227
ภำพท่ี 5.29 จาลองภาพการเคลื่อนกลอ้ งแบบการทิ้ลท์ (Tilting
ท่ีมา: ปิ ยะดนยั วเิ คียน, มปป
1.14.3 การแทรค หมายถึง การเคลื่อนกลอ้ งตามตาแหน่งท่ีโฟกสั หรือเล่ือนตาแหน่งกลอ้ งตามวตั ถุท่ี
กาลงั เคล่ือนไหว ยกตวั อย่างเช่น การใช้กลอ้ งโฟกสั และเคล่ือนท่ีกลอ้ งไปตามรถที่กาลงั แล่นบนถนน
โดยการวิ่ง เดิน ถ่ายจากรถอีกคนั หรือใช้อุปกรณ์เคลื่อนท่ีใดก็ตามในการช่วยเหลือ มกั ติดต้ังกล้องท่ี
ยานพาหนะหรือใชต้ ิดต้งั บนดอลล่ีท้งั ลอ้ และราง การแทรคสามารถถ่ายแอคชนั่ และพ้ืนที่ของฉากให้เห็น
รายละเอียดไดม้ ากกว่า และยงั เป็ นช็อตที่รักษาอารมณ์ของคนดูไดย้ าวนาน ภายในช็อตเดียวกนั กลอ้ งยงั
สามารถเปล่ียนขนาดภาพไดด้ ว้ ย
ภำพท่ี 5.30 จาลองภาพการเคล่ือนกลอ้ งแบบการแทรค
ที่มา: ปิ ยะดนยั วิเคียน, มปป
เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
228
1.14.4 การบูมหรือเครน (Booming / Craning) หมายถึง การถ่ายภาพที่กลอ้ งต้งั อยบู่ นแขนของดอลลี่
ขนาดใหญ่ เรียกวา่ Crane Truck สามารถเคล่ือนไดร้ อบทิศทาง ใหค้ วามรู้สึกสง่าผา่ เผย ตรึงความสนใจคนดู
มกั ใชฉ้ ากเปิ ดเรื่อง และแสดงลกั ษณะแวดลอ้ มภูมิทศั น์ท่ีกวา้ งใหญ่
การถ่ายภาพพร้อมกบั ขาต้งั กลอ้ งในแนวต้งั เรียกวา่ ‘บูม’ ถา้ เคล่ือนข้ึน เรียกวา่ Boom Up ส่วนเล่ือน
ลง เรียกว่า Boom Down และถา้ เคลื่อนกลอ้ งข้ึนลงโดยใช้เครน เรียกว่า Crane Up และ Crane Down เม่ือ
ตอ้ งการเคล่ือนกลอ้ งลงดว้ ยเครน วตั ถุประสงค์เพ่ือตอ้ งการคุมมุมกลอ้ งท่ีตอ้ งการจากมุมสูงและต่าอย่าง
ต่อเนื่อง (ปิ ยะดนยั วิเคียน, มปป) การเคล่ือนไหวกลอ้ งประเภทน้ีสามารถสร้างลูกเล่นที่สวยงามโดยการใช้
เทคนิคอ่ืนๆ มาเสริม หรือประยกุ ตใ์ ชเ้ พอื่ สร้างสรรคผ์ ลงานใหด้ ูน่าสนใจไดม้ ากข้ึน (Paranat, 2020)
1.14.5 การถือกลอ้ งถา่ ย (พทิ กั ษ์ ปานเปรม, 2564) สรุปลกั ษณะการเคลื่อนกลอ้ งลกั ษณะน้ี ไวด้ งั น้ี
• ภาพเคล่ือนไหวตลอดเวลา ไม่มีแบบแผน
• ใหค้ วามรู้สึกเหมือนคนดูอยู่ ณ ท่ีน้นั หรือมีส่วนร่วมในเหตุการณ์
• มกั ใชก้ นั มากในภาพยนตร์สารคดี หรือ ภาพยนตร์ทดลอง
• ใหค้ วามรู้สึก “สด” ใหม่ในการถา่ ยทา
• ถา้ ใชไ้ ม่ถูกกาลเทศะ อาจเป็นการทาลายภาพยนตร์ได้
1.14.6 การ Roll เป็นการหมนุ กลอ้ งไปทางซา้ ยหรือขวา
1.14.7 การ Zoom เป็ นการสร้างความเคลื่อนไหวดว้ ยเลนส์ หมายถึง การเปลี่ยนขนาดของวตั ถุให้
ใหญ่ข้ึน (Zoom In) หรือเปล่ียนขนาดของวตั ถุใหเ้ ลก็ ลง (Zoom Out)
• เพอ่ื ตอ้ งการเปลี่ยนขนาดของวตั ถุอยา่ งชา้ ๆ
• เม่ือตอ้ งการใหผ้ ชู้ มสนใจวตั ถุน้นั
• เม่ือตอ้ งการใหเ้ ห็นวตั ถุอยา่ งชดั เจน
• เพ่ือใหบ้ งั เกิดผลท่ีน่าตื่นใจ
ท้งั น้ียกตวั อย่างภาพที่รวมลกั ษณะของการเคล่ือนกลอ้ งเพ่ิมเติมไว้ โดยปรากฏในลกั ษณะ
ตามท่ีกลา่ วไวข้ า้ งตน้ ดงั ภาพที่ 5.31 น้ี
เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
229
ภำพที่ 5.31 รวมภาพการเคลื่อนกลอ้ งในการถา่ ยทาตามลกั ษณะต่างๆ
ท่ีมา: กฤษณพงศ์ เลิศบารุงชยั , 2022
1.15 แนวคดิ และหลกั กำรเกย่ี วกบั กำรตดั ต่อภำพยนตร์
การตดั ต่อเป็นการสร้างความสัมพนั ธข์ ององคป์ ระกอบเร่ืองราวในภาพยนตร์ เป็นการลาดบั ภาพจาก
ต่างพ้ืนท่ีท่ีไดถ้ ่ายทาใหเ้ กิดเป็นเรื่องราวตรงกบั ความตอ้ งการของผผู้ ลิตภาพยนตร์ สาหรับรูปแบบการตดั ต่อ
ท่ีน่าสนใจ (กฤษณพงศ์ เลิศบารุงชยั , 2022) ไดย้ กตวั อยา่ งไวค้ ือ การเช่ือมภาพ
1.15.1 กำรเช่ือมภำพ
เป็นการนาแต่ละช็อตของภาพยนตร์มาตดั ต่อเรียงกนั โดยใชเ้ ทคนิค ดงั น้ี
1. การตดั ภาพ (Cut) เป็นวิธีพ้ืนฐานและใชบ้ ่อยที่สุด ปกติใน Storyboard จะมีการแบ่งเฟรม
ภาพเป็นช่องๆ ซ่ึงหมายถึงการตดั ชนธรรมดา บางคนอาจจะไล่จากซา้ ยไปขวาแลว้ ข้ึนแถวใหม่ หรือ
บางคนอาจจะไล่จากบนลงลา่ ง เป็นการเปลี่ยนจากฉากหน่ึงไปยงั อีกฉากหน่ึงอยา่ งรวดเร็วในพริบตา
และเป็นเทคนิคข้นั พ้นื ฐานของการตดั ต่อ/ลาดบั ภาพ จะใชแ้ สดงถึงความต่อเน่ืองของการกระทาใดๆ
ภายในช่วงเวลาเดียวกนั โดยไม่ถูกขดั จงั หวะ ส่วนใหญ่แลว้ จะเป็นเหตุการณ์หรือการกระทาที่อยใู่ น
ซีนเดียวกนั
2. การเล่ือนภาพหรือการเฟด (Fade) เป็นการเช่ือมภาพอยา่ งชา้ ๆ จากภาพใดภาพหน่ึงไปยงั
ฉากดาสนิหรือขาวสนิท หรือเป็นการเช่ือมภาพจากจอดาหรือขาวไปยงั ภาพใดภาพหน่ึงกไ็ ด้ ท้งั น้ีใน
การเฟดแบ่งเป็นลกั ษณะ ดงั น้ี
เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
230
• การ FADE IN คือ การเลือนภาพจากเฟรมท่ีมืดสนิท หรือจากพ้ืนสีแลว้ ค่อยๆ ปรากฏ
ภาพให้เห็นชดั เจนข้ึนจนเป็ นปกติ ส่วนใหญ่จะนามาใชเ้ พ่ือบอกการเริ่มตน้ ของเรื่อง
ของเหตุการณ์ หรือของวนั ใหม่
• การ FADE OUT คือ การเลือนภาพท่ีกาลงั มองเห็นอยู่อยา่ งชดั เจนให้ค่อยๆ จางหายสู่
ความมืดหรือพ้ืนสี ส่วนใหญ่จะนามาใชเ้ พอื่ การบอกการจบสิ้นเร่ืองของเหตุการณ์ หรือ
การจบเรื่อง
การเฟด (Fad) จะใหอ้ ารมณ์แบบค่อยเป็นค่อยไปอยา่ งนุ่มนวล ดงั น้นั จึงควรใชใ้ หเ้ หมาะสม
กบั เรื่องราวและเหตุการณ์ บางคร้ังการ FADE IN และการ FADE OUT จะนามาใช้สาหรับเปลี่ยน
ฉาก เปล่ียนเหตุการณ์ หรือเปล่ียนอารมณ์อยา่ งรวดเร็ว เพื่อใหเ้ รื่องราวดาเนินไปไดโ้ ดยท่ีคนดูจะไม่
รู้สึกวา่ มีการสะดุด หรือที่เรียกวา่ ภาพกระโดด
3. การจางภาพซ้อน (Dissolve) เป็ นการละลายภาพ 2 ภาพให้มาแทนท่ีกัน มักใช้ส่ือ
ความหมายว่าเวลาไดด้ าเนินผ่านไปเล็กนอ้ ย การวาด Storyboard เพ่ือให้รู้ว่า 2 ช็อตน้ีจะ Dissolve
เขา้ หากนั ทาไดโ้ ดยวาดเครื่องหมายกากบาทไขว้ การเช่ือมลกั ษณะน้ีช่วยย่นระยะเวลาให้ส้ันและ
เร่ืองดาเนินไปอยา่ งราบรื่น
4. การกวาดภาพ (Wipe) เป็นการตดั ภาพแบบตดั ภาพเก่าออกไป แลว้ นาภาพใหม่มาแทนที่
หรือเป็นการเปลี่ยนภาพในลกั ษณะค่อยๆ ลอกภาพออกคลา้ ยการเปิ ดหนา้ สมุดหรือหนงั สือ การทา
ในลกั ษณะน้ีค่อนขา้ งจะไม่เหมาะกบั การตดั ต่อในงานภาพยนตร์เพราะจะทาให้ภาพยนตร์ดูไม่
สมจริง
การตดั ต่อเป็นการสร้างเร่ืองราวข้ึนมาให้สมบูรณ์ โดยให้ภาพและเสียงมีความต่อเน่ืองกนั
ตลอด การจะทาเร่ื องราวให้สมบูรณ์โดยการตัดต่อน้ันจะต้องคานึงถึงหลักพ้ืนฐานสาคัญ
(ปิ ยะดนยั วเิ คียน, มปป) สรุปเพมิ่ เติมไวด้ งั ต่อไปน้ี
1. ควำมต่อเนื่อง (Continuity) การตดั ต่อเทปวิดีโอตอ้ งพยายามรักษาหรือสร้างความต่อเนื่องในส่ิง
ต่อไปน้ี (ปิ ยะดนยั วิเคียน, มปป)
1.1 รายละเอียดของส่ิงที่ตอ้ งการจะกล่าวถึง ผชู้ มรายการมกั จะตอ้ งการจดจาภาพของบุคคล
หรือส่ิงของจากช็อตหน่ึงไปยงั อีกช็อตหน่ึงได้ ดงั น้นั ให้หลีกเลี่ยงการตดั ต่อภาพจากภาพท่ีเปล่ียน
ระยะทางหรือมุมกลอ้ งท่ีไกลมากมาเป็นภาพที่ใกลม้ าก หรือภาพถ่ายจากมุมดา้ นหนา้ ของคนท่ีไกล
ตดั มาเป็นภาพถ่ายจากขา้ งหลงั บุคคลเดียวกนั ท่ีใกลม้ าก แต่ถา้ จาเป็นตอ้ งตดั ต่อภาพลกั ษณะแบบน้ี
เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
231
จะตอ้ งเชื่อมโยงสัมพนั ธ์ของภาพให้ต่อเน่ือง โดยคาอธิบายว่าภาพน้ีเป็ นบุคคลเดียวกนั กบั ท่ีเห็น
ในช็อตก่อนหนา้
1.2 สถานที่ในฉาก เพ่ือให้เกิดความต่อเน่ืองของภาพ จะตอ้ งรักษาให้ตาแหน่งของบุคคล
หรือสิ่งของที่ปรากฏในภาพอยใู่ นฉากเดียวกนั เช่น ฉากการสนทนาของ 2 คน ซ่ึงถ่ายขา้ มไหล่ของ
แต่ละคนเพื่อจบั ภาพของคู่สนทนาน้นั ผูช้ มก็ตอ้ งการที่จะเห็นว่าอีกคนน้นั ก็ยงั อยใู่ นจอเหมือนกนั
แต่จะเปล่ียนไปถ่ายในมุมตรงขา้ ม และท่ีสาคญั เวลาถ่ายทาการยา้ ยกลอ้ งกต็ อ้ งคานึงถึงเส้นแบ่งการ
สนทนา (Vector Line บางทีเรียกว่า Line of Conversation หรือ Conversation Axis หรือ Principal
Axis) คือ จะตอ้ งต้งั กลอ้ งถ่ายจากเส้นแบ่งดา้ นเดียวกนั มิฉะน้นั การตดั ต่อภาพจะกระโดด หรือจะ
เป็นภาพการสนทนาท่ีหนั หนา้ ไปทิศทางเดียวกนั
1.3 การเคลื่อนไหวของผูแ้ สดง การตดั ต่อภาพให้อากปั กิริยาของผูแ้ สดงมีความต่อเน่ือง
อยา่ งเป็นธรรมชาติมากที่สุด ให้ตดั ภาพระหวา่ งการเคลื่อนไหวของผแู้ สดง ไม่ใช่ก่อนและหลงั การ
เคล่ือนไหวน้นั
1.4 สี สีสันของภาพมีความสาคญั ในการลาดบั ภาพให้ต่อเนื่อง ถา้ ฉากต่อเน่ืองที่เป็ นฉาก
เดียวกนั แต่ถ่ายทาหลายคร้ัง ต่างเวลากนั เม่ือนามาลาดบั เป็นเร่ืองราวต่อเนื่องกนั ตอ้ งระมดั ระวงั ว่า
อุณหภูมิสีของแสงแตกต่างกนั หรือไม่ ซ่ึงจะเป็นเหตุใหส้ ะดุดความรู้สึกของผชู้ ม
1.5 เสียง เสียงจะตอ้ งมีความสมั พนั ธ์กบั ภาพ การตดั ต่อบางรายการตอ้ งการใชเ้ สียงจริงท่ีได้
บนั ทึกไวร้ ะหวา่ งการถ่ายทาในบางช่วง เช่น เสียงการสมั ภาษณ์ ในการตดั ต่อคาพดู ท่ีไม่ตอ้ งการออก
ตอ้ งระวงั ใหค้ าพดู น้นั ลงจงั หวะใหด้ ี ในช่วงคา้ ถามหรือคา้ ตอบ ส่วนบางตอนอาจตอ้ งการใหไ้ ดเ้ สียง
ประกอบพิเศษเขา้ ไป เพื่อแสดงเหตุการณ์ในสภาพแวดลอ้ มน้นั อยา่ งต่อเนื่อง เช่น เสียงแบคกราวน์
เสียงผคู้ นโห่ร้อง เป็นตน้
2. ควำมซับซ้อน (Complexity) การตัดต่อภาพให้ได้เร่ืองราวที่น่าสนใจ ชวนติดตามมองเห็น
รายละเอียดท่ีซบั ซอ้ นของเหตุการณ์น้นั จะสื่อความหมายใหผ้ ชู้ มเขา้ ใจและซาบซ้ึงในเรื่องราวน้นั มากข้ึน ซ่ึง
การตดั ต่อเทปวิดีโอให้เรื่องราวต่อเนื่องธรรมดา ผูช้ มก็สามารถจะดูรายการหรือภาพยนตร์น้ันไดอ้ ย่างรู้
เรื่องราวต้งั แต่ต้งั ตน้ จนจบว่าเหตุการณ์ดาเนินไปอย่างไร แต่จะขาดรสชาติบางอย่าง ผูช้ มไม่ไดเ้ ห็นถึง
เหตุการณ์แต่ละตอนน้ันว่ามีรายละเอียดท่ีสลบั ซับซ้อนอย่างไร การตดั ต่อรูปแบบน้ีจะตอ้ งไดภ้ าพท่ีถ่าย
ระยะใกลแ้ สดงรายละเอียดของส่วนประกอบในเหตุการณ์น้นั หลายๆ ภาพ หลายๆ มุม ใชจ้ งั หวะในการตดั
ต่อแทรกภาพเขา้ ไปอยา่ งเหมาะสม (ปิ ยะดนยั วิเคียน, มปป)
เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
232
1.16 ควำมสำคญั ของกำรตดั ต่อ
การตดั ต่อจะช่วยให้ภาพท่ีถ่ายทาเกิดความต่อเน่ือง มีการลาดบั เหตุการณ์ใหม่อยา่ งค่อยเป็นค่อยไป
เพิ่มความสนุกสนานและความน่าสนใจผา่ นเทคนิคการตดั และการออกแบบภาพต่างๆ ท้งั น้ีความสาคญั ของ
การตดั ต่อ (ปิ ยะดนยั วเิ คียน, มปป) สรุปไวด้ งั น้ี
1.16.1 ช่วยเช่ือมต่อภาพ ในการถ่ายวิดีโอน้นั ไม่นิยมแช่กลอ้ งจบั ภาพหรือฉากใดน่ิงนานๆ
เพราะจะทาให้ผชู้ มเบื่อหน่าย ดงั น้นั จึงมีการถ่ายเป็นช็อตส้ันๆ จบั ภาพในมุมทีแตกต่างกนั ถา้ เป็น
การถ่ายทาดว้ ยกลอ้ งเดียวก็จะตอ้ งนาภาพท้งั หมดเหล่าน้ันมาเรียงลาดบั เขา้ ดว้ ยกนั ให้ถูกตอ้ งตาม
เรื่องราวหรือตามบทวิดีโอ
1.16.2 ช่วยแกไ้ ขส่วนบกพร่องในการถ่ายวิดีโอ บางคร้ังมีการระมดั ระวงั และพิจารณากนั
อยา่ งรอบคอบแลว้ กต็ ามกย็ งั มกั จะพบขอ้ บกพร่องอยเู่ สมอ การตดั ต่อสามารถช่วยไดโ้ ดยการตดั ภาพ
ที่ไม่ตอ้ งการออกไปหรือแทรกภาพท่ีดีเขา้ ไปแทนท่ี หรือกรณีที่ตอ้ งการแต่ภาพไม่ตอ้ งการเสียงท่ีมา
กบั ภาพกส็ ามารถนาออกไปได้
1.16.3 ช่วยจากัดเวลาในการถ่ายวิดีโอรายการต่างๆ โดยเฉพาะที่เป็ นรายการสาหรับ
ออกอากาศน้นั เวลาเป็นเร่ืองสาคญั มาก จาเป็นท่ีจะตอ้ งถา่ ยใหไ้ ดเ้ วลาตามท่ีกาหนด แมว้ า่ จะถา่ ยภาพ
ท่ีดีๆ สวยๆ และมีประโยชน์กบั เร่ืองที่จะเสนอมากเพียงไร ก็จาเป็นจะตอ้ งเลือกภาพน้นั มาตดั ต่อให้
ได้ความยาวพอเหมาะกับเวลาท่ีกาหนดเท่าน้ัน ดังน้ันเจ้าหน้าท่ีตัดต่อลาดับภาพก็จะต้องใช้
กระบวนการตดั ต่อน้ีปรับแต่ง ตดั ภาพส่วนเกินออกไป หรือแทรกบางภาพเพิ่มเขา้ มาเพ่ือใหไ้ ดเ้ วลา
ที่พอดี
1.16.4 ช่วยสร้างเร่ืองราวอยา่ งต่อเนื่อง การลาดบั ภาพเป็นการนาภาพแต่ละฉากแต่ละตอน
มาเชื่อมต่อเขา้ ดว้ ยกนั ถา้ เป็ นการต่อเชื่อมภาพอย่างมีศิลปะดว้ ยความคิดสร้างสรรค์ ผูช้ มจะรู้สึก
ต่อเน่ืองในเร่ืองราวที่เชื่อมต่อกนั อย่างเป็ นลาดบั น้ัน ให้รายละเอียดมากพอเท่าท่ีผูช้ มอยากจะรู้
ใหค้ วามรู้สึกและอารมณ์ตามท่ีควรจะเป็น ท้งั น้ีหมายถึงวา่ ในข้นั ตอนการถ่ายทาน้นั ตอ้ งไดภ้ าพที่ดี
มีรายละเอียดเพียงพอ มีท้งั ภาพขนาดไกล ขนาดกลาง ภาพถ่ายใกลแ้ ละภาพหลายๆ มุมของแต่ละ
ฉากแต่ละตอน เจา้ หนา้ ท่ีตดั ต่อจึงจะสามารถเลือกภาพมาตดั ต่อไดต้ ามตอ้ งการ
เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
233
1.17 ประเภทของกำรตัดต่อ
ประเภทของการตดั ต่อภาพยนตร์โดยทว่ั ไป (พิทกั ษ์ ปานเปรม, 2564) ไดส้ รุปไว้ มี 2 ประเภท คือ
1.17.1 การตดั ต่อแบบต่อเนื่อง ไดแ้ ก่
1. การตดั ต่อสลบั เหตุการณ์เป็นการตดั ต่อที่มีสองเหตุการณ์ (หรือมากกวา่ ) ตดั สลบั ดว้ ยกนั
• ใชเ้ พอื่ เพ่ิมความน่าสนใจ
• ใหค้ วามขดั แยง้
• เพิม่ ความกระหายอยากรู้
• เพื่อเป็นการเปรียบเทียบตวั ละคร เหตุการณ์
2. การตดั ภาพที่แอคชน่ั
• เป็นการตดั ต่อภาพระหวา่ งช็อตกลอ้ งต้งั นิ่งเขา้ กบั ช็อตกลอ้ งเคลื่อนท่ี
• ท่ีมีแอคชน่ั ของผแู้ สดง
1.17.2 การตดั ต่อแบบเรียบเรียง
• ไม่อาศยั ความต่อเนื่อง เช่น ขา่ ว หนงั สารคดี
• ภาพหรือช็อตต่างๆ ท่ีเรียงร้อยเขา้ ดว้ ยกนั โดยใชค้ าบรรยายสามารถสร้างความต่อเน่ือง
โดยเสียงประกอบ (Soundtrack) หรือดนตรี
• เป็นการตดั ต่อที่เวลาและพ้ืนท่ีมีความเป็นอิสระมากกวา่ การตดั แบบต่อเนื่อง
1.18 บทสรุป
ภาพยนตร์ถือไดว้ ่าเป็นอีกหน่ึงอุตสาหกรรมสาคญั ท่ีผูค้ นส่วนใหญ่ให้ความสนใจ หรือเรียกวา่ เป็ น
Pop Cultural เลยก็ว่าได้ ดงั น้ันในการสร้างสรรค์หรือผลิตผลงานภาพยนตร์ ผูส้ ร้างหรือผูอ้ ยู่เบ้ืองหลงั ใน
ทุกๆ บทบาทควรให้ความสาคญั และต้งั ใจที่จะถ่ายทอดเรื่องราวในภาพยนตร์ออกสู่สาธารณชนอย่างมี
ประสิทธิภาพ ท้งั น้ีอย่างท่ีไดก้ ล่าวถึงบริบทต่างๆ ขา้ งตน้ คือ การสื่อสารภาพยนตร์ผ่านบทหรือเน้ือเร่ือง
ผา่ นเสียง และผา่ นภาพ ซ่ึงในบริบทและองคป์ ระกอบเหล่าน้ีนบั เป็นหวั ใจสาคญั ของงานภาพยนตร์ หากบท
มีการดาเนินเรื่องที่ไม่สมบูรณ์ เน้ือเรื่องไม่น่าสนใจ มีการลาดบั เรื่องสะเปะสะปะ ไม่มีการเรียง Time line ท่ี
กลบั ไปกลบั มา หรือยงิ่ ไปกวา่ น้นั หากบทไม่ไดถ้ ูกศึกษาหาขอ้ มูลอยา่ งละเอียดจากผเู้ ขียน ซ่ึงในบทมีเน้ือหา
ที่ไม่เหมาะสมแต่กลบั ถูกปล่อยผ่านจนไดเ้ ขา้ ฉาย ส่ิงน้ีจะทาให้ภาพยนตร์เกิดความเสียหายท้งั ในแง่ของ
ช่ือเสียงและรายได้ ดงั น้นั อยากจะใหผ้ เู้ รียนต้งั ใจศึกษา ทาความเขา้ ใจในบริบทและองคป์ ระกอบ รวมไปถึง
เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
234
วิธีการ เทคนิคต่างๆ ในการวางโครงเร่ือง ออกแบบบท ดีไซน์ภาพ ตลอดจนรู้เทคนิคในเรื่องของมุมกลอ้ ง
เทคนิคการใชเ้ สียง แสงและเงาในการสร้างภาพยนตร์ให้ดี ท้งั น้ีก็เพ่ือเป็นประโยชน์ในการสร้างสรรคแ์ ละ
ผลิตผลงานภาพยนตร์ หรืองานวีดิโอส้ันอ่ืนๆ ท่ีนิสิตอาจมีโอกาสไดล้ งมือปฏิบตั ิ พยายามนาความรู้จาก
บทเรียนน้ีไปประกอบใช้ ซ่ึงถา้ นาไปใชใ้ นการทางานจริงได้ ก็จะทาให้งานภาพยนตร์น้ันมีประสิทธิภาพ
ตอบโจทยก์ ลุม่ ผชู้ มเป้าหมายไดอ้ ยา่ งแทจ้ ริง
1.19 คำถำมท้ำยบท
1. โครงสร้างการเล่าเร่ืองในภาพยนตร์จากบทเรียนมีก่ีโครงสร้าง และมีโครงสร้างใดบา้ ง จงอธิบาย
หวั ใจสาคญั ของแต่ละโครงสร้าง มาพอสงั เขปฯ
2. ใหน้ กั ศึกษาอธิบายหลกั สาคญั ในการเขียนบทภาพยนตร์ตามที่เขา้ ใจจากบทเรียน มาพอสงั เขปฯ
3. การเขียนบทภาพยนตร์เพ่ือการถ่ายทา (Shooting script) อยใู่ นข้นั ตอนใดของการเขียนบท และมี
วิธีการหรือลกั ษณะในการเขียนอยา่ งไร จงอธิบาย
4. การจดั สมดุลแบบก่ึงกลางของภาพในภาพยนตร์ตามองคป์ ระกอบทางภาพ ให้ความรู้สึกอยา่ งไร
แกผ้ ชู้ ม
5. มุมกลอ้ งชนิดใหค้ วามรู้สึกวา่ สิ่งที่ตวั ละครกาลงั มองน้นั ดูยง่ิ ใหญ่ มีพลงั และทรงอานาจ
เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
235
เอกสำรอ้ำงองิ
กฤษณพงศ์ เลิศบารุงชยั . (2022). กำรเขยี นสตอร่ีบอร์ด (Storyboard). สืบคน้ เมื่อ 25 พฤษภาคม 2565, จาก
https://touchpoint.in.th/storyboard-video-production/.
