6.67 × 10−11 2
2
1 2
V
Fc r
แผนการจัดการเรียนร้ทู ี่ 10
กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ 4
รายวชิ า ฟิสกิ ส์เพ่ิมเติม รหสั วิชา ว 31201
หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี 5 งานและพลังงาน
เร่อื ง งานและกำลงั เวลา 20 ชั่วโมง
ภาคเรียนที่ 2/2564 เวลา 4 ช่ัวโมง
วันทส่ี อน................................................... ครูผสู้ อน นางสาวอาริยา แกว้ คำฝา
1. สาระการเรยี นรู้ / ผลการเรียนรู้
สาระฟิสกิ ส์
1. เข้าใจธรรมชาติทางฟิสิกส์ ปริมาณและกระบวนการวัด การเคลื่อนที่แนวตรง แรงและกฎ
การเคลื่อนที่ของนิวตัน กฎความโน้มถ่วงสากล แรงเสียดทานสมดุลกล ของวัตถุ งานและกฎการอนุรักษ์
พลงั งานกล โมเมนตัมและกฎการอนรุ ักษ์ โมเมนตัม การเคล่ือนท่แี นวโค้ง รวมทงั้ นำความรู้ไปใช้ประโยชน์
ผลการเรียนรู้
10. วิเคราะห์และคำนวณงานของแรงคงตัว จากสมการและพื้นที่ใต้กราฟความสัมพันธ์ระหว่าง
แรงกับตำแหนง่ รวมทงั้ อธิบาย และคำนวณกำลังเฉลย่ี
2. สาระสำคญั
งานของแรงที่กระทำต่อวัตถุหาได้จากผลคูณของขนาดของแรงและขนาดของการกระจัดกับโคไซน์
ของมุมระหว่างแรงกับการกระจัด ตามสมการ W = Fs cos Ɵ หรือหางานได้จากพื้นที่ใต้กราฟระหว่างแรงใน
แนวการเคลอ่ื นท่กี บั ตำแหน่งโดยแรงที่กระทำอาจเปน็ แรงคงตวั หรือไม่คงตวั ก็ได้ งานที่ทำได้ในหนึ่งหน่วยเวลา
เรียกว่า กำลังเฉลยี่ ดังสมการ =
∆
3. จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 ด้านความรู้ (K)
1) บอกความหมายของงานในวชิ าฟิสกิ ส์
2) บอกความหมายของงานที่มีคา่ เป็นบวก เป็นลบ หรือเปน็ ศนู ย์
3) บอกความหมายของกำลงั และกำลงั เฉลย่ี
3.2 ด้านดา้ นทกั ษะกระบวนการ (P)
1) วิเคราะห์และคำนวณงานของแรงคงตัวจากสมการและพื้นที่ใต้กราฟระหว่างแรงกับ
ตำแหนง่
2) วเิ คราะห์และคำนวณงานของแรงไม่คงตวั จากพน้ื ท่ีใต้กราฟระหวา่ งแรงกับตำแหน่งได้
3) คำนวณกำลงั เฉลี่ยได้
3.3 ด้านคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ (A)
1) มคี วามสนใจใฝ่ร้ทู างดา้ นวทิ ยาศาสตร์
3.4 ทกั ษะกระบวนการวทิ ยาศาสตร์ (Science Process Skill)
- การสังเกต การวดั การคำนวณ และการลงความเห็นจากข้อมูล
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 งาน (Work ; W)
4.2 กำลงั (Power ; P)
5. การจดั กิจกรรมการเรยี นรู้
5.1 ขนั้ ตรวจสอบความรู้เดมิ
5.1.1 แจ้งจดุ ประสงคก์ ารเรยี นรู้ใหน้ กั เรยี นทราบ
5.1.2 ครูให้นกั เรียนทำแบบทดสอบก่อนเรยี นเพอ่ื ตรวจสอบความรู้เดมิ เปน็ รายบคุ คล
5.2 ข้นั เร้าความสนใจ
5.2.1 ครูพูดคุยกับนักเรียน โดยใช้คำถามว่า “นักเรียนเคยทำงานอะไรบ้าง” นักเรียนตอบ
คำถามได้อย่างอสิ ระ
5.2.2 ครกู ระตนุ้ ความสนใจของนักเรยี น ซ่งึ นักเรยี นสามารถตอบคำถามได้อย่างอริ ะ โดยใช้ถาม
คำถามตอ่ ไปนี้
- ในความเขา้ ใจของนักเรียน คำวา่ งานหมายถึงอะไร
- งานในวิชาฟสิ ิกส์ มคี วามสัมพันธก์ บั ปรมิ าณใดบา้ ง
5.3 ขน้ั สำรวจและคน้ หา
5.3.1 ครูใหน้ ักเรียนร่วมกันสืบค้นขอ้ มลู เกี่ยวกบั งานในวชิ าฟิสิกส์
5.3.2 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายว่างานตามความหมายในวิชาฟิสิกส์จะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อมี
แรงมากระทำต่อวัตถุแล้วทำให้วัตถุมีการกระจัด โดยปริมาณงานที่ทำจะขึ้นกับแรงและการกระจัด จะได้ว่า
งาน หมายถึง ผลของการออกแรงกระทำต่อวัตถุ แล้วทำให้วัตถุเคลื่อนที่ตามแนวแรงงานมีหน่วยเป็น
นิวตัน • เมตร (N • m) หรอื จูล ( J ) และงานเปน็ ปริมาณสเกลาร์
W = ⃑ · ⃑
5.3.2 ครใู หน้ กั เรียนออกมาสาธิตกจิ กรรมในลักษณะดงั ตอ่ ไปน้ี
- ยกกล่องข้ึน
- แบกกล่องแลว้ เดนิ ไปในแนวระดับ
- ลาก/ผลักกล่องใหเ้ คลื่อนที่ไปในแนวระดับ
- ถอื กระเป๋าเดินขึ้นบนั ได
- ออกแรงผลกั โต๊ะ แลว้ โตะ๊ ไมเ่ คล่อื นท่ี
จากน้ันถามคำถามนักเรยี นว่ามงี านเกดิ ขึ้นหรอื ไม่ พรอ้ มกับให้เหตุผล
