45
4 คำศั พท์ระบบสื บพันธุ์เพศหญิง
คำศั พท์ คำอ่าน ความหมาย
mons pubic โมนส พิวบิส เนิ นหัวหน่ าว
prepuce of clitoris พรีพิวซ ออฟ คลิตอริส หนั งหุ้มลึงค์ของปุ่มกระสั่ น
glans of clitoris แกลนส ออฟ คลิตอริส ต่อมของปุ่มกระสั่ น
ท่อปัสสาวะภายนอก
external urethal orifice เอกซ์เทอนอล ยูรีทรอล ออร์เรฟิส
labia minora ลาเบีย มิโนร่า แคมเล็ก
vaginal orifice วาจีนอล ออร์เรฟิส ปากช่องมดลูก
perineal region
เพอรีเนียล รีจัน บริเวณฝีเย็บ
urogenital triangle ยูโรเจนนิทอลอล ไทเเองเกิล สามเหลี่ยมปัสสาวะ
anal triangle เอนอล ไทเเองเกิล สามเหลี่ยมทวารหนั ก
anus เอนั ส ทวารหนั ก
46
4 คำศั พท์ระบบสื บพันธุ์เพศหญิง
คำศั พท์ คำอ่าน ความหมาย
coccyx คอกสิ กซ์ ก้นกบ
sacrum ซาครัม กระดูกใต้กระเบนเหน็ บ
ischial spine อิสเคียล สไปน์ กระดูกสั นหลังคด
ischaiopubic ramus อิสชัยโอพิวบิก รามัส
กระดูกที่นูนเด่นขึ้ นมา
labia majora ลาเบีย มาโจร่า เมื่ออยู่ในท่านั่ ง
แคมใหญ่
47
บรรณานุกรม
- เอกสารประกอบการสอนกายวิภาคระบบสืบพันธ์เพศหญิง
คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎร์ธานี
- คำศั พท์จาก : https://dict.longdo.com
: https://dictionary.sanook.com
Endocrine
system
ระบบต่อมไร้ท่อ 48
Endocrine system
โครงสร้างและลักษณะทั่วไปของต่อมไร้ท่อ
ลักษณะทั่วไปของต่อมไร้ท่อ
ระบบต่างๆของร่างกายต้องมีการทำงานเชื่อมโยงประสานกันเพื่อสามารถ
ดำเนิ นไปได้อย่างราบรื่นร่างกายได้พัฒนาระบบควบคุมประสาทงานขอยวะต่างๆ
ระบบประสาท
มีการขนส่ งข่าวสารไปยังเซลล์เป้าหมายโดยผ่านทางเซลล์และเส้ นใย
ประสาทโดยหลั่ง สารสื่อประสาท(neurotransmitter)
ทำงานเหมือนกับการทำงานของโทรศั พท์ที่จะส่งข่าวไปตามสายเพื่อ
ควบคุมติดต่อประสานระหว่างอวัยวะที่อยู่ห่างไกลกัน
มีลักษณะที่รวดเร็วฉับไว (rapid action) แต่ให้ผลไม่นาน และเป็น
การส่งข่าวแบบจำเพาะเจาะจง (specific message)
ระบบต่อมไร้ท่อ
ระบบสื่ อสารภายในร่างกาย
ทำหน้าที่ ควบคุมเชื่อมโยงประสานการทำงานของระบบต่างๆ ภายใน
ร่างกาย เพื่อดำรงไว้ซึ่งสภาวะภายในให้คงที่ (homeostasis)
มีลักษณะการทำงานที่ค่อนข้างช้า แต่มีผลการทำงานนาน
49
ต่อมไร้ท่อ (ENDOCRINE หรือ DUCTLESS GLANDS)
ต่อมไร้ท่อเป็นต่อมเฉพาะที่ โดยเป็นต่อมที่ผลิตและหลั่งสารเข้าสู่ระบบ
ไหลเวียน โดยไม่ผ่านท่อชนิดใด เนื่องจากไม่มีท่อที่ติดต่อกับเยื่อเบื่ผิว แต่จะ
สัมผัสกับหลอดเลือดภายในต่อม และมีเซลล์เรียงตัวกันเป็นแบบ เช่น เป็นแถว
เป็นถุง หรือเป็นกลุ่มก้อน
มีหลอดเลือดมาเลี้ยงมากมาย และมีการเชื่อมโยงกันระหว่างหลอดเลือดแดง
และหลอดเลือดดำขนาดเล็ก
โดยต่อมหนึ่ งอาจเป็นทั้งต่อมมีท่อและต่อมไร้ท่อ
ต่อมไร้ท่อแบ่งออกเป็น 3 ชนิด
ชนิ ดที่เป็นต่อมอยู่เดี่ยวเเยกต่างหาก
ได้แก่ Pituitary gland , Thyroid gland , Parathyroid glands ,
Adrenal gland, Pineal gland, Thymus gland
ชนิ ดพกอยู่ร่วมกับต่อมมีท่อ
ได้แก่ Islets of Langerhans ใน pancreas, Ovary และ
testis, Kidney, Placenta
ชนิ ดที่เป็นเซลล์กระจายอยู่ตามอวัยวะต่างๆ
เรียกว่า diffuse neuroendocrine glands
ได้เเก่ เซลล์ที่สร้างฮอร์โมนที่เป็นสารประกอบ peptides
50
ความผิดปกติของต่อมไร้ท่อ
1. กรรมพันธุ์
ความบกพร่องของเอนไซม์ทำให้ขาดกสารเร่งปฏิกิริยา ที่ใช้สังเคราะห์
ฮอร์โมน หรือมีการเร่งปฏิกิริยาทำงานมากเกินไป ทำให้ขาดฮอร์โมน หรือ
การสั งเคราะห์ฮอร์โมนมากเกินไป
2. การหลั่งฮอร์โมนผิดปกติ
ก.การขาดฮอร์โมน
เนื่องจากเซลล์ของต่อมไร้ท่อถูกทำลายโดยเชื้อโรค สารเคมีหรือ
ร่างกายเกิดการต่อต้าน เช่น ใช้กลูโคคอร์ทิคอยด์มากๆ เพื่อลดการ อักเสบ
จากการปลูกถ่ายเนื้อเยื่อ ทำให้ต่อมหมวกไตฝ่อไปในที่สุด ได้หยุดการสร้าง
ฮอร์โมน
ข.ฮอร์โมนมากผิดปกติ
เนื่องจากเซลล์ขยายจำนวนมากเกินไป เกิดเนื้องอก ทำให้หลั่ง
ฮอร์โมนมากเกินไป เกิดภาวะฮอร์โมนเกิน
3. Hormone resistance
เซลล์เป้าหมายไม่ตอบสนองต่อฤทธิ์ของฮอร์โมน ซึ่งเกี่ยวกับตัวรับ
สั ญญาณมีน้ อยกว่าปกติและกระบวนการหลังจากข้อมูลจับกับตัวรับ
สั ญญาณ
51
โครงสร้างของ Hypothalamus and Pituitary gland
ไฮโพทาลามัส (Hypothalamus)
เป็นโครงสร้างของสมองที่อยู่ใต้ทาลามัส (thalamus)
เหนือก้านสมอง (brain stem)
ทำหน้าที่ เชื่อมโยงการทำงานของ
ระบบประสาท
ระบบต่อมไร้ท่อ
ฮอร์โมนที่สร้างจากไฮโพทาลามัส ประกอบด้วย
