The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.
Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by thippawan_kai, 2022-09-15 03:15:42

เอกสารประกอบการสอน “จริยธรรมทางธุรกิจ”

ดร.ภัทรนันท สุรชาตรี

Keywords: เอกสารประกอบการสอน ตำรา

บทที่ 3 จริยธรรมทางธรุ กจิ 91

ด้วยหลักแห่งคุณธรรมจริยธรรมย่อมจะก่อให้เกิดประโยชน์ต่อธุรกิจของตนเอง องค์ประกอบ
จริยธรรมทางธุรกิจ คือ ความซื่อสัตย์ ความยุติธรรม ความรับผิดชอบ การสร้างความเชื่อถือ การ
เคารพสิทธิของบุคคล และการบารุงรักษาส่ิงแวดล้อม ข้อท่ีควรคานึงถึงการดาเนินธุรกิจอย่างมี
จริยธรรม คอื ต้นทนุ และผลประโยชนต์ ้องไม่ขัดกบั สทิ ธิมนษุ ยชน ความเสมอภาค และความยตุ ธิ รรม

จริยธรรมทางธุรกิจกับการกากับดูแลกิจการหรือบรรษัทภิบาล เป็นการกากับดูแลกิจการให้
เจริญก้าวหน้าอย่างมีประสิทธิภาพด้วยเงื่อนไขความถูกต้องและโปร่งใส ดังนั้นผู้บริหารธุรกิจต้อง
เรียนรู้ท่ีจะทากิจกรรมทางสังคมให้สอดคล้องกับสภาพเศรษฐกิจ พร้อมท้ังสร้างคุณค่าให้ธุรกิจ และ
ลดความขัดแย้งให้น้อยท่ีสุด เพราะแนวทางในการปฏิบัติทางด้านจริยธรรมต่อธุรกิจของผู้บริหารเป็น
สิง่ ทสี่ าคัญต่อผลสาเร็จขององค์กร ผู้บริหารที่ดีที่มีหลักการบริหารจัดการในแนวทางท่ีให้ความสาคัญ
ต่อจริยธรรมในการนามากาหนดเป็นนโยบายในการบริหารจัดการ โดยยึดหมั่นในหลักความดีละเว้น
ความชว่ั ใหค้ วามสาคัญกบั บุคลากรทุกระดับช้ันในหน่วยงาน มีความซ่ือสัตย์ ยุติธรรม เป็นที่ต้ัง ย่อม
ส่งผลตอ่ ความสาเรจ็ ที่จะเกิดขน้ึ ในองคก์ รของตนเองอย่างยั่งยืน

กรณศี กึ ษา

1. กรณีศึกษาของซีพี สานักข่าวอิศรา (2558 : ออนไลน์) ได้นาเสนอข่าว เร่ือง การนาสินค้า
ไปลอกเลียนแบบจนได้รับความเสียหายทางธุรกิจโดยเฉพาะกรณี “โตเกียวบานาน่าไทย” ท่ีถูก
เจ้าของลิขสทิ ธ์อิ อกมาเปิดเผยวา่ ได้รับการตดิ ต่อจากซพี ี เพ่อื ใหน้ าสินคา้ ไปวางจาหน่ายในเซเว่นอีเลฟ
เว่น แต่ถูกบอกเลิกสัญญาพร้อมท้ังพบว่าซีพีกลับกลายเป็นผู้ผลิตสินค้าดังกล่าวและจัดจาหน่ายเอง
ส่งผลให้ถูกสังคมวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักกระท่ังผู้บริหารซีพีต้องออกมาช้ีแจงเพื่อเรียกความเช่ือม่ัน
ขององคก์ รกลับคืนมา

2. กรณีศกึ ษาของรา้ นสะดวกซือ้ เซเวน่ อเี ลฟเว่นทไี่ ดจ้ ัดวางสินค้า (บุหร่ี) ในชั้นวางสินค้า ทา
ให้เป็นที่วิพากษ์วิจารณ์ของสังคมและมีผลกระทบต่อตราสินค้าโดยตรง ซึ่งต่อมาเซเว่นอีเลฟเว่นจึง
ตอ้ งปรบั รปู แบบตามที่กฎหมายกาหนด

3. กรณีศึกษาของร้านซับเวย์ (Subway) ได้รับการร้องเรียนจากผู้ซ้ือแฟรนไชส์
(Franchisees) ถงึ การทบี่ ริษัทมีการเปิดสาขาใหม่ในตาแหนง่ ใกล้เคียงกับสาขาที่เปิดอยู่ หรือการผลิต
สินค้า “เฮาส์แบรนด์ (House Brand)” ที่อาศัยช่องว่างทางการตลาดในการจาหน่ายสินค้าท่ีมี
ลักษณะคล้ายแบรนดด์ ังทีต่ ิดตลาดในราคาถกู กว่า โดยเฉล่ียประมาณร้อยละ 10-20 (สานักข่าวอิศรา,

บทท่ี 3 จรยิ ธรรมทางธุรกิจ 92

2558 : ออนไลน์) ซึ่งเป็นเสมือนการใช้กลยุทธ์ด้านราคาโดยทั่วไป แต่แฝงไว้ด้วยผลกระทบท่ีคู่แข่ง
ต้องรับภาระหนักในการพยายามลดต้นทุน เพื่อให้เกิดความสามารถในการแข่งขันได้ ซ่ึงอาจต้องลด
คุณภาพของสนิ คา้ ลง ทา้ ยทส่ี ดุ แลว้ ผู้บริโภคจึงต้องเป็นผู้รับผลกระทบไปโดยปริยาย การดาเนินธุรกิจ
ท่ีขาดจริยธรรมนอกจากจะมีผลกระทบที่มีต่อผู้บริโภค คู่แข่งขันและสังคม แล้วยังครอบคลุมถึง
ผลกระทบท่ีเกดิ ขนึ้ ตอ่ พนักงานในองค์กรอีกดว้ ย เนอ่ื งจากธุรกิจค้าปลีกในปัจจุบันเป็นธุรกิจที่เน้นการ
ตอบสนองของลูกค้าและมุ่งผู้บริโภคเป็นศูนย์กลางด้วยบริการท่ีสะดวกรวดเร็ว (อนุศาสตร์ สระทอง
เวียน, 2553 : 134-142) โดยเฉพาะในห้างสรรพสินค้าหรือศูนย์การค้าที่อานวยความสะดวกให้กับผู้
ซ้ือ เช่น ขยายเวลาในการเปิดบริการให้สามารถเปิดบริการได้ทุกวันไม่เว้นวันหยุด เพ่ือจุดมุ่งหมายใน
การตอบสนองความต้องการของผู้ซ้ือให้มากที่สุด ผู้ที่รับภาระหนักจึงต้องเป็นบรรดาพนักงานขายที่
ต้องคอยให้บริการลกู ค้า สร้างความประทับใจเพ่ือให้ลูกค้ากลับมาใช้บริการห้างร้านของตนอีก สภาพ
การทางานจึงต้องมีความแตกต่างไปจากลักษณะการทางานของคนส่วนใหญ่ท้ังในด้านเวลาทางาน
และลักษณะงานท่ีต้องมี การยืนอยู่ตลอด เวลา อันจะนาไปสู่สาเหตุของการลาออก ฮันท์และวิลเทล
(Hunt and Vitell, 1986 : 5-16) สอดคล้องกับผลสารวจที่พบว่าพนักงานในกลุ่มอุตสาหกรรมค้า
ปลกี มอี ตั ราการลาออกสงู ทส่ี ดุ เมื่อเทียบกับอุตสาหกรรมอ่ืนๆ อยู่ท่ีประมาณร้อยละ 25 หนังสือพิมพ์
ผู้จัดการออนไลน์ (Manager Online, 2553 : ออนไลน์) ดังน้ันการขาดพนักงานอันเป็นทรัพยากรท่ี
สาคญั ที่สุดขององค์กรและการมีภาพลักษณ์ในด้านลบออกสู่สาธารณชนขององค์กรย่อมเป็นอุปสรรค
ให้ธุรกิจไม่สามารถประสบความสาเร็จได้ นอกจากกาไรสูงสุดที่องค์กรต้องการเพื่อความอยู่รอดของ
ธุรกิจแล้ว ความยั่งยืนยังเป็นเป้าหมายหลักอีกประการหน่ึงท่ีทาให้องค์กรต้องมีการดาเนินงานอย่าง
รอบคอบ ระมัดระวัง และคานึงถึงผลประโยชน์ รวมท้ังผลกระทบต่อทุกฝ่าย จริยธรรมทางธุรกิจจึง
เข้ามามีบทบาทสาคญั อนั เป็นเสมือนเสน้ ทางหลักใหผ้ ูบ้ ริหารตลอดจนสมาชิกในองค์กรได้ยึดถือปฏิบัติ
เพ่ือนาพาองค์กรสู่ความม่ังค่ัง รวมทั้งเป็นการขจัดปัญหาอุปสรรคแห่งความก้าวหน้าขององค์กร โดย
การปฏิบัติตามกฎหมายและบริหารงานโดยยึดหลักจริยธรรมทางธุรกิจตลอดจนการตอบแทนสังคม
ดังท่ี เฟอร์เรล (Ferrell, 2001 : 64-78) ได้ทาการศึกษาและระบุว่าธุรกิจที่ดาเนินงานตามหลัก
จริยธรรม มีการดูแลเรื่องสวัสดิการ คุณภาพชีวิต และผลตอบแทนแก่พนักงานอย่างเป็นธรรม จะทา
ให้พนักงานมีความเช่ือม่ันและศรัทธาในตัวองค์กร ย่อมส่งผลให้เกิดความจงรักภักดีต่อองค์กร จน
พฒั นากลายเป็นความผกู พนั ต่อองคก์ ร ผลการศึกษายังพบว่าร้อยละ 80 ของพนักงานปฏิบัติงานตาม
หน้าท่ีที่ได้รับมอบหมายเท่าน้ัน แต่ไม่เต็มใจในการทุ่มเทปฏิบัติงานอื่นที่นอกเหนือจากงานท่ีได้รับ

บทท่ี 3 จรยิ ธรรมทางธุรกจิ 93

มอบหมาย ซ่ึงความผูกพันของพนักงานในองค์กรจะมีส่วนช่วยให้เกิดการปรับปรุงคุณภาพของสินค้า
และบริการ อีกทั้งยังช่วยสร้างความจงรักภักดีจากลูกค้าให้เพ่ิมขึ้น และท่ีสาคัญคือทาให้องค์กรไม่
สูญเสียเงินทุนไปกับการลาออกของพนักงานดังเช่น ธุรกิจกาแฟสตาร์บัคส์ (Starbucks) เป็นหน่ึงใน
ธรุ กจิ ทไ่ี ด้รับรางวัลดีเด่นด้านจรยิ ธรรม และเป็นที่ข้ึนชอื่ ในดา้ นความรบั ผดิ ชอบต่อสังคม สตาร์บัคส์ มี
การนานโยบายเรื่องการดูแลพนักงานเข้าไปเป็นหนึ่งในภารกิจหลักของบริษัท และใส่ใจต่อคุณภาพ
ชีวติ ของพนักงานกอ่ นเสมอ

4. กรณีศึกษา สรยุทธ์ ตัวอย่างคลาสสิกวิกฤตผู้นา ตัวอย่างวิกฤติแบรนด์ที่เกิดจากตัวผู้นา
องค์กรในอดีต แล้วพิจารณาดูว่าความดันทุรังและการตัดสินใจในท้ายที่สุดของผู้บริหารส่งผลต่อแบ
รนด์อย่างไร กรณีท่ีคนไทยส่วนใหญ่จาได้ดี ก็คือ เจ้าของผู้ก่อต้ังบริษัท ไร่ส้ม จากัด อย่าง สรยุทธ์ สุ
ทัศนะจินดา ที่ต้องตัดสินใจยุติบทบาทสื่อนักเล่าข่าวในรายการข่าวต่างๆ ของสถานีโทรทัศน์ช่อง 3
หลังจากยื้อจัดรายการมานานแม้จะมีคดีระหว่างบริษัทไร่ส้มกับ อสมท. ที่อยู่ระหว่างพิจารณาในชั้น
ศาลเพราะเป็นทงั้ ตัวทาเงินสร้างรายได้หลักและดึง เรตติ้งให้กับรายการ และสถานีที่มีผู้ชมและคู่แข่ง
ติดตามเป็นจานวนมาก แต่ในที่สุดด้วยกระแสสังคมที่แรงขึ้น และขัดแย้งต่อบทบาทผู้ปฏิบัติหน้าที่
สื่อมวลชนที่ต้องอาศัยความน่าเชื่อถือและไว้ใจได้ต่อสังคม หลังจากศาลอาญาพิพากษาให้มีมูล
ความผิดต้องโทษจาคุกโดยไม่รอลงอาญา เจ้าตัวก็ต้านกระแสไม่ไหว ต้องออกมายุติบทบาทในที่สุด
ทั้งน้ีเพราะสรยุทธ์ คือ แบรนด์บุคคล ท่ีส่งผลต่อแบรนด์องค์กรของธุรกิจสื่อที่ต้องเน้นเร่ืองความ
โปร่งใส และควรมีภาพลักษณ์ที่ดีงามเป็นพ้ืนฐานเพ่ือสร้างความน่าเช่ือถือในฐานะผู้เล่าข่าว ซ่ึงเป็น
ความจรงิ ที่ตอ้ งการบอกต่อสูส่ งั คม (ไพเราะ เลิศวิราม, 2561: ออนไลน)์

คาถามทา้ ยบท

1. ใหอ้ ธิบายความหมายของจริยธรรมทางธุรกิจให้เขา้ ใจพอสังเขป
2. การแสวงหากาไรในทางธรุ กิจท่านคดิ ว่าจะตอ้ งคานงึ ถงึ อะไรบา้ ง
3. ท่านคดิ วา่ ธุรกิจกบั จรยิ ธรรมมคี วามเกี่ยวขอ้ งสัมพันธ์กันอย่างไร จงอธิบายโดยยกตัวอย่าง
ประกอบ

บทที่ 3 จรยิ ธรรมทางธรุ กิจ 94

เอกสารอา้ งองิ

คณะทางานธรรมาภิบาล บริษัทแอ๊ดวาด เทคโนโลยี จากัด (มหาชน). (2554). จริยธรรมธุรกิจและ
ข้อพึงปฏิบัติในการทางาน. กรุงเทพมหานคร : บริษัท แอ๊ดวานซ์ เทคโนโลยี จากัด
(มหาชน).

จินตนา บุญบงการ. (2558). จริยธรรมทางธุรกิจ. พิมพ์ครั้งท่ี 16. กรุงเทพมหานคร : สานักพิมพ์
แหง่ จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย.

จันทน์ทิพย์ อนุกูล และคณะ. (ม.ป.ป.) บทความวิชาการ บทบาทของภาคธุรกิจเอกชนในการ
ขับเคลื่อนยุทธศาสตร์ชาติว่าด้วยการป้องกันและปราบปรามการทุจริต. แหล่งสืบค้น
ข้อมูล https://www.nacc.go.th/download/article/article_20100126183828.pdf.
สืบค้นข้อมูลวันท่ี 12 มีนาคม 2562.

ชชั วาลย์ เจียรวนนท.์ (ม.ป.ป.) จริยธรรมทางธรุ กิจ. บริษัทหลกั ทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรสั จากดั (มหาชน).
ทยากร สุวรรณปักษ.์ (2554) จรยิ ธรรมทางธรุ กิจและการวัดผลการดาเนินงาน ของวิสาหกิจขนาด

กลางและขนาดยอ่ มในจงั หวดั มกุ ดาหาร. มหาวทิ ยาลยั อุบลราชธานี.
เนตรพ์ ัณณา ยาวริ าช. (2551). จรยิ ธรรมธรุ กจิ . พมิ พ์ครั้งที่ 2 . กรุงเทพมหานคร : ทรปิ เพ้ิล กรุ๊ป.
ไพเราะ เลศิ วิราม (2561). สรยทุ ธต์ วั อย่างคลาสสิกวิกฤตผู้นา. แหล่งสืบค้นข้อมูลhttps://position

ingmag.com/1156339. สบื คน้ ข้อมูลวนั ที่ 12 มีนาคม 2562.
เพียงตะวัน พลอาจ. (2557). จริยธรรมทางธุรกิจ. เชียงใหม่ : คณะวิทยาการจัดการ มหาวิทยาลัย

ราชภัฏเชียงใหม่.
ราชบัณฑติ ยสถาน. (2556). พจนานุกรม ฉบับราชบัณฑติ ยสถาน พ.ศ. 2554 เฉลิมพระเกียรติพระ

บาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว เน่ืองในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 7
รอบ 5 ธนั วาคม 2554. กรงุ เทพมหานคร : ราชบัณฑิตยสถาน.
รพีพรรณ ฉัตรเลิศยศ. (2555). ระดับความเช่ือม่ันส่วนบุคคล ด้านหัวหน้างาน ด้านกระบวนการ
และด้านองค์กร ท่ีมีอิทธิพลต่อความจงรักภักดีของพนักงานระดับปฏิบัติการของ
บริษัทเอกชน. รายงานสืบเนื่องจากการประชุมวิชาการ (Proceedings) ระดับชาติ สมาคม
สถาบันอดุ มศกึ ษาเอกชนแหง่ ประเทศไทย วนั ที่ 31 พฤษภาคม 2556 หนา้ 974-978.
ศิลปะพร ศรีจ่ันเพชร. (2554). คุณธรรม จริยธรรม กลไกเสริมสร้างการกากับดูแลกิจการที่ดี.
วารสารบริหารธรุ กิจ. ปที ่ี 34 ฉบับท่ี 131 กรกฏาคม-กันยายน 2554.

บทท่ี 3 จริยธรรมทางธุรกจิ 95

ศิลปะพร ศรีจั่นเพชร. (2552). จริยธรรมทางธุรกิจกับบรรษัทภิบาล. วารสารบริหารธุรกิจ. ปีท่ี 32
ฉบับที่ 123 กรกฏาคม-กนั ยายน 2552.

ศิริเกตุ ปุริมาณเสวี. (2553). จริยธรรมในการดาเนินธุรกิจท่ีมีผลต่อภาพลักษณ์โดยรวมใน
อุตสาหกรรมเภสัชภัณฑ์. บริหารธุรกิจมหาบัณฑิต, สาขาวิชาการจัดการ, มหาวิทยาลัยศรี
นครินทราวโิ รฒ. สบื คน้ ขอ้ มูลวนั ท่ี 10 ธันวาคม 2563.

สมแก้ว รุ่งเลิศเกรียงไกร และยุพาวดี สมบูรณกุล. (2553). ความรับผิดชอบต่อสังคมของธุรกิจ.
วารสาร วทิ ยาการจดั การ. ปีที่ 27 ฉบับท่ี 1 - 2 มกราคม-ธนั วาคม 2553.

สมคิด บางโม. (2554). จริยธรรมทางธุรกิจ (Business Ethics). พิมพ์ครั้งท่ี 4. กรุงเทพมหานคร:
สานกั พิมพจ์ ฬุ าลงกรณ์มหาวทิ ยาลยั .

สุธาสินี มั่นคงขันติวงศ์. (2556). จริยธรรมทางธุรกิจ VS กฎหมายแข่งขันทางการค้า. วารสารมอง
โลกแข่งขัน. สานักส่งเสริมการแข่งขันทางการค้า กรมการค้าภายใน ฉบับท่ี 8 เดือน
พฤษภาคม 2556.

สิริพรรณ นกสวนสวัสดี (2557). คาและแนวคิดประชาธิปไตยสมัยใหม่. แหล่งสืบค้น
ข้อมลู http://www.fes- thailand.org/wb/media/documents/Democ%20Terms%
20and%20Concept%20Handbook_Final28112014_compressed%282%29.pdf
สืบค้นขอ้ มลู วันที่ 11 มีนาคม 2562.

สิฐสร กระแสร์สุนทร. (2554). การศึกษาปัจจัยที่มีความสัมพันธ์กับพฤติกรรมการเป็นสมาชิกท่ีดี
ต่อองค์กรของข้าราชการสานักวิชาการ, สานักงานเลขาธิการสภาพผู้แทนราษฎร.
กรุงเทพมหานคร : กลุ่มงานวิจัยและพัฒนาสานักวิชาการ, สานักงานเลขาธิการสภาพ
ผูแ้ ทนราษฎร.

สานักงาน ก.พ. (ม.ป.ป.) มาตรฐานทางจริยธรรมของต่างประเทศ. แหล่งสืบค้นข้อมูล
https://www.ocsc.go.th/sites/default/files/attachment/article/eenb__maatrtha
an thaangcchriythrrmkhn gaetla praeths_1_ph.kh_._60.pdf. สืบค้นข้อมูลวันที่ 13
มีนาคม 2562.

สานักงานคณะกรรมการส่งเสรมิ วทิ ยาศาสตร์วจิ ยั และนวัตกรรม (สกสว.) (2559). ต้องสร้างจริยธรรม
ทางธุรกิจให้มีอิทธิพลต่อความประพฤติมนุษย์. แหล่งสืบค้นข้อมูล. https://www.Bang

kok biznews. com/blog/detail/637965. สบื คน้ ขอ้ มูลวนั ท่ี 10 มนี าคม 2562.

บทท่ี 3 จรยิ ธรรมทางธรุ กิจ 96

สานักข่าวอิศรา. (2558). ข่าวด้านจริยธรรม. แหล่งสืบค้นข้อมูลhttps://www.isranews.org.
สืบคน้ ข้อมูลวันที่ 10 มีนาคม 2562.

อนุศาสตร์ สระทองเวียน. (2553). “ธุรกิจค้าปลีก ประเทศไทย”. Executive Journal, 30(3) :
134-142.

Beer, Michael, Voelpel, Sven C., and Leibold, Marius, (2005). Strategic Management as
Organizational Learning : Developing fit and Alignment through a Disciplined
Process, Long Range Planning, v. 38 no.5, October.

Carrol, A.B.,& Buchholtz,A.K. (2006). Business &Society : Ethics and Stakeholder
management. Australia : Thomson/South-Western.

Chatchai Srisom. (2010). ความสาคัญของจริยธรรม. แหล่งสืบค้นข้อมูล http://blog.
rmutp.ac.th/chantana.p/author/chatchai-sr/. สืบคน้ ข้อมูลวันท่ี 10 มีนาคม 2562.

Charney, Evan (2011). “Ethics, Political”. In George Thomas Kurian et al. The
Encyclopedia of Political Science. Washington, D.C. : CQ Press.

Crane, Andrew & Dirk Matten. (2010). Business ethics: managing citizenship and
sustainability in the age of globalization. Oxford: Oxford.

Esben Rahbek Pedersen, (2006). Making Corporate Social Responsibility (CSR)
Operable : How Companies Translate Stakeholder Dialogue into Practice,
Business and Society Review.

Ferrell, O.C., Hirt, Geoffrey, and Ferrell, Linda, (2005), Business : A Changing world,
6th Edition New York : McGraw-Hill Irwin.

Ferrell, O. C. (2001). “The Role of Ethical Leadership in Organizational
Performance”. Journal of Management System. 3(Summer) : 64-78.

Ghillyer A. (2014). Business Ethics Now, 4th Edition, McGraw-Hill Education, New
York.

Hunt, S.D. & S, Vitell. (1986). The general theory of marketing ethics. Journal of
Macromarketing. 8 : 5-16.

บทที่ 3 จริยธรรมทางธุรกจิ 97

Lawrence AT., Weber J. (2008). Buslness and Socisw Stakehold, Ethic. Public polica,
McGraw-Hill Companies Inc, New York : USA.

Post, J. E., Lawrence, A. T., & Weber, J. (2002). Business and society: Corporate
strategy public policy, ethics. Boston, MA : McGraw-Hill.

Lawrence, Anne T., Weber, James and Post, James E., (2005). Business and Society:
Stakeholders, Ethics, Public Policy 11th ed. New York : McGraw-Hill Irwin.

Starbucks Pays Premium to Benefit Workers. (1998). Business Ethics, March/April : 9.
Valor, Carmen, (2005). Corporate Social Responsibility and Corporate
Citizenship : Toward Corporate Accountability, Business and Society Review.