5.3.2 ครูให้นกั เรยี นร่วมกนั สรปุ ลักษณะการทำกจิ กรรมแบบใดที่ทำให้เกดิ งานและไมเ่ กิดงานตาม
ความคดิ ของตนเอง
5.3.3 ครูถามนักเรียนว่าถ้าออกแรงที่ไม่อยู่ในแนวเดียวกับการเคลื่อนที่ของวัตถุจะเกิดงานได้
หรอื ไม่
5.4 ขั้นอธบิ าย
5.3.4 ครูยกตัวอย่างการออกแรงที่ไม่อยู่ในแนวเดียวกับการเคลื่อนที่ของวัตถุ เช่น ช้างลากซุง
การดึงกล่องด้วยเชือก โดยแรงมีทิศทำมุมกับการกระจัด แล้วให้นักเรียนอภิปรายร่วมกันว่า งานของแรง
ดังกล่าว ให้พิจารณาค่าของ cos ที่ทำให้ค่าของงานเป็นบวก ลบ หรือ ศูนย์ โดยค่าบวก ลบ หรือ ศูนย์ของ
งานที่ข้ึนกบั มุมระหวา่ งแรงกบั การกระจัดท่ีกระทำต่อกนั
- งานของแรงที่มีทิศทางเดียวกับการกระจัดหรือทำมุมแหลมกับการกระจัด จะมีค่าเป็น
บวก เนื่องจาก เมอ่ื 0 ≤ < 900 จะได้วา่ 0 < cos ≤ 1
ทศิ ทางการเคลื่อนท่ี
F W = Fscos00
ซง่ึ cos00 = 1
s
W = Fs
F sin F ทศิ ทางการเคล่ือนที่ W = Fs cos
F cos
s
- งานของแรงท่ีทำมุมฉากกบั การกระจัด จะมีค่าเป็นศนู ย์ เนอื่ งจาก เมอื่ = 900 จะได้ว่า
cos = 0 F
ทศิ ทางการเคลื่อนที่
W = Fscos900
ซง่ึ cos900 = 0
s W=0J
- งานของแรงที่มีทิศสวนทางกับการกระจัดหรือทำมุมป้านกับการกระจัด จะมีค่าเป็น ลบ
เนือ่ งจาก เม่อื 900 < ≤ 1800 จะได้ว่า -1 ≤ cos < 0
ทศิ ทางการเคล่ือนที่ W = Fscos1800
ซง่ึ cos00 = -1
f
W = -Fs
s
เม่ือ W คอื งานที่ได้ มหี นว่ ยเปน็ นวิ ตนั .เมตร (N·m) หรือ จูล (J)
F คอื แรงท่ีกระทำตอ่ วตั ถุ มหี นว่ ยเปน็ นิวตนั (N)
s คือ การกระจดั มหี น่วยเปน็ เมตร (m)
θ คอื มุมระหว่างแรงกับการกระจดั มีหนว่ ยเป็น องศา
5.3.4 ครูเน้นย้ำให้นักเรียนทราบด้วยว่า งานที่เกิดจากแรงที่มีทิศทางตรงข้ามกับทิศทาง
การเคลื่อนที่ของวัตถุจะเป็นลบเสมอ เครือ่ งหมายบวกและลบของงานมิได้เปน็ สิ่งแสดงทศิ ทางของงาน เพราะ
งานเป็นปรมิ าณสเกลาร์ จึงไม่มีทิศทาง
5.5 ขัน้ ขยายความคิด
5.5.1 แนะนำเทคนิค KWDL ให้นักเรียนทราบว่าแต่ละตัวคืออะไร นักเรียนต้องทำอะไรบ้าง
ระหวา่ งการเรียน วิธหี าคำตอบปกติเพ่ือเช่ือมโยงเข้าสู่เทคนิค KWDL โดยมีข้ันตอนดังนี้
ขั้นท่ี 1 K : What we know (นกั เรียนรู้อะไรบ้างหรือ โจทย์บอกอะไรให้ทราบบา้ ง)
ขั้นที่ 2 W : What we want to know (โจทย์ให้หาอะไร มีวิธีการอะไร ใช้วิธีอะไรได้
บ้าง)
ขน้ั ท่ี 3 D : What we do to find out (ดำเนนิ การตามกระบวนการแก้โจทยป์ ัญหา)
ขั้นที่ 4 L : What we learned (คำตอบทไ่ี ด)้
5.5.2 ครูยกตัวอย่างสถานการณ์ จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันฝึกคำนวณโดยใช้สมการ
W = Fs และ W = Fs cos โดยใช้เทคนิค KWDL ดงั นี้
- ชายคนหนึ่งแบกข้าวสารหนัก 100 กิโลกรัม บนบ่าเดินไปตามพื้นราบเป็นระยะทาง
10 เมตร แลว้ จึงขนึ้ บันได ดว้ ยความเร็วคงที่ ไปชน้ั บนซงึ่ สงู จากพืน้ ล่าง 3 เมตร จงหางานทผ่ี ชู้ ายคนน้นั ทำ
K W D L
โจทยบ์ อกอะไรให้ทราบ โจทยใ์ หห้ าอะไร มี ดำเนนิ การตาม คำตอบท่ีได้
วธิ ีการอะไร ใชว้ ธิ ีอะไร กระบวนการแก้โจทย์
บ้าง คำตอบ
ไดบ้ า้ ง ปญั หา ง า น ม ี ค ่ า เ ท ่ า ก ั บ ศ ู น ย์
1. การแบกข้าวสารเดิน โจทย์ถาม วิธีการแก้ปัญหา แสดงวา่ ไม่เกิดงาน
ตามพ้นื ราบ W=? W = Fs cos900
โจทยใ์ ห้ วิธีการ W = (1,000N)(10)(0) คำตอบ
= 900 W = Fs cos W=0J งานมีค่าเท่ากับ3,000
F = mg = 100 x 10 จูล
โจทยถ์ าม วิธกี ารแกป้ ัญหา
=1,000 N W=? W = Fs cos00
s = 10 m วิธกี าร W = 1,000(3)(1)
W = Fs cos
2. การแบกข้าวสารเดิน = 3,000 J
ขึน้ บนั ได
โจทยใ์ ห้
= 00
F = mg = 100 x 10
=1,000 N
s=3m
- วัตถุมวล 20 กิโลกรัม วางอยู่บนพื้นเอียงทำมุม 30 องศา กับแนวระดับ ถ้าสัมประสิทธ์ิ
ของแรงเสียดทานระหว่างพื้นเอียงที่กระทำกับผิวของวัตถุเท่ากับ 0.4 จงหางานที่ใช้ในการนำมวลน้ี ขึ้นไป
ระยะทาง 10 เมตร เท่ากบั เทา่ ใด
วาดภาพพร้อมเขยี นแรง
K
โจทย์บอกอะไรให้ทราบบ้าง
โจทยใ์ ห้
m = 20 kg , = 300 , µ = 0.4 , s = 10 m
W โจทยถ์ าม W = ?
