มาตรฐานสถานพัฒนาเดก็ ปฐมวยั แหง่ ชาต
ิ
(ฉบบั ยอ่ )
คณะรฐั มนตรมี มี ตเิ ห็นชอบ วนั ท่ี ๒ มกราคม ๒๕๖๒
คณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัยแหง่ ชาติ (ก.พ.ป.)
๖๔๙.๑๒๓ สำนกั งานเลขาธกิ ารสภาการศึกษา
ค ๑๒๓ ม มาตรฐานสถานพฒั นาเด็กปฐมวัยแหง่ ชาติ (ฉบบั ยอ่ )
กรงุ เทพฯ : ๒๕๖๒
๕๔ หน้า
ISBN : 978-616-270-221-1
๑. มาตรฐานสถานพฒั นา - เดก็ ปฐมวยั ๒. ช่อื เร่อื ง
มาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแหง่ ชาติ (ฉบับยอ่ )
National Standard for Early Childhood Care,
Development and Education Thailand
สิง่ พิมพ์ สกศ. อันดบั ท่ี ๔๒/๒๕๖๒
พิมพค์ รัง้ ท่ี ๑ กันยายน ๒๕๖๒
จำนวน ๓,๐๐๐ เลม่
ผู้จัดพมิ พเ์ ผยแพร่ สำนักงานเลขาธกิ ารสภาการศกึ ษา กระทรวงศึกษาธิการ
ถนนสโุ ขทยั เขตดสุ ติ กรุงเทพฯ ๑๐๓๐๐
โทรศพั ท์ ๐ ๒๖๖๘ ๗๙๗๔ หรือ ๐ ๒๖๖๘ ๗๑๒๓
ตอ่ ๒๕๒๑, ๒๕๒๒
โทรสาร ๐ ๒๒๔๓ ๑๑๒๙
Web site: http://www.onec.go.th
พมิ พท์ ี่ บรษิ ทั พรกิ หวานกราฟฟคิ จำกัด
๙๐/๖ ซอยจรัญสนทิ วงศ์ ๓๔/๒
ถนนจรญั สนิทวงศ์ แขวงอรุณอมรนิ ทร
์
เขตบางกอกนอ้ ย กรงุ เทพฯ ๑๐๗๐๐
โทรศพั ท์ ๐ ๒๔๒๓ ๓๒๔๙, ๐ ๒๔๒๔ ๓๒๕๒
โทรสาร ๐ ๒๔๒๓ ๓๒๔๙, ๐ ๒๔๒๔ ๓๒๕๒
สาร
พลเอก ประยทุ ธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี
เนือ่ งในโอกาสจัดทำเอกสารมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแหง่ ชาติ
และคูม่ ือมาตรฐานสถานพฒั นาเดก็ ปฐมวัยแห่งชาติ
พุทธศักราช ๒๕๖๒
....................
รฐั บาลมเี ปา้ หมายในการพฒั นาประเทศภายใตน้ โยบายประเทศไทย ๔.๐
เพ่ือขับเคลื่อนประเทศไปสู่ “ความม่ันคง ม่ังคั่ง และยั่งยืน” โดยให้
ความสำคัญกับการปฏิรูปการศึกษาเพื่อการพัฒนาคนในทุกมิติ รวมทั้ง
เตรียมความพร้อมด้านกำลังคนและเสริมสร้างศักยภาพของประชากร
ในทุกช่วงวัยให้เป็นทุนมนุษย์ท่ีมีศักยภาพสูงของประเทศ โดยเฉพาะ
การพฒั นาเดก็ และเยาวชนเรมิ่ ตง้ั แตป่ ฐมวยั ซงึ่ ถอื เปน็ ชว่ งวยั ทม่ี คี วามสำคญั
สูงสุด เพื่อให้เติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีคุณภาพและเป็นกำลังสำคัญในการ
พฒั นาประเทศในอนาคต
คณะรฐั มนตรมี มี ตเิ มอื่ วนั ท่ี ๒ มกราคม ๒๕๖๒ เหน็ ชอบมาตรฐาน
สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ เพื่อยกระดับการพัฒนาเด็กปฐมวัย
และใช้เป็นมาตรฐานกลางทั้งประเทศ ซ่ึงเป็นการดำเนินการตาม
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ท่ีให้ความสำคัญ
กบั การพัฒนาเดก็ ปฐมวยั และสามารถเขา้ ถงึ การบรกิ ารไดอ้ ยา่ งเทา่ เทียมกนั
โดยมีเป้าหมายให้เด็กปฐมวัยทุกคนได้รับการดูแล พัฒนาก่อนเข้ารับ
การศึกษา ทั้งการพัฒนาร่างกาย จิตใจ วินัย อารมณ์ และสติปัญญาให
้
ก
สมกับวัย การจัดทำมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ถือเป็น
มาตรฐานข้ันต้นที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาเด็กของประเทศ เพื่อให้เริ่มต้น
ชีวิตอย่างมีคุณภาพ รวมท้ังการพัฒนาคุณภาพการบริการ ดูแล และ
จัดการศึกษาสำหรับเด็กแรกเกิดถึงก่อนเข้าประถมศึกษา โดยคำนึงถึง
การตอบสนองต่อสิทธิพ้ืนฐานท่ีเด็กทุกคนพึงได้รับ ซ่ึงถือเป็นการวาง
รากฐานทรัพยากรมนุษย์ของประเทศและการพัฒนาเด็กปฐมวัยให้พร้อม
เปน็ พลเมอื งทมี่ ีคุณภาพของประเทศต่อไป
ผมหวังว่าเอกสารมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติและ
คู่มือมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ จะเป็นเครื่องมือให้
สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยทุกสังกัด ใช้เป็นแนวทางในการบริหารจัดการ
สถานศกึ ษา การจดั หลกั สตู รทางวชิ าการ และการสง่ เสรมิ ประสบการณแ์ ละ
การเรยี นรู้ของเด็ก รวมท้งั คณุ ภาพของเดก็ ปฐมวัย และขอใหท้ กุ หน่วยงาน
ได้บูรณาการการทำงานรว่ มกันขบั เคลอ่ื นมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวยั
แห่งชาตไิ ปสกู่ ารปฏบิ ตั ใิ หเ้ กดิ ผลสมั ฤทธิ์อย่างเปน็ รปู ธรรมสืบไป
พลเอก
(ประยุทธ์ จนั ทรโ์ อชา)
นายกรฐั มนตรี
ข
คำนำ
รฐั บาลไดใ้ หค้ วามสำคญั เรอ่ื งการพฒั นาเดก็ และเยาวชนโดยเฉพาะ
ช่วงปฐมวัย ซึ่งถือเป็นช่วงวัยท่ีมีความสำคัญสูงสุดในการวางรากฐาน
การพัฒนาคนให้มีความสมบูรณ์ โดยเริ่มตั้งแต่การพัฒนาเด็กปฐมวัยให้มี
สุขภาพกายและใจทดี่ ี มที กั ษะทางสมอง ทักษะการเรียนรู้ และทักษะชีวิต
เพื่อให้เติบโตอย่างมีคุณภาพ และสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพ การศึกษา
และสวสั ดกิ ารสงั คมไดอ้ ยา่ งเทา่ เทยี มกนั ภายใตบ้ รบิ ทของประเทศทเ่ี ปลย่ี นแปลง
หลงั การประกาศใช้รฐั ธรรมนูญแห่งราชอาณาจกั รไทย พุทธศกั ราช ๒๕๖๐
มาตรา ๕๔ วรรคหน่ึง รัฐต้องดำเนินการให้เด็กทุกคนได้รับการศึกษาเป็น
เวลาสบิ สองปี ต้งั แต่กอ่ นวัยเรียนจนจบการศกึ ษาภาคบงั คบั อย่างมคี ุณภาพ
โดยไม่เก็บค่าใช้จ่าย และวรรคสอง รัฐต้องดำเนินการให้เด็กเล็กได้รับ
การดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษาตามวรรคหน่ึง เพ่ือพัฒนาร่างกาย
