The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

แผนการสอนวิทยาศาสตร์ 2 ภาคเรียนที่ 2

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by 117วชิรญา สอนสาระ, 2024-01-31 08:23:31

แผนการสอนวิทยาศาสตร์ 2 ภาคเรียนที่ 2

แผนการสอนวิทยาศาสตร์ 2 ภาคเรียนที่ 2

แผนการจัดจัการเรียรีนรู้ รายวิชวิา วิทวิยาศาสตร์พื้ร์พื้นพื้ฐาน (ว21102) ชั้นชั้มัธมัยมศึกษาปีที่ปี ที่ 1 ภาคเรียรีนที่ 2 ปีกปีารศึกษา 2566 โรงเรียรี นอุดอุรพิชัยชั รักรั ษ์พิษ์ พิทยา จัดจัทำ โดย นางสาววชิรชิญา สอนสาระ รหัสนักนัศึกษา 63040113117 สาขาวิทวิยาศาสตร์ทั่ร์ ทั่วไปและฟิสิฟิกสิส์ |


แผนการจัดการเรียนรู้ วิชา วิทยาศาสตร์พื้นฐาน กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา นางสาววชิรญา สอนสาระ รหัสนักศึกษา 63040113117 สาขาวิทยาศาสตร์ทั่วไปและฟิสิกส์ การฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา 1 รหัสวิชา ED18501 (INTERNSHIP IN SCHOOL 1) คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566


แผนการจัดการเรียนรู้ วิชา วิทยาศาสตร์พื้นฐาน กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา นางสาววชิรญา สอนสาระ รหัสนักศึกษา 63040113117 สาขาวิทยาศาสตร์ทั่วไปและฟิสิกส์ การฝึกปฏิบัติการสอนในสถานศึกษา 1 รหัสวิชา ED18501 (INTERNSHIP IN SCHOOL 1) คณะครุศาสตร์ มหาวิทยาลัยราชภัฏอุดรธานี ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566


ก คำนำ แผนการจัดการเรียนรู้เล่มนี้ จัดทำขึ้นเพื่อใช้ประกอบการจัดการเรียนรู้ในรายวิชา วิทยาศาสตร์ 1 รหัสวิชา ว21101 ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 กลุ่มสาระวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี แผนการจัดการเรียนรู้เล่มนี้ ได้จัดทำให้สอดคล้องกับหลักสูตรการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช 2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) และหลักสูตรสถานศึกษาโรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา เป็น การจัดกิจกรรมที่เน้นผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง ที่ครูจะเป็นผู้เตรียมสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเรียนรู้ โดย มุ่งหวังให้ผู้เรียนได้รับความรู้จากเนื้อหาที่เป็นความรู้พื้นฐาน ทฤษฎี หรือเทคนิคต่างๆ ส่วนผู้เรียนจะ เป็นผู้ลงมือปฏิบัติเพื่อฝึกฝนทักษะความสามารถ โดยใช้ประโยชน์จากการเรียนรู้ทางทฤษฎีมา ประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติ และสามารถนำความรู้และทักษะที่ได้จากการเรียนรู้ไปประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวัน จึงหวังเป็นอย่างยิ่งว่าแผนการเรียนรู้ฉบับนี้ จะสามารถนำไปใช้ในการจัดการเรียนการสอน รายวิชา วิทยาศาสตร์ 1 นำไปสู่การพัฒนาที่ถูกต้องและเกิดผลแก่ผู้เรียนเป็นอย่างดี วชิรญา สอนสาระ


ข สารบัญ เรื่อง หน้า คำนำ ก สารบัญ ข หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) 1 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี 1 มาตรฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระกับตัวชี้วัดชั้นปี/ตัวชี้วัดรายภาค 1 สาระการเรียนรู้ช่วงชั้นกับสาระการเรียนรู้แกนกลาง 3 ตัวชี้วัดและสาระการเรียนรู้แกนกลาง 9 คำอธิบายรายวิชา วิทยาศาสตร์ 2 16 รายละเอียดตัวชี้วัด 17 โครงสร้างรายวิชา วิทยาศาสตร์ 2 19 กำหนดการสอนวิชา วิทยาศาสตร์ 2 30 บทที่ 5 เรื่อง พลังงานความร้อน แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 เรื่อง แบบจำลองอนุภาคของสสารในแต่ละสถานะ 33 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 2 เรื่อง ความร้อนกับการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของสสาร 53 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 3 เรื่อง ความร้อนกับการขยายตัวและหดตัวของสสาร 70 แผนการจดการเรียนรู้ที่ 4 เรื่อง ความร้อนกับการเปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร 83 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 5 เรื่อง การถ่ายโอนความร้อนในชีวิตประจำวัน 97 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 เรื่อง การถ่ายโอนความร้อนผ่านของแข็ง 108 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 เรื่อง การถ่ายโอนความร้อนผ่านของเหลวและแก๊ส 120 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 เรื่อง การถ่ายโอนความร้อนโดยไม่อาศัยตัวกลาง 130 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 9 เรื่อง สมดุลความร้อน 142 บทที่ 6 กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 10 เรื่อง บรรยากาศของเรา 158 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 11 เรื่อง อุณหภูมิอากาศ 171 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 12 เรื่อง ความกดอากาศและลม 186 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 13 เรื่อง ความชื้น 208 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 14 เรื่อง เมฆและฝน 222


ค สารบัญ เรื่อง หน้า แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 15 เรื่อง การพยากรณ์อากาศ 240 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 16 เรื่อง พายุ 253 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 17 เรื่อง การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก 268


1 หลักสูตรแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พ.ศ.2551 (ฉบับปรับปรุง 2560) กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี หลักสูตรกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ รายวิชา วิทยาศาสตร์2 รหัสวิชา ว21102 ชื่อสถานศึกษา โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา อำเภอ เมืองอุดรธานี จังหวัด อุดรธานี ******************************************************************************** ❖ มาตรฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระกับตัวชี้วัดชั้นปี/ตัวชี้วัดรายภาค มาตรฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระ ตัวชี้วัดชั้นปี / ตัวชี้วัดรายภาค ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ ระหว่างสมบัติของสสารกับโครงสร้างและ แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและ ธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะของ สสาร การเกิดสารละลาย และการ เกิดปฏิกิริยาเคมี ม 1/9 อธิบายและเปรียบเทียบการจัดเรียง อนุภาค แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค และการ เคลื่อนที่ของอนุภาคของสสารชนิดเดียวกันในสถานะ ของแข็ง ของเหลว และแก๊สโดยใช้แบบจำลอง ม 1/10 อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างพลังงาน ความร้อนกับการเปลี่ยนสถานะของสสาร โดยใช้ หลักฐานเชิงประจักษ์และแบบจำลอง มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรง ในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อ วัตถุ ลักษณะ การเคลื่อนที่แบบต่าง ๆ ของ วัตถุ รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ม.1/1 สร้างแบบจำลองที่อธิบายความสัมพันธ์ ระหว่างความดันอากาศกับความสูงจากพื้นโลก มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของ พลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอน พลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและ พลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของ คลื่น ปรากฏการณ์ที่ เกี่ยวข้องกับเสียง แสง และคลื่น แม่เหล็กไฟฟ้า รวมทั้ง นำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ ม.1/1 วิเคราะห์ แปลความหมายข้อมูล และ คำนวณปริมาณความร้อนที่ทำให้สสารเปลี่ยน อุณหภูมิและเปลี่ยนสถานะโดยใช้สมการ Q=mc∆t และ Q=ml ม.1/2 ใช้เทอร์มอมิเตอร์วัดอุณหภูมิของสสาร ม.1/3 สร้างแบบจำลองที่อธิบายการขยายตัว หรือหดตัวของสสาร เนื่องจากได้รับหรือสูญเสียความ ร้อน ม.1/4 ตระหนักถึงประโยชน์ของความรู้ของ การหดตัวและขยายตัวของสสารเนื่องจากความร้อน


2 มาตรฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระ ตัวชี้วัดชั้นปี / ตัวชี้วัดรายภาค ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 โดยวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหา และเสนอแนะ วิธีการนำความรู้มาแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ม.1/5 วิเคราะห์สถานการณ์การถ่ายโอนความ ร้อนและคำนวณปริมาณความร้อนที่ถ่ายโอนระหว่าง สารจนเกิดสมดุลความร้อนโดยใช้สมการ Qสูญเสีย = Qได้รับ ม.1/6 สร้างแบบจำลองที่อธิบายการถ่ายโอน ความร้อนโดยการนำความร้อน การพาความร้อน การแผ่รังสีความร้อน ม.1/7 ออกแบบ เลือกใช้ และสร้างอุปกรณ์ เพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันโดยใช้ความรู้เกี่ยวกับ การถ่ายโอนความร้อน มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและ ความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการ เปลี่ยนแปลง ภายในโลก และบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลม ฟ้า อากาศและภูมิอากาศโลก รวมทั้งผล ต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม ม.1/1 สร้างแบบจำลองที่อธิบายการแบ่งชั้น บรรยากาศ และเปรียบเทียบประโยชน์ของ บรรยากาศแต่ละชั้น ม.1/2อธิบายปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลง องค์ประกอบของลมฟ้าอากาศจากข้อมูลที่รวบรวม ได้ ม.1/3เปรียบเทียบกระบวนการเกิดพายุฝนฟ้า คะนองและพายุหมุนเขตร้อน และผลที่มีต่อสิ่งมีชีวิต รวมทั้งนำเสนอแนวทางการปฏิบัติตนให้เหมาะสม และปลอดภัย ม.1/4อธิบายการพยากรณ์อากาศ และ พยากรณ์อากาศอย่างง่ายจากข้อมูลที่รวบรวมได้ ม.1/5ตระหนักถึงคุณค่าของการพยากรณ์ อากาศ โดยนำแนวทางการปฏิบัติตนและการใช้ ประโยชน์จากคำพยากรณ์อากาศ ม.1/6อธิบายสถานการณ์และผลกระทบการ เปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของโลกจากข้อมูลที่รวบรวมได้


