หลกั สตู รโรงเรยี นวงั หลวงพิทยาสรรพ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๔๖
วชิ า พ๒๒๑๐๓ พลศกึ ษา ๓ คาอธบิ ายรายวิชา
ช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ ๒ กลมุ่ สาระการเรียนรู้สุขศกึ ษาและพลศึกษา
จานวน ๐.๕ หน่วยกิต ภาคเรียนที่ ๑
จานวน ๒๐ ชั่วโมง/ภาค(๑ ชว่ั โมง/สปั ดาห)์
ให้นกั เรยี นมสี ว่ นรว่ มและปฏิบัตจิ ริงในกิจกรรมกายบริหารการออกกาลงั กาย ด้วยกจิ กรรม
กรฑี าประเภทลู่และประเภทลานในเร่อื งการตัง้ ตน้ ออกวงิ่ การเข้าสเู่ ส้นชยั การวิ่งระยะสนั้ ระยะ
กลางและการวง่ิ ระยะไกล การวิง่ ผลดั และอน่ื ๆอย่างถกู ต้องและปลอดภยั สนุกสนาน หรืออาจนา
กิจกรรมพลศึกษาอื่นๆ ทมี่ ีคุณคา่ เท่าเทียมกับกรีฑามาแทนตามความเหมาะสม พร้อมกับให้เรยี นรู้
การปอ้ งกนั แกไ้ ขเสริมสร้างสุขภาพ
โดยใช้กระบวนการเรยี นการสอนความร้คู วามเข้าใจ และกระบวนการฝกึ ปฏิบัติจรงิ มี
ทกั ษะและสมรรถภาพทางกาย ทางจติ ท่ีดี
เพ่ือให้นักเรยี นได้พฒั นาการตามศักยภาพของแต่ละบคุ คล เพ่ือใหร้ ูห้ ลกั และวิธีการออก
กาลงั กายทถี่ ูกตอ้ ง มีทกั ษะ มีสมรรถภาพทางกายและจิตใจ มีระเบียบวนิ ัย เหน็ คณุ คา่ และ
สามารถนาไปปฏบิ ัติในชวี ิตประจาวนั ได้
ตัวช้ีวัด พ ๓.๑ ม.๒ /๑,๒,๓,๔ พ ๓.๒ ม.๒ / ๑,๒,๓,๔,๕,
รวม ๙ ตวั ชวี้ ัด
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุง ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวังหลวงพทิ ยาสรรพ์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๔๗
รายวิชา พ๒๒๒๐๒ ฟตุ บอล คาอธบิ ายรายวชิ า
ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ ๒ กล่มุ สาระการเรียนรู้สุขศกึ ษาและพลศึกษา
จานวน ๐.๕ หน่วยกติ ภาคเรยี นที่ ๒
จานวน ๒๐ ชว่ั โมง/ภาค(๑ ช่ัวโมง/สัปดาห์)
ศึกษาเพ่ือให้มีความรู้ความเข้าใจ มเี จตคติที่ดี ตลอดจนมีทกั ษะปฏิบตั เิ กีย่ วกับการ
เสรมิ สรา้ งสมรรถภาพและพัฒนาการเคลื่อนไหวแบบตา่ ง ๆ จนสามารถนาไปใชใ้ นการเล่นกฬี า
ฟุตบอลได้อย่างมีประสิทธิภาพ มีการฝกึ ทกั ษะพื้นฐานในการเลน่ กฬี าฟุตบอล เตะลกู บอลและการ
หยุดลูกบอลดว้ ยวิธีต่าง ๆ ฝกึ ทักษะท้ังการยนื การวิง่ และกระโดดโหม่ง ฝึกการเล้ียงลูกบอล การ
ยงิ ประตูแบบต่าง ๆ การรุก-การรับ และกฎ กติกาการแข่งขัน การตัดสิน อย่างมปี ระสิทธิภาพ โดย
สามารถนาไปใชใ้ นการเลน่ และการแข่งขันได้อย่างสนุกสนาน
โดยใชก้ ระบวนการเรยี นการสอนความรู้ความเข้าใจ และกระบวนการฝึกปฏิบัตจิ ริง มี
ทกั ษะและ
สมรรถภาพทางกาย ทางจิตท่ีดี
เพอื่ ให้นักเรียนได้พัฒนาการตามศกั ยภาพของแต่ละบุคคล เพื่อใหร้ หู้ ลกั และวิธีการออก
กาลงั กายท่ีถูกต้อง มีทกั ษะ มสี มรรถภาพทางกายและจติ ใจ มีระเบยี บวนิ ัย เห็นคุณคา่ และ
สามารถนาไปปฏบิ ัตใิ นชีวติ ประจาวนั ได้
ผลการเรยี นรู้
๑. บอกประวตั ิความเป็นมาของกีฬาฟตุ บอลในยุคเร่ิมตน้ ได้อยา่ งถูกต้อง
๒. บอกประโยชน์ของกีฬาฟุตบอลได้อยา่ งถูกต้อง
๓. บอกมารยาทของนักกีฬาท่คี วรปฏิบตั ิได้อยา่ งถูกต้อง
๔. บอกการบารุงรกั ษาอุปกรณ์ได้อยา่ งถูกต้อง
๕. ปฏิบตั ทิ ่ากายบรหิ ารยดื -เหยยี ดกลา้ มเน้ือเพ่ืออบอนุ่ ร่างกายได้อยา่ งถกู ต้อง
๖. เพือ่ ให้ผู้เรียนร้แู ละปฏบิ ัติการเคล่ือนไหวสรา้ งความคุ้นเคยกบั ลูกฟตุ บอลได้อย่างถูกต้อง
๗. เพื่อใหผ้ ู้เรยี นร้แู ละปฏบิ ัตกิ ารหยุดหรือบังคับลูกฟุตบอลได้อย่างถูกต้อง
๘. เพ่ือใหผ้ เู้ รียนรู้และปฏิบัติการเตะลูกฟุตบอลแบบต่างๆได้อย่างถูกต้อง
๙. เพอ่ื ใหผ้ เู้ รียนร้แู ละปฏิบัติการโหมง่ ลกู ฟตุ บอลแบบต่างๆได้อย่างถูกต้อง
๑๐. เพื่อให้ผเู้ รียนรู้และปฏิบตั ิการเลยี้ งลกู ฟตุ บอลแบบต่างๆได้อย่างถกู ต้อง
๑๑. เพอื่ ใหผ้ ูเ้ รียนรูแ้ ละปฏบิ ตั กิ ารยงิ ประตแู บบต่างๆได้อย่างถูกต้อง
๑๒. เพอ่ื ใหผ้ ู้เรยี นรู้และปฏิบัตกิ ารเป็นผ้รู ักษาประตูได้อย่างถกู ต้อง
๑๓. เพอ่ื ให้ผเู้ รียนรูข้ น้ั ตอนการรุกในการเลน่ กีฬาฟุตบอลไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
๑๔. เพอ่ื ใหผ้ ู้เรยี นรูแ้ ละปฏิบัติการเลน่ เม่ือเปน็ ฝ่ายรุกแบบตา่ งๆได้อยา่ งถกู ต้อง
๑๕. เพอื่ ให้ผู้เรยี นรขู้ น้ั ตอนการรบั ในการเลน่ กฬี าฟตุ บอลไดอ้ ย่างถูกต้อง
๑๖. เพื่อให้ผ้เู รียนรู้และปฏิบัติการเล่นเมื่อเป็นฝา่ ยรบั แบบตา่ งๆได้อยา่ งถูกต้อง
๑๗. เพ่อื ให้ผูเ้ รียนรขู้ นั้ ตอนการเลน่ เปน็ ทมี ในกีฬาฟตุ บอลไดอ้ ย่างถกู ต้อง
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรุง ๒๕๖๐)
หลกั สตู รโรงเรยี นวงั หลวงพิทยาสรรพ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๔๘
๑๘. เพอื่ ให้ผเู้ รยี นร้แู ละปฏบิ ัตติ ามรปู แบบหลกั ของการเลน่ เปน็ ทมี ในกีฬาฟุตบอลได้อย่างถูกต้อง
๑๙. เพื่อใหผ้ ู้เรยี นรู้และปฏบิ ตั ิตามระเบียบข้อบงั คับและกติกาการแข่งขนั ไดอ้ ยา่ งถูกต้อง
๒๐. บอกหน้าที่ของผตู้ ัดสินและผู้ชว่ ยผู้ตัดสินกฬี าฟุตบอลไดอ้ ยา่ งถกู ต้อง
๒๑. บอกและแสดงสญั ญาณการตัดสนิ ในลักษณะตา่ งๆได้อยา่ งถูกต้อง
๒๒. บอกบทบัญญัตสิ าหรบั กรรมการไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
๒๓. บอกวธิ ีเสริมสร้างสมรรถภาพของผู้ตัดสินและผู้ชว่ ยผตู้ ดั สนิ ได้อยา่ งถูกต้อง
รายวชิ า พ๒๓๑๐๑ สุขศกึ ษา ๕ คาอธบิ ายรายวิชา
ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๓ กลุม่ สาระการเรียนรู้สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
จานวน ๐.๕ หนว่ ยกิต ภาคเรยี นที่ ๑
จานวน ๒๐ ช่วั โมง/ภาค (๑ ชั่วโมง/สัปดาห)์
ศึกษา วิเคราะห์ เรอื่ งธรรมชาตขิ องการเจริญเตบิ โตและพัฒนาการของมนุษย์ ปัจจัยทม่ี ีผล
ตอ่ การเจริญเติบโต เปรยี บเทยี บการเปลย่ี นแปลงทางด้านรา่ งกาย จิตใจ อารมณ์ สังคม และ
สตปิ ัญญาแต่ละวัย อิทธิพลและความคาดหวังของสังคมต่อการเปลี่ยนแปลงของวัยรุน่ ตลอดจนสื่อ
โฆษณาที่มอี ิทธิพลต่อการเจริญเตบิ โตและพฒั นาการของวัยรนุ่ เรยี นรู้เรือ่ งคณุ ค่าของตนเองและ
ครอบครัว องคป์ ระกอบของอนามยั เจรญิ พนั ธุ์ ปจั จัยท่ีมผี ลกระทบต่อการตัง้ ครรภโ์ ดยไมพ่ งึ ประสงค์
การปรับตวั ต่อการเปลยี่ นแปลงทางร่างกาย จิตใจ อารมณค์ วามรูส้ ึกทางเพศ การสร้างและรักษา
สมั พนั ธภาพกับผู้อน่ื เสนอแนวทางการป้องกันแก้ไขความขัดแยง้ ในครอบครวั แนวทางแกไ้ ขปัญหา
สุขภาพในชุมชนและโรคตดิ ต่อท่ีเป็นสาเหตสุ าคญั ของการเจบ็ ป่วยและตายของคนไทย
โดยใช้กระบวนการสืบเสาะ ความรู้ความเข้าใจ การสร้างความตระหนัก มีทกั ษะในการ
ปฏิเสธ การตัดสินใจ
เพ่อื ใหเ้ ห็นคุณค่าของการมสี ุขภาพดี การป้องกันและปฏบิ ัติตนอย่างเหมาะสมในการ
รกั ษาสุขภาพของตนเองและส่วนรวม สามารถนาไปประยุกตใ์ ชใ้ นการดาเนนิ ชีวิตได้
ตัวช้วี ัด พ ๑.๑ ม.๓ / ๑,๒ พ ๒.๑ ม.๓ / ๑,๒,๓ พ ๔.๑ ม.๓/๑,๓
รวม ๗ ตัวช้ีวดั
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุง ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวังหลวงพิทยาสรรพ์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๔๙
คาอธบิ ายรายวิชา
รายวิชา พ๒๓๑๐๓ มวยสากลสมคั รเลน่ กลุ่มสาระการเรียนร้สู ุขศกึ ษาและพลศึกษา
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๓ ภาคเรียนที่ ๑
จานวน ๐.๕ หน่วยกติ จานวน ๒๐ ช่ัวโมง/ภาค(1 ช่ัวโมง/สัปดาห)์
มคี วามรคู้ วามเข้าใจ ถึงววิ ัฒนาการและคุณค่าของกีฬามวยสากล ทกั ษะเฉพาะตวั ทักษะ
และวธิ กี ารปอ้ งกนั ตัวแบบตา่ งๆ ระเบยี บกติกา และมารยาทของการเปน็ ผู้เล่นและผดู้ ูทดี่ ี การ
บรหิ ารรา่ งกาย การบารงุ รักษาสุขภาพ การเลน่ ด้วยความปลอดภัย และการดแู ลรกั ษาอปุ กรณข์ อง
กีฬามวยสากล มีความรูค้ วามเข้าใจ มสี ่วนรว่ มและปฏบิ ตั จิ ริงในกจิ กรรมมวยสากลข้นั สงู ขึ้น การออก
กาลังกายด้วยการบริหารร่างกาย การเคลื่อนไหว การใช้หมดั ต่างๆ การหลบหลกี และการป้องกัน
โดยใช้กระบวนการเรียนการสอนความรู้ความเข้าใจ และกระบวนการฝึกปฏิบัตจิ รงิ มี
ทักษะและ
สมรรถภาพทางกาย ทางจติ ท่ีดี
เพอื่ ให้นักเรยี นได้พฒั นาการตามศักยภาพของแตล่ ะบคุ คล เพ่ือให้รหู้ ลักและวธิ กี ารออก
กาลังกายท่ถี กู ต้อง มีทักษะ มีสมรรถภาพทางกายและจติ ใจ มรี ะเบยี บวนิ ยั เหน็ คุณค่า และ
สามารถนาไปปฏิบัตใิ นชีวติ ประจาวัน โดยยึดหลกั เศรษฐกิจพอเพียง มีจริยธรรม คุณธรรม และ
คา่ นยิ มท่ีเหมาะสม
ตัวชว้ี ดั พ ๓.๑ ม.๓/๑,๒,๓ พ ๓.๒ ม.๓/๑,๒,๓,๔,๕
รวม ๘ ตัวชี้วดั
ผลการเรียนรู้
๑. รแู้ ละเข้าใจประวัติความเป็นมาของกีฬามวยสากลสมัครเล่น
๒. รู้และเขา้ ใจประโยชน์การสร้างเสริมสมรรถภาพทางกาย
๓. รแู้ ละเขา้ ใจประโยชนก์ ารสร้างเสรมิ สมรรถภาพทางกายดว้ ยการบรหิ ารทา่ มือเปล่า
๔. รแู้ ละเขา้ ใจประโยชน์การสรา้ งเสรมิ สมรรถภาพทางกายดว้ ยอปุ กรณ์นา้ หนัก
๕. ร้ปู ระโยชน์และคุณคา่ ของการเลน่ กีฬามวยสากลสมคั รเลน่
๖. บอกวธิ กี ารเก็บและรกั ษาอปุ กรณ์มวยสากลสมัครเล่นได้
๗. สามารถปฏบิ ตั กิ ารพันมือเพ่อื เตรยี มการชกหมัดได้
๘. สามารถปฏิบัตกิ ารกาหมัดเพื่อชกมวยสากลสมัครเลน่ ได้
๙. สามารถฝกึ และปฏบิ ัติการยืนและตัง้ การด์ ในการชกมวยสากลสมัครเลน่ ๖ จังหวะได้
๑๐.สามารถปฏบิ ตั ิการเคล่ือนท่ขี องเทา้ ท้ัง ๖ ทิศทาง และการเตน้ ฟตุ เวิร์คได้
๑๑. สามารถปฏิบัติการออกหมัดท่ี ๑ (หมดั หน้าทใี่ บหน้า) และปฏบิ ัตกิ ารออกหมัดท่ี ๒ (หมัด
หลงั ท่ีใบหนา้ ) ไดอ้ ย่างถูกต้อง
๑๒. สามารถปฏิบตั กิ ารออกหมัดท่ี ๓ (หมัดหนา้ ท่ลี าตัว) และปฏิบัตกิ ารออกหมัดที่ ๔ (หมัด
หลงั ทลี่ าตวั ) ได้อยา่ งถกู ตอ้ ง
๑๓. สามารถปฏิบัติการออกหมัดท่ี ๕ (หมัดอับเปอร์คตั หนา้ ท่ลี าตัว)และปฏิบัติการออกหมดั ท่ี
๖ (หมดั อบั เปอร์คัตหลงั ที่ลาตวั ) ได้อย่างถูกต้อง
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรับปรงุ ๒๕๖๐)
หลกั สตู รโรงเรยี นวงั หลวงพิทยาสรรพ์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๕๐
๑๔. สามารถปฏบิ ัตกิ ารออกหมดั ที่ ๗ (หมัดอับเปอร์คตั หนา้ ทีใ่ บหนา้ ) และปฏบิ ัตกิ ารออกหมัด
ที่ ๘ (หมดั อบั เปอรค์ ตั หลงั ที่ใบหนา้ ) ได้อยา่ งถูกต้อง
๑๕. สามารถปฏบิ ัตกิ ารออกหมัดที่ ๙ (หมดั ฮุกหน้าท่ีใบหน้า) และปฏบิ ัติการออกหมดั ที่ ๑๐
(หมดั ฮุกหลงั ทใ่ี บหนา้ ) ได้อยา่ งถกู ตอ้ ง
๑๖. สามารถปฏิบตั กิ ารออกหมดั ท่ี ๑๑ (หมัดฮกุ หน้าทีล่ าตัว) และปฏิบัติการออกหมัดท่ี ๑๒
(หมดั ฮุกหลงั ทลี่ าตวั ) ได้อย่างถกู ตอ้ ง
๑๗. สามารถเคล่อื นทใี่ นการออกหมัดชกเป้าล่อมอื ได้อยา่ งคล่องแคล่ว
๑๘. สามารถฝึกปฏิบตั วิ ธิ กี ารรกุ ในการออกหมดั ได้
๑๙. สามารถฝึกปฏบิ ัตวิ ธิ กี ารปอ้ งกนั หมดั รปู แบบต่างๆได้
๒๐. สามารถฝึกปฏิบัตวิ ธิ ีการหลอกล่อในการชกรปู แบบต่างๆได้
๒๑. รู้และเขา้ ใจกฎกตกิ าในการแข่งขนั กฬี ามวยสากลสมคั รเลน่
๒๒. รวู้ ธิ กี ารป้องกนั ความปลอดภัยในการแข่งขันมวยสากลสมคั รเล่น
๒๓. ปฏิบัตกิ ารแข่งขนั ชกมวยสากลไดอ้ ยา่ งคล่องแคล่ว สนกุ สนาน
๒๔. สามารถปฏบิ ัติการเป็นผตู้ ดั สนิ กีฬามวยสากลสมัครเลน่ ไดอ้ ยา่ งคลอ่ งแคลว่
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวังหลวงพทิ ยาสรรพ์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๕๑
วิชา พ๒๓๒๐๑ เซปักตะกรอ้ คาอธิบายรายวิชา
ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๓ กลมุ่ สาระการเรียนรู้สขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
จานวน ๐.๔ หน่วยกิต ภาคเรียนท่ี ๑
จานวน ๒๐ ช่วั โมง/ภาค(๑ ชวั่ โมง/สัปดาห์)
ศกึ ษาหลักการเรยี นกบั กิจกรรมพลศึกษาและกีฬา ฝึกทักษะการบริหารรา่ งกายกบั การ
