The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

ศาสนาและหน้าที่พลเมือง 3 สค33009

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by Duck Pinthong, 2023-07-03 03:52:26

ศาสนาและหน้าที่พลเมือง 3 สค33009

ศาสนาและหน้าที่พลเมือง 3 สค33009

292 กิจกรรมที่ 2 ใหนกศั ึกษาเติมขอความตอไปน  ี้ใหสมบรณู ระบบคุณคาของสังคม เปนหวใจหร ั ือเปาหมาย สูงสุดที่สังคมตองการให เกิดขึ้น และเปนส ิ่งที่สมาชิก สังคมยอมรับ เปนสิ่งที่ดี บรรทัดฐานทางสงคมั ระเบียบ กฎเกณฑหรือแบบแผน ของพฤติกรรมที่สังคมยอมรับ เปนแนวทางใหสมาชิกในสงคมั ยอมรับและไดประพฤต  ิสืบตอมา การจัดระเบียบ ทางสังคม สถานะภาพ ตําแหนงทไดี่รับจากการ เปนสมาชิกของสังคมหรือ ฐานะทางสังคม บทบาท หนาที่หรือพฤติกรรม ที่ปฏิบัติตามสถานภาพ ที่ไดรับ คานิยม สิ่งที่สังคมสวนใหญยอมร ับ และเหนว็ ามีคณคุา การควบคุมทางสังคม กระบวนการทางสังคมใน การจัดระเบียบพฤติกรรม มนุษยในส  ังคมให สอดคลองกับเปาหมาย


293 กิจกรรมที่ 3 ใหนกศั ึกษาตอบคําถามตอไปนี้ 1. การขัดเกลาทางสังคม หมายถึงการถายทอดวัฒนธรรมใหแกสมาชิกในสังคมเปนกระบวนการทาง สังคมและจิตวทยาซิ ึ่งมีผลทําใหบุคคลมีบุคลิกภาพตามแนวทางที่สังคมตองการ 2. การขัดเกลาทางสังคม มีประโยชนคือเปนการปลูกฝงระเบียบวินัยความมุงหวังใหรูจักบทบาทและ ทัศนคติความชํานาญหรือทักษะ ทั้งนี้เพื่อใหสมาชิกอยูรวมกับผูอื่นในสังคมไดดวยดีการขัดเกลาทางสังคมชวย ใหสมาชิกไดเรียนรูและปฏิบัติตามบรรทัดฐานของสังคม การอบรมสั่งสอนของพอแมครูอาจารยเพื่อนฝูง เพื่อนรวมอาชีพหรือสื่อมวลชนตาง ๆ เหลานี้จะทําใหการกระทําตอผูอื่นเปนไปอยางเหมาะสมรูจักปฏิบัติตน ในฐานะสมาชิกที่ดีของสังคม ซึ่งจะชวยใหสังคมมีระเบียบเพิ่มขึ้น 3. การขัดเกลาทางตรง หมายถึงการปลูกฝงคุณธรรมในดานตาง ๆ ดวยคําพูดคําสอน การบอกกลาว โดยตรง เชน การอบรมสั่งสอนของพอแมให กับลูกเริ่มดวยการสอนพูด สอนมารยาทในสังคม 4. การขัดเกลาทางออมหมายถึงการปลูกฝงคุณธรรมโดยทางออม เชน การอานหน ังสือพิมพการฟง วิทยุดูโทรทัศนภาพยนตรอานนวนิยาย หนังสือรวมในกลุมเพื่อนฝงูดูขาวสารจากอินเทอรเน็ต ผูรับ ขาวสารอาจจะตั้งใจหรือไมต ั้งใจกได็ อาจจะเปนการซึมซับที่ละเล็กทีละนอย 5. องคที่ทําหนาที่ขัดเกลาทางสังคม ไดแกครอบครัวโรงเรียน วดักลุมเพื่อน สื่อสารมวลชน ตอนที่ 2 การเปลี่ยนแปลงและแนวทางการพัฒนาสงคมั กิจกรรมที่ 4 ใหนักศึกษาตอบคําถามตอไปนี้ 1. การเปลี่ยนแปลงทางสังคม หมายถึงการเปลี่ยนระเบียบของสังคมในการกระทําเรื่องตาง ๆในชีวิต การเปลี่ยนแปลงวัตถุสิ่งของเครื่องใชวิธีการหรือเทคโนโลยีการผลิต แบบแผนการดํารงชีวิต ความคิดความเชื่อ คานิยมในสังคม ซึ่งเปนการเปลี่ยนแปลงความสัมพันธและแบบแผนความประพฤติของคนในสังคมที่แตกตาง ไปจากเดิม มีผลตอการเปลี่ยนแปลงโครงสรางและสถาบันในสังคม 2. การเปลี่ยนแปลงทางสังคมแบงออกเปน 2 ประเภท คือ 2.1 การเปลี่ยนแปลงระดับจุลภาค เปนการเปลี่ยนแปลงในระดับบุคคลที่สรางความสัมพันธแปลกใหม ตอกัน และการเปลี่ยนแปลงความสัมพันธในกลุม เชน การนําภูมิปญญาทองถิ่นมาเปลี่ยนแปลงการผลิต สินคารูปแบบใหมสงออกจําหนายในนามชุมชน หรือกลุมแมบาน เปนตน 2.2 การเปลี่ยนแปลงระดับมหภาค เปนการเปลี่ยนโครงสรางโดยรวมของสังคม เชน การเลิกทาส ในสมัยรัชกาลที่ 5 การเปลี่ยนแปลงการปกครองจากระบอบสมบูรณาญาสิทธิราชยมาเปนระบอบประชาธิปไตย ในสมัยรัชกาลที่ 7 เปนตน 3. ปจจัยกอใหเกิดการเปลี่ยนแปลงทางสังคม ไดแก 3.1 ปจจัยภายใน เชน การประดิษฐคิดคนสิ่งใหมๆ เชน เครื่องจักรไอน้ํา หลอดไฟฟา วิทยุ โทรทัศนคอมพิวเตอรมีสวนทําใหวิถีชีวิตของคนเปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ทําใหคนสะดวกสบายขึ้น มีการ ติดตอสื่อสารที่รวดเร็ว การเปลี่ยนแปลงสภาพแวดลอมทางธรรมชาติมีผลตอการดํารงชีวิต ภูมิอากาศ


