การขบั เคลอ่ื น 49
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
กับองค์กรปกครองสว่ นท้องถิน่
ทวั่ ประเทศไทย
ค�ำ วา่ ความรู้ และจะมกี ารน�ำ เสนอในลกั ษณะการวเิ คราะหเ์ ชงิ ระบบในรปู แบบ
ทเ่ี หน็ ไดช้ ดั ประกอบดว้ ย ปจั จยั น�ำ เขา้ (Input) กระบวนการ (Process) ผลผลติ
(Output) ผลลพั ธ์ (Outcome) และผลในที่สดุ (Impact)*
ถ้าพิจารณาจากภาพที่แสดงโดยสำ�นักงานคณะกรรมการพัฒนาการ
เศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ได้นำ�เสนอจะมีแต่เพียงผลผลิตเท่านั้น มิได้มี
ผลลัพธ์ และผลในทสี่ ุด
คือ เศรษฐกจิ / สงั คม / สิง่ แวดลอ้ ม /
วฒั นธรรม / สมดลุ / มั่นคง / ยัง่ ยืน
คำ�ว่า ม่ันคง และ ย่ังยืน น้ัน มิได้ปรากฏอยู่ในความหมายของคำ�ว่า
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงอย่างเป็นทางการ แต่ปรากฏอยู่ในคำ�ปรารภ
ส่วนในความหมายที่อธิบายคำ�ว่าปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงมีคำ�ว่า สมดุล
เพยี งคำ�เดียวเทา่ นั้น ขณะเดยี วกัน คำ�ว่า “เศรษฐกจิ ” น้นั มไิ ดป้ รากฏอยู่
ในคำ�อธิบายความหมาย แต่ท่ีปรากฏอยู่ในความหมายท่ีทรงตรัสถึงคือคำ�ว่า
“วตั ถ”ุ คือ ความเจริญหรือการพัฒนาทางวตั ถุ ท่อี าจจะอธิบายได้วา่ พระองค์
หมายถึงเศรษฐกิจน่ันเอง
อย่างไรก็ตามคำ�ที่เก่ียวข้องกับผลผลิตนั้นมี 3 คำ� คือ “สมดุล”
“มน่ั คง” และ “ยงั่ ยนื ” ซง่ึ การเรยี งทงั้ สามค�ำ ในแบบขา้ งบนนนั้ เปน็ การเรยี ง
โดยสำ�นกั งานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกจิ และสังคมแห่งชาติ อาจจะมี
การเรยี งล�ำ ดบั ตามความส�ำ คญั ของค�ำ กไ็ ด้ โดยคณะผวู้ จิ ยั ชดุ นจี้ ะเรยี งใหมเ่ ปน็
ย่ังยืน/สมดุล และมั่นคง ด้วยเหตุผลท่ีจะได้อธิบายต่อไปในส่วนที่เกี่ยวกับ
ผลผลิต ผลลัพธ์ และผลในทีส่ ดุ
*ปกติจะมีผ้แู ปลคำ�ว่า Impact แปลวา่ ผลกระทบ แตผ่ เู้ ขยี นเห็นวา่ ภาษาไทยที่แปลว่า ผลในทสี่ ดุ จะสื่อ
ความหมายของค�ำ วา่ Impact ในที่นไ้ี ดด้ กี ว่า
49
50 การขับเคลื่อน
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
กบั องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ
ทั่วประเทศไทย
ทัง้ นด้ี ว้ ยเหตผุ ลว่า “การมภี ูมิคมุ้ กนั ” น้ันเป็นวธิ ีการ ซง่ึ เปน็ เรือ่ งทงี่ า่ ย
และมคี วามลกึ ซง้ึ นอ้ ยทสี่ ดุ เมอื่ เทยี บกบั ความพอประมาณ หรอื ความพอเพยี ง
และ ความมีเหตุผล ท้ังนี้เพราะมีหลายวิธีท่ีจะช่วยให้เกิดความย่ังยืนได้ เช่น
การโอนออ่ นผอ่ นตามสถานการณ์ ความรอบคอบและระมดั ระวงั หรอื หลกี เลยี่ ง
การกระทำ�ท่ีก่อให้เกิดความเสี่ยง แต่การมีภูมิคุ้มกันท่ีดีที่สุดก็คือการมีปัญญา
ที่ถูกควบคุมด้วยสติ และการมีคุณธรรมท่ีได้ให้ความหมายไว้ในปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียงคือ ซื่อสัตย์สุจริต อดทน และขยันหม่ันเพียร ซ่ึงถ้าหากมี
ภูมิคุ้มกันอันเกิดจากการมีสติปัญญา และคุณธรรมตามปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียงแล้ว จะทำ�ให้มีภูมิคุ้มกันที่ดีที่สุด คือความสามารถในการพึ่งตนเอง
ทีช่ ว่ ยใหต้ นเองสามารถด�ำ รงอยไู่ ดใ้ นทกุ สถานการณ์
ทส่ี งู กวา่ “วธิ กี าร” คอื “วธิ คี ดิ ” ทเี่ ปน็ เชน่ นเ้ี พราะวธิ กี ารเปน็ เหมอื นคมู่ อื
ขอ้ แนะนำ� หรอื ค�ำ สงั่ อาจจะจำ�เป็นที่จะตอ้ งมีความเขา้ ใจอยู่บา้ งแตไ่ ม่จ�ำ เป็น
ต้องมีทั้งหมด เพราะทำ�ตามวิธีการหรือคู่มือก็ได้ แต่การมีภูมิคุ้มกันท่ีสูงกว่า
วิธีการคือ วิธีคิด ทั้งนี้เพราะการมีภูมิคุ้มกันที่ดีจะต้องประกอบไปด้วยการมี
สติปัญญาและมคี ณุ ธรรม โดยเฉพาะอยา่ งยิง่ ในเบ้อื งตน้ คือการมีสติ หรอื มกี าร
ยั้งคิดท่ีจะไม่ทำ�สิ่งท่ีผิด ซ่ึงถือได้ว่าเป็นการสร้างภูมิคุ้มกันท่ีสำ�คัญ และถ้ามี
คณุ ธรรมซง่ึ ประกอบดว้ ยความซอื่ สตั ยส์ จุ รติ ความอดทน ความขยนั หมน่ั เพยี ร
และมีปัญญา ปฏิบัติแต่ในสิ่งท่ีชอบที่ควร ทั้งหมดนี้ก็จะเป็นภูมิคุ้มกันอย่างดี
ตามท่ีได้กล่าวไปแล้ว และอะไรก็ตามถ้าหากมีภูมิคุ้มกันที่ดี ผลที่จะตามมา
ก็คือ ความยั่งยืน ทั้งน้ีเพราะสามารถอยู่รอดปลอดภัยได้ในทุกสถานการณ์
นี่คือผลผลิตของการมีภูมคิ ้มุ กันตามปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
สว่ น “วธิ คี ดิ ” นนั้ จ�ำ เปน็ ตอ้ งอาศยั ความเขา้ ใจดว้ ยตนเอง และ “วธิ คี ดิ ”
ในทน่ี คี้ อื “ความพอประมาณ หรอื ความพอเพียง” ความหมายท่ีลกึ ซงึ้ ของ
ความพอประมาณหรอื ความพอเพยี ง คอื เปน็ กฎธรรมชาตทิ ค่ี วบคมุ การปฏบิ ตั ติ น
สำ�หรับสิ่งท่ีมีชีวิตทุกชนิด ไม่ว่าจะเป็นพืช สัตว์ หรือคน ท้ังน้ีเพราะความ
พอประมาณ คอื จดุ ทดี่ ที สี่ ดุ ส�ำ หรบั ชวี ติ สงิ่ ทม่ี ชี วี ติ ทกุ ชวี ติ ถา้ หากเอา “ชวี ติ ”
ของตนเองเป็นหลักในการตัดสินใจ อะไรก็ตามที่น้อยเกินไป ยังคงไม่ดีท่ีสุด
50
การขับเคลอ่ื น 51
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
กบั องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน
ท่วั ประเทศไทย
ส�ำ หรบั ชวี ติ อะไรกต็ ามทม่ี ากเกนิ ไปกไ็ มด่ ที ส่ี ดุ ส�ำ หรบั ชวี ติ จะตอ้ งมจี ดุ ทดี่ ที สี่ ดุ
เพียงจุดหนงึ่ หรือชว่ งหนง่ึ เช่น เมื่อนึกถึงพชื ท่อี ยู่บนบก พชื ดงั กลา่ วได้นํา้ มาก
เกนิ ไปกไ็ มด่ สี �ำ หรบั ชวี ติ พชื ไดน้ า้ํ นอ้ ยเกนิ ไปกไ็ มด่ สี �ำ หรบั พชื นน้ั เชน่ กนั หรอื ถา้
ได้ธาตอุ าหารน้อยเกินไปก็ไมเ่ จริญเตบิ โต ไดอ้ าหารมากเกินไปก็อาจจะตายได้
รวมท้ังแสงแดดและอุณหภูมิที่เหมาะสมก็เช่นกัน จุดที่ดีท่ีสุดสำ�หรับพืชก็คือ
จดุ ทพ่ี อประมาณหรอื จดุ ทพ่ี อเพยี ง ถา้ จะยกตวั อยา่ งสตั วแ์ ละคน ซง่ึ ตา่ งกบั พชื
ที่ทั้งคนและสัตว์ส่วนใหญ่สามารถเคลื่อนที่ได้ จึงมีโอกาสเลือกเวลา สถานท่ี
และ/หรอื ปรมิ าณทพี่ อประมาณส�ำ หรบั ตนเองไดม้ ากกวา่ พชื การไดร้ บั อาหาร
มากเกนิ ไปหรอื นอ้ ยเกนิ ไปกไ็ มด่ ที สี่ ดุ ตอ่ ชวี ติ การออกก�ำ ลงั กาย รวมทง้ั กจิ กรรม
ทุกชนิดเท่าท่ีจะนึกได้ของคน ก็จะพบว่าจุดที่ดีท่ีสุดสำ�หรับชีวิตคือจุดที่
พอประมาณ ไม่มากหรือนอ้ ยเกินไป แตอ่ าจจะมีบางคนตง้ั ค�ำ ถามว่า ทรพั ยส์ ิน
เงินทอง ถ้าย่ิงมีมากย่ิงดีมิใช่หรือ เพราะอย่างน้อยทรัพย์สินเงินทองสามารถ
ซ้ือความสะดวกสบายได้ ดังนั้นยิ่งมีมากก็ย่ิงดีเพราะชีวิตจะยิ่งมีความสะดวก
สบายมากขึ้น หรืออาจกล่าวได้ว่ามี “คุณภาพชีวิต” ท่ีดีข้ึน แต่ปัญหาที่
เกดิ ขน้ึ กบั คนมเี งนิ หรอื ทรพั ยส์ นิ ตา่ ง ๆ มากเกนิ ไปกค็ อื เมอื่ มเี งนิ หรอื ทรพั ยส์ นิ
มากข้ึนก็ย่ิงสามารถซ้ือความสะดวกสบายได้มากขึ้น เกิดเป็นความโน้มเอียง
ให้การใช้ชีวิตเร่ิมตั้งอยู่ในความประมาท และเม่ือสามารถทำ�หลายส่ิงหลาย
อย่างได้มากกว่าคนท่ีมีทรัพย์สินเงินทองน้อยกว่า ในที่สุดก็อาจจะพลาดพลั้ง
ในการตดั สนิ ใจหรอื การด�ำ เนนิ ชวี ติ ไดง้ า่ ยดว้ ยความโลภ โกรธ หลง หรอื อวชิ ชา
เนื่องจากจิตถูกครอบงำ�ด้วยกิเลสจนขาดสติท่ีจะยั้งคิดและไม่มีปัญญามากพอ
ที่จะสู้กับกิเลสเพราะเพลินกับการใช้อำ�นาจเงินจนเคยตัว เป็นผลให้เกิดความ
ตกต่ําในชีวติ หรือถงึ กบั เสยี ชวี ติ ได้ในท่สี ดุ อีกทง้ั การหาเงนิ และ/หรือทรพั ยส์ ิน
ถา้ ไมเ่ บยี ดเบยี นผอู้ นื่ กอ็ าจจะตอ้ งเบยี ดเบยี นตนเอง ซงึ่ การเบยี ดเบยี นไมว่ า่ จะ
เป็นตนเองหรือผู้อน่ื รวมท้งั ทรพั ยากรท่ีมีอยู่ตามธรรมชาติย่อมเปน็ พฤตกิ รรม
ที่ไมพ่ งึ ประสงค์
51
52 การขบั เคลื่อน
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
กับองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน
ท่ัวประเทศไทย
ดังนั้นความพอประมาณจึงเป็นวิธีคิดท่ีลึกซ้ึงที่เอาชีวิตของตนเองเป็น
ตัวตั้ง คนที่มีความโลภเพราะเอากิเลสของตนเองเป็นตัวตั้งโดยไม่รู้ตัว แต่ถ้า
หากรักชีวิตและเอาชีวิตเป็นตัวตั้งเหมือนเช่นสัตว์โดยท่ัวไปก็จะรู้ว่าความ
พอประมาณคืออะไร อีกท้ังการตัดสินใจในทุกเรื่องบนหลักพอประมาณคือ
การตัดสินใจเพื่อทำ�ในสิ่งท่ีดีท่ีสุดสำ�หรับชีวิตซ่ึงไม่มีอะไรจะดีไปกว่าน้ีอีกแล้ว
เพราะชีวิตย่อมมีความสำ�คัญท่สี ดุ ส�ำ หรับสิง่ มชี ีวติ นั้น ๆ เอง จะเหน็ ไดว้ า่ สัตว์
สว่ นใหญห่ รอื เกอื บทง้ั หมดไมม่ คี วามโลภ เพราะสตั วไ์ มม่ เี ครอ่ื งมอื ในการสะสม
สิ่งของมากนัก อีกทั้งไม่มีแนวโน้มที่จะสะสมจนเกินความจำ�เป็นต่อชีวิตของ
พวกมัน เพราะจะทำ�ให้มันขาดอิสรภาพในการดำ�รงชีวิตเท่าท่ีควร เน่ืองจาก
ต้องกังวลกับส่ิงที่สะสมเอาไว้เกินความจำ�เป็น อีกท้ังต้องป้องกันมิให้สูญหาย
หรือถูกแย่งชิง และถ้าถูกแย่งชิงก็จะเสียดายเวลาและโอกาสที่อุตส่าห์สะสม
เอาไว้ด้วยความเหน่อื ยยาก
ดังนั้นความพอประมาณหรือความพอเพียงจึงเป็นวิธีคิดท่ีลึกซึ้งโดยเอา
ชีวิตของตัวเองเป็นตัวตั้ง และทำ�เฉพาะในส่ิงท่ีดีท่ีสุดสำ�หรับชีวิต เพื่อให้ชีวิต
มีความ “สมดุล” ทง้ั นเี้ พราะชีวิตทมี่ คี วามสมดุลคือชีวติ ท่ีมคี วามสุข หรือ
อย่างน้อยก็เป็นชีวิตที่ปราศจากความทุกข์ เพราะภาวะท่ีสมดุลคือ ภาวะท่ีไร้
ปญั หาใด ๆ ดงั ทไ่ี ดท้ รงตรสั เมอื่ วนั ท่ี 18 กรกฎาคม 2517 แกน่ สิ ติ มหาวทิ ยาลยั
เกษตรศาสตร์ ณ หอประชมุ ของมหาวิทยาลัยแหง่ นั้น
“...การพฒั นาประเทศจ�ำ เปน็ ตอ้ งท�ำ ตามล�ำ ดบั ขนั้ ตอ้ งสรา้ งพนื้ ฐาน คอื
ความพอมี พอกนิ พอใช้ ของประชาชนส่วนใหญ่ในเบอ้ื งตน้ กอ่ น โดยใชว้ ธิ กี าร
และอุปกรณ์ทีป่ ระหยัด แต่ถกู ต้องตามหลักวิชาการ เมื่อได้พ้ืนฐานความมนั่ คง
พรอ้ มพอสมควรและปฏบิ ตั ไิ ดแ้ ลว้ จงึ คอ่ ย ๆ สรา้ งความเจรญิ และฐานะเศรษฐกจิ
ขน้ั ทส่ี งู ขนึ้ โดยล�ำ ดบั ตอ่ ไป หากมงุ่ แตจ่ ะทมุ่ เทสรา้ งความเจรญิ ยกเศรษฐกจิ ให้
รวดเร็วแต่เพียงประการเดียว โดยไม่ให้แผนปฏิบัติการสัมพันธ์กับสภาวะของ
ประเทศและของประชาชนโดยสอดคล้องด้วย ก็จะเกิดความไม่สมดุลในเร่ือง
ตา่ ง ๆ ขึ้น ซง่ึ อาจจะกลายเป็นความยุ่งยากลม้ เหลวไดใ้ นทีส่ ดุ ดังจะเหน็ ได้ท่ี
อารยประเทศทงั้ หลายก�ำ ลงั ประสบปญั หาทางเศรษฐกจิ อยา่ งรนุ แรงในเวลาน”้ี
52
การขับเคล่ือน 53
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
กับองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ
ทัว่ ประเทศไทย
สว่ นทเ่ี กย่ี วขอ้ งของพระราชด�ำ รสั องคน์ ใ้ี นสว่ นทกี่ ลา่ วถงึ คอื ความสมดลุ
เพราะถา้ ไมม่ คี วามสมดลุ จะเกดิ มปี ญั หาตามมา แตเ่ ปน็ ทน่ี า่ เสยี ดายวา่ พระราช-
ดำ�รัสองค์น้ีมักจะนำ�มาอ้างเพียงคร่ึงเดียว โดยตัดส่วนท่ีเริ่มต้นว่า “หากมุ่ง
แต่จะทุ่มเทสร้างความเจริญ ยกเศรษฐกิจให้รวดเร็วแต่เพียงประการเดียว...”