Anti-diuretic hormone (ADH)
Corticotropin-releasinghormone (CRH)
Gonadotropin-releasing hormone (GnRH)
Growth hormone-releasing hormone (GHRH)
or Growth hormone-inhibiting hormone (GHIH)
Oxytocin
Prolactin-releasinghormone (PRH)
or Prolactin-inhibitinghormone(PIH
Thyrotropin releasing hormone (TRH)
hypothalamus
52
ต่อมใต้สมอง (Pituitary gland หรือ Hypophysis)
รู ปร่างค่อนข้ างกลมคล้ายถั่ว
ขนาดประมาณ 1.2 × 1.5 เซนติเมตร
ในผู้ใหญ่หนักประมาณ 0.4 - 0.6 กรัม
โดยเป็นต่อมที่ห้อยอยู่กับก้าน infundibulum
ลักษณะเป็นเนื้อสมองกลวง รูปกรวย ยื่นออกมาจากใต้ tuber cinereum
ของสมองส่วน hypothalamus
ต่อมนี้ วางอยู่ใน hypophyseal fossa
เป็นเเอ่งที่อยู่ด้านบนของกระดูก sphenoid
ต่อมใต้สมองถูกปิดคลุมทางด้านบน โดยเเผ่นเนื้อเยื่อสมองส่วนนอก
แผ่นเยี่ยหุ้มสมองนี้ จะมีรูเล็กๆตรงกลางให้ infundibulum ทะลุผ่าน
ต่อมใต้สมองแบ่งออกเป็น 2 ส่วน
ต่อมใต้สมองส่วนหน้า (Adenohypophysis หรือ Anterior pituitary gland)
เป็นส่ วนของต่อมที่มีหลอดเลือดมาก
มีลักษณะเป็นท่อเรียกว่า pars distalis
ซึ่งเป็นส่ วนใหญ่ของต่อม
ประกอบไปด้วย epithelial cells ที่มีขนาดรูปร่างต่างกัน เรียงตัวกันเป็นแถว
เป็นกลุ่ม หรือเป็นถุง แยกออกจากกันโดยหลอดเลือดฝอย
ผนังบางและยึดไว้ด้วยร่างแหที่ซับซ้อนของ reticular tissue
ทำหน้าที่ สร้างฮอร์โมนหลายชนิด ฮอร์โมนสำคัญที่สร้าง
ได้แก่ โซมาโตโทรฟิน และ อะดรีโนคอร์ติโคโทรฟิน
53
ภาวะความผิดปกติของต่อมใต้สมองส่ วนหน้ า
1. โรคขาดฮอร์โมนจากต่อมใต้สมอง (hypopituitarism)
แสดงอาการขาดฮอร์โมนทั้งหมดเรียกว่า Panhypopituitarism
มีสาเหตุจาก ต่อมพิทูอิทารี่ โดนทำร้าย
เช่น เนื้องอก เนื้อเยื่อเสีย การติดเชื้อ และความผิดปกติที่มีต้นเหตุ
มาจาก ไฮโพทาลามัส
2. โรคที่เกิดจากต่อมใต้สมองส่วนหน้าหลั่งฮอร์โมนมากเกินไป (Hyperpituitarism)
อาจเกิดจากเนื้ องอก
ทำให้เพิ่มจำนวนและขนาดของเซลล์ความผิดปกติที่ ไฮโพทาลามัส
เช่น เนื้องอก ต่อมไร้ท่อเป้าหมายจะไม่ทำงาน ทำให้ไม่มีการยับยั้งการ
ย้อนกลับไปที่ต่อมใต้สมอง
การรักษา โดยการฉายแสง หรือทำการผ่าตัดต่อมออกทั้งหมด
แล้วให้ฮอร์โมนทดแทน
ต่อมใต้สมองส่วนหลัง (the neurohypophysis)
เป็นส่วนที่มีเส้นประสาทอยู่มาก เรียกว่า pars nervosa
ประกอบไปด้วย median eminence
ทำหน้าที่ เป็นที่เก็บฮอร์โมนสองชนิด ที่หลั่งจากของใยประสาทแอกซอน (axon)
ของนิวโรซีครีทอรีเซลล์ ที่ตัวเซลล์อยู่ที่สมองส่วนไฮโพทาลามัส ฮอร์โมนจะ
เคลื่อนที่ตามเส้นประสาทแอกซอน และมาเก็บไว้ที่ต่อมใต้สมองส่วนหลัง
54
โครงสร้างของต่อมไทรอยด์ (Thyroid gland)
ต่อมไทรอยด์เป็นต่อมที่ใหญ่ที่สุดในร่างกาย เก็บข้อมูลได้มากที่สุด
และเป็นต่อมที่ได้รับเลือดมาเลี้ยงในปริมาณสูงมาก
ต่อมนี้ มักเกิดพยาธิสภาพซึ่งเป็นความผิดปกติที่พบได้บ่อย
ตำเเหน่ ง
ต่อมไทรอยด์ฝังอยู่บริเวณหลอดลมคอ มี 2 กรีบ เชื่อมต่อกัน
ตรงกลางด้วย Isthmus ขนาดของต่อมจะเล็กลงตามอายุที่เพิ่มขึ้น
อยู่ส่วนล่างของคอ ทางด้านหน้าตรงกับกระดูกสันหลังส่วนคอ
ตั้งแต่อันที่ 6 ถึงกระดูกสันส่วนอก1
ประกอบด้วย
ถุงฟอลลิเคิล (follicle) ทรงกลมเล็กๆ จำนวนมาก
เป็นที่สร้างฮอร์โมนและปล่อยเข้าสู่ ระบบไหลเวียน
ลักษณะ
ต่อมไทรอยด์เป็นกล่องสี น้ำตาลลงที่มีเลือดมาเลี้ยงมาก
thyroid
gland
Parathyroid
glands
55
หน้ าที่และบทบาทของต่อมไทรอยด์
เป็นฮอร์โมนที่มีความจำเป็นต่อการเจริญเติบโตของร่างกาย
เป็นตัวกระตุ้นมีการเจริญเติบโตของเนื้ อเยื่อ
กระตุ้นให้เซลล์สร้างโปรตีนเพิ่ มมากขึ้ น
ถ้ามีฮอร์โมนมากเกินไปจะมีผลกระตุ้นการสลายโปรตีน
ทำให้กล้ามเนื้ ออ่อนแรง
การเติบโตหยุดชะงัก
ผลต่อเมตาบอลิซึม ได้แก่
ผลิตความร้อนและการใช้ออกซิเจนมีผลเป็น
calorigenic action คือ ควบคุมอัตราการเผาผลาญ
สารอาหารต่างๆ ในร่างกาย
เมตาบอลิซึมของคาร์โบไฮเดรต กระตุ้นการสร้างกลูโคส
เร่งกระบวนการสลายไกลโคเจนเป็นกลูโคส เมื่อมีฮอร์โมน
สูงๆ แต่จะกระตุ้นการผลิตไกลโคเจนถ้ามีฮอร์โมนต่ำ
เมตาบอลิซึมของไขมัน ลดการสร้างไขมันในเลือด
และถูกเซลล์ต่างๆ นำไปใช้เป็นพลังงานเพิ่ม
เมตาบอลิซึมของโปรตีน ขนาดพอเหมาะ มีผลกระตุ้นการ
หมุนเวียนของโปรตีน ไม่ให้การสร้างและสลายตลอดเวลา
เมตาบอลิซึมของวิตามิน จำเป็นสำหรับการสังเคราะห์
วิตามินเอ จาก carotene และเปลี่ยนวิตามินเอ