294 เปลี่ยนแปลงไป เกิดภาวะโลกรอน การเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจของประเทศยอมจะมีผลตอการผลิต การบริโภค ซึ่งหมายถึงเปลี่ยนแปลงทางสังคมดวย 3.2 ปจจัยภายนอกเชน การแพรกระจายของวัฒนธรรมตางชาติเกิดการเลียนแบบกัน เชน ระบบ การศึกษาการแตงกายอาหารยารักษาโรคเทคโนโลยีเปนตน มีผลตอการเปลี่ยนแปลงทางวัฒนธรรม 4. การพัฒนาสังคม หมายถึงการกระทําเพื่อมุงปรับปรุงสงเสริมใหคนที่อยูรวมกัน มีการเปลี่ยนแปลง ไปในทางที่ดีขึ้นทั้งในดานวัตถุและจิตใจอันจะทําใหการดํารงชีวิตอยูรวมกันนั้นมีความเจริญรุงเรืองและสงบสุข 5. แนวทางการพัฒนาสังคมไทยตลอดแผนพัฒนาฯ ฉบับที่ 10 ที่ตองการสังคมใหอยูเย็นเปนสุข มีแนวทางดังนี้ 5.1 การพัฒนาคนใหมีคุณธรรม ความรูเกิดภูมิคุมกัน โดยพัฒนาจิตใจไปพรอมกับการเรียนรู ของคนทุกกลุม ทุกวัย ตลอดชีวิต 5.2 เสริมสรางสุขภาวะคนไทยใหมีสุขภาพที่แข็งแรงทั้งกายใจและอยูในสภาพแวดลอมที่นาอยู 5.3 เสริมสรางคนไทยใหอยูรวมกันในสังคมที่สันติสุข มุงสรางความสัมพันธที่ดีของคนไทย บนพื้นฐานของความมีเหตุผล 5.4 สรางความเขมแข็งของชุมชนและสังคมใหมีรากฐานที่มั่นคงของประเทศและใหความสําคัญ กับการบริหารชุมชนเขมแข็ง สรางความมั่นคงทางเศรษฐกิจชุมชน โดยทําแผนแมบทชุมชนแบบมีสวนรวม 5.5 เสริมสรางธรรมาภิบาลในการบริหารประเทศมุงสรางความเปนธรรมในสังคมใหยั่งยืนโดยพัฒนา วัฒนธรรมประชาธิปไตยใหเปนสวนหนึ่งของการดําเนินชีวิตในสังคม 5.6 รัฐตองเรงปฏิรูปการศึกษาโดยมีเปาหมายและกระบวนการพัฒนาที่มุงเนนใหเด็กไทยรูจักคิด หรือ มีความคิดสรางสรรคแทนรูปแบบการศึกษาเดิมที่เนนแตสาระเนื้อหาวิชา 5.7 สงเสริมการสนับสนุนภูมิปญญาชาวบาน ปรับการพัฒนาใหอยูบนพื้นฐานของวัฒนธรรม ชุมชนที่มีความหลายหลายเพื่อใหชุมชนสามารถอยูรวมกันไดอยางสันติ รักษาไวซึ่งเสถียรภาพของสถาบันครอบครัว และความมั่นคงของชีวิต สนับสนุนบทบาทขององคกรพัฒนาเอกชน ในการพัฒนาเศรษฐกิจและสังคม เนน การจัดระบบสวัสดิการแกประชาชนผูยากจน และผูดอยโอกาสในสังคม สนับสนุนใหประชาชนในทองถิ่น มีสวนรวมในการตัดสินใจเกี่ยวกับการใชทรัพยากรทองถิ่น ไมสงเสริมใหประชาชนมีคานิยมที่ฟุงเฟอ


