แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรรู ายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี ๔ ๕๒
แบบบันทึกหลงั แผนการสอน
.......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ..........................................................
(นายปยิ ะพงษแ พลบรู ณแ)
ตาํ แหนง ครู
................/............................./...............
แผนการจดั กิจกรรมการเรียนรูรายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๔ ๕๓
แผนการจดั กิจกรรมการเรียนร้กู ลุ่มสาระภาษาไทย
หนวยการเรียนรูที่ ๒ การอานสือ่ สิง่ พมิ พแและสอื่ อเิ ลก็ ทรอนกิ สแ จาํ นวน ๑ ช่ัวโมง
แผนการจดั กิจกรรมการเรยี นรทู ่ี ๔ เรื่อง การอา นสื่อสิง่ พมิ พแ
สอนวันที่ ................... เดอื น ..................................... พ.ศ. .............................. เวลา ................................. น.
๑. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การอานขา วจากสอ่ื สงิ่ พิมพแประเภทตา งๆ ผูอ านตองจบั ใจความ ตอบคําถามจากการอานงานเขยี นประเภท
ตา งๆ ภายในเวลาท่กี ําหนด แลวเขียนแผนผงั ความคดิ
๒. ตวั ชี้วดั /จุดประสงค์การเรยี นรู้
๒.๑ ตัวชี้วัด
ท ๑.๑ ม.๔-๖/๖ ตอบคําถามจากการอา นงานเขยี นประเภทตางๆ ภายในเวลาทีก่ ําหนด
ม.๔-๖/๗ อานเรือ่ งตางๆ แลวเขียนกรอบแนวคดิ ผงั ความคิด บนั ทกึ ยอความ และรายงาน
๒.๒ จุดประสงคก์ ารเรยี นรู้
๑) ตอบคาํ ถามจากการอา นงานเขยี นประเภทตา งๆ ภายในเวลาท่กี ําหนดได
๒) อานเรื่องตางๆ แลวนํามาเขยี นแผนผงั ความคิดได
๓. สาระการเรียนรู้
๓.๑ สาระการเรียนรู้แกนกลาง
การอานจับใจความจากส่ือตางๆ เชน
- ขา วสารจากสอ่ื ส่งิ พิมพแ สือ่ อิเลก็ ทรอนกิ สแ และแหลง เรียนรูต า งๆ ในชุมชน
๓.๒ สาระการเรียนร้ทู ้องถิน่
(พจิ ารณาตามหลักสตู รสถานศึกษา)
๔. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รียน
๔.๑ ความสามารถในการส่อื สาร
๔.๒ ความสามารถในการคดิ
๑) ทกั ษะการสังเคราะหแ ๒) ทกั ษะการสรางความรู ๓) ทักษะการสรปุ ลงความเหน็
๔.๓ ความสามารถในการใชท้ กั ษะชีวิต
๕. คณุ ลักษณะอันพงึ ประสงค์ ๒. ใฝเุ รียนรู ๓. มุง ม่ันในการทาํ งาน
๑. มีวินยั
แผนการจดั กิจกรรมการเรียนรูรายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๔ ๕๔
๖. กจิ กรรมการเรยี นรู้
วิธสี อนแบบ SQ๔R
นกั เรียนทาํ แบบทดสอบกอนเรียน หนวยการเรยี นรูที่ ๒
ข้ันนาเขา้ สบู่ ทเรยี น คาถามกระตนุ้ ความคิด
สอ่ื การเรยี นรู : บัตรภาพ ๑. ผทู้ ่ีบรโิ ภคขา่ วในยคุ ปจั จุบนั ควรเลือก
ข่าวจากแหล่งใด
๑. ครนู ําบตั รภาพตวั อยา งส่อื สิ่งพิมพปแ ระเภทตางๆ มาให (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดย
นักเรยี นดู แลว ถามนกั เรียนวา สื่อสง่ิ พมิ พแทีค่ รนู าํ มาให ให้อยู่ใน ดุลยพินิจของครูผู้สอน)
ดู เป็นส่ือส่งิ พมิ พปแ ระเภทใด
๒. เพราะเหตใุ ด นักเรียนจึงเลอื กขา่ วจาก
๒. ครสู นทนากบั นกั เรยี นเกีย่ วกับสื่อส่งิ พมิ พแประเภท สอ่ื สิง่ พมิ พป์ ระเภทนน้ั มาพจิ ารณา
ตางๆ ทน่ี ําเสนอขาวในปจใ จบุ ัน และคิดวา่ ข่าวทเี่ ลอื กนั้นมาจาก
แหล่งขา่ วทม่ี ีความน่าเช่ือถือมากนอ้ ย
๓. นักเรยี นรวมกนั แสดงความคิดเห็นวา สอื่ ส่งิ พมิ พแ เพียงใด
ประเภทใดทนี่ ําเสนอขาวไดนา เชอ่ื ถอื มากทส่ี ุด พรอ ม (พิจารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดย
อธบิ ายเหตผุ ลประกอบ ให้อย่ใู น ดุลยพินจิ ของครูผ้สู อน)
๔. ครูแบงนกั เรยี นเป็นกลุม กลุมละ ๔ คน คละกนั ตาม
ความสามารถ คอื เกง ปานกลางคอ นขางเกง ปาน
กลางคอนขา งออน และออน จากน้ันใหแ ตล ะกลุม
เลือกอานขา วจากสอ่ื ส่ิงพมิ พแ กลุม ละ ๑ ประเภท
๕. นักเรยี นตอบคาํ ถามกระตนุ ความคดิ ขอ ๑-๒
ขั้นสอน
สื่อการเรยี นรู : ขาว
๑. Survey (S) อา นขาวทเ่ี ตรียมมาอยา งครา วๆ เพอื่ หา
จดุ สําคญั ของเร่ือง
๒. Question (Q) ตง้ั คาํ ถามเกีย่ วกบั เรือ่ งทอ่ี านและใน
ขณะเดียวกันก็ควรถามตวั เองดูวา ใจความสําคัญที่
ผูเ ขยี นกําลงั พดู ถึงน้นั คืออะไร เพราะเหตุใดจึงสําคัญ
สําคัญอยา งไร และเกีย่ วขอ งกับอะไรหรอื ใครบาง ตอน
ไหนและเม่อื ไร
๓. Read (R) อา นขอ ความในขาวซํา้ อยางละเอียดและใน
ขณะเดียวกนั กค็ น หาคําตอบสาํ หรบั คาํ ถามท่ีไดตัง้ ไว
โดยครูสามารถกําหนดเวลาตามความเหมาะสม
๔. Record (R) จดบนั ทึกขอมูลตา งๆ ท่ไี ดอานจากขาวใน
ขอ ท่ี ๓ โดยมุงจดบันทกึ ในสวนทส่ี ําคญั และจําเป็น
โดยใชขอ ความอยางรดั กุมหรือยอๆ ตามความเขาใจ
ของนกั เรยี น
๕. Recite (R) เขียนสรุปใจความสาํ คัญ โดยพยายามใช
แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรูรายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ชน้ั มัธยมศึกษาปที ี่ ๔ ๕๕
ภาษาของตนเอง ถา ยังไมแ นใจในบทใดหรอื ตอนใดให
กลบั ไปอานซ้าํ ใหม
๖. Reflect (R) วเิ คราะหแ วจิ ารณแ บทอานทีน่ ักเรียนไดอ า น
แลวแสดงความคดิ เห็นในประเดน็ ท่ีสอดคลอ งหรือไม
สอดคลอง
ขั้นสรุป
สื่อการเรยี นรู : ใบความรู
๑. ครูแจกใบความรเู รือ่ ง การเขยี นแผนผังความคิด ให
นักเรียนศึกษา จากนั้นใหนักเรียนแตละกลุมรวมกัน
เขยี นแผนผงั ความคิดสรปุ ใจความสําคญั ของขาวท่ี
นักเรียนอาน แลว นําเสนอผลงานท่ีหนา ชั้นเรียน
๒. สมาชกิ แตละกลมุ สง ตวั แทนออกมานาํ เสนอผลงาน
การเขียนแผนผงั ความคิดท่ีหนา ชนั้ เรียน
๓. ครูประเมนิ การนาํ เสนอผลงานของนักเรียน และให
ขอเสนอแนะในการพฒั นาปรบั ปรุงงานในกรณที ีย่ งั มี
ปญใ หา
๗. การวดั และประเมนิ ผล
วธิ กี าร เครื่องมือ เกณฑ์
ตรวจแบบทดสอบกอ นเรยี น หนว ยการเรยี นรู แบบทดสอบกอ นเรียน หนวยการเรยี นรู (ประเมนิ ตามสภาพจรงิ )
ท่ี ๒ ท่ี ๒
ประเมนิ การนาํ เสนอผลงาน แบบประเมินการนําเสนอผลงาน ระดบั คณุ ภาพ ๒ ผา น
เกณฑแ
สังเกตพฤติกรรมการทาํ งานกลุม แบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานกลุม ระดับคณุ ภาพ ๒ ผาน
เกณฑแ
สังเกตความมีวนิ ัย ใฝุเรยี นรู และมุง ม่ันในการ แบบประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงคแ ระดับคุณภาพ ๒ ผา น
ทํางาน เกณฑแ
๘. ส่อื /แหล่งการเรยี นรู้
๘.๑ ส่ือการเรยี นรู้
๑) บตั รภาพ
๒) ใบความรู เร่อื ง การเขียนแผนผังความคดิ
๓) ขา วจากสอ่ื ส่งิ พมิ พทแ นี่ ักเรยี นสนใจ
แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรูรายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๔ ๕๖
๘.๒ แหล่งการเรยี นรู้
ใบความรู้
การเขียนแผนผังความคดิ หรอื แผนท่ีความคดิ (Mind Map)
Mind Map คืออะไร? Mind Map คือ การถายทอดความคิด หรือขอมูลตางๆ ท่ีมีอยูในสมองลง
กระดาษ โดยการใชภ าพ สี เสน และการโยงใย แทนการจดยอ แบบเดิมท่ีเป็นบรรทัดๆ เรียงจากบนลงลาง
ขณะเดียวกันมันกช็ ว ยเป็น สอื่ นําขอ มลู จากภายนอก เชน หนังสือ คําบรรยาย การประชุม สงเขาสมองให
เก็บรักษาไวไ ดดีกวา เดมิ ซ้ํายงั ชวยให เกดิ ความคดิ สรางสรรคแไดง ายขนึ้ เนอื่ งจากจะเห็นเป็นภาพรวม และ
เปดิ โอกาสใหส มองเชอื่ มโยงตอ ขอมลู หรอื ความคดิ ตางๆ เขาหากันไดง า ยกวา
“ใชแสดงการเช่ือมโยงขอมูลเกี่ยวกับเร่ืองใดเรื่องหน่ึงระหวางความคิดหลัก ความคิดรอง และ
ความคดิ ยอ ยทเ่ี ก่ยี วของสมั พนั ธกแ ัน” ผังความคิด (Mind Map)
“ใชแสดงการเช่ือมโยงขอมูลเก่ียวกับเร่ืองใดเร่ืองหนึ่งระหวางความคิดหลัก ความคิดรอง และ
ความคดิ ยอ ยทเ่ี กย่ี วขอ งสมั พันธแกัน”
ลักษณะการเขียนผังความคิด เทคนิคการคิด คือ นําประเด็นใหญๆ มาเป็นหลัก แลวตอดวย
ประเด็นรองในชนั้ ถดั ไป
การสรา้ งแผนท่ีความคิด หรอื Mind Map
ขน้ั ตอนการสร้าง Mind Map
๑. เขียน/วาดมโนทศั นหแ ลกั ตรงก่ึงกลางหนา กระดาษ
๒. เขยี น/วาดมโนทศั นแรองทสี่ มั พันธแกับมโนทัศนแหลักไปรอบ ๆ
๓. เขยี น/วาดมโนทศั นแยอ ยท่สี ัมพันธแกบั มโนทศั นแรองแตกออกไปเรอื่ ยๆ
๔. ใชภาพหรอื สญั ลักษณสแ ่ือความหมายเปน็ ตวั แทนความคดิ ใหม ากทส่ี ุด
๕. เขยี นคาํ สําคัญ (Key word) บนเสนและเสนตองเชื่อมโยงกัน
๖. กรณใี ชส ี ท้ังมโนทศั นรแ องและยอยควรเปน็ สเี ดียวกนั
๗. คิดอยางอิสระมากท่ีสุดขณะทํา เขียนคําหลัก หรือขอความสําคัญของเรื่องไวกลาง โยงไปยัง
ประเดน็ รอง รอบๆ ตามแตวาจะมีกป่ี ระเดน็
กฎการสรา้ ง Mind Map
๑. เริม่ ดวยภาพสีตรงก่งึ กลางหนา กระดาษ
๒. ใชภาพใหมากท่ีสุดใน Mind Map ของคุณ ตรงไหนที่ใชภาพไดใหใชกอนคํา หรือรหัส เป็นการ
ชวยการทํางานของสมอง ดึงดดู สายตา และชวยความจํา
๓. ควรเขียนคําบรรจงตัวใหญๆ ถาเป็นภาษาอังกฤษใหใชตัวพิพมแใหญ จะชวยใหเราสามารถ
ประหยัดเวลาได เมื่อยอ นกลบั ไปอานอีกคร้ัง
๔. เขียนคําเหนือเสนใต แตละเสนตองเชื่อมตอกับเสนอ่ืนๆ เพื่อให Mind Map มีโครงสรางพื้น
ฐานรองรบั
๕. คําควรมลี ักษณะเปน็ “หนวย” เปดิ ทางให Mind Map คลองตวั และยดื หยนุ ไดมากข้ึน
๖. ใชส ีทั่ว Mind Map เพราะสีชวยยกระดับความคดิ เพลินตา กระตนุ สมองซีกขวา
๗. เพื่อใหเกิดความคิดสรา งสรรคใแ หม ควรปลอยใหสมองคดิ มีอสิ ระมากทส่ี ุดเทาทจี่ ะเป็นไปได
แผนการจัดกจิ กรรมการเรียนรรู ายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ช้ันมธั ยมศึกษาปีที่ ๔ ๕๗
วิธีการเขียน Mind Map โดยละเอียดอกี วิธีหน่ึง
๑. เตรยี มกระดาษเปลาที่ไมม เี สน บรรทัดและวางกระดาษภาพแนวนอน
๒. วาดภาพสีหรือเขียนคาํ หรอื ขอความท่สี อื่ หรอื แสดงถึงเรอ่ื งจะทํา Mind Map กลางหนา กระดาษ
โดยใชสอี ยางนอ ย ๓ สี และตองไมต ีกรอบดวยรูปทรงเรขาคณติ
๓. คิดถึงหัวเรื่องสําคัญท่ีเป็นสวนประกอบของเร่ืองที่ทํา Mind Map โดยใหเขียนเป็นคํา ท่ีมี
ลกั ษณะเปน็ หนว ย หรือเปน็ คาํ สําคัญ (Key Word) สั้นๆ ท่ีมีความหมายบนเสน ซ่ึงเสนแตละเสนจะตอง
แตกออกมาจากศนู ยกแ ลางไมควรเกิน ๘ กง่ิ
๔. แตกความคดิ ของหวั เร่อื งสําคญั แตล ะเรื่องในขอ ๓ ออกเป็นก่ิง ๆ หลายกิ่ง โดยเขียนคําหรือวลี
บนเสนทีแ่ ตกออกไป ลกั ษณะของกง่ิ ควรเอนไมเกนิ ๖๐ องศา
๕. แตกความคิดรองลงไปท่ีเป็นสวนประกอบของแตละก่ิงในขอ ๔ โดยเขียนคําหรือวลีเสนท่ีแตก
ออกไปซง่ึ สามารถแตกความคดิ ออกไปเร่อื ยๆ
๖. การเขียนคํา ควรเขียนดวยคําที่เป็นคําสําคัญ (Key Word) หรือคําหลัก หรือเป็นวลีท่ีมี
ความหมายชดั เจน
๗. คํา วลี สัญลักษณแ หรือรูปภาพใดท่ีตองการเนน อาจใชวิธีการทําใหเดน เชน การลอมกรอบ
หรือใสกลอ งเป็นตน
๘. ตกแตง Mind Map ทีเ่ ขยี นดวยความสนุกสนานทง้ั ภาพและแนวคดิ ที่เช่ือมโยงตอ กนั
การนาไปใช้
๑. ใชร ะดมพลังสมอง
๒. ใชน ําเสนอขอ มลู
๓. ใชจดั ระบบความคิดและชว ยความจํา
๔. ใชวเิ คราะหแเนือ้ หาหรืองานตางๆ
๕. ใชสรปุ หรือสรางองคคแ วามรู
ทม่ี า : http://www.sahavicha.com/readme.php?name=media&file=readmedia&id=๑๔๘๓
แผนการจดั กิจกรรมการเรียนรรู ายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๔ ๕๘
บตั รภาพ
ภาพท่ี ๑ ภาพที่ ๒
ภาพที่ ๓ ภาพที่ ๔
ทมี่ า : ภาพท่ี ๑ http://www.kidsquare.com/show.php?pid=๖๑๐๖
ภาพท่ี ๒ http://www.ubook.msu.ac.th/ecommerce/list_sub_catetory.php?cate_id=๕&subtype_id=๕
ภาพที่ ๓ http://www.thairath.co.th/today
ภาพที่ ๔ http://www.starpic.siamha.com/topic/๒๓๕/นิตยสาร
แผนการจดั กจิ กรรมการเรียนรรู ายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ ๔ ๕๙
ข้อเสนอแนะของหวั หน้ากลมุ่ สาระการเรียนรู้
..........................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ...............................................
