ส่วนที่ 1 บทน ำ ควำมหมำย หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านท่าช้าง พุทธศักราช ๒๕๖๑ ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เป็นแผน หรือแนวทาง หรือข้อก าหนดของการจัด การศึกษาของโรงเรียนบา้นท่าช้าง ที่จะใช้ในการจัดการเรียนการสอนเพื่อพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพ ตามมาตรฐานที่กา หนด มุ่งพฒันาผูเ้รียนให้เป็นคนดีมีปัญญา มีความสุข มีศกัยภาพในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ โดยมุ่งหวงัให้มีความสมบูรณ์ท้งัดา้นร่างกายจิตใจและสติปัญญาอีกท้งัมีความรู้ และทักษะที่จ าเป็ นส าหรับการด ารงชีวิต และมีคุณภาพได้มาตรฐานสากลเพื่อการแข่งขนั ในยคุปัจจุบนั ดังน้ันหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านท่าช้าง พุทธศักราช ๒๕๕๓ ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาข้นัพ้ืนฐาน พุทธศกัราช ๒๕๕๑ จึงประกอบด้วยสาระส าคัญของหลักสูตรแกนกลาง สาระ ความรู้ที่เกี่ยวขอ้งกับชุมชนทอ้งถิ่น และสาระส าคัญที่สถานศึกษาพฒันาเพิ่มเติม โดยจดัเป็นสาระ การเรียนรู้รายวิชาพ้ืนฐานตามมาตรฐานการเรียนรู้และตวัช้ีวดั และสาระการเรียนรู้รายวิชาเพิ่มเติม จดักิจกรรมพฒันาผเู้รียนเป็นรายปีในระดับประถมศึกษา เป็ นรายภาคในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น และ กา หนดคุณลกัษณะอนัพึงประสงค์ของสถานศึกษาตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของหลักสูตรแกน การศึกษาข้นัพ้นืฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ควำมส ำคัญ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านท่าช้าง พุทธศักราช ๒๕๖๑ ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มีความส าคัญในการพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณภาพตาม มาตรฐานการเรียนรู้ตวัช้ีวดัและคุณลกัษณะอนัพึงประสงคต์ามที่กา หนดไวเป็ นแนวทางให้ผู้บริหาร ้ สถานศึกษา ครูอาจารย์ตลอดจนผูเ้กี่ยวข้องกับการจดัการศึกษาของสถานศึกษา ในการจดัมวล ประสบการณ์ให้แก่ผูเ้รียนได้พฒันาให้บรรลุถึงคุณภาพตามมาตรฐานในการพัฒนาเยาวชนของชาติ นอกเหนือจากการใช้เป็นแนวทาง หรือขอ้กา หนดในการจดัการศึกษาของสถานศึกษาให้บรรลุตาม จุดหมายของการจัดการศึกษาแล้ว หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบา้นท่าช้าง พุทธศักราช ๒๕๕๓ ตามหลกัสูตรแกนกลางการศึกษาข้นัพ้ืนฐาน พุทธศกัราช ๒๕๕๑ ที่พฒันาข้ึนยงัเป็นหลกัสูตรที่มี จุดมุ่งหมายให้ครอบครัว ชุมชน องค์กรในท้องถิ่น ท้งัภาครัฐและเอกชนเขา้ร่วมจดัการศึกษาของ สถานศึกษา โดยมีแนวทางสา คญัที่สถานศึกษากา หนดไวใ้นหลกัสูตรสถานศึกษา ดงัน้ี
๑. หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบา้นท่าช้าง พุทธศักราช ๒๕๖๑ ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มุ่งพฒันาให้ผูเ้รียนเกิดความสนุกสนาน และความ เพลิดเพลินในการเรียนรู้เปรียบเสมือนเป็นวิธีสร้างกา ลังใจ และเร้าให้เกิดความก้าวหน้าแก่ผูเ้รียน ให้มากที่สุด มีความรู้สูงสุด ผูเ้รียนทุกคนมีความเขม้แข็งความสนใจ มีประสบการณ์และความมนใจ ั่ เรียนและทา งานอย่างเป็นอิสระและร่วมใจกัน มีทกัษะในการอ่านออกเขียนได้คิดเลขเป็น รู้ขอ้มูล สารสนเทศ และเทคโนโลยีสื่อสาร ส่งเสริมจิตใจที่อยากรู้อยากเห็น และมีกระบวนการคิดอย่างมี เหตุผล ๒. หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านท่าช้าง พุทธศักราช ๒๕๖๑ ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาข้นัพ้ืนฐาน พุทธศกัราช ๒๕๕๑ ส่งเสริมการพฒันาดา้นจิตวญิญาณ จริยธรรม สังคม และ วฒันธรรม พฒันาหลักการในการจา แนกระหว่างถูกและผิด เขา้ใจและศรัทธาในความเชื่อของตน ความเชื่อและวฒันธรรมที่แตกต่างกนัพฒันาหลกัคุณธรรมและความอิสระของผเู้รียน และช่วยให้เป็ น พลเมืองที่มีความรับผดิชอบ สามารถช่วยพฒันาสงัคมใหเ้ป็นธรรมข้ึน มีความเสมอภาค พัฒนาความ ตระหนัก เขา้ใจและยอมรับสภาพแวดลอ้มที่ตนดา รงชีวิตอยู่ยดึมนั่ในขอ้ตกลงร่วมกนัต่อการพฒันา ที่ยงั่ยืนท้งัในระดบัส่วนตน ระดับทอ้งถิ่น ระดบัชาติและระดับโลก สร้างให้ผู้เรียนมีความพร้อม ในการเป็ นผู้บริโภคที่ตัดสินใจแบบมีข้อมูล เป็ นอิสระ และมีความรับผิดชอบ ลกัษณะของหลกัสูตรสถำนศึกษำโรงเรียนบ้ำนท่ำช้ำง พทุธศักรำช ๒๕๖๑ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านท่าช้าง พุทธศักราช ๒๕๖๑ ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาข้นัพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เป็นหลกัสูตรที่สถานศึกษาไดพ้ฒันาข้ึนเพื่อพัฒนาผู้เรียน ในระดับประถมศึกษา และมัธยมศึกษาตอนต้น โดยยึดองค์ประกอบหลักส าคัญ ๓ ส่วนคือ หลักสูตร แกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น และสาระส าคัญ ที่สถานศึกษาพฒันาเพิ่มเติม เป็ นกรอบในการจัดท ารายละเอียดเพื่อให้เป็ นไปตามมาตรฐานการศึกษา ข้นัพ้ืนฐานที่กา หนด เหมาะสมกบัสภาพชุมชนและทอ้งถิ่นและจุดเน้นของสถานศึกษา โดยหลักสูตร สถานศึกษาโรงเรียนบา้นท่าชา้ง พุทธศักราช ๒๕๕๓๒ ที่พฒันาข้ึนมีลกัษณะของหลกัสูตร ดงัน้ี ๑. เป็ นหลักสูตรเฉพาะของสถานศึกษาโรงเรียนบา้นท่าชา้ง ส าหรับจัดการศึกษาในหลักสูตร แกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน จัดระดับการศึกษาเป็น ๒ ระดับ คือ ระดับ ป ระถม ศึกษ า (ช้นั ประถมศึกษาปีที่๑ – ๖) และระดบัมธัยมศึกษาตอนตน้ (ช้นัมธัยมศึกษาปีที่๑ – ๓) ๒. มีความเป็ นเอกภาพ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านท่าช้าง พุทธศักราช ๒๕๖๐ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นัพ้ืนฐาน พุทธศกัราช ๒๕๕๑ เป็ นหลักสูตรของสถานศึกษา สา หรับใหค้รูผสู้อนนา ไปจดัการเรียนรู้ไดอ้ยา่งหลากหลาย โดยกา หนดให้
๒.๑ มีสาระการเรียนรู้ที่สถานศึกษาใชเ้ป็นหลกัเพื่อสร้างพ้ืนฐานการคิด การเรียนรู้ และการแกป้ ัญหา ประกอบดว้ย ภาษาไทย คณิตศาสตร์วิทยาศาสตร์และสังคมศึกษาศาสนาและ วัฒนธรรม ๒.๒ มีสาระการเรียนรู้ที่เสริมสร้างความเป็ นมนุษย์ ศักยภาพการคิดและการท างาน ประกอบด้วย สุขศึกษาและพลศึกษา ศิลปะ การงานอาชีพและเทคโนโลยี และภาษาอังกฤษ ๒.๓ มีสาระการเรียนรู้เพมิ่เติม โดยจดัทา เป็นรายวชิาเพิ่มเติมตามความเหมาะสมและ สอดคล้องกบั โครงสร้างเวลาเรียน สาระการเรียนรู้ทอ้งถิ่น ความต้องการของผู้เรียน และบริบทของ สถานศึกษา ๒.๓ มีกิจกรรมพฒันาผูเ้รียน เพื่อพฒันาผูเ้รียนท้ังด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์ และ สังคม เสริมสร้างการเรียนรู้นอกจากสาระการเรียนรู้ ๘ กลุ่ม และการพฒันาตนตาม ศักยภาพ ๒.๔ มีการกา หนดมาตรฐานของสถานศึกษาที่สอดคลอ้งกับมาตรฐานระดบัต่าง ๆ เพื่อเป็ นเป้าหมายของการพัฒนาคุณภาพการศึกษาของสถานศึกษา จัดท ารายละเอียดสาระการเรียนรู้ และจดักระบวนการเรียนรู้ใหส้อดคลอ้งกบัสภาพในชุมชน สงัคม และภูมิปัญญาทอ้งถิ่น ๓. มีมาตรฐานการเรี ยนรู้เป็ นเป้ าหมายส าคัญของการพัฒนาคุณภาพผู้เรี ยน หลักสู ตร สถานศึกษาโรงเรียนบา้นท่าชา้ง พุทธศักราช ๒๕๖๐ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นัพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เป็นหลกัสูตรที่มีมาตรฐานเป็นตวักา หนดเกี่ยวกบัคุณลกัษณะที่พึงประสงคข์อง ผเู้รียน เพอื่เป็นแนวทางในการประกนัคุณภาพการศึกษาโดยมีการกา หนดมาตรฐานไวด้งัน้ี ๓.๑ มาตรฐานหลักสูตร เป็ นมาตรฐานด้านผู้เรียนหรือผลผลิตของหลักสูตร สถานศึกษาอนัเกิดจากการไดร้ับการอบรมสงั่สอนตามโครงสร้างของหลกัสูตรท้งัหมดใชเ้ป็นแนวทาง ในการตรวจสอบคุณภาพโดยรวมของการจัดการศึกษาตามหลักสูตรในทุกระดับ และสถานศึกษา ต้องใช้ส าหรับการประเมินตนเองเพื่อจัดท ารายงานประจ าปี ตามบทบัญญัติในพระราชบัญญัติการศึกษา นอกจากน้ียงัเป็นแนวทางในการกา หนดแนวปฏิบตัิในการส่งเสริม กา กบัติดตาม ดูแลและปรับปรุง คุณภาพ เพอื่ใหไ้ดต้ามมาตรฐานที่กา หนด ๓.๒ มีตัวช้ีวัดช้ันปีเป็นเป้าหมายระบุสิ่งที่นักเรี ยนพึงรู้และปฏิบัติได้รวมท้ัง คุณลกัษณะของผูเ้รียนในแต่ละระดบัช้นัซ่ึงสะท้อนถึงมาตรฐานการเรียนรู้ มีความเฉพาะเจาะจง และมี ความเป็นรูปธรรม น าไปใช้ในการกา หนดเน้ือหา จดัทา หน่วยการเรียนรู้จดัการเรียนการสอน และเป็น เกณฑ์ส าคัญส าหรับการวัดประเมินผลเพื่อตรวจสอบคุณภาพผู้เรียน ตรวจสอบพัฒนาการผู้เรียน ความรู้ ทักษะ กระบวนการ คุณธรรม จริยธรรมและค่านิยมอันพึงประสงค์และเป็นหลักในการเทียบโอน ความรู้และประสบการณ์จากการศึกษาในระบบ นอกระบบ และตามอัธยาศัย ๓.๓ มีความเป็ นสากล ความเป็นสากลของหลักสูตรสถานศึกษาคือมุ่งให้ผูเ้รียนมี ความรู้ ความสามารถในเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศ ภาษาอังกฤษ การจดัการสิ่งแวดลอม ภูมิปัญญา ้ ทอ้งถิ่น มีคุณลกัษณะที่จา เป็นในการอยใู่นสังคมไดแ้ก่ความซื่อสัตย์ความรับผิดชอบ การตรงต่อเวลา
การเสียสละ การเอ้ือเฟ้ือโดยอยบู่นพ้ืนฐานของความพอดีระหวา่งการเป็นผูน้า และผูต้าม การท างาน เป็นทีม และการทา งานตามลา พงัการแข่งขนัการรู้จกัพอ และการร่วมมือกันเพื่อสังคม วิทยาการ สมัยใหม่และภูมิปัญญาทอ้งถิ่น การรับวฒันธรรมต่างประเทศ และการอนุรักษ์วฒันธรรมไทยการ ฝึ กฝนทักษะเฉพาะทางและการบูรณาการในลักษณะที่เป็ นองค์รวม ๔. มีความยืดหยุ่น หลากหลาย หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านท่าช้าง เป็ นหลักสูตร ที่สถานศึกษาจดัทา รายละเอียดต่าง ๆ ข้ึนเอง โดยยดึโครงสร้างหลกัที่กา หนดไวใ้นหลกัสูตรแกนกลาง การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ เป็นขอบข่ายในการจัดท า จึงท าให้หลักสูตรของ สถานศึกษามีความยืดหยุ่น หลากหลาย สอดคล้องกับสภาพปัญหา และความตอ้งการของทอ้งถิ่น โดยเฉพาะอยา่งยงิ่มีความเหมาะสมกบัตวัผเู้รียน ๕. การวัดและประเมินผลเน้นหลกัการพ้ืนฐานสองประการคือการประเมินเพื่อพฒันาผูเ้รียน และเพื่อตัดสินผลการเรียน โดยผู้เรียนตอ้งไดร้ับการพฒันาและประเมินตามตวัช้ีวดัเพื่อให้บรรลุตาม มาตรฐานการเรียนรู้ สะท้อนสมรรถนะส าคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียนเป็ นเป้าหมาย หลกัในการวดัและประเมินผลการเรียนรู้ในทุกระดบั ไม่ว่าจะเป็นระดับช้ันเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพ้ืนที่การศึกษา และระดับชาติการวัดและประเมินผลการเรียนรู้ เป็นกระบวนการพัฒนา คุณภาพผู้เรียน และใชผ้ลการประเมินเป็นขอ้มูลและสารสนเทศที่แสดงพฒันาการความกา้วหนา้และ ความสา เร็จทางการเรียนของผูเ้รียน ตลอดจนขอ้มูลที่เป็นประโยชน์ต่อการส่งเสริมให้ผูเ้รียนเกิดการ พฒันาและเรียนรู้อยา่งเตม็ตามศกัยภาพ วิสัยทัศน์ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านท่าช้าง พุทธศักราช ๒๕๖๑ ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาข้นัพ้นืฐาน พทุธศกัราช ๒๕๕๑ มุ่งพฒันาผูเ้รียนทุกคน ซ่ึงเป็นกา ลงัของชาติใหเ้ป็นมนุษยที่มี ์ ความสมดุลท้งัดา้นร่างกายความรู้คุณธรรม มีจิตสา นึกในความเป็นพลเมืองไทยและเป็นพลโลกยดึมนั่ใน การปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษตัริยท์รงเป็นประมุข มีความรู้และทกัษะพ้ืนฐาน รวมท้งัเจตคติที่จา เป็นต่อการศึกษาต่อ การประกอบอาชีพและการศึกษาตลอดชีวิต โดยมุ่งเน้นผูเ้รียน เป็นสา คญับนพ้นืฐานความเชื่อวา่ทุกคนสามารถเรียนรู้และพฒันาตนเองไดเ้ตม็ตามศกัยภาพ หลักกำร หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านท่าช้าง พุทธศักราช ๒๕๖๑ ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาข้นัพ้นืฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มีหลกัการที่สา คญัดงัน้ี ๑. เป็ นหลักสูตรการศึกษาเพื่อความเป็ นเอกภาพของชาติ มีจุดหมายและมาตรฐานการเรียนรู้ เป็ นเป้าหมายส าหรับพัฒนาเด็กและเยาวชนให้มีความรู้ทกัษะ เจตคติและคุณธรรมบนพ้ืนฐานของ ความเป็นไทยควบคู่กบัความเป็นสากล