จติ ใจ วนิ ัย อารมณ์ สังคม และสตปิ ญั ญาใหส้ มกับวัย
การพัฒนาเด็กปฐมวัยเป็นการดำเนินงานที่มีความเช่ือมโยงกับ
หลายหนว่ ยงาน จงึ จำเปน็ ตอ้ งอาศยั ความรว่ มมอื จากทกุ กระทรวง/หนว่ ยงาน
ที่เกี่ยวข้องในการบูรณาการดำเนินงานร่วมกัน เพ่ือให้เกิดการขับเคลื่อน
ในทางปฏิบัติ และเป็นไปในทิศทางเดียวกันอย่างเป็นรูปธรรม และเพื่อ
ให้เกิดความต่อเน่ืองในการดำเนินงานพัฒนาเด็กปฐมวัยของประเทศ
โดยการมสี ว่ นรว่ มของทกุ ภาคสว่ น สง่ ผลใหเ้ ดก็ ปฐมวยั ทกุ คนไดร้ บั การพฒั นา
อย่างรอบด้าน มคี ุณภาพ ตามศกั ยภาพ ตามวัยและตอ่ เนอ่ื ง
คณะรฐั มนตรไี ดใ้ หค้ วามเหน็ ชอบมาตรฐานสถานพฒั นาเดก็ ปฐมวยั
แห่งชาติที่ดำเนินการจัดทำโดยคณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ
(ก.พ.ป.) โดยความร่วมมือของผู้แทนหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้อง เสนอโดย
สำนักงานเลขาธิการสภาการศึกษา กระทรวงศึกษาธิการ เมื่อวันท
่ี
ค
๒ มกราคม ๒๕๖๒ โดยให้ใช้เป็นมาตรฐานกลางของประเทศ และให้
กระทรวงที่เกี่ยวข้องพิจารณานำมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ
ฉบับใหม่ไปใช้เป็นแนวทางในการส่งเสริม สนับสนุนให้สถานพัฒนา
เด็กปฐมวัยท่ีอยู่ภายใต้การกำกับ ดูแลและรับผิดชอบ มีการบริหารจัดการ
ประเมินผลการดำเนินงานเพื่อยกระดับการพัฒนาให้มีคุณภาพตาม
มาตรฐานฯ ดังกล่าว และเป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งประเทศ ก่อให้เกิด
ประโยชน์สูงสุดสำหรับเด็กปฐมวัยให้เจริญเติบโตอย่างมีคุณภาพและ
มีพัฒนาการท่ีเหมาะสมตามวัย และเติบโตเป็นผู้ใหญ่ท่ีดี อันจะเป็นกำลัง
สำคัญในการพัฒนาประเทศตอ่ ไป
ในฐานะประธานคณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ
(ก.พ.ป.) หวังว่า เอกสารฉบับน้ีจะเป็นแนวทางการดำเนินงาน และเป็น
ประโยชน์ต่อหน่วยงานทุกสังกัด ผู้ปฏิบัติงานพัฒนาเด็กปฐมวัย และผู้ที่
เกี่ยวข้องในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย เพ่ือช่วยกันเพ่ิมคุณภาพเด็กปฐมวัย
อยา่ งเปน็ รปู ธรรม และขอขอบคณุ ทกุ หนว่ ยงานทเ่ี กยี่ วขอ้ ง ทง้ั ๔ กระทรวงหลกั
ได้แก่ กระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคง
ของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข และกระทรวงมหาดไทย รวมถึง
กรุงเทพมหานคร คณะอนุกรรมการฯ ท่ีเก่ียวข้องทุกคณะ และสำนักงาน
เลขาธิการสภาการศึกษาซ่ึงเป็นฝ่ายเลขานุการฯ ท่ีได้ร่วมกันจัดทำ
มาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยฉบับนี้ ให้บรรลุวัตถุประสงค์ท่ีกำหนดไว้
และขอให้รว่ มกนั ขบั เคล่อื นนำสู่การปฏิบตั ไิ ด้ประสบผลสำเรจ็ ตอ่ ไป
พลอากาศเอก
(ประจิน จน่ั ตอง)
รองนายกรฐั มนตรี
ประธานคณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวยั แหง่ ชาต
ิ
ง
กิตตกิ รรมประกาศ
รัฐบาลปัจจุบัน (พลเอก ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี)
ได้ให้ความสำคัญอย่างมากเก่ียวกับการพัฒนาคนทุกช่วงวัย โดยเฉพาะ
อย่างยิ่งช่วงปฐมวัยอันหมายถึงเด็กแรกเกิด (รวมทั้งเด็กในครรภ์) จนถึง
กอ่ นเข้าประถมศึกษาปีที่ ๑ และมกี ารบญั ญัตไิ ว้ในรัฐธรรมนญู มาตรา ๕๔
วรรค ๑ และวรรค ๒ โดยในการดำเนินการดังกล่าว รัฐบาลได้จัดให้ม
ี
การดำเนินงานหลายประการท่ีมุ่งผลการดำเนินงานท่ีเป็นรูปธรรม ชัดเจน
ในกรอบเวลาทีเ่ ร่งดว่ น
จากการดำเนนิ งานทผี่ า่ นมามหี ลายหนว่ ยงานมภี ารกจิ ในการพฒั นา
เด็กปฐมวัย จึงมีหลายมาตรฐานของแต่ละสังกัดต่างกันไป ดังนั้นการมี
มาตรฐานเดียว จะเป็นแนวทางการดำเนินงานสำหรับหน่วยงานที่มีภารกิจ
เก่ียวข้องกับการเล้ียงดู ดูแล พัฒนาและจัดการศึกษาให้แก่เด็กปฐมวัย
ทุกระดับ เพ่ือให้ง่ายต่อหน่วยปฏิบัติ และการมีผลบังคับใช้ รวมถึงการ
ติดตามผล การมีมาตรฐานกลางเดียวกันจะทำให้เด็กปฐมวัยทุกคนได้รับ
การเลี้ยงดู ดูแล และพัฒนาอย่างเท่าเทียมกันไม่ว่าจะอยู่ในสถานพัฒนา
ของหน่วยงานหรือสังกัดใด ซึ่งจะก่อให้เกิดประโยชน์สูงสุดต่อการพัฒนา
เด็กปฐมวยั ของไทย
คณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ (ก.พ.ป.) จึงเห็นควรให้
มกี ารจดั ทำมาตรฐานสถานพฒั นาเดก็ ปฐมวยั แหง่ ชาติ เพอื่ เชอ่ื มตอ่ ใหส้ อดคลอ้ ง
กับรัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พ.ศ. ๒๕๖๐ ยุทธศาสตร์ชาติ
นโยบาย และแผนพัฒนาตา่ งๆ ในการพัฒนาเด็กปฐมวัยของประเทศ และ
จ
กรอบมาตรฐานคณุ ภาพปฐมวยั อาเซยี น ทงั้ น้ี เพอื่ เปน็ แนวทางการดำเนนิ งาน
สำหรับหน่วยงานทุกสังกัดท้ังในระดับนโยบายจนถึงระดับปฏิบัติ ซ่ึงจะ
ทำให้การพัฒนาเด็กปฐมวัยเป็นไปในทิศทางเดียวกัน เด็กปฐมวัยทุกคน
ได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้านเต็มตามศักยภาพ เป็นพื้นฐานของความเป็น
พลเมืองคุณภาพ รวมท้ังมีมาตรฐานกลางของประเทศเพ่ือพัฒนาคุณภาพ
การจัดบริการ ดูแล พัฒนา และจัดการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัยให้มี
คณุ ภาพทดั เทียม ลดความเหล่อื มล้ำ
การจัดทำมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ดำเนินการ
