ก E-BOOK
า
ย นางสาววิสมา เจะมะ
รหัสนักศึ กษา 6417701001067
วิ nurse
sec 1 เลขที่21
ภ คณะพยาบาลศาสตร์
มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี
า is the
ค future
ศ
า
ส
ต
ร์
คำนำ
กายวิภาคศาสตร์มนุษย์ เป็นสาขาหนึ่ งของวิทยาศาสตร์การแพทย์
ที่เน้นทางด้านการศึ กษาโครงสร้างต่างๆ ที่ประกอบกันเป็นร่างกาย
ของมนุษย์ และเป็นหนึ่ งในศาสตร์ที่มีประวัติความเป็นมาที่ยาวนาน
E -BOOK คือหนังสือที่สร้างขึ้นด้วยโปรแกรมคอมพิวเตอร์
มีลักษณะเป็นเอกสารอิเล็กทรอนิกส์ โดยปกติมักจะเป็นแฟ้มข้อมูล
ที่สามารถอ่านเอกสารผ่านทางหน้าจอคอมพิวเตอร์ ทั้งในระบบ
ออฟไลน์ และออนไลน์
ดิฉันจัดทำ E - BOOK เล่มนี้ ขึ้นมา เพื่อศึ กษาเกี่ยวกับรายวิชา
กายวิภาคศาสตร์ของมนุษย์ เพื่อให้เกิดความเข้าใจ เเละนำไปศึ กษา
เพื่อต่อยอดสู่ วิชาชีพพยายาลในอนาคต
ดิฉันหวังเป็นอย่างยิ่งว่า E - BOOK เล่มนี้ เป็นประโยชน์ให้กับ
คนที่สนใจทางด้านกายวิภาคศาสตร์ ไม่มากก็น้อย
ขอขอบคุณอาจารย์สุนันทา ลักษ์ธิติกุล ที่ให้คำเเนะนำ เเละคอย
ชี้เเนะ ให้ E - BOOK เล่มนี้ มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น หากผิดพลาด
ประการใดขออภัยไว้ ณ ที่นี้ ด้วย
วิสมา เจะมะ
ผู้จัดทำ
สารบัญ
เรื่อง หน้ า
ระบบเซลล์ เนื้อเยื่อ และผิวหนัง 1 - 29
ระบบสื บพันธุ์เพศหญิง
ระบบต่อมไร้ท่อ 30 - 47
ระบบกระดูกและข้อต่อ
ระบบกล้ามเนื้ อ
ระบบทางเดินอาหาร 48 - 78
ระบบทางเดินปัสสาวะและ
สื บพันธุ์เพศชาย
ระบบหายใจ 79 - 94
ระบบไหลเวียนโลหิต
ระบบประสาท
95 - 143
144 - 158
159 -
177
178 - 199
200 - 222
223 - 246
จุดประสงค์
เพื่อนำเรื่องที่เรียนมาทั้งหมด สรุปเป็นเนื้อหาที่เข้าใจง่าย
นำเนื้อหาที่สรุปศึ กษาต่อเกี่ยวกับกายวิภาคศาสตร์ภายใน
อนาคตได้
อยากให้คนรุ่นหลังที่สนใจทางด้านนี้ นำไปศึ กษา เเละ
ต่อยอดความรู้ต่อไป
Cell
tissue
SKin
system
ระบบเซลล์ 1
Cell
Anatomical position
- ท่ายืนตรง เท้าทั้งสองข้างขนาน
- เท้าชิดกันหรือแยกออกจากกันเล็กน้อย
- แขนทั้งสองข้างเหยียดตรง ห้อยอยู่แนบข้างลำตัว
- ฝ่ามือหันตรงไปข้างหน้า
- ตาทั้งสองข้างมองตรงไปข้างหน้า
การแบ่งพื้นที่ของร่างกาย
1. sagittal plane คือ ระนาบในแนวดิ่งที่แบ่งร่างกายออกเป็นซีกซ้ายและขวา
2. coronal plane คือ ระนาบที่ตั้งฉากกับ sagittal plane และแบ่งร่างกายออก
เป็นซีกส่วนหน้า (anterior) กับส่วนหลัง (posterior)
3. transverse plane คือ ระนาบที่ตั้งฉากกับแกนยาวของลำตัวและ
แบ่งร่างกายออกเป็นส่ วนบนและส่ วนล่าง
2
ช่องวาางภายในร่างกาย (Body Cavity)
Cranial cavity คือ ช่องกระโหลกศี รษะ
Dorsal cavity คือ ช่องว่างทางด้านหลัง
Spinal cavity คือ ช่องภายในกระดูกสันหลัง
Pelvic cavity คือ ช่องท้องตอนล่าง
Ventral cavity คือ ช่องว่างทางด้านหน้า
Thoracic คือ ช่วงอก
cranial
cavity
Body Cavities
dorssal thoracic
cavity cavity
spinal ventral
cavity cavity
pelvic abdominal
cavity cavity
abdomini pelvic
cavity
ตำเเหน่งทางกายวิภาคศาสตร์ (anatomical position) 3
คือ ลักษณะของร่างกายที่อยู่ในท่ายืนตรง หน้ามองตรงไปข้างหน้า
ส้นเท้าชิดกัน แขนทั้งสองข้างเหยียดตรงเเนบข้างลำตัว
และมือทั้งสองข้างเเบหันไปข้างหน้ า
(ให้นิ้ วก้อยจรดกับโคนขา หัวเเม่มือหันไปข้างนอก)
1.Anterior หรือ Ventral หมายถึงส่วนที่เกี่ยวกับด้านหน้า
2.Posterior หรือ dorsal หมายถึง ส่วนที่เกี่ยวกับด้านหลัง
3.superior หมายถึง ส่วนที่เกี่ยวกับด้านบน
4.Inferior หมายถึง ส่วนที่เกี่ยวกับด้านล่าง
5.Longitudinal หมายถึง ส่วนที่เกี่ยวกับตามยาว
6.Transverse หมายถึง ส่วนที่เกี่ยวกับตามขวาง
การจัดระบบร่า
งกายในมนุษย์
Cell Tissues Organs System
4
What is " Cell "?
