188
4.7 สถติ ิทใ่ี ช้ในกำรวิจัย ประกอบดว้ ย
4.7.1 การวิเคราะห์สถานภาพส่วนตัวของผูต้ อบแบบสอบถาม ใช้ค่าร้อยละ (%)
4.7.2 การวิเคราะห์ความคิดเห็นที่มีต่อรูปแบบการบริหารเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต
ของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา ใช้ค่าเฉลี่ย ( ̅ ) และส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน (S.D.)
ซึ่งการวิเคราะห์ระดับความคิดเห็น ผู้วิจัยใช้ค่าเฉลี่ยไปเปรียบเทียบเกณฑ์ตามแนวคิดของเบสท์
(บุญชม ศรสี ะอาด, 2547: 103) ดังรายละเอียดตอ่ ไปนี้
ค่าเฉลีย่ 4.51 - 5.00 หมายถึง เห็นดว้ ยต่อรูปแบบการบรหิ ารในระดบั มากทีส่ ุด
คา่ เฉลี่ย 3.51 - 4.50 หมายถึง เห็นด้วยต่อรูปแบบการบริหารในระดับมาก
ค่าเฉลี่ย 2.51 - 3.50 หมายถึง เห็นดว้ ยต่อรูปแบบการบรหิ ารในระดับปานกลาง
ค่าเฉล่ยี 1.51 - 2.50 หมายถึง เหน็ ดว้ ยต่อรูปแบบการบริหาร อยู่ในระดับน้อย
ค่าเฉล่ีย 1.00 - 1.50 หมายถึง เหน็ ดว้ ยต่อรูปแบบการบรหิ ารในระดับน้อยทส่ี ดุ
4.7.3 วิเคราะห์ข้อเสนอแนะที่ไดโ้ ดยการใช้ค่าความถี่ (Frequency) และการวิเคราะห์
เนอ้ื หา (Content Analysis)
ขั้นตอนที่ 5 ใช้และติดตำมผลกำรใช้ กำรพัฒนำตำมรูปแบบกำรบริหำรเพื่อพัฒนำ
คุณภำพชีวิตของนักเรียนที่มีควำมบกพร่องทำงสติปัญญำ โรงเรียนแพร่ปัญญำนุกูล
จงั หวัดแพร่
การติดตามผลการใช้และการพัฒนาคุณภาพชวี ิตของนักเรยี นทมี่ ีความบกพร่องทางสติปัญญา
โรงเรยี นแพรป่ ัญญานุกูล จังหวัดแพร่ ผวู้ จิ ัยได้ดาเนนิ การ ดังน้ี
5.1 ใช้และติดตำมผลกำรใช้รูปแบบกำรบริหำรเพ่ือพัฒนำคุณภำพชีวิตนักเรียนที่มี
ควำมบกพร่องทำงสตปิ ัญญำ โรงเรยี นแพร่ปญั ญำนุกลู จงั หวดั แพร่
โดยสอบถามความคิดเห็นของครู และกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่มีต่อผล
การปฏิบัติตามรูปแบบการบริหารเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียน โรงเรียนแพร่ปัญญานุกูล
จงั หวัดแพร่ ในปีการศึกษา 2562 โดยใช้แบบสอบถาม
ประชำกร การวิจัยในขั้นตอนน้ี ประกอบด้วยครู และกรรมการสถานศึกษาข้ันพื้นฐาน
โรงเรียนแพรป่ ญั ญานุกลู จงั หวัดแพร่ ทกุ คน
ตัวแปรท่ีศึกษำ ตัวแปรท่ีศึกษาในการวิจัยคร้งั น้ี ไดแ้ ก่
ตัวแปรตน้ คอื องคป์ ระกอบของรูปแบบการบริหารเพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวติ ของนักเรียน
ท่มี ีความบกพร่องทางสติปัญญา ท้งั 7 ดา้ น ประกอบดว้ ย 1) ภาวะผนู้ าการเปล่ยี นแปลงของผู้บริหาร
2) การบริหารนโยบายและแผนพัฒนาโรงเรียน 3) การบริหารทรัพยากร 4) การพัฒนาหลักสูตรและ
การออกแบบการเรียนการสอน 5) การพัฒนาครูการศึกษาพิเศษมืออาชีพ 6) การพัฒนาคุณภาพชีวิต
นักเรยี นทมี่ คี วามบกพร่องทางสตปิ ัญญา 7) การพึ่งพาชว่ ยเหลือตนเอง
ตวั แปรตาม ได้แก่ ระดับความคิดเห็นและความพงึ พอใจของครู และกรรมการสถานศึกษา
ขั้นพื้นฐาน ที่มีต่อการปฏิบัติตามรูปแบบการบริหารงานเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียนที่มี
ความบกพร่องทางสติปัญญา โรงเรยี นแพร่ปัญญานุกูล จงั หวดั แพร่ เพ่ือพฒั นาคุณภาพชวี ิตของนักเรียน
ดา้ นการพฒั นาสุขภาพทางกายและจติ ใจ ด้านการพฒั นาการศึกษา และด้านการพฒั นาทกั ษะอาชพี
189
เครื่องมือที่ใช้ในกำรวิจัย เป็นแบบสอบถามสาหรับครู และกรรมการสถานศึกษา
ข้ันพนื้ ฐาน แบ่งออกเป็น 3 ตอน คือ
ตอนที่ 1 สอบถามเกี่ยวกับข้อมูลพื้นฐานของผู้ตอบแบบสอบถาม ประกอบด้วย
สถานภาพ เพศ อายุ ระดบั การศกึ ษา ประสบการณใ์ นการดูแลนักเรียนที่มคี วามบกพร่องทางสติปญั ญา
ตอนที่ 2 สอบถามเกีย่ วกบั ความคดิ เห็นของครู และกรรมการสถานศึกษาขนั้ พื้นฐาน
ที่มีต่อการปฏิบัติตามรูปแบบการบริหารเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียนที่มีความบกพร่อง
ทางสติปัญญา จานวน 84 ชุด ประกอบดว้ ย
1. ภาวะผูน้ าการเปล่ียนแปลงของผบู้ รหิ าร จานวน 5 ข้อ
2. การบรหิ ารนโยบายและแผนพัฒนาโรงเรียน
2.1) ดา้ นนโยบาย จานวน 6 ข้อ
2.2) ดา้ นแผนพัฒนา จานวน 12 ข้อ
3. การบรหิ ารทรพั ยากร
3.1 การบริหารงานบุคคล จานวน 5 ข้อ
3.2 การบริหารงบประมาณ จานวน 7 ข้อ
3.3 การบรหิ ารจดั การ จานวน 6 ข้อ
3.4 การบริหารวัสดุอปุ กรณ์ จานวน 7 ข้อ
4. การพฒั นาหลักสูตรและการออกแบบการเรยี นการสอน
4.1 การวเิ คราะห์ จานวน 4 ข้อ
4.2 การออกแบบ จานวน 6 ข้อ
4.3 การพฒั นา จานวน 4 ข้อ
4.4 การนาไปใช้ จานวน 4 ข้อ
4.5 การประเมนิ ผล จานวน 4 ขอ้
5. การพัฒนาครกู ารศึกษาพิเศษมืออาชีพ จานวน 8 ข้อ
6. การพฒั นาคณุ ภาพชวี ิตนกั เรยี นทมี่ คี วามบกพร่องทางสตปิ ัญญา
6.1 การพัฒนาสขุ ภาพทางกายและจติ ใจ จานวน 5 ข้อ
6.2 การพฒั นาการศึกษา จานวน 8 ข้อ
6.3 การพฒั นาทกั ษะอาชีพ จานวน 11 ขอ้
7. การพ่ึงพาช่วยเหลอื ตนเอง จานวน 6 ข้อ
ซึง่ เปน็ แบบสอบถามชนิดจดั ลาดับคุณภาพ 5 ระดบั ของลเิ คอรท์ (พวงรตั น์ ทวีรตั น,์
2540: 107)
5 หมายถึง มีการปฏิบัติและการพฒั นาอยู่ในระดบั มากท่ีสดุ
4 หมายถงึ มีการปฏิบตั ิและการพัฒนาอยู่ในระดบั มาก
3 หมายถึง มีการปฏิบัติและการพัฒนาอยู่ในระดับปานกลาง
2 หมายถงึ มีการปฏบิ ัติและการพัฒนาอยู่ในระดบั น้อย
1 หมายถงึ มีการปฏบิ ัติและการพัฒนาอยู่ในระดับน้อยทสี่ ุด
ตอนที่ 3 ขอ้ เสนอแนะเพม่ิ เตมิ ท่ีมีต่อการบรหิ ารเพื่อพัฒนาคุณภาพชวี ติ ของนักเรียน
ท่ีมีความบกพร่องทางสติปัญญา โรงเรียนแพร่ปัญญานุกูล จังหวัดแพร่ ในลักษณะของแบบสอบถาม
ปลายเปิด
190
กำรสรำ้ งเครื่องมือ ผวู้ จิ ยั ได้สร้างและปรบั ปรุงเครื่องมือโดยปรบั ปรงุ จากเครื่องมือที่ใช้
สอบถามผู้ปกครอง ครู และกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่มีต่อสภาพปัจจุบันของการบริหาร
เพื่อพฒั นาคุณภาพชวี ิตของนักเรียน โรงเรยี นแพร่ปัญญานุกลู จงั หวัดแพร่ โดยตรวจสอบความเท่ียงตรง
เชิงเน้ือหา (Content Validity) โดยกาหนดค่าดัชนีความสอดคล้องของแบบสอบถามที่ใช้ได้อยู่ระหว่าง
0.5 - 1 นาคาถามที่สร้างและปรับปรุงแล้วไปขอคาแนะนาปรึกษาจากผู้เช่ียวชาญชุดเดิมพิจารณา
ตรวจสอบ เพื่อให้ได้คาถามที่มีความถูกต้องสมบูรณ์ จากนั้นปรับปรุงเครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล
หาค่าความเช่อื มนั่ (Reliability) โดยการนาแบบสอบถามทป่ี รับปรุงแกไ้ ขแล้วไปทดลองใช้ (Try Out)
กับโรงเรียนท่ีไม่ใช่กลุ่มตัวอย่างคือ ครูโรงเรียนน่านปัญญานุกูล จังหวัดน่าน จานวน 30 คน ได้ค่า
ความเชื่อม่นั เทา่ กับ 0.97
วธิ ีกำรเก็บรวบรวมข้อมูล ขั้นตอนการเก็บรวบรวมข้อมูลผวู้ ิจัยดาเนนิ การ ดังนี้
1. จัดประชุมคณะครูท้ังโรงเรียน ชี้แจงทาความเข้าใจ และขอความร่วมมือจากครู
ที่ปรกึ ษาทกุ ระดบั ช้นั ในการเกบ็ รวบรวมข้อมูลจากครู
2. จัดประชุมคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพื้นฐานและขอความร่วมมือกรรมการ
ตอบแบบสอบถาม
กำรวิเครำะห์ข้อมูล เมื่อได้รับข้อมูลคืนมาทั้งหมดแล้ว จึงพิจารณาตรวจสอบ
แบบสอบถามท้ังหมด เพื่อคัดเลือกแบบสอบถามท่ีมีความสมบรู ณ์ครบถ้วน แล้วรวบรวมแบบสอบถาม
ท่ีสมบรู ณ์มาจัดระเบยี บข้อมลู ลงรหสั จากนั้นนาไปวเิ คราะห์ขอ้ มลู ด้วยโปรแกรมสาเรจ็ รปู
สถิตทิ ี่ใชใ้ นกำรวิจยั ในการศึกษาวิจยั ครงั้ นี้ผวู้ จิ ยั ใชค้ ่าสถิติ ดังนี้
1. การวเิ คราะห์ขอ้ มูลพน้ื ฐานของผูต้ อบแบบสอบถาม ใชค้ ่าร้อยละ (%)
2. วิเคราะห์ผลการปฏิบัติตามรูปแบบการบริหารเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียน
ท่ีมีความบกพรอ่ งทางสตปิ ญั ญา ผ้วู ิจยั ใช้คา่ คะแนนเฉลย่ี (μ) และสว่ นเบยี่ งเบนมาตรฐาน (σ) เปรยี บเทยี บ
กับเกณฑ์ตามแนวคดิ ของเบสท์ (บุญชม ศรสี ะอาด, 2547: 103) ดังน้ี
คา่ เฉล่ีย 4.51 - 5.00 หมายถึง มีการปฏิบัตแิ ละมผี ลการพัฒนา อยู่ในระดบั มากที่สดุ
ค่าเฉล่ยี 3.51 - 4.50 หมายถึง มกี ารปฏิบัตแิ ละมผี ลการพัฒนา อยใู่ นระดับมาก
คา่ เฉล่ยี 2.51 - 3.50 หมายถึง มีการปฏบิ ัติและมผี ลการพฒั นา อยู่ในระดับปานกลาง
คา่ เฉลี่ย 1.51 - 2.50 หมายถึง มกี ารปฏบิ ัตแิ ละมีผลการพัฒนา อย่ใู นระดับนอ้ ย
คา่ เฉล่ีย 1.00 - 1.50 หมายถงึ มีการปฏบิ ตั แิ ละมีผลการพัฒนา อยใู่ นระดับนอ้ ยที่สดุ
5.2 กำรติดตำมผลกำรพัฒนำคุณภำพชีวติ นักเรียนทมี่ ีควำมบกพร่องทำงสติปัญญำที่เกิด
จำกกำรใช้รูปแบบกำรบริหำรเพื่อพัฒนำคุณภำพชีวิตนักเรียนที่มีควำมบกพร่องทำงสติปัญญำ
โรงเรยี นแพร่ปญั ญำนกุ ูล จงั หวดั แพร่
โดยการสังเกต ประเมินของครูผู้สอน และผู้ปกครองนักเรียน ระดับชั้นมัธยมศึกษา
ปีที่ 4 - 6 ที่มีต่อพฤติกรรมนักเรียนเป็นรายบุคคล ในด้านสุขภาพทางกายและจิตใจ ด้านการศึกษา
และด้านทักษะอาชีพ ในปีการศึกษา 2562 โดยใช้แบบสอบถาม แล้วนาผลที่ได้มาเปรียบเทียบกับ
ปีการศึกษา 2561
191
ประชำกรและกลุ่มตวั อยำ่ ง
ประชากร ไดแ้ ก่ ครูผสู้ อน และผูป้ กครองนักเรียน โรงเรยี นแพร่ปัญญานุกูล จังหวดั แพร่
ปกี ารศกึ ษา 2561 และปกี ารศกึ ษา 2562 ทกุ คน
กลุ่มตัวอย่าง ผู้วิจัยได้เลือกอย่างเจาะจง ได้แก่ ครูผู้สอน และผู้ปกครองนักเรียน
ระดับช้นั มธั ยมศึกษาตอนปลาย (ม.4 - ม.6) ปีการศึกษา 2561 จานวน 168 คน และปีการศกึ ษา 2562
จานวน 114 คน เนื่องจากเป็นระดับช้ันท่ีโรงเรียนได้มีการนาทักษะทางด้านอาชีพไปทดลองใช้ใน
หอ้ งปฏิบัติการอาชีพ ตามแหล่งเรียนรู้และสถานประกอบการเพื่อพัฒนาทักษะอาชพี นักเรยี นให้สามารถ
พึง่ พาตนเองไดช้ ัดเจนกว่าระดบั ชนั้ อืน่ ๆ ดังแสดงในตารางท่ี 4
ตำรำงที่ 4 แสดงข้อมูลครผู สู้ อนและผู้ปกครองนักเรียน ระดับช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ 4 - 6
ปีการศึกษา 2561 และปีการศกึ ษา 2562
ระดับชน้ั ปกี ำรศึกษำ 2561 ปกี ำรศกึ ษำ 2562
ประชำกร (คน) ประชำกร (คน)
มธั ยมศึกษาปที ี่ 4
มธั ยมศึกษาปที ่ี 5 ครูผูส้ อน ผปู้ กครองนกั เรยี น ครูผู้สอน ผู้ปกครองนกั เรียน
มธั ยมศกึ ษาปีที่ 6
6 51 6 31
รวม 6 51 6 30
รวมทั้งสิ้น 4 40 6 28
16 152 18 96
168 114
ตัวแปรทศ่ี ึกษำ ตวั แปรท่ใี ชใ้ นการศึกษาวจิ ัยครง้ั น้ี
ตัวแปรต้น ได้แก่ ประสบการณ์ในการทางานและความรู้ความเอาใจใส่ของครูผู้สอน
และผู้ปกครองนักเรียนเก่ียวกับการสอน การดูแลนักเรียนท่ีมีความบกพร่องทางสติปัญญา ระดับชั้น
มัธยมศึกษาปที ี่ 4 - 6 ในปกี ารศึกษา 2561 และปีการศึกษา 2562
ตวั แปรตาม ความคิดเห็นของครูผู้สอน จานวน 34 คน และผู้ปกครองนักเรียน จานวน
248 คน ท่ีมีต่อสุขภาพทางกายและจิตใจ การศึกษา และทักษะอาชีพ ของนักเรียนท่ีมีความบกพร่อง
ทางสตปิ ญั ญาโรงเรียนแพร่ปัญญานกุ ูล จังหวัดแพร่ ในปกี ารศกึ ษา 2561 และปกี ารศึกษา 2562
เครื่องมือท่ีใช้ในกำรวิจัย เป็นแบบสังเกต ประเมินของครูผู้สอน และผู้ปกครองที่มีต่อ
นักเรยี นระดับชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 – 6 เปน็ รายบคุ คล แบ่งออกเปน็ 3 ตอน ดงั น้ี
ตอนที่ 1 สอบถามเกี่ยวกับข้อมูลพื้นฐานของผู้ตอบแบบสอบถาม ประกอบด้วย
สถานภาพ ของผู้ตอบแบบสอบถาม เพศ อายุ ระดับการศึกษา ประสบการณ์ในการดูแลคนพิการ
ทางสตปิ ัญญา
192
ตอนที่ 2 เป็นแบบการสังเกต ประเมินของครูผู้สอน และผู้ปกครองนักเรียน ที่มีต่อ
นักเรียนเป็นรายบุคคล ในด้านท่ีเก่ียวกับสุขภาพทางกาย และจิตใจ ด้านการศึกษา และทักษะอาชีพ
ของนกั เรยี นระดับช้นั มัธยมศึกษาตอนปลายซ่ึงแบ่งออกเปน็ ดงั น้ี
1. ดา้ นสุขภาพทางกายและจิตใจ จานวน 12 ขอ้
2. ดา้ นการศึกษา จานวน 12 ขอ้
3. ด้านทกั ษะอาชพี จานวน 12 ขอ้
เป็นแบบมาตราส่วนประมาณค่า (Rating Scale) 3 ระดับ วิเคราะห์ข้อมูลในแต่ละตอน
โดยกาหนดคะแนนของคาตอบในแบบสอบถามซึ่งเปน็ แบบมาตราสว่ นประมาณค่า 5 ระดบั ไว้ ดังนี้
5 หมายถงึ มีการปฏิบตั หิ รอื แสดงออกอยู่ในระดบั มาก
4 หมายถึง มีมีการปฏิบตั หิ รือแสดงออกอยใู่ นระดบั ดี
3 หมายถงึ มีการปฏิบัติหรอื แสดงออกอยู่ในระดบั ปานกลาง
2 หมายถงึ มีการปฏบิ ตั ิหรอื แสดงออกอยู่ในระดับพอใช้
1 หมายถงึ มีการปฏิบัตหิ รอื แสดงออกอยู่ในระดับปรบั ปรงุ
ตอนท่ี 3 ข้อเสนอแนะหรือความคิดเห็นเพิ่มเติม ซ่ึงเป็นลักษณะแบบสอบถามแบบ
ปลายเปดิ
กำรสร้ำงเครื่องมือ ผู้วิจัยได้สร้างและปรับปรุงเคร่ืองมือโดยปรับปรุงจากเครื่องมือ
ที่ใช้สอบถามผู้ปกครอง และกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่มีต่อสภาพปัจจุบันของการบริหาร
เพือ่ พฒั นาคุณภาพชีวิตของนักเรียน โรงเรยี นแพรป่ ัญญานุกูล จงั หวดั แพร่ โดยตรวจสอบความเที่ยงตรง
เชิงเนอ้ื หา (Content Validity) โดยกาหนดค่าดชั นีความสอดคล้องของแบบสอบถามท่ีใช้ได้อยู่ระหว่าง
0.5 - 1 นาคาถามที่สร้างและปรับปรุงแล้วไปขอคาแนะนาปรึกษาจากผู้เชี่ยวชาญชุดเดิมพิจารณา
ตรวจสอบ เพื่อให้ได้คาถามที่มีความถูกต้องสมบูรณ์ จากนั้นปรับปรุงเครื่องมือเก็บรวบรวมข้อมูล
หาคา่ ความเชื่อมั่น (Reliability) โดยการนาแบบสอบถามท่ีปรับปรุงแก้ไขแล้วไปทดลองใช้ (Try Out)
กับครู และผูป้ กครองนกั เรียนท่ไี ม่ใช่กลมุ่ ตัวอยา่ ง จานวน 30 คน ไดค้ า่ ความเชื่อม่ันเท่ากับ 0.97
วิธกี ำรเก็บรวบรวมข้อมูล แตง่ ต้ังครูทส่ี อนในระดับช้นั มธั ยมศึกษาปี่ท่ี 4 - 6 ทาการ
สังเกตและประเมินนักเรียนเปน็ รายบุคคล โดยใหป้ ระเมนิ ว่านกั เรียนมคี ุณลักษณะเป็นไปตามประเด็น
การสอบถามหรือไม่ และมอบหมายให้ครปู ระจาชั้นเก็บรวบรวบแบบสอบถามความคิดเห็นต่อการพัฒนา
คุณภาพชวี ิตของนกั เรียนจากผปู้ กครองนกั เรยี นในชน้ั ของตนให้ครบทกุ คน
กำรวิเครำะห์ข้อมูล เมื่อได้รับข้อมูลคืนมาทั้งหมดแลว้ จึงพิจารณาตรวจสอบแบบ
สอบถามทั้งหมด เพื่อคัดเลือกแบบสอบถามที่มีความสมบูรณ์ครบถ้วน แล้วรวบรวมแบบสอบถาม
ท่ีสมบูรณม์ าจัดระเบยี บข้อมลู ลงรหัส จากน้นั นาไปวเิ คราะห์ข้อมลู ด้วยโปรแกรมสาเร็จรูป
สถิติทใ่ี ชใ้ นกำรวิจยั
1. การวิเคราะหส์ ถานภาพสว่ นตัวของผตู้ อบแบบสอบถาม ใช้ค่ารอ้ ยละ (%)
2. ผลการพัฒนาทักษะอาชีพ และการพึ่งพาช่วยเหลือตนเอง ของนักเรียนท่ีมีความ
บกพร่องทางสติปัญญา ผวู้ จิ ัยใชค้ า่ คะแนนเฉล่ีย ( ̅ ) และสว่ นเบีย่ งเบนมาตรฐาน (S.D.) เปรยี บเทียบ
กบั เกณฑต์ ามแนวคดิ ของเบสท์ (บุญชม ศรีสะอาด, 2547, หนา้ 103) ดงั น้ี
193
คา่ เฉล่ยี 4.51 - 5.00 หมายถึง มกี ารปฏบิ ตั ิหรือแสดงออกอยู่ในระดับดมี าก
ค่าเฉลย่ี 3.51 - 4.50 หมายถึง มกี ารปฏิบตั ิหรอื แสดงออกอยู่ในระดบั มาก
ค่าเฉลี่ย 2.51 - 3.50 หมายถึง มีการปฏบิ ตั หิ รือแสดงออกอย่ใู นระดบั ปานกลาง
ค่าเฉลี่ย 1.51 - 2.50 หมายถึง มกี ารปฏบิ ัตหิ รอื แสดงออกอยูใ่ นระดับพอใช้
ค่าเฉลี่ย 1.00 - 1.50 หมายถึง มกี ารปฏิบัตหิ รือแสดงออกอยใู่ นระดบั ปรบั ปรงุ
3. เปรียบเทียบผลการพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียนปีการศึกษา 2561 และปี
การศกึ ษา 2562 ใชค้ า่ สถติ ิ ที แบบคู่ (Pair Simple t-test)
สถิติทีใ่ ช้ในกำรวิจยั
ในการศึกษาวิจัยในคร้ังน้ีผู้วิจัยใช้สถิติ ดังนี้
1. สถติ ทิ ่ใี ช้ตรวจสอบคุณภำพของเครอ่ื งมือ
1.1 การตรวจสอบคา่ ความเท่ียงตรงเชิงเน้ือหา (Content Validity) ของแบบสอบถาม
โดยการนาไปให้ผู้เชี่ยวชาญพิจารณาแก้ไข โดยใช้ดัชนีความสอดคล้อง (Index of Congruence)
ระหว่างข้อคาถามกับลักษณะท่ีต้องการวัด โดยใช้สูตรของโรวิเนล และแฮมเบิลตัน (Rowinell and
Hambleton, 1977: 49 - 60 อ้างถึงในพชิ ติ ฤทธ์ิจรูญ, 2544: 273)
IOC = X
N
เมือ่ IOC คือ ค่าดัชนีความสอดคล้อง
X คอื ผลรวมของคะแนนความคดิ เห็น
N จานวนผทู้ รงคณุ วุฒิ/ผ้เู ชย่ี วชาญ
N คอื
1.2 คานวณหาค่าความเชื่อมั่น (Reliability) โดยใช้ค่าสัมประสิทธิ์แอลฟา (-
Coefficient) ของ ครอนบาช (Cronbach, 1951 อ้างถึงใน ศิริชัย กาญจนวาสี, 2552 : 71) ได้ค่า
ความเชื่อมัน่ ของแบบสอบถาม โดยใชส้ ูตร
k
1
= k S 2
i
i1
k 1 S2
เม่อื = ดัชนคี วามเทย่ี งของแบบสอบถามหรือสัมประสทิ ธแ์ิ อลฟา
K = จานวนขอ้ คาถาม
S2 = ความแปรปรวนของคะแนนท่ีไดจ้ ากแบบสอบถามทั้งฉบบั
194
2. สถติ ทิ ใ่ี ชใ้ นกำรวิเครำะห์ข้อมลู
2.1 คา่ รอ้ ยละ (%)
2.2 ค่าเฉล่ียของกลม่ ตัวอยา่ ง ( x )
2.3 ค่าเฉล่ยี ของประชากร ()
2.4 สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐานของกลุ่มตวั อย่าง (S.D.)
