The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรสถานศึกษา ปีการศึกษา 2565

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by thawonpaibun, 2022-05-16 07:52:57

หลักสูตรสถานศึกษา ปีการศึกษา 2565

หลักสูตรสถานศึกษา ปีการศึกษา 2565

Keywords: หลักสูตรสถานศึกษา ปีการศึกษา 2565

คำอธบิ ายรายวิชากิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น ๒๔๖
ก ๒๓๙๐๔ กิจกรรมลูกเสอื -เนตรนารี สามญั รนุ่ ใหญ่ ๖
ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๓ ภาคเรยี นท่ี ๒ กจิ กรรมนกั เรยี น
เวลา ๒๐ ชว่ั โมง

ศึกษาบทบาทหนา้ ทพ่ี ลเมอื ง นักอุตุนยิ มวทิ ยา นกั บกุ เบิก การฝึกเปน็ ผ้นู ำ พลาธกิ าร เร่อื งที่สนใจ การ
อนรุ ักษธ์ รรมชาติ การจดั คา่ ยพักแรม และกจิ กรรมเพอื่ สาธารณประโยชน์

เพื่อให้ผู้เรียนพัฒนาทางกาย สติปัญญา จิตใจ และศีลธรรม ให้เป็นพลเมืองดี มีความรับผิดชอบ
สรา้ งสรรค์สังคม ใหม้ ีความเจริญกา้ วหน้า ความสงบสขุ และความมั่นคงของประเทศชาติ

ผลการเรียนรู้
๑. อธิบายและปฏิบตั ิหน้าท่ีพลเมอื งทด่ี ีได้
๒. อธิบายและบอกประโยชน์ของการเป็นนักอตุ ุนยิ มวิทยาได้
๓. อธิบายหลกั การเป็นนักบุกเบกิ ได้
๔. บอกลักษณะของผูน้ ำและอธบิ ายถึงผู้นำทางลกู เสอื ได้
๕. บอกความหมายและบทบาทหนา้ ที่ของพลาธกิ ารได้
๖. ปฏิบตั ิกจิ กรรมตามความสนใจและความถนัดได้
๗. อธิบายความสำคัญของการอนุรักษธ์ รรมชาตแิ ละตระหนักถึงความจำเปน็ ในการอนุรักษ์ธรรมชาติ

ได้
๘. อธิบายหลกั การเลือกสถานท่สี ำหรับการต้ังค่ายพกั แรมได้
๙. ลกู เสอื สามารถปฏิบตั กิ จิ กรรมเพ่อื สาธารณประโยชน์ได้

รวมท้งั หมด ๙ ผลการเรียนรู้

คำอธบิ ายรายวิชากิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียน ๒๔๗
ก ๑๑๙๐๓ กจิ กรรมชมุ นมุ สอ่ื มวลชนศกึ ษา ๑
ช้นั ประถมศึกษาปที ่ี ๑ กจิ กรรมนักเรยี น
เวลา ๔๐ ชวั่ โมง

อ่านสะกดคำและเข้าใจความหมายของคำ/ประโยค จับใจความสำคัญของเร่ืองท่อี ่าน เขียนแผนภาพ
ความคดิ จากเรื่องทอี่ า่ น มีทักษะอ่านในใจและอ่านออกเสียง มีมารยาทในการอา่ นและ มีนิสัยรักการอ่าน อ่าน
นิทานหรือเรื่องที่สนใจและนำข้อคิดที่ได้จากการอ่านไปใช้ในชีวิตประจำวัน เขียนคำและประโยคสั้นๆ เพ่ือ
แสดงความคิดเป็นความรู้สึกหรือจินตนาการ มีมารยาทในการเขียน ตั้งคำถาม/คำตอบ/สนทนาและแสดง
ความคิดเห็นจากเรื่องที่ฟัง มีมารยาทในการฟัง การดู การพูด ใช้ภาษาไทยเพื่อการสื่อสารและนำมาเป็น
เคร่ืองมอื ในการแสวงหาความรใู้ นชีวติ ประจำวัน

สร้างสรรค์งานทัศนศิลป์จากสื่อหนังสือพิมพ์ สร้างสรรค์งานประดิษฐ์จากเศษวัสดุ หนังสือพิมพ์และเกดิ
ความภาคภมู ใิ จในผลงาน ศึกษา สงั เกต ชนดิ ประเภท รูปทรงของสง่ิ ทอ่ี ยู่รอบตวั เรา บอกเลา่ ความรูส้ ึกในการ
รับรู้ ถ่ายทอดสิ่งที่รับรู้เป็นงานศิลปะ โดยใช้กระบวนการทางศิลปะและอุปกรณ์อื่นๆ ได้อย่างเหมาะสม
ปลอดภยั เกิดความสนุกสนานเพลดิ เพลิน มีความคดิ สรา้ งสรรค์

อ่านออกเสียงคำและประโยคง่ายๆ จากหนังสือพิมพ์ ตระหนักในประโยชนข์ องการอ่านหนังสือพิมพ์
และแยกแยะขา่ วจริงขา่ วหลอกได้

เพอื่ ให้เกดิ ความรูค้ วามเขา้ ใจ คดิ วเิ คราะหแ์ ยกแยะขา่ วสารทไี่ ด้รับ อธิบายความหมายของคำและ
ข้อความท่อี ่าน เขยี นสอื่ สารดว้ ยคำและประโยคง่ายๆ พดู แสดงความคดิ เหน็ และความร้สู กึ จากเรือ่ งที่อา่ น ฟงั
และดู พดู สอื่ สารไดต้ ามวตั ถุประสงค์ แสดงความคดิ จากการอา่ น การฟัง ใชว้ ัสดอุ ปุ กรณแ์ ละเครอ่ื งมอื งา่ ยๆ ใน
การทำงานอย่างปลอดภยั มที กั ษะในการทำงานและแยกแยะข่าวจรงิ ข่าวปลอมได้

ผลการเรียนรู้

๑. อ่านออกเสยี งคำ ขอ้ ความ เรอื่ งสนั้ ๆ ไดถ้ กู ตอ้ ง

๒. เขียนสอื่ สารดว้ ยคำ และประโยคงา่ ยๆ ได้

๓. เขยี นแผนผังความคิดได้

๔. พดู แสดงความคิดเห็นและความรสู้ ึก จากเร่อื งทีอ่ า่ น ฟงั และดู

๕. พูดสือ่ สารได้ตามวตั ถปุ ระสงค์

๖. บอกขอ้ คิดทีไ่ ดจ้ ากการอา่ น ฟงั และดู ได้ถกู ต้อง

๗. ปฏบิ ัติตนตามกฎ กติกา ขอ้ ตกลงในการเลน่ เกม

๘. ใช้วสั ดุอุปกรณ์ และเคร่อื งมอื ง่ายๆ ในการทำงานอยา่ งปลอดภัย

๙. วเิ คราะหภ์ าพข่าว และสรุปขอ้ คิดจากภาพขา่ ว

๑๐. จัดทำแฟ้มข่าว และใช้เปน็ หนงั สืออ่านประจำหอ้ งเรยี นได้

๑๑. ประดษิ ฐ์ของเลน่ จากกระดาษส่ือส่ิงพมิ พไ์ ด้

๑๒. ทำงานระบบกลมุ่ ได้

๑๓. แยกแยะข่าวจริง ขา่ วปลอมได้ รวมทง้ั หมด ๑๓ ผลการเรยี นรู้

คำอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน ๒๔๘
ก ๑๒๙๐๓ กจิ กรรมชมุ นุมส่ือมวลชนศกึ ษา ๒
ชนั้ ประถมศึกษาปที ี่ ๒ กจิ กรรมนักเรยี น
เวลา ๔๐ ชวั่ โมง

ศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ ปฏิบัติ เข้าใจความสำคัญ และรายละเอียดของเรื่องที่อ่าน ใช้คำถามแสดง
ความรู้ ความคิด เลือกอ่าน ฟัง และดูข่าวที่เป็นประโยชน์ พูดและเขียนแสดงความคิดเห็นจากเรื่องที่อ่าน ฟัง
และดู นำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีมารยาทในการพูด การฟัง การอ่าน และการเขียน มีนิสัยรักการอ่าน
รู้เทา่ ทันส่ือ สารสนเทศ และดจิ ทิ ลั ตามศักยภาพของผ้เู รียน

โดยใช้กระบวนการฝึกทักษะ การตั้งคำถาม ตอบคำถาม อย่างมีเหตุผล ค้นคว้าหาคำตอบด้วยตนเอง
เรียนรู้ด้วยกระบวนการกลุ่ม สืบค้นข้อมูลด้วยสื่อต่างๆ อย่างหลากหลาย สร้างสรรค์ผลงานดว้ ยรูปแบบต่างๆ
ท่ีตนเองถนัด อยา่ งมคี ุณภาพ

เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ คิดวิเคราะห์ แยกแยะข่าวสารที่ได้รับ อธิบายความหมายของคำและ
ขอ้ ความจากส่อื ตา่ งๆ ได้ ตั้งคำถามและตอบคำถามจากเร่ืองทอ่ี ่าน และฟัง ระบใุ จความสำคญั และรายละเอยี ด
ของเรื่องที่อ่านและฟัง เขียนสื่อสารโดยใช้คำได้ถูกต้องชัดเจน พูด/บอกสาระสำคัญของเรื่องที่ฟังและดู แสดง
ความคิดเห็น สื่อสารชัดเจน มีทักษะพื้นฐานในการใช้ใช้วัสดุ อุปกรณ์ สร้างงานทัศนศิลป์ แก้ปัญหา แยกแยะ
ข่าวจรงิ ขา่ วปลอม

ผลการเรียนรู้
๑. เขียนความคาดหวังของตนเองทีม่ ตี ่อการเรียนร้หู ลกั สูตรสื่อมวลชนได้
๒. วิเคราะหผ์ ลเสียของการใช้เวลาหนา้ จอดิจทิ ลั นานเกนิ ไปได้
๓. วิเคราะห์ข่าวทอ่ี า่ นและฟงั
๔. สรา้ งความตระหนักถงึ ผลเสยี ในการใชเ้ วลาหนา้ จอดจิ ิทัล
๕. ปฏบิ ตั ติ ามกฎ กติกา ระเบยี บวินยั ในการใช้สอ่ื ดจิ ิทลั
๖. วิเคราะห์ขา่ วดว้ ยเทคนคิ หมวก ๖ ใบ
๗. ประดิษฐภ์ าพปะตดิ และประดษิ ฐ์สงิ่ ของเปน็ ของเลน่ ของใช้และของตกแตง่ ได้
๘. บอกวิธปี อ้ งกันไม่ใหถ้ ูกหลอกลวงจากมจิ ฉาชพี ได้
๙. อา่ นและฟังโฆษณาสินคา้ แล้วสามารถคดิ วิเคราะหอ์ ย่างมเี หตผุ ลได้
๑๐. วเิ คราะห์ผลกระทบต่อสุขภาพ ในการดูโทรทศั น์มากเกนิ ไปได้
๑๑. แยกแยะข่าวจรงิ ขา่ วปลอมได้
๑๒. ทำงานระบบกลมุ่ ได้

รวมทงั้ หมด ๑๒ ผลการเรียนรู้

คำอธบิ ายรายวชิ ากจิ กรรมพัฒนาผ้เู รยี น ๒๔๙
ก ๑๓๙๐๓ กิจกรรมชมุ นุมสือ่ มวลชนศึกษา ๓
ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ กจิ กรรมนักเรียน
เวลา ๔๐ ชวั่ โมง

เข้าใจความสำคัญและรายละเอียดของเรื่องที่อ่านและฟัง ใช้คำถามแสดงความรู้ ความคิด เลือกอ่าน
ข่าวทม่ี ปี ระโยชน์ พูดและเขยี นแสดงความคดิ เห็นจากเรื่องที่อ่าน นำความรูไ้ ปใช้ในชวี ิตประจำวัน มีมารยาทใน
การพูด การฟัง การอา่ น การเขยี น และมนี สิ ัยรกั การอา่ น

ลำดับเหตุการณ์และคาดคะเนเหตุการณ์จากเรื่องที่อ่านและฟัง สามารถระบุเหตุผลประกอบ สรุป
ความรู้ เล่ารายละเอียด และสรปุ ข้อคดิ จากเรอ่ื งท่ีอา่ น ดูและฟัง แล้วนำไปประยกุ ตใ์ ช้ในชีวิตประจำวันได้ รู้เท่า
ทันสื่อ การติดเกม ประโยชน์และโทษของการเล่นเกม แนวทางการเล่นเกมอย่างเหมาะสม รู้ทันภัยจาก
โทรศัพท์มือถือ การใช้โทรศัพท์มือถืออย่างปลอดภัย แยกแยะข่าวจริงข่าวปลอม โดยใช้กระบวนการศึกษา
ค้นคว้าจากขอ้ มูลสารสนเทศ การแกป้ ัญหาการทำงานร่วมกนั

เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ คิดวิเคราะห์แยกแยะข่าวสารที่ได้รับ อธิบายความหมายของคำและ
ข้อความที่อ่าน สรุปความรู้และข้อคิดจากเรื่องที่อ่าน ฟังและดู เขียนบรรยายเกี่ยวกับสิ่งใดสิ่งหนึ่งได้ชัดเจน
สร้างผลงานจากเศษวัสดุ และเขียนเรื่องประกอบ

ผลการเรียนรู้
๑. เขียนความคาดหวงั ของตนเองท่มี ตี อ่ การเรียนรู้สอ่ื สารสนเทศตา่ งๆ ได้
๒. วิเคราะห์ข่าวโฆษณา
๓. แสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกับบคุ คลที่น่ายกย่องและทำคณุ ประโยชนใ์ ห้แก่สงั คม และเขยี น

สรุปอยา่ งสัน้ ๆ
๔. สรปุ ความรู้และข้อคดิ จากสอื่ ทคี่ ้นคว้าเป็นแผนผงั ความคิด
๕. วเิ คราะห์ขา่ วทศี่ ึกษาคน้ คว้าด้วยตนเอง
๖. บอกประโยชนข์ องส่ือสงิ่ พิมพ์
๗. เขยี นเรอ่ื งประกอบภาพขา่ วทีศ่ กึ ษาคน้ คว้าจากสื่อออนไลน์
๘. สรปุ ข้อคิด แตง่ เรอื่ ง และวาดภาพการ์ตนู ประกอบ
๙. สรา้ งสรรค์ผลงานภาพปะติดท่ีประดษิ ฐจ์ ากสอ่ื ส่งิ พมิ พ์
๑๐. จดั ทำแฟม้ ข่าวเป็นหนงั สืออา่ นประจำชน้ั เรยี น
๑๑. วิเคราะหข์ ่าวด้วยเทคนคิ หมวก ๖ ใบ
๑๒. เพ่อื สรา้ งทกั ษะรเู้ ท่าทันส่อื และสรา้ งภูมคิ มุ้ กันในการบริโภคส่ือ
๑๓. บอกประโยชน์และโทษของเกมได้
๑๔. รู้วธิ ปี อ้ งกันการติดเกม
๑๕. รแู้ นวทางการเล่นเกมอยา่ งเหมาะสม
๑๖. ป้องกนั ภยั ท่ีเกิดจากการใช้โทรศัพทม์ อื ถอื ได้

๒๕๐

๑๗. ใชโ้ ทรศัพทม์ อื ถอื อย่างปลอดภยั และรูท้ ัน
๑๘. รเู้ ขา้ ใจและปอ้ งกันตวั เองให้ปลอดภัยจากโรคโควิด–๑๙
๑๙. ปฏบิ ัตติ นในการลา้ งมือด้วยสบู่ และแอลกอฮอล์ ล้างมอื ใหส้ ะอาด และฝึกทกั ษะ
การสวมหนา้ กากอนามยั
๒๐. ทำงานระบบกลุม่
รวมทงั้ หมด ๒๐ ผลการเรียนรู้

คำอธบิ ายรายวชิ ากจิ กรรมพฒั นาผูเ้ รียน ๒๕๑
ก ๑๔๙๐๓ กจิ กรรมชมุ นมุ สื่อมวลชนศกึ ษา ๔
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๔ กิจกรรมนักเรียน
เวลา ๔๐ ชว่ั โมง

สังเกต ศึกษา รวบรวมข้อมลู เกี่ยวกบั ขา่ วสาร เหตุการณ์ต่างๆ จากสื่อสิ่งพิมพ์ และส่ืออืน่ ๆ วิเคราะห์
อภปิ ราย จัดจำแนก สรปุ เป็นความรู้ หรอื หลกั การที่จะนำมาใช้ในชวี ติ ประจำวนั แสดงความรู้สึกที่มีต่อความรู้
ความคดิ ที่กว้างขวาง ทไี่ ด้รับจากการติดตาม

วเิ คราะหข์ ่าว ปฏบิ ัตติ นในการแลกเปล่ียน วเิ คราะห์ข่าวสารกันอยู่เสมอ แยกแยะขา่ วจริง ข่าวปลอม
สงั เกต รวบรวมขอ้ มลู เกย่ี วกบั ความกา้ วหน้าในการติดต่อส่อื สารในปจั จบุ นั วเิ คราะห์ผลกระทบที่มีต่อ
ชีวติ ความเป็นอย่ขู องตนเอง สังคม ความรู้สึก เจตคติ เลอื กใช้และปรบั ตนให้เหมาะสม
ผลิตของใช้ ของตกแตง่ จากสอ่ื สิ่งพิมพ์ไดอ้ ย่างสรา้ งสรรค์
รู้เท่าทันสื่อ สารสนเทศ ดิจิทัล ส่งเสริมให้นักเรียนมีความรู้และทักษะในการใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์
อย่างปลอดภัย เปน็ พลเมืองดิจทิ ลั ทด่ี ี
เพื่อวิเคราะห์ อภิปราย จัดจำแนก สรุปความรู้ สร้างสรรค์ผลงาน ใช้สื่อดิจิทัลสร้างภาพลักษณ์ ในโลก
ออนไลน์ของตนเองในแงบ่ วก ท้งั ความคิดและความร้สู กึ มีวจิ ารณญาณในการรับสง่ ข่าวสาร มีความรับผิดชอบ
วิเคราะหแ์ ยกแยะระหว่างขอ้ มลู ท่ีถูกต้องและข้อมูลทผ่ี ดิ รู้เท่าทันสอ่ื เขา้ ใจรปู แบบการหลอกลวงตา่ งๆ ในโลก
ออนไลน์ ใชเ้ ทคโนโลยอี ย่างมคี ณุ ธรรม จรยิ ธรรม

