย์, นายกองคก์ ารบรหิ ารส่วนตำบลวะตะแบก, ๘ มกราคม ๒๕๖๔.

๑๙๙

ความบกพร่องทางรา่ งกายด้วย เพือ่ ให้ท่านเหล่านั้นได้มีทยี่ ืนในสังคมเหมือนพระพุทธเจา้ ท่ีเปิดโอกาส
ให้สตรีได้เข้ามาบวชในบวรพระพุทธศาสนา๖๖ สตรีถือว่าเป็นเพศแม่ฉะนั้นคำว่าแม่จึงมีความย่ิงใหญ่
ในตัวควรค่าย่ิงที่ควรยกย่องให้มีเกียรติในสังคมและปกป้องคุ้มครอง๖๗ สังคมใดก็ตามหากสตรีถูก
ละเมดิ สิทธิในด้านต่างๆความเสื่อมเสียจกั บังเกิดในสังคมนั้นๆไมอ่ าจเจริญเหมือนนานาอารยประเทศ
ได้เลย๖๘ หากเราสามารถคุ้มครองสิทธิและไม่ละเมิดข่มเหงรังแกสตรีได้ จะสามารถทำให้บ้านเมือง
เจริญย่ิงๆขึ้นไป๖๙ สตรีนั้นควรได้ตำแหน่งโดยมีสัดส่วนท่ีเทียบกับผู้ชาย ตามความเหมาะสม ตาม
ความสามารถของสตรีสงิ่ นี้กเ็ ป็นการเปดิ โอกาสให้สตรเี ข้ามามีสว่ นร่วมทางการเมืองเช่นเดียวกัน๗๐ ใน
ยุคปัจจุบันผู้หญิงสามารถเข้ามามีบทบาทในทุกสายงานตามความสามารถของตนอาจไม่เหมือน
สมัยก่อนที่ค่อนข้างปิดโอกาสสำหรับผู้หญิง๗๑ และผู้หญิงมีสิทธิร่วมในการตัดสินใจเฉกเช่นกับบุรุษ
อย่างเป็นอิสระโดยไม่คำนึงถึงความแตกต่างและปัจจัยทางสังคมทุกคนมีความเท่าเทียมกัน๗๒ ดังน้ัน
จึงเป็นสิ่งท่ีดีที่ให้สตรีเข้าไปมีส่วนร่วมทางการเมือง ในยุคปัจจุบันทำให้มีการปรียบเทียบถึงผลงาน
หรือพฤติกรรมทางการเมือง ทำให้ผู้ชายต่ืนตัวและต้องระมัดระวังตัวในการทำงานการเมือง จึงเป็น
ความเทา่ เทียมที่น่าสง่ เสริมอย่างยิ่ง

สรุป การให้เกยี รติ และค้มุ ครองสิทธสิ ตรี เป็นส่ิงทีบ่ ุคคลทุกคนในสังคมเปิดโอกาสใหส้ ตรี
ไดเ้ ข้ามามีบทบาทในทางสงั คมหรือในทุก ๆ ด้านทุกหน่วยงาน ตามทีส่ ตรีเหล่าน้ันมีความสามารถโดย
ไมค่ ำนึงถงึ ความแตกตา่ งทางเพศ สถานภาพทางสงั คมทุกคนมคี วามเท่าเทยี มกันตามกฎหมาย

๖) การส่งเสริม และรกั ษาวฒั นธรรมประเพณอี นั ดงี าม

องค์การปกครองส่วนท้องถ่ินมีหน้าที่ตามกฎหมายในการส่งเสริมและรักษาวัฒนธรรม
ประเพณีอันดีงาม เป็นการบำรุงรักษาประเพณีนิยมที่ประพฤติสืบต่อกันมาเพ่ือประโยชน์ของ
ประชาชนในท้องถ่ิน๗๓ ไม่ใช่เฉพาะฝ่ายรัฐเท่าน้ันท่ีต้องส่งเสริมและรักษาวัฒนธรรมอันดีงามของ

๖๖ สัมภาษณ์ พระมหานรินทร์ สุรปญฺโญ, อาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
วทิ ยาลัยสงฆช์ ยั ภมู ิ, ๒๘ ธนั วาคม ๒๕๖๓.

๖๗ สัมภาษณ์ กรานต์ เขตจนั ทึก, นายกองค์การบรหิ ารส่วนตำบลบ้านไร่, ๒๘ ธนั วาคม ๒๕๖๓.
๖๘ สมั ภาษณ์ ณัฐวัฒน์ ดา้ ยรินรัมย์, นายกองค์การบริหารสว่ นตำบลโปง่ นก, ๒๘ ธนั วาคม ๒๕๖๓.
๖๙ สมั ภาษณ์ พระครปู ฏภิ าณธรรมรส, เจา้ คณะอำเภอเทพสถิต, ๘ มกราคม ๒๕๖๔.
๗๐ สัมภาษณ์ ประเสริฐ แตง่ ทรัพย์, นายกองคก์ ารบริหารส่วนตำบลห้วยยายจวิ๋ , ๘ มกราคม ๒๕๖๔.
๗๑ สัมภาษณ์ พระครพู ระครูอดุ มคีรรี กั ษ์, เจ้าคณะตำบลบา้ นไร่, ๑๐ มกราคม ๒๕๖๔.
๗๒ สัมภาษณ์ ยนต์ พันธุ์ชมพู, นายกองคก์ ารบรหิ ารส่วนตำบลนายางกลกั , ๑๐ มกราคม ๒๕๖๔.
๗๓ สมั ภาษณ์ ไพรวันย์ แทนทรพั ย์, นายกองค์การบริหารส่วนตำบลวะตะแบก, ๘ มกราคม ๒๕๖๔.

๒๐๐

สังคมประชาชนทุกคนก็ต้องมีส่วนร่วมในการรักษาและต่อยอดด้วยเช่นกัน๗๔ การส่งเสริม และรักษา
วัฒนธรรมเป็นส่ิงจำเป็นที่ต้องมีความสำเหนียกรักษาจากพ่อแม่ไปสู่ลูกหลาน และการส่งเสริมการ
ปกครองส่วนท้องถ่ินก็ได้จัดให้มีกิจกรรมในการรักษาประเพณีซ่ึงเป็นหนึ่งในภารกิจของการปกครอง
สว่ นท้องถิ่นเชน่ กัน๗๕ ในประเพณที ่ีดีงามนน้ั ควรสง่ เสรมิ รักษาไวเ้ พ่ือเป็นเคร่ืองเตือนความจำเคร่อื งยึด
เหนี่ยวจิตใจเป็นศูนย์รวมใจของชุมชน๗๖ ควรมีการส่งเสริมมีการต่อยอดอย่างเป็นรูปธรรมเพื่อ
เสริมสร้างความสามัคคีและความสงบของบ้านเมือง๗๗ อันเป็นประโยชน์ต่อวิถีการดำรงชีวิตของ
ชาวบ้าน โดยจะช่วยปลูกฝังจิตสำนึกให้คนรุ่นหลังรักท้องถิ่นของตนเองเพ่ิมข้ึน๗๘ อีกประการหน่ึงที่
การปกครองส่วนท้องถิน่ ได้ทำเสมอมาเพื่อรักษาตอ่ ยอดขนบธรรมเนียมประเพณีคอื การส่งเสรมิ ให้ใส่
ชดุ ไทยทุกวนั องั คารและวนั ศุกร์ และการไหว้ทกั ทำยกันทุกครงั้ ทม่ี ผี ู้มาติดต่องานราชการ๗๙ การรักษา
ต่อยอดประเพณีวัฒนธรรมอันดีเป็นการรักษาของเก่า ไม่เมาของใหม่ เป็นส่ิงมีคุณค่าท่ีบรรพบุรุษได้
มอบแกอ่ นชุ นรนุ่ หลังไดร้ ักษาและสืบสานต่อไป๘๐

สรุป การสง่ เสริม และรกั ษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม การส่งเสริมเป็นการรักษาสิ่งที่ดี
งามที่อนุชนรุ่นหลังได้สืบต่อมาจากบรรพบุรุษเพื่อรักษาให้คงทนสถาพรต่อไป และไม่เมากับวัฒธรรม
ใหมๆ่ อันมาจากชนชาตอิ ืน่ จนลืมชนชาตขิ องตนเอง

๗) การอารักขา คมุ้ ครอง ปกปอ้ ง อนั ชอบธรรม

การอารักขา คุ้มครอง ปกป้อง พระภิกษุ-สามเณรซ่งึ เป็นท่ียึดเหน่ียวจิตใจและเป็นผู้ดำรง
อยู่ศีลธรรมผู้เป็นท่ีพึ่งทางใจของประชาชน รวมถึงการสนับสนุนคนดีให้ประชาชนอยู่ร่วมกันอย่าง
ผาสุข๘๑ เลือกคนดีมคี วามสามารถเข้ามาเป็นกำลังพัฒนาหมู่คณะของตนให้เกิดความเจรญิ งอกงาม๘๒
ด้วยการปลูกฝังจิตสำนึกการมีส่วนร่วมในกิจกรรมในทางพระพุทธศาสนาสนับสนุนการนำหลักธรรม

๗๔ สัมภาษณ์ พระมหานรินทร์ สุรปญฺโญ, อาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
วิทยาลยั สงฆ์ชยั ภมู ิ, ๒๘ ธนั วาคม ๒๕๖๓.

๗๕ สมั ภาษณ์ กรานต์ เขตจนั ทกึ , นายกองคก์ ารบริหารสว่ นตำบลบ้านไร่, ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๓.
๗๖ สัมภาษณ์ ณฐั วฒั น์ ด้ายรนิ รัมย์, นายกองคก์ ารบรหิ ารส่วนตำบลโปง่ นก, ๒๘ ธนั วาคม ๒๕๖๓.
๗๗ สมั ภาษณ์ พระครปู ฏิภาณธรรมรส, เจา้ คณะอำเภอเทพสถติ , ๘ มกราคม ๒๕๖๔.
๗๘ สมั ภาษณ์ ประเสริฐ แต่งทรพั ย์, นายกองค์การบรหิ ารส่วนตำบลหว้ ยยายจิ๋ว, ๘ มกราคม ๒๕๖๔.
๗๙ สัมภาษณ์ ยนต์ พันธ์ุชมพู, นายกองค์การบรหิ ารสว่ นตำบลนายางกลกั , ๑๐ มกราคม ๒๕๖๔.
๘๐ สัมภาษณ์ พระครพู ระครอู ุดมครี รี กั ษ์, เจา้ คณะตำบลบ้านไร่, ๑๐ มกราคม ๒๕๖๔.
๘๑ สัมภาษณ์ ณฐั วฒั น์ ด้ายรนิ รมั ย์, นายกองค์การบรหิ ารสว่ นตำบลโปง่ นก, ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๓.
๘๒ สมั ภาษณ์ พระครูพระครอู ดุ มครี ีรกั ษ์, เจา้ คณะตำบลบ้านไร่, ๑๐ มกราคม ๒๕๖๔.