2.5 ส่วนเบ่ยี งเบนมาตรฐานของประชากร (µ)
2.6 สถิติ ที (t-test)
2.7 ความถี่ (f)
195
บทที่ 4
ผลการวเิ คราะห์ข้อมูล
ในการศึกษาวิจัยเร่ืองการพัฒนารูปแบบการบริหารเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียนที่มี
ความบกพร่องทางสติปัญญาโรงเรียนแพร่ปัญญานุกูล จังหวัดแพร่ ผู้วิจัยทาการวิเคราะห์ข้อมูลโดยมี
ขน้ั ตอนตา่ ง ๆ ดังนี้
ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหาเพื่อหาแนวทางในการดาเนินการพัฒนา
คุณภาพชีวิตของนักเรียนทีม่ ีความบกพร่องทางสตปิ ัญญา โรงเรียนแพร่ปัญญานุกูล จังหวัดแพร่
ขั้นตอนที่ 2 สร้างและพัฒนารูปแบบการบริหารเพื่อพัฒนาคุณภาพชวี ิตของนักเรียนที่มี
ความบกพรอ่ งทางสตปิ ญั ญาโรงเรียนแพรป่ ญั ญานกุ ลู จังหวัดแพร่
ขั้นตอนที่ 3 ตรวจสอบรปู แบบการบริหารเพ่ือคุณภาพชีวิตของนักเรียนท่ีมีความบกพรอ่ ง
ทางสตปิ ัญญาโรงเรียนแพร่ปัญญานุกูล จงั หวัดแพร่ โดยใชก้ ารสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussions)
ขั้นตอนท่ี 4 ทดลองใชแ้ ละปรับปรุงรปู แบบการบริหารเพ่ือพฒั นาคุณภาพชวี ิตของนักเรียน
ทม่ี ีความบกพร่องทางสตปิ ญั ญาโรงเรียนแพร่ปญั ญานุกูล จงั หวดั แพร่
ข้ันตอนท่ี 5 ติดตามผลการใช้และการพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียนท่ีมีความบกพร่อง
ทางสติปญั ญาโรงเรยี นแพร่ปญั ญานุกลู จังหวดั แพร่
ขน้ั ตอนที่ 1 ศึกษาสภาพปัจจบุ ันของการบรหิ ารเพื่อพฒั นาคุณภาพชีวิตของนักเรียนท่ีมี
ความบกพร่องทางสตปิ ญั ญาโรงเรียนแพร่ปญั ญานุกลู จังหวัดแพร่
1.1 การศึกษาสภาพปจั จุบันและปัญหา
1.1.1 การศึกษาสภาพปัจจุบันโดยการสัมภาษณ์ผู้แทนครู ผู้ปกครอง และกรรมการ
สถานศึกษาข้ันพ้ืนฐาน เกี่ยวกับการบริหารเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวติ ของนกั เรียนที่มีความบกพรอ่ งทาง
สตปิ ัญญา โรงเรยี นแพร่ปัญญานกุ ูล จังหวดั แพร่
1) ผลการศึกษาสภาพปัจจบุ ันโดยการสัมภาษณผ์ ู้แทนครู พบวา่ ความคิดเห็น
ของครูที่ให้สัมภาษณ์โดยสรุป มีควาคิดเห็นพร้องกันว่าด้านการพัฒนานักเรียนเป็นด้านทีเ่ ป็นปัญหา
มากกวา่ ดา้ นอ่ืน ๆ เนื่องจากนักเรียนส่วนมากมีข้อจากัดทางดา้ นการจดจา เรยี นรู้ ตามหลกั สูตร และ
ข้อจากัดทางความพิการทั้งสภาวะของร่างกายและสภาวะของจติ ใจทาให้เป็นอุปสรรคต่อการพฒั นาทักษะ
ในด้านการทางานและการประกอบอาชีพได้อยา่ งต่อเนื่อง ถึงแม้ทางโรงเรียนจะจัดให้มีแหล่งเรยี นรู้
ที่หลากหลาย ประสานความร่วมมือกับหน่วยงาน สถานประกอบการในการร่วมพัฒนาแล้วก็ตาม
อีกท้ังด้านสุขภาพทางรา่ งกายของนักเรียนที่มีสภาวะภมู ิคุ้มกันโรคต่าทาใหม้ ีสถิติการเจ็บปว่ ยค่อนขา้ งมาก
ถึงแม้โรงเรยี นจะมีกิจกรรมการทดสอบสมรรถภาพทางด้านร่างกายแต่ยังขาดความต่อเน่ืองในการประเมิน
ติดตาม ซึ่งสภาพปัญหาดังกล่าวทาให้เป็นอุปสรรคต่อการพัฒนาให้นักเรียนมีทักษะในการดารงชีวิต
และสามารถพ่ึงพาตนเองได้ รองลงมาคือสภาพการจดั การเรียนการสอนของครูที่ไม่สอดคล้องกับสภาพจรงิ
ของนักเรยี นแตล่ ะคนทาให้ไมบ่ รรลุเป้าหมายตามแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลได้
196
2) ผลการศึกษาสภาพปัจจุบันโดยการสัมภาษณ์ผู้แทนผู้ปกครอง พบว่า
โรงเรียนมีการเปลี่ยนแปลงไปในทางที่ดีข้ึน ที่เห็นได้อย่างชัดเจนคือการพัฒนาด้านอาคารสถานท่ี
สิ่งแวดล้อม ที่ดูสะอาด และสวยงามมากขึ้น การเปิดโอกาสให้ผู้ปกครองได้มีส่วนร่วมและแสดง
ความคิดเห็นเกี่ยวกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตนักเรียนมีน้อยครั้ง เนื่องเพราะข้อจากัดในการเดินทาง
ของผู้ปกครองที่มีถิ่นอาศัยในต่างจังหวัดที่ห่างไกลกับโรงเรียนเป็นจานวนมากและสภาวะทางด้าน
เศรษฐกจิ ของครอบครวั ผู้ปกครองที่ต้องทามาหาเลี้ยงชีพ จึงอยากใหโ้ รงเรียนได้เปิดช่องทางการส่ือสาร
ดา้ นอื่น ๆ เช่น ทางเอกสาร ทางออนไลน์ ทางโทรศพั ท์ เปน็ ตน้ เพื่อให้ผปู้ กครองได้มีส่วนร่วมมากข้ึน
ส่วนข้อเสนอแนะต่าง ๆ ที่ผู้ปกครองเคยได้เสนอแนะไว้ในที่ประชุมผู้ปกครองอยากเห็นเป็นรูปธรรม
ให้มากยิ่งข้ึน โดยเฉพาะเรื่องการพัฒนานักเรียนให้พึ่งพาตนเองได้ และการมีทักษะในอาชีพ หรือ
การทางาน เพอื่ แบง่ เบาภาระการดแู ลเลยี้ งดขู องผู้ปกครอง
3) ผลการศึกษาสภาพปจั จุบันโดยการสัมภาษณผ์ แู้ ทนคณะกรรมการสถานศึกษา
ขน้ั พื้นฐาน พบวา่ มคี วามสอดคล้องใกล้เคียงกบั ผปู้ กครองนักเรยี น กล่าวคือ โรงเรียนมีการเปลีย่ นแปลง
ไปในทิศทางที่ดีท้ังในด้านอาคาร สถานที่ และสภาพแวดล้อม ท่ีมีความสวยงาม สะอาด ปลอดภัยแก่
นักเรียนมากข้ึน แต่แหล่งเรียนร้ภู ายนอกห้องเรียนยังมีน้อย อยากให้มีเพิ่มมากขึ้นเพ่ือการเรียนรแู้ ละ
พัฒนานักเรียนได้อย่างหลากหลายรูปแบบ โรงเรียนมีเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพชีวิตนักเรียน
ให้โอกาสคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานได้มีส่วนร่วมในการให้ข้อเสนอแนะ ข้อคิดเห็น และ
นาไปเป็นแนวทางในการพัฒนา แต่อยากให้เพิ่มโอกาสให้ไดม้ ีการประชุม พบปะ พูดคุย กันบ่อยข้ึน
เพ่อื การติดตามผลการดาเนนิ งานของโรงเรยี นจากสภาพจริง สาหรับความคาดหวังต่อการพัฒนาคุณภาพ
ชีวิตนักเรยี นของโรงเรียนนั้น ครูและบุคลากรทุกคนได้ช่วยกันพัฒนานกั เรียนให้มีทักษะที่จาเป็นต่อ
การดารงชีวิต ชว่ ยเหลอื ตนเองไดต้ ามศักยภาพของนักเรียนแตล่ ะคน เพ่อื ไมใ่ ห้เปน็ ภาระแกผ่ ู้ปกครอง
มากจนเกินไป โดยมีผู้อานวยการโรงเรยี น คณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพ้ืนฐาน และหน่วยงานอ่ืน ๆ
ที่เกย่ี วขอ้ ง ให้ความรว่ มมือกนั
สรุปผลการศึกษาสภาพปัจจุบันที่ได้จากการสัมภาษณ์ผู้แทนครู ผู้ปกครอง
และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพ้ืนฐาน ที่มีความคิดเห็นสอดคล้องกัน พบว่า สภาพที่เป็นปัญหา
หรือควรได้รับการพัฒนาเพื่อให้เป็นไปตามความคาดหวังมากท่ีสุด คือ การพัฒนานักเรียนให้มีทักษะ
ท่ีจาเปน็ ตอ่ การดารงชวี ติ มีทักษะในการช่วยเหลือตนเองได้ตามศกั ยภาพของตน
1.1.2 ศึกษาสภาพปัจจุบันของการบริหารเพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียนที่มี
ความบกพร่องทางสติปัญญา โดยสอบถามความคิดเห็นของครู ผู้ปกครองนักเรียน และกรรมการ
สถานศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน ที่มตี ่อการบริหารงานในด้านต่าง ๆ ท่สี ่งผลตอ่ การพฒั นาคุณภาพชวี ิตนักเรียน
ของโรงเรียนแพรป่ ัญญานุกูล จังหวัดแพร่ ซ่ึงประกอบด้วย 1) ด้านการพัฒนานักเรยี น 2) ด้านครูของ
โรงเรียน 3) ด้านผู้อานวยการโรงเรียน 4) ด้านการจัดการเรียนการสอน 5) ด้านการบริหารจัดการ
เพื่อให้ทราบสภาพปจั จุบันของการดาเนนิ งานเพือ่ หาแนวทางในการพัฒนารูปแบบการบรหิ ารงานให้ดียง่ิ ข้ึน
ดงั แสดงในตารางท่ี 5 - 8 ดังน้ี
197
ตารางที่ 5 ความคิดเห็นของครู ท่ีมีต่อสภาพปัจจุบนั ของการดาเนินงานในดา้ นต่าง ๆ เพ่ือพัฒนาคณุ ภาพ
ชีวิตนกั เรียนที่มคี วามบกพร่องทางสติปัญญา โรงเรียนแพรป่ ญั ญานกุ ลู จังหวดั แพร่
ขอ้ สภาพการดาเนนิ งานของโรงเรยี น N = 52 ระดบั
X S.D.
1 ด้านการพฒั นานักเรยี น ปานกลาง
2 ดา้ นครขู องโรงเรียน 3.04 0.78 ดี
3 ดา้ นผู้อานวยการโรงเรียน 3.68 0.64
4 ด้านการจัดการเรยี นการสอน 2.63 0.70 ปานกลาง
5 ดา้ นการบริหารจดั การ ปานกลาง
2.78 0.79 ปานกลาง
รวม 3.13 0.85 ปานกลาง
3.05 0.75
จากตารางที่ 5 พบว่า สภาพปัจจุบันของการดาเนินงานเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวติ นกั เรียน
ของโรงเรียนแพรป่ ัญญานุกูล จงั หวดั แพร่ ในความคิดเห็นของครู โดยรวมมีผลการดาเนินงาน ทัง้ 5 ดา้ น
อยู่ในระดับปานกลาง คิดเป็นค่าเฉลี่ยร้อยละ ( X = 3.05, S.D. = 0.75) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน
ด้านท่ีมีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านครูของโรงเรียน อยู่ในระดับ ดี ( X = 3.63, S.D. = 0.64) รองลงมา คือ
ด้านการบริการจัดการ อยู่ในระดับ ปานกลาง ( X = 3.13, S.D. = 0.85) และด้านการพัฒนานกั เรียน
อยู่ในระดับ ปานกลาง (X = 3.04, S.D. = 0.78) ด้านการจัดการเรียนการสอน อยู่ในระดับ ปานกลาง
( X = 2.78, S.D. = 0.79) ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยน้อยท่ีสุด คือ ด้านผู้อานวยการ อยู่ในระดับ ปานกลาง
( X = 2.63, S.D. = 0.70)
ตารางท่ี 6 ความคิดเห็นของผู้ปกครองนักเรียนที่มีต่อสภาพปัจจุบันของการดาเนินงานในด้านต่าง ๆ
เพอ่ื พัฒนาคุณภาพชีวติ นักเรียนทมี่ ีความบกพร่องทางสติปัญญา โรงเรียนแพรป่ ัญญานุกลู จงั หวัดแพร่
ขอ้ สภาพการดาเนินงานของโรงเรยี น N = 155 ระดับ
X S.D.
1 ด้านการพฒั นานักเรยี น 2.97 0.88 ปานกลาง
2 ดา้ นครขู องโรงเรียน ปานกลาง
3 ด้านผ้อู านวยการโรงเรียน 3.03 0.90 ปานกลาง
4 ดา้ นการจดั การเรยี นการสอน 3.33 0.83 ปานกลาง
5 ดา้ นการบริหารจดั การ 3.48 0.95 ปานกลาง
ปานกลาง
รวม 3.18 0.82
3.20 0.88
จากตารางที่ 6 พบว่า สภาพปัจจุบันของการดาเนินงานเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวติ นักเรียน
ของโรงเรียนแพร่ปัญญานุกูล จังหวัดแพร่ ในความคิดเห็นของผู้ปกครองนักเรียน โดยรวมมีผล
การดาเนินงาน ท้ัง 5 ด้านอยู่ในระดับปานกลาง (X = 3.20, S.D. = 0.88) เมอ่ื พิจารณาเป็นรายด้าน
ด้านทมี่ ีค่าเฉลย่ี สูงสดุ คอื ดา้ นการจัดการเรียนการสอน อยูใ่ นระดับ ปานกลาง (X = 3.48, S.D. = 0.95)
รองลงมา คือ ด้านผู้อารวยการโรงเรียน อยู่ในระดับ ปานกลาง ( X = 3.33, S.D. = 0.83) ด้านการ
บริหารจัดการ อยู่ในระดับ ปานกลาง (X = 3.18, S.D. = 0.82) และดา้ นครขู องโรงเรยี น อยู่ในระดับ
ปานกลาง ( X = 3.03, S.D. = 0.90) ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยน้อยท่ีสุด คือ ด้านการพัฒนานักเรียน อยู่ใน
ระดับ ปานกลาง ( X = 2.97, S.D. = 0.88)
198
ตารางท่ี 7 ความคิดเห็นของกรรมการสถานศึกษาขั้นพ้ืนฐานที่มีต่อสภาพปัจจุบันของการดาเนินงาน
ในด้านต่าง ๆ เพอ่ื พฒั นาคุณภาพชวี ิตนักเรยี นทม่ี ีความบกพร่องทางสตปิ ัญญา โรงเรียนแพร่ปัญญานกุ ูล
จงั หวดั แพร่
ข้อ สภาพการดาเนินงานของโรงเรยี น N = 13 ระดับ
X S.D.
1 ดา้ นการพฒั นานกั เรียน 2.93 0.89 ปานกลาง
2 ด้านครขู องโรงเรียน 3.17 0.82 ปานกลาง
3 ดา้ นผ้อู านวยการโรงเรยี น 3.24 0.79 ปานกลาง
4 ด้านการจดั การเรยี นการสอน 2.80 0.86 ปานกลาง
5 ด้านการบรหิ ารจดั การ 4.12 0.70
3.25 0.81 ดี
รวม ปานกลาง
จากตารางท่ี 7 พบว่า สภาพปัจจุบันของการดาเนินงานเพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวิตนักเรียน
ของโรงเรียนแพร่ปัญญานุกูล จังหวัดแพร่ ในความคิดเห็นของกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
โดยรวมมีผลการดาเนินงาน ท้ัง 5 ด้าน อยู่ในระดับ ปานกลาง ( X = 3.25, S.D. = 0.81) เม่ือพิจารณา
เป็นรายด้าน ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการบริหารจัดการ อยู่ในระดับ ดี ( X = 4.12, S.D. = 0.70)
รองลงมา คือ ด้านผู้อานวยการโรงเรียน อยู่ในระดับ ปานกลาง (X = 3.24, S.D. = 0.79) ด้านครูของ
โรงเรียน อยู่ในระดับ ปานกลาง ( X = 3.17, S.D. = 0.82) และด้านการพัฒนานักเรียน อยู่ในระดับ
ปานกลาง ( X = 2.93, S.D. = 0.89) ส่วนด้านที่มีค่าเฉลี่ยน้อยท่ีสุด คือ ด้านการจัดการเรียนการสอน
อย่ใู นระดบั ปานกลาง ( X = 2.80, S.D. = 0.86)
ตารางที่ 8 สรุปความคิดเห็นของครู ผู้ปกครองนักเรียน กรรมการสถานศึกษาข้ันพ้ืนฐาน ท่ีมีต่อสภาพ
ปัจจุบนั ของการดาเนินงานในด้านต่าง ๆ เพอ่ื พัฒนาคุณภาพชีวิตนักเรยี นที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา
โรงเรียนแพร่ปญั ญานุกลู จงั หวดั แพร่
ข้อ สภาพการดาเนนิ งานของโรงเรียน N = 221 ระดบั
X S.D.
