88 10. การวัดผลและประเมิลผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. นักเรียนคำนวณปริมาณ ความร้อนที่ทำให้สสาร เปลี่ยนสถานะได้ (K) การตรวจแบบฝึกหัดที่ 5.4 เรื่อง การหา ปริมาณความร้อนที่ทำ ให้สสารเปลี่ยนสถานะ แบบฝึกหัดที่ 5.4 เรื่อง การหาปริมาณ ความร้อนที่ทำให้ สสารเปลี่ยนสถานะ นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมิน ร้อยละ 70 ขึ้นไป 2. นักเรียนสามารใช้เทอร มอมิเตอรในการวัดอุณหภูมิ ของสสารได้ (P) สังเกตการปฏิบัติการ ทดลองทาง วิทยาศาสตร์ แบบประเมินการ ปฏิบัติการทดลอง ทางวิทยาศาสตร์ นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมิน ผลการ ปฏิบัติอยู่ในระดับดี ขึ้นไป 3. นักเรียนสร้างแบบจำลอง เพื่ออธิบายความสัมพันธ์ ระหว่างพลังงานความร้อน กับการเปลี่ยนสถานะของ สสารได้ (P) สังเกตการร่วมทำ กิจกรรมในชั้นเรียน ของนักเรียน แบบประเมินการ ปฏิบัติการทดลอง ทางวิทยาศาสตร์ นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมิน ผลการ ปฏิบัติอยู่ในระดับดี ขึ้นไป 4. นักเรียนสามารถ ยกตัวอย่างสถานการณ์ใน ชีวิตประจำวันที่ความร้อน ทำให้สสารเปลี่ยนอุณหภูมิ ขนาดหรือสถานะได้ (A) การตรวจใบงานที่ 5.4 เรื่อง ความร้อนกับการ เปลี่ยนสถานะของ สสาร ใบงานที่ 5.4 เรื่อง ความร้อนกับ การเปลี่ยนสถานะ ของสสาร นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมิน ร้อยละ 70 ขึ้นไป
89
90
91 เกณฑ์การประเมินพฤติกรรมระหว่างเรียนตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ประเด็นการประเมิน คําอธิบายระดับคุณภาพ/ระดับคะแนน 3 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน การตอบคำถาม ให้ความร่วมมือในการตอบ คำถามอย่างเต็มที่ ตอบได้ดี ถูกต้องครบถ้วน ให้ความร่วมมือในการตอบ คำถามอย่างเต็มที่ ตอบได้ดี ถูกต้องบางคำถาม ให้ความร่วมมือในการตอบ คำถามอย่างเต็มที่ ตอบได้ดี แต่ถูกต้องน้อยมาก ใฝ่เรียนรู้ ตั้งใจเรียน เอาใจใส่และมี ความพยายามในการเรียนรู้ ดีเยี่ยม ตั้งใจเรียน เอาใจใส่และมี ความพยายามในการเรียนรู้ ปานกลาง ตั้งใจเรียน เอาใจใส่และมี ความพยายามในการเรียนรู้ พอใช้ มุ่งมั่นในการทำงาน เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย ตั้งใจและ รับผิดชอบในการทำงานให้ สำเร็จดีเยี่ยม เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย ตั้งใจและ รับผิดชอบในการทำงานให้ สำเร็จปานกลาง เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย ตั้งใจและ รับผิดชอบในการทำงานให้ สำเร็จพอใช้ เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 0 - 2 ควรปรับปรุงอย่างยิ่ง 3 - 4 ควรปรับปรุง 5 - 6 พอใช้ 7 – 8 ดี 9 - 10 ดีมาก เกณฑ์การผ่าน ระดับพอใช้ขึ้นไปถือว่าผ่านเกณฑ์
92 เกณฑ์การประเมินผลการแบบฝึกหัด ประเด็นการประเมิน คําอธิบายระดับคุณภาพ/ระดับคะแนน 4 คะแนน 3 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน ความถูกต้อง ทำแบบฝึกหัดถูกต้อง ร้อยละ 80 ขึ้นไป ทำแบบฝึกหัดถูกต้อง ร้อยละ 65 – 79 ทำแบบฝึกหัดถูกต้อง ร้อยละ 50 - 64 ทำแบบฝึกหัดถูกต้อง น้อยกว่าร้อยละ 50 ความเป็นระเบียบ ทำแบบฝึกหัดมีความ เป็นระเบียบ สะอาด เรียบร้อยดีมาก ทำแบบฝึกหัดมีความ เป็นระเบียบ สะอาด เรียบร้อยดี ทำแบบฝึกหัดเป็น ระเบียบ สะอาด เรียบร้อยปานกลาง ทำแบบฝึกหัดเป็น ระเบียบ สะอาด เรียบร้อยพอใช้ ความตรงต่อเวลา ส่งแบบฝึกหัดทันตาม เวลาที่กำหนด ส่งแบบฝึกหัดล่าช้ากว่า เวลาที่กำหนดไป 1 วัน ส่งแบบฝึกหัดล่าช้า กว่าเวลาที่กำหนดไป 3 วัน ส่งแบบฝึกหัดล่าช้า กว่าเวลาที่กำหนด มากกว่า 3 วัน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 0 - 4 ควรปรับปรุงอย่างยิ่ง 5 - 6 ควรปรับปรุง 7 - 8 พอใช้ 9 – 10 ดี 11 - 12 ดีมาก เกณฑ์การผ่าน ระดับพอใช้ขึ้นไปถือว่าผ่านเกณฑ์
93 ใบกิจกรรมที่5.1 แบบจำลองอนุภาคของสสารในแต่ละสถานะเป็นอย่างไร คำชี้แจง : ให้นักเรียนแสดงการหาปริมาณความร้อนที่ทำให้สสารเปลี่ยนสถานะดังต่อไปนี้โดยละเอียด 1. ต้องใช้ปริมาณความร้อนเท่าใดในการทำให้เงินมวล 80 กรัม อุณหภูมิ 1,280 องศาเซลเซียส ทำให้เป็นหลอมเหลว ทั้งหมดพอดีเมื่อความร้อนแฝงของการหลอมเหลวของเหล็กเท่ากับ 26 แคลอรี/กรัม ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... 2. ในการหลอมเหลวแผ่นทองแดง มวล 0.2 กิโลกรัม ที่อุณหภูมิ 1,065 องศาเซลเซียส สามารถทำให้เกิดการ หลอมเหลวทั้งหมดพอดี ที่อุณหภูมิ 1,065 องศาเซลเซียส จะต้องได้รับปริมาณความร้อนเท่าใด (ความร้อนแฝงของ การหลอมเหลวของทองแดง เท่ากับ 32 แคลอรี/กรัม) ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... 3. ปริมาณความร้อนที่ทำให้แท่งเหล็กมวล 500 กรัม ที่อุณหภูมิ 1,538 องศาเซลเซียส หลอมเหลวจนหมดพอดีจะ มากพอที่จะทำให้แท่งทองแดงมวล 300 กรัม ที่อุณหภูมิ1,083 องศาเซลเซียส หลอมเหลวได้หมดหรือไม่ (ความร้อนแฝงของการหลอมเหลวของเหล็กและทองแดงเท่ากับ 69.1 และ 32 แคลอรี/กรัม ตามลำดับ) ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... แบบฝึกหัดที่ 5.4 การหาปริมาณความร้อนที่ทำให้สสารเปลี่ยนสถานะ ชื่อ....................................ชั้น..........เลขที่............