เคลือ่ นไหวพน้ื ฐาน และการเล่น กฬี าตามลาดับขน้ั ตอน เพ่ือให้มีความรู้ ความเขา้ ใจประวัติความ
เป็นมา เก่ียวกับกจิ กรรมพลศกึ ษาและกฬี าเซปกั ตะกร้อ มีทักษะการเล่นลูกขา้ งเทา้ ด้านใน การเตะ
ลูกหลงั เท้า การเลน่ ลูกด้วยเข่า การเล่นลกู ด้วยศรีษะ การเล่นลกู ข้างเทา้ ด้านนอก กติกาการแข่งขนั
วธิ ีการเลน่ แบบต่างๆ การเล่นเปน็ ทีมและอ่ืนๆท่ีมีคุณคา่ เทา่ เทียมกบั เซปักตะกรอ้ มาแทนตามความ
เหมาะสม ในการเลน่ กีฬา
โดยใชก้ ระบวนการเรยี นการสอนความรู้ความเข้าใจ และกระบวนการปฏิบัติ มีทกั ษะและ
สมรรถภาพทางกาย ทางจิต มีระเบยี บวนิ ัย มีคุณธรรม
เพ่อื ให้เห็นคุณค่าของกิจกรรมพลศกึ ษาและกีฬา สามารถนาไปประยุกต์ใชใ้ ห้เปน็ ประโยชน์
รแู้ พ้ รชู้ นะ รูอ้ ภยั
ผลการเรียนรู้
๑. รู้และเข้าใจประวตั คิ วามเป็นมาของกฬี าเซปักตะกรอ้
๒. รู้และเขา้ ใจประวัตคิ วามเปน็ มาของกีฬาตะกร้อชิงธง และตะกร้อขา้ มตาขา่ ย
๓. บอกประโยชนข์ องการเลน่ กีฬาเซปักตะกร้อได้
๔. บอกมารยาทในการเล่นและการชมที่ดี
๕. บอกความร้ขู องการทดสอบสมรรถภาพทางกายได้อยา่ งถูกต้อง
๖. อธบิ ายวิธกี ารประเมนิ ผล สมรรถภาพทางกายได้อย่างถูกต้อง
๗. รแู้ ละเข้าใจทักษะในการเล่นตะกร้อ
๘. มที ักษะการเคล่ือนไหวเบ้อื งต้นในการเล่นตะกร้อ
๙. มีทกั ษะการรบั ส่งลูกแบบต่างๆ มีทกั ษะการเตะตะกร้อลูกพื้นฐาน
๑๐.รู้และเข้าใจทกั ษะการเตะลูกข้างด้านใน
๑๑.มที กั ษะการเตะลูกขา้ งเทา้ ดา้ นในนาทกั ษะการเตะลูกขา้ งเท้าด้าน ในไปใช้ในการเลน่ กีฬา
เซปักตะกร้อ
๑๒.รู้และเขา้ ใจทักษะการเตะลูกหลงั เท้า
๑๓.มีทกั ษะการเตะลูกหลงั เทา้ นาทกั ษะการเตะลูกหลงั เทา้ ไปใช้ในการเล่นกีฬาเซปกั ตะกร้อ
๑๔.ร้แู ละเข้าใจทักษะการเลน่ ลกู ดว้ ยเขา่
๑๕.มที ักษะการเล่นลูกดว้ ยเขา่ นาทักษะการเล่นลูกดว้ ยเข่าไปใชใ้ นการเล่นกฬี าเซปกั ตะกรอ้
๑๖.รู้และเขา้ ใจทักษะการเล่นลูกดว้ ยศรี ษะ
๑๗.มที ักษะการเล่นลูกด้วยศีรษะนาทกั ษะการเลน่ ลกู ดว้ ยศีรษะไปใชใ้ นการเลน่ กีฬาเซปักตะกร้อ
๑๘.และเขา้ ใจทักษะการเล่นลูกด้วยข้างเท้าด้านนอก
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุง ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวงั หลวงพทิ ยาสรรพ์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๕๒
๑๙.มที ักษะการเลน่ ลูกดว้ ยข้างเท้าดา้ นนอกนาทักษะการเล่นลูกด้วยขา้ งเท้าด้านนอกไปใช้ในการ
เล่นกฬี าเซปักตะกร้อ
๒๐.รแู้ ละเข้าใจกติกาการแข่งขันเซปักตะกรอ้
๒๑.นาความร้เู รือ่ ง กตกิ าการแขง่ ขันเซปักตะกร้อไปใช้ในการแขง่ ขนั
รายวชิ า พ๒๓๑๐๒ สขุ ศึกษา ๖ คาอธิบายรายวชิ า
ช้นั มัธยมศกึ ษาปีที่ ๓ กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ ุขศกึ ษาและพลศึกษา
จานวน ๐.๕ หน่วยกิต ภาคเรยี นที่ ๒
จานวน ๒๐ ชัว่ โมง/ภาค (๑ ชัว่ โมง/สปั ดาห)์
บอก อธิบาย ยกตวั อย่าง สังเคราะห์ สรุปความสาคัญของการสรา้ งเสริมสุขภาพ กลไก
การป้องกันแก้ไขพฤตกิ รรมเส่ียงด้านสขุ ภาพ การป้องกนั โรค สทิ ธิผูบ้ รโิ ภค ส่ิงแวดล้อมกับสขุ ภาพ
สุขภาพชมุ ชน กลวิธจี ัดการกับความเครียด พฤติกรรมสขุ ภาพ สมรรถภาพทางกาย สมรรถภาพทาง
กลไกความปลอดภยั จากอุบตั ิเหตุ การปอ้ งกนั ความเส่ยี งต่อการใชย้ า การใช้สารเสพติด ความรนุ แรง
มีทกั ษะปฏบิ ตั ใิ นการปฐมพยาบาลและช่วยฟ้นื คืนชพี อย่างถกู วธิ ี
ใช้กระบวนการเรยี นรู้แบบร่วมมอื และเนน้ ประสบการณ์ สืบค้นข้อมลู สารวจ
สังเคราะห์ วิเคราะห์ข้อมลู โดยใช้เทคโนโลยี นาเสนอความรู้ แสดงวธิ กี าร เหน็ ประโยชน์และคณุ ค่า
ของการมสี ุขภาพดี มีค่านิยมทีเ่ หมาะสม นาความรู้ไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวัน มคี ุณธรรมจรยิ ธรรม มี
สุขภาพกายและสขุ ภาพจิตดี
เพอื่ นาเสนอความรู้ แสดงวิธีการ เหน็ ประโยชนแ์ ละคณุ ค่าของการมีสุขภาพดี มคี า่ นิยมที่
เหมาะสม นาความรู้ไปใช้ในชวี ิตประจาวัน มีคณุ ธรรมจรยิ ธรรม มีสขุ ภาพกายและสขุ ภาพจิตดี
ตวั ช้วี ดั พ ๔.๑ ม.๓ / ๑, ๓, ๔, ๕ พ ๕.๑ ม. ๓ / ๑, ๒, ๓, ๔, ๕,
รวม ๙ ตวั ชี้วัด
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐)
หลกั สตู รโรงเรยี นวงั หลวงพทิ ยาสรรพ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๕๓
รายวิชา พ๒๓๑๐๔ พลศึกษา ๖ คาอธบิ ายรายวชิ า
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๓ กลุม่ สาระการเรียนรสู้ ุขศึกษาและพลศกึ ษา
จานวน ๐.๕ หน่วยกติ ภาคเรียนที่ ๒
จานวน ๒๐ ช่ัวโมง/ภาค(๑ ชั่วโมง/สัปดาห)์
ใหศ้ กึ ษามสี ว่ นร่วมและฝกึ ปฏิบัติจรงิ ในกจิ กรรมกายบรหิ าร การออกกาลังกายด้วย
กจิ กรรมวอลเลย่ ์บอลในเร่อื งการส่งลูก การรับลกู การตงั้ ลูก การตบลูก วธิ ีการเลน่ ในตาแหน่งตา่ งๆ ทั้ง
ในขณะเป็นผ้เู ลน่ ฝ่ายสง่ ลกู และฝา่ ยรบั ลกู การเล่นเปน็ ทมี และอน่ื ๆอยา่ งถกู ต้อง ปลอดภัย และ
สนกุ สนาน หรอื อาจนากิจกรรมพลศึกษาอนื่ ๆที่มคี ณุ คา่ เท่าเทยี มกบั วอลเลย่ ์บอลมาแทนตามความ
เหมาะสม พรอ้ มกบั ใหเ้ รียนรู้การป้องกัน การแก้ไข การเสรมิ สร้างสุขภาพ
โดยใช้กระบวนการเรยี นการสอนความรู้ความเข้าใจ และกระบวนการฝกึ ปฏิบัติจริง มี
ทักษะและ
สมรรถภาพทางกาย ทางจิตที่ดี
เพอ่ื ให้นักเรียนไดพ้ ัฒนาการตามศกั ยภาพของแตล่ ะบคุ คล เพื่อใหร้ ู้หลกั และวธิ ีการ
ออกกาลงั กายท่ีถกู ต้อง มีทักษะ มสี มรรถภาพทางกายและจติ ใจ มรี ะเบียบวนิ ยั เหน็ คณุ ค่า และ
สามารถนาไปปฏบิ ัติในชวี ิตประจาวันได้
ตวั ชวี้ ดั พ ๓.๑ ม.๓/๑,๒,๓ พ ๓.๒ ม.๓/๑,๒,๓,๔,๕
รวม ๘ ตัวชวี้ ดั
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรับปรงุ ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวงั หลวงพิทยาสรรพ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๕๔
วิชา พ๒๓๒๐๒ บาสเกตบอล คาอธิบายรายวิชา
ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ ๓ กลุ่มสาระการเรยี นรูส้ ขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
จานวน ๐.๕ หนว่ ยกติ ภาคเรยี นท่ี ๒
จานวน ๒๐ ชว่ั โมง/ภาค(๑ ช่ัวโมง/สปั ดาห)์
ศึกษาหลักการเรียนกบั กิจกรรมพลศึกษาและกีฬา ฝึกทักษะการบรหิ ารร่างกายกับการ
เคลอื่ นไหวพ้ืนฐาน และการเลน่ กีฬาตามลาดับขน้ั ตอน เพอื่ ให้มีความรู้ ความเขา้ ใจ เก่ยี วกบั
กจิ กรรมพลศกึ ษาและกีฬา มีทกั ษะการส่งลูก การรับลกู การเลย้ี งลกู การยิงประตู การรับลกู
กระดอนจากแปน้ แบบต่างๆ วิธกี ารเลน่ แบบต่างๆ ทั้งในขณะเปน็ ผ้เู ลน่ ฝ่ายรบั และฝา่ ยรุก การเล่น
เป็นทมี และอื่นๆทมี่ ีคุณค่าเทา่ เทยี มกบั บาสเกตบอลมาแทนตามความเหมาะสม ในการเล่นกฬี า
โดยใช้กระบวนการเรยี นการสอนความรู้ความเข้าใจ และกระบวนการปฏบิ ัติ มีทักษะและ
สมรรถภาพทางกาย ทางจิต มรี ะเบยี บวินัย มีคุณธรรม
เพ่ือให้เหน็ คุณค่าของกจิ กรรมพลศกึ ษาและกฬี า สามารถนาไปประยกุ ต์ใชใ้ หเ้ ป็นประโยชน์
รแู้ พ้ รชู้ นะ รูอ้ ภยั
ผลการเรยี นรู้
๑. รแู้ ละเข้าใจประวตั ิความเป็นมาของกีฬาบาสเกตบอลได้
๒. บอกประโยชนข์ องการเล่นกีฬาบาสเกตบอลได้
๓. บอกมารยาทในการเลน่ และการชมกีฬาบาสเกตบอลได้
๔. บอกวิธีการบารุงรักษาและเสริมสร้างสุขภาพได้
๕. บอกวธิ ีการป้องกนั การบาดเจ็บจากการเล่นกีฬาได้
๖. อธิบายและสาธติ การทดสอบสมรรถภาพทางกายได้
๗. สามารถปฏบิ ตั กิ ารสร้างความคนุ้ เคยกับบาสเกตบอลได้
๘. ปฏิบตั ิการทรงตวั การเคล่ือนท่ี การหยุดได้
๙. ปฏิบัตกิ ารส่ง-รบั ลูกสองมือระดบั อกได้
๑๐. ปฏิบัตกิ ารส่ง-รบั ลกู สองมอื เหนือศีรษะได้
๑๑. ปฏิบัติการส่ง-รบั ลกู กระดอนได้
๑๒. ปฏบิ ัติการส่ง-รับลกู มือเดียวได้
๑๓. ปฏิบัติการเลย้ี งลูกระดบั ต่าได้
๑๔. ปฏิบัติการเล้ียงลูกระดับสูงได้
๑๕. ปฏบิ ตั กิ ารยนื ยิงประตูได้
๑๖. ปฏบิ ัติการยงิ ประตูแบบกระโดดยงิ ได้
๑๗. ปฏบิ ัติการยิงประตแู บบเลย์-อพั ได้
๑๘. ปฏบิ ัตกิ ารยงิ ประตแู บบยนื ยงิ ประตทู จ่ี ุดโทษได้
๑๙. สามารถบอกตาแหน่งของผเู้ ลน่ บาสเกตบอลได้
๒๐. สามารถบอกหลกั การเป็นผูเ้ ล่นฝา่ ยรุกได้
๒๑. สามารถบอกเทคนิคและรูปแบบของการเล่นเมื่อเป็นฝ่ายรกุ ได้
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุง ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวังหลวงพิทยาสรรพ์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๕๕
๒๒. ปฏบิ ตั ิการรุกแบบลกั ไกไ่ ด้
๒๓. ปฏิบตั ิการรุกแบบตัวตอ่ ตวั ได้
๒๔. บอกหลักการวิธกี รป้องกันการรุกได้
๒๕. ปฏบิ ตั ิการตง้ั รบั แบบตัง้ โซนได้
๒๖. ปฏบิ ัตกิ ารตงั้ รับแบบตัวตอ่ ตัวได้
๒๗. ปฏิบัตวิ ธิ ีการปอ้ งกนั การยงิ ประตแู บบตวั ต่อตวั ได้
๒๘. ปฏิบัติวธิ ีการตง้ั รับแบบ ๒:๑:๑ ได้
๒๙. ปฏบิ ตั ิวธิ กี ารตั้งรับแบบ ๓:๒ ได้
๓๐. ปฏบิ ตั ิวธิ ีการตัง้ รับแบบ ๑:๒:๒ ได้
๓๑. บอกกตกิ าการแขง่ ขันและการตดั สินกฬี าบาสเกตบอลได้
๓๒. ปฏบิ ตั กิ ารแข่งขันกีฬาบาสเกตบอลเป็นทีมได้
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุง ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวังหลวงพทิ ยาสรรพ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๕๖
คาอธิบายรายวิชา
รายวิชา พ๓๑๑๐๑ สขุ ศึกษา ๑ กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ ุขศกึ ษาและพลศึกษา
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๔ ภาคเรียนท่ี ๑
จานวน ๐.๕ หนว่ ยกติ จานวน ๒๐ ช่วั โมง/ภาค( ๑ ชัว่ โมง/สัปดาห)์
บอก อธิบาย เขา้ ใจ สรุปความสาคญั กลไกการทางาน การสรา้ งเสริมและดารงประสทิ ธิภาพ
การทางานของระบบห่อห้มุ ร่างกาย ระบบกระดูก ระบบกล้ามเนอื้ การวางแผนดูแลสขุ ภาพของ
ตนเองและบคุ คลในครอบครัว การรบั ขา่ วสารดา้ นสขุ ภาพแหล่งเรยี นรู้ด้วยเทคโนโลยี ธรรมชาติของ
การเจรญิ เติบโตและพฒั นาการของวัยรุน่ พฤติกรรมทางเพศและปจั จัยที่มอี ิทธพิ ลตอ่ พฤตกิ รรมทาง
เพศ คา่ นยิ มเรอ่ื งเพศปัญหาเร่ืองเพศ โรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ การสรา้ งสมั พันธ์ภาพ วัยรุน่ กับการ
อนรุ ักษ์วัฒนธรรมไทยและความรนุ แรง
โดยใช้กระบวนการเรียนรู้แบบร่วมมือและเนน้ ประสบการณ์ ในการศึกษาหาความรู้ สบื คน้
ขอ้ มลู อภปิ รายให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ สามารถคดิ วเิ คราะห์ ตัดสนิ ใจ นาเสนอสิง่ ทีเ่ รยี นรู้ เหน็
คุณค่าของการนาความรูเ้ ร่ืองสขุ ภาพไปใช้ในชวี ิตประจาวนั มีคุณธรรมจรยิ ธรรม คา่ นิยมทเี่ หมาะสม
มสี ุขภาพกายและสขุ ภาพจติ ดี
เพ่ือใหเ้ กดิ ความรูค้ วามเข้าใจ การสร้างความตระหนัก เหน็ คุณค่าของการมีสุขภาพดี
ปฏบิ ัติตนอย่างเหมาะสมในการรกั ษาสขุ ภาพของตนเองและส่วนรวม สามารถนาไปประยุกต์ใชใ้ นการ
ดาเนนิ ชวี ติ โดยยึดหลักเศรษฐกจิ พอเพียง มีจริยธรรม คุณธรรม และค่านยิ มทเ่ี หมาะสม
ตัวช้วี ดั พ ๑.๑ ม.๔ – ๖ /๑, ๒ พ ๒.๑ ม.๔ – ๖ /๑, ๒, ๓, ๔
รวม ๖ ตวั ช้วี ดั
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรุง ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวงั หลวงพิทยาสรรพ์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๕๗
วชิ า พ๓๑๒๐๑ บาสเกตบอล คาอธบิ ายรายวชิ า
ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี ๔ กลุม่ สาระการเรียนร้สู ขุ ศึกษาและพลศึกษา
จานวน ๐.๕ หน่วยกิต ภาคเรียนที่ ๑
จานวน ๒๐ ชัว่ โมง/ภาค(๑ ชั่วโมง/สัปดาห)์
ใหม้ ีส่วนร่วมและปฏิบตั จิ ริงในกจิ กรรมกายบริหาร การออกกาลังกายด้วยกจิ กรรม
บาสเกตบอลในเร่ืองการส่งลกู การรบั ลูก การเลี้ยงลกู การยงิ ประตู การรบั ลูกกระดอนจากแป้น