3 มาตรฐานการเรียนรู้กลุ่มสาระ ตัวชี้วัดชั้นปี / ตัวชี้วัดรายภาค ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 ม.1/7ตระหนักถึงผลกระทบของการ เปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของโลกโดยนำเสนอแนว ทางการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก ❖ สาระการเรียนรู้ช่วงชั้นกับสาระการเรียนรู้แกนกลาง ตัวชี้วัดชั้นปี / รายภาค สาระการเรียนรู้แกนกลาง สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติ ของสสารกับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลง สถานะของสสาร การเกิดสารละลาย ตัวชี้วัด ว 2.1 ม.1/9 อธิบายและ เปรียบเทียบการจัดเรียงอนุภาคแรงยึด เหนี่ยวระหว่างอนุภาค และการเคลื่อนที่ ของอนุภาคของสสารชนิดเดียวกันใน สถานะของแข็ง ของเหลว และแก๊ส โดย ใช้แบบจำลอง - สสารทุกชนิดประกอบด้วยอนุภาค โดยสารชนิด เดียวกันที่มีสถานะของแข็ง ของเหลว แก๊ส จะมีการ จัดเรียงอนุภาค แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค การ เคลื่อนที่ของอนุภาคแตกต่างกันซึ่งมีผลต่อรูปร่างและ ปริมาตรของสสาร - อนุภาคของของแข็งเรียงชิดกัน มีแรงยึดเหนี่ยว ระหว่างอนุภาคมากที่สุด อนุภาคสั่นอยู่กับที่ ทำให้มี รูปร่างและปริมาตรคงที่ - อนุภาคของของเหลวอยู่ใกล้กัน มีแรงยึดเหนี่ยว ระหว่างอนุภาคน้อยกว่าของแข็งแต่มากกว่าแก๊ส อนุภาคเคลื่อนที่ได้แต่ไม่เป็นอิสระเท่าแก๊ส ทำให้มี รูปร่างไม่คงที่ แต่ปริมาตรคงที่ - อนุภาคของแก๊สอยู่ห่างกันมาก มีแรงยึดเหนี่ยว ระหว่างอนุภาคน้อยที่สุด อนุภาคเคลื่อนที่ได้อย่าง อิสระทุกทิศทาง ทำให้มีรูปร่างและปริมาตรไม่คงที่ ตัวชี้วัด ว 2.1 ม.1/10 อธิบาย ความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานความร้อน - ความร้อนมีผลต่อการเปลี่ยนสถานะของสสาร เมื่อให้ความร้อนแก่ของแข็ง อนุภาคของของแข็ง จะมี พลังงานและอุณหภูมิเพิ่มขึ้นจนถึงระดับหนึ่ง ซึ่ง


4 ตัวชี้วัดชั้นปี / รายภาค สาระการเรียนรู้แกนกลาง กับการเปลี่ยนสถานะของสสาร โดยใช้ หลักฐานเชิงประจักษ์และแบบจำลอง ของแข็งจะใช้ความร้อนในการเปลี่ยนสถานะเป็น ของเหลว เรียกความร้อนที่ใช้ในการเปลี่ยนสถานะจาก ของแข็งเป็นของเหลวว่า ความร้อนแฝงของการ หลอมเหลว และอุณหภูมิขณะเปลี่ยนสถานะจะคงที่ เรียกอุณหภูมินี้ว่า จุดหลอมเหลว - เมื่อให้ความร้อนแก่ของเหลว อนุภาคของ ของเหลวจะมีพลังงานและอุณหภูมิเพิ่มขึ้นจนถึงระดับ หนึ่ง ซึ่งของเหลวจะใช้ความร้อนในการเปลี่ยนสถานะ เป็นแก๊ส เรียกความร้อนที่ใช้ในการเปลี่ยนสถานะจาก ของเหลวเป็นแก๊สว่า ความร้อนแฝงของ การกลายเป็น ไอ และอุณหภูมิขณะเปลี่ยนสถานะจะคงที่ เรียก อุณหภูมินี้ว่า จุดเดือด - เมื่อทำให้อุณหภูมิของแก๊สลดลงจนถึงระดับหนึ่ง แก๊สจะเปลี่ยนสถานะเป็นของเหลว เรียกอุณหภูมินี้ว่า จุดควบแน่น ซึ่งมีอุณหภูมิเดียวกับจุดเดือดของ ของเหลวนั้น - เมื่อทำให้อุณหภูมิของของเหลวลดลงจนถึงระดับ หนึ่ง ของเหลวจะเปลี่ยนสถานะเป็นของแข็ง เรียก อุณหภูมินี้ว่า จุดเยือกแข็ง ซึ่งมีอุณหภูมิเดียวกับจุด หลอมเหลวของของแข็งนั้น มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุ ลักษณะ การเคลื่อนที่แบบต่าง ๆ ของวัตถุ รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ว 2.2 ม.1/1 สร้างแบบจำลอง ที่อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความดัน อากาศกับความสูงจากพื้นโลก - เมื่อวัตถุอยู่ในอากาศจะมีแรงที่อากาศกระทำ ต่อ วัตถุในทุกทิศทาง แรงที่อากาศกระทำต่อวัตถุขึ้นอยู่ กับขนาดพื้นที่ของวัตถุนั้น แรงที่อากาศกระทำตั้งฉาก กับผิววัตถุต่อหนึ่งหน่วยพื้นที่เรียก ว่าความดันอากาศ - ความดันอากาศมีความสัมพันธ์กับความสูงจาก พื้น โลก โดยบริเวณที่สูงจากพื้นโลกขึ้นไป อากาศเบา บาง ลง มวลอากาศน้อยลง ความดันอากาศก็จะลดลง


5 ตัวชี้วัดชั้นปี / รายภาค สาระการเรียนรู้แกนกลาง มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของ คลื่น ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเสียง แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า รวมทั้ง นำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ตัวชี้วัด ว 2.3 ม.1/1 วิเคราะห์ แปล ความหมายข้อมูล และคำนวณปริมาณ ความร้อนที่ทำให้สสารเปลี่ยนอุณหภูมิ และเปลี่ยนสถานะโดยใช้สมการ Q=mc∆t และ Q=mlตัวชี้วัด ว 2.3 ม.1/2 ใช้เทอร์มอมิเตอร์วัดอุณหภูมิของ สสาร - เมื่อสสารไดรับหรือสูญเสียความร้อนอาจทำให้ สสารเปลี่ยนอุณหภูมิ เปลี่ยนสถานะ หรือเปลี่ยน รูปร่าง - ปริมาณความร้อนที่ทำให้สสารเปลี่ยนอุณหภูมิ ขึ้นกับมวล ความร้อนจำเพาะ และอุณหภูมิ ที่เปลี่ยนไป - ปริมาณความร้อนที่ทำให้สสารเปลี่ยนสถานะ ขึ้นกับมวลและความร้อนแฝงจำเพาะ โดยขณะที่ สสาร เปลี่ยนสถานะ อุณหภูมิจะไมเปลี่ยนแปลง ตัวชี้วัด ว 2.3 ม.1/3 สร้างแบบจำลอง ที่อธิบายการขยายตัวหรือหดตัวของ สสาร เนื่องจากได้รับหรือสูญเสียความ ร้อน ตัวชี้วัด ว 2.3 ม.1/4 ตระหนักถึง ประโยชน์ของความรู้ของการหดตัวและ ขยายตัวของสสารเนื่องจากความร้อน โดยวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหา และ เสนอแนะวิธีการนำความรู้มาแก้ปัญหา ในชีวิตประจำวัน - ความร้อนทำให้สสารขยายตัวหรือหดตัวได้ เนื่องจากเมื่อสสารได้รับความร้อนจะทำให้อนุภาค เคลื่อนที่เร็วขึ้น ทำให้เกิดการขยายตัวแต่เมื่อสสารคาย ความร้อนจะทำให้อนุภาคเคลื่อนที่ช้าลง ทำให้เกิดการ หดตัว - ความรู้เรื่องการหดและขยายตัวของสสาร เนื่องจากความร้อนนำไปใช้ประโยชน์ได้ด้านต่าง ๆ เช่น การสร้างถนน การสร้างรางรถไฟ การทำเทอร์มอ มิเตอร์ ตัวชี้วัด ว 2.3 ม.1/5 วิเคราะห์ สถานการณ์การถ่ายโอนความร้อนและ คำนวณปริมาณความร้อนที่ถ่ายโอน ระหว่างสารจนเกิดสมดุลความร้อนโดย ใช้สมการ Qสูญเสีย = Qได้รับ - ความร้อนถ่ายโอนจากสสารที่มีอุณหภูมิสูงกว่า ไปยังสสารที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าจนกระทั่งอุณหภูมิของ สสารทั้งสองเท่ากันสภาพที่สสารทั้งสองมีอุณหภูมิ เท่ากัน เรียกว่า สมดุลความร้อน - เมื่อมีการถ่ายโอนความร้อนจากสสารที่มี อุณหภูมิต่างกันจนเกิดสมดุลความร้อน ความร้อนที่ เพิ่มขึ้นของสสารหนึ่งจะเท่ากับความร้อนที่ลดลงของ อีกสสารหนึ่ง ซึ่งเป็นไปตามกฎการอนุรักษ์พลังงาน


6 ตัวชี้วัดชั้นปี / รายภาค สาระการเรียนรู้แกนกลาง ตัวชี้วัด ว 2.3 ม.1/6 สร้างแบบจำลอง ที่อธิบายการถ่ายโอนความร้อนโดยการ นำความร้อน การพาความร้อน การแผ่ รังสีความร้อนตัวชี้วัด ว 2.3 ม.1/7 ออกแบบ เลือกใช้ และสร้างอุปกรณ์เพื่อ แก้ปัญหาในชีวิตประจำวันโดยใช้ความรู้ เกี่ยวกับการถ่ายโอนความร้อน -การถ่ายโอนความร้อนมี 3 แบบ คือ การนำความ ร้อน การพาความร้อน และการแผ่รังสีความร้อน การ นำความร้อนเป็นการถ่ายโอนความร้อนที่อาศัยตัวกลาง โดยที่ตัวกลางไม่เคลื่อนที่ การพาความร้อนเป็นการถ่าย โอนความร้อนที่อาศัยตัวกลาง โดยที่ตัวกลางเคลื่อนที่ ไปด้วย ส่วนการแผ่รังสีความร้อนเป็นการถ่ายโอนความ ร้อนที่ไม่ต้องอาศัยตัวกลาง - ความรู้เกี่ยวกับการถ่ายโอนความร้อนสามารถ นำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ เช่น การเลือกใช้ วัสดุเพื่อนำมาทำภาชนะบรรจุอาหาร เพื่อเก็บความ ร้อน หรือการออกแบบระบบระบายความร้อนใน อาคาร สาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการ เปลี่ยนแปลง ภายในโลก และบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้า อากาศ และภูมิอากาศโลก รวมทั้งผลต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม ตัวชี้วัด ว 3.2 ม.1/1 สร้างแบบจำลอง ที่อธิบายการแบ่งชั้นบรรยากาศ และ เปรียบเทียบประโยชน์ของบรรยากาศ แต่ละชั้น - โลกมีบรรยากาศห่อหุ้ม นักวิทยาศาสตร์ใช้สมบัติ และองค์ประกอบของบรรยากาศในการแบ่งบรรยากาศ ของโลกออกเป็นชั้น ซึ่งแบ่งได้หลายรูปแบบตามเกณฑ์ ที่แตกต่างกัน โดยทั่วไปนักวิทยาศาสตร์ใช้เกณฑ์การ เปลี่ยนแปลงอุณหภูมิตามความสูงแบ่งบรรยากาศได้ เป็น 5 ชั้น ได้แก่ ชั้นโทรโพสเฟียร์ ชั้นสตราโตสเฟียร์ ชั้นมีโซสเฟียร์ ชั้นเทอร์โมสเฟียร์ และชั้นเอกโซสเฟียร์ - บรรยากาศแต่ละชั้นมีประโยชน์ต่อสิ่งมีชีวิต แตกต่างกัน โดยชั้นโทรโพสเฟียร์มีปรากฏการณ์ ลมฟ้า อากาศที่สำคัญต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต ชั้นสตรา โตสเฟียร์ช่วยดูดกลืนรังสีอัลตราไวโอเลตจากดวง อาทิตย์ไม่ให้มายังโลกมากเกินไป ชั้นมีโซสเฟียร์ช่วย ชะลอวัตถุนอกโลกที่ผ่านเข้ามา ให้เกิดการเผาไหม้