บทท่ี 4

จริยธรรมของนักธุรกจิ

จริยธรรมของนกั ธรุ กิจ คือ การดาเนินงานของนักธุรกิจด้านต่างๆ ในองค์กรอย่างเป็นธรรม
ยตุ ธิ รรม มีคุณธรรมต่อผูม้ สี ว่ นเก่ยี วขอ้ งกบั องค์กรในทกุ ๆ ฝา่ ย ไมว่ ่าจะเปน็ เจ้าขององค์กร ลูกค้าหรือ
เจา้ หน้ี โดยจะตอ้ งมีความสมั พันธ์กนั ในด้านการดาเนนิ งาน จริยธรรมในการดาเนินธุรกิจของนักธุรกิจ
จงึ ถือเป็นพฤตกิ รรมทางสงั คมของบุคคล ท่เี ปน็ บริบททางสังคมที่นักธุรกิจจะต้องเข้ามาเกี่ยวข้องและ
สมั พันธ์กันอยา่ งซบั ซอ้ นไมส่ ามารถหลกี เลี่ยงได้ นักธุรกิจมีบทบาทสาคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจและ
สังคม นกั ธรุ กจิ ตอ้ งศรัทธาตอ่ อาชพี ทาตนให้เป็นแบบอย่างที่ดีต่อผู้ร่วมอาชีพ และสร้างบทบาทของ
ตนให้เป็นท่ียอมรับในสังคมท่ีตนเป็นสมาชิกอยู่ จริยธรรมธุรกิจจึงมีลักษณะเป็นสิ่งที่เกิดข้ึนต่อนัก
ธุรกิจในการตระหนักรภู้ ายในของตนเอง คือ การรับรู้และพัฒนาตนเองโดยหน้าที่ รู้หน้าที่ของตนว่า
ควรประพฤตอิ ย่างไรให้ถกู ตอ้ งเหมาะสม การทาหนา้ ที่อยา่ งถูกต้องสมบูรณ์ ละเว้นในสิ่งที่ควรละเว้น
กระทาสง่ิ ในท่ีควรทาดว้ ยความฉลาดรอบครอบ รู้เหตุรผู้ ล ธุรกิจท่ีจะประสบความสาเรจ็ ได้อย่างย่ังยืน
ต้องประกอบด้วย นักธุรกิจท่ีมีจริยธรรมในการทางานอย่างสูง มีความซ่ือสัตย์ โปร่งใส ให้ความเป็น
ธรรมกบั ทุกฝ่าย และมีความซือ่ สตั ยต์ ่อตนเองและส่วนรวมเปน็ สาคัญ

4.1 ขอบข่ายจรยิ ธรรมทางธุรกิจของนกั ธรุ กจิ ต่อผ้มู ีสว่ นไดส้ ่วนเสยี หรอื ผู้ท่ีเกีย่ วข้อง

สมบูรณ์ ศาลยาชีวนิ และคนอื่นๆ (2551 : 36) กล่าวว่า เม่ือทาการมองธุรกิจในลักษณะของ
กลุ่มคนท่เี ก่ียวข้อง จริยธรรมทางธุรกิจก็จะอยู่ในการปฏิสัมพันธ์ระหว่างบุคคลและกลุ่มบุคคลต่างๆ
ทง้ั ท่เี ป็นสังคมภายในและสังคมภายนอกของธุรกิจ ในส่วนของสังคมภายในทีน่ กั ธรุ กิจจะตอ้ งเกี่ยวข้อง
มีความสัมพันธ์ด้วยในการมีจริยธรรมและความรับผิดชอบ ประกอบด้วย ผู้ถือหุ้น เจ้าของ ผู้บริหาร
พนักงาน ลูกจ้าง และเพ่ือนร่วมงาน ในส่วนของสังคมภายนอก ได้แก่ ลูกค้า เจ้าหนี้ คู่แข่ง ทั้ง
ภายในประเทศและต่างประเทศ รัฐบาล สาธารณชน สมาคม องค์กรธุรกิจต่างๆ ท้ังภายในประเทศ
และองค์กรระหว่างประเทศ นอกจากนบี้ รบิ ทของการประกอบอาชีพธุรกจิ ยังเก่ียวข้องกับสิ่งแวดล้อม
และระบบนิเวศน์ด้วย จริยธรรมของนักธุรกิจครอบคลุมไปถึงความรับผิดชอบในการพิทักษ์รักษา
สง่ิ แวดลอ้ ม ความสมดุลของระบบนิเวศ เพราะในการดาเนนิ ชีวิตของบคุ คลมกั จะเกี่ยวข้องกับโลกทาง

บทที่ 4 จรยิ ธรรมของนกั ธรุ กิจ 100

สังคมโลกกายภาพและชีวภาพ และการดารงอยู่ในลักษณะผสมผสานเป็นส่วนเดียวกันของจักรวาล
ความเก่ียวข้องระหว่างบคุ คลและองค์กรต่างๆ กบั ธุรกจิ

ยุทธวร ฉัตรธาร (2551 : 235) ได้กล่าวถงึ ผทู้ ีม่ ีส่วนเก่ยี วขอ้ งท่ีสาคญั ในวงจรธุรกจิ ขององค์กร
ได้แก่ ผูถ้ อื หนุ้ กรรมการ ผู้บริหารและพนักงาน ลกู ค้าและคคู่ า้ เจา้ หนกี้ ารค้าและเจ้าหนี้เงนิ กู้ คู่แข่งขัน
ชุมชน สังคมและภาครัฐ ควรจะได้รับการคุ้มครองและรักษาสิทธิต่างๆ ด้วยความโปร่งใสและเป็น
ธรรม เพ่ือให้เกิดประสิทธิภาพและสมรรถภาพในการแข่งขัน นักธุรกิจจะมีจริยธรรมทางธุรกิจมาก
น้อยระดับใดนั้น จะต้องอาศัยการวัดจากพฤติกรรมหรือการประพฤติปฏิบัติท่ีแสดงออกต่อผู้มีส่วน
เก่ียวข้องปฏิสัมพันธ์กันในระบบธุรกิจและการวัดเจตคติแต่ละบุคคลที่มีต่อจริยธรรมทางธุรกิจร่ว ม
ด้วย ท้ังนเี้ พราะการแสดงพฤติกรรมหรือการประพฤติ ปฏิบัติใดๆ เกิดจากการพิจารณาตัดสินใจโดย
อาศัยความรสู้ กึ หรือเจตคตทิ มี่ ีมาและระดับความเข้มข้น ความรู้สกึ ของแต่ละบุคคล

อกั ษราภัค หงษ์ขาว (2556 : 18-19) กล่าวว่า จริยธรรมทางธุรกิจเป็นพฤติกรรมทางสังคม
ของบุคคล ซงึ่ มบี รบิ ททางสงั คมทนี่ กั ธรุ กจิ จะต้องเก่ียวข้องสัมพันธ์อยู่อย่างมากมายและสลับซับซ้อน
จริยธรรมธุรกิจมีอยู่ในธุรกิจทุกประเภทไม่ว่าจะเป็นธุรกิจการเกษตร อุตสาหกรรม การสื่อสาร การ
คมนาคม การเงินการคลัง เหมืองแร่ จรยิ ธรรมจะครอบคลมุ ในเรอื่ งใดบา้ งนน้ั อาจจะต้องพิจารณาจาก
กจิ กรรมในการดาเนินธุรกิจและกลุม่ บคุ คลทเี่ กยี่ วข้อง เมื่อศึกษากระบวนการของการประกอบธุรกิจ
จริยธรรมทางธุรกิจก็จะมีอยู่ในทุกจุดหรือทุกกระบวนการของกิจกรรมทางธุรกิจ เช่น กิจกรรมการ
ผลิตที่ทาให้เกิดสินค้าหรือการให้บริการ กิจกรรมด้านการตลาดเพ่ือจาหน่ายสินค้าจากผู้ผลิตไปสู่
ผู้บริโภค การกาหนดราคาและการจัดจาหน่ายกิจกรรม ด้านการเงินการบัญชี การคิดงบรายรับ
รายจา่ ย งบการลงทนุ ผลกาไรขาดทุน หรอื กจิ กรรมด้านการจัดการ การสรรหาบรรจุพัฒนาบุคลากร
การวิจัยการสารสนเทศ เป็นต้น โดยไม่ว่าจะอยู่ในฐานะของเจ้าของธุรกิจ นักธุรกิจหรือพนักงานก็
ตาม ล้วนจาเป็นตอ้ งมจี ริยธรรมทางธุรกจิ อยใู่ นจติ สานึกจึงจะทาให้สังคมภายใต้ระบบเศรษฐกิจดารง
อยูไ่ ดอ้ ย่างเปน็ ปกตสิ ขุ

พรวฒุ ิ สารสนิ (2560 : 9) กล่าวถึงจริยธรรมต่อผู้มีส่วนได้ส่วนเสียของนักธุรกิจไว้ว่า บริษัท
หรือนักธุรกิจต้องให้ความสาคัญในการดาเนินธุรกิจอย่างสมดุล ท้ังในด้านเศรษฐกิจ สังคม และ
สิง่ แวดล้อม เพ่ือให้บริษัทสามารถเติบโตได้อย่างม่ันคงและยั่งยืน เป็นองค์กรที่มีประสิทธิภาพควบคู่
กบั การเปน็ องคก์ รที่ดขี องสงั คม ดังน้ันจงึ ตอ้ งมคี วามมงุ่ มั่นที่จะประกอบธรุ กิจดว้ ยความสจุ ริตและเป็น
ธรรม รวมถงึ การปฏบิ ัติตามกฎหมายและข้อบงั คบั ที่เกยี่ วขอ้ งอยา่ งครบถ้วน โดยคานึงถึงผลประโยชน์

บทท่ี 4 จรยิ ธรรมของนกั ธรุ กิจ 101

และผลกระทบจากการดาเนนิ งานขององค์กรตอ่ ผ้มู สี ่วนได้ส่วนเสียของบริษัท ไดแ้ ก่ ผู้ถือหนุ้ พนักงาน
ลูกค้า คู่คา้ และ/หรอื เจา้ หน้ี ค่แู ข่งทางการค้าและชมุ ชน ตลอดจนการดูแลการดาเนินงานด้านความ
ปลอดภัย ชวี อนามัย และส่ิงแวดล้อม ไม่ให้เกิดผลกระทบต่อผูม้ ีสว่ นไดส้ ว่ นเสยี ทุกกล่มุ

จากแนวคิดดังกล่าวสรุปได้ว่า ขอบข่ายของจริยธรรมทางธุรกิจของนักธุรกิจต่อผู้มีส่วน
เก่ียวข้องนั้นเป็นพฤติกรรมทางสังคมของบุคคลท่ีนักธุรกิจจะต้องเกี่ยวข้องสัมพันธ์ด้วยในธุรกิจท่ี
กระทานน้ั ๆ ระหว่างบุคคลและกลุ่มบุคคลต่างๆ ทั้งท่ีเป็นสังคมภายในและสังคมภายนอกของธุรกิจ
โดยเปน็ พฤตกิ รรมของการกระทาทแ่ี สดงออกถงึ ความถกู ต้อง ความโปรง่ ใส และความเป็นธรรมต่อผู้ท่ี
เกี่ยวขอ้ งทกุ ฝ่าย

4.2 บทบาททางจรยิ ธรรมของนักธุรกจิ

นกั ธรุ กจิ เป็นอาชีพท่เี ก่ยี วข้องกับวงการธรุ กจิ ทกุ ดา้ นทงั้ ในวงการภายในและต่างประเทศที่มี
ส่วนสัมพันธ์กันในการดาเนินงาน ผู้ประกอบอาชีพหรือนักธุรกิจต้องมีความรู้เก่ียวกับลักษณะการ
ประกอบธรุ กจิ ประเภทธุรกิจและหนา้ ทต่ี ่างๆ ของธุรกจิ ตลอดจนหน้าท่ีและความสัมพนั ธข์ องธุรกิจที่
มีตอ่ กนั รวมทั้งสภาพแวดล้อมทางเศรษฐกจิ ท่ีธรุ กจิ ตอ้ งดาเนินอยู่ด้วยกัน ดังแนวคิดเก่ียวกับบทบาท
จริยธรรมของนักธุรกจิ

มลู นิธิเพ่อื สถาบนั การศกึ ษาวชิ าการจัดการแหง่ ประเทศไทย (2556 : 8-9) กล่าวว่า นักธุรกิจ
เป็นผู้ที่มีบทบาทอย่างสาคัญในการพัฒนาเศรษฐกิจของสังคมและประเทศ นักธุรกิจจึงจาเป็นต้อง
ศรัทธาตอ่ อาชีพ ท้งั ทาตนใหเ้ ป็นแบบอยา่ งท่ีดีต่อผู้ร่วมอาชีพและสังคม เพื่อให้ทุกคนยอมรับบทบาท
ของตนในสังคมที่ตนเป็นสมาชิกอยู่ ด้วยความเช่ือในผลของการกระทาความดีที่จะสามารถทาให้ทุก
คนอย่ใู นสังคมไดอ้ ย่างเป็นสุขร่วมกัน การดาเนินธรุ กิจทด่ี แี ละถกู ตอ้ งของนักธุรกิจและผู้ประกอบการ
สามารถทาให้ทกุ คนอยูใ่ นสังคมไทยไดอ้ ยา่ งมีความสุข และไดเ้ สนอแนวทางบทบาททางจริยธรรมนัก
ธุรกิจไว้ 9 ประการ คอื จรยิ ธรรมนักธรุ กจิ ตอ่ พนักงาน จริยธรรมนักธรุ กิจตอ่ ลูกคา้ จรยิ ธรรมนักธุรกิจ
ต่อคู่ค้า จริยธรรมนักธุรกิจต่อคู่แข่งขัน จริยธรรมนักธุรกิจต่อหน่วยราชการ จริยธรรมนักธุรกิจต่อ
สังคม จริยธรรมนักธรุ กิจต่อสมาคมทางการค้า และจรยิ ธรรมพนักงานต่อองคก์ รธุรกจิ

ญาลดา พรประเสริฐ (2559 : 2) กลา่ วไว้วา่ บทบาททางจริยธรรมของนักธุรกิจน้ัน ประกอบ
ด้วยจรรยาบรรณของนักธุรกิจ 2 ส่วน คือ พฤติบัญญัติหรือหลักปฏิบัติ และข้อพึงปฏิบัติของการ
จัดการท่ีดี โดยจะ ต้องมีการแสวงหากาไร ต้องคานึงถึงสิง่ ตอ่ ไปนี้

บทท่ี 4 จรยิ ธรรมของนักธรุ กิจ 102

1. กาไรทีไ่ ด้มาตอ้ งไม่ได้มาจากการเอารดั เอาเปรียบสว่ นรวม
2. กาไรที่ไดม้ าตอ้ งไมม่ สี ่วนในการทาลายทรัพยากรธรรมชาติ
3. กาไรทไ่ี ดม้ าตอ้ งเสรมิ สร้างความเปน็ ปึกแผน่ ของสงั คม
4. กาไรที่ไดม้ าตอ้ งคานึงถงึ องคป์ ระกอบอนื่ ๆ ทจี่ าเป็นตอ่ ความเป็นมนุษยด์ ว้ ย
บทบาททางจริยธรรมของนักธุรกิจเป็นหลักปฏิบัติ และข้อพึงปฏิบัติของนักธุรกิจต่อการ
บริหารจัดการที่ดเี ปน็ การกาหนดบทบาทหน้าท่ีโดยคานึงถึงหลักจริยธรรมในการนาหลักจริยธรรมมา
เป็นแนวทางในกาหนดบทบาทหน้าที่หรือข้อพึงปฏิบัติต่อนักธุรกิจต่อผู้ที่มีส่วนเกี่ยวข้องทุกฝ่ายให้
เปน็ ไปอยา่ งถูกตอ้ งเหมาะสม

4.3 จรยิ ธรรมของนักธรุ กิจตอ่ พนักงาน

หลกั เกณฑก์ ารดาเนินธรุ กิจอย่างมีจรยิ ธรรมของนักธรุ กจิ ท่พี ึงมตี ่อพนักงานในองค์กรของตน
เนือ่ ง จากพนักงานถอื เป็นปัจจัยสาคัญในการประกอบธุรกิจและเป็นทรัพยากรท่ีมีค่าต่อธุรกิจ การมี
พนักงานทด่ี ีมคี วามซื่อสัตย์ มคี วามรู้ และมีความสามารถในงานของตนทีไ่ ดร้ ับมอบหมาย มีความขยัน
ขันแข็ง จะทาให้ธุรกิจดาเนินไปได้อย่างมีประสิทธิภาพ ดังน้ันจะเห็นได้ว่านักธุรกิจท่ีดีจะต้องศึกษา
และมีความรูว้ า่ ควรจะบริหารพนักงานให้มคี วามร้คู วามสามารถเพ่ิมข้นึ และสามารถทางานร่วมกันได้
อย่างมีประสทิ ธภิ าพให้มากทสี่ ุด

สุภาพร พิศาลบตุ ร (2551 : 122) กล่าววา่ พนกั งานทุกคนควรควรได้รับการปฏิบัติอย่างเท่า
เทียมกันและทุกคนมีสิทธิเสรีภาพท่ีจะประกอบอาชีพดารงชีพหรือกระทาการส่ิงต่างๆ ได้ในองค์กร
หรือหน่วยงานตา่ งๆ ซึ่งมโี อกาสเท่าเทียมกนั ตามความเหมาะสม และมโี อกาสทางสงั คมเหมือนกัน แต่
กไ็ มไ่ ดร้ ับรองว่าทุกคนจะไดร้ บั โอกาสและประโยชน์จากสังคมเท่ากัน ข้ึนอยู่กับว่าสถานภาพ บทบาท
ขนาดความเหมาะสมขององค์กร ความสามารถของบุคคลนัน้ ๆ และการกระจายความเจริญของสังคม
นน้ั ๆ ดว้ ย ดังน้นั นายจา้ งหรือนักธุรกิจควรรบั ผดิ ชอบตอ่ การปฏบิ ตั ติ ามคามน่ั สญั ญา การมอบงานตาม
ข้อตกลง การไม่เบิกจ่ายกลางคัน การดูแลความเป็นอยู่ของครอบครัว เป็นความรับผิดชอบท่ีสาคัญ
รวมถงึ การเอาใจใสไ่ ม่ใหร้ บั พษิ ภยั ทางสารเคมี เอาใจใส่สขุ ภาพกายและสขุ ภาพจิต การเคารพในสิทธิ
เสรีภาพของพนักงาน คนงาน ลูกจ้าง เป็นสิ่งท่ีนักธุรกิจควรให้การยอมรับนับถือในความเป็นมนุษย์
พิทักษ์ปกป้องเอาใจใส่พนักงานให้มีความมั่นคงปลอดภัยและพอใจในความเป็นอยู่ โดยมีหลัก
จริยธรรมในการปฏิบตั ิ ดังนี้

บทท่ี 4 จริยธรรมของนักธุรกจิ 103

1. การคุ้มครองส่งเสริมสขุ ภาพอนามยั ในสง่ิ แวดลอ้ มทท่ี างาน
2. ใหค้ วามปลอดภยั ในชวี ติ รา่ งกายจิตใจและทรัพย์สนิ
3. ใหก้ ารสงเคราะห์และสวัสดิภาพเพ่ือความมั่นคงในชีวิตและความเป็นอยู่ พ้นจากความ
ทกุ ข์มคี วามสขุ สะดวกสบาย
4. ให้ความยุติธรรมในการรับเรือ่ งราวร้องทกุ ข์ปญั หาของลูกจา้ ง เพอื่ แกไ้ ขไม่ใชแ้ รงงานเด็ก
ไมก่ ดค่าแรงและผลตอบแทน
5. ให้ความเสมอภาคแกท่ กุ คน
6. ให้การเอาใจใสใ่ นสิทธขิ องคนพิการ สตรี และชนกลมุ่ น้อย
เนตร์พัณณา ยาวิราช (2551 : 53) กล่าวว่า ความรับผิดชอบของนักธุรกิจต่อพนักงาน
ลกู จ้างจะตอ้ งมจี ริยธรรมต่อพนักงานในดา้ นต่างๆ ทีส่ าคญั 3 ด้าน ดังน้ี
1. ความรับผิดชอบด้านการจ้างงาน นายจ้างกาหนดค่าตอบแทนการทางานให้ตามความ
เหมาะสม ตามที่กฎหมายกาหนด เหมาะสมกับความรู้ความสามารถท่ีใช้ในการทางาน การคุ้มครอง
การจา้ งงานทีส่ รา้ งความมั่นคงในการทางาน ไมเ่ ลกิ จา้ งโดยปราศจากเหตผุ ลอนั ควร หากมีการเลิกจ้าง
จะต้องจ่ายค่าทดแทนการเลิกจ้าง รวมถึงการพัฒนาความสามารถของพนักงาน เช่น การฝึกอบรม
การพฒั นาทักษะการทางาน
2. ความรบั ผดิ ชอบด้านสขุ ภาพการทางาน การเอาใจใสต่ ่อสถานท่ที างานทมี่ ีความปลอดภัย
จากอันตรายตา่ งๆ อนั อาจเกดิ ขน้ึ แกพ่ นกั งานได้
3. ความรับผิดชอบดา้ นสทิ ธสิ ว่ นบคุ คลของพนกั งาน ในการแสดงความคดิ เห็น มีเสรีภาพใน
การดาเนินชีวิต การรวมกลุ่มกันของพนักงานเป็นสหภาพแรงงานในการเรียกร้องสิทธิต่างๆ รวมทั้ง
เคารพและรับฟังความคิดเหน็ ขอ้ เสนอแนะของพนกั งาน
ศันสนีย์ ชุมพลบัญชร. (2554 : 36-38) กล่าวว่า นักธุรกิจหรือผู้บริหารต้องมีจริยธรรมต่อ
พนกั งานในด้านตา่ งๆ ทส่ี าคญั ได้แก่ ดา้ นการจา้ งงาน ด้านสภาพการทางาน และดา้ นสทิ ธใิ นที่ทางาน
ดงั น้ี
1. ด้านการจ้างงาน องค์กรจะต้องดูแลพนักงานของตนให้เหมาะสม ให้พนักงานมีความ
พอใจทจี่ ะทางานกับองคก์ ร ซึง่ การดาเนนิ งานตามกฎหมายทีก่ าหนดยังไม่เพยี งพอที่จะทาให้พนักงาน
เกิดความพอใจ จาเป็นต้องมีจริยธรรมประกอบกันไปกับข้อกฎหมายด้วย โดยมีแนวทางปฏิบัติของ
ผู้บริหารที่มีต่อพนักงาน ได้แก่ 1) คัดเลือกพนักงานบนพื้นฐานของความหลากหลาย โดยคานึงถึง

บทท่ี 4 จริยธรรมของนกั ธรุ กิจ 104

ศกั ยภาพในการทางานเหนอื สถานภาพทางสังคม มอบหมายให้ทางานดว้ ยความยืดหยนุ่ และเป็นธรรม
2) กาหนดค่าจ้าง รางวัล ค่าตอบแทนพิเศษในการทางานให้เหมาะสม ตามท่ีกฎหมายกาหนดและ
ตามความรู้ความสามารถที่ใช้ในการทางาน รวมทั้งกาหนดวันเวลาทางาน วันหยุด เง่ือนไขการจ้าง
งาน การเลกิ จ้างและประโยชน์อ่ืน ๆ (สวัสดิการ) ให้ชัดเจน 3) ให้ความเป็นธรรมต่อพนักงานทุกคน
การตัดสินใจของผู้บรหิ ารตอ้ งปราศจากความลาเอียงอัน เน่ืองมาจากความแตกต่างทางเพศ เช้ือชาติ
สีผิว ภาษา สังคมและวัฒนธรรม ปฏิบัติต่อทุกคน อย่างเท่าเทียมกัน เช่น พิจารณาให้ผลตอบแทน
และสวัสดิการอย่างยตุ ธิ รรมตามความสามารถ เปดิ โอกาสให้ทุกคนแสดงความสามารถอย่างเสรี เสมอ
ภาคและเทา่ เทียมกัน ให้โอกาสก้าวหนา้ ในตาแหน่งหน้าท่ีการงาน ไม่มีใครได้สิทธิพิเศษที่แตกต่างกัน
4) จัดให้มีการฝึกอบรมและพัฒนา ศักยภาพของพนักงานตามความจาเป็นอย่างทั่วถึง เพื่อให้
พนักงานไดเ้ พมิ่ พนู ความรู้ ความสามารถ ทักษะ เทคนิค ประสบการณ์ใหม่ๆ และสามารถทางานได้
อย่างถูกวิธี มีประสิทธิภาพโดยให้เข้า โครงการอบรม ศึกษาดูงานหรือสัมมนาต่างๆ ท่ีจัดขึ้นโดย
องคก์ รหรอื หนว่ ยงานอ่ืนๆ ตามความเหมาะสม

2. ด้านสภาพการทางานหรือบรรยากาศในการทางาน หมายถึง การเอาใจใส่ต่อการจัด
สถานที่ทางานของพนักงาน โดยคานึงถึงสุขภาพอนามัยและความปลอดภัยในสถานที่ทางาน ไม่ให้
เกดิ อันตรายต่อพนกั งาน เช่น สถานทสี่ ะอาด อุณหภมู พิ อเหมาะ ปราศจากเสียงรบกวน ฝุ่นละออง มี
ความเป็นระเบียบเรียบร้อย ตกแต่งสถานที่ให้สวยงาม เป็นต้น รวมทั้งการจัดหา เครื่องป้องกัน
อันตรายและส่ิงอานวยความสะดวกที่จาเป็นต่อการทางาน เช่น หมวกนิรภัย ถุงมือ เคร่ืองป้องกัน
เสียงและดวงตา อุปกรณ์ดับเพลิง การฝึกซ้อม/ฝึกอบรมเพื่อป้องกันอุบัติเหตุจากการทางาน
ประกนั สังคม ประกันอุบตั เิ หตุ การตรวจสุขภาพประจาปี จัดหานา้ ด่มื สะอาด ห้องสุขาและโรงอาหาร
ท่ีถูกสุขลกั ษณะ ห้องปฐมพยาบาล รถบริการรับส่ง บ้านพัก เป็นต้น ส่งผลให้พนักงานมีจิตใจแจ่มใส
คลายกังวลถึงอันตรายต่างๆ พอใจในสิ่งแวดล้อมที่ตนทางานซึ่งต้องใช้ชีวิตอยู่อย่างต่อเน่ืองเป็น
เวลานาน เสรมิ สร้างความขยนั ขนั แข็งในการทางาน ทาให้ผลงานมี ประสิทธิภาพ นอกจากน้ีผู้บริหาร
ยงั ต้องแสดงความรับผิดชอบหากพนักงานประสบอันตรายหรือเจ็บป่วยในการทางานด้วย เช่น การ
เย่ียมเยียน ถามไถ่ทุกขส์ ุข หรอื จา่ ยค่าทดแทนเพือ่ สรา้ งขวญั และกาลังใจแกพ่ นกั งาน เป็นตน้

3. ด้านสิทธิในที่ทางาน กล่าวคือ ผู้บริหารควรเคารพต่อสิทธิมนุษยชนของพนักงาน โดย
สิทธิในท่ีทางานของพนกั งานแบ่งได้เป็น 2 ประการ ได้แก่ 1) สิทธิเฉพาะตัวของพนักงาน (สิทธิส่วน
บุคคล) คือ สิทธทิ จี่ ะทางานหรือไม่ทางานกับองค์กรใดองค์กรหนึ่งก็ได้ ผู้บริหารไม่สามารถเหน่ียวรั้ง