แบบตา่ งๆ วิธีการเล่นแบบต่างๆ ทงั้ ในขณะเป็นผเู้ ลน่ ฝา่ ยรับและฝา่ ยรุก การเลน่ เปน็ ทีมและอ่นื ๆที่
มีคุณคา่ เทา่ เทียมกับบาสเกตบอลมาแทนตามความเหมาะสม พรอ้ มกับใหเ้ รยี นรกู้ ารป้องกนั การแกไ้ ข
การเสริมสร้างสขุ ภาพ
โดยใช้กระบวนการเรียนการสอนความรู้ความเข้าใจ และกระบวนการฝึกปฏบิ ัตจิ ริง มี
ทกั ษะและสมรรถภาพทางกาย ทางจติ ท่ดี ี
เพอื่ ใหน้ กั เรียนได้พัฒนาการตามศักยภาพของแต่ละบุคคล เพื่อให้รหู้ ลักและวิธกี ารออก
กาลงั กายท่ีถกู ตอ้ ง มีทกั ษะ มีสมรรถภาพทางกายและจิตใจ มีระเบียบวนิ ัย เหน็ คุณคา่ และ
สามารถนาไปปฏบิ ัติในชวี ติ ประจาวนั ได้
ผลการเรยี นรู้
๑. สามารถบอกตาแหนง่ ของผู้เล่นบาสเกตบอลได้
๒. สามารถบอกหลักการเปน็ ผูเ้ ลน่ ฝา่ ยรุกได้
๓. สามารถบอกเทคนิคและรูปแบบของการเล่นเมื่อเปน็ ฝ่ายรกุ ได้
๔. ปฏบิ ัติการรกุ แบบลักไก่ได้
๕. ปฏบิ ตั ิการรกุ แบบตัวต่อตัวได้
๖. บอกหลักการวิธกี รป้องกนั การรกุ ได้
๗. ปฏบิ ตั กิ ารตง้ั รับแบบตัง้ โซนได้
๘. ปฏิบตั ิการตงั้ รบั แบบตวั ตอ่ ตัวได้
๙. ปฏบิ ตั วิ ธิ กี ารปอ้ งกันการยิงประตูแบบตัวต่อตัวได้
๑๐. ปฏบิ ตั ิวธิ กี ารตั้งรบั แบบ ๒:๑:๑ ได้
๑๑. ปฏบิ ัตวิ ธิ กี ารตง้ั รับแบบ ๓:๒ ได้
๑๒. ปฏบิ ัตวิ ธิ ีการตง้ั รับแบบ ๑:๒:๒ ได้
๑๓. อธบิ ายขนาดสนาม และอปุ กรณ์เทคนิคตา่ งๆได้อยา่ งถูกต้อง
๑๔. อธิบายชดุ ผู้เล่น ผฝู้ กึ ลูกตายได้อยา่ งถกู ต้อง
๑๕. อธบิ ายการขอเวลานอก การเปลีย่ นตัว กาหนดเวลาได้ถกู ต้อง
๑๖. อธบิ ายการโยนโทษ การทาฟาลว์ ได้อย่างถูกต้อง
๑๗. อธบิ ายหลกั ปฏบิ ตั ขิ ณะขานสญั ญาณของผตู้ ดั สินได้อยา่ งถูกตอ้ ง
๑๘. สาธติ สญั ญาณของผตู้ ัดสนิ ในลักษณะตา่ งๆได้อยา่ งถูกต้อง
๑๙. อธบิ ายวิธกี ารเลน่ เปน็ ทีมของกีฬาบาสเกตบอลได้อย่างถูกต้อง
๒๐. อธบิ ายการวางตวั ผ้เู ลน่ และตาแหนง่ ผู้เลน่ ในกีฬาบาสเกตบอลได้อย่างถูกต้อง
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรับปรงุ ๒๕๖๐)
หลกั สตู รโรงเรยี นวงั หลวงพทิ ยาสรรพ์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๕๘
วิชา พ๓๑๑๐๒ สขุ ศึกษา ๒ คาอธิบายรายวิชา
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๔ กล่มุ สาระการเรยี นรู้สุขศกึ ษาและพลศึกษา
จานวน ๐.๕ หน่วยกิต ภาคเรียนที่ ๒
จานวน ๒๐ ชว่ั โมง/ภาค(๑ ชว่ั โมง/สัปดาห)์
วิเคราะห์ วางแผนการสร้างเสริมสุขภาพและการป้องกันโรค โรคติดตอ่ ทีเ่ ป็นปัญหาสาคัญของ
ประเทศและการปอ้ งกันแกไ้ ข การประเมนิ ภาวะสุขภาพและพฤตกิ รรมเสีย่ ง กลวิธกี ารลดความเสย่ี ง
และพฤติกรรมเสี่ยง แนวทางการปอ้ งกนั สทิ ธิของผูบ้ รโิ ภค ปัญหาสิ่งแวดล้อมทีส่ ง่ ผลกระทบตอ่ สุขภาพ
กระบวนการจัดการกบั อารมณ์และความเครียด ระบบบรกิ ารสขุ ภาพของประเทศ ปัญหาสาธารณสขุ ท่ี
สาคัญของประเทศและแนวทางป้องกนั แก้ไข หลกั การและวธิ กี ารประเมนิ การสร้างเสริมและดารง
สุขภาพทางกายและทางจติ สาเหตุของการเกิดการจราจรและการขบั ข่ียานพาหนะ กฎหมายคมุ้ ครอง
ความปลอดภัย ปญั หาและผลกระทบเมอื่ เกิดการบาดเจ็บจากอุบัติเหตุ การใชย้ า สารเสพตดิ ขนั้ ตอน
การช่วยเหลือผู้ประสบอบุ ัติเหตุ การตรวจสัญญาณชพี จรและการสารวจอาการบาดเจ็บ เหน็ คุณค่าของ
การออกกาลงั กาย การพักผอ่ น และกจิ กรรมนนั ทนาการ ปฏบิ ัตติ นเพอื่ ความปลอดภยั ในการเดนิ ทาง
และการป้องกนั
โดยใชก้ ระบวนการเรียนรแู้ บบรว่ มมอื และเนน้ ประสบการณ์ ในการศึกษาหาความรู้ สบื ค้น
ขอ้ มลู อภิปรายให้เกิดความรู้ ความเขา้ ใจ สามารถคดิ วเิ คราะห์ ตดั สนิ ใจ นาเสนอสงิ่ ท่ีเรยี นรู้
เพื่อเห็นคุณค่าของการนาความรูเ้ ร่อื งสุขภาพไปใช้ในชวี ิตประจาวัน มคี ุณธรรมจริยธรรม
คา่ นิยมที่เหมาะสม มสี ุขภาพกายและสขุ ภาพจติ ดี
ตวั ชีว้ ัด พ ๔.๑ ม.๔ – ๖ /๑,๒,๓,๔,๕,๖,๗ พ ๕.๑ ม.๔ – ๖ /๑,๒,๓,๔,๕,๖,๗
รวม ๑๔ ตวั ชวี้ ัด
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรับปรงุ ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวังหลวงพทิ ยาสรรพ์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๕๙
รายวชิ า พ๓๑๒๐๒ ฟตุ ซอล คาอธบิ ายรายวชิ า
ช้ันมัธยมศึกษาปีท่ี ๔ กล่มุ สาระการเรยี นรสู้ ุขศึกษาและพลศึกษา
จานวน ๐.๕ หน่วยกติ ภาคเรยี นที่ ๒
จานวน ๒๐ ชั่วโมง/ภาค(๑ ชั่วโมง/สปั ดาห์)
ศกึ ษาเพื่อใหม้ ีความร้คู วามเข้าใจ มีเจตคตทิ ี่ดี ตลอดจนมีทกั ษะปฏิบัติเก่ยี วกับการ
เสริมสรา้ งสมรรถภาพและพัฒนาการเคลอ่ื นไหวแบบต่าง ๆ จนสามารถนาไปใช้ในการเล่นกฬี าฟุต
ซอลได้อยา่ งมีประสิทธภิ าพ มกี ารฝึกทักษะพนื้ ฐานในการเลน่ กีฬาฟตุ ซอล ประวัตคิ วามเป็นมา
ประโยชน์ มารยาทในการเล่นและการดูที่ดี เตะลูกบอลและการหยุดลกู บอลดว้ ยวธิ ีต่าง ๆ ฝกึ ทักษะ
ทัง้ การยืน การวิ่งและกระโดดโหม่ง ฝึกการเลยี้ งลูกบอล การยงิ ประตูแบบต่าง ๆ การรุก-การรับ
และกฎ กติกาการแขง่ ขัน การตัดสนิ อยา่ งมปี ระสิทธิภาพ โดยสามารถนาไปใช้ในการเล่นและการ
แข่งขนั ได้อย่างสนุกสนาน
โดยใช้กระบวนการเรียนการสอนความรู้ความเข้าใจ และกระบวนการฝึกปฏิบัตจิ รงิ มี
ทกั ษะและ
สมรรถภาพทางกาย ทางจิตท่ีดี
เพือ่ ให้นักเรียนได้พัฒนาการตามศกั ยภาพของแต่ละบคุ คล เพื่อให้รู้หลกั และวิธีการออก
กาลังกายท่ีถกู ตอ้ ง มีทักษะ มีสมรรถภาพทางกายและจติ ใจ มีระเบยี บวนิ ัย เหน็ คุณคา่ และ
สามารถนาไปปฏิบัตใิ นชวี ิตประจาวนั ได้
ผลการเรียนรู้
๑. บอกประวตั ิความเป็นมาของกีฬาฟตุ ซอลในยุคเริ่มตน้ และในประเทศไทยได้อยา่ งถูกต้อง
๒. อธิบายวิวัฒนาการของกีฬาฟุตซอลโดยยอ่ ไดอ้ ย่างถูกต้อง
๓. บอกประโยชน์ของกีฬาฟุตซอลได้อย่างถกู ต้อง
๔. บอกมารยาทของนักกีฬาที่ควรปฏบิ ัติไดอ้ ย่างถูกต้อง
๕. บอกมารยาทของผู้ชมท่ีดีได้อย่างถกู ต้อง
๖. บอกการบารงุ รักษาอุปกรณ์ได้อยา่ งถูกต้อง
๗. บอกการบารุงรกั ษาสุขภาพได้อยา่ งถกู ต้อง
๘. ปฏิบตั ทิ า่ กายบริหารเพ่ืออบอนุ่ รา่ งกายและทดสอบสมรรถภาพทางกายไดอ้ ย่างถกู ต้อง
๙. ปฏบิ ัติการยืด-เหยยี ดกลา้ มเนื้อ ในทา่ ตา่ งๆ ได้อย่างถกู ต้อง
๑๐. เพอื่ ใหน้ ักเรยี น รู้และปฏิบัติการเคล่ือนไหวในการเล่นฟุตซอลได้อย่างถกู ต้อง
๑๑. เพอ่ื ให้นักเรียน รูแ้ ละปฏิบัติการทาความคุ้นเคยกบั ลูกบอลได้อยา่ งถูกต้อง
๑๒. เพ่ือให้นักเรยี น รแู้ ละปฏบิ ัติการหยุดหรือบังคับลกู บอลได้อย่างถูกต้อง
๑๓. เพอื่ ให้นักเรยี น รแู้ ละปฏิบตั กิ ารเตะลูกบอลแบบตา่ งๆ ไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง
๑๔. เพอื่ ใหน้ ักเรยี น รู้และปฏิบตั กิ ารโหมง่ ลูกบอลแบบตา่ งๆ ไดอ้ ยา่ งถูกต้อง
๑๕. เพอื่ ใหน้ ักเรยี น รูแ้ ละปฏิบัตกิ ารเลีย้ งลูกบอลได้อยา่ งถูกต้อง
๑๖. เพอ่ื ใหน้ ักเรียน รแู้ ละปฏิบตั กิ ารยิงประตูแบบต่างๆ ไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรงุ ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวงั หลวงพิทยาสรรพ์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๖๐
๑๗. เพอ่ื ใหน้ ักเรยี น รู้และปฏิบตั กิ ารเปน็ ผู้รกั ษาประตูได้อย่างถูกตอ้ ง
๑๘. เพอ่ื ให้นักเรยี น ร้ขู ้ันตอนการรุกใน การเลน่ กีฬาฟตุ ซอลได้อย่างถูกต้อง
๑๙. เพื่อใหน้ ักเรยี น รแู้ ละปฏบิ ตั กิ ารเล่น เม่ือเปน็ ฝ่ายรุกแบบตา่ งๆ ได้อย่างถูกต้อง
๒๐. เพือ่ ให้นักเรียน รู้ขั้นตอนการรุกใน การเล่นกฬี าฟุตซอลได้อยา่ งถูกต้อง
๒๑. เพื่อใหน้ ักเรียน รแู้ ละปฏิบตั ิการเลน่ เม่ือเป็นฝา่ ยรุกแบบต่างๆ ได้อยา่ งถูกต้อง
๒๒. เพอ่ื ใหน้ ักเรียน รขู้ ้ันตอนการรบั หรือการป้องกันได้อย่างถกู ตอ้ ง
๒๓. เพอ่ื ให้นักเรียน รแู้ ละปฏิบตั กิ ารเล่น เมื่อเปน็ ฝา่ ยรับแบบต่างๆ ได้อยา่ งถูกต้อง
๒๔. เพอ่ื ใหน้ ักเรยี น รขู้ ั้นตอนการรบั หรือการป้องกนั ได้อย่างถกู ต้อง
๒๕. เพื่อให้นักเรียน รูแ้ ละปฏบิ ตั กิ ารเลน่ เม่ือเปน็ ฝ่ายรับแบบต่างๆ ได้อยา่ งถูกต้อง
๒๖. เพอ่ื ให้นักเรียน ร้แู ละปฏิบตั ติ ามระเบยี บ ข้อบังคับ และกติกาการแข่งขนั ได้อย่างถกู ต้อง
๒๗. บอกหน้าทีข่ องผ้ตู ัดสินและผู้ชว่ ยผู้ตดั สินกีฬาฟตุ ซอลได้อย่างถกู ต้อง
๒๘. บอกและแสดงสญั ญาณการตัดสินในลักษณะต่างๆได้อย่างถูกต้อง
๒๙. บอกบทบญั ญตั ิสาหรบั กรรมการไดอ้ ยา่ งถูกต้อง
๓๐. บอกวธิ ีเสรมิ สร้างสมรรถภาพของผ้ตู ดั สนิ และผูช้ ่วยผู้ตดั สนิ
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรงุ ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวงั หลวงพทิ ยาสรรพ์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๖๑
วชิ า พ๓๒๑๐๑ สขุ ศึกษา ๓ คาอธบิ ายรายวชิ า
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๕ กลุ่มสาระการเรยี นรู้สขุ ศึกษาและพลศกึ ษา
จานวนหน่วยกิต ๐.๕ หน่วยกิต ภาคเรยี นที่ ๑
เวลาเรยี นทงั้ หมด ๒๐ ช่ัวโมง
ศึกษาวิเคราะห์กระบวนการสรา้ งเสรมิ และดารงประสทิ ธิภาพการทางานของอวัยวะตา่ ง ๆ
วางแผนดแู ลสขุ ภาพตนเองและบุคคลในครอบครวั อทิ ธพิ ลครอบครัว เพ่ือน สังคม วฒั นธรรม
ค่านยิ มท่ีมตี อ่ พฤติกรรมทางเพศ ใช้ทกั ษะต่าง ๆ ในการป้องกนั ลดความขดั แยง้ และแก้ปญั หาเรื่อง
เพศ สขุ ภาพกบั การป้องกนั โรคในชุมชนด้วยภูมิปญั ญาไทย อทิ ธิพลของสอ่ื เก่ยี วกบั สขุ ภาพ การ
เลอื กบริโภคอย่างฉลาดและปลอดภยั สทิ ธพิ ้ืนฐานของผู้บริโภคและกฎหมายที่เกย่ี วขอ้ ง รจู้ กั เลอื ก
บรโิ ภคอาหารท่ีมีในท้องถ่ิน
โดยใช้กระบวนการสืบเสาะ ความรคู้ วามเขา้ ใจ การสรา้ งความตระหนัก มที ักษะในการ
ปฏิเสธ การตัดสนิ ใจ
เพื่อใหเ้ หน็ คณุ ค่าของการมสี ุขภาพดี ปฏบิ ตั ติ นอยา่ งเหมาะสมในการรักษาสุขภาพของ
ตนเองและสว่ นรวม สามารถนาไปประยุกตใ์ ช้ในการดาเนินชีวิต
มาตรฐาน/ ตวั ช้ีวัด พ ๑.๑ ม.๔- ๖ / ๑,๒ พ ๒.๑ ม.๔ - ๖ / ๑,๒,๓ พ ๔.๑ ม. ๔ - ๖ / ๑,๒,๓
รวม ๘ ตัวช้วี ัด
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวังหลวงพิทยาสรรพ์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๖๒
วชิ า พ๓๒๒๐๑ ฟตุ บอล คาอธบิ ายรายวิชา
ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ ๕ กลุม่ สาระการเรยี นรสู้ ขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
จานวนหน่วยกิต ๐.๕ หน่วยกติ ภาคเรยี นท่ี ๑
เวลาเรียนท้ังหมด ๒๐ ช่วั โมง
ศกึ ษาเพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจ มีเจตคตทิ ่ดี ี ตลอดจนมีทกั ษะปฏบิ ตั ิเก่ียวกับการ
เสริมสรา้ งสมรรถภาพและพัฒนาการเคลอ่ื นไหวแบบตา่ ง ๆ จนสามารถนาไปใชใ้ นการเล่นกีฬา
ฟตุ บอลไดอ้ ย่างมปี ระสทิ ธิภาพ มีการฝึกทักษะพืน้ ฐานในการเล่นกีฬาฟตุ บอล เตะลูกบอลและการ
หยดุ ลกู บอลด้วยวธิ ีต่าง ๆ ฝึกทกั ษะท้งั การยนื การว่ิงและกระโดดโหม่ง ฝึกการเลี้ยงลูกบอล การ
ยงิ ประตแู บบต่าง ๆ การรุก-การรบั และกฎ กติกาการแข่งขนั การตัดสนิ อยา่ งมีประสิทธภิ าพ
โดยใชก้ ระบวนการเรยี นการสอนความรู้ความเข้าใจ และกระบวนการฝึกปฏบิ ัติจริง มี
ทกั ษะและสมรรถภาพทางกาย ทางจิตท่ีดี
เพอ่ื ใหน้ กั เรยี นได้พัฒนาการตามศักยภาพของแต่ละบคุ คล เพ่ือใหร้ ู้หลักและวิธกี ารออก
กาลังกายทถี่ ูกตอ้ ง มีทกั ษะ มสี มรรถภาพทางกายและจติ ใจ มรี ะเบยี บวินยั เหน็ คณุ คา่ และ
สามารถนาไปปฏิบัติในชีวติ ประจาวันได้
ผลการเรยี นรู้
๑. บอกประวัติความเป็นมาของกีฬาฟตุ บอลในยุคเร่ิมต้นได้อยา่ งถูกต้อง
๒. บอกประโยชน์ของกีฬาฟุตบอลได้อยา่ งถกู ต้อง
๓. บอกมารยาทของนักกีฬาทคี่ วรปฏบิ ัตไิ ด้อย่างถูกต้อง
๔. บอกการบารงุ รักษาอุปกรณไ์ ด้อยา่ งถูกต้อง
๕. ปฏบิ ัติทา่ กายบริหารยืด-เหยยี ดกลา้ มเน้ือเพื่ออบอนุ่ รา่ งกายได้อยา่ งถกู ต้อง