ผลการเรยี นรู้
๑. อา่ น ฟัง และดเู รอื่ งสน้ั ๆ และตอบคำถามจากเรอ่ื งท่ีอ่าน
๒. แยกขอ้ เท็จจริงและขอ้ คิดเหน็ จากเรอ่ื งที่อา่ น
๓. สรปุ ความร้แู ละข้อคิดจากเรอื่ งที่อ่าน เพอื่ นำไปใช้ในชวี ติ ประจำวนั
๔. เขียนสอ่ื สารไดช้ ัดเจน
๕. พูดแสดงความรู้ ความคิดเหน็ และความรสู้ ึกเกยี่ วกบั เร่อื งทอี่ ่าน ฟงั และดู
๖. ตง้ั คำถาม และตอบคำถามเชงิ เหตผุ ลจากเรอื่ งท่อี า่ น ฟัง และดู
๗. สรา้ งสรรคผ์ ลงานทางด้านศลิ ปะ
๘. ทำงานบรรลเุ ปา้ หมายที่วางไวอ้ ยา่ งเปน็ ข้นั ตอน ดว้ ยความขยนั อดทน รบั ผดิ ชอบ และซ่ือสัตย์ มี

มารยาทในการเขยี น
๙. วเิ คราะหแ์ ยกแยะระหว่างขอ้ มลู ที่ถกู ตอ้ งและขอ้ มูลทผี่ ดิ ๆ
๑๐. รู้เทา่ ทันส่ือและเทคโนโลยีดิจทิ ัล สามารถวเิ คราะหแ์ ละประเมินขอ้ มลู ท่หี ลากหลาย
๑๑. สร้างความสัมพนั ธ์ทด่ี กี บั ผู้อน่ื บนโลกออนไลน์
๑๒. ทำงานระบบกล่มุ

รวมท้งั หมด ๑๒ ผลการเรยี นรู้

คำอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมพฒั นาผู้เรียน ๒๕๒
ก ๑๕๙๐๓ กจิ กรรมชมุ นมุ สือ่ มวลชนศึกษา ๕
ช้นั ประถมศกึ ษาปที ี่ ๕ กจิ กรรมนกั เรียน
เวลา ๔๐ ชวั่ โมง

สังเกต ศึกษา รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับข่าวสาร เหตกุ ารณ์ต่างๆ จากสื่อสิ่งพิมพ์และสื่ออื่นๆ วิเคราะห์
อภิปราย จัดจำแนก สรปุ เปน็ ความรู้ หรือหลักการท่ีจะนำมาใชใ้ นชวี ิตประจำวนั แสดงความรู้สึกท่ีมีต่อความรู้
ความคิดที่กวา้ งขวาง ที่ได้รับจากการติดตาม วิเคราะหข์ ่าว ปฏิบัติตนในการแลกเปล่ียน วิเคราะห์ข่าวสารกัน
อยูเ่ สมอ

สังเกต รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความก้าวหน้าในการติดต่อสื่อสารในปัจจุบัน วิเคราะห์ผลกระทบที่มีต่อ
ชวี ติ ความเป็นอยู่ ของตนเอง สังคม ความร้สู กึ เจตคติ เลอื กใช้และปรบั ตนให้เหมาะสม

ผลิตของใช้ ของตกแต่งจากสื่อสิ่งพิมพ์ได้อย่างสร้างสรรค์ นำผลงานไปจำหน่ายเป็นรายได้ระหว่าง
เรียน

เรียนร้กู ารผลติ รายการวิทยใุ นรูปแบบตา่ งๆ อยา่ งอสิ ระบนพนื้ ฐานของความเป็นจรงิ มีคณุ ธรรม จริยธรรม
ซอ่ื สตั ย์ตอ่ ผชู้ มรายการ เน้ือหาสาระทเ่ี ป็นประโยชน์ต่อสงั คม รู้กระบวนการผลิตวทิ ยุ อาศยั ความคิดสรา้ งสรรค์
ความประณีต การทำงานเปน็ ทมี

รู้เท่าทันสื่อ สารสนเทศ ดิจิทัล ส่งเสริมให้นักเรียนมีความรู้และทักษะในการใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์
อยา่ งปลอดภยั เป็นพลเมืองดจิ ทิ ลั ทดี่ ี

เพื่อให้วิเคราะห์ อภิปราย จัดจำแนก สรุปความรู้ สร้างสรรค์ผลงาน ใช้สื่อดิจิทัลสร้างภาพลักษณ์ใน
โลกออนไลน์ของตนเองในแง่บวก ทั้งความคิดและความรู้สึกมีวิจารณญาณในการรับส่งข่าวสาร มีความ
รบั ผดิ ชอบ วิเคราะหแ์ ยกแยะระหว่างข้อมูลท่ีถูกตอ้ ง และขอ้ มลู ท่ีผิด รู้เท่าทันสอ่ื เข้าใจรูปแบบการหลอกลวง
ต่างๆ ในโลกออนไลน์ ใช้เทคโนโลยีอยา่ งคณุ ธรรม จริยธรรม

ผลการเรียนรู้
๑. แยกขอ้ เท็จจริงและข้อคิดจากเรือ่ งท่ีอา่ น
๒. วเิ คราะหแ์ ละแสดงความคิดเหน็ เก่ียวกบั เรือ่ งที่อา่ นเพ่อื นำไปใช้ในการดำเนินชวี ิต
๓. เขียนส่ือสาร โดยใช้คำได้ถกู ต้อง ชัดเจนและเหมาะสม
๔. มคี วามรูค้ วามเข้าใจ เรื่องสือ่ สามารถจำแนกตามลกั ษณะของสอื่ และอภปิ รายหลกั

สำคญั ของการสอื่ สาร
๕. เพื่อเสรมิ สร้างความรอบร้ดู า้ นสขุ ภาพในมิตกิ ารส่อื สารสขุ ภาพ
๖. สบื คน้ ขอ้ มูลไดห้ ลากหลายชอ่ งทาง
๗. สามารถวเิ คราะห์เน้อื หาของเวบ็ ไซต์ และเลอื กใช้เว็บไซต์ไดเ้ หมาะสม
๘. เสริมสร้างความตระหนกั เข้าใจและปฏิบตั ิตนในการใช้ Facebook อย่างปลอดภัย และมีคุณธรรม

จริยธรรม
๙. เรียนรู้การใช้ ICT ในทางสรา้ งสรรค์และเปน็ ประโยชน์

๒๕๓

๑๐. เขยี นแสดงความรู้สึกและความคิดเห็นไดต้ รงตามเจตนา
๑๑. พดู แสดงความรู้ ความคิดเห็นและความรู้สึกจากเรื่องทฟ่ี ังและดู
๑๒. ต้งั คำถามและตอบคำถามเชงิ เหตผุ ลจากเรื่องท่ฟี ังและดู
๑๓. วเิ คราะห์ความน่าเชอ่ื ถือจากเรือ่ งทีฟ่ งั และพูดอย่างมเี หตุผล
๑๔. สร้างสรรค์งานป้นั จากสื่อส่ิงพมิ พ์ โดยเนน้ การถ่ายทอดจินตนาการ
๑๕. อธิบายเหตุผลในการทำงานแตล่ ะขนั้ ตอนถกู ตอ้ งตามกระบวนการทำงาน
๑๖. ใชท้ กั ษะการจดั การในการทำงานอย่างเป็นระบบประณตี และมีความคดิ สร้างสรรค์
๑๗. จดั ทำรายการวทิ ยุ
๑๘. วิเคราะหแ์ ยกแยะระหวา่ งข้อมูลที่ถูกตอ้ งและข้อมูลที่ผดิ ๆ
๑๙. รู้เทา่ ทันสอื่ และเทคโนโลยี ดจิ ิทลั สามารถวเิ คราะหแ์ ละประเมนิ ข้อมูลท่หี ลากหลาย
๒๐. สรา้ งความสัมพันธ์ท่ดี กี ับผอู้ น่ื บนโลกออนไลน์
๒๑. ทำงานระบบกลุ่ม
รวมทงั้ หมด ๒๑ ผลการเรียนรู้

คำอธบิ ายรายวชิ ากิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น ๒๕๔
ก ๑๖๙๐๓ กิจกรรมชมุ นมุ สอื่ มวลชนศกึ ษา ๖
ชน้ั ประถมศึกษาปที ี่ ๖ กิจกรรมนกั เรยี น
เวลา ๔๐ ชว่ั โมง

สังเกต ศึกษา รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับข่าวสาร เหตุการณ์ต่างๆ จากสื่อสิ่งพิมพ์และสื่ออื่นๆ วิเคราะห์
อภิปราย จัดจำแนก สรปุ เปน็ ความรู้ หรอื หลกั การทจี่ ะนำมาใช้ในชีวิตประจำวัน แสดงความรู้สึกท่ีมีต่อความรู้
ความคิดท่ีกว้างขวาง ทไ่ี ด้รบั จากการติดตาม วเิ คราะห์ข่าว ปฏิบัตติ นในการแลกเปลี่ยน วเิ คราะห์ข่าวารกันอยู่
เสมอ

สังเกต รวบรวมข้อมูลเกี่ยวกับความก้าวหน้าในการติดต่อสื่อสารในปัจจุบัน วิเคราะห์ผลกระทบที่มีต่อ
ชีวติ ความเป็นอยู่ ของตนเอง สงั คม ความรูส้ ึก เจตคติ เลือกใชแ้ ละปรับตนใหเ้ หมาะสม

ผลิตของใช้ ของตกแต่งจากสื่อสิ่งพิมพ์ได้อย่างสร้างสรรค์ นำผลงานไปจำหน่ายเป็นรายได้ระหว่าง
เรยี น

เรียนรู้การผลติ รายการวทิ ยใุ นรูปแบบต่างๆ อยา่ งอสิ ระบนพน้ื ฐานของความเป็นจริง มีคุณธรรม จริยธรรม
ซ่อื สัตยต์ อ่ ผ้ชู มรายการ เน้อื หาสาระท่เี ปน็ ประโยชน์ตอ่ สงั คม รู้กระบวนการผลิตวทิ ยุ อาศยั ความคิดสรา้ งสรรค์
ความประณีต การทำงานเปน็ ทีม

รู้เท่าทันสื่อ สารสนเทศ ดิจิทัล ส่งเสริมให้นักเรียนมีความรู้และทักษะในการใช้ชีวิตบนโลกออนไลน์
อย่างปลอดภยั เปน็ พลเมืองดิจทิ ัลทดี่ ี

เพื่อให้วิเคราะห์ อภิปราย จัดจำแนก สรุปความรู้ สร้างสรรค์ผลงาน ใช้สื่อดิจิทัลสร้างภาพลักษณ์ใน
โลกออนไลน์ของตนเองในแง่บวก ทั้งความคิดและความรู้สึกมีวิจารณญาณในการรับส่งข่าวสาร มีความ
รบั ผิดชอบ วิเคราะห์แยกแยะระหวา่ งข้อมูลท่ีถูกตอ้ ง และขอ้ มลู ทผ่ี ิด ร้เู ท่าทันสื่อ เขา้ ใจรูปแบบการหลอกลวง
ต่าง ๆ ในโลกออนไลน์ ใชเ้ ทคโนโลยีอยา่ งมคี ุณธรรม จริยธรรม

ผลการเรียนรู้
๑. ฝกึ ทักษะรเู้ ท่าทันสือ่ และสร้างภูมคิ ุ้มกันในการบรโิ ภคสอ่ื
๒. วจิ ารณข์ ่าวทีอ่ า่ นได้ถูกต้อง
๓. สรปุ ใจความสำคัญของข่าว
๔. สามารถประเมินขอ้ ดขี อ้ เสียแหลง่ ขอ้ มลู ของข่าวโฆษณาสินค้า ทม่ี ีต่อชีวิตประจำวันได้

สมเหตุสมผล
๕. วิเคราะหข์ อ้ เทจ็ จริง ความน่าเชอ่ื ถือจากโฆษณาสินค้าเคร่อื งดื่ม ได้อย่างมเี หตผุ ล
๖. สามารถสะทอ้ นประโยชนท์ ีเ่ กดิ จากการรเู้ ท่าทันสือ่ โฆษณาสินคา้ เคร่อื งดื่มได้ และนำมา

ประยุกตใ์ ชใ้ นการดำรงชวี ติ
๗. อธิบายการนำความรแู้ ละความคิดจากเรือ่ งท่ีอ่านไปตดั สนิ แก้ปัญหาในการดำเนินชวี ิต
๘. เขยี นสื่อสาร โดยใชค้ ำไดถ้ กู ต้อง ชดั เจน และเหมาะสม
๙. เขยี นแผนภาพโครงเรอ่ื ง และแผนภาพความคดิ เพ่อื ใช้พัฒนางานเขยี น

๒๕๕

๑๐. มมี ารยาทในการเขียน
๑๑. พูดแสดงความรู้ความเขา้ ใจจุดประสงคข์ องเรอ่ื งท่ีฟังและดู
๑๒. วิเคราะห์ความน่าเชอื่ ถือจากการฟังและดสู อ่ื โฆษณาอย่างมีเหตุผล
๑๓. อธบิ ายบทบาทของผู้บริโภคท่รี ู้เท่าทัน
๑๔. สร้างสรรค์งานศิลปะ
๑๕. มีทักษะการจัดการในการทำงาน และทักษะการทำงานรว่ มกนั
๑๖. จดั ทำรายการวิทยุ
๑๗. วิเคราะหแ์ ยกแยะระหวา่ งขอ้ มลู ท่ถี กู ตอ้ งและขอ้ มลู ท่ีผิด
๑๘. รเู้ ทา่ ทันสือ่ และเทคโนโลยี ดจิ ทิ ัล สามารถวเิ คราะหแ์ ละประเมนิ ขอ้ มลู ทหี่ ลากหลาย
๑๙. สร้างความสัมพันธท์ ี่ดีกบั ผู้อืน่ บนโลกออนไลน์
๒๐. ทำงานระบบกลมุ่
รวมทั้งหมด ๒๐ ผลการเรียนรู้

คำอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น ๒๕๖
ก ๒๑๙๐๕ กจิ กรรมชมุ นมุ ส่ือมวลชนศกึ ษา ๑
ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ กจิ กรรมนักเรียน
เวลา ๒๐ ชวั่ โมง

การอ่านข่าวจากสื่อสิ่งพิมพ์ สื่ออิเล็กทรอนิกส์ และการให้แหล่งความรู้พัฒนาทักษะการอ่าน โดย
การจับใจความสำคัญ ตีความ วิเคราะห์ และสรุปความ การใช้บริบทการอ่าน สร้างความเข้าใจในการอ่าน
การใช้กระบวนการคิดวิจารณ์เพื่อถ่ายทอดความรู้ ความคิดจากการอ่าน มารยาทการอ่าน และนิสัยรักการ
อา่ น

การเขียนเปรียบเทียบ เขียนความหมาย วิเคราะห์ข่าว รายงานแสดงความคิดเห็น บันทึกการฟังจาก
สื่ออเิ ล็กทรอนิกส์ คำสัมภาษณ์ เขยี นขา่ วประกอบภาพ ข่าวกฬี า ข่าวอุบัติเหตุ เพลิงไหม้ ข่าวบันเทงิ เศรษฐกจิ
ข่าววทิ ยาศาสตร์เทคโนโลยี

จัดลำดับความคิดและการใช้กระบวนการเขียนพัฒนางานเขียน มารยาทการเขียน นิสัยรักการเขียน
การศึกษาค้นคว้า การบันทึก การฟังและการดอู ยา่ งมีสมรรถภาพ การจับใจความสำคัญจากสื่ออเิ ล็กทรอนิกส์
การพดู เสนอความรคู้ วามคิด การอธิบาย การสัมภาษณ์ โดยใชภ้ าษาถูกต้องตามหลกั การพดู การฟัง และการดู
มมี ารยาทในการฟงั การดู และการพดู

ใช้ภาษาในการสื่อสารอย่างสร้างสรรค์ มีคุณภาพในการเขียน การพูด นำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในการ
จัดทำหนงั สอื พมิ พ์

การอา่ นขา่ วและความรูต้ า่ งๆ ไปใชใ้ นการตัดสนิ ใจแก้ปัญหา และการดำรงชีวิต พจิ ารณาคณุ ค่าของเรอื่ งท่ี
อ่าน ฟัง และดู มาพัฒนาความรู้ และพัฒนาตนเองสู่การจัดทำหนังสือพิมพ์ เพื่อใช้วิเคราะห์ข่าว แสดงความ
คิดเห็น บนั ทกึ การฟงั จากส่อื อิเลก็ ทรอนกิ ส์ เขียนข่าวประกอบภาพ จัดลำดับความคิด เขียนรายงานการศึกษา
ไดถ้ ูกต้อง

ผลการเรียนรู้
๑. จบั ใจความ วิเคราะหค์ วาม ตีความ และสรุปความจากเรอ่ื งที่อา่ นได้
๒. ระบเุ หตุผล และขอ้ เท็จจรงิ กบั ขอ้ ความคดิ เหน็ จากเร่ืองทีอ่ ่าน
๓. อา่ น ศึกษา คน้ ควา้ เพม่ิ เติม จากส่ืออิเล็กทรอนกิ ส์
๔. มารยาทในการอา่ น
๕. เขียนสื่อสารการเปรยี บเทียบความหมายของขา่ วและสื่อมวลชน
๖. เขียนวเิ คราะหข์ า่ ว แสดงความคดิ เหน็
๗. เขยี นขา่ วประกอบภาพ ขา่ วกฬี า ขา่ วอบุ ัติเหตุ เพลงิ ไหม้ ขา่ วบนั เทิง เศรษฐกิจ และ

