บทท่ี 5 จริยธรรมของผู้บริหารและพนักงาน 143
มีอัธยาศัยอ่อนโยนนิ่มนวลต่อผู้น้อย มีการปฏิสันธาร ท่าให้เป็นคนมีเสน่ห์ได้รับความรักความภักดี
และความยา่ เกรง
3.6 ตปะ หมายถึง ธรรมะท่เี ผากิเลส เป็นการก่าจัดบาปหรือกิเลสความชั่วทั้งปวง และ
ความเหน็ แก่ตวั เช่น ท่าการงานใดด้วยรจู้ ักบทบาทและหน้าท่ี ท่างานด้วยความขยันขันแข็งไม่เห็นแก่
ตัว เปน็ นกั บริหารมคี วามอดทนอดกลัน้ และร้จู ักการเสียสละ เปน็ ต้น
3.7 อโกธะ หมายถึง ความไม่โกรธ มีจุดเร่ิมต้นจากภายในจิตใจของความไม่สบายใจ
ความไม่พอใจแล้วระเบิดออกมาภายนอกท่าร้ายผู้อ่ืน ด้วยวาจาหรือลงมือท่าร้ายร่างกาย ผู้บริหาร
ต้องรจู้ ักระงบั อารมณ์โกรธโดยใช้ความเมตตากรณุ า มีเหตุผลในการวินิจฉัยถึงสาเหตุว่าเพราะอะไรจึง
เกิดผลเช่นนัน้
3.8 อวหิ ิงสา หมายถึง ความไม่เบียดเบียน หรือการกระท่าที่กระทบกระทั่งตนเองและ
ผู้อ่ืนให้ได้รบั ความลา่ บาก ความเดือดร้อน ในลักษณะของการกระท่าสิ่งที่เกิดก่าลังความสามารถหรือ
เกินความจ่าเป็น เช่น การบังคับให้ลูกจ้างต้องท่างานล่วงเวลาโดยไม่มีวันหยุด ถ้าไม่ปฏิบัติตามก็หา
เหตุให้ออกจากงาน เปน็ ตน้
3.9 ขันติ หมายถึง ความอดทน เช่น อดทนต่อการรอยคอย อดทนต่อกิเลสที่ย่ัวยวน
ผูบ้ รหิ ารทมี่ ีลกู น้องจ่านวนมากย่ิงต้องมคี วามอดทนและสงบเยอื นเยน็ ตอ่ ความวุ่นวายและปัญหาต่างๆ
ผู้บรหิ ารทม่ี ขี นั ติกจ็ ะเปน็ ผูท้ ีห่ นักแนน่ มีเหตุผล มคี วามสภุ าพ งามสง่าและนา่ นบั ถือ
3.10 อาวิโรธนะ หมายถึง ความม่ันคงในธรรม เป็นความไม่บกพร่องหรือกระท่าผิดไป
จากท่านองคลองธรรม เช่น การไมท่ ่าผดิ ท้ังกฎหมาย ธรรมเนียมปฏิบัติ ประเพณี และจรยิ ธรรม
4. มรรค 8 หรืออริยมรรคมีองค์ 8 ประการ คือ ทางประเสริฐมีองค์ 8 ประการ หรือ วิธี 8
ประการทน่ี า่ บคุ คลไปสคู่ วามสายกลางทีม่ ีความเหมาะสมพอดีและนา่ ไปสู่ความสุขในชวี ติ ได้แก่
4.1 สัมมาทิฏฐิ ความเห็นชอบ ได้แก่ ความรู้ความเข้าใจในเรื่องของปัญหาและวิธี
แก้ปัญหา ใน ทางพทุ ธศาสนาปัญหาก็คือทุกข์ หรือความเห็นถูกต้องตามท่านองคลองธรรม เช่น เห็น
ว่าทา่ ดไี ดด้ ี ท่าชว่ั ได้ชัว่
4.2 สัมมาสังกัปปะ ความด่าริชอบ ได้แก่ การดึงจิตให้พ้นจากกิเลส ความโลภ ความ
โกรธ และความหลง ไม่เบียดเบียนผู้อ่ืน มีความเมตตากรุณา การไม่ตกอยู่ใต้ส่ิงยั่วยวน ความไม่
พยาบาท
บทท่ี 5 จรยิ ธรรมของผบู้ ริหารและพนักงาน 144
4.3 สัมมาวาจา การพูดชอบ หมายถึง การงดเว้นจากการพูดอันไม่สมควร 4 ประการ
คือ การงดพูดเท็จ งดพูดเพ้อเจ้อ งดพูดส่อเสียด งดพูดหยาบ แต่มีวาจาค่าพูดที่ชอบ พูดค่าจริง พูด
ประสานสามัคคี พูดอ่อนหวาน พูดสิง่ ท่เี ปน็ ประโยชน์
4.4 สัมมากัมมันตะ การกระท่าชอบ หมายถึง การงดเว้นกระท่าใดๆ ที่เป็นการ
เบียดเบียนชีวิตและเบียนเบียดทรัพย์สินผู้อ่ืน และกระท่าชอบที่เป็นความเมตตากรุณาต่อสิ่งมีชีวิต
การรู้จักเสียสละแบ่งปันเฉลี่ยสุขของตนแก่ผู้อ่ืนตามสมควรและไม่มัวเมาในกามคุณ มีความพึงพอใจ
ในคูค่ รองอยา่ งเหมาะควร
4.5 สมั มาอาชีวะ การเล้ียงชีพชอบ หมายถึง การประกอบอาชีพที่ถูกต้องเหมาะสม ใช้
ความขยนั หมั่นเพยี รและความสุจรติ ในการประกอบอาชพี การเว้นมจิ ฉาชพี ทุกรูปแบบ การทุจริตใน
อาชพี ของตนกเ็ รียกได้ว่าท่ามจิ ฉาชพี ในสัมมาชีพ
4.6 สัมมาวายามะ ความเพียรชอบ หมายถึง ความเพียรชอบทุกรูปแบบ โดยการละ
ความช่ัว และสร้างความดี เช่น เพียรระวังบาป อกุศล ท่ียังไม่เกิดไม่ให้เกิดขึ้น เพียรละบาปอกุศลท่ี
เกิดขึ้น แล้วเพียรให้กุศลที่ยังไม่เกิดให้เกิดขึ้น เพียรรักษากุศลท่ีเกิดขึ้นแล้วไม่ให้เส่ือมและท่ากุศลให้
เจริญยิ่งๆ ข้นึ ไป
4.7 สัมมาสติ ความระลึกชอบ หมายถึง การระมัดระวังจิตใจไม่ให้คิดในทางที่ไม่ดี การ
ระลึกถึงสง่ิ ใดทท่ี า่ ให้กุศลเจริญและอกุศลเสือ่ มกใ็ หร้ ะลึกถงึ บ่อยๆ
4.8 สัมมาสมาธิ ความตั้งจิตม่ันชอบ หมายถึง การตั้งจิตต้ังใจให้ม่ันคงในทางที่ชอบ
การสา่ รวจจิตให้แนว่ แน่ อย่างมนั่ คงไมห่ ว่นั ไหว ไม่ฟุงู ซา่ น มคี วามหนักแนน่ สงบเยอื กเยน็
สุจินต์ หวงั่ หลี (2561 : 18) กล่าวถงึ จริยธรรมและจรรยาบรรณของผูบ้ ริหาร คณะกรรมการ
ทที่ างบรษิ ัทมุ่งหวังให้ปฏิบัติหน้าท่ีด้วยความซ่ือสัตย์สุจริต ระมัดระวัง รอบคอบ แสดงถึงเจตนารมณ์
ในการดา่ เนนิ ธุรกิจของบริษทั อย่างโปรง่ ใสและมีคณุ ธรรมเพอ่ื ประโยชนข์ องผู้ถือหุ้นและผู้มีส่วนได้เสีย
ทุกฝุาย ดงั น้ี
1. ปฏิบัติหน้าที่ตามกฎหมาย กฎเกณฑ์และข้อบังคับในการด่าเนินธุรกิจของบริษัท ได้แก่
ส่านักงาน คณะกรรมการก่ากับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) ตลาดหลักทรัพย์แห่ง
ประเทศไทย (ตลท.) และ ส่านักงาน คณะกรรมการก่ากับและส่งเสริมการประกอบธุรกิจประกันภัย
(คปภ.)
บทท่ี 5 จริยธรรมของผู้บรหิ ารและพนักงาน 145
2. ด่าเนินกิจการของบริษัทด้วยความระมัดระวังและค่านึงถึงผลประโยชน์ของผู้มีส่วนได้
เสียทกุ ฝุาย
3. เขา้ รว่ มประชมุ อยา่ งสม่าเสมอและปฏิบตั หิ นา้ ทอ่ี ยา่ งเต็มความสามารถ
4. ปฏบิ ตั ิหนา้ ท่ีดว้ ยความโปร่งใสเป็นกลาง ไม่เข้าไปมสี ว่ นรว่ มในการพิจารณาและตัดสินใจ
เรื่องท่มี สี ว่ นไดส้ ่วนเสยี และออกจากห้องประชุมขณะท่ีมกี ารพิจารณาเร่ืองน้ันๆ
5. หลีกเล่ียงความขัดแย้งทางผลประโยชน์ส่วนตน เพื่อให้การบริหารงานเป็นไปอย่างมี
ประสิทธิภาพและประสิทธิผล โดย 1) ไม่หาผลประโยชน์จากการเป็นกรรมการหรือการใช้ข้อมูลท่ีได้
รับจากการปฏิบัติหน้าที่ แสวงหาผลประโยชน์ทางการเงินให้แก่ตนเองหรือผู้อ่ืนโดยมิชอบ 2) ไม่ใช้
ความลับของบริษัทในทางท่ีผิดและไม่เปิดเผยข้อมูลอันเป็นความลับของบริษัท แม้พ้นสภาพหรือ
สิ้นสุดจากการเปน็ กรรมการของบริษัทไปแล้ว 3) หลีกเล่ียงการเป็นกรรมการในบริษัทที่เป็นคู่แข่งกับ
บริษัทหรือเป็นธุรกิจท่ีมีสภาพเดียวกันกับบริษัท 4) ไม่มีผลประโยชน์หรือส่วนได้ส่วนเสียจากการท่า
สัญญาของบริษทั และ 5) ไมร่ ับส่งิ ของหรอื ผลประโยชน์อ่นื ใด อันเปน็ การขัดผลประโยชนข์ องบริษัท
6. ไม่ใชข้ ้อมลู ภายในเพือ่ ซื้อขายหุ้นของบรษิ ทั หรอื ให้ข้อมลู แก่บุคคลอ่ืนเพ่ือผลประโยชน์ใน
การซื้อขาย รวมท้ังเก็บรักษาข้อมูลความลับของบริษัทไม่ให้รั่วไหลไปยังผู้ท่ีไม่เกี่ยวข้อง อันก่อให้เกิด
ความเสยี หายแกบ่ รษิ ัทหรอื ผมู้ ีส่วนไดเ้ สยี ยกเวน้ กรณีท่ีเปน็ ไปตามกฎหมาย
7. ปฏบิ ัติตามนโยบายและมาตรการตอ่ ต้านการคอรร์ ปั ช่ันของบริษทั
อัญชลี มีบญุ (2561 : 1404-1406) กลา่ วว่า จรยิ ธรรมสา่ หรบั ผู้บรหิ ารมีดงั น้ี
1. เป็นผู้มีหลักธรรมในการครองงานท่ีดี ด้วยคุณธรรม คือ อิทธิบาทธรรม ได้แก่ 1) ฉันทะ
ความรักงาน 2) วิริยะ ความเพียร 3) จิตตะ ความเป็นผู้มีใจจดจ่ออยู่กับงาน 5) วิมังสา ความเป็นผู้รู้
จกั พจิ ารณาเหตุผล
2. เป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์ (Human Relation) ท่ีดีด้วยคุณธรรมคือ พรหมวิหารธรรม และ
สงั คหวตั ถุ
3. เป็นผู้มีความคิดริเริ่ม (Initiatives) ด้วยความคิดสร้างสรรค์ (Creative) โครงการใหม่ๆ
ท่ีเป็นประโยชน์สุขแก่หมู่คณะ สังคม และประเทศชาติ และวิธีการท่างานใหม่ๆ ให้การปกครองการ
บริหารกิจการงานได้บังเกดิ ผลดี มปี ระสิทธิภาพสูงยง่ิ ข้นึ
4. มีความคิดพัฒนา (Development) คือ เป็นนักพัฒนา ปรับปรุงแก้ไขส่ิงที่ล้าหลังหรือ
ข้อบกพรอ่ งในการทา่ งานใหด้ ขี ้ึนอยู่เสมอ
บทท่ี 5 จรยิ ธรรมของผูบ้ ริหารและพนักงาน 146
5. เป็นผู้มีส่านึกในภาระหน้าที่ความรับผิดชอบ (Sense of Responsibilities) คือ มีส่านึก
ในความรับผิดชอบต่อตนเอง โดยการศึกษาหาความรู้เพ่ิมพูนศักยภาพ และส่านึกในการสร้างฐานะ
ของตน และมสี ่านึกในหนา้ ที่ความรบั ผดิ ชอบต่อส่วนรวม คือ ต่อครอบครัว ต่อองค์กร และหมู่คณะท่ี
ตนรับผิดชอบอยู่ และต่อสังคม ประเทศชาติ ให้เจริญสันติสุขและมั่นคง โดยเฉพาะอย่างย่ิงส่านึกใน
หน้าทร่ี บั ผิดชอบตอ่ สถาบนั หลกั ทง้ั 3 ของประเทศชาติไทย คือ สถาบันชาติ สถาบันพระพุทธศาสนา
และสถาบันพระมหากษัตริย์ ดังนั้นผู้น่าที่ดีจึงต้องมีความส่านึกในหน้าท่ีความรับผิดชอบต่อสถาบัน
หลักทงั้ 3 อยา่ งจริงใจ และจะตอ้ งชว่ ยกันดา่ เนนิ การใหค้ วามคุ้มครอง ปูองกนั แก้ไข บ่ารุงรักษา อย่าง
เข้มแข็งจรงิ จงั และตอ่ เนื่อง ให้เกดิ ความเจริญและความสันติสุขอยา่ งมนั่ คงให้ได้
6. มีความม่ันใจในตนเองสูง (Self Confidence) หมายถึง มีความม่ันใจโดยธรรม คือ มี
ความม่ันใจในความรู้ ความสามารถ สติปัญญาและวิสัยทัศน์ และท้ังคุณธรรม คือความเป็นผู้มี
ศลี ธรรม ทไี่ ดศ้ ึกษาอบรมมาดแี ล้ว มิใช่มีความม่ันใจอยา่ งผดิ ๆ อยา่ งหลงตน ต้องรจู้ กั แสดงความมั่นใจ
ในเวลา คดิ พูด ท่าใหเ้ หมาะสมกับกาลเทศะ บคุ คล สถานท่ี และชมุ ชมดว้ ย
7. เป็นผู้ประกอบด้วย “หลักธรรมาภิบาล” คือ คุณธรรมของนักปกครอง นักบริหารท่ีดี
(Good Governance) คือ ความรับผิดชอบรับการตรวจสอบต่อสาธารณะ ประสิทธิภาพและ
ประสิทธิผล ความเป็นธรรมในสังคม และการค่านึงถึงส่วนรวม การยึดม่ันฉันทามติ การมีส่วนร่วม
การสนองตอบความต้องการหลกั นิติธรรม และหลักความโปร่งใส
8. การปฏบิ ัติตามหลักของพระพุทธศาสตรา อันประกอบด้วย ศลี สมาธิ และปัญญา
จากแนวคิดดังกล่าวพบว่า จริยธรรมของผู้บริหารหรือหลักประพฤติปฏิบัติในการบริหาร
จดั การองคก์ รด้วยความถูกตอ้ ง โปร่งใส ซ่ือสตั ย์ และยุติธรรมต่อทุกฝุายที่เกี่ยวข้อง ผู้บริหารต้องมีท้ัง
พระเดชพระคุณในการน่ามาใช้บริหารจัดการองค์กรและผู้บริหารท่ีดีควรมีหลักธรรมในการยึดม่ันใน
การปฏิบัติ คือ สัปปุริสธรรม 7 เป็นธรรมของคนดี มีคุณธรรม เป็นคนเก่ง 7 ประการ คือ เป็นผู้รู้จัก
เหตุ เป็นผู้รู้จักผล เป็นผู้รู้จักตน เป็นผู้รู้จักประมาณ เป็นผู้รู้จักกาล เป็นผู้รู้จักชุมชน และเป็นผู้รู้จัก
บคุ คล พรหมวหิ าร 4 เป็นธรรมครองใจ 4 ประการที่ท่าให้บุคคลในสังคมพึงประพฤติปฏิบัติในทางอัน
ประเสริฐทั้งต่อตนและผู้อ่ืน ประกอบด้วย เมตตา ความประสงค์ที่จะให้ผู้อ่ืนมีความสุข กรุณาความ
ประสงค์ท่ีจะช่วยให้ผู้อ่ืนพ้นทุกข์ มุทิตาความยินดีสรรเสริญในความสุขที่ผู้อ่ืนได้รับ และอุเบกขา
ความวางใจเป็นกลาง ทศพิธราชธรรม จริยาวัตรท่ีพระเจ้าแผ่นดินทรงประพฤติเป็นหลักธรรมประจ่า
พระองค์ หรือหลักคุณธรรมของผู้ปกครองบ้านเมือง ผู้บริหาร หรือผู้น่าที่น่า มาใช้ในการบริหาร
บทท่ี 5 จรยิ ธรรมของผูบ้ ริหารและพนักงาน 147
จดั การ 10 ประการ และมรรค 8 คือ ทางสายกลาง เปน็ แนวทางของหลกั จริยธรรมท่ีสามารถน่ามาใช้
ในการประพฤติปฏิบัติตนเพ่อื ใหเ้ ป็นคนดีนั่นเอง
5.4 จรยิ ธรรมของพนักงาน
คณะท่างานธรรมาภิบาล (2558 : 25-27) ได้กล่าวไว้ว่า บริษัทหรือองค์กรมุ่งเน้นการพัฒนา
ศกั ยภาพพนักงานส่คู วามเป็นพลเมอื งดีของสังคมภายใต้แนวคดิ “ฅนสมบูรณ์” เพื่อส่งเสริมและพัฒนา
ทรัพยากรบุคคลให้เกิดความรับผิดชอบต่อสังคมส่วนบุคคล (Individual Social Responsibility :
ISR) เน้นให้พนักงานเป็นศูนย์กลางเพื่อส่งเสริมการเป็น “ฅนสมบูรณ์” ที่เป็นทั้ง “คนเก่งและคนดี”
และสามารถขยายผลไปสู่สังคมและผูม้ สี ่วนไดส้ ว่ นเสยี ของธรุ กิจ โดยมแี นวทางดังต่อไปนี้
1. การปฏบิ ตั ิต่อตนเอง
1.1 ปฏิบัตงิ านด้วยความซอ่ื สตั ย์ สจุ รติ รายงานตามความเปน็ จริง
1.2 เคารพและปฏบิ ัตติ ามกฎหมาย กฎระเบยี บ ขอ้ บังคบั ของบริษัทอย่างเครง่ ครดั
1.3 ปฏิบัติงานด้วยความระมัดระวัง ซื่อสัตย์ สุจริต และไม่ใช้ต่าแหน่งหน้าที่หา
ผลประโยชนใ์ นทางมิชอบ
2. การปฏบิ ตั ติ อ่ ลกู ค้า ผู้เก่ยี วขอ้ งและสงั คม
2.1 ผลติ ชิ้นงานทม่ี คี ุณภาพ และส่งมอบให้ตรงเวลาตามทล่ี ูกคา้ ตอ้ งการ
2.2 ปฏิบัติตามกฎระเบียบด้านความปลอดภัย ตลอดจนดูแลรักษาสภาพแวดล้อมให้
ปลอดภยั
2.3 ยอมรบั ในขอ้ ผิดพลาดและสง่ มอบสินค้าทดแทนให้กบั ลูกค้า
2.4 ไม่เปิดเผยข้อมลู ของลูกคา้ ก่อนไดร้ ับอนญุ าต
2.5 มีส่วนรว่ มในกิจกรรมท่ีบริษทั จัดขึ้น
2.6 มีส่วนร่วมในการสบื สานขนบธรรมเนยี มและประเพณที อ้ งถน่ิ
2.7 ช่องทางการรับฟังความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากลูกค้า เพื่อประโยชน์ในการ
ปรับปรุงการด่าเนนิ งานของบรษิ ทั
3. การปฏิบัติระหวา่ งพนกั งาน
3.1 ไม่ชักจงู หรอื ชี้น่าการตดั สนิ ใจของเพอ่ื นรว่ มงานในสทิ ธเิ ร่ืองการเมอื ง
3.2 มนี ่า้ ใจกับเพ่อื นร่วมงาน ชว่ ยเหลอื การงานอ่ืนๆ ตามความเหมาะสม
3.3 ใช้สทิ ธใิ นการแสดงความคดิ เห็นอยา่ งสุภาพและเหมาะสม
บทท่ี 5 จรยิ ธรรมของผบู้ ริหารและพนักงาน 148
4. การปฏิบตั ติ อ่ องค์กร
4.1 ทา่ งานดว้ ยความรบั ผิดชอบอย่างเต็มความสามารถ
4.2 การใช้ทรัพย์สินและสวัสดกิ ารต่างๆ ขององคก์ ร อยา่ งร้คู ุณค่า
4.3 เมื่อพบเห็นเหตุการณ์ทุจริต ประพฤติมิชอบ คอรัปชั่น หรือเหตุการณ์ท่ีอาจท่าให้
เกิดความเสียหายต่อองค์กร ต้องรายงานทันทีผ่านช่องทางการแจ้งข้อร้องเรียนและข้อเสนอแนะท่ี
บรษิ ทั กา่ หนดไว้
4.4 ตง้ั ใจเรยี นรู้เพื่อพัฒนาตนเองให้กา้ วหน้า
4.5 ติดตามขา่ วสารเพอ่ื ใชเ้ ป็นเหตุผลในการพดู คยุ
4.6 สวมใส่อปุ กรณ์ปูองกนั อนั ตรายตามท่ีบริษัทกา่ หนด
5. การใช้สิทธิทางการเมอื ง บริษัทด่าเนินธุรกิจด้วยความเป็นกลางทางการเมือง ไม่เข้าไปมี
สว่ นร่วม และไม่ฝกั ใฝุพรรคการเมืองหนึ่งพรรคการเมืองใด หรือผู้มีอ่านาจทางการเมืองคนหนึ่งคนใด
ไม่นา่ เงินทุนหรือทรัพยากรของบริษัทไปใช้สนับสนุนไม่ว่าโดยทางตรงหรือทางอ้อมแก่พรรคการเมือง
หรือนักการเมอื งใดๆ
สุจินต์ หว่ังหลี (2561 : 21-23) กล่าวว่า จริยธรรมและจรรยาบรรณธุรกิจเป็นการด่าเนิน
ธรุ กจิ ตามแนวปฏิบัติตามหลกั คุณธรรมและจรยิ ธรรมส่าหรบั พนกั งานทพ่ี ึงปฏบิ ตั ิ มีดังน้ี
1. การปฏิบตั ิตอ่ ตนเอง
1.1 ประพฤติตนเปน็ พลเมอื งดมี หี นา้ ทีแ่ ละความรับผิดชอบปฏบิ ัตติ ัวตามกฎหมายของ
แผน่ ดนิ หม่นั ประกอบกรรมดีตอ่ สังคม
1.2 ประพฤตติ นเป็นแบบอยา่ งทด่ี ดี า่ รงไวซ้ ง่ึ ช่ือเสยี งและยดึ ถือกฎข้อบงั คบั บรษิ ทั ฯ
1.3 ปฏิบัติให้บรรลุวัตถุประสงค์ของบริษัทฯ โดยค่านึงถึงแนวปฏิบัติของการบริหาร
จัดการทด่ี ขี องบริษัท ละเว้นการใช้อา่ นาจหนา้ ท่เี พอ่ื ผลประโยชน์สว่ นตน
1.4 พึงร่าลึกเสมอว่าการปฏิบัติหน้าที่ของตนนั้นมิใช่มีพันธะและความรับผิดชอบต่อ
บริษัท หัวหน้างาน กรรมการ และผู้ถือหุ้นที่เป็นเจ้าของเท่าน้ัน หากยังมีหน้าท่ีรับผิดชอบต่อลูกค้า
ผูร้ ว่ มงาน สงั คมและสิง่ แวดลอ้ ม ดงั นั้นจึงต้องค่านึงถึงประโยชน์ส่วนรวมของผู้มสี ว่ นไดเ้ สียทกุ ฝุาย
1.5 พงึ รับผดิ ชอบในผลงานของตนและของผูอ้ ยู่ใตบ้ งั คับบญั ชา
1.6 พึงใฝหุ าปรับปรุงเพม่ิ พนู ความรคู้ วามสามารถของตนและพยายามศึกษาวิทยาการ
หรอื วชิ าการแบบต่างๆ อยู่เสมอ
