The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ (Film Study) 814333

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by sukhomsuttida, 2022-06-25 07:27:09

เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ (Film Study) 814333

เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ (Film Study) 814333

27

1.3 ต้นกำเนิดภำพยนตร์ยุคก่อนประวตั ิศำสตร์

เริ่มจากการถ่ายภาพก่อนเกิดเป็ นภาพยนตร์เคล่ือนไหว ท้งั น้ีก่อนท่ีจะมีเทคโนโลยีการถ่ายภาพ
มนุษยไ์ ดใ้ ชว้ ธิ ีการวาดภาพใหเ้ หมือนจริงเพอ่ื บนั ทึกความทรงจา และใชใ้ นการสื่อความหมายซ่ึงการวาดภาพ
ใหเ้ หมือนจริงตอ้ งใชเ้ วลานานและไดภ้ าพที่ไม่เหมือนจริงตามธรรมชาติ

จนกระทง่ั ในศตวรรษท่ี 19 มนุษยก์ ็ประสบความสาเร็จ ในการคิดคน้ กระบวนการสร้างภาพ จากผล
การทดลองของนกั วิทยาศาสตร์ ท่ีไดพ้ ฒั นาความรู้จากศาสตร์ 2 ศาสตร์ คือ สาขาฟิ สิกส์ ไดแ้ ก่ เร่ืองของแสง
และกลอ้ งถ่ายภาพ สาขาเคมีในส่วนที่เกี่ยวขอ้ งกบั ฟิ ลม์ สารท่ีกระทาความไวแสง และน้ายาสร้างภาพ

กำเนิดกล้องถ่ำยภำพชนดิ แรก

• แนวคิดในการถ่ายภาพน้ันเร่ิมมาเป็ นเวลานานแล้ว โดยมาจากสมัยชนเผ่าแร่ร่อนใน
ประเทศอียิปต์ ซ่ึงท่องเท่ียวกางเต้นท์อยู่ในทะเลทราย เม่ือถึงเวลาบ่ายแดดร้อนก็หยุด
เดินทางโดยเขา้ ไปพกั ผ่อนในเตน้ ท์ซ่ึงมืด และไดส้ ังเกตเห็นแสงของดวงอาทิตย์ลอดผ่าน
รูเตน้ ทม์ ากระทบวตั ถุแลว้ ทาใหเ้ กิดเงาเป็นรูปร่างข้ึนที่ผนงั อีกดา้ นหน่ึง โดยไดเ้ งาหวั กลบั
ซ่ึงถือไดว้ า่ เป็นหลกั หรือกฎเบ้ืองตน้ ของการถา่ ยรูป

• เม่ือประมาณ 400 ปี ก่อนคริสตศกั ราช อริสโตเติล นกั ปราชญแ์ ละนกั วิทยาศาสตร์ชาวกรีก
ไดบ้ นั ทึกไวว้ า่ หากเราปล่อยใหผ้ า่ นเขา้ ไปทางช่องเลก็ ๆ ในหอ้ งมืด แลว้ ถือกระดาษขาวให้
ห่างจากช่องรับแสงประมาณ 15 ซ.ม. จะปรากฏภาพบนกระดาษลกั ษณะเป็น “ภาพจริงหวั
กลบั ” แต่ไม่ชดั เจนนกั สิ่งที่เขาเหล่าน้นั คน้ พบถือวา่ เป็นกฎของกลอ้ งออบสคิวร่า (camera
obscura เป็นภาษาลาติแปลวา่ "หอ้ งมืด") และคงรักษาไวห้ ลายร้อยปี ต่อมา

• ค.ศ. 1490 ลีโอนาโด ดาวินชี นักวิทยาศาสตร์และศิลปิ นชาวอิตาล่ีได้บันทึกคาอธิบาย
เก่ียวกับหลกั การทางานของกลอ้ งออบสคิวร่า ทาให้ผูค้ นทว่ั ไปสามารถเขา้ ใจหลกั การ
ทางานของกลอ้ งมากข้ึน โดยเฉพาะพวกจิตรกรสนใจนากลอ้ งไปช่วยในการวาดภาพลอก
แบบ เพ่อื ใหไ้ ดภ้ าพในเวลารวดเร็วและมีสดั ส่วนเหมือนจริง ผลงานของ Leonardo da Vinci
ชิ้นประดิษฐ์ท่ีเป็ นไดอะแกรมของ Camera Obscura เป็ นกล่องเล็กๆ จบั ภาพกลบั หัวไดท้ ่ี
ด้านตรงข้ามเลนส์ ไม่มีเลนส์ มีเพียงรูเล็กๆ เท่าน้ัน โดยตัวภาพและ Camera Obscura
(Supissr, 2017) จะมีลกั ษณะดงั ตวั อยา่ งภาพที่ 1.1 ขา้ งตน้ น้ี

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

28

ภำพท่ี 1.1 กลอ้ ง camera obscura และหลกั การใช้
ท่ีมา: SARAH PRUITT, 2014

Magic Lantern เคร่ืองฉายหนังแห่งยุคเก่า ยอ้ นกลบั ไปหลกั ร้อยปี ก่อน การฉายหนังหรือ
ภาพเคลื่อนไหวน้นั ทาไดย้ าก และหากยอ้ นไปหลกั 200 ปี ก็คงเป็ นเรื่องที่เป็ นไปไม่ได้ แต่ Magic
Lantern เป็นอุปกรณ์วิเศษที่เปรียบเสมือนเวทมนตร์ ทาใหภ้ าพเคล่ือนไหวไดใ้ นยคุ โบราณ เช่ือกนั วา่
อุปกรณ์ชิ้นน้ีไดร้ ับการประดิษฐ์โดยนักประดิษฐ์ชาวดทั ช์และออกวางขายในปี ค.ศ.1666 (พ.ศ.
2209) สามารถฉายภาพเคล่ือนไหวบนผนังได้ โดยมีหลกั การทางานคือการหักเหของแสงและ
กระจก (Timeless History, 2019)

• ในช่วงศตวรรษที่ 17 น้ีเอง Magic Lantern เร่ิมไดร้ ับความนิยมและมีการพฒั นา
เครื่องน้ีอยตู่ ลอด

• ในศตวรรษท่ี 19 ไดม้ ีการนาเคร่ืองน้ีมาใช้เพ่ือการศึกษา โดยมีการผลิต Magic
Lantern ขนาดเลก็ มาโดยต้งั ใจจะขายใหก้ บั เดก็ ๆ

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

29

Magic Lantern ได้รับความนิยมแพร่หลายในช่วงศตวรรษท่ี 18-20 จนกระทัง่ กลอ้ งถ่าย
ภาพยนตร์ขนาด 35 ม.ม. ไดร้ ับการประดิษฐ์ข้ึนมาและเขา้ มาแทนที่ นบั ว่าเป็นกลอ้ งฉายภาพยนตร์
กลอ้ งแรกของโลกซ่ึงมีอายเุ กิน 200 ปี กว็ า่ ได้ (Timeless History, 2019)

ภำพท่ี 1.2 กลอ้ ง camera obscura และหลกั การใช้
ท่ีมา: Timeless History (ประวตั ิศาสตร์ไร้กาลเวลา), 2019
1.4 ประวตั ศิ ำสตร์ภำพยนตร์

กา้ วสู่ประประวตั ิศาสตร์ภาพยนตร์ต่างประเทศหลงั ยุคก่อนประวตั ิศาสตร์โดยในช่วงปี ที่จะกล่าว
ขา้ งตน้ ประกอบดว้ ยยคุ ต่างๆ ดงั น้ี

1. ยุคบุกเบิก (1815-1895)
• หนงั มีท่ีมาจาก การเห็นภาพติดตา การถา่ ยภาพนิ่ง และเครื่องบนั เทิงมีกลไก
• “สมองคนเราน้นั สามารถจดจาภาพที่ตามองเห็นไดน้ านกวา่ การบนั ทึกภาพของตาจริง”
• ภาพติดตา: คือหวั ใจของหลกั การสร้างหนงั เพราะหนงั ก็คือภาพนิ่งแต่ละภาพท่ีต่อเนื่องกนั
อยา่ งมีระบบนน่ั เอง 31

การเห็นภาพติดตา (Persistence of Vision) เป็ นหลักการสร้างภาพยนตร์ เพราะภาพยนตร์ก็คือ
ภาพนิ่งแต่ละภาพท่ีต่อเนื่องกนั อยา่ งมีระบบ มีที่มาจากของเล่นชื่อวา่ “ภาพหมุ่น” (Thaumatrope) เป็ นของ
เล่นท่ีประดิษฐข์ ้ึน เมื่อปี พ.ศ. 2368 (ค.ศ. 1825) โดย ดร.วิเล่ียม เฮนรี่ ฟิ ตตนั (Dr. William Henry Fitton) ซ่ึง
ไดแ้ นวคิดมาจากเซอร์จอห์น เฮอร์เซล ผทู้ ่ีสงั เกตวา่ สายตามนุษยส์ ามารถมองเห็นภาพท้งั สองดา้ นของเหรียญ
ท่ีหมุนอยไู่ ดพ้ ร้อมกนั

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

30

ท้งั น้ีเมื่อปี เมื่อ ค.ศ.1825 จอห์น ไอร์ตนั ปารีส (John Ayrton Paris) และดบั บลิว.เอช. ฟิ ตตนั (W.H.
Fitton) ไดป้ ระดิษฐ์ของเล่นชิ้นพิเศษช่ือว่า “Thaumatrope” ทาจากกระดาษแขง็ ตดั เป็นวงกลม โดยมีรูปภาพ
หรือภาพวาดท้งั สองดา้ น เช่น ถา้ วาดภาพดา้ นหน่ึงเป็นกรงนก ส่วนอีกดา้ นหน่ึงวาดเป็นรูปนก เจาะรูดา้ นซา้ ย
และขวาของวงกลมแลว้ ผกู เชือก เม่ือดึงเชือกใหภ้ าพพลิกไปมาเร็วๆ จะเห็นภาพท้งั สองดา้ นของกระดาษรวม
เป็นภาพเดียวกนั นนั่ คือจะเห็นภาพนกอยใู่ นกรงได้ ซ่ึงคาวา่ Thaumatrope มาจากภาษากรีก หมายถึง Wonder
Turning หรื อ มหัศจรรย์แห่งการหมุน จึงเป็ นหน่ึงในต้นแบบของภาพยนตร์ Thaumatrope นับเป็ น
สิ่งประดิษฐ์ชิ้นแรกๆ ที่สร้างภาพแอนิเมชันได้อย่างชัดเจน หลงั จากน้ันเป็ นตน้ มาเทคโนโลยีด้านการ
บนั ทึกภาพต่างๆ กไ็ ดพ้ ฒั นาอยา่ งต่อเน่ืองมาโดยตลอด (สารานุกรมไทย, มปป)

ภำพที่ 1.3 ตวั อยา่ งการจาลองภาพหมุน ( Thaumatrope )
ท่ีมา: พิพษิ ณ์ สิทธิศกั ด์ิ, 2555

กระทง่ั กา้ วเขา้ สู่ยคุ แรกเริ่มของภาพเคลื่อนไหว Eadweard J. Muybridge ช่างภาพชาวองั กฤษ ใชช้ ีวิต
ส่วนใหญ่ในสหรัฐอเมริกาเป็นที่รู้จกั ในฐานะผูบ้ ุกเบิกภาพเคล่ือนไหวของสัตว์ โดยใชก้ ลอ้ งถ่ายภาพหลาย
ตวั ทาการจบั ภาพการเคลื่อนท่ีช่วงเวลาต่างกนั และนาภาพเหล่าน้ันมาฉายบนอุปกรณ์ท่ีเขาสร้างที่เรียกว่า
zoopraxiscope ถือเป็นอุปกรณ์ฉายภาพยนตร์เคร่ืองแรกของโลกท่ีจะวาดรูปภาพเคลื่อนไหวต่อเน่ืองท่ีละภาพ
ลงบนจานแกว้ แลว้ นาจานแกว้ น้ันไปหมุนอย่างรวดเร็วก่อให้เกิดเสมือนเป็ นภาพเคลื่อนไหวข้ึน (Voice
Online, มปป)

เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

31

ภำพท่ี 1.4 Eadweard Muybridge
ท่ีมา: Vi Whitmire For IPHF, มปป

ภำพท่ี 1.5 เคร่ือง zoopraxiscope และแผน่ แกว้ ที่ถูกวาดเป็นภาพจอ็ กก้ีข่ีมา้
ที่มา: Voice Online, มปป

Eadweard Muybridge กลายเป็ นผูข้ ายหนังสือที่ประสบความสาเร็จในซานฟรานซิสโกและรับ
ถ่ายรูปเตม็ เวลา ช่ือเสียงของเขาในฐานะช่างภาพเติบโตข้ึน และก็มีช่ือเสียงในดา้ นการถ่ายภาพในแนวนอน
แบบพาโนรามาโดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ที่หุบเขาโยเซมิตีและซานฟรานซิสโก รัฐแคลิฟอร์เนีย (Mary Bellis, มปป)

ถดั มาในปี ค.ศ. 1872 Eadweard Muybridge เริ่มทดลองถ่ายภาพเคล่ือนไหวเมื่อเขาไดร้ ับการวา่ จา้ ง
จากทางรถไฟเป็ นเจ้าแม่ Leland Stanford เพ่ือพิสูจน์ว่าท้ังสี่ขาของม้าอยู่บนพ้ืนขณะวิ่งเหยาะๆ นาย

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

32

Eadweard Muybridge ได้ทาการถ่ายภาพคนควบมา้ อย่างต่อเน่ืองด้วยกลอ้ ง 12 ตวั โดยใช้เทคนิคการลนั่
ชตั เตอร์ดว้ ยเส้นเชือกท่ีขึงไวท้ ่ีพ้ืน เมื่อกีบเทา้ มา้ สัมผสั เชือกก็เป็นสัญญาณให้ทาการถ่ายรูป เป็ นชุดๆ อย่าง
ต่อเนื่องตามจุดท่ีกาหนด เมื่อนาภาพถ่ายจากกลอ้ งแต่ละตวั มาวางเรียงกนั จะไดภ้ าพถ่ายต่อเน่ืองคร้ังแรกใน
โลก โดยคร้ังแรกน้นั สามารถถ่ายภาพต่อเน่ืองได้ 12 ภาพ และเป็นจุดเริ่มตน้ ของศาสตร์ภาพเคลื่อนไหว หรือ
ภาพยนต์ในเวลาต่อมา ตวั อย่างการทดลองถ่ายภาพเคลื่อนไหวของ Eadweard Muybridge (Mary Bellis,
มปป) แสดงใหเ้ ห็นตวั อยา่ งดงั ภาพที่ 2.3 ต่อไปน้ี

ภำพที่ 1.6 The horse in Motion เป็ นภาพถ่ายต่อเนื่อง ภาพแรกในโลก โดยฝี มือ Eadweard Muybridge
ที่มา: Mary Bellis, มปป

ในช่วงปลายทศวรรษที่ 1880 นกั ประดิษฐ์ผูม้ ีชื่อเสียงชาวอเมริกนั โทมสั แอลวา เอดิสัน (Thomas
Alva Adison) (1847-1931) (และผชู้ ่วยชาวองั กฤษ วลิ เลียม เคนเนด้ี ดิคสนั (William kenady dickson) (1860-
1935) ต้งั เป้าหมายในการสร้างอุปกรณ์สาหรับบนั ทึกภาพเคลื่อนไหวดว้ ยฟิ ลม์ และเครื่องฉายฟิ ลม์ Dickson
ไดร้ ับเครดิตในความคิดริเร่ิมและพฒั นา ส่วน Edison ไดแ้ ต่วิจยั ในหอ้ งทดลองเท่าน้นั (Mary Bellis, มปป)

ผา่ นเขา้ สู่ปี 1890 Dickson ไดค้ ิดคน้ กลอ้ งถา่ ยภาพยนตร์ที่เรียกวา่ Kinetograph ซ่ึงเป็นจุดเริ่มตน้ ของ
ภาพยนตร์ในทศวรรษ 1890 เป็นตน้ มา บริษทั ของ Edison รู้จกั อยา่ งเป็นทางการในชื่อ Edison Manufacturing
Company (1894-1911) และใกลก้ นั น้ี ในปี 1891 Dickson ไดอ้ อกแบบเครื่องฉายภาพยนตร์เร่ืองแรกของโลก
ซ่ึงไดร้ ากฐานมาจาก Zoetrope เรียกว่า “Kinetoscope (Peep Show)” โดยมีลกั ษณะ (arnoldbangkok, 2015)
ดงั ตวั อยา่ งภาพที่ 1.7 ต่อไปน้ี

เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

33

ภำพท่ี 1.7 ภาพจาลองแสดงลกั ษณะของเครื่อง “Kinetoscope”
ที่มา: arnoldbangkok, 2015

“Kinetoscope” มีลกั ษณะเป็ นตูส้ ูงประมาณ 4 ฟุต มกั เรียกชื่อว่า "ถ้ามอง" ใช้การดูผ่านช่องเล็กๆ
และดูไดท้ ่ีละคน ภายในมีฟิ ลม์ ภาพยนตร์ซ่ึงถ่ายดว้ ยกลอ้ งคิเนโตกราฟ (Kenetograph) ที่เอดิสันประดิษฐข์ ้ึน
เอง ฟิ ลม์ ยาวประมาณ 50 ฟุต วางพาดไปมา เคล่ือนที่เป็ นวงรอบผ่านช่องที่มีแว่นขยายกบั หลอดไฟฟ้าดว้ ย
ความเร็ว 48 ภาพต่อวินาที ต่อมาลดลงเหลือ 16 ภาพต่อวินาที ในวันท่ี 14 เมษายน 1894 เคร่ืองฉาย
Kinetoscope ไดด้ าเนินการคา้ เป็ นคร้ังแรก ดว้ ยการฉายในลกั ษณะถ้ามองชมไดท้ ีละคนแบบหยอดเหรียญ
เครื่องฉาย Kinetoscope เป็นเครื่องบุกเบิกในเคร่ืองฉาย (ไร้เสียง) ภาพเคล่ือนไหวในกาลต่อมา และไดร้ ับการ
จดสิทธิบัตรในวนั ที่ 31 ส.ค. 1897 เคร่ืองฉายชิ้นน้ีได้กลายเป็ นส่ิงที่นิยมในงานร่ืนเริง หรือต้ังไวใ้ น
หอ้ งรับแขกและร้านคา้ ต่างๆ เป็นเวลานานหลายปี ต่อมารุ่นของ kinetoscope พร้อมกบั เสียงไดร้ ับการพฒั นา
และต้งั kinetophone การเช่ือมโยงเสียงกบั รูปภาพกลายเป็นเร่ืองท่ีค่อนขา้ งทา้ ทายเน่ืองจากเป็นเร่ืองยากมาก
ท่ีจะซิงโครไนซ์ (Synchronization) เสียงและรูปภาพ สาหรับผูช้ ม kinetophone น้นั อาจจะยงั ใชง้ านไดอ้ ยา่ ง
ไม่สะดวกสบาย เพราะตอ้ งสวมหูฟังในระหว่างท่ีตอ้ งเอนตวั ไปที่ตูเ้ พื่อดูภาพยนตร์ขณะแสดงอยูบ่ ่อยคร้ัง
นบั เป็นการพฒั นาที่ยงั ไม่สมบูรณ์นกั (arnoldbangkok, 2015)

