คำศั พท์ระบบกล้ามเนื้อ 142
achilles tendon อะคิล' ลีซ เทนดอน เอ็นร้อยหวาย
adductor magnus แอดดัคเตอร์ แม็กนัส กล้ามเนื้ อขนาดใหญ่
ตั้งอยู่ที่ต้นขาด้านใน
gluteus maximus กลูเตียส แม็กซิมัส กล้ามเนื้ อมัดใหญ่
และหน้ าที่สุดของ
ส่ วนสะโพก
gluteus medius กลูเตียส มีเดียส กล้ามเนื้อแก้มก้นมัดกลาง
infraspinatus อินฟราสปินาตัส กล้ามเนื้ อที่อยู่บน
กระดูกสะบักส่ วนล่าง
teres major เทเรส เมเจอร์ กล้ามเนื้ อที่มีจุดเกาะ
platysma อยู่บริเวณด้านหลังส่ วนล่าง
ของสะบักและกระดูกต้นแขน
แพลทิสมา แผ่นกล้ามเนื้ อแบน
กว้างอยู่ใต้ชั้นผิวหนั ง
บริเวณคอ
subclavius ซับเคลเวียส ใต้กระดูกไหปลาร้า
143
- เอกสารประกอบการสอนระบบกล้ามเนื้อ
คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี
- ผู้ช่วยศาสตราจารย์รำเเพน พรเทพเกษมสันต์.(2561).ระบบกล้ามเนื้อ.
(พิมพ์ครั้งที่7).กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์ศิ ลปาบรรณาคาร.
สืบค้นจาก https://shopee.co.th/product/185851344/
6306333352?smtt=0.140867879-1634207427.9
- Youtube : https://youtu.be/cemmyTLfLT4
- คําศั พท์จาก : https://dict.longdo.com
: https://dictionary.sanook.com
Digestive
system
ระบบทางเดินอาหาร 144
Digestive system
เป็นระบบเดียวที่มีช่องทางเปิดเข้าสู่ ภายในอวัยวะและเปิดออก
2แบ่งออกเป็น ประเภท
Alimentary canal Accessory digestive organs
ท่อทางเดินอาหาร ปาก ทวารหนัก อวัยวะที่ช่วยในการย่อยอาหาร
ปาก (mouth) ลิ้น (tongue)
หลอดคอ (pharynx) ฟัน (teeth)
หลอดอาหาร (esophagus) ต่อมน้ำลาย (salivary glands)
กระเพาะอาหาร (stomach) ตับ (liver)
ลำไส้เล็ก (small intestine) ถุงน้ำดี (gall bladder)
ลำไส้ใหญ่ (large intestine) ตับอ่อน (pancreas)
ไส้ตรง (rectum) liver
small large
intestine intestine
rectum
145
sublingual parotid gland
gland esophagus
submandibular stomach
gland
large
liver intestine
gall bladder rectum
small
intestine
ปาก (Mouth)
เป็นทางผ่านของอาหาร lips
tongue
ย่อยอาหาร uvula
ย่อยแป้ง
146
หลอดคอ (Pharynx) ช่วยกลืนอาหาร
ต่อจากกะโหลกถึงกระดูกคอชิ้นที่ 6
ตั้งอยู่หน้า cervicle Epiglottis
กลืนจะปิด ก้อนอาหาร
ไหลผ่านหูรู ด
กล่องเสี ยง
มี 3 ส่วน
Nasopharynx ช่องจมูก มี tonsil ทำลายเชื้อโรค
Oropharynx คอหอยหลังช่องปาก ทางผ่านอาหาร
Larynxgopharynx คอหอยส่วนกล่องเสียง อากาศ
หลอดอาหาร (esophagus)
ระหว่าง pharynx กับ stomach
การเคลื่อนที่ของอาหารในหลอดอาหาร
อาศั ยกระบวนการ
PERISTALIS แบบเป็นคลื่น
147
กระเพาะอาหาร (stomach)
คล้ายตัว J
อาศั ยกระบวนการ PERISTALIS แบบเป็นคลื่น
สร้างน้ำย่อย pepsin / renin / lipase
!ย่อยเฉพาะโปรตีน
ลำไส้เล็ก (small intestine)
อาศั ยกระบวนการ PERISTALIS แบบเป็นคลื่น
small intestine
มี 3 ส่วน
Duodenum 25 cm
มีการย่อยมากที่สุด
มีรูเปิดของท่อน้ำดี / น้ำย่อยจากตับอ่อน
Jejunum 2m
ดูดซึมอาหารมากที่สุด
Ileum
ใส้เล็กส่วนปลาย เปิดเข้าสู่ไส้ใหญ่ 3m
148