๒๐๑

ของศาสนามาใช้เพื่อเสริมสร้างคุณธรรมจริยธรรม และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชน๘๓ การให้
การรกั ษา คุ้มครอง ปกป้องอันชอบธรรมแก่สมณชีพราหมณ์หรอื แม้แตป่ ระชาชนท่วั ไป และบำรุงด้วย
ปัจจัยส่ีล้วนเป็นภารกิจท่ีการปกครองส่วนท้องถ่ินพึงทำ๘๔ การอารักขา คุ้มครอง ปกป้องน้ันการ
ปกครองต้องหมั่นเอาใจใส่และให้ความสำคญั ให้สมณชีพราหมณ์หรือแม้แต่ประชาชนทว่ั ไป ได้มีความ
เป็นอยู่อย่างสันติสุขมีความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน๘๕ อีกท้ังยังเป็นรักษาผลประโยชน์ของการ
ปกครองส่วนท้องถ่ินมิให้ถูกละเมิดสิทธิและเสรีภาพในชีวิต๘๖ ในการอารักขาคุ้มครองนั้นต้องปฏิบัติ
ให้ท่ัวถึงไม่ใช่เลือกปฏิบัติ ดูแลประชาชนทุกกลุ่มมใิ ช่เฉพาะกลุ่มของตนเอง๘๗ ในการคุ้มครองปกป้อง
อนั ชอบธรรมนั้นต้องยดึ กฎหมายรัฐธรรมนญู ไม่มีสองมาตรฐานมาปกป้องคุ้มครองประชาชนโดยความ
เสมอภาคกนั ๘๘

สรุป การอารักขา คุ้มครอง ปกป้อง อันชอบธรรม เป็นส่ิงท่ีรัฐควรให้ความสำคัญในการ
ปกป้องดูแลพุทธบริษัทและปประชาชนท่ัวไปด้วยความเสมอภาคเท่าเทียมตามท่ีกรอบกฎหมาย
กำหนด และบำรุงด้วยปจั จัยส่ี สนับสนุนสง่ เสริมให้คนดมี ที ่ยี ืนในสังคม และสง่ เสริมใหป้ ระชาชนทวั่ ไป
ได้นำหลักธรรมทางพระพทุ ธศาสนามาประยกุ ต์ใชใ้ นการดำรงชวี ติ สืบไป

๔.๗ สรปุ องคค์ วามรู้ท่ีได้รับจากการวจิ ัย

ประชาชนมคี วามคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วน
ท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง และประชาชนมีความ
คดิ เห็นต่อการมีสว่ นรว่ มในการปกครองส่วนทอ้ งถิ่นตามหลักอปรหิ านิยธรรมของประชาชน ในอำเภอ
เทพสถติ จงั หวัดชยั ภูมิ โดยภาพรวมอยใู่ นระดบั ปานกลาง

แนวทางการส่งเสริมการปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมของการปกครองส่วนท้องถ่ิน
อำเภอเทพสถติ จงั หวัดชยั ภูมิ พบวา่

๘๓ สัมภาษณ์ ประเสริฐ แต่งทรัพย์, นายกองคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำบลห้วยยายจิว๋ , ๘ มกราคม ๒๕๖๔.
๘๔ สัมภาษณ์ ไพรวันย์ แทนทรพั ย์, นายกองค์การบริหารสว่ นตำบลวะตะแบก, ๘ มกราคม ๒๕๖๔.
๘๕ สัมภาษณ์ พระมหานรินทร์ สุรปญฺโญ, อาจารย์มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย
วทิ ยาลยั สงฆ์ชัยภมู ิ, ๒๘ ธนั วาคม ๒๕๖๓.
๘๖ สมั ภาษณ์ กรานต์ เขตจันทึก, นายกองคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำบลบา้ นไร่, ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๓.
๘๗ สมั ภาษณ์ พระครปู ฏิภาณธรรมรส, เจา้ คณะอำเภอเทพสถิต, ๘ มกราคม ๒๕๖๔.
๘๘ สมั ภาษณ์ ยนต์ พนั ธชุ์ มพู, นายกองค์การบริหารส่วนตำบลนายางกลัก, ๑๐ มกราคม ๒๕๖๔.

๒๐๒

๑) ด้านการตรวจสอบการทำงาน ประชาชนควรมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการ
ทำงานรว่ มกับการปกครองส่วนท้องถ่ิน โดยร่วมคิด ร่วมทำ ตัดสินใจและตรวจสอบให้มีความโปร่งใส
เป็นไปตามหลักธรรมาภบิ าลและเป็นไปตามความตอ้ งการของประชาชน

๒) ด้านการกำหนดนโยบาย ประชาชนควรมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบาย เช่น
การทำประชาคมเพื่อรับฟังความคิดเห็นของประชาชนเพ่ือนำไปจัดลำดับความสำคัญในการแก้ไข
ปญั หาจากมากไปถึงน้อย และแก้ปัญหาตามลำดบั ความสำคัญและเปน็ ไปเพือ่ ประโยชน์ของประชาชน
อย่างแท้จรงิ

๓) ด้านการบริหาร ประชาชนสามารถเสนอปัญหาความต้องการของปประชาชน มี
ส่วนร่วมในการคิดตดั สินใจในการบรหิ ารจัดการทรัพยย์ ากรที่มีอยู่อย่างจำกัด รวมถึงเลอื กต้ังผบู้ รหิ าร
เสนอถอดถอนผบู้ รหิ ารสมาชิก หากพบว่ามกี ารกระทำทีไ่ ม่โปรง่ ใส

๔) ด้านการติดตามข่าวสาร ประชาชนมีการรับรู้ข้อมูลข่าวสารได้หลากหลายช่อง
ทางผ่านส่ือต่าง ๆ เช่น เว็บไซต์ กลุ่มไลน์ เฟสบุ๊ค และหอกระจายข่าวประจำหมู่บ้าน เพื่อรับทราบ
เหตุการณ์ความเคล่ือนไหวทางการเมืองที่เกิดข้ึนอย่างสม่ำเสมอ ซ่ึงปัจจุบันสามารถเข้าถึงข้อมูล
ขา่ วสารได้ง่าย สะดวกและหลากหลายมากขน้ึ ซงึ่ เปน็ ประโยชน์ต่อประชาชนเป็นอย่างมาก

๕) ด้านหลักอปริหานิยธรรม ประชาชนสามารถนำหลักธรรมนี้มาประยุกต์ใช้
สำหรับองค์กรเล็กๆ จนถึงระดับชาติได้ โดยเฉพาะเพ่ือเป็นแนวทางในการปกครองส่วนท้องถิ่น เช่น
การประชุมกันเนืองนิตย์ การพร้อมเพรียงกันประชุม การไม่บัญญัติ หรือไม่ล้มเลิกข้อบัญญัติตาม
อำเภอใจ การเคารพเชื่อฟังผู้บังคับบัญชา การให้เกียรติ และคุ้มครองสิทธิสตรี การ ส่งเสริม และรักษา
วฒั นธรรมประเพณอี ันดีงามการอารกั ขา คุม้ ครอง ปกปอ้ ง อนั ชอบธรรม มาใช้ในองค์กรของตน

๒๐๓

ผวู้ ิจัยสามารถสรปุ เป็นแผนภาพองคค์ วามรู้ได้ ดังน้ี

ดา้ นการตรวจสอบการทำงาน ดา้ นการกำหนดนโยบาย

- ร่วมเป็นกรรมการในการตรวจสอบการ - ร่วมในการลงมตินโยบายขององค์กร
ทำงานแบบโปร่งใส ปกครองส่วนท้องถิน่

- ร่วมติดตามการใช้งบประมาณประจำปี - ร่วมในการแสดงความคิดเห็น และ
ขององค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน เสนอแนะในการกำหนดนโยบาย

- ร่วมสังเกตการณ์การตรวจสอบการ - รว่ มชี้แจงและเผยแพร่นโยบายให้ชมุ ชน
ทำงานขององคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ิน และสังคมรับทราบ

การมีส่วนร่วมทางการเมอื งของ
ประชาชนในการปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน

ในอำเภอเทพสถติ จงั หวดั ชัยภมู ิ

ด้านการบรหิ าร ด้านการตดิ ตามข่าวสาร

- ร่วมทำประชาคมเพื่อนำข้อคิดเห็นไป - ติดตามข่าวสารเก่ียวกับการทางานของ
ประกอบในการจัดทำโครงการ องคก์ รปกครองส่วนท้องถิน่

- ร่วมคิดและกำหนดแนวทางการพัฒนา - ติดตามข่าวสารทางการเมืองจากวิทยุ
เพอื่ แก้ไขปญั หาในท้องถิน่ หรือโทรทศั น์

- ร่วมในการตัดสินใจในด้านแก้ไขปัญหา - ติดตามข่าวสารทางการเมืองจากส่ือ
ความยากจน ออนไลน์ เชน่ เฟสบคุ๊ ไลน์ เป็นต้น

ดา้ นหลักอปรหิ านิยธรรม
-ประชาชนได้แสดงความคดิ เห็นขณะประชุม
- สรุปแนวความคดิ จากการประชุมนำมาเป็นนโยบาย
-การเป็นผู้วา่ ง่ายสอนงา่ ยทำให้ง่ายต่อการปกครอง

แผนภาพที่ ๔.๑ สรุปองคค์ วามรูท้ ีไ่ ดร้ บั จากการวจิ ยั

บทท่ี ๕

สรุป การอภิปรายผลและขอ้ เสอนแนะ

การศึกษาวิจัยเร่ือง “การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ใน
อำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภมู ิ” โดยมวี ตั ถุประสงค์ของการวิจยั ดงั นี้

๑) เพื่อศึกษาระดับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน
ในอำเภอเทพสถิต จังหวดั ชยั ภมู ิ

๒) เพื่อศึกษาระดับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน
ในอำเภอเทพสถิต จงั หวดั ชยั ภมู ิ ตามหลักอปริหานยิ ธรรม

๓) เพ่ือศึกษาเปรียบเทียบการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วน
ท้องถิ่น ในอำเภอเทพสถิต จงั หวัดชัยภูมิ จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคล และจำแนกตามการมีส่วนรว่ ม
ทางการเมอื งตามหลกั อปริหานยิ ธรรม

๔) เพ่ือส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ใน
อำเภอเทพสถติ จงั หวดั ชยั ภมู ิ

การศึกษาวิจัยคร้ังนี้ ดำเนินการตามระเบียบวิธีวิจัยแบบผสานวิธี (Mixed-Method
Research) โดยเป็นการวจิ ยั เชงิ ปริมาณ (Quantitative Research) ใช้วธิ ีการวิจยั เชิงสำรวจ (Survey
Research) โดยกลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการวิจัย คือประชาชนในเขตพื้นท่ีอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ
จำนวน ๓๙๗ คน ซ่ึงใช้วิธีสุ่มกลุ่มตัวอย่างโดยการใช้สูตรของ ทำโร่ ยามาเน่ (Taro Yamane) และ
วิเคราะห์ข้อมูลโดย (frequency) ค่าร้อยละ (percentage) หาค่าเฉลี่ย (mean) และส่วนเบ่ียงเบน
มาตรฐาน (Standard Deviation) การทดสอบค่าที (t-test) การวิเคราะห์ ความแปรปรวนทางเดียว
(One Way Analysis of Variance) และเปรียบเทียบความแตกต่างของค่าเฉล่ียเป็นรายคู่โดยวิธี
ผลต่างนัยสำคัญน้อยที่สุด (Least Significant Different : LSD.) และการวิจัยเชิงคุณภาพ ด้วยการ
สัมภาษณ์เชิงลึก (In Depth Interview) กับผู้ให้ข้อมูลสำคัญ (Key Informant) และใช้เทคนิคการ
วเิ คราะหเ์ น้อื หาประกอบบรบิ ทซงึ่ มรี ายละเอยี ดดังนี้

๒๐๕

๕.๑ สรุปผลการวจิ ยั

๕.๒ การอภปิ รายผลการวิจัย

๕.๓ ขอ้ เสนอแนะ

๕.๑ สรปุ ผลการวิจัย

จากการศึกษาวิจัยเรื่อง “การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น
ในอำเภอเทพสถิต จงั หวดั ชยั ภูมิ” สามารถสรุปผลการวิจัย ไดด้ ังน้ี

๕.๑.๑ สถานถาพส่วนบุคคลของผู้ตอบแบบสอบถาม

ผู้ตอบแบบสอบถามโดยส่วนใหญ่เป็นเพศชาย มีจำนวน ๒๐๒ คน คิดเป็นร้อยละ ๕๐.๙
และเป็นเพศหญิง ๑๙๕ คน คิดเปน็ ร้อยละ ๔๙.๑ ซึ่งส่วนใหญ่มอี ายตุ ้ังแต่ ๑๘ - ๒๕ ปีขน้ึ ไป จำนวน
๑๐๒ คน คิดเป็นรอ้ ยละ ๒๕.๗ และส่วนใหญม่ ีการศกึ ษาระดับมธั ยมศึกษาตอนต้น จำนวน ๑๗๘ คน
คิดเป็นรอ้ ยละ ๔๔.๘ และส่วนใหญ่มีอาชีพรับจ้างท่วั ไป จำนวน ๑๒๘ คน คิดเป็นร้อยละ ๓๒.๒ และ
สว่ นใหญ่มรี ายได้ต่อเดอื นตำ่ กวา่ ๕,๐๐๐ บาท จำนวน ๑๖๗ คน คดิ เป็นร้อยละ ๔๒.๑

๕.๑.๒ การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถ่ิน ใน
อำเภอเทพสถติ จังหวัดชยั ภูมิ

พบว่า การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถิ่น ในอำเภอ
เทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ( ̅ = ๓.๒๕) เม่ือพิจารณาเป็นรายด้าน
เรยี งลำดับค่าเฉล่ียจากมากไปหาน้อย พบว่า ดา้ นการตรวจสอบการทำงาน มีค่าเฉลีย่ มากที่สุด ( ̅X =
๓.๓๐) รองลงมา คือ ด้านการบริหาร ( ̅X = ๓.๒๙) ดา้ นการติดตามข่าวสาร ( X̅ = ๓.๒๒) และด้าน
การกำหนดนโยบาย ( ̅X = ๓.๓๐) ตามลำดับ