94 คำชี้แจง : ให้นักเรียนแสดงการหาปริมาณความร้อนที่ทำให้สสารเปลี่ยนสถานะดังต่อไปนี้โดยละเอียด 1. ต้องใช้ปริมาณความร้อนเท่าใดในการทำให้เงินมวล 80 กรัม อุณหภูมิ 1,280 องศาเซลเซียส ทำให้เป็นหลอมเหลว ทั้งหมดพอดีเมื่อความร้อนแฝงของการหลอมเหลวของเหล็กเท่ากับ 26 แคลอรี/กรัม (2 คะแนน) จากโจทย์ กำหนดให้m = 80 g T = 1,280 °C Lเงิน = 26 cal/g Q =? จากสมการ Q = mL แทนค่า Q = 80 g X 26 cal/g Q = 2,080 cal ดังนั้น ต้องได้รับปริมาณความร้อน เท่ากับ 2,080 แคลอรี 2. ในการหลอมเหลวแผ่นทองแดง มวล 0.2 กิโลกรัม ที่อุณหภูมิ 1,065 องศาเซลเซียส สามารถทำให้เกิดการ หลอมเหลวทั้งหมดพอดี ที่อุณหภูมิ 1,065 องศาเซลเซียส จะต้องได้รับปริมาณความร้อนเท่าใด (ความร้อนแฝงของ การหลอมเหลวของทองแดง เท่ากับ 32 แคลอรี/กรัม) (2 คะแนน) จากโจทย์ กำหนดให้m = 200 g T = 1,065 °C Lทองแดง = 32 cal/g Q =? จากสมการ Q = mL แทนค่า Q = 200 g X 32 cal/g Q = 6,400 cal ดังนั้น จะต้องได้รับปริมาณความร้อนที่ทำให้ทองแดงหลอมเหลวหมดพอดีเท่ากับ 6,400 แคลอรี 3. ปริมาณความร้อนที่ทำให้แท่งเหล็กมวล 500 กรัม ที่อุณหภูมิ 1,538 องศาเซลเซียส หลอมเหลวจนหมดพอดีจะ มากพอที่จะทำให้แท่งทองแดงมวล 300 กรัม ที่อุณหภูมิ1,083 องศาเซลเซียส หลอมเหลวได้หมดหรือไม่ (ความร้อนแฝงของการหลอมเหลวของเหล็กและทองแดงเท่ากับ 69.1 และ 32 แคลอรี/กรัม ตามลำดับ) จากโจทย์ กำหนดให้mเหล็ก = 500 g T = 1,538 °C Lเหล็ก = 69.1 cal/g mทองแดง = 300 g T = 1,083 °C Lทองแดง = 32 cal/g จากสมการ Qเหล็ก = mเหล็กL แทนค่า Qเหล็ก = 500 g X 69.1 cal/g Qเหล็ก = 34,550 cal ดังนั้น ปริมาณความร้อนที่ทำให้แท่งเหล็กหลอมเหลว เท่ากับ 34,550 แคลอรี จากสมการ Qทองแดง = mทองแดงL แทนค่า Qทองแดง = 300 g X 32 cal/g Qทองแดง = 6,900 cal ดังนั้น ปริมาณความร้อนที่ทำให้แท่งทองแดงหลอมเหลว เท่ากับ 6,900 แคลอรี ดังนั้น ปริมาณความร้อนที่ทำให้แท่งเหล็กมวล 500 กิกรัม ที่อุณหภูมิ 1,538 องศาเซลเซียส หลอมเหลว จนหมดพอดี มีปริมาณมากพอที่จะทำให้แท่งทองแดงมวล 300 กรัมที่อุณหภูมิ 1,083 องศาเซลเซียส หลอมเหลว ได้หมด แบบฝึกหัดที่ 5.4 การหาปริมาณความร้อนที่ทำให้สสารเปลี่ยนสถานะ เฉลย
95 คำชี้แจง ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง 1. จากแผนผังการเปลี่ยนสถานะ ให้นำตัวอักษรเติมลงในช่องว่างให้สัมพันธ์กับข้อความต่อไปนี้ __________ ของแข็ง __________ การหลอมเหลว __________ การกลายเป็นไอ __________ แก๊ส __________ ดูดความร้อน __________ คายความร้อน __________ การระเหิด __________ การแข็งตัว __________ การระเหิดกลับ __________ การควบแน่น 2. จากตาราง จงเลือกวงกลม ( )หน้าคำตอบที่ถูกต้องที่สุด (3 คะแนน) สาร A เป็นของแข็ง สีขาว มีกลิ่น สาร B เป็นของเหลวใส ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น สาร C เป็นของแข็ง สีขาว ไม่มีกลิ่น 2.1 เมื่อวางสาร C ไว้ในอากาศ จะมีขนาดเล็กลง การเปลี่ยนแปลงของสาร C เรียกว่าอะไร ก.การกลายเป็นไอ ข.การระเหิด ค. การหลอมเหลว ง.การระเหย 2.2 หากนำสาร B ไปต้ม แล้วนำแผ่นกระจกไปอังเหนือกาต้มน้ำ ขณะเดือดพบว่ามีหยดน้ำเกาะที่แผ่นกระจก การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นการเปลี่ยนแปลงสถานะอย่างไรของ สาร B ก.แก๊สเป็นของเหลว ข.ของเหลวเป็นของแข็ง ค.ของแข็งเป็นของเหลว ง.ของเหลวเป็นแก๊ส 2.3 ถ้านำสาร A วางในภาชนะ จนมีขนาดเล็กลง โดยการระเหิด สาร A คือสารใด ใบงานที่ 5.4 เรื่อง ความร้อนกับการเปลี่ยนสถานะของสสาร ชื่อ....................................................................ชั้น.............เลขที่.......... คะแนน
96 ก.ก้อนหิน ข.ลูกเหม็น ค. น้ำแข็ง ง.น้ำหอม คำชี้แจง ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง (8 คะแนน) 1. จากแผนผังการเปลี่ยนสถานะ ให้นำตัวอักษรเติมลงในช่องว่างให้สัมพันธ์กับข้อความต่อไปนี้( ____ฉ____ ของแข็ง ____ข____ การหลอมเหลว ____ค____ การกลายเป็นไอ ____ช____ แก๊ส ____ฌ____ ดูดความร้อน ____ญ____ คายความร้อน ____ก____ การระเหิด ____ง____ การแข็งตัว ____ช____ การระเหิดกลับ ____จ____ การควบแน่น 2. จากตาราง จงเลือกวงกลม ( )หน้าคำตอบที่ถูกต้องที่สุด (3 คะแนน) สาร A เป็นของแข็ง สีขาว มีกลิ่น สาร B เป็นของเหลวใส ไม่มีสี ไม่มีกลิ่น สาร C เป็นของแข็ง สีขาว ไม่มีกลิ่น 2.1 เมื่อวางสาร C ไว้ในอากาศ จะมีขนาดเล็กลง การเปลี่ยนแปลงของสาร C เรียกว่าอะไร ก.การกลายเป็นไอ ข.การระเหิด ค. การหลอมเหลว ง.การระเหย 2.2 หากนำสาร B ไปต้ม แล้วนำแผ่นกระจกไปอังเหนือกาต้มน้ำ ขณะเดือดพบว่ามีหยดน้ำเกาะที่แผ่นกระจก การเปลี่ยนแปลงดังกล่าวเป็นการเปลี่ยนแปลงสถานะอย่างไรของ สาร B ก.แก๊สเป็นของเหลว ข.ของเหลวเป็นของแข็ง ค.ของแข็งเป็นของเหลว ง.ของเหลวเป็นแก๊ส 2.3 ถ้านำสาร A วางในภาชนะ จนมีขนาดเล็กลง โดยการระเหิด สาร A คือสารใด ก.ก้อนหิน ข.ลูกเหม็น ค. น้ำแข็ง ง.น้ำหอม ใบงานที่ 5.4 เรื่อง ความร้อนกับการเปลี่ยนสถานะของสสาร ชื่อ....................................................................ชั้น.............เลขที่.......... คะแนน เฉลย
97 แผนการจัดการเรียนรู้ที่5 รหัสวิชา ว21102 วิชา วิทยาศาสตร์2 ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 หน่วยการเรียนที่ 5 เรื่อง พลังงานความร้อน เวลา 28 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง การถ่ายโอนความร้อนในชีวิตประจำวัน เวลา 2 ชั่วโมง ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ชื่อผู้สอน นางสาววชิรญา สอนสาระ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา 1. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอนพลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติ ของคลื่น ปรากฏการณ์ที่ เกี่ยวข้องกับเสียง แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ ม.1/6 สร้างแบบจำลองที่อธิบายการถ่ายโอนความร้อน โดยการนำความร้อนการพาความ ร้อนการแผ่รังสีความร้อนออกแบบเลือกใช้และสร้างอุปกรณ์ 2. สาระสำคัญ การถ่ายโอนความร้อนคือความร้อนถ่ายโอนจากบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงไปยังบริเวณที่มี อุณหภูมิต่ำ ซึ่งการถ่ายโอนความร้อนมี3 แบบ คือ การนำความร้อน การพาความร้อน และการแผ่ รังสีความร้อน การนำความร้อนเป็นการถ่ายโอนความร้อน ความร้อนที่อาศัยตัวกลางโดยที่ตัวกลางไม่ เคลื่อนที่ การพาความร้อนเป็นการถ่ายโอน ความร้อนที่อาศัยตัวกลางโดยที่ตัวกลางเคลื่อนที่ไปด้วย ส่วนการแผ่รังสีความร้อน เป็นการถ่ายโอนความร้อนที่ไม่ต้องอาศัยตัวกลาง 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 นักเรียนอธิบายการถ่ายโอนความร้อนโดยการนำความร้อน การพาความร้อน การแผ่รังสี ความร้อน(K) 3.2 นักเรียนสามารถสร้างแบบจำลองเพื่ออธิบายการถ่ายโอนความร้อนวิธีต่างๆ (P) 3.3 นักเรียนสามารถยกตัวอย่างการถ่ายโอนความร้อนวิธีต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้ (A)
98 4. สาระการเรียนรู้ ด้านความรู้ (Knowledge) - การถ่ายโอนความร้อน การนำความร้อน การพาความร้อน และการแผ่รังสีความ ร้อน ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process) - การสร้างแบบจำลอง 5. สมรรถนะ 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 มุ่งมั่นในการทำงาน 6.2 ใฝ่เรียนรู้ 7. ชิ้นงาน/ภาระงาน - ใบงานที่ 5.5 เรื่อง การถ่ายโอนความร้อนในชีวิตประจำวัน 8. กิจกรรมการเรียนการสอน กระบวนการเรียนรู้ วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E) ชั่วโมงที่ 1 ขั้นที่ 1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1. คุณครูเข้าสู่กระบวนการทำนายโดยให้นักเรียนบอกถึงการถ่ายโอนความร้อน ในชีวิตประจำวันว่าเป็นอย่างไร (แนวคำตอบ ตอบตามความคิดของนักเรียน)
