37ค าถามท้ายบท1. นวัตกรรมสามารถแบ่งออกเป็นประเภทใดบ้าง และแต่ละประเภทมีความแตกต่างกันอย่างไร2. ยกตัวอย่างนวัตกรรมที่จัดอยู่ในประเภท \"นวัตกรรมทางการศึกษา\" และอธิบายเหตุผลที่จัดอยู่ในประเภทนั้น3. ขั้นตอนการพัฒนานวัตกรรมโดยทั่วไปประกอบด้วยอะไรบ้าง4. เพราะเหตุใดการทดสอบและประเมินผลจึงเป็นขั้นตอนส าคัญของการพัฒนานวัตกรรม5. คุณลักษณะใดบ้างที่ท าให้นวัตกรรมสามารถน าไปใช้ได้จริงในสังคม6. อธิบายความส าคัญของ \"ความคิดสร้างสรรค์\" ในการเป็นคุณลักษณะของนวัตกรร7. นวัตกรรมสามารถจ าแนกออกเป็นชนิดใดบ้างตามลักษณะการใช้งาน8. ยกตัวอย่างนวัตกรรมที่เป็น \"นวัตกรรมทางเทคโนโลยี\" และอธิบายผลกระทบต่อชีวิตประจ าวัน9. กระบวนการสร้างสรรค์นวัตกรรมเริ่มต้นจากปัจจัยใด และเหตุใดจึงส าคัญ10. อธิบายบทบาทของการระดมสมอง (Brainstorming) ในกระบวนการสร้างสรรค์นวัตกรรม11. หากต้องการสร้างนวัตกรรมใหม่ในองค์กร ควรด าเนินการตามขั้นตอนใดบ้างเพื่อให้เกิดผลส าเร็จ12. การพัฒนานวัตกรรมทางธุรกิจมีความส าคัญต่อการแข่งขันในตลาดอย่างไร13. ยกตัวอย่างธุรกิจที่ประสบความส าเร็จจากการพัฒนานวัตกรรม และอธิบายปัจจัยที่ท าให้ส าเร็จ14. อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างนวัตกรรมทางธุรกิจกับความพึงพอใจของลูกค้า15. หากคุณเป็นผู้ประกอบการ คุณจะเลือกพัฒนานวัตกรรมทางธุรกิจในด้านใด และเพราะเหตุใด
38เอกสารอ้างอิงเกียรติพงษ์ อุดมธนะธีระ. (2561). กระบวนการแห่งการสร้างนวัตกรรม (The process of innovation). สืบค้นจาก https://www.iok2u.com/article/innovation/innovation004a-processจิติมา วรรณศรี. (2563). นวัตกรรมสู่การพัฒนาสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: รัตนสุวรรณการ.ดนัย เทียนพุฒ. (2550). ธุรกิจแห่งนวัตกรรม. กรุงเทพฯ: นาโกต้า.ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย. (2564). รายงานประจ าปี 2564: นวัตกรรมและการพัฒนาองค์กร. กรุงเทพฯ: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย.ไทเกอร์. (2562). การจ าแนกประเภทนวัตกรรมเพื่อการจัดการธุรกิจ. วารสารการจัดการธุรกิจสมัยใหม่, 12(2), 45–60.เนตร์พัณณา ยาวิราช. (2565). การจัดการสมัยใหม่และการจัดการนวัตกรรม (Modern Management and Innovation Management) (พิมพ์ครั้งที่ 12). กรุงเทพฯ: ทริปเพิ้ล กรุ๊ป.ไปรมา อิศรเสนา ณ อยุธยา. (2560). Design thinking. กรุงเทพฯ: ศูนย์นวัตกรรมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.ฟองค า ติลกสกุลชัย. (2549). การบริหารจัดการทางการพยาบาล (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: พรี-วัน.วิไลวรรณ ศรีอักษร. (2557). การจัดการนวัตกรรมและสารสนเทศ. กรุงเทพฯ: ทริปเพิ้ล เอ็ดดูเคชั่น.ศศิมา สุขสว่าง. (2563). การพัฒนานวัตกรรมในองค์กร Innovation in Organization. กรุงเทพฯ: บริษัท เอชซีดี อินโนเวชั่น จ ากัด.สุกัญญา แช่มช้อย. (2565). การบริหารวิชาการที่ตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุค พลิกผัน. กรุงเทพฯ: ส านักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.Bessant, J., & Tidd, J. (2007). Innovation and entrepreneurship. Chichester: John Wiley & Sons.Burns, T., & Stalker, G. M. (1961). The management of innovation. London: Tavistock Publications.Cohen, W. M., & Levinthal, D. A. (1990). Absorptive capacity: A new perspective on learning and innovation. Administrative Science Quarterly, 35(1), 128–152. https://doi.org/10.2307/2393553Cooper, R. G. (2019). The drivers of success in new-product development. Industrial Marketing Management, 76, 36–47.Design Council. (2017). The design process: What is the double diamond? London: Design Council. Retrieved from https://www.designcouncil.org.uk/newsopinion/design-process-what-double-diamond
39Duss, P. (1992). Innovation and organizational performance. Berlin: Springer-Verlag.Gopaiakrishnan, R., & Demapour, J. (1997). Innovation types and processes. New York: Academic Press.Gopalakrishnan, S., & Damanpour, F. (1997). A review of innovation research in economics, sociology, and technology management. Omega, 25(1), 15–28. https://doi.org/10.1016/S0305-0483(96)00043-6Harvard Business School. (2003). Innovation: The five-step process. Boston, MA: Harvard Business School Publishing.Hurley, R. F., & Hult, G. T. M. (1998). Innovation, market orientation, and organizational learning: An integration and empirical examination. Journal of Marketing, 62(3), 42–54. https://doi.org/10.1177/002224299806200303Kelley, T., & Kelley, D. (2015). Creative confidence: Unleashing the creative potential within us all. New York: Crown Business.Miller, K. (2017). Innovation and business models: Understanding product, process, and business model innovation. New York, NY: Routledge.Osborne, S. P., & Brown, L. (2013). Handbook of innovation in public services. Cheltenham, UK: Edward Elgar Publishing.Rogers, E. M. (1983). Diffusion of innovations (3rd ed.). New York: Free Press.Rogers, E. M. (1995). Diffusion of innovations (4th ed.). New York: Free Press.Rogers, E. M. (2003). Diffusion of innovations (5th ed.). New York: Free Press.Schilling, M. A. (2008). Strategic management of technological innovation (2nd ed.). New York: McGraw-Hill/Irwin.Schumpeter, J. A. (1911). The theory of economic development: An inquiry into profits, capital, credit, interest, and the business cycle. Cambridge, MA: Harvard University Press.Sherwood, D. (2001). Creating value: The theory and practice of strategy. London: Financial Times/Prentice Hall.Smith, M. (2015). Fundamentals of innovation management. London: Routledge.Tidd, J., Bessant, J., & Pavitt, K. (2005). Managing innovation: Integrating technological, market and organizational change (3rd ed.). Chichester: John Wiley & Sons.Tushman, M. L., & O’Reilly, C. A. (1997). Winning through innovation: A practical guide to leading organizational change and renewal. Boston, MA: Harvard Business School Press.Van de Ven, A. H. (1986). Central problems in the management of innovation. Management Science, 32(5), 590–607. https://doi.org/10.1287/mnsc.32.5.590
40Zapel, D. (2018). Innovation management: Types and applications in modern organizations. Berlin: Springer.Zapfl, D. (2024). What types of innovation exist? Lead Innovation. https://www.leadinnovation.com/en/insights/english-blog/kind-of-innovationZaltman, G., Duncan, R., & Holbek, J. (1973). Innovations and organizations. New York: John Wiley & Sons.
41บทที่3องค์กรนวัตกรรมการเกิดองค์กรนวัตกรรมได้นั้น จะต้องอาศัยวัฒนธรรมของผู้น าที่มีวิสัยทัศน์คือ ต้อง สนับสนุนการเปลี่ยนแปลง ไม่ขัดขวางการเปลี่ยนแปลง สนับสนุนให้แนวคิดนวัตกรรมต้องเกิดจากผู้ ตามหรือผู้ปฏิบัติงานและมีผู้น าคอยสนับสนุนท าเป็นตัวอย่างและต้องอาศัยวัฒนธรรมของผู้ตามหรือ ผู้ปฏิบัติงานตาม องค์กรนวัตกรรมเป็นแนวคิดนวัตกรรมการบริหารการจัดการองค์กรแนวใหม่ ในการ ปรับเปลี่ยนคุณลักษณะองค์กร หรือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมองค์กร ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยปรับเปลี่ยนมาก่อน เพื่อตอบสนองต่อสังคมรอบข้างและที่ส าคัญคือการปรับเปลี่ยนเพื่อความอยู่รอดขององค์กรจากความส าคัญขององค์กรนวัตกรรมดังกล่าวข้างต้น ผู้เขียนจะน าเสนอเนื้อหาเกี่ยวกับองค์กรนวัตกรรมประกอบด้วย แนวคิดเกี่ยวกับองค์กรนวัตกรรม ความหมายขององค์กรนวัตกรรม ความ ส าคัญขององค์กรนวัตกรรม คุณลักษณะขององค์การนวัตกรรม และองค์ประกอบขององค์กรนวัตกรรม ดังนี้3.1 ความหมายขององค์กรนวัตกรรมองค์กรนวัตกรรมนั้น คือส่วนส าคัญของกระบวนการทางการด าเนินธุรกิจ เปรียบเสมือนหัวใจของกระบวนการทางธุรกิจของแต่และองค์กรที่จะต้องวางแผน ซึ่งกระบวนการทางนวัตกรรมนี้เอง จะเป็นส่วนส าคัญอย่างมากที่จะท าให้องค์กรสามารถด ารงอยู่และเจริญเติบโตต่อไปในสภาพเศรษฐกิจที่ดีในอนาคตได้ ความหมายของค าว่าองค์กรนวัตกรรม (Innovative Organization) มีนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ ให้ความหมายไว้หลากหลาย ดังนี้Ekvall (2002) กล่าวว่า องค์การนวัตกรรมเป็นองค์การที่มีความสามารถในการปรับตัวเพื่อ ความอยู่รอดในสิ่งแวดล้อมทางธุรกิจที่มีการเปลี่ยนแปลง โดยใช้การพัฒนาผลิตภัณฑ์บริการ กระบวนการ ระบบ โครงสร้าง และนโยบายต่าง ๆ Tidd, Bessant & Pavitt (2001) กล่าวว่าองค์การนวัตกรรม คือ องค์การที่มีการบูรณา การองค์ประกอบต่าง ๆ ให้ท างานร่วมกันเพื่อเสริมสร้างสิ่งแวดล้อม ที่ท าให้นวัตกรรมแพร่ซ่านทั่วทั้งองค์การKim, Kumar, V., and Kumar, U. (2012) ได้ให้ความหมายไว้ว่า องค์กรนวัตกรรม หมายถึง การสร้างหรือการน าความคิดใหม่ๆ มาใช้ในองค์ความรู้ ทักษะและวิธีการที่สามารถสร้างมูลค่าและเพิ่มความสามารถในการแข่งขันขององค์กรชูชาติ พ่วงสมจิตร์ (2560) กล่าวว่า องค์กรแห่งนวัตกรรมหมายถึง การประยุกต์ใช้ ผลิตภัณฑ์บริการและกระบวนการใหม่ ๆ ในการบริหารจัดการการศึกษาเพื่อพัฒนาบุคคลในสังคม ให้มีความรู้ความสามารถ มีบุคลิกภาพ ทัศนคติ พฤติกรรมคุณค่าและคุณธรรมตามที่สังคมต้องการส านักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (2562) กล่าวว่า ความเป็นองค์การนวัตกรรม โดยรวมแล้วมีความหมายถึงองค์กรที่มีความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่มีคุณค่าสอดคล้อง ตามวิสัยทัศน์
42องค์กรได้อย่างต่อเนื่อง รวมทั้งมีศักยภาพในการพัฒนายกระดับความสามารถนั้นให้สูงขึ้น เพื่อขับเคลื่อนการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่สนับสนุนการเติบโตที่มั่นคงให้กับองค์กรในอนาคตสุภาภรณ์ เหล่าศรีรัตนา (2564) องค์การนวัตกรรม เป็นองค์การที่มีการปรับปรุงเปลี่ยนแปลงทางด้านกระบวนการ ทางความคิดเพื่อก่อให้เกิดสิ่งใหม่ที่แตกต่างจากเดิมที่มีอยู่เพื่อเป็นประโยชน์ในการบริหารจัดการองค์การธัญรดี หิรัญกิตติกร (2564) องค์กรนวัตกรรมหมายถึง องค์กรที่สร้างแนวคิดใหม่ๆทางความรู้ขึ้นมาและน าสิ่งที่เคยมีอยู่เดิมมาบูรณาการใหม่ให้มี ประสิทธิภาพมากขึ้นเพื่อให้องค์กรมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลที่ดียิงขึ้นอ าภา ไชยทะ (2563) องค์การนวัตกรรม (Innovative Organization) คือ องค์การที่มีขีดความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมในด้านต่าง ๆ โดยมีการบริหารจัดการระบบและทรัพยากรต่าง ๆ ในองค์การให้ส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างนวัตกรรม เพื่อสร้างมูลค่าและความได้เปรียบในการแข่งขันให้กับองค์การอย่างต่อเนื่องและยั่งยืนขวัญชนก แสงท่านั่ง (2563) องค์กรแห่งนวัตกรรม (Innovative Organization) คือ องค์กรที่มีขีดความสามารถในการสร้างสรรค์นวัตกรรมในด้านต่างๆ โดยมีการเปลี่ยนแปลงในด้านการบริหารจัดการและลักษณะขององค์กรเพื่อส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างนวัตกรรม เพื่อสร้างมูลค่าและความได้เปรียบในการแข่งขันให้กับองค์กรอย่างต่อเนื่องและมีประสิทธิภาพสรุปได้ว่า องค์การนวัตกรรม เกิดจากกระบวนการที่เกิดจากการน าความรู้ทักษะและ ความคิดริเริ่มสร้างสรรค์มาผสมผสานกับความสามารถทางด้านการบริหารจัดการของผู้บริหาร เพื่อ ปรับเปลี่ยนการปฏิบัติงานภายในองค์การ ส่งเสริมการพัฒนาองค์การสู่ความเป็นองค์กรนวัตกรรม ตอบสนองต่อความพึงพอใจให้กับประชาชน ลูกค้า หรือผู้รับบริการ 3.2 ความส าคัญขององค์กรนวัตกรรมความส าคัญของนวัตกรรมต่อการพัฒนาองค์กรคือการเปลี่ยนแปลงคุณลักษณะขององค์กร หรือการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมองค์กร ซึ่งเป็นสิ่งที่ไม่เคยถูกปรับเปลี่ยนมาก่อน เพื่อตอบสนองต่อสิ่งเร้าของบริบทโลกาภิวัตน์ที่มีความรู้และนวัตกรรมเป็นปัจจัยหลักในการเพิ่มคุณค่า พัฒนาต่อยอด ผลิตสินค้าและการบริการที่ดีมีคุณภาพ เพื่อตอบสนองความต้องการและความพึงพอใจของลูกค้า ความอยู่รอดและความสามารถเชิงการแข่งขันขององค์กรในตลาดการค้าโลกเสรี ความส าคัญของนวัตกรรมต่อการพัฒนาองค์กรที่มีต่อท้องถิ่น คือ ผลิตภัณฑ์ กระบวนการ จัดการใหม่ที่คิดค้นและพัฒนาจากองค์ความรู้และประสบการณ์ของชุมชน เพื่อแก้ไขการประกอบ อาชีพ การเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตและการเสริมสร้างสุขภาวะอย่างเป็นระบบตามภูมิสังคมของชุมชน ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อเศรษฐกิจและสังคม ตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียงและการพัฒนาที่ยั่งยืน ความส าคัญของนวัตกรรมต่อการพัฒนาประเทศ โดยเมื่อเปรียบเทียบกับประเทศเพื่อนบ้าน หรือประเทศที่พัฒนาแล้วพบว่า ขณะนี้การใช้เทคโนโลยีที่คิดค้นเองในประเทศเพิ่งเริ่มต้น จึงจะต้องมีการเร่งกระบวนการถ่ายทอดเทคโนโลยีและการสร้างนวัตกรรมให้เกิดขึ้นอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะในด้านการจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและการบริหารจัดการภายใต้แนวคิดและรูปแบบใหม่ ทั้งในภาคธุรกิจ
43อุตสาหกรรมและระดับท้องถิ่น โดยสร้างให้เกิดกระบวนการมีส่วนร่วมระหว่างประชาชนกับ หน่วยงานภาครัฐ เพื่อขับเคลื่อนให้เกิดนวัตกรรมจ านวนมากพอที่จะสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับเศรษฐกิจ และสังคมของประเทศได้อย่างรวดเร็ว โอทอปเป็นตัวอย่างธุรกิจขนาดเล็กเป็นตัวอย่างของการท า นวัตกรรมด้านการบริหารจัดการที่สามารถผลักดันสินค้าของไทยให้ขึ้นมาอยู่ในระดับแนวหน้าและ สอดคล้องกับความต้องการของตลาดโลกได้ ดังนั้นจะต้องมีการสร้างความแตกต่างให้กับสินค้า การจัดท าแผนธุรกิจและการพัฒนาตลาดในเชิงรุก ซึ่งต้องเชื่อมโยงต่อยอดให้ถึงระดับอุตสาหกรรมระดับสูงได้ต่อไป (สมภพ นาคทองค า, 2561)ในปัจจุบันทุกองค์กรต่างมุ่งพัฒนาไปสู่การเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมเพื่อ ต้องการมี นวัตกรรมเป็นขีดความสามารถหลักขององค์กรเนื่องจากนวัตกรรมสามารถสร้างความได้เปรียบให้กับ องค์กรได้ในสภาวการณ์ปัจจุบันและอนาคตที่ต้องเผชิญกับความท้าทาย ในการเปลี่ยนแปลงรูปแบบ การสร้างมูลค่าและการด าเนินการ ความก้าวหน้าของโลกยุคโลกาภิวัฒน์ปัญหาในระบบเศรษฐกิจ การเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์ทางวิทยาศาสตร์ และการแข่งขันระดับโลกที่มีสินค้าและบริการที่มี ความคล้ายคลึงกัน Drucker (2002) , Dundon (2002) , Holder and Matter (2008) , Pricewaterhouse Coopers (1999) ได้ศึกษาเกี่ยวกับความก้าวหน้าของโลกและนวัตกรรมพบว่า นวัตกรรมเป็นสิ่งที่ท าให้เกิดมูลค่าและการเติบโตให้กับองค์การและหลายองค์การเริ่มให้ความสนใจในการสร้างนวัตกรรมให้เกิดขึ้นในองค์การ ทั้งนี้นวัตกรรมยังสามารถสร้างภาพลักษณ์ด้านบวกให้กับองค์การด้วย ดังนี้ 1) ช่วยดึงดูดผู้ถือหุ้นและช่วยเพิ่มมูลค่าราคาหุ้นขององค์การ เนื่องจากในการท านายราคาจะพิจารณาจากมูลค่าในปัจจุบันและอนาคต 2) ช่วยดึงดูดพนักงานใหม่ ภาพลักษณ์ทางด้านนวัตกรรมจะช่วยในการดึงดูดคนเก่งหรือคนที่มีความสามารถ ซึ่งหายากและเป็นที่ต้องการ3) ช่วยในการธ ารงรักษาพนักงานในองค์การ เนื่องจากพนักงานจ านวนมากต้องการท างานกับองค์การที่มีความเจริญก้าวหน้า และยิ่งรู้ว่าเป็นการท างานที่สร้างนวัตกรรมก็จะยิ่งท าให้พนักงานท างานอย่างมีคุณค่าศศิประภา ชัยประสิทธิ์ (2553) กล่าวว่าการสร้างองค์การแห่งนวัตกรรมมีความส าคัญมาก ต่อการด าเนินธุรกิจ และการสร้างให้องค์การเกิดความได้เปรียบทางการแข่งขันในยุคปัจจุบัน เนื่องจากถ้าองค์การไม่สามารถพัฒนา และเปลี่ยนแปลงตนเองด้วยสิ่งใหม่ ๆ แล้วย่อมเป็นการยากที่จะท าให้องค์การนั้นประสบความส าเร็จได้ในระยะยาว เช่น 1) การสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน นวัตกรรมเป็นการสร้างการตลาดที่แข็งแกร่ง สร้างการด าเนินธุรกิจแบบใหม่ๆ ให้เกิดขึ้น เพื่อทดแทน รูปแบบการด าเนินธุรกิจแบบเดิม ๆ 2) เพิ่มประสิทธิภาพของบริษัท โดยการปรับปรุงและเสนอทางเลือกเพิ่มเติมให้กับลูกค้า และลดค่าใช้จ่ายในการสร้างการรับรู้ให้เกิดขึ้นกับผู้บริโภคเพราะความเป็นผู้น าในการน าเสนอรูปแบบธุรกิจและผลิตภัณฑ์เข้าสู่ตลาดเป็นรายแรก ท าให้การเข้าถึงผู้บริโภคได้สะดวกและรวดเร็วยิ่งขึ้น และ 3) การเจริญเติบโตของเศรษฐกิจสมัยใหม่โดยภาพรวม ประโยชน์ที่เกิดจากการพัฒนาให้เกิดองค์การแห่งนวัตกรรมสามารถน าไปใช้เพื่อการพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศได้อย่างยั่งยืน
