The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

หลักสูตรโรงเรียนวังหลวงพิทยาสรรพ์ 2564

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by chalanda.fasai, 2022-09-18 08:15:48

หลักสูตรโรงเรียนวังหลวงพิทยาสรรพ์ 2564

หลักสูตรโรงเรียนวังหลวงพิทยาสรรพ์ 2564

หลกั สตู รโรงเรยี นวังหลวงพิทยาสรรพ์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๙๖

คาอธิบายรายวชิ าพ้นื ฐาน

รายวิชา คณติ ศาสตร์พนื้ ฐาน ๖ รหสั วิชา ค๒๓๑๐๒ กลมุ่ สาระคณติ ศาสตร์

ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี ๓ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลาเรยี น ๖๐ ชวั่ โมง จานวน ๑.๕ หน่วยกติ

ศกึ ษา คน้ คว้า ฝกึ ทักษะ/กระบวนการเกี่ยวกบั เร่อื งดงั ต่อไปนี้
สถิติ(๓) ข้อมูล ความรู้ทางสถิติในการนาเสนอ การวิเคราะห์ข้อมูลจากแผนภาพกล่อง
การแปลความหมายผลลพั ธ์ การนาความรเู้ กี่ยวกบั สถติ ิไปใช้ในชีวิตจรงิ
อตั ราส่วนตรีโกณมิติ อัตราส่วนตรีโกณมิติ การนาอัตราส่วนตรีโกณมิติของมุม 30 องศา
45 องศา และ 60 องศา ไปใช้ในการแก้ปัญหา
ความคล้าย รูปสามเหล่ียมที่คล้ายกัน การนาความรู้เกี่ยวกับความคล้ายไปใช้ในการ
แกป้ ญั หา
วงกลม วงกลม คอร์ด และเสน้ สัมผสั ทฤษฎเี กี่ยวกบั วงกลม การนาความรู้เก่ียวกับวงกลม
ไปใช้ในการแกป้ ัญหา
ความน่าจะเป็น การทดลองสุ่ม เหตุการณ์จากการทดลองสุ่ม ความน่าจะเป็นของ
เหตุการณ์ การนาความรเู้ กย่ี วกับความน่าจะเป็นไปใชใ้ นชีวิตจรงิ
โดยจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้า โดยการปฏิบัติจริง
ทดลอง สรุปรายงาน เพ่ือพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดคานวณ ฝึกการแก้ปัญหา การให้
เหตผุ ล และนาความรู้ ความคิด ทกั ษะกระบวนการที่ได้ไปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั อย่างสรา้ งสรรค์
เพ่ือใหเ้ ห็นคณุ คา่ และมีเจตนคตทิ ่ดี ตี ่อคณติ ศาสตร์ สามารถทางานไดอ้ ย่างเปน็ ระบบ มี
ระเบียบ มคี วามรับผดิ ชอบ มีวจิ ารณญาณ มีความคิดริเรมิ่ สร้างสรรค์และมีความเชื่อมนั่ ในตนเอง

ตัวชว้ี ดั
ค ๒.๒ ม.๓/๑ เข้าใจและใชส้ มบตั ิของรูปสามเหล่ยี มท่ีคล้ายกนั ในการแก้ปัญหา

คณติ ศาสตร์
และปญั หาในชีวิตจรงิ

ค ๒.๒ ม.๓/๒ เขา้ ใจและใชค้ วามรเู้ กย่ี วกับอัตราส่วน ตรโี กณมิตใิ นการแก้ปญั หา
คณติ ศาสตร์ และปญั หาในชีวิตจริง

ค ๒.๒ ม.๓/๓ เขา้ ใจและใช้ทฤษฎบี ทเกยี่ วกับวงกลมในการแกป้ ญั หาคณิตศาสตร์
ค ๓.๑ ม.๓/๑ เข้าใจและใชค้ วามรู้ทางสถติ ใิ นการนาเสนอ และวเิ คราะห์ข้อมูลจาก

แผนภาพกล่องและแปลความหมายผลลพั ธ์ รวมทั้งนาสถติ ิไปใช้ ในชวี ติ จรงิ
โดยใช้เทคโนโลยีที่เหมาะสม
ค ๓.๒ ม.๓/๑ เขา้ ใจเกีย่ วกับการทดลองสุ่ม และนาผลท่ีได้ ไปหาความน่าจะเปน็ ของ
เหตกุ ารณ์

รวม ๕ ตัวช้วี ัด

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรงุ ๒๕๖๐)

หลกั สตู รโรงเรยี นวังหลวงพิทยาสรรพ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๙๗

คาอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเติม

รายวิชา คณิตศาสตรเ์ พ่มิ เติม ๕ รหสั วิชา ค๒๓๒๐๑ กล่มุ สาระคณติ ศาสตร์

ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๓ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลาเรียน 40 ช่ัวโมง จานวน ๑.0 หน่วยกิต

ศึกษา คน้ ควา้ ฝึกทักษะ/กระบวนการเกยี่ วกบั เร่ืองดงั ต่อไปนี้
กรณฑท์ ่สี อง สมบตั ิของ √ เมอ่ื ≥ 0 การดาเนนิ การของจานวนจรงิ ซึ่งเกีย่ วกับกรณฑ์
ที่สอง การนาไปใช้
การแยกตัวประกอบของพหุนาม การแยกตวั ประกอบของพหนุ ามดีกรที ่ีเปน็ ผลต่างกาลังสอง
การแยกตวั ประกอบของพหุนามดกี รีสองโดยวธิ ที าเปน็ กาลังสองสมบูรณ์ การแยกตวั ประกอบของพหุ
นาม ดกี รสี งู กว่าสองที่มสี ัมประสทิ ธ์ิเปน็ จานวนเตม็ การแยกตวั ประกอบของพหนุ ามที่มีสมั ประสิทธิเ์ ป็น
จานวนเตม็ โดยใชท้ ฤษฎีเศษเหลือ
สมการกาลังสอง ทบทวนสมการกาลงั สอง การแกส้ มการกาลังสองโดยวธิ ที าเปน็ กาลงั สอง
สมบูรณ์ โจทยป์ ญั หาเก่ียวกบั สมการกาลังสอง
โดยจัดประสบการณห์ รือสร้างสถานการณ์ใหผ้ ูเ้ รยี นได้ศกึ ษาค้นควา้ โดยการปฏิบตั ิจริง
ทดลอง สรปุ รายงาน เพอื่ พฒั นาทักษะ/กระบวนการในการคดิ คานวณ ฝกึ การแกป้ ัญหา การให้
เหตผุ ล และนาความรู้ ความคิด ทักษะกระบวนการท่ีไดไ้ ปใช้ในชวี ิตประจาวนั อย่างสร้างสรรค์
เพ่อื ให้เห็นคุณคา่ และมเี จตนคติท่ดี ตี ่อคณิตศาสตร์ สามารถทางานไดอ้ ย่างเป็นระบบ มี
ระเบยี บ มคี วามรับผิดชอบ มีวจิ ารณญาณ มีความคิดริเร่มิ สร้างสรรค์และมีความเชื่อมน่ั ในตนเอง

ผลการเรยี นรู้
1. นักเรยี นสามารถหารากท่สี องของจานวนจรงิ ได้
2. นักเรยี นสามารถแยกตัวประกอบของพหนุ ามได้
3. นักเรียนสามารถแก้สมการกาลังสองโดยวิธีทาเป็นกาลังสองสมบรู ณไ์ ด้
4. นักเรยี นสามารถแกโ้ จทยป์ ัญหาเกยี่ วกับสมการกาลงั สองได้

รวม 4 ผลการเรียนรู้

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐)

หลกั สตู รโรงเรยี นวงั หลวงพทิ ยาสรรพ์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๙๘

คาอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเติม

รายวิชา คณติ ศาสตร์เพม่ิ เติม ๖ รหสั วิชา ค๒๓๒๐๒ กลมุ่ สาระคณติ ศาสตร์

ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๓ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลาเรียน 4๐ ช่ัวโมง จานวน ๑.0 หนว่ ยกติ

ศึกษา ค้นคว้า ฝึกทักษะ/กระบวนการเกี่ยวกบั เรอ่ื งดังต่อไปน้ี
อัตราส่วนตรีโกณมิติ รูปสามเหล่ียมมุมฉาก อัตราส่วนตรีโกณมิติ อัตราส่วนตรีดกณมิติ
ของมุม 30 องศา 45 องศา และ 60 องศา อัตราส่วนตรีโกณมิติของมุม 0 องศา ถึง 90 องศา
ความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งอตั ราสว่ นตรโี กณมิติ ไซน์ โคไซน์ และแทนเจนตข์ องมมุ ตา่ ง ๆ
ความคล้าย รูปที่คล้ายกัน รูปสามเหล่ียมที่คล้ายกัน การนารูปสามเหลี่ยมคล้ายไปใช้ทาง
คณิตศาสตร์ การนารูปสามเหลีย่ มคล้ายไปใช้ในชีวติ ประจาวนั
โดยจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้า โดยการปฏิบัติจริง
ทดลอง สรุปรายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดคานวณ ฝึกการแก้ปัญหา การให้
เหตผุ ล และนาความรู้ ความคิด ทักษะกระบวนการท่ไี ดไ้ ปใช้ในชวี ิตประจาวนั อย่างสร้างสรรค์
เพอ่ื ใหเ้ ห็นคณุ ค่าและมีเจตนคตทิ ด่ี ีต่อคณติ ศาสตร์ สามารถทางานได้อย่างเป็นระบบ มี
ระเบยี บ มีความรับผดิ ชอบ มีวิจารณญาณ มีความคิดรเิ รม่ิ สร้างสรรคแ์ ละมีความเช่อื ม่ันในตนเอง
ผลการเรยี นรู้
1. นักเรียนสามารถอธิบายเกี่ยวกับอัตราส่วนที่สาคัญทั้งสามอัตราส่วนของรูสามเหลี่ยม

มุมฉากใด ๆ ท่มี ีมมุ A เปน็ มุมแหลมได้
2. นักเรียนสามารถบอกและหาอัตราส่วนตรีโกณมิติของมุม 30 องศา 45 องศา และ

60 องศาได้
3. นกั เรียนสามารถบอกและหาอัตราสว่ นตรีโกณมติ ขิ องมมุ ระหวา่ ง 0 องศา ถึง 90 องศาได้

ได้
4. นักเรียนสามารถอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างอัตราส่วนตรีโกณมิติ ไซน์ โคไซน์ และ

แทนเจนต์ของมมุ ต่าง ๆ ได้
5. นักเรยี นสามารถนาความร้เู กี่ยวกับอตั ราส่วนตรีโกณมติ ไิ ปใช้ในการแก้ปญั หาได้
6. นักเรียนสามารถอธิบายลักษณะของรูปสามเหล่ียม 2 รูปที่เป็นรูปสามเหลี่ยมท่ี

คลา้ ยกันได้
7. นกั เรยี นสามารถแสดงการพิสจู นไ์ ดว้ า่ รูปสามเหลย่ี ม 2 รูปทก่ี าหนดให้คลา้ ยกัน
8. นักเรียนสามารถแสดงวิธีการหาความยาวของด้านท่ีต้องการของรูปสามเหล่ียม โดยใช้

ความร้เู ก่ยี วกบั รปู สามเหลีย่ มท่คี ล้ายกนั ได้
9. นักเรียนสามารถแสดงวิธีการหาความยาว ความสูง หรือคความลึก โดยใช้ความรู้

เก่ียวกบั สามเหลยี่ มท่คี ลา้ ยกนั ได้
10.นกั เรยี นสามารถนาความรเู้ กี่ยวกบั รูปสามเหล่ยี มที่คล้ายไปใชใ้ นการแก้ปญั หาได้

รวม 10 ผลการเรยี นรู้

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรุง ๒๕๖๐)

หลักสตู รโรงเรยี นวงั หลวงพทิ ยาสรรพ์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๙๙

คาอธิบายรายวิชาพน้ื ฐาน

รายวิชา คณิตศาสตรพ์ ื้นฐาน ๑ รหัสวิชา ค๓๑๑๐๑ กลุม่ สาระคณิตศาสตร์

ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ ๔ ภาคเรียนท่ี ๑ เวลาเรียน 4๐ ชัว่ โมง จานวน ๑.0 หน่วยกิต

ศกึ ษา คน้ ควา้ ฝึกทักษะ/กระบวนการเกย่ี วกับเร่ืองดงั ต่อไปนี้
เซต การเขียนเซต เซตจากัด และเซตอนันต์ เอกภพสัมพัทธ์ เซตท่ีเท่ากัน สับเซต
แผนภาพเวนน์ การดาเดินการของเซต อินเตอร์เซกชัน ยูเนียน คอมพลีเมนต์ ผลต่างระหว่างเซต
สมบัติของการดาเนินการของเซต การแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้เซต
ตรรกศาสตร์ ประพจน์ การเช่ือมประพจน์ นิเสธของประพจน์ การเชื่อมประพจน์ด้วย
ตวั เชือ่ ม “และ” การเช่ือมประพจนด์ ว้ ยตัวเชอื่ ม “หรอื ” การเชอ่ื มประพจนด์ ้วยตัวเชือ่ ม “ถา้ ..แล้ว..”
การเชื่อมประพจนด์ ว้ ยตัวเชอ่ื ม “ก็ตอ่ เมื่อ”
โดยจดั ประสบการณห์ รือสร้างสถานการณ์ให้ผู้เรยี นได้ศกึ ษาค้นควา้ โดยการปฏบิ ตั ิจริง
ทดลอง สรปุ รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดคานวณ ฝกึ การแก้ปัญหา การให้
เหตุผล และนาความรู้ ความคิด ทกั ษะกระบวนการที่ได้ไปใช้ในชวี ิตประจาวนั อยา่ งสร้างสรรค์
เพื่อให้เห็นคณุ ค่าและมเี จตนคติท่ดี ตี ่อคณติ ศาสตร์ สามารถทางานไดอ้ ย่างเปน็ ระบบ มี
ระเบียบ มคี วามรบั ผดิ ชอบ มีวิจารณญาณ มคี วามคิดรเิ ร่ิมสร้างสรรค์และมีความเชอ่ื มัน่ ในตนเอง

ตัวชวี้ ดั
ค ๑.๑ ม.๔/๑ เขา้ ใจและใช้ความรู้เกย่ี วกับเซตและตรรกศาสตรเ์ บ้ืองตน้ ในการส่ือสาร
และส่อื ความหมายทางคณิตศาสตร์

รวม 1 ตัวช้ีวัด

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุง ๒๕๖๐)

หลกั สตู รโรงเรยี นวงั หลวงพทิ ยาสรรพ์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๐๐

คาอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐาน

รายวิชา คณิตศาสตร์พื้นฐาน ๒ รหัสวิชา ค๓๑๑๐๒ กลุ่มสาระคณิตศาสตร์

ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๔ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลาเรียน 4๐ ชั่วโมง จานวน ๑.0 หน่วยกิต

ศกึ ษา ค้นคว้า ฝึกทักษะ/กระบวนการเกยี่ วกบั เรอ่ื งดงั ต่อไปน้ี
หลักการนับเบ้ืองต้น หลักการบวกและหลักการคูณ หลักการบวก หลักการบวก(กรณี
ท่ัวไป) หลักการคูณ หลักการคูณ(กรณีท่ัวไป) การเรียงสับเปลี่ยนเชิงเส้นของสิ่งของท่ีแตกต่างกัน
ทั้งหมด การจดั หมขู่ องสิ่งของทแ่ี ตกตา่ งกันทั้งหมด
ความน่าจะเป็น การทดลองสุ่มและเหตุการณ์ การทดลองสุ่ม เหตุการณ์ ความน่าจะเป็น
ของเหตุการณ์
โดยจัดประสบการณห์ รือสร้างสถานการณ์ใหผ้ ู้เรยี นได้ศกึ ษาคน้ ควา้ โดยการปฏิบัตจิ รงิ
ทดลอง สรุปรายงาน เพ่อื พัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดคานวณ ฝึกการแกป้ ัญหา การให้
เหตุผล และนาความรู้ ความคิด ทักษะกระบวนการที่ไดไ้ ปใช้ในชวี ติ ประจาวนั อยา่ งสรา้ งสรรค์
เพ่อื ให้เห็นคณุ ค่าและมีเจตนคติท่ดี ตี ่อคณิตศาสตร์ สามารถทางานไดอ้ ย่างเปน็ ระบบ มี
ระเบยี บ มคี วามรับผิดชอบ มีวจิ ารณญาณ มคี วามคิดริเร่มิ สร้างสรรค์และมีความเช่ือม่ันในตนเอง

ตวั ชว้ี ัด
ค ๓.๒ ม.๔/๑ เข้าใจและใช้หลักการบวกและการคูณ การเรียงสบั เปลีย่ น และการจัดหมู่
ในการแก้ปัญหา
ค ๓.๒ ม.๔/๒ หาความน่าจะเปน็ และนาความรเู้ กยี่ วกบั ความน่าจะเปน็ ไปใช้

รวม ๒ ตวั ชี้วดั

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรุง ๒๕๖๐)

หลักสตู รโรงเรยี นวงั หลวงพิทยาสรรพ์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๐๑

คาอธิบายรายวชิ าเพิ่มเติม

รายวิชา คณิตศาสตร์เพ่ิเติม ๑ รหัสวิชา ค๓๑๒๐๑ กลุ่มสาระคณิตศาสตร์

ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ ๔ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลาเรียน 60 ชวั่ โมง จานวน 1.5 หนว่ ยกิต

ศกึ ษา ค้นคว้า ฝกึ ทักษะ/กระบวนการเกยี่ วกบั เร่ืองดงั ต่อไปนี้
เซต เซตจากดั และเซตอนันต์ เอกภพสมั พัทธ์ เซตทีเ่ ทา่ กนั สบั เซต เพาเวอร์เซต แผนภาพ
เวนน์ การดาเดินการของเซต อินเตอร์เซกชัน ยูเนียน คอมพลีเมนต์ ผลต่างระหว่างเซต สมบัติของ
การดาเนินการของเซต การแก้โจทย์ปัญหาโดยใช้เซต ต้ังแต่สองการดาเนินการขึ้นไป จานวนสมาชิก
ของเซตจากดั
ตรรกศาสตร์ ประพจน์ การเช่ือมประพจน์ด้วยตัวเช่ือม “และ” การเชื่อประพจน์ด้วย
ตัวเช่ือม “หรือ” การเช่ือประพจน์ด้วยตัวเชื่อม “ถ้า...แล้ว...” การเชื่อประพจน์ด้วยตัวเชื่อม “ก็
ต่อเมื่อ” นิเสธของประพจน์ การหาค่าความจริงของประพจน์ การสร้างตารางค่าความจริง รูปแบบ
ของประพจน์ท่ีสมมูลกัน สัจนิรันดร์ การอ้างเหตุผล ประโยคเปิด ตัวบ่งปริมาณ ค่าความจริงของ
ประโยคตวั บ่งปรมิ าณตวั เดียว สมมูลและนเิ สธของประโยคตวั บ่งปริมาณ
จานวนจริง จานวนจริง ระบบจานวนจริง พหุนามตัวแปรเดียว การแยกตัวประกอบของ
พหุนาม ทฤษฎีเศษเหลือ ทฤษฎีตัวประกอบ สมการพหุนามตัวแปรเดียว เศษส่วนของพหุนาม การ
คูณและการหารเศษส่วนของพหุนามการบวกและการลบเศษส่วนของพหุนาม สมการเศษส่วนของ
พหุนาม การไม่เท่ากันของจานวนจริง อสมการพหุนามตัวแปรเดียว ค่าสัมบูรณ์ สมการและอสมการ
ค่าสมั บรู ณข์ องพหุนามตัวแปรเดยี ว
โดยจดั ประสบการณห์ รือสร้างสถานการณ์ใหผ้ ้เู รยี นได้ศึกษาค้นควา้ โดยการปฏิบัตจิ ริง
ทดลอง สรปุ รายงาน เพ่อื พัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดคานวณ ฝึกการแก้ปัญหา การให้
เหตุผล และนาความรู้ ความคิด ทักษะกระบวนการท่ีได้ไปใช้ในชวี ติ ประจาวันอยา่ งสรา้ งสรรค์
เพ่อื ให้เหน็ คณุ ค่าและมเี จตนคตทิ ีด่ ตี ่อคณติ ศาสตร์ สามารถทางานไดอ้ ย่างเปน็ ระบบ มี
ระเบยี บ มคี วามรบั ผิดชอบ มีวิจารณญาณ มคี วามคดิ รเิ ริม่ สรา้ งสรรค์และมีความเชื่อมนั่ ในตนเอง
ผลการเรียนรู้

๑. เขา้ ใจและใชค้ วามรู้เก่ยี วกับเซต ในการส่อื สารและสื่อความหมายทางคณิตศาสตร์
๒. เข้าใจและใช้ความร้เู กีย่ วกับตรรกศาสตรเ์ บ้ืองตน้ ในการส่ือสาร สอ่ื ความหมาย และ

อา้ งเหตผุ ล
๓. เข้าใจจานวนจริง และใช้สมบัติของจานวนจริงในการแกป้ ัญหา
๔. แก้สมการและอสมการพหุนามตวั แปรเดยี วดกี รไี ม่เกนิ สี่ และนาไปใช้ในการแก้ปญั หา
๕. แก้สมการและอสมการเศษสว่ นของพหนุ ามตวั แปรเดียว และนาไปใช้ในการแกป้ ัญหา
๖. แกส้ มการและอสมการค่าสมั บูรณข์ องพหนุ ามตัวแปรเดียว และนาไปใช้ในการ

แกป้ ญั หา

รวม ๖ ผลการเรยี นรู้

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐)

หลักสตู รโรงเรยี นวงั หลวงพทิ ยาสรรพ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๐๒

