149
ตารางท่ี 3 ขอ้ มลู สะท้อนคุณลักษณะตำ�บล ดา้ นเศรษฐกิจ
ลำ�ดับ องคก์ ร ลกั ษณะ พ้ืนที่ หมูบ่ า้ น/ ประชากร ประชากร ประชากร อาชีพ อาชพี รอง/ โรงงาน รายได/้ รายจา่ ย/
ปกครอง เมือง/ (ไร)่ ชมุ ชน (คน) (ครัวเรือน) เฉลี่ย หลกั เสรมิ อุตสาหกรรม คน/เดอื น คน/เดือน
ส่วนทอ้ งถ่นิ ชนบท ครวั เรือน หลัก/ใหญ่ (บาท) (บาท)
ละ (คน)
กปารรชั ขญับเาคขลอ่ืองนเศรษฐกิจพอเพยี ง
กบั องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ
ท่วั ประเทศไทย
149
ตารางที่ 4 ข้อมลู สะทอ้ นคณุ ลกั ษณะตำ�บล ดา้ นผู้เปราะบาง 150
ลำ�ดับ องคก์ ร เยาวชน ผสู้ งู อายุ ผ้ปู ่วย ผู้ปว่ ย ผปู้ ว่ ย ผปู้ ว่ ย คนพิการ ผ้ตู ิด คนตดิ คนม ี คนจน/ รวม ปรัชญาของเศรษฐกกาิจรพขบั อเคเพล่ือยี นง
ปกครอง 0-14 ปี (คน) ตดิ เตียง จติ เวช NCDs HIV (คน) ยาเสพติด พนัน หนส้ี ิน ไรท้ ่ีพง่ึ กับองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน
สว่ นทอ้ งถ่ิน (คน) (คน) (คน) (คน) (คน)
ท่วั ประเทศไทย
ตารางที่ 5 ศนู ย์เรียนรปู้ รชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี งในพ้นื ที่ อปท.
ลำ�ดบั องคก์ ร จำ�นวน ช่อื ศูนย์เรยี นร ู้ ผู้บริหาร ระยะเวลา หนว่ ยงาน ลักษณะ งบประมาณ จ�ำ นวน
ปกครอง ศนู ยเ์ รียนร ู้ (เจ้าของ) ดำ�เนนิ งาน หลักที่ กจิ กรรม ด�ำ เนนิ การ ผู้เขา้ มา
สว่ นท้องถิ่น (ป)ี สนบั สนุน ในศนู ย์ ในปีท่ี ศึกษาดงู าน
งบประมาณ ผา่ นมา
1 อปท. 1 2 1. ช่อื .....
อปท. 1 2. ชอื่ .....
150
ภาคผนวก ฉ
ข้อมลู คุณลกั ษณะองคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวัด
จังหวดั ……………….....
151
152 การขับเคลื่อน
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
กับองค์กรปกครองสว่ นท้องถน่ิ
ทั่วประเทศไทย
1. องค์กร
1.1 วิสัยทศั น์
1.2 พันธกิจ
1.3 ยุทธศาสตร์การพัฒนา
1.4 ประวตั ิการกอ่ ตัง้ อปท./ทำ�เนยี บผบู้ ริหาร (นายก จากอดีตถึง
ปจั จบุ นั )
2. นายก อบจ.
2.1 ชอื่ สกุล/อายุ/ระดับการศกึ ษา/อาชีพหลกั /เสริม
2.2 วาระการด�ำ รงต�ำ แหน่ง (สมยั ที่ .... จ�ำ นวนรวม .....ปี)
2.3 รางวลั หรือการประกาศเกียรติคณุ ในระหวา่ งการด�ำ รงต�ำ แหนง่
2.4 การถกู ร้องเรยี นเรอ่ื งทุจริต และการเข้าตรวจสอบจาก สตง.
หรือหนว่ ยงานต้นสังกัดระหว่างการดำ�รงต�ำ แหนง่
3. แผนพฒั นาท้องถ่นิ และแผนอืน่ ๆ
3.1 กระบวนการจดั ท�ำ แผนการประสาน ใหค้ วามรว่ มมอื และสนบั สนนุ
องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่นขนาดเลก็
(อธบิ ายกระบวนการ และยกตวั อยา่ งแผนงานหรอื โครงการทอ่ี ยใู่ น
แผนพฒั นาท้องถน่ิ สปี่ ี หรือแผนปฏบิ ัติราชการประจ�ำ ปี ทเ่ี ป็น
แผนการประสาน ดังกล่าว)
3.2 กระบวนการจัดทำ�แผนพฒั นา และการเปิดโอกาสการมีส่วนรว่ ม
(อธบิ ายกระบวนการ วธิ กี ารเปน็ ขน้ั ตอนโดยละเอยี ด โดยเฉพาะใน
สว่ นทท่ี �ำ นอกเหนอื จากระเบยี บทก่ี �ำ หนด หรอื ความพยายามในการ
สรา้ งสรรค์การมสี ่วนร่วม)
3.3 งบประมาณและการเปรยี บเทยี บสดั สว่ นตามหมวดยทุ ธศาสตรห์ รอื
ดา้ นของการพฒั นา
3.4 การจดั สรรงบประมาณรายจา่ ยประจ�ำ ปใี นการใหบ้ รกิ ารสาธารณะ
แก่ประชาชนเปรียบเทียบระหวา่ งงบประมาณทจ่ี ดั สรร และที่
จ่ายจริง ใน 3 ปีทผี่ า่ นมา (เทยี บ 3 ปี ย้อนหลงั ) ดตู ารางท่ี 4
152
การขบั เคลื่อน 153
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
กบั องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น
ทัว่ ประเทศไทย
ด้านล่าง การให้บรกิ ารสาธารณะ งบประมาณทจี่ ดั สรรงบประมาณ
ทจ่ี า่ ยจรงิ
1. ด้านโครงสร้างพนื้ ฐาน
2. ด้านงานสง่ เสรมิ คณุ ภาพชวี ิต
3. ดา้ นการจัดระเบยี บชุมชน สงั คม
4. ดา้ นการวางแผน การสง่ เสริมการลงทุน
5. ด้านการบรหิ ารจัดการและอนุรักษท์ รพั ยากรธรรมชาติ
6. ด้านศลิ ปวัฒนธรรม จารีตประเพณี
รวมงบประมาณด้านการบรกิ ารสาธารณะ
3.5 ลักษณะการใหบ้ รกิ ารสาธารณะท่ีสนบั สนุน อปท. ทอ้ งถ่ิน และ/
หรอื แกป้ ญั หาเฉพาะพน้ื ท่ี หรอื /ผลงานนวตั กรรม เชน่ งานโครงสรา้ ง
พื้นฐาน เช่น โครงขา่ ยถนนระดบั ต�ำ บล หรอื การใหบ้ ริการอปุ กรณ์
ตา่ ง ๆ แก่หน่วยงานทีเ่ กยี่ วขอ้ ง รถยก สุขา เครือ่ งจักรกล
……งานส่งเสรมิ คุณภาพชีวติ เช่น การจดั การศกึ ษา สาธารณสขุ
ขยะในระดบั ทส่ี งู ขนึ้ สอดคลอ้ งกบั แผนพฒั นาจงั หวดั ความสามารถ
ในการแกป้ ญั หาทอ้ งถนิ่ นวตั กรรม ทส่ี ง่ ผลตอ่ การเพม่ิ ประสทิ ธภิ าพ
และประสิทธผิ ลในการใชจ้ า่ ยงบประมาณ
4. การบริหารจัดการ
4.1 นวตั กรรมเพอื่ ปอ้ งกนั การทจุ ริตในองค์กร
4.2 ความโปร่งใสในกระบวนการจดั ซอ้ื จดั จ้าง
4.3 คะแนน ITA (Integrity and Transparency Assessment :
การประเมนิ คุณธรรมและความโปร่งใสในการด�ำ เนนิ งานของ
หนว่ ยงานภาครัฐ) ยอ้ นหลงั 3 ปี พรอ้ มบทวิเคราะหจ์ ากนักวจิ ยั
4.4 คะแนน LPA (Local Performance Assessment: ประสทิ ธภิ าพ
ขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ ) ยอ้ นหลงั 3 ปี พรอ้ มบทวเิ คราะห์
จากนกั วจิ ยั
153
154 การขับเคลอื่ น
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
กบั องค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ
ทัว่ ประเทศไทย
4.5 การถูกร้องเรยี นเร่ืองทุจริต และการเขา้ ตรวจสอบจาก สตง.
หรอื หนว่ ยงานต้นสังกดั ในระหว่างการด�ำ รงตำ�แหนง่
5. ความสุขของพนกั งานในองค์กร
5.1 คะแนนความสุขมวลรวม
5.2 นวตั กรรมสรา้ งสขุ ภายในองคก์ ร และ/หรอื สรา้ งสขุ ใหก้ บั ประชาชน
ผรู้ บั บรกิ าร
5.3 ภาระหนส้ี นิ และการออม
5.4 สวสั ดกิ ารพนักงาน เชน่ การดแู ลกนั ในยามเกดิ แก่ เจบ็ ตาย/
การชว่ ยลดรายจา่ ย ฯลฯ
6. ศกั ยภาพและทุนทางสงั คมของผบู้ ริหาร พนกั งาน เครอื ขา่ ย องคก์ ร ฯลฯ
6.1 Mapping กลุ่มและเครอื ข่ายกัลยาณมิตร
6.2 จุดแข็ง/จุดเด่นของคนในองคก์ ร
7. การขับเคลอ่ื นปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียงภายในองค์กรและในหมู่
ประชาชน ตลอดจนกลมุ่ เกษตรกร
7.1 รูปธรรมหรือผลงานการขับเคลอ่ื น และผลลพั ธ์ของการดำ�เนนิ การ
154
155
ตารางที่ 1 ข้อมูลสะทอ้ นคุณลกั ษณะองค์กร ด้านศกั ยภาพบุคลากรของ อบจ.
ลำ�ดบั ปอกงคคร์กอรง นา ยกองคก์ รปกครองส่วนจังหวดั ระดับการศกึ ษา จ�ำ นวนบคุ ลากร (คน)
ของบุคลากร (คน)
สว่ น อายุ ระดบั วาระ อาชีพ แรง ลักษณะ งาน ป.โท ป.ตรี ต่าํ กวา่ รวม ข้า ข้า ครู พนกั พนกั พนัก ลูกจา้ ง
ทอ้ งถ่นิ (ป)ี การ ต�ำ แหนง่ จงู ใจ/ ผู้น�ำ พฒั นา หรอื ป.ตรี ราชการ ราชการ งาน งาน งาน รายวัน
ศกึ ษา (สมัย/ เหตทุ ่ี ในพน้ื ท ่ี สงู กว่า การเมอื ง ประจำ� ราชการ จา้ งตาม จา้ ง (งาน
ป)ี เข้ามา ท่ีม ี ภารกิจ ทั่วไป พสั ดุ)
เปน็ ความ
นายก ประทบั
ใจ
ตารางท่ี 2 ขอ้ มูลสะทอ้ นคุณลกั ษณะองค์กร ด้านการพัฒนาอย่างมสี ่วนร่วม ของ อบจ. ช่ือ..................
ปี พ.ศ. งบแสดงผลการด�ำ เนินงานจ่ายจากเงนิ รายรบั (จาก 3 ปียอ้ นหลงั ) รอ้ ยละเงนิ เหลือ จ�ำ นวน อปท. การประยุกต ์ นวตั กรรม
รายรับเฉลยี่ /ป ี รายจา่ ยเฉล่ีย/ป ี จากการทำ� ขนาดเลก็ ทไ่ี ดร้ ับ ใช้ปรัชญาของ
จัดเก็บ รัฐบาล เงิน รวม เงิน คา่ สว่ นอน่ื ๆ รวม E Bidding การสนับสนุน เศรษฐกิจ
โดย จัดสรร อุดหนนุ เดอื น ตอบแทน เทียบกับ พอเพยี งใน กปารรชั ขญับเาคขลอ่ืองนเศรษฐกิจพอเพยี ง
อปท. ให้ ทวั่ ไป งบประมาณ องคก์ รปกครอง กบั องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ
สว่ นท้องถ่ิน ท่วั ประเทศไทย
2560
2561
2562 155
ตารางที่ 3 ข้อมูลการจัดสรรงบประมาณประจ�ำ ปขี อง อบจ. ตามประเภทโครงการพฒั นา เปรยี บเทียบระหว่างงบประมาณ 156
และจ่ายจรงิ จาก 3 ปี ย้อนหลัง
ชื่อ อบจ. ……………………………………………………….. ปรัชญาของเศรษฐกกาิจรพขบั อเคเพล่ือยี นง
กับองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่ิน
ประเภทโครงการพัฒนา ส�ำ หรับ 2560 2561 2562
จดั สรร จา่ ยจริง รอ้ ยละ จัดสรร จา่ ยจรงิ ร้อยละ จดั สรร จา่ ยจรงิ ร้อยละ ท่วั ประเทศไทย
อบจ. ดำ�เนนิ การ
อดุ หนุนหนว่ ยงานอน่ื
ประสานโครงการพฒั นา อบจ.
ประสานโครงการพฒั นาจังหวัด
156
157
ตารางที่ 4 ขอ้ มลู การจดั สรรงบประมาณประจ�ำ ปขี อง อบจ. ตามประเภทการบรกิ ารสาธารณะ เปรยี บเทยี บระหวา่ งงบประมาณ
และจา่ ยจริง จาก 3 ปี ยอ้ นหลัง
ช่อื อบจ. …………………………………………………………..