๒. เป็นหลกัสูตรการศึกษาเพอื่ปวงชน ที่ประชาชนทุกคนมีโอกาสไดร้ับการศึกษาอยา่งเสมอภาค และมีคุณภาพ ๓. เป็นหลกัสูตรการศึกษาที่สนองการกระจายอา นาจใหส้งัคมมีส่วนร่วมในการจดัการศึกษา ให้สอดคลอ้งกบัสภาพและความตอ้งการของทอ้งถิ่น ๔. เป็นหลกัสูตรการศึกษาที่มีโครงสร้างยดืหยนุ่ท้งัดา้นสาระการเรียนรู้เวลาและการจดั การเรียนรู้ ๕. เป็ นหลักสูตรการศึกษาที่เน้นผู้เรียนเป็ นส าคัญ ๖. เป็ นหลักสูตรการศึกษาส าหรับการศึกษาในระบบนอกระบบ และตามอัธยาศัย ครอบคลุม ทุกกลุ่มเป้าหมาย สามารถเทียบโอนผลการเรียนรู้และประสบการณ์ จุดหมำย หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านท่าช้าง พุทธศักราช ๒๕๖๑ ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาข้นัพ้นืฐาน พทุธศกัราช ๒๕๕๑ มุ่งพฒันาผเู้รียนใหเ้ป็นคนดีมีปัญญา มีความสุข มีศักยภาพ ในการศึกษาต่อ และประกอบอาชีพ จึงกา หนดเป็นจุดหมายเพื่อให้เกิดกบัผูเ้รียน เมื่อจบการศึกษา ตามหลกัสูตร ดงัน้ี ๑. มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมที่พึงประสงค์เห็นคุณค่าของตนเอง มีวนิัยและปฏิบตัิ ตนตามหลักธรรมของพระพุทธศาสนา หรือศาสนาที่ตนนับถือ ยดึหลกัปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยีง ๒. มีความรู้ความสามารถในการสื่อสาร การคิด การแก้ปัญหา การใช้เทคโนโลยีและ มีทักษะชีวิต ๓. มีสุขภาพกายและสุขภาพจิตที่ดีมีสุขนิสยัและรักการออกกา ลงักาย ๔. มีความรักชาติ มีจิตส านึกในความเป็ นพลเมืองไทยและพลโลก ยึดมั่นในวิถีชีวิตและ การปกครองตามระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์ทรงเป็ นประมุข ๕. มีจิตส านึ กในการอนุ รักษ์วัฒนธรรมและภูมิปั ญญาไทย การอนุ รักษ์และพัฒนา สิ่งแวดลอ้ม มีจิตสาธารณะที่มุ่งทา ประโยชน์และสร้างสิ่งที่ดีงามในสงัคม และอยรู่ ่วมกนั ในสงัคมอยา่ง มีความสุข สมรรถนะส ำคญัของผ ู้เรียน และคุณลกัษณะอนัพงึประสงค ์ ในการพัฒนาผู้เรียนตามหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบา้นท่าชา้ง พุทธศักราช ๒๕๖๑ ตาม หลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นัพ้ืนฐาน พุทธศกัราช ๒๕๕๑ มุ่งเน้นพฒันาผูเ้รียนให้มีคุณภาพตาม มาตรฐานที่กา หนด ซ่ึงจะช่วยใหผ้เู้รียนเกิดสมรรถนะสา คญัและคุณลกัษณะอนัพงึประสงค์ดงัน้ี สมรรถนะส ำคญัของผ ู้เรียน หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านท่าช้าง พุทธศักราช ๒๕๖๑ ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาข้นัพ้นืฐาน พทุธศกัราช ๒๕๕๑ มุ่งใหผ้เู้รียนเกิดสมรรถนะสา คญั๕ ประการ ดงัน้ี
๑. ควำมสำมำรถในกำรสื่อสำร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวฒันธรรมในการ ใชภ้าษาถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเขา้ใจความรู้สึก และทศันะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนขอ้มูล ข่าวสารและประสบการณ์อนัจะเป็นประโยชน์ต่อการพฒันาตนเองและสังคม รวมท้งัการเจรจาต่อรอง เพื่อขจดัและลดปัญหาความขดัแยง้ต่าง ๆ การเลือกรับหรือไม่รับขอ้มูลข่าวสารด้วยหลักเหตุผลและ ความถูกตอ้ง ตลอดจนการเลือกใชว้ธิีการสื่อสาร ที่มีประสิทธิภาพโดยคา นึงถึงผลกระทบที่มีต่อตนเอง และสังคม ๒. ควำมสำมำรถในกำรคิด เป็ นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์การคิด อยา่งสร้างสรรค์การคิดอยา่งมีวจิารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพอื่นา ไปสู่การสร้างองคค์วามรู้หรือ สารสนเทศเพอื่การตดัสินใจเกี่ยวกบัตนเองและสงัคมไดอ้ยา่งเหมาะสม ๓. ควำมสำมำรถในกำรแก้ปัญหำ เป็นความสามารถในการแก้ปัญหาและอุปสรรคต่าง ๆ ที่เผชิญได้อย่างถูกตอ้งเหมาะสมบนพ้ืนฐานของหลักเหตุผล คุณธรรมและขอ้มูลสารสนเทศ เขา้ใจ ความสมัพนัธแ์ละการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสงัคม แสวงหาความรู้ประยกุตค์วามรู้มาใช้ ในการป้องกนัและแกไ้ขปัญหาและมีการตดัสินใจที่มีประสิทธิภาพโดยคา นึงถึงผลกระทบที่เกิดข้ึนต่อ ตนเอง สงัคมและสิ่งแวดลอ้ม ๔. ควำมสำมำรถในกำรใช้ทักษะชีวิต เป็ นความสามารถในการน ากระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ใน การดา เนินชีวิตประจา วนัการเรียนรู้ดว้ยตนเองการเรียนรู้อยา่งต่อเนื่อง การทา งาน และการอยรู่ ่วมกนั ในสังคมด้วยการสร้างเสริมความสัมพนัธ์อันดีระหว่างบุคคลการจดัการปัญหาและความขดัแยง้ต่าง ๆ อย่างเหมาะสม การปรับตวัให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จัก หลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พงึประสงคท์ ี่ส่งผลกระทบต่อตนเองและผอู้ื่น ๕. ควำมสำมำรถในกำรใช้เทคโนโลยีเป็ นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และมีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การทา งาน การแกป้ัญหาอยา่งสร้างสรรค์ถูกตอ้งเหมาะสม และมีคุณธรรม คุณลกัษณะอนัพงึประสงค ์ หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านท่าช้าง พุทธศักราช ๒๕๖๐ ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศกัราช ๒๕๕๑ มุ่งพฒันาผูเ้รียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์เพื่อให้ สามารถอยรู่ ่วมกบัผอู้ื่นในสงัคมไดอ้ยา่งมีความสุข ในฐานะเป็ นพลเมืองไทยและพลโลก ดงัน้ี ๑. รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ๒. ซื่อสัตย์สุจริต ๓. มีวินัย ๔. ใฝ่ เรียนรู้ ๕. อยอู่ยา่งพอเพยีง ๖. มุ่งมนั่ในการทา งาน ๗. รักความเป็ นไทย ๘. มีจิตสาธารณะ
ส่วนที่ 2 โครงสร ้ ำงหลกัสูตรสถำนศ ึ กษำ โครงสร้ำงหลักสูตรสถำนศึกษำโรงเรียนบ้ำนท่ำช้ำง หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบ้านท่าช้าง พุทธศักราช ๒๕๖๑ ตามหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาข้นัพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ได้กา หนดโครงสร้างของหลักสูตรสถานศึกษา เพื่อให้ ผสู้อน และผทู้ี่เกี่ยวขอ้งในการจดัการเรียนรู้ตามหลกัสูตรของสถานศึกษามีแนวปฏิบตัิดงัน้ี ๑. ระดับการศึกษา กา หนดหลักสูตรเป็น ๒ ระดับ ตามโครงสร้างของหลักสูตรแกนกลาง การศึกษาข้นัพ้นืฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ และตามภารกิจหลกัการจดัการศึกษาของสถานศึกษาดงัน้ี ๑.๑ ระดบั ประถมศึกษา (ช้นั ประถมศึกษาปีที่๑ – ๖) การศึกษาระดบัน้ีเป็นช่วงแรก ของการศึกษาภาคบงัคบัมุ่งเน้นทกัษะพ้ืนฐานด้านการอ่าน การเขียน การคิดคา นวณ ทกัษะการคิด พ้ืนฐาน การติดต่อสื่อสารกระบวนการเรียนรู้ทางสังคม และพ้ืนฐานความเป็นมนุษย์การพัฒนา คุณภาพชีวิตอย่างสมบูรณ์และสมดุลท้ังในด้านร่างกาย สติปัญญา อารมณ์สังคม และวฒันธรรม โดยเน้นจัดการเรียนรู้แบบบูรณาการ ๒.๒ ระดับมัธยมศึกษาตอนต้น (ช้ันมัธยมศึกษาปีที่๑ – ๓ ) เป็นช่วงสุดท้าย ของการศึกษาภาคบงัคบัมุ่งเน้นให้ผูเ้รียนไดส้ ารวจความถนัดและความสนใจของตนเอง ส่งเสริมการ พฒันาบุคลิกภาพส่วนตน มีทกัษะในการคิดวจิารณญาณ คิดสร้างสรรค์และคิดแกป้ัญหา มีทักษะในการ ด าเนินชีวิต มีทักษะการใช้เทคโนโลยีเพื่อเป็ นเครื่องมือในการเรียนรู้ มีความรับผิดชอบต่อสงัคม มีความ สมดุลท้งัดา้นความรู้ความคิด ความดีงาม และมีความภูมิใจในความเป็นไทย ตลอดจนใชเ้ป็นพ้ืนฐาน ในการประกอบอาชีพหรือการศึกษาต่อ ๒. สาระการเรียนรู้ สาระการเรียนรู้ในหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบา้นท่าชา้ง พุทธศักราช ๒๕๖๑ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นัพ้ืนฐาน พุทธศกัราช ๒๕๕๑ ไดก้า หนดไวใ้นหลกัสูตร ประกอบด้วยองค์ความรู้ทักษะหรือกระบวนการเรียนรู้และคุณลักษณะหรือค่านิยม คุณธรรม จริยธรรมของผู้เรียน ๘ กลุ่ม คือ ๒.๑ ภาษาไทย ๒.๒ คณิตศาสตร์ ๒.๓ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๒.๔ สังคมศึกษาศาสนา และวัฒนธรรม ๒.๕ สุขศึกษาและพลศึกษา ๒.๖ ศิลปะ ๒.๗ การงานอาชีพ ๒.๘ ภาษาอังกฤษ ๓. กิจกรรมพฒันาผเู้รียน กิจกรรมพฒันาผเู้รียน มุ่งใหผู้เ้รียนไดพ้ฒันาตนเองตามศกัยภาพ พฒันาอยา่งรอบดา้นเพอื่ความเป็นมนุษยท์ ี่สมบูรณ์ท้งัร่างกาย สติปัญญาอารมณ์ และสังคม เสริมสร้าง
ให้เป็ นผู้มีศีลธรรม จริยธรรม มีระเบียบวินัย ปลูกฝังและสร้างจิตส านึกของการท าประโยชน์เพื่อสังคม สามารถจดัการตนเองได้และอยรู่ ่วมกบัผอู้ื่นอยา่งมีความสุข แบ่งเป็น ๓ ลกัษณะ ดงัน้ี ๓.๑ กิจกรรมแนะแนว เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมและพฒันาผเู้รียนให้รู้จักตนเอง รู้รักษส์ ิ่งแวดลอ้ม สามารถคิด ตดัสินใจคิดแกป้ ัญหากา หนดเป้าหมายวางแผนชีวิตท้งัดา้นการเรียน และอาชีพ สามารถปรับตนไดอ้ยา่งเหมาะสม นอกจากน้ียงัช่วยให้ครูรู้จกัและเขา้ใจผูเ้รียน ท้งัยงัเป็น กิจกรรมที่ช่วยเหลือและใหค้า ปรึกษาแก่ผปู้กครองในการมีส่วนร่วมพฒันาผเู้รียน ๓.๒ กิจกรรมนักเรียน เป็นกิจกรรมที่มุ่งพฒันาความมีระเบียบวินัยความเป็นผูน้ า ผตู้ามที่ดีความรับผดิชอบ การทา งานร่วมกนัการรู้จกัแกป้ ัญหา การตดัสินใจที่เหมาะสม ความมีเหตุผล การช่วยเหลือแบ่งปันกนัเอ้ืออาทรและสมานฉันท์โดยจดัให้สอดคลอ้งกับความสามารถความถนัด และความสนใจของผูเ้รียน ให้ไดป้ฏิบตัิด้วยตนเองในทุกข้นัตอน ได้แก่การศึกษาวิเคราะห์วางแผน ปฏิบตัิตามแผน ประเมินและปรับปรุงการทา งาน เน้นการทา งานร่วมกนัเป็นกลุ่ม ตามความเหมาะสม และสอดคลอ้งกบัวุฒิภาวะของผเู้รียน บริบทของสถานศึกษาและทอ้งถิ่น กิจกรรมนกัเรียนในหลกัสูตร สถานศึกษาโรงเรียนบา้นท่าชา้ง พุทธศักราช ๒๕๖๑ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้นัพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ประกอบด้วย ๓.๒.๑ กิจกรรมลูกเสือ ๓.๒.๒ กิจกรรมชุมนุม ๓.๓ กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ เป็นกิจกรรมที่ส่งเสริมให้ผูเ้รียน บา เพ็ญตนให้เป็นประโยชน์ต่อสังคม ชุมชน และท้องถิ่นตามความสนใจในลักษณะอาสาสมัคร เพอื่แสดงถึงความรับผดิชอบ ความดีงาม ความเสียสละต่อสงัคม มีจิตสาธารณะ ๔. เวลาเรียน หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบา้นท่าชา้ง พุทธศักราช ๒๕๖๑ ตามหลักสูตร แกนกลางการศึกษาข้นัพ้นืฐาน พุทธศกัราช ๒๕๕๑ ไดก้า หนดกรอบโครงสร้างเวลาเรียนสา หรับกลุ่ม สาระการเรียนรู้ ๘ กลุ่ม และกิจกรรมพฒันาผเู้รียน ดงัน้ี ๑. ระดบัช้นั ประถมศึกษา (ช้นั ประถมศึกษาปีที่๑ – ๖) ให้จัดเวลาเรียนเป็ นรายปี โดยมีเวลา เรียนวันละไม่เกิน ๕ ชวั่โมง ๒. ระดบัช้นัมธัยมศึกษาตอนตน้ (ช้นัมธัยมศึกษาปีที่๑ –๓) ให้จัดเวลาเรียนเป็ นรายภาค มีเวลา เรียนวนัละไม่เกิน ๖ ชวั่โมงคิดน้า หนกัของรายวิชาที่เรียนเป็นหน่วยกิต ใชเ้กณฑ์๔๐ ชวั่โมงต่อภาคเรียน มีค่าน้า หนกัวชิา เท่ากบั๑ หน่วยกิต (นก.)
โครงสร้ำงเวลำเรียน หลักสูตรสถำนศึกษำ โรงเรียนบ้ำนท่ำช้ำง พุทธศักรำช ๒๕๖๑ ตำมหลักสูตรแกนกลำงกำรศึกษำข้ันพื้นฐำน พทุธศักรำช ๒๕๕๑ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้/กิจกรรม เวลำเรียน ระดับประถมศึกษำ ระดับมัธยมศึกษำตอนต้น ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖ ม.๑ ม.๒ ม.๓ กลุ่มสาระการเรียนรู้ ภาษาไทย ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๒๐ (๓ นก.) ๑๒๐ (๓ นก.) ๑๒๐ (๓ นก.) คณิตศาสตร์ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๒๐ (๓ นก.) ๑๒๐ (๓ นก.) ๑๒๐ (๓ นก.) วิทยาศาสตร์และ เทคโนโลยี ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๖๐ (๓ นก.) ๑๖๐ (๓ นก.) ๑๖๐ (๓ นก.) สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๖๐ (๔ นก.) ๑๖๐ (๔ นก.) ๑๖๐ (๔ นก.) สุขศึกษาและพลศึกษา ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ (๒ นก.) ๘๐ (๒ นก.) ๘๐ (๒ นก.) ศิลปะ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ (๒ นก.) ๘๐ (๒ นก.) ๘๐ (๒ นก.) การงานอาชีพ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ (๒ นก.) ๔๐ (๒ นก.) ๔๐ (๒ นก.) ภาษาต่างประเทศ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๑๒๐ (๓ นก.) ๑๒๐ (๓ นก.) ๑๒๐ (๓ นก.) รวมเวลาเรียน(พ้ืนฐาน) ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๘๐ (๒๒ นก.) ๘๘๐ (๒๒ นก.) ๘๘๐ (๒๒ นก.) กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ รายวิชา/กิจกรรมที่สถานศึกษา จดัเพิ่มเติม ตามความพร้อม และจุดเน้น ปี ละไม่น้อยกว่า ๔๐ ชวั่โมง ปี ละไม่น้อยกว่า ๒๐๐ ชวั่โมง (๕ นก.) รวมเวลาเรียนท้งัหมด ไม่น้อยกว่า ๑,๐๐๐ ชวั่โมง/ปี ไม่น้อยกว่า ๑,๒๐๐ ชวโมง ั่ /ปี
โครงสร้ำงหลกัสูตรชั้นปี โครงสร้ำงหลักสูตร ชั้นประถมศึกษำปี ที่ ๑ โรงเรียนบ้ำนท่ำช้ำง รำยวิชำ/กิจกรรม เวลาเรียน (ชวั่โมง/ปี) รายวชิาพ้นืฐาน (๘๔๐) ท ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ๒๐๐ ค ๑๑๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๑ ๒๐๐ ว ๑๑๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี๑ ๘๐ ส ๑๑๑๐๑ สังคมศึกษา ๑ ๔๐ ส๑๑๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๑ ๔๐ พ ๑๑๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา ๑ ๔๐ ศ ๑๑๑๐๑ ศิลปะ ๑ ๔๐ ง ๑๑๑๐๑ การงานอาชีพ ๑ ๔๐ อ ๑๑๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๑ ๑๖๐ รายวชิาเพมิ่เติม / กิจกรรมเพมิ่เติม (๔๐) อ ๑๑๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร๑ ๔๐ ส ๑๑๒๐๑ การป้องกนัการทุจริต๑ ๔๐ กิจกรรมพฒันาผเู้รียน (๑๒๐) ๑. กิจกรรมแนะแนว ๔๐ ๒. ลูกเสือ ๔๐ ๓. ชุมนุมกีฬา,ชุมนุมงานอาชีพ (เลือก ๑ ชุมนุม) ๓๐ ๔. กิจกรรมเพอื่สงัคมและสาธารณะประโยชน์๑๐ รวมเวลำเรียนทั้งสิ้น ๑,๐๐๐
โครงสร้ำงหลักสูตร ชั้นประถมศึกษำปี ที่ ๒ โรงเรียนบ้ำนท่ำช้ำง รำยวิชำ/กิจกรรม เวลาเรียน (ชวั่โมง/ปี) รายวชิาพ้นืฐาน (๘๔๐) ท ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒ ๒๐๐ ค ๑๒๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๒ ๒๐๐ ว ๑๒๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี๒ ๘๐ ส ๑๒๑๐๑ สังคมศึกษา ๒ ๔๐ ส ๑๒๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๒ ๔๐ พ ๑๒๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา ๒ ๔๐ ศ ๑๒๑๐๑ ศิลปะ ๒ ๔๐ ง ๑๒๑๐๑ การงานอาชีพ ๒ ๔๐ อ ๑๒๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๒ ๑๖๐ รายวชิาเพมิ่เติม / กิจกรรมเพมิ่เติม (๔๐) อ ๑๒๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร๒ ๔๐ ส ๑๒๒๐๑ การป้องกนัการทุจริต๒ ๔๐ กิจกรรมพฒันาผเู้รียน (๑๒๐) ๑. กิจกรรมแนะแนว ๔๐ ๒. ลูกเสือ ๔๐ ๓. ชุมนุมกีฬา,ชุมนุมงานอาชีพ (เลือก ๑ ชุมนุม) ๓๐ ๔. กิจกรรมเพอื่สงัคมและสาธารณะประโยชน์๑๐ รวมเวลำเรียนทั้งสิ้น ๑,๐๐๐