ข่าววิทยาศาสตร์เทคโนโลยี
๘. เขยี นรายงานการศึกษาค้นควา้
๙. มารยาทในการเขียน
๑๐. พดู สรปุ ใจความสำคญั จากเรอ่ื งทีฟ่ งั และดู

๒๕๗

๑๑. พดู รายงานเรอ่ื งหรอื ประเด็นท่ศี กึ ษาคน้ คว้าจากการฟงั การดู และการสนทนา
๑๒. มารยาทในการฟัง การดู และการพูด
๑๓. ใช้ภาษาในการสอ่ื สารอยา่ งสรา้ งสรรคแ์ ละมคี ุณธรรม
๑๔. นำความรู้จากการอา่ นขา่ วและความรอู้ นื่ ๆ ไปประยกุ ต์ใชใ้ นการเขียนขา่ วได้
๑๕. ทำงานระบบกลุม่
รวมท้ังหมด ๑๕ ผลการเรียนรู้

คำอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมพฒั นาผู้เรยี น ๒๕๘
ก ๒๑๙๐๖ กจิ กรรมชมุ นุมสือ่ มวลชนศกึ ษา ๒
ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๑ ภาคเรยี นที่ ๒ กจิ กรรมนกั เรียน
เวลา ๒๐ ชว่ั โมง

การศึกษา ค้นคว้า เรียนรู้วิทยโุ ทรทัศน์ ซึ่งเป็นกระบวนการถ่ายทอดเสียงและภาพ เพื่อส่งสารไปถงึ
ผู้รับสารตามรูปแบบข่าวเกี่ยวกับสุขภาพอนามัย มุ่งเน้นภาคปฏิบัติ มีทักษะความคิดสร้างสรรค์สู่การปฏิบัติ
จริงที่อยู่บนพื้นฐานของเหตแุ ละผล ตลอดจนการประยุกต์เทคโนโลยีเพื่อผลติ รายการ นำความคิดมาแปรเป็น
รปู ธรรมไดอ้ ย่างนา่ สนใจ และมคี ุณภาพ

การศึกษาเรียนรู้ ฝึกทักษะการเป็นยูทูบเบอร์ เป็นงานทำให้มีพื้นที่สื่อ สร้างช่องทาง ทำคลิป และหา
คนดดู ้วยตัวเอง โดยเลอื กทำในส่งิ ที่ชอบ เตรียมเน้ือหา การใชเ้ ทคโนโลยีโปรโมทคลิปผ่านส่ือต่างๆ

การศึกษาเรียนรู้ขายของออนไลน์ เปน็ การฝึกทำธุรกรรมการซื้อขายสินค้าระหว่างผู้ขายและผู้ซ้ือผ่าน
ทางอินเทอร์เน็ต โดยทั้งสองฝ่ายไม่ต้องพบกัน แต่ใช้การติดต่อทางอินเทอร์เน็ต ศึกษาหาความรู้ถึงความสำคัญ
ของการขายทางออนไลน์ ลักษณะของการขาย องค์ประกอบของตลาด การขนส่งผลิตภัณฑ์ต้องมีคุณภาพ
วิเคราะหต์ น้ ทุน คุณค่าในมมุ ของผบู้ ริโภค ความพึงพอใจของลกู ค้า

รู้เท่าทันสื่อ สารสนเทศและดิจทิ ัล ส่งเสริมให้นกั เรยี นเรียนรู้ทักษะในการใช้ชีวิตบนโลกออนไลนอ์ ย่าง
ปลอดภยั เป็นพลเมืองดิจิทลั ที่ดี

เพื่อใหม้ คี วามรู้และฝกึ ทักษะกระบวนการถ่ายทอดเสียงและภาพเป็นสื่อ วทิ ยโุ ทรทัศน์ มีทักษะความคิด
สร้างสรรค์สู่การปฏิบัติจริงโดยใช้เทคโนโลยี สามารถทำยูทูบเบอร์เป็นของตนเอง ขายของผ่านออนไลน์ และ
เพ่ือใหว้ เิ คราะห์ อภิปราย จัดจำแนก สรปุ ความรู้ สรา้ งสรรคผ์ ลงาน ใชส้ ื่อดจิ ทิ ลั สรา้ งภาพลักษณใ์ นโลกออนไลน์
ของตนเองในแง่บวกทั้งความคิดและความรู้สึก มีวิจารณญาณในการรับ–ส่ง ข่าวสาร มีความรับผิดชอบ
วิเคราะห์แยกแยะ ระหว่างข้อมูลที่ถูกต้องและข้อมูลที่ผิด รู้เท่าทันสื่อ เข้าใจรูปแบบการหลอกลวงต่างๆ ใน
โลกออนไลน์ ใช้เทคโนโลยอี ย่างมีคุณธรรมจริยธรรม

ผลการเรียนรู้
๑. มีความรคู้ วามสามารถผลิตรายการวทิ ยุโทรทัศนต์ ามความสนใจ
๒. มีความรคู้ วามสามารถผลติ ยทู ูบเบอร์ตามความสนใจได้
๓. ขายของทางออนไลน์
๔. วเิ คราะหข์ า่ วจริงข่าวปลอมได้
๕. รู้เทา่ ทนั สอ่ื และเทคโนโลยดี จิ ิทัล
๖. สรา้ งความสมั พันธท์ ดี่ ีกับผอู้ น่ื บนโลกออนไลน์
๗. ทำงานระบบกลุ่มได้

รวมท้ังหมด ๗ ผลการเรยี นรู้

คำอธบิ ายรายวิชากิจกรรมพัฒนาผูเ้ รยี น ๒๕๙
ก ๒๒๙๐๕ กจิ กรรมชมุ นุมสอ่ื มวลชนศึกษา ๓
ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๒ ภาคเรยี นที่ ๑ กิจกรรมนักเรยี น
เวลา ๒๐ ชวั่ โมง

การอ่านข่าวทั่วไป คอลัมน์ สาระน่ารู้ อ่านจากหนังสือ ใบความรู้ การเข้าใจเรื่องที่อ่าน การจับ
ใจความสำคัญ การตีความ สรุปความ อภิปราย วิเคราะห์ วิจารณ์ การแสดงความคิดเห็น การโต้แย้ง จำแนก
ข้อเท็จจริง มีข้อมูลสนับสนุน สร้างความเข้าใจในการอ่าน การใช้แหล่งความรู้พัฒนาทักษะการอ่าน และนำ
แนวคิดทีไ่ ด้จากงานเขียนอย่างหลากหลาย นำไปใชใ้ นการจดั ทำหนังสือพิมพ์

การเขียนวิเคราะห์ข่าว การเขียนข่าวโดยใช้เทคนิค 5W1H และเขียนอย่างอื่นๆ การจัด ลำดับ
ความคิดและการใช้กระบวนการเขียนพัฒนางานเขียน การจัดทำหนังสือพิมพ์ มารยาทการเขียน นิสัยรักการ
เขยี น การศึกษาค้นคว้า การรวบรวมขอ้ มูลนำไปใช้อ้างอิงในการเขยี น

การศกึ ษาคน้ ควา้ เรอ่ื งตา่ งๆ จากแหลง่ เรียนรู้ เพื่อนำความรู้จากการอ่านไปใชใ้ นการตัดสินใจ การจัดทำ
หนงั สอื พมิ พ์

เพอื่ ใหเ้ กดิ ความรคู้ วามเขา้ ใจเรอ่ื งทีอ่ า่ น การจบั ใจความสำคัญ การตคี วาม สรุปความ อภปิ ราย วเิ คราะห์
วจิ ารณ์ การแสดงความคิดเห็น จำแนกขอ้ เท็จจรงิ รายงานโครงสร้างองคป์ ระกอบหนังสือพิมพ์ การเขียนออกแบบ
หน้าแรก และหนา้ ในหนงั สอื พมิ พ์ การจดั ทำหนงั สือพิมพ์ มมี ารยาทในการเขียน

ผลการเรยี นรู้
๑. จับใจความสำคญั สรุปความเรือ่ งทีอ่ า่ น
๒. อภปิ รายแสดงความคดิ เห็นและข้อโตแ้ ยง้ เกย่ี วกับเร่ืองทอี่ า่ น
๓. วิเคราะหแ์ ละจำแนกขอ้ เทจ็ จริง ขอ้ มลู สนับสนนุ และขอ้ คิดเหน็ จากเรื่องทอ่ี า่ น
๔. อา่ นข่าวทว่ั ไป คอลัมน์ข่าวสงั คมซุบซิบ สาระนา่ รู้ และคอลมั น์ขำขัน และประเมินคณุ คา่ หรือ

แนวคิดทไี่ ดจ้ ากการอ่าน เพอ่ื เปน็ แบบอย่างและขอ้ มูลในการเขยี นคอลมั นไ์ ด้
๕. มารยาทการอา่ น
๖. เขียนวเิ คราะหข์ ่าวทีก่ ำหนดให้
๗. เขียนขา่ วแบบปริ ามิดหวั กลบั และใชเ้ ทคนคิ ๕W๑H
๘. เขียนบรรยายภาพขา่ ว
๙. เขยี นขา่ วคอลมั น์สังคม สาระนา่ รู้ และขำขนั
๑๐. มารยาทในการเขียน
๑๑. สรปุ ใจความสำคัญของเร่อื งทฟี่ ัง ดู และอา่ น
๑๒. วิเคราะหข์ ้อเท็จจรงิ ขอ้ คดิ เหน็ และความน่าเชอ่ื ของขา่ วสารจากสอื่ ตา่ งๆ
๑๓. ใช้พจนานุกรม
๑๔. ใชภ้ าษาอย่างสรา้ งสรรค์และมีคณุ ธรรม
๑๕. ใช้ทกั ษะทางภาษาและเทคโนโลยกี ารสอื่ สารพัฒนาความรู้และพัฒนาตนเอง

๒๖๐

๑๖. นำความรจู้ ากการอา่ นไปใช้ในการตัดสินใจในการเขียนคอลัมนส์ ังคม สาระน่ารู้ และคอลมั น์ขำขนั
๑๗. นำความรู้จากการอา่ น เขียน ฟัง และการดู ไปใช้ในการจัดทำหนงั สอื พมิ พเ์ ล่มเล็ก
๑๘. ทำงานระบบกลมุ่
รวมทั้งหมด ๑๘ ผลการเรียนรู้

๒๖๑

คำอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รียน กิจกรรมนักเรียน
ก ๒๒๙๐๖ กจิ กรรมชมุ นมุ สอ่ื มวลชนศกึ ษา ๔ เวลา ๒๐ ชวั่ โมง
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๒ ภาคเรยี นที่ ๒

การศกึ ษา ค้นคว้า เรยี นรู้วิทยุโทรทัศน์ ซ่ึงเปน็ กระบวนการถา่ ยทอดเสยี งและภาพ เพือ่ สง่ สารไปถึงผู้รับ
สารตามรูปแบบข่าวที่ผู้เรียนสนใจ มุ่งเน้นภาคปฏิบัติ มีทักษะความคิดสร้างสรรค์ สู่การปฏิบัติจริงที่อยู่บน
พื้นฐานของเหตุและผล ตลอดจนการประยุกต์เทคโนโลยีเพื่อผลิตรายการ นำความคิดมาแปรเป็นรูปธรรมได้
อย่างน่าสนใจ และมีคุณภาพ

การศึกษาเรียนรู้ ฝกึ ทักษะการเปน็ ยูทบู เบอร์ เป็นงานทำให้มพี ื้นทีส่ ่ือ สร้างชอ่ งทาง ทำคลปิ และหาคน
ดดู ้วยตวั เอง โดยเลอื กทำในสิ่งที่ชอบ เตรียมเนอ้ื หา การใชเ้ ทคโนโลยีโปรโมทคลปิ ผ่านสอ่ื ต่างๆ

การศึกษาเรียนรขู้ ายของออนไลน์ เปน็ การฝกึ ทำธุรกรรมการซอ้ื ขายสินค้าระหว่างผู้ขายและผู้ซ้ือผ่าน
ทางอินเทอร์เน็ต โดยทั้งสองฝ่ายไม่ต้องพบกัน แต่ใช้การติดต่อทางอินเทอร์เน็ต ศึกษาหาความรู้ถึงความสำคัญ
ของการขายทางออนไลน์ ลักษณะของการขาย องค์ประกอบของตลาด การขนส่งผลิตภัณฑ์ต้องมีคุณภาพ
วิเคราะหต์ น้ ทุน คณุ ค่าในมมุ ของผ้บู ริโภค ความพึงพอใจของลกู ค้า

การรู้เท่าทนั สื่อ สารสนเทศและดิจิทลั เพื่อให้ผู้เรียนหลกี เลี่ยงภัยคุกคามทางออนไลน์ กลโกงออนไลน์
ข่าวปลอม การตรวจสอบข้อมูลบนออนไลน์ เว็บที่ไม่เหมาะสม การตั้งรหัสผ่าน การเก็บรักษารหัสผ่าน การอัป
เดตระบบ และเพ่อื ใหม้ ีความรคู้ วามเข้าใจกฎหมายเกีย่ วกับการใชส้ ือ่ สารสนเทศ

เพื่อให้มีความรู้และฝึกทักษะกระบวนการถ่ายทอดเสียงและภาพเป็นสื่อ วิทยุโทรทัศน์ มีทักษะ
ความคิดสร้างสรรค์สู่การปฏิบัติจรงิ โดยใช้เทคโนโลยี สามารถทำยูทูบเบอร์เป็นของตนเอง ขายของผ่านออนไลน์
และเพื่อให้วิเคราะห์ อภิปราย จัดจำแนก สรุปความรู้ สร้างสรรค์ผลงาน ใช้สื่อดิจิทัลสร้างภาพลักษณ์ในโลก
ออนไลน์ของตนเองในแง่บวกทั้งความคิดและความรู้สึก มีวิจารณญาณในการรับ–ส่ง ข่าวสาร มีความ
รับผิดชอบ วเิ คราะห์แยกแยะ ระหว่างข้อมูลทถ่ี ูกต้องและขอ้ มูลท่ีผิด ร้เู ท่าทนั ส่ือ เขา้ ใจรูปแบบการหลอกลวง
ต่างๆ ในโลกออนไลน์ ใช้เทคโนโลยอี ยา่ งมีคุณธรรมจริยธรรม

ผลการเรยี นรู้

๑. มีความร้คู วามสามารถผลติ รายการวทิ ยโุ ทรทศั น์ ตามความสนใจ

๒. เลือกทำยูทบู เบอร์ในส่งิ ทตี่ นเองชอบ

๓. ใชง้ านอปุ กรณ์ทำวดิ ีโอ เหมาะสมกับงานยูทูบ เบอรท์ ีน่ ำเสนอ

๔. เลอื กรปู แบบในการทำวิดโี อ เปดิ ชอ่ งยูทบู และอัปโหลดผลงาน

๕. ออกแบบปกวิดโี อ และโปรโมทคลิปผ่านสอ่ื ตา่ งๆ

๖. ขายของทางออนไลนไ์ ด้

๗. วิเคราะหข์ ่าวจริง และขา่ วปลอม

๘. รเู้ ท่าทนั สื่อ และเทคโนโลยีดจิ ทิ ลั

๙. สร้างความสมั พันธท์ ี่ดกี ับผ้อู ืน่ บนโลกออนไลน์ อย่างมคี ุณธรรมจริยธรรม

๑๐. ทำงานระบบกล่มุ ได้ รวมทัง้ หมด ๑๐ ผลการเรยี นรู้

คำอธบิ ายรายวชิ ากจิ กรรมพัฒนาผูเ้ รียน ๒๖๒
ก ๒๓๙๐๕ กจิ กรรมชมุ นมุ ส่อื มวลชนศกึ ษา ๕
ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๓ ภาคเรยี นท่ี ๑ กจิ กรรมนกั เรยี น
เวลา ๒๐ ชว่ั โมง

การอ่านเรื่องต่างๆ การเข้าใจความหมายเรื่องที่อ่าน การจับใจความสำคัญ การวิเคราะห์วิพากษ์
วิจารณ์ การใช้บริบทการอ่านสร้างความเข้าใจในการอ่าน การใช้แหล่งความรู้พัฒนาทักษะการอ่าน การใช้
กระบวนการคดิ วจิ ารณเ์ ชิงวิเคราะห์ ถา่ ยทอดความร้คู วามคิดจากการอา่ นสู่การเขยี นข่าว และคอลัมน์ต่างๆใน
การจัดทำหนงั สือพิมพ์ มารยาทการอ่าน และนสิ ัยรักการอ่าน

การเขยี นข่าวประเภทต่างๆ เขียนคอลัมน์สาระน่ารู้ สงั คม และขำขนั การจัดแบง่ หนา้ แรก หน้าในของ
หนังสือพิมพ์ เขียนแสดงความคิดเห็นโดยใช้กระบวนการเขียนพัฒนางานเขียน มารยาทในการเขียน นิสัยรัก
การเขียน การศกึ ษาค้นควา้ และการบันทกึ รวบรวมข้อมูลไปใช้อ้างองิ ในการเขยี น คอลัมน์ในหนังสอื พิมพ์

ใช้ทกั ษะทางภาษาและเทคโนโลยี การสือ่ สารพฒั นาความรู้เพ่อื จดั ทำขา่ วในหนงั สอื พมิ พ์
เพื่อให้เข้าใจความหมายเรื่องที่อ่าน การจับใจความสำคัญ การวิเคราะห์การอ่าน ถ่ายทอดความรู้
ความคิดจากการอ่านสกู่ ารเขียนข่าว ในการจัดทำหนงั สอื พิมพ์

ผลการเรียนรู้
๑. อา่ นเรื่องตา่ งๆ แล้วระบุใจความสำคัญ วเิ คราะหว์ จิ ารณ์ ความสมเหตสุ มผล

