3372.4 การมีเทคโนโลยีที่ทันสมัย เช่น การพัฒนาสินค้าและบริการให้มีประสิทธิภาพและสามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ดียิ่งขึ้น 2.5 การบริการที่เป็นเลิศ เช่น ความตรงต่อเวลาในการส่งสินค้า เป็นต้น 2.6 ชื่อเสียงของสินค้า เช่น ความน่าเชื่อถือของสินค้า เป็นต้น 2.7 การมีสินค้าหลายชนิดในสายผลิตภัณฑ์เดียวกันให้ผู้บริโภคได้เลือกซื้อ เช่น แผ่นเกม Standard edition (ประกอบด้วยเกมเพียงอย่างเดียว), แผ่นเกม Deluxe edition (ประกอบด้วยเกมและส่วนเสริมของเกม) เป็นต้น 3. กลยุทธ์ที่เน้นกลุ่มลูกค้า (Focus หรือ Market Niche Strategy) คือ การผลิตสินค้าและบริการเพื่อมุ่งเน้นการสอบสนองความต้องการของลูกค้าเฉพาะกลุ่ม โดยอาศัยการแบ่งส่วนการตลาด (Market Segment)โดยแบ่งตามพื้นที่ ความร่ ารวย อายุ ความชอบ รสนิยม รวมถึงความต้องการพิเศษ โดยบริษัทจะต้องพิจารณาปัจจัย กลุ่มลูกค้าต้องมีขนาดใหญ่ ตลาดมีศักยภาพสามารถเติบโตได้ อีกทั้งบริษัทต้องมีทรัพยากรและสมรรถนะที่สามารถตอบสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้ เนื่องจากเป็นลูกค้าเฉพาะกลุ่ม บริษัทจึงมีความสัมพันธ์ที่ดีกับลูกค้าและสามารถทราบการเปลี่ยนแปลงในรสนิยม ความชอบ ของลูกค้าโดยที่บริษัทสามารถปรับปรุงสินค้าและบริการให้สามารถตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้รวดเร็วบทสรุปความได้เปรียบทางการแข่งขันเป็นสิ่งที่ท าให้องค์กรสามารถสร้างผลตอบแทนได้สูงกว่ามูลค่าที่คาดหวังจากทรัพยากรที่ลงทุนไป ถือเป็นหัวใจส าคัญที่ก าหนดความส าเร็จหรือความล้มเหลวขององค์กร เพราะการแข่งขันจะเป็นตัวก าหนดกิจกรรมที่เหมาะสมของธุรกิจ และน าไปสู่การมีส่วนร่วมในการปฏิบัติงานเพื่อให้บรรลุผลการด าเนินงานที่ดีกว่าค่าเฉลี่ยในอุตสาหกรรม ดังนั้นธุรกิจจึงต้องค านึงถึงการเป็นผู้น าด้านต้นทุน การสร้างความแตกต่าง และการมุ่งเน้น เพื่อสร้างความแตกต่างที่มีคุณค่าเหนือคู่แข่ง ไม่ว่าจะเป็นการมีโครงสร้างต้นทุนต่ ากว่าหรือการมีความเชี่ยวชาญเฉพาะทางการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันยังสะท้อนให้เห็นถึงความส าคัญของการปรับตัวตามกระแสโลกที่เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว โดยเฉพาะการน าเทคโนโลยีสารสนเทศและนวัตกรรมมาใช้ให้เกิดประโยชน์สูงสุด ผู้ประกอบการสามารถใช้เทคโนโลยีเพื่อเพิ่มความสะดวก ลดต้นทุน และตอบสนองความต้องการของผู้บริโภคได้ทันต่อเวลา ซึ่งไม่เพียงช่วยเพิ่มผลก าไร แต่ยังท าให้องค์กรมีความยืดหยุ่นและพร้อมแข่งขันในตลาดที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาองค์ประกอบที่ส าคัญในการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันสามารถสรุปได้เป็น 4 ปัจจัยหลัก ได้แก่ ประสิทธิภาพ คุณภาพ นวัตกรรม และการตอบสนองลูกค้า ทั้งสี่ปัจจัยนี้แม้จะถูกพิจารณาแยกจากกัน แต่ในทางปฏิบัติกลับเชื่อมโยงกันอย่างใกล้ชิด การมีประสิทธิภาพช่วยลดต้นทุน การมีคุณภาพสร้างความเชื่อมั่นและความภักดีจากลูกค้า การมีนวัตกรรมช่วยสร้างความแตกต่าง และการตอบสนองต่อผู้บริโภคช่วยให้องค์กรสามารถปรับตัวได้ทันต่อความต้องการที่เปลี่ยนแปลงอยู่เสมอนอกจากนี้ งานวิจัยและแนวทางเชิงกลยุทธ์ยังชี้ให้เห็นว่า ความได้เปรียบทางการแข่งขันสามารถสร้างขึ้นได้จาก 3 กลยุทธ์หลัก คือ กลยุทธ์สร้างความแตกต่าง (Differentiation Strategy) กลยุทธ์ผู้น า
338ด้านต้นทุน (Cost Leadership Strategy) และกลยุทธ์การมุ่งเน้น (Focus Strategy) ซึ่งทั้งสามกลยุทธ์นี้เป็นแนวทางที่องค์กรสามารถเลือกใช้ตามความเหมาะสมของตลาดและทรัพยากรที่มีอยู่ เพื่อสร้างความโดดเด่นและรักษาต าแหน่งในตลาดการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันจึงเป็นสิ่งที่ท าให้องค์กรแตกต่างจากคู่แข่งและสามารถสร้างผลงานเหนือกว่าองค์กรอื่น ๆ ผ่านการผลิตสินค้าและบริการที่ตอบสนองความต้องการของลูกค้าด้วยประสิทธิภาพที่เหนือกว่า การสร้างกลยุทธ์ที่เหมาะสม การใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรม และการปรับตัวตามความเปลี่ยนแปลงของโลก ล้วนเป็นปัจจัยที่ช่วยให้องค์กรสามารถรักษาความได้เปรียบทางการแข่งขันได้อย่างยั่งยืน และน าไปสู่ความส าเร็จในระยะยาว
339ค าถามท้ายบท1. ความได้เปรียบทางการแข่งขันหมายถึงอะไร และแตกต่างจากการมี“ความสามารถในการแข่งขัน” อย่างไร2. ยกตัวอย่างธุรกิจที่มีความได้เปรียบทางการแข่งขันชัดเจน พร้อมอธิบายเหตุผล3. หากองค์กรไม่มีความได้เปรียบทางการแข่งขัน จะส่งผลต่อการด าเนินธุรกิจอย่างไร4 .แนวคิดการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันมีพื้นฐานจากทฤษฎีใดบ้าง5. การสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันควรเริ่มต้นจากการวิเคราะห์สิ่งใดในองค์กร6. เปรียบเทียบแนวคิดการสร้างความได้เปรียบเชิงต้นทุนต่ ากับเชิงความแตกต่าง (Differentiation)7. เหตุใดการสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันจึงมีความส าคัญต่อการอยู่รอดของธุรกิจ8. ความได้เปรียบทางการแข่งขันมีผลต่อการสร้างความเชื่อมั่นของลูกค้าอย่างไร9. หากองค์กรสามารถรักษาความได้เปรียบทางการแข่งขันได้ต่อเนื่อง จะส่งผลต่อการเติบโตระยะยาวอย่างไร10. องค์ประกอบหลักของความได้เปรียบทางการแข่งขันมีอะไรบ้าง11.การใช้ทรัพยากรและความสามารถขององค์กรมีบทบาทอย่างไรต่อการสร้างความได้เปรียบ12. เทคโนโลยีและนวัตกรรมถือเป็นองค์ประกอบส าคัญของความได้เปรียบทางการแข่งขันหรือไม่ เพราะเหตุใด
340เอกสารอ้างอิงกรแก้ว, วีณา. (2564). ผลการวิจัยเรื่องปัจจัยเชิงสาเหตุที่มีอิทธิพลต่อการจัดการนวัตกรรมและความได้เปรียบทางการแข่งขัน. กรุงเทพมหานคร: มหาวิทยาลัยบูรพา.กระแจะจันทร์, สันติ. (2562). กลยุทธ์การพัฒนานวัตกรรมความได้เปรียบเชิงแข่งขันทางธุรกิจสู่ประเทศไทย 4.0. วารสารวิชาการคณะมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์, 10(2), 83–94.ขุนอุดม, ณัฐวุฒิ. (2562). การศึกษากลยุทธ์การสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันของผู้รับเหมาติดตั้งกระจกอลูมิเนียมในโครงการอาคารชุดพักอาศัยในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล. มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.ชยมงคล, ลตวรรณ์. (2561). การจัดการความได้เปรียบในการแข่งขันของสายการบินไทยแอร์เอเชีย [ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยสยาม.บุณยโพธิกุล, เชษฐพงษ์. (2564). กลยุทธ์ธุรกิจเพื่อสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันในธุรกิจของบริษัท บีจีคอนเทนเนอร์ กล๊าส จ ากัด (มหาชน) [วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย]. https://doi.nrct.go.th/ ListDoi/listDetail/ 10.14458/UTCC.the.2021.31นาคสมพันธ์, อารีย์. (2563). กลยุทธ์ทั่วไปที่ใช้ในการแข่งขัน. กรุงเทพฯ: ส านักพิมพ์มหาวิทยาลัย.นุกุลสมปรารถนา, ปรีดี. (2563). บันไดสู่การสร้าง Emotional Brand ขั้นสุด (ออนไลน์). เข้าถึงได้จาก https://www.popticles.com/branding/emotional-brand-ladder/ผิวแดง, ศ ร าวุธ. (2562). แนวท างก ารเพิ่มขีดคว ามส าม ารถท างก ารแข่งขันของผู้ผลิตเครื่องปรับอากาศที่มีประสิทธิภาพพลังงานสูงในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล [วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต, มหาวิทยาลัยราชภัฏธนบุรี].พิบูล ทีปะปาล. (2559). การจัดการเชิงกลยุทธ์. กรุงเทพฯ: ส านักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามค าแหง.พิมลรัตนกานต์, สุดารัตน์ และเจษฎาลักษณ์, วิโรจน์. (2562). ปัจจัยที่มีผลกระทบต่อความสามารถในการจัดการนวัตกรรมซึ่งจะส่งผลต่อการบรรลุผลส าเร็จทางการตลาดและความได้เปรียบทางการแข่งขันของผู้ประกอบการสินค้าเกษตร. สืบค้นจาก https://www.thonburiu.ac.th/journal/Document/13-3-before/Journal13_3_11.pdfรัตนเรืองยศ, ธเนตร์ตรี. (2564). วิสัยทัศน์ (Vision) คืออะไร? แตกต่างจากพันธกิจ (Mission) อย่างไร. สืบค้นจาก https://thaiwinner.com/what-is-mission/ศรีกัลยานิวาท, ศศินิภา. (2565). ความสามารถเชิงนวัตกรรมที่ส่งผลต่อความได้เปรียบทางการแข่งขันและผลการด าเนินงานของธุรกิจโรงแรมขนาดเล็กในประเทศไทย. วิทยานิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต, มหาวิทยาลัยนเรศวร.ศิโรรัตน์ เย็นธะทา. (2563). กลยุทธ์การสร้างความแตกต่างที่ส่งผลต่อความได้เปรียบทางการแข่งขันของวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในจังหวัดอุตรดิตถ์ [วิทยานิพนธ์บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต]. มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์.
341สุริยะ หาญพิชัย และพีรพล ไทยทอง. (2561). การพัฒนาชาวนาไทยรุ่นใหม่เพื่อขับเคลื่อนเศรษฐกิจไทย. วารสารบัณฑิตศึกษามหาจุฬาขอนแก่น, 5(2), 1–16.สุขกลั่น, อัจฉรา, สุตตาพงค์, เกษราภรณ์ และเพียรโรจน์, นนทิภัค. (2561). กลยุทธ์การสร้างความได้เปรียบทางการแข่งขันของผู้ประกอบการเกษตรอัจฉริยะ. วารสารนักบริหาร, 38(1), 91–100.Cheng-Han, C., et al. (2016). Global market competition and strategic responses: Cost reduction, service improvement, and differentiation. International Business Research, 9(7), 45–55.Dereli, D. (2015). Innovation management in global competition and competitive advantage. Procedia - Social and Behavioral Sciences, 195, 1365–1370. https://doi.org/10.1016/j.sbspro.2015.06.323Endl, A., Sedlacko, M., & Berger, G. (2019). Exploring the link between sustainable development goals and innovation: Towards a research agenda. International Journal of Entrepreneurial Venturing, 11(2), 115–133. https://doi.org/10.1504/IJEV.2019.099871Haberg, C., & Rieple, A. (2012). Strategic Management in the Media: Theory and Practice. London: SAGE Publications.Healy, P. M., Kang, S. H., & Palepu, K. G. (2014). Market competition, earnings management, and persistence in accounting profitability around the world. Review of Accounting Studies, 19(2), 736–772. https://doi.org/10.1007/s11142-014-9277-8Hsu, Y. (2016). Exploring the competitive advantage of firms through the lens of dynamic capabilities. Journal of Strategy and Management, 9(4), 406–420.Huang, Y., & Chung, H. (2016). Exhibition industry in Taiwan: Competitive strategies and structural adjustment. International Journal of Contemporary Hospitality Management, 28(5), 1005–1023.Liu, Y., & Liang, L. (2015). Evaluating and developing competitive advantage by using analytic network process. Expert Systems with Applications, 42(9), 4416–4426.Mullane, J. V. (2011). Technology focus and customer accessibility. [Journal of Strategic Marketing/Management].Njoroge, B. K. (2018). Influence of product differentiation strategy on performance of telecommunications firms in Kenya. International Journal of Social Sciences and Information Technology, 4(1), 1–12.Porter, M. E. (2016). Porter’s generic competitive strategies. Harvard Business School Publishing.
342Ren, S., & Jackson, S. E. (2019). HRM institutional entrepreneurship for sustainable business organizations. Human Resource Management Review, 30(3), 100691. https://doi.org/10.1016/j.hrmr.2019.100691Schilke, O. (2014). Second-order dynamic capabilities: How organizations can leverage dynamic capabilities to achieve competitive advantage. Strategic Management Journal, 35(2), 179–203.Sutapa, I. N., et al. (2017). Competitive advantage strategy for sustainable business in the manufacturing industry. International Journal of Business and Management Invention, 6(3), 11–17.