โจทย์ใหห้ าอะไร มีวธิ ีการ วิธกี าร f = µN
อะไร ใชว้ ธิ อี ะไรไดบ้ า้ ง
∑F = 0
D W = Fs
ดำเนินการตามกระบวนการ
วธิ กี ารแกป้ ัญหา
แกโ้ จทย์ปัญหา หา f จาก f = µN = µ(mgcos300)
L = 0.4 x 20 x 10 x √3 = 40√3 N
คำตอบทไี่ ด้
2
หา F จาก ∑F = 0
F = mgsin300 + f
= (20 x 10 x 1 ) + 40√3
2
= 100 + 40√3
= 169.28 N
หา W จาก W = Fs
W = (169.28) (10)
W = 1,692.8 J
คำตอบ
งานมีค่าเท่ากับ 1,692.8 จลู
- ชายคนหนึ่งออกแรง 50 นิวตัน ทำให้กล่องเคลือ่ นที่ด้วยความเร็วคงตัวในแนวขนานกบั
พื้นทีม่ คี วามเสยี ดทาน โดยลากไปได้ไกล 10 เมตร จงหาว่างานของแรงท่ลี ากกล่องและงานของแรงเสียดทานที่
เกดิ ขึน้
วาดภาพพรอ้ มเขียนแรง
K
โจทย์บอกอะไรให้ทราบบา้ ง
โจทย์ให้ F = 50 N , s = 10 m , f = 50 N
W โจทยถ์ าม W = ?
โจทยใ์ ห้หาอะไร มีวิธกี าร วิธีการ W = Fs
อะไร ใชว้ ิธีอะไรได้บ้าง
D วธิ ีการแก้ปัญหา
ดำเนินการตามกระบวนการ หางานของแรงทลี่ ากกลอ่ ง หางานของแรงเสียดทานท่เี กิดข้นึ
แก้โจทย์ปัญหา W = Fs เนอ่ื งจาก f มีทศิ ตรงข้ามการกระจดั จึงตดิ ลบ
W = (50)(10) W = - fs
W = 500 J W = -(50)(10)
W = -500 J
L คำตอบ
คำตอบทีไ่ ด้ งานของแรงทล่ี ากกล่องเทา่ กบั 500 จูล
งานของแรงเสยี ดทานทเี่ กดิ ขึน้ เทา่ กบั -500 จลู
5.5.2 ครูเพิ่มเติมโจทย์เกยี่ วกับการหางานจากพ้ืนทใี่ ต้กราฟ ดังนี้
- แรงไมค่ งตัวกระทำต่อกล่องมวล 2.3 กโิ ลกรัมให้เคลื่อนท่ีไปตามแนวแรงเปน็ เสน้ ตรงจาก
ตำแหนง่ x = 0 เมตร ถึง x = +12 เมตร ดงั แสดงในกราฟด้านล่าง
แรง (N) จงหางานท่ีแรงทำในช่วงนี้
1) x=0 เมตร ถึง x=+5 เมตร
50 2) x=+7 เมตร ถงึ x=+11 เมตร
3) x=+5 เมตร ถงึ x=+12 เมตร
40
30 ตำแหนง่ (m)
20
10
0 1 2 3 4 5 6 7 8 9 10 11 12
-10
-20
K W D L
โจทยบ์ อกอะไรให้ทราบ โจทย์ให้หาอะไร มี ดำเนนิ การตาม คำตอบทไ่ี ด้
วธิ ีการอะไร ใชว้ ิธี กระบวนการแกโ้ จทย์
บา้ ง คำตอบ
อะไรได้บา้ ง ปัญหา งานทแี่ รงทำในชว่ ง
1. งานทีแ่ รงทำในชว่ ง วธิ ีการแก้ปญั หา x=0 เมตร ถึง x=+5
x=0 เมตร ถึง x=+5 เมตร โจทย์ถาม เมตร เท่ากบั 160 จูล
โจทยใ์ ห้ W=? 1
m = 2.3 kg วิธีการ W = 2 (2 )(40 )
กราฟ W = พ้ืนที่ใต้กราฟบน
+(3 )(40 )
= 160 ∙
= 160
2. งานที่แรงทำในช่วง โจทยถ์ าม วธิ ีการแกป้ ญั หา คำตอบ
x=+7 เมตร ถึง x=+11 W=? งานทีแ่ รงทำในช่วง
เมตร วิธกี าร 1 x=+7 เมตร ถงึ x=+11
โจทย์ให้ W = พื้นท่ใี ตก้ ราฟล่าง W = 2 (4 )(−20 ) เมตร เท่ากบั -40 จลู
m = 2.3 kg
กราฟ = −40 ∙
= −40
3. งานท่ีแรงทำในชว่ ง โจทย์ถาม วธิ ีการแกป้ ัญหา คำตอบ
x=+5 เมตร ถึง x=+12 งานที่แรงทำในช่วง
เมตร W=? W = 1 (2 )(40 ) x=+5 เมตร ถึง
m = 2.3 kg วิธีการ 2 x=+12 เมตร เท่ากบั
กราฟ W = พื้นที่ใต้กราฟบน + 1 (4 )(−20 ) 0 จูล
2
= 0 ∙
-พน้ื ที่ใตก้ ราฟล่าง = 0
- ถ้าขนาดของแรงที่กระทำกับวัตถุเป็นนิวตัน มีความสัมพันธ์กับระยะทางที่วัตถุเคลื่อนที่
ในทศิ เดยี วกับแรงเปน็ เมตร เขียนแสดงได้ดังภาพ จงประมาณค่างานทท่ี ำได้
โจทยใ์ ห้
K
โจทยบ์ อกอะไรให้ทราบบ้าง
W โจทยถ์ าม W = ?