การลำดบั ความ แสดงความคดิ เห็น โตแ้ ยง้ เกย่ี วกบั เรอ่ื งที่อา่ น
๒. ตคี วาม และประเมินคณุ คา่ และนำแนวคิดท่ีได้จากงานเขียนอย่างหลากหลายเพอ่ื นำมา

ประยุกต์ใชใ้ นการเขียนขา่ วและคอลมั น์ตา่ งๆในการจัดทำหนงั สอื พมิ พ์
๓. มารยาทการอ่าน
๔. เขยี นขา่ วประเภทตา่ งๆ เขยี นคอลมั น์
๕. จดั แบ่งหนา้ หนังสอื พมิ พ์ไดเ้ หมาะสม
๖. จัดแบง่ หน้าแรกหน้าใดของหนังสอื พิมพ์
๗. มารยาทในการเขียน
๘. แสดงความคดิ เหน็ และประเมนิ เร่อื งจากการสนทนา อภปิ ราย นำมาประยกุ ตใ์ ช้ใน

การจัดทำหนังสอื พิมพ์
๙. พูดเสนอความรู้ความคิด แสดงทรรศนะ วิเคราะห์ เพือ่ พัฒนาคณุ ภาพของขา่ วในหนงั สอื พมิ พ์
๑๐. มารยาทการฟัง การดู และการพดู
๑๑. ใชพ้ จนานุกรม คำราชาศพั ท์ และคำสุภาพในการเขยี นขา่ ว
๑๒. ใช้ภาษาถูกตอ้ งในการเขยี นขา่ ว
๑๓. ใช้ภาษาอย่างสร้างสรรคแ์ ละมคี ุณธรรม
๑๔. ใชท้ ักษะทางภาษาและเทคโนโลยีการสือ่ สารพฒั นาความรู้เพ่ือจดั ทำขา่ วในหนงั สอื พิมพ์
๑๕. ทำงานระบบกลมุ่ ได้

รวมท้งั หมด ๑๕ ผลการเรยี นรู้

คำอธบิ ายรายวิชากิจกรรมพฒั นาผู้เรยี น ๒๖๓
ก ๒๓๙๐๖ กจิ กรรมชมุ นุมสื่อมวลชนศกึ ษา ๖
ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๓ ภาคเรยี นท่ี ๒ กจิ กรรมนักเรียน
เวลา ๒๐ ชว่ั โมง

การศกึ ษา คน้ คว้า เรยี นร้วู ิทยโุ ทรทัศน์ ซึง่ เปน็ กระบวนการถ่ายทอดเสียงและภาพ เพอ่ื ส่งสารไปถงึ ผู้รับ
สารตามรูปแบบข่าวตามความสนใจ มุ่งเน้นภาคปฏิบัติ มีทักษะความคิดสร้างสรรค์ สู่การปฏิบัติจริงที่อยู่บน
พื้นฐานของเหตแุ ละผล ตลอดจนการประยกุ ตเ์ ทคโนโลยเี พื่อผลติ รายการ นำความคิดมาแปรเปน็ รูปธรรมได้อย่าง
น่าสนใจ และมีคณุ ภาพ

การศกึ ษาเรยี นรู้ ฝึกทกั ษะการเปน็ ยูทบู เบอร์ เป็นงานทำให้มพี น้ื ท่ีสอื่ สรา้ งชอ่ งทาง ทำคลปิ และหาคน
ดูด้วยตัวเอง โดยเลอื กทำในสิง่ ท่ีชอบ เตรยี มเน้อื หา การใช้เทคโนโลยีโปรโมทคลิปผา่ นสอื่ ต่างๆ

การศึกษาเรยี นรขู้ ายของออนไลน์ เปน็ การฝึกทำธรุ กรรมการซ้ือขายสินค้าระหว่างผู้ขายและผู้ซื้อผ่าน
ทางอินเทอร์เน็ต โดยทั้งสองฝ่ายไม่ต้องพบกัน แต่ใช้การติดต่อทางอินเทอร์เน็ต ศึกษาหาความรู้ถึงความสำคัญ
ของการขายทางออนไลน์ ลักษณะของการขาย องค์ประกอบของตลาด การขนส่งผลิตภัณฑ์ ต้องมีคุณภาพ
วเิ คราะห์ต้นทุน คุณค่าในมุมของผู้บริโภค ความพึงพอใจของลกู คา้

รู้เท่าทันสื่อ สารสนเทศและดิจทิ ัล ส่งเสรมิ ให้นักเรียนเรียนรู้ทักษะในการใช้ชีวิตบนโลกออนไลนอ์ ย่าง
ปลอดภัย เป็นพลเมืองดิจิทลั ทด่ี ี

เพื่อให้มีความรู้และฝึกทักษะกระบวนการถ่ายทอดเสียงและภาพเป็นสื่อ วิทยุโทรทัศน์ มีทักษะความคิด
สร้างสรรค์สู่การปฏิบัติจริงโดยใช้เทคโนโลยี สามารถทำยูทูบเบอร์เป็นของตนเอง ขายของผ่านออนไลน์ และ
เพ่อื ใหว้ ิเคราะห์ อภปิ ราย จดั จำแนก สรปุ ความรู้ สรา้ งสรรคผ์ ลงาน ใชส้ อื่ ดจิ ทิ ลั สร้างภาพลักษณใ์ นโลกออนไลน์
ของตนเองในแง่บวกทั้งความคิดและความรู้สึก มีวิจารณญาณในการรับ–ส่ง ข่าวสาร มีความรับผิดชอบ
วิเคราะห์แยกแยะ ระหว่างข้อมูลที่ถูกต้องและข้อมูลที่ผิด รู้เท่าทันสื่อ เข้าใจรูปแบบการหลอกลวงต่างๆ ใน
โลกออนไลน์ ใช้เทคโนโลยีอย่างมีคณุ ธรรมจริยธรรม

ผลการเรยี นรู้
๑. มคี วามรคู้ วามสามารถผลิตรายการวทิ ยโุ ทรทัศนต์ ามความสนใจ
๒. มีความรคู้ วามสามารถผลติ ยทู บู เบอร์ตามความสนใจได้
๓. ขายของทางออนไลน์
๔. วเิ คราะหข์ ่าวจรงิ ขา่ วปลอมได้
๕. รูเ้ ทา่ ทนั สอื่ และเทคโนโลยีดจิ ิทลั
๖. สรา้ งความสมั พันธ์ท่ีดกี ับผอู้ น่ื บนโลกออนไลน์
๗. ทำงานระบบกลุ่มได้

รวมทงั้ หมด ๗ ผลการเรียนรู้

๒๖๔

กจิ กรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์
(บูรณาการกบั พลเมอื งดี)

คำอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน ๒๖๕
กจิ กรรมเพอ่ื สังคมและสาธารณประโยชน์ (บรู ณาการกบั พลเมืองด)ี
ชั้นประถมศึกษาปที ี่ ๑ กิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียน
เวลา ๑๐ ชวั่ โมง

กำหนดการจดั กิจกรรมการเรียนรูเ้ พอ่ื สรา้ งความเปน็ พลเมอื ง ระดับชั้นประถมศึกษาปีที่ 1

คร้งั ที่ ชือ่ กิจกรรม จำนวน สอดคลอ้ งกบั คณุ สมบัติของความเปน็ พลเมือง
๑ เคารพดมี คี ณุ ค่า ชั่วโมง และหรอื คุณธรรม จรยิ ธรรม

๒-๔ คนดีของครอบครวั - เคารพสทิ ธผิ ู้อน่ื
๑ - มีสัมมาคารวะ
๕ อดทน อดกลัน้
มารยาท - ความรับผดิ ชอบ

๖-๘ ๖.๑ มารยาทจากบุคลกิ - การพ่ึงพาตนเอง
๖.๒ มารยาทจากการทกั ทาย - ความกตญั ญู
๖.๓ มารยาทในการขอบคณุ ๓ - เคารพความแตกตา่ ง
และขอโทษ - ความซ่ือสตั ย์
- ความรบั ผิดชอบ
๙ สตินำความรู้
- เคารพกตกิ า
๑๐ ร่วมแรงรว่ มใจ - ความอดทน
รวม ๑ - การร้จู กั รอคอย
- การควบคุมอารมณ์
- ความรบั ผดิ ชอบ

- เคารพสิทธผิ อู้ ื่น
๓ - การอนรุ กั ษว์ ัฒนธรรม

- การอยู่รว่ มกัน
- เคารพกฎ กตกิ า
- ความรับผิดชอบ

- การควบคมุ ตนเอง
- การมีสติ
๓ - ความรอบคอบ
- ระมัดระวงั
- ความซื่อสัตย์
- ความรบั ผิดชอบ

- เคารพหลกั ความเสมอภาค
๑ - เคารพความแตกตา่ ง

- ความสามคั คี
- การช่วยเหลือผู้อน่ื

๑๐

คำอธบิ ายรายวชิ ากจิ กรรมพัฒนาผู้เรยี น ๒๖๖
กจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ (บูรณาการกบั พลเมืองด)ี
ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๒ กิจกรรมพฒั นาผ้เู รยี น
เวลา ๑๐ ชว่ั โมง

กำหนดการจดั กจิ กรรมการเรียนรูเ้ พอื่ สรา้ งความเป็นพลเมือง ระดับช้ันประถมศึกษาปที ี่ 2

ครัง้ ท่ี ชอื่ กิจกรรม จำนวน สอดคล้องกบั คุณสมบัติของความเปน็ พลเมือง
1 ความรบั ผดิ ชอบ ชว่ั โมง และหรอื คุณธรรม จริยธรรม

2-3 มติ รภาพ - ความรับผิดชอบ
1 - ความซอ่ื สัตย์
4-6 กตกิ าดี ชีวีมีสขุ
7 บอกใบท้ ายอาชพี - ความขยนั และอดทน
8 สายลบั จบั ตามอง
9-10 ความจรงิ ใจ - มอี ิสรภาพ
- ความเคารพซ่ึงกนั และกนั
รวม 2 - ความเท่าเทียมกนั
- การอยู่ร่วมกนั
- ความเออ้ื เฟอ้ื เผ่อื แผ่

- เคารพความแตกตา่ ง
- ความยุตธิ รรม
3 - เคารพกฎ กติกา ระเบียบขอ้ บังคับ
- การแสดงความคิดเห็น และยอมรับ
ความคดิ เหน็ ของผูอ้ ่นื อย่างมีเหตผุ ล

- มีเสรภี าพ
1 - ความรบั ผดิ ชอบ

- ยอมรบั ความคดิ เหน็ ของผู้อนื่ อยา่ งมีเหตผุ ล

- ความห่วงใย
1 - ความรบั ผดิ ชอบ

- การเขา้ กับผ้อู นื่

- ความซือ่ สตั ย์
2 - ความรบั ผดิ ชอบ

- ความมเี หตผุ ล

10

คำอธบิ ายรายวชิ ากจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน ๒๖๗
กจิ กรรมเพือ่ สังคมและสาธารณประโยชน์ (บูรณาการกบั พลเมอื งดี)
ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๓ กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น
เวลา ๑๐ ชวั่ โมง

กำหนดการจดั กิจกรรมการเรยี นรเู้ พอ่ื สรา้ งความเป็นพลเมอื ง ระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 3

ครงั้ ท่ี ช่อื กิจกรรม จำนวน สอดคลอ้ งกบั คุณสมบัตขิ องความเปน็ พลเมือง
1 ปากดีเป็นศรีแก่ตัว ชว่ั โมง และหรอื คุณธรรม จรยิ ธรรม

2 ชีวิตตอ้ งสขู้ องมานะเจา้ ปญั ญา - เคารพสิทธขิ องตนเองและผอู้ นื่
3 คุณคา่ แหง่ ชวี ิตสุข - ความรบั ผดิ ชอบ
4 นทิ านสอนใจ 1 - ความจรงิ ใจ
5-6 สายตรวจจบั ขยะ - ความกล้าแสดงออกในสงิ่ ทด่ี ี
7 ขจดั ความขดั แยง้ - เสรีภาพ
- มารยาทในการพูดและการฟัง

- ความรับผดิ ชอบ
- ความซ่อื สัตย์
1 - ความอิสระ
- ความมเี หตุผล
- การยอมรับฟงั ความคิดเหน็ ของผ้อู ่ืน
อยา่ งมีเหตผุ ล

- ความภูมิใจ
1 - ความรบั ผิดชอบ

- ความขยนั อดทน เหน็ คุณคา่ ของตนเอง

- การคบเพือ่ น
1 - ความรอบคอบ

- ความซอื่ สัตย์
- ความเอ้ือเฟอ้ื เผ่อื แผ่

- เคารพกติกา
- ความรบั ผิดชอบ
2 - ความเสียสละ
- ความสามคั คี
- การเปน็ ผู้นำและผตู้ ามที่ดี
- การวางแผนงาน

- เคารพสิทธผิ ู้อ่ืน
1 - เคารพกติกา

- การมวี ินยั
- ความมเี หตผุ ล

๒๖๘

คร้งั ท่ี ช่อื กิจกรรม จำนวน สอดคล้องกบั คุณสมบัติของความเปน็ พลเมอื ง
8 สร้างตึกดว้ ยกระดาษ
ชวั่ โมง และหรอื คณุ ธรรม จริยธรรม
9-10 ร่วมสรา้ งสรรค์จิตสาธารณะ
รวม - ความอดทน

- ความรบั ผิดชอบ

1 - ความมงุ่ มั่น

- ความอุตสาหะ

- ความตง้ั ใจ

- จติ สาธารณะ

2 - ความเอ้อื เฟอื้ เผอ่ื แผ่
- ความคิดสร้างสรรค์

- เสยี สละ

10

คำอธบิ ายรายวิชากจิ กรรมพัฒนาผู้เรียน ๒๖๙
กจิ กรรมเพือ่ สงั คมและสาธารณประโยชน์ (บรู ณาการกบั พลเมืองดี)
ชั้นประถมศึกษาปที ่ี ๔ กิจกรรมพฒั นาผู้เรียน
เวลา ๑๐ ชว่ั โมง

กำหนดการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้เพอ่ื สรา้ งความเปน็ พลเมือง ระดับช้ันประถมศึกษาปีท่ี 4

ครัง้ ที่ ชือ่ กจิ กรรม จำนวน สอดคลอ้ งกบั คุณสมบัติของความเปน็ พลเมอื ง
1 ฟงั ดีมีประโยชน์
ช่ัวโมง และหรอื คณุ ธรรม จรยิ ธรรม
2-3 ใจสัตย์ซ่ือถอื คณุ ธรรม
4-5 ร่วมกนั สรรสรา้ ง - วิถีชวี ิตประชาธิปไตย

6 เวลาไมห่ วนกลบั - คารวธรรม
7 ความเออ้ื เฟือ้ เผอื่ แผ่
8-10 แรลล่พี ัฒนาชุมชน 1 - ปัญญาธรรม

รวม - สามัคคีธรรม

- เคารพความแตกตา่ ง

- ความรบั ผิดชอบ

- ความซื่อสัตย์

2 - การทำงานรว่ มกัน

- ความรับผิดชอบ

- เคารพสิทธผิ ้อู ืน่

- เคารพกตกิ า

2 - ความรับผิดชอบ

- ความสามคั คี

- การทำงานร่วมกนั

- ตรงต่อเวลา

- ความรบั ผดิ ชอบ

1 - การทำงานร่วมกนั

- การเป็นผูน้ ำและผู้ตามท่ีดี

- ความสามคั คี

- ความเอือ้ เฟอื้ เผอ่ื แผ่

1 - ความมีเหตุผล

- การอยู่รว่ มกัน

- ความรับผิดชอบตอ่ สังคม

3 - การทำงานรว่ มกนั
- ความสามัคคี

- จิตสาธารณะ

10

คำอธบิ ายรายวิชากิจกรรมพัฒนาผเู้ รียน ๒๗๐
กจิ กรรมเพื่อสังคมและสาธารณประโยชน์ (บูรณาการกบั พลเมืองด)ี
ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๕ กจิ กรรมพฒั นาผเู้ รียน
เวลา ๑๐ ชวั่ โมง

กำหนดการจดั กิจกรรมการเรยี นรู้เพอ่ื สรา้ งความเป็นพลเมอื ง ระดับชน้ั ประถมศกึ ษาปที ่ี 5

คร้ังท่ี ช่ือกจิ กรรม จำนวน สอดคล้องกบั คณุ สมบตั ิของความเปน็ พลเมอื ง
1-3 พลังแห่งชีวติ
ช่ัวโมง และหรอื คุณธรรม จริยธรรม
4-5 ม มิตร พ พาล
- เคารพสทิ ธผิ ู้อืน่
6 ระเบยี บวนิ ัยภายในหอ้ งเรียน
7-8 โรงเรียนสวยดว้ ยเด็กไทยรฐั - เคารพความเสมอภาค
9 พลเมอื งดศี รีชมุ ชน
10 ความสขุ 3 - เคารพกติกา

รวม - ความรบั ผดิ ชอบ

- การแก้ปญั หาอย่างมีเหตผุ ล

- มอี สิ รภาพ

- เคารพกติกา

2 - ความรบั ผิดชอบ

- การทำงานรว่ มกัน

- ความสามคั คี

- เคารพสิทธผิ ู้อ่ืน

- มวี ินยั

1 - ประหยัด

- ความรับผิดชอบ

- ความซือ่ สตั ย์

- จิตสาธารณะ

2 - ความรบั ผดิ ชอบ

- ความเอื้อเฟอื้ เผ่ือแผ่

- ความสามัคคี

- ความเสียสละ

1 - การทำงานร่วมกนั

- ความรบั ผดิ ชอบ

- ความซ่ือสัตย์

- คดิ ในแงบ่ วก

1 - ความรว่ มมอื
- ความสามคั คี

- ความรับผดิ ชอบ

10

คำอธบิ ายรายวิชากิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น ๒๗๑
กจิ กรรมเพ่อื สังคมและสาธารณประโยชน์ (บูรณาการกบั พลเมอื งด)ี
ชั้นประถมศกึ ษาปที ่ี ๖ กจิ กรรมพัฒนาผเู้ รยี น
เวลา ๑๐ ชว่ั โมง

