แผนการจัดการเรียนรวู้ ิชาภาษาไทย ม.4 ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564
ลำดบั ชื่อ-สกุล ความ การแสดง การรับฟัง ความต้ังใจ การแกไ้ ข รวม
ท่ี ของผ้รู บั การประเมนิ ความคดิ เหน็ ความคิดเห็น ทำงาน ปัญหา/หรือ
ร่วมมอื กนั ปรบั ปรงุ 20
26 ทำกจิ กรรม ผลงานกลมุ่ คะแนน
27
28 4321 4321 432 14321 4321
29
30
ลงชอ่ื .................................. ผู้ประเมิน
(นางสาวอรพณิ สนั เส็น)
................ /................ /................
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ
ปฏิบัติหรือแสดงพฤติกรรมอยา่ งสมำ่ เสมอ
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครง้ั ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางคร้ัง 18 - 20 ดมี าก
ปฏิบัติหรือแสดงพฤตกิ รรมนอ้ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน 14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ตำ่ กว่า 10 ปรบั ปรงุ
แผนการจัดการเรียนรวู้ ิชาภาษาไทย ม.4 ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564
แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ช้แี จง :ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แล้วขดี ✓ ลงในช่องท่ี
ตรงกับระดับคะแนน
คุณลกั ษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
อนั พึงประสงค์ด้าน 4321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเมื่อไดย้ ินเพลงชาติ ร้องเพลงชาตไิ ด้ และอธิบายความหมาย
ของเพลงชาติ
กษตั ริย์
1.2 ปฏบิ ัติตนตามสิทธิและหนา้ ทีข่ องนักเรยี น
2. ซือ่ สัตย์ สุจรติ
1.3 ใหค้ วามรว่ มมอื ร่วมใจ ในการทำงานกับสมาชิกในโรงเรียน
3. มวี นิ ยั
รับผดิ ชอบ 1.4 เข้าร่วมกิจกรรมและมีสว่ นร่วมในการจดั กจิ กรรมทส่ี รา้ งความ
สามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ตอ่ โรงเรยี นและชุมชน
4. ใฝเ่ รียนรู้
1.5 เข้ารว่ มกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนบั ถอื ปฏบิ ตั ิตนตามหลักของ
5. อยู่อยา่ ง ศาสนาตามโอกาส
พอเพียง
1.6 เข้ารว่ มกจิ กรรมทีเ่ ก่ยี วกับสถาบันพระมหากษตั รยิ ์ตามที่โรงเรียน
และชมุ ชนจดั ขน้ึ
2.1 ให้ขอ้ มูลท่ถี กู ต้อง และเป็นจรงิ
2.2 ปฏิบตั ิในสิ่งทถี่ ูกต้อง ทำตามสัญญาท่ีตนใหไ้ ว้กับเพือ่ น พอ่ แม่ หรอื
ผ้ปู กครอง และครู
2.3 ปฏิบัตติ นตอ่ ผ้อู ื่นด้วยความซอื่ ตรง ไมห่ าประโยชน์ในทางท่ไี ม่
ถกู ต้อง
3.1 จดั กจิ กรรมใหผ้ เู้ รยี นฝกึ ปฏบิ ัตติ ามขอ้ ตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ
ขอ้ บังคบั ของครอบครัว โรงเรยี น ตรงต่อเวลาในการปฏิบตั ิกิจกรรม
ตา่ งๆ ในชีวิตประจำวนั และรับผิดชอบในการทำงาน
4.1 แสวงหาขอ้ มลู จากแหลง่ การเรยี นรู้ตา่ งๆ
4.2 มีการจดบันทึกความรอู้ ยา่ งเป็นระบบ
4.3 สรปุ ความรไู้ ด้อย่างมีเหตผุ ล
5.1 ใช้ทรัพยส์ ินของตนเอง เช่น สง่ิ ของ เครือ่ งใช้ ฯลฯ อย่างประหยัด
คุ้มค่า และเก็บรกั ษาดแู ลอยา่ งดี และใชเ้ วลาอยา่ งเหมาะสม
5.2 ใชท้ รัพยากรของสว่ นรวมอยา่ งประหยัด คุ้มคา่ และเก็บรกั ษาดูแล
อย่างดี
5.3 ปฏิบตั ติ นและตดั สนิ ใจด้วยความรอบคอบ มีเหตุผล
5.4 ไมเ่ อาเปรยี บผู้อื่น และไม่ทำใหผ้ ู้อ่นื เดือดรอ้ น พรอ้ มใหอ้ ภัยเมื่อผอู้ ืน่
กระทำผิดพลาด
แผนการจดั การเรียนรวู้ ิชาภาษาไทย ม.4 ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564
คณุ ลักษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อันพึงประสงค์ด้าน 432 1
5.5 วางแผนการเรยี น การทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันบน
พน้ื ฐานของความรู้ ข้อมลู ข่าวสาร
5.6 ร้เู ทา่ ทันการเปลีย่ นแปลงทางสงั คม และสภาพแวดล้อม ยอมรับ
และปรบั ตัว อยู่ร่วมกบั ผอู้ นื่ ได้อยา่ งมคี วามสขุ
6. มุง่ มั่นในการ 6.1 เอาใจใสต่ อ่ การปฏิบัตหิ นา้ ท่ีที่ไดร้ บั มอบหมาย
ทำงาน 6.2 ต้ังใจและรับผิดชอบในการทำงานใหส้ ำเรจ็
6.3 ปรับปรงุ และพฒั นาการทำงานอย่างรอบคอบ
6.4 ทมุ่ เท ทำงาน อดทน ไมท่ ้อตอ่ ปญั หาและอปุ สรรค
6.5 พยายามแกป้ ญั หาและอุปสรรคในการทำงานใหส้ ำเร็จ
6.6 ชืน่ ชมผลงานความสำเร็จดว้ ยความภาคภมู ใิ จ
7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มีจติ สำนึกในการอนุรกั ษว์ ัฒนธรรมและภูมิปญั ญาไทย
7.2 เหน็ คุณค่าและปฏบิ ัติตนตามวัฒนธรรมไทย
8. มจี ติ สาธารณะ 8.1 รจู้ กั ช่วยพ่อแม่ ผูป้ กครอง และครทู ำงาน
8.2 อาสาทำงาน ชว่ ยคิด ชว่ ยทำ และแบง่ ปนั ส่งิ ของให้ผู้อน่ื
8.3 รูจ้ กั การดแู ล รักษาทรัพย์สมบัตแิ ละสิง่ แวดลอ้ มของห้องเรียน
โรงเรียน ชุมชน
8.4 เข้าร่วมกจิ กรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์ของโรงเรียน
ลงช่อื ....................................................ผู้ประเมิน
(นางสาวอรพิณ สนั เสน็ )
................ /................ /................
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสมำ่ เสมอ ให้ 4 คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครั้ง ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางครงั้ ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมนอ้ ยคร้งั ให้ 1 คะแนน 104 - 124 ดมี าก
183 - 103 ดี
62 - 82 พอใช้
ต่ำกว่า 62 ปรับปรุง
แผนการจดั การเรียนรู้วิชาภาษาไทย ม.4 ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
แผนการจดั การเรยี นร้ทู ่ี 13
รายวิชาภาษาไทย รหสั วชิ า ท31102 ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ 4
กล่มุ สาระการเรยี นร้ภู าษาไทย ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
หนว่ ยการเรยี นรูท้ ่ี 6 ทุกข์ของชาวนาในบทกวี เวลา 8 ชั่วโมง
เรือ่ ง วเิ คราะหแ์ ละวจิ ารณ์ เวลา 1 ช่ัวโมง
ผสู้ อน นางสาวอรพณิ สนั เส็น โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลยั สรุ าษฎรธ์ านี
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคิดเห็น วจิ ารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเหน็
คณุ ค่า และนำมาประยุกต์ใช้ในชวี ิต
ตวั ชว้ี ดั
ม.4-6/1 วเิ คราะหแ์ ละวจิ ารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมตามหลักการวิจารณ์เบ้อื งตน้
2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
การศกึ ษาเรอ่ื ง ทุกข์ของชาวนาในบทกวี จะต้องวิเคราะห์และวิจารณเ์ ร่อื งตามหลกั การวิจารณ์
เบื้องตน้
3. สาระการเรยี นรู้
3.1 สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
หลกั การวเิ คราะหแ์ ละวิจารณว์ รรณกรรมเบื้องตน้
- จุดมงุ่ หมายการแตง่ วรรณกรรม
- การพจิ ารณารปู แบบของวรรณกรรม
- การพิจารณาเนอ้ื หาและกลวธิ ใี นวรรณกรรม
- การวิเคราะห์และการวจิ ารณ์วรรณกรรม
3.2 สาระการเรียนรู้ทอ้ งถ่นิ
-
3.3 ทกั ษะ/กระบวนการ
1) ทักษะการตีความ
2) ทักษะการวิเคราะห์
3) ทกั ษะกระบวนการคดิ อยา่ งมวี จิ ารณญาณ
แผนการจัดการเรียนรูว้ ชิ าภาษาไทย ม.4 ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564
3.4. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
3.4.1 คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ (ประจำแผนการจดั การเรยี นรู้)
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ 2. มวี นิ ยั 3. ใฝ่เรียนรู้
4. อยู่อย่างพอเพยี ง 5. มงุ่ ม่ันในการทำงาน
3.4.2 คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (ประจำกลมุ่ สาระการเรียนรู้)
-
3.5. สมรรถนะสำคัญผ้เู รียน
3.5.1 ความสามารถในการสื่อสาร
3.5.2 ความสามารถในการคิด
3.5.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
4. ภาระงาน
4.1 ใบงานท่ี 6.3
5. การวดั และการประเมินผลการเรียนรู้
วิธกี าร เครอ่ื งมอื เกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 6.3 ใบงานที่ 6.3 รอ้ ยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ ระดบั คุณภาพ 2 ผา่ น
เกณฑ์
สงั เกตความรักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ มีวินัย แบบประเมินคุณลักษณะอันพงึ ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน
ใฝเ่ รยี นรู้ อยู่อยา่ งพอเพยี ง และม่งุ มน่ั ใน ประสงค์ เกณฑ์
การทำงาน
6. กจิ กรรมการเรียนรู้
วธิ ีสอนโดยการจัดการเรียนรู้แบบรว่ มมอื : เทคนคิ คูต่ รวจสอบ
ขน้ั นำเข้าสบู่ ทเรยี น
1. ครูให้นักเรยี นดบู ตั รภาพชาวนา แลว้ ซักถามนักเรียนว่า ชาวนามคี วามสำคัญอยา่ งไรตอ่
คนไทย จากนั้นครใู ห้นกั เรียนอา่ นบทเพลงชาวนาสอนลูก และรว่ มกันวิเคราะห์ปัญหาท่ี
ชาวนาประสบในปัจจุบัน
2. ครถู ามคำถามกระตุน้ ความคิด
3. นักเรียนตอบคำถามกระตุน้ ความคิด
ขัน้ สอน
1. ครใู หน้ ักเรยี นแตล่ ะกล่มุ (กลุ่มเดิมจากแผนการจดั การเรียนรูท้ ่ี 1) รว่ มกันศึกษา
บทความทกุ ข์ของชาวนาในบทกวี จากหนังสือเรียน
2. นกั เรยี นแตล่ ะกลมุ่ จบั คูก่ นั เปน็ 2 คู่ จากนัน้ ครใู ห้นักเรยี น แต่ละคู่ทำใบงานท่ี 6.3
เรอื่ ง วิเคราะห์วิจารณเ์ รื่อง ทุกข์ของชาวนาในบทกวี โดยใหน้ กั เรียนคนหน่ึงคดิ ดังๆ
แสดงถงึ การคิดตอบคำถามนนั้ แล้วเขียนคำตอบ และให้สมาชิกอกี คนหนงึ่ เปน็ ฝา่ ย
สังเกต (นักเรียนอกี คหู่ นง่ึ ท่อี ยใู่ นกลมุ่ เดียวกนั ปฏบิ ตั ใิ นทำนองเดยี วกนั )
แผนการจดั การเรียนรู้วชิ าภาษาไทย ม.4 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564
3. นกั เรียนทที่ ำหน้าที่เป็นฝา่ ยสังเกตจะทำหน้าทตี่ รวจสอบและแสดงความคดิ เห็นดว้ ย เมอื่
ตรวจสอบวา่ เปน็ คำตอบที่ถกู พร้อมแสดงความยินดี
4. นักเรยี นแต่ละคเู่ ปล่ยี นบทบาทกันในคำถามขอ้ ตอ่ ไป จากผ้ตู อบทำหน้าท่ีเปน็ ผู้สังเกต
และผูส้ งั เกตทำหนา้ ที่เปน็ ผู้ตอบ
5. เม่ือตอบคำถามครบทุกขอ้ แลว้ ให้นักเรียนแต่ละคู่ในกลุ่มเดียวกนั (กลมุ่ 4 คน)
เปรียบเทียบคำตอบกนั และช่วยกนั อธิบายแสดงความคดิ เห็นเพิม่ เตมิ เพ่อื ความกระจา่ ง
ชดั เจนเสร็จแล้วนำใบงานท่ี 6.3 สง่ ครูตรวจ
6. ครถู ามคำถามกระตนุ้ ความคดิ ถา้ ประเทศไทยไมม่ ีชาวนาจะเปน็ อยา่ งไร
7. นักเรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ
ขน้ั สรปุ
1. ครูและนักเรยี นร่วมกันสรุปผลการวเิ คราะห์และวิจารณเ์ รอ่ื ง ทุกข์ของชาวนาในบทกวี
2. ครูถามคำถามกระตุ้นความคิดจากเรอ่ื ง ทกุ ขข์ องชาวนาในบทกวี แสดงถึงความทกุ ขข์ อง
ชาวนาอยา่ งไร
3. นักเรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคิด
7. สือ่ /แหล่งเรยี นรู้
7.1 สอ่ื การเรยี นรู้
1) หนังสอื เรยี น ภาษาไทย : วรรณคดแี ละวรรณกรรม ม.4
2) เพลงชาวนาสอนลูก
3) บตั รภาพ
4) ใบงานท่ี 6.3 เรื่อง วเิ คราะห์วิจารณ์เร่ือง ทกุ ข์ของชาวนาในบทกวี
7.2 แหลง่ การเรยี นรู้
—
แผนการจดั การเรยี นรูว้ ชิ าภาษาไทย ม.4 ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
เอกสารประกอบการสอน
ชื่อเพลง : ชาวนาสอนลูก
ศลิ ปนิ : วงไซโล
เนื้อเพลง : ชาวนาสอนลกู
(โอ้ระเหยลอยมา) (ลอยมา ตกในนาข้าว) (เป็นห่วงแท้ๆพ่อแพรสีเทา) (ใครจะปลูกข้าว ให้เจ้ากิน)
บ้านนา ในคืนฟ้าหมน่ (ชายสองคนจับเข่าคุยกัน) สองคนเป็นพ่อลูกกัน (เปิดประเด็นคุยกันตามประสาคน
จน) วา่ ลกู เอย๋ ลูกพอ่ (กย็ ามนี้หนอเหลือเราแค่สองคน) เล้ียงเจ้าพอ่ เฝา้ อดทน ถงึ เรายากจนพ่อก็กัดฟันสู้ ชวี ติ
ของคนทำนา(อาชีพชาวนาช่างน่าอดสู) มันยากแค้นแสนเข็ญน่าดูเจ้าเองก็รู้อยู่เต็มหัวใจ ลูกเอ๋ย เราเป็น
ชาวนา(เกียรติยศชาวนาน้ันนา่ ภมู ิใจ) เลยี้ งคนเลีย้ งแผน่ ดินไทย มาแต่ยุคสมัยของบรรพชน โอ้ยามนี้ มี
เพยี งแคเ่ รา(ท่ีนัง่ จับเจ่าคุยกันแค่สองคน) หารือตามประสาคนจน ท่จี นแตต่ ัวแตไ่ มจ่ นหวั ใจ ปรับทุกข์ปรับ
ที่ปรับทาง(พื้นนาร้างๆที่อยู่ไกลๆ) พ่อรักษาและจะเก็บมันไว้พอเจ้าเติบใหญ่จะได้เอาไว้ทำกิน ห่วงเอ๋ย
หว่ งใย(หว่ งประเทศไทยใครจะปลูกข้าวกิน) กช็ าวนามีแต่หนี้แตส่ นิ ตอ้ งขายทที่ ำกนิ ไปหากนิ ในเมอื งใหญ่
เจ้ายังเล็ก ยังเด็กต้องเรียน (ต้องพากต้องเพียรต้องตั้งใจ) อ่านเขียนคอฅนคอควายแบบเรียนทั่วไปของลูก
ชาวนา วิชาแพะวิชาแกะให้คดิ เอา (วิชาปลูกข้าวเจ้าต้องศึกษา) ให้รอบรู้เรื่องการ ทำน า
เป็นลูกชาวนาก็มีศักด์ิศรี ไม่มียศไม่มบี ้งั ชา่ งมนั (คนเราวดั กนั ตรงที่ความดี) ถงึ เกิดเป็นลูกตาษาตาศรีขอแค่
เป็นคนดีแคน่ ก้ี ็ยิง่ ใหญ่ ว่าลกู เอ๋ยทีพ่ ่อพดู มา (กำพดื ชาวนาเจ้าตอ้ งภมู ใิ จ) อยา่ ลมื ตนี ลืมแผน่ ดนิ ไทย
อย่าลืมวา่ ไทยสว่ นใหญ่ต้องกนิ ข้าว ห่วงเอย๋ ห่วงใย (หว่ งประเทศไทยใครจะปลกู ขา้ วกิน)ก็ชาวนามีแต่หน้ีแต่
สนิ ต้องขายทที่ ำกนิ ไปหากินในเมืองใหญ่ เจ้ายังเล็กยังเด็กต้องเรียน(ต้องพากต้องเพียรต้องต้ังใจ) อ่าน
เขยี นคอฅนคอควาย แบบเรยี นทว่ั ไปของลูกชาวนา วิชาแพะวชิ าแกะใหค้ ิดเอา(วิชาปลูกข้าวเจา้ ต้องศึกษา)
ใหร้ อบรู้เรื่องการทำนา เปน็ ลูกชาวนาก็มีศักดศิ์ รี ไมม่ ยี ศไมม่ ีบ้งั ช่างมัน(คนเราวัดกันตรงทีค่ วามด)ี ถึงเกิดเป็น
ลกู ตาษาตาศรี ขอแค่เป็นคนดีเท่าน้ีก็ยิง่ ใหญ่ โอ้ลูกเอ๋ยท่ีพ่อพูดมา(กำพดื ชาวนาเจ้าต้องภูมิใจ) อย่าลืมตีนลืม
แผน่ ดินไทย อยา่ ลืมวา่ ไทยสว่ นใหญ่ต้องกนิ ข้าว (อยา่ ลืมตีนลมื แผน่ ดนิ ไทย)(อยา่ ลมื ว่าไทยส่วนใหญ่ต้องกิน
ข้าว) (เกี่ยวเถิดนะพ่อเกี่ยว โย้นโย้น) (เกี่ยวเถิดนะแม่เกี่ยว) (เกี่ยวเถิดนะพ่อเกี่ยว โย้นโย้น)
(เกีย่ วเถิดนะแมเ่ ก่ยี ว) อยา่ มัวชะแง้ แลเหลยี ว เดีย๋ วเคียวจะเก่ียว ก้อย เอย..
