หลักสตู รโรงเรยี นวงั หลวงพิทยาสรรพ์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๔๖
ม.๔/๖ อธิบายและคานวณปริมาณใดปริมาณหน่ึงจากความสัมพันธ์ของโมลจานวนอนุภาค
มวลและปริมาตรของแก๊สท่ี STP
ม.๔/๗ คานวณอัตราสว่ นโดยมวลของธาตอุ งคป์ ระกอบของสารประกอบตามกฎสดั สว่ นคงที่
ม.๔/๘ คานวณสูตรอย่างงา่ ยและสตู รโมเลกุลของสาร
ม.๔/๙ คานวณความเขม้ ขน้ ของสารละลายในหน่วยต่าง ๆ
ม.๔/๑๐ อธิบายวธิ กี ารและเตรยี มสารละลายใหม้ ีความเขม้ ข้นในหนว่ ยโมลาริติ และปริมาตร
สารละลายตามทก่ี าหนด
ม.๔/๑๑ เปรียบเทียบจุดเดือดและจุดเยือกแข็ง ของสารละลายกับสารบริสุทธิ์ รวมท้ัง
คานวณจดุ เดอื ดและจดุ เยอื กแขง็ ของ สารละลาย
สาระเคมี ข้อ ๒
ม.๔/๒ คานวณปริมาณของสารในปฏกิ ิรยิ าเคมี ที่เก่ียวข้องกับมวลสาร
ม.๔/๓ คานวณปรมิ าณของสารในปฏกิ ริ ยิ าเคมี ทเ่ี กี่ยวข้องกับความเขม้ ข้นของ สารละลาย
ม.๔/๔ คานวณปริมาณของสารในปฏกิ ริ ยิ าเคมี ทีเ่ กีย่ วขอ้ งกับปริมาตรแกส๊
ม.๔/๕ คานวณปริมาณของสารในปฏกิ ริ ิยาเคมี หลายข้นั ตอน
ม.๔/๖ ระบุสารกาหนดปริมาณและคานวณปริมาณสารตา่ ง ๆ ในปฏกิ ริ ยิ าเคมี
ม.๔/๗ คานวณผลได้ร้อยละของผลติ ภณั ฑใ์ นปฏิกิรยิ าเคมี
ผลการเรียนรู้
๑. บอกความหมายของมวลอะตอมของธาตุและคานวณมวลอะตอมเฉล่ียของธาตุมวลโมเลกุล
และมวลสูตร
๒. อธิบายและคานวณปริมาณใดปริมาณหนึ่งจากความสัมพันธ์ของโมลจานวนอนุภาคมวล
และปรมิ าตรของแก๊สที่ STP
๓. คานวณอัตราส่วนโดยมวลของธาตุองค์ประกอบของสารประกอบตามกฎสัดส่วนคงท่ี
๔. คานวณสูตรอยา่ งงา่ ยและสตู รโมเลกุลของสาร
๕. คานวณความเขม้ ข้นของสารละลายในหน่วยต่างๆ
๖. อธิบายวิธีการและเตรียมสารละลายท่ีมีความเข้มข้นในหน่วยโมลาริตีและปริมาตรของ
สารละลายตามท่ีกาหนด
๗. เปรียบเทียบจุดเดือดและจุดเยือกแข็งของสารละลายกับสารบริสุทธ์ิรวมท้ังคานวณจุด
เดอื ดและจดุ เยอื กแขง็ ของสารละลาย
๘. แปลความหมายสญั ลักษณ์ในสมการเคมเี ขยี นและดลุ สมการเคมีของปฏิกิรยิ าเคมบี างชนิด
๙. คานวณปริมาณของสารในปฏิกิริยาเคมีทเ่ี กยี่ วขอ้ งกบั มวลสาร
๑๐. คานวณปริมาณของสารในปฏกิ ิริยาเคมีท่เี กีย่ วขอ้ งกบั ความเข้มขน้ ของสารละลาย
๑๑. คานวณปรมิ าณของสารในปฏกิ ิริยาเคมีทีเ่ กี่ยวขอ้ งกบั ปริมาตรแก๊ส
๑๒. คานวณปรมิ าณของสารในปฏิกิริยาเคมีหลายข้นั ตอน
๑๓. ระบุสารกาหนดปริมาณและคานวณปริมาณสารต่างๆในปฏิกริ ยิ าเคมี
๑๔. คานวณผลไดร้ ้อยละของผลิตภณั ฑใ์ นปฏิกิรยิ าเคมี
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรุง ๒๕๖๐)
หลกั สตู รโรงเรยี นวงั หลวงพิทยาสรรพ์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๔๗
มาตรฐาน ตัวชว้ี ดั
สาระเคมี ข้อ ๓
สาระเคมี ข้อ ๓ ม.๔/๕ – ๘
สาระเคมี ข้อ ๒ ม.๔/๙ – ๑๑
ม.๔/๒–๗
รวม ๒๙ ตวั ชี้วดั
วชิ าเคมีเพมิ่ เติมกลุ่มสาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับช้นั มธั ยมศึกษาปีที่ ๕
รหัสวิชา ว๓๒๒๒๒ เคมีเพมิ่ เตมิ เวลาเรียน ๖๐ ชวั่ โมง
จานวน ๑.๕ หนว่ ยกิต เวลาเรียน ๓ ชั่วโมง/สปั ดาห์ ภาคเรยี นที่ ๒
คาอธิบายรายวิชา
ศึกษาและทดลองสมบัติบางประการของสารละลายอิเล็กโทรไลต์และสารละลายนอนอิเล็ก
โทรไลต์ประเภทของสารละลายอิเล็กโทรไลต์ศึกษาไอออนในสารละลายกรดและเบสทฤษฎีกรด -เบส
ของอาร์เรเนียสเบรินสเตด–ลาวรีและลิวอิสศึกษาและทดลองเกี่ยวกับการถ่ายโอนโปรตอนของ
สารละลายกรด-เบสศึกษาคู่กรด–เบสการคานวณและการเขียนสมการการแตกตัวของกรด-เบสการ
คานวณค่าคงท่ี การแตกตัวเป็นไอออนของกรดอ่อนและเบสอ่อน ศึกษาและทดลองการแตกตัวเป็น
ไอออนของน้า การคานวณค่าคงท่กี ารแตกตวั ของนา้ pH ของสารละลายและการคานวณค่า pH อินดิ
เคเตอร์สาหรับกรด-เบส สารละลายกรด-เบสในชีวิตประจาวันและในสิ่งมีชีวิตศึกษาและทดลองเรื่อง
ปฏิกิริยาสะเทินและปฏิกิริยาการเกิดเกลือจากปฏิกิริยาระหว่างสารละลายกรดกับสารละลายเบส
ปฏิกิริยาไฮโดรลิซิสของเกลือ ศึกษาเก่ียวกับการไทเทรตสารละลายกรด-เบสการเขียนกราฟและการ
หาจุดสมมูลจากกราฟของการไทเทรตและคานวณหาความเข้มข้นของสารละลายกรด -เบสศึกษา
หลักการเลือกใช้อินดิเคเตอร์สาหรับไทเทรตกรด-เบสการประยุกต์ความรู้เร่ืองการไทเทรตไปใช้ใน
ชีวิตประจาวนั ศึกษาและทดลองสมบัติความเป็นบฟั เฟอร์ของสารละลาย
ศึกษาทดลองการถ่ายโอนอิเล็กตรอนในปฏิกิริยาระหว่างโลหะกับสารละลายของโลหะ
ไอออน ศึกษาปฏิกิริยาออกซิเดชันปฏิกิริยารีดักชันปฏิกิริยารีดอกซ์ตัวรีดิวซ์ตัวออกซิไดซ์การเขียน
และดุลสมการรีดอกซ์โดยใช้เลขออกซิเดชันและคร่ึงปฏิกิริยาศึกษาเซลล์ไฟฟ้าเคมีศึกษาและทดลอง
เก่ียวกับหลักการของเซลล์กัลวานิกศึกษาการเขียนแผนภาพของเซลล์กัลวานิกการหาค่าศักย์ไฟฟ้า
ของเซลล์และศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของครึ่งเซลล์ปฏิกิริยาในเซลล์กัลวานิกประเภทเซลล์ปฐมภูมิและ
เซลล์ทตุ ยิ ภมู ิบางชนิดทดลองเพ่ือศึกษาหลักการสร้างและการทางานของเซลล์สะสมไฟฟ้าแบบตะก่ัว
ศึกษาหลักการของเซลล์อิเล็กโทรไลต์และทดลองการแยกสารละลายด้วยไฟฟ้าตามหลักการของ
เซลล์อิเล็กโทรไลต์ศึกษาการแยกสารท่ีหลอมเหลวด้วยไฟฟ้าศึกษาและทดลองชุบโลหะด้วย
กระแสไฟฟ้าศึกษาวธิ กี ารทาให้โลหะบริสุทธิ์การถลุงแร่ศึกษาและทดลองเก่ียวกับการผุกร่อนและการ
ป้องกนั การผกุ รอ่ นของโลหะศึกษาความก้าวหน้าทางเทคโนโลยที ีเ่ ก่ียวข้องกบั เซลลไ์ ฟฟ้าเคมี
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุง ๒๕๖๐)
หลกั สตู รโรงเรยี นวงั หลวงพทิ ยาสรรพ์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๔๘
เพื่อให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสมบัติและความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของธาตุและ
สารประกอบ และพันธะเคมี โดยใช้การเรียนรู้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหา
ความรู้ การสารวจตรวจสอบสามารถนาความรู้และหลักการไปใช้ประโยชน์ เชื่อมโยง อธิบาย
ปรากฏการณ์หรือแก้ปัญหาในชีวิตประจาวัน สามารถจัดกระทาและวิเคราะห์ข้อมูล ส่ือสารสิ่งท่ี
เรียนรู้ มคี วามสามารถในการตดั สินใจ แก้ปัญหา มีจิตวิทยาศาสตร์ ตระหนักถึงความปลอดภัยในการ
ทาปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ในห้องปฏิบัติการ เห็นคุณค่าของวิทยาศาสตร์ มีจริยธรรม คุณธรรม
และค่านิยมท่ีเหมาะสม มีวินัย ใฝ่รู้ใฝ่เรียน มุ่งม่ันในการทางาน รักความเป็นไทย
มีจิตสาธารณะ
มาตรฐานการเรยี นรู้และตัวช้วี ดั
ตัวช้ีวดั
สาระเคมี ขอ้ ๑
ม.๕/๑อธิบายความสัมพันธ์และคานวณปริมาตรความดัน หรืออุณหภูมิของแก๊สท่ีภาวะต่าง
ๆ ตามกฎของบอยล์ กฎของซาร์ล กฎของเกย์-ลสู แซก
ม.๕/๒ คานวณปริมาตร ความดนั หรืออณุ หภูมิ ของแกส๊ ท่ีภาวะต่าง ๆ ตามกฎรวมแก๊ส
ม.๕/๓ คานวณปริมาตร ความดัน อณุ หภมู ิ จานวนโมล หรอิ มวลของแกส๊ จากความสัมพันธ์
ตามกฎของ อาโวกาโดร และกฎแก๊สอุดมคติ
ม.๕/๔ คานวณความดนั ย่อยหรอื จานวนโมลของแกส๊ ในแก๊สผสม โดยใชก้ ฎความตนั ย่อยขอ
งดอลดัน
ม.๕/๕ อธิบายการแพร่ของแก๊สโดยใช้ทฤษฎีจลน์ ของแก๊ส คานวณและเปรียบเทียบอัตรา
การแพรข่ องแกส๊ โดยใช้กฎการแพร่ผ่านของ เกรแฮม
ม.๕/๖ สบื คน้ ขอ้ มลู นาเสนอตวั อย่าง และอธิบายการประยุกต์ใช้ความรู้เก่ียวกับสมบัติและ
กฎตา่ ง ๆ ของแกส๊ ในการอธบิ ายปรากฎการณ์ หรือแก้ปัญหาในชวี ติ ประจาวนั และในอุตสาหกรรม
สาระเคมี ขอ้ ๒
ม.๕/๑ ทดลอง และเขยี นกราฟการเพิม่ ข้นึ หรอื ลดลงของสารทท่ี าการวดั ในปฏกิ ริ ยิ า
ม.๕/๒ คานวณอัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมี และเขียนกราฟการลดลงหรือเพ่ิมขึ้นของสาร ท่ี
ไมไ่ ดว้ ดั ในปฏกิ ิรยิ า
ม.๕/๓ เขียนแผนภาพและอธิบายทศิ ทางการชนกนั ของอนุภาคและพลงั งานที่ส่งผลต่ออัตรา
การเกดิ ปฏิกิริยาเคมี
ม.๕/๔ ทดลองและอธิบายผลของความเข้มข้น พ้ืนท่ีผิวของสารตั้งต้น อุณหภูมิ และตัวเร่ง
ปฏกิ ริ ยิ าทม่ี ีต่ออตั ราการเกิดปฏกิ ิริยาเคมี
ม.๕/๕ เปรียบเทียบอัตราการเกิดปฏิกิริยาเมื่อมีการเปลี่ยนแปลงความเข้มข้น พ้ืนที่ผิวของ
สารต้ังตน้ อณุ หภมู ิ และตวั เร่งปฏิกิริยา
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรุง ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวงั หลวงพทิ ยาสรรพ์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๔๙
ม.๕/๖ ยกตัวอย่างและอธิบายปัจจัยท่ีมีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีในชีวิตประจาวัน
หรืออตุ สาหกรรม
ม.๕/๗ ทดสอบและอธิบายความหมายของปฏิกิรยิ าผนั กลบั ได้และภาวะสมดลุ
ม.๕/๘ อธบิ ายการเปลี่ยนแปลงความเข้มข้นของสาร อัตราการเกิดปฏิกิริยาไปข้างหน้า และ
อัตรา
การเกิดปฏิกิริยายอ้ นกลับ เมื่อเรม่ิ ปฏกิ ิรยิ าจนกระทงั่ ระบบอยู่ในภาวะสมดลุ
ม.๕/๙ คานวณคาคงท่สี มดุลของปฏิกิริยา
ม.๕/๑๐ คานวณความเขม้ ข้นของสารท่ีภาวะ สมดุล
ม.๕/๑๑ คานวณคาคงทสี่ มดลุ หรือความเขม้ ขน้ ของปฏกิ ิรยิ าหลายขั้นตอน
ม.๕/๑๒ ระบุปัจจัยท่ีมีผลต่อภาวะสมดุลและค่าคงท่ีสมดุลของระบบ รวมทั้งคาดคะเนการ
เปล่ียนแปลงที่เกดิ ขึ้นเมอ่ื ภาวะสมดุล ของระบบถกู รบกวนโดยใช้หลักของ เลอซาเตอลิเอ
ม.๕/๑๓ ยกตัวอยา่ งและอธิบายสมดุลเคมีของ กระบวนการท่ีเกิดขึ้นในส่ิงมีชีวิต ปรากฏการณ์ใน
ธรรมซาติและกระบวนการ ในอตุ สาหกรรม
ผลการเรยี นรู้
๑. ระบแุ ละอธบิ ายว่าสารเป็นกรดหรือเบสโดยใช้ทฤษฎีกรด-เบสของอาร์เรเนียสเบรินสเตด-
ลาวรแี ละลวิ อิส
๒. ระบุคู่กรด-เบสของสารตามทฤษฎีกรด-เบสของเบรนิ สเตด-ลาวรี
๓. คานวณและเปรียบเทียบความสามารถในการแตกตวั หรอื ความแรงของกรดและเบส
๔. คานวณค่า pH ความเข้มข้นของไฮโดรเนียมไอออนหรือไฮดรอกไซด์ไอออนของ
สารละลายกรดและเบส
๕. เขยี นสมการเคมแี สดงปฏกิ ิรยิ าสะเทนิ และระบุความเป็นกรด-เบสของสารละลายหลังการ
สะเทิน
๖. เขียนปฏกิ ิรยิ าไฮโดรลิซิสของเกลอื และระบคุ วามเป็นกรด-เบสของสารละลายเกลอื
๗. ทดลองและอธิบายหลักการการไทเทรตและเลือกใช้อินดิเคเตอร์ที่เหมาะสมสาหรับการ
ไทเทรตกรด-เบส
๘. คานวณปริมาณสารหรือความเขม้ ขน้ ของสารละลายกรดหรือเบสจากการไทเทรต
๙. อธิบายสมบตั ิองค์ประกอบและประโยชนข์ องสารละลายบัฟเฟอร์
๑๐. สืบค้นข้อมูลและนาเสนอตัวอย่างการใช้ประโยชน์และการแก้ปัญหาโดยใช้ความรู้
เกีย่ วกบั กรด-เบส
๑๑. คานวณเลขออกซเิ ดชันและระบปุ ฏกิ ิริยาทีเ่ ป็นปฏิกิริยารดี อกซ์
๑๒. วิเคราะห์การเปล่ียนแปลงเลขออกซิเดชันและระบุตัวรีดิวซ์และตัวออกซิไดส์รวมท้ัง
เขียนครงึ่ ปฏิกิริยาออกซิเดชนั และครึ่งปฏกิ ิริยารีดักชันของปฏกิ ริ ิยารดี อกซ์
๑๓. ทดลองและเปรียบเทียบความสามารถในการเป็นตัวรีดิวซ์หรือตัวออกซิไดส์และเขียน
แสดงปฏกิ ริ ิยารดี อกซ์
๑๔. ดลุ สมการรดี อกซ์ดว้ ยการใชเ้ ลขออกซเิ ดชนั และวธิ คี รึ่งปฏิกิริยา
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรุง ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวงั หลวงพทิ ยาสรรพ์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๕๐
๑๕. ระบุองค์ประกอบของเซลล์เคมีไฟฟ้าและเขียนสมการเคมีของปฏิกิริยาที่แอโนดและ
แคโทดปฏิกิรยิ ารวมและแผนภาพเซลล์
๑๖. คานวณค่าศักย์ไฟฟ้ามาตรฐานของเซลล์และระบุประเภทของเซลล์เคมีไฟฟ้าขั้วไฟฟ้า
และปฏิกิริยาเคมีทเ่ี กดิ ขึ้น
๑๗. อธิบายหลักการทางานและเขียนสมการแสดงปฏิกิริยาของเซลล์ปฐมภูมิและเซลล์ทุติย
ภูมิ
๑๘. ทดลองชุบโลหะและแยกสารเคมีด้วยกระแสไฟฟ้าและอธิบายหลักการทางเคมีไฟฟ้าที่
ใช้ในการชุบโลหะการแยกสารเคมีด้วยกระแสไฟฟ้าการทาโลหะให้บริสุทธ์ิและการป้องกันการกัด
กรอ่ นของโลหะ
๑๙. สืบค้นข้อมูลและนาเสนอตัวอย่างความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีท่ีเกี่ยวข้องกับเซลล์
เคมีไฟฟา้ ในชวี ติ ประจาวัน
สาระ ตวั ช้วี ัด
สาระเคมี ข้อ ๒ ม.๕/๑๔ – ๓๒
รวม ๑๙ ตัวชวี้ ดั
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวงั หลวงพิทยาสรรพ์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๕๑
วชิ าเคมเี พ่มิ เติมกลุ่มสาระการเรยี นรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดบั ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ ๖
รหสั วชิ า ว๓๓๒๒๑ เคมเี พ่มิ เตมิ เวลาเรยี น ๖๐ ชัว่ โมง
จานวน ๑.๕ หน่วยกิต เวลาเรยี น ๓ ชว่ั โมง/สปั ดาห์ ภาคเรยี นที่ ๑
คาอธบิ ายรายวชิ า
ศึกษาความหมายของสารประกอบอินทรีย์และเคมีอินทรีย์ การเขียนสูตรโครงสร้างแบบลิว
อิส แบบย่อ แบบผสม แบบใช้เส้นและมุม ศึกษาทดลองการเกิดไอไซเมอร์ของสารประกอบอินทรีย์
ศึกษา และทดลองเกี่ยวกับหมู่อะตอมที่แสดงสมบัติเฉพาะหรือหมู่ฟังก์ชันในโมเลกุลของสาร ศึกษา
หมู่ฟังก์ชันการจาแนกประเภทของสารประกอบอินทรีย์ ศึกษาโครงสร้าง การเขียนสูตร การเรียกชื่อ
แนวโน้มของ จุดหลอมเหลวและจุดเดือด การละลายในน้า ปฏิกิริยาบางชนิด การนาไปใช้ประไยชน์
และอันตรายของสารประกอบอินทรีย์ประเภทแอลเคน แอลคีน แอลไคน์ แอลกอฮอล์ ฟีนอล อีเทอร์
แอลดีไฮด์ คีโตน กรดคาร์บอกซิลิก เอสเทอร์เอมีน และเอไมด์ ศึกษาและทดลองสมบัติบางประการ
ของสารประกอบไฮโดรคาร์บอน การเตรียมเอสเทอร์จากปฏิกิริยาท่ีเรียกว่า เอสเทอริฟิเคชัน และ
ปฏกิ ิรยิ าไฮโดรลิซิสของเอสเทอร์
ศึกษาประเภทของพอลิเมอร์และปฏิกิริยาพอลิเมอไรเซชัน ความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้าง
กบั สมบัตขิ องพอลิเมอร์ ศึกษาสมบัติของผลิตภัณฑ์จากพอลิเมอร์ประเภทต่าง ๆ ศึกษาทดลองสมบัติ
บางประการของพลาสติกชนิดต่าง ๆ และการเตรียมเส้นใยก่ึงสังเคราะห์จากเส้นใยธรรมชาติ
ความก้าวหน้าทางเทคโนโลยีที่นามาใช้ในการพัฒนาผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์สังเคราะห์ และการนาพอลิ
เมอร์ไปใช้ประโยชน์อย่างเหมาะสมและปลอดภยั มลพษิ ท่อี าจเกิดขึ้น และแนวทางในการปอ้ งกัน
เพ่ือให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสมบัติและความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของธาตุและ
สารประกอบ และพันธะเคมี โดยใช้การเรียนรู้ด้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหา
ความรู้ การสารวจตรวจสอบสามารถนาความรู้และหลักการไปใช้ประโยชน์ เช่ือมโยง อธิบาย
ปรากฏการณ์หรือแก้ปัญหาในชีวิตประจาวัน สามารถจัดกระทาและวิเคราะห์ข้อมูล สื่อสารสิ่งที่
เรียนรู้ มีความสามารถในการตดั สนิ ใจ แกป้ ัญหา มีจิตวิทยาศาสตร์ ตระหนักถึงความปลอดภัยในการ
ทาปฏิบัติการทางวิทยาศาสตร์ในห้องปฏิบัติการ เห็นคุณค่าของวิทยาศาสตร์ มีจริยธรรม คุณธรรม
และค่านิยมที่เหมาะสม มีวินัย ใฝ่รู้ใฝ่เรียน มุ่งม่ันในการทางาน รักความเป็นไทย
มจี ิตสาธารณะ
มาตรฐานการเรียนรู้และตัวชวี้ ดั
ตวั ชว้ี ัด
สาระเคมี ขอ้ ๑
ม.๖/๑ สืบค้นข้อมูลและนาเสนอตัวอย่างสารประกอบอินทรีย์ที่มีพันธะเด่ียวพันธะคู่ หรือ
พันธะสาม ทพ่ี บในชวี ิตประจาวนั
ม.๖/๒ เขียนสูตรโครงสร้างลิวอิสสูตรโครงสร้างแบบย่อ และสูตรโครงสร้างแบบเส้นของ
สารประกอบอนิ ทรยี ์
ม.๖/๓ วเิ คราะหโ์ ครงสร้างและระบปุ ระเภทของสารประกอบอนิ ทรยี ์จากหมฟู่ ังกช์ ัน
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวงั หลวงพทิ ยาสรรพ์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๕๒
ม.๖/๔ เขยี นสูตรโครงสร้างและเรียกชื่อสารประกอบอินทรยี ์ประเภทต่าง ๆ ท่ีมีหมู่ฟังก์ชันไม่
เกิน ๑ หมู่ ตามระบบ IUPAC
ม.๖/๕ เขยี นไอโซเมอรโ์ ครงสรา้ งของสารประกอบอินทรยี ์ประเภทต่าง ๆ
ม.๖/๖ วิเคราะห์และเปรียบเทียบจุดเดือดและการละลายในน้าของสารประกอบอินทรีย์ที่มี
หมู่ฟังก์ชัน ขนาดโมเลกลุ หรอื โครงสรา้ งต่างกัน
ม.๖/๗ ระบุประเภทของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนและเขียนผลิตภัณฑ์จากปฏิกิริยาการ
เผาไหม้ ปฏิกริ ิยากับโบรมนี หรอื ปฏกิ ริ ยิ ากบั โพแทสเซยี มเปอรแ์ มงกาเนต
ม.๖/๘ เขียนสมการเคมีและอธบิ ายการเกิดปฏกิ ริ ิยา เอสเทอรฟิ ิเคชนั ปฏกิ ิรยิ าการสังเคราะห์
เอไมด์ปฏิกิรยิ าไฮโดรลซิ สิ และปฏิกิริยาสะปอนนิฟเิ คชัน
ม.๖/๙ ทดสอบปฏกิ ริ ยิ าเอสเทอรฟิ ิเคชันปฏกิ ริ ิยาไฮโดรลซิ ิส และปฏกิ ิรยิ าสะปอนนิฟเิ คชัน
ลิ ลิม.๖/๑๑ ระบปุ ระเภทของปฏกิ ริ ยิ าการเกิดพอ เมอรจ์ ากโครงสร้างของมอนอเมอร์ หรือ
ม.๖/๑๐ สืบค้นข้อมูลและนาเสนอตัวอย่างการนาสารประกอบอินทรีย์ไปใช้ประโยชน์ใน
ชีวิตประจาวนั และอตุ สาหกรรม
นา ลิม.๖/๑๒ วิเคราะห์และอธิบายความสัมพันธ์ระหว่างโครงสร้างและสมบัติของพอ เมอร์
พอ เมอร์
รวมทัง้ การนาไปใช้ ประโยชน์ไปใชป้ ระโยชน์
ม.๖/๑๓ ทดสอบและระบุประเภทของพลาสติก และผลิตภัณฑ์ยาง รวมทั้งการ
ลิพอ เมอร์ม.๖/๑๔ อธิบายผลของการปรับเปล่ียนโครงสร้าง และการสังเคราะห์พอลิเมอร์ที่มีต่อสมบัติ
ของ นาม.๖/๑๕ สืบค้นข้อมูลและ
ผลติ ภณั ฑ์พอลเิ มอร์และแนวทางแกไ้ ข เสนอตัวอย่าง ผลกระทบจากการใช้และการกาจัด
ผลการเรยี นรู้
๑. สืบค้นข้อมูลและนาเสนอตัวอย่างสารประกอบอินทรีย์ท่ีมีพันธะเดี่ยวพันธะคู่หรือพันธะ
สาม
ท่ีพบในชีวิตประจาวัน
๒. เขียนสูตรโครงสร้างลิวอิสสตูรโครงสร้างแบบย่อและสตูรโครงสร้างแบบเส้นของ
สารประกอบ
อินทรยี ์
๓. วเิ คราะห์โครงสรา้ งและระบุประเภทของสารประกอบอินทรียจ์ ากหมูฟ่ ังกช์ ัน
๔. เขียนสตู รโครงสร้างและเรยี กชอ่ื สารประกอบอินทรีย์ประเภทต่างๆที่มีหมู่ฟังก์ชันไม่เกิน๑
หมู่
ตามระบบ IUPAC
๕. เขียนไอโซเมอร์โครงสรา้ งของสารประกอบอนิ ทรีย์ประเภทต่าง ๆ
๖. วเิ คราะห์และเปรียบเทียบจุดเดือดและการละลายในน้าของสารประกอบอนินทรีย์ที่มีหมู่
ฟังกช์ นั ขนาดโมเลกลุ หรือโครงสรา้ งตา่ งกนั
๗. ระบปุ ระเภทของสารประกอบไฮโดรคาร์บอนและเขยี นผลติ ภัณฑจ์ ากปฏิกิรยิ าการเผาไหม้
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรุง ๒๕๖๐)
หลกั สตู รโรงเรยี นวงั หลวงพทิ ยาสรรพ์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๕๓
ปฏกิ ิรยิ ากบั โบรมนี หรอื ปฏกิ ริ ยิ ากบั โพแทสเซยี มเปอร์แมงกาเนต
๘. เขียนสมการเคมีและอธิบายการเกิดปฏิกิริยาเอสเทอริฟิเคชันปฏิกิริยาการสังเคราะห์เอ
ไมดป์ ฏกิ ิริยาไฮโดรลซิ สิ และปฏกิ ริ ยิ าสะปอนนฟิ เิ คชนั
๙. ทดสอบปฏิกิริยาเอสเทอรฟิ เิ คชนั ปฏิกริ ิยาไฮโดรลซิ ิสและปฏิกริ ยิ าสะปอนนิฟเิ คชนั
๑๐. สืบค้นข้อมูลและนาเสนอตัวอย่างการนาสารประกอบอินทรีย์ไปใช้ประโยชน์ใน
ชีวิตประจาวนั
๑๑. ระบปุ ระเภทของปฏิกริ ิยาการเกดิ พอลิเมอรจ์ ากโครงสรา้ งของมอนอเมอร์หรือพอลิเมอร์
๑๒. วเิ คราะหแ์ ละอธิบายความสมั พันธร์ ะหว่างโครงสรา้ งและสมบตั ขิ องพอลเิ มอรร์ วมทั้ง
การนาไปใช้ประโยชน์
๑๓. ทดสอบและระบปุ ระเภทของพลาสติกและผลติ ภณั ฑ์ยางรวมท้งั การนาไปใชป้ ระโยชน์
๑๔. อธบิ ายผลของการปรับเปล่ียนโครงสร้างและการสังเคราะหพ์ อลเิ มอร์ท่มี ีต่อสมบัติของ
พอลเิ มอร์
๑๕. สืบค้นข้อมูลและนาเสนอตัวอย่างผลกระทบจากการใช้และการกาจัดผลิตภัณฑ์พอลิ
เมอรแ์ ละแนวทางแก้ไข
มาตรฐาน ตัวชี้วดั
สาระเคมี ข้อ ๑ ม.๖/๑ – ๑๕
รวม ๑๕ ตวั ชี้วัด
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรุง ๒๕๖๐)
หลกั สตู รโรงเรยี นวงั หลวงพิทยาสรรพ์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๕๔
วชิ าเคมีเพ่มิ เติมกลุ่มสาระการเรียนร้วู ทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดบั ชน้ั มัธยมศึกษาปที ่ี ๖
รหัสวชิ า ว๓๓๒๒๒ เคมเี พิ่มเติมเวลาเรียน ๖๐ ชัว่ โมง
จานวน ๑.๕ หนว่ ยกิต เวลาเรียน ๓ ชัว่ โมง/สปั ดาห์ ภาคเรียนที่ ๒
คาอธิบายรายวิชา
ศึกษา วิเคราะห์ ฝึกทักษะ ตั้งประเด็นปัญหา / ตั้งคาถามเกี่ยวกับสถานการณ์ปัจจุบันและ
สังคมโลก ต้ังสมมติฐานและให้เหตุผล ที่สนับสนุนหรือโต้แย้งประเด็นความรู้ โดยการบูรณาการ
ความรู้ทางเคมีร่วมกับวิทยาศาสตร์แขนงอ่ืนจากศาสตร์สาขาต่าง ๆ และมีทฤษฎีรองรับ ออกแบบ
วางแผน รวบรวมขอ้ มูล ค้นคว้าแสวงหาความรู้ เก่ียวกับสมมติฐานที่ตั้งไว้จากแหล่งเรียนรู้ทั้งปฐมภูมิ
ทุติยภูมิ และสารสนเทศ อย่างมีประสิทธิภาพ และพิจารณาความน่าเชื่อถือของแหล่งเรียนรู้อย่างมี
วิจารณญาณ เพ่ือให้ได้ข้อมูลที่ครบถ้วนสมบูรณ์ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้วิธีการที่เหมาะสม สังเคราะห์
สรุปองค์ความรู้ร่วมกัน มีกระบวนการกลุ่มในการวิพากษ์ แลกเปลี่ยนความคิดเห็นโดยใช้ความรู้จาก
สาขาต่างๆ เสนอแนวคิด วิธีแก้ปัญหาอย่างเป็นระบบ ด้วยกระบวนการคิด กระบวนการแก้ปัญหา
กระบวนการปฏิบัติ เพ่ือให้เกิดทักษะในการค้นคว้าแสวงหาความรู้ สังเคราะห์สรุป อภิปราย
ผลเปรียบเทียบเชื่อมโยงความรู้ ความเป็นมาของศาสตร์ เข้าใจหลักการและวิธีคิดในส่ิงที่ศึกษา เห็น
ประโยชนแ์ ละคณุ ค่าของการศกึ ษาค้นควา้ ดว้ ยตนเอง
เพ่ือให้มีความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับสมบัติและความสัมพันธ์ระหว่างสมบัติของธาตุและ
สารประกอบ และพันธะเคมี โดยใช้การเรยี นรดู้ ว้ ยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้
การสารวจตรวจสอบสามารถนาความรู้และหลักการไปใชป้ ระโยชน์ เชื่อมโยง อธิบายปรากฏการณ์หรือ
แก้ปัญหาในชวี ิตประจาวนั สามารถจัดกระทาและวเิ คราะหข์ ้อมูล ส่อื สารส่ิงที่เรียนรู้ มีความสามารถใน
การตัดสินใจ แก้ปัญหา มีจิตวิทยาศาสตร์ ตระหนักถึงความปลอดภัยในการทาปฏิบัติการทาง
วิทยาศาสตร์ในห้องปฏิบัติการ เห็นคุณค่าของวิทยาศาสตร์ มีจริยธรรม คุณธรรมและค่านิยม ท่ี
เ ห ม า ะ ส ม มี วิ นั ย ใ ฝ่ รู้ ใ ฝ่ เ รี ย น มุ่ ง มั่ น ใ น ก า ร ท า ง า น รั ก ค ว า ม เ ป็ น ไ ท ย
มจี ิตสาธารณะ
มาตรฐานการเรียนร้แู ละตวั ช้ีวดั
ตวั ช้วี ัด
สาระเคมี ข้อ ๓
ม.๖/๑ กาหนดปัญหาและนาเสนอแนวทางการแก้ปัญหาโดยใช้ความรู้ทางเคมีจาก
สถานการณท์ ี่เกิดขน้ึ ในชีวิตประจาวนั การประกอบอาชีพหรืออตุ สาหกรรม
ม.๖/๒ แสดงหลักฐานถึงการบูรณาการความรู้ทางเคมีร่วมกับสาขาวิชาอ่ืนรวมท้ังทักษะ
กระบวนการทางวิทยาศาสตร์หรือกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมโดยเน้นการคิดวิเคราะห์การ
แก้ปญั หาและความคดิ สร้างสรรค์เพ่ือแกป้ ัญหาในสถานการณ์หรือประเด็นท่ีสนใจ
ม.๖/๓ นาเสนอผลงานหรือช้ินงานทไ่ี ด้จากการแก้ปัญหาในสถานการณ์หรือประเด็นที่สนใจ
โดยใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศ
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุง ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวังหลวงพทิ ยาสรรพ์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๕๕
ม.๖/๔ แสดงหลักฐานการเข้าร่วมการสัมมนาการเข้าร่วมประชุมวิชาการหรือการแสดง
ผลงานส่งิ ประดิษฐ์ในงานนทิ รรศการ
ผลการเรยี นรู้
๑. ระบปุ ญั หาทเี่ กย่ี วขอ้ งกบั ความร้ทู างเคมีจากสถานการณ์ที่กาหนด
๒. ออกแบบแนวทางการแก้ปญั หาโดยใช้ความรทู้ างเคมีและวธิ ีการทางวิทยาศาสตร์
๓. ใช้วิธีการทางวิทยาศาสตร์หรือกระบวนการออกแบบเชิงวิศวกรรมและการบูรณา
การความรูท้ างเคมรี ว่ มกับศาสตร์อืน่ แก้ปญั หาสถานการณ์หรือประเด็นท่สี นใจ
๔. จัดทารายงานการแก้ปัญหาโดยการบูรณาการความรู้
๕. นาเสนอผลงานโดยใชเ้ ทคโนโลยสี ารสนเทศ
๖. เขา้ ร่วมประชมุ วชิ าการในฐานะผู้ฟังหรอื ผนู้ าเสนอผลงาน
๗. จัดทารายงานสรปุ การประชุมวิชาการ
มาตรฐาน ตวั ช้วี ัด
สาระเคมี ข้อ ๓ ม.๖/๑ – ๔
รวม ๑๙ ตัวชี้วดั
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรุง ๒๕๖๐)
หลกั สตู รโรงเรยี นวงั หลวงพทิ ยาสรรพ์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๕๖
คาอธบิ ายรายวิชา
รหสั วิชา ว ๓๑๒๔๑ วิชา ชีววทิ ยา ๑ กลุ่มสาระการเรียนรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ระดับช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ ๔ เวลา ๖๐ ชัว่ โมงจานวน ๑.๕ หนว่ ยกติ (ภาคเรยี นท่ี ๑)
............................................................................................................................. ...................................
ธรรมชาติของสงิ่ มชี วี ิต สมบัติท่ีสาคัญของส่งิ มีชวี ติ และความสัมพนั ธ์ของการจัดระบบใน
ส่งิ มชี ีวิตท่ีทาให้สง่ิ มชี ีวติ ดารงชวี ติ การศึกษาชีววทิ ยาและวิธีการทางวทิ ยาศาสตร์ สารที่เป็น
องคป์ ระกอบของสิง่ มชี ีวติ ปฏิกริ ยิ าเคมีในเซลลข์ องส่ิงมีชวี ิต กลอ้ งจลุ ทรรศน์ โครงสรา้ งและหนา้ ที่
ของเซลล์การลาเลยี งสารเขา้ และออกจากเซลล์ การแบง่ เซลล์ และการหายใจระดบั เซลล์
โดยใชก้ ารเรียนรดู้ ว้ ยกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจ
ตรวจสอบ
สามารถนาความรู้และหลักการไปใชป้ ระโยชน์ เชอื่ มโยง อธิบายปรากฎการณ์ หรือแก้ปญั หาในชีวิต
ปราจาวัน สามารถจดั กระทาและวเิ คราะห์ข้อมลู ส่อื สารส่งิ ท่เี รยี นรู้ มคี วามสามารในการตัดสินใจ
แกป้ ญั หา มีจิตวิทยาศาสตร์ เหน็ คณุ ค่าของวิทยาศาสตร์ มีจรยิ ธรรม คณุ ธรรมและคา่ นยิ มท่ีเหมาะสม
ผลการเรียนรู้
๑. อธบิ าย และสรปุ สมบัติที่สาคัญของส่ิงมชี ีวติ และความสัมพนั ธข์ องการจดั ระบบใน
สิง่ มชี ีวิตทที่ าใหส้ ง่ิ มีชีวติ ดารงชวี ติ อย่ไู ด้
๒. อภปิ รายและบอกความสาคัญของการระบปุ ญั หา ความสัมพนั ธร์ ะหว่างปัญหา สมมติฐาน
และวิธกี ารตรวจสอบสมมตฐิ าน รวมทงั้ ออกแบบการทดลองเพ่ือตรวจสอบสมมตฐิ าน
๓. สืบค้นขอ้ มลู อธบิ ายเกี่ยวกับสมบตั ขิ องนา้ และบอกความสาคญั ของน้าทม่ี ีต่อส่งิ มีชีวิตและ
ยกตัวอย่างธาตุชนิดตา่ ง ๆ ที่มีความสาคญั ตอ่ ร่างกายส่ิงมีชีวิต
๔. สบื คน้ ขอ้ มูล อธิบายโครงสร้างของคาร์โบไฮเดรต ระบุกลมุ่ ของคาร์โบไฮเดรต รวมท้ัง
ความสาคญั ของคารโ์ บไฮเดรตท่ีมีต่อสงิ่ มชี ีวิต
๕. สืบคน้ ขอ้ มลู อธิบายโครงสรา้ งของโปรตีนและความสาคญั ของโปรตีนทม่ี ีต่อสงิ่ มีชีวติ
๖. สบื คน้ ขอ้ มูล อธบิ ายโครงสร้างของลิพิดและความสาคัญของลิพดิ ที่มีต่อสิ่งมชี วี ติ
๗. อธิบายโครงสร้างของกรดนิวคลิอกิ และระบุชนิดของกรดนิวคลอิ กิ และความสาคัญของ
กรดนิวคลอิ ิกทม่ี ีต่อสงิ่ มีชวี ติ
๘. สบื ค้นข้อมูลและอธิบายปฏกิ ิริยาเคมีทเ่ี กดิ ขน้ึ ในส่งิ มีชวี ติ
๙. อธบิ ายการทางานของเอนไซม์ในการเร่งปฏิกิริยาเคมใี นส่ิงมีชวี ติ และระบุปัจจยั ท่ีมผี ลต่อ
การทางานของเอนไซม์
๑๐. บอกวิธีการและเตรียมตัวอย่างสิง่ มีชวี ติ เพื่อศึกษาภายใต้กลอ้ งจลุ ทรรศนใ์ ช้แสง วดั
ขนาดโดยประมาณ และวาดภาพท่ปี รากฏภายใตก้ ลอ้ ง บอกวธิ ีการใช้ และการดูแลรกั ษากลอ้ ง
จลุ ทรรศนใ์ ชแ้ สงที่ถูกต้อง
๑๑. อธิบายโครงสรา้ งและหน้าที่ของส่วนท่ีหอ่ หุ้มเซลลข์ องเซลลพ์ ชื และเซลลส์ ตั ว์
๑๒. สืบคน้ ขอ้ มลู อธบิ ายและระบชุ นิดและหนา้ ทขี่ องออรแ์ กเนลล์
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวังหลวงพทิ ยาสรรพ์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๕๗
๑๓. อธิบายโครงสร้างและหน้าที่ของนวิ เคลยี ส
๑๔. อธบิ ายและเปรียบเทยี บการแพร่ ออสโมซสิ การแพร่แบบฟาซิลเิ ทต และแอก
ทีฟทรานสปอรต์
๑๕. สบื คน้ ข้อมลู อธบิ าย และเขียนแผนภาพการลาเลยี งสารโมเลกุลใหญอ่ อกจากเซลล์ดว้ ย
กระบวนการเอกโซไซโทซสิ และการลาเลียงสารโมเลกลุ ใหญ่เขา้ ส่เู ซลล์ดว้ ยกระบวนการเอนโดไซโทซสิ
๑๖. สงั เกตการแบ่งนิวเคลียสแบบไมโทซสิ และแบบไมโอซิสจากตัวอยา่ งภายใต้กลอ้ ง
จลุ ทรรศน์พรอ้ มท้ังอธบิ ายและเปรียบเทียบการแบง่ นิวเคลียสแบบไมโทซสิ และแบบไมโอซิส
๑๗. อธบิ าย เปรยี บเทยี บ และสรปุ ขนั้ ตอนการหายใจระดับเซลล์ในภาวะทมี่ ีออกซเิ จน
เพียงพอและภาวะท่ีมอี อกซิเจนไมเ่ พียงพอ
รวมทั้งหมด ๑๗ ผลการเรยี นรู้
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรุง ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวงั หลวงพิทยาสรรพ์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๕๘
คาอธิบายรายวิชา
รหสั วิชา ว ๓๐๒๔๒ วชิ า ชีววิทยา ๒ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๔ เวลา ๖๐ ชัว่ โมงจานวน ๑.๕ หนว่ ยกิต (ภาคเรยี นที่ ๒)
............................................................................................................................................... .................