กำหนดการจดั กิจกรรมการเรยี นรูเ้ พอ่ื สรา้ งความเปน็ พลเมือง ระดบั ช้ันประถมศึกษาปีท่ี 6

ครั้งที่ ชื่อกจิ กรรม จำนวน สอดคลอ้ งกบั คุณสมบตั ิของความเปน็ พลเมือง
ช่ัวโมง และหรอื คุณธรรม จรยิ ธรรม

- เคารพสทิ ธติ นเอง

- ยอมรับความคดิ เห็นของผู้อนื่ อย่างมีเหตผุ ล

1 บา้ นแสนรัก 1 - การวางแผนงาน
- ความสามคั คี

- ความซ่อื สัตย์

- ความช่วยเหลอื

- เคารพสิทธผิ ูอ้ นื่

- มีจิตสาธารณะ

2–3 รักษส์ ิ่งแวดลอ้ ม 2 - ความรับผิดชอบ

- ทักษะการแกป้ ญั หา

- การทำงานรว่ มกัน

- เคารพสิทธผิ ู้อืน่

- เคารพความแตกต่าง

4 หนึ่งใจเดยี วกนั 1 - ความรบั ผดิ ชอบ
- ความยตุ ิธรรม

- เคารพกฎ กติกา

- ความร่วมมอื

- ความประหยัด

5 ออมวนั นี้รวยวนั หนา้ - ความมีเหตุผล
1 - เคารพสทิ ธผิ ู้อน่ื

- ความรับผิดชอบ

- การแสดงความเคารพ

- ความเออื้ เฟอ้ื

6 เคารพนบนอบ 1 - ใชว้ าจาไพเราะ

- จิตสาธารณะ

- ความรับผิดชอบ

- เคารพกติกา

7 กฎ กติกา ห้องเรียน 1 - เคารพความแตกต่าง

- ความรบั ผิดชอบ

๒๗๒

ครงั้ ท่ี ช่อื กจิ กรรม จำนวน สอดคลอ้ งกบั คุณสมบัติของความเปน็ พลเมือง
ชว่ั โมง และหรอื คณุ ธรรม จรยิ ธรรม

- ความมีวนิ ยั

8 วินัยดีชวี ีมสี ขุ 1 - ความรับผิดชอบ

- เคารพความแตกตา่ ง

- มีจิตสาธารณะ

- รบั ผิดชอบตอ่ สังคม

9–10 วนิ ยั ดีชวี มี สี ุข 2 - ความเอ้อื เฟอื้
- ความสามคั คี

- ความเปน็ ผนู้ ำและผตู้ ามทดี่ ี

- ความคดิ สรา้ งสรรค์

รวม 10

๒๗๓

สว่ นที่ ๔
เกณฑก์ ารจบการศกึ ษา

หลักสูตรสถานศึกษา โรงเรียนไทยรัฐวิทยา ๑๐๔ (บ้านทุง่ กระถนิ ) พทุ ธศักราช ๒๕๖๕ ตามหลักสตู ร
แกนกลางการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ฉบบั ปรบั ปรงุ พ.ศ. ๒๕๖๐) กำหนดเกณฑส์ ำหรับการจบ
การศกึ ษา ดงั นี้

เกณฑก์ ารจบระดบั ประถมศกึ ษา
๑. ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐาน จำนวน ๘๔๐ ชั่วโมง และรายวิชาเพิ่มเติมจำนวน ๔๐ ชั่วโมง และมี

ผลการประเมินรายวิชาพ้ืนฐานผา่ นทุกรายวชิ า
๒. ผู้เรียนตอ้ งมีผลการประเมินการอา่ น คดิ วเิ คราะห์ และเขียน ระดับ “ผ่าน” ข้ึนไป
๓. ผเู้ รียนมผี ลการประเมินคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ระดับ “ผ่าน” ขน้ึ ไป
๔. ผเู้ รยี นต้องเขา้ ร่วมกิจกรรมพฒั นาผูเ้ รยี นและไดร้ ับการตัดสนิ ผลการเรยี น “ผ่าน” ทุกกิจกรรม

เกณฑ์การจบระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น
๑. ผเู้ รยี นเรยี นรายวิชาพ้ืนฐานและเพ่ิมเตมิ ไม่เกิน ๘๑ หนว่ ยกติ โดยเป็นรายวชิ าพื้นฐาน จำนวน ๖๖

หน่วยกิต และรายวชิ าเพม่ิ เตมิ จำนวน ๑๕ หน่วยกติ
๒. ผูเ้ รียนตอ้ งไดห้ นว่ ยกติ ตลอดหลักสูตร ไม่นอ้ ยกว่า ๗๗ หนว่ ยกิต โดยเปน็ รายวชิ าพนื้ ฐาน จำนวน

๖๖ หน่วยกิต และรายวชิ าเพมิ่ เติมไม่น้อยกว่า จำนวน ๑๑ หน่วยกิต
๓. ผเู้ รียนมผี ลการประเมินการอา่ น คดิ วิเคราะห์ และเขียน ระดับ “ผา่ น” ขน้ึ ไป
๔. ผ้เู รยี นมผี ลการประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์ ระดบั “ผ่าน” ขึน้ ไป
๕. ผเู้ รยี นเข้ารว่ มกิจกรรมพฒั นาผ้เู รียนและไดร้ ับการตดั สินผลการเรียน “ผา่ น” ทุกกิจกรรม

การจัดการเรียนรู้
การจัดการเรียนรู้เป็นกระบวนการสำคัญในการนำหลักสูตรสู่การปฏิบัติ หลักสูตรแกนกลาง

การศึกษาข้ันพื้นฐาน เป็นหลักสูตรท่ีมีมาตรฐานการเรียนรู้ สมรรถนะสำคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์
ของผู้เรียน เปน็ เป้าหมายสำหรับพฒั นาเดก็ และเยาวชน

ในการพฒั นาผเู้ รียนใหม้ คี ุณสมบตั ิตามเป้าหมายหลกั สูตร ผู้สอนพยายามคัดสรรกระบวนการเรียนรู้
จัดการเรียนรู้โดยช่วยใหผ้ ู้เรียนเรยี นรู้ผา่ นสาระท่ีกำหนดไว้ในหลักสตู ร ๘ กลุ่มสาระการเรียนรู้ รวมทั้งปลูกฝัง
เสริมสร้างคณุ ลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ พฒั นาทกั ษะตา่ ง ๆ อนั เป็นสมรรถนะสำคญั ใหผ้ เู้ รียนบรรลตุ ามเปา้ หมาย

๑. หลกั การจดั การเรียนรู้
การจัดการเรียนรู้เพ่ือให้ผู้เรียนมีความรู้ความสามารถตามมาตรฐานการเรียนรู้สมรรถนะสำคัญ

และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ตามที่กำหนดไว้ในหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน โดยยึดหลักว่า
ผู้เรียนมคี วามสำคัญท่ีสดุ เช่อื วา่ ทุกคนมีความสามารถเรียนรู้และพัฒนาตนเองได้ ยดึ ประโยชนท์ ่ีเกดิ กบั ผู้เรียน
กระบวนการจัดการเรียนรู้ต้องส่งเสริมให้ผู้เรียน สามารถพัฒนาตามธรรมชาติและเต็มตามศักยภาพ
คำนึงถึงความแตกตา่ งระหว่างบคุ คลและพัฒนาการทางสมอง เน้นใหค้ วามสำคญั ท้ังความรู้ และคณุ ธรรม

๒๗๔

๒. กระบวนการเรียนรู้
การจัดการเรียนรู้ที่เน้นผู้เรียนเป็นสำคัญ ผู้เรียนจะต้องอาศัยกระบวนการเรียนรู้ที่หลากหลาย

เป็นเครอื่ งมอื ที่จะนำพาตนเองไปสูเ่ ปา้ หมายของหลักสตู ร โดยกระบวนการเรียนรู้ท่ีจำเปน็ สำหรับผู้เรียน อาทิ
กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการสร้างความรู้ กระบวนการคิด กระบวนการทางสังคม
กระบวนการเผชิญสถานการณ์และแกป้ ัญหา กระบวนการเรียนรจู้ ากประสบการณจ์ รงิ กระบวนการปฏิบัติ ลง
มือทำจรงิ กระบวนการจดั การ กระบวนการวจิ ยั กระบวนการเรยี นรู้การเรียนรู้ของตนเอง กระบวนการพัฒนา
ลักษณะนิสัย

กระบวนการเหล่านี้ จัดเป็นแนวทางในการจัดการเรียนรู้ที่ผู้เรียนควรได้รับการฝึกฝนและพัฒนา
เพราะจะสามารถช่วยให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ได้ดี บรรลุเป้าหมายของหลักสูตร ดังนั้น ผู้สอนจึงจำเป็นต้อง
ศึกษาทำความเข้าใจในกระบวนการเรียนรู้ต่าง ๆ เพื่อให้สามารถเลือกใช้ในการจัดกระบวนการเรียนรู้ได้อย่างมี
ประสิทธิภาพ

๓. การออกแบบการจดั การเรยี นรู้
ผู้สอนต้องศึกษาหลักสูตรสถานศึกษาให้เข้าใจถึงมาตรฐานการเรียนรู้ ตัวชี้วัด สมรรถนะ

สำคัญของผู้เรียน คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และสาระการเรียนรู้ท่ีเหมาะสมกับผู้เรียน แล้วจึงจะพิจารณา
ออกแบบการจัดการเรียนรู้โดยเลือกใช้วิธีสอนและเทคนิคการสอน สื่อ/แหล่งเรียนรู้ การวัดและประเมินผล
เพ่ือให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพ และบรรลุตามเปา้ หมายทีก่ ำหนด

๔. บทบาทของผู้สอนและผู้เรียน
การจัดการเรียนรู้เพื่อให้ผู้เรียนมีคุณภาพตามเป้าหมายของหลักสูตร ท้ังผู้สอนและผู้เรียนควรมี

บทบาท ดงั นี้
๔.๑ บทบาทของผ้สู อน
๑) ศึกษาวิเคราะห์ผู้เรียนเป็นรายบุคคล แล้วนำข้อมูลมาใช้ในการวางแผนการจัดการ

เรียนรู้ ทที่ า้ ทายความสามารถของผเู้ รียน
๒) กำหนดเป้าหมายทต่ี ้องการใหเ้ กิดข้นึ กับผู้เรียน ด้านความรู้และทักษะกระบวนการ ในที่

เป็นความคดิ รวบยอด หลกั การ และความสมั พันธ์ รวมทัง้ คณุ ลักษณะอันพึงประสงค์
๓) ออกแบบการเรียนรู้และจัดการเรียนรู้ที่ตอบสนองความแตกต่างระหว่างบุคคลและ

พฒั นาการทางสมอง เพ่อื นำผู้เรยี นไปสูเ่ ปา้ หมาย
๔) จดั บรรยากาศทเี่ อื้อตอ่ การเรยี นรู้ และดแู ลช่วยเหลอื ผ้เู รียนให้เกดิ การเรยี นรู้
๕) จัดเตรียมและเลือกใช้สื่อให้เหมาะสมกับกิจกรรม นำภูมิปัญญาท้องถิ่น เทคโนโลยีท่ี

เหมาะสมมาประยุกต์ใช้ในการจัดการเรยี นการสอน
๖) ประเมินความก้าวหน้าของผู้เรียนด้วยวิธีการที่หลากหลาย เหมาะสมกับธรรมชาติของ

วิชาและระดบั พัฒนาการของผเู้ รียน
๗) วิเคราะห์ผลการประเมินเพื่อนำมาใช้ในการซ่อมเสริมและพัฒนาผู้เรียน รวมทั้ง

ปรับปรุงการจัดการเรยี นการสอนของตนเอง

๒๗๕

๔.๒ บทบาทของผเู้ รียน
๑) กำหนดเปา้ หมาย วางแผน และรับผิดชอบการเรยี นรขู้ องตนเอง
๒) เสาะแสวงหาความรู้ เข้าถึงแหล่งการเรียนรู้ วิเคราะห์ สังเคราะห์ ข้อความรู้ ตั้ง

คำถาม คดิ หาคำตอบหรอื หาแนวทางแก้ปัญหาดว้ ยวิธีการตา่ ง ๆ
๓) ลงมือปฏิบัติจริง สรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ด้วยตนเอง และนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ใน

สถานการณ์ต่าง ๆ
๔) มปี ฏสิ มั พนั ธ์ ทำงาน ทำกจิ กรรมร่วมกับกลุ่มและครู
๕) ประเมินและพัฒนากระบวนการเรยี นรูข้ องตนเองอยา่ งต่อเน่ือง

สื่อการเรียนรู้
สื่อการเรียนรู้เป็นเครื่องมือส่งเสริมสนับสนุนการจัดการกระบวนการเรียนรู้ ให้ผู้เรียนเข้าถึงความรู้

ทักษะกระบวนการ และคุณลักษณะตามมาตรฐานของหลักสูตรได้อย่างมีประสิทธิภาพ สื่อการเรียนรู้มี
หลากหลายประเภท ทั้งสื่อธรรมชาติ สื่อสิ่งพมิ พ์ สื่อเทคโนโลยี และเครือข่ายการเรียนรู้ต่าง ๆ ที่มีในท้องถ่ิน
การเลอื กใช้ส่ือควรเลือกให้มีความเหมาะสมกบั ระดบั พัฒนาการ และลลี าการเรียนร้ทู ่ีหลากหลายของผู้เรียน

การจัดหาสือ่ การเรยี นรู้ ผู้เรียนและผู้สอนสามารถจัดทำและพัฒนาขึ้นเอง หรือปรับปรุงเลือกใชอ้ ยา่ ง
มีคุณภาพจากสื่อต่าง ๆ ที่มีอยูร่ อบตัว เพื่อนำมาใช้ประกอบในการจัดการเรียนรู้ที่สามารถสง่ เสริมและสือ่ สาร
ให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้ โดยสถานศึกษาควรจัดให้มีอย่างพอเพียง เพื่อพัฒนาให้ผู้เรียนเกิดการเรียนรู้อย่าง
แท้จริง สถานศึกษา เขตพื้นที่การศึกษา หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง และผู้มีหน้าที่จัดการศึกษาขั้นพื้นฐานควร
ดำเนนิ การ ดังนี้

๑. จดั ใหม้ ีแหล่งการเรยี นรู้ ศูนย์ส่ือการเรยี นรู้ ระบบสารสนเทศการเรียนรู้ และเครอื ข่ายการเรียนรู้ที่
มีประสิทธิภาพ ทั้งในสถานศึกษาและในชุมชน เพื่อการศึกษาค้นคว้าและการแลกเปลี่ยนประสบการณ์การ
เรยี นรู้ ระหวา่ งสถานศกึ ษา ท้องถิน่ ชุมชน สังคมโลก

๒. จัดทำและจัดหาสื่อการเรียนรู้สำหรับการศึกษาค้นคว้าของผู้เรียน เสริมความรู้ให้ผู้สอน รวมท้ัง
จดั หาสง่ิ ทมี่ อี ยู่ในท้องถน่ิ มาประยุกต์ใช้เป็นสอ่ื การเรียนรู้

๓. เลือกและใช้สื่อการเรียนรู้ที่มีคุณภาพ มีความเหมาะสม มีความหลากหลาย สอดคล้องกับวิธีการ
เรยี นรู้ ธรรมชาตขิ องสาระการเรียนรู้ และความแตกตา่ งระหวา่ งบคุ คลของผู้เรยี น

๔. ประเมนิ คุณภาพของสอ่ื การเรียนรู้ทีเ่ ลือกใชอ้ ยา่ งเปน็ ระบบ
๕. ศกึ ษาค้นคว้า วจิ ัย เพือ่ พฒั นาสอื่ การเรยี นรใู้ ห้สอดคล้องกบั กระบวนการเรียนรขู้ องผ้เู รียน
๖. จัดใหม้ กี ารกำกับ ติดตาม ประเมนิ คณุ ภาพและประสิทธิภาพเกี่ยวกบั ส่ือ และการใชส้ ่อื การเรียนรู้
เปน็ ระยะ ๆ และสม่ำเสมอ
ในการจัดทำ การเลือกใช้ และการประเมินคุณภาพสื่อการเรียนรู้ที่ใช้ในสถานศึกษา ควรคำนึงถึง
หลกั การสำคัญของสอ่ื การเรยี นรู้ เชน่ ความสอดคล้องกับหลกั สูตร วัตถปุ ระสงค์การเรียนรู้ การออกแบบกิจกรรม
การเรียนรู้ การจัดประสบการณ์ใหผ้ ูเ้ รยี น เน้ือหามีความถกู ต้องและทันสมัย ไมก่ ระทบความมนั่ คงของชาติ ไม่
ขัดตอ่ ศีลธรรมมีการใช้ภาษาทถี่ กู ต้อง รูปแบบการนำเสนอทีเ่ ขา้ ใจงา่ ยและน่าสนใจ

๒๗๖

การวดั และประเมนิ ผลการเรียน
การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ของผู้เรียน ต้องอยู่บนหลักการพื้นฐานสองประการคือ การประเมิน

