238 ตอนที่ 2 การเกิดเมฆและฝน ขั้นตอนการทำกิจกรรม 1. ให้นักเรียนสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการเกิดเมฆและฝน จากนั้นระบุผลการทดลองจาก รูปที่คาดว่าน่าจะเกิดขึ้น และสาเหตุที่คิดว่าเป็นเช่นนั้น 2. ให้นักเรียนแต่ละกลุ่มส่งตัวแทนออกมานำเสนอผลการทดลองที่คาดว่าน่าจะเกิดขึ้น และ สาเหตุที่คิดว่าเป็นเช่นนั้น 3. ให้นักเรียนสังเกตผลการทดลองที่เกิดขึ้นจริงเมื่อครูจุดตะเกียงแอลกอฮอล์ 4. ให้นักเรียนบันทึกผลการทดลองลงในใบงาน และเขียนสรุปและอภิปรายผลเปรียบเทียบกับ การเกิดเมฆและฝน ผลการทดลองที่คาดว่าน่าจะเกิดขึ้น และสาเหตุที่คิดว่าเป็นเช่นนั้น ............................................................................................................................. ................................... ผลการทดลองที่เกิดขึ้นจริง ............................................................................................................................. ................................... ................................................................................................ ................................................................ ............................................................................................................................. ................................... สรุปผลและอภิปรายผลการทดลอง ............................................................................................................................. ................................... .............. ................................................................................................................................................................ ............................................................................................................................. ................................... แผ่นกระจก บีกเกอร์ใส่น้ำ ตะเกียง ขึ้นอยู่กับคำตอบของนักเรียน เมื่อจุดตะเกียงแอลกอฮอล์ น้ำจะมีอุณหภูมิสูงขึ้นจนเดือดและระเหยกลายเป็นไอน้ำ ไอน้ำจะ ลอยไปยึดเกาะและรวมกลุ่มกันบริเวณแผ่นกระจก หากไอน้ำรวมกลุ่มกันจนมีขนาดหยดน้ำใหญ่มากจะตก ลงมา จากผลการทดลอง การะเหยของน้ำในบีกเกอร์เปรียบเสมือนการะเหยของน้ำจากแหล่งน้ำบน พื้นผิวโลก รวมถึงการคายน้ำของพืช จากนั้นไอน้ำจะรวมกลุ่มกันบริเวณแผ่นกระจก ซึ่งเปรียบเสมือนการ ก่อตัวของเมฆ และเมื่อไอน้ำรวมกลุ่มกันจนมีขนาดใหญ่มากจนตกลงมาเป็นหยดน้ำ จะเปรียบเสมือนการ เกิดฝน
239 คำถามท้ายกิจกรรม ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดเมฆและฝน ได้แก่อะไรบ้าง และมีผลต่อการเกิดเมฆและฝนอย่างไร ............................................................................................................................. ................................... .................................................................................................................................. .............................. ..................................................................................................... ........................................................... ปัจจัยที่มีผลต่อการเกิดเมฆและฝน ได้แก่ ความชื้น และความดันอากาศ ถ้าอากาศมีความชื้น อากาศสูง ความดันอากาศต่ำ จะทำให้เกิดเมฆและฝนปริมาณมาก ถ้าอากาศมีความชื้นอากาศต่ำ ความ ดันอากาศสูง จะทำให้เกิดเมฆและฝนปริมาณน้อย
240 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 15 รหัสวิชา ว21102 วิชา วิทยาศาสตร์2 ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 หน่วยการเรียนที่ 6 เรื่อง กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ เวลา 32 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง การพยากรณ์อากาศ เวลา 4 ชั่วโมง ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ชื่อผู้สอน นางสาววชิรญา สอนสาระ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลกกระบวนการ เปลี่ยนแปลงภายในโลกและบนผิวโลกธรณีพิบัติภัยกระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้า อากาศ และภูมิอากาศโลกรวมทั้งผลต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม ม.1/4 อธิบายการพยากรณ์อากาศและพยากรณ์ อากาศอย่างง่ายจากข้อมูลที่ รวบรวมได้ ม.1/5 ตระหนักถึงคุณค่าของการพยากรณ์อากาศโดยนำเสนอแนวทางการปฏิบัติ ตนและการใช้ ประโยชน์จากคำพยากรณ์อากาศ 2. สาระสำคัญ การพยากรณ์อากาศเป็นการคาดการณ์ลมฟ้าอากาศที่จะเกิดขึ้นในอนาคตโดยมีการตรวจวัด องค์ประกอบลมฟ้าอากาศ การสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลองค์ประกอบลมฟ้าอากาศระหว่างพื้นที่ การ วิเคราะห์ข้อมูลและสร้างคำพยากรณ์อากาศ การพยากรณ์อากาศสามารถนำมาใช้ประโยชน์ ด้านต่างๆ เช่น การใช้ชีวิตประจำวัน การ คมนาคม การเกษตร การป้องกัน และเฝ้าระวังภัยพิบัติทางธรรมชาติ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถอธิบายวิธีการพยากรณ์อากาศอย่างง่ายได้(K) 2. นักเรียนสามารถพยากรณ์อากาศอย่างง่ายได้(P) 3. นักเรียนตระหนักถึงคุณค่าของการพยากรณ์อากาศโดยนำเสนอแนวทางการปฏิบัติตนและ ใช้ประโยชน์จากคำพยากรณ์อากาศได้(A)
241 4. สาระการเรียนรู้ 4.1 การพยากรณ์อากาศ 4.2 ลมฟ้าอากาศ 4.3 องค์ประกอบลมฟ้าอากาศ 4.4 การพยากรณ์อากาศ 5. สมรรถนะ 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 มุ่งมั่นในการทำงาน 6.2 ใฝ่เรียนรู้ 7. ชิ้นงาน/ภาระงาน - ใบงานที่ 6.7 เรื่อง การพยากรณ์อากาศ 8. กิจกรรมการเรียนการสอน กระบวนการเรียนรู้วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (5E) ร่วมกับวิธีทำนาย สังเกต และ อธิบาย (POE) ชั่วโมงที่ 1-2 ขั้นที่ 1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1. คุณครูให้นักเรียนฟังเพลงพยากรณ์อากาศวันนี้ ของ จั๊กจั่น วันวิสา
242 https://www.youtube.com/watch?v=kMA6mhIgmCQ 2. คุณครูเข้าสู่กระบวนการทำนาย โดยครูถามคำถามสร้างความสนใจตอบคำถาม และให้นักเรียนตอบปากเปล่าโดยไม่มีการเฉลยว่าถูกหรือผิด ดังนี้ - วันนี้จะเรียนในเนื้อหาอะไร (แนวคำตอบ การพยากรณ์อากาศ) - การพยากรณ์อากาศทำได้อย่างไร (แนวคำตอบ นักเรียนตอบตามความคิดของตนเอง) - เราสามารถตรวจสอบองค์ประกอบของลมฟ้า อากาศเพื่อช่วยในการ พยากรณ์อากาศได้อย่างไร (แนวคำตอบ สามารถตรวจสอบโดยใช้เครื่องมือวัดองค์ประกอบต่าง ๆ ของ ลมฟ้าอากาศ และใช้เกณฑ์ในการประเมินสภาพของลมฟ้าอากาศ รวมไปถึงการใช้แผนที่ อากาศ) 3. คุณครูเข้าสู่กระบวนการสังเกต โดยให้นักเรียนดูภาพ การรายงานสภาพอากาศ แล้วให้นักเรียนแสดงความคิดเห็นว่า ทำไมต้องมีการรายงานสภาพอากาศในแต่ละวัน จากนั้นสนทนาว่าการรายงานสภาพอากาศนั้นมีประโยชน์ต่อการดำรงชีวิตอย่างไร เช่น การ เลือกช่วงเวลาในการตากเมล็ดพืช การทำกิจกรรมกลางแจ้ง การคมนาคมทางบก หรือทาง เรือ เป็นต้น 4. คุณครูให้นักเรียนทำกิจกรรมทบทวนความรู้ก่อนเรียน แล้วนำเสนอผลการทำ กิจกรรม หากพบว่านักเรียนยังทำกิจกรรมทบทวนความรู้ก่อนเรียนไม่ถูกต้อง ครูควรทบทวน หรือแก้ไขความเข้าใจผิดของนักเรียน เพื่อให้มีความรู้พื้นฐานที่ถูกต้องและเพียงพอที่จะเรียน เรื่องการพยากรณ์อากาศต่อไป 5. คุณครูนำเข้าสู่กิจกรรมที่ 6.7 การพยากรณ์อากาศทำได้อย่างไร โดยใช้คำถาม สร้างความสนใจว่า นักเรียนทราบหรือไม่ว่าการพยากรณ์อากาศทำได้อย่างไร