การถ่ายทอดลักษณะทางพนั ธุกรรม การถ่ายทอดยนี บนโครโมโซม สมบตั ิ และหน้าที่ของสาร
พนั ธกุ รรม การเกิดมิวเทชนั เทคโนโลยที างดีเอน็ เอ หลกั ฐานข้อมลู และแนวคิดเกี่ยวกับวิวัฒนาการ
ของสง่ิ มชี วี ิต ภาวะสมดลุ ของฮาร์ดี-ไวน์เบริ ก์ การเกิดสปชี ีส์ใหม่ ความหลากหลายทางชวี ภาพ กาเนดิ
ของสิ่งมีชวี ิต ความหลากหลาย ของสิง่ มีชวี ิต และอนกุ รมวิธาน รวมทงั้ นาความรู้ไปใชป้ ระโยชน์
โดยใชก้ ารเรยี นรดู้ ว้ ยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจ
ตรวจสอบสามารถนาความร้แู ละหลกั การไปใชป้ ระโยชน์ เช่ือมโยง อธิบายปรากฎการณ์ หรอื
แก้ปญั หาในชีวติ ปราจาวัน สามารถจัดกระทาและวิเคราะห์ข้อมลู สอื่ สารส่ิงทีเ่ รียนรู้มคี วามสามารใน
การตัดสินใจแกป้ ัญหา มจี ิตวิทยาศาสตร์ เหน็ คุณค่าของวิทยาศาสตร์ มีจรยิ ธรรม คุณธรรมและ
คา่ นิยมที่เหมาะสม
ผลการเรียนรู้
๑. สบื ค้นขอ้ มลู อธบิ าย และสรปุ ผลการทดลอง ของเมนเดล
๒. อธบิ าย และสรปุ กฎแห่งการแยก และกฎแห่งการรวมกล่มุ อยา่ งอิสระ และนากฎของเมน
เดลไปอธิบายการถ่ายทอดลักษณะทางพันธุกรรมและใชใ้ นการคานวณโอกาสในการเกดิ ฟโี นไทปแ์ ละ
จีโนไทป์แบบตา่ ง ๆ ของร่นุ F1 และ F2
๓. สืบค้นข้อมลู วิเคราะห์ อธิบาย และสรปุ เกย่ี วกบั การถา่ ยทอดลกั ษณะทางพันธกุ รรม ที่
เปน็ ส่วนขยายของพนั ธศุ าสตร์เมนเดล
๔. สืบค้นข้อมูล วิเคราะห์ และเปรียบเทียบลักษณะทางพันธกุ รรมทม่ี กี ารแปรผันไมต่ ่อเน่ือง
และลกั ษณะทางพนั ธุกรรมที่มกี ารแปรผันต่อเน่อื ง
๕. อธิบายการถ่ายทอดยีนบนโครโมโซม และยกตัวอย่างลกั ษณะทางพันธุกรรมที่ถกู ควบคมุ
ด้วยยีน
บนออโตโซมและยีนบนโครโมโซมเพศ
๖. สบื ค้นขอ้ มลู อธบิ ายสมบัติและหนา้ ทข่ี องสารพนั ธุกรรม โครงสร้างและองคป์ ระกอบทาง
เคมีของ DNA และสรุปการจาลอง DNA
๗. อธบิ าย และระบุขนั้ ตอนในกระบวนการสังเคราะหโ์ ปรตีนและหนา้ ที่ของ DNA และ RNA
แตล่ ะชนิดในกระบวนการสงั เคราะห์ โปรตนี
๘. สรุปความสัมพนั ธร์ ะหวา่ งสารพนั ธกุ รรม แอลลลี โปรตนี ลักษณะทางพันธุกรรม และ
เช่อื มโยงกับความรเู้ รือ่ งพนั ธศุ าสตร์เมนเดล
๙. สบื คน้ ขอ้ มลู และอธบิ ายการเกดิ มิวเทชนั ระดบั ยนี และระดบั โครโมโซม สาเหตกุ ารเกิดมวิ
เทชนั รวมท้ังยกตัวอยา่ งโรคและกลุ่มอาการที่เปน็ ผลของการเกิดมิวเทชนั
๑๐. อธบิ ายหลักการสรา้ งสิง่ มชี ีวติ ดัดแปรพนั ธุกรรมโดยใช้ดเี อน็ เอรีคอมบแิ นนท์
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐)
หลกั สตู รโรงเรยี นวงั หลวงพิทยาสรรพ์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๕๙
๑๑. สบื คน้ ขอ้ มลู ยกตัวอย่าง และอภิปรายการนาเทคโนโลยที างดีเอน็ เอไปประยุกตใ์ ช้ทั้งใน
ด้านสง่ิ แวดลอ้ ม นิตวิ ทิ ยาศาสตร์ การแพทย์ การเกษตรและอุตสาหกรรม และข้อควรคานงึ ถงึ ดา้ น
ชวี จรยิ ธรรม
๑๒. สืบค้นข้อมูล และอธิบายเกย่ี วกับหลกั ฐานทสี่ นับสนุนและข้อมลู ท่ใี ชอ้ ธบิ ายการเกิด
ววิ ฒั นาการ
ของสงิ่ มชี ีวติ
๑๓. อธิบาย และเปรยี บเทียบแนวคดิ เกีย่ วกบั ววิ ัฒนาการของสิ่งมชี ีวิตของฌอง ลามาร์ก
และทฤษฎี
เกย่ี วกบั ววิ ัฒนาการของสิง่ มชี ีวิตของชาลส์ ดารว์ นิ
๑๔. ระบุสาระสาคัญ และอธิบายเงอ่ื นไขของภาวะสมดุลของฮารด์ ี-ไวนเ์ บริ ์ก ปจั จัยท่ีทาให้
เกิดการเปลีย่ นแปลงความถี่ของแอลลีลในประชากร พร้อมทงั้ คานวณหาความถ่ีของแอลลีลและจีโน
ไทปข์ องประชากรโดยใช้หลกั ของฮารด์ ี-ไวนเ์ บิรก์
๑๕. สืบค้นข้อมูล อภปิ ราย และอธบิ ายกระบวนการเกิดสปีชสี ์ใหม่ของสงิ่ มชี ีวิต
รวมทั้งหมด ๑๕ ผลการเรยี นรู้
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรุง ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวงั หลวงพิทยาสรรพ์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๖๐
คาอธิบายรายวชิ า
รหัสวชิ า ว ๓๐๒๔๓ วิชา ชีววิทยา ๓ กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ระดบั ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ ๕ เวลา ๖๐ ชวั่ โมง จานวน ๑.๕ หนว่ ยกติ (ภาคเรยี นท่ี ๑)
............................................................................................................................ ....................................
สว่ นประกอบของพชื ชนดิ ของเน้ือเย่ือพืช โครงสรา้ งภายในของใบพืชจากการตัดตามขวาง
การแลกเปลยี่ นแก๊สและคายนา้ ของพืช การลาเลยี งของพืช การสงั เคราะหด์ ้วยแสงของพชื C 3 พืช C
4 และ พืช CAM การทดลองของนักวิทยาศาสตร์ในอดีตเกี่ยวกับกระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง การ
สืบพนั ธ์ุของพืชดอก
การเจรญิ เติบโต และการตอบสนองของพชื รวมทั้งนาความร้ไู ปใชป้ ระโยชน์
โดยใช้การเรียนร้ดู ว้ ยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจ
ตรวจสอบ สามารถนาความรู้และหลกั การไปใชป้ ระโยชน์ เชอื่ มโยง อธบิ ายปรากฎการณ์ หรือ
แกป้ ญั หาในชีวติ ปราจาวนั สามารถจัดกระทาและวเิ คราะห์ขอ้ มูล สื่อสารสิ่งท่ีเรียนรู้ มีความสามารใน
การตัดสินใจแก้ปัญหา มีจิตวิทยาศาสตร์ เห็นคุณคา่ ของวทิ ยาศาสตร์ มีจริยธรรม คณุ ธรรมและ
ค่านิยมท่เี หมาะสม
ผลการเรยี นรู้
๑. อธบิ ายเกยี่ วกบั ชนิดและลักษณะของเน้ือเย่อื พชื และเขียนแผนผังเพอื่ สรปุ ชนดิ ของ
เน้อื เย่อื พชื
๒. สังเกต อธิบาย และเปรียบเทยี บโครงสร้างภายในของรากพืชใบเล้ยี งเดย่ี วและรากพืชใบ
เลีย้ งคูจ่ ากการตัดตามขวาง
๓. สงั เกต อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสรา้ งภายในของลาต้นพืชใบเลย้ี งเดย่ี วและลาต้นพืช
ใบเลี้ยงคู่จากการตดั ตามขวาง
๔. สังเกต และอธบิ ายโครงสร้างภายในของใบพืชจากการตัดตามขวาง
๕. สืบค้นขอ้ มลู สังเกต และอธิบายการแลกเปลย่ี นแกส๊ และการคายนา้ ของพชื
๖. สบื คน้ ขอ้ มลู และอธบิ ายกลไกการลาเลยี งน้าและธาตุอาหารของพชื
๗. สบื คน้ ขอ้ มูล อธิบายความสาคญั ของธาตอุ าหาร และยกตวั อยา่ งธาตุอาหารทส่ี าคัญที่มผี ล
ต่อการเจรญิ เตบิ โตของพชื
๘. อธบิ ายกลไกการลาเลยี งอาหารในพชื
๙. สืบค้นขอ้ มลู และสรปุ การศกึ ษาที่ได้จากการทดลองของนกั วทิ ยาศาสตรใ์ นอดีตเกยี่ วกับ
กระบวนการสังเคราะห์ด้วยแสง
๑๐. อธบิ ายขน้ั ตอนทเ่ี กดิ ขน้ึ ในกระบวนการสังเคราะห์ดว้ ยแสงของพืช C 3
๑๑. เปรียบเทยี บกลไกการตรึงคาร์บอนไดออกไซด์ในพชื C 3 พืช C 4 และ พืช CAM
๑๒. สบื คน้ ขอ้ มูล อภปิ ราย และสรปุ ปัจจยั ความเข้มของแสง ความเข้มขน้ ของ
คาร์บอนไดออกไซด์ และอุณหภมู ิ ท่ีมผี ลต่อการสงั เคราะห์ดว้ ยแสงของพชื
๑๓. อธิบายวัฏจักรชวี ิตแบบสลบั ของพชื ดอก
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพ้ืนฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรงุ ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวังหลวงพิทยาสรรพ์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๖๑
๑๔. อธบิ าย และเปรียบเทยี บกระบวนการสร้างเซลล์สืบพนั ธเ์ุ พศผ้แู ละเพศเมยี ของพชื ดอก
และอธิบายการปฏสิ นธขิ องพืชดอก
๑๕. อธิบายการเกดิ เมล็ดและการเกิดผลของพชื ดอก โครงสรา้ งของเมล็ดและผล และ
ยกตัวอย่างการใชป้ ระโยชน์จากโครงสรา้ งตา่ ง ๆ ของเมลด็ และผล
๑๖. ทดลอง และอธิบายเกย่ี วกบั ปัจจัยต่าง ๆ ที่มีผลต่อการงอกของเมล็ด สภาพพักตัวของ
เมลด็ และ
บอกแนวทางในการแกส้ ภาพพักตวั ของเมล็ด
๑๗. สบื ค้นข้อมูล อธิบายบทบาทและหน้าทข่ี องออกซิน ไซโทไคนิน จบิ เบอเรลลนิ เอทิลนี
และกรด
แอบไซซกิ และอภปิ รายเก่ียวกับการนาไปใช้ประโยชน์ทางการเกษตร
๑๘. สบื ค้นขอ้ มูล ทดลอง และอภิปรายเกีย่ วกบั สิง่ เร้าภายนอกท่ีมผี ลตอ่ การเจรญิ เตบิ โตของ
พืช
รวมทั้งหมด ๑๘ ผลการเรียนรู้
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐)
หลกั สตู รโรงเรยี นวังหลวงพิทยาสรรพ์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๖๒
คาอธิบายรายวชิ า
รหสั วิชา ว ๓๐๒๔๔ วิชา ชีววิทยา ๔ กลุ่มสาระการเรยี นรู้ วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ระดับชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ ๕ เวลา ๖๐ ชั่วโมง จานวน ๑.๕ หนว่ ยกติ (ภาคเรยี นที่ ๒)
......................................................................................................................................................
เขา้ ใจการย่อยอาหารของสตั ว์และมนษุ ย์ การหายใจและการแลกเปลย่ี นแก๊ส การลาเลียง
สารและการหมนุ เวียนเลือด ภมู ิคุม้ กันของรา่ งกาย การขบั ถา่ ย การรบั รู้ และการตอบสนอง การ
เคล่อื นท่ี การสบื พนั ธ์ุและการเจริญเติบโต ฮอรโ์ มนกับ การรกั ษาดุลยภาพ และพฤตกิ รรมของสตั ว์
รวมทัง้ นาความรู้ไปใช้ประโยชน์
โดยใช้การเรยี นรดู้ ้วยกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจ
ตรวจสอบสามารถนาความรู้และหลกั การไปใชป้ ระโยชน์ เชอ่ื มโยง อธบิ ายปรากฎการณ์ หรอื
แกป้ ญั หาในชีวิตปราจาวนั สามารถจัดกระทาและวิเคราะห์ข้อมลู ส่อื สารสิง่ ทเี่ รยี นรู้ มคี วามสามารใน
การตดั สนิ ใจแก้ปญั หา มจี ิตวิทยาศาสตร์ เห็นคุณคา่ ของวทิ ยาศาสตร์ มีจรยิ ธรรม คณุ ธรรมและ
คา่ นิยมท่เี หมาะสม
ผลการเรียนรู้
๑. สืบค้นข้อมูล อธิบายและเปรยี บเทยี บโครงสรา้ งและกระบวนการย่อยอาหารของสัตว์ทไี่ ม่
มที างเดินอาหารสตั ว์ท่ีมีทางเดนิ อาหารแบบไมส่ มบูรณ์ และสตั ว์ที่มที างเดนิ อาหารแบบสมบรู ณ์
๒. สังเกต อธิบาย การกนิ อาหารของไฮดราและพลานาเรยี
๓. อธบิ ายเก่ยี วกับโครงสรา้ ง หน้าท่ี และกระบวนการย่อยอาหารและการดดู ซึมสารอาหาร
ภายในระบบย่อยอาหารของมนษุ ย์
๔. สบื ค้นข้อมูล อธบิ าย และเปรยี บเทยี บโครงสรา้ งที่ทาหน้าท่แี ลกเปลี่ยนแก๊สของฟองน้า
ไฮดราพลานาเรยี ไสเ้ ดือนดิน แมลง ปลา กบ และนก
๕. สงั เกตและอธิบายโครงสร้างของปอดในสัตวเ์ ลย้ี งลูกดว้ ยน้านม
๖. สบื คน้ ขอ้ มลู อธิบายโครงสรา้ งทใ่ี ช้ในการแลกเปลี่ยนแกส๊ และกระบวนการแลกเปลี่ยน
แกส๊ ของมนษุ ย์
๗. อธบิ ายการทางานของปอด และทดลองวัดปรมิ าตรของอากาศในการหายใจออกของ
มนุษย์
๘. สืบค้นข้อมลู อธบิ ายและเปรยี บเทยี บระบบหมนุ เวียนเลอื ดแบบเปิดและระบบหมนุ เวยี น
เลอื ดแบบปดิ
๙. สังเกต และอธบิ ายทิศทางการไหลของเลอื ดและการเคล่ือนทีข่ องเซลลเ์ ม็ดเลือดในหาง
ปลา และสรุปความสัมพันธร์ ะหว่างขนาดของหลอดเลือดกับความเร็วในการไหลของเลือด
๑๐. อธิบายโครงสร้างและการทางานของหวั ใจและหลอดเลือดในมนุษย์
๑๑. สงั เกตและอธิบายโครงสรา้ งหวั ใจของสตั ว์เล้ียงลูกด้วยนา้ นมทศิ ทางการไหลของเลอื ด
ผ่านหวั ใจของมนุษย์ และเขยี นแผนผงั สรุป การหมุนเวยี นเลอื ดของมนษุ ย์
๑๒. สืบค้นขอ้ มลู ระบุความแตกตา่ งของเซลล์เม็ดเลือดแดง เซลล์เมด็ เลือดขาว เพลตเลต
และพลาสมา
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพน้ื ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรับปรงุ ๒๕๖๐)
หลกั สตู รโรงเรยี นวงั หลวงพทิ ยาสรรพ์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๖๓
๑๓. อธิบายหมูเ่ ลอื ดและหลักการใหแ้ ละรับเลือดในระบบ ABO และระบบ Rh
๑๔. อธิบายและสรุปเกย่ี วกับส่วนประกอบและหน้าท่ีของน้าเหลือง รวมท้ังโครงสร้างและ
หน้าท่ขี องหลอดนา้ เหลือง และต่อมนา้ เหลือง
๑๕. สืบค้นข้อมลู อธิบายและเปรียบเทยี บกลไกการตอ่ ตา้ นหรอื ทาลายสง่ิ แปลกปลอมแบบ
ไมจ่ าเพาะและแบบจาเพาะ
๑๖. สบื ค้นขอ้ มลู อธบิ าย และเปรยี บเทียบการสรา้ งภมู ิคุ้มกนั ก่อเองและภมู ิคุ้มกนั รับมา
๑๗. สบื คน้ ขอ้ มูลและอธิบายเกี่ยวกับความผิดปกตขิ องระบบภูมคิ ุ้มกันท่ีทาให้เกิดเอดส์
ภูมแิ พก้ ารสรา้ งภูมติ า้ นทานต่อเน้ือเยื่อตนเอง
๑๘. สบื ค้นขอ้ มูล อธิบายและเปรียบเทียบโครงสร้างและหนา้ ที่ในการกาจดั ของเสยี ออกจาก
รา่ งกายของฟองน้า ไฮดราพลานาเรยี ไส้เดือนดิน แมลง และสตั วม์ ีกระดูกสนั หลัง
๑๙. อธบิ ายโครงสร้างและหนา้ ท่ขี องไต และโครงสร้างที่ใชล้ าเลยี งปัสสาวะออกจากร่างกาย
๒๐. อธิบายกลไกการทางานของหน่วยไต ในการกาจัดของเสยี ออกจากรา่ งกาย และเขียน
แผนผังสรปุ ข้ันตอนการกาจัดของเสียออกจากรา่ งกายโดยหน่วยไต
๒๑. สืบคน้ ขอ้ มูล อธบิ าย และยกตัวอย่างเกย่ี วกับความผิดปกตขิ องไตอนั เน่ืองมาจากโรค
ต่าง ๆ
รวมทั้งหมด ๒๑ ผลการเรยี นรู้
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พนื้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุง ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวงั หลวงพทิ ยาสรรพ์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๖๔
คาอธบิ ายรายวชิ า
รหัสวิชา ว๓๓๒๔๑ วชิ าชีววทิ ยา ๕ กลุม่ สาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ระดับชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๖ เวลา ๖๐ ชว่ั โมง จานวน ๑.๕ หนว่ ยกิต (ภาคเรยี นท่ี ๑)
............................................................................................................................. ...................................