ทีม่ า : http://www.thai-farmer.com/
แผนการจัดการเรียนร้วู ิชาภาษาไทย ม.4 ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
บตั รภาพ
ภาพท่ี 1 ภาพท่ี 2
ภาพที่ 3 ภาพที่ 4
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าภาษาไทย ม.4 ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564
ใบงานที่ 6.3 วิเคราะห์วิจารณเ์ รอ่ื ง ทุกขข์ องชาวนาในบทกวี
คำช้ีแจง ให้นักเรียนอา่ นเร่อื ง ทกุ ขข์ องชาวนาในบทกวี แล้ววเิ คราะห์วิจารณ์ตามหัวขอ้ ต่อไปน้ี
1. จุดมุง่ หมายในการแต่งเร่ือง ทกุ ข์ของชาวนาในบทกวี
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
2. รูปแบบของเรอ่ื ง ทุกขข์ องชาวนาในบทกวี
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
3. เน้อื หาและกลวิธีในการแตง่ เรอ่ื ง ทกุ ข์ของชาวนาในบทกวี
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
4. กลวธิ ใี นการแต่งเรือ่ ง ทุกขข์ องชาวนาในบทกวี
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
5. คณุ ค่าด้านสงั คมของเรอ่ื ง ทกุ ข์ของชาวนาในบทกวี
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
แผนการจดั การเรยี นรู้วิชาภาษาไทย ม.4 ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
เฉลย ใบงานที่ 6.3 วเิ คราะห์วจิ ารณเ์ รื่อง ทุกข์ของชาวนาในบทกวี
ชแ้ี จง ให้นกั เรียนอา่ นเร่ือง ทุกขข์ องชาวนาในบทกวี แลว้ วเิ คราะหว์ ิจารณ์ตามหัวขอ้ ตอ่ ไปนี้
1. จดุ มงุ่ หมายในการแต่งเรอื่ ง ทุกขข์ องชาวนาในบทกวี
เพื่อแสดงพระราชดำรเิ กี่ยวกับบทกวีของไทยและบทกวีของจีน ซึ่งกล่าวถึงชีวิตและความทุกข์
ของชาวนา
2. รปู แบบของเรื่อง ทกุ ขข์ องชาวนาในบทกวี
เป็นรอ้ ยแก้วประเภทบทความ พระราชนิพนธ์ในสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทที่ รงแสดงความ
คดิ เห็นต่อความทุกข์องชาวนา โดยผ่านการสำรวจปญั หา ท่ีมา และข้อมูลต่างๆ อยา่ งละเอยี ด
3. เนอื้ หาและกลวิธีในการแต่งเรื่อง ทกุ ข์ของชาวนาในบทกวี
สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ได้ทรงยกบทกวีของ จิตร ภูมิศักดิ์ ซึ่งได้กล่าวถึงชีวิตและความทกุ ข์
ยากของชาวนาต่อมาทรงแปลบทกวีจีนของ หลี่เชิน เป็นภาษาไทย ทำให้มองเห็นภาพของชาวนาจีน เม่ือ
เปรียบเทียบกับชาวนาไทยว่ามิได้มีความแตกต่างกัน แม้ในฤดูกาลเพาะปลูก ภูมิอากาศจะเอื้ออำนวยให้พชื
พันธุธ์ ัญญาหารบริบรู ณด์ ี แต่ผลผลิตไม่ได้ตกเปน็ ของผู้ผลิต คือชาวนา เท่าที่ควร ชาวนาในทุกแห่ง ทุกยุคทุก
สมัยล้วนประสบแต่ความทุกข์ยากไมแ่ ตกต่างกนั เลย
4. กลวธิ ีในการแต่งเรอ่ื ง ทุกข์ของชาวนาในบทกวี
ทกุ ข์ของชาวนาในบทกวีนับเปน็ ตัวอย่างอนั ดีของบทความท่ีสามารถยดึ ถือเปน็ แบบอยา่ งได้ ด้วย
แสดงให้เหน็ แนวความคิดชัดเจน ลำดับเรื่องราวเข้าใจง่าย และมีส่วนประกอบของงานเขียนประเภทบทความ
อย่างครบถว้ น คือสว่ นนำ เน้ือเรอ่ื ง และสว่ นสรปุ และกลวิธีการอธบิ ายนน้ั ให้ความรู้เชงิ วรรณคดีเปรียบเทียบ
แก่ผอู้ ่าน โดยทรงใช้การเปรียบเทยี บวิธีการนำเสนอของบทกวไี ทยและบทกวีจนี
5. คณุ คา่ ดา้ นสงั คมของเรอื่ ง ทุกขข์ องชาวนาในบทกวี
จากบทความเรือ่ ง ทุกข์ของชาวนาในบทกวี ในพระราชนิพนธ์ของสมเด็จพระเทพรตั นราชสดุ าฯ
นั้น ทำให้สังคมไดร้ บั รู้และเข้าใจถึงความทุกข์ยากของชาวนา สภาพชีวิตของชาวนาที่ถูกเอารัดเอาเปรียบอยู่
เสมอ ทรงมีแนวคิดของเรื่องที่แจ่มแจ้งและชัดเจน ทำให้สังคมได้ประจักษ์และตระหนักถึงความสำคัญของ
ชาวนา และเล็งเหน็ ปัญหาตา่ งๆอันนำไปสกู่ ารแสวงหาหนทางแก้ไขในทา้ ยทส่ี ุด
(พิจารณาตามคำตอบของนกั เรยี น โดยให้อยู่ในดุลยพนิ ิจของครูผสู้ อน)
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ิชาภาษาไทย ม.4 ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม
สำหรบั นักเรียนชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ 4/.....
คำชแ้ี จง : ให้ ผู้สอน สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหวา่ งเรียนและนอกเวลาเรียน แล้วขีด ✓ ลงใน
ชอ่ งทีต่ รงกับระดบั คะแนน
ลำดบั ชื่อ-สกุล ความ การแสดง การรับฟัง ความตัง้ ใจ การแก้ไข รวม
ท่ี ของผ้รู บั การประเมิน ความคดิ เหน็ ความคิดเห็น ทำงาน ปัญหา/หรือ 20
ร่วมมอื กัน
1 ทำกิจกรรม ปรับปรงุ คะแนน
2 ผลงานกล่มุ
3
4 4321 4321 432 14321 4321
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
แผนการจัดการเรียนรูว้ ิชาภาษาไทย ม.4 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
ลำดับ ชื่อ-สกุล ความ การแสดง การรบั ฟัง ความตงั้ ใจ การแก้ไข รวม
ที่ ของผู้รบั การประเมนิ ความคดิ เห็น ความคิดเหน็ ทำงาน ปญั หา/หรือ
ร่วมมือกนั ปรับปรุง 20
26 ทำกจิ กรรม ผลงานกลุ่ม คะแนน
27
28 4321 4321 432 14321 4321
29
30
ลงชื่อ .................................. ผ้ปู ระเมนิ
(นางสาวอรพิณ สันเส็น)
................ /................ /................
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑ์การตดั สินคณุ ภาพ
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมำ่ เสมอ
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤติกรรมบ่อยครั้ง ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน 18 - 20 ดีมาก
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยครงั้
ให้ 1 คะแนน 14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ตำ่ กว่า 10 ปรบั ปรุง
แผนการจัดการเรียนรวู้ ิชาภาษาไทย ม.4 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564
แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ช้แี จง :ให้ ผู้สอน สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขดี ✓ ลงในช่องท่ี
ตรงกับระดับคะแนน
คุณลักษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงคด์ า้ น 43 2 1
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเมือ่ ได้ยินเพลงชาติ ร้องเพลงชาตไิ ด้ และอธิบาย
ความหมายของเพลงชาติ
กษัตริย์
1.2 ปฏิบตั ิตนตามสิทธิและหน้าที่ของนักเรยี น
2. ซือ่ สัตย์ สุจรติ
1.3 ใหค้ วามรว่ มมอื ร่วมใจ ในการทำงานกบั สมาชกิ ในโรงเรยี น
3. มวี ินัย
รับผดิ ชอบ 1.4 เขา้ รว่ มกิจกรรมและมีสว่ นรว่ มในการจดั กิจกรรมทีส่ รา้ งความ
สามัคคี ปรองดอง และเปน็ ประโยชน์ต่อโรงเรียนและชมุ ชน
4. ใฝเ่ รียนรู้
1.5 เข้ารว่ มกิจกรรมทางศาสนาทตี่ นนับถือ ปฏิบตั ิตนตามหลักของ
5. อยอู่ ยา่ ง ศาสนาตามโอกาส
พอเพียง
1.6 เขา้ รว่ มกจิ กรรมที่เก่ยี วกับสถาบนั พระมหากษัตริยต์ ามที่โรงเรียน
และชมุ ชนจดั ขึ้น
2.1 ใหข้ ้อมลู ทถี่ กู ต้อง และเปน็ จริง
2.2 ปฏบิ ัติในส่งิ ที่ถกู ตอ้ ง ทำตามสญั ญาท่ีตนใหไ้ วก้ ับเพือ่ น พอ่ แม่
หรือผ้ปู กครอง และครู
2.3 ปฏิบตั ติ นตอ่ ผอู้ ่ืนด้วยความซ่ือตรง ไม่หาประโยชนใ์ นทางท่ีไม่
ถกู ต้อง
3.1 จัดกิจกรรมใหผ้ ู้เรยี นฝกึ ปฏบิ ัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ
ข้อบังคบั ของครอบครวั โรงเรยี น ตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ตั ิ
กจิ กรรมต่างๆ ในชวี ิตประจำวนั และรับผิดชอบในการทำงาน
4.1 แสวงหาขอ้ มลู จากแหลง่ การเรยี นรตู้ า่ งๆ
4.2 มีการจดบันทกึ ความร้อู ย่างเป็นระบบ
4.3 สรุปความรไู้ ดอ้ ย่างมีเหตผุ ล
5.1 ใชท้ รพั ย์สินของตนเอง เชน่ สง่ิ ของ เคร่อื งใช้ ฯลฯ อยา่ งประหยัด
คมุ้ ค่า และเก็บรักษาดูแลอยา่ งดี และใช้เวลาอย่างเหมาะสม
5.2 ใชท้ รัพยากรของส่วนรวมอย่างประหยดั คมุ้ คา่ และเก็บรักษาดแู ล
อยา่ งดี
5.3 ปฏบิ ัตติ นและตดั สินใจดว้ ยความรอบคอบ มเี หตุผล
5.4 ไม่เอาเปรยี บผูอ้ ่ืน และไมท่ ำใหผ้ อู้ นื่ เดอื ดร้อน พรอ้ มใหอ้ ภัยเม่ือ
ผอู้ ่นื กระทำผิดพลาด
แผนการจดั การเรยี นรู้วิชาภาษาไทย ม.4 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564
คณุ ลักษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อันพึงประสงค์ดา้ น 4321
5.5 วางแผนการเรียน การทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันบน
พ้นื ฐานของความรู้ ข้อมลู ขา่ วสาร
5.6 ร้เู ทา่ ทนั การเปล่ยี นแปลงทางสงั คม และสภาพแวดลอ้ ม ยอมรับ
และปรับตวั อย่รู ่วมกับผู้อื่นไดอ้ ยา่ งมีความสุข
6. ม่งุ มนั่ ในการ 6.1 เอาใจใสต่ ่อการปฏิบตั หิ นา้ ท่ีทไี่ ด้รบั มอบหมาย
ทำงาน 6.2 ตัง้ ใจและรบั ผดิ ชอบในการทำงานให้สำเร็จ
6.3 ปรบั ปรุงและพฒั นาการทำงานอย่างรอบคอบ
6.4 ทุม่ เท ทำงาน อดทน ไม่ทอ้ ตอ่ ปัญหาและอุปสรรค
6.5 พยายามแก้ปัญหาและอุปสรรคในการทำงานให้สำเร็จ
6.6 ชนื่ ชมผลงานความสำเร็จด้วยความภาคภมู ิใจ
7. รักความเปน็ ไทย 7.1 มีจติ สำนกึ ในการอนุรกั ษ์วัฒนธรรมและภมู ิปญั ญาไทย
7.2 เหน็ คุณค่าและปฏบิ ัติตนตามวัฒนธรรมไทย
8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รจู้ ักชว่ ยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครทู ำงาน
8.2 อาสาทำงาน ช่วยคดิ ชว่ ยทำ และแบ่งปนั สงิ่ ของใหผ้ ู้อื่น
8.3 รู้จกั การดแู ล รกั ษาทรัพย์สมบัติและสิ่งแวดลอ้ มของห้องเรียน
โรงเรียน ชุมชน
8.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมเพ่อื สงั คมและสาธารณประโยชนข์ องโรงเรยี น
ลงชอ่ื ....................................................ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอรพณิ สนั เสน็ )
................ /................ /................
เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสม่ำเสมอ ให้ 4 คะแนน
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมบอ่ ยคร้งั ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบางคร้งั ให้ 2 คะแนน
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤติกรรมน้อยครงั้ ให้ 1 คะแนน 104 - 124 ดีมาก
183 - 103 ดี
62 - 82 พอใช้
ต่ำกวา่ 62 ปรบั ปรงุ
แผนการจัดการเรยี นรูว้ ิชาภาษาไทย ม.4 ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
แผนการจดั การเรียนรทู้ ่ี 14
รายวชิ าภาษาไทย รหสั วิชา ท31102 ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ 4
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้ภาษาไทย ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 6 ทกุ ข์ของชาวนาในบทกวี เวลา 8 ช่วั โมง
เร่ือง วเิ คราะห์ลกั ษณะเด่น เวลา 1 ชั่วโมง
ผ้สู อน นางสาวอรพณิ สันเสน็ โรงเรยี นกาญจนาภเิ ษกวทิ ยาลัย สุราษฎรธ์ านี
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเหน็ วิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเหน็
คณุ ค่า และนำมาประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ติ
ตัวชี้วดั
ม.4-6/2 วเิ คราะหล์ กั ษณะเดน่ ของวรรณคดีเช่ือมโยงกับการเรยี นรูท้ างประวัติศาสตร์และวถิ ีชวี ิต
ของสังคมในอดีต
2. สาระสำคญั /ความคิดรวบยอด
การศึกษาเรือ่ ง ทกุ ขข์ องชาวนาในบทกวี จะต้องวเิ คราะห์ลกั ษณะเดน่ ของเรอ่ื งเชอ่ื มโยงกบั การ
เรยี นรู้ทางประวตั ศิ าสตรแ์ ละวิถีชวี ติ
3. สาระการเรยี นรู้
3.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
- การวิเคราะห์ลักษณะเดน่ ของวรรณกรรมเก่ียวกับเหตกุ ารณป์ ระวตั ศิ าสตรแ์ ละวิถชี ีวิตของ
สงั คม ในอดตี
3.2 สาระการเรียนรู้ทอ้ งถนิ่
-
3.3 ทักษะ/กระบวนการ
1) ทักษะการวเิ คราะห์ 2) ทกั ษะการเชื่อมโยง
3.4. คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
3.4.1 คณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (ประจำแผนการจดั การเรยี นรู้)
1. รักชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ 2. มวี นิ ยั 3. ใฝ่เรยี นรู้
4. อยู่อย่างพอเพียง 5. มุ่งมน่ั ในการทำงาน
3.4.2 คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์ (ประจำกล่มุ สาระการเรยี นรู้)
-
แผนการจดั การเรยี นรู้วชิ าภาษาไทย ม.4 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
3.5. สมรรถนะสำคญั ผูเ้ รียน
3.5.1 ความสามารถในการสือ่ สาร
3.5.2 ความสามารถในการคดิ
3.5.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
4. ภาระงาน
4.1 ใบงานท่ี 6.4
5. การวดั และการประเมนิ ผลการเรยี นรู้
วธิ ีการ เคร่ืองมอื เกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 6.4 ใบงานท่ี 6.4 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุม่ ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ น
เกณฑ์
สงั เกตความรกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ มีวนิ ัย แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอันพึง ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่าน
ใฝ่เรยี นรู้ อย่อู ยา่ งพอเพียง และมุง่ ม่ันใน ประสงค์ เกณฑ์
การทำงาน
6. กิจกรรมการเรียนรู้
วิธีสอนโดยการจัดการเรียนรแู้ บบร่วมมอื : เทคนคิ โต๊ะกลม
ขนั้ นำเขา้ สู่บทเรียน
1. ครใู หน้ กั เรียนอ่านบทความ แดท่ ุกขข์ องแผ่นดิน คือ ชาวนาไทย แลว้ รว่ มกนั วิเคราะห์
และแสดงความคดิ เหน็
2. ครูถาม คำถามกระตุ้นความคิดนกั เรยี นคดิ ว่า ชาวนาในประเทศอ่ืนๆ มีความทกุ ข์
เหมือนกบั ชาวนาในประเทศไทยหรอื ไม่ อย่างไร
3. นกั เรยี นตอบคำถามกระตุ้นความคิด
ขัน้ สอน
1. นกั เรยี นกล่มุ เดมิ (จากแผนการจัดการเรยี นรูท้ ่ี 1) รวมกลมุ่ กัน
2. ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั อภปิ รายเร่อื ง ทุกขข์ องชาวนาในบทกวี จากหนังสือเรยี น จนมคี วาม
เข้าใจกระจา่ งชดั
4. ครแู จกใบงานที่ 6.4 เร่ือง วิเคราะหล์ ักษณะเด่นเรื่อง ทกุ ขข์ องชาวนาในบทกวี โดย
เชือ่ มโยงกับการเรยี นรูท้ างประวตั ิศาสตรแ์ ละวิถีชีวติ ใหน้ ักเรียนแต่ละกลุ่มวิเคราะห์
แลว้ รว่ มกันปฏิบตั กิ ิจกรรม ดงั นี้
- สมาชกิ คนท่ี 1 เขยี นคำตอบ ขอ้ 1 ในใบงาน แล้วสง่ ต่อให้สมาชิกคนท่ี 2
- สมาชกิ คนที่ 2 อ่านคำตอบของสมาชกิ คนที่ 1 แลว้
พจิ ารณาคำตอบ ถ้าคำตอบยงั ไม่ถูกต้อง สมบูรณก์ ็ใหเ้ ขียน คำตอบเพ่มิ เติม แลว้
ทำใบงานข้อตอ่ ไป แลว้ ส่งให้สมาชกิ คนท่ี 3
- สมาชิกคนท่ี 3 ซึ่งรับไปแลว้ ก็ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมเช่นเดยี วกับสมาชกิ คนที่ 2 เสร็จแล้ว
ส่งต่อใหส้ มาชิกคนท่ี 4 สมาชกิ ในแต่ละกลมุ่ จะได้มโี อกาสอ่านและเขียนคำตอบ
แผนการจัดการเรียนรวู้ ิชาภาษาไทย ม.4 ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2564
หมุนเวียนกันไปเร่อื ยๆ จนเสรจ็ กล่าวคอื สามารถตอบคำถามไดช้ ดั เจนครบถว้ นทุกคำถาม
5. ครถู ามคำถามกระตุ้นความคดิ
6. นกั เรียนตอบคำถามกระตุ้นความคดิ
ขน้ั สรปุ
1. ครูและนักเรียนร่วมกันสรุปผลการวิเคราะห์ลักษณะเด่นเรอ่ื ง ทกุ ข์ของชาวนาในบทกวี
2. ครสู ่มุ นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มเฉลยคำตอบในใบงานท่ี 6.4 หน้าชน้ั เรียน
7. ส่อื /แหลง่ เรียนรู้
7.1 สือ่ การเรียนรู้
1) หนงั สือเรยี น ภาษาไทย : วรรณคดีและวรรณกรรม ม.4
2) บทความ แด่ทกุ ข์ของแผ่นดนิ คือ ชาวนาไทย
3) ใบงานท่ี 6.4 เรอ่ื ง วเิ คราะห์ลกั ษณะเดน่ เร่อื ง ทกุ ขข์ องชาวนาในบทกวี
7.2 แหลง่ การเรยี นรู้
—
แผนการจดั การเรยี นรวู้ ชิ าภาษาไทย ม.4 ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
เอกสารประกอบการสอน
บทความ แด่ทุกขข์ องแผน่ ดนิ คอื ชาวนาไทย
คำกล่าวทีว่ า่ "ทุกขข์ องชาวนา คอื ทกุ ข์ของแผ่นดนิ " และ "การพฒั นาข้าวและชาวนาต้องเอาชาวนา
เป็นศนู ยก์ ลาง" เป็นคำพูดที่ไพเราะและดหู รู ทอี่ อกมาจากลมปากของนกั การเมอื ง และชนช้นั ปกครองคนแล้ว
คนเล่า ยุคแล้วยุคเล่า ซึ่งผ่านมาแล้วกผ็ ่านไป เราจึงพบว่าตลอดระยะเวลา 30 ปี ปัญหาของข้าวและชาวนา
ไทยยังคงถูกปล่อยปะละเลยให้เป็นไปตามยถากรรม วนเวียนอยู่ในวงจรเก่าๆ ที่ถูกนกั การเมืองหยิบยกข้นึ มา
ใชป้ ระโยชน์ในทางการเมืองช่วั ครัง้ ช่วั คราว โดยไมไ่ ด้มีจติ สำนกึ อยา่ งแทจ้ รงิ ต่อการแก้ไขปัญหาและการพัฒนา
ของชาวนาไทย
ภาพที่ลวงตาเราอยู่ ณ ปัจจุบันนี้ก็คือ ประเทศไทยเป็นผู้ส่งออกข้าวอันดับ 1 ของโลกมากว่า 20
ปี ด้วยปริมาณสูงสุด 9.7 ล้านตัน ขา้ วสาร สามารถนำเงนิ ตราต่างประเทศเข้ามาถึงปีละ 104,000 ล้านบาท
และเมื่อรวมกับมูลค่าการค้าข้าวภายในประเทศก็จะมีมูลค่ารวมปีละกว่า 200,000 ล้านบาท พร้อมท้ัง
ช่อื เสียงข้าวหอมมะลิของไทยทีม่ ีเอกลกั ษณเ์ ปน็ ทรี่ ้จู กั ไปทวั่ โลก เมอ่ื ผทู้ น่ี ำตัวเลขน้ไี ปกลา่ วอา้ งกไ็ ด้รับคำชื่นชม
ยินดีว่าเป็นผลงาน แตเ่ บื้องหลังนนั้ เกิดจากหยาดเหงอ่ื และพลงั 2 มอื ของชาวนาไทย 4.7 ลา้ นครอบครัวท่ีได้
สร้างคณุ ปู การท้งั หลายทัง้ ปวง
จนกระทั่งเป็นที่มาของข้าวประเทศไทย แต่ความจริงที่เจ็บปวดก็คือ ชาวนาไทยกว่าร้อยละ
90 ยงั คงด้อยโอกาสและยากจนดว้ ยเหตทุ ข่ี าดการพัฒนาอย่างจรงิ จังจากรัฐบาล
ดังนั้นในบทสรุป ตลอดระยะเวลากว่า 10 ปี ที่ผ่านมา กล่าวได้ว่า ทุกพรรคการเมืองท่ีมีอยู่ใน
ประเทศไทยขณะน้ี ได้มีโอกาสเข้ามาเป็นรัฐบาลบริหารประเทศ ได้มีโอกาสที่จะแก้ไขปัญหาข้าวและ
ชาวนา แต่สิ่งที่นักการเมืองจะทำเหมือนกันหมดก็คือ ลืมคำมั่นสัญญาที่ใหไ้ ว้ต่อเกษตรกรชาวนาเมื่อตอนหา
เสยี ง การช่วยเหลอื ชาวนาก็มเี พียงมาตรการในการจำนำข้าว เพื่อให้ชาวนาพงึ พอใจในราคาข้าวเปลอื ก แต่ไม่
เคยมนี โยบายท่ีจะพัฒนาชาวนาและข้าวของประเทศอย่างเปน็ ระบบ เพ่ือให้ชาวนามีคุณภาพชีวิตที่ดี มีความ
เขม้ แขง็ อยา่ งย่ังยืน รวมทง้ั พฒั นาอตุ สาหกรรมขา้ วของประเทศให้มีศักยภาพในการแข่งขัน
เราพบเหตุผลว่า ทำไมนักการเมืองจึงชอบให้มโี ครงการจำนำและแทรกแซงของรัฐบาล ซึ่งเป็นการ
แกป้ ัญหาเฉพาะหนา้ แตก่ ็ทำตอ่ เนื่องกันมาทกุ ปแี ละทุกรฐั บาล คำตอบก็คอื จะใช้เปน็ ข้ออา้ งต่อสาธารณชนว่า
รัฐบาลไดช้ ว่ ยชาวนาแลว้ แตภ่ ายใต้โครงการจำนำขา้ วกลับเต็มไปดว้ ยวงจรอุบาทวข์ องการทุจริตและคอรัปช่ัน
อย่างเป็นขบวนการ และในการขายข้าวในโกดังของรัฐบาลก็จะมีข่าวคาวของรัฐมนตรี 2 เหรียญ,
5 เหรียญ รวมทั้งการขายขา้ วที่นำทรพั ยส์ ินของหลวงไปเอ้ือประโยชนใ์ ห้กบั บรษิ ทั พวกพอ้ ง จนเปน็ ท่อี ือ้ ฉาวใน
หน้าหนังสอื พมิ พแ์ ละเป็นประเด็นในการอภิปรายในสภา ทั้งสภาผแู้ ทนราษฎรและวฒุ สิ ภา
ดังนัน้ จึงไมใ่ ชเ่ รอื่ งแปลกท่ีโครงการจำนำข้าวนับจากปี 2542-2546 ทีผ่ ่านมา รัฐจะขาดทุนสะสม
กว่า 17,000 ล้านบาท และยงั จะต้องขาดทนุ อกี ตอ่ ไป ตราบใดทีย่ งั มองเร่อื งขา้ ววา่ เป็นแหล่งที่จะมา
แ ส ว ง ห า ป ร ะ โ ย ช น ์ ไ ด ้ ง ่ า ย ๆ โ ด ย ใ ช ้ ก า ร ช ่ ว ย เ ห ล ื อ ช า ว น า ม า เ ป ็ น ข ้ อ อ ้ า ง บ ั ง ห น้ า
การที่ประเทศชาตติ ้องเสยี เงินนับหมื่นล้าน โดยที่ชาวนาไม่ไดร้ ับการพัฒนา จึงเป็นเรือ่ งท่ีนา่ เสียดาย
อย่างยิ่ง และ แต่ละปีที่ผ่านไปเราก็สูญเสียโอกาสในการพัฒนา เราพบความจริงเพิ่มขึ้นว่า ทุกวันนี้ชาวนา
โดยเฉพาะชาวนาท่ีทำนาปรัง (ทำนาปีละ 2-3 ครั้ง) เกิดโรคเสพติดกับโครงการจำนำ มุ่งแต่ปลกู ขา้ วโดยเอา
ปริมาณไม่ได้คำนึงถงึ คุณภาพของขา้ ว ตน้ ทุนการปลกู ข้าวสงู ขึน้ อยา่ งรวดเรว็
เราพบต่อไปว่า ชาวนาภาคอีสานทีท่ ำนาปี ปลูกข้าวหอมมะลิ แม้รัฐบาลจะเพิ่มราคาขา้ วในโครงการจำนำให้
ชาวนาถึงตันละ 10,000 บาท ในช่วงก่อนการเลือกตั้งทั่วไปของสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร (เมื่อวันที
6 มกราคม 2548)
แผนการจดั การเรยี นร้วู ิชาภาษาไทย ม.4 ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
เมื่อคำนวณเป็นรายได้ของครอบครัวแล้วจะมรี ายได้สุทธิเพียงเดอื นละ 1,200 บาท ต่อครอบครัว
(4 คน) ต่อเดือนเท่านั้น ยังต่ำกว่าเส้นความยากจนของคนไทยที่สภาพัฒนาเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ
ประกาศอยู่ท่ี 1,674 บาท ต่อคน ต่อเดือน
ดังนั้น การที่รัฐบาลมีแนวคิดว่าได้ช่วยเหลือชาวนาด้วยการซื้อข้าวเปลือกหอมมะลิในราคาตัน
ละ 10,000 บาท กน็ า่ จะหมดภาระรัฐบาลแลว้ นนั้ ตวั เลขรายได้ของครอบครัวชาวนาภาคอีสานกจ็ ะเป็นภาพ