243 ขั้นที่ 2 ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) 1. คุณครูแบ่งกลุ่มนักเรียนเป็นกลุ่มละ 3 – 5 คน จำนวน 9 กลุ่ม 2. คุณครูให้นักเรียนศึกษาวิธีดำเนินกิจกรรมในแบบเรียน และร่วมกันอภิปรายใน ประเด็นดังต่อไปนี้ 2.1 กิจกรรมนี้เกี่ยวกับเรื่องอะไร (แนวคำตอบ การพยากรณ์อากาศอย่างง่าย) 2.2 กิจกรรมนี้มีจุดประสงค์อย่างไร (แนวคำตอบ นักเรียนตอบตามความคิดของตนเอง) 2.3 วิธีดำเนินกิจกรรมมีขั้นตอนโดยสรุปอย่างไร (แนวคำตอบ รวบรวมข้อมูลองค์ประกอบของลมฟ้าอากาศ จากนั้น วิเคราะห์ข้อมูลเพื่อพยากรณ์อากาศอย่างง่าย แล้วตรวจสอบความถูกต้องของคำพยากรณ์กับ สิ่งที่เกิดขึ้นจริง) 3. คุณครูให้คำปรึกษาในการจัดกระทำข้อมูลองค์ประกอบของลมฟ้าอากาศ และ การแปลผลข้อมูลที่จัดกระทำแล้วเพื่อให้นักเรียนมีแนวทางในการพยากรณ์อากาศ ขั้นที่ 3 ขั้นอธิบายและลงข้อสรุป 1. คุณครูให้นักเรียนตอบคำถามท้ายกิจกรรม จากนั้นนำเสนอ และอภิปรายคำตอบ ร่วมกันเพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า การพยากรณ์อากาศอย่างง่ายทำได้โดยรวบรวมข้อมูลและ วิเคราะห์แนวโน้มการเปลี่ยนแปลงของข้อมูลองค์ประกอบลมฟ้าอากาศนั้นๆ 2. คุณครูอธิบายเกี่ยวกับแนวทางการพยากรณ์อากาศ ว่า “การพยากรณ์อากาศมี ขั้นตอนคร่าว ๆ คือการตรวจอากาศเพื่อรวบรวมข้อมูลองค์ประกอบของลมฟ้าอากาศ การ สื่อสารเพื่อแลกเปลี่ยนข้อมูลให้ได้ครอบคลุม และการวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อคาดหมายลักษณะ อากาศและสร้างคำพยากรณ์ โดยการพยากรณ์อากาศต้องอาศัยข้อมูลที่ถูกต้อง จำนวนมาก พอ และความรู้ในการวิเคราะห์ จึงจะช่วยให้คำพยากรณ์มีความแม่นยำ” 3. ถ้าหากคุณครูพบว่านักเรียนมีแนวคิดคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับเรื่องนี้ โดยให้นักเรียน ร่วมกันอภิปรายเพื่อแก้ไขแนวคิดคลาดเคลื่อนให้ถูกต้อง เช่นแนวคิดคลาดเคลื่อน การ พยากรณ์อากาศใช้ข้อมูลองค์ประกอบลมฟ้าอากาศเฉพาะท้องถิ่นเท่านั้น แนวคิดที่ถูกต้อง การพยากรณ์อากาศใช้ข้อมูลองค์ประกอบลมฟ้าอากาศทั้งท้องถิ่นนั้น บริเวณใกล้เคียงและ พื้นที่อื่น ๆ ของโลกที่อาจส่งอิทธิพลถึงสภาพอากาศของท้องที่นั้น
244 ชั่วโมงที่ 3-4 ขั้นที่ 4 ขั้นขยายความรู้ 1. คุณครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม ออกเป็นกลุ่ม กลุ่มละ 4 - 5 คน โดยให้แต่ละกลุ่ม วางแผนและแบ่งหน้าที่ค้นคว้าความรู้ เรื่อง เกณฑ์การรายงานพยากรณ์อากาศ หนังสือเรียน วิทยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 2 และเอกสารประกอบการสอน เรื่อง การพยากรณ์อากาศ 2. คุณครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มระดมความคิด แล้วสรุปข้อมูลเป็นความรู้ของกลุ่ม ตนเอง 3. คุณครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มวิเคราะห์ว่า วิธีการพยากรณ์อากาศนั้นมีเกณฑ์ใน การพยากรณ์อากาศด้วยวิธีใดบ้าง 4. คุณครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มยกตัวอย่างสถานการณ์ที่เกี่ยวกับลม ฟ้า อากาศ และ ออกแบบการพยากรณ์อากาศวันนี้ ของบริเวณโรงเรียน โดยดำเนินการ ดังนี้ 4.1 วางแผนประชุมในการสืบค้นข้อมูลในการพยากรณ์อากาศ มีเกณฑ์ สำคัญใดที่เกี่ยวข้องบ้าง เพื่อนำมาสร้างสถานการณ์ที่เกี่ยวกับลม ฟ้า อากาศ จากนั้นให้ นักเรียนช่วยกันสืบค้นข้อมูล 4.2 เตรียมวัสดุ - เตรียมกระดาษปรู๊ฟ ปากกาเมจิก เทปใส - ออกแบบการพยากรณ์อากาศวันนี้ ที่มีความสัมพันธ์กับพื้นที่ที่ นักเรียนจะนำเสนอ - ให้นักเรียนตรวจสอบความสมบูรณ์ของสถานการณ์ และ ปรับปรุงแก้ไขส่วนที่บกพร่อง ตัวอย่างการออกแบบการพยากรณ์อากาศวันนี้
245 5. คุณครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอผลงาน ด้วยการส่งตัวแทนกลุ่มละ 2-3 คน นำเสนอผลการวิเคราะห์เกณฑ์ที่ใช้ในการรายงานพยากรณ์อากาศและคำศัพท์ทาง อุตุนิยมวิทยาหน้าชั้นเรียน 6. คุณครูให้นักเรียนทำใบงานที่ 6.7 เรื่อง การพยากรณ์อากาศ ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินผล (Evaluation) 1. คุณครูตรวจใบงานที่ 6.7 เรื่อง การพยากรณ์อากาศ 2. คุณครูประเมินการนำเสนอผลการวิเคราะห์เกณฑ์ที่ใช้ในการรายงานพยากรณ์ อากาศ และคำศัพท์ทางอุตุนิยมวิทยาหน้าชั้นเรียน โดยใช้แบบประเมินการนำเสนอผลงาน 9. สื่อการเรียนรู้และแหล่งเรียนรู้ 9.1 Power Point เรื่อง เมฆและฝน 9.2 หนังสือวิทยาศาสตร์ ม.1 สสวท. เล่ม 2 9.3 เอกสารประกอบการสอน เรื่อง การพยากรณ์อากาศ 9.4 การสืบค้นข้อมูลแหล่งเครือข่าย Internet สืบค้นข้อมูลในหัวข้อ เมฆและฝน 10. การวัดผลและประเมิลผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. นักเรียนสามารถอธิบายวิธีการ พยากรณ์อากาศอย่างง่ายได้(K) การทำใบงานที่ 6.7 เรื่อง การพยากรณ์ อากาศ ใบงานที่ 6.7 เรื่อง การ พยากรณ์อากาศ นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมิน ร้อยละ 70 ขึ้นไป 2. นักเรียนสามารถพยากรณ์ อากาศอย่างง่ายได้(P) การทำใบงานที่ 6.7 เรื่อง การพยากรณ์ อากาศ ใบงานที่ 6.7 เรื่อง การ พยากรณ์อากาศ นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมิน ร้อยละ 70 ขึ้นไป 3. นักเรียนตระหนักถึงคุณค่า ของการพยากรณ์อากาศโดย นำเสนอแนวทางการปฏิบัติตน และใช้ประโยชน์จากคำพยากรณ์ อากาศได้(A) การนำเสนอ ประโยชน์และ ผลกระทบอย่างง่าย แบบประเมินการ นำเสนอผลงานหน้าชั้น เรียน นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมิน ร้อยละ 70 ขึ้นไป
246
247
248 เกณฑ์การประเมินพฤติกรรมระหว่างเรียนตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ประเด็นการประเมิน คําอธิบายระดับคุณภาพ/ระดับคะแนน 3 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน การตอบคำถาม ให้ความร่วมมือในการตอบ คำถามอย่างเต็มที่ ตอบได้ดี ถูกต้องครบถ้วน ให้ความร่วมมือในการตอบ คำถามอย่างเต็มที่ ตอบได้ดี ถูกต้องบางคำถาม ให้ความร่วมมือในการตอบ คำถามอย่างเต็มที่ ตอบได้ดี แต่ถูกต้องน้อยมาก ใฝ่เรียนรู้ ตั้งใจเรียน เอาใจใส่และมี ความพยายามในการเรียนรู้ ดีเยี่ยม ตั้งใจเรียน เอาใจใส่และมี ความพยายามในการเรียนรู้ ปานกลาง ตั้งใจเรียน เอาใจใส่และมี ความพยายามในการเรียนรู้ พอใช้ มุ่งมั่นในการทำงาน เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย ตั้งใจและ รับผิดชอบในการทำงานให้ สำเร็จดีเยี่ยม เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย ตั้งใจและ รับผิดชอบในการทำงานให้ สำเร็จปานกลาง เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย ตั้งใจและ รับผิดชอบในการทำงานให้ สำเร็จพอใช้ เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 0 - 2 ควรปรับปรุงอย่างยิ่ง 3 - 4 ควรปรับปรุง 5 - 6 พอใช้ 7 – 8 ดี 9 - 10 ดีมาก เกณฑ์การผ่าน ระดับพอใช้ขึ้นไปถือว่าผ่านเกณฑ์
249 เกณฑ์การประเมินผลการแบบฝึกหัด ประเด็นการประเมิน คําอธิบายระดับคุณภาพ/ระดับคะแนน 4 คะแนน 3 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน ความถูกต้อง ทำแบบฝึกหัดถูกต้อง ร้อยละ 80 ขึ้นไป ทำแบบฝึกหัดถูกต้อง ร้อยละ 65 – 79 ทำแบบฝึกหัดถูกต้อง ร้อยละ 50 - 64 ทำแบบฝึกหัดถูกต้อง น้อยกว่าร้อยละ 50 ความเป็นระเบียบ ทำแบบฝึกหัดมีความ เป็นระเบียบ สะอาด เรียบร้อยดีมาก ทำแบบฝึกหัดมีความ เป็นระเบียบ สะอาด เรียบร้อยดี ทำแบบฝึกหัดเป็น ระเบียบ สะอาด เรียบร้อยปานกลาง ทำแบบฝึกหัดเป็น ระเบียบ สะอาด เรียบร้อยพอใช้ ความตรงต่อเวลา ส่งแบบฝึกหัดทันตาม เวลาที่กำหนด ส่งแบบฝึกหัดล่าช้ากว่า เวลาที่กำหนดไป 1 วัน ส่งแบบฝึกหัดล่าช้า กว่าเวลาที่กำหนดไป 3 วัน ส่งแบบฝึกหัดล่าช้า กว่าเวลาที่กำหนด มากกว่า 3 วัน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 0 - 4 ควรปรับปรุงอย่างยิ่ง 5 - 6 ควรปรับปรุง 7 - 8 พอใช้ 9 – 10 ดี 11 - 12 ดีมาก เกณฑ์การผ่าน ระดับพอใช้ขึ้นไปถือว่าผ่านเกณฑ์