ให้เป็นเรตินัล เป็นสารมีสีในลูกตาซึ่งมีผลต่อการปรับ
สายตาในความ
56
ภาวะความผิดปกติของต่อมไทรอยด์
คอพอก (goiter)
normal thyroid gland goiter
ต่อมไธรอยด์มีขนาดโตกว่าปกติอาจเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุ เช่น
ได้รับสาร goitrogens มากเกินไป เนื่องจากเป็นสารยับยั้งการ
สังเคราะห์ไทรอยด์ฮอร์โมน โดยยับยั้งการส่งผ่าน iodide
ได้แก่ สารพวก thiocyanate thiouracil
พบใน กะหล่ำปลี หัวผักกาด
การได้รับธาตุไอโอดีนในอาหารน้ อยผิดปกติ
ขาดเอนไซม์สำหรับสั งเคราะห์ฮอร์โมนแต่กำเนิ ด
ร่างกายต้องการฮอร์โมนปกติในวัยรุ่น
เกิดเนื้ องอกหรือความผิดปกติทางกรรมพันธุ์
ผู้ป่วยมักมีระดับฮอร์โมนในเลือดต่ำจึงกระตุ้นการสร้างและหลั่ง
TSH สูงกว่าปกติ เพื่อมากระตุ้นให้เกิด hyperplasia
57
ไทรอยด์ฮอร์โมนมากเกินไป (hyperthyroidism)
ได้รับสาร goitrogens มากเกินไป เนื่องจากเป็นสารยับยั้งการ
สังเคราะห์ไทรอยด์ฮอร์โมน โดยยับยั้งการส่งผ่าน iodide
ได้แก่ สารพวก thiocyanate thiouracil
พบใน กะหล่ำปลี หัวผักกาด
การได้รับธาตุไอโอดีนในอาหารน้ อยผิดปกติ
ขาดเอนไซม์สำหรับสั งเคราะห์ฮอร์โมนแต่กำเนิ ด
ร่างกายต้องการฮอร์โมนปกติในวัยรุ่น
เกิดเนื้ องอกหรือความผิดปกติทางกรรมพันธุ์
ผู้ป่วยมักมีระดับฮอร์โมนในเลือดต่ำจึงกระตุ้นการสร้างและหลั่ง
TSH สูงกว่าปกติ เพื่อมากระตุ้นให้เกิด hyperplasia
58
ขาดไทรอยด์ฮอร์โมน (hyporthyroidism)
เป็นภาวะที่มีไทรอยด์ฮอร์โมนไม่เพียงพอกับความต้องการของร่างกาย
อาจเป็นเพราะสว่างไม่พอ หรือเซลล์เป้าหมายไม่ตอบสนองต่อฮอร์โมน
ซึ่งมีระดับปกติหรือมีตัวรับ (receptors) ที่ผิดปกติ
เกิดโรคของต่อมไทรอยด์เอง ต่อมไม่ทำงาน การผ่าตัดออกมากเกินไป
การฉายแสง หรือได้รับยาพวก goitrogens ซึ่งจะไปยับยั้งการสร้าง
ฮอร์โมน
อาการ มีอัตราการเผาผ่านสารอาหารต่างๆลดลงทำให้ทนอากาศ
เย็นไม่ค่อยได้
59
โครงสร้างของตับอ่อน (Pancreas)
Tumor
Pancreas
Liver
Small intestine
ตับอ่อน (Pancreas)
ตับอ่อนเป็นอวัยวะที่ประกอบด้วยต่อมมีท่อและต่อมไร้ท่ออยู่รวมกัน
ต่อมไร้ท่อ
กลุ่มเซลล์กระจัดกระจายอยู่ระหว่างกระเปาะของต่อมมีท่อ
เรียกกลุ่มเซลล์เหล่านี้ ว่า Islets of Langerhans
ตำเเหน่ ง
ตั้งอยู่ที่ด้านบนซ้ายของช่องท้อง โดยวางตัวจากส่วนโค้งของ
ลำไส้เล็กส่วนดูโอดีนัม (duodenum) ถึงม้าม (splee)
ด้านหลังของกระเพาะ มีลักษณะค่อนข้างเเบน มีความยาว
ประมาณ 12 ถึง 15 เซนติเมตร
หน้ าที่
สร้างน้ำย่อยไปที่ลำไส้ เล็ก
สร้างฮอร์โมน โดยเป็นแหล่งที่สร้างและหลังฮอร์โมน
อินซูลินและกลูคากอน
ควบบคุมตับในการผลิต สะสม และปล่อยสารอาหารต่างๆ
ให้ร่างกายใช้ในการสร้างพลังงานสำหรับเมทาบอลิซึม
ตลอดเวลา
60
ตับอ่อนมีหน้ าที่ผลิตฮอร์โมนที่ประกอบด้วย
Gastrin
ฮอร์โมนนี้ ช่วยย่อยอาหารโดยกระตุ้นเซลล์บางชนิด
ในกระเพาะอาหารให้ผลิตกรด
Glucagon
กลูคากอนช่วยให้อินซูลินรักษาระดับน้ำตาลในเลือด
ให้เป็นปกติโดยทำงานตรงกันข้ามกับอินซูลิน
มันกระตุ้นเซลล์ของคุณให้ปล่อยกลูโคสและทำให้เลือด
ของคุณเพิ่ มขึ้ น
Insulin
ฮอร์โมนนี้ ควบคุมระดับน้ำตาลในเลือดโดยให้เซลล์
จำนวนมากในร่างกายของคุณดูดซับและใช้กลูโคส
ในทางกลับกันจะทำให้ระดับน้ำตาลในเลือดลดลง
Somatostatin
เมื่อระดับฮอร์โมนตับอ่อนอื่นๆ เช่น อินซูลินและกลูคากอน
สูงเกินไป โซมาโตสแตตินจะถูกหลั่งออกมาเพื่อรักษา
สมดุลของกลูโคสหรือเกลือในเลือด
Vasoactiveintestinalpeptide(VIP)
ฮอร์โมนนี้ ช่วยควบคุมการหลั่งน้ำและการดูดซึมจากลำไส้
โดยการกระตุ้นเซลล์ลำไส้ ให้ปล่อยน้ำและเกลือออกสู่ ลำไส้
61
โครงสร้างของต่อมหมวกไต (Adrenal gland)
ต่อมหมวกไตเป็นก้อนเนื้ อสี เหลืองเบนทางด้านหน้ าหลัง
ประกอบด้วย ก้อน 2 ก้อน โดยแต่ละก้อนวางอยู่ใน
ตำแหน่ งของแนวกลางตัวหลังต่อเยื่อเบื่ช่องท้อง
ต่อมหมวกไตขวา
รูปร่างคล้ายปิรามิด คือเป็นรูปจตุรมุขหรือรูปกรวยสามเหลี่ยม
ต่อมหมวกไตซ้ายรูปร่างเหมือนพระจันทร์เสี้ ยว และมัดใหญ่
และอยู่สูงกว่าต่อมทางด้านขวา แต่ละต่อมในผู้ใหญ่วัดตามแนว
ดิ่งได้ 50 มม. ตามแนวหน้าหลัง 10 มม. และ 30 มม. ตามลำดับ
ตามขวางได้ 50 มม. และมีน้ำหนักประมาณ 5 กรัม ส่วน medulla
หนักเพียง 1 ใน 10 ของน้ำหนักทั้งหมด
ต่อมหมวกไตซ้าย
เป็นรูปเสี้ ยวพระจันทร์ ด้านเว้าสวมเข้ากับขอบด้านในส่วนบนของไตซ้าย
ผิวด้านในโค้งนูน ส่วนผิวด้านนอกเว้าเข้า ขอบบนแหลม และขอบล่าง