ทีฟ่ อ้ งวา่ ทกุ ข์ของชาวนายังคงเป็นทกุ ข์ของแผน่ ดนิ ตอ่ ไป อย่างไม่มีวันสิ้นสดุ
วนั นแี้ นวรบของชาวนาตอ้ งเปลยี่ นแปลง เหตเุ พราะเราไมม่ กี ารพฒั นาอย่างมยี ทุ ธศาสตรม์ ากวา่ 10
ปีแลว้ ทำให้อตุ สาหกรรมข้าวของประเทศอ่อนแอลงทกุ วัน ชาวนาเองกไ็ ม่มโี อกาสพฒั นาอย่างเป็นระบบและ
ต่อเนือ่ ง
องค์กรชาวนาไม่ได้รับการส่งเสริมและสนับสนุนให้สามารถเป็นองค์กรที่เป็นที่พึ่งของชาวนาทั่ว
ประเทศได้ ภาพโดยรวมของชาวนาก็อ่อนแอ การกำหนดยุทธศาสตร์ข้าวแห่งชาติ ประการหนึ่ง การกล่าว
ว่า จะต้องให้ชาวนาเป็นศูนย์กลางในการพัฒนาอีกประการหนึ่ง ก็จะกลายเป็นเรื่องของแนวคิดเชิงระบบ
อปุ ถมั ภ์ และเชิงประชาสงเคราะห์แบบเดิมๆ ทีร่ ฐั คอยคดิ แทน ทำแทนประชาชนอยตู่ ลอดเวลา
ดังนั้น เพื่อไม่ให้เกิดข้อตำหนิดังกล่าว การเปิดโอกาสให้ชาวนาได้มีส่วนร่วมในการกำหนด
ยทุ ธศาสตรข์ ้าว และการกำหนดวิถีชีวิตของชาวนาด้วยตนเอง ทำให้ชาวนาได้มีส่วนร่วมคดิ รว่ มทำ อันเปน็ การ
สร้างชาวนาให้เข้มแข็ง เพื่อที่ชาวนาจะได้ยืนด้วยลำแข้งของตนเอง ไม่ตกเป็นเหยื่อของกระแสทุนนิยม และ
การบริโภคนิยม และด้วยทิศทางของการพัฒนาท่ีถกู ตอ้ งนี้ จึงจะนับเป็นชยั ชนะของชาวนา และชัยชนะของ
ประเทศชาตอิ ย่างแท้จริง
หมายเหตุ ฅนเลา่ เรือ่ ง
ภายใต้สภาวการณ์ การแก้ไขรัฐธรรมนูญ (ใหม่) ฉบับปี พ.ศ. 2550 ซึ่งกำลังเข้าสู่รอยต่อของ
ระบอบประชาธิปไตย ที่ยกกล่าวอ้างกันเป็นยาชูกำลังตลอดมาวา่ มีประชาชนเป็นศูนย์กลาง( ซึ่งอาจจะสรปุ
รวมถึง ประชาชนชาวนา ผู้ใช้แรงงานทั้งหมด)นั้นเราคงได้เห็นความจริงใจในการแก้ไขปัญหา “ ทุกข์ของ
ชาวนา คือ ทกุ ข์ของแผ่นดนิ ” กันอกี คำรบหน่ึงหรือไม่ ? ก็ตอ้ งคอยติดตามกนั ต่อไป และขอให้เปน็ ดัง เช่น บท
กวี ประเสรฐิ จนั ดำ ทีเ่ ขียนฝากเอาไวว้ า่ ;
“เคียวคมเราถอื ชู ทำงานอยู่ในทุ่งกว้าง เมื่อไรไร่นาร้าง เราจะเกี่ยวดาวมากิน
เคยี วบางข้างคมบาด เลือดแดงสาดหยดสดู่ นิ เกีย่ วข้าวให้คนกิน อยา่ หมายหม่นิ ผูถ้ ือเคียว
ดาวรายพรายนภา ไม่มีค่าสักดวงเดียว ตราบใดยังไร้เคียว ที่จะเกี่ยวกลมเกลียวดาว
คมเคียวเกยี่ วคอคน ผ้กู ดขกี่ ินแรงคาว โจษจนั กันเกรียวกราว เราเกี่ยวดาวมาไว้ดนิ ”
ทม่ี า : http://www.oknation.net/blog/print.php?id=48032
แผนการจดั การเรียนรวู้ ิชาภาษาไทย ม.4 ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564
ใบงานที่ 6.4 วิเคราะหล์ กั ษณะเด่นเรอื่ ง ทุกขข์ องชาวนาในบทกวี
คำชแ้ี จง ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปน้ี
1. เร่ือง ทุกขข์ องชาวนาในบทกวี มลี กั ษณะเด่นอยา่ งไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
2. ประวตั ศิ าสตร์ไทยตอนใดบา้ งที่กล่าวถงึ ชาวนา
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
3. เร่อื ง ทกุ ข์ของชาวนาในบทกวี สะทอ้ นให้เหน็ วถิ ีชีวิตของชาวนาอย่างไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
4. วถิ ชี ีวติ ของชาวนาไทยและชาวนาจนี มีความเหมือนและแตกต่างกนั อย่างไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
แผนการจดั การเรียนร้วู ิชาภาษาไทย ม.4 ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564
เฉลย ใบงานที่ 6.4 วิเคราะหล์ ักษณะเด่นเรอ่ื ง ทกุ ขข์ องชาวนาในบทกวี
คำช้แี จง ให้นักเรียนตอบคำถามตอ่ ไปน้ี
1. เรอ่ื ง ทุกขข์ องชาวนาในบทกวี มลี กั ษณะเด่นอย่างไร
เป็นบทความที่สามารถยึดถือเป็นแบบอย่างได้ เป็นบทความที่แสดงแนวความคิดชัดเจน ลำดับ
เรอ่ื งราวเข้าใจง่ายและมีส่วนประกอบของงานเขยี นประเภทบทความอย่างครบถ้วน คือ ส่วนนำ เนื้อเร่อื ง และ
ส่วนสรุป เนื้อเรื่องมีแนวคิดที่ชัดเจนและแจ่มแจ้ง เป็นบทความแสดงความคิดเห็นที่ผ่านการวิเคราะห์ และ
การใชว้ จิ ารณญาณของสมเดจ็ พระเทพฯ
2.ประวัติศาสตรไ์ ทยตอนใดบา้ งท่ีกล่าวถงึ ชาวนา
ในสมัยสุโขทัย อยุธยา ธนบุรี และรัตนโกสินทร์ ทุกยุคทุกสมัยของไทย ได้กล่าวถึงชาวนา ที่เป็น
กระดูกสันหลงั ของชาติ โดยในอดตี ประชาชนส่วนใหญ่ประกอบอาชีพทำนา ปลกู ข้าวไว้รบั ประทานเอง ขยายสู่
การค้าขายและการส่งออกข้าวให้กับต่างประเทศ ชาวนาจึงเป็นอาชีพที่มีมาแต่สมัยโบราณจวบจนปัจจุบัน
3. เรอ่ื ง ทุกขข์ องชาวนาในบทกวี สะท้อนให้เหน็ วิถชี วี ิตของชาวนาอยา่ งไร
สะท้อนใหเ้ หน็ วิถีชวี ติ ของชาวนาท่ไี ดร้ ับความทุกข์ยากลำบากในการปลกู ขา้ วซึ่งเป็นอาหารสำคัญ
ของคนทกุ ชนชนั้ แตช่ าวนามักถกู เอารดั เอาเปรียบอยู่เสมอ ชาวนาต้องเร่ิมทำงานต้ังแต่เช้าจรดคำ่ ทำงานแบบ
หลงั ส้ฟู า้ หนา้ สู้ดนิ ตลอดทงั้ ปี แต่ชาวนาก็ยงั ไม่เคยมฐี านะร่ำรวยจากอาชีพทำนา
4. วิถีชีวติ ของชาวนาไทยและชาวนาจีน มคี วามเหมอื นและแตกต่างกนั อยา่ งไร
วิถีชีวิตของชาวนาไทยและชาวนาจีนมีความเหมือนกันตรงทีล่ ้วนประสบแต่ความทุกข์ยาก และ
ถูกเอารดั เอาเปรียบ
(พิจารณาตามคำตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยูใ่ นดุลยพินจิ ของครูผูส้ อน)
แผนการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ม.4 ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ
สำหรับนกั เรยี นชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 4/....
คำชแ้ี จง : ให้ ผู้สอน สงั เกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรยี นและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ✓ ลงใน
ชอ่ งทีต่ รงกับระดบั คะแนน
ลำดบั ชื่อ-สกุล ความ การแสดง การรับฟงั ความต้งั ใจ การแกไ้ ข รวม
ท่ี ของผ้รู บั การประเมิน ความคดิ เหน็ ความคดิ เหน็ ทำงาน ปญั หา/หรอื 20
ร่วมมอื กนั
1 ทำกิจกรรม ปรบั ปรุง คะแนน
2 ผลงานกลุม่
3
4 4321 4321 432 14321 4321
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
แผนการจัดการเรยี นรู้วิชาภาษาไทย ม.4 ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
ลำดบั ชื่อ-สกุล ความ การแสดง การรบั ฟงั ความต้งั ใจ การแก้ไข รวม
ท่ี ของผู้รับการประเมิน ความคิดเห็น ความคิดเหน็ ทำงาน ปญั หา/หรือ
ร่วมมือกัน ปรับปรุง 20
26 ทำกิจกรรม ผลงานกล่มุ คะแนน
27
28 4321 4321 432 14321 4321
29
30
ลงชอื่ .................................. ผูป้ ระเมนิ
(นางสาวอรพณิ สนั เส็น)
................ /................ /................
เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอยา่ งสมำ่ เสมอ
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยคร้ัง ให้ 4 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน 18 - 20 ดีมาก
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมนอ้ ยครงั้
ให้ 1 คะแนน 14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ต่ำกวา่ 10 ปรับปรงุ
แผนการจัดการเรียนรูว้ ชิ าภาษาไทย ม.4 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
แบบประเมินคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
ชี้แจง :ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤตกิ รรมของนักเรยี นในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขดี ✓ ลงใน
ชอ่ งทต่ี รงกบั ระดบั คะแนน
คุณลกั ษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อนั พึงประสงคด์ ้าน 4321
1. รกั ชาติ ศาสน์ 1.1 ยนื ตรงเมอื่ ได้ยินเพลงชาติ ร้องเพลงชาติได้ และอธบิ าย
กษตั รยิ ์ ความหมายของเพลงชาติ
1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสทิ ธแิ ละหนา้ ทีข่ องนกั เรยี น
1.3 ใหค้ วามรว่ มมือ ร่วมใจ ในการทำงานกบั สมาชกิ ในโรงเรยี น
1.4 เข้าร่วมกิจกรรมและมสี ว่ นร่วมในการจดั กิจกรรมทส่ี ร้างความ
สามคั คี ปรองดอง และเป็นประโยชน์ตอ่ โรงเรียนและชุมชน
1.5 เข้ารว่ มกิจกรรมทางศาสนาทต่ี นนับถอื ปฏิบัตติ นตามหลกั ของ
ศาสนาตามโอกาส
1.6 เข้ารว่ มกจิ กรรมที่เกีย่ วกบั สถาบนั พระมหากษตั รยิ ต์ ามที่
โรงเรียนและชุมชนจัดขน้ึ
2. ซอ่ื สตั ย์ สุจรติ 2.1 ให้ข้อมลู ท่ีถูกต้อง และเปน็ จรงิ
2.2 ปฏบิ ตั ใิ นสง่ิ ทถ่ี กู ตอ้ ง ทำตามสญั ญาทต่ี นให้ไวก้ ับเพ่ือน พอ่ แม่
หรือผ้ปู กครอง และครู
2.3 ปฏิบัติตนตอ่ ผอู้ ืน่ ดว้ ยความซื่อตรง ไม่หาประโยชนใ์ นทางทไ่ี ม่
ถูกต้อง
3. มวี นิ ยั 3.1 จัดกจิ กรรมให้ผู้เรียนฝึกปฏิบัติตามข้อตกลง กฎเกณฑ์
รับผิดชอบ ระเบยี บ ข้อบังคับของครอบครัว โรงเรียน ตรงตอ่ เวลาในการ
ปฏิบตั ิกิจกรรมต่างๆ ในชวี ติ ประจำวัน และรับผดิ ชอบในการ
ทำงาน
4. ใฝ่เรยี นรู้ 4.1 แสวงหาข้อมลู จากแหลง่ การเรยี นรู้ตา่ งๆ
4.2 มกี ารจดบันทกึ ความรอู้ ยา่ งเปน็ ระบบ
4.3 สรุปความรไู้ ดอ้ ยา่ งมเี หตุผล
5. อยอู่ ย่าง 5.1 ใชท้ รพั ย์สินของตนเอง เช่น สงิ่ ของ เครือ่ งใช้ ฯลฯ อยา่ ง
พอเพียง ประหยัด คุ้มคา่ และเกบ็ รกั ษาดูแลอยา่ งดี และใช้เวลาอยา่ ง
เหมาะสม
5.2 ใชท้ รพั ยากรของส่วนรวมอย่างประหยัด คุ้มคา่ และเกบ็ รักษา
ดูแลอย่างดี
5.3 ปฏบิ ตั ิตนและตัดสินใจดว้ ยความรอบคอบ มเี หตุผล
แผนการจัดการเรียนร้วู ิชาภาษาไทย ม.4 ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
5.4 ไมเ่ อาเปรยี บผู้อ่นื และไมท่ ำใหผ้ อู้ ื่นเดอื ดร้อน พรอ้ มให้อภยั
เมือ่ ผู้อน่ื กระทำผดิ พลาด
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดับคะแนน
อันพึงประสงคด์ ้าน 4321
5.5 วางแผนการเรยี น การทำงานและการใชช้ วี ติ ประจำวนั บน
พื้นฐานของความรู้ ข้อมลู ขา่ วสาร
5.6 ร้เู ทา่ ทนั การเปลย่ี นแปลงทางสงั คม และสภาพแวดลอ้ ม ยอมรับ
และปรับตวั อยรู่ ่วมกบั ผอู้ ่ืนไดอ้ ยา่ งมีความสุข
6. มงุ่ มน่ั ในการ 6.1 เอาใจใส่ตอ่ การปฏิบตั ิหน้าที่ทไ่ี ดร้ ับมอบหมาย
ทำงาน 6.2 ตั้งใจและรบั ผิดชอบในการทำงานให้สำเร็จ
6.3 ปรบั ปรงุ และพัฒนาการทำงานอยา่ งรอบคอบ
6.4 ทมุ่ เท ทำงาน อดทน ไมท่ ้อตอ่ ปัญหาและอปุ สรรค
6.5 พยายามแกป้ ญั หาและอปุ สรรคในการทำงานใหส้ ำเรจ็
6.6 ชนื่ ชมผลงานความสำเร็จดว้ ยความภาคภูมใิ จ
7. รกั ความเปน็ ไทย 7.1 มจี ิตสำนกึ ในการอนุรกั ษ์วฒั นธรรมและภูมิปญั ญาไทย
7.2 เห็นคุณค่าและปฏิบัตติ นตามวัฒนธรรมไทย
8. มีจิตสาธารณะ 8.1 รูจ้ กั ชว่ ยพ่อแม่ ผู้ปกครอง และครูทำงาน
8.2 อาสาทำงาน ชว่ ยคดิ ชว่ ยทำ และแบ่งปันสง่ิ ของใหผ้ อู้ น่ื
8.3 รจู้ ักการดแู ล รกั ษาทรัพย์สมบัติและส่ิงแวดล้อมของหอ้ งเรยี น
โรงเรียน ชุมชน
8.4 เขา้ ร่วมกิจกรรมเพ่ือสังคมและสาธารณประโยชนข์ องโรงเรยี น
ลงชื่อ ....................................................ผปู้ ระเมนิ
(นางสาวอรพณิ สนั เส็น)
................ /................ /................