99 2 . คุณครูกระตุ้นความสนใจโดยให้นักเรียนเข้าสู่กระบวนการสังเกตดูภาพการกิน ปิ้งย่าง หมูกระทะ 3. คุณครูตั้งคำถามชวนคิดให้นักเรียนแสดงความคิดร่วมกัน - จากภาพเป็นภาพของอะไร (แนวคำตอบ ภาพการกินปิ้งย่าง หมูกระทะ) - จากภาพมีอะไรเป็นแหล่งกำเนิดความร้อน (แนวคำตอบ ตอบตามความคิดของนักเรียน) - จากภาพมีความเกี่ยวข้องกับการถ่ายโอนความร้อนอย่างไร (แนวคำตอบ ความร้อนจากไฟในเตาสามารถถ่ายโอนหรือส่งผ่านจากวัตถุ หนึ่งที่มีอุณหภูมิสูงกว่าไปสู่อีกวัตถุหนึ่งที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าได้) 4. คุณครูให้นักเรียนอ่านจุดประสงค์การเรียนรู้ของบทเรียน เพื่อให้ทราบเป้าหมาย และแนวทางการประเมินผลของบทเรียน 5. คุณครูนำอภิปรายต่อไปเพื่อเชื่อมโยงไปสู่ เรื่อง การถ่ายโอนความร้อนใน ชีวิตประจำวัน ขั้นที่ 2 ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) 1. คุณครูเข้าสู่กระบวนการอธิบายเกี่ยวกับหลักการถ่ายโอนความร้อนใน ชีวิตประจำวัน 2. คุณครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 8 กลุ่ม และให้นักเรียนระดมความคิดกัน ว่าสิ่งใดเกี่ยวข้องกับการถ่ายโอนความร้อนในชีวิตประจำวันของนักเรียน 3. คุณครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มนำเสนอสิ่งที่แต่ละกลุ่มระดมความคิดได้ 4. คุณครูอภิปรายคำตอบที่คลาดเคลื่อนของนักเรียน ให้นักเรียนเข้าใจยิ่งขึ้น 5. คุณครูให้นักเรียนทำใบงานที่ 5.5 เรื่อง การถ่ายโอนความร้อนในชีวิตประจำวัน
100 ชั่วโมงที่ 2 ขั้นที่ 3 ขั้นอภิปรายและลงข้อสรุป (Explain) 1. คุณครูนำอภิปรายเพื่อให้นักเรียนร่วมกันสรุปผลการทำกิจกรรม พบว่า การถ่าย โอนความร้อน คือ ความร้อนถ่ายโอนจากบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงไปยังบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำ ซึ่ง การถ่ายโอนความร้อนมี 3 แบบ คือ การนำความร้อน การพาความร้อน และการแผ่รังสีความ ร้อน การถ่ายโอนความร้อนเกิดได้ทั้ง ความร้อนที่อาศัยตัวกลางและไม่อาศัยตัวกลาง ขั้นที่ 4 ขั้นขยายความรู้(Elaborate) 1. คุณครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มออกเป็น 9 กลุ่ม โดยให้แต่ละกลุ่มศึกษา เรื่อง การ ถ่ายโอนความร้อนในชีวิตประจำวัน โดยการศึกษาจากหนังสือเรียนและอินเทอร์เน็ตที่ น่าเชื่อถือ 2. คุณครูให้นักเรียนระดมความคิดและรวบรวมข้อมูล ตามประเด็นสำคัญ ดังนี้ - การนำความร้อน - การพาความร้อน - การแผ่รังสีความร้อน - ยกตัวอย่างการถ่ายโอนความร้อนในชีวิตประจำวัน 3. คุณครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มออกมานำเสนอสิ่งที่ตนเองสืบค้นมา 4. คุณครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับแต่ละประเด็นที่นักเรียนออกมา นำเสนอ ซึ่งเกี่ยวกับการถ่ายโอนความร้อนในชีวิตประจำวัน ขั้นที่ 5 ขั้นประเมิน (Evaluation) 1. คุณครูตรวจใบงานที่ 5.5 เรื่อง การถ่ายโอนความร้อนในชีวิตประจำวัน 9. สื่อการเรียนรู้และแหล่งเรียนรู้ 9.1 Power Point เรื่อง การถ่ายโอนความร้อนในชีวิตประจำวัน 9.2 หนังสือวิทยาศาสตร์ ม.1 สสวท. เล่ม 2 9.3 การสืบค้นข้อมูลแหล่งเครือข่าย Internet สืบค้นข้อมูลในหัวข้อ การถ่ายโอนความร้อน ในชีวิตประจำวัน
101 10. การวัดผลและประเมิลผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. นักเรียนอธิบายการถ่ายโอน ความร้อนโดยการนำความร้อน การพาความร้อน การแผ่รังสี ความร้อน (K) การสังเกตการนำเสนอ หน้าชั้นเรียน แบบประเมินการ นำเสนอหน้าชั้นเรียน นักเรียนผ่านเกณฑ์การ ประเมิน ร้อยละ 70 ขึ้น ไป 2. นักเรียนสามารถสร้าง แบบจำลองเพื่ออธิบายการถ่าย โอนความร้อนวิธีต่างๆ (P) การตรวจใบงานที่ 5.5 เรื่อง การถ่ายโอนความ ร้อนในชีวิตประจำวัน ใบงานที่ 5.5 เรื่อง การ ถ่ายโอนความร้อนใน ชีวิตประจำวัน นักเรียนผ่านเกณฑ์การ ประเมิน ร้อยละ 70 ขึ้น ไป 3. นักเรียนสามารถยกตัวอย่าง การถ่ายโอนความร้อนวิธีต่างๆ ในชีวิตประจำวันได้ (A) การสังเกตการนำเสนอ หน้าชั้นเรียน แบบประเมินการ นำเสนอหน้าชั้นเรียน นักเรียนผ่านเกณฑ์การ ประเมิน ร้อยละ 70 ขึ้น ไป
102
103
104 เกณฑ์การประเมินพฤติกรรมระหว่างเรียนตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ประเด็นการประเมิน คําอธิบายระดับคุณภาพ/ระดับคะแนน 3 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน การตอบคำถาม ให้ความร่วมมือในการตอบ คำถามอย่างเต็มที่ ตอบได้ดี ถูกต้องครบถ้วน ให้ความร่วมมือในการตอบ คำถามอย่างเต็มที่ ตอบได้ดี ถูกต้องบางคำถาม ให้ความร่วมมือในการตอบ คำถามอย่างเต็มที่ ตอบได้ดี แต่ถูกต้องน้อยมาก ใฝ่เรียนรู้ ตั้งใจเรียน เอาใจใส่และมี ความพยายามในการเรียนรู้ ดีเยี่ยม ตั้งใจเรียน เอาใจใส่และมี ความพยายามในการเรียนรู้ ปานกลาง ตั้งใจเรียน เอาใจใส่และมี ความพยายามในการเรียนรู้ พอใช้ มุ่งมั่นในการทำงาน เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย ตั้งใจและ รับผิดชอบในการทำงานให้ สำเร็จดีเยี่ยม เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย ตั้งใจและ รับผิดชอบในการทำงานให้ สำเร็จปานกลาง เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย ตั้งใจและ รับผิดชอบในการทำงานให้ สำเร็จพอใช้ เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 0 - 2 ควรปรับปรุงอย่างยิ่ง 3 - 4 ควรปรับปรุง 5 - 6 พอใช้ 7 – 8 ดี 9 - 10 ดีมาก เกณฑ์การผ่าน ระดับพอใช้ขึ้นไปถือว่าผ่านเกณฑ์
105 เกณฑ์การประเมินผลการแบบฝึกหัด ประเด็นการประเมิน คําอธิบายระดับคุณภาพ/ระดับคะแนน 4 คะแนน 3 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน ความถูกต้อง ทำแบบฝึกหัดถูกต้อง ร้อยละ 80 ขึ้นไป ทำแบบฝึกหัดถูกต้อง ร้อยละ 65 – 79 ทำแบบฝึกหัดถูกต้อง ร้อยละ 50 - 64 ทำแบบฝึกหัดถูกต้อง น้อยกว่าร้อยละ 50 ความเป็นระเบียบ ทำแบบฝึกหัดมีความ เป็นระเบียบ สะอาด เรียบร้อยดีมาก ทำแบบฝึกหัดมีความ เป็นระเบียบ สะอาด เรียบร้อยดี ทำแบบฝึกหัดเป็น ระเบียบ สะอาด เรียบร้อยปานกลาง ทำแบบฝึกหัดเป็น ระเบียบ สะอาด เรียบร้อยพอใช้ ความตรงต่อเวลา ส่งแบบฝึกหัดทันตาม เวลาที่กำหนด ส่งแบบฝึกหัดล่าช้ากว่า เวลาที่กำหนดไป 1 วัน ส่งแบบฝึกหัดล่าช้า กว่าเวลาที่กำหนดไป 3 วัน ส่งแบบฝึกหัดล่าช้า กว่าเวลาที่กำหนด มากกว่า 3 วัน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 0 - 4 ควรปรับปรุงอย่างยิ่ง 5 - 6 ควรปรับปรุง 7 - 8 พอใช้ 9 – 10 ดี 11 - 12 ดีมาก เกณฑ์การผ่าน ระดับพอใช้ขึ้นไปถือว่าผ่านเกณฑ์
106 คำชี้แจง ให้นักเรียนนำข้อความต่อไปนี้เติมในช่องว่างของผังมโนทัศน์ให้ถูกต้องและครบถ้วน (เลือกตอบได้มากกว่า 1 คำ) คำชี้แจง ให้นักเรียนทำเครื่องหมาย ลงในช่องที่คิดว่าถูกและทำเครื่องหมาย ลงในช่องที่คิดว่าผิด ( 4 คะแนน) ..............1. ความร้อนจากน้ำร้อน ไม่สามารถถ่ายโอนผ่านแท่งแก้วมาถึงมือเราได้ ..............2. ฉนวนความร้อน คือวัสดุที่นำความร้อนได้ไม่ดี ..............3. วัสดุที่ความร้อนถ่ายโอนได้ดีเรียกว่า ตัวนำความร้อน ..............4. วัตถุทุกชนิดมีการแผ่และดูดซับรังสีความร้อนหรือที่เรียกว่า “รังสีอินฟราเรด” ..............5. ไม้ พลาสติก อากาศ นำความร้อนได้ดีกว่าโลหะ ..............6. การพาความร้อน เป็นการถ่ายโอนความร้อนที่ไม่จำเป็นต้องอาศัยตัวกลาง ..............7. การนำความร้อนเกิดขึ้นโดยมีวัตถุที่เป็นของแข็งเป็นตัวกลาง ตอนที่1 ใบงานที่ 5.5 เรื่อง การถ่ายโอนความร้อนในชีวิตประจำวัน ชื่อ....................................................................ชั้น.............เลขที่.......... คะแนน …………………… ………………..… …………………… ………………..… ………………..… …………………… ………………..… …………………… ………………..… …………………… ………………..… …………………… ………………..… ………………..… …………………… ………………..… ต้อง ไม่ต้อง ต้อง ที่เป็น ที่เป็น การถ่ายโอนความร้อน การนำความร้อน การพาความร้อน การแผ่รังสีความร้อน อาศัยตัวกลาง ไม่อาศัยตัวกลาง ของแข็ง ของเหลว แก๊ส ………………. ………………. ………………. ตอนที่2