343บทที่ 14คุณธรรมจริยธรรมในการบริหารงานธรรมชาติของคนต้องอยู่รวมกันเป็นกลุ่ม มีการขยายเผ่าพันธุ์แบ่งกันเป็นหลากหลายกลุ่ม ภายในกลุ่ม มีการบริหารจัดการกันเองของแต่ละกลุ่มเพื่อให้เกิดความสงบเรียบร้อย มีความเป็นระเบียบ ต่อมามีการติดต่อกับกลุ่มอื่น ๆ ประกอบกับความเจริญก้าวหน้าไม่ว่าจะเป็นทางคมนาคม การสื่อสารและเทคโนโลยีต่าง ๆ ท าให้คนมีความสะดวกสบายมากขึ้น ทุกสิ่งทุกอย่างมีความต้องการมากขึ้นไม่ว่าจะเป็นที่อยู่อาศัย อาหาร เครื่องนุ่งห่ม ยา รักษาโรค การเดินทาง ท าให้มีการผลิตสินค้ามากขึ้นเพื่อตอบสนองความต้องการที่มีมากขึ้น การบริหารจัดการจึงเป็นสิ่งส าคัญในการจัดการกับกลุ่มคนหรือการผลิตต่าง ๆ ในส่วนของกลุ่มคนก็เป็นการบริหารจัดการกลุ่มให้อยู่กันอย่างมีระเบียบเรียบร้อย มีความสุข ในส่วนการผลิตเพื่อเข้าไปบริหารจัดการเรื่องการท างาน เรื่องการผลิตให้ เหมาะสม แต่การบริหารงานที่ดีต้องมีจริยธรรมคือการไม่เห็นแก่ตัว มีความยุติธรรม ก็จะท าให้การบริหารงานได้อย่างยั่งยืน (ราเชนทร์ พิพัฒนกุล, 2562) 14.1 ความหมายของคุณธรรมจริยธรรม ค าว่า “คุณธรรมจริยธรรม” นี้ เป็นค าที่คนส่วนใหญ่จะกล่าวควบคู่กันเสมอ จนท าให้เข้าใจผิดได้ว่า ค าทั้งสองค ามีความหมายอย่างเดียวกันหรือมีความหมายเหมือนกัน แท้ที่จริงแล้วค าว่า “คุณธรรม” กับค าว่า “จริยธรรม” เป็นค าแยกออกได้ 2 ค า และมีความหมายแตกต่างกันค าว่า “คุณ” แปลว่า ความดี เป็นค าที่มีความหมายเป็นทางนามธรรม ส่วนค าว่า “จริย” แปลว่า ความประพฤติกริยาที่ควรประพฤติเป็นค าที่มีความหมายทางรูปธรรม ดังนั้น จึงควรที่จะต้องท าความเข้าใจเกี่ยวกับความหมายของค าสองค านี้ให้ถ่องแท้ก่อน “คุณธรรม” หมายถึง สภาพคุณงามคว ามดี (ราชบัณฑิตยสถาน , พจนานุก รมราชบัณฑิตยสถาน, 2554) (ราชบัณฑิตยสถาน, พจนานุกรมราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554. (2554).) คุณธรรมเป็นภาพของจิตใจ กล่าวคือ คุณสมบัติที่เสริมสร้างจิตใจให้ดีงามให้เป็นจิตใจที่สูง ประณีตและประเสริฐ เช่น เมตตา คือ ความรักปรารถนาดี เป็นมิตร อยากให้ผู้อื่นมีความสุข กรุณา คือ ความสงสารอยากช่วยเหลือผู้อื่นมีความสุข มุทิตา คือ ความพลอยยินดีพร้อมที่จะส่งเสริมสนับสนุนผู้ที่ประสบความส าเร็จให้มีความสุขหรือก้าวหน้าในการท าสิ่งที่ดีงาม อุเบกขา คือ การวางตัววางใจเป็นกลาง เพื่อรักษาธรรมเมื่อผู้อื่นควรจะต้องรับผิดชอบต่อการกระท าของเขาตามเหตุและผล จาคะ คือ ความมีน้ าใจเสียสละ เอื้อเฟื้อเผื่อแผ่ ไม่เห็นแก่ตัว (พระธรรมปิฎก (ป.อ. ยุตโต), 2560: 14) คุณธรรม คือ อุปนิสัยอันดีงามซึ่งสั่งสมอยู่ในดวงจิต อุปนิสัยอันนี้ได้มาจากความพยายามและความประพฤติติดต่อกันมาเป็นเวลานาน คุณธรรมสัมพันธ์กับหน้าที่อย่างมาก เพราะการท าหน้าที่จนเป็นนิสัย จะกลายเป็นอุปนิสัยอันดีงามที่สั่งสมในดวงจิตเป็นบารมี มีลักษณะอย่างเดียวกันนี้ ถ้าเป็นฝ่ายชั่ว เรียกว่า “อาสวะ” คือ กิเลสที่หมักหมมในดวงจิต ย้อมจิตให้เศร้าหมองเกรอะกรังด้วยความชั่ว นานาประการกลายเป็นสันดานชั่ว ท าให้แก้ไขยากสอนยาก กล่าวโดยสรุป คุณธรรม คือ ความล้ าเลิศ
344แห่งอุปนิสัย ซึ่งเป็นผลของการการะท าหน้าที่จนกลายเป็นนิสัยนั่นเอง คุณธรรม คือ คุณสมบัติที่ดีของจิตใจ ถ้าปลูกฝังเรื่องคุณธรรมได้จะเป็นพื้นฐานจรรยาบรรณ จรรยาบรรณ นี้เป็นเรื่องพฤติกรรมในการที่จะพัฒนาต้องตีความออกไปว่า พฤติกรรมเหล่านี้มีพื้นฐานจากคุณธรรมข้อใด เช่น เบญจศีลเป็นจริยธรรม เบญจธรรมเป็นคุณธรรมคือ ความเมตตากรุณา ถ้ามีความเมตตากรุณาจะมีฐานของศีลข้อที่1 เป็นต้น คุณธรรมจะเป็นความหมายทางนามธรรม คือคุณงามความดี ความนึกคิดแต่สิ่งดี ๆ ซึ่งอาจจะเป็นการสะสมมาจนเป็นเป็นอุปนิสัย ท าให้เกิดความคิดดีจนกลายมาเป็นผู้ประพฤติดี ปฏิบัติดี มีจิตใจเมตตา กรุณา มีเหตุมีผล เอื้อเฟือเผื่อแผ่ ไม่เห็นแก่ตัว“จริยธรรม” หมายถึง ธรรมที่เป็นข้อประพฤติปฏิบัติ ศีลธรรม กฎศีลธรรม (พจนานุกรมฉบับ ราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ.2554, 25554: 216 ) จริยธรรม คือ หลักแห่งความประพฤติ หรือแนวทางการปฏิบัติ หมายถึง แนวทางของการปฏิบัติ หมายถึง แนวทางของการประพฤติปฏิบัติจนให้เป็นคนดีเพื่อประโยชน์สุขของตนเองและส่วนรวม (พระเมธีธรรมาภรณ์ (ประยูร ธมมจิตโต), 2546 : 81-82) จริยธรรมคือหลักแห่งความประพฤติดีงามส าหรับทุกคนในสังคม ถ้าเป็นข้อปฏิบัติทั่วไป เรียกว่า จริยธรรมถ้าเป็นข้อควรประพฤติที่มีศาสนาเข้ามาเกี่ยวข้องเราเรียกว่าศีลธรรมแต่ทั้งนี้มิได้หมายความว่า จริยธรรมอิงอยู่กับหลักค าสอนทางศาสนาเพียงอย่างเดียว แท้ที่จริงนั้นยังหยั่งรากอยู่บนขนบ ธรรมเนียมประเพณี แม้นักปราชญ์คนส าคัญ เช่น อริสโตเติล คานท์ มหาตมะคานธี ก็มีส่วนสร้างจริยธรรมส าหรับเป็นแนวทางในการด ารงชีวิตของคนจ านวนหนึ่ง จากทัศนะของพระเมธีธรรมภรณ์ดังกล่าวข้างต้นนี้ จะเห็นได้ว่าจริยธรรมไม่แยกเด็ดขาดจากศีลธรรม แต่มีความหมายกว้างกว่าศีลธรรม ศีลธรรมเป็นหลักค าสอนที่ว่าด้วยความประพฤติชอบ ส่วนจริยธรรม หมายถึง หลักแห่งความประพฤติดีประพฤติชอบอันวางรากฐานอยู่บนหลักค าสอนของศาสนา ปรัชญาและขนบธรรมเนียมประเพณี ท่านผู้นี้มองจริยธรรมในฐานะที่เป็นระบบ อันมีศีลธรรมเป็นส่วนประกอบส าคัญ แต่ก็มี แนวคิดปรัชญา ค่านิยม ตลอดจนธรรมเนียมประเพณีเข้ามาเกี่ยวข้องด้วยจากที่กล่าวมาทั้งหมดพอสรุปได้ว่า ค าว่า คุณธรรม จริยธรรม สองค านี้เป็นค าที่มีความหมายเกี่ยวข้องกันในด้านคุณงามความดี กล่าวคือ จริยธรรมคือความประพฤติที่ถูกต้องดีงามทั้งกายและวาจา สมควรที่บุคคลจะประพฤติปฏิบัติ เพื่อให้ตนเองและคนในสังคมรอบข้างมีความสุข สงบ เยือกเย็น จริยธรรมเป็นเรื่องของการฝึกนิสัยที่ดี โดยกระท าอย่างต่อเนื่องสม่ าเสมอจนเป็นนิสัย ผู้มีความประพฤติดีงามอย่างแท้จริงจะต้องเป็นผู้มีความรู้สึกในด้านดีอยู่ตลอดเวลา คือ มี “คุณธรรม” อยู่ในจิตใจหรืออาจกล่าวได้ว่าจริยธรรมเป็นเรื่องของการประพฤติปฏิบัติเป็นพฤติกรรมภายนอก ส่วนคุณธรรมเป็นสภาพคุณงามความดีภายในจิตใจ ซึ่งทั้งสองส่วนต้องเกี่ยวข้องสัมพันธ์กัน พฤติกรรมของคนที่แสดงออกมาทั้งทางกายและวาจานั้น ย่อมเกี่ยวเนื่องสัมพันธ์และเป็นไปตามความรู้สึกนึกคิดทางจิตใจและสติปัญญา การพัฒนาคุณธรรมจริยธรรมของบุคคลจึงต้องพัฒนาทั้ง 3 ด้าน ควบคู่กันไป คือ การพัฒนาด้านสติปัญญา ด้านจิตใจและด้านพฤติกรรม
34514.2 ความส าคัญของคุณธรรมจริยธรรม คุณธรรมจริยธรรมนับว่าเป็นพื้นฐานที่ส าคัญของคนทุกคนและทุกวิชาชีพ หากบุคคลใดหรือวิชาชีพใดไม่มีคุณธรรมจริยธรรมเป็นหลักยึดเบื้องต้นแล้วก็ยากที่จะก้าวไปสู่ความส าเร็จแห่งตนและแห่งวิชาชีพนั้น ๆ ที่ยิ่งกว่านั้นก็คือการขาดคุณธรรมจริยธรรมทั้งในส่วนบุคคลและในวิชาชีพ อาจมีผลร้ายต่อตนเอง สังคมและวงการวิชาชีพในอนาคตได้อีกด้วย ดังจะพบเห็นได้จากการเกิดวิกฤติศรัทธาในวิชาชีพหลายแขนงในปัจจุบัน ทั้งวงการวิชาชีพครู แพทย์ ต ารวจ ทหาร นักการเมืองการปกครอง ฯลฯ จึงมีค ากล่าวว่าเราไม่สามารถสร้างครูดีบนพื้นฐานของคนไม่ดี และไม่สามารถสร้างแพทย์ ต ารวจ ทหารและนักการเมืองที่ดี ถ้าบุคคลเหล่านั้นมีพื้นฐานทางนิสัยและความประพฤติที่ไม่ดี ดังพระบรมราโชวาทพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวภูมิพลอดุลยเดชฯ ในพระราชพิธีบวงสรวง สมเด็จพระมหากษัตริยาธิราช ณ ท้องสนามหลวง เมื่อวันจันทร์ที่ 5 เมษายน พ. ศ.2525 ไว้ ดังนี้“.....การจะท างานให้สัมฤทธิ์ผลที่พึงปรารถนา คือ ให้เป็นประโยชน์และเป็นธรรมด้วยนั้น จะอาศัยความรู้แต่เพียงอย่างเดียวมิได้ จ าเป็นต้องอาศัยความสุจริต ความบริสุทธิ์ใจและความถูกต้องเป็นธรรม ประกอบด้วย เพราะเหตุว่าความรู้นั้น เสมือนเครื่องยนต์ที่ท าให้ยวดยานเคลื่อนที่ไปได้ประการเดียว ส่วนคุณธรรมดังกล่าวแล้ว เป็นเสมือนหนึ่งพวงมาลัยหรือหางเสือซึ่งเป็นปัจจัยที่น าทางให้ยวดยานด าเนินไปถูกทางด้วยความสวัสดี คือ ปลอดภัย บรรลุจุดประสงค์..”จริยธรรมจึงเป็นสิ่งส าคัญในสังคม ที่จะน าความสุขสงบและความเจริญก้าวหน้ามาสู่ สังคมนั้น ๆ เพราะเมื่อคนในสังคมมีจริยธรรม จิตใจก็ย่อมสูงส่ง มีความสะอาด และสว่างในจิตใจ จะท าการงานใดก็ไม่ก่อให้เกิดความเดือดร้อน ไม่ก่อให้เกิดทุกข์แก่ตนเองและผู้อื่น เป็นบุคคลมีคุณค่ามีประโยชน์และสร้างสรรค์คุณงามความดี อันเป็นประโยชน์ต่อบ้านเมืองต่อไป. วศิน อินทสระ (2555 : 6-9) ได้กล่าวถึงความส าคัญและประโยชน์ของจริยธรรมดังจะกล่าวโดยย่อดังนี้ 1. จริยธรรมเป็นรากฐานอันส าคัญแห่งความเจริญรุ่งเรือง ความมั่นคงและความสงบสุขของปัจเจกชน สังคมและประเทศชาติอย่างยิ่ง รัฐควรส่งเสริมประชาชนให้มีจริยธรรมเป็นอันดับแรก เพื่อให้เป็นแกนกลางของการ พัฒนาด้านอื่น ๆ ทั้งเศรษฐกิจ การศึกษา การเมืองการปกครอง ฯลฯ การพัฒนาที่ขาดจริยธรรมเป็นหลักยึดย่อม เกิดผลร้ายมากกว่าดี เพราะผู้มีความรู้แต่ขาดคุณธรรม ย่อมก่อให้เกิดความเสื่อมเสียได้มากกว่าผู้ด้อยความรู้ โดยท่านกล่าวว่า “ผู้มีความรู้แต่ไม่รู้วิธีที่จะประพฤติตน ย่อมก่อให้เกิดความเสื่อมเสียได้มากกว่าผู้มีความรู้น้อย ถ้าเปรียบความรู้เหมือนดิน จริยธรรมย่อมเป็นเหมือนน้ า ดินที่ไม่มีน้ ายึดเหนี่ยวเกาะกุมย่อมเป็นฝุ่นละอองให้ความร าคาญมากกว่าให้ประโยชน์ คนที่มีความรู้แต่ไม่มีจริยธรรมจึงมักเป็นคนที่ก่อความร าคาญหรือเดือดร้อนให้แก่ผู้อื่นอยู่เนือง ๆ”2. การพัฒนาบ้านเมือง ต้องพัฒนาจิตใจคนก่อน หรืออย่างน้อยก็ให้พร้อม ๆ ไปกับการพัฒนาเศรษฐกิจ สังคม การศึกษาวิชาการอื่น ๆ เพราะการพัฒนาที่ไม่มีจริยธรรมเป็นแกนน านั้นจะสูญเปล่าและเกิดผลเสียเป็นอันมาก ท าให้บุคคลลุ่มหลงในวัตถุและอบายมุข การที่เศรษฐกิจต้องเสื่อมโทรม ประชาชนทุกข์ยาก เพราะคนในสังคมละเลยจริยธรรม กอบโกยทรัพย์สินเป็นประโยชน์ส่วนตัวมากเกินไปขาดความเมตตาปราณี แล้งน้ าใจในการด าเนินชีวิตซึ่งกันและกัน