โครงสร้ำงหลักสูตร ชั้นประถมศึกษำปี ที่ ๓ โรงเรียนบ้ำนท่ำช้ำง รำยวิชำ/กิจกรรม เวลาเรียน (ชวั่โมง/ปี) รายวชิาพ้นืฐาน (๘๔๐) ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๓ ๒๐๐ ค ๑๓๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๓ ๒๐๐ ว ๑๓๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี๓ ๘๐ ส ๑๓๑๐๑ สังคมศึกษา ๓ ๔๐ ส ๑๓๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๓ ๔๐ พ ๑๓๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา ๓ ๔๐ ศ ๑๓๑๐๑ ศิลปะ ๓ ๔๐ ง ๑๓๑๐๑ การงานอาชีพ ๓ ๔๐ อ ๑๓๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๓ ๑๖๐ รายวชิาเพมิ่เติม / กิจกรรมเพมิ่เติม (๔๐) อ ๑๓๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร๓ ๔๐ ส ๑๓๒๐๑ การป้องกนัการทุจริต๓ ๔๐ กิจกรรมพฒันาผเู้รียน (๑๒๐) ๑. กิจกรรมแนะแนว ๔๐ ๒. ลูกเสือ ๔๐ ๓. ชุมนุมกีฬา,ชุมนุมงานอาชีพ (เลือก ๑ ชุมนุม) ๓๐ ๔. กิจกรรมเพอื่สงัคมและสาธารณะประโยชน์๑๐ รวมเวลำเรียนทั้งสิ้น ๑,๐๐๐
โครงสร้ำงหลักสูตร ชั้นประถมศึกษำปี ที่ ๔ โรงเรียนบ้ำนท่ำช้ำง รำยวิชำ/กิจกรรม เวลาเรียน (ชวั่โมง/ปี) รายวชิาพ้นืฐาน (๘๔๐) ท ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๔ ๑๖๐ ค ๑๔๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๔ ๑๖๐ ว ๑๔๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี๔ ๑๒๐ ส ๑๔๑๐๑ สังคมศึกษา ๔ ๘๐ ส ๑๔๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๔ ๔๐ พ ๑๔๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา ๔ ๘๐ ศ ๑๔๑๐๑ ศิลปะ ๔ ๘๐ ง ๑๔๑๐๑ การงานอาชีพ ๔ ๔๐ อ ๑๔๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๔ ๘๐ รายวชิาเพมิ่เติม / กิจกรรมเพมิ่เติม (๔๐) อ ๑๔๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร๔ ๘๐ ส ๑๔๒๐๑ การป้องกนัการทุจริต๔ ๔๐ กิจกรรมพฒันาผเู้รียน (๑๒๐) ๑. กิจกรรมแนะแนว ๔๐ ๒. ลูกเสือ ๔๐ ๓. ชุมนุมกีฬา,ชุมนุมงานอาชีพ (เลือก ๑ ชุมนุม) ๓๐ ๔. กิจกรรมเพอื่สงัคมและสาธารณะประโยชน์๑๐ รวมเวลำเรียนทั้งสิ้น ๑,๐๐๐
โครงสร้ำงหลักสูตร ชั้นประถมศึกษำปี ที่ ๕ โรงเรียนบ้ำนท่ำช้ำง รำยวิชำ/กิจกรรม เวลาเรียน (ชวั่โมง/ปี) รายวชิาพ้นืฐาน (๘๔๐) ท ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๕ ๑๖๐ ค ๑๕๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๕ ๑๖๐ ว ๑๕๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี๕ ๑๒๐ ส ๑๕๑๐๑ สังคมศึกษา ๕ ๘๐ ส ๑๕๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๕ ๔๐ พ ๑๕๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา ๕ ๘๐ ศ ๑๕๑๐๑ ศิลปะ ๕ ๘๐ ง ๑๕๑๐๑ การงานอาชีพ ๕ ๔๐ อ ๑๕๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๕ ๘๐ รายวชิาเพมิ่เติม / กิจกรรมเพมิ่เติม (๔๐) อ ๑๕๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร๕ ๘๐ ส ๑๕๒๐๑ การป้องกนัการทุจริต๕ ๔๐ กิจกรรมพฒันาผเู้รียน (๑๒๐) ๑. กิจกรรมแนะแนว ๔๐ ๒. ลูกเสือ ๔๐ ๓. ชุมนุมกีฬา,ชุมนุมงานอาชีพ (เลือก ๑ ชุมนุม) ๓๐ ๔. กิจกรรมเพอื่สงัคมและสาธารณะประโยชน์๑๐ รวมเวลำเรียนทั้งสิ้น ๑,๐๐๐
โครงสร้ำงหลักสูตร ชั้นประถมศึกษำปี ที่ ๖ โรงเรียนบ้ำนท่ำช้ำง รำยวิชำ/กิจกรรม เวลาเรียน (ชวั่โมง/ปี) รายวชิาพ้นืฐาน (๘๔๐) ท ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๖ ๑๖๐ ค ๑๖๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๖ ๑๖๐ ว ๑๖๑๐๑ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี๖ ๑๒๐ ส ๑๖๑๐๑ สังคมศึกษา ๖ ๘๐ ส ๑๖๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๖ ๔๐ พ ๑๖๑๐๑ สุขศึกษาและพลศึกษา ๖ ๘๐ ศ ๑๖๑๐๑ ศิลปะ ๖ ๘๐ ง ๑๖๑๐๑ การงานอาชีพ ๖ ๔๐ อ ๑๖๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๖ ๘๐ รายวชิาเพมิ่เติม / กิจกรรมเพมิ่เติม (๔๐) อ ๑๖๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพื่อการสื่อสาร๖ ๘๐ ส ๑๖๒๐๑ การป้องกนัการทุจริต๖ ๔๐ กิจกรรมพฒันาผเู้รียน (๑๒๐) ๑. กิจกรรมแนะแนว ๔๐ ๒. ลูกเสือ ๔๐ ๓. ชุมนุมกีฬา,ชุมนุมงานอาชีพ (เลือก ๑ ชุมนุม) ๓๐ ๔. กิจกรรมเพอื่สงัคมและสาธารณะประโยชน์ ๑๐ รวมเวลำเรียนทั้งสิ้น ๑,๐๐๐
โครงสร้ำงหลักสูตรช้ันปี โครงสร้ำงหลักสูตร ชั้นมัธยมศึกษำปี ที่ ๑ โรงเรียนบ้ำนท่ำช้ำง ภาคเรียนที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๒ รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียน (หน่วยกิต/ชม.) รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียน (หน่วยกิต/ชม.) รายวิชาพ้ืนฐาน ๑๑ (๔๔๐) รายวิชาพ้ืนฐาน ๑๑ (๔๔๐) ท ๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ๑.๕ (๖๐) ท ๒๑๑๐๒ ภาษาไทย ๒ ๑.๕ (๖๐) ค ๒๑๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๑ ๑.๕ (๖๐) ค ๒๑๑๐๒ คณิตศาสตร์ ๒ ๑.๕ (๖๐) ว ๒๑๑๐๑ วิทยาศาสตร์ ๑ ๑.๕ (๖๐) ว ๒๑๑๐๓ วิทยาศาสตร์ ๒ ๑.๕ (๖๐) ว ๒๑๑๐๒ เทคโนโลยี (วิทยาการค านวณ) ๑ ๐.๕ (๒๐) ว ๒๑๑๐๔ เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ๒ ๐.๕ (๒๐) ส ๒๑๑๐๑ สังคมศึกษา ๑ ๑.๕ (๖๐) ส ๒๑๑๐๓ สังคมศึกษา ๒ ๑.๕ (๖๐) ส ๒๑๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๑ ๐.๕ (๒๐) ส ๒๑๑๐๔ ประวัติศาสตร์ ๒ ๐.๕ (๒๐) พ ๒๑๑๐๑ สุขศึกษา ๑ ๐.๕ (๒๐) พ ๒๑๑๐๓ สุขศึกษา ๒ ๐.๕ (๒๐) พ ๒๑๑๐๒ พลศึกษา ๑ ๐.๕ (๒๐) พ ๒๑๑๐๔ พลศึกษา ๒ ๐.๕ (๒๐) ศ ๒๑๑๐๑ ทัศนศิลป์ ๑ ๐.๕ (๒๐) ศ ๒๑๑๐๓ ทัศนศิลป์ ๒ ๐.๕ (๒๐) ศ ๒๑๑๐๒ ดนตรี-นาฏศิลป์ ๑ ๐.๕ (๒๐) ศ ๒๑๑๐๔ ดนตรี-นาฏศิลป์ ๒ ๐.๕ (๒๐) ง ๒๑๑๐๑ การงานอาชีพ ๑ ๐.๕ (๒๐) ง ๒๑๑๐๒ การงานอาชีพ ๒ ๐.๕ (๒๐) อ ๒๑๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๑ ๑.๕ (๖๐) อ ๒๑๑๐๒ ภาษาอังกฤษ ๒ ๑.๕ (๖๐) รายวิชาเพิ่มเติม ๒.๕ (๑๐๐) รายวิชาเพิ่มเติม ๒.๕ (๑๐๐) ส ๒๑๒๐๑ ประชาคมอาเซียน ๑ ๐.๕ (๒๐) ส ๒๑๒๐๓ ประชาคมอาเซียน ๒ ๐.๕ (๒๐) ส ๒๑๒๐๒ การป้องกนัการทุจริต๑ ๐.๕ (๒๐) ส ๒๑๒๐๔ การป้องกนการทุจริต ั๒ ๐.๕ (๒๐) ง ๒๑๒๐๑ ผลิตภัณฑ์สมุนไพร๑ ๐.๕ (๒๐) ง ๒๑๒๐๓ ผลิตภัณฑ์สมุนไพร๒ ๐.๕ (๒๐) ง ๒๑๒๐๒ การแปรรูปอาหาร ๑ ๑.๐ (๔๐) ง ๒๑๒๐๔ การแปรรูปอาหาร ๒ ๑.๐ (๔๐) กิจกรรมพฒันาผเู้รียน ๖๐ กิจกรรมพฒันาผเู้รียน ๖๐ ๑. กิจกรรมแนะแนว ๒๐ ๑. กิจกรรมแนะแนว ๒๐ ๒. ลูกเสือ ๒๐ ๒. ลูกเสือ ๒๐ ๓. ชุมนุมกีฬา,ชุมนุมงานอาชีพ (เลือก ๑ ชุมนุม) ๑๕ ๓.ชุมนุมกีฬา,ชุมนุมงานอาชีพ (เลือก ๑ ชุมนุม) ๑๐ ๔. กิจกรรมเพอื่สงัคมและสาธารณะฯ ๕ ๔. กิจกรรมเพอื่สงัคมและสาธารณะฯ ๑๐ รวมเวลำทั้งสิ้น ๖๐๐ รวมเวลำทั้งสิ้น ๖๐๐
โครงสร้ำงหลักสูตร ชั้นมัธยมศึกษำปี ที่ ๒ โรงเรียนบ้ำนท่ำช้ำง ภาคเรียนที่ ๑ ภาคเรียนที่ ๒ รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียน (หน่วยกิต/ชม.) รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียน (หน่วยกิต/ชม.) รายวิชาพ้ืนฐาน ๑๑ (๔๔๐) รายวิชาพ้ืนฐาน ๑๑ (๔๔๐) ท ๒๒๑๐๑ ภาษาไทย ๓ ๑.๕ (๖๐) ท ๒๒๑๐๒ ภาษาไทย ๔ ๑.๕ (๖๐) ค ๒๒๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๓ ๑.๕ (๖๐) ค ๒๒๑๐๒ คณิตศาสตร์ ๔ ๑.๕ (๖๐) ว ๒๒๑๐๑ วิทยาศาสตร์ ๓ ๑.๕ (๖๐) ว ๒๒๑๐๓ วิทยาศาสตร์ ๔ ๑.๕ (๖๐) ว ๒๒๑๐๒ เทคโนโลยี (วิทยาการค านวณ) ๓ ๐.๕ (๒๐) ว ๒๒๑๐๔ เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ๔ ๐.๕ (๒๐) ส ๒๒๑๐๑ สังคมศึกษา ๓ ๑.๕ (๖๐) ส ๒๒๑๐๓ สังคมศึกษา ๔ ๑.๕ (๖๐) ส ๒๒๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๓ ๐.๕ (๒๐) ส ๒๒๑๐๔ ประวัติศาสตร์ ๔ ๐.๕ (๒๐) พ ๒๒๑๐๑ สุขศึกษา ๓ ๐.๕ (๒๐) พ ๒๒๑๐๓ สุขศึกษา ๔ ๐.๕ (๒๐) พ ๒๒๑๐๒ พลศึกษา ๓ ๐.๕ (๒๐) พ ๒๒๑๐๔ พลศึกษา ๔ ๐.๕ (๒๐) ศ ๒๒๑๐๑ ทัศนศิลป์ ๓ ๐.๕ (๒๐) ศ ๒๒๑๐๓ ทัศนศิลป์ ๔ ๐.๕ (๒๐) ศ ๒๒๑๐๒ ดนตรี-นาฏศิลป์ ๓ ๐.๕ (๒๐) ศ ๒๒๑๐๔ ดนตรี-นาฏศิลป์ ๔ ๐.๕ (๒๐) ง ๒๒๑๐๑ การงานอาชีพ ๓ ๐.๕ (๒๐) ง ๒๒๑๐๒ การงานอาชีพ ๔ ๐.๕ (๒๐) อ ๒๒๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๓ ๑.๕ (๖๐) อ ๒๒๑๐๒ ภาษาอังกฤษ ๔ ๑.๕ (๖๐) รายวิชาเพิ่มเติม ๒.๕ (๑๐๐) รายวิชาเพิ่มเติม ๒.๕ (๑๐๐) ส ๒๒๒๐๑ ประชาคมอาเซียน ๓ ๐.๕ (๒๐) ส ๒๒๒๐๓ ประชาคมอาเซียน ๔ ๐.๕ (๒๐) ส ๒๒๒๐๒ การป้องกนัการทุจริต๓ ๐.๕ (๒๐) ส ๒๒๒๐๔ การป้องกนัการทุจริต๔ ๐.๕ (๒๐) ง ๒๒๒๐๑ ผลิตภัณฑ์สมุนไพร๓ ๐.๕ (๒๐) ง ๒๒๒๐๓ ผลิตภัณฑ์สมุนไพร๔ ๐.๕ (๒๐) ง ๒๒๒๐๒ การแปรรูปอาหาร ๓ ๑.๐ (๔๐) ง ๒๒๒๐๔ การแปรรูปอาหาร ๔ ๑.๐ (๔๐) กิจกรรมพฒันาผเู้รียน ๖๐ กิจกรรมพฒันาผเู้รียน ๖๐ ๑. กิจกรรมแนะแนว ๒๐ ๑. กิจกรรมแนะแนว ๒๐ ๒. ลูกเสือ ๒๐ ๒. ลูกเสือ ๒๐ ๓. ชุมนุมกีฬา,ชุมนุมงานอาชีพ (เลือก ๑ ชุมนุม) ๑๕ ๓. ชุมนุมกีฬา,ชุมนุมงานอาชีพ(เลือก ๑ ชุมนุม) ๑๐ ๔. กิจกรรมเพอื่สงัคมและสาธารณะฯ ๕ ๔. กิจกรรมเพอื่สงัคมและสาธารณะฯ ๑๐ รวมเวลำทั้งสิ้น ๖๐๐ รวมเวลำทั้งสิ้น ๖๐๐
โครงสร้ำงหลักสูตร ชั้นมัธยมศึกษำปี ที่ ๓ โรงเรียนบ้ำนท่ำช้ำง ภาคเรียนที่ ๑ ภาคเรียนที่๒ รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียน (หน่วยกิต/ชม.) รายวิชา/กิจกรรม เวลาเรียน (หน่วยกิต/ชม.) รายวิชาพ้ืนฐาน ๑๑ (๔๔๐) รายวิชาพ้ืนฐาน ๑๑ (๔๔๐) ท ๒๓๑๐๑ ภาษาไทย ๕ ๑.๕ (๖๐) ท ๒๓๑๐๒ ภาษาไทย ๖ ๑.๕ (๖๐) ค ๒๓๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๕ ๑.๕ (๖๐) ค ๒๓๑๐๒ คณิตศาสตร์ ๖ ๑.๕ (๖๐) ว ๒๓๑๐๑ วิทยาศาสตร์ ๕ ๑.๕ (๖๐) ว ๒๓๑๐๓ วิทยาศาสตร์ ๖ ๑.๕ (๖๐) ว ๒๓๑๐๒ เทคโนโลยี (วิทยาการค านวณ) ๕ ๐.๕ (๒๐) ว ๒๓๑๐๔ เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ๖ ๐.๕ (๒๐) ส ๒๓๑๐๑ สังคมศึกษา ๕ ๑.๕ (๖๐) ส ๒๓๑๐๓ สังคมศึกษา ๖ ๑.๕ (๖๐) ส ๒๓๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๕ ๐.๕ (๒๐) ส ๒๓๑๐๔ ประวัติศาสตร์ ๖ ๐.๕ (๒๐) พ ๒๓๑๐๑ สุขศึกษา ๕ ๐.๕ (๒๐) พ ๒๓๑๐๓ สุขศึกษา ๖ ๐.๕ (๒๐) พ ๒๓๑๐๒ พลศึกษา ๕ ๐.๕ (๒๐) พ ๒๓๑๐๔ พลศึกษา ๖ ๐.๕ (๒๐) ศ ๒๓๑๐๑ ทัศนศิลป์ ๕ ๐.๕ (๒๐) ศ ๒๓๑๐๓ ทัศนศิลป์ ๖ ๐.๕ (๒๐) ศ ๒๓๑๐๒ ดนตรี-นาฏศิลป์ ๕ ๐.๕ (๒๐) ศ ๒๓๑๐๔ ดนตรี-นาฏศิลป์ ๖ ๐.๕ (๒๐) ง ๒๓๑๐๑ การงานอาชีพ ๕ ๐.๕ (๒๐) ง ๒๓๑๐๒ การงานอาชีพ ๖ ๐.๕ (๒๐) อ ๒๓๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๕ ๑.๕ (๖๐) อ ๒๓๑๐๒ ภาษาอังกฤษ ๖ ๑.๕ (๖๐) รายวิชาเพิ่มเติม ๒.๕ (๑๐๐) รายวิชาเพิ่มเติม ๒.๕ (๑๐๐) ส ๒๓๒๐๑ ประชาคมอาเซียน ๕ ๐.๕ (๒๐) ส ๒๓๒๐๓ ประชาคมอาเซียน ๖ ๐.๕ (๒๐) ส ๒๓๒๐๒ การป้องกนัการทุจริต๕ ๐.๕ (๒๐) ส ๒๓๒๐๔ การป้องกนัการทุจริต๖ ๐.๕ (๒๐) ง ๒๓๒๐๑ ผลิตภัณฑ์สมุนไพร๕ ๐.๕ (๒๐) ง ๒๓๒๐๓ ผลิตภัณฑ์สมุนไพร๖ ๐.๕ (๒๐) ง ๒๓๒๐๒ การแปรรูปอาหาร ๕ ๑.๐ (๔๐) ง ๒๓๒๐๔ การแปรรูปอาหาร ๖ ๑.๐ (๔๐) กิจกรรมพฒันาผู้เรียน ๖๐ กิจกรรมพฒันาผเู้รียน ๖๐ ๑. กิจกรรมแนะแนว ๒๐ ๑. กิจกรรมแนะแนว ๒๐ ๒. ลูกเสือ ๒๐ ๒. ลูกเสือ ๒๐ ๓. ชุมนุมกีฬา,ชุมนุมงานอาชีพ, (เลือก ๑ ชุมนุม) ๑๕ ๓. ชุมนุมกีฬา,ชุมนุมงานอาชีพ, (เลือก ๑ ชุมนุม) ๑๐ ๔. กิจกรรมเพอื่สงัคมและสาธารณะฯ ๕ ๔. กิจกรรมเพื่อสังคมและสาธารณะฯ ๑๐ รวมเวลำทั้งสิ้น ๖๐๐ รวมเวลำทั้งสิ้น ๖๐๐
ส่วนที่ 3 ค ำอธิบำยรำยวิชำ สำระกำรเร ี ยนร ู้ภำษำไทย สาระการเรียนรู้ ประกอบด้วย องค์ความรู้ ทักษะหรือกระบวนการเรียนรู้ และคุณลักษณะ อนัพงึประสงค์ซ่ึงกา หนดใหผู้เ้รียนทุกคนในระดบัการศึกษาข้นัพ้นืฐานจา เป็นตอ้งเรียนรู้โดยแบ่งเป็น ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ กลุ่มสำระกำรเร ี ยนร ู้ภำษำไทย ภาษาไทยเป็นเอกลกัษณ์ของชาติเป็นสมบตัิทางวฒันธรรมอนัก่อใหเ้กิดความเป็นเอกภาพและ เสริมสร้างบุคลิกภาพของคนในชาติใหม้ีความเป็นไทยเป็นเครื่องมือในการติดต่อสื่อสารเพื่อสร้างความ เขา้ใจและความสมัพนัธท์ ี่ดีต่อกนัทา ใหส้ามารถประกอบกิจธุระการงาน และดา รงชีวติร่วมกนั ใน สงัคมประชาธิปไตยไดอ้ยา่งสนัติสุขและเป็นเครื่องมือในการแสวงหาความรู้ประสบการณ์จาก แหล่งขอ้มูลสารสนเทศต่างๆ เพอื่พฒันาความรู้พฒันากระบวนการคิดวิเคราะห์ วิจารณ์ และสร้างสรรค์ ใหท้นัต่อการเปลี่ยนแปลงทางสงัคม และความกา้วหนา้ทางวทิยาศาสตร์เทคโนโลยีตลอดจนนา ไปใช้ ในการพฒันาอาชีพใหม้ีความมนั่คงทางเศรษฐกิจ นอกจากน้ียงัเป็นสื่อแสดงภูมิปัญญาของบรรพบุรุษ ดา้นวฒันธรรม ประเพณีและสุนทรียภาพ เป็นสมบตัิล้า ค่าควรแก่การเรียนรู้อนุรักษ์และสืบสานให้ คงอยคูู่่ชาติไทยตลอดไป สำระและมำตรฐำนกำรเรียนรู้ สำระที่ ๑ กำรอ่ำน มาตรฐาน ท ๑.๑ ใชก้ระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพอื่นา ไปใชต้ดัสินใจแกป้ัญหา ในการดา เนินชีวติและมีนิสยัรักการอ่าน สำระที่ ๒ กำรเขียน มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชก้ระบวนการเขียนเขียนสื่อสารเขียนเรียงความ ยอ่ความ และเขียนเรื่องราวใน รูปแบบต่างๆ เขียนรายงานขอ้มูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ควา้อยา่งมี ประสิทธิภาพ