1 ด้านการพฒั นานักเรยี น 3.03 0.85 ปานกลาง
2 ด้านครขู องโรงเรยี น 3.27 0.88 ปานกลาง
3 ดา้ นผู้อานวยการโรงเรยี น 3.13 0.85 ปานกลาง
4 ด้านการจดั การเรียนการสอน 3.29 0.98 ปานกลาง
5 ด้านการบรหิ ารจดั การ 3.15 0.82 ปานกลาง
3.17 0.88 ปานกลาง
รวม
199
จากตารางที่ 8 พบว่าสภาพปัจจุบันของการดาเนินงานในด้านต่าง ๆ เพ่ือพัฒนาคุณภาพ
ชีวิตนักเรยี นที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา โรงเรียนแพร่ปัญญานุกูล จังหวัดแพร่ ในความคิดเห็น
ของครู ผู้ปกครองนักเรียน และคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพื้นฐาน โดยรวมอยู่ในระดับ ปานกลาง
( X = 3.17, S.D. = 0.88) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านการจัดการเรียน
การสอน อยู่ในระดับ ปานกลาง ( X = 3.29, S.D. = 0.98) รองลงมา คือ ด้านครูของโรงเรียน อยู่ใน
ระดับ ปานกลาง ( X = 3.27, S.D. = 0.88) ด้านการบริหารจัดการ อยู่ในระดับ ปานกลาง ( X = 3.15,
S.D. = 0.82) และ ด้านผู้อานวยการโรงเรียน อยู่ในระดับ ปานกลาง ( X = 3.13, S.D. = 0.85)
ส่วนด้านทีม่ คี ่าเฉล่ียน้อยที่สดุ คือ ดา้ นการพฒั นานักเรียน อยู่ในระดับ ปานกลาง ( X = 3.03, S.D. =
0.85)
สรุปผลความคิดเห็นของครู ผู้ปกครองนักเรียน กรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน ที่มีต่อ
สภาพปจั จบุ ันของการดาเนินงานในด้านต่าง ๆ ทั้ง 5 ดา้ น เพื่อพัฒนาคุณภาพนักเรียนท่มี ีความบกพร่อง
ทางสติปัญญา พบว่า สภาพปัจจุบันของการดาเนินงานด้านการพัฒนานักเรียน มีผลของการดาเนินงาน
อยใู่ นระดบั ต่ากว่าดา้ นอ่ืน ๆ
1.2 แนวทางการแกป้ ัญหา
จากข้อมูลที่ได้รับดังกล่าว ผู้วิจัยจึงได้ศึกษาวิเคราะห์เน้ือหาตัวบ่งช้ีต่าง ๆ ในด้าน
การพัฒนานักเรียนดังกล่าวท้งั หมดเพื่อจัดหมวดหมู่ พบวา่ เนอ้ื หาตวั บง่ ช้ีเก่ียวข้องกบั การพฒั นานักเรียน
3 ดา้ น ไดแ้ ก่ 1) ดา้ นการพฒั นาสุขภาพทางกายและจิตใจ 2) ดา้ นการพฒั นาการศึกษา เพอ่ื เรียนรู้ทักษะ
ที่จาเป็นต่อการดารงชีวิตและช่วยเหลือตนเอง 3) ด้านการพัฒนาทักษะอาชีพ เพื่อให้สามารถพึ่งพา
ตนเองได้
ดังน้ัน ผู้วิจัยในฐานะผู้อานวยการโรงเรียนแพร่ปัญญานุกูล จังหวัดแพร่ จึงได้ศึกษา
คดิ รปู แบบการบริหารเพ่ือพฒั นาใหน้ ักเรียนที่บกพร่องทางสตปิ ัญญาได้รับการพัฒนาคุณภาพชีวิตท่ีดีขึ้น
ทัง้ ในด้านการพัฒนาสุขภาพทางกายและจิตใจ ให้มีความพร้อมเพ่ือทจ่ี ะเรียนรู้ในทักษะต่าง ๆ ได้ พฒั นา
ทางการศกึ ษาเพ่ือให้เกิดความรู้ความสามารถในทักษะตา่ ง ๆ ทจี่ าเป็นตอ่ การดารงชวี ิตท้งั ในชีวิตประจาวัน
และในสังคมได้เต็มตามศักยภาพของนักเรียนแต่ละคน พัฒนาทักษะอาชีพ อันเป็นเคร่ืองมือสาคัญ
ในการหาเล้ียงชีพของตนเองและครอบครัว ไม่เป็นภาระแก่ผู้ปกครอง หรือบุคคลอื่นและสังคมต่อไป
โดยเฉพาะนักเรียนในระดับชนั้ มธั ยมศึกษาตอนปลาย ท่มี ีความพิการอยู่ในกลุ่มพฒั นาได้ ดว้ ยการพัฒนา
ระบบการบรหิ ารจดั การใหม้ ีประสิทธภิ าพมากยิง่ ข้นึ ซงึ่ ไดด้ าเนนิ การ ดงั น้ี
1.2.1 ผู้วิจัยได้ศึกษาค้นคว้า หลักการ แนวคิด ทฤษฎี ท้ังจากเอกสาร ตารา งานวิจัย
ที่เก่ียวข้องกับการพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียนท่ีมีความบกพร่องทางสติปัญญา รวมทั้งประสบการณ์
ในการศึกษาดูงานจากหน่วยงานต้นแบบท้ังในประเทศและต่างประเทศ อันเก่ียวข้องหรือให้แนวทาง
ในการพัฒนาบุคคลที่มีความบกพร่องทางสติปัญญารวมถึงระบบการบริหารจัดการองค์กรในรูปแบบ
ตา่ ง ๆ เพอื่ ให้เกดิ ความรู้ความเข้าใจในแนวทางการพัฒนานักเรียนทีบ่ กพร่องทางสติปัญญาและนามา
บูรณาการเปน็ แนวทางในการบรหิ ารจดั การของโรงเรยี นแพรป่ ัญญานุกูล จังหวดั แพร่
1.2.2 ผู้วจิ ัยไดส้ รา้ งและพัฒนารปู แบบการบริหารเพื่อพฒั นาคณุ ภาพชีวติ ของนักเรียน
ทม่ี ีความบกพร่องทางสติปัญญา โรงเรยี นแพร่ปัญญานุกูล จงั หวดั แพร่ ในกรอบการพัฒนา 3 ดา้ น คือ
การพัฒนาสุขภาพทางกายและจติ ใจ การพัฒนาทางการศึกษา และการพฒั นาทักษะอาชีพ ตามแนวคิด
หลกั การที่ได้จากการศกึ ษาคน้ ควา้ ในข้อ 1.2.1 ขา้ งต้น
200
ข้ันตอนที่ 2 สร้างและพัฒนารูปแบบการบริหารเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียนทมี่ ี
ความบกพร่องทางสติปัญญาโรงเรียนแพร่ปัญญานุกลู จงั หวัดแพร่
นาข้อมูลท่ีได้จากการวิเคราะห์ผลการศึกษาสภาพปัจจุบันในการบริหารงานเพ่ือพัฒนา
คุณภาพชีวิตของนกั เรียนที่มีความบกพร่องทางสติปญั ญา ของครู ผู้ปกครองนักเรียน และกรรมการ
สถานศึกษาข้ันพนื้ ฐานแลว้ เร่ิมทาการศึกษาเร่ืองรูปแบบการบรหิ ารเพ่ือพัฒนาคุณภาพชวี ิตของนักเรียน
ที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา จากเอกสาร ตารา งานวิจัย และวิเคราะห์หลักการแนวคิด โดยมี
วัตถุประสงค์เพ่ือพัฒนารปู แบบการบริหารเพ่ือพัฒนาคุณภาพชวี ิตของนักเรยี นท่ีมีความบกพร่องทาง
สตปิ ญั ญา โรงเรียนแพร่ปัญญานุกูล จังหวัดแพร่ ซึง่ ผวู้ จิ ัยไดด้ าเนินการ ดงั นี้
2.1 นาข้อมูลที่ได้จากการศึกษาสภาพปัจจุบันและปัญหาของการบริหารเพื่อพัฒนา
คุณภาพชีวิตนักเรียน โรงเรียนแพร่ปัญญานุกูล จากข้ันตอนท่ี 1 ร่วมกับข้อมูลที่ได้จากการทบทวน
วรรณกรรม มาตรวจสอบข้อมูลแบบสามเส้า (Triangulation) สังเคราะห์เป็นร่างรูปแบบการบริหาร
เพอ่ื พฒั นาคุณภาพชวี ิตของนักเรียนทีม่ ีความบกพร่องทางสติปัญญาโรงเรียนแพรป่ ัญญานกุ ูล จังหวัดแพร่
โดยใช้ข้อมูลจากการวิเคราะห์ สังเคราะห์มาเป็นองค์ประกอบย่อยของกระบวนการบริหาร จากนั้น
นาเสนอตอ่ ผเู้ ชีย่ วชาญเพื่อพจิ ารณาและนามาปรับปรุงแก้ไขรา่ งรปู แบบตามข้อเสนอแนะ
ผลที่ได้คือร่างรูปแบบการบรหิ ารเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียน ซึ่งมีองค์ประกอบ
ของกระบวนการบริหาร 6 องคป์ ระกอบ ดังนี้
1. ภาวะผู้นาการเปล่ียนแปลงของผู้บรหิ าร
2. การบรหิ ารจัดการในโรงเรยี น ประกอบดว้ ย
2.1 การบริหารงานบุคคล
2.2 การบริหารงบประมาณ
2.3 การบริหารงานพัสดุ
3. การพัฒนาหลักสูตรและการออกแบบการเรียนการสอน ประกอบด้วย
3.1 การวิเคราะห์
3.2 การออกแบบ
3.3 การพัฒนา
3.4 การนาไปใช้
3.5 การประเมินผล
4. การพฒั นาครูการศกึ ษาพิเศษมืออาชีพ
5. การพัฒนาคุณภาพชีวิตนกั เรียนทีม่ ีความบกพร่องทางสตปิ ัญญา ประกอบดว้ ย
5.1 พัฒนาสขุ ภาพทางกายและจิตใจ
5.2 พฒั นาการศกึ ษา
5.3 พัฒนาทักษะอาชีพ
6. การพ่ึงพาช่วยเหลือตนเอง
201
รา่ งรูปแบบการบริหารเพ่ือพฒั นาคณุ ภาพชวี ิตนกั เรยี นท่ีมคี วามบกพรอ่ งทางสตปิ ญั ญา
โรงเรียนแพร่ปญั ญานุกลู จงั หวัดแพร่
ภาวะผ้นู าการเปลีย่ นแปลงของผู้บริหาร
การพงึ่ พาชว่ ยเหลือตนเอง คณุ ภาพชีวิต เป็นแบบอยา่ งที่ดี
ของนกั เรียนท่ี การสรา้ งแรงจงู ใจ
จดั กจิ วตั รประจาวนั ดว้ ยตนเอง กระตนุ้ ใช้ใหเ้ กดิ ปัญญา
จัดกิจกรรมรายบคุ คล มีความ ดูแลเอาใจใสผ่ ตู้ าม
จัดกิจกรรมกลุ่ม บกพร่องทาง รู้คณุ คา่ และความสาคญั
พัฒนาทักษะดูแลตนเอง ทกั ษะทางสงั คม สติปญั ญา เขา้ ใจและมเี จตคตทิ ด่ี ตี อ่ นักเรยี น
จดั กิจกรรมส่งเสรมิ การทางาน โรงเรียนแพร่
การแสดงออกในโอกาสต่าง ๆ ปัญญานกุ ลู การบรหิ ารจดั การ
จังหวดั แพร่ ในโรงเรยี น
การพัฒนาคุณภาพชีวิตของนกั เรียน ดา้ นงานบคุ ลากร
ที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา ดา้ นงบประมาณ
ด้านการบรหิ ารจัดการ
พฒั นาสุขภาพทางกายและจิตใจ ดา้ นวสั ดอุ ปุ กรณ์
พฒั นาทางการศกึ ษา
พัฒนาทกั ษะอาชีพ
การพฒั นาครศู ึกษาพเิ ศษมืออาชพี
มคี ณุ ธรรม จริยธรรม ทดี่ ี การพัฒนาหลักสูตร
มคี วามรู้ มีเจตคตทิ ่ีดีต่อนกั เรยี น ออกแบบการเรยี นการสอน
มงุ่ ม่ันอุทศิ ตนในหนา้ ท่ี
เทคนคิ การสอนใหม่ ๆ เพ่อื พฒั นานกั เรียน การวิเคราะห์
จดั ทาแผนการจัดการศกึ ษาเฉพาะบุคคล (IEP) การออกแบบ
ความรู้ในการวัดประเมินผลตามสภาพจรงิ การพัฒนา
การนาไปใช้
ทาวจิ ัย และพัฒนาการเรียนร้ขู องนกั เรยี น ประเมนิ ผล
พัฒนาความสามารถในการเขียนรายงาน
และการสง่ ตอ่ นกั เรียน
ภาพท่ี 9 ร่างรูปแบบการบริหารเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตนักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา
โรงเรยี นแพรป่ ัญญานุกูล จงั หวัดแพร่
202
ขอ้ เสนอแนะทไี่ ด้จากแบบสอบถามแบบปลายเปดิ สรปุ ได้ ดังน้ี
1. การพัฒนาครูให้มีความรู้ความสามารถในการดูแลนักเรยี นท่ีมีความบกพร่องทาง
สติปัญญา ด้วยการอบรมหรือรับบรรจุครูท่ีจบทางด้านการดูแลนักเรียนท่ีมีความบกพร่องทางสติปัญญา
โดยตรง
2. การพัฒนาสุขภาพทางกายและจิตใจ ของนักเรียนควรมีบุคลากรท่ีมีความสามารถ
มคี วามรู้โดยเฉพาะทางมาช่วยดูแล เพราะปัญหาด้านสุขภาพทางกายและจิตใจเปน็ เร่ืองท่ีมีความซับซ้อน
ต้องอาศัยผู้ที่จบมาโดยตรงเข้ามาดูแล และการให้ความรู้ในการพัฒนาดูแลในด้านน้ีแก่ครูคนอ่ืน ๆ
และใหก้ ับผปู้ กครองนักเรยี นดว้ ย เพ่ือให้การพฒั นาดูแลเปน็ ไปในแนวทางเดียวกนั
3. การพัฒนาทางการศึกษา ควรใหน้ กั เรยี นไดม้ ีทักษะทีจ่ าเปน็ ตอ่ การดารงชวี ิตและ
การช่วยเหลือตนเอง ทักษะการส่ือสาร เท่าที่นักเรียนจะพัฒนาได้ตามศักยภาพของตนเอง เช่น การรู้จัก
ทาความสะอาด การอาบน้า แต่งกายได้ด้วยตนเอง การรู้จักช่ือตนเอง และสามารถเขียนได้ สามารถ
บอกความต้องการของตนเองได้ การบวก ลบ ตัวเลข ของนักเรียนกลุ่มที่พัฒนาได้ เพ่ือเป็นพ้ืนฐาน
ในการรู้จักคา่ ของเงนิ และการใชจ้ า่ ยเงนิ ไดด้ ว้ ยตนเอง
4. การพัฒนาทักษะอาชีพ ต้องการคาดหวังให้นักเรียนกลุ่มที่สามารถพัฒนาได้
โดยเฉพาะนักเรียนระดบั ชนั้ มธั ยมศึกษาปีท่ี 4 – 6 ให้มีทกั ษะในการทางาน หรือทักษะอาชีพที่ตนเอง
ถนดั สนใจ หรอื อาชพี ทส่ี อดคล้องกับชมุ ชนท่นี ักเรียนอาศัยอยู่ เมอ่ื นกั เรียนจบการศึกษาแล้วสามารถ
ทางาน หรือประกอบอาชีพในชุมชนของตนเพื่อมรี ายได้ไมเ่ ปน็ ภาระแกผ่ ู้ปกครองมากจนเกินไป
2.2 การประเมนิ ความสอดคล้ององคป์ ระกอบของรูปแบบการบรหิ ารเพ่ือพฒั นาคุณภาพ
ชีวิตของนักเรียนท่ีมีความบกพร่องทางสติปัญญา โรงเรียนแพร่ปัญญานุกูล จังหวัดแพร่ ของผู้เช่ียวชาญ
หลังจากได้องค์ประกอบในการบริหารเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตนักเรียนที่บกพร่องทางสติปัญญา
โรงเรียนแพร่ปัญญานุกูล จงั หวัดแพร่ ในข้นั ตอน ขอ้ 2.1 ผู้วจิ ยั ไดน้ ามาร่างตัวบ่งชี้ในแต่ละองค์ประกอบ
ในการบรหิ ารเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตนักเรียน โดยนาหลกั การ แนวคิดทฤษฎีของนกั การศึกษา นักวิชาการ
ตลอดจนงานวจิ ัยต่าง ๆ มาประกอบแนวคิดในแต่ละองค์ประกอบ เปน็ แบบสอบถามประมาณค่า 5 ระดับ
ตามแบบของ ลิเคริ ์ท (Likert) เพ่ือสอบถามและประเมนิ ความสอดคล้องขององค์ประกอบและตัวบ่งช้ี
ขององค์ประกอบในการบริหารเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา
โรงเรยี นแพรป่ ัญญานกุ ูล จังหวัดแพร่ จากผเู้ ช่ียวชาญ แลว้ วิเคราะห์ผลการสอบถามโดยนาไปเปรียบเทียบ
เกณฑข์ องเบสท์ (Best) ซ่งึ มผี ลการประเมินในตารางท่ี 9 ดังนี้
203
ตารางที่ 9 การประเมินความสอดคล้ององค์ประกอบของรูปแบบการบริหารเพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวิต
ของนักเรยี นที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา โรงเรยี นแพร่ปัญญานุกลู จังหวัดแพร่ ของผูเ้ ช่ียวชาญ
ที่ องค์ประกอบ/ตัวบง่ ชี้ ของรูปแบบ ค่าเฉล่ียความสอดคล้อง
(N=9)
1 ภาวะผู้นาการเปล่ยี นแปลงของผ้บู ริหาร
1.1 ผู้บริหารประพฤติตนเปน็ แบบอยา่ งที่ดสี าหรับครู µ ระดบั
1.2 ผูบ้ ริหารมีความสามารถในการจงู ใจครู 4.29 0.60 มาก
1.3 ผบู้ ริหารมคี วามสามารถในการกระตุ้นทาให้ครมู ี 4.22 0.63 มาก
ความพยายามหาแนวทางใหม่มาแกป้ ญั หาในหนว่ ยงาน 4.00 0.67 มาก
1.4 ผู้บรหิ ารให้ความสาคญั และดูแลเอาใจใส่ครูเปน็ อย่างดี 4.11 0.57 มาก
1.5 ผ้บู ริหารมคี วามรู้และมเี จตคตทิ ่ดี ีตอ่ การพัฒนาคุณภาพ
ชวี ติ ของนักเรียน 4.33 0.67 มาก
4.56 0.50 มากท่สี ุด
2 การบริหารจดั การในโรงเรยี น
4.30 0.64 มาก
2.1 การบรหิ ารบุคลากร 4.29 0.61 มาก
4.33 0.47 มาก
1) มกี ารวางแผนอัตรากาลงั การกาหนดตาแหน่ง
ตามความต้องการจาเป็นภายในโรงเรยี น 4.11 0.57 มาก
2) มีการสรรหา บรรจแุ ละแตง่ ตัง้ บุคลากรที่เพียงพอกบั 4.44 0.68 มาก
ความต้องการสาหรบั การศึกษาพเิ ศษ
4.56 0.68 มาก
3) มีการ ให้ขวัญกาลังใจบุคลากร ให้สามารถปฏิบัติงาน
ดว้ ยความเต็มใจ เตม็ กาลังความสามารถ และมีกาลังใจทีด่ ี 4.00 0.67 มาก
ในการปฏิบัติงาน
4.33 0.64 มาก
4) มกี ารพัฒนาบุคลากรสมู่ ืออาชพี ดว้ ยวธิ ีการต่าง ๆ เช่น 4.33 0.67 มาก
การแลกเปลย่ี นเรียนรู้กับเพื่อนรว่ มอาชีพ การศกึ ษาเรียนรู้ 4.44 0.50 มาก
ในรปู แบบต่าง ๆ การสรา้ งนวัตกรรม สอ่ื เทคโนโลยีใหม่ ๆ
เป็นตน้
5) มกี ารประเมนิ ประสิทธภิ าพการปฏิบัติงาน และการ
ปรับเปล่ียนงานให้เกดิ ความเหมาะสมกบั ศักยภาพ
2.2 การบริหารงบประมาณ
1) ไดร้ บั การจดั สรรงบประมาณจากกระทรวงศึกษาธิการ
2) มแี ผนงาน/โครงการ และพิจารณางบประมาณ
สนบั สนุนโครงการหรอื กิจกรรมพัฒนาคุณภาพชวี ิตนกั เรียน
ทม่ี ีความบกพร่องทางสติปญั ญาอย่างชัดเจนเปน็ พิเศษ
204
ตารางที่ 9 (ต่อ) ค่าเฉลย่ี ความสอดคล้อง
(N=9)
ที่ องคป์ ระกอบ/ตัวบง่ ชี้ ของรูปแบบการบริหาร
µ ระดับ
3) บริหารจัดการงบประมาณโดยใชห้ ลกั ธรรมาภิบาล 4.22 0.63 มาก
4) ขอรับบรจิ าค สนับสนุนความชว่ ยเหลอื ต่าง ๆ 4.44 0.68 มาก
จากหน่วยงานทงั้ ภาครัฐ ภาคเอกชน
4.56 0.50 มากทสี่ ดุ
5) การเปิดโอกาสให้องคก์ รปกครองส่วนท้องถิน่ เขา้ มา
มสี ว่ นร่วมและจัดหา สนับสนุนงบประมาณสมทบ 4.33 0.82 มาก
6) ติดตาม ตรวจสอบ ผลการใชจ้ ่ายงบประมาณ 4.40 0.82 มาก
ใหเ้ ปน็ ตามแผนงาน/โครงการ/กิจกรรม อยู่เสมอ
4.30 0.64 มาก
7) บรหิ ารงบประมาณแบบมุง่ เน้นผลงานเปน็ หลัก 4.11 0.57 มาก
ในการบริหาร
2.3 การบรหิ ารจดั การ 4.22 0.79 มาก
1) กาหนดวิสัยทัศน์ แผนงานโครงการ สอดคล้องกับการ 4.44 0.50 มาก
พัฒนาคุณภาพชีวติ นกั เรียนท่ีมีความบกพร่องทางสติปัญญา
4.56 0.50 มากท่ีสดุ
2) กาหนดโครงสร้างการบริหารงานครอบคลมุ กับภารกจิ