250 ใบกิจกรรมที่5.1 แบบจำลองอนุภาคของสสารในแต่ละสถานะเป็นอย่างไร ตัวอย่างการรายงานพยากรณ์อากาศ การพยากรณ์อากาศตั้งแต่วันที่ 21 - 23 สิงหาคม พ.ศ. 2562 สภาพอากาศทั่วไป มีลมฝ่ายตะวันตกจากประเทศเมียนมาเคลื่อนเข้าปกคลุมภาคเหนือและภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนบน สำหรับบริเวณ ความกดอากาศสูงที่ปกคลุมประเทศไทยตอนบนและทะเลจีนใต้มีกำลังอ่อนลง ทำให้บริเวณดังกล่าวมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนา บางพื้นที่ แต่ยังคงมีอากาศหนาวเย็นโดยทั่วไปในภาคเหนือ และภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ในขณะที่มีลมตะวันออกพัดนำความชื้นจาก ทะเลจีนใต้เข้ามาปกคลุมประเทศไทยและภาคใต้ ลักษณะเช่นนี้ทำให้บริเวณ ภาคตะวันออกเฉียงเหนือตอนล่าง ภาค กลางตอนล่าง ภาคตะวันออก รวมทั้งกรุงเทพมหานครและปริมณฑลจะมีฝนฟ้าคะนอง บางแห่ง ส่วนภาคใต้จะมีฝนตกเพิ่มมากขึ้นกับ มีฝนตกหนักบางแห่ง ภาคเหนือ ทางตอนบนของภาค : อากาศเย็นถึงหนาวตลอดช่วง มีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 14-16 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 28-31 องศาเซลเซียส ส่วนทางตอนล่างของภาค : อากาศเย็นตลอดช่วง กับมี หมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาบางพื้นที่ อุณหภูมิต่ำสุด 18-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส บริเวณ ยอดดอยมีอากาศหนาวถึงหนาวจัด อุณหภูมิต่ำสุด 2-12 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงเหนือ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาบางพื้นที่ โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่งส่วนมาก ทางตอนล่างของภาคอุณหภูมิต่ำสุด 17-20 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 32-34 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูมีอากาศหนาว อุณหภูมิ ต่ำสุด 7-14 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 23-27 ม.ค. 61 อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของ พื้นที่ ส่วนมากทางตอนล่างของภาคอุณหภูมิต่ำสุด 18-23 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส บริเวณยอดภูมีอากาศ หนาว อุณหภูมิต่ำสุด 10-15 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 10-30 กม. /ชม. ภาคกลาง อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้าและมีหมอกหนาบางพื้นที่ โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่งส่วนมากทางตอนล่างของ ภาคอุณหภูมิต่ำสุด 19-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 23-27 ม.ค. 61 มีเมฆเป็นส่วนมาก กับ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่ ส่วนมากทางตอนล่างของภาคอุณหภูมิต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออกเฉียงใต้ ความเร็ว 10-30 กม./ชม. ภาคตะวันออก อากาศเย็นกับมีหมอกในตอนเช้า โดยมีฝนเล็กน้อยบางแห่งอุณหภูมิต่ำสุด 19-22 องศาเซลเซียส อุณหภูมิ สูงสุด 31-33 องศาเซลเซียส ส่วนในช่วงวันที่ 23-27 ม.ค. 61 มีเมฆเป็นส่วนมาก กับมีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 10-20 ของพื้นที่อุณหภูมิ ต่ำสุด 23-25 องศาเซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 33-35 องศาเซลเซียส ลมตะวันออก ความเร็ว 15-30 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูงประมาณ 1 เมตร ภาคใต้ มีฝนฟ้าคะนองร้อยละ 40-60 ของพื้นที่ โดยในช่วงวันที่ 21-23 ส.ค. 62 จะมีฝนตกหนักบางแห่งลมตะวันออก ความเร็ว 15-35 กม./ชม. ทะเลมีคลื่นสูง 1-2 เมตร บริเวณที่มีฝนฟ้าคะนองมีคลื่นสูงประมาณ 2 เมตร อุณหภูมิต่ำสุด 22-25 องศา เซลเซียส อุณหภูมิสูงสุด 30-33 องศาเซลเซียส เอกสารประกอบการสอน เรื่อง การพยากรณ์อากาศ
251 คำชี้แจง ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง (12 คะแนน) 1. การพยากรณ์อากาศคืออะไร .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 2. เกณฑ์การรายงานพยากรณ์อากาศ ได้แก่อะไรบ้าง .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ข้อ 3. – 6. ให้นักเรียนพิจารณาภาพ แล้วเขียนรายงานลักษณะของอากาศลงในตารางต่อไปนี้ รูปภาพ ลักษณะของอากาศ 3. ................................................................................... ................................................................................... ................................................................................... ................................................................................... ................................................................................... 4. ................................................................................... ................................................................................... ................................................................................... ................................................................................... ................................................................................... 5. ................................................................................... ................................................................................... ................................................................................... ................................................................................... ................................................................................... 6. ................................................................................... ................................................................................... ................................................................................... ................................................................................... ................................................................................... ใบงานที่ 6.7 เรื่อง การพยากรณ์อากาศ ชื่อ....................................................................ชั้น.............เลขที่.......... คะแนน
252 คำชี้แจง ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง (12 คะแนน) 1. การพยากรณ์อากาศคืออะไร การพยากรณ์อากาศ คือ การคาดการณ์สภาพอากาศล่วงหน้า โดยมีการตรวจวัดองค์ประกอบลมฟ้าอากาศ การสื่อสารแลกเปลี่ยนข้อมูลองค์ประกอบลมฟ้าอากาศ การวิเคราะห์ข้อมูล และสร้างคำพยากรณ์อากาศ 2. เกณฑ์การรายงานพยากรณ์อากาศ ได้แก่อะไรบ้าง เกณฑ์อุณหภูมิอากาศ เกณฑ์การกระจายของฝน เกณฑ์ปริมาณฝน เกณฑ์สถานะของทะเล เกณฑ์ ปริมาณเมฆในท้องฟ้า ร่องมรสุม ลมพัดสอบ บริเวณความกดอากาศสูง บริเวณความกดอากาศต่ำ เป็นต้น ข้อ 3. – 6. ให้นักเรียนพิจารณาภาพ แล้วเขียนรายงานลักษณะของอากาศลงในตารางต่อไปนี้ รูปภาพ ลักษณะของอากาศ 3. ฟ้าหลัว ทำให้วิสัยทัศน์ในการมองเห็นไม่ดี 4. ท้องฟ้ามีเมฆมาก 5. มีเมฆเต็มท้องฟ้า การกระจายของฝนมีอยู่ทั่วไป 6. ท้องฟ้าแจ่มใส ทะเลสงบ ใบงานที่ 6.7 เรื่อง การพยากรณ์อากาศ ชื่อ....................................................................ชั้น.............เลขที่.......... คะแนน เฉลย