107 ..............8. วัตถุที่มีความร้อนมากกว่าจะแผ่รังสีได้มากกว่า คำชี้แจง ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปนี้ให้ถูกต้อง 1. จงนำข้อความต่อไปนี้เติมในช่องว่างของผังมโนทัศน์ให้ถูกต้องและครบถ้วน (เลือกตอบได้มากกว่า 1 คำ) คำชี้แจง ให้นักเรียนทำเครื่องหมาย ลงในช่องที่คิดว่าถูกและทำเครื่องหมาย ลงในช่องที่คิดว่าผิด ( 4 คะแนน) ..... .....1. ความร้อนจากน้ำร้อน ไม่สามารถถ่ายโอนผ่านแท่งแก้วมาถึงมือเราได้ ..... .....2. ฉนวนความร้อน คือวัสดุที่นำความร้อนได้ไม่ดี ..... .....3. วัสดุที่ความร้อนถ่ายโอนได้ดีเรียกว่า ตัวนำความร้อน ..... .....4. วัตถุทุกชนิดมีการแผ่และดูดซับรังสีความร้อนหรือที่เรียกว่า “รังสีอินฟราเรด” ..... .....5. ไม้ พลาสติก อากาศ นำความร้อนได้ดีกว่าโลหะ ..... .....6. การพาความร้อน เป็นการถ่ายโอนความร้อนที่ไม่จำเป็นต้องอาศัยตัวกลาง ..... .....7. การนำความร้อนเกิดขึ้นโดยมีวัตถุที่เป็นของแข็งเป็นตัวกลาง ..... .....8. วัตถุที่มีความร้อนมากกว่าจะแผ่รังสีได้มากกว่า ใบงานที่ 5.5 เรื่อง การถ่ายโอนความร้อนในชีวิตประจำวัน ชื่อ....................................................................ชั้น.............เลขที่.......... คะแนน อาศัยตัวกลาง ของเหลว แก๊ส อาศัยตัวกลาง อาศัยตัวกลาง ของแข็ง ของเหลว แก๊ส ………………… ………………….. … ต้อง ไม่ต้อง ต้อง ที่เป็น ที่เป็น การถ่ายโอนความร้อน การนำความร้อน การพาความร้อน การแผ่รังสีความร้อน อาศัยตัวกลาง ไม่อาศัยตัวกลาง ของแข็ง ของเหลว แก๊ส การแผ่รังสีความร้อน การพาความร้อน การนำความร้อน ตอนที่1 ตอนที่2 เฉลย
108 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 6 รหัสวิชา ว21102 วิชา วิทยาศาสตร์2 ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 หน่วยการเรียนที่ 5 เรื่อง พลังงานความร้อน เวลา 28 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง การถ่ายโอนความร้อนผ่านของแข็ง เวลา 2 ชั่วโมง ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ชื่อผู้สอน นางสาววชิรญา สอนสาระ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา 1. มาตรฐานการเรียนรู้ มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอน พลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติ ของคลื่น ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเสียง แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ ม.1/6 สร้างแบบจำลองที่อธิบายการถ่ายโอนความร้อน โดยการนำความร้อนการพา ความร้อนการแผ่รังสีความร้อนออกแบบเลือกใช้และสร้างอุปกรณ์ 2. สาระสำคัญ การถ่ายโอนความร้อนผ่านของแข็ง เป็นการถ่ายโอนความร้อนที่อาศัยตัวกลาง โดยที่ ตัวกลางไมเคลื่อนที่ มีการถ่ายโอนความร้อนโดยการสั่นต่อเนื่องกันไปของอนุภาคที่เป็นตัวกลาง เรียกว่า การนำความร้อน นักเรียนควรสร้างแบบจำลองที่อธิบายการถ่ายโอนความร้อนของของแข็ง เพื่อนำความรู้เกี่ยวกับการนำความร้อนนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวันได้ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 นักเรียนอธิบายการถ่ายโอนความร้อนผ่านของแข็ง (K) 3.2 นักเรียนสามารถสร้างแบบจำลองเพื่ออธิบายการถ่ายโอนความร้อนผ่านของแข็ง (P) 3.3 นักเรียนตระหนักถึงประโยชน์ของการถ่ายโอนความร้อนผ่านของแข็งและนำความรู้ไป ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ (A)
109 4. สาระการเรียนรู้ ด้านความรู้ (Knowledge) - การถ่ายโอนความร้อน - การนำความร้อน ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process) - การสร้างแบบจำลอง 5. สมรรถนะ 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 มุ่งมั่นในการทำงาน 6.2 ใฝ่เรียนรู้ 7. ชิ้นงาน/ภาระงาน - ใบกิจกรรมการถ่ายโอนความร้อนผ่านของแข็ง - แบบจำลองการถ่ายโอนความร้อนผ่านของแข็ง 8. กิจกรรมการเรียนการสอน กระบวนการเรียนรู้ วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E) ชั่วโมงที่ 1-2 ขั้นที่ 1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1. คุณครูกระตุ้นความสนใจโดยใช้ภาพแสดงแท่งเหล็กที่มีลูกชิ้นเสียบไว้หลายลูก ปลายด้านหนึ่งของแท่งเหล็กได้รับความร้อน
110 2. เข้าสู่กระบวนการทำนายโดยครูกระตุ้นให้นักเรียนคิดโดยใช้คำถามต่อไปนี้ - การถ่ายโอนความร้อนอย่างไร - ลูกชิ้นที่ตำแหน่งใดจะสุกก่อน 3. คุณครูให้นักเรียนสังเกตภาพการปิ้งย่างบาร์บีคิว โดยมีส่วนที่เป็นแท่งเหล็กได้รับ ความร้อนและส่วนที่เป็นด้ามจับ 3. คุณครูตั้งคำถามชวนคิดให้นักเรียนแสดงความคิดร่วมกัน โดยใช้คำถาม ดังต่อไปนี้ - ทำไมแท่งเหล็กจึงมีความร้อน - เหตุใดจึงต้องมีด้ามจับที่เป็นวัสดุอื่นที่ไม่ใช่เหล็ก - การที่อาหารสุกเป็นเพราะอะไร 4. คุณครูนำอภิปรายต่อไป เพื่อเชื่อมโยงเข้าสู่กิจกรรมที่ 5.5 ความร้อนถ่ายโอน ผ่านของแข็งได้อย่างไร ขั้นที่ 2 ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) 1. คุณครูให้นักเรียนแบ่งกลุ่มนักเรียน กลุ่มละ 4 - 5 คน ออกเป็น 9 กลุ่ม เพื่อทำ กิจกรรมที่ 5.5 ความร้อนถ่ายโอนผ่านของแข็งได้อย่างไร 2. คุณครูให้นักเรียนศึกษาวิธีดำเนินกิจกรรม จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกัน อภิปรายจุดประสงค์ของกิจกรรมและวิธีดำเนินกิจกรรมในหนังสือเรียน โดยใช้คำถามดังนี้ 2.1 กิจกรรมนี้เกี่ยวกับเรื่องอะไร (แนวคำตอบ เรื่องการถ่ายโอนความร้อนของแผ่นอะลูมิเนียม) 2.2 การทำกิจกรรมมีขั้นตอนโดยสรุปอย่างไร (แนวคำตอบ เตรียมอุปกรณ์ตามภาพในหนังสือเรียน แล้วทำกิจกรรมเพื่อ สังเกตการเปลี่ยนแปลงของชิ้นเทียนไขซึ่งวางบนแผ่นอะลูมิเนียมที่ได้รับความร้อน จากนั้น
111 สร้างแบบจำลองการถ่ายโอนความร้อนของของแข็ง และสืบค้นข้อมูลแบบจำลองการถ่ายโอน ความร้อนของของแข็งจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เพื่อนำมาปรับปรุงแบบจำลองของตนเอง และ นำเสนอ) 3. คุณครูเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามเกี่ยวกับขั้นตอนการทำกิจกรรมที่นักเรียนยัง ไม่เข้าใจ จากนั้นครูและนักเรียนร่วมอภิปรายเพื่อแก้ไขสิ่งที่นักเรียนยังไม่เข้าใจ เน้นย้ำเกี่ยวกับ วิธีการบันทึกผล ข้อควรระวังในการทำกิจกรรม โดยใช้คำถามดังนี้ 3.1 ข้อควรระวังในการทำกิจกรรมนี้มีอะไรบ้าง (แนวคำตอบ นักเรียนตอบตามความเข้าใจ แต่ครูควรกำชับให้นักเรียนระวัง การใช้มือสัมผัสกับแผ่นอะลูมิเนียมที่ได้รับความร้อน) 3.2 นักเรียนต้องสังเกตหรือรวบรวมข้อมูลอะไรบ้าง และมีวิธีบันทึกผล อย่างไร (แนวคำตอบ สังเกตการเปลี่ยนแปลงของชิ้นเทียนไขเมื่อให้ความร้อนแก่ แผ่นอะลูมิเนียม บันทึกสิ่งที่เกิดขึ้นและบันทึกผลการสังเกตอย่างละเอียด หรืออาจใช้กล้อง บันทึกภาพนิ่งหรือภาพเคลื่อนไหว) 4. คุณครูให้นักเรียนร่วมกันทำกิจกรรมตามวิธีการในหนังสือเรียน สังเกตการ เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นโดยการบันทึกภาพเคลื่อนไหวจากโทรศัพท์มือถือ และบันทึกผลในใบ กิจกรรม โดยครูคอยสังเกตการทำกิจกรรมของนักเรียนอย่างใกล้ชิดและให้คำแนะนำตลอดการ ทำกิจกรรม ขั้นที่ 3 ขั้นอภิปรายและลงข้อสรุป (Explain) 1. คุณครูและนักเรียนร่วมกันอธิบายถึงสถานการณ์ที่ครูได้เคยถามนักเรียนก่อน นำเข้าสู่กิจกรรมว่าการนำลูกชิ้นหลายลูกเสียบกับแท่งเหล็กแล้วนำปลายด้าน หนึ่งของแท่งเหล็กไปให้ความร้อน จะเกิดการถ่ายโอนความร้อนอย่างไร และ ลูกชิ้นที่ตำแหน่งใดจะสุกก่อน เพราะเหตุใด (แนวคำตอบ เกิดจากการนำความร้อนจากปลายแท่งเหล็กที่ได้รับความร้อน ต่อเนื่องไปยังบริเวณอื่นที่มีอุณหภูมิต่ำกว่าซึ่งอยู่ข้างเคียง มีผลทำให้ลูกชิ้นที่เสียบไว้ใกล้กับ ปลายแท่งเหล็กด้านที่ได้รับความร้อนสุกก่อนลูกที่อยู่ถัดไป) 2. คุณครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายโดยใช้การถามตอบเพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า “การนำความร้อนเป็นการถ่ายโอนความร้อนโดยการสั่นของอนุภาค เมื่ออนุภาคซึ่งเป็น ตัวกลางได้รับความร้อน อนุภาคนั้นจะสั่นมากขึ้น มีอุณหภูมิเพิ่มขึ้น และไปชนกับอนุภาคที่อยู่
112 ข้างเคียง ทำให้อนุภาคที่อยู่ข้างเคียงสั่นมากขึ้น และมีอุณหภูมิเพิ่มขึ้นตามไปด้วย ความร้อนจะ ถ่ายโอนจากบริเวณที่อยู่ใกล้แหล่งพลังงานความร้อนไปยังบริเวณที่ห่างออกไป การนำความ ร้อนเกิดขึ้นกับสสารได้ทุกสถานะ สสารแต่ละชนิดจะนำความร้อนได้แตกต่างกัน ดังนั้นเรา สามารถนำความรู้เกี่ยวกับการนำความร้อนไปใช้ในการเลือกวัสดุให้เหมาะสมกับการใช้งาน” ขั้นที่ 4 ขั้นขยายความรู้(Elaborate) 1. คุณครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มอภิปรายร่วมกันเพื่อวาดแบบจำลองการถ่ายโอน ความร้อนผ่านของแข็ง โดยแสดงถึงการจัดเรียงอนุภาคของของแข็งเมื่อได้รับความร้อน จากนั้นนำเสนอแบบจำลองที่สร้างขึ้นตามความคิดของตนเอง 2. คุณครูให้นักเรียนยกตัวอย่างการนำความรู้เกี่ยวกับเรื่อง การนำความร้อนไปใช้ ในกิจกรรมอื่น ๆ นอกเหนือจากในบทเรียนในชีวิตประจำวัน 3. คุณครูให้นักเรียนทำใบกิจกรรมการถ่ายโอนความร้อนผ่านของแข็ง 4. คุณครูเชื่อมโยงความรู้ที่ได้เรียนรู้ไปสู่กิจกรรมต่อไปโดยใช้คำถามว่า “มีการถ่าย โอนความร้อนด้วยวิธีอื่นอีกหรือไม่ อย่างไร” ขั้นที่ 5 ขั้นประเมิน (Evaluation) 1. คุณครูตรวจใบกิจกรรมการถ่ายโอนความร้อนผ่านของแข็ง 9. สื่อการเรียนรู้และแหล่งเรียนรู้ 9.1 Power Point เรื่อง การถ่ายโอนความร้อนในชีวิตประจำวัน 9.2 หนังสือวิทยาศาสตร์ ม.1 สสวท. เล่ม 2 9.3 การสืบค้นข้อมูลแหล่งเครือข่าย Internet สืบค้นข้อมูลในหัวข้อ การถ่ายโอนความร้อน ในชีวิตประจำวัน 10. การวัดผลและประเมิลผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. นักเรียนอธิบายการถ่ายโอน ความร้อนผ่านของแข็ง (K) การตรวจใบกิจกรรมการ ถ่ายโอนความร้อนผ่าน ของแข็ง ใบกิจกรรมการถ่ายโอน ความร้อนผ่านของแข็ง นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมิน ร้อย ละ 70 ขึ้นไป