ของโรงเรียน และกาหนดบทบาทหน้าทตี่ ามสายบังคับบัญชา 4.00 0.67 มาก
3) ผูอ้ านวยการโรงเรียน อานวยความสะดวก สนับสนุน 4.22 0.63 มาก
และสรา้ งแรงจงู ใจในการปฏบิ ัติงานใหก้ บั ครูและบุคลากร 4.33 0.66 มาก
4.33 0.67 มาก
4) นากระบวนการนิเทศภายในมาใช้เป็นแนวทาง
ในการพฒั นาครู บุคลากร และพัฒนางาน 4.44 0.50 มาก
5) นากระบวนการวิจยั มาใช้เพื่อการบรหิ าร 4.22 0.63 มาก
และพัฒนางาน
4.44 0.68 มาก
6) เน้นการบริหารแบบมสี ่วนรว่ มและหลกั การกระจายอานาจ
2.4 การบรหิ ารวสั ดุอุปกรณ์
1) เจา้ ของ หรอื ผรู้ ับผดิ ชอบโครงการ เป็นผูก้ าหนด
ความต้องการวสั ดุ อปุ กรณโ์ ดยระบไุ วใ้ นแผนงาน โครงการ
2) งานพสั ดุของโรงเรียนเปน็ ผ้รู วบรวมความต้องการ
ทรี่ ะบไุ วใ้ นแผนงาน โครงการเพ่อื จดั ซื้อจดั จ้างตามระเบียบฯ
3) มีการลงทะเบียนเพ่ือควบคุมพสั ดุ ตามระเบยี บพัสดุ
และเปน็ ปจั จบุ ัน
4) มีการแจกจา่ ยวัสดุ อปุ กรณเ์ มอ่ื ลงทะเบียนพสั ดุแล้ว
ให้กับเจ้าของแผนงาน โครงการ
205
ตารางที่ 9 (ตอ่ )
ที่ องคป์ ระกอบ/ตัวบ่งชี้ ของรูปแบบการบรหิ าร คา่ เฉล่ียความสอดคล้อง
(N=9)
5) มกี ารตรวจสอบครุภณั ฑ์ประจาปที ุก ๆ
สิน้ ปีงบประมาณ และมีการขาย หรอื ทาลายเมื่อเสอ่ื มสภาพ µ ระดับ
หรือหมดอายุการใช้งาน 4.56 0.50 มากทส่ี ดุ
6) จัดใหม้ ีสอ่ื ภมู ิปัญญาท้องถ่ินทีเ่ หมาะสมต่อการเรียนรู้ 4.33 0.82 มาก
ของนักเรยี น 4.00 0.82 มาก
4.22 0.65 มาก
7) ห้องเรียน ห้องฟ้ืนฟคู วามบกพร่องของนักเรียน มีสอ่ื
อปุ กรณ์ เคร่ืองมือทเี่ หมาะสมกับสภาพความพกิ าร
3 การพัฒนาหลักสูตรและการออกแบบการเรียนการสอน
3.1 การวเิ คราะห์ 4.28 0.59 มาก
มาก
1) วิเคราะห์ความต้องการจาเป็นพเิ ศษในการจัด 4.11 0.57 มาก
การเรียนรจู้ ากเอกสารหลักสูตร งานวจิ ยั และผู้ทเี่ กีย่ วข้อง มาก
มาก
2) สร้างแบบประเมินศักยภาพนักเรยี นท่ีมีความบกพร่อง 4.33 0.67 มาก
ทางสติปญั ญาให้ครอบคลุมทักษะตา่ ง ๆ มากทส่ี ุด
3) เลอื กวิธีการในการจดั การเรียนรูเ้ พ่อื การพฒั นาคุณภาพ 4.22 0.63 มาก
ชีวติ ของนกั เรียน
มาก
4) กาหนดภาระงานทเี่ กยี่ วข้องในการจัดการเรยี นรู้ 4.44 0.50 มาก
เพือ่ พัฒนาส่งเสริมคณุ ภาพชวี ิตของนักเรยี น มาก
มาก
3.2 การออกแบบ 4.33 0.61
1) พัฒนาจุดประสงค์การเรียนรู้ ครอบคลุมผลการเรียนรู้ 4.56 0.50
ท่ีคาดหวังและคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ในเรื่องการพฒั นา
คุณภาพชีวิตของนักเรียน
2) การจดั กิจกรรมการเรียนการสอนเนน้ ผเู้ รยี นเป็นสาคัญ 4.11 0.57
มุ่งให้ผ้เู รียนเกดิ ความรู้ ทกั ษะ และเจตคติ ตามเปา้ หมายของ
หลกั สตู ร
3) ออกแบบเครือ่ งมือวดั ประเมินผลที่ครอบคลุมความ 4.11 0.74
รอบรู้ ทักษะ เจตคตทิ ีต่ ้องการให้เกิด ตามสภาพจริงของผ้เู รยี น
4) เขียนคาอธิบายและระบขุ ้นั ตอนการปฏบิ ตั ิของแต่ละ 4.44 0.50
ภาระงานอยา่ งชัดเจน นักเรียนสามารถปฏบิ ตั ิตามได้
5) ระบุพฤติกรรมทเี่ ปน็ พื้นฐานท่ผี ูเ้ รยี นจาเปน็ ตอ้ งมี 4.33 0.67
กอ่ นทจี่ ะได้รบั การเรยี นรู้
6) จัดลาดบั และโครงสร้างของจดุ ประสงค์การเรียนรู้ เชน่ 4.44 0.68
ภาระงานท่ีงา่ ยไปหายากตามลาดบั
206
ตารางท่ี 9 (ต่อ) ค่าเฉลยี่ ความสอดคล้อง
(N=9)
ที่ องค์ประกอบ/ตัวบ่งช้ี ของรูปแบบ
µ ระดบั
3.3 การพัฒนา 4.17 0.64 มาก
1) กาหนดกจิ กรรม หรือพฤติกรรมการปฏบิ ัติท่ีจะชว่ ยให้ 4.33 0.67 มาก
คณุ ภาพชีวิตของนักเรยี นดีข้ึน 4.44 0.50 มาก
2) เลอื กวิธใี นการจดั การเรียนร้แู ละหรอื สอ่ื ในการเรียนรู้
4.00 0.67 มาก
ท่สี ง่ ผลตอ่ การทาให้นักเรียนมีคณุ ภาพชวี ติ ที่ดีข้ึน
3) ตรวจสอบวัสดุ เทคโนโลยี สอื่ ท่ใี ชใ้ นการจัดการเรียนรู้ 3.89 0.74 มาก
ท่ีมอี ยู่ให้สอดคล้องกบั กจิ กรรมการเรียนรู้ 4.22 0.66 มาก
4) นาเทคโนโลยี สอื่ ในการจัดการเรยี นรู้ สงั เคราะห์ 4.11 0.57 มาก
4.22 0.63 มาก
เข้ากับโปรแกรมการศึกษาตามหลกั สตู รของโรงเรยี น
3.4 การนาไปใช้ 4.22 0.79 มาก
1) มีการวางแผนในการนาแผนการจัดการเรียนรู้ไปใช้ 4.33 0.67 มาก
2) ดาเนนิ การจัดการเรียนรู้ตามขั้นตอนต่าง ๆ ที่กาหนดไว้ 4.11 0.73 มาก
ในแผนการจัดการเรยี นรู้และแผนการจัดการศกึ ษาเฉพาะบุคคล 3.89 0.87 มาก
3) จัดการเรียนร้โู ดยคานึงถงึ ความพร้อมและความสามารถ 4.22 0.63 มาก
ของผ้เู รียนแต่ละคน
3.89 0.74 มาก
4) บนั ทกึ ผลการจัดการเรยี นรู้ทกุ คร้ังหลังจากการนาแผนฯ
ไปใช้ในการจัดการเรยี นรู้แก่นักเรยี น 4.44 0.68 มาก
3.5 การประเมินผล
1) ตรวจสอบทบทวนและประเมินภายในกระบวนการ
การออกแบบจดั การเรยี นรู้วา่ แต่ละขน้ั ตอนประสบความสาเรจ็
มากน้อยเพยี งใด มสี ิง่ ใดสนับสนนุ และเป็นอปุ สรรคบ้าง
2) ประเมินผลความรูค้ วามสามารถของนักเรียนตามสภาพ
จรงิ มคี วามสอดคลอ้ ง เหมาะสมกับนักเรียนแตล่ ะคน
อยา่ งต่อเนอ่ื ง
3) พัฒนารปู แบบการวดั ประเมินผลหลากหลายวิธี
มคี วามเที่ยงตรง ครอบคลุมหลกั สูตร และเปา้ หมาย
ในการพฒั นานักเรยี น
4) เกณฑ์การตัดสินผลการประเมินมีความชัดเจน เปน็ ไปได้
มีความยตุ ธิ รรม ตรงตามจุดประสงคข์ องหลกั สูตร
207
ตารางท่ี 9 (ต่อ)
ที่ องค์ประกอบ/ตัวบ่งช้ี ของรูปแบบ คา่ เฉล่ยี ความสอดคล้อง
(N=9)
4 การพัฒนาครูการศึกษาพิเศษมอื อาชีพ
µ ระดบั
4.1 พฒั นาดา้ นคุณธรรม จรยิ ธรรม และปฏสิ ัมพนั ธท์ ี่ดีกับผ้ปู กครอง 4.31 0.64 มาก
และนักเรียน 4.22 0.63 มาก
4.2 พัฒนาความรู้ความเข้าใจในธรรมชาติของนักเรยี นทีม่ ี 4.56 0.50 มากทสี่ ดุ
ความบกพร่องทางสติปัญญาและมีเจตคตทิ ่ีดตี ่อผู้เรยี น 4.11 0.57 มาก
4.3 พฒั นาความมุง่ มัน่ และอุทิศตนในการสอน และการแสวงหา 4.33 0.67 มาก
ความร้แู ละเทคนิควิธีการใหม่ ๆในการพัฒนาผ้เู รยี น
4.4 ให้ความรูแ้ ละเทคนิควธิ กี ารสอนใหม่ ๆ ดว้ ยกระบวนการ 4.44 0.68 มาก
แลกเปลย่ี นเรียนร้รู ะหวา่ งเพ่ือนร่วมอาชีพ เพื่อการศึกษาและ
แลกเปล่ียนเรียนรู้ระหว่างกัน 4.67 0.67 มากทส่ี ุด
4.5 ความเข้าใจเป้าหมายของการจดั การศกึ ษา และเปา้ หมายของ 4.22 0.63 มาก
หลกั สตู ร/แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลสาหรบั นักเรยี นทม่ี ี
ความบกพร่องทางสติปญั ญา ทีเ่ นน้ การพัฒนาคุณภาพชวี ิตของ 4.00 0.82 มาก
นกั เรียน
4.6 อบรมให้ความรู้ในการวัดผลประเมนิ ผลตามสภาพจรงิ ของ
ผเู้ รียน
4.7 พัฒนาครูให้มคี วามสามารถในการทาวิจัยเพื่อพัฒนาส่ือ
และการเรยี นรู้ของผู้เรยี นและนาผลไปใชพ้ ฒั นาคุณภาพชวี ิต
นักเรยี น
4.8 พัฒนาครูให้มคี วามสามารถในการเขียนรายงานและการส่งต่อ
ผเู้ รียนไปยังสถานศึกษาอ่ืนหรือองค์กรอืน่
5 การพัฒนาคุณภาพชีวติ นกั เรียนที่มคี วามบกพร่องทางสติปญั ญา 4.23 0.64 มาก
มาก
5.1 การพัฒนาดา้ นสุขภาพทางกายและจติ ใจ 4.20 0.62 มาก
1) การส่งเสรมิ ป้องกันปัญหาและการดูแลดา้ นสขุ ภาพทางกาย 4.33 0.67 มาก
มาก
และทางจิตใจ โดยงานอนามัยโรงเรียน งานโภชนาการ และ มาก
มาก
นักจติ วทิ ยาคลนิ ิก
2) การฟืน้ ฟสู มรรถภาพทางด้านรา่ งกายโดยกายภาพ บาบัด 4.44 0.50
3) การฟน้ื ฟสู มรรถภาพทางด้านรา่ งกายโดยใชก้ ิจกรรมบาบดั 4.11 0.57
4) การฟืน้ ฟูสมรรถภาพทางด้านรา่ งกายโดยใช้ธาราบาบัด 4.22 0.79
5) จัดกิจกรรมตา่ ง ๆ ท่ีสง่ เสริม พัฒนาดา้ นสขุ ภาพทางกาย 3.89 0.57
และจติ ใจ ทีค่ รอบคลมุ นกั เรยี นทุกระดับความพกิ าร
208
ตารางที่ 9 (ต่อ)
ท่ี องคป์ ระกอบ/ตัวบง่ ช้ี ของรูปแบบ คา่ เฉลี่ยความสอดคล้อง
5.2 การพฒั นาทางการศกึ ษา (N=9)
µ ระดบั
4.26 0.64 มาก
1) พัฒนามาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาดา้ นคณุ ภาพ 4.11 0.74 มาก
ผู้เรียน
2) พัฒนามาตรฐานการศึกษาของสถานศกึ ษา 4.56 0.50 มากท่สี ดุ
ดา้ นกระบวนการบรหิ ารและการจดั การ
3) พัฒนามาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษา 4.11 0.57 มาก
ดา้ นกระบวนการจดั การเรยี นการสอนทเ่ี นน้ ผู้เรยี นเปน็ สาคัญ
4) แผนพฒั นาการจัดการศกึ ษาของสถานศึกษากาหนด 3.89 0.87 มาก
ทศิ ทางในการพัฒนาการจัดการศึกษาสาหรบั นักเรยี นให้มี
คณุ ภาพตามมาตรฐานการศึกษา
5) การจัดการเรียนการสอนอยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ 4.44 0.68 มาก
ยึดผเู้ รยี นเป็นสาคญั โดยใช้แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล
(IEP) และแผนการสอนเฉพาะบคุ คล (IIP) เพื่อแกป้ ัญหา หรอื
พฒั นาผู้เรียนเป็นรายบคุ คล
6) การวดั และประเมนิ ผลคุณภาพผู้เรยี นตามเปา้ หมาย 4.22 0.63 มาก
ของหลักสตู รครอบคลุมทง้ั 4 ดา้ น 1) ทกั ษะการเรยี นรู้ตาม
กลมุ่ สาระการเรียนรู้ 2) การอ่าน คดิ วิเคราะห์ และเขยี น
3) คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ของผเู้ รียน 4) สมรรถนะสาคัญ
ของผู้เรียน
7) การวดั และประเมนิ ผลดา้ นคณุ ภาพชวี ิตของนกั เรยี นที่มี 4.33 0.67 มาก
ความบกพรอ่ งทางสตปิ ญั ญาในด้านการพัฒนาสุขภาพทางกาย
และจิตใจ ดา้ นการพฒั นาการศกึ ษา และดา้ นการพัฒนาทกั ษะ
อาชพี
8) การพฒั นาสภาพแวดล้อมด้านต่าง ๆ ในโรงเรยี นมีความ 4.44 0.50 มาก
เหมาะสม เอ้ือต่อการส่งเสริม สนบั สนนุ การเรยี นรู้ กจ็ ะส่งผลให้
นักเรียนเกดิ พัฒนาการทางด้านรา่ งกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม
และดา้ นสตปิ ัญญา
209
ตารางท่ี 9 (ต่อ)
คา่ เฉลยี่ ความสอดคล้อง
ที่ องค์ประกอบ/ตัวบ่งช้ี ของรูปแบบ (N=9)
µ ระดบั
5.3 การพฒั นาทางทกั ษะอาชีพ 4.23 0.66 มาก
1) การสารวจอาชีพทนี่ ักเรยี น ผปู้ กครอง ตอ้ งการ และ 4.11 0.57 มาก
ประเมินคัดกรอง ความเหมาะสม สอดคล้องกับสภาพความพิการ
ของนักเรยี น และความเป็นไปได้โดยโรงเรียนและผู้ปกครอง
ร่วมกนั
2) จัดหลักสูตรงานอาชีพที่หลากหลายใหผ้ ู้เรยี นได้เรยี นรู้ 4.00 0.67 มาก
ทดลอง และงานอาชพี ตา่ ง ๆ มีความพร้อมทั้งดา้ นวัสดุ อปุ กรณ์
เคร่ืองมือในงานอาชีพ
3) การจดั ทาแผนการจดั การศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) รว่ มกัน 4.33 0.67 มาก
ระหว่างครู ผู้ปกครอง และผูท้ ี่เกย่ี วข้อง เพื่อการพัฒนาทักษะ
อาชีพของนักเรียนในระดับชัน้ ประถมศึกษาและระดับ
ชน้ั มัธยมศึกษาตอนตน้
4) การจัดทาแผนการจดั การศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) 3.78 0.63 มาก
ควบคู่กบั แผนการเปลย่ี นผ่าน (ITP) เพ่ือการพัฒนาทักษะอาชีพ
เพ่ือการมงี านทาสาหรับนักเรยี นในระดับช้นั มัธยมศึกษาตอน
ปลาย กลุ่มที่พิการไมร่ ุนแรง สามารถพัฒนาเรียนรู้ได้
5) การจัดการเรยี นการสอนอาชีพในโรงเรยี นเริ่มจากการให้ 4.22 0.63 มาก
นักเรยี นไดต้ ระหนกั ถึงความสาคัญของอาชพี ที่ทุกคนตอ้ งมีและ
ต้องเรยี นรู้ ส่กู ารค้นหาอาชีพเหมาะสมกับตนเอง และสภาพ
ชมุ ชนทีต่ นเองอาศยั อยู่
6) นักเรียนไดท้ ดลองเรยี นรู้ ปฏบิ ตั ิ งานอาชีพท่ตี นเองเลือก 4.33 0.82 มาก
เพื่อปรบั ตัวให้เข้ากับอาชีพและเกิดทักษะความชานาญก่อน
ท่ีออกจะไปฝึกประสบการณ์งานอาชีพ
7) ฝกึ ทักษะอาชีพอยา่ งเข้มข้นให้กบั นกั เรียนระดบั ชน้ั 4.56 0.50 มากท่ีสดุ
มธั ยมศกึ ษาตอนปลาย ในสถานประกอบการ ต่าง ๆ เพื่อให้
ผู้เรียนไดฝ้ ึกประสบการณ์ในสถานการณ์จริง
8) นักเรียน ม.ปลาย มีโอกาสไดร้ ับการฝกึ อาชีพ 4.44 0.74 มาก
ฝกึ การทางาน ในสถานประกอบการอย่างต่อเนื่อง
210
ตารางท่ี 9 (ตอ่ )
คา่ เฉล่ยี ความสอดคล้อง
ท่ี องค์ประกอบ/ตัวบ่งช้ี ของรูปแบบ (N=9)
µ ระดับ
9) ฝึกทักษะอาชีพทม่ี ีอยูใ่ นครัวเรอื น/ชุมชนของนักเรยี น 4.11 0.74 มาก
หรอื ทนี่ ักเรยี นสนใจ โดยการสารวจงานและสถานประกอบการท่ี
อยู่ใกลโ้ รงเรียน ชุมชน หมบู่ ้านของนักเรยี น เพ่ือเป็นข้อมลู
ในแผนการนานักเรยี นออกฝึกประสบการณ์ด้านอาชีพ หรือการ
ทางาน
10) การสรา้ งเครือข่ายความร่วมมอื กาหนดกลมุ่ เป้าหมาย 4.22 0.63 มาก
และหลกั สตู รในการฝกึ อบรมอาชีพอยา่ งชัดเจน จัดหาวทิ ยากร
ท่มี ีความชานาญด้านอาชีพเข้ามามสี ว่ นร่วมในการฝึกอบรม เช่น
วทิ ยาลยั สารพัดช่าง วทิ ยาลยั ชมุ ชนแพร่ ภมู ิปัญญาท้องถน่ิ
เปน็ ตน้
11) การตดิ ตามผลการจดั การศึกษาเพ่ือพัฒนาทกั ษะอาชีพ 4.44 0.68 มาก
ของนักเรยี นอย่างตอ่ เนื่อง โดยครูผู้สอน ครสู อนงาน
(Job Coach) หรือผูท้ ไี่ ด้รับมอบหมาย รว่ มกบั ผูป้ กครอง
อยา่ งต่อเนอ่ื ง
6 การพึ่งพาชว่ ยเหลือตนเองของนักเรียน 4.15 0.61 มาก
6.1 จัดกิจกรรมประจาวันให้นกั เรยี นทาสิ่งต่าง ๆ ทีเ่ ป็นกิจวัตร 4.44 0.50 มาก
ประจาวนั ดว้ ยตัวเอง
6.2 จดั กจิ กรรมใหน้ ักเรียนทาเปน็ รายบุคคล การสง่ เสรมิ ให้ 4.56 0.68 มากทส่ี ุด
นักเรียนสามารถพ่งึ พาตนเองดว้ ยการจดั กิจกรรมต่าง ๆ
6.3 จดั กิจกรรมให้นักเรียนทาเปน็ กลุ่ม กจิ กรรมกลมุ่ มีลักษณะ 4.00 0.67 มาก
ของการทาสงิ่ ใดสิง่ หน่งึ ท่มี จี ุดหมายรว่ มกัน ตอ้ งใชว้ ัสดุอปุ กรณ์
ตา่ ง ๆ ร่วมกัน
6.4 จดั กิจกรรมส่งเสรมิ พัฒนาทกั ษะการดูแลตนเอง และทักษะ 3.78 0.63 มาก
ทางสงั คมเพื่อนาสูท่ กั ษะการดารงชีวิตประจาวนั
6.5 จัดกิจกรรมส่งเสรมิ ทกั ษะการทางาน ทาอาชีพให้นักเรียน 3.89 0.57 มาก
ไดฝ้ ึกปฏิบัติ
6.6 จัดกจิ กรรมใหน้ ักเรยี นได้แสดงออกในวาระโอกาสต่าง ๆ 4.22 0.63 มาก
เพอ่ื สร้างความมัน่ ใจ และเหน็ คุณคา่ ความสามารถของตน
เฉลย่ี รวม 4.26 0.64 มาก
211
จากตารางท่ี 9 พบว่าความเห็นของผู้เช่ียวชาญท้ัง 3 กลุ่ม ท่ีมีต่อความสอดคล้องของ
องค์ประกอบรูปแบบการบริหารเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตนักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา
โรงเรียนแพร่ปัญญานุกูล จังหวัดแพร่ ทั้ง 6 องค์ประกอบ โดยรวมอยู่ในระดับอยู่ในระดับ มาก
(µ = 4.26, = 0.64) เม่ือพจิ ารณาเปน็ รายด้าน ด้านทม่ี ีค่าเฉล่ียสูงสุด คอื ดา้ นที่ 4 ด้านการพัฒนาครู
การศึกษาพิเศษมืออาชีพ อยู่ในระดับ มาก (µ = 4.32, = 0.64) รองลงมา คือ ด้านท่ี 2 การบริหาร
จดั การในโรงเรียน อยใู่ นระดบั มาก (µ = 4.30, = 0.64) ดา้ นที่ 1 ภาวะผู้นาการเปล่ียนแปลงของ
ผบู้ รหิ าร อยู่ในระดบั มาก (µ = 4.24, = 0.61) ดา้ นท่ี 5 การพฒั นาคุณภาพชีวิตนักเรียนท่ีมีความ