(นายทรงกลด ภมู ิพานิชยแ)
หวั หนา กลมุ สาระการเรียนรูภ าษาไทย
.............../................................./....................
ข้อเสนอแนะของหัวหนา้ งานวดั ผลและประเมนิ ผลการศึกษา
..........................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ ...............................................(ผูตรวจสอบ)
(นางสาวจันทริ า แวงวงษแ)
หัวหนา งานวดั ผลและประเมินผลการศึกษา
.............../................................./....................
ข้อเสนอแนะของหัวหนา้ งานวดั ผลและประเมินผลการศึกษา
..........................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ลงช่อื ...............................................(ผตู รวจสอบ)
(นายพฤทธ์พิ ล ชาร)ี
รองผอู ํานวยการกลุมบรหิ ารงานวชิ าการ
.............../................................./....................
แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรูรายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๔ ๖๐
แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน
.......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ลงช่อื ..........................................................
(นายปิยะพงษแ พลบรู ณแ)
ตาํ แหนง ครู
................/............................./...............
แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรูรายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๔ ๖๑
แผนการจดั กิจกรรมการเรียนรู้กล่มุ สาระภาษาไทย
หนว ยการเรียนรทู ่ี ๒ การอา นสอื่ สิง่ พมิ พแและส่ืออิเล็กทรอนกิ สแ จาํ นวน ๑ ชว่ั โมง
แผนการจดั กิจกรรมการเรียนรทู ่ี ๕ เร่ือง การอานสอ่ื สิง่ พมิ พปแ ระเภทเรอ่ื งสั้น
สอนวันท่ี ................... เดือน ..................................... พ.ศ. .............................. เวลา ................................. น.
๑. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การอานสอ่ื สิ่งพิมพปแ ระเภทเรือ่ งสน้ั ตองสงั เคราะหคแ วามรู วเิ คราะหแ และประเมนิ การใชภาษาจากเรอื่ ง
ทีอ่ า น
๒. ตวั ชีว้ ัด/จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๒.๑ ตวั ชวี้ ัด
ท ๑.๑ ม.๔-๖/๘ สงั เคราะหแความรจู ากการอา นสื่อสง่ิ พมิ พแ ส่ืออิเล็กทรอนกิ สแ และแหลง เรยี นรตู า งๆ มา
พฒั นาตน พฒั นาการเรยี น และพัฒนาความรทู างอาชพี
ม.๔-๖/๙ มีมารยาทในการอา น
ท ๔.๑ ม.๔-๖/๗ วิเคราะหแแ ละประเมินการใชภาษาจากส่อื ส่งิ พิมพแและสอื่ อเิ ลก็ ทรอนกิ สแ
๒.๒ จุดประสงค์การเรยี นรู้
๑) สงั เคราะหคแ วามรูจากการอานสื่อสิง่ พมิ พปแ ระเภทเรอ่ื งสน้ั ได
๒) มมี ารยาทในการอาน
๓) วเิ คราะหแและประเมินการใชภาษาจากเรอ่ื งสน้ั ได
๓. สาระการเรยี นรู้
๓.๑ สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
๑) การอานจับใจความจากส่อื ตา งๆ เชน
- ขาวสารจากสอื่ สิ่งพิมพแ สอ่ื อเิ ล็กทรอนกิ สแ และแหลงเรยี นรูตา งๆ ในชมุ ชน
๒) มารยาทในการอาน
๓) การประเมนิ การใชภาษาจากสือ่ ส่ิงพิมพแแ ละส่ืออิเลก็ ทรอนกิ สแ
๓.๒ สาระการเรยี นร้ทู ้องถ่นิ
(พิจารณาตามหลกั สูตรสถานศึกษา)
แผนการจดั กิจกรรมการเรียนรรู ายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๔ ๖๒
๔. สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น ๔) ทกั ษะการประเมิน
๔.๑ ความสามารถในการส่อื สาร ๕) ทกั ษะการประยุกตใแ ชค วามรู
๔.๒ ความสามารถในการคดิ
๑) ทกั ษะการวิเคราะหแ
๒) ทักษะการสังเคราะหแ
๓) ทกั ษะการจดั ระเบยี บ
๔.๓ ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
๕. คณุ ลักษณะอนั พึงประสงค์ ๒. ใฝุเรยี นรู ๓. มุง มัน่ ในการทาํ งาน
๑. มวี นิ ยั
๖. กจิ กรรมการเรียนรู้
วิธีสอนโดยเนน้ กระบวนการ : กระบวนการเรยี นความรคู้ วามเข้าใจ
ขนั้ ท่ี ๑ สังเกต ตระหนัก
ส่ือการเรยี นรู : หนังสือเรียน หลกั ภาษาฯ ม.๔ คาถามกระตุ้นความคิด
๑. ครูใหนกั เรียนทกุ คนศกึ ษาความรูเรอ่ื ง การอา นส่อื การอ่านชว่ ยให้ผอู้ า่ นพฒั นาตนเองได้
สิ่งพมิ พแประเภทเร่ืองสนั้ จากหนังสือเรียน อยา่ งไร
๒. นกั เรียนรว มกนั อภิปรายเกยี่ วกับสอื่ ส่ิงพิมพแประเภท (พิจารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดย
เรื่องสั้น จนเกิดความรคู วามเขาใจอยางชดั เจน ให้อยใู่ น ดุลยพินจิ ของครูผสู้ อน)
๓. นักเรียนตอบคาํ ถามกระตุนความคิด
ขนั้ ท่ี ๒ วางแผนปฏิบัติ
ส่อื /แหลงการเรยี นรู : — คาถามกระตุ้นความคิด
๑. ครใู หนกั เรยี นกลุมเดิม (จากแผนการจัดการเรยี นรทู ี่ ในสังคมปัจจบุ ัน สอ่ื ส่ิงพิมพป์ ระเภท
๑) รว มกันวางแผนในการศึกษาตัวอยา งเรื่องสั้นเรอื่ ง เร่ืองสน้ั จาเปน็ ต่อนักเรียนหรอื ไม่
ฉันคือตนไม เพื่อสังเคราะหแความรูจากการอา น อย่างไร
วเิ คราะหแ และประเมินการใชภาษาจากสือ่ สิง่ พิมพแ (พิจารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดย
ประเภทเรือ่ งส้ัน ให้อยู่ใน ดุลยพินจิ ของครูผูส้ อน)
๒. นักเรียนตอบคาํ ถามกระตนุ ความคดิ
ข้ันท่ี ๓ ลงมอื ปฏบิ ัติ
สื่อการเรียนรู : หนงั สอื เรยี น หลักภาษาฯ ม.๔ คาถามกระตุ้นความคิด
๑. นกั เรยี นแตละกลมุ รวมกันศึกษาเรือ่ งสนั้ เรอ่ื ง ฉนั คอื นักเรยี นคดิ ว่า ข้อมูลทศี่ กึ ษานนั้ มี
ตนไม จากหนงั สอื เรียน ตามทีไ่ ดว างแผนไวในขน้ั ท่ี ๒ ความถกู ต้องสมบรู ณ์หรือไม่ เพราะ
๒. สมาชกิ แตละกลมุ รวมกันอภิปรายขอมลู แลว นํามา เหตุใด
สงั เคราะหเแ ปน็ องคแความรทู ไี่ ดจากการอา น และบันทกึ (พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดย
ลงในแบบบันทึกการอา นของแตละคน ให้อยูใ่ น ดุลยพนิ จิ ของครูผู้สอน)
๓. นกั เรียนตอบคําถามกระตนุ ความคดิ
แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรรู ายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ช้ันมัธยมศึกษาปที ่ี ๔ ๖๓
ข้นั ท่ี ๔ พัฒนาความรู้ ความเข้าใจ คาถามกระตุน้ ความคิด
สื่อการเรยี นรู : ใบงานที่ ๒.๑ นักเรียนคิดวา่ ข้อมูลทศ่ี กึ ษาน้นั มี
ความถูกตอ้ งสมบูรณห์ รอื ไม่ เพราะ
๑. นักเรยี นแตล ะกลมุ สง ตวั แทนออกมานาํ เสนอความรู เหตุใด
จากการศกึ ษาเรอื่ งสัน้ เร่ือง ฉนั คอื ตน ไม หนา ชนั้ เรยี น (พิจารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดย
ให้อยู่ใน ดุลยพนิ ิจของครูผสู้ อน)
๒. ครูประเมินการนําเสนอของนกั เรียนแตละกลมุ
จากน้ันใหตวั แทนเก็บรวบรวมแบบบันทกึ การอานสง
ครู
๓. นักเรียนแตล ะคนทาํ ใบงานที่ ๒.๑ เรื่อง การอ่านสอื่
ส่ิงพิมพป์ ระเภทเร่ืองสนั้
๔. นกั เรียนตอบคําถามกระตุนความคดิ
ขน้ั ท่ี ๕ สรปุ
สื่อ/แหลงการเรียนรู : —
นักเรยี นแตละกลมุ พจิ ารณาสาระความรทู ่ีทกุ คน
ชวยกันศึกษาคน ควา แลว รวมกันสรปุ เป็นความรใู หมส ําหรับ
พัฒนาตนเอง
๗. การวัดและประเมนิ ผล
วิธกี าร เคร่ืองมอื เกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี ๒.๑ ใบงานท่ี ๒.๑ รอ ยละ ๖๐ ผานเกณฑแ
ตรวจแบบบันทกึ การอาน แบบบันทกึ การอาน ระดบั คณุ ภาพ ๒ ผา น
เกณฑแ
ประเมินการนาํ เสนอผลงาน แบบประเมินการนาํ เสนอผลงาน ระดบั คุณภาพ ๒ ผาน
เกณฑแ
สงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานรายบคุ คล แบบสังเกตพฤติกรรมการทํางาน ระดบั คุณภาพ ๒ ผา น
รายบุคคล เกณฑแ
สงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานกลุม แบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลมุ ระดับคณุ ภาพ ๒ ผาน
เกณฑแ
สงั เกตความมวี นิ ัย ใฝุเรยี นรู และมุงมนั่ ในการ แบบประเมินคุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงคแ ระดบั คุณภาพ ๒ ผา น
ทาํ งาน เกณฑแ
๘. ส่ือ/แหล่งการเรียนรู้
๘.๑ ส่อื การเรยี นรู้
๑) หนงั สือเรยี น ภาษาไทย : หลักภาษาและการใชภ าษา ม.๔
๒) ใบงานที่ ๒.๑ เรือ่ ง การอา นส่อื สง่ิ พิมพแประเภทเร่อื งส้ัน
แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรูรายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี ๔ ๖๔
๘.๒ แหล่งการเรยี นรู้
ใบงานท่ี
๒.๑ การอา่ นส่อื สิง่ พมิ พป์ ระเภทเรือ่ งสั้น
คาชแี้ จง ใหน ักเรียนอา นเรอื่ งส้ันเรื่อง ชายขายผกั แลว ตอบคําถามตอ ไปนี้
เรือ่ งสน้ั เร่อื ง ชายขายผัก
ชายขายผักคนหนึง่ ทกุ วนั เขาจะถอนผกั ในไรลา งแลว จัดใสตะกรา หาบไปเรข ายตามบาน โดยเขาจะ
หาบไปตามเสนทางเดิม คนท่ีซื้อลวนเป็นขาประจํา ในจํานวนขาประจํามีบานเศรษฐีรวมอยูดวย ทุกวัน
คนในบานเศรษฐี มักจะซ้อื ผกั กบั เขา เศรษฐีและภรยิ าแอบสังเกตเห็นวา คนขายผักลักษณะทาทางเป็นคน
ซื่อ จงึ คดิ จะยกลกู สาวให
วันหนงึ่ คุณนายไดถามคนขายผักวา “ที่บานนอกจากเธอแลวยังมีใครอีกบาง?” “ผมกําพราพอแม
ไมมีพี่นอง อยูกับคุณอาตงแตเด็กจนโตครับ”“เธอยินดีท่ีจะเป็นลูกเขยบานฉันม๊ัย?”คุณนายถามตรงๆ
คนขายผกั ถกู คุณนายถามอยางกะทันหัน ถึงกับนงิ่ อง้ึ ในใจคิดวาตนเป็นลูกกําพรายากจน หาบผักขายไป
วันๆ ไหนเลยเศรษฐีจะเอาตนเป็นลูกเขยหรือวาฟใงผิดไปดังน้ัน จึงไมไดตอบคําถามของคุณนาย ฝุาย
คุณนายคิดวาเรื่องน้ีเป็นเรื่องสําคัญในชีวิต เขาคงตองกลับไปคิดไตรตรองอีกที การไมตอบถือเป็นเร่ือง
ปกติ ฉะนัน้ จึงไมไ ดถ ามซ้าํ อกี แตค นขายผกั ยงั คงคิดถึงคําถามของคุณนายตลอดเวลา เมื่อกลับถึงบาน จึง
บอกอาเขาถึงคําถามของคุณนาย อาเขยกลาววา “หลานเอเย เขาเป็นคนรวย แกเป็นคนจนไมคูควรกัน
ใครเขาจะเอาแกเป็นลูกเขย เขาคงพูดเลนกับแกมากกวา อยาไปคิดมากเลย” คนขายผักรูสึกคําพูดของ
คุณอามเี หตผุ ล จงึ ไมกลาเพอ ฝใน ทุกวันยังคงหาบผักไปเรขายตามปกติ
วันหน่ึง เขาหาบผักมาถึงหนาบานเศรษฐี คุณนายถามอยางจริงจังวา “วันกอนฉันถามเธอวาเธอ
ยินดีจะเป็นลูกเขยบานฉันไหม คิดไตรตรองแลวเป็นยังไง ทําไมไมเห็นมาบอก” คนขายผักไดฟใงรูวา
คุณนายพูดจรงิ ไมไ ดพดู เลน จึงบอกคุณนายถงึ คําพูดของอาเขา คณุ นายกลาววา “เร่ืองแตงงานจะพูดเลน
ไดอ ยางไร เมือ่ กลบั ไปบา นปรกึ ษากับอาแลว อยาลืมมาใหค ําตอบดว ยนะ”
วันตอมา สองอาหลานไดมาบานเศรษฐี อาเขาถามวา “หลานผมวาคุณนายจะใหเขาเป็นลูกเขย
เป็นความจริงหรือเปลาครับ” “เป็นความจริง เราทั้งสองอายุมากแลวมีแตลูกสาวสามคนไมมีลูกชาย
หลานคณุ เป็นคนซ่ือ เราจึงคดิ จะยกลูกสาวคนโตใหเขา” เศรษฐกี ลา วอยา งจริงใจ “แตบานเรายากจนไม
มสี นิ สอดจะใหทํายงั ไง” “เรอื่ งนไ้ี มต อ งกงั วล เราตอ งการลกู เขยไมใ ชสินสอด” แลว พิธแี ตง งานกด็ าํ เนินไป
อยางเรียบรอย คนขายผกั ไดท งั้ ภรรยาแสนสวยและทรัพยแสินกอ นโตที่ติดมากับเจา สาว ทําใหเจาหนุมดีใจ
มาก
หลังจากแตงงาน เนื่องจากความเป็นอยูไมขาดแคลนและมีพอตาแมยายคอยใหความชวยเหลือ
แนะนาํ คนขายผกั จึงไมตอ งหาบผักเรขายอีก สามีภรรยาตางรักใครกันมาก วันเวลาแหงความสุขผานไป
ไดเพียง ๓ ปี ก็เกิดเหตไุ มค าดฝใน ภรรยาเกิดลมปวุ ยและเสยี ชีวิตลง คนขายผักเศรา โศกเสียใจมาก เศรษฐี
ก็เสยี ใจมากเชนกนั เจาลกู เขยตงั้ แตเ มยี ตายก็เอาแตร องไหโศกเศรา เศรษฐีเห็นก็รูสึกวาลูกเขยรักลูกสาว
จริง
แผนการจดั กิจกรรมการเรียนรูรายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี ๔ ๖๕
วันหนึง่ เศรษฐีกลาวกับภรรยาวา ถา เขาแตง งานใหมกบั คนอื่น เราทั้งสองก็จะขาดท่ีพึ่ง บัดน้ีลูกสาว
คนที่สองก็โตเป็นสาวแลว ใหแตง กบั เขาเลยดีไหม ฝุายภรรยาเห็นดวยเชนกัน แตยังเกรงลูกสาวจะไมตก
ลงจึงเรยี กลกู สาวมาถาม ซึง่ เธอก็ยนิ ดี แลว เรยี กลูกเขยมาถาม ลูกเขยไมอาจขัดความหวังดีของพอตาแม
ยายกต็ กลง คนขายผักแตง งานกบั ลูกสาวคนทีส่ องของเศรษฐไี ดเพยี ง ๓ ปี ภรรยาคนใหมก็ปุวยตายอยาง
กะทันหัน ทกุ คนในบา นตางเศราโศกเสียใจ
ที่โศกเศราทส่ี ุดกค็ ือลูกเขย บุตรสาวคนโตและคนทีส่ องตางแตงงานไดเ พียง ๓ ปี ก็ตายเหมือนๆ กันอะไร
เชนน้ี หรือวาชะตาชวี ติ ลขิ ิต เศรษฐีเห็นลูกเขยเศราโศกมากรูสึกเห็นใจ จึงปรึกษาภรรยาวาลูกคนเล็กโต
เป็นสาวแลวใหแตงกับลูกเขยแลวกัน ภรรยาก็เห็นดวย เศรษฐีจึงเรียกลูกสาวและลูกเขยมาถาม ซ่ึงทั้งคู
ตางยินดีทจี่ ะแตงงานกัน แตง งานกนั ได ๓ ปี ลูกสาวคนเลก็ ก็ถงึ แกกรรมอยางไรสาเหตุ
ในวนั ท่ีเศรษฐีและลูกเขยกําลังจัดการเรื่องงานศพอยู ขณะนั้นมีพระรูปหน่ึงมาบิณฑบาต คุณนาย
