แผนการจัดกจิ กรรมการเรียนรรู ายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี ๔ ๑๕๒
แผนการจดั กิจกรรมการเรียนรูก้ ลมุ่ สาระภาษาไทย
หนวยการเรียนรูที่ ๖ การเขยี นเรยี งความ ยอ ความ จดหมาย จํานวน ๑ ชว่ั โมง
แผนการจดั กิจกรรมการเรียนรทู ี่ ๑๖ เรื่อง การเขียนยอความสารคดี
สอนวันที่ ................... เดือน ..................................... พ.ศ. .............................. เวลา ................................. น.
๑ สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
การเขียนยอความจากสารคดี จะตองมคี วามรูเรื่องหลักการยอความ และรูปแบบการยอ ความ
๒ ตวั ช้ีวัด/จุดประสงค์การเรียนรู้
๒.๑ ตัวชวี้ ัด
ท ๒.๑ ม.๔-๖/๓ เขียนยอความจากส่ือทมี่ ีรูปแบบและเนือ้ หาหลากหลาย
๒.๒ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
- เขยี นยอความจากสารคดไี ด
๓ สาระการเรยี นรู้
๓.๑ สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
การเขยี นยอความจากสอื่ ตา งๆ เชน
- สารคดี
๓.๒ สาระการเรียนรูท้ ้องถนิ่
(พิจารณาตามหลักสูตรสถานศกึ ษา)
๔ สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รยี น
๔.๑ ความสามารถในการสอ่ื สาร
๔.๒ ความสามารถในการคดิ
๑) ทกั ษะการวเิ คราะหแ
๒) ทกั ษะการสรุปยอ
๔.๓ ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
๕ คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
๑. มวี ินยั
๒. ใฝุเรยี นรู
๓. มงุ มัน่ ในการทํางาน
แผนการจดั กิจกรรมการเรยี นรูร ายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี ๔ ๑๕๓
๖ กจิ กรรมการเรียนรู้ คาถามกระตุ้นความคิด
วิธีสอนแบบ นริ นยั สื่อประเภทสารคดตี ่างจากส่อื บันเทิง
ขนั้ ท่ี ๑ อธบิ ายปญั หา คดีอยา่ งไร
(พิจารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดย
สอ่ื /แหลงการเรยี นรู : — ใหอ้ ยใู่ น ดุลยพินิจของครผู ู้สอน)
๑. ครูสนทนากับนักเรียนเรอ่ื ง ส่ือประเภทสารคดี คาถามกระตุ้นความคิด
๒. นักเรยี นรวมกนั อภิปราย และแสดงความคิดเห็น นกั เรียนนาความรู้เรอื่ ง หลักการยอ่
เกี่ยวกับ สื่อประเภทสารคดี ความ และโครงสรา้ งยอ่ ความทีเ่ รยี นไป
๓. นักเรยี นตอบคาํ ถามกระตุนความคิด แล้วมาใช้ในการ ยอ่ สารคดีไดห้ รอื ไม่
เพราะเหตุใด
ขน้ั ท่ี ๒ อธบิ ายกฎ หรอื หลกั การเพอ่ื การแก้ปัญหา (พิจารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดย
ให้อยู่ใน ดุลยพนิ ิจของครูผู้สอน)
สอ่ื /แหลง การเรยี นรู : —
๑. ครูและนกั เรียนทบทวนหลักการเขยี นยอ ความ และ
โครงสรางการเขียนยอความที่ไดเ รียนไปแลว
๒. นักเรยี นกลุมเดิม (จากแผนการจัดการเรียนรทู ี่ ๑)
รวมกันอภิปรายสรุปหลักเกณฑแ และโครงสรางการเขยี น
ยอความ
๓. นักเรยี นตอบคําถามกระตุนความคดิ
ขนั้ ท่ี ๓ ตดั สนิ ใจ
สื่อการเรยี นรู : หนงั สือเรียน หลกั ภาษาฯ ม.๔
ครใู หน ักเรยี นแตละคนเลอื กใชร ปู แบบโครงสรางของ
ยอความเรยี งรอยแกวในเรอื่ ง การเขียนยอ ความ จากหนังสือ
เรยี น เพ่ือใชเ ขียนยอ ความสารคดี
ขน้ั ที่ ๔ พสิ จู นห์ รอื ตรวจคาตอบ
สือ่ การเรียนรู :
๑. หนังสือเรยี น หลักภาษาฯ ม.๔ ๒. ใบงานท่ี ๖.๓
๑. นกั เรียนแตละคนทาํ ใบงานที่ ๖.๓ เรือ่ ง การเขียนย่อ
ความสารคดี
๒. นกั เรียนแลกเปลี่ยนใบงานท่ี ๖.๓ กบั เพื่อนท่ีนัง่ ใกล
กนั เพอ่ื ตรวจสอบความถูกตอ งของการเขยี นยอความ
โดยเปรียบเทียบความถกู ตองกบั เรอื่ งการเขียนยอ
ความ ในหนงั สอื เรียน แลว นําใบงานสง ครตู รวจ
๓. ครูประเมินการเขยี นยอ ความสารคดีของนักเรียนเป็น
รายบุคคล จากการทําใบงานท่ี ๖.๓ จากนั้นกลาว
ชมเชยนักเรียนทเี่ ขียนยอความไดด ี เพือ่ เสริมกําลังใจ
แผนการจดั กจิ กรรมการเรียนรูรายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๔ ๑๕๔
๗ การวัดและประเมินผล
วธิ กี าร เครอ่ื งมอื เกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี ๖.๓ ใบงานท่ี ๖.๓ รอยละ ๖๐ ผานเกณฑแ
สังเกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งาน ระดับคณุ ภาพ ๒ ผา น
รายบคุ คล เกณฑแ
สงั เกตความมีวินัย ใฝุเรยี นรู และมงุ ม่ันในการ แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงคแ ระดับคุณภาพ ๒ ผา น
ทํางาน เกณฑแ
๘ สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้
๘.๑ สอ่ื การเรียนรู้
๑) หนังสือเรยี น ภาษาไทย : หลักภาษาและการใชภ าษา ม.๔
๒) ใบงานที่ ๖.๓ เรอื่ ง การเขยี นยอความสารคดี
๘.๒ แหลง่ การเรยี นรู้
—
แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรูรายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ ๔ ๑๕๕
ใบงานท่ี ๖.๓ การเขยี นย่อความสารคดี
คาชี้แจง ใหน ักเรยี นเขียนยอความสารคดีเร่ือง ชีวิตคนบนดอย
ชีวิตคนบนดอย
จะมคี นรสู ักก่ีคนทจี่ ะรวู า ขณะทค่ี นสว นใหญข องประเทศไทยไดรับการพัฒนาจากสิ่งแวดลอม อาคาร
สถานท่ี การสือ่ สาร การคมนาคม แตยงั มคี นอีกกลุมหนึ่งท่ียังไมไดรับการพัฒนาอยางไมเต็มท่ี เพราะพวก
เขาเหลา นน้ั อาศยั อยู ทบี่ นดอยสงู การเปน็ อยูดําเนินไปอยางเรียบงาย มีวัฒนธรรมท่ีนับถือมาตั้งแตบรรพ
บุรุษ ไมมีวัด ไมมีพระใหกราบไหว มีเพียงผีที่ใหนับถือบูชา แตสิ่งที่พวกเขายังรักษาเอาไวคือความมีนํ้าใจ
เอื้อเฟื้อเผื่อแผ ดูแลซ่ึงกันและกัน การแลกเปล่ียน ส่ิงของโดยไมจําเป็นตองใชเงินเหมือนในเมือง
สิ่งแวดลอมปราศจากควันพษิ อากาศบริสทุ ธ์ิ
มูเซอ หรือลาฮู เชื่อวามีตนกําเนิดอยูบริเวณที่ราบสูงธิเบตมีความสัมพันธแทางชาติพันธแุกับชนเผา
โลโลในตอนใตของจีนรวมกับชาวลีซอ และอีกอ ชาวมูเซอไดมีการอพยพเคลื่อนยายตัวอยูตลอดเวลา
นับเป็นศตวรรษในแถบประเทศจีน พมา ลาว และไทย โดยในประเทศไทยนั้นจะพบชาวมูเซอ ไดใน ๖
จังหวัด ไดแก เชียงใหม เชียงราย แมฮองสอน ตาก กําแพงเพชร และนครสวรรคแ ชาวมูเซอในประเทศ
ไทยแบง ออกเป็นหลายกลมุ เชน มูเซอแดง มูเซอเหลือง มูเซอดํา หรือมูเซอเชเล ฯลฯ ชาวมูเซอถูกจัดไว
ในกลุมภาษาพมา-ธิเบต หมูบานชาวมูเซอมักจะตั้งอยูบนท่ีสูง ประมาณ ๑,๐๐๐ เมตร เหนือ
ระดบั น้าํ ทะเล ดังนั้นชาวเขามเู ซอตอ งทําการเพาะปลูกแบบไรเล่ือนลอย นอกจากขาว และขาวโพดแลว
ชาวมูเซอบางสว นยงั ปลกู ฝิ่นเป็นพชื รายได ลักษณะครอบครวั ของชาวมเู ซอ เป็นแบบครอบครัวเด่ียว และ
ถือระบบผัว-เมยี เดยี ว การสืบสายสกุลนั้นไมถือระเบียบเครงครัด หากมีการแตงงานเกิดข้ึนฝุายชายอาจ
ตองไปอาศัยอยูกับครอบครัวฝุายหญิงเป็นระยะเวลาหนึ่งเพื่อเป็นการตอบแทนตอฝุายหญิง การนับถือ
และความเชื่อของชาวมูเซอน้ัน ถาเป็นมูเซอแดง และมูเซอดํา สวนใหญนับถือการบูชาผี สวนชาวมูเซอ
เหลืองนับถือศาสนาคริสตแ สําหรับ ปีใหมมูเซอจัดข้ึนในเดือนมกราคม และมีนาคม จากการรวบรวม
ขอมูลในปี ๒๕๔๕ พบวามีชาวมูเซออาศัยอยูในพื้นท่ี ๘ จังหวัด จํานวน ๓๘๕ หมูบาน/กลุมบาน
๑๘,๐๕๗ หลังคาเรือน ๒๐,๓๔๗ ครอบครัว ประชากรรวม ๑๐๒,๘๗๖ คน แยกเป็นชาย จํานวน
๓๒,๐๕๙ คน หญิง จํานวน ๓๒,๐๙๔ คน เด็กชาย จํานวน ๑๙,๔๓๐ คน เด็กหญิง จํานวน ๑๙,๒๙๓ คน
โดยพบมากทส่ี ดุ ทจี่ งั หวัดเชียงราย รองลงมาเปน็ เชยี งใหม และแมฮ องสอน ตามลาํ ดบั
พวกมูเซอ เขามาในเขตไทยทางดานอําเภอแมจัน เชียงแสน เชียงของ จังหวัดเชียงราย และทาง
อาํ เภอฝาง จงั หวัดเชียงใหม ทางตอนเหนอื ของจังหวัดแมฮองสอน มูเซอจะกระจายอยูใน ๓ จังหวัดน้ี มี
เพียงสวนนอยที่ลงมาจากจังหวัดตาก มูเซอแยกออกเป็น ๔ สาขา ท่ีมีจํานวนมากและรูจักกันมากคือ
มูเซอดํา มูเซอแดง พวกมูเซอ ๒ สาขานี้ มีธรรมเนียมประเพณีคลายคลึงกันมาก แตดานนิสัยใจคอ
ตางกันไปคนละอยาง มูเซอดํา จะมีความเป็นอยูดีกวามูเซอแดง และมีความขยันขันแข็งมากกวาดวย
สวนมูเซอแดง มีนสิ ัยเฉื่อยชา ในทอ งทอ่ี าํ เภอแมจนั พวกมเู ซอแดงถกู เกลี้ยกลอมจากพรรคพวกสวนใหญ
ในพมา จนชวนกันอพยพขามเขตไปเกือบหมดแลว โดยถูกหลอกวาจะชวยใหมูเซอมีแวนแควนเป็นของ
ตวั เอง ระหวา งพรมแดนไทยกบั พมา และสว นหน่ึงของรัฐฉานตอนใต จึงมชี นเผานี้อยูอยางหนาแนน
แผนการจดั กจิ กรรมการเรียนรรู ายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ ๔ ๑๕๖
มูเซอดํา อยูท่ีดอยโจะโละ และดอยปุาคา ไปไหนมาไหนจะมี เปฺอะ ติดตัวไปดวยเสมอ (เปฺอะ คือ