๖. เพื่อใหผ้ ้เู รยี นรูแ้ ละปฏบิ ัตกิ ารเคล่ือนไหวสรา้ งความคุ้นเคยกับลูกฟตุ บอลได้อยา่ งถูกต้อง
๗. เพ่ือใหผ้ ู้เรียนรแู้ ละปฏบิ ัติการหยดุ หรือบังคับลกู ฟุตบอลได้อยา่ งถูกต้อง
๘. เพ่อื ใหผ้ เู้ รยี นรู้และปฏิบัติการเตะลูกฟุตบอลแบบตา่ งๆไดอ้ ย่างถูกตอ้ ง
๙. เพอื่ ให้ผูเ้ รยี นรู้และปฏิบัติการโหม่งลกู ฟตุ บอลแบบตา่ งๆได้อย่างถูกต้อง
๑๐. เพื่อให้ผเู้ รยี นรแู้ ละปฏิบตั กิ ารเลยี้ งลกู ฟตุ บอลแบบต่างๆได้อย่างถูกต้อง
๑๑. เพื่อให้ผ้เู รยี นรแู้ ละปฏิบัติการยงิ ประตูแบบตา่ งๆได้อยา่ งถูกต้อง
๑๒. เพอ่ื ให้ผ้เู รียนรแู้ ละปฏบิ ตั ิการเป็นผู้รักษาประตูได้อย่างถูกต้อง
๑๓. เพอ่ื ให้ผเู้ รยี นรขู้ ้ันตอนการรุกในการเลน่ กีฬาฟุตบอลได้อย่างถกู ต้อง
๑๔. เพอ่ื ให้ผู้เรยี นรู้และปฏิบัติการเล่นเม่ือเป็นฝ่ายรกุ แบบต่างๆได้อย่างถกู ต้อง
๑๕. เพือ่ ใหผ้ เู้ รยี นรขู้ ัน้ ตอนการรับในการเลน่ กฬี าฟุตบอลได้อย่างถกู ตอ้ ง
๑๖. เพอ่ื ให้ผเู้ รยี นรแู้ ละปฏบิ ัติการเลน่ เม่ือเป็นฝา่ ยรบั แบบตา่ งๆได้อยา่ งถกู ต้อง
๑๗. เพ่ือให้ผูเ้ รียนรู้ขน้ั ตอนการเลน่ เป็นทมี ในกีฬาฟุตบอลไดอ้ ย่างถกู ต้อง
๑๘. เพ่อื ใหผ้ เู้ รียนรแู้ ละปฏบิ ตั ติ ามรปู แบบหลกั ของการเล่นเป็นทมี ในกีฬาฟตุ บอลได้อย่างถกู ต้อง
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรงุ ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวงั หลวงพทิ ยาสรรพ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๖๓
๑๙. เพอ่ื ให้ผเู้ รยี นรแู้ ละปฏิบตั ิตามระเบยี บข้อบงั คบั และกติกาการแข่งขันไดอ้ ยา่ งถูกต้อง
๒๐. บอกหน้าท่ีของผ้ตู ัดสนิ และผชู้ ่วยผตู้ ดั สนิ กฬี าฟุตบอลได้อย่างถกู ต้อง
๒๑. บอกและแสดงสญั ญาณการตัดสนิ ในลักษณะตา่ งๆไดอ้ ยา่ งถูกต้อง
๒๒. บอกบทบญั ญตั สิ าหรับกรรมการได้อย่างถูกต้อง
๒๓. บอกวธิ เี สรมิ สร้างสมรรถภาพของผูต้ ัดสินและผชู้ ว่ ยผู้ตดั สนิ ได้อยา่ งถูกตอ้ ง
วิชา พ๓๒๑๐๒ สขุ ศึกษา ๔ คาอธบิ ายรายวชิ า
ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ ๕ กลุ่มสาระการเรยี นร้สู ขุ ศกึ ษาและพลศึกษา
จานวนหน่วยกติ ๐.๕ หนว่ ยกติ ภาคเรยี นที่ ๒
เวลาเรยี นท้ังหมด ๒๐ ช่ัวโมง
ศึกษาสาเหตุแนวทางการปอ้ งกนั โรค จากการประกอบอาชพี วางแผนพัฒนาสุขภาพ
สมรรถภาพทางกาย สมรรถภาพทางกลไก ส่งเสรมิ สุขภาพโดยใช้ภมู ิปัญญาไทยของบุคคลในชุมชน
พฤติกรรมเส่ียงต่อการใชย้ า สารเสพติด ความรนุ แรง สามารถวเิ คราะหผ์ ลกระทบปัจจัยที่มผี ลตอ่
สุขภาพ วางแผนกาหนดแนวทางลดอุบตั ิเหตุ
โดยใชท้ กั ษะการตัดสินใจแก้ปัญหา มีสว่ นร่วมในการสร้างเสรมิ ความปลอดภยั ในชุมชน
สามารถชว่ ยฟื้นคนื ชพี อยา่ งถูกวิธี
เพ่อื ใหม้ คี วามรคู้ วามเขา้ ใจ เพิ่มคุณค่าของสุขภาพ สามารถปฏิบตั ิตนอย่างเหมาะสมใน
การดูแลสุขภาพของตนเองและสว่ นรวม
ตัวชี้วดั พ ๔.๑ ม.๔ - ๖ / ๔,๕,๖,๗ พ ๕.๑ ม.๔ - ๖/ ๑,๒,๓,๔,๕,๖,๗
รวม ๑๑ ตัวชวี้ ัด
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรุง ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวังหลวงพทิ ยาสรรพ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๖๔
วชิ า พ๓๒๒๐๒ วอลเล่ย์บอล คาอธบิ ายรายวิชา
ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๕ กลุ่มสาระการเรยี นรู้สุขศกึ ษาและพลศึกษา
จานวน ๐.๕ หน่วยกิต ภาคเรียนท่ี ๒
จานวน ๒๐ ช่วั โมง/ภาค (๑ ชว่ั โมง/สปั ดาห์)
ใหม้ ีส่วนร่วมและปฏบิ ัติจริงในกิจกรรมกายบรหิ าร การออกกาลงั กายด้วยกิจกรรม
วอลเล่ย์บอลในเรอ่ื งการส่งลกู การรับลกู การตงั้ ลูก การตบลกู วธิ กี ารเล่นในตาแหน่งตา่ งๆ ท้ังในขณะ
เป็นผู้เลน่ ฝ่ายสง่ ลูกและฝ่ายรับลูก การเล่นเปน็ ทมี และอื่นๆอย่างถูกต้อง ปลอดภัย และสนุกสนาน
หรอื อาจนากิจกรรมพลศึกษาอน่ื ๆทม่ี ีคุณคา่ เท่าเทยี มกับวอลเล่ย์บอลมาแทนตามความเหมาะสม
พร้อมกับให้เรยี นรู้การป้องกนั การแก้ไข การเสริมสร้างสขุ ภาพ โดยให้รหู้ ลกั และวิธีการออกกาลงั กาย
ทีถ่ กู ต้อง มีทักษะ มสี มรรถภาพทางกายและทางจิต มีระเบียบวนิ ัย เห็นคุณคา่ และนาไปปฏบิ ตั ใิ น
ชีวติ ประจาวัน
โดยใช้กระบวนการเรยี นการสอนความรู้ความเข้าใจ และกระบวนการฝึกปฏบิ ัติจริง มี
ทักษะและสมรรถภาพทางกาย ทางจิตท่ดี ี
เพือ่ ให้นักเรียนได้พัฒนาการตามศักยภาพของแต่ละบุคคล เพ่ือให้รหู้ ลกั และวธิ ีการออก
กาลงั กายท่ถี ูกตอ้ ง มีทกั ษะ มีสมรรถภาพทางกายและจิตใจ มีระเบียบวินัย เหน็ คณุ คา่ และ
สามารถนาไปปฏิบตั ใิ นชวี ิตประจาวนั ได้
ผลการเรยี นรู้
๑. ทราบประวัติการเริ่มต้นของกีฬาวอลเล่ยบ์ อลได้
๒. อธบิ ายได้ว่ากฬี าวอลเล่ย์บอลมีการเร่ิมเล่นในทวีปเอเชยี ไดอ้ ย่างถูกต้อง
๓. อธบิ ายได้วา่ กีฬาวอลเลย่ บ์ อลนาเข้ามาเล่นในประเทศไทยไดอ้ ย่างถูกต้อง
๔. อธบิ ายวธิ กี ารใชเ้ ท้าในการทรงตวั ใหอ้ ยใู่ นสภาวะสมดลุ ได้
๕. อธบิ ายการใชท้ ักษะแตะลูกวอลเล่ย์บอลลอยขนึ้ ไปบนอากาศและส่งลูกให้ถึงจุดหมายอยา่ ง
แมน่ ยาได้
๖. อธิอธิบายไดว้ ่าเมื่อใดจงึ จะทาการแตะชลู ูกวอลเล่ย์บอลด้วยมอื ล่างสองมือหรือด้วยมอื บน
สองมอื
๗. อธบิ ายวิธกี ารใชม้ ือล่างสองมือหรือมือบนสองมือแตะชูลูกวอลเล่ย์บอลได้
๘. ทาการฝกึ ปฏบิ ัติการเลน่ จริงได้
๙. อธิบายวิธกี ารเสริ ์ฟลูกวอลเลย่ ์บอลให้มีประสทิ ธิภาพได้
๑๐. อธบิ ายวิธีการเสิร์ฟลกู วอลเล่ยบ์ อลดว้ ยมือล่างอยา่ งมีประสิทธิภาพได้
๑๑. อธิบายวธิ กี ารเสริ ฟ์ ลกู วอลเลย่ ์บอลดว้ ยมือบนอยา่ งมีประสิทธภิ าพ
๑๒. อธบิ ายวธิ ีการเสริ ฟ์ ลกู วอลเล่ย์บอลด้วยการกระโดดเสิรฟ์ อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพได้
๑๓. อธิบายวิธีการกระโดดตบลูกวอลเล่ย์บอลอย่างมีประสิทธภิ าพได้
๑๔. ปฏบิ ัตกิ ารกระโดดตบลูกวอลเลย่ บ์ อลให้มปี ระสทิ ธิภาพได้
๑๕. อธบิ ายความหมายของคาวา่ สกดั ก้ันลูกวอลเล่ย์บอลได้
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวังหลวงพทิ ยาสรรพ์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๖๕
๑๖. อธบิ ายได้วา่ วิธกี ารสกดั กั้นลูกวอลเลย่ บ์ อลมกี ่ีวธิ ี
๑๗. ปฏิบตั ิวิธกี ารกระโดดสกัดกนั้ ลูกวอลเลย่ บ์ อลได้
๑๘. อธบิ ายวธิ ีการเล่นเป็นทมี ได้อยา่ งถกู ต้อง
๑๙. อธิบายการเลน่ เป็นทีม จานวนผเู้ ล่น ตาแหน่งผเู้ ลน่ ได้อย่างถกู ต้อง
๒๐. อธบิ ายกติกาการเลน่ วอลเลย่ ์บอลได้
๒๑. อธบิ ายกตกิ าการติดตงั้ อปุ กรณ์สิ่งอานวยความสะดวกในสนามกีฬาวอลเล่ยบ์ อลได้
๒๒. อธบิ ายกตกิ าเกีย่ วกับผมู้ หี น้าท่เี กีย่ วข้องกับการแขง่ ขนั วอลเล่ย์บอลได้
๒๓. อธบิ ายกติกาเก่ียวกับหน้าท่ขี องเจ้าหนา้ ท่ีต่างๆและการตดั สนิ ของกรรมการได้
วิชา พ๓๓๑๐๑ สขุ ศึกษา ๕ คาอธบิ ายรายวิชา
ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๖ กลุ่มสาระการเรียนร้สู ุขศึกษาและพลศกึ ษา
จานวนหน่วยกติ ๐.๕ หน่วยกิต ภาคเรยี นที่ ๑
เวลาเรียนทั้งหมด ๒๐ ชั่วโมง
ศึกษาและมคี วามรูเ้ กยี่ วกบั ความสาคญั และการดูแลระบบอวัยวะภายในร่างกาย
ความสาคญั ของทกั ษะชีวติ ที่ใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั ผลกระทบและการป้องกนั ความขดั แยง้ ในเรอ่ื งเพศ
แนวทางในการสรา้ งเสริมสุขภาพร่างกาย สิทธิผบู้ ริโภคและการดูแลคุม้ ครองสขุ ภาพผบู้ ริโภค ปัญหา
สงิ่ แวดลอ้ มท่ีมีผลต่อชวี ติ และสุขภาพของตนเองและชุมชน โดยยึดหลักตามแนวปรัชญาของเศรษฐกจิ
พอเพยี ง เพ่ือสรา้ งคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์ ให้เปน็ ผทู้ ม่ี คี ณุ ธรรม จริยะธรรม และสร้างความ
ปลอดภัยในชวี ิตโดยการนาไปปฏิบัตใิ นชวี ิตประจาวนั อย่างมคี วามสขุ เป็นปกตวิ ิสยั
โดยใช้กระบวนการสืบเสาะ ความร้คู วามเข้าใจ การสรา้ งความตระหนัก มีทักษะในการ
ปฏเิ สธ การตดั สนิ ใจ
เพอ่ื ใหเ้ หน็ คณุ ค่าของการมสี ุขภาพดี ปฏิบัตติ นอย่างเหมาะสมในการรักษาสุขภาพของ
ตนเองและส่วนรวม สามารถนาไปประยุกตใ์ ช้ในการดาเนินชีวติ
ตวั ช้ีวดั พ ๑.๑ ม.๔ - ๖ /๑,๒ พ ๒.๑ ม.๔ - ๖/ ๑,๒,๓,๔ พ ๔.๑ ม.๔ - ๖/๑,๒,๓,๖
รวม ๑๐ ตวั ช้ีวดั
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุง ๒๕๖๐)
หลกั สตู รโรงเรยี นวังหลวงพิทยาสรรพ์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๖๖
วิชา พ๓๓๒๐๑ ลีลาศ คาอธิบายรายวิชา
ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ ๖ กลุ่มสาระการเรียนรสู้ ุขศกึ ษาและพลศกึ ษา
จานวน ๐.๕ หนว่ ยกติ ภาคเรยี นท่ี ๑
จานวน ๒๐ ชั่วโมง/ภาค(๑ ชั่วโมง/สัปดาห์)
ศกึ ษากระบวนการสรางเสิรม และดารงประสิทธิภาพการทางานของระบบประสาท
ลกั ษณะและผลกระทบของปจจยั ทางสังคมทีส่ งผลตอพฤติกรรมเสยี่ งทางเพศ แนวทางในการปอง
กัน คานยิ มทางเพศทเ่ี หมาะสมตอการดาเนินชิวตี วยั รุนกับการคบเพ่ือนต่างเพศ มรี ปู แบบของ การ
คบเพ่ือนตางเพศในวัยรุน แนวทางในการคบเพ่ือนตางเพศท่ีเหมาะสมกบั สังคมและวฒั นธรรมไทย
โดยนาลีลาศเปนสือ่ กลางในการปรับเปล่ียนพฤติกรรมตางๆ และไดความรูเก่ียวกับกฎกติกาการแข
งขัน มารยาทในการเปนผูเลนและผูดู การสร้างทัศนคติและคณธุ รรมท่ีดี เทคนิคการสอนลีลาศ
ประกอบด้วยการเตรยี มรางกายผูเรยี นสาหรับกิจกรรมลลี าศ ทา่ เตนราพื้นฐาน จังหวะการ เตนราต
างๆ ที่เหมาะสมกับเพศและวัย การจัดเครื่องแตงกาย การสร้างเสริมสุขภาพ เพ่ือนาทฤษฎี และ
หลักการเคล่ือนไหวเบ้ืองตน การจัดทรวดทรง ชนิดของกิจกรรมท่ใี ชประกอบจังหวะ และการ เตนรา
พนื้ เมืองทั้งของไทยและประเทศตางๆ เทคนิค การสอนกจิ กรรมเขาจังหวะใหเหมาะสมกับเพศ และ
วัยของผูเรยี น การเตรยี มสภาพรางกายผูเรยี นสาหรบั การเรียนกิจกรรมเขาจงั หวะ มารยาทในการเข
าร่วมกิจกรรม การสรางทศั นคติและคณุธรรมท่ดี ีใหรหู ลัก และวธิ ีการออกกาลงั กายได อยางถูกตอง มี
ทกั ษะ มสี มรรถภาพทางกายและทางจิต มีระเบียบวนิ ัย เห็นคณุ คาและไปปฏบิ ัติใน ชวี ติ ประจาวนั
ผลการเรียนรูทค่ี าดหวงั
๑.นกั เรียนมีความรูและความเขาใจทักษะตางๆ ในการเรียนลีลาศไดอยางถูกตอง
๒. บอกประโยชน์ของการเลน่ ลีลาศได้
๓. บอกมารยาทในการเล่นและการชมลีลาศทีด่ ไี ด้
๔. นกั เรียนสามารถปฏิบตั ิทักษะตางๆ ทใี่ ชประกอบการเตนลีลาศไดอยางถูกตอง
๕. นักเรยี นสามารถเคลอ่ื นไหวในรปู แบบตางๆ ท่จี าเปนในการเตนลีลาศไดอยางถกู ตอง
๖. นักเรยี นสามารถนาเอาทักษะต่างๆ ของการเตน้ ลีลาศไปประยุกต์ใชกับการออกกาลังกายใน
ชวี ิตประจาวันได ๗. นกั เรยี นสามารถทจี่ ะทางานเปนกลุมหรอื คณะไดเปนอยางดี
๘. นกั เรียนปฏบิ ตั กิ ารเคล่อื นไหวในจงั หวะบีกินได้
๙. นกั เรียนปฏบิ ัติการเคล่ือนไหวในจงั หวะชะ ชะ ช่า ได้
๑๐. นกั เรียนปฏิบตั กิ ารเคล่อื นไหวในจงั หวะรมุ บา้ ได้
๑๑. นกั เรยี นปฏิบตั กิ ารเคล่อื นไหวในจงั หวะแทงโก้ได้
๑๒. นกั เรียนสามารถปองกนั อันตรายท่ีอาจเกิดจกาการเต้นลีลาศได
๑๓. นักเรยี นเป็นบคุ คลทีม่ ีวินัย เคารพ กฎ กติกา มีมารยาทและมีน้าใจนกั กีฬา
๑๔. นักเรยี นมีการสรางเสริมสขุ ภาพอนามัย
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐)
หลกั สตู รโรงเรยี นวังหลวงพิทยาสรรพ์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๖๗
วิชา พ๓๓๑๐๒ สุขศกึ ษา ๖ คาอธบิ ายรายวิชา
ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ ๖ กลุ่มสาระการเรยี นร้สู ขุ ศึกษาและพลศึกษา
จานวนหนว่ ยกติ ๐.๕ หน่วยกติ ภาคเรียนท่ี ๒
เวลาเรยี นทัง้ หมด ๒๐ ช่ัวโมง
ศึกษาและมีความรู้เก่ยี วกับ สถานการณ์ของโรคทางพนั ธกุ รรมและการดูแลรกั ษา ปัจจยั
เส่ยี งที่มผี ลต่อสขุ ภาพ พฤติกรรมเสี่ยงและกระบวนการทางสงั คมเพื่อสรา้ งเสริมความปลอดภัย ปจั จัย