หลงั จากน้นั ไม่นานกไ็ ดเ้ กิดสตูดิโอแห่งแรกท่ีผลิตข้ึนมาเพื่อถ่ายทาและฉายดว้ ยเครื่อง Kinetoscope
คือ สตูดิโอ “Black Maria Film Studio” ซ่ึงเป็นสตูดิโอแห่งแรกของโลกและของสหรัฐฯ สร้างข้ึนและพร้อม
ใชง้ านในวนั ที่ 1 ก.พ. ปี 1893 (arnoldbangkok, 2015)

เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

34

ภำพที่ 1.8 ภาพแสดง “Black Maria Film Studio” ในอดีตและพพิ ธิ ภณั ฑใ์ นปัจจุบนั
ท่ีมา: Swapnil Dhruv Bose, 2022

ถดั มา Edison ไดจ้ ดั แสดงเครื่องฉาย Kinetoscope ท่ีงาน World’s Columbian Exhibition in Chicago
และได้การจดสิทธิบตั รสาหรับกลอ้ งถ่ายภาพยนตร์ Kinetograph ถดั มาในเดือน พ.ค. 1893 ผลงานของ
Edison ไดไ้ ปจดั แสดงในระดบั โลกเป็ นคร้ังแรกท่ีงานสถาบนั ศิลปะและวิทยาศาสตร์ บรูคลิน ดว้ ยการจดั
แสดงภาพยนตร์ส้นั 34 วนิ าที เร่ือง Blacksmith Scene (arnoldbangkok, 2015)

Black Maria ไดร้ ับการพฒั นาให้เป็ นเวทีในร่มท่ีสามารถควบคุมแสงแดดได้ หลอดไฟในขณะน้นั
ไม่เพียงพอต่อแสงในฉากในร่มสาหรับภาพเคล่ือนไหว แต่การถ่ายภาพกลางแจง้ ทาให้การสร้างภาพยนตร์
ตอ้ งเผชิญกบั ฝนและองคป์ ระกอบทางธรรมชาติที่เป็ นอนั ตรายอื่นๆ นอกจากน้ีกลอ้ งยงั มีน้าหนกั มาก และ
การตอ้ งเคล่ือนยา้ ยไปมาตลอดเวลาเมื่อถ่ายภาพกลางแจง้ น้นั ใชเ้ วลานาน จะสะดวกกวา่ ถา้ มีเวทีในอาคารที่
สามารถต้งั ค่ากลอ้ งเพียงคร้ังเดียวและปล่อยไวก้ บั ท่ี และเพ่ือใชป้ ระโยชน์จากแสงแดดในขณะท่ีอยภู่ ายใน
Black Maria ไดต้ ิดต้งั หลงั คาลาดเอียงที่มีฝาปิ ดแบบยืดหดได้ นอกจากน้ียงั สามารถหมุนไดต้ ลอดท้ังวนั
เพ่ือใหเ้ ขา้ กบั มุมของดวงอาทิตย์ ภาพยนตร์ยาว 50 ฟุต ถูกถ่ายทา ซ่ึงหลงั จากการตดั ต่อสร้างฟุตเทจประมาณ
15 วินาทีท่ีใชใ้ น Kinetoscopes ในช่วงสิบปี ท่ีมีการใชง้ าน Black Maria มีการถ่ายทาภาพยนตร์ประมาณ 200
ถึง 300 เรื่ อง (National Park Planner, 2020) ในระหว่างที่ดารงอยู่ Dickson ยังได้กากับเร่ื องส้ันท่ีเป็ น
สัญลกั ษณ์อื่นๆ เช่น The Boxing Cats และแมก้ ระทง่ั สร้างภาพยนตร์ทดลองที่มีเสียงซ่ึงปัจจุบนั ไดร้ ับการ
กล่าวถึงว่าเป็ นตวั อย่างภาพยนตร์ท่ีเก่าแก่ท่ีสุดท่ีรู้จกั พร้อมเสียงที่บนั ทึกสด เป็ นท่ีแน่ชดั ว่า Dickson คือ
ผูเ้ ปิ ดเผยข้ันสุดท้ายของยุค Black Maria นักประดิษฐ์ที่ไม่รู้จักเหน็ดเหน่ือยซ่ึงมีส่วนสาคญั อย่างย่ิงต่อ
ประวตั ิศาสตร์ภาพยนตร์ แต่ไม่ไดร้ ับเครดิตเพียงพอเมื่อเขาจากไป (Swapnil Dhruv Bose, 2022)

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

35

ภำพท่ี 1.9 แสดงภาพปกจากภาพยนตร์ส้นั เร่ือง “The Boxing Cats”
ท่ีมา: Filmaffinity, 2020

ท้งั น้ีโดยพ้ืนฐานแลว้ Edison ให้ความสาคญั กบั การแข่งขนั ทางธุรกิจ แนวโนม้ ตลาด และฮาร์ดแวร์
ที่เกี่ยวขอ้ งกบั ภาพยนตร์มากกวา่ เน้ือหาจริงของภาพยนตร์ เม่ือกิจการในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของตนน้นั
หยุดให้ผลตอบแทนท่ีตอ้ งการ Edison ก็ยา้ ยไปท่ีเส้นทางอ่ืนและทาเช่นน้ันจริง ภายหลงั จากที่ตนแน่ใจว่า
ไดร้ ับเครดิตส่วนใหญ่สาหรับนวตั กรรมท้งั หมดที่เกิดข้ึนในขณะน้นั ต่อมาไม่นานก็สร้างสตูดิโอภาพยนตร์
ใหม่ท่ีสวยงามในนิวยอร์กซิต้ี Edison ได้ดาเนินการร้ือถอน Black Maria ในปี 1903 แต่การสร้างซ้าของ
อาคารน้ีอยู่ภายใตก้ ารดูแลของกรมอุทยานฯ The Black Maria เป็ นบทสาคญั ในการพฒั นารูปแบบศิลปะ
ภาพยนตร์ส่วนใหญ่เกิดจากการก้าวกระโดดของผูบ้ ุกเบิกที่ Dickson ใช้ในการแสวงหารูปแบบการ
แสดงออกทางศิลปะท่ีสูงข้ึน (Swapnil Dhruv Bose, 2022)

เม่ือ พ.ศ. 2438 (ค.ศ. 1895) พี่น้องตระกูลลูมิแอร์ "ออกุส" และ "หลุยส์" ชาวฝรั่งเศส (Auguste
Lumiere-Louis Lumiere) ได้ออกแบบกล้อง "ซิเนมาโตกราฟ" (Cinematograph) ที่เป็ นท้ังกล้องถ่ายและ
เคร่ืองฉายภาพยนตร์ได้

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

36

ภำพท่ี 1.10 ออกุส ลูมิแอร์ (Auguste Lumiere) ภำพท่ี 1.11 หลุยส์ ลูมิแอร์ (Louis Lumiere)
ท่ีมา: Plookpedia, 2017 ที่มา: Plookpedia, 2017

ในปี น้ันเอง Antoine Lumière พ่อของท้ังสองได้เข้าร่วมนิทรรศการ Kinetoscope ของ Edison
ในปารีส เมื่อกลบั มาก็ไดแ้ สดงภาพยนตร์ยาวหน่ึงเรื่องแก่ลูกชายท่ีไดร้ ับจากผูร้ ับสัมปทานท่านหน่ึงของ
เอดิสนั นอกจากน้ี Antoine ยงั บอกลูกๆ วา่ ท้งั สองควรพยายามพฒั นาทางเลือกที่ถูกกวา่ อุปกรณ์ดูฟิ ลม์ ตาแมว
และ Kinetograph คู่หูกลอ้ งขนาดใหญ่ แมว้ ่า Kinetoscope สามารถแสดงภาพยนตร์ต่อผูช้ มไดเ้ พียงคนเดียว
แต่ Antoine ไดก้ ระตนุ้ ให้ Auguste และ Louis หาวิธีฉายภาพยนตร์ลงบนหนา้ จอ ซ่ึงหลายคนสามารถดูไดใ้ น
เวลาเดียวกนั ออกุสต์เร่ิมการทดลองคร้ังแรกในฤดูหนาวปี พ.ศ. 2437 และตน้ ปี ถดั มา พี่น้องก็ไดค้ ิดคน้
อุปกรณ์ของตนเองข้ึน ซ่ึงพวกเขาเรียกวา่ “ซีเนมาโตกราฟี ” มีขนาดเลก็ และเบากวา่ Kinetograph มาก โดยมี
น้าหนกั ประมาณ 5 กิโลกรัม (11 ปอนด)์ และทางานโดยใชข้ อ้ เหว่ียงแบบใชม้ ือ Cinématographe ถ่ายภาพ
และฉายภาพยนตร์ดว้ ยความเร็ว 16 เฟรมต่อวินาที ซ่ึงชา้ กว่าอุปกรณ์ของ Edison มาก (48 เฟรมต่อวินาที)
หมายความว่ามีเสียงรบกวนนอ้ ยกวา่ ในการใชง้ าน และใชฟ้ ิ ลม์ นอ้ ยลง ซ่ึงนวตั กรรมหลกั ท่ีเป็นหวั ใจสาคญั
ของ Cinématographe คือกลไกในการส่งฟิ ลม์ ผา่ นกลอ้ ง หมุดหรือกรงเลบ็ สองอนั ถูกสอดเขา้ ไปในรูเฟื องที่
เจาะเขา้ ไปในแถบฟิ ลม์ เซลลูลอยด์ หมุดขยบั ฟิ ลม์ ไปตามแลว้ หดกลบั ปล่อยใหฟ้ ิ ลม์ อยกู่ บั ท่ีในระหวา่ งการ
เปิ ดรับแสง หลุยส์ ลูมิแยร์ไดอ้ อกแบบกระบวนการเคลื่อนไหวแบบไม่ต่อเน่ืองน้ีโดยอิงตามวิธีการทางาน
ของจกั รเยบ็ ผา้ เป็ นกลวิธีท่ี Edison พิจารณาแต่ปฏิเสธเพราะชอบการเคล่ือนไหวอย่างต่อเน่ือง (SARAH
PRUITT, 2014)

เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

37

ภำพท่ี 1.12 กลอ้ งซิเนมาโตกราฟ (Cinematographe) ของพ่นี อ้ งลูมิแอร์
ที่มา: (SARAH PRUITT, 2014)

Cinematographe (จดลิขสิทธ์ิเมื่อวนั ท่ี 13 กุมภาพนั ธ์ 1895) ภาพยนตร์เรื่องแรกท่ีถ่าย La Sortie
des ouviers de l usine Lumiere (Workers Leaving the Lumiere) และในวนั น้นั นบั เป็นคร้ังแรกท่ีท้งั คูท่ ดลอง
นาภาพเคล่ือนไหวที่บนั ทึกไดจ้ ากกลอ้ งซิเนมาโตกราฟ มาฉายเป็นหนังทดลองลงบนจอภาพขนาดใหญ่ได้
สาเร็จ และทาใหค้ วามหมายของคาวา่ ภาพยนตร์สมบูรณ์ (Plookpedia, 2017)

ลกั ษณะเด่น
1. มีน้าหนกั เบาถ่ายทานอกสถานที่ได้
2. อตั ราการบนั ทึกภาพ 16 เฟรม/1วินาที เวน้ จงั หวะการเดินดว้ ยการ "กวกั " (ดัดแปลงจากจกั ร
เยบ็ ผา้ ) ทาใหป้ ระหยดั ฟิ ลม์ เดินเรียบ เสียงเบา
3. เป็นท้งั กลอ้ งถา่ ยและเคร่ืองฉาย

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

38

ภำพท่ี 1.13 Poster for early film screened by the Lumière Brothers
ท่ีมา: SARAH PRUITT, 2014

• เกิดโรงมหรสพสาหรับฉายภาพยนตร์โรงแรกในอเมริกา “Nikelodeon”
ไม่นานนกั กไ็ ดเ้ กิด โรงหนงั หรือโรงมหรสพสาหรับฉายภาพยนตร์โรงแรกในอเมริกา “Nikelodeon”

ข้ึน ภาพยนตร์เม่ือแรกเกิดนบั จากปี ค.ศ. 1895 เป็นตน้ มา ยงั เป็ นเสมือนประดิษฐ์กรรมของเล่น ของแปลก
ใหม่ เป็นภาพถ่ายท่ีฉายใหเ้ ห็นการเคล่ือนไหวไดใ้ นเร่ืองส้ันๆ เพียงหน่ึงนาที นกั ธุรกิจบนั เทิงจึงนาไปแสดง
ประกอบเป็นของแปลกใหม่อยา่ งหน่ึงในรายการแสดงเบด็ เตลด็ อื่นๆ เช่น เลน่ กล ละครส้นั ขบั ร้อง กายกรรม
ซ่ึงมกั จดั แสดงในสวนสนุก ละครสัตว์ หรืองานออกร้านโดยเฉพาะในธุรกิจการออกร้านแสดงแบบเร่ คือ
ตระเวนไปตามที่ต่างๆ (อิศรินทร์ อินทะจนั ทร์, 2564)

แต่ราวสิบปี ต่อมา เม่ือภาพยนตร์ไดร้ ับการพฒั นาให้มีความยาวข้ึน และมีการเล่าเร่ืองราวมากข้ึน
จากของแปลกไปเป็นสื่อมหรสพท่ีสามารถจดั แสดงยนื โรงดว้ ยตนเอง โดยไม่ตอ้ งเป็นตวั ประกอบการแสดง
อ่ืนๆ จึงมีนักธุรกิจบนั เทิงที่มองเห็นว่าน่าจะจดั ทาสถานท่ีหรือโรงสาหรับซ้ือหาภาพยนตร์จากผูส้ ร้างราย
ต่างๆ มาฉายเกบ็ ค่าดูโดยตรงอยา่ งเดียวได้ นกั ธุรกิจในสหรัฐอเมริการายแรกท่ีลงมือ คือ แฮรี เดวสิ แห่งเมือง
พิตตส์ เบิร์ก รัฐเพนซิลเวเนีย โดยไดไ้ อเดียจากโรงมหรสพเล็กๆ ราคาถูกสาหรับชาวบา้ น โดยเฉพาะชนช้นั
ล่างซ่ึงมีอยูท่ วั่ ไปในอเมริกา สาหรับการแสดงเบ็ดเตล็ด เช่น ละคร ระบา เพลง ขายบตั รค่าชมราคาถูกเพียง
คนละ 5 เซ็นต์ หรือ หน่ึงนิเกิล เพราะเหรียญ 5 เซ็นตข์ องอเมริกาทาดว้ ยโลหะนิเกิล ชาวบา้ นจึงเรียกเหรียญ
ห้าเซนตว์ ่านิเกิล และเรียก โรงมหรสพราคาถูกเหล่าน้ีว่า นิเกิลโลเดียน ซ่ึงมีท่ีมาจาก คาว่านิเกิล คือห้า
เซ็นต์ กบั โอเดียน ท่ีแปลวา่ โรงมหรสพ นายเดวิสเปิ ดโรงมหรสพทานองน้ีโดยฉายแต่ภาพยนตร์อยา่ งเดียว

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

39

หาภาพยนตร์มาสองสามเร่ือง รวมเวลาฉายราวรอบละคร่ึงชวั่ โมง ฉายวนไปวนั ละหลายรอบแลว้ เปล่ียนหนงั
ใหม่ไปเร่ือยๆ ทุกสัปดาห์ โดยดดั แปลงห้องแถวแบบร้านรวงริมถนนสองสามห้องเป็ นตวั โรง จุท่ีนงั่ ราว
สามส่ีร้อยคน ต้งั ตูข้ ายตว๋ั ราคาที่นง่ั ละ 5 เซนไวห้ นา้ โรง และต้งั ชื่อโรงว่า นิเกิลโลเดียน “Nikelodeon” เปิ ด
ฉายและเกบ็ คา่ ดูคร้ังแรกในวนั ที่ 19 มิถุนายน ค.ศ. 1905 (อิศรินทร์ อินทะจนั ทร์, 2564)

ภำพที่ 1.14 แสดงบรรยากาศโรงภาพยนตร์ “Nikelodeon”
ที่มา: อิศรินทร์ อินทะจนั ทร์, 2564

ปรากฏว่า โรงหนังนิเกิลโลเดียนของนายเดวิสท่ีพิตต์สเบิร์ก ประสบความสาเร็จอย่างยิ่งเกิดเป็ น
ตวั อยา่ งและตน้ แบบ ใหม้ ีพอ่ คา้ นกั ธุรกิจคิดทาตามจนเกิดข้ึนทวั่ อเมริกา แมว้ า่ ในแต่ละโรงจะมีช่ือโรงต่างกนั
ไป แต่คาวา่ นิเกิลโลเดียนไดก้ ลายเป็นคาสามญั สาหรับบ่งบอกโรงมหรสพประเภทน้ี ภายในเวลาเพียงปี เศษมี
โรงหนังแบบน้ีทว่ั อเมริกานับพนั โรง ถึงปี 1908 มีมากถึงราวแปดพนั โรง นอกจากน้ันยงั มีการประมาณ
กนั วา่ ในช่วงปี ค.ศ. 1910 ในแต่ละสัปดาห์มีคนอเมริกนั กวา่ 26 ลา้ นคน ไปชมภาพยนตร์เนื่องจากเป็นความ
บนั เทิงที่เขา้ ถึงคนทุกวยั ทุกชนช้นั และเป็นส่ิงที่ทาใหเ้ ห็นวา่ ภาพยนตร์ไดพ้ ฒั นาข้ึนจนมีศกั ยภาพเกิดกิจการ
เฉพาะของตนเองได้ กลายเป็นอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ของโลก และกลายเป็นส่วนหน่ึงในวิถีชีวิตประจาวนั
ของผคู้ น

ท้งั น้ีไม่นานโรงหนังแบบนิเกิลโลเดียนค่อยๆ หมดยุคไปในราวสิบปี ต่อมา เม่ือถึงยุคที่ภาพยนตร์
รุ่งเรืองเป็ นมหรสพที่คนช้นั กลางและช้นั สูงไม่รังเกียจ จึงมีการสร้างโรงข้ึนโดยเฉพาะแทนที่โรงห้องแถว
ดดั แปลง และมีขนาดใหญ่ ตกแต่งหรูหราราวปราสาทราชวงั

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

40

ปัจจุบนั หอภาพยนตร์ไดจ้ าลองโรงภาพยนตร์นิเกิลโลเดียน มาต้งั ไวท้ ี่เมืองมายา เพ่ือใหค้ นรุ่นหลงั
ไดม้ าศึกษาเรียนรู้เก่ียวกบั ประวตั ิศาสตร์การกาเนิดภาพยนตร์โลกโดย ณ ตอนน้ีนิเกิลโลเดียนยงั ไม่ไดเ้ ปิ ด
ให้บริการเนื่องจากอยใู่ นช่วงปรับปรุงภูมิทศั น์ ซ่ึงจะมีช่วงกาหนดเปิ ดอีกคร้ังประมาณช่วงสิ้นปี 2564 โดย
ลกั ษณะและรูปแบบของโรงภาพยนตร์ “Nikelodeon” น้นั (อิศรินทร์ อินทะจนั ทร์, 2564) มีรูปแบบดงั ภาพท่ี
1.15 น้ี