295 ตอนที่ 3 วัฒนธรรมไทย กิจกรรมที่ 5 ใหนกศั ึกษาเติมขอความในกรอบใหสมบรณู วัฒนธรรม ความหมาย แบงตามลักษณะ ที่มองเห็น แบงตามเนื้อหา วัฒนธรรมทางวัตถุวัฒนธรรมทางศีลธรรม และทางจิตใจ วัฒนธรรมทางวัตถุ หรือสิ่งทมนีุ่ษยสร างขึ้น วัฒนธรรมทางกฎหมาย หรือ ขนบจารีตประเพณีตาง ๆ วัฒนธรรมทางสังคม เปนวัฒนธรรมในการติดตอ สัมพันธกับผูอื่น วัฒนธรรมทางจิตใจ คติธรรม วัตถุธรรม เนติธรรม สหธรรม


296 กิจกรรมที่ 6 ใหนกศั ึกษาตอบคําถามตอไปนี้ 1. วัฒนธรรมไทยมีลักษณะเฉพาะที่เปนเอกลักษณของไทยคือ 1.1 เปนวัฒนธรรมแบบเกษตรกรรม 1.2 เปนวัฒนธรรมที่ยึดถือการกุศล 1.3 เปนวัฒนธรรมที่ยึดถือเครือญาติ 1.3 เปนวัฒนธรรมที่ยึดถือพิธีกรรมมีขั้นตอนในการประกอบพิธีตามความเชื่อ 1.5 เปนวัฒนธรรมที่นิยมความสนุกสนาน 1.6 เปนวัฒนธรรมที่มีการผสมผสานกับวัฒนธรรมอื่น 1.7 เปนวัฒนธรรมที่ไดรับอิทธิพลมาจากพระพุทธศาสนา 2. แนวทางการอนุรักษวัฒนธรรมไทยควรทําดงนั ี้ 2.1 ศึกษารวบรวม เลือกเฟน ปรับเปลี่ยน และถายทอดวัฒนธรรมอยางเหมาะสม 2.2 ติดตามการเปลี่ยนแปลงของกระแสโลกใหรูเทาทันอยางถองแทถึงคุณ และโทษของการรับ วัฒนธรรมตางชาติ 2.4 นําภูมิปญญาพื้นฐานมาใชใหเหมาะสมกับสภาพและเหตุการณและสงเสริมคนในชุมชนใหเปน คนเกงคนดีตามพื้นฐานภูมิปญญาดั้งเดิมของไทย 2.4 ตั้งเปนมูลนิธิเพื่อเผยแพรวัฒนธรรมไทย เพื่อเปดโอกาสใหประชาชนมีสวนรวมในการอนุรักษ วัฒนธรรมไทย 2.5 ปลูกฝงใหเยาวชนเห็นคุณคา ตระหนักในความสําคัญของวัฒนธรรมหลักของชาติถายทอด ความรูในสถานศึกษาในชุมชน และสื่อสารมวลชนทุกแขนงและใหมีสวนรวมในการอนุรักษวัฒนธรรมไทย 3. การรับวัฒนธรรมสากลควรมีหลักการเลือกรับโดยเลือกสรรสิ่งที่เปนประโยชนและสอดคลองกับ สภาพความเปนอยูของคนไทย เปนการผสมผสานกับวฒนธรรมดั ั้งเดมิมีการยอมรบและเปล ั ี่ยนแปลงให เหมาะสมถาสิ่งนั้นสอดคลองกับความประพฤติที่มีอยูเดมของคนไทย ิ


297 ตอนที่ 4 การประพฤติตนเปนพลเมืองดของสี ังคม กิจกรรมที่ 7 ใหนกศั ึกษาเติมขอความตอไปน  ี้ใหสมบรณู ความหมาย ผูที่ปฏิบัติหนาที่พลเมืองไดครบถวน ทั้งกิจที่ตองทําและกิจที่ควรทํา ความสําคัญ 1. ทําใหสังคมและประเทศชาติมีการพัฒนาไปไดอยางมนคงั่ 2. ทําใหสังคมมีความเปนระเบียบเรียบรอย 3. ทําใหเกิดความรักและความสามัคคีในหมูคณะ 4. สมาชิกในสงคมอยัูรวมกนอยั างมีความสุข พลเม ื องด ี คุณธรรมการเปนพลเมืองดี 1. การเห็นแกประโยชน  สวนรวม 2. การมีระเบียบวินยและรั ับผิดชอบตอหนาท ี่ 3. รับฟงความคิดเห็นซึ่งกนและกั ันและเคารพในมติของเสียงสวนมาก 4. ความซื่อสัตยสุจริต 5. ความสามัคคี 6. ความละอายและเกรงกลวในการกระท ัาชํ ั่ว 7. ความกลาหาญและเชื่อมั่นในตนเอง 8. การสงเสริมใหคนดปกครองบ ี านเมืองและควบคุมคนไมดี ไมใหมีอํานาจ


