กเปาศรขรบั รเคัชลษ่อื นญฐกาขิจอพงอเพยี ง
กบั องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ ทั่วประเทศไทย
สถาบันการจัดการเพ่ือชนบทและสงั คม
ภายใต้มลู นิธบิ รู ณะชนบทแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถมั ภ์
ปกเาศรขรบั รเคัชลษือ่ นญฐกาขจิ อพงอเพียง
กบั องค์กรปกครองสว่ นท้องถน่ิ ทวั่ ประเทศไทย
สถาบนั การจัดการเพ่ือชนบทและสงั คม
ภายใตม้ ลู นิธิบรู ณะชนบทแหง่ ประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์
1
การขบั เคลื่อนปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
กับองค์กรปกครองสว่ นท้องถนิ่ ท่วั ประเทศไทย
สถาบันการจัดการเพอื่ ชนบทและสงั คม
ภายใต้มลู นธิ บิ ูรณะชนบทแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชปู ถัมภ์
พิมพค์ ร้งั ท่ี 1 พฤศจิกายน 2563
จำ�นวนพิมพ์ 1,000 เลม่
ขอ้ มูลทางบรรณานกุ รมของหอสมดุ แห่งชาติ
สถาบนั การจัดการเพ่อื ชนบทและสังคม ภายใตม้ ลู นิธบิ ูรณะชนบทแหง่
ประเทศไทย ในพระบรมราชูปถัมภ.์ การขับเคลอื่ นปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี งกับองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ ทวั่ ประเทศไทย / สถาบนั การจดั การ
เพอื่ ชนบทและสังคม ภายใตม้ ลู นิธบิ รู ณะชนบทแหง่ ประเทศไทย
ในพระบรมราชูปถัมภ์. - - กรุงเทพฯ: สถาบนั การจัดการเพ่ือชนบทและสงั คม
ภายใตม้ ลู นธิ บิ รู ณะชนบทแห่งประเทศไทย ในพระบรมราชูปถมั ภ,์ 2563.
300 หน้า.
1. เศรษฐกิจพอเพยี ง
2. องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิน่
330.9593 ส181ก
ISBN 978-616-93666-0-7
พิมพ์และแบบปก
บริษัท เพชรเกษมพรน้ิ ติ้ง กรปุ๊ จ�ำ กดั
18/49 ถ.ทรงพล ต.ลำ�พยา อ.เมอื ง จ.นครปฐม 73000
โทรศัพท์ 0 3425 9111
โทรสาร 0 3425 3465
2
ค�ำ น�ำ
หนงั สอื เรอื่ ง “การขบั เคลอ่ื นปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
กับองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินท่ัวประเทศไทย” เล่มน้ีเป็นผล
มาจากโครงการวจิ ยั ภายใตช้ อื่ เดยี วกนั ทเี่ รม่ิ ตง้ั แตป่ ี พ.ศ. 2560 เดมิ ไดก้ �ำ หนดวา่
จะจดั ท�ำ โครงการทง้ั หมด 3 ระยะใหค้ รอบคลมุ อปท. ทกุ ระดบั และทกุ ภมู ภิ าค
ในประเทศไทย ซง่ึ ประกอบดว้ ย ภาคเหนอื ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื ภาคกลาง
ภาคตะวันตก ภาคตะวนั ออก และภาคใต้ รวม 6 ภมู ภิ าค โดยคณาจารย์ระดบั
อุดมศึกษาในสถาบันในแต่ละภูมิภาค หลังจากทำ�งานมาได้สองระยะ (2560-
2563) ครอบคลุมองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน 199 แห่ง ทั่วประเทศไทย
โดยไดร้ บั การสนบั สนนุ ทางการเงนิ จากส�ำ นกั งานกองทนุ สนบั สนนุ การวจิ ยั (สกว.)
ซงึ่ ปจั จบุ นั ไดเ้ ปลยี่ นชอื่ เปน็ ส�ำ นกั งานคณะกรรมการสง่ เสรมิ วทิ ยาศาสตร์ วจิ ยั
และนวตั กรรม (สกสว.) ทง้ั สองระยะ รวมคา่ ใชจ้ า่ ยในการประสานงานโครงการ
ทั้งส้ิน 25 ล้านบาท โดยมีคณะวิจัยทั้งหมด ซึ่งประกอบด้วย ผู้ประสานงาน
โครงการ ศาสตราจารย์ อภชิ ยั พนั ธเสน สถาบนั การจดั การเพอื่ ชนบทและสงั คม
มลู นธิ บิ รู ณะชนบทแหง่ ประเทศไทย ในพระบรมราชปู ถมั ภ์ ท�ำ หนา้ ทเ่ี ปน็ หวั หนา้
ชุดโครงการเพ่ือช่วยให้การดำ�เนินงานเป็นไปในทิศทางเดียว และหัวหน้า
โครงการอีก 6 ท่าน อันประกอบดว้ ย รองศาสตราจารย์ชยั ยนต์ ประดษิ ฐศลิ ป์
มหาวิทยาลัยราชภัฏรำ�ไพพรรณี รองศาสตราจารย์วรรณา ประยุกต์วงศ์
มหาวทิ ยาลัยมหดิ ล วิทยาเขตนครสวรรค์ รองศาสตราจารย์วีระศักดิ์ สมยานะ
มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ รองศาสตราจารย์เกศินี ประทุมสุวรรณ
มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั นครปฐม รองศาสตราจารยส์ ถาพร เรงิ ธรรม มหาวทิ ยาลยั
ขอนแกน่ และอาจารยน์ รี นาท แกว้ ประเสรฐิ ระฆงั ทอง มหาวทิ ยาลยั วลยั ลกั ษณ์
พรอ้ มกับอาจารย์และนกั วจิ ัยอ่นื รวมทั้งสนิ้ 61 คน ไดท้ �ำ งานครอบคลมุ อปท.
ทว่ั ประเทศ 199 แหง่ โดยวางแผนไวว้ า่ ในระยะที่ 3 จะตอ้ งท�ำ ใหไ้ ดค้ รบ 500 แหง่
3
หรอื คดิ เปน็ รอ้ ยละ 6.4 ของ อปท. ทวั่ ประเทศ ซงึ่ เปน็ จ�ำ นวนทม่ี ากพอทจ่ี ะชว่ ยให้
อปท. ทสี่ นใจจะบรหิ ารองคก์ รของตนตามปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งขยาย
เครือข่ายต่อไปเพื่อให้ได้พ้ืนท่ีมากท่ีสุด โดยตั้งความหวังไว้ว่าถ้าหาก อปท.
ส่วนใหญ่ของประเทศบริหารงานของตนตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงจะ
ก่อให้เกิดการเปล่ียนแปลงอย่างสำ�คัญในการขับเคล่ือนให้การพัฒนาประเทศ
ตามปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งของพระบาทสมเดจ็ พระมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช
มหาราช บรมนาถบพิตร มีความเป็นจริงมากข้ึน โดยเฉพาะอย่างยิ่งหลังการ
ระบาดของโรคโควิด-19 ซึ่งช้ีให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่าแต่ละประเทศมีความ
จำ�เป็นจะต้องพึ่งพาตนเองให้ได้มากย่ิงขึ้น เน่ืองจากมีภาวะความไม่แน่นอน
หรอื การเปลย่ี นแปลงอยา่ งเฉยี บพลนั เกดิ ขนึ้ ไดเ้ สมอโดยไมอ่ าจคาดไดล้ ว่ งหนา้
ซง่ึ สอดคลอ้ งกบั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งทเ่ี นน้ การสรา้ งภมู คิ มุ้ กนั ดว้ ยการ
พง่ึ พาตนเองเปน็ ส�ำ คญั กอ่ ใหเ้ กดิ ความยง่ั ยนื โดยมคี วามพอประมาณทจี่ ะน�ำ ไปสู่
ความสมดลุ และมคี วามสขุ เปน็ ผลทเ่ี กดิ ตามมา และชว่ ยใหเ้ กดิ ความมนั่ คงจาก
การสร้างประโยชน์สุขด้วยการคิดดีปฏิบัติชอบอย่างมีเหตุผล อันจะนำ�ไปสู่
การเปน็ ประเทศทีม่ ีความร่มเยน็ เปน็ สุข
ในโอกาสของการสรปุ โครงการโดยจะมกี ารจดั การประชมุ รว่ มกนั ระดบั
ประเทศของ อปท.ท้ังหมดในโครงการในวนั ท่ี 18 พฤศจกิ ายน 2563 จงึ เปน็
โอกาสที่จะทำ�หนังสือเล่มนี้ออกเผยแพร่แก่ อปท. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง
ทร่ี ว่ มโครงการในปจั จบุ นั และทจ่ี ะเขา้ รว่ มโครงการในอนาคต รวมทงั้ ประชาชน
ท่ีสนใจในวงกว้างในเร่ืองน้ีเพ่ือได้ร่วมเรียนรู้และร่วมขับเคล่ือนปรัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพยี งกบั อปท. ในสว่ นทเ่ี หลอื ตอ่ ไป รวมทง้ั เปน็ การสรา้ งความเขา้ ใจ
ในวงกวา้ งเพอ่ื การวจิ ยั ในการขบั เคลอื่ นปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในองคก์ ร
ลกั ษณะตา่ ง ๆ ทไี่ มใ่ ชก่ ารท�ำ การเกษตรแตเ่ พยี งอยา่ งเดยี วอยา่ งทม่ี กั จะเขา้ ใจกนั
โดยท่วั ไป
จึงหวังว่าผู้อ่านหนังสือเล่มน้ีจะได้ประโยชน์จากความรู้ความเข้าใจที่
ได้รับจากการวจิ ยั ในพน้ื ท่ีจริงท้ัง 199 แห่งทว่ั ประเทศตามสมควร
4
หนงั สอื เลม่ นไี้ ดม้ กี ารแบง่ เนอื้ หาเปน็ สองภาค ภาคทห่ี นง่ึ เปน็ สว่ นทฤษฎี
ทส่ี รา้ งเปน็ กรอบวจิ ยั กลางเพอ่ื ใหท้ กุ โครงการประเมนิ ระดบั ความเปน็ เศรษฐกจิ
พอเพียงจากกรอบวิจัยกลางที่ใช้ในการวิจัยคร้ังน้ี เพื่อทำ�ความเข้าใจเกี่ยวกับ
ความหมายอย่างเป็นทางการของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง แล้วแปลง
ให้เป็นแนวคิดหรือทฤษฎีเพื่อใช้เป็นเคร่ืองมือสำ�คัญสำ�หรับประเมินระดับ
ความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงของ อปท. ภาคท่ีสองเป็นการสรุปย่อของ
ผลการทำ�วิจัยจริงในพ้ืนที่ 6 ภูมิภาค กับ 199 อปท. ทั่วประเทศ และสรุป
เปน็ บทเรียนสำ�หรบั การขับเคลอื่ นในโอกาสตอ่ ไป
คณะผจู้ ดั ท�ำ หวงั เปน็ อยา่ งยง่ิ วา่ หนงั สอื เลม่ นจ้ี ะเปน็ ประโยชนก์ บั นกั วจิ ยั
เจ้าหน้าท่ีราชการท่ีเกี่ยวข้อง อปท. และนิสิต นักศึกษาระดับอุดมศึกษาท่ี
ก�ำ ลงั วจิ ยั คน้ ควา้ ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งเพอ่ื ใหส้ �ำ เรจ็ การศกึ ษาในระดบั
ตา่ ง ๆ ต้ังแต่ระดับบณั ฑิต มหาบัณฑิต และดุษฎบี ณั ฑติ รวมทงั้ ประชาชนที่
สนใจโดยท่วั ไป
ด้วยจิตคารวะ
คณะผ้จู ัดทำ�
15 ตลุ าคม 2563
5
6
เโพครือ่ งขกับาเครสลมัอ่ื มนนปารเชัชิงญปฏาิบขัตอิ งเศรษฐกจิ พอเพียง
กบั องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถนิ่ (อปท.)
ทั่วประเทศไทย
1. หลักการและเหตผุ ล
นับต้ังแต่พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถ
บพิตร ได้พระราชทานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และได้ทรงงานเพ่ือ
แก้ปัญหาความเหลื่อมลํ้าและภัยพิบัติในรูปแบบต่าง ๆ ให้แก่ประเทศชาติ
และทวยราษฎรข์ องพระองค์ จนเมื่อได้ทรงสวรรคตแล้วจึงมีราษฎรทีส่ นใจจะ
เรยี นรู้ ความรู้และผลงานของพระองค์โดยใหช้ ื่อวา่ “ศาสตรพ์ ระราชา”
เพอื่ เปน็ การส�ำ นกึ ในพระมหากรณุ าธคิ ณุ อนั หาทส่ี ดุ มไิ ด้ และเพอื่ เปน็ สว่ นหนงึ่
ของการสืบสานและขับเคล่ือนงานต่อจากที่พระองค์ได้พระราชทานไว้เพื่อ
การพฒั นาทย่ี งั่ ยนื เพอื่ ความสขุ แกห่ นว่ ยงานทนี่ �ำ ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
และศาสตร์ของพระราชาไปปฏิบัติ และเพ่ือประโยชน์สุขแก่มหาชนไทยและ
มหาชนโลกตามทไี่ ดท้ รงมพี ระราชปณธิ านไวเ้ มอ่ื ครง้ั ทรงขนึ้ ครองราชยเ์ มอ่ื กวา่
70 ปที ผี่ า่ นมา เมอ่ื พลเอกประยทุ ธ์ จนั ทรโ์ อชา (2562-ปจั จบุ นั ) ไดร้ บั การเสนอชอ่ื
ให้ดำ�รงตำ�แหน่งนายกรัฐมนตรีของรัฐบาลในระบอบประชาธิปไตย นโยบาย
ดังกล่าวจึงดำ�เนินต่อไปอย่างตอ่ เนือ่ ง
การขับเคล่ือนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับองค์กรปกครองส่วน
ท้องถ่ินถือได้ว่าเป็นยุทธศาสตร์ท่ีสำ�คัญยุทธศาสตร์หน่ึงในการขับเคล่ือน
ประเทศไทยใหพ้ ฒั นาไปในทศิ ทางการพฒั นาประเทศตามปรชั ญาของเศรษฐกจิ
พอเพียงเพิ่มมากขึ้น ท้ังนี้เพราะองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็นหน่วยงาน
ภาครัฐที่อยู่ในท้องถ่ินและมีความสัมพันธ์อย่างใกล้ชิดกับประชาชนในท้องถ่ิน