สำระและมำตรฐำนกำรเรียนรู้ สำระที่ ๑ กำรอ่ำน มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพอื่นา ไปใชต้ดัสินใจแกป้ัญหา ในการดา เนินชีวติและมีนิสยัรักการอ่าน สำระที่ ๒ กำรเขียน มาตรฐาน ท ๒.๑ ใชก้ระบวนการเขียนเขียนสื่อสารเขียนเรียงความ ยอ่ความ และเขียนเรื่องราวใน รูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ควา้อยา่งมี ประสิทธิภาพ สำระที่ ๓ กำรฟังกำรดูและกำรพูด มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอยา่งมีวจิารณญาณ และพดูแสดงความรู้ความคิด และ ความรู้สึกในโอกาสต่างๆ อยา่งมีวจิารณญาณและสร้างสรรค์ สำระที่ ๔ หลักกำรใช้ภำษำไทย มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษาและพลัง ของภาษา ภูมิปัญญาทางภาษา และรักษาภาษาไทยไว้เป็ นสมบัติของชาติ สำระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคดิเห็น วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็นคุณค่า และน ามาประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง
โครงสร้ำงรำยวิชำ รายวิชาตามโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบา้นท่าชา้ง พุทธศักราช ๒๕๕๒ กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ระดับประถมศึกษำ รำยวิชำภำษำไทยพื้นฐำน ระดับชั้น รหัส ชื่อรำยวิชำ เวลำเรียนรำยปี ช้นั ป. ๑ ท ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ๕ ชวั่โมง/สปัดาห์(๒๐๐/ปี ) ช้นั ป. ๒ ท ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒ ๕ ชวั่โมง/สปัดาห์(๒๐๐/ปี ) ช้นั ป. ๓ ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๓ ๕ ชวั่โมง/สปัดาห์(๒๐๐/ปี ) ช้นั ป. ๔ ท ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๔ ๔ ชวั่โมง/สปัดาห์(๑๖๐/ปี ) ช้นั ป. ๕ ท ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๕ ๔ ชวั่โมง/สปัดาห์(๑๖๐/ปี ) ช้นั ป. ๖ ท ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๖ ๔ ชวั่โมง/สปัดาห์(๑๖๐/ปี ) ระดับมัธยมศึกษำตอนต้น รำยวิชำภำษำไทยพื้นฐำน ระดับชั้น รหัส ชื่อรำยวิชำ เวลำเรียนรำยภำค ช้นัม. ๑ ท ๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ๓ ชวั่โมง/สปัดาห์(๑.๕ หน่วยกิต) ท ๒๑๑๐๒ ภาษาไทย ๒ ๓ ชวั่โมง/สปัดาห์(๑.๕ หน่วยกิต) ช้นัม. ๒ ท ๒๒๑๐๑ ภาษาไทย ๓ ๓ ชวั่โมง/สปัดาห์(๑.๕ หน่วยกิต) ท ๒๒๑๐๒ ภาษาไทย ๔ ๓ ชวั่โมง/สปัดาห์(๑.๕ หน่วยกิต) ช้นัม. ๓ ท ๒๓๑๐๑ ภาษาไทย ๕ ๓ ชวั่โมง/สปั ดาห์ (๑.๕ หน่วยกิต) ท ๒๓๑๐๒ ภาษาไทย ๖ ๓ ชวั่โมง/สปัดาห์(๑.๕ หน่วยกิต)
ระดับประถมศึกษำ รำยวิชำภำษำไทยพื้นฐำน ท ๑๑๑๐๑ ภำษำไทย ๑ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย ช้ันประถมศึกษำปีที่๑ ค ำอธิบำยรำยวิชำ เวลำ ๒๐๐ ชั่วโมง/ปี ฝึกอ่านออกเสียงคา คา คลอ้งจอง และขอ้ความส้นัๆ บอกความหมายของค าและข้อความ ตอบค าถาม เล่าเรื่องยอ่ คาดคะเนเหตุการณ์ เลือกอ่านหนงัสือตามความสนใจอยา่งสม่า เสมอ น าเสนอ เรื่องที่อ่าน บอกความหมายของเครื่องหมายหรือสญัลกัษณ์สา คญัทมี่กัพบเห็นในชีวิตประจ าวัน มี มารยาทในการอ่าน ฝึ กคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนสื่อสารดว้ยคา และประโยคง่ายๆ มีมารยาท การเขียน ฝึกทกัษะในการฟัง ฟังคา แนะนา คา สงั่ง่ายๆและปฏิบตัิตาม ตอบคา ถาม เล่าเรื่อง พูดแสดง ความคิดเห็นและความรู้สึกจากเรื่องที่ฟังและดู พูดสื่อสารได้ตามวัตถุประสงค์ เน้นมารยาทในการฟัง การดูและการพูด ฝึ กทักษะการเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย เขียนสะกดค าและบอกความหมาย ของค า เรียบเรียงคา เป็นประโยคง่ายๆ ต่อคา คลอ้งจองง่ายๆ บอกขอ้คิดที่ไดจ้ากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมร้อยแกว้และร้อยกรองส าหรับเด็ก ฝึ ก ท่องจา บทอาขยานตามทกี่า หนดและบทรอ้ยกรองตามความสนใจ โดยใชก้ระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิด การฝึกปฏิบตัิอธิบาย บนัทึก การต้งัคา ถาม ตอบคา ถาม ใชท้กัษะการฟัง การดูและ การพูด พูดแสดงความคิดเห็น กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด เพอื่ใหเ้กิดความรู้ความคิด ความ เขา้ใจ สื่อสารไดถู้กตอ้ง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของการอนุรักษภ์าษาไทย และตวัเลขไทย สามารถนา ความรู้ไปใชใ้ห้เกิดประโยชน์ในชีวติประจา วนัไดอ้ยา่งถูกตอ้งเหมาะสม ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕, ป.๑/๖, ป.๑/๗, ป.๑/๘ ท ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓ ท ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕ ท ๔.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔ ท ๕.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒ รวม ๒๒ ตัวชี้วัด
รำยวิชำภำษำไทยพื้นฐำน ท ๑๒๑๐๑ ภำษำไทย ๒ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย ช้ันประถมศึกษำปีที่๒ ค ำอธิบำยรำยวิชำ เวลำ ๒๐๐ ชั่วโมง/ปี ฝึกอ่านออกเสียงคา คา คลอ้งจอง ขอ้ความ และบทร้อยกรองง่ายๆ อธิบายความหมายของคา และขอ้ความที่อ่าน ต้งัคา ถาม ตอบค าถาม ระบุใจความส าคัญและรายละเอียด แสดงความคิดเห็นและ คาดคะเนเหตุการณ์ เลือกอ่านหนงัสือตามความสนใจอยา่งสม่า เสมอและนา เสนอเรื่องที่อ่าน อ่าน ขอ้เขียนเชิงอธิบาย และปฏิบตัิตามคา สงั่หรือขอ้แนะนา มีมารยาทในการอ่าน ฝึ กคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนเรื่องส้นัๆ เกี่ยวกบั ประสบการณ์ เขียนเรื่องส้นัๆ ตามจินตนาการ มีมารยาทในการเขียน ฝึกทกัษะการฟัง ฟังคา แนะนา คา สงั่ที่ซบัซอ้นและปฏิบตัิตาม เล่าเรื่อง บอกสาระสา คญัของ เรื่อง ต้งัคา ถาม ตอบค าถาม พูดแสดงความคิดเห็น ความรู้สึก พูดสื่อสารได้ชัดเจนตรงตาม วัตถุประสงค์ มีมารยาทในการฟัง การดูและการพูด ฝึ กทักษะการเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย เขียนสะกดค าและบอกความหมาย ของค า เรียบเรียงค าเป็ นประโยคได้ตรงตามเจตนาของการสื่อสาร บอกลักษณะค าคล้องจอง เลือกใช้ ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถิ่นไดเ้หมาะสมกบักาลเทศะ ฝึกจบัใจความสา คญัจากเรื่อง ระบุขอ้คิดที่ไดจ้ากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมสา หรับเด็ก เพื่อน าไปใช้ในชีวิตประจ าวัน ร้องบทร้องเล่นสา หรับเด็กในทอ้งถิ่น ท่องจา บทอาขยานตามที่กา หนด และบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจ โดยใชก้ระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิดวเิคราะห์กระบวนการสื่อความ กระบวนการแกป้ัญหา การฝึกปฏิบตัิอธิบาย บนัทึก การต้งัคา ถาม ตอบคา ถาม ใชท้กัษะการฟัง การดูและการพดูพดูแสดงความคิดเห็น กระบวนการ สร้างความคิดรวบยอด เพอื่ใหเ้กิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สื่อสารได้ถูกต้อง รักการเรียน ภาษาไทย เห็นคุณค่าของการอนุรักษภ์าษาไทย และตวัเลขไทย สามารถนา ความรู้ไปใชใ้ห้เกิด ประโยชน์ในชีวติประจา วนัไดอ้ยา่งถูกตอ้งเหมาะสม ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗, ป.๒/๘ ท ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔ ท ๓.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗ ท ๔.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕ ท ๕.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓ รวม ๒๗ ตัวชี้วัด
รำยวิชำภำษำไทยพื้นฐำน ท ๑๓๑๐๑ ภำษำไทย ๓ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย ช้ันประถมศึกษำปีที่๓ ค ำอธิบำยรำยวิชำ เวลำ ๒๐๐ ชั่วโมง/ปี ฝึกอ่านออกเสียงคา ขอ้ความ เรื่องส้นัๆ และบทร้อยกรองง่ายๆ อธิบายความหมายของคา และข้อความที่อ่าน ต้งัคา ถาม ตอบคา ถามเชิงเหตุผล ลา ดบัเหตุการณ์คาดคะเนเหตุการณ์ สรุป ความรู้ ขอ้คิดจากเรื่องที่อ่าน เพอื่นา ไปใชใ้นชีวติประจา วนั เลือกอ่านหนงัสือตามความสนใจอยา่ง สม่า เสมอและนา เสนอเรื่องที่อ่าน อ่านขอ้เขียนเชิงอธิบาย และปฏิบตัิตามคา สงั่หรือขอแนะน า ้ อธิบาย ความหมายของขอ้มูลจากแผนภาพ แผนที่และแผนภูมิมีมารยาทในการอ่าน ฝึ กคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนบรรยาย เขียนบันทึกประจ าวัน เขียนเรื่องตาม จินตนาการ มีมารยาทในการเขียน ฝึกทกัษะการฟัง การดูและการพดูเล่ารายละเอียด บอกสาระส าคัญ ต้งัคา ถาม ตอบคา ถาม พูดแสดงความคิดเห็น ความรู้สึก พูดสื่อสารได้ชัดเจนตรงตามวัตถุประสงค์ มีมารยาทในการฟัง การ ดูและการพูด ฝึ กเขียนตามหลักการเขียน เขียนสะกดค าและบอกความหมายของค า ระบุชนิด หน้าที่ของค า ใช้พจนานุกรมค้นหาความหมายของค า แต่งประโยคง่ายๆ แต่งคา คลอ้งจองและคา ขวญั เลือกใช้ ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถิ่นไดเ้หมาะสมกบักาลเทศะ ระบุขอ้คิดที่ไดจ้ากการอ่านวรรณกรรม เพื่อน าไปใช้ในชีวิตประจ าวัน รู้จกัเพลงพ้นืบา้น เพลง กล่อมเด็ก เพอื่ปลูกฝังความชื่นชมวฒันธรรมทอ้งถิ่น แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบัวรรณคดีที่อ่าน ท่องจา บทอาขยานตามทกี่า หนดและบทรอ้ยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจ โดยใชก้ระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิดวเิคราะห์กระบวนการสื่อความ กระบวนการแกป้ัญหา การฝึกปฏิบตัิอธิบาย บนัทึก การต้งัคา ถาม ตอบคา ถาม ใช้ทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความคิดเห็น กระบวนการ สร้างความคิดรวบยอด เพอื่ใหเ้กิดความรู้ความคิด ความเขา้ใจ สื่อสารไดถู้กตอ้ง รักการเรียน ภาษาไทย เห็นคุณค่าของการอนุรักษภ์าษาไทย และตวัเลขไทย สามารถนา ความรู้ไปใชใ้ห้เกิด ประโยชน์ในชีวิตประจา วนัไดอ้ยา่งถูกตอ้งเหมาะสม ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘, ป.๓/๙ ท ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖ ท ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖ท ๔.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖ท ๕.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔ รวม ๓๒ ตัวชี้วัด
รำยวิชำภำษำไทยพื้นฐำน ท ๑๔๑๐๑ ภำษำไทย ๔ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย ช้ันประถมศึกษำปีที่๔ ค ำอธิบำยรำยวิชำ เวลำ ๑๖๐ ชั่วโมง/ปี ฝึกอ่านออกเสียงบทร้อยแกว้และบทร้อยกรอง อธิบายความหมายของคา ประโยคและ สา นวนจากเรื่องที่อ่าน อ่านเรื่องส้นัๆ ตามเวลาที่กา หนดและตอบคา ถามจากเรื่องที่อ่าน แยก ขอ้เทจ็จริงและขอ้คิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน คาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องที่อ่าน โดยระบุเหตุผลประกอบ สรุปความรู้และขอ้คิดจากเรื่องที่อ่านเพื่อน าไปใช้ในชีวิตประจ าวัน เลือกอ่านหนงัสือที่มีคุณค่าตาม ความสนใจอยา่งสม่า เสมอและแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบัเรื่องที่อ่าน มีมารยาทการอ่าน ฝึ กคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัด เขียนสื่อสารโดยใช้ค าได้ถูกต้อง ชัดเจน และเหมาะสม เขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิดเพื่อใช้พัฒนางานเขียน เขียนยอ่ ความจากเรื่องส้นัๆ เขียนจดหมายถึงเพื่อนและมารดา เขียนบันทึกและเขียนรายงานจากการศึกษา ค้นคว้า เขียนเรื่องตามจินตนาการ มีมารยาทในการเขียน ฝึ กทักษะการฟัง การดูและการพูด จ าแนกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นเรื่องที่ฟังและดู พูดสรุป จากการฟังและดู พดูแสดงความรู้ความคิดเห็นและความรู้สึกเกี่ยวกบัเรื่องที่ฟังและดู ต้งัคา ถามและ ตอบค าถามเชิงเหตุผลจากเรื่องที่ฟังและดู พูดรายงานเรื่องหรือประเด็นที่ศึกษาค้นคว้าจากการฟัง การดู และการสนทนา มีมารยาทในการฟัง การดูและการพูด ฝึกเขียนตามหลกัการเขียน เขียนสะกดคา และบอกความหมายของคา ในบริบทต่าง ๆ ระบุชนิด และหน้าที่ของค าในประโยค ใช้พจนานุกรมค้นหาความหมายของค า แต่งประโยคไดถู้กตอ้งตามหลกั ภาษา แต่งบทร้อยกรองและคา ขวญั บอกความหมายของส านวน เปรียบเทียบภาษาไทยมาตรฐานและ ภาษาถิ่นได้ ระบุขอ้คิดจากนิทานพ้นืบา้นหรือนิทานคติธรรม อธิบายขอ้คิดจากการอ่านเพอื่นา ไปใชใ้น ชีวิตจริง ร้องเพลงพ้นืบา้น ท่องจา บทอาขยานตามที่กา หนดและบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจ โดยใชก้ระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิดวเิคราะห์และสรุปความ กระบวนการคิดอยา่งมีวจิารณญาณ กระบวนการสื่อความ กระบวนการแกป้ัญหา การฝึกปฏิบตัิอธิบาย บนัทึก การต้งัคา ถาม ตอบคา ถาม ใชท้กัษะการฟัง การ ดูและการพูด พูดแสดงความคิดเห็น กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด เพอื่ใหเ้กิดความรู้ความคิด ความเขา้ใจ สื่อสารไดถู้กตอ้ง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของการอนุรักษภ์าษาไทย และตวัเลข ไทย สามารถนา ความรู้ไปใชใ้หเ้กิดประโยชน์ในชีวติประจา วนัไดอ้ยา่งถูกตอ้งเหมาะสม ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘ท ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘ ท ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖ ท ๔.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗ ท ๕.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔ รวม ๓๓ ตัวชี้วัด