บทท่ี 5 จริยธรรมของผ้บู รหิ ารและพนักงาน 149
1.7 ไม่มุ่งร้ายท่าลายหรือบ่ันทอนทั้งทางตรงหรือทางอ้อมต่อเกียรติคุณความก้าวหน้า
หรือธรุ กจิ ของผูอ้ นื่
1.8 การติดต่อและปฏิบัติต่อผู้อื่นควรประกอบด้วยคุณธรรมและมนุษยธรรมตระหนัก
ถึงสิทธิมนุษยชน ศักด์ิศรี และความเสมอภาคส่วนบุคคล เมื่อถูกขอร้องให้แสดงความคิดเห็นในงาน
ของตน พงึ ให้ความคดิ เหน็ ที่เท่ยี งตรงและเชือ่ ถือได้
2. การปฏบิ ัตติ ่อลกู ค้า ผู้ท่เี กยี่ วข้องและสงั คม
2.1 พึงปฏิบัติหน้าที่ด้วยความซ่ือสัตย์สุจริต มีจริยธรรมในการด่าเนินงานท่ีเก่ียวข้อง
กบั ลกู ค้า ค่แู ขง่ ขนั และสังคม
2.2 พึงปฏิบัติต่อลูกค้าอย่างเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติ จงหลีกเล่ียงการกระท่าท่ีไม่
สมควร เช่น รวมกลุ่มกัน ก่าหนดราคา ยื่นเสนอราคาโดยสมยอมรู้เห็น หรือตกลงแบ่งปันส่วนในงาน
น้นั ๆ มาก่อน หรอื ใชข้ ้อมูลอันเปน็ ความลับของลูกค้าเพอ่ื ผลประโยชนข์ องบคุ คลทส่ี าม
2.3 หาแนวทางส่งเสริมให้เกิดความสัมพันธ์อันดีและย่ังยืนระหว่างบริษัทกับคู่ค้า ให้
เป็นไปด้วยดี ประกอบด้วย ไมตรีจิตและความพึงพอใจด้วยกันทุกฝุาย น่ามาซึ่งบริการท่ีมีคุณภาพ
ถูกตอ้ งรวดเร็วตรงความต้องการและประหยัด
2.4 ห้ามมใิ หเ้ ปดิ เผยข้อมลู ของลูกค้าท่ตี นไดล้ ่วงรมู้ าเนอื่ งจากการด่าเนินธุรกิจ อันเป็น
ข้อมูลที่ตามปกติวิสัยจะพึงสงวนไว้ไม่เปิดเผย เว้นแต่จะได้รับความยินยอมจากลูกค้า หรือเป็นการ
เปดิ เผยตามหนา้ ท่ี ตามกฎหมาย หรือเปน็ การเปิดเผยเพ่ือประโยชนต์ อ่ ธรุ กิจประกันภยั หรือประชาชน
โดยรวม
2.5 ต้องแน่ใจว่าข่าวหรือข้อความที่จะแสดงออกสู่ภายนอกเป็นไปอย่างชัดแจ้ง ตรง
ไปตรงมา ไม่ก่อให้เกิดการแนะแนวท่ีผิดวัฒนธรรมศีลธรรมอันดีงาม ต้องเคารพนับถือในเกียรติส่วน
บุคคล
2.6 ต้องปฏิบัติตามนโยบายการต่อต้านการทุจริตคอร์รัปช่ันโดยยึดหลักสุจริตธรรม
ไม่ให้หรอื รบั สินบนไม่ว่าจะเป็นในรูปของขวัญหรือผลประโยชน์อื่นๆ และจะต้องไม่ยอมปฏิบัติในส่ิงท่ี
อาจจะก่อให้เกิดการทุจริต ติดสินบน ไม่กระท่าการหรือช่วยเหลือหรือสนับสนุนการกระท่าการอัน
เป็นความผิดตามกฎหมาย หรอื การกระทา่ การอนั เกี่ยวกับทรัพย์โดยทุจริต หรือการกระท่าอันเป็นภัย
ต่อเศรษฐกิจ หรือความม่ันคงของประเทศ ตลอดจนไม่ปกปิดหรือมีส่วนในการยักย้ายหรือจ่าหน่าย
ทรัพยส์ นิ ที่ไดม้ าเนื่องจากการกระท่าดังกล่าว
บทที่ 5 จริยธรรมของผู้บรหิ ารและพนักงาน 150
2.7 พงึ หลกี เลย่ี งการกระท่าใดๆ ในอนั ทจ่ี ะเปน็ การบ่นั ทอนชอื่ เสียงของค่แู ข่งขัน
3. การปฏิบัตริ ะหวา่ งพนักงาน
3.1 พยายามหลีกเล่ียงและขจัดการเข้าใจผิดในปัญหาอันสืบเน่ืองจากเรื่องแรงงาน
สัมพันธ์ ซ่งึ กอ่ ให้เกิดความบาดหมางต่อองค์กรหรือระหวา่ งบุคคล
3.2 พงึ กระท่าต่อเพื่อร่วมงานอ่ืนโดยปราศจากอคติ ช่วยเสริมสร้างการท่างานเป็นทีม
และเสริมสร้างความสามัคคใี นหมู่พนักงานด้วยกนั
3.3 พึงเอาใจใส่ต่อความเป็นอยู่และทุกข์สุขของผู้ร่วมงานอื่น โดยค่านึงถึงการอยู่
รว่ มกนั อย่างมีความสขุ เปน็ สา่ คัญ
3.4 พึงพิจารณาถึงความรู้ความสามารถและส่งเสริมพัฒนาผู้ใต้บังคับบัญชาท่ีจะมี
โอกาสไดเ้ ล่อื นต่าแหนง่ หน้าที่สงู ขึ้น ท้ังนรี้ วมถึงต่าแหนง่ ของตน
4. การปฏิบัติต่อองคก์ ร
4.1 พึงปฏิบัติหน้าที่ท่ีได้รับมอบหมายตามนโยบายอันชอบด้วยกฎหมายโดยความ
ซ่ือสัตย์สุจริต จงรักภักดีด้วยวิจารณญาณที่ดี และมิให้เส่ือมเสียต่อภาพลักษณ์หรือเกียรติคุณของ
บริษทั
4.2 ควรวางแผนงาน ก่าหนด และวิเคราะห์เปูาหมายการปฏิบัติหน้าท่ีของหน่วยงาน
ทัง้ ของตนเองและผูใ้ ตบ้ งั คบั บญั ชา เพอ่ื ให้บรรลุถึงวัตถุประสงค์ขององค์กร โดยค่านึงถึงคุณธรรมและ
จรรยาบรรณของวิชาชพี ตา่ งๆ ตลอดจนวัฒนธรรมขององคก์ ร
4.3 ใชค้ วามเป็นผู้นา่ ประสานงานและดา่ เนินการโดยใชค้ วามรคู้ วามสามารถในวิชาชีพ
ของทุกคนท่มี ีอยู่เพอื่ ความสมั ฤทธ์ผิ ลของบรษิ ัทมากกว่าผลประโยชน์ส่วนตนโดยลา่ พัง
4.4 พึงเสริมสร้างการปฏิบัติหน้าที่โดยมีระบบการด่าเนินงานท่ีมีมาตรฐานและการ
ควบคุมท่ีดีใช้ความรู้ความสามารถอย่างเต็มท่ีด้วยความระมัดระวัง ด้วยข้อมูลที่เพียงพอและมี
หลกั ฐานทีส่ ามารถอา้ งอิงได้
4.5 พึงส่งเสริมให้มีการติดต่อประสานงานและเสริมสร้างบรรยากาศของการท่างานที่
ดมี ีระเบยี บวินยั ทง้ั ภายในและภายนอกองคก์ ร
4.6 พึงเคารพ "ข้อมูลอันเป็นความลับ" ซึ่งได้รับทราบมาโดยต่าแหน่งหน้าที่และไม่ใช้
ขอ้ มูลนั้นเพ่อื ประโยชน์สว่ นตนหรือหน่วยงานที่ตนก่าลังปฏิบัติงานอยู่ หรือองค์กรที่เคยปฏิบัติงานมา
กอ่ น
บทท่ี 5 จริยธรรมของผบู้ รหิ ารและพนักงาน 151
4.7 เม่ือมีผลประโยชน์ส่วนตนอื่นใดนอกเหนือไปจากที่ได้รับจากบริษัท ควรเปิดเผย
ข้อเท็จจริงทั้งหมดต่อผู้บังคับบัญชาทันที ไม่ควรเก่ียวข้องกับกิจการอื่นใดอันอาจขัดผลประโยชน์กับ
บริษทั หรอื อาจบั่นทอนประสทิ ธภิ าพในการปฏบิ ัตหิ น้าทีข่ องตน
4.8 พึงหามาตรการที่ถูกต้องและเหมาะสม เพื่อการปูองกันและให้ความปลอดภัยต่อ
อาคาร ทรัพย์สินและกรรมวธิ ซี ง่ึ อย่ใู นความรับผดิ ชอบของตน
5. การปฏบิ ัตติ ่อส่งิ แวดล้อม
5.1 จงหาทางใชท้ รัพยากรธรรมชาตอิ ย่างมีประสิทธิภาพที่สุด โดยให้สูญเสียน้อยท่ีสุด
และพยายามหาสิ่งทดแทนทรัพยากรธรรมชาติท่ีน่ามาใช้โดยค่านึงถึงสภาวะแวดล้อมท้ังในปัจจุบัน
และอนาคต
5.2 พึงพยายามหาวิธนี ่าของใช้แลว้ จากสถานประกอบการมาปรับปรงุ ใช้อีก
5.3 พึงอนรุ ักษป์ รับปรุงบ่ารุงรักษาซึ่งอาคาร สถานท่ี และส่ิงแวดล้อมให้ดีข้ึน ให้อยู่ใน
สภาพที่เรยี บรอ้ ย งดงาม และถกู สขุ ลกั ษณะ
5.4 พึงรักษาและปรับปรุงมาตรฐานความปลอดภัยเพื่อขจัดอุปัทวันตรายอันอาจเกิด
ตอ่ สถานที่และสภาวะแวดลอ้ มให้เหลือน้อยทีส่ ุด
6. การใช้สิทธิทางการเมือง
6.1 กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานทุกคนควรใช้สิทธิของตนเองในฐานะพลเมืองดี
ตามกฎหมายรัฐธรรมนูญและกฎหมายอื่นๆ ท่ีเกี่ยวข้องในสิทธิและหน้าที่ส่วนบุคคลในระบอบ
ประชาธิปไตย
6.2 กรรมการ ผูบ้ ริหาร และพนกั งานทุกคน พึงหลีกเลี่ยงการกระท่าหรือกิจกรรมใดๆ
ทางการเมืองที่ท่าให้ผู้อื่นเข้าใจว่ากระท่าในนามบริษัท หรือกระท่าการอ่ืนใดอันท่าให้ผู้อ่ืนเข้าใจว่า
บริษัทเก่ียวข้อง ฝักใฝุหรือสนับสนุนการด่าเนินการทางการเมือง พรรคการเมือง ผู้มีอ่านาจทาง
การเมอื งหรือผ้รู ับสมัครรบั เลือกตง้ั ทางการเมือง
6.3 กรรมการ ผู้บรหิ าร และพนักงานทกุ คน ต้องไมน่ ่าทรพั ย์สิน เงิน หรือสิ่งของอื่นใด
อันเปน็ กรรมสิทธ์ขิ องบริษทั ไปสนับสนุนแจกจ่ายให้กับนักการเมืองหรือพรรคการเมือง รวมทั้งห้ามใช้
ตา่ แหน่งหน้าท่ี และเวลาปฏิบัตงิ านของบรษิ ทั ไปสนบั สนนุ กิจกรรมใดๆ ทางการเมอื ง
จากแนวคิดดังกล่าวสรุปได้ว่าจริยธรรมส่าหรับพนักงาน หมายถึง แนวทางในการปฏิบัติ
หน้าทข่ี องพนกั งานท่ถี ูกต้องเหมาะสม ตามบทบาทหน้าทขี่ องตนเองที่ได้รับมอบหมาย โดยยึดม่ันและ
บทท่ี 5 จริยธรรมของผ้บู ริหารและพนักงาน 152
ปฏิบัติตามกฎระเบียบข้อบังคับขององค์กรอย่างเคร่งครัด ประกอบด้วยแนวทางในการปฏิบัติต่อ
ตนเอง การปฏิบัติต่อลูกค้าผู้ท่ีเก่ียวข้องและสังคม การปฏิบัติระหว่างพนักงาน การปฏิบัติต่อ
องคก์ ร การปฏิบัตติ ่อส่งิ แวดลอ้ ม และการใชส้ ิทธทิ างการเมอื ง
5.5 หลกั พทุ ธจริยธรรมสาหรบั ผู้บรหิ ารและพนกั งาน
พัฒน์นรี ฉัตรพิสุทธิ์ (2560 : 93-94) กล่าวถึงหลักพุทธจริยธรรมส่าหรับผู้บริหารและ
พนักงานไว้ ดังนี้
1. หลักพทุ ธจริยธรรมส่าหรับผบู้ ริหาร พึงมี
1.1 หลกั ทิฏฐธัมมกิ ัตถะ ซงึ่ สว่ นใหญเ่ รยี กว่า หัวใจเศรษฐี อันเป็นประโยชน์ท่ีเกิดขึ้นใน
ปัจจุบันชาตินี้เป็นธรรมะข้อต้นๆ ในการด่าเนินชีวิตเพ่ือให้ประสบกับความสุข โภคทรัพย์ต่างๆ ตาม
โลกียวิสัย กล่าวคือ การถึงพร้อมด้วยความขยันถึงพร้อมด้วยการรักษาทรัพย์ การมีมิตรท่ีดี และการ
รูจ้ ักใช้จา่ ยอย่างพอดี
1.2 หลักสังคหวัตถุ 4 ได้แก่ ทาน คือ การแบ่งปันด้านวัตถุสิ่งของต่อกัน ปิยวาจาการ
รู้จักพูดกันอย่างเป็นมิตรมีไมตรีต่อกัน อัตถจริยา คือ ท่ากิจกรรมร่วมกันอย่างเก้ือกูลไม่ท่าลาย
ประโยชนข์ องอีกฝุายหนึง่ สมานตั ตา คือ การปฏิบัตติ ่อลกู ค้าและพนักงานด้วยความสม่าเสมอ
1.3 หลักพรหมวิหาร 4 ได้แก่ ความมีเมตตาต่อลูกน้องอยากเห็นเขามีความสุข กรุณา
มีความปรารถนาดีอยากให้พนักงานพ้นจากความทุกข์ มุทิตา มีความชื่นชมยินดีในความส่าเร็จของ
ลกู น้องเสมอ อุเบกขา วางเฉยในสิง่ ท่ีควรวางเฉยไม่เขา้ ไปกา้ วก่ายวุ่นวาย
1.4 อคติ 4 ได้แก่ การพิจารณาความดีความชอบของลูกน้องโดยไม่เห็นแก่ความชอบ
ความชัง ความกลวั และความหลง เปน็ ตน้
2. หลักพุทธจรยิ ธรรมของพนักงานพ่งึ มี
2.1 อิทธิบาท 4 ได้แก่ มีความพอใจในการท่างาน มีความขยันพากเพียร ไม่ทอดท้ิง
กลางคัน มีใจจดจอ่ ต่ออาชีพและมปี ัญญาพจิ ารณา
2.2 เบญจศีลเบญจธรรม คือ การท่าตนให้อยู่ในศีลในธรรม ต้ังใจปฏิบัติงานที่ได้รับ
มอบหมายให้เสร็จตามเวลาที่ก่าหนด เมื่อพนักงานทุกคนมีศีลก็ท่าให้ปกครองง่ายไม่เกิดความ
เดือดรอ้ นในสงั คมที่อยู่รว่ มกนั
บทท่ี 5 จริยธรรมของผบู้ ริหารและพนักงาน 153
2.3 ปฏิบัติหน้าท่ีของลูกจ้างท่ีพึงมีต่อนายจ้าง เช่น เข้าท่างานก่อนและเลิกทีหลัง
เจ้านาย และไม่ถือเอาของที่เจ้านายไม่ได้ให้มาเป็นของตน ท้ังยังปรับปรุงการท่างานให้ดีมี
ประสทิ ธิภาพมากยง่ิ ขน้ึ พร้อมทจี่ ะกลา่ วสรรเสรญิ เจา้ นายและบรษิ ทั เสมอเม่ือมโี อกาส
2.4 อบายมขุ 6 ได้แก่ ส่งิ ที่ท่าให้เสื่อม พนักงานทุกคนต้องละเลิกอบายมุขเพราะเป็นสิ่ง
ไมด่ เี ปน็ ทางแห่งความเสอ่ื ม
สรุปได้ว่าการน่าหลักพุทธจริยธรรมมาใช้ในธุรกิจนั้นเป็นสิ่งส่าคัญ เพราะไม่เพียงแต่จะเป็น
การปลูกฝังให้ผู้บริหารได้รู้จักการบริหารการจัดการอย่างถูกวิธี โดยไม่เบียดเบียนผู้ร่วมงาน หุ้นส่วน
ทางธุรกิจ ผู้บริโภค และมอบสิ่งดีๆ กลับสู่สังคม ทั้งยังเป็นการส่งเสริมให้ผู้บริหารและพนักงานได้
ทราบและตระหนักถึงหลักการปฏิบัติหน้าท่ีของตนเองและการด่ารงตนในสังคมได้อย่างถูกต้อง
เหมาะสม การมคี ุณธรรมจริยธรรมในตนเองนั้นจะเป็นดั่งแรงจูงใจที่ท่าให้ตนเองมีความรับผิดชอบต่อ
ผู้บรโิ ภค ส่ิงแวดล้อมและสังคมมากขึ้น ดังน้ันจะเห็นได้ว่าพุทธจริยธรรมน้ันเป็นการเน้นถึงหลักธรรม
ในการนา่ มาปฏบิ ตั ิเพอื่ น่าไปสู่ความส่าเรจ็ ในบทบาทหน้าท่ขี องตนในการท่างานได้อย่างเหมาะสมและ
มีประสทิ ธภิ าพ
5.6 ข้อพึงปฏิบตั ิทางจรยิ ธรรมสาหรบั ผู้บรหิ ารและพนักงาน
ศริ ิเกตุ ปุรมิ าณเสวี (2553 : 45-46) กล่าวถึงแนวทางปฏิบัติเร่ืองจริยธรรมของผู้บริหารไว้ว่า
มาตรฐานในเรื่องจริยธรรมของผู้บริหารแต่ละคนย่อมแตกต่างกันออกไป เน่ืองจากพ้ืนฐานการเรียนรู้
และประสบการณท์ ่ีแตกตา่ งกันของแตล่ ะคน ดงั เช่น
1. เคารพกฎหมาย ข้อแนะน่าเบ้ืองต้นในเร่ืองความมีจริยธรรมของผู้บริหาร และการ
รับผดิ ชอบตอ่ สงั คมก็คือการเคารพกฎหมายทั้งในตวั เนื้อหา ข้อความ และเจตนาของกฎหมาย
2. พดู แต่ความจริง การพูดความจรงิ เปน็ การเสริมความเชอื่ ถือและนับถือซึ่งกันและกนั
3. ให้ความเคารพต่อผู้อ่ืน การให้ความเคารพต่อผู้อื่นถือเป็นจริยธรรมที่ส่าคัญ ดังเช่น
บริษัท ไอบีเอ็ม จ่ากัด ก่าหนดแนวทางการปฏิบัติประการหนึ่งไว้ชัดเจนว่าต้องมีการเคารพความเป็น
ปัจเจกบคุ คลของผูอ้ ่ืน ซึง่ หลกั การนที้ ่าให้บริษัทมีช่อื เสียงด้านการดูแลพนกั งานเปน็ อย่างดี
4. ปฏิบัติในสิ่งที่ถูกต้อง ดังค่ากล่าวที่ว่าจงปฏิบัติต่อผู้อื่นให้เหมือนกับที่ท่านปฏิบัติต่อ
ตนเอง และ จะน่ามาใช้เป็นเครื่องมือในการประเมินความมีจริยธรรมของผู้บริหารธุรกิจได้ ผู้บริหาร
บทท่ี 5 จริยธรรมของผบู้ รหิ ารและพนักงาน 154
ควรให้ความเป็นธรรมแก่พนักงานขององค์กรและปฏิบัติต่อพนักงานเช่นเดียวกับที่ผู้บริหารเอง
ตอ้ งการไดร้ บั จากองคก์ ร
5. ไม่ท่าร้ายผู้อื่น ไม่ท่าให้ผู้อ่ืนได้รับความเดือดร้อนเสียหาย ไม่ว่าจะเป็นทางร่างกายหรือ
จิตใจ
6. การให้มีส่วนร่วม ผู้บริหารควรศึกษาความต้องการของบุคคลกลุ่มต่างๆ และพยายาม
สนองความตอ้ งการโดยเปิดโอกาสใหพ้ นักงานได้มสี ่วนรว่ มในการบริหาร มิใช่เป็นฝุายรับค่าส่ังแต่ฝุาย
เดียว
7. ต้องถือเป็นหน้าท่ีหรือความรับผิดชอบในการปฏิบัติงานท่ีมีคุณธรรม ผู้บริหารมีความ
รบั ผดิ ชอบหรอื หน้าทจี่ ะตอ้ งปฏบิ ตั ติ ามหรอื ทา่ อยา่ งใดอย่างหนึ่ง ถ้าคนสามารถท่าได้หรือมีทรัพยากร
ทที่ า่ ได้เพื่อใหเ้ กิดผลดแี กอ่ งค์กร ผเู้ กีย่ วข้อง สงั คมโดยสว่ นรวม หรอื สภาพแวดล้อม เปน็ ตน้
เนตร์พัณณา ยาวิราช (2551 : 68) ได้กล่าว่า จริยธรรมของผู้บริหารที่พึงมีและพึงปฏิบัติ มี
ดังนี้
1. มงุ่ มัน่ ท่างานเพือ่ ความเจริญก้าวหน้าของหนว่ ยงานทต่ี นรบั ผดิ ชอบ
2. มเี มตตากรณุ า ยดึ พรหมวหิ ารส่ี
3. ประพฤตติ นเป็นตวั อย่างทีดี ตรงเวลา ไม่ยกั ยอก ฉอ้ โกง แต่งกายเรียบรอ้ ย
4. ตง้ั มนั่ อยู่ในความยุตธิ รรมและให้ความเสมอภาคต่อผ้ใู ต้บังคบั บัญชา
5. พงึ หมั่นศึกษาหาความรู้อยเู่ สมอเพ่ือให้เป็นผู้ที่ทนั สมัย
6. ไมใ่ ช่กลวธิ ีหรอื อทิ ธิพลเพ่ือหาผลประโยชน์ส่วนตน
7. พึงรกั ษาความลบั ของผ้ใู ตบ้ งั คับบญั ชา
8. พงึ รบั ผิดชอบทกุ สง่ิ ทกุ อยา่ งทเี่ กิดขึ้นในหนว่ ยงาน ไมป่ ัดความรับผดิ ชอบไปใหผ้ ูอ้ น่ื
9. พึงอดทนดว้ ยความเยือกเยน็ ต่อค่าพูดทข่ี ดั แยง้ หรือไม่เป็นมิตรทกุ ชนดิ
10. พงึ เอาใจใส่ดูแลทกุ ขส์ ขุ ของผู้ใตบ้ ังคบั บัญชาเสมอ
11. พึงระมดั ระวังคา่ พูด ไมด่ ดุ า่ คนอน่ื ตอ่ หนา้ คนทัง้ หลาย
12. พงึ งดเว้นอบายมขุ ทัง้ ปวง อันจะท่าให้สังคมรงั เกยี จ
13. พึงสขุ ภาพออ่ นโยนกับผู้ใต้บงั คับบญั ชาและบุคคลท่ัวไป
14. ตอ้ งมีความซ่อื สัตย์ ไมส่ รา้ งความเดอื ดรอ้ นแกต่ นเองหรอื ผู้อ่ืน
บทท่ี 5 จริยธรรมของผูบ้ รหิ ารและพนักงาน 155
พิพัฒน์ รัชกิจประการ (2559 : 6-10) กล่าวว่าทุกบริษัทจะมีการก่าหนดให้มีข้อพึงปฏิบัติ
ส่าหรับผบู้ ริหารและพนักงานเพื่อเปน็ แนวทางในการทา่ งาน ดงั นี้
1. มภี าวะผู้นา่ ผู้บรหิ ารพึงมจี รยิ ธรรมและปฏบิ ตั ติ ามบทบาทของภาวะผู้น่าที่เหมาะสมและ
ประพฤติตนให้เปน็ ที่ยอมรบั ของสังคม ตลอดจนเปน็ ประโยชนส์ ่าหรับการบริหารจัดการบรษิ ัท ดังน้ี
1.1 ผู้บริหารต้องแสดงวิสัยทัศน์ในการบริหารงานรวมทั้งมีความส่านึกในหน้าที่และ
ความรับผิดชอบต่อผลของการปฏิบตั หิ นา้ ทีใ่ ห้เปน็ ทเ่ี ช่อื ถอื และยอมรบั ของสังคม
1.2 ผู้บริหารจะต้องจัดหาและนา่ ระบบการบรหิ ารงานคณุ ภาพมาใชเ้ พ่ือลดขั้นตอนและ
เพ่ิมประสิทธิภาพในการท่างาน ตลอดจนแสวงหานวัตกรรมที่เหมาะสม รวมท้ังมีการฝึกอบรมและ
พัฒนาพนักงานใหส้ อดคลอ้ งกับนวตั กรรมและระบบบริหารงานคุณภาพ เพื่อให้เป็นธุรกิจท่ียั่งยืนและ