ออกไปทั้งหมด
สะท้อนถึงพระอัจฉริยภาพของพระองค์ท่ีได้ทำ�นายผลของการพัฒนา
ที่ไม่สมดุลของประเทศไทยไว้ล่วงหน้า 40 ปี แล้ว โดยท่ีคำ�ทำ�นายดังกล่าว
ยงั คงเป็นจริงจนถึงปัจจบุ ันเพราะอยบู่ นพ้ืนฐานของตรรกะที่เป็นกฎธรรมชาติ
ความสมดุลที่พระองค์ทรงปรารถนา คือ ความพออยู่ พอกิน และมี
ความสงบ ซ่งึ ก็หมายถึงการมีความสขุ นัน่ เอง ดังบางตอนในพระราชด�ำ รัส เมื่อ
วนั ท่ี 4 ธนั วาคม 2517 ณ ศาลาดสุ ิดาลัย สวนจิตรลดาฯ พระราชวงั ดสุ ิต
“คนอ่ืนจะว่าอย่างไรก็ช่างเขา จะว่าเมืองไทยล้าสมัย ว่าเมืองไทยเชย
ว่าเมืองไทยไม่มีส่ิงท่ีสมัยใหม่ แต่เราอยู่พอมีพอกิน และขอให้ทุกคนมีความ
ปรารถนาทจี่ ะใหเ้ มอื งไทย พออยพู่ อกนิ มคี วามสงบ และท�ำ งาน ตงั้ จติ อธษิ ฐาน
ตัง้ ปณิธานในทางน้ี ที่จะให้เมอื งไทยอยู่แบบ พออยู่ พอกนิ ไมใ่ ช่วา่ จะรุ่งเรอื ง
อยา่ งยอด แตว่ า่ พออยพู่ อกนิ มคี วามสงบ เปรยี บเทยี บกบั ประเทศอนื่ ๆ ถา้ เรา
รกั ษาความพออยู่ พอกิน น้ไี ด้ เราก็จะยอดยง่ิ ยวดได”้
ดงั นน้ั ความพอประมาณจงึ น�ำ ไปสคู่ วามสมดลุ และความสขุ ในทสี่ ดุ นคี่ อื
ผลผลิตและผลลัพธ์ของเศรษฐกิจพอเพียงท่ีได้โดยตรงจากความพอประมาณ
ดังกล่าว ท้ังนี้เพราะความสุขคือภาวะท่ีปราศจากความทุกข์ ซึ่งก็เป็นสิ่งที่
ปรารถนาของสง่ิ มชี วี ติ ท้ังหลายนนั่ เอง
เหนือขึ้นไปจากวิธีคิดก็คือ การปฏิบัติตนอย่างสม่ําเสมอจนเป็น “วิถี
ชีวติ ” นัน่ กค็ อื ความมเี หตุผล ความมเี หตผุ ลมักจะมีการตีความกันโดยทวั่ ไป
วา่ เปน็ การมเี หตผุ ลในเชงิ ตรรกะ แตไ่ มค่ วรจะลมื วา่ ตรรกะ เปน็ สง่ิ ทมี่ นษุ ยค์ ดิ ขนึ้
อีกทั้งในปัจจุบันก็ยังมีตรรกะที่มนุษย์นิยมใช้ แต่เป็นตรรกะที่ไม่สอดคล้องกับ
ความเปน็ จรงิ ตามธรรมชาติ คอื ตรรกะสดุ ขวั้ หรอื ตรรกะทไ่ี มย่ อมรบั วา่ มพี น้ื ท่ี
ตรงกลาง กล่าวคือ ตรรกะที่อธิบายว่าถ้าเป็นดำ� จะต้องไม่เป็นขาว ซึ่งก็เป็น
53
54 การขับเคลอ่ื น
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
กับองคก์ รปกครองสว่ นท้องถิ่น
ทัว่ ประเทศไทย
ส่ิงท่ีถูกต้อง แต่ถูกเพียงส่วนเดียว เพราะสิ่งที่ดำ�รงอยู่ในธรรมชาติส่วนใหญ่
จะไม่เปน็ ขาวเป็นดำ� แต่จะเป็นสีเทาในลกั ษณะต่าง ๆ เช่น ตง้ั แต่สีเทาท่ีมีสีด�ำ
ร้อยละศูนย์ ซึ่งก็คือมีสีขาวแต่เพียงอย่างเดียว ไม่มีสีดำ�เจือปน หรือสีเทาท่ี
เข้มข้นึ กวา่ เดิม คอื มีสดี �ำ รอ้ ยละ 1 รอ้ ยละ 2 เพิ่มขึ้นตามลำ�ดบั จนถงึ สเี ทาท่ีมี
สดี �ำ รอ้ ยละ 100 หรอื มสี ขี าวรอ้ ยละศนู ย์ หรอื เปน็ สดี �ำ สนทิ เปน็ ตน้ เชน่ เดยี วกบั
ความทุกขแ์ ละความสุข ซ่ึงมอี ยรู่ ว่ มกัน รวมทงั้ ความมืด ความสวา่ ง ความร้อน
ความเยน็ ดงั นนั้ ถา้ อธบิ ายค�ำ วา่ มเี หตผุ ลแบบตรรกะทไ่ี มม่ พี น้ื ตรงกลาง ซงึ่ เปน็
ตรรกะทใ่ี ชม้ ากในวชิ าคณติ ศาสตรท์ ม่ี คี �ำ ตอบทแ่ี นน่ อนตายตวั กจ็ ะไมส่ อดคลอ้ ง
กบั ความเปน็ จรงิ ในธรรมชาตทิ ่ดี �ำ รงอยู่ทส่ี ามารถพบเห็นไดท้ ั่วไป
แต่คำ�ว่ามีเหตุผลท่ีพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช
บรมนาถบพติ ร ทรงใชเ้ ปน็ ค�ำ ทมี่ ที มี่ าจากพทุ ธธรรมหรอื ค�ำ สอนของพระพทุ ธเจา้
คอื เหต-ุ ปจั จยั -ผล ถา้ ตอ้ งการจะใหผ้ ลทด่ี จี ะตอ้ งสรา้ งเหตทุ ด่ี แี ละปจั จยั สนบั สนนุ
ทด่ี จี งึ จะไดผ้ ลดี แตถ่ า้ ผลนนั้ เปน็ สงิ่ ทไ่ี มพ่ งึ ปรารถนาเพราะน�ำ มาซง่ึ ความทกุ ขก์ ็
ควรระงบั เสยี ตงั้ แตเ่ หตุ เมอ่ื ไมม่ เี หตกุ ไ็ มจ่ �ำ เปน็ ตอ้ งค�ำ นงึ ถงึ ปจั จยั เพราะจะไมม่ ี
ผลใด ๆ ตามมาเมอ่ื ไมม่ เี หตุ ดงั นนั้ การมเี หตผุ ลทพ่ี ระองคห์ มายถงึ เปน็ สว่ นใหญ่
กค็ อื การสรา้ งเหตแุ ละปจั จยั ทดี่ เี พอื่ ใหเ้ กดิ ผลดี ดงั นนั้ การคดิ ดี คอื สรา้ งแตเ่ หตุ
ท่ดี ี ท�ำ ความดตี ามความคดิ ท่ีตั้งใจไวก้ ย็ ่อมจะไดร้ ับผลดี
ถ้าหากมีการคิดการกระทำ�ในลักษณะน้ีเป็นประจำ�จนเป็น “วิถีชีวิต”
จึงจะเป็นคนหรือเป็นมนุษย์ท่ีมีเหตุผล ดังนั้นการมีเหตุผลคือระดับที่สูงขึ้นไป
ของเศรษฐกิจพอเพียง คือเป็นวิถีชีวิต ทั้งนี้พระองค์ได้ทรงยํ้าในประเด็นนี้
ในพระราชดำ�รัสเนื่องในวโรกาสวันเฉลิมพระชนมพรรษา ณ ศาลาดุสิดาลัย
สวนจติ รลดาฯ พระราชวังดุสติ วันท่ี 4 ธันวาคม 2543 ความตอนหน่ึงวา่
“เศรษฐกจิ พอเพยี งน้ี ขอยาํ้ วา่ เปน็ เศรษฐกจิ และความประพฤตทิ จี่ ะท�ำ
อะไรใหเ้ กดิ ผล โดยมเี หตุและผล คอื ผลมนั เกิดจากเหตุ ถ้าท�ำ เหตุดี ถ้าคดิ ใหด้ ี
ให้ผลท่ีออกมา คือสิ่งที่คิดตามเหตุผลคือการกระทำ� ก็จะเป็นการกระทำ�ที่ดี
และผลของการกระทำ�น้ันก็จะเป็นการกระทำ�ที่ดี ดี แปลว่า มีประสิทธิภาพ
ดี แปลว่า มปี ระโยชน์ ดี แปลวา่ มคี วามสขุ ”
54
การขับเคลือ่ น 55
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
กบั องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน
ทว่ั ประเทศไทย
จะเหน็ ไดว้ า่ ทรงยาํ้ วา่ เปน็ “ความประพฤต”ิ มใิ ชเ่ ปน็ การมเี หตผุ ล
ตามหลักของตรรกะ ดังนั้น ความมีเหตุผลในท่ีน้ีคือ วิถีชีวิต หมายถึง การ
ประพฤติปฏิบัติเศรษฐกิจพอเพียงทุกวันทุกเวลาจนกลายเป็นวิถีชีวิต หรือ
การประพฤตชิ อบปฏิบตั ชิ อบตลอดเวลา เพ่ือช่วยให้ชวี ิตมีความรม่ เย็นเป็นสุข
รวมทงั้ มกี ารเอื้อเฟือ้ แบง่ ปันตลอดเวลาน่นั เอง การเออื้ เฟือ้ แบ่งปันที่ดที ส่ี ุดคอื
การสร้างประโยชน์สขุ ให้แกผ่ อู้ ื่น หรือการท�ำ ให้ผูอ้ ่ืนได้ประโยชนแ์ ละความสุข
ดว้ ยการใหป้ ญั ญา คอื ชว่ ยใหผ้ อู้ น่ื ไดเ้ กดิ เหน็ หนทางหรอื แนวทางในการแกป้ ญั หา
หรอื ปรบั เปลย่ี นวธิ คี ดิ วธิ กี ารท�ำ งาน วธิ กี ารด�ำ เนนิ ชวี ติ แตถ่ า้ ใหป้ ญั ญาอยา่ งเดยี ว
ไมพ่ อ อาจจะตอ้ งใหว้ ธิ กี าร รวมทง้ั ใหท้ รพั ยากรเพอื่ ใหเ้ กดิ วธิ กี าร เพอื่ ทบ่ี คุ คล
ที่ได้รับความช่วยเหลือสามารถเรียนรู้และช่วยตัวเองได้ในที่สุด โดยที่ผู้ให้
ไม่ประสงค์จะได้รับสิ่งใดตอบแทน เพราะถ้าหากหวังว่าจะได้สิ่งใดตอบแทน
ย่อมเกิดมีกิเลสหรือความอยากได้เพื่อเป็นการตอบแทนการให้ และถ้าไม่
สมหวงั ก็จะกลายเป็นความทุกข์ แตถ่ า้ ไมค่ าดหวงั สิ่งใดเลย ความรู้สึกทด่ี หี รือ
ความสขุ กจ็ ะเกดิ ขน้ึ จากการสรา้ ง “ประโยชนส์ ขุ ” ใหแ้ กผ่ อู้ นื่ คอื ท�ำ ใหผ้ อู้ นื่ ได้
รบั ทง้ั ประโยชนแ์ ละความสขุ อนั เปน็ ค�ำ ทป่ี รากฏอยใู่ นพระปฐมบรมราชโองการ
ที่ว่า “เราจะครองแผ่นดินโดยธรรม เพื่อประโยชน์สุขแห่งมหาชนชาวสยาม”
เม่ือได้รับอัญเชิญให้ข้ึนทรงครองราชย์อย่างเป็นทางการเม่ือวันท่ี 9 มิถุนายน
2489 ซ่ึงเป็นสิ่งที่พระองค์ได้ทรงปฏิบัติตลอดพระชนม์ชีพนับต้ังแต่บัดน้ัน
เปน็ ต้นมาจนถึงวนั สุดทา้ ยทเี่ สดจ็ สวรรคตเมอ่ื วันท่ี 13 ตุลาคม 2559
ดงั นน้ั ค�ำ วา่ “ประโยชนส์ ขุ ” จงึ เปน็ ค�ำ ทมี่ คี วามหมายส�ำ คญั และเปน็ สง่ิ ที่
พระองคไ์ ดท้ รงปฏบิ ตั ิเป็น “วิถีชวี ิต” ของพระองคต์ ลอดจนพระชนม์ชพี
ดังนั้นถ้าจะอธิบายผลในที่สุดของเศรษฐกิจพอเพียงก็คือ ถึงแม้จะมี
วธิ คี ดิ ทเ่ี ขา้ ใจความหมายของค�ำ วา่ “พอประมาณ” และด�ำ เนนิ ชวี ติ อยา่ งมี
“สมดุล” จนเกิดผลลัพธ์อันเป็นความสุขแล้ว ถ้าบุคคล ครอบครัว รวมถึง
องคก์ ร ทปี่ ฏบิ ตั ติ ามแนวทางพอประมาณจนเกดิ ความสมดลุ และมคี วามสขุ แลว้
ถ้าหากยังมีคนอีกเป็นจำ�นวนมากยังมีความทุกข์ ความม่ันคงจะเกิดข้ึนได้
อย่างไร ดังน้ันความมั่นคงจะเกิดข้ึนได้ก็ต่อเมื่อคนส่วนใหญ่ไม่มีความทุกข์
55
56 การขับเคลอ่ื น
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
กับองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ
ทวั่ ประเทศไทย
ซงึ่ ถา้ จะเปน็ เชน่ นนั้ ได้ ผปู้ ฏบิ ตั เิ ศรษฐกจิ พอเพยี ง หรอื องคก์ รทปี่ ฏบิ ตั เิ ศรษฐกจิ
พอเพียงจะต้องมีความมีเหตุผล หรือทำ�แต่ความดีจนเป็นวิถีชีวิต หรือเป็น
หลักในการปฏิบัติงานเพื่อนำ�ไปสู่ความม่ันคงด้วยการสร้างประโยชน์สุข อัน
จะน�ำ ไปสคู่ วามรม่ เยน็ เปน็ สขุ ส�ำ หรบั ทกุ คน หรอื อยา่ งนอ้ ยคนสว่ นใหญใ่ นทสี่ ดุ
ดงั นนั้ ระดบั ความเปน็ เศรษฐกจิ พอเพยี งสงู สดุ กค็ อื การเขา้ ถงึ ทเี่ รมิ่ จาก
การมีเหตุผล ความมั่นคง ประโยชน์สุข ร่มเย็นเป็นสุข ซึ่งเป็น
ผลผลิตและผลในท่ีสุดของเศรษฐกิจพอเพียงท่ีมาจากกระบวนการความมี
เหตุผลนั่นเอง
ทง้ั หมดนค้ี อื กรอบวธิ คี ดิ ตามปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ซง่ึ แสดงดว้ ย
ภาพประกอบพร้อมท้ังอธิบายข้ันตอนของระดับความเป็นเศรษฐกิจพอเพียง
ได้ดังชดุ ภาพต่อไปนี้
4. กรอบการวิจัยทไ่ี ด้จากปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
56
การขบั เคล่อื น 57
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
กับองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน
ทว่ั ประเทศไทย
57
58 การขบั เคลอื่ น
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
กบั องค์กรปกครองส่วนท้องถนิ่
ท่วั ประเทศไทย
องค์กรแห่งความยง่ั ยนื
การเป็นองค์กรแห่งความย่ังยืนตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงนี้
สอดคลอ้ งกบั แนวคดิ ความยงั่ ยนื แบบเดยี วกบั ความคดิ ของตะวนั ตก แตม่ คี วาม
ลึกซึ้งมากกวา่ ความคดิ แบบตะวันตก เพราะการมภี ูมิคุ้มกนั มิใชเ่ กดิ จากวิธกี าร
58
การขบั เคลือ่ น 59
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
กับองคก์ รปกครองสว่ นท้องถิ่น
ทัว่ ประเทศไทย
ลว้ น ๆ แตภ่ มู คิ มุ้ กนั ทด่ี ที ส่ี ดุ เกดิ จากการมสี ตปิ ญั ญาและคณุ ธรรม ซง่ึ จะสง่ ผลดี
ต่อสังคมในด้านอ่ืน ๆ อีกมาก นอกจากจะเป็นความดีที่น่าสรรเสริญสำ�หรับ
ผู้ปฏบิ ัติเศรษฐกิจพอเพียงเองแล้ว
องคก์ รแหง่ ความสุข
การเป็นองค์กรแห่งความสุขตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงนี้
สอดคล้องกับแนวคิดประสิทธิภาพของตะวันตก เพราะถ้าผู้ปฏิบัติงานอย่างมี
ความสุขจะเป็นการเพิ่มผลิตภาพในการทำ�งานของแต่ละบุคคล และถ้าหาก
แต่ละคนในองค์กรมีการทำ�งานอย่างมีความสุขจากสัมพันธภาพที่ดีระหว่าง
ผู้บังคับบัญชาและเพ่ือนร่วมงานทุกคน ก็จะก่อให้เกิดพลังในการสร้างสรรค์
(Synergy) เพม่ิ มากขนึ้ เปน็ การเพมิ่ ประสทิ ธภิ าพโดยรวมเพม่ิ ขนึ้ ไปอกี การเปน็
องค์กรแห่งความสุขจึงเป็นองค์กรแห่งประสิทธิภาพแบบตะวันตก แต่มีเหนือ
กวา่ ตะวนั ตกทม่ี ไิ ดเ้ นน้ กฎเกณฑแ์ ละแรงจงู ใจ แตเ่ นน้ ความสขุ จากสมั พนั ธภาพ
ระหวา่ งบุคคลเป็นสำ�คัญ
59
60 การขับเคล่อื น
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
กบั องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน
ท่ัวประเทศไทย
องคก์ รแห่งประโยชนส์ ขุ
การเป็นองค์กรแห่งประโยชน์สุขตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
สอดคล้องกบั แนวคิดประสิทธิผลของตะวันตก เพราะพยายามสร้างประโยชน์
และความสขุ ใหก้ บั ประชาชนในพน้ื ทดี่ ว้ ยตน้ ทนุ ทต่ี าํ่ ทสี่ ดุ แตเ่ หนอื กวา่ ความคดิ
แบบตะวันตกท่ีเน้นวิธีการที่จะทำ�ให้ต้นทุนต่ําท่ีสุดแต่ได้ผลตอบแทนสูงสุด
แต่ในกรณีของปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงเป็นการสร้างประโยชน์และ
ความสุขให้กับประชาชนในท้องถิ่นโดยไม่หวังผลตอบแทนอันเกิดจากความ
