The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษา ปีการศึกษา 2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by thawonpaibun, 2022-05-16 07:52:57

หลักสูตรสถานศึกษา ปีการศึกษา 2565

หลักสูตรสถานศึกษา ปีการศึกษา 2565

Keywords: หลักสูตรสถานศึกษา ปีการศึกษา 2565

หลกั สูตรสถานศึกษา
โรงเรยี นไทยรัฐวิทยา ๑๐๔ (บ้านทงุ่ กระถนิ ) พุทธศกั ราช ๒๕๖๕

ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน
พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรุง พุทธศกั ราช ๒๕๖๐)

สำนกั งานเขตพืน้ ทก่ี ารศกึ ษาประถมศกึ ษาราชบุรี เขต ๑
สำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน
กระทรวงศกึ ษาธกิ าร



ประกาศโรงเรยี นไทยรฐั วิทยา ๑๐๔ (บา้ นทงุ่ กระถิน)
เร่ือง ใหใ้ ชห้ ลกั สูตรสถานศกึ ษา โรงเรียนไทยรฐั วทิ ยา ๑๐๔ (บา้ นทุ่งกระถนิ ) พทุ ธศักราช ๒๕๖๕

ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑
(ฉบบั ปรบั ปรุง พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๐)

กระทรวงศึกษาธิการไดป้ ระกาศใชม้ าตรฐานการเรียนรูแ้ ละตวั ช้วี ดั กลุม่ สาระการเรียนรู้คณติ ศาสตร์
วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง
พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ ตามคำส่ังกระทรวงศึกษาธกิ าร
ท่ี สพฐ.๑๒๓๙/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๗ สงิ หาคม ๒๕๖๐ และคำสง่ั สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขน้ั พื้นฐาน ที่
๓๐/๒๕๖๑ ลงวนั ที่ ๕ มกราคม ๒๕๖๑ ใหเ้ ปล่ยี นแปลงมาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชีว้ ัด กลมุ่ สาระการเรียนรู้
คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) โดยมีคำสั่งให้โรงเรียนดำเนินการใช้หลักสูตรในปี
การศึกษา ๒๕๖๑ โดยให้ใช้หลักสูตรในชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ และ ๔ และมัธยมศึกษาปีที่ ๑ และ ๔ ในปี
การศึกษา ๒๕๖๒ ให้ใช้หลักสูตรในชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ๒ ๔ และ ๕ และมัธยมศึกษาปีที่ ๑ ๒ ๔ และ ๕
และในปกี ารศกึ ษา ๒๕๖๓ เปน็ ตน้ ไป ใหใ้ ช้ทกุ ระดับชน้ั

โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๑๐๔ (บ้านทุ่งกระถิน) จึงได้จัดทำหลักสูตรสถานศึกษา พุทธศักราช ๒๕๖๕
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) ขึ้น
คณะกรรมการบรหิ ารหลกั สูตรและคณะกรรมการสถานศึกษาข้ันพื้นฐานโรงเรียน ไดต้ รวจสอบผู้เรียนสามารถ
นำไปใชใ้ นการดำรงชีวิตประจำวันอย่างมคี ณุ ค่าตอ่ สังคม จึงเห็นสมควรแลว้ ว่ามคี วามเหมาะสม สอดคลอ้ งกบั
หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) และความ
ตอ้ งการของท้องถน่ิ อนญุ าตใหใ้ ชห้ ลกั สตู รสถานศึกษาของโรงเรียนไทยรฐั วิทยา ๑๐๔ (บา้ นทุ่งกระถิน) ได้

ทั้งนี้หลักสูตรสถานศึกษาได้รับความเห็นชอบจากคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน เมื่อวันที่
๑๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๕ จงึ ประกาศให้ใชห้ ลกั สตู รสถานศกึ ษาโรงเรยี นไทยรัฐวทิ ยา ๑๐๔ (บ้านทุ่งกระถิน)
พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง
พุทธศกั ราช ๒๕๖๐) ตัง้ แตบ่ ดั น้ีเปน็ ตน้ ไป

ประกาศ ณ วันที่ ๑๑ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๕

ลงชอ่ื ...……………………….………. ลงช่อื ...……………………….……….
(นายสวัสดิ์ พันธ์พืช) (นางศศิธร กฤษณคุปต์)

ประธานคณะกรรมการสถานศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน รกั ษาการในตำแหน่งผอู้ ำนวยการ
โรงเรียนไทยรฐั วทิ ยา ๑๐๔ (บ้านทุง่ กระถิน) โรงเรยี นไทยรฐั วิทยา ๑๐๔ (บา้ นท่งุ กระถิน)



คำนำ

กระทรวงศึกษาธิการได้ประกาศใช้มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์
วิทยาศาสตร์ และสาระภูมิศาสตร์ในกลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม (ฉบับปรับปรุง
พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสูตรแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ ตามคำสัง่ กระทรวงศกึ ษาธิการ
ที่ สพฐ. ๑๒๓๙/๒๕๖๐ ลงวันที่ ๗ สิงหาคม ๒๕๖๐ และคำส่งั สำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน ที่
๓๐/๒๕๖๑ ลงวันที่ ๕ มกราคม ๒๕๖๑ ให้เปล่ียนแปลงมาตรฐานการเรียนรูแ้ ละตัวชี้วัด กลุ่มสาระการเรยี นรู้
คณิตศาสตร์และวิทยาศาสตร์ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) โดยมีคำสั่งให้โรงเรียนดำเนินการใช้หลักสูตรในปี
การศกึ ษา ๒๕๖๑ โดยใหส้ อนในชน้ั ประถมศึกษาปีท่ี ๑ และ ๔ และชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๑ ปีการศกึ ษา ๒๕๖๒
ใหใ้ ช้ในชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ ๑, ๒, ๔ และ ๕ และชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑ และ ๒ และปีการศึกษา ๒๕๖๓ ให้ใช้
ในทุกชั้นปี ให้เป็นหลักสูตรแกนกลางของประเทศ โดยกำหนดจุดหมาย และมาตรฐานการเรียนรู้เป็น
เป้าหมายและกรอบทิศทางในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียนให้มีพัฒนาการเต็มตามศักยภาพ ส่งเสริมทักษะ
วิชาการ ทักษะอาชีพ และทักษะชีวิต มีคุณภาพและมีทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ ๒๑ เพื่อให้สอดคล้องกับ
นโยบายและเปา้ หมาย ของสำนกั งานคณะกรรมการการศึกษาข้ันพื้นฐาน

โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๑๐๔ (บ้านทงุ่ กระถนิ ) จึงได้ทำหลักสูตรสถานศกึ ษา โรงเรยี นไทยรัฐวทิ ยา ๑๐๔
(บ้านทุ่งกระถิน) พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับ
ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) ในกลุ่มสาระการเรยี นร้คู ณติ ศาสตร์ วทิ ยาศาสตร์ และสาระภมู ิศาสตรใ์ นกลุ่มสาระการ
เรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม เพื่อนำไปใช้ประโยชน์และเป็นกรอบในการวางแผนและพัฒนา
หลักสูตรของสถานศึกษาและจัดการเรียนการสอน โดยมีเป้าหมายในการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน ให้มี
กระบวนการนำหลักสูตรไปสู่การปฏิบัติ โดยมีการกำหนดวิสัยทัศน์ จุดหมาย สมรรถนะสำคัญของผู้เรียน
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด โครงสร้างเวลาเรียน ตลอดจนเกณฑ์การวัด
ประเมินผลให้มีความสอดคลอ้ งกับมาตรฐานการเรียนรู้ เปิดโอกาสให้ โรงเรียนสามารถกำหนดทิศทางในการ
จดั ทำหลักสตู รการเรียนการสอนในแตล่ ะระดบั ตามความพร้อมและจุดเน้น โดยมีกรอบแกนกลางเป็นแนวทาง
ที่ชัดเจนเพือ่ ตอบสนองนโยบายไทยแลนด์ ๔.๐ มีความพร้อมในการก้าวสู่สังคมคุณภาพ มีความรูอ้ ยา่ งแทจ้ ริง
และมที ักษะในศตวรรษที่ ๒๑

มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้ีวัดทีก่ ำหนดไว้ในเอกสารนี้ ช่วยทำให้หนว่ ยงานที่เกี่ยวข้อง ในทุกระดับ
เห็นผลคาดหวังที่ต้องการพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนที่ชัดเจนตลอดแนว ซึ่งจะสามารถช่วยให้หน่วยงานที่
เกี่ยวข้องในระดับท้องถิ่น และสถานศึกษาร่วมกันพัฒนาหลักสูตรได้อย่างมั่นใจ ทำให้การจัดทำหลักสูตรใน
ระดับสถานศึกษามีคุณภาพและมีความเป็นเอกภาพยิ่งขึ้น อีกทั้งยังช่วยให้เกิดความชัดเจนเรื่องการวัดและ
ประเมินผลการเรียนรู้ ช่วยแก้ปัญหาการเทียบโอนระหว่างสถานศึกษา ดังนั้นในการพัฒนาหลักสูตรในทุก
ระดับ ตั้งแต่ระดับชาติจนกระทั่งถึงระดับสถานศึกษา จะต้องสะท้อนคุณภาพตามมาตรฐานการเรียนรู้และ
ตัวชี้วดั ท่ีกำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน รวมทั้งเป็นกรอบทิศทางในการจัดการศกึ ษาทกุ
รปู แบบ และครอบคลมุ ผู้เรยี นทุกกลมุ่ เปา้ หมายในระดบั การศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน

การจัดหลกั สูตรการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน จะประสบความสำเร็จตามเป้าหมายท่คี าดหวังได้ ทกุ ฝ่ายที่
เกี่ยวข้องทั้งระดับชาติ ชุมชน ครอบครัว และทุกคนต้องร่วมกันรับผิดชอบ โดยร่วมกันทำงานอย่างเป็นระบบ
และต่อเนอื่ ง วางแผนดำเนนิ การ สง่ เสรมิ สนับสนุน ตรวจสอบ ตลอดจนปรับปรงุ แกไ้ ข เพอ่ื พัฒนาเยาวชนของ
ชาติ ไปสู่คุณภาพตามมาตรฐานการเรยี นรูท้ ี่กำหนดไว้

งานวชิ าการ
โรงเรียนไทยรัฐวทิ ยา ๑๐๔ (บา้ นท่งุ กระถิน)

สารบญั ค

ประกาศโรงเรียน หน้า
คำนำ ก
สารบัญ ข
ส่วนที่ ๑ ความนำ ค

วสิ ยั ทศั น์โรงเรยี น ๓
พันธกิจโรงเรยี น ๓
กลยทุ ธโ์ รงเรยี น ๓
สมรรถนะสำคญั ของผู้เรียน ๕
คุณลักษณะอันพึงประสงค์ ๕
คา่ นยิ มหลักของคนไทย ๑๒ ประการ ๖
หลกั สตู รต้านทุจริตศึกษา ๑๒
หลักสตู รความเป็นพลเมืองดี ๑๒
หลกั สตู รสอ่ื มวลชนศึกษา ๑๓
ส่วนท่ี ๒ โครงสรา้ งหลักสตู รโรงเรยี นไทยรฐั วทิ ยา ๑๐๔ (บ้านทงุ่ กระถนิ ) ๑๕
ส่วนที่ ๓ คำอธบิ ายรายวชิ า ๒๗
กลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาไทย ๓๔
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ ๕๖
กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๗๒
กลุ่มสาระการเรยี นรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๙๘
กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สุขศกึ ษาและพลศกึ ษา ๑๔๒
กล่มุ สาระการเรยี นรศู้ ิลปะ ๑๖๑
กลุ่มสาระการเรียนรกู้ ารงานอาชพี ๑๗๔
กลมุ่ สาระการเรยี นรูภ้ าษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ) ๑๙๓
กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น ๒๑๘
๒๑๙
กจิ กรรมแนะแนว (การปอ้ งกนั การทุจริต) ๒๓๓
กจิ กรรมนักเรยี น ๒๓๔
- กจิ กรรมลกู เสอื -เนตรนารี ๒๔๗
- กิจกรรมชมุ นมุ ๒๖๔
กิจกรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ (บูรณาการกบั พลเมอื งด)ี ๒๗๓
ส่วนท่ี ๔ เกณฑก์ ารจบการศึกษา ๒๘๖
ภาคผนวก ๒๘๗
- คำสั่งโรงเรียนแตง่ ตั้งคณะกรรมการปรับปรงุ และพฒั นาหลักสูตรสถานศึกษา พ.ศ. ๒๕๖๕



สว่ นท่ี ๑
ความนำ

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรยี นไทยรัฐวิทยา ๑๐๔ (บา้ นทุ่งกระถนิ ) พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) เป็นหลักสูตรที่โรงเรียนได้
พฒั นาข้ึน เพ่ือพัฒนาผ้เู รยี นในระดบั ประถมศกึ ษาและมัธยมศึกษาตอนต้น โดยยึดองคป์ ระกอบหลักสำคัญ ๕
ส่วนคือ ๑) หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๒) มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชี้วัด
กลุ่มสาระการเรียนรู้คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี และสาระภูมิศาสตร์ ในกลุ่มสาระการเรียนรู้
สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
พุทธศักราช ๒๕๕๑ ๓) นโยบายการจัดการเรียน การสอนหน้าที่พลเมือง ๔) กรอบหลักสูตรระดับท้องถ่ิน
และ ๕) สาระสำคัญ จุดเน้นที่โรงเรียนพัฒนาเพิ่มเติม เป็นกรอบในการจัดทำรายละเอียดเพื่อให้เป็นไปตาม
มาตรฐานการศึกษาขั้นพื้นฐานที่กำหนดเหมาะสมกับสภาพชุมชนและท้องถิ่นและจุดเน้นของโรงเรียน โดย
หลกั สูตรสถานศกึ ษาโรงเรยี นไทยรฐั วทิ ยา ๑๐๔ (บ้านทงุ่ กระถิน) พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ ตามหลกั สูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ที่พัฒนาขึ้นมีลักษณะของหลักสูตร
ดงั น้ี

๑. เป็นหลักสูตรเฉพาะของโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๑๐๔ (บ้านทุ่งกระถิน) สำหรับจัดการศึกษาใน
หลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐานจดั ในระดบั ประถมศกึ ษาและมธั ยมศกึ ษาตอนต้น

๒. เป็นหลักสูตรที่มีความเป็นเอกภาพสอดคล้องกับหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช ๒๕๕๑ สำหรับให้ครูผู้สอนนำไปจัดการเรียนรู้ได้อย่างหลากหลาย โดยกำหนดให้มีรายละเอียด
ดังน้ี

๒.๑ สาระการเรียนรู้ที่โรงเรียนใช้เป็นหลักเพื่อสร้างพื้นฐานการคิด การเรียนรู้ และการ
แก้ปัญหาประกอบดว้ ย ภาษาไทย คณติ ศาสตร์ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

๒.๒ สาระการเรียนรู้ที่เสริมสร้างความเป็นมนุษย์ ศักยภาพการคิดและการทำงาน
ประกอบด้วย สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม สุขศึกษาและพลศึกษา ศิลปะ การงานอาชีพ และ
ภาษาตา่ งประเทศ (ภาษาองั กฤษ)

๒.๓ สาระการเรียนรู้เพ่มิ เติม โดยจดั ทำเป็นรายวิชา/กิจกรรมเพ่ิมเติมตามความเหมาะสม และ
สอดคล้องกับโครงสร้างเวลาเรียน สาระการเรียนรู้ท้องถิ่น ความต้องการของผู้เรียน และบริบทของโรงเรียน
เพิ่มวิชาภาษาอังกฤษ และการป้องกันการทุจริต ให้สอดคล้องกับนโยบายของสำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา
ประถมศึกษาราชบรุ ี เขต ๑ สำนักงานงานคณะกรรมการการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน และกระทรวงศึกษาธกิ าร และ
บูรณาการวิชาความเป็นพลเมืองดีในรายวิชาหน้าที่พลเมืองในระดับชั้นมัธยมศึกษาตอนต้น ให้สอดคล้องกับ
นโยบายของมลู นิธิไทยรัฐดว้ ย

๒.๔ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน เพื่อพัฒนาผู้เรียนทั้งด้านร่างกาย จิตใจ สติปัญญา อารมณ์
และสังคม เสริมสร้างการเรียนรู้นอกจากกลุ่มสาระการเรียนรู้ ๘ กลุ่ม และการพัฒนาตนตามศักยภาพ และ
เพิ่มวิชาสื่อมวลชนศึกษา ในกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ในระดับประถมศึกษา และมัธยมศกึ ษาตอนตน้



เพิ่มวิชาความเป็นพลเมืองดี ในกิจกรรมลดเวลาเรียน เพิ่มเวลารู้ ในระดับประถมศึกษา เพื่อให้สอดคล้องกับ
นโยบายของมลู นิธิไทยรัฐ และเพิ่มวชิ า การป้องกนั การทจุ รติ ในกจิ กรรมแนะแนว เพ่ือใหส้ อดคล้องกับนโยบาย
ของสำนกั งานคณะกรรมการการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน (สพฐ.)