ลำไส้ใหญ่ (large intestine)
มี 4 ส่วน
Cecum
มีลิ้น ileocecal valve
ป้องกันไม่ให้ไหลย้อนกลับ
Colon
Ascending colon Transverse colon
Descending colon Descending
Transverse colon colon
Sigmoid colon
Rectum Ascending
colon
ลำไส้ ตรง
anal colon
กล้ามเนื้ อหูรู ด Rectum Sigmoid colon
Anus
ไส้ตรง (rectum)
เป็นส่ วนสุดท้ายของลำไส้ ใหญ่
149
ลิ้น (tongue)
4ต่อมรับรส ตำเเหน่ ง
taste bud
1.รสหวาน ปลายลิ้น ของเหลวจากอาหาร
2.รสเค็ม ปลายลิ้น / ข้างลิ้น
3.รสเปรี้ยว ข้างลิ้น ผ่านเข้าไปสั มผัสกับ
4.รสขม โคนลิ้น เซลล์รับรส gustatory
เกิดกระแสประสาท
ไปสู่ เส้ นประสาทสมอง
ฟัน (teeth) วัยเด็ก 20 ซี่
3เเบ่งเป็น ส่ วน 6 สัปดาห์ ใต้เหงือก
6 เดือน โผล่พ้นเหงือก
2 ขวบ 20 ซี่ (ฟันน้ำนม)
1.ตัวฟัน (Crown) โผล่พ้นเหงือก
2.คอฟัน (neck) ต่อฟัน/ไม่พ้นเหงือก วัยผู้ใหญ่ 32 ซี่
3.รากฟัน (root) ฝังในขากรรไกร 6 ปี เริ่มมีฟันเเท้
25 ปี ฟันเเท้ครบ 32 ซี่
canine incisor premolar molar
(ฟันเขี้ยว) (ฟันหน้ า) (ฟันเคี้ยว) (ฟันกราม)
8 ซี่ 4 ซี่ 8 ซี่ 12 ซี่
150
ต่อมน้ำลาย (salivary glands)
เติมคาร์โบไฮเดรตโดย อะไมเลส หน้ าที่
3มี ต่อม 1.ย่อยCHO เป็น disaccharides
โดยน้ำย่อย Salivary amylase
1.Paratid gland สร้างน้ำลาย 25% 2.ปากชุ่ม / ช่วยในการพูด
ต่อมใหญ่ที่สุด ต่อกับกกหูด้านล่าง
2.Sublingual gland สร้างน้ำลาย 5 % 3.เป็นสารเคลือบก้อนอาหาร
ทำให้กลืนง่าย
ไม่มีท่อ ใต้ลิ้น
75%3.Submandibular gland สร้างน้ำลาย 4.ป้องกันฟันผุ
สร้างน้ำลายมากที่สุด มุมขากรรไกร
ตับ (liver) !ต่อมใหญ่ที่สุด
4แบ่งเป็น Lobe หน้ าที่
1.right 1.ทำงานเกี่ยวกับ Metabolism ของสารอาหาร
2.left Protein , Carbohydrates , Lipid
3.caudate
3.quadrate 2.สร้างเม็ดเลือดเเดง (ช่วง embryo)
3.แหล่งเก็บเลือด
4.สร้างสารป้องกันการเเข็งของตัวเลือด
5.สลายอีโมโกลบิน
6.ทำลายสิ่ งแปลกปลอม
151
ถุงน้ำดี (gall bladder)
ลักษณะคล้ายลูกเเพร gall bladder
cystic duct
3แบ่งเป็น ส่ วน common
hapatic
1.fundus duct
ปลายลักษณะกว้าง common
bile duct
1.body
ส่ วนใหญ่ของถุงน้ำดี หน้ าที่
1.neck
ใกล้กับ cystic duct ช่วยให้ไขมันเเตกตัว
ตับอ่อน (pancreas)
Excrine Part สร้างน้ำย่อย Pancreatic joice
trypsin
amylase Pancreas
lypase
มีท่อ / ย่อยไขมัน
polypeptides
dipeptidase
Endocrine Part สร้างฮอร์โมน Pancreatic duct
เรียก “ Islets of Langerhans ”
คำศั พท์ระบบทางเดินอาหาร 152
คำศั พท์ คำอ่าน ความหมาย
mouth เมาท์ ปาก
pharynx ฟาริ้งซ์ หลอดคอ
esophagus อีโซฟากัส หลอดอาหาร
stomach สทัม'มัค กระเพาะอาหาร
small intestine สมอล อินเทส'ทิน ลำไส้ เล็ก
large intestine ลาจ อินเทส'ทิน ลำไส้ ใหญ่
rectum เรคตัม ไส้ ตรง
tongue ทัง ลิ้น
ฟัน
teeth ทีธ ต่อมน้ำลาย
ตับ
salivary glands ซาลิฟวอรี่ เเกลนซ
liver ลิฟเวอร์
gall bladder กอลแบลดเดอร์ ถุงน้ำดี
pancreas แพน-คเรียซ ตับอ่อน
คำศั พท์ระบบทางเดินอาหาร 153
คำศั พท์ คำอ่าน ความหมาย
epiglottis อีพิกอททิส ฝาปิดกล่องเสี ยง