ประเภทการบรกิ ารสาธารณะ 2560 2561 2562 ร้อยละ
จัดสรร จา่ ยจริง ร้อยละ จดั สรร จา่ ยจริง ร้อยละ จดั สรร จ่ายจรงิ
1. ดา้ นโครงสร้างพืน้ ฐาน
2. ดา้ นงานส่งเสรมิ คุณภาพชวี ิต กปารรชั ขญับเาคขลอ่ืองนเศรษฐกิจพอเพยี ง
3. ด้านการจดั ระเบียบชุมชน สงั คม กบั องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ
4. ดา้ นการวางแผน การสง่ เสรมิ การลงทนุ ท่วั ประเทศไทย
5. ด้านการบริหารจดั การและอนุรักษ์
ทรัพยากรธรรมชาติ 157
6. ดา้ นศิลปวฒั นธรรม จารีตประเพณี
รวม
ภาคผนวก ช
รายช่อื องคก์ ารบรหิ ารสว่ นท้องถิน่ ที่เข้าร่วมโครงการ
158
การขับเคลอ่ื น 159
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
กับองค์กรปกครองส่วนท้องถ่นิ
ทว่ั ประเทศไทย
ระยะที่ 1 ภาคกลาง (ตะวนั ออก) ระยะท่ี 2
จังหวัดจนั ทบรุ ี จงั หวัดจนั ทบุรี
1) เทศบาลตำ�บลตะเคยี นทอง 87) องคก์ ารบรหิ ารส่วนจังหวดั จันทบุรี
อ�ำ เภอเขาคชิ ฌกูฏ อำ�เภอเมอื ง
2) เทศบาลเมอื งทา่ ชา้ ง อ�ำ เภอเมือง 88) เทศบาลต�ำ บลคลองพลู
อ�ำ เภอเขาคชิ ฌกฏู
89) องคก์ ารบรหิ ารสว่ นต�ำ บลตะกาดเงา้
อำ�เภอทา่ ใหม่
90) องคก์ ารบรหิ ารสว่ นต�ำ บลบางสระเกา้
อำ�เภอแหลมสงิ ห์
จังหวดั ตราด จงั หวดั ตราด
3) เทศบาลตำ�บลตะกาง อำ�เภอเมือง 91) เทศบาลตำ�บลบอ่ พลอย อำ�เภอบ่อไร่
92) เทศบาลตำ�บลเกาะชา้ งใต้
อำ�เภอเกาะช้าง
93) องค์การบริหารสว่ นต�ำ บลหว้ ยแร้ง
อำ�เภอเมือง
94) องค์การบรหิ ารสว่ นต�ำ บลเกาะหมาก
อ�ำ เภอเกาะกูด
จังหวดั ชลบรุ ี จังหวัดชลบุรี
4) เทศบาลตำ�บลหัวถนน 95) องคก์ ารบรหิ ารส่วนต�ำ บลแสมสาร
อำ�เภอพนสั นคิ ม อำ�เภอสัตหบี
จงั หวดั สระแก้ว จังหวดั สระแก้ว
5) องค์การบริหารสว่ นต�ำ บล 96) องคก์ ารบรหิ ารสว่ นต�ำ บลคลองหนิ ปนู
คลองทบั จันทร์ อ�ำ เภออรัญประเทศ อำ�เภอวังนา้ํ เยน็
จงั หวดั ฉะเชิงเทรา จงั หวัดฉะเชงิ เทรา
6) องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำ�บลสิบเอ็ดศอก 97) องคก์ ารบริหารส่วนตำ�บลบางเกลือ
อำ�เภอบ้านโพธ์ิ อ�ำ เภอบางปะกง
98) เทศบาลตำ�บลบ้านซอ่ ง
อ�ำ เภอพนมสารคาม
จงั หวัดระยอง
99) เทศบาลตำ�บลเนนิ ฆอ้ อ�ำ เภอแกลง
159
160 การขับเคล่อื น
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
กบั องคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่ิน
ท่ัวประเทศไทย
ระยะท่ี 1 ระยะท่ี 2
จงั หวัดนครนายก
100) องคก์ ารบรหิ ารส่วนต�ำ บลเกาะหวาย
อำ�เภอปากพลี
จังหวดั ปราจีนบรุ ี
101) องคก์ ารบริหารส่วนตำ�บลบ้านพระ
อ�ำ เภอเมืองปราจีนบุรี
ภาคกลาง (ตอนบนและกลาง)
จงั หวดั นครสวรรค ์ จงั หวดั นครสวรรค์
7) เทศบาลต�ำ บลอดุ มธญั ญา 102) องคก์ ารบรหิ ารส่วนตำ�บล
อำ�เภอตากฟ้า นครสวรรคอ์ อก
อ�ำ เภอเมอื งนครสวรรค์
8) องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำ�บลเขาดิน 103) องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตาํ บลบางตาหงาย
อำ�เภอเก้าเลี้ยว อาํ เภอบรรพตพสิ ยั
9) องคก์ ารบรหิ ารส่วนต�ำ บลหนองบัว 104) องค์การบริหารสว่ นต�ำ บลเขาชนกัน
อำ�เภอหนองบวั อ�ำ เภอแม่วงก์
จังหวดั อทุ ัยธาน ี จังหวัดอุทัยธานี
10) เทศบาลต�ำ บลทัพทัน อ�ำ เภอทพั ทนั 105) เทศบาลต�ำ บลหาดทนง อำ�เภอเมอื ง
11) องค์การบริหารส่วนตำ�บลประด่ยู นื 106) องคก์ ารบรหิ ารส่วนต�ำ บลหนองยาง
อ�ำ เภอลานสกั อำ�เภอหนองฉาง
12) องค์การบริหารสว่ นตำ�บลห้วยคต 107) เทศบาลตำ�บลสว่างอารมณ์
อ�ำ เภอห้วยคต อำ�เภอสวา่ งอารมณ์
108) องคก์ ารบริหารส่วนจังหวดั อุทัยธานี
จงั หวัดลพบรุ ี
109) องคก์ ารบรหิ ารสว่ นต�ำ บลโกง่ ธนู
อ�ำ เภอเมอื งลพบรุ ี
110) องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำ�บลท่ามะนาว
อำ�เภอชัยบาดาล
111) องคก์ ารบรหิ ารส่วนตำ�บลหนองแขม
อำ�เภอโคกส�ำ โรง
จังหวดั ชัยนาท
112) เทศบาลตำ�บลหว้ ยงู อ�ำ เภอหนั คา
160
การขบั เคลอ่ื น 161
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น
ทัว่ ประเทศไทย
ระยะท่ี 1 ระยะที่ 2
113) องค์การบริหารสว่ นตำ�บลอตู่ ะเภา
อ�ำ เภอมโนรมย์
114) เทศบาลต�ำ บลบางขดุ อ�ำ เภอสรรคบรุ ี
ภาคกลาง (ตะวนั ตก)
จังหวัดนครปฐม จงั หวดั นครปฐม
13) องคก์ ารบรหิ ารส่วนต�ำ บลวดั แค 115) เทศบาลนครนครปฐม
อำ�เภอนครชยั ศรี อำ�เภอเมืองนครปฐม
14) องค์การบรหิ ารสว่ นตำ�บลวดั ละมุด
อำ�เภอนครชยั ศรี
15) องคก์ ารบรหิ ารส่วนต�ำ บล
คลองนกกระทุง อำ�เภอบางเลน
16) เทศบาลต�ำ บลคลองโยง
อ�ำ เภอพทุ ธมณฑล
จังหวดั ปทมุ ธานี
116) องค์การบรหิ ารสว่ นตำ�บลคลองสาม
อำ�เภอคลองหลวง
117) เทศบาลตำ�บลหนองเสอื
อ�ำ เภอหนองเสอื
จังหวัดนนทบุรี
118) เทศบาลตำ�บลบางสที อง
อำ�เภอบางกรวย
119) องคก์ ารบริหารสว่ นตำ�บลบางตะไนย์
อ�ำ เภอปากเกรด็
จงั หวัดสมุทรสาคร
120) องคก์ ารบรหิ ารสว่ นต�ำ บลสวนสม้
อำ�เภอบา้ นแพ้ว
121) เทศบาลต�ำ บลสวนหลวง
อ�ำ เภอกระทุม่ แบน
จงั หวดั สมทุ รสงคราม
122) องคก์ ารบรหิ ารสว่ นต�ำ บลนางตะเคยี น
อำ�เภอเมอื ง
161
162 การขับเคลอ่ื น
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
กับองค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน
ทั่วประเทศไทย
ระยะที่ 1 ระยะที่ 2
123) องค์การบรหิ ารส่วนตำ�บลบางคนที
อ�ำ เภอบางคนที
จงั หวดั สมุทรปราการ
124) องค์การบรหิ ารสว่ นต�ำ บลคลองดา่ น
อ�ำ เภอบางบอ่
125) เทศบาลต�ำ บลบางเสาธง
อำ�เภอบางเสาธง
จงั หวัดกาญจนบรุ ี
126) องค์การบริหารสว่ นตำ�บลหนองโรง
อ�ำ เภอพนมทวน
127) เทศบาลตำ�บลพระแท่น
อ�ำ เภอทา่ มะกา
จงั หวดั ราชบุรี
128) องค์การบรหิ ารส่วนตำ�บลจอมบึง
อำ�เภอจอมบึง
129) องค์การบรหิ ารส่วนตำ�บลช�ำ แระ
อ�ำ เภอโพธาราม
จังหวดั เพชรบุรี
130) องคก์ ารบรหิ ารส่วนต�ำ บลบา้ นในดง
อ�ำ เภอทา่ ยาง
131) เทศบาลต�ำ บลเขายอ้ ย อ�ำ เภอเขายอ้ ย
จงั หวัดประจวบคีรขี ันธ์
132) เทศบาลเมอื งหัวหนิ อำ�เภอหัวหิน
จงั หวัดระนอง
133) เทศบาลต�ำ บลหงาว อำ�เภอเมือง
134) องค์การบรหิ ารส่วนต�ำ บล
บางพระเหนือ อ�ำ เภอละอนุ่
ภาคเหนอื
จงั หวดั เชียงใหม ่ จงั หวดั เชยี งใหม่
17) องคก์ ารบริหารสว่ นตำ�บลก้ึดชา้ ง 135) เทศบาลต�ำ บลบา้ นแหวนอ�ำ เภอหางดง
อำ�เภอแม่แตง
162
การขบั เคลื่อน 163
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
กับองคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่นิ
ทว่ั ประเทศไทย
ระยะท่ี 1 ระยะท่ี 2
18) องค์การบรหิ ารส่วนต�ำ บลห้วยทราย 136) เทศบาลต�ำ บลหนองตองพฒั นา
อำ�เภอแมร่ มิ อ�ำ เภอหางดง
19) องค์การบริหารส่วนต�ำ บลเวียงท่ากาน 137) เทศบาลตำ�บลจอมทอง
อ�ำ เภอสันป่าตอง อำ�เภอจอมทอง
20) องคก์ ารบริหารสว่ นตำ�บลบ้านหลวง 128) เทศบาลตำ�บลแม่คอื
อำ�เภอแมอ่ าย อ�ำ เภอดอยสะเกด็
21) องค์การบรหิ ารส่วนตำ�บลแมท่ า
อำ�เภอแม่ออน
22) เทศบาลตำ�บลป่าไผ่ อำ�เภอสันทราย
23) เทศบาลตำ�บลบา้ นปง อำ�เภอหางดง
24) เทศบาลตำ�บลสนั ผกั หวาน
อ�ำ เภอหางดง
25) เทศบาลต�ำ บลแมท่ า่ ชา้ ง อ�ำ เภอหางดง
26) เทศบาลต�ำ บลนํ้าแพรพ่ ฒั นา
อำ�เภอหางดง
27) เทศบาลต�ำ บลบ้านแม
อ�ำ เภอสนั ป่าตอง
จังหวดั ลำ�พนู จังหวัดล�ำ พูน
28) องคก์ ารบรหิ ารสว่ นต�ำ บลหนองหนาม 139) เทศบาลตำ�บลหนองล่อง
อำ�เภอเมือง อำ�เภอเวียงหนองล่อง
39) องคก์ ารบรหิ ารส่วนต�ำ บลท่งุ หัวช้าง 140) เทศบาลตำ�บลล้ี อำ�เภอล้ี
อ�ำ เภอท่งุ หวั ช้าง 141) เทศบาลต�ำ บลก้อ อ�ำ เภอล้ี
30) องค์การบริหารส่วนต�ำ บลเวียงแก้ว
อำ�เภอลี้
31) องค์การบริหารสว่ นต�ำ บลเวียงกานต์
อ�ำ เภอบ้านโฮง่
32) องค์การบรหิ ารส่วนตำ�บลบ้านปวง
อ�ำ เภอทุ่งหัวช้าง
33) องคก์ ารบริหารส่วนต�ำ บลแมล่ าน
อ�ำ เภอล้ี
34) เทศบาลต�ำ บลบา้ นกลาง อ�ำ เภอเมอื ง
163
164 การขบั เคลื่อน
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
กบั องคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่น
ทวั่ ประเทศไทย
ระยะที่ 1 ระยะที่ 2
35) เทศบาลตำ�บลอุโมงค์ อ�ำ เภอเมอื ง
36) เทศบาลต�ำ บลตน้ ธง อำ�เภอเมอื ง
37) เทศบาลตำ�บลริมปิง อ�ำ เภอเมือง
38) เทศบาลต�ำ บลปา่ สัก อ�ำ เภอเมือง
39) เทศบาลตำ�บลวังผาง
อำ�เภอเวียงหนองล่อง
จงั หวัดพิษณุโลก จงั หวัดพษิ ณุโลก
40) องค์การบริหารส่วนต�ำ บลวังทอง 142) องคก์ ารบรหิ ารสว่ นต�ำ บลท่าช้าง
อำ�เภอวังทอง อำ�เภอพรหมพริ าม
41) องค์การบรหิ ารส่วนตำ�บลโคกสลุด 143) องคก์ ารบริหารส่วนต�ำ บลจอมทอง
อำ�เภอบางกระท่มุ อ�ำ เภอเมือง
42) องค์การบริหารสว่ นตำ�บลนครชุม 144) เทศบาลต�ำ บลบึงระมาณ
อ�ำ เภอนครไทย อำ�เภอบางระกำ�
43) องคก์ ารบรหิ ารสว่ นต�ำ บลเนนิ มะปราง
อ�ำ เภอเนนิ มะปราง
44) องคก์ ารบรหิ ารส่วนต�ำ บลมะตูม
อำ�เภอพรหมพริ าม
45) องคก์ ารบรหิ ารส่วนตำ�บลบา้ นกร่าง
อ�ำ เภอเมือง
46) เทศบาลตำ�บลวังทอง อ�ำ เภอวังทอง
47) เทศบาลต�ำ บลไทรยอ้ ย
อำ�เภอเนินมะปราง
48) เทศบาลตำ�บลบางระก�ำ
อำ�เภอบางระก�ำ
49) เทศบาลตำ�บลพลายชมุ พล
อำ�เภอเมอื ง
50) เทศบาลต�ำ บลพนั เสา อ�ำ เภอบางระก�ำ
จังหวดั อตุ รดติ ถ ์ จงั หวัดอุตรดติ ถ์
51) องคก์ ารบรหิ ารสว่ นต�ำ บลหาดสองแคว 145) องคก์ ารบริหารส่วนต�ำ บลบา้ นหมอ้
อ�ำ เภอตรอน อำ�เภอพิชยั
52) องค์การบริหารส่วนตำ�บลวังแดง 146) องค์การบริหารส่วนตำ�บลท่าสกั
อำ�เภอตรอน อ�ำ เภอพชิ ยั
164
การขับเคลอื่ น 165
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิน่
ท่ัวประเทศไทย
ระยะที่ 1 ระยะท่ี 2
53) องคก์ ารบริหารสว่ นตำ�บลคอรุม 147) องคก์ ารบริหารส่วนต�ำ บล
อำ�เภอพชิ ยั บ้านด่านนาขาม อำ�เภอเมือง
54) องค์การบริหารส่วนต�ำ บลนางพญา
อ�ำ เภอทา่ ปลา
55) องค์การบริหารส่วนต�ำ บลแม่พลู
อ�ำ เภอลับแล
56) องค์การบริหารสว่ นตำ�บลไผ่ล้อม
อ�ำ เภอลบั แล
57) เทศบาลตำ�บลหาดกรวด อำ�เภอเมอื ง
58) เทศบาลตำ�บลจริม อ�ำ เภอท่าปลา
59) เทศบาลต�ำ บลหวั ดง อ�ำ เภอลับแล
60) เทศบาลต�ำ บลป่าเซา่ อำ�เภอเมือง
61) เทศบาลตำ�บลฟากท่า อำ�เภอฟากทา่
จังหวัดเชยี งราย
148) องคก์ ารบริหารสว่ นตำ�บลสนั กลาง
อ�ำ เภอพาน
149) องคก์ ารบริหารสว่ นต�ำ บลหวั ง้ม
อำ�เภอพาน
150) องคก์ ารบริหารส่วนต�ำ บลเมืองพาน