44จตุพร สังขวรรณ (2557) กล่าวว่าปัจจุบันองค์การต่าง ๆ ต่างพยายามผลักดันให้พนักงาน สร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ เพื่อเพิ่มคุณค่าให้แก่องค์การ ซึ่งสาเหตุหรือแรงบีบคั้นที่ท าให้องค์การต่าง ๆ ต้องสร้างนวัตกรรมใหม่ ๆ นั้น ประกอบด้วยสาเหตุหรือแรงบีบคั้นที่เกิดจากปัจจัยภายนอก เช่น 1) ความต้องการของผู้มีส่วนได้เสียที่เปลี่ยนแปลงไปมีความต้องการที่หลากหลายมากขึ้น เนื่องจากการที่ผู้คนมีการศึกษามากขึ้น การสื่อสารข้อมูลข่าวสารในยุคอินเทอร์เน็ต สภาพแวดล้อมที่เปลี่ยนไป 2) การยกระดับความสามารถในการแข่งขันกับตลาดโลก การค้าเสรี และเศรษฐกิจยุคโลกาภิวัฒน์ 3) การเปลี่ยนแปลงแนวทางในการบริหารประเทศ เนื่องจากมีการเปลี่ยนแปลงคณะผู้บริหาร 4) คู่แข่งที่มีการสร้างนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง พัฒนาศักยภาพภายใน น าเทคโนโลยีมาใช้ในการเพิ่ม ประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วนปัจจัยภายใน ได้แก่ 1) การไม่สามารถบรรลุถึงเป้าหมายเชิง กลยุทธ์ขององค์การ 2) ความไม่มีประสิทธิภาพในการปฏิบัติงาน 3) ความอยู่รอดของตนเอง หน่วยงานและองค์การ และ 4) วงจรชีวิตผลิตภัณฑ์ที่สั้นลงปิยะ ตันติเวชยานนท์ (2560) กล่าวไว้ว่าการเป็นองค์กร นวัตกรรมมีความส าคัญพอ ๆ กับการแข่งขัน องค์กรจะสามารถส่งมอบผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆ ให้กับผู้บริโภคได้อย่างต่อเนื่อง และตรงตามเป้าหมาย องค์กรที่มีนวัตกรรมจะน านวัตกรรมใหม่ ๆ ที่เป็นประโยชน์ต่อองค์กรและผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย องค์กรแห่งนวัตกรรมมีความเกี่ยวข้องกับความสามารถในการสร้างสรรค์สิ่งใหม่ๆ ซึ่งจะสร้างผลลัพธ์ที่ดีต่อบุคคลในองค์กร จะเห็นได้จากความพึงพอใจ ความแตกต่าง การตอบสนองความต้องการของบุคลากรและการลดต้นทุนการจัดการวัฒนชัย ศิริญาณ (2560) กล่าวไว้ว่า นวัตกรรมสามารถสร้างภาพลักษณ์ที่ดีให้กับองค์กร และหลาย ๆ องค์กรเริ่มให้ความสนใจกบการสร้างนวัตกรรมขององค์กร 1) ช่วยจูงใจผู้บริหารและ บุคลากรขององค์กรเนื่องจากการคาดการณ์ราคาจะขึ้นอยู่กบคุณค่าของปัจจุบันและในอนาคต 2) ช่วยจูงใจบุคลากรใหม่ ซึ่งเป็นผู้ที่มีความรู้ความสามารถหรือผู้ที่มีพรสวรรค์ 3) ช่วยดูแลบุคลากรใน องค์กร เนื่องจากบุคลากรต้องการท างานร่วมกับองค์กรที่มีความก้าวหน้าอย่างมีประสิทธิภาพ 4) ลักษณะขององค์กรแห่งนวัตกรรมคือ คุณสมบัติของหรือสิ่งที่แสดงให้รู้ว่าองค์กรใดเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรม3.3 แนวคิดเกี่ยวกับองค์กรนวัตกรรมประเทศไทยเริ่มมีการตื่นตัวในการพัฒนาองค์กรไปสู่การเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรม ดังจะเห็นได้จากการเสนอยุทธศาสตร์ระบบองค์กรแห่งนวัตกรรม โดยส านักงานนวัตกรรม เมื่อวันที่ 1 ตุลาคม 2546 ไว้ดังนี้ “ด้วยตระหนักถึงความส าคัญแห่งระบบนวัตกรรมอันมีบริษัทเอกชนเป็นหัวใจในการขับเคลื่อนนวัตกรรมเพื่อเป้าหมายสูงสุดในการเชื่อมโยงองค์ความรู้ทั้งจากภายในและภายนอกองค์กร (Intra/Inter-firm Knowledge) อันก่อให้เกิดธุรกรรมใหม่ๆ (Emerging Business) ส านักงานนวัตกรรมแห่งชาติจึงเสนอยุทธศาสตร์ “ระบบองค์กรแห่งนวัตกรรม” (Corporate Innovation
45System) เพื่อเป็นแผนที่น าทางให้แก่บริษัทเอกชนสู่การปฏิบัติให้เกิดนวัตกรรมในเชิงระบบ ยุทธศาสตร์ดังกล่าวถูกสร้างขึ้นจากมุมมองที่ต่างจากระบบนวัตกรรมแห่งชาติ ปฏิวัติแนวความคิด (Changing the Mindset) ใหม่ โดยให้ภาคเอกชนเป็นผู้มีบทบาทหลัก เพราะภาคเอกชนเป็นทั้งผู้ผลิตและผู้ใช้องค์ความรู้ โดยมีภาครัฐเป็นผู้อ านวยความสะดวกและให้การสนับสนุนด้านกฎระเบียบ การเงิน โครงสร้างพื้นฐานและองค์ความรู้การวิจัยและพัฒนาจากสถาบันวิจัยของรัฐ ขณะนี้ผู้เกี่ยวข้องทุกฝ่ายได้ศึกษาความเป็นไปได้ในการเป็นแกนกลางในระดับปฏิบัติที่ประสานงานและสนับสนุนให้เกิดการพัฒนานวัตกรรมในองค์กร โดยเป็นการเชื่อมโยงระหว่างกันส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมสร้างจิตส านึกให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้และแบ่งปัน (Knowledge Sharing) อันเป็นหัวใจของระบบนวัตกรรม ประกอบกับหน่วยงานเครือข่ายและหุ้นส่วนด้านการพัฒนานวัตกรรมขององค์กรที่มีอยู่มากมาย ทั้งหน่วยงานในด้านวิชาการ ธุรกิจ การตลาด การเงิน การลงทุน กฎหมายและชุมชน จึงท าให้ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบองค์กรแห่งนวัตกรรมเป็นไปอย่างทั่วถึงทุกมิติที่อยู่ในระบบนวัตกรรมแห่งชาติ” (ส านักงานนวัตกรรมแห่งชาติ, 2549)3.4 คุณลักษณะขององค์การนวัตกรรมคุณลักษณะขององค์การนวัตกรรมนั้นเป็นเสมือนคุณสมบัติหรือสิ่งที่แสดงให้รู้ว่า องค์การใดเป็นองค์การนวัตกรรม ซึ่งคุณลักษณะขององค์การนวัตกรรมนี้ได้ มีผู้รวบรวมและน าเสนอไว้ดังต่อนี้ Quinn (1991:17-28) กล่าวว่า คุณลักษณะขององค์การนวัตกรรม มี 6 ประการ ดังนี้ 1) บทบาทของผู้น า ผู้น าจะต้องสร้างความชัดเจนในสิ่งที่องค์การต้องการ และต้องมุ่งมั่นทุ่มเทในการปกป้องและสนับสนุนความคิดที่ดีของพนักงาน ผู้น าต้องมีความสามารถในการกระตุ้นและจูงใจให้พนักงานที่มีความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม และจะต้องจัดสรรทรัพยากรเพื่อสนับสนุนการท างานของพนักงานด้วย2) บุคลากรมีพฤติกรรมหรือการกระท าที่มีความคิดสร้างสรรค์ กล้าคิด กล้าเสี่ยงในการปฏิบัติงาน มีความเป็นผู้ประกอบการ และเป็นผู้สร้างความส าเร็จด้านความคิด (Idea Champion) คือ เป็นบุคคลที่มีความต้องการที่จะค้นหาและสร้างสิ่งใหม่ มีแรงปรารถนา และความเชื่อในความคิดใหม่ พร้อมทั้งมีความสามารถในการโน้มน้าวให้ผู้อื่นเห็นคุณค่าของความคิดนั้นด้วย บุคคลประเภทนี้มีความส าคัญต่อองค์การเป็นอย่างมาก 3) มีค านิยมที่ส่งเสริมคิดสร้างสรรค์ องค์การจะต้องปลูกฝังและหล่อหลอมให้พนักงานมีพฤติกรรมหรือการกระท าที่สอดคล้องกับวิสัยทัศน์และเป้าหมายขององค์การ รวมทั้งองค์การควรจัดตั้งหน่วยงานหรือทีมงานส าหรับรับผิดชอบเกี่ยวนวัตกรรมและความคิดสร้างสรรค์ เพื่อบ่มเพาะจัดเก็บ และส่งเสริมความคิดของพนักงานเข้าสู่กระบวนการพัฒนาโดยปราศจากอุปสรรคหรือสิ่งขัดขวางจากระบบการบริหาร 4) ส่งเสริมกิจกรรมที่ไม่เป็นทางการ จากการศึกษาพบว่าบ่อยครั้งความคิดสร้างสรรค์จะเกิดขึ้นในเวลานอกเหนือจากการท างานประจา ดังนั้นองค์การควรส่งเสริมให้พนักงานได้ท ากิจกรรมที่ไม่เป็นทางการ การสนับสนุนเวลาในการท ากิจกรรมพิเศษ นอกเหนือจากการท างาน
465) มีการกระตุ้นที่หลากหลาย องค์การควรมีรูปแบบที่หลากหลายในการส่งเสริมให้พนักงานมีความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม เช่น การให้พนักงานได้ออกไปภายนอกองค์การ เพื่อให้มีโอกาสเจอสิ่งแวดล้อมภายนอกและได้พูดคุยกับคนที่มีความคิดที่แตกต่างและหลากหลาย การหมุนเวียนพนักงานไปท างานที่แตกต่าง อนุญาตให้พนักงานเข้าร่วมในกิจกรรมอาสาสมัคร และเปิดโอกาสพนักงานได้เข้าร่วมพบปะเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดกับลูกค้า ซัพพลายเออร์และองค์การอื่น ๆ 6) การให้ความส าคัญกับสื่อสารภายในองค์การ องค์การควรส่งเสริมให้พนักงาน มีโอกาสได้พบปะกันในลักษณะเครือข่ายสหวิชาชีพ ที่ท าให้เกิดความหลากหลายทางด้านทักษะความรู้ ความคิด และความเชี่ยวชาญ การสื่อสารเช่นนี้อาจน าไปสู่การร่วมมือกันเพื่อพัฒนาหรือสร้างให้เกิดผลิตภัณฑ์ใหม่และนวัตกรรม Cook (2002) กล่าวว่า คุณลักษณะร่วมขององค์การนวัตกรรม ประกอบด้วย 1) ค่านิยมร่วม การมีค่านิยมร่วมของพนักงานถือเป็นคุณลักษณะพื้นฐานขององค์การนวัตกรรม ซึ่งต้องใช้ระยะเวลานานในการสร้างและปลูกฝังค่านิยมด้านนวัตกรรมลงในวัฒนธรรมขององค์การ ค่านิยมที่มีความชัดเจนจะท าให้บุคลากรมีความพยายามและพร้อมที่จะทุ่มเทเพื่อให้องค์การอยู่รอด2) เปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมจะต้องมีการเชื้อเชิญให้พนักงานเข้ามามีส่วนร่วมในการท างานด้านนวัตกรรม ซึ่งอาจจะเป็นการส่งเสริมให้พนักงานมีส่วนร่วมในโครงการพิเศษและกิจกรรมที่ไม่เกี่ยวข้องโดยตรงกับงาน เพื่อท าให้พนักงานได้มีโอกาสแสดงความคิดใหม่ ๆ หรือการสร้างสรรค์นวัตกรรม 3) ส่งเสริมบรรยากาศการท างานที่สนุกสนานและการเปิดกว้างทางความคิด องค์การนวัตกรรมจะต้องสนับสนุนให้มีการสื่อสารในทุกระดับ และส่งเสริมกิจกรรมที่มีการพบปะหรือปฏิสัมพันธ์กันของพนักงาน เช่น การสร้างห้องไว้ส าหรับให้พนักงานทีมงานและโครงการได้มีพื้นที่ในการพบปะประชุมงาน และท ากิจกรรมร่วมกัน รวมทั้งเป็นห้องไว้ส าหรับการแสดงความคิดเห็นและให้ข้อมูลป้อนกลับ (Feedback) ของพนักงานและทีมงาน มีกิจกรรมที่ส่งเสริมบรรยากาศการท างาน ที่สนุกสนานและการเปิดกว้างทางความคิด เช่น การเปิดโอกาสให้พนักงานได้ตกแต่งห้องท างานด้วยตนเองและการไปทัศนศึกษาในองค์การต้นแบบที่มีบรรยากาศการท างานที่สนุกสนาน4) มีการเฉลิมฉลองให้กับความส าเร็จ องค์การต้องให้ความส าคัญกับความส าเร็จที่เกิดขึ้น โดยจัดกิจกรรมการแสดงความยินดี ชื่นชมและขอบคุณผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับความส าเร็จ มีป้ายชื่นชมหรือแสดงรางวัลที่ได้รับจากความส าเร็จไว้ทั่วทั้งองค์การ 5) มีการบอกเล่าเรื่องราวและประวัติความเป็นมาขององค์การ องค์การต้องแสดงและท าให้พนักงานรับทราบประวัติความเป็นมาขององค์การและเรื่องราวของพนักงานต้นแบบที่เป็นผู้ที่ประสบความส าเร็จในการสร้างหรือคิดค้นนวัตกรรม เพื่อเป็นบทเรียนหรือแนวทางในงานและเป็นการสร้างแรงบันดาลใจให้กับพนักงาน 6) มีการด าเนินงานที่มุ่งเน้นลูกค้า โดยมีการท างานที่ให้ความส าคัญในการตอบสนองความต้องการ และสร้างความพึงพอใจให้กับลูกค้า ซึ่งองค์การอาจจะมีกระบวนการท างานหรือกิจกรรมที่
47ส่งเสริมให้พนักงานได้พบปะกับลูกค้า เพื่อให้พนักงานได้รับรู้ ความคิดและปัญหาของลูกค้าแล้วน ามาแก้ไขและสร้างสรรค์ให้เป็นนวัตกรรม 7) มีการด าเนินงานที่มุ่งเน้นอนาคต จะต้องให้ความส าคัญในการตรวจสอบแนวโน้ม (Trends) หรือการเปลี่ยนแปลงในด้านต่าง ๆ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคตและการปรับตัวให้เข้ากับแนวโน้มหรือการเปลี่ยนแปลงนั้น เช่น แนวทางการด าเนินงาน การตลาด และเทคโนโลยี เป็นต้น 8) ทีมงานข้ามสายงาน ลักษณะการท างานแบบทีมข้ามสายงาน เป็นรูปแบบการท างานในองค์การนวัตกรรม โดยสมาชิกของทีมงานจะประกอบไปด้วยบุคลากรที่มีความรู้ ความเชี่ยวชาญในสาขาต่าง ๆ เช่น นักออกแบบ วิศวกร และนักการตลาด เป็นต้นChesbrough (2003: 100-107) กล่าวว่า คุณลักษณะขององค์การที่ส่งเสริมและสนับสนุน ให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมในองค์การ ประกอบด้วย1) มีผู้บริหารที่มีความกล้าเสี่ยงโดยอยู่บนพื้นฐานของเหตุและผลและยอมเปิดใจรับกับความคิดหรือการทดลองสิ่งใหม่ รวมทั้งต้องมีความสุขุมและยอมรับกับความผิดพลาดหรือล้มเหลวที่อาจเกิดขึ้นได้เสมอในการสร้างนวัตกรรม 2) องค์การให้ความส าคัญกับนวัตกรรมและสนับสนุนการเปลี่ยนแปลง องค์การต้องมองว่านวัตกรรม เป็นส่วนหนึ่งของธุรกิจ ไม่ใช่แค่กิจกรรมพิเศษที่ท าโดยพนักงานเพียงไม่กี่คนเท่านั้นและต้องมีการส่งเสริม ยอมรับความคิดและวิธีการใหม่ในการท างาน 3) มีระบบข้อมูลข่าวสารที่มีการไหลเวียนอย่างอิสระโดยพนักงาน สามารถเข้าถึงข้อมูล ข่าวสารที่ใช้ในการท างานได้หลายช่องทาง และมีการส่งเสริมให้พนักงานได้มีโอกาสพบปะหรือมีช่องทางส าหรับการแลกเปลี่ยนความคิดและข้อมูลข่าวสารซึ่งกันและกัน 4) มีระบบการจัดการความรู้ที่มีการจัดเก็บรวบรวมความรู้จากทั้งภายในองค์การและภายนอกองค์การ โดยพนักงานสามารถเข้าถึงแหล่งความรู้ได้โดยง่าย ความรู้เหล่านี้จะมีความส าคัญในการกระตุ้นให้พนักงานเกิดความคิดใหม่และนวัตกรรมองค์การ จะต้องส่งเสริมให้พนักงานใช้ประโยชน์จากแหล่งความรู้ภายในองค์การ เช่น การสร้างกลุ่มของผู้ที่มีความสนใจร่วมกัน(Community of Interest) หรือกลุ่มที่ไม่เป็นทางการ มีความสนใจในเรื่องเดียวกัน เพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานได้พบปะแลกเปลี่ยนความรู้ระหว่างกันและส่งเสริมให้พนักงานใช้ประโยชน์จากแหล่งความรู้จากภายนอกองค์การ เช่น การจัดงานประชุมหรืองานสัมมนาเชิงปฏิบัติการเพื่อเปิดโอกาสให้พนักงานได้พบปะกับผู้เชี่ยวชาญ นักวิทยาศาสตร์ และลูกค้า รวมทั้งการเข้าเยี่ยมชมธุรกิจอื่น ๆ 5) มีผู้บริหารที่ให้การสนับสนุนและปกป้องความคิดที่ดีเพื่อให้ความคิดนั้นสามารถผ่านเส้น ทางที่ยากล าบากจนสามารถน าไปใช้ประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ได้ 6) มีการให้รางวัลแก่ผู้สร้างนวัตกรรม ซึ่งอาจอยู่ในรูปแบบการแสดงความยอมรับนับถือ เช่น การให้โล่หรือป้ายประกาศเกียรติคุณ หรือการประกาศยกย่อง ความส าเร็จของบุคคลหรือทีมงาน การให้อ านาจ การเปิดโอกาสให้บุคคลหรือทีมงานมีส่วนร่วมในการตัดสินใจหรือจัดสรรทรัพยากรที่จ าเป็นต่อการด าเนินโครงการต่อไป การเฉลิมฉลองให้กับความส าเร็จ เช่น การจัดงานเลี้ยงฉลองความส าเร็จของการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ การให้เวลาหยุดพักจากการท างานในโอกาสอันควร
48Delbecq & Alan (1985 อ้างถึงใน White & Bruton. 2007: 23) กล่าวว่า คุณลักษณะขององค์การที่มีการจัดการนวัตกรรม ประกอบด้วย 1) มีงบประมาณส าหรับการสร้างสรรค์นวัตกรรม 2) มีการพิจารณาตรวจสอบและวัดผล โดยกลุ่มผู้ตรวจสอบภายนอก3) มีการก าหนดทิศทางของการท างานและติดตามผล 4) ให้ความส าคัญกับการขยายขอบเขตของกิจกรรมเพื่อการเรียนรู้จากคนอื่นและเพิ่มความเข้าใจว่าคนอื่นท าอะไร 5) มีการก าหนดความคาดหวังที่มีความเป็นไปได้จริง 6) มีการสนับสนุนบรรยากาศส าหรับการค้นหาและตรวจหาข้อบกพร่องด้วยการสนับสนุนทรัพยากรส าหรับการบ ารุงรักษาและบริการDundon (2002: 141) กล่าวว่า คุณลักษณะขององค์การนวัตกรรมประกอบด้วย 1) ส่งเสริมให้พนักงานในองค์การ ผู้ร่วมงานและคู่ค้ามีบทบาทหน้าที่ในการสร้างนวัตกรรม 2) ยินดีและยอมรับความคิดและวิธีการใหม่ ๆ 3) มุ่งให้ความส าคัญกับความต้องการของลูกค้าในอนาคต 4) ก าหนดกฎของการแข่งขันและการท้าทายคู่แข่ง 5) มอบอานาจให้กับลูกค้าในการควบคุมกระบวนการซื้อ 6) มีเทคโนโลยีใหม่ที่เป็นจุดแข็งสร้างความได้เปรียบในการแข่งขัน7) มีกระบวนการจ้างงานที่สนับสนุนนวัตกรรม 8) สนับสนุนทรัพยากรในการค้นหา พัฒนา และน าความคิดไปปฏิบัติ 9) มีการให้รางวัลกับความพยายามในการสร้างนวัตกรรม 10) มีการเคลื่อนที่หรือเปลี่ยนแปลงรวดเร็ว Sherwood (2001: 238-240) กล่าวว่า องค์การนวัตกรรม มีคุณลักษณะส าคัญ ดังนี้ 1) มีการก าหนดวิสัยทัศน์และเป้าหมายที่มีความท้าทาย 2) มีลักษณะโครงสร้างองค์การแบบแบนราบ (Flat Organization) มีการบริหารและการท างานที่มีความยืดหยุ่น 3) มีการฝึกอบรมทักษะด้านนวัตกรรมให้พนักงานและมีระบบการจ่ายค่าตอบแทนตามผลงาน (Pay for Performance) 4) มีการเคารพนับถือกัน มีความเชื่อมั่นไว้วางใจซึ่งกันและกัน มีการแบ่งปันความรู้วัฒนธรรมแห่งความส าเร็จ การท างานเป็นทีม ชอบการเรียนรู้และการเสี่ยง 5) บรรยากาศของการท างานน่าตื่นเต้นมีชีวิตชีวา สนุกสนาน มีเสียง อึกทึก ไม่เงียบจนเกินไป มีความเป็นมิตรต่อกัน ให้การสนับสนุนส่งเสริมนวัตกรรม มีรูปแบบการท างานแบบไม่เป็นทางการ มีความสุขในการท างาน6) ผู้น าต้องบริหารงานโดยใช้หลักเหตุผลและเป็นผู้ฟังที่ดี เป็นผู้น าที่เด็ดขาดและกล้าตัดสิน ใจ มีการกระตุ้นให้บุคลากรในองค์การมีความคิดและพฤติกรรมที่สนับสนุนให้เกิดนวัตกรรม 7) บุคลากรมีอายุอยู่ในช่วงหนุ่มสาว มีความสมดุลระหว่างจ านวนบุคลากรชายและ
49หญิง มีความสามารถที่หลากหลาย มีความเป็นผู้ประกอบการ มีพลังงาน เป็นคนขี้สงสัยชอบตั้งถามและมีอารมณ์ขัน 8) สถานที่ท างานมีรูปแบบการตกแต่งที่หลากหลายและไม่ระเบียบ เรียบร้อยจนเกินไปมีลักษณะที่ไม่เป็นส านักงานจนเกินไป มีคอมพิวเตอร์และเครื่องมือสนับสนุนที่เพียบพร้อม มีการประดับด้วยรูปภาพต่าง ๆ และมีแสงสว่างที่เพียงพอ มีพื้นที่และห้องประชุมส าหรับให้บุคลากรได้ท ากิจกรรมหรือประชุมปรึกษากัน มีช่องทางการติดต่อที่หลากหลายและสามารถเข้าถึงได้ มีห้องสมุดหรือห้องค้นคว้าที่มีหนังสือและนิตยสารจ านวนมาก ส านักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (2547: 20) กล่าวว่า องค์การนวัตกรรมแต่ละองค์การจะมี เอกลักษณ์ที่เป็นจุดเด่นและข้อแตกต่างกันออกไปไม่จ าเพาะเจาะจง ซึ่งเป็นผลมาจากการรวมเอาปัจจัยต่าง ๆ ไม่ว่าจะเป็นบุคลิกของผู้น า อุตสาหกรรมที่ดาเนินอยู่ ประวัติความเป็นมาและความ ส าเร็จโครงสร้างและวัฒนธรรมองค์การ อย่างไรก็ตามองค์การนวัตกรรมจะประกอบไปด้วยลักษณะทั่วไป ดังนี้ 1) มองเห็นการเปลี่ยนแปลงเป็นเรื่องปกติและเป็นความท้าทายปัญหา 2) มีพลวัตรและความสนุกในการท างานของบุคลากร 3) บุคลากรทุกคนมีความเข้าใจตรงกันว่า องค์การก าลังเดินทางไปไหนและมีกลยุทธ์ที่จะไปถึงจุดหมายอย่างไร หน้าที่ความรับผิดชอบของตนมีส่วนช่วยให้องค์การบรรลุเป้าหมายที่ตั้งเอาไว้อย่างไร บุคลากรจะมีส่วนร่วมให้องค์การบรรลุเป้าหมายอย่างไร 5) การวางแผนประจ าปีและการท างบประมาณถูกมองว่าเป็นโอกาสในการท านวัตกรรม มากกว่าเป็นการเพิ่มความสับสนวุ่นวายให้เกิดในองค์การ 6) ปัจเจกและส่วนต่าง ๆ ในองค์การมีความยืดหยุ่นสูง และสามารถปรับตัวให้เข้ากับเหตุการณ์ที่วิวัฒน์ไปในช่วงเวลาต่าง ๆ โดยแผนการด าเนินการที่มีอยู่จะต้องสอดรับกับการแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นจากความเปลี่ยนแปลงได้ โดยไม่กระทบต่อคุณค่าและเป้าหมายหลักขององค์การ7) งานส่วนใหญ่เป็นงานที่ท้าทายและบุคลากรมีความรับผิดชอบ มีความช านาญอย่างแท้จริงบุคลากรมีความภูมิใจกับหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายและผลงานที่ตนเอง มีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์ 8) การไหลเวียนของสารสนเทศระหว่างงานต่างๆ เป็นไปอย่างอิสระมีความร่วมมือข้ามส่วนงานและหน่วยงาน ทั้งอย่างเป็นทางการและไม่เป็นทางการ 9) ข้อผิดพลาดและปัญหาไม่ถูกเก็บซ่อน แต่น ามาเป็นบทเรียนที่ส าคัญ 10) ความพยายาม หมายถึง การทดลองโดยต้องเข้าใจว่าผลจากความพยายามนั้นอาจจะไม่เป็นอย่างที่วางแผนไว้ 11) การตัดสินใจใช้เวลาหรือความยืดหยุ่นสูง 12) ต้องเปิดช่องให้ปัจเจกและทีมสามารถเลือกท าสิ่งต่าง ๆ ได้ระดับหนึ่ง แม้ว่าในทางปฏิบัติจะค่อนข้างล าบากก็ตาม 13) ความรู้ทักษะ ความเชื่อ กระบวนการ ข้อคิดเห็นและความท้าทายต่าง ๆ จะต้องได้รับการเอาใจใส่ ปัจจัยพื้นฐานของการสร้างนวัตกรรมที่ควรมี ได้แก่ เวลา เงิน ทักษะและความรู้