ศกึ ษาเก่ยี วกับการรับรู้และการตอบสนองของสตั ว์ โครงสรา้ งและการทางานของเซลล์
ประสาท ศูนยค์ วบคมุ ระบบประสาทของมนุษย์ การทางานของระบบประสาท อวัยวะรับความรสู้ ึก
การเคล่อื นทีข่ องสิ่งมชี วี ิตเซลลเ์ ดยี ว สัตวไ์ ม่มีกระดูกสนั หลัง สัตวม์ ีกระดูกสนั หลัง รวมท้ังการเคล่ือนท่ี
ของมนุษย์ ศึกษาระบบต่อมไรท้ ่อ การทางานร่วมกันของระบบต่อมไร้ท่อและระบบประสาท ฮอรโ์ มน
และการทางานของฮอร์โมน การรักษาสมดลุ ของฮอร์โมน การสืบพนั ธขุ์ องสตั วแ์ ละมนุษย์ การ
เจริญเติบโตของสตั ว์ การศกึ ษาพฤตกิ รรมของสัตว์ กลไกการเกิดพฤติกรรม ประเภทพฤตกิ รรมของ
สัตว์ ความสาคัญระหว่างพฤติกรรมและววิ ัฒนาการของระบบประสาท และการสื่อสารระหวา่ งสัตว์
โดยใชก้ ระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสืบเสาะหาความรู้ การสบื คน้ ข้อมลู การสังเกต วิเคราะห์
เปรียบเทยี บ อธิบาย อภิปรายและสรุป เพื่อใหเ้ กิดความรู้ ความเขา้ ใจ และมีความสามารถในการ
ตดั สนิ ใจ มที ักษะกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร์ รวมทัง้ ทกั ษะการเรยี นรใู้ นศตวรรษท่ี 21 ในด้าน
เทคโนโลยีสารสนเทศ ด้านการคิดและการแก้ปญั หา ดา้ นการส่อื สาร สามารถสื่อสารสงิ่ ที่เรียนรแู้ ละ
นาความร้ไู ปประยุกต์ใช้ในชีวติ ประจาวนั มีจติ วิทยาศาสตร์ จรยิ ธรรม และคา่ นยิ มท่ีเหมาะสม
ผลการเรียนรู้
๑. สืบคน้ ขอ้ มูล อธบิ าย และเปรยี บเทียบโครงสร้างและหน้าทีข่ องระบบประสาทของไฮดรา
พลานาเรีย ไสเ้ ดือนดิน ก้งุ หอย แมลงและสตั วม์ กี ระดูกสันหลัง
๒. อธบิ ายเกีย่ วกบั โครงสรา้ งและหน้าที่ของเซลล์ประสาท
๓. อธิบายเกย่ี วกับการเปลี่ยนแปลงของศกั ย์ไฟฟ้าท่ีเย่ือให้เซลลข์ องเซลลป์ ระสาทและกลไก
การถา่ ยทอดกระแสประสาท
๔. อธบิ ายและสรปุ เกีย่ วกบั โครงสรา้ งของกระแสประสาทส่วนกลางและระบบประสาทรอบ
นอก
๕. สืบค้นข้อมูล อธิบายโครงสรา้ งและหน้าท่ีของส่วนตา่ ง ๆ ในสมองสว่ นหน้า สมอง
ส่วนกลาง สมองสว่ นหลงั และไขสันหลงั
๖. สบื คน้ ข้อมูล อธิบาย เปรยี บเทยี บ และยกตัวอยา่ งการทางานของระบบประสาทโซมาติก
และระบบประสาทอตั โนวตั ิ
๗. สืบคน้ ขอ้ มลู อธิบายโครงสรา้ งและหน้าที่ของ ตา หูจมูกลนิ้ และผวิ หนงั ของมนษุ ย์
ยกตัวอยา่ ง
โรคตา่ ง ๆ ทเ่ี ก่ยี วข้อง และบอกแนวทางในการดแู ลปอ้ งกัน และรักษา
๘. สงั เกต และอธิบายการหาตาแหน่งของจดุ บอดโฟเวีย และความไวในการรับสมั ผัสของ
ผิวหนงั
๙. สืบคน้ ขอ้ มูล อธิบาย และเปรียบเทียบโครงสรา้ งและหน้าท่ขี องอวยั วะท่เี ก่ียวข้องกับการ
เคลอ่ื นที่ของแมงกะพรุน หมึก ดาวทะเล ไส้เดือนดิน แมลง ปลา และนก
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุง ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวังหลวงพทิ ยาสรรพ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๖๕
๑๐. สบื ค้นขอ้ มลู และอธบิ ายโครงสรา้ งและหนา้ ที่ของกระดูกและกลา้ มเนื้อทีเ่ กีย่ วข้องกับ
การเคลือ่ นไหวและการเคลื่อนท่ขี องมนุษย์
๑๑. สงั เกต และอธบิ ายการทางานของข้อต่อชนิดต่าง ๆ และการทางานของกลา้ มเน้ือโครง
ร่างทีเ่ กย่ี วข้องกับการเคล่ือนไหวและการเคล่ือนทข่ี องมนษุ ย์
๑๒. สบื ค้นข้อมูล อธิบาย และยกตัวอย่างการสืบพันธ์แุ บบไมอ่ าศยั เพศและการสบื พันธ์ุแบบ
อาศยั เพศในสัตว์
๑๓. สบื ค้นข้อมูล อธิบายโครงสร้างและหนา้ ท่ีของอวยั วะในระบบสบื พนั ธุเ์ พศชายและระบบ
สบื พนั ธุ์เพศหญิง
๑๔. อธบิ ายกระบวนการสร้างสเปริ ์ม กระบวนการสร้างเซลล์ไข่ และการปฏสิ นธใิ นมนษุ ย์
๑๕. อธิบายการเจรญิ เติบโตระยะเอม็ บริโอ และระยะหลังเอ็มบริโอของกบ ไก่ และมนุษย์
๑๖. สืบคน้ ข้อมูล อธิบาย และเขียนแผนผงั สรปุ หนา้ ท่ีของฮอรโ์ มนจากตอ่ มไร้ท่อและเนื้อเยอ่ื
ที่สรา้ งฮอร์โมน
๑๗. สืบค้นข้อมูล อธบิ าย เปรียบเทียบ และยกตัวอย่างพฤติกรรมท่ีเป็นมาแต่กาเนดิ และ
พฤติกรรมท่ีเกดิ จากการเรยี นรู้ของสัตว์
๑๘. สบื คน้ ขอ้ มลู อธบิ าย และยกตัวอย่างความสัมพนั ธ์ระหวา่ งพฤติกรรมกับ ววิ ัฒนาการ
ของระบบประสาท
๑๙. สบื ค้นข้อมลู อธบิ ายและยกตวั อยา่ งการสือ่ สารระหวา่ งสัตวท์ ีท่ าให้สัตว์แสดงพฤติกรรม
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรับปรงุ ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวงั หลวงพทิ ยาสรรพ์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๖๖
คาอธบิ ายรายวิชา
รหัสวชิ า ว ๓๐๒๔๖ วชิ า ชีววิทยา ๖ กลุ่มสาระการเรียนรู้ วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ระดบั ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี ๖ เวลา ๖๐ ชวั่ โมง จานวน ๑.๕ หน่วยกติ (ภาคเรียนท่ี ๒)
............................................................................................................................. ...................................
ศกึ ษาเกีย่ วกับความหลากหลายทางชีวภาพ กาเนดิ เซลลเ์ ร่ิมแรก ความหลายหลายของ
สงิ่ มีชีวิตกลุ่มโพรแครโิ อต ได้แก่ แบคทีเรยี อาร์เคยี และกลุม่ ยูแคริโอต ไดแ้ ก่ โพรทีสต์ พืช ฟังไจ
สัตว์ ศึกษาการจาแนกสิ่งมชี วี ติ การตงั้ ชอ่ื และระบชุ ื่อวทิ ยาศาสตร์ ศึกษาเกี่ยวกับไบโอม การ
เปล่ยี นแปลงแทนท่ีของส่ิงมีชวี ิตในระบบนิเวศ ความหลากหลายของระบบนิเวศ และกระบวนการท่ี
สาคัญในระบบนเิ วศ เช่น วัฏจักรสาร และการถ่ายทอดพลังงานในสง่ิ มีชีวติ ศึกษาเกี่ยวกับ
ลกั ษณะเฉพาะ ของประชากร การเติบโตของประชากร และประชากรมนุษยใ์ นแง่ของโครงสรา้ งอายุ
ของประขากร และอตั ราสว่ นระหว่างเพศ ศกึ ษาเก่ียวกับประเภทของทรัพยากรธรรมชาติ การใช้
ประโยชนจ์ ากทรัพยากรธรรมชาติ ท้ังทรัพยากรนา้ ดิน อากาศ ปา่ ไม้ รวมทัง้ ปญั หาและการจดั การ
ทรัพยากรธรรมชาติ หลกั การอนุรกั ษ์ทรัพยากรธรรมชาติ และสง่ิ แวดลอ้ ม ชนดิ พันธ์ุตา่ งถ่ินที่ส่งผล
กระทบตอ่ ทรัพยากรธรรมชาติและส่งิ แวดล้อม โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสตร์ การสบื เสาะหา
ความรู้ การสบื ค้นข้อมลู การสังเกต วิเคราะห์ เปรยี บเทยี บ อธิบาย อภิปรายและสรุป เพ่ือให้เกดิ
ความรู้ ความเขา้ ใจ และความสามารถในการตดั สนิ ใจ มีทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์ รวมทั้ง
ทักษะการเรียนรู้ในศตวรรษท่ี 21 ในดา้ น เทคโนโลยีสารสนเทศ ดา้ นการคดิ และการแกป้ ัญหา ด้าน
การสอื่ สาร สามารถส่ือสารส่ิงทเ่ี รียนร้แู ละนาความร้ไู ปประยกุ ตใ์ ช้ในชวี ติ ประจาวนั มีจิตวิทยาศาสตร์
จริยธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม
ผลการเรยี นรู้
๑. อภิปรายความสาคัญของความหลากหลายทางชวี ภาพ และเชือ่ มโยงระหวา่ งความ
หลากหลายทางพนั ธุกรรม ความหลากหลายของสปีชสี ์ และความหลากหลายของระบบนเิ วศ
๒. อธบิ ายการเกดิ เซลล์เรม่ิ แรกและวิวฒั นาการของส่ิงมีชวี ิตเซลล์เดยี ว
๓. อธบิ ายลักษณะสาคญั และยกตัวอย่างสิ่งมชี ีวิตกล่มุ แบคทเี รยี สิ่งมีชวี ิตกลมุ่ โพรทีสต์
สง่ิ มชี วี ิตกลมุ่ พืช สงิ่ มชี ีวิตกลุ่มฟงั ไจ และส่งิ มีชีวิตกลุ่มสัตว์
๔. อธบิ าย และยกตัวอย่างการจาแนกสิ่งมชี ีวิตจากหมวดหมูใ่ หญจ่ นถึงหมวดหมู่ยอ่ ย และ
วธิ กี ารเขยี นชื่อ
๕. สรา้ งไดโคโทมัสคียใ์ นการระบสุ ง่ิ มชี ีวิตหรอื ตวั อย่างทกี่ าหนดออกเปน็ หมวดหมู่
๖. วิเคราะห์ อธบิ าย และยกตวั อยา่ งกระบวนการถ่ายทอดพลังงานในระบบนเิ วศ
๗. อธิบาย ยกตัวอยา่ งการเกิดไบโอแมกนิฟิเคชัน และบอกแนวทางในการลดการเกิดไบโอ
แมกนิฟิเคชนั
๘. สบื คน้ ขอ้ มลู และเขียนแผนภาพ เพือ่ อธิบายวฏั จกั รไนโตเจน วัฏจกั รกามะถนั และวัฏ
จกั รฟอสฟอรสั
๙. ๔. สืบค้นข้อมูล ยกตัวอย่าง และอธบิ ายลักษณะของไบโอมที่กระจายอยตู่ ามเขต
ภมู ิศาสตรต์ ่างๆ บนโลก
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพ้ืนฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรุง ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวังหลวงพทิ ยาสรรพ์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๖๗
๑๐. สบื ค้นข้อมลู ยกตวั อย่างอธบิ ายและเปรียบเทยี บการเปลย่ี นแปลงแทนที่แบบปฐมภูมิ
และการเปลี่ยนแปลงแทนที่แบบทุติยภมู ิ
๑๑. สบื คน้ ข้อมูล อธิบาย ยกตัวอยา่ ง และสรุปเกยี่ วกบั ลักษณะเฉพาะของประชากรของ
ส่ิงมชี ีวิตบางชนดิ
๑๒. สบื ค้นขอ้ มูลอธบิ ายเปรยี บเทียบ และยกตัวอยา่ งการเพิ่มของประชากรแบบเอ็กโพเนน
เชยี ล และการเพิ่มของประชากรแบบลอจสิ ติก
๑๓. อธิบาย และยกตัวอยา่ งปจั จัยทีค่ วบคุมการเติบโตของประชากร
๑๔. วเิ คราะหอ์ ภิปราย และสรุปปญั หาการขาดแคลนน้า การเกดิ มลพิษทางน้า และ
ผลกระทบท่ีมีต่อมนษุ ย์และส่ิงแวดล้อม รวมทง้ั เสนอแนวทางการวางแผนการจดั การนา้ และการแก้ไข
ปญั หา
๑๕. วิเคราะหอ์ ภปิ ราย และสรุปปัญหามลพิษทางอากาศ และผลกระทบที่มีต่อมนุษยแ์ ละ
ส่ิงแวดล้อม รวมทั้งเสนอแนวทางการแกไ้ ขปัญหา
๑๖. วิเคราะหอ์ ภิปราย และสรุปปญั หาทีเ่ กิดกบั ทรัพยากรดิน และผลกระทบทม่ี ีต่อมนุษย์
และสง่ิ แวดล้อม รวมท้ังเสนอแนวทางการแก้ไขปญั หา
๑๗. วิเคราะห์อภิปราย และสรุปปัญหา ผลกระทบที่เกดิ จากการทาลายป่าไม้รวมทง้ั เสนอ
แนวทางในการป้องกันการทาลายปา่ ไม้และการอนรุ กั ษ์ป่าไม้
๑๘. วิเคราะหอ์ ภิปราย และสรปุ ปญั หา ผลกระทบท่ที าให้สัตว์ป่ามีจานวนลดลง และ
แนวทางในการอนุรักษ์สัตวป์ า่
รวมทั้งหมด ๑๘ ผลการเรียนรู้
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรุง ๒๕๖๐)
หลกั สตู รโรงเรยี นวังหลวงพิทยาสรรพ์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๖๘
คาอธิบายรายวชิ าพื้นฐาน
รหัสวิชา ว31143 วิทยาศาสตรช์ วี ภาพ 1 (ไมเ่ น้นวิทย์) กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์
ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี 4 เวลา 40 ชว่ั โมง จานวน 1.0 หนว่ ยกิต (ภาคเรียนท่ี 1-2)
......................................................................................................................................................
ศกึ ษาโครงสร้างและสมบตั ิของเยื่อหุ้มเซลล์ การลาเลยี งสารผา่ นเยอื่ หมุ้ เซลล์แบบตา่ ง ๆ การ
ควบคมุ ดุลยภาพของน้าและสารในเลอื ดโดยการทางานของไต การควบคุมดุลยภาพของกรด-เบส ของ
เลอื ดโดยการทางานของไตและปอด การควบคุมดลุ ยภาพของอุณหภูมิภายในร่างกายโดยระบบ
หมุนเวยี นเลือด ผวิ หนัง และกล้ามเนอื้ โครงรา่ ง กลไกในการต่อตา้ นหรือทาลายสงิ่ แปลกปลอมทง้ั
แบบไมจ่ าเพาะและแบบจาเพาะ โรคหรืออาการท่เี กิดจากความผิดปกตขิ องระบบภูมิคุ้มกัน ภาวะ
ภูมิคุ้มกนั บกพร่องท่ีมสี าเหตมุ าจากการติดเชื้อ HIV การดารงชีวติ
ของพืช กระบวนการสงั เคราะห์ดว้ ยแสง การใชป้ ระโยชน์จากสารตา่ ง ๆ ที่พืชบางชนดิ สร้างขน้ึ ปัจจัย
ภายนอกที่มีผลตอ่ การเจริญเตบิ โตของพชื สารควบคุมการเจรญิ เตบิ โตของพืชทม่ี นุษยส์ ังเคราะห์ขนึ้
เพ่ือนามาประยุกต์ใช้ทางด้านการเกษตร การตอบสนองของพชื ตอ่ สิ่งเร้าในรูปแบบตา่ ง ๆ แบบทมี่ ี
ทิศทางสัมพันธ์กบั ทิศทางของสง่ิ เร้าและแบบทีไ่ ม่มที ิศทางสัมพันธ์กบั ทิศทางของส่งิ เร้าทส่ี ่งผลตอ่ การ
เจรญิ เตบิ โต วิเคราะหแ์ นวคิดหลกั ของเทคโนโลยี
ความสัมพนั ธ์กับศาสตร์อื่นโดยเฉพาะวทิ ยาศาสตรเ์ พ่ือเปน็ แนวทางในการพัฒนาเทคโนโลยี ระบุ
ปญั หาหรอื ความต้องการท่ีมีผลกระทบต่อสงั คม รวบรวมวิเคราะห์ข้อมลู และแนวคิดทเ่ี กี่ยวข้องกบั
ปญั หาท่ีมีความซับซ้อนเพ่ือสังเคราะห์วธิ ีการ นาเสนอแนวทางการแกป้ ัญหาใหผ้ อู้ นื่ เข้าใจดว้ ยเทคนคิ
หรอื วธิ กี ารทีห่ ลากหลาย โดยใชซ้ อฟต์แวรช์ ่วยในการออกแบบ วางแผนขน้ั ตอนการทางานและ
ดาเนนิ การแก้ปญั หา ประเมินผล วิเคราะห์
และให้เหตุผลของปญั หาหรือข้อบกพร่องท่เี กิดข้ึนภายใต้กรอบเงื่อนไข หาแนวทางการปรบั ปรงุ แกไ้ ข
และนาเสนอผลการแก้ปญั หา พรอ้ มทั้งเสนอแนวทางการพัฒนาตอ่ ยอด ใชค้ วามรู้และทักษะเกี่ยวกบั
วสั ดุ อุปกรณ์ เคร่ืองมือ กลไก ไฟฟา้ และอเิ ล็กทรอนิกส์ และเทคโนโลยที ีซ่ ับซ้อนในการแกป้ ญั หาหรือ
พัฒนางาน ได้อย่างถกู ต้องเหมาะสมและปลอดภยั
โดยใชกระบวนการทางวทิ ยาศาสตร กระบวนการสบื เสาะหาความรู การสืบคนขอมลู การ
สงั เกต การวิเคราะห์ การอธิบาย การอภปิ รายและสรปุ เพ่ือใหเกดิ ความรู ความคดิ ความเขาใจ มี
ความสามารถในการตดั สนิ ใจ ส่ือสารส่งิ ท่ีเรียนรูและนาความรูไปใชในชีวติ ของตนเองและดูแลรกั ษา
สงิ่ มชี วี ิตอ่ืน ๆ เฝา้ ระวังและพัฒนาสิ่งแวดลอมอย่างยง่ั ยืน มีจิตวิทยาศาสตร จรยิ ธรรม คุณธรรม
และคานิยมท่เี หมาะสม
รหัสตัวชี้วดั
ว 1.2 ม.4/1, ม.4/2, ม.4/3, ม.4/4, ม.4/5, ม.4/6, ม.4/7, ม.4/8, ม.4/9, ม.4/10,
ม.4/11, ม.4/12
ว 4.1 ม.4/1, ม.4/2, ม.4/3, ม.4/4, ม.4/5
รวมท้ังหมด 17 ตวั ชี้วัด
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรุง ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวังหลวงพทิ ยาสรรพ์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๖๙
วชิ าเคมีเพิม่ เติมกลุ่มสาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับชัน้ มธั ยมศึกษาปที ี่ ๕
รหสั วชิ า ว๓๒185 วทิ ยาศาสตรก์ ายภาพ (เคม)ี เวลาเรียน 4๐ ชัว่ โมง
จานวน ๑.0 หน่วยกติ เวลาเรียน 2 ชั่วโมง/สัปดาห์ ภาคเรียนท่ี ๑
สืบคน้ ขอ้ มูล ศกึ ษา วเิ คราะห์และอภิปรายสรปุ เก่ียวกับธาตุหรอื สารประกอบ ความแตกต่าง
ของอะตอมโมเลกลุ หรอื ไอออน เปรยี บเทียบความเหมือนและความแตกต่างของแบบจาลองอะตอม
ของโบรก์ ับแบบจาลองอะตอมแบบกลุ่มหมอก เขียนสญั ลักษณน์ ิวเคลียรข์ องธาตุเพอ่ื ระบุจานวน
โปรตอน นิวตรอน และอเิ ลก็ ตรอนของอะตอม และไอออนทเี่ กิดจากอะตอมเดยี ว ไอโซโทป ตาราง
ธาตสุ มบตั ิของธาตุในตารางธาตุ ธาตุเรพรีเซนเททีฟหรือกลุ่มธาตแุ ทรนซิชนั เปรียบเทยี บสมบตั กิ ารนา
ไฟฟ้า การให้และรบั อเิ ล็กตรอนระหวา่ งธาตุในกลุ่มโลหะกับอโลหะอันตรายทเ่ี กิดจากธาตุเรพรเี ซนเท
ทฟี และธาตุแทรนซชิ ัน พนั ธะเคมีพนั ธะโคเวเลนต์พันธะไฮโดรเจนความสมั พันธร์ ะหว่างจุดเดอื ดของ
สารโคเวเลนตก์ ับแรงดึงดูดระหวา่ งโมเลกุลตามสภาพข้วั หรือการเกดิ พันธะไฮโดรเจนเขยี นสูตรเคมี
ของไอออนและสารประกอบไอออนิกการละลายแบบแตกตัวหรอื ไม่แตกตวั สารละลาย
อเิ ล็กโทรไลต์หรือนอนอิเล็กโทรไลต์สารประกอบอนิ ทรยี ์พอลิเมอร์และมอนอเมอรข์ องพอลเิ มอร์กรด-
เบส ประเภทของพอลิเมอรผ์ ลกระทบของการใช้ผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์ที่มีตอ่ สิ่งมีชวี ิตและส่งิ แวดล้อม
พรอ้ มแนวทางป้องกันหรือแก้ไข ปฏิกริ ยิ าเคมี สูตรเคมีของสารต้งั ตน้ ผลิตภณั ฑ์ และแปลความหมาย
ของสญั ลกั ษณ์ในสมการเคมีของปฏกิ ิริยาเคมปี ัจจัยที่มีผลต่ออตั ราการเกิดปฏกิ ริ ิยาเคมี ปฏกิ ริ ิยารี
ดอกซ์ธาตุกัมมันตรงั สี และคานวณคร่ึงชีวติ และปรมิ าณของสารกมั มนั ตรงั สตี วั อย่างประโยชนข์ องสาร
กัมมนั ตรงั สแี ละการป้องกันอันตรายที่เกดิ จากกัมมันตภาพรงั สี การใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศในการ
นาเสนอ และแบ่งปันข้อมูลอย่างปลอดภัย มจี รยิ ธรรม
โดยใช้กระบวนการทางวิทยาศาสร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ การสืบค้นข้อมูล การ
สังเกต การจาแนก การเปรียบเทียบ การอธิบาย การอภิปราย การสารวจตรวจสอบ การออกการ
ทดลอง นาความรู้ไปประยุกต์ใช้ในชีวิตตามแนวทางปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง มีจิตวิทยาศาสตร์
คุณธรรม จรยิ ธรรม นาความรแู้ ละค่านิยมทเี่ หมาะสม
สาระท่ี 2 วิทยาศาสตรก์ ายภาพ
มาตรฐาน/ตวั ชวี้ ดั
ว 2.1 ม.5/1 ระบวุ า่ สารเปน็ ธาตุหรือสารประกอบ และอยู่ในรูปอะตอม โมเลกุล หรือไอออนจาก
สตู รเคมี
ว 2.1 ม.5/2 เปรียบเทียบความเหมือนและความแตกต่างของแบบจาลองอะตอมของโบร์กับ
แบบจาลองอะตอมแบบกล่มุ หมอก
ว 2.1 ม.5/3 ระบุจานวนโปรตอน นิวตรอน และอิเล็กตรอนของอะตอม และไอออนที่เกิดจาก
อะตอมเดยี ว
ว 2.1 ม.5/4 เขียนสัญลักษณน์ วิ เคลยี รข์ องธาตุและระบกุ ารเป็นไอโซโทป
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐)
หลกั สตู รโรงเรยี นวงั หลวงพทิ ยาสรรพ์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๗๐
ว 2.1 ม.5/5 ระบุหมู่และคาบของธาตุ และระบุว่าธาตุเป็นโลหะ อโลหะ ก่ึงโลหะ กลุ่มธาตุเรพรี
เซนเททฟี หรือกลมุ่ ธาตุแทรนซิชัน จากตารางธาตุ
ว 2.1 ม.5/6 เปรียบเทียบสมบัติการนาไฟฟ้า การให้และรับอิเล็กตรอนระหว่างธาตุในกลุ่มโลหะ
กบั อโลหะ
ว 2.1 ม.5/7 สืบค้นขอ้ มูลและนาเสนอตวั อย่างประโยชนแ์ ละอันตรายท่ีเกิดจากธาตุเรพรเี ซนเท
ทฟี และธาตแุ ทรนซชิ นั
ว 2.1 ม.5/8 ระบุว่าพันธะโคเวเลนต์เป็นพันธะเด่ียว พันธะคู่หรือพันธะสาม และระบุจานวนคู่
อิเลก็ ตรอนระหว่างอะตอมครู่ ว่ มพันธะ จากสูตรโครงสรา้ ง
ว 2.1 ม.5/9 ระบสุ ภาพขวั้ ของสารทโ่ี มเลกุลประกอบด้วย 2 อะตอม
ว 2.1 ม.5/10 ระบุสารที่เกิดพันธะไฮโดรเจนได้จากสตู รโครงสร้าง
ว 2.1 ม.5/11 อธิบายความสมั พันธ์ระหว่างจดุ เดอื ดของสารโคเวเลนต์กับแรงดึงดูดระหว่างโมเลกุล
ตามสภาพข้ัวหรอื การเกดิ พนั ธะไฮโดรเจน
ว 2.1 ม.5/12 เขยี นสูตรเคมขี องไอออนและสารประกอบไอออนิก
ว 2.1 ม.5/13 ระบุว่าสารเกิดการละลายแบบแตกตัวหรือไม่แตกตัว พร้อมให้เหตุผลและระบุว่า
สารละลายที่ไดเ้ ป็นสารละลายอเิ ล็กโทรไลต์หรอื นอนอิเล็กโทรไลต์
ว 2.1 ม.5/14 ระบุสารประกอบอินทรยี ์ประเภทไฮโดรคาร์บอนว่าอิ่มตัวหรือไม่อ่ิมตวั จากสตู รโครงสร้าง
ว 2.1 ม.5/15 สบื ค้นขอ้ มูลและเปรยี บเทียบสมบัติทางกายภาพระหวา่ งพอลิเมอร์และมอนอเมอร์
ของพอลเิ มอร์ชนดิ นั้น
ว 2.1 ม.5/16 ระบสุ มบตั คิ วามเป็นกรด-เบสจากโครงสร้างของสารประกอบอินทรยี ์
ว 2.1 ม.5/17 อธบิ ายสมบัติการละลายในตัวทาละลายชนิดตา่ ง ๆ ของสาร
ว 2.1 ม.5/18 วิเคราะหแ์ ละอธิบายความสัมพนั ธ์ระหวา่ งโครงสร้างกับสมบัติเทอร์มอพลาสติกและ
เทอรม์ อเซตของพอลิเมอร์ และการนาพอลเิ มอร์ไปใช้ประโยชน์
ว 2.1 ม.5/19 สืบค้นข้อมูลและนาเสนอผลกระทบของการใช้ผลิตภัณฑ์พอลิเมอร์ที่มีต่อสิ่งมีชีวิต
และส่งิ แวดล้อม พรอ้ มแนวทางป้องกันหรือแกไ้ ข
ว 2.1 ม.5/20 ระบสุ ตู รเคมขี องสารต้งั ตน้ ผลิตภัณฑ์ และแปลความหมายของสัญลักษณ์ในสมการ
เคมีของปฏกิ ิริยาเคมี
ว 2.1 ม.5/21 ทดลองและอธิบายผลของความเข้มข้นพื้นท่ีผิว อุณหภูมิ และตัวเร่งปฏิกิริยาที่มีผล
ต่ออตั ราการเกดิ ปฏกิ ิริยาเคมี
ว 2.1 ม.5/22 สืบค้นข้อมูลและอธิบายปัจจัยที่มีผลต่ออัตราการเกิดปฏิกิริยาเคมีท่ีใช้ประโยชน์ใน
ชวี ิตประจาวันหรอื ในอตุ สาหกรรม
ว 2.1 ม.5/23 อธิบายความหมายของปฏิกริ ิยารีดอกซ์
ว 2.1 ม.5/24 อธิบายสมบตั ิของสารกัมมันตรังสี และคานวณครึง่ ชีวติ และปริมาณของสารกัมมันตรังสu
ว 2.1 ม.5/25 สืบค้นข้อมูลและนาเสนอตัวอย่างประโยชน์ของสารกัมมันตรังสีและการป้องกัน
อนั ตรายทีเ่ กดิ จากกมั มันตภาพรังสี
รวมทั้งหมด 25ขอ้
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุง ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวงั หลวงพิทยาสรรพ์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๗๑
วิชาฟิสิกสเ์ พิ่มเตมิ กลมุ่ สาระการเรียนรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดบั ช้ันมัธยมศกึ ษาปีท่ี ๕
รหัสวชิ า ว๓๒๑๘๖ วิทยาศาสตรก์ ายภาพ (ฟิสกิ ส์) เวลาเรยี น ๔๐ ชัว่ โมง
จานวน ๑.๐ หน่วยกติ เวลาเรยี น ๒ ช่วั โมง/สัปดาห์ ภาคเรยี นที่ ๒
คาอธบิ ายรายวชิ า
ศึกษา วิเคราะห์ และแปลความหมายของปริมาณที่เกี่ยวข้องกับการเคลื่อนที่ ระยะทาง การ
กระจัด อัตราเร็ว ความเร็ว ความเร่ง ลักษณะของแรง การหาแรงลัพธ์ กฎการเคลื่อนที่ของนิวตัน การ
เคล่ือนท่ีแบบโพรเจกไทล์ การเคล่ือนท่ีแบบวงกลมและปริมาณท่ีเก่ียวข้องกับการเคลื่อนที่แบบวงกลม
แรงสู่ศูนย์กลาง ความเร่งสู่ศูนย์กลาง การประยุกต์ใช้ความรู้การเคลื่อนท่ีแบบวงกลมในการอธิบายการ
เคล่ือนที่ของรถบนถนนโค้ง การแกว่งของวัตถุติดปลายเชือก การส่ันของวัตถุติดปลายสปริง แรงโน้มถ่วง
และสนามโน้มถว่ ง การเคลอ่ื นทีข่ องวัตถุในสนามโน้มถ่วงของโลก ประโยชน์จากสนามโน้มถ่วง แรงไฟฟ้า
และสนามไฟฟา้ ผลของสนามไฟฟา้ ตอ่ อนภุ าคที่มีประจุไฟฟ้า ประโยชน์จากสนามไฟฟ้า แรงแม่เหล็กและ
สนามแม่เหล็ก ผลของสนามแม่เหล็กต่ออนุภาคที่มีประจุไฟฟ้า ผลของสนามแม่เหล็กต่อตัวนาที่มี
กระแสไฟฟ้า ประโยชน์จากสนามแม่เหล็ก แรงนิวเคลียร์อย่างเข้ม แรงนิวเคลียร์อย่างอ่อน พลังงานใน
ชวี ิตประจาวนั พลังงานทดแทนประเภทสน้ิ เปลือง พลังงานทดแทนประเภทหมุนเวียน ไฟฟ้าจากพลังงาน
นิวเคลียร์ ไฟฟ้าจากพลังงานแสงอาทิตย์ พลังงานนิวเคลียร์ฟิชชัน พลงั งานนวิ เคลยี รฟ์ วิ ชัน เทคโนโลยี
ด้านพลงั งาน คลื่นกล ส่วนประกอบของคลื่นกล อัตราเร็วของคล่ืน สมบัติของคลื่น เสียง สมบัติของเสียง
ระดับเสียง ความเข้มเสียง หูกับการได้ยิน บีต ดอปเพลอร์ ความถี่ธรรมชาติและการสั่นพ้อง การนา
ความรู้เร่ืองเสียงไปใช้ประโยชน์ แสง ตากับการมองเห็น การผสมแสงสี การผสมสารสี และการใช้
ประโยชน์ การบอดสี คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า สเปกตรัมคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า ประโยชน์ของคล่ืนแม่เหล็กไฟฟ้า
อุปกรณ์ควบคุมระยะไกล การใช้คลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าในการสื่อสารข้อมูล สัญญาณแอนะล็อก และสัญญาณ
ดิจิทลั
โดยใช้การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และ
ทักษะการ เรยี นร้ใู นศตวรรษที่ ๒๑ การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย เพ่ือให้การจัดการศึกษาข้ันพื้นฐาน
สอดคล้องกับการเปล่ียนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สภาพแวดล้อม และความรู้ทาง
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เป็นการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพของ
ผูเ้ รยี นให้สามารถเพม่ิ ขีดความสามารถในการแข่งขัน การยกระดับคุณภาพการศึกษา และการเรียนรู้ให้มี
คุณภาพและมาตรฐานระดับสากล สอดคล้องกับประเทศไทย ๔.๐ โลกในศตวรรษท่ี ๒๑ และทัดเทียม
นานาชาติ ผู้เรียนมีศักยภาพในการแข่งขันและดารงชีวิตอย่างสร้างสรรค์ในประชาคมโลก ตามหลัก
ปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพียง
เห็นคุณคา่ ในการนาความรทู้ างวิทยาศาสตร์ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ มี
จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมท่ีเหมาะสม มีวินัย ใฝ่รู้ใฝ่เรียน มุ่งมั่นในการทางาน รักความเป็น
ไทย และมจี ิตสาธารณะ
ตวั ชวี้ ัด
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พน้ื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุง ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวงั หลวงพิทยาสรรพ์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๗๒
ว 2.2 ม.5/1 วิเคราะห์และแปลความหมายข้อมูลความเร็วกับเวลาของการเคลื่อนที่ของวัตถุ
เพ่ืออธิบายความเรง่ ของวัตถุ
ว 2.2 ม.5/2 สังเกตและอธิบายการหาแรงลัพธ์ที่เกิดจากแรงหลายแรงที่อยู่ในระนาบเดียวกันท่ี
กระทาตอ่ วัตถุ โดยการเขยี นแผนภาพ
วชิ าเพ่มิ เติมกลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๔
รหัสวิชา ว๓๑๒๖๑ โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ ๑ เวลาเรยี น ๒๐ ชั่วโมง
จานวน ๐.๕ หน่วยกติ เวลาเรียน ๑ ชั่วโมง/สัปดาห์ ภาคเรยี นท่ี ๑
คาอธิบายรายวชิ า
ศึกษาเกี่ยวกับวิทยาศาสตร์โลก กระบวนการเปล่ียนแปลงของโลก การแบ่งชั้นโครงสร้างโลก
คล่นื ไหว สะเทอื น แบบจาลองโครงสร้างโลก การแปรสณั ฐานของแผน่ ธรณี ทฤษฎีและหลักฐานสนับสนุน
การแปร สัณฐานโลก ทฤษฎีและหลักฐานการแผ่ขยายพ้ืนสมุทร การเคล่ือนที่ของแผ่นธรณี การเปลี่ยน
ลกั ษณะของ ช้นั หนิ ศึกษาธรณีพิบตั ภิ ัย ความสัมพันธ์ของตาแหน่งการเกิดภูเขาไฟบนแผ่นธรณี ลักษณะ
และปัจจัยในการปะทุ ของภูเขา กลไกการเกิดแผ่นดินไหว แบบจาลองการเกิดสึนามิ แนวทางการปฏิบัติ
ตนให้ปลอดภัยจากธรณีพิบัติภัย การลาดับเหตุการณ์ทางธรณีวิทยา การลาดับชั้นหิน การวางตัวของช้ัน
หิน การเปลี่ยนแปลงทางธรณีท่ีส่งผลต่อลาดับช้ันหิน อายุทางธรณีวิทยา การเทียบสัมพันธ์ทางลาดับช้ัน
หนิ การลาดับเหตกุ ารณท์ างธรณีวทิ ยา
โดยใช้การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และ
ทักษะการ เรยี นร้ใู นศตวรรษที่ ๒๑ การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย เพื่อให้การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน
สอดคล้องกับการเปล่ียนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สภาพแวดล้อม และความรู้ทาง
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีท่ีเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เป็นการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพของ
ผเู้ รยี นใหส้ ามารถเพ่มิ ขีดความสามารถในการแข่งขัน การยกระดับคุณภาพการศึกษา และการเรียนรู้ให้มี
คุณภาพและมาตรฐานระดับสากล สอดคล้องกับประเทศไทย ๔.๐ โลกในศตวรรษท่ี ๒๑ และทัดเทียม
นานาชาติ ผู้เรียนมีศักยภาพในการแข่งขันและดารงชีวิตอย่างสร้างสรรค์ในประชาคมโลก ตามหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
เห็นคุณค่าในการนาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน มีจิต
วิทยาศาสตร์ มีจริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมท่ีเหมาะสม มีวินัย ใฝ่รู้ใฝ่เรียน มุ่งม่ันในการทางาน รัก
ความเป็นไทย และมจี ิตสาธารณะ
ผลการเรียนรู้
๑. อธิบายการแบง่ ชนั้ และสมบตั ิของโครงสร้างโลก พรอ้ มยกตัวอยา่ งข้อมลู ท่สี นับสนุน
๒. อธิบายหลกั ฐานทางธรณีวทิ ยาท่สี นับสนุนการเคล่ือนทข่ี องแผน่ ธรณโี ดยใชแ้ บบจาลอง
๓. ระบุสาเหตุ และอธิบายรูปแบบการเคล่ือนที่ของแผ่นธรณีที่สัมพันธ์กับการเกิดลักษณะ ธรณี
สัณฐานและธรณีโครงสรา้ งแบบตา่ ง ๆ
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุง ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวงั หลวงพิทยาสรรพ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๗๓
๔. อธิบายสาเหตุ กระบวนการเกิดภูเขาไฟระเบิดและปัจจัยที่ทาให้ความรุนแรงของการปะทุ
และรูปรา่ งของภูเขาไฟแตกต่างกัน รวมท้ังสืบค้นข้อมูลพื้นท่ีเส่ียงภัย ออกแบบและนาเสนอ แนวทางการ
เฝา้ ระวงั และการปฏบิ ัติตนให้ปลอดภยั
๕. อธบิ ายสาเหตุ กระบวนการเกดิ ขนาดและความรนุ แรง และผลจากแผ่นดินไหว รวมท้ังสืบค้น
ขอ้ มลู พ้นื ท่เี สี่ยงภยั ออกแบบและนาเสนอแนวทางการเฝา้ ระวงั และการปฏิบัตติ นใหป้ ลอดภยั
๖. อธิบายสาเหตุ กระบวนการเกดิ และผลจากสึนามิ รวมทัง้ สบื คน้ ข้อมลู พื้นท่ีเสี่ยงภัย ออกแบบ
และนาเสนอแนวทางการเฝา้ ระวงั และการปฏิบัตติ นให้ปลอดภยั
๗. วิเคราะห์หลักฐานทางธรณีวิทยาท่ีพบในปัจจุบัน และอธิบายลาดับเหตุการณ์ทางธรณีวิทยา
ในอดตี
รวม ๗ ผลการเรยี นรู้
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพ้นื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุง ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวังหลวงพิทยาสรรพ์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๗๔
วิชาเพม่ิ เติมกลุ่มสาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี ระดับช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๔
รหสั วิชา ว๓๑๒๖๒ โลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ ๒ เวลาเรียน ๒๐ ชว่ั โมง
จานวน ๐.๕ หนว่ ยกิต เวลาเรยี น ๑ ช่ัวโมง/สัปดาห์ ภาคเรียนท่ี ๒
คาอธิบายรายวชิ า
ศึกษาเก่ียวกับการตรวจสอบ การระบุชนิดของแร่และสมบัติของแร่ การใช้ประโยชน์จาก
ทรัพยากรแร่อย่างเหมาะสม การตรวจสอบและจาแนกประเภทของหิน การระบุช่ือหิน วิเคราะห์สมบัติ
ของหิน การใช้ประโยชน์จากทรัพยากรหินอย่างเหมาะสม กระบวนการเกิดและการสารวจแหล่ง
ปโิ ตรเลยี มและถ่านหนิ ผลิตภณั ฑท์ ี่ได้จากปิโตรเลียมและถา่ นหนิ การอ่านและแปลความหมายจากแผนที่
ภมู ปิ ระเทศและแผนท่ีธรณีวทิ ยา การประยกุ ต์ความรูเ้ กย่ี วกบั แผนทใี่ นชวี ติ ประจาวนั
โดยใช้การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และ
ทักษะการ เรยี นรู้ในศตวรรษท่ี ๒๑ การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย เพ่ือให้การจัดการศึกษาขั้นพื้นฐาน
สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สภาพแวดล้อม และความรู้ทาง
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีท่ีเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เป็นการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพของ
ผ้เู รยี นใหส้ ามารถเพิ่มขีดความสามารถในการแข่งขัน การยกระดับคุณภาพการศึกษา และการเรียนรู้ให้มี
คุณภาพและมาตรฐานระดับสากล สอดคล้องกับประเทศไทย ๔.๐ โลกในศตวรรษที่ ๒๑ และทัดเทียม
นานาชาติ ผู้เรียนมีศักยภาพในการแข่งขันและดารงชีวิตอย่างสร้างสรรค์ในประชาคมโลก ตามหลัก
ปรัชญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง
เหน็ คณุ ค่าในการนาความรู้ทางวทิ ยาศาสตร์ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ มี
จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมท่ีเหมาะสม มีวินัย ใฝ่รู้ใฝ่เรียน มุ่งมั่นในการทางาน รักความเป็น
ไทย และมจี ติ สาธารณะ
ผลการเรยี นรู้
๑. ตรวจสอบ และระบุชนิดแร่ รวมทั้งวิเคราะห์สมบัติและนาเสนอการใช้ประโยชน์จาก
ทรพั ยากรแรท่ ่เี หมาะสม
๒. ตรวจสอบ จาแนกประเภท และระบุช่ือหิน รวมท้ังวิเคราะห์สมบัติและนาเสนอการใช้
ประโยชนจ์ ากทรพั ยากรหนิ ทีเ่ หมาะสม
๓. อธิบายกระบวนการเกิด และการสารวจแหล่งปิโตรเลียมและถ่านหิน โดยใช้ข้อมูลทาง
ธรณีวทิ ยา
๔. อธิบายสมบัติของผลิตภัณฑ์ที่ได้จากปิโตรเลียมและถ่านหิน พร้อมนาเสนอการใช้ประโยชน์
อย่างเหมาะสม
๕. อ่านและแปลความหมายจากแผนท่ีภูมิประเทศและแผนท่ีธรณีวิทยาของพ้ืนท่ีท่ีกาหนด
พร้อมทัง้ อธิบายและยกตวั อย่างการนาไปใชป้ ระโยชน์
๖.
