The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

วิชาภาษาไทย ท31101
ครูปิยะพงษ์ พลบูรณ์

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by iyarasakulpan, 2022-09-06 11:18:37

แผนรายวิชาภาษาไทย 1 ม.4 ท31101

วิชาภาษาไทย ท31101
ครูปิยะพงษ์ พลบูรณ์

แผนการจัดกจิ กรรมการเรียนรรู฾ ายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชั้นมัธยมศกึ ษาปีท่ี ๔ ๑๕๒

แผนการจดั กิจกรรมการเรียนรูก้ ลมุ่ สาระภาษาไทย

หน฽วยการเรียนรู฾ที่ ๖ การเขยี นเรยี งความ ยอ฽ ความ จดหมาย จํานวน ๑ ชว่ั โมง

แผนการจดั กิจกรรมการเรียนรท฾ู ี่ ๑๖ เรื่อง การเขียนย฽อความสารคดี

สอนวันที่ ................... เดือน ..................................... พ.ศ. .............................. เวลา ................................. น.

๑ สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
การเขียนย฽อความจากสารคดี จะต฾องมคี วามร฾ูเรื่องหลักการย฽อความ และรูปแบบการยอ฽ ความ

๒ ตวั ช้ีวัด/จุดประสงค์การเรียนรู้
๒.๑ ตัวชวี้ ัด
ท ๒.๑ ม.๔-๖/๓ เขียนย฽อความจากส่ือทมี่ ีรูปแบบและเนือ้ หาหลากหลาย
๒.๒ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้
- เขยี นย฽อความจากสารคดไี ด฾

๓ สาระการเรยี นรู้
๓.๑ สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

 การเขยี นย฽อความจากสอื่ ตา฽ งๆ เชน฽
- สารคดี

๓.๒ สาระการเรียนรูท้ ้องถนิ่
(พิจารณาตามหลักสูตรสถานศกึ ษา)

๔ สมรรถนะสาคญั ของผูเ้ รยี น
๔.๑ ความสามารถในการสอ่ื สาร
๔.๒ ความสามารถในการคดิ
๑) ทกั ษะการวเิ คราะหแ
๒) ทกั ษะการสรุปย฽อ
๔.๓ ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต

๕ คุณลกั ษณะอันพงึ ประสงค์
๑. มวี ินยั
๒. ใฝุเรยี นร฾ู
๓. มงุ฽ มัน่ ในการทํางาน

แผนการจดั กิจกรรมการเรยี นรูร฾ ายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชนั้ มัธยมศึกษาปที ่ี ๔ ๑๕๓

๖ กจิ กรรมการเรียนรู้ คาถามกระตุ้นความคิด
วิธีสอนแบบ นริ นยั  สื่อประเภทสารคดตี ่างจากส่อื บันเทิง

ขนั้ ท่ี ๑ อธบิ ายปญั หา คดีอยา่ งไร
(พิจารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดย
สอ่ื /แหล฽งการเรยี นร฾ู : — ใหอ้ ยใู่ น ดุลยพินิจของครผู ู้สอน)

๑. ครูสนทนากับนักเรียนเรอ่ื ง ส่ือประเภทสารคดี คาถามกระตุ้นความคิด
๒. นักเรยี นร฽วมกนั อภิปราย และแสดงความคิดเห็น  นกั เรียนนาความรู้เรอื่ ง หลักการยอ่

เกี่ยวกับ สื่อประเภทสารคดี ความ และโครงสรา้ งยอ่ ความทีเ่ รยี นไป
๓. นักเรยี นตอบคาํ ถามกระต฾ุนความคิด แล้วมาใช้ในการ ยอ่ สารคดีไดห้ รอื ไม่
เพราะเหตุใด
ขน้ั ท่ี ๒ อธบิ ายกฎ หรอื หลกั การเพอ่ื การแก้ปัญหา (พิจารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดย
ให้อยู่ใน ดุลยพนิ ิจของครูผู้สอน)
สอ่ื /แหลง฽ การเรยี นรู฾ : —

๑. ครูและนกั เรียนทบทวนหลักการเขยี นยอ฽ ความ และ
โครงสร฾างการเขียนย฽อความที่ไดเ฾ รียนไปแล฾ว