มากทสี่ ดุ ถา้ หากองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ บรหิ ารงานเพอื่ การพฒั นาทอ้ งถน่ิ
7
ตามปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งทงั้ ประเทศ อกี ทงั้ ไดป้ ฏบิ ตั ติ นใหเ้ ปน็ ตวั อยา่ ง
พร้อมกับสนับสนุนชุมชนและประชาชนในพ้ืนที่รับผิดชอบให้ประกอบอาชีพ
และดำ�เนนิ วถิ ชี วี ติ ตามปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งดังกล่าว กจ็ ะช่วยใหก้ าร
ขบั เคลอื่ นปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในระดบั ประเทศมคี วามกา้ วหนา้ ไปใน
ทิศทางดังกล่าวเพ่ิมมากขึ้น โดยเฉพาะอย่างย่ิงภายหลังสถานการณ์โควิด-19
ย่ิงมีความจำ�เป็นที่ทุกประเทศจะต้องเพ่ิมสัดส่วนของการพึ่งตนเองให้สูงข้ึน
เพราะความไม่แน่นอนท่ีอาจจะเกิดข้ึนในรูปแบบต่าง ๆ ท่ีท�ำ ให้ความสัมพันธ์
ระหว่างประเทศต้องสะดุดหยุดลงด้วยเหตุผลใดก็ตาม การพึ่งตนเองทาง
เศรษฐกิจให้เพิ่มมากข้ึนจึงเป็นเป้าหมายสำ�คัญของวิถีเศรษฐกิจแบบใหม่
ที่จะสร้างภูมิคุ้มกันให้กับระบบเศรษฐกิจของประเทศจากภัยพิบัติทุกรูปแบบ
รวมท้ังสร้างสังคมแห่งความสุขด้วยความพอเพียง และสร้างความม่ันคงให้แก่
ประเทศชาตดิ ว้ ยหลกั ประโยชนส์ ขุ อนั เปน็ พระราชปณธิ านของพระบาทสมเดจ็
พระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ถึงแม้แผนพัฒนาประเทศ
ทุกแผนต้ังแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติฉบับที่ 9 เป็นต้นมา
(เรม่ิ จาก พ.ศ. 2545) จนถงึ แผนปจั จบุ นั (แผนฉบบั ท่ี 12 (2560-2564)) รวมทง้ั
รัฐธรรมนูญของไทยตงั้ แตฉ่ บบั ปี 2550 จนถงึ ฉบับปัจจบุ ัน (ปี 2560) ตา่ งยาํ้
แนวทางการพัฒนาประเทศตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง แต่ในความ
เปน็ จรงิ วาทกรรมดงั กลา่ ว ถงึ แมจ้ ะมคี วามเปน็ จรงิ อยบู่ า้ งบางสว่ นในบางรฐั บาล
แต่ยังคงเป็นส่วนไม่มาก เพราะถ้าหากการพัฒนาประเทศเป็นไปตามแนวทาง
พอเพยี งตง้ั แต่ปี 2545 เป็นต้นมาอยา่ งแท้จรงิ ปัญหาการกระจายรายได้และ
ความเหลอ่ื มลาํ้ ในทกุ ๆ ดา้ นจะตอ้ งลดลง ปญั หาความเสอื่ มโทรมและปญั หาขยะ
ทกุ ประเภทจะตอ้ งมแี นวโนม้ ทลี่ ดลง ปญั หาทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสง่ิ แวดลอ้ ม
ควรจะมีแนวโน้มดีข้ึนตามลำ�ดับ ปัญหาสังคมและการเมือง อันประกอบด้วย
ปญั หาอาชญากรรม ปญั หาครอบครวั ลม่ สลาย ปญั หาความขดั แยง้ ในสงั คมและ
ความขัดแยง้ ทางการเมอื งควรที่จะลดลง แตท่ ่ผี ่านมา ถงึ แม้อตั ราการขยายตวั
ทางเศรษฐกิจจะเพ่ิมขึ้นอย่างต่อเนื่อง ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีถูกนำ�มา
ประยุกตใ์ ช้อย่างต่อเน่ือง แต่ปญั หา “รวยกระจกุ จนกระจาย” ยงั คง
8
ดำ�รงอยู่ คุณภาพการศึกษายังคงเป็นปัญหาที่แก้ไขไม่ได้มากนัก สะท้อนถึง
ข้อเรียกร้องต่าง ๆ ของเยาวชนทก่ี ำ�ลังเปน็ ปัญหาความขดั แยง้ ในปจั จุบนั
ทั้งหมดนี้เป็นผลจากการพัฒนาประเทศโดยรวมมิได้ดำ�เนินไปตาม
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งอยา่ งแทจ้ รงิ หลงั จากทพ่ี ระบาทสมเดจ็ พระมหา
ภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ไดพ้ ระราชทานปรชั ญาของเศรษฐกจิ
พอเพยี งเปน็ ครงั้ แรกในปี 2517 และไดพ้ ระราชทานอยา่ งเปน็ ทางการในปี 2540
นับเป็นเวลานานถึง 37 ปี พระองค์ยังได้ทรงปรารภในเรื่องน้ีเป็นครั้งสุดท้าย
ในปี 2554 โดยมใี จความสว่ นหนงึ่ ดังนี้
“เศรษฐกิจพอเพียง” “เศรษฐกิจ” และก็ “พอเพียง” พอเพียงก็
ไมค่ อ่ ยเขา้ ใจวา่ พอเพยี งอะไร แตค่ วามคดิ ของตวั พอเพยี ง กค็ อื วา่ ท�ำ อะไร
ไมฟ่ มุ่ เฟอื ย ไมฟ่ งุ้ ซ่าน ไม่ท�ำ อะไรให้มนั เกนิ ไป เม่อื ท�ำ แลว้ ไดผ้ ลในการทำ�
ถ้าได้ผล กห็ มายความว่า ประหยดั ส�ำ หรบั ชาวบา้ นคนท่ีทำ�เศรษฐกจิ นี้เอง
ผู้ที่เป็นนักทฤษฎี ผู้ท่ีเป็นผู้เช่ียวชาญ ก็จะต้องหาเหตุผลของ
เศรษฐกิจพอเพียงน้ี ถ้าหาเหตุผลได้ ก็เช่ือว่า เหตุผลน้ีก็จะได้ประโยชน์
เมื่อได้ประโยชน์แล้ว ชาวบ้านในประเทศไทยก็จะได้ประโยชน์ เมื่อได้
ประโยชน์แล้ว เขาก็จะมีความร่ํารวยขึ้น โดยไม่ต้องลงทุนอะไรมากมาย
ถา้ ท�ำ ไดแ้ ลว้ กจ็ ะเปน็ การชว่ ยใหป้ ระเทศชาตอิ ยไู่ ด้ ถา้ ไมเ่ อาใจใสใ่ นความคดิ
เหล่าน้ี งานทัง้ หลายทีเ่ ราท�ำ ก็จะไม่เกิดประโยชน์อะไรเลย”
บางสว่ นของพระราชดำ�รสั เร่อื งเศรษฐกจิ พอเพียง
ของพระบาทสมเดจ็ พระมหาภูมพิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร (2470-2559)
พระราชทานแกค่ ณะผบู้ รหิ ารสถาบันสารสนเทศทรพั ยากรน้าํ และการเกษตร (องค์การมหาชน)
กระทรวงวทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ณ โรงพยาบาลศิรริ าช วนั ที่ 5 กันยายน 2554
พระราชปรารภดังกล่าวสะท้อนถึงความห่วงใยของพระองค์สองเร่ือง
ด้วยกัน เรื่องท่ีหน่ึง คือ คนส่วนใหญ่ยังคงไม่เข้าใจความหมายของเศรษฐกิจ
พอเพยี ง แตส่ ว่ นทส่ี องทสี่ �ำ คญั กวา่ กค็ อื ผทู้ เ่ี ปน็ นกั ทฤษฎแี ละผเู้ ชยี่ วชาญอาจยงั
ไมพ่ ยายามหาเหตุผลหรือผลักดันใหน้ �ำ เอาปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมาใช้
9
ประโยชนอ์ ย่างจริงจงั ตรงน้ีคือบทบาทของนักทฤษฎแี ละผเู้ ชยี่ วชาญท่ีจ�ำ เป็น
จะตอ้ งท�ำ หนา้ ทส่ี านตอ่ เพอื่ สนองพระราชประสงคใ์ นการขบั เคลอื่ นปรชั ญาของ
เศรษฐกิจพอเพียงตอ่ ไป
นอกจากนเี้ มอ่ื วนั ที่ 13 ตลุ าคม 2560 ซงึ่ เปน็ วนั ครบรอบ 1 ปที พี่ ระบาท
สมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เสด็จสวรรคต
โรงพยาบาลศริ ริ าชไดจ้ ดั งานเพอ่ื ร�ำ ลกึ ถงึ พระองคแ์ ละไดเ้ ชญิ ดร.สเุ มธ ตนั ตเิ วชกลุ
เลขาธิการมูลนิธิชัยพัฒนา ท่ีเคยรับใช้ใกล้ชิดเบ้ืองยุคลบาท แสดงปาฐกถา
ซึง่ มีใจความตอนหน่ึงว่า ก่อนทพ่ี ระองคเ์ สดจ็ สวรรคตไดไ้ มน่ าน ท่าน ดร.สเุ มธ
ได้มีโอกาสเข้าเฝ้าซ่ึงกลายเป็นการเข้าเฝ้าครั้งสุดท้าย พระองค์ได้ทรงตรัสกับ
ดร.สเุ มธ วา่ “สเุ มธ งานยงั ไมเ่ สรจ็ ” สะทอ้ นถงึ ความหว่ งใยในการขบั เคลอ่ื น
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตลอดพระชนมช์ ีพของพระองค์ เป็นการตอกย้าํ
ความจำ�เป็นที่พสกนิกรที่ศรัทธาต่อสิ่งท่ีพระองค์ทรงสั่งสอนและทรงปฏิบัติ
ให้เป็นตัวอย่างด้วยพระองค์เอง ควรที่จะผลักดันการขับเคล่ือนเศรษฐกิจ
พอเพียงให้ก้าวหน้าตอ่ ไปเพ่อื ประโยชนส์ ขุ ของประชาชนชาวไทยทกุ คน
2. การวิจัยเพ่อื ขบั เคลอ่ื นปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
กบั องค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ (อปท.) ทวั่ ประเทศไทย
โครงการนี้มจี ดุ เริ่มต้นต้งั แตว่ ันท่ี 15 กุมภาพนั ธ์ 2559 โดยส�ำ นกั งาน
คณะกรรมการสง่ เสรมิ วทิ ยาศาสตร์ วจิ ยั และนวตั กรรม (สกสว.) ไดเ้ รม่ิ สนบั สนนุ
การวจิ ยั เพอื่ ขบั เคลอื่ นเศรษฐกจิ พอเพยี งขนึ้ ใหมอ่ กี ครงั้ หนงึ่ เนอื่ งจากเหน็ ความ
ส�ำ คญั ของงานนใี้ นฐานะเปน็ สว่ นหนง่ึ ในการสนองพระราชปรารภของพระบาท
สมเด็จพระมหาภูมิพลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร เม่ือวันท่ี 5 กนั ยายน
2554 ดังที่ได้กล่าวมาแล้ว โดยเห็นได้ชัดว่าถ้าจะขับเคล่ือนประเทศไทยให้มี
การพฒั นาตามปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งเพม่ิ มากขน้ึ ยทุ ธศาสตรส์ �ำ คญั อยู่
ที่การขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
ใหเ้ ปน็ ฐานในการขบั เคลอ่ื นปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งทง้ั ประเทศ ซงึ่ งานวจิ ยั
ในลกั ษณะนจ้ี ะตอ้ งใชน้ กั วจิ ยั จากสถาบนั อดุ มศกึ ษาทวั่ ประเทศ จงึ เปน็ การสรา้ ง
10
นกั วจิ ยั เศรษฐกจิ พอเพยี งใหเ้ พม่ิ มากขน้ึ เปน็ การเพมิ่ สดั สว่ นบคุ ลากรในสถาบนั
อุดมศึกษาท่ีมีความรู้ความเข้าใจปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง ช่วยให้มีการ
สรา้ งนกั วจิ ยั หนา้ ใหมใ่ หก้ ารกระจายตวั เปน็ เครอื ขา่ ยทว่ั ประเทศไดม้ ากขน้ึ รวมทง้ั
ลดอคติและความไม่รู้จริงของสถาบันอุดมศึกษาในส่วนที่เก่ียวข้องกับปรัชญา
ของเศรษฐกิจพอเพียงด้วย
โครงการยอ่ ยภายใตโ้ ครงการนส้ี �ำ หรบั งานทเ่ี กย่ี วกบั การขบั เคลอื่ น อปท.
ที่ได้ท�ำ ในระยะท่ี 1 ทผ่ี า่ นมาแลว้ ไดแ้ บ่งออกเปน็ 6 โครงการ
1) ภาคเหนือ ประกอบดว้ ย 4 จงั หวดั โดยมี 2 จังหวดั อยใู่ นภาคเหนือ
ตอนบน คือ เชยี งใหมแ่ ละล�ำ พูน ซ่งึ มจี ำ�นวน อปท. ในส่วนนี้ 25 แห่ง สว่ น
ภาคเหนอื ตอนล่างประกอบดว้ ย พษิ ณุโลกและอตุ รดติ ถ์ ที่ประกอบด้วย อปท.
อีก 24 แหง่ รวมท้ังส้ินเปน็ จ�ำ นวน อปท. ท้ังหมด 49 แห่ง โดยมคี ณาจารยแ์ ละ
นกั วจิ ยั จากมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั เชยี งใหมแ่ ละมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั อตุ รดติ ถเ์ ปน็
ผูร้ บั ผิดชอบ
2) ภาคอีสาน ประกอบด้วย ภาคอีสานตอนบน คือ จังหวัดบึงกาฬ
ประกอบด้วย อปท. 5 แห่ง และอีสานใต้ คือ จังหวดั ยโสธร อำ�นาจเจริญ และ
ศรสี ะเกษ ประกอบดว้ ย อปท. จงั หวดั ละ 5 แหง่ รวมทง้ั สน้ิ 15 แหง่ เปน็ อปท.
ในภาคอีสานท้ังหมด 20 แห่ง โดยมีคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยขอนแก่น
เปน็ ผรู้ บั ผิดชอบ
3) ภาคกลางตอนบนและภาคเหนอื ตอนใต้ ประกอบดว้ ย อปท. 6 แหง่
คือ ในจงั หวัดนครสวรรค์ 3 แหง่ และในจงั หวดั อุทยั ธานี 3 แหง่ โดยมีนกั วจิ ยั
จากมหาวิทยาลยั มหดิ ล วทิ ยาเขตนครสวรรค์ เป็นผ้รู ับผดิ ชอบ
4) ภาคกลาง ตะวันออก ประกอบดว้ ย อปท. ในจงั หวัดตราด จนั ทบุรี
ชลบรุ ี สระแกว้ และฉะเชงิ เทรา รวมทงั้ สนิ้ 6 แหง่ โดยมนี กั วจิ ยั จากมหาวทิ ยาลยั
ราชภัฏร�ำ ไพพรรณี เปน็ ผรู้ บั ผิดชอบ
5) ภาคกลาง ตะวนั ตก ประกอบดว้ ย อปท. ในจงั หวดั นครปฐม มี อปท.
ท่ีเข้ารว่ มโครงการ 4 แห่ง โดยมีนักวิจัยจากมหาวทิ ยาลัยราชภฏั นครปฐมเปน็
ผรู้ ับผิดชอบ
11
6) ภาคใต้ ประกอบด้วย อปท. ในจังหวัดนครศรีธรรมราช มี อปท.