3463. จริยธรรม มิได้หมายถึงการถือศีล กินเพล เข้าวัดฟังธรรม จ าศีลภาวนา โดยไม่ช่วยเหลือท าประโยชน์ให้แก่สังคม แต่จริยธรรมหมายถึงความประพฤติ การกระท าและความคิดที่ถูกต้องเหมาะสมการท าหน้าที่ของตนอย่างถูกต้องสมบูรณ์ เว้นสิ่งควรเว้น ท าสิ่งควรท าด้วยความฉลาดรอบคอบ รู้เหตุรู้ผลถูกต้องตามกาลเทศะและบุคคล ดังนั้นจะเห็นว่าจริยธรรมจึงจ าเป็นและมีคุณค่าส าหรับทุกคนในทุกวิชาชีพทุกสังคม สังคมจะอยู่รอดด้วยจริยธรรม 4. การทุจริต คดโกง การเบียดเบียนกันในรูปแบบต่าง ๆ อันเป็นเหตุให้สังคมเสื่อมโทรม มีสาเหตุมาจากการขาดจริยธรรมของคนในสังคม ทรัพยากรธรรมชาติในโลกนี้น่าจะพอเลี้ยงชาวโลกไปได้อีกนาน ถ้าชาวโลกช่วยกันละทิ้งความละโมบโลภมาก แล้วมามีชีวิตอยู่อย่างเรียบง่าย ช่วยกันสร้างสรรค์สังคม ยึดเอาจริยธรรมเป็นทางด าเนินชีวิต ไม่ใช่ยึดเอาลาภยศความมีหน้ามีตาในสังคมเป็นจุดหมาย ถ้าสิ่งนั้นจะเกิดขึ้นก็ถือเป็นเพียงผลพลอยได้และน ามาใช้เป็นเครื่องมือในการประพฤติธรรม เช่น อาศัยลาภผลเป็นเครื่องมือในการบ าเพ็ญ สาธารณประโยชน์อาศัยยศและความมีหน้ามีเกียรติในสังคมเป็นเครื่องมือในการจูงใจคนผู้เคารพนับถือเข้าหาธรรม 5. จริยธรรมสอนให้เราเลิกดูหมิ่นกดขี่คนจน ให้เอาใจใส่ดูแลเอื้ออาทรต่อผู้สูงอายุ ซึ่งเป็นบุพการีของชาติ สอนให้เราถ่อมตัวเพื่อเข้าหากันได้ดีกับคนทั้งหลาย และไม่วางโตโอหังอวดดีหรือก้าวร้าวผู้อื่น สอนให้เราลดทิฐิมานะลงให้มาก ๆ เพื่อจะได้มองเห็นสิ่งต่าง ๆ ตามความจริง ไม่หลงส าคัญตัวว่ารู้ดีกว่ามีความสามารถกว่าใครผู้น า ที่มีจริยธรรมสูงย่อมเป็นที่เคารพกราบไหว้ของทั้งหลายได้อย่างสนิทใจ เราควรเลือกผู้น าที่สามารถน าความสงบสุขทางใจมาสู่มวลชนได้ด้วย เพื่อสันติสุขจะเกิดขึ้นทั้งภายในและภายนอก ความแข็งแกร่งทางก าลังกายก าลังทรัพย์และอาวุธนั้น ถ้าปราศจากความแข็งแกร่งทางจริยธรรมเสียแล้ว บุคคลหรือประเทศชาติจะมั่นคงอยู่ได้ไม่นาน สังคมที่เจริญมั่นคงต้องมีจริยธรรมเป็นเครื่องรับรองหรือเป็นแกนกลาง เหมือนถนนที่มั่นคงหรือตึกที่แข็งแรง เขาใช้ คอนกรีตเสริมเหล็กแม้เหล็กจะไม่ปรากฏออกมาให้เห็นภายนอก แต่มีความส าคัญอยู่ภายใน นายช่างย่อมรู้ดี ท านองเดียวกันกับบัณฑิตย่อมมองเห็นอย่างแจ่มแจ้งว่าจริยธรรมมีความส าคัญในสังคมเพียงใดจากข้อความที่กล่าวมาทั้งหมดนี้ พอสรุปได้ว่าคุณธรรมจริยธรรมเป็นรากฐานส าคัญในการพัฒนาคน ปัญหาของสังคมไทยที่ประสบพบเห็นอยู่ทุกวันนี้เกิดจาก “คน” ปัญหาเริ่มต้นที่ “คน” และมีผลกระทบถึง “คน” การแก้ปัญหาสังคมไทยจึงต้องแก้ด้วย “การพัฒนาคน” เพื่อให้คนมีปัญญา มีความรู้มีคุณธรรมและมีทักษะในการแก้ปัญหาชีวิต ปัญหาจึงอยู่ที่ว่าเราจะพัฒนาคนอย่างไรเพื่อให้คนมีชีวิตที่ดีงามสามารถใช้ความรู้และแก้ปัญหาได้ สร้างสรรค์ได้ ปฏิบัติต่อเทคโนโลยีอย่างถูกต้อง อยู่ในระบบการแข่งขันทางเศรษฐกิจได้ บริโภคผลผลิตด้วยปัญญา รู้อะไรดี อะไรชั่ว มีทัศนคติทางจริยธรรมที่เหมาะสม ฯลฯ ทั้งหมดนี้เป็นคุณสมบัติของคนที่มีคุณธรรม การจัดการศึกษาคงต้องยึดหลักส าคัญคือ “ให้ความรู้คู่คุณธรรม” สังคมไทยจึงจะมีสมาชิกของสังคมที่เป็นทั้งคนเก่งและคนดี (วศิน อินทสระ, 2555) จริยธรรมจะเป็นความหมายทางรูปธรรม คือมีความประพฤติ ปฏิบัติดี มีความเกี่ยวข้องกับศาสนาจนมีค ากล่าวว่าผู้ที่อยู่ในศีลในธรรม จะเป็นผู้ประพฤติดี ปฏิบัติดี และที่ส าคัญต้องกระท าดีด้วย ไม่เฉพาะผู้ที่ถือศีล ยังรวมถึงผู้ที่ท าประโยชน์สาธารณะโดยไม่เห็นแก่ตัวเอง ในยุคที่พลังงานมีราคาแพง สภาพแวดล้อมเป็นพิษ การก าจัดขยะท าได้ยากขึ้นและบทบาทของพลาสติก เข้ามาแทนที่ใน
347ชีวิตประจ าวัน ท าให้ผู้บริโภคค านึงถึงปัญหาสิ่งแวดล้อมและเกิดกระแสส านึกต่อสภาพแวดล้อม เพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ ท าให้นักการตลาดทั้งหลายต่างต้องแสวงหาโอกาสทางการตลาดเพื่อความเป็นผู้น าสร้างนวัตกรรม ความแตกต่างทางการแข่งขันนอกจากนั้นยังต้องมองหาเครื่องมือทางการตลาดที่คืนก าไรให้กับสังคมและสิ่งแวดล้อม ซึ่งเรียกว่า การตลาดเพื่อสิ่งแวดล้อม (Green Marketing) แนวคิดนี้ท าให้ผู้บริโภคค านึงถึงต้นทุนของ “คุณค่า” ในการเลือกใช้สินค้าที่ไม่ท าลายสิ่งแวดล้อมและธุรกิจต้องรับผิดชอบต่อสังคม ในการผลิต ผลิตภัณฑ์ที่ไม่เป็นอันตรายต่อผู้บริโภคและสภาพแวดล้อม การด าเนินงานทางการตลาดจึงต้องใช้ทรัพยากรอย่างประหยัดและมีประสิทธิภาพอย่างจริงจังมากขึ้น รวมทั้งยังต้องส่งเสริมสร้างสรรค์ให้เกิดผลดีต่อสังคมโดยรวมยิ่งๆ ขึ้นไป กลยุทธ์ Green Marketing มีหลักคิดอยู่ 7 ประการ1. ธุรกิจต้องท าการบ้านในเรื่องของสิ่งแวดล้อมใหม่ทั้งด้านข้อกฎหมาย การเมือง เทคโนโลยี สังคม วัฒนธรรม เรียกอีกอย่างว่าค านึงถึงผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่เกี่ยวข้องกับองค์กร (Stakeholders) 2. การผลิตสินค้าต้องให้ได้คุณภาพทั้งตัวสินค้าและการขจัดสิ่งแวดล้อม 3. ให้ทางเลือกแก่ประชาชนผู้บริโภคในการที่จะได้รับคุณค่าและคุณประโยชน์ 4. สร้างความน่าเชื่อถือทางการตลาด 5. ดึงสมาคมชมรมสิ่งแวดล้อมมาร่วมมือกันพัฒนาและรับประกันคุณภาพ 6. ท าการประชาสัมพันธ์สร้างความเข้าใจอันดีกับสังคมว่าธุรกิจมีการรักษาสิ่งแวดล้อม ซึ่งจะท าให้คุณค่าของบริษัทและสินค้าดีขึ้น 7. อย่าเบื่อจนกว่าจะท าให้ “โลกสะอาด”จริยธรรม เป็นแนวทางประพฤติปฏิบัติเพื่อการด าเนินชีวิตของผู้อยู่ในอาชีพนั้น ๆ อย่างมีเกียรติ พระมหาวุฒิชัยให้ความเห็นว่า ทุกวันนี้สิงที่สังคมขาดไม่ใช่แต่คนรวยแต่เป็นการขาดจริยธรรม ซึ่งจะต้องเปลี่ยนค านิยม ที่ว่าในธุรกิจก็มีจริยธรรมได้ คนที่เป็นผู้บริหารก็สามารถเป็นผู้บริหารที่ดีได้ ซึ่งจริยธรรมไม่ได้อยู่ที่ผลของการประกอบการขององค์การ แต่จริยธรรมที่แท้จริงก็คือหิริโอตัปปะ หรือความละอายชั่วกลัวบาป14.3 แนวปฏิบัติในเรื่องจริยธรรมของผู้บริหาร1. ปฏิบัติแต่ในสิ่งที่ถูกต้องให้ความเป็นธรรมแก ่พนักงานขององค์การ ปฏิบัติต่อพนักงาน เช่นเดียวกับที่ผู้บริหารเองต้องการได้รับจากองค์การ2. การให้มีส่วนร่วม ผู้บริหารควรศึกษาความประสงค์ของพนักงาน แล้วให้โอกาสมีส่วนร่วมในการบริหารมีใช่เป็นผู้คอยรับค าสั่งแต่ฝ่ายเดียว3. เคารพกฎหมายและจรรยาบรรณเป็นเบื้องต้นของการมีจริยธรรม เป็นแบบอย่างที่ดีให้แก่ผู้ใต้บังคับบัญชา4. พูดแต่ความจริง เป็นการเสริมความเชื่อถือและนับถือ ท าให้มีเครดิต คนที่มีเครดิตคือคนที่มีเกียรติ5. ไม่ท าร้ายผู้อื่น ไม่ท าให้ผู้อื่นได้รับความเดือดร้อน เสียหายทางกายและจิตใจ
3486. ต้องถือเป็นหน้าที่หริอความรับผิดชอบในการปฏิบัติงานที่มีคุณธรรม ถ้าสามารถท าได้เพื่อให้เกิดผลดีแก ่องค์การ14.4 ผู้บริหารกับหน้าที่การจัดการตามแนวความคิดของเฮนรี่ ฟาโย้ล (Fayol, 1949) ซึ่งเป็นผู้บุกเบิกแนวความคิดเกี่ยวกับการจัดการเชิงบริหาร ดังนี้1. การวางแผน (Planning) หมายถึง การก าหนดสิ่งที่จะต้องท าหรือวิธีการปฏิบัติไว้เป็นการล่วงหน้า การวางแผน เป็นหน้าที่ส าคัญอันดับแรกของการบริหาร เพราะถ้าหากปราศจากการวางแผนแล้ว งานในหน้าที่อื่น ๆ จะไม่เป็นไปตามเป้าหมาย หรือวัตถุประสงค์ที่ได้ก าหนดไว้ ในทางปฏิบัติผู้บริหารจะท าการคาดคะเนเหตุการณ์ต่าง ๆ ในอนาคตพร้อมทั้งก าหนดเป้าหมายที่ต้องการไว้2. การจัดองค์การ (Organizing) คือ การจัดโครงสร้าง องค์การโดยก าหนดต าแหน่งงาน การจัดกลุ่มงานโดยแบ่งออกเป็นหน่วยหรือแผนก รวมทั้งก าหนดมอบหมายอ านาจหน้าที่ที่จ าเป็นส าหรับการปฏิบัติงาน โครงสร้างขององค์การจะต้องสามารถระบุได้ว่าใครท าหน้าที่อย่างไร เกี่ยวข้องกับใคร และจะต้องรายงานแก ่ใคร อันจะท าให้การปฏิบัติงานเกิดความเป็นระเบียบเรียบร้อย การจัดโครงสร้างขององค์การโดยก าหนด อ านาจหน้าที่ระหว่างกิจกรรมและต าแหน่งหน้าที่ต่าง ๆ จะท าให้ ผู้บริหารเกิดความมั่นใจว่าการท างานจะสามารถประสานกันได้3. การสั่งการ (Directing) หมายถึง กิจกรรมทางการจัดการที่จะกระตุ้นให้สมาชิกขององค์การปฏิบัติกิจกรรมต่าง ๆ ให้เป็นไปตามเป้าหมายและแผนงานที่ได้วางไว้ การสั่งการเกี่ยวข้องกับการบังคับบัญชาให้การท างานต่าง ๆ ภายในองค์การเป็นไปอย่างราบรื่น โดยอาศัยศิลปะในการบังคับบัญชา ความสามารถในการจูงใจ ความสามารถในการติดต่อสื่อสารและการประสานงาน4. การประสานงาน (Coordinating) หมายถึง การที่ผู้บริหารมีหน้าที่เชื่อมโยงงานต่าง ๆ ขององค์การให้ด าเนินไปอย่างต่อเนื่อง การที่จะท าให้เกิดการประสานงานนั้น ผู้บริหารและ ผู้ใต้บังคับบัญชาควรมีการประชุมปรึกษาหารือกัน5. การควบคุม (Controlling) เป็นกิจกรรมต่าง ๆ ที่ก าหนดขึ้นเพื่อให้เกิดความแน่ใจว่าการท างานต่าง ๆ จะส าเร็จ ตามแผนที่วางไว้ ขั้นตอนในการควบคุมจะเป็นการวัดผลงานที่ได้กระท าไปแล้วเปรียบเทียบกับผลงานที่ก าหนดไว้ หากเปรียบเทียบแล้วมีข้อแตกต่างมากหรือคลาดเคลื่อนจากที่ก าหนดไว้ในแผนงานจะได้ด าเนินการแก้ไขปรับปรุงและหาทางแก้ไขข้อผิดพลาด หรือปัญหาอุปสรรคได้ทันท่วงที14.5 คุณสมบัติของผู้บริหารที่ตี1. ควรมีจิตใจอิสระ ไม่ยึดติดวัตถุ อ านาจและเงินตรา สามารถท างานประสานความรู้ ความเข้าใจให้ถึงกันได้เริ่มจากคนระดับล่าง2. เป็นผู้บริหารธุรกิจซึ่งมุ่งหวังความมั่นคงในระยะยาว และการยอมรับและเชื่อถือ ให้ความส าคัญแก่การพัฒนาคน เพื่อยกระดับคุณธรรมในรากฐานจิตใจให้บริสุทธิ์ผุดผ่องยิ่งขึ้น