บกพร่องทางสติปัญญา อยู่ในระดับ มาก (µ = 4.23, = 0.64) ด้านท่ี 3 การพัฒนาหลักสูตรและ
การออกแบบการเรียนการสอน อยู่ในระดับ มาก (µ = 4.22, = 0.65) ส่วนด้านท่ีมีค่าเฉล่ียน้อยที่สุด
คือ ด้านท่ี 6 การพึง่ พาช่วยเหลอื ตนเอง อยู่ในระดับ มาก (µ = 4.15, = 0.61)
ขั้นตอนที่ 3 ตรวจสอบรูปแบบการบริหารเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียนที่มี
ความบกพร่องทางสตปิ ญั ญา โดยใชก้ ารสนทนากล่มุ (Focus Group Discussions)
ตรวจสอบรูปแบบการบริหารเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียนที่มีความบกพร่องทาง
สติปัญญาโดยใช้การสนทนากลุ่ม (Focus Group Discussions) ของผู้ทรงคุณวุฒิ โดยดาเนินการจัด
สนทนากลุ่ม ซึ่งผู้เข้าร่วมสนทนากลุ่มท้ัง 3 กลุ่ม รวมจานวนท้ังหมด 9 คน ได้แสดงความคิดเห็นในเรื่อง
ความเหมาะสม เป็นไปได้ของรปู แบบการบริหารเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียนที่มีความบกพร่องทาง
สติปญั ญาโรงเรยี นแพรป่ ัญญานุกูล จงั หวัดแพร่ แสดงในตารางที่ 10 ดังนี้
ตารางท่ี 10 แสดงค่าเฉลี่ยและส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานความคิดเห็นของผู้ทรงคุณวุฒิที่มีต่อรูปแบบ
การบรหิ ารเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียนท่ีมีความบกพร่องทางสตปิ ัญญา โรงเรยี นแพร่ปัญญานุกูล
จงั หวดั แพร่
ขอ้ ท่ี รายการตรวจสอบรับรองรูปแบบ คา่ เฉลยี่ ความคดิ เห็น (N =9)
µ ระดบั
1. ด้านความเปน็ ประโยชน์ 4.38 0.62 มาก
1.1 รูปแบบการบรหิ ารเพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวิตของ 4.56 0.50 มากทส่ี ดุ
นกั เรยี นทีม่ ีความบกพร่องทางสตปิ ัญญา มีประโยชนต์ ่อ
การบรหิ ารและการพัฒนานักเรยี นท่มี คี วามบกพร่อง 4.22 0.63 มาก
ทางสติปัญญา
1.2 รปู แบบการบรหิ ารเพอื่ พัฒนาคณุ ภาพชวี ติ ของ 4.44 0.68 มาก
นักเรียนท่ีมีความบกพร่องทางสตปิ ัญญา สามารถ
ตอบสนองตอ่ ความต้องการของผ้บู ริหารโรงเรยี น
และผูท้ ่มี สี ่วนเกีย่ วข้อง
1.3 รูปแบบการบริหารเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวติ ของ
นักเรียนทมี่ ีความบกพร่องทางสติปัญญา สามารถ
นาไปใช้เปน็ แนวทางในการพัฒนาคุณภาพชวี ิตนกั เรียน
ของโรงเรียนการศกึ ษาพิเศษ
212
ตารางที่ 10 (ต่อ)
ข้อที่ รายการตรวจสอบรับรองรูปแบบ คา่ เฉลี่ยความคดิ เห็น (N =9)
µ ระดับ
1.4 รูปแบบการบริหารเพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวิตของ 4.22 0.79 มาก
นกั เรียนทีม่ ีความบกพร่องทางสติปญั ญา นาไปใช้
ประโยชนไ์ ด้อยา่ งเป็นรูปธรรม
1.5 รูปแบบการบรหิ ารเพื่อพัฒนาคุณภาพชวี ติ ของ 4.44 0.50 มาก
นักเรยี นทม่ี ีความบกพร่องทางสติปญั ญา สามารถ
นาไปใชป้ ระโยชนใ์ นการจัดทามาตรฐานการศึกษา
และประเมินคุณภาพผ้เู รียน ของโรงเรียนท่ีจดั การเรียน
การสอนนกั เรียนที่มีความบกพรอ่ งทางสตปิ ัญญา
2 ดา้ นความเปน็ ไปได้ 4.33 0.63 มาก
2.1 รปู แบบการบริหารเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวติ ของ 4.22 0.63 มาก
นกั เรยี นทม่ี ีความบกพร่องทางสตปิ ัญญา สามารถ
นาไปใชใ้ นสถานการณจ์ รงิ เพื่อพัฒนานักเรียนได้
2.2 รูปแบบการบริหารเพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวิตของ 4.11 0.57 มาก
นักเรียนทีม่ ีความบกพร่องทางสติปญั ญา สามารถ
นาไปใชไ้ ด้จะไดร้ บั การยอมรับจากผทู้ ี่เก่ยี วข้อง
2.3 รปู แบบการบริหารเพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวติ ของ 4.56 0.68 มากทสี่ ดุ
นักเรยี นทม่ี ีความบกพร่องทางสตปิ ญั ญา สามารถทาความ
เข้าใจไดง้ า่ ยไมย่ ุ่งยาก และซบั ซ้อนจนเกนิ ไป
2.4 ผลจากการดาเนินการตามรปู แบบการบรหิ ารเพ่ือ 4.22 0.79 มาก
พัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียนฯได้รบั ความคุ้มคา่ ท้ังใน
ด้านงบประมาณและเวลา
2.5 ตัวชว้ี ดั ของรูปแบบการพัฒนาคุณภาพชวี ติ นกั เรยี นฯ 4.56 0.50 มากทีส่ ุด
นี้สามารถนาไปปฏิบัตแิ ละเกิดผลไดต้ ามวัตถุประสงค์
3. ด้านความเหมาะสม 4.38 0.59 มาก
3.1รปู แบบการบริหารเพอ่ื พัฒนาคุณภาพชวี ติ 4.33 0.67 มาก
ของนักเรียนฯ มีความสอดคล้องและเหมาะสม
3.2 รูปแบบการบริหารเพื่อพัฒนาคุณภาพชวี ิตนกั เรยี นฯ 4.56 0.50 มากทส่ี ุด
มคี วามเหมาะสมสาหรบั ผบู้ ริหารในการบริหารโรงเรียน
3.3 รูปแบบการบริหารเพ่ือพัฒนาคุณภาพชวี ติ นักเรียนฯ 4.44 0.50 มาก
มคี วามสอดคล้องและเหมาะสมกับสภาพความพิการ
3.4 รปู แบบการบริหารเพอ่ื พัฒนาคณุ ภาพชวี ิตนกั เรยี นฯ 4.22 0.63 มาก
มงุ่ พฒั นานักเรยี นใน 3 ด้าน คอื พฒั นาสุขภาพทางกาย
และจิตใจ พฒั นาทางการศึกษา การพฒั นาทักษอาชพี
มคี วามเหมาะสม
213
ตารางที่ 10 (ต่อ)
ข้อที่ รายการตรวจสอบรับรองรูปแบบ คา่ เฉล่ยี ความคิดเหน็ (N =9)
µ ระดับ
3.5 การนาเสนอองคป์ ระกอบของรูปแบบการบริหาร 4.33 0.67 มาก
เพื่อพัฒนาคุณภาพชวี ิตของนักเรียนฯ มีความเหมาะสม
4 ดา้ นความถูกตอ้ งครอบคลุม 4.32 0.62 มาก
4.1 องค์ประกอบของรปู แบบการบรหิ ารเพื่อพัฒนา 4.67 0.67 มากทีส่ ดุ
คุณภาพชีวติ ของนักเรยี นฯด้านภาวะผู้นาของผ้บู ริหาร
มคี วามครอบคลุมเพียงพอ
4.2 องคป์ ระกอบของรปู แบบการบริหารเพ่ือพัฒนา 4.44 0.68 มาก
คณุ ภาพชีวติ ของนกั เรียนฯ ด้านการบริหารนโยบายและ
แผนพัฒนาโรงเรยี น การบริหารทรัพยากร ในโรงเรียน
มีความครอบคลุมเพยี งพอ
4.3 องคป์ ระกอบของรปู แบบการบรหิ ารเพ่ือพัฒนา 4.11 0.74 มาก
คณุ ภาพชวี ติ ของนกั เรียนฯดา้ นการบรหิ ารทรัพยากร
ในโรงเรยี นมีความครอบคลุมเพียงพอ
4.4 องค์ประกอบของรปู แบบการบริหารเพ่ือพัฒนา 4.11 0.57 มาก
คณุ ภาพชีวิตของนักเรียนฯด้านหลกั สตู รและการออกแบบ
การเรยี นการสอนมีความครอบคลุมเพยี งพอ
4.5 องคป์ ระกอบของรปู แบบการบรหิ ารเพ่ือพัฒนา 4.00 0.67 มาก
คุณภาพชวี ิตของนกั เรียนฯ ด้านการพัฒนาครูศกึ ษาพิเศษ
มืออาชีพมคี วามครอบคลมุ เพียงพอ
4.6 องค์ประกอบของรปู แบบการบริหารเพ่ือพัฒนา 4.56 0.50 มากที่สุด
คณุ ภาพชีวิตของนกั เรียนฯด้านการพัฒนาคุณภาพชวี ิต
นักเรยี นทีม่ ีความบกพรอ่ งทางสติปัญญาท้ัง 3 ด้าน
มีความครอบคลุมเพียงพอ
4.7 องค์ประกอบของรูปแบบการบริหารเพ่ือพัฒนา 4.22 0.63 มาก
คุณภาพชวี ติ ของนกั เรยี นฯดา้ นการพึ่งพาตนเอง
มีความครอบคลุมเพียงพอ
4.8 รูปแบบการบรหิ ารเพ่อื พัฒนาคณุ ภาพชีวติ ของ 4.44 0.50 มาก
นักเรยี นทีพ่ ัฒนาขึ้นมีความถูกต้องตามหลกั การบรหิ าร
การศึกษา มีความครอบคลมุ น่าเชอื่ ถอื และเป็นระบบ
เฉล่ียรวม 4.35 0.62 มาก
214
จากตารางท่ี 10 พบว่าความคิดเห็นของผู้เข้าร่วมการสนทนากลุ่มท้ัง 3 กลุ่ม ที่มีต่อรูปแบบ
การบริหารเพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียนท่ีมีความบกพร่องทางสติปัญญา โรงเรียนแพร่ปัญญานุกูล
จังหวัดแพร่ ในภาพรวมเห็นด้วย อยู่ในระดับ มาก (µ = 4.35, = 0.62) เม่ือพิจารณาเป็นรายด้าน
พบว่า ด้านความเป็นประโยชน์ อยู่ในระดับ มาก (µ = 4.38, = 0.62) ด้านความเหมาะสม อยู่ในระดับ
มาก (µ= 4.38, = 0.59) ด้านความเป็นไปได้ อยู่ในระดับ มาก (µ = 4.33, = 0.63) และมีด้าน
ความถกู ตอ้ งครอบคลมุ อย่ใู นระดับ มาก (µ = 4.32, = 0.62)
ขอ้ เสนอแนะทไ่ี ด้รับ
1. โรงเรียนควรปรับปรุงแผนพัฒนาการจัดการศึกษาและแผนปฏิบัติการประจาปี 2562
ให้สอดรับกับองค์ประกอบรปู แบบการพฒั นาคุณภาพชีวิตนักเรยี น
2. โรงเรียนควรมีการพัฒนาครู บุคลากรให้มีความรู้ความสามารถในการพัฒนานักเรียน
ในดา้ นการดแู ลพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ นักเรียนทง้ั 3 ดา้ น
3. การจัดทาแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลของครูผู้สอนควรมุ่งพัฒนานักเรียน
ในดา้ นทส่ี อดคลอ้ งกับแนวทางในการพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ ของนักเรียนท้งั 3 ดา้ น
4. ควรนารูปแบบการบริหารเพื่อพฒั นาคณุ ภาพชวี ติ ของนักเรียนไปสอบถามถึงความเห็น
ด้วยกับรูปแบบกับโรงเรยี นการศึกษาพิเศษอื่นที่จัดการเรียนการสอนสาหรบั นักเรยี นท่มี ีความบกพร่อง
ทางสตปิ ญั ญาเช่นกัน
5. รปู แบบการบริหารเพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียนที่มคี วามบกพร่องทางสติปัญญา
โรงเรียนแพร่ปัญญานุกูล จังหวัดแพร่ ควรเพิ่มองค์ประกอบของรูปแบบที่ใช้ในการบริหาร อีก 1
องค์ประกอบ คือ องค์ประกอบที่ 2 การบริหารนโยบายและแผนการพัฒนา ซึ่งประกอบด้วย
2.1) นโยบาย (วิสัยทัศน์ พันธกิจ เป้าประสงค์) 2.2) แผนการพัฒนา (แผนพัฒนาการจัดการศึกษา
แผนปฏบิ ัตกิ ารประจาป)ี
นอกจากน้ียังได้รับคาแนะนาให้แก้ไข เพิ่มเติม ข้อความ ตัวช้ีวัดของแต่ละองค์ประกอบย่อย
ของรูปแบบใหม้ ีความเหมาะสม และเป็นไปได้ มากย่ิงข้นึ
สรุปรปู แบบการบริหารเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา
โรงเรียนแพร่ปัญญานุกูล จังหวัดแพร่ มีองค์ประกอบของรูปแบบทีใ่ ช้ในการบริหาร 7 องค์ประกอบ
ดังน้ี
1. ภาวะผนู้ าการเปล่ียนแปลง
2. การบรหิ ารนโยบายและแผนการพัฒนา ประกอบด้วย
2.1 นโยบาย (วสิ ัยทศั น์ พนั ธกิจ เปา้ ประสงค์ )
2.2 แผนการพัฒนา (แผนพฒั นาการจดั การศึกษา แผนปฏิบัตกิ ารประจาปี)
3. การบริหารทรัพยากร ประกอบด้วย
3.1 การบริหารงานบคุ ลากร
3.2 การบริหารงบประมาณ
3.3 การบริหารจดั การ
3.4 การบิหารวัสดอุ ปุ กรณ์
215
4. การพัฒนาหลักสตู รและการออกแบบการเรียนการสอน ประกอบดว้ ย
4.1 การวเิ คราะห์
4.2 การออกแบบ
4.3 การพัฒนา
4.4 การนาไปใช้
4.5 การประเมนิ ผล
5. การพัฒนาครูการศกึ ษาพิเศษมอื อาชีพ
6. การพัฒนาคณุ ภาพชวี ติ ของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางสตปิ ัญญา ประกอบดว้ ย
6.1 การพฒั นาสุขภาพทางกายและจติ ใจ
6.2 การพัฒนาการศึกษา
6.3 การพฒั นาทักษะอาชพี
7. การพง่ึ พาชว่ ยเหลอื ตนเอง
216
รปู แบบการบรหิ ารเพอ่ื พัฒนาคณุ ภาพชวี ติ นกั เรียนทีม่ ีความบกพร่องทางสตปิ ญั ญา
โรงเรียนแพรป่ ญั ญานกุ ูล จังหวัดแพร่
ภาวะผนู้ าการเปลยี่ นแปลงของผบู้ ริหาร
การพงึ่ พาช่วยเหลือตนเอง คุณภาพชวี ิต เป็นแบบอยา่ งทด่ี ี
ของนกั เรียนท่ี การสร้างแรงจูงใจ
จัดกิจวัตรประจาวนั ด้วยตนเอง กระตุ้นใช้ใหเ้ กิดปญั ญา
จดั กิจกรรมรายบุคคล ดแู ลเอาใจใส่ผตู้ าม
จดั กจิ กรรมกลุ่ม รคู้ ุณค่าและความสาคญั
พฒั นาทักษะดแู ลตนเอง ทกั ษะทางสงั คม เขา้ ใจและมีเจตคตทิ ด่ี ีต่อนักเรยี น
จัดกจิ กรรมสง่ เสรมิ การทางาน
การแสดงออกในโอกาสตา่ ง ๆ การบริหารนโยบายและ
การพฒั นาคุณภาพชีวิตของนกั เรยี น มีความ แผนการพฒั นาโรงเรียน
ท่ีมีความบกพร่องทางสติปัญญา บกพรอ่ งทาง
สติปัญญา นโยบาย (วสิ ัยทัศน์
พฒั นาสขุ ภาพทางกายและจติ ใจ โรงเรียนแพร่ พนั ธกจิ เป้าประสงค)์
พฒั นาทางการศึกษา ปญั ญานุกลู แผนพฒั นาการจดั การศึกษา
พัฒนาทักษะอาชีพ จังหวัดแพร่
การบริหารทรัพยากร
การพัฒนาครูศึกษาพเิ ศษมอื อาชพี
ดา้ นงานบคุ ลากร
มคี ณุ ธรรม จริยธรรม ทดี่ ี ด้านงบประมาณ
มคี วามรู้ มีเจตคติที่ดตี อ่ นักเรยี น ดา้ นการบริหารจัดการ
ดา้ นวสั ดอุ ุปกรณ์
มงุ่ มัน่ อทุ ศิ ตนในหนา้ ที่ การพัฒนาหลกั สตู ร
เทคนิคการสอนใหม่ ๆ เพอ่ื พัฒนานกั เรยี น ออกแบบการเรยี นการสอน
จัดทาแผนการจดั การศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP)
ความรใู้ นการวัดประเมนิ ผลตามสภาพจริง การวเิ คราะห์
ทาวจิ ัย และพฒั นาการเรยี นรขู้ องนักเรยี น การออกแบบ
พฒั นาความสามารถในการเขยี นรายงาน การพฒั นา
การนาไปใช้
และการส่งตอ่ นักเรยี น ประเมนิ ผล
ภาพท่ี 10 รูปแบบการบริหารเพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวิตนักเรยี นที่มคี วามบกพร่องทางสติปัญญา
โรงเรียนแพร่ปญั ญานุกูล จงั หวดั แพร่
217
ขน้ั ตอนท่ี 4 ทดลองใช้และปรับปรงุ รูปแบบการบริหารเพ่ือพฒั นาคณุ ภาพชีวิตของนักเรียน
ท่ีมีความบกพรอ่ งทางสตปิ ญั ญา โรงเรียนแพร่ปัญญานกุ ลู จังหวัดแพร่
ผู้วิจัยนารูปแบบการบริหาร ซ่ึงประกอบด้วย ภาวะผู้นาการเปล่ียนแปลงของผู้บริหาร
การบรหิ ารนโยบายและแผนพัฒนาโรงเรยี น การบรหิ ารทรัพยากร การพัฒนาหลักสูตรและการออกแบบ
การเรียนการสอน การพัฒนาครูการศึกษาพิเศษมืออาชีพ การพัฒนาคุณภาพชีวิตนักเรียนที่มีความ
บกพร่องทางสติปัญญา การพ่ึงพาช่วยเหลอื ตนเอง ที่ได้จากการวิจัยเชิงคุณภาพในการพัฒนารูปแบบ
การบริหารเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางสตปิ ัญญาฯ ไปทดลองใช้ และ
จัดทาเป็นแบบสอบถามกับผู้บริหาร รองผู้บริหาร ครู และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานของ
โรงเรียนการศึกษาพิเศษท่ีจัดการเรียนการสอนนักเรียนท่ีมีความบกพร่องทางสติปัญญา 18 โรงเรียน
จานวน 216 คน เกี่ยวกับความคิดเห็นที่มีต่อรูปแบบการบริหารเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียน
ที่มีความบกพร่องทางสติปัญญาโรงเรียนแพร่ปัญญานุกูล จังหวัดแพร่ ว่าเห็นด้วยกับแนวทางของรูปแบบ
ทีน่ ามาใช้ในการบริหารมากนอ้ ยเพยี งใด เพือ่ นาขอ้ มูลที่ได้มาปรับปรุงรปู แบบการบริหารฯ ต่อไป
ตอนท่ี 1 สอบถามเกี่ยวกับสถานภาพและข้อมูลท่ัวไปของผู้ตอบแบบสอบถาม ดังแสดงใน
ตารางท่ี 11 ดงั นี้
ตารางท่ี 11 แสดงสถานภาพและข้อมูลทัว่ ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม
ขอ้ ที่ รายการ จานวน (n = 216) ร้อยละ
1 ตาแหน่ง
- ผู้บรหิ าร 18 11.11
- รองผบู้ ริหาร 18 11.11
- ครู 162 66.67
- กรรมการสถานศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน 18 11.11
รวม 216 100
2 เพศ
- ชาย 86 51.85
- หญงิ 130 48.15
รวม 216 100
3 อายุผ้ตู อบแบบสอบถาม
- 21-30 ปี 51 22.22
- 31-40 ปี 60 28.40
- 41-50 57 27.16
- 51 ปขี ้ึนไป 48 22.22
รวม 216 100
218
ตารางท่ี 11 (ต่อ)
ขอ้ ที่ รายการ จานวน (n = 216) ร้อยละ
4 ระดบั การศึกษา - -
- ต่ากวา่ ระดับปริญญาตรี 118 55.56
98 44.44
- ระดบั ปริญญาตรี 216 100
- สูงกวา่ ปรญิ ญาตรี 40 25.93
128 50.62
รวม 48 23.46
5 ประสบการณใ์ นการดูแลคนพิการทางสตปิ ัญญา 216 100
- ตา่ กวา่ 5 ปี
- 5-10 ปี
- มากกวา่ 10 ปี
รวม