เข้าร่วมโครงการนี้ท้ังหมดอยู่ในอำ�เภอท่าศาลา 5 แห่ง โดยมีนักวิจัยจาก
มหาวทิ ยาลัยวลัยลกั ษณเ์ ป็นผรู้ ับผดิ ชอบ
โดยสรปุ คอื ในภาคเหนือ ประกอบด้วย อปท. 45 แห่ง ภาคตะวนั ออก
เฉยี งเหนอื 20 แห่ง ภาคกลาง 16 แห่ง ภาคใต้ 5 แห่ง รวมท้ังส้ิน 86 แหง่
การขับเคลื่อน อปท. ระยะทสี่ องทดี่ ำ�เนนิ การต่อเนอ่ื งจากระยะทห่ี นึ่ง
ไดม้ กี ารรวมเอา อปท. ในระยะทหี่ นง่ึ รว่ มกบั อปท. ใหมท่ ข่ี ยายพน้ื ทเี่ พม่ิ ขน้ึ ดงั น้ี
1) ภาคเหนอื มี อปท. เขา้ ร่วมโครงการเพมิ่ ขึ้นจำ�นวน 25 แห่ง เม่อื
รวมกบั โครงการระยะทหี่ นึง่ ทำ�ใหม้ ีทง้ั สน้ิ จำ�นวน 70 แหง่ (เนอื่ งจาก อปท. ท่ี
เขา้ รว่ มในปที ่ี 1 ถอนตวั 4 แหง่ ) ประกอบดว้ ย อปท. ในจงั หวดั เชยี งใหม่ จงั หวดั
ล�ำ พูน จงั หวัดพิษณโุ ลก จงั หวดั อตุ รดติ ถ์ จงั หวัดเชยี งราย และจังหวัดพะเยา
โดยมีคณาจารย์และนักวิจัยจากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ มหาวิทยาลัย
ราชภฏั อุตรดติ ถ์ และมหาวิทยาลัยพะเยา เปน็ ผ้รู ับผิดชอบ
2) ภาคตะวันออกเฉยี งเหนอื มี อปท. เข้ารว่ มโครงการเพม่ิ ขึน้ จ�ำ นวน
20 แห่ง เมื่อรวมกับโครงการระยะที่หนึ่งทำ�ให้มีท้ังสิ้น จำ�นวน 40 แห่ง
ประกอบดว้ ย อปท. ในจงั หวดั บงึ กาฬ ยโสธร อ�ำ นาจเจรญิ ศรสี ะเกษ ขอนแกน่
หนองบัวลำ�ภู กาฬสินธ์ุ และร้อยเอ็ด โดยมีคณะนักวิจัยจากมหาวิทยาลัย
ขอนแก่น มหาวิทยาลัยกาฬสินธ์ุ มหาวิทยาลัยอุบลราชธานี มหาวิทยาลัย
ราชภัฏศรีสะเกษ มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด และมหาวิทยาลัยราชภัฏ
อดุ รธานี เป็นผูร้ บั ผิดชอบ
3) ภาคกลาง ตะวนั ออก มี อปท. เขา้ รว่ มโครงการเพมิ่ ขน้ึ จ�ำ นวน 15 แหง่
เมอื่ รวมกับโครงการระยะทห่ี น่งึ ท�ำ ให้มีท้งั ส้ิน จำ�นวน 21 แห่ง ประกอบด้วย
อปท. ในจังหวัดตราด จนั ทบุรี ชลบุรี สระแก้ว ฉะเชิงเทรา ระยอง นครนายก
และปราจนี บรุ ี โดยมนี กั วจิ ยั จากมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั ร�ำ ไพพรรณเี ปน็ ผรู้ บั ผดิ ชอบ
12
4) ภาคกลาง ตะวนั ตก มี อปท. เขา้ รว่ มโครงการเพมิ่ ขนึ้ จ�ำ นวน 20 แหง่
เมื่อรวมกับโครงการระยะท่ีหนงึ่ ทำ�ใหม้ ที ั้งสน้ิ จ�ำ นวน 24 แหง่ ประกอบด้วย
อปท. ในจังหวดั นครปฐม จังหวัดปทุมธานี จังหวดั นนทบุรี จงั หวัดสมุทรสาคร
จังหวดั สมุทรสงคราม จงั หวดั สมทุ รปราการ จงั หวัดกาญจนบรุ ี จังหวัดราชบุรี
จังหวัดเพชรบุรี จังหวัดประจวบคีรีขันธ์ และจังหวัดระนอง โดยมีนักวิจัย
จากมหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย มหาวิทยาลัย
ธรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหดิ ล มหาวิทยาลยั หัวเฉยี วเฉลมิ พระเกียรติ และ
มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวโิ รฒ เปน็ ผู้รับผิดชอบ
5) ภาคกลาง ตอนบนและกลาง มี อปท. เขา้ รว่ มโครงการเพม่ิ ขนึ้ จ�ำ นวน
13แหง่ เมอ่ื รวมกบั โครงการระยะทห่ี นงึ่ ท�ำ ใหม้ ที งั้ สน้ิ จ�ำ นวน19แหง่ ประกอบดว้ ย
อปท. ในจังหวัดนครสวรรค์ จังหวดั อุทัยธานี จังหวดั ลพบุรี และจังหวัดชยั นาท
โดยมนี กั วจิ ยั จากมหาวทิ ยาลยั มหดิ ล วทิ ยาเขตนครสวรรค์ มหาวทิ ยาลยั ราชภฏั
นครสวรรค์ และมหาวทิ ยาลัยเทพสตรี เป็นผรู้ บั ผิดชอบ
6) ภาคใต้ มี อปท. เขา้ รว่ มโครงการเพม่ิ ขนึ้ จ�ำ นวน 20 แหง่ เมอ่ื รวมกบั
โครงการระยะทหี่ นง่ึ ท�ำ ใหม้ ที ง้ั สนิ้ จ�ำ นวน 25 แหง่ ประกอบดว้ ย อปท. ในจงั หวดั
นครศรีธรรมราช ภเู ก็ต สุราษฎรธ์ านี ตรัง กระบี่ นราธวิ าส และพัทลงุ โดยมี
นักวิจัยจากมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ มหาวิทยาลัยฟาฏอนี และมหาวิทยาลัย
สงขลานครนิ ทร์ วิทยาเขตหาดใหญ่ เปน็ ผูร้ ับผดิ ชอบ
โดยสรุปคือ ในภาคเหนือ ประกอบด้วย อปท. 70 แห่ง ภาคตะวันออก
เฉียงเหนือ 40 แห่ง ภาคกลาง 64 แห่ง ภาคใต้ 25 แหง่ รวมท้งั หมด 199 แหง่
3. โครงการ sepaction
นอกจากนยี้ งั ไดจ้ ดั ท�ำ โครงการคขู่ นานโดยจดั ใหม้ ี electronic platform
ท่ีมีชื่อว่า Platform for Sufficiency Economy Philosophy in Action
(หรอื sepaction) เพือ่ เป็นการเผยแพร่ข้อมลู ในวงกวา้ งทั้งในและต่างประเทศ
และเพ่ือเผยแพร่พระเกียรติยศของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดช
มหาราช บรมนาถบพิตร ซ่ึงทรงเป็นผู้นำ�ในการขับเคล่ือนเศรษฐกิจพอเพียง
13
พระองค์แรกในประเทศไทยและท่ัวโลก ซ่ึงนอกจากจะเป็นการเผยแพร่
พระเกยี รตคิ ณุ แลว้ ยงั เปน็ แหลง่ ขอ้ มลู เพอ่ื ใหท้ ราบความกา้ วหนา้ การขบั เคลอื่ น
เศรษฐกจิ พอเพียงในประเทศไทยและท่วั โลกอย่างเปน็ ระบบ
สำ�หรับผลงานที่ได้ดำ�เนินการและบรรลุผลไปแล้วก็คือ การจัดทำ�เวที
อเิ ลก็ ทรอนกิ สเ์ พอื่ ขบั เคลอ่ื นเศรษฐกจิ พอเพยี ง (e-Platform for Sufficiency
Economy Movement) โดยท�ำ เปน็ สองภาษา คอื ไทยและองั กฤษ แยกจากกนั
โดยได้เช่ือมโยง (link) เว็บไซต์ที่เกี่ยวกับเศรษฐกิจพอเพียงท้ังหมดท่ีมีอยู่ใน
โลกไซเบอร์เข้าไว้ด้วยกัน สำ�หรับภาคภาษาไทยมุ่งหวังให้ผู้ใช้ประโยชน์เป็น
ประชาชนและหนว่ ยงานตา่ ง ๆ ทสี่ นใจหาความรู้ ท�ำ กจิ กรรมเกยี่ วกบั เศรษฐกจิ
พอเพยี งเขา้ มาเปน็ สมาชกิ สว่ นภาษาองั กฤษนนั้ มงุ่ หมายใหข้ อ้ มลู ความรเู้ กยี่ วกบั
เศรษฐกจิ พอเพยี งแกผ่ สู้ นใจชาวตา่ งชาติ รวมทง้ั เปดิ โอกาสใหช้ าวตา่ งชาตเิ ปน็
สมาชิกและเป็นการสร้างเครือข่ายเศรษฐกิจพอเพียงทั่วโลก โดยสิ้นปี 2560
มผี สู้ มคั รเขา้ มาเปน็ สมาชกิ 256 ราย เปน็ หนว่ ยงาน 63 ราย และบคุ คล 193 คน
ในจำ�นวนนี้มีนักวิชาการต่างชาติสมัครเป็นสมาชิกแล้ว 2 คน แต่ยังถือได้ว่า
งานท้ังหมดยังไม่ประสบความสำ�เร็จมากนัก เพราะต้องแข่งขันในเรื่องเวลา
และความสนใจกับเว็บไซต์ต่าง ๆ ท่ีมีวิธีการเช้ือเชิญและล่อใจบุคคลท่ัวไปให้
เขา้ มาติดตาม งานน้จี งึ เปน็ งานคอ่ นข้างจะท้าทาย
4. วตั ถุประสงค์
โครงการดงั กลา่ วไดต้ งั้ เปา้ หมายในการด�ำ เนนิ งานทง้ั สนิ้ 3 ระยะ โดยตงั้
ความหวังไว้ว่าจะมี อปท. เข้าร่วมโครงการประมาณ 500 แห่ง จาก อปท.
ทั้งหมด 9,276 แห่ง หรือคิดเป็นร้อยละ 5.4 ซึ่งเป็นจำ�นวนที่มากพอท่ีอาจ
จะทำ�ให้เกิดการขับเคลื่อน อปท. ต่อไปได้ด้วยตัวเองในภายหลัง แต่ปัจจุบัน
ทำ�ไดเ้ พียง 199 แห่ง หรือเพยี งรอ้ ยละ 2.1 เทา่ นนั้ และยังไม่มคี วามแน่นอน
ว่าโครงการดังกล่าวจะได้รับการสนับสนุนต่อหรือไม่ เน่ืองจากสำ�นักงาน
คณะกรรมการส่งเสริมวิทยาศาสตร์ วิจยั และนวัตกรรม (สกสว.) ซ่ึงได้เปลีย่ น
มาจากส�ำ นกั งานกองทนุ สนบั สนนุ การวจิ ยั (สกว.) ไดเ้ ปลยี่ นบทบาทหนา้ ทแี่ ละ
14
ไมส่ ามารถใหท้ นุ สนบั สนนุ การวจิ ยั โดยตรงได้ อยา่ งไรกต็ ามการจดั ท�ำ โครงการนี้
เป็นไปตามวัตถุประสงคเ์ ดิม คือภายหลงั จากท่ไี ดส้ รา้ งการเรยี นรใู้ หก้ บั อปท.
ในพน้ื ที่ต่าง ๆ ท่วั ประเทศไทยตามท่ีไดอ้ ธบิ ายไปแล้ว สมควรทจี่ ะจดั ให้มีการ
สมั มนาทางวชิ าการระดบั ชาตเิ พอ่ื เปน็ การสรา้ งการรบั รใู้ นระดบั ชาตแิ ละสรา้ ง
เครอื ขา่ ยให้ อปท. ทไี่ ดเ้ ขา้ รว่ มโครงการทว่ั ประเทศตระหนกั รวู้ า่ พวกเขามเี พอื่ น
ร่วมอุดมการณ์เดยี วกนั อยู่ในทุกภมู ภิ าคท่ัวประเทศไทย
วัตถุประสงค์ในการจัดโครงการนี้จึงมีเพียงวัตถุประสงค์เดียว คือเพื่อ
สร้างความตระหนักรู้แก่ประชาชนในวงกว้างท่ัวประเทศ อีกทั้งเป็นการสาน
เครือข่าย อปท. ท่ีบริหารงานด้วยปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเพ่ือให้เกิด
แรงบันดาลใจในการขยายเครือข่ายให้กว้างขวางทั่วพื้นท่ีประเทศไทยให้มาก
ทส่ี ุดเท่าทจี่ ะมากได้
5. จำ�นวนผู้เข้าร่วมประชมุ
คาดวา่ มีผ้เู ขา้ ร่วมประชุมท้งั ส้นิ 320 คน
6. สถานที่จดั งานและกำ�หนดการ
การสมั มนาเชงิ ปฏบิ ตั กิ ารในครงั้ นเี้ ปน็ ความรว่ มมอื ระหวา่ งโครงการวจิ ยั
เพื่อขับเคล่ือนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
(อปท.) ทัว่ ประเทศไทย ภายใตก้ ารก�ำ กบั ของส�ำ นกั งานคณะกรรมการส่งเสริม
วิทยาศาสตร์ วิจยั และนวตั กรรม (สกสว.) สภาวิจยั แหง่ ชาติ (วช.) กระทรวง
การอุดมศึกษา วิทยาศาสตร์ วิจัยและนวัตกรรม (อว.) ร่วมกับกรมส่งเสริม
การปกครองทอ้ งถน่ิ กระทรวงมหาดไทย และสถานโี ทรทศั นไ์ ทยพบี เี อส โดยมี
สถาบันการจัดการเพ่ือชนบทและสังคม มูลนิธิบูรณะชนบทแห่งประเทศไทย
ในพระบรมราชูปถัมภ์ รว่ มกบั มหาวทิ ยาลยั รงั สติ เป็นผปู้ ระสานงาน โดยจะจดั
ในวนั ท่ี 18 พฤศจกิ ายน 2563 ณ โรงแรมรามาการเ์ ดน้ กรงุ เทพมหานคร โดยมี
กำ�หนดการดังต่อไปน้ี
15
16
กำ�หนดการ
โครงการสมั มนาเชงิ ปฏิบัตเิ พือ่ ขบั เคล่อื นปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
กับองคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่น (อปท.) ทัว่ ประเทศไทย
วนั ท่ี 18 พฤศจกิ ายน 2563 ณ โรงแรมรามาการเ์ ดน้ กรุงเทพมหานคร
08.00-09.00 น. ลงทะเบียน
09.00-09.15 น. ผู้อ�ำ นวยการสำ�นกั งานคณะกรรมการสง่ เสริมวทิ ยาศาสตร์
วจิ ยั และนวตั กรรม (สกสว.) และเลขาธิการส�ำ นักงาน
คณะกรรมการวิจยั แหง่ ชาติ (วช.) กลา่ วตอ้ นรับ
และแนะน�ำ องค์ปาฐก
09.15-09.25 น. กลา่ วเปดิ งาน โดย รศ.ทนพ.ดร.จักษ์ พันธ์ชเู พชร ทปี่ รึกษา
รัฐมนตรวี า่ การกระทรวงอุดมศกึ ษา วทิ ยาศาสตร์ วจิ ยั และ
นวัตกรรม (อว.)
09.25-10.00 น. ปาฐกถาพเิ ศษ “การขบั เคลอื่ นประเทศไทยดว้ ยปรชั ญาของ
เศรษฐกจิ พอเพยี งในยคุ หลงั โควดิ -19 ผา่ นการด�ำ เนนิ งานของ
องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น”
โดย ศาสตราจารย์เกยี รติคุณ นพ.ประเวศ วะสี
10.00-10.45 น. บรรยายพิเศษ “ความสำ�คญั ของการบริหารราชการ
ส่วนท้องถิ่นด้วยปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง”
โดย นายขจร ศรีชวโนทัย รองอธบิ ดกี รมสง่ เสริม
การปกครองท้องถิ่น
10.45-12.00 น. เสวนา “การขับเคลอื่ นปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียงและ
สรา้ งเครือข่ายของเทศบาลเมือง”
ทม.หวั หิน จังหวัดประจวบคีรขี นั ธ์
ทม.กระทู้ จงั หวดั ภเู กต็
ด�ำ เนนิ การเสวนาโดย รองศาสตราจารย์ ดร.เกศนิ ี ประทมุ สวุ รรณ
17
12.00-13.00 น. รับประทานอาหารกลางวนั
13.00-14.00 น. เสวนา “การขบั เคล่อื นปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งและ
สรา้ งเครอื ขา่ ยของเทศบาลต�ำ บล”
ทต.บ้านซ่อง จงั หวัดฉะเชิงเทรา
ทต.ปลายพระยา จังหวดั กระบ่ี
ด�ำ เนนิ การเสวนาโดย ดร.นีรนาท แก้วประเสริฐ ระฆังทอง
14.00-15.15 น. เสวนา “การขับเคลื่อนปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งและ
สรา้ งเครอื ขา่ ยขององค์การบริหารส่วนต�ำ บล”
อบต.หาดสองแคว จงั หวดั อุตรดิตถ์
อบต.ส�ำ โรงตาเจ็น จังหวดั ศรสี ะเกษ
อบต.โก่งธนู จงั หวดั ลพบุรี
ด�ำ เนนิ การเสวนาโดย รองศาสตราจารย์ ดร.วรรณา ประยกุ ตว์ งศ์
15.15-16.30 น. การประชุมกล่มุ ยอ่ ย “การสร้างเครอื ขา่ ยและขบั เคลอ่ื น
อปท. ตามปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งสอู่ นาคตประเทศไทย”
เพื่อสร้างเครือขา่ ยและแลกเปล่ียนความคิดเห็น
(แบง่ กลุ่ม อปท. คละภมู ิภาค 5 กลมุ่ ๆ ละ 30 คน)
16.30-17.20 น. เวทสี รุปบทเรียนและนำ�เสนอผลการประชมุ กลมุ่ ย่อย
“การสร้างเครอื ข่ายและขบั เคลื่อน อปท. ตามปรชั ญาของ
เศรษฐกิจพอเพียง”
ดำ�เนินการเสวนา โดย คณุ ก่อเขต จนั ทเลิศลกั ษณ์
ผู้อ�ำ นวยการส�ำ นักขา่ ว Thai PBS
17.20-17.30 น. ศาสตราจารย์ ดร.อภชิ ยั พนั ธเสน กลา่ วปิดการประชุม
*หมายเหตุ อาหารว่างจัดในหอ้ งประชมุ
18
สารบญั เรือ่ ง
หนา้
แผนและยทุ ธศาสตร์สรา้ งแผน่ ดนิ สุขภาวะใน 800 อำ�เภอ
8,000 ตำ�บล ทัว่ ประเทศ บทบาทของ 100 มหาวทิ ยาลยั 23
1 ล้านนสิ ิต
ศาสตราจารย์นายแพทยป์ ระเวศ วะสี 39
ภาคที่หนง่ึ กรอบวิจยั กลาง
1. หลกั การและเหตผุ ลในการทำ�กรอบวิจัยกลาง 39
2. เป้าหมายระดบั ต่าง ๆ ของโครงการ 42
3. แนวทางในการสรา้ งกรอบวจิ ยั 45
4. กรอบการวิจัยทไี่ ด้จากปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง 56
5. การประยกุ ตป์ รัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งกับ 60
องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ 66
6. ความลกึ ซง้ึ ในการมีสว่ นรว่ มในการจดั ทำ�แผนพัฒนา 71
ท้องถ่นิ 74
7. รายนามนกั วิจยั ในโครงการทอี่ ยู่นอกเหนือจากหวั หน้า
โครงการ 97
ภาคผนวก ก คมู่ ือการเก็บรวบรวมขอ้ มูล ตัวช้ีวัดระดับ
การเปน็ เศรษฐกจิ พอเพียงขององค์การบรหิ าร
ส่วนต�ำ บล (อบต.) เทศบาลตำ�บล (ทต.)
และเทศบาลเมอื ง (ทม.)
ภาคผนวก ข การประเมนิ คขู่ นานการมสี ว่ นร่วมใน
การพฒั นาทอ้ งถน่ิ อยา่ งแท้จริง
19
หน้า
ภาคผนวก ค คมู่ ือการเกบ็ รวบรวมข้อมลู เพ่ือประเมิน
ระดับการเปน็ เศรษฐกิจพอเพยี งของ 100
เทศบาลนคร (ทน.)
ภาคผนวก ง คู่มอื การเก็บรวบรวมข้อมูล ตวั ช้วี ดั ระดบั 122
การเป็นเศรษฐกิจพอเพยี งขององค์การบรหิ าร
สว่ นจังหวดั (อบจ.) 147
ภาคผนวก จ แนวทางการรวบรวมขอ้ มูลเพื่อใชป้ ระกอบ 148
การวิเคราะห์ อบต. ทต. ทม. ทน. 148
ตารางที่ 1 ข้อมลู สะท้อนคุณลักษณะองค์กร 149
ดา้ นศักยภาพบคุ ลากร 150
ตารางท่ี 2 ข้อมลู สะท้อนคุณลกั ษณะองค์กร 150
ด้านการพฒั นาอย่างมสี ่วนรว่ ม 151
ตารางที่ 3 ข้อมูลสะทอ้ นคณุ ลักษณะตำ�บล 152
ดา้ นเศรษฐกิจ 152
ตารางท่ี 4 ข้อมลู สะทอ้ นคณุ ลักษณะตำ�บล 152
ด้านผเู้ ปราะบาง 153
ตารางที่ 5 ศนู ย์เรยี นรู้ปรัชญาของเศรษฐกิจ 154
พอเพียงในพื้นท่ี อปท. 154
ภาคผนวก ฉ ข้อมลู คณุ ลักษณะองค์การบรหิ ารส่วนจังหวัด
1. องค์กร
2. นายก อบจ.
3. แผนพฒั นาท้องถ่นิ และแผนอน่ื ๆ
4. การบรหิ ารจัดการ
5. ความสุขของพนักงานในองคก์ ร
6. ศกั ยภาพและทุนทางสงั คมของผู้บริหาร
พนักงาน เครอื ข่าย องค์กร ฯลฯ
20
หนา้
7. การขบั เคลอ่ื นปรชั ญาของเศรษฐกจิ 154
พอเพยี งภายในองคก์ รและในหมปู่ ระชาชน
ตลอดจนกลมุ่ เกษตรกร
ตารางท่ี 1 ข้อมูลสะท้อนคณุ ลกั ษณะองคก์ ร 155
ดา้ นศักยภาพบคุ ลากรของ อบจ.