3493. เป็นผู้รู้จักเสียสละเพื่อสร้างสมดุลภายในจิตใจให้กับผู้ซึ่งปฏิบัติงานที่อยู่ภายใต้อ านาจการบริหาร เพื่อช่วยให้เกิดศรัทธา ท าให้มีความเชื่อถือและมีขวัญก าลังใจ ทุ่มเทการท างาน4. เป็นผู้มีน้ าใจกับทุกคนอย่างปราศจากการเลือกที่รักมักที่ชัง และมีความเห็นอกเห็นใจคนตกทุกข์ได้ยาก5. เป็นผู้ที่มีความเป็นตัวของตัวเองที่สานสัมพันธ์ถึงความศรัทธาในตัวเอง6. เมื่อมีการประชุมแลกเปลี่ยนความคิดเห็นกันเพื่อหวังความร่วมมีอกันพัฒนา ควรเสียสละความรู้สึกเห็นแก ่ตัวและพรรคพวก เพื่อแสดงออกจากใจที่เป็นกลาง14.6 หลักทางจริยธรรมหรือจรรยาบรรณหลักของผู้บริหาร 1. ความซื่อสัตย์ (Honesty) ผู้บริหารบุ่งมั่นกระท า ในสิ่งที่ถูกต้องปฏิบัติงานและตัดสินใจภายใต้ความซื่อสัตย์สุจริต ตรงไปตรงมา ภายใต้ข้อก าหนดของกฎหมายที่เกี่ยวข้อง และ ระเบียบปฏิบัติของบริษัทฯรวมทั้งค านึงถึงความเลี่ยงที่มีผลกระทบต่อองค์การ และไม่ท าให้เกิดความเข้าใจผิดโดย เจตนาหริอหลอกลวงผู้อื่น2. คุณธรรม (Integrity) ผู้บริหารควรแสดงออกถึงคุณ ธรรมส่วนบุคคลและมีความกล้าพอที่จะท าตามสิ่งที่ตนเองเชื่อ โดยกระท าในสิ่งที่ตนคิดว่าเป็นสิ่งที่ถูกต้อง ถึงแม้ว่าจะมีแรง กดด้นให้ท าตรงกันข้าม เป็นคนที่ยึดมั่นในหลักการ น่าเคารพ นับถือ และมีความเที่ยงตรง โดยจะไม ่ยอมละทิ้งหลักการเพื่อวัตถุประสงค์ใดวัตถุประสงค์หนึ่งจนกลายเป็นคนไม่มีคุณธรรม3. การรักษาค าพูดและความน่าเชื่อถือไว้วางใจ ผู้บริหาร ต้องเปิดเผยและจัดหาสารสนเทศที่เกี่ยวข้อง แก้ไขความเข้าใจ ที่ผิดจากข้อเท็จจริง และพยายามท าทุกอย่างที่เหมาะสมเพื่อท าให้ ความบุ่งหมายและเจตนาของตนสมบูรณ์4. ความจงรักภักดี (Loyalty) ผู้บริหารจะต้องแสดง ความจงรักภักดีต่อบุคคลและสถาบันโดยการช่วยเหถือและอุทิศ ตนต่อหน้าที่ ด ารงไว้ซึ่งความสามารถในการตัดสินใจอย่างมีอ อาชีพที่เป็นอิสระโดยหลีกเลี่ยงสิ่งที่ไม่เหมาะสม มีความจงรัก ภักดีต่อบริษัทและเพื่อนร่วมงาน5. ความยึดมั่นในวิชาชีพ (Professionalism) ผู้บริหาร จะต้องปฏิบัติหน้าที่ด้วยทักษะความรู้ ความสามารถตามหลัก การในวิชาชีพที่พึงปฏิบัติอย่างสม่ าเสมอตลอดเวลา6.ความยุติธรรม (Fairness) ผู้บริหารต้องมีความ ยุติธรรมและคุณธรรมต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง และปฏิบัติต่อบุคคลอื่น อย่างเท่าเทียมกัน ไม่ใช้อ านาจตามอ าเภอใจ และไม่ใช้วิธีการที่ ไม่เหมาะสมเพื่อให้ได้มาซึ่งผลประโยชน์7. การเห็นอกเห็นใจผู้อื่น (Concern for others) ผู้บริหารต้องเอาใจใส่ เห็นอกเห็นใจผู้อื่น เมตตาปราณีและหวัง ดีต่อผู้อื่น ให้ปฏิบัติต่อผู้อื่นเช่นเดียวกับที่ต้องการให้ผู้อื่นปฏิบัติ ต่อเรา (Golden Rule)8. การเคารพต่อผู้อื่น (Respect for others) ผู้บริหาร ต้องเคารพในเกียรติ ความมีอิสระในการกระท าใด ๆ ความเป็น ส่วนตัว การมีสิทธิอันชอบธรรมตามกฎหมายของแต่ละบุคคล มีความสุภาพและปฏิบัติต่อทุกคนอย่างเท่าเทียมกัน
3509. การยึดถือปฏิบัติตามกฎหมาย (Law Abiding) ผู้บริหารต้องยึดถือปฏิบัติตามกฎหมาย กฎเกณฑ์ และข้อก าหนด ที่เกี่ยวข้องกับการด าเนินธุรกิจ10. การปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นเลิศ (Commitment to Excellence) ผู้บริหารต้องปฏิบัติหน้าที่อย่างเป็นเลิศ ต้องมีความรู้ มีการเพิ่มพูนความรู้ความเชี่ยวชาญในทุกเรื่องที่อยูไนความรับผิดชอบ11. ภาวะผู้น า (Leadership) ผู้บริหารต้องรับผิดชอบ ในสถานภาพของภาวะผู้น า12. ชื่อเสียงและความภาคภูมิใจ (Reputation and Morale) ผู้บริหารต้องป้องกันและสร้างสรรค์ชื่อเสียงที่ดีฃองบริษัท13. ความรับผิดชอบตามหน้าที่ (Accountability) ผู้บริหารต้องรับทราบและยอมรับความรับผิดชอบตามหน้าที่ของตน เพื่อให้มีการค านึงถึงจริยธรรมในการตัดสินใจของตน14. บุคลากร (People) ผู้บริหารและฝ่ายจัดการต้อง สรรหาบุคลากรที่มีความรู้ ความสามารถและประสบการณ์ที่ สอดคล้องกับความต้องการของบริษัท และให้ความส าคัญต่อการเลื่อนต าแหน่งและการให้ผลตอบแทน โดยพิจารณาจากผล การปฏิบัติงานด้วยความยุติธรรม เพื่อให้บุคลากรเป็นทรัพยากร ที่มีคุณค่าของบริษัททั้งในปัจจุบันและอนาคตผู้บริหารที่มีจริยธรรมจะถูกยกย่อง ได้รับการยอมรับ ศรัทธาจากสังคมทั้งภายในและภายนอกองค์การ ท าให้องค์การ สามารถเจริญก้าวหน้าอย่างยั่งยืนและมั่นคงตลอดไป14.7 ข้อพ งปฏิบัติทางจริยธรรมของผู้บริหาร1.หน้าที่การจัดการกิจการ1.1 ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความชื่อสัตย์สุจริต โปร่งใส เป็นธรรม เพื่อท าให้มั่นใจได้ว่าในการตัดสินใจและในการกระท า ใด ๆ มีการค านึงถึงผลประโยชน์สูงสุดของกลุ่มผู้ที่เกี่ยวข้องโดย รวม1.2 ปฏิบัติหน้าที่อย่างมีออาชีพด้วยความรู้ความ ช านาญความบุ่งมั่น และด้วยความระมัดระวังโดยการมอง ปัญหาล่วงหน้าและหาวิธีการแก้ปัญหาที่อาจเกิดขึ้น และรักษา มาตรฐานการปฏิบัติงานดังกล่าวไว้ รวมถึงมีการประยุกต์ใช้ ความรู้และทักษะในการจัดการบริษัทอย่างเต็มความรู้ความ สามารถ1.3 จัดให้มีการก ากับดูแล ระบบการตรวจสอบ ภายในบริษัท และสภาพแวดล้อมของบริษัท'โดยสม่ าเสมอ เพื่อ ให้แน่ใจว่าได้มีการปฏิบัติตามนโยบายและกระบวนการที่ก าหนดเอาไว้1.4 จัดให้มีการรายงานข่าวสารที่ถูกต้อง ครบถ้วน ทันเวลา และสม่ าเสมอ รวมถึงจัดให้มีการรายงานแนวโน้ม ในอนาคตของบริษัทบนพื้นฐานของความเป็นไปได้และมีข้อมูล สนับสนุนอย่างเพียงพอ1.5 ด าเนินการตามกฎหมายและข้อบังคับต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง ใส่ใจเกี่ยวกับมาตรฐานอุตสาหกรรมและแนวทาง การปฏิบัติที่ก าหนดไว้ มีเอกสารหลักฐานที่เพียงพอและเหมาะ สมส่าหรับการด าเนินการควบคุมและดูแลรักษาให้เป็นไปตาม แนวทางที่ก าหนดส าหรับน าไปใช้ปฏิบัติในทุกระดับของการจัดการ เพื่อให้มั่นใจได้ว่าธุรกิจด า เนินไปอย่างมีประสิทธิภาพ มีการแบ่ง แยกกิจกรรมการด า เนินธุรกิจและจัดให้มีการอนุมัติการด าเนิน การที่เหมาะสมเป็นไปตามที่กฎหมายและตาม
351ข้อก าหนดที่เกี่ยวช้อง1.6 พัฒนาบริษัทให้มีความเจริญก้าวหน้าและทันสมัยอยู่เสมอ1.7 ส่งเสริมความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับบริษัท1.8 ก ากับดูแลกิจการ เพื่อสร้างความลามารถในการแข่งขันและความเจริญเติบโตให้กับบริษัท และเพิ่มมูลค่า ให้กับผู้ถือหุ้นในระยะยาว รวมทั้งมีการพัฒนาปรับปรุงกระบวนการ บริหารงานให้มีประสิทธิภาพสูงขึ้นอย่างไม่หยุดนิ่ง2. ความสัมพันธ์กับผู้ถือหุ้น ลูกค้า คู ค้าหรือเจ้าหนี้ คู แข ง พนักงานและกลุ มผู้มีส วนไต้ส วนเสียอื่น ๆผู้บริหารต้องมีความรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น และกลุ่มผู้ให้การสนับสนุนทางการเงินในเรื่องเกี่ยวกับการเปิด เผยข่าวสารข้อมูลวิธีการปฏิบัติทางบัญชีการใช้สารสนเทศภายใน ความขัดแย้งทางผลประโยชน์ โดยผู้บริหารต้องมีความชื่อสัตย์ สุจริต ตลอดจนตัดสินใจด าเนินการใด ๆ ด้วยความสุจริตใจและ เป็นธรรมต่อผู้ถือหุ้น เพื่อผลประโยชน์โดยรวมของกลุ่มผู้มีส่วนได้ ส่วนเสียกลุ่มต่าง ๆ2.1 ผู้บริหารต้องท าการปกป้องผลประโยชน์ของ ลูกค้าตลอดเวลา เอาใจใส่และรับผิดชอบสูงสุดต่อลูกค้าเกี่ยว กับผลิตภัณฑ์ในการก าหนดมาตรฐานของคุณภาพที่แน่นอน และ ดูแลรักษามาตรฐานนั้น รักษาข้อมูลที่เป็นความสับของลูกค้าที่ อยู่ในงานที่เกี่ยวช้อง โดยจะไม่เปิดเผยข้อมูลดังกล่าวหากไม่มี การก าหนดจากกฎหมาย ข้อก าหนดหริอการยินยอมจากผู้เป็น เจ้าของข้อมูล รวมถึงประเด็นเกี่ยวกับทางด้านการตลาด การ ใช้อ านาจทางการตลาด การก าหนดราคา รายละเอียดสินค้า และบริการ คุณภาพและความปลอดภัยของสินค้า การคืนและวิธีปฏิบัติที่เกี่ยวข้อง2.2 ผู้บริหารต้องท าให้มั่นใจว่ามีวิธิการปฏิบัติที่ดี ในการชื้อสินค้าจากคู่ค้าและเป็นไปตามเงื่อนไขทางการค้า รวม ถึงเงื่อนไขการกูยิมเงินจากเจ้าหนี้เกี่ยวกับวัตถุประสงค์การใช้เงิน การช าระคืนหลักทรัพย์ค้ าประกันและข้อตกลงอื่น ๆ2.3 ผู้บริหารต้องก าหนดวิธีการจ้างงาน ความ เท่าเทียมกันในโอกาสของการจ้างงาน ความมั่นคง ความก้าวหน้า ทางอาชีพและหลักการอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้องกับพนักงานและการ จ้างงาน สามารถท าให้มั่นใจได้ว่าพนักงานมีความรู้ความ ช านาญที่จ าเป็นส าหรับการด าเนินงานในธุรกิจรวมถึงความเข้าใจ ในข้อพึงปฏิบัติมาตรฐานที่เกี่ยวข้อง แนวทางปฏิบัติที่ก าหนดไว้ และข้อตกลงในการที่จะปรับปรุงความรู้ความสามารถเพื่อท าให้ การพัฒนาเป็นไปในแนวทางเดียวกันกับแนวโน้มของอุตสาหกรรม ในอนาคต2.4 ผู้บริหารต้องรับรู้สิทธิของผู้มีส่วนได้เสียกลุ่ม ต่าง ๆ ตามที่กฎหมายก าหนด และดูแลให้มั่นใจว่าสิทธิดัง กล่าวได้รับความคุ้มครองและปฏิบัติด้วยดีอย่างสม่ าเสมอ14.8 ปัจจัยที่มีผลต อจริยธรรมของผู้บริหารที่ส าคัญคือ ลักษณะส่วนตัวของผู้บริหาร โครงสร้างขององค์การธุรกิจ วัฒนธรรมขององค์การธุรกิจ บุคคลที่มีนิลัยดี ประพฤติดีประพฤติลูกต้อง อาจจะเปลี่ยนไปถ้าอยู่ในองค์การ ธุรกิจที่มีโครงสร้างและวัฒนธรรมองค์การที่ไม่มีจริยธรรม ตรง กันข้ามองค์การธุรกิจที่มีบรรทัดฐานสังคม ส่งเสริมความมี จริยธรรม แต่ตัวบุคลากรไม่ซาบซึ้งในคุณธรรมก็มักจะท าความ ผิดจริยธรรม อาจ