คาอธิบายรายวชิ าเพิ่มเติม

รายวชิ า คณติ ศาสตรเ์ พิ่มเตมิ ๒ รหสั วชิ า ค๓๑๒๐๒ กลมุ่ สาระคณิตศาสตร์

ช้นั มัธยมศึกษาปีท่ี ๔ ภาคเรียนที่ ๒ เวลาเรียน 60 ช่ัวโมง จานวน 1.5 หน่วยกติ

ศึกษา ค้นคว้า ฝกึ ทักษะ/กระบวนการเกี่ยวกับเรอื่ งดงั ต่อไปนี้
ความสัมพันธ์และฟังก์ชัน ความสัมพันธ์ ความหมายของความสัมพันธ์ กราฟของ
ความสมั พนั ธ์ โดเมนและเรนจ์ของความสัมพันธ์ ตัวผกผันของความสัมพันธ์ ฟังก์ชัน ฟังก์ชันเพ่ิมและ
ฟังกช์ ันลด การใชฟ้ ังกช์ ันในชีวิตจริง ฟังก์ชันเชิงเส้น ฟังก์ชันกาลังสอง กราฟของฟังก์ชัน เทคนิคการ
เขยี นกราฟโดยใช้การเล่ือนกราฟ การดาเนินการของฟังก์ชัน ฟังก์ชันประกอบ ฟังก์ชันผกผัน
ฟังกช์ ันเอกซโ์ พเนนเชียลและฟังก์ชันลอการิทึม เลขยกกาลัง เลขยกกาลังท่ีมีเลขชี้กาลัง
เป็นจานวนเต็ม รากท่ีสองในระบบจานวนจริง รากท่ี n ในระบบจานวนจริง และจานวนจริงในรูป
กรณฑ์ การหาผลบวกและผลต่างของจานวนจริงในรูปกรณฑ์ การบวก ลบ คูณ และหารเลขยกกาลัง
และการแก้สมการท่ีมีเคร่ืองหมายกรณฑ์ ฟังก์ชันเอกซ์โพเนนเชียล สมการและอสมการเอกซ์โพเนน
เชียล ฟังก์ชันลอการิทึม การหาค่าลอการิทึม การเปล่ียนฐานของลอการิทึม สมการและอสมการ
ลอการทิ มึ การประยกุ ต์ของฟังก์ชนั เอกซ์โพเนนเชยี ลและฟังก์ชันลอการิทึม ดอกเบี้ยทบต้น อัตราเงิน
เฟ้อ การเพิ่มจานวนแบคทีเรีย ปริมาณของสารกัมมันตรังสีที่กาลังสลายตัว ระดับเสียง ระดับความ
เป็นกรด-เบส
เรขาคณติ วเิ คราะห์ ความรู้เบ้ืองต้นเก่ียวกับเรขาคณิตวิเคราะห์ ระยะทางระหว่างจุดสอง
จุด จุดกึ่งกลางของส่วนของเส้นตรง ความชันของเส้นตรง เส้นขนาน เส้นต้ังฉาก ความสัมพันธ์ซ่ึงมี
กราฟเป็นเส้นตรง ระยะห่างระหว่างเส้นตรงกับจุด ภาคตัดกรวย วงกลม วงรี พาราโบลา
ไฮเพอรโ์ บลา การเล่อื นกราฟ
โดยจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้า โดยการปฏิบัติจริง
ทดลอง สรุปรายงาน เพ่ือพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดคานวณ ฝึกการแก้ปัญหา การให้
เหตผุ ล และนาความรู้ ความคดิ ทักษะกระบวนการที่ไดไ้ ปใชใ้ นชีวติ ประจาวนั อย่างสรา้ งสรรค์
เพื่อใหเ้ ห็นคุณค่าและมเี จตนคติทด่ี ีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทางานไดอ้ ย่างเป็นระบบ มี
ระเบียบ มคี วามรบั ผดิ ชอบ มีวจิ ารณญาณ มีความคดิ ริเร่มิ สร้างสรรค์และมีความเชอ่ื มั่นในตนเอง
ผลการเรยี นรู้
๑. จงหาผลลัพธ์ของการบวก การลบ การคูณ การหารฟงั ก์ชัน หาฟังกช์ ันประกอบและ

ฟังกช์ ันผกผัน
๒. ใชส้ มบตั ขิ องฟงั ก์ชันในการแก้ปัญหา
๓. เข้าใจลกั ษณะกราฟของฟังก์ชันเอกซโ์ พเนนเชยี ลและฟังกช์ ันลอการทิ ึม และนาไปใช้

ในการแกป้ ัญหา
๔. แกส้ มการเอกซ์โพเนนเชยี ลและสมการลอการทิ ึม และนาไปใชใ้ นการแกป้ ญั หา
๕. เขา้ ใจและใช้ความรู้เกีย่ วกบั เรขาคณิตวเิ คราะห์ในการแกป้ ัญหา

รวม ๕ ผลการเรียนรู้

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐)

หลักสตู รโรงเรยี นวงั หลวงพทิ ยาสรรพ์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๐๓

คาอธิบายรายวชิ าพืน้ ฐาน

รายวชิ า คณติ ศาสตร์พื้นฐาน ๓ รหสั วิชา ค๓๒๑๐๑ กลุ่มสาระคณิตศาสตร์

ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ ๕ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลาเรียน 40 ช่วั โมง จานวน ๑.0 หน่วยกติ

ศกึ ษา ค้นควา้ ฝึกทักษะ/กระบวนการเก่ียวกบั เรือ่ งดงั ต่อไปน้ี
เลขยกกาลัง รากที่ n ของจานวนจริง เม่ือ n เป็นจานวนนับที่มากกว่า 1 เลขยกกาลังที่มี
เลขช้ีกาลังเป็นจานวนตรรกยะ การนาความรเู้ กย่ี วกบั เลขยกกาลังไปใชใ้ นการแก้ปัญหา
ฟังก์ชัน ฟังกช์ นั และกราฟของฟังก์ชัน ฟังก์ชันเชิงเส้น ฟังก์ชันกาลังสอง ฟังก์ชันข้ันบันได
ฟังกช์ ันเอกซโ์ พเนนเชยี ล
โดยจัดประสบการณห์ รือสร้างสถานการณ์ใหผ้ เู้ รียนได้ศกึ ษาค้นคว้า โดยการปฏบิ ัติจริง
ทดลอง สรุปรายงาน เพ่อื พฒั นาทักษะ/กระบวนการในการคิดคานวณ ฝกึ การแก้ปัญหา การให้
เหตผุ ล และนาความรู้ ความคิด ทกั ษะกระบวนการที่ได้ไปใช้ในชวี ติ ประจาวันอยา่ งสร้างสรรค์
เพ่อื ใหเ้ ห็นคุณคา่ และมีเจตนคติทด่ี ีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทางานไดอ้ ย่างเป็นระบบ มี
ระเบยี บ มคี วามรบั ผดิ ชอบ มีวิจารณญาณ มคี วามคดิ ริเริ่มสร้างสรรค์และมีความเชือ่ มน่ั ในตนเอง

ตวั ชวี้ ัด
ค ๑.๑ ม.๕/๑ เขา้ ใจความหมายและใช้สมบตั ิเก่ียวกบั การบวก การคูณ การเทา่ กัน และ
การไมเ่ ท่ากนั ของจานวนจริงในรปู กรณฑ์และจานวนจริงในรูปเลขยกกาลัง
ทีม่ เี ลขชกี้ าลังเปน็ จานวนตรรกยะ
ค ๑.๒ ม.๕/๑ ใช้ฟังก์ชนั และกราฟของฟังชนั อธิบายสถานการณท์ ่ีกาหนด

รวม ๒ ตัวชี้วดั

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรับปรงุ ๒๕๖๐)

หลักสตู รโรงเรยี นวงั หลวงพิทยาสรรพ์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๐๔

คาอธบิ ายรายวชิ าพนื้ ฐาน

รายวชิ า คณติ ศาสตรพ์ ้ืนฐาน ๔ รหสั วิชา ค๓๒๑๐๒ กลมุ่ สาระคณติ ศาสตร์

ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี ๕ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลาเรียน 40 ชว่ั โมง จานวน ๑.0 หน่วยกติ

ศกึ ษา คน้ คว้า ฝกึ ทักษะ/กระบวนการเกยี่ วกบั เรอ่ื งดงั ต่อไปน้ี
ลาดับและอนุกรม ลาดับเลขคณิตและลาดับเรขาคณิต อนุกรมเลขคณิตและอนุกรม
เรขาคณติ การนาความรู้เก่ียวกับลาดบั และอนกุ รมไปใช้ในการแก้ปัญหา
ดอกเบี้ยและมูลค่าของเงิน ดอกเบ้ีย มูลค่าของเงิน ค่ารายงวด การนาความรู้เก่ียวกับ
ดอกเบย้ี และมลู ค่าของเงินไปใช้ในการแกป้ ญั หา
โดยจัดประสบการณ์หรือสรา้ งสถานการณ์ใหผ้ ู้เรยี นได้ศกึ ษาคน้ ควา้ โดยการปฏบิ ัติจริง
ทดลอง สรุปรายงาน เพอ่ื พัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคดิ คานวณ ฝกึ การแกป้ ัญหา การให้
เหตุผล และนาความรู้ ความคิด ทกั ษะกระบวนการที่ได้ไปใช้ในชีวติ ประจาวนั อยา่ งสรา้ งสรรค์
เพ่อื ใหเ้ หน็ คณุ ค่าและมีเจตนคตทิ ดี่ ีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทางานไดอ้ ย่างเป็นระบบ มี
ระเบียบ มีความรับผดิ ชอบ มีวิจารณญาณ มคี วามคิดรเิ ร่ิมสรา้ งสรรคแ์ ละมีความเช่ือม่ันในตนเอง

ตัวชวี้ ัด
ค ๑.๒ ม.๕/๑ เขา้ ใจและนาความรูเ้ กี่ยวกับลาดับและอนุกรมไปใช้
ค ๑.๓ ม.๕/๑ เข้าใจและใชค้ วามรเู้ กีย่ วกบั ดอกเบ้ียและมูลคา่ ของเงนิ ในการแก้ปัญหา

รวม ๒ ตัวช้วี ดั

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรุง ๒๕๖๐)

หลักสตู รโรงเรยี นวังหลวงพิทยาสรรพ์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๐๕

คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเตมิ

รายวชิ า คณิตศาสตร์เพม่ิ เตมิ ๓ รหัสวิชา ค๓๒๒๐๑ กลมุ่ สาระคณติ ศาสตร์

ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๕ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลาเรียน ๖๐ ช่วั โมง จานวน ๑.๕ หน่วยกิต

ศึกษา ค้นควา้ ฝึกทักษะ/กระบวนการเกย่ี วกับเร่ืองดังต่อไปนี้
ฟังก์ชันตรีโกณมิติ ฟังก์ชันตรีโกณมิติ ฟังก์ชันตรีโกณมิติผกผัน เอกลักษณ์และสมการตรี
โณมติ ิ กฎของโคไซน์และกฎของไซน์ การนาความรเู้ กย่ี วกับฟงั ก์ชันตรีโกณมิติไปใช้ในการแก้ปัญหา
เมทริกซ์ เมทริกซ์ และเมทริกซ์สลับเปล่ียน การบวกเมทริกซ์ การคูณเมทริกซ์กับจานวน
จริง การคูณระหว่างเมทริกซ์ ดีเทอร์มิแนนต์ เมทริกซ์ผกผัน การแก้ระบบสมการเชิงเส้นโดยใช้เมท
ริกซ์ การนาความรเู้ กี่ยวกบั เมทริกซืไปใชใ้ นการแกป้ ญั หา
เวกเตอร์ในสามมิติ เวกเตอร์ นิเสธของเวกเตอร์ การบวกเวกเตอร์ การลบเวกเตอร์ การ
คูณเวกเตอรด์ ว้ ยสเกลาร์ ผลคูณเชงิ สเกลาร์ ผลคูณเชิงเวกเตอร์
โดยจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้า โดยการปฏิบัติจริง
ทดลอง สรุปรายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดคานวณ ฝึกการแก้ปัญหา การให้
เหตุผล และนาความรู้ ความคดิ ทกั ษะกระบวนการที่ไดไ้ ปใชใ้ นชวี ิตประจาวนั อย่างสร้างสรรค์
เพอ่ื ให้เหน็ คุณคา่ และมีเจตนคตทิ ดี่ ีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทางานได้อย่างเปน็ ระบบ มี
ระเบยี บ มีความรับผดิ ชอบ มีวจิ ารณญาณ มีความคดิ ริเริ่มสร้างสรรคแ์ ละมีความเช่ือมนั่ ในตนเอง

ผลการเรียนรู้
๑. เข้าใจฟังกช์ ันตรโี กณมิติและลักษณะกราฟของฟงั กช์ นั ตรีโกณมิติ และนาไปใชใ้ นการ
แกป้ ัญหา
๒. แก้สมการตรโี กณมติ ิ และนาไปใช้ในการแก้ปญั หา
๓. ใช้กฎของโคไซน์และกฎของไซนใ์ นการแก้ปญั หา
๔. เข้าใจความหมาย หาผลลพั ธข์ องการบวกเมทริกซ์ การคูณเมทริกซ์กบั จานวนจรงิ การ
คณู ระหว่างเมทริกซ์ และหาเมทริกซ์สลบั เปลยี่ น หาดรเทอร์มแิ นนต์ของเมทริกซ์ n x
n เมือ่ n เปน็ จานวนนบั ทไ่ี ม่เกนิ สาม
๕. หาเมทรกิ ซผ์ กผนั ของเมทริกซ์ ๒ x ๒
๖. แกร้ ะบบสมการเชงิ เสน้ โดยใชเ้ มทรกิ ซ์ผกผันและการดาเนินการตามแถว
๗. หาผลลัพธ์ของการบวก การลบเวกเตอร์ การคณู เวกเตอร์ด้วยสเกลาร์ หาผลคณู เชงิ ส
เกลาร์ และผลคูณเชงิ เวกเตอร์
๘. นาความรู้เก่ียวกบั เวกเตอร์ในสามมิติไปใช้ในการแกป้ ญั หา

รวม ๘ ผลการเรียนรู้

ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุง ๒๕๖๐)

หลักสตู รโรงเรยี นวังหลวงพิทยาสรรพ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๐๖

คาอธบิ ายรายวชิ าเพิ่มเตมิ

รายวชิ า คณติ ศาสตรเ์ พ่มิ เติม ๔ รหัสวชิ า ค๓๒๒๐๒ กล่มุ สาระคณิตศาสตร์

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๕ ภาคเรยี นท่ี ๒ เวลาเรยี น ๖๐ ชวั่ โมง จานวน ๑.๕ หน่วยกติ

ศกึ ษา คน้ ควา้ ฝึกทักษะ/กระบวนการเก่ยี วกับเรื่องดังต่อไปนี้
จานวนเชิงซ้อน จานวนเชิงซ้อน และสมบัติของจานวนเชิงซ้อน จานวนเชิงซ้อนในรูปเชิง
ขวั้ รากท่ี n ของจานวนเชิงซ้อน เมื่อ n เปน็ จานวนนบั ท่ีมากกว่า 1
หลักการนับเบ้ืองต้น หลักการบวก หลักการคูณ การเรียงสับเปล่ียน การเรียงสับเปล่ียน
เชิงเส้น การเรียงสับเปล่ียนเชิงวงกลมกรณีท่ีสิ่งของแตกต่างกันท้ังหมด การจัดหมู่กรณีท่ีส่ิงของ
แตกต่างกันท้ังหมด ทฤษฎีบททวินาม การนาความรู้เก่ียวกับหลักการนับเบ้ืองต้นไปใช้ในการ
แกป้ ญั หา
ความน่าจะเป็น การทดลองสุ่มและเหตุการณ์ ความน่าจะเป็นของเหตุการณ์ การนา
ความรเู้ ก่ียวกบั ความนา่ จะเป็นไปใช้ในการแก้ปญั หา
โดยจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้า โดยการปฏิบัติจริง
ทดลอง สรุปรายงาน เพ่ือพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดคานวณ ฝึกการแก้ปัญหา การให้
เหตุผล และนาความรู้ ความคิด ทกั ษะกระบวนการทไ่ี ด้ไปใช้ในชวี ติ ประจาวนั อย่างสรา้ งสรรค์
เพอ่ื ใหเ้ หน็ คุณคา่ และมีเจตนคติที่ดตี ่อคณติ ศาสตร์ สามารถทางานได้อย่างเปน็ ระบบ มี
ระเบยี บ มีความรับผดิ ชอบ มีวิจารณญาณ มีความคิดริเร่ิมสรา้ งสรรค์และมีความเชือ่ มัน่ ในตนเอง

ผลการเรียนรู้
๑. เข้าใจจานวนเชงิ ซ้อนและใชส้ มบตั ิของจานวนเชิงซ้อนในการแก้ปญั หา
๒. หารากท่ี n ของจานวนเชิงซ้อน เม่อื n เปย็ จานวนนับท่ีมากกว่า ๑
๓. เข้าใจและใช้หลกั การบวกและการคูณ การเรียงสับเปลยี่ น และการจดั หมู่ในการ
แก้ปญั หา
๔. หาความน่าจะเป็นและนาความรู้เกีย่ วกบั ความน่าจะเป็นไปใช้

รวม ๔ ผลการเรยี นรู้

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรุง ๒๕๖๐)

หลักสตู รโรงเรยี นวงั หลวงพิทยาสรรพ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๐๗

คาอธบิ ายรายวิชาพน้ื ฐาน

รายวิชา คณติ ศาสตร์พนื้ ฐาน ๕ รหัสวชิ า ค๓๓๑๐๑ กล่มุ สาระคณิตศาสตร์

ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี ๖ ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลาเรียน ๖๐ ชวั่ โมง จานวน ๑.๕ หน่วยกิต

ศกึ ษา ค้นคว้า ฝึกทักษะ/กระบวนการเกย่ี วกบั เรอ่ื งดังต่อไปน้ี
สถิติ ขอ้ มูล ตาแหน่งทีข่ องข้อมูล ค่ากลางของข้อมูล ฐานนิยม มัธยฐาน ค่าเฉล่ียเลขคณิต
คา่ การกระจาย พสิ ยั สว่ นเบ่ียงเบนมาตรฐาน การนาเสนอขอ้ มูลเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ การแปล
ความหมายของคา่ สถติ ิ การนาความรเู้ กย่ี วกับสถิติไปใช้ในการแกป้ ัญหา
โดยจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้า โดยการปฏิบัติจริง
ทดลอง สรุปรายงาน เพ่ือพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดคานวณ ฝึกการแก้ปัญหา การให้
เหตุผล และนาความรู้ ความคดิ ทักษะกระบวนการท่ีไดไ้ ปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั อย่างสร้างสรรค์
เพือ่ ใหเ้ ห็นคณุ ค่าและมเี จตนคติท่ดี ีต่อคณติ ศาสตร์ สามารถทางานไดอ้ ย่างเป็นระบบ มี
ระเบยี บ มคี วามรับผดิ ชอบ มีวจิ ารณญาณ มีความคดิ รเิ ร่มิ สรา้ งสรรคแ์ ละมีความเชอื่ ม่นั ในตนเอง

ตวั ช้วี ัด
ค ๓.๑ ม.๖/๑ เข้าใจและใช้ความรทู้ างสถติ ิในการนาเสนอข้อมลู และแปลความหมายของ
ค่าสถติ เิ พอื่ ประกอบการตัดสินใจ

รวม ๑ ตวั ชี้วัด

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุง ๒๕๖๐)

หลักสตู รโรงเรยี นวงั หลวงพทิ ยาสรรพ์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๐๘

คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน

รายวิชา คณติ ศาสตร์พืน้ ฐาน ๖ รหัสวิชา ค๓๓๑๐๒ กลุ่มสาระคณติ ศาสตร์

ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี ๖ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลาเรยี น ๖๐ ช่วั โมง จานวน ๑.๕ หน่วยกติ

ศึกษา คน้ คว้า ฝกึ ทักษะ/กระบวนการเกี่ยวกบั เรือ่ งดงั ต่อไปนี้
สถติ (ิ ต่อ) ข้อมลู ตาแหน่งท่ีของข้อมูล ค่ากลางของข้อมูล ฐานนิยม มัธยฐาน ค่าเฉล่ียเลข
คณิต ค่าการกระจาย พิสัย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน การนาเสนอข้อมูลเชิงคุณภาพและเชิงปริมาณ
การแปลความหมายของคา่ สถติ ิ การนาความรเู้ กีย่ วกบั สถิตไิ ปใช้ในการแก้ปญั หา
โดยจัดประสบการณ์หรือสรา้ งสถานการณ์ให้ผเู้ รียนได้ศึกษาค้นคว้า โดยการปฏบิ ตั ิจริง
ทดลอง สรปุ รายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดคานวณ ฝกึ การแก้ปัญหา การให้
เหตุผล และนาความรู้ ความคิด ทกั ษะกระบวนการท่ีไดไ้ ปใช้ในชวี ิตประจาวันอยา่ งสร้างสรรค์
เพือ่ ให้เหน็ คณุ คา่ และมีเจตนคติท่ดี ตี ่อคณติ ศาสตร์ สามารถทางานได้อย่างเปน็ ระบบ มี
ระเบยี บ มีความรบั ผดิ ชอบ มีวจิ ารณญาณ มคี วามคดิ ริเรมิ่ สรา้ งสรรคแ์ ละมีความเช่ือมัน่ ในตนเอง

ตัวช้วี ดั
ค ๓.๑ ม.๖/๑ เข้าใจและใช้ความรูท้ างสถติ ิในการนาเสนอข้อมูล และแปลความหมายของ
คา่ สถติ ิเพอื่ ประกอบการตดั สินใจ

รวม ๑ ตวั ชว้ี ดั

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุง ๒๕๖๐)

หลกั สตู รโรงเรยี นวังหลวงพิทยาสรรพ์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๐๙

คาอธิบายรายวิชาเพ่ิมเตมิ

รายวิชา คณติ ศาสตร์เพมิ่ เตมิ ๕ รหัสวิชา ค๓๓๒๐๑ กลมุ่ สาระคณิตศาสตร์

ชนั้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๖ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลาเรยี น ๖๐ ชว่ั โมง จานวน ๑.๕ หน่วยกิต

ศึกษา คน้ คว้า ฝกึ ทักษะ/กระบวนการเกย่ี วกับเร่ืองดงั ต่อไปนี้
ลาดับและอนุกรม ลาดับจากัดและลาดับอนันต์ ลาดับเลขคณิตและลาดับเรขาคณิต ลิมิต
ของลาดับอนันต์ อนุกรมจากัดและอนุกรมอนันต์ อนุกรมเลขคณิตและอนุกรมเรขาคณิต ผลบวก
อนกุ รมอนนั ต์ การนาความร้เู กี่ยวกับลาดับและอนุกรมไปใช้ในการแก้ปัญหามูลค่าของเงินและค่าราย
งาด
แคลคูลัสเบื้องต้น ลิมิตและความต่อเนื่องของฟังก็ชัน อนุพันธ์ของฟังก์ชันพีชคณิต
ปรพิ นั ธ์ของฟังก์ชันพชี คณิต การนาความรูเ้ กี่ยวกบั แคลคูลสั เบอื้ งตน้ ไปใช้ในการแก้ปัญหา
โดยจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้า โดยการปฏิบัติจริง
ทดลอง สรุปรายงาน เพ่ือพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดคานวณ ฝึกการแก้ปัญหา การให้
เหตผุ ล และนาความรู้ ความคิด ทักษะกระบวนการท่ีได้ไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั อย่างสรา้ งสรรค์
เพอ่ื ให้เหน็ คุณค่าและมีเจตนคตทิ ดี่ ตี ่อคณติ ศาสตร์ สามารถทางานได้อย่างเป็นระบบ มี
ระเบยี บ มีความรับผดิ ชอบ มีวิจารณญาณ มคี วามคิดรเิ รม่ิ สร้างสรรค์และมีความเช่ือมนั่ ในตนเอง