กระบุงเลก็ ๆ ตดิ อยรู อบหลังมา พาหนะของพวกมเู ซอดาํ ) สาํ หรับไวใสของช่ือมูเซอ ภาษาอังกฤษเรียกวา
ลาฮู และพวกมเู ซอดํา
คือลาฮูนา มูเซอแดงเรียกวา ลาฮูยี คําวามูเซอเป็นคําพมาเรียกชาวเผาน้ี (Mussuh) แปลวา นายพราน
และพวกมเู ซอนก้ี ็ชํานาญในการลา สตั วแสมชอ่ื เกงในการใชห นา ไมมากกวา เผา อนื่
เผามูเซอเป็นเผาทีย่ ากจนท่สี ดุ ซอมซอที่สุด และเรรอนพเนจร แตก็มีน้ําใจงดงามแมภายนอกจะดู
ปาุ เถ่ือนกต็ ามธรรมดามูเซอโดยมาก จะปลูกท่ีอยูเป็นกระทอมเล็กๆ เพื่อวาถามีคนตายหรือคนเจ็บปุวย
หรือทําไรไถนาไมไดผล ก็จะพากันยายหมูบานไปท่ีอื่นไดงาย ตามประเพณีของมูเซอ ดวยเหตุน้ี
ชาวเขาเผานจ้ี งึ กระจัดกระจายกันอยูตามภูเขาในเขต ๓ จังหวดั ตาก เชยี งใหม เชียงราย
การแตงกายของมูเซอดําและมูเซอแดงคลายๆ กัน ตางกันท่ีมูเซอแดง ชอบขลิบชายแขนเสื้อ บา
ชายเอว ดว ยผาสีแดงสด ภาษาที่พดู กค็ ลายกันมาก พวกน้มี ีความเชือ่ แปลกๆ เชน บางคนเช่ือวาถาใครได
ยนิ เสยี งเขียดรองตวั เขาจะตองตาย บางคนถอื ไมยอมนอนคา งในท่ีราบ ตองข้ึนไปนอนบนเขา
พวกมเู ซอโดยมากไมชอบอาบนํา้ ธรรมดาอาบนาํ้ กันปีละครั้ง คือในเทศกาล กนิ วอ (งานปใี หม) โดย
จะขัดถูเน้ือตัวกันเป็นการใหญ ถจู นสบูหมดกอนเลยทีเดียว แตก็มีมูเซอบางคนหันมาอาบนํ้ากันบางแลว
สว นเหตผุ ลของการทีไ่ มชอบอาบน้ําก็คอื เขากลวั ผีนาํ้ เหมือนพวกอีกอ ซ่ึงเชื่อวาการอาบนํ้าบอยๆ ผีน้ําที่
แอบอยูจ ะเขา สงิ ทาํ ใหเ จ็บปุวย มเู ซอราํ ดาบเกงและสวยงามมาก แตไมยอมทําใหดูงายๆ เพราะกลัวผิดผี
พวกมเู ซอจะปลกู บานอยูบนดอยสูง เพราะถือวา ผูท่ีอยูสูงจะเหนือกวาผูที่อยูในที่ต่ํา บานมูเซอจะสราง
ดว ยไมไ ผ เสาไมจรงิ หลงั คาแฝก หนาบานมีนอกชาน มีเตาไฟกอไวกลางบานหรือมุมบาน สําหรับสุมไฟ
ในหนา หนาวและหุงตมดวย ตามบานตางๆ มักจะมหี มาดุรา ยอยูเ สมอ
ทีก่ ลางลานใหญม รี ้ัวลอม มที เ่ี ตน รํา ตามหมูบา นบางแหงปลูกเปน็ โรงเตนรํา โดยใชฟากไมไผปูซอน
๓-๔ ช้ัน เพราะจังหวะเตนรําของมูเซอเป็นจังหวะกระทืบ และกระแทก หมอผีเหนือพระผูย่ิงใหญของ
หมบู านเรยี กวา ปุูจอง และหัวหนาปจุู องเรยี กวา ปูจุ องหลวง น้าํ ด่ืมน้าํ ใช จะเอากระบอกไปตักจากลําธาร
ซ่งึ ไกลมาก เพราะพวกน้ีกลัวนา้ํ จงึ ปลกู บานหา งแหลงนา้ํ นนั่ เอง อาวุธคือหนาไม ทําแบบเรียบๆ ไมมี
ลวดลาย แตแข็งและมีกําลังยิงไดแมนมาก ชายมูเซอมักจะมีชื่อนําหนาดวยคําวา จะ สวนผูหญิงจะ
นาํ หนา ดว ย นะ
สาวชาวมเู ซอดํา มักจะใสเส้ือผาอก แมในหนาหนาวก็จะใสกันแบบน้ีทั้งชายหญิง และชอบประดับ
ดว ยกาํ ไลมอื กาํ ไลคออันโตๆ พวกน้ีใสกําไลเงินกันแลวไมคอยถอด ย่ิงรวยยิ่งใสหลายอัน ชายมูเซอชอบ
เท่ียวขา มถ่นิ และไมค อ ยรกั ชอบสาวหมูบานตนเอง อาจจะเพราะเคยเห็นกันมาตั้งแตเด็กแลว เขามักจะ
ไปเกี้ยวสาวตามหมูบานไกลๆ โดยวิธีรองเพลง หรือเปุาใบไมไผเป็นสัญญาณเรียกใหผูหญิงมาหาตน ใน
ตอนกลางคนื ก็จะเรยี กครู ักมา และพาไปหลับนอนในปาุ แลวกจ็ ะมีการสูขอ โดยฝาุ ยชายจะใหไก หรือหมู
มาแลกกบั เจาสาว พธิ ีแตง งานคอื บา วสาวนง่ั คูกนั ผูใ หญจะมดั มือทงั้ คู แปลวาใหอ ยูดวยกันตลอดไป
งานกินวอ มีใกลๆ กับตรุษจีน ใครท่ีเขาหมูบานนี้ตอนมีงานจะออกไปไมไดจนกวางานจะเลิก
โดยมากจะมี ๔ วัน แลวแตกําหนดวันตามความสะดวกของแตละหมูบาน และจะไมมีการทํางาน มีแต
เตน ราํ และกินเลยี้ ง แตง ตวั เตม็ ยศ และอาบน้ํา ในงานน้ีจะมกี ารเลอื กคูดว ย มูเซอหนุมบางคนก็ถือโอกาส
ไปจีบสาวหมูบานอนื่ ดว ย
พวกมูเซอบางหมูบาน หนุมสาวจะรองเพลงเก้ียวกันจนสวาง ถาสาวชอบก็จะทําเป็นขโมยของหนี
เพอื่ ลอใหหนมุ ตามไปในท่ีลับตา
แผนการจดั กิจกรรมการเรยี นรรู ายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๔ ๑๕๗
จากประวัติของชาวเขาเผามูเซอ จะเห็นไดวาชาวเขาเผามูเซอดําเนินชีวิตดวยความเรียบงาย มี
ขนบธรรมเนยี มประเพณีท่ีเป็นเอกลกั ษณแของมูเซอ ผูเขียนจะกลาวถึงคือชาวเขาเผามูเซอแดง มูเซอแดง
แหงหมูบานซอแบะ ชื่อหมูบานซอแบะต้ังขึ้นเพราะมีผูเฒาท่ีชื่อซอแบะเป็นคนแรกท่ีตั้งหมูบานน้ีขึ้น
ชาวบา นกเ็ ลยเรยี กหมบู านมูเซอน้ีวา หมบู านซอแบะ แตช อ่ื โรงเรยี นทที่ างราชการตั้งชอ่ื วา โรงเรียนบานสอ
แบะ อาจเป็นเพราะการฟงใ สําเนยี งผดิ พลาดกเ็ ลยทาํ ใหเจา หนาท่ีของทางราชการเปล่ียนชื่อใหชื่อหมูบาน
ซอแบะกบั ช่อื โรงเรียนบา นสอแบะไมตรงกนั ผูใหญบานหรือพอหลวงท่ีชาวบานใหความนับถือเป็นบุคคล
ที่มีความสําคัญดูแลความเป็นอยูของลูกบาน ในสมัยโบราณมูเซอเคยปลูกฝ่ินเป็นอาชีพหลักแตปใจจุบัน
อาชพี ของมเู ซอแดงคือปลกู ขาว ปลูกกระเทียม ซึ่งถือวาเป็นการสรางรายไดใหกับชาวบานมูเซอ ในการ
จดั การเรยี นการสอน นักเรียนเผามูเซอจะสามารถเรียนภาษาอังกฤษไดดีกวาภาษาไทยเพราะภาษาถ่ินที่
พวกเขาใชก ารออกเสียงจะเหมือนกันจึงทําใหครูจัดการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยากมาก ทําไมผูเขียน
ถึงรูเพราะผูเขียนไดไปสัมผัสการเรียนการสอนดวยตนเองเป็นระยะเวลา ๑ ปี ๕ เดือน ท่ีผูเขียนข้ึนไป
บรรจุเป็นครูบนดอย ระยะการเดินทางระหวา งในตวั เมืองกบั หมูบานซอแบะหากวันใดท่ีทอ งฟูาโปรง จะใช
เวลาเดินทางประมาณ ๓ ช่วั โมง แตถาในชวงฤดูฝนการเดนิ ทางกจ็ ะเพม่ิ ข้ึนโดยไมมีกําหนด ตัวผูเขียนเอง
เคยมีประสบการณใแ นการเดนิ ทางในชว ง ฤดูฝน ผูเ ขียนไมสามารถไปถึงโรงเรียนได ตองขออาศัยพักอยู
โรงเรยี นใกลเ คยี งเสยี กอนจนกวาจะมีชาวบานหรือครูผูชายลงมารับ ชาวบานซอแบะจะหยุดทํางานในไร
ในวนั พระ ถาหากทางโรงเรยี นตองการขอความชว ยเหลอื จากชาวบานก็ตองขอแรงในวันพระ
ชาวเขาเผา มเู ซอแดงไมว า จะหมูบ านใดในพ้ืนท่ีอําเภอปางมะผา จ.แมฮ องสอน จะมีขนบธรรมเนียม
ประเพณคี ลายกันคือ ไมมีวัด นับถือผี ผคู นมีนาํ้ ใจ มคี วามรักความผูกพันในสายพันธแุเดียวกนั
ท่มี า : http://www.benjamasud๒๐.multiply.multiplycontent.com/.../บทความสาค..
แผนการจดั กิจกรรมการเรยี นรูรายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๔ ๑๕๘
แผนการจัดกจิ กรรมการเรียนรรู ายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี ๔ ๑๕๙
ข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้
..........................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ลงช่ือ ...............................................
(นายทรงกลด ภูมพิ านิชยแ)
หัวหนากลุมสาระการเรยี นรูภ าษาไทย
.............../................................./....................
ขอ้ เสนอแนะของหัวหน้างานวดั ผลและประเมินผลการศึกษา
..........................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ลงช่ือ ...............................................(ผตู รวจสอบ)
(นางสาวจนั ทิรา แวงวงษแ)
หวั หนางานวดั ผลและประเมินผลการศกึ ษา
.............../................................./....................
ข้อเสนอแนะของหวั หน้างานวัดผลและประเมินผลการศกึ ษา
..........................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ลงช่อื ...............................................(ผตู รวจสอบ)
(นายพฤทธ์พิ ล ชาร)ี
รองผูอํานวยการกลมุ บรหิ ารงานวชิ าการ
.............../................................./....................
แผนการจดั กิจกรรมการเรียนรรู ายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๔ ๑๖๐
แบบบนั ทึกหลังแผนการสอน
.......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ลงช่อื ..........................................................
(นายปยิ ะพงษแ พลบรู ณแ)
ตําแหนง ครู
................/............................./...............
แผนการจดั กิจกรรมการเรยี นรูรายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๔ ๑๖๑
แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นร้กู ลมุ่ สาระภาษาไทย
หนวยการเรียนรูท่ี ๖ การเขียนเรยี งความ ยอ ความ จดหมาย จาํ นวน ๑ ชวั่ โมง
แผนการจัดกจิ กรรมการเรียนรทู ี่ ๑๗ เรื่อง การเขียนยอความบทความทางวิชาการ
สอนวันที่ ................... เดือน ..................................... พ.ศ. .............................. เวลา ................................. น.