กาํ ลังกลุม ใจกก็ ลาววา “เคราะหแรา ยอยา งนี้ใสบ าตรไรป ระโยชนแ เศรษฐีปลอบใจภรรยาวา “ลูกสาว ๓ คน
ตายหมดเหลอื แตเ ราสองตายาย คงเป็นกรรมเกา นิมนตแอาจารยแไปน่ังรอที่หองรับแขกกอน ฉันจะไปซื้อ
กับขา วมาทาํ อาหารเจถวายก็เป็นกุศลอยางหนงึ่ ” ทานเศรษฐีออกไปครูหน่ึง คุณนายเน่ืองจากรองไหจน
เหน่อื ยออ นจงึ หลับไป ในความฝนใ ไดยินพระที่มาบณิ ฑบาตกลาวกบั นางวา “ในอดีตชาติสามีของโยมเป็น
คนแจวเรือโดยสารขามฟาก สวนลูกเขยของโยมเป็นพอคาใหญ ครั้งหนึง่ เขานําเครื่องเพชรจํานวนมากจะ
ไปเมืองหลวง โดยไดวา จางเรือสามีโยมขามฟาก คาดไมถึงวาสามีโยมเห็นทรัพยแเกิดความโลภ พอเรือไป
ถึงกลางแมน าํ้ กผ็ ลักเขาลงแมน ํ้าจมนาํ้ ตาย แลว ยึดเอาทรพั ยแสนิ ของเขาไป ลูกสาว ๓ คนของโยมตอนน้ัน
เปน็ ผูโ ดยสารท่รี ว มมาในเรอื ลาํ เดียวกัน สามีของโยมเกรงวาพวกเขาอาจไปเปิดเผยความลับ จึงปิดปาก
พวกเขาดวยเงนิ คนละ ๓๐ ตําลงึ ครนั้ สามขี องโยมตายแลว วิญญาณตกสยู มโลก ยมบาลโมโหท่ีเขาฆาคน
ชงิ ทรพั ยอแ ยา งเลือดเยน็ จงึ ตัดสนิ ใหเ ขาตกนรกชน้ั ที่ ๑๘ เสวยทุกขแ เม่ือครบกาํ หนดโทษก็ใหเ กิดเป็นควาย
อกี ๑๐ ชาติ จนมาถึงชาตินี้จึงไดมาเกิดเป็นคนอีกคร้ัง สามีของโยมทรัพยแสมบัติในปใจจุบันลวนเป็นของ
ลูกเขยโยมทงั้ ส้ิน ลูกสาว ๓ คนของโยมก็คอื ผูโ ดยสาร ๓ คนนัน่ ในอดีตชาติ เพราะวามีความโลภ ยมบาล
จึงปรบั ใหพ วกเขาเป็นภรรยาของเขาคนละ ๓ ปี กฎแหงกรรมยตุ ิธรรมเสมอ ทําไมยงั ตองเสียใจอีก”
คณุ นายตนื่ ขน้ึ มามองดรู อบๆ เมื่อครูน ยี้ ังเห็นพระนง่ั อยูในหองรบั แขก แตบัดนี้ไมเห็นแลว ครูตอมา
เศรษฐหี วิ้ ตะกรา ผกั กลบั มา คุณนายจงึ เลา เรือ่ งราวทงั้ หมดกบั สามี
เศรษฐฟี ใงจนขนลุกขนชนั แมว าไมมีหลักฐานพิสูจนแ แตเม่ือนึกถึงเหตุการณแตางๆ ที่ผานมา จะไมเชื่อ
เลยก็คงไมได จึงไดยกทรัพยแสมบัติท้ังหมดใหกับลูกเขย แลวออกบวชบําเพ็ญธรรม แสวงหาความหลุดพน
จากเวยี นวายตายเกิด
ท่มี า : http://comvariety.com/article/๖๘๑๔-เร่ืองส้นั สอนใจชายขายผัก
๑. สรุปความรแู ละใจความสําคัญจากเรือ่ ง
แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรรู ายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๔ ๖๖
๒. เรอื่ ง ชายขายผัก มตี ัวละครกตี่ วั แลวแตละตวั มีลักษณะและบทบาทอยา งไร
๓. ขอคดิ ทไ่ี ดจ ากเร่อื ง และแนวทางในการนําไปใชใ นชวี ิตประจําวนั
๔. ตวั ละครใดในเรอ่ื งที่นา เอาเปน็ แบบอยา งท่ีสดุ เพราะเหตุใด
๕. นกั เรียนคดิ วา ชวี ิตของชายขายผักมีความสุขหรือไม เพราะเหตใุ ด
แผนการจดั กิจกรรมการเรียนรูรายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๔ ๖๗
แบบบนั ทึกการอ่าน
ชื่อหนงั สือ ราคา ชอื่ ผแู ตง นามปากกา
สํานักพมิ พแ สถานท่ีพิมพแ ปีท่พี มิ พแ
จํานวนหนา บาท อา นวนั ที่ เดอื น
พ.ศ. เวลา
๑. สาระสําคัญของเร่อื ง
๒. วิเคราะหขแ อคดิ /ประโยชนทแ ไี่ ดจ ากเร่อื งทอ่ี า น
๓. สง่ิ ท่ีสามารถนําไปประยุกตใแ ชใ นชวี ติ ประจําวนั
๔. ขอ เสนอแนะของครู
ลงชอื่ นักเรยี น ลงชอ่ื ผปู กครอง
( )( )
ลงช่ือ ครผู สู อน
()
เกณฑ์การใหค้ ะแนน ผลงานมขี ้อบกพรอ่ งเป็นส่วนใหญ่ ให ๒ คะแนน
ผลงานมคี วามสมบรู ณ์ชัดเจน ให ๔ คะแนน
ผลงานมขี ้อบกพร่องมาก ให ๑
ผลงานมขี อ้ บกพร่องเพยี งเล็กนอ้ ย ให ๓ คะแนน
คะแนน
แผนการจัดกจิ กรรมการเรียนรูรายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๔ ๖๘
ข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรียนรู้
..........................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ...............................................
(นายทรงกลด ภูมพิ านชิ ยแ)
หวั หนา กลุม สาระการเรยี นรภู าษาไทย
.............../................................./....................
ข้อเสนอแนะของหวั หนา้ งานวดั ผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา
..........................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ ...............................................(ผูต รวจสอบ)
(นางสาวจันทิรา แวงวงษแ)
หัวหนางานวดั ผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา
.............../................................./....................
ข้อเสนอแนะของหวั หน้างานวดั ผลและประเมนิ ผลการศึกษา
..........................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ...............................................(ผตู รวจสอบ)
(นายพฤทธ์พิ ล ชารี)
รองผูอ ํานวยการกลุม บรหิ ารงานวิชาการ
.............../................................./....................
แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรูรายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๔ ๖๙
แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน
.......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ลงช่อื ..........................................................
(นายปิยะพงษแ พลบรู ณแ)
ตาํ แหนง ครู
................/............................./...............
แผนการจดั กิจกรรมการเรียนรรู ายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๔ ๗๐
แผนการจดั กจิ กรรมการเรียนรู้กลมุ่ สาระภาษาไทย
หนว ยการเรียนรทู ่ี ๒ การอา นส่ือส่ิงพิมพแและส่ืออิเลก็ ทรอนกิ สแ จํานวน ๑ ชว่ั โมง
แผนการจดั กจิ กรรมการเรียนรทู ่ี ๖ เรื่อง การอานส่อื สงิ่ พมิ พแประเภทนวนยิ าย
สอนวันท่ี ................... เดอื น ..................................... พ.ศ. .............................. เวลา ................................. น.
๑. สาระสาคัญ/ความคดิ รวบยอด
การอานสื่อสง่ิ พมิ พปแ ระเภทนวนยิ าย ตอ งสังเคราะหคแ วามรู วเิ คราะหแ และประเมนิ การใชภาษาจากเรือ่ งที่
อา น
๒. ตัวชว้ี ัด/จุดประสงค์การเรยี นรู้
๒.๑ ตัวช้ีวัด
ท ๑.๑ ม.๔-๖/๘ สังเคราะหแความรูจากการอา นสอื่ ส่ิงพมิ พแ สอื่ อเิ ล็กทรอนิกสแ และแหลงเรยี นรตู างๆ มา
พฒั นาตน พฒั นาการเรยี น และพัฒนาความรทู างอาชพี
ม.๔-๖/๙ มมี ารยาทในการอา น
ท ๔.๑ ม.๔-๖/๗ วิเคราะหแและประเมินการใชภ าษาจากสือ่ สิง่ พมิ พแและสือ่ อเิ ล็กทรอนิกสแ
๒.๒ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
๑) สังเคราะหแความรูจากการอา นสอื่ สิ่งพิมพปแ ระเภทนวนิยายได
๒) มีมารยาทในการอาน
๓) วเิ คราะหแและประเมินการใชภาษาจากนวนยิ ายได
๓. สาระการเรยี นรู้
๓.๑ สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
๑) การอานจับใจความจากส่อื ตา งๆ เชน
- ขา วสารจากสือ่ สง่ิ พมิ พแ ส่ืออิเล็กทรอนกิ สแ และแหลง เรยี นรตู างๆ ในชุมชน
๒) มารยาทในการอาน
๓) การประเมินการใชภ าษาจากสือ่ สงิ่ พมิ พแแ ละสอ่ื อเิ ล็กทรอนกิ สแ
๓.๒ สาระการเรยี นรทู้ ้องถิ่น
(พิจารณาตามหลักสูตรสถานศกึ ษา)
๔. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น
๔.๑ ความสามารถในการสื่อสาร
๔.๒ ความสามารถในการคดิ
๑) ทักษะการวเิ คราะหแ ๓) ทกั ษะการจดั ระเบยี บ ๕) ทักษะการประยุกตใแ ชค วามรู
๒) ทักษะการสงั เคราะหแ ๔) ทกั ษะการประเมนิ
๔.๓ ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ติ
แผนการจัดกิจกรรมการเรยี นรูร ายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี ๔ ๗๑
๕. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์ ๒. ใฝเุ รยี นรู ๓. มุงมั่นในการทํางาน
๑. มวี ินัย
๖. กจิ กรรมการเรียนรู้
วธิ สี อนแบบ กระบวนการกลุมสมั พันธแ
ขั้นท่ี ๑ นาเขา้ สบู่ ทเรียน คาถามกระตนุ้ ความคิด
นกั เรียนคดิ ว่า การอ่านนวนิยายมี
สอื่ /แหลง การเรียนรู : —
ประโยชน์อยา่ งไร
๑. นกั เรยี นตอบคําถามกระตุน ความคิด (พิจารณาตามคาตอบของนกั เรียน โดย
๒. ครูสนทนากบั นักเรยี นเกย่ี วกับนวนิยาย แลวถาม ให้อยใู่ น ดุลยพินจิ ของครูผสู้ อน)
นักเรียนวา นวนิยายทนี่ กั เรยี นชอบมีลักษณะอยางไร คาถามกระตุ้นความคิด
จากน้ันครูบอกขอ ดีของการอานนวนิยายและอธิบายวา นกั เรียนคิดว่า องคป์ ระกอบของนว
นวนิยายเปน็ สือ่ ส่งิ พิมพแประเภทหนึ่ง
ข้ันท่ี ๒ จัดการเรียนรู้ นยิ ายขอ้ ใดที่มีความสาคัญมากท่ีสุด
เพราะเหตุใด
สื่อการเรยี นรู : หนังสือเรียน หลักภาษาฯ ม.๔ (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรียน โดย
ให้อยใู่ น ดุลยพินจิ ของครผู สู้ อน)
๑. ครใู หนักเรยี นกลุมเดิม (จากแผนการจัดการเรยี นรูท ่ี ๑)
รว มกนั ศกึ ษาความรเู ร่อื ง การอานสื่อส่งิ พิมพแประเภท
นวนิยาย จากหนงั สือเรียน ภายในเวลาที่ครกู ําหนด
๒. นกั เรยี นแตละกลุมรว มกันอภิปรายความรูจาก
การศึกษาเรื่อง การอานส่ือสง่ิ พมิ พแประเภทนวนยิ าย
จนเกิดความเขาใจอยางชัดเจน
๓. ครใู หนกั เรียนแตละกลุมรวมกันอานและศกึ ษา
ตวั อยา งนวนิยายเร่ือง บึงหญาในปุาใหญ จากหนงั สอื
เรียน
๔. สมาชิกแตละคนในกลมุ นาํ ขอ มลู ท่ไี ดจ ากการศกึ ษามา
สงั เคราะหเแ ปน็ องคแความรู รวมถึงการวิเคราะหแและ
ประเมินการใชภาษาดว ยตนเอง เสร็จแลว ใหผลัดกนั
ตรวจสอบกบั สมาชิกในกลุม
๕. นกั เรียนแตละกลมุ สง ตัวแทนนําเสนอองคคแ วามรูท่ีได
จาก การสงั เคราะหแ การวิเคราะหแ และประเมินการใช
ภาษาของเร่ือง หนา ชัน้ เรียน แลว ใหแ ตละกลมุ ผลัดกนั
ตรวจสอบความถกู ตอง โดยใหกลมุ หมายเลข ๑
นาํ เสนอองคแความรู กลุม หมายเลข ๒ ตรวจสอบ
จากน้นั ใหก ลมุ หมายเลข ๒ นาํ เสนอองคคแ วามรู กลุม
หมายเลข ๓ ตรวจสอบ ผลดั กนั ไปเรือ่ ยๆ จนครบ
ทกุ กลุม
๖. นกั เรียนตอบคาํ ถามกระตุนความคิด
แผนการจดั กิจกรรมการเรยี นรูร ายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ช้นั มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๔ ๗๒
ขัน้ ท่ี ๓ สรปุ และนาหลักการไปประยกุ ต์ใช้ คาถามกระต้นุ ความคิด
ส่อื /แหลงการเรยี นรู : — นักเรียนคิดวา่ นวนิยายเรื่อง บึงหญา้ ใน
ป่าใหญ่ ให้ความรู้สึกแกผ่ ูอ้ า่ นอย่างไร
๑. นกั เรียนรว มกนั อภิปรายสรปุ ความรูเ ร่อื ง การอานสอ่ื (พิจารณาตามคาตอบของนกั เรียน โดย
สงิ่ พิมพแประเภทนวนยิ ายเรือ่ ง บึงหญา ในปาุ ใหญ ให้อยู่ใน ดุลยพินิจของครผู สู้ อน)
จากน้ันครสู รปุ เสรมิ
๒. นกั เรยี นตอบคาํ ถามกระตุน ความคิด
ข้นั ท่ี ๔ วัดและประเมินผล
สอ่ื การเรยี นรู : ใบงานท่ี ๒.๒
๑. นกั เรียนแตละกลุมรว มกนั ทาํ ใบงานที่ ๒.๒ เรื่อง การ
อา่ น ส่ือสงิ่ พมิ พป์ ระเภทนวนยิ าย
๒. ตัวแทนนกั เรียนแตละกลุมออกมานาํ เสนอนวนยิ ายที่
เลือกอานหนาชั้นเรียน ครตู รวจสอบและประเมินการ
นําเสนอ ของนกั เรยี น
๗. การวัดและประเมนิ ผล
วธิ กี าร เคร่ืองมือ เกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี ๒.๒ ใบงานท่ี ๒.๒ รอยละ ๖๐ ผา นเกณฑแ
ประเมินการนําเสนอผลงาน แบบประเมินการนาํ เสนอผลงาน ระดับคณุ ภาพ ๒ ผา น
เกณฑแ
สังเกตพฤติกรรมการทาํ งานกลมุ แบบสังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลมุ ระดับคุณภาพ ๒ ผา น
เกณฑแ
สังเกตความมวี ินัย ใฝุเรยี นรู และมุง มั่นในการ แบบประเมินคณุ ลักษณะอันพงึ ประสงคแ ระดับคณุ ภาพ ๒ ผา น
ทํางาน เกณฑแ
๘. สอ่ื /แหล่งการเรียนรู้
๘.๑ ส่ือการเรยี นรู้
๑) หนังสอื เรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใชภาษา ม.๔
๒) ใบงานที่ ๒.๒ เรอ่ื ง การอา นสือ่ สิง่ พมิ พปแ ระเภทนวนิยาย
๘.๒ แหล่งการเรยี นรู้
—
แผนการจัดกจิ กรรมการเรียนรรู ายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๔ ๗๓
ใบงานที่
๒.๒ การอ่านส่อื สิง่ พิมพป์ ระเภทนวนยิ าย
คาชีแ้ จง ใหน กั เรียนเลอื กอา นนวนยิ าย ๑ เร่อื ง แลวสังเคราะหคแ วามรู วเิ คราะหแแ ละประเมินการใชภ าษา ตาม
ประเด็นที่กาํ หนดให
๑. โครงเร่ือง
๒. แกน เรอ่ื งหรอื ความคิดหลัก
๓. ตัวละคร
๔. ฉากและบรรยากาศ
๕. ความรสู กึ ที่มตี อเร่อื งทอ่ี า น
แผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรูรายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๔ ๗๔
ข้อเสนอแนะของหัวหนา้ กลุ่มสาระการเรยี นรู้
..........................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ...............................................