กวศิ รา เอ่ียมบรรณพงษ,์ จุฑารัตน์ ลิมปาภินนั ท์ และปรัชญนนั ท์ นิลสุข. (2563). กำรสร้ำงสตอรี่บอร์ด
(Story Board) สำหรับผลติ วดี ทิ ศั น์ทำงกำรแพทย์. สืบคน้ เม่ือ 25 พฤษภาคม 2565, จาก
file:///C:/Users/Advice%20Nongphai/Downloads/amornrat_san,+%7B$userGroup%7D,+20
200515_%E0%B9%80%E0%B8%A7%E0%B8%8A%E0%B8%9A%E0%B8%B1%E0%
B8%99%E0%B8%97%E0%B8%B6%E0%B8%81+2+%E0%B9%80%E0%B8%A1.
ขจิตขวญั กิจวิสาละ. (2564). ศำสตร์กำรเล่ำเรื่องในส่ือสำรศึกษำ. สืบคน้ เมื่อ 25 พฤษภาคม 2565, จาก
file:///C:/Users/Advice%20Nongphai/Downloads/ckmayjii.
ธนวฒั น์ แกว้ นาเมือง. (2558). “บทบำทหน้ำท่ขี องผู้กำกบั ภำพยนตร์ของบริษทั Snapshot กรณศี ึกษำ
ภำพยนตร์เพ่ือกำรประชำสัมพนั ธ์ โรงเรียนรำชวนิ ิตบำงแคปำนขำ”. สืบคน้ เมื่อ 25 พฤษภาคม
2565, จาก http://www.research-system.siam.edu/co-operative/3572-snapshot-2562.
นิวฒั น์ สารบุญ. (2565). องค์ประกอบของกำรเขียนบทภำพยนตร์. สืบคน้ เมื่อ 25 พฤษภาคม 2565, จาก
https://www.niwatcomedu.com.
นิพนธ์ คุณารักษ.์ (มปป). องค์ประกอบภำพยนตร์: วารสารศิลปกรรมศาสตร์ มหาวิทยาลัยขอนแก่น,
สืบคน้ จาก file:///C:/Users/Advice%20Nongphai/Downloads/joyjeeangkap, +Journal+
manager,+04_1_1_52_04%20(1).pdf.
ปิ ยะดนยั วเิ คียน. (มปป). กำรเขยี นบทวีดที ัศน์และภำพยนตร์. สืบคน้ เมื่อ 25 พฤษภาคม 2565, จาก
https://krupiyadanai.wordpress.com/computer4/%E0%B9%80%E0%B8%.
ปิ ยะดนยั วิเคียน. (มปป). กำรกำกบั ภำพ. สืบคน้ เม่ือ 25 พฤษภาคม 2565, จาก https://krupiyadanai.
wordpress.com/computer4/%E0%B9%80%E0%B8%97%.
ปิ ยะดนยั วเิ คียน. (มปป). กำรตัดต่อวดี ทิ ศั น์หรือภำพยนตร์. สืบคน้ เม่ือ 25 พฤษภาคม 2565, จาก
https://krupiyadanai.wordpress.com/computer4/%E0%B9%80%E0%B8%97%E0%B8%
พิทกั ษ์ ปานเปรม. ภาพยนตร์เบ้ืองตน้ (Introduction to Film). สไลด์ประกอบกำรสอนรำยวชิ ำ
ภำพยนตร์ศึกษำ (Film Study). (2564).
เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
236
ภูริพนั ธ์ ภู่ไพบูลย.์ (มปป). ควำมรู้เบื้องต้นเกยี่ วกบั กำรเขียนบทภำพยนตร์. สืบคน้ เม่ือ 25 พฤษภาคม 2565,
จาก https://infocomm.mju.ac.th/goverment/25620401014614_infocomm/ Doc_25620422095728_
793325.pdf.
สุมาภา ประดบั แกว้ . (2556). การวเิ คราะห์โครงสร้างการเลา่ เร่ืองในภาพยนตร์ที่กากบั . สืบคน้ เมื่อ
25 พฤษภาคม 2565, จาก http://webpac.library.mju.ac.th:8080/mm/fulltext/thesis/2557/sumapha_
pradubkaew/%E0%B8%AA%E0%B8%B8%E0%B8%A1%E0%B8%B2%E0%B8%A0%E0%
B8%B2%20%E0%B8%9B%E0%B8%A3%E0%B8%B0%E0%B8%94%E0%B8%B1%E0%B8%
9A%E0%B9%81%E0%B8%81%E0%B9%89%E0%B8%A7.pdf.
สุรศกั ด์ิ บุญอาจ. (มปป). รูปแบบของกำรตดั ต่อ/กำรลำดบั ภำพ (Editing). สืบคน้ เมื่อ 25 พฤษภาคม 2565,
จาก https://www.ubu.ac.th/web/mod/km/files/ cf202108250939279472.pdf.
Paranat. (2020). รวมมุมกล้องแบบต่ำงๆ สำหรับกำรสร้ำงควำมน่ำสนใจให้งำนภำพของคุณ. สืบคน้ เม่ือ
25 พฤษภาคม 2565, จาก https://www.plotter.in.th/?p=19358.
Yochuwa Samarom. (2021). 10 กำรจดั องค์ประกอบที่เรียนรู้ได้จำกภำพยนตร์ เพื่อประยกุ ต์ใช้ในกำร
ถ่ำยภำพ. สืบคน้ เมื่อ 25 พฤษภาคม 2565, จาก https://www.photoschoolthailand.com/10-
cinematic-compositions-for-improving-photography-1/.
เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
237
แผนกำรสอนประจำบทท่ี 6
1. หัวข้อเนื้อหำประจำบท
1.1 บริบททางสงั คมที่เช่ือมโยงสมั พนั ธ์กบั ภาพยนตร์
1.2 ความสมั พนั ธ์ของภาพยนตร์กบั ความมนั่ คงทางสงั คม
1.3 ตวั อยา่ งภาพยนตร์ท่ีสอดแทรกบริบทและการสร้างคา่ นิยมความมน่ั คงในสงั คม
1.4 ความสาคญั ของภาพยนตร์กบั ความมนั่ คงทางสงั คม
1.5 แนวคิดทฤษฎีท่ีเก่ียวขอ้ งกบั ความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งภาพยนตร์กบั บริบททางสงั คม
1.6 ภาพยนตร์กบั โครงสร้างแบบ 3 องก์ (Three Act Structure)
1.7 การเล่าเร่ืองของภาพยนตร์ไทยกบั ภาพยนตร์ต่างประเทศที่มีความสัมพนั ธ์เกี่ยวขอ้ งกบั บริบท
ทางสงั คม
1.8 การสะทอ้ นเร่ืองรางของสงั คมไทยที่ปรากฏในภาพยนตร์
1.9 บทสรุป
1.10 คาถามทา้ ยบท
2. วตั ถุประสงค์
2.1 เพื่อให้นักศึกษามีความรู้ ความเขา้ ใจ เก่ียวกบั การสร้างสรรค์ผลงานภาพยนตร์ท่ีสะทอ้ นการ
ดาเนินเร่ืองผา่ นบริทบททางสงั คม
2.2 เพ่ือใหน้ กั ศึกษาเขา้ ใจความสมั พนั ธ์และความสาคญั ระหวา่ งภาพยนตร์กบั บริบททางสงั คม
2.3 เพื่อใหน้ กั ศึกษามีความรู้ ความเขา้ ใจ เก่ียวกบั แนวคิดทฤษฎีท่ีนาบริบททางสงั คมมาประกอบใช้
ในการเล่าเรื่อง
2.4 นกั ศึกษาสามารถวิเคราะห์และจาแนกรูปแบบการเล่าเรื่องในภาพยนตร์ที่สะทอ้ นประเด็นใน
สงั คมได้
2.5 นกั ศึกษามีความรู้ ความเขา้ ใจ สามารถสอดแทรกและปรับใชก้ ารเล่าเรื่องที่สะทอ้ นประเด็นใน
สงั คม ผา่ นภาพยนตร์ไดอ้ ยา่ งมีประสิทธิภาพ
เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
238
3. วิธีกำรสอน
3.1 บรรยาย แลกเปลี่ยนความคิดเห็น
3.2 ถาม – ตอบ ก่อน ระหวา่ ง และหลงั การบรรยาย
3.3 นกั ศึกษาช่วยกนั ตอบคาถามในช้นั เรียนจากเคสตวั อยา่ งในเน้ือหาท่ีบรรยายหรือกรณี ยกตวั อยา่ ง
จากเคสอ่ืนๆ ที่มีความเก่ียวขอ้ งกบั บทเรียน
3.4 สรุปบทเรียน
3.5 ตอบคาถามในแบบฝึกทา้ ยบทเรียน
4. กจิ กรรม
4.1 สอบถามความเขา้ ใจเบ้ืองตน้ เกี่ยวกบั เน้ือหาท่ีจะสอนก่อนเริ่มอธิบายรายวิชา
4.2 แนะแนวและอธิบายแผนการสอนประจาบท
4.3 ถาม – ตอบ ก่อน ระหวา่ ง และหลงั การบรรยาย
4.4 นกั ศึกษาช่วยกนั ตอบคาถามในช้นั เรียนจากเคสตวั อยา่ งในเน้ือหาท่ีบรรยายหรือกรณี ยกตวั อยา่ ง
จากเคสอื่นๆ ที่มีความเก่ียวขอ้ งกบั บทเรียน
4.5 มอบหมายงาน ให้นกั ศึกษายกตวั อยา่ งภาพยนตร์ท่ีสอดแทรกบริบทและการสร้างค่านิยมความ
มนั่ คงในสังคมท้งั ภาพยนตร์ไทยและภาพยนตร์ต่างประเทศมาอย่างละ 1 เร่ือง และในเร่ืองใช้
ประเดน็ ใดที่เก่ียวขอ้ งระหวา่ งภาพยนตร์กบั บริบททางสงั คม พร้อมเขียนอธิบาย มาพอสังเขปฯ
5. ส่ือกำรเรียนกำรสอน
5.1 PowerPoint
5.2 case study
6. กำรวัดและกำรประเมินผล
6.1 ประเมินผลจาก การเขา้ หอ้ งเรียน รวมถึงสงั เกตความสนใจในการเรียน
6.2 ประเมินผลจาก Assignment การทาแบบฝึกหดั ที่มอบหมาย
6.3 ประเมินผลจากการสอบ Midterm และ Final ซ่ึงเป็นตวั วดั ความเขา้ ใจในช้นั เรียนท้งั หมด
เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
239
บทท่ี 6
ควำมสัมพนั ธ์ระหว่ำงภำพยนตร์กบั บริบททำงสังคม
อนุสรณ์ ศรีแกว้ (2534) ไดอ้ ธิบายไวว้ ่า ภาพยนตร์แนวสะทอ้ นปัญหาสังคม คือ ความบนั เทิงแบบ
“มีเน้ือหาสาระ” และอิงพ้ืนฐานอยกู่ บั การสะทอ้ นความเป็นจริง โดยหวงั วา่ จะเกิดการเปลี่ยนแปลงของสังคม
ในทิศทางท่ีดีข้ึน จากการตีแผ่ให้เห็นปัญหาและความเลวร้ายในสังคม อีกท้งั ยงั เป็ นการช่วยเสริมสร้าง
จิตสานึกท่ีดีใหแ้ ก่ผชู้ ม (นริสร เติมชยั ธนโชต, 2561)
ดงั น้นั ภาพยนตร์ที่มีความเกี่ยวขอ้ งกนั กบั บริบททางสังคมหรือภาพยนตร์สะทอ้ นสังคมมี “หนา้ ที่”
สะทอ้ นความเป็นไปท่ีเกิดข้ึนในสังคม โดยภาพยนตร์ไทยยงั คงทาหนา้ ท่ีน้ีไดด้ ีมาต้งั แต่เมื่อคร้ังอดีตหากแต่
ในปัจจุบนั วิธีการส่ือสารในการสะทอ้ นภาพอาจจะปรากฏให้เห็นเด่นชดั และดูรุนแรงมากข้ึนตามความ
เปลี่ยนแปลงไปของสังคมไทย และไม่ว่าจะอย่างไรภาพยนตร์ไทยก็ทาหนา้ ที่สะทอ้ นภาพปัญหาหรือเป็ น
ตวั แทนในการถ่ายทอดความรู้สึกต่างๆ ท่ีเกิดข้ึนภายในครอบครัวออกมาอยา่ งสม่าเสมอ ไม่ว่าจะปรากฏอยู่
ในรูปแบบของภาพยนตร์แนวใดก็ตาม และก็จะถือไดว้ า่ เป็นหน่ึงในสื่อท่ีใชส้ ะทอ้ นบริบทที่เกิดข้ึนจริงของ
สงั คมไทยในยคุ น้นั ๆ ไดเ้ ป็นอยา่ งดี (นริสร เติมชยั ธนโชต, 2561)
ภาพยนตร์เปรียบเสมือนตวั สารอนั เป็นองคป์ ระกอบสาคญั ในการส่ือสาร ฉะน้นั บุคคลตอ้ งทาความ
เขา้ ใจกบั ตวั สารเป็นสาคญั ซ่ึงความเขา้ ใจน้นั จะครอบคลุมไปถึงลกั ษณะโครงสร้างภายในของตวั สาร วิธีการ
ทาความเขา้ ใจเช่นน้ีทาใหเ้ กิดความหมายและความสาคญั ระหวา่ งตวั สารกบั วฒั นธรรมในลกั ษณะที่เป็นองค์
รวม ดงั เช่น อนุสรณ์ ศรีแกว้ (อา้ งถึงใน นริสร เติมชยั ธนโชต, 2561) ไดอ้ ธิบายไวว้ ่า ถึงแมเ้ ราจะเนน้ การ
วิเคราะห์ตวั สารในภาพยนตร์เฉกเช่นเดียวกบั กระบวนการสื่อสารมวลชน แต่ตวั สารน้ียอ่ มสามารถนามาใช้
เพ่ือก่อให้เกิดความรู้เกี่ยวกบั สังคม โดยนาเน้ือหาและตวั บทของภาพยนตร์มาวิเคราะห์อย่างละเอียด เพ่ือ
สร้างความเข้าใจเก่ียวกับวฒั นธรรม ค่านิยม วิถีชีวิต หรือปรากฏการณ์ทางสังคมต่างๆ ท่ีเกิดข้ึนได้
ปรากฏการณ์ทางสังคมที่น่าสนใจและมีความสาคญั ประการหน่ึงท่ีนกั วิชาการทางสังคมวิทยา และองคก์ ร
ภาครัฐใหค้ วามสนใจคือ ปัญหาสงั คม ซ่ึงสงั คมไทยกเ็ ป็นเช่นเดียวกบั สงั คมอ่ืนๆ ทวั่ โลกที่มีปัญหา เพราะทุก
สงั คมมีการเปลี่ยนแปลง สิ่งเหล่าน้ีลว้ นเป็นปัจจยั พ้ืนฐานทาใหเ้ กิดปัญหาสงั คมได้
เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
240
Horton and Leslie (1976) ไดอ้ ธิบายวา่ ปรากฏการณ์ทางสังคมอาจกล่าวไดอ้ ีกนยั วา่ เป็นภาวะอยา่ ง
หน่ึงที่กระทบกระเทือนต่อบุคคลจานวนมากพอสมควร เป็ นภาวะท่ีไม่พึงปรารถนาของสังคม และมี
ความรู้สึกวา่ ควรมีการแกไ้ ขดว้ ยการกระทาร่วมกนั บางอยา่ ง นอกจากน้ี Horton and Leslie (1976) ยงั ไดแ้ บ่ง
องคป์ ระกอบของปัญหาสังคมออกเป็น 4 ประการ คือ
1. สถานการณ์น้นั จะตอ้ งกระทบกระเทือนบุคคลจานวนมาก
2. สถานการณ์น้นั ไม่เป็นท่ีพึงปรารถนาของคนหมู่มาก
3. บุคคลจานวนหน่ึงมีความเห็นร่วมกนั วา่ ควรมีการแกไ้ ข หรือเปล่ียนแปลง
4. จะตอ้ งมีการกระทาร่วมกนั จากหลายฝ่ ายเพอื่ แกไ้ ขสถานการณ์
ซ่ึงปรากฏการณ์ทางสังคมดงั กล่าว ทาให้ผูส้ ร้างภาพยนตร์เล็งเห็นความสาคญั ในการนาภาพยนตร์
มาเป็ นตวั สารเพ่ือสื่อความหมายไปยงั ผูร้ ับสาร ท้งั น้ีหลกั เกณฑ์การแบ่งประเภทของภาพยนตร์สามารถ
จาแนกตามตระกลู ของภาพยนตร์ (Film genre) โดยพิจารณาจากลกั ษณะและเน้ือหาของภาพยนตร์เป็นหลกั
ประกอบด้วย ลกั ษณะตัวละคร ความขดั แยง้ ฉากเหตุการณ์ แบบแผนของโครงเรื่องและแก่นเรื่อง ซ่ึง
ภาพยนตร์ท่ีอยู่ในตระกูลเดียวกันย่อมมีลักษณะร่วมกันในส่วนประกอบต่างๆ ดังท่ีกล่าวมา (นริสร
เติมชยั ธนโชต, 2561) สิ่งที่เช่ือมโยงใหเ้ กิดความสมั พนั ธ์ระหวา่ งสังคมกบั ภาพยนตร์ยดึ โยงกนั โดยใชบ้ ริบท
พ้ืนฐานท่ีเกิดข้ึนจริงภายในสังคม คือ ส่ิงที่มนุษยอ์ ยากรู้ สิ่งท่ีมนุษยร์ ู้สึก และสิ่งท่ีมนุษยต์ อ้ งการ เหล่าน้ีเป็น
เพียงปัจจยั พ้ืนฐานในสังคมที่ต่อยอดสู่การสร้างสรรคภ์ าพยนตร์ผ่านเหตุการณ์ ความรู้สึกท่ีเกิดข้ึนจริงใน
สงั คม
1.1 บริบททำงสังคมที่เชื่อมโยงสัมพนั ธ์กบั ภำพยนตร์
บริบททางสังคมที่สอดคลอ้ งและสัมพนั ธ์กบั การสร้างสรรคผ์ ลงานภาพยนตร์ กล่าวไดว้ ่า อิทธิผล
ของสภาพสังคมส่งผลต่อมุมมองของผูเ้ ขียน ซ่ึงผูอ้ ่านวรรณกรรมสามารถรับรู้ไดผ้ ่านตวั อกั ษร หรือการ
จินตนาการตามเรื่องราวท่ีไดอ้ ่าน และเม่ือผูส้ ร้างภาพยนตร์นาวรรณกรรมน้นั มาสร้างก็ทาให้ผชู้ มไดส้ ัมผสั
ถึงรูปแบบวิถีชีวิตของสังคมในยุคสมยั น้นั ไดช้ ดั เจนยิ่งข้ึนผ่านมิติต่างๆ ที่ภาพยนตร์นาเสนอ โดย นิวฒั น์
ประสิทธิวิทย์ (อา้ งถึงใน ภทั ริยา วิริยะศิริวฒั นะ, 2558) ไดก้ ล่าววา่ “สังคมกบั สื่อและศิลป์ มีความเกี่ยวพนั ธ์
กนั อยา่ งลึกซ่ึง กล่าวคือ ท้งั สองมีผลกระทบหรือมีอิทธิพลต่อกนั มาทุกยคุ สมยั ”
ภาพยนตร์จดั เป็ นสื่อท่ีมีอายุยาวนานเกินศตวรรษ นับต้งั แต่พี่น้องลูมิแอร์ได้ประดิษฐ์กลอ้ งถ่าย
ภาพยนตร์ Cinematograph และทาการฉายภาพยนตร์เป็ นคร้ังแรกในวนั ท่ี 28 ธันวาคม 1895 ที่กรุงปารีส
(Reeves, 1999) จนถึงปัจจุบนั น้ี ภาพยนตร์มีบทบาทที่หลากหลายนอกเหนือจากเป็นสื่อที่ใหค้ วามบนั เทิงกบั
ประชาชนแลว้ ภาพยนตร์ยงั ถูกสร้างให้เป็ นอาวุธทางการเมืองให้กบั ทุกข้วั อานาจท้งั ในส่วนของรัฐบาล ที่
เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
241
สร้างภาพยนตร์โฆษณาชวนเชื่อ (Propaganda Film) เพ่ือส่งเสริมลทั ธิชาตินิยม (Nationalism) และในส่วนที่
ทาหนา้ ท่ีต่อตา้ นรัฐบาล เช่น ภาพยนตร์กลุ่ม Third Cinema ที่สร้างในช่วงทศวรรษท่ี 60s และ 70s เพื่อทา
หนา้ ที่ต่อตา้ นการกดข่ีจากอานาจรัฐ และสะทอ้ นปัญหาของประชาชนที่ยากจน (ภสั สร สงั ขศ์ รี, 2559)
นอกจากน้ียงั เป็ นส่วนหน่ึงท่ีขบั เคลื่อนเศรษฐกิจ เนื่องจากภาพยนตร์สามารถพฒั นาจนเป็ นระบบ
อุตสาหกรรมภาพยนตร์ และยงั สามารถแตกแขนงไปสู่ภาคธุรกิจอ่ืนๆ เช่น ธุรกิจดนตรี แฟชนั่ การท่องเท่ียว
หรือแมแ้ ต่ธุรกิจอาหาร ซ่ึงแฝงตวั ในรูปของโฆษณาแฝงในภาพยนตร์ นอกจากน้นั ภาพยนตร์ยงั ทาหนา้ ท่ี
เสนอแนวคิด ศิลปะ วฒั นธรรม ความเช่ือ ของแต่ละประเทศท่ีผลิตภาพยนตร์ ดงั น้นั การศึกษาภาพยนตร์
นอกจากจะไดเ้ รียนรู้ขอ้ มูลในส่วนของภาพยนตร์โดยตรงแลว้ ยงั สามารถเรียนรู้บริบททางสังคมท่ีเกี่ยวขอ้ ง
สัมพนั ธ์กบั ภาพยนตร์ เช่น ขอ้ มูลดา้ นการเมือง เศรษฐกิจ วฒั นธรรม รวมท้งั วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
อ่ืนๆ ประกอบเป็นความรู้ซ่ึงสามารถนาไปต่อยอดไดใ้ นอนาคต (ภสั สร สงั ขศ์ รี, 2559) ดงั น้นั อธิบายเพ่ิมเติม
ไดว้ า่ ภาพยนตร์จดั เป็นเครื่องมือทางการเมืองนอกจากงานศิลปะ เช่น วรรณกรรมและจิตรกรรม มีอิทธิพล
ต่อรูปแบบและเน้ือหาของภาพยนตร์ ถดั มากล่าวถึงผลทางความคิดจากการชมภาพยนตร์ของคนในสังคมซ่ึง