๕.๑.๓ การมีส่วนร่วมทางการเมืองตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการ
ปกครองสว่ นทอ้ งถิน่ ในอำเภอเทพสถิต จงั หวดั ชัยภมู ิ โดยจำแนกตามสถานภาพส่วนบุคคล

พบว่า การมีส่วนร่วมทางการเมืองตามหลักอปริหานิยธรรมของประชาชนในการปกครองส่วน
ท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ โดยภาพรวมอยู่ในระดบั ปานกลาง ( ̅ = ๓.๒๔) เมอื่ พิจารณาเป็น
รายด้าน เรียงลำดับค่าเฉล่ียจากมากไปหาน้อย พบว่า ด้านการอารักขา คุ้มครอง ปกป้อง อันชอบ
ธรรม ( ̅X = ๓.๘๕) รองลงมาคือ ด้านการส่งเสริม และรักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม ( ̅X =
๓.๖๙) และดา้ นการเคารพเชอื่ ฟงั ผูบ้ ังคบั บัญชา ( X̅ = ๓.๖๒) ตามลำดับ

๒๐๖

๕.๑.๔ ผลการเปรียบเทียบการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครอง
สว่ นท้องถนิ่ ในอำเภอเทพสถติ จังหวดั ชัยภมู ิ ตามปัจจัยส่วนบคุ คลและตามหลกั อปริหานยิ ธรรม

๑) การมีสว่ นร่วมทางการเมอื งของประชาชนในการปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น ในอำเภอเทพสถิต
จังหวัดชัยภูมิที่มีเพศต่างกนั มีส่วนร่วมทางการเมืองในการปกครองส่วนท้องถิ่น ไม่แตกต่างกัน ซึ่งไม่เป็นไป
ตามสมมติฐานทีต่ ง้ั ไว้

๒) การมีสว่ นร่วมทางการเมอื งของประชาชนในการปกครองสว่ นท้องถิน่ ในอำเภอเทพสถิต
จังหวัดชัยภูมิที่มีอายุต่างกัน มีส่วนร่วมทางการเมืองในการปกครองส่วนท้องถิ่น แตกต่างกัน ซ่ึงเป็นไปตาม
สมมติฐานทตี่ ้ังไว้ อย่างมนี ัยสำคญั ทางสถติ ทิ ร่ี ะดบั ๐.๐๕

๓) การมีส่วนรว่ มทางการเมืองของประชาชนในการปกครองสว่ นท้องถน่ิ ในอำเภอเทพสถิต
จงั หวดั ชัยภูมิทีม่ ีการศึกษาต่างกนั มีสว่ นรว่ มทางการเมอื งในการปกครองสว่ นท้องถิ่น แตกต่างกนั ซ่ึงเป็นไป
ตามสมมติฐานท่ตี งั้ ไว้ อย่างมีนยั สำคัญทางสถติ ิท่รี ะดับ ๐.๐๕

๔) การมีส่วนรว่ มทางการเมืองของประชาชนในการปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ ในอำเภอเทพสถิต
จงั หวัดชัยภมู ทิ ่ีมอี าชีพต่างกนั มสี ่วนรว่ มทางการเมืองในการปกครองส่วนท้องถิ่น แตกตา่ งกัน ซง่ึ เป็นไปตาม
สมมติฐานทีต่ ง้ั ไว้ อย่างมนี ัยสำคญั ทางสถิตทิ ่รี ะดับ ๐.๐๕

๕) การมีส่วนรว่ มทางการเมอื งของประชาชนในการปกครองส่วนท้องถน่ิ ในอำเภอเทพสถิต
จังหวัดชัยภูมิทีม่ ีรายไดต้ ่างกนั มสี ่วนร่วมทางการเมืองในการปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น แตกต่างกนั ซึ่งเป็นไปตาม
สมมติฐานท่ตี ง้ั ไว้ อย่างมีนัยสำคญั ทางสถติ ิทีร่ ะดับ ๐.๐๕

๖) การมีสว่ นรว่ มทางการเมอื งของประชาชนในการปกครองส่วนทอ้ งถิ่น ในอำเภอเทพสถิต
จังหวัดชัยภูมิท่ีมีอายุต่างกัน มีส่วนร่วมทางการเมืองในการปกครองส่วนท้องถ่ินตามหลักอปริหานิยธรรม
แตกต่างกัน ซ่งึ เปน็ ไปตามสมมตฐิ านท่ตี งั้ ไว้ อยา่ งมีนยั สำคญั ทางสถิตทิ ร่ี ะดับ ๐.๐๕

๕.๑.๕ แนวทางการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการปกครอง
สว่ นทอ้ งถน่ิ ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชยั ภมู ิ สรุปได้ดงั น้ี

๑) ด้านการตรวจสอบการทำงาน ประชาชนควรเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบ
การทำงาน การทุจริตคอร์รัปช่ัน การติดตามการใช้งบประมาณ และการกระทำท่ีไม่โปร่งใสของการ
ปกครองส่วนท้องถิ่น เพ่ือประโยชน์สูงสุดในการทำงานของทางราชการให้เป็นไปตามหลักธรรมาภิ
บาล

๒) ด้านการกำหนดนโยบาย ประชาชนควรเข้ามามีส่วนร่วมในกำหนดทิศทางหรือ
นโยบายในการบริหารจัดการการปกครองส่วนท้องถ่ินของตนอย่างแท้จริง มีส่วนร่วมในการร่วมคิด

๒๐๗

ร่วมทำและร่วมสร้างร่วมกับการปกครองสว่ นท้องถนิ่ เพราะคนนอกไมอ่ าจรสู้ ภาพปญั หาได้เหมือนกับ
คนพน้ื ที่อย่างแท้จรงิ

๓) ด้านการบริหาร ประชาชนผู้เป็นเจ้าของอำนาจควรเข้ามามีส่วนร่วมในการ
ตัดสินใจ ร่วมวางแผนพัฒนา รวมถึงเสนอแนะสภาพปัญหาในการปกครองส่วนท้องถิ่น อีกประการ
หนงึ่ เปน็ การถ่วงดุลอำนาจของการปกครองสว่ นท้องถ่ินด้วย

๔) ด้านการติดตามข่าวสาร ประชาชนควรได้รับข้อมูลข่าวสารในด้านต่างๆ
เก่ียวกับการปกครองส่วนท้องถ่ินให้หลากหลายช่องทางมากข้ึน และควรจัดทำสื่อประชาสัมพันธ์การ
ปกครองส่วนทอ้ งถิน่ เพื่อให้ประชาชนได้รบั ขอ้ มลู ข่าวสารทางการเมืองอยา่ งทว่ั ถงึ

๕.๑.๖ แนวทางการส่งเสริมการมีส่วนร่วมทางการเมืองตามหลักอปริหานิยธรรมของ
ประชาชนในการปกครองสว่ นท้องถนิ่ ในอำเภอเทพสถติ จงั หวดั ชัยภมู ิ

๑) การประชุมกันเนืองนิตย์ ประชาชนควรเขา้ มามีสว่ นร่วมในการประชุมทุกครั้งที่
การปกครองส่วนท้องถิ่นจัดการประชุมข้ึน เพื่อเป็นการปรึกษาหารือและเปล่ียนความคิดเห็นซึ่งกัน
และกนั อนั จะกอ่ ใหเ้ กิดประโยชน์ในการพัฒนาการปกครองส่วนท้องถิ่น

๒) การพร้อมเพรียงกันประชุม การประชุมทุกครั้งเพื่อให้เกิดระเบียบท่ีดีงามต่อ
องค์กรทุกคนท่ีเข้าร่วมประชุมควรเข้า – ออก ตามเวลาที่กำหนดละทิ้งกิจอย่างอ่ืนใส่ใจต่อระเบียบ
การประชุม

๓) การไม่บัญญัติ หรือไม่ล้มเลิกข้อบัญญัติตามอำเภอใจ ประชาชนทุกคนต้อง
ปฏิบัติตามกฎหมายท่ีมีอยู่เพ่ือความสงบร่มเย็นของประเทศชาติบ้านเมือง ไม่บัญญัติหรือล้มเลิกข้อ
กฎหมายตามใจตนหรอื พวกของตน

๔) การเคารพเชื่อฟังผู้บังคับบัญชา ประชาชนควรเช่ือฟังผู้บังคับบัญชาและผู้
อาวุโสของตน เพื่อใหง้ า่ ยต่อการบรหิ ารงานต่าง ๆ เพราะการเป็นผู้ใต้บงั คบั บญั ชาทด่ี ีคือการเคารพให้
เกียรตทิ า่ นและตัวผู้นำเองกค็ วรมีคณุ ธรรมเพือ่ ให้การปกครองเป็นไปอยา่ งบริสุทธ์ิยุติธรรม

๕) การใหเ้ กียรติ และคุ้มครองสิทธสิ ตรี ประชาชนควรเปิดใจให้กว้างในด้านการให้
เกียรติและคุ้มครองสตรี ด้วยการเปิดโอกาสให้สตรไี ด้เข้ามามบี ทบาทในด้านต่าง ๆ อย่างเทา่ เทียมกัน
โดยไม่ตอ้ งคำนงึ ถึงเช้ือชาติ และศาสนา

๖) การสง่ เสรมิ และรกั ษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม ประชาชนทุกคนควรมสี ่วน
ร่วมในการส่งเสริมรักษาและต่อยอด วัฒนธรรมอันดีงามของสังคม การรักษาต่อยอดประเพณี
วัฒนธรรมอันดีเป็นการรักษาของเก่า ไม่เมาของใหม่ เป็นส่ิงมีคุณค่าท่ีบรรพบุรุษได้มอบแก่อนุชนรุ่น
หลงั ไดร้ กั ษาและสืบสานตอ่ ไป

๒๐๘

๗) การอารักขา คุ้มครอง ปกป้อง อันชอบธรรม ในการอารักขา คุ้มครอง ปกป้อง
นั้นประชาชนก็สามารถเข้ามามีส่วนร่วมในการช่วยกันสอดส่องดูแลร่วมกับภาครัฐ ให้พระภิกษุ
สามเณรและประชาชนมีความเป็นอย่อู ย่างผาสกุ ขม่ คนท่คี วรขม่ และยกยอ่ งบคุ คลท่คี วรยกย่อง

๕.๒ อภปิ รายผลการวิจัย

การอภิปรายผลการวิจัยคร้ังนผ้ี ูว้ ิจัยจะได้นำประเด็นทม่ี ีความสำคัญการมีส่วนรว่ มทางการ
เมืองของประชาชนในเขตอำเภอเทพสถิต จงั หวดั ชยั ภูมิ มีประเด็นทน่ี ่าสนใจสามารถนำมาอภปิ รายได้
ดังนี้

๕.๒.๑ การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนการปกครองส่วนท้องถ่ินในเขต
อำเภอเทพสถิต จงั หวัดชัยภูมิ

จากผลการศกึ ษา พบว่า ประชาชนมีความคิดเห็นตอ่ การมีส่วนรว่ มทางการเมืองของประชาชนใน
เขตอำเภอเทพสถิต จังหวดั ชัยภูมิ โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ท้งั น้ีอาจเป็นเพราะว่า ประชาชนมีส่วน
ร่วมในการตัดสินใจร่วมคิดร่วมทำร่วมสร้าง การปกครองส่วนท้องถ่ิน ในอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ
ปฏิบัติตนตามกฎหมายอย่างเสมอภาคและเป็นธรรมภายใต้กฎหมายเดียวกัน และมกี ารเปิดเผยข้อมูล
อย่างตรงไปตรงมา มคี วามรับผิดชอบต่อสาธารณะชน มศี ักยภาพ ในการจัดการทรัพยากรที่มีอยู่ และ
สง่ เสริมให้ประชาชนในพ้ืนท่ีมีความรู้ในเรือ่ งการส่งเสริมให้ประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการปกครอง
สว่ นท้องถ่ิน ซึ่งสอดคล้องกับ สุกฤตา จอนดาพรม และโชติมา แก้วกรอง ได้ศึกษาวจิ ัยเรื่อง “การมี
ส่วนร่วมทางการเมอื งของสตรีไทยในพน้ื ที่องค์ปกครองส่วนทอ้ งถ่ินของภมู ิภาคตะวนั ตก” ผลการวจิ ัย
พบว่า สตรีไทยในพื้นท่ีองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นของภูมิภาคตะวันตกมีส่วนร่วมทางการเมืองอยู่ใน
ระดับปานกลาง และสอดคล้องกับ มานพ เข็มเมือง ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “การมีส่วนร่วมการเลือกตั้ง
ทางการเมืองท้องถ่ินของประชาชนในเขตเทศบาลตำบลหนองแวง อำเภอละหานทราย จังหวัด
บุรีรัมย์” ผลการวิจัยพบว่า การมีส่วนร่วมการเลือกตั้งทางการเมืองท้องถ่ินของประชาชนในเขต
เทศบาลตำบลหนองแวง อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์ โดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง ไม่
สอดคล้องกับ ภูสิทธ์ ขันติกุล ได้วิจัยเรื่อง “รูปแบบการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนเขต
ดุสิตกรุงเทพมหานคร” ผลการวิจัยพบว่า ประชาชนเขตดุสิตกรุงเทพมหานครฯ มีส่วนร่วมทางการ
เมืองโดยภาพรวมอยใู่ นระดับตำ่