ภำพท่ี 1.15 โรงภาพยนตร์ “Nikelodeon” จาลองปัจจุบนั
ที่มา: อิศรินทร์ อินทะจนั ทร์, 2564

• กาเนิดคา่ ยหนงั
ค่ายหนงั หรือค่ายภาพยนตร์ของ Hollywood ในยุคน้ี ลว้ นแต่เป็ นค่าย เป็ นองคก์ รที่ทุกคน

รู้จกั ประสบความสาเร็จในพาร์ทของการบริหารงาน การสร้างภาพยนตร์กระทง่ั ประสบความสาเร็จ
มีรายไดม้ หาศาล ดงั น้ี
1. Warner Bros. Pictures (วอร์เนอร์ บราเธอร์ พิคเจอร์)

ธุรกิจของเครือ Warner เร่ิมจากสตูดิโอ Warner Bros. ท่ีก่อต้งั โดยพ่ีน้องตระกูล Warner
ผอู้ พยพมาจากโปแลนดส์ ู่สหรัฐอเมริกา จานวน 4 คนในปี 1923 หรือ 95 ปี ก่อน ธุรกิจแรกเริ่มคือการ
ทาโรงภาพยนตร์ และเร่ิมขยบั ขยายมาเป็ นสร้างหนังเองในช่วงสงครามโลกคร้ังที่ 1 ตวั ธุรกิจ
ภาพยนตร์รุ่งเรืองมากในช่วงก่อนสงครามโลกคร้ังท่ีสอง มีการขยายไปทาภาพยนตร์แอนิเมชนั
(อย่าง Looney Tunes) และขยายมายงั ธุรกิจทีวีในช่วงหลงั สงคราม อาจเรียกไดว้ ่าเป็ นบริษทั ยกั ษ์
ใหญ่ท่ีเอนเตอร์เทนแบบครบวงจร ซ่ึงเอกลกั ษณ์ของโลโกว้ อร์เนอร์ก็คือ สัญลกั ษณ์รูปโล่ และมี

เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

41
ตวั อกั ษร WB อย่ขู า้ งในมาต้งั แต่แรก กระทง่ั มีการเปลี่ยนแปลงมาแลว้ ถึง 11 เวอร์ชนั่ โดยเวอร์ชน่ั
ปัจจุบนั น้นั เร่ิมใชม้ าต้งั แต่ปี 1993 เป็ นการยอ้ นกลบั ไปใชร้ ูปแบบโลโกท้ ่ีสตูดิโอเคยใชใ้ นยุคหลงั
สงครามโลกคร้ังท่ี 2 แต่มีการพฒั นากราฟฟิ กใหท้ นั สมยั ข้ึน (Isriya Paireepairit, 2018)

จนกระทงั่ ในปี 1966 กลุ่มพี่น้อง Warner ขายธุรกิจให้กบั สตูดิโอ Seven Arts Productions
ควบรวมเป็ นบริษทั ใหม่ Warner Bros.-Seven Arts. จากน้ันบริษทั ใหม่ขายให้กบั Kinney National
Company กลุ่มบริษทั ยกั ษ์ใหญ่ด้านที่จอดรถและทาความสะอาดในปี 1969 บริษทั แม่ Kinney
ตดั สินใจแยกธุรกิจกลบั เป็ น 2 ส่วนอีกคร้ังในปี 1972 โดยธุรกิจบนั เทิงแยกตวั ออกมาโดยใช้ชื่อว่า
Warner Communications ซ่ึงเป็ นเจ้าของสตูดิโอ Warner Bros., หนังสือการ์ตูน DC Comics และ
ธุรกิจทีวีดว้ ย (Isriya Paireepairit, 2018) และหากกล่าวถึงผลงานแลว้ นับว่ามากมายและมีช่ือเสียง
อย่างมากเช่น Superman, Batman, Harry Potter, Watchmen, The Matrix Series, Ocean's Eleven,
คนเหลก็ 3 เป็นตน้

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

42

ภำพท่ี 1.16 จาลองการเปล่ียนแปลงของโลโกคา่ ยหนงั Warner Bros.
ที่มา: เดก็ ไทย-เยอรมนั ขอนแก่น, 2554

2. 20th Century Fox (ทเวนต้ี เซนจูร่ี ฟอกซ)์
ในปี 1935 บริ ษัท Twentieth Century Pictures (ก่อต้ังปี 1932)และ Fox Film Company

(ก่อต้ังปี 1915) ได้รวมตัวกันก่อต้ังสตูดิโอ Twentieth Century-Fox Film Corporation ต่อมาได้
เปล่ียนช่ือเป็ น Twentieth Century Fox Film Corporation และคงปฏิเสธไม่ได้เลยว่าได้ยินดนตรี
ประกอบเวลาโลโกข้ องค่ายน้ีข้ึนทีไร จะให้อารมณ์ชวนตื่นเตน้ ต่ืนตวั ใหอ้ ยากชมหนงั ทุกคร้ัง โดย
ที่มาของโลโกน้ ้ีเป็ นของ Twentieth Century Pictures พอมารวมเขา้ กบั Fox Film Company ก็เล่น
ง่ายๆ เลย ดว้ ยการใส่คาวา่ Fox เขา้ ไปแทนท่ีคาวา่ Pictures,Inc. ที่เป็นของเดิม โดยโลโกน้ ้ีออกแบบ
โดย เอมิล โคซ่า ที่เคยออกแบบภาพซากเทพีเสรีภาพใน Planet of the Apes ฉบบั ปี 1968 และท่ีเป็น
ดนตรีของโลโกน้ ้ีกค็ ือ 20th Century Fanfare โดยฝีมือของ อลั เฟรด นิวแมน คอมโพเซอร์ในตานาน

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

43

ของฮอลลีวูด หนงั ดงั ของค่ายน้ีก็เช่น Star Wars (อนั น้ีชอบมาก), The Rocky Horror Picture Show,
Home Alone(โดดเดี่ยวผู้น่ารัก), Die Hard (บูซ วิลลิส), E.T. (ต้นฉบับ), Revenge of the Nerds,
ภาพยนตร์ตระกลู Alien และ Predator

ภำพท่ี 1.17 แสดงภาพโลโกข้ องคา่ ย 20th Century Fox.
ที่มา: เดก็ ไทย-เยอรมนั ขอนแก่น, 2554

• เป็นยคุ ท่ีไดก้ าเนิดภาพยนตร์เรื่องแรกของโลก คือ FRED OTT'S SNEEZE เป็นภาพคร่ึงตวั
ขนาด MsMsใชแ้ ถบฟิ ลม์ หรือ Film Strip

2. ยคุ ของฟิ ลม์สตริปและภำพยนตร์ม้วนเดยี วจบ (1895-1907)
ในยคุ น้ีปรากฏให้เห็นวิวฒั นาการ หลงั จากท่ีการพฒั นาทางดา้ นเคร่ืองมือ (Hardware) และ

อุปกรณ์ในการถ่ายทาและฉายภาพยนตร์ไดด้ าเนินไปในระดบั หน่ึงตามที่ไดก้ ล่าวไวใ้ นยุคเร่ิมตน้
หรือยคุ ของการบุกเบิกงานสร้างภาพยนตร์น้นั แลว้ ต่อมามีผสู้ นใจหนั มาใหค้ วามสาคญั ทางดา้ นการ
ผลิตภาพยนตร์ข้ึน แต่ในยุคท่ีประวตั ิศาสตร์ภาพยนตร์เพ่ิงจะเร่ิมกา้ วเดินน้ี ภาพยนตร์ท่ีสร้างข้ึน
เกือบท้งั หมดยงั คงเป็ นเพียงเรื่องส้ันๆ ถ่ายทาดว้ ยฟิ ล์มเพียงท่อนเดียวท่ีเรียกว่า ฟิ ล์มสตริป หรือ
มิฉะน้ันก็มีความยาวแค่มว้ นเดียว (One reelers) (postproduction, 2010) ท้งั น้ีในยุคของฟิ ลม์สติป
และภาพยนตร์มว้ นเดียวจบนบั เป็นอีกยคุ ที่ไดค้ น้ พบกบั เทคนิค วิธีการต่างๆ ในการผลิตภาพยนตร์
โดยใช้กล้องหรือเทคนิคใหม่ๆ ตลอดจนเกิดการพัฒนาในส่วนของอุตสาหกรรมธุรกิจผลิต
ภาพยนตร์ (พทิ กั ษ์ ปานเปรม, 2564) ซ่ึงปรากฏใหเ้ ห็นถึงเหตุการณ์ต่างๆ ดงั น้ี

• (มีความยาวมว้ นเดียว one reelersreelers) ยโุ รป, ฝร่ังเศส
• นกั แสดงกล George MeliesMelies ไดพ้ บเทคนิค Stop Action

เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

44

ในประเทศฝร่ังเศสปี พ.ศ. 2439 (ค.ศ. 1896) พ่ีนอ้ ง พาธ (Pathe) และ ลีออนกอเมาท์ (Leon
Gaumont) แห่งฝรั่งเศสเร่ิมตน้ ครอบครัวธุรกิจอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของยโุ รปก่อนลูมิแอร์และได้
พบเทคนิค “Stop Action”

• หนงั เรื่อง Le voyage dans la lune lune เมลิแอร์ มกั ใหก้ ลอ้ งอยกู่ บั ท่ีเช่นเดียวกบั เอดิสนั
ภาพท่ีออกมามกั เป็นสองมิติ พล็อตเร่ืองตามแบบฉบบั ไดแ้ ก่ เร่ืองราวเกี่ยวกบั คาสาป
ของยปิ ซี ความฝันของคนเมา และการเดินทางไปยงั ดินแดนที่ไม่มีใครรู้จกั ซ่ึงลว้ นเป็น
จิตนาการท้งั สิ้น

• ได้มีการประดิษฐ์กลอ้ งตามหลกั ของ มาเรย์ (Marey) และจดลิขสิทธ์ิกล้องเรียกว่า
“Kinetic Camera”

กล่าวคือ การคิดคน้ ทดลองประดิษฐ์กลอ้ งถ่าย และเครื่องฉายภาพยนตร์ในองั กฤษได้
ดาเนินการไปพร้อมๆ กบั ฝร่ังเศส ต้งั แต่ปลายปี ค.ศ. 1894 นักประดิษฐ์เครื่องมือชื่อ โรเบิร์ต
วี เพอร์ (Robert W. Paul) และช่างภาพช่ือ เบิร์ท อเดรส (Bert Acres) ได้ลอกเลียนกลอ้ งของ
เอดิสัน และทาข้ึนจนสาเร็จ พอล และ อเดรส ไดท้ าการจดลิขสิทธ์ิกลอ้ ง “Kinetic Camera” ใน
วนั ท่ี 27 พฤศจิกายน ค.ศ. 1895 ถึง มกราคม ค.ศ. 1896 ไม่นานนกั เบิร์ท อเดรส (Bert Acres)
จึงนาผลงานภาพยนตร์ออกแสดง ใหช้ าวองั กฤษไดช้ ม นบั เป็นการฉายภาพยนตร์ใหช้ าวองั กฤษ
ได้ชมเป็ นคร้ังแรก กลุ่มผูส้ ร้างภาพยนตร์ในทศวรรษแรกของศตวรรษท่ี 20 ในองั กฤษมกั
เรียกวา่ กลุ่ม “School of Brighton”

• โรงภาพยนตร์โรงแรกเปิ ดข้ึนที่เมือง พิตตส์ เบิร์ก ปี ค.ศ. 1905 ราวปี ค.ศ. 1908 อนั เป็นปี ท่ี
กฎหมายลิขสิทธ์ิมีผลบงั คบั บริษทั ผูส้ ร้างไม่สามารถขยายฟิ ลม์ ใหพ้ วกฉายภาพยนตร์เร่ได้
อีก

ฟิ ล์มสตริป (Filmstrips) เป็ นเคร่ืองฉายระบบฉายตรง สามารถฉายไดท้ ้งั สไลด์และฟิ ล์ม
สตริปในเคร่ืองเดียวกนั เป็นภาพน่ิงโปร่งใสจานวนหน่ึงท่ีถ่ายเรียงลาดบั บนฟิ ลม์ ขนาด 35 มม. เรื่อง
ละประมาณ 30-60 ภาพ บนั ทึกภาพนิ่งเช่นเดียวกบั สไลด์ แต่ไม่ตดั ฟิ ลม์ ออกเป็นภาพๆ เม่ือจะฉายก็
ใส่ฟิ ลม์ ท้งั มว้ นเขา้ ในเครื่อง แลว้ ฉายภาพทีละภาพตามลาดบั ท้งั น้ีสามารถอธิบายรูปแบบหรือชนิด
ของฟิ ลม์ (นฤมล ขนั ทะสีมา, 2554) ไดด้ งั น้ี

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

45

ชนิดของฟิ ล์มสตริป
1. ฟิ ล์มสตริปเงียบ (Silent Filmstrip) เป็ นฟิ ล์มสตริปที่มีคาบรรยายภาพ เวลาฉายสามารถอ่านคา
บรรยายจากฟิ ลม์ ได้
2. ฟิ ล์มสตริปเสียง (Sound Filmstrip) เป็ นฟิ ล์มสตริปที่มีภาพ ส่วนคาบรรยายมกั บนั ทึกลงบนเทป
บนั ทึกเสียง เวลาฉายก็เปิ ดเสียงประกอบกบั ภาพ อาจทาฟิ ลม์ สตริปประกอบไดห้ ลายวิธี วิธีที่ไดผ้ ลดีก็คือ
สร้างเน้ือหาท่ีจะถ่ายทาเป็ นฟิ ล์มสตริปเขียนเป็ นภาพและคาบรรยายประกอบเสียงตามลาดบั เน้ือหา แลว้
นามาถ่ายซ้า (Copy) ดว้ ยฟิ ลม์ Positive สีหรือขาวดาตามตอ้ งการ อีกวิธีหน่ึงท่ีทาไดค้ ือ นากลอ้ งถ่ายรูปไป
บนั ทึกภาพต่างๆ ที่ตอ้ งการให้เรียงลาดบั ติดต่อกนั ฟิ ล์มสตริปแบบน้ีควรบนั ทึกเสียงบรรยายลงบนเทป
บนั ทึกเสียงประกอบขณะฉาย จะช่วยให้ผูช้ มหรือกรณีท่ีใชใ้ นงานรูปแบบอ่ืนๆ เช่น การสอน การบรรยาย
เขา้ ใจไดด้ ีข้ึน สาหรับเครื่องฉายฟิ ล์มสตริปมีระบบการฉายแบบเดียวกบั เคร่ืองฉายสไลด์ บางเครื่องอาจ
รวมอยกู่ บั เครื่องฉายสไลด์ เวลาจะใชเ้ คร่ืองแบบน้ีฉายฟิ ลม์ สตริปก็ใชก้ ลกั ใส่ฟิ ลม์ สาหรับฟิ ลม์ สตริป ถา้ จะ
ฉายสไลด์ก็เปล่ียนกลกั ใส่ฟิ ล์มสาหรับสไลด์ซ่ึงมีมากกบั เคร่ือง เครื่องฉายที่ใชฉ้ ายไดท้ ้งั สไลด์ และฟิ ลม์
สตริป น้ีเรียกว่าเครื่องฉายแบบประสม ( Combination Projector ) ดงั น้นั จะเห็นไดว้ ่าผผู้ ลิตสามารถนาฟิ ลม์
สตริปมาใชไ้ ดโ้ ดยไม่ตอ้ งลงทุนสูง และใชไ้ ดง้ ่ายข้ึน

ภำพที่ 1.18 แสดงภาพจาลองเครื่องฉายฟิ ลม์ สตริป
ที่มา: วีรวรรณ จนั ดาวรรณ, 2008.

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

46

วธิ ีใช้เคร่ืองฉำยฟิ ล์มสตริป

การใช้เครื่องฉายฟิ ล์มสตริปมีวิธีการใช้งานหลายข้นั ตอน ท้งั น้ีผูเ้ รียนควรจะศึกษาและทาความ
เขา้ ใจไวใ้ นเบ้ืองตน้ เพ่ือนาไปปรับใชเ้ ป็นขอ้ มูลการเรียนเก่ียวกบั เครื่องมือหรืออุปกรณ์การผลิตภาพยนตร์
โดยมีวิธีการใช้ (นฤมล ขนั ทะสีมา, 2554) สรุปไวต้ ามข้นั ตอนต่อไปน้ี

1) ใส่ฟิ ลม์ สตริปลงไปในท่ีใส่ฟิ ลม์ ใหถ้ ูกตอ้ งและเรียบร้อย แลว้ นาไปใส่กบั เครื่องฉาย

2) เปิ ดสวิทซ์พดั ลมและหลอดฉาย หลงั จากน้นั ให้ตรวจดูว่าพดั ลมหมุนหรือไม่ ถา้ พดั ลมไม่หนุน
ตอ้ งแกไ้ ขใหเ้ รียบร้อย

3) ปรับความชดั ของภาพ โดยหมนุ ท่ีเลนส์ฉายหรือป่ ุมบงั คบั เลนส์

4) เปล่ียนภาพและบรรยายประกอบตามตอ้ งการ ถา้ ใช้เทปประกอบการบรรยายให้เปิ ดเทปดว้ ย
ถา้ เป็นเทปซิงโครไนซ์ ตอ้ งต่อสายสญั ญาณออกของเคร่ืองเทป (Out Put) เขา้ กบั ช่องต่อสายบงั คบั การเปลี่ยน
ภาพ (Remote Control) ใหเ้ รียบร้อย

5) ขณะทาการฉาย ตอ้ งดูการควบคุมการทางานของเคร่ื อง เครื่องบางชนิดการเปลี่ยนภาพอาจจะ
ติดขดั โดยเฉพาะเคร่ืองท่ีภาพผา่ นเขา้ ออกประตูฟิ ลม์ ในแนวซา้ ยขวาจะไดแ้ กไ้ ขไดท้ นั ที

6) เม่ือฉายจบเอาที่ใส่ฟิ ลม์ สตริปออกจากเคร่ืองฉาย และปิ ดหลอดฉาย

7) รอจนเครื่องฉายหรือหลอดฉายเยน็ จึงปิ ดสวิทซพ์ ดั ลม

8) ถอดปลก๊ั ไฟ เกบ็ เคร่ือง และอปุ กรณ์ต่างๆ ใหเ้ รียบร้อย

ท้งั น้ีการใชเ้ คร่ืองฉายฟิ ลม์ สตริป (Filmstrip Projector) ตอ้ งระมดั ระวงั เช่นเดียวกบั เครื่องฉายสไลด์
สิ่งสาคญั ก็คือ ควรหมน่ั ตรวจดูช่องประตูฟิ ลม์ (Film Gate) ให้สะอาดอยู่เสมอเพื่อป้องกนั มิให้เกิดรอยขีด
ขว่ นบนฟิ ลม์ การรักษาช่องประตูฟิ ลม์ ใหส้ ะอาดตอ้ งใชภ้ ู่กนั พิเศษเช่นเดียวกบั ท่ีใชท้ าความสะอาดช่องประตู
ฟิ ลม์ ของเครื่องฉายภาพยนตร์ ส่ิงสาคญั อีกประการหน่ึงกค็ ือ ตอ้ งตรวจดูวา่ พดั ลมที่อยภู่ ายในตวั เคร่ืองทางาน
เป็นปกติดีหรือไม่ เพ่อื ไม่ใหเ้ คร่ืองร้อนจนฟิ ลม์ ไหมแ้ ละทาใหเ้ ครื่องเสียหายในที่สุด