ส่งผลมาจากประเด็นต่างๆ ท่ีถูกเล่าผ่านตวั ละครและเน้ือเร่ือง อนั จะมีผลต่อความมน่ั คงในสังคมยึดโยงมา
จากการสร้างผลงานทางภาพยนตร์ท้งั สิ้น โดยมีความสาคญั เชื่อมโยงกนั ดงั ประเด็นเรื่องของความสัมพนั ธ์
ของภาพยนตร์กบั ความมน่ั คงทางสงั คมน้ี
1.2 ควำมสัมพนั ธ์ของภำพยนตร์กบั ควำมมั่นคงทำงสังคม
ภาพยนตร์กลายเป็ นเร่ืองของความมน่ั คง เพราะภาพยนตร์มีอิทธิพลทางความคิดสูง หลายเร่ือง
สามารถโนม้ นา้ วให้เกิดกระแสสังคมไดใ้ นชวั่ ขา้ มคืน เช่น ดาบพิฆาตอสูร คือตวั อย่างหน่ึงที่ช่วยพิสูจน์ให้
เห็นพลงั ของภาพยนตร์ หลงั เขา้ ฉายในโรงภาพยนตร์ไดไ้ ม่นาน ความตอ้ งการครอบครองเส้ือคลุมตามแบบ
ตวั ละครในดาบพิฆาตอสูรพุ่งสูงข้ึนจนสร้างรายไดใ้ ห้แก่ผูค้ า้ หลายราย แต่ละรายอาจทายอดขายไดม้ ากถึง
2,000 ตวั ต่อวนั การบริโภคกระจายเป็นวงกวา้ งก่อนนาไปสู่คาสั่งปกครองหลายแห่งหา้ มไม่ให้เด็กนกั เรียน
สวมเส้ือลกั ษณะดงั กล่าวมาโรงเรียน หรือภาพยนตร์เร่ือง Top Gun ซ่ึงออกฉายปี 1986 ภาพยนตร์เรื่องน้ีสร้าง
กระแสการสวมแว่นเรยแ์ บนด์ท้งั ในและนอกสหรัฐฯ รายงานฉบบั หน่ึงเผยว่ายอดขายเรยแ์ บนด์ช่วงตน้
ทศวรรษ 1980 ไม่เป็ นท่ีประทบั ใจเนื่องจากขายไดเ้ ฉลี่ย 18,000 อนั ต่อปี จวบจน Top Gun เขา้ ฉาย ยอดขาย
จึงกระโดดไปเป็น 40,000 อนั ในชวั่ ขา้ มคืน จากน้นั เพิ่มเป็นหลายลา้ นอนั ในตลาดต่างประเทศ หมู่คนดงั ของ
สหรัฐฯ พากนั สวมใส่เรยแ์ บนด์ในช่วงดงั กล่าวตามกระแสนิยม ท้งั หมดเป็ นผลพวงมาจากภาพตวั ละคร
นายทหารอากาศซ่ึงใชเ้ รยแ์ บนดเ์ สริมมาดใหแ้ ก่ตนเอง (ฐณยศ โล่ห์พฒั นานนท,์ 2564)
ท้งั น้ีขอ้ มูลขา้ งตน้ เป็ นเพียงตวั อย่างในเชิงของการสร้างกระแสแฟชั่น ภาพยนตร์อีกหลายเรื่อง
สามารถเร่งเร้าความรู้สึกทางสังคมไม่ต่างกนั บางเร่ืองเสริมส่งเศรษฐกิจ บางเรื่องสร้างกระแสการเมือง
เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
242
บางเรื่องอานวยกิจการทหาร และบางเรื่องยกระดบั ความสัมพนั ธ์ภาคประชาชนซ่ึงถือเป็นปัจจยั ความมน่ั คง
ท้งั สิ้น มองกนั วา่ หากภาพยนตร์สร้างกระแสไดถ้ ูกทางจะทาใหส้ ังคมพบกบั ความปลอดภยั ในระยะยาว และ
อยา่ งไรก็ตามภาพยนตร์ยงั มีศกั ยภาพในการเขา้ ถึงประชากร เนื่องจากภาพยนตร์จดั เป็นความบนั เทิงหลกั ใน
ยคุ ท่ีส่ือบนั เทิงไดพ้ ฒั นาเป็นปัจจยั ดารงชีพของมนุษย์ (ฐณยศ โล่ห์พฒั นานนท,์ 2564) ในแง่ของความมน่ั คง
นอกจากท่ีกล่าวมาน้ี พบวา่ ในแต่ล่ะประเทศมีการใชส้ ื่อภาพยนตร์กระตุน้ ใหเ้ กิดความมนั่ คงทางสงั คมหลาย
ด้าน ประเทศช้ันนาหลากหลายประเทศใช้สื่อภาพยนตร์รับมือกับปัญหาความมนั่ คงใหม่เสมอ เพราะ
ภาพยนตร์ช่วยกระตุน้ ความตื่นตวั ในหมู่ผูช้ มตามมาดว้ ยวิธีรับมืออนั เหมาะสม (ฐณยศ โล่พฒั นานนท์ และ
คณะ, 2563)
การใช้ภาพยนตร์เพื่อความมั่นคงนับแต่ยุคหลังสงครามเย็นสหรัฐฯ อาศัยสมรรถนะของ
อุตสาหกรรมฮอลลีวูดขบั เคล่ือนความมนั่ คงทางสงั คมและความมน่ั คงในเชิงเครือข่ายระหวา่ งประเทศเสมอ
มา โดยจะเขา้ ใจสหรัฐฯ ในมุมน้ีไดต้ อ้ งเร่ิมจากแผนความมน่ั คงของสหรัฐฯ ต่อไปน้ี คือตวั อยา่ งแผนความ
มน่ั คงเผยแพร่โดยทาเนียบขาวซ่ึงเขียนภายใตก้ ารกากบั ของผูน้ า 4 รุ่น (ฐณยศ โล่ห์พฒั นานนท์, 2564) ได้
ยกตวั อยา่ งไว้ ดงั น้ี
Interim National Security Strategic Guidance (2021) โดย ประธานาธิบดี Joseph R. Biden, JR.
• ส่งเสริมประชาธิปไตย
• สร้างเสริมเศรษฐกิจ
• ฟ้ื นสถานะของสหรัฐฯ ในเวทีโลก
• พทิ กั ษป์ ระชาคมนานาชาติ
• ส่งออกค่านิยมอเมริกนั
National Security Strategy of the United States of America (2017) โดย ประธานาธิบดี Donald J.
Trump
• มุ่งเป้าผลประโยชน์สหรัฐฯ ในเวทีโลก
• ฟ้ื นอานาจของสหรัฐฯ
• ส่งเสริมประชาธิปไตย
• รักษาบทบาทดา้ นสนั ติภาพ
• เชิดชูความยงิ่ ใหญ่ของสหรัฐฯ
National Security Strategy (2010) โดย ประธานาธิบดี Barak Obama
เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
243
• ฟ้ื นการนาของสหรัฐฯ
• พฒั นาบทบาทดา้ นสันติภาพ
• ส่งเสริมเศรษฐกิจและความมง่ั คง่ั
• เผยแพร่ประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน
• รักษาและแสวงหาพนั ธมิตร
National Security Strategy of the United States of America (2006) โดย ประธานาธิบดี George W.
Bush
• ร่วมมือกบั พนั ธมิตรขจดั ก่อการร้าย
• แสดงบทบาทลดความขดั แยง้ ตามพ้ืนท่ีต่างๆ
• สร้างยคุ ใหม่แห่งเศรษฐกิจเสรี
• สนบั สนุนประชาธิปไตย
• แสวงหาโอกาสและรับความทา้ ทายจากโลกาภิวตั น์
ท้ังน้ีกล่าวได้ว่างานฮอลลีวูดจานวนไม่น้อยใช้การส่ือสารโลกทัศน์อนั สอดรับกับความม่ันคง
สหรัฐฯ ยกตวั อย่างในงานวิจยั เรื่อง “สื่อบนั เทิงกับความมน่ั คงใหม่ในประเทศสหรัฐอเมริกา: มองผ่าน
บทบาทภาพยนตร์ฮอลลีวูด” ตีพิมพใ์ นวารสารมุมมองความมน่ั คง (มิถุนายน-กนั ยายน 2563) ช่วยรับรองคา
กล่าวน้ี เพราะงานน้ีไดส้ ารวจภาพยนตร์ร่วมสมยั 15 เร่ืองซ่ึงฉายในสหรัฐฯ ช่วงปี 2017-2019 ก่อนพบว่า
ภาพยนตร์ในการศึกษาทุกเรื่องมุ่งส่งผ่านความเป็นอเมริกนั ในแบบที่ถูกกาหนดตามคตินิยมทางความมน่ั คง
(ฐณยศ โลห่ ์พฒั นานนท,์ 2564) ไดน้ ิยามความเป็นอเมริกนั ท่ีวา่ ไดแ้ ก่
1. ความเป็ นนักบุกเบิก/ผจญภยั : (Explorer/Adventurer) อนั เป็ นลกั ษณะภาคบงั คบั ท่ีขบั
เนน้ ใหผ้ ชู้ มเห็นภาพผนู้ า เพราะความเป็นนกั บุกเบิก/ผจญภยั คือคุณสมบตั ิของนกั สู้
2. ความเป็ นผู้นาประชาธิปไตย: (Leading Democratic Nation) เน่ืองจากสหรัฐฯ มี
เป้าหมายเรื่อง เครือข่ายตลาดเสรี และตลาดเสรีน้ันจะตอ้ งเป็ นไปตามกติกาสากล ถา้
ชาติหุ้นส่วนไม่ไดว้ างตวั เองในระบบประชาธิปไตย ก็จะไม่มีการเปิ ดกวา้ งเรื่องกลไก
ตลาด
3. ทุนนิยม/บริโภคนิยม: (Capitalism/Consumerism) ดว้ ยเหตุว่าทุนนิยม/บริโภคนิยมคือ
หวั ใจของตลาดเสรี การสอดแทรกภาพเหล่าน้ีทาใหผ้ ูช้ มรู้สึกว่าทุนและการบริโภคคือ
ส่วนหน่ึงของชีวิต กระท้งั บางคร้ังไม่มีการต้งั คาถามเก่ียวกบั ความเหมาะสมของระบบ
เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
244
4. ความล้าหน้าทางเทคโนโลยี: (Technological Advancement) เป็ นหน่ึงในจุดขายหลกั
ของงานฮอลลีวูด ซ่ึงโยงผู้ชมไปยงั ความเชื่อว่าสหรัฐฯ ครองความแกร่งด้าน
วิทยาศาสตร์เทคโนโลยีเสมอ บางคร้ังผูช้ มอาจเช่ือว่าสหรัฐฯ เป็ นหน่ึงในผูก้ าหนด
ทิศทางวทิ ยาศาสตร์เทคโนโลยขี องโลก
5. ผู้พิทักษ์ตามแนวทางโลกนิยม: (World Protector) อย่างท่ีเห็นในงานประเภท
War Film, Sci-Fi, Action Hero ผูช้ มจึงมกั จะเช่ือว่าเป็ นสิทธ์ิของสหรัฐฯ ในการนิยาม
ผดู้ ี-ผรู้ ้าย และทาการปราบปรามใครกต็ ามท่ีสหรัฐฯ เห็นเป็นภยั คุกคาม
6. ความเท่าเทียม/เสรี ภาพ: (Equality/Freedom) เป็ นลักษณะอันสอดคล้องกับหลัก
ประชาธิปไตยสาหรับสหรัฐฯ ความเท่าเทียมและเสรีภาพช่วยบ่งบอกความเป็นอารยะ
ในทางการเมือง เศรษฐกิจ และสงั คม
7. ความหลากหลายทางวฒั นธรรม (Cultural Diversity) เพราะสหรัฐฯ ณ ขณะน้นั อยู่ใน
กระแสชาตินิยม ฮอลลีวูดมองวา่ ความมน่ั คงท่ีแทจ้ ริงมาจากสายสัมพนั ธ์กบั ประชาคม
โลก ไม่ใช่ America First ภาพยนตร์จานวนหน่ึงจึงฉายภาพของสังคมอเมริกนั เป็ น
Melting Pot หรื อที่หลอมรวมของคนต่างวัฒนธรรมอย่างเช่น ใน Spider-Man:
Homecoming
สรุปไดว้ ่าภาพยนตร์สหรัฐฯ พยายามรักษา National Character โดยนิยามความเป็ นอเมริกนั ชน ซ่ึง
ถือเป็ นหนา้ ที่ในทางความมนั่ คงใหม่ เพราะอุปนิสัยของคนในชาติจดั เป็ นองคป์ ระกอบเชิงนามธรรมของ
ความมนั่ คง ความตระหนกั ในตวั ตนช่วยสร้างเอกภาพระดบั สังคม แทบทุกเรื่องมุ่งปลุกเร้าให้ผชู้ มภูมิใจใน
สถานะของอเมริกาผา่ นการนาเสนอคุณสมบตั ิอนั โดดเด่น ในเวลาเดียวกนั ภาพยนตร์ทุกเรื่อง ทาหนา้ ที่ในมุม
Soft Power โดยโนม้ นา้ วให้ผูช้ มต่างประเทศยอมรับความเป็ นอเมริกนั ตามแนวคิด Exceptionalism ใชภ้ าพ
ของอเมริกาผเู้ อ้ืออารีประสมกบั ผูน้ าในแง่การเมือง การทหาร ความรู้ล้าสมยั และการดารงชีวิตในสังคมซ่ึง
เจือกลิ่นอายยโู ทเปี ย (ฐณยศ โลห่ ์พฒั นานนท,์ 2564)
อีกกรณีตวั อย่างคือ “เกาหลีใต้” หากไม่นับขอ้ ขดั แยง้ กบั เกาหลีเหนือ ความมน่ั คงของเกาหลีใต้
ข้ึนอยู่กบั ความแข็งแกร่งทางเศรษฐกิจและสังคม ดงั น้นั ภาพยนตร์ของเกาหลีใตจ้ านวนมากพยายามสร้าง
คุณูปการดว้ ยการผูกภาพของประชากรกบั ความทนั สมยั ในงานทุกประเภทไม่เวน้ กระทง่ั งานยอ้ นยุค เป็ น
ความทันสมัยในเชิงความคิดและการกระทา ดังเช่น Along with the Gods: The Two Worlds พูดถึงการ
ทดสอบความดีของวิญญาณตนหน่ึงซ่ึงคดั เลือกโดยสามยมทูต ระหวา่ งการทดสอบเกิดอุปสรรคมากมายทา
ให้คณะยมทูตตอ้ งร่วมใจกันแก้ไข ความน่าสนใจของเร่ืองอยู่ที่การนาเสนอวิถีปฏิบตั ิของโลกวิญญาณ
แทนท่ีจะวา่ ดว้ ยอิทธิฤทธ์ิ ปาฏิหาริย์ ส่วนมากเป็นการโตเ้ ถียงดว้ ยเหตุผลและกฎขอ้ บงั คบั ระหวา่ งผนู้ ายมทูต
เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
245
กบั มจั จุราชในด่านต่างๆ การโตเ้ ถียงจาลองแนวทางการใชเ้ หตุผลในโลกแห่งความเป็ นจริง มีการสร้างขอ้
โตแ้ ยง้ จากขอ้ มูล หลกั ฐาน บางคร้ังผนู้ ายมทูตสืบสวนสอบสวนภูมิหลงั ของวิญญาณดงั กล่าวโดยใชห้ ลกั นิติ
วิทยาศาสตร์ควานหาที่มาที่ไป (ฐณยศ โลห่ ์พฒั นานนท,์ 2564)
นอกจากน้ียงั ปรากฏอีกหลายตวั อยา่ งทาหนา้ ท่ีในทานองเดียวกนั Red Shoes and the Seven Dwarfs
สอนเรื่องการมองแก่นแทข้ องบุคคลโดยไม่เหยยี ดรูปกาย The Thieves สื่อประเด็นทกั ษะความสามารถ การ
รู้จกั ใชค้ วามแพวพราวบวกสติปัญญาภายใตภ้ าวะกดดนั หรือ Hansel and Gretel นาเสนอใหผ้ ชู้ มเขา้ ใจความ
ตอ้ งการพ้ืนฐานของมนุษย์ แต่ทุกเร่ืองเนน้ ความทรหดอดทน การมองโลกอย่างชาญฉลาด ภาพยนตร์แทบ
ท้งั หมดรวมไปถึงซีรีส์เกาหลีใตจ้ ึงสัมพนั ธ์กบั แนวคิด 4S อนั ประกอบดว้ ย Smart (ฉลาด) Safe (ปลอดภยั )
Sustainable (ยง่ั ยนื ) และStrong (เขม้ แขง็ ) ท้งั น้ีโดยเฉพาะดา้ น Smart และ Strong อยา่ งแยกกนั ไม่ออก เพราะ
คือพ้ืนฐานการสร้างประชากรให้สอดคลอ้ งกับเป้าหมายความทนั สมยั หากโลกยุคสมยั ใหม่ครอบคลุม
ประเด็นเสรีภาพ วิทยาการประชาธิปไตย สิทธิมนุษยชน เศรษฐกิจตลาดเสรี ความเท่าเทียม ฯลฯ งาน
ภาพยนตร์ของเกาหลีใตจ้ ะตอ้ งโนม้ นา้ วผูช้ มให้ยดึ มน่ั ในประเด็นเหล่าน้ีพร้อมกบั ปฏิวตั ิความเชื่อตามขนบ
เดิมๆ อย่างไรก็ดีการกาหนดบทบาทหน้าท่ีแบบ Soft Power ของภาพยนตร์เกาหลีใตเ้ ด่นชดั ไม่ผิดไปจาก
ฮอลลีวูด ภาพยนตร์เกาหลีใตโ้ ดยเฉพาะงานซีรีส์ทาหน้าท่ีสานสัมพนั ธ์ภาคประชาชนซ่ึงสร้างพ้ืนที่ให้แก่
เกาหลีใตใ้ นเวทีนานาชาติ ท้งั ยงั ช่วยยกระดบั อานาจต่อรองและอานวยภาคธุรกิจไดเ้ ป็นอยา่ งดี (ฐณยศ โล่ห์
พฒั นานนท,์ 2564)
ถดั มาจะเป็ นการแสดงให้เห็นภาพตวั อย่างภาพยนตร์ท่ีสอดแทรกเน้ือหาอนั เกี่ยวขอ้ งหรือสัมพนั ธ์
ยึดโยงกบั บริบททางสังคม ซ่ึงเป็นการเล่าเรื่องผา่ นเหตุการณ์ต่างๆ ที่เกิดข้ึนจริง มีจริงๆ ในสังคม ตลอดจน
ถือเป็นการสร้างคา่ นิยมความมน่ั คงในสงั คมเช่นเดียวกนั
1.3 ตวั อย่ำงภำพยนตร์ทีส่ อดแทรกบริบทและกำรสร้ำงค่ำนิยมควำมมน่ั คงในสังคม
• ในปี ค.ศ. 2011 ภาพยนตร์เร่ือง Contagion บอกเล่าหายนะของมนุษย์ อนั เกิดจากการกระจาย
ของเช้ือไวรัส MEV-1 ซ่ึงตวั ละครติดมาจากสุกรที่รับเช้ือจากคา้ งคาว มนุษยชาติเสียชีวิตในเวลา
อนั รวดเร็วคลา้ ยกบั วิกฤตโควิด-19 ใน ปัจจุบนั เรื่องราวใน Contagion อิงขอ้ มูลขององคก์ าร
อนามยั โลก (WHO) ร่วมกับผูเ้ ชี่ยวชาญทางการแพทย์ (CNN, 2020) จึงอนุมานไดว้ ่าผูส้ ร้าง
ภาพยนตร์ ใช้ Contagion สร้างความสนใจเก่ียวกบั วาระการแพร่ระบาดของเช้ือโรคท่ีอาจคร่า
ชีวิตมวลมนุษยไ์ ดท้ ุกขณะ An Inconvenient Truth (2006) หรือ The Day after Tomorrow (2004)
ต่างทาหน้าท่ีในทานองเดียวกนั ท้งั สองเรื่องว่าดว้ ยภยั จากสภาพอากาศอนั อาจจบลงท่ีความ
เปลี่ยนแปลงระดบั หายนะ (ฐณยศ โลพ่ ฒั นานนท์ และคณะ, 2563)
เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
246
ภำพท่ี 6.1 โปสเตอร์ภาพยนตร์เร่ือง Contagion สัมผสั ลา้ งโลก
ท่ีมา: BBC News, 2020
• ปี พ.ศ. 2559 ภาพยนตร์ไทยเรื่อง ดาวคะนอง นบั เป็นภาพยนตร์ไทยที่เขา้ ชิงรางวลั ออสการ์ในปี
น้นั ดว้ ย เป็นการถ่ายทาภาพยนตร์ที่เกี่ยวขอ้ งกบั เหตุการณ์ 6 ตุลาคม ปี พ.ศ. 2519 ตวั หนงั ซ้อน
หนงั ไดร้ ับบนั ดาลใจมาจากผนู้ านกั ศึกษาหญิงท่านหน่ึง และในเร่ืองกจ็ ะเลา่ ช่วงที่สมั ภาษณ์อดีต
นกั ศึกษาท่านน้นั ในที่พกั แห่งหน่ึง ก่อนเรื่องจะเล่าขา้ มไปถึงชีวิตของนกั แสดงท่านหน่ึง สลบั
กบั บางจงั หวะที่มีเรื่องเหนือจริงเกิดข้ึนดว้ ย หนงั อาศยั การเล่าเร่ืองที่อาจจะไม่เกี่ยวกนั เลยมา
เดินเรื่อง หมายความว่าจะให้ผูช้ มปะติดปะต่อเรื่องเองเหมือนลกั ษณะภาพโปสเตอร์ของเรื่อง
ซ่ึงกช็ วนต้งั คาถามวา่ สุดทา้ ยแลว้ สิ่งที่เกิดข้ึนภายในเร่ืองอาจจะสอดคลอ้ งกบั เร่ืองราวการเมือง
ที่ถูกตีความให้น่าดูข้ึน ก่อนจะโดนพร่าเลือนไปดว้ ยค่านิยมอ่ืนทางสังคม (Prepanod Nainapat,
2017)
ภำพที่ 6.2 โปสเตอร์ภาพยนตร์เร่ือง ดาวคะนอง
ที่มา: workpoint today, 2560
เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
247
• ปี พ.ศ. 2553 ภาพยนตร์ไทยเร่ือง อินทรีแดง นิยายตวั ตน้ ฉบบั ของ เศก ดุสิต ไดเ้ ขียนใหอ้ ินทรี
แดง ต่อสู้กับเหล่าคอมมิวนิสต์ ตรงกันข้ามกับฉบับภาพยนตร์ล่าสุดของผู้กากับ วิศิษฏ์
ศาสนเท่ียง ประกาศไวอ้ ยา่ งชดั เจนวา่ หนงั ฉบบั ของเขาเป็น ฉบบั วิพากษก์ ารเมือง ตวั อินทรีแดง
ทาการต่อสู้กบั รัฐบาลที่ใชอ้ านาจช่วยเหลือพวกตนเอง มีการจดั มอ็ บมาชนกบั มอ็ บ และมีสญั ญะ