เพื่อพัฒนาผู้เรียน และเพื่อตัดสินผลการเรียน ในการพัฒนาคุณภาพการเรยี นรู้ของผู้เรียนให้ประสบผลสำเร็จนนั้
ผเู้ รียนจะตอ้ งได้รบั การพฒั นาและประเมนิ ตามตัวชว้ี ัด เพอ่ื ใหบ้ รรลตุ ามมาตรฐานการเรยี นรู้ สะท้อนสมรรถนะ
สำคัญ และคุณลักษณะอันพึงประสงค์ของผู้เรียน ซึ่งเป็นเป้าหมายหลักในการวัดและประเมินผลการเรียนรู้
ในทุกระดับ ไม่ว่าจะเป็นระดับชั้นเรียน ระดับสถานศึกษา ระดับเขตพ้ืนท่ีการศึกษา และระดับชาติ การวัด
และประเมินผลการเรียนรู้ เป็นกระบวนการพัฒนาคุณภาพผู้เรียน โดยใช้ผลการประเมินเป็นข้อมูลและ
สารสนเทศที่แสดงพัฒนาการ ความก้าวหน้า และความสำเร็จทางการเรียนของผู้เรียน ตลอดจนข้อมูลที่เป็น
ประโยชน์ตอ่ การสง่ เสรมิ ให้ผเู้ รียนเกิดการพัฒนา และเรยี นรู้อยา่ งเต็มตามศักยภาพ

การวัดและประเมินผลการเรียนรู้ แบ่งออกเป็น ๔ ระดับ ประกอบด้วย ระดับชั้นเรียน ระดับ
สถานศึกษา ระดบั เขตพ้ืนท่กี ารศึกษา และระดับชาติ โดยมรี ายละเอยี ดดงั น้ี

๑. การประเมินระดับชั้นเรียน เป็นการวัดและประเมินผลที่อยู่ในกระบวนการจัดการเรียนรู้
ครูผู้สอนดำเนินการเป็นปกติและสม่ำเสมอ ในการจัดการเรียนการสอน ใช้เทคนิคการประเมินอย่าง
หลากหลาย เช่น การซักถาม การสังเกต การตรวจการบ้าน การประเมนิ โครงงาน การประเมินชิน้ งาน/ภาระ
งาน แฟ้มสะสมงาน การใช้แบบทดสอบ ฯลฯ โดยผู้สอนเป็นผู้ประเมินเองหรือเปิดโอกาสให้ผู้เรียนประเมิน
ตนเอง เพื่อนประเมนิ เพอ่ื น ผู้ปกครองร่วมประเมิน ในกรณีที่ไมผ่ ่านตัวชีว้ ดั ให้มกี ารสอนซอ่ มเสริม

การประเมนิ ระดับชั้นเรียนเปน็ การตรวจสอบว่า ผูเ้ รยี นมีพฒั นาการความก้าวหน้าในการเรียนรู้อันเป็น
ผลมาจากการจัดกิจกรรมการเรียนการสอนหรือไม่ และมากน้อยเพียงใด มีสิ่งที่จะต้องได้รับการพัฒนา
ปรับปรงุ และส่งเสรมิ ในดา้ นใด นอกจากนี้ยงั เปน็ ข้อมูลใหผ้ ู้สอนใชป้ รับปรุงการเรียนการสอนของตนด้วย ทั้งนี้
โดยสอดคล้องกบั มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชี้วัด

๒. การประเมินระดบั สถานศึกษา เป็นการประเมินท่ีสถานศึกษาดำเนินการเพื่อตัดสินผลการเรียน
ของผู้เรียนเป็นรายปี/รายภาค ผลการประเมนิ การอา่ น คดิ วิเคราะห์และเขียน คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์ และ
กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน นอกจากนี้เพื่อให้ได้ข้อมูลเกี่ยวกับการจัดการศึกษาของสถานศึกษา ว่าส่งผลต่อการ
เรียนรู้ของผู้เรียนตามเป้าหมายหรือไม่ ผู้เรียนมีจุดพัฒนาในด้านใด รวมทั้งสามารถนำผลการเรียนของผู้เรียนใน
สถานศึกษาเปรยี บเทียบกับเกณฑร์ ะดับชาติ ผลการประเมนิ ระดบั สถานศกึ ษาจะเปน็ ขอ้ มูลและสารสนเทศเพื่อ
การปรับปรุงนโยบาย หลักสูตร โครงการ หรือวธิ ีการจัดการเรียนการสอน ตลอดจนเพือ่ การจดั ทำแผนพัฒนา
คุณภาพการศึกษาของสถานศึกษาตามแนวทางการประกันคุณภาพการศึกษา และการรายงานผลการจัด
การศึกษาต่อคณะกรรมการสถานศึกษา สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษา สำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้น
พนื้ ฐาน ผู้ปกครองและชมุ ชน

๓. การประเมินระดับเขตพื้นทกี่ ารศึกษา เปน็ การประเมนิ คุณภาพผเู้ รียนในระดับเขตพื้นท่กี ารศกึ ษา
ตามมาตรฐานการเรียนรู้ ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน เพื่อใช้เป็นข้อมูลพ้ืนฐานในการพัฒนา
คุณภาพการศกึ ษาของเขตพื้นที่การศึกษา ตามภาระความรับผิดชอบ สามารถดำเนินการโดยประเมนิ คณุ ภาพ
ผลสัมฤทธิ์ของผู้เรียนด้วยข้อสอบมาตรฐานที่จัดทำ และดำเนินการโดยเขตพื้นที่การศึกษา หรือด้วยความ

๒๗๗

ร่วมมือกับหน่วยงานต้นสังกัดในการดำเนินการจัดสอบ นอกจากนี้ยังได้จากการตรวจสอบทบทวนข้อมูลจาก
การประเมินระดับสถานศึกษาในเขตพน้ื ท่ีการศึกษา

๔. การประเมินระดับชาติ เป็นการประเมินคุณภาพผู้เรียนในระดับชาติตามมาตรฐานการเรียนรู้
ตามหลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน สถานศึกษาต้องจัดใหผ้ ู้เรยี นทุกคนท่ีเรียนในชัน้ ประถมศกึ ษาปีท่ี
๓ ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖ และชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๓ เข้ารับการประเมิน ผลจากการประเมินใช้เป็นข้อมูลใน
การเทียบเคียงคุณภาพการศึกษาในระดับต่าง ๆ เพื่อนำไปใช้ในการวางแผนยกระดับคุณภาพการจัด
การศึกษา ตลอดจนเป็นข้อมูลสนับสนุนการตัดสินใจในระดบั นโยบายของประเทศ

ข้อมูลการประเมินในระดับต่าง ๆ ข้างต้น เป็นประโยชน์ต่อสถานศึกษาในการตรวจสอบ ทบทวน
พัฒนาคุณภาพผู้เรียน ถือเป็นภาระความรับผิดชอบของสถานศึกษาที่จะต้องจัดระบบดูแลช่วยเหลือ ปรับปรุง
แก้ไข ส่งเสริมสนับสนุน เพื่อให้ผู้เรียนได้พัฒนาเต็มตามศักยภาพบนพื้นฐานความแตกต่างระหว่างบุคคล ท่ี
จำแนกตามสภาพปญั หาและความต้องการ ไดแ้ ก่ กลุ่มผู้เรียนทว่ั ไป กลมุ่ ผเู้ รยี นทมี่ คี วามสามารถพิเศษ กลุ่มผู้เรียน
ที่มผี ลสัมฤทธ์ิทางการเรยี นตำ่ กล่มุ ผ้เู รียนทม่ี ปี ัญหาดา้ นวินัยและพฤติกรรม กลุ่มผเู้ รียนทป่ี ฏเิ สธโรงเรียน กลุ่ม
ผูเ้ รียนทม่ี ีปัญหาทางเศรษฐกิจและสังคม กลุ่มพกิ ารทางรา่ งกายและสติปญั ญา เปน็ ตน้ ข้อมูลจากการประเมิน
จึงเป็นหวั ใจของสถานศกึ ษา ในการดำเนนิ การช่วยเหลอื ผู้เรียนได้ทันท่วงที เป็นการเปดิ โอกาสใหผ้ ู้เรียนไดร้ บั
การพัฒนาและประสบความสำเร็จในการเรยี น

สถานศกึ ษาในฐานะผ้รู ับผดิ ชอบจดั การศึกษา จะต้องจดั ทำระเบียบว่าด้วยการวดั และประเมินผลการ
เรียนของสถานศึกษา ให้สอดคล้องและเป็นไปตามหลักเกณฑ์และแนวปฏิบัติ ที่เป็นข้อกำหนดของหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน เพอ่ื ให้บุคลากรที่เก่ียวขอ้ งทุกฝ่ายถอื ปฏิบตั ริ ว่ มกัน

เกณฑ์การวดั และประเมินผลการเรียน
๑. การตัดสิน การให้ระดบั และการรายงานผลการเรยี น
๑.๑ การตดั สนิ ผลการเรียน
ในการตัดสินผลการเรียนของกลุ่มสาระการเรียนรู้ การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน

คุณลักษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนนั้น ผู้สอนตอ้ งคำนึงถึงการพัฒนานักเรยี นแต่ละคนเปน็
หลัก และต้องเก็บข้อมูลของนักเรียนทุกด้านอย่างสม่ำเสมอและต่อเนื่องในแต่ละภาคเรียน รวมท้ั งสอนซ่อม
เสริมผเู้ รียนให้พัฒนาจนเต็มตามศักยภาพ มเี กณฑ์ดงั น้ี

ระดบั ประถมศึกษา
(๑) ผู้เรียนตอ้ งมีเวลาเรียนไม่น้อยกว่ารอ้ ยละ ๘๐ ของเวลาเรียนทัง้ หมด
(๒) ผู้เรียนต้องได้รับการประเมินทุกตัวชี้วัด และผ่านเกณฑ์ไม่น้อยกว่าร้อยละ ๘๐ ของ

จำนวนตวั ชว้ี ดั
(๓) ผ้เู รียนตอ้ งได้รบั การตัดสนิ ผลการเรยี นทกุ รายวชิ า
(๔) ผู้เรียนต้องได้รบั การประเมิน และมีผลการประเมินผา่ นตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด

ในการอ่าน คิดวเิ คราะห์และเขียน คณุ ลักษณะอนั พงึ ประสงค์ และกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน

๒๗๘

ระดับมัธยมศกึ ษา
(๑) ตดั สนิ ผลการเรียนเป็นรายวิชา ผเู้ รยี นตอ้ งมเี วลาเรยี นตลอดภาคเรยี นไม่นอ้ ยกวา่ รอ้ ยละ

๘๐ ของเวลาเรียนทัง้ หมดในรายวชิ าน้ัน ๆ
(๒) ผู้เรียนตอ้ งได้รบั การประเมนิ ทกุ ตวั ช้ีวดั และผา่ นตามเกณฑ์ท่สี ถานศึกษากำหนด
(๓) ผเู้ รียนต้องไดร้ บั การตดั สินผลการเรียนทกุ รายวิชา
(๔) ผู้เรียนต้องไดร้ ับการประเมิน และมีผลการประเมนิ ผ่านตามเกณฑท์ ่ีสถานศึกษากำหนด

ในการอ่าน คิดวเิ คราะหแ์ ละเขียน คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์ และกิจกรรมพัฒนาผูเ้ รียน
การพิจารณาเลื่อนชั้นทั้งระดับประถมศึกษาและมัธยมศึกษา ถ้าผู้เรียนมีข้อบกพร่องเพียงเล็กน้อย

และสถานศกึ ษาพิจารณาเหน็ ว่าสามารถพฒั นาและสอนซอ่ มเสรมิ ได้ ให้อยู่ในดลุ พนิ ิจของสถานศึกษาท่จี ะผ่อน
ผันให้เลื่อนชั้นได้ แต่หากผู้เรียนไม่ผ่านรายวิชาจำนวนมาก และมีแนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาต่อการเรียนใน
ระดับชั้นที่สูงขึ้น สถานศึกษาอาจตั้งคณะกรรมการพิจารณาให้เรียนซ้ำชั้นได้ ทั้งนี้ให้คำนึงถึงวุฒิภาวะและ
ความรูค้ วามสามารถของผเู้ รยี นเปน็ สำคญั

๑.๒ การใหร้ ะดบั ผลการเรียน
๑.๒.๑ การตัดสินระดับผลการเรียนรายวิชาของกลุ่มสาระการเรียนรู้ สถานศึกษาสามารถ

ให้ระดับผลการเรยี นหรือระดับคุณภาพการปฏบิ ตั ิของผู้เรียน เป็นระบบตัวเลข ระบบตัวอกั ษร ระบบรอ้ ยละ
และระบบทีใ่ ชค้ ำสำคัญสะทอ้ นมาตรฐาน ดงั น้ี

ระดบั ผลการเรยี น ความหมาย ชว่ งคะแนนรอ้ ยละ
๔ ผลการเรยี นดเี ยย่ี ม ๘๐ - ๑๐๐
๓.๕ ผลการเรียนดมี าก ๗๕ - ๗๙
๓ ผลการเรียนดี ๗๐ - ๗๔
๒.๕ ผลการเรยี นคอ่ นขา้ งดี ๖๕ - ๖๙
๒ ผลการเรียนนา่ พอใจ ๖๐ - ๖๔
๑.๕ ผลการเรยี นพอใช้ ๕๕ - ๕๙
๑ ผลการเรยี นผา่ นเกณฑ์ข้นั ต่ำ ๕๐ - ๕๔
๐ ผลการเรียนต่ำกวา่ เกณฑ์ ๐ - ๔๙

๑.๒.๒ การประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน เป็นผ่านและไม่ผ่าน ถ้ากรณีที่ผ่าน
กำหนดเกณฑก์ ารตัดสนิ เปน็ ดีเยีย่ ม ดี และผ่าน

ดีเยี่ยม หมายถึง มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนที่มี
คณุ ภาพดีเลิศอยูเ่ สมอ

ดี หมายถึง มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนที่มี
คุณภาพเป็นทีย่ อมรบั

๒๗๙

ผ่าน หมายถึง มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน ที่มี
คุณภาพเป็นทีย่ อมรับ แตย่ งั มีขอ้ บกพรอ่ งบางประการ

ไม่ผ่าน หมายถึง ไม่มีผลงานที่แสดงถึงความสามารถในการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียน
หรือถา้ มผี ลงาน ผลงานน้นั ยงั มขี อ้ บกพรอ่ งทตี่ ้องได้รบั การปรับปรงุ แกไ้ ขหลายประการ

๑.๒.๓ การประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ รวมทุกคุณลักษณะเพื่อการเลื่อนชั้น และ
จบการศึกษา เป็นผา่ นและไมผ่ า่ น ในการผา่ น กำหนดเกณฑ์การตดั สนิ เปน็ ดเี ยยี่ ม ดี และผ่าน และความหมาย
ของแต่ละระดับ ดังนี้

ดีเยีย่ ม หมายถงึ ผ้เู รยี นปฏบิ ัติตนตามคณุ ลกั ษณะจนเปน็ นิสัย และนำไปใชใ้ น
ชวี ิตประจำวันเพอื่ ประโยชนส์ ขุ ของตนเองและสงั คม โดยพจิ ารณาจากผลการประเมินระดับดเี ยย่ี ม จำนวน
๕-๘ คุณลกั ษณะ และไม่มีคณุ ลกั ษณะใดไดผ้ ลการประเมนิ ตำ่ กว่าระดับดี

ดี หมายถึง ผเู้ รยี นมคี ุณลักษณะในการปฏิบตั ิตามกฎเกณฑ์ เพอื่ ใหเ้ ป็นการยอมรับของ
สังคมโดยพิจารณาจาก

๑) ได้ผลการประเมนิ ระดบั ดเี ยย่ี มจำนวน ๑-๔ คุณลักษณะ และไมม่ คี ุณลกั ษณะ
ใดได้ผลการประเมินตำ่ กวา่ ระดบั ดี หรอื

๒) ไดผ้ ลการประเมนิ ระดบั ดเี ย่ียมจำนวน ๔ คุณลักษณะ และไมม่ ีคณุ ลกั ษณะใด
ไดผ้ ลการประเมินตำ่ กวา่ ระดบั ผา่ นหรอื

๓) ไดผ้ ลการประเมินระดับดี จำนวน ๕-๘ คุณลักษณะ และไม่มคี ุณลักษณะใด
ไดผ้ ลการประเมินตำ่ กวา่ ระดบั ผา่ น

ผา่ น หมายถึง ผูเ้ รียนรบั รูแ้ ละปฏิบตั ติ ามกฎเกณฑแ์ ละเงอ่ื นไขทีส่ ถานศกึ ษากำหนด โดย
พจิ ารณาจาก

๑) ได้ผลการประเมินระดับผา่ น จำนวน ๕-๘ คณุ ลกั ษณะ และไม่มีคณุ ลกั ษณะใด
ไดผ้ ลการประเมินตำ่ กวา่ ระดบั ผ่าน หรอื

๒) ได้ผลการประเมนิ ระดับดี จำนวน ๔ คณุ ลกั ษณะ และไม่มีคณุ ลักษณะใด
ไดผ้ ลการประเมนิ ต่ำกวา่ ระดบั ผา่ น

ไม่ผา่ น หมายถึง ผ้เู รียนรับรูแ้ ละปฏิบัติได้ไมค่ รบตามกฎเกณฑแ์ ละเงอ่ื นไขท่สี ถานศกึ ษา
กำหนดโดยพจิ ารณาจากผลการประเมินระดบั ไม่ผ่านต้งั แต่ ๑ คณุ ลกั ษณะ

๑.๒.๔ การประเมินกิจกรรมพฒั นาผเู้ รียน จะต้องพจิ ารณาทง้ั เวลาการเขา้ รว่ มกิจกรรมการ
ปฏบิ ัตกิ ิจกรรมและผลงานของผเู้ รียนตามเกณฑ์ท่ีโรงเรียนกำหนดและให้ผลการประเมนิ เป็นผ่าน และไม่ผ่าน
ใหใ้ ชต้ วั อักษรแสดงผลการประเมนิ ดังนี้

“ผ” หมายถึง ผเู้ รียนมีเวลาเข้ารว่ มกิจกรรมพัฒนาผเู้ รยี น ไมน่ อ้ ยกว่ารอ้ ยละ ๘๐ ปฏบิ ัติ
กิจกรรมและมผี ลงานเป็นท่ีประจักษ์