โดยความร่วมมือของหน่วยงานท่ีเกี่ยวข้องทุกภาคส่วน ในรูปของ
คณะอนุกรรมการภายใต้คณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ
(ก.พ.ป.) ๓ คณะ ได้แก่ ๑) คณะอนุกรรมการพัฒนาคุณภาพเด็กปฐมวัย
๒) คณะอนุกรรมการเฉพาะกิจจัดทำร่างมาตรฐานคุณภาพข้ันต่ำของ
การเลย้ี งดู การพฒั นา และการใหก้ ารศกึ ษาแกเ่ ดก็ ปฐมวยั สำหรบั ศนู ยพ์ ฒั นา
เดก็ ปฐมวยั และ ๓) คณะอนกุ รรมการเฉพาะกจิ จดั ทำรา่ งมาตรฐานคณุ ภาพ
ขั้นต่ำของการเลี้ยงดู การพัฒนา และการให้การศึกษาแก่เด็กปฐมวัย
สำหรบั โรงเรยี นอนบุ าล และคณะอนกุ รรมการภายใตค้ ณะกรรมการสง่ เสรมิ
การพฒั นาเดก็ และเยาวชนแหง่ ชาติ (กดยช.) ๒ คณะ ไดแ้ ก่ ๑) คณะอนกุ รรมการ
เฉพาะกิจปรับปรุงร่างมาตรฐานคุณภาพข้ันต่ำของการอบรมเล้ียงดู
เด็กปฐมวัยของสถานรับเล้ียงเด็กเอกชน และ ๒) คณะอนุกรรมการ
ประสานและสง่ เสริมการพัฒนาเดก็ โดยแต่งตงั้ คณะทำงานจัดทำมาตรฐาน
ศนู ยเ์ ดก็ เลก็ แหง่ ชาตฉิ บบั ปรบั ปรงุ รวมทงั้ สนิ้ ๕ คณะ โดยมี รองศาสตราจารย
์
นิตยา คชภกั ดี เป็นผ้รู บั ผิดชอบหลัก
ฉ
ในฐานะเลขานุการคณะกรรมการพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ
ขอขอบคุณ รองศาสตราจารย์นิตยา คชภักดี ประธานคณะอนุกรรมการฯ
ผู้แทนจากกระทรวงศึกษาธิการ กระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคง
ของมนุษย์ กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงมหาดไทย กรุงเทพมหานคร
และหน่วยงานอ่ืนๆ ทุกภาคส่วนท่ีเก่ียวข้อง ท้ังภาครัฐ และภาคเอกชน
ที่ร่วมกันจัดทำมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติและคู่มือ
มาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติฉบับนี้ และดำเนินงานพัฒนา
เด็กปฐมวัยมาอย่างต่อเนื่อง สำนักงานฯ หวังเป็นอย่างย่ิงว่า มาตรฐาน
สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ จะเป็นมาตรฐานกลางของประเทศ
ซ่ึงเชื่อมโยงและบูรณาการการดำเนินงานร่วมกันในทุกภาคส่วนเพ่ือให
้
เด็กปฐมวัยทุกคนได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้าน มีคุณภาพ ตามศักยภาพ
ตามวัยและต่อเน่ือง และสามารถเข้าถึงบริการสุขภาพ การศึกษา และ
สวสั ดิการสังคมได้อย่างเท่าเทียมกัน
(นางวฒั นาพร ระงบั ทกุ ข์)
รองเลขาธิการสภาการศกึ ษา
กรรมการและเลขานกุ ารคณะกรรมการพัฒนาเดก็ ปฐมวัยแห่งชาต
ิ
ช
สารบญั
หนา้
มาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแหง่ ชาต ิ ๑
- ความสำคัญของเดก็ ปฐมวยั ๑
- อดุ มการณ์และหลกั การในการจดั การศึกษา ๒
เด็กปฐมวัยของชาติ
- เหตผุ ลทีต่ อ้ งมีมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแหง่ ชาต ิ ๔
- วัตถปุ ระสงค ์ ๗
- กล่มุ เป้าหมาย ๗
- สาระของมาตรฐานสถานพฒั นาเด็กปฐมวยั แหง่ ชาติ ๑๐
ภาคผนวก ๑ คำสัง่ คณะกรรมการ/คณะอนุกรรมการทเี่ ก่ยี วข้อง ๒๓
ภาคผนวก ๒ มตคิ ณะรฐั มนตรี เมอ่ื วนั ท่ี ๒ มกราคม ๒๕๖๒ ๓๙
คณะผจู้ ัดทำ ๔๒
ซ
มาตรฐานสถานพัฒนาเดก็ ปฐมวัยแหง่ ชาต
ิ
ความสำคญั ของเด็กปฐมวัย
ปฐมวยั เปน็ วยั เรม่ิ ตน้ ของชวี ติ และพฒั นาการในทกุ ดา้ น เปน็ ชว่ งวยั
ทพี่ ฒั นาการทางดา้ นตา่ งๆ เปน็ ไปอยา่ งรวดเรว็ ทสี่ ดุ และเปน็ ฐานรากทสี่ ำคญั
สำหรับพัฒนาการในช่วงวัยต่อๆ ไป เด็กในวัยน้ีจึงเป็นทรัพยากรบุคคลที่มี
ความสำคญั อยา่ งยงิ่ ของประเทศ เดก็ ปฐมวยั ทไ่ี ดร้ บั การดแู ลอยา่ งเหมาะสม
ตามช่วงวัยจะสามารถเติบโตเปน็ ผู้ใหญ่ทีด่ ีมคี ณุ ภาพและจะเปน็ กำลังสำคญั
ของประเทศชาติต่อไปในอนาคต ดังคำกล่าวของ ศ.ดร.เจมส์ เจ เอคแมน
นักเศรษฐศาสตร์รางวัลโนเบล ปี พ.ศ. ๒๕๔๒ ท่ีว่า “การลงทุนพัฒนา
เด็กปฐมวัย เป็นการลงทุนท่ีคุ้มค่าให้ผลตอบแทนแก่สังคมที่ดีที่สุดใน
ระยะยาว”
ดังนน้ั การพฒั นาเด็กปฐมวัยจึงเป็นรากฐานที่มผี ลตอ่ คณุ ภาพและ
ประสิทธิภาพของคนตลอดชีวิตและเป็นการลงทุนท่ีคุ้มค่าที่สุด กล่าวคือ
เด็ก เยาวชนและผู้ใหญ่ท่ีมีสุขภาพดีมีความสามารถเรียนรู้ ทำงานได้เก่ง
และเป็นพลเมืองดีที่จะนำสู่ความสำเร็จในสังคมที่ท้าทายในศตวรรษที่ ๒๑
ต้องได้รับโอกาสการพัฒนาอย่างรอบด้านในช่วงปฐมวัย แต่คุณภาพของ
เด็กปฐมวัยยังเป็นจุดอ่อนที่เข้าขั้นวิกฤตของประเทศไทย ท่ีจำเป็นต้อง
แกไ้ ขอยา่ งเร่งดว่ น รฐั และทุกภาคส่วน พอ่ แม่ผูป้ กครอง ครอบครวั ชุมชน
สังคม บุคลากรทางการแพทย์และสาธารณสุข ครู/ผู้ดูแลเด็ก โรงเรียน
องค์กรทอ้ งถิ่นทกุ ระดบั บคุ ลากรพฒั นาสงั คมท้งั ภาครฐั เอกชน ภาคศาสนา
และภาคธุรกิจ จึงต้องมีความรู้ความเข้าใจในความสำคัญของช่วงปฐมวัย
1
ตระหนักในพันธกิจและลงมือช่วยกันทำให้เด็กปฐมวัยมีโอกาสพัฒนา
อยา่ งเต็มศักยภาพในภาวะแวดลอ้ มท่ีปลอดภยั
“เดก็ ปฐมวยั ” ตามระเบยี บสำนกั นายกรฐั มนตรวี า่ ดว้ ยการพฒั นา
เด็กปฐมวัย พ.ศ. ๒๕๕๑ ได้ให้ความหมายของเด็กปฐมวัยว่า หมายถึง
เด็กซึ่งมีอายุยังไม่ครบหกปีบริบูรณ์ และให้หมายความรวมถึงทารกใน
ครรภม์ ารดาดว้ ย
อดุ มการณ์และหลกั การในการจดั การศึกษาเดก็ ปฐมวัยของชาต
ิ
รัฐธรรมนูญแห่งราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช ๒๕๖๐ ได้ให้