ในหนงั อีกมากที่สะทอ้ นสภาวะการเมืองไทยในยุคน้นั แมจ้ ะใชฉ้ ากในเร่ืองเป็ นเมืองไทยใน
โลกสมมติกต็ ามที (Prepanod Nainapat, 2017)
ภำพที่ 6.3 โปสเตอร์ภาพยนตร์เรื่อง อินทรีแดง (The Red Eagle)
ท่ีมา: ไฟวส์ ตาร์โปรดกั ชน่ั , 2553
• ปี พ.ศ. 2555 ภาพยนตร์ไทยแนววีรคติ ดราม่า เร่ือง Home ความรัก ความสุข ความทรงจา
การนาเสนอความทรงจาโดยผ่านมุมมองความรัก ความผูกพนั ในแง่คนกบั คน คนกบั สถานท่ี
และคนกบั สิ่งของ งานชิ้นน้ีพูดถึงเร่ืองราวความรักใน 3-4 ช่วงเวลาอายุ ยกตวั อยา่ ง เช่น ช่วงที่
หน่ึงเป็นช่วงแรกพบแรกรัก เล่าผา่ นเรื่องราวของ “เน” นกั เรียน ม.6 ท่ีกาลงั ใชว้ นั สุดทา้ ยในช้นั
มธั ยมถ่ายภาพโรงเรียนไวเ้ ป็นที่ระลึก และปฏิเสธการไปงานเล้ียงอาลา โดยคืนน้นั เองก็ไดพ้ บ
กบั รุ่นนอ้ ง ม.3 ท้งั สองพูดคุยถึงความทรงจาที่เรียนในโรงเรียนแห่งน้ี พูดถึงความรัก ส่ิงท่ีรัก
และทา้ ยท่ีสุดท้งั สองกเ็ กิดความรู้สึกบางอยา่ งข้ึน เป็นความรู้สึกท่ีจะผกู พนั เขาท้งั สองไวร้ ่วมกนั
ตลอดไป แมจ้ ะตอ้ งจากกนั ในวนั รุ่งข้ึนก็ตาม ช่วงท่ีสองเป็นเร่ืองของ “ปรียา” กบั “เสี่ยเลง้ ” ท่ี
ตดั สินใจลงหลกั ปักฐานลน่ั ระฆงั วิวาห์ใชช้ ีวิตคู่ร่วมกนั แต่ก่อนงานแต่งเธอไดพ้ บกบั อดีตแฟน
เก่าท่ีเป็ นรักคร้ังแรก ช่วงน้ีสร้างประเด็นไดอ้ ย่างน่าสนใจ เป็ นการตดั สินใจของคนท่ีกาลงั จะ
กา้ วเขา้ สู่ชีวติ คู่ โดยมีการต้งั คาถามข้ึนวา่ อะไรคือเป้าหมายสาคญั ของชีวติ ท้งั น้ีการดาเนินเรื่องมี
การใช้ mood and tone ค่อนขา้ งติดไปในทางดราม่า ใชส้ ญั ญะหลายส่วนในการนาเสนอ ชื่อเร่ือง
เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
248
มีความเป็ นนามธรรม โดยใชก้ ารเล่นคาคือ House กบั Home เหตุผลท่ีผูก้ ากบั เลือกใช้ Home
แทน House เพราะว่า ในขณะท่ีคาๆ หน่ึงหมายถึงตวั บา้ นท่ีเป็นตึกหรืออาคาร ไร้ความรู้สึกนึก
คิด ไร้ชีวิต ไร้จิตวิญญาณ แต่ Home น้นั ตรงกนั ขา้ ม เพราะความหมายเชิงลึกกินความหมายถึง
“บา้ น” ท่ีประกอบไปด้วยครอบครัวพ่อแม่ลูก ความรักความผูกพนั และเรื่องราวสุขทุกข์ท่ี
เกิดข้ึนภายใต้ชายคาแห่งน้ัน ส่วนเหล่าน้ีล้วนแต่เป็ นบริบทที่ประกอบอยู่ในสังคมท้ังสิ้น
(อภินนั ท์ บุญเรืองพะเนา, 2555)
ภำพที่ 6.4 โปสเตอร์ภาพยนตร์เรื่อง Home ความรัก ความสุข ความทรงจา
ท่ีมา: อภินนั ท์ บุญเรืองพะเนา, 2555
• ปี พ.ศ. 2562 ภาพยนตร์เกาหลีเร่ือง Parasite เป็ นภาพยนตร์เกาหลีเร่ืองแรกท่ีควา้ รางวลั ปาลม์
ทองคาในเทศกาลหนงั เมืองคานส์ เน้ือหาเล่าถึงเร่ืองราวความเหลื่อมล้าทางสังคม สะทอ้ นให้
เห็นถึงความเลวร้ายของระบบทุนนิยมว่าทาให้มนุษยใ์ นสังคมบิดเบ้ียวไปไดม้ ากแค่ไหน และ
ในท่ีสุดทุกคนก็ไดร้ ับผลกระทบจากความบิดเบ้ียวเหล่าน้นั ไม่ว่าจะรวยหรือจนก็ตาม เหมือน
ร่างกายท่ีมีปรสิต นานวนั เขา้ ปรสิตสะสมมากข้ึน ร่างน้นั ก็ตอ้ งเจบ็ ป่ วย และบางทีปรสิตน้นั อาจ
ไม่ใช่เหล่าคนจนท่ีมีคนรวยเป็นโฮสต์ แต่ร่างโฮสตน์ ้นั คือประเทศหน่ึงๆ ท่ีมีผลผลิตอยา่ งหน่ึง
ของระบบทุนนิยมกาลงั ชอนไชอยู่ ท้งั น้ีวา่ ดว้ ยเร่ืองของครอบครัวคนจนที่พ่อแม่เก่งงาน กบั ลูก
ชายลูกสาวที่มีพรสวรรคแ์ ต่ส่ิงท่ีขาดคือโอกาสและเงิน กบั ครอบครัวปาร์ก ครอบครัวคนรวย
โลกสวยท่ีไม่สนใจอะไรนอกจากความรุ่มรวยในแวดวงของตวั เอง ดาเนินเร่ืองไปดว้ ยการเสียด
สีเตม็ รูปแบบ มีการใชส้ ญั ญะต่างๆ มาประกอบ ใชเ้ ปรียบเทียบใหเ้ ห็นความแตกต่างกนั ของชน
ช้นั อยา่ งชดั เจน (ฉตั รรวี เสนธนิสศกั ด์ิ, 2562)
เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
249
ภำพท่ี 6.5 โปสเตอร์ภาพยนตร์เร่ือง Parasite
ที่มา: ประชาไท, 2563
ท้งั น้ีท้งั น้นั ในปัจจุบนั พบว่า วงการภาพยนตร์ไทยยงั คงเนน้ ธุรกิจและการสืบสานวฒั นธรรมเป็ น
หลกั หากไม่เป็นงานสะทอ้ นสงั คม ภาพยนตร์ไทยกจ็ ะเป็นงานท่ีมุ่งบรรเทาผชู้ มจากความตึงเครียดประจาวนั
มีไม่กี่เร่ืองเท่าน้นั ท่ีจะไดน้ าเสนอเน้ือหาเกี่ยวกบั การเมืองโดยตรง เนื่องจากการเมืองในสังคมไทยปัจจุบนั
ค่อนขา้ งละเอียดอ่อนก่อนไดร้ ับอนุมตั ิใหส้ ร้างค่อนขา้ งมีความยงุ่ ยากหลายข้นั ตอน ผสู้ ร้างจึงไม่ค่อยนิยมทา
กนั นกั เทียบกบั ในอดีตเม่ือหลายปี ก่อน
กล่าวเพ่ิมเติมเกี่ยวกบั ความสัมพนั ธ์ที่เชื่อมโยงระหว่างบริบทกบั ภาพยนตร์ที่สามารถสร้างความ
มน่ั คงใหก้ บั สงั คมไดว้ า่ ภาพยนตร์สามารถเป็นเคร่ืองมือทางความมนั่ คงไดไ้ ม่ต่างจากการรณรงคด์ ว้ ยวิธีอ่ืน
ภาพยนตร์มีบทบาทในการโนม้ นา้ วผชู้ ม กระทง่ั เปิ ดโลกทศั นผ์ ชู้ มสู่แนวความคิดหรือวิถีชีวิตสาหรับอนาคต
ไดเ้ ป็นอยา่ งดี (ฐณยศ โล่พฒั นานนท์ และคณะ, 2563)
1.4 ควำมสำคญั ของภำพยนตร์กบั ควำมมน่ั คงทำงสังคม
เม่ือดูจากกรณีต่างๆ จะพบว่าความสัมพนั ธ์ระหว่างภาพยนตร์กบั ความมน่ั คงสามารถสรุปออกมา
เป็ นรายประเด็นไดม้ ากมาย โดยตวั อย่างต่อไปน้ีไดก้ ล่าวถึงประเด็นความสาคญั ของภาพยนตร์กบั ความ
มนั่ คงทางสงั คมท่ียดึ โยงไปถึงบริบททางสงั คม (ฐณยศ โลพ่ ฒั นานนท,์ 2564) สรุปไวด้ งั น้ี
1.4.1 ภาพยนตร์ช่วยส่ือสารวฒั นธรรมและเสริมสร้างวฒั นธรรมสัมพนั ธ์กบั นานาชาติ หากมองใน
มุมความมนั่ คง ภาพยนตร์คือ สะพานสู่พนั ธมิตรภาคประชาชน
1.4.2 ภาพยนตร์ช่วยสร้างความผูกพนั ระหว่างประชากรกบั ความเป็ นชาติผ่านภาพประวตั ิศาสตร์
ภาพทางสังคม/วฒั นธรรม หรือช่วยลดทอนการครอบงาทางวฒั นธรรมที่มากบั วฒั นธรรมสมยั นิยมจาก
ภายนอก (เป็นการสร้างสมดุลทางความรู้สึก ไม่ไดห้ มายถึงการต่อตา้ นวฒั นธรรมต่างชาติ)
เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
250
1.4.3 ภาพยนตร์ช่วยส่งเสริมลกั ษณะทางประชากรดว้ ยการใหแ้ รงบนั ดาลใจผชู้ มในเรื่องต่างๆ และ
ตอกย้าภาพประชากรในอุดมคติตามแนวคิด National Character
1.4.4 ภาพยนตร์ช่วยสร้างจิตสานึกทางการพฒั นาผา่ นเร่ืองราวที่สอดคลอ้ งกบั แนวทางพฒั นาในแต่
ละยคุ
1.4.5 ภาพยนตร์ช่วยนิยามความเป็ นชาติ หรือกระทั่งนิยามความเป็ นมิตรและศัตรู คร้ังหน่ึง
ภาพยนตร์ฮอลลีวูดกาหนดให้ตวั ร้ายมาจากโลกคอมมิวนิสตเ์ พราะเวลาน้นั สหรัฐฯ อยใู่ นวงั วนสงครามเยน็
แต่เม่ือสหรัฐฯ ขอ้ งเกี่ยวกบั ภยั ก่อการร้าย ภาพยนตร์หลายเรื่องใชแ้ ก่นก่อการร้ายเป็นหลกั
1.4.6 ภาพยนตร์ช่วยต่อยอดเศรษฐกิจดงั กรณีของเกาหลีใตแ้ ละญ่ีป่ ุน
1.4.7 ภาพยนตร์ช่วยสร้างความต่ืนตวั ทางความรู้ ทาใหผ้ ชู้ มรู้จกั โลกที่กวา้ งใหญข่ ้ึน เป็นตน้
หากแต่รวบยอดคาอธิบายเก่ียวกับความสัมพนั ธ์ระหว่างภาพยนตร์กับความมั่นคง จะพบว่า
ภาพยนตร์มีความสาคญั ต่อกิจการความมน่ั คง 3 ประการ (ฐณยศ โล่พฒั นานนท,์ 2564) ไดแ้ ก่
1. ภาพยนตร์เป็นดงั่ ปราการทางวฒั นธรรม ช่วยรักษาความตระหนกั รู้ในตวั ตนของผชู้ มใน
ประเทศ เช่น จีนและเกาหลีใต้ จึงพยายามออกระเบียบคุม้ ครองกิจการภาพยนตร์และวีดิทศั น์เสมอ
เพื่อใหภ้ าพยนตร์ในชาติไดท้ าหนา้ ท่ีดงั กล่าว
2. ภาพยนตร์ คือ เครื่องมือเจริญความสัมพนั ธ์ระหว่างคนต่างวฒั นธรรมดังปรากฏใน
หลกั การของ Soft Power และช่วยสร้างโอกาสทางการคา้ การลงทุน การศึกษา รวมท้งั กิจกรรมต่างๆ
ภาคประชาชน
3. ภาพยนตร์ทาหน้าที่ประหน่ึงผูช้ ่วยในการสร้างวาระทางวฒั นธรรม การเมือง และ
เศรษฐกิจ ช่วยหลอมรวมผชู้ มในยามท่ีตอ้ งขบั เคล่ือนสงั คมไปยงั ทางใดทางหน่ึง
จากการสร้างความสาคญั ของภาพยนตร์กบั ความมน่ั คงทางสังคมผ่านการเล่าเรื่องแลว้ น้นั
ถดั มากา้ วเขา้ สู่กระบวนการแนวความคิดเบ้ืองตน้ ว่าดว้ ยทฤษฎีต่างๆ ที่เก่ียวขอ้ งกบั ความสัมพนั ธ์
ระหวา่ งภาพยนตร์กบั บริบททางสงั คม ซ่ึงมีแนวคิดดงั น้ี
เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
251
1.5 แนวคดิ ทฤษฎที เี่ กย่ี วข้องกบั ควำมสัมพนั ธ์ระหว่ำงภำพยนตร์กบั บริบททำงสังคม
(วิลาสินี มีสุวรรณ, 2556) ได้ยกตัวอย่าง อธิบายถึง แนวคิดทฤษฎีที่เกี่ยวข้องกับความสัมพนั ธ์
ระหวา่ งภาพยนตร์กบั บริบททางสงั คมไว้ ประกอบดว้ ย
1.5.1 แนวคดิ ทฤษฎเี กย่ี วกบั ควำมสัมพนั ธ์ระหว่ำงภำพยนตร์กบั สังคม
ภาพยนตร์จดั เป็ นศิลปะมวลชน (Mass Art) ซ่ึง ริคคิอ็อตโต คานูโด (Ricciotto Canudo)
นักทฎษฎีและนักวิจารณ์ภาพยนตร์ชาวอิตาเลียน ขนานนามว่าเป็ น “ศิลปะแขนงท่ีเจ็ด”
(The Seventh Art) เนื่องจาก ภาพยนตร์เป็นงานวิจิตรศิลป์ (Fine Art) ชนิดหน่ึงท่ีผนวกศิลปะด้งั เดิม
หกแขนงท่ีเก่าแก่กว่าเขา้ ด้วยกัน ไดแ้ ก่ จิตรกรรม สถาปัตยกรรม นาฏกรรม ดนตรี ละคร และ
วรรณกรรม การสร้างภาพยนตร์จึงเปรียบเสมือนการสร้างงานศิลปะที่ต้องรวบรวมศิลปิ นจาก
หลากหลายสาขามาทางานร่วมกนั พฒั นาการท่ีต่อเนื่องของภาพยนตร์ทาให้ภาพยนตร์กลายเป็ น
พลงั ท่ียิ่งใหญ่ท่ีสุดอยา่ งหน่ึงของ ศตวรรษที่ 20 ดงั ท่ี โรเบิร์ต เกสส์เนอร์ (Robert Gesner) ไดก้ ล่าว
สรุปไวใ้ น International Encyclopedia of the Social Sciences ดงั น้ี
“ปรากฏการณ์ทางศิลปะ สังคม และเศรษฐกิจชนิดน้ีส่งผลกระทบต่อค่านิยมทาง
วฒั นธรรม ท้งั ของผูส้ ร้างและผูเ้ สพมนั อย่างไรบา้ ง คือ ปัญหาระดบั ระหว่างประเทศท่ี
สาคญั ที่สุดประการหน่ึงเน่ืองดว้ ยภาพยนตร์เป็น “ภาษาโลก” ท่ีสามารถเขา้ ถึงไดท้ ้งั คนที่ไม่
รู้หนงั สือและคนที่มีการศึกษา ขอ้ ต่อรองจึงไม่นอ้ ยไปกวา่ อานาจในการควบคุมจิตใจ และ
อารมณ์ของมนุษยเ์ ลย ความท่ีในกรณีน้ีสุนทรียศาสตร์เกิดไปสัมพนั ธ์ท้งั กบั เรื่องราวทาง
เศรษฐกิจ และกิจกรรมทางการเมือง ภาพยนตร์จึงเป็ นพลงั ทางวฒั นธรรมท่ีมีความสาคญั
เป็นอยา่ งมากในคร่ึงหลงั ของศตวรรษท่ี 20”
ถึงแมว้ ่าภาพยนตร์จะไดร้ ับการยกย่องให้เป็ นงานศิลปะ แต่ความจริงประการหน่ึงก็คือ
นอกเหนือจากการเป็ นงานศิลปะแลว้ ภาพยนตร์ยงั จดั เป็ นงานด้านสื่อสารมวลชน และถือเป็ น
ส่ือสารมวลชนท่ีข้ึนหนา้ ข้ึนตาเป็นสากลและใหญ่โตที่สุดของโลกอีกดว้ ย หากจะมองภาพยนตร์ใน
ขอบเขตของความเป็นส่ือมวลชนแลว้ จะพบว่า ผสู้ ร้างภาพยนตร์มีลกั ษณะเป็นกลุ่ม มิใช่ปัจเจกชน
ถึงแมผ้ สู้ ร้างบางคนจะผกู ขาดตาแหน่งสาคญั ในกระบวนการสร้าง แต่กย็ งั ตอ้ งพ่ึงพาคณะทางานใน
ส่วนอื่นๆ อยู่บา้ งไม่มากก็นอ้ ย หรือหากมองในแง่ของผูช้ มจะพบว่าเป็ นกลุ่มที่มีขนาดใหญ่และมี
ความหลากหลาย ภาพยนตร์จึงถือว่าเป็ นงานของ “กลุ่มคน” ที่ถูกสร้างข้ึนเพ่ือ “กลุ่มคน” อย่าง
แทจ้ ริง
เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
252
เป็นส่ือท่ีมีการแพร่กระจายอยา่ งกวา้ งขวาง มีจุดประสงคเ์ พื่อตอบสนองความพึงพอใจของ
ผูช้ มจานวนมหาศาล ดงั น้นั จึงอาจกล่าวไดว้ า่ ภาพยนตร์จาเป็ นตอ้ งตกอยภู่ ายใตเ้ งื่อนไขของสังคม
มีผูเ้ ชื่อว่าภาพยนตร์เป็นงานท่ีตกอยใู่ นสภาพแวดลอ้ มทางประวตั ิศาสตร์และเงื่อนไขทางเศรษฐกิจ
และการเมือง ภาพยนตร์เป็ นปรากฏการณ์ทางวฒั นธรรม และเป็ นผลผลิตของสังคมหน่ึงๆ และ
น่าจะเป็นส่ิงท่ีช่วยใหเ้ ขา้ ใจสังคมน้นั ไดด้ ียิ่งข้ึนดว้ ย ท้งั น้ีเป็นการแสดงใหเ้ ห็นวา่ ภาพยนตร์มีความ
เก่ียวขอ้ งกบั สังคม และเป็ นภาพสะทอ้ นของสังคม ปรากฏการณ์หลายอย่างในอุตสาหกรรมการ
สร้างภาพยนตร์เป็นตวั บ่งช้ีวา่ สงั คมในขณะน้นั มีสภาพและทิศทางเป็นเช่นไร
1.5.2 แนวคดิ ทฤษฎเี กยี่ วกบั กำรใช้ส่ือเพื่อต่อสู้ทำงวฒั นธรรมและอดุ มกำรณ์
นาแนวคิดเก่ียวกบั การใชส้ ่ือเพื่อต่อสู้ทางวฒั นธรรมและอุดมการณ์ของ อนั โตนิโอ กรัมซ่ี
(Antonio Gramsci, 1891-1937) นักเศรษฐศาสตร์ การเมืองชาวอิตาลี มาใช้ในการอธิ บาย
ปรากฏการณ์ท่ีเกิดข้ึนในเน้ือหาของภาพยนตร์ โดยเห็นว่าเน้ือหาท่ีแสดงออกผ่านภาพยนตร์น้ัน
ไม่ไดเ้ ป็ นส่ิงที่ผูก้ ากบั ตอ้ งการจะถ่ายทอดเรื่องราวท่ีตนตอ้ งการจะแสดงออกมาเพียงความพอใจ
ประการเดียวเท่าน้ัน แต่เน้ือหาดงั กล่าวไดส้ ะทอ้ นถึงสถานะความเป็ นเคร่ืองมือชนิดหน่ึง ที่ชน
ช้นั หน่ึงใชใ้ นการต่อสู้แยง่ ชิงสงครามพ้ืนท่ีทางความคิดและวฒั นธรรม (war of position) ใหแ้ ก่ชน
ช้นั ของตน ซ่ึงในระบบของภาพยนตร์แลว้ ชนช้นั บางชนช้นั อาจจะแทบไม่มีพ้ืนที่ให้สาหรับการ
ต่อสู้แย่งชิงพ้ืนที่ทางความคิดและวฒั นธรรมของชนช้นั ตนไดเ้ ลย อนั เนื่องมาจากขอ้ จากดั ในดา้ น
เงินทุน ภาพยนตร์จึงเสมือนเป็ นแหล่งชุมนุมของปัญญาชนอนั เป็ นตวั แทนของชนช้นั ต่างๆ ซ่ึงใน
ท่ีน้ีปัญญาชนไดแ้ ก่ ผูผ้ ลิตภาพยนตร์ โดยเฉพาะอย่างยิ่งการเป็ นเวทีในการต่อสู้ของชนช้นั ล่างใน
ความพยายามที่จะต่อสู้ และสถาปนาระบบความคิดและวฒั นธรรมของชนช้นั ตนใหก้ ลายเป็นระบบ
คิดหลกั ของสงั คม แนวคิดหลกั ซ่ึงใชใ้ นการวิจยั ณ ท่ีน้ีไดแ้ ก่ แนวคิดเรื่องการครอบครองความเป็น
เจา้ ของ (hegemony)
ซ่ึงในแนวคิดน้ีเอง เป็นแนวคิดสาคญั ที่ทาให้ “กรัมซ่ี” แตกต่างออกไปจากแนวคิดของนกั
ทฤษฎีมาร์กซ์รุ่นก่อนๆ โดยกรัมซี่เห็นวา่ การครอบงาที่ชนช้นั หน่ึงมีต่อชนช้นั หน่ึงน้นั ไม่ไดเ้ ป็นส่ิง
ท่ีถูกนาพามาโดยอตั โนมตั ิจากสภาพโครงสร้างทางชนช้นั ดงั เช่นที่นกั คิดมาร์กซ์ไดเ้ คยเสนอไว้ แต่
การครอบงาน้ันเป็ นส่ิงที่ไดม้ าจากการต่อสู้ช่วงชิง และนาไปสู่ชัยชนะของชนช้ันหน่ึงท่ีมีต่ชน
ช้นั หน่ึง การท่ีชนช้นั ซ่ึงเหนือกวา่ น้นั จะสามารถครอบงาชนช้นั ที่ต่ากวา่ สาเร็จ ไม่ไดเ้ กิดจากชนช้นั ที่
เหนือกว่าเขา้ ไปจดั การกบั มุมมองของมวลชน แต่เกิดจากการท่ีชนช้นั ท่ีเหนือกว่าน้ีสามารถท่ีจะ
ถกเถียงโตแ้ ยง้ เพอ่ื สร้างการยอมรับใหเ้ กิดข้ึนในกลุม่ ชนช้นั ต่างๆ ในสงั คมได้
เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
253
1.5.3 แนวคดิ ทฤษฎสี ัจนิยม หรือ Realism
ในช่วงหลงั ของทศวรรษ 1940 เป็นตน้ มา โดยเฉพาะหลงั สงครามโลกคร้ังที่ 2 เกิดแนวทาง
การวิเคราะห์ตวั บทอีกแนวทางหน่ึงก็คือ Realism หรือสจั นิยม ก่อนหนา้ น้นั ภาพยนตร์แนวน้ีกาเนิด