๒. นักเรยี นกล฽ุมเดิม (จากแผนการจัดการเรียนรทู฾ ี่ ๑)
ร฽วมกันอภิปรายสรุปหลักเกณฑแ และโครงสร฾างการเขยี น
ย฽อความ

๓. นักเรยี นตอบคําถามกระตุ฾นความคดิ

ขนั้ ท่ี ๓ ตดั สนิ ใจ

สื่อการเรยี นรู฾ : หนงั สือเรียน หลกั ภาษาฯ ม.๔

ครใู หน฾ ักเรยี นแต฽ละคนเลอื กใชร฾ ปู แบบโครงสร฾างของ
ย฽อความเรยี งร฾อยแก฾วในเรอื่ ง การเขียนยอ฽ ความ จากหนังสือ
เรยี น เพ่ือใชเ฾ ขียนยอ฽ ความสารคดี
ขน้ั ที่ ๔ พสิ จู นห์ รอื ตรวจคาตอบ
สือ่ การเรียนร฾ู :
๑. หนังสือเรยี น หลักภาษาฯ ม.๔ ๒. ใบงานท่ี ๖.๓

๑. นกั เรียนแต฽ละคนทาํ ใบงานที่ ๖.๓ เรือ่ ง การเขียนย่อ
ความสารคดี

๒. นกั เรียนแลกเปลี่ยนใบงานท่ี ๖.๓ กบั เพื่อนท่ีนัง่ ใกล฾
กนั เพอ่ื ตรวจสอบความถูกตอ฾ งของการเขยี นย฽อความ
โดยเปรียบเทียบความถกู ต฾องกบั เรอื่ งการเขียนย฽อ
ความ ในหนงั สอื เรียน แลว฾ นําใบงานสง฽ ครตู รวจ

๓. ครูประเมินการเขยี นยอ฽ ความสารคดีของนักเรียนเป็น
รายบุคคล จากการทําใบงานท่ี ๖.๓ จากนั้นกล฽าว
ชมเชยนักเรียนทเี่ ขียนย฽อความไดด฾ ี เพือ่ เสริมกําลังใจ

แผนการจดั กจิ กรรมการเรียนรู฾รายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชน้ั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๔ ๑๕๔

๗ การวัดและประเมินผล

วธิ กี าร เครอ่ื งมอื เกณฑ์

ตรวจใบงานท่ี ๖.๓ ใบงานท่ี ๖.๓ ร฾อยละ ๖๐ ผ฽านเกณฑแ

สังเกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบุคคล แบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งาน ระดับคณุ ภาพ ๒ ผา฽ น
รายบคุ คล เกณฑแ

สงั เกตความมีวินัย ใฝุเรยี นร฾ู และมง฽ุ ม่ันในการ แบบประเมินคณุ ลกั ษณะอนั พึงประสงคแ ระดับคุณภาพ ๒ ผา฽ น

ทํางาน เกณฑแ

๘ สื่อ/แหลง่ การเรียนรู้
๘.๑ สอ่ื การเรียนรู้

๑) หนังสือเรยี น ภาษาไทย : หลักภาษาและการใชภ฾ าษา ม.๔
๒) ใบงานที่ ๖.๓ เรอื่ ง การเขยี นย฽อความสารคดี

๘.๒ แหลง่ การเรยี นรู้


แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นร฾ูรายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชนั้ มธั ยมศึกษาปีที่ ๔ ๑๕๕

ใบงานท่ี ๖.๓ การเขยี นย่อความสารคดี

คาชี้แจง ใหน฾ ักเรยี นเขียนย฽อความสารคดีเร่ือง ชีวิตคนบนดอย

ชีวิตคนบนดอย

จะมคี นรส฾ู ักก่ีคนทจี่ ะร฾วู า฽ ขณะทค่ี นสว฽ นใหญข฽ องประเทศไทยได฾รับการพัฒนาจากสิ่งแวดล฾อม อาคาร
สถานท่ี การสือ่ สาร การคมนาคม แต฽ยงั มคี นอีกกล฽ุมหนึ่งท่ียังไม฽ได฾รับการพัฒนาอย฽างไม฽เต็มท่ี เพราะพวก