nasopharynx นาโซฟาริงซ์ ช่องจมูก
oropharynx ออโรฟาริงซ์ คอหอยส่ วนปาก
larynxgopharynx ลาริงโกฟาริงซ์ กล่องเสี ยง
peristalis เพอร์ริสทาลิส การบีบตัว
duodenum ดูโอดีนั ม ส่ วนต้นลำไส้ เล็ก
jejunum จิจู'นั ม ต่อจาก duodenum
Ileum อีเลียม ส่ วนสุดท้ายลำไส้ เล็ก
pepsin เปปซิน เอนไซม์เพปซิน
rennin เรนนิ น
lipase ไลเปส เอนไซม์ที่ควบคุมความ
สมดุลของการสร้าง
Aldosterone
จัดอยู่ในกลุ่มเอนไซม์
ไฮโดรเลส
คำศั พท์ระบบทางเดินอาหาร 154
คำศั พท์ คำอ่าน ความหมาย
taste bud เทสท บัด ต่อมรับรส
gustatory กัสเททอรี เกี่ยวกับการลิ้มรส
teeth ทีธ ฟัน
crown คเราน ตัวฟัน
neck เนค คอฟัน
root รูท รากฟัน
canine เค ไนน์ ฟันเขี้ยว
incisor อินไซ เซอะ ฟันหน้ า
premolar พรีโมลาร์ ฟันเคี้ยว
molar โม'ลาร์ ฟันกราม
common hapatic คอมมอน เเฮพพาติก ดัค ท่อทางเดินน้ำดี
duct ส่ วนนอกตับ
155
คำศั พท์ระบบทางเดินอาหาร
คำศั พท์ คำอ่าน ความหมาย
cecum ซีคัม กระเปาะลำไส้ ใหญ่
ileocecal valve อีเลโอซิคัล วาล์ว
ลิ้นลำไส้ เล็ก
colon ต่อลำไส้ ใหญ่
โค-ล็อน ปลายลำไส้ ใหญ่
ascending colon เเอสเซนดิง โคล็อน ลำไส้ใหญ่ส่วนขึ้น
descending colon เดสเซนดิง โคล็อน ลำไส้ใหญ่ส่วนลง
transverse colon ทรานสเวิส โคล็อน ลำไส้ใหญ่ส่วนขวาง
sigmoid colon ซิกมอยด์ โคล็อน ต่อกับลำไส้ ตรง
rectum เรคตัม ไส้ ตรง
Islets of ไอส์เลต ออฟ
Langerhans แลงเกอร์ฮานส์ กลุ่มเซลล์กลุ่มเล็กๆ
แทรกภายในเนื้ อเยื่อ
anus เอนั ซ
ของตับอ่อน
paratid gland พาโรติด เเกลน
ทวารหนั ก
ต่อมน้ำลาย
ต่อกับกกหูด้านล่าง
คำศั พท์ระบบทางเดินอาหาร 156
คำศั พท์ คำอ่าน ความหมาย
sublingual gland ซับลิงกวัล แกลน ต่อมน้ำลายใต้ลิ้น
submandibular gland ซับแมนดิบูลาร์ เเกลน ต่อมน้ำลาย
มุมขากรรไกร
metabolism เมแทบอลิซึม
กระบวนการทางเคมี
ที่ช่วยให้ร่างกายทำงาน
ได้ตามปกติ
protein โปรตีน สารอาหารที่
ประกอบด้วยกรดอะมิโน
carbohydrates คาร์โบไฮเดรต สารอาหารที่ให้
พลังงานแก่ร่างกาย
lipid ลิพิด สารชีวโมเลกุลที่
embryo เอ็มบริโอ ไม่ละลายในน้ำ
ระยะแรกในพัฒนาการ
ของสิ่ งมีชีวิตหลายเซลล์
right ไรท ขวา
left เล็ฟท ซ้าย
caudate อีคอ'เดท หาง
quadrate ควอเดรท สี่ เหลี่ยม
คำศั พท์ระบบทางเดินอาหาร 157
คำศั พท์ คำอ่าน ความหมาย
lobe โลบ พู กลีบ ลอน ตุ้ม
common bile duct คัมมอนไบล์ ดัค ท่อน้ำดีใหญ่
cystic duct ซิสติค ดัค ท่อถุงน้ำดี
pancreatic joice แพน-คเรียซติค จอยซ์ ของเหลวที่หลั่งออกมา
จากตับอ่อน
pancreatic duct แพน-คเรียซติค ดัค ท่อตับอ่อน
trypsin ทริปซิน เอนไซม์ย่อยโปรตีน
amylase อะไมเลส
เป็นเอนไซม์ใน
กลุ่ม Hydrolases
lypase ไลเพส จัดอยู่ในกลุ่มเอนไซม์
ไฮโดรเลส (hydrolase)
polypeptides โพลีเพปไทด์ ส่ วนของโมเลกุลโปรตีน
dipeptidase ไดเพปไทด์ เป็นเอนไซม์ที่ไฮโดรไลซ์
พันธะไดเพปไทด์
158
บรรณานุกรม
- เอกสารประกอบการสอนระบบทางเดินอาหาร
คณะพยาบาลศาสตร์มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี
- ผู้ช่วยศาสตราจารย์รำเเพน พรเทพเกษมสันต์.(2561).