ความสำคัญกับการพัฒนาเดก็ ปฐมวัยไว้หลายมาตรา คอื
มาตรา ๕๔ วรรคสอง กำหนดวา่ “...รัฐต้องดำเนนิ การใหเ้ ด็ก
เล็กได้รับการดูแลและพัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษา เพ่ือพัฒนาร่างกาย
จิตใจ วนิ ยั อารมณ์ สงั คม และสติปญั ญาใหส้ มกับวยั โดยสง่ เสริมใหอ้ งคก์ ร
ปกครองส่วนท้องถ่ินและภาคเอกชนเขา้ มสี ว่ นรว่ มในการดำเนินการด้วย”
มาตรา ๒๕๘ ใหด้ ําเนนิ การปฏริ ูปประเทศให้เกิดผล จ. ดา้ น
การศึกษา (๑) ให้สามารถเร่ิมดําเนินการให้เด็กเล็กได้รับการดูแลและ
พัฒนาก่อนเข้ารับการศึกษา ตามมาตรา ๕๔ วรรคสอง เพื่อให้เด็กเล็ก
ไดร้ บั การพฒั นารา่ งกาย จติ ใจ วนิ ยั อารมณ์ สงั คม และสตปิ ญั ญาใหส้ มกบั วยั
โดยไมเ่ กบ็ คา่ ใชจ้ า่ ย
พระราชบญั ญตั กิ ารศกึ ษาแหง่ ชาติ พ.ศ. ๒๕๔๒ และทแ่ี กไ้ ขเพม่ิ เตมิ
ฉบบั ท่ี ๒ (พ.ศ. ๒๕๔๕) และฉบับท่ี ๓ (พ.ศ. ๒๕๕๓) มาตรา ๑๘ (๑)
กำหนดให้การจัดการศึกษาปฐมวัยจัดในสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย ได้แก่
ศูนย์เด็กเล็ก ศูนย์พัฒนาเด็กเล็ก ศูนย์พัฒนาเด็กก่อนเกณฑ์ของสถาบัน
2
ศาสนา ศูนย์บริการช่วยเหลือระยะแรกเร่ิมของเด็กพิการและเด็กซ่ึง
มีความต้องการพิเศษหรือสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยท่ีเรียกช่ืออย่างอ่ืน และ
มาตรา ๑๓ (๑) ใหบ้ ดิ า มารดา หรือผปู้ กครอง มสี ิทธไิ ด้รบั สทิ ธิประโยชน์
ในการสนับสนุนจากรัฐ ให้มีความรู้ความสามารถในการอบรมเล้ียงดู และ
การให้การศึกษาแก่บุตรหรือบุคคลซึ่งอยู่ในความดูแล
แผนการศึกษาแห่งชาติ พ.ศ. ๒๕๖๐-๒๕๗๙ ในยทุ ธศาสตรท์ ี่ ๓
การพฒั นาศกั ยภาพคนทกุ ชว่ งวยั และการสรา้ งสงั คมแหง่ การเรยี นรู้ เปา้ หมาย
ข้อ ๓.๓ สถานศึกษาทุกระดับการศึกษาสามารถจัดกิจกรรม/กระบวนการ
เรียนรู้ตามหลักสูตรอย่างมีคุณภาพและมาตรฐาน มีตัวช้ีวัดท่ีสำคัญ เช่น
ศูนย์เด็กเล็ก/สถานศึกษาระดับก่อนประถมศึกษาที่จัดกิจกรรมการเรียนรู้
ได้คุณภาพและมาตรฐานเพ่ิมขึ้น สถานศึกษา/สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยจัด
กิจกรรมที่สอดคล้องกับหลักสูตรปฐมวัย และสมรรถนะของเด็กท่ีเช่ือมโยง
กับมาตรฐานคุณภาพเด็กปฐมวัยของอาเซียนเพ่ิมข้ึน สถานศึกษาในระดับ
การศึกษาข้ันพื้นฐานที่จัดการศึกษาตามหลักสูตรที่มุ่งพัฒนาผู้เรียนให้มี
คุณลกั ษณะและทักษะการเรยี นรใู้ นศตวรรษท่ี ๒๑ เพม่ิ ขึน้
โดยแนวทางการพัฒนาส่งเสริมให้เด็กเล็ก (๐-๒ ปี) ไดร้ บั การดแู ล
และพัฒนาที่สมวัยรอบด้านอย่างมีคุณภาพและต่อเน่ือง มีการปรับระบบ
การบริหารจัดการการดูแลและพัฒนาเด็กเล็ก (๐-๒ ปี) และการศึกษา
ปฐมวัย (๓-๕ ปี) ให้มีคุณภาพและมาตรฐาน รวมทั้งพัฒนาหลักสูตรและ
คู่มือการเตรียมความพร้อมพ่อแม่ และการเล้ียงดูและพัฒนาเด็กเล็กให้มี
พัฒนาการตามวัย และพัฒนาหลักสูตรการศึกษาระดับปฐมวัย สมรรถนะ
เดก็ ปฐมวยั ทสี่ อดคลอ้ งกบั มาตรฐานอาเซยี นและระดบั สากล เพอื่ การพฒั นา
คุณภาพและพฒั นาการรอบดา้ นสมวัยของเดก็ ปฐมวัย
3
(รา่ ง) แผนปฏบิ ัตกิ ารด้านการพัฒนาเด็กปฐมวัย พ.ศ. ๒๕๖๑ -
๒๕๖๔ ได้กำหนดนโยบายด้านเดก็ ปฐมวัย ไว้ดังน
้ี
๑. เด็กปฐมวัยทุกคนต้องได้รับการพัฒนาอย่างรอบด้าน อย่างมี
คณุ ภาพ ตามศกั ยภาพ ตามวยั และตอ่ เนือ่ ง
๒. การพัฒนาเด็กตามข้อ ๑ ต้องจัดให้เป็นระบบและมีความ
สัมพันธ์ระหว่างกัน โดยบูรณาการ ชัดเจนระหว่างหน่วยงานราชการ และ
ที่ไม่ใช่ราชการ ระหว่างวิชาชีพท่ีสัมพันธ์กับการพัฒนาเด็กปฐมวัย และ
ระหวา่ งระดบั ตา่ งๆ ของการบรหิ ารราชการแผน่ เดนิ จากระดบั ชาติ สว่ นกลาง
สว่ นภมู ภิ าค และสว่ นท้องถิ่น
๓. รัฐและทุกภาคส่วนต้องร่วมกันระดมทรัพยากรให้เพียงพอแก่
การพัฒนาเดก็ ปฐมวัยตามนโยบายข้อ ๑
นอกจากน้ี ได้ให้ความสำคัญกับการพัฒนาคุณภาพเด็กปฐมวัย
โดยกำหนดไว้ในยุทธศาสตร์ที่ ๓ การพัฒนาคุณภาพและมาตรฐานการให้
บริการท่ีพัฒนาเด็กปฐมวัย เป้าประสงค์ท่ี ๑ สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย
ทุกแห่งได้รับการพัฒนาให้มีคุณภาพตามมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย
แห่งชาติ และเป้าประสงค์ท่ี ๒ คุณภาพของระบบบริการและระบบ
การพฒั นาเดก็ ปฐมวยั ไดร้ บั การปรบั ปรงุ ใหเ้ ปน็ ไปตามมาตรฐานสถานพฒั นา
เดก็ ปฐมวัยแหง่ ชาติ
เหตผุ ลทีต่ อ้ งมมี าตรฐานสถานพฒั นาเด็กปฐมวยั แห่งชาติ
ในปจั จุบันประเทศไทยมีเดก็ ปฐมวยั ตงั้ แต่แรกเกิดถึงอายุ ๖ ปี ทม่ี ี
พัฒนาการไม่สมวัยเป็นจำนวนมาก นับเป็นวิกฤตร้ายแรงต่อการพัฒนา
คุณภาพทรัพยากรมนุษย์ ซ่ึงเป็นปัจจัยสำคัญที่สุดในการสร้างประเทศ
4
ให้เจริญรุ่งเรือง ม่ันคง มั่งคั่ง และย่ังยืน ในสภาพสังคมท่ีบิดามารดาและ
ผู้ปกครองส่วนใหญ่มีความจำเป็น ต้องพาเด็กปฐมวัยไปรับบริการการดูแล
และพัฒนาในรูปแบบต่างๆ ที่มีคุณภาพแตกต่างเหลื่อมล้ำกันมาก ระหว่าง
กลมุ่ มโี อกาสกบั กลมุ่ ดอ้ ยโอกาส ระหวา่ งการจดั การศกึ ษาเรง่ เรยี นจนเครยี ด
กับแบบละเลยขาดความเอาใจใส่ ดังนั้นการพัฒนาคุณภาพของสถาน
พัฒนาเด็กปฐมวัยให้เหมาะสมกับพัฒนาการของเด็ก จึงเป็นความจำเป็น