โค้งมน ผิวด้านหน้าอยู่ชิดกับส่วน cardiac end ของกระเพาะอาหาร
ส่วนหางของตับอ่อน และด้านและด้านลึกของม้าม ขั้วหันไปทางด้านล่าง
ในส่วนของผิวหน้าที่ซึ่งหลอดเลือดดำออกไปสู่ left renal vein ด้านหลัง
อยู่ชิดกับกระบังลมและไตซ้าย
หน้ าที่
ผลิตฮอร์โมนที่ตอบสนองต่อความเครียดของร่างกาย
ได้แก่ อัลโดสเตอโรน , คอร์ติซอลและอะดรีนาลีน
แต่ละต่อมมีเนื้อชั้นในเรียกว่าส่วนเมดุลล่า (Medulla)
และส่วนนอกเรียกว่าคอร์เท็กซ์ (Cortex)
adrenal gland
62adrenal glands
ต่อมหมวกไต
ต่อมหมวกไตส่วนนอก (adrenal cortex)
adrenal cortex
เป็นส่วนเปลือกของต่อมหมวกไต แบ่งได้ 3 ชั้น
1. zona glomerulosa (ชั้นนอกสุด)
2. zona fasciculata (ชั้นกลาง)
3. zona reticulari (ชั้นในที่ติดกับต่อมหมวกไตส่วนใน
หน้ าที่
สร้างฮอร์โมนกลุ่มสเตอรอยด์ได้แก่ กลูโคคอร์ติคอยด์ (glucocorticoid)
เพิ่มระดับน้ำตาลในเลือด ควบคุมเมตาบอลิซึมของน้ำตาล ไขมัน ต่อต้านการ
อักเสบ อัลโดสเตอโรน (aldosterone) เพิ่มการดูดกลับของเกลือในไต
63
ต่อมหมวกไตส่วนใน (adrenal medulla)
adrenal medulla
ต่อมนี้ หลั่งฮอร์โมนแคทีโคลามีน 2 ชนิดคือ
1. เอพิเนฟรินในปริมาณ 85%
2. นอร์เอพิเนฟรอนในปริมาณ 15%
หน้ าที่
ผลิตฮอร์โมนอะดรีนาลีน (Adrenaline) ที่ช่วยกระตุ้นให้หัวใจทำงานหนักขึ้น
ทำให้เลือดไหลเวียนได้ดีขึ้น ช่วยให้ร่างกายตื่นตัวตลอดเวลาเพื่อให้พร้อม
รับมือสถานการณ์ฉุกเฉิน และเป็นสารสื่อประสาทด้วย
โครงสร้างของต่อมพาราไทรอยด์ (The parathyroid gland)
parathyroid gland
64
Parathyroid glands เป็นต่อมเเบนรูปกลมรี สีน้ำตาลเหลืองเล็กมาก
มักติดอยู่ทางด้านหลังของต่อมไทรอยด์ ได้เยื่อหุ้มของต่อมไทรอยด์ ขนาด
เเตกต่างกันได้บ้างในเเต่ละต่อม โดยทั่วไปวัด
ความยาวได้ 6 มม.
กว้าง 3-4 มม.
หนา 1-2 มม.
น้ำหนักประมาณ 50 มก.
มักมีจำนวน 4 ต่อม โดยเเบ่งเป็นข้างละ 2 ต่อม และถูกเรียงตำเเหน่ง
ออกเป็น superior และ inferior parathyroid glands
พาราไทรอยด์ฮอร์โมน (Parathyroid hormone, PTH)
โดยพาราไทรอยด์ฮอร์โมนเป็นพอลิเพปไทด์ฮอร์โมนสร้างจาก chief cells
ของต่อมพาราไทรอยด์
มีจำนวน 2 คู่ อยู่ด้านหลังใต้ผิวของต่อมต่อมไทรอยด์
เป็นต่อมไร้ท่อขนาดเล็กมาก เเต่มีความจำเป็นต่อชีวิต
ควบคุมระดับเเคลเซียมในร่างกาย ทำให้เเคลเซียมในเลือดเพิ่มขึ้น
เเต่ฟอสเฟตต่ำลง มีผลโดยตรงที่กระดูกและไต
65
บทบาทของ Calcium Balance
สมดุลเเคลเซียม
แคลเซียมเป็นอิเล็กโทรไลต์ที่สำคัญตัวหนึ่ งของร่างกาย
เป็นส่วนประกอบสำคัญ ของกระดูกและฟัน
ทำหน้าที่เป็นตัวส่งข่าวตัวที่สอง (secondary messenger) ในเซลล์ต่างๆ
ระดับแคลเซียมในเลือดมีค่า 10 มิลลิกรัม/เดซิลิตร
ประกอบด้วย
แคลเซียมไอออนอิสระ
แคลเซียมที่รวมกับไอออนอื่น
แคลเซียมที่รวมกับโปรตีน
เเคลเซียมเมตาบอลิซึม
การดูดซึมที่ลำไส้
เเคลเซียมส่วนใหญ่จะถูกดูดซึมที่ลำไส้เล็กส่วน jejunum
และ ileum และที่ลำไส้ใหญ่เป็นส่วนน้อย
การขับถ่ายเเคลเซียม
เเคลเซียมส่ วนใหญ่จะถูกขับออกในอุจจาระ
เพียงส่ วนน้ อยเท่านั้ นจะถูกขับในปัสสาวะ
กระดูก
กระดูกเป็นเนื้อเยื่อชนิดหนึ่ งมีการสลาย (bone resorption)
สร้างใหม่ (bone formation หรือ accretion) ตลอดเวลา
เกิดขึ้นได้พร้อมๆ กัน ภายใต้อิทธิพลของฮอร์โมนเพื่อปรับปรุง
รู ปร่างของกระดูกให้เหมาะสมกับหน้ าที่ที่กระจายอยู่
ความผิดปกติของแคลเซียมเมตาบอลิซึม 66
ระดับเเคลเซียมในเลือดสูงเกินปกติ (Hypercalcemia)
มาจากความผิดปกติของระบบควบคุมแคลเซียม
เช่น มีสลายกระดูกมาก ดูดซึมที่ลำไส้มาก แต่ขจัดออกในปัสสาวะต่ำ
ระดับเเคลเซียมในเลือดต่ำกว่าปกติ (Hypocalcemia)
เกิดจากการทำงานของพาราไทรอยด์และวิตามินดีน้ อยกว่าปกติ
อวัยวะเป้าหมายไม่ตอบสนองต่อฮอร์โมน
การออกฤทธิ์ร่วมของฮอร์โมนต่างๆ เพื่อความสมดุลของแคลเซียม
ควบคุมระดับแคลเซียมในร่างกายในคนปกติ
โดยเฉพาะความเข้มข้นของแคลเซียมในพลาสมานั้ นค่อนข้างซับซ้อน
ปริมาณแคลเซียมที่ร่างกายได้รับจากระบบทางเดินอาหารขึ้ นอยู่กับ
วิตามินดี
ใกล้เคียงกับที่ร่างกายขับออกจากไต
อยู่ภายใต้การควบคุมของพาราไทรอยด์ฮอร์โมน และแคลซิโทนิน
โครงสร้างและหน้ าที่ของต่อมไพเนี ยลและต้องไทมัส 67
(Pineal and Thymus Gland)
ต่อมไพเนียล (Pineal gland)
ต่อมไพเนียลเป็นอวัยวะเล็กๆ สีน้ำตาลแดงรูปลูกแพร์
วางอยู่เนื้อสมองส่วนกลาง (midbrai)
อยู่ใต้ spleniun ของ corpus callosu
ความยาว 8 มม.