โจทย์ให้หาอะไร มีวธิ ีการ วธิ ีการ W = พ้ืนท่ใี ตก้ ราฟบน
อะไร ใช้วิธอี ะไรได้บ้าง
วิธีการแกป้ ญั หา
D
ดำเนนิ การตามกระบวนการ 1
W = 2 (60 + 30 )(20 ) = 900 ∙ = 900
แก้โจทย์ปัญหา
คำตอบ
L งานทที่ ำได้เท่ากับ 900 จูล
คำตอบท่ีได้
5.5.3 ครูถามคำถามนักเรียนว่า “การที่เราจะรู้ว่า ใครจะมีกำลังมากหรือนอ้ ยจะสังเกตอย่างไร”
เพื่อนำไปสู่ เรอ่ื ง กำลงั
5.5.4 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับ กำลัง ว่ากำลัง (power) หาจากงานที่ทำได้ใน
หน่งึ หนว่ ยเวลา โดยทวั่ ไป หมายถงึ กำลังเฉล่ียหาไดจ้ ากสมการ = กำลงั เปน็ ปริมาณสเกลาร์มหี น่วย
เป็นจลู ต่อวนิ าที (J/s) หรือ วตั ต์ (W) ∆
5.5.5 ครูยกตัวอยา่ งสถานการณเ์ กีย่ วกบั กำลัง จากน้นั ครแู ละนกั เรียนรว่ มกนั ฝึกคำนวณ ดงั นี้
- นักกายกรรมหนัก 750 นิวตัน ไต่เชือกด้วยความเร็วคงตัว ซึ่งสูง 5 เมตร ในเวลา
25 วนิ าที จงหากำลงั ทีน่ กั กายกรรมใชใ้ นการไตเ่ ชือก
K โจทย์ W = 750 N, s = 5 m , t = 25 s
โจทยบ์ อกอะไรให้ทราบบา้ ง
W โจทย์ถาม P = ?
โจทยใ์ หห้ าอะไร มีวธิ กี าร วธิ ีการ W = Fs
อะไร ใชว้ ธิ ีอะไรไดบ้ า้ ง
P=W
D
ดำเนินการตามกระบวนการ ∆t
แก้โจทย์ปัญหา วิธีการแก้ปัญหา
หางาน W จาก W = Fs = 750 x 5 = 3,750 J
หากำลัง P จาก P = W = 3,750 = 150 W
∆t 25
L คำตอบ
คำตอบทไี่ ด้ กำลงั ที่นักกายกรรมใช้ในการไตเ่ ชือกเทา่ กับ 150 วตั ต์
- เครื่องยนต์ไอพ่นสองเคร่ืองของเครื่องบินโดยสาร แต่ละเครื่องจะให้แรงขับเคลื่อนขนาด
1.79 x 105 นิวตนั จงหาวา่ ในขณะทเ่ี คร่ืองบนิ กำลังบินท่ีความเรว็ 250 เมตรตอ่ วนิ าที เคร่ืองยนต์แต่ละเคร่ือง
จะให้กำลงั กแี่ รงม้า
K โจทย์ F = 1.79 x 105 N, v = 250 m/s
โจทย์บอกอะไรให้ทราบบา้ ง
W โจทยถ์ าม P = ?
โจทย์ให้หาอะไร มีวธิ กี าร วธิ ีการ P = W = = Fv
อะไร ใช้วธิ อี ะไรไดบ้ า้ ง
∆t ∆t
D วิธกี ารแก้ปัญหา
ดำเนินการตามกระบวนการ หากำลงั P จาก P = Fv = (1.79 x 105) (250) = 44.8 x 106 W
เน่อื งจาก 1 แรงมา้ เท่ากับ 746 วตั ต์
แก้โจทยป์ ญั หา
P = 44.8 x 106 = 60.1 x 103 hp
L 746
คำตอบท่ีได้
คำตอบ
เครื่องยนตแ์ ตล่ ะเคร่ืองจะใหก้ ำลัง 60.1 x 103 แรงมา้
5.6 ขั้นประเมนิ ผล
5.6.1 ครทู ดสอบความเข้าใจของนักเรยี นโดยใช้คำถามต่อไปนี้
- งาน W ของแรงคงตวั F ทกี่ ระทำต่อวตั ถุใหเ้ คลื่อนท่ีด้วยการกระจดั ∆x หาได้อยา่ งไร
(แนวคำตอบ หาจากผลคูณระหวา่ งแรงกับการกระจดั ที่อย่ใู นแนวเดียวกนั ตามสมการ W = F∆xcosθ )
- ออกแรงยกถงุ ให้เคล่อื นท่ีข้นึ เปน็ ระยะทางตา่ งกนั งานทที่ ำในแตล่ ะกรณีเทา่ กนั หรอื ไม่
(แนวคำตอบ งานที่ทำอาจจะเท่าหรอื ไม่เท่ากันก็ได้เพราะงานในการยกวัตถุด้วยอัตราเรว็ สม่ำเสมอขึ้นกับ
ความสงู ในแนวด่ิงของวัตถุท่ีเปลี่ยนไป ตามสมการ W = mg (hf - hi) โดยไมข่ ึน้ กับเส้นทางการเคล่ือนท่ี
หากระยะทางต่างกันแตค่ วามสงู ในแนวด่ิงเปลย่ี นไปเทา่ กันงานก็จะเท่ากนั )
- การหางานของแรงคงตัวและแรงไม่คงตัวท่ีกระทำต่อวัตถุ มีวธิ ีการหาเหมือนหรือต่างกัน
อย่างไร (แนวคำตอบ เหมือนกันคือ ทั้งงานของแรงคงตัวและงานของแรงไม่คงตัวหาไดจ้ ากพื้นที่ใต้กราฟ
ระหว่างแรงกับตำแหน่ง และต่างกันคือ งานของแรงคงตัวหาได้จากสมการ W = F∆x cosθ แต่งานของ
แรงไมค่ งตัว หาได้W = Fเฉล่ยี × ∆x )
- กำลงั เฉลี่ยเก่ยี วขอ้ งกบั ปริมาณใดบ้าง (แนวคำตอบ กำลงั เฉลีย่ เกี่ยวข้องกับงานที่ทำได้
(W) และชว่ งเวลาท่ีใช้ (∆t ) โดยปรมิ าณทงั้ สามมคี วามสมั พันธ์กันดังสมการ)
กำลังเฉลย่ี = งานท่ที ำได้( )
ช่วงเวลาท่ีใช้ (∆ )
- กำลังเฉลี่ยของเครื่องกลชนิดเดียวกันสองเครื่องที่มีกำลังไม่เท่ากันบ่งบอกอะไรแก่เรา
(แนวคำตอบ ในเวลาเทา่ กัน เคร่อื งกลที่มกี ำลังเฉลี่ยมากกว่าจะทำงานไดม้ ากกวา่ )
5.6.2 ครปู ระเมนิ การเรียนร้ขู องนักเรยี น ดังนี้ การตอบคำถามในช้นั เรยี น สังเกตพฤตกิ รรม และ