ผลการเรยี นรู้
1. ระบไุ ดว้ า่ ลาดบั ทีก่ าหนดใหเ้ ป็นลาดับลู่เขา้ หรอื ลอู่ อก
2. หาผลบวก n พจนแ์ รกของอนุกรมเลขคณติ และอนุกรมเรขาคณิต
3. หาผลบวกอนุกรมอนนั ต์
4. เข้าใจและนาความร้เู ก่ียวกบั ลาดับและอนุกรมไปใช้
5. ตรวจสอบความต่อเนือ่ งของฟังก์ชนั ทีก่ าหนดให้
6. หาอนพุ นั ธข์ องฟังก์ชนั พีชคณิตทีก่ าหนดให้และนาไปใช้ในการแก้ปัญหา
7. หาปริพนั ธ์ไม่จากดั เขตและจากัดเขตของฟังก์ชนั ท่กี าหนดให้ และนาไปใช้ในการ
แกป้ ัญหา

รวม 7 ผลการเรียนรู้

ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐)

หลักสตู รโรงเรยี นวังหลวงพิทยาสรรพ์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๑๐

คาอธิบายรายวชิ าเพิ่มเตมิ

รายวชิ า คณิตศาสตร์เพ่มิ เติม ๖ รหัสวชิ า ค๓๓๒๐๒ กล่มุ สาระคณิตศาสตร์

ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๖ ภาคเรียนท่ี ๒ เวลาเรยี น ๖๐ ชว่ั โมง จานวน ๑.๕ หน่วยกิต

ศกึ ษา คน้ ควา้ ฝึกทักษะ/กระบวนการเกีย่ วกบั เร่อื งดงั ต่อไปนี้
การแจกแจงความน่าจะเป็นเบื้องต้น การแจกแจงเอกรูป การแจกแจงทวินาม การแจก
แจงปกติ การนาความรู้เกยี่ วกบั การแจกแจงความนา่ จะเปน็ เบอ้ื งตน้ ไปใช้ในการแก้ปญั หา
โดยจัดประสบการณ์หรือสร้างสถานการณ์ให้ผู้เรียนได้ศึกษาค้นคว้า โดยการปฏิบัติจริง
ทดลอง สรุปรายงาน เพื่อพัฒนาทักษะ/กระบวนการในการคิดคานวณ ฝึกการแก้ปัญหา การให้
เหตผุ ล และนาความรู้ ความคดิ ทกั ษะกระบวนการทีไ่ ดไ้ ปใชใ้ นชวี ิตประจาวนั อย่างสร้างสรรค์
เพือ่ ให้เห็นคณุ ค่าและมเี จตนคติทีด่ ีต่อคณิตศาสตร์ สามารถทางานได้อย่างเปน็ ระบบ มี
ระเบยี บ มคี วามรับผิดชอบ มีวจิ ารณญาณ มคี วามคดิ รเิ ริม่ สรา้ งสรรคแ์ ละมีความเชื่อมนั่ ในตนเอง

ผลการเรยี นรู้

1. จงหาความนา่ จะเป็นของเหตุการณ์ท่เี กดิ จากตัวแปรสุ่มท่ีมีการแจกแจงเอกรปู การ
แจกแจงทวนิ าม และการแจกแจงปกติ และการนาไปใช้ในการแกป้ ัญหา

รวม 1 ผลการเรียนรู้

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐)

หลกั สตู รโรงเรยี นวังหลวงพทิ ยาสรรพ์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๑๑

คาอธิบายรายวชิ า
กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตร์
ชัน้ มธั ยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย

ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐)

หลกั สตู รโรงเรยี นวังหลวงพทิ ยาสรรพ์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๑๒

คาอธิบายรายวิชา

ว 21101 วทิ ยาศาสตร์พน้ื ฐาน กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ 1 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 60 ชัว่ โมง จานวน 1.5 หน่วยกติ
......................................................................................................................................................

ศกึ ษา วเิ คราะห์ สมบตั ิทางกายภาพ ของธาตทุ ี่เปน็ โลหะ อโลหะ กง่ึ โลหะ และธาตุ
กัมมันตรังสี จุดเดือด จุดหลอมเหลว ความหนาแน่น และใช้เครื่องมือเพือ่ วดั มวลและปริมาตรของ
สารบรสิ ทุ ธิแ์ ละสารผสม อะตอม ธาตุ และสารประกอบ โครงสร้างอะตอมท่ปี ระกอบด้วยโปรตอน
นิวตรอน และอิเลก็ ตรอน การจัดเรียงอนภุ าคแรงยดึ เหนี่ยวระหว่างอนภุ าคและการเคล่ือนที่ของ
อนุภาค พลงั งานความร้อนกับการเปลี่ยนสถานะของสสาร เปรยี บเทียบรปู ร่าง ลักษณะโครงสร้าง
และหนา้ ทขี่ องเซลลพ์ ชื และเซลลส์ ัตว์ การใช้กลอ้ งจลุ ทรรศน์แบบใชแ้ สง ความสัมพันธ์ระหว่าง
รปู ร่างกับหนา้ ที่ของเซลล์ การจัดระบบส่งิ มชี วี ติ กระบวนการแพร่และการออสโมซสิ ปจั จัยทจี่ าเป็น
และความสาคญั ของกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสง คณุ ค่าของพืชทมี่ ตี ่อส่ิงมชี ีวิตและสิง่ แวดล้อม
การลาเลียงสารของไซเล็มและโฟลเอ็ม การสบื พันธ์แุ บบอาศัยเพศและไม่อาศยั เพศ ลกั ษณะ
โครงสรา้ งดอก การถา่ ยเรณู การปฏิสนธิ การเกิดผลและเมลด็ การกระจาย การงอกของเมลด็
การเลอื กใชธ้ าตุอาหารท่ีมีผลตอ่ การเจริญเตบิ โตของพชื การขยายพันธ์พุ ืช ความสาคญั เทคโนโลยี
การเพาะเลย้ี งเน้ือเย่ือพืช

โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสบื เสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ การ
สบื ค้นขอ้ มลู และการอภิปรายเพ่ือให้เกิดความรู้ ความคดิ ความเข้าใจ สามารถส่ือสารสิ่งท่ีเรยี นรู้ มี
ความสามารถในการตัดสนิ ใจ กระบวนการสร้างค่านิยมและพฒั นาคุณลักษณะตามหลักปรัชญา
เศรษฐกจิ พอเพียง

เหน็ คณุ ค่าในการนาความรไู้ ปใช้ประโยชน์ในชีวติ ประจาวนั มจี ิตวทิ ยาศาสตร์
มีจริยธรรม คณุ ธรรม และค่านิยมท่ีเหมาะสม

รหสั ตัวช้ีวัด
มาตรฐาน ว 1.2 ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3 , ม.1/4 , ม.1/5 , ม.1/6 , ม.1/7 , ม.1/8 , ม.1/9 ,

ม.1/10 , ม.1/11 , ม.1/12 , ม.1/13 , ม.1/14 , ม.1/15 , ม.1/16 ,
ม.1/17 , ม.1/18
มาตรฐาน ว 2.1 ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3 , ม.1/4 , ม.1/5 , ม.1/6 , ม.1/7 , ม.1/8 ,
ม.1/9 , ม.1/10
รวมท้ังหมด 28 ตัวช้ีวัด

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐)

หลักสตู รโรงเรยี นวังหลวงพิทยาสรรพ์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๑๓

คาอธบิ ายรายวิชา

ว 21102 วทิ ยาศาสตร์พน้ื ฐาน กลุม่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 60 ชัว่ โมง จานวน 1.5 หนว่ ยกิต
........................................................................................................................ ......................................

ศึกษา วเิ คราะห์ คานวณปริมาณความร้อนท่ที าให้สสารเปล่ียนอุณหภูมิและสถานะ
การใช้เทอร์โมมิเตอร์ การขยายตัวหรือหดตัว การถ่ายโอนความร้อน ปริมาณความร้อนท่ีถ่ายโอน
ระหว่างสสารจนเกิดสมดุลความร้อน การนาความร้อน การพาความร้อน การแผ่รังสีความร้อน
ความสัมพันธ์ความดันอากาศกับความสูงจากพ้ืนโลก การแบ่งชั้นบรรยากาศ องค์ประกอบของลมฟ้า
อากาศ กระบวนการเกิดพายุ ฝนฟ้าคะนองและพายุหมุนเขตร้อน การพยากรณ์อากาศ และ
ผลกระทบและการปฏิบัติตนของการเปล่ียนแปลงภูมอิ ากาศโลก

โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ การ
สืบค้นข้อมูลและการอภปิ รายเพอ่ื ให้เกดิ ความรู้ ความคิด ความเขา้ ใจ สามารถส่ือสารสิ่งที่เรียนรู้ มี
ความสามารถในการตดั สินใจ กระบวนการสรา้ งค่านิยมและพฒั นาคุณลักษณะตามหลกั ปรชั ญา
เศรษฐกิจพอเพยี ง

เหน็ คณุ คา่ ในการนาความรไู้ ปใช้ประโยชนใ์ นชีวิตประจาวัน มีจติ วิทยาศาสตร์
มจี ริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมท่ีเหมาะสม

รหัสตวั ช้ีวัด ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3 , ม.1/4 , ม.1/5 , ม.1/6 , ม.1/7, ม.1/8 ,
มาตรฐาน ว 2.1 ม.1/9 , ม.1/10
ม.1/1
มาตรฐาน ว 2.2 ม.1/1 , ม.1/2 , ม.1/3 , ม.1/4 , ม.1/5 , ม.1/6 , ม.1/7
มาตรฐาน ว 3.2

รวมทั้งหมด 18 ตัวชวี้ ดั

ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรงุ ๒๕๖๐)

หลักสตู รโรงเรยี นวังหลวงพทิ ยาสรรพ์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๑๔

คาอธิบายรายวิชา
วชิ า วิทยาการคานวณ รหัสวชิ า ว 21103 กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และ

เทคโนโลยี
ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ช่วั โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ

ศึกษาแนวคิดเชิงนามธรรม การคัดเลือกคุณลักษณะท่ีจาเป็นต่อการแก้ปัญหา ข้ันตอนการ
แกป้ ญั หา การเขียนรหัสลาลองและผัง การเขียนออกแบบและเขียนโปรแกรมอย่างง่ายที่มีการใช้งาน
ตัวแปร เงื่อนไข และการวนซ้า เพ่ือแก้ปัญหาทางคณิตศาสตร์หรือวิทยาศาสตร์ การรวบรวมข้อมูล
ปฐมภูมิ การประมวลผลข้อมูล การสร้างทางเลือกและประเมินผลเพ่ือตัดสินใจซอฟต์แวร์และบริการ
อินเทอร์เน็ตท่ีใช้ในการจดั การข้อมูล แนวทางการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศให้ปลอดภัย การจัดอัต
ลักษณ์ การพจิ ารณาความเหมาะสมของเนอ้ื หา ข้อตกลงและขอ้ กาหนดการใชส้ อ่ื และแหลง่ ข้อมูล

นาแนวคิดเชิงนามธรรมและขั้นตอนการแก้ปัญหา ไปประยุกต์ใช้ในการเขียนโปรแกรม หรือ
การแกป้ ญั หาในชวี ติ จริง รวบรวมขอ้ มูลและสรา้ งทางเลอื กในการตดั สินใจได้อย่างมีประสิทธภิ าพ

ตระหนกั ถึงการใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัย เกิดประโยชน์ต่อการเรียนรู้ และ
ไมส่ ร้างความเสียหายใหแ้ กผ่ ้อู ืน่

ตัวชี้วัด ออกแบบอัลกอริทมึ ทใ่ี ชแ้ นวคิดเชิงนามธรรมเพ่ือแก้ปญั หาหรืออธบิ ายการทางานที่
ว 4.2 ม.1/1
พบในชีวิตจรงิ ออกแบบและเขียนโปรแกรมอยา่ งงา่ ย เพอื่ แก้ปญั หาทางคณติ ศาสตร์หรอื
ว 4.2 ม.1/2
วิทยาศาสตร์ รวบรวมขอ้ มลู ปฐมภมู ิ ประมวลผล ประเมนิ ผล นาเสนอขอ้ มูล และสารสนเทศตาม
ว 4.2 ม.1/3 วตั ถุประสงค์โดยใช้4ซอฟต์แวร์ หรือบริการบนอนิ เทอรเ์ น็ตทีห่ ลากหลาย
ใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศอยา่ งปลอดภัย ใชส้ อื่ และแหล่งขอ้ มลู ตามข้อกาหนดและ
ว 4.2 ม.1/4
ข้อตกลง

รวมทั้งหมด 4 ตวั ช้วี ัด

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุง ๒๕๖๐)

หลกั สตู รโรงเรยี นวงั หลวงพิทยาสรรพ์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๑๕

คาอธิบายรายวชิ าพน้ื ฐาน
วิชาการออกแบบและเทคโนโลยี รหัสวิชา ว 21104 กลุม่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และ

เทคโนโลยี
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 1 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 20 ชวั่ โมง จานวน 0.5 หน่วยกิต

ศึกษา อธิบายความหมายของเทคโนโลยี วิเคราะห์สาเหตุหรือปัจจัยท่ีส่ งผลต่อการ
เปลยี่ นแปลงของเทคโนโลยี การทางานของระบบทางเทคโนโลยี

ประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะ และทรัพยากร โดยวิเคราะห์ เปรียบเทียบ และเลือกข้อมูลท่ี
จาเปน็ เพ่ือออกแบบวิธีการแก้ปัญหาในชีวิตประจาวันในด้านการเกษตรและอาหาร และสร้างช้ินงาน
หรอื พฒั นาวธิ ีการโดยใชก้ ระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม รวมท้ังเลือกใช้วัสดุอุปกรณ์ เครื่องมือใน
การแกป้ ัญหาไดอ้ ยา่ งถูกตอ้ ง เหมาะสม และปลอดภัย

มคี ุณธรรมและจริยธรรมในการใช้เทคโนโลยี ตระหนักถึงผลกระทบของการใช้เทคโนโลยีกับ
สังคม มีมารยาท ระเบียบ และข้อบังคับในการเลือกใช้เทคโนโลยีอย่างสร้างสรรค์ต่อชีวิต สังคม
ส่ิงแวดล้อม และมีการจัดการเทคโนโลยีด้วยการลดการใช้ทรัพยากรหรือเลือกใช้เทคโนโลยีที่ไม่มี
ผลกระทบต่อสิง่ แวดล้อม

ตวั ชี้วดั
ว 4.1 ม.1/1 อธบิ ายแนวคิดหลกั ของเทคโนโลยใี นชวี ติ ประจาวัน และวเิ คราะหส์ าเหตุ หรือปจั จัย
ที่สง่ ผลต่อ

การเปลี่ยนแปลงของเทคโนโลยี
ว 4.1 ม.1/2 ระบุปัญหาหรือความต้องการในชวี ติ ประจาวัน รวบรวม วเิ คราะห์ข้อมูลและแนวคิด
ท่ีเกย่ี วข้อง

กับปัญหา
ว 4.1 ม.1/3 ออกแบบวธิ กี ารแกป้ ัญหา โดยวเิ คราะห์ เปรยี บเทยี บ และตดั สินใจเลอื กข้อมลู ที่
จาเป็นนาเสนอ

แนวทางการแกป้ ญั หาใหผ้ ูอ้ ่นื เข้าใจวางแผนและดาเนินการแกป้ ญั หา
ว 4.1 ม.1/4 ทดสอบ ประเมินผล และระบุขอ้ บกพร่องท่ีเกดิ ข้นึ พร้อมทั้งหาแนวทางการ
ปรบั ปรุงแก้ไข

และนาเสนอผลการแกป้ ญั หา
ว 4.1 ม.1/5 ใช้ความร้แู ละทักษะเกีย่ วกับวสั ดุ อปุ กรณ์ เครื่องมือ กลไก ไฟฟ้า หรือ
อเิ ล็กทรอนิกสเ์ พอื่

แก้ปัญหาได้อยา่ งถูกต้องเหมาะสม และปลอดภัย

รวมท้ังหมด 5 ตวั ชี้วัด

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุง ๒๕๖๐)

หลักสตู รโรงเรยี นวงั หลวงพิทยาสรรพ์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๑๖

คาอธบิ ายรายวชิ า

รายวชิ าวิทยาศาสตรพ์ นื้ ฐาน รหสั วิชา ว22101 กลุม่ สาระการเรยี นรูว้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 2 ภาคเรยี นที่ 1 เวลาเรียน 60 ชวั่ โมง จานวน 1.5 หน่วยกิต

ศึกษา วิเคราะห์องค์ประกอบของสารละลาย สภาพการละลายได้และปัจจัยท่ีมีผลต่อการ
สภาพละลายได้ ความเข้มข้นของสารละลายในหน่วยร้อยละ ระบบหมุนเวียนเลือด ระบบหายใจ
ระบบขับถ่าย ระบบประสาท ระบบสืบพันธ์ ตาแหน่งของวัตถุ ระยะทาง และการกระจัด อัตราเร็ว
และความเรว็ แรงลัพธ์ แรงเสียดทาน แรงและความดันของของเหลว แรงพยุงของของเหลว โมเมนต์
ของแรง แรงและสนามของแรง

โดยใช้การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และ
ทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย เพ่ือให้เกิดความรู้ ความคิด
ความเข้าใจ สามารถส่ือสารส่ิงที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ การแก้ปัญหา การนาความรู้
ไปใชใ้ นชีวิตประจาวัน มจี ติ วทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และคา่ นยิ มท่ีเหมาะสม

ตวั ชวี้ ดั
ว 1.2 ม.2/1 ระบุอวยั วะและบรรยายหนา้ ทขี่ องอวยั วะทเ่ี กย่ี วข้องในระบบหายใจ
ว 1.2 ม.2/2 อธิบายกลไกการหายใจเขา้ และออกโดยใช้แบบจาลอง รวมทั้งอธบิ ายกระบวนการ

แลกเปลยี่ นแก๊ส
ว 1.2 ม.2/3 ตระหนักถึงความสาคัญของระบบหายใจ โดยการบอกแนวทางในการดูแลรักษา
อวัยวะในระบบหายใจให้ทางานเป็นปกติ
ว 1.2 ม.2/4 ระบุอวยั วะและบรรยายหน้าที่ของอวัยวะในระบบขับถ่ายในการกาจัดของเสียทางไต
ว 1.2 ม.2/5 ตระหนักถึงความสาคัญของระบบขับถ่ายในการกาจัดของเสียทางไต โดยการบอก
แนวทางในการปฏบิ ตั ติ นทช่ี ่วยใหร้ ะบบขับถา่ ยทาหนา้ ท่ีได้อย่างปกติ
ว 1.2 ม.2/6 บรรยายโครงสร้างและหนา้ ท่ขี องหวั ใจ หลอดเลอื ด และเลอื ด
ว 1.2 ม.2/7 อธบิ ายการทางานของระบบหมนุ เวยี นเลือดโดยใช้แบบจาลอง
ว 1.2 ม.2/8 ออกแบบการทดลองและทดลองในการเปรียบเทียบอัตราการเต้นของหัวใจขณะ
ปกติและหลังทากิจกรรม
ว 1.2 ม.2/9 ตระหนักถึงความสาคัญของระบบหมุนเวียนเลือด โดยการบอกแนวทางในการดูแล
รกั ษาอวยั วะในระบบหมนุ เวียนเลอื ดให้ทางานเป็นปกติ
ว 1.2 ม.2/10 ระบอุ วัยวะและบรรยายหนา้ ทข่ี องอวยั วะในระบบประสาทสว่ นกลางในการควบคุม

การทางานต่าง ๆ ของร่างกาย
ว 1.2 ม.2/11 ตระหนักถึงความสาคัญของระบบประสาท โดยการบอกแนวทางในการดูแลรักษา
รวมถงึ การปอ้ งกนั การกระทบกระเทือนและอนั ตรายตอ่ สมองและไขสนั หลัง
ว 1.2 ม.2/12 ระบุอวัยวะและบรรยายหน้าทขี่ องอวัยวะในระบบสืบพันธุ์ของเพศชายและเพศหญิง
โดยใช้แบบจาลอง

ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐)

หลักสตู รโรงเรยี นวงั หลวงพิทยาสรรพ์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๑๗

ว 1.2 ม.2/13 อธิบายผลของฮอร์โมนเพศชายและเพศหญิงท่ีควบคุมการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย
เมื่อเขา้ สู่วัยหนุ่มสาว
ว 1.2 ม.2/14 ตระหนักถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างกายเมื่อเข้าสู่วัยหนุ่มสาว โดยการดูแลรักษา
ร่างกายและจติ ใจของตนเองในช่วงทมี่ กี ารเปลยี่ นแปลง
ว 1.2 ม.2/15 อธิบายการตกไข่ การมีประจาเดอื น การปฏิสนธิ และการพัฒนาของไซโกต จน
คลอดเป็นทารก
ว 1.2 ม.2/16 เลอื กวิธกี ารคุมกาเนดิ ที่เหมาะสมกับสถานการณท์ ีก่ าหนด
ว 1.2 ม.2/17 ตระหนกั ถึงผลกระทบของการต้ังครรภก์ ่อนวยั อันควร โดยการประพฤตติ นให้
เหมาะสม
ว 2.1 ม.2/4 ออกแบบการทดลองและทดลองในการอธบิ ายผลของชนดิ ตัวละลาย ชนิดตัวทา
ละลาย อณุ หภูมทิ ี่มตี ่อสภาพละลายได้ของสาร รวมทง้ั อธบิ ายผลของความดนั ทีม่ ีต่อสภาพละลายได้
ของสาร โดยใชส้ ารสนเทศ
ว 2.1 ม.2/5 ระบุปริมาณตัวละลายในสารละลายในหน่วยความเข้มข้นเป็นร้อยละปริมาตรต่อ
ปริมาตร มวลต่อมวล และมวลตอ่ ปรมิ าตร
ว 2.1 ม.2/6 ตระหนักถึงความสาคัญของการนาความรู้เร่ืองความเข้มข้นของสารไปใช้ โดย
ยกตัวอยา่ งการใช้สารละลายในชีวิตประจาวันอยา่ งถูกตอ้ งและปลอดภยั
ว 2.2 ม.2/1 พยากรณก์ ารเคล่ือนทีข่ องวัตถุที่เป็นผลของแรงลพั ธ์ทเี่ กิดจากแรงหลายแรงท่ีกระทา
ตอ่ วัตถุในแนวเดียวกนั จากหลักฐานเชงิ ประจกั ษ์
ว 2.2 ม.2/2 เขยี นแผนภาพแสดงแรงและแรงลพั ธท์ เี่ กิดจากแรงหลายแรงที่กระทาต่อวัตถุในแนว
เดยี วกัน
ว 2.2 ม.2/3 ออกแบบการทดลองและทดลองด้วยวิธีท่ีเหมาะสมในการอธิบายปัจจัยท่ีมีผลต่อ
ความดนั ของของเหลว
ว 2.2 ม.2/4 วิเคราะห์แรงพยุงและการจม การลอยของวัตถุในของเหลวจากหลักฐานเชิง
ประจกั ษ์
ว 2.2 ม.2/5 เขยี นแผนภาพแสดงแรงทก่ี ระทาต่อวัตถใุ นของเหลว
ว 2.2 ม.2/6 อธบิ ายแรงเสียดทานสถิติและแรงเสียดทานจลนจ์ ากหลกั ฐานเชงิ ประจักษ์
ว 2.2 ม.2/7 ออกแบบการทดลองและทดลองด้วยวิธีที่เหมาะสมในการอธิบายปัจจัยที่มีผลต่อ
ขนาดของแรงเสยี ดทาน
ว 2.2 ม.2/8 เขียนแผนภาพแสดงแรงเสียดทานและแรงอืน่ ๆ ท่กี ระทาตอ่ วัตถุ
ว 2.2 ม.2/9 ตระหนักถึงประโยชน์ของความรู้เร่ืองแรงเสียดทาน โดยวิเคราะห์สถานการณ์
ปัญหาและเสนอแนะ วิธีการลดหรือเพ่ิมแรงเสียดทานที่เป็นประโยชน์ต่อการทากิจกรรมใน
ชีวติ ประจาวนั
ว 2.2 ม.2/10 ออกแบบการทดลองและทดลองด้วยวิธีที่เหมาะสมในการอธิบายโมเมนต์ของแรง
เม่ือวัตถุอยใู่ นสภาพสมดลุ ตอ่ การหมุน และคานวณการใช้สมการ M = Fl