ข้ึนในยคุ แรกของการถือกาเนิดของภาพยนตร์ โดยเฉพาะภาพยนตร์ของ Lumiere ที่มกั จะถ่ายทาฉาก
สถานที่จริง แนวคิดดงั กล่าววางอยู่บนฐานคติท่ีว่า ภาพยนตร์ควรจะบนั ทึกโลกจริงท่ีปรากฏ ทว่า
ภาพยนตร์แนว Formalism กลบั มีอิทธิพลสูงจนยดึ พ้ืนที่ของการผลิตภาพยนตร์แทบท้งั หมดและเมื่อ
กล่าวถึง Realism ก็จะถูกมองว่าเป็ นบทบาทหน้าที่ของภาพยนตร์สารคดีเท่าน้ัน อย่างไรก็ดีใน
ทศวรรษที่ 1940 ในช่วงหลงั สงครามโลกคร้ังที่ 2 ก็เกิดการหวนไปสู่แนวคิดของ Realism อีกคร้ัง
เพราะในยคุ ดงั กล่าวเร่ิมต้งั คาถามวา่ ศิลปะที่ผา่ นมามกั จะมุ่งเนน้ การนาเสนอเร่ืองราวประโลมโลก
ของคนช้นั สูง มีลกั ษณะไม่สมจริง พร้อมท้งั เสนอใหภ้ าพยนตร์ควรจะเผยใหเ้ ห็นชีวติ ของผคู้ นจริงๆ
หรือคนธรรมดา ถ่ายทาในพ้ืนท่ีจริง ตดั ต่อนอ้ ย นาเสนออยา่ งเรียบง่าย ภาพยนตร์จึงจะเป็นศิลปะที่
แทจ้ ริง ดังเช่นในทศวรรษที่ 1940 ประเทศอิตาลีก็ผลิตภาพยนตร์ แนวทางดังกล่าวโดยเรียกว่า
Italian Neorealism หรือ อิตาเลียนสจั นิยมใหม่ ภาพยนตร์กลุ่มน้ีจะมุ่งเนน้ การเฝ้าสงั เกตโดยไม่มีการ
เสริมแต่ง ไม่ใชน้ กั แสดงอาชีพ บนั ทึกภาพในสิ่งท่ีเป็นอยนู่ อกจากในมิติเชิงศิลปะแลว้ อีกส่วนหน่ึง
มาจากบรรยากาศหลงั สงครามที่ขาดแคลนฟิ ล์ม และสภาพของสังคมท่ีเป็ นจริง ทาให้ผูส้ ร้าง
ภาพยนตร์ถา่ ยทาในส่ิงที่เป็นอยแู่ ละมีแนวโนม้ การวิจารณ์สงั คมอนั เป็นผลจากการเมืองการปกครอง
ภาพยนตร์ของอิตาเลียนสจั นิยมใหม่ ส่งผลต่อการผลิตภาพยนตร์ในฝร่ังเศสและทว่ั โลกใน
ระยะเวลาต่อมา กรณีไทย เช่น ภาพยนตร์ของหม่อมเจา้ ชาตรีเฉลิม ยุคล (เช่น ทองพูล โคกโพธ์ิ
ราษฎรเตม็ ข้นั / เทพธิดาโรงแรม / คนเล้ียงชา้ ง / เสียดาย) สาหรับประเทศฝรั่งเศส กลุ่มท่ีสนใจผลิต
ภาพยนตร์แนวสัจนิยม คือ กลุ่มคลื่นลูกใหม่ของฝร่ังเศส (The French New Wave) และในประเทศ
สหภาพโซเวียตก็พฒั นาสู่ภาพยนตร์แนว สัจสังคมนิยม (Socialist Realism) มุ่งเน้นการใช้ศิลปะ
ภาพยนตร์เพอ่ื พฒั นาสังคมใหบ้ ุคคลมีความเท่าเทียมกนั มากกวา่ การใชเ้ พ่ือการคา้ อนั จะถือเป็นศิลปะ
ท่ีแทจ้ ริง
ท้งั น้ีสรุปตามแนวคิด สัจนิยม หรือ Realism มีฐานคติว่าภาพยนตร์น่าจะเป็ นศิลปะของ
ความจริงหรือความสมจริงมากกว่าการแสดงออกและสร้างสรรคข์ องผูก้ ากบั ดงั สานกั Formalism
สานกั Realism มองภาพยนตร์วา่ ตอ้ งถ่ายทอดความจริงดว้ ยการบนั ทึกภาพบนพ้ืนที่จริง บนั ทึกโดย
อตั โนมตั ิไม่ใชม้ ุมกลอ้ ง ตวั ละครก็มกั จะเป็นตวั จริงไม่ค่อยเนน้ การตดั ต่อ และเน้ือหามกั จะนาเสนอ
ชีวิตประจาวนั การเมือง และปัญหาสงั คม อยา่ งไรกต็ ามในช่วงหลงั แนวคิดดงั กลา่ วกถ็ ูกนกั คิดสานกั
มาร์กซิสม์ต้งั คาถามว่า ภาพยนตร์ตระกูลสัจนิยมจะนาเสนอความเป็ นจริงและสะทอ้ นภาพของ
เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
254
สังคม (reflection) ท่ีเป็ นจริงท้ังหมดได้หรือไม่ พร้อมท้ังนาเสนอให้เห็นในมุมตรงกันข้ามว่า
ภาพยนตร์อาจเป็นพ้นื ที่ของการประกอบสร้างความจริงโดยแท้ (วิลาสินี มีสุวรรณ, 2556)
ประเด็นต่อมากา้ วสู่การเล่าเร่ืองของภาพยนตร์ ซ่ึงเน้ือหาหรือสารที่ส่ง ควรจะสอดคลอ้ ง
และสัมพนั ธ์กบั บริบทหรือองคป์ ระกอบตลอดจนโครงสร้างต่างๆ ท่ีมีในสังคม ตวั บทอิงจากความ
เป็นจริงท่ีเกิดข้ึน เพอ่ื จะช่วยใหผ้ ชู้ มหรือคนดูเขา้ ใจและซึมซบั ไปกบั บท กบั ตวั ละครไดเ้ ป็นอยา่ งดี
1.6 ภำพยนตร์กบั โครงสร้ำงแบบ 3 องก์ (Three Act Structure)
โครงสร้างแบบ 3 องก์ เกิดจากการเรียงร้อยเร่ืองราวในรูปแบบของการลาดบั เหตุการณ์ผ่านการ
ดาเนินเรื่องต้ังแต่ต้นจนจบเรื่อง ซ่ึงเหตุการณ์ต่างๆ จะส่งผลต่อกัน กระท่ังประกอบผ่านรูปแบบของ
โครงสร้าง 3 องก์ หรือ (Three Act Structure)
(Jimmwhy, 2020) ไดส้ รุปถึงโครงสร้าง 3 องก์ คือ รูปแบบการเล่าเรื่องที่แบ่งพล็อตออกเป็ นสาม
ส่วน อารมณ์ของตวั ละครจะมีจุดข้ึนและจุดลงที่แตกต่างกนั แบ่งเป็ นการปูเรื่อง, การเผชิญปัญหา และการ
แกไ้ ขปัญหา โดยท่ีเน้ือหามีความสอดคลอ้ งกบั เร่ืองจริงในสงั คมท้งั สิ้น ประกอบดว้ ย
1.6.1 Act One เปรียบเสมือนประตูบานแรกที่นาผูช้ มเขา้ สู่เรื่องราว หากเร่ืองราวขาดการ
เร่ิมตน้ ท่ีดี อาจทาให้ผูช้ มหมดความสนใจต่อภาพยนตร์ และจะส่งผลทาให้เร่ืองราวน้นั เสียหายไป
ท้งั เร่ือง ซ่ึงก่อนที่จะออกมาเป็นภาพยนตร์ จะตอ้ งมีการเขียนเรื่องราวออกมาเป็นบทภาพยนตร์ก่อน
นกั ทาหนงั จาเป็นตอ้ งเขียนออกมาใหด้ ีต้งั แต่บทภาพยนตร์ เพราะบทเป็นส่ิงท่ีมีไวไ้ ปเสนอนายทุน
เพื่อใหพ้ วกเขาใหท้ ุนในการสร้างออกมาเป็นภาพยนตร์ ท้งั น้ีองกแ์ รกจึงสาคญั มากที่จะทาใหผ้ ทู้ ่ีอา่ น
บทรู้วา่ ควรจะสนบั สนุนทุนในการสร้างภาพยนตร์เร่ืองน้ีหรือไม่
ส่ิงสาคญั ที่ควรจะมีในองกแ์ รก คือ การแนะนาตวั ละคร การอธิบายฉากที่แขง็ แรง การทาให้
ผชู้ มรู้วา่ ตวั ละครกาลงั อยใู่ นโลกแบบไหน แนวคิดของตวั ละครเป็นอยา่ งไร เร่ืองราวพ้นื ฐานท้งั หมด
ท่ีจะทาให้ผูช้ มไดเ้ ขา้ ใจอย่างคร่าวๆ เพื่อที่จะให้เรื่องราวของภาพยนตร์ดาเนินต่อไปโดยท่ีผูช้ มไม่
รู้สึกตงิดใจขณะกาลงั ชมภาพยนตร์
1.6.2 Act Two เป็ นช่วงการพฒั นาตวั ละคร ตวั ละครจะมีเป้าหมายท่ีชดั เจน และจะมีการ
เพิ่มปมปัญหาต่างๆ เขา้ มาในเร่ือง รวมถึงประเดน็ รองที่จะเสริมเรื่องราวของประเดน็ หลกั จะมีความ
เขม้ ขน้ ของเร่ืองราวและอารมณ์มากข้ึน เร่ืองราวในองก์น้ีควรจะแสดงให้เห็นถึงการปะทะกัน
ระหวา่ งความตอ้ งการของตวั ละครกบั ความขดั แยง้ ของเร่ือง เพ่ือใหเ้ กิดการกา้ วผา่ นอุปสรรคของตวั
ละคร และผชู้ มเกิดความอยากเอาใจช่วย และทุกคร้ังที่เร่ืองราวหลกั กาลงั ดาเนินไปขา้ งหนา้ กจ็ ะเกิด
เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
255
ประเด็นรองในองกส์ องตดั สลบั ไปมาระหว่างสองประเด็น ซ่ึงจะเป็ นแรงผลกั ดนั ใหไ้ ปสู่ในองกท์ ี่
สาม
1.6.3 Act Three เริ่มข้ึนเม่ือเรื่องราวดาเนินมาใกลเ้ ขา้ สู่ช่วง climax (จุดสูงสุดทางอารมณ์)
ในการเร่ิมตน้ องก์น้ี ตวั ละครจะเผชิญกบั ความทา้ ทายท่ียิ่งใหญ่ที่สุดหรืออยา่ งนอ้ ยก็เจอกบั ปัญหา
ใหญ่ท่ีพวกเขาไม่สามารถเอาชนะได้ สิ่งน้ีจะเชื่อมโยงกับประเด็นรองในองก์ท่ีสอง ปมปัญหา
ท้งั หมดของเร่ืองจะไต่ระดบั ข้ึนไปถึงจุดอิ่มตวั แลว้ พร้อมท่ีจะระเบิดออกมาไดท้ ุกเม่ือ หากเป็ น
ภาพยนตร์ที่มีการหักมุม ช่วงน้ีจะเป็ นช่วงท่ีหนังจะเฉลยความจริงให้กบั ผูช้ ม จาเป็ นตอ้ งหาทาง
คลี่คลายปมปัญหาใหเ้ หมาะสมกบั เรื่องราวท่ีดาเนินมาท้งั หมด
กล่าวคือ หากไม่สามารถสร้าง climax ที่ดีให้กบั เร่ืองราวได้ อาจจะทาให้เกิดบาดแผลกบั
บทสรุปของเร่ือง เพราะเรื่องราวอาจจะขาดความสมเหตุสมผล แมว้ า่ เรื่องในตอนตน้ ที่สร้างมาจะดี
แต่หากจบลงไดแ้ ยภ่ าพยนตร์เร่ืองน้นั ก็จะถูกมองว่าแยท่ ้งั เร่ืองทนั ที กลบั กนั กบั ภาพยนตร์ที่ปูเร่ือง
มาหลวมๆ แต่จบเรื่องราวได้ดี ภาพยนตร์เร่ืองน้ันก็อาจจะถูกมองว่ายอดเยี่ยมเลยก็เป็ นได้
(Jimmwhy, 2020) ไดย้ กตวั อยา่ งโครงสร้าง 3 องกจ์ ากภาพยนตร์เรื่อง Ironman ไวด้ งั น้ี
• องก์ 1: เร่ิมเรื่องจนไปจบลงท่ีโรด้ีมาช่วยโทนี่ดว้ ยเฮลิคอปเตอร์
• องก์ 2/1: โทน่ีแถลงขา่ วปิ ดตวั โรงงานผลิตอาวธุ ของเขา จนไปถึงตอนท่ีสร้างชุดเกราะ Mark 3
• Midpoint กค็ ือช่วงแบ่งคร่ึงเร่ืองนนั่ เอง โดยจะแบ่งตรงช่วงองก์ 2/1 และ 2/2
• องก์ 2/2: Ironman ไปถล่มที่ต้งั ของผกู้ ่อร้าย จนไปถึงตอนที่สเตนดึงพลงั งานออกจากอกของโท
นี่ หลงั จากน้นั โรด้ีกม็ าเอาพลงั งานสารองใส่ใหเ้ ขา
• องก์ 3: Ironman เขา้ สู้กบั Iron monger ดว้ ยพลงั งานเพียงคร่ึงเดียวของชุด จบลงที่โทน่ีประกาศ
ต่อหน้าสื่อมวลชนว่า ‘I am Ironman’ เป็ นตน้ ท้งั น้ีไดม้ ีการแสดงภาพจาลองสัดส่วนที่เหมาะ
เหมาสมในการเล่าเร่ืองของภาพยนตร์ที่ใชเ้ วลา 90 นาที ตามการเล่าเร่ือง 3 องก์ แสดงให้เห็น
ตวั อยา่ งในภาพที่ 6.6 ขา้ งตน้
เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
256
ภำพท่ี 6.6 จาลองสดั ส่วนท่ีเหมาะสมตามการเล่าเร่ือง 3 องก์ ในภาพยนตร์
ท่ีมา: Jimmwhy, 2020
1.7 กำรเล่ำเร่ืองของภำพยนตร์ไทยกบั ภำพยนตร์ต่ำงประเทศท่มี คี วำมสัมพนั ธ์เกย่ี วข้องกบั บริบททำงสังคม
(อุบลวรรณ เปรมศรีรัตน์, 2558) ไดส้ รุปแนวทางการวางโครงเร่ืองหรือการเล่าเร่ืองของภาพยนตร์
ไทยกบั ภาพยนตร์ต่างประเทศ ไวด้ งั น้ี
1.7.1 การเล่าเร่ืองในภาพยนตร์ของหม่อมเจา้ ชาตรีเฉลิม ยุคล พบว่า โครงเร่ืองมีลกั ษณะ
เป็ นการสะทอ้ นปัญหาสังคม ส่วนใหญ่ใชก้ ารสื่อความหมายดว้ ยองคป์ ระกอบภาพ การลาดบั ภาพ
เสียงประกอบ และดนตรีเป็นสาคญั มีความโดดเด่นมากในเรื่ององคป์ ระกอบภาพ ภาพท่ีนาเสนอจะ
เป็ นการถ่ายทอดสื่อถึงอารมณ์ความรู้สึกนึกคิดท่ีตวั ละครเผชิญอยู่ เน้ือเรื่องส่วนใหญ่เก่ียวขอ้ งกบั
ชนช้นั ลา่ ง แก่นเร่ืองและโครงเร่ืองจะเสนอปัญหาอยา่ งตรงไปตรงมา โดยท่ีแก่นของเร่ืองจะนาเสนอ
เกี่ยวขอ้ งกบั ความเชื่อ คา่ นิยม และคาสง่ั สอนท่ีเป็นบรรทดั ฐานของสงั คม เช่น การทาดีไดด้ ี ทาชวั่ ได้
ชวั่ รู้จกั หนา้ ที่ตนเอง เป็นตน้
1.7.2 การเล่าเรื่องของภาพยนตร์ไทยยอดนิยมชุด “บุญชู” เนน้ ความเรียบง่าย ไม่ซับซ้อน
แต่มีความเขม้ ขน้ ของการดาเนินเร่ืองแบบภาพยนตร์ชีวิต ผสมผสานกบั รสชาติท่ีครบรสแบบไทยๆ
และการสร้างอารมณ์ขนั ที่หลากหลายแต่มีการสอดแทรกสาระทางความคิดและนาประเด็นปัญหา
สังคมต่างๆ มานาเสนอในเน้ือเรื่อง ส่วนของแก่นความคิดหลกั น้นั เป็นการพดู ถึงความมีน้าใจที่ขาด
หายไปจากสังคม
1.7.3 อตั ลกั ษณ์และการเล่าเร่ืองในภาพยนตร์ร่วมสร้างไทย-เอเชีย พบว่า ยดึ ถือ วฒั นธรรม
แบบโลกตะวนั ออกเป็ นศูนยก์ ลาง แต่เห็นความแตกต่างระหว่างกลุ่มประเทศเอเชียดว้ ยกนั มีการ
เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
257
เนน้ ประเด็นเก่ียวกบั ครอบครัว การกดข่ีทางเพศและสิทธิเท่าเทียมกนั ของชายหญิง การมีโครงสร้าง
สังคมแบบอุปถมั ภ์ มีโครงสร้างการเล่าเรื่องท่ีเนน้ การคล่ีคลายเร่ืองดว้ ยการแกป้ ัญหาทางจิตใจ แก่น
ความคิดและข้วั ขดั แยง้ เนน้ วิพากษเ์ กี่ยวกบั สภาวะความเป็ นมนุษยแ์ ละสภาพสังคม มีการสร้างตวั
ละครแบบสมจริง มีการใชฉ้ ากและสัญลกั ษณ์พิเศษเพือ่ สะทอ้ นบริบททางสงั คมและวฒั นธรรมของ
ชาวเอเชีย ตลอดจนใชม้ ุมมองการเล่าเร่ืองที่หลากหลาย
1.7.4 ความหมายของการขดั ขืนอานาจของสังคมผ่านการเล่าเร่ืองในภาพยนตร์ไทยน้ัน
คน้ พบว่าภาพยนตร์ประเภทขดั ขืน/ต่อสู้อานาจของสังคม มีการประกอบสร้างความหมายและหลกั
ไวยากรณ์ไม่ต่างจากหลกั การเล่าเรื่องในภาพยนตร์ทวั่ ไป แต่ก็มีลกั ษณะเฉพาะในการประกอบสร้าง
ความหมายผ่านการเล่าเร่ืองในองคป์ ระกอบดา้ น ตวั ละคร โครงเร่ือง ตอนจบ แก่นเรื่อง และการ
สร้างพ้ืนท่ีจริงลวงในตวั บทภาพยนตร์ มีอุดมการณ์ที่ไม่เก่ียวขอ้ งกบั ลกั ษณะทางชนช้นั สนบั สนุน
อุดมการณ์ความมีน้าใจ การประกอบอาชีพสุจริตไม่ผดิ จารีต มีความมุ่งมนั่ ในวชิ าชีพ และความขยนั
ในดา้ นอตั ลกั ษณ์ ผขู้ ดั ขืนถูกประกอบสร้างให้เป็นชายมากกว่าหญิง อาจเป็นคนช้นั ล่างหรือชนช้นั
กลาง มีการศึกษาไม่สูงนกั มีน้าใจและขยนั กลา้ ลุกข้ึนมาต่อสู้ กลา้ ปกป้องสิทธิของตนเอง แต่ส่วน
นอ้ ยที่จะกา้ วไปสู่การปกป้องสิทธิของคนอ่ืนและสงั คม
1.7.5 การเล่าเร่ืองและทศั นคติของผชู้ มเก่ียวกบั ความรุนแรงในภาพยนตร์ไทยและฮอลลีวดู
น้นั พบวา่ เน้ือหาความรุนแรงในภาพยนตร์แต่ละตระกลู มีความแตกต่างกนั ดงั น้ี
• ภาพยนตร์ต่อสู้ ตวั เอกจะใชค้ วามรุนแรงเพ่ือยุติปัญหา ตวั ร้ายจะใช้ความรุนแรง
เพ่อื ใหไ้ ดส้ ิ่งท่ีตอ้ งการ
• ภาพยนตร์รัก ความรักจะเป็นปัจจยั หลกั ที่ก่อใหเ้ กิดความรุนแรง
• ภาพยนตร์ตลก ความรุนแรงจะถกู นาเสนอแบบสนุกสนานหรือติดตลก
• ภาพยนตร์สยองขวญั ความรุนแรงจะนาไปสู่โศกนาฏกรรม
• ภาพยนตร์ชีวิต ความรุนแรงจะเกิดจากการอบรมเล้ียงดูหรือปมปัญหาภายในจิตใจ
ท้งั น้ีจากองคป์ ระกอบการเล่าเร่ืองขา้ งตน้ มีส่วนในการสร้างเน้ือหาความรุนแรงท่ีแตกต่าง
กันในภาพยนตร์แต่ละเรื่อง เน้ือหาความรุนแรงน้ีมีที่มาจาก 3 แหล่ง คือ ประสบการณ์ส่วนตัว
จินตนาการ และข่าวสารหรือปัญหาในสังคม นับเป็ นการเล่าเรื่องผ่านแง่มุมที่เกิดข้ึนจริงใน
สังคมไทยและสังคมของต่างประเทศ รวมไปถึงการเล่าผา่ นประเดน็ อื่นๆ ประกอบยดึ โยงเขา้ กบั การ
วเิ คราะห์การสะทอ้ นสิ่งต่างๆ ในสงั คมไทยท่ีปรากฏในภาพยนตร์ กล่าวไดว้ า่
เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
258
1.8 กำรสะท้อนเร่ืองรำงของสังคมไทยท่ปี รำกฏในภำพยนตร์
การสะท้อนเร่ืองรางของสังคมไทยที่ปรากฏในภาพยนตร์ปัจจุบัน มีแนวทางในการวิเคราะห์
สามารถอธิบายตามประเดน็ ต่างๆ (นริสร เติมชยั ธนโชต, 2561) อาทิเช่น
1.8.1 ประเดน็ ดา้ นสงั คม ไดแ้ ก่ คา่ นิยม วิถีชีวติ ความเช่ือ หรือภาวการณ์ที่เกี่ยวขอ้ งกบั ความสมั พนั ธ์
ระหว่างบุคคล ท่ีคนในสังคมจานวนมากรู้สึกวา่ มีผลกระทบต่อคุณค่าของตน สามารถแบ่งตามประเด็นยอ่ ย
ไดด้ งั น้ี
1. ปัญหาครอบครัว การสะทอ้ นสังคมไทยเกี่ยวกบั ปัญหาครอบครัว พบในภาพยนตร์ เช่น
เร่ืองรักแห่งสยาม และลดั ดาแลนด์ สะทอ้ นให้เห็นโครงสร้างทางครอบครัวในสังคมไทยว่าไม่
เป็นไปตามบทบาทหนา้ ท่ีของสมาชิกในครอบครัวทาใหเ้ กิดปัญหาครอบครัวตามมา รวมถึงนาเสนอ
ให้เห็นถึงผลกระทบของสมาชิกในครอบครัวที่ได้รับจากความไม่มน่ั คงทางอารมณ์ของผูน้ า
ครอบครัว 2 รูปแบบ คือ หากใชค้ วามรุนแรงในการแกป้ ัญหา จะทาให้ปัญหาน้ันลุกลามใหญ่โต
ส่งผลให้ชีวิตคอบครัวล่มสลาย ต่างจากครอบครัวท่ีไม่มีการใช้ความรุนแรงและใช้วิธีการ
ประนีประนอม อยา่ งเช่น เม่ือเกิดการทะเลาะกนั สงั เกตไดจ้ ากตวั ละครใดตวั ละครหน่ึงซ่ึงเป็นภรรยา