รวมทั้งหมด ๕ ผลการเรยี นรู้
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุง ๒๕๖๐)
หลกั สตู รโรงเรยี นวงั หลวงพทิ ยาสรรพ์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๗๕
คาอธิบายรายวิชา
รายวิชาโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ รหสั วชิ า ว32262 กล่มุ สาระการเรยี นรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละ
เทคโนโลยี
ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ 5 ภาคเรียนท่ี 1 เวลาเรียน 20 ชัว่ โมง จานวน 0.5 หนว่ ยกิต
ศึกษาปัจจัยสาคัญท่ีมีผลต่อการรับและคายพลังงานจากดวงอาทิตย์ ปัจจัยสาคัญที่มีผลต่อ
อุณหภูมิอากาศในแต่ละบริเวณของโลก กระบวนการที่ทาให้เกิดสมดุลพลังงาน แรงคอลิออลิส แรงสู่
ศูนย์กลาง แรงเสียดทานทีม่ ีผลตอ่ การหมุนเวียนของอากาศ การหมุนเวียนของอากาศตามเขตละติจูดและ
ผลท่ีมีต่อภูมิอากาศ การแบ่งช้ันน้าในมหาสมุทร ปัจจัยท่ีทาให้เกิดการแบ่งช้ันน้าในมหาสมุทร การ
หมนุ เวียนของนา้ ในมหาสมุทร รปู แบบการหมุนเวียนของน้าในมหาสมุทร ผลของการหมุนเวียนของน้าใน
มหาสมุทรทม่ี ตี ่อสิ่งมชี วี ิตและ สงิ แวดลอ้ ม
โดยใช้การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และ
ทักษะการ เรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย เพื่อให้การจัดการศึกษาข้ัน
พื้นฐานสอดคลอ้ งกับการเปลีย่ นแปลงทางเศรษฐกจิ สังคม วฒั นธรรม สภาพแวดล้อม และความรู้ทาง
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีท่ีเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เป็นการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพของ
ผูเ้ รียนให้สามารถเพ่ิมขีดความสามารถในการแข่งขัน การยกระดับคุณภาพการศึกษา และการเรียนรู้
ให้มีคุณภาพและมาตรฐานระดับสากล สอดคล้องกับประเทศไทย 4.0 โลกในศตวรรษท่ี 21 และ
ทัดเทียมนานาชาติ ผู้เรียนมีศักยภาพในการแข่งขันและดารงชีวิตอย่างสร้างสรรค์ในประชาคมโลก
ตามหลกั ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
เห็นคุณค่าในการนาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน มีจิต
วิทยาศาสตร์ มีจริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม มีวินัย ใฝ่รู้ใฝ่เรียน มุ่งม่ันในการทางาน
รักความเปน็ ไทย และมจี ิตสาธารณะ
ผลการเรียนรู้
1. อธิบายปจั จยั สาคญั ทม่ี ีผลต่อการรับรู้และคายพลังงานจากดวงอาทิตย์แตกตา่ งกนั และผลท่ี
มีตอ่ อุณหภูมอิ ากาศในแต่ละบริเวณของโลก
2. อธบิ ายกระบวนการท่ีทาให้เกดิ สมดุลพลงั งานของโลก
3. อธบิ ายผลของแรงเนื่องจากความแตกต่างของความกดอากาศ แรงคอริออลสิ แรงสู่
ศนู ย์กลางและแรง เสียดทานทมี่ ตี อ่ การหมุนเวียนของอากาศ
4. อธิบายการหมนุ เวียนของอากาศตามเขตละติจูดและผลทม่ี ีต่อภมู ิอากาศ
5. อธบิ ายปจั จยั ท่ีทาใหเ้ กิดการแบ่งช้นั นา้ ในมหาสมุทร
6. อธิบายปจั จยั ท่ที าให้เกิดการหมุนเวียนของนา้ ในมหาสมุทรและรูปแบบการหมนุ เวยี นของ
น้าใน มหาสมทุ ร
7. อธิบายผลของการหมนุ เวียนของน้าในมหาสมุทรทมี่ ตี ่อลักษณะลมฟ้าอากาศ สิ่งมีชีวติ และ
สงิ่ แวดล้อม
รวมท้งั หมด 7 ผลการเรียนรู้
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พนื้ ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรงุ ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวงั หลวงพทิ ยาสรรพ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๗๖
คาอธิบายรายวชิ า
รายวชิ าโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ รหัสวชิ า ว32262 กลุ่มสาระการเรยี นรวู้ ิทยาศาสตร์และ
เทคโนโลยี
ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี 5 ภาคเรยี นที่ 2 20 ช่ัวโมง จานวน 0.5 หน่วยกิต
ศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างเสถียรภาพอากาศและการเกิดเมฆ แนวปะทะอากาศแบบต่าง ๆ
ลักษณะลม ฟ้าอากาศ ปัจจัยที่มีผลต่อการเปลี่ยนแปลงภูมิอากาศของโลก เหตุการณ์ท่ีเป็นผลจากการ
เปลี่ยนแปลง ภมู อิ ากาศโลก แนวปฏิบัติของมนุษย์ที่ช่วยชะลอการเปล่ียนแปลงภูมิอากาศโลก สัญลักษณ์
ลมฟ้าอากาศบน แผนท่ีอากาศ การคาดการณ์ลักษณะลมฟ้าอากาศเบื้องต้นจากแผนที่อากาศและข้อมูล
สารสนเทศอ่นื ๆ
โดยใชก้ ารสืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และ
ทักษะการ เรียนรู้ในศตวรรษที่ 21 การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย เพ่ือให้การจัดการศึกษาขั้น
พน้ื ฐานสอดคลอ้ งกับการเปล่ียนแปลงทางเศรษฐกจิ สังคม วัฒนธรรม สภาพแวดลอ้ ม และความรู้ทาง
วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยีที่เจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เป็นการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพของ
ผู้เรยี นให้สามารถเพ่ิมขีดความสามารถในการแข่งขัน การยกระดับคุณภาพการศึกษา และการเรียนรู้
ให้มีคุณภาพและมาตรฐานระดับสากล สอดคล้องกับประเทศไทย 4.0 โลกในศตวรรษที่ 21 และ
ทัดเทียมนานาชาติ ผู้เรียนมีศักยภาพในการแข่งขันและดารงชีวิตอย่างสร้างสรรค์ในประชาคมโลก
ตามหลกั ปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพยี ง
เห็นคุณค่าในการนาความรู้ทางวิทยาศาสตร์ไปใช้ประโยชน์ในชีวิตประจาวัน มี จิต
วิทยาศาสตร์ มีจริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมท่ีเหมาะสม มีวินัย ใฝ่รู้ใฝ่เรียน มุ่งมั่นในการทางาน
รกั ความเปน็ ไทย และมจี ิตสาธารณะ
ผลการเรียนรู้
1. อธบิ ายความสมั พนั ธร์ ะหว่างเสถยี รภาพอากาศและการเกดิ เมฆ
2. อธิบายการเกดิ แนวปะทะอากาศแบบตา่ ง ๆ และลกั ษณะลมฟ้าอากาศทเ่ี กย่ี วข้อง
3. อธิบายปัจจยั ตา่ งๆทม่ี ีผลต่อการเปล่ียนแปลงภมู ิอากาศของโลก พร้อมยกตัวอยา่ งข้อมูล
สนับสนนุ
4. วิเคราะหแ์ ละอภิปรายเหตุการณ์ทีเ่ ปน็ ผลจากการเปลี่ยนแปลงภูมอิ ากาศโลก และนาเสนอ
แนวปฏบิ ตั ิ ของมนุษย์ทมี่ สี ่วนชว่ ยในการชะลอการเปล่ียนแปลงภูมอิ ากาศโลก
5. แปลความหมายสญั ลักษณ์ลมฟา้ อากาศบนแผนท่ีอากาศ วเิ คราะหแ์ ละคาดการณล์ กั ษณะ
ลมฟา้ อากาศเบ้ืองตน้ จากแผนทีอ่ ากาศและข้อมลู สารสนเทศอื่น ๆ เพอ่ื วางแผนในการ
ประกอบอาชีพและการดาเนินชวี ติ ให้สอดคล้องกับสภาพลมฟา้ อากาศ
รวมทงั้ หมด 5 ผลการเรยี นรู้
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุง ๒๕๖๐)
หลกั สตู รโรงเรยี นวงั หลวงพิทยาสรรพ์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๗๗
คาอธิบายรายวชิ า
รายวชิ าโลก ดาราศาสตร์ และอวกาศ รหัสวชิ า ว33162 กลุ่มสาระการเรียนรวู้ ทิ ยาศาสตรแ์ ละ
เทคโนโลยี
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 6 ภาคเรียนที่ 2 เวลาเรยี น 40 ชวั่ โมง จานวน 1.0 หน่วยกิต
ศึกษาข้อมูลการแบ่งช้ันโครงสร้างของโลก แนวคิดทฤษฎีทวีปเลื่อนและหลักฐานสนับสนุน
แนวคิด ทฤษฎีการแผ่ขยายพ้ืนมหาสมุทรและหลักฐานสนับสนุน การแปรสัณฐานของแผ่นธรณี ธรณี
สันฐานและ โครงสร้างทางธรณีที่เกิดจากการเคลื่อนท่ีของแผ่นธรณี ภูเขาไฟระเบิด แผ่นดินไหว สึนามึ
ปัจจยั สาคญั ที่ สง่ ผลต่อการรบั รังสีดวงอาทิตย์ของพื้นผวิ โลก การหมนุ เวียนของอากาศ การหมุนเวียนของ
น้าผิวหน้า มหาสมุทร ปรากฏการณ์เอลนีโญ และลานีญา ปัจจัยท่ีส่งผลต่อการเปล่ียนแปลงภูมิอากาศ
ผลกระทบตอ่ การเปล่ยี นแปลงภูมิอากาศ ข้อมูลสารสนเทศทางอุตุนิยมวิทยากับการใชป้ ระโยชน์
โดยใช้การสืบเสาะหาความรู้ การสารวจตรวจสอบ ทักษะกระบวนการทางวิทยาศาสตร์และ
ทักษะการ เรียนรู้ในศตวรรษท่ี ๒๑ การสืบค้นข้อมูลและการอภิปราย เพ่ือให้การจัดการศึกษาข้ันพื้นฐาน
สอดคล้องกับการเปลี่ยนแปลงทางเศรษฐกิจ สังคม วัฒนธรรม สภาพแวดล้อม และความรู้ทาง
วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีท่ีเจริญก้าวหน้าอย่างรวดเร็ว เป็นการพัฒนาและเสริมสร้างศักยภาพของ
ผเู้ รียนใหส้ ามารถเพ่ิมขีดความสามารถในการแข่งขัน การยกระดับคุณภาพการศึกษา และการเรียนรู้ให้มี
คุณภาพและมาตรฐานระดับสากล สอดคล้องกับประเทศไทย ๔.๐ โลกในศตวรรษที่ ๒๑ และทัดเทียม
นานาชาติ ผู้เรียนมีศักยภาพในการแข่งขันและดารงชีวิตอย่างสร้างสรรค์ในประชาคมโลก ตามหลัก
ปรชั ญาของเศรษฐกิจพอเพียง
เห็นคณุ คา่ ในการนาความรทู้ างวทิ ยาศาสตร์ไปใชป้ ระโยชน์ในชีวิตประจาวัน มีจิตวิทยาศาสตร์ มี
จริยธรรม คุณธรรม และค่านิยมที่เหมาะสม มีวินัย ใฝ่รู้ใฝ่เรียน มุ่งมั่นในการทางาน รักความเป็น
ไทย และมีจิตสาธารณะ
ตัวชวี้ ัด
ว 3.2 ม.6/1 อธบิ ายการแบ่งชนั้ และสมบตั ิของ โครงสร้างโลก พรอ้ มยกตัวอย่างข้อมูลทส่ี นบั สนนุ
ว 3.2 ม.6/2 อธบิ ายหลักฐานทางธรณีวทิ ยาที่ สนับสนุน การเคลื่อนทข่ี องแผ่นธรณี
ว 3.2 ม.6/3 ระบสุ าเหตุ และอธิบายรปู แบบแนว รอยต่อ ของแผน่ ธรณีทีส่ ัมพันธ์กับการเคลือ่ นท่ี
ของ แผ่นธรณี พร้อมยกตัวอย่างหลักฐาน ทางธรณีวทิ ยาท่ีพบ
ว 3.2 ม.6/4 อธิบายสาเหตุ กระบวนการเกดิ ภูเขาไฟ ระเบิด รวมทง้ั สืบค้นข้อมูลพื้นที่เสีย่ งภัย
ออกแบบ และ นาเสนอแนวทางการเฝ้าระวงั และการ ปฏิบตั ิตน ใหป้ ลอดภัย
ว 3.2 ม.6/5 อธบิ ายสาเหตุ กระบวนการเกิด ขนาด และ ความรุนแรง และผลจากแผ่นดนิ ไหว
รวมทัง้ สบื คน้ ข้อมูลพืน้ ทีเ่ สยี่ งภัย ออกแบบและ นาเสนอแนวทางการเฝา้ ระวงั และ
การ ปฏบิ ตั ิตน ให้ปลอดภัย
ว 3.2 ม.6/6 อธิบายสาเหตุ กระบวนการเกิดและผล จากสนึ ามิ รวมทงั้ สืบคน้ ข้อมูลพื้นท่เี สีย่ งภัย
ออกแบบ และนาเสนอแนวทางการเฝ้าระวงั และ การ ปฏบิ ตั ติ นให้ปลอดภัย
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขัน้ พนื้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรุง ๒๕๖๐)
หลกั สตู รโรงเรยี นวังหลวงพทิ ยาสรรพ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๗๘
ว 3.2 ม.6/7 อธบิ ายปัจจยั สาคัญทีม่ ผี ลต่อการได้รับ พลังงาน จากดวงอาทติ ย์แตกต่างกนั ในแต่ละ
บริเวณ ของโลก
ว 3.2 ม.6/8 อธบิ ายการหมุนเวียนของอากาศ ทเ่ี ปน็ ผลมาจากความแตกต่างของความกด อากาศ
ว 3.2 ม.6/9 อธิบายทศิ ทางการเคล่ือนที่ของอากาศ ที่ เป็น ผลมาจากการหมนุ รอบตัวเองของโลก
ว 3.2 ม.6/10 อธิบายการหมนุ เวียนของอากาศตาม เขต ละติจูด และผลทม่ี ีต่อภมู ิอากาศ
ว 3.2 ม.6/11 อธิบายปจั จยั ท่ีทาให้เกดิ การหมุนเวียน ของนา้ ผิวหนา้ ในมหาสมุทร และรปู แบบ
การหมุนเวียนของนา้ ผิวหนา้ ในมหาสมทุ ร
ว 3.2 ม.6/12 อธิบายผลของการหมุนเวยี นของอากาศ และนา้ ผวิ หนา้ ในมหาสมุทรที่มตี ่อลกั ษณะ
ภมู ิอากาศ ลมฟา้ อากาศ ส่ิงมีชวี ิต และ สิง่ แวดล้อม
ว 3.2 ม.6/13 อธบิ ายปจั จัยท่ีมผี ลต่อการเปลี่ยนแปลง ภมู อิ ากาศของโลก พร้อมทั้งนาเสนอแนว
ปฏบิ ัติเพื่อลดกจิ กรรมของมนุษย์ ท่สี ่งผลตอ่ การเปลยี่ นแปลงภูมิอากาศโลก
ว 3.2 ม.6/14 แปลความหมายสัญลักษณล์ มฟา้ อากาศ ท่สี าคญั จากแผนที่อากาศ และนาข้อมลู
สารสนเทศต่าง ๆ มาวางแผนการ ดาเนินชวี ิต ให้สอดคล้องกบั สภาพลมฟ้าอากาศ
รวม 14 ตัวช้ีวดั
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพน้ื ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรุง ๒๕๖๐)
หลกั สตู รโรงเรยี นวังหลวงพิทยาสรรพ์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๗๙
คาอธบิ ายรายวชิ าพ้ืนฐานวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
รายวชิ า เทคโนโลยี (วทิ ยาการคานวณ) กลมุ่ สาระการเรียนรู้วทิ ยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ 4 เวลา 40 ชวั่ โมง จานวน 1 หนว่ ยกิต
ศึกษาหลักการของแนวคิดเชิงคานวณ การแยกส่วนประกอบและการย่อยปัญหา การหา
รูปแบบ การคิดเชิงนามธรรม ตัวอย่างและประโยชน์ของแนวคิดเชิงคานวณเพื่อแก้ปัญหาใน
ชีวิตประจาวัน ประยุกต์ใช้แนวคิดเชิงคานวณในการออกแบบข้ันตอนวิธีสาหรับแก้ปัญหา การ
แก้ปัญหาด้วยคอมพิวเตอร์ การระบุข้อมูลเข้า ข้อมูลออก และเง่ือนไขของปัญหา การออกแบบ
ขัน้ ตอนวธิ ี การทาซา้ การจัดเรียงและคน้ หาขอ้ มูล ตัวอย่างการออกแบบขั้นตอนวิธีเพื่อแก้ปัญหาด้วย
คอมพิวเตอร์ การศึกษาตัวอย่างโครงงาน ทางเทคโนโลยีสารสนเทศ การกาหนดปัญหา ศึกษา
วางแผน ดาเนินงาน สรุปผลและเผยแพร่ในการพัฒนาโครงงานที่มีการบูรณาการร่วมกับวิชาอ่ืนและ
เชือ่ มโยงกบั ชีวติ จริง
ตัวช้ีวัด
ว. 4.2 เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ)
ประยุกต์ใช้แนวคิดเชิงคานวณในการพัฒนาโครงงานท่ีมีการบูรณาการกับวิชาอ่ืนอย่าง
สรา้ งสรรค์ และเช่อื มโยงกบั ชีวิตจริง
รวมทง้ั หมด 1 ตัวชวี้ ัด
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐)
หลกั สตู รโรงเรยี นวงั หลวงพทิ ยาสรรพ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๘๐
คาอธิบายรายวิชา
วชิ าวิทยาการคานวณ รหัสวชิ า ว 32187 กลมุ่ สาระการเรยี นร้วู ิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี 5 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 40 ชวั่ โมง จานวน 1.0 หน่วยกิต
ศึกษาเกยี่ วกับวทิ ยาการคอมพิวเตอร์ สื่อดจิ ิทัล และเทคโนโลยสี ารสนเทศกับการดาเนินชวี ติ
เทคโนโลยีการจัดการข้อมูล ข้อมลู ฐานข้อมูล คลังข้อมูล การทาเหมอื งข้อมูล ประมวลผลข้อมูล
วิทยาการข้อมูล ข้อมลู ขนาดใหญ่ การวเิ คราะห์ขอ้ มูล วทิ ยาการข้อมูล
โดยอาศัยกระบวนการเรียนร้โู ดยใช้ปัญหาเปน็ ฐาน (Problem–based Learning) และการ
เรียนรู้แบบใชโ้ ครงงานเปน็ ฐาน(Project-based Learning) เพ่ือเน้นใหผ้ ู้เรยี นไดล้ งมือปฏิบัติ ฝึก
ทักษะการคดิ เผชิญสถานการณก์ ารแกป้ ญั หาวางแผนการเรยี นรู้ ตรวจสอบการเรียนรู้ และนาเสนอ
ผ่านการทากจิ กรรมโครงงาน เพื่อใหเ้ กดิ ทักษะ ความรู้ ความเข้าใจ และทกั ษะในการวเิ คราะหโ์ จทย์
ปัญหา จนสามารถนาเอาแนวคิดเชงิ คานวณมาประยุกต์ใช้ในการสร้างโครงงานได้
เพอื่ ใหผ้ ู้เรยี นสามารถใชค้ วามรทู้ างดา้ นวทิ ยาการคอมพวิ เตอร์ สื่อดจิ ิทัล เทคโนโลยี
สารสนเทศและการสื่อสาร เพื่อรวบรวมขอ้ มูลในชีวติ จริงจากแหลง่ ตา่ ง ๆ และความร้จู ากศาสตร์อนื่
มาประยุกต์ใช้ สร้างความรใู้ หม่ เขา้ ใจการเปลยี่ นแปลงของเทคโนโลยีทม่ี ีผลตอ่ การดาเนินชีวติ อาชพี
สงั คม วฒั นธรรม และใช้อย่างปลอดภยั มจี รยิ ธรรม ตลอดจนนาความรคู้ วามเขา้ ใจในวิชาวิทยาศาสตร์
และเทคโนโลยีไปใช้ใหเ้ กดิ ประโยชน์ตอ่ สังคมและการดารงชีวติ จนสามารถพัฒนากระบวนการคิด
และจินตนาการ ความสามารถในการแกป้ ัญหาและการจัดการทักษะในการส่ือสาร และความสามารถ
ในการตัดสนิ ใจ และเป็นผู้ท่มี ีจติ วทิ ยาศาสตร์ มีคุณธรรม จริยธรรม และค่านิยมในการใช้วทิ ยาศาสตร์
และเทคโนโลยีอยา่ งสรา้ งสรรค์
มาตรฐานและตัวชว้ี ัด
สาระท่ี 4 เทคโนโลยี
มาตรฐาน ว 4.2 เขา้ ใจและใช้แนวคดิ เชิงคานวณในการแก้ปญั หาทพ่ี บในชวี ิตจริงอย่างเป็นขั้นตอน
และเป็นระบบ ใชเ้ ทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารในการเรียนรู้ การทางาน และการแก้ปัญหา
ได้อย่างมประสิทธิภาพ รเู้ ท่าทัน และมจี รยิ ธรรม
ตวั ช้ีวัด ม.5/1 รวบรวม วเิ คราะหข์ ้อมูล และใช้ความรู้ด้านวิทยาการคอมพิวเตอร์ สื่อ
ดิจิทัล เทคโนโลยีสารสนเทศในการแกป้ ญั หา หรอื เพมิ่ มูลค่าใหก้ ับบริการหรือผลติ ภณั ฑ์ ทใ่ี ช้ในชวี ิต
จริงอย่างสร้างสรรค์
รวม 1 ตัวชีว้ ัด
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พ้ืนฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรุง ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวงั หลวงพทิ ยาสรรพ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๘๑
คาอธบิ ายรายวิชาพ้ืนฐานวิทยาศาสตรแ์ ละเทคโนโลยี
รายวิชา เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ) กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี 6 เวลา 40 ชัว่ โมง จานวน 1 หนว่ ยกติ
ศึกษาการใช้เทคโนโลยีในการนาเสนอและแบ่งปันข้อมูลอย่างปลอดภัยและมีจริยธรรม การ
สรา้ งช้นิ งานและเผยแพร่ผ่านสือ่ ต่างๆ ที่คานึงถึงจริยธรรม ลิขสิทธ์ิทรัพย์สินทางปัญญา และกฎหมาย