๑ สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
การเขยี นยอความจากบทความทางวิชาการ จะตองมคี วามรเู ร่อื งหลักการยอ ความ และรปู แบบการยอความ
๒ ตัวชี้วัด/จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๒.๑ ตวั ชี้วัด
ท ๒.๑ ม.๔-๖/๓ เขยี นยอความจากสื่อที่มีรูปแบบและเนอื้ หาหลากหลาย
๒.๒ จุดประสงค์การเรียนรู้
- เขียนยอ ความจากบทความทางวชิ าการได
๓ สาระการเรยี นรู้
๓.๑ สาระการเรียนรแู้ กนกลาง
การเขียนยอ ความจากสือ่ ตา งๆ เชน
- บทความทางวิชาการ
๓.๒ สาระการเรียนรู้ทอ้ งถน่ิ
(พิจารณาตามหลักสตู รสถานศกึ ษา)
๔ สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น
๔.๑ ความสามารถในการส่อื สาร
๔.๒ ความสามารถในการคิด
๑) ทักษะการวิเคราะหแ
๒) ทกั ษะการสรปุ ยอ
๔.๓ ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต
๕ คุณลักษณะอันพึงประสงค์
๑. มวี นิ ัย
๒. ใฝุเรียนรู
๓. มงุ ม่ันในการทาํ งาน
แผนการจัดกิจกรรมการเรยี นรูรายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๔ ๑๖๒
๖ กจิ กรรมการเรยี นรู คาถามกระต้นุ ความคิด
วธิ ีสอนแบบ แบง่ กลมุ่ ทางาน นักเรียนคดิ วา่ เน้ือหาในบทความทาง
ขัน้ นาเขา้ สบู่ ทเรยี น วิชาการ ท่ีนักเรียนเคยอ่าน มี
ประโยชนต์ อ่ นกั เรยี นอยา่ งไร
สื่อ/แหลงการเรยี นรู : — (พิจารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดย
ให้อยู่ใน ดุลยพินิจของครผู ู้สอน)
๑. ครูสนทนากบั นักเรียนเพือ่ ทบทวนเรอื่ ง การเขียนยอ
ความ จากนนั้ ใหน กั เรียนรว มกันแสดงความคิดเห็น คาถามกระตุ้นความคิด
เกี่ยวกับการเขียนยอความ บทความทางวชิ าการทน่ี ักเรยี นนามา
๒. นกั เรียนรว มกนั อภปิ รายความรูเกีย่ วกบั บทความทาง เสนอ มีใจความสาคญั และมี
วิชาการทน่ี ักเรียนเคยอา น ความนา่ สนใจอยา่ งไร
(พิจารณาตามคาตอบของนักเรียน โดย
๓. นกั เรียนตอบคาํ ถามกระตนุ ความคดิ ใหอ้ ยใู่ น ดุลยพนิ จิ ของครผู ้สู อน)
ขนั้ สอน
สอื่ /แหลงการเรียนรู :
๑. หนังสือเรียน หลกั ภาษาฯ ม.๔
๒. บทความทางวชิ าการ
๓. หองสมุด
๑. ครูและนกั เรยี นรวมกันกาํ หนดความมุง หมายของการ
ทํางานในแตล ะกลุม โดยใหน ักเรียนศึกษาลกั ษณะของ
บทความ ทางวิชาการ แลว เลอื กบทความทางวิชาการ
มา ๑ บทความ เพอื่ นาํ มาเขียนยอ ความ
๒. ครูเสนอแนะใหนกั เรยี นคน ควา หาความรูเรอื่ ง การ
เขียน ยอความ จากหนังสอื เรียน และศึกษาเก่ียวกับ
บทความ ทางวชิ าการ จากเอกสารประกอบการ
สอน
๓. นกั เรียนแตละกลมุ (กลุมเดิมจากแผนการจัดการ
เรียนรทู ี่ ๑)รว มกนั วางแผน และปฏบิ ัติงานตามทไ่ี ดรบั
มอบหมาย โดยใหสมาชิกแตละกลุมศกึ ษาคน ควา
บทความทางวิชาการมากลุม ละ ๑ บทความ จาก
หอ งสมุด เพอื่ นํามาเขยี นยอ ความตามโครงสรางของ
ยอ ความ
๔. นกั เรยี นแตละกลุม สงตัวแทนออกมานําเสนอการยอ
ความบทความทางวชิ าการ หนาชัน้ เรียน ครปู ระเมิน
การนาํ เสนอของนักเรียนแตละกลมุ
๕. นกั เรียนตอบคาํ ถามกระตุนความคิด
ขน้ั สรุป
แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรูร ายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ ๔ ๑๖๓
ส่อื /แหลง การเรียนรู : —
นักเรยี นรวมกนั สรปุ ผลการปฏิบัตงิ านในกลุม ตนเอง โดยบอก
ขน้ั ตอนการปฏบิ ตั ิงาน ผลทไ่ี ดร บั และแนวทางในการตอยอด
พัฒนางานตอ ไป
๗ การวัดและประเมินผล
วิธีการ เครื่องมอื เกณฑ์
ประเมินการนาํ เสนอผลงาน แบบประเมนิ การนําเสนอผลงาน ระดบั คณุ ภาพ ๒ ผา น
เกณฑแ
สังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุม แบบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานกลมุ ระดับคณุ ภาพ ๒ ผา น
เกณฑแ
สงั เกตความมีวินยั ใฝุเรียนรู และมุงมนั่ ในการ แบบประเมินคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคแ ระดับคุณภาพ ๒ ผาน
ทํางาน เกณฑแ
๘ สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้
๘.๑ สื่อการเรยี นรู้
๑) หนงั สอื เรียน ภาษาไทย : หลกั ภาษาและการใชภ าษา ม.๔
๒) บทความทางวชิ าการ
๘.๒ แหลง่ การเรียนรู้
- หอ งสมดุ
แผนการจดั กิจกรรมการเรียนรูร ายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๔ ๑๖๔
เอกสารประกอบการสอน
บทความทางวชิ าการ
คาสาคญั บทความทางวิชาการ เทคนิคการเขยี น การเขียนบทความ
บทความทางวิชาการมีความสําคัญทั้งตอตัวผูเขียน ตอ วงการวชิ าการ / วชิ าชีพ และตอสงั คมในดาน
ความสําคญั ตอ ผเู ขียน บทความทางวิชาการเปน็ ภาพสะทอนถึงความตนื่ ตวั ทางวชิ าการของผูเขียนในการ
ตดิ ตามความรูและวทิ ยาการใหมๆ ในแวดวงการศึกษา ตลอดจนความสามารถในการจัดระบบความคดิ
และนาํ เสนอในดานความสําคัญ ตอวงการวชิ าการ/วิชาชพี บทความทางวิชาการเปน็ กิจกรรมทก่ี อใหเ กิด
การกระจายความรูและการพฒั นาองคคแ วามรู ในดานความสาํ คญั ตอ สังคม บทความทางวชิ าการเสนอ
สาระความรูและแนวความคดิ ตา งๆ อนั เป็นจดุ เรม่ิ ตน ทีก่ อ ใหเ กดิ ประโยชนแในการพัฒนาสงั คมและ
ประเทศชาติในดา นตา งๆ ดงั นน้ั จงึ จําเป็นท่ีนักวชิ าการไมว า จะอยูในวงการวิชาการ/วชิ าชีพใดจะตองมี
ความรเู ก่ียวกับการเขียนบทความทางวชิ าการ
ความหมายของบทความทางวชิ าการ
บทความทางวิชาการ คือ งานเขียนขนาดสน้ั ซึ่งมีการกาํ หนดประเดน็ ทชี่ ดั เจนโดยผเู ขียนเรยี บเรียง
จากผลงานทางวชิ าการของตนเอง หรอื ของผูอ่นื ในลักษณะทเี่ ปน็ การวเิ คราะหแ วจิ ารณแ หรอื เสนอ
แนวความคิดใหมๆ จากพื้นฐานทางวิชาการนัน้ ๆ บทความทางวชิ าการท่เี ผยแพรโ ดยท่ัวไป อาทิ
๑. บทความทางวชิ าการท่ีเสนอเนื้อหาความรวู ิชาการอยางเขม ขน และผา นการอานและพจิ ารณา
จากผูท รงคุณวฒุ ิในสาขาวชิ าน้นั ๆ มีกลุม เปาู หมายเป็นนักวิชาการในวงการวิชาการ/วิชาชีพ
๒. บทความทางวิชาการที่เสนอเนอื้ หาความรูวชิ าการไมเ ขม ขนนัก เนน กลุม เปูาหมายทีเ่ ป็น
ประชาชนทัว่ ไป
๓. บทความวิจยั (research article) คอื บทความทเ่ี ขียนขึ้นจากงานวิจยั ของตนเอง มีการกําหนด
ปญใ หาและวัตถปุ ระสงคทแ ่ีชัดเจน มีการรวบรวมขอมลู วิเคราะหแ สรปุ และอภิปรายผลการวิจัย
อันนาํ ไปสคู วามกาวหนา ทางวชิ าการ
๔. บทความวิจารณแ (review article) คอื บทความท่ีศกึ ษาผลงาน หรือแนวคดิ อยา งใดอยางหนึง่ โดย
ละเอียด รวมทัง้ มกี ารวเิ คราะหแแ ละอภปิ รายผลของเรอื่ งท่ศี ึกษาใหเ หน็ แนวโนมวา ควรเป็นไป
ในทางใด มีขอ ดีขอเสยี อยางไร
๕. บทความเชิงวิจารณแ เปน็ บทความทเ่ี ขยี นจากการศึกษา คน ควา เฉพาะกรณเี ก่ยี วกบั สถานภาพ
หรือปญใ หาของสง่ิ ที่ศึกษา เพื่อหาสาเหตขุ องปใญหา และเสนอแนะแนวทางแกไข
แหลง่ เผยแพร่บทความทางวิชาการ
แหลง เผยแพรบ ทความทางวิชาการ มีทั้งที่เป็นสื่อส่ิงพิมพแ สื่อบุคคล และสื่ออิเล็กทรอนิกสแประเภท
ส่ือส่ิงพิมพแ อาทิ วารสารทางวิชาการ วารสารกึ่งวิชาการ หนังสือรวมเร่ือง และเอกสารประกอบการ
ประชุม สัมมนาทางวิชาการ ส่ือบุคคล อาทิ การนําเสนอผลงานในการประชุม สัมมนาทางวิชาการ การ
บรรยาย/อภิปราย และสื่ออิเล็กทรอนิกสแ อาทิ เว็บไซตแ ฐานขอมูล ในการเตรียมบทความทางวิชาการ
ตองทราบแหลงเผยแพรและวิธีจัดเตรียมตนฉบับท่ีแหลงเผยแพรน้ันๆ กําหนด เชน ตองทราบวาแหลง
เผยแพรเป็นวารสารวิชาการ หรือวารสารก่ึงวิชาการ วัตถุประสงคแในการเผยแพรเป็นอยางไร
กลมุ เปูาหมายคือกลุมใด ความยาวของบทความกําหนดไวก่ีหนา อักษรท่ีใชในการพิมพแเป็นแบบไหน ใช
แผนการจัดกิจกรรมการเรยี นรูรายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๔ ๑๖๕
การอางอิงรูปแบบใด เพื่อสามารถจัดเตรียมบทความทางวิชาการไดอยางเหมาะสมในการเลือกแหลง
เผยแพร ที่เปน็ วารสารวชิ าการ เพื่อการเผยแพรบทความทางวชิ าการมีหลักเกณฑดแ ังน้ี
๑. เปน็ วารสารท่จี ดั พิมพแตอเนือ่ งทกุ ปี ตรงตามเวลาท่ีกําหนด
๒. เปน็ วารสารท่ีออกตอเน่อื งมาแลวไมนอ ยกวา ๓ ปี
๓. กองบรรณาธิการประกอบดวย ผทู ่มี คี วามรู ประสบการณแในวชิ าชีพเพียงพอ
๔. มผี ูทรงคุณวฒุ อิ านพิจารณาบทความ อยา งนอย ๒ ทาน
๕. ถกู นําไปทําดรรชนวี ารสารไทย
๖. มีคา impact factor สูง (การวัดคาความถี่ของการอางอิงบทความวารสารในแตละปี เป็น
เคร่ืองมอื ชว ย ประเมนิ เปรียบเทียบวารสาร)
๗. มบี ทคัดยอ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ
๘. มีเอกสารอางอิง
๙. มีรายช่อื อา งองิ อยใู นฐานขอ มลู ของตา งประเทศ
สว่ นประกอบของบทความทางวชิ าการ
บทความทางวชิ าการ ประกอบดว ยสว นประกอบ ๓ สว นคือ สวนนาํ สว นเน้อื หา และสวนอางอิง
บทความทางวชิ าการโดยทัว่ ไป ประกอบดว ย
ส่วนนา ไดแ ก ชอ่ื เร่ือง ชอื่ ผูเขยี น และขอ ความแนะนาํ ผูเขียน
ส่วนเน้ือหา ไดแก ความนํา เน้ือเร่ือง ซึ่งแบงเป็นประเด็นหลัก ประเด็นรอง ประเด็นยอยและ
บทสรุป
สว่ นอา้ งอิง ไดแก บรรณานุกรม/เอกสารอางอิง บทความเชิงวิเคราะหแ ประกอบดวย สวนนํา ไดแก
ช่ือเร่ือง ชื่อผเู ขียน และขอความแนะนําผูเขียน สวนเน้ือหา ไดแก ความนํา วัตถุประสงคแ วิธีวิเคราะหแ
ขอบเขตการวิเคราะหแ เน้ือเรื่อง ไดแก ลักษณะหรือสภาพของเร่ืองที่วิเคราะหแ การวิเคราะหแสาเหตุของ
ปใญหา และการวิเคราะหแแนวทางแกไข บทสรุปเป็นการยอสาระและวิเคราะหแแนวทางแกไข สวนอางอิง
ไดแก บรรณานกุ รม/เอกสารอางองิ
บทความวจิ ัย ประกอบดว ย
ส่วนนา ไดแก ชอ่ื เรื่องงานวิจยั ชอื่ ผวู จิ ัยและคณะ ตลอดจนรายละเอียดของผูวิจัย และบทคัดยอทั้ง
ภาษาไทยและภาษาองั กฤษ
สว่ นเนื้อหา ไดแ ก ความเป็นมาและความสาํ คัญของปใญหา วัตถปุ ระสงคแ สมมุติฐานของงานวจิ ัย (ถา
มี) ขอบเขตท่ีครอบคลุมในการวิจัย ประโยชนแที่คาดวาจะไดรับ เอกสารและงานวิจัยที่เก่ียวของ
วิธดี าํ เนินการวิจัย (ประกอบดว ยขอ มูลประชากร กลมุ ตัวอยา ง การสุมตวั อยา ง เคร่อื งมือการวิจัย และเก็บ
รวบรวมขอมูล การวิเคราะหขแ อ มลู ) ผลการวจิ ัย (สรุปผลการวิจยั อภิปรายผลและขอ เสนอแนะ)
สว่ นอา้ งอิง ไดแ ก บรรณานุกรม/เอกสารอางองิ และภาคผนวก (ถา มี)
การเตรียมโครงเรอื่ งบทความวิชาการ
โครงเร่ืองคือ เคาโครงงานเขียน แสดงขอบเขตของเรื่อง แนวคิดหรือหัวขอสําคัญ กอนลงมือเขียน
บทความทางวิชาการทุกครง้ั ตอ งเขยี นโครงเร่ืองกอ น เพราะการเขยี นโครงเร่ืองเป็นการจัดความรูความคิด
ใหเป็นระบบ เป็นแนวทางเก็บรวมรวบขอมูล และเป็นแนวทางนําเสนอเนื้อหาใหเป็นสัดสวนเกี่ยวเนื่อง