จากตารางที่ 11 พบวา่ ผูต้ อบแบบสอบถามท่ีเป็นกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ มสี ถานภาพเป็นครู
จานวน 162 คน คิดเป็นร้อยละ 66.67 เพศหญิง จานวน 130 คน คิดเป็นร้อยละ 48.15 อายุอยู่ระหว่าง
31 - 40 ปี จานวน 60 คน คิดเป็นร้อยละ 28.40 ระดับการศึกษาปริญญาตรี จานวน 118 คน
คิดเป็นร้อยละ 55.56 มีประสบการณ์ในการดูแลคนพิการทางสติปัญญา 5 - 10 ปี จานวน 128 คน
คิดเป็นรอ้ ยละ 50.62
ตอนท่ี 2 สารวจความคิดเห็นของผู้บริหาร รองผูบ้ รหิ าร และกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
ของโรงเรียนการศึกษาพิเศษ จานวน 18 โรงเรียน ท่ีมีต่อรูปแบบการบริหารเพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวิต
ของนกั เรียนโรงเรียนแพรป่ ัญญานุกูล จังหวัดแพร่ ดังแสดงในตารางท่ี 12 ดงั นี้
ตารางท่ี 12 ผลความคิดเห็นของผู้บริหาร รองผู้บริหาร และคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน
ของโรงเรียนการศึกษาพิเศษ จานวน 18 โรงเรียน ท่ีมีต่อรูปแบบการบริหารเพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวิต
ของนกั เรียนโรงเรยี นแพร่ปัญญานุกูล จงั หวัดแพร่
ข้อ รายการ ความคดิ เห็น
1 ภาวะผ้นู าการเปลี่ยนแปลงของผู้บริหาร X S.D. ระดบั
4.44 0.53 มาก
1.1 ผ้บู รหิ ารประพฤตติ นเป็นแบบอย่างสาหรบั ครู ผบู้ รหิ าร 4.44 0.52 มาก
เปน็ ที่ยกย่อง เคารพ นบั ถือ ศรทั ธาไว้วางใจและทาใหค้ รเู กิดความ มาก
มาก
ภาคภูมใิ จ
1.2 ผู้บรหิ ารประพฤตติ นในทางทจ่ี งู ใจใหเ้ กิดแรงบนั ดาลใจกบั ครู 4.38 0.55
โดยการสรา้ งแรงจงู ใจ
1.3 ผู้บริหารกระตุน้ ครูใหเ้ กิดปัญญา ตระหนักถึงปัญหาต่าง ๆ 4.41 0.51
ทีเ่ กิดขึ้นทาให้ครูมคี วามต้องการหาแนวทางใหม่มาแกป้ ญั หา
ในหน่วยงาน
219
ตารางท่ี 12 (ต่อ)
ข้อ รายการ ความคิดเห็น
X S.D. ระดบั
1.4 ผู้บริหารให้การดูแลเอาใจใส่ครเู ป็นรายบคุ คล และทาใหค้ รูรู้สกึ 4.51 0.56 มากทส่ี ดุ
มคี ณุ คา่ และมีความสาคัญ
1.5 ผู้บรหิ ารมคี วามรู้ความเข้าใจเกย่ี วกับนักเรียนทม่ี ีความบกพร่อง 4.46 0.50 มาก
ทางสตปิ ัญญาและมีเจตคติท่ดี ีต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของ
นักเรียน
2 การบรหิ ารนโยบายและแผนพัฒนาโรงเรียน 4.43 0.52 มาก
2.1 นโยบาย (วิสัยทัศน์ พันธกิจ เปา้ ประสงค์ 4.47 0.52 มาก
1) มีความสอดคล้องกับวัตถุประสงคข์ องโรงเรียนในการพฒั นา 4.52 0.54 มากทสี่ ุด
คุณภาพชวี ิตของนักเรียนทม่ี ีความบกพร่องทางสติปญั ญา สามารถ
ท่ีจะชว่ ยให้การดาเนินงานบรรลุถึงเปา้ ประสงค์ท่ีตั้งไว้ได้
2) กาหนดขน้ึ จากข้อมูลท่เี ป็นจรงิ ก่อนทีจ่ ะมีการดาเนินงาน มี 4.39 0.52 มาก
การกาหนดกลยทุ ธแ์ ละจัดสรรทรัพยากรเหมาะสมกับการดาเนินงาน
3) เปน็ ถ้อยคาหรือข้อความที่กะทัดรัด ใชภ้ าษาเข้าใจงา่ ยและ 4.38 0.51 มาก
แถลงไว้เป็นลายลักษณ์อักษร ทุกคนสามารถเข้าใจได้อย่างชัดแจ้ง
4) เกิดจากการมีส่วนรว่ มคดิ ร่วมกาหนดจากผมู้ ีสว่ นได้สว่ นเสีย 4.49 0.0 มาก
ทกุ ฝา่ ย
5) มีการนาผลสาเรจ็ และสภาพปญั หาท่ีพบในอดตี มาเปน็ ข้อมลู 4.51 0.50 มากท่สี ุด
ในการในการกาหนดนโยบายใหม่
6) ตอบสนองความตอ้ งการของผปู้ กครอง ชุมชน ก่อใหเ้ กิด 4.50 0.54 มาก
ประโยชนต์ ่อบุคคลโดยสว่ นรวม
2.2 แผนพัฒนา (แผนพัฒนาการจดั การศกึ ษา แผนปฏิบัตกิ าร 4.39 0.52 มาก
ประจาปี)
1) นาผลการวิเคราะห์ ปัจจยั ภายในและปัจจยั ภายนอกของ 4.50 0.55 มาก
หนว่ ยงานโดยกระบวนการ SWOT Analysis มาเปน็ แนวทาง
ในการกาหนดแผนพฒั นาโรงเรยี น
2) นาวิสยั ทศั น์ พันธกิจ มากาหนดเป็นภารกจิ หลักในการจัดทา 4.49 0.50 มาก
แผนพฒั นาโรงเรยี น
3) แผนพัฒนาของโรงเรียนมีความสอดคล้องกับแผนพัฒนาของ 4.41 0.53 มาก
ชาติ หนว่ ยงานตน้ สงั กัด และจังหวัด
4) จัดทาแผนพฒั นาคุณภาพการศึกษา ท่ีมวี ิสยั ทศั น์ พนั ธกจิ แผน 4.46 0.50 มาก
กลยทุ ธ์ที่เกดิ จากการมีส่วนรว่ ม
220
ตารางที่ 12 (ต่อ)
ขอ้ รายการ ความคิดเห็น
X S.D. ระดับ
5) มกี ารจดั ทาแผนงาน โครงการ กจิ กรรม ที่สอดคล้อง 4.51 0.50 มากท่ีสดุ
สัมพนั ธ์กบั แผนพัฒนา มีความครอบคลมุ กับภารกจิ จุดเน้นของ
โรงเรยี นในการพัฒนาคุณภาพชวี ิตนกั เรยี นที่มีความบกพร่อง
ทางสติปัญญา และมีความเหมาะสม
6) ดาเนินการพฒั นาตามแผนพัฒนาคุณภาพการศึกษาโดย 4.53 0.51 มากทีส่ ุด
จดั ทาโครงการและกจิ กรรม เปา้ หมายตัวชวี้ ัดความสาเร็จที่ชดั เจน
7) จัดระบบโครงสรา้ งการบริหารงานและระบบสารสนเทศ 4.52 0.54 มากที่สดุ
เพ่อื การบรหิ ารอย่างชดั เจน และมปี ระสทิ ธภิ าพ
8) พัฒนามาตรฐานการศึกษาของโรงเรียนท่สี อดคล้องกับ 4.28 0.50 มาก
บรบิ ทของโรงเรยี นและภารกิจในการพฒั นานักเรยี น
9) ตรวจสอบ และทบทวนคุณภาพของแผนงาน โครงการ 4.35 0.50 มาก
กจิ กรรม เปรียบเทยี บกับเป้าหมาย ตัวชว้ี ดั ความสาเรจ็
10) มกี ารวัดและประเมินผลเพ่อื ปรับปรุงพฒั นาอย่างต่อเนื่อง 4.36 0.51 มาก
11) จัดทารายงานประจาปี เสนอตอ่ หน่วยงานตน้ สงั กัด และ 4.20 0.50 มาก
หน่วยงานทเี่ กยี่ วข้องเพื่อนาไปสกู่ ารพัฒนาคุณภาพและมาตรฐาน
การศกึ ษา
12) พฒั นาระบบการประกนั คณุ ภาพการศึกษาอย่างต่อเน่ือง 4.11 0.67 มาก
และนาไปสู่องค์กรแหง่ การเรียนรู้
3 การบริหารทรัพยากร 4.35 0.54 มาก
3.1 การบริหารงานบคุ คล 4.36 0.57 มาก
1) การวางแผนอตั รากาลังเกิดจาก การวิเคราะห์ภาระงาน 4.30 0.53 มาก
การจัดกลมุ่ งาน การกาหนดตาแหนง่ ตามความต้องการจาเป็น
ภายในโรงเรยี น และกลมุ่ งานทีร่ บั ผดิ ชอบด้านการพฒั นาคุณภาพ
ชีวติ นกั เรยี นท่ีมคี วามบกพร่องทางสติปัญญาในโรงเรียน
2) การสรรหาและคดั เลือกบุคคลตามการวางแผนอัตรากาลัง 4.36 0.52 มาก
ไดด้ าเนินการสรรหา บรรจแุ ละแตง่ ต้ังบุคลากรท่ีเพียงพอกับความ
ต้องการสาหรับการศึกษาพเิ ศษ
3) บารงุ รกั ษาบุคลากร ใหข้ วัญกาลงั ใจ ให้สามารถปฏบิ ัตงิ าน 4.41 0.74 มาก
ดว้ ยความเต็มใจ เต็มกาลงั ความสามารถ และมีกาลงั ใจที่ดีในการ
ปฏิบัตงิ าน
221
ตารางที่ 12 (ต่อ)
ข้อ รายการ ความคิดเหน็
X S.D. ระดับ
4) เสริมสร้างประสิทธภิ าพดว้ ยการพัฒนาบุคลากรส่มู ืออาชพี 4.36 0.51 มาก
ดว้ ยวธิ ีการต่าง ๆ เชน่ การแลกเปลยี่ นเรียนร้กู บั เพอื่ นรว่ มอาชพี
การศกึ ษาเรยี นรู้ในรูปแบบต่าง ๆ การสรา้ งนวัตกรรม สอื่
เทคโนโลยีใหม่ ๆ การนาเสนอผลงานทป่ี ระสบความสาเรจ็ เป็นต้น
5) ประเมนิ ประสิทธภิ าพการปฏบิ ัตงิ าน เม่ือไม่สามารถพฒั นา 4.37 0.54 มาก
ไดค้ วรมีการปรับเปลยี่ นงานหรอื ปรบั ใหอ้ อกจากงาน
3.2 การบริหารงบประมาณ 4.36 0.52 มาก
1) รับงบประมาณจากกระทรวงศึกษาธกิ าร 4.50 0.52 มาก
2) ใช้จา่ ยงบประมาณตามแผนงาน/โครงการที่กาหนดไว้ และ 4.53 0.52 มากทส่ี ดุ
พิจารณางบประมาณทส่ี นบั สนนุ งานพัฒนาคุณภาพชวี ิตนักเรยี น
ท่มี คี วามบกพร่องทางสติปญั ญาอย่างชัดเจนเป็นพเิ ศษ
3) บรหิ ารจัดการงบประมาณโดยใช้หลักธรรมาภิบาลและ 3.94 0.54 มาก
ปฏบิ ตั ติ ามแนวทางเศรษฐกิจพอเพยี ง
4) ขอรบั บริจาคจากแหลง่ ความช่วยเหลอื ตา่ ง ๆ ทั้งภาครฐั 4.24 0.51 มาก
ภาคเอกชน
5) องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถิ่นเข้ามามสี ่วนร่วมและจัดหา 4.25 0.50 มาก
สนบั สนุนงบประมาณสมทบ
6) ติดตาม ตรวจสอบ ผลการใช้จา่ ยงบประมาณใหเ้ ปน็ ตาม 4.45 0.50 มาก
แผนงาน/โครงการ/กิจกรรม อยา่ งต่อเนอ่ื ง
7) นาหลักการบรหิ ารงบประมาณแบบม่งุ เนน้ ผลงานมาใช้ 4.60 0.53 มากท่ีสุด
เปน็ หลกั ในการบรหิ าร
3.3 การบรหิ ารจดั การ 4.34 0.53 มาก
1) จัดทาวิสยั ทศั น์ พนั ธกิจ เป้าประสงค์ แผนงานโครงการ 4.38 0.52 มาก
ยุทธศาสตร์ โดยมจี ดุ เนน้ ดา้ นการพัฒนาคุณภาพชวี ิตนักเรียนท่ีมี
ความบกพร่องทางสติปัญญาและการมสี ว่ นร่วมของบุคลากรทกุ ฝา่ ย
2) กาหนดโครงสร้างการบริหารงานครอบคลมุ กับภารกิจของ 4.35 0.51 มาก
โรงเรยี น และกาหนดบทบาทหนา้ ท่ีตามสายบังคบั บญั ชา
3) มีบทบาทเป็นผูอ้ านวยความสะดวก เปน็ ผู้นา และ 4.40 0.50 มาก
ผู้สนับสนนุ และสรา้ งแรงจงู ใจในการปฏิบตั ิงาน
4) นาระบบการนิเทศภายในมาใชเ้ ป็นกลยุทธใ์ นการพฒั นาคน 4.39 0.50 มาก
และพัฒนางาน
5) การนากระบวนการวิจัย มาเปน็ ส่วนหนึง่ ของการบริหาร 4.02 0.61 มาก
6) กระจายอานาจความรบั ผิดชอบและการตัดสินใจให้ทีมงาน 4.51 0.53 มากที่สุด
เนน้ การบริหารแบบมสี ่วนร่วมและบริหารโดยองคค์ ณะบุคคล
222
ตารางท่ี 12 (ต่อ)
ข้อ รายการ ความคิดเหน็
X S.D. ระดับ
3.4 การบริหารวัสดอุ ุปกรณ์ 4.33 0.54 มาก
1) ฝ่าย/กลมุ่ งาน/ครู เป็นผู้กาหนดความต้องการวสั ดุ อุปกรณ์ 4.23 0.53 มาก
โดยระบไุ ว้ในแผนงาน โครงการ
2) ฝ่าย/กล่มุ งาน ท่ีรบั ผิดชอบในการจดั หาพสั ดเุ ป็นผู้รวบรวม 4.40 0.50 มาก
ความต้องการที่ระบุไว้ในแผนงาน โครงการเพ่ือจดั ซื้อจดั จา้ งตาม
ระเบยี บฯ
3) มกี ารลงทะเบยี นเพ่ือควบคุมพัสดุ โดยระบชุ อื่ รายการ 4.26 0.69 มาก
วธิ ีการได้มา ราคา วนั ที่ได้มา ตลอดจนจานวนหนว่ ยพัสดุ
4) มกี ารแจกจ่ายวัสดุ อุปกรณ์เม่ือลงทะเบยี นพัสดแุ ล้ว ให้กับ 4.44 0.50 มาก
ฝา่ ย/กลุ่มงาน/ครู ทเ่ี ป็นเจ้าของแผนงาน โครงการ และทาบัญชี
ควบคมุ กบั ของเดมิ ท่มี ีอยู่แลว้
5) มกี ารตรวจสอบครุภณั ฑ์ประจาปที กุ ๆ ส้นิ ปีงบประมาณ 4.26 0.54 มาก
และมีการขายหรือทาลายเม่ือพัสดุน้นั เสื่อมสภาพหรือหมดอายุ
การใชง้ าน
6) โรงเรียนจัดให้มสี ือ่ ธรรมชาติ ส่ือภมู ิปญั ญาท้องถิน่ ที่ 4.35 0.51 มาก
เหมาะสม เออ้ื ต่อการเรยี นรู้
7) จดั หอ้ งเรียน ห้องพฒั นาศักยภาพ หรอื ห้องแกไ้ ขความ 4.37 0.51 มาก
บกพร่อง ใหม้ ีส่ือ วัสดุอุปกรณ์ เครอ่ื งมอื ทเี่ หมาะสมกบั ความพิการ
4 การพัฒนาหลักสูตรและการออกแบบการเรียนการสอน 4.38 0.56 มาก
4.1 การวเิ คราะห์ 4.31 0.54 มาก
1) วเิ คราะห์ความตอ้ งการจาเปน็ พิเศษในการจัดการเรยี นรู้ 4.08 0.58 มาก
เพื่อพฒั นาคุณภาพชีวติ ของนักเรยี นจากเอกสารหลกั สตู ร งานวจิ ยั
และผูท้ ่เี ก่ยี วข้อง
2) สรา้ งแบบประเมินศักยภาพนักเรียนที่มคี วามบกพร่อง 4.55 0.54 มากทส่ี ดุ
ทางสตปิ ัญญาให้ครอบคลุมทักษะตา่ ง ๆ ท่จี าเป็นในการดารงชีวิต
และการช่วยเหลอื ตนเอง โดยคานึงถึงสภาพจริงของนกั เรยี น
รายบุคคล
3) เลอื กวธิ กี ารในการจดั การเรียนรู้ทเ่ี หมาะสมกบั ผูเ้ รียนและ 4.29 0.51 มาก
สอดคลอ้ งกบั เปา้ หมายการพัฒนาคุณภาพชวี ิตของนกั เรียน
4) กาหนดภาระงานทเ่ี กยี่ วขอ้ งในการจดั การเรยี นรเู้ พื่อพฒั นา 4.30 0.52 มาก
ส่งเสรมิ คุณภาพชวี ติ ของนักเรียน
223
ตารางท่ี 12 (ต่อ)
ข้อ รายการ ความคดิ เห็น
X S.D. ระดับ
4.2 การออกแบบ 4.50 0.53 มาก
1) พัฒนาจุดประสงค์การเรยี นรู้ ครอบคลุมมาตรฐาน/ตวั ชว้ี ดั 4.50 0.54 มาก
ของหลกั สูตร และคุณลกั ษณะอันพึงประสงคใ์ นเรื่องการพัฒนา
คณุ ภาพชีวิตของนกั เรียน
2) รปู แบบการจดั กิจกรรมการเรยี นการสอนเนน้ ผู้เรียนเปน็ 4.52 0.55 มากทสี่ ุด
สาคญั มุ่งให้ผเู้ รยี นเกิดความรู้ ทกั ษะ และเจตคติ ตามเป้าหมาย
ของหลักสูตร
3) พฒั นาเครอื่ งมอื วดั การพฒั นาทักษะท่ีครอบคลุมความรอบ 4.49 0.51 มาก
รู้ ทกั ษะ เจตคติท่ีต้องการให้เกดิ ภาระงานในการจดั การเรียนรู้
และสภาพจรงิ ของนักเรยี นแต่ละคน
4) เขียนคาอธิบายและระบขุ น้ั ตอนการปฏบิ ัตขิ องแตล่ ะภาระ 4.55 0.54 มากทส่ี ุด
งานอย่างชัดเจน นกั เรยี นสามารถปฏบิ ัติตามได้
5) ภาระงานในการจัดการเรียนรู้ ระบพุ ฤติกรรมทีเ่ ป็นพ้ืนฐาน 4.53 0.53 มากที่สดุ
ทีผ่ ้เู รียนจาเปน็ ต้องมี ก่อนที่จะได้รับการเรียนรู้
6) จัดลาดบั และโครงสรา้ งของจดุ ประสงค์การเรยี นรู้ เช่น 4.42 0.51 มาก
ภาระงานทงี่ ่ายจดั ไวเ้ ป็นลาดับแรก
4.3 การพฒั นา 4.31 0.55 มาก
1) จัดทารายการกิจกรรม หรอื พฤตกิ รรมการปฏบิ ตั ทิ ี่จะช่วย 4.20 0.62 มาก
ใหค้ ณุ ภาพชีวติ ของนักเรียนดีขน้ึ
2) เลือกวธิ ใี นการจดั การเรียนรู้และหรือสอื่ ในการเรยี นรู้ 4.39 0.52 มาก
ที่ส่งผลต่อการทาให้นักเรียนมีคณุ ภาพชีวติ ทีด่ ีขึน้
3) ตรวจสอบวัสดุ เทคโนโลยี ส่ือ ส่ิงอานวยความสะดวกฯ 4.25 0.50 มาก
ทใ่ี ชใ้ นการจัดการเรยี นรทู้ ่มี ีอยู่ ให้สอดคลอ้ งกบั กิจกรรมการเรียนรู้
4) นาเทคโนโลยี สอื่ ส่งิ อานวยความสะดวกฯ ในการจดั 4.41 0.55 มาก
การเรียนร้สู ังเคราะหเ์ ข้ากับโปรแกรมการศกึ ษาตามหลกั สูตร
224
ตาราง 12 (ตอ่ )
ขอ้ รายการ ความคิดเหน็
X S.D. ระดับ
4.4 การนาไปใช้ 4.42 0.55 มาก
1) วางแผนในการบรหิ ารจดั การในการนาแผนการจดั 4.39 0.51 มาก
การเรยี นรไู้ ปใช้
2) ดาเนนิ การจัดการเรียนรู้ตามขน้ั ตอนต่าง ๆ ท่ีกาหนดไวใ้ น 4.55 0.53 มากที่สดุ
แผนการจัดการเรยี นรู้และแผนการจดั การศกึ ษาเฉพาะบุคคล
3) จัดการเรียนรโู้ ดยคานึงถงึ ความพร้อมและความสามารถ 4.16 0.68 มาก
ของผ้เู รียนแตล่ ะคน
4) มกี ารบนั ทึกผลการจดั การเรียนร้ทู กุ ครั้งหลงั จากการนา 4.57 0.50 มากที่สดุ
แผนไปใชใ้ นการจัดการเรยี นรู้แก่นักเรียน
4.5 การประเมนิ ผล 4.38 0.63 มาก
1) ตรวจสอบทบทวนและประเมินภายในกระบวนการการ 4.46 0.50 มาก
ออกแบบจดั การเรียนรูว้ า่ แตล่ ะขั้นตอนประสบความสาเรจ็ มาก
นอ้ ยเพียงใด มีสง่ิ ใดสนบั สนนุ และเป็นอุปสรรคบ้าง
2) ประเมนิ ผลความรูค้ วามสามารถของนกั เรยี นตามสภาพจรงิ 4.32 0.61 มาก
มีความสอดคลอ้ ง เหมาะสมกับนักเรียนแต่ละคน อย่างตอ่ เนอ่ื ง
3) พฒั นารปู แบบการวัด ประเมินผลหลากหลายวิธี มีความ 4.38 0.75 มาก
เท่ียงตรง ครอบคลมุ หลกั สตู ร และเป้าหมายในการพฒั นานักเรยี น
4) เกณฑ์การตัดสินผลการประเมินมีความชดั เจน เปน็ ไปได้ 4.44 0.52 มาก
มีความยุติธรรม ตรงตามจดุ ประสงคข์ องหลักสตู ร
5 การพัฒนาครูการศึกษาพเิ ศษมืออาชพี 4.39 0.54 มาก
5.1 พัฒนาด้านคุณธรรม จริยธรรม และปฏิสมั พันธ์ทดี่ ีกับ 4.16 0.57 มาก
ผู้ปกครองและนักเรียน
5.2 พฒั นาความรู้ความเข้าใจในธรรมชาติของนักเรียนทมี่ ีความ 4.34 0.52 มาก
บกพร่องทางสติปัญญาและมีเจตคติทดี่ ตี ่อผู้เรยี น
5.3 พัฒนาความมงุ่ มน่ั และอุทิศตนในการสอน และการแสวงหา 4.48 0.52 มาก
ความรู้และเทคนคิ วิธีการใหม่ ๆในการพฒั นาผู้เรียน