ยุคของฟิ ล์มสตริปและภาพยนตร์มว้ นเดียวจบนับเป็ นยุคที่เร่ิมเขา้ มาของเครื่องมือและอุปกรณ์ท่ี
สาคญั อนั จะนาไปใชใ้ นการผลิตผลงานภาพยนตห์ รือสื่อเคลื่อนไหว เป็นอีกหน่ึงยคุ ท่ีเริ่มมีการพฒั นาเทคนิค
สร้างสรรคเ์ ครื่องมือสาหรับใชใ้ นการฉายภาพยนตร์สู่สาธารณชน หลงั จากน้นั ไม่นานนกั ในปี ต่อมากเ็ ริ่มเขา้
สู่ยคุ ของหนงั เงียบ

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

47

3. ยคุ หนังเงยี บ (1908-1920)
ในยุคที่ภาพยนตร์เริ่มไดร้ ับความนิยมที่เรียกว่าหนังเงียบ Silent Film หรือก่อนทศวรรษ

1900 ภาพยนตร์สยองขวญั เรื่องแรกๆ ของโลกน้นั ไดก้ าเนิดมานานแลว้ คนในช่วงก่อนทศวรรษปี
1900 – 1990 ในยุคน้นั ตอ้ งอาศยั สุนทรียศิลป์ ขนาดไหนการรับชมภาพยนตร์ในสมยั น้นั ที่ลว้ นเป็น
“Silent Film” หรือ “หนังเงียบ” ภาพยนตร์เรื่องแรกบนโลกคือ Roundhay Garden Scene (1888)
ถูกเก็บรักษาไวอ้ ยา่ งดี ณ พิพิธภณั ฑว์ ิทยาศาสตร์แห่งชาติในกรุงลอนดอน ประเทศองั กฤษ การทา
โปรดกั ชนั่ กลอ้ งมุมเดียว หรือมุมมองท่ีแสนจากดั , การจดั แสงท่ีโดดเด่นเพราะขอ้ จากดั เร่ืองขาวดา,
Special Effect ที่ง่ายแต่น่าท่ึง และอรรถรสในการรับชมน้ันเป็ นอย่างไรหากหนงั เงียบ หรือ Silent
Film น้ันแทบไม่มีการบนั ทึกเสียง อาศยั การบรรเลงเพลงออร์เคสตราประกอบการดาเนินเรื่อง
ท่ีสาคญั คือ หนงั เงียบยงั คงสร้างความบนั เทิงต่อคนในยคุ น้นั ไดอ้ ยา่ งดี และที่น่าท่ึงกวา่ น้นั อีกคือการ
รับรู้ของผูช้ มที่มีต่อความน่ากลวั ในเน้ือหาของหนงั ท่ีถูกระบุในประเภทของภาพยนตร์สยองขวญั
หรือ Horror Movies (อนั ที่จริง คาจากดั ความ “Horror Movie” น้ีไดม้ าจากหนังเร่ือง Apocalypse
Now (1979) กองพนั อามหิต, Francis Ford Coppola เป็นตน้ (บญั ญพนต์ พลู สวสั ด์ิ, 2561)

ถดั มาในปี 1907 มีภาพยนตร์ Special Effect แรกๆ ในรูปแบบสยองขวญั ชื่อวา่ “La Maison
Ensorcele” หรือ “The Haunted House” (1907-1908) ว่าดว้ ยเร่ืองของครอบครัวหน่ึงท่ีตอ้ งบงั เอิญ
เขา้ ไปพบกบั Supernatural หรือ ความหลอนของ “บา้ นผีสิง” ที่มีวิญญาณชว่ั ร้ายสิงสู่ เทคนิคง่ายๆ
แสนง่ายคลาสสิค (บญั ญพนต์ พลู สวสั ด์ิ, 2561)

DIRECTOR: Segundo de Chomón
RUNTIME: 6 minutes
GENRES: Comedy, Fantasy
LANGUAGE: French

ภำพท่ี 1.19 โปสเตอร์ภาพยนตร์ “La Maison Ensorcelée”
ที่มา: BetaSeries, 2022

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

48

ยคุ หนงั เงียบเป็นยคุ ท่ีถือกาเนิดของเหล่าผสู้ ร้างแห่งโลกภาพยนตร์ ท้งั น้ีหน่ึงในผกู้ ากบั ภาพยนตร์ที่
น่าจบั ตามองอีกคนหน่ึงคือดี ดับเบิ้ลยู กริฟฟิ ท (D.W.Griffith) กริฟฟิ ทเป็ นผูก้ ากบั หนังส้ันท่ียา้ ยมาจาก
นิวยอร์ก และมาลงหลกั ปักฐานท่ีฮอลลีวูด้ โดยดบั เบิ้ลยู กริฟฟิ ท ไดเ้ ขา้ มาพฒั นาและคน้ พบองคป์ ระกอบที่
สาคญั มากมายในการผลิตภาพยนตร์ (Timeless History, 2019) ประกอบดว้ ย

3.1 สมยั ของผกู้ ากบั ดี ดบั เบิลย.ู กริฟฟิ ธ
• คน้ พบผลของการจดั องคป์ ระกอบภาพ และศาสตร์การตดั ต่อ
• Space & Time
• “การจดั องคป์ ระกอบภาพในแต่ละเฟรม” โดยคานึงถึงขนาดของภาพท่ีจะจดั ตาม
บทบาทของผแู้ สดงจะมีผลต่ออารมณ์ของคนดู”
• จงั หวะของการตดั ต่อภาพแต่ละชอ็ ต
• พฒั นาการใชฉ้ ากบงั Masking & Irisig Effect
• Pan Shot , Tracking shot คือ การเคลื่อนท่ีของกล้องตามแนวนอนไปทางซ้าย
(Pan left) หรือไปทางขวา (Pan right) เพื่อให้เห็นวตั ถุตามแนวกวา้ ง หรือเมื่อ
ตอ้ งการนาผูช้ มไปยงั จุดน่าสนใจ หรือที่ตอ้ งการ ส่วนของ Tracking shot คือ การ
เคลื่อนไหวกลอ้ งไปดา้ นซา้ ยใหข้ นานกบั วตั ถุไปทางซา้ ย หรือไปทางขวา ซ่ึงผลจะ
คลา้ ยกบั การแพน แต่การทรัคจะช่วยให้เกิดการเปลี่ยนแปลงมิติเร่ืองความลึกของ
ภาพไดด้ ีกว่า คลา้ ยๆ กบั ความรู้สึกของเราท่ีมองออกไปนอกหน้าต่างรถขณะที่
เคล่ือนที่ไป

ด้านของการแสดง กริฟฟิ ท ได้มีการปรับเปลี่ยนและใช้เทคนิคการถ่ายทา (พิทักษ์
ปานเปรม, 2564) ดงั น้ี

• เปล่ียนวิธีการท่ีละครแสดงเกินจริงเหมือนละครเวที เป็ นการแสดงอย่างคน
ธรรมดา

• ถ่ายภาพภายในสถานท่ีให้ดูสมจริง ดูเป็ นสามมิติ การจดั แสงลดความแบนของ
ภาพลง

• พฒั นาการเสนอภาพสญั ลกั ษณ์ในภาพยนตร์ข้ึนมา
• Birth of a Nation, intolerance

3.2 ยคุ ตน้ ของหนงั ตลก
ภาพยนตร์ตลก (Comedy) เป็ นภาพยนตท์ ่ีเคียงคู่ชาวอเมริกนั มาอย่างชา้ นาน และยงั คงถูก

ทาซ้าผลิตซ้าเร่ือยมาจนถึงปัจจุบนั โดยสาเหตุหลกั การดารงอยขู่ องภาพยนตร์แนวตลกน้นั คือ เรื่อง
ของการสร้างอารมณ์ขนั ให้กบั ผชู้ ม และมกั จบลงดว้ ยความสุขเป็นหลกั แต่เมื่อหากมองบริบทของ

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

49

ภาพยนตร์แนวน้ีลว้ นเป็ นการสะทอ้ นในสิ่งท่ีสังคมไดป้ กปิ ดไว้ ไม่ว่าจะเป็ นเร่ืองของการเสียดสี
เยย้ หยนั และผชู้ มมกั จะหวั เราะเยาะจากความผิดพลาด การกระทาอนั ลม้ เหลวของตวั ละคร แต่การ
ดารงอยอู่ ยา่ งถาวรของการเสียดสีในลกั ษณะน้ีกลบั เป็นสิ่งท่ีคนในสงั คมยอมรับโดยไม่ต้งั คาถามแต่
อย่างใด เพราะตวั ตลกในความคิดของมนุษยน์ ้นั เป็ นเรื่องธรรมดาท่ีจะเผชิญเหตุการณ์ร้ายๆ ถูกทา
ร้าย ดูหมิ่น เสียดสีจึงเป็นเหตุท่ีภาพยนตร์แนวตลก (Comedy) ถูกสร้างมาอยา่ งต่อเนื่อง และดารงอยู่
จนถึงปัจจุบนั (ณฐั พจี ประภารัตน์ และคณะ, 2557)

ภาพยนตร์ตลกถือกาเนิดข้ึนในยุคภาพยนตร์เงียบ (ค.ศ. 1895-1927) ซ่ึงตวั อย่างแรกของ
ภาพยนตร์แนวน้ีเป็นภาพยนตร์ส้ันของพ่ีนอ้ งลูมิแยร์ (The Lumière Brother) เรื่อง Table Turned on
the Gardener (1895) ซ่ึงมีเน้ืออหาเกี่ยวกบั ชาวสวนท่ีถูกน้าจากสายยางพุ่งใส่หนา้ เกิดจากการแกลง้
ของเด็กๆ ภาพยนตร์ในรูปแบบน้ีมีลกั ษณะการแสดงออกดว้ ยท่าทางปราศจากคาพดู โดยการแสดง
ของนักแสดงตลกในยุคภาพยนตร์เงียบน้ันจะมีพ้ืนฐานมาจากละครใบ้ ( Pantonime) เช่นการเดิน
สะดุดสิ่งของ การทกั ทายดว้ ยท่าทางท่ีเกินจริง เพ่ือส่งสารแก่คนดูเน่ืองจากภาพยนตร์ในยคุ น้นั ไม่
สามารถบันทึกเสียงไดจ้ ึงส่งผลให้การแสดงจาเป็ นตอ้ งระบุลกั ษณะเฉพาะของท่าทาง (ณัฐพจี
ประภารัตน์ และคณะ, 2557)

ท้ังน้ีได้เกิดนักแสดงตลกข้ึนมากมายโดยเฉพาะการแสดงของราชาตลกอย่าง แม็ก
เซ็นเนต็ ต์ ( Mack Sennett ) การแสดงตลกของ แมก็ เซ็นเน็ตต์ จะเนน้ ไปทางรูปแบบของตลกเจ็บตวั
(Slapstick) มีเน้ือหาเนน้ ไปที่ความรุนแรง อากปั กริยาหน้าตาบูดเบ้ียว ยุ่งเหยิง และตวั ละครมกั ทา
เรื่องน่าอายขายข้ีหนา้ เป็นผลงานตลกที่ไม่เนน้ เร่ืองราว แต่จะเนน้ ท่ีมุกตลกเป็นหลกั ในยคุ น้นั ต่อมา
ชาร์ลี แชปลิน (Charlie Chaplin) มีความคิดที่ตรงขา้ มกบั เซ็น เน็ตต์ เขาไดใ้ ชก้ ารแสดงตลกของเขา
เป็ นเรื่ องของการเสียดสี และสะท้อนปัญหาสังคม โดยมักรักบทเป็ นคนจรจัด ผสมผสาน
ศิลปะการแสดงละครเวที ละครใบแ้ ละบลั เลตเ์ ขา้ ดว้ ยกนั ยกตวั อยา่ งเช่นเรื่อง Modern Times (1936)
ที่พดู ถึง สภาพอตุ สาหกรรมท่ีมนุษยน์ ้นั ทางานเหมือนเครื่องจกั รแบบระบบสายพาน (ณฐั พจี ประภา
รัตน์ และคณะ, 2557)

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

50

ภำพที่ 1.20 โปสเตอร์ภาพยนตร์ “Modern Times”
ที่มา: Candid Themes, 2016

Modern Times คือ หนงั เงียบท่ีก็ไม่ค่อยเงียบ เร่ืองสุดทา้ ยของผูก้ ากบั Chalie Chaplin รวม
ไปถึง The Little Tramp และปิ ดศกั ราชยุคสมยั หนังเงียบดว้ ยระยะเวลาเกือบๆ ทศวรรษหลงั การ
มาถึงของ The Jazz Singer (1927) ที่ถือว่าเป็ นหนังพูดเรื่องแรกของ Hollywood ซ่ึงมีการกล่าว
เพ่ิมเติมว่าจริงๆ แลว้ Modern Times ไม่ใช่หนังเงียบเร่ืองสุดทา้ ย ทศวรรษถดั ๆ มาก็มีภาพยนตร์ท่ี
สร้างในลกั ษณะหนังเงียบมากมาย ล่าสุดก็ The Artist (2011) แต่บรรดานกั วิจารณ์ประวตั ิศาสตร์
ภาพยนตร์ต่างใชเ้ ป็นหลกั ไมลป์ ้ายสุดทา้ ยถึงจุดสิ้นสุดยคุ สมยั เพราะสร้างข้ีนโดยผูก้ ากบั นกั แสดง
เติบโตมากบั ยุคหนงั เงียบ และวิธีครุ่นคิดนาเสนอ ยงั คงอยู่ในบริบทกรอบไร้เสียงพูดของตวั ละคร
(Candid Themes, 2016)

หลงั จากการปูทางของแชปลินท่ีนาเรื่องตลกมาเสียดสีถึงสภาวะของสังคม ส่งผลใหเ้ กิดการ
พฒั นารูปแบบของภาพยนตร์แนวตลกอ่ืนๆ ตามมา (ณัฐพจี ประภารัตน์ และคณะ, 2557) กล่าวไว้
ไดแ้ ก่

• ภาพยนตร์แนวตลกอลเวง (Screwball Comedy) เนน้ เรื่องความวุ่นวายอลหม่าน
ซ่ึงตวั ภาพยนตร์จะมีความก่ึงไร้สาระ

• ภาพยนตร์แนวตลกลอ้ เลียน (Parody) เป็นภาพยนตร์ท่ีเนน้ เร่ืองการลอ้ เลียนเร่ือง
ของสังคม คนท่ีมีชื่อเสียง แต่ในขณะเดียวกันก็สอดแทรกการวิพากษ์วิจารณ์อย่าง
สร้างสรรค์

เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

51

• ภาพยนตร์แนวตลกร้าย (Black Comedy) คือการแสดงดา้ นมืดของมนุษย์ มีการ
เสียดสีสังคม และความตาย โดย ยูจีน เบียเวอร์ (Frank Eugene Beaver, 2006) ไดใ้ ห้นิยาม
ไวว้ ่า ตลกร้ายเป็ นภาพยนตร์ท่ีนาเสนอประเด็นปัญหาที่จริงจงั ในลกั ษณะขบขนั โดยมกั มี
เน้ือหาเกี่ยวข้องกับด้านมืด และการมองโลกในแง่ร้าย ทางด้าน เวส ดี. เกห์ริ่ง (Wes
D.Gehring) นักวิชาการด้านภาพยนตร์ตลก ได้ศึกษาภาพยนตร์ตลกร้ายไวใ้ นหนังสือ
American Dark Comedy: Boyond satire (1996) วา่ ตลกร้ายมกั เก่ียวขอ้ งกบั เร่ืองมนุษยท์ ่ีเลว
ทราม ความไร้สาระของโลก และเร่ืองราวที่ปกคลุมดว้ ยความตาย จุดเริ่มตน้ ของตลกร้ายใน
อเมริกนั น้นั เร่ิมตน้ จากเรื่อง Monsier Verdoux (1947) ของชาร์ลี แชปลิน

ท้งั น้ียงั สามารถผสมผสานเรื่องท่ีเคร่งเครียดจริงจงั เขา้ กบั การใชเ้ ครื่องประกอบ
ฉากท่ีสนุกสนาน (MS shot, no edit)
3.3 อตุ สาหกรรมในอเมริกา เติบโตเตม็ ท่ี
ในปี ค.ศ.1914 (พ.ศ.2457) กริฟฟิ ทไดก้ ากบั ภาพยนตร์มหากาพยฟ์ อร์มยกั ษเ์ รื่อง The Birth
of a Nation มีความยาวถึงสามชว่ั โมง เป็นเรื่องราวของสองครอบครัว โดยครอบครัวหน่ึงน้นั อยทู่ าง
เหนือ ส่วนอีกครอบครัวมาจากทางใต้ หนงั จะดาเนินเรื่องต้งั แต่ช่วงสงครามกลางเมืองจนสงคราม
จบ และยงั สร้างความแปลกใหม่ดว้ ยการดาเนินเร่ืองผา่ นตวั ละครเดิมหลงั จากเวลาผา่ นไปหลายปี ซ่ึง
ในยคุ น้นั ไม่มีใครทามาก่อน ภาพยนตร์เร่ืองน้ีสร้างอยา่ งยง่ิ ใหญอ่ ลงั การ ฉากรบก็ใชต้ วั ประกอบนบั
ร้อย รวมท้งั กริฟฟิ ทยงั ใชเ้ ทคนิคการถ่ายแบบ Close-Up ถ่ายระยะไกล รวมท้งั ใหน้ กั แสดงซอ้ มบท
ของตนก่อนถ่ายจริง ซ่ึงท้งั หมดน้ีก็นบั วา่ เป็นความแปลกใหม่มากสาหรับยคุ น้นั (Timeless History,
2019)
ภาพยนตร์เรื่องน้ีออกฉายในวนั ท่ี 8 กุมภาพนั ธ์ ค.ศ.1915 (พ.ศ.2458) และทาเงินอยา่ งถล่ม
ทลาย มากกวา่ หนงั ทุกเรื่องท่ีเคยฉาย โดยภาพยนตร์เร่ืองน้ีทาเงินไปได้ 1.8 ลา้ นดอลลาร์ หากคิดเป็น
ค่าเงินในปัจจุบนั จะเท่ากบั 1.8 พนั ลา้ นดอลลาร์ (Timeless History, 2019)

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

52

ภำพท่ี 1.21 โปสเตอร์ภาพยนตร์ “The Birth of a Nation”
ที่มา: Timeless History, 2019