บทที่ 4 จริยธรรมของนักธรุ กจิ 105

หรือบังคับให้ทางานในองค์กรต่อไป สิทธิในการแสดงความคิดเห็นและมีเสรีภาพในการดาเนินชีวิต
สิทธิที่จะได้รับความคุ้มครองจากการจ้างงาน และสิทธิที่ได้รับความเคารพในความสามารถจาก
ผู้บริหาร ไม่เปิดเผยข้อมูลโดยไม่ได้รับอนุญาต 2) สิทธิในการรวมกลุ่มและเป็นสมาชิกของชมรม/
สมาคมต่างๆ เพ่ือมีอานาจในการเจรจาต่อรอง มักจะออกมาในรูปสหภาพแรงงาน ซึ่งพนักงาน
สามารถใช้สทิ ธโิ ดยปราศจากการแทรกแซงและขัดขวาง ผู้บริหารควรให้ความเคารพและรับฟังความ
คดิ เห็น ขอ้ เสนอแนะของพนกั งาน

สรปุ ไดว้ า่ พนกั งานมีความสาคัญต่อการบรรลุเป้าหมายขององค์กรและมีปฏิสัมพันธ์โดยตรง
กับนกั ธุรกจิ หรือผูบ้ ริหาร นอกจากนักธุรกจิ ตอ้ งมีจรยิ ธรรมในตนเองท้ังระดับความคิดและปฏิบัติแล้ว
ยังต้องมีจริยธรรมต่อพนักงานด้วยทั้งในด้านการจ้างงาน สภาพการทางานและสิทธิในที่ทางานของ
พนักงาน ทงั้ น้ีเพือ่ ใหเ้ กิดความชอบธรรมและสร้างสมดุลของประโยชน์แก่ท้ังสองฝ่ายอย่างเหมาะสม
กล่าวคอื เมือ่ นกั ธรุ กจิ หรอื ผู้บริหารปฏบิ ัตติ อ่ พนักงานอย่างมจี รยิ ธรรม พนักงานจะมีความรู้สึกที่ดีต่อ
องค์กร ทาใหพ้ นักงานภกั ดี เช่อื ถือ ไว้วางใจ พอใจและเต็มใจในการทางาน ขณะเดยี วกนั ก็ส่งผลถึงผล
กาไร ชอื่ เสียง และความมน่ั คงขององคก์ รดว้ ย

อักษราภัค หงษ์ขาว (2556 : 27-28) กล่าวว่า พนักงานเป็นบุคคลที่อยู่ในองค์กรธุรกิจ
พนักงานทุกคนทุกระดับมีความสาคัญเท่ากัน ในองค์กรใดที่ให้ความสาคัญต่อการมีจริยธรรมแก่
พนักงานอนั สอดคลอ้ งตามการค้มุ ครองแรงงานตามกฎหมายกาหนดย่อมนาไปสู่ความเจริญก้าวหน้า
ของธุรกิจ จะทาให้พนกั งานมขี วัญกาลังใจและทางานได้อยา่ งเตม็ กาลงั ความสามารถ ดังแนวคิดของ
มูลนิธเิ พอ่ื สถาบันการศึกษาวชิ าการจดั การแห่งประเทศไทย ได้สรุปหลักประพฤติปฏิบัติของนักธุรกิจ
ดา้ นจรยิ ธรรมในการปฏิบัติต่อพนกั งาน ดงั น้ี

1. พงึ จา่ ยค่าตอบแทนและสวัสดิการท่เี หมาะสมกับการทางาน
2. พึงมอบหมายงานใหเ้ หมาะสมกับความถนัดและความสามารถของพนกั งาน
3. พงึ ให้ความสาคัญและปฏิบัติต่อพนักงานด้วยความเสมอภาค โดยไม่แบ่งแยกหรือเลือก
ปฏบิ ตั ิ ไม่วา่ จะมีเช้ือชาติ ศาสนา และสถานะอื่นๆ ทแ่ี ตกตา่ งกัน
4. พึงมุ่งพัฒนาความรู้ความสามารถประสบการณ์และความชานาญให้แก่พนักงานเพ่ือ
ประสทิ ธภิ าพและประสิทธผิ ลสงู สดุ ต่อธุรกจิ
5. พงึ ใหค้ าปรกึ ษาและให้ความชว่ ยเหลอื พนกั งานในกรณีต่างๆ ด้วยความจริงใจและความ
เหมาะสม

บทท่ี 4 จรยิ ธรรมของนกั ธุรกิจ 106

6. พึงคานงึ ถงึ ความปลอดภัยตอ่ สขุ ภาพของพนกั งานและสร้างสภาพแวดลอ้ มในการทางาน
ที่ดี

7. พึงรับฟังความคิดเห็นของพนกั งานด้วยเหตุและผล อย่างมสี ติ
8. พึงเคารพสิทธสิ ่วนบคุ คล โดยเกบ็ รกั ษาขอ้ มูลสว่ นตวั ของพนกั งานไว้เป็นความลบั
9. พงึ สง่ เสริมสนบั สนนุ และปลกู ฝงั ใหพ้ นักงานประพฤตปิ ฏิบตั ิตนใหถ้ กู ต้องเหมาะสมและดี
งาม โดยยึดหลักจริยธรรมและจรรยาบรรณ เพอื่ เปน็ พลเมอื งท่ดี ีของสังคม
จากแนวคิดดังกล่าวสรุปได้ว่า จริยธรรมท่ีมีต่อพนักงาน หมายถึง การประพฤติปฏิบัติทาง
กาย วาจาใจที่ดีงามของนักธุรกิจที่พึงมีต่อพนักงาน เป็นพฤติกรรมที่แสดงออกถึงการเอาใจใส่ดูแล
พนกั งานทุกๆ คน อย่างชอบธรรมในทุกๆ ด้าน ไม่ว่าจะเป็นด้านค่าจ้างแรงงาน ด้านความปลอดภัย
สุขภาพอนามัย และด้านสิทธิเสรีภาพส่วนบุคคล รวมถึงการให้โอกาสพนักงานได้พัฒนาความรู้
ความสามารถของตนเองและได้แสดงออกทางความคดิ เหน็ อย่างเหมาะสม

4.4 จรยิ ธรรมของนกั ธุรกิจต่อลกู ค้า

ลูกค้าเป็นกลไกหลกั สาคัญที่ทาให้ธุรกิจยงั คงดารงอยูอ่ ย่างมีประสิทธิภาพ และมีความเติบโต
ไปในอนาคต ลกู คา้ เปน็ กลุม่ บคุ คลที่ซอื้ สินค้าหรือบริการของธุรกิจ ทาให้ธุรกิจมีรายได้และมีผลกาไร
ดังนนั้ ลูกคา้ พึงได้รบั การปฏิบตั อิ ยา่ งเป็นธรรมและซื่อสัตย์

สุภาพร พิศาลบตุ ร (2551 : 118) กล่าวว่านักธุรกิจท่ีมีจริยธรรมต่อลูกค้าควรยึดหลักปฏิบัติ
ดังนี้

1. การยึดหลักความจริง
2. การเปิดเผยข้อมูลผู้ผลิตสินค้าจะต้องมีคาแนะนาอย่างเปิดเผยที่ตัวสินค้า ทั้งการแสดง
คุณสมบัติส่วนประกอบ สรรพคุณ และประโยชน์ที่เป็นจริงต่อผู้ใช้ ข้อห้าม ข้อควรระวังในการใช้
สนิ คา้ ไม่ใหเ้ กดิ อันตรายต่อผ้ใู ช้และผู้ใกล้ชดิ เปน็ ตน้
3. การยึดกฎระเบียบความถูกต้อง วางมาตรการควบคุมมาตรฐานสินค้าให้มีคุณภาพดีอยู่
เสมอ ไมเ่ กิดโทษเกดิ ภัยตอ่ ผู้ใช้
4. การปฏิบตั ิตามคามัน่ สัญญา (ใบรับประกัน) กรณีสินค้าหรือบริการมีปัญหา ข้อบกพร่อง
ชารดุ เสยี หาย ควรรับผิดชอบนาไปแก้ไข เปล่ียนสินค้าทดแทน ซ่อมบารุงให้อยู่ในสภาพดี ไม่ทอดท้ิง
หรอื ผลกั ภาระให้กบั ลกู คา้ ตามลาพัง

บทท่ี 4 จรยิ ธรรมของนักธรุ กิจ 107

5. การไม่หลอกหลวงฉ้อฉลผู้บริโภค
6. การยึดหลักของความยุติธรรมซง่ึ จะครอบคลมุ ถึงความเสมอภาค การไม่เลือกปฏิบัติ การ
ให้ทุกคนได้มีโอกาสได้รับส่ิงท่ีมีคุณภาพท่ีดีงามคุ้มค่ากับค่าใช้จ่าย การกาหนดราคามูลค่าของสินค้า
และบรกิ ารอยา่ งสมเหตสุ มผล การไมฉ่ วยโอกาสข้นึ ราคาสินคา้
ยทุ ธวร ฉตั รธาร (2551 : 237) กล่าวถึงจริยธรรมที่ควรปฏิบัติต่อลูกค้าไว้ดังน้ี การให้บริการ
ตามมาตรฐานวิชาชีพที่ดี มีคุณภาพ มีความซื่อสัตย์ ยุติธรรม รักษาความลับของลูกค้าให้ได้รับ
ความคุม้ ครองตามกฎหมายตา่ งๆ ที่เกยี่ วขอ้ งกับการคุ้มครองผบู้ รโิ ภค
มูลนิธิเพื่อสถาบันการศึกษาวิชาการจัดการแห่งประเทศไทย (2556 : 11) ได้กล่าวไว้ว่า
จริยธรรมของนักธรุ กจิ ทคี่ วรมตี อ่ ลกู คา้
1. พึงผลิตสนิ คา้ และบริการให้มคี ุณภาพและมาตรฐาน
2. พงึ ผลติ สนิ คา้ และบริการที่ไมล่ ะเมดิ ตอ่ ศีลธรรมหรอื เปน็ พิษกับลูกค้า
3. พึงขายสินค้าและบริการในราคายุติธรรม ราคาสินค้าเหมาะสมกับคุณภาพสินค้าและ
บรกิ าร
4. พึงให้ความเสมอภาคและให้ความสาคัญแก่ลูกค้าอย่างเท่าเทียมกัน ให้บริการอย่างมี
น้าใจไมตรี มอี ัธยาศยั ทีด่ ีตอ่ กนั
5. พึงละเวน้ การกักตุนสนิ ค้าหรือสร้างเง่ือนไขท่ีเป็นการต่อรองเพื่อผลประโยชน์ของธุรกิจ
และทาให้ลูกค้าเดอื ดรอ้ น
6. พึงไม่ทุจริต หลอกลวงลูกค้าเพ่ือประโยชน์ เช่น ขายสินค้าหมดอายุและปิดบังข้อมูล
ข้อเทจ็ จรงิ เกีย่ วกับสินค้าและบริการ
7. พึงจัดระบบช่องทางการติดต่อรับข้อร้องเรียน การประเมินความพึงพอใจด้านคุณภาพ
ของสินคา้ และบริการ พร้อมทัง้ ดาเนินการแก้ไขอยา่ งมีประสทิ ธิภาพ
8. พึงเก็บและรักษาข้อมูลของลูกค้า โดยไม่ควรนาข้อมูลของลูกค้าไปใช้ในทางมิชอบ
ในขณะ เดียวกนั ควรรกั ษาขอ้ มูลของลูกค้าไวอ้ ย่างครบถว้ นเป็นจริง
9. พงึ สรา้ งการมีส่วนรว่ ม โดยสรา้ งความสัมพันธก์ ับลกู ค้าในการดาเนนิ กิจกรรม เพอื่ พัฒนา
สังคมและส่งิ แวดล้อมทีย่ ่งั ยืน
อกั ษราภคั หงษข์ าว (2556 : 26-27 อา้ งถึงในพิภพ วชังเงิน 2550 : 66) ได้กล่าวไว้ว่า นัก
ธุรกิจต้องผลิตและจาหน่ายบริการอย่างเป็นธรรม ไม่เอาเปรียบผู้บริโภคท้ังทางปริมาณ ราคา และ

บทท่ี 4 จริยธรรมของนกั ธรุ กิจ 108

คุณภาพ เปิดเผยข้อมูลอย่างถูกต้องและตรงไปตรงมา ไม่โฆษณาชวนเชื่อเกินความเป็นจริง แจ้ง
คุณภาพสินค้าและบริการตามสัตย์จริง ส่งสินค้าตรงเวลา ผู้ประกอบธุรกิจควรมีจริยธรรมในการ
เลอื กใช้วัตถุดิบทอี่ ย่างดีมีคณุ ประโยชน์ ไม่ใชเ่ พทุบายบังคับลูกค้าให้จาใจต้องซื้อผู้ประกอบการต้องมี
ความรับผิดชอบ คือ

1. หนา้ ท่ใี นการยินยอมซงึ่ เป็นสัญญาในเร่อื งเก่ียวกับการขาย ผู้ผลิตควรแสดงอย่างชัดแจ้ง
ในเร่ืองผลิตภัณฑ์ ผู้ซ้ือมีเสรีภาพในการเลือกซื้อและตัดสินใจได้ว่าจะซ้ือหรือไม่ ผู้ประกอบการต้อง
แสดงคุณภาพของผลิตภัณฑ์ ความปลอดภัยของสนิ คา้ มีมาตรการสาคัญ คือ 1) ความน่าเชื่อถือแสดง
ในลักษณะของสนิ ค้า เช่น สรรพคณุ และส่วนประกอบ 2) อายขุ องบรกิ ารบอกวันผลิตและวันหมดอายุ
3) การดูแลรกั ษาแนะนาให้ลูกคา้ รู้วิธีเกบ็ รกั ษาที่ถูกตอ้ ง 4) บอกวิธีใช้ให้ชัดเจนเพื่อจะได้ใช้ได้ถูกต้อง
คุ้มค่าและ 5) ความปลอดภัยของผลิตภัณฑ์ ต้องบอกถึงข้อห้ามที่อาจจะเกิดอันตรายแสดงให้เห็น
ความปลอดภัยของผลิตภณั ฑอ์ ย่างชดั เจน

2. หนา้ ทใ่ี นการเปิดเผยเกย่ี วกบั ธรรมชาตขิ องผลิตภัณฑ์ ควรบอกสิ่งสาคัญท่ีผู้ซ้ือควรทราบ
เพอ่ื ตัด สนิ ใจในการเลือกซ้ือ เช่น สว่ นผสมต่างๆ ที่ใชใ้ นการผลติ เปน็ ตน้

3. บทบาทหน้าที่ในการไม่บิดเบือนข้อมูลเพื่อจูงใจผู้บริโภค ต้องไม่ให้ข้อมูลท่ีเป็นเท็จให้
ผูบ้ ริโภคเกิดความเขา้ ใจผดิ

4. หน้าท่ใี นการไม่บงั คับให้ลูกคา้ ซอ้ื สินคา้ ทตี่ นเองผลิต ไมพ่ ยายามทาให้ลูกค้าตกอยู่ภายใต้
อิทธพิ ลของความกลวั หรอื ความกดดันทางอารมณ์ หรือพดู ขม่ ขู่ใหจ้ าใจซอ้ื เปน็ ตน้

5. หน้าทแ่ี ละความรับผดิ ชอบของธุรกจิ ดา้ นการกาหนดราคา ผู้ประกอบการผลิตสินค้าตรง
ตามลูกคา้ ตอ้ งการ แตก่ ารจาหน่ายไดต้ ามเป้าหมายได้หรอื ไมข่ ้ึนอย่กู บั กลไกการตลาด คอื ระบบราคา
เปน็ สาคญั ท่จี ะจูงใจยอมรับผลติ ภัณฑ์น้ันๆ ถา้ กาหนดราคาสูงเกินไปลูกค้าไม่ยอมรับจะเป็นปัญหาต่อ
การแข่งขัน ขายไม่ได้ สินค้าค้างในคลงั สินคา้ สนิ ค้าลา้ สมยั เปน็ ตน้

จากแนวคิดดังกล่าวสรุปได้ว่า จริยธรรมของนักธุรกิจที่มีต่อลูกค้า หมายถึง พฤติกรรมหรือ
การกระทาของนักธุรกิจที่แสดงออกถึงความรับผิดชอบต่อภาระผูกพันของผู้ผลิตสู่ผู้บริโภคที่เป็นไป
อย่างเป็นธรรม มีความซ่ือสัตย์ โปร่งใส ต่อขั้นตอนของกระบวนการผลิต และการบริการต่อลูกค้า
อย่างถูกต้องเหมาะสมในทกุ ดา้ น

บทที่ 4 จริยธรรมของนักธุรกจิ 109

4.5 จรยิ ธรรมของนักธุรกจิ ต่อคู่ค้า

คู่คา้ ทดี่ ีทางธุรกิจ สามารถชว่ ยให้ธรุ กจิ มีการขยายตวั และสามารถรกุ เขา้ ไปในตลาดได้ คู่ค้ามี
ทั้งเปน็ ผู้ผลติ ผ้ขู าย ตวั แทนการคา้ ผ้บู ริหาร ผขู้ นส่ง ธนาคาร/สถาบันการเงิน ฯลฯ ในปัจจุบันคู่ค้ามี
บทบาทสาคญั ในการรว่ มสง่ เสรมิ พฒั นาความก้าวหนา้ ใหก้ ับธรุ กจิ ทาใหธ้ ุรกิจประสบความสาเร็จและ
เป็นพันธมิตรที่ร่วมดูแลรับผิดชอบต่อผู้บริโภค นักธุรกิจพึงปฏิบัติกับคู่ค้าอย่างมีจริยธรรมคุณธรรม
มูลนธิ ิเพื่อสถาบนั การศกึ ษาวิชาการจดั การแห่งประเทศไทย (2556 : 12) ได้กล่าวไว้ว่าจริยธรรมต่อคู่
ค้าของนักธรุ กจิ ท่คี วรปฏิบตั ิ มีดังนี้

1. พึงปฏิบัติต่อคู่ค้าอย่างเสมอภาค บนพ้ืนฐานของการพัฒนาธุรกิจท่ีได้รบผลตอบแทนที่
เป็นธรรมต่อท้งั 2 ฝา่ ย

2. พึงปฏิบัติตามสัญญาท่ีผูกพันกันอย่างตรงไปตรงมา กรณีมีความเห็นหรือมีข้อขัดแย้ง
ควรให้มีการเจรจาแก้ปัญหาและหาทางออกให้ลุล่วง โดยคานึงถึงความสัมพันธ์ทางธุรกิจท่ีถูกต้องใน
ระยะยาว

3. พึงปฏิบตั ติ ่อคู่ค้าดว้ ยความเปน็ ธรรม ซื่อสตั ยส์ ุจรติ มีความเสมอภาคเทา่ เทียมกัน
4. พึงดาเนินธุรกิจกับคู่ค้า ซึ่งไม่นามาซ่ึงความเส่ือมเสียต่อชื่อเสียงของธุรกิจหรือขัดต่อ
กฎหมายใดๆ
5. พึงรกั ษาความลับของค่คู ้า ไมเ่ ปิดเผยข้อมูลหรือข้อเสนอของคู่ค้ารายหน่ึงให้กับคู่ค้าราย
อื่นๆ ทัง้ ทางตรงและทางอ้อม
6. พงึ มนี โยบายในการปฏบิ ตั ิและมมี าตรการปอ้ งกันการผกู ขาดและการทมุ่ ตลาด
7. พงึ ให้ความรว่ มมอื กบั คู่คา้ ในการพฒั นาสนิ ค้าและบริการอย่างมคี ุณภาพ
8. พึงร่วมมือกับคู่ค้าในการพัฒนาธุรกิจเครือข่ายและทาธุรกิจร่วมกันอย่างมีความ
รบั ผิดชอบ
9. พึงรว่ มมอื กบั ค่คู ้าในการร่วมพัฒนาชมุ ชน สงั คม เพอื่ การพฒั นาอยา่ งยงั่ ยืน
อักษราภัค หงษ์ขาว (2556 : 24) ไดก้ ลา่ วไว้วา่ จริยธรรมทม่ี ตี อ่ ค่คู ้ามีแนวปฏิบัตไิ ว้ ดงั นี้
1. หนว่ ยธุรกจิ ดาเนนิ ธุรกิจกับคู่คา้ อย่างตรงไปตรงมา ได้แก่ มีความเสมอต้นเสมอปลายต่อ
คคู่ ้า ดาเนินธุรกิจอย่างโปร่งใส่ ซ่ือตรง รู้จักรอมชอม ไม่เห็นแก่ตัว ไม่เอารัดเอาเปรียบจากช่องว่าง
เง่ือนไขการค้า

บทท่ี 4 จรยิ ธรรมของนกั ธรุ กจิ 110

2. ไม่ผิดสัญญาในรูปแบบต่างๆ ปฏิบัติตามภาระผูกพันที่ให้ไว้ ได้แก่ ตรงต่อเวลา รักษา
คาพดู กลา้ เผชญิ ปญั หาร่วมกัน

พรทิพา กฏุ มพนิ านนท์ (2557 : 3-4) กล่าววา่ นักธรุ กิจหรอื บริษัทต้องตระหนักถึงการปฏิบัติ
ต่อคูค่ า้ อยา่ งเป็นธรรม โดยต้ังอยู่บนพื้นฐานของการได้รับผลตอบแทนที่เป็นธรรมท้ังสองฝ่าย บริษัท
จึงให้ข้อมูลท่ีเป็นจริง รายงานท่ีถูกต้อง ปฏิบัติตามพันธะสัญญา การเจรจาแก้ไขปัญหาเพื่อหาทาง
ออกที่ต้ังอยู่บนพ้ืนฐานของความสัมพันธ์ทางธุรกิจ รวมทั้งหลีกเล่ียงสถานการณ์ท่ีทาให้เกิดความ
ขัดแย้งทางผลประโยชน์ โดยมแี นวปฏบิ ัติดังนี้

1. ไมเ่ รียก ไม่รับ หรือจา่ ยผลประโยชน์ใดๆ ทไ่ี มส่ จุ รติ ในการคา้ กบั คู่ค้า
2. กรณีที่มีข้อมูลว่ามีการเรียกหรือการรับ หรือการจ่ายผลประโยชน์ใดๆ ที่ไม่สุจริต ต้อง
เปดิ เผยข้อมลู ทเ่ี กยี่ วขอ้ งต่อค่คู ้าและรว่ มกนั แก้ไขปญั หาโดยรวดเร็ว
3. ปฏิบตั ติ ามเงื่อนไขตา่ งๆ ตามสัญญาอยา่ งเคร่งครัด กรณีที่ไม่สามารถปฏิบัติตามเง่ือนไข
ข้อใดได้ตอ้ งรบี แจ้งค่คู ้าทราบล่วงหนา้ เพอ่ื ร่วมกันพจิ ารณาหาแนวทางแก้ไขปญั หา
จากแนวคดิ ดังกล่าว สรุปไดว้ า่ จริยธรรมนักธรุ กิจต่อคู่ค้าเป็นแนวทางการปฏิบัติของนักธุรกิจ
ตอ่ คู่คา้ ทเี่ ปน็ ไปอยา่ งเป็นธรรม โดยต้งั อย่บู นพน้ื ฐานของการได้รบั ผลตอบแทนท่ีเป็นธรรมท้ังสองฝ่าย
ดาเนนิ ธรุ กิจต่อกนั ดว้ ยความยตุ ิธรรม ไม่เอารดั เอาเปรียบ เคารพกฎกตกิ าซึง่ กันและกนั

4.6 จรยิ ธรรมของนกั ธุรกจิ ตอ่ คู่แข่งขนั

การแข่งขนั จะกระต้นุ ความเจริญก้าวหน้าทางเศรษฐกจิ และเป็นประโยชน์โดยตรงต่อผบู้ ริโภค
การมีคู่แข่งขันทาให้นักธุรกิจพยายามทาให้ธุรกิจของตนเจริญก้าวหน้าได้เร็วกว่าเดิม ทาให้เกิดการ
ต่ืนตัวในการปรับเปล่ียนการผลิตและปรับปรุงคุณภาพสินค้าและบริการ ดังนั้นคู่แข่งขันจึงเป็นแรง
กระตุ้นท่ีสาคัญท่ีส่งผลให้ธุรกิจมีความต่ืนตัวอยู่ตลอดเวลา ไม่หยุดนิ่งทางความคิด มีความมุ่งมั่นใน
การประกอบการให้ทันต่อความก้าวหน้า ทั้งการสร้างนวัตกรรมใหม่ๆ การปรับเปลี่ยนการผลิต การ
ปรับปรุงคุณภาพสนิ คา้ และบริการ ลดคา่ ใช้จ่าย อันจะเปน็ ประโยชนต์ อ่ ธุรกิจการแข่งขัน จึงทาให้เกิด
การพฒั นาอย่างสร้างสรรค์ มใิ ช่เพือ่ ทาลายลา้ งซ่งึ กันและกนั ดังมผี ้ใู ห้แนวคิดเก่ียวกับจริยธรรมที่มีต่อ
ค่แู ข่งขันไว้ ดงั น้ี

นงลักษณ์ วิรัชชัย และคณะ (2551 : 50) ได้สรุปจริยธรรมของนักธุรกิจที่มีต่อคู่แข่งขัน
ทางการคา้ ไว้วา่ ต้องไม่มองคู่แข่งขันทางการค้าในลักษณะที่เป็นศัตรู และคอยจดจ้องจะทาลายด้วย

บทท่ี 4 จริยธรรมของนักธรุ กิจ 111

กลวธิ ตี ่างๆ ทไี่ มใ่ ชใ่ นรูปแข่งขัน แต่จะเน้นการผลิตสินค้าและการให้บริการที่มีคุณภาพเหนือกว่าเพ่ือ
เรียกลกู คา้ ให้ไดม้ ากทีส่ ุด

สุภาพร พิศาลบุตร (2551 : 119) ได้กล่าวถึงจริยธรรมของนักธุรกิจต่อคู่แข่งขันว่า การ
แขง่ ขันในทางธรุ กิจต้องเป็นไปอย่างตรงไปตรงมา แข่งขันในเชิงคุณภาพท่ีแท้จริงของสินค้าหรือการ
บริการ โดยไม่ใช้วิธีติดสินบนหรือโน้มน้าวผู้บริโภคด้วยวิธีการเล่ห์กลฉ้อฉล และต้องคานึงถึงการ
เคารพสิทธขิ องบุคคลอ่ืนดว้ ยนัน่ คอื การไม่ละเมิดในทรัพย์ทางปญั ญาของผอู้ ื่น เป็นลักษณะสาคัญของ
การประกอบธรุ กจิ ในสังคมประชาธิปไตย