๒.๕ การกำหนดมาตรฐานของโรงเรียนที่สอดคล้องกับมาตรฐานระดับต่าง ๆ เพื่อเปน็ เปา้ หมาย
ของการพัฒนาคณุ ภาพการศึกษาของโรงเรียน จัดทำรายละเอียดสาระการเรียนรู้ และจัดกระบวนการเรยี นรู้
ใหส้ อดคลอ้ งกับสภาพในชุมชน สังคม และภูมปิ ัญญาทอ้ งถิน่

๓. มีมาตรฐานการเรียนรู้เป็นเป้าหมายสำคัญของการพัฒนาคุณภาพหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียน
ไทยรัฐวิทยา ๑๐๔ (บ้านทุ่งกระถิน) พุทธศักราช ๒๕๖๓ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน
พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) เป็นหลักสูตรที่มีมาตรฐานเป็นตัวกำหนดเกี่ยวกับความรู้
ทักษะ กระบวนการ สมรรถนะ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน เพื่อเป็นแนวทางในการประกัน
คณุ ภาพการศึกษา โดยมีการกำหนดมาตรฐานไวด้ ังนี้

๓.๑ มาตรฐานหลักสูตร เป็นมาตรฐานด้านผู้เรียนหรอื ผลผลิตของหลักสูตรโรงเรียน เกิดขึ้นจาก
การจัดกิจกรรมตามโครงสร้างของหลักสูตรทั้งหมดของครู และใช้เป็นแนวทางในการตรวจสอบคุณภาพ
โดยรวมของการจัดการศึกษาตามหลักสูตรในทุกระดับ ซึ่งโรงเรียนตอ้ งใชส้ ำหรับการประเมินตนเองเพื่อจัดทำ
รายงานประจำปีตามบทบญั ญัตใิ นพระราชบัญญัติการศึกษา เพื่อนำมาเปน็ ขอ้ มูลใน การกำหนดแนวปฏิบัติใน
การส่งเสริม กำกบั ติดตาม ดแู ล และปรบั ปรุงคุณภาพ เพื่อใหไ้ ด้ตามมาตรฐานที่กำหนด

๓.๒ มีตัวชี้วัดชั้นปี เป็นเป้าหมายระบุสิ่งที่นักเรียนพึงรู้และปฏิบัติได้ รวมทั้งคุณลักษณะของ
ผู้เรียน ในแต่ละระดับชั้นซึ่งสะท้อนถึงมาตรฐานการเรียนรู้ มีความเฉพาะเจาะจง และมีความเป็นรูปธรรม
นำไปใช้ในการกำหนดเน้ือหา จัดทำหนว่ ยการเรียนรู้ จัดการเรียนการสอน และเป็นเกณฑ์สำคัญสำหรับ การ
วัดประเมินผล เพื่อตรวจสอบคุณภาพผู้เรียน ตรวจสอบพัฒนาการผู้เรียน ความรู้ ทักษะ กระบวนการ
คุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมอันพึงประสงค์ และเป็นหลักในการเทียบโอนความรู้และประสบการณ์จาก
การศึกษาในระบบนอกระบบ และตามอธั ยาศัย

๓.๓ มีความเป็นสากล ความเป็นสากลของหลักสูตรโรงเรียน คือมุ่งให้ผู้เรียนมีความรู้
ความสามารถในเรื่องเทคโนโลยีสารสนเทศ ภาษาอังกฤษ การจัดการสิ่งแวดล้อม ภูมิปัญญาท้องถิ่น มี
คุณลักษณะที่จำเปน็ ในการอยใู่ นสงั คมไดแ้ ก่ ความซื่อสตั ย์ ความรับผดิ ชอบ การตรงต่อเวลา การเสยี สละ การ
เอื้อเฟื้อ โดยอยู่บนพื้นฐานของความพอดรี ะหว่างการเป็นผู้นำ และผู้ตาม การทำงานเป็นทีม และการทำงาน
ตามลำพัง การแข่งขัน การรู้จักพอ และการร่วมมือกันเพื่อสังคม วิทยาการสมัยใหม่ และภูมิปัญญาท้องถ่ิน
การรับวัฒนธรรมต่างประเทศ และการอนุรักษ์วัฒนธรรมไทยการฝึกฝนทักษะเฉพาะทาง และการบูรณาการ
ในลักษณะทเ่ี ป็นองคร์ วม

๔. มีความยืดหยุ่น หลากหลาย หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๑๐๔ (บ้านทุ่งกระถิน)
พุทธศักราช ๒๕๖๓ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ.
๒๕๖๐) เป็นหลักสูตรทโี่ รงเรยี นจดั ทำรายละเอยี ดต่างๆ ขึ้นเอง โดยยดึ โครงสร้างหลักที่กำหนดไว้ในหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ กรอบหลักสูตรระดับท้องถิ่น เป็นขอบข่ายในการจัดทำ



จงึ ทำให้หลักสตู รของโรงเรียนมีความยืดหยุ่น หลากหลาย สอดคลอ้ งกบั สภาพปัญหา และความต้องการของ
ทอ้ งถ่นิ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ มีความเหมาะสมกับตวั ผู้เรยี น

๕. การวัดและประเมินผลเน้นหลักการพื้นฐานสองประการคือการประเมินเพื่อพัฒนาผู้เรียนและ
เพื่อตัดสินผลการเรียน โดยผู้เรียนต้องได้รับการพัฒนาและประเมินตามตัวชี้วัดเพื่อให้บรรลุตามมาตรฐาน
การเรียนรู้ สะทอ้ นสมรรถนะสำคัญ และคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ของผู้เรยี นเปน็ เป้าหมายหลักในการวดั และ
ประเมนิ ผลการเรยี นรู้ในทกุ ระดบั ไมว่ ่าจะเป็นระดบั ชนั้ เรียน ระดับสถานศึกษา ระดบั เขตพ้นื ทกี่ ารศึกษา และ
ระดับชาติ การวัดและประเมินผลการเรยี นรู้ เป็นกระบวนการพัฒนาคณุ ภาพผเู้ รยี น และใชผ้ ลการประเมินเปน็
ข้อมูลและสารสนเทศที่แสดงพัฒนาการ ความก้าวหน้า และความสำเร็จทางการเรียนของผู้เรียน ตลอดจน
ขอ้ มลู ทเ่ี ปน็ ประโยชนต์ ่อการส่งเสริมใหผ้ ู้เรียนเกดิ การพฒั นาและเรยี นรอู้ ยา่ งเต็มตามศกั ยภาพ

วสิ ยั ทัศน์โรงเรยี น

ภายในปี ๒๕๖๕ โรงเรยี นไทยรัฐวิทยา ๑๐๔ (บ้านทุ่งกระถิน) มุ่งสู่การเป็นโรงเรียนคณุ ภาพ ชุมชนมี
ส่วนร่วมพัฒนาการจัดการศึกษา นักเรียนมีความรู้สื่อมวลชนศึกษา มีทักษะการสร้างองค์ความรู้ด้วยตนเอง
พฒั นาส่กู ารเป็นพลเมืองดี มีคณุ ธรรม บนพน้ื ฐานแห่งความพอเพียง

พันธกจิ โรงเรียน

๑. จัดการศึกษาเพื่อเสริมสร้างความมั่นคงของสถาบันหลักของชาติและการปกครอง ในระบอบ
ประชาธิปไตยอนั มพี ระมหากษตั ริยท์ รงเปน็ ประมขุ

๒. พัฒนาผูเ้ รียนให้มีความสามารถความเป็นเลิศทางวชิ าการเพื่อสรา้ งขีดความสามารถ ในการแขง่ ขนั
๓. พฒั นาศกั ยภาพและคุณภาพผู้เรียนใหม้ ีสมรรถนะตามหลกั สูตรและคณุ ลกั ษณะ ในศตวรรษท่ี ๒๑
๔. สร้างโอกาส ความเสมอภาค ลดความเหลื่อมล้ำ ให้ผู้เรียนทุกคนได้รับบริการทางการศึกษาอย่างทั่วถึงและเทา่
เทียม
๕. พัฒนาผบู้ รหิ าร ครู และบคุ ลากรทางการศึกษาให้เป็นมอื อาชพี
๖. จัดการศึกษาเพื่อพัฒนาคุณภาพชีวิตที่เป็นมิตรกับสิ่งแวดล้อม ยึดหลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง และเปา้ หมายการพฒั นาท่ีย่งั ยืน (Sustainable Development Goals: SDGs)
๗. ปรับสมดุลและพัฒนาระบบการบริหารจัดการศึกษาทุกระดับ และจัดการศึกษาโดยใช้ เทคโนโลยี
ดิจิทัล (Digital Technology) เพือ่ พัฒนามุ่งสู่ Thailand ๔.๐

กลยุทธ์โรงเรยี น

จากวิสัยทัศน์ พันธกิจ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๑๐๔ (บ้านทุ่งกระถิน) ได้กำหนดกลยุทธ์ในการพัฒนา
การศึกษาให้บรรลุผลสำเร็จตามทิศทางที่ได้กำหนดไว้โดยอาศัยข้อมูลพื้นฐานจากผลการศึกษาและวิเคราะห์
สภาพแวดลอ้ มภายนอกและภายในดังนี้



๑. ยทุ ธศาสตร์ดา้ นการพัฒนาผู้เรยี น
โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๑๐๔ (บ้านทุ่งกระถิน) ได้กำหนดยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาผู้เรียนคือ พัฒนา
คณุ ภาพผ้เู รยี นและสง่ เสรมิ ความถนดั ตามความเหมาะสมรายบุคคล ดังน้ี

๑.๑ ผเู้ รียนไดร้ ับการพฒั นาความสามารถสู่ความเปน็ เลิศ
๑.๒ ผู้เรียนไดร้ บั การพฒั นาให้มคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ และค่านยิ ม
ไทย ๑๒ ประการ
๑.๓ ผเู้ รียนไดร้ บั การศึกษาทมี่ คี ุณภาพตามมาตรฐาน
๒. ยทุ ธศาสตรด์ า้ นการพฒั นาครแู ละบคุ ลากรทางการศกึ ษา
โรงเรยี นไทยรัฐวทิ ยา ๑๐๔ (บ้านทุง่ กระถิน) ได้กำหนดยทุ ธศาสตรด์ า้ นการพฒั นาครูและบุคลากร
ทางการศกึ ษาคือ ส่งเสรมิ สนับสนนุ การพฒั นาศกั ยภาพครแู ละบคุ ลากรทางการศึกษา ดงั น้ี
๒.๑ ครแู ละบุคลากรทางการศกึ ษาได้รับการสง่ เสรมิ สนับสนนุ การพฒั นาตามความตอ้ งการ
และมีศกั ยภาพในการปฏิบัตงิ าน
๒.๒ ครูและบุคลากรทางการศกึ ษามีความมัน่ คงและก้าวหน้าในวชิ าชพี
๓. ยทุ ธศาสตรด์ า้ นการพัฒนาหลักสูตรกระบวนการเรยี นการสอนการวดั และประเมนิ ผล
โรงเรียนไทยรัฐวทิ ยา ๑๐๔ (บา้ นทุ่งกระถิน) ได้กำหนดยุทธศาสตรด์ ้านการพัฒนาหลกั สูตร
กระบวนการเรียนการสอนการวดั และประเมินผล คือ พัฒนาคุณภาพการจัดการศึกษาดา้ นการสง่ เสริม
คุณภาพชีวิตที่ยัง่ ยนื และเปน็ มิตรกับสิ่งแวดลอ้ มดงั นี้
๓.๑ สถานศึกษาพฒั นาหลกั สูตรกระบวนการเรียนรู้ แหลง่ เรยี นรู้และส่ือการเรยี นรเู้ ก่ียวขอ้ ง
กบั การเรียนการสอนดา้ นการสง่ เสรมิ คณุ ภาพชวี ติ ทีย่ ัง่ ยนื และเปน็ มติ รกบั สิ่งแวดล้อม
๓.๒ ผเู้ รยี นมภี มู คิ ุ้มกนั และพฒั นาทกั ษะชวี ิต
๓.๓ ผเู้ รียนเป็นพลเมอื งท่ดี ี
๓.๔ ผู้เรยี นมที ักษะชวี ิตและคุณลักษณะที่จำเปน็ ในศตวรรษที่ ๒๑
๔. ยุทธศาสตรด์ า้ นการพัฒนาระบบสอ่ื และเทคโนโลยดี จิ ิทัลเพอื่ การศึกษา
โรงเรยี นไทยรัฐวิทยา ๑๐๔ (บ้านทุ่งกระถิน) ไดก้ ำหนดยุทธศาสตร์ด้านการพัฒนาระบบสื่อและ
เทคโนโลยดี ิจิทัลเพอ่ื การศกึ ษา คอื ขยายโอกาสทางการศกึ ษาอย่างทว่ั ถึงและเป็นธรรม ดังน้ี
๔.๑ ผเู้ รียนไดร้ บั โอกาสทางการศึกษาอยา่ งทัว่ ถึงและเปน็ ธรรม
๔.๒ ผเู้ รยี นไดร้ ับโอกาสทางการศกึ ษาผา่ นเทคโนโลยที ท่ี ันสมยั และมปี ระสทิ ธภิ าพ
๕. ยุทธศาสตร์ดา้ นการบรหิ ารจัดการ
โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๑๐๔ (บา้ นทงุ่ กระถนิ ) ได้กำหนดยุทธศาสตรก์ ารบรหิ ารจดั การ คอื พัฒนา
ระบบบรหิ ารจดั การใหม้ ีประสทิ ธภิ าพโดยยึดหลักการมีสว่ นรว่ มทุกภาคสว่ น ดงั นี้
๕.๑ สถานศึกษามกี ารวางแผนท่ีนำไปสกู่ ารปฏบิ ตั ิ
๕.๒ สถานศึกษามรี ะบบบริหารจดั การท่มี ปี ระสิทธิภาพตามหลกั ธรรมาภบิ าล
๕.๓ สถานศึกษาเบกิ จ่ายงบประมาณเป็นไปตามระเบียบและตามเปา้ หมาย



สมรรถนะสำคญั ของผเู้ รยี น

หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรยี นไทยรฐั วิทยา ๑๐๔ (บ้านทุ่งกระถิน) พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ ม่งุ ใหผ้ ้เู รียนเกดิ สมรรถนะ สำคญั ๕ ประการ ดงั นี้

๑. ความสามารถในการสื่อสาร เป็นความสามารถในการรับและส่งสาร มีวัฒนธรรมในการใชภ้ าษา
ถ่ายทอดความคิด ความรู้ความเข้าใจ ความรู้สึก และทัศนะของตนเองเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสารและ
ประสบการณ์อันจะเป็นประโยชน์ต่อการพัฒนาตนเองและสังคม รวมทั้งการเจรจาต่อรองเพื่อขจัดและลด
ปญั หาความขดั แย้งต่าง ๆ การเลือกรับหรอื ไม่รบั ข้อมูลข่าวสารดว้ ยหลักเหตุผลและความถูกตอ้ ง ตลอดจนการ
เลอื กใช้วิธกี ารสอ่ื สาร ทม่ี ีประสทิ ธภิ าพโดยคำนงึ ถงึ ผลกระทบทม่ี ีตอ่ ตนเองและสงั คม

๒. ความสามารถในการคิด เป็นความสามารถในการคิดวิเคราะห์ การคิดสังเคราะห์ การคิด อย่าง
สรา้ งสรรค์ การคดิ อย่างมวี จิ ารณญาณ และการคิดเป็นระบบ เพ่ือนำไปสูก่ ารสรา้ งองค์ความรู้หรือสารสนเทศ
เพื่อการตดั สินใจเกย่ี วกบั ตนเองและสงั คมไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

๓. ความสามารถในการแก้ปัญหา เป็นความสามารถในการแกป้ ัญหาและอุปสรรคตา่ ง ๆ ที่เผชิญได้
อย่างถกู ต้องเหมาะสมบนพื้นฐานของหลกั เหตุผล คุณธรรมและข้อมูลสารสนเทศ เข้าใจความสมั พันธ์และการ
เปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์ต่าง ๆ ในสังคม แสวงหาความรู้ ประยุกต์ความรู้มาใช้ในการป้องกันและแก้ไข
ปัญหา และมกี ารตัดสนิ ใจท่มี ีประสทิ ธภิ าพโดยคำนงึ ถึงผลกระทบทเี่ กิดขึ้น ต่อตนเอง สังคมและสงิ่ แวดล้อม

๔. ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต เป็นความสามารถในการนำกระบวนการต่าง ๆ ไปใช้ในการ
ดำเนินชีวิตประจำวัน การเรียนรู้ด้วยตนเอง การเรียนรูอ้ ย่างต่อเนื่อง การทำงาน และการอยูร่ ว่ มกันในสังคม
ด้วยการสร้างเสริมความสัมพันธ์อันดีระหว่างบุคคล การจัดการปัญหาและความขัดแย้งต่าง ๆ อย่างเหมาะสม
การปรับตัวให้ทันกับการเปลี่ยนแปลงของสังคมและสภาพแวดล้อม และการรู้จักหลีกเลี่ยงพฤติกรรมไม่พึง
ประสงคท์ ี่ส่งผลกระทบตอ่ ตนเองและผอู้ นื่

๕. ความสามารถในการใช้เทคโนโลยี เป็นความสามารถในการเลือก และใช้ เทคโนโลยีด้านต่าง ๆ และ
มีทักษะกระบวนการทางเทคโนโลยี เพื่อการพัฒนาตนเองและสังคม ในด้านการเรียนรู้ การสื่อสาร การทำงาน
การแกป้ ัญหาอยา่ งสรา้ งสรรค์ ถกู ต้อง เหมาะสม และมีคณุ ธรรม

คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนไทยรฐั วิทยา ๑๐๔ (บ้านทุ่งกระถิน) พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสตู ร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ เพื่อให้
สามารถอย่รู ่วมกับผอู้ ่นื ในสงั คมได้อยา่ งมคี วามสุข ในฐานะเปน็ พลเมืองไทยและพลโลก ดงั น้ี

๑. รกั ชาติ ศาสน์ กษัตรยิ ์
๒. ซือ่ สตั ย์สจุ รติ
๓. มีวนิ ัย
๔. ใฝเ่ รยี นรู้
๕. อยอู่ ยา่ งพอเพยี ง



๖. มุง่ ม่นั ในการทำงาน
๗. รักความเป็นไทย
๘. มีจติ สาธารณะ

ค่านยิ มหลกั ของคนไทย ๑๒ ประการ ตามนโยบายของ คสช.

๑. ความรกั ชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์
๒. ซอ่ื สัตย์ เสยี สละ อดทน มอี ดุ มการณใ์ นส่ิงที่ดีงามเพือ่ สว่ นรวม
๓. กตัญญูต่อพ่อแม่ ผูป้ กครอง ครบู าอาจารย์
๔. ใฝห่ าความรู้ หม่ันศึกษาเลา่ เรยี นท้งั ทางตรง และทางออ้ ม
๕. รักษาวฒั นธรรมประเพณีไทยอนั งดงาม
๖. มีศลี ธรรม รักษาความสัตย์ หวงั ดีตอ่ ผูอ้ ื่น เผอื่ แผ่และแบง่ ปนั
๗. เขา้ ใจเรียนรูก้ ารเปน็ ประชาธปิ ไตย อันมพี ระมหากษัตรยิ ท์ รงเป็นประมุขที่ถกู ตอ้ ง
๘. มีระเบียบวนิ ยั เคารพกฎหมาย ผู้น้อยรู้จักการเคารพผใู้ หญ่
๙. มีสติรูต้ ัว รคู้ ดิ รู้ทำ รปู้ ฏิบตั ติ ามพระราชดำรสั ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยูห่ วั
๑๐. รู้จักดำรงตนอยู่โดยใชห้ ลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงตามพระราชดำรสั ของพระบาทสมเด็จพระ
เจ้าอยู่หัว รู้จกั อดออมไว้ใช้เมื่อยามจำเป็น มีไว้พอกินพอใช้ ถ้าเหลือก็แจกจ่ายจำหน่าย และพร้อมที่จะขยาย
กจิ การเมอ่ื มีความพรอ้ ม เม่ือมีภมู ิคุม้ กนั ท่ดี ี
๑๑. มีความเข้มแขง็ ทั้งร่างกาย และจิตใจ ไม่ยอมแพ้ต่ออำนาจฝ่ายตำ่ หรือกิเลส มีความละอายเกรง
กลัวตอ่ บาปตามหลักของศาสนา
๑๒. คำนึงถึงผลประโยชน์ของสว่ นรวม และของชาติมากกวา่ ผลประโยชนข์ องตนเอง

สาระและมาตรฐานการเรยี นรู้

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐานกำหนดมาตรฐานการเรียนรู้ใน ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้
จำนวน ๓๑ สาระ ๕๕ มาตรฐาน ดงั น้ี

กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย (๕ สาระ ๕ มาตรฐาน)

สาระท่ี ๑ การอ่าน
 มาตรฐาน ท ๑.๑ ใช้กระบวนการอ่านสร้างความรู้และความคิดเพื่อนำไปใช้ แก้ปัญหาใน
การดำเนนิ ชวี ิตและมนี สิ ยั รักการอา่ น

สาระที่ ๒ การเขยี น
 มาตรฐาน ท ๒.๑ ใช้กระบวนการเขียน เขียนสอ่ื สาร เขยี นเรียงความ ยอ่ ความ และเขยี น
เรอ่ื งราวในรูปแบบต่างๆ เขียนรายงานข้อมูลสารสนเทศและรายงานการศึกษาคน้ คว้าอย่าง
มปี ระสิทธิภาพ



สาระท่ี ๓ การฟัง การดแู ละการพูด
 มาตรฐาน ท ๓.๑ สามารถเลือกฟังและดูอย่างมีวิจารณญาณ และพูดแสดงความรู้
ความคดิ ความรู้สกึ ในโอกาสต่างๆ อยา่ งมีวิจารณญาณ และสรา้ งสรรค์