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมอยา่ งสมำ่ เสมอ ให้ 4 คะแนน
ปฏบิ ตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
ปฏิบัติหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางครง้ั ให้ 2 คะแนน 104 - 124 ดีมาก
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤติกรรมน้อยครง้ั ให้ 1 คะแนน
183 - 103 ดี
62 - 82 พอใช้
ต่ำกว่า 62 ปรบั ปรงุ
แผนการจัดการเรยี นร้วู ชิ าภาษาไทย ม.4 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564
แผนการจดั การเรยี นรทู้ ่ี 15
รายวิชาภาษาไทย รหัสวชิ า ท31102 ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4
กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย ภาคเรยี นที่ 2 ปีการศึกษา 2564
หน่วยการเรยี นรทู้ ี่ 6 ทุกข์ของชาวนาในบทกวี เวลา 8 ชั่วโมง
เรือ่ ง ประเมินคณุ ค่าและสังเคราะหข์ อ้ คิด เวลา 1 ช่ัวโมง
ผ้สู อน นางสาวอรพิณ สนั เสน็ โรงเรยี นกาญจนาภิเษกวิทยาลยั สรุ าษฎร์ธานี
1. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขา้ ใจและแสดงความคดิ เห็น วิจารณว์ รรณคดแี ละวรรณกรรมไทยอยา่ งเหน็
คุณค่า และนำมาประยุกตใ์ ชใ้ นชวี ติ
ตัวชี้วดั
ม.4-6/3 วิเคราะห์และประเมนิ คณุ คา่ ด้านวรรณศิลปข์ องวรรณคดีและวรรณกรรมในฐานะที่
เป็นมรดกทางวฒั นธรรมของชาติ
ม.4-6/4 สังเคราะห์ขอ้ คิดจากวรรณคดแี ละวรรณกรรมเพอ่ื นำไปประยกุ ตใ์ ชใ้ นชวี ิตจรงิ
2. สาระสำคญั /ความคดิ รวบยอด
การศกึ ษาเรื่อง ทกุ ข์ของชาวนาในบทกวี จะตอ้ งวเิ คราะหแ์ ละประเมินคณุ ค่าดา้ นวรรณศิลป์
และสังเคราะหข์ อ้ คิดจากเร่ือง เพ่อื นำไปประยกุ ตใ์ นชีวติ จริง
3. สาระการเรียนรู้
3.1 สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
1) การวิเคราะห์และประเมนิ คณุ ค่าวรรณกรรม
- ด้านวรรณศิลป์ - ดา้ นสงั คมและวัฒนธรรม
2) การสังเคราะหว์ รรณกรรม
3.2 สาระการเรียนร้ทู อ้ งถิ่น
-
3.3 ทักษะ/กระบวนการ
1) ทกั ษะการวเิ คราะห์ 2) ทักษะการประเมนิ
3) ทกั ษะการสงั เคราะห์ 4) ทักษะการประยุกตใ์ ชค้ วามรู้
แผนการจดั การเรยี นรู้วชิ าภาษาไทย ม.4 ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564
3.4. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
3.4.1 คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (ประจำแผนการจดั การเรียนรู้)
1. รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ 2. มวี นิ ยั 3. ใฝ่เรียนรู้
4. อยอู่ ย่างพอเพียง 5. มุง่ มนั่ ในการทำงาน
3.4.2 คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (ประจำกลมุ่ สาระการเรยี นรู้)
-
3.5. สมรรถนะสำคัญผ้เู รียน
3.5.1 ความสามารถในการส่ือสาร
3.5.2 ความสามารถในการคดิ
3.5.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
4. ภาระงาน
4.1 ใบงานที่ 6.5
4.2 แบบทดสอบหลังเรยี น
5. การวดั และการประเมนิ ผลการเรยี นรู้
วธิ ีการ เครอื่ งมอื เกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี 6.5 ใบงานท่ี 6.5 ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การนำเสนอผลงาน แบบประเมินการนำเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ 2 ผ่าน
เกณฑ์
สงั เกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุม่ แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกล่มุ ระดบั คณุ ภาพ 2 ผ่าน
เกณฑ์
สงั เกตความรกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ มวี นิ ยั แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พงึ ระดับคณุ ภาพ 2 ผา่ น
ใฝ่เรยี นรู้ อยู่อยา่ งพอเพียง และม่งุ มน่ั ใน ประสงค์ เกณฑ์
การทำงาน
ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน หน่วยการ แบบทดสอบหลังเรยี น หน่วยการ ร้อยละ 60 ผ่านเกณฑ์
เรยี นรทู้ ่ี 6 เรียนร้ทู ี่ 6
ตรวจบทความแสดงความคิดเหน็ เรอื่ ง แบบประเมินบทความแสดงความ ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่าน
ทกุ ข์ของชาวนาในบทกวี คดิ เหน็ เร่ือง ทุกข์ของชาวนาในบทกวี เกณฑ์
6. กจิ กรรมการเรียนรู้
วธิ ีสอนโดยการจดั การเรยี นร้แู บบรว่ มมือ : เทคนคิ การเรยี นรว่ มกัน
ขัน้ นำเข้าสบู่ ทเรยี น
1. ครูแจกเอกสารประกอบการสอนเก่ียวกับคำคมจากละครเรอื่ ง ธรณนี ่นี ใี้ ครครอง บท
ท่องจำกอ่ นรบั ประทานอาหาร และ บทกลอนเกยี่ วกับชาวนา ใหน้ กั เรยี นแตล่ ะกลมุ่
(กลุ่มเดมิ จากแผนการจัดการเรยี นรู้ที่ 1) ร่วมกันแสดงความคิดเห็นเกยี่ วกับข้อคดิ ท่ไี ด้
จากการดูละคร และนำไปประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ติ ประจำวนั ได้อยา่ งไร
2. ครูถามคำถามกระต้นุ ความคิดนกั เรียนคิดวา่ ชาวนามีความสำคญั ต่อเศรษฐกิจของ
ประเทศไทยอย่างไร
3. นกั เรียนตอบคำถามกระตุน้ ความคิด
แผนการจัดการเรยี นรู้วิชาภาษาไทย ม.4 ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564
ขน้ั สอน
1. นกั เรยี นแต่ละกลุ่มรว่ มกนั ศึกษาเรื่อง ทุกข์ของชาวนาในบทกวี จากหนงั สือเรยี น แล้ว
บนั ทกึ ลงในสมุดของแตล่ ะคนตามประเด็นทีค่ รกู ำหนด ดังน้ี
1) การวเิ คราะห์และประเมินคณุ ค่าด้านภาษา
2) การวเิ คราะห์และประเมินคุณค่าด้านสังคม
3) การสังเคราะหข์ ้อคิดและแนวทางในการนำไปใชใ้ นชวี ิตจริง
2. ครแู จกใบงานท่ี 6.5 เรื่อง ประเมินคณุ คา่ และสงั เคราะห์ข้อคิดเรอื่ ง ทกุ ข์ของชาวนาใน
บทกวี ให้นักเรียนแต่ละกลมุ่ กลุม่ ละ 1 ชดุ แลว้ ให้นักเรยี นแต่ละกลุ่มแบ่งหนา้ ทก่ี นั ปฏบิ ัติ
กจิ กรรม ดังนี้
- สมาชกิ คนที่ 1 อ่านคำถาม แยกแยะให้ชัดเจน
- สมาชกิ คนที่ 2 ฟังขั้นตอน รวบรวมข้อมลู หาแนวทางเสนอแนะในการตอบคำถาม
- สมาชกิ คนที่ 3 ตอบคำถาม
- สมาชกิ คนที่ 4 ตรวจสอบคำตอบ
3. สมาชิกแต่ละคนในกล่มุ หมนุ เวียนเปลีย่ นหน้าท่ีกันในการตอบคำถามขอ้ ต่อไปจนครบทกุ ขอ้
เสรจ็ แล้วนำสง่ ครตู รวจ
4. ครูถามคำถามกระต้นุ ความคดิ เพราะเหตุใด ชาวนาจึงไดร้ ับความยากลำบากและถูกเอารัด
เอาเปรียบ
5. นักเรยี นตอบคำถามกระตุน้ ความคิด
ขน้ั สรุป
1. นักเรียนร่วมกนั สรุปผลการวิเคราะหแ์ ละประเมินคณุ ค่าด้านวรรณศิลปจ์ ากเรื่อง ทุกข์ขอ
ชาวนาในบทกวี
2. ครขู ออาสาสมัครนักเรียนออกมาสังเคราะหข์ อ้ คิดทไ่ี ด้จากเรื่อง ทุกข์ของชาวนาในบทกวี
หน้าชั้นเรยี น
3. ครูคำถามกระต้นุ ความคิดนกั เรยี นนำขอ้ คิดทไ่ี ด้จากเรอื่ ง ทุกขข์ องชาวนาในบทกวี ไปใช้
ในชีวติ ประจำวันไดอ้ ยา่ งไร
4. นกั เรียนตอบคำถามกระตุ้นความคิด
5. ครมู อบหมายให้นกั เรียนทกุ คนเขียนบทความแสดงความคดิ เหน็ เรือ่ ง ทุกข์ของชาวนา
ในบทกวี โดยใหค้ รอบคลุมประเดน็ ตามทก่ี ำหนด ดังนี้
1) การวิเคราะหแ์ ละวจิ ารณ์
2) การวเิ คราะหล์ ักษณะเดน่
6. นักเรียนทำแบบทดสอบหลงั เรียน หนว่ ยการเรยี นรทู้ ่ี 6
7. สื่อ/ แหล่งเรยี นรู้
7.1 ส่อื การเรยี นรู้
1) หนังสอื เรยี น ภาษาไทย : วรรณคดแี ละวรรณกรรม ม.4
2) เอกสารประกอบการสอน
3) ใบงานท่ี 6.5 เรอื่ ง ประเมินคุณคา่ และสังเคราะหข์ อ้ คดิ เร่ือง ทุกขข์ องชาวนาในบทกวี
7.2 แหล่งการเรียนรู้
-
แผนการจัดการเรียนรวู้ ิชาภาษาไทย ม.4 ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
แบบประเมินบทความแสดงความคิดเหน็ เรื่อง ทุกข์ของชาวนาในบทกวี
ลำดบั ท่ี รายการประเมิน ระดับคะแนน 1
432
1 การวิเคราะห์และวจิ ารณ์
2 การวเิ คราะห์ลักษณะเด่น
3 การวิเคราะหแ์ ละประเมินคุณค่า
4 การสังเคราะห์ข้อคดิ
รวม
ลงชอื่ ....................................................ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอรพิณ สันเสน็
................ /................ /................
เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ
ดมี าก
ดี = 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ
พอใช้ = 3 คะแนน
= 2 คะแนน 14 - 16 ดีมาก
ปรบั ปรุง
= 1 คะแนน 11 - 13 ดี
8 - 10 พอใช้
ต่ำกวา่ 8 ปรับปรุง
แผนการจดั การเรียนรวู้ ชิ าภาษาไทย ม.4 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศกึ ษา 2564
เอกสารประกอบการสอน
ตอนท่ี 1 คำคมจากละครเรือ่ ง ธรณีนี่นใี้ ครครอง
ตอนท่ี 2 : “ในหลวงยังไงลกู พูดกันตามภาษาชาวบา้ น ท่านเปน็ ถงึ เจ้าฟ้าเจ้าแผ่นดิน ท่านยังไมเ่ คยได้อยู่สุขสบายทั้งๆ
ตอนท่ี 3 ที่ท่านจะทำอย่างนั้นก็ย่อมได้ ท่านเหนื่อยยากทุกอย่างเพื่อทำให้ชาวไร่ชาวสวนอย่างพวกเราได้อยู่ดีกินดี
ตอนที่ 4 พวกเราก็ต้องตอบแทนความรักความเมตตาของท่าน ด้วยการนำสิ่งที่ท่านสอนท่านให้มาปรับใช้อย่าง
เหมาะสม ด้วยความรกั ความศรัทธาในผนื ดนิ ท่เี ราทำกิน” คุณยา่ แดง
ตอนท่ี 5
ตอนที่ 6 : “ธรรมชาติเขาให้สง่ิ ท่ีสวยสดงดงาม แต่ถ้าเราทิง้ ขวาง ไม่ใส่ใจ อย่างทกุ วันน้ี ธรรมชาติเขามวี ิธีบำบัดตัวเขา
ตอนท่ี 7 เอง ด้วยลงโทษพวกเราทีม่ กั ง่าย” คุณยา่ แดง
ตอนที่ 8 : “เป็นอะไรไดท้ งั้ น้นั ลกู ขอให้งานท่ที ำสจุ ริต และไมเ่ บยี ดเบียนใคร ต้งั ใจมุ่งม่นั ทำอย่างรแู้ จง้ ในสง่ิ ทเี่ ราทำ ทำ
อยา่ งสุดกำลังดว้ ยความรกั ยา่ เชอื่ วา่ ทกุ คนก็จะเติบโตเปน็ กำลังของชาตไิ ด้อย่างงดงาม” คุณย่าแดง
ตอนที่ 9
ต อ น ท่ี : "คนทร่ี ัก ศรทั ธา และรู้จกั กตัญญูต่อแผ่นดนิ ซึ่งเป็นทีซ่ กุ หัวนอน เป็นทท่ี ำกนิ ไปอยู่ไหนกต็ กนำ้ ไม่ไหลตกไฟ
10 ไม่ไหม้ ย่าขอให้พ่อเป็นด่ังเมล็ดพันธ์ุของคนรุ่นใหม่ ที่ไม่ว่าจะตกไปอยู่ท่ีใด ก็มีแต่นำพาความอดุ มสมบรู ณ์
ต อ น ที่ ความงดงามไปส่ทู ีน่ น่ั นะพ่อนะ" คณุ ยา่ แดง
11
: "ที่ว่าดูแลก็เพราะว่ามนั ไม่ใชเ่ งินทองมหาศาล แตม่ ันเป็นทีด่ นิ ท่ที ำกนิ ซง่ึ ถา้ ทำดๆี มนั กจ็ ะอยูต่ อ่ ไปจนชั่วลูก
ชวั่ หลาน" คณุ ย่าแดง
: "ส่ิงทจี่ ำเป็นสำหรับผมตอนนีค้ ือการลุกข้ึนมาทำงานเพื่อพิสจู น์ตัวเองอีกครัง้ ผมอาจจะเคยล้ม แต่ผมจะลุก
ข้ึนมายืนใหม่ใหเ้ รว็ ท่สี ุด.." อาทิจ
: “ไมม่ ใี ครทไี่ ม่เคยทำอะไรผิดพลาดในชีวิตหรอกลกู อย่ทู เ่ี ราเอาความผิดพลาดนั้นมาปรับใช้ให้เป็นบทเรียน
กับชีวิตรึเปล่า ทำพลาดครั้งหนึ่งแล้วต้องพยายามไม่ให้พลาดซ้ำในเรื่องเดิมเป็นครั้งที่สอง เขาถึงจะ
เรยี กวา่ ผดิ เป็นคร”ู คณุ ยา่ แดง
: คำว่า “พอเพยี ง” ทใ่ี นหลวงท่านตรสั ไมไ่ ดม้ ีความหมายวา่ ทำแค่พออยู่พอกินไปวันๆ เท่านัน้ นลี่ ูก เรา
ต้องมองไปข้างหน้า และทำเพื่อพออยู่พอกินในวันข้างหน้าอย่างยัง่ ยืนด้วย ทำน้อยไปเราก็เดอื ดร้อน มาก
เกินไปจนกลายเป็นเอาเปรียบคนอื่นมันกค็ อื ความโลภ ความพอเพียงสำหรับยา่ ก็คือ การเดินสายกลางอย่าง
ทพ่ี ระพุทธเจา้ ทา่ นตรัสไว้ อยอู่ ย่างมสี ติ ไม่ประมาท” คณุ ย่าแดง
: “ทีน่ ีส่ วยมากจรงิ ๆ ทีส่ วยเพราะมนั ไม่ใช่ท่ี ที่จะมานง่ั นอนมาว่งิ เลน่ อย่างเดียว แตม่ ันสวยดว้ ยประโยชน์ของ
สิง่ ท่ปี ลูกขนึ้ มาด้วยความใส่ใจ” ดรณุ ี
: “ถงึ แม้เดก็ สมัยนจี้ ะท้ิงทอ้ งไรท่ ้องนาไปทำงานในเมืองกันหมด แตย่ ่ายังมีหลานของย่า ที่ในที่สุดก็ตัดสินใจ
ยืนหยดั อยู่กับทอ้ งไร่ ท้องนาแบบน้ี คนที่ปลูกขา้ วกนิ เปน็ ไม่มีวันอดตายหรอกนะลกู ” คณุ ย่าแดง
: “คนเรามหี นง่ึ สมองสองมือ ไวท้ ำกนิ หากวา่ เราขยนั หมน่ั เพยี รล่ะก็ ไม่มวี นั อดตายหรอก และพ่อก็เชื่อว่าลูก
ชายคนนี้ของพอ่ จะสามารถยืนบนลำแขง้ ของตนเองไดอ้ ยา่ งสบาย” พอ่ ของอาทิจ
“เมลด็ พันธ์ขุ า้ ว จากพระเจา้ อยหู่ วั ยา่ ไดม้ าจากทอ้ งสนามหลวงเมือ่ สิบกวา่ ปที ีแ่ ลว้ ....พอ่ เอาไปหวา่ นเพอ่ื เปน็ สิริ
มงคลกับตัวเองกับทนี่ าของเรานะพอ่ นะ”
ท่ีมา : http://board.postjung.com/626870.html
แผนการจดั การเรยี นร้วู ิชาภาษาไทย ม.4 ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
บททอ่ งจำก่อนรบั ประทานอาหาร
ข้าวทกุ จาน อาหารทุกอยา่ ง อย่ากนิ ทง้ิ ขว้าง เป็นของมีค่า
ผูค้ นอดอยาก มมี ากนักหนา สงสารบรรดา เด็กตาดำๆ
ขอบคุณคุณครทู ่ีชว่ ยดูแล รวมท้งั แม่ครวั ทัว่ ทุกๆ ท่าน
จัดเตรยี มอาหารใหเ้ รารบั ประทาน อิม่ เอมเปรมปรีดิ์ พวกเราขอบคณุ
อย่ากนิ ท้ิงขว้าง เปน็ ของมคี ่า
ขา้ วทกุ จาน อาหารทุกอยา่ ง
สงสารบรรดา คนยากคนจน
พอ่ แมเ่ หนื่อยยาก ลำบากหนักหนา แสนลำบากอตั คัดและขดั สน
ในโลกใบนี้ ยังมีคนจนยาก
สงสารคนจนท่ไี ม่มีอะไรกนิ
อยา่ กนิ ทิ้งกนิ ขวา้ งตามใจตน
บทกลอนเกี่ยวกับชาวนา
ข้าวเอ๋ยข้าวสุก มีให้กนิ กนั ทกุ บา้ นทุกฐานถิ่น กวา่ จะไดข้ า้ วจากนา มาให้เรากิน
ชาวนาต้องสน้ิ กำลังแทบทั้งปี ต้องทนแดดทนฝน ทนลมหนาว
กว่าจะไดข้ า้ วจากนา มาถึงนี่ พวกหนู ๆ ควรจำไว้ให้ดี
ชาวนานี้ มีพระคณุ แก่เรา..มเิ บาเอย
ขา้ วหนึง่ เม็ด ได้มาไม่งา่ ย
ทานข้าวในจาน นึกถึงท่มี า
โปรดอย่าเหลือท้งิ เปน็ บาปหนกั หนา
ถางหญ้ากลางแดดจ้า หลังสูฟ้ า้ หน้าสู้ดนิ
เหงื่อไหลรนิ อาบหน้า ความทกุ ข์จากชาวนา
พระอาทิตย์พระจนั ทรต์ ้องสอ่ งแสง หล่อเล้ียงจากอากาศ
เตบิ โตได้กวา่ ร้อยวัน จึงเกบ็ เกย่ี วยามสมควร
ท่ีมา : http://jombthep.blogspot.com/2010/04/blog-post_05.html
แผนการจดั การเรยี นร้วู ชิ าภาษาไทย ม.4 ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564
ใบงานท่ี 6.5 ประเมนิ คณุ ค่าและสังเคราะห์ขอ้ คิดเรอ่ื ง ทกุ ข์ของชาวนาในบทกวี
คำชี้แจง ใหน้ กั เรยี นตอบคำถามต่อไปน้ี
1. บทกวีของ จิตร ภมู ิศกั ด์ิ ให้ขอ้ คดิ อยา่ งไรแกผ่ อู้ ่าน
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
.
2. บทกวขี อง หล่ีเชนิ ท่ีทรงแปลเปน็ ภาษาไทยโดยสมเดจ็ พระเทพพระรตั นราชสุดาฯ ให้ข้อคิดอย่างไร
แก่ผู้อ่าน
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
3. เรอ่ื ง ทุกข์ของชาวนาในบทกวี ให้ขอ้ คดิ อย่างไรแก่ผู้อา่ น
4. ................................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
..............................................................................................................................................................
5. นักเรยี นจะนำขอ้ คดิ จากเร่ือง ทุกข์ของชาวนาในบทกวี ไปใชใ้ นชวี ติ ประจำวันไดอ้ ยา่ งไร
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
6. เรอื่ ง ทุกข์ของชาวนาในบทกวี มีคุณค่าดา้ นสังคมอย่างไร
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
...............................................................................................................................................................
แผนการจดั การเรียนรู้วิชาภาษาไทย ม.4 ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
เฉลยใบงานที่ 6.5 ประเมินคุณค่าและสังเคราะห์ขอ้ คิดเรอ่ื ง ทุกขข์ องชาวนาในบทกวี
คำชแี้ จง ให้นกั เรยี นตอบคำถามต่อไปนี้
1. บทกวขี อง จติ ร ภมู ศิ กั ดิ์ ให้ข้อคิดอย่างไรแกผ่ ู้อา่ น
ชาวนามคี วามยากลำบากมาก กวา่ ท่ีชาวนาจะปลูกข้าวใหเ้ รารับประทานได้นนั้ ตอ้ งใช้ความ
อดทน ความเหน่อื ยยาก ความลำบากเป็นอย่างมาก ดงั นนั้ คนไทยจึงพึงระลึกถงึ บุญคณุ ของชาวนา
2. บทกวขี อง หลเ่ี ชนิ ท่ีทรงแปลเปน็ ภาษาไทยโดยสมเด็จพระเทพพระรัตนราชสดุ าฯ ใหข้ ้อคิดอย่างไร
แกผ่ ้อู า่ น
ชาวนาในประเทศจนี ต้องใช้ความพยายาม ความอดทน และความยากลำบากในการทำนา ปลกู
ข้าว ต้องทนตรากตรำทั้งวัน ซงึ่ ถึงแม้วา่ ชาวนาจะปลูกขา้ วให้ทุกคนได้รับประทาน แต่ชาวนาก็ยังมีฐานะ
ยากจน ดงั นน้ั ข้าวทุกเมด็ ทเ่ี รารบั ประทานลว้ นมาจากความยากลำบากของชาวนา
3. เรื่อง ทุกขข์ องชาวนาในบทกวี ให้ข้อคิดอย่างไรแกผ่ ูอ้ ่าน
1. ทำให้เขา้ ใจความรูส้ กึ ของชาวนาทีต่ อ้ งประสบปญั หาตา่ งๆ
2. ทำให้ได้รู้ถึงความทุกข์ยาก ความลำบากของชาวนาในการปลกู ขา้ ว
3. ทำใหไ้ ด้เหน็ ถงึ คุณคา่ ของขา้ วทไี่ ด้รับประทานเป็นอาหารหลกั ในการดำรงชีวติ ของมนุษย์
4. นกั เรียนจะนำข้อคิดจากเรือ่ ง ทุกขข์ องชาวนาในบทกวี ไปใชใ้ นชีวติ ประจำวันไดอ้ ย่างไร
1. ชื่นชม ยกยอ่ ง และสำนึกในบุญคุณของชาวนา
2. เหน็ คุณคา่ ของข้าวแต่ละเม็ด และรับประทานข้าวหมดจานทกุ ครั้ง
3. ดำรงตนเปน็ ผู้ประหยัดและยดึ หลกั เศรษฐกิจพอเพยี งของพระบาทสมเด็จพระเจา้ อยูห่ วั
5. เรือ่ ง ทกุ ข์ของชาวนาในบทกวี มคี ุณค่าดา้ นสงั คมอย่างไร
(พิจารณาตามคำตอบของนกั เรยี น โดยใหอ้ ยู่
แผนการจดั การเรียนรูว้ ชิ าภาษาไทย ม.4 ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน
คำชี้แจง : ให้ ผสู้ อน ประเมนิ การนำเสนอผลงานของนกั เรียนตามรายการทีก่ ำหนด แลว้ ขีด ✓ ลงในช่องท่ี
ตรงกบั ระดับคะแนน
ลำดับท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน
4321
1 เนื้อหาละเอยี ดชัดเจน
2 ความถูกตอ้ งของเน้ือหา
3 ภาษาทใ่ี ชเ้ ข้าใจงา่ ย
4 ประโยชนท์ ีไ่ ดจ้ ากการนำเสนอ
5 วิธกี ารนำเสนอผลงาน
รวม
ลงชอื่ ....................................................ผปู้ ระเมิน
(นางสาวอรพณิ สนั เส็น
................ /................ /................
เกณฑ์การตัดสนิ คุณภาพ
เกณฑก์ ารให้คะแนน ให้ 4 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมสมบรู ณ์ชัดเจน ให้ 2 คะแนน 18 - 20 ดีมาก
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมีข้อบกพรอ่ งบางสว่ น ให้ 1 คะแนน
ผลงานหรอื พฤติกรรมมขี ้อบกพรอ่ งเป็นส่วนใหญ่ 14 - 17 ดี
ผลงานหรอื พฤติกรรมมขี ้อบกพร่องมาก
10 - 13 พอใช้
ต่ำกวา่ 10 ปรบั ปรุง
แผนการจัดการเรียนรู้วิชาภาษาไทย ม.4 ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกล่มุ
สำหรบั นักเรียนชัน้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 4/......
คำชแี้ จง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แล้วขีด ✓ ลงใน
ชอ่ งที่ตรงกบั ระดบั คะแนน
ลำดับ ชื่อ-สกลุ ความ การแสดง การรบั ฟงั ความตง้ั ใจ การแกไ้ ข รวม
ท่ี ของผูร้ ับการประเมิน ความคิดเห็น ความคดิ เหน็ ทำงาน ปัญหา/หรอื 20
ร่วมมอื กัน
1 ทำกจิ กรรม ปรบั ปรุง คะแนน
2 ผลงานกล่มุ
3
4 4321 4321 432 14321 4321
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
แผนการจดั การเรยี นรูว้ ชิ าภาษาไทย ม.4 ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
ลำดับ ชื่อ-สกุล ความ การแสดง การรับฟัง ความต้งั ใจ การแกไ้ ข รวม
ท่ี ของผ้รู ับการประเมิน ความคิดเหน็ ความคดิ เหน็ ทำงาน ปญั หา/หรอื
รว่ มมือกนั ปรบั ปรงุ 20
26 ทำกิจกรรม ผลงานกลุ่ม คะแนน
27
28 4321 4321 432 14321 4321
29
30
ลงชือ่ .................................. ผ้ปู ระเมนิ
(นางสาวอรพิณ สันเส็น)
................ /................ /................