113 จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 2. นักเรียนสามารถสร้าง แบบจำลองเพื่ออธิบายการถ่าย โอนความร้อนผ่านของแข็ง (P) การตรวจประเมินการ สร้างแบบจำลอง แบบประเมินการสร้าง แบบจำลอง นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมินพอใช้ ขึ้นไป 3. นักเรียนตระหนักถึง ประโยชน์ของการถ่ายโอนความ ร้อนผ่านของแข็งและนำความรู้ ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ได้ (A) การนำเสนอหน้าชั้น เรียน แบบประเมินการ นำเสนอหน้าชั้นเรียน นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมิน 15 คะแนน
114
115
116 เกณฑ์การประเมินพฤติกรรมระหว่างเรียนตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ประเด็นการประเมิน คําอธิบายระดับคุณภาพ/ระดับคะแนน 3 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน การตอบคำถาม ให้ความร่วมมือในการตอบ คำถามอย่างเต็มที่ ตอบได้ดี ถูกต้องครบถ้วน ให้ความร่วมมือในการตอบ คำถามอย่างเต็มที่ ตอบได้ดี ถูกต้องบางคำถาม ให้ความร่วมมือในการตอบ คำถามอย่างเต็มที่ ตอบได้ดี แต่ถูกต้องน้อยมาก ใฝ่เรียนรู้ ตั้งใจเรียน เอาใจใส่และมี ความพยายามในการเรียนรู้ ดีเยี่ยม ตั้งใจเรียน เอาใจใส่และมี ความพยายามในการเรียนรู้ ปานกลาง ตั้งใจเรียน เอาใจใส่และมี ความพยายามในการเรียนรู้ พอใช้ มุ่งมั่นในการทำงาน เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย ตั้งใจและ รับผิดชอบในการทำงานให้ สำเร็จดีเยี่ยม เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย ตั้งใจและ รับผิดชอบในการทำงานให้ สำเร็จปานกลาง เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย ตั้งใจและ รับผิดชอบในการทำงานให้ สำเร็จพอใช้ เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 0 - 2 ควรปรับปรุงอย่างยิ่ง 3 - 4 ควรปรับปรุง 5 - 6 พอใช้ 7 – 8 ดี 9 - 10 ดีมาก เกณฑ์การผ่าน ระดับพอใช้ขึ้นไปถือว่าผ่านเกณฑ์
117 เกณฑ์การประเมินผลการแบบฝึกหัด ประเด็นการประเมิน คําอธิบายระดับคุณภาพ/ระดับคะแนน 4 คะแนน 3 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน ความถูกต้อง ทำแบบฝึกหัดถูกต้อง ร้อยละ 80 ขึ้นไป ทำแบบฝึกหัดถูกต้อง ร้อยละ 65 – 79 ทำแบบฝึกหัดถูกต้อง ร้อยละ 50 - 64 ทำแบบฝึกหัดถูกต้อง น้อยกว่าร้อยละ 50 ความเป็นระเบียบ ทำแบบฝึกหัดมีความ เป็นระเบียบ สะอาด เรียบร้อยดีมาก ทำแบบฝึกหัดมีความ เป็นระเบียบ สะอาด เรียบร้อยดี ทำแบบฝึกหัดเป็น ระเบียบ สะอาด เรียบร้อยปานกลาง ทำแบบฝึกหัดเป็น ระเบียบ สะอาด เรียบร้อยพอใช้ ความตรงต่อเวลา ส่งแบบฝึกหัดทันตาม เวลาที่กำหนด ส่งแบบฝึกหัดล่าช้ากว่า เวลาที่กำหนดไป 1 วัน ส่งแบบฝึกหัดล่าช้า กว่าเวลาที่กำหนดไป 3 วัน ส่งแบบฝึกหัดล่าช้า กว่าเวลาที่กำหนด มากกว่า 3 วัน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 0 - 4 ควรปรับปรุงอย่างยิ่ง 5 - 6 ควรปรับปรุง 7 - 8 พอใช้ 9 – 10 ดี 11 - 12 ดีมาก เกณฑ์การผ่าน ระดับพอใช้ขึ้นไปถือว่าผ่านเกณฑ์
118 ใบกิจกรรมที่5.1 แบบจำลองอนุภาคของสสารในแต่ละสถานะเป็นอย่างไร คำชี้แจง : ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปให้ถูกต้อง 1. การนำความร้อนคืออะไร ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ...................................................................................................................................................................................... 2. ฉนวนความร้อนคืออะไร ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... 3. ยกตัวอย่างวัสดุที่เป็น ตัวนำความร้อน (Conductor) มา 5 ตัวอย่าง 2.1 ................................................................................................................................................................ 2.2 ......................................................................................................................................................... 2.3 ......................................................................................................................................................... 2.4 ......................................................................................................................................................... 2.5 ................................................................................................................................................................ 4.ตัวนำความร้อนแตกต่างจากฉนวนความร้อนอย่างไร ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... 5. ถ้าหากมือของเราบังเอิญไปสัมผัสกับกาต้มน้ำ จะทำให้เรารู้สึกถึงความร้อนจากกา ซึ่งความร้อนนั้นก็อาจทำให้ ผิวหนังของเราไหม้พองได้อีกด้วย เกิดจากสาเหตุใด ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ....................................................................................................................................................................................... ใบกิจกรรม เรื่อง การถ่ายโอนความร้อนผ่านของแข็ง ชื่อ ............................................................................ ชั้น ................... เลขที่ .............
119 ใบกิจกรรมที่5.1 แบบจำลองอนุภาคของสสารในแต่ละสถานะเป็นอย่างไร คำชี้แจง : ให้นักเรียนตอบคำถามต่อไปให้ถูกต้อง 1. การนำความร้อนคืออะไร คือ ปรากฏการณ์ที่พลังงานความร้อนถ่ายเทภายในวัตถุหนึ่ง ๆ หรือระหว่างวัตถุสองชิ้นที่สัมผัสกัน โดยมี ทิศทางของการเคลื่อนที่ของพลังงานความร้อนจากบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงไปยังบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า โดยที่ ตัวกลางไม่มีการเคลื่อนที่ การนำความร้อนเป็นกระบวนการที่เกิดขึ้นบนชั้นอะตอมของอนุภาค เป็นหนึ่งใน กระบวนการถ่ายเทความร้อน ในโลหะ 2. ฉนวนความร้อนคืออะไร หมายถึงวัตถุที่ไม่ยอมให้ความร้อนเคลื่อนที่ ผ่านเข้าไปได้ หรือนำความร้อนได้ไม่ดี ได้แก่ อโลหะและก๊าซ เช่น ไม้ พลาสติก อากาศ 3. ยกตัวอย่างวัสดุที่เป็น ตัวนำความร้อน (Conductor) มา 5 ตัวอย่าง 2.1 โลหะ 2.2 เงิน 2.3 ทองแดง 2.4 เหล็ก 2.5 อะลูมิเนียม 4.ตัวนำความร้อนแตกต่างจากฉนวนความร้อนอย่างไร ตัวนำความร้อนเป็นวัสดุที่ยอมให้พลังงานความร้อนไหลผ่านไปได้ดีแต่แตกต่างจากฉนวนความร้อนที่เป็น วัสดุที่ไม่ยอมให้พลังงานความร้อนไหลผ่านได้น้อย 5. ถ้าหากมือของเราบังเอิญไปสัมผัสกับกาต้มน้ำ จะทำให้เรารู้สึกถึงความร้อนจากกา ซึ่งความร้อนนั้นก็อาจทำให้ ผิวหนังของเราไหม้พองได้อีกด้วย เกิดจากสาเหตุใด สิ่งที่เกิดขึ้นเหล่านี้เป็นการถ่ายโอนความร้อนในรูปแบบของการนำความร้อน การนำความร้อนเกิดขึ้น ผ่านการสั่นสะเทือนระหว่างโมเลกุลหรือกล่าวคือการนำความร้อนเป็นลักษณะการถ่ายเทความร้อนผ่าน โดยตรง จากวัตถุหนึ่งไปยังอีกวัตถุหนึ่งโดยการสัมผัสกัน เช่น การเอามือไปจับกาน้ำร้อน จะทำให้ความร้อนจากกาน้ำถ่ายเท ไปยังมือ จึงทำให้รู้สึกร้อน ใบกิจกรรม เรื่อง การถ่ายโอนความร้อนผ่านของแข็ง เฉลย ชื่อ ............................................................................ ชั้น ................... เลขที่ .............