ภาพยนตร์เร่ื องน้ีนอกจากจะประสบความสาเร็จด้านรายได้แล้ว ยังทาให้ลิลเลียน
กิช (Lillian Gish) นกั แสดงนาของเรื่อง กลายเป็นซุปตาร์แห่งยคุ หนงั เงียบในทนั ที นบั เป็นยคุ ท่ีฮอล
ลีวูดไดก้ ลายเป็นศูนยก์ ลางของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ จดั ระบบโรงถ่ายใหเ้ ป็นมาตรฐาน (พาณิชย์
มากกวา่ ศิลป์ ) และมีแนวโนม้ เพมิ่ ประเภทต่างๆ ของหนงั มากข้ึน (Timeless History, 2019)

กา้ วเขา้ สู่อีกยคุ แห่งการไดม้ าและสูญเสียในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ คือ ยคุ หนงั เสียง (และ
หนงั สี) ท้งั น้ีมีการแบ่งออกเป็นยคุ ต่างๆ ภายในยคุ ดงั น้ี
4. ยคุ หนังเสียง (ค.ศ.1928-1945)

ประกอบดว้ ยยคุ ต่างๆ ดงั น้ี
4.1 ยคุ หนงั เสียงตอนตน้ การทดลองและการสร้างภาพยนตร์เสียงระยะแรก ความคิดที่จะ
บนั ทึกเสียงลงในภาพยนตร์น้ัน เกิดข้ึนมานานควบคู่กบั การคิดสร้างภาพยนตร์ การที่เอดิสันให้
ดิคสันทดลองสร้างกลอ้ งถ่ายและเครื่องฉายภาพยนตร์ก็เพ่ือจะนามาใช้ประกอบเสียงกบั เครื่อง
Phonograph ของเขา นกั ประดิษฐ์คนอ่ืนๆ ในยโุ รปก็ไดท้ ดลองเก่ียวกบั หนงั เสียงมาแลว้ เช่นกนั ดงั
ปรากฏในงานแสดงสินคา้ โลก (World Exposition) เมื่อปี ค.ศ.1900 ที่ปารีส มีนกั ประดิษฐ์ชาติต่างๆ
นาระบบการ บนั ทึกเสียงในภาพยนตร์ไปแสดง (likitkabua, 2010) แบ่งออกไดเ้ ป็น 3 ระบบใหญ่ๆ
คือ

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

53

• ระบบ Phonorama ของ L.A. Berthon, C.P. Dussaud และ G.F. Jaubert
• ระบบ Chronophone ของ Leon Gaumont
• ระบบ Phono-Cinema-Theatre ของ Clement-Maurice Gratioulet และ Hemri Lioret ซ่ึงนา

ผลงานภาพยนตร์เสียงความยาว 1 นาที ของนกั แสดงละคร โอเปร่า บลั เล่ต์ ที่มีช่ือเสียงไป
ฉายดว้ ย
เปล่ียนจากการบันทึกลงแผ่นเสียง เป็ น “การบันทึกลงฟิ ล์ม” เนื่องจากเสียงเป็ น
ส่วนประกอบสาคญั ของภาพยนตร์ ดงั น้ันตลอดยุคหนังเงียบ จนกระทงั่ หลงั สงครามโลกคร้ังท่ี1
การคน้ ควา้ ทดลองเพื่อหาวธิ ีบนั ทึกเสียงลงในภาพยนตร์อยา่ งมีประสิทธิภาพและเสียค่าใชจ้ ่ายไม่สูง
จึงยงั คงดาเนินต่อไป และแนวทางการทดลองก็เปล่ียนจากการบนั ทึกเสียงลงในแผ่นเสียง (Sound-
On-Disc) ไปเป็นการบนั ทึกเสียงลงบนฟิ ลม์ (Sound-On-Film) (likitkabua, 2010)
ใน ค.ศ.1927 หนงั เสียงในยคุ แรกเร่ิมจึงมีลกั ษณะของภาพน่ิงๆ ผสมผสานกบั เสียงสนทนา
ไม่มีการเคล่ือนไหวในภาพยนตร์อีกต่อไป ตวั อยา่ งเช่น ในเร่ือง “The azz Singer” ในซีเควนซ์ท่ีมี
เสียงน้นั กลอ้ งแช่น่ิงจบั ภาพน่ิงของ อลั จอลสนั ท่ีกาลงั ร้องเพลงโดยมีการตดั ภาพเพยี งนอ้ ยนิด หาก
จะมีการขยบั เคล่ือนไหวบา้ งก็เป็ นการเคล่ือนไหวของผูแ้ สดงไม่ใช่ตวั กล้อง อย่างไรก็ตามใน
ซีเควนซ์ที่ไม่มีการพูดยงั คงมีการเคล่ือนไหวกลอ้ งให้ไดภ้ าพที่ต่อเน่ืองและกระฉับกระเฉง แต่
ปรากฏวา่ คนกลบั ไปใหค้ วามสนใจหนงั ตอนที่มีเสียงเพลง และเสียงพดู มากวา่ (likitkabua, 2010)

ภำพที่ 1.22 โปสเตอร์ภาพยนตร์ “The azz Singer”
ที่มา: ATLANTA JEWISH TIMES, 2016

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

54

กระทงั่ นกั วิจารณ์ภาพยนตร์บางคนสรุปว่า ผูช้ มภาพยนตร์ในยคุ น้นั สนใจแต่จะไดเ้ ห็นส่ิง
แปลกๆ ใหม่ๆ จนศิลปะของภาพยนตร์หรือภาพยนตร์ในฐานะท่ีเป็ นศิลปะแขนงหน่ึงตอ้ งตายลง
(likitkabua, 2010)

กำรทดลองและกำรสร้ำงภำพยนตร์สี

การทดลองเกี่ยวกบั การใชส้ ีในภาพยนตร์เริ่มตน้ มาพร้อมๆ กบั การใชเ้ สียง ต้งั แต่ยุคฟิ ลม์
สตริป ที่เมลิแอร์ใชว้ ิธีจา้ งคนงานหญิง 21 คน มาช่วยกนั ระบายสีลงในฟิ ลม์ หนงั ทีละเฟรม ดว้ ยมือ
หน่ึงในการพฒั นาท่ีสาคญั ที่สุดในภาพยนตร์สีคือ Kinemacolor ซ่ึงสร้างโดย George Albert Smith
ชาวองั กฤษในปี 1906 ภาพยนตร์ Kinemacolor ไดฉ้ ายภาพยนตร์ผ่านตวั กรองสีแดงและเขียวเพ่ือ
จาลองสีจริงท่ีใชใ้ นภาพยนตร์ ในขณะที่ข้นั ตอนน้ีเป็นข้นั ตอนขา้ งหนา้ กระบวนการฟิ ลม์ สองสีไม่
ถูกตอ้ ง เป็นตวั แทนของสเปกตรัมเตม็ รูปแบบของสีออกจากหลายสีท่ีจะปรากฏท้งั สวา่ งเกินไป ลา้ ง
ออกหรือหายไปท้งั หมด ภาพเคล่ือนไหวแรกที่ใช้กระบวนการ Kinemacolor คือบทสนทนาส้ัน
ของสมิธ เรื่ อง "A visit to the Seaside" ปี 1908 Kinemacolor เป็ นท่ีนิยมมากท่ีสุดในสหราช
อาณาจกั ร แต่การติดต้งั อุปกรณ์ท่ีจาเป็ นตอ้ งใชเ้ ป็ นสิ่งที่ตอ้ งห้ามสาหรับโรงภาพยนตร์หลายแห่ง
(คริสโตเฟอร์ McKittrick, 2565)

น้อยกว่าทศวรรษต่อมา บริษทั ของสหรัฐฯ Technicolor พฒั นากระบวนการสองสีของ
ตวั เองที่ใชใ้ นการถ่ายทาภาพยนตร์เรื่อง "The Gulf Between" ในปี พ.ศ. 2460 ซ่ึงเป็ นคุณลกั ษณะสี
แรกของสหรัฐฯ กระบวนการน้ีตอ้ งใชฟ้ ิ ลม์ ที่ฉายออกมาจากโปรเจ็กเตอร์สองเครื่องซ่ึงมีตวั กรองสี
แดงและอีกตวั หน่ึงมีตวั กรองสีเขียว ปริซึมรวมการคาดการณ์ไวด้ ว้ ยกนั บนหนา้ จอเดียว เช่นเดียวกบั
กระบวนการผลิตสีอื่นๆ Technicolor ตน้ น้ีตอ้ งเสียค่าใชจ้ ่ายเน่ืองจากมีเทคนิคการถ่ายทาพิเศษและ
อุปกรณ์ฉายภาพท่ีจาเป็น ผลท่ีตามมาคือ "The Gulf Between" เป็นภาพยนตร์เรื่องเดียวท่ีผลิตโดยใช้
กระบวนการสองสีเดิมของ Technicolor (คริสโตเฟอร์ McKittrick, 2565)

ในช่วงเวลาเดียวกนั ช่างเทคนิคท่ีมีช่ือเสียงผูเ้ ล่น-Lasky สตูดิโอ รวมท้งั แมก็ ซ์ Handschiegl
แกะสลกั พฒั นากระบวนการต่างๆ สาหรับการใช้สียอ้ มฟิ ล์ม ในขณะท่ีข้นั ตอนน้ีซ่ึงออกมาใน
ภาพยนตร์ซีรี ส์เร่ื อง "Joan the Woman " ของซีซิลบี. เดอมิลเรื่ อง "Joan the Woman" ปี 1917
ใช้เฉพาะในช่วงระยะเวลาประมาณสิบปี เท่าน้ันเทคโนโลยีสียอ้ มจะถูกนามาใช้ในกระบวนการ
colorization ในอนาคต กระบวนการท่ีเป็ นนวตั กรรมน้ีกลายเป็ นที่รู้จกั กนั ในชื่อ "กระบวนการสี
Handschiegl" ท้งั น้ีในช่วงเวลาต่อมา Technicolor และ บริษทั อ่ืนๆ ยงั คงทาการทดลองและปรับแตง่
ภาพยนตร์สีตลอดช่วงทศวรรษที่ 1920 แมว้ า่ ฟิ ลม์ สีดาและขาวยงั คงเป็นมาตรฐาน ในปี พ. ศ. 2475

เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

55

Technicolor ได้แนะนาเทคนิคการถ่ายยอ้ มสีซ่ึงใช้สียอ้ มสามสี แสดงถึงสีสันสดใสท่ีสุดบน
แผ่นฟิ ลม์ ภาพยนตร์เรื่อง "Flowers and Trees " ของ วอลตด์ ิสนีย์ เป็ นส่วนหน่ึงของการทาสัญญา
กบั Technicolor สาหรับกระบวนการสามสีซ่ึงดาเนินไปจนถึงปี 1934 เรื่อง "The Cat and the Fiddle"
ซ่ึงเป็นไลฟ์ แอก็ ชนั แรกที่ดาเนินการไป ใชก้ ระบวนการสามสี (คริสโตเฟอร์ McKittrick, 2565)

ท้งั น้ีกระบวนการดงั กล่าวยงั มีราคาแพง ถ่ายทายุ่งยาก และตอ้ งใชก้ ลอ้ งที่ใหญ่กว่ามากใน
การถ่ายภาพ จนกระทง่ั บ.อิสตแ์ มน ไดพ้ ฒั นาระบบหนงั สีอีสตแ์ มนคลั เลอร์ ใน ค.ศ.1952 หลกั การ
สาคญั ของการทาหนงั สีทุกระบบก็คือ การแยกสีธรรมชาติออกเป็นแม่สี 3 สี แลว้ บนั ทึกแต่ละแม่สี
ลงในช้ันไวแสงแต่ละช้ันของฟิ ล์มในม้วนเดียวกัน เม่ือนาฟิ ล์มน้ันมาฉาย แม่สีเหล่าน้ันก็จะ
ผสมผสานกนั ฉายกลบั ออกมาใหเ้ ห็นเป็นสีธรรมชาติดงั เดิม (คริสโตเฟอร์ McKittrick, 2565)

4.2 ยคุ หนงั เสียง หลงั WW 2 (1945 1965)

เป็นยคุ ที่มีการเดินทางเขา้ สู่บริบทความสมยั ใหม่ทางเทคโนโลยแี ละเศรษฐกิจมากข้ึน โดย
ในยคุ น้ีมีพฒั นาการต่างๆ (พิทกั ษ์ ปานเปรม, 2564) ไดใ้ หข้ อ้ มูลไว้ ดงั น้ี

• หนงั เสียงทารายไดส้ ูงสุดใน ค.ศ 1946 (สิ้นสุดยคุ หนงั เงียบ, บริบทผชู้ ม)
• การมาถึงของ “โทรทศั น”์ ส่ือมวลชนดา้ นบนั เทิงอนั ดบั หน่ึง (บริบทเทคโนโลย)ี
• กฎหมายป้องกนั การผกู ขาด (บริบทเศรษฐกิจ)
• บทบาทของภาพยนตร์ชวนเช่ือ (Why We Fight Fight)
• คนทางานในฮอลลีวดู เริ่มตกงาน ถูกกลา่ วหาเป็น “พวกสีชมพ”ู
• ยุคแห่งการถ่ายทาดี บทคมคาย..แต่ถูกมองเป็ นเพียงการถ่ายทอดจากละครหรือ

นิยายขายดีมาเป็นภาพและเสียงเท่าน้นั (ขาดบทหนงั ด้งั เดิม)
• การจบั มือกนั ระหวา่ งสื่อภาพยนตร์และสื่อโทรทศั น์
• การมาถึงของภาพยนตร์สามมิติ , ภาพยนตร์จอกวา้ ง (75 ม.ม.)
• การก่อต้งั ของกลุ่ม “ภาพยนตร์ใตด้ ิน” หนงั 16 ม.ม.

ท้งั น้ียงั มีการออกแบบสัดส่วนอ่ืนๆ อีกมากมาย ซ่ึงอีกสัดส่วนที่ตามมาในภายหลงั
คือ 1.78:1 มีความใกลเ้ คียงกบั 1.85:1 ท้งั สองสดั ส่วนสามารถฉายในทีวีไดโ้ ดยไม่มีขอบดา
มาก ทีวีจอแกว้ แบบเก่าให้สัดส่วนภาพที่ 4:3 หรือ 1.33:1 หากฉายหนงั ท่ีใชส้ ัดส่วนภาพท่ี
1.33:1 ภาพจะเตม็ จอพอดีโดยไม่มีขอบดา หากฉายภาพที่ 1.78:1 หรือ 1.85:1 จะเกิดขอบดา
ดา้ นบน-ล่างของจอทีวี เรียกขอบดาน้ีว่า Letterbox ในเคร่ืองเล่นบางรุ่นจะมีโหมดยืดภาพ

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

56

ใหส้ ุดจอโดยไม่มีขอบดา เรียกวา่ Stretch แต่ภาพจะยาวข้ึน ใบหนา้ ของนกั แสดงจะผดิ เพ้ยี น
(StarLord4K, 2018)

ท้ังสองสัดส่วนน้ีมีความ "ใกล้เคียง" กับจอทีวีในปัจจุบันมากท่ีสุด จอทีวีใน
ปัจจุบนั ใชส้ ัดส่วนภาพที่ 16:9 หรือ 1.78:1 หากฉายหนังที่ใช้สัดส่วนภาพ 1.78:1 ภาพจะ
เต็มจอพอดีโดยไม่มีขอบดา แต่จะมีขอบดาดา้ นบน-ล่าง เล็กน้อยสาหรับสัดส่วน 1.85:1
และจะมีขอบดาดา้ นซ้าย-ขวา เล็กนอ้ ยสาหรับสัดส่วน 1.66:1 แต่เดิมการถ่ายทาหนงั แบบ
Soft และ Hard Matte จะใชพ้ ้ืนท่ีฟิ ลม์ 35 มม. แบบเต็มพ้ืนที่เฟรมโดยใช้ 4 รูหนามเตย ทา
ให้ค่อนขา้ งสิ้นเปลืองฟิ ล์มในส่วนท่ีไม่ไดใ้ ชง้ าน ต่อมาจึงมีการประดิษฐ์กลอ้ งถ่ายหนงั ท่ี
สามารถถ่ายทาหนงั โดยใชส้ ัดส่วน 1.85:1 ไดโ้ ดยไม่ตอ้ งใช้ Soft และ Hard Matte โดยใช้
พ้ืนที่เฟรมเพียงแค่ 3 รูหนามเตย ทาใหป้ ระหยดั ฟิ ลม์ กว่า และกลอ้ งทางานเงียบลง เรียกวา่
Super 35 (StarLord4K, 2018)

ต่อมาบริษทั ไอแมก็ ซ์ก่อต้งั ในปี 1967 ประดิษฐ์กลอ้ งถ่ายหนงั และเคร่ืองฉายหนงั
สร้างฟอร์แมตการฉายภาพยนตร์ใหม่เป็ นของตวั เองท้งั หมด โดยใชส้ ่ือเป็ นฟิ ลม์ ขนาด 70
มม. แต่ใชแ้ นวนอน ซ่ึงแตกต่างจากฟอร์แมตอื่นๆ ที่ใชฟ้ ิ ลม์ ในแนวต้งั ท้งั สิ้น ไม่วา่ จะเป็น
การถ่ายภาพและการฉาย ทาใหไ้ ดข้ นาดเฟรมท่ีใหญข่ ้ึน ไดภ้ าพที่สดั ส่วน 1.44:1 ซ่ึง 1 เฟรม
ของ IMAX น้นั ใชค้ วามยาวฟิ ลม์ ถึง 15 รูหนามเตยเลยทีเดียว ในขณะที่ฟอร์แมต 70 มม.
แบบแนวต้งั น้นั 1 เฟรมใชพ้ ้ืนที่เพยี ง 5 รูหนามเตย (StarLord4K, 2018)

โดยหนังเรื่องแรกของ IMAX ฉายในปี 1970 ชื่อ Tiger Child หนังที่ถ่ายทาดว้ ย
ฟิ ล์ม IMAX 70 mm ท้งั เรื่องน้ันเป็ นสารคดีที่ฉายตามโรง IMAX เท่าน้ัน ยงั ไม่มีหนังยาว
ทวั่ ไปที่ถ่ายทาดว้ ยฟิ ล์ม IMAX ท้งั เรื่อง แมก้ ระทง่ั หนังเรื่อง Dunkirk ของโนแลนยงั ใช้
กลอ้ ง IMAX ถ่ายเพียงบางส่วนเท่าน้นั ไม่สามารถใชไ้ ดท้ ้งั หมด ดว้ ยขอ้ จากดั บางประการ
ทาให้หนงั เรื่องน้ีมี 2 สัดส่วนคือ 1.44:1 ในฉากที่ถ่ายดว้ ยกลอ้ ง IMAX และ 2.20:1 ในฉาก
ท่ีไม่ได้ถ่ายด้วยกล้อง IMAX (StarLord4K, 2018) แสดงภาพตวั อย่างที่ 2.22 และ 2.23
จาลองและเปรียบเทียบอตั ราส่วนการวางภาพ ดงั น้ี

เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

57

ภำพที่ 1.23 ตวั อยา่ งฟิ ลม์ IMAX 70 มม. จากภาพยนตร์ The Dark Night Rises
ท่ีมา: StarLord4K, 2018