สัมพันธกแ นั ครอบคลุมประเด็นสาํ คัญไดครบถวน โครงเรอื่ งบทความทางวชิ าการ แบง เป็น ๓ สวนหลัก คือ
แผนการจัดกจิ กรรมการเรียนรรู ายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ ๔ ๑๖๖
ความนํา เนื้อเรื่อง และสรุป ในสวนเนื้อเรื่องแบงเป็นประเด็นตางๆ โดยจัดลําดับใหเป็นระบบ ในการ
จดั ลาํ ดบั จดั ไดห ลายแบบแลวแตเ ทคนิคการนําเสนอ อาทิ
๑. จดั ลาํ ดับจากเร่ืองกวางๆ หรอื เรอื่ งทัว่ ไป ไปสเู รอื่ งเฉพาะ
๒. จดั ลาํ ดับจากเรอ่ื งเฉพาะไปสูเ ร่ืองกวา งๆ หรือเร่ืองทวั่ ไป
๓. จดั ลําดับตามความสําคัญ
๔. จัดลําดับตามเหตุการณหแ รอื ระยะเวลา
๕. จดั ลาํ ดบั ตามเหตุและผล
๖. จัดลาํ ดบั ตามสถานท่หี รือทศิ ทาง
ท้งั น้ี ในการจัดลําดบั โครงเรือ่ ง แตละประเด็นตอ งมีน้ําหนักสมดุลกัน และการแตกเป็นประเด็นยอย
ตองแตกเป็นลําดับขั้นอยางเป็นระบบ ควรใชตัวเลขหรือตัวอักษรกํากับหัวขอประเด็นตางๆ ไมควรใช
เครื่องหมายขดี ส้นั (hyphen)
เทคนิคการเขียนบทความทางวิชาการ
การเขยี นบทความทางวิชาการทว่ั ไป มีเทคนคิ การเขยี น ดงั น้ี
๑. ชอ่ื เรื่อง ในการเขียนบทความวิชาการ การกําหนดช่ือเร่ือง ตองใชภาษาที่เป็นทางการ ชื่อเรื่อง
ชดั เจน ตรงไปตรงมา และครอบคลมุ ประเด็นของเรื่อง สวนในการเขยี นบทความเพอ่ื เผยแพรในวารสารกึ่ง
วิชาการอาจไมใ ชภาษาทีเ่ ปน็ ทางการนัก โดยอาจเลือกใชค ําหรอื ขอความท่ีดึงดูดความสนใจของผูอานก็ได
โดยท่วั ไป ชือ่ เรอื่ งจะตองสือ่ ถึงเน้ือหาของเรอ่ื ง ซง่ึ ตอ งมีลักษณะท่เี จาะลกึ ไมกวา งเกินไป มีความใหมและ
นา สนใจสอดคลอ งกบั เวลา สถานการณแ และนโยบายของวารสาร
๒. ชอ่ื ผู้เขยี น ตอ งใชชื่อจรงิ ไมใชน ามแฝง
๓. บทคัดย่อ วารสารแตละรายช่ือ มักจะกําหนดจํานวนคําสําหรับบทคัดยอ บทคัดยอควรมีความ
ยาวประมาณคร่งึ หนา ไมควรเขียนบทคัดยอ ใหม คี วามยาวเกนิ กวา ๑ หนา
๔. ความนา เขียนปูพ้ืนฐานเพื่อดึงความสนใจของผูอานสูเน้ือเร่ือง ใหผูอานเห็นความสําคัญ และ
สรา งบรรยากาศใหต ิดตามตอไป ควรเขยี นใหกระชบั ตรงประเดน็ ไมยืดเยื้อ ตองเขียนใหสอดคลองกับชื่อ
เร่อื ง โดยจบั ประเด็นจากชอื่ เร่ืองและนาํ เรอื่ งเขา สบู รบิ ท
๕. เนื้อเร่ือง เขียนขอมูลใหมีความถูกตอง สมบูรณแ เพ่ือใหผูอานเกิดความรู ความเขาใจ สามารถ
ตอบสนองความตองการของผูอา นไดต ามวัตถุประสงคขแ องผเู ขยี น ควรจําแนกหัวขอ หรือประเด็นใหชัดเจน
เพ่อื ความสะดวกในการอานและการทําความเขาใจ หัวขอตางๆ ในเนื้อเรื่อง ตองเป็นคํา ขอความ หรือวลี
ท่สี มบรู ณแชดั เจน ไมใ สวงเล็บศัพทแภาษาอังกฤษไวที่ขา งทายหวั ขอ เร่ือง หากจําเป็นตองใสวงเล็บคําศัพทแให
ไปใสไวทคี่ ําแรกทีก่ ลาวถึงในยอ หนา และใสเพยี งครั้งเดียวเทานั้น เนื้อหาสาระแตละตอนแบงเป็นยอหนา
แตละยอหนามีขอความตอนหนึ่งที่มีใจความสําคัญเพียงเรื่องเดียว โดยอยูตอนตน ตอนกลาง หรือ
ตอนทายยอ หนาก็ไดแลวแตล ลี าการเขยี น แตโดยท่ัวไปใจความสําคัญมักอยูตอนตนของยอหนา แตละยอ
หนา ตองมปี ระโยคขยายใจความสาํ คัญใหแ จมชดั ความยาวของยอหนาหนึ่งๆ ไมมีกําหนดไว แตโดยท่ัวไป
ยอ หนา หนงึ่ ๆ มคี วามยาวประมาณ ๓ – ๑๐ บรรทัด
ลักษณะของยอหนา ท่ดี ตี องมเี อกภาพ (unity) มีสมั พันธภาพ (coherence) และมีสารัตถภาพ
๑) มีเอกภาพ ยอหนาหน่ึงๆ ตองมีใจความสําคัญเพียงประเด็นเดียว และมีประโยคขยาย ชวย
เสริมใจความสําคญั และขยายความใหชดั เจน เพ่ือใหมคี วามสมบูรณแของเน้ือหาในประเด็นทก่ี ลาวถึง
แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรรู ายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๔ ๑๖๗
๒) มีสัมพันธภาพ เนื้อหาสาระของเรื่องจากยอหนาหน่ึงไปสูอีกยอหนาหนึ่ง ตองมีขอความ
เกี่ยวเนื่องสัมพันธแกัน ลําดับความในยอหนาตองมีระเบียบ เชน จากเหตุไปผล ตามลําดับเวลาหรือ
ตามลาํ ดับความสําคญั
๓) มีสารตั ถภาพ ยอ หนาตา งๆ ในเรือ่ งตอ งมสี ัดสว นท่ีเหมาะสม มีการเนนย้ําใจความสําคัญ และ
ใหนํา้ หนกั หรือสัดสวนของขอความสวนทีต่ อ งการเนน มากกวา ขอ ความยอ ย
๖. บทสรุป อาจเป็นการนําเน้ือหาท่ีเขียนมาท้ังหมดมาสรุปใหม เป็นการสงทายใหสอดคลองกับ
ความนาํ เนนยํ้าความสําคญั ในเน้ือหา และควรสรุปเชิงอภิปราย มีการเสนอแนวคิดของผูเขียนดวย
๗. การนาเสนอเนื้อหา นอกจากการนําเสนอเน้ือหาในรูปของความเรียงแลว อาจมีตาราง แผนภูมิ
และภาพประกอบตามความจําเป็น เพ่ือชวยใหผูอานเขาใจขอมูลไดงาย สะดวก รวดเร็ว และตองมีคํา
บรรยายตาราง แผนภมู ิ หรือภาพประกอบท่นี ําเสนอดวย หากเปน็ การคดั ลอกตอ งระบุแหลงทม่ี าดว ย
๘. การใช้ภาษา ควรใชภาษาที่เป็นวิชาการ มีความสั้น กะทัดรัด ชัดเจนไมคลุมเครือ ถูกตองตาม
หลักภาษา และเป็นภาษาทางการ กรณีที่เป็นศัพทแเทคนิคใหใชศัพทแบัญญัติโดยราชบัณฑิตยสถาน หรือ
สมาคมวิชาการ/วิชาชีพ ท่ีเป็นที่ยอมรับในวงการ ควรระวังในเรื่องความคงเสนคงวาของการใชภาษา
ตลอดจนการคงไวซง่ึ ลลี าการเขยี นเฉพาะตนดว ย
๙. ส่วนอ้างอิง บทความทางวิชาการตองมีการอางอิงในเน้ือหา และมีบรรณานุกรมทายเร่ือง การ
อา งองิ ในเน้ือหามคี วามนยิ มใชในปใจจุบัน แตอาจทําเชิงอรรถอางอิงทายหนาหรือทายเร่ืองแทนก็ได สวน
ขอความที่นํามาอางอิงอาจเป็นการเขียนหรือคัดขอความที่อางอิง หรือการเขียนโดยเรียบเรียงหรือ
ประมวลใหม รายการอา งองิ ในเน้อื หาทุกรายการตองอยูในบรรณานุกรมทายเรื่องดวย ในการอางอิงหาก
ชื่อผูแตงมีไมเกิน ๓ คน ใหใสทุกชื่อ หากมีมากกวา ๓ คน ใหใสช่ือผูแตงคนท่ี ๑ และตอดวยขอความ
และคณะ อยา งไรก็ตามรปู แบบการอางองิ มีความยืดหยนุ ได แลวแตแหลงเผยแพรบทความจะกําหนดการ
อา งองิ นอกจากจะเป็นการปอู งกันการฟูองรองจากการละเมิดลิขสิทธ์ิ และเป็นการแสดงความเคารพทาง
วิชาการแลว ยังเป็นการสะทอนวาผูเขียนอานเอกสารมากเพียงใด และอานอยางมีคุณภาพเพียงใดดวย
ดังน้นั การอา งอิงควรมจี าํ นวนรายชื่อเอกสารไมนอ ยจนเกนิ ไป ไมค วรอางอิงเอกสารเพียงรายการเดียว ไม
ควรอางอิงเอกสารท่ีเกา ลาสมัย ไมควรอางอิงเอกสารตําราอยางเดียว ควรอางอิงแหลงสารนิเทศที่ใหม
กวา เชน บทความวารสารหรือบทความจากเว็บไซตแที่เผยแพรใหมๆ ดวย และไมควรอางอิงเฉพาะ
เอกสารภาษาไทยควรใชเอกสารภาษาตางประเทศดวย
บทความทางวิชาการที่ดี
บทความทางวชิ าการท่ดี ี มีลกั ษณะทางคุณภาพที่สาํ คัญ ประมวลไดดังนี้
๑. มีประเด็นหรอื แนวคิดทช่ี ัดเจน มเี นื้อหาสาระทางวิชาการท่ถี กู ตอ ง สมบูรณแ และทันสมยั
๒. มีการวิเคราะหแประเด็นตามหลักวิชาการ มีการสรุปประเด็น มีการสังเคราะหแความรูจากแหลง
ตางๆ และเสนอความรู หรือวธิ ีการทเี่ ปน็ ประโยชนแ
๓. สอดแทรกความคดิ รเิ ริ่ม หรอื ความรใู หมทเ่ี ปน็ ประโยชนแ หรือแสดงทศั นะทางวิชาการของผูเขียน
อยา งชดั เจนและเทย่ี งตรง
๔. มกี ารคนควาอางอิงจากแหลงอางอิงที่เชื่อถือได ทันสมัย ครอบคลุม และมีการอางอิงอยางเป็น
ระบบ ถูกตองตามแบบแผน
๕. มกี ารนําเสนอขอมูลท่ีเขาใจงาย และเป็นระบบ ใชศัพทแและภาษาทางวิชาการอยางเหมาะสม มี
ตาราง แผนภูมิ แผนภาพ ประกอบตามความจําเป็น เพื่อใหเขาใจงายและชัดเจนในยุคสังคมความรู ซ่ึงมี
แผนการจัดกจิ กรรมการเรียนรูรายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี ๔ ๑๖๘
ขอมูล ความรูวิชาการตางๆ เติบโต และขยายตัวอยางรวดเร็ว การเขียนบทความทางวิชาการโดยการนํา
ขอมูล ความรูเหลานั้นมาวิเคราะหแและสังเคราะหแ ตลอดจนเสนอแนวคิดใหมๆ เป็นกิจกรรมหน่ึงที่ชวย
สรางบรรยากาศทางวิชาการและตอยอดความรู และกอ ใหเ กดิ การนําความรูไปใชในการพัฒนางาน พัฒนา
องคแกร และพัฒนาสังคมในดานตางๆ ความรูเก่ียวกับบทความทางวิชาการตลอดจนเทคนิคการเขียน
บทความทางวิชาการ จึงมีความสําคัญและจําเป็นตอนักวิชาการในอันท่ีจะนําไปใชเป็นแนวทางเขียน
บทความวชิ าการที่ดี และมีคณุ คา ตอสงั คมไดตอไป
ท่มี า : http://www.sahavicha.com/?name=article&file=readarticle&id=๖๕
แผนการจดั กิจกรรมการเรยี นรูร ายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๔ ๑๖๙
ขอ้ เสนอแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้
..........................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ...............................................
(นายทรงกลด ภมู พิ านิชยแ)
หัวหนา กลมุ สาระการเรียนรูภาษาไทย
.............../................................./....................
ขอ้ เสนอแนะของหวั หน้างานวดั ผลและประเมินผลการศึกษา
..........................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ...............................................(ผูตรวจสอบ)
(นางสาวจนั ทริ า แวงวงษแ)
หวั หนางานวัดผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา
.............../................................./....................
ขอ้ เสนอแนะของหวั หน้างานวัดผลและประเมนิ ผลการศึกษา
..........................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ลงช่อื ...............................................(ผูต รวจสอบ)
(นายพฤทธิ์พล ชาร)ี
รองผอู าํ นวยการกลมุ บรหิ ารงานวิชาการ
.............../................................./....................
แผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรูรายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๔ ๑๗๐
แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน
.......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ..........................................................
(นายปิยะพงษแ พลบูรณแ)
ตาํ แหนง ครู
................/............................./...............
แผนการจัดกจิ กรรมการเรียนรรู ายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ ๔ ๑๗๑
แผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรูก้ ล่มุ สาระภาษาไทย
หนว ยการเรียนรทู ่ี ๖ การเขยี นเรยี งความ ยอ ความ จดหมาย จาํ นวน ๑ ชวั่ โมง
แผนการจดั กิจกรรมการเรียนรูที่ ๑๘ เรอ่ื ง การเขียนยอ ความบทรอยกรอง
สอนวันที่ ................... เดือน ..................................... พ.ศ. .............................. เวลา ................................. น.