เขาเหลา฽ นน้ั อาศยั อย฽ู ทบี่ นดอยสงู การเปน็ อยู฽ดําเนินไปอย฽างเรียบง฽าย มีวัฒนธรรมท่ีนับถือมาตั้งแต฽บรรพ
บุรุษ ไม฽มีวัด ไม฽มีพระให฾กราบไหว฾ มีเพียงผีที่ให฾นับถือบูชา แต฽สิ่งที่พวกเขายังรักษาเอาไว฾คือความมีนํ้าใจ
เอื้อเฟื้อเผื่อแผ฽ ดูแลซ่ึงกันและกัน การแลกเปล่ียน ส่ิงของโดยไม฽จําเป็นต฾องใช฾เงินเหมือนในเมือง

สิ่งแวดล฾อมปราศจากควันพษิ อากาศบริสทุ ธ์ิ
มูเซอ หรือลาฮู เชื่อว฽ามีต฾นกําเนิดอยู฽บริเวณที่ราบสูงธิเบตมีความสัมพันธแทางชาติพันธแุกับชนเผ฽า

โลโลในตอนใต฾ของจีนร฽วมกับชาวลีซอ และอีก฾อ ชาวมูเซอได฾มีการอพยพเคลื่อนย฾ายตัวอย฽ูตลอดเวลา
นับเป็นศตวรรษในแถบประเทศจีน พม฽า ลาว และไทย โดยในประเทศไทยนั้นจะพบชาวมูเซอ ได฾ใน ๖
จังหวัด ได฾แก฽ เชียงใหม฽ เชียงราย แม฽ฮ฽องสอน ตาก กําแพงเพชร และนครสวรรคแ ชาวมูเซอในประเทศ

ไทยแบง฽ ออกเป็นหลายกลม฽ุ เชน฽ มูเซอแดง มูเซอเหลือง มูเซอดํา หรือมูเซอเชเล ฯลฯ ชาวมูเซอถูกจัดไว฾
ในกลุ฽มภาษาพม฽า-ธิเบต หมู฽บ฾านชาวมูเซอมักจะตั้งอย฽ูบนท่ีสูง ประมาณ ๑,๐๐๐ เมตร เหนือ

ระดบั น้าํ ทะเล ดังนั้นชาวเขามเู ซอตอ฾ งทําการเพาะปลูกแบบไร฽เล่ือนลอย นอกจากข฾าว และข฾าวโพดแล฾ว
ชาวมูเซอบางสว฽ นยงั ปลกู ฝิ่นเป็นพชื รายได฾ ลักษณะครอบครวั ของชาวมเู ซอ เป็นแบบครอบครัวเด่ียว และ
ถือระบบผัว-เมยี เดยี ว การสืบสายสกุลนั้นไม฽ถือระเบียบเคร฽งครัด หากมีการแต฽งงานเกิดข้ึนฝุายชายอาจ

ต฾องไปอาศัยอยู฽กับครอบครัวฝุายหญิงเป็นระยะเวลาหนึ่งเพื่อเป็นการตอบแทนต฽อฝุายหญิง การนับถือ
และความเชื่อของชาวมูเซอน้ัน ถ฾าเป็นมูเซอแดง และมูเซอดํา ส฽วนใหญ฽นับถือการบูชาผี ส฽วนชาวมูเซอ

เหลืองนับถือศาสนาคริสตแ สําหรับ ปีใหม฽มูเซอจัดข้ึนในเดือนมกราคม และมีนาคม จากการรวบรวม
ข฾อมูลในปี ๒๕๔๕ พบว฽ามีชาวมูเซออาศัยอยู฽ในพื้นท่ี ๘ จังหวัด จํานวน ๓๘๕ หม฽ูบ฾าน/กลุ฽มบ฾าน
๑๘,๐๕๗ หลังคาเรือน ๒๐,๓๔๗ ครอบครัว ประชากรรวม ๑๐๒,๘๗๖ คน แยกเป็นชาย จํานวน

๓๒,๐๕๙ คน หญิง จํานวน ๓๒,๐๙๔ คน เด็กชาย จํานวน ๑๙,๔๓๐ คน เด็กหญิง จํานวน ๑๙,๒๙๓ คน
โดยพบมากทส่ี ดุ ทจี่ งั หวัดเชียงราย รองลงมาเปน็ เชยี งใหม฽ และแมฮ฽ ฽องสอน ตามลาํ ดบั