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมอยา่ งสมำ่ เสมอ
ปฏิบตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบอ่ ยครั้ง ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤติกรรมบางครั้ง ให้ 3 คะแนน
ให้ 2 คะแนน 18 - 20 ดีมาก
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมนอ้ ยครั้ง
ให้ 1 คะแนน 14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ตำ่ กวา่ 10 ปรบั ปรุง
แผนการจดั การเรียนรู้วิชาภาษาไทย ม.4 ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564
แบบประเมินคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์
ชี้แจง :ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนกั เรยี นในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขีด ✓ ลงในช่องท่ี
ตรงกบั ระดับคะแนน
คุณลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อันพงึ ประสงคด์ ้าน 4321
1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเมอ่ื ได้ยนิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาติได้ และอธบิ าย
ความหมายของเพลงชาติ
กษัตรยิ ์
1.2 ปฏบิ ตั ติ นตามสิทธแิ ละหน้าที่ของนักเรยี น
2. ซื่อสัตย์ สจุ ริต
1.3 ใหค้ วามรว่ มมือ ร่วมใจ ในการทำงานกบั สมาชิกในโรงเรียน
3. มีวนิ ัย
รบั ผดิ ชอบ 1.4 เขา้ ร่วมกจิ กรรมและมสี ่วนรว่ มในการจัดกจิ กรรมท่ีสรา้ งความ
สามคั คี ปรองดอง และเปน็ ประโยชนต์ อ่ โรงเรียนและชุมชน
4. ใฝ่เรียนรู้
1.5 เข้าร่วมกิจกรรมทางศาสนาที่ตนนบั ถอื ปฏบิ ัติตนตามหลักของ
5. อยู่อยา่ ง ศาสนาตามโอกาส
พอเพียง
1.6 เข้ารว่ มกิจกรรมทีเ่ กย่ี วกับสถาบันพระมหากษตั รยิ ต์ ามทโี่ รงเรียน
และชมุ ชนจัดขน้ึ
2.1 ให้ข้อมลู ที่ถกู ตอ้ ง และเปน็ จรงิ
2.2 ปฏิบัติในส่งิ ทถี่ ูกตอ้ ง ทำตามสัญญาทตี่ นใหไ้ วก้ บั เพอื่ น พอ่ แม่
หรอื ผู้ปกครอง และครู
2.3 ปฏบิ ตั ติ นต่อผ้อู ืน่ ดว้ ยความซ่ือตรง ไม่หาประโยชน์ในทางท่ีไม่
ถกู ต้อง
3.1 จดั กจิ กรรมให้ผูเ้ รียนฝึกปฏบิ ตั ิตามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบียบ
ข้อบงั คับของครอบครวั โรงเรยี น ตรงตอ่ เวลาในการปฏบิ ัติ
กจิ กรรมต่างๆ ในชีวติ ประจำวนั และรบั ผดิ ชอบในการทำงาน
4.1 แสวงหาขอ้ มลู จากแหล่งการเรยี นรู้ต่างๆ
4.2 มกี ารจดบันทึกความรอู้ ย่างเปน็ ระบบ
4.3 สรุปความร้ไู ด้อย่างมีเหตผุ ล
5.1 ใชท้ รัพยส์ นิ ของตนเอง เชน่ ส่ิงของ เครือ่ งใช้ ฯลฯ อยา่ งประหยดั
ค้มุ ค่า และเกบ็ รกั ษาดแู ลอยา่ งดี และใช้เวลาอยา่ งเหมาะสม
5.2 ใช้ทรัพยากรของส่วนรวมอย่างประหยดั คุ้มค่า และเก็บรักษาดแู ล
อยา่ งดี
5.3 ปฏบิ ัตติ นและตดั สนิ ใจด้วยความรอบคอบ มีเหตผุ ล
5.4 ไมเ่ อาเปรียบผู้อืน่ และไมท่ ำใหผ้ อู้ นื่ เดือดรอ้ น พร้อมใหอ้ ภยั เมือ่
ผูอ้ นื่ กระทำผดิ พลาด
แผนการจดั การเรียนรวู้ ิชาภาษาไทย ม.4 ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมิน ระดบั คะแนน
อนั พึงประสงค์ด้าน 4321
5.5 วางแผนการเรยี น การทำงานและการใช้ชีวิตประจำวันบน
พื้นฐานของความรู้ ข้อมลู ข่าวสาร
5.6 ร้เู ท่าทันการเปล่ยี นแปลงทางสงั คม และสภาพแวดลอ้ ม ยอมรับ
และปรับตัว อยรู่ ่วมกบั ผ้อู ืน่ ไดอ้ ย่างมีความสุข
6. มุ่งม่ันในการ 6.1 เอาใจใส่ตอ่ การปฏิบตั ิหนา้ ที่ทไี่ ด้รบั มอบหมาย
ทำงาน 6.2 ตัง้ ใจและรับผิดชอบในการทำงานใหส้ ำเรจ็
6.3 ปรบั ปรงุ และพฒั นาการทำงานอย่างรอบคอบ
6.4 ทมุ่ เท ทำงาน อดทน ไม่ทอ้ ตอ่ ปัญหาและอุปสรรค
6.5 พยายามแกป้ ัญหาและอปุ สรรคในการทำงานใหส้ ำเรจ็
6.6 ชืน่ ชมผลงานความสำเรจ็ ดว้ ยความภาคภูมใิ จ
7. รักความเป็นไทย 7.1 มจี ติ สำนกึ ในการอนุรักษว์ ฒั นธรรมและภมู ปิ ัญญาไทย
7.2 เหน็ คุณค่าและปฏบิ ัติตนตามวฒั นธรรมไทย
8. มจี ิตสาธารณะ 8.1 รู้จกั ช่วยพ่อแม่ ผ้ปู กครอง และครูทำงาน
8.2 อาสาทำงาน ช่วยคดิ ช่วยทำ และแบง่ ปนั สงิ่ ของใหผ้ อู้ ่ืน
8.3 รู้จกั การดูแล รกั ษาทรพั ย์สมบตั ิและสิ่งแวดลอ้ มของห้องเรยี น
โรงเรียน ชุมชน
8.4 เขา้ รว่ มกจิ กรรมเพือ่ สงั คมและสาธารณประโยชนข์ องโรงเรยี น
ลงชื่อ ....................................................ผู้ประเมนิ
(นางสาวอรพิณ สนั เสน็ )
................ /................ /................
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 4 คะแนน
ปฏบิ ัติหรือแสดงพฤตกิ รรมบ่อยครง้ั ให้ 3 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดับคุณภาพ
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤตกิ รรมบางครั้ง ให้ 2 คะแนน
ปฏิบตั หิ รือแสดงพฤตกิ รรมน้อยคร้ัง ให้ 1 คะแนน 104 - 124 ดีมาก
183 - 103 ดี
62 - 82 พอใช้
ต่ำกว่า 62 ปรับปรงุ
หนว่ ยการเรียนรทู้ ี่ 4
มงคลสตู รคาฉันท์
แผนการจัดการเรยี นรู้วชิ าภาษาไทย ม.4 ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 16
รายวิชาภาษาไทย 2 รหสั วิชา ท31102 ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 4
กลุ่มสาระการเรยี นรูภ้ าษาไทย ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 7 มงคลสตู รคำฉนั ท์ เวลา 8 ชว่ั โมง
เร่ือง ความเป็นมาและประวัตผิ ู้แต่ง เวลา 1 ชว่ั โมง
ผสู้ อน นางสาวอรพณิ สันเสน็ โรงเรยี นกาญจนาภเิ ษกวิทยาลยั สรุ าษฎรธ์ านี
1. มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอา่ นสร้างความรูแ้ ละความคดิ เพอื่ นำไปใชต้ ดั สินใจ แกป้ ัญหาใน
การดำเนินชวี ติ และมีนสิ ยั รักการอา่ น
ตวั ชี้วัด
ม.4-6/6 ตอบคำถามจากการอ่านงานเขียนประเภทตา่ งๆ ภายในเวลาทกี่ ำหนด
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเหน็
คณุ ค่า และนำมาประยกุ ต์ใช้ในชวี ิต
ตวั ช้ีวัด
ม.4-6/1 วิเคราะห์และวิจารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมตามหลักการวิจารณ์เบ้ืองต้น
2. สาระสำคัญ/ความคดิ รวบยอด
การศึกษาเรื่อง มงคลสูตรคำฉันท์ จะต้องอ่านจับใจความและตอบคำถามจากเรื่อง รวมถึงการ
วเิ คราะห์วิจารณต์ ามหลักการวิจารณ์เบอ้ื งตน้ ได้ นอกจากน้ยี งั ตอ้ งร้จู กั ความเป็นมา และประวัติผ้แู ตง่ อีกด้วย
3. สาระการเรยี นรู้
3.1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง
1) การอ่านจับใจความจากส่อื ต่างๆ เช่น วรรณคดีในบทเรียน
2) หลักการวิเคราะห์และวิจารณ์วรรณคดีเบอื้ งต้น
- จุดมงุ่ หมายการแตง่ วรรณคดี - การพิจารณารปู แบบของวรรณคดี
3.2 สาระการเรยี นรทู้ อ้ งถิน่
-
3.3 ทกั ษะ/กระบวนการ
1) ทกั ษะการตีความ 2) ทกั ษะการวิเคราะห์
3) ทกั ษะกระบวนการคดิ อย่างมีวจิ ารณญาณ 4) ทักษะการสรปุ ลงความเหน็
แผนการจัดการเรยี นรู้วชิ าภาษาไทย ม.4 ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2564
3.4. คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
3.4.1 คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ (ประจำแผนการจัดการเรียนรู้)
1. มวี นิ ยั 2. ใฝ่เรยี นรู้
3.4.2 คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (ประจำกลุ่มสาระการเรยี นรู้)
-
3.5. สมรรถนะสำคญั ผเู้ รียน
3.5.1 ความสามารถในการส่ือสาร
3.5.2 ความสามารถในการคิด
3.5.3 ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
4. ภาระงาน
4.1 แบบทดสอบก่อนเรียน
4.2 ใบงานท่ี 7.1
5. การวดั และการประเมนิ ผลการเรยี นรู้ เครือ่ งมือ เกณฑ์
วธิ กี าร แบบทดสอบกอ่ นเรียน หนว่ ยการ
เรยี นรู้ที่ 7 (ประเมินตามสภาพ
ตรวจแบบทดสอบกอ่ นเรียน หน่วยการ ใบงานที่ 7.1 จริง)
เรียนร้ทู ี่ 7
ตรวจใบงานที่ 7.1 แบบประเมนิ การนำเสนอผลงาน ร้อยละ 60 ผา่ นเกณฑ์
ประเมนิ การนำเสนอผลงาน แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทำงาน ระดับคณุ ภาพ 2 ผ่าน
กลุ่ม เกณฑ์
สังเกตพฤตกิ รรมการทำงานกลุ่ม แบบประเมนิ คุณลักษณะอนั พงึ
ประสงค์ ระดับคุณภาพ 2 ผา่ น
สังเกตความมวี นิ ยั และใฝ่เรียนรู้ เกณฑ์
ระดบั คณุ ภาพ 2 ผา่ น
เกณฑ์
6. กจิ กรรมการเรยี นรู้
วิธีสอนแบบ แบง่ กล่มุ ทำงาน
นักเรยี นทำแบบทดสอบกอ่ นเรียน หนว่ ยการเรียนรูท้ ี่ 7
ข้นั นำเข้าส่บู ทเรียน
1. ครูสนทนากบั นักเรียนเกี่ยวกับเร่อื ง มงคล แลว้ ให้นกั เรียนแสดงความคิดเหน็ คำว่า มงคล
มีความหมายอย่างไร
2. ครใู ห้นักเรยี นยกตัวอย่างสิ่งทเ่ี ป็นมงคลและไม่เป็นมงคลตามคติความเชื่อของคนใน
ท้องถน่ิ ของนักเรยี น
3. ครสู รปุ ใหน้ ักเรยี นเห็นวา่ ความคดิ เหน็ ทแ่ี ตกตา่ งกันเปน็ ทม่ี าของมงคลสตู รคำฉันท์
4. ครถู ามคำถามกระตนุ้ ความคดิ นักเรยี นคดิ วา่ คนไทยในปัจจุบนั ยงั มคี วามเชอ่ื เรื่องของสง่ิ
ทเี่ ป็นมงคลหรอื ไม่ อยา่ งไร
5. นกั เรียนตอบคำถามกระตนุ้ ความคดิ
แผนการจัดการเรียนรวู้ ชิ าภาษาไทย ม.4 ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
ขั้นสอน
1. ครูแบ่งนกั เรียนเป็นกลมุ่ กลุ่มละ 4 คน คละกันตามความสามารถ คือ เกง่ ปานกลาง
คอ่ นข้างเก่ง ปานกลางค่อนข้างอ่อน และออ่ น
2. ครูแจง้ ใหน้ กั เรียนทราบว่า นักเรยี นแต่ละกลมุ่ จะต้องอ่านและศึกษาเกีย่ วกับความเปน็ มา
และประวัตผิ ู้แตง่ รวมถงึ ลกั ษณะคำประพนั ธเ์ รอ่ื ง มงคลสตู รคำฉันท์ จากหนังสอื เรียน แล้ว
รว่ มกนั ทำใบงานท่ี 7.1 เร่ือง ความเป็นมาและประวตั ผิ ู้แตง่ เรอื่ ง มงคลสูตรคำฉันท์ ในเวลา
ที่กำหนด และเตรยี มนำเสนอหน้าชั้นเรยี น
3. นกั เรียนแตล่ ะกลมุ่ รว่ มกันวางแผนแบง่ หน้าท่คี วามรบั ผดิ ชอบและปฏบิ ตั งิ านตามที่ครูแจง้
ให้ทราบ
4. นกั เรยี นแตล่ ะกลุ่มสง่ ตัวแทนออกมานำเสนอคำตอบใน ใบงานท่ี 7.1 หน้าชั้นเรียน
ครปู ระเมินผลการทำใบงานและสังเกตพฤติกรรมของนกั เรียนในการปฏบิ ัติงาน
5. ครูถามคำถามกระตุ้นความคิด
5.1 ในชว่ งชวี ิตท่เี ปน็ นักเรยี นในระดับน้ี มงคล 38 ประการ ขอ้ ใดมีความสำคญั
และมีความจำเปน็ ต่อชวี ติ มากท่ีสดุ เพราะเหตใุ ด
5.2 การทพี่ ระบาทสมเด็จพระมงกฎุ เกลา้ เจา้ อยหู่ ัว ทรงพระราชนพิ นธม์ งคล
สตู รคำฉนั ท์เปน็ ผลดีอย่างไร
6. นกั เรียนตอบคำถามกระต้นุ ความคิด ขอ้ 1-2
ข้ันสรปุ
1. นกั เรียนร่วมกันอภิปรายสรปุ องคค์ วามรู้เร่อื ง ความเป็นมา ประวตั ผิ ูแ้ ตง่ และลกั ษณะคำ
ประพันธ์เร่ือง มงคลสตู รคำฉันท์
7. สอ่ื /แหลง่ เรียนรู้
7.1 สื่อการเรยี นรู้
1) หนงั สือเรยี น ภาษาไทย : วรรณคดแี ละวรรณกรรม ม.4
2) ใบงานที่ 7.1 เรอื่ ง ความเป็นมาและประวตั ิผู้แตง่ เรื่อง มงคลสตู รคำฉันท์
7.2 แหล่งการเรียนรู้
—
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ชิ าภาษาไทย ม.4 ภาคเรยี นท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564
ใบงานท่ี 7.1 ความเป็นมาและประวตั ผิ ้แู ต่งเรอ่ื ง มงคลสตู รคำฉนั ท์
คำชแ้ี จง ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้
1. มงคลสูตรคำฉนั ท์มเี นือ้ หาอยา่ งไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
2. มงคลสูตรคำฉันท์ มีทมี่ าอย่างไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
…………………………………………………………………………………………………………………………………………..
3. มงคล ในทางพระพทุ ธศาสนาหมายความว่าอย่างไร
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
4. ผแู้ ตง่ เร่ือง มงคลสตู รคำฉันท์ คอื ใคร มผี ลงานด้านการประพนั ธ์อยา่ งไรบา้ ง
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
5. มงคลสตู รคำฉนั ท์ แต่งดว้ ยคำประพนั ธ์ประเภทใด
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
……………………………………………………………………………………………………………………………………………
……………………………………………………………………………………………………………………………………………..