ภำพท่ี 1.24 ภาพใชก้ ารเปรียบเทียบอตั ราส่วนของภาพ
ที่มา: StarLord4K, 2018

กา้ วสู่ยคุ ของภาพยนตร์ที่มีพฒั นาการและเติบโตจนถึงปัจจุบนั ส่งผลให้ ภาพ เสียง สีและบท รวมไป
ถึงแนวทางในการออกแบบตวั ละครมีความเป็ นสมยั ใหม่มากยิ่งข้ึน เน้ือหาเร่ิมทาให้สอดคลอ้ งและเป็ น
สถานการณ์หรือเร่ืองที่คนให้ความสนใจ โดยในยุคน้ีมีพฒั นาการท่ีตอบโจทยผ์ ูช้ มมากข้ึน ตลอดจนไดร้ ับ
เสียงตอบรับเป็นท่ีหนา้ พอใจ (พิทกั ษ์ ปานเปรม, 2564) ดงั ต่อไปน้ี

เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

58

5. ภำพยนตร์ยุคทศวรรษ 60-ปัจจุบัน

• หนงั มีความเป็นสากลมากข้ึน (มีการเคล่ือนยา้ ยทางกายภาพ)
• หนงั มีการสอดแทรก เผยแพร่อุดมการณ์ทางการเมือง
• มีความ Anti Climax มากข้ึน ท้งั บทบาทการแสดง และบทภาพยนตร์
• ค.ศ.1970 ฮอลลีวดู้ ไม่ไดเ้ ป็นศูนยก์ ลางอตุ ฯภาพยนตร์อีกต่อไป (TVTV)
• การจดั จาหน่ายเปล่ียนไป (Global Distribution Distribution)
• ยคุ 1980-1990 ผชู้ มมีอายตุ ่าลง ผกู้ ากบั หนา้ ใหม่เกิดข้ึนมากมาย, มีเทคนิคการผลิต

และออกแบบเน้ือหา ภาย แสงและสี ไดด้ ีข้ึน
• การกาหนดเรตติ้ง (RatingRating)

การจดั เรตของภาพยนตร์ (Film Ratings) เป็นการจดั ระดบั ตามตามเน้ือหาและฉาก
ของภาพยนตร์ จุดประสงค์เพื่อกาหนดความเหมาะสม ของการเขา้ ชมภาพยนตร์สาหรับ
เด็กและเยาวชน แต่ละประเทศมีลกั ษณะมาตรฐานวิธีจดั แบ่งแตกต่างกนั ไปในปัจจุบนั
ท่ีเป็นสากลและไดร้ ับการยอมรับมากที่สุดคือ มาตรฐานของสหรัฐอเมริกาและของประเทศ
ไทยเราจัดเรตภาพยนตร์ (Film Ratings) โดยกระทรวงวฒั นธรรรม ตามมติท่ีประชุม
คณะรัฐมนตรี ได้มีมติเห็นชอบกฎกระทรวงประกอบพระราชบัญญัติ ภาพยนตร์และ
วีดิทศั น์ พ.ศ.2551 ใน ส่วนการจดั เรตติ้งภาพยนตร์ออกเป็ น 7 ประเภท โดยกระทรวง
วฒั นธรรมจะจดั ทาสัญลกั ษณ์ไว้ 6 สัญลกั ษณ์ (คือ เรต 1- เรต 6) กระทรวงวฒั นธรรม
(2530 อา้ งถึงใน ยทุ ธพงษ์ สืบภกั ดี, 2553) ดงั น้ี

• เรต 1 “ส ส่งเสริม” ภาพยนตร์ท่ีส่งเสริมการเรียนรู้และควรส่งเสริมให้มี
การดู

• เรต 2 “ท ทวั่ ไป” ภาพยนตร์ที่เหมาะสมกบั ผดู้ ูทวั่ ไป
• เรต 3 “น 13+” ภาพยนตร์ท่ีเหมาะสมกบั ผมู้ ีอายตุ ้งั แต่ 13 ปี ข้ึนไป
• เรต 4 “น 15+” ภาพยนตร์ท่ีเหมาะสมกบั ผมู้ ีอายตุ ้งั แต่ 15 ปี ข้ึนไป
• เรต 5 “น 18+” ภาพยนตร์ท่ีเหมาะสมกบั ผมู้ ีอายตุ ้งั แต่ 18 ปี ข้ึนไป
• เรต 6 “ฉ 20+” ภาพยนตร์เรื่องน้ี ห้ามผูม้ ีอายุต่ากว่า 20 ปี ดู (ตรวจบตั ร

ประชาชน)
• เรต 7 ภาพยนตร์ท่ีหา้ มเผยแพร่ในราชอาณาจกั ร

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

59

ภำพท่ี 1.25 ตวั อยา่ งสญั ลกั ษณ์ใชจ้ ดั เรตติ้งภาพยนตร์
ที่มา: MGR Online, 2009

นบั ต้งั แต่ ค.ศ.1980-ปัจจุบนั หากศึกษาเฉพาะ “ตระกูลภาพยนตร์” (genregenre) มีภาพยนตร์ตระกลู
ใหม่ๆ (new genre genre) เกิดข้ึนมากมายตามบริบททางสังคมท่ีมีการเปลี่ยนแปลง เน่ืองจากทศวรรษท่ี 80
เศรษฐกิจเติบโต ธุรกิจภาพยนตร์จึงเนน้ ภาพยนตร์ท่ีใชท้ ุนในการสร้างสูง เนน้ ความบนั เทิง มีการโฆษณา
แฝงใน ภาพยนตร์ และขายสินคา้ อ่ืนๆ ควบคู่กบั ภาพยนตร์ (Cross-promotional Advertising) เช่น ขายเพลง
ประกอบภาพยนตร์ (Sound Track), ขายสินคา้ ลิขสิทธ์ิ (Licensed Merchandise เป็นตน้ (ภสั สร สงั ขศ์ รี, 2559)

ท้งั น้ีปัจจุบนั มีการเปลี่ยนแปลงท่ีสาคญั คือ การขยายตวั ของเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ และการใช้
อินเตอร์เน็ตซ่ึงเร่ิมตน้ คร้ังแรกในปี 1991 ธุรกิจภาพยนตร์ไดน้ าเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์มาใชใ้ นภาพยนตร์
รูปแบบของการใชเ้ ทคนิคพิเศษต่างๆ หรือกระทงั่ การนากลบั มาของภาพยนตร์ท่ีไดร้ ับความนิยมในอดีตมา
ลงบนจอหรื อเทคโนโลยีคอมพิวเตอร์ อีกคร้ัง (ภัสสร สังข์ศรี , 2559) ท้ังน้ีมีรู ปแบบที่หลากหลาย
ประกอบดว้ ย

1. ภาพยนตร์เนน้ เทคนิคพิเศษ (Special Effect)
หน่ึงในเสน่ห์อมตะของภาพยนตร์สุดคลาสสิกไม่วา่ จะเป็น Back To The Future , Star Wars

หรือแมแ้ ต่ Jurassic Park นอกเหนือไปจากเน้ือเรื่องแล้ว นั่นก็คือเทคนิคการถ่ายทาที่ช่วยสร้าง
อารมณ์ร่วมอย่างสมจริงโดยท่ีในยุคน้ันการทา CG ยงั ไม่แพร่หลายและรุ่งเรืองอย่างทุกวนั น้ี
โดยตวั อยา่ งภาพยนตร์ท่ีมีการใช้ (Special Effect) ประกอบในภาพยนตร์ (Little Swan, 2020) เช่น

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

60

• Star Wars: A New Hope (ปี 1977) มีการนากระจกมาติดไวท้ ่ีด้านข้างของยาน
เพอ่ื ใหด้ ูเหมือนกาลงั บินอยจู่ ริงๆ

• Back To The Future Part II (ปี 1989) ทีมงานเหล่าน้ีคือเบ้ืองหลงั แจค็ เกต็ ปรับขนาด
อตั โนมตั ิ

• Star Wars: The Phantom Menace (ปี 1999) เบ้ืองหลงั ผูช้ มในสเตเดียมคือเหล่าหุ่น
ตวั เลก็ ตวั นอ้ ยน้ี

• Jurassic Park (ปี 1993) มีการสร้างหุ่นที่มีขนาดเท่าของจริงของไดโนเสาร์เพื่อมา
เขา้ ฉาก

• ภาคแรกของการถ่ายทา Star Wars (ปี 1977 – 1983) ฉากหลงั ท้งั หมดถูกวาดข้ึน
ดว้ ยมือ เพือ่ นามาประกอบเทคนิคการถา่ ยทาและสร้างซีนที่น่าตื่นตาต่ืนใจ เป็นตน้

2. ภาพยนตร์ Blockbuster Popcorn Movie
เป็ นหนังฟอร์มใหญ่ ทุนสูง ทาแล้วคาดว่าต้องเป็ นที่นิยม ทารายได้ถล่มทลาย เช่น
Transfomer, Avatar เป็นตน้

3. ภาพยนตร์คลาสสิคร่วมสมยั
เป็นภาพยนตร์ต่างประเทศที่ไดร้ ับความนิยม และข้ึนแท่นตานานภาพยนตร์ที่ควรค่าแก่การ

ดู ในปัจจุบนั ถูกนากลบั มาเผยแพร่อีกคร้ังในแพลตฟอร์มอย่าง Netflix ซ่ึงได้นาภาพยนตร์แก๊ง
สเตอร์ระดับข้ึนหิ้งอย่าง The Godfather ของผู้กากับ ฟรานซิส ฟอร์ด คอปโปลา มาลงใน
แพลตฟอร์มของตนเอง พร้อมดว้ ยภาพยนตร์คลาสสิกเรื่องอื่นๆ ที่กาลงั จ่อคิวเขา้ ฉายอีกมากมายท้งั
Vertigo (1958), Psycho (1960), Schindler’s List (1960) ฯลฯ (สุพฒั น์ ศิวะพรพนั ธ์, 2563)

เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

61

ภำพที่ 1.26 THE STANDARD POP รวม 10 ผลงานเก่าระดบั ตานาน
ท่ีมา: พรวลี จว้ งพฒุ ซา, 2563

4. Action Heroes Movies เช่น Rogue City, The Old Guard เป็นตน้
5. วรรณกรรม (เยาวชน) สู่ภาพยนตร์ เช่น แวมไพร์ ทไวไลท์ (Twilight), Harry Potter เป็นตน้
6. วรรณกรรมคลาสสิคสู่ภาพยนตร์ เช่น The Lord of the Rings, Narnia อภินิหารตานานแห่ง

นาร์เนีย, (The Da Vinci Code) รหสั ลบั ระทึกโลก
7. ภาพยนตร์ Rom Com คือ ภาพยนตร์ที่มีแนวทางสอดคลอ้ งกบั ภาพยนตร์โรแมนติกคอเมด้ีเป็น

หมวดหมู่ท่ีทาให้ผูช้ มตกหลุมรักง่ายที่สุด เพราะสวยงามไปดว้ ยความรัก ตลกขบขนั มีฉาก
ซาบซ้ึงกินใจดูไดส้ นุกๆ โดยท่ีไม่ตอ้ งคิดอะไร (สิรินารถ อินทะพนั ธ์, 2562) เช่น

เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

62

- 10 Things I Hate About You (1999)
- Notting Hill (1999)
- Bridget Jones’s Diary (2001)
- 50 First Dates (2004)
- The Holiday (2006)
8. ภาพยนตร์ตลกสัปดน เช่น
- Some Like It Hot
- There’s Something About Mary (1998)
- The Hangover (2009)
- Home Alone (1990)
- Johnny English (2003)
- There's Something About Mary (1998)
9. Comic – Movies
10. วดิ ีโอเกมส์สู่ภาพยนตร์
11. ภาพยนตร์ ANIMATION 2 D 3 D
12. ภาพยนตร์สยองขวญั Slasher Turture Film
13. Mockumentary Film คือ ภาพยนตร์ล้อเลียน เช่น Troll Hunter, แบลร์ วิทช์ (The Blair Witch
Project) เป็นตน้
14. New Era Film คือ ภาพยนตร์ยคุ ใหม่ท่ีมีการใชเ้ ทคนิค หรือองคป์ ระกอบจากเคร่ืองมือใหม่มาใช้
สร้างสรรคใ์ ห้ภาพยนตร์มีความแปลกใหม่ น่าตื่นเตน้ และตอบโจทยค์ นดูในยุคปัจจุบนั มาก
ที่สุด

ท้งั น้ีกล่าวไดว้ ่าภาพยนตร์ยุคทศวรรษ 60 ผ่านมาจวบจนถึงปัจจุบนั ของภาพยนตร์ต่างประเทศมี
วิวฒั นาการและตน้ กาเนินที่น่าท่ึง จากผูส้ ร้างสรรคแ์ ละออกแบบเคร่ืองมือต่างๆ กระทงั่ การออกแบบและ
ผลิตภาพยนตร์หน่ึงเรื่อง ลว้ นแลว้ แต่ผา่ นกระบวนการท่ีสลบั ซบั ซอ้ น ยากบา้ งง่ายบา้ งคละกนั ไป จนปัจจุบนั
ท่ีผูเ้ รียนทุกคนไดเ้ ห็นวา่ หลายต่อหลายเรื่องของภาพยนตร์ต่างประเทศไดร้ ับคาชื่นชม รวมถึงรางวลั การันตี
ความสาเร็จจากผลงานมากมาย กระทงั่ ความสามารถในการดีไซน์ตวั ละคร การปรับเปรียนแนวทางการเล่า
เร่ือง การใช้ effect เขา้ ไปในเร่ืองเพื่อเพิ่มความน่าตื่นตาต่ืนใจ สร้างเน้ือหาให้สอดรับกบั เทคโนโลยีใหม่ท่ี
เกิดข้ึน ซ่ึงกจ็ ะเห็นไดช้ ดั เลยวา่ การพฒั นาในดา้ นต่างๆ เหลา่ น้ี ส่งผลใหผ้ ลงานในอดีตหลายๆ เรื่องไดก้ ลบั มา
ฉายอีกคร้ังบนจอเทคโนโลยหี รือแพลตฟอร์มท่ีถูกพฒั นามาจนสามารถอานวยความสะดวกสบายใหก้ บั ผชู้ ม
นบั เป็นส่ิงท่ีตอบโจทยใ์ หผ้ ชู้ มไดด้ ูหนงั เก่าที่ตนช่ืนชอบและคิดถึงง่ายยง่ิ ข้ึน

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

63

1.5 บทสรุป

ภาพยนตร์เป็นส่ือที่สาคญั รูปแบบหน่ึง มีไวเ้ พ่ือใหค้ วามบนั เทิง ช่วยบรรเทาความเครียดใหก้ บั ผเู้ ขา้
ชม ซ่ึงหลายต่อหลายเร่ืองนับเป็ นผลงานคุณภาพท่ีการันตีความสามารถของผูส้ ร้าง รวมไปถึงการันตีว่า
เน้ือหาหรือบทท่ีทาออกมาน้นั ผูผ้ ลิตต้งั ใจและให้ความสาคญั กบั ชิ้นงาน กบั คนดูมากนอ้ ยเพียงใด ในส่วน
ของภาพยนตร์ต่างประเทศก็ปรากฎใหเ้ ห็นอยหู่ ลากหลายเร่ือง ดงั น้นั ผเู้ ขียนมองวา่ ทุกๆ คร้ังท่ีเราไดเ้ ขา้ ไปดู
ภาพยนตร์ อยากให้ทุกคนต้งั ใจดูจนจบ ดูไปจนถึง End Credit ท้งั น้ีก็เพ่ือเป็ นกาลงั ใจให้กบั ผูผ้ ลิตทุกคนมี
กาลงั ใจในการสร้างสรรคผ์ ลงานศิลปะดีๆ แบบน้ีต่อไป

ยอ้ นกลบั ไปเหตุผลที่ผูเ้ รียนภาพยนตร์ทุกคนตอ้ งรู้เกี่ยวกบั ท่ีมาที่ไปหรือตน้ กาเนิดของภาพยนตร์
ต่างประเทศ เพราะสื่อต่างๆ ท่ีมารูปแบบของภาพหรือแมก้ ระท้งั เครื่องมือ ซ่ึงถูกนามาใช้ในการถ่ายทา
สร้างสรรคภ์ าพยนตร์ลว้ นแต่มีตน้ กาเนิดจากผูส้ ร้างชาวต่างชาติ ท่ีสาคญั ก็คือผูเ้ รียนจะไดเ้ รียนรู้ถึงเทคนิค
การออกแบบ กระบวนการ และการสร้างสรรคง์ านภาพยนตร์ในหลากหลายรูปแบบ ท้งั ในส่วนของการ
ดีไซน์บท ภาพ อตั ราการวางภาพ วิธีการออกแบบอารมณ์ตวั ละคร ตลอดจนไดเ้ รียนรู้วิธีการใชเ้ คร่ืองมือ
สาหรับผลิตภาพยนตร์ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพมากยงิ่ ข้ึน

1.6 คำถำมท้ำยบท

1. เคร่ืองฉายหนงั หรือภาพยนตร์ในยคุ โบราณที่มีคุณสมบตั ิฉายภาพเคลื่อนไหวได้ มีช่ือเรียกวา่ อะไร
บุคคลใดเป็นผปู้ ระดิษฐ์ และใชห้ ลกั การทางานอยา่ งไร จงอธิบาย

2. “camera obscura” นบั เป็นกล่องถ่ายภาพชนิดแรกมีช่ือเรียกตามภาษาละตินวา่ อะไร และลกั ษณะ
ของภาพถา่ ยท่ีปรากฏออกมาหลงั การถา่ ยเป็นอยา่ งไร จงอธิบาย

3. การเห็นภาพติดตา (Persistence of Vision) เป็ นหลกั ในการสร้างภาพยนตร์ไดอ้ ย่างไร จงอธิบาย
มาพอสงั เขปฯ

4. อตั ราการบนั ทึกภาพ 16เฟรม/1วินาที เวน้ จงั หวะการเดินดว้ ยการ "กวกั " เป็นคุณสมบตั ิของกล่าง
ถ่ายภาพชนิดใด

5. “Silent Film” หรือ “หนงั เงียบ” ภาพยนตร์เร่ืองแรกบนโลกมีช่ือเรื่องวา่ อะไร และปัจจุบนั ถูกเก็บ
รักษาไว้ ณ สถานท่ีใด

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

64

เอกสำรอ้ำงองิ

คริสโตเฟอร์ McKittrick. (2565). ภำพเคล่ือนไหวจำกสีดำและสีขำวเป็ นอย่ำงไร. สืบคน้ เม่ือ
18 พฤษภาคม 2565, จาก https://th.eferrit.com/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%.

ฐณยศ โล่ห์พฒั นานนท,์ วรลกั ษณ์ กลา้ สุคนธ และศกั ด์ิสิทธ์ิ ทวกี ลุ . (2561). ภำพยนตร์กบั ทฤษฎแี ห่ง
ควำมบันเทิง Cinema and the Theory of Entertainment. สืบค้นเมื่อ 18 พฤษภาคม 2565, จาก
https://commarts.dpu.ac.th/journal/upload/issue/b6KAWeD4wR.

ณฐั พจี ประภารัตน์ และคณะ. (2557). กำรสร้ำงสรรค์ภำพยนตร์ส้ันแนวตลกร้ำย เรื่อง “Begin
Again” สืบคน้ เมื่อ 18 พฤษภาคม 2565, จาก http://ir.swu.ac.th/jspui/bitstream/123456789/
15612/1/COSCI_2557_Natpajee_P.pdf.