ใบงาน
5.7 ข้นั นำความรู้ไปใช้
5.7.1 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายถึงสิ่งต่าง ๆ ในชีวิตประจำวันที่เกี่ยวกับงานและกำลัง
ดงั ตอ่ ไปนี้
- ถ้าปีนต้นมะพร้าวที่ลำตน้ ตรงในแนวดิ่ง การปีนขึ้นในแนวดิ่งกบั การใช้บันไดพาดที่เอียง
ทำมุมกบั พ้ืนดนิ สมมติเด็กมนี ำ้ หนัก mg ขึ้นต้นมะพรา้ วถงึ ตำแหนง่ สงู จากพน้ื h เทา่ กันไมว่ า่ จะปีนข้ึนโดยตรง
หรอื ใชบ้ นั ไดพาดต้นมะพร้าวทำ มมุ Ɵ กบั พน้ื ดิน งานทีท่ ำ W แตล่ ะครั้งมคี า่ เทา่ กนั คอื mgh ดังน้ี
ในกรณที ีป่ นี ขึ้นในแนวดิ่ง W = (mg)(h) = mgh
ในกรณที ใ่ี ชบ้ นั ไดพาด W = (mgsinθ)(s) = ( ℎ )(s) = mgh
- นักท่องเที่ยวแบกเป้ไว้บนหลัง เดินในแนวระดับได้ไกล 100 เมตร งานในในการแบกเป้
ของนักท่องเที่ยวเป็นศูนย์ เพราะการเดินในแนวระดับ ความสูงในแนวดิ่งไม่เปลี่ยนแปลงเนื่องจากแรง
(นำ้ หนักของเป)้ มีทศิ ทางลงและการกระจดั มีทศิ ทางตง้ั ฉากกับแรง
- สมมติเส้นทางขึ้นไปยังน้ำตกในอุทยานแห่งหนึ่งมีสองเส้นทาง เส้นทางแรกคดเคี้ยวแต่
ลาดชันน้อย เส้นทางที่สองลาดชันมาก เส้นทางที่ลาดชันน้อยขึ้นได้ง่ายกว่า เพราะแรงที่ใช้ในการเดินขึ้นที่สูง
นอ้ ยกว่า
5.7.2 ครใู หน้ กั เรียนทำใบงาน เร่อื ง งานและกำลงั
6. สื่อ/แหล่งการเรยี นรู้
6.1 หนังสือเรียนรายวชิ าฟิสกิ ส์เพ่มิ เติม ม. 4 เลม่ 2 สสวท.
6.2 ใบงาน เรอื่ ง งานและกำลงั
7. กระบวนการวดั และประเมินผล
จุดประสงค์ เครื่องมอื วธิ ีการวัด เกณฑ์การตดั สิน
คำถาม ตอบคำถาม ผา่ นเกณฑ์อยา่ ง
ด้านความรู้ (K)
1) บอกความหมายของงานในวิชาฟสิ กิ ส์ ใบงาน นอ้ ยร้อยละ 70
2) บอกความหมายของงานที่มีค่าเป็นบวก เป็น
ลบ หรือเป็นศูนย์ แบบประเมนิ ตรวจคำตอบจาก ผา่ นเกณฑ์อยา่ ง
3) บอกความหมายของกำลงั และกำลงั เฉลีย่ พฤติกรรม ใบงาน น้อยร้อยละ 70
ดา้ นด้านทกั ษะกระบวนการ(P) สงั เกตพฤติกรรม ผา่ นเกณฑ์อยา่ ง
1) วิเคราะหแ์ ละคำนวณงานของแรงคงตวั จาก นอ้ ยรอ้ ยละ 70
สมการและพื้นที่ใตก้ ราฟระหวา่ งแรงกบั ตำแหน่ง
2) วเิ คราะหแ์ ละคำนวณงานของแรงไม่คงตัวจาก
พื้นท่ใี ต้กราฟระหว่างแรงกับตำแหน่ง
3) คำนวณกำลังเฉล่ีย
ดา้ นคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ (A)
1) มคี วามสนใจใฝ่รูท้ างด้านวิทยาศาสตร์
≤ ≤
≤ ≤
θ
แผนการจัดการเรยี นรู้ท่ี 11
กล่มุ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 4
รายวชิ า ฟสิ กิ ส์เพ่ิมเติม รหัสวชิ า ว 31201
หนว่ ยการเรยี นรู้ที่ 5 งานและพลังงาน
เรื่อง พลังงานจลน์ เวลา 20 ชว่ั โมง
ภาคเรียนท่ี 2/2564 เวลา 4 ชวั่ โมง
วันทสี่ อน................................................... ครผู สู้ อน นางสาวอารยิ า แก้วคำฝา
1. สาระการเรยี นรู้ / ผลการเรยี นรู้
สาระฟิสิกส์
1. เข้าใจธรรมชาติทางฟิสิกส์ ปริมาณและกระบวนการวัด การเคลื่อนที่แนวตรง แรงและกฎ
การเคลื่อนที่ของนิวตัน กฎความโน้มถ่วงสากล แรงเสียดทานสมดุลกล ของวัตถุ งานและกฎการอนุรักษ์
พลังงานกล โมเมนตัมและกฎการอนุรักษ์ โมเมนตมั การเคล่ือนท่แี นวโค้ง รวมทง้ั นำความรูไ้ ปใช้ประโยชน์
ผลการเรียนรู้
11. อธิบาย และคำนวณพลงั งานจลน์ พลังงานศักย์ พลังงานกล ทดลองหาความสัมพันธ์ระหว่าง
งานกับพลังงานจลน์ ความสัมพันธ์ระหว่างงานกับพลังงานศักย์โนม้ ถ่วง ความสัมพันธร์ ะหว่างขนาดของแรงท่ี
ใช้ดึงสปริงกับระยะที่สปริงยืดออกและความสัมพันธ์ระหว่างงานกับพลังงานศักย์ยืดหยุ่น รวมทั้งอธิบาย
ความสัมพนั ธร์ ะหว่างงานของแรงลพั ธแ์ ละพลงั งานจลน์ และคำนวณงานที่เกิดขนึ้ จากแรงลัพธ์
2. สาระสำคญั
- พลังงานเปน็ ความสามารถในการทำงาน
- พลังงานจลน์เปน็ พลงั งานของวัตถทุ ่ีกำลงั เคล่ือนท่ีคำนวณไดจ้ ากสมการ = 1 2
2
- งานและพลังงานมีความสัมพันธ์กัน โดยงานของแรงลัพธ์เท่ากับพลังงานจลน์ของวัตถุที่เปลี่ยนไป