เปน็ ผนู้ ่าทางธุรกจิ
1.3 ผู้บริหารต้องด่าเนินการตรวจสอบการร้องเรียน/ร้องทุกข์ของผู้มีส่วนได้เสียหรือ
บุคคลอื่น เพ่ือให้ได้ข้อเท็จจริง และแก้ปัญหาที่เกิดข้ึนให้ลุล่วงอย่างรวดเร็วและเป็นธรรม ท้ังน้ี
ผู้บริหารอาจไม่ด่าเนนิ การใดๆ ในการรอ้ งเรยี น/ร้องทุกข์ โดยวิธีการของบตั รสนเทห่ ก์ ็ได้
1.4 ผู้บริหารต้องส่งเสริมสนับสนุนให้เกิดภาวะผู้น่าในหมู่พนักงานอีกท้ังสนับสนุนให้
พนักงานทุกระดับมีส่วนร่วมในการพัฒนาบรษิ ทั
1.5 ผู้บริหารต้องมีส่วนร่วมและส่งเสริมให้พนักงานเข้าร่วมในกิจกรรมเพื่อสาธารณ
ประโยชน์ในชมุ ชนและสังคม เพอื่ สร้างความสัมพันธท์ ่ีดีกับสมาชิกในชมุ ชนและสงั คมโดยส่วนรว่ ม
2. มีความซ่ือสัตย์สุจริต ผู้บริหาร และพนักงาน ต้องปฏิบัติหน้าท่ีด้วยความซ่ือสัตย์สุจริต
และระมัด ระวงั รกั ษาผลประโยชนข์ องบรษิ ทั โดยมแี นวทางปฏบิ ัติดงั น้ี
2.1 ผู้บริหารและพนักงาน ต้องปฏิบัติหน้าท่ีด้วยความซื่อสัตย์สุจริตปราศจากอคติ ไม่
ใชอ้ ่านาจหนา้ ทขี่ องตนในการแสวงหาผลประโยชน์สว่ นตนแกต่ นเองหรือผู้อื่น
2.2 ผู้บริหารและพนักงาน ต้องไม่จงใจท่ารายงานหรือบันทึกท่ีเป็นเท็จหรือผิดพลาด
รวมท้ังต้องไม่จงใจปิดบัง หรือเสนอข้อมูลที่เป็นเท็จหรือผิดพลาดต่อบริษัท เมื่อพบรายงานหรือ
บนั ทกึ ท่ีมีข้อมูลไมถ่ กู ตอ้ งหรือผิดพลาดต้องรายงานใหผ้ ู้บังคับบัญชาทราบทนั ที
2.3 ผู้บริหารและพนักงาน ต้องใช้เวลาการปฏิบัติงานอย่างมีประสิทธิภาพและให้มี
ประสิทธิผลตามท่ีก่าหนดไว้ตามระเบียบข้อบังคับ รวมท้ังไม่กระท่าหรือชักจูงเพ่ือนร่วมงาน
บทท่ี 5 จรยิ ธรรมของผ้บู รหิ ารและพนักงาน 156
ผู้ใต้บังคับบัญชา ไม่ใช้เวลาปฏิบัติงานเพื่อกิจกรรมอ่ืนที่ไม่เกี่ยวข้องกับผลประโยชน์ของบริษัทหรือผู้
ถือหุ้น
2.4 ผู้บริหารและพนักงาน ต้องปฏิบัติงานที่ได้รับมอบหมายด้วยความรู้ ความสามารถ
อยา่ งเตม็ ที่ อีกทงั้ มีความส่านึกในหนา้ ท่ีและมคี วามรับผดิ ชอบต่อผลของการปฏบิ ตั ิหน้าที่
3. ปฏิบัติตามกฎหมายและระเบียบข้อบังคับ ผู้บริหาร และพนักงาน ต้องปฏิบัติหน้าท่ีให้
เปน็ ไปตามกฎหมายทีเ่ ก่ยี วขอ้ งกับธรุ กิจของบริษทั และระเบียบขอ้ บงั คบั ในการท่างานของบริษัทอย่าง
เครง่ ครดั อกี ทั้งหลกี เล่ียงการกระท่าใดๆ ซึ่งอาจสง่ ผลกระทบในทางลบต่อชื่อเสียงในการด่าเนินธุรกิจ
ของบริษทั ดงั น้ี
3.1 ผู้บริหารและพนักงานต้องไม่ฝุาฝืน หลีกเลี่ยง ขัดขืน หรือเพิกเฉยต่อระเบียบ
ข้อบังคับ ประกาศ หรือค่าส่ังของบริษัท รวมทั้งค่าส่ังอันชอบด้วยกฎหมายและชอบด้วยหน้าที่ของ
ผู้บงั คบั บัญชา
3.2 ผบู้ รหิ ารและพนักงาน ต้องไม่ผลิตหรือมีส่ิงผิดกฎหมายไว้ครอบครองไม่ว่าเพ่ือการ
ใช้เอง เพอ่ื การจ่าหนา่ ยหรอื เพอื่ บคุ คลอน่ื ใด
3.3 ผู้บริหารและพนักงาน ต้องใช้ระบบการส่ือสารและระบบคอมพิวเตอร์ด้วยความ
รับผิดชอบ และต้องไม่ก่อให้เกิดความแตกแยก การท่าให้ผู้อื่นเสียหาย การท่าลายขวัญ หรือส่งเสริม
ใหเ้ กิดความไมเ่ ป็นมิตรในสถานท่ีท่างาน
3.4 ผบู้ รหิ ารและพนักงาน ต้องไม่ใช้ระบบการสือ่ สารและระบบคอมพิวเตอร์ ในกิจการ
ท่ีผดิ กฎหมายหรือขัดต่อนโยบายของบริษัทและไม่ใช่อินเตอร์เน็ต หรือบริการที่คล้ายคลึงกันในทางที่
จะท่าให้เกดิ ความเสียหาย อับอาย ขาดความเชื่อถอื หรือเสียชื่อเสียง
4. รกั ษาทรัพย์สิน ผู้บริหาร และพนักงาน พึงมีหน้าที่ดูแลรักษาและใช้ทรัพย์สินของบริษัท
ให้เกิดประโยชน์อย่างเต็มท่ีต่อกิจการของบริษัทเท่าน้ัน และไม่น่าไปใช้เพ่ือประโยชน์ของผู้อื่นหรือ
ในทางมิชอบ ดงั นี้
4.1 ผู้บริหารและพนักงาน ต้องปฏิบัติตามข้อก่าหนดด้านความปลอดภัยของบริษัทใน
การใชเ้ ครอื่ งมืออุปกรณ์และสภาพแวดลอ้ มในการทา่ งาน
4.2 ผู้บริหารและพนักงาน ต้องไม่น่าเอาไปใช้ ขาย ให้ ขอยืม ให้ยืม หรือจ่าหน่ายจ่าย
โอนทรพั ยส์ ินของบริษทั โดยไม่ได้รบั อนุญาตไมว่ ่าทรัพยส์ นิ นั้นจะมีมูลค่าหรืออยู่ในสภาพใด
บทที่ 5 จรยิ ธรรมของผู้บรหิ ารและพนักงาน 157
4.3 ผู้บริหารและพนักงาน ต้องไม่เจตนาท่าให้เสียหาย ก่อวินาศกรรม หรือท่าลาย
ทรัพยส์ นิ ของบริษัท
4.4 ผู้บริหารและพนักงาน ต้องไม่ใช้ทรัพย์สินของบริษัทเพ่ือประโยชน์ส่วนตนหรือ
กิจการภายนอกเวน้ แตจ่ ะได้รับอนุญาตจากผู้บงั คับบญั ชา
5. ปฏิบัติตนต่อผู้บังคับบัญชา ผู้ร่วมงาน และผู้ใต้บังคับบัญชา ผู้บริหาร และพนักงาน พึง
รักษาสภาพแวดล้อมในการท่างานให้ปราศจากการละเมิดสิทธิส่วนบุคคล มีความเคารพซ่ึงกันและ
กัน ตลอดจนให้ความร่วมมือช่วยเหลือ เสนอแนะความคิดเห็นและแก้ปัญหาร่วมกันในการท่างาน
โดยมแี นวทางปฏิบัติ ดังนี้
5.1 ผู้บริหารและพนักงาน ต้องไม่ยุยง ใส่ร้ายปูายสีหรือล้อเลียน อันเป็นการก่อให้เกิด
การแตกสามคั คี และพงึ ละเวน้ จากการน่าผลงานของผอู้ ่นื มาเป็นของตน
5.2 ผู้บริหารและพนักงานต้องไม่กระท่าการใดๆ อันเป็นการละเมิดทางเพศต่อ
ผู้ร่วมงาน หากพบหรือทราบวา่ มีการละเมิดทางเพศในระหว่างผู้รว่ มงานต้องรายงานต่อผู้บังคับบัญชา
ทันที
5.3 ผบู้ รหิ ารและพนักงานต้อง เป็นผู้มีวินัย ไม่กระท่าการใดๆ อันเป็นการไม่เคารพนับ
ถือ ผู้บังคับบัญชา ปฏิบัติกับผู้ร่วมงานและผู้ใต้บังคับบัญชาด้วยความสุภาพ มีน้่าใจ และมีมนุษย
สัมพนั ธ์อันดี
6. เป็นพลเมืองดี ผู้บริหารและพนักงาน พึงท่าหน้าที่เป็นพลเมืองดีท่ีอยู่ร่วมกับผู้อื่นใน
สงั คมไดอ้ ย่างเตม็ ภาคภมู ิ โดยมแี นวทางปฏิบตั ิ ดงั นี้
6.1 ผู้บริหารและพนักงาน ต้องพัฒนาตนเองให้มีคุณธรรมจริยธรรม รวมทั้งศึกษาหา
ความร้เู พมิ่ เติม เพื่อใหก้ ารปฏิบตั ิหน้าทมี่ ปี ระสิทธภิ าพและประสทิ ธิผล
6.2 ผ้บู รหิ ารและพนักงาน ต้องไม่ประพฤติตนเปน็ ที่รังเกียจแก่ผู้อ่ืน พูดจาลวนลามเพศ
ตรงข้าม กระท่าตนเป็นอันธพาล มีหน้ีสินล้นพ้นตัว เล่นการพนัน ใช้สารเสพติด ดื่มเคร่ืองดื่มผสม
แอลกอฮอล์ขณะปฏิบัตงิ านหรอื กระทา่ การใดๆ อนั สอ่ ใหเ้ หน็ วา่ เสอ่ื มเสียในดา้ นศีลธรรม
6.3 ผ้บู ริหารและพนักงาน ตอ้ งไม่พกพาอาวุธมาท่ีท่างาน เว้นแต่จะได้รับอนุญาตจากผู้
บังคับ บัญชาระดบั สงู
7. ไม่รับส่ิงตอบแทนท่ีเกินปกติวิสัย ผู้บริหาร พนักงานและผู้ใกล้ชิด พึงไม่รับเงินผล
ประโยชน์หรือส่ิงของจากผู้เก่ียวข้องทางธุรกิจกับบริษัท หากการรับนั้นอาจท่าให้เข้าใจได้ว่าผู้รับมีใจ
บทท่ี 5 จรยิ ธรรมของผูบ้ รหิ ารและพนักงาน 158
เอนเอียงหรือมีความ สัมพันธ์ทางธุรกิจเป็นพิเศษกับผู้ให้ซ่ึงอาจท่าให้เกิดความเสียหายแก่บริษัทได้
ดังน้ี
7.1 ผ้บู รหิ าร พนกั งาน และญาติ หรือผ้อู ยอู่ าศัยภายใตช้ ายคาเดียวกัน ต้องไม่เรียกร้อง
ไมร่ บั ร่วมกิจกรรมสงั คม กิจกรรมกีฬา การเลี้ยงรับรอง ของก่านัล ของขวัญ หรือสินน่้าใจ เพื่อตนเอง
หรือเพ่อื ผู้อนื่ จากบุคคลทร่ี ว่ มทา่ ธุรกิจด้วย
7.2 หากเป็นกรณีที่หลีกเล่ียงไม่ได้ ผู้บริหารและพนักงาน อาจรับผลประโยชน์หรือ
ของขวัญ เพ่ือการโฆษณาทางธุรกิจหรือตามขนบธรรมเนียมประเพณีนิยมให้ หากผลประโยชน์หรือ
ของขวัญนั้นมีมูลค่าไม่เกินกว่า 500 บาท ในกรณีของนั้นมีมูลค่าเกินกว่า 500 บาท ผู้บริหารและ
พนักงาน ต้องแจ้งให้ผู้บังคับบัญชารทราบเป็นหนังสือ และน่าผลประโยชน์หรือของขวัญนั้นส่งให้
บรษิ ทั
7.3 กรณีที่ผู้บริหารและพนักงานเป็นตัวแทนของบริษัท ไปร่วมงานเล้ียงของคู่ค้าหรือ
เดินทางไปอบรม/ดูงานนอกสถานที่ และได้รับผลประโยชน์หรือของขวัญมีมูลค่าเกินกว่า 500 บาท
ไม่ว่าจะได้มาจากการชิงโชคจับฉลากหรือรับของท่ีระลึก ผู้บริหารและพนักงานต้องแจ้งให้ผู้บังคับ
บัญชาทราบเปน็ หนงั สือและน่าผลประโยชนห์ รือของขวญั นน้ั ส่งให้บริษัท
8. ไม่มีความขัดแย้งทางผลประโยชน์ ผู้บริหารและพนักงานไม่พึงปฏิบัติตนในลักษณะที่
อาจจะกอ่ ให้เกดิ ความขัดแย้งทางผลประโยชนก์ ับบรษิ ัท ดังน้ี
8.1 ผู้บริหาร พนักงาน ครอบครัวและผู้อยู่อาศัยภายใต้ชายคาเดียวกันต้องไม่ด่าเนิน
ธรุ กจิ /กจิ กรรมใดๆ ทอี่ าจท่าใหบ้ ุคคลท่ัวไปเห็นว่ามีความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับบริษัท ไม่ว่าโดย
ทางตรงหรือทางอ้อม
8.2 ผู้บริหารและพนักงาน ต้องไม่ร่วมกับสมาชิกในครอบครัวหรือบุคคลใกล้ชิดด่าเนิน
ธุรกิจ/กิจกรรมใดๆ ที่อาจก่อให้เกิดความขัดแย้งทางผลประโยชน์กับบริษัท ไม่ว่าโดยทางตรงหรือ
ทางอ้อม เพ่ือหลกี เลีย่ งความไมเ่ หมาะสมที่อาจเกิดขึ้น ควรมีการเปิดเผยความสัมพันธ์ของสมาชิกใน
ครอบครัวหรอื บุคคลอ่นื ใดที่อาจกอ่ ให้เกิดความขดั แย้งทางผลประโยชน์ โดยรายงานผู้บังคับบัญชาให้
ทราบเป็นลายลกั ษณ์อกั ษร
9. ไม่ใช้ขอ้ มูลจา่ เพาะเพือ่ ประโยชนใ์ นทางมิชอบ ผู้บริหารและพนักงานไม่น่าข้อมูลจ่าเพาะ
ของบริษทั ไปใช้เพอื่ ประโยชนใ์ นทางมิชอบ ดังน้ี
บทท่ี 5 จรยิ ธรรมของผู้บริหารและพนักงาน 159
9.1 ผบู้ ริหารและพนกั งาน ท่ีมีหน้าที่นา่ ข้อมูลจ่าเพาะไปใช้ ต้องพึงระมัดระวังไม่ให้ผู้อื่น
ได้ยนิ ลอบฟงั ดกั ฟงั หรือบนั ทึกเสยี ง ไมค่ วรสนทนาในท่ีสาธารณะผ่านเคร่ืองมือส่ือสาร หรือสนทนา
กับสมาชกิ ในครอบครวั และบคุ คลใกลช้ ิดอนั นา่ ไปสกู่ ารเปิดเผยตอ่ ผู้อ่นื ได้
9.2 ผบู้ ริหารและพนกั งาน ต้องจดั การจดั เกบ็ และแยกแยะรายละเอียดข้อมูลจ่าเพาะให้
เป็นไปตามระเบยี บข้อบังคับของบรษิ ัทอย่างเคร่งครัด
9.3 ผู้บริหารและพนักงาน ต้องไม่เปิดเผยข้อมูลจ่าเพาะของบริษัท ต่อผู้ที่ไม่มีสิทธิรับรู้
ตามระเบยี บข้อบังคับหรือข้อตกลงทางธุรกิจ เว้นแต่ได้รับความเห็นชอบเป็นลายลักษณ์อักษรจากผู้มี
อา่ นาจดา่ เนนิ การและหนว่ ยงานทร่ี บั ผิดชอบ
9.4 ผู้บริหารและพนักงาน ไม่น่าข้อมูลจ่าเพาะไปใช้เพื่อการซ้ือขายหลักทรัพย์หรือส่ง
ขอ้ มูลดงั กลา่ วใหผ้ ูอ้ ื่นเพอื่ การซ้ือขายหลกั ทรัพย์
จากแนวคดิ ดังกล่าวสรปุ ไดว้ ่าข้อพึงปฏิบัติทางจริยธรรมของผู้บริหารและพนักงานในทุกด้าน
ไม่ว่าจะเป็นด้านการปฏิบัติต่อตนเอง การปฏิบัติต่อองค์กร การปฏิบัติต่อส่วนรวม รวมถึงการปฏิบัติ
ตัวดา้ นสทิ ธิทางการเมืองเป็นส่ิงที่ผู้บริหารและพนักงานจะต้องท่าความเข้าใจ และยึดมั่นในการน่าไป
ปฏิบัติอย่างเคร่งครัด เพ่ือเป็นแนวทางเดียวกันในการปฏิบัติงานได้อย่างถูกต้องและเหมาะสม เพ่ือ
ก่อให้เกิดประสิทธิภาพในการท่างาน และไม่ส่งผลกระทบต่อตัวผู้บริหารและตัวพนักงานเอง ซ่ึงส่ิง
เหล่านจ้ี ะส่งผลตอ่ ความสา่ เร็จของบรษิ ทั ต่อไป
สรุป
การท่างานร่วมกันภายในองค์กรจะประกอบด้วย ผู้บริหารและพนักงานเป็นส่าคัญ โดย
องคก์ รจะประสบความสา่ เรจ็ ไดน้ น้ั ผู้บริหารเป็นส่ิงส่าคัญทจ่ี ะท่าให้องค์กรเกดิ ผลสา่ เร็จตามเปูาหมาย
ได้อย่างครบถ้วน โดยมีหลักจริยธรรมของผู้บริหารเป็นตัวก่าหนดถึงผลประกอบการหรือความส่าเร็จ
ขององค์กร โดยมีหลักจริยธรรมที่ต้องยึดถือในการปฏิบัติท่ีส่าคัญ คือ การปฏิบัติตนต่อบุคลากรใน
องค์กรของตนอย่างเสมอภาคและเท่าเทียมกัน โดยยึดหลักจริยธรรมในการบริหารจัดการในองค์กร
เพ่ือให้องคก์ รเกดิ การพัฒนาและเกดิ ประสิทธผิ ลมากท่สี ุด โดยจะตอ้ งมภี าวะผู้น่าทางจริยธรรมคือการ
แสดงออกทางพฤติกรรมของผู้บริหาร ด้านการกระท่า และด้านการสื่อสาร ผู้บริหารเป็นผู้ก่าหนด
นโยบาย โดยค่านึงถึงผลประโยชน์ส่วนรวม มีความยุติธรรม เอาใจใส่บุคลากรและมีความเป็นธรรม
เพื่อให้ได้รับการยอมรับนับถือเป็นต้นแบบเพื่อให้ผู้ตามยึดเป็นแบบอย่างในการปฏิบัติ จริยธรรมของ
ผู้บริหารประกอบดว้ ย การบรหิ ารจัดการองคก์ รดว้ ยความถกู ต้อง โปร่งใส ซ่ือสัตย์ และยุติธรรมต่อทุก
บทที่ 5 จริยธรรมของผู้บริหารและพนักงาน 160
ฝุายท่เี กี่ยวข้อง โดยมีหลักธรรมในการปฏิบัติ คือ สัปปุริสธรรม 7 พรหมวิหาร 4 ทศพิธราชธรรม 10
ประการ และมรรค 8 อิทธิบาท 4 อบายมขุ 6
กรณศี ึกษา
กรณที ี่ 1 คดีทจุ รติ และประพฤติมิชอบกลาง คดีสินบนข้ามชาติ (ข่าวสด, 2562)
ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนจ่าคุก 50 ปี 11 กระทง “จุฑามาศ” อดีตผู้ว่า ททท. รับสินบนเมื่อ
วันท่ี 8 พฤษภาคม พ.ศ. 2562 ท่ีห้องพิจารณา 8 ศาลอาญา คดีทุจริตและประพฤติมิชอบกลาง
ถ.นครไชยศรี เวลา 10.15 น. ศาลอ่านค่าพิพากษาศาลอุทธรณ์ คดีสินบนข้ามชาติ หมายเลขด่า อท.
14/2558 อท.46/2559 ที่อยั การคดพี ิเศษ 2 เป็นโจทก์ ย่ืนฟูอง “นางจุฑามาศ ศิริวรรณ” อายุ 72 ปี
อดตี ผู้ว่าการการท่องเทีย่ วแหง่ ประเทศไทย (ททท.) และ น.ส.จติ ตโิ สภา ศริ วิ รรณ อายุ 45 ปี บุตรสาว
เป็นจ่าเลยที่ 1-2 ในความผิดฐานเป็นพนักงานเรียกรับหรือยอมรับทรัพย์สินหรือประโยชน์ใดส่าหรับ
ตนเองหรือผอู้ ืน่ โดยมิชอบ เพอ่ื การกระท่าอย่างใดในหน้าที่ ไม่ว่าการนั้นจะชอบหรือมิชอบด้วยหน้าท่ี
เป็นพนักงานละเว้นการปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพ่ือให้เกิดความเสียหายหรือปฏิบัติหน้าที่โดยทุจริต
เปน็ เจา้ หน้าที่ในหนว่ ยงานของรฐั กระท่าการใดๆ โดยมุ่งหมายไม่ให้มีการแข่งขันราคาอย่างเป็นธรรม
เพอ่ื เอื้อแกผ่ เู้ ขา้ ท่าการเสนอราคารายใดให้เปน็ ผู้มีสิทธิตามสัญญาแก่หน่วยของรัฐและเป็นผู้สนับสนุน
การกระทา่ ผิดตาม พ.รบ.ว่าด้วยความผิดของพนักงานในองค์กรของหน่วยงานรัฐ พ.ศ.2502 มาตรา 6
และ 11 และพ.ร.บ. ว่าด้วยความผิดเก่ียวกับการเสนอราคาหน่วยงานของรัฐ (ฮ้ัวประมูล) พ.ศ.
2542 มาตรา 12 จากกรณีรับเงินตอบแทน สามี-ภรรยา ชาวสหรัฐอเมริกา นักธุรกิจภาพยนตร์
เพื่อให้ได้สิทธิในการจัดงานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติกรุงเทพมหานคร ปี ค.ศ. 2002-2007 (หรือ
ปี พ.ศ. 2545-2550) มลู ค่ากว่า 60 ล้านบาท โดยอัยการย่ืนฟูองเม่ือวันท่ี 25 สิงหาคม พ.ศ. 2558 ท่ี
ผา่ นมา ซึง่ จ่าเลยท้งั สองให้การปฏเิ สธ
ซ่งึ คดีนี้ศาลชัน้ ต้นมีคา่ พิพากษาเมื่อวันท่ี 29 มีนาคม พ.ศ. 2560 เห็นว่า การจัดจ้างโครงการ
เทศกาลภาพยนตร์นานาชาตกิ รงุ เทพมหานคร มีการก่าหนดเง่อื นไขโดยวิธีตกลงราคาหรือวิธีพิเศษ ไม่
เหมาะสมไม่เป็นไปตามข้อบังคับของการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทยว่าด้วยการพัสดุ พ.ศ. 2538
โดยเฉพาะโครงการจดั งานเทศกาลภาพยนตร์นานาชาติ กรุงเทพมหานคร พ.ศ. 2546 ไม่เป็นการจ้าง
บรษิ ทั ทเี่ ปน็ ผเู้ ช่ยี วชาญทมี่ ีประสบการณ์ท่ีเคยทราบหรือเคยเห็นความสามารถผลงานมาแล้ว โดยนาง
จุฑามาศ จ่าเลยท่ี 1 คบคิดกับนายเจอรัลด์ และนางแพทริเซีย กรีน นักธุรกิจในสหรัฐอเมริกา จัดตั้ง
บริษัทเข้ามาเป็นคู่สัญญากบั ททท. และยังเรียกรับเงินสินบนจากนายเจอรัลด์ โดยโอนเงินไปยัง น.ส.
บทท่ี 5 จรยิ ธรรมของผบู้ รหิ ารและพนักงาน 161
จิตติโสภา จ่าเลยท่ี 2 กับเพ่ือน 59 รายการเป็นเงิน 1,822,294 เหรียญสหรัฐ พฤติการณ์ของ “นาง
จฑุ ามาศ” จา่ เลยท่ี 1 จึงเปน็ การปฏิบัตหิ รือละเว้นการปฏบิ ตั หิ น้าที่โดยมิชอบอันเป็นความผิด พ.ร.บ.