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐)

หลักสตู รโรงเรยี นวงั หลวงพิทยาสรรพ์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๑๘

ว 2.2 ม.2/11 เปรียบเทยี บแหล่งของสนามแมเ่ หล็กสนามไฟฟา้ และสนามโน้มถ่วง และทิศทางของ
แรงที่กระทาตอ่ วัตถทุ อี่ ยู่ในแตล่ ะสนาม จากข้อมูลทรี่ วบรวมได้
ว 2.2 ม.2/12 เขยี นแผนภาพแสดงแรงแม่เหล็ก แรงไฟฟ้า และแรงโน้มถว่ งทกี่ ระทาต่อวตั ถุ
ว 2.2 ม.2/13 วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างขนาดของแรงแม่เหล็ก แรงไฟฟ้า และแรงโน้มถ่วงท่ี
กระทาตอ่ วัตถุทีอ่ ย่ใู นสนามนั้น ๆ กบั ระยะหา่ งจากแหล่งของสนามถึงวตั ถุจากข้อมูลที่รวบรวมได้
ว 2.2 ม.2/14 อธิบายและคานวณอัตราเร็วและความเร็วของการเคลื่อนท่ีของวัตถุ โดยใช้สมการ
และ จากหลกั ฐานเชงิ ประจักษ์
ว 2.2 ม.2/15 เขียนแผนภาพแสดงการกระจดั และความเรว็

รวม 35 ตัวช้วี ดั

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรุง ๒๕๖๐)

หลักสตู รโรงเรยี นวังหลวงพิทยาสรรพ์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๑๙

คาอธิบายรายวชิ า

รายวิชาวิทยาศาสตรพ์ ้ืนฐาน รหัสวิชา ว22102 กลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ 2 ภาคเรียนที่ 2 เวลาเรียน 60 ช่ัวโมง จานวน 1.5 หนว่ ยกิต

ศึกษา วิเคราะห์ วิธีการการแยกสาร งานและกาลัง เครื่องกลอย่างง่ายกฎการอนุรักษ์

พลังงานลกั ษณะของชนั้ หน้าตัดดนิ กระบวนการเกดิ ดนิ ปจั จัยทีท่ าใหด้ ินมลี กั ษณะและสมบัติแตกต่าง

กัน การตรวจวัดสมบัติบางประการของดินและการใช้ประโยชน์ดิน กระบวนการเกิดแหล่งน้าผิวดิน

และแหลง่ นา้ ใต้ดิน การใชน้ า้ อยา่ งยั่งยืนในท้องถ่ิน กระบวนการเกิดเช้ือเพลิง ซากดึกดาบรรพ์ สมบัติ

เช้ือเพลิงซากดึกดาบรรพ์ การใช้ประโยชน์เช้ือเพลิงซากดึกดาบรรพ์และผลกระทบจากการใช้

เช้ือเพลิงซากดึกดาบรรพ์ พลังงานทดแทน กระบวนการ ผุพังอยู่กับท่ี การกร่อนและ

การสะสมตัวของตะกอน กระบวนการเกิดและผลกระทบของน้าท่วม การกัดเซาะชายฝ่ัง ดินถล่ม

หลมุ ยบุ แผน่ ดินทรุด โครงสรา้ งภายในของโลกตามองคป์ ระกอบทางเคมี

โดยใช้การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ การพัฒนาทักษะกระบวนการทาง

วิทยาศาสตร์ และทักษะในสตวรรษที่ 21 การสืบค้นขอ้ มลู และการอภปิ ราย เพอื่ ใหเ้ กดิ ความรู้ ความ

เข้าใจ สามารถส่ือสารสิง่ ทีเ่ รียนรู้ มคี วามสามารถในการตัดสนิ ใจ การแก้ปัญหา การนาความรู้ไปใช้ใน

ชวี ติ ประจาวัน มจี ติ วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และค่านยิ มทเี่ หมาะสม

ตวั ชี้วัด
ว 2.1 ม.2/1 อธิบายการแยกสารผสมโดยการระเหยแหง้ การตกผลึก การกลัน่ อยา่ งงา่ ย โคร
มาโทกราฟี แบบกระดาษ การสกดั ด้วยตวั ทาละลาย โดยใชห้ ลักฐานเชงิ ประจกั ษ์
ว 2.1 ม.2/2 แยกสารโดยการระเหยแห้ง การตกผลึก การกลน่ั อยา่ งงา่ ย โครมาโทกราฟีแบบ
กระดาษ การสกดั ดว้ ยตัวทาละลาย
ว 2.1 ม.2/3 นาวธิ ีการแยกสารไปใช้แก้ปญั หาในชีวติ ประจาวนั โดยบูรณาการวิทยาศาสตร์

คณติ ศาสตร์ เทคโนโลยี และวิศวกรรมศาสตร์
ว 2.3 ม.2/1 วิเคราะหส์ ถานการณ์ และคานวณเก่ยี วกบั งาน และกาลงั ที่เกดิ จากแรงท่ีกระทาต่อ
วัตถุ โดยใชส้ มการ W = Fs และจากข้อมูลที่รวบรวมได้
ว 2.3 ม.2/2 วเิ คราะหห์ ลกั การทางานของเครื่องกลอยา่ งง่ายจากขอ้ มลู ที่รวบรวมได้
ว 2.3 ม.2/3 ตระหนกั ถึงประโยชน์ของความร้ขู องเครื่องกลอย่างง่าย โดยบอกประโยชนแ์ ละ

การประยุกต์ใช้ในชีวิตประจาวนั
ว 2.3 ม.2/4 ออกแบบและทดลองดว้ ยวิธีที่เหมาะสมในการอธบิ ายปจั จัยทมี่ ีผลตอ่ พลังงานจลน์
และพลังงานศักยโ์ นม้ ถ่วง
ว 2.3 ม.2/5 แปลความหมายข้อมลู และอธบิ ายการเปลี่ยนพลังงานระหว่างพลังงานศักย์โน้มถว่ ง
และพลังงานจลนข์ องวตั ถุโดยพลงั งานกลของวัตถุมีค่าคงตวั จากข้อมลู ท่รี วบรวมได้
ว 2.3 ม.2/6 วเิ คราะหส์ ถานการณแ์ ละอธิบายการเปล่ียน และการถา่ ยโอนพลงั งานโดยใช้กฎการ
อนรุ ักษ์พลังงาน

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุง ๒๕๖๐)

หลักสตู รโรงเรยี นวงั หลวงพทิ ยาสรรพ์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๒๐

ว 3.2 ม.2/1 เปรียบเทียบกระบวนการเกิด สมบัติ และการใชป้ ระโยชน์ รวมทง้ั อธบิ ายผลกระทบ
จากการใชเ้ ช้ือเพลิงซากดกึ ดาบรรพ์จากข้อมูลท่รี วบรวมได้
ว 3.2 ม.2/2 แสดงความตระหนักถึงผลจากการใชเ้ ชอื้ เพลงิ ซากดกึ ดาบรรพ์ โดยนาเสนอแนว
ทางการใช้เชอ้ื เพลงิ ซากดึกดาบรรพ์
ว 3.2 ม.2/3 เปรียบเทียบข้อดีและข้อจากัดของพลังงาน ทดแทนแต่ละประเภทจากการรวบรวม
ขอ้ มูล และนาเสนอแนวทางการใช้พลงั งานทดแทนที่เหมาะสมในท้องถน่ิ
ว 3.2 ม.2/4 สรา้ งแบบจาลองท่อี ธิบายโครงสร้างภายในโลก ตามองคป์ ระกอบทางเคมจี ากข้อมูล
ทรี่ วบรวมได้ว 3.2 ม.2/5 อธิบายกระบวนการผพุ งั อยู่กับท่ี การกร่อน และการสะสมตัวของ
ตะกอนจากแบบจาลอง รวมท้ังยกตวั อย่างผลของกระบวนการดงั กล่าวท่ีทาให้ผวิ โลกเกดิ การ
เปลี่ยนแปลง
ว 3.2 ม.2/6 อธบิ ายลกั ษณะของชัน้ หน้าตัดดินและกระบวนการเกิดดนิ จากแบบจาลอง รวมท้งั
ระบปุ ัจจัยท่ที าให้ดินมลี ักษณะและสมบัติแตกต่างกนั
ว 3.2 ม.2/7 ตรวจวัดสมบตั ิบางประการของดนิ โดยใช้เคร่ืองมือทเี่ หมาะสม และนาเสนอแนว
ทางการใชป้ ระโยชนด์ นิ จากข้อมลู สมบัตขิ องดิน
ว 3.2 ม.2/8 อธิบายปัจจยั และกระบวนการเกิดแหล่งน้าผวิ ดิน และแหล่งนา้ ใตด้ ินจาก
แบบจาลอง
ว 3.2 ม.2/9 สร้างแบบจาลองทีอ่ ธบิ ายการใช้น้า และนาเสนอแนวทางการใช้นา้ อยา่ งย่ังยนื ใน
ท้องถนิ่ ของตนเอง
ว 3.2 ม.2/10 สร้างแบบจาลองท่ีอธิบายกระบวนการเกิด และผลกระทบของน้าท่วม การกดั เซาะ

ชายฝั่ง ดนิ ถล่ม หลุมยบุ แผ่นดนิ ทรดุ

รวม 19 ตวั ช้ีวดั

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐)

หลักสตู รโรงเรยี นวังหลวงพทิ ยาสรรพ์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๒๑

คาอธิบายรายวชิ า

รายวิชาวิทยาศาสตรพ์ ื้นฐาน รหัสวิชา ว23101 กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนท่ี 1 เวลาเรยี น 60 ชวั่ โมง จานวน 1.5 หน่วยกติ

ศึกษาเก่ียวกบั การถา่ ยทอดพลงั งานในระบบนิเวศ พนั ธุกรรม โครโมโซม ดีเอน็ เอ และยีน
การถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรม การแบ่งเซลลข์ องสงิ่ มชี ีวิต ความผิดปกติทางพนั ธุกรรม การดัด
แปรทางพันธุกรรม ความหลากหลายทางชีวภาพ การเกดิ คล่ืน ส่วนประกอบของคลน่ื คลน่ื
แม่เหล็กไฟฟา้ สเปกตรมั คล่นื แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ ประโยชน์และการปอ้ งกันอันตรายจากคลื่น
แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ การสะทอ้ นของแสงบนกระจกเงาราบ การสะท้อนของแสงบนกระจกเงาโคง้ การหกั เห
ของแสงผ่านเลนส์ การทดลองการหักเหของแสง การเกิดภาพจากเลนส์บาง ปรากฏการณท์ เ่ี กี่ยวกับ
แสง เช่น รุ้ง มิราจ และการทางานของทศั นอปุ กรณ์ เชน่ แว่นขยาย กระจกโค้งจราจร การมองเห็น
วัตถุ ความสว่างของแสง การโคจรของดาวเคราะหร์ อบดวงอาทิตย์
การเกิดฤดกู าล การเคลอื่ นที่ปรากฏของดวงอาทติ ย์ การเกดิ ขา้ งขึน้ ข้างแรม การเกิดน้าข้ึนนา้ ลง น้า
เป็น น้าตาย เทคโนโลยีอวกาศ กลอ้ งโทรทรรศน์ ดาวเทยี มและยานอวกาศ นกั บนิ อวกาศ โครงการ
สารวจอวกาศ

โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบคน้ ข้อมูล การ
สังเกต การวิเคราะห์ การทดลอง การอภปิ ราย การอธิบาย และการสรปุ เพ่ือใหเ้ กิดความรู้ ความคิด
ความเขา้ ใจ มีความสามารถในการตดั สินใจ สอ่ื สารส่งิ ท่ีเรียนรแู้ ละนาความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง มี
จติ วิทยาศาสตร์ จริยธรรม คุณธรรม และคา่ นยิ ม

ตวั ชวี้ ัด อธิบายความสัมพันธร์ ะหว่างยีน ดเี อ็นเอ และโครโมโซม โดยใชแ้ บบจาลอง
ว 1.3 ม.3/1 อธบิ ายการถา่ ยทอดลกั ษณะทางพันธุกรรมจากการผสมโดยพิจารณาลักษณะเดียวที่
ว 1.3 ม.3/2 แอลลีลเดน่ ขม่ แอลลีลด้อยอย่างสมบูรณ์
อธิบายการเกิดจีโนไทป์และฟีโนไทป์ของลูกและคานวณอัตราส่วนการเกิดจีโนไทป์
ว 1.3 ม.3/3 และฟโี นไทปข์ องรุน่ ลกู
อธบิ ายความแตกต่างของการแบ่งเซลล์แบบไมโทซิสและไมโอซิส
ว 1.3 ม.3/4 บอกได้ว่าการเปลี่ยนแปลงของยีนหรือโครโมโซม อาจทาให้เกิดโรคทางพันธุกรรม
ว 1.3 ม.3/5 พรอ้ มทั้งยกตัวอยา่ งโรคทางพันธุกรรม
ตระหนักถึงประโยชน์ของความรู้เรื่องโรคทางพันธุกรรม โดยรู้ว่าก่อนแต่งงานควร
ว 1.3 ม.3/6 ปรกึ ษาแพทย์เพือ่ ตรวจและวนิ ิจฉยั ภาวะเส่ยี งของลกู ทอ่ี าจเกิดโรคทางพนั ธุกรรม
อธิบายการใช้ประโยชน์จากส่ิงมีชีวิตดัดแปรพันธุกรรม และผลกระทบที่อาจมีต่อ
ว 1.3 ม.3/7 มนุษย์และส่งิ แวดลอ้ มโดยใช้ขอ้ มลู ทร่ี วบรวมได้
ตระหนกั ถึงประโยชน์และผลกระทบของส่งิ มีชีวิตดัดแปรพันธุกรรมท่ีอาจมีต่อมนุษย์
ว 1.3 ม.3/8 และสิ่งแวดล้อม โดยการเผยแพร่ความรู้ท่ีได้จากการโต้แย้งทางวิทยาศาสตร์ ซ่ึงมี
ข้อมลู สนับสนุน

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรุง ๒๕๖๐)

หลกั สตู รโรงเรยี นวงั หลวงพิทยาสรรพ์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๒๒

ว 1.3 ม.3/9 เปรยี บเทียบความหลากหลายทางชีวภาพในระดบั ชนดิ สง่ิ มชี วี ติ ในระบบนเิ วศตา่ ง ๆ
ว 1.3 ม.3/10 อธิบายความสาคัญของความหลากหลายทางชีวภาพที่มีต่อการรักษาสมดุลของ

ระบบนิเวศและตอ่ มนุษย์
ว 1.3 ม.3/11 แสดงความตระหนกั ในคุณคา่ และความสาคัญของความหลากหลายทางชีวภาพ โดย

มสี ่วนร่วมในการดแู ลรกั ษาความหลากหลายทางชีวภาพ
ว 2.3 ม.3/10 สร้างแบบจาลองทีอ่ ธิบายการเกดิ คลนื่ และบรรยายสว่ นประกอบของคล่ืน
ว 2.3 ม.3/11 อธิบายคลื่นแมเ่ หลก็ ไฟฟ้าและสเปกตรัมคลนื่ แม่เหล็กไฟฟ้าจากขอ้ มลู ที่รวบรวมได้
ว 2.3 ม.3/12 ตระหนักถึงประโยชน์และอันตรายจากคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้า โดยนาเสนอการใช้

ประโยชนใ์ นดา้ นต่าง ๆ และอันตรายจากคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้าในชีวติ ประจาวนั
ว 2.3 ม.3/13 ออกแบบการทดลองและดาเนนิ การทดลอง ด้วยวิธีที่เหมาะสมในการอธิบายกฎการ

สะทอ้ นของแสง
ว 2.3 ม.3/14 เขยี นแผนภาพการเคล่ือนที่ของแสง แสดงการเกิดภาพจากกระจกเงา
ว 2.3 ม.3/15 อธิบายการหักเหของแสงเม่ือผ่านตัวกลางโปร่งใสท่ีแตกต่างกัน และอธิบายการ

กระจายแสงของแสงขาวเม่ือผา่ นปริซมึ จากหลักฐานเชิงประจักษ์
ว 2.3 ม.3/16 เขียนแผนภาพการเคลอ่ื นทข่ี องแสงแสดงการเกิดภาพจากเลนส์บาง
ว 2.3 ม.3/17 อธิบายปรากฏการณ์ท่ีเกี่ยวกับแสง และการทางานของทัศนอุปกรณ์จากข้อมูลท่ี

รวบรวมได้
ว 2.3 ม.3/18 เขียนแผนภาพการเคลอื่ นที่ของแสง แสดงการเกดิ ภาพของทศั นอุปกรณ์และเลนส์ตา
ว 2.3 ม.3/19 อธบิ ายผลของความสวา่ งท่มี ีตอ่ ดวงตาจากขอ้ มลู ท่ีไดจ้ ากการสืบคน้
ว 2.3 ม.3/20 วดั ความสว่างของแสงโดยใช้อปุ กรณว์ ดั ความสว่างของแสง
ว 2.3 ม.3/21 ตระหนักในคุณค่าของความรู้เรื่องความสว่างของแสงที่มีต่อดวงตา โดยวิเคราะห์

สถานการณ์ ปัญหาและเสนอแนะการจัดความสว่างให้เหมาะสมในการทากิจกรรม
ต่าง ๆ
ว 3.1 ม.3/1 อธิบายการโคจรของดาวเคราะหร์ อบดวงอาทติ ยด์ ว้ ยแรงโน้มถว่ งจากสมการ
F = (Gm1m2)/r2
ว 3.1 ม.3/2 สร้างแบบจาลองทอี่ ธบิ ายการเกิดฤดู และการเคล่อื นทีป่ รากฏของดวงอาทิตย์
ว 3.1 ม.3/3 สร้างแบบจาลองท่ีอธิบายการเกิดข้างข้ึนข้างแรม การเปล่ียนแปลงเวลาการขึ้นและ
ตกของดวงจันทร์ และการเกิดน้าข้นึ น้าลง
ว 3.1 ม.3/4 อธิบายการใช้ประโยชน์ของเทคโนโลยีอวกาศ และยกตัวอย่างความก้าวหน้าของ
โครงการสารวจอวกาศจากข้อมลู ท่รี วบรวมได้

รวม 27 ตัวช้ีวัด

ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรุง ๒๕๖๐)

หลักสตู รโรงเรยี นวังหลวงพทิ ยาสรรพ์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๒๓

คาอธบิ ายรายวิชา

รายวชิ าวิทยาศาสตร์พ้นื ฐาน รหัสวิชา ว23102 กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี 3 ภาคเรียนที่ 2 เวลาเรียน 60 ชั่วโมง จานวน 1.5 หนว่ ยกติ

ศึกษาเก่ียวกบั วัสดใุ นชวี ติ ประจาวัน สมบัติทางกายภาพและการใช้ประโยชน์พอลิเมอร์ เซรา
มิก และวัสดุผสม ผลกระทบจากการใช้วัสดุประเภทพอลิเมอร์ เซรามิก และวัสดุผสม ปฏิกิริยาเคมี
การเกิดปฏิกิริยาเคมี ประเภทของปฏิกิริยาเคมี ปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจาวัน ศึกษา วิเคราะห์
ปริมาณทางไฟฟ้า กระแสไฟฟ้า ความต่างศักย์ ความสัมพันธ์ระหว่างกระแสไฟฟ้ากับความต่างศักย์
กฎของโอห์ม ความต้านทาน ตัวต้านทาน การต่อตัวต้านทานแบบอนุกรมและแบบขนาน ชิ้นส่วน
อิเล็กทรอนิกส์อย่างง่าย ไดโอด ทรานซิสเตอร์ ตัวเก็บประจุ วงจรรวม การต่อวงจรอิเล็กทรอนิกส์
พลังงานไฟฟ้าและกาลังไฟฟ้า การคานวณค่าไฟฟ้า วงจรไฟฟ้าในบ้าน อุปกรณ์ไฟฟ้าและ
เคร่ืองใช้ไฟฟ้าในบ้าน การใช้ไฟฟ้าอย่างประหยัดและปลอดภัย ระบบนิเวศ องค์ประของระบบนิเวศ
ความสัมพนั ธร์ ะหว่างสง่ิ มชี วี ิตในระบบนเิ วศ การถา่ ยทอดพลังงานในระบบนิเวศ

โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบคน้ ขอ้ มลู การ
สังเกต การวเิ คราะห์ การทดลอง การอภิปราย การอธิบาย และการสรปุ เพื่อใหเ้ กิดความรู้ ความคิด
ความเขา้ ใจ มีความสามารถในการตัดสนิ ใจ สื่อสารสิ่งที่เรียนร้แู ละนาความรู้ไปใชใ้ นชวี ิตของตนเอง มี
จติ วิทยาศาสตร์จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยม

ตวั ชีว้ ดั
ว 1.1 ม.3/1 อธบิ ายปฏสิ มั พนั ธข์ ององคป์ ระกอบของระบบนิเวศท่ีได้จากการสารวจ
ว 1.1 ม.3/2 อธบิ ายรปู แบบความสัมพันธร์ ะหวา่ งสง่ิ มีชีวติ กบั ส่ิงมชี วี ิตรูปแบบต่าง ๆ ในแหล่งทอ่ี ยู่