ระบบทางเดินอาหาร.(พิมพ์ครั้งที่7).กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์
ศิ ลปาบรรณาคาร.สืบค้นจาก https://shopee.co.th/product/
185851344/6306333352?smtt=0.140867879-1634207427.9
- Facebook : เฟรม สุดยอด
- คำศั พท์จาก : https://dict.longdo.com
: https://dictionary.sanook.com
male reproductive
&
urinary system
159
ระบบทางเดินปัสสาวะและอวัยวะสื บพันธุ์เพศชาย
male reproductive & urinary system
hepatic veins renal artery
renal hilum
Esophagus (cut)
Inferrior vena cava renal vein
kidney
adrenal glan Ureter
aorta
Urinary bladder
Iliac crest urethra
Rectum (cat)
Uterus
ไต (Kidkeys)
เหมือนเม็ดถั่วแดง
ด้านบนมีก้อนสามเหลี่ยม เรียกว่า adrenal gland
มีหลอดเลือด
- renal artery หลอดเลือดแดง
- renal vein หลอดเลือดดำ
160
Kidkeys (cut)
renal capsule เยื่อหุ้มไต
renal cortex เปลือกไต
renal medulla ส่วนกลางห่อหุ้ม renal pyramid s อยู่
renal pyramids ลักษณะเป็นสามเหลี่ยมพีรามิด
renal pelvis กรวยไต renal capsule renal cortex
ureter ท่อไต renal pyramids
renal medulla minor calyx
renal artery major calyx
renal vein renal colunm
renal pelvis renal papilla
ureter
renal artery (หลอดเลือดแดงใหญ่) nephron
มีแขนงเล็กๆ
เกิดขึ้ นเป็นหลอดเลือดฝอย
มีตัวกรองเป็นล้านๆ
renal vein (หลอดเลือดดำใหญ่)
นํ าเลือดที่มีออกซิเจนตํ่า renal artery
สารอาหาร
!สารที่ดูดกลับ
ออกจากไต
Nephron (หน่วยกรอง) renal vein
!มีเป็นล้านๆ หน่วย renal pelvis
ureter (to bladder)
อยู่ใน renal renal column
pyramids renal pyramids
การทำงานของ Nephron 161
Blood เข้าสู่ Nephron เข้าสู่ Filtration
เลือด หน่ วยไต รูพรุน / ตัวกรอง
เพื่อ heart ส่งไปที่ refreshed blood !มีการดูดกลับ/ขับออก
ฟอกที่ปอด หัวใจ urine ได้ ดูดกลับ Tubular reabsorption
น้ำปัสสาวะ
ขับออกเป็นปัสสาวะ ขับออกbladder ไปที่ ureter ไปที่ renal pelvis ไปที่ Secretion
กระเพาะปัสสาวะ ท่อไต กรวยไต
การทำงานของหลอดเลือดฝอย + nephron
Afferent arteriole (หลอดเลือดแดงฝอย)
efferent arteriole glomerulus capsule
Glomerulusเลือดดีเข้า จาก afferent arteriole
มีส่วนที่ห่อหุ้มอยู่ เรียกว่า proximal
convoluted
“ Bowman’s capsule ” tibule
interlobular artery venule
Efferent arteriole (หลอดเลือดดำฝอย)
interlobular vein
เลือดเสี ยออก จาก Glomerulus loop of
the nephron
มีส่วนที่ห่อหุ้มอยู่ เรียกว่า
peritubular
“ Bowman’s capsule ” capillary
network