ว่าด้วยการเสนอราคาต่อหน่วยงานของรัฐ (ฮ้ัวประมูล) พ.ศ. 2542 มาตรา 12 และผิดฐานเรียกรับ
ทรพั ยส์ นิ ฯ ตาม พ.ร.บ. วา่ ด้วยความผดิ ในองค์กรหรือหน่วยงานของรัฐพ.ศ.2502 มาตรา6 และ 12 ให้
จา่ คุก “นางจฑุ ามาศ” จ่าเลยที่ 1 รวม 11 กระทงๆ ละ 6 ปี เป็นจ่าคุกท้ังส้ิน 66 ปี แต่เม่ือรวมโทษทุก
กระทงตามกฎหมายแลว้ ใหจ้ ่าคุกสูงสุดเป็นเวลา 50 ปี และจ่าคุก น.ส.จิตติโสภา จ่าเลยท่ี 2 รวม 11
กระทงเชน่ กัน กระทงละ 4 ปโี ดยจา่ คุกทง้ั สิ้น 44 ปี ขณะทีศ่ าลมีคา่ สง่ั ใหร้ บิ เงินกระท่าผิด 1,822,494
เหรียญสหรัฐ และดอกผลที่เกิดข้ึนให้ตกเป็นของแผ่นดินด้วย โดยเงินน้ันเป็นทรัพย์ท่ีฝากอยู่ใน
ธนาคารตา่ งประเทศ ศาลจึงไดก้ า่ หนดมูลค่าทรพั ยท์ ีส่ งั่ รบิ นน้ั เปน็ มูลคา่ ทงั้ สิ้น 62,724,776 บาท
จากกรณีศึกษานี้สรุปได้ว่า ผู้บริหารขาดจริยธรรมในการท่างาน ขาดความซื่อสัตย์สุจริตใน
หน้าที่ท่าให้เกิดการคอรัปช่ันในหน่วยงาน ส่งผลต่อความเสียหายของประเทศชาติ หน่วยงานและ
ตนเอง อยา่ งรา้ ยแรง ผิดทัง้ วนิ ยั ในการปฏิบตั ิหน้าที่ของตนและผิดกฎหมายในการรับสินบน ดังน้ันจะ
เห็นได้ว่าการบริหารงานหรือการปฏิบัติหน้าที่ของผู้บริหารขาดซ่ึงคุณธรรม จริยธรรม และความ
ซ่ือสัตย์ในการท่างาน ซ่ึงจะเห็นได้ว่าความผิดนี้เป็นความผิดท้ังทางด้านกฎหมายด้านการคอรัปช่ัน
และความผิดดา้ นจริยธรรมในหน้าที่ของผู้บริหาร ดังน้ันผู้บริหารและพนักงานควรให้ความส่าคัญกับ
การน่าจริยธรรมมาใช้ควบคู่กับปฏิบัติหน้าที่อย่างเคร่งครัดด้วยความบริสุทธิ์ใจเพ่ือใช้หลักจริยธรรม
เป็นตวั กา่ หนดแนวทางในการปฏิบตั ิเพอื่ ไมใ่ หท้ า่ ผดิ กฎหมายและศีลธรรม
กรณที ี่ 2 หากทา่ นพบว่าเพ่ือนร่วมงานของทา่ นรู้ถึงข้อมูลงบการเงินของบริษัทก่อนเผยแพร่
ต่อสาธารณชน และเห็นเพื่อนของท่านท่าการซื้อหรือขายหุ้นของบริษัทในช่วงเวลา 30 วัน ก่อนการ
เปิดเผยงบการเงนิ ท่านควรทา่ อยา่ งไร
คาแนะนา แจ้งต่อประธานคณะกรรมการตรวจสอบผ่านทางเลขานุการคณะกรรมการ
ตรวจสอบ หรือประธานคณะกรรมการบริษัทผ่านทางเลขานุการบริษัท ด้วยอีเมล์ โดยสามารถจะ
เปิดเผยตนเองหรือไม่ก็ได้ เนื่องจากบริษัทมีการคุ้มครองข้อมูลผู้ท่ีแจ้งเบาะแสตามนโยบายแจ้ง
เบาะแส หรอื ขอ้ ร้องเรียนของบริษัท
กรณีท่ี 3 เพื่อนของท่านขอคัดลอกบทความอีเล็กทรอนิกส์ในฐานข้อมูลของบริษัทเพื่อ
นา่ ไปใชป้ ระโยชน์ในการท่างานของบริษทั อนื่ ทา่ นจะให้เพ่อื นของท่านท่าได้หรอื ไม่
บทท่ี 5 จรยิ ธรรมของผูบ้ ริหารและพนักงาน 162
คาแนะนา ไม่สามารถท่าได้ ข้อมูลที่อยู่ในฐานข้อมูลของบริษัทเป็นสมบัติของบริษัท ต้องไม่
น่าไปเผยแพร่หรอื ใช้เพ่อื ประโยชน์ส่วนตวั หรอื เพือ่ บคุ คลอืน่
กรณีท่ี 4 ทา่ นสามารถขออนุมัตลิ างานเพ่ือไปรว่ มแสดงออกทางการเมืองไดห้ รอื ไม่
คาแนะนา ท่านสามารถลางาน เพ่ือไปร่วมแสดงออกทางการเมืองได้ โดยต้องเป็นไปตาม
ระเบียบการลาของบริษัท ทั้งนี้การแสดงออกทางการเมืองต้องกระท่าในนามท่าน ไม่กระท่าการใน
นามบริษัทหรือท่าให้ผู้อ่ืนเข้าใจว่าบริษัทเกี่ยวข้องฝักใฝุ หรือสนับสนุนพรรคการเมือง กลุ่มแนวร่วม
ทางการเมือง ผมู้ อี า่ นาจทางการเมืองหรือผรู้ บั สมคั รเลือกตงั้ ทางการเมือง
กรณที ่ี 5 ทา่ นตอ้ งการแสดงออกถึงการสนับสนุนการชุมนุม เดินขบวนทางการเมืองท่ีเผอิญ
จะเดินผ่านหนา้ ส่านกั งานของบริษัท ท่านต้องทา่ อย่างไร
คาแนะนา ท่านสามารถร่วมแสดงออกหรือให้การสนับสนุนทางการเมืองตามที่ประสงค์ใน
เวลาพกั และในชว่ งกอ่ นเริ่มงานหรือหลังเลิกงาน แต่การด่าเนินการดังกล่าวต้องไม่อยู่ในอาณาบริเวณ
ของบริษัท ทั้งนี้ เพ่ือปูองกันการเข้าใจผิดว่าเป็นการกระท่าของบริษัทและต้องไม่สวมใส่เครื่องแบบ
พนักงานในเวลาดังกล่าวและต้องไม่ใช้สัญลักษณ์ใดๆ ของบริษัท รวมถึงการถ่ายภาพท่ีอาจจะติด
สัญลกั ษณ์ของบริษัท และแชร์ภาพดังกลา่ วในสอื่ ใดๆ และในโซเชียล
คาถามท้ายบท
1. ยกตวั อยา่ งหลกั พทุ ธจรยิ ธรรมส่าหรับผู้บริหารที่ควรมี
2. ยกตวั อยา่ งหลกั พทุ ธจริยธรรมส่าหรับพนกั งานพึงมี
3. ยกตัวอย่างข้อพึงปฏบิ ัตทิ างจรยิ ธรรมส่าหรบั ผบู้ รหิ ารและพนักงานทีค่ วรมรี ว่ มกัน 5 ขอ้
บทที่ 5 จรยิ ธรรมของผูบ้ รหิ ารและพนักงาน 163
เอกสารอ้างอิง
กิ่งดาว จินดาเทวิน. (2555). จริยธรรมทางธุรกิจ. อุตรดิตถ์ : โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยราชภัฏ
อตุ รดติ ถ.์
ข่าวสด. (2562). ศาลอุทธรณ์ พิพากษายืนจาคุก 50 ปี 11 กระทง “จุฑามาศ” อดีตผู้ว่า ททท.
รับสินบน. แหล่งสืบค้นข้อมูล https://www.khaosod.co.th/breaking-news/news_
2495105. สืบคน้ ขอ้ มลู วันท่ี 20 กรกฏาคม 2562.
คณะท่างานธรรมาภิบาล. (2558). จริยธรรมธุรกิจและข้อพึงปฏิบัติในการทางาน. บริษัทสมบูรณ์
แอ๊ดวานซเ์ ทคโนโลยี จ่ากัด (มหาชน).
ชุติมา รักษ์บางแหลม (2559). วิเคราะห์องค์ประกอบภาวะผู้นาเชิงจริยธรรมและประเด็นปัญหา
จรยิ ธรรมในการบริหารสถานศกึ ษาของผู้บริหารวิทยาลัยพยาบาล สังกัดสถาบันพระบรม
ราชชนกกระทรวงสาธารณสุข. วิทยานิพนธ์ปริญญาศึกษาศาสตรดุษฎีบัณฑิต, สาขาวิชา
การบรหิ ารการศกึ ษา, มหาวิทยาลยั สงขลานครนิ ทร์.
ชฎิล น่ิมนวล. (2552). รูปแบบความสัมพันธ์เชิงโครงสร้างระหว่างคุณธรรมของผู้บริหาร
สถานศึกษากับความภักดีต่อองค์การของผู้รับบริการ. วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎี
บัณฑติ , สาขาวชิ าการบริหารการศึกษา, มหาวทิ ยาลัยศลิ ปากร.
ทิพวรรณ หลอ่ สวุ รรณรัตน์ และคณะ (2553). รายงานฉบับสมบูรณ์การสร้างเคร่ืองมือประเมินเพ่ือ
พัฒนาคุณธรรม จริยธรรม และความโปร่งใสขององค์กร. ศูนย์บริการวิชาการ สถาบัน
บณั ฑติ พัฒนบริหารศาสตร์ : บริษัท ดี.เค. ปริน้ ติ้งเวลิ ด์ จ่ากัด.
เนตร์พัณณา ยาวิราช. (2551). จริยธรรมทางธุรกิจ (Business Ethics). กรุงเทพมหานคร :
จุฬาลงกรณ์มหาวทิ ยาลัย.
ปัทมา แคนยุกต์. (2554). รูปแบบการสร้างเสริมภาวะผู้นาเชิงจริยธรรมของนักศึกษาหลักสูตร
พยาบาลศาสตร์บัณฑิตวิทยาลัยพยาบาลเครือข่ายภาคใต้. ปริญญานิพนธ์การศึกษาดุษฎี
บัณฑิต, สาขาวิชาภาวะผู้น่าทางการบริหารการศึกษา, คณะศึกษาศาสตร์, มหาวิทยาลัย
ทักษณิ .
พพิ ัฒน์ รชั กจิ ประการ. (2559). คู่มอื จรยิ ธรรมทางธรุ กจิ (Code of Conduct). กรงุ เทพมหานคร
: บริษัท อาม่า มารนี จา่ กดั (มหาชน).
บทท่ี 5 จริยธรรมของผู้บรหิ ารและพนักงาน 164
วัชรพล คงมนต์. (2555). ความสัมพันธ์ระหว่างพฤติกรรมทางจริยธรรมกับภาวะผู้นาการเปลี่ยน
แปลงของผู้บริหารองค์กรภาครัฐ พ้ืนท่ีภาคตะวันออกของประเทศไทย. วิทยานิพนธ์
ปรชั ญาดุษฎีบณั ฑิต, สาขาวิชาการจดั การภาครฐั และเอกชน. มหาวิทยาลัยครสิ เตียน.
ศิริเกตุ ปุริมาณเสวี. (2553). จริยธรรมในการดาเนินธุรกิจท่ีมีผลต่อภาพลักษณ์โดยรวมใน
อุตสาหกรรมเภสัชภัณฑ์. วิทยานิพนธ์ปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต, สาขาวิชาการ
จดั การ, มหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวิโรฒ.
สุจินต์ หว่ังหลี. (2561). จริยธรรมและจรรยาบรรณธุรกิจ (Code of Ethics and Conduct).
กรงุ เทพมหานคร : บริษทั ไทยรีประกนั ชีวติ จ่ากัด (มหาชน).
สุธาสนิ ี แม้นญาติ. (2554). โมเดลความสัมพันธ์โครงสร้างปัจจัยที่ส่งผลต่อภาวะผู้นาเชิงจริยธรรม
ของผู้บริหารสถานศึกษา สังกัดกรมส่งเสริมการปกครองท้องถิ่น. วิทยานิพนธ์ปริญญา
ปรชั ญาดษุ ฎีบณั ฑติ , มหาวิทยาลยั ขอนแก่น.
สุเทพ ปาลสาร. (2555). การพัฒนาตัวบ่งชี้ภาวะผู้นาเชิงจริยธรรมของผู้บริหารสถาบันการศึกษา
สังกัดสานักงานคณะกรรมการศึกษาขั้นพื้นฐาน. วิทยานิพนธ์ปริญญาปรัชญาดุษฎีบัณฑิต,
สาขาวิชาการบรหิ ารการศกึ ษา, มหาวิทยาลยั ขอนแก่น.
สิวลี ศิริไล. (2561). การสร้างบรรยากาศทางจริยธรรมในองค์กร : ทรรศนะทางจริยศาสตร์เชิง
ปฏิบัต.ิ บทความประชุมราชบัณฑิตและภาคีสมาชิก, ส่านักธรรมศาสตร์และการเมือง, ราช
บัณฑิตยสภา วันพุธที่ 4 กรกฏาคม พ.ศ. 2561.
พัฒน์นรี ฉัตรพิสุทธ์ิ (2560). พุทธจริยธรรมส่าหรับผู้ประกอบการธุรกิจอสังหาริมทรัพย์. วารสาร
มจร. การพัฒนาสังคม, ปที ่ี 2 ฉบบั ที่ 1 มกราคม-เมษายน 2560.
อัญชลี มีบุญ. (2561) คุณธรรม จริยธรรม ส่าหรับผู้บริหารท่ีสอดคล้องกับการปกครองในองค์กร
ภาครฐั . วารสารอิเล็กทรอนิกส์มหาวิทยาลัยศิลปากร. ฉบับภาษาไทย สาขามนุษยศาสตร์
สังคมศาสตร์ และศิลปะ, ปที ี่ 11 ฉบบั ท่ี 3 เดือนกันยายน-ธนั วาคม 21561.
Burns, JM. (2007). Leadership. New York : Harper & Row.
Heifetz. (2007). Leadership. New York : Harper & Row.
Brown et al. (2005). “Ethical leadership : A social learning perspective for construct
development and testing.” Organizational Behavior and Human Decision
Processer. 97, 2 (July) : 117-134)
บทที่ 5 จริยธรรมของผ้บู รหิ ารและพนักงาน 165
Feng-I, Feng. (2011). “A study on school leaders’ ethical orientations in Taiwan.”
Ethics & Behavior. 21-4 (July). 317-331.
Kacmar et al., (2011). Fostering good citizenship through ethical leadership : exploring
the moderating role of gender and organizational politics.” Journal of Applied
Psychology. 96, 3 : 633.
Resick, Christian J., et al. (2011). “What ethical leadership means to me : Asian,
American, and European perspective.” Journal of Business Ethics 101, 3:
435-457.
http://www.amamarine.co.th/assets/download/2016-annual-report-th.pdf
บทท่ี 6
จริยธรรมในองคก์ รกบั การดาเนนิ งานในธุรกิจ
การดาเนินธุรกิจในสมัยก่อนๆ ผู้ประกอบการมักจะมุ่งเน้นกาไรและผลกาไรขององค์กรเป็น
เปูาหมายสูงสุดเพียงอย่างเดียว แต่มักจะประสบปัญหาในบ้ันปลาย เพราะการจะทาธุรกิจให้ราบร่ืน
เจริญยั่งยืนในระยะยาวได้น้ัน ต้องตั้งอยู่บนแนวทางของจริยธรรม ความชอบธรรม การทาธุรกิจ
แสวงหากาไร โดยไม่คานึงถึงความถูกต้องชอบธรรมกับผู้บริโภค สังคม สภาพแวดล้อม และ
ประเทศชาติ ย่อมนาไปสู่ปัญหาการดาเนินธุรกิจโดยส่วนรวมเพราะถ้าสังคมอยู่ได้ สภาพแวดล้อมดี
ธุรกิจก็ย่อมจะอยู่ได้ ดังน้ันการปลูกฝังจิตสานึกให้นักธุรกิจดาเนินธุรกิจของตนในกรอบของการ
ประพฤติปฏิบัติท่ีไม่ผิดกฎหมาย ไม่ผิดศีลธรรม วัฒนธรรมอันดีของประเทศและไม่ดาเนินการใดๆ
อย่างขาดคุณธรรมจริยธรรมและไม่เอารัดเอาเปรียบบุคคลอ่ืน หากมีการดาเนินธุรกิจอยู่ในกรอบท่ี
เรียกว่าจริยธรรมนักธุรกิจแล้วก็จะมีแต่ความเจริญรุ่งเรืองในระยะยาว ดังน้ันในการดาเนินธุรกิจจึงมี
ความจาเป็นท่ีองค์กรจะต้องดาเนินการอยู่ภายใต้กรอบของจริยธรรมหรือจรรยาบรรณเพ่ือให้การ
ดาเนนิ ธรุ กจิ ประสบความสาเร็จอยา่ งย่ังยนื และไดร้ ับการยอมรับจากสังคม
6.1 ความสาคญั ของจริยธรรมในองค์กรธรุ กจิ
การทตี่ ้องมีจริยธรรมในองค์กรธุรกิจเป็นเร่ืองที่มีความจาเป็นและสาคัญมาก เพราะไม่ใช่เป็น
เรอ่ื งของความมีจริยธรรมของปัจเจกบคุ คลเท่าน้นั แต่สงั คมเช่ือว่าองค์กรธุรกิจท่ีจ้างคนดีทางาน คนที่
มีค่านิยมด้านจริยธรรมอย่างจริงจังจะเป็นสมาชิกในสังคมที่ดี และการจะดาเนินธุรกิจท่ีดีนั้นต้อง
เปน็ ไปตามขบวนการตัดสินใจทส่ี อดคลอ้ งกับปรัชญาขององค์กรธุรกิจ ค่านิยม คุณธรรมจริยธรรมของ
พนักงานและผบู้ รหิ ารในองคก์ รธุรกิจนั้น ดังมีผู้ให้แนวคิดเกี่ยวกับความสาคัญของจริยธรรมในองค์กร
ธุรกจิ ไว้ ดงั น้ี
ภัทรพล กาญจนปาน (2552 : 32) กล่าวว่า จริยธรรมในองค์กร เป็นแนวทางในการปฏิบัติ
งานประจา อันได้แก่ ความซ่ือสัตย์ ความยุติธรรม ความเมตตากรุณา การเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม
การรักษาระเบียบวินัย เป็นต้น ซึ่งพนักงานทุกคนในองค์กรควรยึดถือปฏิบัติแต่ถ้าหากองค์กรและ
พนกั งานในองคก์ รร่วมมือในการฉอ้ ราษฎร์ เพ่อื ใหเ้ กิดความสะดวกในการดาเนินการแล้วอาจส่งผลให้
การดาเนนิ กิจการไม่สามารถดาเนินไปไดต้ ลอด
บทท่ี 6 จริยธรรมในองค์กรกับการดาเนินงานในธรุ กจิ 168
ชุติพัณ สุวรรณะบุณย์ (2555 : 12) กล่าวว่า จริยธรรมในการดาเนินธุรกิจถือเป็นส่ิงสาคัญ
และมีความจาเป็นอยา่ งยิ่งในการประกอบอาชพี ทางธุรกิจ เพราะการประพฤติปฏิบัติอย่างถูกต้องตาม
ทานองคลองธรรมในการดาเนนิ ธุรกิจ ย่อมจะได้รับการยอมรับนับถือและเกิดความเช่ือถือระหว่างกัน
อันจะก่อให้เกิดความ สัมพันธ์อันดีต่อทุกฝุายที่เก่ียวข้อง ย่อมจะมีแต่ความเจริญรุ่งเรืองและมั่นคงใน
ระยะยาวและประสบความ สาเร็จอย่างย่งิ ในการประกอบอาชีพทางธุรกิจ
สานิตย์ หนูนิล (2556 : 139 อ้างถึงบุษยา วีรกุล, 2551 : 43) กล่าวว่า ธุรกิจจะไม่สามารถ
มีความเจริญอย่างต่อเนอื่ งได้หากไม่คานึงถึงเร่อื ง จรยิ ธรรม เพราะการแข่งขันแย่งชิงการใช้ทรัพยากร
ของสงั คมอยา่ งไรก้ ฎเกณฑท์ ่ีเปน็ ธรรม และการทาธุรกิจโดยไม่มีจริยธรรม ไม่คานึงถึงประโยชน์ของผู้
มีส่วนร่วมในสังคมท่ีธุรกิจต้ังอยู่จะทาลายธุรกิจน้ันในที่สุดเช่นกัน แต่หากธุรกิจยึดหลักจริยธรรมใน
การดาเนนิ ธรุ กิจยอ่ มจะส่งผลดตี ่อธุรกิจทงั้ ในระยะสน้ั และระยะยาว ทาให้พนักงานเกิดความผูกพันใน
องค์กร ผู้ลงทุนมคี วามจงรักภักดีต่อองค์กรธุรกิจ ผู้บริโภคเกิดความพึงพอใจ นอกจากน้ันการดาเนิน
ธรุ กิจอยา่ งมีจรยิ ธรรมยงั ช่วยสร้างกาไรให้กบั องคก์ ร
จิตนา บุญบงการ และคณะ (2556 : 9-10) กล่าวว่าองค์กรธุรกิจไม่ใช่เพียงสถาบันเศรษฐกิจ
(Economic Institution) ซ่ึงมีหน้าท่ีรับผิดชอบในเรื่องเศรษฐกิจเพียงอย่างเดียวเท่านั้น ปัจจุบัน
หน้าทีค่ วามรบั ผิดชอบในทางเศรษฐกิจขององค์กรธรุ กจิ ได้เปล่ียนแปลงพัฒนาข้ึน เป็นผู้ว่าจ้างแรงงาน
รายใหญ่ เป็นผู้กาหนดการผลิตการให้บริการ เป็นผู้ให้เงินปันผล ให้ผลกาไร เป็นผู้พัฒนาสินค้าและ
บริการ เป็นผู้วางแผนเพ่ือความเจริญเติบโตของสังคม ดังนั้นองค์กรธุรกิจจึงต้องสนใจประเด็นการ
ดาเนินการในทุกด้านที่จะมีผลกระทบต่อเศรษฐกิจ การเมืองและสังคม ท้ังทางตรงและทางอ้อม เช่น
ค่าของเงินตราของประเทศ หนี้สินของประเทศ การควบคุมดูแลภาวะมลพิษ สุขภาพและความ
ปลอดภัยของคนงาน ความเท่าเทียมกันในโอกาสในการเข้าทางาน ความปลอดภัยและคุณภาพของ
ผลิตภัณฑ์ โลกหรือสังคมสมัยใหม่เจริญก้าวหน้าข้ึนมาได้อย่างที่เห็นอยู่ในปัจจุบัน เป็นความสาเร็จ
ของมนุษย์บุคคลประเภทต่างๆ ไม่ว่าจะเป็นนักการเมือง นักธุรกิจ นักการศาสนา นักการศึกษา
นักวิทยาศาสตร์และอ่ืนๆ ซึ่งล้วนมีส่วนผลักดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงของสังคม แต่ในขณะท่ีสังคม
กาลังมีการเปล่ียนแปลง จิตใจของมนุษย์ก็มีการเปลี่ยนแปลงไปด้วยมีทั้งความโลภ ความเห็นแก่ตัว
ขาดความซื่อสัตย์สุจริต และเดินตามแนวคิดตะวันตก ในการทาธุรกิจเป็นเร่ืองการสร้างความมั่งคั่ง
(Wealth) ทาให้มนุษยเ์ ราเหน็ แก่ตัว มีความโลภ และคานึงแตว่ ัตถุหรือความรา่ รวยมากขึ้น นอกจากน้ี
ความม่ังคั่งมีความเช่ือมโยงกับอานาจและอิทธิพลในขณะท่ีโลกและระบบเศรษฐกิจเป็นระบบท่ีมี
บทที่ 6 จรยิ ธรรมในองคก์ รกับการดาเนนิ งานในธรุ กจิ 169
ความรู้เป็นฐาน (Knowledge-Based) เกิดจากความก้าวหน้าทางด้านเทคโนโลยีข่าวสารและระบบ
อินเทอร์เน็ต ความมั่งคั่งได้รับการตอกย้าว่าเป็นจุดมุ่งหมายหลักของธุรกิจและระบบทุนนิยมมีความ
มัง่ คงแข็งแรงขนึ้ จนปราศจากการท้าทายจากระบบอ่ืนๆ ประเด็นท่ีน่าสนใจ คือ ทาอย่างไรจึงจะเกิด
ความม่ังคั่งได้ โดยมีคุณธรรมและจริยธรรม เพ่ือไม่ให้ความมั่งคั่งของกลุ่มหน่ึงสร้างข้ึนมาโดยความ
ล้มเหลวหรอื ความโง่เขลาของอีกกลุม่ หนึง่ เพือ่ ใหค้ วามม่นั คงกระจายออกไปอย่างเทา่ เทียมกนั
เฟอร์เรล และฟาร์ดริก (Ferrell, Fraedrich & Ferrell, 2008 : 60) ได้สรุปถึงประเด็น
จริยธรรมท่ีองค์กรให้ความสาคัญในการประกอบธุรกิจมีอยู่ 3 ด้าน ได้แก่ ความซ่ือสัตย์ (Honesty)
ความยุติธรรม (Fairness) และความถูกต้องชอบธรรม (Integrity) สอดคล้องกับท่ีสมคิด บางโม