เดียวกนั ทไ่ี ดจ้ ากการสารวจ
ว 1.1 ม.3/3 สร้างแบบจาลองในการอธิบายการถ่ายทอดพลงั งานในสายใยอาหาร
ว 1.1 ม.3/4 อธบิ ายความสมั พนั ธ์ของผูผ้ ลิต ผู้บรโิ ภค และผยู้ ่อยสลายสารอินทรีย์ในระบบนิเวศ
ว 1.1 ม.3/5 อธิบายการสะสมสารพษิ ในสิ่งมชี ีวิตในโซ่อาหาร
ว 1.1 ม.3/6 ตระหนกั ถึงความสัมพันธข์ องส่งิ มีชีวิต และสิ่งแวดล้อมในระบบนิเวศโดยไม่ทาลาย

สมดุลของระบบนิเวศ
ว 1.3 ม.3/9 เปรยี บเทยี บความหลากหลายทางชวี ภาพในระดับชนดิ สงิ่ มีชวี ิตในระบบนเิ วศต่าง ๆ
ว 1.3 ม.3/10 อธิบายความสาคัญของความหลากหลายทางชวี ภาพท่มี ตี ่อการรกั ษาสมดุลของ

ระบบนิเวศและต่อมนุษย์
ว 1.3 ม.3/11 แสดงความตระหนกั ในคุณค่าและความสาคัญของความหลากหลายทางชวี ภาพ โดย

มีส่วนรว่ มในการดแู ลรักษาความหลากหลายทางชีวภาพ
ว 2.1 ม.3/1 ระบสุ มบัตทิ างกายภาพและการใชป้ ระโยชนว์ ัสดปุ ระเภท พอลเิ มอร์ เซรามิก และ

วัสดุผสม โดยใช้หลกั ฐานเชิงประจกั ษ์ และสารสนเทศ

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พน้ื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐)

หลักสตู รโรงเรยี นวังหลวงพิทยาสรรพ์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๒๔

ว 2.1 ม.3/2 ตระหนักถึงคณุ ค่าของการใช้วสั ดปุ ระเภทพอลเิ มอร์ เซรามิก และวัสดุผสม โดย
เสนอแนะ แนวทางการใช้วสั ดอุ ยา่ งประหยดั และคุ้มค่า

ว 2.1 ม.3/3 อธบิ ายการเกดิ ปฏิกิริยาเคมี รวมถึงการจดั เรยี งตวั ใหมข่ องอะตอมเมื่อเกดิ ปฏิกริ ิยาเคมี
โดยใชแ้ บบจาลองและสมการขอ้ ความ

ว 2.1 ม.3/4 อธบิ ายกฎทรงมวล โดยใชห้ ลักฐานเชิงประจกั ษ์
ว 2.1 ม.3/5 วเิ คราะห์ปฏกิ ริ ยิ าดดู ความร้อน และปฏิกริ ยิ าคายความร้อน จากการเปลีย่ นแปลง

พลงั งานความร้อนของปฏกิ ิริยา
ว 2.1 ม.3/6 อธบิ ายปฏิกิรยิ าการเกดิ สนมิ ของเหลก็ ปฏิกิรยิ าของกรดกับโลหะ ปฏิกิริยาของกรดกบั

เบส และปฏิกิริยาของเบสกบั โลหะ โดยใช้หลักฐานเชิงประจักษ์ และอธบิ ายปฏกิ ริ ิยา
การเผาไหม้ การเกดิ ฝนกรด การสังเคราะหด์ ว้ ยแสง โดยใชส้ ารสนเทศรวมทัง้ เขยี น
สมการข้อความแสดง ปฏิกริ ิยาดงั กลา่ ว
ว 2.1 ม.3/7 ระบุประโยชน์และโทษของปฏิกิรยิ าเคมีท่ีมตี อ่ สิง่ มีชวี ิตและส่ิงแวดล้อม และ
ยกตวั อยา่ งวธิ ีป้องกันและแก้ปัญหาจากปฏกิ ิริยาเคมที ่ีพบในชีวติ ประจาวนั จากการ
สืบคน้ ขอ้ มลู
ว 2.1 ม.3/8 ออกแบบวิธแี ก้ปัญหาในชวี ิตประจาวันโดยใช้ ความร้เู กี่ยวกบั ปฏกิ ิริยาเคมี โดย
บรู ณาการวทิ ยาศาสตร์ คณติ ศาสตร์ เทคโนโลยี และวศิ วกรรมศาสตร์
ว 2.3 ม.3/1 วเิ คราะหค์ วามสมั พนั ธร์ ะหว่างความตา่ งศักยก์ ระแสไฟฟ้า และความตา้ นทาน และ
คานวณปริมาณที่เกยี่ วข้องโดยใช้สมการ V = IR จากหลักฐานเชิงประจักษ์
ว 2.3 ม.3/2 เขียนกราฟความสมั พนั ธ์ระหว่างกระแสไฟฟา้ และความต่างศักยไ์ ฟฟา้
ว 2.3 ม.3/3 ใช้โวลต์มิเตอร์ แอมมเิ ตอร์ในการวดั ปรมิ าณทางไฟฟา้
ว 2.3 ม.3/4 วเิ คราะหค์ วามตา่ งศักย์ไฟฟ้าและกระแสไฟฟ้าในวงจรไฟฟ้าเมื่อตอ่ ตัวต้านทานหลาย
ตวั
แบบอนุกรมและแบบขนานจากหลกั ฐานเชิงประจักษ์
ว 2.3 ม.3/5 เขียนแผนภาพวงจรไฟฟา้ แสดงการตอ่ ตวั ต้านทานแบบอนุกรมและขนาน
ว 2.3 ม.3/6 บรรยายการทางานของช้ินส่วนอิเล็กทรอนิกส์อย่างง่ายในวงจรจากข้อมูลที่รวบรวม
ได้
ว 2.3 ม.3/7 เขียนแผนภาพและตอ่ ชน้ิ ส่วนอเิ ล็กทรอนกิ ส์อย่างง่ายในวงจรไฟฟา้
ว 2.3 ม.3/8 อธิบายและคานวณพลงั งานไฟฟา้ โดยใชส้ มการ W = Pt รวมท้งั คานวณค่าไฟฟ้าของ
เครือ่ งใช้ไฟฟ้าในบ้าน
ว 2.3 ม.3/9 ตระหนักในคุณคา่ ของการเลือกใช้เคร่ืองใช้ไฟฟ้าโดยนาเสนอวธิ กี ารใช้เคร่อื งใชไ้ ฟฟ้า
อยา่ งประหยัดและปลอดภัย

รวม 26 ตัวช้วี ัด

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐)

หลกั สตู รโรงเรยี นวังหลวงพทิ ยาสรรพ์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๒๕

คาอธบิ ายรายวชิ า

รายวชิ า เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) ว ๒๓๑๐๓ กลุ่มสาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ 3 ภาคเรียนท่ี ๑ เวลา 20 ชวั่ โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกติ

ศึกษาข้ันตอนการพัฒนาแอปพลิเคชัน Internet of Things (IoT) การเขียนโปรแกรมเพื่อ
พัฒนา แอปพลิเคชัน ข้อมูลปฐมภูมิและทุติยภูมิ การประมวลผลข้อมูล การสร้างทางเลือกและ
ประเมินผล

ซอฟต์แวร์หรือบริการบนอินเทอร์เน็ตท่ีใช้ในการจัดการข้อมูล การประเมินการความ
น่าเช่ือถือของข้อมูลการสืบค้นหาแหลง่ ต้นตอของขอ้ มลู เหตผุ ลวิวัติ ผลกระทบจากขา่ วสารที่ผิดพลาด
การรู้เทา่ ทนั ส่อื กฎหมายที่เกย่ี วกบั คอมพิวเตอร์ การใช้ลขิ สิทธิข์ อง ผอู้ น่ื โดยชอบธรรม

รวบรวมข้อมูลปฐมภูมิหรือทุติยภูมิ ประมวลผล สร้างทางเลือก และนาเสนอการตัดสินใจได้
อย่างมีประสิทธิภาพ ออกแบบและเขียนโปรแกรม เพ่ือพัฒนาแอปพลิเคชันที่มีการบูรณาการกับวิชา
อนื่ อยา่ งสรา้ งสรรค์ ใช้งานเทคโนโลยีสารสนเทศ อย่างร้เู ทา่ ทนั และมีความรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม

ตวั ชี้วดั
ว. 4.2 เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ)

1. พัฒนาแอปพลิเคชันทม่ี ีการบรู ณาการกบั วชิ าอื่นอย่างสรา้ งสรรค์
2. รวบรวมข้อมูล ประมวลผล ประเมินผล นาเสนอข้อมูลและสารสนเทศ ตามวัตถุประสงค์
โดยใชซ้ อฟต์แวร์ หรอื บรกิ ารบนอินเทอร์เน็ตที่หลากหลาย
3. ประเมินความน่าเช่ือถือของข้อมูล วิเคราะห์ส่ือและผลกระทบจากการให้ข่าวสารท่ีผิด
เพ่อื การใชง้ าน อย่างรเู้ ทา่ ทัน
4. ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศอย่างปลอดภัยและมีความรับผิดชอบต่อสังคม ปฏิบัติตาม
กฎหมายเก่ยี วกบั คอมพิวเตอร์ ใชล้ ขิ สทิ ธิข์ องผอู้ ื่นโดยชอบธรรม

รวมทั้งหมด 4 ตัวชว้ี ัด

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรงุ ๒๕๖๐)

หลักสตู รโรงเรยี นวงั หลวงพทิ ยาสรรพ์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๒๖

คาอธิบายรายวิชา

รายวชิ า เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) ว ๒๓๑๐๔ กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี 3 ภาคเรยี นที่ ๒ เวลา 20 ชวั่ โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกิต

ศึกษาและวิเคราะห์สาเหตุหรือปัจจัยที่ทาให้เกิดการเปล่ียนแปลงเทคโนโลยี และ
ความสัมพันธ์ของเทคโนโลยีกับศาสตร์อ่ืน ประยุกต์ใช้ความรู้ ทักษะ และทรัพยากร โดยวิเคราะห์
สถานการณเ์ พ่ือสรุปกรอบของปัญหา เปรียบเทียบและเลือกข้อมูลที่จาเป็นโดยคานึงถึงทรัพย์สินทาง
ปัญญา เพ่ือออกแบบวิธีการแก้ปัญหาในงานอาชีพด้านการเกษตร อาหาร พลังงานและขนส่ง โดยใช้
กระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรม รวมท้ังเลือกใช้วัสดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ กลไก ไฟฟ้าและ
อิเล็กทรอนิกส์ในการแก้ปัญหาไดอ้ ยา่ งถูกต้อง เหมาะสม และปลอดภยั

ตวั ช้วี ัด
ว. 4.1 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)

1. วิเคราะห์สาเหตุ หรือปัจจัยท่ีส่งผลต่อการเปล่ียนแปลงของเทคโนโลยี และความสัมพันธ์
ของเทคโนโลยีกบั ศาสตรอ์ น่ื โดยเฉพาะวทิ ยาศาสตร์ หรือคณิตศาสตร์ เพื่อเป็นแนวทางการแก้ปัญหา
หรอื พัฒนางาน

2. ระบปุ ัญหาหรอื ความต้องการของชุมชนหรือท้องถ่ิน เพ่ือพัฒนางานอาชีพ สรุปกรอบของ
ปัญหารวบรวม วิเคราะห์ข้อมูลและแนวคิดท่ีเก่ียวข้องกับปัญหา โดยคานึงถึงความถูกต้องด้าน
ทรพั ย์สินทางปญั ญา

3. ออกแบบวิธีการแก้ปัญหา โดยวิเคราะห์เปรียบเทียบ และตัดสินใจเลือกข้อมูลที่จาเป็น
ภายใต้เงื่อนไขและทรัพยากรที่มีอยู่ นาเสนอแนวทางการแก้ปัญหาให้ผู้อ่ืนเข้าใจด้วยเทคนิคหรือ
วิธีการท่หี ลากหลาย วางแผนขั้นตอนการทางานและดาเนนิ การแกป้ ัญหาอยา่ งเปน็ ข้ันตอน

4. ทดสอบ ประเมินผล วิเคราะห์ และให้เหตุผลของปัญหาหรือข้อบกพร่องท่ีเกิดขึ้นภายใต้
กรอบเง่อื นไข พร้อมทง้ั หาแนวทางการปรบั ปรุงแกไ้ ข และนาเสนอผลการแก้ปญั หา

5. ใช้ความรู้ และทักษะเก่ียวกับวัสดุ อุปกรณ์เครื่องมือ กลไก ไฟฟ้าและอิเล็กทรอนิกส์ให้
ถกู ตอ้ งกับลักษณะของงาน และปลอดภัยเพ่ือแกป้ ัญหาหรอื พัฒนางาน

รวมท้งั หมดจานวน 5 ตวั ช้วี ดั

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุง ๒๕๖๐)

หลักสตู รโรงเรยี นวังหลวงพิทยาสรรพ์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๒๗

คาอธิบายรายวชิ า

รหัสวชิ า ว 21201 ปฏบิ ัติการทางวิทยาศาสตร์ กลมุ่ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 40 ชวั่ โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------

ศึกษาวิเคราะห์ตง้ั คาถามท่ีกาหนดประเดน็ หรอื ตัวแปรทีส่ าคัญในการสารวจตรวจสอบ หรอื

ศกึ ษา คน้ ควา้ เรอ่ื ง ทส่ี นใจ ได้อย่างครอบคลุ่ม และเช่ือถือไดส้ ร้างสมมติฐานที่สามารถตรวจสอบได้

และวางแผน การสารวจตรวจสอบหลาย ๆ วธิ เี ลอื กเทคนิควิธีการสารวจตรวจสอบทั้งเชงิ ปริมาณและ

เชงิ คณุ ภาพท่ีได้ผล เท่ยี งตรงและปลอดภยั โดยใชว้ ัสดุและเคร่ืองมือที่เหมาะสม รวบรวมขอ้ มูลจัด

กระทาข้อมลู เชงิ ปรมิ าณและ คุณภาพ.วิเคราะหแ์ ละประเมินความสอดคล้องของประจักษ์พยานกับ

ขอ้ สรปุ ท้งั ท่สี นบั สนนุ หรือขัดแยง้ กับ สมมติฐานและความผดิ ปกติของข้อมูลจากการสารวจตรวจสอบ

สร้างแบบจาลอง หรอื รูปแบบ ทอี่ ธบิ ายผล หรอื แสดงผลของการสารวจตรวจสอบ สรา้ งคาถามท่ี

นาไปสู่การสารวจตรวจสอบ ในเร่อื งท่เี กีย่ วข้อง และนาความร้ทู ไี่ ด้ไปใช้ ในสถานการณ์ใหมห่ รอื

อธิบายเกย่ี วกับแนวคิด

ทาปฏิบตั ิการทางวทิ ยาศาสตร์ บันทึกและอธบิ ายผลการสงั เกตการสารวจ ตรวจสอบ คน้ คว้า

เพิ่มเติมจากแหลง่ ความรู้ต่าง ๆ ใหไ้ ด้ข้อมลู ทเ่ี ช่ือถือได้และยอมรบั การเปลย่ี นแปลงความรทู้ ่ีคน้ พบ มี

จติ วิทยาศาสตรเ์ พ่ือให้เกดิ ความรู้ ความคดิ ความเขา้ ใจ สามารถสื่อสารส่งิ ท่ีเรียนรมู้ ีความสามารถใน

การตัดสินใจ นาความรู้ไปใชใ้ นชวี ติ ประจาวัน มีจรยิ ธรรม คุณธรรม และคา่ นยิ มทเ่ี หมาะสม

ผลการเรยี นรู้
1. มีเจตคติทางวิทยาศาสตร์และมเี จตคติทดี่ ีต่อวชิ าวิทยาศาสตร์
2. มีความเข้าใจเก่ยี วกบั วธิ ีการทางวทิ ยาศาสตรแ์ ละอธบิ ายทักษะกระบวนการ
3. มที กั ษะการสงั เกต การวัด การจัดจาแนกประเภท การหาความสมั พันธ์ของพ้ืนที่ การจัด
กระทาและส่ือ ความหมายขอ้ มลู เบ้อื งต้น รวมทั้งการลงความเหน็ จากข้อมูล
4. ทากจิ กรรมทน่ี าไปสู่ความเข้าใจเก่ียวกับ การตั้งสมมตฐิ าน ตวั แปรต้น ตวั แปรตาม และตัว
แปรควบคมุ การทดลองและสามารถการตีความหมายข้อมูลจากผลการทดลอง
5. มคี วามเข้าใจเกี่ยวกบั นยิ ามเชิงปฏบิ ตั กิ าร
6. ออกแบบการทดลองและมที ักษะการทดลอง
7. มคี วามเขา้ ใจ และทกั ษะในการใชเ้ ครอื่ งมือวทิ ยาศาสตร์พ้ืนฐาน
8. มคี วามรคู้ วามเขา้ ใจและทักษะในการใช้ห้องปฏิบัติการวทิ ยาศาสตร์
9. มีทักษะในการใชด้ ูแลรักษา กล้องจลุ ทรรศน์และคานวณหากาลงั ขยายของกล้องจุลทรรศน์
10.ทาการทดลองวทิ ยาศาสตร์อย่างงา่ ยในเชงิ เคมี ชวี วิทยา ฟิสิกส์
11.ทางานเปน็ กลุ่ม มคี วามรเิ ร่ิมสรา้ งสรรคใ์ นการแสดงความคดิ เห็น
12.จดบันทกึ ผลการทดลองและเขยี นรายงานการปฏบิ ัติการทดลองได้ถกู ต้อง
13.ทาปฏิบัตกิ ารทางวทิ ยาศาสตรอ์ ย่างอสิ ระเพ่ือวเิ คราะห์เชิงปริมาณและคุณภาพ

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุง ๒๕๖๐)

หลักสตู รโรงเรยี นวงั หลวงพทิ ยาสรรพ์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๒๘

คาอธบิ ายรายวชิ า
รหัสวิชา ว ๒๑๒๐๒ รายวิชา สนกุ กบั โครงงาน กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ช้นั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๑ ภาคเรยี นที่ ๒ เวลาเรียน ๔๐ ชั่วโมง จานวน ๑.๐ หน่วยกิต
……………………………………………………………………………………………………………………………………..………

ศกึ ษา วเิ คราะห์ ทากจิ กรรม สรา้ งแรงบันดาลใจ ในการทาโครงงานวิทยาศาสตร์ ลกั ษณะ
สาคัญของโครงงานวิทยาศาสตรป์ ระเภทต่างๆ การเริ่มตน้ ทาโครงงานวทิ ยาศาสตร์ ด้วยการตงั้ คาถาม
และการสืบคน้ ข้อมลู การวางแผนและการออกแบบโครงงานวิทยาศาสตร์ การเขียนเค้าโครงของ
โครงงานวทิ ยาศาสตร์ การทาโครงงานวทิ ยาศาสตร์ การเขยี นรายงาน และการนาเสนอโครงงาน
วทิ ยาศาสตร์

โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสบื เสาะหาความรู้ ความคิด ความเขา้ ใจ สามารถ
สื่อสารสิ่งท่รี ู้ มคี วามสามารถในการตัดสนิ ใจ นาความรูไ้ ปใช้ในชีวติ ประจาวนั

มีจติ วทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรมและค่านยิ มท่ีเหมาะสม
ผลการเรยี นรู้

๑. ต้งั คาถามจากสถานการณ์ตา่ งๆ ตามความสนใจ โดยมีประเดน็ หรอื ตัวแปรท่สี าคัญในการ
สารวจตรวจสอบหรือศึกษาได้อย่างครอบคลมุ และเช่ือถือได้

๒. ออกแบบและวางแผนการสารวจตรวจสอบ โดยมกี ารกาหนดและควบคุมตวั แปรต่างๆ
กาหนดนยิ ามเชงิ ปฏบิ ัติการ เลอื กวิธีการสารวจตรวจสอบเชงิ ปรมิ าณ เชงิ คณุ ภาพท่ีไดผ้ ลเทย่ี งตรง
และปลอดภัย โดยใช้วัสดแุ ละเคร่ืองมือที่เหมาะสม

๓. วิเคราะหแ์ ละอธบิ ายผลการทดลองเชื่อมโยงกับสมมติฐาน และสถานการณใ์ น
ชีวิตประจาวันได้

๔. วิเคราะห์โครงงานวทิ ยาศาสตร์ และมีแนวคิดในการวางแผนการทดลอง รวมถึงจัดทาเค้า
โครงของโครงงานวิทยาศาสตร์ได้

๕. ทาโครงงานวทิ ยาศาสตร์ ตามความสนใจ โดยมขี ้ันตอนของกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
ในการแกป้ ญั หา และนาเสนอได้อยา่ งเหมาะสม

รวม ๕ ผลการเรียนรู้

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พนื้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรุง ๒๕๖๐)

หลักสตู รโรงเรยี นวังหลวงพทิ ยาสรรพ์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๒๙

คาอธิบายรายวิชา

รหสั วิชา ว 22203 รายวิชา วิทยาศาสตร์ STEM กล่มุ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ 2 ภาคเรยี นท่ี ๑ เวลา 20 ชวั่ โมง จานวน 0.5 หน่วยกติ

......................................................................................................................................................