298 กิจกรรมที่ 8 ใหนกศั ึกษานาตํ ัวเลขหนาขอความต อไปนี้เติมในชองวางในกรอบ  ที่สัมพันธกัน หนาที่ของพลเมืองดีตามวถิีประชาธิปไตย หนาที่ของพลเมืองดีตามวถิีประชาธิปไตย ดานสังคม ดานเศรษฐกิจ ขอ 1 3 5 14 9 ขอ 6 8 10 11 12 19 หนาที่ของพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย หนาที่ของพลเมืองดีตามหลักธรรม ดานการเมืองการปกครอง ขอ 26 17 ขอ 29 30 หนาที่ของพลเมืองดีตามวัฒนธรรมไทย หนาที่ของพลเมืองดีตามประเพณไทย ี ขอ 7 15 16 18 ขอ 27 28 หนาที่ของพลเมืองดีตามรัฐธรรมนูญ หนาที่ของพลเมืองดีในการอนุรักษสิ่งแวดลอม ขอ 20 21 22 23 24 25 ขอ 2 7 13


299 หนวยการเรยนรีูที่ 7 ประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน ตอนที่ 1 รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย กิจกรรมที่ 1 ใหนกศั ึกษาตอบคําถามตอไปนี้ 1. รัฐธรรมนูญ หมายถึงกฎหมายสูงสุดที่ใชจัดระเบียบการปกครองประเทศกําหนดรูปแบบของรัฐ วาเปนรัฐเดี่ยว หรือรัฐรวม ระบอบการปกครองของรัฐรวมทั้งสถาบันและองคกรที่ใชอํานาจในการปกครองรัฐ 2. รัฐธรรมนูญมีความสําคัญคือ 2.1 รัฐธรรมนูญเปนกฎหมายสูงสุดที่ใชปกครองประเทศ  2.2รัฐธรรมนูญเปนกฎหมายทบี่ัญญัติถึงโครงสรางการปกครองประเทศ 2.3รัฐธรรมนูญวางหลักประกนเพั ื่อคุมครองสิทธิเสรีภาพ และกําหนดหนาท ี่ของพลเมืองของรัฐ 2.4รัฐธรรมนูญชวยทําใหเกิดการปฏิรูปทางการเมืองและการบริหารราชการแผนดิน 3. รัฐธรรมนูญโดยทั่วไปมเจตนารมณี อยางไรบาง 3.1รัฐธรรมนูญมุงใหประชาชนเคารพสิทธของกินและกันั 3.2 รูจักใชสิทธิของตนเองและแนะนําใหผูอื่นรูจักใชและรักษาสิทธิของตนเอง 3.3รณรงคเผยแพรความรูเกี่ยวกับหลักสิทธิมนุษยชนและปลูกฝงแนวความคิดเรื่อง สิทธิมนุษยชนแกชุมชนหรือสังคม ตามสถานภาพและบทบาทที่ตนพึงกระทํา 3.4รวมมือกับหนวยงานท ั้งภาครัฐและภาคเอกชน เพอคืุ่มครองสิทธิมนุษยชน 3.5 ปฏิบัติตนตามหนาที่ของชาวไทยทบี่ัญญัติไวในรัฐธรรมนูญ 3.6 สงเสริมและสนับสนนการดุําเนินงานขององคกรอิสระตามรัฐธรรมนูญ 4. หลักการที่กาหนดไว ํ ในร  ัฐธรรมนูญแหงราอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มีอะไรบาง 4.1 หลักสงเสริมและคุมครองศักดิ์ศรีความเปนมนุษยสิทธิเสรภาพของชนชาวไทย ี 4.2 หลักสนบสนัุนใหประชาชนมีบทบาทมีสวนรวมในการปกครองและตรวจสอบการใชอํานาจรฐั อยางเปนรูปธรรม 4.3 หลักการสรางกลไกสถาบันการเมืองทกสุวนโดยเฉพาะฝายนิติบัญญัติและฝายบริหารใหมีดุลยภาพ และประสิทธิภาพตามวิถีการปกครองระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตรยิทรงเปนประมุขและรัฐสภา 4.4 หลักการเสริมสรางสถาบันศาลและองคกรอิสระอื่นใหสามารถปฏิบัติหนาที่โดยสุจริต และเที่ยงธรรม 4.5 หลักการเนนย้ําคุณคาและความสําคัญของจริยธรรมและแนวทางการบริหารกิจการบานเมืองที่ดี 4.6 หลักการตรวจสอบการใชอํานาจรัฐของผูดํารงตําแหนงทางการเมืองตาง ๆ 4.7 หลักการเลือกตั้งที่สุจริตและเที่ยงธรรม 4.8 หลักการกระจายอํานาจใหแก ประชาชนในทองถนติ่าง ๆ