352จ าแนกปัจจัยที่มีผลต่อจริยธรรมของผู้บริหาร ได้ดังนี้1. บุคลิก ลักษณะ นิสัยส วนตัว พนักงานแต ละคน ในองค์การมีค านิยมและบรรทัดฐานต างกัน คน'ที่มีค'วามเชื่อมั่น สูงมีแนวโน้มที่จะอยู่ในกรอบของจริยธรรม บุคคลที่สามารถควบคุมการกระท าของตนเองมีแนวโน้มจะมีความรับผิดชอบ และพฤติกรรมมีมาตรฐาน2. ตัวแปรของโครงสร้าง มีอิทธิพลต่อจริยธรรมองค์การมาก โครงสร้างขององค์การที่ก าหนดจรรยาบรรณไว้ขัดเจน จะเป็นแนวทางในการตัดสินใจด้านจริยธรรมแก ่ผู้บริหารและพนักงาน องค์การที่สนับสนุนให้มีการประพฤติจริยธรรมเป็นการบอกเจตนารมณ์และวัตถุประสงค์ขององค์การ3. วัฒนธรรมขององค์การ มีอิทธิพลต่อพฤติกรรม ด้านจริยธรรม วัฒนธรรมมีแนวโน้มจะท าให้จริยธรรมมีมาตรฐาน สูงขึ้น หากวัฒนธรรมสนับสนุนมาตรฐานที่สูงของสถาบันจะส่ง ผลต่อพฤติกรรมด้านจรรยาบรรณของผู้บริหาร14.9 ความรับผิดชอบของนักธุรกิจนักธุรกิจที่ดีหวังอนาคตอันมั่งยิน มีอุดมคติสูงจะต้อง ด าเนินธุรกิจโดยให้ความส าคัญและถือเป็นความจ าเป็นที่จะ ต้องมีความรับผิดชอบต่อผู้ที่เกี่ยวข้อง ได้แก่1. ความรับผิดชอบต อสังคมและประเทศชาติ ธุรกิจ กับสังคมต่างเอื้อประโยชน์ซึ่งกันและกัน ธุรกิจต้องมีสังคม มีความ นิยมสินค้าและบริการของธุรกิจนั้น ๆ ส่วนสังคมจะอยู่ได้สะดวก ลบายก็เพราะมีบริการ การผลิต การจ าหน่ายจากธุรกิจต่าง ๆ สังคมที่ธุรกิจนั้นตั้งอยู่เป็นปัจจัยแวดล้อมส าคัญยิ่งถ้าสังคมดีธุรกิจดีตามไปด้วย ผู้ประกอบธุรกิจต้องรับผิดชอบต่อสังคม การเลีย ภาษีการป้องกันอันตรายไม่'ท าลายธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การสนับสนุนสังคมในรูปแบบต่าง ๆ เพื่อให้เกิดการพัฒนาซึ่งมีความจ าเป็นต้องอยู่ในความรับผิดชอบต้องเอาใจใส่และเต็มใจปฏิบัติ2. ความรับผิดชอบต อลูกค้าหรือผู้บริโภค ธุรกิจใด จะด ารงอยู่ได้ จะประลบความส าเร็จหรือล้มเหลวย่อมขึ้นอยู่กับ การสนับสนุนจากลูกค้า ถ้าไม่มีลูกค้าธุรกิจก็ จะด าเนินต่อไปไม่ได้ ฉะนั้นต้องเอาใจลูกค้าและถือว่าเป็นผู้มีพระคุณ ต้องมีจริยธรรม ต่อลูกค้า3. ความรับผิดชอบต อพนักงาน / บุคลากร ทุกคนที่มีล1วนร่วมในองค์การธุรกิจ ไม่ว่าจะอยู่ในต าแหน่งหน้าที่ใดย่อม มีความส าคัญต่อองค์การด้วยกันทุกคน ต้องถือว่าพนักงานหรือ ผู้ปฏิบัติงานเป็นปัจจัยส าคัญที่ท าให้ธุรกิจด าเนินการอยู่ได้ ต้อง ให้ความเอาใจใล1ค านึงถึงบุคคลเหล่านี้เสมีอนเป็นบุคคลในครอบครัว เดียวกัน ถ้าพนักงานอยู่ดีกินดี มีความมั่นคง ย่อมล่งผลต่อการปฏิบัติงานที่มีประสิทธิผล14.10 การสร้างความสัมพันธ์ระหว างผู้บริหารกับผู้ใต้บังคับบัญชาวิธิที่ผู้บริหารสร้างความสัมพันธ์กับผู้ใต้บังคับบัญชามีดังนี้1. สร้างความสัมพันธ์ด้านการบริหาร โดยบริหารงานอย่างมีมนุษยสัมพันธ์ มีการวางแผนงานในการท างาน บอก เป้าหมายและนโยบายขององค์การให้ชัดเจน และแจ้งให้ผู้ใต้ บังคับบัญชาทราบทั่วกัน ลั่งงานให้ชัดเจนไม่ว่าเป็นวาจาหรือ ลายลักษณ์อักษร ถ้าเป็นเรื่องส าคัญควรบันทึกเป็นลายลักษณ์อักษร ก าหนดอัตราค าจ้างอย่างเป็นธรรม ส่งเสริมให้ผู้ใต้บังคับ บัญชามีส่วนในกิจกรรม
353ของหน่วยงาน เปิดโอกาสให้ผู้ใต้บังคับบัญชาแลดงความคิดเห็นได้ ให้ร่วมวางแผนและตัดสินใจใน บางเรื่อง มอบหมายงานพร้อมกับมอบอ านาจในการด าเนินงาน และแบ่งงบประมาณในการท างานอย่างเหมาะลมและยุติธรรม แบ่งปันผลประโยชน์ได้เหมาะลม เลื่อนต า แห'นง และพิจารณาความดีความชอบอย่างยุติธรรม ยกย่องให้เกียรติผู้ใต้บังคับบัญชา ส่งเสริมและสนับสนุนให้ผู้ใต้บังคับบัญชามีโอกาสพัฒนาความรู้ ความสามารถเช่น การอบรมสัมมนา การให้โอกาสศึกษาต่อ2. การสร้างความสัมพันธ์ด้านการให้สวัสดิการ เป็น ความสัมพันธ์ท าให้เกิดแรงจูงใจ เช่น บริการที่อยู่อาศัย มีรถรับส่ง ให้ค่ารักษาพยาบาล ให้เงินปันผล โบนัส ค่าล่วงเวลา รายได้พิเศษและรางวัลความดี เลื่อนต าแหน่ง ท าให้สถานที่ท างาน มีบรรยากาศอบอุ่นประกันชีวิตและอุบ้ติเหตุในขณะปฏิบัติงานจัด ให้มีสถานที่พักผ่อนและกิจกรรมนันทนาการ บริการห้องลมุด อ านวย ความสะดวกลบายในการท างาน จัดให้มีการเลี้ยง สังสรรค์บางโอกาส ให้มีเงินประกันสังคม จัดให้มีทัศนศึกษาเพื่อให้เกิดการผ่อนคลายในการท างาน3. การสร้างความสัมพันธ์ระหว างผู้บังคับบัญชากับคนประเภทต าง ๆ ผู้บริหารควรสร้างความสัมพันธ์ให้สอดคล้องกับบุคลิกภาพของผู้ใต้บังคับบัญชา ได้แก่ การสร้างความสัมพันธ์กับคนดื้อรั้น คนเฉื่อยชา คนที่อารมณ์อ่อนไหว คนที่ขลาดกลัว คนที่ก้าวร้าว ซึ่งบุคลิกภาพของคนแต่ละแบบจะมีทัศนคติ ค านิยม และความเชื่อที่แตกต่างกัน ดังนั้นผู้บริหารที่ดีจะต้องรู้วิธีการมอบหมายงานได้เหมาะสมกับบุคลิกภาพของผู้ใต้บังคับบัญชา แต่ละคนอันเป็นผลให้ผู้ใต้บังคับบัญชาทุ่มเทความรู้ความสามารถในการท างานอย่างเต็มประสิทธิภาพ เพื่อท าให้องค์การสามารถบรรลุเป้าหมาย ที่ก าหนดไว้ได้14.11 ผู้บริหารที่ดีนั้นต้องกล้าที่จะเปลี่ยนแปลงตัวเอง (Change Agent) ผู้บริหารควรจะเปลี่ยนแปลงตนเองในเรื่อง ดังนี้1. ต้องเปลี่ยนแปลงความคิด หลายคนมักจะยึดติดกับความคิดเดิม ๆ ความคิดเดิมคอยสอนว่าถ้าคิดแบบนี้ถูก คิดแบบนี้ผิด ผู้บริหารบางคนไม่กล้าที่จะคิดให้ต่างจากความคิดที่มีอยู่เดิม หรือคิดนอกกรอบ ต้องยอมรับว่าความคิดของคนเรา ได้รับอิทธิพลมาจากประสบการณ์ ทัศนคติ ความเชื่อ มีบางคน ไม่กล้าคิดอะไรที่แตกต่างไปจากเดิมเลย การที่จะท าให้ผู้บริหาร กล้าที่จะคิดมากขึ้นนั้นต้องคิดออกมาโดยการเขียนหริอพิมพ์บันทึก เพราะจะสามารถมองเห็นความคิดทั้งที่เป็นความคิดแบบเดิม ๆ และความคิดแบบใหม่ได้ชัดเจนยิ่งขึ้น2. ต้องประยุกต์ความคิดให้เป็นแนวทางที่ปฏิบัติได้ หลังจากกล้าคิดแบบออกนอกกรอบเดิมแล้ว อุปสรรคส าคัญที่ ชัดขวางความก้าวหน้าของผู้บริหารคือ การน าเอาความคิดที่คิดได้ไปลงมือปฏิบัติจริง โดยน าความคิดที่ได้ทั้งหมดมาก าหนดเป็นแผนงาน (Planning) ส าหรับการกระท าให้เป็นขั้นเป็นตอน เพื่อให้ง่ายในการปฏิบัติ เช่น การท าใบรายการตรวจสอบ (Checklist) การจะเริ่มเปลี่ยนแปลงอะไรก็ตามให้เริ่มต้นจากการเปลี่ยนแปลงจากเล็กไปหาใหญ่3. ต้องยอมรับผลของการเปลี่ยนแปลงนั้นอย่างมีสติเมื่อกล้าคิดและกล้าลงมือท าการเปลี่ยนแปลงตัวเองแล้ว ผู้บริหารต้องกล้าที่จะยอมรับการเปลี่ยนแปลง ฉะนั้นก่อนการลงมือเปลี่ยนแปลงอะไรก็ตามควรวิเคราะห์เพื่อคาดการณ์ผล ของการเปลี่ยนแปลงไว้ล่วงหน้าว่าถ้าเลวร้าย
354ที่สุดจะเกิดอะไรขึ้น และถ้าดีที่สุดจะเกิดอะไรขึ้น ผู้บริหารต้องกล้ายอมรับผลของการกระท าตั้งแต่ก่อนลงมือกระท าจริง หนทางที่จะช่วยให้ผู้บริหารยอมรับการเปลี่ยนแปลงที่ไม่ดีได้นั่นก็คือ การคิดบวก (Positive Thinking)ผู้บริหารที่ดีนั้นควรจะบริหารงานในเชิงรุก (Proactive) การบริหารที่ดีต้องมืการคาดการณ์และวางแผนไว้ล่วงหน้าอย่าง เหมาะสมเพื่อรองรับสถานการณ์ต่าง ๆ ที่อาจเกิดขึ้น โดยมี องค์ประกอบอยู่ 3 ด้าน คือ1. โครงสร้างของการบริหาร (Structure Management)ในองค์การต่าง ๆ ย่อมมีการจัดโครงสร้างองค์การให้ท าหน้าที่ หลากหลายแตกต่างกันตามความรู้ความสามารถ การพิจารณาว่าหน่วยงานไหนควรเพิ่มบทบาทหริอลดความรับผิดชอบ เป็นสิ่ง ที่ผู้บริหารต้องทบทวนเพื่อรองรับสถานการณ์ที่เปลี่ยนแปลงเป็นระยะ2. กระบวนการในการท างาน (Process Working) วิธี การท างานเป็นสิ่งที่แสดงให้เห็นถึงความทันสมัยหริอความมีประสิทธิภาพในการบริหารจัดการ ซึ่งการบอกได้ว่าองค์การใดมีกระบวนการท างานที่ดีในมิติของ Proactive ต้องพิจารณาว่ามีการคิดในการปรับปรุงการท างานหริอน าระบบการท างานใหม่ๆ มาใช้หริอไม่3. การดูแลบุคลากร (Man) ปัจจัยแห่งความส าเร็จ ในการบริหารเชิงรุก คือ บุคลากร หริอคนที่ด ารงอยู่ในองค์การ ซึ่งผู้บริหารต้องมีการส ารวจความพร้อม ขวัญและก าลังใจ โดยต้องเริ่มจากสภาพปัจจุบันว่ามีวัฒนธรรมการท างาน มีความรู้ ความสามารถ มีทัศนคติต่อการท างาน หรือมีความเป็นอยู่อย่างไร ซึ่งคงต้องน าข้อมูลมาเปรียบเทียบกับภาวะที่ต้องการเปลี่ยนแปลง โดยต้องหาช่องทางเพื่อพัฒนาคนในองค์การต่อไปในปัจจุบันนี้จึงมีผู้บริหารเริ่มเล็งเห็นความส าคัญของ \"จริยธรรมของผู้บริหารและพนักงาน\" มากขึ้นและยังล่งเสริม กิจกรรมต่าง ๆ ซึ่งเป็นประโยชน์แก ่สังคมมากขึ้น แม้ว่าการกระท าดังกล่าวจะท าให้องค์การธุรกิจมีต้นทุนเพิ่มขึ้น แต่ก็มีผลดีต่อธุรกิจด้วย เป็นการสร้างภาพพจน์ที่ดี ส่งผลให้ผู้บริโภคเกิดความรู้สึกที่ดีต่อองค์การ ซึ่งจะมีผลกระทบต่อยอดขายขององค์การให้สูงขึ้นด้วย ผู้บริหารต้องเช้าใจว่าชื่อเสียงและภาพพจน์ขององค์การเป็นยุทธศาสตร์ในการด าเนินธุรกิจอย่างยั่งยืนและ ยาวนานบทสรุปการบริหารงานในยุคปัจจุบัน ท่ามกลางกระแสความเปลี่ยนแปลงทางเทคโนโลยีและการแข่งขันทางธุรกิจ การมีเพียงความรู้ความสามารถหรือทักษะทางการบริหารจัดการ (Management Skills) เพียงอย่างเดียวนั้นไม่เพียงพอที่จะน าพาองค์กรไปสู่ความส าเร็จที่ยั่งยืนได้ หัวใจส าคัญที่จะยึดโยงระบบการท างาน คน และสังคมให้อยู่ร่วมกันได้อย่างสงบสุขและเจริญก้าวหน้าคือ \"คุณธรรมและจริยธรรม\"1. ความสัมพันธ์ระหว างคุณธรรมและจริยธรรม แม้ค าว่า \"คุณธรรม\" และ \"จริยธรรม\" มักถูกใช้คู่กัน แต่มีนัยที่แตกต่างและเกื้อหนุนกัน กล่าวคือ คุณธรรม คือรากฐานภายในจิตใจ เป็นสภาพคุณงามความดี เช่น ความเมตตา ความซื่อสัตย์ และความเสียสละ ส่วน จริยธรรม คือภาพ