ต้ังใจจะทำ�ความดีของบุคลากรภายในองค์กรร่วมกันทุกคน ซ่ึงจะมีผลดีต่อ
สงั คมโดยรวมในดา้ นอนื่ ๆ อกี มาก เปน็ วธิ หี นงึ่ ในการสรา้ งคนดใี หแ้ กส่ งั คมเปน็
จำ�นวนมากเพ่อื ให้เกิดความร่มเย็นเปน็ สุขในสังคมร่วมกนั
5. การประยกุ ตป์ รชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียงกบั องคก์ รปกครอง
ส่วนท้องถ่นิ
ดังที่ได้กล่าวมาแล้วว่าการที่จะประยุกต์ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ใหเ้ ขา้ กบั การบรหิ ารงานขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ จะตอ้ งเรม่ิ จากอ�ำ นาจ
60
การขับเคลือ่ น 61
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
กับองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ
ทั่วประเทศไทย
หน้าท่ที ่อี งคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิน่ มตี ามกฎหมาย โดยเฉพาะอยา่ งยิง่ ในกรณี
ขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินในระดับตำ�บล ซ่ึงเป็นหน่วยงานภาครัฐใน
ท้องถิ่นท่ีมีความใกล้ชิดกับประชาชนฐานรากมากท่ีสุด ซึ่งเร่ิมจากพระราช-
บัญญัติสภาตำ�บลและองค์การบริหารส่วนตำ�บล พ.ศ. 2537 และได้แก้ไข
เพิ่มเติมถึงฉบับที่ 3 พ.ศ. 2542 โดยมาตรา 15 หน้าที่ท่ีสำ�คัญขององค์กร
ปกครองส่วนทอ้ งถ่ินในระดับต�ำ บล คือ ส่งเสรมิ ประชาธปิ ไตย ความเสมอภาค
และสิทธิเสรีภาพของประชาชน ขณะที่มาตรา 16 กำ�หนดให้ส่งเสริมการมี
ส่วนร่วมของราษฎรในการพัฒนาท้องถ่ิน บทบาทหน้าท่ีดังกล่าวมีผลทำ�ให้
องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินต้องจัดทำ�แผนยุทธศาสตร์ในการพัฒนาท้องถ่ิน
จำ�นวน 7 ยุทธศาสตร์ ไดแ้ ก่
1. การพฒั นาโครงสรา้ งพืน้ ฐาน
2. การพัฒนาเศรษฐกิจตามแนวทางปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ไปสู่ความยั่งยืน
3. การบรหิ ารจดั การทรพั ยากรธรรมชาติ สงิ่ แวดลอ้ ม และระบบนเิ วศ
ยง่ั ยืน
4. การอนุรกั ษ์ ฟน้ื ฟูและสืบสานศลิ ปวฒั นธรรม จารีต ประเพณี และ
ภมู ิปญั ญาท้องถน่ิ
5. พัฒนาคณุ ภาพชวี ิตของประชาชน
6. การจัดระเบียบชุมชน สังคม และรกั ษาความสงบเรยี บร้อย
7. พัฒนาบรหิ ารจดั การบ้านเมืองทีด่ ี
จากยุทธศาสตร์ท้ัง 7 ประการนี้ คณะผู้วิจัยมีความเห็นร่วมกันว่าการ
วางแผนอย่างมีส่วนร่วมของประชาชนในพื้นท่ีน้ันเป็นส่ิงสำ�คัญในแง่ของการ
ส่งเสริมประชาธิปไตยและการมีส่วนร่วมของราษฎรตามมาตรา 15 และ 16
ของพระราชบญั ญตั ดิ งั กลา่ ว เพอื่ ท�ำ ใหเ้ กดิ การพฒั นาทย่ี งั่ ยนื จงึ เพม่ิ ประเดน็ น้ี
เขา้ ไปเปน็ ประเดน็ ส�ำ คญั ทอ่ี งคก์ ารบรหิ ารในระดบั ต�ำ บลจะตอ้ งด�ำ เนนิ การ สว่ น
ยทุ ธศาสตรใ์ นขอ้ ท่ี 2 นนั้ องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ระดบั ต�ำ บลเกอื บทกุ แหง่
เข้าใจว่าคือการทำ�โครงการพัฒนาท้องถ่ินตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
61
62 การขับเคล่ือน
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
กับองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่
ท่วั ประเทศไทย
ซง่ึ มใิ ชว่ ตั ถปุ ระสงคข์ องโครงการนี้ เนอ่ื งจากโครงการนตี้ อ้ งการใหต้ ำ�บลมกี าร
บรหิ ารงานของตนตามปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง ซง่ึ สอดคลอ้ งกบั ยทุ ธศาสตร์
ขอ้ ท่ี 7 คอื การบรหิ ารจดั การบา้ นเมอื งทดี่ ี หรอื Good governance โดยทกี่ าร
บรหิ ารจดั การตามปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งทม่ี คี วามลกึ ซงึ้ ยง่ิ กวา่ เพราะมี
มิติด้านสติปัญญาและคุณธรรมท่ีจะโน้มนำ�จิตไปสู่การกระทำ�แต่ในสิ่งท่ีดีงาม
มใิ ชเ่ ปน็ เพราะกฎเกณฑห์ รอื มาตรการในการควบคมุ และ/หรอื ถว่ งดลุ ซงึ่ เปน็
วธิ คี ดิ แบบตะวนั ตก ซง่ึ ถา้ หากเขา้ ใจดงั นจ้ี ะเหน็ วา่ ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
มคี วามลกึ ซงึ้ กวา่ New localism เพราะความคดิ จากตะวนั ตกจะเปน็ ความคดิ
ที่เป็นกฎเกณฑ์โดยมีเป้าหมายเป็นตัวกำ�หนดกฎเกณฑ์ที่จะตามมา (Rules
based approach) กลไกคือ ถา้ ตอ้ งการผลอยา่ งนี้ จะตอ้ งท�ำ ตามข้อหน่ึง สอง
สาม ตามท่ีกำ�หนดไว้ตามลำ�ดับ จะไม่มีประเด็นในเรื่อง สติปัญญา คุณธรรม
ความสุข และประโยชนส์ ขุ เป็นตัวกำ�หนด เพราะตะวนั ตกเห็นวา่ เร่ืองเหลา่ น้ี
เปน็ เรอ่ื งของอตั ตวนิ จิ ฉยั (Value judgment) ไมม่ คี วามเปน็ วทิ ยาศาสตร์ แตใ่ น
ความเปน็ จรงิ สง่ิ แหลา่ นค้ี อื ปจั จยั ทห่ี ลอ่ เลยี้ งความเปน็ มนษุ ยท์ ดี่ แี ละมคี ณุ ภาพ
ซึ่งจะมผี ลกระทบในทางดตี ่อสังคมในดา้ นอนื่ ๆ ตามมาอีกมาก
ดังน้ันยุทธศาสตร์หลักของงานวิจัยนี้สำ�หรับองค์กรปกครองท้องถ่ิน
ระดับตำ�บลคือ การบริหารงานขององค์กรตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ซ่งึ มีกรอบการดำ�เนินงานวิจยั ที่ได้จากปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งท่ีไดก้ ลา่ ว
ไวข้ ้างตน้
ดงั นน้ั ยทุ ธศาสตร์ 7 ประการ ภายใตก้ รอบการบรหิ ารจดั การขององคก์ ร
ปกครองในระดับต�ำ บลตามปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง คือ
1. การบรหิ ารงานขององคก์ รตามปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
2. การวางแผนและการจัดท�ำ แผนแบบมสี ว่ นร่วมจากประชาชน
3. การพฒั นาโครงสร้างพ้นื ฐาน
4. การบริหารจดั การทรัพยากรธรรมชาติ สิ่งแวดลอ้ มและระบบนเิ วศ
ท่ียัง่ ยนื
5. การจดั ระเบียบชมุ ชน สงั คม และรักษาความสงบเรยี บรอ้ ย
62
การขบั เคล่อื น 63
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
กบั องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่นิ
ท่ัวประเทศไทย
6. การอนรุ กั ษ์ ฟน้ื ฟแู ละสืบสานงานศลิ ปวฒั นธรรม จารีต ประเพณี
และภมู ิปัญญาทอ้ งถ่ิน
7. การดแู ลผเู้ ปราะบางและผยู้ ากไรใ้ นชมุ ชน ตลอดจนพฒั นาคณุ ภาพ
ชีวติ ของประชาชนเพอื่ ใหเ้ กิดประโยชนส์ ขุ แก่ชุมชนในที่สุด
โดยนอกจากการบริหารงานขององค์กรจะต้องเป็นไปตามปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพยี ง ซง่ึ มกี ารแบ่งออกเป็นสามระดบั คือ เขา้ ขา่ ย (เป็นองคก์ ร
แห่งความยั่งยืน) เข้าใจ (เป็นองค์กรแห่งความสุข) เข้าถึง (เป็นองค์กรแห่ง
ประโยชน์สุข) ขั้นตอนในการดำ�เนินงานของแต่ละยุทธศาสตร์จะต้องเป็นไป
ตามปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งดว้ ย คอื ตอ้ งประกอบไปดว้ ยการใชส้ ตปิ ญั ญา
และคณุ ธรรม การมภี ูมิคุม้ กัน ความพอประมาณ และความมเี หตผุ ลดว้ ย
เนอื่ งจากในการประเมนิ ความเปน็ เศรษฐกจิ พอเพยี งนน้ั กอ่ นทจ่ี ะพฒั นา
ในระดบั ที่สูงข้ึนไปจะต้องผ่านเงอื่ นไขท่ตี ํ่ากวา่ เสียก่อน คอื
ในการประเมินความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงจำ�เป็นต้องกำ�หนดให้ความ
ส�ำ คญั ของความเปน็ เศรษฐกจิ พอเพยี งในลกั ษณะเงอ่ื นไขทจี่ ะตอ้ งกา้ วขา้ มใหไ้ ด้
(Threshold) สำ�หรบั แต่ละระดบั แตกตา่ งกันระหว่างการเปน็ ผลผลิต ผลลพั ธ์
63
64 การขบั เคลอ่ื น
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
กบั องค์กรปกครองสว่ นท้องถน่ิ
ท่ัวประเทศไทย
และผลในทส่ี ดุ นน่ั คอื ถา้ หากเปน็ ผลผลติ จะตอ้ งเปน็ ผลทเ่ี กดิ ขน้ึ ภายในองคก์ ร
ในสดั ส่วนทม่ี ากหรอื เกือบท้งั หมด (รอ้ ยละ 80-100) แตถ่ ้าเป็นผลลัพธ์ สิ่งท่ี
เกิดข้ึนภายในองค์กรควรจะลดลง (ร้อยละ 40-60) และสิ่งที่จะเป็นผลดีต่อ
ประชาชนในท้องถ่ินจะเพิ่มมากข้ึน ส่วนสุดท้ายเป็นผลในที่สุด ส่วนท่ีเป็นผล
ในองค์กรแต่เป็นเงื่อนไขที่จำ�เป็นจะน้อยลงและผลต่อประชาชนภายนอกจะ
ต้องเพิ่มมากขึ้นและเป็นงานท่ีองค์กรทำ�ได้ยากมากข้ึน คือเป็นสิ่งท่ีเกินกว่า
ความจำ�เป็นพื้นฐานหรือการทำ�ตามหน้าท่ีหลัก แต่เป็นงานท่ีช่วยให้เกิดความ
รม่ เย็นเป็นสขุ ในพื้นทเี่ ปน็ สำ�คญั (ร้อยละไม่เกิน 35) ซงึ่ สามารถวางเป็นกรอบ
การประเมนิ ผลการด�ำ เนนิ งานตามปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งโดยสงั เขปได้
ดงั ต่อไปน้ี
กรอบตวั ชว้ี ดั 3 ระดับ
เขา้ ขา่ ย (องค์กรแห่ง เขา้ ใจ (องคก์ รแห่ง เขา้ ถึง (องคก์ รแหง่
ความยั่งยนื ) ความสุข) ประโยชนส์ ุข)
1. การบรหิ ารงานอยา่ ง 5. การบริหารงาน 9. การบริหารงานภายในใหเ้ ปน็
โปร่งใส มธี รรมาภิบาล ภายในใหเ้ ปน็ องค์กร องค์กรแหง่ ประโยชน์สขุ
และไมม่ ีการท�ำ ผิด แห่งความสุข (30 คะแนน)
กฎหมาย (50 คะแนน) (50 คะแนน)
2. การวางแผนและ 6. งานโครงสร้าง 10. การจดั การศึกษา สาธารณสขุ
จัดท�ำ แผนแบบม ี พน้ื ฐานทางสงั คม และการจดั การขยะในระดบั ที่
สว่ นรว่ ม (20 คะแนน) (20 คะแนน) สูงขึ้น (20 คะแนน)
3. การวางแผนการ 7. งานส่งเสริมอาชพี 11. การพัฒนาทรัพยากรธรรมชาติ
ทำ�งานเพือ่ สง่ ตอ่ จากรุ่น เกษตรกรรมและ และสภาพแวดลอ้ มใหด้ ีย่งิ ข้ึน
สูร่ นุ่ (15 คะแนน) วสิ าหกิจชมุ ชน (20 คะแนน)
(15 คะแนน)
4. งานโครงสรา้ งพน้ื ฐาน 8. งานดา้ นสงั คมและ 12. การจดั กิจกรรมลดปญั หา
ดา้ นกายภาพ วัฒนธรรม สังคมและเพิ่มสวสั ดกิ ารสงั คม
(15 คะแนน) (15 คะแนน) เท่าทีส่ ามารถท�ำ ได้ (30 คะแนน)
100 คะแนน 100 คะแนน 100 คะแนน
ผลผลิต ผลลพั ธ ์ ผลในทสี่ ดุ
64
การขับเคล่อื น 65
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
กับองค์กรปกครองสว่ นท้องถิ่น
ทั่วประเทศไทย
ส่วนท่ีแรเงานั้นก็คือผลที่เกิดขึ้นภายในหรือเป็นความต้ังใจที่จะกระทำ�
ภายในองค์กร ซ่ึงมีสัดส่วนเป็นคะแนนเต็ม 85 (องค์กรแห่งความย่ังยืน) 50
(องคก์ รแหง่ ความสขุ ) และ 30 (องคก์ รแหง่ ประโยชนส์ ขุ ) ตามล�ำ ดับ
คะแนน การแปลความหมาย
* เงอื่ นไข คะแนนรวมขอ้ 1 2 และ 3 เขา้ ขา่ ย (องค์กรแห่งความยง่ั ยืน)
ต้องไม่ตํ่ากวา่ 70 คะแนน (ผลผลติ )
เง่อื นไข คะแนนขอ้ 5 ต้องไมต่ า่ํ กว่า 40 คะแนน เขา้ ใจ (องคก์ รแห่งความสขุ )
แตต่ อ้ งผ่านการเป็นองคก์ รแห่ง
ความย่งั ยนื มากอ่ น
(ผลลัพธ)์
เงอ่ื นไข คะแนนขอ้ 9 ตอ้ งไมต่ าํ่ กว่า 25 คะแนน เข้าถึง (องคก์ รแห่งประโยชนส์ ุข)
และจะตอ้ งมคี ะแนนรวมไมต่ ่าํ กวา่ 270 คะแนน แตต่ อ้ งผา่ นการเป็นองค์กรแห่ง
ข้ึนไป ความสุขมากอ่ น
(ผลในทีส่ ุด)
* หมายเหตุ สำ�หรับองค์กรท่ีไม่มีปัญหาการสูญเสียบุคลากรที่มีความรู้ความสามารถ
ออกจากพ้ืนท่ี หรือสามารถหาบุคลากรท่ีมีคุณภาพมาทดแทนได้ไม่ยาก
ก็อาจจะได้คะแนน 10 คะแนน ในข้อนี้ การที่ไม่ได้คะแนนเต็มเน่ืองจาก
การท�ำ งานส่งเสรมิ เยาวชนในพืน้ ท่ีเพ่อื ให้รกั ถน่ิ ฐานและสบื สานงานพัฒนา
ในพื้นที่ยังคงเป็นงานสำ�คัญ ถ้าหากมีการทำ�งานเช่นนี้ด้วยก็สามารถได้
คะแนนเตม็ 15 คะแนน ได้
สว่ นคะแนนในขอ้ อนื่ ๆ ค�ำ นวณจากสว่ นทเี่ หลอื จากคะแนน Threshold
ตามสดั สว่ นความส�ำ คญั และภายในขอ้ เดยี วกนั กจ็ ะแบง่ คะแนนยอ่ ยออกขอ้ ละ
เท่ากันหรือตามลำ�ดับความสำ�คัญ ซ่ึงเป็นวิธีการทางสถิติที่เป็นมาตรฐานโดย
ทว่ั ไป กลา่ วคอื ในขอ้ ใดทจ่ี �ำ เปน็ ตอ้ งเนน้ เปน็ พเิ ศษจะมนี าํ้ หนกั มาก แตถ่ า้ ขอ้ ใด
ที่ไม่มีเหตผุ ลท่มี าสนบั สนุนว่าควรให้คะแนนมากกวา่ ข้อใดเปน็ พเิ ศษก็จะได้รับ