120 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 7 รหัสวิชา ว21102 วิชา วิทยาศาสตร์2 ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 หน่วยการเรียนที่ 5 เรื่อง พลังงานความร้อน เวลา 28 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง การถ่ายโอนความร้อนผ่านของเหลวและแก๊ส เวลา 2 ชั่วโมง ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ชื่อผู้สอน นางสาววชิรญา สอนสาระ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอน พลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติ ของคลื่น ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเสียง แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ ม.1/6 สร้างแบบจำลองที่อธิบายการถ่ายโอนความร้อน โดยการนำความร้อนการพา ความร้อนการแผ่รังสีความร้อนออกแบบเลือกใช้และสร้างอุปกรณ์ 2. สาระสำคัญ การพาความร้อน เป็นการถ่ายเทความร้อนที่เกิดขึ้นได้ ในสสารสองสถานะคือ ของเหลวและ ก๊าซ เนื่องจากเป็นสิ่งที่สามารถเคลื่อนที่ได้โดยจะมีทิศทางลอยขึ้นเท่านั้น เนื่องจาก เมื่อสสารได้รับ ความร้อนจะมีการขยายตัว ทำให้ความหนาแน่นต่ำลง และสสารที่มีอุณหภูมิ ต่ำกว่า นักเรียนควร อธิบายการถ่ายโอนความร้อนโดยการพาความร้อน และนำความรู้เกี่ยวกับการพาความร้อนสามารถ นำไปใช้อธิบายปรากฏการณ์ต่าง ๆ ได้ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 1. นักเรียนอธิบายการถ่ายโอนความร้อนโดยการพาความร้อน (K) 2. นักเรียนสามารถสร้างแบบจำลองเพื่ออธิบายการถ่ายโอนความร้อนของเหลวและแก๊สได้ (P) 3. นักเรียนตระหนักถึงประโยชน์ของการถ่ายโอนความร้อนของเหลวและแก๊สและนำความรู้ ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ (A)
121 4. สาระการเรียนรู้ ด้านความรู้ (Knowledge) - การถ่ายโอนความร้อน - การพาความร้อน ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process) - การสร้างแบบจำลอง 5. สมรรถนะ 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 มุ่งมั่นในการทำงาน 6.2 ใฝ่เรียนรู้ 7. ชิ้นงาน/ภาระงาน - แบบจำลองการถ่ายโอนความร้อนของของเหลวและแก๊ส 8. กิจกรรมการเรียนการสอน กระบวนการเรียนรู้ วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E) ชั่วโมงที่ 1-2 ขั้นที่ 1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1. คุณครูกระตุ้นความสนใจนักเรียนเกี่ยวกับเรื่องการถ่ายโอนความร้อนวิธีต่าง ๆ โดยใช้ภาพที่แสดงถึงการประกอบอาหารด้วยความร้อนวิธีต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับการพาความ ร้อน
122 2. เข้าสู่กระบวนการทำนายครูกระตุ้นให้นักเรียนคิดโดยใช้คำถาม ดังต่อไปนี้ - ในภาพแสดงวิธีการทำอาหารอะไรบ้าง ( แนวคำตอบ การนึ่ง การทอด ) - การประกอบอาหารแต่ละวิธี มีการถ่ายโอนความร้อนหรือไม่ อย่างไร (แนวคำตอบ นักเรียนตอบตามความเข้าใจของตนเองครูยังไม่เฉลยคำตอบ) 3. คุณครูนำอภิปรายต่อไป เพื่อเชื่อมโยงเข้าสู่กิจกรรมที่ 5.6 การถ่ายโอนความ ร้อนของของเหลวและแก๊สได้อย่างไร ขั้นที่ 2 ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) 1. คุณครูแบ่งกลุ่มนักเรียน กลุ่มละ 4 - 5 คน ออกเป็น 9 กลุ่ม เพื่อทำกิจกรรมที่ 5.6 การถ่ายโอนความร้อนของของเหลวและแก๊ส 2. คุณครูให้นักเรียนอ่านวิธีดำเนินกิจกรรม จากนั้นครูและนักเรียนร่วมกันอภิปราย จุดประสงค์และวิธีดำเนินกิจกรรม 2.1 กิจกรรมนี้เกี่ยวกับเรื่องอะไร (แนวคำตอบ เรื่องการถ่ายโอนความร้อนของน้ำและอากาศ)
123 2.2 การทำกิจกรรมมีขั้นตอนโดยสรุปอย่างไร (แนวคำตอบ ตอนที่ 1 ให้ความร้อนแก่น้ำ สังเกตการเปลี่ยนแปลงของเมล็ด แมงลักในน้ำ วัดอุณหภูมิของน้ำเมื่อได้รับความร้อน สร้างแบบจำลองการถ่ายโอนความร้อน ของของเหลวตามความคิดของกลุ่มและสืบค้นข้อมูลการถ่ายโอนความร้อนของของเหลวจาก แหล่งที่เชื่อถือได้ แล้วนำมาปรับปรุงแบบจำลองของตนเอง นำเสนอ ตอนที่ 2 แขวนพู่กระดาษ ให้สูงจากเทียนไข เมื่อจุดเทียนไขแล้ววัดอุณหภูมิของอากาศ สังเกตการเปลี่ยนแปลงของพู่ กระดาษ สร้างแบบจำลองการถ่ายโอนความร้อนของแก๊สตามความคิดของกลุ่ม และสืบค้น ข้อมูลการถ่ายโอนความร้อนของแก๊สจากแหล่งที่เชื่อถือได้ แล้วนำมาปรับปรุงแบบจำลองของ ตนเอง นำเสนอ ) 3. คุณครูเข้าสู่กระบวนการสังเกตและเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามเกี่ยวกับ ขั้นตอนการทำกิจกรรมที่นักเรียนยังไม่เข้าใจ จากนั้นครูและนักเรียนร่วมอภิปรายเพื่อแก้ไขสิ่ง ที่นักเรียนยังไม่เข้าใจ เน้นย้ำเกี่ยวกับวิธีการบันทึกผล ข้อควรระวังในการทำกิจกรรม โดยใช้ คำถามดังนี้ 3.1 ในตอนที่ 1 นักเรียนต้องติดตั้งเทอร์มอมิเตอร์วัดอุณหภูมิของน้ำที่ ตำแหน่งใดบ้าง (จุ่มกระเปาะเทอร์มอมิเตอร์ลงในบริเวณใกล้กับก้นบีกเกอร์ และจุ่มอีกอัน ลงในบริเวณใกล้กับผิวน้ำ ให้กระเปาะเทอร์มอมิเตอร์จมใต้ผิวน้ำ) 3.2 ในตอนที่ 1 สิ่งที่ต้องสังเกตและวัดมีอะไรบ้าง (สังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นกับเมล็ดแมงลัก และวัดอุณหภูมิของน้ำบริเวณใกล้กับ ก้นบีกเกอร์ และบริเวณใกล้ผิวน้ำ ทุก ๆ 30 วินาที จนน้ำเดือด) 3.3 ในตอนที่ 2 นักเรียนต้องติดตั้งเทอร์มอมิเตอร์วัดอุณหภูมิของอากาศที่ ตำแหน่งใดบ้าง (จัดเทอร์มอมิเตอร์ให้กระเปาะอยู่บริเวณปลายบนและปลายล่างของพู่ กระดาษ) 3.4 ในตอนที่ 2 สิ่งที่ต้องสังเกตและวัดมีอะไรบ้าง (สังเกตสิ่งที่เกิดขึ้นกับพู่กระดาษ และวัดอุณหภูมิของอากาศที่ตำแหน่ง ปลายบนและปลายล่างของพู่กระดาษ ทุก ๆ 30 วินาที เป็นเวลา 3 นาที) 4. คุณครูให้นักเรียนร่วมกันทำกิจกรรมตามวิธีการในหนังสือเรียน สังเกตการ เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นโดยการบันทึกภาพเคลื่อนไหวจากโทรศัพท์มือถือ และบันทึกผลลงใน สมุด โดยครูคอยสังเกตการทำกิจกรรมของนักเรียนอย่างใกล้ชิดและให้คำแนะนำตลอดการทำ กิจกรรม
124 ขั้นที่ 3 ขั้นอภิปรายและลงข้อสรุป (Explain) 1. คุณครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายถึงสถานการณ์ที่ครูได้เคยถามนักเรียนก่อน นำเข้าสู่กิจกรรมว่าการทอดอาหารจะเกิดการถ่ายโอนความร้อนอย่างไร และลูกชิ้นที่ตำแหน่ง ใดจะสุกก่อน เพราะเหตุใด (แนวคำตอบ เกิดจากการพาความร้อน เมื่อให้ความร้อนแก่น้ำมันในกระทะ โดยใช้ เปลวไฟให้ความร้อนที่ก้นกระทะ น้ำมันด้านล่างได้รับความร้อนจะขยายตัวลอยขึ้นพาเอา ความร้อนไปสู่ตอนบน น้ำมันตอนบนที่เย็นกว่าก็จะจมลงและเมื่อได้รับความร้อนก็จะลอยตัว ขึ้น หมุนเวียนเรื่อยไปจนน้ำมันในกระทะร้อนทั่วกัน ) 2. คุณครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายโดยใช้การถามตอบเพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า “การพาความร้อน (heat convection) เป็นการถ่ายเทความร้อนที่เกิดขึ้นได้ ในสสารสอง สถานะคือ ของเหลวและก๊าซ เนื่องจากเป็นสิ่งที่สามารถเคลื่อนที่ได้โดยจะมีทิศทางลอยขึ้น เท่านั้น เนื่องจาก เมื่อสสารได้รับความร้อนจะมีการขยายตัว ทำให้ความหนาแน่นต่ำลง และ สสารที่มีอุณหภูมิ ต่ำกว่า” และความรู้เกี่ยวกับการพาความร้อนสามารถนำไปใช้อธิบาย ปรากฏการณ์ต่าง ๆ ได้ ขั้นที่ 4 ขั้นขยายความรู้(Elaborate) 1. คุณครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มอภิปรายร่วมกันเพื่อสร้างแบบจำลองการถ่ายโอน ความร้อนของของเหลวและแก๊ส โดยการวาดภาพลงในกระดาษ และนำเสนอหน้าชั้นเรียน 2. คุณครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายเกี่ยวกับการนำความรู้เรื่องการพาความร้อน ไปใช้ประโยชน์ในการออกแบบระบบระบายอากาศในอาคาร นั่นคือการทำช่องเปิดหรือ หน้าต่างบริเวณด้านบนอาคารหรือหลังคาเพื่อระบายอากาศที่มีอุณหภูมิสูงให้ออกจากอาคาร หรือนำความรู้มาใช้อธิบายปรากฏการณ์ในธรรมชาติ เช่น การเกิดลม การเคลื่อนที่ของ กระแสน้ำในมหาสมุทร เป็นต้น ขั้นที่ 5 ขั้นประเมิน (Evaluation) 1. คุณครูตรวจผลการทำกิจกรรมที่ 5.6 เรื่อง การถ่ายโอนความร้อนของของเหลว และแก๊สได้อย่างไรในสมุด 2. คุณครูตรวจแบบจำลองการถ่ายโอนความร้อนของของเหลวและแก๊ส