สาระที่ ๔ หลักการใช้ภาษาไทย
 มาตรฐาน ท ๔.๑ เข้าใจธรรมชาติของภาษาและหลักภาษาไทย การเปลี่ยนแปลงของภาษา
และพลงั ของภาษา ภมู ปิ ญั ญาทางภาษา และรักษา ภาษาไทยไวเ้ ปน็ สมบัติ ของชาติ

สาระที่ ๕ วรรณคดีและวรรณกรรม
 มาตรฐาน ท ๕.๑ เข้าใจและแสดงความคิดเห็น วิจารณ์วรรณคดี และวรรณกรรมไทย
อยา่ งเห็นคณุ ค่าและนำมาประยุกตใ์ ช้ในชวี ิตจริง

กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ (๓ สาระการเรยี นรู้ ๗ มาตรฐานการเรียนรู้)

สาระท่ี ๑ จำนวนและพีชคณติ
 มาตรฐาน ค ๑.๑ เข้าใจความหลากหลายของการแสดงจำนวน ระบบจำนวน การ
ดำเนนิ การของจำนวน ผลทีเ่ กิดขนึ้ จากการดำเนินการสมบัติของการดำเนินการและนำไปใช้
 มาตรฐาน ค ๑.๒ เข้าใจและวิเคราะห์แบบรูป ความสัมพันธ์ ฟังก์ชัน ลำดับและอนุกรม
และนำไปใช้
 มาตรฐาน ค ๑.๓ ใช้นิพจน์ สมการ อสมการ และเมทริกซ์ อธิบายความสัมพันธ์หรือช่วย
แกป้ ัญหาทก่ี ำหนดให้

สาระที่ ๒ การวดั และเรขาคณิต
 มาตรฐาน ค ๒.๑ เขา้ ใจพนื้ ฐานเก่ยี วกบั การวัด วัดและคาดคะเนขนาดของสง่ิ ที่ต้องการวัด
และนำไปใช้
 มาตรฐาน ค ๒.๒ เข้าใจและวิเคราะห์รูปเรขาคณติ สมบัติของรูปเรขาคณิต ความสัมพันธ์
ระหว่างรูปเรขาคณิตและทฤษฎีบททางเรขาคณติ และนำไปใช้

สาระที่ ๓ สถติ ิและความน่าจะเป็น
 มาตรฐาน ค ๓.๑ เข้าใจกระบวนการทางสถิติและใช้ความรูท้ างสถิติในการแก้ปัญหา
 มาตรฐาน ค ๓.๒ เขา้ ใจหลักการนบั เบือ้ งตน้ ความนา่ จะเปน็ และนำไปใช้

กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี (๔ สาระ ๑๐ มาตรฐาน)

สาระที่ ๑ วทิ ยาศาสตรช์ ีวภาพ
 มาตรฐาน ว ๑.๑ เขา้ ใจความหลากหลายของระบบนเิ วศ ความสมั พันธ์ระหว่างสิ่งไม่มีชีวิต
กับสิง่ มชี วี ิตและความสัมพนั ธร์ ะหว่างส่ิงมีชวี ติ กับส่งิ มชี วี ิตต่างๆ ในระบบนิเวศการถา่ ยทอด
พลังงานการเปลี่ยนแปลงแทนที่ในระบบนิเวศ ความหมายของประชากร ปัญหา และ



ผลกระทบที่มีต่อทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม แนวทางในการอนุรักษ์
ทรพั ยากรธรรมชาติและการแกไ้ ขปัญหาสงิ่ แวดล้อม รวมทั้งนาความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์
 มาตรฐาน ว ๑.๒ เขา้ ใจสมบัติของสง่ิ มชี ีวติ หน่วยพื้นฐานของสิ่งมีชีวิต การลำเลียงสารเข้า
และออกจากเซลล์ ความสัมพันธ์ของโครงสร้าง และหน้าที่ของระบบต่างๆ ของสัตว์และ
มนุษย์ที่ทำงานสมั พนั ธ์กนั ความสัมพนั ธข์ องโครงสร้าง และหน้าท่ขี องอวัยวะตา่ งๆ ของพืช
ทที่ ำงานสมั พนั ธ์กัน รวมท้ังนำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
 มาตรฐาน ว ๑.๓ เข้าใจกระบวนการและความสำคัญของการถ่ายทอดลักษณะทาง
พันธุกรรม สารพันธุกรรม การเปลี่ยนแปลงทางพันธุกรรมที่มีผลต่อสิ่งมีชีวิต ความ
หลากหลายทางชีวภาพและวิวัฒนาการของส่งิ มชี ีวิต รวมทัง้ นำความรไู้ ปใชป้ ระโยชน์
สาระที่ ๒ วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ
 มาตรฐาน ว ๒.๑ เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่าง
สมบตั ิของสสารกบั โครงสรา้ งและแรงยดึ เหน่ียวระหว่างอนุภาค หลกั และธรรมชาตขิ องการ
เปล่ยี นแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิรยิ าเคมี
 มาตรฐาน ว ๒.๒ เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุ
ลักษณะการเคล่อื นท่แี บบต่างๆ ของวตั ถุ รวมทงั้ นำความรไู้ ปใช้ประโยชน์
 มาตรฐาน ว ๒.๓ เขา้ ใจความหมายของพลังงาน การเปลย่ี นแปลงและการถ่ายโอนพลงั งาน
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของคล่ืน
ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเสียง แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า รวมทั้งนำความรู้ไปใช้
ประโยชน์
สาระที่ ๓ วิทยาศาสตร์โลกและอวกาศ
 มาตรฐาน ว ๓.๑ เข้าใจองค์ประกอบ ลกั ษณะ กระบวนการเกิด และววิ ฒั นาการของ เอก
ภพ กาแล็กซี ดาวฤกษ์ และระบบสุริยะ รวมทั้งปฏิสัมพันธ์ภายในระบบสุริยะที่ส่งผลต่อ
สงิ่ มชี ีวติ และการประยุกต์ใช้เทคโนโลยอี วกาศ
 มาตรฐาน ว ๓.๒ เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการ
เปลี่ยนแปลงภายในโลก และบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลม ฟ้า
อากาศ และภูมิอากาศโลก รวมทั้งผลต่อสิง่ มชี วี ิตและส่ิงแวดลอ้ ม
สาระท่ี ๔ เทคโนโลยี
 มาตรฐาน ว ๔.๑ เข้าใจแนวคิดหลักของเทคโนโลยีเพื่อการดำรงชีวิตในสังคมที่มีการ
เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว ใช้ความรู้และทักษะทางด้านวิทยาศาสตร์ คณิตศาสตร์ และ
ศาสตร์อื่นๆ เพื่อแก้ปัญหาหรือพัฒนางานอย่างมีความคิดสร้างสรรค์ด้วยกระบวนการ
ออกแบบเชิงวิศวกรรม เลือกใช้เทคโนโลยีอย่างเหมาะสมโดยคำนึงถึงผลกระทบต่อชีวิต
สงั คม และสง่ิ แวดลอ้ ม



 มาตรฐาน ว ๔.๒ เข้าใจและใช้แนวคิดเชิงคำนวณในการแก้ปัญหาที่พบในชีวิตจริงอย่าง
เป็นขั้นตอนและเป็นระบบ ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารในการเรียนรู้ การ
ทำงาน และการแกป้ ญั หาได้อยา่ งมีประสิทธิภาพ รเู้ ทา่ ทนั และมจี ริยธรรม

กลุ่มสาระการเรยี นร้สู ังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม (๕ สาระ ๑๑ มาตรฐาน)

สาระที่ ๑ ศาสนา ศีลธรรม จริยธรรม
 มาตรฐาน ส ๑.๑ รู้และเข้าใจประวัติ ความสำคัญ ศาสดา หลักธรรมของพระพุทธศาสนา
หรือศาสนาที่ตนนับถือและศาสนาอื่น มีศรัทธาที่ถูกต้อง ยึดมั่น และปฏิบัติตามหลักธรรม
เพ่อื อยู่รว่ มกนั อย่างสนั ติสุข
 มาตรฐาน ส ๑.๒ เข้าใจ ตระหนักและปฏิบัติตนเป็นศาสนิกชนที่ดี และธำรงรักษา
พระพุทธศาสนาหรอื ศาสนาทตี่ นนบั ถือ

สาระท่ี ๒ หนา้ ท่ีพลเมืองวัฒนธรรมและการดำเนินชวี ิตในสังคม
 มาตรฐาน ส ๒.๑ เข้าใจและปฏิบัติตนตามหน้าที่ของการเป็นพลเมืองดี มีค่านิยมที่ดีงาม
และธำรงรกั ษาประเพณีและวัฒนธรรมไทย ดำรงชีวิตอยูร่ ว่ มกนั ในสังคมไทยและสังคมโลก
อยา่ งสนั ติสขุ
 มาตรฐาน ส ๒.๒ เข้าใจระบบการเมืองการปกครองในสังคมปัจจบุ ันยึดมั่น ศรัทธา และ
ธำรงรกั ษาไวซ้ ่งึ การปกครองระบอบประชาธปิ ไตยอันมีพระมหากษัตรยิ ์ทรงเปน็ ประมขุ

สาระที่ ๓ เศรษฐศาสตร์
 มาตรฐาน ส ๓.๑ เข้าใจและสามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภค
การใช้ทรัพยากรที่มีอยู่จำกัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่า รวมทั้งเข้าใจหลักการของ
เศรษฐกิจพอเพยี ง เพือ่ การดำรงชีวิตอยา่ งมีดุลยภาพ
 มาตรฐาน ส ๓.๒ เข้าใจระบบ และสถาบันทางเศรษฐกิจตา่ ง ๆ ความสัมพนั ธท์ างเศรษฐกจิ
และความจำเป็นของการร่วมมอื กนั ทางเศรษฐกจิ ในสงั คมโลก

สาระท่ี ๔ ประวตั ิศาสตร์
 มาตรฐาน ส ๔.๑ เข้าใจความหมาย ความสำคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์
สามารถใชว้ ิธีการทางประวัตศิ าสตร์มาวเิ คราะห์เหตกุ ารณต์ ่างๆ อย่างเป็นระบบ
 มาตรฐาน ส ๔.๒ เข้าใจพัฒนาการของมนุษยชาติจากอดีตจนถึงปัจจุบัน ในด้าน
ความสัมพันธ์และการเปลี่ยนแปลงของเหตุการณ์อย่างต่อเนื่อง ตระหนักถึงความสำคัญ
และสามารถวิเคราะหผ์ ลกระทบทเี่ กดิ ข้ึน
 มาตรฐาน ส ๔.๓ เข้าใจความเป็นมาของชาติไทย วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทยมีความรัก
ความภูมใิ จและธำรงความเปน็ ไทย

๑๐

สาระท่ี ๕ ภูมิศาสตร์
 มาตรฐาน ส ๕.๑ เข้าใจลักษณะทางกายภาพของโลกและความสัมพันธ์ของสรรพสิ่งซึ่งมี
ผลตอ่ กัน ใชแ้ ผนทแี่ ละเครอื่ งมือทางภูมิศาสตรใ์ นการคน้ หา วเิ คราะห์ และสรุปข้อมูล ตาม
กระบวนการทางภมู ศิ าสตร์ ตลอดจนใช้ภมู สิ ารสนเทศอย่างมีประสิทธภิ าพ
 มาตรฐาน ส ๕.๒ เข้าใจปฏิสัมพันธ์ระหว่างมนุษย์กับสิ่งแวดล้อมทางกายภาพที่ก่อให้เกิด
การสร้างสรรค์วิถีการดาเนินชีวิต มีจิตสำนึกและมีส่วนร่วมในการจัดการทรัพยากร และ
สง่ิ แวดล้อมเพอ่ื การพัฒนาท่ียั่งยืน

กลมุ่ สาระการเรียนรู้สุขศกึ ษาและพลศึกษา (๕ สาระ ๖ มาตรฐาน)

สาระที่ ๑ การเจรญิ เตบิ โตและพฒั นาการของมนุษย์
 มาตรฐาน พ ๑.๑ เข้าใจธรรมชาตขิ องการเจริญเติบโตและพัฒนาการของมนษุ ย์

สาระที่ ๒ ชีวติ และครอบครวั
 มาตรฐาน พ ๒.๑ เข้าใจและเห็นคุณค่าตนเอง ครอบครัว เพศศึกษาและมีทักษะในการ
ดำเนินชวี ติ

สาระท่ี ๓ การเคล่ือนไหว การออกกำลงั กาย การเล่นเกม กฬี าไทย และกฬี าสากล
 มาตรฐาน พ ๓.๑ เข้าใจ มีทกั ษะในการเคลื่อนไหว กจิ กรรมทางกาย การเลน่ เกมและกีฬา
 มาตรฐาน พ ๓.๒ รักการออกกำลังกาย การเล่นเกม และการเล่นกีฬาปฏิบัติเป็นประจำ
อย่างสม่ำเสมอ มีวินัย เคารพสิทธิ กฎ กติกา มีน้ำใจนักกีฬา มีจิตวิญญาณในการแข่งขนั
และชื่นชมในสนุ ทรียภาพของการกฬี า

สาระท่ี ๔ การสร้างเสรมิ สขุ ภาพ สมรรถภาพและการปอ้ งกนั โรค
 มาตรฐาน พ ๔.๑ เห็นคุณค่าและมีทักษะในการสร้างเสริมสุขภาพ การดำรงสุขภาพ การ
ปอ้ งกนั โรคและการสร้างเสริมสมรรถภาพเพ่อื สขุ ภาพ

สาระท่ี ๕ ความปลอดภัยในชีวิต
 มาตรฐาน พ ๕.๑ ป้องกันและหลีกเลี่ยงปัจจัยเสี่ยง พฤติกรรมเสี่ยงต่อสุขภาพ อุบัติเหตุ
การใช้ยาสารเสพตดิ และความรนุ แรง

สาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ (๓ สาระ ๖ มาตรฐาน)

สาระท่ี ๑ ทศั นศลิ ป์
 มาตรฐาน ศ ๑.๑ สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์ตามจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์
วิเคราะห์ วิพากษ์ วิจารณ์คุณค่างานทัศนศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่องานศิลปะ
อย่างอสิ ระชน่ื ชมและประยกุ ตใ์ ช้ในชีวิตประจำวัน
 มาตรฐาน ศ ๑.๒ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างทศั นศิลป์ ประวัตศิ าสตร์ และวัฒนธรรมเห็น
คณุ คา่ งานทศั นศิลปท์ เี่ ป็นมรดกทางวฒั นธรรมภูมปิ ัญญาท้องถิน่ ภมู ิปญั ญาไทยและสากล

๑๑

สาระท่ี ๒ ดนตรี
 มาตรฐาน ศ ๒.๑ เข้าใจและแสดงออกทางดนตรอี ยา่ งสร้างสรรค์ วเิ คราะห์ วพิ ากษว์ จิ ารณ์
คุณค่าดนตรี ถ่ายทอดความรู้สึก ความคิดต่อดนตรีอย่างอิสระ ชื่นชม และประยุกต์ใช้ใน
ชีวิตประจำวนั
 มาตรฐาน ศ ๒.๒ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างดนตรี ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เห็น
คุณคา่ ของดนตรที เ่ี ป็นมรดกทางวัฒนธรรม ภูมปิ ัญญาทอ้ งถนิ่ ภมู ปิ ัญญาไทยและสากล

สาระที่ ๓ นาฏศลิ ป์
 มาตรฐาน ศ ๓.๑ เข้าใจและแสดงออกทางนาฏศิลป์อย่างสร้างสรรค์ วิเคราะห์ วิพากษ์
วิจารณ์คุณค่านาฏศิลป์ ถ่ายทอดความรู้สึกความคิดอย่างอิสระชื่นชมและประยุกต์ใช้ใน
ชวี ิตประจำวัน
 มาตรฐาน ศ ๓.๒ เขา้ ใจความสมั พนั ธร์ ะหว่างนาฏศลิ ป์ ประวัติศาสตรแ์ ละวฒั นธรรม เหน็ คณุ คา่
ของนาฏศิลป์ทีเ่ ปน็ มรดกทางวัฒนธรรม ภูมปิ ัญญาท้องถิ่น ภมู ปิ ัญญาไทยและสากล

กลุ่มสาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี (๒ สาระ ๒ มาตรฐาน)

สาระท่ี ๑ การดำรงชวี ติ และครอบครัว
 มาตรฐาน ง ๑.๑ เข้าใจการทำงาน มีความคิดสร้างสรรค์ มีทักษะกระบวนการทำงาน
ทักษะการจัดการ ทักษะกระบวนการแก้ปัญหา ทักษะการทำงานร่วมกัน และทักษะการ
แสวงหาความรู้ มีคุณธรรม และลักษณะนิสัยในการทำงาน มีจิตสำนึกในการใช้พลังงาน
ทรัพยากร และสิง่ แวดล้อม เพ่ือการดำรงชวี ติ และครอบครวั

สาระท่ี ๒ การอาชพี
 มาตรฐาน ง ๒.๑ เข้าใจ มีทักษะที่จำเป็น มีประสบการณ์ เห็นแนวทางในงานอาชีพ ใช้
เทคโนโลยีเพอื่ พฒั นาอาชพี มคี ณุ ธรรมและมีเจตคติท่ดี ตี อ่ อาชพี

สาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (๔ สาระ ๘ มาตรฐาน)

สาระที่ ๑ ภาษาเพ่ือการส่อื สาร
 มาตรฐาน ต ๑.๑ เขา้ ใจและตคี วามเรอ่ื งท่ีฟงั และอา่ นจากสือ่ ประเภทตา่ ง ๆ และแสดงความ
คิดเหน็ อย่างมีเหตุผล
 มาตรฐาน ต ๑.๒ มีทักษะการสื่อสารทางภาษาในการแลกเปลี่ยนข้อมูลข่าวสาร แสดง
ความรสู้ กึ และความคิดเหน็ อยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
 มาตรฐาน ต ๑.๓ นำเสนอขอ้ มลู ข่าวสาร ความคิดรวบยอด และความคิดเหน็ ในเร่ืองต่าง ๆ
โดยการพดู และการเขยี น

๑๒

สาระที่ ๒ ภาษาและวฒั นธรรม
 มาตรฐาน ต ๒.๑ เข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างภาษากับวัฒนธรรมของเจ้าของภาษา และ
นำไปใชไ้ ดอ้ ยา่ งเหมาะสมกับกาลเทศะ
 มาตรฐาน ต ๒.๒ เข้าใจความเหมือนและความแตกต่างระหว่างภาษาและวัฒนธรรมของ
เจา้ ของภาษากับภาษาและวฒั นธรรมไทย และนำมาใชอ้ ย่างถูกต้องและเหมาะสม

สาระที่ ๓ ภาษากับความสัมพนั ธ์กับกล่มุ สาระการเรยี นรอู้ น่ื
 มาตรฐาน ต ๓.๑ ใช้ภาษาต่างประเทศในการเชื่อมโยงความรู้กับกลุ่มสาระการเรียนรู้อื่น และ
เป็นพน้ื ฐานในการพฒั นา แสวงหาความรู้ และเปิดโลกทัศนข์ องตน

สาระท่ี ๔ ภาษากบั ความสัมพันธก์ ับชมุ ชนและโลก
 มาตรฐาน ต ๔.๑ ใช้ภาษาต่างประเทศในสถานการณ์ต่างๆทั้งในสถานศึกษา ชุมชน และ
สังคม
 มาตรฐาน ต ๔.๒ ใช้ภาษาต่างประเทศเป็นเครื่องมือพื้นฐานในการศึกษาต่อ การประกอบ
อาชพี และการแลกเปลีย่ นเรียนรูก้ ับสงั คมโลก