เร่งด่วนทั้งจากมุมมองของการพัฒนาคุณภาพมนุษย์และการปฏิรูป
การศึกษา
ที่ผา่ นมาประเทศไทยมีหนว่ ยงานภาครัฐหลายแหง่ องค์กรท้องถนิ่
เอกชนจัดบริการดูแล พัฒนา และจัดการศึกษาเด็กปฐมวัยหลากหลาย
รปู แบบ โดยแตล่ ะหน่วยงานมมี าตรฐานและเกณฑ์การประเมนิ แตกต่างกัน
ตามภารกจิ ของหนว่ ยงาน แม้จะมีการจดั ทำมาตรฐานศนู ย์เด็กเล็กแหง่ ชาติ
พ.ศ. ๒๕๕๔ ในทางปฏิบัติมีมาตรฐานหลากหลายจากหน่วยงานต่างๆ
ที่เน้นการประเมินตามภารกิจของหน่วยงาน และข้อจำกัดของการใช้
มาตรฐานเดิม ท่ีครอบคลุมเฉพาะเด็กอายุ ๒-๕ ปี เท่าน้ัน ไม่ครอบคลุม
เด็กปฐมวัยต้ังแต่แรกเกิดถึงก่อนเข้าประถมศึกษา สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย
ส่วนใหญ่ยังต้องใช้หลายมาตรฐานทำให้ผู้ปฏิบัติสับสนและต้องทำงาน
ซำ้ ซอ้ น และยงั ไม่ได้นำผลการประเมินไปพฒั นาเท่าท่คี วร
ความก้าวหน้าในการพัฒนาเด็กปฐมวัยของภาคส่วนต่างๆ ได้มี
หน่วยงานร่วมกันดำเนินงานอย่างหลากหลาย เช่น การเพิ่มโอกาสให้คร ู
ผู้ดูแลเด็กได้รับการศึกษาระดับปริญญาตรีสาขาปฐมวัย การมีโครงการ
ส่งเสริมพัฒนาการเด็ก เฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ
สยามบรมราชกุมารี เนื่องในโอกาสฉลองพระชนมายุ ๕ รอบ ครอบคลุม
ทั่วประเทศ การมีมาตรฐานความปลอดภัย การบูรณาการงานภายใน
5
กระทรวง และการบูรณาการงานของ ๔ กระทรวงหลัก ตลอดจน
รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ให้ความสำคัญกับการพัฒนาและให้การศึกษา
ท่ีเหมาะสมแก่เด็กปฐมวัย ดังน้ัน จึงจำเป็นต้องมีการจัดทำมาตรฐานกลาง
ทท่ี ุกภาคส่วนจะใชร้ ่วมกนั ได
้
คณะกรรมการพฒั นาเด็กปฐมวยั แห่งชาติ (ก.พ.ป.) จงึ เหน็ ชอบให้
คณะอนุกรรมการพัฒนาคุณภาพเด็กปฐมวัย จัดทำมาตรฐานสถานพัฒนา
เด็กปฐมวัยแห่งชาติขึ้นเป็นมาตรฐานกลางให้ทุกหน่วยงานใช้ร่วมกันในการ
ประเมิน เพื่อพัฒนาคุณภาพการบริการดูแลพัฒนา และจัดการศึกษา
สำหรบั เดก็ ตง้ั แตแ่ รกเกดิ ถงึ กอ่ นเขา้ ประถมศกึ ษา เปน็ การปรบั กระบวนทศั น
์
ให้ใช้เด็กเป็นที่ต้ังของการกำหนดมาตรฐาน คำนึงถึงการตอบสนองต่อสิทธิ
พื้นฐานที่เด็กทุกคนพึงได้รับ ซ่ึงถือเป็นการวางรากฐานการพัฒนามนุษย์
แทนการใช้บริบทหรือหน่วยงานต้นสังกัดเป็นท่ีต้ัง การมีมาตรฐานสถาน-
พัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติฉบับเดียวเป็นมาตรฐานกลาง ให้ทุกหน่วยงาน
ร่วมจัดทำ ร่วมใช้เป็นหลักประเมินการดำเนินงานให้เป็นแนวทางเดียวกัน
และประสานงาน เพ่ือมุ่งเป้าหมายเดียวกันคือ การพัฒนาคุณภาพ
ซึ่งสอดคล้องและตอบสนองต่อการบูรณาการงานพัฒนาเด็กปฐมวัยของ
๔ กระทรวงหลักและอีกหลายหน่วยงาน ตามบันทึกข้อตกลงความร่วมมือ
การบูรณาการความร่วมมือการพัฒนาคนตลอดช่วงชีวิต (กลุ่มเด็กปฐมวัย
และผู้สูงอายุ) เมื่อวันที่ ๓๐ มีนาคม พ.ศ. ๒๕๖๐ นำไปสู่การพัฒนา
คุณภาพของเดก็ ปฐมวยั สร้างรากฐานท่ีแขง็ แรงของพลเมอื งคุณภาพตอ่ ไป
6
วัตถปุ ระสงค์
เพื่อพัฒนาคุณภาพการบริการ ดูแล พัฒนาและจัดการศึกษา
และการดำเนินงานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยทุกสังกัดที่ดูแลเด็กในเวลา
กลางวัน ช่วงอายุตั้งแต่แรกเกิดถึงอายุ ๖ ปีบริบูรณ์ หรือก่อนเข้าเรียน
ชั้นประถมศึกษาปีท่ี ๑ ท่ีสามารถนำไปใช้ประเมินการดำเนินงานของ
สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยในทุกสังกัด เพ่ือพัฒนาคุณภาพการจัดบริการและ
ความต่อเนื่องของการพัฒนาเด็กปฐมวัย
กลุ่มเปา้ หมาย
สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย หมายถึง สถานที่รับดูแล พัฒนา
จัดประสบการณ์เรียนรู้ และการศึกษาสำหรับเด็กปฐมวัยครอบคลุมตั้งแต่
ทารกแรกเกิดถึง ๖ ปี หรือก่อนเข้าเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ ๑ ที่ใช้ช่ือ
หลากหลายรวมทุกสังกดั ในประเทศไทย ได้แก่
๑. กระทรวงมหาดไทย : ศูนย์พัฒนาเด็กเล็กองค์กรปกครอง
สว่ นทอ้ งถิ่น และโรงเรยี นอนบุ าล
๒. กระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์ :
สถานรับเลีย้ งเด็กเอกชน
๓. กรงุ เทพมหานคร : ศนู ย์พฒั นาเด็กกอ่ นวัยเรยี น (สำนกั พฒั นา
สังคม) สถานรับเล้ียงเด็กกลางวัน (สำนักอนามัย) และโรงเรียนอนุบาล
(สำนักการศึกษา)
๔. กระทรวงสาธารณสขุ : ศนู ยเ์ ด็กเล็กในโรงพยาบาล
7
๕. กระทรวงศึกษาธิการ : โรงเรียนอนุบาล (สำนักงาน
คณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน) และโรงเรียนอนุบาลเอกชน
(สำนักงานคณะกรรมการสง่ เสรมิ การศึกษาเอกชน)
๖. หน่วยงานอื่นๆ เช่น โรงเรียนอนุบาลสาธิตในมหาวิทยาลัย
กระทรวงกลาโหม สำนกั งานตำรวจแหง่ ชาติ มลู นธิ ิ และองคก์ รเอกชน
มาตรฐานสถานพัฒนาเดก็ ปฐมวยั แห่งชาติ
มาตรฐานสถานพฒั นาเดก็ ปฐมวยั แหง่ ชาติ เปน็ มาตรฐานกลางของ
ประเทศใช้แทนมาตรฐานศูนย์เด็กเล็กแห่งชาติ (ซ่ึงเป็นมติคณะรัฐมนตร ี
เมือ่ วนั ที่ ๓ พฤษภาคม พ.ศ. ๒๕๕๔) เพือ่ ใหท้ ุกหนว่ ยงานและสถานพัฒนา
เดก็ ปฐมวยั ทง้ั ภาครฐั และเอกชนทว่ั ประเทศ ใชเ้ ปน็ แนวทางในการประเมนิ
ผลการดำเนินงานและยกระดับคุณภาพ รวมถึงใช้เป็นเคร่ืองมือประกัน