50จากข้อมูลดังกล่าวสรุปได้ว่า ลักษณะขององค์การนวัตกรรม หมายถึง ผลิตภัณฑ์หรือบริการ กระบวนการ รวมถึงการคิดค้นระบบการบริหารจัดการแนวใหม่ ที่ก่อให้เกิดประโยชน์ต่อองค์การ ซึ่งเกิดจากการกล้าคิด กล้าท าและความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของบุคลากรในองค์การ น ามาพัฒนาขึ้นใหม่ ให้สามารถน าไปใช้ประโยชน์ต่อองค์การได้และเกิดการยอมรับที่ดีของลูกค้าหรือผู้ใช้บริการ3.5 องค์ประกอบขององค์กรนวัตกรรมมีนักวิชาการ ผู้เชี่ยวชาญ ได้กล่าวถึงองค์ประกอบขององค์กรแห่งนวัตกรรมไว้ ดังนี้ควินน์ (Quinn, 1991) กล่าวว่า องค์กรแห่งนวัตกรรมประกอบด้วยองค์ประกอบ ดังต่อไปนี้ 1. วิสัยทัศน์องค์กรและบรรยากาศการท างานนวัตกรรมจะเกิดขึ้นในองค์กรได้นั้น ผู้บริหารระดับสูงต้องเห็นคุณค่าความส าคัญของนวัตกรรม มีการบริหารด้วยระบบค่านิยมและมีบรรยากาศที่มีการสนับสนุนและกระตุ้นให้บุคลากรในองค์กรสร้างสรรค์นวัตกรรม รวมทั้งมีวิสัยทัศน์ และวัตถุประสงค์ในการสร้างนวัตกรรมที่ชัดเจน มีความเป็นไปได้จริงตามกรอบเวลาที่ก าหนดไว้ 2. การปรับตัวเข้าหาตลาด ในการสร้างนวัตกรรมจะต้องค านึงถึงความเป็นไปได้ ทางการตลาดโดยการมุ่งเน้นให้ความส าคัญกับลูกค้า (Customer Oriented) โดยพยายามมองหาความต้องการและแก้ปัญหาที่เกิดขึ้นกับลูกค้าอย่างรวดเร็ว 3. โครงสร้างองค์กรมีขนาดเล็กกะทัดรัดและแบนราบองค์กรแห่งนวัตกรรมควรมีโครงสร้างองค์กรแบนราบและมีทีมงานโครงการ (Team Project) ที่มีขนาดเล็กประมาณ 6-7 คน ซึ่งเป็นจ านวนที่มากพอส าเร็จความหลากหลายของทักษะและมีความเหมาะสมกับการสร้างความผูกพันและการสื่อสารภายในทีมงาน ลักษณะโครงสร้างองค์กรเช่นนี้จะช่วยให้เกิดความรวดเร็วในกระบวนการท างาน ซึ่งแตกต่างกับองค์กรแบบระบบราชการ (Bureaucracy) ที่มีความล่าช้าในกระบวนการท างาน 4. แนวทางด าเนินการหลายรูปแบบ เนื่องจากนวัตกรรมเป็นเรื่องที่ไม่สามารถคาดการณ์ได้ อุบัติเหตุและความล้มเหลวสามารถเกิดขึ้นได้เสมอ ดังนั้นองค์กรต้องมีแนวทางด าเนินงานที่มีความหลากหลาย โดยใช้วิธีการพัฒนาแบบคู่ขนานหรือการมีทางเลือกส าเร็จ การสร้างและพัฒนาผลิตภัณฑ์หนึ่งชนิดหรือโครงการหลายแนวทาง รวมทั้งองค์กรต้องมีระบบข้อมูลข่าวสารที่ดีและทันสมัยเพราะข้อมูลข่าวสารจะเป็นเครื่องมือที่ส าคัญในการตัดสินใจ เพื่อช่วยป้องกันความผิดพลาดและเป็นการจูงใจให้บุคลากรเข้าร่วมคิดค้น 5. การพัฒนาอย่างต่อเนื่องรวดเร็ว องค์กรควรมีการด าเนินการพัฒนาอย่างรวดเร็วเมื่อมีต้นแบบ (Prototype) ของสินค้าหรือนวัตกรรมแล้ว การเช่นนี้จะช่วยในการตัดสินใจได้ง่ายขึ้นและเป็นการลดความเสี่ยงในการเลือก โดยการวิเคราะห์ความต้องการของตลาดและควรด าเนินการแบบคู่ขนานกันไปจะช่วยลดต้นทุนและเวลาในการพัฒนา 6. การเรียนรู้โดยถ่ายทอดข้อมูลระหว่างกัน องค์กรต้องมีสิ่งแวดล้อมที่ส่งเสริม และสนับสนุนนวัตกรรมเพื่อสร้างแรงจูงใจให้พนักงานมีการแลกเปลี่ยนความรู้โดยอาจเป็นการเรียนรู้ และการส ารวจแนวคิดในลักษณะข้ามสายงานภายในองค์กรหรือการแลกเปลี่ยนความรู้จากภายนอก
51องค์กรที่หลากหลาย เช่น ลูกค้า คู่ค้า ซัพพลายเออร์ และมหาวิทยาลัย เป็นต้น ซึ่งความรู้ที่ได้มาจะเป็นวัตถุดิบหรือเครื่องมือที่ใช้ในการสร้างนวัตกรรม 7. ทีมงานเฉพาะกิจ จะให้เกิดความรวดเร็วในการอนุมัติหรือสั่งการและท าให้พนักงานมีอิสระในการตัดสินใจ คิดค้นคว้าทดลองสิ่งใหม่ๆ มีการสื่อสารที่เปิดกว้าง มีความตั้งมั่นในการงาน และมีระดับความเป็นเอกลักษณ์ของทีมงานสูง ฮิกกินส์ (Higgins, 1995, pp. 106-342) กล่าวว่า องค์ประกอบองค์กรแห่งนวัตกรรม ประกอบด้วยองค์ประกอบที่ส าคัญ 7 ประการ ตามแนวคิด 7S ของ McKinsey ดังนี้ 1. ด้านกลยุทธ์ (Strategy) องค์กรแห่งนวัตกรรม ต้องมีจุดมุ่งหมาย นโยบาย และกลยุทธ์ด้านนวัตกรรมที่ชัดเจนแน่นอน และมีการถ่ายทอดไปสู่ฝ่ายงานต่างๆ ด้วย ซึ่งเป็นแนวทางที่ส าคัญต่อความส าเร็จและสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันที่เป็นการใช้นวัตกรรมเป็นกลยุทธ์ของหน่วยงานหรือฝ่ายงาน ซึ่งองค์กรแห่งนวัตกรรมจะต้องมีองค์ประกอบด้านกลยุทธ์ที่ส าคัญ ดังนี้ 1.1 มีข้อความและกลยุทธ์การงานส าเร็จนวัตกรรม องค์กรต้องสร้างความชัดเจนของกลยุทธ์ด้านนวัตกรรมในระดับองค์กร หน่วยธุรกิจและฝ่ายงาน กลยุทธ์ด้านนวัตกรรมจะต้องถูกประกาศและน าไปปฏิบัติจริง เป็นการแสดงถึงความเกี่ยวข้องหรือการมีส่วนร่วมในการสร้าง นวัตกรรมในระดับต่างๆ ขององค์กรและถือเป็นการสร้างพันธสัญญาในการสร้างนวัตกรรมของทุก ภาคส่วนในองค์กร 1.2 มีการส่งเสริมสร้างนวัตกรรม โดยการมุ่งเน้นลูกค้าและตลาดซึ่งจะต้อง มีความ สามารถและเป้าหมายที่สอดคล้องกัน มีการศึกษาความเป็นไปได้ของความคิดด้านผลิตภัณฑ์ มีความเข้าใจแนวโน้มของความต้องการของตลาดและลูกค้า สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้ากลุ่มต่างๆ ได้ 1.3 มีก าหนดวัตถุประสงค์ส าเร็จผู้จัดการในการสร้างนวัตกรรมและการประเมินผลการปฏิบัติงานที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรม โดยจะต้องมีการก าหนดวิสัยทัศน์ความมุ่งมั่นเชิงกลยุทธ์ พันธกิจ เป้าหมาย และวัตถุประสงค์ด้านนวัตกรรมตามล าดับแล้วมีการถ่ายทอดลงมา จนถึงระดับบุคคลและต้องให้นวัตกรรมเป็นส่วนหนึ่งในเกณฑ์การวัดผลการปฏิบัติงานระดับบุคคล โดยควรเริ่มต้นจากระดับผู้จัดการก่อน 1.4 มีการสร้างสรรค์นวัตกรรมให้เกิดขึ้นทุกๆ ปีครึ่งถึงสองปี โดยใช้วิธีการทางด้านผลิตภัณฑ์ กระบวนการ การตลาดและการบริหารจัดการ 1.5 มีการน าความคิดใหม่ๆ ที่ได้ประเมินไว้มาสร้างให้เกิดประโยชน์ในเชิงพาณิชย์ องค์กรจะต้องให้ความส าคัญกับการน าผลที่ได้จากการวิจัยและพัฒนามาให้ประสบความส าเร็จในเชิงพาณิชย์ทั้งทางด้านผลิตภัณฑ์และบริการ ซึ่งเป็นสิ่งมุ่งเน้นของวัตถุประสงค์ในการสร้างนวัตกรรมขององค์กร 1.6 มีการใช้กลยุทธ์ความรวดเร็ว (Speed Strategy) และความสามารถที่เป็นจุดแข็งของผู้ปฏิบัติงานในการสร้างนวัตกรรม
521.7 มีการก าหนดช่วงเวลาและวิธีการตอบสนองหรือชักจูงลูกค้าด้วยผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ และมีการลดต้นทุนโดยการปรับปรุงกระบวนการ การจัดการ การปฏิบัติงานและท าให้เกิดนวัตกรรมด้านการตลาด 2. ด้านโครงสร้าง (Structure) การพัฒนาหรือปรับปรุงโครงสร้างองค์กรให้ส่งเสริมต่อการเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรม จะต้องค านึงถึงหลักการที่ส าคัญ 5 ประการ คือ การออกแบบงาน การกระจายอ านาจในการท างาน การท างานเป็นทีม ผู้จัดการจะต้องขยายการควบคุมและการให้มีส่วนร่วมในการงาน ลักษณะโครงสร้างองค์กรที่สนับสนุนการเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรม มีดังต่อไปนี้ 2.1 มีการพัฒนาโครงสร้างองค์กรแบบเครื่องจักรกลให้เอื้อต่อการเกิดภาวะผู้ประกอบการ การริเริ่มออกแบบกระบวนการ นวัตกรรมการตลาด และการจัดการองค์กรจะต้องมี การพัฒนาโครงสร้างโดยการจัดตั้งหน่วยงานพิเศษ ศูนย์ก าไร (Profit Centers) ฝ่ายงาน หรือการ แยกบริษัทออกมาเพื่อส่งเสริมกิจกรรมที่สนับสนุนให้พนักงานมีภาวะผู้ประกอบการ โดยจะการใช้ วิธีการต่างๆ เช่น การมอบให้อ านาจแก่พนักงาน การอนุญาตให้พนักงานมีพฤติกรรมเสมือนเป็น ผู้ประกอบการ จะช่วยส่งเสริมให้พนักงานมีภาวะผู้ประกอบการ การจัดตั้งทีมงานเฉพาะกิจในการ คิดค้นและสร้างสรรค์นวัตกรรม และการแบ่งโครงสร้างองค์กรเป็นหน่วยธุรกิจเชิงกลยุทธ์ (Strategic Business Unit: SBU) ซึ่งจะให้เกิดความยืดหยุ่น มีอิสระในการบริหารจัดการและความสามารถในการตอบสนอง 2.2 มีลักษณะการท างานแบบทีมข้ามสายงาน เปิดโอกาสให้ลูกค้าและซัพพลายเออร์ได้เข้าร่วมในทีมงานคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ ทีมงานออกแบบกระบวนการทีมงาน นวัตกรรมการตลาดและการจัดการ การงานแบบทีมข้ามสายงานจะให้เกิดความหลากหลายทางด้าน แนวคิด ความรู้และความสามารถ เนื่องจากการงานลักษณะนี้จะมีสมาชิกทีมงานที่มาจากฝ่ายงาน หรือมีหน้าที่แตกต่างกัน ซึ่งอาจจะประกอบไปด้วยผู้ที่ท าหน้าที่ในด้านเทคนิค การออกแบบ การตลาด การปฏิบัติการและการเงิน ซึ่งทั้งหมดนี้จะร่วมกันงานให้บรรลุเป้าหมายหรือวัตถุประสงค์ที่ตั้งเอาไว้ 2.3 มีการจัดตั้งหน่วยงานที่เป็นศูนย์กลางการวิจัยและคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ การออกแบบกระบวนการ นวัตกรรมการตลาดและการจัดการ การจัดตั้งหน่วยงานที่เป็นศูนย์กลางการวิจัยและคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ถือเป็นการริเริ่มการสร้างความส าเร็จในการคิดค้นนวัตกรรม 2.4 มีการสื่อสารแบบเปิด (Open Communication) ระหว่างศูนย์กลางหรือทีมงานคิดค้นผลิตภัณฑ์ กระบวนการ การตลาดและการจัดการในทุกภาคส่วนขององค์กรปัจจัย ที่มีความ ส าคัญในการร่วมมือกันในกระบวนการนวัตกรรมคือ การสื่อสารแบบเปิดของผู้ที่หน้าที่ในการพัฒนาความคิดและพนักงานทั่วทั้งองค์กร 2.5 มีโครงสร้างองค์กรที่มีความยืดหยุ่น มีความสามารถในการปรับตัวและฉกฉวยโอกาส การปรับโครงสร้างองค์กรโดยการก่อตั้งหรือแยกหน่วยธุรกิจออกมาเป็นหน่วยงาน ขนาดเล็กเพื่อให้สามารถบริหารจัดการด้วยตนเองและให้มีอ านาจในการปฏิบัติงานเพิ่มขึ้น ซึ่งจะช่วยส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรมขึ้นในองค์กร 2.6 มีพันธมิตรในการสร้างสรรค์นวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์กระบวนการ การตลาด และการจัดการ กลยุทธ์การสร้างพันธมิตรเป็นการร่วมมือระหว่างสององค์กร โดยทั่วไปจะอยู่ในรูปแบบ
53การร่วมลงทุน (Joint Venture) และการร่วมเป็นพันธมิตรแบบใหม่ พันธมิตรกลยุทธ์ การเปลี่ยนรูป (Transnational Strategic Alliance: TSA) ซึ่งเป็นลักษณะของการแบ่งปันทรัพยากรและความ สามารถ ซึ่งมันเป็นวิธีที่ดีในการกระจายต้นทุนและความเสี่ยงได้ดีกว่าการเป็นพันธมิตรแบบร่วมลงทุน ซึ่งจะส่งผลต่อการเพิ่มศักยภาพในการสร้างสรรค์นวัตกรรมให้ประสบผลส าเร็จ 2.7 มีโครงสร้างที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลส าเร็จการสร้างผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ ออกแบบกระบวนการ นวัตกรรมการตลาดและนวัตกรรมการจัดการองค์กร ควรมีการออกแบบ พัฒนาและปรับปรุงโครงสร้างองค์กรที่สอดคล้องกับเป้าหมายและกลยุทธ์ด้านนวัตกรรมขององค์กร เช่น การปรับโครงสร้างหน่วยงานที่หน้าเกี่ยวกับการวิจัยและพัฒนาให้สามารถท างานได้รวดเร็วมีประสิทธิภาพและประสิทธิผลมากขึ้น 3. ระบบ (Systems) คุณลักษณะของระบบต่างๆ ขององค์กรแห่งนวัตกรรม มีดังนี้ 3.1 มีระบบการให้รางวัลกับนวัตกรรมซึ่งหมายถึง การให้อิสระในการคิดสร้างสรรค์ การให้การยอมรับและให้เกียรติแก่นวัตกร การให้รางวัลที่เป็นตัวเงินและการเลื่อนขั้นต าแหน่ง เพื่อให้พนักงานเกิดแรงจูงใจในการสร้างสรรค์นวัตกรรมให้กับองค์กร ระบบการให้รางวัลความส าเร็จนวัตกรรมเกี่ยวข้องกับพนักงาน 2 กลุ่ม คือ 3.1.1 การให้รางวัลส าเร็จผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรม เช่น นักวิจัย นักวิทยาศาสตร์ วิศวกร เป็นต้น ผู้เชี่ยวชาญด้านนวัตกรรมต้องการรางวัลที่เป็นตัวเงินและไม่เป็นตัวเงิน แต่การให้รางวัลที่เป็นตัวเงินจะสร้างแรงจูงใจในระยะสั้นเท่านั้น ดังนั้นองค์กรต้องใช้ความส าคัญกับการให้รางวัลที่ไม่ใช่ตัวเงิน เช่น ความท้าทายในงาน โอกาสและความเป็นอิสระในการสร้างนวัตกรรม ซึ่งมันจะส่งผลระยะยาวในการสร้างแรงจูงใจของนวัตกรรม 3.1.2 การให้รางวัลส าเร็จพนักงานอื่นที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรม ส่วนใหญ่มักจะให้รางวัลที่เป็นตัวเงิน เช่น การจ่ายเงินเดือน การให้สิ่งจูงใจที่เป็นตัวเงินส าเร็จบางองค์กร ที่มีการจัดตั้งโปรแกรมการให้ข้อเสนอแนะ (Suggestion Program) 3.2 มีการเฉลิมฉลองให้กับความส าเร็จด้านนวัตกรรม เช่น การประกาศยกย่องหรือการให้รางวัลเกียรติยศแก่บุคคลที่มีการทุ่มเทให้กับการสร้างสรรค์นวัตกรรมมาเป็นระยะเวลา ยาวนาน การเฉลิมฉลองให้กับความส าเร็จจะเป็นการแสดงให้ทุกคนเห็นว่านวัตกรรมและนวัตกรเป็น สิ่งที่มีค่าและมีความส าคัญต่อองค์กร 3.3 มีระบบข้อมูลข่าวสารการจัดการนวัตกรรม ( Innovation Management Information Systems: IMIS) คือ ระบบที่ใช้ส าเร็จตรวจสอบสภาพแวดล้อม สถานการณ์ทางการตลาด การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี การด าเนินการขององค์กรที่มีผลการปฏิบัติงานยอดเยี่ยมและคู่แข่ง ระบบนี้ช่วยให้พนักงานในองค์กรแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารกันด้วย ซึ่งระบบนี้จะครอบคลุมทุกส่วนขององค์กรและจะอยู่ในรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เพื่อให้เข้ากับธรรมชาติของพนักงานในองค์กร ระบบนี้มีความส าคัญในการสร้างความเข้าใจวัตถุประสงค์ด้านนวัตกรรมและความต้องการทรัพยากรในการสร้างนวัตกรรม นอกจากนี้องค์กรจะต้องมีการวิเคราะห์คู่แข่งเพื่อให้ทราบถึงจุดอ่อน จุดแข็ง วัตถุประสงค์และกลยุทธ์ในการด าเนินการด้านนวัตกรรมของคู่แข่ง
543.4 มีระบบการประเมินความคิดส าเร็จนวัตกรรม องค์กรต้องการระบบ ส าเร็จการจัดการนวัตกรรมที่มีประสิทธิภาพและประสิทธิผล เพราะจะเป็นแนวทางส าเร็จความคิด ให้เคลื่อนไปตามล าดับขั้นตอนขององค์กร องค์กรแห่งนวัตกรรมจ านวนมากจะมีจุดขั้นตอนการคัดกรองความคิดเพื่อการสนับสนุนด้านทรัพยากรและเงินทุน เช่น ระบบการคัดแยกความคิดเพื่อน าไปสู่การสร้างนวัตกรรม ซึ่งเกิดจากการประเมินค่าและการวิเคราะห์บนพื้นฐานทางด้านการเงิน 3.5 มีระบบที่น าผลจากห้องทดลองมาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ออกสู่ตลาดและระบบส าเร็จด าเนินการเกี่ยวกับกระบวนการนวัตกรรม องค์กรจะต้องพยายามเรียนรู้ว่าต้องท าอย่างไรจึงจะสามารถท าให้ความคิดใหม่ๆ ที่เกิดขึ้นในห้องทดลองถูกพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ที่ประสบความส าเร็จทางการตลาด ซึ่งสิ่งนี้จะแสดงให้เห็นความสัมพันธ์ระหว่างความสามารถในการแข่งขันขององค์กรกับความสามารถทางด้านความคิดเชิงพาณิชย์ 3.6 มีระบบการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารเกี่ยวกับนวัตกรรมรูปแบบที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ ความส าคัญของการแลกเปลี่ยนข้อมูลที่เป็นทางการและไม่เป็นทางการ เป็นสิ่งที่มีความส าคัญต่อการเกิดนวัตกรรมในองค์กร องค์กรจะต้องส่งเสริมให้มีการแลกเปลี่ยนข้อมูล เพื่อให้เกิดผลประโยชน์สูงสุดต่อความรู้ที่มีอยู่ในองค์กร 3.7 มีโปรแกรมการให้ข้อเสนอแนะที่มีประสิทธิภาพ ความส าเร็จนวัตกรรมจะเป็นวิธีการที่ท าให้พนักงานมีความคิดสร้างสรรค์และมีส่วนร่วมในการสร้างนวัตกรรม 4. รูปแบบการบริหารจัดการ (Style) รูปแบบการบริหารจัดการถือเป็นหน้าที่ของผู้น าที่ต้องมีรูปแบบภาวะผู้น าที่เหมาะสม ภาวะผู้น ามีผลต่อความส าเร็จของนวัตกรรม นวัตกรรมจะประสบผลส าเร็จหรือล้มเหลวนั้น ขึ้นอยู่กับรูปแบบภาวะผู้น าในทุกระดับขององค์กร ลักษณะภาวะผู้น าที่เป็นองค์ประกอบส าคัญขององค์กรแห่งนวัตกรรมมีดังนี้ 4.1 การสร้างวิสัยทัศน์และความมุ่งมั่นทางกลยุทธ์ (Strategic Intent) วิสัยทัศน์เป็นประโยคที่แสดงถึงแนวทางขององค์กร และเป็นแรงจูงใจให้พนักงานปฏิบัติตาม ผู้น าจะต้องมีการสื่อสารเพื่อถ่ายทอดวิสัยทัศน์ไปสู่พนักงาน ซึ่งเป็นทักษะหนึ่งที่มีความส าคัญของผู้น า เพื่อให้พนักงานมีพันธสัญญากับวิสัยทัศน์ด้านนวัตกรรมขององค์กร 4.2 การอนุญาตให้บุคลากรท าผิดพลาดได้ ผู้น าจะต้องอดทนและยอมรับกับความผิดพลาดหรือล้มเหลวที่จะเกิดขึ้นจากการสร้างนวัตกรรม เพราะไม่มีนวัตกรคนใดที่จะประสบความส าเร็จโดยที่ไม่เคยผิดพลาดมาก่อน ผู้น าจะต้องส่งเสริมให้พนักงานกล้าเสี่ยงในการวิจัยและ พัฒนาผลิตภัณฑ์ 4.3 การให้เวลาในการตัดสินความคิดใหม่ ผู้น าที่ประสบกับความส าเร็จจะต้องรู้จักการรอคอย ดังนั้นจึงอย่าเพิ่งด่วนตัดสินว่าความคิดนั้นถูกหรือผิด ควรให้เวลากับพนักงานในการริเริ่มด าเนินการต่อไป 4.4 การมอบอ านาจและกระจายอ านาจหน้าที่ให้กับบุคคลในการสร้างนวัตกรรม การมอบอ านาจให้แก่พนักงาน จะท าให้พนักงานมีความรู้สึกเป็นส่วนส าคัญในการสร้างนวัตกรรมและความส าเร็จขององค์กร การเปิดโอกาสให้พนักงานหรือทีมงานมีอ านาจในการตัดสินใจด้วยตนเองและมีส่วนร่วมในการงานโดยตรง จะส่งเสริมให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม
554.5 การใช้รูปแบบการจัดการแก้ไขปัญหา ผู้น าในองค์กรแห่งนวัตกรรมจะต้องมุ่งเน้นการแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น เมื่อเกิดความผิดพลาดหรือล้มเหลวในการงาน ผู้น าจะต้องพิจารณาหาสาเหตุของปัญหาที่เกิดขึ้นแล้วรีบแก้ไข โดยผู้น าต้องสร้างความเชื่อมั่นให้กับพนักงานที่ผิดพลาดหรือล้มเหลว 4.6 มีการใช้ภาวะผู้น าแบบเปลี่ยนรูป (Transformational Leadership) รูปแบบภาวะผู้น าแบบเปลี่ยนรูปมีความเหมาะสมในการจัดการนวัตกรรมและบุคลากรที่มีความคิดสร้างสรรค์ ซึ่งจะช่วยส่งเสริมกิจกรรมการติดต่อถ่ายทอดข้อมูลซึ่งกันและกันในการสร้างนวัตกรรม จะต้องมีการปรับปรุงและรักษาปริมาณและคุณภาพของผลการปฏิบัติงาน การถ่ายทอดเป้าหมาย การเชื้อเชิญให้พนักงานมีส่วนร่วม และต้องมีการตัดสินใจที่ถูกต้อง ดังนั้นผู้น าจะต้องเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์ ความมั่นใจในตัวเอง มีความกล้าหาญที่จะท้าทายความส าเร็จ มีคุณสมบัติพิเศษที่ดึงดูดใจผู้อื่น (Charisma) และผู้สร้างบรรทัดฐาน (Norm) ในการปฏิบัติงานเพื่อสนับสนุนให้องค์กรประสบผลส าเร็จ 4.7 การใช้วิธีการพิเศษส าเร็จการจัดการบุคลากรด้านนวัตกรรม ฮิกกินส์ (Higgins, 1995, p. 256) ได้น าเสนอวิธีการในจัดการกับบุคลากรที่มีความคิดสร้างสรรค์ของผู้น าไว้ ดังนี้ 4.7.1 การสอนงาน (Coaching) ซึ่งในการสอนงานนั้นผู้น าจะต้องสร้างความสอดคล้องกันระหว่างวัตถุประสงค์ขององค์กร เอกลักษณ์ของบุคคลและการแก้ปัญหาด้านผลการปฏิบัติงาน 4.7.2 การปกป้องพนักงาน ด้วยการไม่เข้าไปแทรกแซงและเฝ้าระวังไม่ให้ผู้น าคนอื่นๆ โดยเฉพาะผู้บริหารระดับสูงเข้าไปแทรก เพราะจะให้ความพยายามหรือแนวทางการท างานของพนักงานเบี่ยงเบนไปจากเป้าหมายเดิม 4.7.3 การพัฒนาความเชี่ยวชาญของพนักงานอย่างเหมาะสม 4.7.4 ส่งเสริมการงานเป็นทีมเพื่อการเพิ่มผลิตภาพ 4.7.5 ส่งเสริมให้พนักงานมีการจัดการด้วยตนเอง (Self-management) โดยการแบ่งปันข้อมูล การกระจายภาระงานที่มีความส าคัญ และส่งเสริมการสื่อสารกับผู้บังคับบัญชา (Upward Communication) 4.7.6 การให้รางวัลและการยอมรับ 5. พนักงาน (Staff) คนเป็นผู้สร้างสรรค์สิ่งต่างๆ จนท าให้องค์กรประสบผลส าเร็จ ดังนั้นการจัดการทรัพยากรมนุษย์จึงมีความส าคัญอย่างยิ่งกับองค์กรแห่งนวัตกรรม ลักษณะของการจัดการ ทรัพยากรมนุษย์ขององค์กรแห่งนวัตกรรมมีดังนี้ 5.1 บุคลากรขององค์กรแห่งนวัตกรรมจะต้องมีความคิดสร้างสรรค์มากกว่าบุคลากรในองค์กรรูปแบบอื่นๆดังนั้นองค์กรจึงต้องให้การดูแลบุคลากรที่ส าคัญเหล่านี้โดยการจัดสรรงบประมาณ ในการฝึกอบรมเพื่อพัฒนาศักยภาพของบุคลากรให้สูงขึ้น 5.2 สรรหาพนักงานที่มีความสามารถในการคิดและการแข่งขัน 5.3 มีผู้สร้างความส าเร็จด้านความคิดและนวัตกรรม ( Innovation and Idea Champion) คือ พนักงานต้องเป็นผู้มีวิสัยทัศน์ อดทน กระตือรือร้น มีความสามารถทางด้าน เทคโนโลยี ทักษะในการวิเคราะห์ มีความสามารถในการโน้มน้าว การขาย การสร้างแรงจูงใจ มีความ
56ฉลาดหลักแหลมและเป็นผู้ที่เผชิญหน้ากับอุปสรรคต่างๆ ในองค์กร เพื่อพัฒนาความคิดแล้วน าออกสู่ตลาด ผู้สร้างความส าเร็จด้านนวัตกรรมจะต้องเป็นผู้มีอ านาจในการผลักดันความคิดไปทั่วทั้งองค์กร ซึ่งองค์กรควรจะมีบุคคลที่ให้ที่เป็นผู้สร้างความส าเร็จด้านความคิดและนวัตกรรมและผู้สนับสนุน (Sponsor) ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้บริหารระดับกลางในการจัดล าดับความส าคัญของความคิดให้ความ ช่วยเหลือด้านงบประมาณและการน าความคิดไปปฏิบัติ รวมทั้งมีผู้วางแผนนโยบาย (Orchestrator) ซึ่งเป็นหน้าที่ของผู้บริหารในการก าหนดเป้าหมายและวัตถุประสงค์ด้านนวัตกรรม รวมทั้งเป็นผู้อนุมัติ เงินทุน สร้างแรงจูงใจและปกป้องพนักงาน 5.4 ฝึกอบรมให้บุคลากรมีความคิดสร้างสรรค์ องค์กรแห่งนวัตกรรมต้องให้ความส าคัญกับการฝึกอบรมผู้บริหารระดับสูงและบุคลากรอื่นๆ ที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมให้มีความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม ซึ่งจะมุ่งเน้นการฝึกอบรมเกี่ยวกับการแก้ไขปัญหาอย่างสร้างสรรค์ (Creative Problem Solving: CPS) 5.5 การใช้กระบวนการที่สร้างสรรค์ การน าเทคนิคและกระบวนการต่างๆ เข้ามาใช้ในการกระตุ้นและพัฒนาความคิดด้านนวัตกรรม การใช้เทคนิคที่หลากหลายในการสร้างความคิดสร้างสรรค์ เช่น การระดมสมอง (Brainstorming) แผนที่ความคิด (Mind Mapping) การใช้กระดานเล่าเรื่อง (Storyboarding) 5.6 ส่งเสริมและให้เวลาแก่พนักงานในการสะท้อนความคิดและการปฏิบัติงานพนักงานต้องการเวลาในการสะท้อนความคิดและการปฏิบัติงานที่ผ่านมาบ่อยครั้ง การสะท้อนความคิดจะช่วยเพิ่มระดับการหยั่งรู้และความคิดสร้างสรรค์ 5.7 การสนับสนุนทางกายภาพส าเร็จการแลกเปลี่ยนความคิดและการคิดสร้างสรรค์ สิ่งแวดล้อมในการงานจะช่วยสนับสนุนให้พนักงานมีความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม การออกแบบและตกแต่งสถานที่ท างานให้ส่งเสริมการสื่อสารแบบเปิด (Open Communication) ที่มีการแลกเปลี่ยนความคิดกันและสนับสนุนกิจกรรมนวัตกรรมต่างๆ 6. ค่านิยมร่วม (Shared Values) วัฒนธรรมองค์กรไม่เพียงแต่ช่วยส่งเสริมให้คนในองค์กรเกิดการมุ่งเน้นให้ความส าคัญกับนวัตกรรม แต่ยังสามารถขัดขวางไม่ให้นวัตกรรมเกิดขึ้นในองค์กรได้อีกด้วย ดังนั้นทักษะในการจัดการนวัตกรรมจึงมีความส าคัญ องค์กรจะต้องพยายามค้นหาค่านิยมที่จะช่วยในการสร้างนวัตกรรม และพยายามสร้างให้เป็นวัฒนธรรมขององค์กรวัฒนธรรมขององค์กรแห่งนวัตกรรม มีลักษณะดังนี้ 6.1 การให้ความส าคัญ การยอมรับหรือเคารพนักงานที่มีความคิดสร้างสรรค์ และนวัตกรรม การมีวัฒนธรรมเช่นนี้จะช่วยกระตุ้นและส่งเสริมให้พนักงานคิดค้นและสร้างสรรค์ นวัตกรรม 6.2 ส่งเสริมความคิดใหม่และกล้าเสี่ยง องค์กรแห่งนวัตกรรมจะต้องส่งเสริมให้พนักงานกล้าเสี่ยงและคิดใหม่ ค่านิยมที่ช่วยส่งเสริมให้พนักงานกล้าเสี่ยง คือ ให้อิสระในการทดลองและการโต้แย้งทางด้านความคิด ยอมรับความผิดพลาดและล้มเหลวที่เกิดขึ้นโดยไม่มีการลงโทษ ท้าทายกับสถานการณ์ปัจจุบันและมีทัศนคติที่ดีต่อการเปลี่ยนแปลง มีความคาดหวังให้นวัตกรรมเป็นส่วนหนึ่งในงานและผลักดันให้เกิดการปรับปรุงและไม่มุ่งเน้นระยะสั้น
576.3 มีค่านิยมและการงานที่เปิดเผย องค์กรแห่งนวัตกรรมจะต้องมีค่านิยม และการงานที่เปิดเผย คือ มีการสื่อสารแบบเปิดเผยและมีการแบ่งปันข้อมูล เป็นผู้ฟังที่ดีและรับฟัง ความคิดเห็นของผู้อื่น มีการจัดการที่เปิดเผยและสามารถเข้าถึงได้ (Open Door Policy) มีการ ตรวจสอบและการเปิดกว้างทางความคิด เปิดเผยความคิดของพนักงานออกสู่ภายนอกองค์กร สนับสนุนให้พนักงานหมุนเวียนหน้าที่หรือหน่วยงาน ส่งเสริมการคิดทางขวาง (Lateral Thinking) ยอมรับความคิดของลูกค้า มีความคาดหวังและยอมรับความขัดแย้ง 6.4 การสร้างให้เกิดค่านิยมร่วมกันเกี่ยวกับองค์กรแห่งนวัตกรรมจะต้องท าให้พนักงานเชื่อมั่นอย่างแรงกล้าในความสามารถด้านนวัตกรรมขององค์กร ซึ่งจะท าให้พนักงานมีความ เชื่อมั่นว่าสามารถท าได้ ซึ่งองค์กรสามารถปลูกฝังค่านิยมได้หลายวิธี เช่น การเล่าเรื่องราว ประวัติศาสตร์ หรือวีรบุรุษขององค์กร การใช้ข้อความ วิสัยทัศน์ พันธกิจ ค่านิยมที่มุ่งเน้นนวัตกรรม 6.5 การจัดการวัฒนธรรมองค์กรให้ส่งเสริมนวัตกรรม ซึ่งสามารถท าได้หลายวิธี ได้แก่ การจัดการวัฒนธรรมระดับบรรทัดฐาน (Normative) การลดระดับขั้นการบริหาร การเพิ่มคุณค่างาน การก าหนดเป้าหมายขององค์กรอย่างชัดเจน การสร้างความเชื่อมั่นในการจัดการ มีสภาพแวดล้อมที่มุ่งเน้นทีมงานและมุ่งเน้นการเปลี่ยนแปลง 6.6 มีค่านิยมที่ยอมรับการเปลี่ยนแปลง องค์กรแห่งนวัตกรรมจะมองการเปลี่ยนแปลงเป็นโอกาสและมีความสามารถในการจัดการในสภาวการณ์ที่ซับซ้อนโดยการน าเอาความคิดใหม่มาพัฒนาเป็นผลิตภัณฑ์ บริการ และกระบวนการใหม่ 6.7 ท าให้พนักงานทุกคนในองค์กรรับรู้และมีส่วนร่วมรับผิดชอบวัตถุประสงค์ของการสร้างนวัตกรรมด้านผลิตภัณฑ์ กระบวนการ การตลาดและการจัดการรวมทั้งต้องได้รับการประเมินผลการปฏิบัติงานตามวัตถุประสงค์เหล่านั้นด้วย 7. ทักษะ (Skills) องค์กรที่มุ่งสร้างนวัตกรรมก็จะต้องมุ่งเน้นให้ความส าคัญเกี่ยวกับประสิทธิภาพและคุณภาพ ซึ่งคุณลักษณะด้านทักษะขององค์กรแห่งนวัตกรรม มีดังนี้ 7.1 มีการสร้างโอกาสใหม่แบบเชิงรุกและตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลง องค์กรจะต้องตรวจสอบสิ่งแวดล้อมขององค์กรอย่างต่อเนื่อง เพื่อค้นหาโอกาสใหม่ๆ และระบุปัญหา เพื่อน ามาพัฒนาและสร้างสรรค์นวัตกรรม 7.2 มีการสร้างผลิตภัณฑ์และบริการใหม่และพัฒนานวัตกรรมกระบวนการ การตลาด และการจัดการอย่างต่อเนื่อง 7.3 มีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องและการคิดค้นนวัตกรรมที่ไม่เคยมีมาก่อน องค์กรแห่งนวัตกรรมจะต้องมีทักษะที่ส าคัญ 2 อย่าง คือ มีการปรับปรุงอย่างต่อเนื่องและการสร้างสรรค์นวัตกรรมที่ไม่เคยมีมาก่อน 7.4 การให้ความส าคัญกับการจัดการความรู้ การระบุความรู้ การแบ่งปันข้อมูลข่าวสาร และการดึงความรู้จากบุคคล การจัดการความรู้จะช่วยส่งเสริมความส าเร็จขององค์กรแห่งนวัตกรรม ซึ่งการจัดการความรู้หมายถึง การระบุทรัพยากรความรู้ การสร้างความรู้ใหม่ และการกระจายความรู้ให้ทั่วทั้งองค์กรและการดึงเอาความรู้ซ่อนเร้น (Tacit Knowledge) ออกมาเป็นความรู้ที่ชัดแจ้ง (Explicit Knowledge)
587.5 การสร้างการเรียนรู้ขององค์กรและการเรียนรู้จากประสบการณ์องค์กรแห่งนวัตกรรม จะต้องมีพันธะสัญญากับการสร้างการเรียนรู้ขององค์กรและต้องพัฒนาองค์กรให้มีรูปแบบเป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้ (Learning Organization) ซึ่งเป็นการสร้างองค์กรให้มีทักษะ การรับการเปลี่ยนรูป การดัดแปลงความรู้ การมีพฤติกรรมที่สะท้อนออกมาเป็นความรู้ใหม่และการหยั่งรู้ 7.6 การจัดสรรทรัพยากรเพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมาย โดยองค์กรจะต้องเลือกกลยุทธ์ที่มีความเหมาะสม (Strategic Fit Model) กับจุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส อุปสรรค และสิ่งแวดล้อมภายนอกองค์กร ซึ่งตัวแบบนี้จะต้องเหมาะสมกับทรัพยากรที่มีอยู่จึงจะให้มีการจัดสรรทรัพยากรเพื่อสนับสนุนการบรรลุเป้าหมายที่มีประสิทธิภาพ 7.7 มีการให้งบประมาณในการวิจัยและพัฒนาอย่างเพียงพอ Adair (1996) กล่าวถึง องค์ประกอบขององค์กรที่มีการสร้างสรรค์นวัตกรรมไว้ดังนี้ 1. ผู้บริหารมีความมุ่งมั่นในการสร้างนวัตกรรม เนื่องจากผู้บริหารมีส่วนส าคัญอย่างยิ่งในการผลักดันให้เกิดการสร้างสรรค์นวัตกรรม และการสนับสนุนการปฏิบัติงานของบุคลากร ให้มีคุณภาพยิ่งขึ้น ผู้น าจะต้องเป็นผู้ที่เอื้ออ านวยต่อการเปลี่ยนแปลงในองค์กรและมีบทบาทเป็นผู้น า เชิงกลยุทธ์ ผู้น าจะต้องเป็นผู้ที่มีวิสัยทัศน์ที่กว้างไกลและมีภาวะผู้น าในการจัดการและสร้างแรง บันดาลใจให้แก่บุคลากรในองค์กร 2. บรรยากาศในการท างานที่สนับสนุนการสร้างนวัตกรรม บุคลากรทุกคนมีส่วนร่วมสร้างบรรยากาศในองค์กรที่เอื้อให้เกิดความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรม ซึ่งประกอบไปด้วยปัจจัยที่ส าคัญ 3 ปัจจัย คือ การกระตุ้นซึ่งกันและกัน (Mutual Stimulation) การให้ข้อมูลย้อนกลับ (Feedback) และการวิพากษ์วิจารณ์เชิงสร้างสรรค์ (Constructive Criticism) องค์กรที่ส่งเสริมการสร้างนวัตกรรมและท างานเป็นทีมจะต้องกระตุ้นให้เกิดการมีส่วนร่วม มีการแบ่งปันข้อเท็จจริง และข้อมูลที่เกี่ยวข้องแก่พนักงาน รวมทั้งการเตรียมพร้อมในการจัดสรรให้ทรัพยากรที่ส าคัญ การศึกษา และการฝึกอบรม มีการสื่อสารภายในองค์กรซึ่งเน้นการสื่อสารโดยการพูดคุยมากกว่าการใช้ลายลักษณ์อักษรและจะให้การเคารพกันระหว่างเพื่อนร่วมงาน นวัตกรรมต้องการทีมงานที่มีการสื่อสารในแนวขวาง (Lateral Communication) ที่ดีเยี่ยมและมีความยืดหยุ่นของโครงสร้าง 3. การยอมรับความผิดพลาดหรือความล้มเหลวอันเป็นผลจากความกล้าเสี่ยง องค์กรต้องให้พนักงานรับรู้ว่าความผิดพลาดหรือล้มเหลวเป็นเรื่องที่สามารถเกิดขึ้นได้เสมอในการสร้างนวัตกรรมและไม่ใช่สิ่งที่น่ากลัว ความผิดพลาดหรือล้มเหลวจะกลายเป็นบทเรียนที่มีประโยชน์ในการสร้างสรรค์นวัตกรรมของพนักงาน องค์กรและหัวหน้าต้องยอมรับความผิดพลาดหรือความล้มเหลวจากการสร้างนวัตกรรมได้และจะไม่มีการท าโทษส าเร็จความผิดพลาดหรือล้มเหลวนั้น แต่พนักงานก็สามารถระมัดระวัง ความผิดพลาดและล้มเหลวที่จะเกิดขึ้นได้โดยการประเมินความเสี่ยงที่จะเกิดขึ้นก่อนการลงมือสร้างสรรค์นวัตกรรม 4. การสื่อสารในระดับเดียวกัน ความเป็นอิสระของการไหลเวียนข้อมูลท าให้ผู้จัดการค้นพบความคิดใหม่ การรวบรวมข้อมูลและสนับสนุนให้เป็นนวัตกรรม ซึ่งเกิดจากการติดต่อสื่อสารที่ใกล้ชิดและความถี่ระหว่างหน่วยงาน ควรเน้นที่การสื่อสารในแนวขวางเช่นเดียวกับการสื่อสารแนวดิ่งที่เป็นการจัดเตรียมทรัพยากรและข้อมูล
595. โครงสร้างองค์กรที่มีความยืดหยุ่น โครงสร้างองค์กรแบบสิ่งมีชีวิต (Organism) จะมีความยืดหยุ่นและจะส่งผลต่อบรรยากาศที่ช่วยส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์และนวัตกรรมมากกว่า โครงสร้างองค์กรแบบเครื่องจักร (Mechanism) ที่มีการควบคุมเข้มงวด ความยืดหยุ่น เป็นกุญแจ ส าคัญต่อองค์กรอย่างแท้จริง ไม่ว่าจะเป็นความยืดหยุ่นของบุคคล ทีมงาน หรือองค์กรและสามารถ ช่วยในการเผชิญหน้าหรือตอบสนองต่อการเปลี่ยนแปลงใหม่ๆ ได้ สิ่งหนึ่งที่ส าคัญคือการสื่อสารจึง จ าเป็นต้องลดอุปสรรคระหว่างพนักงานที่แตกต่างกันน้อยลงด้วย การให้มีช่องการสื่อสารแบบเปิด กว้างระหว่างผู้วิจัยกับพนักงานฝ่ายผลิต ผู้วิจัยกับพนักงานการตลาดและผู้วิจัยกับลูกค้าในองค์กรที่ยืดหยุ่นและเปิดนั้น มีการปรับตัวให้เข้ากับการพัฒนาแบบใหม่และการเปลี่ยนแปลงได้อย่างรวดเร็ว ซึ่งให้มีแนวโน้มให้เกิดการเรียนรู้และความอยากรู้อยากเห็น 6. การมีมุมมองในระยะยาว การสร้างนวัตกรรมและการพัฒนาสินค้าหรือบริการใหม่เป็นสิ่งที่ไม่ได้เกิดขึ้นได้อย่างทันทีทันใด เพราะจะต้องมีการด าเนินการในขั้นตอนต่างๆ ก่อนที่จะเกิดเป็นนวัตกรรมขึ้นมา ดังนั้นองค์กรต้องมีความมุ่งมั่นในการสนับสนุนทางการเงินแก่การวิจัยและการพัฒนาสินค้าและบริการเพื่อให้ได้เป็นนวัตกรรมที่สร้างผลก าไรและความส าเร็จให้กับองค์กร ในอนาคต Christiansen (2000) ได้กล่าวถึงการจัดการของผู้บริหาร ในองค์กรขนาดใหญ่ที่ต้องการจะพัฒนาองค์กรไปสู่องค์กรแห่งนวัตกรรม โดยได้ระบุองค์ประกอบของ องค์กรแห่งนวัตกรรมว่าประกอบด้วย ปัจจัยดังต่อไปนี้ 1. วิสัยทัศน์และกลยุทธ์ (Vision and Strategy) วิสัยทัศน์จะเป็นการก าหนดแนวทางการพัฒนาองค์กรว่าจะพัฒนาไปอย่างไร จะบอกถึงแนวทางการตลาด เทคโนโลยีและบทบาทขององค์กรในอนาคต ดังนั้นการมีวิสัยทัศน์ที่ชัดเจนและมีความเป็นไปได้ จึงช่วยสร้างแรงบันดาลใจซึ่งจะน าไปสู่การสร้างนวัตกรรม องค์กรที่จะพัฒนาไปสู่องค์กรแห่งนวัตกรรมนั้น จะต้องให้ความส าคัญกับนวัตกรรมในทุกระดับ ดังนั้นองค์กรจะต้องมีกลยุทธ์ที่เกี่ยวข้องกับนวัตกรรมอย่างจริงจังในระยะยาว ซึ่งจะให้การบริหารจัดการในองค์กรส่งเสริมและสนับสนุนให้เกิดความคิดใหม่ๆ รวมถึงการจัดสรรทรัพยากรให้กับการสร้างนวัตกรรม กลยุทธ์องค์กรที่ให้ความส าคัญกับนวัตกรรมจะส่งผลให้บุคลากรในองค์กรมีความคิดเชิงนวัตกรรม (Innovative Idea) ซึ่งได้แบ่งกลยุทธ์ออกเป็น 3 ระดับ คือ กลยุทธ์ระดับองค์กร (Corporate Strategy) กลยุทธ์ระดับหน่วยธุรกิจ (Business Unit Strategy) และระดับหน้าที่รับผิดชอบในกลยุทธ์ (Responsibility for Strategy) 2. ระบบการจัดการความสามารถ (The Competence Management System) องค์กรจะต้องมีระบบการจัดการความสามารถที่จะให้ทราบถึงความสามารถขององค์กร หรือบุคลากรภายในองค์กร ที่มีอยู่นั้นว่าสนับสนุนเป้าหมายหรือการปฏิบัติงานขององค์กรในปัจจุบันหรือในอนาคตหรือไม่ ซึ่งระบบนี้จะให้ทราบถึงช่องว่างหรือระยะห่างของความสามารถที่องค์กรมีอยูในปัจจุบันกับเป้าหมายที่องค์กรอยากจะเป็นในอนาคต ระบบนี้จะก าหนดและตัดสินว่าองค์กรควรจะสร้างและพัฒนาความสามารถและทักษะอะไรที่จะส่งเสริมให้บรรลุเป้าหมายที่ต้องการในการสนับสนุนนวัตกรรมนั้นระบบการจัดการความสามารถจะต้องสนับสนุนเกี่ยวกับข้อมูลข่าวสาร (Information) และกิจกรรมต่างๆ ที่ช่วยให้เกิดนวัตกรรมรวมทั้งส่งเสริมให้เกิดการถ่ายโอนความสามารถเกี่ยวกับนวัตกรรมภายใน
60องค์กร เช่น การลงทุนเพื่อสร้างการเรียนรู้ที่ช่วยสร้างหรือเพิ่มทักษะในการสร้างนวัตกรรม การสร้างห้องค้นคว้าเพื่อเป็นศูนย์การเรียนรู้ของพนักงาน 3. เป้าหมาย (Goal) เป้าหมายในการสร้างนวัตกรรมนั้นต้องระบุไว้อย่างชัดเจน เกี่ยวกับนวัตกรรมในทุกระดับ คือ ระดับองค์กร ระดับหน่วยธุรกิจ ระดับทีมงานและระดับบุคคล แต่ทั้งนี้เป้าหมายในทุกระดับต้องมีความสัมพันธ์เชื่อมโยงกัน การตั้งเป้าหมายที่ดีควรตั้งขึ้นมาจากการ เปรียบเทียบกับผลการปฏิบัติงานที่ผ่านมา ผลการปฏิบัติงานของคู่แข่งการก าหนดจากความต้องการ ของลูกค้าและจากวิสัยทัศน์ภายในขององค์กร โดยเป้าหมายที่ก าหนดขึ้นนั้นจะต้องสามารถวัดได้ซึ่ง อาจวัดจากมิติทางด้านเทคโนโลยี ด้านความรู้สึก ด้านการยอมรับของตลาด และอาจเพิ่มเติมมุมมอง ทางด้านการเงินเข้าไปด้วย สิ่งส าคัญในการก าหนดเป้าหมายทางด้านนวัตกรรมที่ควรค านึงถึง คือ การให้ความส าคัญกับลูกค้าด้วย 4. โครงสร้างองค์กร (Organization Structure) โครงสร้างองค์กรสามารถท าให้เกิดผลกระทบที่แตกต่างหลากหลายของความสามารถทางด้านนวัตกรรมขององค์กรได้ ผลกระทบพื้นฐานได้แก่ การงานของพนักงาน การให้ความสนใจของพนักงานและการสื่อสารในองค์กร โครงสร้างองค์กรแบบแบ่งชั้นสายการบังคับบัญชา (Hierarchy) แบบดั้งเดิมนั้นจะแบ่งตามหน้าที่การงาน (Functional Organization) โดยที่พนักงานที่ท างานในฝ่ายใดก็จะรายงานผลการปฏิบัติงานไปยังหัวหน้าฝ่ายงานของตน ส่วนหัวหน้าฝ่ายแต่ละฝ่ายนั้นก็จะรายงานผลการปฏิบัติงานไปยังผู้จัดการ ทั่วไป ดังนั้นแล้วผู้จัดการทั่วไปจึงเป็นบุคคลเดียวที่ท างานแบบข้ามสายงาน (Cross-Functional) ซึ่งโครงสร้างองค์กรที่แบ่งตามหน้าที่การท างานนี้ก็ยังคงมีอยู่ทั้งในองค์กรขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ทั้งนี้โครงสร้างองค์กรแบบแบ่งชั้นสายการบังคับบัญชานี้นอกจากจะแบ่งตามหน้าที่การงาน (Function) แล้วยังสามารถแบ่งตามผลิตภัณฑ์ที่รับผิดชอบหรือผลิต (Product Line) และการแบ่งตามพื้นที่ทางภูมิศาสตร์ (Geography) เช่น สถานที่หรือประเทศที่ตั้งของโรงงานหรือองค์กร ต่อมามีการแบ่งแบบเมตริกซ์ (Matrix) คือ ให้รายงานผลการงานไปยังหัวหน้างานตามหน้าที่และหัวหน้าผลิตภัณฑ์ด้วย การรวมทีมงานที่เน้นในเรื่องที่แตกต่างกันเข้าไว้นั้น เช่น ทีมเน้นผลิตภัณฑ์ ทีมเน้นลูกค้า ทีมพัฒนา เป็นต้น ได้รับการยอมรับและถูกเรียกว่า องค์กรที่มีการท างานแบบโครงการ (Project-based Organization) ซึ่งจะไวต่อการเปลี่ยนแปลง มีความยืดหยุ่น และมีความเป็นนวัตกรรมได้มากกว่า โครงสร้างองค์กรแบบอื่นส่วนโครงสร้างองค์กรแบบแบนราบนั้น (Flat Organization) มีความยืดหยุ่นและมีนวัตกรรมมากกว่าองค์กรที่มีสายการบังคับบัญชามาก โครงสร้างนี้ท าให้หัวหน้างานมีช่องว่างการบังคับบัญชาพนักงานสูง จ านวนพนักงานในการดูแลมาก พนักงานจะมีอิสระในการท างานเพราะ หัวหน้างานจะไม่มีเวลามาดูพนักงานอย่างใกล้ชิด แต่เช่นเดียวกันหัวหน้างานก็ไม่มีเวลาสนับสนุนการ สอนงานพนักงาน และก็ไม่มีเวลาในการงานและความคุ้นเคยกับลูกน้องด้วยโครงสร้างองค์กรแบบ แบนราบที่ส่งผลกระทบต่อนวัตกรรม จึงยังอาจจะเป็นสิ่งที่คลุมเครืออยู่ นวัตกรรมมากมายอาจจะ เกิดขึ้นจากการสูญเสียการควบคุมพนักงานในการทดลองมากกว่า แต่องค์กรยุคใหม่ได้ลดการจัดการ ระดับกลางลงให้ยากต่อการลงทุนในการฝึกอบรมและการพัฒนารายบุคคลอื่นๆ ลักษณะการงาน แบบทีมข้ามสายงาน (Cross-Functional Team) องค์กรจ านวนมากได้น าเอาลักษณะการงานแบบนี้ มาใช้ในการสร้างและพัฒนานวัตกรรมให้เกิดขึ้นในองค์กร เนื่องจากลักษณะการงานแบบนี้จะให้เกิด