อ�ำ เภอพาน
151) องคก์ ารบริหารสว่ นต�ำ บลม่วงคำ�
อ�ำ เภอพาน
152) องค์การบริหารส่วนต�ำ บล
จอมหมอกแกว้ อ�ำ เภอแมล่ าว
153) องค์การบรหิ ารสว่ นตำ�บลธารทอง
อำ�เภอพาน
จงั หวดั พะเยา
154) องค์การบริหารสว่ นต�ำ บลบ้านตุน่
อำ�เภอเมือง
155) เทศบาลตำ�บลบ้านตอ๋ ม อำ�เภอเมอื ง
156) เทศบาลต�ำ บลบ้านตาํ๊ อ�ำ เภอเมอื ง
165
166 การขับเคล่อื น
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
กบั องคก์ รปกครองส่วนท้องถิน่
ทว่ั ประเทศไทย
ระยะท่ี 1 ระยะที่ 2
157) องค์การบริหารสว่ นตำ�บลแมน่ าเรือ
อ�ำ เภอเมอื ง
158) เทศบาลต�ำ บลบา้ นเหล่า อ�ำ เภอแมใ่ จ
159) เทศบาลตำ�บลแมก่ า อำ�เภอเมอื ง
ภาคตะวันออกเฉียงเหนอื
จงั หวดั บงึ กาฬ
62) เทศบาลตำ�บลปากคาด อ�ำ เภอเมือง
63) เทศบาลต�ำ บลวังชมภู อำ�เภอพรเจรญิ
64) เทศบาลต�ำ บลหนองทมุ่ อ�ำ เภอเซกา
65) เทศบาลตำ�บลบงึ โขงหลง
อำ�เภอบงึ โขงหลง
66) องคก์ ารบรหิ ารส่วนตำ�บลปากคาด
อำ�เภอเมือง
จงั หวดั ยโสธร
67) เทศบาลต�ำ บลกุดเชยี งหมี
อ�ำ เภอเลงิ นกทา
68) เทศบาลต�ำ บลบงุ่ คลา้ อ�ำ เภอเลงิ นกทา
69) องค์การบริหารส่วนตำ�บลคำ�นํา้ สรา้ ง
อ�ำ เภอกุดชมุ
70) องคก์ ารบริหารส่วนต�ำ บลโนนเปือย
อ�ำ เภอกดุ ชุม
71) องค์การบริหารสว่ นตำ�บลนาโส่
อำ�เภอกดุ ชมุ
จังหวดั อ�ำ นาจเจรญิ
72) เทศบาลต�ำ บลไก่ค�ำ อำ�เภอเมือง
73) เทศบาลต�ำ บลพระเหลา อ�ำ เภอพนา
74) องคก์ ารบริหารสว่ นตำ�บลกุดปลาดุก
อำ�เภอเมือง
75) องคก์ ารบริหารส่วนตำ�บล
โนนหนามแท่ง อำ�เภอเมอื ง
76) องคก์ ารบรหิ ารส่วนตำ�บลนาจกิ
อำ�เภอเมอื ง
166
การขบั เคลอ่ื น 167
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
กบั องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถนิ่
ทั่วประเทศไทย
ระยะที่ 1 ระยะท่ี 2
จังหวดั ศรสี ะเกษ
77) เทศบาลต�ำ บลเมอื งจันทร์
อ�ำ เภอเมืองจนั ทร์
78) เทศบาลต�ำ บลโดด
อำ�เภอโพธิ์ศรีสวุ รรณ
79) องค์การบริหารส่วนต�ำ บลพยุห์
อ�ำ เภอพยหุ ์
80) องค์การบริหารส่วนต�ำ บลจิกสงั ข์ทอง
อ�ำ เภอราศีไศล
81) องคก์ ารบรหิ ารสว่ นต�ำ บลส�ำ โรงตาเจน็
อำ�เภอขขุ นั ธ์
จงั หวัดขอนแก่น
160) เทศบาลต�ำ บลบา้ นผอื อ�ำ เภอหนองเรอื
161) องคก์ ารบรหิ ารสว่ นต�ำ บลกดุ ขอนแกน่
อำ�เภอภเู วยี ง
162) องค์การบริหารสว่ นต�ำ บล
หนองแวงโสกพระ อำ�เภอพล
163) องคก์ ารบรหิ ารส่วนต�ำ บลกุดเคา้
อำ�เภอมัญจาคีรี
164) องค์การบรหิ ารสว่ นต�ำ บลละหานนา
อ�ำ เภอแวงน้อย
จังหวดั หนองบัวลำ�ภู
165) เทศบาลต�ำ บลโนนสะอาด
อ�ำ เภอศรีบุญเรอื ง
166) เทศบาลต�ำ บลโนนสูงเปลือย
อ�ำ เภอศรบี ญุ เรือง
167) องคก์ ารบรหิ ารส่วนตำ�บลนากอก
อำ�เภอศรบี ญุ เรอื ง
168) องคก์ ารบรหิ ารสว่ นต�ำ บลหนองหวา้
อำ�เภอเมอื ง
169) องค์การบรหิ ารสว่ นต�ำ บลป่าไม้งาม
อ�ำ เภอเมือง
167
168 การขบั เคลอื่ น
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
กับองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิน่
ท่วั ประเทศไทย
ระยะท่ี 1 ระยะที่ 2
จังหวดั กาฬสนิ ธุ์
170) องคก์ ารบริหารส่วนตำ�บลเหล่าใหญ่
อ�ำ เภอกฉุ นิ ารายณ์
171) องคก์ ารบรหิ ารสว่ นตำ�บลกุดหวา้
อำ�เภอกุฉนิ ารายณ์
172) องค์การบรหิ ารสว่ นตำ�บลนาไคร้
อำ�เภอกฉุ ินารายณ์
173) องคก์ ารบริหารสว่ นต�ำ บลหนองห้าง
อ�ำ เภอกุฉินารายณ์
174) องค์การบริหารสว่ นตำ�บลนาโก
อ�ำ เภอกุฉนิ ารายณ์
จงั หวัดรอ้ ยเอด็
175) เทศบาลตำ�บลเมอื งสรวง
อ�ำ เภอเมืองสรวง
176) เทศบาลต�ำ บลท่าม่วง อ�ำ เภอเสลภมู ิ
177) เทศบาลต�ำ บลโนนชยั ศรี
อ�ำ เภอโพนทอง
178) องคก์ ารบริหารส่วนต�ำ บลโคกสว่าง
อ�ำ เภอพนมไพร
179) องคก์ ารบรหิ ารสว่ นต�ำ บลโพธ์ิทอง
อำ�เภอเสลภมู ิ
ภาคใต้
จงั หวดั นครศรีธรรมราช จังหวัดนครศรีธรรมราช
82) องคก์ ารบรหิ ารส่วนตำ�บลท่าข้ึน 180) องค์การบรหิ ารส่วนต�ำ บลกลาย
อำ�เภอทา่ ศาลา อำ�เภอท่าศาลา
83) องค์การบริหารสว่ นตำ�บลโพธท์ิ อง 181) เทศบาลต�ำ บลขนุ ทะเล
อำ�เภอทา่ ศาลา อำ�เภอลานสกา
84) องค์การบริหารส่วนตำ�บลไทยบรุ ี 182) องคก์ ารบรหิ ารส่วนต�ำ บลไม้เรียง
อำ�เภอทา่ ศาลา อำ�เภอฉวาง
85) องคก์ ารบรหิ ารส่วนต�ำ บลทา่ ศาลา
อำ�เภอทา่ ศาลา
168
การขับเคลอ่ื น 169
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
กับองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถิ่น
ท่วั ประเทศไทย
ระยะท่ี 1 ระยะท่ี 2
86) องค์การบรหิ ารสว่ นต�ำ บลสระแก้ว
อ�ำ เภอท่าศาลา
จงั หวดั ภูเกต็
183) เทศบาลต�ำ บลวชิ ติ อำ�เภอเมือง
184) เทศบาลเมอื งกระทู้ อำ�เภอกะทู้
185) เทศบาลตำ�บลเทพกระษัตรี
อ�ำ เภอถลาง
186) องคก์ ารบรหิ ารสว่ นต�ำ บลเทพกระษตั รี
อ�ำ เภอถลาง
187) องคก์ ารบรหิ ารส่วนต�ำ บลเชิงทะเล
อำ�เภอถลาง
จงั หวดั สุราษฎรธ์ านี
188) องคก์ ารบริหารสว่ นตำ�บลวงั
อ�ำ เภอท่าชนะ
189) องค์การบรหิ ารสว่ นตำ�บลคนั ธลุ ี
อ�ำ เภอท่าชนะ
จงั หวัดชมุ พร
190) องคก์ ารบริหารส่วนตำ�บลทุ่งระยะ
อำ�เภอสวี
จงั หวดั ตรงั
191) องคก์ ารบริหารส่วนต�ำ บลปะเหลยี น
อำ�เภอปะเหลยี น
จังหวัดกระบ่ี
192) องคก์ ารบรหิ ารส่วนจงั หวดั กระบี่
193) เทศบาลตำ�บลปลายพระยา
อ�ำ เภอปลายพระยา
194) องคก์ ารบรหิ ารส่วนต�ำ บล
คลองท่อมเหนอื อำ�เภอคลองท่อม
จังหวดั นราธวิ าส
195) องค์การบรหิ ารส่วนตำ�บลโคกเคยี น
อำ�เภอเมือง
169
170 การขับเคลือ่ น
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
กับองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่น
ท่ัวประเทศไทย
ระยะที่ 1 ระยะที่ 2
196) เทศบาลต�ำ บลกะลุวอเหนือ
อำ�เภอเมือง
197) องคก์ ารบริหารส่วนตำ�บลตนั หยงมัส
อำ�เภอระแงะ
จงั หวดั พัทลุง
198) องคก์ ารบรหิ ารส่วนจังหวดั พัทลุง
199) เทศบาลตำ�บลล�ำ สนิ ธุ์
อ�ำ เภอศรีนครนิ ทร์
170
ภสาครทสี่ ปุอง ผลการวจิ ยั
171
172 การขบั เคลอ่ื น
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
กับองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ
ทัว่ ประเทศไทย
1 กลารำ�น�ำดเสนับอและสาระ
ศาสตราจารยอ์ ภชิ ัย พนั ธเสน
ในภาคนี้จะเป็นการนำ�เสนอสรุปผลการวิจัยของหัวหน้าโครงการ
และคณะในแต่ละภูมิภาค โดยการนำ�เสนอจะมิได้เรียงลำ�ดับตามภูมิภาค
โดยตรง แตจ่ ะเรยี งตามประเดน็ การน�ำ เสนอของแตล่ ะภมู ภิ าค โดยยดึ เอาความ
เช่ือมโยงหรือต่อเนื่องของเน้ือความเป็นสำ�คัญ โดยจะเร่ิมจากภาคเหนือซ่ึงมี
รองศาสตราจารย์วีระศักด์ิ สมยานะ จากมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่ ซ่ึงมี
พนื้ ฐานเปน็ นกั เศรษฐศาสตรเ์ ปน็ หวั หนา้ โครงการ โดยมคี วามสนใจทจี่ ะขยายผล
ในการสร้างเครือข่ายการขับเคล่ือนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงโดย อปท.
ด้วยกันเองให้มากทส่ี ดุ โดยขอให้ อปท. ทีไ่ ด้รบั การประเมินในระดบั สูง (ระดบั
เข้าใจและเข้าถึง) ช่วยเป็นพ่ีเล้ียงในการขยายผลในลักษณะเป็นการทดลอง
ปฏบิ ตั เิ พอ่ื จะท�ำ ใหก้ ารขยายผลเปน็ ไปไดร้ วดเรว็ และมปี ระสทิ ธภิ าพยงิ่ ขนึ้ โดยมี
เปา้ หมายสงู สดุ คอื ใหท้ กุ อปท. พฒั นาไปสรู่ ะดบั เขา้ ถงึ ในทส่ี ดุ ในการด�ำ เนนิ การ
ลักษณะดังกล่าวมีความจำ�เป็นที่จะต้องเข้าใจบริบทท่ีเป็นปัจจัยประกอบ
ความยากงา่ ยในการขับเคลื่อนปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง ซงึ่ ประกอบดว้ ย
คณุ ลักษณะขององค์กร อปท. เอง โดยเฉพาะอย่างยง่ิ ความเปน็ ผนู้ �ำ ของนายก
อปท. และเจา้ หนา้ ท่ี รว่ มกบั บรบิ ทของพน้ื ทอ่ี นั ประกอบดว้ ย ลกั ษณะทางเศรษฐกจิ
ความหนาแนน่ ของประชากร ซง่ึ สะทอ้ นความเปน็ เมอื งและชนบทดว้ ย โดยแตล่ ะ
172
การขบั เคลอื่ น 173
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
กับองค์กรปกครองส่วนท้องถิน่
ทั่วประเทศไทย
ปจั จยั มลี กั ษณะเดน่ เฉพาะตวั แตถ่ า้ หากมกี ารผสานพลงั ดว้ ยกนั อาจจะกา้ วขา้ ม
อปุ สรรคบางประการท่ีเปน็ ปญั หากบั การยกระดบั ความเป็นเศรษฐกิจพอเพียง
ของ อปท. ให้สูงขึ้นไปได้
ภาคตะวนั ออกมี รองศาสตราจารยช์ ยั ยนต์ ประดษิ ฐศลิ ป์ จากมหาวทิ ยาลยั
ราชภฏั ร�ำ ไพพรรณี เป็นหัวหนา้ โครงการ ซ่งึ มพี น้ื ฐานเปน็ นกั รัฐศาสตร์ มีความ
สนใจท่ีจะศึกษาแนวทางการเลือกนายก อปท. ตามแนวทางประชาธิปไตย
แบบสมานฉันท์ ทั้งน้ีเพราะถ้าเป็น อปท. ระดับตำ�บลจะมีพ้ืนท่ีค่อนข้างเล็ก
คนในพื้นท่ีมีความเช่ือมโยงสัมพันธ์กันในลักษณะต่าง ๆ การนำ�เอารูปแบบ
การเลือกนายก อปท. โดยวิธีการเลือกต้ังแบบการเมืองระดับชาติซึ่งมีพื้นท่ี
ที่กว้างกว่ามากมาใช้ ถ้ามีการบริหารจัดการไม่ดีจะก่อให้เกิดความแตกแยก
ระหว่างประชาชนภายในพื้นท่ี เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาระยะยาว อีกทั้ง
ความต่อเนื่องของการพัฒนาก็เป็นอีกประเด็นหน่ึงที่จะช่วยทำ�ให้ท้องถ่ิน
มคี วามเจรญิ ก้าวหนา้ ดังน้นั หากนายก อปท. เปน็ คนดี มีความซอื่ สัตยส์ จุ รติ
และมีเจตจำ�นงแน่วแน่ท่ีจะทำ�งานเพ่ือพัฒนาบ้านเกิด ถ้ามีโอกาสทำ�งาน
ต่อเนื่องโดยไม่เกิดความขัดแย้งในพ้ืนท่ีก็จะสามารถทำ�ให้การพัฒนาในพื้นท่ี
เป็นไปอย่างมีประสิทธภิ าพ
นอกจากน้ันอาจารย์ชัยยนต์ ยังสนใจที่จะส่งเสริมให้เกิดการกระจาย
อำ�นาจแบบใหม่ (New localism) ที่ทำ�ให้การกระจายอำ�นาจไปถึงมือของ
ประชาชนโดยตรงแทนการกระจายอ�ำ นาจแบบเก่า (Old localism) ทอ่ี �ำ นาจ
จากส่วนกลางถูกกระจายไปถึงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นโดยถือว่าผู้บริหาร
องค์กรเหล่านี้ได้รับการเลือกตั้งจากประชาชนโดยตรงแล้ว อาจารย์ชัยยนต์
ไดพ้ บวา่ ศาสตรพ์ ระราชาและปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งโดยพระบาทสมเดจ็
พระมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร ทเี่ นน้ คณุ ธรรมและจรยิ ธรรม
ของการบริหารสอดคล้องกับการกระจายอำ�นาจในรูปแบบใหม่ เป้าหมาย
การศึกษาของอาจารย์ชัยยนต์จึงศึกษาการเมืองท้องถ่ินแนวประชาธิปไตย
แบบสมานฉันท์ ประกอบด้วยการกระจายอำ�นาจให้ไปถึงประชาชนโดยตรง
ซ่งึ ก็สอดคล้องกับผลการประเมนิ ระดับความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงของ อปท.