คุณภาพภายใน เพื่อรองรับการตรวจประเมินจากต้นสังกัด และภายนอก
จากสำนักงานรับรองมาตรฐานและประเมินคุณภาพการศึกษา (องค์การ
มหาชน)
โดยในการจัดทำมาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาต ิ
มีหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาร่วมดำเนินการ ได้แก่ กรมส่งเสริมการปกครอง
ท้องถ่ิน กระทรวงมหาดไทย กระทรวงสาธารณสุข กระทรวงศึกษาธิการ
กระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของมนุษย์ กรุงเทพมหานคร
สำนกั งานรบั รองมาตรฐานและประเมนิ คณุ ภาพการศกึ ษา (องคก์ ารมหาชน)
นอกจากน้ีผลการวิจัยของกระทรวงการพัฒนาสังคมและความม่ันคงของ
มนษุ ย์ และมาตรฐานต่างๆ ทีเ่ ก่ียวข้อง เชน่ มาตรฐานคุณภาพของอาเซียน
มาตรฐานความปลอดภัย คู่มือเฝ้าระวัง คัดกรองและส่งเสริมพัฒนาการ
8
DSPM เป็นต้น นำมาใช้ประกอบในการจัดทำมาตรฐานสถานพัฒนา
เด็กปฐมวัยแห่งชาตดิ ว้ ย
มาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ถือเป็นมาตรฐาน
ข้ันต้นที่จำเป็นสำหรับการพัฒนาเด็กของประเทศ และเป็นมาตรฐานเชิง
คุณภาพเพื่อใช้ประโยชน์ในการดำเนินงานและจัดบริการให้เด็กปฐมวัยได้มี
โอกาสเร่ิมต้นชีวิตอย่างมีคุณภาพและเท่าเทียมกัน เพื่อลดความเหล่ือมล้ำ
เป็นการเพ่ิมคุณภาพทรัพยากรมนุษย์ท่ีสำคัญที่สุดในการนำประเทศไทย
สู่ความเจริญก้าวหน้า ม่ันคง ยั่งยืน ท่ามกลางความท้าทายของโลกใน
ศตวรรษท่ี ๒๑
นอกจากน้ี มาตรฐานสถานพฒั นาเดก็ ปฐมวยั แหง่ ชาติ เปน็ เครอ่ื งมอื
ในการประเมินคุณภาพของการดำเนินงานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย
ทุกสังกัด ท่ีดูแลเด็กในเวลากลางวัน ช่วงอายุต้ังแต่แรกเกิดถึงอายุ ๖ ปี
บริบูรณ์ หรือก่อนเข้าเรียนช้ันประถมศึกษาปีที่ ๑ ซ่ึงใช้ได้กับทุกบริบท
โดยได้มีการเทียบเคียงกับมาตรฐานของทุกหน่วยงานที่มีอยู่แล้วร่วมกับ
มาตรฐานคุณภาพของภูมิภาคอาเซียนฯ ท้ังนี้ หากสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย
ที่มีศักยภาพการให้บริการพัฒนาเด็กอย่างมีคุณภาพสูงกว่ามาตรฐานนี้
สามารถพิจารณาเพ่ิมเติมเกณฑ์ดังกล่าวได้ตามบริบท เช่น สถานรับเล้ียง
และพัฒนาเด็กเอกชน สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยที่มีความต้องการพิเศษ
โรงเรยี นอนบุ าลทั้งรัฐและเอกชน โรงเรยี นอนบุ าลนานาชาติ ฯลฯ
9
สาระของมาตรฐาน
สถานพัฒนาเดก็ ปฐมวัยแหง่ ชาต
ิ
มาตรฐานสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยแห่งชาติ ประกอบด้วย
มาตรฐาน ๓ ดา้ น ได้แก
่
• มาตรฐานดา้ นที่ ๑ การบรหิ ารจดั การสถานพฒั นาเดก็ ปฐมวยั
- จำนวน ๕ ตวั บง่ ช/ี้ ๒๖ ข้อ
• มาตรฐานด้านท่ี ๒ ครู/ผู้ดูแลเด็กให้การดูแล และจัด
ประสบการณก์ ารเรยี นรู้ และการเลน่ เพอื่ พฒั นาเดก็ ปฐมวยั
- จำนวน ๕ ตวั บ่งช้/ี ๒๐ ขอ้
• มาตรฐานดา้ นท่ี ๓ คณุ ภาพของเด็กปฐมวยั
- ๓ ก แรกเกดิ ถึง ๒ ปี (๒ ปี ๑๑ เดอื น ๒๙ วัน) จำนวน
๒ ตัวบ่งชี้/๗ ข้อ
- ๓ ข ๓ ปี ถงึ ๖ ปี (กอ่ นเขา้ เรยี นชนั้ ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑)
จำนวน ๗ ตวั บง่ ช/้ี ๒๒ ขอ้
สาระของมาตรฐานแตล่ ะดา้ น มีดังนี
้
10
มาตรฐานดา้ นที่ ๑ การบริหารจัดการสถานพฒั นาเด็กปฐมวยั
ตวั บ่งชท้ี ี่ ๑.๑ การบริหารจัดการอย่างเป็นระบบ
ตวั บง่ ชี้ย่อย
๑.๑.๑ บริหารจัดการสถานพัฒนาเด็กปฐมวัยอย่าง
เป็นระบบ
๑.๑.๒ บรหิ ารหลักสตู รสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย
๑.๑.๓ บริหารจัดการขอ้ มลู อยา่ งเป็นระบบ
ตัวบง่ ชท้ี ่ี ๑.๒ การบริหารจัดการบุคลากรทุกประเภทตาม
หน่วยงานทีส่ งั กัด
ตัวบง่ ชยี้ ่อย
๑.๒.๑ บริหารจดั การบุคลากรอยา่ งเป็นระบบ
๑.๒.๒ ผู้บริหารสถานพัฒนาเด็กปฐมวัย/หัวหน้าระดับ
ปฐมวัย/ผู้ดำเนินกิจการ มีคุณวุฒิ/คุณสมบัติ
เหมาะสม และบรหิ ารงานอยา่ งมปี ระสทิ ธภิ าพ
๑.๒.๓ ครู/ผู้ดูแลเด็กที่ทำหน้าท่ีหลักในการดูแลและ
พัฒนาเด็กปฐมวัย มีวุฒิการศึกษา/คุณสมบัติ
เหมาะสม
๑.๒.๔ บริหารบุคลากรจัดอัตราส่วนของครู/ผู้ดูแลเด็ก
อย่างเหมาะสมพอเพียงต่อจำนวนเด็กในแต่ละ
กลมุ่ อาย ุ
11
เด็ก (อาย)ุ อัตราส่วนครู/ผดู้ แู ล : จำนวนเด็ก
เด็ก (คน) ในกลมุ่ กจิ กรรม
ตำ่ กวา่ ๑ ปี ๑ : ๓ กล่มุ ละไม่เกนิ ๖ คน
ต่ำกว่า ๒ ปี ๑ : ๕ กล่มุ ละไม่เกิน ๑๐ คน
ตำ่ กว่า ๓ ป ี ๑ : ๑๐ กลุ่มละไม่เกิน ๒๐ คน
๓ ปี - กอ่ นเขา้ ป.๑ ๑ : ๑๕ กลมุ่ ละไมเ่ กนิ ๓๐ คน
ตวั บง่ ชที้ ี่ ๑.๓ การบรหิ ารจดั การสภาพแวดลอ้ มเพอื่ ความปลอดภยั
ตวั บ่งชย้ี อ่ ย
๑.๓.๑ บริหารจัดการด้านสภาพแวดล้อมเพื่อความ
ปลอดภัยอย่างเป็นระบบ
๑.๓.๒ โครงสร้างและตัวอาคารมั่นคง ต้ังอยู่ในบริเวณ
และสภาพแวดล้อมท่ีปลอดภยั
๑.๓.๓ จัดการความปลอดภัยของพ้ืนที่เล่น/สนาม
เดก็ เลน่ และสภาพแวดลอ้ มภายนอกอาคาร
๑.๓.๔ จัดการสภาพแวดล้อมภายในอาคาร ครุภัณฑ์
อุปกรณ์ เคร่ืองใช้ให้ปลอดภัยเหมาะสมกับ
การใชง้ านและเพยี งพอ
๑.๓.๕ จดั ใหม้ ขี องเลน่ ทปี่ ลอดภยั ไดม้ าตรฐาน มจี ำนวน
เพียงพอ สะอาด เหมาะสมกับระดบั พฒั นาการ
ของเด็ก
๑.๓.๖ ส่งเสริมใหเ้ ด็กปฐมวยั เดินทางอยา่ งปลอดภยั
12