253 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 16 รหัสวิชา ว21102 วิชา วิทยาศาสตร์2 ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 หน่วยการเรียนที่ 6 เรื่อง กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ เวลา 32 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง พายุ เวลา 4 ชั่วโมง ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ชื่อผู้สอน นางสาววชิรญา สอนสาระ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา 1. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลกกระบวนการ เปลี่ยนแปลงภายในโลกและบนผิวโลกธรณีพิบัติภัยกระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้า อากาศ และภูมิอากาศโลกรวมทั้งผลต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม ม.1/3 เปรียบเทียบกระบวนการเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง และพายุหมุนเขตร้อนและผล ที่มีต่อสิ่งมีชีวิต และสิ่งแวดล้อม รวมทั้งนำเสนอแนวทางการ ปฏิบัติตนให้เหมาะสมและ ปลอดภัย 2. สาระสำคัญ พายุฝนฟ้าคะนองเกิดจากการที่อากาศที่มี อุณหภูมิและความชื้นสูงเคลื่อนที่ขึ้นสู่ระดับความ สูงที่มีอุณหภูมิต่ำลงจนกระทั่งไอน้ำในอากาศเกิดการควบแน่นเป็นละอองน้ำและ เกิดต่อเนื่องเป็นเมฆ ขนาดใหญ่พายุฝนฟ้าคะนองทำให้เกิดฝนตกหนักลมกรรโชกแรงฟ้าแลบฟ้าผ่าซึ่งอาจก่อให้เกิด อันตรายต่อชีวิต และทรัพย์สิน พายุหมุนเขตร้อนเกิดเหนือมหาสมุทรหรือทะเลที่น้ำมีอุณหภูมิสูงตั้งแต่ 26 - 27องศา เซลเซียส ขึ้นไปทำให้อากาศที่มีอุณหภูมิและความชื้นสูง บริเวณนั้นเคลื่อนที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วเป็น บริเวณกว้างอากาศจากบริเวณอื่นเคลื่อนเข้ามา แทนที่และพัดเวียนเข้าหาศูนย์กลางของพายุยิ่งใกล้ ศูนย์กลางอากาศจะเคลื่อนที่พัดเวียน เกือบเป็นวงกลมและมีอัตราเร็วสูงที่สุดพายุหมุน เขตร้อนทำให้ เกิดคลื่นพายุซัดฝั่งฝนตกหนักซึ่งอาจก่อให้เกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สินจึงควรปฏิบัติตนให้ ปลอดภัยโดยติดตามข่าวสารการพยากรณ์อากาศและไม่เข้าไปอยู่ในพื้นที่ที่เสี่ยงภัย
254 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนสามารถเปรียบเทียบกระบวนการเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง พายุหมุนเขตร้อน และ ผลที่มีต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมได้ (K) 2. นักเรียนสามารถเสนอแนวทางในการปฏิบัติตนให้เหมะสมและปลอดภัยจากพายุฝนฟ้า คะนอง พายุหมุนเขตร้อนได้ (P) 3. นักเรียนตระหนักถึงประโยชน์ของพายุและนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ (A) 4. สาระการเรียนรู้ ด้านความรู้ (Knowledge) - พายุฝนฟ้าคะนอง - พายุหมุนเขตร้อน ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process) - 5. สมรรถนะ 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 มุ่งมั่นในการทำงาน 6.2 ใฝ่เรียนรู้ 7. ชิ้นงาน/ภาระงาน - ใบงานที่ 6.9 เรื่อง พายุ - แผนผังมโนทัศน์ เรื่อง พายุฟ้าคะนองและการเอาชีวิตรอดจากพายุฝนฟ้าคะนอง
255 8. กิจกรรมการเรียนการสอน กระบวนการเรียนรู้ วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E) ชั่วโมงที่ 1-2 ขั้นที่ 1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1. คุณครูให้นักเรียนชมวีดิทัศน์เกี่ยวกับพายุฝนฟ้าคะนอง จากนั้นครูถามคำถาม สร้างความสนใจ เช่น พายุนี้มีลักษณะอย่างไร สร้างอันตรายต่อมนุษย์อย่างไรบ้าง https://www.youtube.com/watch?v=BOwQ2RGfT9Y 2. คุณครูให้นักเรียนสังเกตภาพพายุหมุนเขตร้อน แล้วถามคำถาม Big question ว่า “กิจกรรมของมนุษย์ส่งผลต่อลมฟ้าอากาศอย่างไร?” (แนวคำตอบ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้สอน เช่น ส่งผลให้ลมฟ้าอากาศเกิดการ เปลี่ยนแปลง ทำให้เกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติ เป็นต้น)
256 3. คุณครูและนักเรียนร่วมกันทบทวนความรู้เกี่ยวกับการเกิดเมฆที่ทำให้เกิดฝนตก โดยมีคำถามดังต่อไปนี้ - เมฆที่ทำให้เกิดฝนตกหนัก คือเมฆอะไร และมีลักษณะอย่างไร (แนวคำตอบ เมฆคิวมูโลนิมบัส มีลักษณะเป็นก้อนขนาดใหญ่ เป็นเมฆ ระดับต่ำ) - เมฆที่ทำให้เกิดฝนตกหนักดังกล่าวสามารถเกิดขึ้นได้อย่างไร (แนวคำตอบ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้สอน เช่น เกิดจากอากาศที่ร้อนจัด ทำให้เกิดการระเหยของน้ำปริมาณมาก จึงเกิดเป็นเมฆขนาดใหญ่) - นอกจากเมฆดังกล่าวทำให้เกิดฝนตกหนักแล้ว ยังทำให้เกิด ปรากฏการณ์ ใดอีกบ้าง (แนวตอบ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้สอน เช่น ทำให้เกิดฟ้าแลบ ฟ้าผ่า ฟ้า ร้อง เป็นต้น) 4. คุณครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายจากแนวคำตอบของนักเรียน เพื่อเชื่อมโยง ไปสู่การเรียนรู้เรื่องพายุฝนฟ้าคะนอง 5. คุณครูนำเข้าสู่กิจกรรมที่ 6.9 พายุฝนฟ้าคะนองและพายุหมุนเขตร้อนเกิดขึ้นได้ อย่างไร โดยตั้งประเด็นสร้างความสนใจว่าพายุในประเทศไทยที่พบบ่อยคือพายุฝนฟ้าคะนอง และพายุหมุนเขตร้อน ซึ่งนักเรียนจะได้เรียนรู้เกี่ยวกับพายุทั้งสองในกิจกรรมต่อไป ขั้นที่ 2 ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) 1. คุณครูแบ่งกลุ่มนักเรียนเป็นกลุ่มละ 3 – 5 คน จำนวน 9 กลุ่ม 2. คุณครูให้นักเรียนศึกษาวิธีดำเนินกิจกรรมในแบบเรียน และร่วมกันอภิปรายใน ประเด็นดังต่อไปนี้ 2.1 กิจกรรมนี้เกี่ยวกับเรื่องอะไร (แนวคำตอบ กระบวนการเกิดและผลกระทบของพายุฝนฟ้าคะนอง และ พายุหมุนเขตร้อน) 2.2 กิจกรรมนี้มีจุดประสงค์อย่างไร (แนวคำตอบ นักเรียนตอบตามความคิดของตนเอง) 2.3 วิธีดำเนินกิจกรรมมีขั้นตอนโดยสรุปอย่างไร (แนวคำตอบ อ่านข้อความการเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง วิเคราะห์และวาด ภาพอธิบายกระบวนการเกิด สังเกตภาพพายุหมุนเขตร้อน วิเคราะห์และเขียนอธิบาย กระบวนการเกิด รวบรวมข้อมูลกระบวนการเกิดพายุฝนฟ้าคะนองและพายุหมุนเขตร้อน)
257 3. คุณครูให้นักเรียนวิเคราะห์และอธิบายกระบวนการเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง และ พายุหมุนเขตร้อนจากข้อมูลที่กำหนดให้ในหนังสือเรียน 4. คุณครูให้นักเรียนรวบรวมข้อมูลกระบวนการเกิดพายุทั้งสองจากแหล่งข้อมูลที่ เชื่อถือได้ หรือจากหนังสือเรียน 5. คุณครูให้นักเรียนอธิบายภาพประกอบในกิจกรรม 6.9 พายุฝนฟ้าคะนองและ พายุหมุนเขตร้อนเกิดขึ้นได้อย่างไร เช่น สีขาวคือกลุ่มของเมฆ สีของลูกศรแสดงอัตราเร็วของ ลมตามแถบสีด้านข้างเพื่อช่วยในการวิเคราะห์ข้อมูล 6. คุณครูให้นักเรียนสืบค้น ข้อมูลจากแหล่งต่าง ๆ เพื่อให้ได้ข้อมูลที่มากพอ สำหรับ การวิเคราะห์กระบวนการเกิดพายุ ขั้นที่ 3 ขั้นการอธิบายและลงข้อสรุป 1. คุณครูให้นักเรียนตอบคำถามท้ายกิจกรรม จากนั้นนำเสนอ และอภิปรายคำตอบ ร่วมกัน 2. คุณครูให้นักเรียนศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมในแบบเรียน และตอบคำถามระหว่างเรียน จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า “กระบวนการเกิดพายุฝนฟ้าคะนองเกิดจากอากาศมีอุณหภูมิสูงขึ้นทำให้น้ำระเหยเพิ่มขึ้น และลอยสูงขึ้น ไอน้ำในอากาศเกิดการควบแน่นเป็นละอองน้ำเกิดเป็นเมฆขนาดใหญ่จากนั้น จะเกิดฝนตกหนัก ฟ้าแลบ ฟ้าผ่า หรืออาจเกิดลูกเห็บตก กระบวนการเกิดพายุหมุนเขตร้อน เกิดจากอุณหภูมิเหนือน้ำทะเลเพิ่มสูงขึ้นทำให้เกิดไอน้ำในปริมาณมากและเคลื่อนที่สูงขึ้น อย่างรวดเร็วทำให้อากาศบริเวณรอบ ๆ เคลื่อนเข้ามาแทนที่จึงเห็นเป็นเกลียวขนาดใหญ่ พายุฝนฟ้าคะนองและพายุหมุนเขตร้อนมีผลกระทบต่อมนุษย์และสิ่งแวดล้อมทั้งด้านบวก และลบ เช่น เกิดฝนตกช่วยในการทำการเกษตร หรือ เกิดน้ำท่วมสร้างความเสียหายแก่ชีวิต และทรัพย์สินเป็นจำนวนมาก” 3. ถ้าหากคุณครูพบว่านักเรียนมีแนวคิดคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับเรื่องนี้ ให้นักเรียน ร่วมกันอภิปรายเพื่อแก้ไขแนวคิดคลาดเคลื่อนให้ถูกต้อง เช่น แนวคิดคลาดเคลื่อน พายุฝน ฟ้าคะนองเกิดเหนือแผ่นดินเท่านั้น แนวคิดที่ถูกต้อง พายุฝนฟ้าคะนองเกิดได้ทั้งเหนือแผ่นดิน และมหาสมุทร