355สะท้อนที่แสดงออกมาเป็นพฤติกรรมภายนอกผ่านทางกายและวาจา ตามกฎเกณฑ์หรือบรรทัดฐานที่สังคมยอมรับ ผู้บริหารที่สมบูรณ์แบบจึงต้องมี \"จิตใจที่ดีงาม\" (คุณธรรม) เพื่อน าไปสู่ \"การกระท าที่ถูกต้อง\" (จริยธรรม)2. บทบาทของผู้บริหารที่มีต อจริยธรรม ผู้บริหารเปรียบเสมือนต้นแบบและกลไกส าคัญในการขับเคลื่อนจริยธรรมในองค์กร โดยต้องยึดหลักธรรมาภิบาลและความรับผิดชอบในทุกมิติ:ต อตนเอง: ต้องมีความซื่อสัตย์สุจริต (Honesty) มีคุณธรรม (Integrity) และพัฒนาตนเองให้เป็นผู้น าเชิงรุก (Proactive) ที่กล้าเปลี่ยนแปลง (Change Agent)ต อองค์กรและบุคลากร: ต้องบริหารงานด้วยความยุติธรรม (Fairness) ให้ความส าคัญกับการพัฒนาคน เคารพสิทธิเสรีภาพ และสร้างขวัญก าลังใจที่เหมาะสมต อผู้มีส วนได้ส วนเสียภายนอก: ต้องรับผิดชอบต่อผู้ถือหุ้น คู่ค้า เจ้าหนี้ และลูกค้า โดยยึดความโปร่งใสและการรักษาความลับทางการค้า3. ความรับผิดชอบต อสังคมและสิ่งแวดล้อม ในบริบทโลกปัจจุบัน จริยธรรมได้ขยายขอบเขตไปสู่ความรับผิดชอบต่อสังคม (CSR) และสิ่งแวดล้อม (Green Marketing) ธุรกิจไม่ได้มุ่งหวังเพียงก าไรสูงสุด แต่ต้องค านึงถึงผลกระทบต่อทรัพยากรธรรมชาติและคุณภาพชีวิตของคนในสังคม การด าเนินธุรกิจที่เป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อมและการคืนก าไรสู่สังคมจึงเป็นหน้าที่ทางจริยธรรมที่ผู้บริหารต้องตระหนักความส าเร็จที่แท้จริงของการบริหารงานไม่ได้วัดกันที่ตัวเลขผลประกอบการเพียงอย่างเดียว แต่วัดกันที่ \"ความยั่งยืน\" และ \"การยอมรับจากสังคม\" การที่ผู้บริหารยึดมั่นในหลักคุณธรรมจริยธรรม ปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซื่อสัตย์ โปร่งใส และมีความรับผิดชอบ ย่อมสร้างความเชื่อมั่น (Trust) และศรัทธาให้เกิดขึ้น ทั้งจากพนักงานภายในและผู้เกี่ยวข้องภายนอก อันจะเป็นรากฐาน ที่มั่นคงที่สุดในการน าพาองค์กรให้เจริญเติบโตควบคู่ไปกับสังคมได้อย่างสง่างามและถาวร
356ค าถามท้ายบท1. จงอธิบายความหมายของคุณธรรมจริยธรรมในการบริหารงาน2. จงอธิบายวัตถุประสงค์ของการใช้คุณธรรมจริยธรรมในการบริหารงาน4. จงอธิบายความหมาย “คุณธรรม” “จริยธรรม” ในการบริหารงานว่ามีลักษณะแตกต่างกันอย่างไร5. จงอธิบายขั้นตอนของการใช้คุณธรรมจริยธรรมในการบริหารงาน 8. จงอธิบายวิธีการน าคุณธรรมจริยธรรมในการบริหารงานไปใช้ในหน่วยงานภาครัฐกับภาคเอกชน ลักษณะของมุมมองมีความแตกต่างกันหรือไม่อย่างไร9. จงบอกขั้นตอนและกระบวนการน าคุณธรรมจริยธรรมในการบริหารงานมาประยุกต์ใช้ 10. จากกรณีศึกษานักศึกษาคิดว่าองค์กรที่น าคุณธรรมจริยธรรมในการบริหารงานมาใช้และประสบผลส าเร็จมีจุดเด่นและข้อที่ต้องพัฒนาอะไรบ้าง
357เอกสารอ้างอิงประยูร ธมฺมจิตโต. (2546). พุทธธรรม. กรุงเทพมหานคร : มหาลัยจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย.พระธรรมปิฎก (ป.อ. ยุตโต), (2560). กรณีธรรมกาย.กรุงเทพฯ : โอ. เอส.พริ้นติ้ง เฮ้าส์ราชบัณฑิตยสถาน. (2556). พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554. พิมพ์ครั้งที่ 2.กรุงเทพฯ: นามมีบุ๊คส์พับลิเคชั่น.ราเชนทร์ พิพัฒนกุล. (2562). จริยธรรมกับการบริหารงาน. วารสาร ปรัชญาปริทรรศน์,24(2),44-54.วศิน อินทสระ. (2555). พุทธจริยศาสตร์. กรุงเทพมหานคร : ธรรมดา, สนพ..
358
359บรรณานุกรมกนกวรรณ นนทศักดิ์. (2560). การพัฒนารูปแบบการจัดการเรียนรู้ตามแนวคิดบูรณาการศาสตร์ เรื่องโครงงานคอมพิวเตอร์เพื่อสร้างเสริมความคิดสร้างสรรค์ ส าหรับนักเรียนระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 3 (ดุษฎีนิพนธ์ปรัชญาดุษฎีบัณฑิต). นครศรีธรรมราช: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครศรีธรรมราช.กระทรวงอุตสาหกรรม. (2560). นโยบายประเทศไทย 4.0. กรุงเทพฯ: กระทรวงอุตสาหกรรม.กรมพัฒนาธุรกิจการค้า. (2563). ระบบแฟรนไชส์ในประเทศไทย. กรุงเทพฯ: กระทรวงพาณิชย์.กรมโยธาธิการและผังเมือง กระทรวงมหาดไทย. (2553). รายงานการวิจัยและพัฒนานวัตกรรมด้านเทคโนโลยี. กรุงเทพฯ: กรมโยธาธิการและผังเมือง.กาญจนา ขจรชีพพันธุ์งาม และ วนิดา มฆะศิรานนท์. (2555). การจัดการนวัตกรรมและเทคโนโลยี. พิษณุโลก: โฟกัสพริ้นติ้ง.การทางพิเศษแห่งประเทศไทย. (2563). รายงานประจ าปี พ.ศ. 2563. กรุงเทพฯ: การทางพิเศษแห่งประเทศไทย.เกียรติพงษ์ อุดมธนะธีระ. (2561). กระบวนการแห่งการสร้างนวัตกรรม (The process of innovation). สืบค้นจาก https://www.iok2u.com/article/innovation/innovation004a-processขวัญชนก พุทธจันทร์. (2563). สภาพและแนวทางการบริหารงานวิชาการตามแนวคิดโรงเรียนนวัตกรรม ของสถานศึกษาในสังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษามัธยมศึกษา เขต 18 (วิทยานิพนธ์ปริญญามหาบัณฑิต). ชลบุรี: มหาวิทยาลัยบูรพา.ขวัญชนก แสงท่านั่ง. (2563). รูปแบบการพัฒนาสถานศึกษาสู่องค์กรแห่งนวัตกรรมส าหรับสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต). ก าแพงเพชร: มหาวิทยาลัยราชภัฏก าแพงเพชร.จตุพร สังขวรรณ. (2557). ภาวะผู้น าเชิงกลยุทธ์. กรุงเทพมหานคร: ซีเอ็ดยูเคชั่น.จันทรศร เจน. (2558). การเงินอิเล็กทรอนิกส์และการช าระเงินสมัยใหม่. กรุงเทพฯ: ส านักพิมพ์เศรษฐศาสตร์.จ าลักษณ์ ขุนพลแก้ว. (2561). Innovation Management Standard. กรุงเทพฯ: สถาบันเพิ่มผลผลิตแห่งชาติ.จ าลักษณ์ ขุนพลแก้ว. (2563). การจัดการนวัตกรรม. กรุงเทพฯ: ส านักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.จิติมา วรรณศรี. (2563). นวัตกรรมสู่การพัฒนาสถานศึกษา. กรุงเทพฯ: รัตนสุวรรณการ.ชลกร ตันประภัสร์ และคณะ. (2556). ปัจจัยที่ส่งผลต่อความสร้างสรรค์และนวัตกรรมของโรงเรียนเอกชน ประเภทสามัญศึกษา ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วารสารบริหารการศึกษา มหาวิทยาลัยบูรพา, 7(2), 42-53.
360ชูชาติ พ่วงสมจิตร์. (2560). องค์กรแห่งนวัตกรรม. กรุงเทพฯ: ส านักพิมพ์มหาวิทยาลัยราชภัฏ สวนสุนันทา.ฐาปนา ฉิ่นไพศาล. (2560). การบริหารเชิงกลยุทธ์. กรุงเทพฯ: ส านักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามค าแหง.ฐิตินันท์ นันทะศรี, วาโร เพ็งสวัสดิ์, วัลนิกา ฉลากบาง และ พรเทพ เสถียรนพเก้า. (2563). ภาวะผู้น าเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารสถานศึกษา. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสกลนคร, 17(79), 13.ณัฏฐพันธ์ เขจรนันทน์. (2562). การบริหารเชิงกลยุทธ์. กรุงเทพฯ: ส านักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.ดนัย เทียนพุฒ. (2550). ธุรกิจแห่งนวัตกรรม. กรุงเทพฯ: นาโกต้า.ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย. (2564). ความรู้เบื้องต้นเกี่ยวกับนวัตกรรมส าหรับองค์กร (Innovation 101). สืบค้นจาก https://www.set.or.thตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย. (2564). รายงานประจ าปี 2564: นวัตกรรมและการพัฒนาองค์กร. กรุงเทพฯ: ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย.ถนอมพร เลาหจรัสแสง. (2560). การเรียนรู้ในยุคสมัยดิจิทัล: Digital Learning. เชียงใหม่: มหาวิทยาลัยเชียงใหม่.ทรรศนะ บุญขวัญ. (2563). การบริหารเชิงกลยุทธ์. กรุงเทพฯ: ส านักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามค าแหง.ธนพล ก่อฐานะ. (2563). การปรับกระบวนคิดในยุคดิจิตอล. กรุงเทพฯ: ลีโอซ่า.ธนพล ก่อฐานะ. (2564). การบริหารจัดการนวัตกรรมและเทคโนโลยีเปลี่ยนโลก. กรุงเทพฯ: ลีโอซ่า.ธัญรดี หิรัญกิตติกร. (2564). การศึกษาความต้องการความเป็นองค์กรนวัตกรรมของโรงเรียนในสังกัดส านักงานเขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต). ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยรังสิต.นพดล เหลืองภิรมย์. (2557). การจัดการนวัตกรรม (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: ดวงกมล.เนตร์พัณณา ยาวิราช. (2565). การจัดการสมัยใหม่และการจัดการนวัตกรรม (Modern Management and Innovation Management) (พิมพ์ครั้งที่ 12). กรุงเทพฯ: ทริปเพิ้ล กรุ๊ป.เนตร์พัณณา ยาวิราช. (2565). นวัตกรรมและการจัดการธุรกิจสมัยใหม่. กรุงเทพฯ: ส านักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.บริษัท ปตท. น้ ามันและการค้าปลีก จ ากัด (มหาชน). (2564). รายงานประจ าปี 2564. กรุงเทพฯ: บริษัท ปตท. น้ ามันและการค้าปลีก จ ากัด (มหาชน).บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จ ากัด (มหาชน). (2564). รายงานประจ าปี 2564. กรุงเทพฯ: บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จ ากัด (มหาชน).บริษัท ไปรษณีย์ไทย. (2563). นโยบายการบริหารจัดการนวัตกรรม ปี 2563. สืบค้นจากhttps://www.thailandpost.co.thประสิทธิ์ ทีฆพุฒิ. (2564). ไอซีทีและการจัดการเชิงกลยุทธ์. กรุงเทพมหานคร: บริษัท สรรพสาร์นวิชาการ (2004) จ ากัด.