“มผ” หมายถึง ผู้เรียนมเี วลาเขา้ รว่ มกจิ กรรมพฒั นาผเู้ รยี น ปฏบิ ัตกิ จิ กรรมและมีผลงาน
ไม่เป็นไปตามเกณฑ์ท่ีสถานศกึ ษากำหนด

๒๘๐

ในกรณีที่ผู้เรียนได้ “มผ” ครูผู้ดูแลกิจกรรมต้องจัดซ่อมเสริมให้ผู้เรียนทำกิจกรรมในส่วนที่
ผู้เรียนไม่ได้เข้าร่วมหรือไม่ได้ทำจนครบถ้วน แล้วจึงเปลี่ยนผลการเรียนจาก “มผ” เป็น “ผ” ได้ ทั้งนี้ ต้อง
ดำเนนิ การให้เสรจ็ ส้นิ ภายในปกี ารศึกษานนั้ ยกเวน้ มเี หตุสุดวสิ ยั ห้อย่ใู นดุลยพนิ ิจของผู้บริหารสถานศึกษาหรอื
ผทู้ ่ไี ดร้ ับมอบหมาย

๑.๓ การรายงานผลการเรียน
การรายงานผลการเรยี นเปน็ การส่อื สารให้ผู้ปกครองและผู้เรยี นทราบความก้าวหน้าในการเรยี นรู้

ของผู้เรียน ซึ่งสถานศึกษาต้องสรุปผลการประเมินและจัดทาเอกสารรายงานให้ผู้ปกครองทราบเป็นระยะ ๆ
หรืออยา่ งน้อยภาคเรียนละ ๑ ครง้ั

การรายงานผลการเรียนสามารถรายงานเป็นระดับคุณภาพการปฏิบัติของผู้เรียนที่สะท้อน
มาตรฐานการเรียนรกู้ ล่มุ สาระการเรยี นรู้

๒. เกณฑ์การจบการศกึ ษา
หลักสตู รการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน กำหนดเกณฑก์ ลางสำหรบั การจบการศกึ ษาเปน็ ๒ ระดบั คอื ระดับ

ประถมศึกษา และระดบั มธั ยมศึกษาตอนตน้
๒.๑ เกณฑ์การจบระดบั ประถมศกึ ษา
(๑) ผู้เรียนเรียนรายวิชาพื้นฐาน และรายวิชา/กิจกรรมเพิ่มเติมตามโครงสร้างเวลาเรียนท่ี

หลักสูตรการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐานกำหนด
(๒) ผู้เรียนต้องมีผลการประเมินรายวิชาพื้นฐาน ผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่สถานศึกษา

กำหนด
(๓) ผู้เรียนมีผลการประเมินการอ่าน คิดวิเคราะห์ และเขียนในระดับผ่านเกณฑ์การประเมิน

ตามทส่ี ถานศึกษากำหนด
(๔) ผู้เรียนมีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่

สถานศึกษากำหนด
(๕) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่

สถานศึกษากำหนด

๒.๒ เกณฑ์การจบระดบั มธั ยมศึกษาตอนต้น
(๑) ผเู้ รียนเรยี นรายวชิ าพ้นื ฐานและเพมิ่ เติมไม่เกิน ๘๑ หนว่ ยกิต โดยเป็นรายวชิ าพื้นฐาน ๖๖

หน่วยกติ และรายวชิ าเพ่ิมเติมตามท่ีสถานศกึ ษากำหนด
(๒) ผู้เรียนต้องได้หน่วยกิต ตลอดหลกั สูตรไม่นอ้ ยกว่า ๗๗ หน่วยกิต โดยเป็นรายวิชาพื้นฐาน

๖๖ หนว่ ยกติ และรายวชิ าเพิ่มเติมไมน่ ้อยกว่า ๑๑ หนว่ ยกติ
(๓) ผเู้ รียนมผี ลการประเมิน การอ่าน คดิ วิเคราะหแ์ ละเขียน ในระดับผา่ น เกณฑ์การประเมนิ

ตามที่สถานศึกษากำหนด
(๔) ผู้เรยี นมีผลการประเมินคณุ ลักษณะอันพึงประสงค์ ในระดับผา่ นเกณฑ์การประเมนิ ตามที่

สถานศึกษากำหนด

๒๘๑

(๕) ผู้เรียนเข้าร่วมกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนและมีผลการประเมินผ่านเกณฑ์การประเมินตามที่
สถานศึกษากำหนด

การเล่ือนชนั้
เมื่อสิ้นปกี ารศกึ ษา ผู้เรยี นจะไดร้ บั การเลอ่ื นชัน้ เมอ่ื มีคณุ สมบัติตามเกณฑ์ดงั ต่อไปน้ี
๑) ผ้เู รียนตอ้ งมเี วลาเรยี นไม่นอ้ ยกว่าร้อยละ ๘๐ ของเวลาเรยี นทงั้ หมด
๒) ผเู้ รียนต้องได้รับการประเมินทุกตวั ชว้ี ดั และผ่านเกณฑไ์ ม่นอ้ ยกว่าร้อยละ ๘๐ ของจำนวนตัวชว้ี ัด
๓) ผู้เรียนต้องได้รับการตัดสินผลการเรียนทุกรายวิชา ไม่น้อยกว่าระดับ “๑” จึงจะถือว่าผ่านเกณฑ์

ตามทสี่ ถานศกึ ษากำหนด
๔) นักเรียนต้องได้รับการประเมิน และมีผลการประเมิน การอ่าน คิดวิเคราะห์และเขียน ในระดับ

“ผ่าน” ขึ้นไป มีผลการประเมินคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในระดับ “ผ่าน” ขึ้นไป และมีผลการประเมิน
กิจกรรมพัฒนานกั เรียน ในระดับ “ผ่าน”

ทัง้ นี้ ถา้ ผเู้ รียนมขี ้อบกพรอ่ งเพียงเลก็ นอ้ ย และพจิ ารณาเหน็ ว่าสามารถพฒั นาและสอน ซ่อมเสริมได้
ใหอ้ ยใู่ นดลุ ยพินจิ ของสถานศกึ ษาทจ่ี ะผอ่ นผันใหเ้ ล่ือนชัน้ ได้
การสอนซอ่ มเสรมิ

การสอนซ่อมเสริม เป็นการสอนเพื่อแก้ไขข้อบกพร่อง กรณีที่ผู้เรียนมีความรู้ ทักษะ กระบวนการ
หรือคุณลักษณะไม่เป็นไปตามเกณฑ์ที่กำหนด จะต้องจัดสอนซ่อมเสริมเพื่อพัฒนาการเรียนรู้ของผู้เรียนเต็ม
ตามศกั ยภาพ การสอนซ่อมเสรมิ เปน็ การสอนเพอ่ื แก้ไขข้อบกพรอ่ งกรณีทผ่ี เู้ รียนมคี วามรู้ ทกั ษะ กระบวนการ
หรือเจตคติ/คณุ ลักษณะไมเ่ ป็นไปตามเกณฑ์ที่สถานศึกษากำหนด สถานศึกษาต้องจดั สอนซ่อมเสริมเป็นกรณี
พิเศษนอกเหนือไปจากการสอนตามปกติเพ่อื พฒั นาให้ผ้เู รยี นสามารถบรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้/ตัวชี้วัดที่
กำหนดไว้เป็นการให้โอกาสแก่ผู้เรียนได้เรียนรู้และพัฒนา โดยจัดกิจกรรมการเรียนรู้ที่หลากหลายและ
ตอบสนองความแตกต่างระหวา่ งบคุ คล

การเปลีย่ นผลการเรยี น
การเปล่ียนผลการเรยี น “๐”
สถานศึกษาจัดให้มกี ารสอนซ่อมเสริมในมาตรฐานการเรยี นร้/ู ตัวชวี้ ดั ทีผ่ ู้เรียนสอบไม่ผ่านกอ่ น

แลว้ จึงสอบแก้ตวั ได้ไมเ่ กิน ๒ ครงั้ ถ้าผูเ้ รียนไมด่ ำเนนิ การสอบแก้ตัวตามระยะเวลาทส่ี ถานศึกษากำหนดให้อยู่
ในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่จะพิจารณาขยายเวลาออกไปอีก ๑ ภาคเรียน สำหรับภาคเรียนที่ ๒ ต้อง
ดำเนินการให้เสร็จส้นิ ภายในปกี ารศกึ ษานน้ั

ถ้าสอบแก้ตัว ๒ ครั้งแล้ว ยังได้ระดับผลการเรียน “๐” อีก ให้สถานศึกษาแต่งต้ัง
คณะกรรมการดำเนนิ การเกี่ยวกับการเปลี่ยนผลการเรยี นของผเู้ รียนโดยปฏบิ ัติดังนี้

๑) ถา้ เป็นรายวิชาพื้นฐานให้เรียนซ้ำรายวิชาน้นั
๒) ถ้าเป็นรายวิชาเพิ่มเติมให้เรียนซ้ำหรือเปลี่ยนรายวิชาเรียนใหม่ ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจ
ของสถาน ศึกษา ในกรณีที่เปลี่ยนรายวิชาเรียนใหม่ ให้หมายเหตุในระเบียนแสดงผลการเรียนว่าเรียนแทน
รายวิชาใด

๒๘๒

การเปลย่ี นผลการเรียน“ร”
การเปลี่ยนผลการเรียน“ร” ให้ดำเนินการดังนี้ ให้ผู้เรียนดำเนินการแก้ไข “ร” ตามสาเหตุ

เมื่อผู้เรียนแก้ไขปัญหาเสร็จแลว้ ให้ได้ระดับผลการเรียนตามปกติ (ตั้งแต่ ๐-๔) ถ้าผู้เรียนไม่ดำเนินการแก้ไข
“ร” กรณีที่ส่งงานไม่ครบแต่มีผลการประเมินระหว่างภาคเรียนและปลายภาคให้ผู้สอนนำข้อมูลที่มีอยู่ตัดสนิ
ผลการเรียนยกเวน้ มีเหตุสุดวสิ ัยให้อยใู่ นดลุ ยพินจิ ของสถานศกึ ษาท่จี ะขยายเวลาการแก้ “ร” ออกไปอีกไม่เกิน
๑ ภาคเรียนสำหรับภาคเรียนที่ ๒ ต้องดำเนินการให้เสร็จสิ้นภายในปีการศึกษานั้น เมื่อพ้นกำหนดนี้แล้วให้
เรียนซ้ำ หากผลการเรียนเป็น “๐” ใหด้ ำเนินการแก้ไขตามหลักเกณฑ์

การเปลย่ี นผลการเรียน “มส”
การเปล่ยี นผลการเรียน“มส” มี ๒ กรณี ดงั น้ี
๑) กรณผี ู้เรยี นได้ผลการเรยี น “มส” เพราะมีเวลาเรียนไม่ถงึ รอ้ ยละ ๘๐ แตม่ เี วลาเรยี น

ไมน่ ้อยกว่ารอ้ ยละ ๖๐ ของเวลาเรียนในรายวิชานั้น ใหจ้ ัดใหเ้ รียนเพ่มิ เติมโดยใชช้ วั่ โมงสอนซ่อมเสริมหรอื ใช้
เวลาวา่ ง หรอื ใช้วนั หยุดหรอื มอบหมายงานใหท้ ำจนมเี วลาเรียนครบตามที่กำหนดไวส้ ำหรบั รายวิชานัน้ แลว้ จึง
ใหว้ ดั ผลปลายภาคเปน็ กรณพี เิ ศษ

ผลการแก้ “มส” ให้ไดร้ ะดับผลการเรียนไมเ่ กนิ “๑” การแก้
“มส” กรณีนีใ้ ห้กระทำใหเ้ สรจ็ ส้นิ ภายในปีการศกึ ษาน้นั ถา้ ผเู้ รยี น ไมม่ าดำเนินการแก้
“มส” ตามระยะเวลาที่กำหนดไวน้ ี้ใหเ้ รยี นซำ้ ยกเว้นมเี หตสุ ดุ วิสัย ใหอ้ ยู่ในดลุ ยพนิ จิ ของสถานศกึ ษาทีจ่ ะขยาย
เวลาการแก้ “มส” ออกไปอกี ไมเ่ กิน ๑ ภาคเรยี น แต่เมอ่ื พน้ กำหนดนี้แลว้ ใหป้ ฏบิ ัติดงั น้ี

(๑) ถ้าเปน็ รายวชิ าพน้ื ฐานให้เรยี นซำ้ รายวิชานั้น
(๒) ถ้าเป็นรายวิชาเพิ่มเติมให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษา ให้เรียนซ้ำหรือ
เปลี่ยนรายวิชาเรียนใหม่
๒) กรณีผเู้ รียนไดผ้ ลการเรยี น “มส” เพราะมีเวลาเรยี นนอ้ ยกวา่ รอ้ ยละ ๖๐ ของเวลา
เรยี นท้ังหมดให้สถานศึกษาดำเนนิ การดงั นี้
(๑) ถา้ เปน็ รายวชิ าพนื้ ฐานให้เรยี นซ้ำรายวชิ านัน้
(๒) ถ้าเป็นรายวชิ าเพิ่มเตมิ ใหอ้ ยู่ในดลุ ยพินจิ ของสถานศกึ ษา ใหเ้ รียนซำ้ หรอื
เปลยี่ นรายวชิ าเรียนใหม่ ในกรณีทเี่ ปลยี่ นรายวชิ าเรยี นใหมใ่ หห้ มายเหตใุ นระเบยี นแสดงผลการเรยี นว่าเรยี น
แทนรายวิชาใด
การเรียนซ้ำรายวิชา ผู้เรียนที่ได้รับการสอนซ่อมเสริมและสอบแก้ตัว ๒ ครั้งแล้วไม่ผ่าน
เกณฑ์การประเมินให้เรียนซ้ำรายวิชานั้น ทั้งนี้ให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาในการจัดให้เรียนซ้ำในช่วงใด
ช่วงหนึง่ ทสี่ ถานศกึ ษาเหน็ วา่ เหมาะสม เช่น พักกลางวนั วนั หยดุ ชวั่ โมงวา่ งหลังเลิกเรยี น ภาคฤดรู ้อนเปน็ ต้น
ในกรณีภาคเรียนที่ ๒ หากผู้เรียนยังมีผลการเรียน “๐” “ร” “มส” ให้ดำเนินการให้
เสร็จสิ้นก่อนเปิดเรียนปีการศกึ ษาถัดไป สถานศึกษาอาจเปิดการเรียนการสอนในภาคฤดรู ้อนเพ่ือแก้ไขผลการ
เรียนของผ้เู รยี นได้

๒๘๓

การเปล่ยี นผล“มผ”
กรณีที่ผู้เรียนได้ผล “มผ” สถานศึกษาต้องจัดซ่อมเสริมให้ผู้เรียนทำกิจกรรมในส่วนที่

ผเู้ รยี นไม่ไดเ้ ข้าร่วมหรือไมไ่ ด้ทำจนครบถ้วน แล้วจงึ เปลยี่ นผลจาก “มผ”เปน็ “ผ” ได้ ทัง้ นีด้ ำเนนิ การใหเ้ สรจ็
สิ้นภายในภาคเรียนนั้น ๆ ยกเว้นมีเหตุสุดวิสัยให้อยู่ในดุลยพินิจของสถานศึกษาที่จะพิจารณาขยายเวลา
ออกไปอีกไม่เกนิ ๑ ภาคเรยี น สำหรบั ภาคเรียนที่ ๒ ต้องดำเนินการให้เสร็จส้นิ ภายในปีการศกึ ษานนั้

การเรยี นซำ้ ช้นั
ผู้เรียนที่ไม่ผ่านรายวิชาจำนวนมากและมีแนวโน้มว่าจะเป็นปัญหาต่อการเรียนในระดับชั้นที่สูงข้ึน

สถานศึกษา ตอ้ งตง้ั คณะกรรมการพจิ ารณาให้เรียนซ้ำช้ันได้ ทั้งน้ใี หค้ ำนงึ ถึงวฒุ ิภาวะและความรูค้ วามสามารถ
ของผูเ้ รยี นเป็นสำคญั

ผูเ้ รียนทไี่ ม่มคี ุณสมบัตติ ามเกณฑก์ ารเลอ่ื นชัน้ สถานศกึ ษาควรใหเ้ รียนซ้ำชั้น ท้ังน้ี สถานศึกษาอาจ ใช้
ดุลยพินิจใหเ้ ล่อื นชัน้ ได้ หากพิจารณาวา่ ผ้เู รียนมีคุณสมบตั ขิ ้อใดข้อหน่งึ ดังต่อไปนี้

๑) มีเวลาเรียนไม่ถึงร้อยละ ๘๐ อันเนื่องจากสาเหตุจำเป็นหรือเหตุสุดวิสัย แต่มีคุณสมบัติ
ตามเกณฑ์การเลื่อนช้นั ในข้ออ่นื ๆ ครบถ้วน

๒) ผเู้ รียนมผี ลการประเมินผ่านมาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ชวี้ ัดไมถ่ งึ เกณฑต์ ามทสี่ ถานศึกษา
กำหนดในแตล่ ะรายวชิ า แต่เหน็ ว่าสามารถสอนซอ่ มเสริมได้ในปกี ารศึกษานนั้ และมคี ุณสมบัติตามเกณฑ์การ
เลอ่ื นช้นั ในข้ออืน่ ๆ ครบถ้วน

๓) ผู้เรียนมีผลการประเมินรายวิชาในกลุ่มสาระภาษาไทย คณิตศาสตร์ วิทยาศาสตร์
สงั คมศกึ ษาศาสนาและวัฒนธรรมอยูใ่ นระดบั ผา่ น

กอ่ นทีจ่ ะใหผ้ ูเ้ รียนเรยี นซำ้ ชนั้ สถานศึกษาต้องแจง้ ให้ผปู้ กครองและผเู้ รยี นทราบเหตุผลของการเรยี น
ซำ้ ชั้น

เอกสารหลักฐานการศกึ ษา
เอกสารหลักฐานการศึกษา เป็นเอกสารสำคัญที่บันทึกผลการเรียน ข้อมูลและสารสนเทศที่เกี่ยวข้อง