หน่วยที่เล็กที่สุดของสิ่ งมีชีวีติ
หน่วยพื้นฐานของสิ่ งชีวิตทุกชนิดตั้งแต่มนุษย์ พืช สัตว์
สาหรา่ย แบคทีเรีย รวมทั้งจุลทรีย์ต์างๆ
เซลลส่วนใหญ่ จะมีขนาดเล็กมาก มอง ไม่เห็นด้วยตาเปล่า
เซลล์ที่ไม่มีเยื่อหุ้มนิวเคลียส ไม่มีออเเกเเนลชนิดที่มีเยื่อหุ้ม
Pilus โครงสร้างภายนอกของแบคทีเรีย
Capsule ปลอกหุ้ม
Cell wall ผนั งเซลล์
Plasma membrane เยื่อหุ้มเซลล์
Nucleoid ภายในเซลล์ของโพรคาริโอต
Cytoplasm ของเหลวภายในเซลล์
Ribosome ออร์แกเนลล์ที่ไม่มีเยื่อหุ้มเซลล์ มีขนาดเล็กที่สุด
Flagellum ส่ วนที่ยื่นออกมาจากตัวเซลล์
5
เซลล์ที่มีเยื่อหุ้มนิวเคลียส มีออเเกเเนลต่างๆในไซโทพลาซึมที่มีเยื่อหุ้ม
Endoplasmic reticulum cell
Nucleus
cytoplasM
cytoskeleton
ribosomes
mitochondrion
Lisosome
golgi Body
ทุกเซลล์จะมีโครงสร้างพื้นฐาน 3 อย่างเหมือนกัน
เยื่อหุ้มเซลล์
ไซโตพลาสซึม
นิ วเคลียส
6
cell structure and function
เยื่อหุ้มเซลล์
เสมือนรั้วบ้าน ประกอบด้วยสารโปรตีนร้อยละ 70 ส่วนใหญ่อยู่ใน
ชั้นของไขมันมีรู ขนาดเล็กๆมากมาย
หน้ าที่
คัดเลือกสารที่ผ่านเข้า - ออก
มีคุณสมบัติ เป็น เยื่อเลือกผ่าน ( Semipermeable membrane)
รักษาสมดุลของสภาพเเวดล้้อมภายในเซลล์
ไซโทพลาซึม
ของเหลวภายในเซลล์ที่อยู่รอบนิวเคลียส มีสารอินทรีย์พวกโปรตีน
คาร์โบไฮเดรตและไขมันเป็นองค์ประกอบที่สำคัญ
หน้ าที่
เป็นบริเวณที่เกิดปฏิกิริยาเคมีของเซลล์
สลายวัตถุดิบเพื่อให้ได้พลังงานและสิ่ งที่จำเป็นสำหรับเซลล์
สั งเคราะห์สารที่จำเป็นสำหรับเซลล์
เป็นที่เก็บสะสมวัตถุดิบสำหรับเซลล์
ออร์แกเเนล
เป็นโครงสร้างขนาดเล็ก
หน้ าที่
สอดประสานเพื่อให้กิจกรรมภายในเซลล์ดำเนิ นไปได้อย่างเป็นปกติ
7
ร่างแหเอนโดพลาสซึม
เป็นออร์แกเนลล์ชนิดหนึ่ งของเซลล์สิ่ งมีชีวิตยูแคริโอต ซึ่งก่อ
เครือข่ายถุงหรือท่อแบนมีเยื่อหุ้มติดต่อระหว่างกัน
หน้ าที่
ช่วยในการสร้างโปรตีนและเป็นทางลำเลียงสารภายในเซลล์
กอลจิคอมเพล็ก
เป็นกลุ่มของถุงกลมแบนขนาดใหญ่ บริเวณตรงขอบโป่งพองใหญ่ขึ้น
หน้ าที่
เก็บสะสมสารที่เซลล์สร้างขึ้ น
ก่อนที่จะปล่อยออกนอกเซลล์
ไรโบโซม
เป็นออร์แกเนลล์ที่ไม่มีเยื่อหุ้มเซลล์ มีขนาดเล็กที่สุด และมีมากสุด
หน้ าที่
สังเคราะห์โปรตีนในสิ่ งมีชีวิต
ไลโซโซม
ออร์แกเนลล์ในเซลล์ มีลักษณะเป็นถุงมีเยื่อหุ้ม
หน้ าที่
เกี่ยวกับการย่อยสารต่างๆ ภายในเซลล์
ได้แก่ โปรตีน คาร์โบไฮเดรต และไขมัน
8
เซนทริโอล
เป็นออร์แกเนลล์ทรงกระบอกที่มีองค์ประกอบหลักเป็นโปรตีน
หน้ าที่
สร้างซิเลียในระยะอินเทอร์เฟส
สร้างแอสเทอร์และสปินเดิลระหว่างการแบ่งเซลล์
นิ วเคลียส
ส่วนใจกลางของอะตอมของธาตุทุกชนิด ส่วนที่สำคัญของเซลล์
หน้ าที่
การรักษาเสถียรภาพของยีน
นิ วคลิโอลัส
เป็นโครงสร้างใหญ่สุดภายในนิ วเคลียสของเซลล์ยูคารีโอต
มีความสำคัญคือเป็นบริเวณที่เกิดการชีวกำเนิ ดของไรโบโซม
หน้ าที่
สั งเคราะห์ไรโบโซมเป็นบริเวณเฉพาะภายในนิ วเคลียส
เป็นที่อยู่ของยีนที่ควบคุมการสั งเคราะห์อาร์อาร์เอ็นเอ
เส้ นใยโครมาติน
สายของดีเอ็นเอ(DNA)
หน้ าที่
การจำลองตัวเองของดีเอ็นเอ (DNA replication)
การถอดรหัส (Transcription)
การป้องกันโรคทางพันธุกรรม
การแปลรหัส (Translation)
9
การลำเลียงสารเข้าออกของเซลล์
(cell Transportation)
การลำเลียงสารแบบไม่ใช้พลังงาน (PASSIVE TRANSPORT)
การเเพร่ (diffusion)
➢ การแพร่ธรรมดา (Simple diffusion)
การกระจายของอนุภาคจากสาร บริเวณที่มี
ความเข้มข้นข้นสูงไปสู่ บริเวณที่มีความเข้มข้นต่ำกว่า
➢ การแพร่แบบมีตัวพา (Faciliteateddiffusion)
การแพร่ของสารผ่าน โปรตีนตัวพา (Carrier)
การแพร่แบบนี้ มีอัตราการแพร่เร็วกวา่การแพร่แบบ ธรรมดามาก
TH A NK
คำศั พท์เกี่ยวกับเซลล์ 10
sagittal plane สาจิตทัล เพลน แนวดิ่งที่แบ่งครึ่งลำตัว
ออกเป็นขวาและซ้าย
coronal plane โคโคนัล เพลน แนวดิ่งที่แบ่งครึ่งลำตัว
transverse plane ออกเป็นส่ วนหน้ าและ
ส่ วนหลัง
ทรานสเวิส เพลน ระนาบภาคตัดขวาง
ทรานสเวิส เพลน ที่แบ่งลำตัวออกเป็น
ส่ วนบนและส่ วนล่าง
thoracic โทราซิค ทรวงอก
cranial cavity คราเนียล คาวิตี้ ทรวงโพรง
กะโหลกอก
thoracic cavity โทราซิค คาวิตี้ ช่องทรวงอก
ventral cavity เวนทรอล คาวิตี้ ช่องว่างทางด้านหน้ า
abdominal cavity อับโดมินอล คาวิตี้ ช่องท้อง
คำศั พท์เกี่ยวกับเซลล์ 11
abdomini pelvic อับโดมินอล เพววิส ช่องท้องและเชิงกราน
cavity คาวิตี้
pelvic cavity เพววิส คาวิตี้ ช่องเชิงกราน
spinal cavity สไพนอล คาวิตี้