เดก็ ไทย-เยอรมนั ขอนแก่น. (2554). จำลองกำรเปลย่ี นแปลงของโลโกค่ำยหนัง Warner Bros.
สืบคน้ เมื่อ 18 พฤษภาคม 2565, จาก http://topicstock.pantip.com/ chalermthai/topicstock/
2011/07/A10799687/A10799687-8.jpg.

นฤมล ขนั ทะสีมา. (2544). Filmstrips. สืบคน้ เม่ือ 18 พฤษภาคม 2565, จาก http://sps.lpru.ac.th/
script/show_article.pl?mag_id=6&group_id=29&article_id=275.

บญั ญพนต์ พลู สวสั ด์ิ. (2561). เปิ ดกรุตำนำนภำพยนตร์สยองขวญั ในยุคหนังเงียบ Silent Film.
สืบคน้ เมื่อ 18 พฤษภาคม 2565, จาก http://www.lovedesigner.net/silent-film-horror-movies/.

พพิ ษิ ณ์ สิทธิศกั ด์ิ. (2555). ควำมหมำยและหลกั กำรเกดิ ภำพเคล่ือนไหว. สืบคน้ เม่ือ 18 พฤษภาคม
2565, จาก https://filmv.wordpress.com/unit-1/%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%.

พิทกั ษ์ ปานเปรม. ประวตั ิศาสตร์และพฒั นาการ (ภาพยนตร์ต่างประเทศ). สไลด์ประกอบกำรสอน
รำยวชิ ำ ภำพยนตร์ศึกษำ (Film Study). (2564).

ภสั สร สงั ขศ์ รี. ควำมสัมพนั ธ์ระหว่ำงพฒั นำกำรของภำพยนตร์กบั บริบททำงสังคม. Kasem Bundit
Journal Volume1. (2 กรกฎาคม 2559).

ยทุ ธพงษ์ สืบภกั ดี. (2553). กำรจดั เรตภำพยนตร์ (Film Ratings). สืบคน้ เมื่อ 18 พฤษภาคม 2565,
จาก http://www.yuttapong.com/?p=199.

เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

65

วีรวรรณ จนั ดาวรรณ. (2008). แสดงภำพจำลองเคร่ืองฉำยฟิ ล์มสตริป. สืบคน้ เมื่อ 18 พฤษภาคม
2565, จาก http://www.edu.nu.ac.th/wbi/355201/p77-5.html.

สารานุกรมไทย. (มปป). ววิ ฒั นำกำรของแอนิเมชัน. สืบคน้ เม่ือ 18 พฤษภาคม 2565, จาก
https://www.saranukromthai.or.th/sub/book/book.php?book=36&chap=7&page=t36-7-
infodetail02.html.

สิรินารถ อินทะพนั ธ์. (2562). ภำพยนตร์รอมคอมเก่ำๆ ท่ีหยบิ มำดูในวนั ใหม่ๆ หัวใจกย็ งั สนุก. สืบคน้ เม่ือ
18 พฤษภาคม 2565, จาก https://themomentum.co/romantic-comedy-to-watch-again/.

สุพฒั น์ ศิวะพรพนั ธ์. (2563). ‘เก่ำแต่เก๋ำ’ รวม 10 ภำพยนตร์คลำสสิกจำก Netflix ทีท่ ำให้เรำต่ืนเต้นได้เสมอ
แม้เวลำจะผ่ำนมำแล้วหลำยสิบปี . สืบคน้ เมื่อ 18 พฤษภาคม 2565, จาก https://thestandard.co/
10-netflix-classic-movies/.

อิศรินทร์ อินทะจนั ทร์. (2564). นิเกลิ โลเดยี น โรงมหรสพสำหรับฉำยภำพยนตร์ โดยตรงโรงแรกในอเมริกำ.
สืบคน้ เมื่อ 18 พฤษภาคม 2565, จาก https://www.fapot.or.th/ main/information/
article/view/774.

Arnoldbangkok. (2015). ประวัตศิ ำสตร์ภำพยนตร์. สืบคน้ เมื่อ 18 พฤษภาคม 2565, จาก
https://arnoldbangkok.wordpress.com/2015/12/10/400/.

ATLANTA JEWISH TIMES. (2016). ‘Jazz Singer’ Sounded the Start of a Revolution. สืบคน้ เม่ือ
1 8 พ ฤ ษ ภ า ค ม 2 5 6 5 , จ า ก https://www.atlantajewishtimes.com/jazz-singer-sounded-start-
revolution/.

BetaSeries. (2022). โปสเตอร์ภำพยนตร์ “La Maison Ensorcelée”. สืบคน้ เม่ือ 18 พฤษภาคม 2565,
จาก https://www.betaseries.com/en/movie/34804-la-maison-ensorcelee.

Candid Themes. (2016). Modern Times (1936). สืบคน้ เมื่อ 18 พฤษภาคม 2565, จาก https://raremeat.blog/
modern-times-1936/.

Filmaffinity. (2020). The Boxing Cats (Prof. Welton's) (S). ภำพปกจำกภำพยนตร์ส้ันเร่ือง “The Boxing
Cats”. สืบคน้ เม่ือ 18 พฤษภาคม 2565, จาก https://www.filmaffinity.com/ au/film229463.html.

Isriya Paireepairit. (2018). ปิ ดตำนำน Time Warner เปลยี่ นชื่อบริษทั เป็ น Warner Media หลงั
ขำยกจิ กำร. สืบคน้ เมื่อ 18 พฤษภาคม 2565, จาก https://brandinside.asia/warner-media/.

เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

66

Little Swan. (2020). 15 ภำพที่จะทำให้คุณต้องท่ึงกบั เทคนิคกำรสร้ำง “Special Effect” ก่อนทยี่ ุค CG
จะแพร่หลำย. สืบคน้ เมื่อ 18 พฤษภาคม 2565, จาก https://www.wegointer.com/2020/01/15-
photos-that-show-how-special-effects-were-done-in-the-past/.

Mary Bellis. (มปป). Eadweard Muybridge. สืบคน้ เมื่อ 18 พฤษภาคม 2565, จาก https://th.eferrit.com/
eadweard-muybridge/.

MGR Online. (2009). จดั เรตตงิ้ หนังส่อวุ่น ผู้สร้ำงแห่ปรึกษำ สวช.เพยี บ เหตุโลโก้ไม่ลงตัว.
สืบคน้ เม่ือ 18 พฤษภาคม 2565, จาก https://mgronline.com/qol/detail/9520000091240.

Preeyapanoos. (2018). ควำมแตกต่ำงระหว่ำง Movie, Film และ Cinema. สืบคน้ เมื่อ 18 พฤษภาคม 2565,
จาก https://www.trueplookpanya.com/blog/content/66420/-blo-laneng-lan-.

Plookpedia. (2017). พนี่ ้องลมู ิแอร์คดิ ค้นกล้องถ่ำยและฉำยภำพยนตร์ในตัวเดยี วกนั ได้สำเร็จ. สืบคน้ เม่ือ
18 พฤษภาคม 2565, จาก https://www.trueplookpanya.com/blog/content/56583/-timhis-tim-tec-.

likitkabua. (2010). ยุคหนังเสียง (ค.ศ.1928-1945). สืบคน้ เม่ือ 18 พฤษภาคม 2565, จาก
https://postproduction52.wordpress.com/.

SARAH PRUITT. (2018). The Lumière Brothers, Pioneers of Cinema. สืบคน้ เม่ือ 18 พฤษภาคม
2565, จาก https://www.history.com/news/the-lumiere-brothers-pioneers-of-cinema.

StarLord4K. (2018). สัดส่วนภำพยนตร์ 101 : ทำไมหนังบำงเรื่องถงึ มขี อบดำ บำงเร่ืองถงึ ไม่มี.
สืบคน้ เม่ือ 18 พฤษภาคม 2565, จาก https://minimore.com/b/KTfUw/9.

Supissr. (2017). ววิ ฒั นำกำรของกำรถ่ำยภำพ. สืบคน้ เมื่อ 18 พฤษภาคม 2565, จาก
http://photographersn.blogspot.com/2017/01/blog-post.html.

Swapnil Dhruv Bose. (2022). The Black Maria: America's first film studio. สืบคน้ เม่ือ
18 พฤษภาคม 2565, จาก https://faroutmagazine.co.uk/black-maria-america-first-film-studio/.

Timeless History. (2019). Magic Lantern เครื่องฉำยหนังแห่งยุคเก่ำ. สืบคน้ เม่ือ 18 พฤษภาคม
2565, จาก https://www.blockdit.com/posts/5d5515d77e5d5619a0430bf7.

Timeless History. (2019). ฮอลลวี ดู อตุ สำหกรรมภำพยนตร์โลก ตอนท่ี 3. สืบคน้ เมื่อ 18 พฤษภาคม
2565, จาก https://www.blockdit.com/posts/5c8be2559511a50b79ab3f98.

เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

67
Vi Whitmire For IPHF. (มปป). EADWEARD MUYBRIDGE. สืบคน้ เม่ือ 18 พฤษภาคม 2565, จาก

https://iphf.org/inductees/eadweard-muybridge/.
Voice Online. (2012). รำลกึ Eadweard J. Muybridge 182 ปี ผู้ให้กำเนิดภำพเคล่ือนไหว.

สืบคน้ เมื่อ 18 พฤษภาคม 2565, จาก https://www.voicetv.co.th/read/35994.

เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

68

แผนกำรสอนประจำบทท่ี 2

1. หัวข้อเนื้อหำประจำบท
1.1 พฒั นาการการเดินทางของภาพยนตร์ไทยในแต่ละยคุ สมยั
1.2 รูปแบบของโรงภาพยนตร์
1.3 องคก์ รหรือคา่ ยที่ดาเนินการผลิตภาพยนตร์ในไทย
1.4 ประเภทของภาพยนตร์ไทย
1.5 ปัญหาในอตุ สาหกรรมภาพยนตร์ไทย
1.6 ความมงั่ คงของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย
1.7 บทสรุป
1.8 คาถามทา้ ยบท

2. วตั ถุประสงค์
2.1 เพอ่ื ใหน้ กั ศึกษามีความรู้ ความเขา้ ใจและไดเ้ รียนรู้เกี่ยวกบั ตน้ กาเนินของภาพยนตร์ไทยในอดีต
2.2 เพอื่ ใหน้ กั ศึกษาไดเ้ รียนรู้ถึงกระบวนการในการผลิตภาพยนตร์ไทยเบ้ืองตน้ จากผสู้ ร้างผลงานใน
อดีต
2.3 นกั ศึกษามีความรู้ ความเขา้ ใจเกี่ยวกบั วิธีการเล่าเรื่องผา่ นตวั ละครในภาพยนตร์ใหต้ อบโจทยก์ บั
กลุม่ ผชู้ มเป้าหมาย
2.4 เพื่อให้นกั ศึกษาไดเ้ รียนรู้และเขา้ ใจวิธีการแกไ้ ขปัญหาที่อาจเป็ นอุปสรรคเ์ บ้ืองตน้ ในการผลิต
ภาพยนตร์
2.5 เพ่ือให้นกั ศึกษาสามารถสร้างสรรคผ์ ลงาน ดาเนินการผลิตภาพยนตร์ใหบ้ รรลุตามวตั ถุประสงค์
ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ

เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

69

3. วิธีกำรสอน

3.1 บรรยาย แลกเปล่ียนความคิดเห็น
3.2 ถาม – ตอบ ก่อน ระหวา่ ง และหลงั การบรรยาย
3.3 นกั ศึกษาช่วยกนั ตอบคาถามในช้นั เรียนจากเคสตวั อยา่ งในเน้ือหาที่บรรยายหรือกรณี ยกตวั อยา่ ง
จากเคสอื่นๆ ท่ีมีความเกี่ยวขอ้ งกบั บทเรียน
3.4 สรุปบทเรียน
3.5 ทาแบบฝึกทา้ ยบทเรียน

4. กจิ กรรม

4.1 สอบถามความเขา้ ใจเบ้ืองตน้ เก่ียวกบั เน้ือหาที่จะสอนก่อนเริ่มอธิบายรายวิชา
4.2 แนะแนวและอธิบายแผนการสอนประจาบท
4.3 ถาม – ตอบ ก่อน ระหวา่ ง และหลงั การบรรยาย
4.4 นกั ศึกษาช่วยกนั ตอบคาถามในช้นั เรียนจากเคสตวั อยา่ งในเน้ือหาท่ีบรรยายหรือกรณี ยกตวั อยา่ ง
จากเคสอ่ืนๆ ที่มีความเกี่ยวขอ้ งกบั บทเรียน
4.5 มอบหมายงานให้นกั ศึกษากลบั ไปหาภาพยนตร์ไทยในอดีตใหห้ ลงั 10 ปี และภาพยนตร์ไทยใน
ปัจจุบนั ท่ีชื่นชอบและประทบั ใจมาช่วงเวลาละ 1 เรื่อง พร้อมบอกประเภทของภาพยนตร์ (Film
Genre) เน้ือหาโดยยอ่ และเหตุผลท่ีชอบมาพอสงั เขป ฯ
4.6 ทาแบบฝึกทา้ ยบทเรียน

5. ส่ือกำรเรียนกำรสอน

5.1 PowerPoint
5.2 case study

6. กำรวัดและกำรประเมนิ ผล

6.1 ประเมินผลจาก การเขา้ หอ้ งเรียน รวมถึงสังเกตความสนใจในการเรียน
6.2 ประเมินผลจาก Assignment การทาแบบฝึกหดั ที่มอบหมาย
6.3 ประเมินผลจากการสอบ Midterm และ Final ซ่ึงเป็นตวั วดั ความเขา้ ใจในช้นั เรียนท้งั หมด

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

70

บทที่ 2
ประวตั ศิ ำสตร์และพฒั นำกำร (ภำพยนตร์ไทย)

“ภาพยนตร์” เป็นสื่อที่มีช่ือเรียกในภาษาองั กฤษอยหู่ ลายคา เช่น Motion Picture, Cinema, Film และ
Movie ซ่ึงมีนิยามความหมายวา่ เป็นกระบวนการบนั ทึกภาพดว้ ยฟิ ลม์ (Film) หรืออุปกรณ์อ่ืนๆ ท่ีสอดคลอ้ ง
กบั เทคโนโลยใี นแต่ละยคุ สมยั แลว้ นาฟิ ลม์ ออกมาฉายเพือ่ ถา่ ยทอดเรื่องราวต่างๆ ในลกั ษณะภาพเคล่ือนไหว
(Motion Pictures) โดยเน้ือหาของภาพยนตร์อาจเป็ นเหตุการณ์ท่ีเกิดข้ึนจริง หรือเป็นเรื่องราวที่มีการแสดง
เหมือนจริง หรือการสร้างภาพจากจินตนาการของผูส้ ร้าง เพ่ือให้ผูช้ มเกิดอารมณ์ร่วมไปกบั ภาพยนตร์
ในขณะรับชม

ถือไดว้ า่ เป็นส่ือท่ีทรงพลงั มีบทบาทสาคญั ต่อมนุษยม์ าเป็นระยะเวลานานนบั ต้งั แต่ก่อกาเนิดเกิดข้ึน
บนโลกใบน้ี ปรากฏการณ์และความหลากหลาย ทางวฒั นธรรมของแต่ละชาติแต่ละภาษา ถูกส่งผา่ นมาทาง
ภาพยนตร์เป็นระยะเวลานบั ร้อยปี เป็นส่ือที่ผสมผสานไปดว้ ยความบนั เทิง (Entertainment) ความเป็นศิลปะ
(Arts) และความเป็นพาณิชย(์ Commercial) อยดู่ ว้ ยกนั อยา่ งลงตวั มีการปรุงแต่งภาพของวิถีชีวิต สังคมและ
วฒั นธรรม จน กลายเป็ นภาพยนตร์แนวต่างๆ ท่ีทรงพลงั ในการเล่าเร่ืองมากมายให้กบั สังคมผ่านภาพและ
เสียง (ปรัชญา เปี่ ยมการุณ, 2555)

ปัจจุบนั จานวนภาพยนตร์ไทยที่ผลิตและฉายออกสู่ตลาดในแต่ละปี อยู่ท่ี 50-70 เร่ือง ซ่ึงถือเป็ น
จานวนน้อยหากเทียบกบั ญ่ีป่ ุนและเกาหลีใต้ และเท่าๆ กบั ฮ่องกงท่ีมีจานวนประชากรน้อยกว่า หน่ึงใน
ปัญหาของภาพยนตร์ไทยยงั อยู่ที่การผูกขาดของระบบโรงฉายที่มีตวั แทนไม่กี่บริษทั โรงภาพยนตร์ใน
ต่างจงั หวดั ท่ีอยใู่ นระบบสายหนงั ซ่ึงยงั ไม่เปิ ดโอกาสให้ภาพยนตร์ใหม่ๆ ของผูก้ ากบั อิสระที่ไม่ข้ึนกบั ค่าย
หนัง สภาพเศรษฐกิจเป็ นอีกปัจจัยหน่ึงท่ีส่งผลกระทบต่อผูบ้ ริโภคให้ต้องเลือกอย่างถ้วนถี่เมื่อจะชม
ภาพยนตร์สักเรื่อง ประเทศไทยติดอนั ดบั ตว๋ั ภาพยนตร์ราคาสูงเมื่อเทียบกบั ค่าครองชีพ นอกจากน้ี การเผชิญ
กับยุคดิจิทัลท่ีเปลี่ยนแปลงวิถีชีวิตของผูค้ น เกิดความบันเทิงในรูปแบบของออนไลน์สตรีมิ่ง (online
steaming) ท่ีสามารถตอบโจทยช์ ีวติ ในยคุ สมยั ที่เปลี่ยนไปไดซ้ ่ึงผลกระทบต่ออตุ สาหกรรมภาพยนตร์ทวั่ โลก
ไม่เฉพาะแคใ่ นประเทศไทย (Documentary Club, มปป)

บุญรักษ์ บุญญะเขตมาลา อ้างถึงใน (กาจร หลุยยะพงศ์ และสมสุข หินวิมาน (2552) กล่าวว่า
“ภาพยนตร์ เป็นศิลปะแขนงท่ี 7 (film as seventh art) ถือเป็นอตั ลกั ษณ์ของชาติเพราะมองวา่ ภาพยนตร์เป็น
ศาสตร์แขนงหน่ึงไม่ต่างจากการแสดงเตน้ รา สถาปัตยกรรม ภาพเขียน ดนตรีและวรรณกรรม โดยจะนา
ศิลปะขา้ งตน้ ผสานรวมเขา้ มาในภาพยนตร์ อีกท้งั การใชศ้ ิลปะแห่งภาพและเสียง รังสรรคโ์ ลกจินตนาการ

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

71

เป็ นภาพความจริงผ่านทางสายตาของผูช้ ม และที่สาคญั ศิลปะแห่งภาพยนตร์น้นั เร้าอารมณ์ความรู้สึกของ
ผชู้ มไดอ้ ยา่ งสมจริง (ปรัชญา เปี่ ยมการุณ, 2555)