เมื่อพจิ ารณาเป็นรายดา้ น สามารถนำมาอภิปรายผลการวิจัยไดด้ งั นี้

การตรวจสอบการทำงาน ประชาชนมีความคดิ เห็นตอ่ การมสี ว่ นร่วมทางการเมืองของประชาชน
การปกครองส่วนท้องถ่ินในเขตอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ด้านการตรวจสอบการทำงานอยู่ในระดับปาน
กลาง ทั้งน้ีอาจเป็นเพราะว่า ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในด้านการตรวจสอบการทำงานของการ

๒๐๙

ปกครองส่วนท้องถิ่นในการตรวจสอบการทุจริตคอร์รัปชั่น การติดตามการใช้งบประมาณ และการ
กระทำท่ีไมโ่ ปร่งใส สอดคลอ้ งกบั บทสัมภาษณ์ของ กรานต์ เขตจันทึก กลา่ วว่า การมีสว่ นรว่ มในการ
ตรวจสอบการทำงานของการปกครองส่วนท้องถ่ินซ่ึงองค์การบรหิ ารส่วนตำบลได้อำนวยความสะดวก
ให้กับประชาชนเข้ามามีส่วนร่วมในการตรวจสอบการทำงานเพื่อเป็นการชว่ ยกนั บริหารทรัพยากรท่ีมี
อยู่อย่างจำกัดให้เกิดประโยชน์สูงสุดและเป็นไปตามเป้าหมายขององค์การบริหารส่วนตำบล ซ่ึง
สอดคล้องกับ กสมศักดิ์ ศรีสันติสุข และคณะ ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “รูปแบบการมีส่วนร่วมของภาค
ประชาชนในการติดตามตรวจสอบการดำเนินการขององค์กรปกครองท้องถ่ินด้านโครงสร้างพ้ืนฐาน :
กรณีศกึ ษาเทศบาลตำบลห้วยโพธิ์ อำเภอเมืองจังหวัดกาฬสินธุ์” ผลการวจิ ัยพบว่า ๑) รูปแบบการมี
ส่วนร่วม คือการเปิดโอกาสใหป้ ระชาชนเข้ามามีส่วนรว่ มในการจัดทำประชาคมด้านโครงสร้างพ้ืนฐาน
ซ่ึงเป็นระดับการมีส่วนร่วมในขั้นแรก ผใู้ หญ่บ้านยังไม่ทราบบทบาทหน้าที่ในการเข้ามามีสว่ นร่วมของ
ตนเองอีกทั้งยังไม่อยากก้าวก่ายการทำงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนมีรูปแบบ
การมีส่วนร่วมเฉพาะการนำเสนอความต้องการของตนเองเท่าน้ันส่วนประเด็นการจัดทำแผนการ
พัฒนาการตรวจสอบการจัดซื้อจัดจ้างและการตรวจรับประชาชนไม่ทราบบทบาทของตนเองในการ
เข้ามามีส่วนรว่ ม ๒) ปัญหาอุปสรรคที่พบ คือการรับรู้ถึงบทบาทของตนเองในการเข้ามามีส่วนร่วมใน
การติดตามตรวจสอบการทำงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินด้านโครงสร้างพ้ืนฐาน และ๓) แนว
ทางแก้ไขปัญหาท่ีสำคัญ คือการชี้แจงบทบาทในการเข้ามามีส่วนร่วมของประชาชนในการติดตาม
ตรวจสอบการทำงานขององคก์ รปกครองส่วนท้องถิน่ ให้มากย่ิงขนึ้ ด้วย

ดา้ นการกำหนดนโยบาย ประชาชนมีความคิดเห็นต่อการมีสว่ นร่วมทางการเมืองของประชาชน
การปกครองส่วนท้องถ่ินในเขตอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ด้านการกำหนดนโยบายอยู่ในระดับปานกลาง
ท้งั น้ีอาจเป็นเพราะวา่ ประชาชนไดเ้ ขา้ มามสี ่วนร่วมทางการเมืองในการปกครองส่วนท้องถ่นิ ในการรว่ ม
ทำประชาคมกับการปกครองส่วนท้องถ่ินในการเสนอปัญหาความต้องการของประชาชนในท้องถ่ิน
แล้วนำความคิดเห็นเหล่านั้นมารวบรวมเรียบเรียงจัดลำดับความสำคัญของปัญหาและดำเนินการ
แก้ไขปัญหา สอดคล้องกับบทสัมภาษณ์ของ ประเสริฐ แต่งทรัพย์ กล่าวว่า ประชาชนมีส่วนร่วมใน
การกำหนดนโยบายได้ คือ การทำประชาคม ความเดือดร้อนของประชาชนโดยจัดลำดับตาม
ความสำคัญ มาก - น้อย ตามลำดับ และแก้ไขปัญหาตามลำดับความสำคัญของปัญหา ซ่ึงสอดคล้อง
กับ พระเกรียงศักดิ์ กิตฺติปฺญโญ (รักสนิท) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “การมีส่วนร่วมของประชาชนในการ
กำหนดนโยบายการพัฒนาชุมชนขององค์การบริหารส่วนตำบลประสงค์ อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุ
ราษฎร์ธานี” ผลการวิจัยพบว่า การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดนโยบายการพัฒนาชุมชน
ขององค์การบริหารส่วนตำบลประสงค์ อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานีโดยรวมอยู่ในระดับปาน
กลาง ไม่สอดคล้องกับ ฐานพัฒน์ ทิพย์บรรพต ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “พัฒนาการมีส่วนร่วมในการ
วางแผนพัฒนาชุมชนของประชาชนตำบลตะปาน อำเภอพุนพิน จังหวัดสุราษฎร์ธานี” ผลการวิจัย

๒๑๐

พบวา่ ระดับการมีส่วนรว่ มในการวางแผนพัฒนาชุมชน ด้านการร่วมคิดร่วมตดั สินใจในการวางแผนใน
ระดับน้อย ด้านการมีส่วนร่วมในการปฏิบัติ ในการวางแผนในระดับน้อย ด้านการมีส่วนร่วมในการ
ประเมินผลอยใู่ นระดับปานกลาง

ด้านการบริหาร ประชาชนมีความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนการ
ปกครองส่วนท้องถน่ิ ในเขตอำเภอเทพสถิต จงั หวัดชัยภูมิ ด้านการบรหิ ารอยู่ในระดับปานกลาง ท้ังนอี้ าจเป็น
เพราะว่า ประชาชนได้เข้ามามีส่วนร่วมในด้านของการบริหารการปกครองส่วนท้องถิ่น การเสนอ
ปัญหาความต้องการในท้องถ่ิน ร่วมกำหนดแนวทางในการปกครองส่วนท้องถิ่น และร่วมจัดทำ
ประชาคมเพ่ือรวบรวมข้อคิดเห็นต่าง ๆ ซ่ึงสอดคล้องกับ สิทธ์ิธนัชท์ วารุณสหรัชภณ ได้ศึกษาวิจัย
เร่ือง “การมีส่วนร่วมของประชาชนต่อการบริหารงานปกครองส่วนท้องถ่ินองค์การบริหารส่วนตำบล
ตลาดจินดา อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม” ผลการศึกษาพบว่า กลุ่มตัวอย่างมีส่วนร่วมของ
ประชาชนตอ่ การบรหิ ารงานปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ ด้านการมสี ว่ นร่วมในการตดั สินใจและด้านการมสี ว่ น
รว่ มในผลประโยชน์ อย่ใู นระดับปานกลาง ซึ่งสอดคล้องกับ พระมหาถนอม ฐานวโร (พิมพ์สุวรรณ์)
ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “การมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารงานขององค์การบริหารส่วนเทศบาล
ตำบลบ่อพลับ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม” ผลการวิจัยพบว่า การมีส่วนร่วมของประชาชนในการ
บริหารงานขององค์การบริหารส่วนเทศบาลตำบลบ่อพลับ อำเภอเมืองจังหวัดนครปฐม โดยภาพรวม
อยู่ในระดับปานกลาง ซึ่งไม่สอดคล้องกับ พระนุชิต นาคเสโน (โพวิชัย) ได้ศึกษาวิจัยเร่ือง “การมี
ส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารจัดการมูลฝอยของเทศบาล ตำบลทุ่งหลวง อำเภอสุวรรณภู มิ
จังหวัดรอ้ ยเอ็ด” ผลการวิจัยพบว่า ระดับการมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารงานกำจัดมลู ฝอย
ของเทศบาลตำบลทงุ่ หลวง อำเภอสวุ รรณภูมิ จังหวัดรอ้ ยเอด็ โดยภาพรวมอย่ใู นระดับมาก

ด้านการติดตามข่าวสาร ประชาชนมีความคิดเหน็ ต่อการมีสว่ นร่วมทางการเมืองของประชาชน
การปกครองส่วนท้องถ่ินในเขตอำเภอเทพสถิต จงั หวดั ชัยภูมิ ด้านการบริหารอยู่ในระดับปานกลาง ทั้งน้ีอาจ
เป็นเพราะว่า ประชาชนไดต้ ิดตามขา่ วสารผา่ นชอ่ งทางต่าง ๆ ท่ีการปกครองสว่ นทอ้ งถ่ินได้ประกาศ เช่น ผา่ น
เสียงตามสายประจำหมู่บ้าน เว็บไซต์ของการปกครองส่วนท้องถ่ิน และผ่านโซเชียลมีเดีย ๆ สอดคล้อง
กับบทสัมภาษณ์ของ พระมหานรินทร์ สุรปญฺโญ กล่าวว่า การติดตามข่าวสารย่อมเป็นไปได้
โดยสะดวกมีข่าวประชาสัมพันธ์ในทุกด้านผ่านช่องทางต่างๆ เช่น เว็บไซต์ และส่ือโซเชียลมีเดีย ไม่
สอดคล้องกับ รัฐ กันภัย และธรรมนิตย์ วราภรณ์ ได้ศึกษาวิจัยเร่ือง การรับรู้ข่าวสารและการมี
ส่วนร่วมของประชนท่ีส่งผลต่อการพัฒนาท้องถ่ินในองค์การบริหารส่วนตำบล จังหวัดภาคตะวันตก
ตอนล่างผลการวิจัยพบว่า ๑) ประชาชนในองค์การบริหารส่วนตำบลเขตจังหวัดภาคตะวันตกตอนล่าง
มีการรับรู้ข่าวสารจากสื่อโทรทัศน์มากท่ีสุด มีส่วนรว่ มในการรับผลประโยชน์จากการพัฒนามากที่สุด
และมีการพัฒนาด้านการศึกษาศาสนา และวัฒนธรรม มากท่ีสุด ๒) ค่าความสัมพันธร์ ะหว่างการรับรู้
ข่าวสาร และการมีส่วนร่วมของประชาชนกับการพัฒนาท้องถิ่นในองค์การบริหารส่วนตำบลเขต

๒๑๑

จงั หวดั ภาคตะวนั ตกตอนล่าง มคี วามสัมพันธ์ทางบวกทุกตัวและมนี ัยสำคัญทางสถิติทรี่ ะดบั .๐๑ และ
ไม่สอดคล้องกับ มยุรี ถนอมสุข ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “การรับรู้ข่าวสารทางการเมืองกับการมีส่วนร่วม
ทางการเมืองของนิสิตภาควิชาพลศึกษา และกีฬาคณ ะศึกษาศาสตร์และพัฒ นศาสตร์
มหาวทิ ยาลัยเกษตรศาสตร์วิทยาเขตกำแพงแสน” ผลการวิจัยพบว่า นิสิตภาควิชาพลศึกษาและกีฬา
คณะศึกษาศาสตร์ และพัฒนศาสตรมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตรวิทยาเขตกำแพงแสนมีส่วนร่วม
ทางการเมืองอยู่ในระดับน้อย โดยที่ปัจจัยอายุ ภูมิลำเนา และการรับรู้ข่าวสารทางการเมืองไม่มี
ความสัมพันธ์กับการมีส่วนรว่ มทางการเมืองของนิสิต สว่ นปัจจัยที่มีผลต่อการมีส่วนร่วมทางการเมือง
คือเพศ ชั้นปี รายได้ของครอบครัวอาชีพของผู้ปกครอง และการกล่อมเกลาทางการเมืองมี
ความสมั พนั ธก์ ับการมีสว่ นร่วมทางการเมืองของนิสิต อยา่ งมีนัยสำคัญทางสถติ ิที่ระดบั .๐๕