ทไี่ ด้จากการพฒั นาแบบประเมนิ จากปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งดงั กลา่ ว
173
174 การขบั เคล่อื น
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
กับองคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่นิ
ทวั่ ประเทศไทย
รองศาสตราจารยส์ ถาพร เรงิ ธรรม จากมหาวทิ ยาลยั ขอนแกน่ ซง่ึ มพี นื้ ฐาน
เปน็ นกั รฐั ประศาสนศาสตร์ สนใจรปู แบบการกระจายอ�ำ นาจใหถ้ งึ มอื ประชาชน
โดยตรงเชน่ กนั โดยมคี วามเชอื่ วา่ ถา้ การกระจายอ�ำ นาจถงึ มอื ประชาชนโดยตรง
แล้วจะทำ�ให้แผนพัฒนาท้องถิ่นถูกจัดทำ�ขึ้นเพ่ือตอบสนองความต้องการของ
ประชาชนในพื้นที่อย่างแท้จริง โดยมีแนวทางในการกำ�หนดเป็นข้อบัญญัติ/
เทศบญั ญตั ิ ทน่ี �ำ ไปสกู่ ารปฏบิ ตั จิ รงิ ไดใ้ นทส่ี ดุ วธิ ที อี่ าจารยส์ ถาพรมคี วามเชอ่ื วา่
อปท.จะไดร้ บั ความรว่ มมอื จากประชาชนเพ่มิ ขึน้ อยา่ งแน่นอน เพราะเปน็ การ
ตอบสนองตอ่ ผลประโยชน์ของพวกเขาโดยตรง ทำ�ให้ อปท. ลดภาระทตี่ อ้ งทำ�
โครงการเองทั้งหมดลง และยังอาจได้รับทรัพยากรเสริมจากภาคประชาชน
ดว้ ย ซง่ึ จะท�ำ ใหก้ ารพฒั นาทอ้ งถนิ่ เปน็ ไปอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพมากขนึ้ อาจารย์
สถาพรได้เสนอตัวแบบที่เรียกว่า “ร่วมใจจริง” ซ่ึงพัฒนามาจากศาสตร์
พระราชาและกรอบวิจัยกลางในส่วนท่ีเกี่ยวข้อง โดยที่ตัวแบบดังกล่าวจะ
ประสบความสำ�เร็จได้จะต้องปรับโครงสร้างการบริหารจากเดิมเล็กน้อย คือ
ต้องให้สภา อปท. ทำ�หน้าที่เช่ือมโยงกับประชาชนโดยตรง เป็นท่ีที่สะท้อน
ความต้องการของประชาชนในพน้ื ทีอ่ ยา่ งแท้จรงิ โดยสภา อปท. จะทำ�หน้าท่ี
เช่นนั้นอย่างมีประสิทธิภาพจะต้องมีฝ่ายเลขานุการท่ีเป็นเอกเทศของตนเอง
ในขณะที่ อปท. ซึ่งเป็นฝ่ายบริหารจะต้องปรับเปล่ียนบทบาทเพื่อทำ�หน้าที่
ทางวชิ าการใหเ้ พิ่มมากข้นึ ในการชว่ ยเปน็ พเ่ี ลย้ี งให้ประชาชนในพนื้ ทสี่ ามารถ
จัดทำ�โครงการของตนเองและบริหารโครงการด้วยตนเองได้มากยิ่งข้ึน ซ่ึงจะ
ทำ�ให้ อปท. สามารถลดงานทำ�โครงการที่มีความจำ�เป็นน้อยโดยให้เปน็ หนา้ ท่ี
ของภาคประชาชน แล้วเน้นการทำ�โครงการที่มีความจำ�เป็นสูงกว่าสำ�หรับ
ประชาชนในภาพรวมได้มากข้ึน ทำ�ใหค้ วามเปน็ ประชาธิปไตยทางตรงเรมิ่ เกดิ
ขึ้นได้ และการพฒั นาพ้นื ที่ในภาพรวมมปี ระสทิ ธิภาพย่งิ ขึ้น
จากการประเมินระดับความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงด้วยกรอบวิจัยกลาง
ซึ่งพัฒนามาจากปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงผลก็ออกมาสอดคล้องกัน
กล่าวคือ อปท. ท่ีได้รับการประเมินในระดับเข้าใจและเข้าถึงสะท้อนให้เห็น
ศกั ยภาพของการพัฒนาใหเ้ กิดมีส่วนร่วมจากภาคประชาชนได้เพมิ่ มากขึน้
174
การขบั เคลอื่ น 175
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
กบั องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ
ทวั่ ประเทศไทย
งานวิจัยเพ่ือขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับ อปท. ใน
ภาคตะวนั ตก รองศาสตราจารยเ์ กศนิ ี ประทมุ สวุ รรณ จากมหาวทิ ยาลยั ราชภฏั
นครปฐมเป็นหัวหน้าโครงการ อาจารย์เกศินีมีพ้ืนฐานความสนใจในด้าน
การส่ือสารมวลชนหรือนิเทศศาสตร์ มีความสนใจท่ีจะยกระดับการพัฒนา
ใหแ้ ก่กลุ่มเปราะบางอันประกอบดว้ ย ผูพ้ ิการ ผสู้ งู อายุ เดก็ ปฐมวัย และกลุ่ม
บคุ คลชายขอบ ซง่ึ ตอ้ งการการพฒั นาอาชพี ใหแ้ กพ่ วกเขาดว้ ยในพน้ื ทภ่ี าพรวม
นอกจากนั้นอาจารย์เกศินียังสนใจท่ีจะศึกษาและให้ความสำ�คัญในการนำ�
นวัตกรรมมาช่วยยกระดับการพัฒนากลุ่มบุคคลที่ได้กล่าวมา ซ่ึงเป็นการเน้น
การพฒั นาสวัสดกิ ารใหก้ บั ประชาชนในพืน้ ที่
ดงั นน้ั นอกจากจะมกี ารน�ำ กรอบวจิ ยั กลางมาใชป้ ระเมนิ ระดบั ความเปน็
เศรษฐกิจพอเพียงของ อปท. ในพ้ืนท่ีรับผิดชอบแล้ว การส่งเสริมให้เกิด
การพัฒนาที่เป็นการยกระดับสวัสดิการของประชาชนในพื้นที่ก็เป็นจุดเน้น
ของงานวิจัยของอาจารย์เกศนิ ี โดย อปท. ท่อี ยู่ในระดบั เขา้ ใจ และได้ยกระดบั
เป็นเข้าถึงนั้นจะเน้นการทำ�งานด้านสวัสดิการเพิ่มมากข้ึน เช่น ดูแลเก่ียวกับ
การอ่านและการเรียนรู้ของเด็กปฐมวัย การส่งเสริมการออม ลดอบายมุข
และลดภาระหนี้สินของประชาชนและเจ้าหน้าท่ี อปท. เอง ส่งเสริมให้เกิด
การจา้ งงานและสรา้ งรายได้ สง่ เสรมิ ใหม้ กี ารน�ำ เทคโนโลยแี บบใหม่ ๆ ทเ่ี หมาะสม
มาสร้างนวัตกรรมสงั คมเพอื่ ใหป้ ระชาชนในพน้ื ท่ีมชี ีวิตความเป็นอยูท่ ด่ี เี พ่ิมขึน้
งานของรองศาสตราจารยว์ รรณา ประยกุ ตว์ งศ์ จากมหาวทิ ยาลยั มหดิ ล
วิทยาเขตนครสวรรค์ ทม่ี คี วามเชีย่ วชาญดา้ นเศรษฐศาสตร์ พทุ ธเศรษฐศาสตร์
และเศรษฐกจิ พอเพยี ง ไดท้ �ำ การศกึ ษาเพอ่ื ขบั เคลอ่ื นงานวจิ ยั ในภาคกลางโดยมี
ความสนใจหลกั ทมี่ งุ่ ไปทก่ี ารสรา้ งนวตั กรรม โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ นวตั กรรมสงั คม
เพราะนวตั กรรมทกุ ชนดิ ไมว่ า่ จะเปน็ นวตั กรรมทเ่ี กดิ จากการน�ำ เทคโนโลยใี หม่
ท่ีเหมาะสมมาประยุกต์ใช้ หรือนวัตกรรมทางเศรษฐกิจที่มีผลในการเพิ่มพูน
รายไดใ้ หแ้ กป่ ระชาชนในทสี่ ดุ กจ็ ะตอ้ งท�ำ ใหเ้ ปน็ นวตั กรรมสงั คม คอื เปน็ ความรู้
ที่เปน็ ประดษิ ฐกรรมใหม่เพอื่ รบั ใช้สังคม ซึง่ สอดคลอ้ งกบั นโยบายประเทศไทย
4.0 ทง้ั นเี้ พราะการจะพฒั นาประเทศใหก้ า้ วพน้ กบั ดกั ประเทศรายไดป้ านกลาง
175
176 การขบั เคลื่อน
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
กบั องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน
ทว่ั ประเทศไทย
จะต้องอาศัยการพัฒนาด้วยนวัตกรรมที่เกิดจากฐานความรู้ความสามารถของ
ประชาชน เพราะจะชว่ ยใหป้ ระหยดั ตน้ ทนุ ทรพั ยากร และไมท่ �ำ ลายสง่ิ แวดลอ้ ม
และถ้าจะนำ�มาใช้แก้ปัญหาสังคมด้วยการลดช่องว่างทางเศรษฐกิจและสังคม
จะต้องเป็นนวัตกรรมท่ีเป็นประโยชน์แก่ผู้ด้อยโอกาสและประชาชนส่วนมาก
โดยผทู้ น่ี �ำ นวตั กรรมมาประยกุ ตใ์ ชจ้ ะตอ้ งน�ำ เอาศาสตรพ์ ระราชาทวี่ า่ Our loss
is our gain หรอื สว่ นทีข่ าดทนุ หรอื สว่ นทเี่ สียไปของเราคือกำ�ไรทค่ี นื กลับมาสู่
สงั คม และในฐานะทีเ่ ราเป็นสมาชิกของสงั คมดว้ ย เราก็จะได้รับประโยชนด์ ว้ ย
งานของอาจารยว์ รรณานอกจากจะมกี ารประเมนิ ระดบั ความเปน็ เศรษฐกจิ
พอเพียงของ อปท. เพื่อยกระดับความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงขององค์กร
เหล่าน้ันให้สูงขึ้น จุดเด่นของงานของอาจารย์วรรณาคือมีการสัมมนาเพื่อ
แลกเปล่ยี นเรียนรูใ้ นเร่อื งนวตั กรรมสงั คมของ อปท. ในโครงการศกึ ษาร่วมกัน
ทำ�ให้ อปท. ทุกแห่งมคี วามสนใจท่จี ะเขา้ รว่ มเพ่ือนำ�ความรู้ใหม่ ๆ โดยเฉพาะ
อย่างย่ิงนวัตกรรมท่ีเหมาะสม และเป็นประโยชน์กับประชาชนในพื้นท่ีไป
ประยุกต์ใช้ พร้อมท้ังยกระดับความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงของตนเองด้วย
ซึ่งก็หมายความว่าจะต้องเน้นการทำ�ประโยชน์ให้กับประชาชนในพื้นที่เพื่อให้
พวกเขามีชวี ติ ความเปน็ อยทู่ ด่ี ีขนึ้
นอกจากน้ันอาจารย์วรรณายังได้ใช้โครงการน้ีเป็นโครงการนำ�ร่อง
เพ่ือพัฒนาโครงการในระดับปริญญาโทเพ่ือพัฒนาให้เกิดผู้ประกอบการทาง
สังคมเพม่ิ ขึ้น ทงั้ จาก อปท. และหน่วยงานท่ไี ม่แสวงหาก�ำ ไรอืน่ ๆ ท่จี ะชว่ ย
ขับเคลื่อนปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงให้เพิ่มข้ึนกับ อปท. ต่อไปในอนาคต
จากการศึกษาของอาจารย์วรรณา พบว่าระดับความเป็นเศรษฐกิจพอเพียง
ของ อปท. มีความสอดคล้องกับปริมาณและคุณภาพในการพัฒนานวัตกรรม
ของ อปท. ด้วย
งานสุดท้ายของโครงการนี้ท่ีจะนำ�เสนอคือ ผลงานของ ดร.นีรนาท
แกว้ ประเสรฐิ ระฆังทอง จากมหาวทิ ยาลัยวลัยลกั ษณ์ ที่ศกึ ษาเพ่ือขับเคล่อื น
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับ อปท. ในภาคใต้ โดยอาจารย์นีรนาทเป็น
นักเศรษฐศาสตร์ที่มีความสนใจในเรื่องการบริหารธุรกิจพร้อมกันไป จุดเด่น
176
การขบั เคลอ่ื น 177
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
กบั องคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่ิน
ทั่วประเทศไทย
ของงานของอาจารยค์ อื การเลอื ก อปท. ทม่ี คี วามแตกตา่ งหลากหลาย ตลอดจน
พน้ื ทท่ี ท่ี �ำ การศกึ ษากป็ ระกอบดว้ ยสว่ นประสมของประชาชนทม่ี คี วามแตกตา่ ง
ทางด้านศาสนา โดยเฉพาะอย่างย่ิงสัดส่วนของไทยพุทธและมุสลิม รวมท้ัง
ความแตกตา่ งของพน้ื ทท่ี ม่ี สี ว่ นผสมของความเปน็ เมอื งและชนบททหี่ ลากหลาย
โดยท่ีมีสมมติฐานเบื้องต้นว่าความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงของ อปท. จะ
เปลี่ยนแปลงไปตามองค์ประกอบเหล่านี้ ทั้งน้ีเพราะแบบประเมินจะอยู่บน
มาตรฐานที่เปน็ แบบเดียวกนั ท้ังประเทศ
แต่จากการศึกษากับพบว่าความแตกต่างของพ้ืนที่อันประกอบด้วย
ความเป็นเมืองและชนบท และส่วนผสมของชาวพุทธและมุสลิม ตลอดจน
ขนาดและประเภทของ อปท. ไม่มีผลต่อการวัดความเป็นเศรษฐกิจพอเพียง
จากกรอบวิจัยกลางที่เป็นมาตรฐาน เป็นการพิสูจน์ได้ว่ากรอบวิจัยกลางเป็น
กรอบท่เี ป็นมาตรฐาน สามารถใช้ได้กับ อปท. ทุกประเภทและทกุ พน้ื ท่ี ซ่ึงเป็น
การค้นพบทคี่ อ่ นขา้ งจะโดดเดน่ เพราะในพน้ื ทอ่ี ื่น ๆ ไมม่ คี วามหลากหลายของ
พนื้ ที่ ทง้ั ประเภทของ อปท. และความหลากหลายขององคป์ ระกอบทสี่ �ำ คญั ใน
พนื้ ทท่ี อี่ าจจะท�ำ ใหเ้ ครอ่ื งมอื ทเี่ ตรยี มไวไ้ มไ่ ดผ้ ลลพั ธท์ เี่ ปน็ มาตรฐานเดยี วกนั ได้
เปน็ การพิสจู นค์ วามเทีย่ งตรงของกรอบวิจัยกลางดังกล่าว
นอกจากน้ันอาจารย์นีรนาทยังได้ช้ีให้เห็นความสำ�คัญของนวัตกรรม
สงั คมในการน�ำ มาประยกุ ตใ์ ชป้ ระกอบการยกระดบั ความเปน็ เศรษฐกจิ พอเพยี ง
ของ อปท. ใหเ้ พมิ่ สงู ขน้ึ เชน่ เดยี วกบั การคน้ พบของอาจารยว์ รรณาในภาคกลาง
ในขณะเดยี วกนั อาจารยน์ รี นาทไดว้ เิ คราะหป์ ฏสิ มั พนั ธข์ องปจั จยั การขบั เคลอ่ื น
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งกบั อปท. โดยมนี วตั กรรมสังคมเปน็ แกน่ กลางท่ี
เชอื่ มต่อกบั ปัจจยั อื่น ๆ อันประกอบดว้ ยประชาชน ผู้นำ�และความสามารถใน
การบรหิ ารจัดการของผนู้ ำ� เจ้าหน้าที่ การจดั การ และเครือขา่ ย องค์ประกอบ
เหลา่ นไี้ มจ่ �ำ เปน็ ตอ้ งเดน่ เทา่ กนั ทงั้ หมด แตจ่ ะตอ้ งมสี ว่ นผสมทเี่ หมาะสมทท่ี �ำ ให้
เกดิ การขบั เคลอื่ นได้ แตต่ อ้ งยอมรบั วา่ ทงั้ ผนู้ �ำ และประชาชนตา่ งเปน็ ปจั จยั เดน่
ทีจ่ ะช่วยใหก้ ารขบั เคลอื่ นเกิดขึ้น ส่วนเจา้ หน้าท่ี การจัดการ และเครอื ข่ายเปน็
ปัจจยั หนนุ เสรมิ ท่สี ำ�คัญ
177
178 การขบั เคลอื่ น
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
กบั องคก์ รปกครองสว่ นท้องถิ่น
ท่ัวประเทศไทย
2 ปการรปชั ระญยุกาต์ของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
ใเพนภ่ือกาาครขเบั หเคนลื่อือนองคก์ รปกครองสว่ นท้องถ่ิน
รองศาสตราจารย์ ดร.วีระศกั ดิ์ สมยานะ และคณะ
การวิจัยเรื่อง การประยุกต์ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงกับองค์กร
ปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ (อปท.) ในภาคเหนอื 6 จงั หวดั มเี ปา้ หมายคอื เพอื่ สง่ เสรมิ
และยกระดบั ความเปน็ เศรษฐกจิ พอเพยี งขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ใหเ้ พมิ่
สูงขึน้ ตามบริบทขององค์กรแตล่ ะแหง่ โดยมีค�ำ ถามของการวิจยั ดงั นี้
1) อะไรคือตัวชี้วัดความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงของ อปท. ในระดับ
ตา่ ง ๆ ไดแ้ ก่ เขา้ ขา่ ย เขา้ ใจ และเขา้ ถงึ ความเปน็ เศรษฐกจิ พอเพยี งทส่ี มบรู ณแ์ บบ
2) องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินมีการนำ�ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ไปประยุกต์ใช้กับการให้บริการสาธารณะทั้ง 4 มิติ ได้แก่ 1) มิติการบริหาร
จัดการองค์กร 2) มิติการทำ�แผนพัฒนาชุมชนแบบมีส่วนร่วม 3) มิติบริบท
องคก์ ร และ 4) มิตบิ รบิ ทชุมชน ได้แตกตา่ งกนั หรอื ไม่
3) แนวทางการยกระดบั ความเปน็ เศรษฐกจิ พอเพยี งใหส้ งู ขน้ึ ทเ่ี หมาะสม
กบั อปท. ควรเปน็ อยา่ งไร
4) อปท. ทเี่ ปน็ ตน้ แบบของการพฒั นา สามารถถา่ ยทอดกระบวนการวจิ ยั
และพัฒนาให้กับลูกข่ายจนสามารถยกระดับความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงให้
สูงข้ึนไดห้ รือไม่ อยา่ งไร
178
การขบั เคลื่อน 179
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
กบั องค์กรปกครองส่วนท้องถ่นิ
ทั่วประเทศไทย
จากคำ�ถามการวิจัยข้างต้นน�ำ ไปสู่วัตถุประสงค์ของการวิจัย เพื่อศึกษา
การประยุกต์เศรษฐกิจพอเพียงกับ อปท. ในเขตภาคเหนือ 6 จังหวัด และ
หาวิธีการหรือกระบวนการในการส่งเสริมและยกระดับความเป็นเศรษฐกิจ
พอเพียงของ อปท. ให้เพ่มิ สงู ขน้ึ จากเขา้ ข่าย เปน็ เข้าใจ และเข้าถึงความเปน็
เศรษฐกจิ พอเพียงทส่ี มบูรณ์แบบ
ประชากรทใ่ี ช้ในการวจิ ยั ครง้ั น้ี คือองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ (อปท.)
ไดแ้ ก่ องคก์ ารบรหิ ารสว่ นต�ำ บล (อบต.) และเทศบาลต�ำ บล (ทต.) ใน 6 จงั หวดั
ภาคเหนือ ไดแ้ ก่ จังหวดั เชยี งใหม่ 211 อปท. จังหวัดลำ�พนู 58 อปท. จงั หวดั
พษิ ณโุ ลก 216 อปท. จังหวัดอุตรดิตถ์ 172 อปท. จังหวดั เชยี งราย 144 อปท.