(2554 : 15) ได้สรุปองค์ประกอบของจริยธรรมทางธุรกิจที่สาคัญมาก ได้แก่ ความซ่ือสัตย์ ความ
รับผิดชอบ ความยุติธรรม รองลงไปคือความเสียสละ ความอดทนและความกตัญญู หากนักธุรกิจ
สามารถใช้คุณธรรมได้ทกุ ดา้ น ยอ่ มเป็นสิ่งทจ่ี รรโลงให้ผู้นนั้ มคี ุณค่าเปน็ ท่ยี อมรับยกย่องของสงั คม
จากแนวคิดดังกล่าวสรุปได้ว่าจริยธรรมในองค์กรธุรกิจเป็นสิ่งท่ีมีคุณค่า มีความสาคัญและมี
ความจาเป็นอย่างย่ิงในการประกอบอาชีพทางธุรกิจ จริยธรรมในองค์กรธุรกิจเป็นกลไกลสาคัญท่ีจะ
ผลกั ดนั ให้ธุรกจิ ประสบความสาเรจ็ เป็นทย่ี อมรับนบั ถือ ไดร้ บั โอกาส มีข้อได้เปรียบในเชิงธุรกิจและสิ่ง
สาคญั ทเ่ี ปน็ หัวใจของจริยธรรมในองค์กรธรุ กจิ คอื ความซื่อสตั ย์สุจรติ ความยตุ ธิ รรม และความถูกต้อง
ชอบธรรมทผ่ี ้ทู ม่ี สี ่วนเกีย่ วข้องในองค์กรจะต้องมีและยดึ ถือปฏบิ ัติอย่างเคร่งครัด
6.2 ปัจจยั ที่มีอทิ ธิพลตอ่ จริยธรรมในองคก์ รธุรกิจ
ทยากร สุวรรณปักษ์ (2554 : 17-21 อ้างถึง พรนพ พุกกะพันธ์ุ, 2545 : 56-58) กล่าวไว้ว่า
การที่จะทาให้ทุกคนในองค์กรธุรกิจมีจริยธรรมต่อกันด้วยดีจะต้องทราบว่ามีอิทธิพลใดบ้าง ที่มี
ผลกระทบต่อจริยธรรมในองค์กรธุรกิจเพ่ือจะได้กาหนดหรือวางแผนนโยบายในการท่ีจะค้นหา
แนวทาง เพื่อท่ีจะเสริมสร้างและพัฒนาจริยธรรมทางธุรกิจ ปัจจัยท่ีมีอิทธิพลต่อจริยธรรมในองค์กร
ธุรกิจประกอบด้วยปจั จยั ทส่ี าคญั 2 ประการ ได้แก่
1. ปจั จยั ภายในจากการวจิ ยั องค์กรธรุ กิจท่ีประสบความสาเร็จในการดาเนินธุรกิจ ส่วนมาก
ปรากฏว่าปัจจัยภายในที่มีอิทธิพลต่อองค์กรธุรกิจ มีท้ังช่วยให้องค์กรธุรกิจมีจริยธรรมมากข้ึน และท่ี
ทาให้จริยธรรมในองค์กรเส่ือมลง ปัจจัยท่ีมีมีอิทธิพลช่วยเสริมสร้างจริยธรรมในองค์กรจัดเรียงลาดับ
ความสาคัญได้ดังน้ี
- มาตรฐานจรยิ ธรรมสว่ นบุคคล มอี ทิ ธิพลมากท่สี ุด
บทท่ี 6 จรยิ ธรรมในองค์กรกับการดาเนินงานในธุรกจิ 170
- พฤติกรรมของผู้บงั คบั บญั ชา มีอิทธิพลมาก
- นโยบายของบริษัท มีอิทธิพลปานกลาง
- บรรยากาศทางจรยิ ธรรมในองคก์ ร มีอทิ ธิพลน้อย
- พฤติกรรมของเพอ่ื นรว่ มงาน มีอทิ ธิพลน้อยทสี่ ุด
ดงั น้นั การสง่ เสริมจรยิ ธรรมทางธรุ กิจ จงึ จาเป็นต้องใช้วิธีการส่งเสริมมาตรฐานจริยธรรม
ส่วนบุคคล พัฒนาค่านิยมในการทางานที่เหมาะสมและบุคลิกภาพที่สนับสนุนการมีจริยธรรมท่ีดี
ปจั จยั ท่มี ีอิทธิพลบั่นทอนหรือทาลายจรยิ ธรรมในองคก์ ร จัดเรียงลาดบั ความสาคัญได้ดังนี้
- พฤติกรรมของผบู้ ังคบั บัญชา มอี ิทธิพลมากที่สุด
- บรรยากาศและธรรมเนียมในองค์กร มอี ทิ ธิพลมาก
- พฤติกรรมของเพือ่ นรว่ มงาน มีอิทธิพลปานกลาง
- นโยบายของบริษัท มีอิทธิพลนอ้ ย
- มาตรฐานจริยธรรมส่วนบคุ คล มีอทิ ธิพลน้อยที่สุด
จากผลการวิจัยดังกล่าว เพ่ือให้องค์กรมีการดาเนินธุรกิจอย่างมีจริยธรรม สังคมต้อง
สนบั สนนุ ให้องค์กรใสใ่ จในสง่ิ ตอ่ ไปน้ี
1.1 ส่งเสริมคนดีเป็นผู้นา การท่ีคนจะดีได้น้ันมาตรฐานจริยธรรมส่วนบุคคลจะต้องมี
อิทธิพลมากที่สุด เพราะในธรรมชาติของคนที่เกิดมาย่อมมีมโนธรรมของมนุษยชนติดตัวมาต้ังแต่เกิด
แล้ว และได้รับการปลูกฝัง อบรม ขัดเกลานิสัย มาจากครอบครัวและสังคมโดยรอบมาต้ังแต่ยังเล็ก
มโนธรรมก็จะเจริญก้าวหน้าและแข็งแกร่งย่ิงขึ้น ดังนั้นทุกคนจึงมีสัญชาตญาณใฝุในความดีถ้าปล่อย
ให้กลุ่มใดกลุ่มหนึ่งดารงอยู่ร่วมกันอย่างอิสระโดยไม่เข้าไปจัดส่ิงใดๆ ให้คนทุกคนก็จะมีแนวโน้มที่จะ
ทาดีต่อกันด้วยความจริงใจ แม้จะมีความเห็นแก่ตัวซ่อนเร้นอยู่บ้างแต่เม่ือเริ่มมีผู้นาและการบังคับ
บัญชา อานาจของผู้บังคับบัญชาที่ให้คุณให้โทษแก่สมาชิกในกลุ่มจะทาให้สมาชิกภายในกลุ่มรู้สึกว่า
ต้องพ่งึ พงิ ผนู้ าเพอ่ื ความเจรญิ ก้าวหนา้ จงึ ต้องการให้ผู้บังคับบัญชายอมรับสมาชิกในกลุ่ม จะพยายาม
ประพฤตปิ ฏบิ ตั ติ ามแบบอย่างของผู้นาหรือความต้องการของผู้บังคับบัญชามีความปรารถนาท่ีช่ัวร้าย
สมาชิกภายในกลุ่มจะแตกเปน็ 2 พวก คือ พวกหน่งึ จะยอมทาลายมโนธรรมของตนเองและคล้อยตาม
ผู้บังคับบัญชา เพื่อให้ผู้บังคับบัญชายอมรับตน อีกพวกหนึ่งมีโนธรรมที่กล้าแข็งจะไม่ยอมทางานมโน
ธรรมของตนและจะแสดงพฤติกรรมเบ่ียงเบนขัดแย้ง ต่อต้านผู้บังคับบัญชาในรูปแบบต่างๆ และทั้ง
สองพวกจะแบ่งแยก บาดหมางกัน ทาให้ระบบจริยธรรมขององค์กรเสียไป ดังน้ันผู้นาหรือผู้บังคับ
บทท่ี 6 จรยิ ธรรมในองค์กรกับการดาเนนิ งานในธรุ กิจ 171
บัญชาจึงเป็นผู้มีอิทธิพลสูงต่อทิศทางและลักษณะขององค์กร ไม่เพียงแต่ในองค์กรธุรกิจเท่าน้ันแม้ใน
องค์กรระดับชาติ ระดับโลก บทบาทของผู้นาก็จะมีอิทธิพลอย่างสูง ถ้าหากมีผู้นาดีก็จะทาให้ผู้ตาม
และระบบตา่ งๆ ดีตามไปด้วยและถา้ หากไดผ้ ้นู าทเี่ ลวก็จะทาให้ผู้ตามและระบบต่างๆ ไม่ดีตามไปด้วย
ดังนัน้ การเลือกผนู้ าองค์กรจึงเปน็ สง่ิ ทม่ี คี วามสาคญั สงู สดุ เป็นอนั ดบั แรก
1.2 นโยบายของบรษิ ัทเป็นปจั จัยหน่ึงทมี่ คี วามสาคญั ตอ่ จรยิ ธรรมองค์กรมาก เพราะถ้า
หากว่าองค์กรกาหนดมาตรฐานบุคลากรและพัฒนาคุณภาพคุณธรรม ของบุคลากรอย่างเป็นระบบ
ต่อเนื่องก็จะเป็นประโยชนต์ ่อทง้ั 3 ฝาุ ย คือ บริษทั บุคลากร และสังคมโดยสว่ นรวม หากองค์กรธุรกิจ
ไม่มีนโยบายการบริหารบุคคลท่ีดีพอหรือมีอย่างคลุมเครือไม่ชัดเจน ก็จะเป็นการเปิดโอกาสให้
ความเห็นแก่ตัว เห็นแก่ได้ อันเป็นสัญชาตญาณดิบตามธรรมชาติของทุกคนกาเริบได้ และเม่ือ
ความเห็นแก่ได้เห็นแก่ตัวกาเริบขึ้นก็จะมีพฤติกรรมเลวร้ายเกิดขึ้นได้ทาให้จริยธรรมเสื่อมลง ดังน้ัน
การกาหนดนโยบายขององคก์ รให้ถกู ต้องเหมาะสมจงึ เป็นอกี ประการหนึ่งที่องค์กรธุรกจิ ต้องกระทา
1.3 บรรยากาศจรยิ ธรรมและธรรมเนียมปฏิบัติในองค์กร ถือได้ว่าเป็นปัจจัยที่สาคัญอีก
ประการหนึ่งที่มีบทบาทและมีอิทธิพลต่อระบบจริยธรรมขององค์กรมีเหตุผลสาคัญอยู่ 2 ประการ ท่ี
ทาให้พฤติกรรมขององค์กรมีแนวโน้มที่คล้อยตามกัน คือ 1) การลอกเลียนแบบ และ 2) การแข่งขัน
องค์กรทเี่ กิดขึ้นใหม่และมลี ักษณะเป็นผู้ตามมักจะกระทาการใดๆ ตามธรรมเนียมที่ถือปฏิบัติในวงการ
ทเี่ คยปฏบิ ตั ิกนั มาจนเป็นปกตวิ สิ ยั ท้ังน้ีเพ่ือจะได้ไม่ต้องการทาการคิดค้นและทดลองกลยุทธ์ใหม่ๆ มี
ความอยู่รอดปลอดภัยได้ในระยะหนึ่ง นอกจากการลอกเลียนแบบแล้ว การแข่งขันก็เป็นอีกประเด็น
หนึ่งท่ีบีบให้องค์กรธุรกิจต้องทาตามๆ กัน เช่นการประมูลงานของทางราชการหากเจ้าหน้าท่ีของรัฐ
เรียกเก็บภาษีเถ่ือน และมีบริษัทหน่ึงยอมจ่ายให้แล้วได้งานนั้นไปทา ต่อไปจะมีบริษัทอีกนับไม่ถ้วนท่ี
จะตอ้ งยอมจ่ายภาษเี ถ่ือนให้แก่เจา้ หนา้ ท่เี พือ่ ตนจะไดร้ ับงานมาทาบ้าง ดังนั้นองค์กรธุรกิจจะดีหรือไม่
ดจี ึงขึ้นอยู่กับยทุ ธวธิ ีทีป่ ฏบิ ัตกิ ันจนเปน็ ธรรมเนียมของวงการนั้นๆ ด้วย
1.4 พฤติกรรมของเพื่อนร่วมงาน เป็นปัจจัยที่มีอิทธิพลต่อจริยธรรมขององค์กรอีก
ประเภทหนึ่งเพราะขณะที่เพื่อนร่วมงานที่ทาดี มีอิทธิพลต่อการกระทาความดีของสมาชิกในองค์กร
น้อยท่ีสุด แต่การไม่ทาดีมีอิทธิพลต่อการทาเลวถึงระดับปานกลาง เหตุท่ีเป็นเช่นน้ีเพราะโดย
ธรรมชาตขิ องมนุษย์เมื่อคบกนั ใหม่ๆ ยังไม่คนุ้ เคย ต่างคนต่างก็ต้องระมัดระวังและพยายามแสดงออก
ในสง่ิ ทด่ี ขี องตนเองใหส้ งั คมเห็น แตถ่ ้าหากว่าได้คลุกคลีกันมากจนคุ้นเคยสนิทสนมกัน ความเกรงใจก็
จะค่อยๆ หายไป เมื่อความสัมพันธ์ใกล้ชิดโดยไม่ต้องเกรงใจกัน สัญชาตญาณดิบ เช่น ความโลภ
บทท่ี 6 จรยิ ธรรมในองค์กรกับการดาเนนิ งานในธุรกิจ 172
ความโกรธ ความหลง ทีซ่ อ่ นเรน้ อยู่ในใจก็จะแสดงออกมา แล้วก็จะชวนกันประพฤติเหลวไหลได้ง่าย
ดงั นั้นการรักษาความเกรงใจซง่ึ กันและกนั ไว้ในระดบั ท่ีเหมาะสม จึงเป็นการรักษาระบบขององค์กรให้
ปลอดภัย
1.5 ความจาเป็นส่วนตัวเป็นปัจจัยหนึ่งที่มีอิทธิพลบ่ันทอนจริยธรรม เพราะโดย
ธรรมชาตินั้น หากชีวิตอยู่ในภาวะปกติทุกคนอยากเป็นคนดีและจะเป็นคนดีอยู่ในระดับหนึ่ง แต่เมื่อ
ยามชีวิตพบปัญหาวิกฤติและมีความจาเป็นบีบค้ัน คนอ่อนแอจะยอมเสียคุณธรรมมากกว่าที่ยินดีเสีย
โอกาส มเี ฉพาะบางคนเท่านั้นทีย่ นิ ดีท่ีจะตายมากกวา่ ท่จี ะยอมเสียคุณธรรม
2. ปัจจัยภายนอกท่ีมีความสัมพันธ์ต่อองค์กรธุรกิจมีทั้งมีอิทธิพลต่อการพัฒนามาตรฐาน
จริยธรรมขององค์กรและท่ีบ่ันทอนจริยธรรมขององค์กร ปัจจัยที่มีอิทธิพลเสริมสร้างจริยธรรมใน
องคก์ ารธรุ กิจ จดั ตาม ลาดบั ความสาคญั ได้ ดังน้ี
- คณุ ธรรมของประชาชนในชุมชนสงู มอี ิทธิพลมากทส่ี ุด
- กฎ ระเบยี บของรัฐทั่วถึงและเป็นธรรม มอี ทิ ธิพลมาก
- การให้การศกึ ษาท่ถี ูกต้องของสถาบันการศึกษา มอี ทิ ธิพลปานกลาง
- สอ่ื สารมวลชนเผยแพรต่ ัวอย่างทด่ี ี มีอทิ ธิพลน้อย
- สงั คมกระตุ้นใหธ้ ุรกิจสานึกในความรับผิดชอบร่วมกับสังคม มอี ิทธิพลนอ้ ยที่สุด
ปจั จัยทีม่ อี ิทธพิ ลบน่ั ทอนจริยธรรมขององค์กรธุรกิจจดั ตามลาดบั ความสาคัญได้ ดังนี้
- มาตรฐานคณุ ธรรมของสังคมต่า มอี ิทธิพลมากที่สุด
- ภาวะการแข่งขันสูง มีอิทธิพลมาก
- การคอร์รปั ชน่ั ของขา้ ราชการ มอี ิทธิพลปานกลาง
- ระบบและหลักสูตรของการศึกษาไม่ดี มีอิทธิพลนอ้ ย
- สือ่ มวลชนกระตนุ้ เร้าตวั อยา่ งทเ่ี ลวเปน็ แบบ มอี ิทธิพลน้อยทีส่ ุด
2.1 มาตรฐานคุณธรรมของประชาชนในสังคม เป็นปัจจัยสาคัญที่มีอิทธิพลสูงต่อ
มาตรฐานจริยธรรมขององค์กร เพราะองค์กรมักต้ังข้ึนโดยคนในชุมชนหรือโดยมีคนในชุมชนอื่นร่วม
อยู่ด้วย นอกจากน้ีมาตรฐานจริยธรรมของสังคมยังก่อให้เกิดวัฒนธรรม ประเพณีต่างๆ องค์กรซ่ึง
เกิดขึน้ โดยสังคมและเป็นส่วนหนง่ึ ของสังคม จงึ ตอ้ งปฏิบัติตามสังคมโดยปริยาย
2.2 กฎ ระเบียบของรัฐ เป็นปัจจัยสาคัญที่ทาให้องค์กรธุรกิจต้องมีจริยธรรม เมื่อ
วฒั นธรรมของสงั คมยงั อยใู่ นจติ ใจของผู้คนอย่างแนบแนน่ จะเปน็ ประเพณีปฏิบัติสืบต่อกันมา เม่ือใดท่ี
บทที่ 6 จรยิ ธรรมในองคก์ รกับการดาเนินงานในธุรกิจ 173
วัฒนธรรมอันดีเร่ิมเสื่อมคลายไป มักจะมีคนทาผิดเกิดขึ้น สังคมจึงต้องตราเป็นกฎหมาย ดังน้ัน
กฎระเบียบของรฐั คือ ตวั แทนความต้องการของสังคมที่ปรากฏในรูปแบบท่ีเป็นรูปธรรมและเมื่อมีกฎ
ข้อบังคับและบทลงโทษ จึงมีอทิ ธิพลทาให้องคก์ รธรุ กิจระมัดระวงั ทจี่ ะไม่ประพฤตผิ ดิ
2.3 การศึกษาเป็นปัจจัยหน่ึงที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อการส่งเสริมหรือทาลายจริยธรรม
ของระบบธุรกิจเพราะการศึกษาเป็นการปลูกฝังต้ังแต่แนวความคิดรวบยอด วิธีการและทักษะ จาก
ผลการวิจัยที่พบระดับการศึกษาไม่มีนัยสาคัญต่อจริยธรรมของบุคคล แต่สิ่งท่ีได้ศึกษามามีอิทธิพลสูง
ต่อมาตรฐานจรยิ ธรรมของบคุ คล เพราะส่ิงทไี่ ด้ศึกษามาจะถกู ปลูกฝงั เป็นแนวความคิดรวบยอด ซึ่งจะ
แตกแขนงเป็นวิธีการและกลยุทธ์ต่างๆ ดังนั้นหากได้รับการศึกษาท่ีถูก ความคิดก็ถูก วิธีการใช้ก็ถูก
แตถ่ า้ ไดร้ บั การศึกษามาผิดๆ ความคิดกผ็ ิด วธิ กี ารก็ผดิ และจะมคี วามผิดพลาดอนื่ ๆ ตามมา
2.4 สื่อสารมวลชน เป็นอีกปัจจัยหนึ่งซึ่งมีอิทธิพลมากท้ังในแง่ดีและแง่ไม่ดี เป็น
กระบวนการศึกษานอกระบบที่มีเครือข่ายการแพร่กระจายท่ีกว้างขวางและรวดเร็วท่ีสุด ทุกวันนี้มี
ระบบการกระจายของส่ือมวลชนที่ดีมาก แต่คุณภาพของส่ิงที่สื่อมวลชนเสนอให้ต่อสังคมยังต้อง
พัฒนาและปรับปรุงอีกมาก การเผยแพร่ข่าวเสนอแก่สังคมเป็นอย่างท่ีไม่ดีอยู่บ่อยครั้ง และมีอิทธิพล
โน้มน้าวให้ประชาชน องค์กร และสังคมเส่ือมทรามลงอีกด้วย ดังนั้นสังคมควรจะต้องจับตาดูแลและ
พัฒนาส่ือมวลชนของไทยให้ดี และช่วยกนั พฒั นาให้เป็นประโยชน์ตอ่ สังคมอยา่ งแท้จรงิ
2.5 การคอร์รัปชั่นของเจ้าหน้าท่ีรัฐเป็นปัจจัยท่ีทาให้จริยธรรมในองค์กรธุรกิจเส่ือมลง
แท้จริงแล้วผลของการคอร์รัปช่ันไม่เพียงแต่ทาให้จริยธรรมในระบบธุรกิจเสียหายเท่าน้ัน แต่ยังมีผล
ทาให้ระบบสังคมทั้งระบบเสียหายไปด้วย เพราะทุกส่วนของสังคมล้วนมีกลไกเช่ือมสัมพันธ์กับรัฐ
อย่างไม่อาจเลี่ยงได้ ดงั น้นั การขจดั คอรร์ ัปชั่นจงึ เปน็ งานหลัก งานแรกของรฐั บาล
2.6 การแข่งขันเป็นอีกปัจจัยหนึ่งที่มีอิทธิพลบีบบังคับให้องค์กรธุรกิจ ต้องทาลาย
มาตรฐานจริยธรรม เพื่อให้การแข่งขันดาเนินไปในตลาดได้ องค์กรธุรกิจจานวนไม่น้อยยอมทาลาย
จริยธรรมของตน เพื่อช่วงชิงความได้เปรียบทางการค้าด้วยความกล้าที่จะเสียเปรียบในการแข่งขัน
และเสียโอกาสทางการตลาด
จากแนวคิดดงั กลา่ วสรปุ ได้ว่าปัจจัย 2 ประการ ท่ีมีอิทธิพลต่อจริยธรรมในองค์กรธุรกิจ ช่วย
ให้องค์กรธุรกิจมีจริยธรรมมากข้ึนและท่ีทาให้จริยธรรมในองค์กรเส่ือมลง ได้แก่ 1) ปัจจัยภายใน
ตามลาดับความสาคัญคือ มาตรฐานจริยธรรมส่วนบุคคล พฤติกรรมของผู้บังคับบัญชา นโยบายของ
บริษัท บรรยากาศทางจริยธรรมในองค์กร พฤติกรรมของเพ่ือนร่วมงาน การส่งเสริมจริยธรรมทาง
บทท่ี 6 จรยิ ธรรมในองคก์ รกับการดาเนินงานในธรุ กจิ 174
ธุรกิจจาเป็นต้องใช้วิธีการส่งเสริมมาตรฐานจริยธรรมส่วนบุคคล พัฒนาค่านิยมในการทางานที่
เหมาะสม และบุคลิกภาพท่ีสนับสนุนการมีจริยธรรมท่ีดี เพ่ือให้องค์กรมีการดาเนินธุรกิจอย่างมี
จรยิ ธรรม สังคมตอ้ งสนบั สนุนให้องคก์ รใส่ใจในการส่งเสริมด้านคนดีเป็นผู้นา ด้านนโยบายของบริษัท
ดา้ นบรรยากาศจริยธรรมและธรรมเนียมปฏิบัติในองค์กร ด้านพฤติกรรมของเพื่อนร่วมงานและความ
จาเป็นส่วนตัว และ 2) ปัจจัยภายนอกจะเห็นได้ว่ามาตรฐานคุณธรรมของประชาชนในสังคมเป็น
ปัจจัยสาคัญท่ีมีอิทธิพลสูงต่อมาตรฐานจริยธรรมขององค์กร กฎระเบียบของรัฐเป็นปัจจัยสาคัญท่ีทา
ให้องค์กรธุรกิจต้องมีจริยธรรม การศึกษาถือเป็นปัจจัยหนึ่งท่ีมีอิทธิพลอย่างมากต่อการส่งเสริมหรือ
ทาลายจรยิ ธรรมของระบบธุรกิจสื่อสารมวลชนซ่ึงถือเป็นอีกปัจจัยหนึ่งซ่ึงมีอิทธิพลมากทั้งในแง่ดีและ
แง่ไม่ดี การคอรร์ ปั ช่ันของเจา้ หนา้ ทรี่ ฐั เป็นปัจจัยที่ทาให้จริยธรรมในองค์กรธุรกิจเสื่อมลง แท้จริงแล้ว
ผลของการคอร์รัปช่ันไม่เพียงแต่ทาให้จริยธรรมในระบบธุรกิจเสียหายเท่านั้น แต่ยังมีผลทาให้ระบบ
สังคมทั้งระบบเสียหายไปด้วย และการแข่งขัน เป็นอีกปัจจัยหน่ึงท่ีมีอิทธิพลบีบบังคับให้องค์กรธุรกิจ
อาจตอ้ งทาลายมาตรฐานจรยิ ธรรม
6.3 ความจาเป็นทต่ี ้องมจี ริยธรรมในการดาเนนิ ธรุ กจิ
อนวิ ัช แกว้ จานงค์ (ม.ปป. : 8-9) กล่าวว่า มีเหตุผลอยู่หลายประการเกี่ยวกับความจาเป็นที่
ตอ้ งมีจริยธรรมในการดาเนินธรุ กิจ สามารถสรุปได้ดงั น้ี
1. เพื่อความสามารถในการแข่งขัน (Competitiveness) การใช้หลักจริยธรรมในการ
จัดการธรุ กจิ ย่อมได้รับการสนบั สนนุ อย่างกวา้ งขวางจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสียกับธุรกิจองค์กรจึงสามารถ
แข่งขันกบั คู่แขง่ ขันได้
2. เพ่ือการเพิ่มผลผลิต (Productivity) เนื่องจากพนักงานของบริษัทเป็นกลุ่มที่ได้รับ
ผลกระทบโดยตรงจากวิธีการจัดการของฝุายบริหาร ถ้าการจัดการมีจริยธรรมผลกระทบต่อพนักงาน
จะเป็นไปทางบวกทาให้พนักงานมีขวัญกาลังใจในการทางาน มีความเต็มใจและกระตือรือร้นในการ
ทางานและมคี วามจงรกั ภักดตี อ่ บริษทั อนั มผี ลโดยตรงต่อการเพม่ิ ผลผลติ ของบริษัท
3. สร้างความสัมพันธ์กับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย (Stakeholders) การบริหารจัดการที่มี
จริยธรรมทาให้บริษัทมีความความเข้มแข็งและช่วยส่งผลกระทบทางบวกต่อผู้ มีส่วนได้ส่วนเสียนอก
บริษทั เช่นกัน นอกจากนีย้ ังทาให้สาธารณชนใหก้ ารยอมรบั กบั บรษิ ทั เพิ่มมากขึ้น
บทที่ 6 จริยธรรมในองค์กรกับการดาเนินงานในธุรกจิ 175
4. การออกกฎข้อบังคับของรัฐบาล (Rules and Regulations) การทาธุรกิจท่ีมีจริยธรรม
ชว่ ยลดการออกกฎและระเบียบของภาครฐั ทาใหภ้ าคธุรกิจมีความคล่องตวั ในการทาธุรกิจมากขน้ึ
5. ด้านส่ิงแวดล้อม (Environment) การกระทาที่ถูกต้องตามหลักจริยธรรมจะช่วยลดการ
ทาลาย สิ่งแวดล้อมทาให้คนในสังคมมีความสุขในการใช้ชีวิตมากขึ้น สังคมและชุมชนมีความน่าอยู่