(นายทรงกลด ภมู พิ านิชยแ)
หวั หนากลมุ สาระการเรียนรูภาษาไทย
.............../................................./....................
ข้อเสนอแนะของหวั หนา้ งานวัดผลและประเมินผลการศึกษา
..........................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ลงช่อื ...............................................(ผตู รวจสอบ)
(นางสาวจนั ทิรา แวงวงษแ)
หวั หนา งานวดั ผลและประเมนิ ผลการศึกษา
.............../................................./....................
ข้อเสนอแนะของหัวหน้างานวัดผลและประเมนิ ผลการศึกษา
..........................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ ...............................................(ผตู รวจสอบ)
(นายพฤทธ์พิ ล ชารี)
รองผอู ํานวยการกลมุ บริหารงานวิชาการ
.............../................................./....................
แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรูรายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๔ ๗๕
แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน
.......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ลงช่ือ..........................................................
(นายปิยะพงษแ พลบรู ณแ)
ตาํ แหนง ครู
................/............................./...............
แผนการจัดกิจกรรมการเรยี นรูรายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๔ ๗๖
แผนการจดั กิจกรรมการเรียนรกู้ ลุม่ สาระภาษาไทย
หนวยการเรียนรทู ี่ ๒ การอานส่อื สิ่งพมิ พแแ ละสื่ออิเล็กทรอนิกสแ จํานวน ๑ ชว่ั โมง
แผนการจัดกิจกรรมการเรยี นรทู ่ี ๗ เรื่อง การอานสอ่ื อิเลก็ ทรอนกิ สแ
สอนวันท่ี ................... เดอื น ..................................... พ.ศ. .............................. เวลา ................................. น.
๑. สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การอานจับใจความจากสือ่ อเิ ลก็ ทรอนิกสแ ตอ งสงั เคราะหคแ วามรู วิเคราะหแ และประเมนิ การใชภ าษาจากเรอื่ ง
ที่อา น
๒. ตวั ช้ีวดั /จุดประสงค์การเรียนรู้
๒.๑ ตัวชี้วัด
ท ๑.๑ ม.๔-๖/๘ สังเคราะหคแ วามรจู ากการอา นสื่อสงิ่ พิมพแ สือ่ อิเล็กทรอนิกสแ และแหลง เรยี นรตู างๆ มา
พฒั นาตน พัฒนาการเรยี น และพัฒนาความรทู างอาชพี
ม.๔-๖/๙ มมี ารยาทในการอาน
ท ๔.๑ ม.๔-๖/๗ วิเคราะหแแ ละประเมินการใชภาษาจากสอื่ ส่ิงพิมพแแ ละสื่ออเิ ล็กทรอนิกสแ
๒.๒ จุดประสงค์การเรียนรู้
๑) สงั เคราะหคแ วามรูจ ากการอานสือ่ อิเลก็ ทรอนิกสไแ ด
๒) มมี ารยาทในการอาน
๓) วเิ คราะหแและประเมนิ การใชภ าษาจากส่ืออิเล็กทรอนกิ สไแ ด
๓. สาระการเรียนรู้
๓.๑ สาระการเรียนรูแ้ กนกลาง
๑) การอานจับใจความจากสือ่ ตางๆ เชน
- ขาวสารจากส่ือสง่ิ พมิ พแ ส่ืออิเล็กทรอนิกสแ และแหลง เรยี นรูตา งๆ ในชมุ ชน
๒) มารยาทในการอา น
๓) การประเมนิ การใชภ าษาจากส่อื สงิ่ พมิ พแและส่อื อเิ ล็กทรอนิกสแ
๓.๒ สาระการเรยี นร้ทู ้องถน่ิ
(พิจารณาตามหลกั สูตรสถานศึกษา)
๔. สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
๔.๑ ความสามารถในการสื่อสาร
๔.๒ ความสามารถในการคดิ
๑) ทักษะการวเิ คราะหแ
๒) ทกั ษะการสงั เคราะหแ
๓) ทักษะการจดั ระเบยี บ
๔) ทกั ษะการประเมนิ
แผนการจดั กิจกรรมการเรียนรูรายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชัน้ มัธยมศึกษาปีที่ ๔ ๗๗
๕) ทักษะการประยกุ ตแใชความรู
๔.๓ ความสามารถในการใชท้ กั ษะชวี ิต
๕. คุณลักษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. มีวนิ ัย ๒. ใฝุเรียนรู ๓. มงุ มนั่ ในการทํางาน
๖. กจิ กรรมการเรียนรู้
วิธีสอนแบบ สืบเสาะหาความรู (Inquiry Method : ๕E)
ข้นั ที่ ๑ กระตุ้นความสนใจ คาถามกระต้นุ ความคิด
นักเรยี นคิดว่า ผทู้ ี่มีความสามารถใน
สือ่ /แหลงการเรียนรู : —
การวิเคราะห์ข่าวตอ้ งมีคุณสมบัติ
๑. ครสู นทนากับนักเรียนเกี่ยวกบั พิธีกรซงึ่ ทํารายการ อยา่ งไร
เกย่ี วกบั การวิเคราะหขแ าวท่นี กั เรยี นช่ืนชอบหรือสนใจ (พิจารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดย
พรอมบอกจุดเดนของพิธกี รคนนนั้ ๆ ใหอ้ ยู่ใน ดุลยพนิ จิ ของครูผสู้ อน)
๒. นักเรียนรว มกนั สรุปวธิ กี ารวเิ คราะหขแ า วท่ีคิดวา คาถามกระต้นุ ความคิด
ถูกตอ ง และเหมาะสม การวเิ คราะห์วิจารณ์ข่าวสารตา่ งจาก
๓. นักเรยี นตอบคาํ ถามกระตนุ ความคดิ การวิเคราะหว์ ิจารณ์สื่ออนื่ ๆ อย่างไร
ขั้นท่ี ๒ สารวจคน้ หา (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดย
ให้อยใู่ น ดุลยพนิ จิ ของครูผู้สอน)
สอ่ื การเรยี นรู : หนงั สอื เรียน หลักภาษาฯ ม.๔
คาถามกระตนุ้ ความคิด
ครูใหน กั เรยี นกลุมเดมิ (จากแผนการจัดการเรียนรทู ่ี ๑) จากบทความนักเรียนเห็นด้วยหรอื ไม่กบั
รว มกนั ศกึ ษาความรเู ร่อื ง การอา นสอื่ อเิ ล็กทรอนกิ สแ จาก
หนงั สือเรยี น จากน้ันใหร วมกนั อภิปรายสรุปความรู การใช้ภาษาไทยของวัยรุ่นในปัจจุบนั
ขน้ั ท่ี ๓ อธิบายความรู้ (พิจารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดย
ใหอ้ ยใู่ น ดุลยพนิ ิจของครผู ูส้ อน)
ส่ือ/แหลงการเรียนรู : —
๑. ครูใหน กั เรียนแตละกลมุ นําความรทู ไ่ี ดจากการศกึ ษา
มาจัดทําเป็นแผนผงั มโนทัศนแ
๒. นกั เรียนแตละกลมุ สงตัวแทนออกมานําเสนอแผนผัง
มโนทัศนแ หนาช้ันเรียน
๓. นกั เรยี นตอบคาํ ถามกระตนุ ความคดิ
ขน้ั ท่ี ๔ ขยายความเขา้ ใจ
สอ่ื การเรียนรู : บทความ
๑. ครใู หนกั เรยี นแตล ะคนศกึ ษาบทความเรื่อง ภาษาไทย
กบั วยั รนุ ไทย แลว สงั เคราะหคแ วามรู วเิ คราะหแและ
ประเมินการใชภาษาจากบทความ โดยบันทึกผลลงใน
สมดุ ของแตละคน
๒. นกั เรียนตอบคําถามกระตุนความคิด
แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรูร ายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชัน้ มธั ยมศึกษาปีท่ี ๔ ๗๘
ขน้ั ที่ ๕ ตรวจสอบผล
ส่ือ/แหลงการเรียนรู : —
๑. ครูสุมนกั เรยี น ๓-๔ คน ออกมานาํ เสนอบันทึกผลจาก
การศกึ ษาบทความเร่ือง ภาษาไทยกบั วัยรุนไทย หนาชน้ั เรยี น
๒. นกั เรียนรวมกนั วเิ คราะหจแ ดุ เดน และจุดดอยของงานท่ี
เพ่อื นนาํ เสนอ
ครูมอบหมายใหน้ ักเรยี นแต่ละคนเขยี นบทความแสดงความคิดเห็นเกย่ี วกบั การใชส้ อ่ื สิง่ พมิ พ์และสอ่ื
อิเลก็ ทรอนกิ ส์ในชวี ิตประจาวนั โดยให้ครอบคลุมประเด็นตามท่กี าหนด ดงั น้ี
๑) การสังเคราะห์ความรูจ้ ากการอา่ นสอื่ สง่ิ พิมพ์ สอ่ื อิเล็กทรอนกิ ส์ และแหล่งเรยี นร้ตู ่างๆ
๒) การประเมนิ เร่อื งทฟ่ี งั และดู แล้วกาหนดแนวทางนาไปประยกุ ตใ์ ช้ในการดาเนินชีวติ
๓) การวเิ คราะห์และประเมินการใชภ้ าษาจากสอื่ สง่ิ พิมพ์และสอ่ื อเิ ลก็ ทรอนกิ ส์
นกั เรียนทาํ แบบทดสอบหลงั เรยี น หนวยการเรียนรทู ี่ ๒
๗. การวัดและประเมินผล
วธิ ีการ เครอ่ื งมอื เกณฑ์
ประเมินการนําเสนอผลงาน แบบประเมนิ การนาํ เสนอผลงาน ระดบั คณุ ภาพ ๒ ผาน
เกณฑแ
สังเกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งาน ระดบั คณุ ภาพ ๒ ผา น
รายบุคคล เกณฑแ
สงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลมุ แบบสังเกตพฤติกรรมการทํางานกลมุ ระดับคณุ ภาพ ๒ ผา น
เกณฑแ
สงั เกตความมวี ินัย ใฝุเรยี นรู และมงุ มัน่ ในการ แบบประเมนิ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงคแ ระดบั คณุ ภาพ ๒ ผา น
ทาํ งาน เกณฑแ
ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี น หนวยการเรียนรู แบบทดสอบหลังเรยี น หนวยการเรียนรู รอยละ ๖๐ ผา นเกณฑแ
ที่ ๒ ที่ ๒
ตรวจการเขียนบทความแสดงความคดิ เห็น แบบประเมินการเขยี นบทความแสดง ระดับคณุ ภาพ ๒ ผา น
เก่ยี วกับการใชสื่อสงิ่ พมิ พแแ ละส่อื ความคดิ เหน็ เก่ียวกับการใชส ่ือสิ่งพิมพแ เกณฑแ
อิเล็กทรอนกิ สแ ในชวี ิตประจําวนั และส่อื อิเล็กทรอนิกสใแ นชวี ติ ประจําวัน
๘. สือ่ /แหลง่ การเรียนรู้
๘.๑ ส่อื การเรยี นรู้
๑) หนังสอื เรยี น ภาษาไทย : หลกั ภาษาและการใชภ าษา ม.๔
๒) บทความ เรือ่ ง ภาษาไทยกบั วัยรนุ ไทย
๘.๒ แหลง่ การเรยี นรู้
—
แผนการจดั กจิ กรรมการเรียนรรู ายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ ๔ ๗๙
การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด )
แบบประเมินการเขียนบทความแสดงความคิดเหน็ เกยี่ วกับการใชส้ ่อื สิ่งพมิ พ์
และส่อื อเิ ล็กทรอนิกสใ์ นชวี ติ ประจาวัน
ลาดับท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน ๑
๔๓๒
๑ การสงั เคราะหคแ วามรจู ากการอานสอื่ สิง่ พมิ พแ สือ่
อเิ ลก็ ทรอนกิ สแ และแหลงเรยี นรูตา งๆ
๒ การประเมินเรือ่ งทฟี่ งใ และดู แลวกาํ หนดแนวทาง
นาํ ไปประยกุ ตแใชใ นการดําเนินชวี ติ
๓ การวิเคราะหแแ ละประเมินการใชภาษาจากสื่อ
สิ่งพิมพแแ ละสื่ออิเลก็ ทรอนกิ สแ
รวม
ลงช่ือ .................................................... ผูประเมนิ
................ /................ /................