และจังหวัดพะเยา 72 อปท. รวมทั้งสิ้น 873 อปท. ด้วยวิธีการสุ่มตัวอย่าง
แบบเจาะจงตามวัตถุประสงค์ (Purposive selection) หมายถึง องค์การ
บรหิ ารสว่ นต�ำ บล (อบต.) และเทศบาลต�ำ บล (ทต.) ทมี่ คี ณุ สมบตั สิ �ำ คญั ส�ำ หรบั
การเลือกครง้ั นี้ คอื
1) เป็นองค์กรที่เคยได้รับรางวัลจากหน่วยงานทั้งภาครัฐ และองค์กร
อสิ ระทเี่ กี่ยวขอ้ งกบั การให้บรกิ ารสาธารณะใน 4 มติ ิ ไดแ้ ก่ (1) มติ กิ ารบริหาร
จัดการองค์กร (2) มิติการทำ�แผนพัฒนาชุมชนแบบมีส่วนร่วม (3) มิติบริบท
องคก์ ร และ (4) มติ ิบริบทชมุ ชน
2) ผู้บรหิ ารองค์กรมวี สิ ยั ทัศน์การพฒั นาทีย่ งั่ ยืน
3) มอี งคก์ รชุมชนที่เข้มแขง็
ท้ังน้ี อปท. ต้องมีความต้องการเข้าร่วมในงานวิจัยคร้ังนี้ด้วยความ
สมัครใจและเต็มใจ
การศกึ ษาครง้ั นพ้ี บวา่ มี อปท. ทม่ี คี ณุ สมบตั ิ และความสนใจเขา้ รว่ มงาน
วจิ ยั ในแตล่ ะจงั หวดั โดยในระยะของการวจิ ยั ในปที ี่ 1 มจี �ำ นวน 45 แหง่ จากนนั้
ขยายเครือข่ายโดยต้นแบบ อปท. ในปีท่ี 1 เป็นผู้คัดเลือก อปท. ในปีที่ 2
เพิ่มอกี 25 แหง่ รวมเป็น 70 แห่ง ใน 6 จังหวัด คือ เชียงใหม่ ลำ�พนู พิษณโุ ลก
อตุ รดิตถ์ เชียงราย และพะเยา
179
180 การขับเคล่อื น
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
กบั องค์กรปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ
ทั่วประเทศไทย
วิธีการศึกษาจ�ำ แนกไดต้ ามวัตถุประสงค์ของการวิจยั ดังน้ี
ขอ้ ท่ี 1 เพือ่ ศึกษาความเป็นเศรษฐกิจพอเพยี งกบั การน�ำ ไปประยุกตใ์ ช้
ของ อปท. ใน 6 จงั หวดั ภาคเหนือ นักวจิ ัยไดท้ ำ�การ 1) รวบรวมขอ้ มูลพื้นฐาน
จำ�แนกออกได้เป็น (1) ข้อมูลคุณลักษณะของตำ�บล ซ่ึงสามารถหาได้ด้วยวิธี
การต่าง ๆ ทัง้ จากแหล่งทตุ ิยภูมิ ได้แก่ เอกสารยุทธศาสตร์ แผนงานโครงการ
รายงานประจ�ำ ปี เปน็ ตน้ และขอ้ มลู ทรี่ วบรวมโดยท�ำ วจิ ยั รว่ มกบั นกั วจิ ยั ในพนื้ ท่ี
และ (2) ขอ้ มลู คุณลักษณะขององคก์ ร (อปท.) ซึ่งมวี ธิ ีรวบรวมเช่นเดียวกนั กบั
ข้อมูลคณุ ลักษณะของต�ำ บล 2) สมั ภาษณ์กลุ่มเฉพาะเจาะจง (Focus group
discussion) กบั ภาคเี ครอื ขา่ ยเพอ่ื วเิ คราะหก์ ารประยกุ ตป์ รชั ญาของเศรษฐกจิ
พอเพียงทงั้ 4 มติ ิ ไดแ้ ก่ (1) มิติการบรหิ ารจัดการองค์กร (2) มติ ิการจัดการ
ท�ำ แผน (3) มติ บิ รบิ ทองคก์ ร (Profile อปท.) และ (4) มติ บิ รบิ ทชมุ ชน (Profile
ชมุ ชน) ทงั้ จากการประเมนิ โดยใชค้ มู่ อื การประเมนิ ความเปน็ เศรษฐกจิ พอเพยี ง
ของ อปท. ที่จัดทำ�ร่วมกันกับทุกภาคและส่วนกลางเพ่ือจัดลำ�ดับความเป็น
เศรษฐกิจพอเพยี งของ อปท. ในแต่ละมิติใหเ้ ปน็ ไปในทศิ ทางเดียวกนั โดยมตี วั
ชว้ี ดั ความเป็นเศรษฐกจิ พอเพียงของ อปท. ทั้งหมด 12 ตวั ชี้วดั ซึ่งเป็นคำ�ตอบ
ของคำ�ถามการวจิ ัยขอ้ ที่ 1 ต้องการวดั ความเปน็ เศรษฐกจิ พอเพียงของ อปท.
ในระดับต่าง ๆ ไดแ้ ก่ เขา้ ข่าย เข้าใจ และเขา้ ถงึ ความเปน็ เศรษฐกิจพอเพยี งท่ี
สมบรู ณแ์ บบ
ข้อท่ี 2 วิธีการหรือกระบวนการในการส่งเสริมและยกระดับความเป็น
เศรษฐกจิ พอเพยี งของ อปท. ใหเ้ พม่ิ สูงขนึ้ จากเข้าข่าย เปน็ เขา้ ใจ และเข้าถงึ
ความเปน็ เศรษฐกิจพอเพียงทส่ี มบรู ณแ์ บบ
สำ�หรับข้อท่ี 1 นักวิจัยได้ใช้วิธีการและเคร่ืองมือในการศึกษาระดับ
ความเป็นเศรษฐกิจพอเพยี งของ อปท. โดยการเกบ็ รวบรวมขอ้ มูลตามตวั ชีว้ ัด
โดยวธิ กี ารต่าง ๆ ทห่ี ลากหลาย ตามลกั ษณะของประเด็นเน้ือหา โดยใชว้ ธิ ีการ
แบบสามเส้า (Triangulation method) ทงั้ ในด้านการเก็บรวบรวมขอ้ มูลและ
การตรวจสอบข้อมูล เพ่ือใหไ้ ดข้ อ้ เท็จจรงิ ทถี่ กู ต้องและเชอื่ ถอื ได้ ประกอบด้วย
การสัมภาษณ์เชิงลึกบุคคลผู้ให้ข้อมูลสำ�คัญ (In-depth interview) การ
180
การขบั เคลอื่ น 181
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
กับองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิน่
ทั่วประเทศไทย
สงั เกตการณ์แบบมสี ่วนรว่ ม (Participatory observation) การสงั เกตการณ์
แบบไมม่ สี ว่ นรว่ ม (Non-participatory observation) การรบั ฟงั อยา่ งรอบดา้ น
(Eavesdropping) การส�ำ รวจความคิดเหน็ และความพงึ พอใจ (Survey) และ
การใชห้ ลกั ฐานเชงิ ประจกั ษ์ (Evidence based) ตามคมู่ อื การวเิ คราะหค์ วามเปน็
เศรษฐกจิ พอเพียงของ อปท. ต้งั แตไ่ มเ่ ขา้ ขา่ ย เข้าขา่ ย เข้าใจ และเข้าถงึ จนถงึ
วิธีการและเครื่องมือที่ใช้ในการสังเคราะห์ วิธีการหรือกระบวนการในการ
ส่งเสริมและยกระดับการประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงใน อปท.
ให้เพิ่มสูงข้ึนจากเข้าข่าย เป็นเข้าใจ และเข้าถึงความเป็นเศรษฐกิจพอเพียง
ท่ีสมบูรณแ์ บบ จะใชก้ ารจัดเวทคี นื ข้อมูล
ผลการวจิ ัย สรปุ ไดด้ ังนี้
นักวิจัยได้ทำ�การศึกษาเพ่ือให้ได้คำ�ตอบในวัตถุประสงค์ข้อท่ี 1 และ
ตอบคำ�ถามการวิจัยข้อ 1 และ 2 โดยใช้กรอบวิจัยกลางท่ีได้แสดงไว้อย่าง
ละเอียดกอ่ นหน้านแี้ ลว้
ผลการวิจัยท้ังสองระยะ (2561-2563) พบว่ามี อปท. ที่มีความเป็น
เศรษฐกจิ พอเพยี งระดบั ไมเ่ ขา้ ขา่ ย 3 แหง่ เขา้ ขา่ ย 25 แหง่ เขา้ ใจ 37 แหง่ และ
เข้าถงึ 5 แหง่ รวม 70 แหง่ นอกจากนี้ยงั พบวา่ อปท. ท่ไี ดท้ ำ�วิจัยในระยะท่ี 1
(ปี พ.ศ. 2561) ท่ีผ่านมาจำ�นวน 45 แห่ง พบว่าคุณลักษณะตำ�บลและ
คุณลักษณะของ อปท. มีผลสนับสนุนต่อการนำ�เอาปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี งไปประยุกตใ์ ช้ตามบริบทของ อปท. เอง และเม่อื มีความเขา้ ใจในการ
ประยุกต์ใช้ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงตามเกณฑ์การประเมินกลางมากข้ึน
สง่ ผลใหค้ ะแนนความเปน็ เศรษฐกจิ พอเพยี งสงู ขนึ้ ทกุ อปท. โดยมกี ารยกระดบั
ความเปน็ เศรษฐกจิ พอเพยี งจากเขา้ ขา่ ยเปน็ เขา้ ใจ จ�ำ นวน 6 แหง่ และจากเขา้ ใจ
เป็นเขา้ ถึงจ�ำ นวน 1 แหง่ คดิ เปน็ รอ้ ยละ 16 ของ อปท. ท้ังหมด นอกจากนี้
ด้วยแนวทางการวิจัยท่ีเน้นการขยายเครือข่ายโดยกำ�หนดให้ อปท. ต้นแบบ
ทม่ี ีความสามารถขยายลกู ข่าย อปท. ในปี 2562 เพ่ิมขนึ้ อกี 25 แหง่ รวมทง้ั
การยกระดบั ความเปน็ เศรษฐกจิ พอเพยี งของ อปท. ทม่ี อี ยเู่ ดมิ มผี ลท�ำ ให้ อปท.
ทม่ี รี ะดบั ความเปน็ เศรษฐกจิ พอเพยี งสงู ถงึ ขนั้ เขา้ ถงึ ความเปน็ เศรษฐกจิ พอเพยี ง
181
182 การขับเคล่ือน
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
กับองค์กรปกครองสว่ นท้องถ่นิ
ทว่ั ประเทศไทย
มีจำ�นวนเพมิ่ ขึน้ ในระยะท่ี 2 อีก 4 แหง่ รวมเปน็ 5 แหง่ ได้แก่ 1) อบต.คอรุม
อ.พชิ ัย จ.อตุ รดิตถ์ 2) อบต.หาดสองแคว อ.ตรอน จ.อุตรดติ ถ์ 3) ทต.บ้านต๋อม
อ.เมอื ง จ.พะเยา 4) อบต.สันกลาง อ.พาน จ.เชียงราย และ 5) อบต.หวั งม้
อ.พาน จ.เชียงราย ดงั ตาราง
สรุปผลการประเมินระดับความเป็นเศรษฐกิจพอพียงขององค์กร
ปกครองส่วนท้องถ่ิน ภาคเหนือ ประจำ�ปี 2562
จ งั หวดั ไ มเ่ ข้าข่าย ปี 2562 รวม
เขา้ ข่าย เข้าใจ เขา้ ถงึ (แห่ง)
เชียงใหม่ 1 3 11 0 15
ล�ำ พนู 1 1 13 0 15
พษิ ณุโลก 0 8 6 0 14
อตุ รดิตถ ์ 1 8 3 2 14
เชียงราย 0 3 1 2
พะเยา 0 2 3 1 6
รวม (แห่ง) 3 25 37 5 6
70
ท่ีมา : จากการวิจัย
สำ�หรับวัตถุประสงค์ข้อท่ี 2 เพ่ือศึกษาวิธีการหรือกระบวนการในการ
สง่ เสรมิ และยกระดบั ความเปน็ เศรษฐกจิ พอเพยี งใน อปท. ใหส้ งู ขน้ึ จากเขา้ ขา่ ย
เป็นเข้าใจ และเข้าถึงความเปน็ เศรษฐกิจพอเพยี งทีส่ มบรู ณ์แบบ
การวิจัยได้ข้อสรุปว่ามิติของการให้บริการสาธารณะทั้ง 4 มิติ ได้แก่
(1) มติ กิ ารบรหิ ารจดั การองคก์ ร (2) มติ กิ ารท�ำ แผนพฒั นาชมุ ชนแบบมสี ว่ นรว่ ม
(3) มิติบริบทองค์กร และ (4) มิติบริบทชุมชน ส่งผลต่อการนำ�ปรัชญาของ
เศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้แตกต่างกันหรือไม่ ผลการวิจัยพบว่า วิธีการ
และกระบวนการยกระดับความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงของ อปท. นั้นต้อง
พิจารณาบริบทขององค์กร อปท. ในมิติท่ี 3 และบริบทของชุมชนในมิติท่ี 4
182
การขับเคลื่อน 183
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
กบั องค์กรปกครองสว่ นท้องถน่ิ
ทว่ั ประเทศไทย
เป็นสำ�คัญ ส่งผลต่อการนำ�ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ใช้
แตกต่างกนั มีรายละเอียดดังนี้
1) บรบิ ทขององคก์ ร ทเ่ี ปน็ ประเภทของ อปท. ซงึ่ การวจิ ยั ในภาคเหนอื
คร้งั นี้ ได้ก�ำ หนดไว้ 2 ประเภท คอื อบต. และ ทต. การวจิ ยั พบว่า อปท. แตล่ ะ
ประเภท มีการนำ�ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงไปประยุกต์ได้ในระดับที่
แตกตา่ งกนั ทงั้ น้ี อปท. ทเี่ ปน็ องคก์ ารบรหิ ารสว่ นต�ำ บลจะมกี ารน�ำ เอาปรชั ญา
ของเศรษฐกิจพอเพียงไปใช้ได้ในระดับเข้าถึงความเป็นเศรษฐกิจพอเพียง
ได้มากกว่า อปท. ทเ่ี ป็นเทศบาลต�ำ บลอยา่ งเหน็ ไดช้ ดั ส่วนการประยกุ ตใ์ ชใ้ น
ระดบั เขา้ ขา่ ยและเข้าใจนัน้ ทั้ง อบต. และ ทต. ท�ำ ไดใ้ นระดับท่ไี มแ่ ตกตา่ งกัน
มากนัก ดังน้ันแนวทางการขับเคลื่อนความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงของ อปท.
ให้ได้ในระดับเข้าถึงสำ�หรับเทศบาลตำ�บล เทศบาลเมือง รวมถึงเทศบาลนคร
และองค์การบริหารส่วนจังหวัด ก็น่าจะเป็นสิ่งที่ท้าทายของการวิจัยเช่นกัน
อย่างน้อยสำ�หรับงานขับเคล่ือนในภาคเหนือ
2) บริบทขององค์กรท่ีเก่ียวข้องกับลักษณะของชุมชนในพ้ืนที่การ
ปกครอง การวจิ ยั พบวา่ อปท. ทตี่ ง้ั อยใู่ นพนื้ ทชี่ มุ ชนทแ่ี ตกตา่ งกนั สง่ ผลตอ่ ความ
สามารถในการน�ำ เอาปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งไปใชใ้ นระดบั ทแ่ี ตกตา่ งกนั
ท้ังน้ี อปท. ท่ีมีสภาพชุมชนแบบชุมชนชนบทสามารถประยุกต์ใช้เศรษฐกิจ
พอเพียงได้ในระดับเข้าถึงมากกว่าสภาพชุมชนแบบก่ึงเมือง (อปท. ส่วนใหญ่
มลี กั ษณะเปน็ ชมุ ชนเมอื ง 45 แหง่ รอ้ ยละ 64.29) ซง่ึ ในขณะทส่ี ภาพชมุ ชนเมอื ง
ความสามารถในการเข้าถึงความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงได้ค่อนข้างเป็นการ
ท้าทายเพราะในเขตเมืองมีแนวโน้มท่ีคนในชุมชนมีลักษณะต่างคนต่างอยู่
ชุมชนมคี วามเข้มแขง็ นอ้ ย การร่วมมือกับ อปท. มไี มม่ าก ดังน้นั แนวทางของ
การขบั เคลอ่ื น อปท. ใหเ้ ขา้ ถงึ ความเปน็ เศรษฐกจิ พอเพยี ง ควรจะขยายแนวคดิ
ไปยงั อปท. ทม่ี ลี กั ษณะเปน็ ชมุ ชนชนบทและชมุ ชนกงึ่ เมอื งใหม้ ากขน้ึ ในขณะที่
การขบั เคลื่อน อปท. ใหย้ กระดบั เป็นเข้าถงึ สำ�หรบั พื้นที่ชุมชนเมอื งกเ็ ป็นส่งิ ท่ี
ท้าทายของการวิจัยเชน่ กนั อยา่ งน้อยในกรณขี องภาคเหนอื
183
184 การขับเคลื่อน
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
กับองค์กรปกครองสว่ นท้องถน่ิ
ทว่ั ประเทศไทย
3) บรบิ ทองคก์ รทเ่ี กยี่ วกบั ชมุ ชนอกี ประการหนงึ่ คอื ขนาดของครอบครวั
พบวา่ ขนาดของครวั เรอื นสง่ ผลตอ่ การน�ำ เอาปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี งไปใช้
ในการบรหิ ารรว่ มกนั กบั อปท. โดยลกั ษณะของครวั เรอื นแบบขยาย (มากกวา่
3 คน) จะสง่ ผลตอ่ ระดับความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงของ อปท. ในระดับเข้าถึง
รองลงมาคอื ครอบครัวขนาด 2-3 คน สว่ นครอบครัวเด่ยี วที่มีขนาดนอ้ ยกวา่
2 คนตอ่ ครวั เรอื น ทส่ี ะทอ้ นความไมเ่ ขม้ แขง็ ของครอบครวั และชมุ ชน ยากทจี่ ะ
สง่ ผลตอ่ การเขา้ ถงึ ความเปน็ เศรษฐกจิ พอเพยี งของ อปท. สะทอ้ นใหเ้ หน็ วา่ หาก
อปท. ทม่ี ีบรบิ ทชุมชนแบบครอบครวั ขยาย จะสามารถประยกุ ต์ใชป้ รัชญาของ
เศรษฐกจิ พอเพยี งทช่ี มุ ชนมสี ว่ นรว่ มไดม้ ากกวา่ โดยเฉพาะการสง่ ตอ่ การท�ำ งาน
จากรุ่นสู่รุ่นไปยังเยาวชนในชุมชนต่อไป (สังเกตได้จากค่าคะแนนความเป็น
เศรษฐกิจพอเพียงในประเด็นตัวช้ีวัดท่ี 3 การส่งต่อการทำ�งานจากรุ่นสู่รุ่นใน
ทุก ๆ อปท. มคี ่าคะแนนนอ้ ยมากใน อปท. ทมี่ คี รวั เรอื นแบบเด่ยี ว) เน่ืองจาก
ทุกคนต้องด้ินรนเอาตัวรอดและความเป็นครอบครัวซึ่งเป็นหน่วยที่เล็กท่ีสุด
ของสังคมไมม่ ีในกรณีนี้
4) บริบทขององคก์ รท่เี ก่ยี วข้อง ความเปน็ ชมุ ชนอันเกิดจากฐานะทาง
เศรษฐกิจโดยพิจารณาจากรายได้ต่อครัวเรือนเป็นหลัก มีผลต่อความเป็น
เศรษฐกจิ พอเพยี งของ อปท. กลา่ วคือ ชุมชนทีม่ ฐี านะระดบั ปานกลาง (รายได้
100,000 - 150,000 บาท/ครัวเรอื น/ปี) มผี ลต่อระดบั ความเข้าถงึ ความเป็น
เศรษฐกิจพอเพยี งของ อปท. มากทส่ี ุด รองลงมาคือ ครัวเรอื นยากจน (รายได้
น้อยกว่า 100,000 บาท/ครัวเรือน/ปี) ส่วนชุมชนฐานะดี (รายได้มากกว่า
150,000 บาท/ครวั เรอื น/ป)ี มกั จะมปี ญั หาความรว่ มมอื กบั อปท. ท�ำ ให้ อปท.