หลกั การของปญั ญาประดิษฐ์ และเทคโนโลยใี นอนาคต กรณีศึกษาเกี่ยวกับนวัตกรรมหรือเทคโนโลยีที่
เกยี่ วข้องกบั ชวี ิตประจาวัน อาชพี ทีเ่ กีย่ วข้องกับงานทางด้านเทคโนโลยสี ารสนเทศ ตัวอย่างผลกระทบ
ของเทคโนโลยีสารสนเทศ
ตัวชวี้ ดั
ว. 4.2 เทคโนโลยี (วิทยาการคานวณ)
ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศในการนาเสนอและแบ่งปันข้อมูลอย่างปลอดภัย มีจริยธรรม และ
วิเคราะห์การเปลย่ี นแปลงเทคโนโลยสี ารสนเทศท่ีมีผลตอ่ การดาเนนิ ชวี ติ อาชพี สังคม และวัฒนธรรม
รวมท้ังหมด 1 ตัวชว้ี ดั
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรงุ ๒๕๖๐)
หลกั สตู รโรงเรยี นวังหลวงพทิ ยาสรรพ์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๘๒
คาอธบิ ายรายวิชาพืน้ ฐานวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี
รายวิชา เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี) กลมุ่ สาระการเรยี นรู้วิทยาศาสตร์และ
ชัน้ มธั ยมศึกษาปที ่ี 4 เทคโนโลยี
เวลา 40 ชวั่ โมง จานวน 1 หน่วยกิต
ศกึ ษาแนวคิดหลกั ของเทคโนโลยี การเปล่ยี นแปลงและผลกระทบของเทคโนโลยีที่เกิดข้ึน
และความสมั พนั ธ์ของเทคโนโลยีกบั ศาสตร์อน่ื ออกแบบ สร้าง หรือพัฒนาผลงานสาหรับแก้ปญั หาที่
คานึงถึงผลกระทบตอ่ สงั คมในประเด็นทีเ่ ก่ียวข้องกบั สขุ ภาพและการบรกิ ารโดยใช้กระบวนการ
ออกแบบเชงิ วศิ วกรรมซงึ่ ใช้ความรู้ ทกั ษะ และเลือกใช้วัสดุ อปุ กรณ์ เครือ่ งมอื กลไก ไฟฟา้ และ
อเิ ล็กทรอนิกส์ เพ่ือแกป้ ญั หาได้อย่างถูกต้อง เหมาะสม ปลอดภัย คานงึ ถึงทรพั ยส์ นิ ทางปัญญา ใช้
ซอฟต์แวรช์ ว่ ยในการออกแบบและนาเสนอผลงาน
ตวั ชว้ี ดั
ว 4.1 เทคโนโลยี (การออกแบบและเทคโนโลยี)
1. วิเคราะหแ์ นวคิดหลกั ของเทคโนโลยี ความสมั พันธ์กบั ศาสตรอ์ ่ืนโดยเฉพาะวทิ ยาศาสตร์
หรอื คณิตศาสตร์ รวมทง้ั ประเมนิ ผลกระทบที่จะเกดิ ขึ้นต่อมนษุ ย์ สงั คม เศรษฐกจิ และสิง่ แวดล้อม
เพ่ือเป็นแนวทางในการพัฒนาเทคโนโลยี
2. ระบปุ ญั หาหรือความตอ้ งการท่มี ีผลกระทบต่อสังคม รวบรวม วเิ คราะห์ข้อมูลและแนวคิด
ทเี่ กี่ยวข้องกบั ปัญหาทมี่ ีความซับซ้อนเพือ่ สังเคราะห์วิธีการ เทคนคิ ในการแก้ปญั หา โดยคานึงถึงความ
ถกู ต้องด้านทรัพยส์ นิ ทางปญั ญา
3. ออกแบบวธิ กี ารแก้ปัญหา โดยวเิ คราะหเ์ ปรยี บเทียบ และตดั สนิ ใจเลอื กข้อมูลทจ่ี าเปน็
ภายใตเ้ งอ่ื นไขและทรัพยากรที่มีอยู่ นาเสนอแนวทางการแกป้ ญั หาให้ผู้อ่นื เข้าใจด้วยเทคนคิ หรือ
วิธกี ารทห่ี ลากหลาย โดยใช้ซอฟต์แวร์ชว่ ยในการออกแบบ วางแผนข้นั ตอนการทางานและดาเนนิ การ
แก้ปัญหา
4. ทดสอบ ประเมนิ ผล วเิ คราะหแ์ ละให้เหตผุ ลของปัญหาหรอื ข้อบกพร่องที่เกิดข้ึนภายใต้
กรอบเง่ือนไข หาแนวทางการปรับปรุงแก้ไข และนาเสนอผลการแก้ปัญหา พรอ้ มทง้ั เสนอแนว
ทางการพัฒนาต่อยอด
5. ใช้ความร้แู ละทักษะเกี่ยวกับวสั ดุ อุปกรณ์ เครื่องมือ กลไก ไฟฟ้าและอเิ ล็กทรอนิกส์ และ
เทคโนโลยที ่ซี ับซอ้ นในการแก้ปัญหาหรือพฒั นางาน ได้อย่างถกู ต้อง เหมาะสม และปลอดภัย
รวมทั้งหมดจานวน 5 ตัวช้วี ดั
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐)
หลกั สตู รโรงเรยี นวงั หลวงพิทยาสรรพ์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๘๓
คาอธบิ ายรายวชิ า
กลุ่มสาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนาและ
วฒั นธรรม
ชั้นมัธยมศึกษาตอนต้นและตอนปลาย
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขั้นพน้ื ฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรงุ ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวังหลวงพิทยาสรรพ์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๘๔
ส21101 คาอธิบายรายวิชา
รายวิชาพื้นฐาน สังคมศึกษาพนื้ ฐาน
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ 1
กลุ่มสาระการเรยี นรูส้ ังคมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 60 ชว่ั โมง
ศึกษา วิเคราะห์ การสังคายนา การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศไทย ความสาคัญของ
พระพุทธศาสนาท่ีมีต่อสภาพแวดล้อมในสังคมไทย รวมท้ังการพัฒนาตนและครอบครัว พุทธประวัติ
ตงั้ แต่ประสูติจนถึงบาเพ็ญทุกกรกิริยา ประวัติพระมหากัสสปะ พระอุบาลี อนาถบิณฑิกะ นางวิสาขา
พระเจ้าอโศกมหาราช พระโสณะและพระอุตตระ บุคคลที่เป็นแบบอย่างด้านศาสนสัมพันธ์ ชาดกใน
เรื่อง อัมพชาดก ติตติรชาดก ประพฤติตนตามแบบอย่างการดาเนินชีวิตและข้อคิดจากประวัติสาวก
ชาดก เร่ืองเล่าและศาสนิกชนตัวอย่าง ความจาเป็นท่ีทุกคนต้องเรียนรู้ศาสนาอื่นๆ ปฏิบัติตนต่อศา
สนกิ ชนอ่ืนในสถานการณ์ตา่ งๆ ไดอ้ ย่างเหมาะสม วเิ คราะหแ์ ละปฏบิ ัติตนตามหลักพทุ ธคุณ 9 อริยสัจ
4 ทุกข์ (ธรรมที่ควรร)ู้ ในเร่อื ง ขันธ์ 5 (ธาตุ 4) สมทุ ยั (ธรรมท่คี วรละ) ในเรอ่ื งหลกั กรรม อบายมุข 6
นิโรธ (ธรรมท่ีควรบรรลุ) ในเร่ือง สุข 2 (กายิก-เจตสิก) คิหิสุข มรรค (ธรรมที่ควรเจริญ) ในเรื่อง
ไตรสิกขา กรรมฐาน 2 ปธาน 4 โกศล 3 มงคล 38 (ไม่คบคนพาล คบบัณฑิต บูชาผู้ควรบูชา) พุทธ
ศาสนสุภาษิตในเร่ือง ย เว เสวติ ตาทิโส (คบคนเช่นใดย่อมเป็นเช่นน้ัน) อตฺตนา โจทยตฺตาน (จงเตือน
ตนดว้ ยตน) นสิ มฺม กรณ เสยฺโย (ใคร่ครวญก่อนจึงทาดีกว่า) ทุราวาสา ฆรา ทุกฺขา (เรือนท่ีครองไม่ดี
นาทุกข์มาให้) ปฏิบัติตนตามหลักธรรมและนาไปพัฒนา แก้ปัญหาของตนและครอบครัวในการ
ดารงชีวิตแบบพอเพยี งและดแู ลรกั ษาสิ่งแวดล้อมเพ่ือการอยู่รว่ มกนั ได้อย่างสันติสุข การพัฒนาจิตเพ่ือ
การเรยี นรแู้ ละการดาเนนิ ชีวติ ด้วยวิธคี ิดแบบโยนโิ สมนสกิ าร (วธิ ีคิดแบบคุณค่าแท้-คุณค่าเทียม วิธีคิด
แบบคุณ-โทษ และทางออก) สวดมนต์ แผ่เมตตา บริหารจิตและเจริญปัญญาด้วยอานาปานสติ
วิเคราะห์และปฏิบัติตนเก่ียวกับการบาเพ็ญประโยชน์ต่อศาสนสถาน วิถีชีวิตของพระภิกษุ บทบาท
ของพระภิกษุในการเผยแผ่พระพุทธศาสนา ปฏิบัติตนอย่างเหมาะสมต่อบุคคลต่างๆ การจัดโต๊ะหมู่
บูชา การจดุ ธปู เทยี น การจดั เคร่ืองประกอบโต๊ะหมู่บูชา ปฏิบัติตนในศาสนพิธีและพิธีกรรมในเร่ืองคา
อาราธนาตา่ งๆ ประวัติ ความสาคญั และการปฏิบัติตนในวันสาคัญทางพระพุทธศาสนา
ศึกษา วิเคราะห์ บทบาทหน้าท่ีของเยาวชนที่มีต่อสังคมและประเทศชาติ เคารพสิทธิ เสรีภาพ
ของตนเองและผู้อ่ืน หลักการ เจตนารมณ์โครงสร้างและสาระสาคัญของรัฐธรรมนูญแห่ง
ราชอาณาจักรไทยฉบับปัจจุบันโดยสังเขป บทบาทการถ่วงดุลของอานาจอธิปไตยจากรัฐธรรมนูญ
ฉบับปัจจุบัน ความคล้ายคลึงและความแตกต่างระหว่างวัฒนธรรมไทยกับวัฒนธรรมของประเทศใน
ภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ และวัฒนธรรมท่ีเป็นปัจจัยในการสร้างความสัมพันธ์ที่ดี หรืออาจ
นาไปสู่ความเข้าใจผิดต่อกัน ปฏิบัติตนเป็นประโยชน์ต่อสังคมและประเทศชาติ ปฏิบัติตามกฎหมาย
คุ้มครองเด็ก กฎหมายการศึกษา กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค กฎหมายลิขสิทธ์ิ กฎหมายรัฐธรรมนูญ
ฉบบั ปจั จุบนั ทเ่ี กย่ี วข้องกบั ตนเอง
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขนั้ พืน้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุง ๒๕๖๐)
หลกั สตู รโรงเรยี นวังหลวงพิทยาสรรพ์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๘๕
โดยใช้กระบวนการคิด กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการทางสังคม กระบวนการปฏิบัติ
กระบวนการกลมุ่ กระบวนการเผชญิ สถานการณแ์ ละแกป้ ัญหา
เพอ่ื ใหเ้ กิดความรคู้ วามเข้าใจ สามารถนาไปปฏิบัตใิ นการดาเนินชีวติ นาไปพัฒนาแก้ปัญหาของ
ตนเองและครอบครัว รักษาส่ิงแวดล้อม มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในด้านรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
ซื่อสัตย์ สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งม่ันในการทางาน รักความเป็นไทย มีจิต
สาธารณะ และสามารถอยรู่ ่วมกนั ไดอ้ ยา่ งสนั ติสขุ ในสังคมไทยและสงั คมโลก
ตัวชีว้ ัด
ส 1.1 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5 ม.1/6 ม.1/7 ม.1/8
ม.1/9 ม.1/10 ม.1/11
ส 1.2 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4 ม.1/5
ส 2.1 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4
ส 2.2 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3
รวมทั้งหมด 23 ตวั ชีว้ ดั
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาขน้ั พืน้ ฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรุง ๒๕๖๐)
หลกั สตู รโรงเรยี นวังหลวงพิทยาสรรพ์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๘๖
ส21102 คาอธิบายรายวชิ า
รายวชิ าพ้ืนฐาน สงั คมศกึ ษาพน้ื ฐาน
ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ 1
กลมุ่ สาระการเรียนรสู้ ังคมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 60 ชั่วโมง
ศึกษา วิเคราะห์ ความหมายและความสาคัญของเศรษฐศาสตร์ ค่านิยมและพฤติกรรมการ
บริโภคของคนใน สังคม ซ่ึงส่งผลต่อเศรษฐกิจของชุมชนและประเทศ ความเป็นมา หลักการและ
ความสาคัญของปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียงต่อสังคมไทย บทบาทหน้าที่และความแตกต่างของสถาบัน
การเงินแต่ละประเภทและธนาคารกลาง การพึ่งพาอาศัยกัน และการแข่งขันกันทางเศรษฐกิจใน
ประเทศ ปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อการกาหนดอุปสงค์และอุปทาน และกฎหมายเกี่ยวกับทรัพย์สินทาง
ปัญญา
โดยใช้กระบวนการคิด กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการเผชิญสถานการณ์และ
แก้ปญั หา เพอ่ื ใหเ้ กดิ ความรู้ ความเขา้ ใจ สถาบันทางเศรษฐกจิ ต่าง ๆ ความสัมพนั ธ์ทางเศรษฐกิจ การ
ร่วมมือทางเศรษฐกจิ ในสังคมโลก สามารถบริหารจัดการทรัพยากรในการผลิตและการบริโภค การใช้
ทรัพยากรที่มีอยู่จากัดได้อย่างมีประสิทธิภาพและคุ้มค่าและนาหลักการของเศรษฐกิจพอเพียงมา
ประยกุ ตใ์ ช้
ศึกษาการใช้เครือ่ งมือทางภมู ศิ าสตร์สารวจ สืบคน้ พกิ ดั ภูมิศาสตร์ (ละติจูด และลองจิจูด) เส้น
แบ่งเวลา และเปรยี บเทยี บวนั เวลาของโลก ลกั ษณะทางกายภาพ ทาเลที่ต้ังของกิจกรรมทางเศรษฐกิจ
สังคม รวมถึงปัจจัยทางกายภาพ ปัจจัยทางสังคมท่ีมีผลต่อทาเลท่ีต้ังของกิจกรรมทางเศรษฐกิจและ
สังคมในทวีปเอเชีย ทวีปออสเตรเลีย และ โอเชียเนีย สาเหตุการเกิดภัยพิบัติ ประเด็นปัญหาจาก
ปฏิสัมพันธ์ระหว่างสภาพแวดล้อมทางกายภาพกับมนุษย์ รวมถึงแนวทางการจัดการภัยพิบัติ การ
จัดการทางทรพั ยากรและสิง่ แวดลอ้ มในทวปี เอเชยี ทวปี ออสเตรเลีย และโอเชยี เนยี
โดยใช้เคร่ืองมือทางภูมิศาสตร์ในการสืบค้น วิเคราะห์ และสรุปข้อมูลตามกระบวนการทาง
ภูมิศาสตร์ กระบวนการสืบเสาะหาความรู้ ใช้ทักษะทางภูมิศาสตร์ด้านการสังเกต การแปลความ
ข้อมูลทางภูมิศาสตร์ การคิดเชิงพื้นที่ การคิดแบบองค์รวม การใช้เทคโนโลยี การใช้เทคนิคและ
เคร่ืองมือทางภูมิศาสตร์ การคิดเชิงภูมิสัมพันธ์ การใช้สถิติพ้ืนฐาน รวมถึงทักษะด้านการสื่อสาร การ
ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศเพ่ือให้เกิดความรู้ความเข้าใจ มีความสามารถทางภูมิศาสตร์ กระบวนการ
ทางภูมิศาสตร์ ทักษะทางภูมิศาสตร์ และมีทักษะในศตวรรษที่ 21 ด้านการสื่อสาร การใช้
เทคโนโลยีสารสนเทศ ความสามารถในการคิดและแก้ปัญหา มีคุณลักษณะด้านจิต
สาธารณะ มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งม่ันในการทางาน มีส่วนร่วมในการจัดการภัยพิบัติและการอนุรักษ์
สิง่ แวดล้อมในประเทศไทย ทวีปเอเชีย ทวปี ออสเตรเลยี และโอเชียเนยี
เพ่อื ใหเ้ กดิ ความรู้ความเขา้ ใจ สามารถนาไปปฏบิ ัติในการดาเนินชวี ติ นาไปพัฒนาแก้ปัญหาของ
ตนเองและครอบครัว รักษาส่ิงแวดล้อม มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ในด้านรักชาติ ศาสน์ กษัตริย์
ซ่ือสัตย์ สุจริต มีวินัย ใฝ่เรียนรู้ อยู่อย่างพอเพียง มุ่งม่ันในการทางาน รักความเป็นไทย มีจิต
สาธารณะ และสามารถอย่รู ่วมกันไดอ้ ยา่ งสันตสิ ขุ ในสงั คมไทยและสงั คมโลก
มาตรฐานการเรียนูร้และตวั ช้ีวัดชัน้ ปี
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขั้นพนื้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรงุ ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวังหลวงพิทยาสรรพ์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๘๗
ส 3.1 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3
ส 3.2 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4
ส 5.1 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3
ส 5.2 ม.1/1 ม.1/2 ม.1/3 ม.1/4
รวมทัง้ หมด 14 ตวั ชีว้ ัด
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้นั พ้ืนฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรงุ ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวังหลวงพทิ ยาสรรพ์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๘๘
คาอธิบายรายวชิ า
ส21105 ประวัตศิ าสตร์ กลุ่มสาระการเรียนรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ชนั้ มธั ยมศึกษาปที ี่ 1 ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ช่วั โมง
ศึกษา วิเคราะห์ ความสาคัญของเวลาในการศึกษาประวัติศาสตร์ ความสัมพันธ์และ
ความสาคัญของอดีตท่ีมีต่อปัจจุบันและอนาคต ท่ีมาและตัวอย่างการใช้ศักราชในเอกสาร
ประวัติศาสตร์ไทย วิธีการเทียบศักราชตามแบบต่างๆ การนาวิธีการทางประวัติศาสตร์ไปใช้ศึกษา
เร่ืองราวของประวัติศาสตร์ไทยที่มีอยู่ในท้องถ่ินและเหตุการณ์สาคัญสมัยสุโขทัย ประวัติศาสตร์ไทย
สมัยก่อนสุโขทัยในดินแดนไทยโดยสังเขปรัฐโบราณและรัฐไทยในดินแดนไทย
โดยใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการปฏิบัติ
กระบวนการกลุ่ม กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการแก้ปัญหา และวิธีการทาง
ประวตั ศิ าสตร์
เพื่อให้เกิดความรู้ ความเข้าใจถึงความสาคัญของเวลาและยุคสมัยทางประวัติศาสตร์
สามารถใช้วิธีการทางประวัติศาสตร์มาวิเคราะห์เหตุการณ์ต่างๆ อย่างเป็นระบบ เข้าใจความเป็นมา
ของชาตไิ ทย พฒั นาการดา้ นต่างๆ วฒั นธรรมไทย ภมู ปิ ัญญาไทย มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านรัก
ชาติ ศาสน์ กษัตริย์ ซือ่ สตั ย์สจุ รติ มีวนิ ัย ใฝ่เรียนรู้ มุ่งม่ันในการทางาน รักความเป็นไทย และมี
จิตสาธารณะ
มาตรฐานการเรียนูร้และตัวชีว้ ดั ชัน้ ปี
ส 4.1 ม.1/1,ม.1/2,ม.1/3
ส 4.3 ม.1/1
รวมท้ังหมด 4 ตัวชีว้ ัด
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพื้นฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ปรับปรงุ ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวงั หลวงพิทยาสรรพ์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๘๙
ส21106 ประวัตศิ าสตร์ คาอธิบายรายวิชา
ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ 1 กลมุ่ สาระการเรียนรูส้ ังคมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 20 ชว่ั โมง
ศึกษา วิเคราะห์พัฒนาการของอาณาจักรสุโขทัยในด้านการเมืองการปกครอง เศรษฐกิจ
สังคม และความสัมพันธ์ระหว่างประเทศ วัฒนธรรม ภูมิปัญญาไทยสมัยสุโขทัย ความเสื่อมของ
อาณาจักรสุโขทัย ท่ีตั้งและสภาพภูมิศาสตร์ที่มีผลต่อพัฒนาการทางประวัติศาสตร์ สังคม เศรษฐกิจ
และการเมืองของประเทศต่างๆ ในภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ความร่วมมือผ่านการรวมกลุ่ม
เป็นอาเซียนที่ถือว่าเป็นพัฒนาการของภูมิภาค ที่ตั้งและความสาคัญของแหล่งอารยธรรมในภูมิภาค
เอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อิทธิพลของอารย-ธรรมโบราณในดินแดนไทยที่มีพัฒนาการของสังคมไทย
สมยั ปจั จุบนั
โดยใช้กระบวนการคิดวิเคราะห์ กระบวนการสืบค้นข้อมูล กระบวนการปฏิบัติ
กระบวนการกลุ่ม กระบวนการเรียนรู้แบบบูรณาการ กระบวนการแก้ปัญหา และวิธีการทาง
ประวตั ิศาสตร์