อกั ษราภัค หงษ์ขาว (2556 : 31 อ้างถึงในพิภพ วชังเงิน 2550 : 67) ได้กล่าวถึงบทบาท
ด้านจริยธรรมนกั ธรุ กิจทีม่ ตี ่อคู่แข่งขันไว้ว่า ควรเป็นไปตามกฎหมายและธรรมเนียมปฏิบัติทางธุรกิจ
ไม่ใช่วธิ กี ารสกปรก ถือวา่ ผูป้ ระกอบการธุรกิจประเภทเดียวกัน เป็นเพ่ือนร่วมอาชีพกัน ร่วมมือกัน
พัฒนาอาชีพของตนให้เจรญิ ก้าวหนา้ ตอ้ งแข่งขันในเชิงกระทาให้ลูกค้าพอใจและหันมานิยมมากข้ึน
ปรบั ปรุงพัฒนาการคุณค่าคุณภาพคณุ ธรรมบรกิ ารผลิตภณั ฑ์และบรรจภุ ณั ฑ์

มูลนิธิเพื่อสถาบันการศึกษาวิชาการจัดการแห่งประเทศไทย (2556 : 13) ได้กล่าวไว้ว่า
จรยิ ธรรมตอ่ คแู่ ขง่ ขันของนักธุรกิจทีค่ วรปฏิบตั ิ มีดังนี้

1. พึงแข่งขันธุรกจิ ตามกฎ กตกิ า และกรอบแห่งกฎหมาย และการแข่งขนั ทางการคา้
2. พงึ แขง่ ขันอยา่ งเป็นธรรม ไมบ่ ิดเบือนขอ้ มูล หลอกลวง หรอื ใชว้ ธิ ีอนื่ ใดท่ไี มถ่ กู ตอ้ ง
3. พงึ ละเว้นการกล่ันแกล้ง ใส่ร้ายป้ายสีคู่แข่งขัน เช่น การสร้างหลักฐานอันเป็นเท็จ หรือ
การปล่อยข่าวลอื และไมท่ าการลอกเลียนแบบสินคา้ ของคแู่ ข่งไม่วา่ โดยทางตรงหรือทางออ้ ม
4. พึงหลีกเลี่ยงการแข่งขัน โดยวิธีการขายตัดราคา ลดราคา ลดคุณภาพสินค้า และ
บรกิ าร การฮั้วราคาสนิ คา้ และบรกิ าร อนั ส่งผลเสยี ต่อคู่แข่งขันทางธุรกิจ ซึ่งอาจสร้างความเดือดร้อน
ใหแ้ ก่ผบู้ ริโภค
5. พงึ ไมแ่ สวงหาขอ้ มูลของพันธมิตรและคแู่ ข่งทางการคา้ อยา่ งไม่สุจรติ และไม่เป็นธรรม
6. พึงระมัดระวังในการติดต่อส่ือสารกับคู่แข่งและบุคลากรของคู่แข่ง เพื่อมิให้เกิดผล
กระทบตอ่ การแขง่ ขันทางธุรกิจ
7. พึงร่วมมือกับคู่แข่งทางการค้าในการส่งเสริมการกระทาหรือกิจกรรมใดๆ ท่ีนามาซ่ึง
ความเขา้ ใจอันดรี ะหวา่ งกัน

บทท่ี 4 จริยธรรมของนกั ธรุ กิจ 112

8. พึงให้ความร่วมมือกบั ค่แู ขง่ ขนั ในการสร้างนวตั กรรมสนิ ค้าใหม่ท่ีมีคุณภาพ และเป็นมิตร
ตอ่ สิง่ แวดล้อมเพิ่มขึน้

9. พึงให้ความร่วมมือในการแข่งขนั เพอี่ สร้างสภาวะตลาดทด่ี ี
จากแนวคิดดงั กล่าวสรุปไดว้ ่าจรยิ ธรรมของนกั ธุรกจิ ท่ีมีต่อคู่แข่งขัน หมายถึง พฤติกรรมการ
กระทาท่ีแสดงออกถึงความตรงไปตรงมา มีความจริงใจ โปร่งใส ยุติธรรม ไม่มีการกล่ันแกล้งกันทั้ง
ทางตรงและทางออ้ ม รแู้ พ้รูช้ นะ เน้นการให้บริการที่มคี ุณภาพเหนอื กว่าเพือ่ เรยี กลกู คา้ ให้ไดม้ ากทส่ี ุด

4.7 จริยธรรมของนักธรุ กิจตอ่ หนว่ ยราชการ

หน่วยราชการ เป็นหน่วยงานที่มีความสาคัญและมีความเกี่ยวพันกับการประกอบธุรกิจ
ตลอดเวลา เพราะจะทาหน้าท่ีกากับดูแลธุรกิจให้ปฏิบัติตามกฎหมาย กฎระเบียบ ในขณะเดียวกัน
ธรุ กจิ กม็ กี ารติดต่อกับหน่วยราชการอย่างสม่าเสมอทั้งในฐานะทหี่ น่วยราชการเปน็ ลกู ค้า และในฐานะ
ของธรุ กิจที่ตอ้ งมาตดิ ตอ่ หนว่ ยราชการ เพ่อื ทราบหลักการปฏิบตั ทิ ถี่ ูกตอ้ งตามหลักเกณฑ์หรือระเบียบ
ท่ีกฎหมายกาหนด การปฏบิ ตั ติ ่อหน่วยราชการทถี่ กู ตอ้ ง จึงถือเป็นส่งิ สาคญั และจาเปน็ อยา่ งย่ิง

มูลนิธิเพื่อสถาบันการศึกษาวิชาการจัดการแห่งประเทศไทย (2556 : 15) ได้กล่าวไว้ว่า
จรยิ ธรรมต่อหนว่ ยราชการของนักธรุ กจิ ทคี่ วรปฏิบัติ มีดังนี้

1. พึงทาธุรกิจกับหน่วยงานราชการด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและดาเนินธุรกิจอย่างตรงไป
ตรงมา

2. พึงปฏบิ ัตติ ามกฎหมาย ไม่ดาเนินธุรกิจที่ผิดระเบียบข้อบังคับ ขัดต่อจารีตประเพณีและ
วัฒนธรรมท่ีเกย่ี วข้องในการดาเนนิ ธรุ กิจกับหนว่ ยงานภาครัฐ

3. พึงปฏิบัติทาบัญชีและเสียภาษีให้รัฐอย่างถูกต้อง ตรงตามลักษณะของธุรกิจ ไม่ควร
หลกี เลีย่ งการเสียภาษอี ากร

4. พึงละเว้นการติดสินบนข้าราชการ เพื่ออานวยความสะดวกให้ตนในการประกอบธุรกิจ
ใดๆ แมว้ ่าธรุ กิจนั้นจะไมผ่ ิดกฎหมายกต็ าม

5. พงึ ละเวน้ จากการใชค้ วามสัมพันธส์ ่วนตัวเพ่อื ประโยชน์ของตนเองและธุรกิจ
6. พึงละเวน้ การใหค้ วามรว่ มมือสนับสนนุ การกระทาของข้าราชการ ทมี่ ีเจตนาทาการทุจริต
ไม่ว่าในทางใดๆ แม้จะไมเ่ กย่ี วข้องเสียหายต่อธุรกิจของตนเองก็ตาม
7. พึงละเวน้ การใหค้ วามรว่ มมอื กับข้าราชการในการทุจรติ คอรปั ช่นั

บทที่ 4 จรยิ ธรรมของนกั ธุรกจิ 113

8. พงึ ละเว้นการใหข้ องกานลั หรอื ของขวญั กบั ขา้ ราชการในทกุ เทศกาลตา่ งๆ
9. พึงให้ความร่วมมือสนับสนุนกับหน่วยงานภาครัฐในการพัฒนาสังคม วัฒนธรรมและ
สง่ิ แวดล้อม
จากแนวคิดดงั กลา่ วสรปุ ได้วา่ จริยธรรมของนักธุรกิจต่อหน่วยงานราชการ คือ การประพฤติ
ปฏิบัติตนในการติดต่อประสานงานในด้านธุรกิจด้วยความตรงไปตรงมา ปฏิบัติตามข้อกาหนดของ
กฎหมายในการทาธุรกิจ ละเว้นจากการติดสินบนเจ้าหน้าท่ีของหน่วยงานราชการ ไม่สนับสนุน
ข้าราชการทาทุจริต ละเว้นการให้ของขวัญหรือของกานัลแก่ข้าราชการ มีทัศนคติที่ดีและมีความ
เชอื่ ถอื ต่อหนว่ ยงานราชการ ใหค้ วามร่วมมอื เปน็ พลเมืองท่ีดี

4.8 จริยธรรมของนกั ธุรกจิ ต่อสังคม

4.8.1 แนวคิดจรยิ ธรรมของนกั ธรุ กจิ ที่มีต่อสงั คม
นักธุรกิจเป็นสมาชกิ ของสงั คม มีสงั คมเป็นฐานการประกอบธรุ กจิ การเปลี่ยนแปลงของสังคม
ย่อมกระทบต่อการดาเนินการของธุรกิจ นักธุรกิจจึงถือเป็นความรับผิดชอบในอันท่ีจะมีส่วนร่วม
อย่างสร้างสรรค์ ในด้านการบริหารจัดการในภาคส่วนของสังคมท่ีจะต้องก่อประโยชน์ และไม่เป็น
โทษหรอื ผลกระทบทเ่ี ลวร้ายต่อสังคมทงั้ ทางตรงและทางอ้อม ดังมีผู้ใหแ้ นวคิดไวด้ งั นี้
อักษราภัค หงษ์ขาว (2556 : 32) กล่าวว่า การมีจริยธรรมต่อสังคมหรือมีความรับผิดชอบ
ต่อสังคมเป็นเรื่องท่ีสาคัญของนักธุรกิจในการดาเนินธุรกิจ นักธุรกิจท่ีดาเนินการบริหารจัดการด้วย
ความรับผิดชอบ ทานุบารุงรักษาและช่วยพัฒนาสังคมให้เจริญก้าวหน้า ก็จะส่งผลต่อการพัฒนา
คุณภาพชีวิตท่ดี ีของทกุ คนในสงั คมและส่งผลให้ธรุ กิจได้รบั การนบั ถอื และศรัทธาจากคนในสังคม และ
ส่งผลต่อนกั ธรุ กิจในการได้รบั การยอมรับจากคนในสังคมให้เปน็ นกั ธรุ กจิ คุณภาพ
มูลนิธิเพื่อสถาบันการศึกษาวิชาการจัดการแห่งประเทศไทย (2556 : 16) ได้กล่าวไว้ว่า
จริยธรรมต่อสังคมของนกั ธรุ กิจที่ควรปฏิบตั ิ มดี ังนี้
1. พงึ ละเวน้ จากการประกอบธุรกิจทท่ี าให้สังคมเสื่อมทางศลี ธรรมและจิตใจ
2. พึงละเวน้ จากการทาลาย เอาเปรียบชมุ ชน สงั คม ทงั้ ทางตรงและทางออ้ ม
3. พงึ ใหค้ วามเคารพในสิทธิทางปญั ญา โดยไม่ลอกเลียนความคดิ ของผู้อน่ื โดยไม่ไดร้ ับ
อนุญาต
4. พึงร่วมกนั สง่ เสริมเศรษฐกจิ ชมุ ชน สงั คม สง่ เสริมและสร้างอาชพี โดยใช้แรงงานท้องถ่ิน

บทที่ 4 จรยิ ธรรมของนกั ธรุ กจิ 114

5. พงึ ร่วมสร้างความเข้มแข็งให้ชุมชนท้องถนิ่ ใหค้ วามรู้ ความเข้าใจทถี่ กู ต้อง สร้างกิจกรรม
ท่มี ีประโยชนต์ อ่ การพัฒนาสงั คมให้มคี ุณภาพเพมิ่ ข้ึน

6. พึงรว่ มมือกับหน่วยงานในท้องถิน่ พัฒนาโครงสร้างพ้นื ฐาน ศาสนสถาน สถานศึกษา
7. พงึ ใหค้ วามเอาใจใส่ สง่ เสริม พัฒนาเยาวชนในชุมชน ทั้งทางด้านการศึกษา และเตรียม
ความพร้อมในการเปน็ ประชาชนทีด่ ีมคี ณุ ภาพในอนาคต
8. พงึ สร้างเสริมและอนุรักษ์วฒั นธรรมชุมชน โดยรว่ มสืบสานขนบธรรมเนียมและประเพณี
ทอ้ งถ่ิน ชมุ ชนให้คงอยอู่ ย่างยง่ั ยืนในระยะยาว
9. พงึ พร้อมปฏบิ ัติ เพือ่ สรา้ งสังคม ชมุ ชนท่มี ีคุณภาพอยา่ งยั่งยนื
เนตร์พัณณา ยาวิราช (2551 : 42) ได้ให้ความหมายของขอบข่ายความรับผิดชอบของนัก
ธุรกิจต่อสังคมและชมุ ชนท้องถนิ่ ไวด้ งั นี้
1. ความรบั ผิดชอบต่อสังคม หมายถงึ องค์กรควรผลิตสนิ คา้ หรอื บริการท่ีเป็นท่ีต้องการของ
ชุมชนเป็นการตอบสนองความต้องการของประชาชน ผลติ และจาหนา่ ยสินค้าท่ีมคี ณุ ภาพ
2. ความรับผิดชอบต่อสุขภาพและสวัสดิการของประชาชน หมายถึง องค์กรไม่ผลิตสินค้า
หรือให้บริการท่ีเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น การผลิตสุรา หรือบุหรี่ ควรมีคาเตือนผู้บริโภค เช่น
บริษัทผู้ผลิตบุหร่ีในประเทศไต้หวันใช้คาเตือนข้างซองบุหรี่ว่าบุหร่ีเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น
เดียวกับประเทศไทย กฎหมายกาหนดใหม้ ีคาเตือนและรูปภาพเตือนใจผ้บู ริโภค
3. ความรับผิดชอบด้านการศึกษา หมายถึง ให้ความรู้แก่ผู้บริโภคหรือการให้ความรู้แก่
ประชาชนในการใชส้ ินค้าหรอื ใชบ้ รกิ ารอย่างถกู วธิ ี
4. ความรบั ผิดชอบด้านสิทธมิ นุษย์
4.8.2 ขอบเขตความรบั ผดิ ชองของนักธุรกิจต่อสงั คม
ศิริเกตุ ปุริมาณเสวี (2553 : 24-25 อ้างถึงเนตร์พัณณา ยาวิราช, 2551 : 42) กล่าวว่า
ขอบเขตความรับผิดชอบของนักธุรกิจต่อสังคม (Area of Corporate Social Responsibility)
ประกอบดว้ ยความรับผดิ ชอบ ดงั น้ี
1. ความรับผิดชอบต่อสังคมและชุมชน (Society and Community) หมายถึง การผลิต
สินค้าหรือให้บริการท่ีเป็นท่ีต้องการของชุมชน เป็นการตอบสนองความต้องการของประชาชนและ
ผลิตสนิ ค้าหรือใหบ้ รกิ ารทไี่ มท่ าให้ชมุ ชนเสอ่ื มโทรมหรือมอมเมาประชาชน ผลิตและจาหน่ายสินค้าที่
มคี ุณภาพ

บทที่ 4 จริยธรรมของนักธุรกจิ 115

2. ความรับผิดชอบต่อสุขภาพ และสวัสดิการของประชาชน (Health and Welfare)
หมายถงึ ไม่ผลิตสินค้าหรือให้บริการที่เป็นอันตรายต่อสุขภาพ เช่น การผลิตสุรา หรือบุหร่ี ควรมีคา
เตือนผู้บรโิ ภค

3. ความรับผิดชอบด้านการศึกษา (Education) หมายถึง ความรับผิดชอบของบุคคลท่ี
ต้องการแสดงความคิดเหน็ ของพนกั งานและบคุ คลต่างๆ ที่มีสว่ นเกย่ี วขอ้ ง

4. ความรับผิดชอบด้านสิทธิมนุษยชน (Human Right) หมายถึง ความรับผิดชอบของ
บุคคลท่ีต้องการแสดงความคิดเห็น หรือสิทธิส่วนบุคคลของพนักงานและบุคคลต่างๆ ที่มีส่วน
เก่ยี วข้อง

5. ความรับผิดชอบด้านสิ่งแวดล้อม (Environment) หมายถึง ความรับผิดชอบต่อการไม่
ทาให้เปน็ อนั ตรายต่อสงิ่ แวดลอ้ ม เชน่ ไม่ปลอ่ ยมลพิษจากโรงงาน ไม่ปล่อยน้าเสียลงสู่แม่น้าลาคลอง
หรือไม่ปล่อยสารเคมีเปน็ พิษของเสยี ออกมาจากกระบวนการผลติ ลดใช้พลังงาน ลดภาวะโลกรอ้ น

6. ความรับผิดชอบต่อผู้บริโภค (Consumer) หมายถึง ความรับผิดชอบต่อการอุปโภค
บริโภคของลูกคา้ การรบั คนื สินค้าทด่ี อ้ ยคณุ ภาพ การรบั ประกันคณุ ภาพตามทกี่ ล่าวอ้าง

7. ความรับผิดชอบต่อวัฒนธรรมอันดี (Culture) หมายถึง การผลิตสินค้าที่คานึงถึง
วัฒนธรรมของประเทศหรือคานึงถึงข้อกาหนดทางศาสนา เช่น การทาธุรกิจเปิดสถานบันเทิงในยาม
กลางคืนที่มกี ารแสดงทล่ี ่อแหลม เปน็ แหลง่ อบายมขุ ของเยาวชน เป็นตน้

8. ความรับผิดชอบต่อชุมชน (Voluntary Responsibilities) อาสาสมัครเพ่ือพัฒนาชุมชน
พัฒนาคณุ ภาพชวี ติ

9. ความรับผิดชอบดา้ นจรยิ ธรรม (Ethical Responsibilities) ทาในสิ่งท่ีถูกต้อง หลีกเลี่ยง
สิ่งทีเ่ ป็นพษิ เป็นภยั เปน็ อันตรายตอ่ ผบู้ รโิ ภค

10. ความรับผิดชอบด้านกฎหมาย (Legal Responsibilities) เช่ือฟังและปฏิบัติตาม
ขอ้ กาหนดของกฎหมาย

11. ความรับผิดชอบดา้ นเศรษฐกจิ (Economic Responsibilities) การพิจารณาผลกาหรท่ี
เหมาะสม บริหารจัดการธรุ กิจอยา่ งถูกต้องตามวิถีเศรษฐกิจ

จากแนวคิดดงั กล่าวสรุปได้ว่า จริยธรรมที่มีต่อสังคมน้ันเป็นการแสดงออกถึงพฤติกรรมการ
กระทาของนักธุรกิจที่มีต่อสังคมด้วยความรับผิดชอบในชุมชนหรือสังคมนั้นๆ ด้วยความจริงใจและ
ซื่อสัตย์ ช่วยทานุบารุงรักษาและช่วยพัฒนาสังคมให้เจริญก้าวหน้า เป็นการแสดงออกถึงความ

บทท่ี 4 จริยธรรมของนกั ธุรกจิ 116

รบั ผิดชอบและความตัง้ มนั่ ที่ตอ้ งการพัฒนาสงั คมด้วยความบริสุทธใ์ิ จซง่ึ จะสง่ ผลให้ธรุ กิจเป็นที่ยอมรับ
ของสังคมตอ่ ไป

4.9 จรยิ ธรรมของนักธุรกจิ ตอ่ สิง่ แวดล้อม

การดาเนินงานของธุรกิจในปัจจุบันมีระบบการผลิตท่ีเปล่ียนแปลงไปจากเดิมมาก การดูแล
และรักษาสิ่งแวดล้อมไปพร้อมกับการดาเนินธุรกิจถือเป็นส่ิงสาคัญ เน่ืองจากธุรกิจจะเก่ียวข้องกับ
สิง่ แวดล้อมท้งั ในแง่ของการเป็นผู้ใช้ทรัพยากรธรรมชาติในการผลิต การให้ และเป็นผู้บริโภค ดังน้ัน
ธุรกิจต้องรักษาดแู ลทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อมให้มีอย่ตู ่อไปอยา่ งย่ังยืน มผี ู้ใหแ้ นวคดิ ไว้ดังน้ี

ประยรู วงศ์จันทรา และคณะ (2559 :5) ได้กลา่ วไว้วา่ จรยิ ธรรมส่งิ แวดล้อม หมายถึง หลักที่
มนษุ ยค์ วรประพฤติตอ่ ธรรมชาติ โดยใช้ระบบสังคมวัฒนธรรมขับเคลื่อน เพ่ือให้ธรรมชาติสิ่งแวดล้อม
ดารงอยู่ไดต้ ามดุลยภาพของธรรมชาติส่งิ แวดลอ้ มท่เี ปน็ อยูอ่ ย่างกลมกลืนและอย่างยั่นยืน

มูลนิธิเพ่ือสถาบันการศึกษาวิชาการจัดการแห่งประเทศไทย (2556 : 17) ได้กล่าวไว้ว่า
จริยธรรมต่อส่งิ แวดลอ้ มของนกั ธรุ กิจทค่ี วรปฏบิ ัติ มีดังนี้

1. พึงละเว้นการประกอบธรุ กจิ ท่ที าลายทรพั ยากรธรรมชาตแิ ละส่ิงแวดล้อม เพ่ือประโยชน์
สว่ นตนทัง้ ทางตรงและทางอ้อม

2. พึงดูแล เอาใจใส่การประกอบกิจการธุรกิจท่ีไม่เป็นต้นเหตุให้ก่อเกิดมลภาวะกับ
สิ่งแวดลอ้ ม และรับผดิ ชอบเม่ือเกิดมลภาวะอันเนื่องมาจากการประกอบธรุ กจิ

3. พึงปฏิบัติและรักษาคุณภาพสิ่งแวดล้อมให้สอดคล้องกับพระราชบัญญัติส่งเสริมและ
รักษาคุณภาพส่ิงแวดลอ้ มท่ภี าครัฐกาหนด

4. พึงกาหนดนโยบายในการดูแลทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสงิ่ แวดลอ้ ม
5. พึงสนบั สนนุ ให้พนักงานมีส่วนร่วมในกิจกรรมต่างๆ เพอื่ รว่ มกันดแู ลสงิ่ แวดลอ้ ม
6. พึงคิดค้นผลิตสินค้าหรือบริการที่เป็นมิตรกับส่ิงแวดล้อมในการเพิ่มความรับผิดชอบใน
การอนุรักษ์สง่ิ แวดล้อม
7. พึงปรับกระบวนการผลิตลดผลกระทบ รวมถึงการบาบัดของเสียที่เกิดจากระบวนการ
ของธรุ กิจ เพ่ือไมท่ าใหเ้ กิดมลพษิ ตอ่ ส่ิงแวดล้อม
8. พงึ ใช้ทรัพยากรธรรมชาติใหเ้ ป็นประโยชน์มากท่สี ุดและใช้ประโยชน์จากทรัพยากรอย่าง
ค้มุ ค่า

บทท่ี 4 จรยิ ธรรมของนักธุรกิจ 117

9. พงึ จดั ใหม้ ีระบบการทางานทใ่ี ห้ความสาคัญตอ่ ทรพั ยากรธรรมชาติ ส่ิงแวดล้อมและการ
ดแู ลชมุ ชนและสงั คม

เนตร์พัณณา ยาวิราช (2551 : 118-119) กล่าวว่า ส่ิงแวดล้อมมีความสาคัญต่อธุรกิจเป็น
อย่างมากท้ังโดยทางตรงและทางอ้อม ในทางตรงเปน็ ประโยชนใ์ นการนาเอาสิง่ แวดลอ้ มทางธรรมชาติ
มาเป็นวัตถุดิบในการผลิตสินค้า ในทางอ้อมช่วยให้การดาเนินธุรกิจเจริญเติบโต นักธุรกิจจึงควรมี
ความรับผิดชอบต่อสิ่งแวดล้อม เช่น การไม่ทาลายทรัพยากรธรรมชาติ การใช้วัสดุอื่นแทน
ทรพั ยากรธรรมชาติ การรักษาสภาพแวดล้อม ไม่ทาให้สภาพแวดล้อมเส่ือมโทรมลง การใช้และการ
ทาลายทรัพยากรธรรมชาติ เช่น การปล่อยน้าเสียลงสู่แหล่งน้า การตัดไม้ทาลายป่า การขุดและ
ระเบิดภูเขา การปล่อยสารเคมีเป็นพิษสู่อากาศ ล้วนเป็นอันตรายต่อส่ิงมีชีวิตบนโลกรวมทั้งมนุษย์
ดังนั้นการรักษาและการมีจริยธรรมต่อสภาพแวดล้อมเร่ิมตั้งแต่ปัจจัยนาเข้า เช่น การใช้ทรัพยากร
ธรรมชาติอย่างประหยัด ไมท่ าลายใหส้ ูญไป กระบวนการผลติ ท่ไี มเ่ ป็นอันตรายต่อสภาพแวดล้อมและ
ปัจจัยนาออกท่ีไม่ก่อให้เกิดมลพิษ น้าเสีย อากาศเสียหรือขยะ ผู้ประกอบการควรอนุรักษ์การใช้
ทรัพยากรธรรมชาติ โดยการนาทรัพยากรธรรมชาติมาใช้อย่างคุ้มค่า ประหยัด ถูกวิธีและก่อให้เกิด
ประโยชน์สูงสุดรวมทั้งการวางแผนรักษาคุณภาพส่ิงแวดล้อม การติดตาม การตรวจสอบคุณภาพ
สง่ิ แวดลอ้ มอย่างต่อเนอื่ ง