5.4 ใหค้ วามร้แู ละเทคนิควธิ กี ารสอนใหม่ ๆ ด้วยกระบวนการ 4.36 0.53 มาก
แลกเปลี่ยนเรียนรู้ระหวา่ งเพื่อนรว่ มอาชีพ เชน่ กระบวนการ PLC
กระบวนการ Coaching and Mentoring การแสดงผลงานดา้ น
สอ่ื นวัตกรรม และเทคโนโลยที างการศึกษาใหม่ ๆ การนาเสนอ
ผลงานท่ปี ระสบความสาเร็จ เพ่ือการศึกษาและแลกเปลย่ี นเรยี นรู้
ระหว่างกนั
225
ตารางที่ 12 (ต่อ)
ข้อ รายการ ความคิดเห็น
X S.D. ระดับ
5.5 ใหค้ วามรูแ้ ละความเข้าใจเป้าหมายของการจัดการศึกษา และ 4.39 0.53 มาก
เป้าหมายของหลักสูตร/แผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคลสาหรับ
นกั เรียนที่มีความบกพรอ่ งทางสติปัญญา ทีเ่ นน้ การพฒั นาคุณภาพ
ชวี ิตของนกั เรยี น
5.6 อบรมให้ความรใู้ นการวดั ผลประเมินผลตามสภาพจรงิ และองิ 4.48 0.55 มาก
พฒั นาการของผูเ้ รียน
5.7 พฒั นาครูให้มคี วามสามารถในการทาวิจัยเพ่ือพัฒนาส่ือและ 4.39 0.51 มาก
การเรียนร้ขู องผเู้ รยี นและนาผลไปใช้พฒั นาผเู้ รียน และนาเสนอ
ผลงานวจิ ยั ทเี่ ก่ียวขอ้ งกบั การพัฒนาคณุ ภาพชวี ติ นักเรยี น
5.8 พฒั นาครูให้มีความสามารถในการเขยี นรายงานและการสง่ ตอ่ 4.50 0.59 มาก
ผเู้ รยี นไปยงั สถานศึกษาอืน่ หรือองคก์ รอน่ื ตามความเหมาะสม
6 การพัฒนาคุณภาพชีวติ นักเรียนท่ีมคี วามบกพรอ่ งทางสติปัญญา 4.37 0.53 มาก
6.1 การพฒั นาดา้ นสขุ ภาพทางกายและจิตใจ 4.27 0.56 มาก
1) การสง่ เสริมป้องกนั ปัญหาและการดูแลด้านสุขภาพทางกาย 4.38 0.51 มาก
และทางจิตใจ โดยงานอนามยั โรงเรยี น งานโภชนาการ และ
นกั จิตวิทยาคลินิก
2) การฟ้นื ฟูสมรรถภาพทางดา้ นรา่ งกายโดยใช้กายภาพบาบัด 4.19 0.52 มาก
3) การฟืน้ ฟูสมรรถภาพทางด้านร่างกายโดยใช้กจิ กรรมบาบดั 4.14 0.61 มาก
4) การฟืน้ ฟูสมรรถภาพทางด้านรา่ งกายโดยใชธ้ าราบาบัด 4.44 0.50 มาก
5) จดั กิจกรรมตา่ ง ๆ ทสี่ ่งเสริม พัฒนาดา้ นสุขภาพทางกาย 4.22 0.65 มาก
และจติ ใจ ทีค่ รอบคลมุ นกั เรยี นทกุ ระดับความพกิ าร
6.2 การพัฒนาทางการศกึ ษา 4.44 0.52 มาก
1) พฒั นามาตรฐานการศึกษาของสถานศกึ ษาดา้ นคุณภาพ 4.40 0.51 มาก
ผู้เรยี น
2) พฒั นามาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาด้าน 4.52 0.54 มากทส่ี ดุ
กระบวนการบรหิ ารและการจดั การ
3) พัฒนามาตรฐานการศึกษาของสถานศึกษาด้าน 4.33 0.52 มาก
กระบวนการจดั การเรยี นการสอนทเี่ น้นผู้เรยี นเป็นสาคญั
4) แผนพัฒนาการจัดการศกึ ษาของสถานศึกษากาหนด 4.25 0.54 มาก
ทศิ ทางในการร่วมกันดาเนนิ งานพฒั นาการจดั การศึกษาสาหรับ
นักเรยี นใหม้ ีคุณภาพตามมาตรฐานการศกึ ษา ระดับการศึกษา
ขน้ั พ้ืนฐาน
226
ตารางท่ี 12 (ต่อ)
ข้อ รายการ ความคิดเห็น
X S.D. ระดับ
5) การจดั การเรียนการสอนอยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ ยึดผ้เู รยี น 4.53 0.53 มากที่สุด
เปน็ สาคญั โดยใช้แผนการจัดการศกึ ษาเฉพาะบุคคล (IEP) และ
แผนการสอนเฉพาะบคุ คล (IIP) เพ่ือแก้ปัญหาหรอื พัฒนาผู้เรียน
ตามความต้องการเปน็ รายบคุ คล
6) การวดั และประเมนิ ผลคุณภาพผูเ้ รยี นตามเป้าหมายของ 4.53 0.53 มากทส่ี ดุ
หลักสตู รครอบคลุมท้งั 4 ด้าน 1) ทักษะการเรียนรตู้ ามกล่มุ สาระ
การเรียนรู้ 2) การอ่าน คดิ วิเคราะห์ และเขยี น 3) คณุ ลักษณะ
อันพงึ ประสงค์ของผเู้ รยี น 4) สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน
7) การวดั และประเมนิ ผลด้านคุณภาพชีวติ ของนักเรยี นทมี่ ี 4.36 0.50 มาก
ความบกพรอ่ งทางสติปญั ญาในด้านการพัฒนาสขุ ภาพทางกาย
และจิตใจ ดา้ นการพัฒนาการศกึ ษา และดา้ นการพัฒนาทักษะ
อาชีพ
8) การพฒั นาสภาพแวดลอ้ มด้านต่าง ๆ ในโรงเรยี นมคี วาม 4.56 0.53 มากทส่ี ุด
เหมาะสม เอื้อต่อการสง่ เสริม สนบั สนุนการเรยี นรู้ กจ็ ะส่งผลให้
นักเรียนเกดิ พฒั นาการทางด้านรา่ งกาย จติ ใจ อารมณ์ สังคม และ
ด้านสตปิ ัญญา
6.3 การพัฒนาทางทกั ษะอาชพี 4.39 0.52 มาก
1) การสารวจอาชพี ที่นักเรียน ผปู้ กครอง ตอ้ งการ และ 4.52 0.50 มากทส่ี ุด
ประเมินคัดกรอง ความเหมาะสม สอดคล้องกับสภาพความพิการ
ของนกั เรยี น สภาพชุมชน หมู่บ้านทน่ี ักเรียนอาศัยอยู่ และความ
เปน็ ไปไดโ้ ดยโรงเรียนและผู้ปกครองรว่ มกัน
2) จัดหลักสูตรงานอาชีพท่ีหลากหลายให้ผูเ้ รยี นได้เรยี นรู้ 4.51 0.50 มากท่ีสดุ
ทดลอง และงานอาชพี ต่าง ๆ มีความพร้อมทั้งด้านวสั ดุ อุปกรณ์
เครื่องมือในงานอาชีพ
3) การจัดทาแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) ร่วมกัน 4.47 0.53 มาก
ระหว่างครู ผูป้ กครอง และผู้ที่เก่ียวข้อง เพ่ือการพัฒนาทักษะอาชีพ
ของนักเรียนในระดับช้นั ประถมศึกษาและระดับช้ันมัธยมศึกษา
ตอนต้น
4) การจดั ทาแผนการจดั การศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) ควบคู่กับ 4.53 0.56 มากที่สุด
แผนการเปลี่ยนผ่าน (ITP) เพ่ือการพัฒนาทกั ษะอาชีพเพ่ือการมีงาน
ทาสาหรับนกั เรยี นในระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาตอนปลาย กลมุ่ ที่พกิ าร
ไม่รุนแรง สามารถพัฒนาเรยี นรูไ้ ด้
227
ตารางที่ 12 (ต่อ)
ข้อ รายการ ความคดิ เห็น
X S.D. ระดับ
5) การจดั การเรยี นการสอนอาชีพในโรงเรยี นเรม่ิ จากการให้ 4.35 0.51 มาก
นักเรียนได้ตระหนกั ถงึ ความสาคัญของอาชพี ที่ทกุ คนตอ้ งมีและ
ตอ้ งเรยี นรู้ สู่การค้นหาอาชีพเหมาะสมกบั ตนเองและสภาพชุมชน
ทตี่ นเองอาศัยอยู่
6) นักเรียนได้ทดลองเรยี นรู้ ปฏบิ ตั ิ งานอาชีพท่ีตนเองเลือกเพื่อ 4.43 0.50 มาก
ปรบั ตัวให้เข้ากับอาชีพและเกิดทักษะความชานาญก่อนท่ีออกจะไป
ฝกึ ประสบการณ์งานอาชีพ
7) ฝกึ ทกั ษะอาชีพอยา่ งเข้มข้นให้กับนักเรยี นระดบั ชัน้ 4.36 0.54 มาก
มธั ยมศึกษาตอนปลาย โดยครูอาชีพหรอื วิทยากรให้ความรดู้ ้าน
อาชีพ รวมท้ังสถานประกอบการตา่ ง ๆ ตามสาขางานอาชีพเพ่ือให้
ผู้เรยี นได้ฝกึ ประสบการณ์ในสถานการณจ์ ริง
8) นักเรยี น ม.ปลาย มโี อกาสได้รับการฝึกอาชีพ ฝึกการทางาน 4.44 0.50 มาก
ในสถานประกอบการอยา่ งต่อเนอ่ื ง
9) ฝึกทักษะอาชีพท่ีมีอยู่ในครัวเรอื น/ชมุ ชนของนักเรยี นหรอื ที่ 4.26 0.51 มาก
นกั เรยี นสนใจ โดยการสารวจงานและสถานประกอบการที่อยใู่ กล้
โรงเรยี น ชุมชน หมบู่ ้านของนักเรยี น เพื่อเป็นข้อมลู ในแผนการนา
นักเรยี นออกฝึกประสบการณด์ ้านอาชีพหรือการทางาน
10) การสร้างเครือข่ายความรว่ มมอื กาหนดกลมุ่ เป้าหมายและ 4.00 0.53 มาก
หลักสตู รในการฝึกอบรมอาชีพอย่างชดั เจน จัดหาวิทยากรทมี่ ี
ความชานาญด้านอาชีพเข้ามามีส่วนรว่ มในการฝึกอบรม เชน่
วิทยาลัยสารพดั ชา่ ง วิทยาลยั ชมุ ชนแพร่ ภมู ปิ ัญญาท้องถ่ิน เปน็ ต้น
11) การตดิ ตามผลการจัดการศกึ ษาเพ่ือพัฒนาทกั ษะอาชีพของ 4.40 0.53 มาก
นักเรียนอย่างต่อเนื่อง โดยครูผสู้ อน ครูสอนงาน (Job Coach)
หรือผู้ทีไ่ ด้รับมอบหมาย ร่วมกับผู้ปกครอง อย่างต่อเนอ่ื ง
228
ตารางที่ 12 (ต่อ)
ข้อ รายการ ความคดิ เหน็
X S.D. ระดับ
7 การพง่ึ พาชว่ ยเหลือตนเองของนกั เรยี น 4.44 0.54 มาก
7.1 จัดกิจกรรมประจาวันให้นกั เรยี นทาส่งิ ต่าง ๆ ที่เป็นกิจวัตร 4.47 0.54 มาก
ประจาวันดว้ ยตวั เอง
7.2 จัดกิจกรรมให้นักเรยี นทาเป็นรายบุคคล การสง่ เสริมให้ 4.50 0.53 มาก
นกั เรยี นสามารถพงึ่ พาตนเองดว้ ยการจัดกจิ กรรมต่าง ๆ โดยให้
นกั เรยี นทาเปน็ รายบุคคล เพ่ือให้รจู้ กั ชว่ ยเหลือตนเองได้
7.3 จดั กจิ กรรมใหน้ ักเรยี นทาเปน็ กลมุ่ กจิ กรรมกลมุ่ มลี กั ษณะของ 4.51 0.56 มากท่สี ุด
การทาส่งิ ใดสิง่ หน่ึงทีม่ ีจดุ หมายรว่ มกนั ต้องใช้วัสดอุ ปุ กรณ์ตา่ ง ๆ
รว่ มกัน
7.4 จดั กิจกรรมสง่ เสรมิ พัฒนาทกั ษะการดแู ลตนเอง และทักษะ 4.46 0.50 มาก
ทางสังคมเพื่อนาสทู่ กั ษะการดารงชีวติ ประจาวัน
7.5 จัดกิจกรรมส่งเสรมิ ทกั ษะการทางาน ทาอาชีพให้นกั เรยี น 4.32 0.56 มาก
ได้ฝกึ ปฏิบตั ิ
7.6 จัดกจิ กรรมให้นักเรียนได้แสดงออกในวาระโอกาสต่าง ๆ 4.37 0.55 มาก
เพ่อื สรา้ งความมั่นใจ และเห็นคุณคา่ ความสามารถของตน
เฉลย่ี รวม 4.39 0.53 มาก
จากตารางที่ 12 พบว่า ความคิดเห็นของผู้บริหาร รองผู้บริหาร ครู และคณะกรรมการ
สถานศึกษาข้ันพื้นฐาน ที่มีต่อรูปแบบการบริหารเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียนที่มีความบกพร่อง
ทางสติปัญญา โรงเรียนแพร่ปัญญานุกูล จังหวัดแพร่ โดยรวมท้ังหมด 7 ด้าน อยู่ในระดับ มาก ( X =
4.39, S.D. = 0.53) เมื่อพิจารณาเป็นรายด้าน ด้านที่มีค่าเฉลี่ยสูงสุด คือ ด้านที่ 1 ด้านภาวะผู้นา
การเปลี่ยนแปลงของผู้บริหาร อยู่ในระดับ มาก ( X = 4.44, S.D. = 0.53) รองลงมา คือ ด้านที่ 7
ด้านการพึ่งพาช่วยเหลือตนเองของนักเรียน อยู่ในระดับ มาก ( X = 4.44, S.D. = 0.54) รองลงมา คือ
ด้านท่ี 2 ดา้ นการบริหารนโยบายและแผนพัฒนาโรงเรียน อยู่ในระดบั มาก ( X = 4.43, S.D. = 0.52)
ส่วนด้านท่ีมีค่าเฉล่ียน้อยที่สุด คือ ด้านที่ 3 ด้านการบริหารทรัพยากร อยู่ในระดับ มาก ( X = 4.35,
S.D. = 0.54)
229
ขั้นตอนท่ี 5 ใช้และติดตามผลการใช้ การพัฒนาตามรูปแบบการบริหารเพื่อพัฒนา
คุณภาพชีวิตของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางสติปัญญา โรงเรียนแพร่ปัญญานุกูล
จงั หวัดแพร่
5.1 ผลการตดิ ตามผลการใชร้ ูปแบบการบริหารเพื่อพัฒนาคณุ ภาพชีวิตนักเรียนท่ีมีความ
บกพรอ่ งทางสตปิ ัญญา โรงเรยี นแพร่ปญั ญานุกลู จังหวัดแพร่
สอบถามความคิดเหน็ ของครู และคณะกรรมการสถานศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน โรงเรยี นแพร่ -
ปญั ญานุกลู จงั หวดั แพร่ ท่มี ีตอ่ ผลการปฏิบัติตามรูปแบบการบริหารเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิต ของนักเรียน
โรงเรียนแพร่ปัญญานุกูล จังหวัดแพร่ ในปีการศึกษา 2562 โดยใช้แบบสอบถาม ดังแสดงในตอนท่ี 1
ตารางท่ี 13
ตอนที่ 1 สอบถามเก่ียวกบั สถานภาพและข้อมูลทั่วไปของผตู้ อบแบบสอบถาม ดงั แสดง
ในตารางที่ 13
ตารางท่ี 13 แสดงสถานภาพและข้อมูลท่วั ไปของผตู้ อบแบบสอบถาม
ข้อท่ี รายการ จานวน (n = 73) รอ้ ยละ
1 ตาแหน่ง
- ครู 60 82.19
- กรรมการสถานศึกษาข้นั พ้นื ฐาน 13 17.81
รวม 73 100
2 เพศ
- ชาย 26 35.62
- หญิง 47 64.38
รวม 73 100
3 อายุผ้ตู อบแบบสอบถาม
- 21-30 ปี 16 21.92
- 31-40 ปี 17 23.29
- 41-50 ปี 32 43.84
- 51 ปขี น้ึ ไป 8 10.96
รวม 73 100
4 ระดบั การศึกษา
- ตา่ กว่าระดับปริญญาตรี --
- ระดับปรญิ ญาตรี 48 65.73
- สูงกวา่ ปรญิ ญาตรี 25 34.25
รวม 73 100
5 ประสบการณใ์ นการดแู ลคนพกิ ารทางสตปิ ัญญา
- ต่ากวา่ 5 ปี 10 13.70
- 5-10 ปี 46 63.01
- มากกว่า 10 ปี 17 23.29
รวม 73 100
230
จากตารางท่ี 13 พบว่า ผู้ตอบแบบสอบถามที่เป็นกลุ่มตัวอย่างส่วนใหญ่ มีสถานภาพเป็นครู
จานวน 60 คน คิดเป็นร้อยละ 82.19 เพศหญิง จานวน 47 คน คิดเป็นร้อยละ 64.38 อายุอยู่ระหว่าง
41 – 50 ปี จานวน 32 คน คดิ เปน็ รอ้ ยละ 43.84 ระดบั การศึกษาปรญิ ญาตรี จานวน 48 คน คิดเป็น
ร้อยละ 65.73 มีประสบการณ์ในการดูแลคนพิการทางสติปัญญา 5 - 10 ปี จานวน 46 คน คิดเป็น
ร้อยละ 63.01
ตอนท่ี 2 สารวจความคดิ เห็นของครู และกรรมการสถานศึกษาขั้นพืน้ ฐานทม่ี ีต่อการปฏิบัติ
ตามรูปแบบการบริหารเพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียนท่ีมีความบกพร่องทางสติปัญญา ดังแสดง
ไว้ในตารางที่ 14
ตารางท่ี 14 ความคิดเห็นของครู และกรรมการสถานศึกษาข้ันพื้นฐานท่ีมีต่อการปฏิบัติตามรูปแบบ
การบริหารเพื่อพฒั นาคุณภาพชวี ติ ของนกั เรียนท่มี ีความบกพร่องทางสติปัญญา
ขอ้ รายการ ความคิดเหน็ (N=73)
µ ระดับ
1 ภาวะผนู้ าการเปล่ียนแปลงของผ้บู ริหาร 4.52 0.62 มากทส่ี ดุ
1.1 ผู้บรหิ ารประพฤตติ นเปน็ แบบอยา่ งท่ดี ี น่าเคารพ นบั ถือ 4.51 0.58 มากที่สุด
นา่ ศรทั ธาไว้วางใจ
1.2 ผบู้ ริหารมีความสามารถในการสร้างแรงจงู ใจในการทางาน 4.47 0.60 มาก
ให้แกค่ รู และบคุ ลากร
1.3 ผบู้ ริหารกระตุน้ ครูใหร้ ู้จักการแกป้ ัญหาที่เกิดขึน้ และหา 4.49 0.60 มาก
แนวทางใหม่ ๆ มาใช้แก้ปัญหา อยู่เสมอ
1.4 ผู้บรหิ ารเอาใจใส่ และให้ความสาคญั แก่ครูทกุ คน ทาให้ครู 4.52 0.60 มากท่สี ุด
รู้สึกมีคณุ คา่ ต่อหนว่ ยงาน
1.5 ผบู้ ริหารมคี วามร้คู วามเข้าใจและมีเจตคติทดี่ ีต่อการพัฒนา 4.52 0.68 มากทส่ี ดุ
คุณภาพชวี ติ ของนักเรียน
4.51 0.58 มากทสี่ ุด
2 การบริหารนโยบายและแผนพัฒนาโรงเรียน 4.51 0.55 มากทส่ี ุด
2.1 นโยบาย (วิสัยทัศน์ พนั ธกิจ เป้าประสงค์) 4.59 0.57 มากที่สุด
1) นโยบายมีความสอดคล้องกับวัตถุประสงค์ของโรงเรียนในการ
พฒั นาคุณภาพชีวิตของนักเรยี นท่ีมีความบกพร่องทางสตปิ ัญญา 4.44 0.60 มาก
สามารถท่ีจะช่วยให้การดาเนินงานบรรลุถึงเปา้ ประสงคท์ ตี่ ้ังไว้ได้
2) นโยบายกาหนดขนึ้ จากข้อมลู ทเ่ี ปน็ จรงิ ก่อนที่จะมีการ 4.51 0.53 มากที่สุด
ดาเนินงาน มีการกาหนดกลยุทธ์และจัดสรรทรัพยากรเหมาะสมกับ
การดาเนนิ งาน
3) นโยบายเป็นถ้อยคา หรือข้อความที่กะทัดรัด ใช้ภาษาเข้าใจ
ง่ายและแสดงไวเ้ ป็นลายลักษณ์อักษร ให้ทุกคนเขา้ ใจได้อย่างชัดแจ้ง
231
ตารางท่ี 14 (ต่อ)
ข้อ รายการ ความคิดเห็น (N=73)
µ ระดับ
4) ผมู้ สี ่วนไดส้ ว่ นเสีย ทกุ ฝ่ายไดม้ ีสว่ นรว่ มในการกาหนด 4.55 0.50 มากที่สดุ
นโยบาย
5) มกี ารนาผลสาเร็จและสภาพปญั หาที่พบในอดตี มาเปน็ 4.47 0.58 มาก
ข้อมลู ในการกาหนดนโยบายใหม่
6) นโยบายตอบสนองความต้องการของผู้ปกครอง ชุมชน 4.51 0.55 มากที่สดุ
ก่อใหเ้ กดิ ประโยชน์ต่อบุคคลโดยส่วนรวม
2.2 แผนพฒั นา (แผนพัฒนาการจดั การศกึ ษา แผนปฏบิ ัตกิ าร 4.51 0.57 มากท่สี ดุ
ประจาปี)
1) แผนพฒั นาโรงเรียน เกิดจากการวเิ คราะห์ องคก์ รโดย 4.59 0.52 มากที่สุด
กระบวนการ SWOT Analysis ร่วมกนั ของผมู้ สี ่วนไดเ้ สียทุกฝ่าย
2) นาวิสัยทศั น์ พนั ธกจิ มากาหนดเปน็ ภารกิจหลกั ในการ 4.59 0.52 มากที่สดุ
จดั ทาแผนพฒั นาโรงเรยี น
3) แผนพัฒนาของโรงเรียนมีความสอดคล้องกับแผนพฒั นา 4.51 0.66 มากทส่ี ุด
ของชาติ หนว่ ยงานต้นสังกดั และจังหวัด
4) จัดทาแผนพฒั นาคุณภาพการศึกษา โดยการมีสว่ นรว่ มของ 4.53 0.50 มากทส่ี ุด
ทกุ ฝา่ ยท่เี ก่ยี วขอ้ ง
5) มกี ารจดั ทาแผนงาน โครงการ มีความครอบคลมุ กับภารกจิ 4.55 0.52 มากทส่ี ุด