เส่ยี งทที่ าให้ติดสารเสพตดิ ผลกระทบและโทษทางกฎหมายของการใชส้ ารเสพตดิ ความสาคัญของการ
ช่วยฟืน้ คนื ชพี และการช่วยเหลือผูป้ ระสบภัย ความสาคัญและการวางแผนพัฒนาสมรรถ ภาพทางกาย
โดยยึดหลกั ตามแนวปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง เพ่ือสร้างคุณลักษณะอนั พึงประสงค์ ใหเ้ ปน็ ผู้ท่มี ี
คุณธรรม จริยะธรรม และสร้างความปลอดภยั ในชีวิตโดยการนาไปปฏิบตั ิในชีวิตประจาวันอยา่ งมี
ความสขุ เป็นปกตวิ ิสัย
โดยใช้กระบวนการสืบเสาะ ความรูค้ วามเขา้ ใจ การสรา้ งความตระหนัก มีทักษะในการ
ปฏิเสธ การตัดสนิ ใจ
เพอ่ื ใหเ้ ห็นคณุ คา่ ของการมีสขุ ภาพดี ปฏิบตั ติ นอย่างเหมาะสมในการรักษาสุขภาพของ
ตนเองและสว่ นรวม สามารถนาไปประยุกตใ์ ชใ้ นการดาเนินชวี ิต
ตวั ชีว้ ดั พ ๔.๑ ม.๔ - ๖ /๔,๕,๗ พ ๕.๑ ม.๔ - ๖/ ๑,๒,๓,๔,๕,๖,๗
รวม ๑๐ ตวั ชวี้ ดั
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรุง ๒๕๖๐)
หลกั สตู รโรงเรยี นวงั หลวงพทิ ยาสรรพ์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๖๘
วิชา พ๓๓๒๐๒ เซปักตะกรอ้ คาอธิบายรายวชิ า
ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี ๖ กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ ุขศกึ ษาและพลศึกษา
จานวน ๐.๕ หนว่ ยกิต ภาคเรยี นท่ี ๒
จานวน ๒๐ ชว่ั โมง/ภาค(๑ ชัว่ โมง/สัปดาห์)
ศึกษาหลักการเรียนกบั กจิ กรรมพลศึกษาและกีฬา ฝึกทักษะการบริหารรา่ งกายกับการ
เคลอ่ื นไหวพ้นื ฐาน และการเลน่ กีฬาตามลาดับขนั้ ตอน เพอ่ื ให้มคี วามรู้ ความเขา้ ใจประวัตคิ วาม
เป็นมา เกี่ยวกับกิจกรรมพลศกึ ษาและกฬี าเซปกั ตะกร้อ มีทกั ษะการเล่นลูกข้างเทา้ ดา้ นใน การเตะ
ลกู หลงั เท้า การเล่นลูกดว้ ยเข่า การเล่นลูกดว้ ยศรีษะ การเลน่ ลกู ขา้ งเท้าด้านนอก กติกาการแข่งขัน
วธิ กี ารเลน่ แบบตา่ งๆ การเล่นเป็นทมี และอ่นื ๆทม่ี ีคุณค่าเท่าเทยี มกับเซปักตะกรอ้ มาแทนตามความ
เหมาะสม ในการเลน่ กีฬา
โดยใช้กระบวนการเรียนการสอนความรู้ความเข้าใจ และกระบวนการปฏบิ ตั ิ มีทักษะและ
สมรรถภาพทางกาย ทางจติ มรี ะเบยี บวินัย มคี ุณธรรม
เพื่อใหเ้ หน็ คณุ คา่ ของกิจกรรมพลศกึ ษาและกฬี า สามารถนาไปประยุกต์ใชใ้ หเ้ ป็นประโยชน์
รูแ้ พ้ รู้ชนะ รอู้ ภยั
ผลการเรยี นรู้
๑. รู้และเขา้ ใจประวัติความเป็นมาของกฬี าเซปกั ตะกรอ้
๒. รแู้ ละเข้าใจประวัตคิ วามเป็นมาของกีฬาตะกร้อชิงธง และตะกร้อข้ามตาข่าย
๓. บอกประโยชนข์ องการเลน่ กีฬาเซปักตะกร้อได้
๔. บอกมารยาทในการเล่นและการชมทด่ี ีได้
๕. บอกความรขู้ องการทดสอบสมรรถภาพทางกายได้อย่างถูกตอ้ ง
๖. อธิบายวิธกี ารประเมินผล สมรรถภาพทางกายได้อย่างถกู ต้อง
๗. รแู้ ละเข้าใจทักษะในการเล่นตะกร้อ
๘. มีทักษะการเคล่ือนไหวเบ้ืองต้นในการเล่นตะกรอ้
๙. มที ักษะการรบั สง่ ลูกแบบตา่ งๆ มที กั ษะการเตะตะกรอ้ ลูกพ้ืนฐาน
๑๐.รูแ้ ละเขา้ ใจทกั ษะการเตะลกู ข้างด้านใน
๑๑.มที กั ษะการเตะลูกขา้ งเทา้ ด้านในนาทักษะการเตะลกู ข้างเท้าด้าน ในไปใช้ในการเลน่ กีฬา
เซปักตะกร้อ
๑๒. รู้และเข้าใจทักษะการเตะลูกหลังเท้า
๑๓.มที ักษะการเตะลูกหลังเทา้ นาทกั ษะการเตะลูกหลังเทา้ ไปใช้ในการเล่นกีฬาเซปกั ตะกรอ้
๑๔.รู้และเขา้ ใจทกั ษะการเล่นลูกดว้ ยเขา่
๑๕.มีทักษะการเลน่ ลูกดว้ ยเขา่ นาทักษะการเลน่ ลกู ด้วยเขา่ ไปใช้ในการเลน่ กฬี าเซปกั ตะกร้อ
๑๖.รู้และเข้าใจทกั ษะการเล่นลกู ดว้ ยศีรษะ
๑๗.มที ักษะการเล่นลกู ด้วยศีรษะนาทกั ษะการเลน่ ลกู ดว้ ยศีรษะไปใช้ในการเล่นกีฬาเซปักตะกร้อ
๑๘.และเขา้ ใจทักษะการเลน่ ลูกด้วยข้างเทา้ ด้านนอก
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุง ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวังหลวงพทิ ยาสรรพ์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๖๙
๑๙.มที ักษะการเลน่ ลูกดว้ ยข้างเท้าดา้ นนอกนาทักษะการเล่นลูกดว้ ยข้างเท้าดา้ นนอกไปใชใ้ นการ
เล่นกีฬาเซปักตะกร้อ
๒๐.รู้และเขา้ ใจกติกาการแข่งขันเซปกั ตะกร้อ
๒๑.นาความรู้เร่ือง กติกาการแขง่ ขันเซปกั ตะกร้อไปใช้ในการแข่งขัน
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุง ๒๕๖๐)
หลกั สตู รโรงเรยี นวังหลวงพทิ ยาสรรพ์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๗๐
คาอธบิ ายรายวชิ า
กลุ่มสาระการเรยี นรูศ้ ลิ ปะ
ชั้นมธั ยมศึกษาตอนตน้ และตอนปลาย
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐)
หลกั สตู รโรงเรยี นวังหลวงพทิ ยาสรรพ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๗๑
คาอธิบายรายวิชา
วชิ าศิลปะ พน้ื ฐาน กลุ่มสาระการเรยี นรศู้ ิลปะ ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๑
รหสั วิชา ศ ๒๑๑๐๑ ศลิ ปะ เวลาเรียน ๔๐ ชั่วโมง
จานวน ๑.๐ หน่วยกติ เวลาเรียน ๒ ชั่วโมง/สัปดาห์ ภาคเรียนที่ ๑
บรรยายความแตกตา่ งและความคลา้ ยคลงึ กันของงานศิลป์ และสงิ่ แวดลม้ โดยใชค้ วามรเู้ รอื่ ง
ทศั นธาตุในงานทศั นศิลป์ ศึกษาหลักการออกแบบโดยเนน้ ความเป็นเอกภาพกลมกลนื และความ
สมดุลของทอ้ งถ่ิน สรา้ งสรรคจ์ ิตรกรรมทัศนยี ภาพแสดงใหเ้ หน็ ระยะไกลใกล้ เปน็ ๓ มิติ โดยใช้
หลกั การสรา้ งภาพของวิถีชมุ ชนในทอ้ งถิน่ ศึกษาคน้ ควา้ เกี่ยวกบั รูปแบบงานทัศนศิลปข์ องชาตแิ ละ
ท้องถิ่นตนเองจากอดีตจนถึงปจั จบุ นั ระบุและเปรยี บเทยี บงานทัศนศลิ ป์ของภาคต่าง ๆ ในประเทศ
ไทย งานทัศนศิลป์ภาคต่าง ๆ ของประเทศไทย รวบรวมงานปัน้ หรอื สอื่ ผสมมาสรา้ งเป็นเร่อื งสามมิติ
โดยเนน้ ความเปน็ เอกภาพความกลมกลืนและการสรา้ งเร่อื งราวของงาน ออกแบบรปู ภาพสัญลกั ษณ์
หรอื กราฟฟิคอ่นื ๆ ในการนาเสนอความคิดและขอ้ มูลของงานทัศนศิลปแ์ ละบรรยายถึงวธิ ีการ
ปรับปรุงของงานของตนเอง และผอู้ นื่ โดยใชเ้ กณฑ์ทก่ี าหนดเปรียบเทยี บความแตกต่างของ
จุดประสงค์ในการสรา้ งสรรค์งานทัศนศิลป์ ของวัฒนธรรมไทยและสากล
มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวช้วี ัด
ศ ๑.๑ ( ม.๑/๑ – ๖ ) , ศ ๑.๒ ( ม.๑/๑ – ๓ )
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุง ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวงั หลวงพทิ ยาสรรพ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๗๒
คาอธบิ ายรายวิชา
วิชาศลิ ปะ พน้ื ฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ศลิ ปะ ระดบั ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๑
รหัสวิชา ศ ๒๑๑๐๒ ศิลปะ เวลาเรียน ๔๐ ชั่วโมง
จานวน ๑.๐ หนว่ ยกิต เวลาเรยี น ๒ ชัว่ โมง/สัปดาห์ ภาคเรยี นท่ี ๒
อา่ น เขยี น ร้อง โน้ตไทย และโน้ตสากล เปรยี บเทยี บเสียงร้องและเสียงของเคร่ืองดนตรีที่มา
จากวฒั นธรรมที่ต่างกัน ร้องเพลงและใช้เคร่ืองดนตรบี รรเลงประกอบการรอ้ งเพลงดว้ ยบทเพลงที่
หลากหลายรปู แบบ จัดประเภทของวงดนตรีไทยและวงดนตรีทีม่ ากจากวัฒนธรรมต่าง ๆ อธบิ าย
บทบาทความสัมพนั ธ์และอิทธพิ ลของดนตรที ม่ี ีต่อสงั คมไทย แสดงความคิดเห็นท่ีมีต่ออารมณข์ องบท
เพลง ทม่ี ีความเร็วของจงั หวะและความดังเบาแตกตา่ งกนั เปรยี บเทียบอารมณค์ วามรสู้ กึ ในการฟัง
ดนตรแี ต่ละประเภท นาเสนอตวั อยา่ งเพลงที่ตนเองชน่ื ชอบ และอภิปรายลกั ษณะเดน่ ท่ที าให้งานนัน้
นา่ ชื่นชม ใชเ้ กณฑ์สาหรบั ประเมนิ คุณภาพงานดนตรหี รอื เพลงที่ฟัง ใช้และบารงุ รักษาเคร่อื งดนตรี
อยา่ งระมดั ระวังและรับผดิ ชอบ ระบคุ วามหลากหลายขององค์ประกอบดนตรี ในวฒั นธรรมต่างกัน
อธบิ ายอิทธิพลของนกั แสดงช่ือดังท่ีมีผลตอ่ การโนม้ น้าวอารมณห์ รือความคดิ ของผู้ชมใช้นาฏย
ศพั ทห์ รือศัพท์ทางการละครในการแสดง แสดงนาฏศิลป์และละครในรปู แบบง่าย ๆ ระบปุ จั จยั ทม่ี ผี ล
ต่อการเปลย่ี นแปลงของนาฏศิลป์ นาฏศลิ ปพ์ ้ืนบา้ น ละครไทยและละครพื้นบา้ น ใชท้ ักษะการ
ทางานเปน็ กลุ่มในกระบวนการผลติ การแสดง ใช้เกณฑ์งา่ ย ๆ ท่ีกาหนดให้ในการพิจารณาคณุ ภาพ
การแสดงที่ชม โดยเน้นเรื่องการใช้เสียงการแสดงทา่ และการเคลื่อนไหว บรรยายประเภทของละคร
ไทยในแต่ละยคุ สมยั
มาตรการเรยี นรู้และตวั ชวี้ ดั
ศ ๒.๑ ( ม.๑/๑ – ๙ ) , ศ ๒.๒ ( ม. ๑/๑ – ๒ )
ศ ๓.๑ ( ม. ๑/๑ – ๕ ) , ศ ๓.๒ ( ม. ๑/๑ – ๒ )
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุง ๒๕๖๐)
หลกั สตู รโรงเรยี นวงั หลวงพทิ ยาสรรพ์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๗๓
คาอธิบายรายวิชา
วชิ าศิลปะ พน้ื ฐาน กลุ่มสาระการเรียนร้ศู ลิ ปะ ระดับช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี ๒
รหสั วิชา ศ ๒๒๑๐๑ ศลิ ปะ เวลาเรียน ๔๐ ชั่วโมง
จานวน ๑.๐ หน่วยกิต เวลาเรยี น ๒ ชัว่ โมง/สัปดาห์ ภาคเรยี นที่ ๑
อภปิ รายเกยี่ วกบั ทัศนธาตุในดา้ นรปู แบบและแนวคดิ ของงานทัศศลิ ปท์ ี่เลอื กมา บรรยาย
เกยี่ วกับความแตกตา่ งของรูปแบบการใช้วสั ดุอปุ กรณ์ในงานทัศศิลปข์ องศิลปิน วาดภาพดว้ ยเทคนคิ ที่
หลากหลายในการส่อื ความหมายและเรื่องราวต่าง ๆ ระบุและบรรยายเกยี่ วกับวฒั นธรรมตา่ ง ๆ ท่ี
สะทอ้ นถงึ งานทัศนศลิ ป์ในปัจจุบนั สร้างเกณฑ์ในการประเมินและวิจารณ์งานทัศนศลิ ป์ นาผลการ
วิจารณไ์ ปปรบั ปรงุ แกไ้ ขและพัฒนางานวาดภาพแสดงบุคลิกลักษณะของตัวละคร บรรยายวิธีการใช้
งานทัศนศลิ ป์ในการโฆษณาเพอ่ื นโน้มน้าวใจ และนาเสนอตัวอย่างประกอบ บรรยายถึงการ
เปล่ยี นแปลงของงานทัศนศิลป์ของไทยในแต่ละยุคสมยั โดยเนน้ ถงึ แนวคิดและเนื้อหาของงาน
เปรยี บเทียบแนวคดิ ในการออกแบบงานทศั นศลิ ป์ทีม่ าจากวฒั นธรรมไทยและสากล
มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตัวชี้วดั
ศ ๑.๑ ( ม ๒/๑ – ๗ ) , ศ ๑.๒ ( ม ๒/๑ – ๓ )
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรุง ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวงั หลวงพทิ ยาสรรพ์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๗๔
คาอธบิ ายรายวชิ า
วิชาศลิ ปะ พ้ืนฐาน กลุ่มสาระการเรียนรู้ศิลปะ ระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๒
รหัสวิชา ศ ๒๒๑๐๒ ศิลปะ เวลาเรยี น ๔๐ ชั่วโมง
จานวน ๑.๐ หนว่ ยกิต เวลาเรยี น ๒ ชั่วโมง/สัปดาห์ ภาคเรยี นที่ ๒
เปรียบเทียบการใช้องค์ประกอบดนตรที ี่มาจากวัฒนธรรมต่างกัน อ่าน เขยี น ร้องโน้ตไทย
และโนต้ สากลทมี่ ีเครื่องหมายแปลงเสียง ระบุปัจจัยสาคัญทม่ี ีอิทธิพลต่อการสรา้ งสรรคง์ านดนตรี
รอ้ งเพลงและเล่นดนตรเี ดย่ี วและรวมวง บรรยายบทบาทอิทธิพลของดนตรใี นวฒั นธรรมของประเทศ
ต่าง ๆ และววิ ัฒนาการของดนตรแี ตล่ ะยุคสมยั บรรยายอารมณข์ องบทเพลงและความรู้สึกที่มีต่อบท
เพลงท่ีฟงั ประเมนิ พัฒนาการทักษะทางดนตรีของตนเองหลงั จากการฝึกปฏบิ ัติ ระบุงานอาชีพต่าง
ๆ ที่เกยี่ วข้องกบั ดนตรแี ละบทบาทของดนตรีในธุรกิจบนั เทงิ บรรยายอทิ ธิพลของวฒั นธรรมและ
เหตกุ ารณ์ในประวตั ศิ าสตร์ที่มตี อ่ รปู แบบของดนตรีในประเทศไทย
อธบิ ายการบรู ณาการศลิ ปะแขนงอื่น ๆ กับการแสดง สร้างสรรคก์ ารแสดงโดยใช้องค์ประกอบ
นาฏศิลปแ์ ละการละคร วิเคราะหก์ ารแสดงของตนเองและผูอ้ นื่ โดยใช้นาฏยศัพทห์ รือศัพท์การทาง
ละครที่เหมาะสม เปรียบเทียบลกั ษณะเฉพาะของการแสดงนาฏศลิ ปจ์ ากวฒั นธรรมตา่ ง ๆ ระบหุ รอื
แสดงนาฏศลิ ปน์ าฏศิลป์พื้นบ้าน ละครไทย ละครพนื้ บ้าน หรอื มหรสพอ่นื ๆ ทเ่ี คยนยิ มกันในอดีต
เสนอขอ้ คดิ ในการปรับปรงุ การแสดงเช่ือมโยงการเรียนร้รู ะหว่างนาฏศิลป์ และการละคร กับสาระ
การเรยี นรอู้ น่ื ๆ อธบิ ายอทิ ธิพลของวัฒนธรรมที่มีผลต่อเนื้อหาของละคร
มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวชวี้ ัด