หรือสามีจะเงียบ ถือเป็นการประนีประนอมทางออ้ มเพ่ือไม่ใหเ้ กิดปัญหาลุกลาม
2. ปัญหาทางศีลธรรม วฒั นธรรมและจิตใจ เกิดจากการเปลี่ยนแปลงทางสังคมท้งั ดา้ น
เศรษฐกิจ สังคมและการเมืองเป็ นหลกั ทาให้วฒั นธรรมท่ีไม่ใช่วตั ถุ ไดแ้ ก่ ค่านิยม อุดมการณ์
ศีลธรรมและจิตใจเปล่ียนแปลง ไม่ทนั เกิดการลา้ หลงั ทางวฒั นธรรมทาให้เกิดปัญหาตามมา ท้งั น้ี
พบการสะทอ้ นสังคมไทยดา้ นดงั กล่าวในภาพยนตร์ 2 เรื่อง คือ เร่ือง ‘ช่ัวฟ้าดินสลาย’ และเรื่อง
‘ต้ังวง’ โดยเร่ืองชั่วฟ้าดินสลายสะท้อนให้เห็นความรัก และความสัมพนั ธ์ที่ผิดจริยธรรมใน
สังคมไทย ไม่ถูกตอ้ งตามค่านิยม เร่ืองการยึดหลกั จริยธรรมและคุณธรรมคาสอนตามแนวปรัชญา
ของพระพุทธศาสนา ท้งั ยงั ส่ือให้เห็นอีกว่าคาสอนของพุทธศาสนาในแง่หน่ึง คือ หลกั ธรรมชาติ
กล่าวคือ ธรรมชาติของมนุษยท์ ี่ตอ้ งการอิสระ ไม่ชอบอยู่ในกรอบกฎเกณฑ์ สาหรับเรื่องต้ังวง
สะทอ้ นใหเ้ ห็นวา่ วถิ ีชีวิตและวฒั นธรรมท่ีเป็นเสมือนรากเหงา้ ของคนไทย ตวั ละครหลกั ของเร่ืองท้งั
4 คนเป็ นตวั แทนของเด็กไทยสมยั ใหม่ที่อยู่ในยุคของความเปล่ียนแปลงทางสังคม การกราบไหว้
บนบานสิ่งศกั ด์ิสิทธ์ิเป็ นความเชื่อแบบเชื่อคร่ึงไม่เช่ือคร่ึง การตอ้ งราแกบ้ นของเด็กท้งั 4 เป็ นสิ่งท่ี
ฝื นความรู้สึก เพราะเด็กท้งั 4 มีความยอ้ นแยง้ ทางความคิดว่า การราไทยเป็ นการกระทาท่ีแปลก
ประหลาดไม่คุน้ ชินในสายตาพวกเขา
เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
259
3. บริบททางสังคมกบั ค่านิยมคนชนบท ในที่น้ีเกี่ยวกบั การดาเนินชีวิตร่วมกบั ธรรมชาติ
หรืออาศยั ธรรมชาติ พบใน ภาพยนตร์เร่ือง Wonderful Town โดยสะทอ้ นสภาพความเป็ นเมืองที่
อาศยั ร่วมกบั ธรรมชาติ ถูกทาลายโดยธรรมชาติ คือ สึนามิ แต่ความเป็นเมืองท่ีวา่ น้นั ไม่ใช่ความเป็น
เมืองทางรูปธรรม แต่สะท้อนความรู้สึกของคนในเมืองที่ออกมาเป็ นการกระทาของความรัก
ความสมั พนั ธ์ของตวั ละครหลกั รวมถึงแก่นเร่ืองเกี่ยวกบั วิถีชีวิตของคนชนบทและคนในเมืองกรุงที่
เปรียบเทียบใหเ้ ห็นวา่ คนในเมืองมกั นาความเปลี่ยนแปลงที่คิดวา่ ดีเขา้ มาในกรอบทางสังคมของคน
ชนบท อย่างเช่น การสร้างโรงแรมมากมายซ่ึงการสร้างโรงแรมน้นั เป็ นการทาลายธรรมชาติที่คน
ชนบทคุน้ เคย
4. ปัญหาการแบ่งชนช้นั พบในภาพยนตร์เร่ือง October Sonata รักที่รอคอย สะทอ้ นใหเ้ ห็น
ความไม่เสมอภาคกนั ของผคู้ นในสงั คมไทย ไดแ้ ก่ ชนช้นั ผปู้ กครองกบั ชนช้นั ผถู้ ูกปกครอง
5. บริบททางสงั คมกบั ค่านิยมเร่ืองศาสนาเป็นท่ีพ่ึงทางใจ คนไทยมีศาสนาพทุ ธเป็นศาสนา
ประจาชาติ ประชาชนเกือบท้งั หมดของประเทศนบั ถือศาสนาพุทธ จึงกล่าวไดว้ า่ ศาสนามีอิทธิพล
อยา่ งมากท้งั ทางตรงและทางออ้ มต่อการดารงชีวติ ของบุคคล
6. บริบททางสังคมกับค่านิยมเกี่ยวกับความสัมพนั ธ์ของบุคคลและกลุ่มบุคคล ในการ
วิเคราะห์คร้ังน้ี หมายถึง การใหค้ วามสาคญั กบั ความสัมพนั ธ์ของบุคคลและกลุ่มบุคคล ต้งั แต่ระดบั
ในครอบครัวไปถึงระดับสังคมใหญ่ โดยพบใน ภาพยนตร์เร่ื อง Home ความรัก ความสุข
ความทรงจา ที่สะทอ้ นถึงเร่ืองราวความรัก และความสัมพนั ธ์ของคนใน 3-4 ช่วงวยั โดยเร่ืองราว
เป็นเสมือนความทรงจา และความทรงจาถูกเปรียบเป็นดงั บา้ น ในที่น้ีไม่ใช่ในลกั ษณะเคหสถาน แต่
เป็นแง่มุมทางดา้ นจิตใจ เป็นที่ยึดเหนี่ยว และอบอุ่น ท่ีมีความทรงจาคร้ังสวยงาม แก่นเรื่องสะทอ้ น
สภาพสังคมไทยดา้ นค่านิยมเก่ียวกบั ค่านิยมเร่ืองเพศ และค่านิยมเรื่องครอบครัว อนั เป็ นเร่ืองราว
ความรัก และความสมั พนั ธ์ของมนุษย์
7. บริบททางสังคมกบั ค่านิยมท่ีว่าตอ้ งทางานแข่งกบั เวลา สังคมไทยทุกวนั น้ีคนลน้ งาน
จึงตอ้ งรู้จกั กาหนดเวลา การแบ่งแยกเวลาในการทางาน การเดินทาง และการพกั ผอ่ นใหช้ ดั เจน เช่น
ในภาพยนตร์เร่ือง ฟรีแลนซ์ห้ามป่ วย ห้ามพกั ห้ามรักหมอ เป็ นการเสียดสีอาชีพอิสระ ท่ีเรียกว่า
ฟรีแลนซ์ โดยสะทอ้ นภาพผ่านตวั ละครหลกั ท่ีทาอาชีพตดั แต่งภาพ ซ่ึงทางานอย่างหนักโดยไม่มี
เวลาพกั ผอ่ นเพราะตอ้ งรักษามาตรฐานการทางานของตนเองท้งั ๆ ท่ีร่างกายและจิตใจไม่สมั พนั ธก์ นั
จิตใจอาจสง่ั ใหร้ ่างกายทางาน แต่ร่างกายอาจรับไม่ไหวกบั การทางานอยา่ งหนกั จึงส่งผลต่อสุขภาพ
ร่างกาย
เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
260
1.8.2 ประเด็นทางเศรษฐกิจ ได้แก่ ภาวการณ์ทางเศรษฐกิจท่ีคนในสังคมจานวนมากรู้สึกว่าถูก
กระทบคุณค่าของตน ท้งั น้ีภาพยนตร์ท่ีมีการสะทอ้ นตามประเด็นดงั กล่าว เช่น ภาพยนตร์เรื่องลดั ดาแลนด์
สะทอ้ นผา่ นรูปแบบชีวิตคนในยคุ สมยั ทุนนิยมและบริโภคนิยม ทุกส่ิงท่ี ‘ธีย’์ ตวั ละครหน่ึงในเร่ือง เลือกซ้ือ
ขา้ วของ เลือกซ้ือบา้ นมาเป็นเพราะตอ้ งการซ้ือหนา้ ตาใหต้ นเองและครอบครัว น้นั อาจมาจากความกดดนั ทาง
ค่านิยมของสังคมไทยที่มกั มองวา่ ผูท้ ่ีมีบา้ นหลงั ใหญ่โต รถคนใหญ่ ตอ้ งเป็นผทู้ ี่ประสบความสาเร็จในชีวิต
มีเงินทอง เมื่อเกิดเหตุการณ์ท่ีไม่คาดฝันผูเ้ ป็ นหัวหน้าครอบครัวเกิดตกงานและว่างงาน จึงทาให้ค่าใชจ้ ่าย
ดา้ นวตั ถุท่ีเกิดข้ึนไม่เพียงพอ เกิดภาวะเครียดส่งผลต่อความสมั พนั ธ์กบั คนในครอบครัว คนที่อยใู่ นวยั ทางาน
และเพ่ิงเร่ิมสร้างครอบครัว ดูแลว้ รู้สึกสะทอ้ นใหเ้ ห็นวา่ ชีวิตคนเรายอ่ มมีความซบั ซอ้ น ตอ้ งพบเจออุปสรรค
ในบางช่วงของชีวิต แต่เราก็สามารถดาเนินชีวิตต่อไปได้ ความสุขในชีวิตสาคญั มากกว่าวตั ถุภายนอก ใช้
วิธีการเล่าเรื่องตามบริบททางเศรษฐกิจในภาวะวิกฤตต่างๆ ท่ีตวั ละครตอ้ งพบเจอ ซ่ึงลว้ นแลว้ แต่เคยเกิดข้ึน
จริงภายในสังคม
1.8.3 ประเด็นทางเมือง สะทอ้ นให้เห็นประวตั ิศาสตร์การเมืองไทย ในมิติการเปลี่ยนแปลงทาง
การเมืองการปกครองของสังคมไทยช่วงเดือนตุลาคม โดยพบในภาพยนตร์เร่ืองดาวคะนอง และเรื่อง
October Sonata รักท่ีรอคอย โดยเร่ืองดาวคะนอง สะทอ้ นประเดน็ ทางการเมืองในช่วงสมยั ตุลาคม พ.ศ. 2519
อนั เป็ นยุคมืดทางการเมืองของสังคมไทยมาเล่าเร่ือง โดยไม่ไดเ้ ป็ นการเล่าเรื่องราวโดยตรงหากแต่เป็นการ
เล่าเรื่องราวท่ีสะทอ้ นใหเ้ ห็นเร่ืองราวทางการเมืองในยคุ น้นั ในรูปแบบภาวะความทรงจาของคนร่วมสมยั และ
เร่ืองราวที่เกิดข้ึนจริง หรือเร่ืองราวในภาพยนตร์ ซ่ึงเราอาจเรียกไดว้ ่าเป็ นหนงั ที่ซ้อนหนงั ท้งั น้ีแนวคิดใน
การนาเสนอของภาพยนตร์เรื่องดังกล่าว คือ การกระตุ้นความทรงจา และความคิดของผูช้ มเก่ียวกับ
สถานการณ์ทางการเมืองในยคุ สมยั ตุลาคม พ.ศ. 2519
ท้งั น้ีการสะทอ้ นเรื่องราวต่างๆ ในสงั คมไทย ภาพยนตร์มีการสะทอ้ นสงั คมไทยในหลากหลายแง่มมุ
ตามช่วงเวลาท้งั ในอดีตและปัจจุบนั โดยสะทอ้ นสงั คมไทยดา้ นสังคมมากที่สุด ความสมั พนั ธ์ของครอบครัว
ถูกหยิบยกมาส่ือความหมายของสภาวะสังคมไทยในบริบทที่แตกต่างกนั ออกไปตามระยะเวลาและยคุ สมยั
ภาพยนตร์ส่วนใหญ่สะท้อนให้เห็นถึงความสาคัญในการดารงอยู่ของครอบครัว ถ่ายทอดในแง่มุม
ความสัมพนั ธ์ของพ่อแม่ลูก พ่ีนอ้ ง และสามีภรรยา ซ่ึงอาจกล่าวไดว้ ่า สังคมไทยให้คุณค่ากบั ครอบครัวอนั
สัมพนั ธ์กบั ค่านิยมประการหน่ึงของสังคมไทย ตลอดจนสรุปไดว้ ่า ภาพยนตร์ไทยถือเป็นหน่ึงในประเภท
ของสื่อมวลชนแขนงหน่ึง สามารถทาหนา้ ท่ีสะทอ้ นความเป็นไปที่เกิดข้ึนในสังคมไดด้ ีมาต้งั แต่เม่ือคร้ังอดีต
ทว่าแต่ในปัจจุบันวิธีการสื่อสาร ในการสะท้อนภาพอาจจะปรากฏให้เห็นเด่นชัดมากข้ึนตามความ
เปลี่ยนแปลงไปของสังคมไทย และถือไดว้ า่ เป็นหน่ึงในสื่อท่ีใชส้ ะทอ้ นบริบทที่เกิดข้ึนจริงของสังคมไทยใน
ยคุ น้นั ๆ ไดเ้ ป็นอยา่ งดี (นริสร เติมชยั ธนโชต, 2561)
เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
261
1.9 บทสรุป
บริบททางสังคม (Social Context) ท่ีสาคัญมีความเกี่ยวข้องสัมพันธ์กันอย่างต่อเนื่อง ดังน้ัน
พฒั นาการของภาพยนตร์ในแต่ละช่วงจึงถูกผลกั ดนั จากหลายๆ ปัจจยั ท้งั โดยตรงและโดยออ้ ม เพ่ือให้
ภาพยนตร์ดารงอยไู่ ดอ้ ย่างมีความเหมาะสมกบั สภาพสังคมท่ีเปล่ียนแปลง ท้งั น้ีในปัจจุบนั ภาพยนตร์ส่วน
ใหญ่ลว้ นแลว้ แต่ใชแ้ นวทางการเลา่ เรื่องท่ีสอดคลอ้ งหรือเป็นเหตุการณ์ที่เกิดข้ึนจริงในสงั คม เพอื่ ใหต้ วั ละคร
ดูมีชีวติ ชีวา เพอื่ ใหผ้ ชู้ มเขา้ ถึงและอินไปกบั บท กบั ตวั ละครไดง้ ่ายยง่ิ ข้ึน ตลอดจนกล่าวไดว้ า่ การเล่าเร่ืองโดย
อิงประเดน็ ในสงั คมทาใหแ้ มสหรือเป็นกระแสนิยมไดง้ ่ายกวา่ ภาพยนตร์แนวอินด้ี
สุกทา้ ยน้ีสรุปไดว้ า่ ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งภาพยนตร์กบั บริบททางสังคมถือเป็นสิ่งที่ยดึ โยงเชื่อมต่อ
กนั โดยสิ้นเชิง เพราะในการเล่าเร่ืองคนเขียนบทส่วนใหญ่ใชว้ ิธีการอิงขอ้ มูลที่ตอ้ งการเล่าผ่านมุมมองของ
ตนเอง คนรอบขา้ ง และจากการศึกษาเพม่ิ เติม ซ่ึงสิ่งต่างๆ เหล่าน้ี ลว้ นแลว้ แต่อยรู่ อบตวั ของทุกคน การหยบิ
ยกสิ่งต่างๆ ประเด็นต่างๆ ไปเล่าถือเป็ นส่ิงที่สัมพนั ธ์เช่ือมโยงกนั ท้งั สิ้นระหว่างภาพยนตร์กบั บริบททาง
สังคม แต่ภาพยนตร์จะตอบโจทยแ์ ก่ผูช้ มมากนอ้ ยเพียงใดข้ึนอยกู่ บั การเลือกประเด็นท่ีจะนาเสนอ การร้อย
เรียง และการลาดบั เหตุการณ์ของเร่ือง
1.10 คำถำมท้ำยบท
1. บริบททางสังคมที่เกี่ยวขอ้ งสัมพนั ธ์กบั ภาพยนตร์ประกอบดว้ ยประเดน็ ใดบา้ ง ยกตวั อยา่ งมา 2-3
ประเดน็
2. แนวคิดทฤษฎีที่เก่ียวขอ้ งกบั ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งภาพยนตร์กบั บริบททางสังคม มีก่ีทฤษฎี และ
ประกอบดว้ ยทฤษฎีใดบา้ ง จงอธิบายการทางานของทฤษฎี มาพอสงั เขปฯ
3. ภาพยนตร์ท่ีมุ่งเนน้ การนาเสนอเร่ืองราวประโลมโลกของคนช้นั สูง นาเสนอความเป็ นจริงและ
สะทอ้ นภาพของสงั คมจดั อยใู่ นแนวคิดทฤษฎีใด
4. การสะทอ้ นเร่ืองรางของสงั คมไทยที่ปรากฏในภาพยนตร์ประกอบดว้ ยประเดน็ ใดบา้ ง จงอธิบาย
5. ภาพยนตร์เร่ือง “Home ความรัก ความสุข ความทรงจา” เป็นการสะทอ้ นเร่ืองรางของสังคมไทยท่ี
ปรากฏในภาพยนตร์ โดยมีการกล่าวถึงบริบทในประเดน็ ใด จงอธิบาย
เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
262
เอกสำรอ้ำงองิ
ฉตั รรวี เสนธนิสศกั ด์ิ. (2562). Parasite ในโลกแห่งควำมเหลื่อมลำ้ ใครกนั น่ำโกรธทสี่ ุด. สืบคน้ เมื่อ
5 มิถุนายน 2565, จาก https://themomentum.co/parasite-bong-joon-ho/.
ฐณยศ โล่ห์พฒั นานนท.์ (2564). แนวคดิ ภำพยนตร์กบั ควำมม่ันคง. สืบคน้ เม่ือ 5 มิถุนายน 2565, จาก
http://www.ias.chula.ac.th/wp-content/uploads/2021/09/%E0%B9%80%E0%B8%AD%E0%
B8%81%E0%B8%AA%E0%B8%B2%E0%B8%A3%E0%B8%A0%E0%B8%B2%E0%B8%
9E%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C%E0%B8%81%
E0%B8%B1%E0%B8%9A%E0%B8%84%E0%B8%A7%E0%B8%B2%E0%B8%A1%E0%
B8%A1%E0%B8%B1%E0%B9%88%E0%B8%99%E0%B8%84%E0%B8%87.pdf
ฐณยศ โลห่ ์พฒั นานนท์ และคณะ. (2563). มองภำพยนตร์ในมติ ิควำมม่ันคงใหม่. สืบคน้ เม่ือ 5 มิถุนายน
2565, จาก file:///C:/Users/Advice%20Nongphai/Downloads/commartsj,+%7B$ userGroup%
7D,+01.pdf
นริสร เติมชยั ธนโชติ. (2561). กำรสะท้อนสังคมไทยทีป่ รำกฏในภำพยนตร์ไทยร่วมสมยั รำงวลั สุพรรณหงส์
พ.ศ. 2550-2559. สืบคน้ เม่ือ 5 มิถุนายน 2565,จาก file:///C:/Users/Advice%20Nongphai/
Downloads/754The%20Manuscript%20(Full%20Article%20Text)-1706-1-10-20190622.pdf
ประชาไท. (2563). โปสเตอร์ภำพยนตร์เรื่อง Parasite. สืบคน้ เม่ือ 5 มิถุนายน 2565,จาก
https://prachatai.com/journal/2020/01/85911.
ไฟวส์ ตาร์โปรดกั ชนั่ . (2553). โปสเตอร์ภำพยนตร์เร่ือง อนิ ทรีแดง (The Red Eagle). สืบคน้ เมื่อ 5
มิถุนายน 2565,จาก http://www.fivestarproduction.co.th/%E0%B8%AD% E0%B8%B4% E0%
B8%99%E0%B8%97%E0%B8%A3%E0%B8%B5%E0%B9%81%E0%B8%94%E0%B8%87/.
ภทั ริยา วริ ิยะศิริวฒั นา. (2558). เอกสำรงำนวจิ ยั กำรวิเครำะห์กำรเล่ำเรื่องในภำพยนตร์เรื่อง LES
MISERABLES. สืบคน้ เม่ือ 5 มิถุนายน 2565,จาก http://gscm.nida.ac.th/uploads/files/
1598584023.pdf
เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
263
ภสั สร สงั ขศ์ รี. (2559). ควำมสัมพนั ธ์ระหว่ำงพฒั นำกำรของภำพยนตร์กบั บริบททำงสังคม. สืบคน้ เม่ือ
5 มิถุนายน 2565,จาก https://so04.tci- thaijo.org/index.php/jkbu/article/view/69409/60079.
วิลาสินี มีสุวรรณ. (2556). ภำพยนตร์กบั กำรสะท้อนภำพสังคมอนิ โดนีเซียและกำรเรียนรู้ประวัตศิ ำสตร์
ควำมขัดแย้ง กรณศี ึกษำ ภำพยนตร์เร่ือง 40 Years of Silence : An Indonesian History. สืบคน้ เมื่อ
5 มิถุนายน 2565,จาก https://km- ir.arts.tu.ac.th/ files/original/1f0d9130d5f206abdf9e79dcfc7d4
cd4614cbb30.pdf
อุบลวรรณ เปรมศรีรัตน.์ (2558). กำรเล่ำเรื่องทำงนิเทศศำสตร์. สืบคน้ เม่ือ 5 มิถุนายน 2565,จาก
file:///C:/Users/Advice%20Nongphai/Downloads/gscmjournal,+Journal+manager,+2.pdf.
อภินนั ท์ บุญเรืองพะเนา. (2555). HOME: มะเดย่ี ว-ชูเกยี รติ กบั หนังไทยคุณภำพ. สืบคน้ เมื่อ
5 มิถุนายน 2565,จาก https://mgronline.com/entertainment/detail/9550000050171.
BBC NEWS. (2020). ไวรัสโคโรนำ : "Contagion สัมผสั ล้ำงโลก" ภำพยนตร์จำกทศวรรษทีแ่ ล้วกลบั มำฮิต
หลงั กำรระบำดของโควดิ -19. สืบคน้ เมื่อ 5 มิถุนายน 2565, จาก https://www.bbc.com/thai/
international-51835269.
Jimmwhy. (2020). "ภำพยนตร์" โครงสร้ำงแบบ 3 องก์: Three Act Structure. สืบคน้ เมื่อ
5 มิถุนายน 2565,จาก https://intrend.trueid.net/bangkok/%E0%B8%A0%E0%B8%B2%
E0%B8%9E%E0%B8%A2%E0%B8%99%E0%B8%95%E0%B8%A3%E0%B9%8C-
%E0%B9%82%E0%B8%84%E0%B8%A3%E0%B8%87%E0%B8%AA%E0%B8%.