7 ตัวชี้วัดชั้นปี / รายภาค สาระการเรียนรู้แกนกลาง กลายเป็นวัตถุขนาดเล็ก ลดโอกาสที่จะทำความ เสียหายแก่สิ่งมีชีวิตบนโลก ชั้นเทอร์โมสเฟียร์สามารถ สะท้อนคลื่นวิทยุ และชั้นเอกโซสเฟียร์เหมาะสำหรับ การโคจรของดาวเทียมรอบโลกในระดับต่ำ ตัวชี้วัด ว 3.2 ม.1/2 อธิบายปัจจัยที่มี ผลต่อการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของ ลมฟ้าอากาศจากข้อมูลที่รวบรวมได้ - ลมฟ้าอากาศ เป็นสภาวะของอากาศในเวลาหนึ่ง ของพื้นที่หนึ่งที่มีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาขึ้นอยู่กับ องค์ประกอบลมฟ้าอากาศ ได้แก่ อุณหภูมิอากาศ ความกดอากาศ ลม ความชื้น เมฆ และหยาดน้ำฟ้า โดยหยาดน้ำฟ้าที่พบบ่อยในประเทศไทยได้แก่ ฝน องค์ประกอบลมฟ้าอากาศเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา ขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น ปริมาณรังสีจากดวงอาทิตย์ และลักษณะพื้นผิวโลกส่งผลต่ออุณหภูมิอากาศ อุณหภูมิอากาศและปริมาณไอน้ำส่งผลต่อความชื้น ความกดอากาศส่งผลต่อลม ความชื้นและลมส่งผลต่อ เมฆ ตัวชี้วัด ว 3.2 ม.1/3 เปรียบเทียบ กระบวนการเกิดพายุฝนฟ้าคะนองและ พายุหมุนเขตร้อน และผลที่มีต่อ สิ่งมีชีวิต รวมทั้งนำเสนอแนวทางการ ปฏิบัติตนให้เหมาะสมและปลอดภัย - พายุหมุนเขตร้อนเกิดเหนือมหาสมุทรหรือทะเล ที่น้ำมีอุณหภูมิสูงตั้งแต่ 26-27 องศาเซลเซียส ขึ้นไป ทำให้อากาศที่มีอุณหภูมิและความชื้นสูงบริเวณนั้น เคลื่อนที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นบริเวณกว้าง อากาศ จากบริเวณอื่นเคลื่อนเข้ามาแทนที่และพัดเวียนเข้าหา ศูนย์กลางของพายุ ยิ่งใกล้ศูนย์กลาง อากาศจะ เคลื่อนที่พัดเวียนเกือบเป็นวงกลมและมีอัตราเร็วสูง ที่สุด พายุหมุนเขตร้อนทำให้เกิดคลื่นพายุซัดฝั่ง ฝนตก หนัก ซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน จึง ควรปฏิบัติตนให้ปลอดภัยโดยติดตามข่าวสาร การ พยากรณ์อากาศ และไม่เข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่เสี่ยงภัย ตัวชี้วัด ว 3.2 ม.1/4 อธิบายการ พยากรณ์อากาศ และพยากรณ์อากาศ อย่างง่ายจากข้อมูลที่รวบรวมได้ - การพยากรณ์อากาศเป็นการคาดการณ์ลมฟ้า อากาศ ที่จะเกิดขึ้นในอนาคต โดยมีการตรวจวัด องค์ประกอบลมฟ้าอากาศ การสื่อสารแลกเปลี่ยน


8 ตัวชี้วัดชั้นปี / รายภาค สาระการเรียนรู้แกนกลาง ข้อมูลองค์ประกอบลมฟ้าอากาศระหว่างพื้นที่ การ วิเคราะห์ข้อมูลและสร้างคำพยากรณ์อากาศ ตัวชี้วัด ว 3.2 ม.1/5 ตระหนักถึง คุณค่าของการพยากรณ์อากาศ โดยนำ แนวทางการปฏิบัติตนและการใช้ ประโยชน์จากคำพยากรณ์อากาศ - การพยากรณ์อากาศสามารถนำมาใช้ประโยชน์ ด้านต่าง ๆ เช่น การใช้ชีวิตประจำวัน การคมนาคม การเกษตร การป้องกัน และเฝ้าระวังภัยพิบัติ ทาง ธรรมชาติ ตัวชี้วัด ว 3.2 ม.1/6 อธิบาย ส ถ า น ก า ร ณ ์ แ ล ะ ผ ล ก ร ะ ท บ ก า ร เปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของโลกจากข้อมูล ที่รวบรวมได้ - ภูมิอากาศโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจัยทางธรรมชาติ แต่ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลง ภูมิอากาศเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากกิจกรรมของ มนุษย์ในการปลดปล่อยแก๊สเรือนกระจกสู่บรรยากาศ แก๊สเรือนกระจกที่ถูกปลดปล่อยมากที่สุด ได้แก่ แก๊ส คาร์บอนไดออกไซด์ซึ่งหมุนเวียนอยู่ในวัฏจักรคาร์บอน ตัวชี้วัด ว 3.2 ม.1/7 ตระหนักถึง ผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ ของโลกโดยนำเสนอแนวทางการ เปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก - การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกก่อให้เกิด ผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม เช่น การ หลอมเหลวของน้ำแข็งขั้วโลก การเพิ่มขึ้นของระดับ ทะเล การเปลี่ยนแปลงวัฏจักรน้ำ การเกิดโรคอุบัติใหม่ และอุบัติซ้ำ และการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรง ขึ้น มนุษย์จึงควรเรียนรู้แนวทางการปฏิบัติตนภายใต้ สถานการณ์ดังกล่าว ทั้งแนวทางการปฏิบัติตนให้ เหมาะสมและแนวทางการลดกิจกรรมที่ส่งผลต่อการ เปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก


ตัวชี้วัดและสาระกลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตัวชี้วัด ความรู้ สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่เปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี ว 2.1 ม.1/9 อธิบายและเปรียบเทียบ การจัดเรียงอนุภาคแรงยึดเหนี่ยว ระหว่างอนุภาค และการเคลื่อนที่ของ อนุภาคของสสารชนิดเดียวกันในสถานะ ของแข็ง ของเหลว และแก๊ส โดยใช้ แบบจำลอง - สสารทุกชนิดประกอบด้วยอนุภาค โดยสาของเหลว แก๊ส จะมีการจัดเรียงอนุภาค แรงยึดของอนุภาคแตกต่างกันซึ่งมีผลต่อรูปร่างและปริม- อนุภาคของของแข็งเรียงชิดกัน มีแรงยึดเหนี่ยวอยู่กับที่ ทำให้มีรูปร่างและปริมาตรคงที่ - อนุภาคของของเหลวอยู่ใกล้กัน มีแรงยึดเหนี่ยมากกว่าแก๊ส อนุภาคเคลื่อนที่ได้แต่ไม่เป็นอิสรปริมาตรคงที่ - อนุภาคของแก๊สอยู่ห่างกันมาก มีแรงยึดเหนี่เคลื่อนที่ได้อย่างอิสระทุกทิศทางทำให้มีรูปร่างแล


ะการเรียนรู้แกนกลาง สตร์ ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 สาระการเรียนรู้แกนกลาง ทักษะ / กระบวนการ คุณลักษณะฯ างสมบัติของสสารกับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการ ารชนิดเดียวกันที่มีสถานะของแข็ง ดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค การเคลื่อนที่ มาตรของสสาร วระหว่างอนุภาคมากที่สุด อนุภาคสั่น วระหว่างอนุภาคน้อยกว่าของแข็งแต่ ระเท่าแก๊สทำให้มีรูปร่างไม่คงที่ แต่ ยวระหว่างอนุภาคน้อยที่สุด อนุภาค ละปริมาตรไม่คงที่ - การสังเกต - เปรียบเทียบ - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - มุ่นมั่นในการทำงาน


ตัวชี้วัด ความรู้ ว 2.1 ม.1/10 อธิบายความสัมพันธ์ ระหว่างพลังงานความร้อนกับการ เปลี่ยนสถานะของสสาร โดยใช้หลักฐาน เชิงประจักษ์และแบบจำลอง - ความร้อนมีผลต่อการเปลี่ยนสถานะของสสาร ของของแข็ง จะมีพลังงานและอุณหภูมิเพิ่มขึ้นจนร้อนในการเปลี่ยนสถานะเป็นของเหลว เรียกควาของแข็งเป็นของเหลวว่าความร้อนแฝงของการหสถานะจะคงที่ เรียกอุณหภูมินี้ว่า จุดหลอมเหลว- เมื่อให้ความร้อนแก่ของเหลว อนุภาคของของเจนถึงระดับหนึ่ง ซึ่งของเหลวจะใช้ความร้อนในกร้อนที่ใช้ในการเปลี่ยนสถานะจากของเหลวเป็นแกลายเป็นไอ และอุณหภูมิขณะเปลี่ยนสถานะจะ- เมื่อทำให้อุณหภูมิของแก๊สลดลงจนถึงระดับหนึเรียกอุณหภูมินี้ว่า จุดควบแน่น ซึ่งมีอุณหภูมิเดีย- เมื่อทำให้อุณหภูมิของของเหลวลดลงจนถึงระดัเป็นของแข็ง เรียกอุณหภูมินี้ว่า จุดเยือกแข็ง ซึ่งมีของแข็งนั้น สาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุ ล


10 สาระการเรียนรู้แกนกลาง ทักษะ / กระบวนการ คุณลักษณะฯ เมื่อให้ความร้อนแก่ของแข็ง อนุภาค นถึงระดับหนึ่ง ซึ่งของแข็งจะใช้ความ ามร้อนที่ใช้ในการเปลี่ยนสถานะจาก หลอมเหลว และอุณหภูมิขณะเปลี่ยน ว เหลวจะมีพลังงานและอุณหภูมิเพิ่มขึ้น การเปลี่ยนสถานะเป็นแก๊ส เรียกความ แก๊สว่า ความร้อนแฝงของ การ ะคงที่ เรียกอุณหภูมินี้ว่า จุดเดือด นึ่งแก๊สจะเปลี่ยนสถานะเป็นของเหลว ยวกับจุดเดือดของของเหลวนั้น ดับหนึ่ง ของเหลวจะเปลี่ยนสถานะ มีอุณหภูมิเดียวกับจุดหลอมเหลวของ - การสังเกต - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - มุ่นมั่นในการทำงาน ลักษณะการเคลื่อนที่แบบต่าง ๆ ของวัตถุ รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์


ตัวชี้วัด ความรู้ ว 2.2 ม.1/1 สร้างแบบจำลองที่อธิบาย ความสัมพันธ์ระหว่างความดันอากาศกับ ความสูงจากพื้นโลก - เมื่อวัตถุอยู่ในอากาศจะมีแรงที่อากาศกระทำต่กระทำต่อวัตถุขึ้นอยู่กับขนาดพื้นที่ของวัตถุนั้น แต่อหนึ่งหน่วยพื้นที่เรียกว่า ความดันอากาศ - ความดันอากาศมีความสัมพันธ์กับความสูงจากขึ้นไป อากาศเบาบางลง มวลอากาศน้อยลง ควาสาระที่ 2 วิทยาศาสตร์กายภาพ มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเสียง แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้ารวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชว 2.3 ม.1/1 วิเคราะห์ แปลความหมาย ข้อมูล และคำนวณปริมาณความร้อนที่ ทำให้สสารเปลี่ยนอุณหภูมิและเปลี่ยน สถานะโดยใช้สมการ Q = mcΔt และ Q = mL ว 2.3 ม.1/2 ใช้เทอร์มอมิเตอร์ในการ วัดอุณหภูมิของสสาร - เมื่อสสารได้รับหรือสูญเสียความร้อนอาจทำให้หรือเปลี่ยนรูปร่าง - ปริมาณความร้อนที่ทำให้สสารเปลี่ยนอุณหภูมิอุณหภูมิที่เปลี่ยนไป - ปริมาณความร้อนที่ทำให้สสารเปลี่ยนสถานะขึ้โดยขณะที่สสารเปลี่ยนสถานะ อุณหภูมิจะไม่เปลี