258 ชั่วโมงที่ 3-4 ขั้นที่ 4 ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) 1. คุณครูแบ่งนักเรียนเป็นกลุ่ม กลุ่มละเท่า ๆ กัน ให้แต่ละกลุ่มวางแผนและแบ่ง หน้าที่ค้นคว้าความรู้ เรื่อง พายุฝนฟ้าคะนอง จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 2 หรือ จากแหล่งการเรียนรู้ทางอินเทอร์เน็ต และเอกสารอื่น ๆ ที่เกี่ยวข้อง 2. คุณครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มระดมความคิด แล้วสรุปข้อมูลเป็นผังมโนทัศน์ เรื่อง พายุฟ้าคะนองและการเอาชีวิตรอดจากพายุฝนฟ้าคะนอง 3. คุณครูนักเรียนแต่ละกลุ่ม ส่งตัวแทนออกมานำเสนอผังมโนทัศน์ เรื่อง พายุฟ้า คะนองและการเอาชีวิตรอดจากพายุฝนฟ้าคะนองของแต่ละกลุ่ม 4. คุณครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายผลจากการปฏิบัติกิจกรรม โดยใช้แนวคำถาม ดังนี้ - พายุฝนฟ้าคะนองมีขั้นตอนการเกิดอย่างไร (แนวคำตอบ เกิดจากอากาศที่ร้อนจัด ทำให้เกิดการระเหยของน้ำปริมาณ มาก จึงเกิดเป็นเมฆขนาดใหญ่ ละอองน้ำในเมฆเกิดการรวมตัวเป็นหยดน้ำฝนปริมาณมากตก ลงสู่พื้นดิน) - นักเรียนจะสามารถสังเกตสภาวะอากาศที่อาจจะเกิดพายุฝนฟ้าคะนองได้ จากอะไร (แนวคำตอบ อุณหภูมิอากาศสูง เกิดเมฆคิวมูลัสและคิวมูโลนิมบัสขนาด ใหญ่) - นักเรียนจะป้องกันอันตรายจากพายุฝนฟ้าคะนองได้ด้วยวิธีใด (แนวคำตอบ หลบอยู่ภายในอาคาร โดยอยู่ห่างจากหน้าต่าง หรือของที่อาจ ตกหล่นลงมา หลีกเลี่ยงการอยู่ในบริเวณกลางแจ้ง เป็นต้น) - ฟ้าผ่า ฟ้าแลบ ฟ้าร้อง เกิดจากสาเหตุใด (แนวคำตอบ ฟ้าแลบเกิดจากการเหนี่ยวนำระหว่างประจุในก้อนเมฆ ฟ้าผ่า เกิดจากการเหนี่ยวนำระหว่างประจุในก้อนเมฆและพื้นดิน ส่วนฟ้าร้องเกิดจากอากาศขยาย ตัวอย่างรวดเร็วจากการเกิดฟ้าผ่าและฟ้าแลบ) - การเรียกชื่อพายุหมุนเขตร้อน โดยใช้เกณฑ์แหล่งกำเนิด แบ่งได้เป็นกี่ ประเภท อะไรบ้าง (แนวคำตอบ 5 ประเภท ได้แก่ ไซโคลน เกิดในมหาสมุทรอินเดีย เฮอร์ริ เคน เกิดในมหาสมุทรแอตแลนติกเหนือ ทะเลแคริบเบียน และอ่าวเม็กซิโก ไต้ฝุ่น เกิดใน
259 มหาสมุทรแปซิฟิก และทะเลจีนใต้ วิลลี-วิลลีเกิดขึ้นในแถบทวีปออสเตรเลีย บาเกียว เกิด ในประเทศฟิลิปปินส์) - การเรียกชื่อพายุหมุนเขตร้อน โดยใช้เกณฑ์ความเร็วของลม แบ่งได้เป็นกี่ ประเภท อะไรบ้าง (แนวคำตอบ 3 ประเภท พายุไต้ฝุ่น มีความเร็วลม 64 นอต ขึ้นไป พายุโซน ร้อน มีความเร็ว 34-63 นอต พายุดีเปรสชันมีความเร็วไม่เกิน 33 นอต) - วิธีการปฏิบัติตนอย่างไรเมื่อเกิดพายุฝนฟ้าคะนองและพายุหมุน เขตร้อน (แนวคำตอบ ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของผู้สอน เช่น ติดตามข่าวพยากรณ์ อากาศ เตรียมเครื่องอุปโภคบริโภคยามฉุกเฉิน เป็นต้น) 5. คุณครูให้นักเรียนทำใบงานที่ 6.9 เรื่อง พายุ ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินผล (Evaluation) 2. ครูตรวจใบงานที่ 6.9 เรื่อง พายุ 3. ครูประเมินการนำเสนอแผนผังมโนทัศน์เรื่อง พายุฟ้าคะนองและการเอาชีวิต รอดจากพายุฝนฟ้าคะนองโดยใช้แบบประเมินการนำเสนอผลงาน 9. สื่อการเรียนรู้และแหล่งเรียนรู้ 9.1 Power Point เรื่อง พายุ 9.2 หนังสือวิทยาศาสตร์ ม.1 สสวท. เล่ม 2 9.3 การสืบค้นข้อมูลแหล่งเครือข่าย Internet สืบค้นข้อมูลในหัวข้อ พายุฝนฟ้าคะนองและ พายุหมุนเขตร้อน
260 10. การวัดผลและประเมิลผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. นักเรียนสามารถเปรียบเทียบ กระบวนการเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง พายุหมุนเขตร้อน และผลที่มีต่อ สิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมได้ (K) การทำใบงานที่ 6.9 เรื่อง พายุ ใบงานที่ 6.9 เรื่อง พายุ นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมิน ร้อย ละ 70 ขึ้นไป 2. นักเรียนสามารถเสนอแนวทางใน การปฏิบัติตนให้เหมะสมและ ปลอดภัยจากพายุฝนฟ้าคะนอง พายุ หมุนเขตร้อนได้ (P) การนำเสนอผลงานหน้า ชั้นเรียนแผนผังมโนทัศน์ เรื่อง พายุฟ้าคะนองและ การเอาชีวิตรอดจากพายุ ฝนฟ้าคะนอง แบบประเมินการ นำเสนอผลงาน หน้าชั้นเรียน นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมิน ร้อย ละ 70 ขึ้นไป 3. นักเรียนตระหนักถึงประโยชน์ของ พายุและนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ (A) การทำใบงานที่ 6.9 เรื่อง พายุ ใบงานที่ 6.9 เรื่อง พายุ นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมิน ร้อย ละ 70 ขึ้นไป
261
262
263 เกณฑ์การประเมินพฤติกรรมระหว่างเรียนตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ประเด็นการประเมิน คําอธิบายระดับคุณภาพ/ระดับคะแนน 3 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน การตอบคำถาม ให้ความร่วมมือในการตอบ คำถามอย่างเต็มที่ ตอบได้ดี ถูกต้องครบถ้วน ให้ความร่วมมือในการตอบ คำถามอย่างเต็มที่ ตอบได้ดี ถูกต้องบางคำถาม ให้ความร่วมมือในการตอบ คำถามอย่างเต็มที่ ตอบได้ดี แต่ถูกต้องน้อยมาก ใฝ่เรียนรู้ ตั้งใจเรียน เอาใจใส่และมี ความพยายามในการเรียนรู้ ดีเยี่ยม ตั้งใจเรียน เอาใจใส่และมี ความพยายามในการเรียนรู้ ปานกลาง ตั้งใจเรียน เอาใจใส่และมี ความพยายามในการเรียนรู้ พอใช้ มุ่งมั่นในการทำงาน เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย ตั้งใจและ รับผิดชอบในการทำงานให้ สำเร็จดีเยี่ยม เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย ตั้งใจและ รับผิดชอบในการทำงานให้ สำเร็จปานกลาง เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย ตั้งใจและ รับผิดชอบในการทำงานให้ สำเร็จพอใช้ เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 0 - 2 ควรปรับปรุงอย่างยิ่ง 3 - 4 ควรปรับปรุง 5 - 6 พอใช้ 7 – 8 ดี 9 - 10 ดีมาก เกณฑ์การผ่าน ระดับพอใช้ขึ้นไปถือว่าผ่านเกณฑ์
264 เกณฑ์การประเมินผลการแบบฝึกหัด ประเด็นการประเมิน คําอธิบายระดับคุณภาพ/ระดับคะแนน 4 คะแนน 3 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน ความถูกต้อง ทำแบบฝึกหัดถูกต้อง ร้อยละ 80 ขึ้นไป ทำแบบฝึกหัดถูกต้อง ร้อยละ 65 – 79 ทำแบบฝึกหัดถูกต้อง ร้อยละ 50 - 64 ทำแบบฝึกหัดถูกต้อง น้อยกว่าร้อยละ 50 ความเป็นระเบียบ ทำแบบฝึกหัดมีความ เป็นระเบียบ สะอาด เรียบร้อยดีมาก ทำแบบฝึกหัดมีความ เป็นระเบียบ สะอาด เรียบร้อยดี ทำแบบฝึกหัดเป็น ระเบียบ สะอาด เรียบร้อยปานกลาง ทำแบบฝึกหัดเป็น ระเบียบ สะอาด เรียบร้อยพอใช้ ความตรงต่อเวลา ส่งแบบฝึกหัดทันตาม เวลาที่กำหนด ส่งแบบฝึกหัดล่าช้ากว่า เวลาที่กำหนดไป 1 วัน ส่งแบบฝึกหัดล่าช้า กว่าเวลาที่กำหนดไป 3 วัน ส่งแบบฝึกหัดล่าช้า กว่าเวลาที่กำหนด มากกว่า 3 วัน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 0 - 4 ควรปรับปรุงอย่างยิ่ง 5 - 6 ควรปรับปรุง 7 - 8 พอใช้ 9 – 10 ดี 11 - 12 ดีมาก เกณฑ์การผ่าน ระดับพอใช้ขึ้นไปถือว่าผ่านเกณฑ์