ตามทฤษฎีบทงาน-พลังงานจลน์เขียนแทนไดด้ ว้ ยสมการ = ∆
3. จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
3.1 ดา้ นความรู้ (K)
1) บอกความหมายพลังงานจลน์
2) อธิบายและประยุกตใ์ ช้ทฤษฎีบทงาน-พลังงานจลน์ในการแกป้ ญั หา
3.2 ดา้ นด้านทักษะกระบวนการ (P)
1) ทดลองเพื่ออธิบายความสมั พันธร์ ะหวา่ งงานของแรงลัพธ์กบั พลังงานจลน์
2) คำนวณเก่ยี วกับพลงั งานจลน์
3.3 ดา้ นคุณลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
1) มคี วามสนใจใฝ่รทู้ างด้านวทิ ยาศาสตร์
3.4 ทักษะกระบวนการวิทยาศาสตร์ (Science Process Skill)
- การสังเกต การวดั การคำนวณ และการลงความเห็นจากข้อมูล
4. สาระการเรยี นรู้
4.1 พลงั งาน
4.2 พลังงานจลน์
5. การจัดกิจกรรมการเรียนรู้
5.1 ขน้ั ตรวจสอบความรเู้ ดมิ
5.1.1 แจง้ จดุ ประสงค์การเรยี นร้ใู ห้นกั เรียนทราบ
5.1.2 ครูทบทวนความนักเรียนเกี่ยวกับความหมายของงาน ความหมายของพลังงาน แล้วถาม
คำถามต่อไปน้ี
- พลงั งาน คืออะไร
- พลงั งานกล แบ่งเปน็ พลังงานชนิดใดบ้าง
5.1.3 ครูพูดคุยกับนักเรียน โดยใช้คำถามว่า “นักเรียนรู้จักพลังงานอะไรบ้าง” นักเรียนตอบ
คำถามไดอ้ ยา่ งอิสระ
5.2 ขน้ั เรา้ ความสนใจ
5.2.1 ครกู ระต้นุ ความสนใจของนักเรยี น โดยใช้ถามคำถามตอ่ ไปน้ี
- งานและพลังงานมีความสัมพันธ์อยา่ งไร (ครูตกลงกับนักเรียนวา่ นักเรียนเรียนหัวข้อน้ีจบ
จะตอบคำถามนีไ้ ด้)
5.2.2 ครถู ามนักเรียนว่า พลังงานแบ่งเปน็ ประเภทใหญ่ ๆ อะไรบา้ ง
5.3 ข้นั สำรวจและค้นหา
5.3.1 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปราย โดยใช้สถานการณ์การเตะลูกบอลให้เคลื่อนที่ให้นักเรียน
สังเกตรว่ มกนั
- ถา้ ลกู บอลอยูน่ ง่ิ ๆ นักเรยี นคิดวา่ ลกู บอลมพี ลังงานหรือไม่ (ไมม่ )ี
- เมื่อลูกบอลไปชนกับถังทต่ี ้งั ไว้อยนู่ ง่ิ ถา้ ลูกบอลมพี ลังงานมากพอ จะทำใหถ้ งั กระเด็นหรือ
ล้มได้ และเรยี กพลังงานของวตั ถทุ ีก่ ำลังเคล่ือนท่ีนวี้ ่า พลังงานจลน์
5.3.2 ครูถามนักเรียนว่า เราจะทราบได้อย่างไรว่าวัตถุทก่ี ำลังเคลอ่ื นท่ีอย่มู ีพลังงานจลน์มากหรือ
น้อยเพียงใด
5.3.3 ครูอธิบายเพิ่มเติมจากตัวอย่างการเตะลูกบอลให้เคลื่อนที่นั้น จะทำให้ลูกบอลหยุด
การเคลือ่ นท่ี ปริมาณงานทท่ี ำตอ่ ลูกบอลจะมากหรอื นอ้ ยขึ้นกับพลังงานจลนข์ องวตั ถุน้ัน
5.3.4 ครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มกลุ่มละ 4 – 5 คน แต่ละกลุ่มศึกษาการปฏิบัติกิจกรรรมจากใบ
กจิ กรรม จากนนั้ ครแู นะนำอุปกรณ์ และนักเรียนแต่ละกลุ่มลงมือปฏิบัติกิจกรรม “การทดลองหาความสัมพันธ์
ระหวา่ งงานกับพลังงานจลน์”
5.4 ข้นั อธบิ าย
5.4.1 นักเรยี นแต่ละกลุม่ สง่ ตัวแทนออกมานำเสนอผลการทำกิจกรรมหนา้ ชนั้ เรียน
5.4.2 ครแู ละนักเรยี นรว่ มกนั อภิปรายและหาข้อสรปุ จากผลการทำกจิ กรรม (จากการทำกิจกรรม
งานที่ทำโดยแรงดึงรถทดลองเป็นสัดสว่ นโดยตรงกับความเร็วของรถยกกำลังสองเมื่อเขยี นกราฟความสมั พันธ์
ระหว่างงาน (W) กับความเร็วสุดท้ายยกกำลงั สอง (v2) จะได้ว่า ความชันของกราฟ มีค่าคงตัวและมีคา่ เท่ากบั
ครึ่งหนึ่งของมวลของรถทดลอง และงานที่เกิดจากแรงดึงรถทดลองเท่ากับพลังงานจลน์ของรถทดลอง เท่ากบั
1 mv หรือ W = F△X = 1 mv2)
22
5.4.3 ครแู ละนักเรยี นร่วมกันอภปิ รายว่าพลงั งานจลน์ (kinetic energy; Ek) คอื พลังงานที่สะสม
อยู่ในวตั ถอุ นั เนือ่ งจากอตั ราเร็วของวตั ถุ มขี นาดเทา่ กบั งานตา้ นการเคลือ่ นทีข่ องวัตถจุ นหยดุ น่ิง
Ek = 1 mv2
2
5.4.4 ครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับงานกับการเปลี่ยนพลังงานจลน์ของวัตถุ ว่างาน
ของแรงลัพธ์ที่ไม่เป็นศูนย์ทำให้วัตถุอยู่นิ่งมีการเคลื่อนที่ นั้นคือทำให้วัตถุมีพลังงานจลน์ แต่ถ้าวัตถุมี
การเคลื่อนที่หรือมีพลังงานจลน์อยู่แล้ว งานของแรงลัพธ์ที่ไม่เป็นศูนย์ที่กระทำต่อวัตถุจะทำให้วัตถุเปลี่ยน