11 สาระการเรียนรู้แกนกลาง ทักษะ / กระบวนการ คุณลักษณะฯ อวัตถุในทุกทิศทาง แรงที่อากาศ แรงที่อากาศกระทำตั้งฉากกับผิววัตถุ กพื้นโลก โดยบริเวณที่สูงจากพื้นโลก ามดันอากาศก็จะลดลง - การจัดกระทำและสื่อ ความหมายข้อมูล - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - มุ่นมั่นในการทำงาน งาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของคลื่น ชน์ ้สสารเปลี่ยนอุณหภูมิ เปลี่ยนสถานะ ขึ้นกับมวล ความร้อนจำเพาะ และ ึ้นกับมวลและความร้อนแฝงจำเพาะ ลี่ยนแปลง - การตีความหมาย ข้อมูล และการลง ข้อมูล - การวัด - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - มุ่นมั่นในการทำงาน


ตัวชี้วัด ความรู้ว 2.3 ม.1/3 สร้างแบบจำลองที่อธิบายการ ขยายตัวหรือหดตัวของสสารเนื่องจากได้รับ หรือสูญเสียความร้อน ว 2.3 ม.1/4 ตระหนักถึงประโยชน์ของความรู้ ของการหดและขยายตัวของสสารเนื่องจาก ความร้อนโดยวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหา และ เสนอแนะวิธีการนำความรู้มาแก้ปัญหาใน ชีวิตประจำวัน - ความร้อนทำให้สสารขยายตัวหรือหดตัวความร้อนจะทำให้อนุภาคเคลื่อนที่เร็วขึ้นสสารคายความร้อนจะทำให้อนุภาคเคลื่อ- ความรู้เรื่องการหดและขยายตัวของสสาประโยชน์ได้ด้านต่าง ๆ เช่น การสร้างถนเทอร์มอมิเตอร์ ว 2.3 ม.1/6 สร้างแบบจำลองที่อธิบายการ ถ่ายโอนความร้อนโดยการนำความร้อน การพา ความร้อน การแผ่รังสีความร้อน ว 2.3 ม.1/7 ออกแบบ เลือกใช้ และสร้าง อุปกรณ์ เพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันโดยใช้ ความรู้เกี่ยวกับการถ่ายโอนความร้อน - การถ่ายโอนความร้อนมี 3 แบบ คือการและการแผ่รังสีความร้อน การนำความร้ออาศัยตัวกลางโดยที่ตัวกลางไม่เคลื่อนที่ กความร้อนที่อาศัยตัวกลาง โดยที่ตัวกลางเความร้อนเป็นการถ่ายโอนความร้อนที่ไม่ต- ความรู้เกี่ยวกับการถ่ายโอนความร้อนสาชีวิตประจำวันได้ เช่นการเลือกใช้วัสดุเพื่อเพื่อเก็บความร้อน หรือการออกแบบระบ


12 สาระการเรียนรู้แกนกลาง ทักษะ / กระบวนการ คุณลักษณะฯ วได้ เนื่องจากเมื่อสสารได้รับ น ทำให้เกิดการขยายตัวแต่เมื่อ นที่ช้าลง ทำให้เกิดการหดตัว ารเนื่องจากความร้อนนำไปใช้ น การสร้างรางรถไฟ การทำ - การสังเกต - การจัดกระทำและสื่อ ความหมายข้อมูล - การตีความหมายข้อมูล และการลงข้อมูล - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - มุ่นมั่นในการทำงาน รนำความร้อน การพาความร้อน อนเป็นการถ่ายโอนความร้อนที่ การพาความร้อนเป็นการถ่ายโอน เคลื่อนที่ไปด้วย ส่วนการแผ่รังสี ต้องอาศัยตัวกลาง ามารถนำไปใช้ประโยชน์ใน อนำมาทำภาชนะบรรจุอาหาร บระบายความร้อนในอาคาร - การจัดกระทำและสื่อ ความหมายข้อมูล - การทดลอง - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - มุ่นมั่นในการทำงาน


ตัวชี้วัด ความรูสาระที่ 3 วิทยาศาสตร์โลก และอวกาศ มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแภูมิอากาศโลก รวมทั้งผลต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม ว 3.2 ม.1/1 สร้างแบบจำลองที่อธิบายการ แบ่งชั้นบรรยากาศ และเปรียบเทียบประโยชน์ ของบรรยากาศแต่ละชั้น - โลกมีบรรยากาศห่อหุ้ม นักวิทยาศาสตร์บรรยากาศในการแบ่งบรรยากาศของโลกตามเกณฑ์ที่แตกต่างกัน โดยทั่วไปนักวิทยอุณหภูมิตามความสูงแบ่งบรรยากาศได้เป็สตราโตสเฟียร์ ชั้นมีโซสเฟียร์ชั้นเทอร์โม- บรรยากาศแต่ละชั้นมีประโยชน์ต่อสิ่งมีชีเฟียร์มีปรากฏการณ์ ลมฟ้าอากาศที่สำคัญสตราโตสเฟียร์ช่วยดูดกลืนรังสีอัลตราไวโอมากเกินไปชั้นมีโซสเฟียร์ช่วยชะลอวัตถุนอไหม้กลายเป็นวัตถุขนาดเล็กลดโอกาสที่จะโลก ชั้นเทอร์โมสเฟียร์สามารถสะท้อนคลืสำหรับการโคจรของดาวเทียมรอบโลกในว 3.2 ม.1/2 อธิบายปัจจัยที่มีผลต่อการ เปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของลมฟ้าอากาศ จากข้อมูลที่รวบรวมได้ - ลมฟ้าอากาศ เป็นสภาวะของอากาศในเเปลี่ยนแปลงตลอดเวลาขึ้นอยู่กับองค์ประอากาศ ความกดอากาศ ลม ความชื้น เมฆ


13 สาระการเรียนรู้แกนกลาง รู้ ทักษะ / กระบวนการ คุณลักษณะฯ แปลงภายในโลกและบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและ ร์ใช้สมบัติและองค์ประกอบของ กออกเป็นชั้น ซึ่งแบ่งได้หลายรูปแบบ ยาศาสตร์ใช้เกณฑ์การเปลี่ยนแปลง ป็น 5 ชั้น ได้แก่ ชั้นโทรโพสเฟียร์ ชั้น สเฟียร์ และชั้นเอกโซสเฟียร์ ชีวิตแตกต่างกัน โดยชั้นโทรโพส ญต่อการดำรงชีวิตของสิ่งมีชีวิต ชั้น อเลตจากดวงอาทิตย์ไม่ให้มายังโลก อกโลกที่ผ่านเข้ามา ให้เกิดการเผา ะทำความเสียหายแก่สิ่งมีชีวิตบน ลื่นวิทยุ และชั้นเอกโซสเฟียร์เหมาะ นระดับต่ำ - การจัดกระทำ และสื่อ ความหมายข้อมูล - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - มุ่นมั่นในการทำงาน - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - มุ่นมั่นในการทำงาน เวลาหนึ่งของพื้นที่หนึ่งที่มีการ ะกอบลมฟ้าอากาศ ได้แก่ อุณหภูมิ ฆ และหยาดน้ำฟ้า โดยหยาดน้ำฟ้า - การสังเกต - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - มุ่นมั่นในการทำงาน


ตัวชี้วัด ความรูที่พบบ่อยในประเทศไทยได้แก่ ฝน องค์ปตลอดเวลาขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น ปริลักษณะพื้นผิวโลกส่งผลต่ออุณหภูมิอากาส่งผลต่อความชื้น ความกดอากาศส่งผลต่ว 3.2 ม.1/3 เปรียบเทียบกระบวนการเกิด พายุ ฝนฟ้าคะนองและพายุหมุนเขตร้อน และ ผลที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม รวมทั้ง นำเสนอแนวทางการปฏิบัติตนให้เหมาะสมและ ปลอดภัย - พายุฝนฟ้าคะนอง เกิดจากการที่อากาศเคลื่อนที่ขึ้นสู่ระดับความสูง ที่มีอุณหภูมิตำการควบแน่นเป็นละอองน้ำ และเกิดต่อเนืคะนองทำให้เกิดฝนตกหนัก ลมกรรโชกแอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน - พายุหมุนเขตร้อนเกิดเหนือมหาสมุทรหรื27 องศาเซลเซียส ขึ้นไป ทำให้อากาศที่มีเคลื่อนที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นบริเวณกว้มาแทนที่และพัดเวียนเข้าหาศูนย์กลางขอเคลื่อนที่พัดเวียนเกือบเป็นวงกลมและมีอัทำให้เกิดคลื่นพายุซัดฝั่ง ฝนตกหนักซึ่งอาทรัพย์สิน จึงควรปฏิบัติตนให้ปลอดภัยโดอากาศ และไม่เข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่เสี่ยงภัย


14 สาระการเรียนรู้แกนกลาง รู้ ทักษะ / กระบวนการ คุณลักษณะฯ ระกอบลมฟ้าอากาศเปลี่ยนแปลง มาณรังสีจากดวงอาทิตย์และ ศ อุณหภูมิอากาศและปริมาณไอน้ำ อลม ความชื้นและลมส่งผลต่อเมฆ ที่มีอุณหภูมิและความชื้นสูง ต่ำลง จนกระทั่งไอน้ำในอากาศเกิด นื่องเป็นเมฆขนาดใหญ่ พายุฝนฟ้า รง ฟ้าแลบฟ้าผ่า ซึ่งอาจก่อให้เกิด รือทะเล ที่น้ำมีอุณหภูมิสูงตั้งแต่26- มีอุณหภูมิและความชื้นสูงบริเวณนั้น ว้าง อากาศจากบริเวณอื่นเคลื่อนเข้า องพายุยิ่งใกล้ศูนย์กลาง อากาศจะ อัตราเร็วสูงที่สุด พายุหมุนเขตร้อน าจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและ ยติดตามข่าวสารการพยากรณ์ ย - เปรียบเทียบ - การสังเกต - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - มุ่นมั่นในการทำงาน