ตารางที่ 2 ขอ้ มูลสะท้อนคณุ ลักษณะองค์กร 155
ด้านการพัฒนาอยา่ งมสี ว่ นรว่ ม
ของ อบจ.
ตารางที่ 3 ข้อมูลการจดั สรรงบประมาณ 156
ประจ�ำ ปขี อง อบจ. ตามประเภท
โครงการพัฒนา เปรียบเทียบ
ระหวา่ งงบประมาณและรายจ่ายจรงิ
จาก 3 ปี ย้อนหลงั
ตารางท่ี 4 ขอ้ มูลการจัดสรรงบประมาณ 157
ประจำ�ปีของ อบจ. ตามประเภท
การบริการสาธารณะ เปรียบเทยี บ
ระหว่างงบประมาณและรายจา่ ยจริง
จาก 3 ปี ย้อนหลงั
ภาคผนวก ช รายชือ่ องคก์ ารบรหิ ารสว่ นทอ้ งถ่นิ ท่ีเข้าร่วม 158
โครงการ
171
ภาคทสี่ อง สรุปผลการวิจยั
1. ลำ�ดับและสาระในการนำ�เสนอ 172
ศาสตราจารยอ์ ภชิ ัย พันธเสน
2. การประยกุ ตป์ รชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง 178
เพ่ือการขับเคลอ่ื นองค์กรปกครองสว่ นท้องถ่นิ ในภาคเหนอื
รองศาสตราจารย์ ดร.วีระศักด์ิ สมยานะ และคณะ
21
หนา้
3. การประยกุ ตป์ รชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
เพ่ือการขบั เคลื่อนองคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่นิ ใน 189
ภาคตะวนั ออก 203
รองศาสตราจารย์ ดร.ชัยยนต์ ประดิษฐศิลป์ และคณะ 221
4. การประยกุ ต์ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง 235
เพือ่ การขบั เคลอ่ื นองคก์ รปกครองส่วนท้องถ่นิ ใน 267
ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื 281
รองศาสตราจารย์ ดร.สถาพร เรงิ ธรรม และคณะ 298
5. การประยุกตป์ รัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
เพอ่ื การขบั เคล่ือนองค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ ใน
ภาคตะวันตก
รองศาสตราจารย์ ดร.เกศินี ประทมุ สวุ รรณ และคณะ
6. การประยกุ ต์ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
เพื่อการขบั เคลอื่ นองค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่นในภาคกลาง
รองศาสตราจารย์ ดร.วรรณา ประยุกตว์ งศ์ และคณะ
7. การประยุกต์ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
เพอื่ การขบั เคล่ือนองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ ในภาคใต้
ดร.นรี นาท แก้วประเสรฐิ ระฆงั ทอง และคณะ
8. ผลการประเมินระดบั ความเปน็ เศรษฐกิจพอเพียง
ขององค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ินและข้อเสนอแนะ
ศาสตราจารย์ ดร.อภิชยั พนั ธเสน
บรรณานุกรม
22
สแรผา้ นงแใ8แนลผ,80ะ่น0ย0ด0ทุ0ินธอต�ำส�ำศเภบุขาลอภสาตวระ์
1100ทว่ั ประเทศ
บทบาทของ มหาวิทยาลัย
ลา้ นนิสิต
ศาสตราจารยน์ ายแพทยป์ ระเวศ วะสี
ราชบณั ฑติ กติ ตมิ ศักด์ิ
23
24 การขบั เคลอ่ื น
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
กบั องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถนิ่
ทัว่ ประเทศไทย
บัดนี้เรามีความรู้และประสบการณ์พอท่ีจะทำ�แผนและยุทธศาสตร์
“สร้างแผ่นดินสุขภาวะใน 800 อำ�เภอ 8,000 ตำ�บล ท่ัว
ประเทศ” โดยการมสี ว่ นรว่ มของทกุ ภาคสว่ นในสงั คมใน กระบวนการเรยี นรู้
ร่วมกันในการปฏบิ ัติ (Interactive learning to action) ในสถานการณจ์ ริง
เพอ่ื สรา้ งแผ่นดินสุขภาวะ โดยมอี ำ�เภอทุกอำ�เภอและตำ�บลทกุ ตำ�บลเปน็ พ้ืนท่ี
ปฏบิ ตั ิการ
การเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติในสถานการณ์จริง เป็นการเรียนรู้ท่ี
ทรงพลงั ทสี่ ดุ ทจ่ี ะฝา่ ความยากทกุ ชนดิ ไปสคู่ วามส�ำ เรจ็ เปน็ กระบวนการทท่ี �ำ ให้
ส่ิงท่ีเป็นไปไมไ่ ด้เปน็ ไปได้ (Makes the impossible possible) เพราะย่งิ ทำ�
ยง่ิ รกั กนั มากขน้ึ ยงิ่ มคี วามสขุ มากขน้ึ ยงิ่ ฉลาดมากขน้ึ ฉลาดรว่ มกนั (collective
wisdom) ทำ�ให้เกิดพลังมหาศาลที่ทำ�ให้เกิดแผ่นดินสุขภาวะ ในทุกตำ�บล
ทุกอำ�เภอท่วั ประเทศ
ในการนี้จะเป็นการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติ ของคนไทยจำ�นวน
มากทสี่ ดุ ในประวตั ศิ าสตร์ อนั จะน�ำ ไปสกู่ ารเกดิ ขนึ้ ของ พลงั พลเมอื งทต่ี น่ื รู้
และกมั มันตะ เต็มประเทศ
เมอื่ ใดประเทศใดเกดิ พลงั พลเมอื งทต่ี น่ื รเู้ ตม็ ประเทศ เมอ่ื นน้ั ประเทศนน้ั
ย่อมเกิดความเจริญก้าวหน้าอย่างแท้จริงในทุกด้าน ท้ังเศรษฐกิจ สังคม
ส่งิ แวดลอ้ ม และการเมือง
ทกุ ภาคสว่ นในสงั คมไมว่ า่ ภาครฐั ทง้ั ทหาร และพลเรอื น ภาคการศกึ ษา
ภาคธรุ กจิ องคก์ รพฒั นาเอกชน องคก์ รการกศุ ล กลมุ่ ชมรม สมาคม มลู นธิ ติ า่ ง ๆ
เยาวชน ลว้ นมบี ทบาทในแผนและยุทธศาสตร์แผ่นดินสขุ ภาวะน้ีได้ทัง้ สน้ิ
บทความนวี้ า่ ด้วยบทบาทของ 1 รอ้ ยมหาวิทยาลยั 1 ล้านนสิ ติ
24
การขบั เคลอ่ื น 25
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
กบั องคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่นิ
ทว่ั ประเทศไทย
1
11 รล้อา้ นยนมิสหิตาวทิ ยาลยั
คือพลังอดุ มศกึ ษาทง้ั หมดของประเทศ
ประเทศไทยมีสถาบันอุดมศึกษาทุกชนิดกว่า 100 แห่ง และมีนิสิต
นกั ศึกษารวมทัง้ บัณฑิตตกงานดว้ ยกว่า 1 ลา้ นคน เป็นก�ำ ลังคนขนาดใหญ่ที่มี
จ�ำ นวนมากกวา่ พระทกุ วดั รวมกนั หรอื มากกวา่ จ�ำ นวนทหารทกุ กองทพั รวมกนั
และเปน็ พลงั คนทใ่ี ชค้ วามรู้ ใชป้ ญั ญา จงึ มศี กั ยภาพเกนิ พอทจ่ี ะสรา้ งแผน่ ดนิ ไทย
ใหเ้ ป็นแผ่นดินสขุ ภาวะ
การที่มหาวิทยาลัยจะเป็นพลังแผ่นดินได้จริง ต้องการพลังปัจจัย
3 อยา่ งคือ
1. ตอ้ งรู้ความจรงิ ของแผน่ ดินไทย
2. รวู้ า่ แผน่ ดินสขุ ภาวะคืออย่างไร และเกดิ ข้นึ ไดอ้ ยา่ งไร
3. ปรับเปลี่ยนจากการหาความรู้ด้วยการท่องวิชา เป็นการเรียนรู้
จากการปฏิบัติในสถานการณ์จรงิ หรอื เรียนรจู้ ากการลงมือทำ�
25
26 การขบั เคลอื่ น
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
กบั องค์กรปกครองส่วนท้องถ่นิ
ทวั่ ประเทศไทย
2
ภเู ขา 3 ลกู ท่ขี วางกั้น
พลงั สร้างสรรคข์ องระบบการศกึ ษาไทย
ก1้าวมข้าหมดาว้ วยยทิ ุทยธศาาลสตยั ร์ 1 จังหวัด
ระบบการศกึ ษาเปน็ ระบบทีใ่ หญม่ าก ควรจะเป็นหวั รถจกั รทางปัญญา
พาชาตอิ อกจากวิกฤต แตก่ ห็ าเปน็ เชน่ น้นั ไม่ กลบั เป็นตัวถว่ ง (load) มากกว่า
เปน็ ตวั สรา้ งพลงั เพราะอปุ สรรคใหญป่ ระดจุ ภเู ขาใหญ่ 3 ลกู ทขี่ วางกน้ั อนั ไดแ้ ก่
1. ระบบการศกึ ษาไมไ่ ดม้ อี ยบู่ นฐานความจรงิ ของประเทศ แตเ่ อาวชิ า
เป็นตัวต้ัง ถ้าพูดถึงการศึกษาคนท้ังประเทศก็จะนึกถึงการท่องวิชา วิชาเป็น
ความรู้และเทคนคิ ในแขนงตา่ ง ๆ แต่ไม่ใช่ความจรงิ ของประเทศไทย อยา่ งท่ี
พระเจา้ อยหู่ วั ร.9 ทรงเรยี กวา่ “ภมู สิ งั คม” เมอ่ื ไมร่ คู้ วามจรงิ กท็ �ำ ใหถ้ กู ตอ้ ง
ไมไ่ ด้ คนไทยทง้ั มวลทเี่ ตบิ โตมาดว้ ยการศกึ ษาแบบนจี้ งึ ไมร่ คู้ วามจรงิ ประเทศไทย
ไมร่ วู้ า่ ฐานของประเทศหรอื สงั คม ความเปน็ จรงิ ขา้ งลา่ งเปน็ อยา่ งไร คงลอยตวั อยู่
ขา้ งบนกบั ความรนู้ ิด ๆ หนอ่ ย ๆ แตม่ บี ทบาทน�ำ กท็ �ำ อะไรไมถ่ กู ท�ำ ใหป้ ระเทศ
สะสมปัญหาจนวิกฤตมากขึน้ เรอื่ ย ๆ
2. บคุ ลากรทางการศกึ ษาขาดการคดิ เชงิ ระบบและการจดั การ คนุ้ เคย
อยกู่ บั การคดิ เชงิ เทคนคิ จงึ ท�ำ อะไรไดน้ ดิ ๆ หนอ่ ย ๆ ตามเทคนคิ ทต่ี นมี ทเ่ี รยี กวา่
เป็นแบบ technic-driven แต่ไม่เข้าใจระบบที่ทำ�ให้เกิดประโยชน์ใหญ่ และ
วิธีจัดการท่ีจะทำ�ให้เกิดผลสัมฤทธ์ิ เช่น อาจจะมีความรู้ทางเทคนิคในการ
พฒั นาการของเดก็ ปฐมวยั แตไ่ มต่ ้งั ค�ำ ถามเชงิ ระบบวา่ ท�ำ อย่างไรสงิ่ ทเ่ี รารวู้ า่ ดี
26
การขบั เคลือ่ น 27
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
กับองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิน่
ทว่ั ประเทศไทย
จะเกิดขึ้นกับคนทั้งประเทศ เราจึงมีปัญหาเร่ืองคุณภาพเด็ก เยาวชน และ
ครอบครวั เรอื่ ยมาหรอื ปญั หาใหญ่ๆตา่ งๆเชน่ ความยากจนและความเหลอื่ มลาํ้
อบุ ตั เิ หตจุ ราจรทค่ี รา่ ชวี ติ คนไทยปลี ะ 20,000 คน มากกวา่ การตายจากโควดิ -19
มากมาย หรอื ความรุนแรงในจังหวดั ชายแดนใต้ต่าง ๆ เหล่าน้ตี ้องการการคดิ
เชิงระบบและการจัดการจึงจะแก้ปัญหาได้ แต่คนในมหาวิทยาลัยก็ได้แต่
วิเคราะห์วิจารณ์เป็นอย่างมาก ไปไม่ถึงการสังเคราะห์และการจัดการน้ีก็คือ
ภเู ขาลกู ท่ี 2 ท่ีขวางก้ันพลังทางปัญญาของการศกึ ษาไทย
3. การศึกษาไทยเน้นการเรยี นรจู้ ากการ “ทอ่ ง” วชิ า ไมใ่ ช่เรยี นรู้
จากการ “ท�ำ ” ในสถานการณจ์ รงิ จงึ สรา้ งคนทที่ �ำ ไมเ่ ปน็ คดิ ไมเ่ ปน็ จดั การ
ไมเ่ ปน็ ขน้ึ เต็มประเทศ แทนทีจ่ ะสรา้ งคนเก่ง ท่ที ํางานเก่ง คิดเก่ง จดั การเกง่
การเรียนรู้จากการทำ�งานในสถานการณ์จริงทำ�ให้ต้องทำ�เป็น และต้องคิด
อย่างมากงานจึงจะสำ�เร็จ รวมทั้งต้องจัดการเก่งนอกเหนือไปจากพฤติกรรม
ทางบวกอน่ื ๆ เช่น ขยัน อดทน รับผดิ ชอบ ประหยดั ใฝเ่ รียนรู้
นโยบายและยุทธศาสตร์ 1 มหาวิทยาลัย/1 จังหวัด ออกแบบมา
เพ่อื ก้าวข้ามภเู ขาท่ขี วางกน้ั ท้งั 3 ลูกนี้ กล่าวคือ
(1) เมื่อมหาวิทยาลัยต้องรับผิดชอบพ้ืนท่ี (area - based) ต้องเอา
ความเปน็ จริงท่ฐี านของประเทศเป็นตัวต้ัง แทนทจี่ ะอยูก่ บั วิชาอย่างเดยี ว
(2) ความรับผิดชอบในการสร้างแผ่นดินสุขภาวะในพ้ืนที่จังหวัดท่ี
รบั ผดิ ชอบ ทำ�ใหต้ ้องคดิ เชงิ ระบบและการจัดการ
(3) การขับเคลื่อนให้เกิดแผ่นดินสุขภาวะทำ�ให้ปรับเปล่ียนการเรียนรู้
จากการ “ทอ่ ง” มาเปน็ ลงมือท�ำ ในสถานการณจ์ ริง
ท้ัง 3 ประการน้ีจะทำ�ให้มหาวิทยาลัยเกิดพลังสร้างสรรค์ สามารถ
รว่ มกบั ภาคอี น่ื ๆ สรา้ งแผน่ ดนิ สขุ ภาวะขน้ึ มาไดจ้ รงิ ๆ ในจงั หวดั ทมี่ หาวทิ ยาลยั
รบั ผดิ ชอบ และถา้ ทกุ มหาวทิ ยาลยั ท�ำ เชน่ นี้ ในทกุ จงั หวดั กจ็ ะท�ำ ใหเ้ กดิ แผน่ ดนิ
สขุ ภาวะทั้งประเทศ
27
28 การขบั เคล่อื น
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
กับองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน
ทัว่ ประเทศไทย
3
แผนและยทุ ธศาสตร์
ของมหาวิทยาลยั .... (ชือ่ มหาวทิ ยาลัย) ...
ในการสรา้ งแผน่ ดินสุขภาวะ ในพ้ืนทจี่ งั หวดั ....
...(ชอ่ื จงั หวดั ) ....
1. พ้ืนที่ 1 จงั หวดั โดยเฉลี่ยมี 10 อ�ำ เภอ 100 ต�ำ บล 1,000 หมบู่ า้ น
2. สุขภาวะเกิดจากการพัฒนาอย่างบูรณาการที่ 8 มิติ เชื่อมโยง
อยู่ในกนั และกนั คอื เศรษฐกจิ - จติ ใจ - สังคม - สิง่ แวดล้อม - วัฒนธรรม -
สขุ ภาพ - การศกึ ษา - ประชาธิปไตย ไม่ใช่การพัฒนาแบบแยกสว่ น
3. การขับเคล่ือนการพฒั นาอย่างบูรณาการใน 3 ระดบั คอื
ระดบั ชมุ ชนหรอื หมบู่ า้ น มสี ภาผนู้ �ำ ชมุ ชนหรอื องคก์ รชมุ ชน เปน็ องคก์ ร
จดั การรว่ มกับคนทงั้ ชุมชน ขบั เคลอื่ นการพฒั นาตามแผนชุมชนท่ีรว่ มกนั ทำ�
ระดบั ต�ำ บล มี อบต. หรอื เทศบาลต�ำ บล เปน็ องคก์ รจดั การท�ำ เปา้ หมาย
ต�ำ บล เชน่ เปา้ หมายต�ำ บล 16 ประการ (ดใู นหนงั สอื ชอื่ “แผนสงครามเบด็ เสรจ็
เอาชนะความยากจน และขาดความเป็นธรรม” โดย ประเวศ วะสี) ร่วมกับ
ชุมชนและภาคีต่าง ๆ ทั้งจากภายในและภายนอกตำ�บล ขับเคล่ือนให้ครบ
เปา้ หมายตำ�บล 16 ประการ จะเกดิ ตำ�บลสุขภาวะอยา่ งสมบรู ณ์
ระดบั อ�ำ เภอ นำ�โดยนายอำ�เภอขับเคลื่อน “พฒั นาคณุ ภาพชีวิต
ระดับอำ�เภอ” (พชอ.) ซงึ่ รวมถงึ การพฒั นาอยา่ งบรู ณาการใน 100 ต�ำ บล
1,000 หมบู่ า้ น ในอ�ำ เภอนัน้ เป็นการไม่ยาก ที่จะมีนายอำ�เภอท่ีดี ๆ และ
เก่ง ๆ 800 คน ประจำ�ทั้ง 800 อำ�เภอท่ัวประเทศ เพราะกรมการปกครอง
28
การขับเคลอ่ื น 29
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
กับองค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ
ทว่ั ประเทศไทย
มีโรงเรียนนายอำ�เภอสำ�หรับพัฒนานายอำ�เภออยู่แล้ว ย่ิงถ้ากรมการปกครอง
ได้ร่วมกับภาคีอื่น ๆ ท่ีส่งเสริมงานในพื้นท่ี เช่น พอช. สสส. สปสช.