มีเเขนงมากมายที่พันเป็นท่อ
เรียกว่า“ peritubular capillaries ” Urine flows into renal papilla
ต่อจาก Glomerulus
Proximal convoluted tubule
เป็นท่อขดทอดตัวลงมา เรียกว่า “ loop of henle ”
ขาขึ้ น ต่อกับท่อ “ distal convoluted tibule ”
162
ส่ วนที่เป็นหน่ วยกรองมักอยู่ใน ส่ วนท่อที่ขดมักอยู่ใน
renal cortex renal medulla
renal pyramids
องค์ประกอบของ Glomerulus A ดี
เลือดดีเข้า Afferent arteriole E เลว
เลือดเสี ยออก Efferent arteriole
กระเพาะปัสสาวะ (Urinary bladder)
ท่อ ureter สอดที่ด้านหลังกระเพาะปัสสาวะทั้ง 2 ข้าง ureters
มีถุงเก็บอสุจิ (seminal vesicle) urinary bladder
ด้านล่างคือต่อมลูกหมาก (prostate glands)
kidneys
urinary bladder ต่อกับ ท่อปัสสาวะ (urethra)
มีต่อมห่อหุ้มท่อปัสสาวะ
เรียกว่า “ prostate
glands”
มีหูรู ดสามารถบังคับได้
น้ำปัสสาวะ (Urine) 163
เหลือง / ใส ขึ้นอยู่กับปริมาณที่ทานและประเภทของอาหาร
ส่ วนประกอบของน้ำปัสสาวะ
น้ำปัสสาวะ urine urinary bladder ureter
urethra bladder
Solids
สารอินทรีย์ (organic matter)
urea , creatinine , uric acid
สารอนินทรีย์ (inorganic matter)
Na , k , Mg , NH3
การถ่ายปัสสาวะ (Micturition)
น้ำปัสสาวะลงผ่าน kidney
เข้าสู่ ureter
มีปริมาณ 250 - 300 cc แล้วเเต่ขนาดเเต่ละคน
ไปกระตุ้น
ส่ งกระเเสประสาทไปยังสมอง
อยากถ่ายปัสสาวะ detrusor
muscle
กระเพาะปัสสาวะบีบตัวเอาน้ำปัสสาวะออก
urethra
สารที่
Alb , Glucose , Acetone , ก้อนนิ่ ว ,หนอง , เลือด
ออกมา
ระบบสืบพันธุ์ (Mala peproductive system) 164
1.penis (องคชาต)
หัวขององคชาตเรียกว่า“ Glans penis ”
2.testicle (ลูกอัณฑะ)
เกี่ยวข้องกับการสร้างเซลล์สืบพันธุ์ / สเปิร์ม seminal
vesicle
Scrotum ห่อหุ้มอยู่ vas deferens prostate
penis gland
ejaculasory
3.epididymis (ก้านอัณฑะ)
duct
urethra cowper’s gland
อยู่บนหัวคอง testicle epididymis
ส่งผ่านท่อ divided vas deferens testicle
ไปเก็บที่
Seminal vasicle (ถุงพักอสุจิ)
{ เกี่ยวกับการสืบพันธุ์
หลั่งสารหล่อลื่นขณะมีเพศสั มพันธ์
External sexual organs : ภายนอก
อวัยวะเพศของเพศชายที่ใช้สื บพันธ์ุ ควบคุมอุณหภูมิให้พอเหมาะ
ทำหน้ าที่เป็นท่อปัสสาวะ ในการสร้างอสุจิคือ 34 องศา
165
Internal struturesfrom
continuous tube : ภายใน
สร้างเซลล์สื บพันธุ์เพศชาย
เก็บตัวอสุจิเพื่อให้แข็ งแรงมากขึ้ น
ต่อจาก epididymis
ต่อไปยังถุงเก็บอสุจิ (seminal vesicle)
เป็นทางผ่านของตัวอสุจิเข้าสู่ ท่อปัสสาวะ
เป็นท่อที่ทำหน้ าที่เชื่อมต่อระหว่าง
seminal vesicle กับ urethra