๑.๓.๗ จัดให้มีระบบป้องกันภัยจากบุคคลทั้งภายใน
และภายนอกสถานพัฒนาเด็กปฐมวยั
๑.๓.๘ จัดให้มีระบบรับเหตุฉุกเฉิน ป้องกันอัคคีภัย/
ภัยพบิ ัตติ ามความเส่ียงของพ้นื ที่
ตัวบ่งชที้ ี่ ๑.๔ การจดั การเพื่อสง่ เสรมิ สุขภาพและการเรียนรู้
ตัวบง่ ชยี้ อ่ ย
๑.๔.๑ มีการจัดการเพื่อส่งเสริมสุขภาพ เฝ้าระวัง
การเจริญเติบโตของเด็ก และดูแลการเจ็บป่วย
เบอ้ื งต้น
๑.๔.๒ มแี ผนและดำเนนิ การตรวจสขุ อนามยั ประจำวนั
ตรวจสุขภาพประจำปี และป้องกันควบคุมโรค
ตดิ ต่อ
๑.๔.๓ อาคารต้องมีพื้นท่ีใช้สอยเป็นสัดส่วนตาม
กิจวัตรประจำวันของเด็กท่ีเหมาะสมตาม
ช่วงวัย และการใชป้ ระโยชน
์
๑.๔.๔ จัดให้มีพื้นที่/มุมประสบการณ์ และแหล่ง
เรียนรูใ้ นห้องเรยี นและนอกหอ้ งเรยี น
๑.๔.๕ จดั บริเวณหอ้ งนำ้ หอ้ งสว้ ม ทแ่ี ปรงฟัน/ล้างมอื
ให้เพียงพอ สะอาด ปลอดภัย และเหมาะสม
กบั การใช้งานของเด็ก
๑.๔.๖ จัดการระบบสุขาภิบาลท่ีมีประสิทธิภาพ
ครอบคลุมสถานท่ีปรุง ประกอบอาหาร น้ำด่ืม
นำ้ ใช้ กำจดั ขยะ สิ่งปฏิกูล และพาหะนำโรค
13
๑.๔.๗ จัดอุปกรณ์ภาชนะและเคร่ืองใช้ส่วนตัวให
้
เพียงพอกับการใช้งานของเด็กทุกคน และดูแล
ความสะอาดและปลอดภยั อย่างสมำ่ เสมอ
ตวั บ่งชท้ี ่ี ๑.๕ การส่งเสริมการมีส่วนร่วมของครอบครัวและ
ชุมชน
ตัวบง่ ช้ยี อ่ ย
๑.๕.๑ มีการส่ือสารเพ่ือสร้างความสัมพันธ์และ
ความเข้าใจอันดีระหว่างพ่อแม่/ผู้ปกครองกับ
สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยเกี่ยวกับตัวเด็กและ
การดำเนินงานของสถานพฒั นาเด็กปฐมวยั
๑.๕.๒ การจัดกิจกรรมท่ีพ่อแม่/ผู้ปกครอง/ครอบครัว
และชุมชนมีสว่ นร่วม
๑.๕.๓ ดำเนินงานให้สถานพัฒนาเด็กปฐมวัยเป็นแหล่ง
เรยี นรู้แก่ชมุ ชนในเรื่องการพัฒนาเด็กปฐมวัย
๑.๕.๔ มคี ณะกรรมการสถานพัฒนาเด็กปฐมวยั
มาตรฐานดา้ นที่ ๒ คร/ู ผดู้ แู ลเดก็ ใหก้ ารดแู ล และจดั ประสบการณ
์
การเรยี นรแู้ ละการเลน่ เพอื่ พฒั นาเดก็ ปฐมวยั
ตัวบ่งชี้ที่ ๒.๑ การดูแลและพฒั นาเด็กอย่างรอบด้าน
ตวั บง่ ชี้ยอ่ ย
๒.๑.๑ มแี ผนการจดั ประสบการณก์ ารเรยี นรทู้ ส่ี อดคลอ้ ง
กับหลักสูตรการศึกษาปฐมวัย มีการดำเนินงาน
และประเมนิ ผล
14
๒.๑.๒ จัดพ้ืนท่ี/มุมประสบการณ์การเรียนรู้และ
การเลน่ ที่เหมาะสมอยา่ งหลากหลาย
๒.๑.๓ จัดกิจกรรมส่งเสริมพัฒนาการทุกด้านอย่าง
บูรณาการตามธรรมชาติของเด็กที่เรียนรู้ด้วย
ประสาทสัมผัส ลงมือทำ ปฏิสัมพันธ์ และ
การเล่น
๒.๑.๔ เลือกใชส้ ื่อ/อุปกรณ์ เทคโนโลยี เครอื่ งเลน่ และ
จัดสภาพแวดล้อมภายใน-ภายนอก แหล่ง
เรยี นรู้ ท่เี พยี งพอ เหมาะสม ปลอดภยั
๒.๑.๕ เฝ้าระวังติดตามพัฒนาการเด็กรายบุคคลเป็น
ระยะ เพ่ือใช้ผลในการจัดกิจกรรมพัฒนาเด็ก
ทุกคนใหเ้ ตม็ ตามศกั ยภาพ
ตวั บ่งชี้ท ี่ ๒.๒ การส่งเสริมพัฒนาการด้านร่างกายและดูแล
สขุ ภาพ
ตัวบง่ ชย้ี อ่ ย
๒.๒.๑ ให้เด็กอายุ ๖ เดือนขึ้นไป รับประทานอาหาร
ท่ีครบถ้วนในปริมาณที่เพียงพอ และส่งเสริม
พฤติกรรมการกินที่เหมาะสม
๒.๒.๒ จัดกิจกรรมให้เด็กได้ลงมือปฏิบัติอย่างถูกต้อง
เหมาะสมในการดูแลสุขภาพ ความปลอดภัย
ในชวี ิตประจำวนั
๒.๒.๓ ตรวจสุขภาพอนามัยของเด็กประจำวัน
ความสะอาดของร่างกาย ฟันและช่องปาก
เพื่อคดั กรองโรคและการบาดเจบ็
15
๒.๒.๔ เฝ้าระวังติดตามการเจริญเติบโตของเด็ก
เป็นรายบุคคล บันทึกผลภาวะโภชนาการ
อย่างต่อเน่อื ง
๒.๒.๕ จัดให้มีการตรวจสุขภาพร่างกาย ฟันและ
ชอ่ งปาก สายตา หู ตามกำหนด
ตัวบง่ ชี้ที ่ ๒.๓ การส่งเสริมพัฒนาการด้านสติปัญญา ภาษา
และการสอื่ สาร
ตวั บ่งชี้ยอ่ ย
๒.๓.๑ จัดกิจกรรมส่งเสริมให้เด็กได้สังเกต สัมผัส
ลองทำ คดิ ตง้ั คำถามสบื เสาะหาความรู้ แกป้ ญั หา
จนิ ตนาการ คดิ สร้างสรรค์ โดยยอมรับความคดิ
และผลงานทีแ่ ตกต่างของเด็ก
๒.๓.๒ จัดกิจกรรมและประสบการณ์ทางภาษาที่มี
ความหมายต่อเด็ก เพ่ือการสื่อสารอย่าง
หลากหลาย ฝึกฟัง พูด ถาม ตอบ เล่าและ
สนทนาตามลำดับขนั้ ตอนพัฒนาการ
๒.๓.๓ จัดกิจกรรมปลูกฝังให้เด็กมีนิสัยรักการอ่านให้
เดก็ มีทักษะการดภู าพ ฟังเรื่องราว พูดเลา่ อ่าน
วาด/เขียน เบือ้ งต้น ตามลำดับพัฒนาการ โดย
ครู/ผู้ดูแลเด็ก เป็นตัวอย่างของการพูด และ
การอ่านท่ีถูกตอ้ ง
๒.๓.๔ จัดให้เด็กมีประสบการณ์เรียนรู้เก่ียวกับตัวเด็ก
บคุ คล สง่ิ ตา่ งๆ สถานที่ และธรรมชาติรอบตัว
ด้วยวิธกี ารที่เหมาะสมกับวยั และพฒั นาการ
16
๒.๓.๕ จัดกิจกรรมและประสบการณ์ด้านคณิตศาสตร์
และวิทยาศาสตร์เบื้องต้นตามวัย โดยเด็ก
เรียนรู้ผ่านประสาทสัมผัส และลงมือปฏิบัติ
ดว้ ยตนเอง
ตัวบ่งช้ที ่ ี ๒.๔ การสง่ เสรมิ พฒั นาการดา้ นอารมณ์ จติ ใจ-สงั คม
ปลูกฝังคณุ ธรรมและความเปน็ พลเมอื งดี
ตัวบง่ ชี้ยอ่ ย
๒.๔.๑ สร้างความสัมพนั ธ์ทด่ี ีและมัน่ คง ระหวา่ งผใู้ หญ่
กับเด็ก จัดกิจกรรมสร้างเสริมความสัมพันธ์ท่ีดี
ระหว่างเด็กกับเด็ก และการแก้ไขข้อขัดแย้ง
อยา่ งสรา้ งสรรค์
๒.๔.๒ จัดกิจกรรมส่งเสริมให้เด็กมีความสุข แจ่มใส
ร่าเริง ได้แสดงออกด้านอารมณ์ความรู้สึกท่ีดี
ต่อตนเอง โดยผ่านการเคลื่อนไหวร่างกาย
ศลิ ปะ ดนตรี ตามความสนใจและถนัด
๒.๔.๓ จัดกจิ กรรมและประสบการณ์ ปลกู ฝังคณุ ธรรม