ความเร็วโดยพลังงานจลน์ของวัตถุจะเพิ่มขึ้นเมื่อมีแรงลัพธ์กระทำกับวัตถุในทิศทางเดียวกับการเคลื่อนที่ของ
วัตถุ และพลังงานจลน์จะลดลงเมือ่ มีแรงลัพธก์ ระทำในทิศทางตรงกันข้ามกับการเคลื่อนท่ีของวตั ถุ จนสรุปได้
สมการ
∆Ek = W
W คือ งานรวมทงั้ ระบบ มหี นว่ ยเปน็ จูล (J)
∆Ek คอื พลงั งานจลนข์ องวตั ถุที่เปล่ยี นไป มีหน่วยเปน็ จลู (J)
สมการนี้ เรียกว่า ทฤษฎีบทงาน – พลังงานจลน์ (คือพลังงานจลน์ที่เปลี่ยนไปจะเท่ากับ
งานทเี่ ปล่ยี นไปจะเท่ากับงานทเ่ี กิดขนึ้ บนวัตถนุ ้ี)
5.4.5 ครูเน้นกับนักเรียนว่า พลังงานจลน์ของวัตถุที่เปลี่ยนไปนั้นอาจจะเพิ่มขึ้นหรือลดลงก็ได้
ขึน้ อยู่กบั ทศิ ทางของแรงทม่ี ากระทำ กล่าวคือ ถ้าแรงท่มี ากระทำมีทิศทางเดียวกบั ทิศทางการเคลอ่ื นที่ของวัตถุ
จะทำให้พลังงานจลน์ของวัตถุเพิ่มขึ้น แต่ถ้าแรงที่มากระทำมีทิศทางตรงข้ามกับทิศทางการเคลื่อนที่ของวัตถุ
จะทำใหพ้ ลงั งานจลนข์ องวตั ถุลดลง
5.4.6 ครูให้ความรเู้ พ่มิ เติมเก่ียวกับงานบวกและงานลบท่นี ักเรียนเคยศึกษามาแล้ววา่ เม่ือให้งาน
ที่เป็นบวกแก่วัตถุจะทำใหพ้ ลังงานจลน์ของวัตถุเพิ่มขึ้น นั่นคือ ∆Ek เป็นบวก และเมื่อให้งานที่เป็นลบแก่วัตถุ
จะทำใหพ้ ลงั งานจลน์ของวัตถุลดลง นัน่ คือ ∆Ek เปน็ ลบ จะเหน็ วา่ งานท่ีทำให้พลังงานจลนข์ องวัตถุลดลง เป็น
งานลบ เพราะเป็นงานของแรงต้านการเคลื่อนที่นั่นเอง ครูชี้ให้นักเรียนเห็นว่างานของแรงต้านอาจจะ
เปล่ียนเป็นพลังงานชนดิ อ่ืนได้ เช่น ความร้อนท่เี กิดขน้ึ
5.5 ขน้ั ขยายความคดิ
5.5.1 แนะนำเทคนิค KWDL ให้นักเรียนทราบว่าแต่ละตัวคืออะไร นักเรียนต้องทำอะไรบ้าง
ระหว่างการเรียน วิธีหาคำตอบปกติเพ่ือเชอื่ มโยงเขา้ สู่เทคนิค KWDL โดยมขี ั้นตอนดงั น้ี
ข้นั ที่ 1 K : What we know (นกั เรียนร้อู ะไรบ้างหรือ โจทยบ์ อกอะไรให้ทราบบา้ ง)
ขั้นที่ 2 W : What we want to know (โจทย์ให้หาอะไร มีวิธีการอะไร ใช้วิธีอะไรได้
บ้าง)
ข้นั ที่ 3 D : What we do to find out (ดำเนนิ การตามกระบวนการแกโ้ จทยป์ ญั หา)
ขัน้ ที่ 4 L : What we learned (คำตอบท่ไี ด)้
5.5.2 ครูยกตัวอย่างสถานการณ์ จากนั้นครูและนกั เรียนร่วมกันฝึกคำนวณเพ่ือให้นักเรียนเขา้ ใจ
ถึงวิธีการแก้โจทย์ปัญหาตามความสัมพันธ์ระหว่างงานกับพลังงานจลน์ของวัตถุที่เปลี่ยนไป โดยใช้เทคนิค
KWDL ดังน้ี
- ลูกแก้วมวล 50 กรัม ตกจากโต๊ะกระทบพื้นด้วยความเร็วเท่ากับ 20 เมตรต่อวินาที
หลังจากนน้ั กระดอนข้นึ มาด้วยอัตราเรว็ 10 เมตรตอ่ วนิ าที
จงหา ก. พลงั งานจลนข์ องลกู แกว้ ก่อนกระทบพื้น
ข. พลงั งานจลน์ของลูกแกว้ หลังกระทบพ้นื
K W D L
โจทย์บอกอะไรให้ทราบ คำตอบทไ่ี ด้
โจทยใ์ ห้หาอะไร มี ดำเนินการตาม
บา้ ง คำตอบ
วิธกี ารอะไร ใชว้ ธิ ีอะไร กระบวนการแกโ้ จทย์ พลังงานจลน์ของลูกแก้ว
ก. พลังงานจลน์ของ ก่อนกระทบพื้นเท่ากับ
ลกู แกว้ ก่อนกระทบพืน้ ไดบ้ ้าง ปญั หา 10 จลู
โจทยใ์ ห้
m = 50g = 0.05 kg โจทยถ์ าม วธิ ีการแกป้ ญั หา
v = 20 m/s
Ek = ? Ek = 1 mv2
วิธกี าร
2
1 (0.05)(20)2
Ek = 1 mv2 Ek =
2
2 Ek = 10 J
ข. พลังงานจลน์ของ โจทย์ถาม วธิ กี ารแก้ปัญหา คำตอบ
พลังงานจลน์ของลูกแก้ว
ลูกแก้วหลังกระทบพ้ืน Ek = ? Ek = 1 mv2 ก่อนกระทบพื้นเท่ากับ
2.5 จูล
โจทย์ให้ วิธีการ 2
1 (0.05)(10)2
m = 50g = 0.05 kg Ek = 1 mv2 Ek =
v = 10 m/s 2
2 Ek = 2.5 J
- รถยนต์มวล 800 กิโลกรัม ขณะแล่นด้วยอัตราเร็ว 72 กิโลเมตรต่อชั่วโมงคนขับใช้ห้าม
ล้อ หลังจากใช้ห้ามล้อรถเคลือ่ นท่ตี อ่ ไปอกี 10 เมตรจงึ หยุดนิง่ งานเนือ่ งจากแรงตา้ นทท่ี ำใหร้ ถหยุดมคี ่าเทา่ ใด
K โจทย์ให้ m = 800 kg
โจทยบ์ อกอะไรให้ทราบบา้ ง
u = 72 km/hr = 72×1000 m/s = 20 m/s
W
โจทย์ให้หาอะไร มีวิธีการ 60×60
อะไร ใช้วธิ ีอะไรได้บ้าง
v = 0 m/s
s = 10 m
โจทย์ถาม W = ?