เกณฑก์ ารใหค้ ะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
ดมี าก = ๔ คะแนน
ดี = ๓ คะแนน ชว่ งคะแนน ระดับคณุ ภาพ
พอใช = ๒ คะแนน ๑๑ - ๑๒ ดมี าก
ปรับปรุง = ๑ คะแนน
๙ - ๑๐ ดี
๖ - ๘ พอใช้
ตา่ กวา่ ๖ ปรับปรุง
แผนการจดั กจิ กรรมการเรียนรูรายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ ๔ ๘๐
เอกสารประกอบการสอน
ภาษาไทยกบั วยั รุน่ ไทย
สงั คมเราในปใจจบุ ันน้โี ลกเราไดมีเทคโนโลยีมาเกยี่ วขอ งอยางมากในชวี ิตของคนไทยเรา ทําใหมีความ
สะดวกในการใชชีวิตประจําวันรวมทั้งการสื่อสารดวย ซ่ึงในประเทศไทยน้ีเยาวชนยุคใหมบางสวนไดนํา
คานิยมผิดๆ มาใชกันน้ัน ก็คือการใชภาษาไทยท่ีผิด โดยเยาวชนกลุมน้ันคิดวาเมื่อใชแลวมันเกเดี มันเทดี
แตหารูไมว า อาจจะทาํ ใหภ าษาไทย ของเราเปลี่ยนไปโดยสน้ิ เชงิ และทําใหเยาวชนยุคหลังๆ ใชภาษาไทยไม
ถูกตองตามไปดวย ประเทศไทยของเรามีภาษาเป็นของตนเองแสดงออกถึงความเป็นเอกราชและความ
ภาคภูมิใจของคนไทยเรา ภาษาไทยเป็นมรดกของคนไทยมายาวนาน แตเยาวชนยุคใหมบางสวนกลับไมรู
คุณคา ของมันเลย
การใชภาษาไทยท่ีผิดๆ ของวัยรุนน้ันเป็นสิ่งที่จะทําใหภาษาไทยวิบัติลงไปจริงๆ ซ่ึงจะเห็นไดจากท่ี
วยั รนุ ใชส่ือสารกันทาง msn เชนคําวา ทามอะไรอยู-ทาํ อะไรอยู เปนอะไร-เปน็ อะไร เพราะคําเหลาน้ีทําให
พิมพแงาย ส่ือสารกันไดเร็ว และดูเกเดวย แตถาคิดอีกแงมุมหน่ึง การท่ีภาษาไทย ๑ คํา สามารถเขียนได
หลายแบบ เพราะภาษาไทยมพี ยัญชนะท่อี อกเสียงเหมือนๆ กัน มีสระท่ีเสียงคลายๆ กัน จึงทําใหสามารถ
เขยี นออกมาไดหลายแบบ ซ่งึ แสดงใหเ หน็ วาภาษาไทยน้นั สามารถดัดแปลง เปล่ียนแปลงคําไดหลากหลาย
โดยที่ความหมายเหมือนเดิม แตลักษณะการเขียนผิดออกไป เป็นเสมือนการสรางคํา สรางภาษาใหมีการ
วิบัตมิ ากขึ้น การใชคําใชภาษาไปผดิ ๆ ทาํ ใหเป็นการฝึกนิสัยในการใชภาษาไทยท่ีไมถูกตองตามหลักภาษา
และฉันกลาพูดไดเลยวา วัยรุนไทยสมัยนี้เขียนคํา สะกดคําในภาษาไทยไดไมถูกตามตัวสะกด และเขียน
ภาษาไทยไดไมถ ูกตอ งตามหลกั ภาษา พดู ไมถ ูกอกั ขระ ไมม คี าํ ควบกลํ้า บางคนพูดภาษาไทยไมชัดเจนดวย
ซํ้าไป และอยากจะยกตัวอยางการใชภ าษาไทยของวัยรุน จากความคิดเหน็ ของ ดร.นพดล กรรณิกา วา เม่ือ
วันท่ี ๒๔ ก.ค. ดร.นพดล กรรณิกา ผูอํานวยการศูนยแวิจัยความสุขชุมชน มหาวิทยาลัยอัสสัมชัญ เปิดเผย
ผลวิจัยเชิงสํารวจภาคสนาม เร่ือง วันภาษาไทยแหงชาติ กับสิ่งท่ีคนไทยตองการรักษาไวในสังคมไทย:
กรณีศึกษาตัวอยางประชาชนที่มีอายุ ๑๘ ปีขึ้นไป ในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล จํานวน ๒,๒๗๗
ตัวอยาง ระหวาง วันที่ ๑๗-๒๐ ก.ค. พบประเด็นแรกทนี่ าเป็นหว งคือ สวนใหญห รือรอยละ ๘๕.๓ ไมทราบ
วา วันภาษาไทยแหงชาติตรงกับวันใด มีเพียงรอยละ ๑๔.๗ ท่ีทราบและตอบถูกวา วันภาษาไทยแหงชาติ
ตรงกับวนั ท่ี ๒๙ กรกฎาคมของทุกปี เมื่อสอบถามความรูเ กย่ี วกับองคแประกอบสําคัญของภาษาไทย พบวา
สวนใหญหรือรอยละ ๘๔.๙ ไมทราบวาภาษาไทยมีสระกี่รูป รอยละ ๘๑.๒ ไมทราบความหมายของรอย
กรอง รอ ยละ ๗๕.๐ ไมทราบความหมายของรอ ยแกว รอยละ ๖๔.๒ ไมทราบวรรณยุกตแในภาษาไทย
วามกี ร่ี ปู และรอ ยละ ๑๑.๗ ไมทราบวา พยัญชนะไทยมกี ี่ตวั เมอ่ื ถามถึงพยัญชนะภาษาไทยที่สับสนในการ
ใชมากท่ีสุด พบวา รอยละ ๒๖.๑ ระบุเป็นตัว “ฎ” รองลงมาคือ รอยละ ๑๓.๖ ระบุ เป็น “ฏ” รอยละ
๙.๘ ระบเุ ป็น “ร” รอ ยละ ๕.๘ ระบุเป็น “ฑ” รอยละ ๔.๕ ระบุเป็น “ณ” และรอยละ ๔.๕ เทากัน ระบุ
เป็น “ฐ” ตามลําดับ นอกจากนี้ ผลสาํ รวจพบวา สว นใหญหรือรอ ยละ ๖๕.๙ มีปใญหาเรื่องเขียนภาษาไทย
ผิด รอยละ ๓๑.๙ จับใจความผิด รอยละ ๒๙.๖ พูดผิด รอยละ ๒๗.๕ อานผิด รอยละ ๑๘.๖ ฟใงผิด
เป็นตน
แผนการจัดกจิ กรรมการเรียนรูร ายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๔ ๘๑
สวนกลุมบุคคลท่ีมีสวนทําใหเกิดปใญหาในการใชภาษาไทย ผลสํารวจพบวา สวนใหญหรือรอยละ
๘๐.๖ ระบุ คอื กลมุ วัยรุน รอยละ ๔๖.๐ ระบุเป็นกลุมนักรอง รอยละ ๔๔.๘ ระบุเป็นกลุมดารานักแสดง
รอ ยละ ๑๘.๑ ระบผุ ูดําเนินรายการวทิ ยุ รอ ยละ ๑๗.๒ ระบุเป็นนักการเมอื ง รอ ยละ ๑๗.๒ ระบุเป็นพิธีกร
รายการโทรทศั นแ รอยละ ๑๕.๘ ระบุเป็นผูประกาศขาว และรอยละ ๘.๙ ระบุเป็นครูอาจารยแ ตามลําดับ
ประชาชนสวนใหญห รอื รอ ยละ ๙๒.๕ ระบตุ องเรง แกไ ขอนรุ ักษฟแ ื้นฟูการใชภาษาไทยในชว งเวลาน้ี ในขณะ
ทีเ่ พียงรอยละ ๗.๕ ระบุวา ไมตองเรงแกไข เมื่อสอบถามถึงส่ิงที่ตองรักษาไวในสังคมไทย ผลสํารวจพบวา
สวนใหญหรือรอยละ ๗๒.๒ ระบุเป็นศิลปวัฒนธรรม รองลงมาคือรอยละ ๖๘.๕ ระบุภาษาไทย รอยละ
๖๘.๑ ระบุเป็นการชว ยเหลือ มีนํา้ ใจตอ กัน รอยละ ๖๐.๑ ระบุความกตัญโู รูจักตอบแทนบุญคุณ รอยละ
๕๙.๕ ระบุการเคารพผูอาวุโส รอยละ ๕๙.๐ ระบุความสามัคคี รอยละ ๕๖.๙ ระบุความรักชาติ รอยละ
๕๔.๑ ระบกุ ารใหอภัย และรอยละ ๔๖.๙ ระบุความเชื่อเรอ่ื งบาปบุญคณุ โทษและกฎแหง กรรม ตามลาํ ดบั
แตถ ึงอยางไรแลว การรกั ษาภาษาไทยทเ่ี ปน็ เอกลักษณแดั้งเดมิ ของไทยที่มีมาแตสมัยพอขุนรามคําแหง
ทรงประดิษฐแอักษรไทยใหคนไทยไดใชมาจนถึงทุกวันนี้ ยอมเป็นส่ิงที่ดีกวาท่ีจะใชภาษาที่เกเไกเ แตทําให
ภาษาพอ ภาษาแมข องเราวบิ ัตไิ ป จึงอยากเชญิ ชวนใหค นไทยทกุ คนชวยกันรณรงคแใหใชภาษาไทยที่ถูกตอง
และชวยกนั รกั ษาอนรุ กั ษภแ าษาทเ่ี ปน็ สิ่งท่ีเราใชแ สดงความเป็นไทย ความเป็นเอกราชของประเทศไทยเรา
เอง ชวยกนั สบื ตอใหค นรุนหลงั ของเราไดใ ชภาษาไทยตอไป
ท่มี า : http://thchanudda.blogspot.com
แผนการจดั กิจกรรมการเรียนรูรายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีที่ ๔ ๘๒
ข้อเสนอแนะของหัวหนา้ กลุม่ สาระการเรยี นรู้
..........................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ลงช่ือ ...............................................
(นายทรงกลด ภูมิพานิชยแ)
หัวหนากลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย
.............../................................./....................
ข้อเสนอแนะของหวั หน้างานวัดผลและประเมินผลการศกึ ษา
..........................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ลงช่ือ ...............................................(ผตู รวจสอบ)
(นางสาวจันทิรา แวงวงษแ)
หวั หนางานวัดผลและประเมินผลการศึกษา
.............../................................./....................
ขอ้ เสนอแนะของหัวหน้างานวดั ผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา
..........................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ ...............................................(ผูต รวจสอบ)
(นายพฤทธ์พิ ล ชารี)
รองผอู ํานวยการกลุม บริหารงานวชิ าการ
.............../................................./....................
แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรูรายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๔ ๘๓
แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน
.......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ลงช่อื ..........................................................
(นายปิยะพงษแ พลบรู ณแ)
ตาํ แหนง ครู
................/............................./...............
แผนการจดั กจิ กรรมการเรียนรรู ายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี ๔ ๘๔
แผนการจดั กิจกรรมการเรียนร้กู ลุ่มสาระภาษาไทย
หนว ยการเรียนรทู ี่ ๓ การอานแปลความ ตีความและขยายความ จาํ นวน ๒ ชว่ั โมง
แผนการจดั กจิ กรรมการเรียนรทู ่ี ๘ เรอ่ื ง การอานแปลความ ตีความและขยายความ
สอนวันท่ี ................... เดอื น ..................................... พ.ศ. .............................. เวลา ................................. น.
๑ สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การอา นเร่ืองตา งๆ น้นั ตองมีการตีความ แปลความ และขยายความจากเรือ่ งที่อา น
๒ ตวั ชวี้ ัด/จดุ ประสงค์การเรียนรู้
๒.๑ ตัวชว้ี ัด
ท ๑.๑ ม.๔-๖/๒ ตคี วาม แปลความ และขยายความเรื่องที่อา น
ม.๔-๖/๓ วิเคราะหแแ ละวจิ ารณเแ รื่องท่ีอา นในทกุ ๆ ดา นอยางมเี หตผุ ล
๒.๒ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๑) อธบิ ายการอา นแปลความ ตคี วาม และขยายความได
๒) อา นแปลความ ตคี วาม และขยายความจากเรอ่ื งท่อี านไดถกู ตอ ง
๓ สาระการเรยี นรู้
๓.๑ สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
การอา นจับใจความจากสื่อตางๆ เชน
- เรอ่ื งส้นั - พระบรมราโชวาท
๓.๒ สาระการเรียนรู้ท้องถน่ิ
(พิจารณาตามหลักสตู รสถานศกึ ษา)
๔ สมรรถนะสาคัญของผ้เู รยี น
๔.๑ ความสามารถในการสอ่ื สาร
๔.๒ ความสามารถในการคดิ
๑) ทักษะการตีความ ๔) ทักษะการสรา งความรู
๒) ทกั ษะการแปลความ ๕) ทกั ษะการสรุปลงความเหน็
๓) ทักษะกระบวนการคิดอยางมีวจิ ารณญาณ
๔.๓ ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ิต
๕ คุณลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. มีวนิ ัย ๒. ใฝเุ รียนรู ๓. มงุ มัน่ ในการทาํ งาน
แผนการจัดกจิ กรรมการเรียนรูรายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๔ ๘๕
๖ กิจกรรมการเรียนรู้
วิธสี อนแบบ กระบวนการกล่มุ สัมพนั ธ์
นกั เรียนทาแบบทดสอบก่อนเรียน หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๓
ชว่ั โมงที่ ๑
ขน้ั ท่ี ๑ นาเข้าสบู่ ทเรยี น
สือ่ การเรยี นรู : บทกวีพระราชนพิ นธแ คาถามกระตนุ้ ความคิด
๑. ครูนาํ บทกวีพระราชนพิ นธใแ นพระบาทสมเดจ็ พระเทพ ในชีวติ ประจาวันนกั เรียนคิดว่า การ
รตั นราชสดุ าฯ สยามบรมราชกมุ ารี ที่ทรงพระราช อา่ นแปลความ ตีความ และขยาย
นิพนธไแ วในบทความ เร่ือง ฉันชอบอานหนงั สือ เม่ือ ความ มีความจาเป็นหรือไม่ อย่างไร
ทรงมพี ระชนมายไุ ด ๑๒ พรรษา มาแสดงใหน กั เรยี นดู (พิจารณาตามคาตอบของนกั เรียน โดย
บนกระดาน จากนน้ั ใหนกั เรยี นอา นพรอ มกนั ๑ รอบ ใหอ้ ยู่ใน ดุลยพินจิ ของครูผสู้ อน)
๒. ครถู ามนักเรียนวา บทกวีพระราชนิพนธแที่นกั เรยี นอา น
ตีความไดวาอยางไร
๓. ครขู ออาสาสมคั รนักเรียน ๑-๒ คน ออกมาพดู ตคี วาม
หนา ชน้ั เรียน
๔. ครตู รวจสอบความถูกตอง จากนนั้ สุม เลขท่ีนักเรยี น ๑
คน พดู ขยายความเพิ่มเติม
๕. นกั เรียนตอบคําถามกระตนุ ความคดิ
ขัน้ ที่ ๒ จัดการเรยี นรู้
ส่อื /แหลง การเรยี นรู :
๑. หนงั สือเรียน หลักภาษาฯ ม.๔ ๓. หองสมดุ
๒. ใบงานท่ี ๓.๑ ๔. แหลงขอมลู
สารสนเทศ
๑. นักเรยี นศึกษาความรเู ร่ือง การอานแปลความ การอาน
ตีความ และการอานเพ่อื ขยายความ จากหนงั สือเรียน
หองสมุด และแหลงขอมูลสารสนเทศ
๒. ครแู บงนกั เรียนเป็นกลมุ กลุมละ ๔ คน คละกันตาม
ความสามารถ คอื เกง ปานกลางคอ นขางเกง ปาน
กลางคอนขา งออน และออ น จากนน้ั ใหน ักเรยี นแตล ะ
กลุมทํา ใบงานท่ี ๓.๑ เรอ่ื ง การอา่ นแปลความ
ตคี วาม และ ขยายความ (๑)
แผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรรู ายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๔ ๘๖
ช่ัวโมงที่ ๑-๒