ให้เด็กใฝ่ดี มีวินัย ซ่ือสัตย์ รู้จักสิทธิและหน้าที่
รับผิดชอบของพลเมืองดี รักครอบครัว
โรงเรียน ชุมชนและประเทศชาติด้วยวิธีท่ี
เหมาะสมกับวัย และพฒั นาการ
17
ตัวบ่งช้ที ่ี ๒.๕ การส่งเสริมเด็กในระยะเปล่ียนผ่านให้ปรับตัว
สูก่ ารเชือ่ มตอ่ ในข้ันถดั ไป
ตัวบง่ ชี้ย่อย
๒.๕.๑ จัดกิจกรรมกับผู้ปกครองให้เตรียมเด็กก่อนจาก
บ้านเข้าสู่สถานพัฒนาเด็กปฐมวัย/โรงเรียน
และจดั กจิ กรรมชว่ งปฐมนเิ ทศใหเ้ ดก็ คอ่ ยปรบั ตวั
ในบรรยากาศทเี่ ปน็ มติ ร
๒.๕.๒ จัดกิจกรรมส่งเสริมการปรับตัวก่อนเข้ารับ
การศึกษาในระดับที่สูงข้ึนแต่ละข้ัน จนถึง
การเป็นนักเรยี นระดับช้นั ประถมศกึ ษาปที ่ี ๑
มาตรฐานด้านท่ี ๓ คุณภาพของเดก็ ปฐมวยั
• สำหรับเด็กแรกเกดิ - อายุ ๒ ปี (๒ ปี ๑๑ เดือน ๒๙ วัน)
ตัวบง่ ชีท้ ่ ี ๓.๑ ก เด็กมกี ารเจรญิ เติบโตสมวยั
ตวั บ่งชย้ี อ่ ย
๓.๑.๑ ก เด็กมีน้ำหนักตัวเหมาะสมกับวัยและสูงดี
สมสว่ น ซง่ึ มบี นั ทึกเป็นรายบุคคล
ตวั บง่ ชี้ท ่ี ๓.๒ ก เดก็ มีพฒั นาการสมวัย
ตวั บ่งชี้ยอ่ ย
๓.๒.๑ ก เดก็ มพี ฒั นาการสมวัยโดยรวม ๕ ดา้ น
๓.๒.๒ ก รายด้าน : เด็กมีพัฒนาการกล้ามเนื้อมัดใหญ่
(Gross Motor)
18
๓.๒.๓ ก รายด้าน : เด็กมีพัฒนาการด้านกล้ามเน้ือ
มัดเล็กและสติปัญญาสมวัย (Fine Motor
Adaptive)
๓.๒.๔ ก รายดา้ น : เด็กมีพัฒนาการด้านการรับรู้และ
เขา้ ใจภาษา (Receptive Language)
๓.๒.๕ ก รายดา้ น : เด็กมีพัฒนาการการใช้ภาษา
สมวัย (Expressive Language)
๓.๒.๖ ก รายด้าน : เด็กมีพัฒนาการการช่วยเหลือ
ตนเองและการเขา้ สงั คม (Personal Social)
• สำหรับเด็ก อายุ ๓ ปี - อายุ ๖ ปี (กอ่ นเข้าชน้ั ประถมศกึ ษาปีท่ี ๑)
ตัวบง่ ชท้ี ี่ ๓.๑ ข เด็กมีการเจริญเติบโตสมวัยและมีสุขนิสัย
ทีเ่ หมาะสม
ตวั บง่ ชย้ี อ่ ย
๓.๑.๑ ข เด็กมีน้ำหนักตัวเหมาะสมกับวัยและสูงดี
สมส่วน ซงึ่ มบี ันทกึ เป็นรายบุคคล
๓.๑.๒ ข เด็กมีสุขนิสัยท่ีดีในการดูแลสุขภาพตนเอง
ตามวยั
๓.๑.๓ ข เดก็ มสี ขุ ภาพช่องปากดี ไม่มีฟนั ผุ
ตัวบ่งชี้ที ่ ๓.๒ ข เดก็ มพี ัฒนาการสมวยั
ตวั บง่ ชยี้ ่อย
๓.๒.๑ ข เดก็ มีพฒั นาการสมวยั โดยรวม ๕ ดา้ น
19
ตวั บ่งช้ีที่ ๓.๓ ข เดก็ มพี ฒั นาการด้านการเคลื่อนไหว
ตวั บง่ ช้ยี ่อย
๓.๓.๑ ข เด็กมีพัฒนาการด้านการใช้กล้ามเนื้อมัดใหญ่
สามารถเคล่ือนไหว และทรงตวั ได้ตามวยั
๓.๓.๒ ข เด็กมีพัฒนาการด้านการใช้กล้ามเนื้อมัดเล็ก
และการประสานงานระหวา่ งตากบั มอื ตามวยั
ตวั บ่งชี้ท ่ี ๓.๔ ข เดก็ มพี ัฒนาการดา้ นอารมณจ์ ิตใจ
ตัวบง่ ชี้ยอ่ ย
๓.๔.๑ ข เด็กแสดงออก ร่าเริง แจ่มใส รู้สึกม่ันคง
ปลอดภัย แสดงความรู้สึกที่ดีต่อตนเองและ
ผูอ้ ่ืนไดส้ มวยั
๓.๔.๒ ข เด็กมีความสนใจ และร่วมกิจกรรมต่างๆ
อย่างสมวัย ซึ่งรวมการเล่น การทำงาน
ศลิ ปะ ดนตรี กฬี า
๓.๔.๓ ข เด็กสามารถอดทน รอคอย ควบคุมตนเอง
ยับย้ังชั่งใจ ทำตามข้อตกลง คำนึงถึง
ความรู้สึกของผู้อ่ืน มีกาลเทศะ ปรับตัว
เข้ากับสถานการณ์ใหม่ไดส้ มวยั
ตวั บง่ ชี้ท ่ี ๓.๕ ข เด็กมีพัฒนาการด้านสติปัญญา เรียนรู้และ
สรา้ งสรรค์
ตัวบ่งชย้ี อ่ ย
๓.๕.๑ ข เด็กบอกเกี่ยวกับตัวเด็ก บุคคล สถานท่ี
แวดล้อมธรรมชาติ และส่ิงต่างๆ รอบตัวเด็ก
ได้สมวยั
20
๓.๕.๒ ข เด็กมีพ้ืนฐานด้านคณิตศาสตร์ สามารถสังเกต
จำแนก และเปรยี บเทยี บ จำนวน มิติสัมพันธ์
(พนื้ ท่ี/ระยะ) เวลา ได้สมวยั
๓.๕.๓ ข เด็กสามารถคิดอย่างมีเหตุผล แก้ปัญหาได้
สมวัย
๓.๕.๔ ข เด็กมีจินตนาการ และความคิดสร้างสรรค์
ทแี่ สดงออกได้สมวยั
๓.๕.๕ ข เด็กมีความพยายาม มุ่งม่ันต้ังใจ ทำกิจกรรม
ให้สำเรจ็ สมวยั
ตวั บง่ ชี้ที่ ๓.๖ ข เดก็ มีพฒั นาการด้านภาษาและการสื่อสาร
ตัวบง่ ชี้ยอ่ ย
๓.๖.๑ ข เดก็ สามารถฟงั พดู จบั ใจความ เลา่ สนทนา
และสอ่ื สารไดส้ มวัย
๓.๖.๒ ข เด็กมีทักษะในการดูรูปภาพ สัญลักษณ ์
การใช้หนังสือ รู้จักตัวอักษร การคิดเขียนคำ
และการอ่านเบ้ืองต้นได้สมวัยและตามลำดับ
พฒั นาการ
๓.๖.๓ ข เด็กมีทักษะการวาด การขีดเขียนตามลำดับ
ข้ันตอนพัฒนาการสมวัย นำไปสู่การขีดเขียน
คำท่คี ้นุ เคย และสนใจ
๓.๖.๔ ข เด็กมีทักษะในการส่ือสารอย่างเหมาะสม
ตามวัย โดยใช้ภาษาไทยเป็นหลัก และมี
ความคุ้นเคยกับภาษาอื่นด้วย
21
ตวั บง่ ชีท้ ่ี ๓.๗ ข เด็กมีพัฒนาการด้านสังคม คุณธรรม มีวินัย
และความเป็นพลเมอื งด
ี
ตัวบง่ ช้ียอ่ ย
๓.๗.๑ ข เด็กมีปฏิสัมพันธ์กับผู้อื่นได้อย่างสมวัย และ
แสดงออกถึงการยอมรับความแตกต่าง
ระหว่างบคุ คล
๓.๗.๒ ข เด็กมีความเมตตา กรุณา มีวินัย ซ่ือสัตย ์
รับผิดชอบต่อตนเองและส่วนรวม และ
มีคา่ นิยมที่พึงประสงค์สมวัย
๓.๗.๓ ข เด็กสามารถเล่น และทำงานร่วมกับผู้อื่น
เป็นกลุ่ม เป็นได้ทั้งผู้นำและผู้ตาม แก้ไข
ขอ้ ขัดแย้งอย่างสร้างสรรค
์
๓.๗.๔ ข เด็กภาคภูมิใจที่เป็นสมาชิกท่ีดีในครอบครัว
ชมุ ชน สถานพฒั นาเดก็ ปฐมวัย และตระหนัก
ถึงความเป็นพลเมืองดีของประเทศไทย และ
ภูมิภาคอาเซยี น
------------------------------
22
ภาคผนวก ๑
คำสั่งคณะกรรมการ/คณะอนกุ รรมการ
ท่เี กี่ยวขอ้ ง
25
26
27
28
29
30
31
32
33
34
35
36
37
ภาคผนวก ๒
มตคิ ณะรฐั มนตรี เมื่อวนั ที่ ๒ มกราคม ๒๕๖๒