ศึกษาเกี่ยวกับหลักการของกิจกรรมสะเต็มศึกษาให้มีความรู้ความเข้าใจ ศึกษาตัวอย่าง

กจิ กรรมสะเตม็ หลกั การทากจิ กรรมสะเตม็ ธาตแุ ละสารประกอบ การแยกสารผสม การเปลี่ยนแปลง

พลงั งานและการเกิดปฏิกิริยาเคมีทรัพยากรธรรมชาติ โลกของเรา แรงและแรงลัพธ์ในชีวิตประจาวัน

อาหารกับการดารงชีวิต ระบบต่างๆ ของมนุษย์และสัตว์ เทคโนโลยีชีวภาพ และแสง หลักการทาง

คณติ ศาสตร์ที่เกีย่ วข้อง หลักการทางวศิ วกรรมศาสตร์ และเทคโนโลยี มีกระบวนการคิดวิเคราะห์ คิด

สังเคราะห์ และคิดแก้ปัญหา การคิดอย่างมีวิจารณญาณ การทางานเป็นทีม เพ่ือให้เกิดความรู้ความ

เข้าใจหลกั การบรู ณาการความรู้และทักษะ มีความสามารถในการสืบค้นข้อมูล การใช้เทคโนโลยี การ

คิด การนาความรู้ไปใช้สร้างสรรค์ นวัตกรรมหรือช้ินงานที่นาไปใช้ประโยชน์ในการเรียนหรือ

ชีวิตประจาวัน มีความสามารถในการทางานร่วมกัน เห็นคุณค่าของการเรียนรู้และนาความรู้ไปใช้

อย่างสร้างสรรค์

ผลการเรียนรู้

๑. ต้ังคาถามที่กาหนดประเด็นหรอื ตัวแปรทีส่ าคัญในการสารวจตรวจสอบหรือศึกษา

คน้ คว้าเร่ืองทีส่ นใจได้อย่างครอบคลมุ และเช่อื ถอื ได้

๒. สร้างสมมติฐานท่สี ามารถตรวจสอบได้ และวางแผนการสารวจตรวจสอบหลายๆ วิธี

๓. เลือกเทคนิควธิ ีการสารวจตรวจสอบท้งั เชิงปรมิ าณและเชิงคุณภาพท่ีได้ผลเทยี่ งตรง และ

ปลอดภยั โดยใชว้ สั ดแุ ละเครอ่ื งมือท่เี หมาะสม

๔. รวบรวมข้อมลู จดั กระทาข้อมูลเชงิ ปริมาณและเชิงคุณภาพ

๕. วเิ คราะห์และประเมินความสอดคล้องของประจกั ษ์พยานกับข้อสรุป ท้งั ที่สนับสนุน หรอื

ขดั แยง้ กับสมมติฐานและความผดิ ปกติของขอ้ มูลจากการสารวจตรวจสอบ

๖. สรา้ งแบบจาลองหรือรูปแบบทอี่ ธบิ ายผลหรือแสดงผลของการสารวจตรวจสอบ

๗. สร้างคาถามทีน่ าไปสูก่ ารสารวจตรวจสอบในเรื่องท่เี ก่ยี วข้องและนาความรูท้ ีไ่ ดไ้ ปใช้

สถานการณ์ใหม่ หรืออธบิ ายเกยี่ วกบั แนวคิด กระบวนการ และผลของโครงงาน

หรอื ช้ินงานใหผ้ ู้อื่นเข้าใจ

๘. บนั ทกึ และอธบิ ายผลการสงั เกต การสารวจตรวจสอบคน้ คว้าเพิ่มเติมจากแหลง่ ความรู้

ต่างๆ ใหไ้ ด้ข้อมูลทเ่ี ชอ่ื ถอื ได้และยอมรบั การเปล่ียนแปลงความร้ทู ่ีคน้ พบเม่ือมขี ้อมลู และ

ประจกั ษ์พยานใหมเ่ พิ่มขน้ึ หรือโตแ้ ยง้ จากเดมิ

๙. จดั แสดงผลงานเขียนรายงานและ / หรืออธิบายเก่ยี วกับแนวคิด กระบวนการ และผล

ของโครงงานหรือชิน้ งานให้ผู้อื่นเขา้ ใจ

รวมทั้งหมด 9 ตวั ชว้ี ดั

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรุง ๒๕๖๐)

หลกั สตู รโรงเรยี นวังหลวงพทิ ยาสรรพ์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๓๐

คาอธิบายรายวิชา

รหัสวิชา ว 2๓20๑ รายวิชา โครงงานบรู ณาการ ๑กลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี ๓ ภาคเรยี นที่ ๑ เวลา ๔0 ชั่วโมง จานวน ๑.๐ หนว่ ยกติ

......................................................................................................................................................

ศกึ ษา วเิ คราะห์ สบื ค้นขอ้ มูล และอธิบายความหมายและลักษณะของโครงงานวิทยาศาสตร์
การกาหนดตัวแปรในโครงงานประเภททดลอง ข้อมูลทางวิทยาศาสตร์ แหล่งข้อมูลทาง
วทิ ยาศาสตร์ การคดิ และเลือกหวั ข้อเรอ่ื ง ทจี่ ะทาโครงงานวทิ ยาศาสตร์ การเขียนเค้าโครงย่อและการ
ปฏิบตั ิการทดลองเบ้อื งต้น การวางแผนและการออกแบบการทดลอง การเขียนเค้าโครงเร่ืองท่ีศึกษา
ฉบบั สมบูรณ์

เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเก่ียวกับการทาโครงงานวิทยาศาสตร์โดยใช้การเรียนรู้ด้วย
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบสามารถนาความรู้และ
หลักการไปใช้ประโยชน์ เช่ือมโยง อธิบายปรากฏการณ์หรือแก้ปัญหาในชีวิตประจาวัน สามารถจัด
กระทาและวิเคราะห์ข้อมูล ส่ือสารสิ่งที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ แก้ปัญหา มีจิต
วิทยาศาสตร์ ตระหนักถึงความปลอดภัยในการทาปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ในห้องปฏิบัติการ เห็น
คณุ ค่าของวทิ ยาศาสตร์ มีจริยธรรม คณุ ธรรมและค่านิยมที่เหมาะสม มีวินัย ใฝ่รู้ใฝ่เรียน มุ่งมั่นในการ
ทางาน รักความเปน็ ไทย มจี ติ สาธารณะ

ผลการเรยี นรู้
1. บอกความหมายของโครงงานวทิ ยาศาสตรไ์ ด้
2. บอกคณุ ค่าและความสาคญั ของโครงงานวทิ ยาศาสตรไ์ ด้
3. สืบค้นขอ้ มูลเกย่ี วกับความหมายและประเภทของโครงงานวิทยาศาสตร์และทากิจกรรมใน

รูปแบบต่างๆที่เก่ียวกับโครงงานวิทยาศาสตร์ประเภทต่างๆรวมทั้งบอกความแตกต่างของโครงงาน
วทิ ยาศาสตร์ประเภทต่าง ๆ ได้

4. สืบค้นข้อมูลเกี่ยวกับข้ันตอนการทาโครงงานวิทยาศาสตร์และกระบวนการทาง
วทิ ยาศาสตร์

5. ตง้ั คาถามทีก่ าหนดประเด็นหรอื ตัวแปรที่สาคญั ในการสารวจตรวจสอบ หรือศึกษาค้นคว้า
เร่อื งท่สี นใจจากการสารวจธรรมชาติรอบตัวไดอ้ ย่างครอบคลุมและเช่อื ถือได้

6. สืบค้นข้อมูล และอภิปรายเกี่ยวกับการวิเคราะห์โครงงานวิทยาศาสตร์ จากแหล่งเรียนรู้
ต่างๆ 7. ออกแบบการทดลอง เลือกเทคนิควิธกี ารตรวจสอบ ทั้งเชิงปริมาณและคุณภาพ ที่ได้ผล
เที่ยงตรงและปลอดภัย โดยใช้วัสดุเคร่ืองมือที่เหมาะสม และรวบรวมข้อมูล จัดกระทาข้อมูลเชิง
ปริมาณและคุณภาพ พร้อมเขียนเค้าโครงย่อและปฏิบัติการทดลองเบ้ืองต้น เพ่ือศึกษาความเป็นไปได้
ของวิธีการทดลองและอุปกรณท์ ี่จะใช้ในการศกึ ษาเรื่องน้ัน

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรงุ ๒๕๖๐)

หลกั สตู รโรงเรยี นวงั หลวงพิทยาสรรพ์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๓๑

คาอธิบายรายวชิ า

รหสั วิชา ว 2๓20๒ รายวิชา โครงงานบรู ณาการ ๒ กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๓ ภาคเรียนที่ ๒ เวลา ๔0 ช่ัวโมง จานวน ๑.๐ หนว่ ยกิต

......................................................................................................................................................

ศึกษา วิเคราะห์ อธิบายการดาเนินการทดลอง การแก้ไขปรับปรุงวิธีการทดลอง การเก็บ
รวบรวมข้อมูลและบันทึกข้อมูล ออกแบบตารางบันทึกผลการจัดกระทาข้อมูลทางสถิต การแปล
ความหมายขอ้ มลู และสรปุ ผล รปู แบบรายงานฉบบั สมบรู ณ์ หลักเกณฑก์ ารเขียนรายงาน การจัดทา
โปสเตอร์แสดงผลงาน หลักการและขั้นตอนการนาเสนอผลงาน การนาเสนอผลงานด้วยปาก
เปลา่ และการตอบคาถาม

เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับการทาโครงงานวิทยาศาสตร์โดยใช้การเรียนรู้ด้วย
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบสามารถนาความรู้และ
หลักการไปใช้ประโยชน์ เชื่อมโยง อธิบายปรากฏการณ์หรือแก้ปัญหาในชีวิตประจาวัน สามารถจัด
กระทาและวิเคราะห์ข้อมูล ส่ือสารส่ิงที่เรียนรู้ มีความสามารถในการตัดสินใจ แก้ปัญหา มีจิต
วิทยาศาสตร์ ตระหนักถึงความปลอดภัยในการทาปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ในห้องปฏิบัติการ เห็น
คุณค่าของวิทยาศาสตร์ มีจริยธรรม คุณธรรมและค่านิยมท่ีเหมาะสม มีวินัย ใฝ่รู้ใฝ่เรียน มุ่งมั่นใน
การทางาน รักความเปน็ ไทย มีจติ สาธารณะ

ผลการเรยี นรู้
๑. เก็บรวบรวมข้อมูล ปฏิบัติการทดลองตามวิธีดาเนินการที่กาหนดไว้ในเค้าโครงได้ครบถ้วนและ
เหมาะสม
๒. แปลความหมายข้อมูลและสรุปผลได้ถูกต้อง
๓. เขียนรายงานโครงงานวทิ ยาศาสตร์ในเร่ืองท่ศี ึกษาไดส้ มบูรณแ์ ละถกู ตอ้ ง
๔. นาเสนอโครงงานวิทยาศาสตร์ท่ีตนเองศึกษาทดลองด้วยปากเปล่าได้อย่างถูกต้องคล่องแคล่วมี
ความมน่ั ใจ
๕. มที กั ษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ จิตวิทยาศาสตร์และความสามารถในการแก้ปัญหาโดยใช้
วธิ ีการทาง

วิทยาศาสตร์
๖. สามารถจัดทาโครงงานวิทยาศาสตร์ได้อย่างถูกต้องตามกระบวนการทางวิทยาศาสตร์
วเิ คราะหแ์ ละ

ประเมินความสอดคล้องของประจักษ์พยานกับข้อสรุป ทั้งที่สนับสนุนหรือขัดแย้งสมมติฐาน และ
ความผิดปกตขิ องขอ้ มูลจาการสารวจตรวจสอบและเขียนรายงานผลได้

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐)

หลักสตู รโรงเรยี นวงั หลวงพทิ ยาสรรพ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๓๒

คาอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเตมิ

ฟสิ กิ ส์ 1 รหสั วิชา ว31201 กลมุ่ สาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ 4
เวลา 60 ชว่ั โมง จานวน 1.5 หนว่ ยกิต

ศึกษาความรทู้ างฟิสกิ ส์ ประวตั คิ วามเป็นมา พฒั นาการของหลักการและแนวคดิ ทางฟสิ กิ ส์
การวัดปริมาณทางฟสิ ิกส์ ความคลาดเคลื่อนในการวัด การแสดงผลการทดลองในรปู ของกราฟ
ความหมายจากกราฟเส้นตรง ความสมั พันธ์ระหว่างตาแหน่ง การกระจัด ความเร็ว ความเรง่ ของการ
เคลื่อนท่ีของวัตถุในแนวตรงท่ีมีความเร่งคงตัวจากกราฟและสมการ ค่าความเร่งโน้มถว่ งของโลก แรง
ลัพธข์ องแรงสองแรงที่ทามุมต่อกัน กฎการเคล่อื นที่ของนิวตัน กฎความโน้มถว่ งสากล การใช้กฎการ
เคลอื่ นที่ของนิวตนั กับสภาพการเคลือ่ นที่ของวตั ถุ แรงเสยี ดทานระหว่างผวิ สัมผสั ของวัตถุค่หู น่ึงๆ ใน
กรณีทีว่ ตั ถหุ ยุดน่ิงและวตั ถเุ คลอ่ื นท่ี สมั ประสทิ ธิ์ความเสยี ดทานระหวา่ งผวิ สมั ผสั ของวัตถุคหู่ นงึ่ ๆ
และนาความรเู้ ร่ืองแรงเสียดทานไปใช้ในชวี ิตประจาวัน การเคลือ่ นทแี่ บบโปรเจกไทล์ และปริมาณ
ต่าง ๆ ของการเคลื่อนท่ีแบบโพรเจกไทล์ ความสมั พนั ธร์ ะหว่างแรงสู่ศนู ย์กลาง รศั มีของการเคลอื่ นท่ี
อตั ราเร็วเชิงเส้น อัตราเรว็ เชงิ มมุ มวลของวตั ถใุ นการเคล่อื นที่แบบวงกลมในระนาบระดับ การ
ประยกุ ตใ์ ช้ความรู้การเคลอ่ื นที่แบบวงกลมในการอธิบายการโคจรของดาวเทยี ม

โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสบื ค้นขอ้ มูล การ
สังเกต การวิเคราะห์ การอธิปราย การอธิบายและการสรปุ

เพื่อใหเ้ กิดความรคู้ วามเขา้ ใจ มีความสามารถในการตดั สินใจ มที ักษะปฏบิ ตั ิการทาง
วทิ ยาศาสตร์ รวมทั้งทักษะการเรียนรใู้ นศตวรรษที่ 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการ
คิดและการแก้ปญั หา ด้านการสื่อสาร สามารถสอื่ สารสิ่งท่ีเรยี นร้แู ละนาความรู้ไปใชใ้ นชีวติ ของตนเอง
มจี ิตวทิ ยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคา่ นิยมที่เหมาะสม
ผลการเรียนรู้
1. สืบคน้ และอธิบายการคน้ หาความรทู้ างฟสิ ิกส์ ประวัตคิ วามเป็นมา รวมทง้ั พฒั นาการของ

หลักการและแนวคิดทางฟิสกิ สท์ ีม่ ผี ลต่อการแสวงหาความรู้ใหม่และการพฒั นาเทคโนโลยี
2. วดั และรายงานผลการวัดปรมิ าณทางฟิสกิ ส์ได้ถูกต้องเหมาะสม โดยนาความคลาดเคลื่อนในการ

วดั มาพิจารณาในการนาเสนอผล รวมท้ังแสดงผลการทดลองในรูปกราฟ วิเคราะหแ์ ละแปล
ความหมายจากกราฟเส้นตรง
3. ทดลองและอธิบายความสมั พันธ์ระหว่างตาแหน่ง การกระจัด ความเรว็ และความเรง่ ของการ
เคลื่อนที่ของวตั ถใุ นแนวตรงท่ีมีความเรง่ คงตัวจากกราฟและสมการ รวมทั้งทดลองหาค่าความเร่ง
โนม้ ถ่วงของโลก และคานวณปรมิ าณต่าง ๆ ที่เกยี่ วข้อง
4. อธิบายแรงและผลของแรงลัพธท์ ่ีมตี อ่ การเคลือ่ นที่ของวัตถุ รวมทั้งทดลองหาแรงลัพธ์ของแรงสอง
แรงที่ทามุมต่อกนั
5. เขยี นแผนภาพของแรงที่กระทาตอ่ วตั ถุอิสระ อธบิ ายกฎการเคลอ่ื นที่ของนิวตันและการใช้กฎการ
เคลื่อนที่ของนวิ ตันกับสภาพการเคลื่อนท่ีของวตั ถุ รวมทงั้ ทดลองและอธิบายความสัมพันธ์
ระหว่างแรง มวล และความเร่งตามกฎข้อท่ีสองของนิวตนั
6. อธบิ ายความโนม้ ถ่วงสากลและผลของความโนม้ ถ่วงทีท่ าให้วตั ถุมีนา้ หนัก รวมท้ังคานวณปรมิ าณ
ต่าง ๆ ทเ่ี ก่ยี วข้อง

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐)

หลักสตู รโรงเรยี นวังหลวงพทิ ยาสรรพ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๓๓

7. วเิ คราะห์และอธิบายแรงเสยี ดทานระหว่างผิวสมั ผสั ของวตั ถุคูห่ นึ่งๆ ในกรณที ีว่ ัตถุหยุดน่ิงและ
วัตถุเคล่ือนที่ รวมทง้ั ทดลองหาสัมประสิทธคิ์ วามเสียดทานระหว่างผวิ สมั ผัสของวตั ถุคู่หน่ึงๆ และ
นาความรเู้ รอ่ื งแรงเสียดทานไปใชใ้ นชวี ิตประจาวนั

คาอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเติม

ฟิสกิ ส์ 2 รหสั วิชา ว31202 กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชัน้ มัธยมศึกษาปที ่ี 4
เวลา 60 ชวั่ โมง จานวน 1.5 หนว่ ยกิต

ศกึ ษาหลักการของกลศาสตรใ์ นเรอื่ งสมดลุ กล และเงื่อนไขที่ทาให้วตั ถหุ รอื ระบบอยู่ในสมดลุ
กล ศูนยก์ ลางมวลของวัตถุและผลของศนู ยถ์ ่วงที่มีต่อเสถยี รภาพของวัตถุ งาน พลังงาน ความสมั พนั ธ์
ระหว่างงานและพลงั งานจลน์ ความสมั พนั ธร์ ะหว่างงานกับพลงั งานศักย์โน้มถว่ ง ความสัมพันธ์
ระหวา่ งขนาดของแรงทใ่ี ชด้ งึ สปรงิ กบั ระยะที่ยดื ออก แรงอนุรกั ษ์ กฎการอนุรักษพ์ ลังงาน กาลัง
เคร่ืองกลอย่างงา่ ย ประสทิ ธภิ าพและการได้เปรียบเชิงกลของเคร่ืองกลอย่างง่ายบางชนดิ โมเมนตมั
การชนกันของวตั ถใุ นหนึ่งมติ ิ การดล แรงดล กฎการอนุรักษโ์ มเมนตมั การเคลือ่ นที่แบบโพรเจกไทล์
และการเคลือ่ นที่เชิงกลในระนาบระดับ

โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสบื ค้นข้อมลู การสงั เกต
วเิ คราะห์ เปรียบเทยี บ อธบิ าย อภปิ ราย และสรุป

เพ่อื ใหเ้ กดิ ความรูค้ วามเขา้ ใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มที ักษะปฏบิ ัตกิ ารทาง
วิทยาศาสตร์ รวมทงั้ ทักษะการเรยี นรูใ้ นศตวรรษที่ 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ดา้ นการ
คิดและการแก้ปญั หา ดา้ นการสื่อสาร สามารถส่ือสารสงิ่ ทเี่ รียนรแู้ ละนาความรู้ไปใชใ้ นชีวติ ของตนเอง
มีจิตวทิ ยาศาสตร์ จริยธรรม คณุ ธรรม และค่านยิ มทีเ่ หมาะสม

ผลการเรียนรู้
1. อธบิ ายสมดุลกลของวัตถุ โมเมนต์และผลรวมของโมเมนต์ทีม่ ตี อ่ การหมุน แรงคคู่ วบและผล
ของแรง คคู่ วบทีม่ ีตอ่ สมดุลของวัตถุ เขยี นแผนภาพวตั ถุอสิ ระเมื่อวัตถุอยู่ในสมดุลกลและ
คานวณปริมาณตา่ ง ๆ ท่เี ก่ียวข้อง รวมทัง้ ทดลองและอธบิ ายสมดุงของแรงสามแรง
2. สงั เกตและอธบิ ายสภาพการเคลอ่ื นที่ของวัตถุเมื่อแรงท่ีกระทาต่อวัตถุผา่ นศนู ยก์ ลางมวลของ
วตั ถุ และผลของศูนยถ์ ว่ งท่ีมตี ่อเสถยี รภาพของวตั ถุ
3. วเิ คราะห์ และคานวณงานของแรงคงตัว จากสมการและพ้ืนทีใ่ ตก้ ราฟความสัมพนั ธร์ ะหวา่ ง
แรงกับตาแหน่งรวมท้งั อธิบายและคานวณกาลงั เฉลีย่
4. อธบิ ายและคานวณพลังงานจลน์ พลังงานศักย์ พลงั งานกล ทดลองหาความสัมพันธ์ระหวา่ ง
งานกบั พลงั งานจลน์ ความสัมพนั ธ์ระหวา่ งงานกับพลังงานศักยโ์ น้มถ่วง ความสมั พนั ธ์
ระหว่างขนาดของแรงที่ใชด้ งึ สปริงกบั ระยะท่ียืดออกและความสัมพนั ธ์ระหวา่ งงานกบั

ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐)

หลักสตู รโรงเรยี นวงั หลวงพิทยาสรรพ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๓๔

พลงั งานศักย์ยืดหยุ่น รวมทั้งอธบิ ายความสมัพันธ์ระหว่างงานของแรงลพั ธ์และพลงั งานจลน์
และคานวณงานท่ีเกดิ ขน้ึ จากแรงลัพธ์
5. อธิบายกฎการอนุรกั ษ์พลังงานกล รวมทง้ั วิเคราะห์และคานวณปรมิ าณตา่ ง ๆ ท่ีเก่ยี วข้องกบั
การเคล่ือนที่ของวตั ถใุ นสถานการณ์ต่าง ๆ โดยใช้กฎการอนุรักษพ์ ลงั งานกล
6. อธบิ ายการทางาน ประสทิ ธิภาพและการไดเ้ ปรยี บเชงิ กลของเครื่องกลอยา่ งง่ายบางชนิด โดย
ใช้ความรู้เรอื่ งงานและสมดุลกล รวมท้ังคานวณประสทิ ธภิ าพและการได้เปรียบเชงิ กล
7. อธิบายและคานวณโมเมนตัมของวัตถุและการดล จากสมการและพื้นที่ใต้กราฟความสัมพันธ์
ระหวา่ งแรนงลพั ธก์ ับเวลา รวมทง้ั อธบิ ายความสัมพันธร์ ะหว่างแรงดลกับโมเมนตัม
8. ทดลอง อธิบายและคานวณปรมิ าณตา่ ง ๆ ที่เกี่ยวกบั การชนของวตั ถุในหน่งึ มติ ิทง้ั แบบ
ยดื หยุ่น ไมย่ ืดหยุ่น และการดีดตวั แยกจากกนั ในหน่งึ มิติซงึ่ เป็นไปตามกฎอนรุ ักษโ์ มเมนตัม
9. อธิบาย วิเคราะห์ และคานวณปรมิ าณต่างๆ ทีเ่ กย่ี วข้องกับการเคล่ือนท่ีแบบโพรเจกไทล์
และทดลองการเคลื่อนทีแ่ บบโพรเจกไทล์
10.ทดลอง และอธบิ ายความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งแรงสู่ศนู ย์กลาง รศั มขี องการเคล่ือนที่ อัตราเร็วเชงิ
เส้น อตั ราเร็วเชิงมุม และมวลของวตั ถุในการเคลอ่ื นท่ีแบบวงกลมในระนาบระดบั รวมท้ัง
คานวณปริมาณตา่ ง ๆ ทเ่ี กย่ี วข้อง และประยุกต์ใช้ความรู้การเคล่อื นท่ีแบบวงกลมในการ
อธิบายการโคจรของดาวเทียม

รวม 10 ผลการเรยี นรู้

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐)

หลักสตู รโรงเรยี นวงั หลวงพิทยาสรรพ์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๓๕

คาอธบิ ายรายวิชาเพิ่มเตมิ

รายวิชา ฟิสิกส์ 3 รหัสวชิ า ว32201 กลุ่มสาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 5 เวลาเรยี น 60 ชัว่ โมง/ภาคเรยี น จานวน 1.5 หน่วยกิต