มลู นธิ ปิ ดิ ทองหลงั พระ และอนื่ ๆ ยงิ่ เปน็ ไปไดว้ า่ จะมนี ายอ�ำ เภอดี ๆ ทกุ อ�ำ เภอ
มหาวิทยาลัยอาจต้ังนายอำ�เภอในพ้ืนท่ีจังหวัดที่มหาวิทยาลัยปฏิบัติการเป็น
อาจารย์พิเศษด้วยก็ได้ และโดยจารีตและความคาดหวังของสังคมนายอำ�เภอ
รับผดิ ชอบบ�ำ บดั ทุกข์บ�ำ รงุ สุขของประชาชนอยู่แลว้ จึงเปน็ การยากทจ่ี ะคลาด
จากบทบาทน้ไี ปได้
นายอ�ำ เภอท่มี ีความเป็นผ้นู ำ�สูงจะเป็น นกั อ�ำ นวยภูมพิ ลงั (นอภ.)
คอื กระตนุ้ ใหเ้ กดิ การรวมตวั รว่ มคดิ รว่ มทาํ ของผคู้ นทกุ ภาคสว่ นของอ�ำ เภอ เชน่
เครือข่ายสุขภาพอำ�เภอ เครือข่ายครู เครือข่ายพระสงฆ์ เครือข่ายนักธุรกิจ
เพ่ือสุขภาวะอำ�เภอ เครือข่ายข้าราชการเกษียณอายุ เครือข่ายเยาวชน ฯลฯ
เหลา่ นจี้ ะเปน็ ภมู พิ ลงั (อา่ นวา่ พู-ม-ิ พะ-ลงั ) หรอื พลงั แผน่ ดิน เป็นพลงั พลเมอื ง
ท่ีมีกัมมันตะเต็มแผ่นดิน อำ�เภอทุกอำ�เภอก็เท่ากับเต็มแผ่นดิน ช่วยกันสร้าง
แผ่นดินสขุ ภาวะทั้งอ�ำ เภอและทุกอ�ำ เภอ
4. มหาวทิ ยาลยั รว่ มขบั เคลอื่ นอ�ำ เภอสขุ ภาวะในทกุ อ�ำ เภอ โดยรว่ ม
เปน็ ภาคกี บั องคก์ รตา่ ง ๆ ทงั้ ในพนื้ ทแี่ ละจากนอกพนื้ ที่ เชน่ กบั กรมการปกครอง
กรมสง่ เสรมิ การปกครองทอ้ งถน่ิ กรมพฒั นาชมุ ชน พอช. สปสช. สช. ธกส.
ธนาคารออมสิน สำ�นักงานสนับสนุนระบบสุขภาพปฐมภูมิ กระทรวง
สาธารณสขุ มลู นธิ ิสาธารณสุขแห่งชาติ มลู นิธสิ ดศร-ี สฤษด์ิวงศ์ สถาบนั ชุมชน
ท้องถน่ิ พัฒนา (LDI) เป็นต้น
โดย
4.1 มหาวิทยาลัยส่งทีมอาจารย์และนิสิตไปปฏิบัติการในแต่ละ
อำ�เภอ ประกอบด้วย คณะอาจารย์ประจำ�อำ�เภอละ 15 คน นิสิต 100 คน
จากคณะสถาบนั ตา่ ง ๆ ในหลกั สตู รฐาน “ชมุ ชนศกึ ษาภาคปฏบิ ตั ”ิ ชดุ ละ
ประมาณ 3 เดือน
4.2 ผแู้ ทนคณะอาจารยป์ ระจ�ำ อ�ำ เภอ เปน็ กรรมการในคณะกรรมการ
พัฒนาคุณภาพชวี ติ อ�ำ เภอ (พชอ.) ทมี่ นี ายอ�ำ เภอเปน็ ประธาน
29
30 การขับเคล่ือน
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
กบั องคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่นิ
ทวั่ ประเทศไทย
4.3 คณาจารยแ์ ละนสิ ติ รว่ มกบั กลไกระดบั ชมุ ชน ต�ำ บล และอ�ำ เภอ
ในการส�ำ รวจขอ้ มลู พน้ื ทที่ งั้ 3 ระดบั มหาวทิ ยาลยั รว่ มพฒั นาศนู ยข์ อ้ มลู อ�ำ เภอ
4.4 คณาจารยแ์ ละนสิ ติ รว่ มกบั กลไกระดบั ชมุ ชน ต�ำ บล และอ�ำ เภอ
ในการท�ำ แผนชมุ ชน แผนต�ำ บล และแผนอำ�เภอ
4.5 คณาจารยแ์ ละนสิ ติ ตดิ ตามการปฏบิ ตั ติ ามแผนทงั้ 3 ระดบั และ
สนบั สนนุ การปฏิบัติ ด้วย
• ข้อมลู ความรู้ทางวทิ ยาศาสตร์ และเทคโนโลยี และอื่น ๆ
• วจิ ยั เพือ่ ตอบโจทยท์ ่ีเกดิ ข้ึนในการปฏิบัติ
• ส่งเสริมสนับสนุนด้วยความเชี่ยวชาญเรื่องท่ีต้องการ เช่น
เกยี่ วกบั เดก็ ปฐมวยั เทคนคิ การท�ำ สนามเดก็ เลน่ ทก่ี อ่ ปญั ญา การจดั การทอ่ งเทยี่ ว
ชมุ ชน ฯลฯ
• การสอ่ื สาร ท้ังระหวา่ งกนั เองในพนื้ ทแ่ี ละกับขา้ งนอก
• การสนบั สนุนอื่นใดทีเ่ ปน็ ประโยชนต์ ่อการพัฒนาพนื้ ท่ี
4.6 คณาจารย์และนิสิตประเมินผลการปฏิบัติ เพ่ือเป็นข้อมูล
ป้อนกลบั ไปปรับปรุงกระบวนการทัง้ หมดใหด้ ีขึ้นอยา่ งต่อเน่อื ง
4.7 พัฒนานโยบายเพ่ือชุมชนท้องถิ่นเข้มแข็ง เมื่อมหาวิทยาลัย
ได้ผ่านการเรียนรู้จากการปฏิบัติในสถานการณ์จริงดังกล่าวข้างต้น จะเกิด
สมรรถนะอนั ไมเ่ คยมมี ากอ่ น นนั่ คอื สมรรถนะในการพฒั นานโยบาย
สาธารณะ นโยบายสาธารณะทดี่ เี ปน็ สดุ ยอดทางปญั ญาของชาตใิ ดชาตหิ นง่ึ
เพราะกำ�หนดทิศทางและความเป็นไปของชาติ หากมหาวิทยาลัยต่าง ๆ มี
สมรรถนะในการพัฒนานโยบายสาธารณะ สิ่งถูกต้องดีงามท้ังหลายจะเกิดขึ้น
เตม็ ประเทศ
30
การขับเคล่ือน 31
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
กับองคก์ รปกครองสว่ นท้องถิ่น
ทว่ั ประเทศไทย
4
ผลท่จี ะเกดิ ตามมา
จสารกกา้ างรดแำ�ผเนนิน่ กดารนิตาสมแขุ ผภนแาละวยะทุ ธศาสตร์
ใน 800 อำ�เภอ 8,000 ตำ�บล
1. เกดิ มหาสนั ตวิ รบทขน้ึ ในประเทศไทย หรอื หนทางสนั ตอิ นั
ประเสรฐิ ขนาดใหญเ่ พราะเปน็ การเรยี นรรู้ ว่ มกนั ในการปฏบิ ตั ขิ องคนไทย
ทง้ั ชาติ อนั ท�ำ ดว้ ยไมตรีจิตมติ รภาพ เปน็ เส้นทางสายปญั ญาขนาดใหญ่ แทนท่ี
การตอ่ สแู้ ยง่ ชงิ อ�ำ นาจกนั ดว้ ยความรนุ แรง ซง่ึ ท�ำ ตลอดมาในอดตี และไมป่ ระสบ
ความส�ำ เร็จในการพัฒนาประเทศไทยไปสู่ความถกู ต้องเปน็ ธรรมทีล่ งตัว
2. กระบวนการมหาสันติบริบทดังกล่าวน้ี ก่อให้เกิดความรู้สึกที่ดีข้ึน
ทง้ั ประเทศ ดว้ ยความรกั และไมตรจี ติ ทม่ี ตี อ่ กนั ในกระบวนการปญั ญาทเี่ กดิ ขนึ้
และความส�ำ เรจ็ กระบวนการนกี้ อ่ ใหเ้ กดิ การเปลย่ี นแปลงขนั้ รากฐาน
(Transformation) ในทกุ มติ ิ ทงั้ ทางความรสู้ กึ นกึ คดิ พฤตกิ รรม สมั พนั ธภาพ
และการจัดองค์กร ทั้งหมดนี้เกิดข้ึนไม่ได้ด้วยการพัฒนาแบบแยกส่วนดังท่ี
ผา่ นมา
3. เปน็ การเปดิ พน้ื ทท่ี างสงั คมและพน้ื ทที่ างปญั ญาอยา่ งกวา้ งขวาง
เราพูดกันมานานแล้วว่าในสังคมที่ซับซ้อนการใช้อำ�นาจไม่ได้ผล อำ�นาจรัฐ
ท่ีเป็นทางการน้ันเป็นอำ�นาจควบคุมและจำ�กัดการเข้าร่วม ต้องการการเปิด
พ้ืนท่ีทางสังคมและทางปัญญาอย่างกว้างขวาง แผนสร้างแผ่นดินสุขภาวะใน
800 อำ�เภอ 8,000 ตำ�บล เป็นการเปิดพ้ืนที่ทางสังคมอย่างกว้างขวางท่ีสุด
31
32 การขบั เคลอื่ น
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
กบั องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิน่
ทวั่ ประเทศไทย
ทุกคน ทุกกลุม่ ทกุ องคก์ ร ทมี่ ีความรกั ชอบ หรือถนดั ในสิ่งใด สามารถเข้ารว่ ม
ไดห้ มด ในขอบเขตและขนาดเลก็ ใหญ่ ไดต้ ามความพอใจของแต่ละกล่มุ เช่น
ท�ำ ในต�ำ บลเดยี ว หรอื ทงั้ อ�ำ เภอ หรอื ทง้ั จงั หวดั ทกุ คนมคี วามรบู้ างอยา่ งอยใู่ นตวั
และอยากมสี ว่ นรว่ มในการท�ำ ประโยชนแ์ กส่ ว่ นรวม แตไ่ มร่ จู้ ะท�ำ อยา่ งไร เพราะ
ระบบที่เป็นทางการเปน็ ระบบปดิ เชน่ ขา้ ราชการเกษียณอายุจ�ำ นวนมหาศาล
ยังแข็งแรงยังกัมมันตะแต่ถูกปลดระวาง แต่ตามแผนนี้ข้าราชการเกษียณอายุ
ทย่ี ังกมั มันตะ สามารถเขา้ รว่ มงานไดใ้ นพืน้ ท่ี พ้นื ท่ี 800 อำ�เภอ 8,000 ต�ำ บล
ใหญโ่ ตกวา้ งขวางพอทค่ี นไทยทกุ คนทตี่ น่ื รแู้ ละกมั มนั ตะจะเขา้ รว่ มในการพฒั นา
ประเทศ และทว่ี า่ เปน็ การเปดิ พน้ื ทท่ี างปญั ญาอยา่ งกวา้ งขวาง เพราะกระบวนการน้ี
ใชก้ ารเรยี นรรู้ ว่ มกนั ในการปฏบิ ตั ใิ นสถานการณจ์ รงิ จงึ เปน็ ทง้ั การเรยี นรู้ การสรา้ ง
ความรู้ การใช้ความรู้ การจัดการความรู้ เป็นการเปิดพื้นที่ทางปัญญาอย่าง
กวา้ งขวางที่สุด
4. เป็นการสร้างสัมพันธภาพใหม่ (New associations) ตามปกติ
สัมพนั ธภาพในสังคมเป็นสมั พนั ธภาพเชงิ อำ�นาจ หรือสมั พนั ธภาพทางด่ิง หรือ
ทเ่ี รยี กวา่ จากบนลงลา่ ง (Top down) สมั พนั ธภาพเชงิ อ�ำ นาจท�ำ ใหเ้ กดิ การบบี คนั้
ทกุ ขภาวะและความดอ้ ยปญั ญา แตใ่ นปฏบิ ตั กิ ารตามแผนสรา้ งแผน่ ดนิ สขุ ภาวะ
ตามที่นำ�เสนอน้ี มีการสร้างสัมพันธภาพใหม่ คือไม่มีใครมีอำ�นาจเหนือใคร
ทุกคนมีเกียรติ มีศักดิ์ศรีแห่งความเป็นคนเสมอกัน มีความเสมอภาค เข้ามา
สัมพันธ์กันด้วยความสมัครใจไม่มีใครบังคับ สัมพันธ์ด้วยการเรียนรู้ร่วมกันใน
การปฏบิ ตั ใิ นสถานการณจ์ รงิ ทย่ี งิ่ ท�ำ ยง่ิ รกั กนั มากขน้ึ ยง่ิ ไวว้ างใจกนั มากขนึ้ ยง่ิ มี
ความสุขมากข้ึน ยิ่งฉลาดมากข้ึน ย่ิงมีความสำ�เร็จมากขึ้น สัมพันธภาพใหม่
จึงเป็นการสัมพันธภาพแหง่ ความสขุ ความสรา้ งสรรค์ การมสี ่วนร่วม
เมอื่ เปน็ เชน่ นจี้ งึ เกดิ ประชาธปิ ไตยโดยสาระและสมบรู ณ์
ไม่ใชโ่ ดยกลไกและรปู แบบ ทแี่ มแ้ ต่ประเทศตน้ แบบอยา่ งสหรัฐอเมริกา กย็ ังมี
ปญั หามากหรอื ไมไ่ ด้ผลแล้ว
32
การขับเคล่ือน 33
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
กับองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ
ทว่ั ประเทศไทย
ประชาธปิ ไตยโดยสาระทลี่ กึ ทส่ี ดุ กค็ อื การเคารพคณุ คา่ และศกั ดศ์ิ รี
ความเป็นมนุษย์อย่างเท่าเทียมกัน ซ่ึงไม่มีในประชาธิปไตยท่ีเป็นเพียงกลไก
และรปู แบบ
การท่ีคนทุกภาคส่วนของสังคมสามารถมีบทบาทในการพัฒนา
ประเทศไดโ้ ดยตรง เป็นประชาธิปไตยทางตรง เป็นประชาธิปไตยทางสงั คม
การท่ีทุกพื้นท่ีสามารถพัฒนาเศรษฐกิจอย่างบูรณาการ โดยมี
การสร้างสมั มาชีพเตม็ พนื้ ที่ (ดูเป้าหมายต�ำ บล 16 ประการ ท่ีอ้างถึงแล้ว) คือ
ประชาธปิ ไตยทางเศรษฐกจิ ทร่ี ะบบประชาธปิ ไตยในโลกก�ำ ลงั ประสบปญั หาอยู่
ขณะน้ี เพราะเปน็ ประชาธปิ ไตยเชงิ เดยี่ ว คอื ประชาธปิ ไตยทางการเมอื งเทา่ นน้ั
ไม่ใชป่ ระชาธปิ ไตยท่สี มบูรณ์ ซึ่งยงั ขาดอกี คอื
ประชาธิปไตยทางจติ ใจ (Spiritual democracy)
ประชาธปิ ไตยทางสงั คม (Social democracy)
ประชาธปิ ไตยทางเศรษฐกจิ (Economic democracy)
ลำ�พัง ประชาธิปไตยทางการเมือง (Political democracy)
ถ้าปราศจากประชาธิปไตยอีก 3 อย่าง จะบิดเบ้ียวได้ง่าย หรือไม่ได้ผล ดังที่
กำ�ลงั เกิดขน้ึ กบั สหรัฐอเมริกาเวลาน้ี
5. เปน็ การกอ่ ตวั ขน้ึ เอง (Self-organized) เพอื่ ขบั เคลอ่ื นการพฒั นา
ตามปกติกลไกการขับเคล่ือนได้มาจากการแต่งต้ัง ซึ่งมักทำ�งานไม่ค่อยได้ผล
เพราะผิดฝาผิดตัว คนที่อยากได้รับการแต่งตั้งไม่มีคุณสมบัติเหมาะสมหรือมี
ฉนั ทะทจ่ี ะท�ำ แตก่ ารกอ่ ตวั ขนึ้ มาเองนนั้ มาจากคนทม่ี ฉี นั ทะ และคณุ สมบตั ทิ จี่ ะ
ท�ำ งานนั้น ๆ ในการขบั เคลือ่ นยุทธศาสตร์สรา้ งแผน่ ดินสุขภาวะน้ี แตล่ ะภาคี
กอ่ ตวั ขน้ึ มาเอง และเขา้ มาเชอื่ มโยงกนั ดว้ ยความสมคั รใจ เปน็ องคก์ รแบบใหม่
ทเ่ี ขาเรยี กวา่ Chaordic Organization (ดู Dee Hock : Birth of the Chaordic
Age) ซึ่งเครือข่ายจะจัดการตัวเองไปสู่เป้าหมายเดียวกัน โดยไม่ต้องมีใคร
มอี �ำ นาจเหนอื กัน
33
34 การขับเคลือ่ น
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
กับองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น
ท่ัวประเทศไทย
6. เปน็ การสรา้ งสถาบนั แบบใหมเ่ พอื่ สรา้ งก�ำ ลงั คนทเี่ กง่ เรามปี ญั หา
เชงิ ระบบในการสรา้ งคนไทยทเ่ี กง่ ประเทศสง่ คนไปศกึ ษาตา่ งประเทศจ�ำ นวนมาก
มาตั้งแตค่ รง้ั ร.5 แตไ่ ม่สามารถสร้างคนไทยที่เก่ง ๆ ขึ้นมาได้เอง เพราะระบบ
ราชการเป็นระบบอำ�นาจท่ีเน้นการควบคุมมากกว่าการพัฒนา ในการปฏิบัติ
ตามแผนและยุทธศาสตร์สร้างแผ่นดินสุขภาวะนี้ ที่ว่าเป็นการเปิดพ้ืนท่ีทาง
สังคม และพ้ืนท่ีทางปัญญาอย่างกว้างขวางจะเกิดการสร้างสถาบันแบบใหม่
กลมุ่ และเครอื ขา่ ยตา่ ง ๆ ทเี่ กดิ ขน้ึ เตม็ พนื้ ทจี่ ะกลายเปน็ สถาบนั พฒั นาก�ำ ลงั คน
ในรูปใหม่ ทส่ี รา้ งคนไทยเกง่ ๆ ดา้ นตา่ ง ๆ ขึ้นมาเต็มประเทศ เช่น เครือข่าย
ผูน้ ำ�ชมุ ชนทอ้ งถน่ิ ใน 80,000 หมบู่ ้าน 8,000 ต�ำ บล และประมาณ 4 - 5 ลา้ น
จะเปน็ ฐานของผู้น�ำ ท่ีมคี ุณภาพสงู จำ�นวนมากอยทู่ ่ฐี านของประเทศ เครือขา่ ย
นายอำ�เภอ 800 คน ในแต่ละรุ่นทม่ี โี อกาสเปน็ ผนู้ ำ�รว่ มกบั ภาคตี ่าง ๆ พัฒนา