300 กิจกรรมที่ 2 ใหนกศั ึกษาเตมขิ อความตอไปนี้ใหสมบูรณ รัฐสภา รัฐสภาประกอบดวยสภาผ ูแทนราษฎร และวุฒิสภา สมาชิกสภาผูแทนราษฎร จํานวน 480 คน มาจากการเลือกตั้ง แบบสัดสวน จํานวน 80 คน และ สมาชิกสภาที่มาจากการเลือกตั้งแบบ แบงเขตเลือกตั้งอีก 400 คน คณะรัฐมนตรี ประกอบดวยนายกร ัฐมนตร 1 ีคน ซึ่ง แตงตั้งจากสมาชิกสภาผูแทนราษฎร และรัฐมนตรอีื่นอีกไมเกิน 35 คน รัฐธรรมนูญแหง ราชอาณาจักรไทย พ.ศ. 2550 ศาล เปนองคกรของผูใชอํานาจตลาการุ ภายใตพระปรมาภ  ไธยของ ิ พระมหากษตรั ิยรัฐธรรมนูญ องคกรอิสระ - คณะกรรมการการเลือกตั้ง - คณะกรรมการปปช. - คณะกรรมการตรวจเงินแผนดิน - ผูตรวจการแผนดิน - คณะกรรมการสิทธิมนุษยชนแหงชาติ


301 กิจกรรมที่ 3 ใหนกศั ึกษาอธิบายถึงพระราชสถานะและพระราชอํานาจของพระมหากษัตริยไทย  พระมหากษัตริย ตอนที่ 2 ความขัดแยงทางการเม ืองของไทย กิจกรรมที่ 4 ใหนกศั ึกษาวิเคราะหความขดแยั งทางการเมืองของไทยตามหัวขอตอไปนี้ ใหนกศักษาแสดงความคึ ิดเห็นไดอยางอ ิสระ ตอนที่ 3 บทบาทของการเมืองไทยที่มีตอความสัมพันธระหว างประเทศ กิจกรรมที่5 ใหนกศั ึกษาวิเคราะหความสมพั ันธระหวางประเทศไทยกับตางประเทศในดานตอไปนี้ 1. ความสัมพันธระหวางไทยกับตางประเทศสมัยสุโขทัยและอยุธยา สมัยสุโขทัย ไทยติดตอกับประเทศตาง ๆ เฉพาะในเอเชีย เชน จีนลังกาเปอรเซียอินเดียการสราง ความสัมพันธในตางประเทศมีเพียง 2 รูปแบบคือการคาขายและการแลกเปลี่ยนทางวัฒนธรรม สมัยอยุธยา มีการติดตอคาขายกับประเทศในยุโรป เชน โปรตุเกส ฮอลันดาและฝรั่งเศส 2. ความสัมพันธระหวางไทยกับตางประเทศสมัยรัตนโกสินทร สมัยกรุงรัตนโกสินทรเมื่อการแขงขันเชิงการคาเพื่อครอบครองดินแดนตางๆ ไวเปนอาณานิคม ระหวางอังกฤษและฝรั่งเศสรุนแรงขึ้น ในคริสตศตวรรษที่ 19 และไดแผ มาจนถึงบริเวณทใกล ี่ เคยงี พระราชสถานะ พระราชอํานาจ 1. ทรงเปนองคพระประมุขของราชอาณาจักรไทย 2. ทรงดํารงอยูในฐานะอนเป ั นที่เคารพสักการะ ผูใดจะละเมดมิ ิได 3. ทรงเปนพุทธมามกะและทรงเปน อัครศาสนูปถัมภก 4. ทรงดํารงตําแหนงจอมทัพไทย 1. ทรงไวซึ่งพระราชอํานาจที่จะสถาปนาฐานันดรศกดั์ิ และพระราชทานเครื่องราชอิสริยาภรณ 2. ทรงเลือกและทรงแตงตั้งผูทรงคุณวุฒิเปนคณะ องคมนตรี 3. ทรงมีพระราชอํานาจในการแตงตั้งและการใหขาราชการ ในพระองคและสมุหราชองครักษพนจากตําแหนง 4. ทรงมีพระราชอํานาจในการแกไขกฎมณเทียรบาล วาดวยการส  ืบราชสันตติวงศ 5. ทรงมีพระราชอํานาจในการแตงตั้ง คณะกรรมการองคกรอิสระตามรัฐธรรมนญ