ศ ๒.๑ ( ม ๒/๑ – ๗ ) , ศ ๒.๒ ( ม ๒/๑ – ๒ )
ศ ๓.๑ ( ม ๒/๑ – ๕ ) , ศ ๓.๒ ( ม๒/๑ – ๓ )
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรุง ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวังหลวงพทิ ยาสรรพ์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๗๕
คาอธิบายรายวิชา
วชิ าศิลปะ พนื้ ฐาน กลุ่มสาระการเรียนรศู้ ลิ ปะ ระดับช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๓
รหสั วชิ า ศ ๒๓๑๐๑ ศลิ ปะ เวลาเรียน ๔๐ ช่ัวโมง
จานวน ๑.๐ หนว่ ยกิต เวลาเรียน ๒ ช่ัวโมง/สัปดาห์ ภาคเรยี นท่ี ๑
บรรยายส่ิงแวดลอ้ มและงานทัศนศิลปท์ ่ีเลือกมาโดยใช้ความรเู้ ร่อื งทัศธาตุและหลกั การ
ออกแบบ ระบุและบรรยายเทคนิค วิธีการ ของศิลปนิ ในการสร้างงานทศั นศลิ ป์ วิเคราะห์และ
บรรยายวธิ ีการใช้ทศั นธาตุ และหลกั การออกแบบในการสรา้ งงานทัศนศิลป์ของตนเองใหม้ คี ุณภาพ
มที กั ษะในการสร้างงานทศั นศิลป์อยา่ งน้อยสามประเภท มีทักษะในการผสมผสานวสั ดุต่าง ๆ ในการ
สรา้ งงานทศั นศิลป์โดยใชห้ ลักการออกแบบสรา้ งงานทัศนศิลป์ทัง้ สองมิติและสามมติ เิ พอื่ ถ่ายทอด
ประสบการณ์และจนิ ตนาการ สรา้ งสรรคง์ านทัศศิลป์ส่ือความหมายเปน็ เร่อื งราว โดยประยกุ ตใ์ ช้
ทัศน์ธาตแุ ละหลักการออกแบบ ศึกษาอภปิ รายเกย่ี วกับงานทัศนศิลปท์ ่ีสะท้อนคุณคา่ ของวฒั นธรรม
วิเคราะห์และอธบิ ายจุดหมายของศลิ ปิน ในการเลือกใชว้ ัสดุอปุ กรณ์ เทคนิคและเน้ือหาเพื่อ
สรา้ งสรรค์งานทศั นศิลป์ สรา้ งสรรคง์ านทศั นศลิ ปเ์ พื่อบรรยายเหตุการณ์ต่าง ๆ โดยใช้เทคนิคท่ี
หลากหลาย ระบุอาชีพที่เก่ยี วขอ้ งกบั งานทัศนศิลป์และทักษะท่ีจาเปน็ ในการประกอบอาชีพนน้ั ๆ
เลือกงานทศั น์ศลิ ป์โดยใช้เกณฑท์ ก่ี าหนดขึน้ อยา่ งเหมาะสมและนาไปจัดนิทรรศการ เปรียบเทียบ
ความแตกตา่ งของงานทัศนศิลปใ์ นยคุ สมยั ของวัฒนธรรมไทยและสากล
มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตวั ชว้ี ดั
ศ ๑.๑ ( ม ๓/๑ – ๑๑ ) , ศ ๑.๒ ( ม ๓/๑ – ๒ )
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรับปรงุ ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวงั หลวงพิทยาสรรพ์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๗๖
คาอธิบายรายวชิ า
วิชาศลิ ปะ พื้นฐาน กลุ่มสาระการเรยี นร้ศู ิลปะ ระดบั ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี ๓
รหัสวิชา ศ ๒๓๑๐๒ ศลิ ปะ เวลาเรยี น ๔๐ ชัว่ โมง
จานวน ๑.๐ หนว่ ยกิต เวลาเรียน ๒ ชัว่ โมง/สัปดาห์ ภาคเรียนท่ี ๒
เปรยี บเทียบองคป์ ระกอบท่ีใช้ในงานดนตรแี ละงานศลิ ปะอื่น ๆ ร้องเพลง เลน่ ดนตรีเดย่ี วและ
รวมวง เนน้ เทคนคิ การรอ้ ง การเล่น การแสดงออก และคุณภาพเสยี ง แต่งเพลงสนั้ ๆ จังหวะง่าย ๆ
อธิบายเหตุผล ในการเลอื ดใชอ้ งค์ประกอบดนตรใี นการสรา้ งสรรคง์ านดนตรีของตนเอง เปรยี บเทยี บ
ความแตกตา่ งระหว่างงานดนตรีของตนเองและผอู้ น่ื อธิบายเกยี่ วกบั อิทธพิ ลของดนตรีท่ีมีตอ่ บุคคล
และสงั คม นาเสนอหรอื จดั การแสดงดนตรีท่เี หมาะสมโดยการบรู ณาการกบั สาระการเรยี นรูอ้ ืน่ ใน
กลุ่มศลิ ปะ อภิปรายายลักษณะเดน่ ท่ีทาใหง้ านดนตรีนัน้ ได้รับการยอมรบั
ระบุโครงสร้างของบทละครโดยใชศ้ ัพท์ทางการละคร ใช้นาฏยศัพทท์ างการละครทีเ่ หมาะสม
บรรยายเปรยี บเทียบการแสดงอากปั กริ ิยาของผคู้ นในชวี ิตประจาวันและในการแสดง มีทักษะในการ
ใชค้ วามคดิ ในการพัฒนารปู แบบการแสดง มีทกั ษะในแปลความและการส่ือสารผา่ นการแสดง
ออกแบบสร้างสรรค์อปุ กรณ์และเครอ่ื งแต่งกาย เพ่ือนแสดงนาฏศิลปแ์ ละละครท่มี าจากวัฒนธรรม
ต่าง ๆ วจิ ารณ์เปรยี บเทียบงานนาฏศิลปท์ ่ีมคี วามแตกตา่ งกัน โดยใช้ความรู้เรอื่ งองค์ประกอบของ
นาฏศิลป์ ร่วมจดั การแสดงในบทบาทหนา้ ที่ต่าง ๆนาเสนอแนวคิดจากเน้ือเรอ่ื งของการแสดงท่ี
สามารถนาไปปรับใชใ้ นชีวิตประจาวนั อธบิ ายความสาคญั และบทบาทของนาฏศลิ ป์และการละครใน
ชวี ติ ประจาวนั แสดงความคดิ เห็นในการอนุรักษ์นาฏศิลป์
มาตรฐานการเรียนรูแ้ ละตวั ช้ีวดั
ศ ๒.๑ ( ม ๓/๑ – ๗ ) , ศ ๒.๒ ( ม ๓/๑ – ๒ )
ศ ๓.๑ ( ม ๓/๑ – ๗ ) , ศ ๓.๒ ( ม ๓/๑ – ๓ )
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พนื้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุง ๒๕๖๐)
หลกั สตู รโรงเรยี นวงั หลวงพิทยาสรรพ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๗๗
คาอธบิ ายรายวิชา
วิชาทศั นศิลป์ ๑ พื้นฐาน กลุ่มสาระการเรียนร้ศู ลิ ปะ ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๔
รหัสวิชา ศ ๓๑๑๐๑ ทัศนศิลป์ ๑ เวลาเรียน ๒๐ ช่ัวโมง
จานวน ๐.๕ หน่วยกติ เวลาเรียน ๑ ชว่ั โมง/สัปดาห์ ภาคเรยี นท่ี ๑
วเิ คราะหก์ ารใช้ทศั นธาตแุ ละหลกั การในการส่ือความหมายในรูปแบบต่างๆ ทัศนธาตุและ
หลกั การออกแบบองค์ประกอบศิลปะประเพณีท้องถิน่ บรรยายจดุ ประสงค์และเนื้อหาของงาน
ทัศนศลิ ป์ โดยใช้ศัพทท์ างทัศนศลิ ป์ ศกึ ษาคาศัพท์ทางศิลปะทมี่ ีในท้องถ่ิน วเิ คราะหก์ ารเลือกใช้วสั ดุ
อปุ กรณ์และเทคนคิ ของศลิ ปิน ในการแสดงออกทางงานทัศนศลิ ป์ วสั ดุอุปกรณแ์ ละเทคนคิ ของ
ศลิ ปนิ ในการแสดงออกทางทัศนศิลป์
มีทกั ษะและเทคนิคในการใชว้ สั ดอุ ปุ กรณ์และกระบวนการท่ีสูงขนึ้ ในการสรา้ งงานทศั นศิลป์
การนาเศษวัสดทุ ่มี ีอยู่ในท้องถิ่นมาสรา้ งงานทัศนศิลป์
สร้างสรรคง์ านทศั นศลิ ป์ดว้ ยเทคโนโลยีต่าง ๆ โดยเนน้ หลักการออกแบบและการจดั
องค์ประกอบศิลป์ดว้ ยเทคโนโลยี การนาเทคโนโลยีมาสรา้ งสรรคง์ านทัศนศลิ ป์
วิเคราะห์และเปรยี บเทยี บงานทศั นศลิ ปใ์ นรูปแบบตะวนั ออก และรูปแบบตะวนั ตก ศกึ ษางาน
ทัศนศิลปข์ องนานาประเทศที่มอี ทิ ธิพลต่องานทัศนศลิ ป์ของทอ้ งถ่นิ ระบงุ านทศั นศิลป์ของศลิ ปินท่ีมี
ชื่อเสียงและบรรยายผลตอบรบั ของสงั คม ศกึ ษาผลงานของศิลปินในแตล่ ะท้องถิน่ ท่ีมคี วามโดดเดน่
มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ชีว้ ดั
ศ ๑.๑ ( ม ๔-๖ / ๑ – ๕ ) , ศ ๑.๒ ( ม ๔-๖ / ๑ – ๒ )
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐)
หลกั สตู รโรงเรยี นวงั หลวงพิทยาสรรพ์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๗๘
คาอธบิ ายรายวชิ า
วิชาทัศนศลิ ป์ ๒ พืน้ ฐาน กลุ่มสาระการเรียนรศู้ ลิ ปะ ระดับช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี ๔
รหัสวชิ า ศ ๓๑๑๐๒ ทศั นศิลป์ ๒ เวลาเรยี น ๒๐ ช่ัวโมง
จานวน ๐.๕ หน่วยกติ เวลาเรยี น ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์ ภาคเรยี นที่ ๒
ออกแบบงานทัศนศลิ ปไ์ ดเ้ หมาะสมกบั โอกาสและสถานที่ การนาเทคโนโลยมี าสรา้ งสรรค์งาน
ทัศนศลิ ป์วิเคราะห์และอธิบายจดุ มุง่ หมายของศลิ ปินในการเลือกใชว้ ัสดุอปุ กรณเ์ ทคนิคและเนอ้ื หา
เพอ่ื สร้างสรรค์งานทัศนศ์ ลิ ป์ จดุ มงุ่ หมายของศิลปนิ ในการเลอื กใช้วัสดอุ ปุ กรณเ์ ทคนิคและเนือ้ หา ใน
การสรา้ งงานทัศนศลิ ปศ์ ึกษาศิลปะประจาทอ้ งถิ่น ทีม่ ีเทคนิคสรา้ งสรรคง์ านทัศนศิลป์
ประเมนิ และวจิ ารณ์งานทัศนศิลปโ์ ดยใชท้ ฤษฎีการวจิ ารณ์ศิลปะ จัดกลุม่ งานทศั นศลิ ป์เพ่ือ
สะทอ้ นพัฒนาการและความก้าวหนา้ ของตนเอง จัดทาแฟ้มสะสมงานทัศนศลิ ป์ รวบรวมแฟ้มงาน
ชิ้นงานทีเ่ กีย่ วกับท้องถ่นิ เพ่ือนสะท้อนพัฒนาการและความกา้ วหน้าของตนเอง สรา้ งสรรค์งาน
ทัศนศลิ ป์ไทยและสากล โดยศกึ ษาจากแนวคดิ และวิธกี ารสร้างงานของศลิ ปินที่ตนเองชื่นชอบ การ
สรา้ งงานทศั นศิลปจ์ ากแนวคิดและวิธีการของศิลปนิ
วาดภาพระบายสเี ปน็ ภาพล้อเลยี น หรอื ภาพการต์ นู เพ่ือนแสดงความคดิ เหน็ เกย่ี วกบั สภาพ
สังคมในปัจจบุ ัน วิถีชีวติ ของชมุ ชนในท้องถน่ิ
อภปิ รายเกย่ี วกบั อิทธิพลของวัฒนธรรม ระหวา่ งประเทศทมี่ ผี ลต่องานทัศนศลิ ป์ในสังคม
ศกึ ษางานศลิ ปข์ องนานาประเทศท่ีมีอิทธิพลต่องานด้านทัศนศลิ ป์ของทอ้ งถิน่
มาตรฐานการเรียนรู้และตัวช้วี ดั
ศ ๑.๑ ( ม ๔-๖ / ๖ – ๑๑ ) , ศ ๑.๒ ( ม ๔-๖ / ๓ )
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวงั หลวงพิทยาสรรพ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๗๙
คาอธบิ ายรายวิชา
วิชาดนตรี ๑ พื้นฐาน กลุ่มสาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ ระดับช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี ๕
รหัสวิชา ศ ๓๒๑๐๑ ดนตรี ๑ เวลาเรยี น ๒๐ ชั่วโมง
จานวน ๐.๕ หน่วยกิต เวลาเรยี น ๑ ช่ัวโมง/สัปดาห์ ภาคเรยี นที่ ๑
เปรียบเทียบรปู แบบของบทเพลงและวงดนตรีแต่ละประเภท การใชเ้ ครอ่ื งดนตรใี นวงดนตรี
ประเภทตา่ ง ๆ บทเพลงทีบ่ รรเลงในวงดนตรปี ระเภทตา่ ง ๆ วงดนตรีพื้นเมือง วงดนตรีไทย วงดนตรี
สากล จาแนกประเภทและรูปแบบของวงดนตรีท้งั ไทยและสากล ประเภทของวงดนตรีไทย
ประเภทของวงดนตรีสากล
อธิบายเหตุผลทีค่ นต่างวัฒนธรรมสรา้ งสรรคง์ านดนตรแี ตกตา่ งกนั ปัจจัยในการสรา้ งสรรค์
งานดนตรีในแต่ละวัฒนธรรม ความเชือ่ ศาสนา วิถชี วี ติ และเทคโนโลยกี ับการสรา้ งสรรค์งานดนตรี
อา่ น เขยี น โน้ต ดนตรไี ทยและสากลในอตั ราจงั หวะต่าง ๆ เครือ่ งหมายและสญั ลักษณ์ทางดนตรี
เครอื่ งหมายกาหนดอตั ราจงั หวะ เครอ่ื งหมายกาหนดบันไดเสียง โนต้ บทเพลงไทยอัตราจังหวะสอง
ชนั้ และสามชน้ั
วิเคราะหร์ ปู แบบของดนตรไี ทยดนตรสี ากลในยคุ สมัยต่าง ๆ และสถานะทางสังคมของนัก
ดนตรใี นวัฒนธรรมตา่ ง ๆ เปรียบเทียบลักษณะเดน่ ของดนตรใี นวัฒนธรรมต่าง ๆ
มาตรฐานการเรียนรแู้ ละตวั ช้วี ัด
ศ ๒.๑ ( ม ๔-๖ / ๑ – ๔ ) , ศ ๒.๒ ( ม ๔-๖ / ๑ – ๓ )
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรงุ ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวังหลวงพทิ ยาสรรพ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๘๐
คาอธบิ ายรายวชิ า
วชิ าดนตรี ๒ พ้นื ฐาน กลุ่มสาระการเรยี นรู้ศิลปะ ระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๕
รหัสวิชา ศ ๓๒๑๐๒ ดนตรี ๒ เวลาเรียน ๒๐ ช่ัวโมง
จานวน ๐.๕ หน่วยกิต เวลาเรยี น ๑ ช่วั โมง/สัปดาห์ ภาคเรียนท่ี ๒
ร้องเพลงหรือเลน่ ดนตรีเดย่ี วและรวมวงโดยเนน้ เทคนิคการแสดงออกและคุณภาพการแสดง
เทคนิคและการถา่ ยทอดอารมณ์บทเพลงพ้นื เมอื ง เพลงไทย เพลงสากล สรา้ งเกณฑ์สาหรบั ประเมิน
คณุ ภาพการประพนั ธแ์ ละการเลน่ ดนตรขี องตนเองและผู้อ่ืนได้อย่างเขา้ ใจและเหมาะสมในเกณฑ์การ
ประเมนิ ผลงานดนตรีพืน้ เมืองดนตรีไทยและดนตรสี ากล
เปรียบเทยี บอารมณ์และความร้สู กึ ทไ่ี ดร้ บั จากงานดนตรีที่มาจากวฒั นธรรมแตกต่างกนั การ
ถ่ายทอดอารมณ์วัฒนธรรมท่ีมอี ทิ ธิพลต่อการถา่ ยทอดอารมณ์ความร้สู ึกของดนตรีไทย พื้นเมือง และ
สากล นาดนตรไี ปประยุกตใ์ ช้ในงานอนื่ ๆ การนาดนตรพี ้ืนเมอื ง ไทย และสากล ไปประยุกต์ใชใ้ น
ชีวติ ประจาวนั ดนตรกี ับการผอ่ นคลาย การพฒั นามนุษย์ การประชาสมั พันธ์ การบาบัดรักษา และ
ทางธรุ กิจ
อธบิ ายบทบาทของดนตรใี นการสะท้อนแนวความคดิ และค่านยิ มทเ่ี ปลี่ยนไปของคนในสงั คม
บทบาทของดนตรีพ้ืนเมือง ดนตรีไทย ดนตรีสากล ทมี่ ีต่อสงั คม นาเสนอแนวทางในการสสงเสริม
และอนุรักษด์ นตรีในฐานะมรดกของชาติ แนวทางและวธิ กี ารในการสงเสริมอนรุ ักษ์ดนตรไี ทย
มาตรฐานกานเรียนรูแ้ ละตวั ชี้วัด
ศ ๒.๑ ( ม ๔-๖ / ๔ – ๘ ) , ศ ๒.๒ ( ม ๔-๖ / ๔ – ๕ )
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรุง ๒๕๖๐)
หลกั สตู รโรงเรยี นวงั หลวงพทิ ยาสรรพ์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๘๑
คาอธบิ ายรายวิชา
วิชานาฏศลิ ป์ ๑ พืน้ ฐาน กลุ่มสาระการเรียนรศู้ ลิ ปะ ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๖