จุดเน้นของโรงเรยี นในการพัฒนาคุณภาพชวี ติ นกั เรยี นท่ีมีความ
บกพร่องทางสตปิ ญั ญา
6) มีการดาเนินงานตามแผนพัฒนาคุณภาพการศกึ ษาโดยจัดทา 4.52 0.50 มากทส่ี ุด
โครงการและกิจกรรม เป้าหมายตัวช้ีวัดความสาเรจ็ ทช่ี ัดเจน
7) โครงสร้างการบรหิ ารงานและระบบสารสนเทศเพ่ือการ 4.48 0.55 มาก
บรหิ ารมคี วามชัดเจน และมีประสิทธิภาพ
8) พัฒนามาตรฐานการศึกษาของโรงเรียนทส่ี อดคล้องกบั 4.51 0.55 มากทส่ี ุด
บรบิ ทของโรงเรียนและภารกิจในการพฒั นานักเรียน
9) มีการตรวจสอบ และทบทวนคณุ ภาพของแผนงาน 4.56 0.68 มากทสี่ ุด
โครงการ กจิ กรรม เปรียบเทียบกบั เป้าหมาย ตัวช้วี ดั ความสาเรจ็
10) มีการวดั และประเมินผลเพื่อปรบั ปรุงพัฒนาอยา่ งต่อเน่ือง 4.37 0.69 มาก
11) จดั ทารายงานประจาปี เสนอต่อหน่วยงานต้นสงั กดั และ 4.51 0.58 มากท่สี ุด
หน่วยงานทีเ่ กยี่ วขอ้ งเพ่ือนาไปสูก่ ารพัฒนาคุณภาพและมาตรฐาน
การศึกษา
12) มีการพัฒนาระบบการประกนั คุณภาพการศึกษา 4.45 0.60 มาก
อย่างต่อเนอื่ ง เพื่อนาไปสู่องค์กรแหง่ การเรียนรู้
232
ตารางท่ี 14 (ต่อ)
ขอ้ รายการ ความคิดเห็น (N=73)
µ ระดบั
3 การบริหารทรัพยากร 4.48 0.58 มาก
3.1 การบริหารงานบุคคล 4.43 0.60 มาก
1) มกี ารวางแผนอัตรากาลงั จากการวเิ คราะห์ภาระงาน และ 4.60 0.59 มากที่สดุ
ความต้องการจาเป็นภายในโรงเรียน
2) มีการสรรหาและคัดเลือกบุคคลตามกรอบอัตรากาลัง และ 4.36 0.53 มาก
ดาเนินการสรรหา บรรจุและแต่งตง้ั บุคลากรทเ่ี พยี งพอกบั ความ
ต้องการสาหรบั การพฒั นาคุณภาพชวี ิตนักเรียน 4.56 0.62 มากทส่ี ุด
3) ให้ขวัญกาลงั ใจครู บคุ ลากร ให้มกี าลงั ใจท่ีดใี นการ
ปฏบิ ตั ิงานดว้ ยความเตม็ ใจ เต็มกาลังความสามารถ 4.41 0.57 มาก
4) เสรมิ สรา้ งประสิทธิภาพด้วยการพฒั นาบุคลากรสมู่ ืออาชพี
ดว้ ยวธิ ีการต่าง ๆ อยูเ่ สมอ 4.22 0.67 มาก
5) ประเมนิ ประสิทธิภาพการปฏิบัติงานของบุคลากร และ
ปรับเปลี่ยนงานหรอื ปรบั ให้ออกจากงาน เม่ือพบว่าไม่สามารถ 4.46 0.57 มาก
ทางานนั้น ๆ ได้ 4.58 0.55 มากทส่ี ุด
3.2 การบริหารงบประมาณ 4.51 0.58 มากทส่ี ุด
1) โรงเรียนได้รับงบประมาณจากกระทรวงศึกษาธิการ
2) ใช้จ่ายงบประมาณตามแผนงาน/โครงการท่ีกาหนดไว้ 4.58 0.52 มากท่สี ุด
และให้ความสาคญั กับงานการพฒั นาคุณภาพชีวติ นักเรยี นทมี่ ี
ความบกพรอ่ งทางสตปิ ัญญาเป็นพเิ ศษ 4.27 0.56 มาก
3) บริหารจัดการงบประมาณโดยใช้หลกั ธรรมาภบิ าล
และปฏบิ ตั ิตามแนวทางหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง 4.21 0.64 มาก
4) มีการขอรบั บริจาคจากความช่วยเหลือจากหน่วยงาน
และเอกชน ต่าง ๆ 4.53 0.55 มากท่สี ดุ
5) องค์กรปกครองส่วนทอ้ งถ่ินเข้ามามีส่วนร่วมและจัดหา
สนบั สนนุ งบประมาณสมทบ 4.56 0.60 มากท่ีสุด
6) ตดิ ตาม ตรวจสอบ ผลการใช้จ่ายงบประมาณใหเ้ ป็นตาม
แผนงาน/โครงการ/กิจกรรม อย่างต่อเนือ่ ง
7) นาหลกั การบริหารงบประมาณแบบมงุ่ เน้นผลงานมาใช้
233
ตารางที่ 14 (ต่อ)
ข้อ รายการ ความคิดเห็น (N=73)
µ ระดับ
3.3 การบรหิ ารจดั การ 4.51 0.61 มากท่สี ดุ
1) วสิ ัยทัศน์ พนั ธกจิ เปา้ ประสงค์ แผนงานโครงการ 4.59 0.66 มากที่สดุ
ยุทธศาสตร์ เนน้ ด้านการพัฒนาคุณภาพชวี ติ นักเรียนท่มี ี
ความบกพร่องทางสติปัญญาและการมสี ่วนร่วม
2) โครงสร้างการบริหารงานครอบคลุมกบั ภารกจิ ของโรงเรียน 4.51 0.55 มากที่สดุ
และกาหนดบทบาทหน้าท่ตี ามสายบังคบั บัญชา
3) มบี ทบาทเปน็ ผู้อานวยความสะดวก ผนู้ า ผ้สู นับสนนุ 4.60 0.59 มากทส่ี ดุ
และสร้างแรงจงู ใจในการปฏบิ ัตงิ าน
4) นาระบบการนิเทศภายในมาใช้เปน็ กลยทุ ธใ์ นการพัฒนาคน 4.36 0.61 มาก
และพัฒนางาน
5) การนากระบวนการวจิ ัย มาเปน็ ส่วนหนง่ึ ของการบรหิ าร 4.51 0.58 มากทส่ี ดุ
6) กระจายอานาจความรับผิดชอบและการตดั สินใจให้ทีมงาน 4.52 0.68 มากทส่ี ุด
บรหิ ารแบบมสี ว่ นรว่ มและบรหิ ารโดยองค์คณะบคุ คล
3.4 การบริหารวสั ดอุ ปุ กรณ์ 4.51 0.54 มากทส่ี ุด
1) ฝ่าย/กลมุ่ งาน/ครู เป็นผู้กาหนดความตอ้ งการวสั ดุ อุปกรณ์ 4.51 0.53 มากที่สุด
ไว้ในแผนงาน โครงการ
2) ฝา่ ย/กลุ่มงาน ทีร่ ับผิดชอบในการจัดหาพสั ดเุ ปน็ ผูร้ วบรวม 4.55 0.60 มาก
ความตอ้ งการท่รี ะบุไวใ้ นแผนงาน โครงการเพื่อจดั ซื้อจัดจา้ ง
ตามระเบียบฯ
3) มกี ารลงทะเบยี นเพื่อควบคุมพัสดุ อยา่ งถกู ตอ้ ง ชัดเจน 4.52 0.50 มากที่สดุ
ตามระเบยี บวิธีการบริหารพัสดุ
4) มีการแจกจ่ายวสั ดุ อปุ กรณเ์ มื่อลงทะเบยี นพัสดุแล้ว ให้กับ 4.51 0.58 มากทีส่ ดุ
ฝ่าย/กลุ่มงาน/ครู ท่เี ป็นเจา้ ของแผนงาน โครงการ และทาบัญชี
ควบคมุ กับของเดมิ ที่มีอยู่แลว้
5) มกี ารตรวจสอบครุภัณฑ์ประจาปที ุก ๆ สิน้ ปงี บประมาณ 4.59 0.54 มากทส่ี ดุ
และมกี ารขายหรือทาลายเมื่อพัสดุนัน้ เสือ่ มสภาพหรอื หมดอายุ
การใช้งาน
6) โรงเรียนจัดใหม้ ีสือ่ ธรรมชาติ สอ่ื ภมู ปิ ญั ญาท้องถน่ิ ท่ี 4.41 0.52 มาก
เหมาะสม เอื้อต่อการเรียนรู้
7) จัดหอ้ งเรยี น ห้องพฒั นาศักยภาพ หอ้ งปฏบิ ัติการ ให้มสี ื่อ 4.47 0.50 มาก
วสั ดอุ ุปกรณ์ เคร่ืองมือทเ่ี หมาะสมกับความพิการของนักเรียน
234
ตารางที่ 14 (ต่อ)
ขอ้ รายการ ความคิดเหน็ (N=73)
µ ระดับ
4 การพัฒนาหลักสูตรและการออกแบบการเรียนการสอน 4.40 0.54 มาก
4.1 การวิเคราะห์ 4.43 0.53 มาก
1) วเิ คราะห์ความตอ้ งการจาเป็นพิเศษในการจัดการเรยี นรู้ 4.45 0.52 มาก
เพ่ือพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรียนจากเอกสารหลกั สูตร
งานวจิ ัย และผู้ที่เกย่ี วข้อง
2) แบบประเมนิ ศักยภาพนักเรียนครอบคลุมทกั ษะต่าง ๆ 4.49 0.53 มาก
ท่ีจาเปน็ โดยคานงึ ถึงสภาพจรงิ ของนักเรียนรายบุคคล
3) วิธีการในการจดั การเรียนรู้เหมาะสมกับนักเรียนและ 4.36 0.51 มาก
สอดคลอ้ งกับเป้าหมายการพัฒนาคณุ ภาพชีวิตของนกั เรียน
4) ภาระงานทเ่ี กยี่ วข้องในการจดั การเรยี นรู้ ม่งุ เพอ่ื พฒั นา 4.41 0.54 มาก
สง่ เสริมคณุ ภาพชีวติ ของนักเรียน
4.2 การออกแบบ 4.47 0.52 มาก
1) จุดประสงค์การเรียนรู้ ครอบคลุมมาตรฐาน/ตวั ช้วี ดั ของ 4.53 0.58 มากทีสุด
หลักสตู ร และคณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ในเร่ืองการพฒั นา
คณุ ภาพชวี ติ ของนกั เรยี น
2) รปู แบบการจัดกจิ กรรมการเรียนการสอนยึดนักเรยี นเป็น 4.51 0.62 มากทีส่ ดุ
สาคัญ มุ่งใหน้ ักเรยี นเกิดความรู้ ทกั ษะ และเจตคติ ตาม
เป้าหมายของหลักสตู ร
3) เคร่ืองมือวัดการพัฒนาทักษะมีความครอบคลุมความรู้ 4.47 0.53 มาก
ทกั ษะเจตคติทตี่ ้องการให้เกดิ และสภาพจรงิ ของนกั เรียน
รายบคุ คล
4) เขียนคาอธบิ ายและระบุข้นั ตอนการปฏิบัติในแต่ละภาระ 4.48 0.53 มาก
งานไว้อย่างชัดเจน นักเรียนสามารถปฏิบตั ติ ามได้
5) ระบุพฤติกรรมที่เป็นพ้ืนฐานทน่ี กั เรียนจาเป็นต้องมี 4.45 0.52 มาก
ก่อนทจ่ี ะไดร้ ับการเรียนรู้ในแตล่ ะกจิ กรรม
6) จดั ลาดบั และโครงสร้างของจุดประสงค์การเรียนรู้ 4.36 0.51 มาก
จากภาระงานทง่ี า่ ยไปหาภาระงานทย่ี ากขนึ้
4.3 การพฒั นา 4.46 0.57 มาก
1) จดั ทารายการกิจกรรม หรือพฤติกรรมการปฏิบตั ิที่จะ 4.44 0.50 มาก
ช่วยให้คุณภาพชวี ิตของนักเรียนดีข้ึน
2) เลือกวิธีการและเลือกสอื่ ในการจัดการเรียนร้ทู ี่ส่งผลต่อ 4.53 0.55 มากที่สุด
การทาใหน้ ักเรียนมคี ุณภาพชีวติ ทดี่ ีข้นึ
235
ตารางที่ 14 (ต่อ)
ข้อ รายการ ความคดิ เห็น (N=73)
µ ระดบั
3) ตรวจสอบวสั ดุ เทคโนโลยี สอ่ื ส่งิ อานวยความสะดวกฯ 4.33 0.57 มาก
ท่ีใชใ้ นการจดั การเรยี นรู้ที่มีอยู่ ให้สอดคล้องกับกิจกรรมการเรยี นรู้
4) นาเทคโนโลยี สือ่ สง่ิ อานวยความสะดวกฯ ในการจัดการ 4.52 0.54 มากที่สุด
เรยี นร้มู ารวมเขา้ เปน็ สว่ นหนึ่งของโปรแกรมการศึกษาตาม
หลกั สตู ร
4.4 การนาไปใช้ 4.54 0.54 มากท่สี ุด
1) วางแผนในการบรหิ ารจัดการเพ่ือการนาแผนการจัดการ 4.37 0.54 มาก
เรียนรไู้ ปใช้ให้เกิดผลต่อการพัฒนาคุณภาพชีวิตของนักเรยี น
2) จดั กจิ กรรมการเรียนรตู้ ามข้ันตอนต่าง ๆ ท่กี าหนดไวใ้ น 4.62 0.54 มากท่สี ุด
แผนการจดั การเรยี นรแู้ ละแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล
3) กาหนดกิจกรรมการเรยี นรู้โดยคานึงถึงศักยภาพ 4.63 0.56 มากที่สดุ
ความพร้อมและความสามารถของผ้เู รยี นแตล่ ะคนเปน็ สาคัญ
4) มีการบนั ทกึ ผลการจดั การเรยี นร้ทู กุ คร้ังหลังจากการนา 4.56 0.52 มากที่สดุ
แผนการจดั การเรียนรู้ไปใชน้ ักเรยี นเรยี บรอ้ ยแลว้
4.5 การประเมนิ ผล 4.50 0.59 มาก
1) มกี ารตรวจสอบ ทบทวนและประเมิน ภายในกระบวนการ 4.47 0.55 มาก
การออกแบบการจดั การเรยี นรู้เพ่อื ทราบผล พัฒนา และปรับปรุง
2) ประเมินผลความรู้ ทกั ษะ ความสามารถของนกั เรียน 4.55 0.62 มากที่สุด
ตามสภาพจริง เหมาะสมกบั นักเรียนแตล่ ะคน อยา่ งตอ่ เนื่อง
3) รูปแบบการวัด ประเมินผลหลากหลายวธิ ี สอดคล้องกบั 4.42 0.55 มาก
สภาพจรงิ ของนักเรียน มีความเท่ยี งตรง ครอบคลุมหลักสูตร
และเปา้ หมายในการพฒั นานักเรียน
4) การประเมนิ ผลมีเกณฑ์การตัดสินทชี่ ัดเจน มีความยุติธรรม 4.53 0.60 มากทสี่ ุด
เป็นไปได้ ตรงตามจุดประสงค์ของหลักสูตร
5 การพัฒนาครูการศึกษาพิเศษมืออาชพี 4.48 0.59 มาก
5.1 พฒั นาครใู ห้เปน็ ผมู้ ีคุณธรรม จรยิ ธรรม และปฏิสมั พนั ธท์ ีด่ ี 4.55 0.52 มากทส่ี ุด
กบั ผปู้ กครองและนกั เรียน
5.2 พฒั นาให้มีความรู้ ความเขา้ ใจในธรรมชาติของนักเรยี นท่มี ี 4.51 0.55 มากทส่ี ดุ
ความบกพรอ่ งทางสตปิ ัญญาและมเี จตคติทีด่ ีต่อนกั เรยี น
5.3 พัฒนาให้เป็นผมู้ ีความมงุ่ มน่ั และอุทิศตนในการสอน และ 4.47 0.53 มาก
การแสวงหาความรู้และเทคนิควธิ ีการใหม่ ๆในการพฒั นาผู้เรียน
อยเู่ สมอๆ
236
ตารางที่ 14 (ต่อ)
ข้อ รายการ ความคิดเห็น (N=73)
µ ระดับ
5.4 ศกึ ษาหาความรแู้ ละเทคนคิ วธิ กี ารสอนใหม่ ๆ ดว้ ย 4.45 0.57 มาก
กระบวนการแลกเปลย่ี นเรยี นรู้ระหว่างเพื่อนร่วมอาชีพ การชม
การแสดงผลงานดา้ นส่ือ นวัตกรรม และเทคโนโลยีทางการศึกษา
ใหม่ ๆ การนาเสนอผลงานท่ีประสบความสาเรจ็ และการศกึ ษา
ค้นคว้าด้วยรูปแบบ วิธีการต่าง ๆ
5.5 สร้างความรแู้ ละความเข้าใจ ในเปา้ หมายของการจดั 4.55 0.62 มากที่สดุ
การศึกษา และเปา้ หมายของหลักสูตร/แผนการจัดการศึกษา
เฉพาะบุคคลท่เี น้นการพฒั นาคุณภาพชวี ิตของนกั เรยี นทม่ี ีความ
บกพร่องทางสติปัญญา
5.6 ใหก้ ารอบรมพัฒนาความร้ใู นการวดั ผลประเมินผลตาม 4.40 0.68 มาก
สภาพจรงิ และอิงพฒั นาการของผเู้ รยี น
5.7 พัฒนาครใู ห้มีความสามารถในการทาวจิ ยั เพื่อพัฒนาสื่อและ 4.59 0.57 มากท่ีสดุ
การเรียนรู้ของผเู้ รียนและนาผลไปใชพ้ ฒั นาคุณภาพชวี ิตผูเ้ รียน
และนาเสนอผลงานวจิ ัยท่ีเก่ียวข้องกับการพัฒนานกั เรียนได้
5.8 พัฒนาครใู ห้มคี วามสามารถในการเขียนรายงานและการสง่ ตอ่ 4.36 0.67 มาก
ผู้เรียนไปยงั สถานศึกษาอื่นหรือองค์กรอ่นื ตามความเหมาะสม
6 การพัฒนาคณุ ภาพชีวติ นกั เรียนท่ีมคี วามบกพร่องทางสติปัญญา 4.47 0.61 มาก
6.1 การพัฒนาด้านสขุ ภาพทางกายและจิตใจ 4.39 0.62 มาก
1) พฒั นาการดแู ลดา้ นสุขภาพทางกายและทางจิตใจของ 4.53 0.55 มากที่สุด
นักเรียน โดยงานอนามยั โรงเรียน งานโภชนาการ และนักจิตวทิ ยา
คลนิ กิ
2) พัฒนาการฟ้ืนฟสู มรรถภาพทางดา้ นร่างกายของนักเรยี น 4.40 0.52 มาก
โดยใช้กายภาพบาบัด
3) พฒั นาการฟนื้ ฟูสมรรถภาพทางด้านร่างกายของนักเรียน 4.53 0.64 มากท่ีสดุ
โดยใชก้ จิ กรรมบาบดั
4) พัฒนาการฟ้นื ฟูสมรรถภาพทางด้านรา่ งกายของนกั เรยี น 4.42 0.68 มาก
โดยใช้ธาราบาบัด
5) จดั กจิ กรรมตา่ ง ๆ ทีส่ ่งเสริมการพัฒนาทางด้านสุขภาพ 4.22 0.67 มาก
ทางกายและจติ ใจ ให้ครอบคลมุ นกั เรยี นทกุ คน
237
ตารางที่ 14 (ต่อ)
ขอ้ รายการ ความคิดเห็น (N=73)
µ ระดับ
6.2 การพัฒนาทางการศึกษา 4.52 0.56 มากท่สี ดุ
1) พฒั นาด้านคุณภาพผู้เรยี น ใหม้ ีคุณภาพตามมาตรฐาน 4.58 0.62 มากที่สดุ
การศึกษา
2) พฒั นาด้านกระบวนการบริหารจดั การ เพื่อพฒั นา 4.40 0.52 มาก
การศกึ ษาของนักเรียนใหม้ ีคุณภาพตามมาตรฐานการศกึ ษา
3) พัฒนาด้านกระบวนการจัดการเรยี นการสอนที่เนน้ ผู้เรียน 4.59 0.57 มากที่สดุ
เปน็ สาคญั ใหม้ คี ุณภาพตามมาตรฐานการศึกษา
4) แผนพฒั นาการจดั การศกึ ษาของสถานศึกษามีการกาหนด 4.56 0.57 มากทส่ี ดุ
ทศิ ทางในการจดั การศึกษาสาหรับนักเรียนให้มีคุณภาพตาม
มาตรฐานการศึกษา ระดับการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน รว่ มกัน
5) การจดั การเรยี นการสอนโดยยึดผู้เรยี นเปน็ สาคญั 4.60 0.59 มากทส่ี ุด
ใชแ้ ผนการจดั การศึกษาเฉพาะบคุ คล (IEP) และแผนการสอน
เฉพาะบคุ คล (IIP) แก้ปัญหาหรอื พัฒนาผู้เรยี นตามเป้าหมาย
เปน็ รายบคุ คล
6) การวัดและประเมนิ ผลคุณภาพผู้เรียนครอบคลมุ ทงั้ 4.53 0.58 มากทส่ี ุด
ด้านทักษะการเรยี นรู้ตามกลุม่ สาระการเรยี นรู้ ดา้ นการอา่ น คิด
วเิ คราะห์ และเขยี น ดา้ นคุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์ของผ้เู รียน
และดา้ นสมรรถนะสาคัญของผู้เรยี น
7) มีการวัดและประเมนิ ผลดา้ นคุณภาพชวี ติ ของนกั เรยี น 4.51 0.50 มากทส่ี ุด
ในดา้ นการพัฒนาสขุ ภาพทางกายและจิตใจ ด้านการพัฒนา
การศกึ ษา และดา้ นการพฒั นาทักษะอาชีพ กบั นักเรียนทุกคน
8) การพัฒนาสภาพแวดล้อมด้านต่าง ๆ ในโรงเรียนให้มี 4.42 0.52 มาก
ความเหมาะสม เอ้ือต่อการส่งเสรมิ สนบั สนุนการเรียนรู้ของนกั เรยี น
ให้เกิดพัฒนาการทางด้านรา่ งกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม
และดา้ นสติปัญญา
6.3 การพฒั นาทางทักษะอาชีพ 4.48 0.64 มาก
1) มีการสารวจอาชพี ท่ีนักเรยี น ผปู้ กครอง ตอ้ งการ และ 4.52 0.62 มากที่สุด
ประเมนิ คัดกรอง ความเหมาะสม ความเปน็ ไปได้รว่ มกนั ระหวา่ ง
โรงเรียนและผ้ปู กครอง
2) จัดให้มีงานอาชีพที่หลากหลายให้นักเรียนได้เรยี นรู้ ทดลอง 4.40 0.61 มาก
และมีความพร้อมทั้งด้านวัสดุ อปุ กรณ์ เคร่ืองมือ
3) การจดั ทาแผนการจัดการศึกษาเฉพาะบุคคล (IEP) รว่ มกัน 4.55 0.62 มากทสี่ ุด
ระหวา่ งครู ผู้ปกครอง และผูท้ เี่ ก่ยี วข้อง เพ่ือการพัฒนาทักษะ
อาชพี ของนักเรยี นทุกระดบั ช้ัน