body cavities ช่องภายใน
บอดี้ คาวิตี กระดูกสั นหลัง
ช่องว่างในลำตัว
anatomical อนาโตมิเคิล ตำแหน่ งทางกายวิภาค
position โพซิชัน
anterior เเอนทีเรีย ข้างหน้ า
posterior โพสทีเรีย ข้างหลัง
superior ซูพรีเรีย ข้างบน
คำศั พท์เกี่ยวกับเซลล์ 12
inferior อินพรีเรีย ข้างล่าง
longitudinal
ลองจิทูดินอล ตามยาว
cell เซลล์
tissues ชิช-ชู
organs เซลล์
system ออร์เเกน
ซิซเตม
เนื้ อเยื่อ
อวัยวะ
ระบบ
13
- เอกสารประกอบการสอนระบบเซลล์
คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี
- คําศั พท์จาก : https://dict.longdo.com
: https://dictionary.sanook.com
ระบบเนื้ อเยื่อ 14
tissue
กลุ่มของเซลล์ที่มีโครงสร้างและทําหน้าที่เหมือนกัน มารวมตัวกัน
ประเภทของเนื้ อเยื่อ
เนื้อเยื่อบุผิว Epithelial tissues
เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน Connective tissues (พบมากสุดในร่างกาย)
เนื้อเยื่อกล้ามเนื้อ Muscle tissues
เนื้อเยื่อประสาท Nervoustissues
แบ่งตามลักษณะรูปร่างได้ 3 แบบ
Squamous epithelium รูปร่างแบนบาง
Cuboidal epithelium รูปร่างเหมือนลูกบาศก์
Columnar epithelium รูปร่างสูง มีความสูงมากกว่าความ
กว้าง
แบ่งตามจํานวนช้ันของเซลล์
simple epithelium เซลลเ์รียงกันเป็นชั้นเดียว
Pseudostratified epithelium ประกอบดด้วยเซลล์เรียงกันเป็น
ช้ันเดียวเพียงบางเซลลเ์ท่านั้ น
ที่สูงถึงผิวด้านบน
Stratified epithelium เซลล์เรียงซ้อนกัน หลายชั้น
15
เนื้อเยื่อบุผิว(Epithelial tissues)
➢ ทําหน้าที่ป้องกัน (protection) ป้องกันเนื้อเยื่อบุผิวที่ปกคลุมร่างกาย
ไม่ให้เชื้อโรคเข้าสู่ร่างงกาย ป้องกันกํารระเหยของนํ้าออกสู่ร่างกาย
➢ ทําหน้าที่เกี่ยวกับการดูดซึม(absorbtion) เนื้อเยื่อบุที่ผิวของ
ลําไส้เล็ก ทําหน้าที่ดูดซึมอาหารเข้าสู่หลอดเลือด
➢ สร้างสารคัดหลั่ว (secretion) ต่อมต่างๆ ทําหน้าที่สร้างฮอร์โมน
เพื่อควบคุมการทํางานของร่างการ
เนื้อเยื่อเกี่ยวพัน (Connectivetissues)
เนื้ อเยื่อที่พบแทรกอยู่ทั่วไปในร่างกาย
ทําหน้าที่ ยึดเหนี่ ยวหรือพยุงอวัยวะให้คงรูปอยู่ได้
เมทริกซ์(matrix) คือเซลล์เเละเส้นใยกระจายอยู่ในสาร
ระหว่างเซลล์
เส้ นใยที่พบได้แก่
➢ Collagenfiber มีลักษณะเป็นเส้นเหนียวแข็งแรงอยู่รวม
เป็นมัดใหญ่
➢ Elastic fiber เป็นเส้นใยที่มีความยืดหยุ่นมาก แตกเป็นแขนงย่อย
ส่ งไปเชื่อมกับแขนงของเส้ นอื่น
➢ Reticularfiber มีลักษณะคล้ายเส้นใยคอลลาเจน แตเป็นเส้นบางกว่า
กระจายอยู่ทั่วไป เส้นใยชนิดนี้ จะมองไม่เห็นถ้าย้อมด้วย
สีย้อมเนื้อเยื่อทั่วไป ต้องย้อมด้วยสี silverstain
16
เนื้อเยื่อเกี่ยวพันแบ่งเป็น 4 กลุ่ม ได้เเก่
➢เนื้อเยื่อเกี่ยวพันสมบรูณ์ (connectivetissueproper)
➢กระดูกอ่อน (cartilage)
➢กระดูกแข็ง (bone)
➢เลือด (blood)
1.เนื้อเยื่อเกี่ยวพันสมบรูณ์ (connectivetissueproper)
ลักษณะเมทริกซเ์ป็นเส้ นใยกระจายอยู่แตกต่างกัน
แบ่งออกเป็น 2 ประเภท
➢ เนื้อเยื่อเกี่ยวพันชนิดแน่นทึบ (denseconnectivetissue)
-พบปริมาณเส้ นใยมาอยู้ติดกันเเน่ นทึบ
-พบตามเอ็นกล้ามเนื้อ(tendo) เอ็นยึด (ligament )
- เนื้อเยื่อยึดระหว่างกระดูกต้องการความแข็งแรงมาก
ประกอบด้วย collagen fiber เรียงตัวหนาแน่นสีขาว
➢ เนื้อเยื่อเกี่ยวพันชนิดโปร่งบาง (looseconnectivetissue)
-เนื้อเยื่อนี้ เชื่อมหนังกับกลา้มเนื้อ
-เซลล์ที่พบได้เเก่ fibroblast, macrophage mast cell, plasma cell,
adipose tissue
2.กระดูกอ่อน (CARTILAGE) 17
พบอยู่ตามส่ วนของโครงกระดกโดยเฉพาะ
บริเวณที่กระดูกมีการเสี ยดสี กัน
ประกอบด้วย
- เมทริกซ์ ซี่งมีลักษณะคล้ายวุ้น
- เซลล์กระดูกอ่อน เรียกว่า คอนโดรไซต์ (chondrocyte)
3.กระดูก (BONE)
ประกอบด้วย
- เซลล์กระดูก เรียกว่า ออสทีโอไซต์ (osteocyte) อย่ใูนช่องลาคูนา
เซลล์กระดูกประกอบด้วย
แคลเซียม
ฟอสเฟต
4.เลือด (BLOOD)
➢ นํ้าเลือด (plasma) ลักษณะเป็นของเหลวในร่างกาย ซึ่งนําอาหาร แก๊สออกซิเจน
และสารอื่นๆ ไปยังเซลล์
➢เซลลเ์ม็ดเลือด ลักษณะค่อนข้างกลมตรงกลางจะเว้าเข้าหากัน(คล้ายขนมโดนัท)
ไม่มีนิวเคลียส เซลล์เม็ดเลือดขาว (white blood cell)
มีลักษณะค่อนข้างกลม ไม่มีสีและมีนิวเคลียส
คำศั พท์ของ เนื้อเยื่อ 18
คำศั พท์ คำอ่าน ความหมาย
tissues ทิชชู เนื้ อเยื่อ
เนื้ อเยื่อเกี่ยวพัน
connective tissues คอนเนคทีพ ทิชชู เนื้ อเยื่อกล้ามเนื้ อ
muscle tissues มัสเซิล ทิชชู
nervous tissue เนอฝัช ทิชชู เนื้ อเยื่อประสาท