การจดั สรรคะแนนเท่า ๆ กัน
65
66 การขบั เคล่ือน
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
กับองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ
ท่วั ประเทศไทย
ในการเก็บรวบรวมข้อมูลเพื่อทำ�การประเมิน สำ�หรับในปี 2562 และ
ปตี อ่ ๆ ไป ทกุ โครงการตอ้ งน�ำ ไปใชเ้ ปน็ กรอบวจิ ยั กลางเพอ่ื ใหม้ มี าตรฐานเดยี วกนั
สามารถเทยี บเคยี งกนั ไดก้ บั ทกุ อปท. และทกุ ภมู ภิ าคในประเทศไทยดงั ทจ่ี ะได้
น�ำ เสนอตอ่ ไป แตถ่ า้ หากพบวา่ ยงั มสี ว่ นทจ่ี ะปรบั ปรงุ ใหด้ กี วา่ ทเ่ี ปน็ อยไู่ ด้ กจ็ ะมี
การปรับปรุงในการดำ�เนินงานในครั้งต่อไป เนื่องจากมีความจำ�เป็นท่ีจะต้อง
ปรับปรงุ แกไ้ ขอย่างต่อเนือ่ ง ถา้ หากพบว่ายงั มีข้อบกพร่องท่ีตอ้ งแก้ไข
6. ความลกึ ซึ้งในการมสี ่วนรว่ มในการจัดทำ�แผนพัฒนาท้องถนิ่
จากการด�ำ เนนิ งานในปี (2561) ทผ่ี ่านมา งานทม่ี ผี ลโดดเด่นท่จี ะต้อง
นำ�มาพิจารณาอย่างจริงจังในการทำ�งานของชุดโครงการนี้ในปี 2562 นี้ก็คือ
ความลึกซ้ึงของการมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดทำ�แผนพัฒนาท้องถ่ิน
ซงึ่ เปน็ งานของ รองศาสตราจารยส์ ถาพร เรงิ ธรรม และคณะ จากมหาวทิ ยาลยั
ขอนแกน่ จากการศกึ ษาของโครงการตา่ ง ๆ ทงั้ หมดในปที ผี่ า่ นมา (2561) พบวา่
จดุ เนน้ ของโครงการนอ้ี ยทู่ ่ี “การบรหิ ารงานอยา่ งมธี รรมาภบิ าลและ
โปรง่ ใส ไมม่ กี ารท�ำ ผดิ กฎหมาย” ซงึ่ ปรากฏวา่ อปท.สว่ นใหญท่ ไี่ ดจ้ าก
การศกึ ษานี้ผา่ นเกณฑ์การประเมินในข้อนเี้ ป็นอยา่ งดี คือไดค้ ะแนน 40 ขึน้ ไป
จากคะแนนเตม็ 50 คะแนน อกี ทง้ั สว่ นใหญย่ งั ไดค้ ะแนนในขอ้ การวางแผนและ
จดั ท�ำ แผนแบบมสี ่วนร่วม ซง่ึ กำ�หนดคะแนนเต็มไว้ 20 คะแนน ประกอบด้วย
การวางแผนและจดั ท�ำ แผนแบบมสี ว่ นรว่ ม และการประกาศแผนพฒั นาประจ�ำ ปี
เพอ่ื เผยแพรใ่ ห้สาธารณะได้ทราบแผนในขอ้ บญั ญัติ/เทศบัญญัตลิ ่วงหน้า ตาม
รายละเอยี ดทนี่ ำ�มาจากตวั ชีว้ ัดในครง้ั กอ่ น ดงั ทีไ่ ดน้ �ำ มาแสดงไว้ขา้ งล่างนี้
66
การขบั เคล่ือน 67
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
กบั องคก์ รปกครองส่วนท้องถิน่
ทว่ั ประเทศไทย
2. การวางแผนและจดั ท�ำ แผนแบบมสี ว่ นร่วม 20
2.1 การวางแผนและจดั ทำ�แผนแบบ หลักฐาน/เครื่องมอื /วธิ กี าร 12
มีส่วนรว่ ม - รายงานการประชมุ เอกสาร
2.1.1 มีการวางแผนและจัดทำ� ประกอบ ภาพถา่ ย ฯลฯ
แผนแบบมีส่วนร่วมทง้ั 4 ฝ่าย - สัมภาษณแ์ กนนำ�ภาคประชาชน
(ฝ่ายบรหิ าร ฝา่ ยสภา ข้าราชการ ค�ำ อธบิ ายเพิ่มเตมิ
ประจำ� ภาคประชาชน) (2 คะแนน) “การร่วมสงั เกตการณแ์ ละการรับฟัง
หรอื ในการตัดสนิ ใจข้นั สุดทา้ ย” หมายถึง
2.1.2 มกี ารวางแผนและจดั ท�ำ การท่ีภาคประชาชนได้รับโอกาสจาก
แผนแบบมสี ่วนร่วมทั้ง 4 ฝา่ ย อปท.ให้เข้ามีสว่ นรว่ มในการรบั ฟงั
แตใ่ นการตัดสินใจขน้ั สดุ ทา้ ย หรอื สงั เกตการณ์การประชมุ สภา
ภาคประชาชนไม่ไดม้ สี ว่ นรว่ ม ในหอ้ งประชมุ หรอื ผา่ นสือ่ ตา่ ง ๆ
ในการสังเกตการณ์และรับฟงั เช่น โทรทศั นว์ งจรปดิ
(5 คะแนน) หรือ “ทรพั ยากร” หมายถึง เงิน แรงงาน
2.1.3 มีการวางแผนและจัดท�ำ สถานที่ วัสดุ อุปกรณ์ ฯลฯ
แผนแบบมีสว่ นร่วมทั้ง 4 ฝา่ ย
โดยในการตัดสนิ ใจขนั้ สุดทา้ ย
ภาคประชาชนมสี ว่ นร่วมในการ
สังเกตการณแ์ ละรับฟัง (9 คะแนน)
หรือ
2.1.4 มกี ารวางแผนและจดั ท�ำ
แผนแบบมีส่วนรว่ มทง้ั 4 ฝ่าย
โดยในการตดั สนิ ใจขั้นสดุ ท้าย
ภาคประชาชนมีสว่ นรว่ มในการ
สังเกตการณ์ รับฟงั และรว่ ม
สนับสนุนทรัพยากร (12 คะแนน)
2.2 มกี ารประกาศแผนพฒั นาประจำ�ปี หลักฐาน/เครอ่ื งมอื /วิธีการ 8
เพ่อื เผยแพร่ใหส้ าธารณะได้ทราบแผน ภาพถ่าย หรือหลกั ฐานทป่ี ระกาศ
ในขอ้ บัญญัติ/เทศบญั ญตั ิล่วงหนา้ ผ่านสอ่ื ตา่ ง ๆ ทกุ ประเภท
2.2.1 มีการประกาศแผนพฒั นา
ประจำ�ปใี หส้ าธารณะไดท้ ราบ
ลว่ งหนา้ ผา่ นสอ่ื ตา่ ง ๆ ทห่ี ลากหลาย
(4 คะแนน) หรอื
67
68 การขับเคลือ่ น
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
กับองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น
ทวั่ ประเทศไทย
2. การวางแผนและจัดท�ำ แผนแบบมีสว่ นรว่ ม 20
2.2.2 มกี ารประกาศแผนพฒั นา 20
ประจำ�ปีใหส้ าธารณะไดท้ ราบ
ลว่ งหนา้ ผา่ นสอ่ื ตา่ ง ๆ ทห่ี ลากหลาย
และมกี ารจดั ท�ำ ข้อบญั ญัต/ิ
เทศบญั ญตั ทิ ี่ประกอบด้วย
แผนพฒั นาประจ�ำ ปแี ละเผยแพร่
ให้สาธารณะไดท้ ราบลว่ งหนา้
(6 คะแนน) หรอื
2.2.3 มกี ารประกาศแผนพัฒนา
ประจ�ำ ปใี ห้สาธารณะไดท้ ราบ
ลว่ งหนา้ ผา่ นสอ่ื ตา่ ง ๆ ทห่ี ลากหลาย
และมกี ารจดั ท�ำ ขอ้ บญั ญัติ/
เทศบญั ญัติท่ีประกอบด้วย
แผนพฒั นาประจำ�ปีและเผยแพร่
ให้สาธารณะได้ทราบลว่ งหนา้
และมีการประกาศงบประมาณที่
คงเหลือจากการด�ำ เนนิ งานตาม
ขอ้ บญั ญตั ิ/เทศบญั ญัติ ใหส้ าธารณะ
ทราบทุกไตรมาส (8 คะแนน)
รวม
การมสี ว่ นรว่ มแบบทเ่ี ขยี นในตารางขา้ งบนนเ้ี ปน็ การก�ำ หนดใหม้ สี ว่ นรว่ ม
แบบเป็นทางการ คือเป็นไปตามระเบียบของกระทรวงมหาดไทยท่ีกำ�หนดให้
อปท. จะต้องจัดให้มีประชาคมเพ่ือการจัดทำ�แผนจากหมู่บ้านต่าง ๆ โดยทั้ง
ฝ่ายบรหิ าร ฝ่ายสภาและข้าราชการประจ�ำ ต่างมสี ว่ นรว่ ม และในการตดั สนิ ใจ
ข้ันสุดท้ายบางแห่งอาจจะเปิดให้ประชาชนเข้าร่วมรับฟัง แต่ระเบียบมิได้
กำ�หนดใหป้ ระชาชนเข้ารว่ มรบั ฟัง โดยเฉพาะอยา่ งยิ่งการร่วมตดั สนิ ใจ ดังน้ัน
ในขั้นตอนนี้ งบละเอียดของแผนที่ได้จากประชาคมอาจจะขาดหายไปเป็น
สว่ นใหญใ่ นงานของรองศาสตราจารยส์ ถาพร เริงธรรม ไดช้ ี้ใหเ้ หน็ ว่าแท้ทจ่ี รงิ
การวางแผนพฒั นาต�ำ บลนนั้ ควรท�ำ ตามแนวทางการพฒั นาทป่ี ระชาชนในพนื้ ที่
68
การขับเคล่ือน 69
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
กับองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิน่
ทวั่ ประเทศไทย
ประสงค์จะให้เกิดขึ้น ดังนั้นแผนดังกล่าวจึงควรเป็นแผนของประชาชน และ
ประชาชนมสี ว่ นรว่ มทกุ ขนั้ ตอน ไมเ่ ฉพาะแตก่ ารรว่ มตดั สนิ ใจขนั้ สดุ ทา้ ย แตจ่ ะ
ตอ้ งรวมไปถงึ การมสี ว่ นรว่ มในการด�ำ เนนิ โครงการ โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ โครงการ
ทีไ่ มจ่ �ำ เปน็ ต้องอาศยั ทรัพยากรจาก อปท. หรือใชท้ รัพยากรจาก อปท. ไมม่ าก
รวมทั้งบริหารโครงการ และตรวจรับงานของโครงการในที่สุด เป็นต้น ซ่ึงมี
ตวั อยา่ ง อปท. ทไ่ี ดด้ �ำ เนนิ การในลกั ษณะนแี้ ลว้ คอื เปดิ โอกาสใหภ้ าคประชาชน
และประชาสงั คมมสี ่วนรว่ มอย่างเต็มท่ี โดย อปท. ถอยออกมาเปน็ ผสู้ นับสนุน
ทกุ ขน้ั ตอนเทา่ นนั้ วธิ นี จ้ี ะท�ำ ใหป้ ระชาชนเขา้ มามสี ว่ นรว่ มอยา่ งสมบรู ณ์ ซงึ่ อปท.
จะได้ผู้ปฏิบัติงานโดยไม่เสียค่าจ้างเพ่ิมขึ้น และอาจจะได้ทรัพยากรสนับสนุน
จากภาคประชาชนและประชาสงั คมเพม่ิ ขนึ้ ในระยะยาว งานท่ี อปท. ด�ำ เนนิ การ
อยู่ในปัจจุบันก็จะลดลง สามารถไปทำ�หน้าที่อ่ืนที่ภาคประชาชนและประชา
สังคมยังไม่สามารถทำ�ได้ดี รวมทั้งกิจกรรมที่จะทำ�ให้เกิดประโยชน์สุขอื่น ๆ
แก่ประชาชนในพืน้ ทร่ี ะดบั ตำ�บล
อย่างไรก็ตาม มิใช่งานในทุกโครงการประชาชนในพ้ืนที่จะสามารถ
ท�ำ ไดเ้ องทง้ั หมด โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ งานทตี่ อ้ งใชท้ รพั ยากรและความรทู้ างดา้ น
วิชาการในระดับสูงซ่ึงประชาชนในพื้นที่ไม่อาจทำ�ได้ อปท. จึงควรมีแนวทาง
ในการกำ�หนดไว้แต่แรกว่างานประเภทใดที่ อปท. ยังคงต้องดำ�เนินการเอง
งานประเภทใด อปท. สามารถมอบใหป้ ระชาชนเขา้ มามสี ว่ นรว่ มได้ งานประเภทใด
ประชาชนในพ้ืนที่สามารถทำ�ได้ท้ังหมด โดย อปท. สนับสนุนทรัพยากรร่วม
บางส่วน และงานประเภทใดที่ประชาชนทำ�ได้เองท้ังหมดทั้งทรัพยากรและ
การบริหารจัดการโครงการ
ข้อเสนอของอาจารย์สถาพรในเร่ืองนี้คือ ถ้าประชาชนยังไม่พร้อมที่จะ
เข้ามามีส่วนร่วมเต็มท่ี ผู้บริหารของ อปท. จะต้องสนับสนุนให้เจ้าหน้าที่ของ
อปท. เป็นพเี่ ลี้ยงหรอื ผู้ฝกึ สอน (Coach) เพือ่ ให้ภาคประชาชนมีความเข้มแข็ง
และมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง เพราะผลจากการวางแผนและพัฒนาในที่สุดก็จะ
ตกแกป่ ระชาชนเพม่ิ ขนึ้ เปน็ ผลประโยชนร์ ว่ มกนั ระหวา่ ง อปท. และประชาชน
ในพื้นทีใ่ นระยะยาว
69
70 การขับเคลือ่ น
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
กับองค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ
ทว่ั ประเทศไทย
โครงการนี้จึงได้กำ�หนดเป้าหมายเพ่ิมเติมในการวิจัยระยะที่ 2 ก็คือ
ส่งเสรมิ ให้ อปท. สรา้ งการมสี ่วนร่วมจากภาคประชาชน และ/หรือเปิดโอกาส
ให้ภาคประชาชนมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง ท้ังน้ีเพราะถ้าหาก อปท. สามารถ
ดำ�เนินการได้ในลักษณะเช่นนี้ ย่อมไม่มีปัญหาการบริหารงานอย่างโปร่งใส
มีธรรมาภิบาลในการบริหารอย่างแท้จริง และไม่ทำ�ผิดกฎหมาย แน่นอนว่า
เป็นการจัดทำ�แผนแบบมีส่วนร่วมอย่างแท้จริง และมีการวางแผนทำ�งานเพื่อ
ส่งต่อจากรุ่นสู่รุ่น โดยไม่จำ�กัดเฉพาะกลุ่มเยาวชน งานโครงสร้างพ้ืนฐานด้าน
กายภาพก็คงเป็นไปตามความต้องการของประชาชนในพื้นท่ีเท่าท่ีการจัดสรร
งบประมาณจะเปน็ ไปได้และเป็นทีพ่ งึ พอใจของทกุ ฝา่ ย
ถา้ หากมกี ารบรหิ ารงานของ อปท. ในลกั ษณะนก้ี จ็ ะเปน็ การด�ำ เนนิ การ
ในลักษณะเข้าข่ายของระดับการเป็นเศรษฐกิจพอเพียงตามตัวชี้วัดของ
โครงการน้ีอย่างแท้จริง ดังนั้นในการดำ�เนินโครงการนี้ระยะท่ี 2 จึงจะต้อง
เปดิ ทางเลอื กในลกั ษณะนหี้ รอื ก�ำ หนดใหเ้ ปน็ ตวั ชวี้ ดั คขู่ นาน เปน็ อกี แนวทางหนง่ึ
สำ�หรับกำ�หนดให้ อปท. มคี วามเป็นเศรษฐกิจพอเพยี งระดับเขา้ ข่ายไดเ้ ชน่ กนั
เป็นการสง่ เสริมให้ อปท. สามารถเปลีย่ นแนวทางการบรหิ ารงานไปสแู่ นวทาง
ใหมน่ ้ีไดง้ า่ ยย่งิ ขึ้น
สำ�หรับในระดับเขา้ ใจ และเข้าถึง การประเมินทม่ี ีอยู่ยงั ใชไ้ ด้ แต่อาจ
จะต้องมีการปรับแก้ประเด็นที่ยังมีจุดอ่อนอยู่บ้างและต้องทำ�ให้การได้รับ
ประเมนิ ในระดับดังกล่าวยากขึ้นกว่าท่ีผ่านมาดว้ ย โดยเฉพาะอย่างยิง่ ในระดับ
เข้าถึง ทม่ี ีการระบุว่าตอ้ งใช้งบการบรหิ ารภายใน อปท. ให้นอ้ ยกวา่ ท่ีก�ำ หนด
โดยกรมสง่ เสรมิ การปกครองท้องถิ่นทกี่ �ำ หนดไว้รอ้ ยละ 40 ของรายได้ โดยมี
สดั สว่ นลดลงตามรายไดท้ เี่ พม่ิ ขน้ึ เพอ่ื ทห่ี นว่ ยงานจะไดม้ เี งนิ เหลอื เพอื่ สามารถ
สร้างประโยชน์สุขให้แก่ประชาชนในท้องถ่ินได้เพ่ิมข้ึนนั้น ยังมีจุดอ่อนอัน
เนอ่ื งจากเพอ่ื ความสะดวกในการประเมนิ คอื มไิ ดเ้ อาผลงานในภาพรวมเทยี บกบั
ค่าใช้จ่ายทั้งหมดเป็นการวัดประสิทธิผลของการใช้เงินอย่างแท้จริง ซึ่งการวัด
ประสิทธิผลในลักษณะดังกล่าวจะมีความยุ่งยากมากและอาจจะต้องใช้
อัตตวินิจฉัยของผู้ประเมินประกอบด้วย ซึ่งเป็นส่ิงท่ีการประเมินท่ีมีมาตรฐาน
70
การขบั เคลือ่ น 71
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
กับองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ
ทวั่ ประเทศไทย
ควรหลีกเล่ียง แต่ก็เกิดจุดอ่อนจากการท่ีอาจไม่สะท้อนประสิทธิผลตาม
ความเป็นจริงทั้งหมด โดยที่ประเด็นนี้เป็นประเด็นสำ�คัญที่จะทำ�ให้ อปท.