๑ สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
การเขยี นยอความจากบทรอ ยกรอง ตอ งมคี วามสามารถในการอานจบั ใจความสําคัญ และมคี วามรูความ
เขาใจในหลกั การยอ ความ
๒ ตวั ชี้วัด/จุดประสงคก์ ารเรียนรู้
๒.๑ ตวั ชว้ี ัด
ท ๒.๑ ม.๔-๖/๓ เขยี นยอ ความจากสือ่ ท่ีมีรูปแบบและเนอ้ื หาหลากหลาย
๒.๒ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
- เขียนยอความจากบทรอยกรองได
๓ สาระการเรียนรู้
๓.๑ สาระการเรียนร้แู กนกลาง
การเขยี นยอ ความจากสอ่ื ตางๆ เชน
- บทรอยกรอง
๓.๒ สาระการเรียนรู้ทอ้ งถนิ่
(พจิ ารณาตามหลักสูตรสถานศึกษา)
๔ สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน
๔.๑ ความสามารถในการส่ือสาร
๔.๒ ความสามารถในการคดิ
๑) ทกั ษะการวเิ คราะหแ
๒) ทกั ษะการสรุปยอ
๔.๓ ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ
๕ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
๑. มวี ินยั ๒. ใฝุเรยี นรู ๓. มงุ ม่ันในการทาํ งาน
แผนการจดั กิจกรรมการเรยี นรรู ายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ ๔ ๑๗๒
๖ กจิ กรรมการเรยี นรู คาถามกระตุ้นความคิด
วธิ ีสอนแบบ สบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Method : ๕E) บทกวีนพิ นธ์ ชอ้ นกุง้ ของศักด์สิ ริ ิ มสี ม
ข้นั ท่ี ๑ กระตนุ้ ความสนใจ สบื
สอ่ื การเรยี นรู : บทกวนี ิพนธแ มีลักษณะเดน่ อยา่ งไร นักเรยี นจะยอ่
อยา่ งไร เพือ่ รกั ษาลักษณะเดน่ ของ
๑. ครนู ําบทกวีนพิ นธแ ชอ นกงุ มาอา นใหน ักเรยี นฟงใ ๑ เรอ่ื งน้ไี ว้
รอบ แลวใหนกั เรยี นแสดงความคิดเห็น (พิจารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดย
ให้อยใู่ น ดุลยพินิจของครูผ้สู อน)
๒. นักเรยี นตอบคาํ ถามกระตุนความคิด
คาถามกระตนุ้ ความคิด
ขั้นท่ี ๒ สารวจค้นหา บทกวีนิพนธ์ทดี่ ี มลี กั ษณะอย่างไร
สอ่ื /แหลงการเรยี นรู :
๑. หนังสือเรียน หลกั ภาษาฯ ม.๔ ๒. แหลงขอ มูล (พิจารณาตามคาตอบของนกั เรียน โดย
สารสนเทศ ใหอ้ ยใู่ น ดุลยพนิ จิ ของครูผู้สอน)
๑. นกั เรียนตอบคําถามกระตุนความคิด คาถามกระตนุ้ ความคิด
๒. ครูใหนักเรียนกลุมเดิม (จากแผนการจดั การเรียนรูท่ี ๑) การย่อบทรอ้ ยกรองต่างจากการย่องาน
รวมกนั ศกึ ษาความรูเรอื่ ง การยอ บทรอ ยกรอง จาก เขียนประเภทอน่ื อยา่ งไร
หนังสือเรยี น และแหลง ขอ มูลสารสนเทศ (พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรียน โดย
ขน้ั ที่ ๓ อธบิ ายความรู้ ใหอ้ ยูใ่ น ดุลยพินิจของครผู ู้สอน)
ส่อื /แหลง การเรยี นรู : —
๑. นักเรยี นแตล ะกลุมรว มกันอภปิ รายสรปุ หลกั การเขยี น คาถามกระตุ้นความคิด
ยอ ความ บทรอยกรอง แลว บนั ทกึ ลงในสมุดของแตล ะ การใช้ภาษาในบทรอ้ ยกรองของ
คน
๒. นักเรียนตอบคําถามกระตนุ ความคิด องั คาร กัลยาณพงศ์ มลี กั ษณะอยา่ งไร
ข้นั ท่ี ๔ ขยายความเข้าใจ นกั เรยี นมปี ญั หาในการยอ่ ความหรือไม่
สอ่ื การเรยี นรู : ใบงานท่ี ๖.๔ และจะมวี ธิ กี ารแกไ้ ขปัญหานอ้ี ย่างไร
๑. นกั เรียนแตล ะคนทําใบงานท่ี ๖.๔ เรือ่ ง การเขยี นยอ่ (พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดย
ความบทรอ้ ยกรอง เสรจ็ แลว ใหตรวจสอบความ ให้อยใู่ น ดุลยพนิ จิ ของครผู ้สู อน)
เรยี บรอ ย
๒. นักเรยี นตอบคําถามกระตุนความคดิ
ขั้นท่ี ๕ ตรวจสอบผล
สื่อการเรียนรู : ใบงานท่ี ๖.๔
ครสู มุ เลขทน่ี ักเรียน ๒-๓ คน ออกมานําเสนอการยอ
แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรูร ายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๔ ๑๗๓
ความ บทรอ ยกรองในใบงานที่ ๖.๔ หนาชนั้ เรียน ครู
ตรวจสอบและประเมินการนาํ เสนอ พรอ มกับแนะนําเพิ่มเติม
ในสว นท่ยี งั บกพรอง จากน้นั ตัวแทนนักเรยี นเก็บรวบรวมใบ
งานสง ครตู รวจ
๗ การวดั และประเมนิ ผล
วธิ ีการ เคร่ืองมือ เกณฑ์
ตรวจใบงานที่ ๖.๔ ใบงานที่ ๖.๔ รอ ยละ ๖๐ ผา นเกณฑแ
สังเกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบุคคล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งาน ระดบั คณุ ภาพ ๒ ผาน
รายบุคคล เกณฑแ
สังเกตความมีวนิ ยั ใฝุเรียนรู และมงุ มนั่ ในการ แบบประเมินคุณลักษณะอนั พึงประสงคแ ระดับคุณภาพ ๒ ผา น
ทาํ งาน เกณฑแ
๘ ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
๘.๑ ส่อื การเรียนรู้
๑) หนงั สือเรียน ภาษาไทย : หลกั ภาษาและการใชภาษา ม.๔
๒) บทกวนี พิ นธแ ชอ นกงุ
๓) ใบงานท่ี ๖.๔ เรอื่ ง การเขยี นยอความบทรอยกรอง
๘.๒ แหล่งการเรยี นรู้
แหลง ขอมูลสารสนเทศ
- http://krukaimwit.blogspot.com/๒๐๑๑/๑๑/blog-post_๕๔๕๑.html
แผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรรู ายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๔ ๑๗๔
เอกสารประกอบการสอน
บทกวนี ิพนธ์
ช้อนกงุ้
กงุ ฝอยชักฝูง
กรีดฟองฟุองฝอย
ดีดตวั ขนึ้ หยอ็ ย
สดุ แรงรว งผล็อย
เคลือ่ นฝูงฟอุ งฟูอนยอ นน้ํา
พรางพรายประกายทอง
เรอื งรองเป็นวงวงุ
ฟฟู อุ งละอองฟงูุ
ไหนฝอยน้ําไหนฝอยกงุ
เคล่อื นฝูงคลอยคงุ คกึ ครนื้
พรงิ้ พรายประกายตา
เทพธดิ าทองทงุ
เห็นขบวนเพชรรงุ
ไหนละอองพลวิ้ พลุง
ถือตะแกรงชอ นกุงประคองคอย
ขบวนพลิ้วละอองวาว
กะพรบิ ราวเพชรรงุ
กะพริบพรายกะพรบิ พลุง
เทพธดิ าทองทงุ
คา งตะแกรงชอนกงุ ตะลงึ แล
กระเตงตะแกรงวา งกลับ
ตะพายตะของไรก งุ
หทัยยงั พรางเพชรรงุ มวิ ายเลย
ศกั ดส์ิ ิริ มีสมสืบ
แผนการจัดกิจกรรมการเรยี นรรู ายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๔ ๑๗๕
ใบงานท่ี ๖.๔ การเขยี นยอ่ ความบทรอ้ ยกรอง
คาช้แี จง ใหน ักเรียนเขียนยอความบทรอ ยกรองตอไปนี้
จาฤกอดีต อกั ขระเกาใหมอานเอาได
มากมายใตนํา้ ฟูาสารพนั
โลกน้ีเลหแหอ งสมุดใหญ
มเี รือ่ งสนกุ ทุกใบไม ในหินลวนสายสือสวรรคแ
สอนทุกสิง่ อนั บรรยาย
จาฤกอดตี ไวในดิน รินอกั ขระหลา คาหลากหลาย
พระแมธ รณีใจดนี ัน้
ไวปรัชญาชวี าอาลัย
นาํ้ จารเงาฝากผาหนิ เทยี บไดก ับเพชรรงุ ใส
สรรพสตั ววแ ฎั ฎชพี แหง ตาย ถา หากวาไรท รายดนิ
ลาํ้ คา ทุกธุลีดนิ ทราย ช่ังตราชเู ทากันสิน้
วิญญาณจินตนาการไป
แกว มณจี ะมีคา อะไร
สรรพส่งิ สมดลุ ยแคุณคา ซอ นภาษากวพี สิ ุทธใ์ิ ส
ปรงุ ทิพยไแ วส ูกระแสชรา
โลกและฟูาทาแรงถวิล
เฟูนหยบิ ปใญญาเกงกลา
บางแหงแจมแจงสนุ ทรียแ หาปติ ชิ ่ืนชมรมณียแ
ลํานาํ วนาชลาลัย อนั ลขิ ิตในม่งิ ขวญั น้ี
ลับแววตาใหค มกริบ ทอ่ี มตะชนะความตาย
เรียนภาษาดนิ นํ้าฟาู ซงึ่ มีมหทิ ธฤิ ทธิ์เหลอื หลาย
จะพบความหมายชวี ติ คุมคา หายใจไมสญู เอย
องั คาร กลั ยาณพงศ์
ใชนฤมติ แววชีวี
นงิ่ เหนอื เวลานาที
กอ เกิดพลังขลังมากมาย
แผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรูรายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๔ ๑๗๖
ข้อเสนอแนะของหวั หนา้ กล่มุ สาระการเรียนรู้
..........................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ...............................................
(นายทรงกลด ภูมพิ านิชยแ)
หวั หนากลมุ สาระการเรียนรภู าษาไทย
.............../................................./....................
ขอ้ เสนอแนะของหวั หนา้ งานวดั ผลและประเมินผลการศึกษา
..........................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ลงช่อื ...............................................(ผูต รวจสอบ)
(นางสาวจนั ทิรา แวงวงษแ)
หัวหนางานวัดผลและประเมินผลการศึกษา
.............../................................./....................
ข้อเสนอแนะของหวั หน้างานวัดผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา
..........................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ ...............................................(ผูต รวจสอบ)
(นายพฤทธพ์ิ ล ชารี)
รองผอู ํานวยการกลมุ บริหารงานวิชาการ
.............../................................./....................
แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรรู ายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๔ ๑๗๗
แบบบันทึกหลังแผนการสอน
.......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ..........................................................
(นายปิยะพงษแ พลบูรณแ)
ตําแหนง ครู
................/............................./...............
แผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรูรายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ ๔ ๑๗๘
แผนการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้กล่มุ สาระภาษาไทย
หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๖ การเขยี นเรียงความ ยอ ความ จดหมาย จาํ นวน ๑ ชว่ั โมง
แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรทู ่ี ๑๙ เรื่อง การเขียนจดหมาย
สอนวนั ที่ ................... เดือน ..................................... พ.ศ. .............................. เวลา ................................. น.
๑ สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
การเขยี นสอ่ื สารในรปู แบบจดหมายกจิ ธุระ จะตองเขยี นใหตรงตามวัตถุประสงคแ โดยใชภาษาเรยี บเรยี ง
ถกู ตอง มขี อ มูลและสาระชัดเจน และมมี ารยาทในการเขยี น
๒ ตวั ชี้วัด/จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๒.๑ ตวั ชว้ี ัด
ท ๒.๑ ม.๔-๖/๑ เขยี นส่อื สารในรูปแบบตางๆ ไดต รงตามวัตถุประสงคแ โดยใชภาษาเรยี บเรียงถูกตอง มี
ขอ มูล และสาระสาํ คัญชัดเจน
ม.๔-๖/๘ มีมารยาทในการเขยี น
๒.๒ จุดประสงค์การเรยี นรู้
๑) เขยี นส่ือสารในรปู แบบจดหมายกิจธุระได
๒) มมี ารยาทในการเขียน
๓ สาระการเรยี นรู้
๓.๑ สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง
๑) การเขียนสื่อสารในรปู แบบตางๆ เชน
- จดหมายกจิ ธุระ
๒) มารยาทในการเขียน
๓.๒ สาระการเรียนรทู้ อ้ งถ่ิน
(พิจารณาตามหลักสตู รสถานศึกษา)
๔ สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน
๔.๑ ความสามารถในการสอ่ื สาร
๔.๒ ความสามารถในการคดิ
๑) ทกั ษะการเขียน ๒) ทกั ษะการจดั ระเบยี บ ๓) ทกั ษะการประเมิน
๔.๓ ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต
๕ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์
๑. มวี นิ ัย ๒. ใฝเุ รยี นรู ๓. มุง มนั่ ในการทาํ งาน
แผนการจดั กิจกรรมการเรยี นรรู ายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ ๑๗๙
๖ กจิ กรรมการเรยี นรู้
วิธีสอนโดยการจดั การเรยี นรู้แบบร่วมมอื : เทคนคิ การเรยี นรว่ มกัน
ขัน้ นาเขา้ ส่บู ทเรียน
ส่อื /แหลงการเรียนรู : — คาถามกระตนุ้ ความคิด
๑. ครูถามนกั เรียนวา จดหมายมีก่ีประเภท และจดหมาย นักเรียนคดิ วา่ การเขียนจดหมายเพ่ือ
มปี ระโยชนแอยางไร การสอื่ สารมีความจาเปน็ สาหรบั
๒. ครูสนทนากับนักเรยี นเกย่ี วกบั จดหมาย แลวให สงั คมไทยในยุคปจั จบุ นั หรือไม่ เพราะ
นักเรียนรว มกนั แสดงความคดิ เห็นเก่ยี วกบั การสอื่ สาร เหตใุ ด
โดยใชจดหมาย (พิจารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดย
๓. นักเรยี นตอบคําถามกระตุนความคดิ ให้อยู่ใน ดุลยพินจิ ของครผู ู้สอน)
ขน้ั สอน
สอ่ื /แหลง การเรียนรู : คาถามกระต้นุ ความคิด
๑. หนังสือเรียน หลกั ภาษาฯ ม.๔ จดหมายประเภทใด ทย่ี ังมีความ
๒. ใบงานท่ี ๖.๕-๖.๖ จาเปน็ ตอ้ งใชอ้ ยู่ในสงั คมปจั จุบนั
๓. แหลงขอมูลสารสนเทศ (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดย
๑. นักเรียนกลมุ เดมิ (จากแผนการจดั การเรยี นรทู ่ี ๑) ใหอ้ ยู่ใน ดุลยพินิจของครผู ้สู อน)
รว มกนั ศึกษาความรูเ รือ่ ง การเขยี นจดหมายกิจธุระ
จากหนงั สอื เรยี น และแหลงขอมลู สารสนเทศ
๒. ครูและนกั เรยี นรว มกันอภิปรายสรปุ หลกั การเขียน
จดหมายกิจธรุ ะ พรอมกับเปดิ โอกาสใหน ักเรียน
ซกั ถามขอสงสยั จนเกดิ ความเขา ใจ
๓. นกั เรยี นแตล ะกลุม รว มกนั ทาํ ใบงานที่ ๖.๕ เร่ือง
หลักการเขยี นจดหมายกิจธุระ โดยครูกําหนดเวลาให
นักเรียนแบง หนา ท่ีกัน ดงั นี้
- สมาชิกคนท่ี ๑ อา นคําชี้แจงและคาํ ถาม แยกแยะให
ชดั เจน
- สมาชิกคนที่ ๒ ฟใงคาํ ช้ีแจงและคาํ ถาม แลวรวบรวม
ขอมูล เพอื่ เป็นแนวทางในการตอบคาํ ถาม
- สมาชกิ คนที่ ๓ เขยี นคําตอบ
- สมาชกิ คนท่ี ๔ ตรวจสอบคําตอบหรอื เขยี นคําตอบ
เพ่ิมเติม
๔. สมาชกิ แตละคนในกลุมหมุนเวียนเปลย่ี นหนา ท่กี ันใน
การหาคําตอบในใบงานท่ี ๖.๕ จนครบทุกขอ แลว
นาํ สงครตู รวจ
๕. นักเรยี นแตล ะคนทําใบงานที่ ๖.๖ เร่อื ง การเขียน
จดหมายกิจธุระ เสร็จแลว นาํ สง ครูตรวจ
แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรรู ายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๔ ๑๘๐
๖. ครคู ัดเลือกใบงานทีเ่ ขียนจดหมายไดดี ๓ ใบงาน ตดิ บน
ปูายนเิ ทศหนาชนั้ เรียน เพือ่ เป็นตัวอยา งในการทาํ งาน
ของนักเรียน
๗. นกั เรียนตอบคําถามกระตนุ ความคดิ
ขัน้ สรุป คาถามกระตุน้ ความคิด
สื่อ/แหลงการเรียนรู : — ๑. การเขียนจดหมายแสดงถึงมารยาท
ของผูเ้ ขียนไดอ้ ย่างไร
๑. นกั เรยี นรว มกนั สรุปความรูเรอ่ื ง หลกั การเขียน
จดหมาย กิจธรุ ะ ครตู รวจสอบความถูกตอ ง จากนัน้ ๒. นักเรยี นคิดวา่ ส่วนใดสาคญั ทสี่ ดุ ใน
ครสู รปุ เสริม การเขียนจดหมายสมัครงาน
๒. นกั เรยี นตอบคาํ ถามกระตุนความคิด ขอ ๑-๒
ครมู อบหมายใหน้ ักเรียนแต่ละคนจัดทาแฟ้มสะสมผลงานเพ่อื รวบรวมผลงานการเขยี นเรียงความ การ
เขียน ย่อความ และการเขียนจดหมายกิจธรุ ะ โดยใหค้ รอบคลุมประเดน็ ตามท่กี าหนด ดงั น้ี
๑) การเขียนเรยี งความ
๒) การเขยี นย่อความ
๓) การเขยี นจดหมายกิจธุระ
นกั เรียนทาแบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยการเรียนร้ทู ่ี ๖
๗ การวดั และประเมินผล
วธิ ีการ เครอ่ื งมอื เกณฑ์
ตรวจใบงานท่ี ๖.๕ ใบงานที่ ๖.๕ รอยละ ๖๐ ผา นเกณฑแ
ตรวจใบงานที่ ๖.๖ ใบงานท่ี ๖.๖ รอ ยละ ๖๐ ผานเกณฑแ
ประเมนิ การนําเสนอผลงาน แบบประเมินการนําเสนอผลงาน ระดบั คณุ ภาพ ๒ ผา น
เกณฑแ
สังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลมุ แบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานกลมุ ระดบั คณุ ภาพ ๒ ผาน
เกณฑแ
สงั เกตความมีวนิ ัย ใฝุเรียนรู และมุงมั่นในการ แบบประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงคแ ระดับคุณภาพ ๒ ผา น
ทาํ งาน เกณฑแ
ตรวจแบบทดสอบหลังเรยี น หนวยการเรยี นรูที่ แบบทดสอบหลังเรยี น หนว ยการเรยี นรู รอ ยละ ๖๐ ผา นเกณฑแ
๖ ที่ ๖
ตรวจแฟูมสะสมผลงานการเขียนเรียงความ แบบประเมินแฟมู สะสมผลงานการ ระดบั คุณภาพ ๒ ผา น
การเขยี นยอความ และการเขยี นจดหมายกิจธุระ เขียนเรยี งความ การเขยี นยอ ความ และ เกณฑแ
การเขยี นจดหมายกิจธรุ ะ
แผนการจัดกจิ กรรมการเรียนรูร ายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี ๔ ๑๘๑
๘ สอื่ /แหลง่ การเรยี นรู้
๘.๑ ส่อื การเรียนรู้
๑) หนงั สอื เรยี น ภาษาไทย : หลักภาษาและการใชภาษา ม.๔
๒) ใบงานท่ี ๖.๕ เร่ือง หลักการเขียนจดหมายกิจธรุ ะ
๓) ใบงานที่ ๖.๖ เรอ่ื ง การเขยี นจดหมายกิจธรุ ะ
๘.๒ แหล่งการเรยี นรู้
แหลง ขอ มลู สารสนเทศ
- http://joiceyeam๑๔.wordpress.com/๒๐๑๐/๑๐/๑๓/ใบความรทู ่ี ๓-การเขยี นจดหมาย/๑
การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด )
แบบประเมนิ แฟมู สะสมผลงานการเขยี นเรยี งความ การเขียนยอความ และการเขยี นจดหมาย กิจธุระ
ลาดับที่ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน ๑
๔๓๒
๑ การเขียนเรียงความ
๒ การเขยี นยอ ความ
๓ การเขียนจดหมายกิจธุระ
รวม
ลงชอื่ .................................................... ผูประเมนิ
................ /................ /................
เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
ดมี าก = ๔ คะแนน
ดี = ๓ คะแนน ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ
พอใช = ๒ คะแนน ๑๑ - ๑๒ ดมี าก
ปรบั ปรุง = ๑ คะแนน
๙ - ๑๐ ดี
๖ - ๘ พอใช้
ต่ากว่า ๖ ปรบั ปรุง
แผนการจดั กิจกรรมการเรยี นรูร ายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๔ ๑๘๒
ใบงานที่ ๖.๕ หลกั การเขียนจดหมายกิจธุระ
คาชแ้ี จง ใหน กั เรยี นตอบคาํ ถามตอไปน้ี
๑. ภาษาทใี่ ชในการเขียนจดหมายกิจธรุ ะ มีลกั ษณะอยา งไร
๒. จงอธบิ ายสวนประกอบของจดหมายกจิ ธุระ
๓. การแสดงมารยาทในการเขียนจดหมายทาํ ไดอยา งไร
๔. จงอธิบายวิธีบรรจุซองจดหมาย
แผนการจดั กจิ กรรมการเรียนรรู ายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๔ ๑๘๓
ใบงานท่ี ๖.๕ หลักการเขียนจดหมายกิจธุระ
คาชี้แจง ใหน กั เรยี นตอบคาํ ถามตอ ไปน้ี
๑. ภาษาทใ่ี ชใ นการเขียนจดหมายกิจธุระ มลี กั ษณะอยางไร
ใช้ภาษาท่กี ะทัดรัด ตรงประเด็น เพือ่ สอ่ื สารให้ผรู้ ับสารมคี วามเขา้ ใจตรงกนั
๒. จงอธบิ ายสวนประกอบของจดหมายกิจธรุ ะ
จดหมายกจิ ธุระมีส่วนประกอบ ๓ สว่ น คอื
ส่วนที่ ๑ ประกอบดว้ ย หน่วยงานเจา้ ของจดหมาย วนั เดอื นปี จดุ มุง่ หมายในการเขยี นจดหมายกิจธุระ
ฉบบั นัน้
ใชค้ าวา่ “เรอื่ ง” คาข้ึนต้นใช้คาว่า “เรยี น” ตามดว้ ยชอ่ื ตาแหน่ง หรือช่ือบุคคลท่ีจดหมายฉบับนนั้ สง่ ไปถงึ
ถา้ มี
รายละเอยี ดหรือข้อมูลอนื่ ๆ สง่ ไปดว้ ยกใ็ ชค้ าวา่ “สง่ิ ทีส่ ง่ มาดว้ ย”
ส่วนที่ ๒ เป็นใจความของจดหมายกจิ ธรุ ะฉบับนัน้ อาจมหี ลายยอ่ หนา้ ก็ได้
ส่วนที่ ๓ ประกอบด้วยคาลงท้าย ส่วนใหญ่ใช้วา่ “ขอแสดงความนับถือ” มลี ายเซน็ พร้อมวงเล็บช่ือ
สกลุ เต็ม
และตาแหนง่ ของผเู้ ขียนจดหมาย
๓. การแสดงมารยาทในการเขยี นจดหมายทําไดอ ยา งไร
การแสดงมารยาทในการเขียนจดหมายทาไดโ้ ดยเลอื กใชถ้ ้อยคาภาษาให้เหมาะสม รักษาความสะอาด
ในการ
เขียนจดหมาย เลือกใช้กระดาษเขียนจดหมายให้สุภาพเหมาะสมกับผู้รับ เขยี นด้วยลายมือท่ีเปน็ ระเบียบ
อ่านง่าย
และการจดั หน้าให้เปน็ ระเบยี บ
๔. จงอธบิ ายวธิ บี รรจซุ องจดหมาย
การบรรจุซองจดหมายตอ้ งเรียบร้อย จ่าหนา้ ซองให้ชัดเจน เขียนระบุช่ือผูร้ ับ ที่อยู่ และรหัสไปรษณีย์
ให้ชดั เจน
แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรูรายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๔ ๑๘๔
ใบงานที่ ๖.๖ การเขยี นจดหมายกิจธุระ
คาช้แี จง ใหน ักเรยี นเขียนจดหมายไปสมคั รงาน โดยสมมติใหนักเรียนสาํ เร็จการศึกษาระดบั ปรญิ ญาตรี มี
ความประสงคแจะสมคั รงานในตาํ แหนงเลขานุการของบริษัทแหง หนึ่ง
แผนการจดั กิจกรรมการเรยี นรูร ายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๔ ๑๘๕
ข้อเสนอแนะของหวั หนา้ กลุม่ สาระการเรียนรู้
..........................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ลงช่ือ ...............................................
(นายทรงกลด ภมู พิ านิชยแ)
หัวหนากลุม สาระการเรยี นรูภาษาไทย
.............../................................./....................
ขอ้ เสนอแนะของหัวหน้างานวดั ผลและประเมินผลการศึกษา
..........................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ลงช่ือ ...............................................(ผูต รวจสอบ)
(นางสาวจนั ทริ า แวงวงษแ)
หัวหนา งานวัดผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา
.............../................................./....................
ข้อเสนอแนะของหวั หนา้ งานวัดผลและประเมินผลการศกึ ษา
..........................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ...............................................(ผูตรวจสอบ)
(นายพฤทธิพ์ ล ชารี)
รองผอู ํานวยการกลุม บรหิ ารงานวชิ าการ
.............../................................./....................
แผนการจดั กจิ กรรมการเรียนรูรายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๔ ๑๘๖
แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน
.......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ..........................................................
(นายปยิ ะพงษแ พลบูรณแ)
ตาํ แหนง ครู
................/............................./...............
แผนการจัดกิจกรรมการเรยี นรรู ายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ ๔ ๑๘๗
แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กลมุ่ สาระภาษาไทย
หนวยการเรยี นรูท ่ี ๗ การเขียนอธบิ าย จาํ นวน ๒ ชั่วโมง
แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรทู ่ี ๒๐ เรอื่ ง การเขียนอธบิ าย
สอนวันที่ ................... เดือน ..................................... พ.ศ. .............................. เวลา ................................. น.
๑ สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด
การเขยี นอธบิ ายเพือ่ การส่ือสารไดต รงตามวตั ถุประสงคแ จะตอ งใชภาษาเรยี บเรียงถกู ตอ ง มีขอมลู และ
สาระสาํ คญั ชดั เจน
๒ ตวั ช้ีวัด/จุดประสงค์การเรียนรู้
๒.๑ ตัวช้ีวัด
ท ๒.๑ ม.๔-๖/๑ เขียนส่ือสารในรูปแบบตา งๆ ไดตรงตามวตั ถุประสงคแ โดยใชภาษาเรียบเรียงถกู ตอ ง มี
ขอมลู
และสาระสําคัญชัดเจน
ม.๔-๖/๘ มีมารยาทในการเขียน
๒.๒ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
- เขยี นสือ่ สารดวยการเขยี นอธิบายได
๓ สาระการเรียนรู้
๓.๑ สาระการเรยี นรู้แกนกลาง
๑) การเขยี นสือ่ สารในรปู แบบตา งๆ เชน
- อธบิ าย
๒) มารยาทในการเขียน
๓.๒ สาระการเรียนรูท้ อ้ งถน่ิ
(พิจารณาตามหลักสูตรสถานศกึ ษา)
๔ สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น
๔.๑ ความสามารถในการสอ่ื สาร
๔.๒ ความสามารถในการคิด
๑) ทกั ษะการเขยี น ๒) ทักษะการจดั ระเบียบ ๓) ทกั ษะการประเมนิ
๔.๓ ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ
๕ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์
๑. มีวนิ ัย ๒. ใฝเุ รยี นรู ๓. มุงม่ันในการทํางาน
แผนการจัดกิจกรรมการเรยี นรูร ายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ ๔ ๑๘๘
๖ กิจกรรมการเรียนรู้
วิธสี อนโดยการจัดการเรียนร้แู บบรว่ มมือ : เทคนคิ การตอ่ เรือ่ งราว (Jigsaw)
นักเรียนทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๗
ชวั่ โมงที่ ๑
ข้นั นาเข้าสู่บทเรยี น
ส่ือการเรยี นรู : ประวัตินกั เขยี น จริ ะนนั ทแ พิตรปรชี า คาถามกระตนุ้ ความคิด
๑. ครูอา นประวตั ิของ จริ ะนนั ทแ พิตรปรีชา นกั เขยี น นักเรยี นคิดว่า บทความท่ีครูอา่ น
รางวลั ซไี รตแ ใหนกั เรยี นฟงใ ขา้ งตน้ เปน็ การเขยี นอธบิ ายหรอื ไม่
๒. นกั เรียนรว มกนั แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั ชวี ติ และ อยา่ งไร
ผลงานของ จิระนนั ทแ พิตรปรีชา (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดย
๓. ครสู รุปพน้ื ฐานในการเปน็ นกั เขยี นของ จิระนันทแ พิตร ใหอ้ ย่ใู น ดุลยพินิจของครผู สู้ อน)
ปรีชา วา ถานักเรยี นตองการเป็นนักเขยี น นกั เรยี นตอง
อานหนงั สือมากๆ และฝึกเขยี นหนังสอื บอยๆ
๔. นกั เรียนตอบคําถามกระตุนความคดิ
ขน้ั สอน คาถามกระตนุ้ ความคิด
สื่อการเรยี นรู :
๑. หนงั สอื เรียน หลกั ภาษาฯ ม.๔ ๒. ใบงานที่ ๗.๑ การเขียนอธิบายประเภทใดท่นี ักเรียน
๑. ครแู บงนกั เรยี นเป็นกลมุ กลุมละ ๔ คน คละกันตาม สามารถนามาใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั
ความสามารถ คือ เกง ปานกลางคอ นขา งเกง ปาน
กลางคอนขา งออน และออ น เรยี กวา กลมุ บา น แลว ได้มากทส่ี ุด เพราะเหตุใด
ใหแตล ะกลุมกําหนดหมายเลขประจาํ ตัวใหส มาชิกแต
ละคนในกลมุ เป็นหมายเลข ๑-๔ (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดย
๒. ครูใหส มาชิกที่มีหมายเลขเดียวกันมาน่ังรวมกนั เปน็ ใหอ้ ยูใ่ น ดุลยพนิ ิจของครผู สู้ อน)
กลมุ ใหม เรยี กวา กลุม ผูเช่ียวชาญ เพอ่ื รว มกนั ศกึ ษา
ความรเู รือ่ ง การเขียนอธบิ ายประเภทตางๆ จาก
หนังสือเรียน ดังนี้
- กลุม หมายเลข ๑ ศกึ ษาเร่ือง การเขยี นอธบิ าย
ประเภท คําจํากัดความ
- กลมุ หมายเลข ๒ ศึกษาเรอ่ื ง การเขยี นอธิบาย
ประเภทเชงิ อรรถ
- กลมุ หมายเลข ๓ ศึกษาเร่อื ง การเขียนอธิบาย
ประเภทความรูห รอื วชิ าการ
(ชวั่ โมงที่ ๑-๒)
แผนการจดั กิจกรรมการเรยี นรรู ายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๔ ๑๘๙
- กลุมหมายเลข ๔ ศึกษาเรอ่ื ง การเขียนอธิบาย
ประเภทคํานํา
ใหแ ตล ะกลมุ หมายเลขศกึ ษาหลกั การเขียนอธบิ าย
ดงั น้ี
๑) การวางโครงเรอ่ื ง ๓) กระบวนการอธิบาย
๒) การเร่มิ เร่ือง ๔) การสรุปความคิดเห็น
๓. ครแู จงกติกาวา หามสมาชิกออกจากกลมุ จนกวา จะ
ศึกษาเรอื่ งทีไ่ ดรบั มอบหมายแลว เสรจ็ ถา คนใดสงสัย
หรือไมเขา ใจ จะตอ งขอความชวยเหลอื จากเพ่อื นใน
กลุม
๔. สมาชกิ ในแตละกลุมชวยเหลอื กันจนทุกคนสามารถ
เขา ใจเร่ืองทีศ่ ึกษาไดเปน็ อยางดี
ชว่ั โมงท่ี ๒
๕. สมาชิกกลมุ ผูเชยี่ วชาญกลบั ไปยงั กลมุ เดิมของตนที่
เรยี กวา กลมุ บาน และผลดั เปลี่ยนกนั ซกั ถาม อธิบาย
ความรู เพื่อถายทอดความรูท ่ีตนไดไ ปศกึ ษามา โดย
เร่มิ จากหมายเลข ๑-๔ ตามลาํ ดบั หรืออาจให
ถา ยทอดความรตู ามความสมัครใจ โดยไมเ รยี งกไ็ ด แต
ทกุ คนตองถา ยทอดความรจู นครบ
๖. ครใู หต ัวแทนแตละกลุม นําเสนอความรูเรื่อง การเขยี น
อธิบายประเภทตางๆ และหลกั การเขียนอธบิ าย หนา
ชนั้ เรียน ครตู รวจสอบความถูกตอ ง รวมถงึ การให
คําแนะนําเพิ่มเติม
๗. นกั เรยี นแตล ะคนทาํ ใบงานที่ ๗.๑ เรื่อง การเขียน
อธบิ าย
๘. ครูสุม เลขท่ีนกั เรียน ๕-๖ คน ออกมานําเสนอการ
เขยี นอธิบาย หนาชน้ั เรียน
๙. ครูตรวจสอบความถูกตอง พรอ มกลา วชมเชยนักเรยี น
ท่ีเขยี นอธบิ ายไดด ี เพอ่ื เสรมิ สรางกําลงั ใจ
๑๐. นักเรียนตอบคําถามกระตุนความคิด
ขนั้ สรปุ
สื่อ/แหลง การเรยี นรู : —
ครูและนกั เรียนรวมกนั สรุปความรูเ รือ่ ง การเขยี น
อธิบาย เพ่อื ใหเกิดความรคู วามเขา ใจ และสามารถนําไป
ปฏบิ ัติไดอยางถูกตอ ง
แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรูร ายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ ๔ ๑๙๐
(ชวั่ โมงที่ ๒)
ครมู อบหมายใหน้ กั เรยี นแตล่ ะคนจัดทาสมุดบันทกึ การเขียนอธบิ าย โดยให้ครอบคลุมประเดน็ ตามท่ี
กาหนด ดังนี้
๑) การเขียนอธบิ ายประเภทคาจากัดความ
๒) การเขียนอธิบายประเภทเชิงอรรถ
๓) การเขยี นอธบิ ายประเภทความรหู้ รอื วิชาการ
๔) การเขียนอธิบายประเภทคานา
นกั เรียนทาแบบทดสอบหลังเรียน หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี ๗
๗ การวดั และประเมนิ ผล
วธิ ีการ เคร่อื งมือ เกณฑ์
ตรวจแบบทดสอบกอ นเรียน หนวยการเรียนรู แบบทดสอบกอนเรียน หนว ยการเรียนรู (ประเมนิ ตามสภาพจริง)
ท่ี ๗ ท่ี ๗
ตรวจใบงานท่ี ๗.๑ ใบงานท่ี ๗.๑ รอ ยละ ๖๐ ผานเกณฑแ
ประเมนิ การนาํ เสนอผลงาน แบบประเมินการนําเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ ๒ ผา น
เกณฑแ
สงั เกตพฤติกรรมการทํางานรายบคุ คล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทํางาน ระดับคุณภาพ ๒ ผา น
รายบุคคล เกณฑแ
สงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานกลมุ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลุม ระดับคุณภาพ ๒ ผาน
เกณฑแ
สังเกตความมีวินยั ใฝุเรียนรู และมุงมน่ั ในการ แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงคแ ระดับคณุ ภาพ ๒ ผาน
ทํางาน เกณฑแ
ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี น หนว ยการเรียนรู แบบทดสอบหลังเรียน หนว ยการเรยี นรู รอยละ ๖๐ ผา นเกณฑแ
ที่ ๗ ที่ ๗
ตรวจสมุดบันทกึ การเขยี นอธบิ าย แบบประเมนิ สมุดบนั ทึก การเขยี น ระดับคณุ ภาพ ๒ ผา น
อธบิ าย เกณฑแ
๘ ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้
๘.๑ สือ่ การเรียนรู้
๑) หนงั สือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใชภ าษา ม.๔
๒) ประวตั ินกั เขียน จิระนนั ทแ พติ รปรชี า
๓) ใบงานที่ ๗.๑ เร่ือง การเขยี นอธิบาย
๘.๒ แหลง่ การเรียนรู้
—
แผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรรู ายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๔ ๑๙๑
การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด )
แบบประเมินสมุดบนั ทึก การเขยี นอธบิ าย
ลาดับที่ รายการประเมิน ๔ ระดบั คะแนน ๑
๓๒
๑ การเขียนอธิบายประเภทคาํ จาํ กดั ความ
๒ การเขยี นอธิบายประเภทเชงิ อรรถ
๓ การเขียนอธบิ ายประเภทความรูหรอื วชิ าการ
๔ การเขียนอธบิ ายประเภทคาํ นาํ
รวม
ลงชือ่ .................................................... ผปู ระเมนิ
................ /................ /................
เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ดีมาก = ๔ คะแนน
ดี = ๓ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
พอใช = ๒ คะแนน
ปรบั ปรุง = ๑ คะแนน ๑๔ - ๑๖ ดมี าก
๑๑ - ๑๓ ดี
๑๘ - ๑๐ พอใช้
ต่ากว่า ๘ ปรบั ปรุง
แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรูรายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๔ ๑๙๒
เอกสารประกอบสอน ประวตั ินกั เขยี น
จริ ะนันทแ มชี ่อื เลน วา จี๊ด เกดิ ทจ่ี ังหวดั ตรัง บิดาชื่อนาย นิรนั ดรแ มารดาชอ่ื นาง จริ ะ เรยี นหนังสือชั้น
ประถมตน ที่โรงเรียนบูรณะรําลึก ชั้นประถมปลายที่โรงเรียนยุวราษฎรแวิทยา ชั้นมัธยมตนท่ีโรงเรียน
สาธติ วทิ ยาลัยครูเพชรบุรวี ทิ ยาลยั ลงกรณแ ช้ันมัธยมปลายทโี่ รงเรียนเตรยี มอุดมศกึ ษา
เธอมคี วามสนใจในการประพันธแตัง้ แตเ ดก็ เนอ่ื งจากที่บานเป็นรานขายหนังสือ และคุณแมยังเป็นผู
รักหนังสือและการศึกษาเริ่มสนใจเขียนกลอนเม่ืออายุ ๑๓-๑๔ ปี และสงไปตามนิตยสารตางๆ เชน
ชัยพฤกษแ วทิ ยาสาร จกั รวาล ฯลฯ ซึ่งงานไดรบั การตีพมิ พแ พอเขยี นสงประกวดก็ไดรับรางวัล ทําใหใฝุฝใน
อยากเป็นนักเขยี น
จิระนันทแเรียนจบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และไดเขาศึกษาตอท่ีคณะ
วิทยาศาสตรแ แผนกเตรียมเภสชั จฬุ าลงกรณมแ หาวิทยาลัย สมัยที่เขาเรียนจุฬาลงกรณแมหาวิทยาลัย พ.ศ.
๒๕๑๕ ไดรบั เลือกใหเปน็ ดาวจุฬา และเปน็ สมาชกิ ของชมรมวรรณศิลปอ ยพู กั หนึง่ ตามท่ีเคยหวังไว ต้ังแต
สมัยเป็นนักเรียน กอนจะออกมาเขียนงานอิสระไมสังกัดชมรม ผลงานท่ีตีพิมพแรวมเลม ไดแก โลกที่ส่ี
เสียงรอ งของประชาชน (แปล) เกดิ ในกองทพั บนั ทกึ จากกองทพั บนั ทกึ จากกองรอ ยทหารปลดแอก
บรรยากาศในมหาวิทยาลัยชว งท่ีจริ ะนันทแเขาไปเรียนปีแรกนั้น ยังคงมีกิจกรรมที่เนนบันเทิงร่ืนเริง
เปน็ หลกั อยางทีเ่ รียกกันวายคุ “สายลมแสงแดด” เธอเกิดความสงสัยในคุณคาของระบบการศึกษาและ
สังคมมหาวิทยาลัย จงึ ผันตัวเองมารวมกจิ กรรมการเมืองแบบกลุมอิสระที่เริ่มตอตัวในยุคน้ัน หนอออน
แหง พลงั สรา งสรรคขแ องคนหนมุ สาวงอกงามอยูเงยี บๆ แตเมื่อถึงเวลาผลิบานก็สะทานสะเทือนสังคมและ
ใหผ ลเปน็ ที่นา ชน่ื ใจ
จิระนันทแเป็นหนึ่งในกลุมนักศึกษาท่ีตอสูในเหตุการณแ ๑๔ ตุลา ๒๕๑๖ และรวมตอสูอีกคร้ังใน
เหตุการณแ ๖ ตุลา ๒๕๑๙ หลังเหตุการณแ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ บทบาทและช่ือเสียงของจิระนันทแเป็นที่
รับรูไปท่ัวงานเขียนในรูปของบทกวี บางช้ินไดกลายเป็นหนึ่งในวรรคทองของยุคประชาธิปไตย ขณะ
นนั้ เอง ไดกอเกิดความรักกับนักปราศรัยหนุม นามวา “เสกสรรคแ ประเสริฐกุล” ปี ๒๕๑๘ ท้ังจิระนันทแ
และเสกสรรคแ ไดพากันหนีจากการจับกุมของเจาหนาที่รัฐ ท่ีกระจาย กําลังลอมจับนักศึกษาท่ีมีชื่อใน
บัญชีดําทั่วประเทศ “ไมมีท่ีใหอยู อยูบานไมได เขาไปเคาะประตูคนบาน เม่ือไมมีทางเลือกสําหรับพวก
เขา การตัดสินใจเขารวมกับพรรคคอมมิวนิสตแจึงเป็นทางเลือกสุดทาย ในขณะน้ันท่ีจะทําใหเขาและเธอ
รวมทั้งนักศึกษาอื่นๆ ไดตอลมหายใจออกไปอีก” เธอไดเรียนรูชีวิตกอเกิดการสรางสรรคแผลงานฉันท
ลักษณแตามประพันธแ “บนิ หลา นาตรงั ”
ทั้งอาจารยแเสกสรรคแกับจิระนันทแ และคณะ “เขาปุาเมืองไทย” โดยเดินทางออมโลกไปทางปารีส
ประเทศฝรง่ั เศส แลว ยอนกลับมาปใกก่ิง ประเทศจีน กอนถูกสงตัวเขาฮานอย ประเทศเวียดนาม ตอดวย
เขา “หลวงนํา้ ทา” ที่ประเทศลาว แลวจงึ เขามาเป็น “แนวหนา ” ที่ภูหินรองกลา ท่ีเมืองไทย อ.เสกสรรคแ
ไดร บั ชื่อจัดต้งั วา “สหายไท” และ จริ ะนันทแ ไดรับ ช่อื จัดตัง้ วา “สหายใบไม” ทั้งคูเป็นนักปฏิวัติที่ขัดแยง
กบั แนวทางของพรรคคอมมวิ นิสตแตลอดเวลา โดยที่ อ.เสกสรรคไแ ดช ่ือวา เป็น “วรี ชนเอกชน”
๕ ตุลาคม ๒๕๒๓ เสกสรรคแ และจริ ะนนั ทแ ไดเดินทางกลับบานพรอมๆ กับนักศึกษาคนอ่ืน ภายใต
กฎหมาย นิรโทษกรรม ๖๖/๒๓ ท่ีไมเอาผิดนักศึกษาและผูกลับใจ ปี ๒๕๓๒ จิระนันทแจบปริญญาเอก
สาขาประวัตศิ าสตรแ มหาวทิ ยาลัยคอรแแ นล สหรัฐอเมริกา ปจใ จุบนั สมรสกบั เสกสรรคแ ประเสรฐิ กุล
มีบุตรชายสองคน บุตรคนแรกชอ่ื แทนไท ประเสรฐิ กลุ และบุตรคนทีส่ องช่ือ วรรณสิงหแ ประเสรฐิ กุล
แผนการจดั กจิ กรรมการเรียนรรู ายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๔ ๑๙๓
ผลงาน
หนงั สอื
ใบไมท ี่หายไป (เปน็ ผลงานที่ไดร ับรางวัลซไี รตแ ใน พ.ศ. ๒๕๓๒)
โลกที่สี่
เสียงรองของประชาชน (แปล)
เกดิ ในกองทัพ
บันทกึ จากกองทัพ
บันทึกจากกองรอยทหารปลดแอก
บทกวี
อหังการของดอกไม
ดอกไมจะบาน
ปณิธานหนมุ สาว
ไฟ-วญิ ญาณ; งาน-ชีวติ
“ลูก”
ท่ีมา : http://kc.hri.tu.ac.th/index.php
แผนการจดั กจิ กรรมการเรียนรรู ายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๔ ๑๙๔
ใบงานที่ ๗.๑ การเขยี นอธบิ าย
คาชี้แจง ใหนกั เรียนเขียนอธบิ ายตามประเด็นท่กี าํ หนด
๑. เขยี นอธบิ ายประเภทคาํ จาํ กดั ความ คําวา วไิ ล
๒. เขียนอธบิ ายประเภทเชิงอรรถของขอความตอไปน้ี
บันทกึ การทอ่ งเที่ยว
ธรรมชาตขิ องมนษุ ยแเราเมอ่ื ไดทอ งเท่ยี วไปท่ีไหนมคี วามประทบั ใจก็จะนํามาเลาใหผอู นื่ ฟใง
และผูท่ไี มเคยไปกจ็ ะมคี วามสนใจอยากรใู นส่ิงท่ีตนไมเคยพบเห็น จากการเลาสูกนั ฟงใ ในหมูคน
ใกลชิดก็ไดวิวฒั นาการไปเป็นการเขียนบันทึกเลา เรอื่ งราวตา งๆ เรอื่ งเลา เกย่ี วกับการทอ งเท่ยี ว มีมา
ตงั้ แตค รง้ั โบราณกาล เชน บันทกึ ของ มารโแ คโปโล ซ่งึ ถือวา เปน็ บนั ทึกการทองเทีย่ วท่ีเกา ที่สุด
บันทึกการทองเท่ยี วในเมืองไทยในสมยั โบราณนนั้ เรานิยมแตง เปน็ บทรอยกรอง มีลกั ษณะเป็น
นิราศ คือ การเลา ถึงสถานทต่ี า งๆ ที่เดนิ ทางผา นและครํา่ ครวญถึงนางซง่ึ เป็นที่รัก เชน กาพยแหอ
โคลง ประพาสธารทองแดง พระนิพนธแในเจาฟาู ธรรมธเิ บศรแ (เจาฟูากงุ ) นิราศภูเขาทอง ของสุนทร
ภู ตอมาเมื่อบาทหลวงชาวตา งประเทศเขามาเผยแผศ าสนาคริสตไแ ดบนั ทกึ เร่อื งราวเกี่ยวกบั ประเทศ
ไทยไว เชน จดหมายเหตุลาลูแบรแ ซงึ่ เลาถงึ เหตกุ ารณแในสมัยสมเด็จพระนารายณแมหาราช สว น
บันทกึ การทอ งเทยี่ วเร่อื งแรกท่ีเขียนเปน็ รอ ยแกวของไทยก็คอื จดหมายเหตโุ กษาปานเดินทางไป
ฝร่งั เศส หรือบันทกึ การเดินทางของเจา พระยาโกษาธิบดี (ปาน) ราชทูตในรัชสมัยสมเด็จพระ
นารายณแมหาราช ท่ีนําคณะทูตจากแผนดินสยามเดนิ ทางไปเจริญสัมพันธไมตรกี บั พระเจาหลุยสแท่ี
๑๔ แหง กรุงฝร่ังเศส
ปจใ จุบันน้กี ารทองเทย่ี วเปน็ กิจกรรมที่ไดร ับความนิยมกันอยา งแพรห ลาย ความเจรญิ ทางดา น
การคมนาคมชวยรน เวลาในการเดนิ ทาง ผูค นจากทว่ั ทกุ มมุ โลกตา งเดนิ ทางไปทอ งเทยี่ วยงั ถ่ินท่ี
หางไกลหาความเพลิดเพลิน และศกึ ษาหาความรูเกย่ี วกบั ทองถิ่นที่ตนไปเยอื น เรอื่ งราวเก่ยี วกับการ
เดินทางจงึ เปน็ ท่นี ยิ มของผูอาน ตลาดการเขียนสารคดกี ารทองเทยี่ วกเ็ ปดิ กวางสําหรบั ผูเขยี น
แผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรรู ายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๔ ๑๙๕
๓. เขยี นอธิบายประเภทความรหู รอื วชิ าการ ภาวะโลกรอน
๔. เขียนอธบิ ายประเภทคาํ นาํ โดยสมมติใหนักเรยี นจัดทําหนังสือนิทาน เรอ่ื ง “อนั วาความกรุณา”
เพ่ือเสรมิ สรางคณุ ธรรมสําหรับเยาวชนไทย
แผนการจดั กิจกรรมการเรียนรูรายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๔ ๑๙๖
ข้อเสนอแนะของหวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้
..........................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ ...............................................