จริยธรรมนักธุรกิจต่อส่ิงแวดล้อมเป็นพฤติกรรมของการกระทาที่นักธุรกิจแสดงความ
รับผิดชอบต่อส่ิงแวดล้อม และมีการกาหนดนโยบายเกี่ยวกับสิ่งแวดล้อมในส่วนหน่ึงของการบริหาร
จดั การ ในการรักษาสภาพแวดล้อม ไมท่ าใหส้ ภาพแวดล้อมเส่ือมโทรมลง รวมถึงการการอนุรักษ์และ
ดแู ลรกั ษาสภาพแวดล้อมไว้ให้คงอยู่ตลอดไป

4.10 จรยิ ธรรมของนกั ธรุ กจิ ตอ่ สมาคมทางการค้า

สมาคมทางการคา้ เป็นองค์กรที่มีบุคคลที่เป็นนักธุรกิจจากหลากหลายอาชีพ มาเข้าร่วมเป็น
สมาชกิ เพ่อื รว่ มแลกเปล่ียนความร้ทู างดา้ นเศรษฐกิจ ด้านการค้า เพื่อประโยชน์ส่วนตนและเพื่อร่วม
สร้างสรรค์สิ่งท่ีมีประโยชนต์ อ่ สังคมและประเทศ ดงั นัน้ การที่นกั ธรุ กจิ มาเป็นสมาชิกร่วมกันในสมาคม
ทางการคา้ จึงจาเป็นตอ้ งคานึงถึงจริยธรรมในวิชาชพี เพอ่ื สรา้ งความดีงามร่วมกัน และการยอมรับจาก
สาธารณะท่วั ไป

บทที่ 4 จรยิ ธรรมของนกั ธรุ กจิ 118

มูลนิธิเพ่ือสถาบันการศึกษาวิชาการจัดการแห่งประเทศไทย (2556 : 18) ได้กล่าวไว้ว่า
จรยิ ธรรมต่อสมาคมทางการคา้ ของนกั ธรุ กิจท่คี วรปฏิบัติ มีดงั น้ี

1. พึงปฏบิ ตั ติ ามกฎเกณฑ์ขอ้ บังคับของสมาคมทเ่ี ปน็ สมาชิกอยู่อยา่ งเคร่งครัด
2. พงึ สนับสนุนและมสี ว่ นรว่ มในฐานะท่เี ป็นสมาชกิ เพื่อร่วมมอื กนั พัฒนาธรุ กจิ โดยองค์รวม
3. พึงแบ่งปัน แลกเปล่ียนประสบการณ์ ความรู้กับสมาชิกในทางสร้างสรรค์ต่อสังคมและ
ประเทศ ในโอกาสและวาระทเี่ หมาะสม
4. พึงสนับสนุนการดาเนินการของสมาคมทางการค้า ในการส่งเสริมต่อความสงบสุขของ
สงั คม และประเทศชาติ
5. พึงร่วมมือกับสมาคมทางการค้าในการนาเสนอข้อมูลประเด็นปัญหาตามความเป็นจริง
เพือ่ ประโยชนข์ องส่วนรวม
6. พึงร่วมกนั พัฒนาขดี ความสามารถของสมาคมทางการค้า โดยใช้ประสบการณ์และความ
ชานาญของตนตามความเหมาะสมและโอกาส
7. พงึ ร่วมเปน็ ตัวแทนของสมาคมทางการคา้ ในการดาเนนิ กจิ กรรมที่มปี ระโยชนเ์ พือ่ สงั คม
8. พงึ ร่วมกบั สมาคมทางการค้าในการต่อต้านการทุจริตคอรัปช่ันและการประพฤติผิดทาง
การคา้
9. พงึ รว่ มสร้างสรรคก์ จิ กรรมที่เป็นประโยชน์ตอ่ สงั คมกบั สมาคมทางการค้าทั้งทางตรงและ
ทางอ้อม
การปฏิบัติตามหลักจริยธรรมของนักธุรกิจต่อสมาคมทางการค้า คือ การปฏิบัติตาม กฎ
ระเบยี บ สนับสนนุ และให้ความร่วมมอื กับทางสมาคมให้เป็นไปในทิศทางเดียวกัน โดยร่วมกันปฏิบัติ
ตามหลักจริยธรรมในวิชาชีพเพ่ือเป็นการสร้างความดีงาม เพื่อไม่ให้เกิดการคอรัปช่ันและเกิดการ
ประพฤติผิดทางการคา้ น่ันเอง

4.11 แนวทางการสง่ เสรมิ และพฒั นานกั ธรุ กจิ ใหม้ จี ริยธรรม

จินตนา บุญบงการ (2553 1-7) กล่าวว่าจริยธรรมและความโปร่งใสคือหัวใจของธุรกิจ
สาหรบั นักธรุ กิจขนาดกลางและขนาดย่อม (SMEs) อีกทั้งธุรกิจขนาดใหญ่ท้ังในกรุงเทพมหานครและ
ปริมณฑล รวมทั้งจังหวัดสงขลาได้กล่าวถงึ แนวทางปฏิบัติและวิธีการพัฒนาจริยธรรมของนักธุรกิจไว้
2 ประการสาคญั ว่า

บทท่ี 4 จริยธรรมของนักธรุ กจิ 119

1. ต้องแสดงความรับผิดชอบต่อชุมชนข้างเคียง ไม่ก่อความเดือดร้อนและร่วมกิจกรรมใน
สังคมท่ีตนเป็นสมาชิกอยู่ การแสดงความรับผิดชอบน้ันจะมีทั้งด้านดูแลคนในชุมชนให้มีโอกาสมา
ทางานในกิจการเพอ่ื สร้างรายได้ และเป็นส่วนหน่ึงขององค์กร รวมท้ังดูแลสภาพแวดล้อมทั้งด้านน้า
อากาศ ผืนดิน และเสยี งรบกวน ให้อยู่ในสภาพทไ่ี ม่ถกู ทาลาย

2. ต้องร่วมกันพัฒนาคุณภาพนักการเมืองท่ีมีอิทธิพลต่อการดาเนินธุรกิจ เพ่ือสร้าง
จรยิ ธรรมในองค์กรของธุรกจิ แนวคิดเร่อื งการทาธุรกิจท่ีโปร่งใส ตลอดจนการต่อต้านคอร์รัปชั่น โดย
การร่วมมือร่วมใจของนักธุรกิจร่วมกับผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หลายภาคส่วนได้ทาให้การให้สินบนกับ
ข้าราชการและนักการเมืองลดลงแม้ว่าจะยังคงมีอยู่ การวิจัยพบว่าถ้านักการเมืองและข้าราชการ
ลดละการคอร์รปั ช่ันลงก็จะทาใหก้ ารดาเนนิ ธุรกิจทาได้อย่างโปร่งใส มีประสิทธิภาพ ต้นทุนค่าใช้จ่าย
เมื่อเงินใต้โตะ๊ ลดลง ผลงานเพ่อื สงั คมดขี ึน้ อีกทั้งทาให้ผู้ร่วมทาธุรกิจในต่างประเทศมีความเชื่อมั่นใน
ประสิทธภิ าพของธรุ กจิ ท่ดี าเนินงานในประเทศไทยเพ่มิ ขน้ึ

และกล่าวถึงกิจการขนาดใหญแ่ ละขนาดกลางได้เสนอแนวทางและทิศทางในการปฏิบัติและ
พัฒนาจรยิ ธรรมของนักธรุ กจิ เพิ่มขึน้ อีก 2 หวั ข้อ คือ

1. แสดงความรับผดิ ชอบตอ่ ประชาชนท่วั ไปดา้ นคุณธรรมจริยธรรม คอื ธุรกิจที่มีขนาดใหญ่
ขึ้นไมไ่ ดม้ องถงึ สภาพแวดลอ้ มท่ีใกล้ตัวเท่านั้น แตม่ องกว้างออกไปถึงคณุ ภาพชวี ติ ของประชาชนทั่วไป
ซง่ึ จะเปน็ ลูกคา้ แรงงานหรอื คู่คา้ ของธุรกจิ ทั้งในปจั จบุ ันและในอนาคต การมองประชาชนทว่ั ไปอย่าง
มคี ณุ ธรรมจริยธรรมจะทาใหธ้ ุรกิจทีม่ ีความสามารถกาลังท้งั ดา้ นการเงินและแรงงาน จัดทาโครงการท่ี
แสดงความรับผิดชอบตอ่ สังคมทัง้ ในรปู แบบ

CSR - After - Process คอื กิจกรรมเพื่อสังคมท่ีแยกต่างหากจากการดาเนินธุรกิจหลัก
ของกจิ การ เชน่ การแจกจา่ ยส่ิงของบรรเทาสาธารณภัย การบาเพญ็ ประโยชนต์ อ่ สาธารณะ

CSR - In - Process เป็นการกระทา “ธุรกิจเพื่อสังคม” โดยนาเอาความรับผิดชอบต่อ
สังคมไปเป็นส่วนหน่ึงของกระบวนการทางธุรกิจหรือเป็นการทาธุรกิจที่หากาไรอย่างมีความ
รับผิดชอบ

CSR - As - Process เป็น “กิจกรรมเพื่อสังคม” กิจกรรมท่ีดาเนินงานโดยองค์กรท่ีไม่
แสวงหากาไรให้กบั ตนเอง

2. แสดงความรับผิดชอบตอ่ แหลง่ เงนิ ทุน โดยการจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ยตรงเวลา ในกรณี
ทเี่ ป็นการกู้ยืมมาจากสถาบันการเงนิ เพ่ือไมใ่ หเ้ ศรษฐกิจโดยส่วนรวมต้องหยุดชะงักหรือล่มสลาย เมื่อ

บทที่ 4 จรยิ ธรรมของนักธรุ กิจ 120

สถาบันการเงินไม่ม่ันคงเช่นท่ีเคยเกิด “วิกฤตเศรษฐกิจต้มยากุ้ง” ใน พ.ศ. 2540 หากแหล่งเงินทุน
จากผถู้ ือหนุ้ ในกรณขี องบรษิ ัทจากัดหรอื บริษทั มหาชน นักธรุ กิจต้องให้ข้อมูลท่ีโปร่งใสเกี่ยวกับวิธีการ
และผลการดาเนินงานท้ังแก่ผู้ถือหุ้นขนาดเล็กผู้ถือหุ้นขนาดใหญ่ และต้องจ่ายเงินปันผลที่เหมาะสม
เมือ่ โลกเปลย่ี นแปลง มีการคา้ แบบเสรี การท่ีธุรกิจต้องมีจริยธรรมและแสดงความโปร่งใสจึงถือได้ว่า
น่นั คือหัวใจของนักธุรกิจ เพราะทนุ นิยมการค้าเสรเี ป็นการปฏบิ ตั ิทร่ี ุนแรงเพื่อให้อยู่ได้ ทุกองค์กรต้อง
เปลี่ยนแปลงอย่างรุนแรง ถา้ เปน็ เรือ่ งธรุ กจิ จะมกี ารเขา้ ร่วมกลุม่ แนวคิดหว่ งโซ่คุณค่า (Chain Value)
ทุกแหง่ เปน็ หว่ งโซ่เพ่อื ให้ไดต้ ามเป้าหมาย คือ การสรา้ งองค์กรใหอ้ ยู่รอด สรา้ งงานสร้างรายได้ ถ้าไม่มี
การซ้ือการขายก็จะไม่มีองค์กร การแข่งขันรุนแรงมาก การไม่พัฒนาให้ได้ตามกฎระเบียบของโลกท่ี
ต้องการจะอยไู่ มไ่ ด้ ทุกคนต้องสร้างนโยบายที่ดี ทุกคนต้องทาตามนโยบายท่ีดีแบ่งหน้าที่ที่เหมาะสม
ให้ทาตามกฎระเบยี บของโลกใหมเ่ พือ่ เป็นทมี เวริ ์คทีด่ กี ้าวหนา้ ไปได้ โดยจะดาเนนิ การไดต้ ้อง

2.1 เปลี่ยนแปลงแนวคิด วิธีการทางาน การกระทาตามระเบียบ
2.2 เปดิ เผยจรงิ ใจต่อกนั ในทุกเร่อื ง ไม่มกี ารปกปดิ ข้อมูล
2.3 ทมี งานมีความสามัคคี รว่ มมือร่วมใจกนั ทุกคน
2.4 ใช้ระบบคุณธรรมจากบนลงล่าง ในการควบคุมดูแลให้พัฒนาประเทศไปอย่าง
ถกู ต้อง โดยผนู้ าของทกุ องคก์ รต้องเร่ิมทาและช้ีนา เพ่ือเป็นแนวทางในการปฏิบัติให้ทุกคนทางานได้
ตามทิศทางท่ีเหมาะสมและลงโทษผู้ทาผิด ยกยอ่ งผทู้ าความดี
กง่ิ ดาว จินดาเทวนิ (2555 : 96-98) ได้กล่าวไว้ว่า นักธุรกิจเป็นผู้มีบทบาทและอิทธิพลใน
ฐานะของผู้บริหารหรือนาผู้องค์กรธุรกิจ เปรียบได้กับหัวเรือใหญ่ในการขับเคล่ือนองค์กรให้เป็นไป
ตามทิศทาง นโยบาย แผนงาน พันธกิจ กลยุทธ์ เพ่ือบรรลุเป้าหมายสูงสุดขององค์กร ดังน้ันการ
กระทาใดๆ ของนักธรุ กจิ ในแตล่ ะองค์กรทง้ั ขนาดเล็กและขนาดใหญ่ ย่อมมีผลกระทบไปตามขอบเขต
และอานาจ หากเปน็ องคก์ รขนาดใหญก่ ารกระทาใดๆ ย่อมสง่ ผลแผ่กว้างทง้ั ระดับเศรษฐกิจและสังคม
การสง่ เสรมิ นกั ธรุ กจิ ใหม้ ีจริยธรรมจงึ เปน็ ส่งิ สาคัญและจาเป็นทจี่ ะต้องมกี ารปลูกฝังสานึกที่มีคุณธรรม
จริยธรรมต่อความรับผิดชอบส่วนรวม และทุกฝ่ายท่ีเกี่ยวข้อง ดังนั้นในเบ้ืองต้นจะต้องเข้าใจถึง
คุณสมบัติที่ดีท่ีพึงประสงค์ของการเป็นนักธุรกิจทั้งในด้านส่วนตัวท่ีเก่ียวกับบุคลิก อุปนิสัย ความรู้
ความสามารถ และคุณธรรมจริยธรรม ซ่ึงเหล่าน้ีเป็นองค์ประกอบของความ สาเร็จของนักธุรกิจใน
เบ้ืองตน้ ดงั น้ี

บทท่ี 4 จรยิ ธรรมของนักธรุ กิจ 121

1. คุณสมบัติของนักธุรกิจที่ดี คุณสมบัติเฉพาะตัวของนักธุรกิจเป็นปัจจัยที่มีแนวโน้มของ
ความเปน็ ผปู้ ระสบผลสาเร็จในหน้าที่การงาน นอกจากคุณสมบัติด้านความรู้ความสามารถเฉพาะตัว
ของบุคคลแล้ว ในปัจจบุ ันการแข่งขันเป็นไปอย่างเสรีทาให้การดาเนินธุรกิจมีความซับซ้อนยิ่งข้ึน จึง
จาเป็นต้องมีคุณสมบัติอื่นๆ ท่ีจะทาให้นักธุรกิจสามารถดาเนินงานได้ราบร่ืนและสอดคล้องกับ
สภาพการณ์ปัจจบุ ัน เชน่ การสร้างสัมพันธ์ท่ีดีระหว่างพันธมิตรทางการค้า ชุมชน สังคมและทุกภาค
สว่ นทเี กี่ยวข้อง ดว้ ยหลักของคุณธรรมและมนุษยธรรม การดาเนินงานท่ีสามารถบรรลุเป้าหมายกาไร
สงู สุด ควรมคี ณุ สมบัติตา่ งๆ ดงั น้ี

1.1 คุณสมบัติด้านความร้คู วามสามารถและบคุ ลิกส่วนตัวของผูบ้ รหิ ารที่ดี
1.1.1 เป็นผู้มีความรับผิดชอบในการทางานด้วยความทุ่มเทเต็มกาลังความ

สามารถ และสติปัญญา
1.1.2 มีความกล้าท่ีจะเผชญิ ตอ่ ความเสี่ยงในการดาเนินธรุ กจิ ตามสมควร ด้วยการ

มขี อ้ มลู ที่ถกู ต้องแม่นยาและการประเมินสถานการณไ์ ด้ดี
1.1.3 มคี วามมั่นใจในตนเองไมโ่ ลเล
1.1.4 มั่นใจในการประเมินผลงานกจิ การของตนเองอยา่ งมีหลกั เกณฑ์และตัวช้ีวัด

ท่ชี ดั เจน
1.1.5 กระตือรอื ร้นในการทางาน มีพลังทัง้ ร่างกายและจติ ใจทมี่ ่งุ มัน่
1.1.6 มองการณไ์ กล มีความคดิ ทสี่ รา้ งสรรค์ คดิ นอกกรอบอย่างมเี หตมุ ีผล
1.1.7 มีความสามารถคัดสรรคนเข้ามาทางานไดต้ รงกบั ความรูค้ วามสามารถ
1.1.8 เนน้ ความสาเร็จของงานควบคกู่ บั ใหค้ วามสาคญั กบั คน
1.1.9 มีความสามารถในการคดิ การตัดสนิ ใจ และการแกป้ ญั หา
1.1.10 เป็นผู้มีมนุษยสัมพันธ์และบุคลิกภาพที่ดีเป็นท่ีเช่ือถือและยอมรับของทุก

ระดับ
1.1.11 มคี วามสามารถสอื่ สารทาให้เข้าใจงา่ ยชัดเจน สามารถบรรลุวัตถุประสงค์
1.1.12 มีความเชย่ี วชาญในงานทที่ า
1.1.13 เป็นผูท้ ี่สามารถวางแผนและจดั การอย่างมกี ลยุทธ์
1.1.14 เป็นผมู้ ีศีลมีธรรม มีภาพลกั ษณ์ท่ีเป็นทยี่ อมรับของสังคม

บทท่ี 4 จรยิ ธรรมของนกั ธรุ กจิ 122

1.2 คุณสมบัติด้านคุณธรรมจริยธรรมของนักธุรกิจที่ดี เป็นแนวคิด เป็นหลักปฏิบัติ ที่
สอดคล้องกับคุณธรรมสากลและมโนธรรมส่วนตวั ของนักธุรกจิ ที่กระทาโดยเห็นแก่ประโยชน์ส่วนรวม
มากว่าประโยชน์ด้านกาไรของธรุ กจิ เชน่

1.2.1 การดาเนนิ งานใหไ้ ดก้ าไรโดยไมเ่ อารดั เอาเปรยี บทั้งแรงงานพนักงานลูกจ้าง
ลูกคา้ ชมุ ชน สังคมและรฐั

1.2.2 ไม่ทาลายแหล่งทรัพยากรธรรมชาติหรือก่อมลภาวะ เช่น มีการบาบัดน้า
เสีย อากาศที่เป็นพิษ กลิ่นและเสียงที่เป็นมลภาวะ ป้องกันรักษาความปลอดภัย วัตถุระเบิด และ
สารเคมที มี่ ีพษิ อยา่ งระมดั ระวัง

1.2.3 มีส่วนร่วมในการสร้างความเป็นปึกแผ่นของสังคม เช่น การเข้าร่วม
กิจกรรมการสง่ เสริมสนับสนุนคุณธรรม หรือมีบทบาทในการชว่ ยเหลอื เกอื้ กูลต่อสังคม

1.2.4 การดาเนินธุรกิจดว้ ยความเสมอภาค เคารพในศกั ดศิ์ รีของความเปน็ มนุษย์
1.2.5 ดาเนินงานดว้ ยหลักเมตตากรุณา ไม่ทาใหส้ งั คมเสื่อมท้ังด้านจิตใจ ศีลธรรม
และการสร้างค่านยิ มผิดๆ
1.2.6 ดาเนินธุรกิจท่ีถูกต้องตามกฎหมาย เช่น ไม่เปิดกิจการท่ีเป็นแหล่งมั่วสุม
อบายขมุ ค้าประเวณี ลักลอบคา้ สินคา้ ผดิ กฎหมายทุกชนิด
1.2.7 ไมป่ ระกอบธุรกิจท่ที าไร่เลอ่ื นลอย การรุกล้าที่สาธารณะเพ่ือธุรกจิ ของตน
1.2.8 เคารพสทิ ธิทางปัญญาของผ้อู นื่ และธรุ กิจอ่ืน ไม่ลอกเลียนแบบโดยไม่ได้รับ
อนญุ าต
1.2.9 การดาเนินธุรกิจท่ีสอดคล้องกับความต้องการ และเพ่ิมศักยภาพให้กับ
ชุมชน
1.3 การส่งเสริมนักธุรกิจให้มีจริยธรรม ดังนั้นจึงเป็นที่คาดหมายอย่างแน่นอนว่าการ
กาหนดโชค ชะตาในการดาเนินธุรกิจที่จะประสบผลสาเร็จ สามารถท่ีจะดาเนินการด้านความรู้
ความสามารถและคุณธรรม จริยธรรมที่ดีงาม วิธีการที่จะนามาส่งเสริมหรือปลูกฝังให้นักธุรกิจมี
คณุ ธรรมจริยธรรม มดี งั ต่อไปนี้
1.3.1 กลุ่มธุรกิจควรรวมตัวกันในธุรกิจประเภทเดียวกัน หรือกลุ่มอุตสาหกรรม
เช่น สมาคมหอการค้า สมาคมอตุ สาหกรรมฯ โดยจดั ตง้ั เป็นองค์กรและรว่ มกันกาหนดอุดมการณ์ทาง
ธรุ กิจท่คี านงึ ถึงประโยชน์ตอ่ ส่วนรว่ ม และภาพลกั ษณ์ทดี่ ขี ององคก์ รธุรกิจ

บทที่ 4 จรยิ ธรรมของนักธุรกจิ 123

1.3.2 กาหนดกฎระเบยี บหรือขอ้ บังคบั เพ่ือเป็นแนวทางการประพฤติปฏิบัติของ
สมาชกิ ในการถือปฏิบัตไิ ปในแนวทางเดียวกนั

1.3.3 จัดทาโครงการอบรมและจัดกิจกรรมที่ส่งเสริมด้านคุณธรรมจริยธรรมแก่
สมาชิก เช่น การจัดอบรมด้านศีล สมาธิและปัญญา จัดกิจกรรมด้านจิตอาสาเพื่อทาประโยชน์แก่
สาธารณะ

1.3.4 มีการจัดประกวดบุคคลและองค์กรธุรกิจ หรือเข้าร่วมการประกวดบุคคล
และองค์กรธุรกิจที่มีคุณธรรมจริยธรรมโดยองค์กรธุรกิจ เพ่ือให้ได้รับการยอมรับท้ังจากกลุ่มสมาชิก
องคก์ รธรุ กจิ และบคุ คลภายนอก

1.3.5 มีเกณฑ์มาตรฐานการตรวจสอบและประเมินด้านคุณธรรมจริยธรรมของ
บคุ คลากรภายในองค์กรน้ันๆ และมีการประกาศเกยี รติคณุ แกผ่ ู้ท่ีมผี ลการประเมนิ ในระดับดมี าก

1.3.6 มกี ฎเกณฑใ์ นการลงโทษผู้ท่ีมีความประพฤติท่ีขาดคุณธรรมจริยธรรม เช่น
การใหอ้ อกจากกล่มุ ไป

1.3.7 มีระบบการตรวจสอบจากองค์กรภายอก เช่น องค์กรภาครัฐ องค์กรภาค
ประชาชน

1.3.8 สรา้ งความสัมพันธร์ ะหว่างนักธุรกจิ กบั ชุมชนเพื่อใหม้ ีความใกลช้ ิด เข้าใจใน
วิถีชวี ติ ของชมุ ชนและอยรู่ ่วมกันอย่างเกอื้ กูลกนั

กลมุ่ งานวิจยั และการจัดการความรู้ศูนยค์ ณุ ธรรม (องค์การมหาชน) (2558 : 12) ได้กล่าวถึง
กลไกในการส่งเสริมมาตรฐานคณุ ธรรมจรยิ ธรรมไวว้ ่า กลไกท่ีก่อให้เกิดประสิทธิภาพ ประสิทธิผลนั้น
ไมส่ ามารถดาเนินการโดยใชว้ ิธีการใดวธิ ีการหน่ึงได้ ต้องใชก้ ลไกทหี่ ลากหลาย ดังนี้

1. วิธีการดั้งเดิม (Traditional Approaches) หรือการใช้การลงโทษทางกฎหมาย (Legal
Sanction) คือ การกาหนดรายการส่ิงที่ต้องทาและสิ่งที่มีควรทา (Do’s and Don’ts) เพ่ือกาหนด
เป็นเกณฑ์หรือมาตรฐานของพฤติกรรมและพัฒนาหน่วยงานองค์กร หรือกระบวนการในการควบคุม
และการกระตุ้นท่ีนาไปสู่การปฏิบัติและกาหนดบทลงโทษเม่ือละเมิดเกณฑ์หรือมาตรฐาน โดยมี
องค์ประกอบ คือ 1) ระบบของการตรวจสอบและควบคุม 2) หน่วยงานกากับควบคุม 3) กฎ
ระเบยี บ และประมวลจริยธรรม และ 4) แนวทางการปฏบิ ัติ

2. รูปแบบวิธีการใหม่ๆ (Non-Traditional Approaches) หรือการใช้โซเชียล (Social
Sanction) ในการดูแล ควบคุม รวมถึงส่งเสริมพฤติกรรมด้านคุณธรรมจริยธรรม ดังนี้ 1) การใช้ส่ือ

บทที่ 4 จรยิ ธรรมของนกั ธรุ กิจ 124

สาธารณะ 2) การร่วมมือขององค์กรทุกภาคส่วน 3) หลักศาสนา ความเช่ือ ความศรัทธา 4) การ
ดาเนินการของภาคประชาชน 5) การกล่อมเกลาทางสังคม และ 6) การควบคมุ ทางสงั คม