ตัวชี้วัด ความรู้ว 3.2 ม.1/4 อธิบายการพยากรณ์อากาศ และ พยากรณ์อากาศอย่างง่ายจากข้อมูลที่รวบรวม ได้ ว 3.2 ม.1/5 ตระหนักถึงคุณค่าของการ พยากรณ์อากาศโดยนำเสนอแนวทางการ ปฏิบัติตนและการใช้ประโยชน์จากคำพยากรณ์ อากาศ - การพยากรณ์อากาศเป็นการคาดการณ์ลอนาคต โดยมีการตรวจวัดองค์ประกอบลมแลกเปลี่ยนข้อมูลองค์ประกอบลมฟ้าอากข้อมูลและสร้างคำพยากรณ์อากาศ - การพยากรณ์อากาศสามารถนำมาใช้ปรชีวิตประจำวัน การคมนาคม การเกษตร กทางธรรมชาติ ว 3.2 ม.1/6 อธิบายสถานการณ์และ ผลกระทบการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกจาก ข้อมูลที่รวบรวมได้ - ภูมิอากาศโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างแต่ปัจจุบันการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศเกิดกิจกรรมของมนุษย์ในการปลดปล่อยแก๊สเรือนกระจกที่ถูกปลดปล่อยมากที่สุด ได้แหมุนเวียนอยู่ในวัฏจักรคาร์บอน ว 3.2 ม.1/7 ตระหนักถึงผลกระทบของการ เปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก โดยนำเสนอแนว ทางการปฏิบัติตนภายใต้การเปลี่ยนแปลง ภูมิอากาศโลก - การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกก่อให้เกิดสิ่งแวดล้อม เช่น การหลอมเหลวของน้ำแทะเล การเปลี่ยนแปลงวัฏจักรน้ำ การเกิดการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงขึ้นปฏิบัติตนภายใต้สถานการณ์ดังกล่าว ทั้งแและแนวทางการลดกิจกรรมที่ส่งผลต่อกา


15 สาระการเรียนรู้แกนกลาง ร้ ทักษะ / กระบวนการ คุณลักษณะฯ ลมฟ้าอากาศ ที่จะเกิดขึ้นใน มฟ้าอากาศ การสื่อสาร าศระหว่างพื้นที่ การวิเคราะห์ ระโยชน์ด้านต่าง ๆ เช่น การใช้ การป้องกัน และเฝ้าระวังภัยพิบัติ - การสังเกต - การพยากรณ์ - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - มุ่นมั่นในการทำงาน งต่อเนื่องโดยปัจจัยทางธรรมชาติ ดขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจาก เรือนกระจกสู่บรรยากาศ แก๊ส แก่ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่ง - การสังเกต - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - มุ่นมั่นในการทำงาน ดผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตและ แข็งขั้วโลก การเพิ่มขึ้นของระดับ ดโรคอุบัติใหม่และอุบัติซ้ำ และ น มนุษย์จึงควรเรียนรู้แนวทางการ แนวทางการปฏิบัติตนให้เหมาะสม ารเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก - การสังเกต - มีวินัย - ใฝ่เรียนรู้ - มุ่นมั่นในการทำงาน


16 คำอธิบายรายวิชา รายวิชา วิทยาศาสตร์ 2 รหัสวิชา ว21102 กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวนเวลาเรียน 60 ชั่วโมง / ภาค จำนวน 3 ชั่วโมง/สัปดาห์ ศึกษา วิเคราะห์ ความร้อนกับการเปลี่ยนแปลงของสสาร การถ่ายโอนความร้อน ลมฟ้า อากาศรอบตัว มนุษย์และการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ โดยใช้การสืบเสาะหาความรู้ การสำรวจ ตรวจสอบ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 การสืบค้นข้อมูล และการอภิปรายเพื่อให้เกิดความรู้ ความคิด ความเข้าใจ สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถ ในการตัดสินใจ การแก้ปัญหา การนำความรู้ไปใช้ในชีวิตประจำวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม ตัวชี้วัด ว 2.1 ม.1/9 ม.1/10 ว 2.2 ม.1/1 ว 2.3 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5 ม.1/6 ม.1/7 ว 3.2 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5 ม.1/6 ม.1/7 รวมทั้งหมด 17 ตัวชี้วัด


17 รายละเอียดตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของ สสารกับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการเปลี่ยนแปลงสถานะ ของสสาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยา ม.1/9 อธิบายและเปรียบเทียบการจัดเรียงอนุภาค แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค และการ เคลื่อนที่ของอนุภาคสสารชนิดเดียวกันในสถานะของแข็ง ของเหลวและแก๊สโดยใช้แบบจำลอง ม.1/10 อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างพลังงานความร้อนกับการเปลี่ยนสถานะของสสารโดย ใช้หลักฐานเชิงประจักษ์และแบบจำลอง มาตรฐาน ว 2.2 เข้าใจธรรมชาติของแรงในชีวิตประจำวัน ผลของแรงที่กระทำต่อวัตถุ ลักษณะการ เคลื่อนที่แบบต่างๆของวัตถุ รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ (ต่อ) ม.1/1 สร้างแบบจำลองที่อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความดันอากาศกับความสูงจากพื้น โลก มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติของคลื่น ปรากฏการณ์ที่ เกี่ยวข้องกับเสียง แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ม.1/1 วิเคราะห์ แปลความหมายข้อมูล และคำนวณปริมาณความร้อนที่ทำให้สสารเปลี่ยน อุณหภูมิและเปลี่ยนสถานะโดยใช้สมการ Q = mc∆tและ Q = ml ม.1/2 ใช้เทอร์มอมิเตอร์วัดอุณหภูมิของสสาร ม.1/3 สร้างแบบจำลองที่อธิบายการขยายตัวหรือหดตัวของสสาร เนื่องจากได้รับหรือสูญเสีย ความร้อน ม.1/4 ตระหนักถึงประโยชน์ของความรู้ของการหดตัวและขยายตัวของสสารเนื่องจากความ ร้อน โดยวิเคราะห์สถานการณ์ปัญหา และเสนอแนะวิธีการนำความรู้มาแก้ปัญหาในชีวิตประจำวัน ม.1/5 วิเคราะห์สถานการณ์การถ่ายโอนความร้อนและคำนวณปริมาณความร้อนที่ถ่ายโอน ระหว่างสารจนเกิดสมดุลความร้อนโดยใช้สมการ Q สูญเสีย = Qได้รับ ม.1/6 สร้างแบบจำลองที่อธิบายการถ่ายโอนความร้อนโดยการนำความร้อน การพาความ ร้อน การแผ่รังสีความร้อน ม.1/7 ออกแบบ เลือกใช้ และสร้างอุปกรณ์เพื่อแก้ปัญหาในชีวิตประจำวันโดยใช้ความรู้ เกี่ยวกับการถ่ายโอนความร้อน


18 มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบ และความสัมพันธ์ของระบบโลก กระบวนการเปลี่ยนแปลง ภายในโลกและบนผิวโลก ธรณีพิบัติภัย กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลก รวมทั้งผลต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม (ต่อ) ม.1/1 สร้างแบบจำลองที่อธิบายการแบ่งชั้นบรรยากาศ และเปรียบเทียบประโยชน์ของ บรรยากาศแต่ละชั้น ม.1/2 อธิบายปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบของลมฟ้าอากาศจากข้อมูลที่ รวบรวมได้ ม.1/3 เปรียบเทียบกระบวนการเกิดพายุฝนฟ้าคะนองและพายุหมุนเขตร้อน และผลที่มีต่อ สิ่งมีชีวิต รวมทั้งนำเสนอแนวทางการปฏิบัติตนให้เหมาะสมและปลอดภัย ม.1/4 อธิบายการพยากรณ์อากาศ และพยากรณ์อากาศอย่างง่ายจากข้อมูลที่รวบรวมได้ ม.1/5 ตระหนักถึงคุณค่าของการพยากรณ์อากาศ โดยนำแนวทางการปฏิบัติตนและการใช้ ประโยชน์จากคำพยากรณ์อากาศ ม.1/6 อธิบายสถานการณ์และผลกระทบการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของโลกจากข้อมูลที่ รวบรวมได้ ม.1/7 ตระหนักถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของโลกโดยนำเสนอแนวทางการ เปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก


19 โครงสร้างรายวิชา วิชา วิทยาศาสตร์ 2 รหัสวิชา ว21102 รายวิชาพื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 1.5 หน่วยกิต เวลา 60 ชั่วโมง ………………………………………………………………………………………………………………………………………. ลำดับ ที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน 1 หน่วยการเรียนรู้ที่ 5 พลังงานความร้อน 1.1 เรื่อง แบบจำลอง อนุภาคของ สารในแต่ละ สถานะ ว 2.1 ม.1/9 อธิบาย และเปรียบเทียบการ จัดเรียงอนุภาค แรงยึด เหนี่ยวระหว่างอนุภาค และการเคลื่อนที่ของ อ น ุ ภ า ค ส ส า ร ช นิ ด เ ด ี ย ว ก ั น ใ น ส ถ า น ะ ของแข็ง ของเหลวและ แก๊สโดยใช้แบบจำลอง สสารเป็นสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัว เรา มีมวล และต้องการที่อยู่ พบได้ ทั้งในสถานะของแข็ง ของเหลว และ แก๊ส สสารในสถานะที่แตกต่างกันมี สมบัติทั้งที่เหมือนกันและแตกต่างกัน เช่น สสารในสถานะของแข็ง มีรูปร่าง และปริมาตรคงที่ สสารในสถานะ ข อ ง เ ห ล ว ม ี ร ู ป ร ่ า ง ไ ม ่ ค ง ที่ เปลี่ยนแปลงตามภาชนะที่บรรจุ แต่ มีปริมาตรคงที่ส่วนสสารในสถานะ แก๊สมีรูปร่างและปริมาตรไม่คงที่ เปลี่ยนแปลงตามภาชนะที่บรรจุ นักเรียนควรอธิบายและเปรียบเทียบ การจัดเรียงอนุภาคแรงยึดเหนี่ยว ระหว่างอนุภาค และการเคลื่อนที่ ของอนุภาคของสสารชนิดเดียวกันใน สถานะของแข็ง ของงเหลว และแก๊ส โดยใช้แบบจำลอง สามารถนำความรู้ ไปใช้ประโยชน์ได้ 4 4


20 ลำดับ ที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน 1.2 ความ ร้อนกับการ เปลี่ยนแปลง อุณหภูมิของ สสาร ว 2.3 ม.1/1 วิเคราะห์ แปลความหมายข้อมูล และคำนวณปริมาณ ความร้อนที่ทำให้สสาร เปลี่ยนอุณหภูมิและ เปลี่ยนสถานะโดยใช้ สมการ Q = mc∆t และ Q = ml สสารเมื่อได้รับความร้อนจะทำให้ อุณหภูมิของสสารเปลี่ยนแปลง แต่ สถานะของสสารไม่เปลี่ยนแปลง ซึ่ง ปริมาณความร้อนที่ทำให้อุณหภูมิ ของสสารเปลี่ยนแปลงขึ้นอยู่กับมวล ความร้อนจำเพาะ และอุณหภูมิที่ เปลี่ยนแปลงไป และสสารเมื่อได้รับ ความร้อนจะทำให้สสารเปลี่ยน สถานะ แต่อุณหภูมิของสารไม่ เปลี่ยนแปลง เนื่องจากอนุภาคของ สสารอยู่ห่างกันมาก ซึ่งปริมาณความ ร้อนที่ทำให้สารเปลี่ยนสถานะขึ้นอยู่ กับมวลและความร้อนจำเพาะ นักเรียนสามารถคำนวณปริมาณ ความร้อนที่ทำให สสารเปลี่ยน อุณหภูมิได้ 4 4 1.3 ความ ร้อนกับการ ขยายตัวและ หดตัวของ สสาร ว 2 . 3 ม . 1 / 3 ส ร ้ า ง แบบจำลองที่อธิบายการ ขยายตัวหรือหดตัวของสสาร เนื่องจากได้รับหรือสูญเสีย ความร้อน ว 2.3 ม.1/4 ตระหนัก ถึงประโยชน์ของความรู้ ข อ ง ก า ร ห ด ต ั ว แ ล ะ ข ย า ย ต ั ว ข อ ง ส ส า ร เนื่องจากความร้อน โดย สสารได้รับความร้อน สสารจะ ขยายตัว เนื่องจากความร้อนทำให้ อนุภาคเคลื่อนที่เร็วขึ้นและระยะห่าง ระหว่างอนุภาคมากขึ้น ในทาง กลับกัน เมื่อสสารสูญเสียความร้อน สสารจะหดตัว เนื่องจากความร้อน ทำให้อนุภาคเคลื่อนที่ช้าลงและ ระยะห่างระหว่างอนุภาคลดลง นักเรียนสามารถสร้างแบบจำลองที่ 4 4