ไม่สามารถมคี วามเป็นเศรษฐกิจพอเพยี งในระดับเขา้ ถงึ ได้ เน่ืองจากชุมชนท่ีมี
ฐานะดยี ่อมพึ่งพาตนเองไดม้ าก จึงไม่มีความจ�ำ เป็นต้องพงึ่ พา อปท. ในขณะที่
ชมุ ชนยากจน มคี วามจ�ำ เปน็ ตอ้ งพง่ึ อปท. มากกวา่ ท�ำ ใหม้ สี ว่ นรว่ มในกจิ กรรม
หรอื โครงการพฒั นาชมุ ชนทจ่ี ดั ท�ำ โดย อปท. มากกวา่ ในขณะทช่ี มุ ชนทม่ี ฐี านะ
ระดบั ปานกลางกลบั มคี วามพรอ้ มมากกวา่ ทง้ั การดแู ลความเปน็ อยขู่ องตนเอง
และความเป็นอยู่ของชุมชนร่วมกนั กบั อปท. อย่างมสี ว่ นร่วม แสดงให้เห็นว่า
การขับเคลื่อนเศรษฐกิจพอเพียงของ อปท. ควรจะพจิ ารณาชมุ ชนท่มี ีลกั ษณะ
184
การขบั เคลื่อน 185
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
กบั องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถิ่น
ทว่ั ประเทศไทย
สง่ เสรมิ เศรษฐกจิ พอเพยี งดงั กลา่ วขา้ งตน้ ใหม้ ากขนึ้ แต่ อปท. ทม่ี ชี มุ ชนฐานะดี
การยกระดบั ให้ อปท. พฒั นาไปถงึ ระดบั เขา้ ถงึ กเ็ ปน็ ความทา้ ทายเชน่ กนั อยา่ งนอ้ ย
ในกรณภี าคเหนอื
นกั วจิ ยั ไดต้ อบค�ำ ถามในการวจิ ยั ขอ้ ที่ 3 ทว่ี า่ แนวทางการยกระดบั ความ
เป็นเศรษฐกิจพอเพียงทเ่ี หมาะสมกบั อปท. ควรเปน็ อยา่ งไร และข้อที่ 4 ท่ีว่า
อปท. ทเี่ ปน็ ตน้ แบบของการพฒั นา สามารถถา่ ยทอดกระบวนการวจิ ยั และพฒั นา
ใหก้ บั ลกู ขา่ ยจนสามารถยกระดบั ความเปน็ เศรษฐกจิ พอเพยี งไดส้ งู ขนึ้ ไดห้ รอื ไม่
อยา่ งไร แนวทางการขบั เคลอ่ื นความเปน็ เศรษฐกจิ พอเพยี งของ อปท. จงึ จ�ำ เปน็
ตอ้ งพจิ ารณาในประเดน็ ดงั กลา่ วรว่ มดว้ ย เนอ่ื งจาก อปท. ในแตล่ ะแหง่ มคี วาม
แตกตา่ งกนั ในบรบิ ทขององคก์ ร และบรบิ ทของชมุ ชน เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความเหมาะสม
ในการขยายเครอื ขา่ ยการบรหิ ารจดั การ อปท. ตามปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
โดยการวิจัยคร้ังน้ีความสำ�เร็จเกิดจากการคัดเลือกเครือข่ายระดับจังหวัดและ
ระหวา่ งจงั หวดั โดยให้ อปท. ในการวจิ ยั ปที ี่ 1 เปน็ ผเู้ ลอื ก อปท.เครอื ขา่ ยในปที ่ี 2
(2562) และดูแลให้คำ�ปรึกษาการบริหารจัดการตามปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียงด้วยการแนะนำ�จากประสบการณ์ของตนเอง พบว่า อปท. ในปีท่ี 1
สามารถคดั เลอื กและขยายลูกขา่ ยในปที ี่ 2 ไดม้ ากถึง 25 แหง่ แบ่งเปน็ จังหวัด
เชยี งใหม่ 4 แหง่ จงั หวดั ล�ำ พนู 3 แหง่ จงั หวดั พษิ ณโุ ลก 3 แหง่ จงั หวดั อตุ รดติ ถ์
3 แหง่ ส่วน อปท. ในจังหวดั ใหม่อกี 2 จงั หวดั คือ จงั หวัดเชยี งรายและจังหวดั
พะเยา จงั หวดั ละ 6 แหง่ สามารถสง่ เสรมิ และยกระดบั อปท. เครอื ขา่ ยในปที ี่ 2
ใหเ้ ขา้ ถงึ ความเปน็ เศรษฐกจิ พอเพยี งไดม้ ากถงึ 3 แหง่ คอื อบต.บา้ นตอ๋ ม จงั หวดั
พะเยา อบต.สันกลาง จงั หวดั เชียงราย และอบต.หวั งม้ จงั หวัดเชยี งราย สว่ น
ทีเ่ หลืออยูใ่ นระดับเขา้ ใจ จำ�นวน 10 แหง่ และระดับเข้าขา่ ย จ�ำ นวน 12 แหง่
ซงึ่ ไมม่ ี อปท. ใดทไ่ี มเ่ ขา้ ขา่ ยความเปน็ เศรษฐกจิ พอเพยี ง ดงั ตารางแสดงเครอื ขา่ ย
อปท. ทั้ง 25 แห่ง กับระดับความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงของ อปท. นับเป็น
ความส�ำ เรจ็ ทเ่ี กดิ จากการท�ำ งานในลกั ษณะเครอื ขา่ ย เพราะเครอื ขา่ ยมคี วามรู้
ในเบ้ืองต้นว่า อปท. ในพื้นท่ีใดมีระดับการพัฒนาตามปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี งในระดบั ใด
185
186 การขบั เคลื่อน
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
กบั องค์กรปกครองส่วนท้องถน่ิ
ท่ัวประเทศไทย
เครือขา่ ย อปท. กับความเปน็ เศรษฐกจิ พอเพียง
ระดับความเป็นเศรษฐกจิ พอเพียง
จังหวัด อปท. (จ�ำ นวน/ร้อยละ)
ไมเ่ ขา้ ข่าย เขา้ ขา่ ย เขา้ ใจ เขา้ ถงึ
(คะแนน) (คะแนน) (คะแนน) (คะแนน)
1. เชียงใหม่ 1) ทต.จอมทอง 223.50
2) ทต.บา้ นแหวน 208.50
3) ทต.แมค่ ือ 261.00
4) ทต.หนองตองพฒั นา 222.50
2. ลำ�พนู 1) ทต.หนองล่อง 242.50
2) ทต.กอ้ 261.00
3) ทต.ล้ี 270.00
3. พิษณุโลก 1) อบต.จอมทอง 257.00
2) อบต.ท่าช้าง 217.00
3) ทต.บึงระมาณ 221.00
4. อุตรดติ ถ์ 1) อบต.ทา่ สกั 213.50
2) อบต.บา้ นดา่ นนาขาม 232.00
3) อบต.บา้ นหม้อ 253.50
5. เชียงราย 1) อบต.เมอื งพาน 248.50
2) อบต.หวั งม้ 279.00
3) อบต.สนั กลาง 277.50
4) อบต.มว่ งคำ� 245.00
5) อบต.ธารทอง 251.50
6) อบต.จอมหมอกแกว้ 245.50
6. พะเยา 1) อบต.แม่นาเรือ 219.00
2) อบต.บา้ นต่นุ 262.50
3) ทต.แกก่ า 237.00
4) ทต.บ้านตํา๊ 270.50
5) ทต.บา้ นตอ๋ ม 271.50
6) ทต.บ้านเหล่า 236.50
รวม 25 แหง่ 0 แห่ง 12 แห่ง 10 แห่ง 3 แหง่
(0.00%) (48.00%) (40.00%) (12.00%)
ท่ีมา : จากการวิจัย
186
การขบั เคล่ือน 187
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
กบั องคก์ รปกครองส่วนท้องถิ่น
ทวั่ ประเทศไทย
แสดงใหเ้ หน็ วา่ แนวทางการขบั เคลอ่ื นเศรษฐกจิ พอเพยี ง ดว้ ยวธิ กี ารนเี้ ปน็
อีกแนวทางหน่ึงที่สามารถส่งเสริมการประยุกต์ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
กบั การบริหาร อปท. ไดเ้ ป็นอย่างดี อปท. มีประสทิ ธภิ าพในการบริหารจดั การ
องค์กรจากการดูแลกันและกันโดย อปท. ด้วยกันเอง แต่ทั้งน้ีการศึกษายังมี
ขอ้ จ�ำ กดั คอื ยงั ไม่มีการศกึ ษาความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงของ อปท. ประเภท
เทศบาลเมอื ง เทศบาลนคร และองคก์ ารบรหิ ารสว่ นจงั หวดั ซงึ่ เปน็ โจทยก์ ารวจิ ยั
ในระดบั ประเทศท่จี ะขบั เคล่ือนเศรษฐกจิ พอเพยี งกบั การบรหิ ารจัดการ อปท.
ให้ครบทกุ ระดบั
ข้อเสนอแนะ
ขอ้ ที่ 1 การสรา้ งเครอื ข่าย อปท. ท่ีมกี ารขับเคล่อื นเศรษฐกิจพอเพยี ง
โดยมีความสมั พนั ธร์ ะหว่างกนั โดยให้ อปท. ท่มี คี วามเขม้ แขง็ และมีเศรษฐกจิ
พอเพยี งระดบั สงู เปน็ แกนน�ำ ในการหาสมาชกิ อปท. เครอื ขา่ ยทม่ี บี รบิ ทคลา้ ยกนั
โดยให้เห็นถึงความสำ�คัญของเศรษฐกิจพอเพียงท่ีการเพิ่มประสิทธิภาพและ
ประสิทธิผลของการบริการสาธารณะที่สอดคล้องกับนโยบายของกรมส่งเสริม
การปกครองส่วนท้องถิ่น โดยใช้กรณีศึกษางานวิจัยในปีที่ 2 เป็นแนวทางใน
การขับเคลอ่ื น และแก้ไขข้อจ�ำ กัดของการวิจยั คอื ยังไมม่ ีการศกึ ษาความเปน็
เศรษฐกจิ พอเพียงของ อปท. ประเภท เทศบาลเมือง เทศบาลนคร และ อบจ.
ซ่ึงเป็นข้อเสนอแนะในการวิจัยระดับประเทศท่ีจะต้องขับเคลื่อนเศรษฐกิจ
พอเพยี งกับการบริหารจดั การ อปท. ใหค้ รบทกุ ระดบั ตอ่ ไป
ข้อที่ 2 แนวทางการยกระดับความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงขององค์กร
ปกครองส่วนท้องถ่ินในระดับภูมิภาค เสนอแนะให้ อปท. ท่ีเข้าร่วมโครงการ
วิจยั จดั ตงั้ สภา อปท. เพอื่ การขบั เคล่อื นเศรษฐกิจพอเพยี งในประเทศไทยและ
มที ปี่ รกึ ษา โดยการ (1) เลอื กคณะกรรมการจาก นายก อปท. (2) ใหร้ ฐั สว่ นกลาง
เป็นท่ีปรึกษาหรือกองอำ�นวยการ เช่น กรมส่งเสริมการปกครองส่วนท้องถ่ิน
(3) นกั วจิ ยั และนักวจิ ยั ทอ้ งถน่ิ รว่ มเปน็ คณะท�ำ งาน จากนน้ั จดั ตง้ั คณะท�ำ งาน
เครอื ขา่ ยทกุ ภาค โดยทำ�หน้าท่ี (1) สรา้ งและเพม่ิ องคค์ วามรเู้ กยี่ วกับเศรษฐกิจ
187
188 การขับเคลอื่ น
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
กบั องคก์ รปกครองส่วนท้องถน่ิ
ทว่ั ประเทศไทย
พอเพียง (2) ใหค้ ำ�ปรึกษา แลกเปลี่ยน และเปน็ พ่เี ลยี้ งให้กับองค์กรปกครอง
สว่ นท้องถิ่นในแต่ละภาค (3) สรา้ งและพัฒนานักวจิ ยั สว่ นกลาง/สว่ นภูมิภาค/
ส่วนท้องถ่ิน/ชุมชน และเยาวชน ในการขับเคล่ือนโครงการนี้ รวมถึงการทำ�
แผนพฒั นาเศรษฐกจิ พอเพียงของ อปท. ในระดบั ภาคและประเทศ หรือจดั ทำ�
Road map ให้เห็นถึงผลสุดท้ายของการพัฒนาโครงการ โดยการสร้างและ
พฒั นา ลูกขา่ ย อปท. มีมิติในการศกึ ษา 4 มติ ิ ได้แก่ (1) มติ ิหารบริหารจดั การ
องค์กร (2) มติ ิการจดั การทำ�แผน (3) มิตบิ ริบทองค์กร (Profile อปท.) และ
(4) มิติบรบิ ทชุมชน (Profile ชุมชน) และหาทีมประเมินเพอื่ พัฒนาการทำ�งาน
ของชุดโครงการวิจัย โดยมีเป้าหมายคือ ความอยู่ดีมีสุขของชุมชน จากการ
ทำ�งานของ อปท. ทีม่ ีการทำ�งานตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
ข้อที่ 3 ส่งเสริมการยกระดับความเปน็ เศรษฐกจิ พอเพยี งของ อปท. ใน
ประเดน็ การสง่ ตอ่ การท�ำ งานจากรนุ่ สรู่ นุ่ เนอ่ื งจากบรบิ ทของชมุ ชนทเ่ี ปลย่ี นแปลง
ทง้ั สภาพความเปน็ เมอื งทมี่ ากขน้ึ ครอบครวั เดยี่ วมมี ากขนึ้ เยาวชนไมอ่ าศยั อยใู่ น
เขตชมุ ชนของตนเอง จากการยา้ ยเขา้ ไปศกึ ษาในเมอื ง การไดง้ านท�ำ ในเมอื ง สง่ ผล
ต่อการมีส่วนร่วมในการขับเคล่ือนการเมืองในท้องถ่ินให้น้อยลง การส่งเสริม
เยาวชนในการมสี ว่ นรว่ มทางการเมอื งในทอ้ งถนิ่ ใหม้ ากขนึ้ โดยการท�ำ งานแบบ
มสี ว่ นรว่ มกบั อปท. เปน็ สง่ิ ทส่ี �ำ คญั มาก ซงึ่ ผลการวจิ ยั ทไ่ี ดค้ รง้ั นแี้ สดงใหเ้ หน็ ถงึ
คา่ คะแนนทลี่ ดลงในทกุ ๆ อปท. ในเรอ่ื งการวางแผนท�ำ งานเพอื่ สง่ ตอ่ จากรนุ่ สรู่ นุ่
แต่ยงั มบี าง อปท. ทีม่ ีโครงการด้านการส่งเสรมิ เยาวชนให้เข้ามามีบทบาททาง
การเมอื งแบบมสี ว่ นรว่ มกบั อปท. ทโี่ ดดเดน่ ในปี 2562 น้ี คอื ทต.รมิ ปงิ จ.ล�ำ พนู
เปน็ อกี กรณศี กึ ษาทใ่ี ห้ อปท. อน่ื ๆ ไดเ้ รยี นรแู้ ลกเปลยี่ นบทเรยี นเพอื่ ความยง่ั ยนื
ของการดำ�เนินงานตอ่ ไปในอนาคต
188
การขบั เคลอ่ื น 189
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
กับองคก์ รปกครองสว่ นท้องถิน่
ท่วั ประเทศไทย
3 กปารรปชั ระญยุกาต์ของเศรษฐกจิ พอเพียง
ใเพนภอ่ื กาาครขตับเคะลวอ่ื นั นอองคอ์กกรปกครองส่วนทอ้ งถิน่
รองศาสตราจารย์ ดร.ชยั ยนต์ ประดษิ ฐศิลป์ และคณะ
งานวจิ ยั นเี้ ปน็ ความพยายามทจ่ี ะเสนอทางเลอื กทสี่ ามซงึ่ เปน็ การนอ้ มน�ำ
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและศาสตร์พระราชามาประยุกต์ใช้ในการเมือง
และการปกครองท้องถ่ินของไทย เนื่องจากสถานการณ์การปกครองท้องถิ่น
ในปัจจุบันอยู่ในภาวะท่ียังไม่เป็นไปตามรูปแบบท่ีควรจะเป็น กล่าวคือ ยังมี
กระบวนการตอ่ สรู้ ะหวา่ งสองฝา่ ยใหญ่ ๆ ทส่ี รา้ งภาวะชะงกั งนั ของการกระจาย
อ�ำ นาจ คอื กลมุ่ ทส่ี นบั สนนุ การกระจายอ�ำ นาจตามกรอบนโยบายของรฐั ธรรมนญู
ปี พ.ศ. 2540 ซึง่ ต้งั อยบู่ นทฤษฎที ้องถน่ิ นยิ มแนวเก่า (Old localism) และ
กลมุ่ ทส่ี นบั สนนุ การรวมศนู ยอ์ �ำ นาจในรปู แอบแฝง ภายหลงั จากรฐั บาลทกั ษณิ
ชินวัตร ได้รับเลือกตั้งโดยเสียงข้างมากโดยพรรคไทยรักไทยเพียงพรรคเดียว
ในปีพ.ศ.2548และมกี ารรวมศนู ยอ์ �ำ นาจเพมิ่ ขนึ้ หลงั การรฐั ประหารปีพ.ศ.2557
โดยการน�ำ ของรฐั บาลคณะรกั ษาความสงบแหง่ ชาตแิ ละสบื ทอดมาจนถงึ รฐั บาล
ปัจจุบัน สถานการณ์ดังกล่าวเป็นอุปสรรคต่อการแก้ปัญหาการเมืองและการ
จดั การทอ้ งถนิ่ ทถ่ี อื วา่ เปน็ “ตน้ นาํ้ ” ของการท�ำ งานทอ้ งถน่ิ ทย่ี งั ด�ำ รงอยู่ ดงั นี้
(โอฬาร ถน่ิ บางเตยี วและจติ รา สมบตั ริ ตั นานนั ท.์ 2557 ; ชยั ยนต์ ประดษิ ฐศลิ ป์
และโอฬาร ถิ่นบางเตยี ว. ม.ป.ป.)