125 9. สื่อการเรียนรู้และแหล่งเรียนรู้ 9.1 Power Point เรื่อง การถ่ายโอนความร้อนในชีวิตประจำวัน 9.2 หนังสือวิทยาศาสตร์ ม.1 สสวท. เล่ม 2 9.3 การสืบค้นข้อมูลแหล่งเครือข่าย Internet สืบค้นข้อมูลในหัวข้อ การถ่ายโอนความร้อน ในชีวิตประจำวัน 10. การวัดผลและประเมิลผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. นักเรียนอธิบายการถ่ายโอนความ ร้อนโดยการพาความร้อนได้(K) การตรวจคำถามท้าย กิจกรรม สมุดจดคำถามท้าย กิจกรรมของนักเรียน นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมิน ร้อยละ 70 ขึ้นไป 2. นักเรียนสามารถสร้างแบบจำลอง เพื่ออธิบายการถ่ายโอนความร้อน ของเหลวและแก๊สได้ (P) การตรวจแบบประเมินการ สร้างแบบจำลองการถ่าย โอนความร้อนของ ของเหลวและแก๊ส แบบประเมินการ สร้างแบบจำลองการ ถ่ายโอนความร้อน ของของเหลวและ แก๊ส ผ่านเกณฑ์การ ประเมิน ระดับพอใช้ ขึ้นไป 3. นักเรียนตระหนักถึงประโยชน์ของ การถ่ายโอนความร้อนของเหลวและ แก๊สและนำความรู้ไปประยุกต์ใช้ใน ชีวิตประจำวันได้ (A) การนำเสนอหน้าชั้นเรียน แบบประเมินการ นำเสนอหน้าชั้นเรียน นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมิน 15 คะแนน
126
127
128 เกณฑ์การประเมินพฤติกรรมระหว่างเรียนตามคุณลักษณะอันพึงประสงค์ ประเด็นการประเมิน คําอธิบายระดับคุณภาพ/ระดับคะแนน 3 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน การตอบคำถาม ให้ความร่วมมือในการตอบ คำถามอย่างเต็มที่ ตอบได้ดี ถูกต้องครบถ้วน ให้ความร่วมมือในการตอบ คำถามอย่างเต็มที่ ตอบได้ดี ถูกต้องบางคำถาม ให้ความร่วมมือในการตอบ คำถามอย่างเต็มที่ ตอบได้ดี แต่ถูกต้องน้อยมาก ใฝ่เรียนรู้ ตั้งใจเรียน เอาใจใส่และมี ความพยายามในการเรียนรู้ ดีเยี่ยม ตั้งใจเรียน เอาใจใส่และมี ความพยายามในการเรียนรู้ ปานกลาง ตั้งใจเรียน เอาใจใส่และมี ความพยายามในการเรียนรู้ พอใช้ มุ่งมั่นในการทำงาน เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย ตั้งใจและ รับผิดชอบในการทำงานให้ สำเร็จดีเยี่ยม เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย ตั้งใจและ รับผิดชอบในการทำงานให้ สำเร็จปานกลาง เอาใจใส่ต่อการปฏิบัติหน้าที่ ที่ได้รับมอบหมาย ตั้งใจและ รับผิดชอบในการทำงานให้ สำเร็จพอใช้ เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 0 - 2 ควรปรับปรุงอย่างยิ่ง 3 - 4 ควรปรับปรุง 5 - 6 พอใช้ 7 – 8 ดี 9 - 10 ดีมาก เกณฑ์การผ่าน ระดับพอใช้ขึ้นไปถือว่าผ่านเกณฑ์
129 เกณฑ์การประเมินผลการแบบฝึกหัด ประเด็นการประเมิน คําอธิบายระดับคุณภาพ/ระดับคะแนน 4 คะแนน 3 คะแนน 2 คะแนน 1 คะแนน ความถูกต้อง ทำแบบฝึกหัดถูกต้อง ร้อยละ 80 ขึ้นไป ทำแบบฝึกหัดถูกต้อง ร้อยละ 65 – 79 ทำแบบฝึกหัดถูกต้อง ร้อยละ 50 - 64 ทำแบบฝึกหัดถูกต้อง น้อยกว่าร้อยละ 50 ความเป็นระเบียบ ทำแบบฝึกหัดมีความ เป็นระเบียบ สะอาด เรียบร้อยดีมาก ทำแบบฝึกหัดมีความ เป็นระเบียบ สะอาด เรียบร้อยดี ทำแบบฝึกหัดเป็น ระเบียบ สะอาด เรียบร้อยปานกลาง ทำแบบฝึกหัดเป็น ระเบียบ สะอาด เรียบร้อยพอใช้ ความตรงต่อเวลา ส่งแบบฝึกหัดทันตาม เวลาที่กำหนด ส่งแบบฝึกหัดล่าช้ากว่า เวลาที่กำหนดไป 1 วัน ส่งแบบฝึกหัดล่าช้า กว่าเวลาที่กำหนดไป 3 วัน ส่งแบบฝึกหัดล่าช้า กว่าเวลาที่กำหนด มากกว่า 3 วัน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ ช่วงคะแนน ระดับคุณภาพ 0 - 4 ควรปรับปรุงอย่างยิ่ง 5 - 6 ควรปรับปรุง 7 - 8 พอใช้ 9 – 10 ดี 11 - 12 ดีมาก เกณฑ์การผ่าน ระดับพอใช้ขึ้นไปถือว่าผ่านเกณฑ์
130 แผนการจัดการเรียนรู้ที่ 8 รหัสวิชา ว21102 วิชา วิทยาศาสตร์2 ระดับชั้น มัธยมศึกษาปีที่ 1 หน่วยการเรียนที่ 5 เรื่อง พลังงานความร้อน เวลา 28 ชั่วโมง แผนการจัดการเรียนรู้เรื่อง การถ่ายโอนความร้อนโดยไม่อาศัยตัวกลาง เวลา 2 ชั่วโมง ภาคเรียนที่ 2 ปีการศึกษา 2566 ชื่อผู้สอน นางสาววชิรญา สอนสาระ กลุ่มสาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี โรงเรียนอุดรพิชัยรักษ์พิทยา 1. มาตรฐานการเรียนรู้/ ตัวชี้วัด มาตรฐาน ว 2.3 เข้าใจความหมายของพลังงาน การเปลี่ยนแปลงและการถ่ายโอน พลังงาน ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสสารและพลังงาน พลังงานในชีวิตประจำวัน ธรรมชาติ ของคลื่น ปรากฏการณ์ที่เกี่ยวข้องกับเสียง แสง และคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ ประโยชน์ ม.1/6 สร้างแบบจำลองที่อธิบายการถ่ายโอนความร้อน โดยการนำความร้อนการพา ความร้อนการแผ่รังสีความร้อนออกแบบเลือกใช้และสร้างอุปกรณ์ 2. สาระสำคัญ การแผ่รังสีความร้อน เป็นการถ่ายโอนความร้อนโดยไม่ต้องอาศัยตัวกลางที่เป็นอนุภาคของ สสาร เป็นการถ่ายโอนพลังงานความร้อนจากบริเวณที่มีอุณหภูมิสูงกว่า ไปยังบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำ กว่า โดยเป็นการถ่ายโอนพลังงานความร้อนแบบการแผ่รังสีความร้อน ความร้อนถ่ายโอนโดยแผ่รังสี อินฟราเรดซึ่งเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ซึ่งนักเรียนสามารถสร้างแบบจำลองที่อธิบายการถ่ายโอนความ ร้อนโดยการการแผ่รังสีความร้อน รวมทั้งนำความรู้ไปใช้ประโยชน์ 3. จุดประสงค์การเรียนรู้ 3.1 นักเรียนอธิบายการถ่ายโอนความร้อนโดยการการแผ่รังสีความร้อนได้ (K) 3.2 นักเรียนสามารถสร้างแบบจำลองเพื่ออธิบายการถ่ายโอนความร้อนโดยการแผ่รังสีความ ร้อนได้(P) 3.3 นักเรียนตระหนักถึงประโยชน์ของการถ่ายโอนความร้อนโดยไม่อาศัยตัวกลางและนำ ความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวันได้ (A)
131 4. สาระการเรียนรู้ ด้านความรู้ (Knowledge) - การถ่ายโอนความร้อน - การแผ่รังสีความร้อน ด้านทักษะ/กระบวนการ (Process) - การสร้างแบบจำลอง 5. สมรรถนะ 5.1 ความสามารถในการสื่อสาร 5.2 ความสามารถในการแก้ปัญหา 5.3 ความสามารถในการใช้ทักษะชีวิต 6. คุณลักษณะอันพึงประสงค์ 6.1 มุ่งมั่นในการทำงาน 6.2 ใฝ่เรียนรู้ 7. ชิ้นงาน/ภาระงาน - ใบกิจกรรม เรื่อง การถ่ายโอนความร้อนโดยไม่อาศัยตัวกลาง - แบบจำลองการถ่ายโอนความร้อนโดยไม่อาศัยตัวกลาง 8. กิจกรรมการเรียนการสอน กระบวนการเรียนรู้ วิธีสอนแบบสืบเสาะหาความรู้ (Inquiry Method : 5E) ชั่วโมงที่ 1-2 ขั้นที่ 1 ขั้นสร้างความสนใจ (Engagement) 1. คุณครูเข้าสู่กระบวนการทำนายโดยกระตุ้นความสนใจนักเรียนเกี่ยวกับเรื่องการ ถ่ายโอนความร้อน แบบแผ่รังสีความร้อน โดยใช้ภาพที่การตากผ้ากลางแจ้ง