361ปัญญา เลิศไกร. (2562). การจัดการองค์กรสมัยใหม่. กรุงเทพฯ: ส านักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.ปานชนก ด้วงอุดม. (2562). การศึกษาสภาพการเป็นองค์กรนวัตกรรมของสถานศึกษา ตามความคิดเห็นของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาพระนครศรีอยุธยา เขต 2 (วิทยานิพนธ์ครุศาสตรมหาบัณฑิต). พระนครศรีอยุธยา: มหาวิทยาลัยราชภัฏพระนครศรีอยุธยา.ปิยะ ตันติเวชยานนท์. (2560). ปัจจัยที่มีผลต่อการเป็นองค์การแห่งนวัตกรรม กรณีศึกษา: บริษัท ซุปเปอร์ริช อินเตอร์เนชั่นเนล เอ็กซ์เชนจ์ 1965 จ ากัด. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยปทุมธานี, 9(2), 102-111.ไปรมา อิศรเสนา ณ อยุธยา. (2560). Design thinking. กรุงเทพฯ: ศูนย์นวัตกรรมแห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.พยัต วุฒิพงศ์. (2557). การจัดการนวัตกรรม. กรุงเทพฯ: ส านักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.พยัต วุฒิรงค์. (2563). การจัดการนวัตกรรม: ทรัพยากร องค์การแห่งการเรียนรู้และนวัตกรรม. กรุงเทพมหานคร: ส านักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.พรปวีณ์ เสนะโกวร. (2553). กลยุทธ์ธุรกิจและกลยุทธ์การตลาดในธุรกิจผลิตจ าหน่ายเวชภัณฑ์ยา กรณีศึกษา บริษัท AAA จ ากัด (วิทยานิพนธ์มหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย.พลอยใส กล่อมจิต. (2557). ปัจจัยที่มีผลต่อการยอมรับนวัตกรรมและเทคโนโลยีสารสนเทศเพื่อการจัดการส าหรับบุคลากรสายสนับสนุน มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี (การค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต). ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลธัญบุรี.พิบูล ทีปะปาล. (2555). การจัดการเชิงกลยุทธ์. กรุงเทพฯ: อมรการพิมพ์.ฟองค า ติลกสกุลชัย. (2549). การบริหารจัดการทางการพยาบาล (พิมพ์ครั้งที่ 2). กรุงเทพฯ: พรี-วัน.ภักดี มานะหิรัญเวท. (2556). การจัดการเชิงกลยุทธ์ระดับโลก. นนทบุรี: กรีนแอปเปิล กราฟพิค พริ้นติ้ง.ภิญญาพัชญ์ นาคภิบาล. (2563). นวัตกรรมการบริหารสถานศึกษาเพื่อความเป็นเลิศ. นครราชสีมา: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครราชสีมา.ยุทธศาสตร์ชาติ พ.ศ. 2561–2580. (2561). แผนยุทธศาสตร์ชาติ 20 ปี (พ.ศ. 2561–2580). กรุงเทพฯ: ส านักนายกรัฐมนตรี.รัตนวดี โมรากลุ. (2560). การพัฒนารูปแบบองค์การแห่งนวัตกรรมของสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน (วิทยานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต). นครปฐม: มหาวิทยาลัยราชภัฏนครปฐม.รัตนะ บัวสนธ์. (2563). การวิจัยและพัฒนานวัตกรรมการศึกษา. กรุงเทพฯ: ส านักพิมพ์แห่งจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.รัชมงคล ทองหล่อ และคณะ. (2564). วาทกรรมคุณภาพการให้บริการที่ปรากฏบนแพลตฟอร์มตัวแทนให้บริการจองที่พักแรมแบบโฮสเทลในเขตกรุงเทพมหานคร: บริบทการสื่อสารแบบ
362ปากต่อปากบนสื่ออิเล็กทรอนิกส์ด้วยวิธีวิทยาการวิเคราะห์เนื้อหา. วารสารมนุษยศาสตร์และสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยนครพนม, 11(2), 132-142.วรากร ศิริสิทธิ์. (2562). กลยุทธ์การจัดการนวัตกรรมที่มีผลต่อความได้เปรียบทางการแข่งขันของผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) ในเขตกรุงเทพมหานคร (การค้นคว้าอิสระปริญญามหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย.วัชรพงษ์ อินทรวงศ์ และ ปัทมา สุริยกุล ณ อยุธยา. (2561). อิทธิพลของผู้ประกอบการต่อความสามารถด้านนวัตกรรมของธุรกิจ SMEs ด้านอาหาร. วารสารวิชาการมหาวิทยาลัยราชภัฏเชียงใหม่, 22(2), 45–60.วัฒนชัย ศิริญาณ. (2560). รูปแบบที่ส่งเสริมให้เกิดองค์การแห่งนวัตกรรมของมหาวิทยาลัยราชภัฏในเขตภาคตะวันออกเฉียงเหนือ (วิทยานิพนธ์ดุษฎีบัณฑิต). มหาสารคาม: มหาวิทยาลัยราชภัฏมหาสารคาม.วัฒนา วงศ์เกียรติรัตน์ และคณะ. (2546). การวางแผนกลยุทธ์: ศิลปะการก าหนดแผนองค์กร สู่ความเป็นเลิศ. กรุงเทพฯ: อินโพิกราฟฟิกส์.วารุณี กุลรัตนาวิจิตรา. (2560). ปัจจัยด้านนวัตกรรมทางธุรกิจส่งผลต่อการด าเนินงานของธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม (ประเภทบริการ) (วิทยานิพนธ์วิทยาศาสตรมหาบัณฑิต). กรุงเทพฯ: วิทยาลัยนวัตกรรม มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.วิไลวรรณ ศรีอักษร. (2557). การจัดการนวัตกรรมและสารสนเทศ. กรุงเทพฯ: ทริปเพิ้ล เอ็ดดูเคชั่น.ศศิประภา ชัยประสิทธิ์. (2553). องค์การแห่งนวัตกรรม ทางเลือกของผู้ประกอบการยุคใหม่. กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยกรุงเทพ.ศศิมา สุขสว่าง. (2563). การพัฒนานวัตกรรมในองค์กร Innovation in Organization. กรุงเทพฯ: บริษัท เอชซีดี อินโนเวชั่น จ ากัด.ศศิมา สุขสว่าง. (2563). นวัตกรรม (Innovation) คืออะไร: ความหมาย ประเภท ความส าคัญและตัวอย่าง. สืบค้นจาก https://www.sasimasuk.com/16568395/innovation-meaningศิรินภา สันติภานุโสภณ. (2562). แนวทางการจัดการนวัตกรรมเชิงพาณิชย์ในภาคธุรกิจอุตสาหกรรมเพื่อสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันของประเทศไทยในตลาดโลก (วิทยานิพนธ์ปริญญาดุษฎีบัณฑิต). กรุงเทพฯ: มหาวิทยาลัยเทคโนโลยีพระจอมเกล้าพระนครเหนือ.เศรษฐชัย ชัยสนิท. (2553). นวัตกรรมและเทคโนโลยี. สืบค้นจากhttp://it.east.spu.ac.th/informatics/admin/knowledge/A307Innovation%20and%20Technology.pdfสมบัติ นามบุรี. (2562). นวัตกรรมและการบริหารจัดการ. ยะลา: คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา.สมบัติ นามบุรี. (2562). นวัตกรรมและการบริหารจัดการ. วารสารวิจัยวิชาการ มหาวิทยาลัยรัตนบัณฑิต, 2(2), 121-134.สมนึก จงมีวศิน. (2553). การจัดการนวัตกรรมและเทคโนโลยี. กรุงเทพฯ: ส านักพิมพ์มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์.
363สิทธินนท์ ปานนิมิตจิตสมาน, ภคมน โภคะธีระกุล, ฐิติมา โห้ลายอง, และ เชาวฤทธิ์ เชาว์แสงรัตน์. (2565). การพัฒนานวัตกรรมผลิตภัณฑ์ชุมชนเพื่อยกระดับเศรษฐกิจฐานราก. วารสารวิชาการรับใช้สังคม มทร.ล้านนา, 5(1), 12-25.สิริภักตร์ ศิริโท. (2560, มกราคม–มิถุนายน). ความเป็นองค์กรนวัตกรรมของสถาบันอุดมศึกษาในประเทศไทย. วารสารบริหารธุรกิจเทคโนโลยีมหานคร, 14(1), 159-177.สุกัญญา แช่มช้อย. (2565). การบริหารวิชาการที่ตอบสนองการเปลี่ยนแปลงของโลกในยุคพลิกผัน. กรุงเทพฯ: ส านักพิมพ์จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย.สุดใจ ดิลกทรรศนนท์. (2562). การจัดการเชิงกลยุทธ์ (พิมพ์ครั้งที่ 3). กรุงเทพมหานคร: ห้างหุ้นส่วนจ ากัด สามลดา.สุดใจ วันอุดมเดซาชัย. (2556). การจัดการเชิงกลยุทธ์. กรุงเทพฯ: สามลดา.สุชาติ ไตรภพสกุล และชาคริต พิชญางกูร. (2564). แนวทางการด าเนินงานเพื่อพัฒนาโครงการนวัตกรรม: การเปลี่ยนห่วงโซ่อุปทานเป็นห่วงโซ่มูลค่า. กรุงเทพฯ: ส านักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (สนช.).สุทธิพร เสฏฐิตานันท์. (ม.ป.ป.). นักศึกษาระดับปริญญาเอก สาขาวิชาผู้น าทางสังคม ธุรกิจ และการเมือง. ปทุมธานี: มหาวิทยาลัยรังสิต.สุบรรณ เอี่ยมวิจารณ์. (2565). นวัตกรรมและการจัดการความรู้เพื่อการพัฒนาองค์กร. กรุงเทพฯ.สุบรรณ เอี่ยมวิจารณ์. (2565). หลักการจัดการและพฤติกรรมองค์การ. ขอนแก่น: โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยขอนแก่น.สุพาณี สฤษฎ์วานิช. (2553). การบริหารเชิงกลยุทธ์: แนวคิดและทฤษฎี. กรุงเทพฯ: ซีเอ็ดยูเคชั่น.สุภาภรณ์ เหล่าศรีรัตนา. (2564). แนวทางการพัฒนาความเป็นองค์การนวัตกรรมของศาลยุติธรรมในสังกัดส านักศาลยุติธรรมประจ าภาค 7. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏสวนสุนันทา, 14(1), 43-60.สุรอรรถ ศุภจัตุรัส. (2564). นวัตกรรม: ทางรอดของธุรกิจในยุค New Normal. สืบค้นจากhttps://www.nia.or.thเสน่ห์ จุ้ยโต. (2558). นวัตกรรมกับการสร้างความได้เปรียบในการแข่งขันขององค์กร. กรุงเทพฯ:ส านักพิมพ์มหาวิทยาลัยรามค าแหง.ส านักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ. (2560). แผนพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ ฉบับที่ 12 (พ.ศ. 2560–2564). กรุงเทพฯ: ส านักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ.ส านักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน). (2549). ยุทธศาสตร์การพัฒนาระบบองค์กรแห่งนวัตกรรม. กรุงเทพฯ: ส านักงานนวัตกรรมแห่งชาติ.ส านักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน). (2562). การจัดการนวัตกรรม. กรุงเทพฯ: ส านักงานนวัตกรรมแห่งชาติ.ส านักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน). (2562). รายงานประจ าปี 2562. กรุงเทพฯ: ส านักงานนวัตกรรมแห่งชาติ.
364ส านักงานนวัตกรรมแห่งชาติ (องค์การมหาชน). (2563). สุดยอดนวัตกรรมไทย: Innovation Thailand. กรุงเทพฯ: ส านักงานนวัตกรรมแห่งชาติ. สืบค้นจากhttps://www.nia.or.th/about-innovationส านักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม. (2562). รายงานประจ าปี 2562. กรุงเทพฯ: ส านักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม.ส านักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม. (2562). สถานการณ์วิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อมของประเทศไทย. กรุงเทพฯ: ส านักงานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม.องค์การมาตรฐานสากล. (2562). มาตรฐานการจัดการนวัตกรรม: ISO 56002:2019 Innovation management — Innovation management system — Guidance. เจนีวา: องค์การมาตรฐานสากล.อมรรัตน์ บุญอยู่. (2564). นวัตกรรมการบริหารงานวิชาการในสถานศึกษายุคดิจิทัล. วารสาร มจร นครทรรศน์, 8(3), 15-28.อมรรัตน์ บุญอยู่, ภาศิริ เขตปิยรัตน์, และ ศิริกานดา แหยมคง. (2564). ความสามารถในการจัดการนวัตกรรมที่ส่งผลต่อการตัดสินใจเข้าใช้บริการส านักวิทยบริการและเทคโนโลยีสารสนเทศ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุตรดิตถ์.อนุพงษ์ ชุมแวงวาปี. (2560). การพัฒนารูปแบบองค์การแห่งนวัตกรรมของโรงเรียนมัธยมศึกษาสังกัดส านักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน. ชลบุรี: บัณฑิตวิทยาลัย มหาวิทยาลัยบูรพา.อรุณกมล ศุขเอนก และ พรชัย เทพปัญญา. (2562). กลยุทธ์การบริหารจัดการของธนาคารพาณิชย์เอกชน.อาคีรา ราชเวียง, และคณะ. (2564). การพัฒนารูปแบบนวัตกรรมการบริหารจัดการสถานศึกษา. วารสารวิชาการสถาบันวิทยาการจัดการแห่งแปซิฟิค, 7(2), 234-245.อ าภา ไชยทะ. (2563). ภาวะผู้น าเชิงนวัตกรรมของผู้บริหารที่ส่งผลต่อความเป็นองค์การนวัตกรรมของสถานศึกษา สังกัดส านักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาร้อยเอ็ด เขต 3. วารสารบัณฑิตศึกษา มหาวิทยาลัยราชภัฏร้อยเอ็ด, 15(2), 102-112.เอกชัย บุญยาพิษฐาน. (2553). คู่มือวิเคราะห์ SWOT อย่างมืออาชีพ. กรุงเทพฯ: ปัญญาชน.ไทเกอร์. (2562). การจ าแนกประเภทนวัตกรรมเพื่อการจัดการธุรกิจ. วารสารการจัดการธุรกิจสมัยใหม่, 12(2), 45–60.บรรณานุกรมภาษาอังกฤษAbernathy, W. J., & Utterback, J. M. (1983). Patterns of industrial innovation. Technology Review, 80(7), 40–47.Acur, N., & Englyst, L. (2006). Assessment of strategy formulation: How to ensure quality in process and outcome. International Journal of Operations & Production Management, 26(1/2), 69-91.
365Adair, J. (1996). Effective innovation: How to stay ahead of the competition. London: Pan Books.Adams, R., Fontana, R., & Malerba, F. (2019). Innovation and performance in French manufacturing firms: Evidence from 1603 companies. Journal of Business Research, 98, 123–135.Adams, R., Jeanrenaud, S., Bessant, J., Denyer, D., & Overy, P. (2016). Sustainabilityoriented innovation: A systematic review. International Journal of Management Reviews, 18(2), 180–205.Agarwal, R., & Prasad, J. (1998). A conceptual and operational definition of personal innovativeness in the domain of information technology. Information Systems Research, 9(2), 204–215.Alejandro, R. V. (2014). Innovación: Conceptos, procesos y estrategias. México: Editorial Trillas.Anning-Dorson, T. (2017). Innovation and organizational development: The role of organizational leadership and structure. African Journal of Economic and Management Studies, 8(3), 337–351.Audretsch, D. B., & Lehmann, E. E. (2005). Does the knowledge spillover theory of entrepreneurship hold for regions? Research Policy, 34(8), 1191–1202.Aujirpongpan, S., & Hareebin, Y. (2020). Innovation capability and firm performance: Evidence from Thai manufacturing SMEs. Journal of Open Innovation: Technology, Market, and Complexity, 6(3), 64.Bessant, J., & Tidd, J. (2007). Innovation and entrepreneurship. Chichester: John Wiley & Sons.Boca, G. D. (2015). SWOT Analyze and e-Learning. Procedia-Social and Behavioral Sciences, 182, 10-14.Burns, T., & Stalker, G. M. (1961). The management of innovation. London: Tavistock Publications.Butters, J. (2021). Innovation in practice. London: Routledge.Butters, J. (2021). Innovation in the workplace. X5 Management. https://www.x5management.com/innovation-in-the-workplace/Chatriwisit, R., et al. (2011). Strategic Management (3rd ed.). Bangkok: Phimdee Press.Chesbrough, H. W. (2003). Open innovation: The new imperative for creating and profiting from technology. Boston, MA: Harvard Business School Press.Christiansen, J. K. (2000). Building the innovative organization: Management systems that encourage innovation. New York: Palgrave Macmillan.