๕.๒.๒ การมีส่วนร่วมทางการเมืองในการปกครองส่วนท้องถิ่นตามหลักอปริหานิย
ธรรมของประชาชนในเขตอำเภอเทพสถติ จงั หวดั ดชยั ภูมิ

ผลการวิจัยพบว่า การมีส่วนร่วมทางการเมืองในการปกครองส่วนท้องถิ่นตามหลักอปริหานิย
ธรรมของประชาชนในเขตอำเภอเทพสถิต จงั หวดั ดชยั ภูมิโดยภาพรวมอยู่ในระดับปานกลาง เมอื่ พิจารณาเป็น
รายด้านพบว่า ด้านที่อยู่ระดับมาก เรียงลำดับจากค่าเฉล่ียมากไปหาน้อย ได้แก่ ด้านการอารักขา คุ้มครอง
ปกป้อง อันชอบธรรม ด้านการส่งเสริม และรักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงาม ด้านการเคารพเชื่อฟัง
ผู้บังคับบัญชา ด้านการประชุมกันเนืองนิตย์ ด้านการไม่บัญญัติ หรือไม่ล้มเลิกข้อบัญญัติตาม
อำเภอใจ ส่วนด้านที่อยู่ในระดับปานกลาง ได้แก่ ด้านการให้เกียรติ และคุ้มครองสิทธิสตรี ด้านการ
พรอ้ มเพรียงกันประชมุ ท้งั น้อี าจเป็นเพราะวา่ ประชาชนโดยส่วนมากในอำเภอเทพสถติ จงั หวัดชัยภมู ิ
นับถือพระพุทธศาสนาพุทธศาสนาเป็นศาสนาหลักจึงได้นำหลักธรรมทางพระพุทธศาสนามาประยุกต์
ในชีวิตประจำวัน ประชาชนจึงมีส่วนร่วมในการบูรณาการหลักธรรมให้เข้ากับการปกครองของตน
เพราะหลักธรรมน้ีองค์กรใดปฏิบัติได้จะมีแต่ความเจริญฝ่ายเดียว ไม่มีความเส่ือมเลย สอดคล้องกับ
บทสัมภาษณ์ของ พระมหานรินทร์ สุรปญฺโญ กล่าวว่า การเปิดโอกาสให้ประชาชนได้แสดงความ
คิดเห็นของตนเองเพ่ือนำไปปรบั ปรุงพัฒนาท้องถ่ินอันเป็นการแสดงออกถึงความสามัคคีพร้อมเพรยี ง
กนั ในหมู่คณะ ซ่ึงไม่สอดคล้องกับ ประยงค์ พรมมา ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “การบริหารงานตามหลักอปริ
หานิยธรรมขององค์การบริหารส่วนจังหวัดขอนแก่น” ผลการวิจัยพบว่า พนักงานมีความคิดเห็นต่อ
การบรหิ ารงานตามหลักอปรหิ านิยธรรมขององค์การบริหารสว่ นจังหวัดขอนแก่น โดยรวมอยู่ในระดับ
มาก และไม่สอดคล้องกับ อนุวฒั น์ ศรีษะเก ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “การประยุกตใ์ ชห้ ลักอปริหานิยธรรม
๗ เพื่อการทำงาน : กรณีศึกษาอำเภอหนองนาคำ จังหวัดขอนแก่น” ผลการวิจัยพบว่า การ
ประยุกต์ใช้หลักอปริหานิยธรรม ๗ ในการบริหารงานองค์การบริหารส่วนตำบลกุดธาตุ อำเภอหนอง
นาคำ จงั หวดั ขอนแกน่ โดยภาพรวมอยู่ในระดบั มากท่ีสุด

๒๑๒

๕.๒.๓ เปรียบเทียบการมีส่วนร่วมทางการเมืองในการปกครองส่วนท้องถ่ินของ
ประชาชนในเขตอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ จำแนกตามปัจจัยส่วนบุคคลและตามหลักอปริ
หานยิ ธรรม

จากเปรียบเทียบการมีส่วนร่วมทางการเมืองในการปกครองส่วนท้องถ่ินของประชาชนในเขต
อำเภอเทพสถิต จงั หวัดชยั ภูมิ โดยจำแนกตามปจั จัยสว่ นบุคคลและตามหลกั อปริหานิยธรรม

๕.๒.๓.๑ เปรียบเทยี บการมีส่วนร่วมทางการเมอื งในการปกครองส่วนท้องถน่ิ ของ
ประชาชนในเขตอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ท่ีมีเพศต่างกัน มีส่วนร่วมทางการเมืองในการ
ปกครองส่วนท้องถิ่น โดยรวมไม่แตกต่างกัน ไม่เป็นไปตามสมมติฐานท่ีตั้งไว้ ท้ังน้ีอาจเป็นเพราะว่า
การมีส่วนร่วมทางการเมืองในการปกครองส่วนท้องถิ่นของประชาชนในเขตอำเภอเทพสถิต จังหวัด
ชัยภูมิ ไม่มีการแบ่งแยกในด้านของเพศ ทุกคนมีสิทธิ เสรีภาพขั้นพื้นฐานในการแสดงออกอย่างเท่า
เทียมกัน ตามที่กฎหมายรฐั ธรรมนูญกำหนด จึงทำให้มีความคิดเห็นต่อการมสี ่วนร่วมทางการเมืองใน
การปกครองส่วนท้องถ่ินไม่แตกต่างกนั ซ่งึ สอดคลอ้ งกับ กนกพร แสงศรี ได้วิจัยเร่อื ง “การมสี ว่ นร่วม
ของประชาชนในการจัดแผนพัฒนาตำบลขององค์การบริหารส่วนตำบลเกาะปันหยี อำเภอเมือง
จังหวัดพังงา” ผลการวิจัยพบว่า ประชาชนที่มีเพศต่างกัน มีส่วนร่วม ไม่แตกต่างกัน สอดคล้องกับ
พระเกรียงศักดิ์ กิตฺติปฺญโญ (รักสนิท) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “การมีส่วนร่วมของประชาชนในการ
กำหนดนโยบายการพัฒนาชุมชนขององค์การบริหารส่วนตำบลประสงค์ อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุ
ราษฎร์ธานี” ผลการวิจัยพบว่า ประชาชนท่ีมีเพศต่างกัน มีส่วนร่วมไม่แตกต่างกัน และสอดคล้องกับ
พระนุชิต นาคเสโน (โพวิชัย) ได้วิจัยเร่ือง “การมีส่วนร่วมของประชาชนในการบริหารจัดการมูล
ฝอยของเทศบาล ตำบลทุ่งหลวง อำเภอสุวรรณภมู ิ จงั หวดั ร้อยเอด็ ” ผลการวิจัยพบว่า ประชาชนที่มี
เพศตา่ งกนั มีส่วนร่วมไม่แตกต่างกนั

๕.๒.๓.๒ ผลการวิจัยพบว่า การมีส่วนร่วมทางการเมืองในการปกครองส่วนท้องถิ่น
ของประชาชนในเขตอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ที่มีอายุต่างกัน มีส่วนร่วมทางการเมืองในการ
ปกครองส่วนท้องถ่ิน โดยรวมแตกต่างกนั จึงเป็นไปตามสมมตฐิ านทต่ี ้ังไว้ ท้ังน้ีอาจเปน็ เพราะว่า การมสี ่วน
ร่วมทางการเมืองในการปกครองส่วนท้องถิ่นของประชาชนในเขตอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ แต่ละกลุ่ม
อายุมีความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมในทางการเมืองท่ีแตกต่างกันออกไปตามปัจจัยของแต่ละบุคคลในพ้ืนท่ี
ซ่ึงสอดคล้องกับ พระนุชิต นาคเสโน (โพวิชัย) ได้วิจัยเร่ือง “การมีส่วนร่วมของประชาชนในการ
บริหารจัดการมูลฝอยของเทศบาล ตำบลทุ่งหลวง อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด” ผลการวิจัย
พบวา่ ประชาชนท่ีมีอายุต่างกัน มีส่วนร่วมแตกต่างกัน ไม่สอดคล้องกบั กนกพร แสงศรี ได้วิจัยเรื่อง
“การมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดแผนพัฒนาตำบลขององค์การบริหารส่วนตำบลเกาะปันหยี
อำเภอเมือง จังหวัดพังงา” ผลการวิจัยพบว่า ประชาชนที่มีอายุต่างกัน มีส่วนร่วม ไม่แตกต่างกันไม่

๒๑๓

สอดคล้องกับ พระเกรียงศักด์ิ กิตฺติปฺญโญ (รักสนิท) ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “การมีส่วนร่วมของ
ประชาชนในการกำหนดนโยบายการพัฒนาชุมชนขององค์การบริหารส่วนตำบลประสงค์ อำเภอท่า
ชนะ จงั หวดั สรุ าษฎร์ธานี” ผลการวิจัยพบวา่ ประชาชนทมี่ เี พศต่างกัน มีส่วนร่วมไม่แตกต่างกนั

๕.๒.๓.๓ ผลการวิจัยพบว่า การมีส่วนร่วมทางการเมืองในการปกครองส่วนท้องถ่ิน
ของประชาชนในเขตอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ท่ีมีการศึกษาต่างกัน มีส่วนร่วมทางการเมืองในการ
ปกครองส่วนท้องถ่ิน โดยรวมแตกตา่ งกัน จึงเป็นไปตามสมมติฐานที่ตั้งไว้ ทง้ั นี้อาจเป็นเพราะว่า การมี
ส่วนร่วมทางการเมืองในการปกครองส่วนท้องถ่ินของประชาชนในเขตอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ
ประชาชนทมี่ ีระดบั การศึกษาท่ตี ่างกัน มีสภาพแวดล้อม การเลี้ยงดู ฐานะในทางสังคม และสภาพของ
จิตใจของบุคคลท่ีต่างกันออกไป สิ่งเหล่าน้ีย่อมมีความคิดเห็นท่ีแตกต่างกันออกไป ซ่ึงสอดคล้องกับ
พระมหาถนอม ฐานวโร (พิมพส์ วุ รรณ์) ไดว้ ิจัยเรอ่ื ง “การมสี ว่ นรว่ มของประชาชนในการบรหิ ารงาน
ขององค์การบริหารส่วนเทศบาลตำบลบ่อพลับ อำเภอเมือง จังหวัดนครปฐม” ผลการวิจัยพบว่า
ประชาชนท่ีมีระดับการศึกษาต่างกัน มีส่วนร่วมแตกต่างกัน สอดคล้องกับ สุกฤตา จอนดาพรม และ
โชติมา แก้วกรอง ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง “การมีส่วนร่วมทางการเมืองของสตรีไทยในพื้นที่องค์ปกครอง
สว่ นท้องถิ่นของภมู ิภาคตะวนั ตก” ผลการวิจยั พบว่า สตรที ่มี ีระดับการศึกษาต่างกัน แตกตา่ งกนั และ
ไม่สอดคล้องกับ พระนุชิต นาคเสโน (โพวิชัย) ได้วิจัยเร่ือง “การมีส่วนร่วมของประชาชนในการ
บริหารจัดการมูลฝอยของเทศบาล ตำบลทุ่งหลวง อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด” ผลการวิจัย
พบวา่ ประชาชนทม่ี ีระดบั การศกึ ษาต่างกนั มสี ว่ นร่วมไมแ่ ตกต่างกัน