61ความหลากหลายของสมาชิกภายในทีมซึ่งมีความแตกต่างของมุมมองและความคิด และลักษณะการงานเช่นนี้จะกระตุ้นให้เกิดความคิดใหม่และสนับสนุนให้เกิดนวัตกรรม 5. ระบบการสื่อสารและการจัดการข้อมูล (Communications Systems and Information Management) 5.1 ระบบการสื่อสาร (Communications Systems) โครงสร้างการสื่อสารขององค์กรนั้นสามารถช่วยให้เอื้อต่อการเกิดนวัตกรรมภายในองค์กรได้ โดยสามารถแบ่งการสื่อสาร ออกเป็น 2 รูปแบบ ซึ่งมีรายละเอียดดังต่อไปนี้ 5.1.1 การสื่อสารภายในองค์กร แบ่งเป็น 2 ประเภท คือ (ก) การสื่อสารแนวดิ่ง (Vertical Communication) จะเน้นการสื่อสารไปยังหัวหน้างานหรือหัวหน้าโครงการเพื่อให้ได้มาเพื่อทรัพยากรที่จ าเป็นส าเร็จการสร้างนวัตกรรมขององค์กร แต่เนื่องจากโครงการหนึ่งนั้นต้องได้รับทรัพยากรมาจากหลายหน่วยงาน จึงจ าเป็นต้องมีหน่วยงานที่หน้าที่เป็นศูนย์กลางของการสื่อสาร เพื่อสนับสนุนการสรรหาทรัพยากร และ (ข) การสื่อสารแนวราบ (Horizontal Communication) เป็นการสื่อสารในระหว่างผู้สร้างนวัตกรรมหรือนวัตกรรม (Innovator) ด้วยกันเอง ซึ่งองค์กรควร สนับสนุนให้นวัตกรรมได้มีโอกาสสื่อสารเพื่อแลกเปลี่ยนความคิดใหม่ๆ โดยเฉพาะการแลกเปลี่ยน ความคิดในหมู่ผู้ที่เชี่ยวชาญในการสร้างสรรค์นวัตกรรมในหน่วยงานหรือแผนกต่างๆ การสื่อสาร ลักษณะนี้จะต้องใช้ภาษาในการสื่อสารแบบเรียบง่าย การสื่อสารภายในองค์กรที่ดี องค์กรควรจัดตั้งให้มีผู้หน้าที่ประสานงาน การสื่อสารเกี่ยวกับนวัตกรรม โดยประสานงานระหว่างฝ่ายเทคนิคกับฝ่ายการตลาด หรือระหว่างนวัตกรรมกับลูกค้าและควรมีการจัดตั้งหน่วยงานส าเร็จรับฟังความคิดเห็นของพนักงานในองค์กร รวมทั้งเพื่อสนับสนุนทางด้านงบประมาณในการจัดท านวัตกรรมด้วยโครงสร้างการสื่อสารควรมีการสื่อสารในหลายช่องทาง เพื่อเป็นการเพิ่มความรวดเร็วในการสื่อสารและเป็นลดการบิดเบือนข้อมูลและสร้างความรวดเร็วในการน าสินค้าออกสู่ตลาดเพื่อให้สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างแท้จริง 5.1.2 การสื่อสารภายนอกองค์กร เป็นลักษณะการสื่อสารที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า ตลาด และคู่ต่อสู้ ในการแข่งขันทางธุรกิจนั้นจ าเป็นต้องใช้ข้อมูลข่าวสารที่เกี่ยวข้องกับลูกค้า การตลาด และเทคโนโลยีอย่างมาก โดยเฉพาะการสื่อสารกับลูกค้านั้นถือเป็นการสื่อสารภายนอก เพราะการสื่อสารกับลูกค้าจะให้ได้รับข้อมูลที่จ าเป็นและมีความส าคัญต่อการสร้างนวัตกรรมในองค์กร 5.2 การจัดการข้อมูล (Information Management) ข้อมูลถือเป็นทรัพยากรที่มีความส าคัญที่ใช้ในการตัดสินใจรวมถึงการสร้างนวัตกรรมในองค์กร ดังนั้นองค์กรจึงควรจะต้องมีระบบการจัดเก็บข้อมูลที่ดีและสามารถเผยแพร่และแบ่งปันข้อมูลให้กับหน่วยงาน แผนก หรือบุคลากรทุกคนได้รับทราบถึงข้อมูลที่ควรรับรู้และจ าเป็นต่อการสร้างนวัตกรรม โดยเฉพาะข้อมูลที่มาจากลูกค้า องค์กรควรมีการจัดเก็บข้อมูลที่ดีเพื่อน ามาใช้พิจารณาในการตัดสินใจ ซึ่งข้อมูลเหล่านี้จะให้เราทราบและเข้าถึงความต้องการและความคิดเห็นของลูกค้า ช่วยให้การตัดสินใจให้ถูกต้องและ เที่ยงตรงมากกว่าการคาดการณ์เอาเองส่วนข้อมูลข่าวสารด้านเทคโนโลยีและการตลาดนั้น จะท าให้ ทราบและเข้าใจถึงแนวโน้มของตลาดและเทคโนโลยีและให้เราสามารถจัดการกับการเปลี่ยนแปลง ของปัจจัยด้านการตลาดและเทคโนโลยีที่ถือเป็นปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ การจัดเก็บ
62ข้อมูลควรเก็บมาจากแหล่งที่มาที่หลากหลาย ทุกหน่วยงานในองค์กรจะต้องท าหน้าที่ในการเก็บ รวบรวมข้อมูลเพื่อน ามาแพร่กระจายในองค์กรเพื่อให้พนักงานทุกคนเข้าใจความคิดและความต้องการ ของลูกค้ารวมทั้งแนวโน้มของตลาดและเทคโนโลยีมากยิ่งขึ้น ข้อมูลเหล่านี้จะช่วยในการสนับสนุน การตัดสินใจในการคิดสร้างสรรค์ของนวัตกรรมในการสรรค์สร้างนวัตกรรมที่สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าและตลาดซึ่งก็หมายถึงความส าเร็จของนวัตกรรมและการเติบโตขององค์กร 6. วิธีการตัดสินใจ (Decision Methods) องค์กรควรจัดให้มีระบบการตัดสินใจด้วยการให้มีการมีส่วนร่วมของหลายบุคคล อาจเป็นผู้จัดการหลายฝ่าย หรือพนักงานในทุกระดับ จะให้มีมุมมองที่กว้างขว้างและแตกต่าง ที่จะช่วยให้การตัดสินใจนั้นมีประสิทธิภาพ การใช้ระบบการตัดสินใจแบบมีส่วนร่วมให้มีประสิทธิภาพได้นั้นต้องให้ผู้มีส่วนร่วมในการตัดสินใจได้แสดงความคิดเห็นและควรยอมรับฟังความคิดเห็นที่แตกต่าง ทุกคนที่เข้าร่วมในการตัดสินใจต้องค านึงถึงเป้าหมายขององค์กรในระยะยาว 7. สิ่งจูงใจ (Incentives) องค์กรที่มุ่งเน้นการสร้างนวัตกรรมจะต้องมีรูปแบบการให้รางวัลที่หลากหลาย เพื่อจะได้ตอบสนองกับความต้องการที่แตกต่างกันของนวัตกรรม ซึ่งสามารถแบ่งสิ่งจูงใจออกเป็น 4 ชนิด ได้แก่ 7.1 รางวัลที่เป็นตัวเงิน (Monetary Rewards) เช่น การขึ้นเงินเดือนและเงินโบนัส ซึ่งสามารถน าไปเชื่อมโยงกับผลการปฏิบัติงานด้านนวัตกรรมของพนักงาน การให้รางวัลที่เป็นตัวเงินมาประยุกต์ใช้ในการสร้างนวัตกรรมจะต้องมีการก าหนดหลักเกณฑ์การให้รางวัลที่มีความชัดเจน เพื่อให้เกิดความยุติธรรมและเที่ยงตรงในการให้รางวัลแต่ทั้งนี้การศึกษาพบว่า การให้สิ่งจูงใจที่เป็นตัวเงินจะเป็นเหตุผลที่ให้ระดับความคิดสร้างสรรค์ต่ าลงเพราะจะกังวลอยู่กับรางวัลที่เป็นตัวเงินและให้ความสนใจในงานของพวกเขาต่ าลง 7.2 สิ่งจูงใจทางอาชีพ (Career Incentives) คือ การเลื่อนต าแหน่งบุคคลที่มีส่วนเกี่ยวข้องกับนวัตกรรม การสนับสนุนความส าเร็จของนวัตกรรมและเป็นการส่งสัญญาณให้พนักงานคนอื่นๆ ได้เห็นว่านวัตกรรมมีความส าคัญต่อพนักงานและองค์กร 7.3 รางวัลทางสังคม (Social Rewards) โดยการยกย่องนวัตกรรมที่ประสบความ ส าเร็จในการสร้างนวัตกรรมว่าเป็น “วีรบุรุษ (Hero)” สิ่งจูงใจทางสังคมจะท าให้บุคคลมีความ พยายามและยืนหยัดทุ่มเทที่จะงานต่อไปถึงแม้ว่าจะเป็นงานที่ยากและเสี่ยงต่อความล้มเหลว ซึ่งการ ยกย่องและนับถือนี้จะให้พนักงานนั้นมีความรู้สึกที่ดีต่อตนเองและมีความมั่นคงในที่งาน และให้ พนักงานสร้างสรรค์นวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง 7.4 รางวัลภายใน (Intrinsic Rewards) เป็นสิ่งที่ให้บุคคลมีความสุขขั้นพื้นฐาน รางวัลภายในเป็นรางวัลที่จะสามารถให้บุคคลสามารถท างานในหน้าที่ได้อย่างต่อเนื่อง ดังนั้นองค์กรแห่งนวัตกรรม จึงพยายามที่จะจ้างพนักงานที่มีแรงจูงใจภายในและจ ากัดการใช้การจูงใจทางการเงินเนื่องจากการให้รางวัลที่เป็นตัวเงินจะเป็นการรบกวนแรงจูงใจภายในการงานของพนักงาน 8. ระบบการจัดการบุคคล (Personnel Management System) ระบบการจัดการบุคคลส่งผลต่อความสามารถในการสร้างนวัตกรรมของบุคคล ดังนั้นองค์กรจึงต้องมีนโยบายการจัดการบุคคลที่ให้ความส าคัญในด้านต่างๆ ดังนี้
638.1 การสรรหาและการจ้างงาน การมุ่งเน้นการค้นหาและจ้างงานบุคคลที่มีความคิดสร้างสรรค์ มีประสบการณ์และภูมิหลังที่มีความหลากหลาย เพราะการจ้างบุคคลที่มีประสบการณ์หรือภูมิหลังจะให้องค์กรมีคนที่มีความหลากหลายและมีมุมมองการคิดที่แตกต่าง ซึ่งสามารถให้เกิดความคิดใหม่ๆ ที่จะน าไปพัฒนาให้เป็นนวัตกรรมได้ 8.2 การพัฒนาบุคลากร องค์กรแห่งนวัตกรรมจะต้องมีการพัฒนาบุคคลากรให้มีความสามารถในการคิดสร้างสรรค์ ซึ่งเครื่องมือหรือวิธีการที่ถูกน ามาใช้ในการพัฒนาบุคลากร คือ 8.2.1 การหมุนเวียนต าแหน่งงานจะให้พนักงานได้พบกับความคิดและสถานการณ์ ใหม่ๆ ซึ่งจะช่วยให้พนักงานเกิดมุมมองในการแก้ปัญหาที่แตกต่างจากเดิมและช่วยให้ มีความคิดสร้างสรรค์มากขึ้นและช่วยพัฒนาให้ทีมงานมีความหลากหลายทางด้านมุมมองและแนวคิด ซึ่งจะส่งผลดีต่อการแก้ปัญหาและการคิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่หรือการสร้างนวัตกรรม 8.2.2 รูปแบบการเลื่อนขั้นต าแหน่ง เป็นวิธีที่ส่งผลต่อการบริหารงานและ นวัตกรรมขององค์กร จะเห็นได้ว่าบางองค์กรผู้บริหารหรือทีมงานระดับสูงจะเป็นบุคคลที่มีความ เชี่ยวชาญและมีประสบการณ์ในสายงานเพียงไม่กี่สายงาน ซึ่งไม่มีความหลากหลายทางด้านมุมมอง และแนวคิด ผู้บริหารหรือทีมงานระดับสูงควรจะประกอบไปด้วยสมาชิกที่มีความหลากหลายทางด้าน ประสบการณ์การงานหรือมีความเชี่ยวชาญในสายอาชีพที่แตกต่างกัน เพราะในการแก้ปัญหาของ องค์กรนั้นจะต้องใช้ความหลากหลายในมุมมองและแนวความคิด 8.2.3 การเรียนรู้ระหว่างการงาน องค์กรแห่งนวัตกรรมให้ความส าคัญกับประสบการณ์ในอาชีพ เช่น การเปิดโอกาสให้พนักงานด้านเทคนิคที่ท างานในโรงงานได้มีโอกาสได้พบกับลูกค้า เพราะการรับฟังปัญหาและข้อเสนอแนะของลูกค้าจะท าให้พนักงานได้เรียนรู้ที่จะใช้ ทรัพยากรในโรงงานเพื่อแก้ไขปัญหา ซึ่งถือเป็นการเตรียมตัวที่ดีส าเร็จการสร้างนวัตกรรมและเป็นแนวทางที่น าไปสู่การเปลี่ยนแปลงและปรับปรุงสินค้าใหม่ 8.3 การรักษาและลดการลาออก การลาออกของพนักงานเป็นการสูญเสียทักษะ ความรู้และเครือข่ายข้อมูลขององค์กร ดังนั้นองค์กรจึงต้องพยายามรักษาทักษะพื้นฐานขององค์กรเอาไว้ ด้วยการสนับสนุนเทคโนโลยีสมัยใหม่และเพื่อนร่วมงานที่เก่งๆ การเปิดโอกาสให้พนักงานได้ค้นหาสิ่งต่างๆ ตามที่พนักงานคาดหวังหรือต้องการ การให้ผลประโยชน์เกื้อกูลในการงาน และการใช้นโยบายการจ่ายค่าตอบแทนที่เหมาะสม 8.4 การประเมินผลการปฏิบัติงานขององค์กรแห่งนวัตกรรม จะต้องให้ความส าคัญในเรื่องต่างๆ การประเมินนั้นจะต้องไม่ตีตราพนักงานจากผลการปฏิบัติงานในอดีตและเปิดโอกาสให้พนักงานมีส่วนร่วมในการก าหนดเป้าหมายร่วมกับผู้ประเมิน และควรเชื่อมโยงการประเมินผลการปฏิบัติงานกับคาดหวังในอนาคตทั้งการเลื่อนต าแหน่งและโอกาสต่างๆ ส าหรับคนที่เก่งและมีศักยภาพสูงนั้นจะมีการพัฒนาอาชีพให้เห็นถึงเส้นทางอาชีพที่ชัดเจน ในการประเมินจะต้องน าวิธีการประเมินโดยใช้ผู้ประเมินหลายคน เช่น วิธีการประเมินแบบ 360 องศา และในระดับผู้จัดการ ควรจะมีการประเมินตนเอง เพื่อจะได้รับทราบจุดแข็งจุดอ่อน วิธีการในการงานและการบริหารจัดการบุคคลรวมถึงเรื่องอื่นๆ ด้วย ส่วนเกณฑ์และข้อมูลที่ใช้ในการประเมินควรมีการก าหนด เป้าหมายเป็นผลลัพธ์และกระบวนการท างานและต้องมีการน าเรื่องของนวัตกรรมเข้าไปเป็นหนึ่งในเกณฑ์การ
64พิจารณาด้วย สุดท้ายความใกล้ชิดผู้ประเมินและผู้ถูกประเมิน หัวหน้างานและพนักงานจะต้องมีการสื่อสารเกี่ยวกับการประเมินผลการปฏิบัติงานตลอด เพราะจะท าให้หัวหน้างานสามารถประเมินได้อย่างถูกต้อง เนื่องจากรับรู้ถึงกระบวนการ ปัญหาในการงาน และสามารถร่วมกัน เสนอแนะแนวทางในการแก้ไขปัญหาได้ โดยทั่วไปแล้วความสัมพันธ์ระหว่างหัวหน้างานและพนักงาน ในองค์กรแห่งนวัตกรรมจะมีความสัมพันธ์ที่ใกล้ชิดกัน มีการสื่อสารกันตลอด โดยการสื่อสารส่วนใหญ่นั้นจะเป็นไปในแนวดิ่ง 9. วัฒนธรรม (Culture) วัฒนธรรมองค์กรเป็นเสมือนตัวบ่งชี้ระดับนวัตกรรมขององค์กรดังนั้นแล้วองค์กรจะต้องสนับสนุนให้มีวัฒนธรรมที่ส่งเสริมให้เกิดนวัตกรรม คือ มีวัฒนธรรมที่ส่งเสริมให้พนักงานกล้าคิด กล้าเสี่ยง วัฒนธรรมที่เปิดโอกาสและรับฟังความคิดเห็นหรือแนวคิด ใหม่ๆ ไม่มีการลงโทษต่อความผิดพลาดหรือล้มเหลวที่เกิดจากการสร้างนวัตกรรม พยายามปรับเปลี่ยนแนวความคิดของผู้จัดการให้มีความเชื่อและพฤติกรรมที่สนับสนุนนวัตกรรม โดยให้เปิดโอกาสและรับฟังความคิดเห็นของพนักงาน และต้องท าให้พนักงานเห็นความส าคัญของนวัตกรรมด้วยWanapa, W. (2012). ได้สรุปองค์ประกอบความเป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมไว้ ดังนี้ 1) มีโครงสร้างองค์กรเหมาะสม ผู้บริหารและบุคลากรมีความใกล้ชิดต่อกัน 2) มีความเชื่อมั่นต่อบุคลากร โดยผู้บริหารมีทัศนคติและความเชื่อมันในการท างานของบุคลากร 3) มีการก าหนดวิสัยทัศน์และเป้าหมายที่ชัดเจน โดยกลยุทธ์ขององค์กรต้องมุ่งเน้นการวางแผนระยะยาว สามารถปรับเปลี่ยนได้ตามสถานการณ์ 4) มีรูปแบบการท างานเป็นทีม โดยสร้างบรรยากาศให้มีการแบ่งปันข้อมูลระหว่างบุคลากร กระตุ้นให้เห็นคุณค่าของการแบ่งปันข้อมูลระหว่างกัน 5) มีการร่วมมือกับองค์กรภายนอก โดยสนับสนุนการสร้างเครือข่ายกับองค์กรภายนอก ด้านงบประมาณ ด้านการใช้เทคโนโลยีรูปแบบใหม่ ด้านงานวิจัยและพัฒนา และด้านนวัตกรรมองค์กร 6) ให้อิสระในการท างาน โดยผู้บริหารต้องสามารถสร้างแรงจูงใจ เพื่อให้เกิดนวัตกรรม และต้องเปิดโอกาสให้บุคลากรสามารถแสดงความคิดเห็นพร้อมทั้งยอมรับฟังทุกสิ่ง 7) มียอมรับความล้มเหลวของนวัตกรรมที่อาจเกิดขึ้นในภายภาคหน้าได้ 8) มีเชื่อมันไว้วางใจซึ่งกันและกันภายในองค์การ 9) มีการฝึกฝนพัฒนาและเรียนรู้อย่างต่อเนื่อง โดยการสนับสนุนการฝึกอบรมทั้งภายในและภายนอกองค์กรให้กับบุคลากรอรุณี ไพศาลพาณิชย์กุล (2560) ได้กล่าวถึงองค์ประกอบขององค์กรนวัตกรรมว่ามี 4 องค์ประกอบดังนี้1) การน าองค์กรเพื่อนวัตกรรม 2) โครงสร้างองค์กรที่เอื้อต่อการจัดการนวัตกรรม 3) บรรยากาศขององค์กรในการส่งเสริมการเรียนรู้ ความสามารถในการคิดสร้างสรรค์และ นวัตกรรม
654) ระบบงานที่ส่งเสริมและสนับสนุนความคิดสร้างสรรค์ของบุคลากร ส่วนปิยะ ตันติเวชยานนท์ (2560) ได้กล่าวถึงองค์ประกอบในการเป็นองค์การนวัตกรรมว่า ประกอบด้วย ผู้น ากลยุทธ์ การออกแบบโครงสร้างองค์กร ระบบงานทักษะบุคลากร การจัดระบบเทคโนโลยี และการวิจัยและการสร้างค่านิยมวัฒนธรรมในองค์กร ส าหรับ สิริภักตร์ ศิริโท และคณะ (2560) ได้กล่าวถึงองค์กรนวัตกรรมมีองค์ประกอบ 9 องค์ประกอบ ดังนี้ 1) ด้านบุคคล 2) ด้านการออกแบบโครงสร้าง 3) ด้านรูปแบบการท างานเป็นทีม4) ด้านวัฒนธรรม 5) ด้านการติดต่อสื่อสาร 6) ด้านเครื่องมือและเทคโนโลยีสารสนเทศ 7) ด้าน สถานที่ 8) ด้านองค์ความรู้ และ 9) ด้านความคิดที่สร้างสรรค์ อนุพงษ์ ชุมแวงวาปี (2560) ได้กล่าวถึงองค์กรนวัตกรรมว่ามีจ านวน 6 องค์ประกอบ ดังนี้ 1) การมีวิสัยทัศน์และเป้าหมายร่วม 2) การปรับปรุงโครงสร้างองค์การ 3) การมุ่งเน้นความส าคัญของ บุคลากร 4) การพัฒนาบุคลากรอยางต่อเนื่อง 5) การสื่อสารที่มีประสิทธิภาพ และ6) การส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์ปานชนก ด้วงอุดม (2562) ได้กล่าวถึงองค์กรนวัตกรรมว่ามีจ านวน 10 องค์ประกอบ ได้แก่1) วิสัยทัศน์ร่วม 2) โครงสร้างองค์กร 3) บุคคลส าคัญ 4) ทีมงานที่มีประสิทธิภาพ 5) การฝึกอบรม และพัฒนาบุคลากร 6) การสื่อสาร 7) การมีส่วนร่วมในนวัตกรรม 8) ปัจจัยภายนอก 9) บรรยากาศ สร้างสรรค์ และ 10) องค์กรแห่งการเรียนรู้รัตนวดี โมรากุล และคณะ (2560) ได้สรุปว่าองค์กรนวัตกรรมมีจ านวน 8 องค์ประกอบ ได้แก่ 1) การจัดการด้านความรู้ 2) การบริหารด้านกลยุทธ์ 3) ภาวะผู้น า 4) บรรยากาศองค์กรที่ เหมาะสม 5) รูปแบบการท างานเป็นทีม 6) โครงสร้างขององค์กร 7) วัฒนธรรมขององค์กร และ 8) การบริหารจัดการทรัพยากรมนุษย์ จากข้อมูลของนักวิชาการดังกล่าวข้างต้น แสดงให้เห็นว่าการจะเป็นองค์กรนวัตกรรมได้นั้นจะต้องมีการปรับตัวทั้งทางด้านโครงสร้าง วัฒนธรรม และค่านิยมขององค์กรผู้บริหารจะต้องถ่วงดุล ระหว่างโครงสร้าง รูปแบบ และกระบวนการบริหารจัดการ ระบบข้อมูลสารสนเทศ ระบบการจูงใจและการลงโทษ การบริหารทรัพยากรมนุษย์ และการวางแผนกลยุทธ์ของหน่วยงาน ดังนั้นรูปแบบขององค์กรในอนาคตจะมีลักษณะเป็นแบบราบ มีการท างานเป็นทีมและการเชื่อมโยงแบบเครือข่าย แต่โครงสร้างดังกล่าวจะไม่คงที่ตายตัว คือ จะต้องมีความยืดหยุ่น เตรียมพร้อมรับกับการเปลี่ยนแปลง และการค้นหาแนวกลยุทธ์ใหม่ๆ ที่มีการพัฒนาอยู่ตลอดเวลา ดังนั้นองค์กรแห่งนวัตกรรม มีความส าคัญมากขึ้นเป็นล าดับเนื่องจากผู้บริหารองค์กรพยายามที่จะปรับองค์กรของตนให้เป็นองค์กรแห่งนวัตกรรมโดยใช้ กลยุทธ์ต่างๆ เพื่อความได้เปรียบในการแข่งขัน ท าให้องค์กรต่างๆต้องมีการปรับกลยุทธ์อย่างต่อเนื่องเพื่อที่จะสามารถรักษาศักยภาพการแข่งขัน (Competitive Advantage)บทสรุปองค์กรนวัตกรรมเกิดขึ้นจากการผสมผสานระหว่างความรู้ ทักษะ และความคิดริเริ่มสร้างสรรค์ของบุคลากร เข้ากับความสามารถด้านการบริหารจัดการของผู้บริหาร เพื่อปรับเปลี่ยนการด าเนินงานภายในองค์กรให้มีประสิทธิภาพและตอบสนองต่อความต้องการของประชาชน ลูกค้า หรือ