265 คำชี้แจง ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง 1. จงวาดรูปอธิบายการเกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลักษณะการเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง 2. จงวาดรูปอธิบายการเกิดพายุหมุนเขตร้อนและลักษณะการเกิดพายุหมุนเขตร้อน 3. พายุหมุนเขตร้อนจำแนกได้กี่ชนิด อะไรบ้าง .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. 4. จงเขียนแนวทางในการปฏิบัติตนเมื่อเกิดพายุฝนฟ้าคะนองและพายุหมุนเขตร้อน .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. .............................................................................................................................................................................. ใบงานที่ 6.7 เรื่อง พายุ ชื่อ....................................................................ชั้น.............เลขที่.......... คะแนน ลักษณะการเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง …………………………………………………………… …………………………………………………………… …………………………………………………………… …………………………………………………………… …………………………………………………………… ลักษณะการเกิดพายุหมุนเขตร้อน …………………………………………………………… …………………………………………………………… …………………………………………………………… …………………………………………………………… ……………………………………………………………
266 คำชี้แจง ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง 1. จงวาดรูปอธิบายการเกิดพายุฝนฟ้าคะนองและลักษณะการเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง 2. จงวาดรูปอธิบายการเกิดพายุหมุนเขตร้อนและลักษณะการเกิดพายุหมุนเขตร้อน 3. พายุหมุนเขตร้อนจำแนกได้กี่ชนิด อะไรบ้าง จำแนกได้3 ชนิด 1. พายุดีเปรสชั่น (Depression) คือพายุหมุนที่มีความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางบริเวณพื้นผิวไม่ เกิน 33 นอต (61 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) พายุดีเปรสชั่นส่วนใหญ่จะไม่มีการตั้งชื่อเฉพาะพายุแต่ละลูก 2. พายุโซนร้อน (Tropical Storm) คือ พายุหมุนที่มีความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางบริเวณพื้นผิว ระหว่าง 34-64 นอต (63-118 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) พายุโซนร้อนจะพัฒนาขึ้นเป็นพายุไต้ฝุ่นหรือเฮอริเคน 3. พายุไต้ฝุ่น (Typhoon) คือ พายุหมุนที่มีความเร็วลมใกล้ศูนย์กลาง บริเวณผิวพื้นตั้งแต่ 64 นอต ขึ้นไป (118 กิโลเมตรต่อชั่วโมง) และถ้ามีความเร็วลมใกล้ศูนย์กลางบริเวณพื้นผิวมากกว่า 130 นอต (241 กิโลเมตร ต่อชั่วโมง) เรียกพายุหมุนนี้ว่า "ซุปเปอร์ไต้ฝุ่น" (Supper Typhoon) พายุไต้ฝุ่นที่เกิดขึ้นแต่ละลูกจะมีการตั้งชื่อ เฉพาะ เช่น พายุไต้ฝุ่นเกย์ พายุไต้ฝุ่นแองเจลา เป็นต้น คะแนน ลักษณะการเกิดพายุฝนฟ้าคะนอง เกิดจากอากาศที่มีอุณหภูมิและ ความชื้นลอยตัวสูงขึ้น ทำให้ไอน้ำใน อากาศเกิดการควบแน่นเป็นละอองน้ำและ ก่อตัวเกิดเป็นเมฆคิวมูลัส ลักษณะการเกิดพายุหมุนเขตร้อน เกิดเหนือมหาสมุทรบริเวณที่มีการ ระเหยเป็นไอน้ำปริมาณมาก พร้อมกับ เคลื่อนที่สูงขึ้นอย่างรวดเร็วเป็นบริเวณ กว้าง เฉลย ใบงานที่ 6.7 เรื่อง พายุ ชื่อ....................................................................ชั้น.............เลขที่..........
267 4. จงเขียนแนวทางในการปฏิบัติตนเมื่อเกิดพายุฝนฟ้าคะนองและพายุหมุนเขตร้อน แนวทางในการปฏิบัติตนเมื่อเกิดพายุฝนฟ้าคะนองและพายุหมุนเขตร้อน ได้แก่ 1. สิ่งที่ควรปฏิบัติก่อนเกิดพายุ - ติดตามข่าวสารสภาพอากาศอยู่เสมอ - เตรียมเครื่องอุปโภคบริโภคให้พร้อมยามฉุกเฉิน - เรียนรู้เกี่ยวกับแผนฉุกเฉินประจำสถานที่ การใช้เครื่องมือไฟฟ้า - เตรียมเบอร์โทรศัพท์ฉุกเฉิน 2. สิ่งที่ควรปฏิบัติขณะเกิดพายุ - อย่าตกใจ ปกป้องตนเองและผู้อื่น - ปิดอุปกรณ์ที่ใช้แก๊สและเครื่องใช้ไฟฟ้าทุกชนิด - หากอยู่ในบ้านหรืออาคาร ควรอยู่ห่างจากหน้าต่างหรือวัตถุอื่น ๆ ที่อาจตกลงมา - หากกำลังขับรถยนต์ ควรจอดรถ โดยจอดห่างต้นไม้ สะพานลอย เสาไฟฟ้า และควรจอดในอาคาร - หลีกเลี่ยงการอยู่บริเวณกลางแจ้ง ควรเข้าไปอยู่ในบ้านหรืออาคาร ไม่ควรหลบใต้ต้นไม้ใหญ่ 3. สิ่งที่ควรปฏิบัติหลังพายุสงบ - ตรวจสอบอาการบาดเจ็บของตนเองและบุคคลรอบข้าง - อพยพจากอาคารที่เสียหาย และไม่เข้าไปในอาคารดังกล่าว - หากได้กลิ่นแก๊ส หรือได้ยินเสียงวัสดุเสียดสีกัน ให้ปิดถังแก๊สและเปิดหน้าต่าง แล้วออกห่างจาก บริเวณนั้นโดยเร็ว - ให้ความช่วยเหลือเพื่อนบ้าน พยายามติดต่อขอความช่วยเหลือโดยใช้โทรศัพท์ทางไกล และติดตาม ข่าวสาร
268 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 17 รหัสวิชา ว21102 วิชา วิทยาศาสตร์2 ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 หน่วยการเรียนที่ 6 เรื่อง กระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้าอากาศ เวลา 32 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก เวลา 4 ชั่วโมง ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ชื่อผู้สอน นางสาววชิรญา สอนสาระ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 3.2 เข้าใจองค์ประกอบและความสัมพันธ์ของระบบโลกกระบวนการ เปลี่ยนแปลงภายในโลกและบนผิวโลกธรณีพิบัติภัยกระบวนการเปลี่ยนแปลงลมฟ้า อากาศ และภูมิอากาศโลกรวมทั้งผลต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม ม.1/6 อธิบายสถานการณ์และผลกระทบการเปลี่ยนแปลง ภูมิอากาศโลกจากข้อมูล ที่รวบรวมได้ ม.1/7 ตระหนักถึงผลกระทบของการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก โดยนำเสนอแนว ทางการปฏิบัติตนภายใต้การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก 2. สาระสำคัญ ภูมิอากาศโลกเกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างต่อเนื่องโดยปัจจัยทางธรรมชาติ แต่ปัจจุบันการ เปลี่ยนแปลง ภูมิอากาศเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วเนื่องจากกิจกรรม ของมนุษย์ในการปลดปล่อยแก๊สเรือน กระจกสู่ บรรยากาศแก๊สเรือนกระจกที่ถูกปลดปล่อยมากที่สุดได้แก่ แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์ซึ่ง หมุนเวียนอยู่ในวัฏจักรคาร์บอน การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกก่อให้เกิดผล กระทบต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม เช่น การ หลอมเหลว ของน้ำแข็งขั้วโลก การเพิ่มขึ้น ของระดับทะเล การเปลี่ยนแปลง วัฏจักรน้ำ การเกิดโรค อุบัติใหม่และอุบัติซ้ำและการเกิดภัยพิบัติทางธรรมชาติที่รุนแรงขึ้นมนุษย์จึงควร เรียนรู้แนวทางการ ปฏิบัติตนภายใต้สถานการณ์ ดังกล่าวทั้งแนวทางการปฏิบัติตนให้เหมาะสม และแนวทางการลด กิจกรรมที่ส่งผลต่อการ เปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก
269 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1.นักเรียนสามารถอธิบายสถานการณ์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกได้(K) 2. นักเรียนสามารถยกตัวอย่างผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม (P) 3. นักเรียนสามารถเสนอแนวทางในการปฏิบัติตนให้เหมาะสมและปลอดภัยจากพายุฝนฟ้า คะนอง พายุหมุนเขตร้อน และการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก (A) 4. สาระการเรียนรู้ ด้านความรู้ (Knowledge) - พายุฝนฟ้าคะนอง - พายุหมุนเขตร้อน - แนวทางในการปฏิบัติตนให้เหมาะสมและปลอดภัยจากพายุ - ภูมิอากาศ ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process) - 5. สมรรถนะ 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 มุ่งมั่นในการทำงาน 6.2 ใฝ่เรียนรู้ 7. ชิ้นงาน/ภาระงาน - ใบงานที่ 6.10 เรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของโลก - โปสเตอร์แนวทางการปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ
270 8. กิจกรรมการเรียนการสอน กระบวนการเรียนรู้ วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E) ชั่วโมงที่ 1-2 ขั้นที่ 1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1. คุณครูนำภาพการกระทำต่าง ๆ ของมนุษย์มาให้นักเรียนดู แล้วให้นักเรียน ช่วยกันวิเคราะห์ว่า การกระทำในภาพส่งผลกระทบต่อโลกอย่างไร 2. คุณครูถามคำถามกระตุ้นความคิดของนักเรียนว่า ปัจจัยที่มีผลต่ออุณหภูมิอากาศ ได้แก่อะไรบ้าง (แนวคำตอบ ปัจจัยที่มีผลต่ออุณหภูมิอากาศ ได้แก่ รังสีจากดวงอาทิตย์ ความสูง ของพื้นที่จากระดับน้ำทะเล ปริมาณเมฆที่ปกคลุมท้องฟ้า และลักษณะของพื้นที่) 3. คุณครูให้นักเรียนดูภาพน้ำแข็งขั้วโลกหลอมเหลว จากนั้นครูถามคำถามเพื่อสร้าง ความสนใจดังนี้
271 - การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกคืออะไร ใครได้รับผลกระทบบ้าง (แนวคำตอบ นักเรียนตอบตามความเข้าใจ) 4. คุณครูให้นักเรียนทำกิจกรรมทบทวนความรู้ก่อนเรียนแล้วนำเสนอผลการทำ กิจกรรม หากพบว่านักเรียนยังทำกิจกรรมทบทวนความรู้ก่อนเรียนไม่ถูกต้องครูควรทบทวน หรือแก้ไขความเข้าใจผิดของนักเรียนเพื่อให้มีความรู้พื้นฐานที่ถูกต้องและเพียงพอที่จะเรียน เรื่องการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกต่อไป 5. คุณครูให้นักเรียนอ่านข้อมูลเกี่ยวกับลมฟ้าอากาศและภูมิอากาศในหนังสือเรียน ตอบคำถามระหว่างเรียนและอภิปรายร่วมกัน เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า ลมฟ้าอากาศ คือสภาวะ อากาศ ณ พื้นที่หนึ่ง ในช่วงเวลาหนึ่ง ภูมิอากาศ คือ สภาวะอากาศโดยทั่วไปของพื้นที่หนึ่ง หรือแบบรูปลมฟ้าอากาศของพื้นที่หนึ่ง ซึ่งได้จากค่าเฉลี่ยลมฟ้าอากาศในช่วงเวลานาน ๆ ตั้งแต่ 30 ปี เป็นต้นไป 6. ครูนำเข้าสู่กิจกรรมที่ 6.10 ภูมิอากาศเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่ โดยตั้งประเด็นให้ นักเรียนหาคำตอบว่า ลมฟ้าอากาศมีการเปลี่ยนแปลงได้ทุกวัน สำหรับภูมิอากาศซึ่งเป็นแบบ รูปลมฟ้าอากาศของพื้นที่หนึ่ง ๆ สามารถเปลี่ยนแปลงได้หรือไม่ ขั้นที่ 2 ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) 1. คุณครูแบ่งกลุ่มนักเรียนเป็นกลุ่มละ 3 – 5 คน จำนวน 9 กลุ่ม 2. คุณครูให้นักเรียนศึกษาวิธีดำเนินกิจกรรมในแบบเรียน และร่วมกันอภิปรายใน ประเด็นดังต่อไปนี้ 2.1 กิจกรรมนี้เกี่ยวกับเรื่องอะไร (แนวคำตอบ สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก) 2.2 กิจกรรมนี้มีจุดประสงค์อย่างไร (แนวคำตอบ นักเรียนตอบตามความคิดของตนเอง) 2.3 วิธีดำเนินกิจกรรมมีขั้นตอนโดยสรุปอย่างไร (แนวคำตอบ วิเคราะห์สถานการณ์การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ โลกจาก ข้อมูลที่กำหนดและอธิบายว่าภูมิอากาศโลกมีการเปลี่ยนแปลงหรือไม่และสถานการณ์ ดังกล่าว ส่งผลต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมอย่างไร) 3. คุณครูอธิบายเพิ่มเติมในประเด็นที่นักเรียนยังตอบได้ไม่ครบถ้วน และให้นักเรียน ทำกิจกรรมโดยเลือกวิเคราะห์ข้อมูลจากกราฟที่สนใจ 4. คุณครูให้คำแนะนำในการวิเคราะห์ข้อมูลจากกราฟ ความหมายของคำว่าค่า ผิดปกติของอุณหภูมิอากาศ และค่าความผิดปกติของปริมาณหยาดน้ำฟ้าที่ใช้ในกราฟ
272 ขั้นที่ 3 ขั้นอภิปรายและลงข้อสรุป (Explanation) 1. คุณครูให้นักเรียนตอบคำถามท้ายกิจกรรม จากนั้นนำเสนอ และอภิปรายคำตอบ ร่วมกันเพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า “ภูมิอากาศมีการเปลี่ยนแปลงและส่งผลต่อการดำรงชีวิตของ มนุษย์” 2. คุณครูให้นักเรียนศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกจาก หนังสือเรียน และตอบคำถามระหว่างเรียนครูเปิดโอกาสให้นักเรียนทำกิจกรรมเสริม จากนั้น อภิปรายคำตอบของคำถามระหว่างเรียนร่วมกัน 3. คุณครูให้นักเรียนร่วมกันอภิปรายและสรุปสิ่งที่ได้เรียนรู้ เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า “ภูมิอากาศโลกกำลังเปลี่ยนแปลง และส่งผลกระทบต่อสิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อมอย่างมาก กิจกรรมของมนุษย์ได้เร่งให้เกิดการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกดังกล่าว” 4. ถ้าหากคุณครูพบว่านักเรียนมีแนวคิดคลาดเคลื่อนเกี่ยวกับเรื่องนี้ ให้นักเรียน ร่วมกันอภิปรายเพื่อแก้ไขแนวคิดคลาดเคลื่อนให้ถูกต้อง เช่น แนวคิดคลาดเคลื่อน ปรากฏการณ์เรือนกระจก ภาวะโลกร้อน และการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกคือ ปรากฏการณ์เดียวกัน แนวคิดที่ถูกต้อง ปรากฏการณ์ทั้ง 3 แบบไม่ใช่ปรากฏการณ์เดียวกัน แต่อาจเชื่อมโยงกันได้ โดยปรากฏการณ์เรือนกระจกเกิดจากการที่แก๊สบางชนิดดูดซับความ ร้อนไว้ทำให้อุณหภูมิอากาศของโลกสูงขึ้น ภาวะโลกร้อนเป็นปรากฏการณ์ที่โลกมีอุณหภูมิ สูงขึ้น การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลกเป็นปรากฏการณ์ที่ภูมิอากาศของโลกมีการ เปลี่ยนแปลงไปจากเดิม ทั้งอุณหภูมิอากาศ ปริมาณฝน ฯลฯ ชั่วโมงที่ 3-4 ขั้นที่ 4 ขั้นขยายความรู้ (Elaboration) 1. คุณครูให้นักเรียนค้นคว้าความรู้เกี่ยวกับปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ ของโลก จากหนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 2 จากนั้นครูแจกใบงานที่ 6.10 เรื่อง ปัจจัย ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของโลก 2. คุณครูให้นักเรียนจับคู่ แล้วให้นักเรียนแบ่งหน้าที่กันภายในคู่ของตน ดังนี้ - คู่ที่ 1 ศึกษาความรู้เรื่อง ปัจจัยทางธรรมชาติ - คู่ที่ 2 ศึกษาความรู้เรื่อง การกระทำของมนุษย์ 3. คุณครูให้นักเรียนแต่ละคู่ออกมานำเสนอใบงาน เรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อการ เปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของโลก 4. คุณครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายผลจากการปฏิบัติกิจกรรม
273 5. คุณครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มศึกษาแนวทางในการลดการปล่อยแก๊สเรือนกระจก ใน หนังสือเรียนวิทยาศาสตร์ ม.1 เล่ม 2 แล้วช่วยกันแสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับแนวทางลดการ ปล่อยแก๊สเรือนกระจกดังกล่าว 6. คุณครูถามคำถามท้าทายความคิดขั้นสูงว่า ปกรณ์ปั่นจักรยานไปให้อาหารโคใน ฟาร์มขนาดใหญ่ที่เขาเป็นเจ้าของ การกระทำของปกรณ์ช่วยลดปัญหาความแปรปรวน ของลมฟ้าอากาศหรือไม่ (แนวคำตอบ การเดินทางโดยการปั่นจักรยานของนายปกรณ์มีส่วนช่วยในการลด การปล่อยแก๊สเรือนกระจก ซึ่งจะช่วยลดปัญหาความแปรปรวนของลมฟ้าอากาศ แต่การให้ อาหารเลี้ยงโค โคจะปล่อยแก๊สมีเทนออกมา ซึ่งเป็นแก๊สเรือนกระจกที่อาจทำให้อุณหภูมิ อากาศโลกสูงขึ้น จึงอาจเกิดความแปรปรวนของลมฟ้าอากาศได้) 7. คุณครูให้นักเรียนทำกิจกรรมเสริม สืบค้นข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับแนวทางการ ปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ และนำเสนอในรูปแบบโปสเตอร์ ขั้นที่ 5 ขั้นประเมินผล (Evaluation) 1. คุณครูตรวจใบงานที่ 6.10 เรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของ โลก 2.คุณครูประเมินการนำเสนอโปสเตอร์แนวทางการปฏิบัติตนให้เหมาะสมกับการ เปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ 9. สื่อการเรียนรู้และแหล่งเรียนรู้ 9.1 Power Point เรื่อง การเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศโลก 9.2 หนังสือวิทยาศาสตร์ ม.1 สสวท. เล่ม 2 9.3 การสืบค้นข้อมูลแหล่งเครือข่าย Internet สืบค้นข้อมูลในหัวข้อการเปลี่ยนแปลง ภูมิอากาศโลก 10. การวัดผลและประเมิลผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. นักเรียนสามารถอธิบาย สถานการณ์การ เปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ โลกได้(K) การทำใบงานที่ 6.8 เรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อการ เปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของ โลก ใบงานที่ 6.8 เรื่อง ปัจจัย ที่มีผลต่อการ เปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ ของโลก นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมิน ร้อยละ 70 ขึ้นไป