จินตนา บญุ บงการ และคณะ. (2559 : 15) ไดก้ ล่าวถึงแนวทางการปฏิบัติด้านจริยธรรมของ
นกั ธุรกจิ ไว้ว่า วธิ กี ารที่จะปฏิบัตดิ ้านจรยิ ธรรมภายในองค์กรของนกั ธรุ กิจ โดยการจัดสรรแบ่งผลกาไร
และปฏบิ ัตติ ่อบคุ คลผู้มีสว่ นไดส้ ว่ นเสยี ของทกุ คนที่เกี่ยวข้อง อย่างถูกต้องตามท่ีกฎหมายกาหนดและ
เกนิ กว่าที่กฎหมายกาหนดอย่างมีความยุติธรรมโปร่งใส ทุกอย่างอธิบายได้ครบถ้วน ส่วนการปฏิบัติ
ดา้ นจรยิ ธรรมภายนอกองคก์ รจะเน้นการตอ่ ตา้ นการคอร์รัปชั่น ให้ความรู้ ให้การสนับสนุนโครงการ
ท่ีแสดงความรับผิดชอบต่อสังคมอย่างจริงจัง ปฏิบัติตามกฎหมายกาหนดให้ครบถ้วน วิธีการพัฒนา
แนวทางปฏิบตั ิด้านจริยธรรมของนักธุรกจิ ไทยมดี งั นี้

1. ระดับบุคคลมาจากการซึมซับจริยธรรมคุณธรรมจากครอบครัวและส่ิงแวดล้อม จนมี
จติ สานกึ ทางด้านจรยิ ธรรม

2. ระดับองคก์ รธุรกจิ มกี ารปลกู ฝงั และทาเปน็ แบบอย่างในสังคมและจิตสานึกของผู้บริหาร
และพนกั งาน อีกท้ังวัฒนธรรมองค์กรท่ีต้องไม่เน้นเร่ืองกาไรสูงสุด แต่ต้องเป็นกาไรในระดับท่ีน่าพึง
พอใจ

3. ระดับนานาชาติ ตอ้ งยดึ แนวทางปฏิบัติและมาตรฐานด้านจริยธรรมของจีอาร์ไอ (GRI. :
ISO26000 UN. Global Compact OECD Guideline)

4. การต่อตา้ นการทุจรติ ในทุกรปู แบบเพ่อื ใหธ้ รุ กจิ ไทยทาธุรกิจในระดับสากลไดอ้ ยา่ งยัง่ ยืน
แนวทางการส่งเสริมและพัฒนานักธุรกิจให้มีจริยธรรมสามารถสรุปได้ 3 แนวทางใหญ่ คือ
ความซ่อื สตั ย์ ความยุติธรรม และความถูกต้อง ถ้ายึดมั่นใน 3 แนวทางนี้ในการส่งเสริมและพัฒนา
นกั ธุรกิจ ยอ่ มสง่ ผลตอ่ ความสาเรจ็ ในการบรหิ ารจัดการและการยอมรับของสังคมไดเ้ ป็นอยา่ งดี

สรปุ

ขอบข่ายจรยิ ธรรมทางธรุ กจิ ของนกั ธรุ กิจ เป็นพฤติกรรมของการกระทาที่แสดงออกถึงความ
ถูกต้อง ความโปรง่ ใส และความเป็นธรรมต่อผู้ท่ีเกี่ยวข้องทุกฝ่าย นักธุรกิจเป็นผู้ท่ีมีบทบาทสาคัญใน
การพฒั นาเศรษฐกิจ สงั คมและประเทศ โดยที่จะต้องทาตนให้เป็นแบบอย่างท่ีดีต่อผู้ร่วมอาชีพและ
สงั คม เพ่ือใหเ้ กิดการยอมรบั กบั บทบาทของตน บทบาททางจริยธรรมของนักธุรกิจแบ่งได้ 9 บทบาท
จรยิ ธรรมนักธุรกิจต่อพนักงาน จริยธรรมนักธุรกิจต่อลูกค้า จริยธรรมนักธุรกิจต่อคู่ค้า จริยธรรมนัก

บทท่ี 4 จริยธรรมของนักธรุ กจิ 125

ธุรกจิ ตอ่ คแู่ ขง่ ขัน จริยธรรมนกั ธรุ กิจตอ่ หน่วยราชการ จริยธรรมนกั ธรุ กิจต่อสังคม จริยธรรมนักธุรกิจ
ตอ่ สมาคมทางการคา้ และจริยธรรมพนักงานตอ่ องค์กรธรุ กจิ

แนวทางการส่งเสริมและพัฒนานักธุรกิจ จริยธรรมเป็นส่ิงสาคัญและจาเป็นท่ีจะต้องมีการ
ปลูกฝังเพ่อื ให้เกิดสานึกของการตระหนักรใู้ นคณุ งามความดี ความถูกตอ้ ง ผิดชอบช่ัวดี เพื่อนามาเป็น
แนวทางในการปฏิบัติที่เหมาะสมถูกต้องตามหลักของจริยธรรมและได้รับการยอมรับของสังคมและ
องคก์ รนัน้ ๆ โดยมีแนวทางการปฏบิ ตั ิด้านจริยธรรมของนักธุรกิจด้านจริยธรรมภายในองค์กร ในการ
จัดสรรแบ่งผลกาไรและปฏบิ ัตติ อ่ บคุ คลผู้มสี ว่ นไดส้ ่วนเสยี อยา่ งถกู ต้องตามท่ีกฎหมายกาหนด มีความ
ยุติธรรมโปร่งใส และการปฏิบัติด้านจริยธรรมภายนอกองค์กรจะเน้นการต่อต้านการคอร์รัปชั่น ให้
ความรู้ ให้การสนบั สนนุ แสดงความรบั ผดิ ชอบตอ่ สงั คม ปฏบิ ตั ติ ามกฎหมาย และแนวทางการพัฒนา
ด้านจริยธรรม คอื ระดบั บคุ คลมาจากการซมึ ซบั จรยิ ธรรมคณุ ธรรมจากครอบครวั และสิ่งแวดลอ้ มจนมี
จติ สานึกทางด้านจริยธรรม

กรณีศกึ ษา

บัณฑิต นิจถาวร (2559) คอลัมน์ เขียนให้คิด “จริยธรรมต้องอยู่เหนือกาไรและความดัง”
ไทยโพสต์ ทกุ สงั คมจะมีคนดัง คนทเี่ ป็นท่ีสนใจ คนทเ่ี รียกคะแนนนยิ ม สร้างรายได้ให้กับธุรกิจ เราจะ
มคี นเหล่านี้อย่ใู นทกุ วงการ ตอ้ งถือว่าเป็นโชคมหาศาลที่ไดค้ นเหล่านี้มาร่วมงานมาเป็นผู้นา แต่เราจะ
ทาอย่างไรเม่อื คนดงั เหลา่ นีพ้ ลาดทาผดิ กฎหมาย ทาผดิ จรยิ ธรรมและไม่ยอมรับผดิ ชอบในสงิ่ ทต่ี นทา

ปญั หานนี้ ับวันจะเปน็ ปัญหาใหญข่ องสงั คมไทย เพราะเกิดขึ้นบ่อยที่คนดังคนเด่น หรือแม้คน
ใหญ่คนโตของสังคมมกั เลอื กทจี่ ะไม่รับผดิ ชอบตอ่ ความผิดทต่ี นเองทา แม้จะถูกตัดสินชัดเจนแล้วตาม
ตวั บทกฎหมาย คดิ แตเ่ พยี งวา่ ทาอยา่ งไรไมใ่ หบ้ ทลงโทษทีต่ ัดสนิ แล้วเกดิ ข้ึนจริงกับตนหรือเกิดให้น้อย
ที่สุด ขณะเดียวกันก็ทาไม่รู้ไม่ช้ี ไม่สนใจ ดื้อแพ่งทาหน้าท่ีเหมือนเดิม หรือมีบทบาทในสังคมต่อไป
เหมอื นไม่มีอะไรเกิดข้นึ ไม่คานึงถึงผลทจ่ี ะกระทบต่อความไว้วางใจของคนอ่ืนๆ ที่จะมีต่อตนเอง ต่อ
องค์กรของตน บรษิ ทั ของตน หรอื ผลเสียอื่นๆ ทอ่ี าจเกดิ ขึ้นตามมาจากทต่ี นยังทาหนา้ ทีอ่ ยู่

ในประเทศไทย ล่าสุดทเ่ี ปน็ ข่าวก็มกี รณีเช่นนีอ้ ยอู่ ย่างน้อยสองกรณีในภาคธุรกจิ ที่คนดังทาผิด
แตไ่ ม่ยอมแสดงความรับผิดชอบ พฤติกรรมเหล่านี้เมื่อเกิดขึ้นจะสร้างความผิดหวังให้กับสังคมอย่าง
มากเพราะสังคมปัจจุบันมีการคาดหวังสูงในจรยิ ธรรมและจรรยาบรรณของการทาหน้าที่ โดยเฉพาะผู้

บทท่ี 4 จริยธรรมของนักธรุ กิจ 126

ท่อี ยูใ่ นเวทสี าธารณะ หรือผู้ท่มี บี ทบาทขององคก์ ร และพร้อมท่จี ะออกมาคดั ค้านและเรียกร้องให้สิ่งที่
ถกู ต้องเกดิ ขน้ึ

เพราะสถานะและความถูกต้องของคนที่ทาหน้าที่สาธารณะหรือคนท่ีเป็นผู้นาธุรกิจท่ีมีผู้มี
สว่ นได้สว่ นเสียจานวนมาก สามารถส่งผลกระทบถึงส่วนรวมได้ในวงกว้าง จาเป็นที่ผู้ที่อยู่ในบทบาท
เหล่าน้ตี อ้ งตระหนักถึงความรับผิดชอบท่ีมีต่อคนอื่นๆ นอกเหนือจากการรับโทษตามตัวบทกฎหมาย
คอื ประเด็นจริยธรรมในการทาหน้าท่ีท่ีสาคัญมากที่คนในระดับผู้นาต้องตระหนักต้องให้ความสาคัญ
เพ่อื ให้เกิดบรรทดั ฐานทถ่ี กู ต้อง สอดคลอ้ งกับการคาดหวังของสงั คม

จรยิ ธรรมธุรกจิ คืออะไรคงไม่ตอ้ งสาธยาย เพราะนักธุรกิจทุกคนกว่าจะมาถึงจุดท่ีเรียกตัวเอง
ได้ว่าเป็นนักธุรกิจ คงเป็นผู้ที่มีการศึกษา มีความรู้ ความเข้าใจในเรื่องนี้เป็นอย่างดี รู้ในตัวบท
กฎหมายว่าอะไรเป็นสิ่งที่ถูกอะไรเป็นสิ่งที่ผิด ดังนั้นปัญหาจึงไม่ได้อยู่ท่ีความไม่เข้าใจแต่อยู่ท่ีการ
ปฏิบัติการทาให้เกิดขึน้ จริง

ซ่ึงในอันดับแรกต้องมาจากตัวนักธุรกิจหรือผู้นาเองที่ต้องมีจิตสานึกในจริยธรรม มีความ
รบั ผิดชอบ มีหิริโอตตัปปะ สามารถแยกถูกผิดได้ เป็นหน้าท่ีโดยปกติของคนท่ีมีความรับผิดชอบ จะ
เอาแต่ใจตนเองหรือเสียงเชียร์คนรอบข้างไม่ได้ อันดับต่อมา คือ ตัวองค์กรหรือตัวบริษัทเองต้องมี
ระบบธรรมาภิบาล มีการกากับดูแลกิจการท่ีให้ความสาคัญกับเรื่องจริยธรรม และมีผู้นาองค์กรท่ีให้
ความสาคัญกับธรรมาภิบาลและความถูกต้อง ท้ังหมดก็เพื่อขับเคลื่อนให้จริยธรรมในการทาธุรกิจ
เกดิ ข้ึนจรงิ ในองค์กร ซึง่ ในระดบั บรษิ ัทก็ต้องเป็นหนา้ ที่ของคณะกรรมการบริษัทท่ีต้องให้ความสาคัญ
ในการขับเคลื่อนการมีจริยธรรมให้เกิดขึน้

ตลาดหลกั ทรพั ยแ์ ห่งประเทศไทยจัดเสวนา เรื่อง จริยธรรมในการดาเนินงานและการประพฤติ
ตนของกรรมการและผบู้ ริหาร และไดเ้ ชิญกรรมการผอู้ านวยการสถาบนั กรรมการบรษิ ทั ไทยหรือไอโอ
ดไี ปให้ความเห็น ซ่ึงได้ย้าว่าคณะกรรมการบริษัทซึ่งเป็นจุดสูงสุดขององค์กรธุรกิจมีหน้าท่ีและความ
รับผดิ ชอบโดยตรงท้งั ตอ่ ผลประกอบการของบรษิ ัทและตอ่ วิธีการที่บริษัทได้มา ซ่ึงผลประกอบการนั้น
จงึ เปน็ หน้าท่ขี องคณะกรรมการบรษิ ัททีต่ อ้ งให้ความสาคัญเร่ืองจริยธรรมในการทาธุรกิจควบคู่ไปกับ
การกากับดูแลให้ธุรกิจบรรลุวัตถุประสงค์ตามเป้าหมาย และสาหรับเรื่องจริยธรรม มีประเด็นที่
กรรมการบริษัทต้องตระหนกั อยู่สามประเดน็

ประเด็นแรก จริยธรรมเป็นเร่ืองการบริหารความเส่ียงและความเส่ียงที่สาคัญต่อบริษัทหรือ
องค์กร ก็คือความเส่ียงด้านช่ือเสียง ความน่าเชื่อถือของบริษัทในสายตาผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย ถ้า

บทท่ี 4 จริยธรรมของนักธรุ กจิ 127

คณะกรรมการบริษัทไม่ให้ความสาคัญเรื่องจริยธรรม ความผิดพลาดก็จะเกิดขึ้นได้ง่าย กร ะทบ
ชอื่ เสยี ง ความน่าเช่ือถือและจะกระทบต่อผลประกอบการของบริษัท จึงสาคัญมากท่ีคณะกรรมการ
บริษัทต้องเป็นผู้ส่งเสริมเป็นผู้เฝ้าระวังและปกป้องประเด็นด้านจริยธรรมของบริษัทไม่ให้เป็นความ
เสย่ี งต่อธุรกิจ ผลกั ดนั ให้บริษัทมนี โยบายด้านจริยธรรมท่ีชัดเจน มีกลไกภายในท่ีจะขับเคล่ือนให้การ
ปฏบิ ตั จิ ริงเกิดขน้ึ นาไปสู่การสรา้ งวัฒนธรรมองค์กรทีเ่ ข้มแข็งในดา้ นจรยิ ธรรมในท่สี ุด

ประเดน็ ท่สี อง คณะกรรมการต้องให้ความสาคญั กับจริยธรรมในการทาธุรกิจมากพอๆ กับผล
ประกอบการและกาไรเรอ่ื งน้สี าคญั เพราะหลายบริษัทที่เกิดปัญหาด้านจริยธรรมมักมีต้นเหตุมาจาก
การทาหน้าท่ีของคณะกรรมการท่ีให้ความสาคัญกับการเติบโตและกาไร จนมองข้ามประเด็นด้าน
จรยิ ธรรมไมก่ ากบั ดูแลกิจการของบริษัทอย่างท่ีควรจะเป็น เช่น ไม่สนใจว่าบริษัทจะทาธุรกิจโดยการ
ให้สินบนและทจุ ริตคอรร์ ัปชั่นหรือไมโ่ กงหรือหลอกหลวงลกู คา้ หรือไม่

ตวั อย่าง กรณบี รษิ ทั โฟล์คสวาเกน ท่ีโกงการตรวจสอบควันพิษจากท่อไอเสียรถยนต์ ซึ่งหน่ึง
ในสาเหตสุ าคัญกม็ าจากเปา้ หมายทางธุรกิจทค่ี ณะกรรมการบริษัทต้ังเอาไว้สูงเกินไป ทาให้ผู้บริหารมี
แรงกดดันที่ต้องทาให้ได้ตามเป้าหมาย จนละเลยประเด็นด้านจริยธรรมและความถูกต้อง ในวงการ
ธุรกจิ เหตุการณเ์ ชน่ น้เี กดิ ขนึ้ บอ่ ยและจะเกิดขนึ้ ไดง้ า่ ยในองคก์ รทว่ี ฒั นธรรมองค์กรหรือมาตรฐานด้าน
จรยิ ธรรมขององคก์ รไม่เขม้ แข็ง ส่วนหน่ึงเพราะขาดการเอาใจใส่ ขาดการให้ความสาคัญ และการทา
ใหเ้ ป็นตัวอย่างของผู้บริหารระดับสงู

แต่แม้จริยธรรมจะสาคัญในบ้านเราก็ยังมีคนจานวนไม่น้อยที่มองจริยธรรมว่าเป็นเร่ืองไม่
สาคัญ เป็นต้นทุน เป็นข้อจากัดต่อการทาธุรกิจ อันน้ีเป็นการมองเพียงระยะสั้นเพราะในระยะยาว
กาไรของบรษิ ัทท่ีจะเกิดขน้ึ ได้ตอ่ เน่อื งนั้นจะมาจากเพียงส่ิงเดียว น่ันก็คือธุรกิจของบริษัทได้รับความ
ไว้วางใจและได้รบั การสนบั สนนุ จากผูม้ ีสว่ นไดส้ ่วนเสียทุกกล่มุ ไมว่ า่ จะเปน็ พนกั งาน ลูกค้า บริษัทคู่ค้า
เจ้าหน้ี นกั ลงทนุ หนว่ ยงานกากบั ดูแลและสงั คม ทาให้ธุรกิจของบริษัทสามารถเติบโตและทากาไรได้
ต่อไปเร่ือยๆ ซ่ึงความไว้วางใจและการสนับสนุนน้ีจะเกิดขึ้นก็ต่อเมื่อการทาธุรกิจของบริษัทให้
ความสาคัญกับการกากบั ดแู ลกจิ การท่ดี แี ละจรยิ ธรรมจนเปน็ ท่ียอมรบั

ประเด็นท่ีสาม คณะกรรมการต้องทาในสิ่งที่พูดและต้องตัดสินใจ (Take Action) เรื่อง
จรยิ ธรรมทันที เมือ่ บรษิ ัทมีความท้าทายเร่ืองจริยธรรมหรือมีปัญหาด้านธรรมาภิบาล การตัดสินใจท่ี
ถูกต้องทันเวลา จะแสดงให้ทุกคนเห็นว่าคณะกรรมการเอาจริงและให้ความสาคัญกับประเด็น
จริยธรรม พรอ้ มทาเป็นตวั อย่างให้พนักงานและผ้บู ริหารบริษทั เห็น เพ่ือนาไปปฏิบัติเช่นกันในองค์กร

บทที่ 4 จรยิ ธรรมของนกั ธรุ กจิ 128

อันนี้จะสร้างความชัดเจนและสร้างบรรทัดฐานที่ถูกต้องที่จะช่วยรักษาสปิริตและคุณค่าบริษัทไว้ได้
ยาวนานและสงา่ งาม

ในบ้านเราปญั หาท่พี บบอ่ ยก็คอื ไม่ทาตามพูด คอื พูดอย่างทาอย่าง เช่น คณะกรรมการบริษัท
เขียนนโยบายไว้สวยหรูแต่พอเอาเข้าจริงๆ ไม่พร้อมท่ีจะปฏิบัติตามนโยบายท่ีได้เขียนไว้เอง เช่น
บรษิ ัทมีนโยบายชัดเจนดา้ นธรรมาภบิ าล ห้ามการทาผิดกฎหมาย ห้ามกรรมการและผู้บริหารใช้ข้อมูล
ภายในเพื่อประโยชน์ตนเอง แต่พอการทาผิดเกิดข้ึนจริงกลับไม่ทาตามนโยบายที่ประกาศท่ีต้อง
สอบสวน ปลดหรือลงโทษผู้ท่ีทาผิด ซ้าอาจยังสนับสนุนให้ผู้บริหารที่ทาผิดปฏิบัติหน้าท่ีในความ
รบั ผดิ ชอบเดมิ ไดต้ อ่ ไป เหมอื นไมม่ ีอะไรเกิดขึ้น แสดงถึงการไม่ให้ความสาคัญกับนโยบายของตนเอง
ไม่ปฏิบตั ติ ามที่พูดและไมส่ นใจเร่ืองจริยธรรม

สามประเด็นน้ีคือหน้าท่ีของคณะกรรมการบริษัทท่ีต้องทาเพ่ือให้จริยธรรมเกิดข้ึนในการทา
ธรุ กจิ ของบรษิ ทั เป็นการบรหิ ารความเส่ียงท่ีสาคัญของบริษัทเพราะถา้ บริษทั มปี ัญหาด้านจริยธรรม ไม่
แก้ไขส่ิงท่ีจะเกิดข้ึนตามมาก็คือการสูญเสียความไว้วางใจ (Trust) ของผู้มีส่วนได้ส่วนเสียที่จะมีต่อ
ธรุ กิจของบรษิ ทั ซง่ึ ถ้าเกดิ ขึน้ หรอื ถกู ทาลายแลว้ กจ็ ะก้คู นื ยาก

กลบั ไปประเดน็ ที่พดู ถงึ ตอนต้น เร่อื ง "คนดัง" คนไทย สังคมไทย ชอบและพร้อมชื่นชมคนดัง
โดยไม่ซักถาม บริษัททั่วไปก็ชอบและต้องการคนดังมาร่วมงานเพราะได้ประโยชน์จากบุคลากรท่ีมี
สีสัน มคี วามเป็นผู้นา มีแบรนด์หรือความสามารถที่เป็นเอกลักษณ์ท่ีคนอ่ืนไม่มี แต่ในเร่ืองจริยธรรม
เราต้องมีจุดยืนชัดเจนว่าจะไม่พร้อมท่ีจะแลกคุณค่าและช่ือเสียงขององค์กรและของคนอ่ืนๆ ใน
องค์กร กับการรักษาบคุ คลหรอื คนดังเหล่านี้ไวเ้ มื่อเกิดปัญหาเหมือนมีสองมาตรฐาน เพ่ือป้องกันการ
สญู เสยี ใหญห่ ลวงทีอ่ าจเกิดข้ึนตามมา ดังน้ัน เม่ือปัญหาเกิดข้ึนและต้องตัดสินใจความถูกต้องจะต้อง
มากอ่ น เพราะน่นั คอื การรักษาองค์กรใหม้ ีชวี ิตใหย้ ืนอย่ไู ดใ้ นระยะยาวซึ่งก็คือเป้าหมายสูงสุดของการ
ทาธรุ กิจของนักธรุ กจิ

จากกรณีศึกษาตัวอย่างสรุปได้ว่าในสังคมปัจจุบันของประเทศเราน้ันนักธุรกิจและคนอีก
จานวนไม่น้อย ท่ีมองจรยิ ธรรมว่าเปน็ เรื่องไมส่ าคญั เปน็ ต้นทนุ เปน็ ข้อจากัดต่อการทาธุรกิจซึ่งจะเห็น
ไดว้ า่ มุมมองนี้เป็นการมองเพียงระยะสัน้ คานงึ ถงึ เพยี งแค่ผลประโยชน์ในระยะสั้น อาศัยเพียงกระแส
สังคมเพยี งชวั่ คร่เู พื่อใหไ้ ด้ผลกาไรเท่าน้ัน โดยไม่คานึงถึงความย่ังยืนของธุรกิจ เป็นเพียงมุมมองของ
นักธรุ กจิ ทีเ่ ปน็ มุมมองของปัจเจกบคุ คลเทา่ น้นั แต่ลมื คานึงผลประโยชน์และความยั่งยืนทจี่ ะไดร้ บั หรือ
ผลกระทบต่างๆ ทีจ่ ะเกิดขึ้นในระยะยาว เพราะในระยะยาวกาไรของบรษิ ทั ทีจ่ ะเกิดข้ึนได้ต่อเนื่องน้ัน

บทที่ 4 จริยธรรมของนกั ธุรกิจ 129

จะมาจากเพยี งสง่ิ เดียวน่ันกค็ ือธุรกจิ ของบริษทั ไดร้ บั ความไว้วางใจและไดร้ บั การสนับสนุนจากผู้มีส่วน
ได้ส่วนเสยี ทกุ กล่มุ ไม่ว่าจะเปน็ พนักงาน ลกู คา้ บรษิ ทั คคู่ ้า เจ้าหนี้ นกั ลงทนุ หน่วยงานกากับดูแลและ
สังคม ทาให้ธุรกิจของบริษัทสามารถเติบโตและทากาไรได้ต่อไปเรื่อยๆ ซ่ึงความไว้วางใจและการ
สนบั สนุนนีจ้ ะเกิดข้นึ กต็ ่อเม่อื นกั ธุรกจิ และผูบ้ ริหารของบรษิ ทั ใหค้ วามสาคัญกับการกากับดูแลกิจการ
ท่ีดีและมจี ริยธรรมจนเป็นทีย่ อมรบั ของสังคมได้

คาถามทา้ ยบท

1. จงยกตวั อยา่ งจริยธรรมของนักธุรกจิ ต่อลกู คา้ มา 5 ข้อ
2. จงยกตวั อยา่ งแนวทางการส่งเสริมและพัฒนานกั ธรุ กิจให้มจี ริยธรรม มา 5 ขอ้
3. จงอธิบายถงึ ขอบขา่ ยจริยธรรมทางธุรกจิ ของนักธุรกจิ ต่อผมู้ ีสว่ นไดเ้ สยี หรอื ผู้ทีเ่ กี่ยวขอ้ ง

บทท่ี 4 จรยิ ธรรมของนกั ธุรกจิ 130

เอกสารอา้ งองิ

กิ่งดาว จินดาเทวิน. (2555). จริยธรรมทางธุรกิจ. อุตรดิตถ์ : โรงพิมพ์มหาวิทยาลัยราชภัฏ
อุตรดติ ถ.์

กลุ่มงานวิจัยและการจัดการความรู้ศูนย์คุณธรรม (องค์การมหาชน). (2558). มาตรฐานคุณธรรม
จริยธรรมและธรรมาภิบาล. เอกสารประกอบงานสมัชชาคุณธรรมประเทศไทยครั้งที่ 7
“รวมพลังขบั เคลื่อนคณุ ธรรม ส่กู ารปฏริ ูปประเทศไทย” ระหว่างวันที่ 25-26 มีนาคม 2558
ณ ห้องวาจะภักษแ์ กรนด์ บอลรูม โรงแรมเซนทรา ศูนย์ราชการและคอนเวนชันเซ็นเตอร์
แจง้ วัฒนะ.