สามารถยกระดบั ไปสูก่ าร “เข้าถึง” หรอื ไม่ ประเดน็ นจี้ ึงจ�ำ เป็นตอ้ งพจิ ารณา
เพิ่มเติมว่ามีวิธีการใดที่จะสะท้อนประสิทธิผลของ อปท. ได้อย่างแท้จริง
โดยวิธีการที่ไม่ยุ่งยากจนเกินไปและต้องไม่ยอมให้ผู้ประเมินใช้ อัตวินิจฉัย
ซึ่งจะทำ�ให้ผลการประเมินไม่เป็นมาตรฐานเดียวกัน ประเด็นน้ีจำ�เป็นต้องมี
การวเิ คราะห์เพอ่ื การปรับปรงุ ตอ่ การประเมินต่อไปในภายหลัง
7. รายนามนักวจิ ยั ในโครงการทอ่ี ยู่นอกเหนอื จากหวั หน้าโครงการ
ภาคกลาง (ตะวันออก)
ดร.จำ�ลอง แสนเสนาะ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั ร�ำ ไพพรรณี
ดร.พรทิวา อาชีวะ มหาวิทยาลยั ราชภัฏรำ�ไพพรรณี
อาจารย์อัศวิน แก้วพทิ กั ษ ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏรำ�ไพพรรณี
ภาคกลาง (ตอนบนและกลาง)
วา่ ทรี่ อ้ ยตรี อ.ดร.สรุ ยิ ะ หาญพิชยั มหาวิทยาลัยราชภัฏเทพสตรี
ดร.จรรยา กลดั ลอ้ ม เครอื ขา่ ยกองทนุ สวสั ดกิ ารชมุ ชน
จงั หวัดชัยนาท
ดร.จนั ทร์ฉาย จันทรล์ า กรมสง่ เสริมการปกครองท้องถิน่
นางสาวชตุ ิกาญจน์ เศรษฐโสภณพงศ์ สถาบนั พฒั นาองค์กรชุมชน
นางศศธิ ร มารัตน์ มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล วทิ ยาเขต
นครสวรรค์
นางสาวลัดดาวลั ย์ โพธิวจิ ติ ร มหาวทิ ยาลยั มหดิ ล วิทยาเขต
นครสวรรค์
ภาคกลาง (ตะวันตก)
รศ.ดร.อุสา สทุ ธิสาคร มหาวทิ ยาลยั หอการค้าไทย
ผศ.ดร.สุภาวดี ขนุ ทองจนั ทร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์
71
72 การขับเคล่ือน กระทรวงทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละ
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง สงิ่ แวดลอ้ ม
กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น มหาวทิ ยาลัยมหิดล
ทัว่ ประเทศไทย มหาวิทยาลัยมหดิ ล
มหาวิทยาลัยหวั เฉยี ว
ดร.กมลทิพย์ คงประเสริฐอมร เฉลมิ พระเกียรติ
มหาวิทยาลัยศรีนครนิ ทรวโิ รฒ
อ.ดร.เรงิ วิชญ์ นิลโคตร นักวชิ าการอิสระ
อ.ดร.นภิ าวรรณ เจรญิ ลกั ษณ์ นกั วิชาการอิสระ
อ.ดร.นํ้าผึ้ง มีศีล ส�ำ นักงานคณะกรรมการ
การศึกษาขั้นพ้นื ฐาน
อ.ดร.สิริรตั น์ จรรยารัตน์ สำ�นักงานคณะกรรมการ
ดร.อภิสรา อนงคณะตระกลู การศกึ ษาข้ันพื้นฐาน
ดร.เบญจพร ดขี ุนทด มหาวิทยาลัยราชภฏั นครปฐม
นายพรศกั ด์ิ อปุ การดี มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏนครปฐม
นักวชิ าการอิสระ
ดร.ขวญั ชัย เกิดบางนอน นกั วชิ าการอิสระ
นักวิชาการอสิ ระ
ดร.มัสลิน บัวบาน มหาวทิ ยาลัยราชภัฏนครปฐม
อาจารยพ์ ีรพัฒน์ พันศริ ิ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั เชยี งใหม่
นางสาวรัยวินทก์ วทิ วสั กลุ วงศ์ มหาวทิ ยาลัยราชภัฏอุตรดติ ถ์
นายอาลี มูฮ�ำ หมัด มหาวทิ ยาลัยพะเยา
นางสาวสุวรรณา กล่ันแสง โอเคอารด์ ี ฟาร์ม
นายปฐมพงษ์ จงศกั ด์ิสวสั ด ์ิ มหาวทิ ยาลัยกาฬสินธ์ุ
ภาคเหนือ มหาวิทยาลัยกาฬสนิ ธุ์
ผศ.ดร.กมลทพิ ย์ คำ�ใจ
ผศ.ดร.พนินท์ นนทโคตร
อ.ดร.วพิ รพรรณ์ เน่ืองเม็ก
นางสาววรรณศริ ิ ชุตมิ า
ภาคตะวนั ออกเฉยี งเหนอื
อ.ดร.นพพล อคั ฮาด
อ.ดร.พมิ พล์ ิขิต แกว้ หานาม
72
การขบั เคล่ือน 73
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
กบั องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิน่
ท่วั ประเทศไทย
อาจารย์อารยิ า ป้องศิร ิ มหาวิทยาลัยกาฬสนิ ธ์ุ
ดร.จันทรา ธนะวัฒนาวงศ์ มหาวทิ ยาลยั อุบลราชธานี
ดร.พสิ มยั ศรีเนตร มหาวิทยาลยั อุบลราชธานี
อาจารยก์ ่ิงกาญจน์ ส�ำ นวนเยน็ มหาวทิ ยาลัยอุบลราชธานี
นายศิระศักดิ์ คชสวัสด์ ิ มหาวิทยาลัยอบุ ลราชธานี
ดร.ภาดล อามาตย ์ มหาวิทยาลยั ราชภัฏศรีสะเกษ
อาจารย์ศริ กิ มล ประพาสพงษ ์ มหาวิทยาลัยราชภัฏศรีสะเกษ
อาจารย์สุภาพร อามาตย ์ มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏศรสี ะเกษ
ผศ.ดร.เบญจวรรณ บญุ โทแสง มหาวทิ ยาลัยราชภฏั รอ้ ยเอด็
ผศ.อภิรกั ษ์ บูรรุ่งโรจน์ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั ร้อยเอ็ด
อาจารยว์ ุฒชิ ยั ตาลเพชร มหาวทิ ยาลัยราชภฏั รอ้ ยเอ็ด
ผศ.ดร.ชนาใจ หม่นื ไธสง มหาวทิ ยาลัยราชภัฏรอ้ ยเอ็ด
นางสาววาสนา เลิศมะเลา มหาวทิ ยาลยั ราชภัฏร้อยเอ็ด
ผศ.ธรรมรตั น์ สินธุเดช มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอด็
อาจารยจ์ ักกฤษ กมุทมาศ มหาวทิ ยาลัยขอนแก่น
นางสาวอญั ชนา แสงแก้ว มหาวทิ ยาลัยขอนแก่น
ผศ.ดร.กฤษฎา ณ หนองคาย มหาวทิ ยาลัยราชภัฏอดุ รธานี
ผศ.ดร.ศุภกฤต ปิตพิ ฒั น์ มหาวทิ ยาลัยราชภฏั อดุ รธานี
ผศ.พชั ฎาภรณ์ แสงทามาตย ์ มหาวิทยาลยั ราชภฏั อุดรธานี
อาจารยส์ นุ ติ ย์ เหมนลิ มหาวิทยาลยั ราชภฏั อุดรธานี
ภาคใต้
ผศ.ดร.สมจนิ ตนา คุม้ ภัย มหาวทิ ยาลัยวลยั ลกั ษณ์
รศ.ดร.เกษตรชยั และหมี มหาวทิ ยาลัยสงขลานครนิ ทร์
วิทยาเขตหาดใหญ่
ผศ.ฮสั บลุ เลาะ อาศสิ สกุล มหาวิทยาลัยฟาฏอนี
อ.ดร.จินตนีย์ รู้ซือ่ มหาวทิ ยาลัยวลยั ลกั ษณ์
อาจารย์ชวพงษ์ นยุ้ สุข มหาวทิ ยาลยั วลัยลักษณ์
อาจารย์วชรวรรษ พรหมมา มหาวทิ ยาลยั วลัยลกั ษณ์
73
ภาคผนวก ก
คมู่ ือการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูล
ตัวชีว้ ดั ระดับการเปน็ เศรษฐกจิ พอเพียงของ
องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำ�บล (อบต.) เทศบาลต�ำ บล (ทต.)
และเทศบาลเมือง (ทม.)
คมู่ ือนี้มใิ ช่แบบสอบถาม เป็นเพียงแนวทางในการค้นหาข้อมูลใหไ้ ดต้ รง
ความเป็นจริงมากท่ีสุด นักวิจัยจะต้องใช้ความสามารถท่ีจะเอาข้อมูลเหล่านี้
ออกมาให้ได้ตามความเป็นจริงและตามเจตนารมณ์ของการจัดทำ�ตัวชี้วัดใน
ครั้งน้ี โดยขอใหเ้ ปน็ ขอ้ มูลทเ่ี ชอื่ ถือได้ และมีการสอบทานหรือตรวจสอบหลาย
แหลง่ เพอ่ื ความเท่ยี งตรงของข้อมูลทไ่ี ด้
74
การขบั เคลื่อน 75
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
กบั องคก์ รปกครองสว่ นท้องถน่ิ
ท่วั ประเทศไทย
ประเด ็นตวั ช้ีวัด หลกั ฐาน/เครื่องมอื /วิธกี าร คะแนน
เตม็
1. การบริหารงานอยา่ งโปร่งใส มีธรรมาภิบาล และไมม่ ีการทำ�ผิดกฎหมาย 50
1.1 ไมม่ ีความพยายามทจ่ี ะรว่ มมอื กัน หลกั ฐาน/เครื่องมือ/วธิ กี าร
หาผลประโยชนร์ ะหว่างนายก, ปลดั , - การสมั ภาษณเ์ ชงิ ลึก/
หัวหน้าชา่ ง และหวั หน้าคลงั อปท. การสนทนากลุ่ม ทกุ ฝา่ ย
ที่เก่ียวข้อง (นายก, ปลดั ,
หวั หนา้ ชา่ ง, หวั หน้าคลัง
และแกนนำ�ชุมชน)
- การสงั เกตการณข์ องนกั วิจยั
(หนา้ บา้ น/หลังบ้าน, เครอื ข่าย
และความเชื่อมโยงของ อปท.
กับกล่มุ ผลประโยชนต์ ่าง ๆ)
- อาจใช้วิธกี ารเลือกตวั อย่าง
โครงการใดโครงการหนง่ึ มาเปน็
ประเดน็ ในการสัมภาษณห์ รอื
สนทนากลมุ่ 10
1.2 ไม่มีการด�ำ เนนิ งานใดทีผ่ ิดกฎหมาย หลักฐาน/เคร่อื งมอื /วธิ กี าร 10
และไม่ถกู ร้องเรยี นต่อหน่วยงานที่มีหนา้ ที ่ หลกั ฐานการรอ้ งเรยี น หรอื
ตรวจสอบ เชน่ ส�ำ นกั งานการตรวจเงนิ แผน่ ดนิ หนังสอื การขออนญุ าตเข้า
หรือหนว่ ยงานท่ีสงู กว่าในระดับอ�ำ เภอและ ตรวจสอบของหนว่ ยงาน
จังหวดั อยา่ งตอ่ เนอ่ื งนับต้ังแต่นายก อปท. ท่ีเก่ียวขอ้ ง
คนปจั จบุ นั ดำ�รงตำ�แหน่ง คำ�อธบิ ายเพม่ิ เตมิ
1.2.1 เป็นเวลา 2 ปี (5 คะแนน) หรอื กรณนี ี้ไม่นบั รวมการตรวจสอบ
1.2.2 เป็นเวลา 3 ปี (7 คะแนน) หรอื ของส�ำ นกั งานการตรวจเงิน
1.2.3 เปน็ เวลา 4 ปี (10 คะแนน) แผ่นดิน ในรอบปกติ
1.3 “การตกลงราคา” ในการจดั ซอื้ จัดจา้ ง หลกั ฐาน/เคร่อื งมือ/วธิ ีการ 5
เปน็ ไปตามระเบียบและดำ�เนินการด้วย การสัมภาษณ์เชิงลึก/
ความโปรง่ ใส (5 คะแนน) การสนทนากลมุ่ ทกุ ฝ่าย
ท่ีเกย่ี วข้อง (นายก, ปลัด,
หวั หนา้ ช่าง, หวั หน้าคลงั
และแกนน�ำ ชมุ ชน)
75
76 การขบั เคลอื่ น
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
กบั องค์กรปกครองสว่ นท้องถ่ิน
ทัว่ ประเทศไทย
ประเด น็ ตัวชว้ี ัด หลัก ฐาน/เครือ่ งมือ/วิธกี าร คะแนน
คำ�อธบิ ายเพ่ิมเตมิ เต็ม
ในกรณที ่ีวงเงนิ ไมเ่ กิน
500,000 บาท เปน็ อ�ำ นาจของ
นายก อปท. โดยใหใ้ ชว้ ธิ กี าร
ตกลงราคา
1.4 “การประกวดราคา” ในการจดั ซ้ือจดั จ้าง หลักฐาน/เคร่ืองมอื /วธิ ีการ 10
เป็นไปอยา่ งโปร่งใสโดยตั้งราคาโครงการตาม - การสมั ภาษณ์เชิงลึก/
ราคากลาง การสนทนากลมุ่ /
1.4.1 เป็นระบบการประเมนิ ท่ไี ดร้ บั การสงั เกตการณ์
การยอมรบั จากทุกฝา่ ยที่เกย่ี วขอ้ งว่า - หลกั ฐานการเงิน/บญั ชี
โปรง่ ใส แตไ่ ม่มีเงินเหลอื จากการประมูล
(5 คะแนน) หรอื
1.4.2 เป็นระบบการประเมนิ ทไ่ี ด้รับ
การยอมรับจากทุกฝา่ ยที่เก่ียวขอ้ งวา่
โปรง่ ใส และมเี งินเหลอื นอ้ ยกวา่ หรือ
เท่ากับรอ้ ยละ 10 ของงบประมาณ
ทัง้ หมดของทุกโครงการทีจ่ ัดประมลู
โดย e-bidding (6 คะแนน) หรือ
1.4.3 เปน็ ระบบการประเมินทีไ่ ดร้ บั
การยอมรบั จากทกุ ฝา่ ยท่เี กย่ี วข้องว่า
โปร่งใส และมเี งนิ เหลือนอ้ ยกว่าหรอื
เทา่ กบั ร้อยละ 20 ของงบประมาณ
ท้ังหมดของทกุ โครงการท่จี ดั ประมลู
โดย e-bidding (8 คะแนน) หรือ
1.4.4 เปน็ ระบบการประเมินทีไ่ ด้รบั
การยอมรบั จากทุกฝา่ ยทเ่ี กี่ยวขอ้ งว่า
โปรง่ ใส และมีเงนิ เหลอื มากกว่า
ร้อยละ 20 ของงบประมาณทง้ั หมดของ
ทกุ โครงการทจี่ ดั ประมลู โดย e-bidding
(10 คะแนน)
76
การขบั เคลื่อน 77
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
กบั องคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่นิ
ทวั่ ประเทศไทย
ประเด น็ ตัวช้ีวดั หลกั ฐาน/เคร่อื งมือ/วธิ กี าร คะแนน
เตม็
1.5 มนี วตั กรรมท่ีแสดงถงึ การด�ำ เนนิ งาน หลกั ฐาน/เครือ่ งมอื /วิธีการ 5
อย่างโปร่งใส หรือ การป้องกันการทุจรติ รายละเอยี ดของนวัตกรรม
ภายในองคก์ ร ภายในระยะเวลา 3 ปีทีผ่ า่ นมา (ระบวุ า่ ชว่ ยแกป้ ัญหา
1.5.1 เกิดนวตั กรรม อยา่ งน้อย การป้องกันการทจุ ริต หรอื
1 นวตั กรรม (2 คะแนน) ชว่ ยใหเ้ กิดความโปร่งใสได้จรงิ
(ระบุ).............................หรอื และยกตัวอยา่ งประกอบ)
1.5.2 เกดิ นวตั กรรม มากกว่า คำ�อธบิ ายเพิ่มเตมิ
1 นวตั กรรม (5 คะแนน) “นวัตกรรม” คอื การใช้
(ระบุ)............................. เทคโนโลยี หรือการออกแบบ
กระบวนการ/วธิ ีการใหม่ ๆ
ท่ีบง่ ชีถ้ ึงความพยายามท่ีจะ
ปอ้ งกนั การทุจริตทุกประเภท
ของ อปท.
1.6 การจดั การเรือ่ งราวร้องทุกข์ท่ีมีผลกระทบ หลกั ฐาน/เครอื่ งมอื /วธิ กี าร 10
ตอ่ ชมุ ชนเปน็ หลกั โดยไมน่ บั รวมความเดอื ดรอ้ น ปญั หาหรอื ความทกุ ขข์ องชมุ ชน
สว่ นบุคคลในกรณเี ลก็ น้อย จากแหล่งข้อมลู และสิ่งที่ อปท. จดั การได้ เช่น
ทกุ ชนิดในพน้ื ที่ ปัญหาความไม่สะดวกหรือ
1.6.1 สามารถบรรเทาความเดือดร้อน ช�ำ รุดเสียหายของโครงสรา้ ง
ของชมุ ชนไดอ้ ยา่ งน้อยรอ้ ยละ 25 ของ พืน้ ฐาน ปัญหาการบกุ รกุ ทีด่ ิน
เร่ืองรอ้ งทกุ ข์ท้งั หมด (2 คะแนน) หรอื สาธารณะ การไมเ่ คารพ
1.6.2 สามารถบรรเทาความเดอื ดร้อน กฎกติกาของชุมชนทก่ี อ่ ใหเ้ กิด
ของชมุ ชนไดร้ อ้ ยละ 50 ของเรอ่ื งรอ้ งทกุ ข ์ ความเสยี หายเดือดร้อนรำ�คาญ
ทงั้ หมด (4 คะแนน) หรือ ปัญหากลิ่นเน่าเหม็นจาก
1.6.3 สามารถบรรเทาความเดอื ดร้อน แหลง่ ตา่ ง ๆ ปญั หากล่ิน เสยี ง
ของชมุ ชนไดร้ อ้ ยละ 75 ของเรอ่ื งรอ้ งทกุ ข ์ สารเคมี นาํ้ เสยี จากโรงงาน
ท้ังหมด (6 คะแนน) หรอื อุตสาหกรรมในพน้ื ที่ เป็นต้น
1.6.4 สามารถบรรเทาความเดือดร้อน คำ�อธิบายเพิม่ เตมิ
ของชุมชนไดท้ ้งั หมด (10 คะแนน) “ความเดือดร้อนของชมุ ชน”
หมายถงึ เรอื่ งที่ อปท. ได้รับ
การร้องเรียน/ร้องทุกขจ์ าก
77
78 การขบั เคล่ือน
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
กบั องค์กรปกครองสว่ นท้องถน่ิ
ทว่ั ประเทศไทย
ประเด น็ ตวั ชว้ี ัด หลัก ฐาน/เคร่ืองมือ/วิธีการ คะแนน
ประชาชนในพื้นท่ี หรอื เปน็ เตม็
เรือ่ งท่ี อปท. ตระหนักใน
ปัญหาและจัดการใหเ้ อง
โดยเป็นเรือ่ งทีอ่ าจจะใชห้ รือ
ไมใ่ ชง้ บประมาณกไ็ ด้
รวม 50
2. การวางแผนและจดั ท�ำ แผนแบบมีส่วนร่วม 20
2.1 การวางแผนและจดั ท�ำ แผนแบบมสี ว่ นรว่ ม หลักฐาน/เครอื่ งมอื /วิธกี าร 12
2.1.1 มกี ารวางแผนและจดั ท�ำ แผนแบบ - รายงานการประชุม เอกสาร
มสี ว่ นรว่ มทง้ั 4 ฝา่ ย (ฝา่ ยบรหิ าร ฝา่ ยสภา ประกอบ ภาพถ่าย ฯลฯ
ข้าราชการประจำ� ภาคประชาชน) - สมั ภาษณ์แกนน�ำ
(2 คะแนน) หรอื ภาคประชาชน
2.1.2 มีการวางแผนและจัดทำ�แผนแบบ คำ�อธบิ ายเพมิ่ เติม
มีสว่ นรว่ มทั้ง 4 ฝา่ ย แตใ่ นการตัดสนิ ใจ “การรว่ มสังเกตการณแ์ ละ
ขัน้ สดุ ท้าย ภาคประชาชนไม่ได้มีสว่ นรว่ ม การรบั ฟงั ในการตัดสนิ ใจ
ในการสงั เกตการณ์และรบั ฟงั (5 คะแนน) ขั้นสดุ ทา้ ย” หมายถงึ การที่
หรอื ภาคประชาชนได้รับโอกาสจาก
2.1.3 มีการวางแผนและจดั ท�ำ แผนแบบ อปท. ใหเ้ ข้ามสี ่วนร่วมใน
มสี ่วนรว่ มทง้ั 4 ฝา่ ย โดยในการตดั สินใจ การรบั ฟังหรอื สังเกตการณ์
ขนั้ สุดทา้ ย ภาคประชาชนมีส่วนรว่ ม การประชมุ สภา ในหอ้ งประชมุ
ในการสังเกตการณแ์ ละรบั ฟงั (9 คะแนน) หรือผา่ นสอื่ ต่าง ๆ เชน่
หรือ โทรทศั น์วงจรปิด
2.1.4 มีการวางแผนและจัดทำ�แผนแบบ “ทรพั ยากร” หมายถึง เงิน
มีสว่ นร่วมทง้ั 4 ฝา่ ย โดยในการตดั สินใจ แรงงาน สถานที่ วสั ดุ อุปกรณ์
ขนั้ สุดทา้ ย ภาคประชาชนมสี ่วนรว่ ม ฯลฯ
ในการสงั เกตการณ์ รบั ฟัง และร่วม
สนบั สนุนทรัพยากร (12 คะแนน)
2.2 มีการประกาศแผนพัฒนาประจำ�ปี หลักฐาน/เครอื่ งมือ/วิธกี าร 8
เพอ่ื เผยแพรใ่ หส้ าธารณะไดท้ ราบแผนใน ภาพถ่าย หรอื หลักฐานท่ี
ขอ้ บัญญตั /ิ เทศบัญญัตลิ ว่ งหนา้ ประกาศผ่านสื่อต่าง ๆ
ทกุ ประเภท
78
การขับเคล่อื น 79
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
กับองค์กรปกครองสว่ นท้องถน่ิ
ท่วั ประเทศไทย
ประเด ็นตัวชีว้ ัด หลกั ฐาน/เครือ่ งมอื /วิธกี าร คะแนน
2.2.1 มีการประกาศแผนพัฒนาประจ�ำ ปี เตม็
ให้สาธารณะได้ทราบล่วงหน้าผ่านสื่อ
ต่าง ๆ ท่หี ลากหลาย (4 คะแนน) หรอื
2.2.2 มีการประกาศแผนพฒั นาประจำ�ปี
ใหส้ าธารณะไดท้ ราบลว่ งหนา้ ผ่านสอ่ื
ต่าง ๆ ที่หลากหลาย และมีการจดั ทำ�
ขอ้ บญั ญตั ิ/เทศบญั ญตั ทิ ป่ี ระกอบด้วย
แผนพฒั นาประจำ�ปแี ละเผยแพร่ให้
สาธารณะไดท้ ราบล่วงหน้า (6 คะแนน)
หรอื
2.2.3 มีการประกาศแผนพฒั นาประจำ�ปี
ใหส้ าธารณะไดท้ ราบลว่ งหนา้ ผา่ นสอ่ื
ตา่ ง ๆ ทีห่ ลากหลาย และมีการจดั ทำ�
ข้อบัญญตั ิ/เทศบัญญตั ทิ ่ปี ระกอบดว้ ย
แผนพัฒนาประจ�ำ ปแี ละเผยแพร่ให้
สาธารณะไดท้ ราบลว่ งหน้า และมกี าร
ประกาศงบประมาณทค่ี งเหลอื จาก
การดำ�เนินงานตามขอ้ บญั ญัติ/
เทศบญั ญตั ิ ใหส้ าธารณะทราบทกุ ไตรมาส
(8 คะแนน)
รวม 20
3. การวางแผนการท�ำ งานเพอื่ สง่ ต่อจากรุ่นสู่รุ่น 15
3.1 ส่งเสริมให้มกี ารรวมกลุม่ เยาวชน ค�ำ อธิบายเพิ่มเตมิ 15
อยา่ งน้อย 1 กลุ่ม ทำ�งานตามความสนใจ “กล่มุ เยาวชน” หมายถึง
(2 คะแนน) หรอื กล่มุ เด็กและเยาวชนท่ี อปท.