302 กับประเทศไทย พระมหากษตรั ิยไทยทรงตระหนกถั ึงภัยลัทธิจักรวรรดินิยมรัชกาลท 4 ี่จึงยอมลงนามใน สนธิสัญญาเบาริงกับอังกฤษในค.ศ.1855 สนธิสัญญาดังกลาวทําใหไทยตองเสียเปรียบดานการคาการศาลและภาษี อากร สมัยรัชการที่ 5 ตองเสียดินแดนใหฝร ั่งเศสและอังกฤษหลายครงและพรั้อมกบการดั ําเนนวิ ิเทโศบาย ผอนปรนตอชาติมหาอํานาจ ตั้งแตรัชกาลท 5 ี่เปนตนมา ประเทศไทยกได็ เรงดําเนินการปรับปรุง บานเม ืองอยางเรงรีบและมีระบบมากขึ้น สวนทางดานความสัมพันธกับตางประเทศ พระองคไดเสดจไป ็ สรางสัมพันธไมตรีกับประเทศตาง ๆ เชน รัสเซียเพื่อจะบรรเทาแรงขับจากอิทธิพลของประเทศอาณานิคมซึ่ง อยูใกลตัวการหันไปหาพลังอํานาจชาติอื่นเพื่อมาลดอิทธิพลของบางชาตินับเปนวิเทโศบายอันชาญฉลาดที่ ทําใหไทยดํารงความเปนเอกราชอยูได 3. ความสัมพันธระหวางไทยกับตางประเทศสมัยหลังสงครามโลกคร้ังที่ 2 หลังสงครามโลกครั้งที่ 2 แรงกดดันจากสงครามเย็นและการคุกคามของลัทธิคอมมิวนิสต ประเทศไทยตองดําเนินนโยบายเขาขางโลกเสรีแนวคิดในการพัฒนาดานกองทัพและตํารวจถูกนําเขามายัง ชนชั้นผูนําไทยการสรางรัฐใหแข็งแกรง เพื่อตอสูกับภัยคอมมิวนิสต เพื่อสูกับภัยคอมมิวนิสตหนวยงาน ทางทหารและความมั่นคง มีบทบาทสูงและขยายตัวมากขึ้น การเนนความมั่นคงในยุคสงครามเย็นไดสงผลตอ พัฒนาการของรัฐไทยในดานความสัมพันธระหวางประเทศทําใหไทยตองเขาเปนสมาชิกองคการสนธิสัญญาเอเชีย ตะวันออกเฉียงใต (SEATO) ในค.ศ.1954 มีขอตกลงรวมทางดานการประกันความมั่นคงระหวางสหรัฐอเมริกา กับไทยในค.ศ.1962 ขอตกลงวาดวยกิจกรรมพัฒนาและการวิจัยการสื่อสารวิทยุ (ค.ศ.1964) ขอตกลงวาดวย การจัดตั้งดําเนินการและสนับสนุนกิจกรรมดานการพัฒนาและวิจัยการสื่อสารวิทยุ (ค.ศ. 1965) ขอตกลงวาดวย การขอใชสนามบินอูตะเภา(ค.ศ.1967) และขอตกลงวาดวยการปองกันภัยทางอากาศรวมไทย–สหรัฐฯ (ค.ศ.1967) ความสัมพันธนี้ไดนําประเทศเขาสูความขัดแยงในระดับภูมิภาคที่สหรัฐอเมริกาเปนผูกําหนดนโยบายหลัก ตลอดมาคือ สงครามเกาหลี สงครามเวียดนาม และความขัดแยงในกัมพูชา 4. การจัดระเบยบโลกใหม ี หมายถึงการพฒนาโลกไปส ัูความยั่งยืน มหลี ักการสําคัญคือ 4.1 ตองชวยกลุมคนที่ยากจนที่สุดเพราะพวกเขาจะไมมีทางออกอื่นใดนอกจากการทําลาย ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดลอม 4.2 เนนพัฒนาแบบพึ่งพาตัวเอง ภายใตความจ ํากดทางสภาพธรรมชาตั ิ 4. 3 การพัฒนาจะตองไมกอให  เกดความเสิ ียหายรุนแรงดานสิ่งแวดลอม 4.4 การพัฒนาจะตองอยูบนหลักการทวี่าดวยการมีสุขภาพอนามัยทดี่ีการใชเทคโนโลยีที่ เหมาะสม การมีอาหารที่เพียงพอแกการบริโภค 4.5 การพัฒนาจะตองอยูบนหลักทวี่าดวยการสงเสริมการริเริ่มของประชาชน 4.6 มนษยชาตุิคือศูนยกลางและหวใจของการพ ั ัฒนา