และมีความปลอดภยั มากยิง่ ขน้ึ
6. ธุรกิจท่ีมีจริยธรรมจะช่วยปกปูองผู้ท่ีทางานให้กับธุรกิจนั้นๆ เช่น การที่ไม่ต้องกังวลว่า
จะต้องถูกสอบสวน ถูกค้นประวัติ ทาให้เกิดความสบายใจในการทางาน นอกจากน้ียังช่วยดึงดูดให้
บคุ คลตอ้ งการเขา้ มาทางานกับบรษิ ัทมากขน้ึ
เนตร์พัณณา ยาวิราช (2551 : 40-41) กล่าวว่า ความรับผิดชอบขององค์กรธุรกิจกับผู้ที่มี
ส่วนได้ส่วนเสีย ประกอบด้วยบุคคลภายในและภายนอกองค์กรธุรกิจ เป็นความรับผิดชอบพ้ืนฐานที่
จาเป็นทธี่ ุรกจิ พงึ มีกบั ผู้ท่ีเกยี่ วข้องในการดาเนินการธรุ กิจ ดงั นี้
1. สทิ ธคิ วามปลอดภยั หมายความว่า นักธรุ กิจจะต้องผลิตสินค้าท่ีมีคุณภาพได้มาตรฐานที่
ไมก่ ่อให้ เกดิ อนั ตราย ตลอดจนการใหข้ ้อมูลข้อเท็จจริงท่ีเพียงพอในการตัดสินใจของผู้บริโภคผู้ถือหุ้น
หนว่ ยงานราชการ
2. สิทธิที่จะรู้ หมายถึง การให้ข้อมูลที่เป็นความจริง ครบถ้วนและเพียงพอ ไม่เป็นลักษณะ
ของการชวนเช่ือท่ีเกินความจริง หรือให้ข้อมูลเพียงบางส่วนท่ีก่อให้เกิดความเข้าใจผิดหรือปกปิด
ข้อมลู ข้อเทจ็ จรงิ
3. สทิ ธิท่ีจะบอกกลา่ ว หมายถึง การเปิดช่องทางการส่ือสารสองทาง เพ่ือให้สะท้อนถึงข้อดี
ขอ้ เสียทีผ่ บู้ รโิ ภคควรไดร้ ับการค้มุ ครองสิทธิ เช่น สนิ คา้ และบรกิ ารท่ไี ม่ไดค้ ุณภาพ ไมม่ ีความเป็นธรรม
หรือการไม่ปฏบิ ัติตามเงือ่ นไขที่ได้ตกลงกันไว้
4. สิทธิท่ีจะได้รับการศึกษา หมายถึง การเข้าถึงข้อมูลเพ่ือศึกษาให้เข้าใจก่อนการตัดสินใจ
ทจี่ ะร่วมลงทุนหรือใชบ้ รกิ ารสินค้าต่างๆ ของกิจการ
5. สิทธิในการเลือก หมายถึง การให้โอกาส ไม่เร่งรัดหรือใช้วิธีการจูงใจ ข่มขู่แกมบังคับให้
เกดิ ความวติ กต่อการตดั สนิ ใจเลอื กสินคา้ และบริการหรือเลอื กผู้ขาย
6. สิทธิการได้รับการปกปูอง หมายถึง การมีส่วนร่วมในการแสดงความคิดเห็นและการ
ตัดสินใจตอ่ ผลกระทบด้านทรัพยากรและสิ่งแวดลอ้ มของชมุ ชน
บทที่ 6 จริยธรรมในองคก์ รกับการดาเนินงานในธรุ กจิ 176
ความจาเป็นที่ต้องมีจริยธรรมในการดาเนินธุรกิจเพ่ือให้การดาเนินธุรกิจเป็นไปอย่างถูกต้อง
เหมาะสมไม่เกิดการเอารัดเอาเปรียบซึ่งกันและกัน และเพ่ือให้ผลผลิตท่ีดีที่สุดต่อทุกฝุายที่เก่ียวข้อง
อยา่ งมปี ระสิทธภิ าพ และเปน็ ที่ยอมรบั ของสงั คมโดยไม่ส่งผลกระทบใดๆ ตอ่ สงั คมและส่วนรวม
6.4 บทบาทความรับผดิ ชอบทางจรยิ ธรรมของการดาเนินธุรกิจ
การดาเนินธุรกิจท่ีจาเป็นต้องมีความรับผิดชอบอย่างมีจริยธรรมกับผู้ท่ีเกี่ยวข้องในฐานะของ
ผู้มสี ว่ นได้ส่วนเสีย ทั้งบุคคลภายในและภายนอกองค์กร ดังนี้ (จินตนา บุญบงการ, 2558 : 105-108
อา้ งถึงเนตร์พณั ณา ยาวริ าช, 2551 : 51-52, 56-59)
1. ความรับผิดชอบของธุรกิจต่อผู้ถือหุ้นและเจ้าของกิจการ ซ่ึงเป็นเจ้าของเงินลงทุนที่มี
ความเส่ียงจากการลงทนุ ดังน้นั การดาเนินงานจะตอ้ งมคี วามรับผดิ ชอบต่อผถู้ อื ห้นุ และเจ้าของ คือ
1.1 การใหข้ อ้ มูลที่เป็นจริงครบถ้วนและเพยี งพอทจ่ี ะใชใ้ นการตัดสนิ ใจของผูถ้ ือหุ้น
1.2 ไม่ชักชวนหรือใช้ข้อมูลที่บิดเบือนให้หลงเชื่อว่ากิจการน้ันมีผลการดาเนินงานดี
เกนิ ความเปน็ จรงิ
1.3 ผู้บริหารและพนักงานดาเนินงานด้วยความซื่อสัตย์ไม่ใช่อานาจในทางมิชอบและ
ไมท่ าการฉ้อฉล
1.4 ดาเนินงานเตม็ ความรู้ความสามารถอุทิศและทุ่มเทให้กิจการมผี ลกาไร
1.5 ดาเนินงานด้วยความระมัดระวังและติดตามข่าวสารอย่างรอบด้านทันเหตุการณ์
สามารถแก้ปัญหาได้ทนั ท่วงที
2. ความรับผิดชอบของธุรกิจต่อพนักงานลูกจ้าง กล่าวได้ว่าพนักงานลูกจ้างเปรียบเสมือน
ฟนั เฟอื งเล็กๆ ทีข่ ับเคลือ่ นเครือ่ งจักรให้สามารถทางานได้จนสาเร็จ ไม่ว่าลูกจ้างจะเป็นเพียงเฟืองเล็ก
แต่ก็มีความสาคัญอยู่มาก การปฏิบัติต่อลูกจ้างจึงควรใช้หลักคุณธรรมและมนุษยธรรมที่ให้เคารพใน
ศักด์ิศรีของความเป็นมนุษย์ท่ีเท่าเทียมกัน มิใช่การคิดถึงในลักษณะการจ้างต่างตอบแทนเท่าน้ัน
ดังน้ันสิ่งทน่ี กั ธุรกิจหรอื ผ้บู ริหารองค์กรสมควรต้องปฏบิ ัตติ ่อลูกค้าจ้างคือ
2.1 การใหค้ า่ จา้ งค่าตอบแทนทเ่ี หมาะสมกับความรคู้ วามสามารถและเป็นธรรม
2.2 เอาใจใส่ต่อสวัสดิการต่างๆ ของลูกจ้าง โดยคานึงถึงความปลอดภัยต่อชีวิตและ
ร่างกายในระหว่างการปฏิบัตหิ นา้ ท่ี
บทที่ 6 จรยิ ธรรมในองค์กรกับการดาเนินงานในธรุ กจิ 177
2.3 ส่งเสริมและสนับสนุนให้มีการอบรมและพัฒนาความรู้ความสามารถเพ่ิมความ
เชยี่ วชาญแก่ลกู จ้าง
2.4 ปฏบิ ัติตอ่ พนกั งานลูกจา้ งทุกคนดว้ ยความเสมอภาคไมเ่ ลอื กท่ีรักมกั ทช่ี งั
2.5 เคารพในสทิ ธสิ ว่ นบคุ คลของลูกจา้ งไมน่ าสิ่งที่เป็นความลบั ไปเปิดเผย
2.6 เรยี นร้นู สิ ยั และให้ความใสใ่ จต่อลกู จา้ งทกุ คนเพื่อจะไดเ้ ข้าใจลูกจ้างแต่ละคนได้
2.7 ใหค้ าปรกึ ษาแก่พนักงานลูกจ้างทัง้ ในเรื่องงานและเรื่องส่วนตัว ด้วยความมีเมตตา
กรณุ า
2.8 สนับสนนุ พนกั งานลูกจ้างที่มคี วามประพฤตดิ แี ละกล้าตกั เตือนหา้ มปรามผู้ทาไมด่ ี
2.9 เม่ือมอบหมายงานแลว้ ต้องมีความไว้วางใจต่อพนักงานและพร้อมให้คาปรึกษาแก้
ปญั หาตา่ งๆ ได้
2.10 ทาตัวเป็นแบบอย่างที่ดี ในการสร้างบรรยากาศความรัก ความสามัคคี ให้เกิดขึ้น
ในการทางานร่วมกนั
3. ความรับผิดชอบของธุรกิจต่อลูกค้า สามารถกล่าวได้ว่า ลูกค้าเปรียบเสมือนหัวใจของ
องค์กรธุรกิจ ถ้าขาดลูกค้าธุรกิจย่อมไม่สามารถมีชีวิตหรือดารงกิจการให้อยู่ต่อไปได้ ดังน้ันจึงต้องมี
วิธีการดูแลรักษาและเอาใจใส่ต่อลูกค้า ด้วยความเมตตากรุณามุทิตา คือ การนาเสนอสินค้าและ
บริการทีด่ ีมีคณุ ภาพในราคาทเี่ ปน็ ธรรมตรงกับความตอ้ งการของลูกค้า เพื่อขจัดปัญหาและให้ลูกค้าได้
ใชป้ ระโยชน์จากสินค้าและบริการน้ันอย่างมีความสุข ซึ่งอาจกล่าวได้ว่าเป็นการทดแทนบุญคุณลูกค้า
ดว้ ยการคนื กาไรดว้ ยสิ่งทดี่ ี ดงั นัน้ สิง่ ทีธ่ รุ กจิ พงึ ทากบั ลูกคา้ คอื
3.1 ขายสินค้าและบริการท่ีมีคุณภาพได้มาตรฐานและราคาสมเหตุสมผลไม่ค้ากาไร
เกินควร
3.2 ปฏิบัติตามเงื่อนไขทั้งเร่ืองจานวน ราคา คุณภาพ และภาระผูกพันในระหว่างการ
ซ้ือและหลังการซ้อื ขายตามขอ้ ตกลงอยา่ งเครง่ ครัด
3.3 ดูแลและให้บริการแก่ลูกค้าอย่างเสมอภาคเท่าเทียมทั้งในภาวะปกติและไม่ปกติ
เช่น ในภาวะสินคา้ ขาดตลาดหรือยามวกิ ฤติต่างๆ
3.4 ไม่สร้างเง่ือนไขอานาจการต่อรองมากดดันให้ลูกค้าต้องตัดสินใจซื้อสินค้าตนและ
ไม่ซ้ือสนิ คา้ คู่แขง่ ขนั หรอื ตอ้ งรีบเร่งตดั สนิ ใจ
บทที่ 6 จรยิ ธรรมในองค์กรกับการดาเนินงานในธุรกิจ 178
3.5 ไม่สร้างสถานการณ์ หรือปั่นราคาสินค้าให้สูงเกินจริง เช่น สร้างข่าวลือ ปล่อย
ขา่ วเทจ็ กกั ตนุ สนิ ค้าทาให้เกดิ การหลงเชื่อหรือต่ืนตระหนกกบั ลูกค้า
3.6 ปฏิบัติต่อลูกค้าด้วยน้าใจไมตรี มีอัธยาศัยท่ีดีต่อกันมีความยืดหยุ่น อะลุ่มอล่วย
ตามสมควร
4. ความรับผิดชอบของธรุ กจิ ต่อคแู่ ขง่ ขนั แม้ว่าคแู่ ข่งจะเป็นฝุายตรงข้ามท่ีต้องแข่งขัน แย่ง
ชิงลูกค้า เพ่ิมยอดขาย เพ่ิมกาไรแก่ธุรกิจ แต่การดาเนินธุรกิจท่ีดีต้องมีความรับผิดชอบต่อหน้าท่ีของ
แต่ละฝุายอย่างถูกต้อง การแข่งขันจึงควรเป็นไปตามแบบอย่างเปิดเผย ตรงไปตรงมา เยี่ยงสุภาพชน
พึงปฏิบตั คิ ือ
4.1 ไม่ใสร่ า้ ยปาู ยสสี าดโคลนใส่กนั
4.2 ไม่ตัดทางทามาหากินด้วยการทุ่มตลาด ตัดราคา เพราะฝุายตนเองมีศักยภาพที่
เหนือกว่า
4.3 ไม่แย่งชิงลกู ค้าดว้ ยเงอื่ นไขท่ีเอารดั เอาเปรียบหรอื กระทาการที่ไรป้ ราณีตอ่ คแู่ ขง่
4.4 ไมว่ างแผนลว้ งความลับของคแู่ ข่งขนั และดาเนนิ การตัดหน้า
4.5 ให้ความร่วมมือในการแข่งขันเพอ่ื สร้างบรรยากาศทางการตลาดที่ดี
4.6 ไม่สร้างสมั พันธ์ทางการเมืองที่เอ้ือประโยชน์ต่อกิจการของตนและได้เปรียบคู่แข่ง
ขัน เชน่ สนบั สนุนทนุ แก่พรรคการเมืองใหญ่ การติดสินบนข้าราชการท่จี ะใหค้ ุณแกธ่ รุ กิจของตนได้
5. ความรับผิดชอบของธุรกิจต่อสังคม ธุรกิจจาเป็นต้องตระหนักถึงความสาคัญของการอยู่
ร่วมกันในสังคมจึงต้องรู้จักการให้และมีสวนร่วมในการสร้างสรรค์สังคมเพื่อให้เกิดความเจริญไป
ดว้ ยกัน ดงั นน้ั ธรุ กิจต้องปฏบิ ัตติ ่อสงั คมด้วยความรับผดิ ชอบ คือ
5.1 ประกอบธรุ กจิ ที่เปน็ สมั มาอาชวี ะด้วยความซือ่ สัตย์สุจริต
5.2 ไมป่ ระกอบอาชพี ทก่ี ่อให้เกดิ ความเสื่อมโทรมด้านจติ ใจวัฒนธรรมและศีลธรรม
5.3 ใหค้ วามเคารพในสทิ ธทิ างปัญญาของผอู้ นื่ ไมล่ อกเลียน
5.4 ไม่ลักลอบค้าขายสินค้าตอ้ งห้ามตามกฎหมาย
5.5 ไมส่ รา้ งคา่ นยิ มทบ่ี ิดเบอื นและทาให้เข้าใจผดิ ต่อพฤตกิ รรมทเ่ี หมาะท่ีควรแกส่ งั คม
5.6 การดาเนินธุรกิจท่ีคานึงถึงประโยชน์ที่จะเกิดขึ้นกับสังคม ชุมชน เช่น การสร้าง
งานสร้างรายได้ การเพ่ิมศกั ยภาพแก่ชุมชน การสร้างสรรค์กจิ กรรมส่งเสริมคุณภาพและความเข้มแข็ง
ใหแ้ ก่สังคม ชุมชน
บทที่ 6 จรยิ ธรรมในองค์กรกับการดาเนนิ งานในธุรกิจ 179
6. ความรับผิดชอบของธุรกิจต่อสิ่งแวดล้อม ทรัพยากรธรรมชาติถือเป็นสมบัติส่วนร่วมไม่
ควรท่ีใครจะยึดไปเพื่อหาประโยชน์ส่วนตัว โดยเฉพาะอย่างยิ่งการดาเนินธุรกิจที่มีส่วนทาลาย
ทรัพยากรและส่ิงแวดล้อมได้อย่างกว้างขวาง จึงต้องตระหนักถึงความรับผิดชอบอย่างสูงยิ่ง เพราะ
การทาลายทรพั ยากรและสง่ิ แวดล้อมจะนามาซ่ึงความเสียหายอย่างใหญ่หลวงต่อผู้คนและสังคมในวง
กว้างและเป็นความเสียหายระยะยาว เช่น เกิดภาวะโลกร้อนเกิดอุทกภัยฯ ตามที่ได้เกิดขึ้นทั่วทุกมุม
โลกในปัจจุบนั ที่ได้ประจกั ษ์อยา่ งแจง้ ชัดแล้ว ดังน้ันธุรกจิ จึงต้องมคี วามรับผดิ ชอบต่อส่งิ แวดล้อม คอื
6.1 ไม่ทาลายทรัพยากรธรรมชาติ เช่น การตัดไม้ทาลายปุา การตักหน้าดินอย่างผิด
หลกั วชิ าการ
6.2 ไม่ก่อมลพิษต่อส่ิงแวดล้อม เช่น การปล่อยสารเคมีที่เป็นพิษลงแหล่งน้า ปล่อย
ควันพษิ เสยี งและกล่ินรบกวน ท่ีเกนิ ระดบั มาตรฐานความปลอดภัย
6.3 การใชท้ รพั ยากรธรรมชาตอิ ยา่ งประหยัดและมีการสร้างทดแทน เช่น การปลูกปุา
ทดแทน การใชพ้ ลังงานอย่างประหยดั การใชส้ ารเคมอี ย่างระมัดระวงั มรี ะบบการปูองกันท่ดี ี
6.4 มีสว่ นร่วมในการรณรงค์ ส่งเสรมิ และสนบั สนนุ โครงการตา่ งๆ ที่เกี่ยวกับการรักษา
สภาพส่ิงแวดล้อม
7. ความรับผิดชอบของธุรกิจต่อหน่วยงานราชการ ซ่ึงถือเป็นหน่วยงานที่สนับสนุนการ
ดาเนินงานของธุรกิจให้ได้รับความสะดวกและเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย ดังน้ันเพื่อให้เกิด
ความรว่ มมอื และช่วยเหลือกัน จึงควรปฏบิ ัติต่อกนั อย่างมคี วามรบั ผดิ ชอบทางจรยิ ธรรม คือ
7.1 ปฏบิ ัติต่อกนั อยา่ งตรงไปตรงมาตามกฎระเบียบข้อบังคบั ของกฎหมาย
7.2 แสดงรายงานผลการดาเนินงานท่ีเป็นจริง เพ่ือเป็นการเสียภาษีให้แก่รัฐอย่าง
ถูกตอ้ ง ไม่หลีกเลีย่ งภาษี
7.3 ไม่ติดสินบนเจ้าหน้าท่ีหรือร่วมมือกับเจ้าหน้าที่ให้ปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบเพ่ือ
ประโยชน์ของตนและเอารัดเอาเปรียบผอู้ ื่น
7.4 ให้ความรว่ มมือและสนับสุนนหนว่ ยงานราชการทปี่ ฏิบตั หิ นา้ ที่อยา่ งถูกต้อง
7.5 ควรมีทัศนคติและความปรารถนาดีต่อกันระหว่างหน่วยงานธุรกิจกับหน่วยงาน
ราชการ จงึ จะทาให้เกดิ ความเช่อื ถือไว้วางใจกนั อนั เปน็ หนทางไปสู่ความร่วมมอื ท่ีดีต่อกนั
บทบาทความรบั ผิดชอบทางจรยิ ธรรมของการดาเนนิ ธรุ กจิ อกี มมุ มองของ จินตนา บุญบงการ
(2558 : 94-95) เกี่ยวกบั กรอบการตัดสนิ ใจเชงิ จริยธรรมในการดาเนนิ ธุรกจิ กลา่ ววา่ จรยิ ธรรมจะมีผล
บทท่ี 6 จริยธรรมในองค์กรกับการดาเนินงานในธรุ กจิ 180
ต่อการดาเนินงานทางธุรกิจอย่างจริงจัง ก็ต่อเม่ือในการตัดสินใจของผู้บริหารในธุรกิจได้นาเอา
จรยิ ธรรมมาเป็นปัจจัยสาคัญ กล่าวอีกนัยหนึ่งก็คือ ถ้าผู้บริหารได้ตัดสินใจโดยคานึงถึงจริยธรรมหรือ
เอาประเด็นทางจริยธรรมเข้ามาพิจารณาด้วยแล้วจริยธรรมก็จะมีผลอย่างแท้จริงต่อธุรกิจ ดังน้ันการ
ตดั สินใจเชิงจรยิ ธรรมในบริษทั หรอื หน่วยงานตา่ งๆ ทางธุรกจิ จงึ มีความสาคัญที่จะทาให้ธุรกิจได้หันมา
ดาเนินกิจการในทางที่มีจริยธรรม และมีความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างแท้จริง ด้วยเหตุผลข้างต้นจึง
ควรทาความเข้าใจวา่ การตดั สนิ ใจในเชิงจรยิ ธรรมน้นั มีกรอบหรือขนั้ ตอนอยา่ งไรบา้ ง การตัดสินใจทาง
จริยธรรมในหนว่ ยงานธุรกจิ ผู้ตดั สินใจหรือผูบ้ รหิ ารตอ้ งคานงึ ถงึ ปัจจัยต่างๆ ในองค์การของตน ซ่ึงจะ
มีข้อจากัดที่มาก ได้แก่ ปัจจัยที่เก่ียวกับความรู้ความเข้าใจของพนักงานใน เร่ืองของศีลธรรมหรือ
จริยธรรม ปัจจัยที่เก่ียวกับวัฒนธรรมขององค์กร และปัจจัยเก่ียวกับความเข้มแข้งหรือรุนแรงของ
ปญั หา ปัญหาทางจริยธรรมท่ีมีอยู่ในตัวองค์กรหรือในสภาพแวดล้อมตามที่ปรากฏอยู่ ปัจจัยดังกล่าว
จะมคี วามเชอ่ื มโยงซง่ึ กันและกันและจะมีผลต่อพฤตกิ รรมทม่ี จี ริยธรรมหรือไม่มจี รยิ ธรรม
สังคมต้องการให้ธุรกิจดาเนินงานอย่างมีจริยธรรม การกระตุ้นให้มีสานึกในเร่ืองจริยธรรม
และการบริหารจัดการที่ดี ไม่ได้เกิดจากกลุ่มต่างๆ ในประเทศเท่านั้น แม้แต่สื่อต่างประเทศ เช่น นัก
เศรษฐศาสตร์ (The Economist) ก็กระตุ้นธุรกิจในประเทศต่างๆ ที่ประสบกับปัญหาวิกฤติทาง
เศรษฐกิจหันกลับไปสู่เร่ืองของจริยธรรม ดังเห็นได้จากบทความอันหน่ึงของนิตยสารท่ีได้ระบุว่าการ
แก้ปัญหาวิกฤติทางเศรษฐกิจเพื่อมิให้เกิดข้ึนอีกในอนาคตน้ัน สิ่งหนึ่งท่ีธุรกิจจะต้องหันกลับไปปฏิบัติ
อย่างจริงจัง คอื ความซือ่ สัตย์ ซ่ึงรวมความถึงการเปิดเผยข้อมูลและฐานะท่ีแท้จริงของบริษัทต่อสังคม
มิใช่เป็นการแต่งตัวเลขเพื่อแสดงว่าฐานะของบริษัทดีน่าเชื่อถือ อีกตัวอย่างก็คือในสหรัฐอเมริกาเมื่อ
บริษัทเอนรอน (Enron) ต้องล้มไปอันเกิดจากการทุจริตภายในของผู้บริหารเม่ือปี 2544 ก่อให้เกิด
ความต่ืนตวั ในเรื่องจริยธรรมมากข้ึนในวงการธุรกิจ มีบริษัทยักษ์ใหญ่ในสหรัฐฯ รวมทั้งบริษัทซีรอกซ์
(Xerox) ได้ปรับปรุงตัวเลขทางบัญชีท่ีแสดงฐานะทางการเงินต่อผู้ถือหุ้นให้ถูกต้อง รวมท้ังได้มีการ
รณรงค์ให้จดั ทารายงานการเงินของบริษัทต่างๆ ใหถ้ ูกตอ้ งตามความเปน็ จริง
จากแนวคิดดังกล่าวสรุปได้ว่าบทบาทความรับผิดชอบทางจริยธรรมของการดาเนินธุรกิจ
จาเป็นต้องมีความรับผิดชอบอย่างมีจริยธรรมกับผู้ท่ีเก่ียวข้องในฐานะของผู้มีส่วนได้เสีย ท้ังบุคคล
ภายในและภายนอกองค์กร ดังน้ีความรับผิดชอบของธุรกิจต่อผู้ถือหุ้นและเจ้าของกิจการซ่ึงเป็น
เจ้าของเงินลงทุนท่ีมีความเสี่ยงจากการลงทุน ดังนั้นการดาเนินงานจะต้องมีความรับผิดชอบต่อผู้ถือ
หุ้นและเจ้าของ ความรับผิดชอบของธุรกิจต่อพนักงานลูกจ้างการปฏิบัติต่อลูกจ้างจึงควรใช้หลัก
บทที่ 6 จรยิ ธรรมในองค์กรกับการดาเนนิ งานในธุรกิจ 181
คุณธรรมและมนุษยธรรมที่ให้เคารพในศักดิ์ศรีของความเป็นมนุษย์ที่เท่าเทียมกัน ความรับผิดชอบ
ของธุรกิจต่อลูกค้าต้องมีวิธีการดูแลรักษาและเอาใจใส่ต่อลูกค้า ด้วยความเมตตากรุณามุทิตา ความ
รับผิดชอบของธุรกิจต่อคู่แข่งขัน การแข่งขันจึงควรเป็นไปตามแบบอย่างเปิดเผย ตรงไปตรงมาเย่ียง
สภุ าพชนพึงปฏบิ ัติ ความรับผดิ ชอบของธรุ กิจต่อสงั คมต้องรู้จักการให้และมีสวนร่วมในการสร้างสรรค์
สังคมเพื่อให้เกิดความเจริญไปด้วยกัน ความรับผิดชอบของธุรกิจต่อสิ่งแวดล้อมความรับผิดชอบของ
ธุรกิจต่อหน่วยงานราชการซึ่งถือเป็นหน่วยงานท่ีสนับสนุนการดาเนินงานของธุรกิจให้ได้รับความ
สะดวกและเป็นไปอย่างถูกต้องตามกฎหมาย รวมถึงกรอบการตัดสินใจเชิงจริยธรรมท่ีมีผลต่อการ
ดาเนินธุรกิจ ถ้าผู้บริหารได้ตัดสินใจโดยคานึงถึงจริยธรรมหรือเอาประเด็นทางจริยธรรมเข้ามา
พจิ ารณาด้วยแล้ว จรยิ ธรรมก็จะมผี ลอย่างแทจ้ ริงต่อธุรกิจ
6.5 จรยิ ธรรมกับการดาเนินธรุ กจิ ในองคก์ ร
คณะทางานธรรมาภิบาล (2558 : 3-7) ได้กล่าวถึงการนาจริยธรรมมาใช้ในการดาเนินธุรกิจ
โดยมีแนวทางในดาเนินการ ดังน้ี
1. แนวทางการดาเนินธุรกิจ การนาหลักเศรษฐกิจพอเพียงกับการดาเนินธุรกิจอย่างย่ังยืน
มาใช้เป็นแนวทางในการดาเนินธุรกิจภายใต้ปรัชญาการดาเนินธุรกิจ “3 สมบูรณ์ สร้างสมดุล” เพื่อ