366Cohen, W. M., & Levinthal, D. A. (1990). Absorptive capacity: A new perspective on learning and innovation. Administrative Science Quarterly, 35(1), 128–152.Comino, E., & Ferretti, V. (2016). Indicators-based Spatial SWOT Analysis: Supporting the strategic Planning and Management of Complex Territorial Systems. Ecological Indicators, 60, 1104-1117.Cook, P. (2002). Innovation and creativity in organizations: Lessons from the world’s most innovative companies. London: Pearson Education.Cooper, R. G. (2019). The drivers of success in new-product development. Industrial Marketing Management, 76, 36–47.Cowan, K. M., Haralson, L. E., & Weekly, F. (2009). Innovation management: Collaboration, ideas, implementation, and value creation. Washington, DC: National Institute for Community Innovation.Damanpour, F. (1996). Organizational innovation: A meta-analysis of effects of determinants and moderators. Academy of Management Journal, 34(3), 555–590.David, F. R. (2001). Strategic Management Concepts (8th ed.). Upper Saddle River, NJ: Prentice-Hall.David, F. R. (2011). Strategic management: Concepts and cases (13th ed.). Upper Saddle River, NJ: Prentice Hall.Dees, J. G. (2007). The Meaning of Social Entrepreneurship. Stanford University: Draft Report.Delbecq, A. L., & Alan, C. (1985). Foundations for organizational innovation management.Dereli, D. D. (2015). Innovation management in global competition and competitive advantage. Procedia - Social and Behavioral Sciences, 195, 1365–1370.Design Council. (2017). The design process: What is the double diamond? London: Design Council. Retrieved from https://www.designcouncil.org.ukDjuraeva, L. R. (2021). The role of innovation in business development. Academic Research in Educational Sciences, 2(4), 173–177.Drucker, P. F. (2002). Innovation and Entrepreneurship. New York: Harper Business.Drucker, P. F. (2002). Innovation and entrepreneurship: Practice and principles. New York: Harper Business.Dundon, E. (2002). The seeds of innovation: Cultivating the synergy that fosters new ideas. New York: AMACOM.
367Duss, P. (1992). Innovation and organizational performance. Berlin: Springer-Verlag.Ekvall, G. (2002). Organizational climate for creativity and innovation. European Journal of Work and Organizational Psychology, 11(1), 105–123.Ettlie, J. E., Bridges, W. P., & O’Keefe, R. D. (1984). Organization strategy and structural differences for radical versus incremental innovation. Management Science, 30(6), 682–695.Eurostat. (2021). Research and development expenditure in Europe. Luxembourg: Statistical Office of the European Union.Ferreira, J. J. M., Fernandes, C. I., Alves, H., & Raposo, M. L. (2015). Drivers of innovation strategies: Testing the interaction between entrepreneurial orientation and environment. Revista de Administração de Empresas, 55(4), 369–383.Ferreira, J. J., Fernandes, C. I., Alves, H., & Raposo, M. L. (2015). Drivers of innovation strategies: Testing the Tidd and Bessant (2009) model. International Journal of Innovation Management, 19(1), 1–28.Feurer, R., Chaharbaghi, K., & Wargin, J. (1995). Analysis of strategy Formulation and Implementation at Hewlett-Packard. Management Decision, 33(10), 4-16.Frankie, J. (1990). Innovation and Customer Needs. Boston: McGraw-Hill.Gatignon, H., Tushman, M. L., Smith, W., & Anderson, P. (2002). A structural approach to assessing innovation: Construct development of innovation locus, type, and characteristics. Management Science, 48(9), 1103–1122.Global Stat. (2021). Global innovation rankings 2021. Retrieved fromhttps://globalstat.euGoffin, K., & Mitchell, R. (2016). Innovation management: Effective strategy and implementation (3rd ed.). Palgrave Macmillan.Gopalakrishnan, S., & Damanpour, F. (1997). A review of innovation research in economics, sociology, and technology management. Omega, 25(1), 15–28.Gopaiakrishnan, R., & Demapour, J. (1997). Innovation types and processes. New York: Academic Press.Greenley, G. E. (1986). Does strategic planning improve company performance? Long Range Planning, 19(2), 101–109.Hansberger, A. (2019). Innovation management: A review of models, strategies, and success factors. Psychology and Education Journal, 56(1), 1–12.Harvard Business School. (2003). Innovation: The five-step process. Boston, MA: Harvard Business School Publishing.
368Henderson, R. M., & Clark, K. B. (1990). Architectural innovation: The reconfiguration of existing product technologies and the failure of established firms. Administrative Science Quarterly, 35(1), 9–30.Higgins, J. M. (1995). Innovative management: Creating success in today’s turbulent marketplace. Tampa, FL: New Management Publishing Company.Holder, D., & Matter, J. (2008). Innovation management: Creating value through change. London: Routledge.Hult, G. T. M., Hurley, R. F., & Knight, G. A. (2004). Innovativeness: Its antecedents and impact on business performance. Industrial Marketing Management, 33(5), 429–438.Hurley, R. F., & Hult, G. T. M. (1998). Innovation, market orientation, and organizational learning: An integration and empirical examination. Journal of Marketing, 62(3), 42–54.Karabulut, A. T. (2015). Effects of innovation types on performance of manufacturing firms in Turkey. Procedia - Social and Behavioral Sciences, 195, 1355–1364.Kelley, T., & Kelley, D. (2015). Creative confidence: Unleashing the creative potential within us all. New York: Crown Business.Kim, W. C., Kumar, V., & Kumar, U. (2012). Innovative organizations: Structure, processes, and performance. International Journal of Business Innovation and Research, 6(5), 509–528.Lawless, M. W., & Anderson, P. C. (1996). Generational technological change: Effects of innovation and local rivalry on performance. Academy of Management Journal, 39(5), 1185–1217.Lawlor May, B. (2019). Leadership and innovation management success factors. Journal of Innovation and Leadership, 15(2), 33–41.Liao, T. S., Fei, W. C., & Chen, C. C. (2007). Knowledge sharing, absorptive capacity, and innovation capability: An empirical study of Taiwan’s knowledge-intensive industries. Journal of Human Resource Management, 17(2), 155–179.Lin, C. Y., Chen, M. Y., & Chiu, C. H. (2010). Marketing innovation and business performance: The mediating role of innovation. International Journal of Business and Management, 5(10), 62–71.Meyer, A. D., Brooks, G. R., & Goes, J. B. (1990). Environmental jolts and industry revolutions: Organizational responses to discontinuous change. Strategic Management Journal, 11(5), 93–110.
369Meyer, J.-U. (2020). What is innovation? Definition and explanation. Innolytics AG. https://innolytics-innovation.com/what-is-innovation/Miller, K. (2017). Innovation and business models: Understanding product, process, and business model innovation. New York, NY: Routledge.Mintzberg, H., Ahlstrand, B. W., & Lampel, J. (1998). Strategy safari: A guided tour through the wilds of strategic management. New York: Free Press.Morton, A. (1998). Innovation and Renewal. London: Routledge.Nmadu, T. M. (2007). Strategic management in Nigerian industry: An empirical investigation. Journal of Business and Management, 12(3), 45–57.Osborne, S. P., & Brown, L. (2013). Handbook of innovation in public services.Cheltenham, UK: Edward Elgar Publishing.Pearce II, J. A., & Robinson, R. B. (2003). Strategic management: Formulation, implementation, and control (9th ed.). New York: McGraw-Hill.Porter, M. E. (1985). Competitive Advantage: Creating and Sustaining Superior Performance. New York: Free Press.PricewaterhouseCoopers. (1999). Innovation survey report. London: PricewaterhouseCoopers.Quinn, J. B. (1991). The intelligent enterprise: A new paradigm. New York: Free Press.Rauter, R., Jonker, J., & Baumgartner, R. J. (2019). Going one’s own way: Drivers in developing sustainability-oriented innovation. Journal of Cleaner Production, 231, 976–991.Richards, R. (2021). Innovation management system: From idea to implementation in four steps. Robbie Richards Publishing.Richardson, B. (1995). Strategic management and leadership in health services. London: Routledge.Rigby, D., & Bilodeau, B. (2018). Management Tools & Trends 2017. Bain & Company.Rogers, E. M. (1983). Diffusion of innovations (3rd ed.). New York: Free Press.Rogers, E. M. (1995). Diffusion of innovations (4th ed.). New York: Free Press.Rogers, E. M. (2002). Diffusion of Innovations (5th ed.). New York: Free Press.Rogers, E. M. (2003). Diffusion of innovations (5th ed.). New York: Free Press.Rothwell, R., & Gardiner, P. (1989). The strategic management of re-innovation. R&DManagement, 19(2), 147–160.Satell, G. (2013, March 31). The innovation matrix. Forbes.https://www.forbes.com/sites/gregsatell/2013/03/31/the-innovation-matrix/
370Schilling, M. A. (2008). Strategic management of technological innovation (2nd ed.). New York: McGraw-Hill/Irwin.Schultz, H. (2021). Innovation and leadership. Starbucks Stories. https://stories.starbucks.comSchumpeter, J. A. (1911). The theory of economic development: An inquiry into profits, capital, credit, interest, and the business cycle. Cambridge, MA: Harvard University Press.Schumpeter, J. A. (1934). The Theory of Economic Development: An Inquiry into Profits, Capital, Credit, Interest, and the Business Cycle. Cambridge, MA: Harvard University Press.Schumpeter, J. A. (2008). The theory of economic development. New Brunswick, NJ: Transaction Publishers.Shelling, J. (2008). Radical and incremental innovation strategies. New York: Routledge.Shelling, J. (2008). Radical innovation and breakthrough strategies. New York: Routledge.Sherwood, D. (2001). Creating value: The theory and practice of strategy. London:Financial Times/Prentice Hall.Sitthisomjin, J., Somprach, K., & Phuseeorn, S. (2018). The effects of innovation management on school performance of secondary schools in Thailand. Kasetsart Journal of Social Sciences, 39(1), 1–6.Smith, D. (2006). Innovation as a core business process. London: Academic Press.Smith, D. (2015). Exploring innovation (3rd ed.). London: McGraw-Hill Education.Smith, M. (2015). Fundamentals of innovation management. London: Routledge.Thompson, A. A., & Strickland III, A. J. (2003). Strategic management: Concepts and cases (13th ed.). New York: McGraw-Hill.Thompson, A. A., Peteraf, M. A., Gamble, J. E., & Strickland, A. J. (2014). Crafting and executing strategy: The quest for competitive advantage: Concepts and cases (19th ed.). New York: McGraw-Hill Education.Tidd, J., & Bessant, J. (2009). Managing innovation: Integrating technological, market and organizational change (4th ed.). Chichester: John Wiley & Sons.Tidd, J., & Bessant, J. (2014). Managing innovation: Integrating technological, market and organizational change (5th ed.). Chichester: John Wiley & Sons.Tidd, J., & Bessant, J. (2018). Innovation management challenges: From fads to fundamentals. Hoboken, NJ: Wiley.
371Tidd, J., & Bessant, J. (2018). Innovation management challenges: From fads to fundamentals. International Journal of Innovation Management, 22(5), 1–20.Tidd, J., Bessant, J., & Pavitt, K. (2001). Managing innovation: Integrating technological, market and organizational change (2nd ed.). Chichester: John Wiley & Sons.Tidd, J., Bessant, J., & Pavitt, K. (2005). Managing innovation: Integrating technological, market and organizational change (3rd ed.). Chichester: John Wiley & Sons.Trott, P. (2017). Innovation management and new product development (6th ed.). Harlow, England: Pearson.Tushman, M. L., & Anderson, P. (1986). Technological discontinuities and organizational environments. Administrative Science Quarterly, 31(3), 439–465.Tushman, M. L., & O’Reilly, C. A. (1997). Winning through innovation: A practical guide to leading organizational change and renewal. Boston, MA: Harvard Business School Press.Utterback, J. M. (1994). Mastering the dynamics of innovation. Boston, MA: Harvard Business School Press.Van de Ven, A. H. (1986). Central problems in the management of innovation. Management Science, 32(5), 590–607.Wanapa, W. (2012). The components of the innovative organization: Evidence from Thailand. Review of Business & Finance Case Studies, 3(1), 1.Wang, C., & Ahmed, P. (2004). The development and validation of the organisational innovativeness construct using confirmatory factor analysis. European Journalof Innovation Management, 7(4), 303–313.Wani, T. A., & Ali, S. W. (2015). Innovation diffusion theory. Journal of General Management Research, 3(2), 101–118.Wani, T. A., & Ali, S. W. (2015). Innovation Diffusion Theory: Review & Scope in the Study of Adoption of Smartphones in India. International Journal of Business and Management Invention, 4(9), 102–111.Wheelen, T. L., Hunger, J. D., Hoffman, A. N., & Bamford, C. E. (2015). Strategic management and business policy: Globalization, innovation, and sustainability (14th ed.). Upper Saddle River, NJ: Pearson Education.Yates, B. (2019, July 12). Building an innovation culture: Key elements for success. Retrieved January 6, 2026, from https://www.reallygoodinnovation.comYezersky, G. (2008). Systematic Innovation: Theory and Practice. Mansfield, MA: Zinati Publishing.
372Yezersky, G. (2008). The general theory of innovation. Southfield, MI: Institute of Professional Innovators.Zaltman, G., Duncan, R., & Holbek, J. (1973). Innovations and organizations. New York: John Wiley & Sons.Zapel, D. (2018). Innovation management: Types and applications in modern organizations. Berlin: Springer.Zapfl, D. (2024). What types of innovation exist? Lead Innovation. https://www.leadinnovation.com/en/insights/english-blog/kind-of-innovationZhou, J., & George, J. M. (2001). When job dissatisfaction leads to creativity: Encouraging the expression of voice. Academy of Management Journal, 44(4), 682–696.Zirpoli, M., & Becker, M. C. (2011). What happens when you outsource too much? The impact of outsourcing on organizational innovation. International Journal of Production Research, 49(17), 1–18.
373ดัชนีกการเปลี่ยนแปลงแนวคิด วิธีการ อุปกรณ์ ที่สร้างมิติใหม่, 4การท าสิ่งใหม่ ๆ, 5การท าลายที่สร้างสรรค์ (Creative Destruction), 12กลยุทธ์ความรวดเร็ว (Speed Strategy), 52คเครื่องมือสร้างการเปลี่ยนแปลง, 2ความคิดและกระบวนการใหม่ ๆ ที่ไม่เคยมีมาก่อน, 4ความคิดใหม่ (Rethinking), 9ความคิดที่แตกต่าง (Differentiation), 9นนวัตกรรม, 1นวัตกรรมว่า เป็นการสร้างความได้เปรียบในเชิงการแข่งขัน, 1นวัตกรรมเกิดขึ้นจากความคิดสร้างสรรค์ ความมุ่งมั่น และพัฒนาอย่างต่อเนื่องของบุคคลในการท าสิ่งต่าง ๆด้วยวิธีใหม่ ๆ, 7นวัตกรรมจะเป็นเครื่องมือส าคัญที่จะท าให้เราก้าวทัน การเปลี่ยนแปลงในระดับโลกหรือ Mega Trend, 10นวัตกรรมเป็นการเพิ่มขึ้นที่มีประโยชน์ต่อประสิทธิภาพทางเศรษฐกิจโดยการรวมทรัพยากรใหม่ๆ และบางครั้งเกิดขึ้นในการพัฒนาเทคโนโลยีวิธีการองค์การและตลาด, 19นวัตกรรมช่วยให้ใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีใหม่ๆ, 11นวัตกรรมช่วยให้อยู่เหนือคู่แข่ง, 11นวัตกรรมท าให้ธุรกิจเติบโต, 11ในการพัฒนานวัตกรรมขององค์การต่าง ๆมักให้ความส าคัญกับการจัดการนวัตกรรม, 30ผผลิตภัณฑ์ใหม่, 24
374
375