พนื้ ทอี่ ยา่ งบรู ณาการ จะกลายเปน็ นกั อ�ำ นวยภมู พิ ลงั (นอภ.) ทม่ี คี วามสามารถสงู
พรอ้ มทจ่ี ะท�ำ งานใหญต่ อ่ ไป ซงึ่ รวมถงึ บางคนไปเปน็ นายกรฐั มนตรี หรอื รฐั มนตรี
ทมี่ าจากฐานประสบการณก์ ารท�ำ งานจรงิ ในพน้ื ที่ ไมใ่ ชไ่ มม่ ที ม่ี าทไี่ ป หรอื มาดว้ ย
ก�ำ ลังเงนิ เช่นปัจจุบัน
เครือข่ายครูเพ่ือการพัฒนา เครือข่ายพระสงฆ์เพ่ือการพัฒนา
เครือข่ายศิลปินเพื่อการพัฒนา เครือข่ายนักธุรกิจเพ่ือการพัฒนา เครือข่าย
ขา้ ราชการบ�ำ นาญเพอ่ื การพฒั นา เครอื ขา่ ยเยาวชนเพอื่ การพฒั นา ฯลฯ ตา่ ง ๆ
เหล่านจี้ ะเกดิ ขึ้นเตม็ พนื้ ที่
อยา่ งนกั ธรุ กจิ มอี ยใู่ นทกุ อ�ำ เภอ ตามปกตนิ กั ธรุ กจิ ทป่ี ระสบความส�ำ เรจ็
กม็ กั จะชอบบรจิ าคใหส้ ว่ นรวม แตบ่ อ่ ย ๆ ครง้ั กม็ ปี ญั หาวา่ จะบรจิ าคใหใ้ ครหรอื
องคก์ รอะไรจะมคี วามหมาย ความจรงิ นกั ธรุ กจิ มศี กั ยภาพในการพฒั นาประเทศ
มากกว่านั้น เพราะมีสมรรถนะในการจัดการสูง ซึ่งภาคส่วนต่าง ๆ มักขาด
ในแต่ละอำ�เภอนักธุรกิจจึงควรรวมตัวกันเป็นเครือข่ายนักธุรกิจเพื่อพัฒนา
คณุ ภาพชวี ติ อำ�เภอ ...(ช่อื อำ�เภอ)... แล้วเข้าร่วมกบั ภาคีต่าง ๆ สรา้ งแผน่ ดนิ
สขุ ภาวะในอ�ำ เภอของตน ๆ การพฒั นาไมใ่ ชก่ ารใหเ้ งนิ แตเ่ ปน็ การเรยี นรรู้ ว่ มกนั
34
การขบั เคลอื่ น 35
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
กับองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิน่
ทัว่ ประเทศไทย
ในการปฏบิ ตั ใิ นสถานการณจ์ รงิ ในการเรยี นรรู้ ว่ มกนั ใครมคี วามรคู้ วามช�ำ นาญ
อะไรกเ็ อาเขา้ มารว่ มกนั และทกั ษะการจดั การเปน็ ทตี่ อ้ งการมากในการพฒั นา
เครือข่ายนักธุรกิจเพื่อการพัฒนาอำ�เภอในแต่ละอำ�เภอก็จะกลายเป็นสถาบัน
พัฒนากำ�ลังคนที่สำ�คัญ 800 อำ�เภอ ก็มี 800 สถาบัน ซ่ึงสามารถเชื่อมโยง
แลกเปล่ียนเรียนรู้กัน กลายเป็นสถาบันนักธุรกิจเพื่อการพัฒนาประเทศท่ีมี
แคมปัส 800 แคมปัส คอื 1 แคมปัส ตอ่ 1 อำ�เภอ ลองคดิ ดูว่ายง่ิ ใหญ่แค่ไหน
หรืออย่างเรื่องพระสงฆ์ เรามีวัดประมาณ 30,000 วัด พระสงฆ์
ประมาณ 250,000 รูป แตร่ ะบบการปกครองคณะสงฆเ์ ป็นแบบระบบราชการ
คือระบบรวมศูนย์อำ�นาจไว้ท่ีส่วนกลาง ทำ�ให้กำ�ลังพระสงฆ์ไม่มีศักยภาพ
เท่าท่ีควร แต่เครือข่ายพระสงฆ์เพ่ือการพัฒนาระดับอำ�เภอ ท่ีทำ�งานร่วมกับ
นายอำ�เภอ และภาคีการพัฒนาทั้งหมดในพ้ืนที่ จะเกิดสัมพันธภาพใหม่ด้วย
การเรยี นรรู้ ว่ มกนั ในการปฏบิ ตั ใิ นสถานการณจ์ รงิ ไมใ่ ชส่ อนธรรมะแบบลอยตวั
นอกบริบทของความเป็นจริง โดยวิธีน้ีเครือข่ายพระสงฆ์เพื่อการพัฒนาระดับ
อ�ำ เภอ จะกลายเปน็ สถาบนั สงฆเ์ พอื่ การพฒั นาในรปู ใหมท่ ส่ี รา้ งพระสงฆท์ เ่ี กง่ ๆ
ในการพัฒนาอย่างบูรณาการ ท้ังน้ีโดยมิได้เป็นปฏิปักษ์ต่อการปกครองของ
คณะสงฆแ์ ตอ่ ยา่ งไร เพราะกระบวนการพัฒนาด�ำ เนนิ ไปบนทางสายกลาง คอื
สายปัญญาไม่ใช่การเป็นปฏิปักษ์ ตรงข้ามพระสงฆ์ที่เก่ง ๆ เหล่านี้จะช่วยวัด
ใหเ้ ป็นศนู ยก์ ลางของชุมชนตามอุดมคตใิ นพระพทุ ธศาสนา
เครอื ขา่ ยระดบั อ�ำ เภออนื่ ๆ กเ็ ชน่ กนั โดยสรปุ จะเกดิ สถาบนั พฒั นา
กำ�ลังคนที่มีคุณภาพสูงขึ้นมาจำ�นวนมากเต็มประเทศ ท่ีสามารถสร้างคนไทย
เก่ง ๆ ดี ๆ จำ�นวนมาก ท่ีเป็นคนเห็นแก่ส่วนรวม สุจริต มีความรู้ และ
ประสบการณจ์ ากการท�ำ งานจริง คดิ เก่ง จดั การเก่ง คนไทยท่ีดี ๆ และเกง่ ๆ
เหล่าน้ี จะทำ�ให้ประเทศไทยมีสมรรถนะสงู ในทกุ ดา้ น เพ่ือพฒั นาประเทศไทย
และชว่ ยพฒั นาโลก
7. เปน็ การ “สรา้ งพระเจดยี จ์ ากฐาน” พระเจดยี ส์ รา้ งจากยอด
ไมไ่ ด้ เพราะจะพงั ลง ๆ ในเมอ่ื ไมม่ ฐี านรองรบั การพฒั นาประเทศไทยทผี่ า่ นมา
ท�ำ ประดุจสรา้ งพระเจดีย์จากยอด อะไร ๆ กจ็ ะเอาแต่ข้างบน เช่น เศรษฐกิจ
35
36 การขบั เคล่ือน
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
กบั องคก์ รปกครองสว่ นท้องถิน่
ทว่ั ประเทศไทย
การศกึ ษา การเมอื งระดบั ชาติ เมอื่ ปราศจากฐานทแ่ี ขง็ แรง การพฒั นากไ็ มส่ �ำ เรจ็
โครงสร้างทุกชนิดถ้าฐานกว้างและแข็งแรงก็จะรองรับโครงสร้างท้ังหมดให้
มั่นคง
สังคมข้างบนกับข้างล่างไม่เหมือนกัน สังคมข้างล่างเป็นเร่ืองของ
ชวี ติ จรงิ ปฏบิ ตั จิ รงิ อยรู่ ว่ มกนั จรงิ เปน็ real sector และเปน็ ทอี่ ยขู่ องศลี ธรรม
หรือความถูกต้อง เพราะชุมชนคือระบบการอยู่ร่วมกันอย่างสมดุลระหว่าง
คนกบั คน และระหวา่ งคนกบั ธรรมชาตแิ วดล้อม
ในขณะทส่ี งั คมขา้ งบนเตม็ ไปดว้ ยเรอ่ื งของอ�ำ นาจ รปู แบบ เงนิ และ
มายาคตติ า่ ง ๆ รวมทงั้ ความฉอ้ ฉล อยา่ งเงนิ ทไี่ หลเวยี นอยใู่ นโลก 99 เปอรเ์ ซน็ ต์
ไมม่ เี ศรษฐกิจจริงรองรบั จงึ วูบไหว พลกิ ผนั ถกู ปน่ั ใหว้ กิ ฤตได้ง่าย ขา้ งบนจงึ
ไม่มีที่อยู่ของศีลธรรม คนข้างบนไม่เข้าใจความจริงของสังคมข้างล่าง หรือ
ความเป็นจริงของประเทศไทย เพราะระบบการศึกษาทเี่ อาวชิ าเป็นตัวตงั้ ไม่ได้
เอาความจรงิ ของประเทศเปน็ ตวั ตงั้ แตค่ นขา้ งบนมอี �ำ นาจ อ�ำ นาจทไี่ มร่ คู้ วามจรงิ
ทำ�ให้ถูกต้องไม่ได้ เพราะฉะนั้นการพัฒนาแบบสร้างพระเจดีย์จากยอดจึง
ล้มเหลวเรื่อยมา ไมว่ า่ จะเปลยี่ นทมี บริหารอยา่ งไร ๆ
แต่ในแผนและยุทธศาสตร์สร้างแผ่นดินสุขภาวะใน 800 อำ�เภอ
8,000 ต�ำ บล นเ้ี ปน็ การพฒั นาแบบสรา้ งพระเจดยี จ์ ากฐาน เมอ่ื ฐานของประเทศ
แข็งแรงกจ็ ะรองรับประเทศท้งั หมดให้มนั่ คง
การเติบโตข้ึนมาจากข้างล่าง หรือกระชับพ้ืนท่ีขึ้นมาจากข้างล่าง
เน่อื งจากข้างล่างเปน็ real sector และเปน็ ระบบศลี ธรรมหรอื การอยรู่ ว่ มกัน
อยา่ งถกู ตอ้ ง จะสามารถท�ำ ใหก้ ารจดั การเพอื่ ความถกู ตอ้ งขยายขนึ้ มาครอบคลมุ
ท้ังประเทศ ในขณะท่ีอำ�นาจข้างบนไม่สถาปนาความถูกต้องลงไปข้างล่างได้
เพราะตนเองมีมายาคตอิ ยู่มาก
8. ถ้าหันไปดูเป้าหมายตำ�บล 16 ประการท่ีอ้างถึงอย่างละเอียด
จะเหน็ วา่ เปน็ เปา้ หมายของสงั คมสขุ ภาวะทสี่ มบรู ณ์ ทงั้ เชงิ องคร์ วม องคป์ ระกอบ
และสมั พนั ธภาพทถี่ กู ตอ้ ง และสมรรถนะในการจดั การระบบใดทจี่ ะมคี วามเปน็
ปกตนิ ้นั ต้องมี
36
การขบั เคลื่อน 37
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
กับองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ
ท่วั ประเทศไทย
หนึง่ ความเปน็ องค์รวมหน่งึ เดียวกัน
สอง มอี งคป์ ระกอบและสมั พนั ธภาพทีถ่ กู ตอ้ ง
สาม มีการขบั เคล่อื นทีถ่ กู ต้อง
เหมอื นอยา่ งรา่ งกายของเราทงั้ หมดเปน็ องคร์ วม เซลลแ์ ละอวยั วะ
ทัง้ หมดต้องเช่ือมโยงเป็นองคร์ วมเดยี วกนั ไมใ่ ช่ หัวใจ ตบั ปอด ไปคนละทาง
2 ทาง เซลล์ทุกเซลล์อวัยวะทุกอวัยวะจะต้องมีความถูกต้อง และสัมพันธ์กัน
อย่างถูกต้อง จึงจะเกิดบูรณภาพและดุลยภาพ ดุลยภาพทำ�ให้เกิดความเป็น
ปกติสุขและอายยุ ืน
หรือระบบน้ันจะเป็นรถยนต์หรือเครื่องบิน องค์รวมทำ�ให้ว่ิงไปบน
ถนนได้ หรือบนิ ไปในอากาศได้ องค์ประกอบจะมกี ี่พันก่หี ม่ืนสว่ นก็ต้องมีความ
ถูกต้องทั้งหมด และสัมพันธ์กันอย่างถูกต้อง จึงจะมีรถยนต์ท่ีวิ่งไปได้ หรือ
เคร่อื งบินทบ่ี นิ ส่ฟู ้าไกลได้ ทัง้ น้โี ดยมกี ารขบั เคลอ่ื นท่ถี กู ต้อง
เป้าหมายตำ�บล 16 ประการถูกออกแบบมาให้มีความถูกต้อง
ทั้งเชงิ องค์รวม องค์ประกอบ และสมั พันธภาพ และกลไกการขับเคลื่อน
เป็นความถกู ตอ้ งเปน็ ธรรมทคี่ รบหรือสมบูรณ์
เม่อื ความถูกต้องเป็นธรรมครบ การขบั เคล่อื นกง็ า่ ย ประดจุ การขับ
รถยนตท์ ม่ี อี งคป์ ระกอบครบ ฉะนน้ั ยทุ ธศาสตรท์ ี่สังคมทกุ ภาคสว่ นเขา้ มาเปน็
ภาคสี รา้ งแผ่นดินสขุ ภาวะใน 800 อ�ำ เภอ 8,000 ตำ�บล ดว้ ยการเรียนรู้ร่วมกนั
ในการปฏบิ ตั ใิ นสถานการณ์จรงิ จงึ ยากท่จี ะไม่ประสบความสำ�เรจ็ ในการสร้าง
แผน่ ดนิ สขุ ภาวะ
ในประวัติศาสตร์ มนุษย์ล้วนด้ินรนท่ีจะสร้างแผ่นดินสุขภาวะแต่
ไม่สำ�เร็จ ต้องทุกข์ยากลำ�บากล้มตายลงเป็นก่ายกอง เพราะขาดระบบท่ีมี
ความถูกต้องเป็นธรรมอันสมบูรณ์ดังกล่าว มีแต่ความถูกต้องเป็นธรรมเป็น
บางส่วน ซ่ึงไม่เพียงพอท่ีจะเกิดแผ่นดินสันติสุข แผนและยุทธศาสตร์แผ่นดิน
สุขภาวะคราวนอี้ อกแบบมาให้คนไทยประสบความสำ�เรจ็
37
38 การขับเคล่อื น
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
กับองคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิ
ทั่วประเทศไทย
9. การทกี่ ลา่ วถงึ บทบาทของอดุ มศกึ ษาในการมสี ว่ นรว่ มสรา้ งแผน่ ดนิ
สขุ ภาวะในทนี่ ้ี เพอ่ื ใหเ้ หน็ การเปลยี่ นแปลงขนั้ รากฐาน (Transformation) ของ
การศึกษา
ระบบการศึกษาเป็นระบบทใ่ี หญม่ าก แตข่ าดความคิดใหญ่
การศกึ ษาจงึ เลก็ บอนไซ แยกสว่ น และไมม่ สี มรรถนะในการพฒั นา
ประเทศ
จะเหน็ ไดจ้ ากการอธบิ ายขา้ งตน้ ทง้ั หมดวา่ กระบวนการสรา้ งแผน่ ดนิ
สุขภาวะใน 800 อ�ำ เภอ 8,000 ตำ�บล เปน็ กระบวนการที่ใหญม่ าก ท่ีคนไทย
ทุกภาคส่วนจะเข้ามาร่วมสร้างแผ่นดินสุขภาวะโดยเอาชุมชนท้องถ่ินหรือฐาน
ของประเทศเป็นตัวตั้ง ด้วยการเรียนรู้ร่วมกันในการปฏิบัติในสถานการณ์จริง
อนั เปน็ กระบวนการเรยี นรทู้ ท่ี รงพลงั ในการกอ่ ใหเ้ กดิ การเปลย่ี นแปลงขน้ั รากฐาน
(Transformation) ในทุกมติ ิ ตงั้ แต่ความรสู้ ึกนึกคิด พฤติกรรม สมั พนั ธภาพ
ตลอดไปจนถงึ การจัดองคก์ ร เพื่อความถกู ตอ้ งเปน็ ธรรมอย่างสมบูรณ์
น้ีคอื กระบวนการเรยี นรทู้ ีใ่ หญท่ ส่ี ุด
ถ้าระบบการศึกษาแทนท่ีจะท่องวิชาอยู่ อันเป็นการเรียนรู้ที่เล็ก
และแคบ เข้าร่วมกับกระบวนการเรียนรู้ท่ีใหญ่ท่ีสุด การศึกษาก็จะเป็นเร่ือง
ทใี่ หญ่ที่สดุ ไมใ่ ช่เล็ก บอนไซ และแยกสว่ นอีกตอ่ ไป
ระบบอ่ืน ๆ ท้ังหมด ก็คิดได้ทำ�นองเดียวกัน ท่ีเข้าร่วมขับเคลื่อน
การสรา้ งแผน่ ดนิ สขุ ภาวะใหป้ ระเทศไทยเปน็ ตวั อยา่ งแกโ่ ลกวา่ แผน่ ดนิ สขุ ภาวะ
ทม่ี คี วามถูกตอ้ งสมบรู ณเ์ กิดขึ้นได้จรงิ จากศักยภาพของความเป็นมนุษย์
38
กภาครท่ีหอน่ึง บวจิ ัยกลาง
1. หลกั การและเหตุผลในการท�ำ กรอบวจิ ัยกลาง
เนือ่ งจากการวจิ ัยครั้งน้เี ป็นการดำ�เนนิ งานพร้อมกันใน 6 ภมู ภิ าค โดย
นักวิจัยจาก 7 สถาบัน อันประกอบด้วย มหาวิทยาลัยราชภัฏรำ�ไพพรรณี
มหาวิทยาลัยมหิดล วิทยาเขตนครสวรรค์ มหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่
มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม มหาวิทยาลัย
ขอนแก่น และมหาวิทยาลัยวลัยลักษณ์ นอกจากนี้ยังมีนักวิจัยท่านอื่น ๆ
นอกจากหวั หนา้ โครงการอกี 55 ท่าน สังกดั สถาบันการศึกษาและหนว่ ยงานท่ี
เกยี่ วขอ้ งอนื่ ๆ ตามรายชอ่ื ปรากฏอยใู่ นทา้ ยค�ำ อธบิ ายในสว่ นนี้ ซงึ่ ไดด้ �ำ เนนิ การ
ในเร่ืองเดียวกันคือการขับเคล่ือนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับองค์กร
ปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ในภมู ภิ าคของแตล่ ะสถาบนั ในฐานะเปน็ โครงการอสิ ระของ
หวั หนา้ โครงการแตล่ ะทา่ น เพอื่ ใหเ้ กดิ การขบั เคลอ่ื นเศรษฐกจิ พอเพยี งกบั อปท.