epithelial tissues อิพิเทอเลียล ทิชชู เนื้ อเยื่อบุผิว
cuboidal epithelium คิวบอยเดิล อิปิธิเลียม เซลล์รูปเหลี่ยมลูกบาศก์
columnar epithelium คอลัมนาร์ อิปิธิเลียม เป็นเซลล์มีความสูง
มากกว่าความกว้าง
simple epithelium ซิมเปิล อิปิธิเลียม เซลลเ์รียงกัน
เป็นชั้นเดียว
pseudostratifi ซูโดสแตรทิฟายด์ อิปิธิเลียม เซลล์เรียงกันเป็นช้ันเดียว
edepithelium
squamous epithelium สความัส อิปิธิเลียม เซลล์รูปร่างหลายเหลี่ยม
คำศั พท์ของ เนื้อเยื่อ 19
คำศั พท์ คำอ่าน ความหมาย
stratified epithelium สตราทิไฟด์ อิปิธิเลียม เยื่อบุผิวเเบ่งชั้น
cartilage คาร์ทิเลจ กระดูกอ่อน
bone โบน กระดูก
blood บลัด เลือด
connective คอนเนคทีพ ทิชชู พรอพเพอ เนื้ อเยื่อเกี่ยวพันสมบูรณ์
tissue proper
collagen fiber คอลลาเจน ไฟเบอร์ เส้ นใยเนื้ อเยื่อประสาน
elastic fiber อีลาสติค ไฟเบอร์ เป็นเส้ นใยที่มีความยืดหยุ่นมาก
แตกเป็นแขนงย่อย
reticular fiber เรติคูลาร์ ไฟเบอร์ เส้ นใยร่างแห
20
บรรณานุกรม
- เอกสารประกอบการสอนระบบเนื้อเยื่อ
คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี
- คำศั พท์จาก : https://dict.longdo.com
: https://dictionary.sanook.com
21
ระบบผิวหนั ง
The Skin
!อวัยวะที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย
ผิวหนัง คือ อวัยวะที่ปกป้องและปกคลุมร่างกาย
สร้างชั้นเนื้ อเยื่อที่ป้องกันร่างกายจากการถูกทำร้าย
ป้องกันการบาดเจ็บจากอุณหภูมิร้อนจัด เย็นจัด
ป้องกันการบุกรุกของสิ่ งมีชีวิตขนาดเล็ก ไวรัส แบคทีเรีย
ปัจจัยหนึ่ งในการควบคุมอุณหภูมิ
ป้องกันรังสี อัลตราไวโอเลต
สร้างวิตามิน
3ผิวหนั งมี ชั้น
หนั งกำพร้า (epidermis) พบเซลล์ keretinocyte มากที่สุด
หนังเเท้ (dermis)
ชั้นใต้หนัง (subcutaneous)
ผิวหนั งประกอบด้วยโครงสร้างพิเศษ 22
ตัวรับของเซลล์ประสาท (nerve receptors)
รูขุมขน (hair follicle)
ต่อมเหงื่อ (sweat glands)
ต่อมไขมัน (sebaceous glands)
1
23
หนังกำพร้า (epidermis)
แบ่งออกเป็น 5 ชั้น และมีชั้นย่อยของเเต่ละชั้นซึ่งมีหน้าที่เฉพาะ
stratum basale
รับผิดชอบการผลิตเมลานิน (melanin)
ดูดกลืนเเสงอัลตราไวโอเลต
สร้างเม็ดสี ที่ทำให้ผิวหนั งมีสี น้ำตาลเข้มเมื่อถูกแสงเเดด
stratum spinosum
ประกอบด้วยเซลล์ keratinocytes ซ้อนกัน รูปร่างเป็นหนาม
ลักษณะเด่นคือมีเม็ด granule ภายในเซลล์
stratum granulosum
เป็นจุดเริ่มต้นของกระบวนการผลัดเซลล์ผิว (Keratinisation)
เซลล์จะเริ่มมีลักษณะแข็ง
เริ่มเปลี่ยนเป็น Keratin และ lipids
stratum lucidum
ชั้นนี้ จะอัดตัวกันอยู่อย่างหนาแน่น
ลักษณะแบนราบ
ไม่สามารถแยกตัวออกจากกันได้
stratum corneum
ตัวป้องกันหลักไม่ให้ผิวหนั งเกิดการอักเสบ
โครงสร้างที่เรียงอยู่ในชั้นผิวหนังเเต่ละชั้น ต่างมีบทบาทในการค้ำจุนผิวหนัง
โดยรูขุมขน (hair follicles) จะช่วยยึดขนไว้ ทำหน้าช่วยปกป้องผิวหนัง
เป็นเสมือนฉนวนกันความเย็น ปกติรูขุมขนมี…
ต่อมไขมัน (sebaceous glands)
ต่อมไขมันจะขับสารซีบัม (sebum) หรือของเหลวที่หล่อลื่นและทำให้ผิวหนังอ่อนนุ่ม
ต่อมเหงื่อ (sweat glands)
พบเกือบทุกแห่งบนร่างกาย มีหน้าที่ขับน้ำออกมาทางรูเล็กๆ ที่เปิดออกบนผิวหนัง
เมื่อร่างกายร้อนจัด ถูกกระตุ้นและหลั่งเหงื่อมาเพื่อให้ร่างกายเย็นลง
24
Hairs ป้องกันไม่ให้ร่างกายสูญเสียความร้อน ปกป้องไม่ให้ผิวหนังได้รับอันตราย
3
ผม/ขน (HAIRS)
➢ Hairshaft ปกปิดไม่ให้สิ่ งสกปรกเข้าสู่ผิวหนัง
➢ Hair root รากขนเป็นที่ยึดเกาะของขน
➢ Hair follicle รูขุมขนเป็นที่อยู่ของขน ช่วยปกป้องส่วนชั้นในของขน
บริเวณส่วนปลายลึกสุดจะมีหนังเเท้ (dermis) ยื่นลึกเว้าเข้ามา
ทาให้เป็นกระเปาะขึ้นเรียกว่า dermal papilla
ซึ่งเป็นที่อยู่ของ hair matrix ทำหน้าที่เป็นตัวสสร้างเส้นขน
(hair shaft)
➢ Hair follicle receptor ทำหน้าที่รับสัมผัสทำให้เกิดขนลุก
➢ Arrector pili muscle เป็นกล้ามเนื้อเรียบ เมื่อหดตัวจะทำให้เกิดขนลก
25
อวัยวะที่มีต้นกำเนิ ดมาจากผิวหนั ง
เล็บทำหน้าที่ปกป้องปลายนิ้ วมือและนิ้ วท้ายซึ่งเป็นบริเวณที่เกิดอันตรายได้ง่าย
2
เล็บ (Nails)
➢ Nail plate คือ แผ่นเล็บประกอบด้วย
เซลล์ที่ตายแล้ว (Deadkeratinized plate)
เล็บจะยาวและงอกใหม่ตลอดเวลา
➢ Nailmatrix คือ เซลล์เยื่อบุที่อยู่ใต้ชั้น lanula
ทำหน้าที่เป็นตัวสรา้งแผ่น เล็บ (nail plate)
➢ Nail bed คือ เนื้อเยื่อที่อยู่ใต้เล็บ (nail plate)
ยึดติดแน่นกับเล็บ (nailplate)
ส่วนเดียวที่ยังมีชีวิตอยู่คือ ส่วนรากของเล็บ !