3.2 ส่งเสริมให้มกี ารรวมกลุ่มเยาวชน จดั ต้ังรวมกลมุ่ ขนึ้ เอง หรอื
มากกว่า 1 กลุ่ม ทำ�งานตามความสนใจ กลมุ่ เดก็ และเยาวชนทจ่ี ดั ตง้ั ขน้ึ
(3 คะแนน) หรอื โดยหนว่ ยงานหรอื ภาคเี ครอื ขา่ ย
3.3 ส่งเสรมิ ใหม้ ีการรวมกล่มุ เยาวชน อน่ื ๆ แต่ อปท.เขา้ ไปรว่ มหนนุ
อยา่ งน้อย 1 กลุ่ม ท�ำ งานตามความสนใจ เสรมิ ความเข้มแข็ง
และมจี ติ อาสา (5 คะแนน) หรือ
79
80 การขับเคล่อื น
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
กบั องคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ิน
ทว่ั ประเทศไทย
ประเด ็นตัวชวี้ ดั หลกั ฐาน/เคร่อื งมือ/วธิ ีการ คะแนน
3.4 สง่ เสรมิ ให้มีการรวมกลุ่มเยาวชน เตม็
มากกวา่ 1 กลมุ่ ทำ�งานตามความสนใจและ
มจี ติ อาสา (7 คะแนน) หรือ
3.5 สง่ เสรมิ ใหก้ ลมุ่ เยาวชนอยา่ งน้อย 1 กลุ่ม
กำ�หนดนโยบาย/แผนงาน/โครงการรว่ มกบั
ภาคประชาชนและนำ�มาเปน็ นโยบายของ
อปท. (10 คะแนน) หรือ
3.6 สง่ เสริมให้กลมุ่ เยาวชนมากกว่า 1 กลมุ่
ก�ำ หนดนโยบาย/แผนงาน/โครงการร่วมกบั
ภาคประชาชนและน�ำ มาเปน็ นโยบายของ
อปท. (12 คะแนน) หรือ
3.7 รับบคุ ลากรใหม่จากเยาวชนจัดตั้งเหลา่ น้ี
เขา้ มาทำ�งานใน อปท.เพือ่ สบื ทอดงานและ
สง่ ตอ่ งานจากรนุ่ สูร่ ่นุ (15 คะแนน)
รวม 15
4. งานโครงสรา้ งพน้ื ฐานดา้ นกายภาพ 15
4.1 ถนน หลกั ฐาน/เครอ่ื งมือ/วิธีการ 3
4.1.1 มีโครงข่ายถนนท่ีเข้าถึงทกุ หม่บู ้าน - ขอ้ มลู เกี่ยวกบั โครงขา่ ยถนน
(2 คะแนน) หรือ และการบำ�รุงรกั ษา
4.1.2 มกี ารบ�ำ รุงรกั ษาโครงข่ายถนน ให ้ - ผลการวเิ คราะหแ์ บบสอบถาม
อำ�นวยความสะดวกการสัญจรทุกฤดูกาล ความพึงพอใจ
และประชาชนทกุ หมู่บา้ นมคี วามพงึ พอใจ - การสมั ภาษณเ์ ชิงลกึ ฝ่ายที่
(3 คะแนน) เกีย่ วขอ้ ง (เจา้ หนา้ ที่ อปท.
และประชาชนในพ้ืนท่ี)
- การสังเกตการณ์ของนกั วจิ ัย
- แบบสอบถามความพึงพอใจ
ตอ่ งานโครงสรา้ งพืน้ ฐานทาง
กายภาพ
คำ�อธบิ ายเพ่ิมเตมิ
“โครงขา่ ยถนน” หมายถงึ
เส้นทางสัญจรทุกรูปแบบท่ี
80
การขับเคลือ่ น 81
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
กับองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน
ทัว่ ประเทศไทย
ประเด ็นตวั ช้ีวัด หลกั ฐาน/เครื่องมอื /วธิ ีการ คะแนน
เช่ือมโยงครอบคลมุ ทกุ หม่บู า้ น เต็ม
และสามารถใชส้ ัญจรได้ทกุ
ฤดกู าล
4.2 นํา้ เพ่ือการบรโิ ภค หลักฐาน/เคร่ืองมอื /วิธีการ 3
4.2.1 มนี าํ้ เพื่อการบรโิ ภคทกุ หมู่บา้ น - ข้อมลู ของ อปท.เกี่ยวกบั
(2 คะแนน) หรอื การใหบ้ รกิ ารแหลง่ นาํ้ เพ่ือ
4.2.2 ทกุ หมบู่ ้านมนี ้ําเพื่อการบรโิ ภค การบรโิ ภค
พอเพียงตลอดปี และประชาชนทุก - ผลการวเิ คราะหแ์ บบสอบถาม
หมบู่ ้านมคี วามพึงพอใจในคุณภาพนํ้า ความพงึ พอใจโครงสรา้ ง
(3 คะแนน) พน้ื ฐานทางกายภาพ
4.3 แหล่งน้ําเพ่อื การอุปโภค (การเกษตร) หลกั ฐาน/เครอื่ งมือ/วธิ ีการ 3
4.3.1 สง่ เสรมิ ใหม้ แี หลง่ นา้ํ เพอ่ื การอปุ โภค - ข้อมูลเกีย่ วกบั การสง่ เสรมิ /
มากกวา่ ร้อยละ 50 ของหมู่บ้านทีม่ ี ใหบ้ ริการแหลง่ น้าํ เพ่ือการ
ทงั้ หมด (2 คะแนน) หรอื อุปโภค
4.3.2 สง่ เสรมิ ใหม้ แี หลง่ นา้ํ เพอ่ื การอปุ โภค - ผลการวเิ คราะหแ์ บบสอบถาม
ทุกหมบู่ า้ น (3 คะแนน) ความพึงพอใจโครงสร้าง
พน้ื ฐานทางกายภาพ
4.4 ไฟฟ้า หลกั ฐาน/เครือ่ งมอื /วิธกี าร 3
4.4.1 สง่ เสรมิ /สนับสนนุ /ประสานงาน - ขอ้ มลู การสง่ เสรมิ /สนบั สนนุ /
กบั หนว่ ยงานทเี่ ก่ียวข้อง ให้มีไฟฟ้าใช้ ประสานงานเพ่ือให้ทุกหมู่บา้ น
มากกว่าร้อยละ 50 ของหมู่บ้านทีม่ ี เขา้ ถึงไฟฟา้
ทง้ั หมด (2 คะแนน) หรือ - ผลการวเิ คราะหแ์ บบสอบถาม
4.4.2 ส่งเสริม/สนบั สนนุ /ประสานงาน ความพึงพอใจโครงสรา้ ง
กับหน่วยงานท่เี กย่ี วข้อง ให้ทกุ หมบู่ ้าน พ้ืนฐานทางกายภาพ
มีไฟฟ้าใช้ (3 คะแนน)
4.5 โทรคมนาคม หลกั ฐาน/เครือ่ งมอื /วธิ ีการ 3
4.5.1 ส่งเสรมิ /สนับสนุน/ประสานงาน - ข้อมูลการเขา้ ถงึ บริการ
กบั หน่วยงานท่เี กยี่ วข้องใหม้ บี รกิ าร โทรคมนาคมของทกุ หม่บู ้าน
โทรคมนาคมใช้ในหม่บู ้าน อาทิ - แบบสอบถามความพงึ พอใจ
อินเทอรเ์ น็ตหมบู่ า้ น โดยมีความเร็วและ ของผู้ใช้บรกิ าร
ความแรงทเ่ี หมาะสมตามสภาพภมู ิสังคม
81
82 การขบั เคล่ือน
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
กับองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถนิ่
ทัว่ ประเทศไทย
ประเด ็นตวั ช้วี ัด หลัก ฐาน/เครือ่ งมอื /วิธีการ คะแนน
ของพนื้ ทอี่ ยา่ งนอ้ ยรอ้ ยละ 20 ของ เต็ม
ครวั เรอื นในต�ำ บล (1 คะแนน) หรอื
4.5.2 ส ง่ เสริม/สนบั สนนุ /ประสานงาน
กบั หนว่ ยงานท่ีเกยี่ วข้อง ใหม้ บี ริการ
โทรคมนาคมใช้ในหมูบ่ า้ น อาทิ
อินเทอร์เนต็ หมู่บา้ น โดยมีความเรว็ และ
ความแรงที่เหมาะสมตามสภาพภมู ิสังคม
ของพนื้ ท่ี ตัง้ แต่ร้อยละ 21-60
(2 คะแนน)
4.5.3 ส่งเสรมิ /สนบั สนุน/ประสานงาน
กับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ให้มบี รกิ าร
โทรคมนาคมใชใ้ นหม่บู ้าน อาทิ
อินเทอร์เน็ตหมู่บา้ น โดยมีความเร็วและ
ความแรงทเ่ี หมาะสมตามสภาพภูมิสังคม
ของพนื้ ที่ ทกุ บา้ นในพ้ืนท่ี
(3 คะแนน)
รวม 15
5. การบริหารงานภายในใหเ้ ปน็ องค์กรแห่งความสุข 50
5.1 การจัดการความร้ภู ายในองค์กรเปน็ ค�ำ อธบิ ายเพ่ิมเติม 10
ประจ�ำ รูปแบบของ “การแลกเปล่ยี น
5.1.1 ทกุ กอง/แผนก/กลมุ่ งาน มีการ เรียนรู้ หรือการจัดการความรู้”
แลกเปลย่ี นเรียนรูภ้ ายใน หรอื มกี าร อาจเป็นรปู แบบทเ่ี ปน็ ทางการ
จดั การความรู้ อย่างนอ้ ยปีละ 4 ครั้ง หรือไมเ่ ป็นทางการก็ได้
(3 คะแนน) หรอื โดยผา่ นช่องทางการสอ่ื สาร
5.1.2 โดยภาพรวมทงั้ องคก์ ร มกี าร ตา่ ง ๆ ตามท่ไี ด้ตกลงกัน
แลกเปลย่ี นเรยี นรู้ หรอื มกี ารจดั การ “ผลลัพธ”์ ของการจดั การ
ความรู้ทกุ เดือน แตไ่ ม่ไดน้ �ำ ไปสู่การ ความรู้ คอื การมปี ฏสิ ัมพันธ์
แก้ปัญหาอย่างสมั ฤทธผิ ล (4 คะแนน) อนั ดรี ะหว่างพนกั งาน และ
หรอื การแก้ปญั หาทเ่ี กดิ ข้นึ อย่าง
82
การขับเคล่อื น 83
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
กบั องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิน่
ทวั่ ประเทศไทย
ประเด น็ ตวั ช้ีวดั หลกั ฐาน/เคร่อื งมอื /วิธกี าร คะแนน
5.1.3 โดยภาพรวมท้ังองคก์ ร มีการ สมั ฤทธผิ ล หรอื เกิดนวัตกรรม เต็ม
แลกเปล่ียนเรยี นรู้ หรอื มีการจัดการ การเรยี นรู้ท่ีสรา้ งสขุ และ
ความรทู้ ุกเดอื น และความรู้นนั้ สามารถ แก้ปัญหาไดจ้ รงิ
นำ�ไปสู่การแก้ปัญหาอย่างสัมฤทธิผล
อยา่ งนอ้ ยร้อยละ 50 ของปญั หา
(7 คะแนน) หรือ
5.1.4 โดยภาพรวมทงั้ องค์กร มีการ
แลกเปล่ียนเรียนรู้ หรอื มีการจัดการ
ความรู้ทกุ เดอื น และความรนู้ ัน้ สามารถ
น�ำ ไปส่กู ารแก้ปญั หาอยา่ งสมั ฤทธิผล
อยา่ งนอ้ ยรอ้ ยละ 50 ของปัญหา และ
พนักงานทกุ คนสามารถท�ำ งานแทนกนั ได้
(10 คะแนน)
5.2 ความรักสามัคคขี องบคุ ลากรภายใน หลกั ฐาน/เคร่ืองมอื /วิธกี าร 10
องคก์ ร - การสงั เกตการณ์ของนกั วจิ ยั
5.2.1 ไม่มีการแบง่ แยกเปน็ ฝกั เป็นฝ่าย - การสมั ภาษณแ์ กนนำ�ชมุ ชน
(2 คะแนน) - ศกึ ษาขอ้ มลู ทางประวตั ศิ าสตร์
5.2.2 มกี ารช่วยกนั ทำ�งานเม่อื ไดร้ ับ และโครงสรา้ งอ�ำ นาจ
การรอ้ งขอ (3 คะแนน) - เก็บขอ้ มลู จากผูบ้ รหิ าร/
5.2.3 มกี ารอาสาชว่ ยกนั ท�ำ งาน แม้ไมไ่ ด ้ พนกั งาน โดยใช้แบบสอบถาม
มีการรอ้ งขอ(อตั ถจรยิ า) (5 คะแนน) ความสขุ
5.3 พ้ืนฐานความมีมทุ ิตาจิตและอเุ บกขาของ หลกั ฐาน/เครอื่ งมอื /วิธกี าร 10
บคุ ลากร (เหมอื น 5.2)
5.3.1 บคุ ลากรทกุ คนในองคก์ รมมี ทุ ติ าจติ
ต่อกัน เช่น มีความยนิ ดีต่อรางวัล/
ค�ำ ชืน่ ชมทเี่ พ่ือนร่วมงานของตนได้รบั
จากการปฏิบัตงิ าน (5 คะแนน)
5.3.2 ผบู้ งั คับบัญชามีมุทิตาจติ และ
อเุ บกขาตอ่ ผใู้ ตบ้ งั คบั บญั ชาในสถานการณ์
ที่จำ�เป็น (5 คะแนน)
83
84 การขบั เคล่อื น
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
กบั องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน
ท่ัวประเทศไทย
ประเด ็นตัวชี้วัด หลัก ฐาน/เครื่องมอื /วธิ กี าร คะแนน
เต็ม
5.4 มผี ลการปฏิบตั ติ ามหลักสังคหวตั ถุ คือ หลกั ฐาน/เคร่อื งมือ/วิธีการ 10
หลกั การอยูร่ ่วมกันในสังคมอยา่ งมคี วามสขุ (เหมือน 5.2)
ในองค์กรอยา่ งครบถ้วน
5.4.1 มีหลักในเร่อื งการให้ หรือทาน
ภายในองค์กร (2.5 คะแนน) และ
5.4.2 มหี ลกั ในเรอ่ื งการใช้วาจาไพเราะ
หรอื ปยิ วาจาภายในองค์กร (5 คะแนน)
และ
5.4.3 มีหลกั ในเร่ืองการมีความสมั พนั ธ์
กบั บคุ คลอน่ื ๆ อย่างเสมอตน้ เสมอปลาย
หรอื สมานัตตาภายในองคก์ ร
(2.5 คะแนน)
5.5 บุคลากรในองค์กรเปน็ ผทู้ มี่ ีความสขุ หลกั ฐาน/เครอ่ื งมือ/วธิ กี าร 10
5.5.1 มคี วามสขุ จากบรรยากาศของ (เหมือน 5.2)
การทำ�งานในทท่ี �ำ งานเหมอื นเป็นบ้าน
หลงั ท่ีสอง (5 คะแนน) และ
5.5.2 บุคลากรอยา่ งน้อยหรอื เท่ากับ
รอ้ ยละ 60 ไมม่ ภี าระหนส้ี นิ และปลอดจาก
อบายมขุ (2 คะแนน) หรือ
5.5.3 บุคลากรมากกว่าร้อยละ 60 ไมม่ ี
ภาระหนส้ี นิ และปลอดจากอบายมุข
(5 คะแนน)
รวม 50
6. งานโครงสรา้ งพน้ื ฐานทางสังคม 20
6.1 งานด้านการศึกษา หลกั ฐาน/เคร่ืองมือ/วธิ กี าร 10
6.1.1 มกี ารจัดการศกึ ษาส�ำ หรับ - ข้อมลู จ�ำ นวนครตู อ่ จำ�นวน
เด็กปฐมวัย (3 คะแนน) หรือ เดก็ ปฐมวยั
6.1.2 มกี ารจัดการศกึ ษาส�ำ หรบั คำ�อธบิ ายเพิ่มเตมิ
เด็กปฐมวยั และมีจำ�นวนครเู หมาะสมกบั - การศึกษาปฐมวยั ” หมายถงึ
จ�ำ นวนเดก็ (5 คะแนน) หรอื การศึกษาเพอื่ พัฒนาเด็กตั้งแต่
แรกเกิดถงึ 6 ปี
84
การขบั เคลอื่ น 85
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
กับองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่น
ท่ัวประเทศไทย
ประเด น็ ตัวชว้ี ัด หลัก ฐาน/เครื่องมือ/วิธกี าร คะแนน
6.1.3 มีการจัดการศึกษาสำ�หรบั - “จำ�นวนครูทเี่ หมาะสมกบั เต็ม
เดก็ ปฐมวยั มจี �ำ นวนครู เหมาะสมกับ จ�ำ นวนเดก็ ” หมายถงึ อตั ราสว่ น
จ�ำ นวนเดก็ และมกี ารจดั การเรยี นการสอน ของครตู อ่ เดก็ ปฐมวยั ตามเกณฑ์
ให้เดก็ ได้รบั การพฒั นาอย่างสมวยั และ ของกรมสง่ เสริมการปกครอง
มีความสขุ (10 คะแนน) ทอ้ งถน่ิ คือ 10 ตอ่ 1 และหาก
มีเศษต้ังแต่ 5 คนขนึ้ ไปให้มี
ตำ�แหน่งผดู้ ูแลเดก็ เพ่มิ ได้อกี
1 คน
- “การจัดการเรยี นการสอน
ใหเ้ ดก็ ได้รบั การพัฒนาอยา่ ง
สมวยั และมคี วามสขุ ” หมายถงึ
การจัดบรรยากาศการเรียนรู้
และการสรา้ งสิง่ แวดล้อม
กายภาพทง้ั ภายในและภายนอก
อาคารใหเ้ หมาะสมต่อการ
เรยี นรู้ การมอี ปุ กรณ์ เครอ่ื งเลน่
สอ่ื การเรียนรทู้ ่หี ลากหลาย
มีการจัดอาหารตามหลกั
โภชนาการ และมีการจดั ทำ�
แผนประสบการณส์ อนแบบ
บูรณาการที่เนน้ การพฒั นา
กลา้ มเนือ้ มดั เล็กและสมวัย
ทงั้ น้โี ดยมีการนำ�ชุมชนเข้ามา
มสี ่วนรว่ มกับศูนยพ์ ฒั นา
เด็กเลก็
6.2 งานดา้ นสขุ อนามัยและขยะ คำ�อธบิ ายเพม่ิ เติม 10
6.2.1 งานสขุ อนามยั “การก�ำ จดั และการปอ้ งกนั ”
(1) มีการก�ำ จดั ยงุ ลาย และ/หรือ หมายถงึ การควบคมุ ทกุ วถิ ที าง
มกี ารป้องกนั การระบาดของหนู เพ่อื ไม่ให้เกิดการแพร่ระบาด
และ/หรือโรคพษิ สุนขั บา้ ของโรค ท้งั การกำ�จัดหรือ
(3 คะแนน) หรอื ทำ�ลายพาหะตน้ เหตขุ องโรค
85
86 การขับเคลื่อน
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
กับองคก์ รปกครองส่วนท้องถนิ่
ทวั่ ประเทศไทย
ประเด ็นตวั ช้วี ัด หลกั ฐาน/เครอื่ งมอื /วิธกี าร คะแนน
(2) มกี ารกำ�จัดยุงลาย และ/หรือ และการรณรงค์ให้ความรหู้ รอื เต็ม
มกี ารปอ้ งกนั การระบาดของหนู ทกั ษะท่ถี ูกต้องแก่ประชาชน
และ/หรอื โรคพิษสนุ ัขบ้า รวมทั้ง
พาหะนำ�โรคทุกชนดิ มาสู่ชุมชน
อยา่ งไดผ้ ลโดยไม่มผี ู้ป่วยจากโรค
ดังกลา่ วเลยในพ้นื ท่ีตลอดระยะ
เวลา 3 ปีทผี่ ่านมา (5 คะแนน)
6.2.2 งานจัดการขยะ
(1) มมี าตรการและวิธีการการจัด
การขยะในพืน้ ทใ่ี นระดบั หนงึ่