แผนการจัดการเรียนรวู้ ชิ าภาษาไทย ม.4 ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศึกษา 2564
เฉลย ใบงานที่ 7.1 ความเป็นมาและประวัติผูแ้ ตง่ เรอ่ื ง มงคลสูตรคำฉนั ท์
คำชี้แจง ให้นกั เรยี นตอบคำถามต่อไปนี้
1. มงคลสูตรคำฉนั ท์มีเนอ้ื หาอย่างไร
มีเนื้อหาวา่ ดว้ ยมงคล 38 ซง่ึ เป็นพระสตู รหนึง่ ในพระไตรปิฎก ขทุ ทกนิกาย หมวดขุททกปาฐะ
2. มงคลสูตรคำฉนั ท์ มีทีม่ าอยา่ งไร
ครั้งหน่ึงชาวชมพูทวีปได้มาประชมุ กนั และเกดิ การโต้เถียงกันถงึ สงิ่ ท่ีเป็นมงคล ต่างฝ่ายต่างก็ให้
เหตุผลตามความเช่ือ ความคิดของตนตกลงกนั ไม่ได้ ตอบไม่ได้ว่ามงคลคืออะไร เรื่องก็เป็นทีส่ งสัยกันท่วั ท้ัง
มนุษยแ์ ละเทพยดาท้งั หลาย ในทสี่ ุดก็ไดไ้ ปถามพระพุทธเจ้า ซ่ึงขณะนน้ั ประทบั อยู่ทเ่ี มืองสาวัตถีพระอินทร์ให้
เทพยดาองค์หนึ่งทูลถามข้อสงสัยพระพุทธองค์ได้ทรงเทศนาตอบปัญหาเรื่องมงคล 38 ประการ เมื่อทรง
เทศนาจบเทพยดาทั้งหลายก็บรรลุธรรม หลังจากนั้นพระพุทธองค์ ก็ได้ทรงเทศนาเรื่องมงคล 38 นี้แก่พระ
อานนท์อกี ครั้งหน่งึ เพ่ือใหพ้ ระอานนทน์ ำไปเผยแผแ่ กภ่ กิ ษุทัง้ หลาย
3. มงคล ในทางพระพุทธศาสนาหมายความวา่ อย่างไร
หมายถึง เหตุที่ทำให้ชีวิตเป็นสุขและมีความเจริญก้าวหน้า ซึ่งพระพุทธองค์ได้แสดงไว้ในมงคล
สูตร เพ่ือใหพ้ ทุ ธศาสนกิ ชนประพฤตปิ ฏบิ ัตติ าม มที ัง้ สิน้ 38 ประการ
4. ผแู้ ตง่ เรื่อง มงคลสตู รคำฉันท์ คือใคร มีผลงานด้านการประพนั ธ์อย่างไรบา้ ง
ม ง ค ล ส ู ต ร ค ำ ฉ ั น ท ์ เ ป ็ น พ ร ะ ร า ช น ิ พ น ธ ์ ใ น พ ร ะ บ า ท ส ม เ ด ็ จ พ ร ะ ม ง ก ุ ฎ เ ก ล ้ า เ จ ้ า อ ย ู ่ หั ว
พระมหากษตั ริยร์ ัชกาลที่ 6แหง่ พระบรมราชจักรีวงศ์ พระองค์ได้รับการถวายพระราชสมัญญาว่า สมเด็จพระ
มหาธีรราชเจ้ามี ความหมายว่านักปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่ ทรงมีผลงานด้านการประพันธ์หลายประเภท เช่น บท
ละคร บทความ สารคดี นิทาน นิยาย เร่ืองสน้ั
5. มงคลสูตรคำฉนั ท์ แต่งด้วยคำประพนั ธป์ ระเภทใด
บทรอ้ ยกรองทีม่ สี มั ผสั คล้องจอง
แผนการจัดการเรยี นรวู้ ิชาภาษาไทย ม.4 ภาคเรยี นท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564
แบบประเมินการนำเสนอผลงาน
คำช้ีแจง : ให้ ผู้สอน ประเมินการนำเสนอผลงานของนักเรียนตามรายการทกี่ ำหนด แลว้ ขีด ✓ ลงในช่องท่ี
ตรงกับระดับคะแนน
ลำดบั ท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน
4321
1 เนือ้ หาละเอยี ดชดั เจน
2 ความถกู ต้องของเนอ้ื หา
3 ภาษาทใ่ี ช้เข้าใจง่าย
4 ประโยชนท์ ไี่ ดจ้ ากการนำเสนอ
5 วิธกี ารนำเสนอผลงาน
รวม
ลงชื่อ....................................................ผปู้ ระเมนิ
(นางสาวอรพณิ สนั เส็น
................ /................ /................
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
ผลงานหรอื พฤติกรรมสมบรู ณช์ ัดเจน
ผลงานหรือพฤติกรรมมขี ้อบกพร่องบางส่วน ให้ 4 คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คุณภาพ
ให้ 3 คะแนน
ผลงานหรอื พฤตกิ รรมมขี ้อบกพร่องเป็นส่วนใหญ่ 18 - 20 ดีมาก
ผลงานหรือพฤตกิ รรมมีขอ้ บกพร่องมาก ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน 14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ต่ำกวา่ 10 ปรบั ปรุง
แผนการจดั การเรียนรูว้ ชิ าภาษาไทย ม.4 ภาคเรียนที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
แบบสังเกตพฤติกรรมการทำงานกลุ่ม
สำหรบั นักเรยี นชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ 4/1
คำชแ้ี จง : ให้ ผ้สู อน สงั เกตพฤติกรรมของนกั เรียนในระหวา่ งเรยี นและนอกเวลาเรียน แลว้ ขีด ✓ ลงใน
ช่องทตี่ รงกับระดับคะแนน
ลำดบั ชื่อ-สกลุ ความ การแสดง การรบั ฟงั ความตั้งใจ การแกไ้ ข รวม
ท่ี ของผรู้ บั การประเมิน ความคดิ เหน็ ความคิดเห็น ทำงาน ปัญหา/หรือ 20
รว่ มมือกนั
1 ทำกิจกรรม ปรับปรุง คะแนน
2 ผลงานกลุ่ม
3
4 4321 4321 432 14321 4321
5
6
7
8
9
10
11
12
13
14
15
16
17
18
19
20
21
22
23
24
25
แผนการจัดการเรยี นรู้วิชาภาษาไทย ม.4 ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
ลำดบั ชื่อ-สกุล ความ การแสดง การรบั ฟงั ความต้งั ใจ การแก้ไข รวม
ท่ี ของผู้รับการประเมิน ความคิดเห็น ความคิดเหน็ ทำงาน ปญั หา/หรือ
ร่วมมือกัน ปรับปรุง 20
26 ทำกิจกรรม ผลงานกล่มุ คะแนน
27
28 4321 4321 432 14321 4321
29
30
ลงชอื่ .................................. ผูป้ ระเมนิ
(นางสาวอรพณิ สนั เส็น)
................ /................ /................
เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคุณภาพ
ปฏบิ ัตหิ รือแสดงพฤติกรรมอยา่ งสมำ่ เสมอ
ปฏิบตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมบ่อยคร้ัง ให้ 4 คะแนน ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
ให้ 3 คะแนน
ปฏบิ ัติหรอื แสดงพฤติกรรมบางคร้ัง 18 - 20 ดีมาก
ปฏบิ ตั หิ รอื แสดงพฤตกิ รรมนอ้ ยครงั้ ให้ 2 คะแนน
ให้ 1 คะแนน 14 - 17 ดี
10 - 13 พอใช้
ต่ำกวา่ 10 ปรับปรงุ
แผนการจัดการเรียนรู้วชิ าภาษาไทย ม.4 ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศึกษา 2564
แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์
ชแ้ี จง :ให้ ผู้สอน สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในระหว่างเรียนและนอกเวลาเรยี น แลว้ ขีด ✓ ลงในชอ่ งท่ี
ตรงกับระดับคะแนน
คุณลกั ษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อันพงึ ประสงคด์ ้าน 4321
1. รักชาติ ศาสน์ 1.1 ยืนตรงเมอื่ ได้ยนิ เพลงชาติ รอ้ งเพลงชาตไิ ด้ และอธบิ ายความหมาย
ของเพลงชาติ
กษตั รยิ ์
1.2 ปฏิบัตติ นตามสทิ ธิและหนา้ ทข่ี องนักเรียน
2. ซื่อสตั ย์ สจุ ริต
1.3 ใหค้ วามร่วมมอื ร่วมใจ ในการทำงานกับสมาชิกในโรงเรยี น
3. มวี ินัย
รบั ผดิ ชอบ 1.4 เขา้ รว่ มกิจกรรมและมีสว่ นรว่ มในการจัดกิจกรรมทีส่ รา้ งความ
สามคั คี ปรองดอง และเปน็ ประโยชนต์ ่อโรงเรยี นและชุมชน
4. ใฝเ่ รยี นรู้
1.5 เข้าร่วมกจิ กรรมทางศาสนาท่ตี นนับถอื ปฏิบัติตนตามหลักของ
5. อยอู่ ยา่ ง ศาสนาตามโอกาส
พอเพยี ง
1.6 เข้าร่วมกจิ กรรมท่ีเกีย่ วกบั สถาบันพระมหากษัตรยิ ์ตามทีโ่ รงเรยี น
และชุมชนจัดขึ้น
2.1 ให้ข้อมลู ท่ีถกู ตอ้ ง และเป็นจริง
2.2 ปฏบิ ัติในสง่ิ ท่ีถกู ตอ้ ง ทำตามสัญญาที่ตนให้ไวก้ ับเพอื่ น พ่อแม่ หรือ
ผ้ปู กครอง และครู
2.3 ปฏิบตั ติ นต่อผู้อน่ื ด้วยความซือ่ ตรง ไม่หาประโยชนใ์ นทางท่ีไม่
ถกู ต้อง
3.1 จัดกจิ กรรมใหผ้ ู้เรยี นฝึกปฏิบตั ติ ามข้อตกลง กฎเกณฑ์ ระเบยี บ
ขอ้ บงั คับของครอบครวั โรงเรยี น ตรงตอ่ เวลาในการปฏิบัติกจิ กรรม
ต่างๆ ในชวี ติ ประจำวนั และรับผดิ ชอบในการทำงาน
4.1 แสวงหาข้อมลู จากแหลง่ การเรียนรู้ต่างๆ
4.2 มีการจดบันทึกความรู้อย่างเป็นระบบ
4.3 สรุปความรไู้ ด้อยา่ งมีเหตผุ ล
5.1 ใช้ทรัพยส์ ินของตนเอง เชน่ สิง่ ของ เครอื่ งใช้ ฯลฯ อย่างประหยดั
คุ้มคา่ และเกบ็ รักษาดแู ลอยา่ งดี และใช้เวลาอยา่ งเหมาะสม
5.2 ใช้ทรัพยากรของส่วนรวมอย่างประหยัด คุม้ ค่า และเก็บรกั ษาดแู ล
อย่างดี
5.3 ปฏิบัติตนและตดั สนิ ใจด้วยความรอบคอบ มีเหตผุ ล
5.4 ไมเ่ อาเปรียบผอู้ ืน่ และไมท่ ำให้ผูอ้ ื่นเดือดร้อน พร้อมให้อภัยเม่อื ผอู้ ่ืน
กระทำผิดพลาด
แผนการจดั การเรียนรู้วชิ าภาษาไทย ม.4 ภาคเรียนท่ี 2 ปกี ารศึกษา 2564
คณุ ลกั ษณะ รายการประเมนิ ระดับคะแนน
อันพงึ ประสงค์ด้าน 4321
5.5 วางแผนการเรยี น การทำงานและการใชช้ ีวิตประจำวันบนพื้นฐาน
ของความรู้ ข้อมูล ข่าวสาร
5.6 ร้เู ท่าทนั การเปล่ียนแปลงทางสังคม และสภาพแวดลอ้ ม ยอมรับ
และปรบั ตวั อยรู่ ่วมกับผ้อู น่ื ได้อยา่ งมคี วามสขุ
6. มุ่งมั่นในการ 6.1 เอาใจใส่ต่อการปฏิบตั หิ นา้ ท่ีทไ่ี ดร้ บั มอบหมาย
ทำงาน 6.2 ต้งั ใจและรบั ผดิ ชอบในการทำงานให้สำเร็จ
6.3 ปรบั ปรุงและพัฒนาการทำงานอยา่ งรอบคอบ
6.4 ทมุ่ เท ทำงาน อดทน ไม่ท้อต่อปญั หาและอุปสรรค
6.5 พยายามแกป้ ญั หาและอุปสรรคในการทำงานใหส้ ำเร็จ
6.6 ชืน่ ชมผลงานความสำเร็จด้วยความภาคภูมิใจ
7. รกั ความเป็นไทย 7.1 มจี ิตสำนึกในการอนุรกั ษ์วัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย
7.2 เหน็ คุณค่าและปฏิบัตติ นตามวฒั นธรรมไทย
8. มจี ติ สาธารณะ 8.1 รู้จักช่วยพอ่ แม่ ผปู้ กครอง และครทู ำงาน
8.2 อาสาทำงาน ชว่ ยคดิ ชว่ ยทำ และแบง่ ปันส่ิงของใหผ้ ูอ้ นื่
8.3 รจู้ ักการดแู ล รกั ษาทรัพยส์ มบตั แิ ละสง่ิ แวดลอ้ มของห้องเรียน
โรงเรียน ชมุ ชน
8.4 เขา้ ร่วมกิจกรรมเพือ่ สงั คมและสาธารณประโยชนข์ องโรงเรียน
ลงชอ่ื ....................................................ผู้ประเมิน
(นางสาวอรพณิ สนั เส็น)
................ /................ /................
เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑ์การตดั สินคุณภาพ
ปฏิบตั ิหรือแสดงพฤติกรรมอย่างสม่ำเสมอ ให้ 4 คะแนน
ปฏิบัตหิ รือแสดงพฤตกิ รรมบอ่ ยครั้ง ให้ 3 คะแนน ช่วงคะแนน ระดับคณุ ภาพ
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมบางคร้งั ให้ 2 คะแนน
ปฏบิ ตั ิหรอื แสดงพฤติกรรมนอ้ ยครัง้ ให้ 1 คะแนน 104 - 124 ดีมาก
183 - 103 ดี
62 - 82 พอใช้
ต่ำกว่า 62 ปรบั ปรุง
แผนการจัดการเรยี นร้วู ชิ าภาษาไทย ม.4 ภาคเรยี นที่ 2 ปกี ารศกึ ษา 2564
แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 17
รายวชิ าภาษาไทย รหัสวชิ า ท31102 ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 4
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ภาษาไทย ภาคเรียนท่ี 2 ปีการศกึ ษา 2564
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 7 มงคลสูตรคำฉนั ท์ เวลา 8 ช่วั โมง
เร่อื ง สรปุ เนือ้ หาและคำศัพท์ เวลา 1 ชว่ั โมง
ผสู้ อน นางสาวอรพิณ สนั เส็น โรงเรียนกาญจนาภิเษกวิทยาลยั สุราษฎร์ธานี
1. มาตรฐานการเรยี นรู้
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเหน็ วจิ ารณว์ รรณคดีและวรรณกรรมไทยอย่างเห็น
คุณค่า และนำมาประยกุ ต์ใช้ในชวี ิต
ตวั ชวี้ ัด
ม.4-6/1 วิเคราะหแ์ ละวิจารณ์วรรณคดีและวรรณกรรมตามหลกั การวจิ ารณ์เบอ้ื งตน้
2. สาระสำคัญ/ความคิดรวบยอด
การศกึ ษาเรื่อง มงคลสูตรคำฉันท์ เป็นบทประพนั ธ์ทีม่ ีคุณคา่ ท้ังด้านเนอื้ หา ดา้ นวรรณศลิ ป์ และดา้ น
สงั คม ซึง่ การท่ีจะเขา้ ใจเนื้อหาของเรอื่ งได้นั้น จำเปน็ ต้องรู้คำศพั ทท์ ่ีปรากฏอยูใ่ นเรื่อง เพอ่ื จะเข้าใจเนื้อหาของ
เรอ่ื งไดอ้ ย่างถกู ต้อง
3. สาระการเรยี นรู้
3.1 สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
หลักการวิเคราะหแ์ ละวิจารณว์ รรณคดเี บือ้ งตน้
- การพิจารณาเน้อื หาและกลวธิ ใี นวรรณคดี
3.2 สาระการเรียนรู้ท้องถนิ่
-
3.3 ทกั ษะ/กระบวนการ
1) ทักษะการตีความ 2) ทักษะการวเิ คราะห์
3) ทักษะกระบวนการคิดอย่างมีวจิ ารณญาณ
3.4. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์
3.4.1 คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (ประจำแผนการจัดการเรยี นรู้)
1. มวี ินยั 2. ใฝ่เรียนรู้ 3. มงุ่ มั่นในการทำงาน
3.4.2 คณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ (ประจำกลมุ่ สาระการเรียนรู้)
-