จาเริญลกั ษณ์ ธนะวงั นอ้ ย อา้ งถึงใน (รักตระกูล ภิรักจรรยากุล (2560) กล่าวไวว้ ่า “บทบาทในการ
บนั ทึกสังคมของภาพยนตร์ไทย” ซ่ึงมีใจความสาคญั คือ ภาพยนตร์เป็ นส่ือที่มีการบนั ทึกภาพเคลื่อนไหว
และเสียงท่ีมีกระบวนการสร้างอยา่ งสมจริง จึงทาใหเ้ น้ือหาในภาพยนตร์มีความน่าเช่ือถือ อีกท้งั ภาพยนตร์ยงั
สามารถนามาฉายซ้าไดใ้ นภายหลงั ภาพยนตร์จึงเหมาะแก่ใชเ้ ป็ นหลกั ฐานเพ่ือการ คน้ ควา้ เร่ืองต่างๆ เช่น
เร่ืองของตวั ละครท่ีเก่ียวขอ้ ง และผูกข้ึนจากชีวิตจริงของคนในสังคม การแต่งกาย ภาษาที่ใช้ ฉากสถานท่ี
เป็นตน้ ดว้ ยเหตุน้ีภาพยนตร์จึงสามารถนามาใชเ้ ป็นหลกั ฐานทางประวตั ิศาสตร์ของเหตุการณ์ต่างๆ ท่ีเกิดข้ึน
ในสงั คมที่ภาพยนตร์เร่ืองน้นั ๆ ถูกผลิตร่วมยคุ สมยั อยไู่ ด้ เนื่องจากภาพยนตร์มีบทบาทสาคญั ในการเป็นสื่อท่ี
แสดงออกทางวฒั นธรรมของทุกชนช้ันในสังคม (Mass Mediated Culture) และเป็ นประสบการณ์ร่วม
(Collective Experience) ของคนในสงั คม ณ ช่วงเวลาเดียวกนั (รักตระกลู ภิรักจรรยากลุ , 2560)

ท้งั น้ีการเร่ิมตน้ และเติบโตของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในเมืองไทย เกือบเป็นไปในลกั ษณะคู่ขนาน
กบั การเริ่มตน้ และเติบโตของภาพยนตร์ในส่วนต่างๆ ของโลก การสร้างหนงั ในเมืองไทยกเ็ ริ่มตน้ และพฒั นา
ไปพร้อมๆ กบั พฒั นาการของหนงั ในต่างประเทศ เป็ นสื่อแห่งความบนั เทิงนอกบา้ นที่มีลกั ษณะเป็ นมรดก
ทางวฒั นธรรม สามารถสะทอ้ นภาพที่เกิดข้ึนในบริบทของสังคมไทยแต่ละยุคสมยั ไดอ้ ย่างชดั เจน ซ่ึงตน้
กาเนิดและพฒั นาการการเดินทางของภาพยนตร์ในไทยมีวิวฒั นาการที่ยาวนาน กระทงั่ ปัจจุบนั ไดร้ ับการ
ยอมรับ ชื่นชม และเป็นที่รู้จกั สู่สากล

1.1 พฒั นำกำรกำรเดนิ ทำงของภำพยนตร์ไทยในแต่ละยคุ สมยั
1.1.1 ภาพยนตร์ไทยยคุ ก่อนการเปลี่ยนแปลงการปกครอง (พ.ศ.2440-2475)
เริ่มแรกในปี พ.ศ. 2440 (ค.ศ. 1897) ไดม้ ีภาพยนตร์ที่เขา้ มาฉายในไทยเป็ นคร้ังแรก คือ
ภาพยนตร์ระดบั โลก จากพนี่ อ้ งตระกลู ลูมิแอร์ ชาวฝร่ังเศส (ข่าวหนงั ใหม่ Marvel, มปป)

เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

72

ภำพท่ี 2.1 ป้ายโฆษณาของพี่นอ้ งลูมิแอร์
ที่มา: โรม บุนนาค, 2561

ในวนั ที่ 10 มิถุนายน 2440 ชาวสยามไดเ้ ขา้ ชมภาพยนตร์เป็ นคร้ังแรก ที่ฉายในโรงละคร
หม่อมเจา้ อลงั การ กรุงเทพ ชาวสยามจึงเรียกมหรสพน้ีว่า หนงั ฝร่ัง เป็นมหรสพฉายแสงเล่นเงาบน
จอผา้ ขาว คลา้ ยกบั การแสดงหนงั ใหญ่ และหนังตะลุง มีแตรวงประกอบ และมีการแสดงมายากล
โดย โปรเฟสเซอร์มอริส นกั มายากลผูย้ ิ่งใหญ่แห่งโลกตะวนั ตกสลบั ดว้ ย ราคาค่าชมห้องหน่ึงท่ีมี
เกา้ อ้ีหลายตวั (ช้นั บอ็ กซ์) ราคา 10 บาท ช้นั ที่หน่ึง ราคา 3 บาท ช้นั ที่สองราคา 2 บาท ช้นั ท่ีสี่นงั่ ที่วง
เวียน 2 สลึง เด็กที่อายุต่ากว่า 10 ขวบ จะเรียกราคาแค่คร่ึงเดียว พร้อมระบุผูน้ าฉายภาพยนตร์โดย
นกั ฉายภาพยนตร์เร่ ช่ือวา่ เอส. จี. มาร์คอฟสกี (โรม บุนนาค, 2561)

ภำพที่ 2.2 ประตูสามยอดที่ต้งั โรงละครหม่อมเจา้ อลงั การ
ท่ีมา: โรม บุนนาค, 2561

เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

73

หลงั จากที่นาย เอส.จี. มาร์คอฟสก้ี นาปาริเซียน ซีนีมาโตกราฟเขา้ มาสร้างความต่ืนเตน้ ให้
คนไทยแลว้ ก็มีคณะหนงั เร่นาหนงั เขา้ มาฉายให้คนไทยไดด้ ูเป็ นระยะ ซ่ึงส่วนมากจะใชโ้ รงละคร
และโรงแรมโอเรียลเตล็ เป็นท่ีฉาย ซ่ึงก็ไดร้ ับการตอบรับจากชาวสยามไปไดม้ าก เมื่อเห็นวา่ การฉาย
หนงั คร้ังแรกไดผ้ ลดีจึงกลบั มาฉายในเมืองไทยอีกคร้ัง และไดส้ ร้างโรงภาพยนตร์ชว่ั คราวข้ึน จนใน
ท่ีสุด ก็ไดต้ ้งั โรงฉายหนงั ฝรั่งเป็นโรงฉายหนงั ถาวรท่ีแรกของสยาม เปิ ดฉายหนงั เป็นประจาทุกวนั
ซ่ึงต้งั อยตู่ รงบริเวณหลงั วดั ตึก ถนนเจริญกรุง กรุงเทพ (โรม บุนนาค, 2561)

ต่อมาในปี พ.ศ. 2447 นาเขา้ มาฉายโดยชาวตะวนั ตก และชาวญี่ป่ ุน (หนงั ญ่ีป่ ุน) ณ วดั ตึก
ถนนเจริญกรุง จึงมีคณะหนงั เร่จากญี่ป่ ุนเขา้ มาพร้อมกระโจมผา้ ใบ และใชล้ านกวา้ งของวดั ชยั ชนะ
สงครามหรือวดั ตึกเป็ นที่กางกระโจมฉาย ส่วนภาพยนตร์ที่ฉายก็ถ่ายมาจากสงครามระหว่างญ่ีป่ ุน
กบั รัสเซียซ่ึงเกิดข้ึนในขณะน้นั โดยญ่ีป่ ุนเป็ นฝ่ ายชนะ มีศพทหารรัสเซียนอนตายกนั เกลื่อนกลาด
และในปี ต่อมาคณะหนงั เร่ของญ่ีป่ ุนคณะเก่ากลบั เขา้ มาอีก และเห็นวา่ ชาวสยามนิยมดูภาพยนตร์แต่
ยงั ไม่มีโรงภาพยนตร์เลย จึงสร้างโรงถาวรข้ึนท่ีลานวดั ตึกน้นั จดั ฉายภาพยนตร์เป็ นประจาทุกวนั
โรงภาพยนตร์แห่งน้ีจึงถือไดว้ ่าเป็ นโรงภาพยนตร์แห่งแรกของสยาม เรียกกนั ว่า “โรงหนงั ญี่ป่ ุน”
และเรียกภาพยนตร์ในยคุ น้นั วา่ “หนงั ญี่ป่ ุน” ไปดว้ ย (โรม บุนนาค, 2561)

ภำพท่ี 2.3 โรงหนงั แห่งแรกที่วดั ตึก
ท่ีมา: โรม บุนนาค, 2561

กิจการของโรงหนงั ญ่ีป่ ุนรุ่งเรืองมาก จึงมีนกั ธุรกิจสยามสร้างโรงภาพยนตร์ข้ึนอีกหลายโรง
เช่น โรงหนังวงั เจา้ ปรีดา โรงหนังสามแยก และโรงหนังพฒั นากร เป็ นตน้ หนังที่ฉายยุคแรก มี
ลกั ษณะเป็ นหนังข่าว หนังสารคดี ยาวเพียงไม่กี่นาที จดั ฉากแบบละครถ่ายทาและเป็ นหนังเงียบ
แมห้ นงั เงียบจากฮอลลีวูดก็มีเสียงดนตรีในฟิ ลม์ ดว้ ย แต่ในเมืองไทยไม่มีเครื่องฉายหนงั เสียง ต่อมา
หลวงกลการเจนจิต (เภา วสุวตั ) หวั หนา้ แผนกภาพยนตร์ของกรมรถไฟหลวง ทาการดดั แปลงเคร่ือง

เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

74

ฉายหนงั เงียบของกรมรถไฟหลวงใหฉ้ ายหนงั เสียงได้ โดยซ้ืออุปกรณ์มาจากสิงคโปร์ และติดต้งั ให้
โรงพฒั นากรเป็นแห่งแรก (โรม บุนนาค, 2561)

ท้งั น้ีพฒั นาการการเขา้ มาของภาพยนตร์ในไทยส่วนหน่ึงเริ่มมาจาก พระบาทสมเด็จพระ
จุลจอมเกลา้ เจา้ อยหู่ วั รัชกาลท่ี 5 เสด็จประพาสไปยงั ประเทศต่างๆ ในทวีปยโุ รปเป็นคร้ังแรก เม่ือปี
พ.ศ. 2540 ซ่ึงในคร้ังน้ัน ได้มีช่างภาพของบริษทั “ลูมิแอร์” ประเทศฝร่ังเศส บนั ทึกภาพยนตร์
การเสด็จถึงกรุงเบิร์น ประเทศสวิตเซอร์แลนด์ของพระเจา้ กรุงสยามไว้ 1 มว้ น ใช้เวลาประมาณ
1 นาที นบั ว่าเป็ นการถ่ายภาพยนตร์มว้ นแรกของโลก ท่ีบนั ทึกและถ่ายทาเก่ียวกบั คนไทย ปัจจุบนั
ภาพยนตร์ชุดน้ีไดร้ ับการอนุรักษไ์ วโ้ ดยหอภาพยนตร์ และภาพยนตร์เร่ืองน้ียงั ไดร้ ับการข้ึนทะเบียน
เป็นมรดกภาพยนตร์ของชาติ คร้ังที่ 1 ประจาปี พ.ศ. 2554 (ข่าวหนงั ใหม่ Marvel, มปป)

เขา้ สู่ปี พ.ศ. 2460 พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจา้ อย่หู วั รัชกาลที่ 6 ทรงมีพระบรมรา
โชบายยบุ รวมกรมรถไฟสายเหนือและสายใตเ้ ป็นกรมเดียวเรียกว่า “กรมรถไฟหลวง” และโปรดฯ
ให้กรมพระกาแพงเพ็ชรอคั รโยธินข้ึนเป็ นผูบ้ ัญชาการพระองค์แรก โดยในระหว่างที่ทรงพระ
กรณียกิจดา้ นการรถไฟดว้ ยพระปรีชาสามารถที่ทรงศึกษาเล่าเรียนมาจากต่างประเทศ พระองคย์ งั
ทรงแสดงให้เห็นถึงความสนพระทยั ในการถ่ายภาพยนตร์อยู่เสมอ โดยได้ทรงถ่ายภาพยนตร์
สมัครเล่นบันทึกกิจกรรมต่างๆ ของกรมรถไฟหลวง รวมท้ังในปี พ.ศ. 2463 เม่ือเสด็จฯ
ทอดพระเนตรกิจการรถไฟของสหรัฐอเมริกาและแคนาดา ก็ยงั ทรงถือโอกาสทอดพระเนตรกิจการ
โรงถา่ ยภาพยนตร์ที่ฮอลลีวดู ดว้ ย (พทุ ธพงษ์ เจียมรัตตญั ญู, 2559)

ตน้ ปี พ.ศ. 2465 ภาพยนตร์ข่าวกิจการของกรมรถไฟหลวงเริ่มมีโปรแกรมออกฉายตามโรง
ภาพยนตร์ต่างๆ อยเู่ ป็นประจา ซ่ึงแสดงใหเ้ ห็นวา่ กรมพระกาแพงเพช็ รอคั รโยธินไดท้ รงจดั ต้งั หน่วย
ผลิตภาพยนตร์ข้ึนในกรมรถไฟหลวง และต่อมาจึงปรากฏชื่ออย่างเป็ นทางการว่า กองภาพยนตร์
เผยแพร่ข่าวกรมรถไฟหลวง โดยมีอาคารท่ีทาการต้ังอยู่บริเวณสถานีรถไฟกรุงเทพหัวลาโพง
เพียบพร้อมด้วยอุปกรณ์ทนั สมยั ท้ังด้านการพิมพ์และล้างฟิ ล์มภาพยนตร์ กล้องถ่ายภาพยนตร์
ไฟโคมถ่ายภาพยนตร์ ซ่ึงสงั่ ซ้ือโดยตรงมาจากฮอลลีวดู (พทุ ธพงษ์ เจียมรัตตญั ญู, 2559)

เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

75

ภำพที่ 2.4 พลเอก พระเจา้ บรมวงศเ์ ธอ กรมพระกาแพงเพช็ รอคั รโยธิน
ที่มา: พทุ ธพงษ์ เจียมรัตตญั ญู, 2559

กองภาพยนตร์เผยแผ่ข่าวกรมรถไฟหลวง ที่ก่อต้งั โดยกรมพระกาแพงเพช็ รอคั รโยธินน้ี
นบั เป็ นหน่วยงานภาพยนตร์ของรัฐแห่งแรกในสยามและแห่งแรกแห่งหน่ึงในโลก ทาหน้าที่ผลิต
ภาพยนตร์ข่าวและสารคดีเผยแพร่กิจการของการรถไฟ พระราชกรณียกิจและพระราชพิธี
ต่างๆ รวมถึงภาพยนตร์ส่งเสริมการท่องเท่ียวสยาม ตลอดจนกิจการของหน่วยงานราชการ ท้งั ยงั
รับจา้ งผลิตภาพยนตร์ใหเ้ อกชนทว่ั ไปดว้ ย นอกจากน้ีในปลายปี พ.ศ. 2465 กรมรถไฟหลวง โดยกอง
ภาพยนตร์เผยแผ่ข่าว ยงั ไดร้ ับพระกรุณาโปรดเกลา้ ฯ จากพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกลา้ เจา้ อยหู่ วั
ให้ดูแลช่วยเหลือหาสถานที่ถ่ายทาและอานวยความสะดวกเคร่ืองมืออุปกรณ์ต่างๆ แก่คณะถ่ายทา
ภาพยนตร์ของนายเฮนรี่ แม็คเร (Henry Macrae) นักสร้างหนังจากฮอลลีวูด ซ่ึงเดินทางเขา้ มาขอ
พระราชทานพระบรมราชานุญาติสร้างภาพยนตร์ในสยาม โดยเมื่อถ่ายทาเสร็จสิ้น นายแม็คเรได้
มอบสาเนาฟิ ลม์ 1 ชุด ใหแ้ ก่กรมรถไฟหลวง ซ่ึงไดใ้ ห้สยามภาพยนตร์บริษทั เช่าไปจดั ฉายตามโรง
ภาพยนตร์ในเครือของบริษทั ในช่ือว่า “นางสาวสุวรรณ” นบั เป็นภาพยนตร์เร่ืองแรกที่แสดงโดย
คนไทยท้งั หมด (พทุ ธพงษ์ เจียมรัตตญั ญู, 2559)

เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)

76

ภำพที่ 2.5 ภาพนกั แสดงและเบ้ืองหลงั จากภาพยนตร์ “นางสาวสุวรรณ”
ท่ีมา: พทุ ธพงษ์ เจียมรัตตญั ญู, 2559

ไม่เพียงแต่ทาหนา้ ท่ีเป็ นศูนยผ์ ลิตภาพยนตร์ของชาติ กองภาพยนตร์เผยแผ่ข่าว กรมรถไฟ
หลวง ยงั เป็ นด่งั สานักตกั ศิลา ฝึ กฝนวิชาภาพยนตร์ให้แก่บุคลากรในหน่วยงาน ซ่ึงบางส่วนได้
กลายเป็นกาลงั สาคญั ในการพฒั นาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของชาติในเวลาต่อมา ที่โดดเด่นที่สุดคือ
หลวงกลการเจนจิต (เภา วสุวตั ) หวั หนา้ ช่างถา่ ยภาพและภาพยนตร์คนที่ 2 ของกองภาพยนตร์เผยแผ่
ขา่ ว ซ่ึงไดเ้ ป็นแกนหลกั ของพน่ี อ้ งสกลุ วสุวตั ในการสร้างภาพยนตร์ไทยเร่ืองแรก

พ.ศ. 2470-2471 ภาพยนตร์ฝี มือคนไทยเร่ืองแรก “โชคสองช้ัน” (บ.กรุงเทพภาพยนตร์
ตระกูลวสุวตั ) ฉาย ณ โรงภาพยนตร์พฒั นากร และไดร้ ับการยกยอ่ งวา่ เป็นช่างถ่ายภาพยนตร์อนั ดบั
หน่ึงของสยามตลอดระยะเวลาสิบกวา่ ปี นบั จากน้นั โดยกรมพระกาแพงเพช็ รอคั รโยธิน ยงั ทรงเป็น
อุปถมั ภข์ องการสร้างภาพยนตร์เสียงของพน่ี อ้ งสกุลวสุวตั ในระยะเร่ิมตน้ (พทุ ธพงษ์ เจียมรัตตญั ญู,
2559) โดยมีภาพยนตร์ท่ีไดเ้ ขา้ ฉายภายในปี น้นั ดงั น้ี

• ภาพยนตร์เงียบฟิ ลม์ ขนาด 35 มิลลิเมตร
• “ไม่เช่ือน้ามนตห์ มอผ”ี ความยาว 4 มว้ น ของสภากาชาติสยาม
• “ไม่คิดเลย” ความยาว 6 มว้ น ของบริษทั ถ่ายทาภาพยนตร์ไทย
• “ใครดีใครได้ ใครบา้ ” ของคณะศรีกรุง
• “เช้ือไม่ทิ้งแถว” ของบริษทั ภาพยนตร์ศรีสยาม
เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)


Click to View FlipBook Version