1 คำศั พท์ของ ผิวหนัง 26
คำศั พท์ คำอ่าน ความหมาย
epidermis เอพิเดอร์มิส หนั งกำพร้า
dermis เดอร์มิส หนั งเเท้
subcutaneous fat ซับคิวเทเนียส ฟาท ไขมันชั้นใต้หนั ง
sweat gland ซเว็ท เเกรนด์ ต่อมเหงื่อ
never endings เนฟเวอร์ เอนดิง ปลายประสาทสั มผัส
pacinian corpuscle พาซีเนียน คอร์ปัสเซิล
ตัวรับเเรงกด
krause bulb
dermal papilla เคราซ์ ตัวรับความเย็น
เดอร์มัลแพพิลลี กระเปาะในหนั ง
hair follicle เเฮร์ ฟอลลิเคิล
deep fascia รู ขุ มขน
sebaceous gland
stratum spinosum ดีพ ฟัสเซัย พังผืดชั้นลึก
stratum granulosum ซีเบ’เชิส แกรนด์ ต่อมไขมัน
horny layer สตราตัม สไปโนซัม
stratum corneum หนั งกำพร้าสตราตัมสไปโนซัม
hair สตราตัม แกรนูโลซัม หนังกำพร้าสตราตัมแกรนูโลซัม
meissner corpuscle
ฮอร์นี่ เลเยอร์ สตราตัม หนั งกำพร้าชั้นนอกสุด
free nerve ending
ruffini engings เเฮร์ ขน
ไมซ์เนอร์ คอร์ปัสเซิล ตัวรับสั มผัสเบา
ตัวรับความเจ็บปวด
ฟรี เนิร์ฟ เอนดิง ตัวรับความร้อน
รัฟฟินี เอนดิง
2 คำศั พท์ของ เล็บ 27
คำศั พท์ คำอ่าน ความหมาย
synovial cavity ซิลโนเวียล คาวิตี้ โพรงซิลโนเวียล
articular cartilage อาร์ทิคูล่า คาร์’ทะลิจ ข้อต่อกระดูกอ่อน
cuticle คิวทิเคิล ส่ วนที่เคลือบผิวนอก
ของชั้นเอปิเดอร์มิส
lunula ลูนิ วลา รอยโค้งที่เล็บ
nail เนล เล็บ
distal phalanx ดิสเทิล เพ’แลคซ กระดูกนิ้ วมือส่วนปลาย
root of the nail รูท ออฟ เดอะ เนล รากของเล็บ
palmar ligament แพล’มาร์ ลิกกาเมนท์ เส้ นเอ็นยึด
3 คำศั พท์ของ ผม/ขน 28
คำศั พท์ คำอ่าน ความหมาย
hair shaft แฮร์ชาฟท ส่วนที่งอกเหนือหนังศี รษะ
sebaceous gland ซีเบเชิส แกรนด์ ต่อมไขมัน
inner root sheath อินเนอร์ รูท ชีท ปลอกหุ้มรากผมชั้นใน
outer root sheath เอาท์-เออะ รูท ชีท ปลอกหุ้มรากผมชั้นนอก
hair matrix แฮร์ เมทริกซ์ อยู่ตรงกระเปาะ
dermal papilla เดอร์มัล แปปิลลา ส่วนหนึ่ งคล้ายแขนขาของ
ผิวหนัง ผม งอกมาจาก
เซลล์แรกเริ่ม
arrector pili muscle อาร์เรคเตอร์ พิลิ มัสเซิล กล้ามเนื้ อที่ช่วยบีบ
เพื่อขับ sebum
hair bulb แฮร์ บลับ ตอนล่างสุดของรากผม
29
- เอกสารประกอบการสอนระบบผิวหนัง
คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี
- คำศั พท์จาก : https://dict.longdo.com
: https://dictionary.sanook.com
Perineum
&
Female
reproductive
system
30
โครงสร้างและหน้ าที่
ระบบสื บพันธุ์เพศหญิง
1
1.mons pubis (หัวหน่ าว)
ส่ วนของเนื้ อเยื่อ ลักษณะนูนเกิดจากไขมัน (fattytissue) บริเวณหน้ าหัวหน่ าว (pubic symphysis)
อยู่เหนื อต่อกระดูกเชิงกราน (pelvis) ภายในมีเนื้ อเยื่อเกี่ยวพันชนิ ดโปร่งบาง (loose connection tissue)
กับเนื้ อเยื่อไขมัน (adipose tissue) ปนกัน มีขนหัวหน่ าว (pubic hair) ขึ้ นปกคลุม
ในระยะวัยเเรกรุ่น puberty (ขนมีประโยชน์ ช่วยลดการเสี ยดสี ขณะร่วมเพศ)
2.labia majora (แคมใหญ่)
ลักษณะนูนแยกเป็นกลีบ 2 กลีบ ต่อจากหัวหน่ าว ค่อยๆเรียงลงมาทางด้านล่างประจบกันเหนื อ
ฝีเย็บ (perineum) ส่ วนที่นูนเล็กน้ อยเรียกว่า (fourchette) ผิวหนั งด้านหน้ าของเเคมใหญ่ (labia majora)
จะไม่มีเส้ นขนปกคลุม ในขณะตั้งครรภ์อาจเกิดภาวะเส้ นเเลือดขอดที่เเคมใหญ่( labia majora)
มักไม่เเสดงอาการและหายไปเองหลังคลอด
3.labia minora (เเคมเล็ก)
ปกป้องรู เปิดของท่อปัสสาวะและช่องคลอด เป็นสั นนูนตามยาวอยู่ระหว่าง เเคมใหญ่ (labia majora)
กลีบเเดงเล็ก บางกว่าเเคมใหญ่ (labia majora) อยู่ 2 ข้าง
ประกอบด้วย ต่อมไขมัน หลอดเลือด ปลายประสาทรับความรู้สึ ก
ไวต่อสิ่ งเร้า ไม่มีขน ไม่มีไขมัน สี คล้ำ ส่ วนบนเป็นหนั งหุ้มปุ่มกระสั่ น (clitoris)
เรียกว่า prepuce of clitoris ส่ วนในรวมกันยึดกับปลาย clitoris
เรียกว่า frenulumofclitorisvestibular gland
4.clitoris (ปุ่มกระสั่ น) 31
เป็นโครงสร้างที่คล้ายกับส่ วนปลายขององคชาต glans penis ในผู้ชาย สามารถแข็งตัวได้
มีขนาดไม่เกิน 2 ซม. มีเส้ นประสาทมาเลี้ยงมาก มเนื้ อเยื่อลักษณะคล้ายฟองน้ำและมีเส้ นเลือด