พวกมูเซอ เข฾ามาในเขตไทยทางด฾านอําเภอแม฽จัน เชียงแสน เชียงของ จังหวัดเชียงราย และทาง
อาํ เภอฝาง จงั หวัดเชียงใหม฽ ทางตอนเหนอื ของจังหวัดแม฽ฮ฽องสอน มูเซอจะกระจายอย฽ูใน ๓ จังหวัดน้ี มี
เพียงส฽วนน฾อยที่ลงมาจากจังหวัดตาก มูเซอแยกออกเป็น ๔ สาขา ท่ีมีจํานวนมากและรู฾จักกันมากคือ

มูเซอดํา มูเซอแดง พวกมูเซอ ๒ สาขานี้ มีธรรมเนียมประเพณีคล฾ายคลึงกันมาก แต฽ด฾านนิสัยใจคอ
ต฽างกันไปคนละอย฽าง มูเซอดํา จะมีความเป็นอย฽ูดีกว฽ามูเซอแดง และมีความขยันขันแข็งมากกว฽าด฾วย

ส฽วนมูเซอแดง มีนสิ ัยเฉื่อยชา ในทอ฾ งทอ่ี าํ เภอแม฽จนั พวกมเู ซอแดงถกู เกลี้ยกล฽อมจากพรรคพวกส฽วนใหญ฽
ในพม฽า จนชวนกันอพยพข฾ามเขตไปเกือบหมดแล฾ว โดยถูกหลอกว฽าจะช฽วยให฾มูเซอมีแว฽นแคว฾นเป็นของ
ตวั เอง ระหวา฽ งพรมแดนไทยกบั พมา฽ และสว฽ นหน่ึงของรัฐฉานตอนใต฾ จึงมชี นเผ฽านี้อยู฽อย฽างหนาแน฽น

แผนการจดั กจิ กรรมการเรียนร฾รู ายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นมัธยมศึกษาปที ี่ ๔ ๑๕๖

มูเซอดํา อย฽ูท่ีดอยโจะโละ และดอยปุาคา ไปไหนมาไหนจะมี เปฺอะ ติดตัวไปด฾วยเสมอ (เปฺอะ คือ
กระบุงเลก็ ๆ ตดิ อย฽รู อบหลังม฾า พาหนะของพวกมเู ซอดาํ ) สาํ หรับไว฾ใส฽ของช่ือมูเซอ ภาษาอังกฤษเรียกว฽า

ลาฮู และพวกมเู ซอดํา
คือลาฮูนา มูเซอแดงเรียกว฽า ลาฮูยี คําว฽ามูเซอเป็นคําพม฽าเรียกชาวเผ฽าน้ี (Mussuh) แปลว฽า นายพราน
และพวกมเู ซอนก้ี ็ชํานาญในการลา฽ สตั วแสมชอ่ื เก฽งในการใชห฾ นา฾ ไม฾มากกวา฽ เผา฽ อนื่

เผ฽ามูเซอเป็นเผ฽าทีย่ ากจนท่สี ดุ ซอมซ฽อที่สุด และเร฽ร฽อนพเนจร แต฽ก็มีน้ําใจงดงามแม฾ภายนอกจะดู
ปาุ เถ่ือนกต็ ามธรรมดามูเซอโดยมาก จะปลูกท่ีอยู฽เป็นกระท฽อมเล็กๆ เพื่อว฽าถ฾ามีคนตายหรือคนเจ็บปุวย

หรือทําไร฽ไถนาไม฽ได฾ผล ก็จะพากันย฾ายหมู฽บ฾านไปท่ีอื่นได฾ง฽าย ตามประเพณีของมูเซอ ด฾วยเหตุน้ี
ชาวเขาเผ฽านจ้ี งึ กระจัดกระจายกันอย฽ูตามภูเขาในเขต ๓ จังหวดั ตาก เชยี งใหม฽ เชียงราย

การแต฽งกายของมูเซอดําและมูเซอแดงคล฾ายๆ กัน ต฽างกันท่ีมูเซอแดง ชอบขลิบชายแขนเสื้อ บ฽า

ชายเอว ดว฾ ยผ฾าสีแดงสด ภาษาที่พดู กค็ ล฾ายกันมาก พวกน้มี ีความเชือ่ แปลกๆ เช฽น บางคนเช่ือว฽าถ฾าใครได฾
ยนิ เสยี งเขียดร฾องตวั เขาจะต฾องตาย บางคนถอื ไม฽ยอมนอนคา฾ งในท่ีราบ ต฾องข้ึนไปนอนบนเขา