ส่วนทานชี้ไปทางด้านหน้า และติดอยู่กับขั้ว (peduncle หรือ stalk)
แบ่งออกเป็น 2 ชั้น
1. superior
2. inferior lamina
pineal gland
68
ต่อมไพเนียลผลิตฮอร์โมนเมโทนิน (melatonin)
ฮอร์โมนจากต่อมนี้ ทำหน้าที่เป็นตัวส่งข่าว (neuroendocrine transducer)
มีผลยับยั้งการทำงานของอวัยวะที่สร้างเซลล์สืบพันธุ์ (pinealoma)
ส่ งผลทำให้ขาดฮอร์โมน
เด็กเข้าสู่ วัยหนุ่ มสาวเร็วกว่าปกติ
ต่อมไทมัส (Thymus gland)
thymus gland
ต้องไทมัสมีขนาดเปลี่ยนแปลงไปตามอายุ
เป็นอวัยวะแรกที่เป็นหลักของระบบน้ำเหลือง
แรกเกิดมีน้ำหนักระหว่าง 10 ถึง 25 กรัม และยังโตขึ้นเรื่อยๆ
วัยรุ่นจะมีน้ำหนักอยู่ในระหว่าง 30 ถึง 40 กรัม จากนั้นจึงเริ่มลดลง
เรื่อยๆ
ลดลงโดยการเหี่ยวลงและถูกแทนที่ด้วยเนื้ อเยื่อไขมัน
เมื่อถึงวัยกลางคนอาจหนักเพียง 10 กรัมเท่านั้น
69
ตำแหน่ ง
ต่อมไทมัสวางอยู่ใน anterior และ superior mediastinum ของช่องท้อง
ยื่นลงไปด้านล่างจนถึงกระดูกอ่อนของซี่โครงที่ 4
ส่วนบนมีลักษณะเรียบเล็ก ยื่นเข้าไปในคอ
บางครั้งใกล้ถึงระดับขั้วล่างของต่อมไทรอยด์
ทางด้านหน้าถูกปิดทับด้วยกระดูกหน้าอก (sternum)
หน้ าที่
เกี่ยวข้องกับการสร้างภูมิคุ้มกันแบบใช้เซลล์ (cell-mediated immunity)
โดยลิมโฟไซด์ที่สร้างจากกระดูกจะต้องมีการเจริญเปลี่ยนแปลงภายใน
ต่อมไทมัส กลายเป็นเซลล์ชนิดที ก่อนที่จะออกสู่กระแสเลือด
ต่อมไทมัสสามารถทำหน้าที่ดังกล่าวตั้งแต่ทารกยังอยู่ในครรถ์ ภายหลัง
การเกิดเมื่อทารกมีอายุมากขึ้น ต่อมไทมัสจะหมดความสำคัญ และจะฝ่อ
ไปในที่สุด
นอกจากทำหน้ าที่กี่ยวข้องกับการสร้างภูมิคุ้มกันแบบใช้เซลล์กันแล้ว
ต่อมไทมัสยังทำหน้าที่เป็นต่อมไร้ท่อซึ่งสังเคราะ และหลั่งฮอร์โมนหลาย
ชนิ ด
ฮอร์โมนที่สำคัญชนิดหนึ่ งคือ ไทโมซิน (thymosin) ซึ่งทำหน้าที่กระตุ้น
เซลล์ชนิดที ในกระแสเลือดที่ผ่านต่อมไทมัสแล้ว ให้เจริญแล้วพฒนา
เป็นเซลล์ทีที่พร้อมที่จะทำงานได้
thyroid right lobe
gland left lobe
trachea
thymus sepice
lobule
คำศั พท์ระบบต่อมไร้ท่อ 70
neurotransmitter นิวโรทรานสมิตเตอร์ สารสื่ อประสาท
rapid action แรพพิด เเอคชั่น ออกฤทธิ์เร็ว
specific message สเปกซิฟิค เมสเสจ ข้อความเฉพาะ
homeostasis โฮมีโอสเตซิส สภาวะสมดุล
extracellular fluid เอกซเตรสเซลลูลาร์ น้ำที่อยู่นอกเซลล์
ฟลูอิด ระบบต่อมไร้ท่อ
endocrine system อินโดไครน-ซิสเต็ม
ductless glands ดักเลอส์ -แกรนด์ ต่อมไร้ท่อ
columns คอลัมน์ แนวตั้ง
vesicles เวส'ซิเคิล ถุงเล็กๆ
clusters คลัสเตอร์ กลุ่ม
คำศั พท์ระบบต่อมไร้ท่อ 71
pancreas แพน-คเรียซ ตับอ่อน
ต่อมเพศ
gonads กอน'แนด ต่อมใต้สมอง
pituitary gland พิทยู-อิเทริ แกลนด์
thyroid gland ไทรอยด์ เเกลนด์ ต่อมไทรอยด์
parathyroid glands พาราไทรอยด์ เเกลนด์ซ ต่อมพาราไทรอยด์
adrenal gland อะดรีนอล เเกลนด์ ต่อมหมวกไต
pineal gland ไพเนียล เเกลนด์ ต่อมไพเนี ยล
thymus gland ไทมัส เเกลนด์ ต่อมไทมัส
Islets of ไอส์เลต ออฟ กลุ่มเซลล์กลุ่มเล็กๆ
langerhans แลงเกอร์ฮานส์ จำนวนหลายแสนกลุ่ม
คำศั พท์ระบบต่อมไร้ท่อ 72
ovary โอวารี่ รังไข่
testis
kidney เทสทิส อัณฑะ
placenta
คิดนี่ ไต
รกของสั ตว์เลี้ยงลูก
พลาเซนต้า ด้วยนม
brain stem เบรน-ส-เต็ม ก้านสมอง
peptides เปปไทด์ สายพอลิเมอร์ของกรด
carotid bodies
อะมิโนที่มาเชื่อมต่อกัน
hypothalamus
stimulation test คาโรติดบอดีย์ หลอดเลือดแดง
ไฮโพทาลามัส ส่ วนของสมองที่มีความไว
สติมิวเลชัน เทส ต่อการเปลี่ยนแปลง
ของอุณหภูมิ
การทดสอบกระตุ้น
คำศั พท์ระบบต่อมไร้ท่อ 73
thalamus ทาลามัส เป็นศูนย์รวมกระแส
ที่ผ่านเข้าออกและแยก