๓. สมาชิกแตละคนในกลุม อา นเรื่อง แลวเขียนแปลความ
ตีความ และขยายความดว ยตนเอง เมอ่ื ทาํ เสร็จแลว ให
ผลดั กนั ตรวจสอบความถกู ตอ ง ชดั เจนกบั สมาชกิ ใน
กลมุ ถา การเขียนแปลความ ตีความ และขยายความไม
ถกู ตอง ไมชดั เจน ใหรว มกันอภปิ รายแลว เขียน
คําตอบใหถ กู ตอง ชัดเจน
๔. ครูใหตวั แทนแตละกลมุ นําเสนอคําตอบของการเขียน
แปลความ ตคี วาม และขยายความ หนาชั้นเรยี น แลว
ใหแ ตละกลมุ ผลัดกันตรวจสอบความถูกตอ ง ชัดเจน
ดงั น้ี
- กลุมหมายเลข ๑ นําเสนอคําตอบ
- กลมุ หมายเลข ๒ ตรวจสอบ จากนั้นใหนําเสนอ
คําตอบ
- กลมุ หมายเลข ๓ ตรวจสอบ แลวนําเสนอคําตอบ
ผลดั กนั ไปเร่ือยๆ จนครบทกุ กลมุ
ชวั่ โมงท่ี ๒
ขน้ั ที่ ๓ สรุปและนาหลักการไปประยุกตใ์ ช้ คาถามกระตุ้นความคิด
สื่อ/แหลง การเรียนรู : — การอ่านแตล่ ะประเภทสามารถนามา
ปรบั ใช้ในชวี ิตประจาวนั ไดห้ รือไม่
๑. นักเรียนตอบคาํ ถามกระตนุ ความคิด อยา่ งไร
๒. ครูใหตวั แทนนกั เรยี นแตละกลุมสรุปความรูเรอ่ื ง การ (พิจารณาตามคาตอบของนักเรียน โดย
ให้อยูใ่ น ดุลยพินิจของครผู สู้ อน)
อา น แปลความ การอานตีความ และการอานเพอื่
ขยายความ ทีห่ นาช้นั เรยี น
๓. ครูตรวจสอบความถกู ตอ ง จากนัน้ ครสู รปุ ความรูให
นกั เรยี นฟงใ เพิม่ เตมิ เพื่อใหน กั เรียนสามารถนําความรู
ของการอา น แตละประเภทไปปรับใชในชีวติ ประจําวัน
ขน้ั ที่ ๔ วดั และประเมนิ ผล
สื่อการเรียนรู : ใบงานท่ี ๓.๒
๑. นกั เรยี นแตละคนทําใบงานที่ ๓.๒ เรอ่ื ง การอา่ น
แปลความ ตคี วาม และขยายความ (๒)
๒. ครสู ุมเลขทีน่ ักเรียน ๓-๔ คน นาํ เสนอการเขยี นแปล
ความ ตีความ และขยายความจากเรอ่ื ง หนา ชั้นเรยี น
๓. ครตู รวจสอบความถูกตอง ชดั เจนในการเขยี นของ
นกั เรียน
แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรูรายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นมธั ยมศึกษาปีที่ ๔ ๘๗
(ช่ัวโมงท่ี ๒)
ครูมอบหมายให้นักเรยี นแตล่ ะคนเลอื กอ่านบทความทีส่ นใจ ๑ บทความ พร้อมกบั คดั ลอกบทความ
จากนนั้ เขียนแปลความ ตคี วาม และขยายความ โดยใหค้ รอบคลุมประเด็นตามที่กาหนด ดงั น้ี
๑) การแปลความ ๓) การขยายความ
๒) การตีความ ๔) การใช้ภาษา
นกั เรยี นทาแบบทดสอบหลงั เรยี น หน่วยการเรียนรทู้ ่ี ๓
๗ การวัดและประเมนิ ผล
วิธีการ เครอ่ื งมอื เกณฑ์
ตรวจแบบทดสอบกอ นเรยี น หนวยการเรยี นรู แบบทดสอบกอ นเรียน หนวยการเรียนรู (ประเมนิ ตามสภาพจริง)
ท่ี ๓ ท่ี ๓
ตรวจใบงานท่ี ๓.๑ ใบงานที่ ๓.๑ รอยละ ๖๐ ผานเกณฑแ
ตรวจใบงานท่ี ๓.๒ ใบงานที่ ๓.๒ รอ ยละ ๖๐ ผา นเกณฑแ
ประเมนิ การนําเสนอผลงาน แบบประเมนิ การนาํ เสนอผลงาน ระดับคณุ ภาพ ๒ ผาน
เกณฑแ
สงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานรายบคุ คล แบบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งาน ระดบั คณุ ภาพ ๒ ผาน
รายบุคคล เกณฑแ
สงั เกตพฤตกิ รรมการทํางานกลมุ แบบสงั เกตพฤติกรรมการทํางานกลุม ระดับคุณภาพ ๒ ผาน
เกณฑแ
สงั เกตความมวี ินัย ใฝุเรียนรู และมงุ มั่นในการ แบบประเมนิ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงคแ ระดับคุณภาพ ๒ ผาน
ทํางาน เกณฑแ
ตรวจแบบทดสอบหลังเรียน หนว ยการเรียนรู แบบทดสอบหลังเรียน หนว ยการเรียนรู รอ ยละ ๖๐ ผานเกณฑแ
ที่ ๓ ที่ ๓
ตรวจการเขยี นแปลความ ตีความ และขยาย แบบประเมินการเขยี นแปลความ ตคี วาม ระดบั คุณภาพ ๒ ผา น
ความ จากบทความทสี่ นใจ และขยายความ จากบทความทสี่ นใจ เกณฑแ
๘ สอ่ื /แหล่งการเรยี นรู้
๘.๑ สอื่ การเรียนรู้
๑) หนังสอื เรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใชภ าษา ม.๔
๒) บทกวพี ระราชนพิ นธแในพระบาทสมเดจ็ พระเทพรตั นราชสุดาฯ สยามบรมราชกมุ ารี
๓) ใบงานท่ี ๓.๑ เร่อื ง การอา นแปลความ ตีความ และขยายความ (๑)
๔) ใบงานที่ ๓.๒ เร่ือง การอา นแปลความ ตีความ และขยายความ (๒)
๘.๒ แหลง่ การเรียนรู้
๑) หองสมุด
๒) แหลง ขอ มูลสารสนเทศ
- http://www.rb.ac.th/data-pdf/๐๕.pdf
แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรรู ายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๔ ๘๘
ช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด)
คาช้ีแจง ใหนักเรยี นเลือกอานบทความที่สนใจ แลว เขียนแปลความ ตคี วาม และขยายความ
บทความทนี่ ักเรียนเลือก
๑. แปลความ
๒. ตีความ
๓. ขยายความ
แผนการจดั กิจกรรมการเรียนรรู ายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ี่ ๔ ๘๙
การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด )
แบบประเมินการเขยี นแปลความ ตีความ และขยายความ จากบทความทีส่ นใจ
ลาดับท่ี รายการประเมิน ระดบั คะแนน ๑
๔๓๒
๑ การแปลความ
๒ การตีความ
๓ การขยายความ
๔ การใชภาษา
รวม
ลงช่อื .................................................... ผปู ระเมนิ
................ /................ /................
เกณฑ์การให้คะแนน เกณฑก์ ารตดั สินคณุ ภาพ
ดีมาก = ๔ คะแนน
ดี = ๓ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
พอใช = ๒ คะแนน
ปรับปรงุ = ๑ คะแนน ๑๔ - ๑๖ ดมี าก
๑๑ - ๑๓ ดี
๘ - ๑๐ พอใช้
ต่ากวา่ ๘ ปรบั ปรงุ
แผนการจดั กิจกรรมการเรยี นรูรายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๔ ๙๐
เอกสารประกอบการสอน
พระราชนิพนธใ์ นสมเด็จพระเทพรัตนราชสดุ าฯ
สยามบรมราชกุมารี
หนงั สือน้ีมีมากมายหลายชนดิ
นาํ ดวงจติ เรงิ รนื่ ชนื่ สดใส
ใหความรูสําเริงบันเทงิ ใจ
ฉนั จงึ ใฝุใจสมานอา นทกุ วัน
มวี ชิ าหลายอยางตา งจาํ พวก
ลว นสะดวกคน ไดใหส ขุ สันตแ
วิชาการสรรมาสารพนั
ชั่วชวี นั ฉนั อานไดไมเบ่ือเลย
แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรูรายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั มธั ยมศึกษาปีที่ ๔ ๙๑
ใบงานท่ี
๓.๑ การอา่ นแปลความ ตคี วาม และขยายความ (๑)
คาช้ีแจง ใหนกั เรียนอานเร่ืองสนั้ แลว แปลความ ตคี วาม และขยายความ
ฆาตกรรมจากก้นครัว
โดยหม่อมราชวงศ์คึกฤทธ์ิ ปราโมช
“คนเรานี่แปลก” พนั ตํารวจโทหลวงกําจดั โจรภัย ผูกาํ กบั การตํารวจจังหวัดรัตนบุรี นึกในใจขณะท่ี
กา วขนึ้ บันไดเรือนของคุณนายองนุ เศรษฐีนีผูมีช่ือเสียงของจังหวัดนั้น “บางทีหนาตาดีๆ เงินทองก็มีพอ
กินพอใช ไมน า จะเป็นผูรายใจอาํ มหิตก็เป็นไปได”
หลวงกําจัดกาวขึ้นบันไดเรือนอยางชาๆ เรือนนั้นเป็นไมสักท้ังหลัง หลังคามุงกระเบ้ือง เป็นเรือน
ขนาดใหญ ปลกู ตามสบาย ตามแบบชนบท ตัวเรอื นและบริเวณบานแผวถางและปใดกวาดไวเรียบรอยรม
ร่ืนไปดวยไมดอกไมผลนานาชนิด แสดงใหเห็นวาเจาของบานเป็นผูมีหลักทรัพยแม่ันคงและเป็นคนเจา
ระเบียบสะอาดสะอาน เจา ของบา นน้นั ก็ใชอ น่ื ไกล คือคณุ นายองนุ เศรษฐีนผี ูมคี นรจู ักทัว่ ท้ังจังหวดั
คณุ นายองนุ มีอายุ ๔๐ ปีบรบิ ูรณแ ตามปกตหิ ลวงกําจัดกไ็ มเคยใหความสนใจเป็นพิเศษแกคุณนายแต
อยางใด แตป ระวตั ิของคณุ นายองนุ ในระยะเวลา ๓-๔ ปีที่แลวมา ทําใหหลวงกําจัดตองใหความสนใจแก
เธอในหนา ท่ีราชการในฐานะท่เี ป็นตํารวจ เพราะเมื่อ ๔ ปีมาแลว เม่ือคุณนายองุนมีอายุครบ ๓ รอบ เธอ
ไดแตงงานกับนายเพิ่ม กายกําแหง อายุ ๕๖ ปี เศรษฐีใหญในจังหวัดรัตนบุรี เจาของโรงสีตั้ง ๕-๖ โรงข้ึน
ไป และมีรถยนตเแ ดินระหวา งจังหวัดอ่ืนๆ พรอมทั้งเป็นเจาของท่ีดินรายใหญที่สุด แตพออยูกินกันมาไดปี
เศษ นายเพิ่มก็ตายลงดวยโรคกระเพาะอาหารและลําไสพิการ ทิ้งมรดกกองมหึมาไวใหคุณนายองุนแต
เพียงผูเดียว พอปลงศพนายเพ่ิมไดแ ลว ไมน าน กป็ รากฏวาคุณนายองุนแตงงานกับเศรษฐีใหมอีกนายหนึ่ง
ชื่อนายชิต กําลงั กลา อายรุ าวๆ ๕๓ ปี นายชิตนบั วาเปน็ บคุ คลทีร่ ุมรวยไมแพนายเพิ่ม เพราะนายชิตทําปุา
ไม มโี รงเลอื่ ยหลายโรง มที ่ีดินเรอื กสวนไรนาพอๆ กบั นายเพ่ิม และยิ่งกวาน้ันยังมีเสียงกระซิบกันดังๆ วา
นายชิตคาฝิน่ หาเงินไดม ากมายหลายลาน แตพอคุณนายองุนอยูกินกับนายชิตมาได ๒ ปี นายชิต ก็ตาย
ลงดว ยโรคกระเพาะอาหารและลําไสพ กิ ารเชน เดียวกับนายเพ่ิมไมมีผิด และเชนเดียวกับนายเพิ่ม นายชิต
ไดท ้ิงมรดกกองมหึมาไวใ หค ุณนายองุน รบั แตเพียงผูเ ดยี ว
การเปน็ หมายทรงเครื่องถึงสองครง้ั สองหนตดิ ๆ กันน้ี ทาํ ใหเกิดเสียงกระซบิ กระซาบกนั ข้ึนในจงั หวัด
วาคณุ นายเป็นผูรา ยฆาคนตาย วางยาผัวซ่ึงมีทรัพยแมากเสียถึงสองคนเพ่ือเอาสมบัติ เพราะนายเพ่ิม นาย
ชติ ตายดวยโรคเดียวกัน เก่ียวกับกระเพาะอาหารและลําไส มิหนําซํ้าเวลาท่ีตายน้ันก็ใกลชิดกันนัก เสียง
กระซิบเรม่ิ เกิดข้นึ ในวงหมญู าติของผตู ายถงึ สองคน โดยเฉพาะอยางย่ิง เมื่อผูตายท้ังสองคนนั้นตายโดยมี
พนิ ัยกรรมโดยถูกตอ ง ยกทรัพยแสมบัติของตนท้ังหมดใหคุณนายองุนแตเพียงผูเดียว โดยท่ีญาติผูตายมิได
สว นแบง ในทรัพยสแ มบตั แิ ตอ ยา งใดเลย ตอมาเสียงกระซิบน้ันก็แพรจากวงญาติเขาสูรานกาแฟ เขาสูบอน
ไก จนในที่สุดก็เป็นขาวเลื่องลือท่ีโดงดังท่ีสุดในจังหวัดรัตนบุรี และก็เป็นธรรมดาที่ขาวลือชนิดน้ีจะตอง
กระทบกระเทือนถึงเกียรติของเจาพนักงานตํารวจ ในขอท่ีวา เซอเซอะงมงาย หยอนความสามารถและ
อนื่ ๆ จปิ าถะ
หลวงกาํ จัดเปน็ ตาํ รวจมานาน บิดาของหลวงกําจัดก็เป็นตํารวจสมัยเจาคุณวาสุเทพ ตัวหลวงกําจัด
เรมิ่ ต้งั แตเ ป็นนักเรียนนายรอยตํารวจสมัยโรงเรียนต้ังอยูท่ีจังหวัดนครปฐม มีนองชายอยูอีกคนหน่ึงก็ได
ขา ววา เป็นอศั วนิ อยใู นกรุงเทพฯ ฉะน้ันหลวงกาํ จัดจึงรกั ราชการตาํ รวจเป็นชีวิต เมื่อมีเร่ืองราวมากระทบ
ถึงชอ่ื เสียงตาํ รวจในจังหวัดทตี่ นเป็นผูก าํ กับอยกู เ็ กดิ ความรอนใจ ครนั้ ขา วลือเรือ่ งคุณนายองุน ฆาผัวดังขึ้น
แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรรู ายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ช้นั มธั ยมศึกษาปที ี่ ๔ ๙๒
ทุกที แทนท่ีจะเงียบหายไปเอง หลวงกําจัดก็อดรนทนไมไหว ตองเร่ิมออกสืบสวน ในช้ันแรกก็ให
นายตํารวจในชั้นรองๆ รับเอาไปทํา แตก็ไมปรากฏผลสําเร็จอยางใดเกิดข้ึน มิหนําซํ้าขาวคราวก็ยิ่ง
สลับซบั ซอนหนาหขู นึ้ ทกุ ที หนักเขา หลวงกําจดั ก็ตอ งเรยี กเร่ืองมาทาํ เสยี เอง
การสืบสวนยิ่งทําใหหลวงกําจัดตองหนักใจมากขึ้น ถาจะดูรูปเร่ืองโดยทั่วไป ก็มีเหตุท่ีนาสงสัยวา
ทง้ั นายเพิ่มและนายชิตตายดวยเหตุธรรมชาติ เพราะคนท้ังสองน้ันมีช่ือวาเป็นคนแข็งแรงไมมีโรคภัยไข
เจบ็ ทั้งทเี่ ปน็ ผูสงู อายุ แตพ อไดมาอยูก ินกบั คุณนายองนุ ไดไ มเทา ไรก็เริ่มกระเสาะกระแสะจนถึงแกความ
ตายไปท้ังสองคน ถา จะคาํ นึงถงึ เหตุ จูงใจใหกอฆาตกรรม ทรพั ยแสมบัติของผูตายทั้งสองคนก็มากมายเอา
การอยู หลวงกําจดั มองดว ยสายตาของตาํ รวจกเ็ ห็นไดวาขาวท่ีคนเล่ืองลือน้ันมีมูลอยูไมนอย แตพอไปลง
มือสืบสวนดูดวยตนเอง หลวงกําจัดก็ตองจนมุมเสียทุกทาง จะหาหลักฐานท่ีแนนอนอยางไรก็ไมได วา
คุณนายองุนวางยาผัวตายไปสองคน หลักฐานสําคัญที่จะพิสูจนแวาสามีของคุณนายองุน ตายดวยยาพิษ
จริงหรือไมนั้น ยังเหลืออยูก็แตศพนายชิต ซึ่งฝากไวที่วัดยังไมไดเผา ถาไดนําอวัยวะบางสวนสงตรวจท่ี
กรุงเทพฯ ก็จะไดรูทันทีวานายชิตตายดวยยาพิษจริงหรือไม หลวงกําจัดเคยสงนายรอยตํารวจไปขอ
อนุญาตตรวจศพนายชิต แตคุณนายองุนกลับปฏิเสธเด็ดขาด อางไมมีคดี ไมมีเจาทุกขแและผูตองหา