วธิ กี าร ∆Ek = W
∆Ek = W = 1 mv2 - 1 mu2
2 2
D วธิ กี ารแกป้ ญั หา
ดำเนนิ การตามกระบวนการ
∆Ek = W = 1 mv2 - 1 mu2
แกโ้ จทยป์ ัญหา 2 2
= 1 m (v2-u2)
L 2
คำตอบทไ่ี ด้ = 1 (800)(02-202)
2
= -160 kJ
คำตอบ
งานเนือ่ งจากแรงต้านทีท่ ำให้รถหยุดมีคา่ เทา่ กบั -160 กโิ ลจูล
5.6 ขนั้ ประเมนิ ผล
5.6.1 ครูทดสอบความเขา้ ใจของนกั เรยี น โดยใช้คำถามตอ่ ไปนี้
- พลังงานจลน์ของวัตถุ คืออะไร หาได้อย่างไร (แนวคำตอบ พลังงานจลน์ (Kinetic
Energy) คอื พลงั งานท่สี ะสมในวตั ถทุ ่ีมคี วามเรว็ เขียนแทนด้วยสญั ลักษณ์ “Ek” ซงึ่ มีค่าเท่ากบั 1 mv2)
2
- งานสัมพันธ์กับพลังงานจลน์อยา่ งไร (แนวคำตอบ พลังงานจลน์ที่เปลี่ยนแปลง = งาน
ของแรงลัพธ์ W = Ek = Ekv − Eku )
- เราจะหางานของแรงหลายแรงที่กระทำต่อวัตถุได้อย่างไร (แนวคำตอบ งานเนื่องจาก
แรงภายนอกทก่ี ระทำต่อวัตถุใหเ้ คลอ่ื นท่ีในแนวระดับ มคี า่ เทา่ กบั ผลบวกของพลงั งานจลน์ทีเ่ ปล่ียนไปของ
วัตถกุ ับแรงของงานท่ตี ้านการเคลอื่ นที่ Fs = Ek + fs )
5.6.2 ครูประเมินการเรียนรู้ของนักเรียน ดงั น้ี การตอบคำถามในชั้นเรียน สงั เกตพฤติกรรม และ
ใบงาน
5.7 ขน้ั นำความรไู้ ปใช้
5.7.1 ครแู ละนักเรยี นร่วมกันอภิปรายถึงส่งิ ตา่ ง ๆ ในชีวิตประจำวนั ทเ่ี กิดจากพลังงานจลน์ และมี
การนำมาใช้ประโยชน์ ดงั ตอ่ ไปนี้
- พลังงานจลน์จากการตกของลุกตุ้มเหล็กที่ติดตั้งอยู่กับปั้นจั่นจะช่วยในการตอกเสาเข็ม
ซ่ึงเปน็ ฐานรากของการกอ่ สร้างอาคารตา่ งๆ
- พลังงานจลน์ของน้ำที่ไหลตกจากที่สูงกระทบกังหันน้ำให้หมุน ช่วยในการผลิต
กระแสไฟฟ้าเพอ่ื ใช้ประโยชน์อยา่ งกวา้ งขวาง
- การหล่นของผลไม้จากต้น อธิบายได้ว่าผลไม้ที่หล่นจากที่สูงกว่าจะกระทบกับพื้นด้วย
ความเร็วมากกว่าผลไม้ทห่ี ล่นจากท่ตี ำ่
- การจำกัดความเร็วรถไว้ที่ 90 กิโลเมตรต่อชั่วโมง ซึ่งความเร็วเท่านี้ได้ผ่านการคำนวณ
พลังงานจลน์มาแล้วว่าหากเกิดอุบัติเหตุชนก็ไม่ ทำให้เกิดอันตรายต่อผู้ขับขี่มากนักรวมถึงเป็นความเร็ ว
มาตรฐานท่ีผูข้ บั ขค่ี วบคมุ ได้
5.7.2 ครูใหน้ ักเรยี นทำใบงาน เรื่อง พลงั งานจลน์
6. ส่อื /แหล่งการเรียนรู้
6.1 หนังสือเรียนรายวชิ าฟิสิกส์เพม่ิ เติม ม. 4 เลม่ 2 สสวท.
6.2 ใบงาน เรอ่ื ง พลงั งานจลน์ และใบกจิ กรรม “การทดลองหาความสัมพันธ์ระหว่างงานกบั พลังงาน
จลน์”
6.3 วัสดุ- อปุ กรณ์การทดลอง “การทดลองหาความสัมพันธ์ระหวา่ งงานกบั พลังงานจลน์”
7. กระบวนการวดั และประเมนิ ผล
จุดประสงค์ เครื่องมอื วธิ ีการวัด เกณฑก์ ารตัดสนิ
- คำถาม
ด้านความรู้ (K) - ใบงาน - ตอบคำถาม ผ่านเกณฑ์อย่าง
1) บอกความหมายพลงั งานจลน์ - ตรวจคำตอบ นอ้ ยรอ้ ยละ 70
2) อธิบายและประยุกตใ์ ช้ทฤษฎบี ทงาน-พลงั งาน ใบงาน
จลน์ในการแก้ปัญหา จากใบงาน
แบบประเมิน
ด้านด้านทักษะกระบวนการ(P) พฤติกรรม ตรวจคำตอบจาก ผา่ นเกณฑ์อยา่ ง
1) ทดลองเพื่ออธิบายความสัมพันธ์ระหว่างงาน ใบงาน นอ้ ยรอ้ ยละ 70
ของแรงลพั ธ์กบั พลังงานจลน์
2) คำนวณเก่ยี วกบั พลงั งานจลน์ สังเกตพฤตกิ รรม ผ่านเกณฑ์อยา่ ง
น้อยร้อยละ 70
ด้านคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ (A)
1) มคี วามสนใจใฝร่ ทู้ างดา้ นวิทยาศาสตร์