Prepanod Nainapat. (2017). 10 Political Films แนะนำหนังไทยสำยกำรเมือง. สืบคน้ เมื่อ 5 มิถุนายน 2565,
จาก https://thematter.co/entertainment/10-thai-films-who-mentioned-thai-political/37014.
workpoint today. (2017). ‘ดำวคะนอง’ ตวั แทนหนังไทยชิงออสกำร์ ถูกส่ังห้ำมฉำย–งดพูดคุย. สืบคน้ เมื่อ
5 มิถุนายน 2565,จาก https://workpointtoday.com
เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
264
แผนกำรสอนประจำบทที่ 7
1. หัวข้อเนื้อหำประจำบท
1.1 สถานการณ์ของอตุ สาหกรรมภาพยนตร์ และทิศทางการเปลี่ยนแปลง
1.2 ความเปล่ียนแปลง และการปรับตัวของอุตสาหกรรมในยุคส่ือสตรีมมิ่งต่ออุตสาหกรรม
ภาพยนตร์ไทย
1.3 การปรับตวั ของอตุ สาหกรรมภาพยนตร์จากสถานการณ์โรคระบาดโควิด 19
1.4 การพฒั นาคุณภาพใหก้ า้ วทนั ความเปล่ียนแปลงของอตุ สาหกรรมภาพยนตร์
1.5 การขยายพ้นื ท่ีหนงั อิสระ ชูโรงดว้ ย Local Content ของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทย
1.6 ภาพรวมอุตสาหกรรมภาพยนตร์ที่มีผลต่อธุรกิจโรงภาพยนตร์
1.7 บทสรุป
1.8 คาถามทา้ ยบท
2. วตั ถุประสงค์
2.1 เพ่ือใหน้ กั ศึกษามีความรู้ ความเขา้ ใจ เก่ียวกบั สถานการณ์ของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในปัจจุบนั
2.2 เพื่อให้นักศึกษามีความรู้ ความเขา้ ใจ เกี่ยวกบั สถานการณ์การเปล่ียนแปลงของอุตสาหกรรม
ภาพยนตร์ท้งั ในประเทศไทยและต่างประเทศ
2.3 เพื่อใหน้ กั ศึกษาเขา้ ใจกระบวนการในการปรับตวั ของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ท้งั ในประเทศไทย
และต่างประเทศต่อการเปล่ียนแปลงที่เกิดข้ึน
3. วธิ ีกำรสอน
3.1 บรรยาย แลกเปล่ียนความคิดเห็น
3.2 ถาม – ตอบ ก่อน ระหวา่ ง และหลงั การบรรยาย
3.3 นกั ศึกษาช่วยกนั ตอบคาถามในช้นั เรียนจากเคสตวั อยา่ งในเน้ือหาท่ีบรรยายหรือกรณี ยกตวั อยา่ ง
จากเคสอื่นๆ ท่ีมีความเก่ียวขอ้ งกบั บทเรียน
3.4 สรุปบทเรียน
3.5 ตอบคาถามในแบบฝึกทา้ ยบทเรียน
เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
265
4. กจิ กรรม
4.1 สอบถามความเขา้ ใจเบ้ืองตน้ เกี่ยวกบั เน้ือหาท่ีจะสอนก่อนเริ่มอธิบายรายวชิ า
4.2 แนะแนวและอธิบายแผนการสอนประจาบท
4.3 ถาม – ตอบ ก่อน ระหวา่ ง และหลงั การบรรยาย
4.4 นกั ศึกษาช่วยกนั ตอบคาถามในช้นั เรียนจากเคสตวั อยา่ งในเน้ือหาที่บรรยายหรือกรณี ยกตวั อยา่ ง
จากเคสอื่นๆ ที่มีความเกี่ยวขอ้ งกบั บทเรียน
4.5 ใหน้ กั ศึกษายกตวั อยา่ งภาพยนตร์ที่ไดร้ ับผลกระทบจากโควดิ มาคนละ 1 เร่ือง อธิบายใหอ้ าจารย์
และเพ่ือนๆ ในช้นั เรียนฟังทา้ ยคาบว่า ภาพยนตร์เร่ืองน้ีไดร้ ับผลกระทบอะไรบา้ ง เช่น มีแพลนจะ
ฉายในอีก 1 สัปดาห์ แต่ตอ้ งเลือน หรือภาพยนตร์เร่ืองน้ีมีกาหนดเร่ิมถ่ายทากลางเดือนแต่ก็ตอ้ งยก
กองท้งั หมด เนื่องจากปัจจยั ใดบา้ ง บุคคลฝ่ายใดบา้ งที่ไดร้ ับผลกระทบ
5. ส่ือกำรเรียนกำรสอน
5.1 PowerPoint
5.2 case study
6. กำรวดั และกำรประเมินผล
6.1 ประเมินผลจาก การเขา้ หอ้ งเรียน รวมถึงสังเกตความสนใจในการเรียน
6.2 ประเมินผลจาก Assignment การทาแบบฝึกหดั ที่มอบหมาย
6.3 ประเมินผลจากการสอบ Midterm และ Final ซ่ึงเป็นตวั วดั ความเขา้ ใจในช้นั เรียนท้งั หมด
เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
266
บทที่ 7
กำรปรับตวั ของอุตสำหกรรมภำพยนตร์
อุตสาหกรรมภาพยนตร์ (Film Industry) ถือเป็นหน่ึงในอุตสาหกรรมสร้างสรรคท์ ่ีน่าสนใจอยา่ งยิ่ง
เน่ืองจากเป็นอุตสาหกรรมที่เติบโตอยา่ งรวดเร็ว โดยพบวา่ มูลค่าเพ่ิมของอุตสาหกรรมภาพยนตร์เพ่ิมข้ึนจาก
23,512.06 ลา้ นบาท ในปี พ.ศ. 2545 เป็น 41,822.79 ลา้ นบาท ในปี พ.ศ. 2553 และมีมูลค่าการส่งออกเพมิ่ ข้ึน
จาก 94.84 ลา้ นบาท ในปี พ.ศ. 2545 เป็น 1,270.41 ลา้ นบาท ในปี พ.ศ. 2553 (ศุภเจตน์ จนั ทร์สาส์น, 2558)
สาหรับภาพรวมของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยน้นั ปัจจุบนั ยงั มีขนาดไม่ใหญ่มากนกั เมื่อเปรียบเทียบกบั
ประเทศอ่ืนๆ ท่ีมีการส่งออกภาพยนตร์ไปจาหน่าย ท้งั น้ีปริมาณการผลิตภาพยนตร์ของไทยยงั มีจานวนนอ้ ย
มีสัดส่วนจานวนเร่ืองเพียงร้อยละ 13-15 ของจานวนภาพยนตร์ที่ฉายท้งั หมดในโรงภาพยนตร์เท่าน้นั ปัญหา
ท่ีผูส้ ร้างภาพยนตร์มกั จะประสบอยู่เสมอคือ ปัญหาทางดา้ นเงินลงทุนที่มีค่อนขา้ งจากดั และเป็ นปัจจยั ที่
นามาซ่ึงปัญญาทางดา้ นคุณภาพของภาพยนตร์ตามมา นอกจากน้ีธุรกิจที่ต่อเนื่องจากการผลิตยงั ขาดความ
เชื่อมโยงกนั ในลกั ษณะ value chain เช่น ธุรกิจตดั ต่อภาพ การทาสเปเช่ียลเอฟเฟค การเรียบเรียงเสียง เป็นตน้
รวมท้งั การละเมิดลิขสิทธ์ิในอตั ราที่สูงและการส่งเสริมจากภาครัฐท่ียงั ขาดทิศทางที่แน่นอนลว้ นส่งผลต่อ
การพฒั นาภาพยนตร์ไทยท้งั สิ้น (KKU อุตสาหกรรมภาพยนตร์, 2549)
ในช่วงทศวรรษท่ีผ่านมา อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยไดม้ ีการขยายตวั เพ่ิมข้ึนมาก ภาพยนตร์ไทย
เร่ิมมีการขยายตลาดไปสู่ตลาดต่างประเทศ อย่างไรก็ตามการเติบโตของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยไม่
สามารถคาดการณ์ไดอ้ ยา่ งแน่นอน เน่ืองจากความสาเร็จของภาพยนตร์แต่ละเรื่องน้นั ข้ึนอยกู่ บั องคป์ ระกอบ
หลายดา้ น ท้งั ดา้ นการสร้างสรรคเ์ น้ือหาที่ถูกใจผูช้ ม ดาราท่ีแสดง การตลาด เงินลงทุน และภาวะเศรษฐกิจ
ซ่ึงปัจจยั เหล่าน้ีเป็นความเสี่ยงที่ผผู้ ลิตในอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยตอ้ งเผชิญ ดงั นนั้ เพ่ือความมนั่ คงของ
อุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยจึงควรใช้ตลาดภาพยนตร์ภายในประเทศเป็ นตลาดหลกั แต่ตลาดภาพยนตร์
ภายในประเทศของไทยปัจจุบนั ไดถ้ ูกแยง่ ส่วนแบ่งตลาดจากภาพยนตร์ต่างประเทศ โดยเฉพาะภาพยนตร์จาก
ฮอลลีวดู ซ่ึงเป็นภาพยนตร์ที่ไดร้ ับความนิยมจากผชู้ มชาวไทยเสมอมา (กอบกลู จนั ทรโคลิกา, 2553)
แม้ว่าในช่วงระยะ 2-3 ปี ท่ีผ่านมา ตลาดส่งออกภาพยนตร์กลายเป็ นแหล่งรายได้ท่ีสาคัญของ
อตุ สาหกรรมภาพยนตร์ของไทย มูลคา่ การส่งออกภาพยนตร์ขยายตวั เพ่ิมข้ึนอยา่ งต่อเนื่อง แต่ในขณะเดียวกนั
การแข่งขนั ในระดบั ภูมิภาคเอเชียก็มีค่อนขา้ งมาก เช่น ภาพยนตร์จากเกาหลีใต้ ฟิ ลิปปิ นส์ อินเดีย ฮ่องกง
ญ่ีป่ ุน ท่ีมีการผลิตภาพยนตร์ฉายในประเทศและส่งออกไปยงั ประเทศต่างๆ เช่นเดียวกบั ประเทศไทย และ
ยกระดบั ใหเ้ ป็นอุตสาหกรรมที่ไดร้ ับการสนบั สนุนจากรัฐบาลเพิ่มข้ึน อยา่ งไรก็ตามปัญหาและอุปสรรคของ
เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
267
อุตสาหกรรมก็ยงั มีอย่บู า้ ง (KKU อุตสาหกรรมภาพยนตร์, 2549) ยอ้ นกลบั ไปเมื่อหลายปี ก่อนประเทศไทย
ไดป้ ระกาศใช้พระราชบญั ญตั ิภาพยนตร์และวีดิทศั น์เมื่อปี พ.ศ. 2551 เพ่ือส่งเสริมอุตสาหกรรมภาพยนตร์
และวีดิทัศน์ตามยุทธศาสตร์การส่งเสริมมาแล้ว 2 ระยะ คือระยะท่ี 1 (พ.ศ. 2552-2555) และระยะที่ 2
(พ.ศ. 2555-2559) ซ่ึงขณะน้ีประเทศไทยกาลงั ใชแ้ ผนในระยะท่ี 3 (พ.ศ.2560-2564) มีวิสัยทศั น์ คือ ประเทศ
ไทยมุ่งสู่การเป็นผนู้ าดา้ นอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทศั น์ของอาเซียน ท้งั น้ีประกอบดว้ ย 5 ยทุ ธศาสตร์
(อภิสิทธ์ิ ศุภกิจเจริญ, มปป) คือ
1. พฒั นาบุคลากรในอตุ สาหกรรมภาพยนตร์และวดี ิทศั นไ์ ทยใหเ้ ป็นมืออาชีพ
2. ส่งเสริมและพฒั นาตลาดภาพยนตร์และวดี ิทศั น์ไทย
3. ส่งเสริมการปกป้องและคุม้ ครองทรัพยส์ ินทางปัญญาของงานภาพยนตร์และวดี ิทศั น์
4. ส่งเสริ มความร่วมมือในการลงทุนระหว่างประเทศ รวมธุรกิจถ่ายทาภาพยนตร์
ต่างประเทศและในประเทศไทย
5. พฒั นาขีดความสามารถของอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทัศน์ (ยุทธศาสตร์การ
ส่งเสริมอตุ สาหกรรมภาพยนตร์และวดี ิทศั น์ระยะที่ 3 (พ.ศ. 2560– 2564), 2559)
มองจากภาพรวมก็จะเห็นไดว้ ่าหนังไทยในตลาดอาเซียนประสบความสาเร็จอย่างต่อเนื่องตลอด
ระยะเวลาในช่วงมากกว่า 10 ปี ที่ผ่ามา ภาพยนตร์ไทยสามารถเขา้ ฉายไดใ้ นหลายประเทศในอาเซียน เช่น
องค์บาก พี่มากพระโขนง รวมถึงภาพยนตร์เร่ืองฉลาดเกมส์โกง หรือ Bad Genius จาก ค่ายหนังจีดีเอช
หา้ หา้ เกา้ เขา้ ฉายในปี 2560 โดยภาพยนตร์ไดส้ ร้างปรากฎการณ์เป็นหนงั ที่ทารายไดส้ ูงสุดในประเทศ อยทู่ ี่
108.1 ลา้ นบาท และเป็นหนงั ไทยท่ีรายไดส้ ูงสุดในประเทศมาเลเซีย นอกจากน้นั ยงั เป็นหนงั ไทยท่ีทารายได้
สูงสุดในประเทศกมั พูชา ฮ่องกง และไตห้ วนั อีกดว้ ย ท้งั น้ีถึงแมว้ ่าหนงั ของค่ายจีดีเอช ห้าห้าเกา้ จะประสบ
ความสาเร็จอยา่ งมาก แต่ จินา โอสถศิลป์ ประธานเจา้ หนา้ ท่ีบริหารของค่ายยงั ใหค้ วามเห็นวา่ หนงั ไทยอยใู่ น
ยคุ ซบเซา เห็นไดจ้ ากตวั หนงั นอ้ ยลง นอกจากน้ีรายไดก้ น็ อ้ ยลงตามไปดว้ ย (อภิสิทธ์ิ ศุภกิจเจริญ, มปป)
กล่าวอย่างครอบคลุมในเร่ืองของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ไทยปัจจุบนั คือ อุตสาหกรรมภาพยนตร์
ไทยนบั วา่ มีความสาคญั ในดา้ นการเป็นสินคา้ วฒั นธรรมที่ไทยตอ้ งการส่งเสริมให้มีท้งั มูลค่าในฐานะสินคา้
ส่งออกและการส่งเสริมวฒั นธรรมของประเทศ นอกจากน้ียงั หวงั วา่ ภาพยนตร์ไทยจะสามารถผลกั ดนั ใหเ้ กิด
ประโยชน์เชื่อมโยงกบั อุตสาหกรรมอ่ืนๆ เช่น อุตสาหกรรมท่องเท่ียว อุตสาหกรรมอาหารและอุตสาหกรรม
บริการทางดา้ นอ่ืนๆ ไดด้ ว้ ย แต่ในความเป็นจริงการพฒั นาอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของไทยยงั ตอ้ งไดร้ ับการ
ผลกั ดนั และส่งเสริมอยา่ งต่อเน่ือง (Positioning, 2006)
เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
268
1.1 สถำนกำรณ์ของอุตสำหกรรมภำพยนตร์ และทศิ ทำงกำรเปลย่ี นแปลง
อุตสาหกรรมภาพยนตร์ เป็นอุตสาหกรรมที่มีความสมั พนั ธก์ บั ตลาดต่างประเทศคอ่ นขา้ งมาก ดงั น้นั
สถานการณ์และทิศทางการเปลี่ยนแปลงของอตุ สาหกรรมโดยรวมของโลก จึงเป็นปัจจยั ท่ีมีผลต่อทิศทางการ
เปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในอนาคต อยา่ งมีนยั สาคญั เพ่ือใหส้ ามารถเขา้ ถึงความเปล่ียนแปลง
ท่ีมีผลกระทบต่ออุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทศั น์ของประเทศไทยได้ ผูป้ ระกอบการจาเป็ นที่จะตอ้ ง
ศึกษาถึงความเปลี่ยนแปลงจากภาพรวมของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ในระดบั โลกโดยการวิเคราะห์ ท้งั น้ี
สามารถแบ่งเป็นสองส่วนหลกั (สานกั งานส่งเสริมวิสาหกิจขนาดกลางและขนาดยอ่ ม, มปป) ไดแ้ ก่
1.1.1 สถำนกำรณ์อุตสำหกรรมภำพยนตร์และวดี ทิ ัศน์ของโลก
อุตสาหกรรมภาพยนตร์และส่ือวีดิทศั น์ในตลาดโลกมีการเปล่ียนแปลงอยา่ งต่อเน่ืองตลอด
ช่วงทศวรรษที่ผา่ นมา ดงั น้นั การศึกษาความเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทศั น์
จึงมีความสาคญั ในการเขา้ ใจสถานการณ์ปัจจุบนั ของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ท้งั น้ีแบ่งอตุ สาหกรรม
ภาพยนตร์ของโลกออกเป็ น 2 ส่วน คือ จานวนภาพยนตร์ท่ีผลิตเพ่ือสะทอ้ นดา้ นอุปทาน (Supply
Side) และรายไดจ้ ากภาพยนตร์ท่ีเขา้ ฉายในประเทศซี่งแสดงถึงขนาดตลาด เพื่อสะท้อนดา้ นอุปสงค์
(Demand Side) โดยสามารถอธิบายขยายขีดความเขา้ ใจต่อท้งั 2 ส่วน (สานกั งานส่งเสริมวิสาหกิจ
ขนาดกลางและขนาดยอ่ ม, มปป) อธิบายไว้ ดงั น้ี
1. จานวนภาพยนตร์ท่ีผลิต (Featured Film Produced)
จานวนภาพยนตร์เป็นปัจจยั หน่ึงท่ีสะทอ้ นความสามารถในการผลิตภาพยนตร์ของประเทศ
น้นั ๆ หากประเทศใดสามารถผลิตภาพยนตร์ไดใ้ นจานวนมากแสดงว่าอุตสาหกรรมภาพยนตร์ใน
ประเทศน้ัน มีความสามารถในการผลิตภาพยนตร์มากหรืออาจมีจานวนองค์กรท่ีผลิตภาพยนตร์
จานวนมาก รวมถึงยงั มีทรัพยากรท่ีเพียงพอในการผลิต
2. มูลค่าของอุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทศั น์ (Film Market Value)
มูลค่าของตลาดภาพยนตร์และวีดิทศั น์เป็ นอีกหน่ึงองค์ประกอบที่มีความจาเป็ นจะตอ้ ง
ศึกษาเพ่ือให้เขา้ ใจถึงทิศทางการเปลี่ยนแปลงของตลาด ท้งั ในอดีตและอนาคต ตลอดจนวิเคราะห์
พฤติกรรมในการรับชมภาพยนตร์ของกลุ่มลูกคา้ วิเคราะห์รายไดข้ องภาพยนตร์ที่ฉายผ่านโรง
ภาพยนตร์ในแต่ละประเทศ และรายไดจ้ ากการฉายภาพยนตร์รวมทว่ั โลก
เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
269
ท้งั น้ีหากกล่าวถึงองคป์ ระกอบโดยรวมจากสถานการณ์ทว่ั ไปของอุตสาหกรรมภาพยนตร์
ไทย สรุปแยกยอ่ ยออกมาจากของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของโลก คือ ภาพยนตร์ไทยยงั มีปริมาณ
น้อยเม่ือเทียบกบั กาลงั ซ้ือและขนาดตลาดภายในประเทศ ขอ้ มูลจากชมรมวิจารณ์ หรือ Bangkok
Critics Assembly (2563) ภาพยนตร์ไทยท่ีออกฉายตามโรงภาพยนตร์ในปี พ.ศ. 2562 มีจานวน
ระหว่าง 50-59 เร่ือง (ข้ึนอยกู่ บั เกณฑก์ ารจดั ทารายนามของแต่ละแหล่งขอ้ มูล) ตวั เลขดงั กล่างบงช้ี
ว่าภาพยนตร์ไทยเขา้ ฉายเฉล่ียเพียงสัปดาห์ละ 1 เรื่อง ขณะที่ภาพยนตร์ใหม่ๆ จากต่างประเทศเขา้
ฉายราว 2-5 เร่ืองต่อสปั ดาห์ โดยในแต่ละสปั ดาห์กาลงั การซ้ือของผูช้ มอยทู่ ่ีระดบั 50-100 ลา้ นบาท
หรืออาจมากกวา่ น้นั (ฐณยศ โลพ่ ฒั นานนท์ และคณะ, 2563)
การผลิตนอ้ ยไม่ใช่อุปสรรคทางการตลาดท่ีแทจ้ ริง เพราะความสาเร็จของภาคอุตสาหกรรม
ข้ึนอยกู่ บั การขายบตั รเขา้ ชม หรือผลประโยชนใ์ นทางอื่นของแต่ละเรื่อง แต่การสารวจสถานการณ์ปี
พ.ศ. 2562 พบว่า ความนิยมต่อภาพยนตร์ไทยโดยรวมยงั อยู่ในระดบั ท่ีลดลงต่อเนื่องมาจากปี ก่อน
หน้าเมื่อ พ.ศ. 2561 ภาพยนตร์ไทยสามารถทารายรับรวมกนั 1,000 ลา้ นบาท โดยประมาณ ทว่าปี
พ.ศ. 2562 ภาพยนตร์ท้ังหมดกลับทารายรับลดลงมาเหลือ 800 ล้าน บาท ซ่ึงภาพยนตร์ไทยที่
ทารายรับเกิน 100 ลา้ นบาทในปี พ.ศ. 2562 มีเพียง 3 เรื่อง ไดแ้ ก่ Friend Zone-ระวงั สิ้นสุดทางเพือ่ น
แสงกระสือ และตุ๊ดซ่ีส์ แอนด์ เดอะเฟค อน่ึงฐานขอ้ มูลสาธารณะที่สรุปรวมรายไดข้ องภาพยนตร์
ไทยตลอดปี พ.ศ. 2562 ระบุวา่ ภาพยนตร์ท่ีมียอดรายรับสูงกวา่ 100 ลา้ นบาทมีเพียงแค่ Friend Zone-
ระวงั สิ้นสุดทางเพือ่ น และ ตุด๊ ซ่ีส์ แอนด์ เดอะเฟค ซ่ึงตวั เลขดงั กล่าวมาจากการฉายในเขตกรุงเทพฯ
ปริมณฑล และเชียงใหม่ ตามตารางที่ 7.1 การสืบคน้ แหล่งขอ้ มูลอ่ืนทาให้พบว่า ยอดรายรับทว่ั
ประเทศของแสงกระสือ สูงถึงระดบั 100 ลา้ นบาทเช่นกนั (ฐณยศ โลพ่ ฒั นานนท์ และคณะ, 2563)
ตำรำงท่ี 7.1 รำยได้ภำพยนตร์ 10 อนั ดบั แรกในประเทศไทย ปี พ.ศ. 2562
ท่ีมา: ฐณยศ โล่พฒั นานนท์ และคณะ, 2563
เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
270
นอกจาก 2 เร่ือง ขา้ งตน้ แลว้ น้ันยงั พบว่า มีหนังไทยท่ีทาเงินทะลุหลกั 15 ลา้ นบาทเพียง 8 เรื่อง
เท่าน้นั (ลดลงจากปี 2018 ท่ีมี 12 เร่ือง และเป็นปี ท่ี 3 ในรอบ 5 ปี หลงั สุดที่หนงั ไทยทาเงินทะลุหลกั 20 ลา้ น
บาท/ปี ไม่ถึงสิบเรื่อง) (Theaterist, 2020) ไดแ้ ก่ ฮาวทูทิ้ง..ทิ้งอย่างไรไม่ให้เหลือเธอ (54 ลา้ นบาท), พี่นาค
(53 ลา้ นบาท), แสงกระสือ (39 ลา้ นบาท), ไบคแ์ มน 2 (35 ลา้ นบาท), ขนุ แผน ฟ้าฟ้ื น (26 ลา้ นบาท), จอมขมงั
เวทย์ 2020 (23 ลา้ นบาท), ออนซอนเด (19 ลา้ นบาท) และ ฮาร์ทบีท เสี่ยงนกั …รักม้ยั ลุง (18 ลา้ นบาท)
ภำพท่ี 7.1 Top 10 หนงั ไทยทาเงินสูงสุดประจาปี 2019
ท่ีมา: Theaterist, 2020
จากสถานการณ์เปล่ียนผ่านหลายๆ ส่วนท่ีเกิดข้ึนของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ ส่งผลใหเ้ กิดความไม่