(3 คะแนน) หรือ
(2) มกี ารก�ำ จดั ขยะในพ้ืนท่ี
อย่างได้ผลโดยไม่มเี ศษขยะตก
เกล่อื นกลาดในทกุ หมูบ่ า้ นของ
ต�ำ บล (5 คะแนน)
รวม 20
7. งานด้านสง่ เสรมิ อาชีพเกษตรกรรมและวิสาหกจิ ชุมชน 15
(ถ้าในพ้ืนทไ่ี มม่ ีอาชีพการเกษตรให้ข้ามไปขอ้ 7.2 และ 7.3)
7.1 งานส่งเสรมิ อาชพี เกษตรกรรม หลกั ฐาน/เครอื่ งมอื /วิธีการ 7.5
7.1.1 สง่ เสรมิ ให้ประชาชน และ/หรอื - แบบสอบถามความคดิ เหน็
เกษตรกรรายบุคคล ท�ำ การเกษตรตาม ประชาชนทัว่ ไปและเกษตรกร
แนวทางเศรษฐกิจพอเพียง (2.5 คะแนน) - การสัมภาษณแ์ กนน�ำ ชมุ ชน
หรือ เกษตรกรและประชาชนทัว่ ไป
7.1.2 สง่ เสริมให้มกี ารรวมกลุ่มเกษตรกร ค�ำ อธิบายเพิม่ เตมิ
เพื่อท�ำ การเกษตรตามแนวทางเศรษฐกจิ - “การส่งเสรมิ อาชพี
พอเพียง (5.0 คะแนน) หรอื เกษตรกรรมตามแนวทาง
7.1.3 ส่งเสริมให้มกี ารรวมกลมุ่ เกษตรกร เศรษฐกจิ พอเพยี ง” หมายถงึ
เพ่ือทำ�การเกษตรตามแนวทางเศรษฐกจิ การผลติ เพอ่ื บรโิ ภคในครวั เรอื น
พอเพียง และสนับสนนุ ใหม้ ีศนู ย์เรยี นรู้ และการผลิตเพื่อขาย
(7.5 คะแนน)
86
การขบั เคลอื่ น 87
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
กบั องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่
ท่ัวประเทศไทย
ประเด ็นตัวชวี้ ดั หลกั ฐาน/เครือ่ งมอื /วิธกี าร คะแนน
- “ศูนย์เรียนร้”ู หมายถงึ พ้นื ท่ี เต็ม
กายภาพเพ่อื การแลกเปลยี่ น
เรยี นรหู้ รอื การถา่ ยทอด
องคค์ วามรู้ ขา่ วสาร ขอ้ มลู
เทคโนโลยี ฯลฯ
7.2 งานส่งเสริมอาชพี ในรูปแบบวสิ าหกจิ หลักฐาน/เครอ่ื งมือ/วิธกี าร 7.5
ชมุ ชน - แบบสอบถามความคดิ เห็น
7.2.1 ส่งเสริมใหป้ ระชาชนรายบุคคล ประชาชนท่ัวไปและสมาชิก
จัดท�ำ วสิ าหกจิ ชมุ ชน พรอ้ มท้ังชว่ ยเหลือ กล่มุ วิสาหกจิ ชุมชน
ในดา้ นการตลาด (2.5 คะแนน) หรอื - การสัมภาษณ์แกนน�ำ ชมุ ชน
7.2.2 ส่งเสรมิ ใหเ้ กิดการรวมกลุ่ม และประชาชนท่ัวไป
วสิ าหกิจชมุ ชน อยา่ งนอ้ ย 1-4 กลุม่
พรอ้ มทั้งชว่ ยเหลอื ในด้านการตลาด
(5.0 คะแนน) หรือ
7.2.3 ส่งเสรมิ ใหเ้ กิดการรวมกลุม่
วิสาหกจิ ชมุ ชน มากกว่า 4 กลุม่ พร้อมทงั้
ช่วยเหลือในดา้ นการตลาด (7.5 คะแนน)
7.3 งานส่งเสรมิ อาชพี โดยทวั่ ไปที่ริเรมิ่ และ 7.5
ดำ�เนินการโดย อบต. หรอื ทต.
7.3.1 มีมาตรการส่งเสรมิ ผูท้ วี่ า่ งงาน
ในพน้ื ทใี่ ห้มีงานท�ำ ไม่ต่ํากวา่ ปลี ะ 5 คน
(2.5 คะแนน)
7.3.2 มมี าตรการสง่ เสริมชมรมผู้สงู อายุ
ให้มีรายไดแ้ ละมสี ุขภาพดีดว้ ยวิธีการ
ต่าง ๆ (2.5 คะแนน)
7.3.3 มีมาตรการสง่ เสรมิ ผ้พู ิการหรอื
ผดู้ แู ลใหม้ ีอาชพี จนมีรายไดท้ จ่ี ะดูแล
ตนเองหรอื ดแู ลกนั เองได้ (2.5 คะแนน)
รวม 15
87
88 การขับเคลือ่ น
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
กับองคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่น
ทั่วประเทศไทย
ประเด ็นตัวชี้วดั หลัก ฐาน/เครื่องมือ/วิธกี าร คะแนน
8. งานดา้ นสงั คมและวฒั นธรรม เตม็
15
8.1 งานสง่ เสรมิ ด้านสังคมและวฒั นธรรม หลักฐาน/เครอื่ งมอื /วธิ กี าร 15
8.1.1 สง่ เสรมิ ความรัก ความสามคั คี - แบบสอบถามความคดิ เห็น
และสัมพนั ธภาพทด่ี รี ะหวา่ งชมุ ชนกับวดั และความพงึ พอใจ
ในพระพทุ ธศาสนา และ/หรือศาสนสถาน - การสนทนากลมุ่
ตามความเช่อื ของประชาชนในท้องถิน่
หรอื ตามวัฒนธรรมประเพณีทีด่ ำ�เนนิ การ
โดย อปท. อยา่ งน้อยปีละ 6 คร้ัง
(5 คะแนน) หรือ
8.1.2 ส่งเสริมใหม้ กี ิจกรรมในขอ้ (8.1.1)
และจัดใหม้ ีงานบญุ ประเพณใี หญป่ ระจำ�ปี
ท่ีมีผู้เขา้ รว่ มงานทง้ั ในและนอกพ้ืนที่
ไม่ต่าํ กว่า 2 คร้ัง ต่อปี (10 คะแนน) หรือ
8.1.3 ส่งเสรมิ ให้มกี จิ กรรมในข้อ (8.1.1)
และ (8.1.2) รวมทั้งมกี ารจัดอบรมจิตใจ
ให้ประชาชนเป็นผู้ทม่ี ีศลี ธรรมและมีความ
ประพฤติดี อยา่ งน้อยปลี ะ 2 คร้ัง ทกุ ปี
(15 คะแนน)
ในกรณที ี่จดั ไม่ได้ครบถ้วนตามข้อ (8.1.1)
หรอื (8.1.2) แตม่ จี ัดเฉพาะการอบรมจติ ใจ
ใหป้ ระชาชนในพนื้ ทเ่ี ป็นผูท้ ่มี ีศลี ธรรมและมี
ความประพฤติดี อย่างนอ้ ยปีละ 2 ครง้ั ทุกปี
แตเ่ พียงอย่างเดียว (10 คะแนน) แต่ถา้ มี
เพียงกิจกรรมดังกลา่ วอย่างเดียว ปีละครงั้
(5 คะแนน)
รวม 15
9. การบริหารงานภายในใหเ้ ปน็ องค์กรแหง่ ประโยชน์สุข 30
9.1 มีการประหยดั คา่ ใชจ้ ่ายดา้ นเงนิ เดอื น หลกั ฐาน/เครือ่ งมอื /วธิ ีการ 20
และค่าจา้ งบุคลากรประจ�ำ เพื่อมเี งินเหลือ - เอกสารการเงนิ และบัญชี
ไปใชจ้ า่ ยเพ่ือการพัฒนาตา่ ง ๆ ในพื้นท่ีให้ คำ�อธบิ ายเพม่ิ เตมิ
มากขน้ึ “รายรบั ” หมายถงึ งบประมาณ
88
การขบั เคลอื่ น 89
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
กบั องค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ
ทว่ั ประเทศไทย
ประเด ็นตวั ช้ีวดั หลกั ฐาน/เครอื่ งมือ/วิธกี าร คะแนน
9.1.1 ส�ำ หรบั อปท.ทม่ี รี ายรบั ไมเ่ กนิ ปลี ะ ท่ีได้รับการจดั สรรประจำ�ป,ี เตม็
10 ลา้ นบาท ใชเ้ งินเพอื่ การดงั กลา่ ว รายไดท้ ี่ทอ้ งถนิ่ จัดหาเอง,
ไม่เกนิ ร้อยละ 30 และสดั ส่วนดงั กล่าว รายไดท้ ี่รัฐจดั เกบ็ และแบ่งให้
จะลดลงร้อยละ 1 ทกุ รายไดท้ ่ีเพิ่มข้ึน และรายได้ทรี่ ัฐจัดเก็บให้
5 ลา้ นบาท (ตวั อยา่ งเชน่ อปท.ทม่ี รี ายได้
60 ลา้ นบาท จะมคี ่าใช้จา่ ยดงั กลา่ ว
ไม่เกินร้อยละ 20 และถ้ามีรายได้
110 ล้านบาท จะมคี า่ ใชจ้ ่ายเพอื่ การ
ดังกล่าวไม่เกนิ รอ้ ยละ 10 เป็นต้น)
(20 คะแนน) หรอื
9.1.2 ส�ำ หรบั อปท.ทม่ี รี ายรบั ไมเ่ กนิ ปลี ะ
10 ล้านบาท ใชเ้ งินเพื่อการดังกล่าว
ไดไ้ ม่เกนิ ร้อยละ 35 และสดั สว่ นดังกลา่ ว
จะลดลงรอ้ ยละ 1 ทกุ รายไดท้ เี่ พิม่ ขนึ้
5 ลา้ นบาท (15 คะแนน) หรอื
9.1.3 ส�ำ หรบั อปท.ทม่ี รี ายรบั ไมเ่ กนิ ปลี ะ
10 ลา้ นบาท ใชเ้ งินเพื่อการดงั กลา่ วได้
ไม่เกนิ ร้อยละ 40 และสัดสว่ นดงั กล่าว
จะลดลงรอ้ ยละ 1 ทกุ รายได้ที่เพิม่ ขน้ึ
5 ลา้ นบาท (10 คะแนน)
9.2 มกี ารบริหารเพ่อื ประโยชน์ของประชาชน หลักฐาน/เคร่ืองมือ/วิธกี าร 10
ในพนื้ ทอี่ ยา่ งตอ่ เนอื่ ง อันเป็นผลมาจากนายก - ขอ้ มลู เชงิ ประจักษ์การดำ�รง
อปท.คนปจั จุบันได้รับการเลอื กเขา้ มา ตำ�แหนง่ ของนายกคนปัจจุบัน
ท�ำ หน้าท่ีอย่างตอ่ เนือ่ งไม่นอ้ ยกว่า 10 ปี
และ/หรือมีระบบการคดั เลอื กตามแนวทาง
ประชาธปิ ไตยแบบสมานฉนั ท์ (10 คะแนน)
รวม 30
89
90 การขับเคลอื่ น
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิน่
ทัว่ ประเทศไทย
ประเด น็ ตัวชว้ี ัด หลัก ฐาน/เคร่อื งมอื /วิธกี าร คะแนน
เตม็
10. การจดั การศึกษา สาธารณสขุ และการ 20
จัดการขยะ ในระดบั ทสี่ งู ขึ้น
10.1 การศึกษา หลักฐาน/เครอ่ื งมอื /วิธกี าร 5
10.1.1 จัดให้มกี ารจดั การศึกษาใน ขอ้ มลู เกย่ี วกบั การจดั การศกึ ษา
ลักษณะอื่น ๆ หรือในระดับที่สูงกว่า ของ อปท. หรือนวัตกรรม
การศึกษาปฐมวัย (3 คะแนน) สร้างสรรคท์ างการศกึ ษา
10.1.2 ริเรมิ่ ประสานหรอื ชว่ ยหา
แหล่งทุนการศกึ ษาแกเ่ ยาวชนในพน้ื ที่
เพ่ือลดปญั หาความเหลอื่ มล้าํ (2 คะแนน)
10.2 การสาธารณสขุ หลกั ฐาน/เครอื่ งมือ/วิธกี าร 5
จดั ใหม้ ีการดแู ลสุขภาพประชาชนใน ข้อมลู เกย่ี วกบั โครงการ/
ระดับท่ีสูงกวา่ การส่งเสริมสขุ ภาพและ กจิ กรรม/นวตั กรรมการดูแล
การปอ้ งกนั โรคข้นั พืน้ ฐาน เชน่ ดแู ล สขุ ภาพประชาชนในระดับที่
โรงพยาบาลส่งเสรมิ สขุ ภาพประจำ� สงู กวา่ การส่งเสริมสขุ ภาพและ
ตำ�บลเอง หรือมกี ิจกรรมดแู ลสุขภาพ การป้องกนั โรคข้นั พน้ื ฐาน
บุคคลท่ตี ้องไดร้ ับการดแู ลเปน็ พเิ ศษ เชน่
ผสู้ ูงอายุ ผ้ทู ่ีขาดผ้อู ุปการะ เป็นตน้ หรือ
รเิ ริ่มโครงการ/กิจกรรม/นวตั กรรมในด้าน
ส่งเสริมสขุ ภาวะในมิติตา่ ง ๆ (5 คะแนน)
10.3 การจัดการขยะในระดบั ทีส่ งู ข้นึ หลกั ฐาน/เครอื่ งมอื /วธิ กี าร 10
10.3.1 มกี ารจดั การขยะทีไ่ มส่ รา้ งปัญหา - นวัตกรรมการจัดการขยะ
แก่สงิ่ แวดล้อม เชน่ มกี ารเกบ็ ขยะและม ี ต้งั แต่ต้นทาง (เน้นแสดง
การฝังกลบแบบถกู สขุ อนามัย หรอื ม ี กระบวนการ นวัตกรรมและ
เตาเผาขยะ หรอื มกี ารผลิตไฟฟา้ จากขยะ ผลลพั ธ)์
โดยไมก่ อ่ ใหเ้ กดิ มลภาวะ (4 คะแนน) หรอื - จำ�นวนรางวัลท่ไี ดร้ ับ
10.3.2 สง่ เสริม/สนบั สนนุ /ใหอ้ ย่างน้อย - การเกดิ ศูนย์เรยี นรู้และ
ร้อยละ 20-49 ของครัวเรอื นในตำ�บล จำ�นวนของการที่มผี ้เู ข้ามา
มีการจัดการขยะท่ีต้นทาง และจัดให ้ ศึกษาดงู าน
มีธนาคารขยะ (6 คะแนน) หรอื
10.3.3 สง่ เสรมิ /สนับสนนุ ใหร้ ้อยละ
90
การขับเคลื่อน 91
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
กับองค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ
ท่วั ประเทศไทย
ประเด ็นตัวช้ีวดั หลัก ฐาน/เคร่อื งมือ/วิธีการ คะแนน
50-75 ของครัวเรือนในต�ำ บลมีการจัด เต็ม
การขยะทีต่ น้ ทางและจดั ใหม้ ธี นาคารขยะ
(8 คะแนน) หรอื
10.3.4 สง่ เสรมิ /สนบั สนนุ ให้ทกุ หมบู่ า้ น
ใน อปท.จัดการแยกขยะทงั้ 4 ประเภท
ต้งั แต่ตน้ ทาง โดยไมต่ อ้ งมีถงั ขยะและ
บรกิ ารเก็บขยะจากประชาชนในพนื้ ท่ี
สว่ น อปท.มหี น้าท่เี พียงการจัดการ
ขยะพิษ (10 คะแนน)
รวม 20
11. การพฒั นาทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสภาพแวดลอ้ มให้ดยี ง่ิ ขน้ึ 20
กจิ กรรมในข้อยอ่ ย ๆ เหลา่ นีจ้ ะตอ้ งมีคะแนน หลักฐาน/เครอื่ งมือ/วิธกี าร
รวมกันไม่เกนิ 20 คะแนน ถา้ ไดเ้ กนิ ข้อมูลเชิงประจกั ษ์ จ�ำ แนก
20 คะแนน ใหน้ บั คะแนนรวมเพยี ง 20 คะแนน ตามประเดน็
11.1 มสี ่วนร่วมในการลด ปอ้ งกัน หรือ
บรรเทาความทกุ ข์ยากของประชาชนในพื้นที่
จากอุบัติภัย (น้ําท่วม โคลนถล่ม นํา้ แลง้
วาตภัย อัคคภี ัย ฯลฯ) (3 คะแนน)
11.2 มีสว่ นร่วมในการสร้างฝายชะลอนา้ํ
หรอื ฝายแมว้ (3 คะแนน)
11.3 มีการจัดโครงการ/กจิ กรรมให้ความรู้
หรือสรา้ งจิตส�ำ นึกเก่ียวกบั การอนุรกั ษ์
ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสภาพแวดล้อม
(3 คะแนน)
11.4 มสี ว่ นร่วมในการสง่ เสริมการปลกู ต้นไม้
และ/หรือเพิ่มพนื้ ท่สี ีเขยี วในพ้ืนที่ (3 คะแนน)
11.5 มีสว่ นรว่ มในการจดั ใหม้ ีและบ�ำ รุงรักษา
แหล่งน้าํ สาธารณะในหมบู่ า้ น (3 คะแนน)
11.6 มีส่วนรว่ มในกจิ กรรมสง่ เสรมิ ใหแ้ ต่ละ
บา้ นรกั ษาความสะอาด น่าอยู่ และปลอดภยั
(3 คะแนน)
91
92 การขบั เคลื่อน
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
กบั องคก์ รปกครองสว่ นท้องถิ่น
ทว่ั ประเทศไทย
ประเด ็นตวั ชีว้ ัด หลัก ฐาน/เครื่องมอื /วิธกี าร คะแนน
11.7 มสี ว่ นรว่ มในการจัดใหม้ แี ละบ�ำ รุงรักษา เต็ม
พนื้ ท่ีสาธารณะเพอ่ื การพกั ผอ่ นหยอ่ นใจของ
ประชาชนใหม้ ากข้นึ (3 คะแนน)
11.8 มีส่วนรว่ มกับศาสนสถานตา่ ง ๆ จัดใหม้ ี
สถานที่ปฏบิ ัตธิ รรมทมี่ ีคณุ ภาพ (3 คะแนน)
11.9 มสี ว่ นร่วมดูแลและปอ้ งกนั อุบัติภยั ทาง
ถนนภายในพื้นที่ (3 คะแนน)
11.10 มีโครงการ/กจิ กรรมที่เกย่ี วกบั การ
รองรับการเปล่ียนแปลงสภาพภูมอิ ากาศ หรือ
การค้มุ ครองความหลากหลายทางชีวภาพ
(3 คะแนน)
11.11 มีสว่ นรว่ มในการจดั วางผงั เกี่ยวกับ
ทอ่ี ยู่อาศยั พ้นื ท่กี ารเกษตร และพืน้ ทส่ี �ำ หรับ
กิจกรรมตา่ ง ๆ พรอ้ มทงั้ ป้องกนั การบกุ รุก
จากภายนอก เพือ่ ความย่ังยืนของประชาชน
ในพน้ื ทใี่ นระยะยาว (3 คะแนน)
11.12 มสี ว่ นรว่ มในกจิ กรรมอน่ื ๆ ทีช่ ว่ ยให้มี
การดแู ล รกั ษา และอนรุ ักษ์ทรพั ยากร
ธรรมชาติและสภาพแวดล้อมให้ดยี งิ่ ขนึ้
(โปรดระบ)ุ ......................... (3 คะแนน)
รวม 20
12. การจดั การกิจกรรมลดปัญหาสงั คมและเพ่มิ สวัสดิการสงั คมเท่าท ่ี 30
สามารถทำ�ได้
12.1 การลดปญั หาทางสังคมต้องแก้ไข หลกั ฐาน/เครือ่ งมือ/วิธีการ 5
ดว้ ยการชว่ ยลดอบายมขุ ในพน้ื ทใ่ี หไ้ ดม้ ากทส่ี ดุ ถงึ แมง้ านดงั กลา่ วจะเปน็ หนา้ ท่ี
เท่าที่จะท�ำ ได้ ประกอบด้วย การปอ้ งกนั และ ของหน่วยงานของรัฐระดบั
ลดปญั หายาเสพตดิ ทร่ี ้ายแรงและลดอบายมุข สว่ นกลางและภมู ภิ าค แต่ อปท.