274 จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 2. นักเรียนสามารถ ยกตัวอย่างผลกระทบต่อ สิ่งมีชีวิตและสิ่งแวดล้อม (P) การทำใบงานที่ 6.8 เรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อการ เปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของ โลก ใบงานที่ 6.8 เรื่อง ปัจจัย ที่มีผลต่อการ เปลี่ยนแปลงอุณหภูมิ ของโลก นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมิน ร้อยละ 70 ขึ้นไป 3. นักเรียนสามารถเสนอ แนวทางในการปฏิบัติตน ให้เหมาะสมและปลอดภัย จากพายุฝนฟ้าคะนอง พายุหมุนเขตร้อน และการ เปลี่ยนแปลงภูมิอากาศ โลก (A) การนำเสนอโปสเตอร์แนว ทางการปฏิบัติตนให้ เหมาะสมกับการ เปลี่ยนแปลงภูมิอากาศหน้า ชั้นเรียน แบบประเมินการ นำเสนอผลงานหน้าชั้น เรียน นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมิน ร้อยละ 70 ขึ้นไป
275
276
277 เกณฑ์การประเมินพฤติกรรมระหว่างเรียนตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ประเด็นการประเมิน คําอธิบายระดับคุณภาพ/ระดับคะแนน 3 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน การตอบคำถาม ให้ความร่วมมือในการตอบ คำถามอย่างเต็มที่ ตอบได้ดี ถูกต้องครบถ้วน ให้ความร่วมมือในการตอบ คำถามอย่างเต็มที่ ตอบได้ดี ถูกต้องบางคำถาม ให้ความร่วมมือในการตอบ คำถามอย่างเต็มที่ ตอบได้ดี แต่ถูกต้องน้อยมาก ใฝ่เรียนรู้ ตั้งใจเรียน เอาใจใส่และมี ความพยายามในการเรียนรู้ ดีเยี่ยม ตั้งใจเรียน เอาใจใส่และมี ความพยายามในการเรียนรู้ ปานกลาง ตั้งใจเรียน เอาใจใส่และมี ความพยายามในการเรียนรู้ พอใช้ มุ่งมั่นในการทำงาน เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย ตั้งใจและ รับผิดชอบในการทำงานให้ สำเร็จดีเยี่ยม เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย ตั้งใจและ รับผิดชอบในการทำงานให้ สำเร็จปานกลาง เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย ตั้งใจและ รับผิดชอบในการทำงานให้ สำเร็จพอใช้ เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 0 - 2 ควรปรับปรุงอย่างยิ่ง 3 - 4 ควรปรับปรุง 5 - 6 พอใช้ 7 – 8 ดี 9 - 10 ดีมาก เกณฑ์การผ่าน ระดับพอใช้ขึ้นไปถือว่าผ่านเกณฑ์
278 เกณฑ์การประเมินผลการแบบฝึกหัด ประเด็นการประเมิน คําอธิบายระดับคุณภาพ/ระดับคะแนน 4 คะแนน 3 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน ความถูกต้อง ทำแบบฝึกหัดถูกต้อง ร้อยละ 80 ขึ้นไป ทำแบบฝึกหัดถูกต้อง ร้อยละ 65 – 79 ทำแบบฝึกหัดถูกต้อง ร้อยละ 50 - 64 ทำแบบฝึกหัดถูกต้อง น้อยกว่าร้อยละ 50 ความเป็นระเบียบ ทำแบบฝึกหัดมีความ เป็นระเบียบ สะอาด เรียบร้อยดีมาก ทำแบบฝึกหัดมีความ เป็นระเบียบ สะอาด เรียบร้อยดี ทำแบบฝึกหัดเป็น ระเบียบ สะอาด เรียบร้อยปานกลาง ทำแบบฝึกหัดเป็น ระเบียบ สะอาด เรียบร้อยพอใช้ ความตรงต่อเวลา ส่งแบบฝึกหัดทันตาม เวลาที่กำหนด ส่งแบบฝึกหัดล่าช้ากว่า เวลาที่กำหนดไป 1 วัน ส่งแบบฝึกหัดล่าช้า กว่าเวลาที่กำหนดไป 3 วัน ส่งแบบฝึกหัดล่าช้า กว่าเวลาที่กำหนด มากกว่า 3 วัน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 0 - 4 ควรปรับปรุงอย่างยิ่ง 5 - 6 ควรปรับปรุง 7 - 8 พอใช้ 9 – 10 ดี 11 - 12 ดีมาก เกณฑ์การผ่าน ระดับพอใช้ขึ้นไปถือว่าผ่านเกณฑ์
279 คำชี้แจง ให้นักเรียนอธิบายปัจจัยทางธรรมชาติและการกระทำของมนุษย์ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของ โลก ใบงานที่ 6.8 เรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของโลก ชื่อ....................................................................ชั้น.............เลขที่.......... คะแนน ปรากฏการณ์ เรือนกระจก รูโหว่โอโซน ปัจจัยทางธรรมชาติ
280 การใช้วัสดุที่มีสารประกอบ คลอโรฟลูออโรคาร์บอน เช่น ผลกระทบ วิธีแก้ไข การใช้เชื้อเพลิงต่างๆ การทำการเกษตร ปัจจัยจากการกระทำของมนุษย์ เช่น ผลกระทบ วิธีแก้ไข เช่น ผลกระทบ วิธีแก้ไข
281 คำชี้แจง ให้นักเรียนอธิบายปัจจัยทางธรรมชาติและการกระทำของมนุษย์ที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของ โลก (10 คะแนน) ใบงานที่ 6.8 เรื่อง ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงอุณหภูมิของโลก ชื่อ....................................................................ชั้น.............เลขที่.......... คะแนน แก๊สบางชนิดในบรรยากาศส่งผล ให้โลกได้รับพลังงานความร้อนจากดวง อาทิตย์เพิ่มมากขึ้น ทำให้อุณหภูมิของโลก สูงขึ้น เช่น แก๊สคาร์บอนไดออกไซด์มีเทน ไนตรัสออกไซด์สารกลุ่มคลอโรฟลูออโร คาร์บอน (CFCs) แก๊สไนตรัสออกไซด์ มี คุณสมบัติในการดูดกลืนรังสีความร้อน ซึ่ง เป็นรังสีคลื่นยาวที่โลก เมฆและแก๊สใน บรรยากาศปล่อยออกมาทำให้บรรยากาศที่ ผิวโลกมีอุณหภูมิสูงขึ้น แก๊สที่มีคุณสมบัติ เหล่านี้จะเรียกว่า แก๊สเรือนกระจก การกระทำของมนุษย์ส่งผลให้มีการปล่อย แก๊สเรือนกระจกเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ จนรบกวน สมดุลของอากาศ ทำให้เกิดภาวะเรือน กระจก ทำให้อุณหภูมิเฉลี่ยของโลกสูงขึ้น เรียกว่า ภาวะโลกร้อน โอโซน เป็นแก๊สที่อยู่ในชั้นสตราโทส เฟียร์จะช่วยเป็นเกราะกำบังรังสีจากดวง อาทิตย์ที่ และกักเก็บความร้อนบางส่วนเอาไว้ ส่งผลให้โลกมีอุณหภูมิไม่สูงจนเกินไป แต่ใน ปัจจุบันกิจกรรมของมนุษย์ทำให้เกิดการ ปล่อยสารเคมีบางชนิดลอยขึ้นสู่บรรยากาศ แล้วทำลายชั้นโอโซน ตัวอย่างสารเคมีที่ สำคัญ ได้แก่ แก๊สคลอโรฟลูออโรคาร์บอน (CFCs) เป็นแก๊สที่มีความคงตัวสูงและ สลายตัวช้าเมื่อแก๊สได้รับรังสีอัลตราไวโอเลต จะแตกตัวแล้วปล่อยอะตอมของคลอรีน ออกมา อะตอมของคลอรีนจะทำลายชั้นของ โอโซน ทำให้เกิดรูโหว่ขึ้น ซึ่งเรียกว่า รูโหว่ โอโซน การเกิดปรากฏการณ์นี้ทำให้รังสีจาก ดวงอาทิตย์ที่เป็นอันตรายต่อสิ่งมีชีวิต เช่น รังสีอัลตราไวโอเลต ส่องลงมาบนผิวโลกมาก ขึ้น ปรากฏการณ์ เรือนกระจก รูโหว่โอโซน ปัจจัยทางธรรมชาติ เฉลย
282 การใช้วัสดุที่มีสารประกอบ คลอโรฟลูออโรคาร์บอน การใช้เชื้อเพลิงต่างๆ การทำการเกษตร เช่น เครื่องปรับอากาศ ตู้เย็น สเปรย์ น้ำยาดับเพลิง ผลกระทบ สาร CFCs จะไป ทำลายชั้นไอโซน ทำให้เกิดรู โหว่ กว้างขึ้น ส่งผลทำให้รังสีจาก ดวงอาทิตย์ส่งมายังพื้นผิวโลก ได้มากขึ้น วิธีแก้ไข ลดการใช้ เครื่องปรับอากาศ หรือปรับ อุณหภูมิไปที่ประมาณ 25 องศาเซลเซียส เช่น การใช้น้ำมัน ถ่านหิน แก๊สธรรมชาติ ผลกระทบ ทำให้เพิ่มปริมาณ แก๊ส คาร์บอนไดออกไซด์ใน บรรยากาศมากขึ้น วิธีแก้ไข ลดการใช้น้ำมัน เชื้อเพลิง โดยการเดิน ปั่น จักรยาน หรือใช้รถขนส่ง มวลชน เช่น การตัดไม้ทำลายป่า การเลี้ยงสัตว์ การใช้ปุ๋ยทางการเกษตร ผลกระทบ การทำลายป่าไม้ จะทำให้ปริมาณแก๊ส คาร์บอนไดออกไซด์ใน บรรยากาศเพิ่มมากขึ้น การ เลี้ยงสัตว์ จะทำให้เกิดแก๊ส มีเทน ซึ่งเป็นแก๊สเรือนกระจก เพิ่มมากขึ้น วิธีแก้ไข ปลูกต้นไม้และลด การทำลายป่าไม้ ปัจจัยจากการกระทำของมนุษย์