ตํารวจจะเขา มากาวกา ยไมไ ด เม่อื คุณนายองนุ เปน็ ฝุายถูก หลวงกําจัดกต็ องน่งิ ไป
วนั น้ีเปน็ วนั ทีห่ ลวงกําจดั ตดั สินใจเด็ดขาดวา จะเรมิ่ ทําการโจมตดี ว ยตนเอง ชั่วดผี ดิ ถูกอยางไรก็ตอง
พูดจากบั คุณนายองุนใหแ ตกหักไป พอหลวงกาํ จดั กา วขนึ้ ไปถึงกลางบันไดเรือน ก็ไดยินเสียงคุณนายองุน
รองเชญิ มาจากขา งบน
“แหม วันนท้ี านผกู ํากบั มาถึงนี่ เชิญซเิ จาคะ มธี รุ ะอะไรกบั ดฉิ นั จะรับใชทานไดก ย็ ินดี”
คณุ นายองุนนง่ั อยูกับพ้ืนบนระเบียงเรือน พอหลวงกําจัดกาวข้ึนบนนอกชาน เธอก็กระพุมมือไหว
พลางเชญิ ใหน ั่งบนเกา อี้
“ไมม ีธุระอะไรดอกครบั ” หลวงกาํ จัดตอบออ มแอม สหี นา แสดงพริ ุธ “วางๆ ผานมาผมก็แวะเขามา
เยี่ยม” หลวงกําจดั พดู พลางกวาดสายตาไปรอบๆ ระหวางบนั ไดเรือนและเฉลียงท่ีคุณนายองุนน่ังอยู เป็น
นอกชานกวาง พ้ืนขัดถูสะอาดจนกระดานขาว มีกระถางไมดัด กระถางบอน และตนไมดอกต้ังอยูเป็น
ระยะๆ ดูสวยงาม ตามโคนเสาระเบียงน้ันกต็ ั้งกระถางกอเขามอใส ตามชายคาน้ันกแ็ ขวนกระเชากลวยไม
กําลังออกดอกหลายกระเชา ในท่ีรม ก็ต้ังกระถางหนา วัวกาํ ลังออกดอกเชนเดียวกัน หลวงกําจัดเลนตนไม
แกเหงาในยามวางมาหลายปี เมอื่ มองดูสิง่ เหลานี้ดวยสายตานักเลนก็อดชมในใจไมไดวาคุณนายองุนชาง
เลนและรูจักของดี ตัวระเบียงที่คุณนายองุนน่ังอยูพ้ืนกระดานขัดถูจนเป็นมัน นั่งเลนนอนเลนได และ
ตงั้ อยูทที่ ถี่ ูกชองลม อากาศภายนอกจะรอนเพียงใดก็รมเย็นอยูเป็นนิตยแ มองจากระเบียงไปในหอง เห็น
มา หมูทบี่ ูชาปดิ ทองอราม มีพระดๆี ต้งั อยูหลายองคแ หลวงกําจดั อดนกึ ไมไดวาถา ชอบพอกัน และมาหาใน
ลักษณะทีด่ ีกวานีก้ ต็ อ งขอชม และนึกตอไปวาเรือนหลังนี้ถาไดแขวนนกเขาคารมอีกสักกรงสองกรงก็จะ
ครม้ึ ข้นึ อกี หานอยไม
ตัวคุณนายองุนแตงตัวอยูกับบานตามคนวัยอายุ ๔๐ เธอนุงผาลายสีนวลดอกแดง สวมเสื้อผาปุาน
ดอกอยางบาง ตัดใหหลวมๆ ใสสบาย ผาอกตลอด และขัดไวดวยกระดุมทองคําเล็กๆ ฝใงทับทิม ท่ีขอมือ
เธอใสสรอยทองเกลี้ยงๆ สองหรือสามเสน สรอยคอและตางหูไมใส คุณนายองุนตัดผมส้ันแตไวทรง ผม
คอ นขา งยาว ประกอบกับเปน็ คนผมหยกั ศกจึงดรู บั กบั ใบหนา ถงึ แมวา จะรับประทานหมากก็มิไดปลอยฟใน
ใหด ํา รอยของหมากท่ีกินนน้ั ท้งิ ไวท ีร่ มิ ฝปี ากซง่ึ แดงเร่ือๆ ทําใหคมขํายิ่งขึ้น คณุ นายองุนไมใชคนผอม แตก็
ไมใ ชคนอวนเนือ้ หนงั เต็มตัวพอสบาย ผิวเน้อื ของเธอจะวาขาวกไ็ มใช
แผนการจัดกจิ กรรมการเรียนรรู ายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๔ ๙๓
และไมดําเป็นแน หลวงกําจัดเหลือบดูเห็นรอยประแปูงไวรางๆ พลางนึกในใจวา “อยางน้ีซิหนอที่เขา
เรยี กกันวาผวิ เปน็ แตงรม ใบ” หลวงกาํ จดั ไมเ คยสังเกตรูปโฉมคุณนายองุนอยางใกลชิดมาแตกอน เคยแต
ผานกันในตลาด พอจําหนากันได เม่ือไดมาสังเกตใกลๆ ก็เกิดความรูสึกข้ึนวา คุณนายองุนน้ันถึงจะไม
สวยฉดู ฉาด กง็ ามสมกับวยั และรูปรา งหนาตาคุณนายองุนน้ันจะไมมีเปลี่ยนแปลงทรุดโทรมลงไปภายใน
เวลา ๒๐-๓๐ ปขี างหนา จะคงอยูอยา งไรก็อยางน้ัน เป็นนิจจงั ในของทเ่ี ปน็ อนจิ จังทง้ั หลาย
เสียงของคุณนายองุน พดู ขนึ้ วา “อุ฿ย ดิฉนั รหู รอกคะ อยา งทา นผกู ํากับวาไมม ธี ุระอะไรนนั้ ไมมเี สยี ละ
คงตองมีอะไรบา งไมมากกน็ อ ย” ทําใหห ลวงกําจัดสะดุงต่ืนจากภวังคแ กลับเขาสูความเป็นจริงนึกถึงเรื่อง
ธรุ ะท่มี า
“ครับ ก็มีบางเล็กนอย” หลวงกําจัดกลาวตอบ “ผมขอพูดกับคุณนายตรงๆ ดีกวา คุณนายก็คง
ทราบขาวทค่ี นอน่ื เลอ่ื งลือกนั ...”
“ทราบดีทีเดียวคะ” คุณนายพูดสวนทันควันข้ึนมา “นี่ทานผูกํากับจะมาสอบสวนดิฉันหรือเจาคะ
หรอื วา จะมาคนบา น จะเห็นควรอยางไรก็สุดแลวแต เพราะดิฉันถือวาทานผูกํากับเป็นผูใหญที่นาเคารพ
ความจริงดิฉันไมมีอะไรจะปิดบัง ท่ีดิฉันไมยอมใหคุณนายรอยตํารวจหนุมๆ นั้นตรวจศพนายชิต ก็
เพราะวา พูดจากันไมร เู ร่อื ง คุณคนนั้นแกยงั เปน็ เด็กแลวกย็ โส ถาทา นผูกํากบั มาขอเองแตแรก ดิฉันก็ยอม
ซิเจา คะ”
“ครับ ขอบคณุ แต...”
“แตแลวทานผูกํากับก็สงคนไปลักตรวจศพคุณชิตจนได จนในท่ีสุดก็ไมพบอะไรใชไหมละเจาคะ ”
คุณนายองุน ชิงพูดข้ึนมาอีก แลวก็กลาวตอไป “ดิฉันนึกไวแลววาไมชาไมนาน ทานผูกํากับก็ตองมาหา
ดิฉนั ถึงบา น แตไมเ ป็นไรหรอกคะ ดฉิ ันทราบเจตนาของทานผกู าํ กบั ดีวา ทานมิไดจองลางจองผลาญดิฉัน
เป็นสว นตัว เม่ือคนเลื่องลือกันมากไป จนกระทบถึงทานเขา ทานก็ตองทําไปตามเรื่อง เม่ือทานผูกํากับ
อตุ สาหมแ าหาดิฉันถึงบา น ดิฉันก็คดิ ไวแลว เหมอื นกันวาจะสารภาพกับทานผูกํากับใหหมดเนื้อถอยกระทง
ความเสียที เอาละดฉิ ันยอมรับละเจา คะ วาดฉิ นั ฆาผวั ตายถงึ สองคนโดยเจตนา”
“เดี๋ยวกอน” หลวงกําจัดรองสะดุงสุดตัว “เร่ืองนี้มันเรื่องคอขาดบาดตายนาคุณนายนา จะพูดจา
อะไรคิดดเู สยี ใหด ๆี เดย๋ี วจะหาวา ผมไมเตือน”
“โอ฿ย เป็นพระคุณละเจาคะ” คุณนายตอบ “ดิฉันก็ไมใชเด็กๆ แลว รูตัวดีทีเดียวละเจาคะ ขอให
ทา นอดใจเอาสักเลก็ นอ ย ดิฉันจะเลาเรือ่ งท่ผี า นมาใหฟใง” คุณนายหยุดพดู ครหู นงึ่ คอยๆ บรรจงเปิดตลับ
งา เอาข้ีผ้ึงพงั แพวอบดอกชะลดู ข้ึนสีปากชาๆ ลมพัดมาจากขางนอกวูบหนึ่ง พาเอากล่ินหอมมาเขาจมูก
หลวงกําจดั จะเป็นกล่ินดอกไมจากนอกบาน หรือกลนิ่ อบร่ําจากตวั คณุ นายกไ็ มท ราบแน
“เมื่อดิฉันไดกับนายเพ่ิมนั้น ดิฉันอายุ ๓๐ กวาแลวไมใชเด็กๆ แตนั่นแหละเจาคะ จะวาไปก็เหมือน
เด็กๆ เพราะดิฉันไปอยูในวังที่กรุงเทพฯ แตยังเล็กๆ กลับมาบานเดิมก็อายุมากแลว ไมรูจักวาใครเป็นใคร
พวกญาติพี่นองของดิฉันแหละเจาคะ เขามาชักนําวา พอเพิ่มเป็นผูใหญ และเป็นคนมีศีลมีสัตยแ และมี
หลกั ฐานดี ดิฉันกห็ ลงเชอ่ื พอเขาสงคนมาพดู ดฉิ นั ก็เอออวย แตพ อไดเ สยี อยกู ินกนั ไปแลวซิเจาคะ ดิฉันถึงได
รูว านายเพมิ่ เปน็ คนเลวอยา งไร ทรพั ยสแ มบัตทิ แี่ กมนี น้ั แกไดมาจากการขูดเลือดขูดเน้ือคนจนท้ังนั้น นาและ
ทด่ี นิ ทุกแปลงแกไมตองซ้ือหา แตไดมาจากการบังคับจํานําจํานอง เอาคนท่ีหมดหนทาง ที่นายเพ่ิมทําโรงสี
ร่ํารวยเปน็ นักหนา กเ็ พราะขูดเลือดชาวนา ไหนจะกดราคาขาว ไหนจะโกงดวยสัดดวยถังท่ีตวง ไหนจะเอา
รดั เอาเปรียบไปเสียทุกทาง นายเพิ่มเป็นคนโลภและโลภในสมบัติของผูอื่น เห็นใครก็ตองอิจฉา ตารอน คิด
โคน ทําลายเขาไป ตวั ย่งิ มากขึ้นก็ยิ่งโลภมากข้ึน ย่ิงเอารัดเอาเปรียบทําใหคนอ่ืนเดือดรอนมากข้ึน ดิฉันเป็น
แผนการจัดกจิ กรรมการเรียนรูรายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๔ ๙๔
คนขส้ี งสารมนษุ ยแ เห็นคนจนตาดําๆ ก็อยากจะชวยเหลอื ยงิ่ เห็นคนพวกน้ีตองลําบากเพราะนายเพ่ิม ดิฉันก็
ย่ิงเกลียดชังแกมากข้ึน จนในท่ีสุด ตัดสินใจวาถานายเพ่ิมยังอยูตอไปก็รังแตจะทําใหคนเดือดรอน ดิฉันจึง
กาํ จดั เสีย”
“แลว คณุ ชิตละครับ” หลวงกําจัดถามขนึ้
“ออเ นายชิตมาทหี ลัง ดฉิ นั ก็นกึ วาเขาจะดกี วานายเพิม่ ทา นก็คงทราบดวี านายชิตคา ฝ่ินกอนที่จะได
เสยี กัน ดฉิ นั ก็เอาคาํ มัน่ สัญญาวาตอ งเลิก เพราะทาํ ตอ ไปกบ็ าปกรรมเปลาๆ แตพออยูกินกันแลว เขาก็ไม
เลิกจริง ดิฉันย่ิงดูไปก็ย่ิงเห็นวานายชิตไมผิดกับนายเพ่ิม ทํามาหาไดไมใชน้ําพักนํ้าแรงของตน ดีแตสูบ
เลือดเพื่อนมนุษยแดว ยกัน นายชิตยง่ิ เลวกวา นายเพมิ่ ไปอีก เพราะนายเพม่ิ แกเป็นคนเอาซ่งึ ๆ หนา โผงผาง
ไมกลัวคน แตนายชิตเป็นคนขี้ระแวงข้ีสงสัยคนอื่น และลอบทําคนลับหลัง ใครเขามาคาขายกับนายชิต
แลวเปน็ ตองเสียเปรยี บทุกคนไป ถาเป็นฝ่ินแลวก็ตองถึงชีวิต นายชิตลอบฆาคนมาแลวเสียนักตอนัก พอ
ดฉิ นั รคู วามจริงเขากท็ นไมไ ด กรรมตองสนองกรรม ดิฉันจึงตกลงใจกําจัดนายชิตเสียอีกคนหนึ่ง เร่ืองมัน
เป็นอยางน้ีแหละเจาคะ ใครๆ ก็พาวาดิฉันหวังสมบัติ แตทานก็คงทราบแลวไมใชหรือวาดิฉันก็ไมใชคน
ยากจน ถึงไมร ุมรวยหนกั หนาก็พอมกี นิ มีใช ตงั้ แตสองคนนัน้ ตายไปแลว ดิฉันกม็ งุ หนาแตการกุศล ทําบุญ
บา งชว ยเหลอื เพื่อนมนษุ ยดแ วยกันบาง”
“เดี๋ยวกอนครับคุณนาย ท่ีคุณนายวาคุณนายกําจัดสามีเสียตั้งสองคนน้ัน คุณนายทําอยางไร ผม
อยากทราบวธิ ีการ”
“อเอ ไมยากหรอกเจาคะ ทานก็ทราบแลวไมใชหรือเจาคะ วาดิฉันไปอยูกับคุณปูาในวังมาต้ังแต
เด็กๆ คุณปูาดิฉันทานเป็นคนหองเครื่องตน ทานไดอบรมดิฉันในการทํากับขาว จนชํานาญท้ังหวานทั้ง
คาว พูดไปก็จะเป็นคุยนะเจาคะ แตใครๆ ก็พาชมฝีมือของดิฉันไปทั้งวัง สมเด็จละโปรดนักทีเดียว แกง
บวนของดิฉนั นะถึงกับรับส่ังวา ถาไมใชแกงบวนแมองุนแลวอยารับดีกวา เสด็จกรมหลวงนะเจาคะทาน
พิถีพิถันเคร่ืองเสวยออกจะตายไป ทานยังเคยรับส่ังเลยวากระบวนทอดกระบวนแกงแลว ไมมีใครสูแม
องุน จะหาตัวจับไดก็แตทางผัดยํา แตเจานายขณะนั้นทานยังออกพระโอษฐแชมนับประสาอะไรแกนาย
เพ่มิ นายชติ ท่เี ป็นคนบานนอก ดิฉันก็ปรนเปรอดว ยอาหารอยางเต็มฝีมือ ปรกติวันละ ๔ เวลา บางวันปะ
เหมาะก็มากกวา นัน้ สองคนน้ันไมเ คยพบกก็ ินไมล ืมหลู ืมตา”
“แลวในอาหารนั้นคุณนายใส?...” หลวงกําจัดต้ังใจจะพูดใหจบประโยค แตคุณนายองุนก็สวนทัน
ควันขน้ึ มาวา
“ใสฝ ีมือเจาคะ ใสฝ ีมอื ดิฉันปรุงอาหารเต็มความสามารถ บํารุงบําเรอเต็มที่ เป็นตนวา เชาข้ึนมาก็
ใชอ าหารเบาแตม ีประโยชนแ ไขลวกแตพอดีบาง ไขท อดใหเต็มจานนารับประทาน ไมสุกไมดิบเกินไป บาง
ทีก็ไขเ จียวแบบฝร่ัง ใสไ สเ ซยี งจ้ีบา ง เปด็ บาง ไกบาง แลวก็ตองมีนมสด มีขนมปใง กาแฟพรอม ถาเห็นจะ
เบอื่ ดิฉันกพ็ ลกิ แพลงไปเปน็ ไขไ กผ ิงไฟแบบไทยๆ พอเป็นยางมะตูมก็ใสนํ้าปลา ซอยหอมใสโรยพริกไทย
มากๆ ทานกับขาวตนเุ รอนๆ เอากําลงั มอื้ กลางวัน ดิฉันก็ใสสํารับเขาไปเต็มเพียบ ใชอาหารนอยชนิด แต
ทาํ ใหช วนกนิ บางวันก็กับขาวฝรงั่ ใชเ นอ้ื สนั บาง ล้นิ ววั บาง ถาหาได ดิฉันก็ใหรับหอยนางรมสดๆ บางวัน
ก็ยักยายไปเป็นพวกขนมจีน ขนมจีนบานนอกหรือเจาคะจะมาสูขนมจีนในวัง อยางที่เขาเคยรับกันมา
อยางขนมจีนนํ้าพรกิ อยา งนี้ ดฉิ นั เคยเห็นแตน ํ้าพริกใสๆ เหมือดหัวปลีหยาบๆ มีใบกระถินสองสามใบ แต
ของดิฉันไมอ ยา งน้ัน น้ําพริกของอิฉันตองคั่วถ่ัวทองใหหอมแลวโขลก ใสมันกุงใสปูทะเล ขนมจีนแปูงสด
หวั เลก็ ๆ เหมอื ดหัน่ เป็นฝอยขยาํ นํา้ มะนาวใหข าวสะอาด รับกับมนั ทอด กุงฝอย ทอดใหกรอบ ผักทุกชนิด
ทอดกรอบมที ัง้ ไขตม ไขดาวทอดกรอบเชนเดียวกัน ถา ถงึ หนารอนดิฉันก็ตั้งขาวแช กะปิทอดเม็ดเล็กๆ นา
แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรรู ายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ ๙๕
รับประทาน หอมสอดไส พริกทอด โรยไขเป็นฝอยอยางมือชาววังเทาน้ันจะทําได ผักก็มีมะมวงดิบ
แตงกวา กระชาย หอมตนจัดเป็นรปู ตา งๆ น้ําขาวกแ็ ชนา้ํ แข็งใสดอกกระดังงา มะลิอบควันเทียนเสียกอน
กอนจะรับกโ็ รยพิมเสนเล็กนอ ย ยามบายก็มีของวาง ไสกรอก ปลาแนมบาง ขนมแปูงสิบบาง บางทีก็
หมูแนมแข็ง อาหารคํ่ากม็ สี ํารบั เตม็ ที่พรอ มทัง้ ของเคยี ง หม่กี รอบของดิฉันหาที่ติมิได แกงก็มีแกงปลาไหล
ปูเค็มตัวเล็กๆ คลุกหัวกะทิใสมะดัน บางทีก็แกงมัสม่ันไกท้ังตัวใสมันฝรั่ง หั่นผักกองเป็นกองๆ ใหนาดู
กอนจะรับจึงใหราดนํ้าเครื่องจ้ิมก็ตองดูใหถูกตอง ถาเป็นผักตมกะทิก็ตองตํานํ้าพริกใหเหลวสักนอย ถา
เปน็ ผักดิบก็ตําใหขน ถาเป็นปลาราหลนก็ใสกะลามะพราวขัดมัน ถาถึงฤดูน้ําพริกปูนา เอากระดองปูตัว
เลก็ ๆ ประดับ จิม้ สายบวั ผักกระสัง...”