หลกั สตู รตา้ นทจุ ริตศึกษา

สำนักงานคณะกรรมการป้องกันและปราบปรามการทุจริตแห่งชาติ (ป.ป.ช.) ร่วมกับสำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) ได้จัดทำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาสำหรับใช้ในทุกระดับ
การศึกษา ในส่วนของสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐานได้จัดทำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษา
รายวิชาเพิ่มเติม “การป้องกันการทุจริต” ขึ้น และคณะรฐั มนตรีมีมติเห็นชอบหลักสูตรต้านทุจริตศกึ ษา เมื่อวันท่ี
๒๒ พฤษภาคม ๒๕๖๑ และให้หน่วยงานท่ีเก่ียวข้องนำหลักสูตรต้านทุจริตศึกษาไปปรับใช้ในการจัดการเรียน
การสอนในสถานศึกษาโดยมุ่งเน้นการสร้างความรู้ความเข้าใจที่ถูกต้องเกี่ยวกับความหมายและขอบเขตของ
การกระทำทจุ รติ ในลักษณะตา่ ง ๆ ทั้งทางตรงและทางออ้ ม ความเสียหายทเ่ี กดิ จากการทุจรติ ความสำคัญของ
การต่อต้านการทจุ รติ รวมท้ังจัดให้มีการประเมนิ ผลสมั ฤทธข์ิ องการจดั หลักสูตรในแตล่ ะชว่ งวยั ของผู้เรยี นดว้ ย

หลักสูตรต้านทุจริตศึกษา (Anti – Corruption Education) ประกอบด้วย ๔ หน่วยการเรียนรู้
ได้แก่ ๑) การคิดแยกแยะระหว่างผลประโยชนส์ ่วนตนและผลประโยชน์ส่วนรวม ๒) ความละอายและความไม่
ทนต่อการทจุ ริต ๓) STRONG : จติ พอเพียงต้านทจุ รติ ๔) พลเมอื งกบั ความรบั ผิดชอบตอ่ สังคม ที่สถานศึกษาจัด
ให้กับผู้เรียนเพื่อปลูกฝังและป้องกันการทุจริตไม่ให้เกิดขึ้น โดยเริ่มปลูกฝังผู้เรียนตั้งแต่ชั้นปฐมวัยจนถึงชั้น
มัธยมศึกษาปีที่ ๖ ให้มีความรู้ความเข้าใจ มีทักษะกระบวนการ มีสมรรถนะที่สำคัญ และมีคุณลักษณะที่พึง
ประสงค์

หลกั สตู รความเปน็ พลเมอื งดี

มูลนิธิไทยรัฐ ร่วมกับ โรงเรียนไทยรัฐวิทยา กำหนดพันธกิจด้านส่งเสริมเอกลักษณ์โรงเรียนไทยรัฐ
วิทยาตามแผนยุทธศาสตร์โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ฉบับที่ ๓ (พ.ศ.๒๕๕๕-๒๕๕๘) มีเป้าประสงค์เพื่อให้ผู้เรียน

๑๓

เปน็ พลเมอื งดี มจี ิตสำนึก ความตระหนักในการอนรุ กั ษท์ รัพยากรและพฒั นาส่ิงแวดลอ้ ม สืบสานความเป็นไทย
และความเป็นไทยรัฐวิทยามีกลยุทธ์ “พัฒนานักเรียนให้เป็นพลเมืองดี” ภายใต้โครงการความเป็นพลเมืองดี
พฒั นาผเู้ รียนตั้งแต่ระดับช้นั ปฐมวัย-ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี ๓

มลู นธิ ไิ ทยรฐั ได้จัดทำคู่มือการจัดกิจกรรมการเรยี นรู้ เพอ่ื สรา้ งความเป็นพลเมือง เพื่อบ่มเพาะต้นกล้า
แห่งความเปน็ พลเมืองใหก้ บั นกั เรียน ในระดบั ชั้นประถมศึกษา ฝกึ ฝนใน เชิงตอ่ ยอดจากระดบั ปฐมวัย ในเรื่อง
ความรับผิดชอบทั้งต่อตนเอง ผู้อื่น และสังคม การเคารพกติกา เคารพสิทธิผู้อื่น เคารพความแตกต่าง เคารพ
หลักความเสมอภาค และการแก้ปัญหา ความขัดแย้งโดยไม่ใช้กำลัง และฝึกให้นักเรียนมีความคิดเชื่อมโยง
ระหว่างตนเองกับสังคม ไม่สร้างภาระปัญหาให้โรงเรียนและสังคม เป็นการจัดกิจกรรมกระบวนการกลุ่ม
ปลูกฝังคุณธรรม จริยธรรม ความเคารพ อดทน อุตสาหะ มีมารยาท ความรับผิดชอบ ความยุติธรรม
ความเอื้อเฟือ้ มีจิตสาธารณะ ฯลฯ ดว้ ยการลงมอื ปฏิบัตจิ ริง

หลักสูตรส่ือมวลชนศกึ ษา

มูลนิธิไทยรัฐ ร่วมกับ โรงเรียนไทยรัฐวิทยาทั่วประเทศ ได้ดำเนินการจัดกิจกรรม การเรียนรู้ตาม
หลักสูตรสื่อมวลชนศึกษาตั้งแต่ระดับชั้นปฐมวัย-ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ และต่อเนื่องถึงชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓
เพ่อื สนองนโยบายในระดับช้ันตา่ งๆ ดงั น้ี

๑. เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้สอดคล้องกับแผนยุทธศาสตร์ฉบับที่ ๒ (ปี ๒๕๕๑-๒๕๕๔) พันธกิจด้าน
ส่งเสริมเอกลักษณ์โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ตามเป้าประสงค์เพื่อให้ผู้เรียนเป็นคนดี มีคุณธรรมและค่านิยม ที่พึง
ประสงค์ มีจิตสำนึก ความตระหนักในการอนุรักษ์ทรัพยากรและพัฒนาสิ่งแวดล้อมสืบสานความเป็นไทยและ
ความเปน็ ไทยรฐั วิทยา โดยมีกลยทุ ธส์ นบั สนุนและพัฒนาครู-นักเรียน ให้สามารถใช้และผลิตสอ่ื มวลชนศึกษา

๒. เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ.๒๕๔๒ ตามมาตรา ๒๔
กล่าววา่ การจัดการเรยี นร้ใู หส้ ถานศึกษาและหน่วยงานทเ่ี กีย่ วข้องดำเนนิ การ ขอ้ (๓) จดั กิจกรรมให้ผู้เรียนได้
เรียนรู้จากประสบการณ์จริง ฝึกการปฏิบัติให้ ทำได้ คิดเป็น ทำเป็น รักการอ่าน และเกิดการใฝ่รู้อย่าง
ต่อเนอ่ื ง

๓. เพื่อพัฒนาผู้เรียนให้สอดคล้องกับมาตรฐานด้านผู้เรียน มาตรฐานที่ ๖ ผู้เรียนมีทักษะในการ
แสวงหาความรดู้ ว้ ยตนเอง รักการเรยี นรู้ และพฒั นาตนเองอย่างตอ่ เนอ่ื ง และมาตรฐานท่ี ๗ ผเู้ รยี นมีทักษะใน
การทำงาน รักการทำงาน สามารถทำงานร่วมกบั ผู้อืน่ ไดแ้ ละมเี จตคติท่ดี ีตอ่ อาชพี สจุ ริต

๔. เพื่อพัฒนาผู้เรยี นให้มีนิสัยรักการอา่ น มูลนธิ ิไทยรัฐและโรงเรียนไทยรัฐวิทยา เห็นความสำคัญของ
การอา่ น เนือ่ งจากงานวจิ ยั พบวา่ ในปจั จบุ ันเยาวชนไทยอา่ นหนงั สอื ในชวี ิตประจำวันมนี ้อยมาก นอกจากจะไม่
อ่านหนังสือแล้วยังแทบไม่ติดตามข่าวสารอื่นๆ ไม่ว่าจะเป็นวิทยุ โทรทัศน์ หรือแม้แต่สื่อออนไลน์ นิยมใช้
อินเตอร์เน็ตเป็นประจำ แต่เป็นการใช้ประโยชน์เพื่อความบันเทิงมากกว่า และไม่เคยเปิดดูเว็บไซต์สำนักข่าว
ตา่ งๆ เลย

เมื่อเยาวชนไม่อ่านหนังสือพิมพ์และติดตามข่าวสารบ้านเมือง จึงเป็นเรื่องยากที่จะสอนให้เข้าใจใน
วชิ าการความรูต้ า่ ง ๆ เกยี่ วกับวารสารศาสตร์ การบา้ น การเมืองและสงั คม

๑๔

หนังสือพิมพ์ประเภทต่างๆ เป็นสื่อสิ่งพิมพ์ที่มีราคาถูก หาอ่านได้ง่าย และมีเนื้อหาสาระครอบคลุม
อย่างกว้างขวาง แมเ้ ชอื่ กนั ว่าอตั ราการอ่านหนังสือพมิ พใ์ นอนาคตอาจลดลง เพราะอิทธิพลของสอ่ื ออนไลน์ แต่
หนังสือพิมพย์ ังคงเป็นสื่อหลักท่ใี ห้ขอ้ มูลข่าวสาร เปน็ ประโยชนต์ อ่ สังคมไปอีกนาน ผูร้ บั ขา่ วสารในส่ือออนไลน์
ส่วนใหญ่ต้องการความรวดเร็ว ดังนั้นการรับรู้ข่าวสารจึงฉาบฉวย และไม่ลึกซึ้ง ขณะที่ผู้รับสารจาก
หนงั สือพิมพ์ต้องการความละเอยี ดของข่าว จงึ ปลูกฝังให้เยาวชนรกั การอ่าน โดยใหผ้ เู้ รียนเรียนรู้ตามหลักสูตร
สือ่ สารมวลชนศึกษา (Mass Media Study) ต้ังแต่ระดับชน้ั ปฐมวัย-ชน้ั ประถมศึกษาปีที่ ๖ และต่อเน่ืองถึงชั้น
มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๓

๑๕

สว่ นท่ี ๒
โครงสรา้ งหลักสตู รโรงเรยี นไทยรัฐวิทยา ๑๐๔ (บา้ นทงุ่ กระถิน)

หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๑๐๔ (บ้านทุ่งกระถิน) พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตร
แกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ได้กำหนดโครงสร้างของหลักสูตร
สถานศึกษา เพ่ือใหผ้ ู้สอนและผทู้ ี่เกยี่ วขอ้ งในการจดั การเรยี นรู้ตามหลักสูตรของสถานศึกษามีแนวปฏิบัติ ดังนี้

ระดับการศึกษา
หลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๑๐๔ (บ้านทุ่งกระถิน) พุทธศักราช ๒๕๖๔ ตามหลักสูตร

แกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) จดั การศึกษา ดงั นี้
- ระดับประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๖) การศึกษาระดับนี้เป็นช่วงแรกของการศึกษาภาค

บังคับ มุ่งเน้นทักษะพื้นฐานด้านการอ่าน การเขียน การคิดคำนวณ ทักษะการคิดพื้นฐาน การติดต่อสื่อสาร
กระบวนการเรยี นรูท้ างสงั คม และพื้นฐานความเป็นมนุษย์ การพัฒนาคุณภาพชวี ิตอย่างสมบรู ณ์และสมดุลทง้ั
ในดา้ นร่างกาย สติปญั ญา อารมณ์ สงั คม และวฒั นธรรม โดยเนน้ จดั การเรยี นรแู้ บบบรู ณาการ

- ระดับมัธยมศึกษา (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑-๓) การศึกษาระดับนี้เป็นการศึกษาภาคบังคับ เน้นการ
เสรมิ สรา้ งความรแู้ ละทกั ษะกระบวนการเฉพาะดา้ น เพอ่ื นำไปใช้ในการศกึ ษาในระดับสงู ต่อไป

การจัดเวลาเรยี น
โรงเรยี นไทยรัฐวิทยา ๑๐๔ (บ้านทุ่งกระถิน) พุทธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลกั สูตรแกนกลางการศึกษา

ขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ได้จัดเวลาเรยี นตามกล่มุ สาระการเรียนรู้ ๘ กลุ่ม
สาระ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียน โดยจัดให้เหมาะสมตามบริบท จุดเน้นของโรงเรียน และสภาพของผู้เรียน
ดงั น้ี

- ระดับประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑-๖) จัดเวลาเรียนเป็นรายปี โดยมีเวลาเรียนวันละ ๗
ชัว่ โมง

- ระดับมัธยมศึกษา (ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๑-๓) จัดเวลาเรียนเป็นรายภาค โดยมีเวลาเรียนวันละ ๗
ชว่ั โมง

โครงสรา้ งหลักสูตร
โครงสรา้ งหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรยี นไทยรฐั วิทยา ๑๐๔ (บา้ นทงุ่ กระถนิ ) พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ ตาม

หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พ.ศ. ๒๕๖๐) ประกอบด้วย
โครงสร้างเวลาเรียนและโครงสรา้ งหลักสูตรช้ันปี ดงั นี้

๑. โครงสรา้ งเวลาเรยี น เป็นโครงสร้างที่แสดงรายละเอยี ดในภาพรวม เวลาเรยี นของแตล่ ะกลมุ่ สาระ
การเรียนรู้ ๘ กลมุ่ สาระ ทเ่ี ปน็ เวลาเรยี นพนื้ ฐาน เวลาเรียนรายวชิ าเพม่ิ เติม และเวลาในการจดั กิจกรรมพัฒนา
ผ้เู รียน จำแนกแต่ละช้ันปี ในระดบั ประถมศึกษาและมธั ยมศึกษาตอนตน้ ดังนี้

๑๖

โครงสร้างเวลาเรยี น โรงเรยี นไทยรัฐวทิ ยา ๑๐๔ (บ้านทงุ่ กระถิน)
ระดบั ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๑-๖

กลุ่มสาระการเรยี นร/ู้ กจิ กรรม เวลาเรยี น (ชว่ั โมง/ปี)
ป.๑ ป.๒ ป.๓ ป.๔ ป.๕ ป.๖
กล่มุ สาระการเรียนรู้
ภาษาไทย ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
คณติ ศาสตร์ ๒๐๐ ๒๐๐ ๒๐๐ ๑๖๐ ๑๖๐ ๑๖๐
วิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
สงั คมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
ประวัติศาสตร์ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
สุขศึกษาและพลศึกษา ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
ศลิ ปะ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
การงานอาชพี ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
ภาษาตา่ งประเทศ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐
๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐ ๘๔๐
รวมเวลาเรยี น (พนื้ ฐาน)
รายวิชาเพมิ่ เตมิ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
หน้าท่ีพลเมอื ง ๘๐ ๘๐ ๘๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
ภาษาอังกฤษเพอื่ การสอ่ื สาร ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๘๐ ๘๐ ๘๐

รวมเวลาเรียน (เพ่ิมเตมิ ) ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน
กิจกรรมแนะแนว (การปอ้ งกนั การทจุ ริต) ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
กิจกรรมนักเรยี น ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐ ๔๐
(๑๐) (๑๐) (๑๐) (๑๐) (๑๐) (๑๐)
- ลูกเสือ/เนตรนารี
- ชมุ นมุ สอ่ื มวลชนศกึ ษา ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
กิจกรรมเพอ่ื สังคมและ
สาธารณประโยชน์(บูรณาการกับพลเมอื งดี) ๑,๐๘๐ ชวั่ โมง/ปี ๑,๐๔๐ ชวั่ โมง/ปี

รวมเวลากิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น
รวมเวลาเรยี นทงั้ หมด

๑๗

โครงสร้างเวลาเรียนระดับประถมศกึ ษา
โรงเรยี นไทยรฐั วทิ ยา ๑๐๔ (บา้ นทงุ่ กระถิน) ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑

รายวชิ า/กจิ กรรม เวลาเรยี น

รายวิชาพนื้ ฐาน (ชวั่ โมง/ปี) (ช่วั โมง/สปั ดาห)์
ท ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย
ค ๑๑๑๐๑ คณติ ศาสตร์ (๘๔๐) (๒๑)
ว ๑๑๑๐๑ วิทยาศาสตร์
ว ๑๑๑๐๒ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ๒๐๐ ๕
ส ๑๑๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ส ๑๑๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๒๐๐ ๕
พ ๑๑๑๐๑ สุขศึกษา และพลศึกษา
ศ ๑๑๑๐๑ ศลิ ปะ ๘๐ ๒
ง ๑๑๑๐๑ การงานอาชพี
อ ๑๑๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๔๐ ๑

รายวิชาเพม่ิ เตมิ ๔๐ ๑
ส ๑๑๒๓๑ หน้าทพี่ ลเมอื ง ๑
อ ๑๑๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพอ่ื การสอ่ื สาร ๑ ๔๐ ๑

กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน ๔๐ ๑
กิจกรรมแนะแนว (การปอ้ งกนั การทจุ ริต ๑)
กิจกรรมนักเรยี น ๔๐ ๑

- ลกู เสอื /เนตรนารี ๔๐ ๑
- ชุมนมุ สอ่ื มวลชนศกึ ษา
กิจกรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชน์ ๑๒๐ ๓
(บรู ณาการกับพลเมอื งดี)
(๑๒๐) (๓)
รวมเวลาเรยี นทง้ั ปี
๔๐ ๑

๘๐ ๒

(๑๒๐) (๓)

๔๐ ๑

(๘๐) (๒)

๔๐ ๑

๔๐ ๑

(๑๐) ผนวกในกิจกรรม

ลูกเสอื /เนตรนารี

๑,๐๘๐ ๒๗

๑๘

โครงสร้างเวลาเรียนระดับประถมศกึ ษา
โรงเรยี นไทยรฐั วทิ ยา ๑๐๔ (บา้ นทงุ่ กระถิน) ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๒

รายวชิ า/กจิ กรรม เวลาเรยี น

รายวิชาพนื้ ฐาน (ชวั่ โมง/ปี) (ชวั่ โมง/สปั ดาห)์
ท ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย
ค ๑๒๑๐๑ คณติ ศาสตร์ (๘๔๐) (๒๑)
ว ๑๒๑๐๑ วิทยาศาสตร์
ว ๑๒๑๐๒ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ๒๐๐ ๕
ส ๑๒๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ส ๑๒๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๒๐๐ ๕
พ ๑๒๑๐๑ สุขศึกษา และพลศึกษา
ศ ๑๒๑๐๑ ศลิ ปะ ๘๐ ๒
ง ๑๒๑๐๑ การงานอาชพี
อ ๑๒๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๔๐ ๑

รายวิชาเพม่ิ เตมิ ๔๐ ๑
ส ๑๒๒๓๒ หน้าทพี่ ลเมอื ง ๒
อ ๑๒๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพอ่ื การสอ่ื สาร ๒ ๔๐ ๑

กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน ๔๐ ๑
กิจกรรมแนะแนว (การปอ้ งกนั การทจุ ริต ๒)
กิจกรรมนักเรยี น ๔๐ ๑

- ลกู เสอื /เนตรนารี ๔๐ ๑
- ชุมนมุ สอ่ื มวลชนศกึ ษา
กิจกรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชน์ ๑๒๐ ๓
(บรู ณาการกับพลเมอื งดี)
(๑๒๐) (๓)
รวมเวลาเรยี นทง้ั ปี
๔๐ ๑

๘๐ ๒

(๑๒๐) (๓)

๔๐ ๑

(๘๐) (๒)

๔๐ ๑

๔๐ ๑

(๑๐) ผนวกในกิจกรรม

ลูกเสอื /เนตรนารี

๑,๐๘๐ ๒๗

๑๙

โครงสร้างเวลาเรียนระดับประถมศกึ ษา
โรงเรยี นไทยรฐั วทิ ยา ๑๐๔ (บา้ นทงุ่ กระถิน) ชัน้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๓