(นายทรงกลด ภูมิพานชิ ยแ)
หวั หนา กลุมสาระการเรยี นรูภาษาไทย
.............../................................./....................
ข้อเสนอแนะของหัวหนา้ งานวดั ผลและประเมินผลการศกึ ษา
..........................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ลงชือ่ ...............................................(ผตู รวจสอบ)
(นางสาวจนั ทริ า แวงวงษแ)
หัวหนา งานวดั ผลและประเมนิ ผลการศึกษา
.............../................................./....................
ข้อเสนอแนะของหวั หน้างานวดั ผลและประเมนิ ผลการศึกษา
..........................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ...............................................(ผตู รวจสอบ)
(นายพฤทธิ์พล ชารี)
รองผอู าํ นวยการกลุม บริหารงานวิชาการ
.............../................................./....................
แผนการจดั กิจกรรมการเรียนรรู ายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๔ ๑๙๗
แบบบนั ทึกหลังแผนการสอน
.......................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ..........................................................
(นายปยิ ะพงษแ พลบูรณแ)
ตําแหนง ครู
................/............................./...............
แผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรูรายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๔ ๑๙๘
แผนการจดั กิจกรรมการเรยี นรกู้ ลมุ่ สาระภาษาไทย
หนว ยการเรยี นรทู ี่ ๘ อภปิ ูชนียกานทแ จํานวน ๑ ช่ัวโมง
แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรูท่ี ๒๑ เรอ่ื ง พระคุณอนั หาท่สี ุดมไิ ด
สอนวนั ท่ี .................. เดือน .................................. พ.ศ. .......................... เวลา ............................ น.
มาตรฐานการเรียนร้/ู ตวั ช้ีวดั
มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๕.๑ เขาใจและแสดงความคดิ เห็น วจิ ารณแวรรณคดแี ละวรรณกรรมไทย
อยา งเหน็ คุณคา และนํามาประยุกตใแ ชในชีวติ จริง
ตัวชวี้ ัด
ท ๕.๑ ม. ๔-๖/๑ วเิ คราะหแและวิจารณแวรรณคดแี ละวรรณกรรมตามหลักการวิจารณแ
เบอื้ งตน
ท ๕.๑ ม. ๔-๖/๒ วเิ คราะหแลักษณะเดนของวรรณคดเี ชอ่ื มโยงกับการเรียนรู
ทางประวตั ศิ าสตรแและวถิ ชี วี ติ ของสงั คมในอดีต
ท ๕.๑ ม. ๔-๖/๓ วิเคราะหแและประเมินคณุ คาดา นวรรณศิลปของวรรณคดี
และวรรณกรรมในฐานะที่เป็นมรดกทางวฒั นธรรมของชาติ
ท ๕.๑ ม. ๔-๖/๔ สงั เคราะหแขอ คิดจากวรรณคดีและวรรณกรรมเพอื่ นําไปประยกุ ตแใช
ในชวี ติ จรงิ
ท ๕.๑ ม. ๔-๖/๖ ทองจําและบอกคุณคา บทอาขยานตามทกี่ ําหนด และบทรอ ยกรองทม่ี ี
คุณคาตามความสนใจและนําไปใชอา งอิง
จุดประสงค์การเรียนรูส้ ูต่ ัวชี้วัด
๑. อธบิ ายความหมายของคําศัพทแจากบทรอ ยกรองท่ีอา น (K)
๒. อธบิ ายสาระสาํ คญั ของบทรอ ยกรองท่ีอาน (K)
๓. วิเคราะหแแ ละวจิ ารณบแ ทรอ ยกรองทอ่ี า น (P)
๔. สงั เคราะหขแ อคิดจากบทรอ ยกรองที่อาน (P)
๕. เหน็ คุณคาของวรรณคดแี ละกระตือรอื รนในการเรยี นรู (A)
๑ สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
บทนมัสการมาตาปติ คุ ุณกลาวถงึ พระคณุ อันยง่ิ ใหญข องบดิ ามารดาที่ลกู ทุกคนควรบชู าและทดแทน
๒ สาระการเรียนรู้
๑. ความรู้
บทนมัสการมาตาปติ ุคุณ
๒. ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด
การใหเ หตุผล การจดั ระบบความคดิ เปน็ แผนภาพ การสงั เคราะหแ การสรุปความรู
แผนการจดั กิจกรรมการเรียนรูรายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี ๔ ๑๙๙
๓. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ใฝุเรยี นรู รักความเป็นไทย
๓. ความเขา้ ใจทคี่ งทน (Enduring Understanding)
นักเรยี นสามารถสรปุ ไดวา บทนมสั การมาตาปิตคุ ุณกลาวถงึ พระคณุ อันยิง่ ใหญของบิดามารดาท่ีลกู ทกุ คน
ควรบชู าและทดแทน
๔ ชิน้ งานหรอื ภาระงาน (หลกั ฐาน ร่องรอยแสดงความรู้)
-
คาถามทา้ ทาย
เพราะเหตใุ ดบดิ ามารดาจึงเปน็ บุคคลที่ควรบูชา
๕ การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้
๑. ใหนกั เรียนรว มกันแสดงความคิดเหน็ โดยครใู ชค ําถามทา ทาย ดังน้ี
เพราะเหตุใดบิดามารดาจงึ เป็นบคุ คลที่ควรบชู า
๒. ใหนักเรียนฟใงเพลง ใครหนอ จากแถบบนั ทึกเสียง หรือรวมกนั รอ งเพลง
ใครหนอ
ศรีไศล สุชาติวฒุ ิ
ใครหนอ รกั เราเทาชวี ี
ใครหนอ ปรานไี มม เี สือ่ มคลาย
ใครหนอ รกั เราใชเ พียงรูปกาย
รกั เขาไมห นา ย มคิ ดิ ทําลาย ใครหนา
ใครหนอ เห็นเราเศราทรวงใน
ใครหนอ เอาใจปลอบเราเรอ่ื ยมา
ใครหนอ รกั เราดังดวงแกวตา
รกั เขากวางกวา พ้นื พสธุ า นภากาศ
จะเอาโลกมาทําปากกา
แลว เอานภามาแทนกระดาษ
เอาน้ําหมดมหาสมทุ รแทนหมกึ วาด
ประกาศพระคุณไมพ อ
ใครหนอ รักเราเทา ชีวัน (เทาชีวนั )
ใครหนอ ใครกันใหเ ราขค่ี อ (คณุ พอ คณุ แม)
ใครหนอ ชกั ชวนดหู นงั สีจ่ อ
รูแลว ละ ก็ อยา มัวร้ังรอ ทดแทนบุญคุณ
๓. ใหนักเรยี นรว มกันสนทนาเก่ียวกับสาระสําคญั ของเพลง
๔. ใหนักเรยี นอานบทนาํ เร่ือง อภิปูชนียกานทแ แลวรวมกันสรปุ สาระสาํ คัญ
๕. ใหน กั เรยี นสงั เกตฉันทลักษณขแ องอนิ ทรวิเชียรฉันทแ แลวนํามาเปรยี บเทียบกบั บทรอยกรองเพ่ือสังเกต
ลักษณะของคําท่ีนํามาใชประพันธแ จากนั้นครูอธิบายความรเู พ่มิ เตมิ เก่ียวกบั คาํ ครุ-ลหุ
แผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรูรายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๔ ๒๐๐
๖. ใหนักเรียนอานออกเสยี งบทนมัสการมาตาปติ ุคุณพรอ มกนั แลวฝึกอา นเป็นทํานองเสนาะตามครู
จากน้นั ศึกษาความหมายของคําศพั ทแทไ่ี มเ ขาใจ
๗. ใหนักเรยี นชว ยกันอธบิ ายสาระสําคัญของบทนมัสการมาตาปติ ุคณุ
๘. ใหน กั เรียนสังเคราะหขแ อ คดิ ท่ไี ดจากการอา นบทนมสั การมาตาปิตุคุณ แลว สนทนาแลกเปล่ยี นความคดิ
กัน
๙. ใหนกั เรยี นรว มกันวจิ ารณบแ ทนมสั การมาตาปติ ุคุณในดา นวรรณศลิ ป และคุณคาดา นเน้ือหา
๑๐. ใหน ักเรยี นระดมความคิดวาจะทดแทนพระคุณของบดิ ามารดาไดอยางไรบา งแลวชวยกันบันทึกเป็น
แผนภาพความคิด
ตัวอย่าง
เชื่อฟังคาสอน
ตงั้ ใจเรียน การทดแทนพระคณุ ชว่ ยทางาน
ของบิดามารดา บ้าน
ไม่ใช้เงินฟ่มุ เฟือย ไมย่ งุ่ เกี่ยวกบั สารเสพตดิ
๑๑. นกั เรยี นและครรู ว มกนั สรุปความรดู งั น้ี
บทนมัสการมาตาปติ ุคุณกลาวถงึ พระคุณอันยง่ิ ใหญของบิดามารดาที่ลูกทกุ คน ควรบูชาและ
ทดแทน
๖ การจัดบรรยากาศเชิงบวก
ใหน ักเรียนฝกึ ตีความจากบทรอ ยกรอง ระดมความคดิ เชอื่ มโยงกบั ชวี ติ จรงิ เพือ่ ใหเหน็ คุณคาของวรรณคดี
ทถี่ ายทอดขอคดิ และวิถชี ีวติ ไทย
๗ สือ่ การเรียนรู้
แถบบันทกึ เสียง
๘ การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้
๑. วิธกี ารวัดและประเมนิ ผล
๑) สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเขา รว มกจิ กรรม
๒) ตรวจผลงานของนักเรยี น
๒. เคร่ืองมอื
แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา รวมกิจกรรม
๓. เกณฑก์ ารประเมนิ
การประเมินพฤติกรรมการเขา รวมกจิ กรรม
ผานตัง้ แต ๒ รายการ ถือวา ผา่ น
แผนการจดั กจิ กรรมการเรียนรูรายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี ๔ ๒๐๑
ผาน ๑ รายการ ถอื วา ไมผ่ ่าน
๙ กิจกรรมเสนอแนะ
ใหน กั เรียนเขยี นความเรียงท่ีแสดงความซาบซึ้งใจในพระคุณของบดิ ามารดา หรือแตง บทรอ ยกรองตามความ
ถนัด เพอ่ื นาํ ไปมอบแดทา นทง้ั สอง พรอมท้ังกราบแสดงความสํานึกในพระคุณ