แน่นอนในการรักษาอตั ราการขยายตวั ของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ของประเทศในอนาคตอยไู่ ม่นอ้ ย
1.1.2 ทศิ ทำงกำรเปลยี่ นแปลงอตุ สำหกรรมภำพยนตร์
อุตสาหกรรมภาพยนตร์เป็ นอีกหน่ึงอุตสาหกรรมที่ไดร้ ับผลกระทบจากการเกิดข้ึนของ
เทคนิคการถ่ายทา นวตั กรรม เทคโนโลยี รวมถึงพฤติกรรมของผูบ้ ริโภคท่ีเปล่ียนไปเช่นเดียวกบั
อุตสาหกรรมอื่นๆ ดังน้ัน ผูส้ ร้างหรือผลิตภาพยนตร์จึงตอ้ งศึกษาทิศทางการเปล่ียนแปลงของ
อุตสาหกรรมภาพยนตร์ของโลก เพื่อให้เขา้ ใจถึงบริบทและความเปล่ียนแปลงของอุตสาหกรรม
ภาพยนตร์ในปัจจุบนั มีการศึกษาวิจยั ขอ้ มูลปฐมภูมิ อาทิ Motion Picture Association Of America
Statista Pricewaterhousecoopers Raindance UNESCO พบว่า ปัจจัยหลักท่ีทาให้อุตสาหกรรม
เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
271
ภาพยนตร์เกิดการเปล่ียนแปลง คือ “เทคโนโลยี” โดยมีความเปล่ียนแปลงหลกั ที่ส่งผลต่อการผลิต
การเขา้ ชม และการจดั จาหน่ายภาพยนตร์ท้งั หมด 4 ประการ (สานกั งานส่งเสริมวสิ าหกิจขนาดกลาง
และขนาดยอ่ ม, มปป) สรุปไวด้ งั น้ี
1. การขยายตวั ของ Video on Demand
กล่าวว่าเม่ือเทคโนโลยีทางโทรคมนาคมพฒั นาอย่างต่อเน่ือง โครงสร้างพ้ืนฐานทางดา้ น
โทรคมนาคมก็ถูกพฒั นาให้มีประสิทธิภาพอยา่ งรวดเร็วมากยง่ิ ข้ึน สามารถกระจายถ่ายทอดเน้ือหา
ออนไลน์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ นอกจากน้ีอุปกรณ์ในการรับชมภาพยนตร์ก็ถูกพฒั นาข้ึนให้
สามารถรับชมภาพยนตร์ผ่านอุปกรณ์อิเล็กทรอนิกส์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังน้ัน ระบบชม
ภาพยนตร์จามความต้องการหรือ Video on Demand จึงถูกพฒั นามาจากระดับการพฒั นาของ
เทคโนโลยีท่ีมีประสิทธิภาพ รวมถึงกลุ่มผูร้ ับชมภาพยนตร์สามรถรับชมไดอ้ ยา่ งสะดวกมากย่งิ ข้ึน
โดยแนวคิดหลกั ของระบบตามความตอ้ งการ คือ Anywhere, Anytime หรือ สามารถรับชมไดท้ ุกที่
ทุกเวลาท่ีผูช้ มตอ้ งการชมภาพยนตร์ เพ่ือให้เกิดความสะดวกสบายสูงสุดแก่ผูช้ มในปัจจุบนั ซ่ึง
สอดคลอ้ งกบั พฤติกรรมและแนวทางการใชช้ ีวิตของคนรุ่นใหม่ท่ีมีความเร่งรีบ
เม่ือโครงสร้างพ้ืนฐานและอุปกรณ์พฒั นามากข้ึน ผูป้ ระกอบการให้บริการภาพยนตร์ผ่าน
ช่องทางออนไลน์จึงมีจานวนมากข้ึนเช่นเดียวกัน อาทิ Netflix, Iflix, Amazon เป็ นต้น ซ่ึง
ผปู้ ระกอบการแต่ละรายกม็ ีรูปแบบในการดาเนินธุรกิจและรูปแบบการใหบ้ ริการชมภาพยนตร์ผา่ น
อินเตอร์เน็ตตามความตอ้ งการของผชู้ มแตกต่างกนั โดยประเภทของ Video on Demand สาหรับการ
รับชมภาพยนตร์สามารถแบ่งไดเ้ ป็น 3 รูปแบบหลกั ไดแ้ ก่
1. Streaming
2. Video Download
3. Pay-per-View
2. การเปลี่ยนผา่ นจากฟิ ลม์ เป็นภาพยนตร์รูปแบบดิจิทลั
นอกจากเทคโนโลยีการกระจายและเผยแพร่ภาพยนตร์ให้แก่ผูร้ ับชมที่มีประสิทธิภาพมาก
ย่ิงข้ึนแลว้ เทคโนโลยีท่ีใช้ในการผลิตภาพยนตร์ก็มีประสิทธิภาพมากข้ึนเช่นเดียวกนั ส่งผลให้
ตน้ ทุนในการผลิตภาพยนตร์ลดลง โดยเทคโนโลยที ี่มีการพฒั นาสาหรับการถ่ายทาภาพยนตร์ ไดแ้ ก่
เทคโนโลยใี นการผลิตภาพยนตร์แบบดิจิทลั
เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
272
แต่เดิมภาพยนตร์ส่วนใหญม่ กั จะผลิตในรูปแบบฟิ ลม์ เนื่องจากเป็นรูปแบบการผลิตพ้นื ฐาน
และมีรายละเอียดของภาพฟิ ลม์ ท่ีมีคุณภาพสูง อยา่ งไรกด็ ีการผลิตภาพยนตร์ดว้ ยแผน่ ฟิ ลม์ มีขอ้ จากดั
อย่หู ลายประการ ไดแ้ ก่ ตน้ ทุนการผลิตที่สูงกวา่ รูปแบบดิจิทลั อยา่ งมีนยั สาคญั การผลิตภาพยนตร์
จากฟิ ล์มมีข้นั ตอนในกระบวนการผลิตมาก ดงั น้ัน เมื่อรูปแบบดิจิทลั พฒั นาข้ึนส่งผลให้การผลิต
ภาพยนตร์ในรูปแบบฟิ ล์มไดร้ ับความนิยมลดลงอย่างต่อเน่ือง เพราะตน้ ทุนในการผลิตแบบฟิ ล์ม
(High Cost of Film Production) สู งกว่าแบบดิจิทัลมาก มีความซับซ้อนในการผลิต และมี
ผปู้ ระกอบการท่ีเก่ียวขอ้ งลดนอ้ ยลง ดงั ตวั อยา่ งภาพท่ี 7.2 น้ี
ภำพท่ี 7.2 แสดงตวั อยา่ งขอ้ จากดั ในการถา่ ยภาพยนตร์ดว้ ยฟิ ลม์
ท่ีมา: สานกั งานส่งเสริมวสิ าหกิจขนาดกลางและขนาดยอ่ ม, มปป
3. การร่วมกนั ผลิตภาพยนตร์ระหวา่ งประเทศ (International Co-Production)
ภาพยนตร์เป็ นสื่อท่ีมีความนานาชาติและมีความหลากหลาย ผูร้ ับชมภาพยนตร์มกั จะมอง
หาเน้ือหาในการชมที่มีความหลากหลาย มีความแตกต่างจากกรอบเดิมๆ ท่ีมีอยู่ รวมถึงการผลิต
ภาพยนตร์ขนาดใหญ่ยงั ตอ้ งการทรัพยากรจานวนมาก ซ่ึงอาจจะไม่ไดห้ าจากประเทศใดประเทศ
หน่ึง ดังน้ัน จึงเป็ นท่ีมาของการผลิตภาพยนตร์ร่วมกันระหว่างประเทศ หรือ International Co-
Production ซ่ึงเป็ นการผลิตภาพยนตร์จากบริษทั ผูผ้ ลิตท่ีมาจากประเทศมากกว่า 1 ประเทศ เพื่อใช้
ประโยชน์จากความไดเ้ ปรียบเชิงเปรียบเทียบ (Comparative Advantage) ที่แต่ละประเทศมีแตกต่าง
กนั ใหเ้ กิดประโยชนใ์ นการผลิตภาพยนตร์ไดม้ ากท่ีสุด
ถึงแมว้ ่าการผลิตภาพยนตร์ส่วนใหญ่ยงั คงผลิตดว้ ยประเทศใดประเทศหน่ึงอยู่ และอตั รา
การผลิตภาพยนตร์ร่วมกันระหว่างประเทศยงั ไม่ได้ขยายตวั มากนัก แต่อย่างไรก็ดีในระยะยาว
เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
273
การผลิตภาพยนตร์จะมีความเป็นนานาชาติมากข้ึน และมีการผลิตภาพยนตร์แบบ International Co-
Production มากยงิ่ ข้ึน
4. ความน่าเช่ือถือของกระแสการ Review ภาพยนตร์และการใหเ้ รตติ้ง
ภาพยนตร์ท่ีมีการผลิตในแต่ละปี มีจานวนเพ่ิมข้ึนอย่างต่อเน่ือง แต่เวลาในการรับชม
ภาพยนตร์ของผชู้ มมีจากดั ดงั น้นั ผชู้ มภาพยนตร์จึงใหค้ วามสาคญั กบั การเลือกภาพยนตร์มากยง่ิ ข้ึน
ผูเ้ ขา้ ชมภาพยนตร์ตอ้ งการชมภาพยนตร์ท่ีมีคุณภาพ และเน้ือเร่ืองเหมาะสมกบั ความสนใจของ
ตนเอง ประกอบกบั รูปแบบท่ีช่วยในการตดั สินใจเลือกชมมีความสะดวกและสามารถเขา้ ถึงไดง้ ่าย
โดยตวั ช่วยในการตดั สินใจเลือกภาพยนตร์ท่ีไดร้ ับการยอมรับอย่างแพร่หลายในปัจจุบนั คือ คา
วิจารณ์ภาพยนตร์จากผูอ้ ื่น และการให้คะแนนภาพยนตร์ (Movie Rating) ช่องทางในการเขา้ ถึง
ภาพยนตร์ที่ไดร้ ับความนิยมมากข้ึนคือ การเขา้ ถึงเน้ือหาผ่านช่องทางออนไลน์ (Online Platform)
โดยรูปแบบการเขา้ ถึงหลกั คือ รูปแบบเวบ็ ไซต์ (Website Platform)
ท้ังน้ีกล่าวถึงภาพรวมทิศทางการเปล่ียนแปลงของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ สรุปได้ว่า
เทคโนโลยเี ป็นปัจจยั สาคญั ที่ส่งผลกระทบต่อการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมภาพยนตร์เป็นอยา่ ง
มาก ต้งั แต่ตน้ น้าของการผลิตไปจนถึงช่องทางในการจดั จาหน่าย และเผยแพร่ภาพยนตร์ ตลอดจน
พฤติกรรมของผบู้ ริโภค ดงั น้นั ผปู้ ระกอบการท่ีเกี่ยวขอ้ งกบั อุตสาหกรรมภาพยนตร์และวีดิทศั น์จึง
ตอ้ งตระหนกั ถึงความเปล่ียนแปลงทางดา้ นเทคโนโลยี และพฤติกรรมผบู้ ริโภคอยา่ งต่อเนื่องเพื่อให้
สามารถปรับตวั กบั ความเปล่ียนแปลงท่ีมีโอกาสจะเกิดข้ึนไดต้ ลอดเวลา (สานกั งานส่งเสริมวสิ าหกิจ
ขนาดกลางและขนาดย่อม, มปป) กระทงั่ กา้ วเขา้ สู่ยุคท่ีสื่อสตรีมม่ิงเขา้ มามีบทบาทอย่างชัดเจน
ผูผ้ ลิตภาพยนตร์ตอ้ งมีแนวทางในการปรับตวั และรับมืออย่างมืออาชีพ และให้ทุกๆ กระบวนการ
วางแผนเดินหนา้ เขา้ สู่สถานการณ์ต่างๆ เป็นไปอยา่ งมีประสิทธิภาพ
1.2 ควำมเปลยี่ นแปลง และกำรปรับตัวของอตุ สำหกรรมในยุคส่ือสตรีมมิ่งต่ออตุ สำหกรรมภำพยนตร์ไทย
ความกา้ วหนา้ ของเทคโนโลยีการสื่อสารในปัจจุบนั อนั เป็ นผลมาจากการเติบโตของอินเทอร์เน็ต
ทาให้การรับชมสื่อท้งั บนั เทิงคดีและสารคดีผ่านทางระบบออนไลน์ไดร้ ับความนิยมมากข้ึนอย่างต่อเน่ือง
คาวา่ “สตรีมมิ่ง” (Streaming) ตามความหมายของ Cambridge dictionary online (2021) แปลวา่ กิจกรรมของ
การฟังหรือรับชมภาพและเสียงโดยตรงจากอินเทอร์เน็ต ซ่ึงลกั ษณะการนิยามดงั กล่าวทาใหพ้ บวา่ สตรีมมิ่ง
ถูกอธิบายไปส่วนหน่ึงในแง่ของกิจกรรม วิถีชีวิตประจาวนั และสอดคล้องกับบริบทการกล่าวถึงทาง
วฒั นธรรม (วิโรจน์ สุทธิสีมา, 2564)
เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
274
เมื่อพิจารณาในเชิงองคป์ ระกอบของอุตสาหกรรมภาพยนตร์ นอกเหนือการสร้างสรรคส์ ื่อสตรีมมิ่ง
จะต้องมีคุณลักษณะพ้ืนฐานเช่ นเดี ยวกับการสร้ างสรรค์ภาพยนตร์ ท่ีจะเร่ิ มต้นด้วยงานด้านโปรดักชั่น
(Production) มาสู่การจดั ฉาย (Exhibition) และไปสู่โฮมวิดีโอ (Home Video) แต่เม่ือมีองคป์ ระกอบของการ
เป็ นสื่อสตรีมม่ิง องคป์ ระกอบจะมีความพิเศษตรงการใชแ้ พลตฟอร์ม (Platform) ในการฉาย ซ่ึงผูผ้ ลิตและ
เน้ือหาในส่วนงานโปรดกั ชนั่ จะตอ้ งสอดคลอ้ งกบั มาตรฐานของแพลตฟอร์ม นอกจากน้ียงั ตอ้ งใชก้ ารส่ือสาร
ทางไกลโดยใชเ้ ทคโนโลยี (Telecommunication) ผา่ นอินเทอร์เน็ต และเขา้ สู่เคร่ืองมือการรับชม (Device) ซ่ึง
กลุ่มผูผ้ ลิตและผมู้ ีส่วนเกี่ยวขอ้ ง จะตอ้ งพิจารณาสิ่งเหล่าน้ีเพ่ิมเติมจากการสร้างสรรคภ์ าพยนตร์ในช่องทาง
ด้งั เดิม (วโิ รจน์ สุทธิสีมา, 2564)
(วิโรจน์ สุทธิสีมา, 2564) ไดท้ าการศึกษาเกี่ยวกบั ความเปลี่ยนแปลงของยคุ ส่ือสตรีมม่ิงไว้ ท้งั น้ีผล
การศึกษา พบว่า การเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรมสตรีมมิ่งท่ีมีต่อห่วงโซ่คุณค่าและกลุ่มผูผ้ ลิตตลอดจน
กลุม่ ผเู้ ก่ียวขอ้ งมีความเก่ียวเนื่องสมั พนั ธ์กนั และไม่สามารถแยกอธิบายโดยตดั ขาดกลุม่ ผผู้ ลิตและผเู้ ก่ียวขอ้ ง
ออกจากกันได้ เนื่องจากท้งั สองกลุ่มลว้ นอยู่ในแบบจาลองของห่วงโซ่คุณค่าเช่นเดียวกนั ดังน้ัน จึงได้
นาเสนอเป็นประเดน็ สงั เคราะห์ขอ้ คน้ พบต่อไปน้ี
1.2.1 ควำมเปลี่ยนแปลงของอุตสำหกรรมสตรีมมิ่งต่อห่วงโซ่คุณค่ำของอุตสำหกรรมภำพยนตร์ใน
ไทย
จากการวิเคราะห์เอกสารและการสมั ภาษณ์เชิงลึก พบวา่ ส่ือสตรีมมิ่งทาใหเ้ กิดการรวบรวม
ภาพยนตร์จานวนมากท้งั เก่าและใหม่ โดยนาเสนอในหน้าแพลตฟอร์มดว้ ยลกั ษณะการแนะนา
เน้ือหา (Recommendation) การจดั หมวดหมู่ (Genre) และการเป็นหอ้ งสมุดภาพยนตร์ (Library) จน
ได้เข้ามาแทนท่ีโฮมวิดีโออย่างเกือบสมบูรณ์ นอกจากน้ีการท่ีผู้ประกอบการวางแบบแผน
แพลตฟอร์มออนไลน์ให้เขา้ มามีส่วนร่วมเป็ นผูผ้ ลิตเน้ือหาสร้างสรรคเ์ อง ยงั มีส่วนทาให้ห่วงโซ่
คุณค่าของการผลิต เน้ือหาสร้างสรรคป์ ระเภทโสตทศั น์เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม โดยภาพรวมการ
เกิดข้ึนของสตรีมมิ่งในทศั นะของกลุ่มผอู้ ยใู่ นห่วงโซ่คุณค่าไม่ใช่เร่ืองวิกฤตในทางลบ แต่กลบั เป็น
โอกาสใหม่ในการปรับอุตสาหกรรมการผลิตใหอ้ ยรู่ อดต่อไปได้ โดยส่วนหน่ึงของการเปล่ียนแปลง
น้ีเป็ นสภาพการณ์ที่เกิดข้ึนก่อนการมาถึงของระบบสตรีมมิ่งอยแู่ ลว้ ซ่ึงการเขา้ มาดงั กล่าวร่วมดว้ ย
สภาพของวิกฤตการณ์ COVID-19 ต้งั แต่ช่วงตน้ ปี พ.ศ. 2563 ที่ทาให้การรับชมภาพยนตร์ในโรง
ภาพยนตร์มีจานวนลดลง และเพิ่มมากข้ึนในช่องทางสตรีมมิ่ง ซ่ึงเป็ นช่องทางท่ีช่วยเร่งให้การ
เปลี่ยนแปลงเกิดข้ึนอยา่ งรวดเร็วและชดั เจนยงิ่ ข้ึน (วโิ รจน์ สุทธิสีมา, 2564)
เอกสารประกอบการสอนรายวชิ าภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
275
ภำพที่ 7.3 แบบจาลองห่วงโซ่คุณค่าเปรียบเทียบระหวา่ งอุตสาหกรรมภาพยนตร์เดิม และการเปล่ียนแปลงสู่
สตรีมม่ิง (OTT)
ที่มา: วโิ รจน์ สุทธิสีมา, 2564
จากแผนภาพดังกล่าวส่วนของ “แพลตฟอร์ม” ท่ีเพิ่มเติมเข้ามาในส่วนของ OTT ได้แก่ AVoD
หมายถึง บริการที่หารายไดจ้ ากการโฆษณา เช่น Youtube, SVoD หารายไดจ้ ากการสมคั รสมาชิก Netflix,
TVoD หารายไดจ้ ากการเช่าเน้ือหา เช่น การจ่ายเงินรับชมเน้ือหาบางส่วนใน True ID และ Hybrid หมายถึง
บริการท่ีมีการผสมผสานหลายอยา่ งขา้ งตน้ เขา้ ไวด้ ว้ ยกนั เช่น กรณีของ Youtube ท่ีไม่เพียงจะหารายไดจ้ าก
โฆษณา แต่อาจจะหารายไดจ้ ากการจ่ายเงินเป็นสมาชิกในกรณีของ Youtube Premium และผลการวิเคราะห์
ตลอดจนการสมั ภาษณ์เพ่ิมเติมพบความสอดคลอ้ งของขอ้ มูลและความคิดเห็น โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ ในกลุม่ ของ
ผสู้ ร้างภพายนตร์ (วโิ รจน์ สุทธิสีมา, 2564) ไดส้ รุปไวด้ งั ต่อไปน้ี
1. ควำมเปลย่ี นแปลงต่อหน่วยผลติ (Production Unit)
ความเปลี่ยนแปลงต่อหน่วยผลิตสามารถพิจารณาไดเ้ ป็ นความเปล่ียนแปลงในวฒั นธรรม
เชิงการบริหารจดั การตามที่ปรากฎในขอ้ 1 ถึงขอ้ 3 และความเปลี่ยนแปลงใน วฒั นธรรมเชิงเน้ือหา
และการสร้างสรรค์ ตามท่ีปรากฏในขอ้ 4 ถึงขอ้ 6 โดยมีขอ้ สรุป (วิโรจน์ สุทธิสีมา, 2564) กล่าวไว้
ดงั น้ี
เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)
276
1. การผสานระหวา่ งความเป็นสากลกบั ทอ้ งถ่ินในเชิงวิธีคิด: ดว้ ยลกั ษณะของแพลตฟอร์ม
ท่ีถูกครองตลาดโดยผปู้ ระกอบการรายใหญ่จากต่างประเทศ อาทิ Netflix ทาใหเ้ กิดประเดน็ เรื่องการ
พฒั นาเน้ือหาสร้างสรรคว์ ่าจะมุ่งเนน้ ไปยงั ทางใดในแพลตฟอร์มที่มีความเป็ นนานาชาติ ระหว่าง
ความเป็ นนานาชาติหรือความเป็ นทอ้ งถิ่นตามลกั ษณะของผูผ้ ลิตในพ้ืนท่ีน้ันๆ เช่นการออกแบบ
เน้ือหาที่มีแก่นของเร่ือง (Theme) และโครงเร่ือง (Storyline) ท่ีมีความเป็ นสากลแต่ยงั คงเอกลกั ษณ์
ความเป็นทอ้ งถ่ิน (Local) เพ่อื ใหเ้ กิดมูลคา่ ในตวั เน้ือหาซ่ึงแปลกใหม่และหาจากท่ีอ่ืนไม่ได้
2. จากระบบผชู้ มเป็นศูนยก์ ลาง ซ้าซากและหลากหลาย: ระบบผชู้ มเป็นศูนยก์ ลางที่เกิดจาก
การผลิตเน้ือหาสตรีมมิ่ง ทาใหเ้ กิดการวิเคราะห์ ขอ้ มูลจากกลุ่มผบู้ ริโภคผา่ นระบบขอ้ มูล (Data) เช่น
การนบั ยอดรับชม (Video View) ท่ีคานวณไดอ้ ย่างแน่ชดั ส่งผลต่อการสร้างสรรคเ์ น้ือหาที่เท่าทนั
ต่อกระแสโดยมีผชู้ มเป็นตวั ช้ีวดั ในทางหน่ึง ถือเป็นการสร้างสรรคท์ ่ีสุ่มเส่ียงต่อพล็อตเร่ืองซ้าซาก
(Cliché Plot) ที่อาจจะไดร้ ับความนิยมแมม้ ีการผลิตออกมาจานวนมาก ซ้ายงั ตอกย้าภาพจาเดิมๆ
ทางวฒั นธรรมดว้ ย แต่ในทางตรงกนั ขา้ มกลบั สามารถทาให้เห็นช่องว่างใหม่ๆ ทางการตลาดและ
สร้างเน้ือหาที่แปลกใหม่ทางวฒั นธรรม เพ่ือแพร่กระจาย เช่น เน้ือหาแนววาย (Y - Yaoi) นอกจากน้ี
ยงั เกิดการผสมผสานกบั แนวคิดเรื่อง ระบบดารา (Star System) ในการสร้างคู่ขวญั นักแสดง เพื่อ
นาไปต่อยอดสร้างรายไดน้ อกเหนือจากแพลตฟอร์มการฉายต่อไป
3. การขยายตวั จากภาพยนตร์ไปสู่ซีรีส์: สืบเนื่องจากตวั ช้ีวดั ในระบบรับชมสตรีมมิ่งที่เป็น
ยอดการรับชม และจานวนเวลาท่ีเปิ ดรับชม ทาใหค้ วามสาเร็จของผลงานสร้างสรรคค์ ือ จานวนและ
เวลาซ่ึงดึงใหผ้ ชู้ ม/ผบู้ ริโภคอยใู่ นระบบการรับชมนานท่ีสุด การปรับผลงานสร้างสรรคใ์ หเ้ ป็นซีรีส์
ที่มีจานวนหลายตอน จะทาใหไ้ ดเ้ วลาในการรับชมมากข้ึนกวา่ ภาพยนตร์หลายเท่าตวั และการทยอย
ออกอากาศคร้ังละ 1-2 ตอน (ในบางซีรีส์) ทาให้ผูช้ มติดตามแพลตฟอร์มดงั กล่าวและใชเ้ วลาใน
ระบบนานข้ึน
4. วิธีคิดสร้างสรรค์โดยใช้ประมาณการยอดผูช้ มมาคานวณตน้ ทุนการผลิต: การคานวณ
ยอดของผูช้ มล่วงหนา้ จากระบบการเรียนรู้ของสตรีมมิ่งจะสร้างความเปลี่ยนแปลงต่อลกั ษณะของ
ผลงานและงบประมาณ เพราะจะทาให้ผูส้ ร้างสรรค์ได้ทราบว่า โดยลกั ษณะของเน้ือเร่ืองและ
นกั แสดงของภาพยนตร์และซีรีส์ท่ีตนเองไดเ้ ตรียมสร้าง นาไปสู่ค่าใชจ้ ่าย ทีเหมาะสมสาหรับผลงาน
หน่ึงเร่ือง ผลลพั ธ์ที่ตามมาคือ นาไปสู่การเลือกโครงเรื่องและสถานท่ีถ่ายทาซ่ึงสัมพนั ธ์กบั ตน้ ทุนที่
ไดร้ ับ
เอกสารประกอบการสอนรายวิชาภาพยนตร์ศึกษา (Film Study)