จินตนา บุญบงการ และคณะ. (2559). จริยธรรมในวิชาชีพนักธุรกิจ. พิมพ์คร้ังท่ี 1. นครปฐม :
สานกั พมิ พ์มหาวิทยาลยั มหิดล.

จินตนา บุญบงการ. (2553). จริยธรรมในวชิ าชพี นักธรุ กจิ . ประชาคมวจิ ยั ฉบบั ท่ี 118 หนา้ 5.
ญาลดา พรประเสริฐ. (2559). ทักษะทางการประกอบการธุรกิจ. แหล่งสืบค้นข้อมูล http://

www.elfms.ssru.ac.th/yalada_po/. สืบคน้ ข้อมลู วนั ที่ 1 มิถุนายน 2562.
นงลักษณ์ วิรัชชัย และคณะ (2551). การวิเคราะห์แนวโน้มการเปล่ียนแปลงคุณธรรมจริยธรรม

ของคนไทย. กรุงเทพมหานคร : ศูนย์ส่งเสริมและพัฒนาพลังแผ่นดินเชิงคุณธรรม (ศูนย์
คณุ ธรรม) สานักงานบรหิ ารและพัฒนาองคค์ วามรู้ (องค์การมหาชน).
เนตร์พัณณา ยาวิราช. (2551). จริยธรรมทางธุรกิจ (Business Ethics). กรุงเทพมหานคร :
จุฬาลงกรณม์ หาวทิ ยาลัย.
บัณฑิต นิจถาวร. (2559). คอลัมน์ เขียนให้คิด “จริยธรรมต้องอยู่เหนือกาไรและความดัง”. ไทย
โพสต์ ฉบบั วันที่ 7 มีนาคม พ.ศ. 2559.
ประยูร วงศ์จันทรา และคณะส่ิงแวดล้อมและทรัพยากรศาสตร์ มหาวิทยาลัยมหาสารคาม. (2559).
โครงการยกย่องนักสิ่งแวดล้อมท้องถ่ินดีเด่น ครั้งที่2. ทุนอุดหนุนโครงการหนึ่งคณะหน่ึง
ศิลปวฒั นธรรม, งบประมาณเงินแผน่ ดิน.
พรทิพา กุฏมพินานนท์ (2557). TQM กับคุณธรรมจริยธรรม และจรรยาบรรณวิชาชีพ. แหล่ง
สืบค้น ข้อมูล http://www.qcc.egat.co.th/docs/qcc57/articles/qcc57-article-012.
pdf. สบื ค้นขอ้ มูลวันที่ 1 มิถุนายน 2562.

บทท่ี 4 จริยธรรมของนักธุรกิจ 131

พรวุฒิ สารสิน. (2560.) จริยธรรมทางธุรกิจ และข้อพึงปฏิบัติในการทางาน. แหล่งสืบค้นข้อมูล
http://www.bgc.co.th/document/GCG/01-Code_of_Conduct_APV_14-12-2560.
pdf. สบื ค้นขอ้ มลู วันท่ี 1 มถิ ุนายน 2562.

พิภพ วชงั เงิน. (2550). จริยธรรมทางธรุ กิจ. (พิมพ์ครั้งท่ี 4). กรงุ เทพมหานคร : รวมสาสน.์
มูลนิธิเพื่อสถาบันการศึกษาวิชาการจัดการแห่งประเทศไทย. (2556). จริยธรรมนักธุรกิจ.

กรงุ เทพมหานคร : ห้างหนุ้ สว่ นจากัด เซ็ทสแควร.์
ยุทธวร ฉัตรธาร. (2551). พิชิตธรุ กจิ อยา่ งมอื อาชพี . กรงุ เทพมหานคร : ซเี อ็ดยูเคชัน่ .
ศิริเกตุ ปุริมาณเสวี. (2553). จริยธรรมในการดาเนินธุรกิจที่มีผลต่อภาพลักษณ์โดยรวม ใน

อุตสาหกรรมเภสัชภัณฑ์. วิทยานิพนธ์ปริญญาบริหารธุรกิจมหาบัณฑิต, สาขาวิชาการ
จัดการ, มหาวทิ ยาลยั ศรีนครินทรวโิ รฒ.
ศันสนีย์ ชุมพลบัญชร. (2554). จริยธรรมทางธุรกิจของผู้บริหารที่มีต่อพนักงานในมุมมองทาง
พระพุทธศาสนา. ปรญิ ญาพทุ ธศาสตรดุษฎบี ณั ฑติ , สาขาวชิ าพระพทุ ธศาสนา, มหาวิทยาลัย
มหาจุฬาลงกรณราชวทิ ยาลยั .
สมบูรณ์ ศาลยาชีวิน และคนอ่ืนๆ. (2551). จริยธรรมในการดาเนินธุรกิจของนักธุรกิจในประเทศ
ไทยเปรียบเทียบกับนักธุรกิจในประเทศสหรัฐอเมริกา. กรุงเทพมหานคร : สานักงาน
กองทุนสนบั สนนุ การวจิ ยั . (สกว.)
สุภาพร พิศาลบตุ ร. (2551). จริยธรรมทางธุรกจิ . (พิมพค์ รัง้ ท่ี 7). กรุงเทพมหานคร : วเี จพรน้ิ ติ้ง.
อกั ษราภคั หงษข์ าว. (2556). เจตคติของนักศึกษาท่ีมีต่อจริยธรรมของธุรกิจด้านการท่องเท่ียวใน
จงั หวัด ภูเกต็ . วิทยานพิ นธป์ ริญญาศึกษามหาบัณฑิต, สาขาวิชาธุรกิจศึกษา, มหาวิทยาลัย
ศรนี ครนิ ทรวโิ รฒ.

บทท่ี 5

จรยิ ธรรมของผูบ้ รหิ ารและพนักงาน

ผู้บรหิ าร หมายถึง กรรมการบริษัท กรรมการบริหาร และพนักงานต้ังแต่ระดับผู้จัดการฝุาย
ข้ึนไป และพนกั งาน หมายถงึ พนกั งานต่ากว่าระดับผู้จัดการฝุายลงมาปฏิบัติงานในบริษัทนั้นๆ ซ่ึงท้ัง
ผู้บริหารและพนักงานจะต้องปฏิบัติงานด้วยหลักจริยธรรมในบทบาทของตนเองอย่างถูกต้อง
เหมาะสม ผู้บริหารธุรกิจในยุคใหม่ต้องบริหารงานโดยค่านึงถึงจริยธรรมเป็นหลัก รับผิดชอบต่อ
ผบู้ รโิ ภคด้วยการผลิตสินค้าและบริการที่มีคุณภาพ รับผิดชอบต่อพนักงานด้วยการปฏิบัติต่อพนักงาน
อย่างเป็นธรรมและรับผิดชอบในการดูแลรักษาสิ่งแวดล้อม นอกจากน้ันยังต้องด่าเนินกิจการด้วย
ความโปร่งใสพร้อมจะให้สาธารณชนตรวจสอบเสมอ รวมถึงพนักงานก็ต้องปฏิบัติงานด้วยความมี
จริยธรรมต่อการด่าเนินงานในองค์กรด้วยความซื่อสัตย์และอยู่ในกฎ ระเบียบขององค์กรอย่างเต็ม
ก่าลงั ความสามารถ

5.1 ภาวะผนู้ าทางจริยธรรม

นักวชิ าการไทยและนักวิชาการต่างประเทศ ได้ให้ความหมายเกี่ยวกับภาวะผู้น่าทางจริยธรรม
ไว้ ดงั นี้

แนวคิดภาวะผู้น่าทางจริยธรรมของเบิร์น (Burns, 2007 : 429-430) เป็นหนึ่งในนักวิจัยคน
แรกที่เช่ือมโยงพฤติกรรมผู้น่ากับจริยธรรมไว้ได้น่าเสนอรูปแบบของภาวะผู้น่าการเปลี่ยนแปลง
(Transformational Leadership) มุ่งเน้นศีลธรรม ค่านิยม ความต้องการของผู้ตาม ภาวะผู้น่าการ
เปล่ียนแปลงเก่ียวขอ้ งกับความพยายามของผู้น่าท่ีท่าให้ผู้ตามยกระดับมาตรฐานและความรับผิดชอบ
ท่ีมีศีลธรรมใหอ้ ย่รู ะดบั สูงขึน้ สงิ่ ท่ีสา่ คญั ของผนู้ า่ คือสร้างความผูกพันของผู้น่ากับผู้ตามและช่วยเหลือ
ในการต่อสู้กับค่านิยมส่วนตัว ผลลัพธ์ที่เกิดขึ้นคือ ระดับศีลธรรมของท้ังผู้น่ากับผู้ตามสูงขึ้น บทบาท
ของผนู้ ่าตอ้ งช่วยดูแลแรงจงู ใจสว่ นบุคคลและพฒั นาศีลธรรมของผ้ตู าม

แนวคิดภาวะผูน้ า่ ทางจริยธรรมของไฮเฟตซ์ (Heifetz, 2007 : 429) เป็นการสร้างแนวทางท่ี
เฉพาะ เจาะจงส่าหรับภาวะผ้นู ่าทางจรยิ ธรรม โดยมุ่งเนน้ ใหผ้ ู้นา่ ช่วยเหลือผู้ตามในการเผชิญหน้าและ
จดั การกับความขัดแยง้ ซง่ึ สัมพนั ธ์กับภาวะผ้นู ่าทางจริยธรรมเพราะแนวคิดดังกล่าวจัดการกับค่านิยม
ของท้งั บคุ ลากรองคก์ รและชมุ ชนที่ท่างาน ผนู้ ่าเกีย่ วข้องกบั การใช้อา่ นาจช่วยเหลือผู้ตามจัดการความ

บทท่ี 5 จรยิ ธรรมของผบู้ รหิ ารและพนักงาน 134

ขัดแย้งของค่านิยมท่ีเกิดจากสภาพแวดล้อมการท่างานที่มีการเปล่ียนแปลงอย่างรวดเร็วและ
วัฒนธรรมทางสังคม ผู้น่าจัดสภาพแวดล้อมท่ีน่าไว้วางใจช่วยเหลือและเข้าใจความรู้สึกของผู้อ่ืนจาก
สภาพแวดล้อมที่สนับสนุนท่าให้ผู้ตามรู้สึกปลอดภัยในการเผชิญปัญหาหนักและมีหน้าท่ีช่วยผู้ตาม
ตอ่ สู้กบั การเปล่ียนแปลงและความก้าวหนา้ ของแตล่ ะบุคคล

บราวน์ (Brown et al., 2005 : 120) ให้ความหมายผู้น่าเชิงจริยธรรมว่าเป็นผู้ที่พยายามชัก
จูงให้ผู้อื่นปฏิบัติตนให้เหมาะสม โดยการกระท่าส่วนบุคคลและความสัมพันธ์ระหว่างบุคคลอ่ืน และ
ส่งเสริมความประพฤตขิ องผู้ตามผ่านการสอื่ สารแลกเปลีย่ นการเสรมิ แรงและการตัดสนิ ใจ

ฟิง (Feng-I Feng, 2011 : 317–331) กล่าวว่า ภาวะผู้น่าทางจริยธรรม หมายถึง ผู้บริหาร
ค่านงึ ถงึ ผลประโยชน์สว่ นรวม มคี วามยุติธรรม เอาใจใส่บุคลากร และการวิพากษ์ให้ความคิดเห็นและ
คณุ ธรรม

รีซิค และคณะ (Resick, Christian J & et al., 2011 : 442) กล่าวว่า ภาวะผู้น่าทางจริยธรรม
เป็นความ รับผิดชอบในหน้าท่ี เกรงใจและเคารพผู้อื่น ยุติธรรมและการไม่เลือกปฏิบัติ มีคุณลักษณะ
ที่ดใี ห้ความส่าคัญกับกลุ่ม เปน็ ผฟู้ ังที่ดยี ดื หยุ่น ส่ือสารกับบคุ ลากร แบ่งปนั ขอ้ มูลเปน็ ประจ่า

ชุติมา รักษบ์ างแหลม (2559 : 47) ภาวะผู้น่าเชิงจริยธรรม หมายถึง พฤติกรรมและกระบวน
การตา่ งๆ ทผ่ี บู้ ริหารแสดงออกถึงค่านิยมของตนเอง และกล้าหาญท่ีจะยึดค่านิยมหลักเหล่าน้ันในการ
ให้บริการที่ดีต่อส่วนรวม อีกท้ังยังสามารถจูงใจให้ผู้ตามมองไกลไปกว่าผลประโยชน์ส่วนตัวไปท่ีเพ่ือ
ประโยชนข์ ององค์กร หรือเพอ่ื สว่ นรวมแทนซึ่งถือว่าเปน็ การยกระดบั คณุ ธรรมของผู้ตามใหส้ ูงขึน้

สุธาสินี แม้นญาติ (2554 : 11) ให้ความหมายว่าเป็นลักษณะจิตพฤติกรรมและกระบวนการ
ตา่ งๆ ทผ่ี บู้ ริหารแสดงออกถงึ คา่ นยิ มของตนเองและมีความกล้าหาญท่ีจะยึดค่านิยมหลักเหล่าน้ัน ใน
การใหบ้ ริการท่ดี ตี ่อส่วนรวม อกี ท้ังความสามารถในการจูงใจให้ผู้ตามทา่ เพ่ือประโยชน์ขององค์กรหรือ
เพอื่ สว่ นรวม ซ่งึ ถอื ว่าเปน็ การยกระดับจริยธรรมของผ้ตู ามให้สงู ขน้ึ

ชฎลิ น่ิมนวล (2552 : 172) ให้ความหมายวา่ เปน็ คณุ สมบัติท่ีดีของผู้บริหาร หรือคุณสมบัติที่
เปน็ ธรรมของผ้บู รหิ าร อนั เกิดจากการส่ังสอนของบิดามารดา ครูอาจารย์หรือเกิดจากขนบธรรมเนียม
ทถ่ี ่ายทอดกันมาจนเป็นที่ยอมรับของสากล

ปทั มา แคนยุกต์ (2554 : 11) ให้ความหมายวา่ เปน็ รปู แบบของผ้นู ่าทย่ี กระดับความประพฤติ
และความปรารถนาทางจริยธรรมของท้ังผู้น่าและผู้ตามให้สูงข้ึน และท่าให้เกิดการเปลี่ยนแปลงทั้ง
สองฝาุ ย อ่านาจของผูน้ า่ จะเกิดขน้ึ เมื่อท่าใหผ้ ู้ตามเกิดความไม่พึงพอใจต่อสภาพเดิม เกิดความขัดแย้ง

บทที่ 5 จรยิ ธรรมของผู้บริหารและพนักงาน 135

ระหว่างคา่ นยิ มและวิธีปฏิบัติ สร้างจิตส่านึกผู้ตามให้เกิดความต้องการในระดับสูงขึ้นกว่าเดิม น่าไปสู่
จุดหมายทีส่ งู ข้ึน

สุเทพ ปาลสาร (2555 : 9) ให้ความหมายว่าเป็นพฤติกรรมหรือการแสดงออกด้านความ
ประพฤติ การกระท่าและการสื่อสาร เพ่ือให้เกิดการยอมรับและศรัทธาของผู้เก่ียวข้อง โดยค่านึงถึง
ผลสา่ เรจ็ ในการบรรลุเปาู หมายขององค์กร

วัชรพล คงมนต์ (2555 : 13) ให้ความหมายว่าเป็นการแสดงออกหรือการปฏิบัติตนอย่าง
สม่าเสมอของผู้บริหาร เพื่อแสดงออกให้เห็นถึงการน่าจริยธรรมมาใช้ในการบริหารจัดการ การ
ตดั สนิ ใจ การสนับสนนุ การส่งเสริมผูต้ าม

ภาวะผ้นู า่ ทางจรยิ ธรรมมคี วามสัมพันธก์ บั ทัศนคตขิ องบุคลากรและผลการปฏิบัติงาน รวมถึง
ความไวว้ างใจในผบู้ รหิ าร ความยตุ ธิ รรมในการปฏิสัมพันธ์ ประสิทธิผลของผู้บริหาร ความพึงพอใจใน
ผู้บริหาร และความเต็มใจในการรายงานสภาพปัญหาเพื่อน่าไปสู่การแก้ไข นอกจากนี้ยังพบว่าภาวะ
ผู้นา่ ทางจริยธรรมช่วยสนบั สนุนพฤติกรรมเชิงบวกของบุคลากร และลดพฤติกรรมเชิงลบของบุคลากร
ของคารม์ าและคณะ (Kacmar et al., 2011)

จากแนวคดิ ดังกล่าวสรปุ ได้วา่ ภาวะผนู้ ่าทางจรยิ ธรรม หมายถึง พฤติกรรมหรือการแสดงออก
ของผู้บริหารในด้านความประพฤติ ด้านการกระท่าและด้านการส่ือสาร เพ่ือให้เกิดการยอมรับและ
ศรัทธาของผู้เก่ียวข้องโดยค่านึงถึงผลส่าเร็จในการบรรลุเปูาหมายขององค์กร โดยมีพฤติกรรมการ
กระท่าในการบริหารจัดการอย่างเป็นผู้ก่าหนดนโยบายแนวทางในการบริหารจัดการ โดยค่านึงถึง
ผลประโยชน์ส่วนรวม มีความยุติธรรม เอาใจใส่บุคลากรและมีความเป็นธรรม และได้รับการยอมรับ
นับถอื เปน็ ต้นแบบใหผ้ ู้ตามได้ยึดถือเป็นแนวทางในการปฏิบตั ิ

5.2 บทบาททางจรยิ ธรรมของผบู้ ริหาร

การเป็นกรรมการบริหาร หรือซีอีโอ (CEO) ถือว่าเป็นผู้น่าระดับสูงสุดขององค์กร เป็นกลุ่ม
บุคคลท่ีจะต้องมีคุณธรรมจริยธรรมในการพิจารณาในเรื่องต่างๆ ทางการบริหาร ประกอบด้วยงาน
หลกั อาทิเชน่ การก่าหนดนโยบายทางการบริหารต่างๆ การพิจารณาด้านคุณภาพและสวัสดิการของ
บุคลากร การคุ้มครองประโยชน์ของผู้บริโภค การมีความสัมพันธ์กับสังคมภายนอก การพิจารณา
ผลประโยชน์ของผู้ถือหุ้น การบริหารจัดการด้านการเงิน การจัดซื้อ การตลาด เทคโนโลยี
ประสิทธิภาพการบริหาร การพัฒนาองค์กร สิ่งเหล่านี้อยู่ในขอบเขตและอ่านาจหน้าที่ของผู้น่าที่

บทท่ี 5 จรยิ ธรรมของผบู้ ริหารและพนักงาน 136

ต้องการการตัดสินใจอย่างถูกต้องเป็นธรรมต่อทุกฝุาย และมีจริยธรรม ผู้บริหารท่ีดีจะต้องมีความ
ซื่อสัตย์และไม่แสวงหาผลประโยชน์เพื่อตนเอง ไม่ค่านึงถึงประโยชน์ที่ตนจะได้รับ ท่าให้เกิดความ
ขัดแย้งกันในเร่ืองผลประโยชน์ ความขัดแย้งของผลประโยชน์สวนตัวและผลประโยชน์ส่วนรวม
หมายถึง การที่ผู้มีอ่านาจอยู่ในต่าแหน่งท่ีเกิดการซับซ้อนของผลประโยชน์ส่วนตัวกับผลประโยชน์
ส่วนรวมหรอื ตกอย่ใู นสถานการณท์ ่บี คุ คลใช้อา่ นาจหน้าทีใ่ นทางทเ่ี ปน็ ประโยชนต์ ่อตนเอง

ดังนนั้ ในการบริหารจดั การด้านจริยธรรมผู้ท่ีมีบทบาทส่าคัญท่ีสุดก็คือผู้บริหารหรือผู้น่า หาก
ผู้บริหารไม่มีจริยธรรมย่อมไม่สามารถท่ีจะมีบริษัทหรือองค์กรที่ดีเกิดข้ึนได้ เนื่องจากบริษัทที่ดีคือ
บริษัทท่สี ามารถบริหารจัดการท่าส่ิงท่ีถูกต้องเหมาะสมส่งผลต่อความส่าเร็จของบริษัทอย่างย่ังยืน ซึ่ง
จะไม่สามารถเกิดขึ้นได้หากผู้บริหารไม่มีจริยธรรมในการบริหารงา นท่ีให้ความส่าคัญต่อเรื่องของ
คณุ ธรรมและจรยิ ธรรม ดงั น้ันบทบาทของผบู้ รหิ ารหรอื ผู้น่าในการขับเคล่ือนการจัดการด้านจริยธรรม
นัน้ ได้มีนักวชิ าการไดเ้ สนอแนวคดิ ไว้ ดงั น้ี

ทิพวรรณ หล่อสุวรรณรัตน์ และคณะ (2553 : 51-52 อ้างถึงดวงเดือน พันธุมนาวิน, 2539,
140-149) กล่าวว่าสิ่งส่าคัญท่ีจะช่วยส่งเสริมการพัฒนาจริยธรรมก็คือบทบาทของผู้บริหารในองค์กร
หรือหน่วยงาน โดยให้เหตุผลว่าการที่ผู้บริหารมีลักษณะทางจิตหรือพฤติกรรมบางอย่างจะก่อให้เกิด
ผลกระทบแก่ลกู น้องทง้ั โดยทางตรงและทางอ้อมซึ่งแบง่ เปน็ ประเดน็ ต่างๆ ดงั นี้

1. คุณภาพของผู้บริหารและแนวทางการพัฒนาตนเอง ส่ิงส่าคัญประการแรกคือ ความ
ตระหนักของผู้บริหารว่าตนเองเป็นผู้ท่ีอยู่ในฐานะส่าคัญในการพัฒนาจริยธรรมของลูกน้อง กล่าวคือ
ถ้าผู้บริหารคนใดไม่เสริมสร้างจริยธรรมของลูกน้องก็ถือได้ว่าก่าลังท่าลายจริยธรรมของลูกน้องอย่าง
หลีกเลยี่ งไม่ได้ ท้ังนผี้ ้บู รหิ ารสามารถให้รางวัลและลงโทษลูกน้องด้วยวิธีการต่างๆ สามารถเลือกใช้ใน
การพัฒนาจริยธรรมได้ นอกจากน้ีลูกน้องยังชอบเลียนแบบผู้เป็นหัวหน้าท้ังโดยรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม
ทั้งน้ีเพราะหัวหน้าเป็นผู้มีอ่านาจ ฉะนั้นผู้บริหารจึงควรยอมรับหน้าที่ในการพัฒนาจริยธรรมแก่
ผู้ใต้บังคับบัญชา และท่าตนที่ดีเป็นแบบอย่างต่อไปด้วยท้ังในเร่ืองความรู้ความสามารถ การกระท่า
เจตนา และอารมณ์

2. การส่งเสริมสนับสนุนผู้ใต้บังคับบัญชา หมายถึง การท่ีผู้บังคับบัญชาแสดงให้ลูกน้อง
ทราบว่าผู้บริหารพร้อมที่จะให้การช่วยเหลือแนะน่าในการปฏิบัติงานแก่ลูกน้อง รวมถึงการแสวงหา
งบประมาณซื้อวัสดุอุปกรณ์เพื่อเอ้ืออ่านวยในการท่างานและการให้ก่าลังใจเมื่อลูกน้องท้อถอย ใน
กรณีจ่าเป็นผู้บริหารก็ลงมือช่วยลูกน้องในงานด้วย ในกรณีเช่นน้ีการพัฒนาจริยธรรมจะเกิด

บทท่ี 5 จรยิ ธรรมของผู้บรหิ ารและพนักงาน 137

ประสิทธิผลสูง เนื่องจากผู้ใต้บังคับบัญชารู้สึกได้ว่าผู้บริหารเอาใจใส่และให้ความช่วยเหลือสนับสนุน
อยตู่ ลอดเวลา

3. การสร้างภาพเป็นธรรมและสมดุลในหน่วยงาน ผู้บริหารที่ดีจะต้องมีเกณฑ์การประเมิน
ผลและเกณฑ์การให้รางวัล โดยจะต้องให้ลูกน้องรับทราบอย่างชัดเจนว่าท่างานในปริมาณและ
คุณภาพเช่นไรจึงจะได้รับผลตอบแทนที่ต้องการ ผู้บริหารจะต้องศึกษาคุณภาพและปริมาณงานของ
ลูกน้องอย่างท่ัวถึง สภาพท่ีเป็นธรรมและสมดุลน้ีผู้บริหารจะต้องสร้างทั้งในเชิงกายภาพและในเชิง
สงั คมจึงจะเกดิ ผลตอ่ จิตใจของลูกนอ้ งในหนว่ ยงาน โดยทางกายภาพ หมายถึง การท่ีผู้บริหารจัดสร้าง
สภาพเอ้ืออ่านวยต่อการท่างานให้แก่ลูกน้อง เช่น จัดหาอุปกรณ์เคร่ืองใช้หรือสภาพแวดล้อมท่ีดีใน
การท่างาน ส่วนสภาพท่ีเป็นเชิงสังคม หมายถึง ข้อมูลย้อนกลับ ค่าชมเชย หรือค่าตักเตือนเกี่ยวกับ
การท่างาน ซ่ึงผู้บริหารจะต้องมีให้ประจ่าและเหมาะสมกับคุณภาพของลูกน้องแต่ละคน หากปฏิบัติ
ได้เช่นนี้จะส่งผลให้เกิดความรู้สึกว่าผู้บริหารและหน่วยงานน้ีมีความเป็นธรรมและสมดุล สภาพการ
ท่างานท่ีไม่เป็นธรรมและไม่สมดุลจะมีผลเสียต่อจิตใจและพฤติกรรมของลูกน้องหลายประการ เช่น
ขาดการมงุ่ หวงั ในการปฏิบตั งิ านหรือมที ัศนคตไิ ม่ดีต่อสภาพการท่างานและต่อผู้บรหิ าร