รำยวิชำภำษำไทยพื้นฐำน ท ๑๕๑๐๑ ภำษำไทย ๕ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย ช้ันประถมศึกษำปีที่๕ ค ำอธิบำยรำยวิชำ เวลำ ๑๖๐ ชั่วโมง/ปี ฝึกอ่านออกเสียงบทร้อยแกว้และบทร้อยกรอง อธิบายความหมายของคา ประโยคและ ข้อความที่เป็ นการบรรยายและการพรรณนา อธิบายความหมายโดยนัย แยกข้อเท็จจริง ข้อคิดเห็น วิเคราะห์ แสดงความคิดเห็น อ่านงานเขียนเชิงอธิบาย คา สงั่ขอ้แนะนา และปฏิบตัิตาม เลือกอ่าน หนงัสือที่มีคุณค่าตามความสนใจ มีมารยาทในการอ่าน ฝึ กคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัด เขียนสื่อสาร เขียนแผนภาพโครงเรื่อง แผนภาพความคิด เขียนยอ่ความ เขียนจดหมายถึงผู้ปกครองและญาติ เขียนแสดงความรู้สึกและความ คิดเห็น กรอกแบบรายการต่าง ๆ เขียนเรื่องตามจินตนาการ มีมารยาทในการเขียน ฝึ กทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความรู้ ความคิดเห็นและความรู้สึก ต้งัคา ถาม ตอบค าถาม วิเคราะห์ความ พูดรายงาน มีมารยาทในการฟัง การดูและการพูด ระบุชนิดและหน้าที่ของค าในประโยค จา แนกส่วนประกอบของประโยค เปรียบเทียบ ภาษาไทยมาตรฐานและภาษาถิ่น ใชค้า ราชาศพัท ์บอกคา ภาษาต่างประเทศในภาษาไทย แต่งบท ร้อยกรอง ใช้ส านวนได้ถูกต้อง สรุปเรื่องจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมที่อ่าน ระบุความรู้ ขอ้คิดจากการอ่านวรรณคดีและ วรรณกรรมที่สามารถน าไปใช้ในชีวิตจริง อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรม ท่องจา บท อาขยานตามทกี่า หนดและบทร้อยกรองทมี่ีคุณค่าตามความสนใจ โดยใชก้ระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิดวเิคราะห์และสรุปความ กระบวนการคิดอยา่งมีวจิารณญาณ กระบวนการสื่อความ กระบวนการแกป้ัญหา การฝึกปฏิบตัิอธิบาย บนัทึก การต้งัคา ถาม ตอบคา ถาม ใชท้กัษะการฟัง การ ดูและการพดูพดูแสดงความคิดเห็น กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด เพอื่ใหเ้กิดความรู้ความคิด ความเขา้ใจ สื่อสารไดถู้กตอ้ง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของการอนุรักษภ์าษาไทย และตวัเลข ไทย สามารถนา ความรู้ไปใชใ้หเ้กิดประโยชน์ในชีวติประจา วนัไดอ้ยางถูกต้องเหมาะสม ่ ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘ ท ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘, ป.๕/๙ ท ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕ท ๔.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗ ท ๕.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔ รวม ๓๓ ตัวชี้วัด
รำยวิชำภำษำไทยพื้นฐำน ท ๑๖๑๐๑ ภำษำไทย ๖ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย ช้ันประถมศึกษำปีที่๖ ค ำอธิบำยรำยวิชำ เวลำ ๑๖๐ ชั่วโมง/ปี ฝึกอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง อธิบายความหมายของคา ประโยคและ ข้อความที่เป็ นโวหาร อ่านเรื่องส้ัน ๆอยา่งหลากหลายแยกขอ้เท็จจริงและขอ้คิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน วเิคราะห์และแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบัเรื่องที่อ่านเพอื่นา ไปใชใ้นการดา เนินชีวิต อ่านงานเขียน เชิงอธิบาย คา สั่งขอ้แนะนา และปฏิบัติตาม อธิบายความหมายของข้อมูลจากการอ่านแผนผงั แผนที่ แผนภูมิและกราฟ เลือกอ่านหนงัสือตามความสนใจและอธิบายคุณค่าที่ไดร้ับ มีมารยาทการอ่าน ฝึ กคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่ งบรรทัด เขียนสื่อสารโดยใช้ค าได้ถูกต้อง ชัดเจน และเหมาะสม เขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิดเพื่อใช้พัฒนางานเขียน เขียน เรียงความ เขียนย่อความจากเรื่องอ่าน เขียนจดส่วนตวั กรอกแบบรายการต่าง ๆ เขียนเรื่องตาม จินตนาการและสร้างสรรค์ มีมารยาทในการเขียน ฝึ กทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความรู้ ความเข้าใจจุดประสงค์ของเรื่องที่ฟังและ ดู ต้งัคา ถามและตอบคา ถามเชิงเหตุผลจากเรื่องที่ฟังและดู วเิคราะห์ความน่าเชื่อถือจากเรื่องที่ฟังและดู สื่อโฆษณาอยา่งมีเหตุผล พดูรายงานเรื่องหรือประเด็นที่ศึกษาคน้ควา้จากการฟัง การดูและการสนทนา พดูโนม้นา้วอยา่งมีเหตุผลและน่าเชื่อถือ มีมารยาทในการฟัง การดูและการพูด ฝึ กวิเคราะห์ชนิดและหน้าที่ของค าในประโยค ใชค้า ไดเ้หมาะสมกบักาลเทศะและบคุคล รวบรวมและบอกความหมายของคา ภาษาต่างประเทศที่ใชใ้นภาษาไทย ระบุลักษณะของประโยค แต่ง บทร้อยกรอง วิเคราะห์เปรียบเทียบส านวนที่เป็ นค าพังเพยและสุภาษิต ฝึกแสดงความคิดเห็นจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมที่อ่าน เล่านิทานพ้นืบา้นทอ้งถิ่นตนเองและ นิทานพ้นืบา้นของทอ้งถิ่นอื่น อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่านและนา ไปประยกุตใ์ช้ ในชีวติจริง ท่องจา บทอาขยานตามที่กา หนดและบทร้อย โดยใชก้ระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิดวิเคราะห์และสรุปความ กระบวนการคิดอยา่งมีวิจารณญาณ กระบวนการสื่อความ กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการสังเกต กระบวนกรแยกข้อเท็จจริง กระบวนการค้นคว้า กระบวนการใช้เทคโนโลยีในการสื่อสาร กระบวนการใช้ทักษะทางภาษา การฝึ กปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การต้ังค าถาม ตอบคา ถาม ใช้ทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความคิดเห็น กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด เพอื่ใหเ้กิดความรู้ความคิด ความเขา้ใจ สื่อสารไดถู้กตอ้ง รักการ เรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของการอนุรักษภ์าษาไทย และตวัเลขไทย สามารถนา ความรู้ไปใชใ้ห้เกิด ประโยชน์ในชีวติประจา วนัไดอ้ยา่งถูกตอ้งเหมาะสม
ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙ ท ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙ ท ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖ ท ๔.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖ ท ๕.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔ รวม ๓๔ ตัวชี้วัด
ระดับมัธยมศึกษำ รำยวิชำภำษำไทยพื้นฐำน ท ๒๑๑๐๑ ภำษำไทย ๑ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย ชั้นมัธยมศึกษำปี ที่ ๑ ค ำอธิบำยรำยวิชำ เวลำ ๖๐ ชั่วโมง/ภำคเรียน/ ๑.๕ หน่วยกิต ฝึกทกัษะการอ่านออกเสียงท้งัร้อยแกว้และร้อยกรอง สรุปใจความส าคัญ ระบุเหตุผลจากเรื่อง ที่อ่าน อธิบายคา เปรียบเทียบ ตีความคา ยากในเอกสารวชิาการ คดัลายมือตวับรรจงคร่ึงบรรทดัเขียน สื่อสาร บรรยาย เรียงความ ยอ่ความ พดูสรุปใจความสา คญัพดูแสดงความคิดเห็นเชิงสร้างสรรค์เล่า เรื่องยอ่อธิบายลกัษณะของเสียงในภาษาไทย การสร้างคา ประสม คา ซ้า คา ซอ้น คา พอ้ง วเิคราะห์ชนิดและหนา้ที่ของคา ในประโยค สรุปเน้ือหาวรรณคดีและวรรณกรรม ที่อ่าน วเิคราะห์และอธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน เพื่อน าไปประยุกต์ใช้ในชีวิต โดยใช้กระบวนการทางภาษา การสืบค้นความรู้ การจดบันทึก ใช้ความสามารถในการคิด การอภิปราย เพอื่ให้เกิดความรู้ความเขา้ใจในการเรียนรู้ใชค้วามสามารถในการสื่อสารกบัผอู้ื่นให้ เขา้ใจตรงกนัเห็นคุณค่าของภาษาไทย นา ความรู้ไปในการแกป้ัญหาใหเ้กิดประโยชน์ในชีวติ เป็ นผู้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ มีมารยาทในการอ่าน การเขียน การฟัง การดูและการพดู เห็นคุณค่าภาษาไทยซ่ึงเป็นเอกลกัษณ์ของชาติรักชาติศาสน์กษตัริย์ซื่อสตัยส์ุจริต มีวนิยั ใฝ่เรียนรู้ อยอู่ยา่งพอเพยีง มุ่งมนั่ในการทา งาน รักความเป็นไทยและมีจิตสาธารณะเพอื่ใหเ้กิดการเรียนรู้อยา่งมี ประสิทธิภาพ ภาคภูมิใจในภาษาไทย และรักษาไว้เป็ นสมบัติของชาติ ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕ ท ๒.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๙ ท ๓.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓ ท ๔.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔ ท ๕.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓ รวม ๒๑ ตัวชี้วัด
รำยวิชำภำษำไทยพื้นฐำน ท ๒๑๑๐๒ ภำษำไทย ๒ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย ช้ันมัธยมศึกษำปีที่๑ ค ำอธิบำยรำยวิชำ เวลำ ๖๐ ชั่วโมง/ภำคเรียน/ ๑.๕ หน่วยกิต ฝึกอ่านจบัใจความสา คญั โดยระบุขอ้สงัเกตและความสมเหตุสมผลจากการอ่านงานเขียน ประเภทชกัจูงโนม้นา้วใจ ปฏิบตัิตามเอกสารคู่มือแนะนา ต่าง ๆ เลือกอ่านหนงัสือตามความสนใจ วเิคราะห์คุณค่าที่ไดร้ับจากการอ่าน งานเขียนต่าง ๆ เพอื่นา ไปใชแ้กป้ัญหาในชีวติมีมารยาทในการ อ่านและการเขียน เขียนแสดงความคิดเห็น จดหมาย รายงาน โครงงาน พดูประเมินความน่าเชื่อถือ ของสื่อ พูดรายงาน มีมารยาทในการฟัง การดูและการพูด วเิคราะห์ความแตกต่างของภาษาพดูและ ภาษาเขียน แต่งกาพยย์านีจา แนกและใชส้า นวนที่เป็นคา พงัเพยและสุภาษิต สรุปความรู้ขอ้คิดจาก การอ่านวรรณคดีและวรรณกรรม ท่อจา บทอาขยานและบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจ โดยใชก้ระบวนการทางภาษา กระบวนการกลุ่มสมัพนัธ์จดัการเรียนรู้เพอื่พฒันาความคิด เรียนรู้แบบโครงงาน ให้รู้วธิีการแกป้ัญหาอยา่งเป็นระบบ วางแผน คิดวิเคราะห์ประเมินผล ฝึ กการเป็ นผู้น าและผู้ตาม มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี สามารถสร้างองค์ความรู้ น าเสนอ ความรู้เห็นคุณค่าของการนา ความรูไ้ปใชป้ระโยชน์ในชีวติประจา วนัมีคุณธรรม จริยธรรม และ มีมารยาทในการใช้ภาษา เป็นผมู้ีคุณลกัษณะอนัพงึประสงค์มีมารยาทในการอ่าน การเขียน การฟัง การดูและการพูด เห็นคุณค่าภาษาไทยซ่ึงเป็นเอกลกัษณ์ของชาติรักชาติศาสน์กษตัริย์ซื่อสตัยส์ุจริต มีวนิยั ใฝ่เรียนรู้ อยอู่ยา่งพอเพยีง มุ่งมนั่ในการทา งาน รักความเป็นไทยและมีจิตสาธารณะเพอื่ใหเ้กิดการเรียนรู้อยา่งมี ประสิทธิภาพ ภาคภูมิใจในภาษาไทย และรักษาไว้เป็ นสมบัติของชาติ ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๖, ม.๑/๗, ม.๑/๘, ม.๑/๙ ท ๒.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๖, ม.๑/๗, ม.๑/๘, ม.๑/๙ ท ๓.๑ ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖ ท ๔.๑ ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖ ท ๕.๑ ม.๑/๒, ม.๑/๔, ม.๑/๕ รวม ๒๒ ตัวชี้วัด
รำยวิชำภำษำไทยพื้นฐำน ท ๒๒๑๐๑ ภำษำไทย ๓ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย ช้ันมัธยมศึกษำปีที่๒ ค ำอธิบำยรำยวิชำ เวลำ ๖๐ ชั่วโมง/ภำคเรียน/ ๑.๕ หน่วยกิต ฝึกอ่านออกเสียงใหถู้กตอ้ง จบัใจความสา คญัของเรื่องที่อ่าน เขียนแผนผงัความคิด แสดง ความคิดเห็นและขอ้โตแ้ยง้จากการอ่าน ฝึกคดัลายมือตวับรรจงคร่ึงบรรทดัเขียนบรรยาย พรรณนา เรียงความ ยอ่ความ พดูสรุปใจความสา คญัจากการฟังและการดูวเิคราะห์ขอ้เทจ็จริงและขอ้คิดเห็น วจิารณ์เรื่องที่ฟังและดูไดอ้ยา่งมีเหตุผล สร้างค าสมาส วิเคราะห์โครงสร้างของประโยค ฝึ กการใช้ค า ราชาศพัท์สรุปเน้ือหา วิเคราะห์และวจิารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมทอ้งถิ่นทอี่่าน สรุปความรู้และ ขอ้คิดจากการอ่านไปประยกุตใ์ชใ้นชีวติจริง โดยใช้กระบวนการทางภาษา การสืบค้นความรู้ การจดบันทึก ใช้ความสามารถในการคิด การอภิปราย เพอื่ให้เกิดความรู้ความเขา้ใจในการเรียนรู้ใชค้วามสามารถในการสื่อสารกบัผอู้ื่นให้ เขา้ใจตรงกนัเห็นคุณค่าของภาษาไทย นา ความรู้ไปในการแกป้ัญหาใหเ้กิดประโยชน์ในชีวติ เป็นผมู้ีคุณลกัษณะอนัพงึประสงค์มีมารยาทในการอ่าน การเขียน การฟัง การดูและการพูด เห็นคุณค่าภาษาไทยซ่ึงเป็นเอกลกัษณ์ของชาติรักชาติศาสน์กษตัริย์ซื่อสตัยส์ุจริต มีวนิยั ใฝ่เรียนรู้ อยอู่ยา่งพอเพยีง มุ่งมนั่ในการทา งาน รักความเป็นไทยและมีจิตสาธารณะเพอื่ใหเ้กิดการเรียนรู้อยา่งมี ประสิทธิภาพ ภาคภูมิใจในภาษาไทย และรักษาไว้เป็ นสมบัติของชาติ ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔ ท ๒.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔ ท ๓.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓ ท ๔.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๔ ท ๕.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓ รวม ๑๗ ตัวชี้วัด
รำยวิชำภำษำไทยพื้นฐำน ท ๒๒๑๐๒ ภำษำไทย ๔ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย ช้ันมัธยมศึกษำปีที่๒ ค ำอธิบำยรำยวิชำ เวลำ ๖๐ ชั่วโมง/ภำคเรียน/ ๑.๕ หน่วยกิต ศึกษาวิเคราะห์จ าแนกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็น ระบุข้อสังเกตการชวนเชื่อจากเรื่องที่อ่าน อ่านหนงัสือและประเมินคุณค่าจากการอ่านเพอื่นา ไปใชแ้กป้ัญหาในชีวติเขียนรายงานจากการศึกษา คน้ควา้จดหมายกิจธุระ วเิคราะห์วจิารณ์แสดงความคิดเห็นเรื่องที่อ่านอยา่งมีเหตุผล พดูในโอกาสต่าง ๆ พดูรายงานจากการศึกษาคน้ควา้แต่งกลอนสุภาพ รวบรวมและอธิบายความหมายของค า ภาษาต่างประเทศที่ใชใ้นภาษาไทย อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่าน ท่องจา บท อาขยานและบทรอ้ยกรองที่มีคุณคา่ตามความสนใจ โดยใชก้ระบวนการทางภาษา กระบวนการกลุ่มสมัพนัธ์จดัการเรียนรู้เพอื่พฒันาความคิด เรียนรู้แบบโครงงาน ให้รู้วธิีการแกป้ัญหาอยา่งเป็นระบบ วางแผน คิดวิเคราะห์ประเมินผล ฝึ กการเป็ นผู้น าและผู้ตาม มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี สามารถสร้างองค์ความรู้ น าเสนอ ความรู้เห็นคุณค่าของการนา ความรูไ้ปใชป้ระโยชน์ในชีวติประจา วนัมีคุณธรรม จริยธรรม และ มีมารยาทในการใช้ภาษา เป็นผมู้ีคุณลกัษณะอนัพงึประสงค์มีมารยาทในการอ่าน การเขียน การฟัง การดูและการพดู เห็นคุณค่าภาษาไทยซ่ึงเป็นเอกลกัษณ์ของชาติรักชาติศาสน์กษตัริย์ซื่อสตัยส์ุจริต มีวนิยั ใฝ่เรียนรู้ อยอู่ยา่งพอเพยีง มุ่งมนั่ในการทา งาน รักความเป็นไทยและมีจิตสาธารณะเพอื่ใหเ้กิดการเรียนรู้อยา่งมี ประสิทธิภาพ ภาคภูมิใจในภาษาไทย และรักษาไว้เป็ นสมบัติของชาติ ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๕, ม.๒/๖, ม.๒/๗, ม.๒/๘ ท ๒.๑ ม.๒/๒, ม.๒/๕, ม.๒/๖, ม.๒/๗, ม.๒/๘ ท ๓.๑ ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖ ท ๔.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕ ท ๕.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕ รวม ๒๔ ตัวชี้วัด