เพ่ือให้เกิดความรู้ ความเข้าใจถึงความสาคัญของเหตุการณ์ทางประวัติศาสตร์ สามารถใช้
วิธกี ารทางประวัตศิ าสตร์มาวเิ คราะห์เหตกุ ารณต์ า่ งๆ อยา่ งเปน็ ระบบ เขา้ ใจความเป็นมาของชาติไทย
พัฒนาการด้านต่างๆ วัฒนธรรมไทย ภูมิปัญญาไทย มีคุณลักษณะอันพึงประสงค์ด้านรักชาติ ศาสน์
กษัตริย์ ซอื่ สัตยส์ จุ ริต มีวินยั ใฝ่เรยี นรู้ มุ่งมนั่ ในการทางาน รักความเปน็ ไทย และมจี ติ สาธารณะ
มาตรฐานการเรียนูร้และตวั ชว้ี ดั
ส 4.2 ม.1/1
ส 4.3 ม.1/1
รวมท้ังหมด ตัวชี้วัด
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พุทธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรับปรงุ ๒๕๖๐)
หลกั สตู รโรงเรยี นวังหลวงพิทยาสรรพ์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๙๐
ส20231 หนา้ ทพี่ ลเมือง คาอธบิ ายรายวิชา
ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี 1 กลมุ่ สาระการเรียนรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ภาคเรียนท่ี 1 เวลา 20 ช่วั โมง
มีส่วนร่วมอนุรักษ์มารยาทไทยในการแสดงความเคารพ การสนทนา การแต่งกาย การมี
สัมมาคารวะแสดงออกถึงความเอ้ือเฟื้อเผ่ือแผ่และเสียสละต่อสังคม เห็นคุณค่าและอนุรักษ์
ขนบธรรมเนียมประเพณีศิลปวัฒนธรรมและภูมิปัญญาไทย ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเรื่อง
ความซ่ือสัตย์สุจริต ขยันหม่ันเพียร อดทนใฝ่หาความรู้ ตั้งใจปฏิบัติหน้าที่ และยอมรับผลที่เกิดจาก
การกระทาของตนเอง
ปฏิบัติตนเป็นแบบอย่างของความรักชาติ ยึดมั่นในศาสนา และเทิดทูนสถาบัน
พระมหากษัตรยิ ์ประยุกต์และเผยแพร่พระบรมราโชวาท ในเรื่องมีเหตุผล รอบคอบ หลักการทรงงาน
ในเรื่องการใช้ธรรมชาติช่วยธรรมชาติการปลูกป่าในใจคน และหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง
ปฏิบัติตนเป็นผู้มีวินัยในตนเอง ในเรื่องความซื่อสัตย์สุจริต ขยันหมั่นเพียร อดทน ใฝ่หาความรู้ และ
ต้ังใจปฏิบัติหน้าที่ปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีตามวิถีประชาธิปไตย ในการมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่าง ๆ
ของสังคม การตัดสินใจโดยใช้เหตุผล มีส่วนร่วมและรับผิดชอบในการตัดสินใจในกิจกรรมของ
ห้องเรยี นและโรงเรยี น ตรวจสอบข้อมูลเพือ่ ใช้ประกอบการตัดสินใจในกิจกรรมต่าง ๆ ปฏิบัติตนเป็นผู้
มีวินยั ในตนเอง ในเรอ่ื งความซ่ือสัตย์สุจริต
ผลการเรียนรู้
1. มีสว่ นรว่ มในการอนุรกั ษ์มารยาทไทย
2. แสดงออกถึงความเอื้อเฟ้ือเผื่อแผ่ และเสยี สละต่อสงั คม
3. เหน็ คณุ คา่ และอนุรกั ษ์ขนบธรรมเนยี ม ประเพณี ศลิ ปวัฒนธรรม และภมู ิปัญญาไทย
4. เปน็ แบบอย่างของความรกั ชาติ ยึดมน่ั ในศาสนา และเทิดทูนสถาบันพระมหากษัตริย์
5. ประยกุ ตแ์ ละเผยแพร่พระบรมราโชวาท หลกั การทรงงาน และหลักปรชั ญาของเศรษฐกิจ
พอเพียง
รวมท้ังหมด 5 ผลการเรยี นรู้
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศกึ ษาขัน้ พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรับปรุง ๒๕๖๐)
หลกั สตู รโรงเรยี นวงั หลวงพิทยาสรรพ์ พทุ ธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๙๑
คาอธบิ ายรายวชิ า
ส20232 หนา้ ทพ่ี ลเมือง กลุ่มสาระการเรียนร้สู ังคมศกึ ษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ี่ 1 ภาคเรยี นท่ี 2 เวลา 20 ชวั่ โมง
อดทนขยันหม่ันเพียร ใฝ่หาความรู้ ต้ังใจปฏิบัติหน้าท่ี และยอมรับผลที่เกิดจากการกระทา
ของตนเองยอมรับความหลากหลายทางสังคมวัฒนธรรมในภมู ภิ าคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ ในเรื่องวิถี
ชีวิต วัฒนธรรมศาสนา ส่ิงแวดล้อม อยู่ร่วมกันอย่างสันติและพึ่งพาซ่ึงกันและกันในสังคมพหุ
วัฒนธรรม ด้วยการเคารพซ่ึงกันและกันไม่แสดงกิริยาและวาจาดูหมิ่นผู้อ่ืน ช่วยเหลือซ่ึงกันและกัน
แบง่ ปนั มีสว่ นร่วมในการแกป้ ัญหาความขัดแยง้ โดยสันติวิธี ในเร่ืองการทะเลาะวิวาท ความคิดเห็นไม่
ตรงกัน ดว้ ยการเจรจาไกลเ่ กลย่ี การเจรจาตอ่ รอง การระงบั ความขดั แย้ง
ปฏบิ ตั ติ นเป็นผู้มีวนิ ยั ในตนเอง ในเรื่องความซอ่ื สัตย์สุจริต อดทน ใฝห่ าความรู้ ตั้งใจปฏิบัติ
หน้าท่ียอมรับผลที่เกิดจากการกระทาของตนเองโดยใช้กระบวนการกลุ่ม กระบวนการคิด
กระบวนการปฏิบัติ กระบวนการเผชิญสถานการณ์ กระบวนการแก้ปัญหา กระบวนการสืบเสาะหา
ความรู้ กระบวนการสร้างความตระหนัก กระบวนการสร้างค่านิยม และกระบวนการสร้างเจตคติ
เพอ่ื ใหผ้ ้เู รียนมลี กั ษณะท่ดี ขี องคนไทย ภาคภมู ใิ จในความเป็นไทย แสดงออกถึงความรักชาติ ยึดมั่นใน
ศาสนา และเทิดทนู ถาบพั ระมหากษัตริย์ เป็นพลเมืองดีในระบอบประชาธิปไตยอันมีพระมหากษัตริย์
ทรงเป็นประมุข มีส่วนร่วมทางการเมืองกาปกครอง อยู่ร่วมกับผู้อ่ืนอย่างสันติ จัดการความขัดแย้ง
ด้วยสนั ตวิ ิธี และมีวินัยในตนเอง
ผลการเรียนรู้
1. ปฏบิ ัติตนเป็นพลเมอื งดีตามวิถปี ระชาธปิ ไตย
2. มีสว่ นรว่ มและรบั ผิดชอบในการตัดสนิ ใจตรวจสอบข้อมูลเพื่อใช้ประกอบการตัดสินใจใน
กิจกรรมต่าง ๆ
3. ยอมรบั ความหลากหลายทางสังคมวฒั นธรรมในภมู ิภาคเอเชยี ตะวนั ออกเฉียงใต้ และอยู่
ร่วมกันอยา่ งสนั ติ และพึ่งพาซ่ึงกันและกนั
4. มสี ่วนร่วมในการแกป้ ญั หาความขดั แย้งโดยสันติวิธี
5. ปฏบิ ัติตนเปน็ ผู้มีวนิ ยั ในตนเอง
รวมท้ังหมด 5 ผลการเรียนรู้
ตามหลักสตู รแกนกลางการศกึ ษาข้ันพนื้ ฐาน พุทธศักราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรุง ๒๕๖๐)
หลกั สตู รโรงเรยี นวงั หลวงพิทยาสรรพ์ พทุ ธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๙๒
คาอธบิ ายรายวชิ า
ส21201 อาเซียน กลุ่มสาระการเรียนรู้สงั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีที่ 1 ภาคเรยี นที่ 1 เวลา 20 ช่ัวโมง
ศึกษาการเปิดประตูส่อู าเซยี น การเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน ภูมิศาสตร์อาเซียน
กับอัตลักษณ์ทางภูมิศาสตร์อาเซียน พัฒนาการของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับอัตลักษณ์ทาง
ประวตั ศิ าสตร์อาเซยี น การแลกเปลี่ยนเงินตรากบั การทอ่ งเทีย่ วในอาเซียน การสร้างสัมพันธไมตรีกับ
ภาคีนอกอาเซียน การนาสังคมไทยสู่ความเสมอภาคและยุติธรรม พลเมืองไทยและพลเมืองอาเซียน
กับการสร้างความเสมอภาคและยุติธรรม การจัดตั้งประชาคมอาเซียน โดยเน้นการจัดตั้งประชาคม
เศรษฐกจิ อาเซียน รวมทัง้ การพัฒนาเศรษฐกจิ ไทยสปู่ ระชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น
โดยจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Child-Centered) เน้นให้
ผู้เรียนได้ศึกษา ค้นคว้า ฝึกทักษะการคิดที่หลากหลาย ทักษะการใช้เทคโนโลยี ทักษะการแก้ปัญหา
และทักษะพลเมือง เพ่ือให้ผู้เรียนตระหนักใน อัตลักษณ์อาเซียนร่วมกัน เคารพในความแตกต่างและ
หลากหลาย ภูมิใจในความเป็นไทยและความเป็นอาเซียน มีความรับผิดชอบทางสังคมในฐานะ
พลเมอื งไทยและพลเมอื งอาเซียน ตลอดจนสามารถปรับตัวและดาเนนิ ชวี ิตอยใู่ นประชาคมอาเซียนได้
ผลการเรยี นรู้
1. อธบิ ายพัฒนาการของอาเซยี นและสญั ลักษณ์ของอาเซียน
2. บอกข้อมูลพ้ืนฐานสาคัญของประเทศสมาชิกอาเซียนและอธิบายเป้าหมายของการจัดต้ัง
ประชาคมอาเซยี น และการเตรียมความพรอ้ มสปู่ ระชาคมอาเซยี น
3. อธบิ ายลักษณะทางภูมศิ าสตร์ของอาเซยี นและสรปุ อัตลักษณท์ างภมู ิศาสตร์อาเซียน
4. อธิบายพัฒนาการของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสรุปอัตลักษณ์ทางประวัติศาสตร์
อาเซยี น
5. อธิบายการแลกเปลี่ยนเงินตราในอาเซียนและยกตัวอย่างแหล่งท่องเท่ียวในอาเซียนและ
ความรว่ มมอื ด้านทอ่ งเที่ยวของอาเซียน
6. วเิ คราะหล์ ักษณะความสมั พันธข์ องอาเซยี นกบั การสร้างสมั พนั ธไมตรีกับภาคีภายนอก
7. วิเคราะห์การส่งเสริมความเสมอภาคและความยุติธรรมในสังคมไทยจากบทบัญญัติแห่ง
รัฐธรรมนญู
8. วเิ คราะหบ์ ทบาทพลเมืองอาเซยี นกับการสง่ เสริมความเสมอภาคและยุติธรรมในอาเซยี น
9. สรุปวิวัฒนาการของประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน ยกตัวอย่างผลงานและความร่วมมือด้าน
เศรษฐกิจของอาเซยี น และวเิ คราะห์ผลประโยชนท์ ่ีไทยไดร้ บั จากอาเซียน
10. วเิ คราะห์แนวทางการพัฒนาเศรษฐกจิ ไทยส่ปู ระชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น
รวมทั้งหมด 10 ผลการเรียนรู้
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พทุ ธศักราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรุง ๒๕๖๐)
หลกั สตู รโรงเรยี นวังหลวงพิทยาสรรพ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๙๓
คาอธิบายรายวชิ า
ส21202 อาเซียน กลุ่มสาระการเรียนรสู้ งั คมศึกษา ศาสนาและวฒั นธรรม
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี 1 ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 20 ช่วั โมง
ศกึ ษาการเปิดประตูสอู่ าเซียน การเตรียมความพร้อมสู่ประชาคมอาเซียน ภูมิศาสตร์อาเซียน
กับอัตลักษณ์ทางภูมิศาสตร์อาเซียน พัฒนาการของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้กับอัตลักษณ์ทาง
ประวตั ศิ าสตร์อาเซียน การแลกเปล่ียนเงนิ ตรากับการท่องเท่ียวในอาเซียน การสร้างสัมพันธไมตรีกับ
ภาคีนอกอาเซียน การนาสังคมไทยสู่ความเสมอภาคและยุติธรรม พลเมืองไทยและพลเมืองอาเซียน
กับการสร้างความเสมอภาคและยุติธรรม การจัดตั้งประชาคมอาเซียน โดยเน้นการจัดตั้งประชาคม
เศรษฐกจิ อาเซยี น รวมทงั้ การพัฒนาเศรษฐกิจไทยสูป่ ระชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น
โดยจัดกิจกรรมการเรียนการสอนที่ยึดผู้เรียนเป็นศูนย์กลาง (Child-Centered) เน้นให้
ผู้เรียนได้ศึกษา ค้นคว้า ฝึกทักษะการคิดที่หลากหลาย ทักษะการใช้เทคโนโลยี ทักษะการแก้ปัญหา
และทักษะพลเมือง เพื่อให้ผู้เรียนตระหนักใน อัตลักษณ์อาเซียนร่วมกัน เคารพในความแตกต่างและ
หลากหลาย ภูมิใจในความเป็นไทยและความเป็นอาเซียน มีความรับผิดชอบทางสังคมในฐานะ
พลเมอื งไทยและพลเมืองอาเซยี น ตลอดจนสามารถปรบั ตวั และดาเนนิ ชีวิตอยู่ในประชาคมอาเซยี นได้
ผลการเรยี นรู้
1. อธิบายพัฒนาการของอาเซยี นและสญั ลกั ษณข์ องอาเซียน
2. บอกข้อมูลพ้ืนฐานสาคัญของประเทศสมาชิกอาเซียนและอธิบายเป้าหมายของการจัดต้ัง
ประชาคมอาเซียน และการเตรียมความพรอ้ มสู่ประชาคมอาเซยี น
3. อธบิ ายลักษณะทางภูมิศาสตร์ของอาเซยี นและสรปุ อัตลักษณ์ทางภูมิศาสตร์อาเซียน
4. อธิบายพัฒนาการของเอเชียตะวันออกเฉียงใต้และสรุปอัตลักษณ์ทางประวัติศาสตร์
อาเซยี น
5. อธิบายการแลกเปลี่ยนเงินตราในอาเซียนและยกตัวอย่างแหล่งท่องเท่ียวในอาเซียนและ
ความรว่ มมือดา้ นท่องเที่ยวของอาเซยี น
6. วิเคราะห์ลักษณะความสมั พันธ์ของอาเซยี นกับการสร้างสัมพันธไมตรีกับภาคีภายนอก
7. วิเคราะห์การส่งเสริมความเสมอภาคและความยุติธรรมในสังคมไทยจากบทบัญญัติแห่ง
รัฐธรรมนญู
8. วิเคราะหบ์ ทบาทพลเมอื งอาเซียนกบั การส่งเสริมความเสมอภาคและยุตธิ รรมในอาเซียน
9. สรุปวิวฒั นาการของประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน ยกตัวอย่างผลงานและความร่วมมือด้าน
เศรษฐกิจของอาเซียน และวเิ คราะห์ผลประโยชนท์ ไ่ี ทยได้รบั จากอาเซียน
10. วเิ คราะห์แนวทางการพัฒนาเศรษฐกิจไทยสปู่ ระชาคมเศรษฐกจิ อาเซยี น
รวมทั้งหมด 10 ผลการเรยี นรู้
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาข้นั พ้นื ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรับปรงุ ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวงั หลวงพทิ ยาสรรพ์ พุทธศกั ราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๙๔
คาอธบิ ายรายวชิ า
ส22101 สงั คมศกึ ษาพื้นฐาน กลมุ่ สาระการเรยี นรสู้ งั คมศึกษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี 2 ภาคเรียนที่ 1 เวลา 60 ชัว่ โมง
ศึกษา กฎหมายกระบวนการในการตรากฎหมายท่ีเก่ียวข้องกับตนเอง ครอบครัว ชุมชนและ
ประเทศ รวมท้ังการปฏบิ ตั ิตนตามสถานภาพ บทบาท สทิ ธิ เสรีภาพ หน้าท่ีในฐานะพลเมืองดีตามวิถี
ประชาธิปไตยบอกความคล้ายคลึงและความแตกต่างของวัฒนธรรมไทย และวัฒนธรรมของประเทศ
ในภูมภิ าคเอเชยี เพื่อนาไปสูค่ วามเขา้ ใจอนั ดีระหวา่ งกัน
วิเคราะห์บทบาท ความสาคัญ และความสัมพันธ์ของสถาบันทางสังคม รวมท้ังข่าวสาร
ทางการเมอื งการปกครองท่มี ีผลกระทบต่อสังคมไทยสมัยปัจจุบัน
ประวัติและความสาคัญของพระพุทธศาสนา เร่ือง การเผยแผ่พระพุทธศาสนาเข้าสู่ประเทศ
เพ่ือนบ้าน ความสาคัญของพระพุทธศาสนาท่ีเป็นรากฐานของวัฒนธรรม เอกลักษณ์มรดกของชาติ
การพัฒนาชุมชน การจดั ระเบยี บของสังคม พุทธประวตั ิ สรุปและวิเคราะห์พระพุทธประวัติ เร่ือง การ
ผจญมาร การตรัสรู้ การสั่งสอน พุทธสาวก พุทธสาวิกา พระสารีบุตร พระโมคคัลลานะ นางขุชชุตต
รา พระเจ้าพิมพิสาร ชาดก เรื่องมิตตวินทุกชาดก ราโชวาทชาดก ศาสนิกชนตัวอย่าง พระมหาธรรม
ราชาลิไท สมเด็จพระมหาสมณเจ้ากรมพระยาวชิรญาณวโรรส ประพฤติ ปฏิบัติตนอย่างมีมรรยาท
ของความเปน็ ศาสนกิ ชนทดี่ ี การต้อนรับ (ปฏิสันถาร) มรรยาทของผู้เป็นแขก ปฏิบัติตนตามศาสนพิธี
ฝกึ ปฏบิ ตั ิระเบยี บพธิ ี ปฏิบตั ติ ่อพระภกิ ษุ การยืน การใหท้ นี่ ง่ั การเดินสวน การสนทนา การรับส่ิงของ
การแต่งกายไปวัด การแต่งกายไปงานมงคล งานอวมงคล การใช้หลักธรรมในการอยู่ร่วมกันในสังคม
และสามารถนาไปใชใ้ นชีวติ ตนเอง และสังคมโดยรวม
มาตรฐานการเรยี นูร้และตวั ช้วี ัดชนั้ ปี
ส 1.1 ม.1/1,ม.1/2,ม.1/3,ม.1/4,ม.1/5,ม.1/6,ม.1/7,ม.1/8
ส 1.2 ม.1/1,ม.1/2,ม.1/3
ส 2.1 ม1/1,ม1/2,ม1/3,ม1/4
ส 2.2 ม2/1,ม2/2
รวมท้ังหมด 17 ตัวชี้วัด
ตามหลักสตู รแกนกลางการศึกษาขนั้ พื้นฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรบั ปรงุ ๒๕๖๐)
หลักสตู รโรงเรยี นวังหลวงพิทยาสรรพ์ พุทธศักราช ๒๕๖๔ ห น้ า | ๑๙๕
ส22102 สงั คมศกึ ษาพื้นฐาน คาอธบิ ายรายวิชา
ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี 2 กลุ่มสาระการเรียนรู้สงั คมศกึ ษา ศาสนาและวัฒนธรรม
ภาคเรียนท่ี 2 เวลา 60 ช่วั โมง
ศึกษาปัจจัยการผลิตสินค้าและบริการ ที่มีอิทธิพลต่อการผลิตสินค้าและบริการและแนว
ทางการพัฒนาการผลิตในท้องถ่ินตามปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียงวิเคราะห์ปัจจัยที่มีต่อการลงทุน
และการออม การกระจายของทรพั ยากรในโลกที่ส่งผลต่อความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ
และการแขง่ ขันทางการค้าในประเทศและตา่ งประเทศท่ีส่งผลต่อคุณภาพสินค้า ปริมาณการผลิต และ
ราคาสินค้าอภิปรายแนวทางการคุ้มครองสิทธิของตนเองในฐานะผู้บริโภค และระบบเศรษฐกิจแบบ
ต่างๆ ยกตัวอย่างที่สะท้อนให้เห็นการพ่ึงพาอาศัยกัน และการแข่งขันกันทางเศรษฐกิจในภูมิภาค
เอเชยี
ศึกษาเพ่ือให้มีความเข้าใจ ในเร่ืองการใช้เคร่ืองมือทางภูมิศาสตร์ในการรวบรวม วิเคราะห์
และนาเสนอขอ้ มูลเกี่ยวกับลกั ษณะทางกายภาพ ทางสังคมของทวีปยุโรป และแอฟริกา บอกแนวทาง
การอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อมในทวีปยุโรป และแอฟริกาอภิปรายประเด็นปัญหา
เกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมที่เกิดขึ้นในทวีปยุโรป และแอฟริกา อภิปรายปัญหาสาเหตุเก่ียวกับสิ่งแวดล้อมที่
เกิดข้ึน และผลกระทบที่ประเทศไทยได้รับจากการเปล่ียนแปลงของสิ่งแวดล้อมในทวีปยุโรปและ
แอฟรกิ า
วิเคราะห์ความสัมพันธ์ระหว่างลักษณะทางกายภาพ ลักษณะทางสังคมของทวีปยุโรปและ
แอฟริกา รวมท้ังอิทธิพลของสภาพภูมิศาสตร์ ซ่ึงทาให้เกิดปัญหาทางกายภาพ หรือภัยพิบัติทาง
ธรรมชาติในประเทศไทยและภูมิภาคต่าง ๆ ของโลก มีการตระหนัก และเห็นคุณค่าการอนุรักษ์
ทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละสิ่งแวดล้อม
มาตรฐานการเรียนูร้และตัวชี้วดั
ส 3.1 ม1/1,ม1/2,ม1/3,ม1/4ม.2/4
ส 3.2 ม.2/1,ม.2/2,ม.2/3 ม.2/4
ส 5.1 ม1/1,ม1/2
ส 5.2 ม2/1,ม2/2,ม2/3,ม2/4
รวมทั้งหมด 15 ตวั ช้วี ดั
ตามหลกั สตู รแกนกลางการศึกษาข้ันพนื้ ฐาน พทุ ธศกั ราช ๒๕๕๑ (ปรับปรงุ ๒๕๖๐)