สิวลี ศิริไล (2561 : 6-8) กล่าวไว้ว่า บทบาทการบริหารจริยธรรมในองค์กรต้องอาศัยองค์
ประกอบท่ีส่าคัญ ได้แก่ ทัศนคติของผู้บริหารท่ีมีต่อเร่ืองจริยธรรม การมีนโยบายด้านจริยธรรม การ
ประเมินและตดิ ตามผล โดยมสี าระส่าคัญดงั ตอ่ ไปนี้

1. ทัศนคติของผู้บริหารท่ีมีต่อเร่ืองจริยธรรมถือเป็นจุดเร่ิมต้นท่ีส่าคัญของความเป็นไปได้
ของการบริหารจริยธรรมในองค์กร ตัวของผู้บริหารเห็นความส่าคัญของจริยธรรมและส่งเสริมให้เกิด
การปฏิบัติได้อย่างไร จริยธรรมไม่ได้เป็นเฉพาะข้อความหรือหลักการที่เขียนไว้ให้คนในองค์กร
มองเห็นเท่าน้ัน แต่การปฏิบัติท่ีบุคลากรแสดงออก คือ สิ่งส่าคัญ โดยท่ัวไปแล้วการแต่งตั้งบุคคลผู้มา
ด่ารงต่าแหน่งผู้บริหารจะมีองค์ประกอบของคุณลักษณะท่ีส่าคัญ คือ ความเก่ง ความสามารถทาง
ความคิด สติปัญญา (Intelligence) ความเชอ่ื ถือได้ดว้ ยคุณธรรม (Integrity) แตเ่ น่ืองจากปัจจุบันการ
แข่งขันกันค่อนข้างรุนแรง รวมถึงการน่าเทคโนโลยีเข้ามาช่วยในระบบของการท่างาน ท่าให้องค์กร
บางแห่งโดยเฉพาะด้านธุรกิจมุ่งเน้นความเก่งความสามารถของผู้บริหารเป็นส่าคัญ ท่าให้เกิดค่าถาม
ว่าผู้บริหารเป็นเพียงสัญลักษณ์ขององค์กร ส่วนความส่าเร็จหรือความล้มเหลวขององค์กรมาจาก
สาเหตุอื่นๆ ขององค์กร ทรรศนะแบบน้ีเรียกว่า “ผู้บริหารคือ สัญลักษณ์” (Symbolic View of
Management) ส่วนอีกทรรศนะหน่งึ มองว่าผบู้ รหิ ารต้องเป็นผู้รับผิดชอบโดยตรงต่อความส่าเร็จหรือ

บทที่ 5 จริยธรรมของผูบ้ ริหารและพนักงาน 138

ความล้มเหลวขององค์กรไม่อาจปฏิเสธได้ “ผู้บริหาร คือ ผู้มีอ่านาจเบ็ดเสร็จ” (Omnipotent View
of Management) ตามทรรศนะหลงั น้ี การบริหารจริยธรรมในองค์กรเป็นสิ่งท่ีผู้บริหารไม่อาจปฏิเสธ
ได้ และความเป็นผ้มู ีความเชอื่ ถอื ได้ในดา้ นคุณธรรมจะควบคูก่ ับความเกง่ ความสามารถ

2. การมีนโยบายด้านจริยธรรมเร่ิมจากการท่าความเข้าใจให้กระจ่างชัดเรื่องของศีลธรรม
จรยิ ธรรม คณุ ธรรม เพือ่ ให้มแี นวทางที่ชัดเจนในเรอ่ื งนี้ ในสงั คมไทยค่าว่าศีลธรรม (Morality) เป็นค่า
ที่รู้จักและเข้าใจในความหมายของหลักค่าสอนของศาสนาหรือความประพฤติท่ีดีที่ถูกต้องท่ีสังคม
ยอมรบั เชน่ ในสงั คมไทยหลกั ศลี ธรรมท่สี ่าคญั คอื ความซอื่ สตั ย์ มีเมตตากรุณา ความส่านึกในบุญคุณ
ความมีสมั มาคารวะ ฯลฯ ในทางจริยศาสตรห์ มายถึง การเก่ยี วข้องกับทางศลี ธรรม การกระท่าท่ีอยู่ใน
ขอบข่ายให้ตัดสินได้ว่าถูกหรือผิด ควรท่าหรือไม่ควรท่า โดยไม่เจาะจงศาสนาใดศาสนาหน่ึง แต่ใช้
ทฤษฎีความคิดทางจริยศาสตร์ (Ethics) ซ่ึงเป็นสาขาของปรัชญา นอกจากนี้ในสังคมไทยยังมีค่าว่า
คณุ ธรรม (Virtue) พจนานุกรมฉบับราช บัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2555 อธิบายความหมายว่า เป็นสภาพ
คุณงามความดีซ่ึงพิจารณาแล้วสภาพคุณงามความดีของบุคคลย่อมมาจากหลักศีลธรรมของสังคมท่ี
บุคคลผู้น้ันได้ประพฤติปฏิบัติจนเป็นนิสัย เป็นความเคยชินปรากฏให้เห็น เช่น เป็นผู้มีความสุภาพ
ความอดทนอดกล้ัน เป็นท่ปี ระจกั ษ์ กลา่ วอีกอย่างว่าเป็นบุคลิกภาพทางศีลธรรม (Moral Character)
สังคมไทยจงึ ใช้ค่าว่าศลี ธรรมกบั คณุ ธรรมในความหมายเดยี วกนั ได้

ซ่ึงในทางปรัชญาตะวันตกมีค่าว่าจริยธรรม (Ethics) มาจากภาษากรีกแปลเป็นภาษาไทยได้
สองความหมาย คือ ความหมายท่ี 1 แปลว่า จริยศาสตร์ หมายถึง สาขาของวิชาปรัชญาว่าด้วยการ
แสวงหาความดีสูงสุดของชีวิตมนุษย์ แสวงหาเกณฑ์ในการตัดสินความประพฤติของมนุษย์ว่าอย่างไร
ถกู อย่างไรผิด ดีไม่ดี ควรทา่ ไมค่ วรทา่ และพิจารณาปัญหาเรอ่ื งสถานภาพของคา่ ทางศีลธรรม (Ethical
Value) จริยศาสตร์ใช้วิธีการคิดเชิงปรัชญาที่เรียกว่าการไตร่ตรองเชิงวิพากษ์ (Critical Thinking)
การพจิ ารณาปัญหาที่เป็นประเดน็ จรยิ ธรรม (Ethical Issue) และการเผชิญสถานการณ์ท่ีต้องตัดสินใจ
หรือทางสองแพร่ง (Dilemma) ความหมายท่ี 2 ของจริยธรรม คือจริยธรรมหรือหลักจริยธรรม ซ่ึง
เป็นกฎเกณฑ์ความประพฤติการกระท่าของมนุษย์ซ่ึงเป็นส่ิงมีภาวะท่ีส่าคัญคือปัญญาพ่ึงปฏิบัติ เช่น
ความรบั ผิดชอบ ความกล้าหาญ การตระหนักในความรับผิดชอบ เม่ือน่าค่าจริยธรรมไปใช้กับวิชาชีพ
ก็หมายถงึ จรรยาบรรณของวชิ าชีพ (Code of Ethics) แตล่ ะวิชาชีพ เชน่ จรรยาบรรณครู จรรยาบรรณ
แพทย์/พยาบาล จรรยาบรรณข้าราชการ ผู้ที่อยู่ในวิชาชีพพึงยึดถือปฏิบัติ เช่น ในวิชาชีพสุขภาพ
(Health Care Profession) มีหลักจริยธรรมสากลพ้ืนฐาน 3 ประการ ท่ี บุคลากรสายวิชาชีพทุก

บทที่ 5 จริยธรรมของผู้บรหิ ารและพนักงาน 139

สาขาพึงยึดถือปฏิบัติ คือ การเคารพในความเป็นบุคคล (Respect for Person) การท่าในสิ่งท่ีเกิด
ประโยชน์มากกว่าโทษ (Beneficence) และหลักความยุติธรรม (Justice) ตอนต้นของศตวรรษที่ 20
นักวิชาการทางปรัชญาช่วงยุโรปและชาวอเมริกันบางส่วนนิยมใช้ค่าว่าศีลธรรม (Moral) แทนค่า
จริยธรรม (Ethics) ตามแบบของ อิมมนูเอล คานท์ (Immanuel Kant) ซึ่งเป็นนักปรัชญาสมัย
ศตวรรษท่ี 18 ใช้คา่ ว่าปรชั ญาศีลธรรม (Moral Philosophy) แทนคา่ วา่ จรยิ ศาสตร์และใช้ค่าศีลธรรม
(Morals) ว่าหลักจริยธรรม ความแตกต่างของความหมายค่าเหล่านี้ไม่เป็นอุปสรรคส่าคัญในการที่
ผู้บริหารจะก่าหนดนโยบายด้านจริยธรรมขององค์กร เพราะสาระส่าคัญคือหลักความประพฤติการ
กระท่าที่องค์กรให้ความส่าคัญ มุ่งเน้นให้บุคลากรในองค์กรยึดถือปฏิบัติร่วมกัน เพ่ือผลงานท่ีสัมฤทธ์ิ
ผลขององค์กรทั้งในด้านประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และความมั่นคงขององค์กร สิ่งท่ีผู้บริหารจะต้อง
ค่านึงถึงในการก่าหนดนโยบายขององค์กร ได้แก่ หลักจริยธรรมที่มาจากอุดมการณ์ขององค์กรคือ
อะไร เพื่อที่จะน่าไปสู่ค่านิยมหลัก มีวิธีการอย่างไรที่จะให้บุคลากรทุกคนรับรู้เข้าใจตรงกัน มีวิธีการ
ส่งเสริมให้ไปสู่การปฏิบัติอย่างเห็นได้ชัดอย่างไร มีวิธีการในการตรวจสอบดูแลให้เป็นไปตามหลัก
จรยิ ธรรมอย่างไร

3. การประเมินและการติดตามผลด้านจริยธรรมไม่ได้หมายถึง การควบคุมท่ีคอยจับผิด
ลงโทษ แต่มีลักษณะของการช่วยสนับสนุน ดูแล ส่งเสริมให้บุคลากรประพฤติปฏิบัติได้เป็นปกติวิสัย
และเม่อื เกิดกรณขี องการกระทา่ ทไ่ี ม่เป็นไปตามหลักจริยธรรมก็จะต้องมีการตักเตือน ส่วนการลงโทษ
ควรเป็นกรณีของการท่าผิดวินัยอย่างร้ายแรง ผิดจรรยาบรรณ การมีคณะกรรมการจริยธรรมที่คอย
เป็นเสมอื นพ่ีเลีย้ งคอยให้คา่ ปรึกษา ให้ค่าแนะน่า องคก์ รหลายแหง่ ใหค้ วามสา่ คัญในเร่ืองนี้

จากแนวคิดดงั กลา่ วสรุปไดว้ า่ บทบาททางจริยธรรมของผบู้ รหิ ารเปน็ สิง่ ส่าคัญ และปัจจัยหนึ่ง
ท่ีส่งผลต่อความส่าเร็จขององค์กรได้อย่างยั่งยืน เพราะผู้บริหารต้องอยู่ในภาวะผู้น่าและเป็นผู้น่าใน
การขับเคลื่อนการบริหารจัดการด้านจริยธรรมต่อพนักงานอย่างแท้จริง ซึ่งจะเห็นได้ว่าบทบาทของ
การบริหารอย่างมีจริยธรรมต้องเป็นการกระท่าที่สะสมต่อเน่ืองมาโดยผู้บริหาร ในการสร้างให้เกิด
ความส่านึกเกี่ยวกับจริยธรรมของการท่างานในหน่วยงาน โดยบทบาทส่าคัญทางจริยธรรมของ
ผู้บริหาร คือ คุณภาพของผู้บริหารและแนวทางการพัฒนาตนเอง การส่งเสริมสนับสนุนผู้ใต้บังคับ
บัญชาและการสร้างภาพเปน็ ธรรมและสมดุลในหน่วยงาน และบทบาทการบริหารจริยธรรมในองค์กร
ต้องอาศัยองค์ประกอบที่ส่าคัญ ได้แก่ ทัศนคติของผู้บริหารท่ีมีต่อเร่ืองจริยธรรม การมีนโยบายด้าน
จริยธรรม การประเมนิ และตดิ ตามผล

บทท่ี 5 จรยิ ธรรมของผบู้ รหิ ารและพนักงาน 140

5.3 จริยธรรมของผู้บรหิ าร

จากการศึกษาถึงจริยธรรมของผู้บริหารที่ใช้ในการบริหารจัดการในองค์กร พบว่าบทบาท
หนา้ ทีข่ องผูบ้ ริหารจะเน้นดา้ นความคิดท่ีต้องแปรเปล่ียนเป็นรูปธรรม ในการน่าไปสู่การปฏิบัติของผู้
ที่อยู่ในความดูแลท่ีเป็นผู้ใต้บังคับบัญชา ลูกน้อง พนักงาน เพื่อให้ทุกคนเหล่านี้ยินดีท่ีจะให้ความ
ร่วมมือ ทุ่มเทความรู้ความ สามารถเต็มก่าลงั และเต็มสติปัญญา ผู้บริหารจึงต้องมีท้ังพระเดชพระคุณ
ที่เลือกน่ามาใช้ โดยต้องตระหนักคิดถึงใจเขาใจเรา เพ่ือให้ได้ทั้งผลงานและใจคนท่างาน จึงจะเป็น
ผ้บู ริหารท่ีประสบผลสา่ เร็จและมีคณุ ธรรมจริยธรรมควบคูก่ นั ไป พรอ้ มคณุ สมบตั ิครบถ้วนของการเป็น
ผู้รู้จกั การครองตน ครองคน และครองงาน ดังมีผู้ให้แนวคิดเกี่ยวกับหลักปฏิบัติของจริยธรรมส่าหรับ
ผ้บู รหิ ารไว้ ดงั นี้

ชตุ ิมา รักษ์บางแหลม (2559 : 3-31) กล่าวว่า จรยิ ธรรมในการบริหารงานเป็นเร่ืองท่ีเก่ียวข้อง
กับความประพฤติและการปฏิบัติตนของผู้บริหารว่าเป็นไปตามหลักแห่งความดี อยู่ในแนวทางของ
ศีลธรรมและวฒั นธรรม เป็นที่ยอมรับของผู้ท่ีเกี่ยวข้อง หลักแห่งความดี ศีลธรรมและวัฒนธรรม เป็น
เรื่องท่ีเกี่ยวข้องกับการให้คุณค่า (Value) การวินิจฉัยความดีความชั่ว (Moral Judgment) บรรทัด
ฐานทางสังคม (Social Norm) ตลอดถึงแบบแผนตามประเพณีผู้บริหารงานในสมัยก่อน จะเรียนรู้สิ่ง
เหล่านี้จากแบบแผนของการอยู่ร่วมกันในองค์กรและถูกปลูกฝังโดยวัฒนธรรมองค์ก รในสังคมยุค
โลกาภิวัฒน์ กระแสเทคโนโลยีและความรู้ในการบริหารจัดการแบบใหม่ มีส่วนในการเปลี่ยนแปลง
การให้คุณค่าของการกระท่า เป็นตัวช้ีวัดความส่าเร็จในการบริหาร เช่น ประสิทธิภาพประสิทธิผล
ความเสมอภาค ความเป็นธรรม การให้ความส่าคัญต่อสิ่งแวดล้อม ผลดังกล่าวน่าไปสู่วัฒนธรรม
องค์กรที่สับสน เกิดค่าถามเชิงจริยธรรมในการบริหารหลายๆ ประการ เช่น เลือกให้เป็นไปตาม
กฎหมายหรือจะเลือกประสิทธิภาพ เลือกแบบแผนตามวัฒนธรรมดั้งเดิมหรือประสิทธิผล เลือก
ประชาชนโดยทั่วไป หรือกลุ่มผลประโยชน์กลุ่มใดกลุ่มหนึ่ง เลือกความมั่งคั่งของธุรกิจหรือการขจัด
ปัญหาส่ิงแวดล้อม ไม่ปรากฏหลักฐานว่าผิดกฎ ผิดระเบียบ ผิดกฎหมาย ถือว่ารับได้และการสร้าง
คะแนนนิยมโดยใช้เงินเปน็ เคร่ืองมอื เปน็ เร่ืองทีย่ อมรบั กนั ได้

กิ่งดาว จินดาเทวิน (2555 : 76-82) ได้กล่าวถึงหลักธรรมท่ีสนองตอบจริยธรรมของ
ผูบ้ ริหารองคก์ รไว้ 4 หลักธรรมด้วยกนั ดงั นี้

1. สปั ปุริสธรรม 7 เป็นธรรมของคนดี กล่าวคือ ผู้ใดท่ีถือหลักธรรมน้ีได้ย่อมเป็นคนสมบูรณ์
แบบ มคี ณุ คา่ สามารถนา่ หมู่ชนและสงั คมไปสสู่ นั ตสิ ุขและความสามัคคี ประกอบดว้ ย

บทท่ี 5 จรยิ ธรรมของผู้บริหารและพนักงาน 141

1.1 ธัมมัญญุตา รู้จักเหตุ คือ รู้หลักความจริง รู้หลักการ รู้หลักเกณฑ์ รู้กฎเกณฑ์แห่ง
เหตผุ ล และรหู้ ลักการทจ่ี ะทา่ ให้เกิดผล เช่น เห็นเหตุการณ์อะไรก็ตามแต่ก็จะรู้ได้ว่าเกิดจากเหตุอะไร
เช่น ท่าไมฝนจึงตก สาเหตุมาจากอะไร และผลจะเป็นอย่างไร รู้ว่าจะต้องกระท่าเหตุแบบนี้ จึงจะให้
เกดิ ผลทีต่ อ้ งการ เป็นต้น

1.2 อัตถัญญุตา รู้จักผล คือ รู้ความหมาย รู้ความมุ่งหมาย รู้ประโยชน์ที่ประสงค์ คือ
รูจ้ ักผลทจี่ ะเกดิ ขน้ึ สบื เนือ่ งจากการกระทา่ ซง่ึ สามารถก่อใหเ้ กดิ ประโยชนเ์ กดิ ผลได้จรงิ

1.3 อตั ตญญตุ า เป็นผ้รู ูจ้ ักตน คือ รู้จักตัวตนของเราเอง ว่าโดยฐานะ ภาวะ เพศ ก่าลัง
ความรู้ ความสามารถ ความถนัด และคุณธรรม สามารถประเมินตนเองได้ในหลักธรรม ดังนี้ ศรัทธา
ชอบรักในงานอะไร ศีลวินัย สุตะความรู้ จาคะความเสียสละ ปัญญา กระบวนการในการพัฒนา
ความร้ทู ีม่ ีอยู่ เป็นตน้ แล้วประพฤติใหเ้ หมาะสมและร้ทู ่ีจะแก้ไขปรับปรุงต่อไป

1.4 มตั ตญั ญตุ า เปน็ ผู้รจู้ กั ประมาณ คือ ความพอดี รวมทั้งการพูดจา การพักผ่อน การ
สนุกสนานร่ืนเริง การใช้ชีวิตและการท่าหน้าที่ของตนเองให้มีความพอเหมาะลงตัว ไม่ตามใจความ
อยากของตนเองจนมากเกินไป

1.5 กาลัญญตุ า เป็นผู้รูจ้ กั กาล คือ รู้กาลเวลาอนั เหมาะสมและระยะเวลาที่จะต้องใช้ใน
การประกอบกิจ กระท่าหน้าท่ีการงาน เช่น แบ่งเวลา ท่าให้ถูกจังหวะ ให้ตรงเวลา ให้เป็นเวลา ให้
ทนั เวลา ใหพ้ อเวลา ใหเ้ หมาะเวลา และวางแผนการใชเ้ วลาอย่างได้ผล

1.6 ปริสัญญุตา เป็นผู้รู้จักบริษัท คือ รู้จักชุมชน และรู้จักท่ีประชุม รู้การอันควร
ประพฤติปฏบิ ตั ใิ นถิน่ ท่ีชมุ ชน เชน่ ชุมชนน้เี ม่อื เขา้ ไปหาแล้วควรตอ้ งท่าตวั หรือแสดงกิริยาอย่างไร พูด
อย่างไร ระเบียบประเพณี วัฒนธรรมเป็นอย่างไร เพื่อจะได้ปฏิบัติตัวให้ถูกต้องตรงกับความต้องการ
และเป็นประโยชน์ตอ่ ชุมชน

1.7 ปุคคลัญญุตา เป็นผู้รู้จักบุคคล คือ ความแตกต่างแห่งบุคคลว่าโดยอัธยาศัย
ความสามารถ และคณุ ธรรม เป็นตน้ และรทู้ ีจ่ ะปฏิบตั ิตอ่ บุคคลนั้นๆ ด้วยดี วา่ ควรจะคบหรือไม่ จะใช้
จะตา่ หนิ ยกยอ่ ง และแนะน่าส่ังสอนอย่างไร เป็นตน้

2. พรหมวิหาร 4 เป็นธรรมครองใจ 4 ประการ ที่ท่าให้บุคคลในสังคมพึงประพฤติปฏิบัติ
ในทางอันประเสริฐท้ังตอ่ ตนและผูอ้ ่นื ไดแ้ ก่

2.1 เมตตา ความรักความหวังดีท่ีปรารถนาให้ผู้อื่นมีความสุข ต้องการช่วยเหลือให้ทุก
คนประสบประโยชน์และความสุข

บทท่ี 5 จรยิ ธรรมของผ้บู ริหารและพนักงาน 142

2.2 กรุณา ความสงสารเห็นใจ ปรารถนาให้ผู้อื่นพ้นทุกข์เป็นความสงสาร อยาก
ช่วยเหลือผอู้ นื่ ให้พ้นจากความทุกข์ ความเดือดร้อน ท้ังทางรา่ งกายและจิตใจ

2.3 มุทิตา ความรู้สึกช่ืนชมยินดีเม่ือผู้อ่ืนได้ดีมีสุขเป็นความเบิกบานพลอยยินดี เม่ือ
เหน็ ผ้อู ื่นอยู่ดมี ีสุข กม็ ีจติ ใจแช่มช่นื เบิกบานพร้อมช่วยเหลอื ใหก้ ารสนับสนุน ไม่มีจิตคิดริษยาหรือน้อย
เน้อื ตา่ ใจ

2.4 อุเบกขา เป็นความรู้สึกวางเฉย เป็นกลาง ไม่ล่าเอียงเข้าข้างคนใดคนหนึ่ง นั่นคือมี
ความยุตธิ รรมในการให้รางวัลและการลงโทษ เมื่อเห็นบุคคลจะได้รับผลดีหรือชั่วอันสมควรแก่เหตุที่
คนๆ น้นั เป็นผู้กระท่ากส็ ามารถวินิจฉัย วางตนและปฏิบัติไปตามหลักการ ด้วยเหตุผลและความเท่ียง
ธรรม

3. ทศพิธราชธรรม เป็นจริยาวัตรที่พระเจ้าแผ่นดินทรงประพฤติเป็นหลักธรรมประจ่า
พระองค์หรือหลักคุณธรรมของผู้ปกครองบ้านเมือง ซึ่งสามารถน่าไปใช้กับผู้มีอ่านาจของทุกองค์กร
ท้ังผู้นา่ ครอบครวั ผนู้ ่ากลุ่ม ผนู้ า่ องคก์ ร ผู้น่าชมุ ชน ประกอบดว้ ยหลกั ธรรม 10 ประการ ดังนี้

3.1 ทาน หมายถึง การให้วัตถุภายนอกเป็นสิ่งของต่างๆ โดยต้องมีผู้รับโดยตรง
ผู้บริหารจึงต้องฝึกฝนให้รู้จักการเป็นผู้ให้มากกว่าเป็นผู้รับเอาใจใส่ดูแลสวัสดิการ ให้ความช่วยเหลือ
ยามประสบความเดือดร้อนตลอดจนการสนับสนนุ คนทา่ ความดี

3.2 ศีล หมายถงึ ปกติ ภาวะปกติ การประพฤติปฏิบัติให้เกิดภาวะปกติหรือความสุจริต
เช่น มีศีล 5 ศีล 8 ศีล 227 การมีศีลท่าให้ไม่เกิดปัญหาการเบียดเบียนกันทั้งชีวิตและทรัพย์สิน สังคม
เกิดความสงบเรียบร้อยประเทศชาติเจริญรุ่งเรืองท่าให้เกิดความปลอดภัยและชีวิตท่ีสงบสุขทั้งตนเอง
และผู้อืน่

3.3 ปริจจาคะ หมายถึง การเสยี สละ โดยเสยี สละความเห็นแก่ตัวหรือกิเลสท่ีอยู่ภายใน
จิตใจคนเรา ในฐานะของผู้บริหารหรือผู้น่าที่อยู่เหนือคนท่ัวไป ยิ่งต้องรู้จักการเสียสละความสุขส่วน
ตนเพ่อื ประโยชน์สว่ นรวม

3.4 อาชวะ หมายถึง ความชอ่ื ตรง เปดิ เผย ไมม่ อี นั ตรายหรือโทษภัยใดๆ เป็นท่ีไว้ใจต่อ
การท่าหน้าที่ด้วยความบริสุทธิ์ใจต่อตนเอง ผู้อ่ืน และกฎธรรมชาติ ในฐานะของผู้บริหารองค์กร
ทา่ งานด้วยความซอื่ สตั ย์ โปร่งใส เปิดเผย ไมห่ ลอกลวง ไมแ่ บ่งพรรคแบง่ พวก

3.5 มทั วะ หมายถงึ ความอ่อนนอ้ มถอ่ มตน มคี วามอ่อนโยนต่อผู้อื่น เช่น นักบริหารท่ีดี
ควรเป็นผู้ถ่อมตน ไมถ่ อื ตัวตน ไม่อวดดือ้ ถือดี เปน็ ผใู้ ช้เหตุผลมากกว่าอารมณ์ มีสัมมาคารวะต่อผู้ใหญ่


Click to View FlipBook Version