39
40 การขับเคล่อื น
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
กบั องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน
ทว่ั ประเทศไทย
ไปในทิศทางเดียวกันทั่วประเทศ จึงจำ�เป็นต้องพัฒนากรอบวิจัยกลางขึ้นมา
โดยท่ีในปีแรก (2561) นักวิจัยแต่ละคณะวิจัยจัดทำ�กรอบการวิจัยของตนเอง
มาก่อนล่วงหนา้ แตเ่ มอ่ื ได้ลงมือปฏบิ ัติจริง ประกอบด้วยการไปศึกษาเบื้องต้น
ในระยะเวลา 6 เดอื นแรก นกั วจิ ัยทงั้ หมดรว่ มกบั ผู้ประสานงานโครงการซึ่งได้
ท�ำ หน้าทีเ่ ป็นเสมอื นหวั หน้าชดุ โครงการด้วยตนเอง เนอื่ งจากความสำ�คญั ของ
การขบั เคลอ่ื นปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งในบรรดา อปท. ทไี่ ดท้ �ำ การศกึ ษา
ที่มีผลอย่างยิ่งต่อทิศทางการพัฒนาประเทศให้ดำ�เนินไปในทิศทางเดียวกัน
จงึ ไดพ้ ฒั นาเปน็ กรอบการวจิ ยั กลางรว่ มกนั โดยเปดิ โอกาสใหน้ กั วจิ ยั จากแตล่ ะ
สถาบนั ยงั สามารถมนี วตั กรรมของตนเองทจ่ี ะคดิ เพมิ่ เตมิ ไดจ้ ากกรอบวจิ ยั กลาง
เพอ่ื ใหไ้ ดง้ านวจิ ยั ทมี่ คี วามหลากหลายและในทสี่ ดุ จะน�ำ มาบรู ณาการรว่ มกนั ให้
ได้งานวิจัยท่ีมีคุณภาพ โดยใช้ความรู้ความสามารถท่ีมีความหลากหลายของ
หวั หนา้ โครงการแตล่ ะทา่ น ซง่ึ มพี นื้ ความรแู้ ละความสนใจทแ่ี ตกตา่ งกนั อาทเิ ชน่
รองศาสตราจารยช์ ยั ยนต์ ประดษิ ฐศลิ ป์ และคณะวจิ ยั สว่ นใหญเ่ ปน็ นกั รฐั ศาสตร์
มคี วามสนใจและความเชยี่ วชาญดา้ นการเมอื งทอ้ งถน่ิ และมคี วามตงั้ ใจจะใหเ้ กดิ
การกระจายอ�ำ นาจไปถงึ ประชาชนโดยตรงตามทฤษฎี New localism ซง่ึ แตกตา่ ง
กบั พระราชบญั ญตั แิ ละกฎระเบยี บการกระจายอ�ำ นาจในปจั จบุ นั ทอ่ี ยบู่ นพน้ื ฐาน
ของรฐั ธรรมนญู ของประเทศไทยฉบับปี พ.ศ. 2540 รองศาสตราจารยส์ ถาพร
เรงิ ธรรม มพี นื้ ฐานทางดา้ นรฐั ประศาสนศาสตร์ ซง่ึ กจ็ ะสนใจรปู แบบการบรหิ าร
ราชการขององคก์ รของรฐั แตก่ ม็ เี ปา้ หมายทจ่ี ะใหเ้ กดิ มกี ารกระจายอ�ำ นาจไปถงึ
ประชาชนโดยตรงให้มากท่ีสุด โดยหัวหน้าโครงการท้ังสองท่านมีความเห็น
รว่ มกนั และไดพ้ สิ จู นใ์ นงานของทงั้ สองทา่ นวา่ ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งและ
ศาสตรพ์ ระราชามคี วามสอดคลอ้ งและไปไดด้ ว้ ยกนั กบั กรอบคดิ New localism
มากกวา่ และไดเ้ สนอวธิ กี ารทจี่ ะปรบั โครงสรา้ งการบรหิ ารของ อปท. ใหเ้ ปน็ ไป
ในทศิ ทางนนั้ สว่ นรองศาสตราจารยว์ รี ะศกั ดิ์ สมยานะ มพี นื้ ฐานเปน็ นกั เศรษฐ-
ศาสตร์ มคี วามสนใจในดา้ นประสทิ ธภิ าพในการบรหิ ารงานของ อปท. และปจั จยั
ท่ีส่งเสริมการขับเคล่ือนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในบรรดา อปท. ด้วย
การสร้างเครือข่ายเพ่ือการขับเคลื่อน รองศาสตราจารย์เกศนิ ี ประทุมสวุ รรณ
40
การขับเคล่อื น 41
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
กับองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น
ทวั่ ประเทศไทย
มพี นื้ ฐานดา้ นนเิ ทศศาสตรแ์ ละมคี วามสนใจในการแกป้ ญั หาใหก้ บั ผดู้ อ้ ยโอกาส
ผู้พกิ าร บคุ คลชายขอบ ผู้สูงอายุ และการพฒั นาเยาวชนตัง้ แตร่ ะดบั ประถมวยั
จงึ มคี วามสนใจทค่ี อ่ นขา้ งกวา้ งทจ่ี ะชว่ ยยกระดบั ชวี ติ ความเปน็ อยขู่ องประชาชน
ในทอ้ งถนิ่ ผา่ นระบบการจดั สวสั ดกิ ารสงั คม ยกระดบั รายไดแ้ ละคณุ ภาพชวี ติ ของ
ประชาชนผา่ นนวตั กรรมในรปู แบบตา่ ง ๆ รองศาสตราจารยว์ รรณา ประยกุ ตว์ งศ์
มีพ้ืนฐานเป็นนักเศรษฐศาสตร์ท่ีสนใจพุทธเศรษฐศาสตร์และปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพยี ง และมีความเห็นวา่ นวัตกรรมสงั คม ซึง่ รวมท้งั นวัตกรรมทาง
เศรษฐกิจ และนวัตกรรมทางด้านเทคโนโลยี ท่ีสามารถนำ�มารับใช้นวัตกรรม
สังคมได้ ควรจะถูกนำ�มาใช้อย่างมีประสิทธิภาพเพื่อเพ่ิมโอกาสในการพัฒนา
ชุมชนท้องถิ่นให้มีความเข้มแข็งผ่านกรอบคิดของพุทธเศรษฐศาสตร์ที่เน้น
ประโยชนส์ ขุ คอื การสรา้ งประโยชนแ์ ละความสขุ ใหแ้ กป่ ระชาชนในพน้ื ทโี่ ดยมี
ความสขุ จากการใหเ้ ปน็ ผลตอบแทน อาจารย์นรี นาท แก้วประเสริฐ ระฆงั ทอง
มพี นื้ ฐานความรดู้ า้ นเศรษฐศาสตรแ์ ละการบรหิ ารธรุ กจิ แนวพทุ ธเศรษฐศาสตร์
และเศรษฐกจิ พอเพยี ง จงึ มแี นวโนม้ ทจ่ี ะโยงหลกั การบรหิ ารธรุ กจิ เขา้ มาอธบิ าย
ความสำ�เร็จในการบริหารงานของ อปท. บนพ้ืนฐานพุทธเศรษฐศาสตร์และ
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง และได้พิสูจน์ให้เห็นว่าแบบประเมินท่ีนำ�มาใช้
วัดระดับความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงของ อปท. มีความเป็นมาตรฐานสากล
เพราะสามารถวดั ระดบั ความเปน็ เศรษฐกจิ พอเพยี งไดโ้ ดยไมถ่ กู จ�ำ กดั โดยศาสนา
หรือความเชื่อ ความแตกต่างทางเศรษฐกิจ ความเป็นชุมชนเมืองหรือชนบท
รวมทงั้ ประเภทของ อปท. ทแ่ี ตกตา่ งกนั ซง่ึ เทา่ กบั เปน็ การพสิ จู นว์ า่ แบบประเมนิ
ท่ีใช้มีความเป็นมาตรฐานสากล โดยมีพื้นท่ีทดลองทั่วประเทศ ในระยะที่ 1
จ�ำ นวนทั้งสิ้น 86 อปท. และระยะทีส่ องอกี 113 อปท. รวมทั้งสิ้น 199 อปท.
ซงึ่ จะเปน็ จ�ำ นวนมากพอทจ่ี ะขยายผลในการขบั เคลอ่ื นใหม้ ปี ระสทิ ธภิ าพมากขนึ้
ในปตี อ่ ๆ ไป หลังจาก 1 ปีผา่ นไป ไดเ้ รียนรู้ปัญหาอปุ สรรคจากกรอบวจิ ัยเดิม
รวมท้ังได้ความรู้ใหม่จากงานวิจัยทั้ง 6 โครงการ จึงได้นำ�ความรู้เหล่าน้ันมา
ใช้พัฒนาเป็นกรอบวิจัยกลางท่ีได้นำ�มาใช้ในงานวิจัยระยะท่ี 2 ซ่ึงคือกรอบ
การวิจยั ทจี่ ะได้อธบิ ายต่อไป
41
42 การขับเคลือ่ น
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
กบั องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ
ทั่วประเทศไทย
2. เปา้ หมายระดับตา่ ง ๆ ของโครงการ
เปา้ หมายของโครงการนค้ี อื การขบั เคลอื่ นปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ในบรรดาองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ทว่ั ประเทศไทย เพอ่ื ใหเ้ กดิ มอี งคก์ รปกครอง
ส่วนท้องถิ่นทั่วทุกภูมิภาคท่ีบริหารงานตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงใน
ประเทศไทยให้มีจำ�นวนที่มากพอ (Critical number) เพื่อให้องค์กรเหล่าน้ี
เกิดมีพลังในการขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงในบรรดาองค์กร
ปกครองสว่ นท้องถ่ินที่มอี ย่ใู นปี พ.ศ. 2561 จ�ำ นวน 7,852 แหง่ สว่ นจ�ำ นวน
ที่มากพอท่ีจะก่อให้เกิดการขับเคล่ือนนั้น โครงการน้ีได้กำ�หนดเป้าหมายให้มี
จำ�นวนประมาณ 500 แห่ง ทวั่ ประเทศ หรอื ประมาณร้อยละ 6.4 ของจำ�นวน
อปท. ทัง้ ประเทศ ซ่ึงคาดว่ามากพอที่จะท�ำ ให้เกดิ แรงขบั เคลื่อนเปน็ เครือขา่ ย
ระหวา่ ง อปท. ด้วยกนั เองได้ในทส่ี ดุ จงึ มตี วั อย่างที่เกดิ ขึ้นจริงแล้วในกรณีของ
ภาคเหนอื
เป้าหมายที่สำ�คัญส่วนหนึ่งในการขับเคล่ือนปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี งในบรรดาองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ ดงั กลา่ ว เพอ่ื เปน็ พลงั ทสี่ �ำ คญั ใน
การขบั เคลอื่ นการพฒั นาประเทศไทยใหเ้ ปน็ ไปในทศิ ทางเศรษฐกจิ พอเพยี งทไี่ ด้
พระราชทานโดยพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถ
บพิตร ทีพ่ ระราชทานแก่ปวงชนชาวไทยเปน็ ครัง้ แรก เมอื่ วันท่ี 18 กรกฎาคม
2517 แต่ก็มิได้รับความสนใจเท่าท่ีควรจากรัฐบาลไทยและประชาชนทั่วไปใน
ขณะน้ัน จนกระท่งั ประเทศไทยเกิดปัญหาวิกฤตเศรษฐกิจครง้ั ส�ำ คญั เมอ่ื วันที่
2 กรกฎาคม 2540 พระราชดำ�รัส “เศรษฐกิจพอเพียง” เม่ือวันศุกร์ท่ี
4 ธนั วาคม 2540 ทพี่ ระราชทานใหแ้ กพ่ สกนกิ รชาวไทยทว่ั ทงั้ ประเทศ จงึ ไดร้ บั
การตอบรับจากชนช้ันนำ�และประชาชนชาวไทยท่ัวทั้งประเทศ แม้กระน้ันถึง
แม้รัฐบาลทุกรัฐบาลหลังจากนั้นมักจะอ้างว่าได้น้อมนำ�ปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี งมาเปน็ แนวทางในการบรหิ ารและพฒั นาประเทศแลว้ อกี ทงั้ ประเทศไทย
เองได้มีแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
มาต้ังแต่แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมฉบับที่ 8 (2540-2544) และมีแผน
พัฒนาเศรษฐกิจและสังคมอย่างเป็นทางการท่ีได้กำ�หนดว่าได้นำ�ปรัชญาของ
42
การขับเคลื่อน 43
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
กับองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น
ทั่วประเทศไทย
เศรษฐกจิ พอเพยี งมาเปน็ วสิ ยั ทศั นใ์ นการพฒั นาประเทศในแผนพฒั นา ฉบบั ที่ 9
(2545-2549) เปน็ ตน้ มาจนถงึ แผนท่ี 12 ทยี่ งั คงใชอ้ ยใู่ นปจั จบุ นั (2560-2564)
แตค่ วามกา้ วหนา้ ทเี่ กดิ ขนึ้ จรงิ ตามแนวทางดงั กลา่ วยงั คงมไี มม่ าก ปญั หาความ
เหลื่อมล้ําทางเศรษฐกิจและสังคมของคนในชาติยังไม่มีแนวโน้มท่ีจะลดลง
ถงึ แมป้ ระเทศไทยจะสามารถลดสดั สว่ นคนจนไดม้ ากกต็ ามที ทง้ั นเี้ พราะทศิ ทาง
การพฒั นาของประเทศไทยโดยรวมยงั มเี ปา้ หมายส�ำ คญั ทเี่ นน้ การขยายตวั ทาง
เศรษฐกจิ ของประเทศเปน็ ส�ำ คญั การพฒั นาประเทศตามแนวทางนผ้ี ลประโยชน์
ทางเศรษฐกิจในสัดส่วนที่สูงจะไปตกอยู่กับนายทุนและชนช้ันนำ�ของประเทศ
และเมื่อคนเหล่าน้ีมีอำ�นาจทางเศรษฐกิจก็พยายามใช้อำ�นาจดังกล่าวครอบงำ�
อำ�นาจทางการเมืองผา่ นระบบการเมืองในรปู แบบตา่ ง ๆ ท่ีเรียกว่า “ธุรกิจ
การเมอื ง” คอื การเมืองที่วางอย่บู นผลประโยชนท์ างเศรษฐกจิ ของนกั ธุรกิจ
และชนช้ันนำ�เป็นหลกั
ความหวังท่ีจะปรับเปลี่ยนการเมืองลักษณะเช่นน้ีในระดับประเทศได้
ส่วนหนึ่งจึงต้องพึ่งการเมืองส่วนท้องถิ่นท่ีมีการบริหารจัดการผ่านองค์กร
ปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ ทง้ั นเ้ี พราะองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ นน้ั มคี วามสมั พนั ธ์
ใกล้ชิดอยู่กับประชาชนในระดับฐานรากค่อนข้างมาก ดังน้ันโอกาสที่จะ
บริหารงานให้สอดคล้องกับความต้องการของประชาชนในพื้นท่ีจึงยังมีโอกาส
เป็นไปได้มากกว่าการเมืองในระดับประเทศ ที่นักการเมืองจะต้องตอบสนอง
ตอ่ ผลประโยชนข์ องชนชนั้ น�ำ เพอ่ื ใหไ้ ดร้ บั การสนบั สนนุ และมที รพั ยากรพรอ้ ม
ทกุ ดา้ นเพอื่ ใหช้ นะการเลอื กตง้ั อกี ทงั้ ในทางปฏบิ ตั จิ รงิ นกั ธรุ กจิ ซง่ึ เปน็ ชนชน้ั น�ำ
เหล่านี้ต่างให้การสนับสนุนทุกพรรคการเมือง ดังน้ันไม่ว่าพรรคการเมืองใด
ได้รับชัยชนะการเลือกต้ัง หรือแม้กระทั่งคณะทหารที่เข้ามายึดอำ�นาจด้วย
การรฐั ประหาร ถา้ จะสามารถบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ ตอ่ ไปไดอ้ ยา่ งราบรนื่ จ�ำ เปน็