สร้างความยั่งยืนแกธ่ ุรกิจและรักษาประโยชน์ของผู้มสี ่วนได้เสียและสังคม เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสีย
แสดงความเห็นเก่ยี วกบั การดาเนินกิจการเพื่อเป็นกลไกและกระบวนการท่ีจะดูแลให้มีการดาเนินการ
อย่างจริงจัง นาไปสกู่ ารเป็นองค์กรธรรมาภบิ าลที่แท้จริง ดังน้ี
1.1 ปฏบิ ัตติ ามกฎหมายข้อบงั คับและกฎระเบยี บทีเ่ ก่ียวข้องอย่างเคร่งครดั
1.2 ปฏิบัติตามนโยบาย “การกากับดูแลกิจการ” และ “จริยธรรมทางธุรกิจ” ของ
บรษิ ัทฯ
1.3 มุ่งม่ันท่ีจะประกอบธุรกจิ ดว้ ยความโปร่งใสซือ่ สตั ยส์ จุ รติ และเป็นธรรม
1.4 ยึดมัน่ ในการปฏิบตั ติ นเป็นพลเมืองดีปลกู ฝงั ให้พนักงานมีจติ สานึกที่ดี
1.5 คานึงถึงผลประโยชน์และผลกระทบจากการดาเนินงานขององค์กร ด้วยความ
เสมอภาคและเปน็ ธรรมทางสังคม ตอ่ ผมู้ ีส่วนไดเ้ สียของบริษัทฯ
1.6 ดาเนนิ ธรุ กิจดว้ ยความรบั ผิดชอบและรักษาประโยชน์ของผูม้ ีส่วนได้เสียและสงั คม
1.7 สร้างระบบงานที่เขม้ แขง็ เพ่อื ปอู งกันการทุจริตผา่ นระบบการตรวจสอบภายใน
บทที่ 6 จรยิ ธรรมในองคก์ รกับการดาเนนิ งานในธุรกจิ 182
1.8 กาหนดให้กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานท่ัวท้ังองค์กรมีส่วนร่วมในการต่อต้าน
การทุจรติ รายงานความขดั แยง้ ทางผลประโยชน์ การส่ือสารอย่างมีประสิทธิผล ส่งเสริมคุณภาพชีวิต
ในการทางาน
1.9 เปิดโอกาสให้ผู้มีส่วนได้เสียมีช่องทางการร้องเรียนและรับฟังความคิดเห็นและมี
มาตรการคุม้ ครองผู้ร้องเรียนหรอื ผแู้ จง้ เบาะแส
2. นโยบายการต่อต้านการทุจริต (Anti-Corruption Policy) มุ่งม่ันที่จะดาเนินธุรกิจด้วย
ความซื่อสัตยส์ จุ ริตเป็นธรรม ยึดมนั่ ในความรบั ผิดชอบตอ่ สังคมและผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม รวมถึง
ปฏิบัติตามนโยบายการกากับดูแลกิจการและจริยธรรมทางธุรกิจ และข้อพึงปฏิบัติในการทางานของ
บริษัทฯ อย่างเคร่งครัด เพ่ือม่ันใจว่ากรรมการ ผู้บริหารและพนักงานจะปฏิบัติตนเป็นพลเมืองดีของ
สังคมและประเทศชาติ จึงควรกาหนดแนวทางของนโยบายแนวปฏิบัติ และข้อกาหนดสาหรับแนว
ทางการปฏบิ ตั ิในการต่อตา้ นการทุจริตกบั ทกุ กจิ กรรมของบริษัท ดังน้ี
2.1 แนวทางของนโยบาย มดี ังน้ี
2.11. ห้ามมิให้กรรมการ ผู้บริหารและพนักงานของกลุ่มบริษัทสมบูรณ์ยอมรับ
การทุจริตทุกรูปแบบทั้งทางตรงและทางอ้อม ได้แก่ การรับสิ่งของ ของขวัญ การเลี้ยงรับรอง เงิน
เรีย่ ไร เงินบรจิ าคและผลประโยชน์อื่นใดใหแ้ ก่ตนเองจากบุคคลทที่ าธุรกิจกับบริษทั ในกลุม่ สมบูรณ์
2.1.2 ครอบคลุมถึงพนักงาน คู่ค้า ลูกค้า และผู้มีส่วนได้เสียทุกกลุ่มท้ังใน
ประเทศและต่างประเทศและจัดให้มีการสอบทานการปฏิบัติงานตามนโยบายการต่อต้านการทุจริต
เป็นประจาอย่างน้อยปีละ 1 ครง้ั ตลอดจนทบทวนแนวปฏิบัติและข้อกาหนดในการดาเนินการเพ่ือให้
สอดคลอ้ งกับการเปลยี่ นแปลงของธรุ กิจ ระเบียบ ข้อบังคับ และข้อกาหนดทางกฎหมาย
2.2 แนวทางการปฏิบตั ิ มดี ังน้ี
2.2.1 กรรมการ ผู้บริหาร และพนักงานของกลุ่มบริษัทฯ ต้องปฏิบัติตาม
นโยบายการต่อต้านการทุจริตและจริยธรรม และข้อพึงปฏิบัติในการทางาน โดยต้องไม่เข้าไป
เกีย่ วขอ้ งกับเรอ่ื งการทจุ รติ คอร์รปั ช่นั ไมว่ ่าโดยทางตรงหรือทางอ้อม
2.2.2 พนักงานของกลมุ่ บริษัทฯ ไม่พึงละเลยหรือเพิกเฉยเม่ือพบเห็นการกระทา
ท่ีเข้าข่าย ทุจริตคอร์รัปชั่นท่ีเก่ียวข้องกับบริษัท/บริษัทย่อย ต้องแจ้งให้ผู้บังคับบัญชาหรือบุคคลที่
รับผิดชอบทราบและให้ความร่วมมือในการตรวจสอบข้อเท็จจริงต่างๆ หากมีข้อสงสัยหรือข้อซักถาม
บทท่ี 6 จรยิ ธรรมในองค์กรกับการดาเนนิ งานในธุรกิจ 183
ให้ปรึกษาผู้บังคบั บัญชาหรือบุคคลท่กี าหนดใหท้ าหนา้ ทร่ี ับผิดชอบเก่ียวกับการติดตามการปฏิบัติตาม
จรยิ ธรรมธุรกิจผ่านช่องต่างๆ ทกี่ าหนดไว้
2.2.3 บริษัทจะต้องให้ความเป็นธรรมและคุ้มครองพนักงานท่ีปฏิเสธหรือแจ้ง
เร่ือง คอร์รัปช่ันที่เก่ียวข้องกับบริษัทและบริษัทย่อย โดยใช้มาตรการคุ้มครองผู้ร้องเรียนหรือผู้ที่ให้
ความรว่ มมือในการรายงานการทุจรติ คอร์รปั ช่ันตามทบี่ ริษทั กาหนดไว้ในนโยบายการแจ้งข้อร้องเรียน
และข้อเสนอแนะ
2.2.4 ผู้ทกี่ ระทาการทุจรติ คอรร์ ัปชัน่ ถือเป็นการกระทาท่ีผิดจริยธรรมของบริษัท
ซึ่งต้อง ได้รับการพิจารณาโทษทางวินัยตามระเบียบท่ีบริษัทท่ีกาหนดไว้และโทษตามกฎหมาย หาก
การกระทาน้ันผดิ กฎหมาย
2.2.5 บริษัทจะต้องตระหนักถึงความสาคัญในการเผยแพร่ให้ความรู้และทา
ความเขา้ ใจกับบคุ คลอน่ื ทีต่ อ้ งปฏบิ ัติหน้าท่ีเกีย่ วข้องกบั บริษัทและผู้มีส่วนได้เสียของบริษทั ฯ
2.2.6 บริษัท มุ่งมั่นที่จะพัฒนาและสร้าง “ฅนสมบูรณ์” ให้มีจิตสานึกที่ดีและ
ปฏิบัตติ น เปน็ พลเมอื งดีของสงั คมและประเทศชาติ
3. ขอ้ กาหนดสาหรับการดาเนินการ
3.1 การดาเนินการใดๆ ตามนโยบายต่อต้านการทุจริตให้ใช้แนวปฏิบัติตามที่กาหนด
ไว้ในคู่มือการกากับดูแลกิจการและคู่มือจริยธรรมและข้อพึงปฏิบัติในการทางาน นโยบายและแนว
ปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียทุกกลุ่ม ระเบียบ คู่มือปฏิบัติงานท่ีเก่ียวข้องและแนวทางปฏิบัติอื่นใดท่ี
บรษิ ัทจะกาหนดขึ้นตอ่ ไป
3.2 นโยบายต่อต้านการทุจริตนี้ให้ครอบคลุมทุกกิจกรรม ที่เก่ียวข้องกับการ
ดาเนนิ งานของบริษัท
3.3 กาหนดให้มีการประเมินความเส่ียงต่อการเกิดทุจริตคอร์รัปช่ันท่ัวองค์กรเป็น
ประจาทุกปี
3.4 เพ่ือให้เกิดความชัดเจนในการดาเนินการ ในเร่ืองความเสี่ยงกับการทุจริต
คอร์รัปช่ัน กรรมการ ผู้บริหารและพนักงาน ทุกระดับต้องปฏิบัติหน้าท่ีด้วยความระมัดระวังในเรื่อง
ตอ่ ไปนี้
3.4.1 ของกานัล การเล้ียงรับรอง และค่าใช้จ่าย : การให้/รับของกานัน การ
เล้ียงรับรอง ใหเ้ ปน็ ไปตามทกี่ าหนดในคู่มือจรยิ ธรรมและขอ้ พงึ ปฏบิ ตั ิในการทางานของบริษทั ฯ
บทที่ 6 จริยธรรมในองคก์ รกับการดาเนนิ งานในธุรกจิ 184
3.4.2 เงินบริจาคเพ่ือการกุศล หรือเงินสนับสนุน : การให้/รับเงินบริจาค เงิน
เรย่ี ไร ต้องเปน็ ไปอยา่ งโปรง่ ใสถ่ กู ตอ้ งตามกฎหมาย โดยตอ้ งมน่ั ใจวา่ เงินบริจาคหรือเงินสนับสนุนไม่ได้
ถกู นาไปใช้เพ่ือเปน็ ข้ออ้างในการตดิ สินบน
3.4.3 ความสัมพนั ธท์ างธุรกจิ และการจัดซ้ือจดั จ้าง : ห้ามให้หรอื รับสนิ บนในการ
ดาเนินธุรกิจทุกชนิดกับคู่ค้า คู่สัญญา หน่วยงานภาครัฐ หรือหน่วยงานท่ีดาเนินธุรกิจกับบริษัทต้อง
ดาเนนิ การให้เป็นไปอย่างโปรง่ ใส และเปน็ ไปตามกฎหมายท่เี ก่ียวขอ้ งได้กาหนดไว้
พิพัฒน์ รัชกิจประการ (2559 : 2-5) กล่าวว่า บริษัทมีจริยธรรมในการดาเนินธุรกิจซึ่ง
ผบู้ รหิ ารและพนกั งานจะตอ้ งยดึ ถือเป็นแนวทางปฏบิ ัตใิ นการทางานในฐานะตัวแทนของบริษัท ดังนี้
1. ยึดหลักนิติธรรม บริษัทจะต้องยึดถือหลักนิติธรรมในการดาเนินธุรกิจอีกทั้งเป็นหน้าท่ี
ของผู้บริหารและพนกั งานที่จะต้องรรู้ ะเบียบข้อบังคับของบริษัท กฎหมายที่เกี่ยวข้องรวมท้ังกฎหมาย
ที่จะประกาศใช้ในอนาคตซ่ึงมีผลกระทบต่อการบริหารงานและการทางานของตน โดยมีแนวทาง
ปฏิบัติ ดังนี้
1.1 ผบู้ ริหารและพนักงานต้องศึกษาและทาความเข้าใจในกฎระเบียบที่ใช้เป็นหลักใน
การปฏบิ ัติงานของทางราชการท้ังท่ีมผี ลใช้บงั คบั และที่จะมผี ลใช้บังคับในอนาคตอันใกล้
1.2 ผู้บริหารและพนักงานต้องไม่แสวงหาความลับทางการค้าของคู่แข่งหรือข้อมูล
จาเพาะของคู่แข่ง โดยวิธีการอันมิชอบด้วยกฎหมาย เช่น การขโมย การจารกรรมหรือการละเมิด
ขอ้ ตกลงทจ่ี ะไมเ่ ปดิ เผยข้อมลู ของคแู่ ขง่ ไม่วา่ จะไดจ้ ากลูกคา้ หรือบคุ คลอน่ื
2. มีความโปร่งใส การตัดสินใจและวิธีการดาเนินงานของบริษัทเป็นไปด้วยความโปร่งใสท่ี
สามารถเปดิ เผยขอ้ มลู ขา่ วสารใหก้ ับผู้มสี ว่ นได้เสยี ท้งั หลายรบั ทราบและตรวจสอบได้ ภายใต้กฎหมาย
และกรอบข้อบังคับ ระเบียบวิธีปฏิบัติของบริษัทท่ีเกี่ยวข้องกับการปูองกันมิให้ความลับทางการค้า
รวั่ ไหลไปยังคู่แข่งทางการคา้ โดยมีแนวปฏิบตั ิ ดังน้ี
2.1 ผู้บริหารและพนักงานต้องทารายงานทางการบัญชีการเงิน ภาวะธุรกิจ ผลการ
ดาเนินงาน เพื่อแสดงฐานะการเงินและผลการดาเนินงานของบริษัทตามความเป็นจริง ถูกต้องครบ
ถ้วนตามมาตรฐานการบัญชีมีความน่าเชื่อถือ สามารถตรวจสอบได้ และ/หรือตามที่คณะกรรมการ
ตรวจสอบจะกาหนด
2.2 ผู้บริหารและพนักงานต้องปฏิบัติตามกระบวนการจัดซ้ือ/จัดจ้าง ให้เป็นไปตาม
นโยบายของบรษิ ทั อย่างเคร่งครัด มีความโปรง่ ใสชดั เจนเปน็ ธรรมต่อทุกฝาุ ย
บทท่ี 6 จริยธรรมในองคก์ รกับการดาเนินงานในธุรกจิ 185
2.3 ในกรณีทีบ่ ริษัทค่คู า้ มีผูบ้ รหิ าร พนักงานฝุายขายหรอื ผถู้ อื หุ้นเป็นญาติหรือบุคคลผู้
อย่อู าศยั ภายใต้ชายคาเดยี วกบั ผ้บู ริหารหรอื พนกั งานของบริษัท ผู้บริหารหรือพนักงานของบริษัทต้อง
แจ้งให้ผบู้ งั คบั บัญชาทราบเปน็ หนังสือทันทีและให้หลีกเลี่ยงไม่ข้องเกย่ี วกบั ธรุ กรรมการจดั ซื้อจัดจา้ ง
2.4 ผู้บริหารและพนักงานต้องปฏิบัติตามคู่มือแจกแจงดาเนินการของบริษัทอย่าง
เคร่งครดั
2.5 ผบู้ รหิ ารและพนักงานทเี่ ก่ียวข้องกบั กระบวนการจัดซ้ือ/จัดจ้าง รวมตลอดท้ังญาติ
และผู้อยู่อาศัยภายใต้ชายคาเดียวกัน ควรหลีกเล่ียงการไปร่วมกิจกรรมต่างๆ รวมท้ังการรับประทาน
อาหารหรือเล่นกีฬากับบริษัทคู่ค้าหากเป็นกรณีจาเป็นท่ีหลีกเลี่ยงไม่ได้ควรมีตัวแทนของบริษัท เข้า
รว่ มมากกว่าหนึ่งคนและตอ้ งแจง้ เปน็ หนงั สอื ใหผ้ ้บู ังคบั บญั ชาทราบก่อน
3. ต้ังม่ันในความยุติธรรมและความมีคุณธรรม บริษัทตั้งมั่นในความยุติธรรมและความมี
คุณธรรมกบั ผู้มสี ว่ นไดเ้ สยี เพ่ือสร้างความสัมพันธ์อันดีอย่างต่อเนื่องในการดาเนินธุรกิจอีกท้ังไม่เลือก
ปฏบิ ตั ิต่อผู้หน่ึงผู้ใดอยา่ งไมเ่ ป็นธรรมโดยใช้วิจารณญาณหรือความสัมพันธ์ส่วนตัวตัดสินและให้โอกาส
เท่าเทยี มกนั โดยไม่แบง่ แยกเชอ้ื ชาติ สญั ชาติ ศาสนา หรอื เพศ โดยมแี นวปฏิบตั ิดงั น้ี
3.1 ผู้บริหารและพนักงานต้องให้ความเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติต่อผู้มีส่วนได้เสีย
ในการดาเนนิ ธุรกิจ การใหส้ ทิ ธิประโยชน์แกล่ ูกคา้ ควรยึดหลกั ปฏบิ ัตแิ ละแนวนโยบายของบริษทั
3.2 ผู้บริหารต้องบริหารงานด้วยความสุขุมรอบคอมเพ่ือทาให้ผู้ถือหุ้นมีความเช่ือถือ
และยอมรับในการตัดสินใจวา่ การดาเนนิ การใดๆ กระทาดว้ ยความเปน็ ธรรมและคานึงถึงผลประโยชน์
สงู สดุ ของผูถ้ อื ห้นุ ทง้ั หลาย
3.3 ผู้บริหารและพนักงานต้องให้ความเป็นธรรมและไม่เลือกปฏิบัติในข้อกาหนดการ
จ้างงาน หมายรวมถึงการสรรหาบุคลากร การพิจารณาผลตอบแทนและสิทธิประโยชน์จากการจ้าง
งาน การปรับเลื่อนตาแหนง่ การโอนยา้ ย การประเมนิ ผลการปฏบิ ตั งิ าน การฝึกอบรม การปฏิบัติตาม
ระเบียบข้อบังคับ การสิ้นสุดสภาพการจ้างงาน การปลดและรับพนักงานกลับเข้ามาทางานใหม่
ตลอดจนการเขา้ มีส่วนร่วมในสงั คมและกจิ กรรมนนั ทนาการ เป็นต้น
3.4 ผู้บริหารและพนักงานต้องพยายามให้บริการท่ีเหนือความคาดหวังกับลูกค้าเสมอ
รวมท้งั ใหบ้ รกิ ารลกู คา้ ด้วยความซอ่ื ตรงและเปน็ ธรรม ไมเ่ อารดั เอาเปรยี บหรือฉอ้ โกงลกู คา้
บทท่ี 6 จรยิ ธรรมในองคก์ รกับการดาเนินงานในธุรกจิ 186
3.5 ผู้บริหารและพนักงานต้องปฏิบัติตามเง่ือนไขทางการค้าที่มีต่อคู่ค้า/เจ้าหนี้ อย่าง
ซื่อตรงและเปน็ ธรรม กรณีทไ่ี ม่สามารถปฏบิ ัตติ ามเง่ือนไขไดใ้ ห้แจง้ ต่อคคู่ ้า/เจ้าหน้ี เพื่อร่วมกันหาแนว
ทางแก้ไข
4. ให้ความสาคัญต่อลูกค้า ผู้บริหารและพนักงานของบริษัทให้ความสาคัญและเอาใจใส่ต่อ
ลูกค้า โดยการควบคุมดูแลสนิ ค้าและการบรกิ ารให้มีคณุ ภาพอนั ส่งผลให้ลูกค้าเกิดความพึงพอใจโดยมี
แนวทางปฏิบตั ิ ดังนี้
4.1 ผู้บริหารและพนักงานต้องรู้และทาความเข้าใจสินค้าและบริการของบริษัทเป็น
อยา่ งดรี วมทั้งตอ้ งให้ขอ้ มูลทีถ่ กู ต้องครบถ้วนแกล่ กู ค้า
4.2 ผู้บริหารและพนักงานต้องศึกษาและทาความเข้าใจความต้องการของลูกค้าอย่าง
ละเอยี ด กอ่ นจะเสนอสนิ ค้าหรอื บริการต่อลูกค้า เพ่ือสนองต่อความต้องการของลูกค้าได้อย่างถูกต้อง
รวมท้ังต้องสนใจใฝุหาข้อมูลความรู้อยู่เสมอและส่ังสมประสบการณ์ในการทางานให้มีประสิทธิภาพ
มากขึน้ เพ่อื เพ่มิ ความพึงพอใจให้กับลูกค้า
4.3 ผู้บริหารและพนักงานต้องปฏิบัติต่อลูกค้าด้วยความสุภาพ ให้เกียรติลูกค้าและใช้
วาจาท่สี ุภาพกับลูกค้า
4.4 ผ้บู รหิ ารและพนักงานตอ้ งมีทศั นคตทิ ี่ดีต่องานบริการลูกค้า ให้ความสาคัญต่องาน
บริการและปฏิบัติอย่างเต็มท่ี อันส่งผลให้งานบริการมีคุณค่าและมีประสิทธิภาพอันจะนาไปสู่ความ
เป็นเลิศดา้ นบริการ
4.5 ผู้บริหารและพนักงานต้องเคารพการตัดสินใจและข้อคิดเห็นของลูกค้า ตลอดจน
ไมล่ ะเมิดสทิ ธิสว่ นบุคคลของลกู คา้
5. มคี วามรบั ผิดชอบต่อสังคม บริษัทตระหนักถึงความรับผิดชอบท่ีพึงมีต่อสังคมและชุมชน
จนถอื เสมอื นเปน็ ภารกิจหลักท่จี ะสร้างสรรคโ์ ครงการและกิจกรรมท่ีเป็นประโยชน์ในการพัฒนาสังคม
และชุมชน มแี นวทางปฏบิ ตั ิดังน้ี
5.1 ผู้บริหารและพนักงานพึงมีส่วนรวมหรือจัดให้มีกิจกรรมเพ่ือสาธารณประโยชน์ใน
การพัฒนาและบริการสังคม อาทิเช่น กิจกรรมด้านการศึกษา ด้านศิลปวัฒนธรรม ด้านส่ิงแวดล้อม
เปน็ ตน้ ตามท่ีบริษัทจะจดั ให้มีข้ึนเป็นคราวๆ
บทที่ 6 จริยธรรมในองค์กรกับการดาเนนิ งานในธุรกจิ 187
5.2 ผู้บริหารและพนักงานต้องตระหนักถึงการมีส่วนร่วมในการอนุรักษ์ทรัพยากร
ธรรมชาติและรักษาสิ่งแวดล้อม ตลอดจนพยายามให้บริษัทสามารถหลีกเลี่ยงการกระทาที่จะ
ก่อให้เกิดอนั ตรายหรือมลภาวะต่อทรพั ยากรธรรมชาติ สง่ิ แวดลอ้ ม และระบบนิเวศน์ท่ีเกยี่ วขอ้ ง
6. ไม่เกี่ยวข้องกับการเมือง บริษัทคารพและสนับสนุนให้ผู้มีส่วนได้เสียใช้สิทธิเสรีภาพของ
คนภายใต้รัฐธรรมนญู ทง้ั นบ้ี ริษัทจะวางตวั เป็นกลางมแี นวปฏบิ ัติดังน้ี
6.1 ผูบ้ ริหารและพนักงานตอ้ งไมใ่ ชต่ าแหน่งหน้าท่ี เวลา ทรพั ย์สนิ หรอื ส่ิงอานวยความ
สะดวกอ่ืนใดของบริษัทในการเอ้ือประโยชน์และสนับสนุนกิจกรรมใดๆ ทางการเมืองหรือองค์กรทาง
การเมอื งหรือสมาชกิ ขององค์กรทางการเมือง
6.2 ผู้บริหารและพนักงานไม่ใช้อานาจหน้าที่ช้ีชวน กดดันหรือบังคับให้เพื่อนร่วมงาน
รวมทั้งผู้ใต้บังคับบัญชาให้การสนับสนุนกิจกรรมใดๆ ทางการเมืองหรือองค์กรทางการเมืองหรือ
สมาชิกขององคก์ รทางการเมอื ง
จากแนวคิดจริยธรรมกับการดาเนินธุรกิจในองค์กรดังกล่าวข้างต้นประกอบด้วย การสร้าง
บรรยากาศทางจริยธรรมกบั การดาเนนิ ธุรกิจในองคก์ ร โดยมีประเด็นสาคัญ คือการปรับกระบวนทัศน์
ของบุคคลให้องค์กร การเห็นคุณค่าของตนเองและการเคารพตนเอง การมีทัศคติท่ีดีต่อกันและการ
ร่วมมือกันแก้ปัญหา การตัดสินใจเม่ือเผชิญปัญหาทางสองแพร่ง คือเรื่องท่ีบุคคลต้องตัดสินใจเลือก
การกระทาเมื่อเผชิญเหตุการณ์สองอย่างหรือการต้องเลือกระหว่างคุณค่าสองประการ การให้ความรู้
ความเข้าใจเร่ืองศีลธรรม จริยธรรม คุณธรรม และส่งเสริมกิจกรรมร่วมกัน การมีคณะกรรมการ
จริยธรรมเพื่อเป็นที่ปรึกษาติดตามผลการปฏิบัติตามหลักจริยธรรม ซ่ึงเป็นบรรยากาศในการทางาน
ร่วมกันในองค์กรท่ีจะต้องปฏิบัติและพบเจออยู่เสมอรวมถึงการนาหลักเศรษฐกิจพอเพียงกับการ
ดาเนนิ ธรุ กิจอย่างยง่ั ยนื มาใชเ้ ป็นแนวทางในการดาเนินธรุ กิจและการทบ่ี รษิ ัทจะตอ้ งมีจริยธรรมในการ
ดาเนินธุรกิจ ซ่ึงผู้บริหารและพนักงานจะต้องยึดถือเป็นแนวทางปฏิบัติในการทางานในฐานะตัวแทน
ของบรษิ ทั อย่างเครง่ ครดั
6.6 ประโยชน์ของจรยิ ธรรมในการดาเนนิ ธรุ กจิ
อักษราภัค หงษข์ าว (2556 : 42 อ้างถึง พรนพ พุกกะพันธ์ุ, 2549 : 72) ได้กล่าวว่า ธุรกิจใด
มีจริยธรรมย่อมจะเป็นท่ียอมรับ เชื่อถือ ได้รับโอกาส ได้เปรียบในเชิงธุรกิจ และมีแนวโน้มที่จะ
บทที่ 6 จรยิ ธรรมในองค์กรกับการดาเนนิ งานในธุรกจิ 188
รุ่งโรจน์ กล่าวได้ว่าจริยธรรมคือ หนทางแห่งความสาเร็จท่ีจาเป็นต่อการประกอบธุรกิจหากจะ
ประเมนิ ประโยชน์ของจริยธรรมต่อธรุ กจิ แล้ว อาจจาแนกได้ ดังนี้