21 ลำดับ ที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน วิเคราะห์สถานการณ์ ปัญหา และเสนอแนะ วิธีการนำ ความรู้มาแก้ปัญหาใน ชีวิตประจำวัน อธิบายการขยายตัวหรือหดตัวของ สสารเนื่องจากได้รับหรือสูญเสีย ความร้อนและเข้าใจความหมายของ พลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการ ถ่ายโ อนพลังงานตระหนักถึง ประโยชน์ของความรู้ของการหดและ ขยายตัวของสสาร 1.4 ความ ร้อนกับการ เปลี่ยนสถานะ ของสสาร ว 2.1 ม.1/10 อธิบาย ความสัมพันธ์ระหว่าง พลังงานความร้อนกับ การเปลี่ยนสถานะของ สสารโดยใช้หลักฐานเชิง ประจักษ์และแบบจำลอง ว 2.3 ม.1/1 วิเคราะห์ แปลความหมายข้อมูล และคำนวณปริมาณ ความร้อนที่ทำให้สสาร เปลี่ยนอุณหภูมิและ เปลี่ยนสถานะโดยใช้ สมการ Q = mc∆t และ Q = ml ว 2.3 ม.1/2 ใช้เทอร์มอ มิเตอร์วัดอุณหภูมิของ สสาร ปริมาณความร้อนที่ทําใหสสาร เปลี่ยนสถานะขึ้นกับมวลและความ ร้อนแฝงจำเพาะ โดยขณะที่สสาร เปลี่ยนสถานะ อุณหภูมิจะไม เปลี่ยนแปลง เมื่อสสารได้รับความ ร้อน อนุภาคจะเคลื่อนที่เร็วขึ้นและ เคลื่อนที่ออกห่างกันมากขึ้น แรงยึด เหนี่ยวระหว่างอนุภาคจะลดลง จน สสารเปลี่ยนสถานะ นักเรียนสามารถ วิเคราะห์ แปลความหมายข้อมูล และคำนวณปริมาณความร้อนที่ทำ ให้สสารเปลี่ยนสถานะโดยใช้สมการ Q = mL 4 4 1.5 การถ่าย โอนความร้อน ว 2.3 ม.1/6 สร้าง แบบจำลองที่อธิบายการ ถ่ายโอนความร้อนโดย การถ่ายโอนความร้อนคือความ ร้อนถ่ายโอนจากบริเวณที่มีอุณหภูมิ สูงไปยังบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำ มี 3 2 4


22 ลำดับ ที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน ใน ชีวิตประจำวัน การนำความร้อน การพา ความร้อน การแผ่รังสี ความร้อน แบบ คือ การนำความร้อน การพา ความร้อนและการแผ่รังสีความร้อน การนำความร้อน เป็นการถ่ายโอน ความร้อนที่อาศัยตัวกลาง โดยที่ ตัวกลางไมเคลื่อนที่ การพาความ ร้อนเป็นการถ่ายโอนความร้อนที่ อาศัยตัวกลาง โดยที่ตัวกลางเคลื่อนที่ ไปด้วย สวนการแผ่รังสีความร้อนเป็น การถ่ายโอนความร้อนที่ไมตองอาศัย ตัวกลาง 1.6 การถ่าย โอนความร้อน ผ่านของแข็ง ว 2.3 ม .1/6 ส ร ้ า ง แบบจำลองที่อธิบายการ ถ่ายโอนความร้อนโดย การนำความร้อน การพา ความร้อน การแผ่รังสี ความร้อน การถ่ายโอนความร้อนผ่าน ของแข็ง เป็นการถ่ายโอนความร้อนที่ อาศัยตัวกลาง โดยที่ตัวกลางไม เคลื่อนที่ มีการถ่ายโอนความร้อน โดยการสั่นต่อเนื่องกันไปของอนุภาค ที่เป็นตัวกลาง เรียกว่า การนำความ ร้อน นักเรียนควรสร้างแบบจำลองที่ อธิบายการถ่ายโอนความร้อนของ ของแข็ง เพื่อนำความรู้เกี่ยวกับการ นำความร้อนนำไปใช้ประโยชน์ใน ชีวิตประจำวันได้ 2 2 1.7 การถ่าย โอนความร้อน ของของเหลว และแก๊ส ว 2.3 ม.1/6 สร้าง แบบจำลองที่อธิบายการ ถ่ายโอนความร้อนโดย การนำความร้อน การพา การพาความร้อนเกิดขึ้นกับสสารที่ เป็นของเหลวและแก๊ส ตัวกลางจะพา ความร้อนไปพร้อมกับการเคลื่อนที่ ของอนุภาคของตัวกลาง นักควร 2 2


23 ลำดับ ที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน ความร้อน การแผ่รังสี ความร้อน เรียนอธิบายการถ่ายโอนความร้อน โดยการพาความร้อน และนำความรู้ เกี่ยวกับการพาความร้อนสามารถ นำไปใช้อธิบายปรากฏ กา รณ์ ต่าง ๆ ได้ 1.8 การถ่าย โอนความร้อน โดยไม่อาศัย ตัวกลาง ว 2.3 ม .1/6 ส ร ้ า ง แบบจำลองที่อธิบายการ ถ่ายโอนความร้อนโดย การนำความร้อน การพา ความร้อน การแผ่รังสี ความร้อน การแผ่รังสีความร้อนเป็นการถ่าย โอนความร้อนโดยไม่ต้องอาศัย ตัวกลางที่เป็นอนุภาคของสสาร แต่ ความร้อนถ่ายโอนโดยแผ่รังสี อินฟราเรดซึ่งเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า นักเรียนสามารถสร้างแบบจำลองที่ อธิบายการถ่ายโอนความร้อนโดย การการแผ่รังสีความร้อน รวมทั้งนำ ความรู้ไปใช้ประโยชน์ 2 2 1.9 สมดุล ความร้อน ว 2.3 ม.1/5 วิเคราะห์ สถานการณ์การถ่ายโอน ความร้อนและคำนวณ ปริมาณความร้อนที่ถ่าย โอนระหว่างสารจนเกิด สมดุลความร้อนโดยใช้ สมการ Q สูญเสีย = Q ได้รับ สมดุลความร้อน หมายถึงความ ร้อนถ่ายโอนจากสสารที่มีอุณหภูมิสูง กว่าไปยังสสารที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า จนกระทั่งอุณหภูมิของสสารทั้งสอง เท่ากันสภาพที่สสารทั้งสองมี อุณหภูมิเท่ากัน นักเรียนสามารถ อธิบายความหมายสมดุลความร้อน และเข้าใจสมบัติของสสาร รวมทั้งนำ ความรู้ไปใช้ประโยชน์ 4 4 รวมหน่วยที่ 5 28 30


24 ลำดับ ที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน 2 หน่วยการเรียนรู้ที่ 6 กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ 2.1 บ ร ร ย า ก า ศ ของเรา ว 3.2 ม.1/1 สร้าง แบบจำลองที่อธิบายการ แบ่งชั้นบรรยากาศ และ เปรียบเทียบประโยชน์ ของบรรยากาศแต่ละชั้น โ ล ก ม ี บ ร ร ย า ก า ศ ห ่ อ หุ้ ม นักวิทยาศาสตร์ใช้สมบัติและ องค์ประกอบของบรรยากาศในการ แบ่งบรรยากาศของโลกออกเป็นชั้น ซึ่งแบ่งได้หลายรูปแบบตามเกณฑ์ที่ แ ต ก ต ่ า ง ก ั น โ ด ย ท ั ่ ว ไ ป นักวิทยาศาสตร์ใช้เกณฑ์การ เปลี่ยนแปลงอุณหภูมิตามความสูง แบ่งบรรยากาศได้เป็น 5 ชั้น ได้แก่ ชั้นโทรโพสเฟียร์ ชั้นสตราโตสเฟียร์ ชั้นมีโซสเฟียร์ ชั้นเทอร์โมสเฟียร์ และชั้นเอกโซสเฟียร์ บรรยากาศแต่ ละชั้นเกิดปรากฏการณ์และส่งผลต่อ มนุษย์และสิ่งแวดล้อมแตกต่างกัน นักเรียนควรอธิบายการแบ่งชั้น บรรยากาศ สามารถเปรียบเทียบ ประโยชน์ของบรรยากาศแต่ละชั้น แ ล ะ เ ข ้ า ใ จ อ ง ค ์ ป ร ะ ก อ บ แ ล ะ ความสัมพันธ์ของระบบโลก 4 4 2.2 อุณหภูมิ อากาศ ว 3.2 ม.1/2 อธิบาย ปัจจัยที่มีผลต่อ การเปลี่ยนแปลง องค์ประกอบของลมฟ้า อุณหภูมิอากาศในรอบวันมีการ เปลี่ยนแปลงในแบบรูปเดียวกัน โดย อุณหภูมิอากาศในช่วงเช้าจะมีค่าต่ำ และค่อย ๆ สูงขึ้นจนกระทั่งมีค่าสูง 4 4


25 ลำดับ ที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน อากาศจากข้อมูลที่ รวบรวมได้ ที่สุดในช่วงบ่าย จากนั้นจะค่อย ๆ ลดต่ำลง จนต่ำที่สุดในช่วงเวลาเช้า มืด นักเรียนควรอธิบายปัจจัยที่มีผล ต่อการเปลี่ยนแปลงองค์ประกอบ ของลมฟ้าอากาศ และเข้าใจ องค์ประกอบและความสัมพันธ์ของ ระบบโลก 2.3 ความกด อากา ศ แ ล ะ ลม ว 2.2 ม.1/1 สร้าง แบบจำลองที่อธิบาย ความสัมพันธ์ระหว่าง ความดันอากาศกับความ สูงจากพื้นโลก ว 3.2 ม.1/2 อธิบาย ปัจจัยที่มีผลต่อ การเปลี่ยนแปลง องค์ประกอบของลมฟ้า อากาศจากข้อมูลที่ เมื่อวัตถุอยู่ ในอากาศจะมีแรงที่ อากาศกระทำต่อในทุกทิศทาง แรงที่ อากาศกระทำต่อวัตถุขึ้นอยู่กับขนาด พื้นที่ของวัตถุนั้น แรงที่อากาศ กระทำตั้งฉากกับผิววัตถุต่อหนึ่งหน วยพื้นที่เรียกว่า ความดันอากาศ ความดันอากาศมีความสัมพันธ์กับ ความสูงจากพื้น โลก โดยบริเวณที่สูง จากพื้นโลกขึ้นไป อากาศเบาบางลง มวลอากาศน้อยลง ความดันอากาศก็ จะลดลง นักเรียนควรอธิบายอธิบาย แรงและทิศทางของแรงที่อากาศ กระทำต่อวัตถุ รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ ประโยชน ลมเคลื่อนที่ได้เนื่องจากความ แตกต่างของความดันอากาศ หรือ ในทางอุตุนิยมวิทยาเรียกว่า ความกด อากาศ โดยปัจจัยที่มีผลต่อการ เคลื่อนที่ของลม ได้แก่ ความกด 4 4