อยู่จำนวนมาก ตำแหน่ งอยู่ที่ส่ วนบนสุดของปากช่องคลอด (vulva) ใต้เเละต่อหัวหน่ าว (mons pubis)
5.vestibule of vagina (เเอ่ง)
เป็นแอ่งอยู่ระหว่างแคมเล็ก( labia minora) มีขอบเขตด้านข้างเริ่มจาก hart line
ขอบเขตด้านในคือเยื่อพรหมจรรย์ (hymen) ขอบเขตด้านหน้ าคือ clitoral frenulum
และขอบเขตด้านนหลัง คือ fourchette
6.bartholine’s gland or greater vestibular gland
อยู่ภายใต้ผนั ง vestibule ทั้ง 2 ข้างอยู่ตำเเหน่ ง 5 และ 7 นาฬิกา มีท่อมาเปิดใน vestibule
ใกล้เยื่อพรหมจรรย์ hymen สร้าง mucous secretion หล่อลื่น vestibule ในขณะร่วมเพศ
หากมีการติดเชื้อหรืออุดตันต่อมนี้ จะมีขนาดโตขึ้ น สามารถคลำพบได้จากภายนอก ทำให้มีอาการปวด
7.hymen (เยื่อพรหมจรรย์)
เป็นหลืบของเยื่อบุ mucosal fold บางๆ ขอบๆรู ช่องคลอด vagina orifice
ประกอบด้วย vascular connective tissue คลุมด้วย stratified aquamous epithelium ทั้ง 2 ด้าน
คนที่ไม่เคยมีเพศสั มพันธ์มีขนาดเเตกต่างกัน เท่ารู เข็มถึงประมาณ 1-2 fingertips
2
8.vagina (ช่องคลอด)
ช่องคลอดมีลักษณะเป็นท่อกล้ามเนื้ อชนิ ดเส้ นใย เชื่อมต่อกับปากมดลูก cervic เป็นตัวเชื่อมระหว่าง
มดลูกกับภายนอกของร่างกาย ท่อกล้ามเนื้ อ ประกอบด้วย ผนั งชั้นนอก ท่อกล้ามเนื้ อ ชั้นใน ที่เป็น
ที่เป็นเยื่อเมื่อที่มีโพรง ปกติผิวหน้ าของเยื่อชั้นในจะเรียงตัวชิดกัน เเต่ช่องคลอดก็สามารถขยาย
เเละยึดตัวออกได้มาก ความยืดหยุ่นนี้ ทำให้ทารกผ่านออกมาได้ระหว่างการคลอด
9.uterus (มดลูก) 32
มดลูกอยู่ในช่องกระดูกเชิงกราน pelvic cavity ระหว่าง กระเพราะปัสสาวะ bladder
และทวารหนั ก anus มดลูกเป็นที่ที่ไข่ถูกปฏิสนธิแล้วจะพัฒนาต่อไปเป็นตัวอ่อน embryo
และทารก ผนั งมดลูกมีสามชั้น ชั้นในคือ เยื่อบุมดลูก endometrium ชั้นกลางแเละชั้นนอก
หากไข่ได้รับการปฏิสนธิ ชั้นเยื่อบุมดลูก endometrium ที่อยู่โดยรอบตัวอ่อนจะกลายเป็น
รก หากไข่ไม่ได้รับปฏิสนธิ เยื่อบุมดลูก endometrium หลุดร่อนออกมาเป็นส่ วนหนึ่ งของ
ประจำเดือน
หน้ าที่ของมดลูก
1.เป็นเเหล่งสำรองอาหาร รอรับการฝังตัวของตัวอ่อน
2.เป็นที่เจริญเติบโตของทารกจนครบกำหนดคลอด
3.เป็นอวัยวะที่ดันให้ทารกคลอดออกมาได้
10.ovary (รังไข่)
รังไข่มีรู ปร่างคล้ายเม็ดอัลมอนด์ กว้างประมาณ 3.8 ซม. ตรึงไว้ใกล้ผนั งเชิงกราน pelvic wall
รังไข่ที่อยู่ในวัยเจริญพันธุ์จะมีถุงไข่ follicles ที่ยังไม่พัฒนาหลายพันถุง ถุงไข่จะทยอยพัฒนาขึ้ น
ครั้งละไม่มาก เพื่อเตรียมพร้อมสำหรับการตกไข่ ปกติจะมีไข่เพียงฟองเดียวที่ถูกปล่อยออกมา
ไข่ที่เหลือจะสลายไปตามอายุของไข่ ไข่ฟองนี้ ถูกจับเข้าไปในท่อนำไข่ fallopian tubes
อยู่ใกล้ๆถุงไข่จำนวนหนึ่ ง ที่ที่เจริญเต็มที่จะเปลี่ยนเป็นเยื่อคอร์ปัสลูเทียม corpus luteum
เตรียมพร้อมสำหรับการปฏิสนธิ หากยังไม่ปฏิสนธิ คอปัสลูเทียมจะสลายตัวก่อนที่ประจำเดือน
รอบต่อไปจะเริ่มขึ้ น
หน้ าที่ของรังไข่
1.เเบ่งเซลล์เเบบไมโอซิซ (n)
2.สร้างเซลล์ไข่
3.สร้างฮอร์โมนเพศหญิง
ฮอร์โมนเอสโตรเจน (estrogens)
ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน (progesterone)
33
ฮอร์โมนเอสโตรเจน
เอสโตรเจน คือ ฮอร์โมนเพศหญิง เอสโตรเจนส่ วนใหญ่
สร้างจากรังไข่ ovary ภายใต้การควบคุมของ ต่อมพิทูอิทารี (pituitary)
เอสโตรเจนควบคุมพัศนาการของลักษณะทางเพศและระบบสื บพันธุ์เพศหญิง
ฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน
หลังจากที่ปล่อยไข่ออกมาแล้ว ถุงไข่จะเปลี่ยนเป็นเนื้ อเยื่อที่มีลักษณะ
คล้ายต่อม เรียกว่า คอร์ปัสลูเทียม และผลิตฮอร์โมนโปรเจสเตอโรน
ซึ่ง ทำหน้ าที่ เตรียมมดลูกให้พร้อมสำหรับการตั้งครรภ์
11.uterine tube or fallopian tube (ท่อนำไข่)
ท่อนำไข่หรือท่อมดลูก (uterine tube) มีรู ปร่างคล้ายเเตร ปลายด้าน
ที่สอบเเคบอยู่ติดกับมดลูก(uterus) และด้านที่เเผ่บานออกอยู่ใกล้กับ
รังไข่ (ovary) โดยเป็นเเฉกยื่นออกมาคล้ายนิ้ วมือเรียกว่า fimbriae
สำหรับจับไข่ที่ถูกปล่อยออกมา แล้วส่ งเข้าท่อนำไข่มุ่งไปหามดลูก