กระแสประสาท
ไปยังสมอง
neurosecretory นิ วโรซีครีทอรีเซลล์ เซลล์ประสาทที่
cells เปลี่ยนแปลงไปทำหน้ าที่
myxedema สร้างฮอร์โมนได้
มิกซีดีมา ภาวะที่เกิดจาก
ต่อมไทรอยด์
ทำงานน้ อยผิดปกติ
goiter กอย-เทอะ คอพอก
hyperthyroidism ภาวะไฮเปอร์ไทรอยด์ ,
ไฮเปอร์ไทรอยด์ดิซึม ภาวะไทรอยด์เป็นพิษ
cortex คอร์เท็กซ์ เยื่อหุ้มสมอง
medulla เมดัลลา
capsule แคปซูล สมองส่วนใน(medulla oblongata)
สารที่อยู่ในอวัยวะภายในเช่น ไต,
ต่อมหมวกไต, ไขกระดูก
เยื่อหุ้ม
gonads กอน'แนด,โก'แนด ต่อมเพศ
คำศั พท์ระบบต่อมไร้ท่อ 74
adrenal cortex แอดรีนาลคอรเทกซ์ ต่อมหมวกไตชั้นนอก
diencephalon
ไดเอนเซฟาลอน ส่ วนท้ายของสมอง
ส่ วนหน้ า
anti-diuretic เป็นฮอร์โมนที่กระตุ้น
hormone แอนติไดยูเรติกฮอร์โมน ให้ไตดูดซึมน้ำกลับไว้
ในร่างกาย
corticotropin- คอร์ติโคโทรปิน จากไฮโพทาลามัสกระตุ้น
releasinghormone รีลิสซิงฮอร์โมน การหลั่งของฮอร์โมน ACTH
ที่ต่อมใต้สมองส่ วนหน้ า
gonadotropin- โกนาโดโทรปิน เมื่อเข้าสู่ วัยหนุ่ มสาวไฮโพทาลามัส
releasing hormone รีลีสซิ่งฮอร์โมน และต่อมใต้สมองส่ วนหน้ า
จะสร้างโกนาโดโทรปิน
รีลีสซิ่งฮอร์โมน
growth hormone- โกรทฮอร์โมน - จะถูกหลั่งออกมาเป็นช่วงๆ
releasing hormone รีลีสซิ่งฮอร์โมน เป็นจังหวะขณะคุณนอนหลับ
prolactin-
releasinghormone
โพรแลกติน เป็นฮอร์โมนกลุ่มโปรตีน
รีลีสซิ่งฮอร์โมน
คำศั พท์ระบบต่อมไร้ท่อ 75
prolactin- โพรแลกติน ต้านการหลั่ง Prolactin
inhibiting hormone อินไฮบีทิง ฮอร์โมน จากต่อมใต้สมองส่ วนหน้ า
Thyrotropin ไทโรโทรพนิ กระตุ้นต่อมใต้สมองให้
releasing hormone รีลีสซิ่งฮอร์โมน ผลิต TSH
blood
เลือด
บลัด
oxytocin ออกซิโตซิน ฮอร์โมนที่สร้าง
จากต่อมใต้สมอง
infundibulum อินฟันดิบุลัม มีรู ปร่างเป็นทรงปากแตร
dura mater ดูรา มาเดอร์ ยื่นไปหลัง broad ligament
เยื่อหุ้มชั้นนอกของสมอง
และไขสั นหลัง
sphenoid สฟินอยด์ เป็นกระดูกชิ้นหนึ่ งของฐาน
กะโหลกศี รษะด้านหน้า
ของกระดูกขมับ
diaphragma sellae ไดอะแฟรมเซลแล เนื้ องอกกดเบียดเยื่อหุ้มสมอง
ชั้นดูราและเยื่อหุ้มสมอง
ที่อยู่เหนือ ต่อมใต้สมอง
คำศั พท์ระบบต่อมไร้ท่อ 76
resistance ริสี ซ-แท็นซ ความต้านทาน
sella turcica
เซลลา เทอร์ซิกา ต่อมใต้สมองอยู่บริเวณ
ฐานของสมอง ล้อมรอบ
โดยโครงสร้างของกระดูก
adenohypophysis อะดิโนไฮโปไฟซีส ต่อมใต้สมองส่วนหน้า
anterior pituitary เเอนทีเรีย พิทูอิทารี ฮอร์โมนจากต่อมใต้
gland เเกลนด์ สมองส่ วนหน้ า
pars distalis พาร์ส ดิสตาลิส ส่ วนที่อยู่ห่างไกลออกไป
acidophils จากต่อมใต้สมองส่ วนหน้ า
basophils
แอส' ซิโดฟิล เซลล์ต่อมใต้สมองติดสี กรด
เบโซฟิลด์ เป็นเม็ดเลือดขาวที่มีปริมาณ
น้ อยมากในเลือด
tropic hormone โทรปิกฮอร์โมน เป็นฮอร์โมนที่ควบคุมปฏิกิริยา
ของต่อมอื่นๆซึ่งจะหลั่งออกมาก็
ต่อเมื่อได้รับการกระตุ้นจาก
ฮอร์โมนที่ผลิตจากไฮโพทาลามัส
คำศั พท์ระบบต่อมไร้ท่อ 77
adenoma แอดดิโน' มะ เนื้ องอกจากต่อมหรือ
ส่ วนที่คล้ายต่อม
carcinoma คาซิโนมา มะเร็งที่มีจุดกำเนิ ดมาจาก
ผิวหนัง หรือ เนื้อเยื่อบุ
อวัยวะ
suppression test สัพเพรซซัน เทส เป็นการทดสอบเพื่อ
ประเมินการทำงานของ
hypothalamic-pituitary-
adrenal axis
insulin อินซูลิน ฮอร์โมนชนิ ดอนาโบลิก
โพลีเพบไทด์ ควบคุมการ
เผาผลาญคาร์โบไฮเดรต
78
- เอกสารประกอบการสอนระบบต่อมไร้ท่อ
คณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏสุราษฎรธานี
- ผู้ช่วยศาสตราจารย์รำเเพน พรเทพเกษมสันต์.(2561).ระบบต่อมไร้ท่อ.
(พิมพ์ครั้งที่7).กรุงเทพมหานคร : สำนักพิมพ์ศิ ลปาบรรณาคาร.