189
190 การขับเคลื่อน
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
กับองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน
ทั่วประเทศไทย
1. การเป็นปรปักษ์ทางการเมืองของกลุ่มชนช้ันนำ�ท้องถ่ินเน่ืองจาก
การแตกตัวทางสังคม (Social differentiation) ในชมุ ชนท้องถน่ิ เปน็ กลุ่มชน
ชน้ั น�ำ ทอ้ งถน่ิ และประชาชนทว่ั ไปนน้ั เปน็ เงอ่ื นไขในเชงิ อปุ สรรคทม่ี ใิ หก้ ารกระจาย
อำ�นาจไปสู่ประชาชนท้องถิ่นอย่างแท้จริง เนื่องจากอำ�นาจไปกระจุกตัวอยู่ใน
กลุ่มชนช้ันนำ�ท้องถิ่น ผลที่ตามมาก็คือ การเลือกตั้งท้องถิ่นจึงเป็นเพียงกลุ่ม
ชนช้ันนำ�ท้องถิ่นที่ต่อสู้ขัดแย้งกัน กระบวนการเลือกตั้งดังกล่าวก่อให้เกิด
การแขง่ ขนั เปน็ ฝกั เปน็ ฝา่ ยจนเปน็ ปฏปิ กั ษท์ างการเมอื งในระหวา่ งกลมุ่ ชนชนั้ น�ำ
ท้องถ่ิน และนำ�ไปสู่ความแตกแยกในกลุ่มประชาชนท้องถิ่นด้วยซึ่งมีผลทำ�ให้
ชุมชนขาดความเขม้ แข็งในปัจจุบัน
2. การดำ�รงอยู่ของกลุ่มธุรกิจการเมืองในชุมชนท้องถิ่น ตั้งแต่มีการ
เลือกต้ังผบู้ ริหารองคก์ รปกครองสว่ นท้องถิ่นอยา่ งกวา้ งขวางหลังปี พ.ศ. 2537
เปน็ ตน้ มา นกั การเมอื งทอ้ งถน่ิ ไดเ้ ขา้ มาสรา้ ง ระบบ “ธรุ กจิ การเมอื ง” ซง่ึ เปน็
ลักษณะของกระบวนการสะสมทุนในข้ันเร่ิมต้น (Primitive accumulation)
คือ การคอรัปชน่ั เพ่อื ถอนทุนจากการใช้จา่ ยเงนิ ในกระบวนการเลือกต้ังจนใน
ปัจจุบนั ได้กลายเปน็ วิถีปกตทิ ี่ได้รบั การยอมรับกนั โดยทว่ั ไป เช่น การแตกแยก
ระหวา่ งกลมุ่ นกั การเมอื งทอ้ งถนิ่ กบั กลมุ่ ก�ำ นนั ผใู้ หญบ่ า้ น ในการปกครองทอ้ งที่
และ/หรอื ประชาสังคมในทอ้ งถน่ิ เป็นต้น
3. การปกครองท้องถิ่นที่ไม่ยึดโยงกับชุมชนในท้องถ่ินเน่ืองจากการ
ขยายตวั ของวฒั นธรรมสมยั ใหมเ่ ขา้ ไปในชมุ ชนทอ้ งถน่ิ ท�ำ ใหเ้ กดิ การแพรห่ ลาย
ของวัฒนธรรมบริโภคนิยมและองค์ความรู้แบบราชการเพิ่มข้ึนในชุมชน ผลที่
ตามก็คือ การพัฒนาท้องถ่ินในปัจจุบันเน้นการเอาเงินเป็นตัวตั้งและละเลย
องคค์ วามรทู้ อ้ งถน่ิ ในฐานะทเี่ ปน็ ฐานของการพฒั นาทเี่ คยเปน็ มาในอดตี ซงึ่ เปน็
แนวคิดของการกระจายอำ�นาจแนวท้องถ่ินนิยมใหม่ (New localism) ที่มุ่ง
บรู ณาการองคก์ รปกครองสว่ นท้องถิน่ กับเครอื ข่ายชมุ ชน
190
การขบั เคลือ่ น 191
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
กับองคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ
ท่ัวประเทศไทย
4. การดำ�รงอยู่ของอำ�นาจสองรูปแบบควบคู่กันของชนช้ันนำ�ท้องถ่ิน
คอื อ�ำ นาจทางการและอทิ ธพิ ลทอ้ งถน่ิ กลา่ วคอื ในการพฒั นาทอ้ งถน่ิ นนั้ ชนชนั้ น�ำ
ในท้องถิ่นจะใช้ท้ังอำ�นาจท่ีเป็นทางการ ผ่านกฎหมายขององค์กรปกครอง
ส่วนท้องถิ่นท่ีตนเองมีความชอบธรรม ควบคู่ไปกับอิทธิพลซ่ึงอำ�นาจท่ีไม่เป็น
ทางการทส่ี ร้างจากอ�ำ นาจเงนิ และอ�ำ นาจมดื ผสมผสานกันไป เชน่ การทำ�งาน
ดา้ นการบรหิ ารงบประมาณ การจดั สรรงบประมาณ การบรหิ ารโครงการตา่ ง ๆ
เป็นต้น
งานวิจัยน้ีกลับไปศึกษาพระบรมราโชวาท พระราชดำ�รัสและหลักการ
ทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร
ก็จะพบว่าพระองค์มิได้ทรงเสนอระบอบหรือรูปแบบการปกครองท้องถ่ิน
โดยตรง แต่เป็นการเสนอหลักคุณธรรมและจริยธรรมในการปกครองประเทศ
ทีส่ ำ�คัญ เช่น หลักความสามคั คี หลกั นิติธรรม การสรา้ งพลเมอื งดว้ ยการศกึ ษา
หลักการทรง 23 ข้อ เป็นต้น ดังน้ัน ผู้วิจัยจึงประยุกต์หลักคุณธรรมและ
จรยิ ธรรมในการปกครองของพระบาทสมเดจ็ พระมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช
บรมนาถบพิตร มาเป็นฐานทางจริยธรรมของทฤษฎีกระจายอำ�นาจร่วมสมัย
ในวงวชิ าการระดบั สากล ซง่ึ ไดแ้ ก่ ทฤษฎที อ้ งถนิ่ นยิ มแบบใหม่ เนอื่ งจากทฤษฎี
ท้องถิ่นนิยมแบบใหม่มีหลักการพื้นฐานหลายส่วนสอดคล้องกับหลักการ
ทรงงานของพระบาทสมเดจ็ พระมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร
ตัวอย่างเช่น แนวคิดการจัดการคุณค่าทางสาธารณะของท้องถิ่นนิยมใหม่กับ
หลักการทรงงานเร่ืองผลประโยชน์ส่วนรวม แนวคิดชุมชนจัดการตนเองกับ
หลักการทรงงานในเร่ืองการพ่ึงตนเอง หรือแนวคิดการจัดการปกครองโดย
เครอื ขา่ ยชมุ ชน (Networked community governance) กบั หลกั การทรงงาน
เร่ืองรู้ รกั สามคั คี เปน็ ต้น (ชยั ยนต์ ประดษิ ฐศลิ ป์ และคณะ, 2561) ดงั นัน้
การวิจัยจึงมุ่งศึกษาตัวแบบการขับเคลื่อนการเมืองสมานฉันท์รวมถึงตัวแบบ
การขับเคล่ือนการจัดการปกครองท้องถ่ินแนวใหม่ขององค์กรปกครองส่วน
ท้องถิ่น บนฐานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและศาสตร์พระราชาในเขต
ภาคตะวนั ออก โดยในการพฒั นาตวั แบบดังกล่าวจะเลอื กกรณศี กึ ษาทเี่ ขา้ ขา่ ย
191
192 การขับเคลื่อน
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
กับองค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ
ทวั่ ประเทศไทย
ของเศรษฐกจิ พอเพยี งขององคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ การศกึ ษาในโครงการน้ี
จะจ�ำ กดั ขอบเขตพน้ื ทข่ี องการศกึ ษาในภาคตะวนั ออก โดยเลอื กกรณศี กึ ษาจาก
ทกุ จงั หวดั ในภาคตะวนั ออก ประกอบดว้ ย จนั ทบรุ ี ตราด สระแกว้ ชลบรุ ี ระยอง
ฉะเชงิ เทรา นครนายก และปราจนี บรุ ี สว่ นหนว่ ยในการศกึ ษา (Unit of analysis)
ของโครงการน้ีจะเป็นหน่วยในระดับองค์กร คือ องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
ได้แก่ องค์การบรหิ ารส่วนจังหวัด องค์การบริหารสว่ นต�ำ บลและเทศบาล
ระดับความเป็นเศรษฐกจิ พอเพียง
กรณศี กึ ษาองคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ทง้ั 21แหง่ ในเขตพน้ื ทภ่ี าคตะวนั ออก
ท่ีพบว่า มีระดับความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงท่ีวัดจากกรอบการประเมินกลาง
ซ่ึงพฒั นาโดยศาสตราจารย์อภชิ ัย พันธเสน และคณะ ปรากฏผลดังท่ีได้แสดง
ไว้ในตารางท่ี 1 และ 2 โดยในรายงานนี้จะเน้นเฉพาะการอธิบายเพิ่มเติมใน
ระยะที่ 2 จากตารางที่ 2 เป็นหลัก
ตารางท่ี 1 ภาพรวมระดับความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงของภาคตะวันออก
ระยะที่ 1 กรณศี กึ ษาท้งั 6 แหง่
ค วามเปน็ เศรษฐกิจพอเพียง
องคก์ ร ปกครองส่วนท้องถ่ิน ระดับ ระดบั ระดับ รวม เกณฑ์
เขา้ ข่าย เข้าใจ เขา้ ถงึ อย่ใู น
ระดับ
1. เทศบาลต�ำ บลตะกาง จ.ตราด 85 92.5 82 259.5 เขา้ ใจ
2. องค์การบริหารส่วนต�ำ บล 86 95 78 259 เข้าใจ
คลองทบั จันทร์ จ.สระแกว้
3. เทศบาลต�ำ บลตะเคียนทอง 85 88 63 236 เขา้ ขา่ ย
จ.จันทบรุ ี
4. เทศบาลเมืองท่าช้าง จ.จนั ทบุรี 83 74.5 75 232.5 เขา้ ข่าย
5. องคก์ ารบริหารส่วนต�ำ บล 82 68.5 81 231.5 เขา้ ข่าย
สิบเอ็ดศอก จ.ฉะเชิงเทรา
6. เทศบาลตำ�บลหวั ถนน จ.ชลบุร ี 83 67.5 80 230.5 เข้าขา่ ย
192
การขับเคลอ่ื น 193
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
กบั องคก์ รปกครองส่วนทอ้ งถ่นิ
ทวั่ ประเทศไทย
ตารางท่ี 2 แสดงภาพรวมความเปน็ เศรษฐกจิ พอเพียงของภาคตะวันออก
ระยะท่ี 2 กรณศี ึกษาทง้ั 15 แห่ง
ความเป็นเศรษฐกจิ พอเพียง
คะแนน คะแนน คะแนน รวม ระดบั
ความเปน็ ความเปน็ ความเปน็ คะแนน ความเปน็
องค์กร ปกครองส่วนทอ้ งถน่ิ องค์กร องคก์ ร องค์กร (300 เศรษฐกจิ
แหง่ ความ แห่ง แหง่ คะแนน) พอเพียง
ย่งั ยืน ความสขุ ประโยชน์
(100 (100 สุข
คะแนน) คะแนน) (100
คะแนน)
1. เทศบาลคลองพลู จ.จันทบรุ ี 95 95 78 268 เขา้ ใจ
2. อบต.บางสระเกา้ จ.จันทบุร ี 94 88 76 258 เข้าใจ
3. อบต.คลองหนิ ปนู จ.สระแกว้ 85 92.5 77 254.5 เข้าใจ
4. เทศบาลบา้ นซ่อง จ.ฉะเชงิ เทรา 89 85 79 253 เขา้ ใจ
5. อบต.ตะกาดเง้า จ.จนั ทบรุ ี 89 87 74 250 เขา้ ใจ
6. อบต.เกาะหวาย จ.นครนายก 86 81 79 246 เขา้ ใจ
7. อบต.บา้ นพระ จ.ปราจีนบรุ ี 82 78 74 234 เข้าใจ
8. อบต.บางเกลอื จ.ฉะเชิงเทรา 84 76 80 230 เข้าใจ
9. อบจ.จันทบรุ ี จ.จันทบุร ี 82 78 64 224 เขา้ ใจ
10. อบต.หว้ ยแร้ง จ.ตราด 84 66.5 60 210.5 เขา้ ขา่ ย
11. เทศบาลเนนิ ฆอ้ จ.ระยอง 85 67 51 203 เขา้ ข่าย
12. เทศบาลเกาะช้างใต้ จ.ตราด 80 55 42 180 เขา้ ขา่ ย
13. เทศบาลบ่อพลอย จ.ตราด 84 48 49 175 เขา้ ขา่ ย
14. อบต.แสมสาร จ.ชลบรุ ี 77 32 51 160 ไมเ่ ขา้ ขา่ ย
15. อบต.เกาะหมาก จ.ตราด 67 42.5 24 133.5 ไมเ่ ขา้ ขา่ ย
ในการวัดความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงขององค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
ซึ่งแบ่งออกเป็น 4 ระดับ คือ ระดับไม่เข้าข่าย ระดับเข้าข่าย (องค์กรแห่ง
ความย่งั ยืน) ระดบั เขา้ ใจ (องคก์ รแหง่ ความสขุ ) และระดบั เขา้ ถึง (องค์กรแหง่
ประโยชนส์ ขุ ) จากตารางที่ 2 จะพบวา่ มอี งคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ทไี่ มเ่ ขา้ ขา่ ย
ความเป็นเศรษฐกจิ พอเพยี ง 2 แห่ง ได้แก่ อบต.แสมสาร และอบต.เกาะหมาก
193
194 การขับเคล่อื น
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
กบั องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
ทว่ั ประเทศไทย
เนอื่ งจากมปี ญั หาเกยี่ วกบั เรอ่ื งการบรหิ ารงานอยา่ งโปรง่ ใส มธี รรมาภบิ าลและ
ไม่มีการทำ�ผิดกฎหมาย รวมถึงเรื่องปัญหาการวางแผนการทำ�งานเพ่ือส่งต่อ
จากรนุ่ สรู่ นุ่ ตวั อยา่ งเชน่ ปญั หาของนายก อบต. ทต่ี อ้ งประสบกบั คดี ม.157 หรอื
ประสบกบั ปญั หาการท�ำ อาชพี ประมงของครอบครวั ทต่ี อ้ งเขา้ ไปดแู ลจนกระทบ
ตอ่ การบรหิ ารงานใน อบต. นอกจากน้ี บางแหง่ ยงั มปี ญั หาขาดนายก อบต. มผี ล
ทำ�ให้ข้าราชการท้องถิ่นต้องรับผิดชอบดูแลงาน อบต. แต่ก็ต้องประสบกับ
ปัญหาฟ้องร้องกันในระหว่างข้าราชการด้วยกัน ขณะที่ปัญหาความไม่พร้อม
ของนายก อบต. ส่งผลให้การทำ�งานเพ่ือพัฒนาคนรุ่นใหม่เพื่อมาสืบทอดงาน
การเมืองในทอ้ งถนิ่ ทำ�ให้มปี ญั หาตามมาดว้ ย
องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินท่ีมีความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงอยู่ในระดับ
เขา้ ข่ายหรือถือว่าเปน็ องค์กรแหง่ ความยัง่ ยืน พบวา่ มที ง้ั หมดจ�ำ นวน 4 แห่ง
จาก 15 แหง่ ไดแ้ ก่ อบต.หว้ ยแรง้ ทต.เนนิ ฆอ้ ทต.เกาะชา้ งใต้ และทต.บอ่ พลอย
แตอ่ งคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ทง้ั 4 แหง่ มรี ะดบั คะแนนไมถ่ งึ ความเปน็ องคก์ ร
แห่งความสุขเน่ืองจากได้รับคะแนนท่ีเป็นเรื่องเก่ียวกับการบริหารงานภายใน
ให้เป็นองค์กรแห่งความสุข เช่น ปัญหาบุคลากรท่ียังขาดจิตอาสาในการช่วย
การท�ำ งาน ปญั หาบรรยากาศของท่ที �ำ งานไมม่ คี วามสขุ เหมือนบา้ นหลงั ท่สี อง
เน่ืองจากบรรยากาศในการท�ำ งานในภาพรวมไม่เอื้ออำ�นวย รวมถึงปญั หาการ
ขาดความมีมุทิตาจิตและอุเบกขาของบุคลากรในช่วงท่ีมีการขึ้นเงินเดือนของ
หน่วยงาน เกิดการแก่งแย่งชิงดีชิงเด่นระหว่างกัน ขาดภาพของการทำ�งาน
เปน็ ทมี อย่างมคี วามสุข เปน็ ต้น
องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ินที่มีความเป็นเศรษฐกิจพอเพียงอยู่ในระดับ
เขา้ ใจหรอื ถือว่าเปน็ องคก์ รแหง่ ความสขุ พบว่า มที ั้งหมด 9 แห่งจาก 15 แห่ง
ไดแ้ ก่ ทต.คลองพลู อบต.บางสระเก้า อบต.คลองหนิ ปนู ทต.บ้านซ่อง อบต.