303 ตอนที่ 4 สิทธิมนุษยชน กิจกรรมที่ 6 ใหน ักศึกษาตอบคําถามตอไปนี้ 1. สิทธิมนุษยชน หมายถึงศักดิ์ศรีความเปนมนุษยสิทธิเสรีภาพ และความเสมอภาคของบุคคลที่ ไดรับการรับรองหรือคุมครองตามรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย ตามกฎหมายไทย หรือตามสนธิสัญญา ที่ประเทศไทยมีพันธกรณีตองปฏิบัติตาม 2. หลักการของสิทธิมนุษยชน ไดแก 2.1 สิทธิเสรีภาพตามรัฐธรรมนูญ รัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย ภายใตบังคับบทบัญญัติแหง รัฐธรรมนูญนี้ศักดิ์ศรีความเปนมนุษยสิทธิเสรีภาพ และความเสมอภาค ชาวไทยเคยไดรับการคุมครองตาม ประเพณีการปกครองของประเทศไทยในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริยทรงเปนประมุขและ ตามพันธกรณีระหวางประเทศที่ประเทศไทยมีอยูแลว ยอมไดรับการคุมรองตามกฎหมายนี้จากบัญญัติ ดังกลาว ชี้ใหเห็นวาสิทธิเสรีภาพตาง ๆ ที่ประชาชนชาวไทยเคยไดรับการคุมครองมากอน เชน สิทธิเสรีภาพ ในรางกาย สิทธิในการรับการศึกษาขั้นพื้นฐาน สิทธิในทรัพยสิน สิทธิในเคหสถาน เสรีภาพในการเดินทาง และการเลือกที่อยูฯลฯยังคงไดรับการคุมครองอยูตามที่รัฐธรรมนูญบัญญัติไว 2.2 สิทธิตามกฎหมายไทย เปนสิทธิตามกฎหมายไทยที่ตราขึ้นเพื่อกําหนดขอบเขตอันเปน สาระสําคัญของสิทธิตามที่รัฐธรรมนูญกําหนด หรือเพื่อคมครองสุ ิทธิเสรีภาพประการอื่น 2.3 สิทธิตามสนธิสัญญา เปนสิทธิที่ประเทศไทยเขารวมเป  นภาคีอนสุัญญา หรือเขารวมทํา ขอตกลงระหวางประเทศเก ยวกี่ับสิทธิมนุษยชนที่ประเทศไทยมีพันธกิจตองปฏิบัติตามและบรรดาประเทศ สมาชิกตาง ๆ ตองเคารพและปฏิบัติตามองคกรระหวางประเทศที่ประเทศไทยเปนสมาช ิก 3. องคกรดานสิทธิมนุษยชนไดแกองคกรทางศาล ผูตรวจการแผนดนของริ ัฐสภา และคณะกรรมการ สิทธิมนุษยชนแหงชาติ 5. คณะกรรมสิทธิ์มนุษยชน มีบทบาทหนาท ี่ ดังนี้ 5.1 ตรวจสอบและรายงานการกระทํา หรือการละเลยการกระทําอันเปนการละเมิดสิทธิมนุษยชน หรือการกระทาทํ ี่ไมเปนไปตามพันธกรณีระหวางประเทศเกี่ยวกับสิทธมนิุษยชนที่ประเทศไทยเปนภาคีและ เสนอมาตรการแกไขที่เหมาะสมกับบุคคล หรือหนวยงานท ี่กระทําหรือละเลยการกระทําดังกลาว หากบุคคล หรือหนวยงานดงกลั าวไมดาเนํ ินการตามที่เสนอใหรายงานตอรัฐสภาตอไป 5.2 เสนอเรื่องพรอมดวยความเห็นตอศาลรัฐธรรมนูญ ในกรณีที่เห็นชอบตามที่มีผูรองเรียนวา บทบัญญัติแหงกฎหมายใดกระทบตอสิทธิมนุษยชน และมีปญหาเกี่ยวกับความชอบดวยรัฐธรรมนูญ 5.3 เสนอเรื่องพรอมดวยความเห็นตอศาลปกครอง ในกรณีที่เห็นชอบตามที่มีผูรองเรียนวากฎ คําสั่ง หรือการกระทําอื่นใดในทางปกครองกระทบตอสิทธิมนุษยชน และมีปญหาเกี่ยวกับความชอบดวย รัฐธรรมนูญและกฎหมาย 5.4 ฟองคดีตอศาลยุติธรรมแทนผูเสียหายเมื่อไดรับการรองขอจากผูเสียหาย และเปนกรณีที่ เห็นสมควรเพื่อแกไขปญหาละเมิดสิทธิมนุษยชนเปนสวนรวม ทั้งนี้ตามที่กฎหมายบัญญัติ


304 5.5 เสนอแนะนโยบาย และขอเสนอใหการปรับปรุงกฎหมาย กฎ หรือขอบังคับตอรัฐสภาและ คณะรัฐมนตรีเพื่อสงเสริมและคุมครองสิทธิมนุษยชน 5.6 สงเสริมการศึกษาวิจัยและการเผยแพรความรูดานสิทธิมนุษยชน 5.7 สงเสริมความรวมมือและประสานงานระหวางหนวยราชการองคกรเอกชน และองคกรอื่น ๆ ดานสิทธิมนุษยชน 5.8 ประเมินผลและจัดทํารายงานผลการปฏิบัติงานประจําปเสนอตอรัฐสภา 5.9 อํานาจหนาที่อื่นตามที่กฎหมายบัญญัติ 6. ปฏิญญาสากลวาดวยส  ิทธมนิุษยชนแหงสหประชาชาติไดรับรองสิทธิของมนุษย 2 ประเภท คือ 6.1 สิทธิพลเมืองและสิทธิทางการเมือง เชนสิทธิในชีวิตและรางกาย สิทธิในทรัพยสนิสิทธิเลือกตั้ง และสมัครรับเลือกตั้ง 6.2 สิทธิทางเศรษฐกจิสังคมและวฒนธรรมัเชนสิทธิท่จะมี ีงานทาและสํ ิทธิในการสรางครอบครวั เปนตน 7. ประเทศไทยมักประสบปญหาด านสิทธิมนุษยชนในเรื่องใดบาง 7.1 การละเมิด หรือการลวงล้ําดินแดนของประเทศไทยกับประเทศเพื่อนบาน จากการที่ชาวบานเขา มาทํามาหากินบริเวณชายแดน เชน การทําปาไมทํานา เก็บของปา ทําใหเกิดการกระทบกระทั่งกันบริเวณ ชายแดน ซึ่งรัฐบาลไทยไดพยายามทําขอตกลงกับประเทศเพื่อนบานและรวมมือกันดูแลบริเวณชายแดน 7.2 การหนีเขาเมืองของคนจากประเทศเพื่อนบานเขามาหางานทําในประเทศไทย เนื่องจาก เศรษฐกิจของประเทศไทยดีกวาประเทศเพื่อนบานบางประเทศเชน ลาวกัมพูชา พมารัฐบาลไทยไดผลักดันไมให คนตางชาติหนีเขาเมืองและดําเนินการสงกลับประเทศ 7.3 การรุกล้ําอาณาเขตทางทะเลจากการหนีเขาเมืองทางเรือและชาวประมงที่ทําการประมงขามเขต เศรษฐกิจจําเพาะของเทศไทย หรือชาวประมงไทยรุกล้ําอาณาเขตประเทศเพื่อนบาน ทําใหเกิดปญหา บางครั้งมีการปะทะกัน และมีผูเสียชีวิต เปนตน