132 2. ครูกระตุ้นให้นักเรียนคิดโดยใช้คำถามเพื่ออภิปราย ดังต่อไปนี้ - ในภาพเป็นภาพอะไร ( แนวคำตอบ การตากผ้า ) - ทำไมการตากผ้ากลางแดดจึงแห้งรวดเร็วกว่าตากในร่ม (แนวคำตอบ นักเรียนตอบตามความเข้าใจของตนเองครูยังไม่เฉลยคำตอบ) - การตากผ้า มีการถ่ายโอนความร้อนหรือไม่ อย่างไร (แนวคำตอบ นักเรียนตอบตามความเข้าใจของตนเองครูยังไม่เฉลยคำตอบ) 3. คุณครูให้สังเกตภาพการนั่งผิงไฟในกิจกรรมรอบกองไฟของลูกเสือ ว่ามีสิ่ง ใดบ้าง มีความเกี่ยวข้องกับการถ่ายโอนความร้อนหรือไม่ อย่างไร (แนวคำตอบ นักเรียนตอบตามความเข้าใจของตนเองครูยังไม่เฉลยคำตอบ ) 4. นำอภิปรายต่อไป เพื่อเชื่อมโยงเข้าสู่กิจกรรมที่ 5.7 การถ่ายโอนความร้อนโดย ไม่อาศัยตัวกลางเป็นอย่างไร
133 ขั้นที่ 2 ขั้นสำรวจและค้นหา (Exploration) 1. คุณครูแบ่งกลุ่มนักเรียน กลุ่มละ 4 - 5 คน ออกเป็น 8 กลุ่ม เพื่อทำกิจกรรมที่ 5.6 การถ่ายโอนความร้อนของของเหลวและแก๊ส 2. คุณครูให้นักเรียนอ่านวิธีดำเนินกิจกรรม 5.7 เรื่อง การถ่ายโอนความร้อนโดยไม่ อาศัยตัวกลางเป็นอย่างไร 3. คุณครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายจุดประสงค์และวิธีดำเนินกิจกรรม โดยใช้ คำถามดังนี้ 3.1 กิจกรรมนี้เกี่ยวกับเรื่องอะไร (แนวคำตอบ เรื่องการถ่ายโอนความร้อนโดยไม่อาศัยตัวกลาง) 3.2 การทำกิจกรรมมีขั้นตอนโดยสรุปอย่างไร (แนวคำตอบ สืบค้นข้อมูลและสร้างแบบจำลองการถ่ายโอน ความร้อนโดย ไม่อาศัยตัวกลาง) 3.3 การสืบค้นข้อมูลให้ได้ข้อมูลที่ถูกต้องควรทำอย่างไร (แนวคำตอบ ต้องสืบค้นข้อมูลจากแหล่งที่เชื่อถือได้ เช่น เว็บไซต์ของ สถาบันการศึกษา หน่วยงานที่มีความเชี่ยวชาญและเกี่ยวข้อง) 4. คุณครูเปิดโอกาสให้นักเรียนซักถามเกี่ยวกับขั้นตอนการทำกิจกรรมที่นักเรียนยัง ไม่เข้าใจ จากนั้นครูและนักเรียนร่วมอภิปรายเพื่อแก้ไขสิ่งที่นักเรียนยังไม่เข้าใจ เน้นย้ำเกี่ยวกับ วิธีการบันทึกผล ข้อควรระวังในการทำกิจกรรม โดยใช้คำถามดังนี้ 5. คุณครูให้นักเรียนร่วมกันทำกิจกรรมตามวิธีการในหนังสือเรียน สังเกตการ เปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้นโดยการบันทึกภาพเคลื่อนไหวจากโทรศัพท์มือถือ และบันทึกผลลงใน สมุด โดยครูคอยสังเกตการทำกิจกรรมของนักเรียนอย่างใกล้ชิดและให้คำแนะนำตลอดการทำ กิจกรรม ขั้นที่ 3 ขั้นอภิปรายและลงข้อสรุป (Explain) 1. คุณครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายถึงสถานการณ์ที่ครูได้เคยถามนักเรียนก่อน นำเข้าสู่กิจกรรมว่าการนั่งผิงไฟในกิจกรรมรอบกองไฟของลูกเสือจะเกิดการถ่ายโอนความร้อน อย่างไร (แนวคำตอบ เกิดจากการแผ่รังสีความร้อน เป็นการถ่ายโอนพลังงานความร้อนจาก บริเวณที่มีอุณหภูมิสูงกว่า ไปยังบริเวณที่มีอุณหภูมิต่ำกว่า โดยไม่จำเป็นต้องอาศัยตัวกลางใน การถ่ายโอนความร้อน โดยความร้อนจากการผิงไฟได้จากพลังงานความร้อนบริเวณกองไฟถ่าย
134 โอนมายังผิวหนังของคนรอบกองไฟจึงทำให้รู้สึกร้อนได้โดยไม่ต้องสัมผัสหรืออาศัยตัวกลางอื่น ใด) 2. คุณครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายถึงการแผ่รังสีความร้อนที่นักเรียนสามารถ พบได้ในชีวิตประจำวัน (แนวคำตอบ การตากผ้า การตากปลาแห้ง ดวงอาทิตย์แผ่รังสีความร้อนมายังโลก พลังงานรังสีความร้อนซึ่งอยู่ในรูปของคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า) 3. คุณครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายโดยใช้การถามตอบเพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า “การแผ่รังสีความร้อนเป็นการถ่ายโอนความร้อนโดยไม่ต้องอาศัยตัวกลางที่เป็นอนุภาคของ สสาร แต่ความร้อนถ่ายโอนโดยแผ่รังสีอินฟราเรดซึ่งเป็นคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า” และความรู้ เกี่ยวกับการพาความร้อนสามารถนำไปใช้อธิบายปรากฏการณ์ต่าง ๆ ได้ ขั้นที่ 4 ขั้นขยายความรู้(Elaborate) 1. คุณครูให้นักเรียนร่วมกันสืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับการถ่ายโอนความร้อนโดยไม่ อาศัยตัวกลาง พร้อมทั้งระบุแหล่งที่มาของข้อมูลครูแนะนำตัวอย่างแหล่งสืบค้นข้อมูลที่เชื่อถือ ได้ เช่น หนังสือ วีดิทัศน์ เว็บไซต์ของหน่วยงานราชการ 2. คุณครูให้นักเรียนแต่ละกลุ่มอภิปรายร่วมกันเพื่อสร้างแบบจำลองการถ่ายโอน ความร้อนโดยไม่อาศัยตัวกลาง โดยการวาดภาพลงในกระดาษ 3. คุณครูให้นักเรียนนำเสนอหน้าชั้นเรียน และอธิบายเพิ่มเติมในสิ่งที่นักเรียนยัง เข้าใจผิดหรือยังขาดความเข้าใจ 4. คุณครูให้นักเรียนทำใบกิจกรรม เรื่อง การถ่ายโอนความร้อนโดยไม่อาศัย ตัวกลาง 5. คุณครูและนักเรียนร่วมกันอภิปรายสิ่งที่ได้เรียนรู้เพื่อให้ได้ข้อสรุปว่า “การถ่าย โอนความร้อนมี 3 วิธี คือการนำความร้อน การพาความร้อนและการแผ่รังสีความร้อน การนำ ความร้อนและการพาความร้อนต้องอาศัยตัวกลางในการถ่ายโอนความร้อนในขณะที่การแผ่ รังสีความร้อนไม่ต้องอาศัยตัวกลาง” และสามารถนำความรู้เกี่ยวกับการถ่ายโอนความร้อนแต่ ละวิธีนำไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจำวัน เช่น การอธิบายปรากฏการณ์ในธรรมชาติหรือการ ออกแบบสิ่งของต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องกับความร้อน
135 ขั้นที่ 5 ขั้นประเมิน (Evaluation) 1. คุณครูตรวจใบกิจกรรม เรื่อง การถ่ายโอนความร้อนโดยไม่อาศัยตัวกลาง 2. คุณครูตรวจแบบจำลองการถ่ายโอนความร้อนโดยไม่อาศัยตัวกลาง 9. สื่อการเรียนรู้และแหล่งเรียนรู้ 9.1 Power Point เรื่อง การถ่ายโอนความร้อนในชีวิตประจำวัน 9.2 หนังสือวิทยาศาสตร์ ม.1 สสวท. เล่ม 2 9.3 การสืบค้นข้อมูลแหล่งเครือข่าย Internet โรงเรียนจ่านกร้อง สืบค้นข้อมูลในหัวข้อ การ ถ่ายโอนความร้อนในชีวิตประจำวัน 10. การวัดผลและประเมิลผลการเรียนรู้ จุดประสงค์การเรียนรู้ วิธีวัด เครื่องมือ เกณฑ์การประเมิน 1. นักเรียนอธิบายการถ่าย โอนความร้อนโดยการการแผ่ รังสีความร้อนได้ (K) การตรวจใบกิจกรรม เรื่อง การถ่ายโอนความร้อนโดย ไม่อาศัยตัวกลาง ใบกิจกรรม เรื่อง การ ถ่ายโอนความร้อนโดย ไม่อาศัยตัวกลาง นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมิน ร้อยละ 70 2. นักเรียนสามารถสร้าง แบบจำลองเพื่ออธิบายการ ถ่ายโอนความร้อนโดยการแผ่ รังสีความร้อนได้ (P) การตรวจแบบประเมินการ สร้างแบบจำลองการถ่าย โอนความร้อนโดยไม่อาศัย ตัวกลาง แบบประเมินการ แบบจำลองการถ่าย โอนความร้อนโดยไม่ อาศัยตัวกลาง นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมิน ร้อยละ 70 3. นักเรียนตระหนักถึง ประโยชน์ของการถ่ายโอน ความร้อนโดยไม่อาศัย ตัวกลางและนำความรู้ไป ประยุกต์ใช้ในชีวิตประจำวัน ได้ (A) การนำเสนอหน้าชั้นเรียน แบบประเมินการ นำเสนอหน้าชั้นเรียน นักเรียนผ่านเกณฑ์ การประเมิน 15 คะแนน
136
137