26 ลำดับ ที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน อากาศระหว่าง 2 บริเวณ ระยะห่าง ร ะ ห ว ่ า ง ส อ ง บ ร ิ เ ว ณ แ ล ะ สภาพแวดล้อมหรือสิ่งกีดขวาง ทางเดินของลม 2.4 ความชื้น ว 3.2 ม.1/2 อธิบาย ปัจจัยที่มีผลต่อ การเปลี่ยนแปลง องค์ประกอบของลมฟ้า อากาศจากข้อมูลที่ ปัจจัยที่มีผลต่อค่าความชื้น สัมพัทธ์คือ อุณหภูมิอากาศ และ ลักษณะทางกายภาพของพื้นที่ นักเรียนควรอธิบายปัจจัยที่มีผลต่อ ความชื้นสัมพัทธ์ สามารถวัดความชื้น สัมพัทธ์ และเข้าใจกระบวนการ เปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศและ ภูมิอากาศโลก 4 3 2.5 เมฆและ ฝน ว 3.2 ม.1/2 อธิบาย ปัจจัยที่มีผลต่อ การเปลี่ยนแปลง องค์ประกอบของลมฟ้า อากาศจากข้อมูลที่ เมฆมีหลายลักษณะ จัดประเภท เมฆ โดยใช้ลักษณะและความสูงเป็น เกณฑ์ เมฆและฝนมีการเปลี่ยนแปลง ขึ้นอยู่กับ ปริมาณไอน้ำในอากาศ และสภาพแวดล้อมของพื้นที่ที่ส่งผล ต่อปริมาณไอน้ำในอากาศ อุณหภูมิ อากาศ ฤดูและลม นักเรียนสามารถ สังเกต อธิบายลักษณะ และจำแนก ป ร ะ เ ภ ท ข อ ง เ ม ฆ แ ล ะ เ ข ้ า ใ จ กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้า อากาศ 4 4


27 ลำดับ ที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน 2.6 การ พยากรณ์ อากาศ ว 3.2 ม.1/4 อธิบายการ พยากรณ์อากาศ และ พยากรณ์อากาศอย่าง ง่ายจากข้อมูลที่รวบรวม ได้ การพยากรณอากาศเป็นการคาด การณลมฟ้าอากาศที่จะเกิดขึ้นใน อ น า ค ต โ ด ย ม ี ก า ร ต ร ว จ วั ด องค์ประกอบลมฟ้าอากาศ การ ส ื ่ อ ส า ร แ ล ก เ ป ล ี ่ ย น ข ้ อ มู ล องค์ประกอบลมฟ้าอากาศระหว่าง พื้นที่การวิเคราะห์ข้อมูลและสร้างคำ พยากรณ์อากาศ นักเรียนควรอธิบาย การพยากรณ์อากาศได้ สามารถ พยากรณ์อากาศอย่างง่ายจากข้อมูล ที่รวบรวมได้ เพื่อนำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน 4 3 2.7 พายุ ว 3.2 ม.1/3 เปรียบเทียบ กระบวนการเกิดพายุฝน ฟ้าคะนองและพายุหมุน เขตร้อน และผลที่มีต่อ สิ่งมีชีวิต รวมทั้งนำเสนอ แนวทางการปฏิบัติตนให้ เหมาะสมและปลอดภัย พายุ คือ สภาพบรรยากาศที่ถูก รบกวนแบบใด ๆ ก็ตาม โดยเฉพาะที่ มีผลกระทบต่อพื้นผิวโลก และบ่ง บอกถึงสภาพอากาศที่รุนแรง ประเทศไทยมักได้รับอิทธิพลจาก พายุ 2 ชนิดคือพายุฝนฟ้าคะนอง และพายุหมุนเขตร้อน พายุฝนฟ้า คะนอง เกิดจากการที่อากาศที่มี อุณหภูมิและความชื้นสูงเคลื่อนที่ขึ้น สูระดับความสูง ที่มีอุณหภูมิต่ำลง จนกระทั่งไอน้ำในอากาศเกิด การ ควบแน่นเป็นละอองน้ำ และเกิด 4 4


28 ลำดับ ที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน ต่อเนื่องเป็นเมฆขนาดใหญ่ พายุฝน ฟ้าคะนอง ทำใหเกิดฝนตกหนัก ลม กรรโชกแรง ฟแลบฟ้าผ่า ซึ่งอาจ ก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและ ทรัพย์สิน พายุหมุนเขตร้อนเกิดเหนือ มหาสมุทร หรือทะเลที่น้ำมีอุณหภูมิ สูงตั้งแต่ 26-27 องศาเซลเซียส ขึ้น ไป ทำใหอากาศที่มีอุณหภูมิและ ความชื้นสูงบริเวณนั้น เคลื่อนที่สูงขึ้น อย่างรวดเร็วเปนบริเวณกว้าง อากาศ จากบริเวณอื่นเคลื่อนเข้ามาแทนที่ และพัดเวียนเข้าหาศูนย์กลางของ พายุ ยิ่งใกล้ศูนยกลาง อากาศจะ เคลื่อนที่พัดเวียนเกือบเป็นวงกลม และมีอัตราเร็วสูงที่สุด นักเรียน สามารถอธิบายและเปรียบเทียบ กระบวนการเกิดพายุฝน ฟาคะนอง และพายุหมุนเขตร้อนได้ รวมทั้ง นำเสนอแนวทางการปฏิบัติตนให้ เหมาะสมและปลอดภัย 2.8 การ เปลี่ยนแปลง ภูมิอากาศโลก ว 3.2 ม.1/6 อธิบายสถานการณ์และ ผลกระทบการ เปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ ภ ู ม ิ อ า ก า ศ โ ล ก เ ก ิ ด ก า ร เปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่อง โดยปัจจัย ทางธรรมชาติ แต่ปัจจุบันการ เปลี่ยนแปลงภูมิอากาศเกิดขึ้นอย่าง รวดเร็วเนื่องจากกิจกรรมของมนุษย์ 4 4


29 ลำดับ ที่ ชื่อหน่วยการ เรียนรู้ มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด สาระสำคัญ เวลา (ชั่วโมง) น้ำหนัก คะแนน ของโลกจากข้อมูลที่ รวบรวมได้ ในการปลดปล่อยแก๊สเรือนกระจก สูบรรยากาศ แก๊สเรือนกระจก ที่ถูกปลดปล่อยมากที่สุด ไดแก แก สคารบอนไดออกไซดซึ่งหมุนเวียนอยู่ ในวัฏจักรคาร บอน นักเรียนควร อธิบายผลกระทบการเปลี่ยนแปลง ภูมิอากาศโลกที่ส่งผลกระทบต่อ สิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมได้ รวบรวม และเข้าใจกระบวนการเปลี่ยนแปลง ลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศโลก ร ว ม ท ั ้ ง ผ ล ต ่ อ ส ิ ่ ง ม ี ช ี ว ิ ต แ ล ะ สิ่งแวดล้อม รวมหน่วยที่ 6 32 30 สอบกลางภาค 20 สอบปลายภาค 20 รวมตลอดภาค 60 100


30 กำหนดการสอน วิชา วิทยาศาสตร์ 2 รหัสวิชา ว21101 รายวิชา พื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1 จำนวน 1.5 หน่วยกิจ เวลา 60 ชั่วโมง สัปดาห์ ที่ ครั้ง ที่ จำนวน (ชม.) หน่วย ที่ สาระการเรียนรู้ หมายเหตุ 1 1 1 5 เรื่อง แบบจำลองอนุภาคของสารในแต่ละ สถานะ 2 2 5 เรื่อง แบบจำลองอนุภาคของสารในแต่ละ สถานะ 2 3 1 5 เรื่อง แบบจำลองอนุภาคของสารในแต่ละ สถานะ 4 2 5 เรื่อง ความร้อนกับการเปลี่ยนแปลง อุณหภูมิของสสาร 3 5 1 5 เรื่อง ความร้อนกับการเปลี่ยนแปลง อุณหภูมิของสสาร 6 2 5 เรื่อง ความร้อนกับการเปลี่ยนแปลง อุณหภูมิของสสาร เรื่อง ความร้อนกับการขยายตัวและหดตัว ของสสาร 4 7 1 5 เรื่อง ความร้อนกับการขยายตัวและหดตัว ของสสาร 8 2 5 เรื่อง ความร้อนกับการขยายตัวและหดตัว ของสสาร 5 9 1 5 เรื่อง ความร้อนกับการเปลี่ยนสถานะของ สสาร 10 2 5 เรื่อง ความร้อนกับการเปลี่ยนสถานะของ สสาร


31 6 11 1 5 เรื่อง ความร้อนกับการเปลี่ยนสถานะของ สสาร 12 2 5 เรื่อง การถ่ายโอนความร้อนใน ชีวิตประจำวัน 7 13 1 5 เรื่อง การถ่ายโอนความร้อนผ่านของแข็ง 14 2 5 เรื่อง การถ่ายโอนความร้อนผ่านของแข็ง เรื่อง การถ่ายโอนความร้อนของเหลวและ แก๊ส 8 15 1 5 เรื่อง การถ่ายโอนความร้อนของเหลวและ แก๊ส 16 2 5 เรื่อง การถ่ายโอนโดยไม่อาศัยตัวกลาง 9 17 1 5 เรื่อง สมดุลความร้อน 18 2 5 เรื่อง สมดุลความร้อน สอบกลางภาค สัปดาห์ ที่ ครั้ง ที่ จำนวน (ชม.) หน่วย ที่ สาระการเรียนรู้ หมายเหตุ 10 19 1 5 เรื่อง สมดุลความร้อน 20 2 6 เรื่อง บรรยากาศของเรา 11 21 1 6 เรื่อง บรรยากาศของเรา 22 2 6 เรื่อง บรรยากาศของเรา เรื่อง อุณหภูมิอากาศ 12 23 1 6 เรื่อง อุณหภูมิอากาศ 24 2 6 เรื่อง อุณหภูมิอากาศ 13 25 1 6 เรื่อง ความกดอากาศและลม 26 2 6 เรื่อง ความกดอากาศและลม 14 27 1 6 เรื่อง ความกดอากาศและลม 28 2 6 เรื่อง ความชื้น


32 สัปดาห์ ที่ ครั้ง ที่ จำนวน (ชม.) หน่วย ที่ สาระการเรียนรู้ หมายเหตุ 15 29 1 6 เรื่อง ความชื้น 30 2 6 เรื่อง ความชื้น เรื่อง เมฆและฝน 16 31 1 6 เรื่อง เมฆและฝน 32 2 6 เรื่อง เมฆและฝน 17 33 1 6 เรื่อง การพยากรณ์อากาศ 34 2 6 เรื่อง การพยากรณ์อากาศ 18 35 1 6 เรื่อง การพยากรณ์อากาศ 36 2 6 เรื่อง พายุ 19 37 1 6 เรื่อง พายุ 38 2 6 เรื่อง พายุ เรื่อง การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลก 20 39 1 6 เรื่อง การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลก 40 2 6 เรื่อง การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลก สอบปลายภาค หมายเหตุ : อาจมีการเปลี่ยนแปลงกำหนดการสอนได้ตามความเหมาะสม