๕.๒.๓.๔ ผลการวิจัยพบว่า การมีส่วนร่วมทางการเมืองในการปกครองส่วนท้องถิ่น
ของประชาชนในเขตอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ท่ีมีอาชีพต่างกัน มีส่วนร่วมทางการเมืองในการ
ปกครองส่วนท้องถ่ิน โดยรวมแตกตา่ งกัน จึงเปน็ ไปตามสมมติฐานท่ีตั้งไว้ ทั้งนี้อาจเป็นเพราะว่า การมี
ส่วนร่วมทางการเมืองในการปกครองส่วนท้องถ่ินของประชาชนในเขตอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ
เม่ือมีอาชีพท่ีแตกต่างกันออกไป ย่อมมีความคิดเห็นต่อการมีส่วนร่วมทางการเมืองในการปกครอง
ส่วนท้องถิ่นไปตามกลุ่มอาชพี ของตน ซงึ่ สอดคล้องกบั พระเกรียงศกั ด์ิ กิตตฺ ิปญฺ โญ (รกั สนิท) ได้วจิ ัย
เรื่อง “การมีส่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดนโยบายการพัฒนาชุมชนขององค์การบริหารส่วน
ตำบลประสงค์ อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี” ผลการวิจัยพบว่า ประชาชนที่มีอาชีพต่างกัน มี
ส่วนร่วมแตกต่างกัน สอดคล้องกับ สุกฤตา จอนดาพรม และโชติมา แก้วกรอง ได้ศึกษาวิจัยเรื่อง
“การมีส่วนร่วมทางการเมืองของสตรีไทยในพื้นท่ีองค์ปกครองส่วนท้องถิ่นของภูมิภาคตะวันตก ”
ผลการวิจัยพบว่า สตรีที่มีอาชีพต่างกัน แตกต่างกัน ไม่สอดคล้องกับ กนกพร แสงศรี ได้วิจัยเร่ือง
“การมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดแผนพัฒนาตำบลขององค์การบริหารส่วนตำบลเกาะปันหยี
อำเภอเมือง จังหวัดพังงา” ผลการวิจยั พบวา่ ประชาชนทีม่ ีอาชีพต่างกนั มีส่วนรว่ มไมแ่ ตกตา่ งกัน

๒๑๔

๕.๒.๓.๕ ผลการวิจัยพบว่า การมีส่วนร่วมทางการเมืองในการปกครองส่วนท้องถิ่น
ของประชาชนในเขตอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ ที่มีรายได้ต่างกัน มีส่วนร่วมทางการเมืองในการ
ปกครองส่วนท้องถ่ิน โดยรวมแตกต่างกัน จึงเปน็ ไปตามสมมติฐานท่ีต้ังไว้ ท้งั น้ีอาจเป็นเพราะว่า การมี
ส่วนร่วมทางการเมืองในการปกครองส่วนท้องถิ่นของประชาชนในเขตอำเภอเทพสถิต จังหวัดชัยภูมิ
ประชาชนในพ้ืนท่ีที่มีรายได้ที่แตกต่างกันออกไป โดยเฉพาะที่มรี ายได้ต่ำมีความคิดเห็นท่ีตอ่ ต้านความ
เปลี่ยนแปลงกลัวว่าสิ่งใหม่ ๆ จะมาทำลายวิถีชีวิตความเป็นอยู่ของตนเอง ส่วนคนท่ีมีรายได้สูงขน้ึ มา
จะไม่ฝืนต่อความเปลี่ยนแปลงยอมรบั ความเปลย่ี นแปลง จึงทำให้ประชาชนในพื้นที่มีความคิดเห็นต่อ
การมีสว่ นร่วมทางการเมืองในการปกครองส่วนท้องถิ่นที่แตกต่างกัน ซึ่งสอดคล้องกับ มยุรี ถนอมสุข
ได้วิจัยเร่ือง “การรับรู้ข่าวสารทางการเมืองกับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของนิสิตภาควิชาพลศึกษา
และกีฬาคณะศึกษาศาสตร์และพัฒนศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตรวิทยาเขตกำแพงแสน”
ผลการวิจัยพบวา่ นิสิตทม่ี ีรายได้ของครอบครวั ตา่ งกัน มสี ่วนรว่ มแตกตา่ งกัน สอดคล้องกับ พระนุชิต
นาคเสโน (โพวิชัย) ไดว้ ิจัยเร่ือง “การมีส่วนรว่ มของประชาชนในการบริหารจดั การขยะมูลฝอยของ
เทศบาล ตำบลทุ่งหลวง อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด” ผลการวิจัยพบว่า ประชาชนท่ีมีรายได้
ตา่ งกัน มีส่วนร่วมต่างกัน มีส่วนร่วมแตกตา่ งกัน และสอดคล้องกับ พระเกรยี งศักด์ิ กิตฺติปฺญโญ (รัก
สนิท) ได้วิจัยเรื่อง “การมสี ่วนรว่ มของประชาชนในการกำหนดนโยบายการพัฒนาชุมชนขององค์การ
บริหารสว่ นตำบลประสงค์ อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎรธ์ านี” ผลการวิจัยพบว่า ประชาชนที่รายได้
ต่างกนั มสี ว่ นร่วมแตกต่างกนั

๕.๒.๓.๖ ผลการวิจัยพบว่า การมีส่วนร่วมทางการเมืองในการปกครองส่วนท้องถ่ิน
ของประชาชนในเขตอำเภอเทพสถิต จงั หวัดชัยภมู ิ มีส่วนร่วมทางการเมืองในการปกครองส่วนท้องถิ่นตาม
หลักอปริหานิยธรรมต่างกัน โดยรวมแตกต่างกัน จึงเป็นไปตามสมมติฐานท่ีต้ังไว้ ท้ังน้ีอาจเป็นเพราะว่า
การมีส่วนร่วมทางการเมืองในการปกครองส่วนท้องถ่ินของประชาชนในเขตอำเภอเทพสถิต จังหวัด
ชัยภูมิ หลักอปริหานิยธรรมมีความสัมพันธ์กับการปกครองส่วนท้องถิ่นของอำเภอเทพสถิต จังหวัด
ชัยภูมิ พระพุทธศาสนาสอนให้เห็นถึงความสัมพันธ์ของการปกครองโดยคำนึงถึงคุณธรรมและ
จริยธรรมท่มี คี ุณคา่ ในสังคมมนุษย์ เพราะมนุษยเ์ ท่านั้นที่มีการปกครองได้ หากจะนำหลักการปกครอง
เชิงพุทธศาสตร์เข้ามาประกอบ หรือบูรณาการให้เข้ากับการปกครองส่วนท้องถ่ินก็ถือว่าเป็นแนวทาง
ใหม่ เปน็ แนวทางการปกครองท่ีเป็นไปเพ่ือส่วนรวมอยา่ งแท้จริง สังคมก็จะมีแตส่ ันติสุขมีระเบยี บวนิ ัย
เมื่อประชาชนนำหลกั อปริหานิยธรรมมาใช้ มุ่งประพฤตปิ ระโยชน์ต่อส่วนรวมเปน็ สำคัญ ซึ่งสอดคลอ้ ง
กบั แนวคดิ ของ พระพรหมคุณาภรณ์ (ป.อ. ปยุตโฺ ต) ได้กล่าวว่า ธรรมเป็นท่ีต้ังแห่งความระลึกถึงกัน
ถอื วา่ เป็นธรรมที่เปน็ พลังสร้างความสามคั คใี นหมู่คณะ ความเป็นอนั หนงึ่ อนั เดีย่ วกนั

๒๑๕

๕.๓ ข้อเสนอแนะ

ผลการศึกษาวิจัยเรื่อง “การมีสว่ นรว่ มทางการเมอื งของประชาชนในการปกครองสว่ นท้องถ่ิน ใน
อำเภอเทพสถติ จงั หวดั ชยั ภมู ิ ” มขี ้อเสนอแนะ ดงั นี้

๕.๓.๑ ข้อเสนอแนะเชิงนโยบาย

๑) หน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องควรเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการตรวจสอบการ
ทำงานของการปกครองส่วนท้องถิ่นร่วมกับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อให้การทำงานของการปกครองส่วนท้องถ่ิน
เกิดความโปรง่ ใสและยึดตามหลกั อปรหิ านิยธรรม

๒) หน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเปิดโอกาสให้ประชาชนเข้าไปมีส่วนร่วมในการกำหนด
นโยบายในการพัฒนาองค์กรปกครองท้องถิ่นน้ันประชาชนต้องมีส่วนในการกำหนดนโยบายด้วย
ตนเองมิใช้ทำได้เพียงแค่รวมกลุ่มกันเสนอชื่อเพื่อถอดถอนสมาชิกหรือรวมกลุ่มกันเพื่อกดดันให้นำ
นโยบายของกล่มุ ตนไปใชต้ ามความต้องการของกลุ่มใดกลุ่มหนง่ึ

๓) หน่วยงานที่เกีย่ วข้องควรเปิดโอกาสให้ประชาชนเขา้ ไปมีส่วนร่วมในการร่วมบริหารกับ
การปกครองส่วนทอ้ งถิ่นในการร่วมคิดรว่ มทำ รว่ มสร้างสรรคใ์ หพ้ ื้นทข่ี องตนเกดิ การพัฒนา และมีสว่ นร่วมใน
การทำประชาคม เสนอแนะสภาพปัญหา และการปกครองนำมาสรุปประเด็นแก้ปัญหาตามลำดับ
ความสำคญั และประยกุ ตห์ ลักอปรหิ านยิ ธรรมมาใช้ในการปกครองสว่ นท้องถิ่นดว้ ย

๔) หน่วยงานท่เี กีย่ วข้องควรเปดิ โอกาสให้ประชาชนเขา้ ไปมีส่วนรว่ มในการติดตามข่าวสาร
ในการปกครองส่วนท้องถ่ินของตนอย่างท่ัวถึงผ่านช่องทางต่าง ๆ ตามท่ีการปกครองส่วนท้องถ่ินมี เช่น สื่อ
ออนไลน์ บอรด์ ประชาสัมพันธ์ เป็นตน้ เพือ่ ใหท้ ราบถงึ ความเปน็ ไปของการปกครองสว่ นท้องถ่นิ

๕) หน่วยงานท่ีเก่ียวข้องควรปฏิบัติตนตามหลักอปริหานิยธรรมเพื่อเป็นแนวทางในการ
ปกครองส่วนท้องถ่ิน เช่น การประชุมกันเนืองนิตย์ การพร้อมเพรียงกันประชุม การไม่บัญญัติ หรือไม่
ล้มเลิกข้อบัญญัติตามอำเภอใจ การเคารพเชื่อฟังผู้บังคับบัญชา การให้เกียรติ และคุ้มครองสิทธิสตรี
การ ส่งเสริม และรักษาวัฒนธรรมประเพณีอันดีงามการอารักขา คุ้มครอง ปกป้อง อันชอบธรรม มา
ใชใ้ นองค์กรของตน

๕.๓.๒ ขอ้ เสนอแนะเชิงปฏบิ ตั ิ

๑) หน่วยงานที่เก่ียวข้องควรมีการนำหลักอปริหานิยธรรมมาใช้ในการทำงานของการปกครอง
สว่ นท้องถนิ่ เพราะหลกั อปรหิ านิยธรรมมหี ลักการทำงานอย่างมีประสิทธภิ าพ ประสิทธผิ ล

๒) หน่วยงานท่เี กย่ี วข้องควรมีการทำแผนการพัฒนาให้ตรงต่อความต้องการของประชาชน
ในพื้นท่ี

๒๑๖

๕.๓.๓ ข้อเสนอแนะเพ่อื การวิจัยคร้งั ตอ่ ไป

๑) ควรศึกษาการส่งเสริมหรือเพิ่มเติมความรู้ความเข้าใจโดยมุ่งให้ประชาชนแสดง
บทบาทต่อการมสี ่วนรว่ มทางเมอื งเพื่อทีจ่ ะช่วยพัฒนาการปกครองส่วนท้องถน่ิ ของตน

๒) ควรมีการศึกษาวิจัยเชิงคุณภาพ เพ่ือให้ทราบแนวคิดใหม่เพ่ือใช้ในการมีส่วนร่วม
ทางการเมืองของประชาชน

๓) ควรมีการนำหลักธรรมมาประยุกต์ใช้เพื่อให้การมีส่วนร่วมทางการเมืองมีประสิทธิภาพ
มากข้นึ ให้เหมาะสมกบั การปกครองส่วนท้องถ่นิ

๔) ควรศึกษาถึงปัญหาอุปสรรคที่แท้จริงในการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนและ
วธิ กี ารแกไ้ ขปัญหาตา่ ง ๆ เพ่ือนำมาปรับปรุงแก้ไขปัญหาตอ่ ไป

๒๑๗

บรรณานกุ รม

๑. ภาษาไทย

ก. ข้อมลู ปฐมภูมิ
มหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย. พระไตรปิฎกภาษาไทย ฉบับมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย

กรงุ เทพมหานคร : โรงพมิ พม์ หาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๓๙.

ข. ข้อมลู ทุติยภมู ิ

(๑) หนังสือ:
กองราชการสว่ นตำบล. ข้อมูลสภาตำบลและองค์การบรหิ ารสว่ นตำบล ประจำปี ๒๕๕๐,กรงุ เทพมหานคร :

โรงพมิ พ์สว่ นท้องถ่นิ , ๒๕๕๐.
โกวิทย์ พวงงาม. หลกั การและมติ ใิ หม่ในอนาคต. พิมพ์ครัง้ ที่ ๔, กรุงเทพมหานคร :

มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๔๖.
ขัตติยา กรรณสูต. สตรีกับการเมือง. บทความวิชาการ พัฒนาสังคม : แนวคิดและการปฏิบัติการ.