305 ภาคผนวก


306


307 คณะผูจัดทํา ที่ปรึกษา 1. นายอภิชาต ิจีระวุฒิ 2. นายบุญสง คูวรากุล 3. นางอมรรัตน คงสํารวย ผูควบคุม นางสาววไลิ แยมสาขา ผูรับผดชอบิ นางสาววาสนา โกสียวัฒนา คณะผูวิเคราะหโครงสรางชดการเรุียน 1. นางสาววไลิ แยมสาขา สถาบันการศึกษาทางไกล 2. นางมารศรี เอื้ออรุณ โรงเรียนพิริยาลัย อ. เมืองแพร จ. แพร 3. นางชงโค สุรเวทวงศภาสกลุมสงเสริมปฏิบัติการ ประสานงานและจัดทําตนฉบับ 1. นางสาวสุลาง เพ็ชรสวาง กลุมพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน 2. นางจุฑากมล อินทระสันต กลุมพัฒนาการศึกษานอกโรงเรียน 3. นางสาวจินตนา ดวงชอมุ กศน. เขตปทมวุัน 4. นางสาวธนภร กองกังวาน กศน. เขตปทมวุัน 5. นางสาวศิริลักษณ พวงพมายิสถาบันการศึกษาทางไกล 6. นางสาวฐิติรัตน บัวโรย สถาบันการศึกษาทางไกล 7. นางสาวณฐหทั ัย เปลยนรีุ่ง สถาบันการศึกษาทางไกล


308 คณะผูเขียนและบรรณาธิการ คณะผูเขียน • หนวยการเรียนรูที่ 1 พุทธประวัติ นางมารศรี เอื้ออรุณ ครูเชี่ยวชาญ โรงเรียนพิริยาลัย อําเภอเมืองแพร จังหวัดแพร • หนวยการเรียนรูที่ 2 หลักของพุทธศาสนา นายวิสุทธิ์ สิทธิอักษร ครูชํานาญการ โรงเรียนพิริยาลัย อําเภอเมองแพรื  จังหวดแพรั  • หนวยการเรียนรูที่ 3 พุทธศาสนากับการดํารงชีวิต นายบุญสง เอออรืุ้ณ ครูชํานาญการ โรงเรียนสูงเมนชนูปถัมภ อําเภอสูงเมน จังหวดแพรั  • หนวยการเรียนรูที่ 4 แบบอยางการดําเนินชีวตในพ ิุทธศาสนา นางมารศรี เอื้ออรุณ ครูเชี่ยวชาญ โรงเรียนพิริยาลัย อําเภอเมืองแพร จังหวัดแพร • หนวยการเรียนรูที่ 5 การสืบทอดพระพุทธศาสนา นายบุญสง เอออรืุ้ณ ครูชํานาญการ โรงเรียนสูงเมนชนูปถัมภ อําเภอสูงเมน จังหวดแพรั  • หนวยการเรียนรูที่ 6 พลเมืองดีของสังคม นายบุญสง เอออรืุ้ณ ครูชํานาญการ โรงเรียนสูงเมนชนูปถัมภ อําเภอสูงเมน จังหวดแพรั  • หนวยการเรียนรูที่ 7 ประชาธิปไตยและสิทธิมนุษยชน นางมารศรี เอื้ออรุณ ครูเชี่ยวชาญ โรงเรียนพิริยาลัย อําเภอเมืองแพร จังหวัดแพร คณะบรรณาธิการ 1. นางสาววไลิ แยมสาขา สถาบันการศึกษาทางไกล 2. นางมารศรี เอื้ออรุณ โรงเรียนพิริยาลัย อ. เมืองแพร จ. แพร 3. นายบุญสง เอออรืุ้ณ โรงเรียนสูงเมนชนูปถัมภ อ. สูงเมน จ.แพร 4. นางแสงระวี ธนภัทรศรีกุล วิทยาลัยเทคนคสมิุทรสงคราม


Click to View FlipBook Version