พวกมเู ซอโดยมากไม฽ชอบอาบนํา้ ธรรมดาอาบนาํ้ กันปีละครั้ง คือในเทศกาล กนิ วอ (งานปใี หม฽) โดย
จะขัดถูเน้ือตัวกันเป็นการใหญ฽ ถจู นสบู฽หมดก฾อนเลยทีเดียว แต฽ก็มีมูเซอบางคนหันมาอาบนํ้ากันบ฾างแล฾ว
สว฽ นเหตผุ ลของการทีไ่ ม฽ชอบอาบน้ําก็คอื เขากลวั ผีนาํ้ เหมือนพวกอีก฾อ ซ่ึงเชื่อว฽าการอาบนํ้าบ฽อยๆ ผีน้ําที่

แอบอยูจ฽ ะเขา฾ สงิ ทาํ ใหเ฾ จ็บปุวย มเู ซอราํ ดาบเก฽งและสวยงามมาก แต฽ไม฽ยอมทําให฾ดูง฽ายๆ เพราะกลัวผิดผี
พวกมเู ซอจะปลกู บ฾านอย฽ูบนดอยสูง เพราะถือว฽า ผู฾ท่ีอย฽ูสูงจะเหนือกว฽าผ฾ูที่อย฽ูในที่ต่ํา บ฾านมูเซอจะสร฾าง

ดว฾ ยไมไ฾ ผ฽ เสาไม฾จรงิ หลงั คาแฝก หน฾าบ฾านมีนอกชาน มีเตาไฟก฽อไว฾กลางบ฾านหรือมุมบ฾าน สําหรับสุมไฟ
ในหนา฾ หนาวและหุงต฾มด฾วย ตามบ฾านต฽างๆ มักจะมหี มาดุรา฾ ยอยูเ฽ สมอ

ทีก่ ลางลานใหญม฽ รี ้ัวล฾อม มที เ่ี ตน฾ รํา ตามหม฽ูบา฾ นบางแห฽งปลูกเปน็ โรงเต฾นรํา โดยใช฾ฟากไม฾ไผ฽ปูซ฾อน

๓-๔ ช้ัน เพราะจังหวะเต฾นรําของมูเซอเป็นจังหวะกระทืบ และกระแทก หมอผีเหนือพระผู฾ย่ิงใหญ฽ของ
หมบ฽ู ฾านเรยี กว฽า ปุูจอง และหัวหน฾าปจุู องเรยี กว฽า ปูจุ องหลวง น้าํ ด่ืมน้าํ ใช฾ จะเอากระบอกไปตักจากลําธาร

ซ่งึ ไกลมาก เพราะพวกน้ีกลัวนา้ํ จงึ ปลกู บ฾านหา฽ งแหล฽งนา้ํ นนั่ เอง อาวุธคือหน฾าไม฾ ทําแบบเรียบๆ ไม฽มี
ลวดลาย แต฽แข็งและมีกําลังยิงได฾แม฽นมาก ชายมูเซอมักจะมีชื่อนําหน฾าด฾วยคําว฽า จะ ส฽วนผ฾ูหญิงจะ
นาํ หนา฾ ดว฾ ย นะ

สาวชาวมเู ซอดํา มักจะใส฽เส้ือผ฽าอก แม฾ในหน฾าหนาวก็จะใส฽กันแบบน้ีทั้งชายหญิง และชอบประดับ
ดว฾ ยกาํ ไลมอื กาํ ไลคออันโตๆ พวกน้ีใส฽กําไลเงินกันแล฾วไม฽ค฽อยถอด ย่ิงรวยยิ่งใส฽หลายอัน ชายมูเซอชอบ

เท่ียวขา฾ มถ่นิ และไมค฽ อ฽ ยรกั ชอบสาวหมู฽บ฾านตนเอง อาจจะเพราะเคยเห็นกันมาตั้งแต฽เด็กแล฾ว เขามักจะ
ไปเกี้ยวสาวตามหมู฽บ฾านไกลๆ โดยวิธีร฾องเพลง หรือเปุาใบไม฾ไผ฽เป็นสัญญาณเรียกให฾ผู฾หญิงมาหาตน ใน
ตอนกลางคนื ก็จะเรยี กคร฽ู ักมา และพาไปหลับนอนในปาุ แล฾วกจ็ ะมีการสู฽ขอ โดยฝาุ ยชายจะให฾ไก฽ หรือหมู