ศกึ ษาลักษณะการเคล่ือนท่แี บบฮาร์มอนกิ อยา่ งง่าย ปรมิ าณท่เี ก่ียวข้องกบั การเคลือ่ นท่ีแบบ
ฮารม์ อนิกอย่างง่าย แรงกบั การสนั่ ของมวลตดิ ปลายสปรงิ และลูกตมุ้ อย่างง่าย ความถ่ีธรรมชาติและ
การส่นั พ้อง ธรรมชาตขิ องคล่ืน อัตราเรว็ ของคลนื่ หลักการทเ่ี กี่ยวกับคลน่ื พฤติกรรมของคลื่น
แนวคดิ เกีย่ วกบั แสงเชิงคลน่ื การแทรกสอดของแสงผา่ นสลิตคู่ การเล้ียวเบนของแสงผ่านสลติ เดีย่ ว
การเลย้ี วเบนของ แสงผ่านเกรตตงิ การสะท้อนและการหักเหของแสง การมองเหน็ และการเกิดภาพ
ภาพจากเลนสแ์ ละ กระจกเงาทรงกลม แสงสแี ละการมองเหน็ แสงสี ปรากฏการณ์ธรรมชาติและการ
ใชป้ ระโยชน์เกยี่ วกบั แสง

โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้การสบื คน้ ข้อมลู การสงั เกต
วเิ คราะห์ อธบิ ายเปรยี บเทียบ อภปิ ราย และสรุป

เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจ มีความสามารถในการตัดสินใจ มีทักษะ กระบวนการทาง
วิทยาศาสตร์ รวมทั้งทักษะแห่งศตวรรษท่ี 21 ในด้านการใช้เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการคิดและ
การแก้ปัญหา สามารถสื่อสารสิ่งที่เรียนรู้และนาความรู้ไปใช้ในชีวิตของตนเอง มีจิตวิทยาศาสตร์
จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม

ผลการเรียนร้ทู ี่
1. ทดลองและอธิบายการเคล่ือนท่ีแบบฮาร์มอนิกอย่างง่ายของวัตถุติดปลายสปริงและลูกตุ้ม
อย่างงา่ ยรวมทัง้ คานวณปรมิ าณต่าง ๆ ท่ีเก่ียวขอ้ ง
2. อธิบายความถธี่ รรมชาติของวัตถแุ ละการเกิดการสั่นพ้อง
3. อธิบายปรากฏการณ์คลื่น ชนิดของคลื่น ส่วนประกอบของคลื่น การแผ่ของหน้าคล่ืนด้วย
หลักการของฮอยเกนส์ และการรวมกันของคลื่นตามหลักการซ้อนทับ พร้อมท้ังคานวณ
อตั ราเรว็ ความถี่ และความยาวคลนื่
4. สังเกตและอธิบายการสะท้อน การหักเห การแทรกสอด และการเลี้ยวเบนของคลื่นผิวน้า
รวมทั้ง คานวณปรมิ าณต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้อง
5. ทดลอง และอธิบายการแทรกสอดของแสงผ่านสลิตคู่และเกรตติง การเลี้ยวเบนและการ
แทรกสอดของแสงผา่ นสลติ เด่ียว รวมทงั้ คานวณปรมิ าณตา่ ง ๆ ทเ่ี กี่ยวข้อง
6. ทดลอง และอธิบายการสะท้อนของแสงท่ีผิววัตถุตามกฎการสะท้อน เขียนรังสีของแสงและ
คานวณตาแหนง่ และขนาดภาพของวตั ถุ เม่ือแสงตกกระทบกระจกเงาราบและกระจกเงาทรง
กลม รวมท้ังอธิบายการนาความรู้เรื่องการสะท้อนของแสงจากกระจกเงาราบ และกระจกเงา
ทรงกลม ไปใชป้ ระโยชน์ในชีวติ ประจาวนั
7. ทดลอง และอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างดรรชนีหักเห มุมตกกระทบ และมุมหักเหรวมทั้ง
อธบิ าย ความสมั พนั ธ์ระหวา่ งความลึกจรงิ และความลกึ ปรากฏ มุมวิกฤตและการสะท้อนกลับ
หมดของ แสง และคานวณปริมาณตา่ ง ๆ ทเี่ กี่ยวข้อง

ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุง ๒๕๖๐)

หลักสตู รโรงเรยี นวังหลวงพทิ ยาสรรพ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๓๖

8. ทดลอง และเขยี นรงั สีของแสงเพอ่ื แสดงภาพทีเ่ กดิ จากเลนส์บาง หาตาแหน่ง ขนาด ชนิดของ
ภาพ และความสัมพันธ์ระหว่างระยะวัตถุ ระยะภาพและความยาวโฟกัส รวมท้ังคานวณ
ปริมาณต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้อง และอธิบายการนาความรู้เร่ืองการหักเหของแสงผ่านเลนส์บางไป
ใช้ประโยชน์ ในชวี ิตประจาวนั

9. อธบิ ายปรากฏการณธ์ รรมชาตทิ ีเ่ กย่ี วกับแสง เช่น รุ้ง การทรงกลด มริ าจ และการเห็นท้องฟ้า
เป็นสตี า่ ง ๆ ในช่วงเวลาตา่ งกนั

10. สังเกต และอธิบายการมองเห็นแสงสี สีของวัตถุ การผสมสารสี และการผสมแสงสี
รวมท้ัง อธิบายสาเหตุของการบอดสี

รวมทั้งหมด 10 ผลการเรยี นรู้

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุง ๒๕๖๐)

หลักสตู รโรงเรยี นวังหลวงพทิ ยาสรรพ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๓๗

คาอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม

รายวชิ า ฟิสิกส์ 4 รหสั วชิ า ว32202 กลมุ่ สาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี

ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 5 เวลาเรยี น 60 ชั่วโมง/ภาคเรยี น จานวน 1.5 หน่วยกิต

ศึกษาการเกิดเสยี ง การเคลื่อนท่ีของเสยี ง การสะท้อน การหกั เห การแทรกสอด และการ
เลี้ยวเบนของคลน่ื เสียง การได้ยินเสียง ความเขม้ เสยี ง คณุ ภาพเสยี ง มลพษิ ทางเสียง คลื่นนงิ่ ของเสียง
การสั่นพ้องของเสยี ง การเกิดบีต ปรากฏการณ์ดอปเพลอร์ คลืน่ กระแทกของเสยี ง ธรรมชาตขิ อง
ไฟฟ้าสถติ การเหน่ยี วนาไฟฟ้าสถติ กฎของคลู อมบ์ สนามไฟฟา้ ศกั ย์ไฟฟ้า ความต่างศักย์ ความจุ
และพลงั งานสะสมในตวั เกบ็ ประจุ การต่อตวั เกบ็ ประจุ กระแสไฟฟ้าในลวดตัวนา กฎของโอหม์ สภาพ
ตา้ นทาน การต่อตวั ตา้ นทาน อีเอ็มเอฟของแหล่งกาเนดิ ไฟฟา้ กระแสตรง พลังงานไฟฟ้า กาลงั ไฟฟา้
การต่อแบตเตอรี่ การวิเคราะหว์ งจร ไฟฟา้ กระแสตรง การเปลยี่ นพลังงานทดแทนเปน็ พลงั งานไฟฟ้า
และเทคโนโลยีดา้ นพลงั งาน โดยใช้กระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสบื คน้
ข้อมูล การสังเกต วิเคราะห์ เปรียบเทยี บ อธบิ าย อภิปราย และสรุป เพอ่ื ให้เกดิ ความรู้
ความเข้าใจ มีความสามารถในการตดั สนิ ใจ มีทักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ รวมทั้งทกั ษะแห่ง
ศตวรรษที่ 21 ในด้านการใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ ด้านการคิดและการแก้ปญั หา สามารถสอื่ สารสิง่ ที่
เรียนรแู้ ละนา ความรู้ไปใช้ในชีวติ ของตนเอง มีจติ วทิ ยา ศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และค่านิยมท่ี
เหมาะสม

ผลการเรียนรู้ที่
1. อธิบายการเกิดเสียง การเคล่ือนที่ของเสียง ความสัมพันธ์ระหว่างคลื่นการกระจัดของอนุภาค
กับคล่ืนความดัน ความสัมพันธ์ระหว่างอัตราเร็วของเสียงในอากาศที่ขึ้นกับอุณหภูมิในหน่วย
องศาเซลเซียส การสะท้อน การหักเห การแทรกสอด การเล้ียวเบน ของคลื่นเสียง รวมทั้ง
คานวณปริมาณตา่ ง ๆ ทเ่ี กยี่ วขอ้ ง
2. อธิบายความเข้มเสียง ระดับเสียง องค์ประกอบของการได้ยิน คุณภาพเสียง และมลพิษทาง
เสียง รวมทัง้ คานวณปรมิ าณต่าง ๆ ท่เี กยี่ วขอ้ ง
3. ทดลองและอธิบายการเกิดการสั่นพ้องของอากาศในท่อปลายเปิดหน่ึงด้าน รวมท้ังสังเกตและ
อธิบายการเกิดบตี ส์ คลนื่ นงิ่ ปรากฏการณ์ดอปเพลอร์ คล่ืนกระแทกของเสียง คานวณปริมาณ
ต่าง ๆ ทีเ่ กย่ี วขอ้ ง และนาความรู้เรอ่ื งเสยี งไปใช้ในชีวติ ประจาวนั
4. ทดลองและอธิบายการทาวัตถุท่ีเป็นกลางทางไฟฟ้าให้มีประจุไฟฟ้าโดยการขัดสีกันและการ
เหนี่ยวนาไฟฟ้าสถิต
5. อธิบายและคานวณแรงไฟฟา้ ตามกฎของคลู อมบ์
6. อธิบายและคานวณสนามไฟฟ้าและแรงไฟฟ้าท่ีกระทากับอนุภาคที่มีประจุไฟฟ้าท่ีอยู่ใน
สนามไฟฟ้า รวมท้งั หาสนามไฟฟา้ ลัพธเ์ น่อื งจากระบบจดุ ประจุโดยรวมกนั แบบเวกเตอร์
7. อธิบายและคานวณพลังงานศักย์ไฟฟ้า ศักย์ไฟฟ้า และ ความต่างศักย์ระหว่างสองตาแหน่งใด


ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุง ๒๕๖๐)

หลกั สตู รโรงเรยี นวงั หลวงพิทยาสรรพ์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๓๘

8. อธิบายส่วนประกอบของตัวเก็บประจุ ความสัมพันธ์ระหว่างประจุไฟฟ้า ความต่างศักย์ และ
ความจุของตัวเก็บประจุ และอธิบายพลังงานสะสมในตัวเก็บประจุ และความจุสมมูล รวมทั้ง
คานวณปรมิ าณต่าง ๆ ท่ีเกย่ี วขอ้ ง

9. นาความรู้เร่ืองไฟฟ้าสถิตไปอธิบายหลักการทางานของเคร่ืองใช้ไฟฟ้าบางชนิด และ
ปรากฏการณ์ในชวี ติ ประจาวนั

10.อธิบายการเคล่ือนที่ของอิเล็กตรอนอิสระและกระแสไฟฟ้าในลวดตัวนา ความสัมพันธ์ระหว่าง
กระแสไฟฟ้าในลวดตัวนา กับความเร็วลอยเลื่อนของอิเล็กตรอนอิสระ ความหนาแน่นของ
อิเล็กตรอนในลวดตัวนา และพ้ืนที่หน้าตัดของลวดตัวนา และคานวณปริมาณต่าง ๆ ท่ี
เกยี่ วขอ้ ง

11.ทดลองและอธิบายกฎของโอห์ม อธิบายความสัมพันธ์ระหว่างความต้านทานกับความยาว
พ้นื ทห่ี น้าตัด และสภาพตา้ นทานของตัวนา โลหะทอี่ ุณหภูมิคงตวั และคานวณปริมาณต่าง ๆ ท่ี
เก่ียวข้อง รวมทั้ง อธิบายและคานวณความต้านทานสมมูลเมื่อนา ตัวต้านทานมาต่อกันแบบ
อนกุ รมและแบบขนาน

12.ทดลอง อธิบาย และคานวณอีเอ็มเอฟของแหล่งกาเนิดไฟฟ้ากระแสตรง รวมทั้งอธิบายและ
คานวณพลังงานไฟฟ้า และกาลังไฟฟ้า

13.ทดลองและคานวณอีเอ็มเอฟสมมูลจากการต่อแบตเตอรี่แบบอนุกรมและแบบขนาน รวมท้ัง
คานวณปริมาณต่าง ๆ ท่ีเก่ียวข้องในวงจรไฟฟ้ากระแสตรงซึ่งประกอบด้วยแบตเตอร่ีและตัว
ต้านทาน

14.อธิบายการเปล่ียนพลังงานทดแทนเป็นพลังงานไฟฟ้า รวมท้ังสืบค้นและอภิปรายเก่ียวกับ
เทคโนโลยีที่นามาแก้ปัญหาหรือตอบสนองความต้องการทางด้านพลังงาน โดยเน้นด้าน
ประสิทธิภาพและความคุ้มคา่ ดา้ นค่าใชจ้ ่าย

รวมท้ังหมด 14 ผลการเรียนรู้

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุง ๒๕๖๐)

หลกั สตู รโรงเรยี นวงั หลวงพิทยาสรรพ์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๓๙

คาอธิบายรายวิชาเพิ่มเติม

ฟสิ กิ ส์ 4 รหสั วชิ า ว33201 กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 6 เทอม 1
เวลา 60 ชวั่ โมง จานวน 1.5 หน่วยกติ

ศึกษาหลักการของไฟฟ้าและแม่เหล็กในเร่ือง กฎของคูลอมบ์ สนามไฟฟ้า ศักย์ไฟฟ้า
ความจุและตัวเก็บประจุ กฎของโอห์ม สภาพต้านทานและสภาพนาไฟฟ้า การวิเคราะห์วงจรไฟฟ้า
กระแสตรงอยา่ งง่าย การหาพลงั งานไฟฟา้ ที่ใชใ้ นเคร่ืองใช้ไฟฟ้า สนามแม่เหล็ก ความสัมพันธ์ระหว่าง
แม่เหล็กและไฟฟ้า หลักการของมอเตอร์ กฎการเหนี่ยวนาแม่เหล็กไฟฟ้าของฟาราเดย์และกฎของ
เลนซ์ หลักการของเคร่ืองกาเนิดไฟฟ้า ไฟฟ้ากระแสสลับ การแปลงกระแสไฟฟาสลับเป็นกระแสตรง
แนวคิดทฤษฎแี ม่เหล็กไฟฟา้ ของแมกซ์เวลล์ คลื่นแม่เหลก็ ไฟฟ้าและสเปกตรัมคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า โดย
ใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสบื ค้นข้อมูล การสารวจตรวจสอบ เพื่อให้เกิดความรู้ความเข้าใจ
ความคิด มีความสามารถในการสื่อสารส่ิงท่ีเรียนรู้ การตัดสินใจ การนาความรู้ไปใช้ในชีวิตประจาวัน
มีจิตวิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คณุ ธรรม และคา่ นยิ มทีเ่ หมาะสม

ผลการเรยี นรู้
๑. อธิบายการเหนย่ี วนาไฟฟ้า
๒. อธิบายแรงกระทาระหวา่ งอนุภาคทม่ี ปี ระจุไฟฟ้า
๓. อธิบายสนามไฟฟา้ สนามไฟฟา้ ของจุดประจุ และสนามไฟฟ้าของตัวนาทรงกลม
๔. อธบิ ายพลังงานศักย์ไฟฟา้ ศักยไ์ ฟฟ้า และความต่างศักยร์ ะหว่างสองตาแหนง่
๕. อธิบายความจุ หลกั การทางานของตัวเก็บประจุและผลการต่อตวั เก็บประจุแบบอนุกรมหรอื
ขนาน
๖. อธิบายหลกั การทางานของอุปกรณ์บางชนิดโดยใชค้ วามรเู้ กยี่ วกบั ไฟฟ้าสถิต
๗. อธบิ ายการเกดิ กระแสไฟฟ้าในตวั กลาง และวเิ คราะหห์ ากระแสไฟฟ้าในลวดตัวนาโลหะ
๘. อธิบายกฎของโอห์ม ความต้านทาน และการใชก้ ฎของโอห์ม
๙. อธิบายความหมายของแรงเคลื่อนไฟฟ้าและความตา่ งศักย์ระหว่างข้ัว
๑๐.อธิบายพลงั งานไฟฟ้าและกาลังไฟฟา้ ในวงจร
๑๑.วิเคราะหแ์ ละหาปรมิ าณทางไฟฟ้าในวงจรไฟฟา้ กระแสตรงอย่าง่าย
๑๒.อธิบายแรงกระทาต่ออนุภาคทีม่ ีประจุไฟฟา้ ที่เคล่อื นที่เข้าไปในสนามแมเ่ หล็ก และแรง
กระทาต่อลวดตัวนา ที่มีกระแสไฟฟา้ ผ่านและอย่ใู นสนามแมเ่ หลก็
๑๓.อธิบายการหมนุ ของขดลวดที่มีกระแสไฟฟ้าผา่ นและอยูใ่ นสนามแม่เหลก็ และการนา
หลักการนี้ไปสร้างและอธบิ ายการทางานของแกลแวนอมิเตอร์และมอเตอรไ์ ฟฟ้า
๑๔.อธิบายแรงเคลื่อนไฟฟ้าเหนยี่ วนา กฎของฟาราเดย์ และการนาหลักการนีไ้ ปสรา้ งและอธบิ าย
การทางาน ของเครอื่ งกาเนิดไฟฟา้
๑๕.อธิบายลกั ษณะของกระแสไฟฟ้าสลับ การผลิตกระแสไฟฟา้ สลบั และปริมาณทเี่ กยี่ วข้อง
๑๖.อธบิ ายการเกดิ คล่นื แมเ่ หลก็ ไฟฟา้ สเปกตรมั คลื่นแมเ่ หล็กไฟฟา้
๑๗.อธิบายโพลาไรเซชันของแสง แสงโพลาไรซ์ และแสงไมโ่ พลาไรซ์

รวมทั้งหมด 17 ผลการเรยี นรู้

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรุง ๒๕๖๐)

หลักสตู รโรงเรยี นวังหลวงพิทยาสรรพ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๔๐

คาอธบิ ายรายวชิ าเพ่ิมเติม

ฟิสิกส์ 5 รหัสวชิ า ว33202 กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี 6 เทอม 2
เวลา 60 ช่วั โมง จานวน 1.5 หน่วยกิต

ศึกษาหลกั การของสสารและฟสิ ิกส์แผนใหม่ในเรื่อง ความร้อน การเปล่ียนสถานะของสาร
ทฤษฎจี ลนข์ องแก๊ส กฎของแกส๊ และพลงั งานภายในระบบของแกส๊ ความดนั ในของไหลและกฎของ
พาสคัล แรงพยุงและหลัก อาร์คิมีดสิ ความตึงผิว การเคลอ่ื นทใี่ นของไหลและหลกั แบรน์ ลู ลี การ
คน้ พบอเิ ลก็ ตรอน แนวคิดเก่ียวกับแบบจาลองอะตอม สมมตฐิ านของพลงั ค์ ปรากฏการณ์โฟโตอิเล็กท
ริก ทวภิ าวะของคลน่ื และอนุภาค กัมมนั ตภาพรงั สี การสลายกมั มันตภาพรังสี ปฏิกิรยิ านวิ เคลยี ร์
พลังงานนวิ เคลยี ร์ รังสีในธรรมชาติ การป้องกันอันตรายและการใชป้ ระโยชนจ์ ากกมั มันตภาพรังสี
และพลงั งานนวิ เคลยี ร์ โดยใชก้ ระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสบื ค้นข้อมูล การสารวจตรวจสอบ
เพือ่ ให้เกิดความรคู้ วามเข้าใจ ความคิด มีความสามารถในการสอ่ื สารสงิ่ ทีเ่ รียนรู้ การตัดสินใจ การนา
ความรไู้ ปใชใ้ นชวี ติ ประจาวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม คุณธรรม และค่านยิ มที่เหมาะสม

ผลการเรยี นรู้
๑. อธบิ ายความดัน หลกั การของเคร่อื งวดั ความดนั
๒. อธิบายหลักอาร์คิมดี ิส และนาไปใช้อธบิ ายเกยี่ วกับการลอยของวตั ถุในของไหล
๓. อธบิ ายความตงึ ผวิ ของของเหลวและความหนดื ในของเหลว
๔. อธบิ ายการไหลของของไหลในอุดมคติ ซึ่งเป็นการเคลอื่ นท่ีท่เี ป็นไปได้ตามกฎอนรุ ักษ์พลงั งาน
๕. อธิบายผลของความร้อนท่ีทาใหส้ ารเปล่ียนอณุ หภมู แิ ละเปลยี่ นสถานะ
๖. อธิบายแกส๊ อดุ มคติ กฎของแก๊ส และใช้กฎของแกส๊ อธิบายพฤติกรรมของแก๊ส
๗. อธบิ ายทฤษฎจี ลนข์ องแกส๊ และใชท้ ฤษฎีจลน์ของแก๊สอธิบายสมบัติทางกายภาพของแกส๊ ได้
๘. อธบิ ายพลังงานภายในระบบ และความสมั พนั ธร์ ะหวา่ งพลังงานความร้อน พลังงานภาย
ระบบ และงานที่ระบบทาหรือรบั จากส่ิงแวดล้อม
๙. อธบิ ายการค้นพบอเิ ล็กตรอน และโครงสรา้ งอะตอมตามแบบจาลองอะตอมของทอมสันและ
รัทเทอร์ฟอร์ด
๑๐.อธบิ ายสมบตั ขิ องพลังค์
๑๑.อธิบายทฤษฎอี ะตอมของไฮโดรเจนของโบร์และระดบั พลังงานของอะตอม
๑๒.อธบิ ายปรากฏการณโ์ ฟโตอเิ ล็กทริกและปรากฏการณ์คอมปต์ ันซ่งึ เปน็ ปรากฏการณท์ ่ี
สนบั สนนุ ว่าแสงแสดงคุณสมบัตขิ องอนุภาคได้
๑๓.อธบิ ายสมมติฐานของเดอบรอยด์ และทวิภาวะของคล่ืนและอนุภาค
๑๔.อธบิ ายโครงสรา้ งอะตอมตามทฤษฎีกลศาสตร์ควอนตัม
๑๕.อธิบายกัมมันตภาพรังสี และการเปล่ียนสภาพนิวเคลยี สของธาตกุ ัมมันตรังสี
๑๖.อธบิ ายหลกั การท่เี ก่ียวข้องการสลายของธาตกุ ัมมนั ตรงั สี
๑๗.อธบิ ายไอโซโทปและการแยกไอโซโทป
๑๘.อธิบายแรงนิวเคลยี ร์ พลังงานยดึ เหน่ียว และเสรีภาพของนิวเคลยี ส
๑๙.อธบิ ายปฏกิ ิรยิ านวิ เคลียร์และพลังงานนวิ เคลยี รท์ เ่ี กดิ ขน้ึ รวมท้ังการใช้ประโยชน์