รหัสวชิ า ศ ๓๓๑๐๑ นาฏศลิ ป์ ๑ เวลาเรียน ๒๐ ช่ัวโมง
จานวน ๐.๕ หนว่ ยกิต เวลาเรียน ๑ ช่ัวโมง/สัปดาห์ ภาคเรยี นที่ ๑
มีทกั ษะในการแสดงหลากหลายรูปแบบ รปู แบบของการแสดงระบา รา ฟ้อน การแสดง
พืน้ เมืองภาคตา่ ง ๆ สรา้ งสรรคล์ ะครส้ันในรปู แบบท่ีชื่นชอบ อธิบายความเปน็ มาองค์ประกอบละคร
สรา้ งสรรค์ ละครพดู ใช้ความคิดริเริ่มในการแสดงนาฏศลิ ป์เปน็ ค่แู ละหมู่ การประดิษฐ์ทา่ ราทเ่ี ป็นคู่
และหมู่ อธิบายความหมายความเปน็ มาการประดิษฐ์ทา่ รา
วิจารณก์ ารแสดงตามหลกั นาฏศิลป์และการละคร วเิ คราะห์แกน่ ของการแสดงนาฏศลิ ป์และ
การละคร ท่ีต้องการสอื่ ความหมายในการแสดง อธบิ ายประวตั ิความเป็นมาของนาฏศลิ ปแ์ ละการ
ละคร ววิ ัฒนาการความงานและคณุ ค่า
บรรยายและวิเคราะห์อิทธิพลของเครอ่ื งแต่งกาย แสง สี เสียง ฉาก อปุ กรณ์ และสถานท่ี
ที่มผี ลตอ่ การแสดง เทคนิคการจัดการแสดง เทคนคิ การแตง่ กาย เปรยี บเทยี บการนาเสนอการ
แสดงไปใชใ้ นโอกาสต่างๆ อธิบายบทบาทของบุคคลสาคัญ ในวงการนาฏศลิ ปแ์ ละการละครของ
ประเทศไทยในยคุ สมยั ตา่ งๆ
มาตรฐานการเรยี นรแู้ บะตวั ชว้ี ัด
ศ ๓.๑ ( ม ๔-๖ / ๑ – ๖ ) , ศ ๓.๒ ( ม ๔-๖ / ๑ – ๒ )
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พน้ื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐)
หลกั สตู รโรงเรยี นวังหลวงพทิ ยาสรรพ์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๘๒
คาอธบิ ายรายวชิ า
วชิ านาฏศลิ ป์ ๒ พน้ื ฐาน กลุ่มสาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ ๖
รหัสวิชา ศ ๓๓๑๐๒ นาฏศลิ ป์ ๒ เวลาเรียน ๒๐ ช่ัวโมง
จานวน ๐.๕ หน่วยกิต เวลาเรียน ๑ ชว่ั โมง/สัปดาห์ ภาคเรียนที่ ๒
พัฒนาและใช้เกณฑ์การประเมินในการประเมินการแสดง การประเมินคณุ ภาพของการแสดง
คณุ ภาพด้านการแสดง คุณภาพองคป์ ระกอบการแสดง
วเิ คราะห์ทา่ ทางและการเคลอื่ นไหวของผู้คนในชวี ิตประจาวัน และนามาประยุกต์ใชใ้ นการ
สรา้ งสรรคผ์ ลงาน การจัดการแสดงในวนั สาคัญในประเพณีท้องถนิ่
บรรยายววิ ฒั นาการของนาฏศิลป์ และการละครไทย ท้ังแต่อดีตจนถึงปจั จุบัน นาเสนอ
แนวคดิ ในการอนุรักษ์นาฏศิลป์ไทย การอนรุ ักษ์นาฏศิลปภ์ ูมิปญั ญาท้องถิ่น
มาตรฐานการเรียนรูแ้ ละตวั ชว้ี ดั
ศ ๓.๑ ( ม ๔-๖ / ๗ – ๘ ) , ศ ๓.๒ ( ม ๔-๖ / ๓ – ๔ )
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรับปรงุ ๒๕๖๐)
หลกั สตู รโรงเรยี นวังหลวงพทิ ยาสรรพ์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๘๓
คาอธิบายรายวชิ า
วิชาศลิ ปะ เพิ่มเติม กลุ่มสาระการเรยี นรศู้ ลิ ปะ ระดบั ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๒
รหัสวิชา ศ ๒๒๒๐๑ ดนตรพี ืน้ บา้ น เวลาเรียน ๔๐ ช่ัวโมง
จานวน ๑.๐ หนว่ ยกิต เวลาเรียน ๒ ช่วั โมง/สัปดาห์ ภาคเรยี นที่ ๑
ศึกษาประวัตแิ ละววิ ฒั นาการของดนตรี ศิลปินพื้นบ้านด้านดนตรี ประเภทเคร่ืองดนตรี
พน้ื บ้าน ขนั้ ตอนและวสั ดุอปุ กรณ์ในการสร้างเคร่ืองและผสมวงดนตรีพ้ืนบา้ น หลักการฟงั หลักการ
ขับร้อง และบรรเลงดนตรีพน้ื บา้ น วธิ ีการบรรเลง การใชแ้ ละการดูแลรักษาดนตรพี ื้นบ้าน
วัฒนธรรมประเพณีท้องถน่ิ ทีเ่ กี่ยวขอ้ งกบั ดนตรีพน้ื บา้ น
ผลการเรียนรูท้ ค่ี าดหวงั
๑. นกั เรียนสามารถบรรยายประวัติและวัฒนาการของดนตรีพนื้ บ้าน ศลิ ปินพนื้ บา้ นดา้ น
ดนตรี ประเภทเคร่ืองดนตรีพน้ื บ้าน การผสมวงดนตรีพน้ื บา้ นได้
๒. นกั เรียนสามารถอธิบายขั้นตอนและวัสดุอปุ กรณ์ในการสรา้ งเครื่องและประสมวงดนตรี
พ้นื บา้ นได้
๓. นักเรียนสามารถอธิบายหลังการขับร้องและบรรเลงดนตรีพืน้ บา้ นได้
๔. นักเรียนสามารถอธบิ ายวธิ กี ารบรรเลง การใช้และการดูแลรกั ษาเคร่ืองดนตรีพื้นบ้านได้
๕ นกั เรียนสามารถอธบิ ายความเก่ียวข้องของวัฒนธรรมประเพณีท้องถน่ิ กับดนตรีพ้นื บ้านได้
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุง ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวังหลวงพิทยาสรรพ์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๘๔
คาอธิบายรายวิชา
วชิ าศิลปะ เพ่ิมเติม กลมุ่ สาระการเรยี นรูศ้ ิลปะ ระดบั ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๒
รหสั วชิ า ศ ๒๒๒๐๒ ดนตรพี ้ืนเมือง เวลาเรียน ๔๐ ชัว่ โมง
จานวน ๑.๐ หนว่ ยกิต เวลาเรยี น ๒ ช่วั โมง/สัปดาห์ ภาคเรยี นที่ ๒
อา่ น เขยี นโนต้ ดนตรีพนื้ บา้ น ฝกึ ปฏบิ ตั ิดนตรพี ้นื บ้านตามความถนดั บรรเลงดนตรพี ืน้ บ้าน
เด่ยี วและรวมวง ตระหนกั ในคณุ คา่ ของดนตรพี ้นื บ้านทมี่ ีต่อการอนุรักษส์ บื ทอดมรดกทางวัฒนธรรม
และถมู ปิ ัญญาท้องถิ่น
เพ่ือให้มีความรู้ ความเข้าใจในการสรา้ งสรรค์ผลงานดา้ นทัศนศิลป์ ดนตรี และนาฏศิลป์
โดยคานงึ ถงึ ความมรี ะเบียบวินยั ในการปฏบิ ัติงาน รกั ชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ใฝ่รูใ้ ฝเ่ รียน อยอู่ ยา่ ง
พอเพยี ง มีความซ่ือสัตยส์ จุ รติ มุ่งมนั ในการทางาน มีจิตสาธารณะ ต่อการสร้างสรรค์งานศิลปะ เห็น
คุณค่าและรักความเป็นไทย
ผลการเรยี นร้ทู ี่คาดหวงั
๑. นกั เรียนสามารถอ่านและเขียนโนต้ ดนตรีพน้ื บา้ นได้
๒. นกั เรยี นสามารถปฏิบตั เิ ครื่องดนตรีพ้ืนบ้านที่ตนเองถนดั ได้
๓. นกั เรียนสามารถบรรเลงเด่ียวเคร่ืองดนตรีพ้นื บา้ นได้
๔. นกั เรยี นสามารถบรรเลงรวมวงดนตรีพืน้ บา้ นได้
๕. นักเรียนสามารอธิบายคุณค่าของดนตรีพืน้ บ้านทม่ี ีตอ่ การอนุรักษส์ บื ทอดมรดกทาง
วัฒนธรรมและถูมิปัญญาทอ้ งถิ่นได้
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรงุ ๒๕๖๐)
หลกั สตู รโรงเรยี นวงั หลวงพทิ ยาสรรพ์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๘๕
คาอธิบายรายวิชา
วชิ าศิลปะ เพ่ิมเตมิ กลุ่มสาระการเรยี นรูศ้ ิลปะ ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๓
รหัสวิชา ศ ๒๓๒๐๑ ดนตรสี ากล เวลาเรยี น ๔๐ ช่ัวโมง
จานวน ๑.๐ หนว่ ยกิต เวลาเรยี น ๒ ชว่ั โมง/สัปดาห์ ภาคเรยี นที่ ๑
เปรียบเทยี บองคป์ ระกอบท่ีใช้ในงานดนตรี และงานศลิ ปะอื่น รอ้ งเพลง เล่นดนตรี และรวม
วงโดยเนน้ เทคนิคการร้อง การเลน่ การแสดงออก และคุณภาพเสียง แต่งเพลงสั้น ๆ จังหวะง่าย ๆ
บรรยาย วิวัฒนาการของดนตรแี ตล่ ะยุคสมัย
อธิบายเหตุผลในการเลือกใช้องคป์ ระกอบของดนตรี ในการสรา้ งสรรค์งานดนตรขี องตนเอง
เปรียบเทยี บความแตกต่างระหวา่ งงานดนตรีของตนเอง และผ้อู ืน่ อธบิ ายเกยี่ วกบั อทิ ธพิ ลของดนตรีที่
มตี ่อบุคคลและสังคม นาเสนอหรือจดั การแสดงดนตรีท่ีเหมาะสม โดยการบรู ณาการกับกลุ่มสาระการ
เรียนรู้อืน่ อธบิ ายลักษณะเด่นท่ที าใหด้ นตรนี ั้นไดร้ บั การยอมรับ
ผลการเรียนรู้ทค่ี าดหวงั
๑. นกั เรยี นสามารถเปรียบเทียบการใช้องคป์ ระกอบของดนตรสี ากลได้
๒. นักเรียนสามารถอธิบายเทคนิคการร้องเพลง เลน่ ดนตรี แบบรวมวงดนตรสี ากลได้
๓. นักเรียนสามารถอธบิ ายววิ ฒั นาการของดนตรีแตล่ ะยุคสมยั ได้
๔. นกั เรียนสามารถเลอื กใชอ้ งค์ประกอบของดนตรเี พื่อสร้างสรรคง์ านดนตรไี ด้
๕. นกั เรยี นสามารถอธิบายอิทธิพลของดนตรีที่มีต่อบุคคลและสงั คมได้
๖. นักเรยี นสามารถบูรณาการงานดนตรีกบั กลุ่มสาระการเรียนรู้อน่ื ๆ ได้
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุง ๒๕๖๐)
หลกั สตู รโรงเรยี นวงั หลวงพิทยาสรรพ์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๘๖
คาอธบิ ายรายวชิ า
วชิ าศลิ ปะ เพิ่มเตมิ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ศลิ ปะ ระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ ๓
รหัสวิชา ศ ๒๓๒๐๒ นาฏศลิ ปพ์ ืน้ เมือง เวลาเรียน ๔๐ ชัว่ โมง
จานวน ๑.๐ หนว่ ยกิต เวลาเรยี น ๒ ชัว่ โมง/สัปดาห์ ภาคเรียนที่ ๒
ศึกษาเกี่ยวกับนาฏศิลป์พ้ืนเมือง ประเภทของนาฏศิลป์พ้ืนเมือง ประวัตคิ วามเปน็ มา ลกั ษณะ
นาฏศิลปพ์ ื้นเมืองของท้องถิ่นตนเอง ปัจจัยทม่ี ีอทิ ธิพลตอ่ การแสดงนาฏศลิ ป์พ้นื เมอื ง การแสดง
นาฏศิลปพ์ นื้ เมืองของไทยในแต่ละท้องถ่ิน ปฏบิ ตั ิการร้องและราพนื้ เมืองของท้องถน่ิ ตามความสนใจ
ดว้ ยความช่ืนชม ตระหนกั ในคณุ คา่ ของนาฏศลิ ป์พ้นื เมืองที่มีตอ่ การอนรุ ักษ์มรดกทางวัฒนธรรม ภมู ิ
ปัญญาท้องถิ่น
เพือ่ ใหม้ ีความรู้ ความเขา้ ใจในการสร้างสรรคผ์ ลงานดา้ นทศั นศลิ ป์ ดนตรี และนาฏศลิ ป์
โดยคานึงถงึ ความมีระเบยี บวนิ ัยในการปฏิบัติงาน รักชาติ ศาสน์ กษตั รยิ ์ ใฝร่ ้ใู ฝ่เรียน อย่อู ยา่ ง
พอเพยี ง มีความซื่อสตั ย์สุจริต มุง่ มนั ในการทางาน มจี ิตสาธารณะ ต่อการสรา้ งสรรค์งานศิลปะ เหน็
คุณค่าและรกั ความเป็นไทย
ผลการเรยี นรทู้ ่คี าดหวัง
๑. อธบิ ายความหมายและประวัตคิ วามเปน็ มาของนาฏศลิ ป์พน้ื เมือง
๒. บอกประเภทของนาฏศลิ ป์พนื้ เมือง
๓. บอกปัจจัยทีม่ ีอทิ ธพิ ลต่อการแสดงนาฏศิลป์พนื้ เมอื งได้
๔. อธบิ ายนาฏศิลป์พืน้ เมืองของไทยในแต่ละภาคได้
๕. ยกตัวอยา่ งการแสดงพืน้ เมืองของไทยในแตล่ ะภาคได้
๖. ปฏบิ ตั ินาฏศลิ ป์พ้นื เมืองของท้องถนิ่ ได้
๗. วเิ คราะหค์ ุณค่าและความสาคญั ของนาฏศิลป์พ้ืนเมืองได้
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุง ๒๕๖๐)
หลกั สตู รโรงเรยี นวังหลวงพิทยาสรรพ์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๘๗
คาอธิบายรายวิชา
วิชาศิลปะ เพิ่มเตมิ กลมุ่ สาระการเรยี นร้ศู ิลปะ
ระดบั ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๕ แผนการเรียน การงานอาชีพ (ช่างเช่ือมโลหะ)
รหัสวิชา ศ ๓๒๒๐๓ ประติมากรรม เวลาเรียน ๒๐ ชั่วโมง
จานวน ๐.๕ หน่วยกิต เวลาเรยี น ๑ ช่วั โมง/สัปดาห์ ภาคเรียนที่ ๑
ศึกษาเพื่อให้มีความรู้ ความเข้าใจประวัติความเป็นมา ยุคสมัยของงานประติมากรรม รู้และ
เข้าใจพื้นฐานงานประติมากรรม งานแกะสลักประเภทต่าง ๆ สร้างสรรค์งานประติมากรรมท้ังไทย
และสากลได้ สร้างสรรค์งานประติมากรรมด้วยวสั ดทุ ีห่ ลากหลายและนาวัสดุภายในท้องถ่ินมาสร้าง
งานปั้นได้อย่างเหมาะสม คิดวิเคราะห์นาเทคโนโลยีมาสร้างสรรค์ช้ินงานให้มีคุณค่า พัฒนางานของ
ตนเองให้เหมาะสมกับโลกปัจจุบัน สามารถนาความรู้ท่ีได้รับไปประยุกต์ให้เข้ากับกลุ่มสาระการ
เรยี นรูอ้ ื่น และนาไปประกอบอาชพี ได้อยา่ งเหมาะสม
ชื่นชอบในงานประติมากรรม ประกอบกับการเป็นผู้ท่ีมีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมท่ี
ถกู ต้องเหมาะสม หวงแหนศลิ ปวฒั นธรรมอันเปน็ มรดกของชาติ อนุรักษ์งานประติมากรรมให้สืบสาน
จากร่นุ สูร่ ุน่ ตอ่ ไป
ผลการเรยี นรู้ที่คาดหวงั
๑. รแู้ ละเข้าใจประวัตคิ วามเปน็ มา ยุคสมัยของงานประติมากรรม
๒. รู้และเข้าใจรปู แบบงานประติมากรรม
๓. สร้างสรรค์ผลงานประติมากรรมด้วยรูปแบบท่ีถนดั ได้
๔. สร้างสรรค์ผลงานประติมากรรมรูปแบบใหม่ได้
๕. สามารถนาวสั ดใุ นท้องถนิ่ มาผสมผสานกับงานประติมากรรมได้อย่างลงตวั
๖. สร้างเครือ่ งมือในการสรา้ งสรรค์งานประติมากรรมอย่างงา่ ย ๆ ได้
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรุง ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวงั หลวงพิทยาสรรพ์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๘๘
คาอธบิ ายรายวิชา
วชิ าศลิ ปะ เพิ่มเติม กลุม่ สาระการเรียนรศู้ ิลปะ
ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี ๕ แผนการเรยี น การงานอาชีพ (ชา่ งเช่ือมโลหะ)
รหัสวิชา ศ ๓๒๒๐๑ ดนตรสี ากล ๑ เวลาเรยี น ๒๐ ช่ัวโมง
จานวน ๐.๕ หน่วยกิต เวลาเรยี น ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์ ภาคเรียนท่ี ๑
ศึกษาประวตั คิ วามเปน็ มาและววิ ัฒนาการของโนต้ สากล การใช้ตัวอักษรบันทึกแทนเสียงของ