33 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 1 รหัสวิชา ว21102 วิชา วิทยาศาสตร์2 ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 หน่วยการเรียนที่ 5 เรื่อง พลังงานความร้อน เวลา 28 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง แบบจำลองอนุภาคของสสารในแต่ละสถานะ เวลา 4 ชั่วโมง ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ชื่อผู้สอน นางสาววชิรญา สอนสาระ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 2.1 เข้าใจสมบัติของสสาร องค์ประกอบของสสาร ความสัมพันธ์ ระหว่างสมบัติของสสารกับโครงสร้างและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค หลักและธรรมชาติของการ เปลี่ยนแปลงสถานะของสสาร การเกิดสารละลาย และการเกิดปฏิกิริยาเคมี ม.1/9 อธิบายและเปรียบเทียบการจัดเรียงอนุภาค แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค และการเคลื่อนที่ของอนุภาคของสสารชนิดเดียวกันในสถานะของแข็ง ของเหลว และแก๊ส โดยใช้ แบบจำลอง 2. สาระสำคัญ สสารทุกชนิดประกอบด้วยอนุภาค โดยสาร ชนิดเดียวกันที่มีสถานะของแข็ง ของเหลว แก๊ส จะมีการจัดเรียงอนุภาค แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค การเคลื่อนที่ของอนุภาคแตกต่างกัน ซึ่งมีผล ต่อรูปร่างและปริมาตรของสสาร • อนุภาคของของแข็งเรียงชิดกัน มีแรงยึดเหนี่ยว ระหว่างอนุภาคมากที่สุด อนุภาคสั่นอยู่กับ ที่ ทำให้มีรูปร่างและปริมาตรคงที่ • อนุภาคของของเหลวอยู่ใกล้กัน มีแรงยึดเหนี่ยว ระหว่างอนุภาคน้อยกว่าของแข็งแต่ มากกว่าแก๊ส อนุภาคเคลื่อนที่ได้แต่ไม่เป็นอิสระเท่าแก๊ส ทำให้ มีรูปร่างไม่คงที่แต่ปริมาตรคงที่ • อนุภาคของแก๊สอยู่ห่างกันมาก มีแรงยึดเหนี่ยว ระหว่างอนุภาคน้อยที่สุด อนุภาคเคลื่อนที่ ได้ อย่างอิสระทุกทิศทาง ทำให้มีรูปร่างและปริมาตร ไม่คงที


34 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 นักเรียนอธิบายการจัดเรียงอนุภาค แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคและการเคลื่อนที่ของ อนุภาคของสสารชนิดเดียวกันในสถานะของแข็ง ของเหลว และแก๊สได้ (K) 3.2 นักเรียนเปรียบเทียบการจัดเรียงอนุภาค แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคและการเคลื่อนที่ ของอนุภาคของสสารชนิดเดียวกันในสถานะของแข็ง ของเหลว และแก๊สได้ (K) 3.3 นักเรียนสามารถสร้างแบบจำลองอนุภาคของสสารในแต่ละสถานะได้(P) 3.4 นักเรียนอภิปรายเกี่ยวกับแบบจำลองอนุภาคของสสารไปใช้ให้เกิดประโยชน์ (A) 4. สาระการเรียนรู้ ด้านความรู้ (Knowledge) - การจัดเรียงอนุภาค - แรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาค - การเคลื่อนที่ของอนุภาค ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process) - 5. สมรรถนะ 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 มุ่งมั่นในการทำงาน 6.2 ใฝ่เรียนรู้ 7. ชิ้นงาน/ภาระงาน - ใบงานที่ 5.1 แบบจำลองอนุภาคของสสารในแต่ละสถานะ - ใบกิจกรรมที่ 5.1 แบบจำลองอนุภาคของสสารในแต่ละสถานะเป็นอย่างไร - ใบกิจกรรมการทดลองที่ 5.1 เรื่อง อนุภาคของของแข็ง ของเหลว และแก๊ส


35 8. กิจกรรมการเรียนการสอน กระบวนการเรียนรู้ วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E) ชั่วโมงที่ 1-2 ขั้นที่ 1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1. คุณครูให้นักเรียนสังเกตภาพเหรียญกษาปณ์ แล้วร่วมกันอภิปรายการผลิตเหรียญ กษาปณ์ว่าเป็นอย่างไร (แนวคำตอบ ผลิตจากโลหะ เช่น ทองแดง นิกเกิล โลหะผสม ผ่านการหลอมโลหะ ด้วยการให้ ความร้อน) 2. คุณครูทบทวนความรู้ก่อนเรียน โดยให้นักเรียนเขียนเครื่องหมายถูก ✓ หน้าสิ่ง ที่เป็นสสาร ได้แก่ ความร้อน อากาศ ก้อนหิน ฟ้า แสง น้ำคลอง ไอน้ำ และเสียง ร่วมกัน อภิปรายเพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า สสารเป็นสิ่งต่าง ๆ ที่อยู่รอบตัวเรา มีมวล และต้องการที่อยู่ พบ ได้ทั้งในสถานะของแข็ง ของเหลว และแก๊ส สสารในสถานะที่แตกต่างกันมีสมบัติทั้งที่ เหมือนกันและแตกต่างกัน 3. คุณครูให้นักเรียนดูวีดิทัศน์เรื่อง สสาร แล้วร่วมกันอภิปรายเนื้อหาในวีดิทัศน์ 4. คุณครูและนักเรียนร่วมกันอภิปราย โดยคุณครูใช้คำถามนำการอภิปราย ดังนี้


36 5. นักเรียนคิดว่าสารต่างๆ ที่อยู่รอบตัวเราสามารถจำแนกออกเป็นกี่สถานะ และมี สถานะอะไรบ้าง (แนวคำตอบ 3 สถานะ ได้แก่ ของแข็ง ของเหลว และแก๊ส) 6. นักเรียนใช้เกณฑ์ใดมาใช้สำหรับการจำแนกสถานะของสาร (แนวคำตอบ ใช้เกณฑ์การจัดเรียงอนุภาคของสาร รูปร่างและปริมาตรของสาร เป็น ต้น) 7. แล้วนักเรียนทราบหรือไม่ว่าสารแต่ละชนิดมีการจัดเรียงอนุภาคเป็นอย่างไร (แนวคำตอบ ฟังความคิดเห็นของนักเรียนโดยครูยังไม่เฉลย) 8. ครูชี้แจงว่า “วันนี้เราจะได้ทำการทดลอง เรื่อง อนุภาคของของแข็ง ของเหลว และแก๊ส” 9. คุณครูให้นักเรียนดูวีดิทัศน์เรื่อง สถานะกับการจัดเรียงอนุภาคของสาร แล้ว ร่วมกันอภิปรายเนื้อหาในวีดิทัศน์ ขั้นที่ 2 ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) 1. คุณครูแบ่งกลุ่มนักเรียน กลุ่มละ 4-5 คน จำนวน 9 กลุ่ม 2. คุณครูนำเข้าสู่การทดลอง เรื่อง อนุภาคของของแข็ง ของเหลว และแก๊ส 3. นักเรียนแต่ละกลุ่มเตรียมอุปกรณ์การทดลอง 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มลงมือปฏิบัติการทดลองตามขั้นตอนการทดลองในใบกิจกรรม การทดลองที่ 5.1 เรื่อง อนุภาคของของแข็ง ของเหลว และแก๊ส โดยใช้เวลาในการทดลอง 20 นาทีโดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่มลงมือทำกิจกรรม โดยครูเดินสังเกตนักเรียนทุกกลุ่ม เพื่อให้คำแนะนำอย่างใกล้ชิด 5. นักเรียนบันทึกผลการดำเนินการทดลองลงในใบกิจกรรมการทดลองที่ 5.1 เรื่อง อนุภาคของของแข็ง ของเหลว และแก๊ส


37 ขั้นที่ 3 ขั้นอภิปรายและลงข้อสรุป (Explanation) 1. การเป่าลมในขวดอย่างช้าๆ เบาๆ ไปยังเม็ดพลาสติกเป็นแบบจำลองที่แทนการ จัดเรียงอนุภาคของสารในสถานะใด และมีลักษณะอย่างไร (แนวคำตอบ การเป่าลมอย่างช้าๆ เบาๆ ไปยังเม็ดพลาสติกเป็นแบบจำลองที่แทน การจัดเรียงอนุภาคของสารในสถานะของแข็ง ที่ทุกอนุภาคมีการสั่นสะเทือนตลอดเวลาแต่ อยู่ตำแหน่งเดิม และอนุภาคอยู่ชิดติดกันมีแรงระหว่างอนุภาคมากทำให้ของแข็งคงรูปอยู่ได้) 2. การเป่าลมในขวดแรงขึ้น ไปยังเม็ดพลาสติกเป็นแบบจำลองที่แทนการจัดเรียง อนุภาคของสารในสถานะใด และมีลักษณะอย่างไร (แนวคำตอบ การเป่าลมแรงขึ้น ไปยังเม็ดพลาสติกเป็นแบบจำลองที่แทนการ จัดเรียงอนุภาคของสารในสถานะของเหลวที่ทุกอนุภาคมีการสั่น อนุภาคอยู่ห่างกันเล็กน้อย มีการเคลื่อนตัวและการกระจายตัวทั่วก้นภาชนะจึงมีปริมาตรเพิ่มขึ้นทำให้ความหนาแน่น และแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคน้อยกว่าของแข็งเมื่อเป่าลมแรงที่สุด) 3. การเป่าลมในขวดแรงที่สุด ไปยังเม็ดพลาสติกเป็นแบบจำลองที่แทนการจัดเรียง อนุภาคของสารในสถานะใด และมีลักษณะอย่างไร (แนวคำตอบ การเป่าลมอย่างแรงที่สุด ไปยังเม็ดพลาสติกเป็นแบบจำลองที่แทนการจัดเรียง อนุภาค ของสารในสถานะแก๊ส ที่ทุกอนุภาคมีการเคลื่อนที่อยู่ตลอดเวลาอย่างรวดเร็ว ฟุ้งกระจายเต็ม ภาชนะ ทำให้ความหนาแน่นและแรงยึดเหนี่ยวระหว่างอนุภาคน้อยกว่าของเหลวและของแข็งมาก ) ชั่วโมงที่ 3-4 ขั้นที่ 3 ขั้นอภิปรายและลงข้อสรุป (Explanation) 1. คุณครูแบ่งกลุ่มนักเรียน กลุ่มละ 4-5 คน จำนวน 9 กลุ่ม 2. คุณครูนำเข้าสู่กิจกรรมกิจกรรมที่ 5.1 แบบจำลองอนุภาคของสสารในแต่ละ สถานะเป็นอย่างไร 3. คุณครูชี้แจงจุดประสงค์การทดลองให้นักเรียนฟัง ดังนี้ 1.1 ลงมือปฏิบัติการทดลองตามขั้นตอนได้ 1.2 ออกแบบตารางการทดลองได้ 1.3 อภิปรายและสรุปผลการทดลองได้ 1.4 สามารถนำเสนอรายงานผลการทดลองต่อสมาชิกในห้องได้ 4. นักเรียนแต่ละกลุ่มลงมือปฏิบัติการทดลองตามขั้นตอนการทดลองในใบกิจกรรม ที่ 5.1 โดยใช้เวลาในการทดลอง 20 นาทีโดยให้นักเรียนแต่ละกลุ่มลงมือทำกิจกรรม โดยครู


Click to View FlipBook Version