รายวชิ า/กจิ กรรม เวลาเรยี น

รายวิชาพนื้ ฐาน (ชวั่ โมง/ปี) (ช่วั โมง/สปั ดาห)์
ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย
ค ๑๓๑๐๑ คณติ ศาสตร์ (๘๔๐) (๒๑)
ว ๑๓๑๐๑ วิทยาศาสตร์
ว ๑๓๑๐๒ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ๒๐๐ ๕
ส ๑๓๑๐๑ สังคมศึกษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ส ๑๓๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๒๐๐ ๕
พ ๑๓๑๐๑ สุขศึกษา และพลศึกษา
ศ ๑๓๑๐๑ ศลิ ปะ ๘๐ ๒
ง ๑๓๑๐๑ การงานอาชพี
อ ๑๓๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๔๐ ๑

รายวิชาเพม่ิ เตมิ ๔๐ ๑
ส ๑๓๒๓๓ หน้าทพี่ ลเมอื ง ๓
อ ๑๓๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพอ่ื การสอ่ื สาร ๓ ๔๐ ๑

กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน ๔๐ ๑
กิจกรรมแนะแนว (การปอ้ งกนั การทจุ ริต ๓)
กิจกรรมนักเรยี น ๔๐ ๑

- ลกู เสอื /เนตรนารี ๔๐ ๑
- ชุมนมุ สอ่ื มวลชนศกึ ษา
กิจกรรมเพอื่ สงั คมและสาธารณประโยชน์ ๑๒๐ ๓
(บรู ณาการกับพลเมอื งดี)
(๑๒๐) (๓)
รวมเวลาเรยี นทง้ั ปี
๔๐ ๑

๘๐ ๒

(๑๒๐) (๓)

๔๐ ๑

(๘๐) (๒)

๔๐ ๑

๔๐ ๑

(๑๐) ผนวกในกิจกรรม

ลูกเสอื /เนตรนารี

๑,๐๘๐ ๒๗

๒๐

โครงสร้างเวลาเรยี นระดับประถมศึกษา
โรงเรยี นไทยรัฐวทิ ยา ๑๐๔ (บ้านทุ่งกระถนิ ) ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๔

รายวชิ า/กิจกรรม เวลาเรียน

รายวชิ าพน้ื ฐาน (ช่ัวโมง/ปี) (ชวั่ โมง/สปั ดาห)์
ท ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย
ค ๑๔๑๐๑ คณิตศาสตร์ (๘๔๐) (๒๑)
ว ๑๔๑๐๑ วิทยาศาสตร์
ว ๑๔๑๐๒ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ๑๖๐ ๔
ส ๑๔๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ส ๑๔๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๑๖๐ ๔
พ ๑๔๑๐๑ สุขศึกษา และพลศกึ ษา
ศ ๑๔๑๐๑ ศิลปะ ๘๐ ๒
ง ๑๔๑๐๑ การงานอาชพี
อ ๑๔๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๔๐ ๑

รายวชิ าเพ่ิมเตมิ ๘๐ ๒
ส ๑๔๒๓๔ หน้าที่พลเมอื ง ๔
อ ๑๔๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพอ่ื การสอื่ สาร ๔ ๔๐ ๑

กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น ๘๐ ๒
กิจกรรมแนะแนว (การปอ้ งกนั การทุจริต ๔)
กจิ กรรมนกั เรยี น ๘๐ ๒

- ลูกเสือ/เนตรนารี ๔๐ ๑
- ชุมนุมส่ือมวลชนศกึ ษา
กิจกรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ ๘๐ ๒
(บูรณาการกับพลเมอื งดี)
(๘๐) (๒)
รวมเวลาเรียนทั้งปี
๔๐ ๑

๔๐ ๑

(๑๒๐) (๓)

๔๐ ๑

(๘๐) (๒)

๔๐ ๑

๔๐ ๑

(๑๐) ผนวกในกิจกรรม

ลกู เสอื /เนตรนารี

๑,๐๔๐ ๒๖

๒๑

โครงสร้างเวลาเรยี นระดับประถมศึกษา
โรงเรยี นไทยรัฐวทิ ยา ๑๐๔ (บ้านทุ่งกระถนิ ) ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๕

รายวชิ า/กิจกรรม เวลาเรยี น

รายวชิ าพนื้ ฐาน (ช่ัวโมง/ปี) (ชว่ั โมง/สปั ดาห)์
ท ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย
ค ๑๕๑๐๑ คณิตศาสตร์ (๘๔๐) (๒๑)
ว ๑๕๑๐๑ วิทยาศาสตร์
ว ๑๕๑๐๒ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ๑๖๐ ๔
ส ๑๕๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ส ๑๕๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๑๖๐ ๔
พ ๑๕๑๐๑ สุขศึกษา และพลศกึ ษา
ศ ๑๕๑๐๑ ศิลปะ ๘๐ ๒
ง ๑๕๑๐๑ การงานอาชพี
อ ๑๕๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๔๐ ๑

รายวิชาเพมิ่ เตมิ ๘๐ ๒
ส ๑๕๒๓๕ หน้าที่พลเมอื ง ๕
อ ๑๕๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพอ่ื การสอื่ สาร ๕ ๔๐ ๑

กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ๘๐ ๒
กจิ กรรมแนะแนว (การปอ้ งกนั การทุจริต ๕)
กจิ กรรมนกั เรยี น ๘๐ ๒

- ลูกเสือ/เนตรนารี ๔๐ ๑
- ชุมนมุ สื่อมวลชนศกึ ษา
กจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ ๘๐ ๒
(บูรณาการกับพลเมอื งดี)
(๘๐) (๒)
รวมเวลาเรียนทั้งปี
๔๐ ๑

๔๐ ๑

(๑๒๐) (๓)

๔๐ ๑

(๘๐) (๒)

๔๐ ๑

๔๐ ๑

(๑๐) ผนวกในกิจกรรม

ลูกเสือ/เนตรนารี

๑,๐๔๐ ๒๖

๒๒

โครงสร้างเวลาเรยี นระดับประถมศึกษา
โรงเรยี นไทยรัฐวทิ ยา ๑๐๔ (บ้านทุ่งกระถนิ ) ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๖

รายวชิ า/กิจกรรม เวลาเรียน

รายวชิ าพนื้ ฐาน (ช่ัวโมง/ปี) (ชวั่ โมง/สปั ดาห)์
ท ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย
ค ๑๖๑๐๑ คณิตศาสตร์ (๘๔๐) (๒๑)
ว ๑๖๑๐๑ วิทยาศาสตร์
ว ๑๖๑๐๒ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ๑๖๐ ๔
ส ๑๖๑๐๑ สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวฒั นธรรม
ส ๑๖๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๑๖๐ ๔
พ ๑๖๑๐๑ สุขศึกษา และพลศกึ ษา
ศ ๑๖๑๐๑ ศิลปะ ๘๐ ๒
ง ๑๖๑๐๑ การงานอาชพี
อ ๑๖๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๔๐ ๑

รายวิชาเพมิ่ เตมิ ๘๐ ๒
ส ๑๖๒๓๖ หน้าที่พลเมอื ง ๖
อ ๑๖๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพอ่ื การสอื่ สาร ๖ ๔๐ ๑

กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน ๘๐ ๒
กจิ กรรมแนะแนว (การปอ้ งกนั การทุจริต ๖)
กจิ กรรมนกั เรยี น ๘๐ ๒

- ลูกเสือ/เนตรนารี ๔๐ ๑
- ชุมนมุ สื่อมวลชนศกึ ษา
กจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ ๘๐ ๒
(บูรณาการกบั พลเมอื งดี)
(๘๐) (๒)
รวมเวลาเรียนทั้งปี
๔๐ ๑

๔๐ ๑

(๑๒๐) (๓)

๔๐ ๑

(๘๐) (๒)

๔๐ ๑

๔๐ ๑

(๑๐) ผนวกในกิจกรรม

ลกู เสอื /เนตรนารี

๑,๐๔๐ ๒๖

๒๓

โครงสรา้ งเวลาเรียน โรงเรียนไทยรัฐวทิ ยา ๑๐๔ (บา้ นทงุ่ กระถนิ )
ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาตอนตน้

กลุ่มสาระการเรยี นร/ู้ กิจกรรม เวลาเรียน (ชว่ั โมง/ป)ี
ม.๑ ม.๒ ม.๓
กลมุ่ สาระการเรียนรู้
ภาษาไทย ๑๒๐ (๓ นก.) ๑๒๐ (๓ นก.) ๑๒๐ (๓ นก.)
คณิตศาสตร์ ๑๒๐ (๓ นก.) ๑๒๐ (๓ นก.) ๑๒๐ (๓ นก.)
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ๑๖๐ (๔ นก.) ๑๖๐ (๔ นก.) ๑๖๐ (๔ นก.)
สงั คมศกึ ษา ศาสนา และวัฒนธรรม ๑๒๐ (๓ นก.) ๑๒๐ (๓ นก.) ๑๒๐ (๓ นก.)
ประวตั ศิ าสตร์ ๔๐ (๑ นก.) ๔๐ (๑ นก.) ๔๐ (๑ นก.)
สุขศึกษาและพลศึกษา ๘๐ (๒ นก.) ๘๐ (๒ นก.) ๘๐ (๒ นก.)
ศิลปะ ๘๐ (๒ นก.) ๘๐ (๒ นก.) ๘๐ (๒ นก.)
การงานอาชพี ๔๐ (๑ นก.) ๔๐ (๑ นก.) ๔๐ (๑ นก.)
ภาษาตา่ งประเทศ ๑๒๐ (๓ นก.) ๑๒๐ (๓ นก.) ๑๒๐ (๓ นก.)
๘๘๐ (๒๒ นก.) ๘๘๐ (๒๒ นก.) ๘๘๐ (๒๒ นก.)
รวมเวลาเรียน (พนื้ ฐาน)
รายวชิ าเพิ่มเตมิ ๔๐ ๔๐ ๔๐
หนา้ ทพี่ ลเมอื ง ๔๐ ๔๐ ๔๐
ภาษาไทยเพม่ิ เติม ๔๐ ๔๐ ๔๐
ภาษาองั กฤษเพิ่มเติม ๘๐ ๘๐ ๘๐
งานช่าง ๒๐๐ (๕ นก.) ๒๐๐ (๕ นก.) ๒๐๐ (๕ นก.)

รวมเวลาเรยี น (เพม่ิ เตมิ ) ๔๐ ๔๐ ๔๐
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน (๔๐) (๔๐) (๔๐)
กิจกรรมแนะแนว (การปอ้ งกนั การทจุ รติ ) ๔๐ ๔๐ ๔๐
กจิ กรรมนักเรียน ๔๐ ๔๐ ๔๐
- ลกู เสอื /เนตรนารี (๑๕) (๑๕) (๑๕)
- ชุมนมุ สื่อมวลชนศกึ ษา
กจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ ๑๒๐ ๑๒๐ ๑๒๐
(บรู ณาการกับพลเมอื งดี) ๑,๒๐๐ ช่วั โมง/ปี
รวมเวลากิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น

รวมเวลาทั้งหมด

๒๔

โครงสรา้ งเวลาเรยี นระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาตอนตน้
โรงเรียนไทยรัฐวทิ ยา ๑๐๔ (บา้ นทุ่งกระถนิ ) ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๑

ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๑ (ภาคเรยี นท่ี ๑) ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๑ (ภาคเรยี นท่ี ๒)

รหัสวชิ า รายวชิ า/กจิ กรรม หนว่ ยกติ รหสั วิชา รายวชิ า/กิจกรรม หนว่ ยกิต

รายวิชาพ้ืนฐาน ๑๑.๐ รายวชิ าพน้ื ฐาน ๑๑.๐

ท ๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ ๑.๕ ท ๒๑๑๐๒ ภาษาไทย ๒ ๑.๕

ค ๒๑๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๑ ๑.๕ ค ๒๑๑๐๒ คณติ ศาสตร์ ๒ ๑.๕

ว ๒๑๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ ๑ ๑.๕ ว ๒๑๑๐๓ วิทยาศาสตร์ ๒ ๑.๕

ว ๒๑๑๐๒ วทิ ยาการคำนวณ ๑ ๐.๕ ว ๒๑๑๐๔ การออกแบบและเทคโนโลยี ๑ ๐.๕

ส ๒๑๑๐๑ สังคมศึกษา ๑ ๑.๕ ส ๒๑๑๐๓ สงั คมศึกษา ๒ ๑.๕

ส ๒๑๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์ ๑ ๐.๕ ส ๒๑๑๐๔ ประวตั ศิ าสตร์ ๒ ๐.๕

พ ๒๑๑๐๑ สขุ ศกึ ษา ๑ ๐.๕ พ ๒๑๑๐๓ สุขศกึ ษา ๒ ๐.๕

พ ๒๑๑๐๒ พลศกึ ษา ๑ ๐.๕ พ ๒๑๑๐๔ พลศกึ ษา ๒ ๐.๕

ศ ๒๑๑๐๑ ศลิ ปศกึ ษา ๑ ๑.๐ ศ ๒๑๑๐๒ ศลิ ปศึกษา ๒ ๑.๐

ง ๒๑๑๐๑ การงานอาชีพ ๑ ๐.๕ ง ๒๑๑๐๒ การงานอาชีพ ๒ ๐.๕

อ ๒๑๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๑ ๑.๕ อ ๒๑๑๐๒ ภาษาองั กฤษ ๒ ๑.๕

รายวชิ าเพม่ิ เตมิ ๒.๕ รายวชิ าเพม่ิ เตมิ ๒.๕

ส ๒๑๒๓๑ หน้าทีพ่ ลเมอื ง ๑ ๐.๕ ส ๒๑๒๓๒ หน้าทพี่ ลเมอื ง ๒ ๐.๕

ค ๒๑๒๐๑ ภาษาไทยเพม่ิ เติม ๑ ๐.๕ ค ๒๑๒๐๒ ภาษาไทยเพิม่ เติม ๒ ๐.๕

อ ๒๑๒๐๑ ภาษาองั กฤษเพ่มิ เติม ๑ ๐.๕ อ ๒๑๒๐๒ ภาษาอังกฤษเพมิ่ เติม ๒ ๐.๕

ง ๒๑๒๐๑ งานชา่ ง ๑ ๑.๐ ง ๒๑๒๐๒ งานช่าง ๒ ๑.๐
กจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน ๖๐ ชม.
๖๐ ชม. กจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รยี น

กจิ กรรมแนะแนว ๑ ๒๐ กิจกรรมแนะแนว ๒ ๒๐

(การปอ้ งกันการทุจรติ ๑) (การปอ้ งกันการทุจรติ ๒)

กจิ กรรมนกั เรยี น กิจกรรมนกั เรียน ๒๐
- ลูกเสือ/เนตรนารี ๑ ๒๐ - ลูกเสอื /เนตรนารี ๒ ๒๐
- ชุมนมุ สอ่ื มวลชนศึกษา ๑ ๒๐ - ชุมนมุ ส่อื มวลชนศกึ ษา ๒

กจิ กรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์ ๑ (๗) กจิ กรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์ ๒ (๘)
(บรู ณาการกับพลเมอื งดี) (บูรณาการกับพลเมอื งดี)
***ผนวกในกจิ กรรมลกู เสอื /เนตรนารี ***ผนวกในกิจกรรมลกู เสอื /เนตรนารี

รวมเวลาเรียนท้ังส้นิ ๖๐๐ ชม. รวมเวลาเรียนทัง้ สน้ิ ๖๐๐ ชม.

รวมเวลาเรยี นท้งั ปี ๑,๒๐๐ ชั่วโมง/ปี

๒๕

โครงสรา้ งเวลาเรียนระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนต้น
โรงเรียนไทยรฐั วทิ ยา ๑๐๔ (บา้ นทุ่งกระถนิ ) ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๒

ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ ๒ (ภาคเรียนที่ ๑) ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี ๒ (ภาคเรยี นท่ี ๒)

รหสั วิชา รายวชิ า/กจิ กรรม หนว่ ยกิต รหสั วิชา รายวชิ า/กิจกรรม หนว่ ยกิต

รายวิชาพน้ื ฐาน ๑๑.๐ รายวิชาพ้นื ฐาน ๑๑.๐

ท ๒๒๑๐๑ ภาษาไทย ๓ ๑.๕ ท ๒๒๑๐๒ ภาษาไทย ๔ ๑.๕

ค ๒๒๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๓ ๑.๕ ค ๒๒๑๐๒ คณติ ศาสตร์ ๔ ๑.๕

ว ๒๒๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ ๓ ๑.๕ ว ๒๒๑๐๓ วิทยาศาสตร์ ๔ ๑.๕

ว ๒๒๑๐๒ วทิ ยาการคำนวณ ๒ ๐.๕ ว ๒๒๑๐๔ การออกแบบและเทคโนโลยี ๒ ๐.๕

ส ๒๒๑๐๑ สงั คมศึกษา ๓ ๑.๕ ส ๒๒๑๐๓ สังคมศึกษา ๔ ๑.๕

ส ๒๒๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์ ๓ ๐.๕ ส ๒๒๑๐๔ ประวัตศิ าสตร์ ๔ ๐.๕

พ ๒๒๑๐๑ สุขศึกษา ๓ ๐.๕ พ ๒๒๑๐๓ สุขศึกษา ๔ ๐.๕

พ ๒๒๑๐๒ พลศกึ ษา ๓ ๐.๕ พ ๒๒๑๐๔ พลศกึ ษา ๔ ๐.๕

ศ ๒๒๑๐๑ ศิลปศึกษา ๓ ๑.๐ ศ ๒๒๑๐๒ ศลิ ปศกึ ษา ๔ ๑.๐

ง ๒๒๑๐๑ การงานอาชีพ ๓ ๐.๕ ง ๒๒๑๐๒ การงานอาชพี ๔ ๐.๕

อ ๒๒๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๓ ๑.๕ อ ๒๒๑๐๒ ภาษาอังกฤษ ๔ ๑.๕

รายวชิ าเพิม่ เตมิ ๒.๕ รายวชิ าเพิ่มเตมิ ๒.๕

ส ๒๒๒๓๓ หนา้ ท่พี ลเมอื ง ๓ ๐.๕ ส ๒๒๒๓๔ หนา้ ทีพ่ ลเมอื ง ๔ ๐.๕

ค ๒๒๒๐๑ ภาษาไทยเพมิ่ เตมิ ๓ ๐.๕ ค ๒๒๒๐๒ ภาษาไทยเพิ่มเติม ๔ ๐.๕

อ ๒๒๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพ่มิ เตมิ ๓ ๐.๕ อ ๒๒๒๐๒ ภาษาอังกฤษเพม่ิ เตมิ ๔ ๐.๕

ง ๒๒๒๐๑ งานชา่ ง ๓ ๑.๐ ง ๒๒๒๐๒ งานช่าง ๔ ๑.๐

กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน ๖๐ ชม. กจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน ๖๐ ชม.

กิจกรรมแนะแนว ๓ ๒๐ กิจกรรมแนะแนว ๔ ๒๐

(การปอ้ งกันการทจุ รติ ๓) (การปอ้ งกันการทจุ รติ ๔)

กจิ กรรมนกั เรียน กิจกรรมนักเรยี น

- ลกู เสือ/เนตรนารี ๓ ๒๐ - ลูกเสอื /เนตรนารี ๔ ๒๐

- ชมุ นุมสอื่ มวลชนศึกษา ๓ ๒๐ - ชมุ นุมส่ือมวลชนศกึ ษา ๔ ๒๐

กจิ กรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์ ๓ (๗) กจิ กรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์ ๔ (๘)

(บูรณาการกบั พลเมอื งดี) (บูรณาการกับพลเมอื งดี)

***ผนวกในกิจกรรมลกู เสอื /เนตรนารี ***ผนวกในกิจกรรมลกู เสอื /เนตรนารี

รวมเวลาเรยี นทง้ั สน้ิ ๖๐๐ ชม. รวมเวลาเรียนทั้งสิ้น ๖๐๐ ชม.