ส่วนเดียวกันกับส่วนอยู่ในระบบทางเดินปัสสาวะ urethra
166
Accessory orglans : เครื่องประดับ
อยู่ด้านหลังกระเพาะปัสสาวะ
สร้างอาหาร เพื่อใช้หล่อเลี้ยงตัวอสุจิ
ต่อจากกระเพาะปัสสาวะ
ห่อหุ้มท่อปัสสาวะไว้
ผลิตน้ำเมือกและน้ำหล่อเลี้ยงตัวอสุจิ
อยู่ที่ส่ วนหลังด้านข้างของส่ วนที่เป็นเยื่อบุท่อปัสสาวะ
สร้างสารหล่อลื่นท่อปัสสาวะในขณะเกิดการกระตุ้นทางเพศ
167
ประกอบไปด้วยเนื้อเยื่อที่มีความยืดหยุ่นล้อมรอบ urethra ไว้
มีกล้องเนื้ อ ส่ วน
ชิ้นด้านบน 2 ชิ้น มีรู เหมือนฟองน้ำ
1.Trabeculae เลือดสูบฉี ดเข้ าได้
2.cavemosal spaces มีความยืดหยุ่น
มีการกั้นเป็นผังผืดเรียกว่า septum
เป็นฟองน้ำ
หุ้ม urethra ไว้
อยู่ตรงกลางตามแนวยาว
มีผลทำให้มีการขยายตัวหรือแข็งตัวโดยอวัยวะสื บพันธ์โดยการเติมเลือด
ช่วยปรับอุณหภูมิให้เหมาะสมกับการใช้ชีวิต ให้อยู่รอดของสเปิร์ม
penis
scrotum
168
สร้างสเปิร์ม
2 ข้าง จะไม่เท่ากัน
ลักษณะเป็นวงรี
วางบน testicle
เก็บสเปิร์ม
สมบูรณ์ ส่ งผ่านท่อ vas ไปยัง seminal
deferens vesicle
ท่อลำเลียงต่อจาก epididymis
ปลายทางคือ seminal vesicle
เป็นท่อกรวง
169
เชื่อมต่อกับ vas deferens เมื่อไหร่มีการหลั่งอสุจิ
เป็นท่อสั้ นๆ หูรู ดกระเพาะปัสสาวะ
เชื่อมกับส่วนของ prostate gland จะบีบรัดตัว ปัสสาวะไม่ออกมา
เชื่อมกับส่วนของ urethra
เป็นสามเเยก เมื่อน้ำปัสสาวะออก
ตัวejaculatory duct ไม่เปิด
ทางผ่านของอสุจิ ถ้าไม่ได้รับการกระตุ้น
ทางผ่านของน้ำปัสสาวะ
เป็นคู่ 2 ข้าง - seminal vesicle
- prostate gland
หลัง bladder - cowper’s glands
ขนาด cm
สามารถสร้างสารคัดหลั่ง (เหลืองอ่อน)
fructose
มีสารอาหารของอสุจิ
170
กระตุ้นเมื่อมีความรู้สึ กทางเพศ
หลั่งสารหล่อลื่น
ทำให้ urethra มีความพร้อม
เติมของเหลวให้กับตัวอสุจิ
เป็นแหล่งพลังงานให้สเปิร์มเข้าไปอยู่ในถุง
ลดความเป็นกรด ให้สภาพสเปิร์มสืบพันธุ์ได้
สารคัดหลั่ง
ผสมอยู่ใน อสุจิ เมือก
171
Acrosomr cap มีเอนไซม์ตัวเจาะใข่ของเพศหญิง
Nucleus ส่วนเซลล์สืบพันธุ์ บ่งบอกเพศ
Nucleus membrane ส่วนเนื้อเยื่อของ Nucleus
Head
Proximal centriole Midpiece
Segmented column
Mitochondria แหล่งพลังงาน Tail
Dense fibers tissue เป็นตัวแกนทอดไปยังหาง
Annulus ส่วนปลายของ midpiece
Flagellum ตัวแหวกว่าย
Fibrous sheath เนื้อเยื่อที่หอหุ้ม / โบกพัดให้ไปข้างหน้า
172
173
174
175
176
177
- เอกสารประกอบการสอนระบบสืบพันธุ์เพศชาย
และระบบทางเดินปัสสาวะ
คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฎสุราษฎร์ธานี
- ผู้ช่วยศาสตราจารย์รำเเพน พรเทพเกษมสันต์.(2561).