สืบค้นจาก https://shopee.co.th/product/185851344/
6306333352?smtt=0.140867879-1634207427.9
- คําศั พท์จาก : https://dict.longdo.com
https://dictionary.sanook.com
skeleton
system
79
ระบบกระดูกและข้อต่อ
skeleton system
ระบบกระดูกแบ่งเป็น 3 ประเภท
กระดูกแข็ง (compact bones)
กระดูกอ่อน cartilages
ข้อต่อและเอ็น (joints & ligamen)
โครงสร้างโครงกระดูก structure of bone
ไขกระดูก (bone marrow)
บรรจุอยู่ในช่องว่างหรือในโพรงกระดูก (bone cavity)
หน้าที่ สร้างเม็ดเลือดแดงและเม็ดเลือดขาวบางชนิด / ช่วยให้อาหารแก่กระดูก
กระดูกพรุน (spongy born)
เป็นรูพรุนคล้ายฟองน้ำ ก่ายไปก่ายมาเป็นตาราง
หน้าที่ ทำให้กระดูกมีน้ำหนักเบา
กระดูกทึบ (compact bone)
เรียงกันเป็นแผ่นทึบแข็ง
เหยื่อหุ้มภายในของกระดูก (Endosteum)
เป็นผนังบางบาง ลักษณะละเอียด อยู่ในช่องว่างของ
กกรระะดูดกูกทึบ (compact bone)
เว้นว่าหนังที่หุ้มฉันนอกของกระดูกชั้น periosteum
skeleton
80
การจำแนกกระดูก (classification of bones
กระดูกยาว (long bones)
เป็นกระดูกจำพวกรยางค์ มีลักษณะรูปยาวส่วนตรงกลางเรียวโคตรเป็นท่อกลวง
เรียกว่า shaft เช่น กระดูกเเขน กระดูกขา เป็นต้น
กระดูกสั้น (short bones)
เป็นกระดูกท่อนสั้นๆ ประกอบด้วยกระดูกพรุนและหุ้มบางบางด้วยกระดูกทึบ
เช่น กระดูกข้อมือ กระดูกข้อเท้า
กระดูกเเบน (flat bones)
มีลักษณะแบนและบางประกอบด้วยกระดูก 3ชั้น
ชั้นนอกและชั้นในเป็นกระดูกทึบ ชั้นกลางเป็นกระดูกพรุน
เช่น กระดูกเชิงกราน กระดูกสะบัก กระดูกกะโหลกศี รษะ กระดูกซี่โครง เป็นต้น
กระดูกรูปแปลก (irregular bones)
มีรู ปร่างแตกต่างกันจากกระดูกข้ างข้ างต้นที่กล่าวไว้
เช่น กระดูกกะโหลกศี รษะบางชิ้น
SKELETON
I HOPE YOU
FIND IT
SKELETON
81
หน้ าที่ของกระดูก
เป็นแหล่งสร้างเม็ดเลือด เป็นโครงร่างห่อหุ้มป้องกันอวัยวะ
ชนิ ดต่างๆ ภายในไม่ให้เป็นอันตราย
เช่น กระดูกระดูกสันหลัง
ป้องกันไขสั นหลัง
ช่วยในการเคลื่อนไหว เป็นที่ยึดเกาะของกล้ามเนื้ อลาย
โดยเฉพาะกระดูกยาว รวมทั้งพังพืด
ทำให้เราสามารถเคลื่อนไหว
เป็นเเหล่งเก็บเเคลเซียม
เป็นมุมที่กว้างขึ้ น ที่ใหญ่ที่สุด
เป็นโครงร่างทำให้เราสามารถ
คงรู ปอยู่ได้
นั บเป็นหน้ าที่ที่สำคัญที่สุด
82
80กระดูกแกน (axial skeleton)
- กระดูกหน้าผาก (frontal bone) 1 ชิ้น
- กระดูกข้างศี รษะ (parietal bones) 2 ชิ้น
- กระดูกท้ายทอย (occipital bone) 1 ชิ้น
- กระดูกขมับ (temporal bones) 2 ชิ้น
- กระดูกรูปผีเสื้อ (sphenoid bone) 1 ชิ้น
Cranium - กระดูกขื่อจมูก/ใต้สันจมูก (ethmoid bone) 1 ชิ้น
8 ชิ้น
- กระดูกสันจมูก (nasal bones) 2 ชิ้น
- กระดูกตรงกลางจมูกภายใน(vomer bone) 1 ชิ้น
- กระดูกข้างในจมูก (inferior conchae ) 2 ชิ้น
- กระดูกข้างถุงน้ำตา (Lacrimal bones ) 2 ชิ้น
- กระดูกโหนกแก้ม (zygomatic bones or molor bones) 2 ชิ้น
- กระดูกเพดาน (palatine bones ) 2 ชิ้น
Face - กระดูกขากรรไกรบน (maxilla bones ) 2 ชิ้น
14 ชิ้น
- กระดูกขากรรไกรล่าง (mandible bone ) 1 ชิ้น
- กระดูกรูปค้อน (malleus ) 83
- กระดูกรูปทั่ง (Incus )
2 ชิ้น
2 ชิ้น
ear ossicles - กระดูกรูปโกลนม้า (stapes ) 2 ชิ้น
6 ชิ้น
- กระดูกสันหลังส่วนคอ (cervicle) 7 ชิ้น
- กระดูกสันหลังส่วนอก (thoracic) 12
- กระดูกสันหลังส่วนเอว (lumbra) ชิ้น
5 ชิ้น
ใหญ่ที่สุด รับน้ำหนัก
- กระดูกกระเบนเหน็บ (sacrum) 1 ชิ้น
ตัวอ่อน 5 ชิ้น
ผู้ใหญ่หลอมติดเป็นชิ้นเดียวกั
- กระดูกก้นกบตอนปลาย (coccyx) 1 ชิ้น
bones of the trunk ตัวอ่อน 4 ชิ้น
ผู้ใหญ่หลอมติดเป็นชิ้นเดียวกัน
26 ชิ้น
- กระดูกโคนลิ้น (Hyoid bone ) 1 ชิ้น
tongue bone
1 ชิ้น
sternum 84
sternum ยึดเกาะกับซี่โครงแบ่งออกเป็น 3 ส่วน
1 ชิ้น
1. Manubrium
2. Body
3. Xiphoid
กระดูกทั้งสามส่ วนในคนอายุน้ อยเป็นกระดูกอ่อน
เมื่ออายุครบ 25 ปีจึงจะติดเป็นกระดูกชิ้นเดียวกัน
Ribs 12 คู่
24 ชิ้น
กระดูกซี่โครงแท้ (true ribs)
7 คู่ ติดกับกระดูกหน้าอก
กระดูกซี่โครงไม่แท้ (false ribs)
5 คู่ ติดกับกระดูกซี่โครงคู่ที่ 7
ซี่โครงลอย (floating ribs)
คู่ที่ 11-22
85
126กระดูกรยางค์ (Appendicular skeleton)
กระดูกที่ประกอบเป็นแขนเเละขา มีจำนวน 126 ชิ้น
กระดูกสะบัก (scapula) 2 ชิ้น
กระดูกไหปลาร้า (clavicle) 2 ชิ้น
กระดูกต้นแขน (humerus) 2 ชิ้น
กระดูกปลายแขนอันใน (ulna) 2 ชิ้น
กระดูกปลายเเขนอันนอก (radius)2 ชิ้น
กระดูกข้อมือ (carpus) 16 ชิ้น
กระดูกฝ่ามือ (metacarpus)10 ชิ้น
กระดูกนิ้ วมือ (phalanges) 28 ชิ้น
86
ข้อต่อและเอ็น (joints & ligament)