ทีจ่ ะตอ้ งคำ�นงึ ถึงผลประโยชน์ของชนชัน้ น�ำ ในลกั ษณะ “ธรุ กิจการเมือง”
ดังกลา่ วเชน่ กัน
43
44 การขับเคล่อื น
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
กับองค์กรปกครองสว่ นท้องถนิ่
ทวั่ ประเทศไทย
ด้วยเหตุนี้ การขับเคลื่อนองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นให้เข้าใจและ
นอ้ มน�ำ ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งมาใชใ้ นการบรหิ ารจดั การองคก์ รของตน
จึงเป็นความหวังที่จะลดอิทธิพลของธุรกิจการเมืองในระดับประเทศได้ใน
ระดับหนึ่ง
นอกจากน้ีในสังคมไทยยังมีแรงเกาะเกี่ยวของสังคมในระดับชุมชนท่ี
รู้จักกันดีในนามของ “บวร” หรือ บ้าน-วัด-โรงเรียน หรืออาจจะขยาย
ในส่วนของตัว “ร” ให้เป็นราชการ คือ โรงเรียน และราชการส่วนท้องถ่ิน
ความเช่ือมโยงดังกล่าวจะช่วยสร้างความ รู้-รัก-สามัคคี โดยความรู้ และ
คุณธรรม มาจากวัดและโรงเรียน ถ้าเสริมด้วยพลังของประชาชนจากชุมชน
ฐานรากและการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินให้เกิดประโยชน์
ต่อประชาชนกจ็ ะเกิดเป็นพลงั ความสามัคคี ท�ำ ให้ความหมายของค�ำ ว่า ร-ู้ รกั -
สามัคคี ของพระบาทสมเดจ็ พระมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร
มคี วามสมบรู ณ์ยิ่งขึ้น
ทง้ั หมดนคี้ อื เหตผุ ลของความจ�ำ เปน็ ทจี่ ะตอ้ งพยายามขบั เคลอื่ นองคก์ ร
ปกครองส่วนท้องถิ่นให้เกิดมีจำ�นวนที่มากพอท่ีจะเป็นแรงส่งให้เกิดการ
ขับเคลื่อนต่อไปได้ด้วยตนเอง เพ่ือที่โอกาสท่ีจะขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ
ไปตามแนวทางของเศรษฐกิจพอเพียงดังที่พระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพล
อดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ตามที่ได้ทรงปรารภไว้ในคร้ังสุดท้ายแก่
คณะผบู้ รหิ ารสถาบนั สารสนเทศทรพั ยากรนา้ํ และการเกษตร (องคก์ ารมหาชน)
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ณ โรงพยาบาลศิริราช เม่ือวันที่ 5
กันยายน 2554 ความตอนหน่งึ ว่า
“เศรษฐกิจพอเพียง” “เศรษฐกิจ” และก็ “พอเพียง” พอเพียงก็
ไมค่ อ่ ยเขา้ ใจวา่ พอเพยี งอะไร แตค่ วามคดิ ของตวั พอเพยี ง กค็ อื วา่ ท�ำ อะไร
ไม่ฟมุ่ เฟอื ย ไม่ฟุง้ ซ่าน ไม่ท�ำ อะไรใหม้ ันเกนิ ไป เมอ่ื ทำ�แล้วไดผ้ ลในการท�ำ
ถ้าได้ผล ก็หมายความวา่ ประหยัดส�ำ หรับชาวบา้ นคนท่ที �ำ เศรษฐกิจนี้เอง
ผทู้ เี่ ปน็ นกั ทฤษฎี ผทู้ เ่ี ปน็ ผเู้ ชยี่ วชาญ กจ็ ะตอ้ งหาเหตผุ ลของเศรษฐกจิ
พอเพียงนี้ ถ้าหาเหตุผลได้ ก็เช่ือว่า เหตุผลนี้ก็จะได้ประโยชน์ เม่ือได้
44
การขบั เคลือ่ น 45
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
กับองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิน่
ทว่ั ประเทศไทย
ประโยชนแ์ ลว้ ชาวบา้ นในประเทศไทยกจ็ ะไดป้ ระโยชน์ เมอื่ ไดป้ ระโยชนแ์ ลว้
เขาก็จะมีความรํ่ารวยขึ้น โดยไม่ต้องลงทุนอะไรมากมาย ถ้าทำ�ได้แล้ว
ก็จะเป็นการช่วยให้ประเทศชาติอยู่ได้ ถ้าไม่เอาใจใส่ในความคิดเหล่านี้
งานทั้งหลายทเี่ ราทำ�กจ็ ะไมเ่ กิดประโยชนอ์ ะไรเลย”
บางสว่ นของพระราชด�ำ รสั เร่ืองเศรษฐกิจพอเพยี ง
ของพระบาทสมเดจ็ พระมหาภมู พิ ลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร (2470-2559)
พระราชทานแก่คณะผ้บู ริหารสถาบันสารสนเทศทรัพยากรนาํ้ และการเกษตร (องค์การมหาชน)
กระทรวงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ณ โรงพยาบาลศิริราช วนั ท่ี 5 กนั ยายน 2554
3. แนวทางในการสรา้ งกรอบวจิ ยั
ในการสร้างกรอบการวิจัยในครั้งนี้ หัวใจสำ�คัญอยู่ท่ีการประเมินระดับ
ความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงในการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
เพื่อจะช่วยให้สามารถทราบระดับการบริหารงานขององค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่นท่ีกำ�ลังดำ�เนินอยู่ เพ่ือจะได้ร่วมมือกันหาทางยกระดับความเป็น
เศรษฐกิจพอเพียงของแต่ละองค์กรให้สูงขึ้น เพราะย่ิงองค์กรปฏิบัติได้ตาม
ความเปน็ เศรษฐกจิ พอเพยี งสงู ไดม้ ากขนึ้ เทา่ ใด ผลประโยชน์ หรอื ประโยชนส์ ขุ
ทจี่ ะเกดิ ขน้ึ กบั ประชาชนและประเทศชาตเิ ปน็ สว่ นรวมกจ็ ะยงิ่ มมี ากขนึ้ เทา่ นนั้
ซง่ึ ในการด�ำ เนนิ การดงั กลา่ วจะตอ้ งประกอบดว้ ยองคป์ ระกอบ 2 สว่ น สว่ นแรก
คอื ความเขา้ ใจปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งทเี่ ปน็ ทางการ ในลกั ษณะทส่ี ะทอ้ น
ความหมายทพี่ ระบาทสมเดจ็ พระมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร
ทรงให้ไว้โดยสามารถจำ�แนกระดับความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงได้อย่างชัดเจน
พอสมควร อีกสว่ นหนึง่ คอื การวิเคราะห์อำ�นาจหน้าทขี่ ององคก์ รปกครองสว่ น
ท้องถ่ินเอง เพราะจะกำ�หนดให้องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นดำ�เนินงานเกิน
ขอบเขตอ�ำ นาจหนา้ ทข่ี องตนยอ่ มไมเ่ ปน็ การถกู ตอ้ ง ทงั้ นด้ี งั ทไี่ ดก้ ลา่ วไวแ้ ตแ่ รก
ว่าพื้นฐานของพระราชบัญญัติการกระจายอำ�นาจมาจากรัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจกั รไทยปี พ.ศ. 2540 ซง่ึ มคี วามคดิ เบอ้ื งหลงั ของการกระจายอ�ำ นาจ
45
46 การขบั เคลือ่ น
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
กบั องคก์ รปกครองสว่ นท้องถิ่น
ทั่วประเทศไทย
จากสว่ นกลางไปสอู่ งคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ (Old localism) โดยยงั ไมถ่ งึ มอื
ของประชาชนโดยตรง เนอ่ื งจากยงั มคี วามไมแ่ นน่ อนวา่ จะกระจายอ�ำ นาจใหถ้ งึ
ประชาชนโดยตรงไดห้ รอื ไม่ จงึ ใชต้ วั แทนประชาชนซงึ่ เปน็ นกั การเมอื งทอ้ งถน่ิ
ที่มาจากการเลือกตง้ั ทำ�หน้าทีแ่ ทนประชาชนโดยตรง ดงั นน้ั การออกแบบการ
ประเมินความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงของ อปท. ก็ต้องอยู่บนพ้ืนฐานดังกล่าว
แตใ่ นขณะเดยี วกนั กไ็ ดม้ กี ารเกรน่ิ น�ำ ใหเ้ หน็ แลว้ วา่ ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
และศาสตร์ของพระราชาสามารถใช้ได้กับการกระจายอำ�นาจแบบใหม่ (New
localism) ให้ถึงมือประชาชนโดยตรงได้ การประเมินท่ีออกแบบเอาไว้ต้อง
ทำ�ใหไ้ ปถึงจุดดังกล่าวได้ดว้ ย โดยไมข่ ดั แยง้ กบั รปู แบบทยี่ งั ด�ำ รงอยู่ของ อปท.
การน้อมนำ�ความหมายของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างเป็น
ทางการมาประยุกต์ใช้น้ันเริ่มจาก “คำ�ปรารภ” คือข้อความที่ได้นำ�เสนอ
เบ้ืองต้นจากสำ�นักพระราชวังถึงสำ�นักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจ
และสังคมแหง่ ชาติดังตอ่ ไปนี้
“เศรษฐกิจพอเพียง” เป็นปรัชญาท่ีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวมี
พระราชดำ�รัสช้ีแนะแนวทางการดำ�เนินชีวิตแก่พสกนิกรชาวไทยมาโดยตลอด
กวา่ 30 ปี ตง้ั แตก่ ่อนเกดิ วิกฤตทางเศรษฐกจิ และเมอื่ ภายหลังได้ทรงเน้นยา้ํ
แนวทางการแก้ไขเพื่อให้รอดพ้นและสามารถดำ�รงอยู่ได้อย่างม่ันคง ย่ังยืน
ภายใตก้ ระแสโลกาภวิ ตั น์และความเปลยี่ นแปลงต่าง ๆ
สว่ นความหมายของค�ำ วา่ “ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง” ได้
พระราชทานไว้ดงั ตอ่ ไปน้ี
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
เศรษฐกิจพอเพียง เป็นปรัชญาช้ีถึงแนวการดำ�รงอยู่และปฏิบัติตน
ของประชาชนในทุกระดับตั้งแต่ระดับครอบครัว ระดับชุมชน จนถึงระดับรัฐ
ทั้งในการพัฒนาและบริหารประเทศให้ด�ำ เนินไปใน ทางสายกลาง โดยเฉพาะ
การพฒั นาเศรษฐกจิ เพอ่ื ใหก้ า้ วทนั ตอ่ โลกยคุ โลกาภวิ ตั น์ ความพอเพยี ง หมายถงึ
ความพอประมาณ ความมเี หตผุ ล รวมถงึ ความจ�ำ เปน็ ทจ่ี ะตอ้ งมรี ะบบภมู คิ มุ้ กนั
46
การขับเคลอื่ น 47
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
กับองค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ
ท่ัวประเทศไทย
ในตัวท่ีดีพอสมควรต่อการมีผลกระทบใด ๆ อันเกิดจากการเปลี่ยนแปลง
ทั้งภายนอกและภายใน ทั้งน้ีจะต้องอาศัยความรอบรู้ ความรอบคอบ และ
ความระมดั ระวังอยา่ งยงิ่ ในการน�ำ วิชาการต่าง ๆ มาใช้ในการวางแผนและการ
ดำ�เนินการทุกขั้นตอน และขณะเดียวกันจะต้องเสริมสร้างพ้ืนฐานจิตใจ
ของคนในชาติ โดยเฉพาะเจ้าหน้าท่ีของรัฐ นกั ทฤษฎแี ละนกั ธรุ กจิ ในทุกระดับ
ให้มีสำ�นึกในคุณธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และให้มีความรอบรู้ท่ีเหมาะสม
ด�ำ เนนิ ชวี ิตด้วยความอดทน ความเพยี ร มสี ติ ปัญญา และความรอบคอบ เพือ่
ใหส้ มดลุ และพรอ้ มตอ่ การรองรบั การเปลยี่ นแปลงอยา่ งรวดเรว็ และกวา้ งขวาง
ทัง้ ด้านวตั ถุ สังคม ส่งิ แวดล้อม และวัฒนธรรม จากโลกภายนอกได้เปน็ อยา่ งดี
จากค�ำ จ�ำ กดั ความขา้ งตน้ ไดม้ กี ารน�ำ เอาค�ำ ส�ำ คญั (Keywords) มาแสดง
เปน็ ความสมั พนั ธด์ งั ตอ่ ไปน้ี โดยภาพทร่ี จู้ กั กนั ดแี ละเปน็ การอธบิ ายความหมาย
โดยสำ�นักงานคณะกรรมการพฒั นาการเศรษฐกิจและสงั คมแหง่ ชาติ เป็นภาพ
ทคี่ นไทยสว่ นมากทราบกนั ดี คอื
47
48 การขับเคลื่อน
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
กับองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิน่
ทั่วประเทศไทย
ซง่ึ ภาพดังกล่าวอาจจะน�ำ เสนอเป็นการวเิ คราะหเ์ ชงิ ระบบได้ดงั ตอ่ ไปน้ี
ขอให้สังเกตว่าไม่มีที่ใดเลยในคำ�อธิบายความหมายของปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียงท่ีเป็นทางการจะมีคำ�ว่า “ความรู้” ซึ่งเป็นคำ�ท่ีทำ�ให้มี
ความเขา้ ใจคลาดเคลอื่ น เพราะในความหมายจรงิ มคี �ำ วา่ รอบรู้ รอบคอบ และ
ระมดั ระวงั และคำ�วา่ สตปิ ัญญา คำ�วา่ รอบรู้ คอื ปญั ญา รอบคอบ คือ สติ
และระมดั ระวัง คือ สติ ดังนนั้ จงึ ควรใชค้ ำ�วา่ สติ ปัญญา แทนคำ�วา่ “ความร”ู้
ซ่ึงอาจจะทำ�ให้ความเขา้ ใจคลาดเคลื่อน เพราะคำ�ว่า “รอบรู้” หรอื ปัญญา
ไม่ใชเ่ ปน็ เพยี ง “ความรู้” แตเ่ ปน็ “ความรูจ้ ริง” หรือความร้ตู ามความเป็นจริง
ของส่ิงตา่ ง ๆ อกี ทั้ง “ความรู้” แต่เพยี งอย่างเดยี วถ้าไมถ่ กู กำ�กบั ดว้ ย “สติ”
อาจจะมกี ารน�ำ ความรูไ้ ปใช้ในทางที่ผิด ดังนั้น คำ�ว่า “ความรู้” อยา่ งเดยี วจงึ
ไมพ่ อเพียง จะต้องมีท้ัง สติ และปญั ญา เพื่อใหส้ ่ือความหมายชัดตามค�ำ จำ�กดั
ความทเี่ ปน็ ทางการ ในการน�ำ เสนอตอ่ จากนไี้ ปจะใชค้ �ำ วา่ “สตปิ ญั ญา” แทน
48