ระบบสืบพันธุ์เพศชาย.(พิมพ์ครั้งที่7).กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์
ศิ ลปาบรรณาคาร.สืบค้นจาก https://shopee.co.th/product/
185851344/6306333352?smtt=0.140867879-1634207427.9
- คำศั พท์จาก : https://dict.longdo.com
: https://dictionary.sanook.com
Respiratory
system
178
ระบบหายใจ
Respiratory system
การนำออกซิเจนไปสู่ เซลล์
นำคาร์บอนไดออกไซด์ออกไปจากเซลล์
สิ่ งมีชีวิตที่ซับซ้อน สิ่ งมีชีวิตเซลล์เดียว
อมีบา
มนุษย์
ออกซิเจนจะซึมผ่านผนั งเซลล์
เซลล์แต่ละเซลล์ในร่างกาย เข้าเยื่อบุเซลล์โดยตรง
จะหายใจได้ต้องใช้การทำงาน
ของ 2 ระบบ คือ
1 2
โครงสร้างระบบหายใจ โครงสร้างระบบไหลเวียนโลหิต
179
ระบบหายใจ (respiratory system)
เป็นระบบที่ประกอบด้วยอวัยวะหลายอย่าง ทำหน้าที่ร่วมกันเพื่อที่จะนำ O2
จากบรรยากาศไปสู่เลือดเสียให้เป็นเลือดดี และรับคาร์บอนไดออกไซด์ CO2
จากเลือดเสี ยสู่ บรรยากาศภายนอก
ประกอบด้วย 2 ส่วนใหญ่ๆ คือ
1. Conduction part
ได้แก่ส่วนที่เป็นทางผ่านของแก๊ส โดยไม่มีการแลกเปลี่ยนแก๊ส
2. Respiration part
ได้แก่ส่ วนที่มีการแลกเปลี่ยนแก๊สในเลือดกับอากาศ
Conduction part หรือ Conducting airway ได้เเก่
1. จมูก (Nose) nose nasal cavity
2. ช่องจมูก (Nasal cavity)
3. คอหอย (Pharynx) larynx pharynx
4. กล่องเสียง (Larynx) bronchi trachea
5. หลอดลม (Trachea)
6. หลอดลมเเยก (Bronchi)
จมูก (Nose) ช่องจมูก (Nasal cavity) 180
supperior concha
จมูกมี 2 รู mucous concha
inferior concha
ในจมูกประกอบด้วย septum
มี 2 ซีก ซ้าย-ขวา
ผนังด้านข้างมีกระดูกยื่นออกมา 3 อัน
Supperior concha
Mucous concha
Inferior concha
มีเยอะหุ้มกระดูกเรียกว่า Periosteum
มีขา (cilia) ทำหน้าที่ขับน้ำมูกออกมา
หน้ าที่ของจมูก
- เป็นทางเข้าออกของอากาศ
- ป้องกันเชื้อโรค
- ให้ความร้อน ความชื้นแก่อากาศ
ที่หายใจเข้าไป
- ทำให้เกิดเสียงก้อง
- รอรับกลิ่น โดยประสาทที่มาเลี้ยง
คือ Olfactory nerve
181
คอหอย (Pharynx)
ลักษณะเป็นท่อท่อที่บุด้วยกล้ามเนื้ อเรียบต่อระหว่างจมูกกับหลอดอาหาร
ยาว 13 เซนติเมตร
3แบ่งออกเป็น ส่ วน
1. Nasopharynx อยู่เนื้อเพดานอ่อนมี Eustachian
2. Oropharynx อยู่เนื้อฝาปิดกล่องเสียง
3. Laryngopharynx เหนือกระดูกอ่อน Cricoid
- เป็นส่วนหนึ่ งของระบบทางเดินอาหารและระบบทางเดินหายใจของสิ่ งมีชีวิตหลายชนิด
- เนื่องจากทั้งอาหารและอากาศต่างผ่านเข้าสู่คอหอย
- ร่างกายมนุษย์จึงมีแผ่นเนื้อเยื่อเกี่ยวพันเรียกว่า ฝาปิดกล่องเสียง (epiglottis)
- ปิดช่องท่อลมเมื่อมีการกลืนอาหาร เพื่อป้องกันการสำลัก
- ในมนุษย์คอหอยยังมีความสำคัญในการออกเสียง
182
กล่องเสียง (Larynx)
เริ่มจากกระดูกต้นคอที่ 3 ถึงที่ 6
ประกอบด้วยกระดูกอ่อนล้อมรอบ 9 ชิ้น คือ
1. Thyroid cartilage
- เป็นกระดูกอ่อนที่ใหญ่ที่สุดมีลักษณะเป็น 2 แผ่น
- เชื่อมประกบทำมุมติดกันเป็นชิ้นเดียว
- ผู้ชายทำมุม 90 องศา ทำให้แหลมยื่นเป็นลูกกระเดือก Adam’s apple