ตะกาดเงา้ อบต.เกาะหวาย อบต.บา้ นพระ อบต.บางเกลอื และอบจ.จนั ทบรุ ี แต่
องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ ทง้ั 9 แหง่ มรี ะดบั คะแนนไมถ่ งึ ความเปน็ องคก์ รแหง่
ประโยชนส์ ขุ เนอื่ งจากมรี ะดบั คะแนนทเ่ี ปน็ ปญั หาเกยี่ วกบั เรอ่ื งการบรหิ ารงาน
ภายในใหเ้ ปน็ องคก์ รแหง่ ประโยชนส์ ขุ เชน่ พบวา่ มอี งคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถน่ิ
194
การขบั เคลอื่ น 195
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
กับองคก์ รปกครองส่วนท้องถิน่
ทั่วประเทศไทย
5 แหง่ ในกลมุ่ นมี้ กี ารใชง้ บประมาณเปน็ คา่ ใชจ้ า่ ยดา้ นอน่ื ๆ และคา่ จา้ งบคุ ลากร
ประจำ�ปีในระดับสูงจนมีเงินเหลือน้อยเพ่ือไปใช้จ่ายในการพัฒนาต่าง ๆ ใน
พื้นที่ที่จะก่อให้เกิดประโยชน์สุขกับประชาชนในพ้ืนที่ตามสมควร นอกจากนี้
บางแหง่ มีปัญหาเกีย่ วกับการจดั การเรื่องอบายมุขท่เี ป็นวิถขี องชมุ ชน เป็นต้น
ตวั แบบการขบั เคล่ือนการเมืองสมานฉนั ท์
การศกึ ษาตวั แบบการขบั เคลอ่ื นการเมอื งสมานฉนั ทข์ ององคก์ รปกครอง
ส่วนท้องถ่ินบนฐานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและศาสตร์พระราชาในเขต
ภาคตะวนั ออก พบวา่ สามารถพฒั นาตวั แบบการปกครองทอ้ งถน่ิ แบบสมานฉนั ท์
บนฐานวัฒนธรรมชุมชนไดจ้ ากการถอดบทเรียนในการท�ำ งานของ ทต.เนนิ ฆอ้
อบต.บางสระเก้า ทต.เกาะช้างใต้ และอบต.บางเกลือ ตัวแบบดังกล่าวเป็น
กระบวนการขับเคลื่อนที่ประกอบท้งั การเมอื งสมานฉนั ท์ ทม่ี ีการปรกึ ษาหารอื
แบบไมเ่ ปน็ ทางการหรอื เปน็ เรอ่ื งสว่ นตวั ระหวา่ งผนู้ �ำ ทล่ี งเลอื กตงั้ ผบู้ รหิ าร และ
การจัดการปกครองท้องถิ่นแนวใหม่ท่ียึดโยงองค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นเป็น
เครือข่ายกับชุมชน ถึงแม้จะอยู่ในรูปท่ีไม่เป็นทางการ โดยมีปัจจัยวัฒนธรรม
ชมุ ชนเปน็ ฐานทส่ี �ำ คญั ซง่ึ หมายถงึ วถิ ชี วี ติ ของชมุ ชนทตี่ ง้ั อยบู่ นระบบคดิ ระบบ
คุณค่า และอุดมการณ์ ที่ชุมชนได้สถาปนาขึ้นในอดีต หลังจากนั้นได้มีการ
สบื ทอดตอ่ เนอื่ งกนั มาอยา่ งมพี ลวตั จนถงึ ปจั จบุ นั ในการขบั เคลอื่ นตวั แบบการ
ปกครองท้องถิน่ แนวสมานฉันทด์ ังกล่าวควรประยุกตห์ ลกั การทรงงานทีส่ ำ�คญั
ของพระบาทสมเด็จพระมหาภูมิพลอดุลยเดชมหาราช บรมนาถบพิตร ที่ได้
พระราชทานไวส้ ามประการ คอื หลกั ภมู สิ งั คมแบบองคร์ วม หลกั ความซอื่ สตั ย์
สจุ รติ จรงิ ใจตอ่ กัน และหลกั การรู้ รัก สามคั คี ดังภาพท่ี 1
195
196 การขบั เคลือ่ น
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
กบั องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่
ทัว่ ประเทศไทย
หลกั ภูมิสังคมแบบองคร์ วม การปกครองทอ้ งถ่ิน
หลกั ผู้น�ำ ทม่ี ีความซอื่ สตั ย์ แบบสมานฉันท์
บนฐานวฒั นธรรม
สุจริต จริงใจตอ่ กนั ชุมชน
หลักการรู้ รัก สามคั คี
ภาพที่ 1 ตวั แบบการปกครองทอ้ งถนิ่ แบบสมานฉนั ทบ์ นฐานวฒั นธรรม
ชมุ ชน
ตัวแบบการขับเคล่อื นการจัดการปกครองท้องถ่นิ
การศึกษาตัวแบบการขับเคล่ือนการจัดการปกครองท้องถิ่นแนวใหม่
ขององค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นบนฐานปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและ
ศาสตรพ์ ระราชาในเขตภาคตะวนั ออก พบวา่ สามารถพฒั นาตวั แบบการจดั การ
ปกครองท้องถิ่นทั้งแนวใหมแ่ ละแนวเก่าไดเ้ ปน็ 5 ตวั แบบ คอื
1. ตัวแบบการจัดการปกครองท้องถิ่นที่นำ�ไปสู่การสลายขั้วอำ�นาจ
ทางการเมอื ง ไดม้ าจากการถอดบทเรยี นในการท�ำ งานของ ทต.คลองพลู พบวา่
ผบู้ รหิ ารทอ้ งถนิ่ สามารถสลายขวั้ อ�ำ นาจทางการเมอื งระหวา่ งผนู้ �ำ ทอ้ งท่ี (ก�ำ นนั
ผใู้ หญบ่ า้ น) และผู้นำ�ทอ้ งถ่นิ (นายก อบต.) โดยอาศัยการจดั การปกครองท่ดี ี
ซ่ึงผลท่ีตามมาทำ�ให้ผู้นำ�ท้องถิ่นสามารถเอาชนะขั้วกำ�นัน ผู้ใหญ่บ้านในการ
เลือกตั้งคร้ังใหม่ โดยฝ่ายกำ�นัน ผู้ใหญ่บ้านไม่สามารถส่งคนลงสนามเลือกตั้ง
แข่งกบั ฝ่ายทอ้ งถิ่นได้ เพราะคะแนนนิยมของประชาชนทีม่ ีตอ่ การท�ำ งานของ
ผูน้ ำ�ท้องถิน่ ในการขับเคลอื่ นตวั แบบการจดั การปกครองท้องถ่ินท่นี �ำ ไปสกู่ าร
สลายขว้ั อ�ำ นาจทางการเมอื งดงั กลา่ วไดม้ กี ารประยกุ ตห์ ลกั การทรงงานทส่ี �ำ คญั
ของพระบาทสมเดจ็ พระมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร สามประการ
คือ หลักภูมิสังคม หลักความซื่อสัตย์ สุจริต และจริงใจต่อกัน และหลักการ
พงึ่ ตนเอง ดงั ภาพท่ี 2
196
การขบั เคลื่อน 197
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
กบั องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
ท่ัวประเทศไทย
หลักภูมิสงั คม การจดั การปกครอง
หลกั ความซื่อสตั ย์ สจุ ริต ทอ้ งถ่ินทน่ี �ำ ไปสู่
การสลายข้วั อำ�นาจ
จรงิ ใจตอ่ กัน ทางการเมอื ง
หลักการพ่ึงตนเอง
ภาพที่ 2 ตัวแบบการจัดการปกครองทอ้ งถนิ่ ทนี่ �ำ ไปสูก่ ารสลาย
ข้วั อำ�นาจทางการเมอื ง
2. ตัวแบบการประยุกต์ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงและศาสตร์
พระราชากับการจัดการปกครองท้องถิ่นแนวเก่า ได้มาจากการถอดบทเรียน
ในการทำ�งานของ อบต.คลองหินปูน อบต.เกาะหวาย อบต.บ้านพระ และ
ทต.บอ่ พลอย พบวา่ องคก์ ารปกครองสว่ นทอ้ งถนิ่ ดงั กลา่ วใชก้ ารจดั การปกครอง
ท้องถิ่นแนวเก่า คือ การจัดการปกครองท้องถ่ินตามนโยบายกระจายอำ�นาจ
ของรัฐธรรมนูญปี 2540 โดยมีลักษณะท่ีสำ�คัญก็คือ การตั้งอยู่บนอุดมการณ์
เสรปี ระชาธปิ ไตยซงึ่ ใหค้ วามส�ำ คญั กบั การเลอื กตง้ั ผแู้ ทนเพอื่ เขา้ มาเปน็ ผบู้ รหิ าร
ท้องถิ่น ดังน้ันจึงมีอำ�นาจที่ชอบธรรมของนักการเมืองท้องถ่ินในการตัดสินใจ
ขน้ั สดุ ทา้ ย แตก่ ารมสี ว่ นรว่ มของประชาชนจงึ อยใู่ นระดบั เพยี งการใหค้ วามคดิ เหน็
การกระจายอำ�นาจตามแนวคิดแบบเก่านี้มุ่งกระจายอำ�นาจสู่องค์กรปกครอง
ทอ้ งถน่ิ มากกวา่ องคก์ รชมุ ชนหรอื ประชาสงั คมในทอ้ งถนิ่ โดยมวี ตั ถปุ ระสงคห์ ลกั
ก็คอื ใหอ้ งคก์ รปกครองส่วนท้องถ่ินท�ำ งานด้านบรกิ ารสาธารณะแกป่ ระชาชน
เป็นสำ�คัญ ในการขับเคลื่อนตัวแบบการจัดการปกครองท้องถิ่นท่ีนำ�ไปสู่การ
สลายขว้ั อ�ำ นาจทางการเมอื งดงั กลา่ วควรประยกุ ตห์ ลกั การทรงงานทสี่ �ำ คญั ของ
พระบาทสมเดจ็ พระมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดชมหาราช บรมนาถบพติ ร 4 ประการ คอื
หลกั ความซอ่ื สตั ย์สจุ รติ และจรงิ ใจตอ่ กนั หลกั การประหยดั เรยี บงา่ ยไดป้ ระโยชน์
สงู สุด หลกั การรู้ รัก สามัคคี และหลักภมู ิสังคม ดงั ภาพท่ี 3
197
198 การขบั เคลอ่ื น
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
กบั องค์กรปกครองส่วนท้องถ่ิน
ท่วั ประเทศไทย
หลักความซื่อสัตยส์ ุจริต การประยุกต์ปรชั ญา
และจริงใจตอ่ กัน ของเศรษฐกจิ
หลักการประหยดั เรียบง่าย พอเพยี งและศาสตร์
ไดป้ ระโยชนส์ ูงสุด พระราชาในการ
หลักการรู้รักสามัคคี ขับเคล่ือนการจัด
หลกั ภมู ิสงั คม
การปกครอง
ท้องถน่ิ แนวเก่า
ภาพท่ี 3 ตวั แบบการประยกุ ต์ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
และศาสตรพ์ ระราชาในการขบั เคลื่อนการจดั การปกครอง
ท้องถิน่ แนวเกา่
3. ตัวแบบการจัดการปกครองท้องถ่ินของผู้นำ�ที่ครองใจชาวบ้าน
ได้มาจากการถอดบทเรียนในการท�ำ งานของ ทต.บา้ นซ่อง การท�ำ งานดงั กลา่ ว
เป็นกระบวนการของการจัดการปกครองท้องถ่ินรูปแบบครองคน ครองงาน
ซึ่งหมายถึง การสร้างกระบวนการจัดการปกครองท้องถ่ินตามแนวคิดใหม่
ที่องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่นยึดโยงกับเครือข่ายชุมชนและให้ประชาชน
เข้ามามีส่วนร่วมถึงข้ันในระดับการตัดสินใจในเร่ืองนี้เป็นนโยบายขององค์กร
โดยนายกเว้นวรรคอำ�นาจตัดสินใจของตัวเอง ดังน้ัน จากการมีผลงานเป็นท่ี
ประจกั ษ์จงึ ทำ�ใหน้ ายกเทศมนตรสี ามารถครองใจชาวบ้านได้ ดังจะเหน็ ได้จาก
การลงเลอื กตง้ั ของนายกเทศมนตรที ไี่ มม่ คี แู่ ขง่ ขนั มาตลอด 20 ปี ในการขบั เคลอื่ น
ตัวแบบการจัดการปกครองท้องถ่ินของผู้นำ�ที่ครองใจชาวบ้านดังกล่าวได้
ประยกุ ตห์ ลกั การทรงงานทสี่ �ำ คญั ของพระบาทสมเดจ็ พระมหาภมู พิ ลอดลุ ยเดช
มหาราช บรมนาถบพิตร สามประการ คือ หลักความซื่อสัตย์ สุจริต จริงใจ
198