รวมเวลาเรยี นท้ังปี ๑,๒๐๐ ช่ัวโมง/ปี

๒๖

โครงสรา้ งเวลาเรยี นระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาตอนต้น
โรงเรียนไทยรฐั วทิ ยา ๑๐๔ (บา้ นทุ่งกระถนิ ) ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๓

ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ ๓ (ภาคเรียนที่ ๑) ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ ๓ (ภาคเรยี นท่ี ๒)

รหสั วชิ า รายวชิ า/กจิ กรรม หนว่ ยกิต รหสั วิชา รายวิชา / กิจกรรม หนว่ ยกติ

รายวิชาพน้ื ฐาน ๑๑.๐ รายวิชาพ้ืนฐาน ๑๑.๐

ท ๒๓๑๐๑ ภาษาไทย ๕ ๑.๕ ท ๒๓๑๐๒ ภาษาไทย ๖ ๑.๕

ค ๒๓๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๕ ๑.๕ ค ๒๓๑๐๒ คณติ ศาสตร์ ๖ ๑.๕

ว ๒๓๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ ๕ ๑.๕ ว ๒๓๑๐๓ วิทยาศาสตร์ ๖ ๑.๕

ว ๒๓๑๐๒ วทิ ยาการคำนวณ ๓ ๐.๕ ว ๒๓๑๐๔ การออกแบบและเทคโนโลยี ๓ ๐.๕

ส ๒๓๑๐๑ สงั คมศึกษา ๕ ๑.๕ ส ๒๓๑๐๓ สังคมศกึ ษา ๖ ๑.๕

ส ๒๓๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์ ๕ ๐.๕ ส ๒๓๑๐๔ ประวตั ศิ าสตร์ ๖ ๐.๕

พ ๒๓๑๐๑ สุขศึกษา ๕ ๐.๕ พ ๒๓๑๐๓ สุขศึกษา ๖ ๐.๕

พ ๒๓๑๐๒ พลศกึ ษา ๕ ๐.๕ พ ๒๓๑๐๔ พลศกึ ษา ๖ ๐.๕

ศ ๒๓๑๐๑ ศิลปศึกษา ๕ ๑.๐ ศ ๒๓๑๐๒ ศลิ ปศึกษา ๖ ๑.๐

ง ๒๓๑๐๑ การงานอาชีพ ๕ ๐.๕ ง ๒๓๑๐๒ การงานอาชีพ ๖ ๐.๕

อ ๒๓๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๕ ๑.๕ อ ๒๓๑๐๒ ภาษาอังกฤษ ๖ ๑.๕

รายวชิ าเพิม่ เตมิ ๒.๕ รายวชิ าเพิ่มเตมิ ๒.๕

ส ๒๓๒๓๕ หนา้ ท่พี ลเมอื ง ๕ ๐.๕ ส ๒๓๒๓๖ หนา้ ทีพ่ ลเมอื ง ๖ ๐.๕

ค ๒๓๒๐๑ ภาษาไทยเพมิ่ เตมิ ๕ ๐.๕ ค ๒๓๒๐๒ ภาษาไทยเพิ่มเติม ๖ ๐.๕

อ ๒๓๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพ่มิ เตมิ ๕ ๐.๕ อ ๒๓๒๐๒ ภาษาอังกฤษเพ่ิมเตมิ ๖ ๐.๕

ง ๒๓๒๐๑ งานชา่ ง ๕ ๑.๐ ง ๒๓๒๐๒ งานชา่ ง ๖ ๑.๐

กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน ๖๐ ชม. กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น ๖๐ ชม.

กิจกรรมแนะแนว ๕ ๒๐ กิจกรรมแนะแนว ๖ ๒๐

(การปอ้ งกันการทจุ รติ ๕) (การปอ้ งกันการทจุ ริต ๖)

กจิ กรรมนกั เรียน กิจกรรมนักเรยี น

- ลกู เสอื /เนตรนารี ๕ ๒๐ - ลูกเสอื /เนตรนารี ๖ ๒๐

- ชมุ นุมสอื่ มวลชนศึกษา ๕ ๒๐ - ชมุ นุมส่ือมวลชนศกึ ษา ๖ ๒๐

กจิ กรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์ ๕ (๗) กจิ กรรมเพอื่ สังคมและสาธารณประโยชน์ ๖ (๘)

(บูรณาการกบั พลเมอื งดี) (บูรณาการกับพลเมอื งดี)

***ผนวกในกิจกรรมลกู เสอื /เนตรนารี ***ผนวกในกิจกรรมลูกเสอื /เนตรนารี

รวมเวลาเรยี นทง้ั สน้ิ ๖๐๐ ชม. รวมเวลาเรยี นท้ังส้ิน ๖๐๐ ชม.

รวมเวลาเรียนท้ังปี ๑,๒๐๐ ช่ัวโมง/ปี

๒๗

ส่วนที่ ๓
คำอธบิ ายรายวิชา

หลกั สูตรสถานศึกษาโรงเรียนไทยรัฐวทิ ยา ๑๐๔ (บ้านทุง่ กระถนิ ) พุทธศกั ราช ๒๕๖๕ ตามหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบับปรับปรุง พุทธศักราช ๒๕๖๐) ได้กำหนดคำอธิบาย
รายวชิ าของวชิ าต่าง ๆ ทสี่ อนในแต่ละปกี ารศกึ ษา ซ่ึงประกอบดว้ ย ช่อื รหสั วชิ า ช่อื รายวชิ า จำนวนชั่วโมงต่อปี
ผลการเรียนรทู้ คี่ าดหวงั และสาระการเรียนรู้รายปี

คำอธิบายรายวิชาจะช่วยให้ผู้สอนจัดหน่วยการเรียนรู้ในแต่ละชั้นปี ได้สอดคล้องกับมาตรฐานการ
เรียนรู้ เนื่องจากคำอธิบายรายวิชาจะรวมสาระการเรียนรู้ที่ผู้เรียนต้องเรียนรู้ตลอดทั้งปี กลุ่มของสาระการ
เรียนรู้ตลอดปีจะมีจำนวนมาก ดังนั้น การจัดเป็นหน่วยการเรียนรู้หลาย ๆ หน่วย จะช่วยให้กลุ่มของสาระการ
เรียนรู้มขี นาดเลก็ ลง และบรู ณาการไดห้ ลากหลายมากขึ้น

โรงเรียนโรงเรยี นไทยรัฐวทิ ยา ๑๐๔ (บ้านทุง่ กระถิน) ได้กำหนดรายละเอียดของคำอธบิ ายรายวิชา
ช้นั ประถมศึกษาปีท่ี ๑ - ช้ันมธั ยมศึกษาปที ่ี ๓ เรยี งตามลำดบั ไว้ ดงั น้ี

๑. คำอธิบายรายวิชากลุม่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย

รายวิชาพ้ืนฐาน จำนวน ๒๐๐ ชวั่ โมง ๑.๕ หน่วยกิต
ท ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ จำนวน ๒๐๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หน่วยกิต
ท ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒ จำนวน ๒๐๐ ช่ัวโมง ๑.๕ หน่วยกติ
ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๓ จำนวน ๑๖๐ ช่ัวโมง ๑.๕ หนว่ ยกติ
ท ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๔ จำนวน ๑๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หน่วยกติ
ท ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๕ จำนวน ๑๖๐ ช่วั โมง ๑.๕ หนว่ ยกติ
ท ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๖ จำนวน ๖๐ ช่วั โมง
ท ๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง
ท ๒๑๑๐๒ ภาษาไทย ๒ จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง
ท ๒๒๑๐๑ ภาษาไทย ๓ จำนวน ๖๐ ชัว่ โมง
ท ๒๒๑๐๒ ภาษาไทย ๔ จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง
ท ๒๓๑๐๑ ภาษาไทย ๕ จำนวน ๖๐ ชั่วโมง
ท ๒๓๑๐๒ ภาษาไทย ๖
จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หน่วยกิต
รายวิชาเพ่มิ เตมิ จำนวน ๒๐ ช่วั โมง ๐.๕ หน่วยกติ
ท ๒๑๒๐๑ ภาษาไทยเพ่มิ เตมิ ๑ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง ๐.๕ หน่วยกิต
ท ๒๑๒๐๒ ภาษาไทยเพิ่มเตมิ ๒ จำนวน ๒๐ ชวั่ โมง ๐.๕ หน่วยกิต
ท ๒๒๒๐๑ ภาษาไทยเพ่มิ เตมิ ๓
ท ๒๒๒๐๒ ภาษาไทยเพิม่ เตมิ ๔

ท ๒๓๒๐๑ ภาษาไทยเพ่มิ เตมิ ๕ ๒๘
ท ๒๓๒๐๒ ภาษาไทยเพิม่ เตมิ ๖
จำนวน ๒๐ ชัว่ โมง ๐.๕ หนว่ ยกติ
จำนวน ๒๐ ชวั่ โมง ๐.๕ หน่วยกิต

๒. คำอธิบายรายวชิ ากลุ่มสาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์

รายวชิ าพื้นฐาน จำนวน ๒๐๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หนว่ ยกิต
ค ๑๑๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๑ จำนวน ๒๐๐ ชั่วโมง ๑.๕ หน่วยกิต
ค ๑๒๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๒ จำนวน ๒๐๐ ช่ัวโมง ๑.๕ หนว่ ยกิต
ค ๑๓๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๓ จำนวน ๑๖๐ ชั่วโมง ๑.๕ หนว่ ยกติ
ค ๑๔๑๐๑ คณติ ศาสตร์ ๔ จำนวน ๑๖๐ ช่ัวโมง ๑.๕ หนว่ ยกิต
ค ๑๕๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๕ จำนวน ๑๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หนว่ ยกิต
ค ๑๖๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๖ จำนวน ๖๐ ช่ัวโมง
ค ๒๑๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๑ จำนวน ๖๐ ชั่วโมง
ค ๒๑๑๐๒ คณติ ศาสตร์ ๒ จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง
ค ๒๒๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๓ จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง
ค ๒๒๑๐๒ คณิตศาสตร์ ๔ จำนวน ๖๐ ชัว่ โมง
ค ๒๓๑๐๑ คณิตศาสตร์ ๕ จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง
ค ๒๓๑๐๒ คณิตศาสตร์ ๖

๓. คำอธิบายรายวิชากลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

รายวชิ าพน้ื ฐาน จำนวน ๘๐ ชัว่ โมง
ว ๑๑๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ ๑ จำนวน ๔๐ ช่วั โมง
ว ๑๑๑๐๒ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ๑ จำนวน ๘๐ ชัว่ โมง
ว ๑๒๑๐๑ วิทยาศาสตร์ ๒ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ว ๑๒๑๐๒ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ๒ จำนวน ๘๐ ชั่วโมง
ว ๑๓๑๐๑ วิทยาศาสตร์ ๓ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
ว ๑๓๑๐๒ เทคโนโลยี (วทิ ยาการคำนวณ) ๓ จำนวน ๘๐ ชั่วโมง
ว ๑๔๑๐๑ วิทยาศาสตร์ ๔ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ว ๑๔๑๐๒ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ๔ จำนวน ๘๐ ช่ัวโมง
ว ๑๕๑๐๑ วิทยาศาสตร์ ๕ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
ว ๑๕๑๐๒ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ๕ จำนวน ๘๐ ชั่วโมง
ว ๑๖๑๐๑ วทิ ยาศาสตร์ ๖ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
ว ๑๖๑๐๒ เทคโนโลยี (วิทยาการคำนวณ) ๖

ว ๒๑๑๐๑ วิทยาศาสตร์ ๑ จำนวน ๖๐ ช่ัวโมง ๒๙
ว ๒๑๑๐๒ วทิ ยาการคำนวณ ๑ จำนวน ๒๐ ชวั่ โมง
ว ๒๑๑๐๓ วิทยาศาสตร์ ๒ จำนวน ๖๐ ชั่วโมง ๑.๕ หนว่ ยกติ
ว ๒๑๑๐๔ การออกแบบและเทคโนโลยี ๑ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หนว่ ยกติ
ว ๒๒๑๐๑ วิทยาศาสตร์ ๓ จำนวน ๖๐ ชั่วโมง ๑.๕ หน่วยกิต
ว ๒๒๑๐๒ วทิ ยาการคำนวณ ๒ จำนวน ๒๐ ช่ัวโมง ๐.๕ หน่วยกติ
ว ๒๒๑๐๓ วิทยาศาสตร์ ๔ จำนวน ๖๐ ชั่วโมง ๑.๕ หนว่ ยกติ
ว ๒๒๑๐๔ การออกแบบและเทคโนโลยี ๒ จำนวน ๒๐ ชัว่ โมง ๐.๕ หนว่ ยกติ
ว ๒๓๑๐๑ วิทยาศาสตร์ ๕ จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หน่วยกติ
ว ๒๓๑๐๒ วิทยาการคำนวณ ๓ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หน่วยกติ
ว ๒๓๑๐๓ วิทยาศาสตร์ ๖ จำนวน ๖๐ ชั่วโมง ๑.๕ หนว่ ยกติ
ว ๒๓๑๐๔ การออกแบบและเทคโนโลยี ๓ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง ๐.๕ หน่วยกติ
๑.๕ หนว่ ยกติ
๐.๕ หน่วยกิต

๔. คำอธิบายรายวิชากลุ่มสาระการเรียนรู้สังคมศึกษา ศาสนา และวัฒนธรรม

รายวิชาพืน้ ฐาน จำนวน ๔๐ ช่วั โมง ๑.๕ หน่วยกติ
ส ๑๑๑๐๑ สงั คมศึกษาฯ ๑ จำนวน ๔๐ ชัว่ โมง ๐.๕ หน่วยกิต
ส ๑๑๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ ๑ จำนวน ๔๐ ชวั่ โมง ๑.๕ หนว่ ยกติ
ส ๑๒๑๐๑ สังคมศกึ ษาฯ ๒ จำนวน ๔๐ ช่ัวโมง ๐.๕ หน่วยกิต
ส ๑๒๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์ ๒ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง ๑.๕ หนว่ ยกติ
ส ๑๓๑๐๑ สงั คมศกึ ษาฯ ๓ จำนวน ๔๐ ช่วั โมง ๐.๕ หน่วยกติ
ส ๑๓๑๐๒ ประวัติศาสตร์ ๓ จำนวน ๘๐ ชั่วโมง
ส ๑๔๑๐๑ สงั คมศกึ ษาฯ ๔ จำนวน ๔๐ ชัว่ โมง
ส ๑๔๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์ ๔ จำนวน ๘๐ ชั่วโมง
ส ๑๕๑๐๑ สังคมศกึ ษาฯ ๕ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
ส ๑๕๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์ ๕ จำนวน ๘๐ ช่วั โมง
ส ๑๖๑๐๑ สังคมศกึ ษาฯ ๖ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ส ๑๖๑๐๒ ประวัตศิ าสตร์ ๖ จำนวน ๖๐ ชั่วโมง
ส ๒๑๑๐๑ สังคมศกึ ษาฯ ๑ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง
ส ๒๑๑๐๒ ประวตั ิศาสตร์ ๑ จำนวน ๖๐ ช่ัวโมง
ส ๒๑๑๐๓ สังคมศึกษาฯ ๒ จำนวน ๒๐ ช่ัวโมง
ส ๒๑๑๐๔ ประวตั ศิ าสตร์ ๒ จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง
ส ๒๒๑๐๑ สงั คมศึกษาฯ ๓ จำนวน ๒๐ ชัว่ โมง
ส ๒๒๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์ ๓

ส ๒๒๑๐๓ สงั คมศึกษาฯ ๔ จำนวน ๖๐ ชวั่ โมง ๓๐
ส ๒๒๑๐๔ ประวตั ิศาสตร์ ๔ จำนวน ๒๐ ช่ัวโมง
ส ๒๓๑๐๑ สังคมศึกษาฯ ๕ จำนวน ๖๐ ชั่วโมง ๑.๕ หนว่ ยกติ
ส ๒๓๑๐๒ ประวตั ศิ าสตร์ ๕ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หนว่ ยกติ
ส ๒๓๑๐๓ สงั คมศกึ ษาฯ ๖ จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หน่วยกิต
ส ๒๓๑๐๔ ประวตั ศิ าสตร์ ๖ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง ๐.๕ หน่วยกิต
รายวชิ าเพม่ิ เตมิ ๑.๕ หน่วยกติ
ส ๑๑๒๐๑ หน้าทพี่ ลเมอื ง ๑ ๐.๕ หน่วยกิต
ส ๑๒๒๐๑ หน้าที่พลเมอื ง ๒
ส ๑๓๒๐๑ หนา้ ที่พลเมอื ง ๓ จำนวน ๔๐ ช่วั โมง ๐.๕ หนว่ ยกติ
ส ๑๔๒๐๑ หนา้ ทพ่ี ลเมอื ง ๔ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง ๐.๕ หนว่ ยกิต
ส ๑๕๒๐๑ หนา้ ทพ่ี ลเมอื ง ๕ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หนว่ ยกิต
ส ๑๖๒๐๑ หนา้ ท่ีพลเมอื ง ๖ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หนว่ ยกิต
ส ๒๑๒๐๑ หน้าท่ีพลเมอื ง ๑ จำนวน ๔๐ ช่ัวโมง ๐.๕ หน่วยกติ
ส ๒๑๒๐๒ หน้าทพ่ี ลเมอื ง ๒ จำนวน ๔๐ ชัว่ โมง ๐.๕ หนว่ ยกติ
ส ๒๒๒๐๑ หนา้ ทพ่ี ลเมอื ง ๓ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง
ส ๒๒๒๐๒ หนา้ ทพ่ี ลเมอื ง ๔ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง
ส ๒๓๒๐๑ หนา้ ทพ่ี ลเมอื ง ๕ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง
ส ๒๓๒๐๒ หน้าที่พลเมอื ง ๖ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง
จำนวน ๒๐ ชัว่ โมง
จำนวน ๒๐ ช่วั โมง

๕. คำอธบิ ายรายวชิ ากลุ่มสาระการเรยี นรู้สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา

รายวิชาพ้ืนฐาน จำนวน ๔๐ ชั่วโมง ๐.๕ หน่วยกิต
พ ๑๑๑๐๑ สุขศึกษาฯ ๑ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง ๐.๕ หน่วยกิต
พ ๑๒๑๐๑ สขุ ศึกษาฯ ๒ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หน่วยกิต
พ ๑๓๑๐๑ สขุ ศกึ ษาฯ ๓ จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หนว่ ยกติ
พ ๑๔๑๐๑ สุขศกึ ษาฯ ๔ จำนวน ๘๐ ชั่วโมง ๐.๕ หน่วยกิต
พ ๑๕๑๐๑ สุขศกึ ษาฯ ๕ จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง
พ ๑๖๑๐๑ สุขศึกษาฯ ๖ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง
พ ๒๑๑๐๑ สุขศึกษา ๑ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง
พ ๒๑๑๐๒ พลศกึ ษา ๑ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง
พ ๒๑๑๐๓ สุขศกึ ษา ๒ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง
พ ๒๑๑๐๔ พลศึกษา ๒ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง
พ ๒๒๑๐๑ สขุ ศึกษา ๓