“พอที พอทคี รบั คุณนาย อยางนใ้ี ครจะไปทนทานไหว” หลวงกําจัดรอ ง
“ก็นั่นนะซีเจาคะ” คุณนายตอบอยางอารมณแเย็นๆ “ทั้งนายเพิ่มนายชิตก็กินกันเต็มคราบไปเลย
เหลา ยาอะไรดฉิ นั ก็ไมไดหามเชิญพอกินเขาไป ธรรมดาผูชายนะเจาคะถาอาหารถึงปากกินไดที่เขาเรียก
ความรกั ก็มีมาก เมื่อมีความรักเกิดขึ้นเมื่อใด ดิฉันก็พรอมที่จะรับรองความรักอยูท่ีน้ี ถาดิฉันคนเดียวไม
พอ จะมีนางเลก็ ๆ ไวปรนนบิ ตั อิ กี กี่คน ดิฉนั กไ็ มห า ม ก็ทัง้ นายเพมิ่ นายชิตเปน็ คนมอี ายุแลวทีน่เี จา ขา โดน
อยา งนเี้ ขา จะไปทนทานอะไรไหว ไมก ่วี ันกต็ ายไปเอง นี่แหละเจาคะ ท่ีทานเรียกวาวิธีการ ท้ังหมดนี้เป็น
คาํ สารภาพของดิฉัน ถา ไมใชทาน ดิฉันก็ไมบ อก”
“คุณนายขอรับ” หลวงกาํ จัดหยิบหมวกพลางลกุ ขน้ึ “เตรียมตวั ไปในเมอื งกับผมเดี๋ยวน้ี”
“ทานหมายความวาจะเอาตัวดิฉนั ไปโรงพกั อยา งน้ันหรือเจาคะ” คุณนายถาม
“เปลา” หลวงกําจัดตอบ “แตไปหาอะไรทานกันหนาอําเภอแลวคุยกันตอไป ผมหิวแลว” หลวง
กําจัดหยุดพูด ครูหนึ่ง “แมองุน ขอใหฉันเรียกเธอวาแมองุนเถิดนะ เราก็เป็นผูใหญดวยกันแลว ฉัน
อยากพูดตรงๆ ฉันพันตํารวจโทหลวงกําจัดภัย อายุ ๔๖ ปี ยังเป็นโสด รูปรางหนาตาตามท่ีคนเขาวาก็
พอดูได ฉันรับราชการมา ๒๖ ปีแลว ถาออกเดี๋ยวนี้ก็มีบํานาญ ระหวางอยูในราชการฉันก็ไมใชคน
สรุ ยุ สุรา ย ไดเ ก็บเงนิ เก็บทองไวไดบ า ง มีบานมีที่ดนิ พอสมควร ฉันขอบอกเธอใหทราบเด๋ียวนี้วาฉันอยาก
ตาย”
“อุย ทานก็” คณุ นายพดู พลางหลบตา “ถา หวิ ขา วก็ทานเสยี ท่นี กี่ ไ็ ดเจาคะ ดิฉันเตรียมไวพรอมแลว
อาหารท่ดี นี ัน้ ถารบั พอสถานประมาณ ก็ไมเ ป็นอนั ตรายถงึ ชีวิตดอกเจา คะ”
๑. แปลความ
แผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรรู ายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ชนั้ มัธยมศึกษาปีที่ ๔ ๙๖
๒. ตคี วาม
๓. ขยายความ
แผนการจัดกจิ กรรมการเรียนรรู ายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ ๔ ๙๗
ใบงานที่ ๓.๒ การอา่ นแปลความ ตคี วาม และขยายความ (๒)
คาช้ีแจง ใหนักเรยี นอา นพระบรมราโชวาท เร่ือง อนาคตทํานายได แลว แปลความ ตีความ และขยายความ
ทกุ สง่ิ ทกุ อยา งท่ีเกิดทเ่ี ปน็ อยแู กเ ราในวันนี้ ยอ มมีตนเร่อื งมากอน ตน เรอ่ื งน้นั คือ เหตุ สงิ่ ท่ีไดรบั คือ
ผล และผลทท่ี า นมีความรูอ ยขู ณะนี้ จะเป็นเหตใุ หเกดิ ผลอยางอื่นตอไปอกี คอื ทาํ ใหสามารถใชความรูท ่มี ี
อยูทาํ งานทต่ี องการได แลวการทํางานของทาน ก็จะเปน็ เหตุใหเ กิดผลอนื่ ๆ ตอเน่ืองกันไปอีก ไมห ยดุ ยั้ง
ดังนัน้ ทีพ่ ดู กนั วา ใหพ ิจารณาเหตุผลใหด ีนัน้ กลาวอีกนัยหน่ึงก็คือ ใหพ จิ ารณาการกระทาํ หรอื กรรมของตน
ใหด ีน่นั เอง คนเราโดยมากมักนึกวา อนาคตจะเป็นอยางไรเราทราบไมไ ด แตท จ่ี ริงเรายอมจะทราบไดบ าง
เหมอื นกนั เพราะอนาคต กค็ ือ ผลของการกระทาํ ในปใจจบุ ัน
พระบรมราโชวาทในพธิ ีพระราชทานปรญิ ญาบตั ร
จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ๘ กรกฎาคม ๒๕๑๙
๑. แปลความ
๒. ตีความ
๓. ขยายความ
แผนการจัดกจิ กรรมการเรียนรรู ายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๔ ๙๘
ข้อเสนอแนะของหวั หน้ากล่มุ สาระการเรียนรู้
..........................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ลงช่ือ ...............................................
(นายทรงกลด ภมู ิพานิชยแ)
หวั หนากลุมสาระการเรียนรูภาษาไทย
.............../................................./....................
ข้อเสนอแนะของหัวหนา้ งานวัดผลและประเมนิ ผลการศึกษา
..........................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ...............................................(ผูต รวจสอบ)
(นางสาวจนั ทริ า แวงวงษแ)
หัวหนา งานวดั ผลและประเมนิ ผลการศึกษา
.............../................................./....................
ข้อเสนอแนะของหวั หนา้ งานวดั ผลและประเมินผลการศกึ ษา
..........................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ ...............................................(ผตู รวจสอบ)
(นายพฤทธ์ิพล ชารี)
รองผูอํานวยการกลุมบรหิ ารงานวิชาการ
.............../................................./....................
แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรูรายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๔ ๙๙
แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน
.......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ลงช่อื ..........................................................
(นายปิยะพงษแ พลบรู ณแ)
ตาํ แหนง ครู
................/............................./...............
แผนการจัดกจิ กรรมการเรียนรรู ายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๔ ๑๐๐
แผนการจดั กจิ กรรมการเรียนรกู้ ล่มุ สาระภาษาไทย
หนวยการเรียนรูท ี่ ๔ หลกั การอานเพ่อื แสดงความคิดเหน็ จํานวน ๑ ชัว่ โมง
แผนการจดั กิจกรรมการเรียนรทู ี่ ๙ เรอ่ื ง หลักการอานเพือ่ แสดงความคิดเหน็
สอนวนั ที่ ................... เดือน ..................................... พ.ศ. .............................. เวลา ................................. น.
๑ สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
การรหู ลักในการอาน จะชว ยใหสามารถวเิ คราะหแ วจิ ารณแ และแสดงความคดิ เห็นจากเร่ืองทอ่ี านหรือสือ่ ตางๆ
ได
๒ ตวั ชวี้ ัด/จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
๒.๑ ตัวชว้ี ัด
ท ๑.๑ ม.๔-๖/๕ วเิ คราะหแ วิจารณแ แสดงความคดิ เห็นโตแ ยง เกี่ยวกบั เร่อื งที่อาน และเสนอความคิดใหม
อยางมเี หตผุ ล
ม.๔-๖/๙ มมี ารยาทในการอาน
๒.๒ จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
- บอกหลักการอานเพือ่ วเิ คราะหแ วิจารณแ และแสดงความคิดเห็นได
๓ สาระการเรียนรู้
๓.๑ สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
๑) การอา นจับใจความจากสื่อตา งๆ
๒) มารยาทในการอา น
๓.๒ สาระการเรยี นรู้ท้องถ่ิน
(พิจารณาตามหลักสตู รสถานศึกษา)
๔ สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รียน
๔.๑ ความสามารถในการส่ือสาร
๔.๒ ความสามารถในการคดิ
๑) ทักษะการวิเคราะหแ ๓) ทักษะการใหเ หตุผล ๕) ทกั ษะการประยุกตใแ ช
ความรู
๒) ทกั ษะการสรา งความรู ๔) ทกั ษะการจดั ระเบียบ
๔.๓ ความสามารถในการใช้ทักษะชีวติ
๕ คณุ ลกั ษณะอันพึงประสงค์
๑. มีวินัย ๒. ใฝเุ รียนรู ๓. มงุ มัน่ ในการทาํ งาน
แผนการจดั กิจกรรมการเรยี นรูรายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๔ ๑๐๑
๖ กจิ กรรมการเรียนรู้
วิธีสอนแบบ บรรยาย
นักเรยี นทาแบบทดสอบกอ่ นเรียน หน่วยการเรยี นรูท้ ี่ ๔
ขั้นนาเขา้ สบู่ ทเรยี น คาถามกระตุ้นความคิด
ความคิดเหน็ ทีด่ ีต้องมคี วาม
สอ่ื การเรยี นรู : หนังสอื พมิ พรแ ายวนั
สมเหตุสมผลและมขี ้อสนับสนุนทมี่ ี
๑. ครนู ําขา ว บทความ หรอื สารคดีสัน้ ๆ จากหนงั สอื พิมพแ ความนา่ เชื่อถือเปน็ ท่ียอมรบั ของ
รายวันมาอา นใหนกั เรียนฟงใ แลวใหนักเรยี นแสดงความ บุคคลท่วั ไปหรือไม่ อยา่ งไร
คิดเห็นวา สง่ิ ทคี่ รูอานใหฟ ใงน้ันเป็นเร่อื งประเภทใด (พิจารณาตามคาตอบของนกั เรียน โดย
ให้อยู่ใน ดุลยพินิจของครูผู้สอน)
๒. ครขู ออาสาสมคั รนักเรียน ๒-๓ คน ออกมาแสดงความ
คดิ เหน็ จากขาวท่คี รอู านใหฟ ใง คาถามกระตุน้ ความคิด
การแสดงความคิดเหน็ ที่ดี ต้องมีประโยชน์
๓. นักเรยี นตอบคําถามกระตนุ ความคิด
และมคี ุณค่าต่อผู้อ่านหรอื ไม่ เพราะเหตใุ ด
ขน้ั สอน (พิจารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดยให้อยใู่ น
สอ่ื /แหลงการเรยี นรู :
ดลุ ยพนิ ิจของครู)
๑. หนังสือเรียน หลกั ภาษาฯ ม.๔
๒. ใบงานท่ี ๔.๑
๓. แหลงขอ มลู สารสนเทศ
๑. ครูใหนักเรียนศกึ ษาความรูเรอื่ ง หลกั การอา นเพอ่ื
แสดงความคิดเห็น จากหนังสือเรยี น และแหลง ขอมูล
สารสนเทศในประเดน็ ตอไปนี้
๑) หลักการอานเพ่ือแสดงความคิดเหน็
๒) ขอ ควรคาํ นงึ ในการแสดงความคิดเห็น
๓) ตัวอยางการอานเพ่ือแสดงความคดิ เห็น
๒. นกั เรยี นแตล ะคนทําใบงานที่ ๔.๑ เร่อื ง หลักการอ่าน
เพอื่ แสดงความคิดเห็น
๓. ครูสุมเลขท่ีนกั เรยี น ๓-๔ คน ออกมานาํ เสนอคําตอบ
ในใบงานท่ี ๔.๑ หนา ชน้ั เรียน โดยครกู าํ หนดให
นักเรยี นตอบ คนละ ๑ ขอ
๔. ครตู รวจสอบความถูกตองจากคําตอบของนักเรียน
จากน้นั ครูเสนอแนะหรือใหค าํ แนะนาํ เพม่ิ เตมิ
ขน้ั สรปุ
สื่อ/แหลง การเรยี นรู : —
๑. นักเรยี นตอบคําถามกระตุนความคดิ
๒. นกั เรียนและครรู ว มกนั สรุปความรูเร่อื ง หลกั การอา น
เพอ่ื แสดงความคิดเห็น เพ่ือใหน ักเรยี นเกดิ ความรู
ความเขา ใจที่ถกู ตอง