- ผู้หญิงทำมุม 120 องศา ทำให้ป้านเรียบมองเห็นไม่ชัด
2. Epiglottis
- เป็นกระดูกอ่อนรูปร่างคล้ายใบไม้อยู่เหนือ thyroid cartilage
ด้านหน้าเป็นช่องเปิดเข้าสู่ larynx
- ในขณะกลืนข้าว larynx จะเลื่อนขึ้นข้างบนและข้างหน้า
- ปลายของ eppiglottis จะเลื่อนลงมาปิด larynx ไม่ให้อาหารเข้าสู่ larynx ได้
183
3. Criccoid cartilage
- ด้านหน้ามีขนาดเล็กบาง แล้วแผ่ไปมีขนาดใหญ่โอบรอบ larynx
- ด้านหลังระหว่าง tyroid cricoid จะมี membrane ยึดไว้
4. กระดูกอ่อนเป็นคู่อีก 3 คู่
1. Arytenoid cartilage
2. Corniculate cartilage
3. Cuneifrom cartilage
หน้ าที่ของกล่องเสี ยง
เป็นทางผ่านเข้าออกของอากาศและทำให้เกิดเสี ยง
184
หลอดลม (Trachea)
เริ่มจากระดับ Cervical spine ที่ 6 ถึง Thoracic spine ที่ 5 (C6-T5)
ลักษณะเป็นวงแหวนกระดูกอ่อนรูปตัว C
กระดูกอ่อนจะอยู่ทางด้านหน้ า
กล้ามเนื้ อเรียบจะอยู่ทางด้านหลัง
หลอดลมมีความยาว 10-11 เซนติเมตร
แยกเป็น 2 ข้าง (Bronchi)
หลอดลมเเยก (Bronchus)
แยกเป็นข้างขวาและข้างซ้าย
หลอดลมแยกข้างขวาจะลาดกว่า เวลาสำลักสิ่ งแปลกปลอมจะทำให้
สิ่ งแปลกปลอมตกลงด้านขวามากกว่า
ปอดข้างขวาจึงเป็นโรคได้มากกว่าข้างซ้าย
185
โครงสร้างของปอด (Lung)
ตั้งอยู่ในทรวงอก
ปอดข้างขวามี 3 กลีบ
ปอดข้างซ้ายมี 2 กลีบ
Bronchus Pulmonary artery
Pulmonary vein
Bronchial artery Bronchial vein
186
แสดงทางเดินอากาศส่ วนต้น
1. conducting zone เป็นส่วนที่ไม่มีการแลกเปลี่ยนแก๊ส
ประกอบด้วย trachea, bronchus, bronchiole และ terminal bronchiole
2. respiratory zone เป็นส่วนที่เกิดการแลกเปลี่ยนแก๊ส
ประกอบด้วย respiratory bronchiole, alveolar duct
alveolar sac และ alveoli
187
โครงสร้าง trachea
ของปอด
right bronchus left bronchus
bronchi
lobar
Bronchi
sogmental
Bronchi
Right Lung Left Lung
conducting zone
trachea เป็นท่อยาวประมาณ 10 ชม. มีเส้นผ่าศูนย์กลางประมาณ 2.5 ชม
เป็นทางผ่านของอากาศ ผนังของจะช่วยทำให้สภาวะของอากาศ
bronchus เป็นเนื้อเยื่อชนิดหนึ่ งของปอดที่เป็นทางเดินของอากาศ (ลมหายใจ)
bronchiole โดยเป็นส่ วนที่อยู่ต่อลงมาจากท่อลม
เป็นท่อที่เป็นทางผ่านของอากาศ มีขนาดเส้นผ่าศูนย์กลาง 1 มม.
หรือน้อยกว่า bronchiole ที่มีขนาดใหญ่กว่าจะเป็นแขนงมาต่อจาก
segmental bronchi ท่อเหล่านี้ จะแตกแขนงหลายๆขั้น
terminal เป็นท่อที่แยกออกจากหลอดลมแขนงมีขนาดเส้ นผ่านศูนย์กลาง
bronchiole 0.5-1 มิลลิเมตร พบกล้ามเนื้อเรียบและเยื่ออิลาสติกไฟเบอร์
(elastic fiber) เป็นองค์ประกอบของผนังหลอดลมฝอยเทอร์มินอล
188
respiratory zone
respiratory ส่วนของ respiratory tract ที่มีการแลกเปลี่ยนก๊าซเกิดขึ้น
bronchiole
alveolar duct ท่อถุงลม , เป็นท่อส่วนสุดท้ายของส่วนที่มีการแลกเปลี่ยนแก๊ส
alveolar sac กะเปาะถุงลม, ถุงลมเล็กๆ ในปอด
alveoli
ถุงที่แยกออกไปจากปอดและขั้วปอดหลายถุง
มีแขนงติดต่อไปถึงช่องกลวงของกระดูก
ทำหน้าที่เป็นผู้ช่วยปอด โดยทำให้ปอดได้รับออกซิเจนอยู่ตลอดเวลา
alveoli