พ ๒๒๑๐๒ พลศึกษา ๓ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง ๓๑
พ ๒๒๑๐๓ สขุ ศกึ ษา ๔ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง
พ ๒๒๑๐๔ พลศกึ ษา ๔ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง ๐.๕ หนว่ ยกิต
พ ๒๓๑๐๑ สุขศกึ ษา ๕ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง ๐.๕ หน่วยกิต
พ ๒๓๑๐๒ พลศึกษา ๕ จำนวน ๒๐ ช่วั โมง ๐.๕ หน่วยกิต
พ ๒๓๑๐๓ สขุ ศกึ ษา ๖ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง ๐.๕ หน่วยกติ
พ ๒๓๑๐๔ พลศกึ ษา ๖ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง ๐.๕ หน่วยกติ
๐.๕ หน่วยกติ
๐.๕ หนว่ ยกติ

๖. คำอธบิ ายรายวชิ ากลมุ่ สาระการเรียนรศู้ ลิ ปะ

รายวชิ าพ้นื ฐาน จำนวน ๔๐ ช่ัวโมง ๑.๐ หน่วยกติ
ศ ๑๑๑๐๑ ศลิ ปะ ๑ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง ๑.๐ หน่วยกติ
ศ ๑๒๑๐๑ ศลิ ปะ ๒ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง ๑.๐ หน่วยกติ
ศ ๑๓๑๐๑ ศลิ ปะ ๓ จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง ๑.๐ หนว่ ยกติ
ศ ๑๔๑๐๑ ศิลปะ ๔ จำนวน ๘๐ ชั่วโมง ๑.๐ หน่วยกติ
ศ ๑๕๑๐๑ ศิลปะ ๕ จำนวน ๘๐ ชั่วโมง ๑.๐ หน่วยกติ
ศ ๑๖๑๐๑ ศิลปะ ๖ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
ศ ๒๑๑๐๑ ศลิ ปศกึ ษา ๑ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
ศ ๒๑๑๐๒ ศิลปศกึ ษา ๒ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ศ ๒๒๑๐๑ ศลิ ปศึกษา ๓ จำนวน ๔๐ ชัว่ โมง
ศ ๒๒๑๐๒ ศิลปศึกษา ๔ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
ศ ๒๓๑๐๑ ศลิ ปศึกษา ๕ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ศ ๒๓๑๐๒ ศิลปศึกษา ๖

๗. คำอธบิ ายรายวิชากลุ่มสาระการเรยี นรู้การงานอาชีพ

รายวชิ าพนื้ ฐาน จำนวน ๔๐ ช่ัวโมง
ง ๑๑๑๐๑ การงานอาชพี ๑ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
ง ๑๒๑๐๑ การงานอาชพี ๒ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ง ๑๓๑๐๑ การงานอาชีพ ๓ จำนวน ๔๐ ช่ัวโมง
ง ๑๔๑๐๑ การงานอาชพี ๔ จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง
ง ๑๕๑๐๑ การงานอาชีพ ๕ จำนวน ๔๐ ชัว่ โมง
ง ๑๖๑๐๑ การงานอาชีพ ๖

ง ๒๑๑๐๑ การงานอาชพี ๑ จำนวน ๒๐ ชัว่ โมง ๓๒
ง ๒๑๑๐๒ การงานอาชีพ ๒ จำนวน ๒๐ ชั่วโมง
ง ๒๒๑๐๑ การงานอาชีพ ๓ จำนวน ๒๐ ชัว่ โมง ๐.๕ หน่วยกติ
ง ๒๒๑๐๒ การงานอาชีพ ๔ จำนวน ๒๐ ช่วั โมง ๐.๕ หน่วยกิต
ง ๒๓๑๐๑ การงานอาชพี ๕ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หน่วยกิต
ง ๒๓๑๐๒ การงานอาชีพ ๖ จำนวน ๒๐ ชวั่ โมง ๐.๕ หน่วยกติ
รายวชิ าเพมิ่ เตมิ ๐.๕ หนว่ ยกติ
ง ๒๑๒๐๑ งานช่าง ๑ ๐.๕ หน่วยกติ
ง ๒๑๒๐๒ งานช่าง ๒
ง ๒๒๒๐๑ งานช่าง ๓ จำนวน ๔๐ ช่วั โมง ๑.๐ หนว่ ยกิต
ง ๒๒๒๐๒ งานช่าง ๔ จำนวน ๔๐ ช่ัวโมง ๑.๐ หนว่ ยกิต
ง ๒๓๒๐๑ งานชา่ ง ๕ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง ๑.๐ หนว่ ยกิต
ง ๒๓๒๐๒ งานชา่ ง ๖ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง ๑.๐ หน่วยกิต
จำนวน ๔๐ ช่วั โมง ๑.๐ หน่วยกิต
จำนวน ๔๐ ชว่ั โมง ๑.๐ หนว่ ยกิต

๘. คำอธิบายรายวิชากลุ่มสาระการเรียนรู้ภาษาต่างประเทศ (ภาษาอังกฤษ)

รายวิชาพ้ืนฐาน จำนวน ๑๒๐ ชัว่ โมง ๑.๕ หน่วยกิต
อ ๑๑๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๑ จำนวน ๑๒๐ ช่วั โมง ๑.๕ หน่วยกิต
อ ๑๒๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๒ จำนวน ๑๒๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หน่วยกติ
อ ๑๓๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๓ จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง ๑.๕ หนว่ ยกติ
อ ๑๔๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๔ จำนวน ๘๐ ชวั่ โมง ๑.๕ หนว่ ยกิต
อ ๑๕๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๕ จำนวน ๘๐ ชั่วโมง ๑.๕ หนว่ ยกิต
อ ๑๖๑๐๑ ภาษาองั กฤษ ๖ จำนวน ๖๐ ช่วั โมง
อ ๒๑๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๑ จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง
อ ๒๑๑๐๒ ภาษาองั กฤษ ๒ จำนวน ๖๐ ชั่วโมง
อ ๒๒๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๓ จำนวน ๖๐ ชัว่ โมง
อ ๒๒๑๐๒ ภาษาองั กฤษ ๔ จำนวน ๖๐ ชว่ั โมง
อ ๒๓๑๐๑ ภาษาอังกฤษ ๕ จำนวน ๖๐ ช่วั โมง
อ ๒๓๑๐๒ ภาษาองั กฤษ ๖
จำนวน ๘๐ ช่วั โมง
รายวิชาเพมิ่ เตมิ จำนวน ๘๐ ชว่ั โมง
อ ๑๑๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพอื่ การสอื่ สาร ๑ จำนวน ๘๐ ชั่วโมง
อ ๑๒๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพอ่ื การสอ่ื สาร ๒ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง
อ ๑๓๒๐๑ ภาษาองั กฤษเพอื่ การสอ่ื สาร ๓
อ ๑๔๒๐๑ ภาษาองั กฤษเพอ่ื การสอื่ สาร ๔

อ ๑๕๒๐๑ ภาษาองั กฤษเพอ่ื การสอ่ื สาร ๕ จำนวน ๔๐ ชั่วโมง ๓๓
อ ๑๖๒๐๑ ภาษาองั กฤษเพอื่ การสอื่ สาร ๖ จำนวน ๔๐ ชัว่ โมง
อ ๒๑๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพมิ่ เติม ๑ จำนวน ๒๐ ช่วั โมง ๐.๕ หน่วยกติ
อ ๒๑๒๐๒ ภาษาองั กฤษเพมิ่ เตมิ ๒ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หน่วยกติ
อ ๒๒๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพมิ่ เตมิ ๓ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หนว่ ยกิต
อ ๒๒๒๐๒ ภาษาอังกฤษเพม่ิ เตมิ ๔ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หน่วยกติ
อ ๒๓๒๐๑ ภาษาอังกฤษเพมิ่ เติม ๕ จำนวน ๒๐ ชัว่ โมง ๐.๕ หน่วยกิต
อ ๒๓๒๐๒ ภาษาอังกฤษเพม่ิ เตมิ ๖ จำนวน ๒๐ ชว่ั โมง ๐.๕ หน่วยกิต

๙. คำอธิบายรายวชิ ากจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รียน

กิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น แบง่ เป็น ๓ ลกั ษณะ ดังนี้
๑. กิจกรรมแนะแนว
๒. กิจกรรมนกั เรยี น

๒.๑ กิจกรรมลูกเสอื เนตรนารี
๒.๒ กจิ กรรมชมุ นุมสอื่ มวลชนศึกษา
๓. กจิ กรรมเพอ่ื สงั คมและสาธารณประโยชน์ (บรู ณาการกบั พลเมอื งดี)

๓๔

คำอธบิ ายรายวิชา
กลุ่มสาระการเรียนรูภ้ าษาไทย

คำอธบิ ายรายวชิ าพ้นื ฐาน ๓๕

ท ๑๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๑ เวลา ๒๐๐ ชว่ั โมง

ฝึกอ่านออกเสียงคำ คำคลอ้ งจอง และข้อความสนั้ ๆ บอกความหมายของคำและขอ้ ความ ตอบคำถาม
เล่าเรื่องย่อ คาดคะเนเหตุการณ์ เลือกอ่านหนังสือตามความสนใจอย่างสม่ำเสมอ นำเสนอเรื่องที่อ่าน บอก
ความหมายของเครื่องหมายหรือสัญลักษณ์สำคัญที่มักพบเห็นในชีวิตประจำวัน มีมารยาทในการอ่าน ฝึกคัด
ลายมือด้วยตวั บรรจงเตม็ บรรทัด เขียนสอื่ สารด้วยคำและประโยคงา่ ยๆ มีมารยาทในการเขียน

ฝึกทักษะในการฟัง ฟังคำแนะนำ คำสั่งง่ายๆและปฏิบัติตาม ตอบคำถาม เล่าเร่ือง พูดแสดงความคดิ
เห็นและความรสู้ ึกจากเรอ่ื งทฟี่ ังและดู พดู ส่อื สารไดต้ ามวัตถุประสงค์ เนน้ มารยาทในการฟงั การดูและการพูด

ฝึกทักษะการเขียนพยัญชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ
เรยี บเรยี งคำเปน็ ประโยคงา่ ยๆ ตอ่ คำคลอ้ งจองง่ายๆ

บอกข้อคิดที่ได้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมร้อยแก้วและร้อยกรองสำหรับเด็ก ฝึกท่องจำบท
อาขยานตามที่กำหนดและบทร้อยกรองตามความสนใจ โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน
กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิด การฝึกปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การตั้งคำถาม
ตอบคำถาม ใชท้ กั ษะการฟัง การดแู ละการพดู พดู แสดงความคดิ เหน็ กระบวนการสร้างความคิดรวบยอด

เพื่อใหเ้ กิดความรู้ ความคดิ ความเขา้ ใจ สอื่ สารได้ถูกตอ้ ง รักการเรยี นภาษาไทย เหน็ คุณคา่ ของการ
อนุรักษ์ภาษาไทย และตัวเลขไทย สามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี งและสามารถนำไปประยุกต์ใชก้ บั ชวี ติ ประจำวนั ได้อย่างถกู ตอ้ งเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ชว้ี ดั
ท ๑.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕, ป.๑/๖, ป.๑/๗, ป.๑/๘
ท ๒.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓
ท ๓.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔, ป.๑/๕
ท ๔.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒, ป.๑/๓, ป.๑/๔
ท ๕.๑ ป.๑/๑, ป.๑/๒

รวมท้งั หมด ๕ มาตรฐาน ๒๒ ตวั ชวี้ ัด

คำอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน ๓๖

ท ๑๒๑๐๑ ภาษาไทย ๒ กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย
ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๒ เวลา ๒๐๐ ชว่ั โมง

ฝึกอ่านออกเสียงคำ คำคล้องจอง ข้อความ และบทร้อยกรองง่ายๆ อธิบายความหมายของคำและ
ขอ้ ความทอ่ี า่ น ตง้ั คำถาม ตอบคำถาม ระบุใจความสำคญั และรายละเอียด แสดงความคิดเห็นและคาดคะเน
เหตุการณ์ เลือกอ่านหนังสือตามความสนใจอย่างสม่ำเสมอและนำเสนอเรื่องที่อ่าน อ่านข้อเขียนเชิงอธิบาย
และปฏิบัตติ ามคำสง่ั หรอื ข้อแนะนำ มีมารยาทในการอ่าน

ฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนเรื่องสั้นๆ เกี่ยวกับประสบการณ์ เขียนเรื่องสั้นๆ ตาม
จนิ ตนาการ มมี ารยาทในการเขยี น

ฝึกทักษะการฟัง ฟังคำแนะนำ คำสั่งที่ซับซ้อนและปฏิบัติตาม เล่าเรื่อง บอกสาระสำคัญของเรื่อง
ตั้งคำถาม ตอบคำถาม พูดแสดงความคิดเห็น ความรู้สึก พูดสอ่ื สารได้ชัดเจนตรงตามวัตถุประสงค์ มมี ารยาท
ในการฟัง การดแู ละการพูด

ฝึกทกั ษะการเขยี นพยญั ชนะ สระ วรรณยุกต์ และเลขไทย เขยี นสะกดคำและบอกความหมายของ
คำ เรียบเรียงคำเป็นประโยคไดต้ รงตามเจตนาของการสื่อสาร บอกลักษณะคำคล้องจอง เลือกใช้ภาษาไทย
มาตรฐานและภาษาถ่ินไดเ้ หมาะสมกับกาลเทศะ

ฝึกจับใจความสำคัญจากเรื่อง ระบุข้อคิดที่ได้จากการอ่านหรือการฟังวรรณกรรมสำหรับเด็ก เพื่อ
นำไปใชใ้ นชวี ิตประจำวัน ร้องบทรอ้ งเลน่ สำหรบั เด็กในทอ้ งถิ่น ทอ่ งจำบทอาขยานตามท่ีกำหนดและบทร้อย
กรองที่มีคุณค่าตามความสนใจ โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้
กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการสื่อความ กระบวนการแก้ปัญหา การฝึกปฏิบัติ
อธิบาย บันทึก การตั้งคำถาม ตอบคำถาม ใช้ทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความคิดเห็น
กระบวนการสรา้ งความคิดรวบยอด

เพอื่ ให้เกิดความรู้ ความคิด ความเขา้ ใจ ส่ือสารได้ถกู ตอ้ ง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณคา่ ของการ
อนุรักษ์ภาษาไทย และตัวเลขไทย สามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกิจ
พอเพยี งและสามารถนำไปประยุกต์ใชก้ บั ชีวติ ประจำวนั ได้อยา่ งถกู ต้องเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
ท ๑.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗, ป.๒/๘
ท ๒.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔
ท ๓.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕, ป.๒/๖, ป.๒/๗
ท ๔.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓, ป.๒/๔, ป.๒/๕
ท ๕.๑ ป.๒/๑, ป.๒/๒, ป.๒/๓

รวมทัง้ หมด ๕ มาตรฐาน ๒๗ ตวั ช้ีวัด

คำอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน ๓๗

ท ๑๓๑๐๑ ภาษาไทย ๓ กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย
ชนั้ ประถมศึกษาปที ่ี ๓ เวลา ๒๐๐ ชว่ั โมง

ฝึกอ่านออกเสียงคำ ข้อความ เรื่องสั้นๆ และบทร้อยกรองง่ายๆ อธิบายความหมายของคำและ
ข้อความทีอ่ า่ น ตงั้ คำถาม ตอบคำถามเชิงเหตุผล ลำดับเหตกุ ารณ์ คาดคะเนเหตกุ ารณ์ สรปุ ความรู้ ขอ้ คดิ
จากเรื่องที่อ่าน เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน เลือกอ่านหนังสือตามความสนใจอย่างสม่ำเสมอและนำเสนอ
เรื่องที่อ่าน อ่านข้อเขียนเชิงอธิบาย และปฏิบัติตามคำสั่งหรือข้อแนะนำ อธิบายความหมายของข้ อมูลจาก
แผนภาพ แผนท่ี และแผนภูมิ มีมารยาทในการอา่ น

ฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัด เขียนบรรยาย เขียนบันทึกประจำวัน เขียนเรื่องตาม
จนิ ตนาการ มมี ารยาทในการเขียน

ฝกึ ทกั ษะการฟัง การดแู ละการพดู เล่ารายละเอียด บอกสาระสำคัญ ตง้ั คำถาม ตอบคำถาม พูดแสดง
ความคิดเหน็ ความรสู้ ึก พูดส่อื สารได้ชดั เจนตรงตามวตั ถุประสงค์ มีมารยาทในการฟงั การดแู ละการพูด

ฝึกเขียนตามหลักการเขียน เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำ ระบุชนิด หน้าที่ของคำ ใช้
พจนานุกรมค้นหาความหมายของคำ แต่งประโยคง่ายๆ แต่งคำคล้องจองและคำขวัญ เลือกใช้ภาษาไทย
มาตรฐานและภาษาถิ่นไดเ้ หมาะสมกบั กาลเทศะ

ระบุข้อคิดที่ได้จากการอ่านวรรณกรรม เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน รู้จักเพลงพื้นบ้าน เพลงกล่อม
เดก็ เพอ่ื ปลกู ฝงั ความชนื่ ชมวฒั นธรรมท้องถ่นิ แสดงความคิดเหน็ เก่ยี วกับวรรณคดที อี่ า่ น ท่องจำบทอาขยาน
ตามที่กำหนดและบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจ โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน
กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุม่ กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการส่ือความ กระบวนการ
แก้ปัญหา การฝึกปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การตั้งคำถาม ตอบคำถาม ใช้ทักษะการฟัง การดูและการพูด พูด
แสดงความคิดเหน็ กระบวนการสร้างความคดิ รวบยอด

เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด ความเขา้ ใจ ส่ือสารไดถ้ ูกตอ้ ง รกั การเรยี นภาษาไทย เห็นคุณคา่ ของการ
อนุรักษ์ภาษาไทย และตัวเลขไทย สามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้หลักปรัชญาของเศรษฐกจิ
พอเพียงและสามารถนำไปประยกุ ต์ใชก้ ับชวี ติ ประจำวนั ได้อยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสม

มาตรฐาน/ตวั ช้ีวดั
ท ๑.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖, ป.๓/๗, ป.๓/๘, ป.๓/๙
ท ๒.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
ท ๓.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
ท ๔.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔, ป.๓/๕, ป.๓/๖
ท ๕.๑ ป.๓/๑, ป.๓/๒, ป.๓/๓, ป.๓/๔

รวมทงั้ หมด ๕ มาตรฐาน ๓๑ ตวั ชวี้ ัด

คำอธบิ ายรายวิชาพื้นฐาน ๓๘

ท ๑๔๑๐๑ ภาษาไทย ๔ กล่มุ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย
ช้ันประถมศกึ ษาปที ี่ ๔ เวลา ๑๖๐ ช่ัวโมง

ฝึกอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง อธิบายความหมายของคำ ประโยคและสำนวนจาก
เรื่องที่อ่าน อ่านเรื่องสั้นๆ ตามเวลาที่กำหนดและตอบคำถามจากเรื่องที่อา่ น แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเหน็
จากเร่ืองท่อี า่ น คาดคะเนเหตกุ ารณจ์ ากเร่ืองท่อี า่ น โดยระบเุ หตุผลประกอบ สรุปความรู้และขอ้ คิดจากเร่ือง
ที่อ่าน เพื่อนำไปใช้ในชีวิตประจำวัน เลือกอ่านหนังสือที่มีคุณค่าตามความสนใจอย่างสม่ำเสมอและแสดง
ความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องท่ีอา่ น มีมารยาทในการอ่าน ฝึกคัดลายมือด้วยตวั บรรจงเตม็ บรรทดั และครึง่ บรรทัด
เขียนสื่อสารโดยใช้คำได้ถูกต้อง ชัดเจนและเหมาะสม เขียนแผนภาพโครงเรื่องและแผนภาพความคิดเพื่อใช้
พัฒนางานเขียน เขียนย่อความจากเรื่องสั้นๆ เขียนจดหมายถึงเพื่อนและมารดา เขียนบันทึกและเขียน
รายงานจากการศึกษาคน้ ควา้ เขียนเร่ืองตามจนิ ตนาการ มีมารยาทในการเขยี น