กบั พฒั นาการของผเู้ รียนในด้านตา่ ง ๆ แบ่งออกเปน็ ๒ ประเภท ดงั น้ี

๑. เอกสารหลกั ฐานการศึกษาท่กี ระทรวงศกึ ษาธิการกำหนด
๑.๑ ระเบียนแสดงผลการเรียน เป็นเอกสารแสดงผลการเรียนและรับรองผลการเรียนของ

ผู้เรยี นตามรายวิชา ผลการประเมนิ การอ่าน คิดวเิ คราะห์และเขียน ผลการประเมนิ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
ของสถานศกึ ษา และผลการประเมนิ กิจกรรมพัฒนาผู้เรียน สถานศึกษาจะต้องบันทึกข้อมูลและออกเอกสารนี้
ใหผ้ เู้ รียนเปน็ รายบคุ คล เมื่อผู้เรียนจบการศึกษาระดบั ประถมศกึ ษา (ชัน้ ประถมศึกษาปที ี่ ๖) และจบการศึกษา
ภาคบงั คบั (ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๓) หรอื เมอื่ ลาออกจากสถานศึกษาในทกุ กรณี

๑.๒ ประกาศนียบัตร เป็นเอกสารแสดงวุฒิการศึกษาเพื่อรับรองศักดิ์และสิทธิ์ของผู้จบ
การศกึ ษา ทีส่ ถานศึกษาใหไ้ วแ้ ก่ผจู้ บการศึกษาภาคบังคับ

๒๘๔

๑.๓ แบบรายงานผู้สำเร็จการศึกษา เป็นเอกสารอนุมัติการจบหลักสูตรโดยบันทึกรายชื่อ
และข้อมูลของผู้จบการศึกษาระดับประถมศึกษา (ชั้นประถมศึกษาปีที่ ๖) และผู้จบการศึกษาภาคบังคับ (ช้ัน
มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๓)

๒. เอกสารหลกั ฐานการศึกษาทส่ี ถานศึกษากำหนด
เป็นเอกสารที่สถานศึกษาจัดทำขึ้นเพื่อบันทึกพัฒนาการ ผลการเรียนรู้ และข้อมูลสำคัญ เกี่ยวกับ
ผู้เรียน เช่น แบบรายงานประจำตัวนักเรียน แบบบันทึกผลการเรียนประจำรายวิชา ระเบียนสะสม ใบรับรอง
ผลการเรยี น และ เอกสารอ่นื ๆ ตามวตั ถุประสงคข์ องการนำเอกสารไปใช้

การเทียบโอนผลการเรียน
สถานศึกษาสามารถเทียบโอนผลการเรียนของผู้เรียนในกรณีต่างๆได้แก่ การย้ายสถานศึกษา การ

เปลี่ยนรูปแบบการศึกษา การย้ายหลักสูตร การออกกลางคันและขอกลับเข้ารับการศึกษาต่อ การศึกษาจาก
ต่างประเทศและขอเข้าศึกษาต่อในประเทศ นอกจากนี้ ยังสามารถเทยี บโอนความรู้ ทักษะ ประสบการณ์จาก
แหล่งการเรียนรู้อนื่ ๆ เชน่ สถานประกอบการ สถาบนั ศาสนา สถาบนั การฝกึ อบรมอาชีพ การจัดการศึกษาโดย
ครอบครวั

การเทียบโอนผลการเรียนควรดำเนินการในช่วงก่อนเปิดภาคเรียนแรก หรือต้นภาคเรียนแรก ที่
สถานศึกษารับผู้ขอเทียบโอนเป็นผู้เรียน ทั้งนี้ ผู้เรียนที่ได้รับการเทียบโอนผลการเรียนต้องศึกษาต่อเนื่องใน
สถานศึกษาที่รับเทียบโอนอย่างน้อย ๑ ภาคเรียน โดยสถานศึกษาที่รับผู้เรียนจากการเทียบโอนควรกำหนด
รายวชิ า/จำนวนหน่วยกิต ทจี่ ะรบั เทียบโอนตามความเหมาะสม

การพิจารณาการเทียบโอน สามารถดำเนนิ การได้ ดังนี้
๑. พิจารณาจากหลักฐานการศึกษา และเอกสารอื่นๆ ที่ให้ข้อมูลแสดงความรู้ ความสามารถของ
ผ้เู รียน
๒. พิจารณาจากความรู้ ความสามารถของผู้เรียนโดยการทดสอบด้วยวิธีการต่างๆ ทั้งภาคความรู้
และภาคปฏบิ ตั ิ
๓. พิจารณาจากความสามารถและการปฏิบตั ิในสภาพจรงิ
การเทียบโอนผลการเรียนให้เป็นไปตามประกาศ หรอื แนวปฏบิ ตั ิ ของกระทรวงศึกษาธกิ าร

การบรหิ ารจดั การหลกั สตู ร
ในระบบการศึกษาที่มีการกระจายอำนาจให้ท้องถิ่นและสถานศึกษามีบทบาทในการพัฒนาหลักสูตร

นั้น หน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องในแต่ละระดับ ตั้งแต่ระดับชาติ ระดับท้องถิ่น จนถึงระดับสถานศึกษา มี
บทบาทหนา้ ท่ี และความรับผดิ ชอบในการพัฒนา สนบั สนุน สง่ เสรมิ การใชแ้ ละพฒั นาหลกั สูตรให้เป็นไปอยา่ ง
มปี ระสทิ ธิภาพ เพ่อื ให้การดำเนนิ การจัดทำหลักสูตรสถานศึกษาและการจัดการเรยี นการสอนของสถานศึกษา
มีประสิทธิภาพสูงสุด อันจะส่งผลให้การพัฒนาคุณภาพผู้เรียนบรรลุตามมาตรฐานการเรียนรู้ที่กำหนดไว้ใน
ระดบั ชาตคิ ณุ ภาพของของผ้เู รยี นทส่ี ำคัญ และคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงค์

๒๘๕

ระดบั ทอ้ งถิน่ ได้แก่ สำนักงานเขตพืน้ ท่กี ารศกึ ษา หนว่ ยงานตน้ สังกัดอน่ื ๆ เป็นหน่วยงานที่มีบทบาท
ในการขบั เคลอื่ นคณุ ภาพการจัดการศึกษา เป็นตวั กลางทีจ่ ะเชอ่ื มโยงหลกั สูตรแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน
ที่กำหนดในระดับชาตใิ ห้สอดคล้องกับสภาพและความต้องการของทอ้ งถิ่น เพื่อนำไปสู่การจดั ทำหลกั สูตรของ
สถานศึกษา ส่งเสริมการใช้และพัฒนาหลักสูตรในระดับสถานศึกษา ให้ประสบความสำเร็จ โดยมีภารกิจ
สำคญั คือ กำหนดเป้าหมายและจุดเนน้ การพัฒนาคุณภาพผู้เรยี น ในระดับท้องถ่นิ โดยพิจารณาให้สอดคล้อง
กับสิ่งที่เป็นความต้องการในระดับชาติ พัฒนาสาระ การเรียนรู้ท้องถิ่น ประเมินคุณภาพการศึกษาในระดับ
ทอ้ งถิน่ รวมท้ังเพิม่ พูนคุณภาพการใชห้ ลกั สตู รด้วยการวจิ ยั และพฒั นา การพฒั นาบคุ ลากร สนบั สนุน ส่งเสรมิ
ตดิ ตามผล ประเมนิ ผล วิเคราะห์ และรายงานผลคุณภาพของผเู้ รยี น

สถานศึกษามีหน้าที่สำคัญในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษา การวางแผนและดำเนินการใช้หลักสูตร
การเพิ่มพูนคุณภาพการใช้หลักสูตรด้วยการวิจัยและพัฒนา การปรับปรุงและพัฒนาหลักสูตรจัดทำระเบียบ
การวัดและประเมินผล ในการพัฒนาหลักสูตรสถานศึกษาต้องพิจารณาให้สอดคล้อง กับหลักสูตรแกนกลาง
การศึกษาขั้นพื้นฐาน และรายละเอียดที่เขตพื้นที่การศึกษา หรือหน่วยงาน สังกัดอื่นๆ ในระดับท้องถิ่นได้
จดั ทำเพ่มิ เตมิ รวมท้ัง สถานศึกษาสามารถเพม่ิ เติมในส่วนท่เี กยี่ วกับสภาพปัญหาในชมุ ชนและสังคม ภูมปิ ัญญา
ท้องถ่ิน และความต้องการของผูเ้ รยี น โดยทุกภาคสว่ นเขา้ มามีสว่ นร่วมในการพฒั นาหลักสูตรสถานศึกษา

๒๘๖

ภาคผนวก

๒๘๗

คำสง่ั โรงเรยี นไทยรฐั วทิ ยา ๑๐๔ (บ้านทุ่งกระถิน)
ที่ ๓๓ / ๒๕๖๕

เร่อื ง แต่งต้งั คณะกรรมการบรหิ ารหลกั สูตรและงานวิชาการสถานศกึ ษาข้ันพื้นฐาน
*********************************

เพื่อให้การบริหารหลักสูตรและงานวิชาการสถานศึกษาขั้นพื้นฐานเป็นไปอย่างมี
ประสิทธิภาพสอดคล้องกับพระราชบัญญัติการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ หมวด ๔ มาตรา ๒๗ ที่กำหนดให้
สถานศึกษาขั้นพื้นฐานมีหน้าท่ีจัดทำสาระของหลักสูตรเพื่อความเป็นไทย ความเป็นพลเมอื งที่ดีของชาติ การ
ดำรงชวี ติ และการประกอบอาชพี ตลอดจนเพ่ือการศกึ ษาตอ่ ในส่วนทเี่ กีย่ วกบั สภาพของปญั หาในชมุ ชน และ
สังคม ภูมิปัญญาท้องถิ่น คุณลักษณะอันพึงประสงค์เพื่อเป็นสมาชิกที่ดีของครอบครัว ชุมชน สังคมและ
ประเทศชาติ และสอดคล้องกับระเบียบกระทรวงศึกษาธิการว่าด้วยคณะกรรมการบริหารหลักสูตรและงาน
วิชาการสถานศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พ.ศ. ๒๕๔๔ อาศยั อำนาจตามมาตรา ๓๗ แห่งพระราชบญั ญตั ิระเบียบบริหาร
ราชการ กระทรวงศึกษาธิการ พ.ศ. ๒๕๔๖ และที่แก้ไขเพิ่มเติม จึงแต่งตั้งคณะอนุกรรมการบริหารหลักสูตร
และงานวิชาการสถานศึกษาข้นั พื้นฐาน โรงเรยี นไทยรฐั วทิ ยา ๑๐๔ (บา้ นทุ่งกระถนิ ) ปกี ารศึกษา ๒๕๖๕ ดงั นี้

๑. นางศศิธร กฤษณคุปต์ รักษาการในตำแหนง่ ผอู้ ำนวยการโรงเรยี น ประธานกรรมการ

๒. นายสวสั ดิ์ พนั ธ์พชื ประธานกรรมการสถานศึกษา ที่ปรกึ ษา

๓. นายประสาน คำยอด ผู้ทรงคณุ วฒุ ใิ นคณะกรรมการสถานศึกษา ผู้ทรงคุณวฒุ ิ

๔. นางสาวศริ ญิ ญา มหทั ธนไพศาล หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาไทย กรรมการ

๕. นางสาวจนั ทร์สุดา บญุ เลศิ ผ้ชู ่วยหวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ภาษาไทย กรรมการ

๖. นางสาวชนิสรา มลศิล หัวหนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรู้คณติ ศาสตร์ กรรมการ

๗. นาวสาวสพุ ัตรา ถาวรไพบูลยเ์ จริญ ผู้ช่วยหวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้คณิตศาสตร์ กรรมการ

๘. นางสริ ิลักษณ์ อทุ ัยฉาย หัวหนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี กรรมการ

๑๐. ว่าท่ี ร.ต.ญ.ลัดดาวรรณ์ สมิงทัพ หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้สงั คมศกึ ษาฯ กรรมการ

๑๑. นางสาวปิยภทั ร สตั ตะบตุ ร ผชู้ ่วยหัวหนา้ หวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ งั คมศึกษาฯ กรรมการ

๑๒. นายขจร ทองทบั หัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรูส้ ขุ ศึกษาและพลศกึ ษา กรรมการ

๑๓. นางศศธิ ร กฤษณะคุปต์ หวั หนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ กรรมการ

๑๔. ว่าท่ี ร.ต.ญ.ธรี วรรณ จนั ทรอ์ นิ หัวหนา้ กล่มุ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชีพ กรรมการ

๑๕. นายไกรสร วเิ ศษชาติ หัวหนา้ กลมุ่ สาระการเรยี นรภู้ าษาตา่ งประเทศ กรรมการ

๑๖. นางจิตตนิ นั ท์ คำปลอ้ ง ผ้ชู ่วยหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นร้ภู าษาตา่ งประเทศ กรรมการ

๑๗. นางสาวสริ ลิ กั ษณ์ อทุ ัยฉาย หวั หนา้ งานกิจกรรมพฒั นาผเู้ รยี น กรรมการ

๑๘. นางสาวธิตนิ นั ท์ อดุ มสขุ หัวหน้าครผู สู้ อนระดบั ปฐมวยั กรรมการ

./๑๙. นาง...

๒๘๘

๑๙. นางสาวปิยพร สทุ ธศิ าสนกลุ ผู้ชว่ ยหัวหนา้ ครผู สู้ อนระดบั ปฐมวยั กรรมการ

๒๐. นางสาวสุพัตรา ถาวรไพบลู ยเ์ จรญิ หวั หน้ากล่มุ งานบริหารวชิ าการ กรรมการและเลขานุการ

คณะอนกุ รรมการดำเนินการ มหี น้าที่และดำเนินการจดั การตามขั้นตอนที่กำหนด ดังน้ี
๑. วางแผนการดำเนินงานวิชาการ กำหนดสาระรายละเอียดของหลักสูตรระดับสถานศึกษา และ

แนวทางการจัดสัดส่วนสาระการเรียนรู้ และกิจกรรมพัฒนาผู้เรียนของสถานศึกษา ให้สอดคล้องกับหลักสูตร
แกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ และสภาพเศรษฐกิจ สังคม ศิลปวัฒนธรรม ภูมปัญญา
ทอ้ งถ่นิ

๒. จัดทำคู่มือการบริหารหลักสูตร และงานวิชาการของสถานศึกษา นิเทศ กำกับ ติดตาม ให้
คำปรกึ ษา เกี่ยวกับการพฒั นาหลักสตู ร การจดั กระบวนการเรียนรู้ การวัดและประเมินผลและการแนะแนวให้
สอดคล้องและเป็นไปตามหลักสตู รการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน

๓. ส่งเสริมและสนับสนุนการพัฒนาบุคลากรเกี่ยวกับการพัฒนาหลักสูตร การจัดกระบวนการเรียนรู้
การวดั และประเมินผลและการแนะแนวใหเ้ ป็นไปตามจดุ หมายและแนวทางการดำเนนิ การของหลกั สูตร

๔. ประสานความร่วมมือจากบุคคล หนว่ ยงาน องคก์ รต่างๆ และชุมชน เพือ่ ให้การใช้หลักสูตรเป็นไป
อย่างมีประสิทธภิ าพและมคี ุณภาพ

๕. ประชาสัมพันธ์หลักสูตรและการใช้หลักสูตรแก่นักเรียน ผู้ปกครอง ชุมชนและผู้เกี่ยวข้อง และนำ
ขอ้ มูลปอ้ นกลบั จากฝา่ ยต่างๆ มาพจิ ารณาเพอ่ื ปรบั ปรงุ และพฒั นาหลกั สูตรของสถานศึกษา

๖. สง่ เสรมิ สนบั สนุนการวิจัยเกย่ี วกบั การพัฒนาหลักสูตร และกระบวนการเรยี นรู้
๗. ติดตามผลการเรียนของนักเรียนเป็นรายบุคคล ระดับชัน้ และชว่ งชั้น ระดบั วิชา กลุ่มวชิ า ในแต่ละ
ปกี ารศกึ ษา เพื่อปรบั ปรงุ แก้ไข และพฒั นาการดำเนนิ งานดา้ นต่างๆ ของสถานศกึ ษา
๘. ตรวจสอบทบทวน ประเมินมาตรฐาน การปฏิบัติงานของครู และการบริหารหลักสูตร ระดับ
สถานศกึ ษาในรอบปีทีผ่ ่านมา แล้วใชผ้ ลการประเมนิ เพื่อวางแผนพฒั นาการปฏิบัตงิ านของครู และการบรหิ าร
หลกั สูตรปีการศกึ ษาต่อไป
๙. รายงานผลการปฏิบัติงานและผลการบริหารหลักสูตรของสถานศึกษา โดยเน้นผลการพัฒนา
คุณภาพนักเรียนต่อคณะกรรมการสถานศึกษาขั้นพื้นฐาน คณะกรรมการบริหารหลักสูตร ระดั บเหนือ
สถานศกึ ษา สาธารณชน และผู้เก่ยี วข้อง
๑๐. ให้ดำเนินการประชมุ คณะกรรมการอยา่ งนอ้ ยภาคเรยี นละ ๒ ครง้ั

ทั้งนี้ให้ผู้ได้รับการแต่งตั้งปฏิบัติหน้าที่ที่ได้รับมอบหมายอย่างมีประสิทธิภาพ และบรรลุตาม
วตั ถปุ ระสงค์ทีต้งั ไว้ ตัง้ แตบ่ ัดน้ีเป็นต้นไป

สงั่ ณ วนั ท่ี ๑๑ เดอื น พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๖๕

(ลงชือ่ )
(นางศศธิ ร กฤษณคปุ ต)์

รกั ษาการในตำแหน่งผ้อู ำนวยการโรงเรียนไทยรฐั วิทยา ๑๐๔ (บา้ นทุ่งกระถิน)

๒๘๙


Click to View FlipBook Version