กรุงเทพมหานคร : คณะพัฒนาสงั คม สถาบนั บณั ฑิตพฒั นบรหิ ารศาสตร์, ๒๕๓๕.
จรญู สุภาพ. หลกั รัฐศาสตร์. กรงุ เทพมหานคร : ไทยวฒั นาพานชิ . ๒๕๑๔.
จนั ทนา สทุ ธิจารี. การเมืองการปกครองไทยตามรัฐธรรมนูญฉบับประชาชน.
จินตนา สจุ จานนั ท์. การศึกษาและการพฒั นาชุมชน. เชียงใหม่ : มหาวิทยาลัยเชยี งใหม่, ๒๕๔๙.
จริ าภรณ์ ศรีคา. การมสี ว่ นรว่ มของผ้ปู กครองในการพัฒนาการจดั การศึกษาของโรงเรียนวชริ วิทย์

ระดบั ประถมศึกษา จังหวดั เชยี งใหม่. เชียงใหม่ : มหาวทิ ยาลยั เชียงใหม่, ๒๕๔๗.
เฉลียว บรุ ภี กั ดี และคนอ่นื ๆ. ชุดวชิ าการวิจัยชุมชน ชุดการเรยี นรู้ด้วยตนเอง หลักสตู ร

ประกาศนียบตั รบัณฑติ การจัดการและประเมนิ โครงการ. นนทบรุ ี : เอส. อาร์. พรนิ้ ต้งิ แมส
โปรดักส์, ๒๕๔๕.
ชัยวัฒน์ ถิระพันธ์ุ และ ปาริชาต สถาปิตานนท์. การประชุมอย่างสร้างสรรค์. กรุงเทพมหานคร : ม.ป.ท.
,๒๕๔๗.
ชุติ ระบอบ และคณะ. ระเบียบวธิ ีวจิ ัย. กรุงเทพมหานคร: สำนกั พมิ พ์มหาวิทยาลยั ธรุ กจิ บณั ฑิต, ๒๕๕๒.

๒๑๘

ชูวงศ์ ฉายะบุตร. อา้ งในกลมุ่ งานผลติ เอกสาร สำนักประชาสัมพันธ์สำนักงานเลขาธิการสภา
ผู้แทนราษฎร. การปกครองส่วนทอ้ งถิ่นและอำนาจหน้าท่ีของกำนันและผ้ใู หญ่บา้ น.
กรงุ เทพมหานคร : สำนักการพิมพ์ สำนักงานเลขาธิการสภาผแู้ ทนราษฎร, ๒๕๕๕.

ชูวงศ์ ฉายาบตุ ร, การปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ ไทย, (กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พ์สว่ นท้องถ่ินกรมการ
ปกครอง, ๒๕๓๙.

ชูศักดิ์ เที่ยงตรง. การบรหิ ารการปกครองส่วนท้องถ่นิ ไทย กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พ์
มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๑๘.

ณรงค์ สินสวสั ด์ิ, จิตวทิ ยาการเมอื ง. กรุงเทพมหานคร : มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร์, ๒๕๒๗.
ทศพร ศิริสัมพันธ์. คู่มือเทคนิควิธีการส่งเสริมประสิทธิภาพในหน่วยราชการ. กรุงเทพมหานคร :

ศนู ยป์ ฏบิ ัติการโครงการสง่ เสรมิ ประสิทธิภาพในส่วนราชการ สำนักงาน ก.พ.พระราชบัญญัติ
ระเบยี บข้าราชการพลเรือน พ.ศ.๒๕๓๕.
ธรี พงษ์ แกว้ หาวงษ.์ กระบวนการเสริมสรา้ งชมุ ชนเข้มแข็ง ขอนแก่น : โรงพิมพ์คลังนานาวิทยา,๒๕๔๓.
นครินทร์ เมฆไตรรตั น์. สารานกุ รมปกครองทอ้ งถิน่ ไทย หมวดแนวคดิ พ้ืนฐาน : รัฐกับการ
ปกครองส่วนทอ้ งถิน่ . สถาบันพระปกเกล้า. กรงุ เทพมหานคร : ธรรมดาเพลส, ๒๕๔๗.
นรินทร์ชัย พัฒนพงศา. การมีส่วนรว่ ม : หลักการพ้ืนฐาน เทคนิคและกรณีตัวอยา่ ง.พิมพ์ครง้ั ที่ ๒.
กรงุ เทพมหานคร : สิริลกั ษณ์การพมิ พ์ , ๒๕๔๖.
นวลน้อย ตรีรตั น์ และคนอืน่ ๆ. การมีสว่ นรว่ มของประชาชนในการตรวจสอบการดำเนนิ งานของ
องค์การบรหิ ารส่วนตำบล. กรงุ เทพมหานคร : บริษัท ธรรมดาเพรส จำกดั , ๒๕๔๕.
นนั ท์วัฒน์ บรมานันท์. การบรกิ ารสาธารณะในระบบกฎหมายปกครองของฝรั่งเศส.
กรงุ เทพมหานคร : สำนักนิตธิ รรม, ๒๕๔๑.
บวรศกั ดิ์ อวุ รรณโณ. กฎหมายมหาชนเลม่ ๑. พิมพค์ รงั้ ที่ ๕. กรงุ เทพมหานคร : วิญญชู น, ๒๕๔๕.
ปรมะ สตะเวทนิ . หลกั นิเทศศาสตร์. พมิ พ์ครงั้ ที่ ๘. กรุงเทพมหานคร: ภาพพมิ พ์, ๒๕๓๘.
ปาริชาติ วลยั เสถยี ร. ทฤษฎแี ละหลักการพฒั นาชมุ ชน. กรุงเทพมหานคร : มหาวทิ ยาลัยธรรมศาสตร,
๒๕๔๒.
พระเทพคุณาภรณ์ (โสภณ โสภณจิตฺโต). อปริหานยิ ธรรม. กรุงเทพมหานคร : หจก. ดวงกมลปรน้ิ ต้ิง, ๒๕๕๐.
พระเทพวิสุทธิญาณ (อุบล นนฺทโก). อธิบายธรรมวิภาค. พิมพ์คร้ังที่ ๘ กรุงเทพมหานคร :โรงพิมพ์
มหามกุฏราชวทิ ยาลยั , ๒๕๕๒.
พระธรรมปริยัติโสภณ (วรวิทย์ คงฺคปญฺโญ ). การคณะสงฆ์และการพระศาสนา. กรุงเทพมหานคร :
มหาเถรสมาคม, ๒๕๔๘
พระพรหมคณุ าภรณ์ (ป.อ. ปยุตฺโต). ธรรมนญู ชีวิต. กรงุ เทพมหานคร : สำนักพิมพจ์ ันทร์เพ็ญ
พระภาวนาวริ ยิ คุณ (เผดจ็ ทตตฺ ชโี ว). ความรปู้ ระมาณ ฐานรากของพระพุทธศาสนา. กรงุ เทพมหานคร

๒๑๙

พระมหากฤษฎา กติ ฺตโิ สภโณ. ผศ.ดร. ระเบยี บวิธีวจิ ยั ทางการจัดการเชงิ พทุ ธ. พระนครศรีอยุธยา :
สำนักพิมพ์มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย, ๒๕๖๑.

พัฒน์ บุญยรัตพันธ์. การสร้างพลังชุมชนโดยกระบวนการพัฒนาชุมชน. กรุงเทพมหานคร:
สำนกั พิมพ์ไทยวฒั นาพานิชย์, ๒๕๑๗.

พิเชษฐ์ วงศเ์ กียรตขิ จร. แนวคดิ ยุทธศาสตร์ การบริหารการพฒั นาองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน
(อปท) ในยคุ โลกาภิวัตน์ . กรงุ เทพมหานคร : ปญั ญาชน, ๒๕๕๒.

ไพรัตน์ เดชรินทร์. ชนบทไทย: การพันแปรในอนาคตภายหลังการพัฒนา. เชียงใหม่: ศูนย์วิชาการ
สำนักงานการประถมศึกษาจังหวดั เชยี งใหม่, ๒๕๕๒.

เมตต์ เมตต์การุณ์จติ . การบริหารจดั การศึกษาแบบมีส่วนร่วม : ประชาชน องค์กรปกครองส่วน
ทอ้ งถน่ิ และราชการ. พมิ พ์คร้งั ที่ ๒. กรงุ เทพมหานคร : บคุ๊ พอยท์, ๒๕๕๓.

ยุวฒั น์ วฒุ เิ มธี. หลักการพฒั นาชมุ ชนและการพฒั นาชนบท. กรุงเทพมหานคร: ไทยอนุเคราะหไ์ ทย ๒๕๒๖.
ราชกจิ จานเุ บกษา. รฐั ธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจกั รไทย พ.ศ.๒๕๕๐.
วรทิพย์ มีมาก และคณะ. หน้าท่ีพลเมืองในระบอบประชาธิปไตย อันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็น

ประมขุ . กรุงเทพมหานคร : ราไทยเพรส, ๒๕๔๗.
วศิน อินทสระ. หลกั ธรรมอันเปน็ หัวใจของพระพทุ ธศาสนา กรุงเทพมหานคร : ธรรมดาการพิมพ์, ๒๕๔๘.
วัชรา ไชยสาร. รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๔๐. กรุงเทพมหานคร :

สำนกั พิมพ์นิตธิ รรม, ๒๕๔๔.
วันชัย วัฒนศพั ท์. คมู่ อื การมีสว่ นร่วมของประชาชนในการตัดสินใจของชุมชน กรงุ เทพมหานคร :

ศนู ยส์ ันติวิธีเพือ่ การพฒั นาประชาธปิ ไตย, ๒๕๔๓.
ศรัณยา ดพี ูน. การมีส่วนร่วม : หลักการพ้ืนฐาน เทคนิคและกรณีตัวอย่าง. กรุงเทพมหานคร :ศูนย์

หนงั สอื จฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย, ๒๕๔๖.
ศุภสวสั ดิ์ ชชั วาล. การปกครองส่วนท้องถ่ินกับการมีสว่ นรว่ มของประชาชน. พมิ พ์คร้ังท่ี ๓.

กรุงเทพมหานคร : อีพเี อปรทิ ัศน์, ๒๕๔๕.
สน่ัน วงศ์พัวพันธ์. “การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในการวางแผนพัฒนาเทศบาล”.ใน

เอกสารประกอบความรู้ทางวิชาการการประชุมใหญ่ สันนิบาติเทศบาลแหง่ ประเทศไทย คร้ัง
ท่ี ๒๗.๒๕ มถิ ุนายน ๒๕๒๙.
สมยศ นาวีการ. การบริหาร. กรุงเทพมหานคร : ชาญวิทย์เซ็นเตอร์, ๒๕๔๕.
สมศรี มงคลชยั . การบริการที่ดี. กรงุ เทพมหานคร : สำนักพิมพว์ ังอกั ษร, ๒๕๔๕.
สำนกั งานเลขาธกิ ารสภาผูแ้ ทนราษฎร. การมสี ว่ นรว่ มทางการเมอื งของประชาชน.
กรุงเทพมหานคร : สำนักการพมิ พส์ ำนกั งานเลขาธิการสภาผูแ้ ทนราษฎร, ๒๕๕๔.

๒๒๐

สำนกั ประชาสัมพนั ธ์ สำนักงานเลขาธกิ ารสภาผ้แู ทนราษฎร. รัฐธรรมนูญแหง่ ราชอาณาจักรไทย
พทุ ธศักราช ๒๕๔๐. กรงุ เทพมหานคร : สำนักพมิ พ์สำนกั งานเลขาธิการสภาผแู้ ทนราษฎร, ๒๕๔๐.

สำนกั ประชาสมั พนั ธ์ สำนกั งานเลขาธิการสภาผแู้ ทนราษฎร. รฐั ธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย
พุทธศักราช ๒๕๔๐ กรุงเทพมหานคร : สำนักพมิ พ์ สำนกั งานเลขาธกิ ารสภาผู้แทนราษฎร,
๒๕๔๐.

สิทธิพันธ์ พุทธหุน. ทฤษฎีพัฒนาการเมือง. พิมพ์คร้ังที่ ๗. กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์
มหาวิทยาลัยรามคำแหง, ๒๕๔๑.