เป็นส่ วนที่เชื่อมระหว่างกระดูกกับกระดูกข้อต่อ เกิดจากกระดูก
ตั้งแต่สองชิ้นไปมาต่อกัน โดยมีเอ็นหรือพังพืด (ligament) มา
ช่ วยยึดเกาะกันไว้เพื่ อให้ กระดูกหลายๆชิ้ นติดกันเป็ นโครงร่าง
ของร่างกาย
การเคลื่อนไหวของข้อต่อมี 3 ชนิด
ข้อต่อที่เคลื่อนไหวไม่ได้เลย (Completely immovable joints)
เป็นข้อต่อของกระดูกที่มีลักษณะแบน ขอบหยัก จะถูกเชื่อมกันโดย
Fibrous Tissue และช่องตามรอยต่อจะมีเส้นใยของเนื้อเยื่อเกี่ยวพันแทรกอยู่
กระดูกกะโหลก
กระดูกหน้า (ยกเว้นกระดูกขากรรไกรล่าง
suture
87
ข้อต่อที่เคลื่อนไหวได้เลยเล็กย้อย(Slightly movable joints)
เป็นลักษณะของข้อต่อที่กระดูกทั้งสองชิ้นมาเชื่อมต่อกัน
แล้วสามารถเคลื่อนไหวไปมาได้เล็กน้อย แบ่งได้เป็น 2 ชนิด
Symphysis
เเป็นข้อต่อที่กระดูกสองชิ้นเชื่อมกันด้วยกระดูกอ่อนแบบเส้นใย (Fibrocartilage)
ทำให้มีความแข็งและเหนี ยว
หมอนรองกระดูกสั นหลัง
Syndesmoses
เป็นข้อต่อที่มีแผ่นของเนื้ อเยื่อเกี่ยวพันชนิ ดหนาแน่ นขึงอยู่
พบในกระดูกแบบยาว เช่นระหว่างกระดูกเรเดียสและกระดูกอัลนา
หมอนรองกระดูกสั นหลัง
กระดูกเรเดียสและกระดูกอัลนา
88
ข้อต่อที่เคลื่อนไหวได้เสรี (Freely movable joints)
เป็นข้อต่อที่
!พบมากที่สุด
เป็นข้อต่อที่ประกอบไปด้วยกระดูก 2 ชิ้นขึ้นไป
หัวท้ายของกระดูกส่วนใหญ่จะเป็นกระดูกอ่อนที่เรียกว่า Articular cartilage
ลดความเสี่ ยงสี
ทำให้เคลื่อนไหวสะดวกขึ้ น
ความสามารถในการเคลื่อนไหวจำแนกได้ดังนี้
Ball and Socked Joint ข้อต่อกระดูกเชิงกราน
ข้อต่อแบบลูกกลมในเบ้า
Hinge Joint ข้อต่อข้อศอก
ข้อต่อแบบบานพับ
Pivot Joint ข้อต่อบริเวณคอ
ข้อต่อแบบเดือย
Ellipsoidal Joint ข้อต่อระหว่างกระดูกปลายเเขน ข้อต่อกระดูกมือ
Ovoid Joint
ข้อต่อแบบวงรี
Gliding Joint ข้อต่อระหว่างกระดูกข้อมือและข้อเท้า
ข้อต่อแบบลื่นไถล ข้อต่อระหว่าง Trapezium carpal
และ กระดูกฝ่ามือชิ้นที่ 1
Saddle Joint
ข้อต่อแบบอานม้า
89
คำศั พท์ระบบกระดูกและข้อต่อ
คำศั พท์ คำอ่าน ความหมาย
callarbone/Clavicle คอลลาร์โบน/คลาวิเคิล กระดูกไหปลาร้า
humorus ฮิวเมอรัส กระดูกต้นแขน
sternum สเตอร์เนิ ม กระดูกหน้ าอก
rip ริบ กระดูกซี่โครง
radius เรเดียส กระดูกแขนด้านนอก
ulna อัลเนอะ กระดูกแขนด้านใน
femur ฟีเมอร์ กระดูกต้นขา
patella เพอทเทลล่า สะบ้า
skull สกัล กระโหลกศรีษะ
scapula สกัพพิลลา กระดูกสะบัก
thoracic vertebrae ธอเเรซิค เวอร์เท. บเร กระดูกสั นหลัง
90
คำศั พท์ระบบกระดูกและข้อต่อ
คำศั พท์ คำอ่าน ความหมาย
Ilium อิเลียม กระดูกปีกสะโพก หรือ
กระดูกไอเลียม
sacrum เซค.คเริม กระดูกสั นหลัง
ส่ วนกระเบนเหน็ บ
tibia ทิบบิเออะ กระดูกแข้ง หรือ
กระดูกทิเบีย
fibula ฟิบิวเลอะ กระดูกน่ อง
cartilage คาร์เทิลลิจ กระดูกอ่อน
joints
tendon จอยท์ส ข้อต่อ
ligament เทนเดิน เอ็นยึดกล้ามเนื้ อกับกระดูก
ลิกเกอะเมินท์
bone เอ็นยึดกระดูกกับกระดูก
cranium โบน กระดูก
คเร.นิ เอิม
กระดูกกะโหลกศรีษะ
91
คำศั พท์ระบบกระดูกและข้อต่อ
คำศั พท์ คำอ่าน ความหมาย
frontal bone ฟรอนเทิล โบน กระดูกหน้าผาก มี1ชิ้น
parietal bone พราไรเทิล โบน กระดูกด้านข้างศรีษะ มี2ชิ้น
temporal bone เทมเพอะเริล โบน
occipital bone ออคซิพิเทิล โบน กระดูกขมับ มี2ชิ้น
ethmoid bone เอธมอยด์ โบน กระดูกท้ายทอย มี1ชิ้น
sphenoid bone สฟีนอยด์ โบน กระดูกขื่อจมูก มี1ชิ้น
กระดูกรูปผีเสื้อ มี1ชิ้น
nasal bone
vomer เนเซิล โบน กระดูกสันจมูก มี2ชิ้น
inferior concha โวเมอร์ กระดูกช่องจมูก มี1ชิ้น
lacrimol bone
zygomatic bone อินฟีริเออร์ คองเคอะ กระดูกข้างในจมูก มี2ชิ้น
palatine bone
maxillary เเลค.คเรอะเมิล โบน กระดูกถุงน้ำตา มี2ชิ้น
ไซโกเมทิค โบน กระดูกโหนกแก้ม มี2ชิ้น
พาเลอะไทน์ โบน
กระดูกเพดาน มี2ชิ้น
แม็กซิลเลอะริ
กระดูกขากรรไกรบน
มี2ชิ้น
92
คำศั พท์ระบบกระดูกและข้อต่อ
คำศั พท์ คำอ่าน ความหมาย
mandible แมนดิเบิล กระดูกขากรรไกรล่าง
bone of ear โบน ออฟ เอียร์ มี1ชิ้น
malleus มาลิเอิส กระดูกหู มี6ชิ้น
กระดูกรูปฆ้อน มี2ชิ้น
incus อินคัส กระดูกรูปทั่ง มี2ชิ้น
stapes สเตพีส กระดูกรู ปโกลน
hyoid bone ไฮออนด์ โบน มี2ชิ้น
กระดูกโคนลิ้น มี1ชิ้น
vertebra เวอร์เท.บเรอะ กระดูกสันหลัง มี26ชิ้น
cervical vertrbrae เซอร์ไวเคิล เวอร์เท.บเรอะ กระดูกสั นหลังส่ วนคอ
thoracic vertebrae โธราซิค เวอร์เท.บเรอะ มี7ชิ้น
lumbra vertebrae
กระดูกสั นหลังส่ วนอก
มี12ชิ้น
ลัมเบอร์ เวอร์เท.บเรอะ กระดูกสันหลังส่วนเอว มี5ชิ้น
sacrum เซ.คเริม กระดูกกระเบนเหน็บ มี1ชิ้น
coccyx คอคซิคส์ กระดูกก้นกบ มี1ชิ้น