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้นื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุง ๒๕๖๐)

หลักสตู รโรงเรยี นวงั หลวงพิทยาสรรพ์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๔๑

๒๐.อธิบายประโยชน์และโทษของรงั สีและการป้องกนั
รวมท้ังหมด 20 ผลการเรยี นรู้

วิชาเคมเี พ่มิ เติมกลุ่มสาระการเรียนรูว้ ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดบั ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๔
รหัสวชิ า ว๓๑๑๒๑ เคมเี พิ่มเตมิ เวลาเรยี น ๖๐ ชวั่ โมง

จานวน ๑. ๕ หน่วยกิต เวลาเรียน ๓ ช่วั โมง/สปั ดาห์ ภาคเรยี นที่ ๑

คาอธิบายรายวิชา
ศึกษา อภิปราย อธิบายข้อปฏิบัติเบ้ืองต้นเก่ียวกับการปฏิบัติตนในการทาปฏิบัติการเคมี

เพ่ือให้มีความปลอดภัยทั้งต่อตนเองผู้อื่นและสิ่งแวดล้อมและเสนอแนวทางแก้ไขเมื่อเกิดอุบัติเหตุ
ศึกษาวิธีการเลือกและใช้อุปกรณ์หรือเครื่องมือในการทาปฏิบัติการการวัดปริมาณสาร การเปลี่ยน
ห น่ ว ย วั ด ใ ห้ เ ป็ น ห น่ ว ย ใ น ร ะบ บ เ อส ไอ ก า ร ใ ช้ แ ฟก เ ต อ ร์ เ ป ล่ี ย น ห น่ ว ย ร ว ม ทั้ ง ก า ร ใ ช้ วิ ธี ก า ร ท า ง
วิทยาศาสตรใ์ นการทาการทดลอง และการเขียนรายงานการทดลอง

ศกึ ษาวเิ คราะห์ เปรยี บเทยี บแบบจาลองอะตอมของดอลตัน ทอมสัน รัทเทอร์ฟอร์ด โบร์และ
แบบกลุ่มหมอก เขียนและแปลความหมายสัญลักษณ์นิวเคลียร์ของธาตุ ศึกษาอนุภาคมูลฐานของ
อะตอม เลขอะตอม เลขมวล ไอโซโทป ศกึ ษา ทดลองเกีย่ วกับสีของเปลวไฟจากสารประกอบและเส้น
สเปกตรัม ของธาตุบางชนิด ศึกษาและเขียนการจัดเรียงอิเล็กตรอนในอะตอม ศึกษาความหมายของ
ระดบั พลงั งาน ของอิเล็กตรอน ออร์บิทัล เวเลนซ์อิเล็กตรอนศึกษาวิเคราะห์การจัดเรียงธาตุในตาราง
ธาตขุ องนักวทิ ยาศาสตร์ แนวโนม้ สมบตั บิ างประการของธาตใุ นตารางธาตุตามหมู่และตามคาบ ศึกษา
คานวณและเปรียบเทียบเลขออกซิเดชันของธาตุในสารประกอบและไอออนศึกษาวิเคราะห์
เปรยี บเทียบสมบัติของสารประกอบของธาตุตามหมู่และตามคาบศึกษาสมบัติของธาตุแทรนซิชันการ
เปล่ียนสีของสารประกอบเชิงซ้อนของธาตุแทรนซิชัน ศึกษาสมบัติของธาตุก่ึงโลหะ ธาตุกัมมันตรังสี
การเกิดกัมมันตภาพรังสี การสลายตัวของธาตุกัมมันตรังสี ศึกษาและคานวณคร่ึงชีวิต ของธาตุ
กัมมันตรังสี ศึกษาปฏิกิริยานิวเคลียร์ การตรวจสอบสารกัมมันตรังสี และเทคโนโลยีท่ีเกี่ยวข้อง กับ
การใช้สารกัมมันตรังสี ธาตแุ ละสารประกอบบางชนิดในสง่ิ มชี ีวติ ละสิ่งแวดล้อม

ศึกษาวิเคราะห์แรงยึดเหน่ียวระหว่างอนุภาคหรือพันธะเคมีของสาร กฎออกเตต การเกิด
พนั ธะและชนิดของพันธะโคเวเลนต์การเขียนสูตร การเรียกช่ือ และโครงสร้างสารประกอบโคเวเลนต์
ความยาวพนั ธะ พลังงานพันธะ การคานวณหาพลังงานพันธะและพลังงานที่เปล่ยี นแปลงของปฏิกิริยา
แนวคิดเกี่ยวกับเรโซแนนซ์ รูปร่างของโมเลกุลและสภาพข้ัวของโมเลกุลโคเวเลนต์ แรงยึดเหน่ียว
ระหว่างโมเลกุลโคเวเลนต์ สารโครงผลึกร่างตาข่าย สมบัติบางประการของสารโคเวเลนต์ การเกิด
พันธะไอออนิก โครงสร้างของสารประกอบไอออนิก สูตรและการเรียกชือ่ สารประกอบไอออนิก ศึกษา
การเปล่ียนแปลง พลังงานในการเกิดสารประกอบไอออนิก ทดลองเพ่ือศึกษาสมบัติบางประการของ
สารประกอบไอออนกิ ปฏิกริ ิยาของสารประกอบไอออนิก ศกึ ษาเกี่ยวกบั พันธะโลหะ

เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสมบัติและความสัมพันธ์ระหว่างส มบัติของธาตุและ
สารประกอบ และพันธะเคมี โดยใช้การเรียนรู้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหา
ความรู้ การสารวจตรวจสอบสามารถนาความรู้และหลักการไปใช้ประโยชน์ เช่ือมโยง อธิบาย

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุง ๒๕๖๐)

หลกั สตู รโรงเรยี นวงั หลวงพิทยาสรรพ์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๔๒

ปรากฏการณ์หรือแก้ปัญหาในชีวิตประจาวัน สามารถจัดกระทาและวิเคราะห์ข้อมูล สื่อสารส่ิงท่ี
เรยี นรู้ มคี วามสามารถในการตดั สินใจ แกป้ ัญหา มีจิตวิทยาศาสตร์ ตระหนักถึงความปลอดภัยในการ
ทาปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ในห้องปฏิบัติการ เห็นคุณค่าของวิทยาศาสตร์ มีจริยธรรม คุณธรรม
และคา่ นิยมท่ีเหมาะสม มวี นิ ยั ใฝ่รใู้ ฝเ่ รยี น มุง่ ม่ันในการทางาน รกั ความเปน็ ไทย มีจิตสาธารณะ

มาตรฐานการเรียนรู้และตวั ชี้วดั

ตวั ช้ีวดั
สาระเคมี ข้อ ๑

ม.๔/๑ สืบค้นข้อมูลสมมติฐาน การทดลองหรือผลการทดลองที่เป็นประจักษ์พยานในการ
เสนอแบบจาลองอะตอมของนักวิทยาศาสตร์ และอธิบายววิ ฒั นาการของแบบจาลองอะตอม

ม.๔/๒ เขียนสญั ลักษณน์ วิ เคลียรข์ องธาตุและระบุจานวนโปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอน
ของอะตอมจากสญั ลักษณ์นวิ เคลียร์ รวมท้งั บอกความหมายของไอโซโทป

ม.๔/๓ อธบิ ายและเขียนการจัดเรียงอิเล็กตรอนในระดับพลังงานหลักและระดับพลังงานย่อย
เม่อื ทราบเลขอะตอมของธาตุ

ม.๔/๔ ระบุหมู่ คาบ ความเป็นโลหะ อโลหะและก่ึงโลหะ ของธาตุเรพรีเซนเททีฟและธาตุแท
รนซชิ ันในตารางธาตุ

ม.๔/๕ วเิ คราะห์และบอกแนวโน้มสมบัติของธาตุเรพรเี ซนเททีฟตามหมู่และตามคาบ
ม.๔/๖ บอกสมบัติของธาตุโลหะแทรนซิชันและเปรียบเทียบสมบัติกับธาตุโลหะในกลุ่มธาตุ
เรพรีเซนเททฟี
ม.๔/๗ อธิบายสมบตั แิ ละคานวณคร่งึ ชวี ติ ของไอโซโทปกัมมันตรังสี
ม.๔/๘ สืบคน้ ขอ้ มูลและยกตัวอย่างการนาธาตุมาใช้ประโยชน์ รวมทั้งผลกระทบต่อส่ิงมีชีวิต
และสิ่งแวดล้อม
ม.๔/๙ อธิบายการเกิดไอออนและการเกิดพันธะไอออนิก โดยใช้แผนภาพหรือสัญลักษณ์แบบ
จุดของลวิ อิส
ม.๔/๑๐ เขยี นสตู รและเรียกชือ่ สารประกอบไอออนกิ
ม.๔/๑๑ คานวณพลังงานท่ีเก่ียวข้องกับปฏิกิริยาการเกิดสารประกอบไอออนิกจากวัฏจักร
บอร์น-ฮาเบอร์
ม.๔/๑๒ อธบิ ายสมบตั ิของสารประกอบไอออนิก
ม.๔/๑๓ เขียนสมการไอออนกิ และสมการ ไอออนิกสุทธิของปฏิกิริยาของ สารประกอบไอออ
นิก
ม.๔/๑๔ อธิบายการเกิดพันธะโคเวเลนต์แบบ พันธะเดี่ยว พันธะคู่ และพันธะสาม ด้วย
โครงสร้างลิวอิส
ม.๔/๑๕ เขียนสูตรและเรยี กช่ือสารโคเวเลนต์
ม.๔/๑๖ วิเคราะห์และเปรียบเทียบความยาว พันธะและพลังงานพันธะในสารโคเวเลนต์
รวมท้งั คานวณพลังงานทเี่ กี่ยวขอ้ งกับ ปฏิกริ ยิ าของสารโคเวเลนต์จากพลังงาน พันธะ

ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรุง ๒๕๖๐)

หลักสตู รโรงเรยี นวงั หลวงพทิ ยาสรรพ์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๔๓

ม.๔/๑๗ คาดคะเนรูปร่างโมเลกลุ โคเวเลนตโ์ ดย ใชท้ ฤษฎกี ารผลกั ระหว่างคู่อิเล็กตรอน ในวง
เวเลนซ์ และระบสุ ภาพข้วั ของ โมเลกลุ 'โคเวเลนต์

ม.๔/๑๘ ระบุชนิดของแรงยึดเหนี่ยวระหว่าง โมเลกุลโคเวเลนต์ และเปรียบเทียบจุด
หลอมเหลว
จดุ เดอื ด และการละลายน้าของสารโคเวเลนต์

ม.๔/๑๙ สบื คน้ ข้อมลู และอธิบายสมปตขิ อง สารโคเวเลนต์โครงรา่ งตาขา่ ยชนิดต่าง ๆ
ม.๔/๒๐ อธิบายการเกิดพนั ธะโลหะและสมบัติ ของโลหะ
ม.๔/๒๑ เปรยี บเทยี บสมบัติบางประการของ สารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต์และโลหะ
สืบค้นข้อมูลและนาเสนอ ตัวอย่างการใช้ประโยชน์ของ สารประกอบไอออนิก สารโคเวเลนต์ และ
โลหะ
ไดอ้ ยา่ งเหมาะสม

สาระเคมี ขอ้ ๓
ม.๔/๑ บอกและอธิบายข้อปฏิบัติเบื้องต้น และปฏิบัติตนที่แสดงถึงความตระหนักในการทา

ปฏบิ ัติการเคมี เพ่ือให้มีความปลอดภยั ทง้ั ต่อตนเอง ผู้อ่ืนและสิ่งแวดล้อม และเสนอแนวทางแก้ไขเมื่อ
เกดิ อุบัตเิ หตุ

ม.๔/๒ เลอื กและใช้อุปกรณห์ รือเครอื่ งมือในการทาปฏิบัตกิ าร และวัดปริมาณต่าง ๆ ได้อย่าง
เหมาะสม

ม.๔/๓ นาเสนอแผนการทดลอง ทดลองและ เขยี นรายงานการทดลอง
ม.๔/๔ ระบหุ นว่ ยวัดปริมาณต่าง ๆ ของสาร และเปล่ียนหน่วยวัดให้เป็นหน่วยใน ระบบเอส
ไอดว้ ยการใชแ้ ฟกเตอร์เปลย่ี นหน่วย

ผลการเรียนรู้
๑. บอกและอธิบายข้อปฏิบัติเบ้ืองต้นและปฏิบัติตนที่แสดงถึงความตระหนักในการทา

ปฏิบัติการเคมีเพ่ือให้มีความปลอดภัยทั้งต่อตนเองผู้อ่ืนและส่ิงแวดล้อมและเสนอแนวทางแก้ไขเมื่อ
เกดิ อุบตั เิ หตุ

๒. เลือกและใช้อุปกรณ์หรือเคร่ืองมือในการทาปฏิบัติการและวัดปริมาณต่างๆได้อย่าง
เหมาะสม

๓. ระบุหน่วยวัดปริมาณต่างๆของสารและเปลี่ยนหน่วยวัดให้เป็นหน่วยในระบบเอสไอด้วย
การใชแ้ ฟกเตอร์เปลี่ยนหน่วย

๔. นาเสนอแผนการทดลองทดลองและเขียนรายงานการทดลองสืบค้นข้อมูลสมมติฐานการ
ทดลองหรือผลการทดลองที่เป็นประจักษ์พยานในการเสนอแบบจาลองอะตอมของนักวิทยาศาสตร์
และอธิบายวิวฒั นาการของแบบจาลองอะตอม

๕. เขียนสัญลักษณ์นิวเคลียร์ของธาตุและระบุจานวนโปรตอนนิวตรอนและอิเล็กตรอนของ
อะตอมจากสัญลกั ษณน์ วิ เคลียร์รวมทัง้ บอกความหมายของไอโซโทป

ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรุง ๒๕๖๐)

หลักสตู รโรงเรยี นวังหลวงพทิ ยาสรรพ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๔๔

๖. อธิบายและเขียนการจัดเรียงอิเล็กตรอนในระดับพลังงานหลักและระดับพลังงานย่อยเม่ือ
ทราบเลขอะตอมของธาตุ

๗. ระบุหมู่คาบความเป็นโลหะอโลหะและกึ่งโลหะของกลุ่มธาตุธาตุเรพรีเซนเททีฟและ
ธาตุแทรนซชิ ันในตารางธาตุ

๘. วิเคราะหแ์ ละบอกแนวโน้มสมบตั ขิ องกลมุ่ ธาตเุ รพรเี ซนเททีฟตามหมู่และตามคาบ
๙. บอกสมบัติของธาตุโลหะแทรนซิชันและเปรียบเทียบสมบัติกับธาตุโลหะในกลุ่มธาตุเรพรี
เซนเททีฟ
๑๐. อธบิ ายสมบตั ิและคานวณคร่ึงชวี ิตของไอโซโทปกัมมนั ตรงั สี
๑๑. สืบคน้ ข้อมลู และยกตวั อยา่ งการนาธาตมุ าใช้ประโยชน์รวมทง้ั ผลกระทบต่อส่ิงมีชีวิตและ
สง่ิ แวดลอ้ ม
๑๒. อธบิ ายการเกิดไอออนและการเกดิ พนั ธะไอออนิกโดยใช้แผนภาพหรือสัญลักษณ์แบบจุด
ของลวิ อสิ
๑๓. เขียนสูตรและเรียกชอ่ื สารประกอบไอออนกิ
๑๔. คานวณพลังงานทเ่ี ก่ียวขอ้ งกับปฏกิ ิริยาการเกิดสารประกอบไอออนิกจากวัฏจักรบอร์น-
ฮาเบอร์
๑๕. อธิบายสมบตั ิของสารประกอบไอออนิก
๑๖. เขียนสมการไอออนิกและสมการไอออนกิ สุทธขิ องปฏกิ ิรยิ าของสารประกอบไอออนกิ
๑๗. อธิบายการเกิดพันธะโคเวเลนต์แบบพันธะเด่ียวพันธะคู่และพันธะสามด้วยโครงสร้างลิว
อสิ เขียนสตู รและเรยี กชอ่ื สารโคเวเลนต์
๑๘. วิเคราะห์และเปรียบเทียบความยาวพันธะและพลังงานพันธะในสารโคเวเลนต์รวมทั้ง
คานวณพลังงานที่เกย่ี วขอ้ งกับปฏกิ ริ ยิ าของสารโคเวเลนต์จากพลังงานพันธะ
๑๙. คาดคะเนรูปร่างโมเลกุลโคเวเลนต์โดยใช้ทฤษฎีการผลักระหว่างคู่อิเล็กตรอนในวง
เวเลนซแ์ ละระบุสภาพข้วั ของโมเลกลุ โคเวเลนต์
๒๐. ระบชุ นดิ ของแรงยดึ เหนี่ยวระหวา่ งโมเลกลุ โคเวเลนต์และเปรียบเทียบจุดหลอมเหลวจุด
เดือดและการละลายนา้ ของสารโคเวเลนต์
๒๑. สืบคน้ ข้อมลู และอธิบายสมบัตขิ องสารโคเวเลนตโ์ ครงร่างตาข่ายชนิดต่างๆ
๒๒. อธบิ ายการเกดิ พันธะโลหะและสมบตั ขิ องโลหะ
๒๓. เปรียบเทียบสมบัตบิ างประการของสารประกอบไอออนิกสารโคเวเลนต์และโลหะสืบค้น
ข้อมลู และนาเสนอตวั อยา่ งการใชป้ ระโยชนข์ องสารประกอบไอออนิกสารโคเวเลนต์และโลหะได้อย่าง
เหมาะสม

มาตรฐาน ตวั ช้วี ดั
สาระเคมี ข้อ ๑ ม.๔/๑ – ๒๑
สาระเคมี ข้อ ๓ ม.๔/๑– ๔

รวม ๒๕ ตัวชีว้ ดั

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรงุ ๒๕๖๐)

หลกั สตู รโรงเรยี นวังหลวงพทิ ยาสรรพ์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๔๕

วชิ าเคมีเพ่ิมเติมกลุ่มสาระการเรียนร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๔
รหสั วิชา ว๓๑๒๒๑ เคมเี พ่มิ เตมิ เวลาเรียน ๖๐ ชัว่ โมง

จานวน ๑.๕ หน่วยกิต เวลาเรยี น ๓ ช่ัวโมง/สปั ดาห์ ภาคเรียนที่ ๒

คาอธิบายรายวชิ า
ศึกษาวิเคราะห์แรงยึดเหน่ียวระหว่างอนุภาคหรือพันธะเคมีของสาร กฎออกเตต การเกิด

พันธะและชนิดของพันธะโคเวเลนต์ สูตร การเรียกช่ือ และโครงสร้างสารประกอบโคเวเลนต์ ความ
ยาวพันธะ พลังงานพันธะ การคานวณหาพลังงานพันธะและพลังงานที่เปล่ียนแปลงของปฏิกิริยา
แนวคิดเก่ียวกับ เรโซแนนซ์ รูปร่างของโมเลกุลและสภาพข้ัวของโมเลกุลโคเวเลนต์ แรงยึดเหน่ียว
ระหว่างโมเลกุล โคเวเลนต์ สารโครงผลึกร่างตาข่าย สมบัติบางประการของสารโคเวเลนต์ การเกิด
พนั ธะไอออนกิ โครงสร้างของสารประกอบไอออนกิ สตู รและการเรียกชอื่ สารประกอบไอออนิก ศึกษา
การเปลี่ยนแปลง พลังงานในการเกิดสารประกอบไอออนิก ทดลองเพ่ือศึกษาสมบัติบางประการของ
สารประกอบไอออนกิ ปฏิกิรยิ าของสารประกอบไอออนิก ศึกษาเก่ียวกับพันธะโลหะ

ศึกษาและคานวณเก่ียวกับมวลอะตอมของธาตุ มวลของธาตุ ๑ อะตอม มวลอะตอมเฉลี่ย
ของธาตุ มวลโมเลกุลของสาร ความสัมพันธ์ระหว่างจานวนโมล อนุภาค มวลและปริมาตรของแก๊สที่
STP ศึกษาหน่วย และการคานวณความเข้มข้นของสารละลาย ศึกษาและทดลองเตรียมสารละลาย
ศึกษาและทดลอง และเปรียบเทียบจุดเดือด จุดหลอมเหลวของสารบริสุทธ์ิและสารละลาย ศึกษา
ความหมายและเขียนสตู รโมเลกลุ สูตรเอมพริ ิคลั หรือสตู รอย่างงา่ ย และสตู รโครงสร้าง การคานวณหา
มวลเป็นร้อยละจากสูตร การคานวณหาสูตรเอมพิริคัลและสูตรโมเลกุลของสาร ศึกษาการเขียนและ
ดุ ล ส ม ก า ร เ ค มี ท ด ล อ ง แ ล ะ ค า น ว ณ ห า อั ต ร า ส่ ว น จ า น ว น
โมลของสารต้ังต้นท่ีทาปฏิกิริยาพอดีกัน ศึกษาสมบัติของระบบปิดและระบบเปิด ศึกษาและฝึก
คานวณปริมาณสารในปฏิกิริยาเคมีที่เป็นไปตามกฎทรงมวล กฎสัดส่วนคงที่ ศึกษา ทดลองและ
คานวณปรมิ าตรของแก๊สในปฏกิ ริ ยิ าเคมตี ามกฎของเกย์-ลุสแซก

เพ่ือให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสมบัติและความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของธาตุและ
สารประกอบ และพันธะเคมี โดยใชก้ ารเรียนรูด้ ว้ ยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้
การสารวจตรวจสอบสามารถนาความรู้และหลกั การไปใช้ประโยชน์ เช่ือมโยง อธิบายปรากฏการณ์หรือ
แก้ปัญหาในชวี ติ ประจาวนั สามารถจัดกระทาและวเิ คราะหข์ อ้ มลู สือ่ สารส่ิงที่เรียนรู้ มีความสามารถใน
การตัดสินใจ แก้ปัญหา มีจิตวิทยาศาสตร์ ตระหนักถึงความปลอดภัยในการทาปฏิบัติการทาง
วิทยาศาสตร์ในห้องปฏิบัติการ เห็นคุณค่าของวิทยาศาสตร์ มีจริยธรรม คุณธรรมและค่านิยมท่ี
เหมาะสม มวี นิ ยั ใฝร่ ใู้ ฝ่เรียน มุง่ มั่นในการทางาน รกั ความเป็นไทย มีจิตสาธารณะ

มาตรฐานการเรยี นรแู้ ละตัวชี้วดั

ตวั ชี้วดั
สาระเคมี ขอ้ ๓

ม.๔/๕ บอกความหมายของมวลอะตอมของธาตุและคานวณมวลอะตอมเฉลี่ยของธาตุมวล
โมเลกุลและมวลสตู ร

ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรุง ๒๕๖๐)


Click to View FlipBook Version