สิน พันธพ์ุ ินิจ. เทคนคิ การวจิ ยั ทางสังคม. กรงุ เทพมหานคร: บรษิ ทั จูนพลับลซิ ซิง่ จำกดั , ๒๕๔๗
สริ ิลักษณ์การพิมพ์, ๒๕๔๗.

สจุ ิต บุญบงการ. การพัฒนาทางการเมืองของไทย : ปฏิสมั พันธ์ระหว่างทหาร สถาบนั ทางการเมือง
และการมีส่วนรว่ มทางการเมืองของประชาชน. พิมพ์ครั้งที่ ๔. กรุงเทพมหานคร : โรงพิมพ์
จฬุ าลงกรณม์ หาวิทยาลยั , ๒๕๔๒.

อาภรณ์พันธ์ จันทร์สว่าง. ทฤษฎี และหลักการพฒั นาชุมชน ๒. กรงุ เทพมหานคร: ม.ป.ท, ๒๕๒๒.
อทุ ยั หิรัญโต. การปกครองส่วนท้องถิ่น. กรงุ เทพมหานคร : สำนกั พิมพโ์ อเดยี นสโตร์, ๒๕๒๓.

(๒) ดษุ ฎีนิพนธ์/วิทยานิพนธ์/สารนพิ นธ:์

กนกพร แสงศรี. “การมีสว่ นรว่ มของประชาชนในการจัดแผนพัฒนาตำบลขององค์การบริหารสว่ น
ตำบลเกาะปันหยี อำเภอเมอื ง จังหวัดพังงา”. วทิ ยานพิ นธร์ ัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต
สาขานโยบายสาธารณะ. บณั ฑิตวิทยาลยั : มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั สวนดสุ ิต, ๒๕๕๓.

จิรวรรณ อินทรียส์ งั วร. “การมสี ่วนร่วมของประชาชนเกี่ยวกบั การจดั ทำแผนพัฒนาสามปี :
กรณีศึกษาองค์การบรหิ ารสว่ นตำบลโปง่ แพร่ อำเภอแม่ลาว จังหวัดเชียงราย”. การศกึ ษา
อสิ ระปรญิ ญารัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑติ . บัณฑติ วิทยาลยั : มหาวทิ ยาลัยราชภัฏ
เชยี งราย, ๒๕๕๒.

ฐานพัฒน์ ทิพย์บรรพต. “พัฒนาการมสี ว่ นร่วมในการวางแผนพัฒนาชุมชนของประชาชนตาบลตะ
ปาน อำเภอพุนพนิ จงั หวัดสุราษฎรธ์ านี”. วทิ ยานิพนธ์ปริญญาศลิ ปศาสตรมหาบณั ฑิต.
สาขาวชิ าสงั คมศาสตร์เพอ่ื การพฒั นา. บัณฑิตวทิ ยาลัย : มหาวทิ ยาลัยราชภฏั สรุ าษฎร์ธานี,
๒๕๕๓.

ประยงค์ พรมมา. “การบรหิ ารงานตามหลกั อปริหานยิ ธรรมขององค์การบริหารส่วนจงั หวดั ขอนแก่น”.
วทิ ยานิพนธป์ รญิ ญาพุทธศาสตรมหาบณั ฑติ . บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวทิ ยาลัยมหาจุฬาลงกรณราช
วิทยาลยั , ๒๕๕๖.

๒๒๑

พระเกรียงศักดิ์ กติ ฺติปญฺ โญ (รักสนิท).“การมสี ่วนร่วมของประชาชนในการกำหนดนโยบายการพัฒนา
ชุมชนขององค์การบริหารส่วนตำบลประสงค์ อำเภอท่าชนะ จังหวัดสุราษฎร์ธานี”.วิทยานิพนธ์
พุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิตวิทยาลัย : มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย,
๒๕๖๐.

พระนุชติ นาคเสโน (โพวิชัย). “การมีส่วนร่วมของประชาชนในการบรหิ ารจัดการมูลฝอยของเทศบาล
ตำบลทุ่งหลวง อำเภอสุวรรณภูมิ จังหวัดร้อยเอ็ด”. สารนิพนธ์รัฐประศาสนศาสตรมหาบัณฑิต,
บณั ฑิตวิทยาลัย : มหาวทิ ยาลัยมหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลยั , ๒๕๖๑.

พระมหาสำราญ นนฺทพุทฺธิ (ทะสูนย์). “การมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชนในเขตเทศบาล
ตำบลรอ่ งคำ อำเภอรอ่ งคำ จังหวัดกาฬสนิ ธ์ุ”. วิทยานิพนธพ์ ุทธศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑิต
วทิ ยาลยั : มหาวิทยาลยั มหาจฬุ าลงกรณราชวิทยาลัย, ๒๕๕๘.

สิทธ์ิธนัชท์ วารุณสหรัชภณ. “การมีส่วนร่วมของประชาชนต่อการบริหารงานปกครองส่วนท้องถิ่น
องค์การบริหารส่วนตำบลตลาดจินดา อำเภอสามพราน จังหวัดนครปฐม”. วิทยานิพนธ์
รัฐศาสตรมหาบัณฑิต. บัณฑติ วิทยาลัย : มหาวิทยาลยั ธรรมศาสตร์, ๒๕๕๙.

(๓) รายงานวิจยั :
มยุรี ถนอมสุข. “การรับรู้ข่าวสารทางการเมืองกับการมีส่วนร่วมทางการเมืองของนิสิตภาควิชาพล

ศึกษาและกีฬา คณะศึกษาศาสตร์และพัฒนศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขต
กำแพงแสน”. รายงานการวิจัย. คณะศึกษาศาสตร์และพัฒนศาสตร์ : มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์
วทิ ยาเขตกำแพงแสน, ๒๕๕๔.
สถาบนั ดำรงราชานุภาพ กองวิชาการและแผนงานร่วมกับสำนักงานปลดั กระทรวงมหาดไทย กรมการ
ปกครอง. “ปญั หาการบรหิ ารงานขององคก์ ารบริหารสว่ นตำบล” . รายงานการวจิ ยั ,
กรุงเทพมหานคร : โรงพมิ พ์สว่ นทอ้ งถ่ิน กรมการปกครอง,๒๕๔๐.
ภูสิทธ์ ขันติกุล. “รูปแบบการมีส่วนร่วมทางการเมืองของประชาชน เขตดุสิตกรุงเทพมหานคร.
มหาวิทยาลยั ราชภัฏสวนสุนันทา”, รายงานการวจิ ัย, ๒๕๕๓.

(๔) บทความ:

สุกฤตา จอนดาพรม และโชติมา แก้วกรอง. “การมีส่วนร่วมทางการเมืองของสตรีไทยในพ้ืนท่ีองค์
ปกครองส่วนท้องถ่ินของภูมิภาคตะวันตก”. วารสารการเมืองการปกครอง การจัดการ
ชมุ ชนเพื่อพัฒนาทยี ่งั ยืน . ปีท่ี ๓ ฉบบั ท่ี ๒. (มีนาคม - สิงหาคม ๒๕๕๖) : ๑๑๗.

๒๒๒

อนุวัฒน์ ศรีษะเก. “การประยุกตใ์ ช้หลักอปริหานยิ ธรรม ๗ เพ่อื การทำงาน : กรณีศึกษาอำเภอหนอง
นาคำ จงั หวัดขอนแก่น”. วารสาร MBUISC Journal . ปีที่ ๑ ฉบับที่ ๒ (พฤษภาคม –
สงิ หาคม ๒๕๖๓) : ๖๘.

มานพ เข็มเมือง. “การมีส่วนร่วมการเลือกตั้งทางการเมืองท้องถิ่นของประชาชนในเขตเทศบาลตำบล
หนองแวง อำเภอละหานทราย จังหวัดบุรีรัมย์”. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏ
บรุ ีรมั ย์. ปที ่ี ๕ ฉบับที่ ๑. (มกราคม – มถิ ุนายน, ๒๕๕๖) : ๑๐๘.

รฐั กันภัย และธรรมนิตย์ วราภรณ์ . “การรับรู้ข่าวสารและการมีส่วนร่วมของประชนที่ส่งผลต่อการพัฒนา
ท้องถิ่นในองค์การบริหารส่วนตำบล จังหวัดภาคตะวันตกตอนล่าง”. ฉบับภาษาไทย สาขา
มนษุ ยศาสตร์ สงั คมศาสตร์ และศลิ ปะ. ปีท่ี ๘ ฉบบั ที่ ๑. (มกราคม - เมษายน ๒๕๕๘) : ๑๐๗๕.

สมศักดิ์ ศรีสันติสุข และคณะ. “รูปแบบการมีส่วนร่วมของภาคประชาชนในการติดตามตรวจสอบ
การดำเนินการขององค์กรปกครองท้องถิ่นด้านโครงสร้างพื้นฐาน : กรณีศึกษาเทศบาลตำบล
ห้วยโพธ์ิ อำเภอเมืองจังหวัดกาฬสินธุ์”. วารสารรมยสาร. ปีท่ี ๑๓ ฉบับที่ ๑. (มกราคม -
เมษายน ๒๕๕๘) : ๑๖๔.

พระมหาถนอม ฐานวโร (พิมพส์ ุวรรณ)์ . “การมีส่วนร่วมของประชาชนในการบรหิ ารงานขององค์การ
บริหารส่วนเทศบาลตำบลบอ่ พลบั อำเภอเมือง จงั หวัดนครปฐม” วารสารรัฐศาสตร์รอบรู้
และสหวิทยาการปีที่ ๓ ฉบบั ที่ ๑ (มกราคม-มิถุนายน, ๒๕๖๑) : ๑๗๔.

(๕) สื่ออเิ ลก็ ทรอนิกส์:

http://chaiyaphum.kapook.com
https://pr.prd.go.th
https://sites.google.com
https://stat.dopa.go.th
https://stat.dopa.go.th
www.pda.or.th

(๖) สัมภาษณ์:
สมั ภาษณ์ พระครปู ฏิภาณธรรมรส, เจ้าคณะอำเภอเทพสถิต, ๘ มกราคม ๒๕๖๔.
สมั ภาษณ์ พระครูพระครูอุดมคีรรี กั ษ์, เจ้าคณะตำบลบ้านไร่, ๑๐ มกราคม ๒๕๖๔.

๒๒๓

สัมภาษณ์ พระมหานรินทร์ สรุ ปญโฺ ญ, อาจารยม์ หาวทิ ยาลยั มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลัย วิทยาลยั
สงฆ์ชัยภูมิ, ๒๘ ธนั วาคม ๒๕๖๓.

สมั ภาษณ์ ไพรวันย์ แทนทรัพย์, นายกองค์การบรหิ ารส่วนตำบลวะตะแบก, ๘ มกราคม ๒๕๖๔.
สัมภาษณ์ ณัฐวัฒน์ ด้ายรนิ รัมย์, นายกองค์การบริหารส่วนตำบลโป่งนก, ๒๘ ธันวาคม ๒๕๖๓.
สมั ภาษณ์ ยนต์ พนั ธ์ุชมพู, นายกองคก์ ารบริหารส่วนตำบลนายางกลัก, ๑๐ มกราคม ๒๕๖๔.
สมั ภาษณ์ ประเสรฐิ แตง่ ทรัพย์, นายกองคก์ ารบรหิ ารส่วนตำบลหว้ ยยายจ๋วิ , ๘ มกราคม ๒๕๖
สมั ภาษณ์ กรานต์ เขตจนั ทึก, นายกองค์การบริหารสว่ นตำบลบ้านไร่, ๒๘ ธนั วาคม ๒๕๖๓.

๒. ภาษาองั กฤษ

Almond, Gabriel A. and Jr. B.G. Powell, Comparative Political Today. Boston:
LittleBrown and Company, 1976.

Barber J. David. Citizen Politics. Chicago: Markham, 1972.
Bugnicourt. Jacques. Popular Participation in Development in Africa. Geneva

:Assignment Children, 1982.
James R. Townsend. Political Participation in Communist China. Berkley and

LosAngeles : University of California Press, 1967.
Lester W. Milbrath. Aspects of Political Development. Boston: Little. Brown, 1971.
Lester W. Milbrath. Political participation; how and why do people get involvedin

politics?. Chicago : Rand McNally political science series, 1965.
Myron Wiener. “Political Participation : Crisis of the Political Process” . in Crisis on
Sequences in Political Development. Princeton : Princeton University, 1971.
White. A.L. The Homeward Tide. London : Granada, 1981.

ภาคผนวก

๒๒๕

ภาคผนวก ก.

รายช่อื ผ้เู ช่ียวชาญตรวจสอบคณุ ภาพเครือ่ งมอื

๒๒๖

๒๒๗

๒๒๘


Click to View FlipBook Version