66ผู้รับบริการได้ดียิ่งขึ้น การสร้างองค์กรนวัตกรรมจึงมีความส าคัญอย่างมากต่อการด าเนินธุรกิจในยุคปัจจุบัน เพราะเป็นปัจจัยที่ช่วยสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันและความยั่งยืนในระยะยาว หากองค์กรไม่สามารถพัฒนาและปรับตัวด้วยสิ่งใหม่ ๆ ก็ยากที่จะประสบความส าเร็จได้ประโยชน์ของการพัฒนาองค์กรนวัตกรรมสามารถมองได้ในหลายมิติ ได้แก่ การสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันด้วยการน าเสนอตลาดและรูปแบบธุรกิจใหม่ ๆ ที่แทนที่วิธีการเดิม การเพิ่มประสิทธิภาพของบริษัทโดยการปรับปรุงและเสนอทางเลือกเพิ่มเติมให้แก่ลูกค้า รวมถึงการลดต้นทุนในการสร้างการรับรู้ต่อผู้บริโภค และการมีบทบาทส าคัญต่อการเจริญเติบโตของเศรษฐกิจสมัยใหม่ ซึ่งสามารถน าไปสู่การพัฒนาเศรษฐกิจของประเทศอย่างยั่งยืน การพัฒนานวัตกรรมในองค์กรยังต้องอาศัยการเชื่อมโยงและการท างานร่วมกัน เพื่อสร้างจิตส านึกให้เป็นองค์กรแห่งการเรียนรู้และการแบ่งปัน (Knowledge Sharing) ซึ่งถือเป็นหัวใจส าคัญของระบบนวัตกรรม อีกทั้งยังต้องอาศัยความร่วมมือจากเครือข่ายและพันธมิตรในหลากหลายด้าน ไม่ว่าจะเป็นวิชาการ ธุรกิจ การตลาด การเงิน การลงทุน กฎหมาย หรือชุมชน เพื่อให้ยุทธศาสตร์การพัฒนาองค์กรนวัตกรรมครอบคลุมทุกมิติและสอดคล้องกับระบบนวัตกรรมระดับชาติโดยสรุป ลักษณะขององค์กรนวัตกรรม หมายถึง การสร้างผลิตภัณฑ์หรือบริการใหม่ ๆ การพัฒนากระบวนการ และการคิดค้นระบบการบริหารจัดการที่ทันสมัย ซึ่งเกิดจากความกล้าคิด กล้าท า และความคิดสร้างสรรค์ของบุคลากร น าไปสู่การยอมรับจากลูกค้าและผู้ใช้บริการ การจะเป็นองค์กรนวัตกรรมได้จ าเป็นต้องปรับตัวทั้งด้านโครงสร้าง วัฒนธรรม และค่านิยม โดยผู้บริหารต้องสามารถถ่วงดุลระหว่างโครงสร้าง รูปแบบ และกระบวนการบริหารจัดการ รวมถึงระบบข้อมูลสารสนเทศ การบริหารทรัพยากรมนุษย์ และการวางกลยุทธ์อย่างเหมาะสม องค์กรในอนาคตจึงควรมีลักษณะเป็นแบบราบ เน้นการท างานเป็นทีมและการเชื่อมโยงเครือข่าย พร้อมทั้งมีความยืดหยุ่นเพื่อรับมือกับการเปลี่ยนแปลงและการพัฒนากลยุทธ์ใหม่ ๆ อย่างต่อเนื่องดังนั้น องค์กรนวัตกรรมจึงเป็นหัวใจส าคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถรักษาความได้เปรียบในการแข่งขัน และก้าวสู่ความส าเร็จอย่างมั่นคงในโลกที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ
67ค าถามท้ายบท1. แนวคิดขององค์กรนวัตกรรมแตกต่างจากองค์กรทั่วไปอย่างไร2. องค์กรนวัตกรรมมีบทบาทอย่างไรในการสร้างความได้เปรียบเชิงการแข่งขัน3. การปรับตัวและการเปลี่ยนแปลงถือเป็นหัวใจส าคัญของแนวคิดองค์กรนวัตกรรมในด้านใดบ้าง4. ให้นิยามค าว่า “องค์กรนวัตกรรม” ตามที่นักวิชาการได้อธิบายไว้5. องค์กรนวัตกรรมมีความหมายที่สะท้อนถึงการสร้างคุณค่าใหม่อย่างไร6. ความหมายขององค์กรนวัตกรรมสามารถเชื่อมโยงกับการบูรณาการองค์ความรู้เดิมได้อย่างไร7. เหตุใดองค์กรนวัตกรรมจึงมีความส าคัญต่อการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม8. องค์กรนวัตกรรมช่วยสร้างภาพลักษณ์เชิงบวกให้กับองค์กรในด้านใดบ้าง9. การมีองค์กรนวัตกรรมส่งผลต่อการเติบโตและความยั่งยืนขององค์กรอย่างไร10. คุณลักษณะใดที่สะท้อนถึงความกล้าเสี่ยงของผู้บริหารในองค์กรนวัตกรรม11. องค์กรนวัตกรรมควรมีบรรยากาศการท างานแบบใดเพื่อส่งเสริมความคิดสร้างสรรค์12. คุณลักษณะขององค์กรนวัตกรรมที่เกี่ยวข้องกับการยอมรับความผิดพลาดมีความส าคัญอย่างไร13. วิสัยทัศน์และกลยุทธ์มีบทบาทอย่างไรในฐานะองค์ประกอบขององค์กรนวัตกรรม14. การมีโครงสร้างองค์กรที่เหมาะสมช่วยสนับสนุนการสร้างนวัตกรรมได้อย่างไร15. องค์ประกอบด้านค่านิยมร่วมและวัฒนธรรมองค์กรมีผลต่อการสร้างนวัตกรรมในองค์กรอย่างไร
68เอกสารอ้างอิงขวัญชนก แสงท่านั่ง. (2563). รูปแบบการพัฒนาสถานศึกษาสู่องค์กรแห่งนวัตกรรมส าหรับสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. ใน วิทยานิพนธ์หลักสูตรปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏก าแพงเพชร.จตุพร สังขวรรณ. (2557). ภาวะผู้น าเชิงกลยุทธ์. กรุงเทพมหานคร: ซีเอ็ดยูเคชั่น.ชูชาติ พ่วงสมจิตร์. (2560). องค์กรแห่งนวัตกรรม. กรุงเทพฯ: ส านักพิมพ์มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา.ธัญรดี หิรัญกิตติกร. (2564). การศึกษาความต้องการความเป็นองค์กรนวัตกรรมของโรงเรียน ในสังกัดส านักงานเขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร. วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต มหาวิทยาลัยรังสิต.ปานชนก ด้วงอุดม. (2562). การศึกษาสภาพการเป็นองค์กรนวัตกรรมของสถานศึกษา ตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 2. วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต สาขาวิชาการบริหารการศึกษา, มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา.ปิยะ ตันติเวชยานนท์. (2560). ปัจจัยที่มีผลต่อการเป็นองค์การแห่งนวัตกรรม กรณีศึกษา: บริษัทซุปเปอร์ริช อินเตอร์เนชั่นเนล เอ็กซ์เชนจ์ 1965 จ ากัด. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยปทุมธานี, 9(2), 102-111. สืบค้นจาก http://61.19.238.50/journal/data/9-2/9-2-12.pdfรัตนวดี โมรากลุ. (2560). การพัฒนารูปแบบองค์การแห่งนวัตกรรมของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน. [วิทยานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม. ฐานข้อมูลงานวิจัย (ThaiLis).วัฒนชัย ศิริญาณ. (2560). รูปแบบที่ส่งเสริมให้เกิดองค์การแห่งนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ. วิทยานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต สาขาวิชารัฐประศาสนศาสตร์, มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.ศศิประภา ชัยประสิทธิ์. (2553). องค์การแห่งนวัตกรรม ทางเลือกของผู้ประกอบการยุคใหม่. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยกรุงเทพ.ส านักงานนวัตกรรมแห่งชาติ. (2549). ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบองค์กรแห่งนวัตกรรม. กรุงเทพฯ: ส านักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน).ส านักงานนวัตกรรมแห่งชาติ. (2562). รายงานประจ าปี 2562. กรุงเทพฯ: ส านักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน).สิริภักตร์ ศิริโท. (2560, มกราคม–มิถุนายน). ความเป็นองค์กรนวัตกรรมของสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย. วารสารบริหารธุรกิจเทคโนโลยีมหานคร, 14(1), 159-177.สุภาภรณ์ เหล่าศรีรัตนา. (2564). แนวทางการพัฒนาความเป็นองค์การนวัตกรรมของศาลยุติธรรมในสังกัดส านักศาลยุติธรรมประจ าภาค 7. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวน สุนันทา, 14(1), 43-60.
69อนุพงษ์ ชุมแวงวาปี. (2560). การพัฒนารูปแบบองค์การแห่งนวัตกรรมของโรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. บัณฑิตวิทยาลัย: มหาวิทยาลัยบูรพา.อ าภา ไชยทะ. (2563). ภาวะผู้น าเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารที่ส่งผลต่อความเป็นองค์การนวัตกรรมของสถานศึกษา สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3. มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด, 15(2), 102-112.Adair, J. (1996). Effective innovation: How to stay ahead of the competition. London: Pan Books.Chesbrough, H. W. (2 0 0 3 ) . Open innovation: The new imperative for creating and profiting from technology. Boston, MA: Harvard Business School Press.Christiansen, J. K. (2 0 0 0 ) . Building the innovative organization: Management systems that encourage innovation. New York: Palgrave Macmillan.Cook, P. (2 0 0 2 ) . Innovation and creativity in organizations: Lessons from the world’s most innovative companies. London: Pearson Education.Delbecq, A. L., & Alan, C. (1 9 8 5 ) . Foundations for organizational innovation management. (อ้างถึงใน White & Bruton, 2007).Drucker, P. F. (2 0 0 2 ) . Innovation and entrepreneurship: Practice and principles. New York: Harper Business.Dundon, E. (2002) . The seeds of innovation: Cultivating the synergy that fosters new ideas. New York: AMACOM.Ekvall, G. (2002). Organizational climate for creativity and innovation. European Journal of Work and Organizational Psychology, 11(1), 105–123.Higgins, J. M. (1 9 9 5 ) . Innovative management: Creating success in today’s turbulent marketplace. Tampa, FL: New Management Publishing Company.Holder, D., & Matter, J. (2008). Innovation management: Creating value through change. London: Routledge.Kim, W. C., Kumar, V., & Kumar, U. (2012). Innovative organizations: Structure, processes, and performance. International Journal of Business Innovation and Research, 6(5), 509–528.PricewaterhouseCoopers. (1999). Innovation survey report. London: PricewaterhouseCoopers.Quinn, J. B. (1991). The intelligent enterprise: A new paradigm. New York: Free Press.Sherwood, D. (2 0 0 1 ) . Creating value: The theory and practice of strategy. London: Financial Times Prentice Hall.Tidd, J., Bessant, J., & Pavitt, K. (2001). Managing innovation: Integrating technological, market and organizational change (2nd ed.). Chichester: John Wiley & Sons.
70Wanapa, W. (2 0 1 2 ) . The components of the innovative organization: Evidence from Thailand. Review of Business & Finance Case Studies, 3(1), 1
71บทที่ 4การจัดการนวัตกรรมจากแผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560–2564) ส านักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) ได้จัดท าขึ้นบนพื้นฐานของกรอบยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2560–2579) ซึ่งเป็นแผนหลักของการพัฒนาประเทศ และสอดคล้องกับเป้าหมายการพัฒนาที่ยั่งยืน (Sustainable Development Goals: SDGs) รวมทั้งการปรับโครงสร้างประเทศไทยไปสู่ ประเทศไทย 4.0 โดยมุ่งเน้นการเตรียมความพร้อมด้านก าลังคนและการพัฒนาศักยภาพของประชากร เพื่อยกระดับคุณภาพทุนมนุษย์ของประเทศ ส่งผลให้การพัฒนาประเทศบรรลุความสมดุลและสามารถยืนหยัดได้อย่างมั่นคงและยั่งยืน แนวทางส าคัญในการด าเนินการคือ การเพิ่มการใช้องค์ความรู้ เทคโนโลยี นวัตกรรม และความคิดสร้างสรรค์ให้เป็นเครื่องมือหลักในการขับเคลื่อนการพัฒนาในทุกภาคส่วน (ส านักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ, 2560) โดยหนึ่งในหลักการส าคัญที่ใช้ขับเคลื่อนการพัฒนาประเทศ คือ การจัดการนวัตกรรม4.1 ความหมายของการจัดการนวัตกรรม Dereli (2015) กล่าวว่า การจัดการนวตักรรมเป็นการบริหารกิจกรรมซึ่งด าเนินการภายใต้การควบคุมกระบวนการของการรวบรวมโครงสร้างที่ผิดปกติ เพื่อที่จะปรับเปลี่ยนให้ทันต่อสภาพแวดล้อมทั้งภายในและภายนอก เพื่อก าหนดกรอบแนวคิดของนวตักรรมซึ่งหมายถึงกระบวนการควบคุมและจัดการนวตักรรมในการน าไปใช้ตามแนวคิดที่ได้ก าหนดในการจัดการ นวัตกรรมพยัต วุฒิรงค์ (2563) การจัดการนวัตกรรม คือ กระบวนการจัดการทรัพยากรที่มีคุณค่าเฉพาะขององค์กร เพื่อใช้ในการก าหนดกลยุทธ์ที่จะสร้างประโยชน์ผ่านความสามารถขององค์กรอย่างยั่งยืน อีกทั้งการบริหารจัดการเกี่ยวกับทรัพยากรมนุษย์ ซึ่งเกี่ยวข้องกับกระบวนการเรียนรู้ ภายในองค์กร การศึกษาเกี่ยวกับลักษณะที่ส าคัญและจ าเป็นเพื่อน ามาพัฒนาให้เกิดประสิทธิภาพ สูงสุด ส านักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (2562) กล่าวว่า การจัดการนวัตกรรม คือ กระบวนการ พัฒนาศักยภาพและส่งเสริมสนับสนุน สร้างความเข็มแข็งของฐานด้านนวัตกรรม องค์กรโดยก าหนดรูปแบบการจัดการนวัตกรรมองค์กร เพื่อให้องค์กรได้พัฒนาศักยภาพด้านนวัตกรรมภายในองค์กรได้อย่างเต็มระบบ และครอบคลุมมิติการพัฒนาที่เกี่ยวกับนวัตกรรม โดยมีกรอบการพัฒนา 3 ระดับ ได้แก่ ระดับยุทธศาสตร์ (Strategy Level) ระดับปฏิบัติการ (Operation Level) และระดับสนับสนุน (Foundation Level) โดยมีรายละเอียด ดังนี้ 1. ระดับยุทธศาสตร์ (Strategy Level) เป็นตัวก าหนดภาพรวมในการขับเคลื่อนของ องค์กรให้สอดคล้องกับวิสัยทัศน์ เชื่อมโยงเป้าหมายและทิศทางไปสู่รูปแบบการด าเนินงานขององค์กร แบ่งออกเป็น 2 มิติ ได้แก่ 1.1 ยุทธศาสตร์นวัตกรรม (Innovation strategy) คือ วิสัยทัศน์ ค่านิยมร่วม ด้าน
72นวัตกรรม และการติดตามการประเมินยุทธศาสตร์ด้านนวัตกรรม 1.2 การมุ่งเน้นธุรกิจ (Business Focus) คือ การวางแผนด้วยข้อมูลเชิงลึก การมีส่วนร่วมของลูกค้า และการก าหนดเป้าหมายนวัตกรรม 2. ระดับปฏิบัติการ (Operation Level) เป็นการก าหนดกระบวนการที่สามารถให้ผลลัพธ์นวัตกรรมสอดคล้องตามเป้าประสงค์ที่คาดไว้ แบ่งออกเป็น 2 มิติ ได้แก่ 2.1 กระบวนการ (Process) คือ กระบวนการนวัตกรรม การจัดการห่วงโซ่อุปทาน และการจัดการเครือข่ายพันธมิตร 2.2 ผลลัพธ์นวัตกรรม (Results) คือ นวัตกรรมองค์กร ผลตอบแทนทางการเงิน และผลลัพธ์ทางความรู้3. ระดับสนับสนุน (Foundation Level) เป็นพื้นฐานที่สนับสนุนองค์กรให้ขับเคลื่อนไปอย่างรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ เป็นส่วนส าคัญในการสร้างความยั่งยืนของการจัดการนวัตกรรม แบ่งออกเป็น 4 มิติ ได้แก่ 3.1 บุคลากร (People) คือ ผู้น านวัตกรรม ผู้สนับสนุนนวัตกรรมและโครงสร้าง องค์กร 3.2 วัฒนธรรม (Culture) คือ ค่านิยมหลัก การท างานร่วมกันและการสร้างแรงจูงใจ 3.3 องค์ความรู้ (Knowledge) คือ การพัฒนาองค์ความรู้ การแบ่งปันความรู้ และ การเรียนรู้ขององค์กร 3.4 ทรัพยากร (Resource) คือ การจัดสรรทรัพยากร การบริหารทรัพยากรบุคคล และการบริหารการเปลี่ยนแปลงAngela Hansberger (2019) กล่าวว่า การจัดการนวัตกรรม คือ กระบวนการที่ก่อให้เกิด สิ่งใหม่หรือพัฒนาองค์กรให้มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น โดยมีกระบวนการที่เกี่ยวข้อง ดังนี้ 1) การสร้างเงื่อนไขกรอบงานเพื่อให้ความคิดสร้างสรรค์ในองค์กร 2) การระบุแนวโน้มและโอกาสและความเสี่ยงในอนาคต 3) การพัฒนากลยุทธ์นวัตกรรมและการวางแผนกิจกรรมนวัตกรรม เช่น แผนงานนวัตกรรม องค์กรและการกระจายบทบาทในการจัดการนวัตกรรม เช่น โครงสร้างการตัดสินใจและความเป็นเจ้าของกระบวนการการจัดการไอเดียเพื่อค้นหา พัฒนา และประเมินความคิดกระบวนการนวัตกรรม เพื่อเปลี่ยนความคิดให้เป็นนวัตกรรมที่ประสบความส าเร็จ 4) การสร้างวัฒนธรรมแห่งนวัตกรรมที่ส่งเสริมนวัตกรรม และ 5) เครือข่ายนวัตกรรมและนวัตกรรมเพื่อใช้ประโยชน์จากแหล่งนวัตกรรมและทรัพยากรภายนอก ดังนั้น ความหลากหลายของกระบวนการจัดการนวัตกรรมยังแสดงให้เห็นชัดเจนว่ามีความเชื่อมโยงกันในทุกด้านขององค์กรปัญญา เลิศไกร (2562, น. 375 ) กล่าวว่า การจัดการองค์กรจะขับเคลื่อนและพัฒนาไปได้อย่างมีประสิทธิภาพจ าเป็นจะต้องมีการน านวัตกรรมเข้ามาเป็นส่วนส าคัญในการสร้างและ พัฒนาศักยภาพในการบริหาร เพื่อให้องค์กรสามารถวางแผนกลยุทธ์มุ่งสู่เป้าหมายและวิสัยทัศน์ เดียวกันได้ และกลายเป็นองค์กรที่มีคุณภาพ หากองค์กรมีกระบวนการจัดการที่เหมาะสม จะสามารถน าศักยภาพภายในมาใช้ให้เกิดประสิทธิภาพ โดยสร้างคนให้เป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้และพัฒนาองค์กรให้เป็นไปตามวัตถุประสงค์ต่อไป โดยมีองค์ประกอบในการจัดการนวัตกรรมองค์กร ดังนี้1) การ
73จัดการสนับสนุนให้บุคคลในองค์กรเป็นบุคคลแห่งการเรียนรู้ 2) ก าหนดวิสัยทัศน์ร่วม 3) วางแผนกลยุทธ์ จ าลักษณ์ ขุนพลแก้ว (2563) กล่าวว่า การจัดการนวัตกรรม (Innovation Management หรือ IM) หมายถึง กระบวนการที่องค์กรใช้ในการบริหารเพื่อให้เกิดการพัฒนาและปรับปรุง โดยมีเครื่องมือและวิธีการที่ส าคัญตามข้อก าหนดหรือมาตรฐานนี้ ประกอบด้วย 5 ประเด็นส าคัญ คือ 1) กลยุทธ์ (Strategy) ก าหนดหนทางและเป้าหมายที่สอดรับกัน 2) วัฒนธรรมองค์กร (Culture) วัฒนธรรมที่เอื้ออ านวยให้คนเกิดความคิดใหม่ได้ในทุกวัน 3) กระบวนการ (Process) กระบวนการที่สามารถวัดผลท าซ้ าและก่อให้เกิดผลส าเร็จ 4) เครื่องมือและเทคนิค (Tools & Techniques) เครื่องมือและวิธีการที่ใช้เพื่อสร้างนวัตกรรม และ 5) ตัวชี้วัดผลงาน (Metrics) ตัวชี้วัดผลงานที่เกิดขึ้นและสามารถสอบย้อนกลับได้กระบวนการสร้างนวัตกรรมการทางพิเศษแห่งประเทศไทย (2563) กล่าวว่า การจัดการนวัตกรรม คือ การจัดกระบวนการที่ก่อให้เกิดนวัตกรรม โดยแบ่งกระบวนการจัดการนวัตกรรมการบริหาร ออกเป็น 3 องค์ประกอบ ดังนี้1. วิสัยทัศน์แห่งนวัตกรรม (Innovation Vision) แนวทางการบริหารเพื่อให้องค์กรมีวิสัยทัศน์แห่งนวัตกรรม ประกอบไปด้วย บริบทขององค์กรและผู้น าองค์กร ซึ่งมีความส าคัญอย่างยิ่ง ในการก าหนดทิศทางการด าเนินงานด้านนวัตกรรมขององค์กร โดยมีการด าเนินงาน ดังนี้ 1.1 ความเข้าใจในองค์กร หมายถึง การวิเคราะห์ขีดความสามารถด้านนวัตกรรม ขององค์กรด้วยการประเมินผลกระทบภายในและผลกระทบภายนอกองค์กร เช่น ยุทธศาสตร์ภารกิจ ค่านิยม ขั้นตอนการด าเนินงาน ความสามารถของบุคลากร วัฒนธรรม นโยบาย เพื่อน ามาประกอบ การวิเคราะห์จุดแข็ง จุดอ่อน โอกาส และอุปสรรคขององค์กร (SWOT) 1.2 ความเข้าใจถึงเสียงของลูกค้าและเสียงของพนักงาน หมายถึง การจัดการ การรวบรวม การคัดเลือก เสียงของลูกค้าเพื่อให้ทราบถึงความพึงพอใจ ความไม่พึงพอใจ ความต้องการ ความคาดหวังทั้งในปัจจุบันและในอนาคต น ามาเปรียบเทียบเพื่อพัฒนากับผลิตภัณฑ์หรือบริการและ กระบวนการท างานที่มีอยู่ในปัจจุบัน 1.3 ความตระหนักถึงการสร้างวัฒนธรรมที่ส่งเสริมนวัตกรรม หมายถึง การขับเคลื่อน องค์กรด้วยการสร้างวัฒนธรรมที่ส่งเสริมกิจกรรมด้านนวัตกรรม เพื่อให้บุคลากรทุกระดับในองค์กร ตระหนักถึงความส าคัญ เปลี่ยนความคิดผิด ๆ เกี่ยวกับการสร้างนวัตกรรม การให้ความส าคัญกับความคิดสร้างสรรค์ทุกรูปแบบ การสร้างแรงจูงใจในการพัฒนาวัตกร เป็นต้น1.4 ความร่วมมือจากทุกหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หมายถึง การแลกเปลี่ยนประสบการณ์ การเข้าถึงความรู้การจัดการทรัพย์สินทางปัญญาและแหล่งทรัพยากร โดยการรวบรวมบุคลากรที่ท างานแตกต่างกัน เพื่อให้เกิดการแลกเปลี่ยนองค์ความรู้และการพัฒนาที่ตรงต่อความต้องการของลูกค้า 1.5 มุมมองของผู้บริหาร หมายถึง การแสดงถึงวิสัยทัศน์ในการด าเนินงานด้าน นวัตกรรมของผู้บริหาร มุมมองการพัฒนานวัตกรรมขององค์กรทั้งในปัจจุบันและในอนาคต โอกาสและความท้าทายที่เกี่ยวข้องกับการพัฒนา รวมไปถึงการสร้างแรงจูงใจแก่ผู้พัฒนานวัตกรรม