หากไข่ถูกปฏิสนธิก็จะฝังตัวที่ผนั งมดลูก uterine wall
เเต่ถ้ายังไม่มีการปฏิสนธิเกิดขึ้ น เยื่อบุมดลูกจะสลายตัวและเกิด
เลือดประจำเดือน
รอบประจำเดือน (menstrual cycle)
รอบประจำเดือนเเต่ละรอบใช้เวลาประมาณ 28 วัน
12.memmary glands (ต่อมน้ำนม) 34
ขนาดโตขึ้ นเมื่อเข้าสู่ วัยแรกรุ่น puberty เพราะเนื้ อเยื่อเกี่ยวพัน connective tissue
และ fat เพิ่มมากขึ้ น แต่ไม่สามารถสร้างน้ำนมจนกว่าจะตั้งครรภ์
ตำเเหน่ งอยู่ในเต้านมทั้ง 2 เต้า วางบนพังผืดชั้นลึกที่คลุมกล้ามเนื้ อ pertoralis major
และ minor อยู่ระหว่างกระดูกซี่โครงที่ 2 ถึง 6 และจากขอบของกระดูก sternum ถึง
ขอบของรักเเร้ ตรงกลางของเต้านมมีหัวนม (nipple) รอบๆมีวงปานนม (areola)
มีสี คล้ำ เพราะมีสี ย้อม (pigment) มากและผิวขรุ ขระเล็กน้ อย
3
ระยะไม่ตั้งครรภ์
พบภาวะพักผ่อนหรือกระตุ้น (resting or inactive)
พบท่อ (duct) จำนวนมาก
พบถุงน้ำนม (alveoli) ขนาดเล็ก
ระยะปลาย
รอบประจำเดือน (menstrual cycle) มีเลือดมาเลี้ยงมาก
เต้านมโตขึ้ น
35
ระยะตั้งครรภ์
มีถุงน้ำนม (alveoli) เพิ่มขึ้ น
เนื้ อเยื่อต่อม (glandular tissue) มากขึ้ น ขยายใหญ่ขึ้ น
ระยะปลายการตั้งครรภ์
พบน้ำนมสี เหลือง (colostrum)
ประกอบด้วย โปรตีน lactose และมี antibodies ช่วยต้านทานโรค
ระยะให้นมบุตร
สร้างน้ำนม
ถุงน้ำนม (alveoli) ต่างๆเริ่มขยายใหญ่ขึ้ น และมีน้ำนมอยู่ภายใน
เมื่อหยุดให้น้ำนม ต่อมจะมีขนาดเล็กลง
เมื่อเข้าสู่ วัยวันทอง/วัยหมดระดู (menopause) ต่อมน้ำนมจะเล็ก
เหลือเพียงท่อ duct เล็กน้ อย
13.perineum (ฝีเย็บและก้น)
perineum คล้ายกับรู ปเพชร หรือสามเหลี่ยม 2 อัน ที่เอาฐานประกบกันที่
ตำแหน่ งของเส้ นเชื่อมต่อระหว่างปุ่มนั่ งกระดูกก้น (ischial tuberosities)
ทั้งสองข้างหรือบริเวณจุดศูนย์กลางของบริเวณฝีเย็บ (perineal body)
โดยขอบเขตของฝีเย็บก็คือขอบเขตของทางออกเชิงกราน (pelvic outlet)
36
4
perineal body
เป็นกล้ามเนื้ อมัดเล็กๆ
อยู่ตรงกลาง
ความสูง 2 ซม. ความกล้าง 2 ซม. ความหนา 1.5 ซม.
ฉี กขาดใน second,third และ fourthdegreelacerations
เป็นส่ วนที่ต้องถูกตัดในขณะทำการตัดฝีเย็บเพื่อช่วยคลอด
superficial space of the anterior triangle
บริเวณด้านหน้ าของ perineum ถูกแบ่งออกเป็น
ส่ วนตื้นและส่ วนลึก
กล้ามเนื้ อที่มี ได้แก่
ischiocarvernosus
bulbocarvernosus
superficial transverse perineal
37
deep space of the anterior triangle
อยู่เหนื อ perineal membrane
ต่อเนื่ องไปกับอุ้งเชิงกราน
มีอวัยวะสำคัญ ประกอบด้วย
ท่อปัสสาวะ (urethra)
ช่องคลอด (vagina)
เส้ นเลือด internal pudendal
เส้ นเลือดแขนง
กล้ามเนื้ อ
- compressor urethrae
- urethrovaginal sphincter muscles
pelvic diaphragm
อยู่ลึกไปจาก perineum ทั้งด้านหน้ าและด้านหลัง
ประกอบไปด้วยกล้ามเนื้ อ
- ทำหน้ าที่สร้างความเเข็งเเรงกับอุ้งเชิงกราน ได้เเก่
- levator ani muscle
เป็นกล้ามเนื้ อมัดใหญ่ที่ประกอบไปด้วยกล้ามเนื้ อ
ย่อยๆ 3 มัด คือ
1)pubococcygeus 2)puborectalis 3)iliococcygeus
- coccygeus muscle
กล้ามเนื้ อของหลังส่ วนล่างที่เกิดขึ้ นจาก ischium
จากเอ็นที่เข้าร่วมกระดูกสั นหลังและ sacrum
ติดอยู่กับ sacrum ล่างและก้นกบ (กระดูกก้นกบ)
38
posterior triangle
ประกอบด้วย
ischioanalfossa หรือ ischiorectalfossa
anal canal
anal sphincter complex
ischioanal fossa คือ บริเวณที่เต็มไปด้วยยไขมัยอยู่ด้านหลัง
เชื่อมต่อกันทั้งซ้ายและขวาทางด้านหลัง
ต่อทวารหนั ก หากมีการติดเชื้อ
หรือเลือดออกใน ischioanal fossa
ข้างใดข้างหนึ่ งก็สามารถลุกลามไปอีกข้างได้
Pudendal nerve
เป็นเส้ นประสาทสำคัญของ perineum
ออกมาจากเส้ นประสาทไขสั นหลังส่ วน sacrum
ออกมาระหว่างกลา้มเนื้ อ piriformis และ coccygeus muscles
ผ่านออกทางช่อง greater sciatic foramen
หลังต่อ sacrospinous ligament
อยู่ด้านในต่อ ischial spine
จากนั้ น pudendal nerve จะทอดตัวไประหว่าง
sacrospinous ligament และ sacrotuberous ligament
14.pelvicbone (กระดูกเชิงกราน) 39