มาแลกกบั เจ฾าสาว พธิ ีแตง฽ งานคอื บา฽ วสาวนง่ั คู฽กนั ผูใ฾ หญ฽จะมดั มือทงั้ ค฽ู แปลว฽าใหอ฾ ย฽ูด฾วยกันตลอดไป
งานกินวอ มีใกล฾ๆ กับตรุษจีน ใครท่ีเข฾าหม฽ูบ฾านนี้ตอนมีงานจะออกไปไม฽ได฾จนกว฽างานจะเลิก

โดยมากจะมี ๔ วัน แล฾วแต฽กําหนดวันตามความสะดวกของแต฽ละหมู฽บ฾าน และจะไม฽มีการทํางาน มีแต฽
เตน฾ ราํ และกินเลยี้ ง แตง฽ ตวั เตม็ ยศ และอาบน้ํา ในงานน้ีจะมกี ารเลอื กคู฽ดว฾ ย มูเซอหนุ฽มบางคนก็ถือโอกาส
ไปจีบสาวหม฽ูบ฾านอนื่ ดว฾ ย

พวกมูเซอบางหมู฽บ฾าน หน฽ุมสาวจะร฾องเพลงเก้ียวกันจนสว฽าง ถ฾าสาวชอบก็จะทําเป็นขโมยของหนี
เพอื่ ล฽อให฾หนมุ฽ ตามไปในท่ีลับตา

แผนการจดั กิจกรรมการเรยี นร฾รู ายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๔ ๑๕๗

จากประวัติของชาวเขาเผ฽ามูเซอ จะเห็นได฾ว฽าชาวเขาเผ฽ามูเซอดําเนินชีวิตด฾วยความเรียบง฽าย มี
ขนบธรรมเนยี มประเพณีท่ีเป็นเอกลกั ษณแของมูเซอ ผู฾เขียนจะกล฽าวถึงคือชาวเขาเผ฽ามูเซอแดง มูเซอแดง

แห฽งหมู฽บ฾านซอแบะ ชื่อหมู฽บ฾านซอแบะต้ังขึ้นเพราะมีผู฾เฒ฽าท่ีชื่อซอแบะเป็นคนแรกท่ีตั้งหม฽ูบ฾านน้ีขึ้น
ชาวบา฾ นกเ็ ลยเรยี กหม฽บู ฾านมูเซอน้ีวา฽ หมบ฽ู ฾านซอแบะ แตช฽ อ่ื โรงเรยี นทที่ างราชการตั้งชอ่ื วา฽ โรงเรียนบ฾านส฽อ
แบะ อาจเป็นเพราะการฟงใ สําเนยี งผดิ พลาดกเ็ ลยทาํ ให฾เจา฾ หน฾าท่ีของทางราชการเปล่ียนชื่อให฾ชื่อหมู฽บ฾าน

ซอแบะกบั ช่อื โรงเรียนบา฾ นส฽อแบะไม฽ตรงกนั ผู฾ใหญ฽บ฾านหรือพ฽อหลวงท่ีชาวบ฾านให฾ความนับถือเป็นบุคคล
ที่มีความสําคัญดูแลความเป็นอย฽ูของลูกบ฾าน ในสมัยโบราณมูเซอเคยปลูกฝ่ินเป็นอาชีพหลักแต฽ปใจจุบัน

อาชพี ของมเู ซอแดงคือปลกู ข฾าว ปลูกกระเทียม ซึ่งถือว฽าเป็นการสร฾างรายได฾ให฾กับชาวบ฾านมูเซอ ในการ
จดั การเรยี นการสอน นักเรียนเผ฽ามูเซอจะสามารถเรียนภาษาอังกฤษได฾ดีกว฽าภาษาไทยเพราะภาษาถ่ินที่
พวกเขาใชก฾ ารออกเสียงจะเหมือนกันจึงทําให฾ครูจัดการเรียนการสอนวิชาภาษาไทยากมาก ทําไมผ฾ูเขียน