741.6 นโยบายและความรับผิดชอบ หมายถึง การก าหนดแนวทางในการพัฒนา องค์กรเพื่อไปสู่เป้าหมายด้านนวัตกรรมในอนาคต ซึ่งต้องมีความท้าทายให้แรงบันดาลใจแก่บุคลากร ที่จะพัฒนานวัตกรรมซึ่งต้องก าหนดให้เป็นลายลักษณ์อักษร2. แนวทางการปฏิบัติงานด้านนวัตกรรม (Innovation Operation) ระบบบริหารจัดการนวัตกรรม สามารถพัฒนาต่อเนื่องได้ตามหลักการวงจรคุณภาพ PDCA เพื่อให้ความคิดสร้างสรรค์ กิจกรรมและกระบวนการ ได้รับทรัพยากรสนับสนุนอย่างเพียงพอ รวมไปถึงให้มีการระบุโอกาสและความเสี่ยงขององค์กร ดังนั้น วงจรคุณภาพ PDCA จึงน ามาประยุกต์ใช้กับระบบบริหารจัดการนวัตกรรม ได้ดังรายละเอียดต่อไปนี้2.1 Planning (Plan) กล่าวถึง การก าหนดวัตถุประสงค์และการด าเนินงานที่จ าเป็นในการจัดการกับความเสี่ยงและโอกาส 2.2 Implement (Do) กล่าวถึงการวางแผนด้านการสนับสนุนและการด าเนินงาน โดยมีความสัมพันธ์กับทรัพยากรสนับสนุน (Support) และการปฏิบัติงาน (Operation) 2.3 Performance Evaluation (Check) กล่าวถึง การติดตามและประเมินผล การด าเนินการตามแผนงานที่วางไว้ให้บรรลุตามวัตถุประสงค์ โดยอาศัยการวิเคราะห์และประเมินผลอย่างมีประสิทธิภาพ โดยใช้ความถี่ เครื่องมือและวิธีการที่เหมาะสมกับบริบทของแต่ละองค์กร เพื่อให้มีการปรับปรุงประสิทธิภาพของนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง 2.4 Improvement (Act) กล่าวถึง การด าเนินการปรับปรุงประสิทธิภาพด้านการจัดการนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง3. คุณค่าของนวัตกรรม (Innovation Value) คุณค่าทั้งหมดของนวัตกรรมถูกวัดโดยผลกระทบด้านบวกและด้านลบของสิ่งที่ได้รับออกมาหรือผลลัพธ์ที่ให้เชิงพาณิชย์และสังคม ส าหรับผู้บริโภค ดังนั้น ผลกระทบเชิงบวกจะช่วยประชาชนปรับปรุงองค์กรและสังคม ในขณะเดียวกัน ผลกระทบเชิงลบก็จะสร้างปัญหาและเพิ่มภาระค่าใช้จ่ายให้แก่องค์กรและสังคม โดยคุณค่าของนวัตกรรมสามารถวัดได้ทั้งในด้านการเงินและไม่ใช่การเงิน เช่น ความพึงพอใจของลูกค้า กระบวนการภายใน และการเติบโตและเรียนรู้อีกทั้งยังกล่าวถึงมีปัจจัยที่ส่งผลต่อกระบวนการ ดังนี้ 3.1 ความคิด (Ideas) คือ การรวบรวม ความคิดสร้างสรรค์ทั้งหมด ทั้งที่สามารถ ท าได้จริงและยังไม่สามารถท าได้จริง เพื่อเป็นแหล่งข้อมูลในการหาจุดร่วม จุดแข็ง และจุดอ่อน เพื่อการพัฒนาต่อยอดในอนาคต 3.2 ทรัพยากร (Resources) คือ การเปลี่ยนไอเดียสู่ผลงานต้นฉบับเพื่อการทดสอบ ทดลองผ่านการจัดสรรจัดการทรัพยากรที่เพียงพอ 3.3 วัฒนธรรมองค์กร (Organizational Culture) คือ การสร้างบรรยากาศธรรมเนียม ปฏิบัติที่เปิดโอกาสให้คิด สร้างสรรค์และพัฒนาสิ่งใหม่ 3.4 วิธีคิด (Mindset) คือ การเปลี่ยนกรอบแนวคิดของบุคลากรซึ่งสอดคล้องกับวัฒนธรรม เพื่อให้เกิดการตีความของปัญหาและมุมมองใหม่ ๆ ต่อการแก้ไขปัญหา 3.5 อนาคต (Future) คือ การสร้างสิ่งใหม่ที่สามารถแก้ปัญหาหรือสร้างโอกาส ในการแข่งขันขององค์กรในอนาคต
75องค์การมาตรฐานสากล (2562) ให้นิยามการจัดการนวัตกรรมไว้ว่า หมายถึงชุดขององค์ประกอบที่สัมพันธ์กันและมีปฏิสัมพันธ์ โดยมีเป้าหมายเพื่อให้เกิดคุณค่า เป็นกรอบการท างานร่วมกัน เพื่อพัฒนาและปรับใช้ความสามารถด้านนวัตกรรม ประเมินประสิทธิภาพ และบรรลุผลตามที่ต้องการ องค์ประกอบต่าง ๆ สามารถค่อย ๆ น าไปใช้เพื่อน าระบบไปใช้ตามบริบทและสถานการณ์เฉพาะขององค์กร สามารถได้รับประโยชน์อย่างเต็มที่เมื่อองค์ประกอบทั้งหมดของระบบการจัดการนวัตกรรมถูกน ามาใช้โดยองค์กร การด าเนินการอย่างมีประสิทธิภาพของระบบการจัดการนวัตกรรม จะขึ้นอยู่กับความมุ่งมั่นของผู้บริหารระดับสูงและความสามารถของผู้น าในการส่งเสริมความสามารถ ด้านนวัตกรรมและวัฒนธรรมที่สนับสนุนกิจกรรมนวัตกรรม วงจร Plan-Do-Check-Act (PDCA) ช่วยให้สามารถปรับปรุงระบบการจัดการนวัตกรรมได้อย่างต่อเนื่อง เพื่อให้แน่ใจว่าการริเริ่มและกระบวนการด้านนวัตกรรมได้รับการสนับสนุนทรัพยากร และการจัดการอย่างเพียงพอ โอกาสและความเสี่ยงได้รับการระบุและแก้ไขโดยองค์กรอมรรัตน์ บุญอยู่, ภาศิริ เขตปิยรัตน์, และ ศิริกานดา แหยมคง. (2564). การจัดการนวัตกรรม หมายถึง กระบวนการที่ท าให้งานกิจกรรมต่าง ๆ ส าเร็จลงได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลด้วยคนและทรัพยากรขององค์กร เป็นการบริหารระบบการท างานใหม่ วิธีการท างานใหม่ การผสมผสานการท างานใหม่ การสร้างสิ่งใหม่ ๆ ในการบริหารจัดการและสิ่งที่เป็นประโยชน์ ได้รับการยอมรับ มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ ระบบการจัดการนวัตกรรมจะช่วยให้องค์กรมีแนวทางในการจัดท า รักษา และพัฒนาแนวปฏิบัติในการจัดการนวัตกรรมอย่างเป็นระบบ และจะช่วยให้องค์กรกลายเป็นองค์กรนวัตกรรมและประสบความส าเร็จในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ บริการ กระบวนการองค์กร และรูปแบบธุรกิจใหม่สรุปได้ว่า การจัดการนวัตกรรม หมายถึง กระบวนการในการบริหารปัจจัยที่ส่งผลต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรมองค์กรที่มีความสัมพันธ์เกี่ยวข้องกันในภาพรวม เพื่อใช้เป็นกรอบในการท างานร่วมกันของทุกคนในการพัฒนาศักยภาพและส่งเสริมสนับสนุนทรัพยากรต่าง ๆ ในองค์กรให้เกิดประโยชน์สูงสุดและน าไปใช้ตามบริบทและสถานการณ์เฉพาะขององค์กรอย่างมีประสิทธิภาพ4.2 แนวคิดเกี่ยวกับการจัดการนวัตกรรมแนวคิดเกี่ยวกับการจัดการนวัตกรรมได้มีพัฒนาการตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบัน ในช่วงทศวรรษที่ 1960 ทฤษฎีการผลักดันเทคโนโลยี (Technology push theory) คือกระบวนการผลิตซึ่งเกิดขึ้นจากการประยุกต์ใช้วิจัยกระบวนการพัฒนานวัตกรรมในลักษณะเส้นตรง ช่วงทศวรรษที่ 1980 ทฤษฎีการเชื่อมโยงในห่วงโซ่ (Chain-link theories) การพัฒนานวัตกรรมว่าเกิดจากความเชื่อมโยง ระหว่างความรู้กับตลาด ซึ่งตอนต้นทศวรรษให้ความส าคัญกับการเชื่อมโยงระหว่างการวิจัยกับตลาด ผ่านกระบวนการพัฒนาทางเทคโนโลยี วิศวกรรม การผลิต การตลาดและการขายช่วงปลายทศวรรษ เน้นความส าคัญของการแพร่กระจายข้อมูลข่าวสารในการเชื่อมโยงระหว่างองค์กร ลูกค้าและซัพพลายเออร์ ช่วงทศวรรษที่ 1990 ระบบของนวัตกรรมเน้นความส าคัญของแหล่งข้อมูลที่มาจากภายนอกองค์กร โดยเฉพาะจากลูกค้าและในปัจจุบันเราเรียกว่าทฤษฎีเครือข่ายความร่วมมือทาง สังคม (Social network theory) การจัดการนวัตกรรมมีรากฐานจากแนวคิดในอดีตที่ผ่านมาทั้งหมด
76มีการสะสมความรู้ทางเทคนิคอย่างต่อเนื่อง และการใช้เทคโนโลยีการสื่อสารเพื่อการแสวงหาความรู้ที่ มือยู่มากมายมาใช้ในการสร้างนวัตกรรมได้อย่างมีประสิทธิภาพ (กนกวรรณ นนทศักดิ์, 2560)ตามแนวคิดของโจเซฟ จูปีเตอร์ (Schumpeter,2008) และทิดดี และเบสเซนท์ (Tidd & Bessant, 2018) ได้แบ่งประเภทของนวัตกรรมแบ่งออกเป็น 4 ประเภท (4Ps of innovation) ได้แก่(1) Product innovation คือ การเปลี่ยนแปลงในผลิตภัณฑ์หรือบริการขององค์กร Process innovation คือ การเปลี่ยนแปลงกระบวนการผลิตหรือกระบวนการน านวัตกรรมสู่ตลาด (3) Position innovation คือ การเปลี่ยนต าแหน่งนวัตกรรมสินค้าหรือบริการที่เคยออกสู่ตลาดมาแล้วให้รับรู้ใหม่ และ (4) Paradigm innovation คือ การเปลี่ยนแปลงกระบวนทัศน์นวัตกรรมองค์กรให้เปลี่ยนแปลงกรอบความคิด (กนกวรรณ นนทศักดิ์, 2560)แนวคิดการจัดการนวัตกรรมของทิดด์ และเบสเซนท์ (Tidd & Bessant) พัฒนาขึ้น โดยมืพื้นฐานมาจากทฤษฎีระบบเพื่อการจัดการนวัตกรรม ประกอบด้วย ปัจจัยน าเช้า (Input) กระบวนการ (Process) และผลผลิต (Output) และในการจัดการนวัตกรรมให้ความส าคัญกับทุก องค์กร โดยเฉพาะองค์กรที่ใช้ฐานความรู้สูง หรือมีการใช้ความคิดสร้างสรรค์ใหม่ๆ ในการบริหาร องค์กร ซึ่งการจัดการนวัตกรรมสามารถสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันให้กับองค์กร (Tidd & Bessant, 2018) ซึ่งทิดดี และเบสเซนท์ (Tidd & Bessant, 2018) ได้อธิบายกระบวนการการจัดการนวัตกรรมออกเป็น 4 ขั้นตอน ได้แก่ (1) การค้นหา (Search) โอกาสในการสร้างนวัตกรรม (2) การคัดเลือก (Select) นวัตกรรมที่จะสร้างสรรค์ การน านวัตกรรมไปใช้ประโยชน์ได้จริง (Implement) และ (4) การเป็นเจ้าของ (Capture) นวัตกรรมรวมทั้งประโยชน์จากนวัตกรรม ซึ่งสรุปได้ดังภาพที่ 4.1ภาพที่ 4.1 โมเดลการจัดการนวัตกรรมของทิดด์และเบสเซนท์ที่มา: Tidd & Bessant, (2018)
77การจัดการนวัตกรรมตามแนวคิดของฑิดด์ และเบสเซนท์ ได้แก่ (Ferreira, Fernandes, Alves, & Raposo, 2015)1) การก าหนดกลยุทธ์ โดยผู้บริหารองค์กรเป็นบุคคลส าคัญที่ท าหน้าที่ในการก าหนด กลยุทธ์ จัดท าแผนกลยุทธ์ และสื่อสารกลยุทธ์ไปยังผู้ใต้บังคับบัญชาทั่วทั้งองค์กร ซึ่งกลยุทธ์ในการ จัดการนวัตกรรมของส่วนงานในองค์กรจะต้องสอดคล้องกับกลยุทธ์หลักขององค์กร ส าหรับการ ก าหนดกลยุทธ์ที่ชัดเจนจะช่วยให้ผู้บริหารและบุคลากรระดับปฏิบัติการมีวิสัยทัศน์ร่วม (Share vision) สามารถน ากลยุทธ์!ปสู่การปฏิบัติอย่างเป็นรูปธรรม2) การจัดการกระบวนการนวัตกรรม ผู้บริหารองค์กรต้องก าหนดขั้นตอนในการสร้าง นวัตกรรมให้ซัดเจนเพื่อช่วยให้ผู้บริหารและผู้ปฏิบัติงานสามารถพัฒนาแนวคิดได้อย่างมีประสิทธิภาพ ตั้งแต่การน าเสนอแนวคิดใหม่ การแลกเปลี่ยนแนวคิด การกลั่นกรองแนวคิด การน าแนวคิดไป ทดสอบ การน าแนวคิดไปสร้างนวัตกรรม และการน าเสนอนวัตกรรมสู่ผู้ใช้บริการ มีการติดตาม ประเมินผลส าเร็จของนวัตกรรม เพื่อเรียนรู้และปรับปรุงกระบวนการนวัตกรรม และการจัดการ ทรัพยากรนวัตกรรมที่เหมาะสม รวมทั้งส่งเสริมการใช้ทรัพยากรนวัตกรรมให้มีประสิทธิภาพ และ ประสิทธิผลสูงสุด3) การจัดการองค์กรนวัตกรรม ผู้บริหารองค์กรต้องมีคุณลักษณะที่แสดงออกถึงการเป็นผู้น าที่ก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงองค์กรในทางที่ดีขึ้น โดยแสดงออกถึงการเป็นผู้ที่มีความคิด สร้างสรรค์ คิดค้นวิธีการใหม่หรือสิ่งใหม่ ๆ ในการปฏิบัติงาน มีการจัดโครงสร้างองค์กรที่เอื้อต่อการ สร้างสรรค์นวัตกรรมมีความยืดหยุ่น คล่องตัว เปิดโอกาสให้มีการประสานงานกัน ทั้งในแนวราบ และ แนวดิ่ง มีโครงสร้างที่ช่วยให้ผู้จัดการนวัตกรรมและทีมงานสามารถตัดสินใจได้อย่างรวดเร็ว4) การจัดการความเชื่อมโยงกับภายนอก เป็นการเชื่อมโยงระหว่างองค์กรกับองค์กร ภายนอก สภาพแวดล้อมทางเทคโนโลยี การตลาด เศรษฐกิจ ลังคม วัฒนธรรม และสภาพแวดล้อมอื่น ๆ ที่ส่งผลกระทบต่อกระบวนการสร้างนวัตกรรมและการจัดการทางด้านทรัพยากรนวัตกรรมใน การจัดการความเชื่อมโยงกับองค์กรภายนอกสามารถท าได้โดยการสร้างความสัมพันธ์อันดีกับผู้ส่ง มอบ (Suppliers) ผู้รับเหมาช่วง องค์กร ตัวแทนของผู้ใช้บริการองค์กร รวมทั้งมีขั้นตอนการปฏิบัติงานที่เปิดโอกาสให้ลูกค้า ผู้ส่งมอบ องค์กรหรือหน่วยงานอื่น ๆ ได้มีโอกาสท างานร่วมกันใน การสร้างนวัตกรรม5) การจัดการกระบวนการจัดการความรู้ การจัดการความรู้ที่เป็นระบบจะช่วยให้องค์กร สามารถจัดการความรู้ที่มีอยู่เดิมภายในองค์กรและสร้างความรู้ใหม่ ๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพและ ประสิทธิผล โดยเฉพาะความรู้ฝังลึก (Tacit knowledge) ซึ่งจะแฝงอยู่ในตัวบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถ และโครงสร้างความสัมพันธ์ของบุคคลในองค์กรท าให้ยากแก่การค้นหา ดังนั้นจึงต้องมี การจัดการกระบวนการเรียนรู้อย่างเป็นระบบ โดยการค้นหาความรู้ การสร้างความรู้ การจัดการ ความรู้ให้เป็นระบบ โดยมีการประมวลและกลั่นกรองความรู้ สร้างระบบการเข้าถึงความรู้ และการแลกเปลี่ยนความรู้ มีระบบในการทบทวนเป้าหมายในทุกขั้นตอนของกระบวนการนวัตกรรม เปิดโอกาสให้มีการแลกเปลี่ยนประสบการณ์กับหน่วยงานต่าง ๆ เพื่อสร้างโอกาสในการเรียนรู้และ ปรับปรุงกระบวนการสร้างสรรค์นวัตกรรมไปสู่ความส าเร็จอย่างยั่งยืน
78มีนักวิชาการที่ใช้ทฤษฎีการจัดการนวัตกรรมของทิดค์และเบสเซนท์เป็นกรอบแนวคิดใน การวิจัยได้แก่ Ferreira, Fernandes, Alves, & Raposo (2015) ศึกษาแรงขับเคลื่อนของกลยุทธ์ นวัตกรรมโดยการทดสอบโมเดลของทิดค์และเบสเซนท์ (2009) เก็บข้อมูลจากผู้จัดการของบริษัทใน กลุ่มธุรกิจเกษตรกรรม ธุรกิจบริการ ธุรกิจอุตสาหกรรมการผลิต ธุรกิจภาคขนส่งในประเทศโปรตุเกส ผลการศึกษาพบว่า ผู้น าและบุคลากรในองค์กรเป็นปัจจัยส าคัญที่เป็นแรงผลักดันให้องค์กรมีการจัดการนวัตกรรมประสบความส าเร็จ โดยผู้น าและบุคลากรต้องตระหนักถึงความส าคัญของนวัตกรรมและมีความเข้าใจถึงความสามารถหรือความโดดเด่นขององค์กร รวมทั้งยังพบว่ากลยุทธ์นวัตกรรมขององค์กรไม่สามารถแยกความแตกต่างระหว่างองค์กรที่มีผลการด าเนินงานด้านนวัตกรรมสูงและต ่าได้ดังนั้นนวัตกรรมจึงเป็นตัวแปรที่น าไปสู่การเปลี่ยนแปลงองค์กรด้านต่าง ๆ ในเชิงธุรกิจ ได้แก่ ความอยู่รอด การเจริญเติบโต การสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขัน การสร้างโอกาสทางธุรกิจใหม่และสมรรถนะหลัก ซึ่งนวัตกรรมไม่ใช่แค่การพัฒนาสินค้าใหม่เท่านั้น แต่เกี่ยวข้องกับการลดต้นทุน การแสวงหาแนวทางการตอบสนองความต้องการของตลาด การยกระดับคุณภาพชีวิตและการสร้างคุณภาพเพิ่ม (รัตนพร ทองรอด, 2557) การจัดการนวัตกรรม (Innovation Management หรือ IM) จึงมีความส าคัญและจ าเป็นมากขึ้นทุกวัน โดยเฉพาะส าหรับองค์กรต่าง ๆ ในประเทศไทยที่จะต้องขยับปรับระบบการบริหารงานภายในไปสู่การใช้ความคิดควบคู่ไปกับทักษะแรงงานที่หลากหลาย ซึ่งมี 2 ส่วนด้วยกันคือ Innovation Management System การพัฒนาระบบงานใหม่ในองค์กรที่ก่อให้เกิดการพัฒนาและปรับปรุงแบบก้าวกระโดดและ Innovation Management Standard มาตรฐานที่จะมาก าหนดแนวทางและวิธีการ (Guideline) เพื่อให้แน่ใจว่าระบบการจัดการนั้นด าเนินการได้อย่างครบถ้วนรอบด้านมากพอ (จ าลักษณ์ ขุนพลแก้ว, 2561)นวัตกรรมเป็นกระบวนการหลักของธุรกิจ เปรียบเสมือนหัวใจในการท าให้องค์กร สามารถด ารงอยู่และเจริญเติบโตต่อไปได้ (Chesbrough, 2003) นวัตกรรมยังเป็นสิ่งส าคัญที่ช่วยในการเสริมสร้างขีดความสามารถในการแข่งขัน นวัตกรรมมีความสัมพันธ์กับการประดิษฐ์คิดค้น (Invention) แต่การประดิษฐ์คิดค้นเป็นการค้นพบสิ่งใหม่ ความรู้ใหม่ที่ยังไม่มีผู้ใดคิดค้น หรือค้นพบมาก่อน ซึ่งอาจจะไม่สามารถน าไปใช้ประโยซนในทางเศรษฐกิจได้ แต่นวัตกรรมจะเป็นการน าความรู้ ใหม่หรือสิ่งค้นพบใหม่ไปใช้ได้จริง อาจจะอยู่ในรูปแบบของเทคโนโลยีหรือรูปแบบอื่นที่ไม่ใช่เทคโนโลยี (นพดล เหลืองภิรมย์, 2557) ซึ่งนวัตกรรมไม่ได้หมายถึงเฉพาะผลิตภัณฑ์หรือสิ่งประดิษฐ์ใหม่ๆ เท่านั้น แต่นวัตกรรมหมายถึงผลิตภัณฑ์ สิ่งประดิษฐ์ บริการ กรรมวิธีที่เกี่ยวกับการผลิต การจัดโครงสร้างองค์กร ระบบบริหารจัดการ การบริหารการเงิน ธุรกิจ การตลาด หรือการอื่นใด ที่เป็นสิ่งใหม่หรือพัฒนาให้ดีขึ้นกว่าเดิมอย่างมีนัยส าคัญและน าไปใช้ประโยชน์ได้ทั้งในเชิงพาณิซย์และสาธารณะ ในปัจจุบันหน่วยงานทั้งภาครัฐและเอกชนต่างให้ความส าคัญกับนวัตกรรม มีการแข่งขันนวัตกรรมใหม่ให้เกิดขึ้นในองค์กรเพื่อแสดงถึงความสามารถในการคิดและประดิษฐ์สิ่งใหม่ๆ ให้ลูกค้า หรือผู้ใช้บริการพึงพอใจ ดังนั้นการที่องค์กรต่าง ๆ พยายามสร้างนวัตกรรมในองค์กร โดยมีวิธีการและกระบวนการที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายด้าน และวิธีการหรือกระบวนการที่ก่อให้เกิดนวัตกรรมนี้ เรียกว่า “การจัดการนวัตกรรม”
79การจัดการนวัตกรรมเป็นกระบวนการภายใต้ ความรู้ ประสบการณ์ ความเชี่ยวชาญและทักษะ ความช านาญของบุคคลหรือองค์การ นอกเหนือจากงานประจ าที่ท าอยู่เมื่อน าความคิดใหม่มาสู่การปฏิบัติแล้วก่อให้เกิดสิ่งใหม่ที่มีคุณภาพ สามารถน าไปใช้ได้จริงลดต้นทุนและเพิ่มผลก าไรให้กับบุคคลหรือองค์การ มีประสิทธิภาพและประสิทธิผลสูงกว่าเดิม เกิดประโยชน์ต่อชีวิต สังคมและเศรษฐกิจหรือ ปรับปรุงสิ่งที่มีอยู่เดิมให้มีคุณภาพมากขึ้น สิ่งเหล่านั้นอาจเป็นผลิตภัณฑ์ กระบวนการหรือบริการก็ได้ และต้องมีลักษณะของความผันแปรให้เกิดความทันสมัยในตัวเองอย่างไม่หยุดนิ่งของการให้บริการที่มีคุณภาพ สอดคล้องกับความเชื่อและความคาดหวังของลูกค้า 4.3 กระบวนการจัดการนวัตกรรมKeith Goffin (2016) กล่าวว่า การจัดการนวัตกรรมเป็นกระบวนการที่บริหารทรัพยากรที่จ าเป็นในการด าเนินการให้มีความต่อเนื่อง องค์การจึงจะสามารถสร้างสรรค์นวัตกรรมได้ตามวัตถุประสงค์และมีประสิทธิภาพ โดยระบุว่านวัตกรรมถูกแบ่งออกเป็น 5 มิติหลัก (ผลิต บริการ กระบวนการ กระบวนการทางธุรกิจ และนวัตกรรมรูปแบบธุรกิจ ) โดยองค์กรจะต้องท าการระบุถึงความส าคัญในแต่ละมิติเพื่อท าการปรับปรุงพัฒนาหรือต่อยอด อย่างไรก็ตามการจัดการนวัตกรรมมีความหลากหลายและซับซ้อนทางโดย Keith ได้น าเสนอ Pentathlon Framework ที่จะใช้เป็นเครื่องมือในการจัดการนวัตกรรม ดังนี้1.การสร้างความคิด (Idea Generation) เป็นการจัดการทรัพยากรและสภาพแวดล้อม ในองค์กรให้เอื้อต่อการสร้างสรรค์นวัตกรรม2. การคัดเลือก (Selection) เป็นกระบวนการคัดสรรและจัดเรียงล าดับความส าคัญของปัญหา ภายใต้เงื่อนไขด้านสภาพแวดล้อม ทรัพยากรและบริบทขององค์กร 3. การด าเนินการ (Implementation) เป็นการท างานร่วมกันแบบทีมและสามารถ ท างานข้ามสายงานได้ระหว่างการด าเนินการใน 3 ขั้นตอนข้างต้น ผู้บริหารจะต้องค านึงถึง 2 ปัจจัยหลักที่มีผลต่อการจัดการนวัตกรรม ได้แก่ 1) การน ากลยุทธ์นวัตกรรม (Innovation Strategy) มาปรับใช้เป็นการด าเนินการและพัฒนาตามแผน โดยผู้บริหารจะต้องระบุโอกาสและความเสี่ยงที่ส าคัญได้โดยมุ่งเน้นเป้าหมายของนวัตกรรม ผู้บริหารและบุคคลที่เกี่ยวข้องจะต้องมีภาวะผู้น า มีการสื่อสารที่ดี ใช้เทคโนโลยีได้ อีกทั้งวัดและมีการประเมินแนวโน้มความส าเร็จของนวัตกรรมได้2) การจัดการด้านปัจจัยที่ส่งผลต่อการสร้างนวัตกรรม เช่น บุคลากร วัฒนธรรมองค์กร การบริหารทรัพยากรมนุษย์ซึ่งรวมถึงการจ้างและนโยบายการฝึกอบรม การออกแบบงาน และการมีโครงสร้างที่ยืดหยุ่น ซึ่งจะช่วยเพิ่มผลผลิตด้านนวัตกรรม อีกทั้งการสร้างวัฒนธรรมแห่งนวัตกรรมที่ต่อเนื่องในองค์กรเพื่อกระตุ้นความสามารถและสร้างแรงจูงใจให้กับทุกคนในองค์กร และผู้บริหารควรมีบทบาทอย่างสูงในการฝึกสอนนวัตกรรมและแลกเปลี่ยนความคิดอย่างต่อเนื่องRobbie Richards (2021) กล่าวว่า การจัดการนวัตกรรมหรือระบบการจัดการนวัตกรรม เป็นกระบวนการของการจัดการความคิดใหม่ ๆ ตั้งแต่ความคิดไปจนถึงการด าเนินการและท าให้เป็นจริงโดยมีกระบวนการทั้งหมด 4 ขั้นตอน ดังนี้