อุ้งเชิงกรานประกอบไปด้วยกระดูก 4 ชั้น ได้เเก่
sacrum
coccyx
innominatebone 2 ชั้น
ทุกชิ้ นประกอบไปด้วยกระดูก
ilium
ischium
pubis
อุ้งเชิงกรานประกอบด้วย
falsepelvis
truepelvis
แบ่งกันที่ laminaternimalis
โดย falepelvis จะอยู่เหนื อต่อเส้ นนี้ และ truepelvis จะอยู่ใต้ต่อเส้ นนี้
True pelvis คล้ายกับรู ปถ้วยน้ำ ที่ด้านหลังสูงกว่าด้านหน้ า
ขอบเขตด้านบนคือ lamina terminali
ขอบเขตด้านล่างคือ ทางเปิดของอุ้งกราน (pelvic outlet)
true pelvis แบ่งออกเป็น pelvis inlet, mid pelvis และ pelvic outlet
40
1 คำศั พท์ระบบสื บพันธุ์เพศหญิง
คำศั พท์ คำอ่าน ความหมาย
fundus of uterus ฟันดัส ออฟ ยูเทอรัส อวัยวะของมดลูก
body of uterus บอดี้ ออฟ ยูเทอรัส ตัวของมดลูก
endomitrium เอนโดมิเทียม เยื่อบุโพรงมดลูก/เยื่อบุมดลูก
recto-uterine pouch เรคโต บูเทอไรน์ พาวช เเอ่งที่อยู่ต่ำสุดในช่องคลอด
posterior fornix โพสทีเรีย ฟอร์นิกซ์ อยู่หลังตัวปากมดลูก
external os of uterus เอ็กเทอนอล ออส ออฟ ยูเทอรัส ปากมดลูกส่ วนนอก
cervix เซอวิก ปากมดลูก
anterior fornix แอนทีเรีย ฟอร์นิกซ์ อยู่หน้ าตัวปากมดลูก
rectum เรคตัม ช่องทวารหนั ก,ไส้ ตรง
anus เอนั ส ทวารหนั ก
วาจีน่ า ช่องคลอด
vagina วาจีน่า โอเพนนิ่ ง
vagina opening เวสทิบูล ออฟ วาจีน่า การเปิดช่องคลอด
vestibule of vagina แอ่งระหว่างเเคมเล็ก
41
1 คำศั พท์ระบบสื บพันธุ์เพศหญิง
คำศั พท์ คำอ่าน ความหมาย
labia minora ลาเบีย มิโนร่า แคมเล็ก
labia majora ลาเบีย มาโจร่า แคมใหญ่
urethral opening ยูรีทรอล โอเพนนิ่ ง รู เปิดท่อปัสสาวะ
ท่อปัสสาวะ
urethra ยูรีทรา ปุ่มกระสั่ น
clitoris คลิตอริส หัวหน่ าว
pubic sysphysis พิวบิส ซิมฟิซิส
เนิ นหัวหน่ าว
mons pubic โมนส พิวบิส กระเพาะปัสสาวะ
urinary bladder ยูรินารี บลาดเดอร์
เอ็นกลม
round ligament ราวด ลิกกะเมินท เอ็นรังไข่
ovarian ligament โอวาเรี่ยน ลิกกะเมินท
รังไข่
ovary โอวารี่ ท่อนำไข่มดลูก
uterine fallopian tube ยูเทอไรน์ ฟอลโลเพียน ทูบ
เป็น ligament ที่ยึดรังไข่
suspensory ligament ซัซเพนซอรี่ ลิกกะเมินท ไว้กับผนั งเชิงกราน
of ovary ออฟ โอวารี่
42
2 คำศั พท์ระบบสื บพันธุ์เพศหญิง
คำศั พท์ คำอ่าน ความหมาย
mons veneris มอนส เวเนริส เนิ นหัวหน่ าว
antirior commissure แอนทีเรีย คอมมีชัว เเนวเชื่อมด้านหน้ า
แกลนส ออฟ คลิตอริส ต่อมของปุ่มกระสั่ น
glans of clitoris ยูรีทรอล ออร์เรฟิส รู เปิดของหลอดปัสสาวะ
urethral orifice
ลาเบีย มาโจร่า แคมใหญ่
labia majora ลาเบีย มิโนร่า แคมเล็ก
labia minora บาร์โทลิน ดัคท์ ต่อมบาร์โทลิน
bartholin’s duct
vaginal orifice วาจีน่า ออร์เรฟิส รู ช่องคลอด
anal orifice
prepuce of clitoris เอนอล ออร์เรฟิส ปากทางทวารหนั ก
frenulum of clitoris
พรีพิวซ ออฟ คลิตอริส หนั งหุ้มลึงค์ของปุ่มกระสั่ น
skene’s ducts
ฟรีนูลา ออฟ คลิตอริส แฉกด้านล่างจรดกันใต้ clitoris
สคีน ดัคท์
บริเวณท่อปัสสาวะ
และต่อม Bartholin
vestibule เวสทิบูล เปรียบเสมือนห้องโถง
43
2 คำศั พท์ระบบสื บพันธุ์เพศหญิง
คำศั พท์ คำอ่าน ความหมาย
hymen ไฮ-เม็น เยื่อพรหมจารี
fossa navicularis ฟอสซา นาวิคูลาริส
posterior commissure โพสทีเรีย คอมมิสชัว ตำแหน่ งที่พบการบาดเจ็บ
มากที่สุด
เเนวเชื่อมด้านหลัง
44
3 คำศั พท์ระบบสื บพันธุ์เพศหญิง
คำศั พท์ คำอ่าน ความหมาย
first rib เฟิส ริบ ซี่โครงเเรก
skin (cut) สกิน (คัส) ผิวหนัง (ตัด)
กล้ามเนื้ อทรวงอกมัดใหญ่
pectoralis major muscle เพคโทราลิส เมเจอร์ มัสเซิล
เอ็นยึดรั้ง
suspensory ligament ซัซเพนซอรี่ ลิกกะเมนท์
adipose tissue อาดีโพส ทิชชู เนื้ อเยื่อไขมัน
lobe โลบ กลุ่ม lobule รวมตัวกัน ถูกหุ้ม
ด้วยเนื้ อเยื่อประสาทในเต้านม
areola เอรีโอล่า
nipple วงปานนม
นิปเปิ้ ล
opening of หัวนม
lactiferous duct โอเพนนิ่ ง ออฟ
เเลคทิเฟอร์รัส ดัคท์ การเปิดของท่อน้ำนม
lobule containing alveoli ลับยูล คอนไทนิ่ ง ออลเวโอลี่ ก้อนที่มีถุงน้ำนมประกอบ