อ่นื ๆ ควรต้องตระหนักและช่วยให้
92
การขบั เคล่อื น 93
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
กบั องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิน่
ท่ัวประเทศไทย
ประเด น็ ตัวชี้วดั หลัก ฐาน/เครอื่ งมือ/วิธกี าร คะแนน
12.1.1 ขจดั หรือลดยาเสพตดิ ร้ายแรงใน เกิดผลสัมฤทธ์ิอันเปน็ เต็ม
พืน้ ท่ี อันประกอบด้วย ยาบา้ ยาไอซ์ ยาอี ประโยชน์สุขแกป่ ระชาชนใน
โคเคน และนา้ํ กระทอ่ มผสมสารเคมที ่ ี พ้ืนท่ีรบั ผดิ ชอบ
เปน็ พษิ รา้ ยแรง - เอกสารนโยบาย/มาตรการ/
(1) มนี โยบายทีจ่ ะขจดั หรือลด แผนงาน/โครงการท่ีเกย่ี วข้อง
สารเสพติดรา้ ยแรงเหล่านใ้ี นพื้นท่ี - ขอ้ มูลเชิงประจกั ษ์
(1 คะแนน) หรอื
(2) มีนโยบายและมาตรการท่จี ะ
ขจัดหรือลดสารเสพติดเหลา่ นใี้ น
พ้นื ท่ี (2 คะแนน) หรอื
(3) มนี โยบายและมาตรการท่ีจะ
ขจดั หรือลดสารเสพตดิ เหลา่ นี้ใน
พื้นทจี่ นมีผเู้ สพติดในพน้ื ทไี่ มเ่ กนิ
ร้อยละ 3 ของประชาชน หรอื
ทำ�ให้คนเลกิ ยาเสพติดได้ 2-4 คน
(3 คะแนน) หรอื
(4) มีนโยบายและมาตรการทจ่ี ะ
ขจดั หรอื ลดสารเสพติดเหล่าน้ี
ในพืน้ ทีจ่ นมีผู้เสพตดิ ไม่เกิน
รอ้ ยละ 1 ของประชากรทัง้ หมด
หรือทำ�ใหค้ นเลิกยาเสพตดิ ได้
ไมต่ าํ่ กว่า 5 คน ในปที ่ผี ่านมา
(4 คะแนน) หรอื
(5) ประชากรในพืน้ ทป่ี ลอด
ยาเสพตดิ ทุกประเภท 100%
(5 คะแนน)
12.1.2 ส่งเสรมิ ใหม้ ีการลด ละ เลกิ ค�ำ อธิบายเพิ่มเติม 5
การสูบบุหร่แี ละเครื่องดมื่ ทผ่ี สม “บหุ ร่ี” หมายถึง ยาสูบมวน
แอลกอฮอล์ บรรจุซอง และบุหรไ่ี ฟฟา้
93
94 การขบั เคล่ือน
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
กบั องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน
ทัว่ ประเทศไทย
ประเด น็ ตวั ชี้วัด หลัก ฐาน/เคร่ืองมือ/วิธีการ คะแนน
(1) มีนโยบายท่ชี ดั เจนทจี่ ะลด ไมน่ บั รวม ยาสูบหรอื ยาเสน้ เตม็
การสูบบหุ ร่ีและการด่มื เครือ่ งดื่ม ท่ีมวนเอง
ทีผ่ สมแอลกอฮอลใ์ นพ้ืนที่
(1 คะแนน) หรือ
(2) มีมาตรการท่ีจะลดการเสพติด
สิง่ เหล่านี้ (2 คะแนน) หรอื
(3) จ�ำ นวนผทู้ ส่ี บู บหุ รแ่ี ละเครอ่ื งดม่ื
ผสมแอลกอฮอลใ์ นพืน้ ทม่ี ีระหวา่ ง
ร้อยละ 11-15 ของประชากร
อายรุ ะหว่าง 12-60 ปี (3 คะแนน)
หรือ
(4) จ�ำ นวนผทู้ ส่ี บู บหุ รแ่ี ละเครอ่ื งดม่ื
ผสมแอลกอฮอลใ์ นพ้นื ทมี่ ีไมถ่ ึง
รอ้ ยละ 10 ของประชากรท่มี อี ายุ
ระหวา่ ง 12-60 ปี (4 คะแนน) หรอื
(5) จ�ำ นวนผทู้ ส่ี บู บหุ รแ่ี ละเครอ่ื งดม่ื
ผสมแอลกอฮอลใ์ นพ้ืนท่มี ีไม่เกิน
รอ้ ยละ 2 ของประชากรท่ีมีอายุ
ระหวา่ ง 12-60 ปี (5 คะแนน)
12.1.3 สง่ เสริมใหม้ ีการลด ละ เลกิ ค�ำ อธิบายเพ่ิมเตมิ 5
การพนันทุกชนิดในพ้นื ท่ี “การพนัน” หมายถงึ
(1) มีนโยบายทชี่ ัดเจนที่จะลด ละ การละเลน่ เพ่ือการเสย่ี งโชค
เลิก การพนนั ทุกชนิดในพ้นื ท่ี ทกุ ประเภท
(1 คะแนน) หรือ
(2) ครวั เรอื นทย่ี งั มกี ารเลน่ การพนนั
ทุกชนิดมี ไม่เกนิ ร้อยละ 20 ของ
ครัวเรือนทัง้ หมด (2 คะแนน) หรอื
(3) ครวั เรอื นทย่ี งั มกี ารเลน่ การพนนั
ทกุ ชนดิ มรี ะหว่างร้อยละ 11-20
ของครวั เรอื นท้ังหมด (3 คะแนน)
หรือ
94
การขับเคล่อื น 95
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
กบั องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ
ท่ัวประเทศไทย
ประเด ็นตัวช้ีวัด หลัก ฐาน/เคร่ืองมือ/วธิ ีการ คะแนน
(4) ครวั เรอื นทย่ี งั มกี ารเลน่ การพนนั เต็ม
ทกุ ชนดิ มี ไมเ่ กนิ ร้อยละ 10 ของ
ครัวเรือนทง้ั หมด (4 คะแนน) หรอื
(5) ครวั เรอื นทย่ี งั มกี ารเลน่ การพนนั
ทกุ ชนดิ มี ไมเ่ กนิ รอ้ ยละ 5 ของ
ครัวเรือนท้งั หมด (5 คะแนน)
12.2 เพม่ิ สวสั ดิการทางสังคมเท่าทส่ี ามารถ 2
ท�ำ ได้
12.2.1 ลดปัญหาการตงั้ ครรภก์ ่อนวัย
อนั ควรของเยาวชนอายุ 18 ปี หรอื ตา่ํ กวา่
(1) มีมาตรการลดปัญหาการ
ตง้ั ครรภก์ อ่ นวยั อนั ควรของเยาวชน
อายุ 18 ปี หรือตาํ่ กวา่ (1 คะแนน)
หรอื
(2) ในปที ่ีผา่ นมาไม่มเี ยาวชนใน
พน้ื ที่ทอ่ี ายุ 18 ปี หรอื ตํ่ากวา่
ตง้ั ครรภก์ อ่ นวยั อนั ควร (2 คะแนน)
12.2.2 ชว่ ยเหลือผไู้ รบ้ า้ น ผูไ้ ร้ที่พ่งึ 10
ผสู้ ูงอายุ คนพิการและคนจนทีม่ ีชอื่ ใน
ทะเบียนคนจนทย่ี งั คงขาดแคลน ให้
สามารถด�ำ รงชพี อยใู่ นชุมชนไดอ้ ยา่ งมี
ศกั ดิ์ศรี
กรณีผู้ไร้บ้าน
(1) มนี โยบายและมาตรการทจี่ ะ
ช่วยเหลอื คนไรบ้ า้ นในพื้นท่ี ให้
สามารถดำ�รงชีพอย่ไู ด้ (2 คะแนน)
หรือ
(2) มีการแกไ้ ขปญั หาจนไมม่ ี
คนไร้บา้ นในพืน้ ที่ (5 คะแนน)
95
96 การขบั เคลื่อน
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
กับองคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิ
ทว่ั ประเทศไทย
ประเด ็นตัวชวี้ ัด หลัก ฐาน/เคร่อื งมือ/วิธกี าร คะแนน
กรณีผูไ้ ร้ทพี่ ง่ึ /ผู้ถกู ทอดท้ิง/ เต็ม
คนพกิ าร/ผ้สู ูงอายุ
(1) มีนโยบายและมาตรการที่จะ
ชว่ ยเหลอื บคุ คลเหลา่ น้ใี นพืน้ ที่
(2 คะแนน) หรือ
(2) มกี ารแกไ้ ขปญั หาจนไมม่ บี คุ คล
ดังกลา่ วถกู ทอดทิ้งในชุมชน
(5 คะแนน)
12.2.3 คนจนท่มี ชี ่ือในทะเบยี นคนจน 3
ทีย่ งั ขาดแคลน
(1) มีมาตรการอดุ หนุนเพ่มิ เติม/
ช่วยเหลือให้แก่คนจนทม่ี ชี อื่ อย่ใู น
ทะเบยี นคนจนทยี่ งั คงขาดแคลน
(1 คะแนน) หรอื
(2) ไม่มีคนจนในพ้ืนทท่ี ี่มชี ่ืออยู่ใน
ทะเบยี นคนจนยงั คงมีความ
ขาดแคลน (3 คะแนน)
รวม 30
คะแนนรวม 12 หวั ขอ้ 300
96
ภาคผนวก ข
การประเมนิ คู่ขนาน
การมสี ่วนรว่ มในการพัฒนาทอ้ งถิน่ อย่างแทจ้ ริง
(ถ้ามปี ระชากรเกินร้อยละ 59 มีส่วนรว่ มในการประชมุ วางแผน
ใหข้ า้ มขอ้ น้ไี ป แต่ถ้าไม่เกินร้อยละ 59 ให้ประเมนิ ขอ้ น้ี
และไม่ประเมินในหนา้ ตอ่ ไป)
ในกรณีท่ีประชากรในพ้ืนที่มีส่วนร่วมในการประชุมวางแผนไม่เกิน
ร้อยละ 59 ของครัวเรือนในแต่ละหมู่บ้าน ทำ�ให้ อปท. ต้องกระตุ้นการมี
ส่วนร่วมของประชาชนใหเ้ พม่ิ มากขน้ึ
อปท. มีนโยบายที่จะให้เจา้ หนา้ ทีจ่ ำ�นวนหน่งึ (5 คะแนน) หรือ
(ไม่เกนิ ร้อยละ 20 ของจำ�นวนเจ้าหนา้ ทท่ี ง้ั หมด)
มีหน้าที่สง่ เสรมิ การมีส่วนรว่ มของประชาชนในการจดั ทำ�
แผนพฒั นาตำ�บล
อปท. มีนโยบายให้เจ้าหน้าท่ีไมเ่ กินร้อยละ 50 (10 คะแนน) หรือ
ของจ�ำ นวนเจา้ หน้าที่ทั้งหมด มีหน้าทส่ี ง่ เสริมการมีส่วนร่วม
ของประชาชนในการจัดทำ�แผนพัฒนาต�ำ บล
97
98 การขบั เคลอื่ น
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
กับองค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
ทั่วประเทศไทย
อปท. มนี โยบายให้เจ้าหนา้ ทท่ี ง้ั หมดมีหนา้ ทส่ี ่งเสรมิ (15 คะแนน) หรือ
การมีส่วนร่วมของประชาชนในการจัดทำ�แผนพัฒนาต�ำ บล
อปท. มีนโยบายและมาตรการทจี่ ะใหเ้ จ้าหนา้ ท ี่ (20 คะแนน) หรือ
จำ�นวนหนึง่ (ไมเ่ กินร้อยละ 20 ของจำ�นวนเจา้ หน้าที่
ท้งั หมด) มีหนา้ ท่ีสง่ เสริมการมีส่วนรว่ มของประชาชน
ในการจดั ทำ�แผนพฒั นาต�ำ บล
อปท. มนี โยบายและมาตรการให้เจ้าหน้าทไ่ี ม่เกนิ (25 คะแนน) หรอื
รอ้ ยละ 50 ของจ�ำ นวนเจ้าหน้าท่ที ัง้ หมด มหี นา้ ท่ีสง่ เสรมิ
การมสี ่วนรว่ มของประชาชนในการจดั ท�ำ แผนพฒั นาต�ำ บล
อปท. มนี โยบายและมาตรการให้เจ้าหน้าทท่ี ัง้ หมด (30 คะแนน)
มีหน้าทีส่ ง่ เสริมการมสี ว่ นรว่ มของประชาชนในการจัดท�ำ
แผนพัฒนาต�ำ บล
ในกรณีทีป่ ระชาชนตั้งแตร่ อ้ ยละ 60 ของแตล่ ะหมู่บา้ นเขา้ ร่วมประชุม
เพอ่ื วางแผน ให้ประเมนิ ในข้อน้ี
คะแนนท่ีได้รับ
1. มคี รัวเรอื นตงั้ แตร่ อ้ ยละ 60 ของครัวเรอื น (10 คะแนน) ........................
ในแต่ละหมบู่ า้ น เข้าร่วมประชุมเพ่อื จดั ทำ�
แผนพฒั นาหมูบ่ ้าน
2. แต่ละหมูบ่ ้านมกี ารจดั ล�ำ ดบั ความสำ�คัญ (10 คะแนน) ........................
ของโครงการในหมูบ่ ้านของตน
3. มีการเปรยี บเทียบความส�ำ คญั ของ (10 คะแนน) ........................
โครงการระหว่างหมบู่ ้านดว้ ยการใหต้ ัวแทน
ทุกหมู่บ้านศกึ ษาความจำ�เปน็ ของทุก
หมู่บ้านร่วมกนั เพ่อื จัดท�ำ แผนของต�ำ บล
98