801. การสร้าง (Generating) เป็นการระดมสมองและการป้อนข้อมูลของพนักงานเพื่อเปิดเผยแนวคิดที่ซ่อนอยู่2. การได้มาและเข้าถึง (Capturing) เป็นการบันทึกแนวคิดในลักษณะที่สามารถแบ่งปันกับเครือข่ายการท างานหลักได้อย่างง่ายดาย3. การประเมิน (Evaluating) เป็นการอภิปรายและวิพากษ์วิจารณ์แนวคิดที่เป็นนวัตกรรมใหม่เพื่อดูว่าตรงกับความต้องการขององค์กรหรือไม่4. จัดล าดับ ความส าคัญ (Prioritizing) เป็นการตัด สินใจว่าจะใช้แนวคิดที่เป็นนวัตกรรม ใดเพื่อเพิ่มเวลาและทรัพยากรอื่น ๆ ในองค์กรบริษัทไปรษณีย์ไทย (2563) กล่าวถึง การบริหารจัดการนวัตกรรมในองค์กรไว้ว่า องค์กรจะต้องมีกระบวนการและแนวปฏิบัติด้านบุคคล เทคโนโลยี และผู้มีส่วนได้ส่วนเสียผ่านกระบวนจัดการนวัตกรรม (Innovation Management Process) มีขั้นตอน ดังนี้ 1. การวางแผนการด าเนินการ เป็นการก าหนดวิสัยทัศน์ พันธกิจด้านนวัตกรรมและวัตถุประสงค์ขององค์กรณ์ในภาพรวม เพื่อให้เข้าใจถึงปัญหาและโอกาสในการด าเนินการ2. กระบวนการสร้างนวัตกรรม เป็นการเลือกสรรกระบวนการที่มีความเหมาะสมเกี่ยวพันกับลักษณะของนวัตกรรม ประเภทขององค์กรหรือโครงสร้างภายในของแต่ละองค์กร กระบวนการสร้างนวัตกรรมจึงมีความเป็นไปได้ในหลากหลายวิธี ดังนั้นควรมีการหารือร่วมกันเพื่อบูรณาการให้สอดคล้องกับหลักเกณฑ์ที่ก าหนดในการน ามาใช้เป็นกรอบในการจัดการความคิด พัฒนากระบวนการและน าสู่การปฏิบัติ3. การประเมินผลกระบวนการสร้างนวัตกรรม เป็นการก าหนดตัวชี้วัดเพื่อประเมินผลงานทางนวัตกรรมทั้งตัวชี้วัดทางการเงินและไม่ใช่ทางการเงินองค์การมาตรฐานสากล (2562) น าเสนอกระบวนการจัดการนวัตกรรมผ่านวงจร PDCA (Plan - Do - Check - Act) ที่สามารถน าไปใช้กับระบบการจัดการนวัตกรรมทั้งหมดหรือบางส่วนได้โดยสามารถอธิบายวงจรได้ ดังนี้ 1. การวางแผน (Plan) หมายถึง การก าหนดวัตถุประสงค์และก าหนดการด าเนินการที่จ าเป็นเพื่อจัดการกับโอกาสและความเสี่ยง เช่น ปัจจัยที่ส่งผลต่อความส าเร็จของนวัตกรรม 2. การด าเนินการ (Do) หมายถึง น าแบบแผนจากขั้นตอนที่ 1 มาด าเนินการผ่าน กระบวนการที่เหมาะสมกับบริบทและทรัพยากรขององค์กร เพื่อสนับสนุนและการปฏิบัติการ 3. การตรวจสอบ ติดตาม (Check) และวัดผลกับวัตถุประสงค์ 4. การด าเนินการเพื่อปรับปรุง (Act) หมายถึง การปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบการจัดการนวัตกรรมอย่างต่อเนื่องรัตนะ บัวสนธ์ (2563) กล่าวว่า ในการด าเนินงานวิจัยหรือพัฒนานวัตกรรมทางด้านการบริหารจัดการศึกษา มีกระบวนการเป็นล าดับขั้น ดังนี้1. ขั้นตอนที่ 1 การศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการในเรื่องหรือภารกิจที่จะแก้ไข หรือพัฒนาให้ดียิ่งขึ้นโดยสามารถรวบรวมข้อมูลได้จากการสังเคราะห์เอกสารที่เกี่ยวข้อง
812. ขั้นตอนที่ 2 การจัดล าดับความส าคัญของปัญหาที่รวบรวมได้จากขั้นตอนที่ 1 มาออกแบบนวัตกรรมที่แสดงถึงองค์ประกอบของตัวแปรที่สอดคล้องกันในการแก้ไขปัญหาหรือพัฒนาสิ่ง ๆ นั้น หลังจากนั้นน าไปประเมินหรือตรวจสอบคุณภาพความสอดคล้องและความเหมาะสมจากการพิจารณากับผู้ที่เกี่ยวข้องกับการบริหารจัดการ โดยผลที่ได้น าไปปรับปรุงให้สอดรับต่อไป3. ขั้นตอนที่ 3 การน านวัตกรรมนั้นไปทดลองใช้ โดยมีขั้นตอน ดังนี้ จัดการประชุมปรึกษา มอบหมายงานให้กับผู้รับผิดชอบ การติดตามงานและการปรับปรุงกิจกรรมกรด าเนินงาน โดยผู้บริหารควรเก็บข้อมูลในลักษณะที่แสดงให้เห็นถึงกระบวนการบริหารมากว่าการเก็บข้อมูลส่วนผลผลิต4. ขั้นตอนที่ 4 การสรุปผลภาพรวมของนวัตกรรมที่ผ่านมาว่าสามารถแก้ไขปัญหาหรือพัฒนางานในภารกิจการบริหารนั้น ๆ ได้มากน้อยเพียงใด เป็นไปตามวัตถุประสงค์ที่ก าหนดไว้หรือไม่ โดยข้อมูลเหล่านั้นรวบรวมได้จากการจัดประชุมสะท้อนกลับผลการด าเนินงานของผู้ที่เกี่ยวข้อง และน าข้อมูลมาปรับปรุงเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพของนวัตกรรมต่อไปจิติมา วรรณศรี (2563) กล่าวว่า กระบวนการของนวัตกรรมนั้น มีการน าแนวคิดจากหลากหลายแหล่งข้อมูลมาประยุกต์ใช้ และเพื่อสร้างนวัตกรรมในองค์กร อย่างไรก็ตามใน เชิงการศึกษา มีขั้นตอนที่คล้ายคลึงกันและแตกต่างกัน โดยสรุปออกเป็น 3 ขั้นตอน ได้ดังนี้1. ขั้นตอนที่ 1 วิเคราะห์ปัญหาความต้องการ หมายถึง ผู้บริหารหรือบุคลากรที่เกี่ยวข้อง ส ารวจเก็บรวบรวมข้อมูลด้วยวิธีต่าง ๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลมาประมวลผลและวิเคราะห์เห็นถึงปัญหาหรือเรื่องที่จะต้องการพัฒนา และน าข้อมูลเหล านั้นไปสู่การคิดค้นแนวทางแก้ไขปรับปรุงให้เกิดประสิทธิผลมากขึ้น2. ขั้นตอนที่ 2 คิดออกแบบสร้างนวัตกรรม หมายถึง การน าข้อมูลในขั้นตอนที่ 1 มาคิดค้น ออกแบบและสร้างนวัตกรรมในการบริหารจัดการให้สอดคล้องกับบริบท ศักยภาพขององค์กร รวมทั้งการน านวัตกรรมไปทดลองใช้เพื่อศึกษาผลผลิต ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นมีประสิทธิภาพมากน้อยเพียงใด โดยอาศัยทักษะของผู้บริหารและบุคลากรที่เกี่ยวข้องในเชิงการใช้ทักษะ การคิด วิเคราะห์และการคิดสร้างสรรค์ เพื่อสร้างแนวคิดออกแบบได้อย่างหลากหลาย3. ขั้นตอนที่ 3 การตรวจสอบความเหมาะสมของนวัตกรรมที่ได้ ตรวจสอบผ่านผู้รู้หรือผู้ที่เชี่ยวชาญเฉพาะด้านที่สามารถให้ข้อเสนอแนะที่เป็นประโยชน์ต่อการปรับปรุงนวัตกรรมให้มีความเหมาะสม สามารถน าไปสู่การปฏิบัติให้เกิดผลลัพธ์ที่พึงประสงค์ได้จากการศึกษาเอกสารข้างต้นจะเห็นได้ว่ากระบวนการจัดการนวัตกรรมเป็นกระบวนการ ศึกษา วิเคราะห์ สังเคราะห์ ออกแบบและวางแผนด าเนินการที่ให้ความส าคัญกับการมองความ ส าเร็จของนวัตกรรม ภายใต้การพิจารณาความเป็นไปได้ในการจัดการทรัพยากรและปัจจัยที่ส่งผลในองค์กรและโดยส่วนใหญ่ นักวิชาการได้อธิบายขั้นตอนไว้ว่า มีความคล้ายคลึงกับวงจรคุณภาพการบริหารงานเชิงระบบ (PDCA) ซึ่งประกอบด้วย 4 ขั้นตอน ดังนี้ขั้นตอนที่ 1 การวางแผนการจัดการนวัตกรรมทางการบริหาร (Planning) เป็นการศึกษาข้อมูลที่เกี่ยวข้องกับสภาพปัจจุบัน ปัญหา และความต้องการพัฒนา โดยการส ารวจและสอบถามข้อมูลจากทั้งภายในและภายนอก น าข้อมูลมาวิเคราะห์ สรุปผล ให้เห็นถึงปัญหาและความต้องการใน
82การสร้างนวัตกรรม โดยมีการจัดล าดับความส าคัญของปัญหาและก าหนดแนวทางการด าเนินงานเพื่อจัดการกับทรัพยากร โอกาสและความเสี่ยงขั้นตอนที่ 2 การด าเนินงานตามแผนการจัดการนวัตกรรม (Doing) เป็นการออกแบบ นวัตกรรมผ่านกระบวนการที่เหมาะสมกับบริบทและทรัพยากร โดยการจัดการประชุมปรึกษา เพื่อเตรียมการมอบหมายงาน การมอบหมายงานให้กับผู้รับผิดชอบ มีผู้บริหารและบุคลากรที่เกี่ยวข้องน าลงสู่การปฏิบัติ การติดตามงานที่ได้รับมอบหมายการและน านวัตกรรมนั้นไปทดลองใช้ขั้นตอนที่ 3 การตรวจสอบและประเมินนวัตกรรมทางการบริหาร ( Checking) เป็นการประเมินความเหมาะสมของนวัตกรรรมและตรวจสอบ ติดตามการด าเนินการขั้นตอนที่ 4 การปรับปรุงและพัฒนาคุณภาพนวัตกรรมทางการบริหาร ( Action) เป็นการจัดประชุมสะท้อนกลับในผลการด าเนินงานของผู้ที่เกี่ยวข้อง โดยแบ่งการประเมินเป็นประเมินผลปฏิบัติงานนวัตกรรมที่เกิดขึ้นจากภาพรวม ผลลัพธ์ และผลกระทบจากการเปลี่ยนแปลงที่มีต่อองค์กร โดยประเมินผลปฏิบัติงานของผู้ที่รับผิดชอบ และประเมินผลปฏิบัติการทั้งระบบ รวมถึงมีการปรับปรุงประสิทธิภาพของระบบการจัดการนวัตกรรมอย่างต่อเนื่อง4.4 องค์ประกอบของการจัดการนวัตกรรมนวัตกรรมเป็นขั้นตอนกระบวนการที่ด าเนินการต่อเนื่องกัน ตั้งแต่กระบวนการคิดสิ่งใหม่ (Ideation) กระบวนการบ่มเพาะ (Incubation) เพื่อคิดค้นทดลอง จนพบสิ่งที่ต้องการและกระบวนการน าไปใช้ให้เกิดผล (Implementation) ก่อให้เกิดการยอมรับและน าไปใช้อย่างแพร่หลาย การจัดการนวัตกรรม (Innovation Management) จึงมีความส าคัญและจ าเป็นโดยเฉพาะส าหรับองค์กรต่าง ๆ ในประเทศไทยที่จะต้องขยับปรับระบบการบริหารงานภายในไปสู่การใช้ความคิดควบคู่ไปกับทักษะแรงงานที่หลากหลาย (จ าลักษณ์ ขุนพลแก้ว 2563) ได้มีนักวิชาการทั้งในประเทศและต่างประเทศได้ท าการศึกษาเกี่ยวกับองค์ประกอบที่ส าคัญของการจัดการนวัตกรรม ไว้ดังนี้จ าลักษณ์ ขุนพลแก้ว (2563) กล่าวว่า องค์ประกอบในการจัดการนวัตกรรมให้ประสบความส าเร็จ มีองค์ประกอบที่ส าคัญ ดังนี้1. Strategy.ก าหนดหนทางและเป้าหมายที่สอดรับกัน2. Culture วัฒนธรรมที่เอื้ออ านวยให้คนเกิดความคิดใหม่ได้ในทุกวัน3. Process กระบวนการที่สามารถวัดผลท าซ้ าและก่อให้เกิดผลส าเร็จ4. Tools & Techniques เครื่องมือและวิธีการที่ใช้เพื่อสร้างนวัตกรรมและ5. Metrics ตัวชี้วัดผลงานที่เกิดขึ้นและสามารถสอบย้อนกลับได้Tanja Eschberger (2018) กล่าวว่า องค์ประกอบในการจัดการนวัตกรรมให้ประสบความส าเร็จ มีองค์ประกอบที่ส าคัญ ดังนี้1. ความมุ่งมั่นของผู้บริหารต่อนวัตกรรม2. กลยุทธ์ในการจัดการนวัตกรรม3. โครงสร้างขององค์กร อ านาจหน้าที่ ความรับผิดชอบ4. วัฒนธรรมองค์กร
835. การบริหารการเปลี่ยนแปลง6. การท างานเชิงบูรณาการของผู้มีส่วนได้เสีย7. การมีส่วนร่วมของพนักงานความร่วมมือKathy Moore Cowan, Lyn E. Haralson และ Faith Weekly (2009) กล่าวว่านวัตกรรมต้องการความร่วมมือ ความคิด การน าไปปฏิบัติและการสร้างมูลค่า การสร้างสรรค์นวัตกรรมต้องมีการแบ่งปันแนวคิด โครงการและความคิดริเริ่ม องค์ประกอบในการจัดการนวัตกรรมให้ประสบความส าเร็จมีองค์ประกอบที่ส าคัญ ดังนี้1. การท างานร่วมกัน2. การระดมความคิดเห็นจากสมาชิก3. การลงมือปฏิบัติ4. การสร้างคุณค่าและมูลค่าBecky Yates (2019) กล่าวว่า องค์ประกอบในการจัดการนวัตกรรมให้ประสบความส าเร็จมีองค์ประกอบที่ส าคัญ ดังนี้1. การสร้างวัฒนธรรมแห่งนวัตกรรม2. การจัดล าดับความส าคัญของความคิด3. การสร้าง Start-Up โดยให้ความส าคัญแก่ลูกค้า4. การมีส่วนร่วมของบุคลากรในองค์กรBecky Lawlor May (2019) กล่าวว่า องค์ประกอบในการจัดการนวัตกรรมให้ประสบความส าเร็จมีองค์ประกอบที่ส าคัญ ดังนี้1. ภาวะผู้น าของผู้บริหารองค์กร2. การท างานเป็นทีม3. การให้ความส าคัญในการสร้างนวัตกรรม4. การให้ความส าคัญต่อลูกค้ากล่าวโดยสรุป จากแนวคิดของนักวิชาการเกี่ยวกับองค์ประกอบของการจัดการนวัตกรรมดังกล่าวข้างต้น แสดงให้เห็นว่าการจัดการนวัตกรรมมีองค์ประกอบที่หลากหลายขึ้นอยู่กับบริบทของการจัดการในแต่ละองค์กร เป็นการสร้างแนวคิดใหม่ทางธุรกิจ (Business ideas) ผสมผสานกับการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีที่ทันสมัย (Technology application) เพื่อสนองตอบต่อความต้องการของตลาด และสร้างความพึงพอใจให้ลูกค้า (Market demand) ซึ่งถือว่ามีความส าคัญต่อความส าเร็จของขององค์กรเพื่อน าไปสู่เป้าหมายที่ก าหนดไว้นวัตกรรมเป็นสิ่งส าคัญซึ่งจะช่วยให้องค์กรประสบความส าเร็จในการสร้างการเติบโตอย่างยั่งยืน และสามารถส่งมอบคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียได้อย่างต่อเนื่อง การจะท าให้บรรลุเป้าหมายด้านนวัตกรรม องค์กรต้องวางแผนเพื่อก าหนดการจัดการด้านนวัตกรรมอย่างเป็นระบบ เช่น การพิจารณาบริบท การวางแผนการจัดการนวัตกรรม การพิจารณาปัจจัยขับเคลื่อนนวัตกรรม การก าหนดกระบวนการด้านการจัดการนวัตกรรม การประเมินประสิทธิผลของระบบการจัดการนวัตกรรม เป็นต้น
84ระบบการจัดการนวัตกรรมจะช่วยให้องค์กรมีแนวทางในการจัดท า รักษา และพัฒนาแนวปฏิบัติในการจัดการนวัตกรรมอย่างเป็นระบบ และจะช่วยให้องค์กรกลายเป็นองค์กรนวัตกรรมและประสบความส าเร็จในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ บริการ กระบวนการ องค์กร และรูปแบบธุรกิจใหม่มาตรฐานระบบการจัดการนวัตกรรมเป็นมาตรฐานที่ช่วยให้องค์กรมีการบริหารจัดการในการขับเคลื่อนให้องค์กรด าเนินการได้ตามนโยบาย และวัตถุประสงค์ด้านนวัตกรรม ช่วยให้องค์กรพัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขันด้านผลิตภัณฑ์/บริการ กระบวนการ วิธีการด้านการตลาด รูปแบบธุรกิจ สถานที่ท างาน หรือความสัมพันธ์กับหน่วยงานภายนอก สร้าง/เพิ่มคุณค่าให้แก่ผู้มีส่วนได้ส่วนเสียรวมทั้งองค์กร ประโยชน์ของมาตรฐานระบบการจัดการนวัตกรรม มีดังนี้(สถาบันรับรองมาตรฐานไอเอสโอ, 2563)1. เป็นแนวทางการด าเนินงานขององค์กรให้บรรลุตามความต้องการของลูกค้า2. เพิ่มโอกาสทางธุรกิจและเปิดตลาดใหม 3. เพิ่มการเติบโต และรายได้จากนวัตกรรม4. ลดระยะเวลาในการพัฒนาผลิตภัณฑ์สู่ตลาด5. ประหยัดต้นทุนและลดความเสี่ยงในการสร้างนวัตกรรม6. ปรับปรุงประสิทธิภาพและสมรรถนะขององค์กรในการสร้างสรรค์นวัตกรรม7. เพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน8. พัฒนาความคิดให้เปิดใจรับรูปแบบทางธุรกิจและวิธีการใหม่ๆ9. สามารถแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมผ่านกระบวนการของนวัตกรรม 10. การสร้างเครือข่ายในชุมชน การพัฒนาผลิตภัณฑ์จากภูมิปัญญาท้องถิ่น เป็นต้น11. เพิ่มขีดความสามารถในการตัดสินใจขององค์กร เพื่อเผชิญกับความท้าทายและการเปลี่ยนแปลง ระบบการจัดการนวัตกรรมเป็นกระบวนการที่ท าให้งานกิจกรรมต่าง ๆ ส าเร็จลงได้อย่างมีประสิทธิภาพและมีประสิทธิผลด้วยคนและทรัพยากรขององค์กร เป็นการบริหารระบบการท างานใหม่ วิธีการท างานใหม่ การผสมผสานการท างานใหม่ การสร้างสิ่งใหม่ ๆ ในการบริหารจัดการ และสิ่งที่เป็นประโยชน์ ได้รับการยอมรับ มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ ระบบการจัดการนวัตกรรมจะช่วยให้องค์กรมีแนวทางในการจัดท า รักษา และพัฒนาแนวปฏิบัติในการจัดการนวัตกรรมอย่างเป็นระบบ และจะช่วยให้องค์กรกลายเป็นองค์กรนวัตกรรมและประสบความส าเร็จในการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ บริการ กระบวนการ และรูปแบบธุรกิจใหม่บทสรุปการจัดการนวัตกรรมเป็นกระบวนการส าคัญที่ช่วยให้องค์กรสามารถสร้างสรรค์และน าแนวคิดใหม่ ๆ มาปรับใช้เพื่อเพิ่มคุณค่าและความสามารถในการแข่งขันในโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว นวัตกรรมมิได้เกิดขึ้นเพียงจากการคิดสร้างสรรค์เท่านั้น แต่ต้องอาศัยการบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ ตั้งแต่การค้นหาและพัฒนาแนวคิด การคัดเลือกและทดลองใช้ ไปจนถึงการน าไป
85ประยุกต์ใช้จริงในองค์กรหรือสังคม กระบวนการเหล่านี้ต้องอาศัยทั้งความรู้ เทคโนโลยี การบริหารทรัพยากร และการสนับสนุนจากบุคลากรทุกระดับนอกจากนี้ การจัดการนวัตกรรมยังมีบทบาทในการสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่เปิดกว้างต่อการเปลี่ยนแปลงและการเรียนรู้ ท าให้เกิดการแลกเปลี่ยนความคิด การท างานร่วมกัน และการพัฒนาต่อเนื่องอย่างไม่หยุดนิ่ง เมื่อองค์กรสามารถบูรณาการนวัตกรรมเข้ากับกลยุทธ์และการด าเนินงานได้อย่างเหมาะสม ก็จะน าไปสู่ความยั่งยืนและความได้เปรียบเชิงแข่งขันในระยะยาวกล่าวโดยสรุป การจัดการนวัตกรรมจึงเป็นทั้งศาสตร์และศิลป์ที่ผสมผสานการคิดเชิงสร้างสรรค์กับการบริหารจัดการอย่างมีประสิทธิภาพ เพื่อผลักดันให้องค์กรและสังคมก้าวไปข้างหน้าอย่างมั่นคงและทันต่อการเปลี่ยนแปลงของโลกยุคใหม่
86ค าถามท้ายบท1. การจัดการนวัตกรรมหมายถึงอะไร และมีความแตกต่างจากการจัดการทั่วไปอย่างไร2. เหตุใดการจัดการนวัตกรรมจึงถือเป็นปัจจัยส าคัญต่อความสามารถในการแข่งขันขององค์กร3. ยกตัวอย่างสถานการณ์ที่แสดงให้เห็นถึงบทบาทของการจัดการนวัตกรรมในชีวิตจริง4. แนวคิดหลักของการจัดการนวัตกรรมมีอะไรบ้าง และสะท้อนถึงการเปลี่ยนแปลงในองค์กรอย่างไร5.การจัดการนวัตกรรมสัมพันธ์กับการสร้างวัฒนธรรมองค์กรเชิงสร้างสรรค์อย่างไร6. อธิบายความเชื่อมโยงระหว่างแนวคิดการจัดการนวัตกรรมกับการพัฒนาอย่างยั่งยืน7. กระบวนการจัดการนวัตกรรมประกอบด้วยขั้นตอนใดบ้าง และแต่ละขั้นตอนมีความส าคัญอย่างไร8. หากองค์กรละเลยขั้นตอนใดขั้นตอนหนึ่งในกระบวนการจัดการนวัตกรรม จะเกิดผลกระทบอย่างไร9. ยกตัวอย่างการประยุกต์ใช้กระบวนการจัดการนวัตกรรมในองค์กรธุรกิจหรือการศึกษา10. องค์ประกอบหลักของการจัดการนวัตกรรมมีอะไรบ้าง และแต่ละองค์ประกอบท าหน้าที่อย่างไร11. การบูรณาการองค์ประกอบต่าง ๆ ของการจัดการนวัตกรรมช่วยให้องค์กรบรรลุเป้าหมายได้อย่างไร12. วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างบุคลากร เทคโนโลยี และทรัพยากร ในฐานะองค์ประกอบส าคัญของการจัดการนวัตกรรม