รำยวิชำภำษำไทยพื้นฐำน ท ๒๓๑๐๑ ภำษำไทย ๕ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย ช้ันมัธยมศึกษำปีที่๓ ค ำอธิบำยรำยวิชำ เวลำ ๖๐ ชั่วโมง/ภำคเรียน/ ๑.๕ หน่วยกิต ฝึกอ่านออกเสียงไดถู้กตอ้ง เหมาะสม ระบุความแตกต่างของคา ใจความสา คญัและ รายละเอียดของขอ้มูลที่สนบัสนุนจากเรื่องที่อ่าน เขียนกรอบความคิด วเิคราะห์วิจารณ์และประเมิน เรื่องที่อ่านโดยใชก้ลวธิีการเปรียบเทียบ ประเมินความถูกตอ้งของขอ้มูลที่ใชส้นบัสนุนในเรื่องที่อ่าน ฝึกการคดัลายมือ เขียนขอ้ความ ชีวประวตัิยอ่ความ จดหมายกิจธุระ อธิบาย ช้ีแจงแสดงความ คิดเห็น และโตแ้ยง้อยา่งมีเหตุผล พดูแสดงความคิดเห็น พดูวเิคราะห์วจิารณ์เรื่องที่ฟังและดูเพื่อนา ข้อคิดมาประยกุตใ์ชใ้นการดา เนินชีวติพดูรายงานการศึกษาคน้ควา้เกี่ยวกบัภูมิปัญญาทอ้งถิ่น จา แนก และใชค้า ที่มาจากภาษาต่างประเทศ วเิคราะห์ประโยคซบัซอ้น ระดบัภาษา สรุปเน้ือหาวรรณคดีและ วรรณกรรมทอ้งถิ่น วเิคราะห์วถิีไทยและคุณค่าจากการอ่านวรรณกรรม โดยใช้กระบวนการทางภาษา การสืบค้นความรู้ การจดบันทึก ใช้ความสามารถในการคิด การอภิปราย เพอื่ให้เกิดความรู้ความเขา้ใจในการเรียนรู้ใชค้วามสามารถในการสื่อสารกบัผอู้ื่นให้ เขา้ใจตรงกนัเห็นคุณค่าของภาษาไทย นา ความรู้ไปในการแกป้ัญหาใหเ้กิดประโยชน์ในชีวติ เป็ นผู้มีคุณลักษณะอนัพงึประสงค์มีมารยาทในการอ่าน การเขียน การฟัง การดูและการพดู เห็นคุณค่าภาษาไทยซ่ึงเป็นเอกลกัษณ์ของชาติรักชาติศาสน์กษตัริย์ซื่อสตัยส์ุจริต มีวนิยั ใฝ่เรียนรู้ อยอู่ยา่งพอเพยีง มุ่งมนั่ในการทา งาน รักความเป็นไทยและมีจิตสาธารณะเพอื่ใหเ้กิดการเรียนรู้อยา่งมี ประสิทธิภาพ ภาคภูมิใจในภาษาไทย และรักษาไว้เป็ นสมบัติของชาติ ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖ ท ๒.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖ ท ๓.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓ ท ๔.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๓ ท ๕.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒ รวม ๒๐ ตัวชี้วัด
รำยวิชำภำษำไทยพื้นฐำน ท ๒๓๑๐๒ ภำษำไทย ๖ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้ภำษำไทย ช้ันมัธยมศึกษำปีที่๓ ค ำอธิบำยรำยวิชำ เวลำ ๖๐ ชั่วโมง/ภำคเรียน/ ๑.๕ หน่วยกิต วิเคราะห์วิจารณ์ความสมเหตุสมผลของเรื่องที่อ่าน แสดงความคิดเห็น ตีความ ประเมิน คุณค่าแนวคิดที่ไดจ้ากการอ่านงานเขียน เพอื่นา ไปใชแ้กป้ัญหาในชีวติเขียนวิจารณ์แสดงความรู้ความ คิดเห็น เขียนรายงาน โครงงาน กรอกแบบสมคัรงาน ฝึกพดูในโอกาสต่าง ๆ พดูโนม้นา้วอยา่งมี เหตุผลและน่าเชื่อถือ ใชค้า ทบัศพัท์ศพัทบ์ญัญตัิ ศพัทท์างวิชาการและวชิาชีพ แต่งโคลงสี่สุภาพ สรุปความรู้ขอ้คิดจากการอ่านวรรณคดีและวรรณกรรม เพอื่นา ไปใชป้ระยกุตใ์นชีวติประจา วนั ท่องจา และบอกคุณค่าบทอาขยานและบทร้อยกรองตามความสนใจและนา ไปใชอ้า้งอิง โดยใชก้ระบวนการทางภาษา กระบวนการกลุ่มสมัพนัธ์จดัการเรียนรู้เพอื่พฒันาความคิด เรียนรู้แบบโครงงาน ให้รู้วธิีการแกป้ัญหาอยา่งเป็นระบบ วางแผน คิดวิเคราะห์ประเมินผล ฝึ กการเป็ นผู้น าและผู้ตาม มีความสามารถในการใช้เทคโนโลยี สามารถสร้างองค์ความรู้ น าเสนอ ความรู้เห็นคุณค่าของการนา ความรูไ้ปใชป้ระโยชน์ในชีวติประจา วนัมีคุณธรรม จริยธรรม และ มีมารยาทในการใช้ภาษา เป็นผมู้ีคุณลกัษณะอนัพงึประสงค์มีมารยาทในการอ่าน การเขียน การฟัง การดูและการพดู เห็นคุณค่าภาษาไทยซ่ึงเป็นเอกลกัษณ์ของชาติรักชาติศาสน์ กษัตริย์ ซื่อสัตย์สุจริต มีวินัย ใฝ่ เรียนรู้ อยอู่ยา่งพอเพยีง มุ่งมนั่ในการทา งาน รักความเป็นไทยและมีจิตสาธารณะเพอื่ใหเ้กิดการเรียนรู้อยา่งมี ประสิทธิภาพ ภาคภูมิใจในภาษาไทย และรักษาไว้เป็ นสมบัติของชาติ ตัวชี้วัด ท ๑.๑ ม.๓/๒, ม.๓/๕, ม.๓/๗, ม.๓/๘, ม.๓/๙, ม.๓/๑๐ ท ๒.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๒, ม.๓/๗, ม.๓/๘, ม.๓/๙, ม.๓/๑๐ ท ๓.๑ ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖ ท ๔.๑ ม.๓/๑, ม.๓/๓, ม.๓/๔, ม.๓/๕, ม.๓/๖ ท ๕.๑ ม.๓/๒, ม.๓/๓, ม.๓/๔ รวม ๒๔ ตัวชี้วัด
กลุ่มสำระกำรเร ี ยนร ู้คณติศำสตร ์ ควำมส ำคัญของคณิตศำสตร์ คณิตศาสตร์มีบทบาทส าคัญยิ่งต่อความส าเร็จในการเรียนรู้ในศตวรรษที่๒๑ เนื่องจาก คณิตศาสตร์ช่วยให้มนุษยม์ีความคิดริเริ่มสร้างสรรค์คิดอยา่งมีเหตุผลเป็ นระบบ มีแบบแผน สามารถ วิเคราะห์ปัญหา หรือสถานการณ์ได้อย่างรอบคอบและถี่ถ้วน ช่วยให้คาดการณ์วางแผน ตัดสินใจ แกป้ัญหาไดอ้ยา่งถูกตอ้ง เหมาะสม และสามารถนา ไปใชใ้นชีวติจริงไดอ้ยา่งมีประสิทธิภาพ นอกจากน้ี คณิ ตศาสตร์ยังเป็ นเครื่องมือ ในการศึกษาด้านวิทยาศาสตร์เทคโนโลยีและศาสตร์อื่น ๆ อันเป็ น รากฐานในการพัฒนาทรัพยากรบุคคลของ ชาติให้มีคุณภาพและพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศให้ ทดัเทียมกบันานาชาติการศึกษาคณิตศาสตร์จึงจา เป็นตอ้งมีการพฒันาอยา่งต่อเนื่อง เพอื่ใหท้นัสมยัและ สอดคลอ้งกบัสภาพเศรษฐกิจ สงัคม และความรู้ทางวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยทีี่เจริญกา้วหนา้อยา่ง รวดเร็วในยุคโลกาภิวัตน์ ตัวช้ีวดัและสาระการเรียนรู้แกนกลาง กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์(ฉบับปรับปรุง พ.ศ.2560) ตามหลกัสูตรแกนกลางการศึกษาข้นัพ้นืฐาน พุทธศักราช 2551 ฉบบัน้ีจดัทา ข้ึนโดยคา นึงถึง การส่งเสริมใหผู้เ้รียนมีทกัษะที่จา เป็นสา หรับการเรียนรู้ในศตวรรษที่๒๑ เป็ นส าคัญ นั่นคือการเตรียม ผู้เรียนให้มีทักษะ ด้านการคิดวิเคราะห์การคิดอย่างมีวิจารณญาณ การแก้ปัญหาการคิดสร้างสรรค์ การใช้เทคโนโลยีการสื่อสารและการร่วมมือ ซ่ึงจะส่งผลให้ผเู้รียนรู้เท่าทนัการเปลี่ยนแปลงของระบบ เศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม และสภาพแวดล้อม สามารถแข่งขนัและอยรู่ ่วมกบั ประชาคมโลกได้ท้งัน้ี การจัดการเรียนรู้คณิตศาสตร์ที่ประสบความสา เร็จน้นั จะต้องเตรียมผู้เรียน ให้มีความพร้อมที่จะเรียนรู้ สิ่ง ต่าง ๆ พร้อมที่จะประกอบอาชีพเมื่อจบการศึกษา หรือสามารถศึกษาต่อในระดบัที่สูงข้ึน ดงัน้ัน สถานศึกษาควรจัดการเรียนรู้ให้เหมาะสมตามศักยภาพของผู้เรียน กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์จัดเป็ น ๓ สาระไดแ้ก่จ านวนและพีชคณิต การวัดและ เรขาคณิต สถิติและความน่าจะเป็น จ ำนวนและพีชคณิต เรียนรู้เกี่ยวกบัระบบจา นวนจริง สมบตัิเกี่ยวกับจา นวนจริง อัตราส่วน ร้อยละการประมาณค่าการแกป้ ัญหาเกี่ยวกบัจา นวน การใช้จ านวนในชีวิตจริงแบบรูป ความสัมพันธ์ ฟังก์ชนัเซต ตรรกศาสตร์นิพจน์เอกนาม พหุนาม สมการ ระบบสมการอสมการกราฟ ดอกเบ้ียและ มูลค่าของเงิน ล าดับและอนุกรม และการน าความรู้เกี่ยวกับจา นวนและพีชคณิตไปใช้ในสถานการณ์ ต่าง ๆ กำรวัดและเรขำคณิต ความยาว ระยะทาง น้ าหนัก พ้ืนที่ปริมาตรและความจุเงินและเวลา หน่วยวดัระบบต่าง ๆ การคาดคะเนเกี่ยวกบัการวดัอตัราส่วนตรีโกณมิติรูปเรขาคณิตและสมบัติของ รูปเรขาคณิต การนึกภาพ แบบจ าลองทางเรขาคณิต ทฤษฎีบททางเรขาคณิต การแปลงทางเรขาคณิต ในเรื่องการเลื่อนขนาน การสะท้อน การหมุน และการนา ความรู้เกี่ยวกบั การวัดและเรขาคณิตไปใช้ใน สถานการณ์ต่าง ๆ
สถิติและควำมน่ำจะเป็ น เรียนรู้เกี่ยวกับ การต้งัคา ถามทางสถิติการเก็บรวบรวมขอ้มูลการ คา นวณค่าสถิติการน าเสนอและแปลผลส าหรับข้อมูลเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ หลกัการนับเบ้ืองตน้ ความน่าจะเป็น การใชค้วามรู้เกี่ยวกบัสถิติและความน่าจะเป็นในการอธิบายเหตุการณ์ต่าง ๆ และช่วย ในการตัดสินใจ สำระและมำตรฐำนกำรเรียนรู้ สำระที่๑จ ำนวนและพีชคณิต มำตรฐำน ค ๑.๑ เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจ านวน ระบบจ านวน การด าเนินการของ จ านวน ผลที่เกิดข้ึนจากการดา เนินการ สมบัติของการด าเนินการและน าไปใช้ มำตรฐำน ค ๑.๒ เข้าใจและวิเคราะห์แบบรูป ความสัมพันธ์ฟังกช์นั ล าดับและอนุกรม และน าไปใช้ มำตรฐำน ค ๑.๓ ใช้นิพจน์สมการและอสมการอธิบายความสัมพันธ์หรือช่วยแกป้ัญหาที่กา หนดให้ สำระที่๒ กำรวัดและเรขำคณิต มำตรฐำน ค ๒.๑ เขา้ใจพ้นืฐานเกี่ยวกบัการวดัวดัและคาดคะเนขนาดของสิ่งที่ตอ้งการวดัและ น าไปใช้ มำตรฐำน ค ๒.๒ เข้าใจและวิเคราะห์รูปเรขาคณิต สมบัติของรูปเรขาคณิต ความสมัพนัธร์ะหวา่งรูป เรขาคณิตและทฤษฎีบททางเรขาคณิต และน าไปใช้ สำระที่๓ สถิติและควำมน่ำจะเป็น มำตรฐำน ค ๓.๑ เข้าใจกระบวนการทางสถิติและใชค้วามรู้ทางสถิติในการแกป้ัญหา มำตรฐำน ค ๓.๒ เขา้ใจหลกัการนบัเบ้ืองตน้ความน่าจะเป็น และน าไปใช้
โครงสร้ำงรำยวิชำ รายวิชาตามโครงสร้างหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนบา้นท่าชา้ง พุทธศักราช ๒๕๕๓ กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ ระดับประถมศึกษำ รำยวิชำคณิตศำสตร์พื้นฐำน ระดับชั้น รหัส ชื่อรำยวิชำ เวลำเรียนรำยปี ช้นั ป. ๑ ค ๑๑๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๑ ๕ ชวั่โมง/สปัดาห์(๒๐๐/ปี ) ช้นั ป. ๒ ค ๑๒๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๒ ๕ ชวั่โมง/สปัดาห์(๒๐๐/ปี ) ช้นั ป. ๓ ค ๑๓๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๓ ๕ ชวั่โมง/สปัดาห์(๒๐๐/ปี ) ช้นั ป. ๔ ค ๑๔๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๔ ๔ ชวั่โมง/สปัดาห์(๑๖๐/ปี ) ช้นั ป. ๕ ค ๑๕๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๕ ๔ ชวั่โมง/สปัดาห์(๑๖๐/ปี ) ช้นั ป. ๖ ค ๑๖๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๖ ๔ ชวั่โมง/สปัดาห์(๑๖๐/ปี ) ระดับมัธยมศึกษำตอนต้น รำยวิชำคณิตศำสตร์พื้นฐำน ระดับชั้น รหัส ชื่อรำยวิชำ เวลำเรียนรำยภำค ช้นัม. ๑ ค ๒๑๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๑ ๓ ชวั่โมง/สปัดาห์(๑.๕ หน่วยกิต) ค ๒๑๑๐๒ คณิตศาสตร์๒ ๓ ชวั่โมง/สปัดาห์(๑.๕ หน่วยกิต) ช้นัม. ๒ ค ๒๒๑๐๑ คณิตศาสตร์๓ ๓ ชวั่โมง/สปัดาห์(๑.๕ หน่วยกิต) ค ๒๒๑๐๒ คณิตศาสตร์๔ ๓ ชวั่โมง/สปัดาห์(๑.๕ หน่วยกิต) ช้นัม. ๓ ค ๒๓๑๐๑ คณิตศาสตร์๕ ๓ ชวั่โมง/สปัดาห์(๑.๕ หน่วยกิต) ค ๒๓๑๐๒ คณิตศาสตร์๖ ๓ ชวั่โมง/สปัดาห์(๑.๕ หน่วยกิต)
ระดับประถมศึกษำ รำยวิชำคณิตศำสตร์พื้นฐำน ค ๑๑๑๐๑ คณิตศำสตร์ ๑ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้คณิตศำสตร์ ชั้นประถมศึกษำปี ที่ ๑ ค ำอธิบำยรำยวิชำ เวลำ ๒๐๐ ชั่วโมง/ปี ศึกษาฝึกทกัษะการคิดคา นวณ และฝึกการแกป้ัญหาเกี่ยวกบัความรู้น้นั ไปประยกุตใ์ชใ้น สาระการเรียนรู้ จ ำนวนนับ ๑ ถึง๑๐๐ และ ๐ การใช้จ านวนบอกปริมาณ การเขียนการอ่านตวัเลขฮินดูอารบิกและ ตัวเลขไทยแสดงจ านวน ค่าประจา หลกัการเขียนในรูปกระจาย การเปรียบเทียบจา นวน การใช้ เครื่องหมาย = > < การเรียงล าดับจ านวน กำรบวก กำรลบ บวก ลบระคน และโจทย์ปัญหำ ความหมายของการบวก และการใช้เครื่องหมาย บวกการบวกที่ไม่มีการทด ความหมายของการลบ และการใชเ้ครื่องหมายลบ การลบที่ไม่มีกระจาย การบวก ลบระคน โจทย์ปัญหาการบวก ลบ ระคน โจทย์ปัญหาการบวก ลบ ระคน การสร้างโจทย์ ปัญหา การบวก ลบ แบบรูปและควำมสัมพันธ์การสงัเกตลา ดบัของจา นวนการนบัเพมิ่ทีละ ๑ และทีละ ๒ การนับลด ทีละ ๑ ล าดับของรูปเรขาคณิตและ แบบรูปอื่น ๆ ที่สมัพนัธก์นั ในลกัษณะของรูปร่างขนาด สี กำรวัดควำมยำวและระยะทางการวดัความยาวความสูงและระยะทางโดยใชเ้ครื่องมือที่มีหน่วย วดัไม่ใช่หน่วยมาตรฐาน กำรชั่ง การชงั่โดยใชเ้ครื่องชงั่ที่มีหน่วยไม่ใช่มาตรฐาน การแกป้ัญหา กำรตวงการตวงโดยใชเ้ครื่องตวงที่มีหน่วยไม่ใช่มาตรฐาน การแกป้ัญหา เวลำ การแบ่งช่วงเวลาในแต่ละวนัและจา นวนวนัและชื่อวนัในหน่ึงสปัดาห์การอ่านปฏิทิน กำรเตรียมควำมพร้อมทำงคณิตศำสตร์ การจดักลุ่มเรขาคณิต โดยการจัดประสบการณ์ให้นักเรียนได้ศึกษาค้นคว้า ปฏิบัติจริงทดลองสรุปรายงานพัฒนาทักษะ และกระบวนการในการคิดคา นวณ การแกป้ัญหาการใชเ้หตุผลการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์และ นา ประสบการณ์ดา้นความรู้ความคิดทกัษะกระบวนการที่นา ไปใชใ้นการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ใน ชีวติประจา วนัอยา่งสร้างสรรคร์วมท้งัการเห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถท างาน อยา่งมีระบบ รอบคอบมีความรับผดิชอบ มีวจิารณญาณและมีความเชื่อมนั่ในตนเอง ตัวชี้วัด ค ๑.๑ ป ๑/๑ , ป ๑/๒ , ค ๑.๒ ป๑/๑ , ป ๑/๒ , ค ๒.๑ ป๑/๑ , ป ๑/๒ , ค ๓.๑ ป ๑/๑ , รวม ๗ ตัวชี้วัด