ฝึกทักษะการฟัง การดูและการพูด จำแนกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นเรื่องที่ฟังและดู พูดสรุปจากการ
ฟังและดู พูดแสดงความรู้ ความคิดเห็นและความรู้สึกเกี่ยวกับเรื่องที่ฟังและดู ตั้งคำถามและตอบคำถามเชิง
เหตุผลจากเรื่องที่ฟังและดู พูดรายงานเรื่องหรือประเด็นที่ศึกษาค้นคว้าจากการฟัง การดูและการสนทนา มี
มารยาทในการฟัง การดูและการพดู ฝึกเขียนตามหลักการเขียน เขียนสะกดคำและบอกความหมายของคำใน
บริบทต่างๆ ระบุชนิดและหน้าที่ของคำในประโยค ใช้พจนานุกรมค้นหาความหมายของคำ แต่งประโยคได้
ถูกต้องตามหลักภาษา แต่งบทร้อยกรองและคำขวัญ บอกความหมายของสำนวน เปรียบเทียบภาษาไทย
มาตรฐานและภาษาถิ่นได้

ระบุข้อคดิ จากนิทานพ้ืนบ้านหรอื นิทานคตธิ รรมอธบิ ายขอ้ คิดจากการอ่านเพ่ือนำไปใช้ในชีวิตจริงร้อง
เพลงพื้นบา้ นท่องจำบทอาขยานตามที่กำหนดและบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจ โดยใช้กระบวนการ
อ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิดวิเคราะห์และสรุป
ความ กระบวนการคิดอย่างมีวิจารณญาณ กระบวนการสื่อความกระบวนการแก้ปัญหาการฝึกปฏิบตั ิอธิบาย
บันทึกการตั้งคำถา ตอบคำถาม ใช้ทักษะการฟัง การดูและการพูดพูดแสดงความคิดเห็นกระบวนการสร้าง
ความคิดรวบยอด

เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สื่อสารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของการ
อนุรักษ์ภาษาไทยและตัวเลขไทย สามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้วิธีการของเศรษฐกิจพอเพียง
และสามารถนำไปประยกุ ต์ใช้กบั ชีวิตประจำวนั ไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม

๓๙

มาตรฐาน/ตวั ชี้วดั
ท ๑.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘
ท ๒.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗, ป.๔/๘
ท ๓.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖
ท ๔.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔, ป.๔/๕, ป.๔/๖, ป.๔/๗
ท ๕.๑ ป.๔/๑, ป.๔/๒, ป.๔/๓, ป.๔/๔

รวมทงั้ หมด ๕ มาตรฐาน ๓๓ ตวั ชวี้ ัด

คำอธบิ ายรายวิชาพ้นื ฐาน ๔๐

ท ๑๕๑๐๑ ภาษาไทย ๕ กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย
ชน้ั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๕ เวลา ๑๖๐ ชัว่ โมง

ฝึกอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง อธิบายความหมายของคำ ประโยคและข้อความที่
เป็นการบรรยายและการพรรณนา อธิบายความหมายโดยนยั แยกข้อเท็จจริง ขอ้ คิดเหน็ วิเคราะห์ แสดง
ความคิดเห็น อ่านงานเขียนเชิงอธิบาย คำสั่ง ข้อแนะนำ และปฏิบัติตาม เลือกอ่านหนังสือที่มีคุณค่าตาม
ความสนใจ มีมารยาทในการอา่ น

ฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัด เขียนสื่อสาร เขียนแผนภาพโครงเรื่อง
แผนภาพความคิด เขียนย่อความ เขียนจดหมายถึงผู้ปกครองและญาติ เขียนแสดงความรู้สึกและความ
คดิ เหน็ กรอกแบบรายการต่างๆ เขียนเร่อื งตามจินตนาการ มมี ารยาทในการเขียน

ฝึกทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความรู้ ความคิดเห็นและความรู้สึก ตั้งคำถาม ตอบ
คำถาม วเิ คราะหค์ วาม พูดรายงาน มมี ารยาทในการฟัง การดแู ละการพูด

ระบุชนิดและหน้าที่ของคำในประโยค จำแนกส่วนประกอบของประโยค เปรียบเทียบภาษาไทย
มาตรฐานและภาษาถิน่ ใชค้ ำราชาศพั ท์ บอกคำภาษาต่างประเทศในภาษาไทย แต่งบท
ร้อยกรอง ใช้สำนวนไดถ้ กู ตอ้ ง

สรุปเรื่องจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมที่อ่าน ระบุความรู้ ข้อคิดจากการอ่านวรรณคดีและ
วรรณกรรมที่สามารถนำไปใช้ในชีวิตจริง อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรม ท่องจำบทอาขยาน
ตามที่กำหนดและบทร้อยกรองที่มีคุณค่าตามความสนใจ โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน
กระบวนการแสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิดวิเคราะห์และสรุปความ กระบวนการคิด
อย่างมีวิจารณญาณ กระบวนการส่ือความ กระบวนการแก้ปัญหา การฝึกปฏิบัติ อธิบาย บันทึก การตั้ง
คำถาม ตอบคำถาม ใช้ทักษะการฟงั การดูและการพูด พูดแสดงความคิดเหน็ กระบวนการสร้างความคดิ
รวบยอด

เพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สื่อสารได้ถูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณค่าของ
การอนุรักษ์ภาษาไทย และตัวเลขไทย สามารถนำความรู้ไปใช้ให้เกิดประโยชน์โดยใช้วิธีการของเศรษฐกิจ
พอเพียงและสามารถนำไปประยกุ ต์ใช้กบั ชวี ติ ประจำวนั ได้อย่างถูกตอ้ งเหมาะสม

มาตรฐาน/ตัวช้วี ดั
ท ๑.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘
ท ๒.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗, ป.๕/๘, ป.๕/๙
ท ๓.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕
ท ๔.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔, ป.๕/๕, ป.๕/๖, ป.๕/๗
ท ๕.๑ ป.๕/๑, ป.๕/๒, ป.๕/๓, ป.๕/๔

รวมทง้ั หมด ๕ มาตรฐาน ๓๓ ตวั ชว้ี ัด

คำอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน ๔๑

ท ๑๖๑๐๑ ภาษาไทย ๖ กลุ่มสาระการเรียนรภู้ าษาไทย
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๖ เวลา ๑๖๐ ชว่ั โมง

ฝึกอ่านออกเสียงบทร้อยแก้วและบทร้อยกรอง อธิบายความหมายของคำ ประโยคและข้อความท่ี
เป็นโวหาร อ่านเรื่องสั้น ๆอย่างหลากหลาย แยกข้อเท็จจริงและข้อคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน วิเคราะห์และ
แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับเรื่องที่อ่านเพื่อนำไปใช้ในการดำเนินชีวิต อ่านงานเขียน เชิงอธิบาย คำส่ัง
ข้อแนะนำ และปฏิบัติตาม อธิบายความหมายของข้อมูลจากการอ่านแผนผัง แผนที่ แผนภูมิและกราฟ
เลือกอา่ นหนังสือตามความสนใจและอธิบายคณุ คา่ ที่ไดร้ ับ มีมารยาทในการอา่ น

ฝึกคัดลายมือด้วยตัวบรรจงเต็มบรรทัดและครึ่งบรรทัด เขียนสื่อสารโดยใช้คำได้ถูกต้อง ชัดเจน
และเหมาะสม เขยี นแผนภาพโครงเรอ่ื งและแผนภาพความคิดเพ่ือใชพ้ ัฒนางานเขียน เขยี นเรยี งความ เขียน
ย่อความจากเรื่องอ่าน เขียนจดส่วนตัว กรอกแบบรายการต่างๆ เขียนเรื่องตามจินตนาการและสร้างสรรค์
มมี ารยาทในการเขียน

ฝึกทกั ษะการฟัง การดูและการพูด พดู แสดงความรู้ ความเขา้ ใจจุดประสงคข์ องเรอ่ื งท่ฟี งั และดู ต้ัง
คำถามและตอบคำถามเชิงเหตุผลจากเรื่องทฟี่ งั และดู วิเคราะหค์ วามน่าเชอ่ื ถอื จากเรอื่ งท่ีฟังและดูส่ือโฆษณา
อย่างมีเหตุผล พูดรายงานเรื่องหรือประเด็นที่ศึกษาค้นคว้าจากการฟัง การดูและการสนทนา พูดโน้มน้าว
อย่างมเี หตุผลและนา่ เชื่อถอื มีมารยาทในการฟัง การดแู ละการพูด

ฝึกวิเคราะห์ชนิดและหน้าที่ของคำในประโยค ใช้คำได้เหมาะสมกับกาลเทศะและบุคคล รวบรวม
และบอกความหมายของคำภาษาต่างประเทศท่ีใช้ในภาษาไทย ระบุลักษณะของประโยค แต่งบทร้อยกรอง
วิเคราะห์เปรยี บเทยี บสำนวนท่ีเปน็ คำพังเพยและสุภาษิต

ฝกึ แสดงความคิดเห็นจากวรรณคดีหรือวรรณกรรมท่ีอา่ น เลา่ นิทานพื้นบา้ นทอ้ งถ่นิ ตนเองและนิทาน
พื้นบ้านของท้องถิ่นอื่น อธิบายคุณค่าของวรรณคดีและวรรณกรรมที่อ่านและนำไปประยุกต์ใช้ในชีวิตจริง
ท่องจำบทอาขยานตามที่กำหนดและบทร้อย โดยใช้กระบวนการอ่าน กระบวนการเขียน กระบวนการ
แสวงหาความรู้ กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิดวิเคราะห์และสรุปความ กระบวนการคิดอย่างมี
วิจารณญาณ กระบวนการสื่อความ กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการสังเกต กระบวนกรแยกข้อเท็จจริง
กระบวนการคน้ คว้า กระบวนการใชเ้ ทคโนโลยใี นการสอ่ื สาร กระบวนการใช้ทักษะทางภาษา การฝึกปฏิบัติ
อธิบาย บันทึก การตั้งคำถาม ตอบคำถาม ใช้ทักษะการฟัง การดูและการพูด พูดแสดงความคิดเห็น
กระบวนการสรา้ งความคิดรวบยอด

เพ่ือใหเ้ กดิ ความรู้ ความคิด ความเขา้ ใจ สอ่ื สารไดถ้ ูกต้อง รักการเรียนภาษาไทย เห็นคุณคา่ ของการ
อนรุ ักษภ์ าษาไทย และตวั เลขไทย สามารถนำความร้ไู ปใช้ใหเ้ กิดประโยชน์โดยใชว้ ิธีการของเศรษฐกจิ
พอเพียงและสามารถนำไปประยุกตใ์ ช้กบั ชวี ิตประจำวันไดอ้ ยา่ งถกู ตอ้ งเหมาะสม

๔๒

มาตรฐาน/ตวั ชว้ี ดั
ท ๑.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙
ท ๒.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖, ป.๖/๗, ป.๖/๘, ป.๖/๙
ท ๓.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ท ๔.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔, ป.๖/๕, ป.๖/๖
ท ๕.๑ ป.๖/๑, ป.๖/๒, ป.๖/๓, ป.๖/๔

รวมทงั้ หมด ๕ มาตรฐาน ๓๔ ตัวชวี้ ดั

๔๓

คำอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน

ท ๒๑๑๐๑ ภาษาไทย ๑ กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย

ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา ๖๐ ชั่วโมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกิต

อา่ นบทร้อยแกว้ บทรอ้ ยกรอง จับใจความสำคญั ของเรื่อง ระบุเหตผุ ล ขอ้ เท็จจริง และข้อคิดเห็นจาก
งานเขียน ทั้งสารคดี บันเทิงคดี และเอกสารทางวิชาการ อ่านเอกสารคู่มือวิธีใช้เครื่องมือเครื่องใช้ทาง
เทคโนโลยี วเิ คราะห์คุณคา่ จากการอ่านหนงั สือท่อี ่าน

เขยี นส่อื สาร บรรยายประสบการณ์ เรียงความ ยอ่ ความ ความคิดเห็น จดหมาย บนั ทึก รายงาน และ
โครงงาน

พดู สรปุ จากเร่ืองท่ฟี ังและดู พูดแสดงความคดิ เหน็ ให้เหตุผลความนา่ เชื่อถือ
อธิบายเสียงในภาษา พลังภาษา วิธีสร้างคำ ชนิดของคำ ประโยค วิเคราะห์ระดับภาษา ภาษาพูด
ภาษาเขยี น แต่งบทรอ้ ยกรองประเภทกาพย์
สรุปเนื้อหา วิเคราะห์ และประเมินคุณค่า วรรณคดี วรรณกรรม ทั้งด้านจินตนาการ ศิลปะ การ
ประพันธ์ อารมณ์ คุณธรรม วิเคราะห์แนวคิดสำคัญ นำความรู้ข้อคิดไปใช้ ท่องจำอาขยาน บทร้อยกรองที่มี
คณุ คา่

มาตรฐาน/ตวั ชวี้ ัด
ท ๑.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖, ม.๑/๗, ม.๑/๘, ม.๑/๙
ท ๒.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖, ม.๑/๗, ม.๑/๘, ม.๑/๙
ท ๓.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖
ท ๔.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖
ท ๕.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕

รวมทงั้ หมด ๕ ตวั ชีว้ ดั ๓๕ ตวั ชวี้ ัด

๔๔

คำอธบิ ายรายวชิ าพื้นฐาน

ท ๒๑๑๐๒ ภาษาไทย ๒ กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย

ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ ๑ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลา ๖๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกติ

ฝึกการอา่ นคำอธิบาย อ่านคำบรรยาย อ่านเรือ่ งเล่า อ่านนิทาน อ่านขา่ ว อ่านบทความชี้แจงเหตผุ ล
อ่านออกเสียงทั้งรอ้ ยแก้วและร้อยกรอง อา่ นหนังสอื และงานเขียนต่างๆ ท้งั บนั เทงิ คดี และสารคดี ทอ่ งจำบท
ประพันธ์ที่ชอบ เพื่อให้สามารถจับใจความสำคัญ แยกข้อเท็จจริงจากข้อคิดเห็น ตีความ แสดงความคิดจาก
สิ่งท่ีได้อ่านไดถ้ ูกต้องชดั เจน เลือกอา่ นหนังสือไดต้ รงตามความต้องการอ่านได้อย่างมีวิจารณญาณ มีมารยาท
ในการอา่ น

ฝึกการเขียนคำอธิบาย เขียนบรรยาย เขียนเรื่องเล่า เขียนนิทาน เขียนข่าว เขียนบทความ
เขียนรายงาน หรืองานเขียนต่างๆ เขียนคัดลอกข้อความ เขียนจดหมาย กรอกแบบฟอร์ม แต่งคำประพันธ์
เขยี นอกั ษรไทย และเขยี นตัวเลขไทยได้ถูกต้องชดั เจนตามความตอ้ งการ และมมี ารยาทในการเขยี น

ฝึกการฟัง การดู การพูด โดยฟัง ดู คำอธิบาย คำบรรยาย เรื่องเล่า นิทาน ข่าว บทความ พูดสนทนา
แลกเปลี่ยนความคิดเห็น เล่าเรือ่ ง รายงาน ชี้แจงเหตผุ ล อธิบายตามต้องการ แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับสิ่งที่
ไดพ้ ดู ดู ฟัง ไดถ้ ูกต้องชดั เจนตรงตามความต้องการและมีมารยาทในการฟัง ดู พดู

ศึกษาหลักภาษาเกี่ยวกับเสียงในภาษาไทย การจำแนกคำในภาษาไทย การใช้ประโยคในการสื่อสาร
การใช้พจนานุกรม การแตง่ คำประพนั ธต์ รงตามความตอ้ งการ และถกู ต้อง

ฝึกการพูดสนทนาแลกเปลี่ยนความคิดเห็น พูดรายงาน มีศิลปะในการพูดสนทนา และศึกษา การ
เขยี นโครงเรอื่ งของเรยี งความ ยอ่ ความไดช้ ดั เจน ทำให้การใชภ้ าษาดำเนนิ ไปได้ดว้ ยดี

อ่านวรรณคดี และวรรณกรรม และงานประพันธท์ ี่ใช้ภาษาอย่างมีรสนยิ ม ในฐานะที่เปน็ วัฒนธรรม
ของชาติ เพอ่ื ให้เห็นคุณค่าและใช้ภาษาเปน็ เคร่อื งมอื แสวงหาความรู้

มาตรฐาน/ตวั ชีว้ ัด
ท ๑.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖, ม.๑/๗, ม.๑/๘, ม.๑/๙
ท ๒.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖, ม.๑/๗, ม.๑/๘, ม.๑/๙
ท ๓.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖
ท ๔.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕, ม.๑/๖
ท ๕.๑ ม.๑/๑, ม.๑/๒, ม.๑/๓, ม.๑/๔, ม.๑/๕

รวมท้ังหมด ๕ มาตรฐาน ๓๕ ตัวชว้ี ัด

๔๕

คำอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐาน

ท ๒๒๑๐๑ ภาษาไทย ๓ กลมุ่ สาระการเรียนรภู้ าษาไทย

ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๒ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๖๐ ช่ัวโมง จำนวน ๑.๕ หนว่ ยกิต

อ่านบทรอ้ ยแก้ว บทร้อยกรอง จับใจความสำคญั สรุปความ และอธิบายเรื่องที่อา่ น เขียนผังความคิด
อภปิ ราย วเิ คราะห์ ระบขุ อ้ สังเกต และประเมินคุณค่าจากการอ่าน

เขียนบันทึก เขียนบรรยาย และพรรณนา เขียนเรียงความ ย่อความ รายงานการศึกษา โครงงาน
จดหมายกจิ ธรุ ะ วเิ คราะหว์ ิจารณง์ านเขียนโดยยดึ หลักการเขยี นและมารยาทในการเขยี น

ฟัง ดู และพูดสรปุ ใจความสำคญั วเิ คราะหว์ ิจารณข์ ้อเทจ็ จริง ข้อคิดเห็นจากเรือ่ งทไี่ ด้ฟัง
สร้างคำชนดิ ตา่ งๆ วิเคราะหโ์ ครงสร้างประโยค แตง่ กลอนสุภาพ ใชค้ ำราชาศัพท์ถกู ตอ้ ง รวบรวมและ
อธบิ ายความหมายคำภาษาบาลีและสันสกฤต
สรปุ เนอ้ื หา วเิ คราะห์ วิจารณ์ อธบิ ายคุณค่าเชิงศลิ ปะ อารมณ์ คณุ ธรรมของวรรณคดี วรรณกรรม นำ
ความรไู้ ปประยกุ ต์ใชใ้ นชวี ติ จรงิ

มาตรฐาน/ตวั ชี้วัด
ท ๑.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖, ม.๒/๗, ม.๒/๘
ท ๒.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖, ม.๒/๗, ม.๒/๘
ท ๓.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕, ม.๒/๖, ม.๒/๘
ท ๔.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔
ท ๕.๑ ม.๒/๑, ม.๒/๒, ม.๒/๓, ม.๒/๔, ม.๒/๕

รวมทงั้ หมด ๕ มาตรฐาน ๓๒ ตัวชี้วัด


Click to View FlipBook Version