ดนตรี การจาแนกระดับเสียง การจัดระบบของเสียงดนตรี สัญลกั ษณ์ระดบั พ้ืนฐานของโนต้ ดนตรี
อา่ นและเขียนโนต้ ดนตรสี ากลเพอ่ื นาไปประยกุ ต์ใชใ้ นการบรรเลงเคร่อื งดนตรชี นดิ ตา่ ง ๆ ไดด้ ว้ ยความ
ชน่ื ชมและเห็นคณุ คา่
เพือ่ ให้มีความรู้ ความเข้าใจในการสร้างสรรค์ผลงานดา้ นทศั นศลิ ป์ ดนตรี และ
นาฏศิลป์ โดยคานึงถงึ ความมีระเบยี บวนิ ยั ในการปฏบิ ัตงิ าน รักชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใฝ่รใู้ ฝ่เรยี น อยู่
อยา่ งพอเพียง มีความซื่อสัตย์สุจริต มงุ่ มันในการทางาน มีจิตสาธารณะ ตอ่ การสร้างสรรค์งานศิลปะ
เหน็ คุณค่าและรกั ความเป็นไทย
ผลการเรยี นรูท้ ค่ี าดหวัง
๑. นกั เรยี นสามารถอธิบายประวัตคิ วามเป็นมาและวิวัฒนาการของโน้ตสากลได้
๒. นกั เรียนสามารถใช้ตวั อกั ษรบันทึกแทนเสยี งของดนตรไี ด้
๓. นักเรียนสามารถจาแนกระดับเสียงของดนตรสี ามกลได้
๔. นักเรยี นสามารถจดั ระบบของเสียงดนตรี
๕. นกั เรยี นสามารถเขียนสญั ลกั ษณ์ระดบั พื้นฐานของโน้ตดนตรีสากลได้
๖. นักเรยี นสามารถอ่านและเขยี นโน้ตดนตรีสากลเพ่ือนาไปประยุกตใ์ ชใ้ นการบรรเลงดนตรี
สากลได้
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรงุ ๒๕๖๐)
หลกั สตู รโรงเรยี นวังหลวงพิทยาสรรพ์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๘๙
คาอธิบายรายวิชา
วิชาศลิ ปะ เพ่ิมเติม กลุ่มสาระการเรยี นรู้ศลิ ปะ
ระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๖ แผนการเรียน ภาษาไทย – สังคม
รหสั วชิ า ศ ๓๓๒๐๓ จิตรกรรม เวลาเรียน ๔๐ ชั่วโมง
จานวน ๑.๐ หน่วยกิต เวลาเรยี น ๒ ชัว่ โมง/สัปดาห์ ภาคเรยี นท่ี ๑
ศกึ ษาความรู้เกีย่ วกบั งานเขียนตัวอกั ษร การเขยี นตัวอักษรตามแบบ การออกแบบตวั อกั ษร
ตามจินตนาการของตัวเอง การเขียนสปีดบอล การใช้พู่กนั การเขียนป้าย การแกะโฟม สามารถใช้
การเขียนปา้ ย ตกแตง่ สถานที่
เพ่อื ใหม้ ีความรู้ ความเข้าใจในการสร้างสรรค์ผลงานดา้ นทศั นศลิ ป์ ดนตรี และนาฏศิลป์
โดยคานึงถงึ ความมรี ะเบียบวนิ ยั ในการปฏิบัติงาน รกั ชาติ ศาสน์ กษตั ริย์ ใฝ่รใู้ ฝ่เรยี น อยอู่ ยา่ ง
พอเพยี ง มีความซื่อสัตย์สุจรติ มุ่งมนั ในการทางาน มีจิตสาธารณะ ต่อการสร้างสรรค์งานศลิ ปะ เห็น
คณุ คา่ และรกั ความเป็นไทย
ผลการเรยี นรู้ทีค่ าดหวงั
๑. มคี วามรู้ความเขา้ ใจเก่ียวกบั การออกแบบตวั อกั ษร
๒. เขียนตัวอกั ษรตามแบบที่กาหนดให้ได้
๓. เขียนตวั อักษรดว้ ยปากกาสปีดบอลได้
๔. สามารถใช้พู่กันเขยี นตัวอักษรได้
๕. สามารถใช้การเขยี นปา้ ย แกะโฟมตกแต่งสถานท่ไี ด้
๖. นกั เรยี นใช้ทกั ษะเพอื่ พฒั นาสงั คมในการเขยี นตัวอักษรได้
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรับปรงุ ๒๕๖๐)
หลกั สตู รโรงเรยี นวังหลวงพทิ ยาสรรพ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๙๐
คาอธบิ ายรายวชิ า
วิชาศิลปะ เพ่ิมเตมิ กลมุ่ สาระการเรียนรู้ศลิ ปะ
ระดบั ช้นั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๖ แผนการเรยี น ภาษาไทย – สงั คม
รหสั วชิ า ศ ๓๓๒๐๑ นาฏศลิ ป์พนื้ เมือง เวลาเรียน ๔๐ ชั่วโมง
จานวน ๑.๐ หน่วยกิต เวลาเรียน ๒ ช่วั โมง/สัปดาห์ ภาคเรยี นท่ี ๑
ศึกษาเกยี่ วกับนาฏศลิ ป์พ้นื เมือง ประเภทของนาฏศิลป์พืน้ เมอื ง ประวัตคิ วามเปน็ มา
ลักษณะนาฏศลิ ปพ์ นื้ เมืองของทอ้ งถิ่นตนเอง ปจั จยั ที่มีอทิ ธิพลต่อการแสดงนาฏศลิ ป์พื้นเมือง การ
แสดงนาฏศิลปพ์ ื้นเมืองของไทยในแตล่ ะทอ้ งถน่ิ ปฏิบัติการรอ้ งและราพื้นเมืองของทอ้ งถนิ่ ตามความ
สนใจด้วยความชนื่ ชม ตระหนักในคุณคา่ ของนาฏศิลปพ์ นื้ เมืองท่ีมีต่อการอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรม
ภูมปิ ญั ญาท้องถ่ิน
ผลการเรียนรู้ที่คาดหวงั
๑. อธบิ ายความหมายและประวัติความเปน็ มาของนาฏศิลปพ์ น้ื เมือง
๒. บอกประเภทของนาฏศิลปพ์ ้นื เมือง
๓. บอกปัจจัยที่มีอทิ ธพิ ลต่อการแสดงนาฏศิลปพ์ นื้ เมอื งได้
๔. อธิบายนาฏศลิ ป์พน้ื เมืองของไทยในแตล่ ะภาคได้
๕. ยกตวั อย่างการแสดงพ้ืนเมืองของไทยในแต่ละภาคได้
๖. ปฏิบัตนิ าฏศลิ ป์พื้นเมืองของท้องถ่นิ ได้
๗. วิเคราะห์คณุ คา่ และความสาคัญของนาฏศลิ ป์พื้นเมอื งได้
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรงุ ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวังหลวงพทิ ยาสรรพ์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๙๑
คาอธบิ ายรายวชิ า
วิชาศลิ ปะ เพิ่มเติม กลมุ่ สาระการเรียนร้ศู ิลปะ
ระดบั ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี ๖ แผนการเรียน ภาษาไทย – สังคม
รหสั วิชา ศ ๓๓๒๐๒ ดนตรีไทย เวลาเรยี น ๒๐ ชั่วโมง
จานวน ๐.๕ หนว่ ยกติ เวลาเรยี น ๑ ชว่ั โมง/สัปดาห์ ภาคเรยี นที่ ๒
เปรยี บเทียบการใช้องค์ประกอบดนตรที ี่มาจากแหลง่ วฒั นธรรมต่างกัน ด้านการเขียนร้อง
โน้ตไทย ระบุปจั จยั สาคัญที่มีอทิ ธพิ ลต่อการสร้างสรรค์งานดนตรี บรรยายบทบาทและอิทธิพลดนตรี
ในวฒั นธรรมของภูมภาคตา่ ง ๆ
เพือ่ ใหม้ ีความรู้ ความเข้าใจในการสร้างสรรคผ์ ลงานด้านทศั นศิลป์ ดนตรี และนาฏศลิ ป์
โดยคานงึ ถงึ ความมรี ะเบียบวนิ ัยในการปฏิบัตงิ าน รกั ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ใฝ่รู้ใฝ่เรยี น อย่อู ย่าง
พอเพียง มีความซ่ือสัตยส์ ุจรติ มงุ่ มันในการทางาน มจี ิตสาธารณะ ต่อการสร้างสรรค์งานศิลปะ เหน็
คุณค่าและรักความเป็นไทย
ผลการเรยี นร้ทู ่คี าดหวงั
๑. นักเรยี นสามารถเปรียบเทียบการใช้องค์ประกอบดนตรีทต่ี า่ งวัฒนธรรมได้
๒. นักเรียนสามารถร้องโนต้ ไทยได้
๓. นกั เรยี นสามารถบอกปัจจัยสาคัญท่ีมีผลต่อการสรา้ งสรรค์งานดนตรีไทยได้
๔. นกั เรียนสามารถบรรยายบทบาทและอทิ ธิพลของดนตรีของวัฒนธรรมได้
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรุง ๒๕๖๐)
หลกั สตู รโรงเรยี นวงั หลวงพทิ ยาสรรพ์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๙๒
คาอธิบายรายวชิ า
กลมุ่ สาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี
ช้นั มธั ยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวังหลวงพิทยาสรรพ์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๙๓
คาอธบิ ายรายวิชา
รหัสวิชา ง ๒๑๑๐๑ รายวชิ า การงานอาชีพ ๑ กลุ่มสาระการเรยี นรกู้ ารงานอาชพี
ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๑ ภาคเรียนที่ ๑ เวลาเรียน ๒๐ ช่ัวโมง จานวน ๐.๕ หน่วยกิต
ศึกษา ค้นคว้าและวเิ คราะหข์ ัน้ ตอนการทางาน การใช้อปุ กรณ์อานวยความสะดวกในการทาความสะอาด
บ้าน การเลือก การดแู ลรกั ษาเครื่องมือเครอ่ื งใช้ในการทางานบ้าน ขัน้ ตอนในการทาความสะอาดบา้ น การตกแตง่
และจัดบา้ น แนวทางและหลักการใช้อุปกรณ์ทางานบา้ นแบบประหยดั พลงั งานและปลอดภัย ความหมาย ความ
สาคัญ ประโยชน์ ประเภท อาหารและโภชนาการสาหรบั ครอบครวั และอาหารประจาชาติอาเซยี น การเตรียม
วตั ถดุ บิ ประกอบอาหาร แนวทางการประกอบอาหาร การจดั ตกแต่งอาหารและการบริการอาหาร กระบวนการ
แปรรปู ผลผลติ ทางการเกษตร
ฝึกทักษะการแสวงหาความรู้ ฝกึ ปฏิบัตงิ านโดยใช้กระบวนการทางานตามแผนทว่ี างไว้ ใชก้ ระบวนการ
กลุ่ม กระบวนการแกป้ ญั หา และทักษะการจดั การเพื่อให้มจี ติ สานกึ ในการทางาน และร้จู กั ใชท้ รัพยากรใน
การปฏบิ ัติงานอยา่ งประหยดั และคมุ้ คา่ ตามแนวทางหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
เพื่อใหม้ คี วามรคู้ วามเข้าใจในการทางานต่างๆและสามารถนาความรู้ไปใช้ในชีวิตประจาวนั ได้
รหสั ตวั ชีว้ ดั
ง๑.๑ ม.๑/๑ ม.๑/๒ ม.๑/๓
รวมทัง้ หมด ๓ ตัวช้ีวัด
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุง ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวงั หลวงพิทยาสรรพ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๙๔
คาอธิบายรายวิชา
รหสั วิชา ง๒๑๑๐๒ : การงานพ้ืนฐานอาชีพ๒ กล่มุ สาระการเรียนรกู้ ารงานอาชีพ
ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี ๑ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลาเรยี น ๔๐ ชว่ั โมง/ภาคเรยี น จานวน ๑ หน่วยกิต
ศึกษาวิเคราะห์ ความหมาย ความสาคัญ ประโยชน์และคุณค่าของงานประดิษฐ์ สามารถจาแนก
ประเภทของงานประดิษฐ์ วางแผนการใชแ้ ละเก็บรักษาวัสดอุ ปุ กรณ์ในการปฏบิ ัตงิ านอย่างปลอดภยั มีความรู้ ความ
เข้าใจ และมีทักษะในการเลือกใช้วัสดุในการประดิษฐ์ช้ินงานประเภทของใช้ ของตกแต่งจากวัสดุในท้องถ่ิน
สามารถทางานเป็นหมู่คณะ รักการทางาน เห็นคุณค่าแนวทางการประกอบอาชีพงานประดิษฐ์ มีเจตคติที่มี
คุณธรรม จริยธรรมตอ่ อาชีพ ชว่ ยเสริมสร้างรายไดจ้ ากการประกอบอาชพี สุจริต พงึ่ พาตนเองได้ตามแนวเศรษฐกิจ
พอเพียง และดารงชวี ิตในสังคมอย่างมีความสุข ศึกษาวเิ คราะห์ ความหมาย ความสาคัญ และประโยชน์ของงาน
ช่างพ้ืนฐาน ใช้และบารุงรักษาเคร่ืองมืองานช่างพ้ืนฐานอย่างปลอดภัย ปฏิบัติวางแผน การซ่อมบารุง ดัดแปลง
เคร่ืองใชใ้ นบ้าน
เพื่อให้มีทักษะการจัดการทางานอย่างเป็นระบบ ใฝ่รู้และสร้างสรรค์ ทางานร่วมกับผู้อ่ืนได้มีความ
เป็นไทย เลือกใชเ้ ทคโนโลยีท่ีไดม้ าตรฐานผลติ ภณั ฑ์อุตสาหกรรม เลอื กใชข้ อ้ มูลขา่ วสารได้อยา่ งถกู ต้อง เหมาะสม
มีคุณภาพ ทางานด้วยความรับผิดชอบ ขยนั ซอ่ื สตั ย์ ประหยดั อดออม มุ่งม่นั อดทนใช้ทรัพยากรธรรมชาติและ
สงิ่ แวดลอ้ มอย่างคุ้มค่าและถกู วธิ ี ตลอดจนมีความร้คู วามเขา้ ใจและเกดิ แนวทางในการนาไปใช้ในชีวิตประจาวนั ได้
รหสั ตวั ชี้วดั
ง ๑.๑ ม ๑/๑ ,ม ๑/๒ ,ม ๑/๓
ง ๓.๑ ม ๑/๒
ง ๔.๑ ม ๑/๑ ,ม ๑/๒ ,ม ๑/๓
รวมทงั้ หมด.............๗..........ตัวชีว้ ดั
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรับปรงุ ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวังหลวงพิทยาสรรพ์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๒๙๕
คาอธบิ ายรายวิชา
รหัสวชิ า ง ๒๒๑๐๑ : การงานพ้ืนฐานอาชีพ๓ กลุ่มสาระการเรียนร้กู ารงานอาชีพ
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๒ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลาเรียน ๔๐ ชัว่ โมง/ภาคเรียน จานวน ๑.๐ หน่วยกิต
ศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ และอธิบายกระบวนการเทคโนโลยีและการสร้างสิงของเครื่องใช้ตาม
กระบวนการเทคโนโลยี อยา่ งปลอดภยั ออกแบบโดยถ่ายทอดความคิดเป็นภาพรา่ ง ๓ มติ ิ หรอื ภาพฉาย เพ่ือนาไปสู่
การสรา้ งต้นแบบของสง่ิ ของเครือ่ งใช้ หรอื ถ่ายทอดความคิดของวิธีการเป็นแบบจาลองความคิดและการรายงานผล
เพ่ือนาเสนอวิธีการ มีความคิดสร้างสรรค์ในการแก้ปัญหาหรือสนองความต้องการในงานที่ผลิตเอง เลือกใช้
เทคโนโลยีอยา่ งสรา้ งสรรค์ ต่อชวี ติ สังคม สิ่งแวดลอ้ ม และมีการจัดการเทคโนโลยีด้วยการลดการใช้ทรัพยากรหรือ
เลือกใช้เทคโนโลยีด้วยการลดการใช้ทรัพยากร หรือเลือกใช้เทคโนโลยีท่ีไม่มีผลกระทบต่อส่ิงแวดล้อม ด้วย
กระบวนการคดิ วเิ คราะห์ กระบวนการทางานเป็นกล่มุ และกระบวนการแกป้ ัญหา
ศึกษา ค้นคว้า วิเคราะห์ และอธิบายหลักการเบ้ืองต้นของการส่ือสารข้อมูล และเครือข่ายคอมพิวเตอร์
อธิบายหลักการ และวิธีการแก้ปัญหาด้วยกระบวนการเทคโนโลยีสารสนเทศ ค้นหาข้อมูลและติดต่อสื่อสารผ่าน
เครือข่ายคอมพิวเตอร์ อย่างมีคุณธรรม และจริยธรรม ใช้ซอฟต์แวร์ในการทางาน ด้วยกระบวนการคิดวิเคราะห์
กระบวนการทางานเป็นกลุ่ม และกระบวนการแกป้ ญั หา
มาตรฐาน/ตวั ชวี้ ดั
ง ๒.๑ ม ๒/๑, ง ๒.๑ ม ๒/๒, ง ๒.๑ ม ๒/๓, ง๒.๑ ม ๒/๔, ง ๓.๑ ม ๒/๑, ง ๓.๑ ม ๒/๒, ง ๓.๑ ม ๒/๓,
ง ๓.๑ ม ๒/๔
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรุง ๒๕๖๐)