1. จริยธรรมก่อให้เกิดความเช่ือถือ (Credit) โดยธรรมชาติความเชื่อถือน้ันเกิดจากความ
ซื่อสัตย์ ดังน้ันคนที่มีจริยธรรมดี มีความซ่ือสัตย์เสมอ ย่อมได้รับความเช่ือถือ และความเชื่อถือ คือ
ที่มาของเครดิตทางการค้า ซึ่งเป็นปัจจัยที่ได้เปรียบในเชิงการแข่งขันทั้งในด้านการลงทุนและ
การตลาด
2. จริยธรรมก่อให้เกิดการทุ่มเท (Devotion) ของคนทางานอันนามาซ่ึงประสิทธิภาพอัน
ทรงคุณค่าต่อการผลิตท่ีเต็มกาลัง หากบริษัทประกอบด้วยความมีจริยธรรมปฏิบัติต่อพนักงานทุก
อย่างมีมนุษยธรรม และมีพัฒนาการอย่างต่อเนื่องย่อมเป็นท่ีรักที่ผูกพันของพนักงาน พนักงานย่อม
ทุ่มเทความสามารถต่อการผลิตหรือการบริการอย่างต่อเน่ืองเต็มกาลังความสามารถอันนามาซ่ึงผล
การผลติ หรือการบริการที่ดี
3. จริยธรรมก่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดี (Good Image) ซึ่งภาพลักษณ์ท่ีดีมีผลต่อตาแหน่ง
ทางการค้าของบริษัทและมีผลต่อความภักดีท่ีผู้บริโภคมีต่อสินค้าและบริการของบริษัท และ
ภาพลักษณ์ทางการค้าท่ีดีมีผลโดยตรงต่อการกาหนดราคาและความภักดีต่อสินค้าและบริการมีผล
โดยตรงต่อยอดขาย ซ่ึงราคาขายและยอดขายมผี ลโดยตรงต่อกาไร ดงั น้ันอาจกล่าวได้ว่าจริยธรรมทาง
ธุรกจิ คอื ท่มี าแห่งความรา่ รวย
4. จรยิ ธรรมก่อใหเ้ กดิ การลดหยอ่ นทางกฎหมาย บรษิ ัทที่มีประวัติทางจริยธรรมที่ดีงามเม่ือ
พลาดพลั้งไปมีคดีความกับบุคคลอ่ืนก็ดีหรือกับรัฐก็ดี ย่อมได้รับข้อลดหย่อนในบทลงโทษตามโทษนุ
โทษทีบ่ ญั ญตั ไิ วต้ ามกฎหมายของแต่ละสงั คม
5. จริยธรรมก่อให้เกิดการทางานอย่างมีความสุข เม่ือทุกฝุายที่เก่ียวข้องกับบริษัทไม่ว่าจะ
เป็นผ้ถู อื หนุ้ รว่ มงานในบริษัทคู่ค้าลูกค้าผู้บริโภครัฐบาลและสังคมต่างก็มีจริยธรรมที่ดีต่อกัน ย่อมเป็น
การสร้างความสัมพันธ์อันดีและอบอุ่นข้ึนทุกฝุายจะปฏิบัติหน้าท่ีความสบายใจและไม่มีปัญหา
บาดหมางใจกันเกดิ ขนึ้ หรืออาจมบี า้ งโดยอบุ ัติเหตกุ จ็ ะแก้ไขได้โดยง่าย การทางานอย่างมีจริยธรรมต่อ
ตนเองและต่อกันและกัน จึงมีชีวิตการทางานที่มีความสุขปราศจากความเครียดใดๆ นอกจากความ
เครียดเกิดจากการแบกความเส่ียงในอัตราสูงของธุรกิจบางประเภทนั้นเองและแม้จะมีความเครียด
จากภาระเส่ยี งบา้ ง จรยิ ธรรมในการปฏิบัติงานจะชว่ ยผ่อนคลายและลดความเครยี ดไดม้ ากทีเ่ ดียว
บทท่ี 6 จรยิ ธรรมในองค์กรกับการดาเนนิ งานในธุรกิจ 189
สมบูรณ์ ศาลยาชีวิน และคณะ (2551 : 61) กล่าวไว้ว่าตามแนวคิดของดอบบินส์และคน
อื่นๆ ได้สรุปไว้ว่าการมีจริยธรรมในการทาธุรกิจและความรับผิดชอบต่อสังคมจะส่งผลดีต่อองค์กรใน
ระยะยาว และกอ่ ให้เกิดประโยชนต์ ่อธุรกจิ ดังนี้
1. ทาใหธ้ ุรกิจสามารถทากาไรได้ในระยะยาว
2. ภาพพจน์ของธุรกิจจะดขี ้ึนมาก
3. กฎหมายและข้อบังคับที่ออกมาเพื่อใช้กบั ธุรกจิ จะไมม่ ากขึ้น
4. ธุรกจิ สามารถรกั ษาบคุ คลากรท่ีมีความสามารถไวไ้ ดน้ าน
5. เปน็ การทานุบารุงวฒั นธรรมทีด่ งี ามของชาติไว้
6. ช่วยรักษาสภาพแวดลอ้ มที่ดไี วส้ าหรับคนรุ่นตอ่ ไป
7. สนองตอบตอ่ ความตอ้ งการของสาธารณชน
สมคิด บางโม (2554 : 16-17) กล่าวว่าเม่ือนาจริยธรรมมาใช้ในการประกอบธุรกิจจะทาให้
เกดิ ประโยชน์ตอ่ ตนเองและองคก์ รธุรกจิ หลายประการ ดังน้ี
1. ทาให้บุคลากรในองค์กรธุรกิจ อยู่ร่วมกันอย่างมีความสุขไม่เบียดเบียนกัน ปฏิบัติงาน
ดว้ ยความสบายใจ มคี วามรกั สามัคคี ไม่มขี ้อพิพาทแรงงานหรือกลัน่ แกลง้ กนั
2. ทาให้บุคลากรในองค์กรธุรกิจเจริญก้าวหน้า มีอาชีพและรายได้ท่ีมั่นคง ดารงชีวิตมี
ความสุข มีศกั ดศ์ิ รี มีความหวังและมโี อกาสก้าวหนา้ ในอาชีพการงาน
3. องค์กรธรุ กิจเจรญิ รุ่งเรืองยงั่ ยนื ถาวรตลอดไปไมล่ ่มสลาย
4. ทาให้ประเทศชาติเจริญรุ่งเรือง พัฒนาทั้งด้านเศรษฐกิจ สังคมและความมั่นคง ธุรกิจ
เจริญ รุ่งเรือง คนมีรายได้ไม่ว่างงาน สังคมสงบสุข ประชาชนไม่ลุ่มหลงอบายมุข ไม่มีการคดโกงกัน
อาชญากรรมก็ไม่เกิด
จากแนวคิดดังกล่าวสรุปได้ว่าประโยชน์ของการใช้จริยธรรมในการบริหารธุรกิจจะก่อให้เกิด
การทางานอยา่ งมีความสุข เกิดความน่าเช่ือถือ ก่อให้เกิดความทุ่มเทในการทางานของพนักงานอย่าง
เต็มกาลังความสามารถก่อให้เกิดภาพลักษณ์ท่ีดี ซ่ึงจะส่งผลต่อความภักดีของผู้บริโภคที่มีต่อสินค้า
และบริการ จึงเป็นที่มาแห่งความร่ารวย ก่อให้เกิดการลดหย่อนทางกฎหมายเพราะมีประวัติท่ีดีงาม
และที่สาคัญจะส่งผลต่อความเจริญรุ่งเรืองทางธุรกิจอย่างย่ังยืนและเกิดความม่ันคงในองค์กร ใน
ครอบครวั และในประเทศชาติ
บทที่ 6 จริยธรรมในองคก์ รกับการดาเนนิ งานในธุรกิจ 190
สรปุ
จรยิ ธรรมในองค์กร หมายถงึ แนวทางการประพฤตปิ ฏิบตั ิท่ีกาหนดขึ้นเป็นหลักเกณฑ์ ระบุไว้
เป็นลายลักษณ์อักษรหรือไม่ก็ได้ เพ่ือเป็นหลักปฏิบัติให้อยู่ในระเบียบวินัย สร้างความสานึกในความ
รับผิดชอบให้เกิดความเป็นธรรม และการอยู่ร่วมกันอย่างมีความสุข จริยธรรมในองค์กรเป็นสิ่งที่มี
ความสาคัญ จริยธรรมในองค์กรธุรกิจเป็นกลไกลสาคัญท่ีจะทาให้ธุรกิจประสบความสาเร็จเป็นที่
ยอมรับนับถือ ได้รับโอกาส และได้เปรียบในเชิงธุรกิจ หัวใจของการมีจริยธรรมในองค์กรธุรกิจ คือ
ความซื่อสัตย์สุจริต ความยุติธรรม และความถูกต้องชอบธรรม ท่ีทุกคนต้องยึดถือและปฏิบัติอย่าง
เครง่ ครดั
การดาเนินงานด้วยหลักจริยธรรมในองค์กร คือ การสร้างบรรยากาศทางจริยธรรมกับการ
ดาเนินธุรกิจในองค์กร ด้วยการปรับกระบวนทัศน์ การเห็นคุณค่าของตนเองและการเคารพตนเอง
การมีทัศคติท่ีดีต่อกันและการร่วมมือกันแก้ปัญหา การตัดสินใจเม่ือเผชิญปัญหา รวมถึงการนาหลัก
เศรษฐกิจพอเพียงกับการดาเนินธุรกิจอย่างย่ังยืนมาประยุกต์ใช้เป็นแนวทางในการดาเนินธุรกิจใน
องคก์ ร
กรณีศกึ ษา
กรณีศึกษาตัวอย่างบริษัทที่นาจริยธรรมมาใช้ในการบริหารจัดการในธุรกิจขององค์กรจน
ประสบผลสาเรจ็ SCG : แกน่ แทส้ ู่การพัฒนาอย่างย่ังยืนต้องเร่ิมที่ตัวเองโดย ชนรดา อินเท่ียง (2558)
จากวารสารเพือ่ การเพม่ิ ผลผลติ (Productivity World)
แวดวงธรุ กิจอุตสาหกรรมไทยนั้นเมือ่ กลา่ วถึงบริษัทปูนซิเมนต์ไทย จากัด (มหาชน) หรือกลุ่ม
เอสซจี ี (SCG) คนสว่ นใหญ่จะเห็นภาพองค์กรสัญชาติไทยแท้ท่ีได้รับการยอมรับในเร่ืองคุณภาพท่ีเป็น
เลิศ ซ่ือสัตย์ต่อลูกค้า มีธรรมาภิบาลสูง ได้รับความเช่ือใจและไว้วางใจสูงจากผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย
สามารถดาเนนิ ธรุ กิจไดอ้ ย่างม่ันคงแข็งแรงยาวนานถึง 100 ปี แต่ความโดดเด่นของเอสซีจี (SCG) มิได้
มีเพียงแค่นั้น เพราะเอสซีจี (SCG) ยังได้รับการยอมรับอย่างสูงในระดับอาเซียนและระดับโลก ในแง่
ของการเป็นองค์กรท่ีไม่ยึดติดกับความสาเร็จแม้จะได้รับรางวัลด้านการบริหารจัดการมามากมายนับ
ไม่ถ้วน แต่องค์กรก็ยังคงมุ่งม่ันพัฒนาตนเองอย่างต่อเนื่องจนได้ช่ือว่าเป็นผู้นาในเรื่องนวัตกรรมท่ี
ประสบความสาเร็จสูงในเชิงธุรกิจ การพัฒนาสู่ความเป็นเลิศในเชิงธุรกิจของเอสซีจี (SCG) แม้จะ
ประสบความสาเร็จมากแต่ก็ยังไม่ใช่เปูาหมายที่สาคัญที่สุดขององค์กร เพราะแก่นแท้ของการบริหาร
บทท่ี 6 จรยิ ธรรมในองคก์ รกับการดาเนนิ งานในธรุ กิจ 191
จัดการท่ีเอสซีจี (SCG) ให้ความสาคัญอย่างแท้จริงน้ัน คือ การเป็นองค์กรธุรกิจท่ีมีความย่ังยืนซ่ึง
องค์กรมีกรอบการพัฒนาสู่ความย่ังยืนท่ีเป็นรูปธรรม ครอบคลุมทั้งทางด้านเศรษฐกิจ สังคมและ
สิ่งแวดล้อม ภายใต้หลักบรรษทั ภิบาลท่ีดี เพอ่ื ใหเ้ กดิ การดาเนินงานท่ีสอดคล้องกันในทุกธุรกิจ คุณชล
ธร ดารงศักดิ์ ผู้อานวยการศูนย์พัฒนาความเป็นเลิศและความยั่งยืน บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จากัด
(มหาชน) กล่าวถึง หลักคิด หลักทา วิถีปฏิบัติและปัจจัยสู่ความสาเร็จของการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ตัง้ แต่เริ่มกอ่ ตง้ั บรษิ ัท
สาหรบั ธรุ กจิ อุตสาหกรรมในบ้านเราแนวคิดการพัฒนาอย่างย่ังยืนน้ันอาจจะเพิ่งคุ้นหูและได้
ยินได้ฟังในช่วงหลายปีท่ีผ่านมา ในขณะท่ีเอสซีจี (SCG) น้ันมีรากฐานเรื่องดังกล่าวที่แข็งแกร่งต้ังแต่
แรกก่อตั้ง คุณชลธรเลา่ ใหฟ้ งั ว่า “เราดาเนินการเรื่องการพัฒนาอย่างย่ังยืนต้ังแต่วันท่ีเร่ิมก่อต้ังบริษัท
ซ่ึงเป็นพระราชปณิธานของในหลวงรัชกาลท่ี 6 ที่ต้องการพัฒนาประเทศให้เจริญก้าวหน้า ซึ่ง
ปูนซีเมนต์เป็นวัสดุก่อสร้างที่สาคัญในการพัฒนาประเทศในขณะนั้น ไม่ว่าจะเป็นการสร้างบ้านเรือน
ถนนหนทางก็ต้องใช้ปูนซีเมนต์เป็นหลัก ในตอนนั้นประเทศเราต้องนาเข้าปูนซีเมนต์ ร้อยละ 100
พระองคท์ า่ นจงึ มีพระราชดาริว่าเราต้องต้ังบริษัทผลิตซีเมนต์ขึ้นมาเพ่ือเป็นกลไกที่จะใช้ในการพัฒนา
ประเทศ วัตถุประสงคใ์ นการก่อตง้ั ของบริษทั เราจึงชดั เจนว่า ตัง้ ข้ึนเพื่อพฒั นาประเทศและต้องการทา
ให้พระราชปณิธานของพระองค์ท่านประสบผลสาเร็จ ดังนั้นพนักงานจึงรู้สึกว่าเขาไม่ได้ทางานเพ่ือ
บรษิ ัทท่ีจะทากาไรเพียงอยา่ งเดยี ว แต่ทาเพ่ือสรา้ งชาติ สรา้ งความเป็นเลิศ สรา้ งผลติ ภณั ฑท์ ด่ี ี
นอกจากน้ีในมุมของสงั คมเรากต็ ้องการช่วยเหลือและสนบั สนนุ ชุมชนในด้านต่างๆ ด้วยในมุม
ของการบริหารเราก็ทางานด้วยความโปร่งใส ซ่ือสัตย์ ซ่ึงเป็นส่ิงที่ผู้บริหารทุกคนถูกปลูกฝังรุ่นต่อรุ่น
มาต้ังแต่ก่อต้ังบริษัท ทุกคนที่เข้ามาทางานจะมีจิตวิญญาณท่ีมุ่งมั่น ถ่ายทอดถึงกันจากการปฏิบัติ
จนกระท่ังบริษัทดาเนิน การมาถงึ 72 ปี คนทางานก็เยอะมากข้ึน การถ่ายทอดแบบเดิมอาจจะได้ผล
น้อยลงจึงต้องเร่ิมมีแนวทางให้ปฏิบัติ เป็นท่ีมาของอุดมการณ์ในการดาเนินธุรกิจท่ีเรียกว่า “ปรัชญา
พื้นฐานอดุ มการณ์ 4 ประการ” คือ ต้ังมั่นในความเป็นธรรม มุ่งม่ันในความเป็นเลิศ เชื่อมั่นในคุณค่า
ของคน ถือมั่นในความรับผิดชอบต่อสังคม ซึ่งท้ัง 4 ข้อน้ีจะเห็นได้ว่าล้วนอยู่ในบริบทของการพัฒนา
อยา่ งยั่งยืนท้ังสน้ิ คณุ ชลธร ยงั ขยายความตอ่ ให้ฟงั วา่ การพัฒนาอย่างย่ังยืนนั้นต้องฝังอยู่ในทุกมิติของ
การทาธุรกิจ โดยเริ่มต้นจากการดาเนินการภายในองค์กรให้เข้มแข็งก่อนท่ีจะไปสู่ภายนอก สิ่งที่
จะต้องทาให้ชัดเจนเปน็ รูปธรรม มดี งั นี้
บทท่ี 6 จริยธรรมในองค์กรกับการดาเนนิ งานในธุรกจิ 192
1. ต้องดาเนินธุรกิจด้วยความโปร่งใสไม่ทุจริตต้องมีระบบท่ีม่ันใจได้ว่าจะไม่โกงตั้งแต่
จรรยาบรรณในการดาเนินธุรกิจ บรรษัทภิบาลและโครงสรา้ งต่างๆ ในการทางาน
2. การดูแลพนักงานในเร่ืองความเป็นธรรมตั้งแต่ระบบการดูแลการเติบโตผลตอบแทน
สวสั ดิการเรื่องการสร้างขวญั กาลงั ใจในการทางาน ความปลอดภยั รวมถึงการพัฒนาและการฝึกอบรม
ให้องคค์ วามรตู้ า่ งๆ
3. สินค้าและบริการต้ังแต่การดูแลกระบวนการผลิตไม่ให้เกิดมลพิษท่ีเป็นอันตรายต่อสังคม
และคนรอบขา้ งและดแู ลเรอื่ งการใชท้ รพั ยากรอย่างคุ้มค่า ไม่ทาลายทรัพยากรและแสวงหาวิธีอนุรักษ์
หรอื ฟ้ืนฟเู พ่ือใหท้ รพั ยากรคงอย่นู านทีส่ ดุ เทา่ ทีจ่ ะเปน็ ไปได้
4. การดูแลซัพพลายเออร์ ให้มีนิสัยและพฤติกรรมท่ีดีเหมือนกับบริษัท โดยให้ความสาคัญ
และดูแลทุกคนเท่าเทียมกันเพ่ือให้เติบโตไปพร้อมๆ กับบริษัท และเม่ือบริษัทมีกาลังพอสมควรก็ต้อง
ไปดูแลสงั คมท่อี ยรู่ อบข้างชุมชนตา่ งๆ ทอ่ี ยใู่ กล้กับโรงงาน ชว่ ยเหลือให้เขาเข้มแข็งมีภูมิคุ้มกัน ไปช่วย
สร้างองค์ความรู้และมีกระบวนการต่างๆ ที่จะช่วยให้เขาสามารถดูแลตัวเองให้เข้มแข็งเพ่ือให้อยู่ได้
อย่างยง่ั ยืน
ผู้นาคือหัวใจสาคัญของการพัฒนาอย่างย่ังยืน การนาแนวคิดการพัฒนาอย่างยั่งยืนมา
ดาเนินการให้ประสบผลสาเร็จต้องทาอย่างมีกลยุทธ์ฝังอยู่ในทุกมิติของการดาเนินธุรกิจและอยู่ใน
จิตสานึกในการทางานของพนักงานทุกคน การจะทาเช่นนั้นได้ ผู้บริหารคือหัวใจสาคัญท่ีสุดท่ีจะ
ผลักดันให้เห็นผลสาเร็จเป็นรูปธรรม ซึ่งคุณชลธรกล่าวว่า “ไม่มีอะไรดีไปกว่าการท่ีพี่ๆ หรือผู้บริหาร
เป็นบุคคลต้นแบบ (Role Model) ผู้นา (Leader) ทุกระดับ (Level) ต้องเป็นบุคคลต้นแบบ (Role
Model) ต้องทาให้ดูเป็นตัวอย่าง เพ่ือให้เกิดผลกระทบ (Impact) และให้ความสาคัญกับเร่ืองน้ี
จริงๆ เช่น ถ้าพูดถึงการปฏิบัติงานในโรงงาน เราก็ต้องดูแลทรัพยากรในโรงงานเมื่อมีการใช้พลังงาน
มากกต็ ้องหาวิธีชว่ ยลดปญั หาโลกรอ้ น ลดการใชท้ รพั ยากรธรรมชาติ ต้องกาหนดกลยุทธ์หรือแผนงาน
ที่จะใช้เชื้อเพลิงที่ขุดมาใช้ให้น้อยลง พยายามหาวิธีการนาของเหลือมาใช้งานหรือใช้ใหม่หรือหา
วธิ กี ารนาวัสดุธรรมชาติมาใชเ้ ปน็ เชื้อเพลงิ ทดแทน เป็นตน้
เม่อื ทศิ ทางและกลยุทธช์ ดั ว่าบริษทั ให้ความสาคัญกับแต่ละเรื่องอย่างไร ก็ต้องทาความเข้าใจ
ด้วยว่า ทาไมต้องให้ความสาคัญกับเร่ืองน้ี เร่ืองนี้ให้ประโยชน์แก่ใคร ทาแล้วรองรับ (support) ใคร
บา้ งและสุดท้ายใครไดป้ ระโยชน์อะไร ผู้บริหารต้องส่ือสารให้เข้าใจท้ังในและนอกองค์กร ตลอดจนถึง
ชุมชนและสังคม ท้ังน้ีต้องข้ึนอยู่กับบริบทของแต่ละองค์กร อย่างเอสซีจี (SCG) สังคมจะให้ความ
บทท่ี 6 จรยิ ธรรมในองค์กรกับการดาเนินงานในธุรกจิ 193
คาดหวงั สงู ให้ความเชื่อถอื และไว้วางใจสูงจึงมตี ้นทุนทางสงั คมสูงเรากต็ ้องตอบสนองต่อความคาดหวัง
ของสังคมได้ด้วย
คณุ ชลธรยงั ให้ข้อคิดแก่บรษิ ทั ตา่ งๆ ท่สี นใจจะนาแนวคิดการพัฒนาอย่างย่ังยืนมาดาเนินการ
ในองค์กรว่า “หลักสาคัญ คือ ต้องตั้งหลักจากคนท่ีเป็นผู้นาก่อน คือเราอาจตอบได้ว่าเรากาลังทา
อะไร เรารู้วา่ จะทาใหธ้ รุ กิจเจรญิ กา้ วหน้าได้อยา่ งไร จะผลติ สินค้าอย่างไร จะเลือกคนอย่างไร เราอาจ
รู้เร่ืองเหลา่ นี้ทง้ั หมด จะร้มู ากร้นู อ้ ยก็แลว้ แต่ แต่สิ่งที่สาคัญกวา่ น้ัน คอื เราต้องตอบตัวเองให้ได้ว่า เรา
มีธุรกิจนี้ทาไมเราทาธุรกิจเพ่ืออะไร คาตอบท่ีว่าทาธุรกิจเพ่ือกาไร นั้นใช่แน่หรือเปล่า ถ้าเราทาธุรกิจ
เพื่อกาไร เพ่ือเงินอย่างเดียวแล้ว เราอาจจะทาอะไรก็ได้ โกงก็ได้เพ่ือให้ได้เงิน แล้วเงินเป็นความสุข
สดุ ทา้ ยจริงหรือเปล่า บางคร้ังทาแทบตายอาจจะไม่มีความสุขจริงๆ อย่างเอสซีจี (SCG) ชัดเจนต้ังแต่
ก่อตั้งว่าเราทาเพื่ออุดมการณ์ 4 ข้อ เป็นความภาคภูมิใจบริษัทท่ีต้องการจะทาเร่ืองการพัฒนาอย่าง
ยั่งยืนนั้น ไม่ควรทาตามบริษัทอ่ืนเพียงแต่ไปศึกษาปัจจัยต่างๆ ว่าเขาทาได้อย่างไรแล้วก็กลับมามอง
บรบิ ทของตนเอง ทาตามกาลังความสามารถของเรา ไม่จาเป็นต้องทาทุกเร่ืองก็ได้ หมายความว่าเมื่อ
ทาทุกเรื่องตามมาตรฐานแล้วค่อยมาดูว่ามีเร่ืองหลักๆ อะไรบ้างที่จะทาให้องค์กรสามารถพัฒนาเรื่อง
นี้ได้ จากนน้ั คอ่ ยเลือกทาเรื่องนน้ั ให้เกินกว่ามาตรฐานที่กาหนด ไม่ต้องทาทุกเร่ืองพร้อมกันแต่ต้องทา
เรือ่ งพื้นฐานให้ดเี สยี ก่อน ถา้ ทาเร่ืองพ้ืนฐานได้ประสบความสาเร็จแล้วก็ถือว่าบริษัทของคุณเริ่มมีแนว
ทางการพัฒนาอยา่ งยง่ั ยืนแลว้
พัฒนาอย่างยง่ั ยนื เรมิ่ ที่ตวั เรากอ่ น กอ่ นจบคุณชลธรให้ขอ้ คดิ สาคญั ของการพัฒนาอย่างยั่งยืน
ไวว้ า่ “ถา้ มองบริษัทเป็นบุคคล เราต้องเช่ือก่อนว่าสังคมเราจะเป็นสุขจะย่ังยืนได้ เราก็ต้องมีความปิติ
เกิดข้ึนหลังจากส่ิงที่เราทา สิ่งที่เราคิด ส่ิงที่เราทาออกไปต้องอยู่บนพ้ืนฐานของการมีคุณธรรม
จริยธรรมและคิดทุกอย่างดว้ ยเหตุด้วยผล ตอบคาถามในสิ่งที่ตนเองทาลงไปว่าถูกหรือผิด มีความเป็น
ธรรม มีความยืดหยนุ่ กบั คนทเ่ี กี่ยวข้องแม้กระทั่งคนในครอบครัว นอกจากนี้ต้องเปิดใจรับฟังคนรอบ
ข้างว่าเขาคิดอย่างไรไม่ใช่เอาตัวเองตัดสินทุกเรื่องเม่ือฟังทุกคนด้วยความเข้าใจแล้วเราจะเข้าใจถึง
ท่ีมาว่าเขาต้องการอะไร ทาไมเขาถึงคิดแบบน้ี เมื่อเราเข้าถึงแก่นวิธีคิดของเขาเราจึงจะสามารถ
ช่วยเหลือคนอ่ืนได้อย่างแท้จริง เม่ือเราเข้าใจคนมากขึ้นก็จะเกิดการเอ้ืออาทรกันมีความผูกพันกัน
(Engagement) กันต่อไปได้ทุกเรือ่ งกจ็ ะเอ้ือใหเ้ กดิ ความยั่งยืนในการทาธุรกจิ ได้
จากกรณีศึกษาพบว่าความสาเร็จของเอสซีจี (SCG) เกิดจากการยึดมั่นอุดมการณ์ในการ
ทางานในกรอบของการบริหารจัดการและการวางแผนนโยบาย ด้วยหลักของจริยธรรมคุณธรรม ตาม