รำยวิชำคณิตศำสตร์พื้นฐำน ค ๑๒๑๐๑ คณิตศำสตร์ ๒ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้คณติศำสตร์ช้ันประถมศึกษำปีที่๒ ค ำอธิบำยรำยวิชำ เวลำ ๒๐๐ ชั่วโมง/ปี ศึกษาฝึกทกัษะการคิดคา นวณ และฝึกการแกป้ัญหาเกี่ยวกบัความรู้น้นั ไปประยกุตใ์ชใ้น สาระการเรียนรู้ จ ำนวนนับ ๑ถึง๑,๐๐๐และ ๐การใชต้วัเลขแสดงจา นวน การเขียนการอ่านตวัเลขฮินดูอารบิก และตวัเลขไทยแสดงจา นวน ค่าประจา หลกัการเขียนในรูปกระจายการเปรียบเทียบจ านวน การใช้ เครื่องหมาย = > < การเรียงลา ดบัจา นวน การนบัเพมิ่ทีละ ๕ ที่ละ ๑๐ และทีละ ๑๐๐ การ นับลดทีละ ๒ ทีละ ๑๐ และทีละ ๑๐๐ กำรบวก กำรลบ กำรบวก ลบระคน และโจทย์ปัญหำ การบวก ลบ ความหมายของการคูณ และ การใชเ้ครื่องหมายคูณ การคูณจา นวนหน่ึงหลกักบัจา นวนไม่เกินสองหลกัความหมายของ การ หารและการใช้เครื่องหมายหาร การหารที่ตัวหารและผลหารมีหนึ่งหลัก การบวก ลบ คูณ หารระคน แบบรูปและควำมสัมพันธ์แบบรูปของจา นวนที่เพมิ่ทีละ ๕ ทีละ ๑๐ และทีละ ๑๐๐ แบบรูป ของจ านวนที่ลดทีละ ๒ ที่ละ ๑๐ และทีละ ๑๐๐ แบบรูปของรูปที่มีรูปร่างขนาด หรือสีที่สมัพนัธก์นั อยา่งใดอยา่งหน่ึง รูปเรขำคณติ รูปเรขาคณิตสองมิติ การเขียนรูปเรขาคณิตสองมิติ รูปสามเหลี่ยม รูปสี่เหลี่ยม รูปวงกลม รูปวงรี โดยใช้แบบรูปเรขาคณิต(Template) รูปเรขาคณิตสามมิติ ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก ทรง กลม ทรงกระบอกการจา แนกรูปเรขาคณิตสองมิติกบัสามมิติ กำรวัดควำมยำวและระยะทำง การวัดความยาว การเปรียบเทียบความยาว ( หน่วยเดียวกนั ) การ ชงั่น้า หนกัการเปรียบเทียบน้า หนกั ( หน่วยเดียวกนั ) การตวง การเปรียบเทียบปริมาตร และความจุ การแกป้ัญหาเกี่ยวกบัการวดัความยาวโจทยป์ ัญหาเกี่ยวกบัการชงั่ กำรอ่ำนและเขียนเวลำ บอกเวลาเป็นนาฬิกา ช่วงเวลา ๕ นาทีการอ่านปฏิทนิเดือน และอนัดบัที่ ของเดือน เงินลักษณะและค่ำของเงินเหรียญ ชนิดและค่าของเงินเหรียญ และธนบตัรการเปรียบเทียบค่า ของเงินเหรียญ และธนบตัรการบอกจา นวนเงินท้งัหมด และโจทยป์ ัญหาเกี่ยวกบัเงิน โดยการจัดประสบการณ์ให้นักเรียนได้ศึกษาค้นคว้า ปฏิบัติจริงทดลองสรุปรายงานพัฒนาทักษะ และกระบวนการในการคิดคา นวณ การแกป้ัญหาการใชเ้หตุผลการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์และ น าประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิดทักษะกระบวนการที่น าไปใช้ในการเรียนรู้ สิ่งต่าง ๆ ในชีวติประจา วนัอยา่งสร้างสรรคร์วมท้งัการเห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทา งานอยา่งมีระบบ รอบคอบมีความรับผดิชอบ มีวจิารณญาณและมีความเชื่อมนั่ในตนเอง ตัวชี้วัด ค ๑.๑ ป ๒/๑ , ป ๒/๒ , ค ๑.๒ ป๒/๑ , ป ๒/๒ , ค ๒.๑ ป๒/๑ - ป ๒/๖ , ค ๒.๒ ป๒/๑ , ค ๓.๑ ป ๒/๑ - ป ๒/๓ , ค ๓.๒ ป ๒/๑ รวม ๑๐ ตัวชี้วัด
รำยวิชำคณิตศำสตร์พื้นฐำน ค ๑๓๑๐๑ คณิตศำสตร์ ๓ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้คณติศำสตร์ช้ันประถมศึกษำปีที่๓ ค ำอธิบำยรำยวิชำ เวลำ ๒๐๐ ชั่วโมง/ปี ศึกษาฝึกทกัษะการคิดคา นวณ และฝึกการแกป้ัญหาเกี่ยวกบัความรู้น้นั ไปประยกุตใ์ชใ้น สาระการเรียนรู้ จ ำนวนนับ ๑ ถึง๑๐๐,๐๐๐ และ ๐ การเขียนการอ่านตวัเลขฮินดูอารบิก ตวัเลขไทยและตัวหนังสือ แสดงจา นวน ค่าประจา หลกั การเขียนตัวเลขแสดงจ านวนในรูปกระจายการเปรียบเทียบจ านวน การใช้ เครื่องหมาย = > < การเรียงล าดับจ านวน การบวก การลบ การบวกการลบระคน และโจทย์ ปัญหา การตระหนักถึงความสมเหตุสมผลของค าตอบที่ได้จากการค านวณ แบบรูปและควำมสัมพันธ์การสงัเกตลา ดบัของจา นวน การนบัเพมิ่ทีละ ๓ ทีละ๔ ทีละ ๒๕ และทีละ ๕๐ การนับลดทีละ ๓ ทีละ๔ ทีละ ๒๕ และทีละ ๕๐ ล าดับของรูปเรขาคณิตและ แบบรูปอื่น ๆ เรขำคณิต รูปเรขาคณิตสองมิติ การเขียนรูปเรขาคณิตสองมิติโดยใช้แบบรูปเรขาคณิต( template) รูปเรขาคณิตสามมิติการจา แนกรูปเรขาคณิตสองมิติสามมิติรูปที่มีแกนสมมาตรจุด ส่วนของเส้นตรง รังสี เส้นตรง จุดตัดและมุม กำรวัดควำมยำวและระยะทำง การวดัความยาวความสูงและระยะทางโดยใชเ้ครื่องมือที่มีหน่วย วดัที่เป็นหน่วยมาตรฐาน การเลือกเครื่องวดัและหน่วยวดัความยาวความสูงและระยะทางการ เปรียบเทียบความยาวความสมัพนัธข์องหน่วยความยาวการคะเนความยาว ความสูงและระยะทาง การ แกป้ัญหา เกี่ยวกบัความสูงและระยะทาง กำรชั่งและกำรหำปริมำตรการเลือกเครื่องชงั่ที่เหมาะสม การเปรียบเทียบน้า หนกัการคะเน น้า หนกัและการนา ไปใช้การหาความจุการเปรียบเทียบปริมาตรของสิ่งของและความจุของภาชนะ การคาดคะเนปริมาตรของสิ่งของและความจุของภาชนะ การแกป้ัญหาเกี่ยวกบัการวดัน้า หนกัและ ปริมาตร เวลำ การอ่านและเขียนเวลาเป็นนาฬิกาและนาทีการบนัทึกเวลาการแกป้ัญหาเกี่ยวกบัเวลา ความสัมพันธข์องหน่วยวดัเวลา เงิน การอ่านและการเขียนจา นวนเงินโดยใชจุ้ด การอ่าน และเขียนบนัทึกรายรับรายจ่าย การแกโ้จทยป์ ัญหาเกี่ยวกบัเงิน สถิติเบื้องต้นและกำรวิเครำะห์ข้อมูลการเก็บรวบรวมขอ้มูลการจา แนกและการจดัประเภทของ สิ่งของตามลกัษณะของขอ้มูลการอ่านแผนภูมิรูปภาพและอภิปรายการอ่านแผนภูมิแท่ง
โดยการจัดประสบการณ์ให้นักเรียนได้ศึกษาค้นคว้า ปฏิบัติจริงทดลองสรุปรายงานพัฒนาทักษะ และกระบวนการในการคิดคา นวณ การแกป้ัญหาการใชเ้หตุผลการสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์และ น าประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิดทักษะกระบวนการที่น าไปใช้ในการเรียนรู้สิ่งต่าง ๆ ใน ชีวติประจา วนัอยา่งสร้างสรรคร์วมท้งัการเห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์สามารถทา งาน อยา่งมีระบบ รอบคอบมีความรับผดิชอบ มีวจิารณญาณและมีความเชื่อมนั่ในตนเอง ตัวชี้วัด ค ๑.๑ ป ๓/๑ , ป ๓/๒ , ค ๑.๒ ป๓/๑ , ป ๓/๒ , ค ๒.๑ ป๓/๑ - ป ๓/๖ , ค ๒.๒ ป๓/๑ , ป ๓/๒ , ค ๓.๑ ป ๓/๑ - ป ๓/๓ , ค ๓.๒ ป ๓/๑ ,ป ๓/๒ รวม ๑๒ ตัวชี้วัด
รำยวิชำคณิตศำสตร์พื้นฐำน ค ๑๔๑๐๑ คณิตศำสตร์ ๔ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้คณติศำสตร์ช้ันประถมศึกษำปีที่๔ ค ำอธิบำยรำยวิชำ เวลำ ๑๖๐ ชั่วโมง /ปี ศึกษาฝึกทกัษะการคิดคา นวณ และฝึกการแกป้ัญหาเกี่ยวกบัความรู้น้นั ไปประยกุตใ์ชใ้นสาระ การเรียนรู้ จ ำนวนนับที่มำกกว่ำ ๑๐๐,๐๐๐ การบอกจา นวน การเขียนและการอ่านตวัเลขอินดูอารบิก ตัวเลข ไทย และตัวหนังสือแสดงจ านวนนับ หลักและค่าของตวัเลขในแต่ละหลกัของจา นวนนบั การเขียน ในรูปกระจาย การเปรียบเทียบจ านวน การใช้เครื่องหมาย = , , > , <ในการเปรียบเทียบจ านวนนับ และการเรียงล าดับจ านวน กำรบวกกำรลบ กำรคูณ กำรหำรจ ำนวน และโจทย์ปัญหำการบวก การลบที่มีหลายหลัก การ คูณจ านวนที่มีหนึ่งหลกักบัจา นวนมากกวา่สี่การคูณจา นวนมากกวา่หน่ึงหลกักบัจา นวนมากกวา่สอง หลักการหารที่ตวัหารไม่เกินสามหลกัการบวกลบ คูณ หารระคน การเฉลี่ยโจทยป์ ัญหา เศษส่วนและกำรบวก กำรลบ เศษส่วน ความหมายการอ่านและการเขียนเศษส่วน การเปรียบเทียบเศษส่วนที่มีส่วนเท่ากนัการใชเ้ครื่องหมายแสดงการเปรียบเทียบ การบวกการลบ เศษส่วนที่มีส่วนเท่ากนั ทศนิยม ความหมายของทศนิยม การอ่าน การเขยีนทศนิยมหน่ึงตา แหน่งการเปรียบเทียบ และ การเรียงล าดับทศนิยม การใช้เครื่องหมายแสดงการเปรียบเทียบ กำรวัดควำมยำว ความสมัพนัธข์องหน่วยความยาวที่มีหน่วยเป็นกิโลเมตรเมตรเซนติเมตร มิลลิเมตรและวาการเลือกเครื่องมือในการวดัและหน่วยและหน่วยการวดัความยาวการคะเน ความยาวความสมัพนัธร์ะหวา่งหน่วยการวดัความยาว มาตราส่วน โจทยป์ ัญหาและสถานการณ์ กำรหำพื้นที่จากการนบัตารางการหาพ้นืที่โดยประมาณจากการนบัตารางการหาพ้นืที่ของรูป สี่เหลี่ยมมุมฉากการแกป้ัญหาโจทยแ์ละสถานการณ์ กำรชั่ง ความสมัพนัธข์องหน่วยการชงั่วดัน้า หนกัที่มีหน่วยเป็นเมตริกตนักิโลกรัม กรัม และ ขีด การเลือกเครื่องชงั่และหน่วยการชงั่การคะเนน้า หนกัความสมัพนัธร์ะหวา่งหน่วยการชงั่การแก้ โจทย์ปัญหาและสถานการณ์ กำรตวงการวดัปริมาตรที่มีหน่วยเป็นลูกบาศกเ์มตรลูกบาศกเ์ซนติเมตรลิตรถงัการเลือก หน่วยการวดัและคาดคะเนปริมาตรหรือความจุความสมัพนัธร์ะหวา่งหน่วยการวดัปริมาตร การแกป้ัญหาและสถานการณ์ เงิน การเขียนและการอ่านบนัทึกกิจกรรมหรือเหตุการณ์ระบุเวลาการอ่านตารางเวลา การเขียนบนัทึกรายรับรายจ่ายการแกโ้จทยป์ ัญหาและสถานการณ์
เวลำการบอกเวลาการอ่านและการเขียนบอกเวลาโดยใชจุ้ดการบอกระยะเวลาการบันทึกและ การอ่านกิจกรรมเหตุการณ์ต่างๆ ที่ระบุเวลาความสมัพนัธร์ะหวา่งนาทีชวั่โมงวนัสปัดาห์เดือน และปี การแกโ้จทยป์ ัญหาและสถานการณ์ รูปเรขำคณติและสมบัติบำงประกำรของรูปเรขำคณติส่วนประกอบของมุม การเขียนชื่อและ สัญลักษณ์แทนมุม ชนิดของมุม ( มุมฉาก มุมแหลม มุมป้าน ) เส้นขนาน และสัญลักษณ์แสดงเส้นขนาน รูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก รูปสี่เหลี่ยมจตัุรัส และรูปสี่เหลี่ยมผนืผา้เสน้ทแยงมุม เสน้ขนาน ส่วนประกอบของ รูปวงกลม รูปที่มีแกนสมมาตร การประดิษฐ์ลวดลายโดยใช้รูปเรขาคณิต แบบรูปและควำมสัมพันธ์แบบรูปของจา นวนนบัที่เพมิ่ข้ึนหรือลดลงคร้ังละเท่าๆ กนัแบบรูป ของรูปเรขาคณิตและแบบรูปอื่นๆ สถิติและควำมน่ำจะเป็ นเบื้องต้น การเก็บรวบรวมขอ้มูลและการจา แนกขอ้มูลการอ่าน แผนภูมิรูปภาพ แผนภูมิแท่งและตารางการรวบรวมขอ้มูลการเขียนแผนภูมิรูปภาพ แผนภูมิแท่ง โดยการจัดประสบการณ์ให้นักเรียนได้ศึกษาค้นคว้า ปฏิบัติจริง ทดลองสรุปรายงาน พัฒนา ทักษะและกระบวนการในการคิดค านวณ การแกป้ัญหาการใชเ้หตุผลการสื่อความหมายทาง คณิตศาสตร์และนา ประสบการณ์ดา้นความรู้ความคิดทกัษะกระบวนการที่นา ไปใชใ้นการเรียนรู้สิ่ง ต่างๆในชีวติประจา วนัอยา่งสร้างสรรค์รวมท้งัการเห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์สามารถ ทา งานอยา่งมีระบบ รอบคอบ มีความรับผดิชอบ มีวจิารณญาณและมีความเชื่อมนั่ในตวัเอง ตัวชี้วัด ค ๑.๑ ป ๔/๑ , ป ๔/๒ , ค ๑.๒ ป๔/๑ , ป ๔/๒ , ป๔/๓ ค ๒.๑ ป๔/๑ - ป ๔/๖ , ค ๒.๒ ป๔/๑ , ป ๔/๒ , ป ๔/๓ ค ๓.๑ ป ๔/๑ - ป ๔/๕ , ค ๓.๒ ป ๔/๑ รวม ๑๓ ตัวชี้วัด
รำยวิชำคณิตศำสตร์พื้นฐำน ค ๑๕๑๐๑ คณิตศำสตร์ ๕ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้คณติศำสตร์ช้ันประถมศึกษำปีที่๕ ค ำอธิบำยรำยวิชำ เวลำ ๑๖๐ ชั่วโมง/ปี ศึกษาฝึกทกัษะการคิดคา นวณ และฝึกการแกป้ัญหาเกี่ยวกบัความรู้น้นั ไปประยกุตใ์ชใ้น สาระการเรียนรู้ จ ำนวนนับที่มำกกว่ำ ๑๐๐,๐๐๐ หลกัและค่าของตวัเลขแต่ละหลกัการเขียนในรูปกระจายการ เปรียบเทียบจ านวน การใช้เครื่องหมาย = , , > , <ในการเปรียบเทียบจ านวน การเรียงล าดับจ านวน ค่าประมาณเป็นจา นวนเตม็สิบ เตม็ร้อยเตม็พนั กำรบวกกำรลบ กำรคูณ กำรหำรจ ำนวน และโจทย์ปัญหำ การบวก การลบที่มีหลายหลัก การ คูณจา นวนที่มีหน่ึงหลกักบัจา นวนที่มีหลายหลกัการหารจา นวนไม่เกินสามหลกัการบวกลบ คูณ การ หารและการบวก ลบ คูณ หารระคนของจ านวนนับ การสร้างโจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หาร และการ บวก ลบ คูณ หารระคนของจ านวนนับ เศษส่วนและกำรบวก กำรลบ เศษส่วน ความหมายการอ่านและการเขียนเศษส่วนแท้เศษเกิน จ านวนคละการเปรียบเทียบเศษส่วนที่มีส่วนเท่ากนัการใชเ้ครื่องหมายแสดงการเปรียบเทียบ การบวก การลบเศษส่วนที่มีส่วนเท่ากนัเศษส่วนที่เท่ากบัจา นวนนบัเศษส่วนที่เท่ากนัการเขียนเศษส่วนในรูป จา นวนคละการเขียนจา นวนคละในรูปเศษเกิน การเปรียบเทียบและเรียงลา ดบัเศษส่วนที่ตวัส่วนตวั หน่ึงเป็นพหุคูณของตวัส่วนอีกตวัหน่ึงการบวกลบเศษส่วนที่ตวัส่วนตวัหน่ึงเป็นพหุคูณของตวัส่วนอีก ตวัหน่ึงการคูณเศษส่วนกบัจา นวนนบัการคูณเศษส่วนกบัจา นวนนบัการหารเศษส่วนด้วยจ านวนนับ การหารจา นวนนบัดว้ยเศษส่วน การหารเศษส่วนดว้ยเศษส่วน การบวกลบ คูณระคนของเศษส่วน โจทยป์ ัญหาการบวกลบ คูณ หารเศษส่วน โจทยป์ ัญหาการบวกลบ คูณระคนของเศษส่วน ทศนิยม ความหมายของทศนิยม การอ่าน การเขยีนทศนิยมไม่เกินสองตา แหน่งการเปรียบเทียบ ทศนิยมไม่เกินสองตา แหน่งการบวกการลบทศนิยมไม่เกินสองตา แหน่งการคูณทศนิยมไม่เกินสอง ตา แหน่งกบัจา นวนนบัการคูณทศนิยมหน่ึงตา แหน่งกบัทศนิยมหน่ึงตา แหน่งและการบวกลบ คูณ ระคนทศนิยม กำรวัดควำมยำว ที่มีหน่วยเป็นกิโลเมตรเมตรเซนติเมตร มิลลิเมตรและวาการเลือกเครื่องมือ ในการวดัและหน่วยและหน่วยการวดัความยาวการคะเนความยาวความสมัพนัธร์ะหวา่งหน่วยการวดั ความยาว มาตราส่วน ความยาวรอบรูปสี่เหลี่ยมมุมฉากและรูปสามเหลี่ยม และโจทยป์ ัญหาเกี่ยวกบั ความยาวรอบรูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก และรูปสามเหลี่ยม กำรหำพื้นที่จากการนบัตารางการหาพ้นที่โดยประมาณจากการนับตาราง ืการหาพ้นืที่ของรูป สี่เหลี่ยมมุมฉากการหาพ้นืที่รูปสามเหลี่ยม การแกป้ัญหาโจทยเ์กี่ยวกบัการหาพ้นืที่รูปสี่เหลี่ยมมุมฉาก และการหาพ้นืที่รูปสามเหลี่ยม
กำรชั่ง การวดัน้า หนกัที่มีหน่วยเป็นเมตริกตนักิโลกรัม กรัม และขีด การเลือกเครื่องชงั่และ หน่วยการชงั่การคะเนน้า หนกัความสมัพนัธร์ะหวา่งหน่วยการชงั่การแกโ้จทยป์ ัญหาและสถานการณ์ กำรตวงความสมัพนัธข์องหน่วยการวดัปริมาตรหรือความจุที่มีหน่วยเป็นลูกบาศกเ์มตร ลูกบาศกเ์ซนติเมตรการหาปริมาตรของลูกบาศกห์น่วยลูกบาศกเ์ซนติเมตรลูกบาศกเ์มตรการหา ปริมาตร หรือความจุของรูปทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากโดยใช้สูตร และโจทย์ปัญหา รูปเรขำคณิตและสมบัติบำงประกำรของรูปเรขำคณิต จุด ส่วนของระนาบ ส่วนของเส้นตรง และรังสี มุม การวัดขนาดของมุมโดยใช้ไม้โปรแทรกเตอร์ การสร้างมุมโดยใช้ไม้โปรแทรกเตอร์ การ หาขนาดของมุมกลับ เส้นทแยงมุม เส้นขนาน บอกลักษณะและจ าแนกรูปเรขาคณิตสามมิติทรงกลม ทรงกระบอก กรวย ปริซึม พีระมิด บอกลักษณะความสัมพันธ์และจ าแนกรูปสี่เหลี่ยมจัตุรัส รูป สี่เหลี่ยมผืนผา้รูปสี่เหลี่ยมขนมเปียกปูน รูปสี่เหลี่ยมดา้นขนาน รูปสี่เหลี่ยมคางหมูรูปสี่เหลี่ยมรูปว่าว บอกลักษณะส่วนประกอบความสมัพนัธ์และจา แนกรูปสามเหลี่ยมแบ่งตามลกัษณะของดา้น แบ่งตาม ลักษณ ะของมุม ส่วนประกอบของรูปสามเหลี่ยม มุมภายในของรูปสามเหลี่ยม ชนิดของมุม ส่วนประกอบของรูปวงกลม และสมบัติพ้ืนฐานของรูปวงกลม รูปที่มีแกนสมมาตรการสร้างรูป สี่เหลี่ยมมุมฉาก การสร้างรูปสามเหลี่ยม การสร้างรูปวงกลม การสร้างเส้นขนาน การประดิษฐ์ลวดลาย โดยใช้รูปเรขาคณิต แบบรูปและควำมสัมพันธ์แบบรูปของจา นวนนบัที่เพมิ่ข้ึนหรือลดลงคร้ังละเท่าๆ กนั แบบรูปของรูปเรขาคณิตและแบบรูปอื่นๆ ร้อยละ โจทยป์ ัญหาร้อยละในสถานการณ์ต่าง ๆ รวมถึงโจทยป์ ัญหาร้อยละเกี่ยวกบัการหา กา ไรขาดทุน การลดราคาและการหาราคาขาย สถิติและควำมน่ำจะเป็ นเบื้องต้น การเก็บรวบรวมขอ้มูลและการจา แนกขอ้มูลการเขียน แผนภูมิแท่งที่มีการยน่ระยะของเสน้แสดงจา นวน และการอ่านแผนภูมิแท่งเปรียบเทียบ โดยการจัดประสบการณ์ให้นักเรียนได้ศึกษาค้นคว้า ปฏิบัติจริง ทดลองสรุปรายงาน พัฒนา ทกัษะและกระบวนการในการคิดคา นวณ การแกป้ัญหาการใชเ้หตุผลการสื่อความหมายทาง คณิตศาสตร์และน าประสบการณ์ด้านความรู้ ความคิดทักษะกระบวนการที่น าไปใช้ในการเรียนรู้ สิ่งต่างๆ ในชีวติประจา วนัอยา่งสร้างสรรค์รวมท้งัการเห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทา งานอยา่งมีระบบ รอบคอบ มีความรับผดิชอบ มีวจิารณญาณและมีความเชื่อมนั่ในตวัเอง ตัวชี้วัด ค ๑.๑ ป ๕/๑ , ป ๕/๒ , ป ๕/๓ ค ๑.๒ ป๕/๑ , ป ๕/๒ , ป๕/๓, ค ๒.๑ ป๕/๑ - ป ๕/๕ , ค ๒.๒ ป๕/๑ , ค ๓.๑ ป ๕/๑ - ป ๕/๓ , ค ๓.๒ ป ๕/๑ -ป ๕/๓ รวม ๑๓ ตัวชี้วัด
รำยวิชำคณิตศำสตร์พื้นฐำน ค ๑๖๑๐๑ คณิตศำสตร์ ๖ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้คณติศำสตร์ช้ันประถมศึกษำปีที่๖ ค ำอธิบำยรำยวิชำ เวลำ ๑๖๐ ชั่วโมง/ปี ศึกษา ฝึ กทักษะการคิดค านวณ และฝึ กการแกป้ัญหาเกี่ยวกบัความรู้น้นั ไปประยกุตใ์ชใ้นสาระ การเรียนรู้ จ ำนวนนับ หลกัเลขและคา่ ประจา หลกัค่าของตวัเลขในแต่ละหลกัการเขียนในรูปกระจาย การเรียงลา ดบัจา นวน การประมาณค่าใกลเ้คียงเป็นจา นวนเตม็สิบ เตม็ร้อยเตม็พนัเตม็หมื่น เตม็แสน และเต็มล้าน ตัวประกอบ ตัวประกอบเฉพาะ จ านวนเฉพาะ การแยกตัวประกอบ ห.ร.ม. และค.ร.น. เศษส่วน เศษส่วนที่เท่ากนัการเปรียบเทียบและการเรียงลา ดบัเศษส่วน สมบตัิการสลบัที่ของ การบวก สมบตัิการเปลี่ยนกลุ่มของการบวก สมบตัิการสลบัที่ของการคูณ สมบตักิารเปลี่ยนหมู่ของ การคูณ ทศนิยม การอ่านและการเขียนทศนิยมสามตา แหน่ง หลกัเลขและค่าประจา หลกัคา่ของตวัเลข ในแต่ละหลกัการเขียนในรูปกระจายการเปรียบเทียบและการเรียงลา ดบัทศนิยมไม่เกินสามตา แหน่ง การเขียนทศนิยมไม่เกินสามตา แหน่งในรูปเศษส่วน และการเขียนเศษส่วนที่มีตวัส่วนเป็นตวัประกอบ ของ ๑๐ , ๑๐๐ และ ๑,๐๐๐ ในรูปทศนิยม ความสมัพนัธร์ะหวา่งเศษส่วน ทศนิยม และร้อยละการ ประมาณค่าใกลเ้คียงเป็นทศนิยมหน่ึงตา แหน่งและสองตา แหน่ง สมบตัิการสลบัที่ของการบวก สมบตัิ การเปลี่ยนหมู่ของการบวก สมบตัิการสลบัที่ของการคูณ สมบตัิการเปลี่ยนหมู่ของการคูณ และสมบัติ การแจกแจง กำรบวก กำรลบ กำรคูณ กำรหำรและโจทย์ปัญหำการบวก การลบ การคูณ และการหาร จา นวนนบัการบวกลบ คูณ หารจา นวนนบัระคน การบวกการลบ การคูณ และการหารเศษส่วน การ บวกการลบ การคูณ และการหารจา นวนคละการบวกลบ คูณ หารเศษส่วนระคน และ จา นวนคละ การบวก การลบ การคูณ และการหารที่ผลลัพธเ์ป็นทศนิยมไม่เกินสามตา แหน่ง การบวกการลบ การคูณ และการหารระคนของทศนิยมที่มีผลลพัธเ์ป็นทศนิยมไม่เกินสามตา แหน่ง โจทยป์ ัญหาการ บวก ลบ คูณ หาร และการบวก ลบ คูณ หารระคนของจ านวนนับ การสร้างโจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หาร ระคนของจ านวนนับ โจทย์ปัญหาการบวก ลบ คูณ หาร และการบวก ลบ คูณ หารระคนของ เศษส่วน โจทย์ปัญหาการบวกลบ คูณ หาร และการบวก ลบ คูณ หารระคนของทศนิยม การสร้างโจทย์ ปัญหาการบวก ลบ คูณ หาร และการบวก ลบ คูณ หารระคนของทศนิยม โจทย์ปัญหาร้อยละใน สถานการณ์ต่างๆ รวมถึงโจทยป์ ัญหาร้อยละเกี่ยวกบัการหากา ไรขาดทุน การลดราคา การหาราคาขาย การหาราคาทุน และดอกเบ้ีย กำรหำควำมยำวรอบรูปวงกลม โจทยป์ ัญหาเกี่ยวกบัความยาวรอบรูปวงกลม รูปสี่เหลี่ยม
กำรหำพื้นที่การหาพ้นืที่ของรูปสี่เหลี่ยมโดยใชค้วามยาวของดา้น และใชส้มบตัิของเสน้ทแยง มุม และความยาวรอบรูปของรูปสี่เหลี่ยมการหาพ้นืที่ของรูปวงกลม การคาดคะเนพ้นืที่ของรูปสี่เหลี่ยม เป็นตารางเมตร ตารางเซนติเมตร ตารางวาโจทยป์ ัญหาเกี่ยวกบัพ้นืที่ของรูปสี่เหลี่ยมและสถานการณ์ กำรหำปริมำตรการหาปริมาตร และความจุของทรงสี่เหลี่ยมมุมฉากโจทยป์ ัญหาเกี่ยวกบั ปริมาตร หรือความจุของรูปทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก ทิศ แผนผัง แผนที่การบอกชื่อและทิศทางของทศิท้งัแปดทิศ มาตราส่วน การอ่านแผนที่ แผนผงัและการเขียนแผนผงัแสดงสิ่งต่าง ๆ การเขียนแผนผงัในการเดินทางและการเขียนแผนผงั โดยสังเขป รูปเรขำคณติและสมบัติบำงประกำรของรูปเรขำคณติ ส่วนประกอบของรูปเรขาคณิต สามมิติ ทรงสี่เหลี่ยมมุมฉาก ทรงกลม ทรงกระบอก กรวย ปริซึม พีระมิด สมบัติเส้นทแยงมุมของรูป สี่เหลี่ยม การพิจารณาเส้นขนานโดยอาศัยมุมแย้ง การพิจารณาเส้นขนานโดยอาศัยผลบวกของขนาด ของมุมภายในที่อยบู่นขา้งเดียวกนัของเสน้ตดัเป็น ๑๘๐ องศา รูปคลี่ของรูปเรขาคณิตสามมิติทรง สี่เหลี่ยมมุมฉากทรงกลม ทรงกระบอก กรวย ปริซึม พีระมิด การประดิษฐ์รูปเรขาคณิตสามมิติ การ สร้างรูปสี่เหลี่ยม เมื่อกา หนดความยาวของดา้น และขนาดของมุม หรือเมื่อกา หนดความยาวของเสน้ ทแยงมุม สมกำรและกำรแก้สมกำร สมการเชิงเสน้ที่มีตวัไม่ทราบค่า ๑ ตัว สมการที่เป็ นจริง สมการ ที่เป็นเทจ็คา ตอบของสมการการแกส้มการโดยใชส้มบตัิการเท่ากนัเกี่ยวกบัการบวกการลบ การคูณ และการหารและการแกโ้จทยป์ ัญหา สถิติและควำมน่ำจะเป็ นเบื้องต้น การอ่านกราฟเสน้และแผนภูมิรูปวงกลม การเขียนแผนภูมิ แท่งเปรียบเทียบ และกราฟเสน้การเก็บรวบรวมขอ้มูลความหมายและการนา ไปใชใ้นชีวติประจา วนั ของเหตุการณ์ที่เกิดข้ึนอยา่งแน่นอน อาจจะเกิดข้ึนหรือไม่เกิดข้ึน และไม่เกิดข้นึแน่นอน แบบรูปควำมสัมพันธ์ ปัญหาเกี่ยวกบัแบบรูป การจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ ที่ใกล้ตัวให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้าโดยปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ / กระบวนการในการคิดคา นวณ การแกป้ัญหาการใหก้ระบวนการที่ไดไ้ปใชใ้นการเรียนรู้สิ่งต่างๆ และ ใชใ้นชีวติประจา วนัอยา่งสร้างสรรค์รวมท้งัเห็นคุณค่าและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทา งานอยา่งเป็นระบบระเบียบ รอบคอบ มีความรับผิดชอบ มีวจิารณญาณและเชื่อมนั่ในตนเอง ตัวชี้วัด ค ๑.๑ ป ๖/๑ , ป ๖/๒ , ป ๖/๓ ค ๑.๒ ป๖/๑ , ป ๖/๒ , ค ๑.๓ ป๖/๑ , ป๖ /๒ , ค ๑.๔ ป๖/๑ , ป๖/๒ , ค ๒.๑ ป๖/๑ - ป ๖/๓ , ค ๒.๒ ป๖/๑ - ป ๖/๓, ค ๓.๑ ป ๖/๑ - ป ๖/๓ , ค ๓.๒ ป ๖/๑ , ป ๖/๒ รวม ๑๗ ตัวชี้วัด
รำยวิชำคณิตศำสตร์พื้นฐำน ค ๒๑๑๐๑ คณิตศำสตร์๑ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้คณติศำสตร์ ชั้นมัธยมศึกษำปี ที่ ๑ ค ำอธิบำยรำยวิชำ เวลำ ๖๐ ชั่วโมง/ภำคเรียน/๑.๕ หน่วยกิต ศึกษาฝึกทกัษะการคิดคา นวณ และฝึกการแกป้ัญหา เกี่ยวกบัสมบตัิจา นวนนบั จ ำนวนเต็ม จ านวนเต็มบวก จ านวนเต็มลบและศูนย์ การเปรียบเทียบจ านวนเต็ม การบวก ลบ คูณและหารจ านวนเต็ม สมบัติของจ านวนเต็มและการน าไปใช้ กำรสร้ ำงทำงเรขำคณิต การสร้างรู ปเรขาคณิ ตโดยใช้วงเวียนและสันตรง การสร้างรู ป เรขาคณิตอยา่งง่ายโดยใชพ้ ้นืฐานทางเรขาคณิต การส ารวจสมบัติทางเรขาคณิต เลขยกก ำลัง ความหมายเลขยกกา ลงัการเขียนแสดงจา นวนในรูปสญักรณ์วทิยาศาสตร์ การคูณและการหารเลขยกกา ลงัที่มีฐานเดียวกนัและเลขช้ีกา ลงัเป็นจา นวนเตม็ ทศนิยมและเศษส่ วน การเขียนเศษส่วนด้วยทศนิยมและเขียนทศนิยมซ้ าเป็นเศษส่วน การเปรียบเทียบเศษส่วนและทศนิยม การบวก ลบ คูณ หารเศษส่วนและทศนิยม โจทยป์ ัญหาหรือ สถานการณ์เกี่ยวกบัเศษส่วนและทศนิยม รูปเรขำคณิตสองมิติและสำมมิติ ภาพของรูปเรขาคณิตสองมิติที่เกิดจากการคลี่รูปเรขาคณิต สามมิติ ภาพสองมิติที่ได้จากการมองทางด้านหน้า ( front view) ด้านข้าง (side view) หรือด้านบน (top view) ของรูปเรขาคณิตสามมิติ การวาดหรือประดิษฐ์รูปเรขาคณิต ที่ประกอบข้ึนจากลูกบาศก์ โดยจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ในชีวิตประจ าวันที่ใกล้ตัวให้ผู้เรียนได้ศึกษา ค้นคว้า โดยปฏิบัติจริ ง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตร์ ได้แก่ ความสามารถในการแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อสาร การสื่อความหมาย และการน าเสนอ การเชื่อมโยงความรู้และการคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับผูอ้ื่นในสังคมได้อย่าง มีความสุข ในฐานะเป็ นพลเมืองไทยและพลโลก ตัวชี้วัด ค ๑.๑ ม.๑/๑ , ค ๑.๑ ม.๑/๒ , ค ๑.๒ ม.๑/๑ ,ค ๒.๒ ม.๑/๑ , ค ๒.๒ ม.๑/๒ รวม ๕ ตัวชี้วัด
รำยวิชำคณิตศำสตร์พื้นฐำน ค ๒๑๑๐๒ คณิตศำสตร์๒ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้คณติศำสตร์ ชั้นมัธยมศึกษำปี ที่ ๑ ค ำอธิบำยรำยวิชำ เวลำ ๖๐ ชั่วโมง/ภำคเรียน/๑.๕ หน่วยกิต ศึกษาฝึกทกัษะการคิดคา นวณ และฝึกการแกป้ัญหา เกี่ยวกบัสมบตัิจา นวนนบั สมกำรเชิงเส้นตัวแปรเดียว แบบรูปและความสัมพันธ์ ค าตอบของสมการเชิงเส้นตัวแปรเดียว การแกส้มการเชิงเสน้ตวัเดียวโดยใชส้มบตัิของการเท่ากนัโจทยส์มการเกี่ยวกบัสมการเชิงเสน้ ตัวแปรเดียว อัตรำส่วนและร้อยละอตัราส่วน สดัส่วน ร้อยละและบทประยกุต์ กรำฟและควำมสัมพันธ์เชิงเส้น คู่อนัดบักราฟ การนา ไปใช้ความสัมพันธ์เชิงเส้น สถิติ คา ถามทางสถิติการเก็บรวบรวมขอ้มูลการน าเสนอข้อมูลและการแปลความหมายข้อมูล โดยจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ในชีวิตประจ าวันที่ใกล้ตัวให้ผู้เรียนได้ศึกษา ค้นคว้า โดยปฏิบัติจริง ทดลอง สรุป รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ/กระบวนการทางคณิตศาสตร์ ได้แก่ ความสามารถในการแก้ปัญหา การให้เหตุผล การสื่อสาร การสื่อความหมาย และการน าเสนอ การเชื่อมโยงความรู้และการคิดริเริ่มสร้างสรรค์ เพื่อให้สามารถอยู่ร่วมกับผูอ้ื่นในสังคมได้อย่าง มีความสุข ในฐานะเป็ นพลเมืองไทยและพลโลก ตัวชี้วัด ค ๑.๑ ม.๑/๑ , ค ๑.๓ ม.๑/๑ , ค ๑.๓ ม.๑/๒ , ค ๑.๓ ม.๑/๓ , ค ๓.๑ ม.๑/๑ รวม ๕ ตัวชี้วัด
รำยวิชำคณิตศำสตร์พื้นฐำน ค ๒๒๑๐๑ คณิตศำสตร์๑ กลุ่มสำระกำรเรียนรู้คณติศำสตร์ช้ันมัธยมศึกษำปี ที่ ๒ ค ำอธิบำยรำยวิชำ เวลำ ๖๐ ชั่วโมง/ภำคเรียน/๑.๕ หน่วยกิต ศึกษาคน้ควา้ฝึกทกัษะ/กระบวนการเกี่ยวกบั ทฤษฎีบทพีทำโกรัส บทกลบัของทฤษฎีบทปีทาโกรัส การนา ความรู้เกี่ยวกบัทฤษฎีบทพทีา โกรัสและบทกลับไปใช้ในชีวิตจริง ควำมรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับจ ำนวนจริงจ านวนตรรกยะจ านวนอตรรกยะ จ านวนจริง รากที่สอง และรากที่สามของจา นวนตรรกยะการนา ความรู้เกี่ยวกบัจา นวนจริงไปใช้ ปริซึมและทรงกระบอก พ้นืที่ผวิและปริมาตรของปริซึม พ้นืที่ผวิและปริมาตรของ ทรงกระบอก กำรแปลงทำงเรขำคณิต การเลื่อนขนาน การสะทอ้น การหมุน การนา ความรู้เกี่ยวกบัการแปลง ทางเรขาคณิตไปใชใ้นการแกปัญหา ้ สมบัติของเลขยกก ำลัง เลขยกกา ลงัที่มีเลขช้ีกา ลงัเป็นจา นวนเตม็การนา ความรู้เกี่ยวกบัเลขยก กา ลงัไปใชใ้นการแกป้ัญหา พหุนำม การบวก การลบ และการคูณของพหุนาม การหารพหุนามด้วย เอกนามที่มีผลหาร เป็ นพหุนาม โดยใช้กระบวนการ จัดประสบการณ์ หรือสร้างสถานการณ์ในชีวิตประจ าวัน ให้ผู้เรียน ได้ศึกษา ค้นคว้า โดยการปฏิบัติจริ ง การเรี ยนรู้จากการใช้ค าถาม ประกอบอธิบาย และแสดง เหตุผล เพื่อพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดคา นวณ การแก้ปัญหา การสื่อความหมายทาง คณิตศาสตร์ การเชื่อมโยง การให้เหตุผล และการคิดสร้างสรรค์ เพื่อใหต้ระหนักและมีเจตคติที่ดีต่อคณิตศาสตร์รักชาติศาสน์กษตัริย์ซื่อสตัย์มีวนิัยใฝ่เรียนรู้ อยอู่ยา่งพอเพียง มุ่งมนั่ในการทา งาน รักความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ มีวจิารณญาณมีความเชื่อมนั่ใน ตนเอง สามารถประยุกต์ใช้ในชีวิตประจ าวันได้ ตัวชี้วัด ค ๑.๑ ม.๒/๑ ค ๑.๑ ม.๒/๒ ค ๒.๑ ม.๒/๑ ค ๒.๑ ม.๒/๒ ค ๒.๒ ม.๒/๓ ค ๒.๒ ม.๒/๔ รวมทั้งหมด ๖ ตัวชี้วัด