ถึงรู฾เพราะผู฾เขียนได฾ไปสัมผัสการเรียนการสอนด฾วยตนเองเป็นระยะเวลา ๑ ปี ๕ เดือน ท่ีผ฾ูเขียนข้ึนไป
บรรจุเป็นครูบนดอย ระยะการเดินทางระหวา฽ งในตวั เมืองกบั หม฽ูบ฾านซอแบะหากวันใดท่ีทอ฾ งฟูาโปรง฽ จะใช฾

เวลาเดินทางประมาณ ๓ ช่วั โมง แต฽ถ฾าในช฽วงฤดูฝนการเดนิ ทางกจ็ ะเพม่ิ ข้ึนโดยไม฽มีกําหนด ตัวผู฾เขียนเอง
เคยมีประสบการณใแ นการเดนิ ทางในชว฽ ง ฤดูฝน ผูเ฾ ขียนไม฽สามารถไปถึงโรงเรียนได฾ ต฾องขออาศัยพักอยู฽
โรงเรยี นใกลเ฾ คยี งเสยี ก฽อนจนกว฽าจะมีชาวบ฾านหรือครูผู฾ชายลงมารับ ชาวบ฾านซอแบะจะหยุดทํางานในไร฽

ในวนั พระ ถ฾าหากทางโรงเรยี นต฾องการขอความชว฽ ยเหลอื จากชาวบ฾านก็ต฾องขอแรงในวันพระ
ชาวเขาเผา฽ มเู ซอแดงไมว฽ า฽ จะหมูบ฽ ฾านใดในพ้ืนท่ีอําเภอปางมะผ฾า จ.แมฮ฽ ฽องสอน จะมีขนบธรรมเนียม

ประเพณคี ล฾ายกันคือ ไม฽มีวัด นับถือผี ผ฾คู นมีนาํ้ ใจ มคี วามรักความผูกพันในสายพันธแุเดียวกนั

ท่มี า : http://www.benjamasud๒๐.multiply.multiplycontent.com/.../บทความสาค..

แผนการจดั กิจกรรมการเรยี นรู฾รายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๔ ๑๕๘

แผนการจัดกจิ กรรมการเรียนรร฾ู ายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี ๔ ๑๕๙

ข้อเสนอแนะของหัวหน้ากลมุ่ สาระการเรยี นรู้
..........................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................

ลงช่ือ ...............................................
(นายทรงกลด ภูมพิ านิชยแ)

หัวหน฾ากลุ฽มสาระการเรยี นรูภ฾ าษาไทย
.............../................................./....................

ขอ้ เสนอแนะของหัวหน้างานวดั ผลและประเมินผลการศึกษา
..........................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................

ลงช่ือ ...............................................(ผต฾ู รวจสอบ)

(นางสาวจนั ทิรา แวงวงษแ)
หวั หน฾างานวดั ผลและประเมินผลการศกึ ษา

.............../................................./....................
ข้อเสนอแนะของหวั หน้างานวัดผลและประเมินผลการศกึ ษา

..........................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
ลงช่อื ...............................................(ผ฾ตู รวจสอบ)
(นายพฤทธ์พิ ล ชาร)ี

รองผ฾ูอํานวยการกลมุ฽ บรหิ ารงานวชิ าการ
.............../................................./....................

แผนการจดั กิจกรรมการเรียนรรู฾ ายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๔ ๑๖๐

แบบบนั ทึกหลังแผนการสอน
.......................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................

ลงช่อื ..........................................................

(นายปยิ ะพงษแ พลบรู ณแ)
ตําแหนง฽ ครู

................/............................./...............

แผนการจดั กิจกรรมการเรยี นรู฾รายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชนั้ มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๔ ๑๖๑

แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นร้กู ลมุ่ สาระภาษาไทย

หน฽วยการเรียนรู฾ท่ี ๖ การเขียนเรยี งความ ยอ฽ ความ จดหมาย จาํ นวน ๑ ชวั่ โมง

แผนการจัดกจิ กรรมการเรียนรท฾ู ี่ ๑๗ เรื่อง การเขียนย฽อความบทความทางวิชาการ

สอนวันที่ ................... เดือน ..................................... พ.ศ. .............................. เวลา ................................. น.

๑ สาระสาคัญ/ความคิดรวบยอด
การเขยี นย฽อความจากบทความทางวิชาการ จะต฾องมคี วามร฾เู ร่อื งหลักการยอ฽ ความ และรปู แบบการย฽อความ

๒ ตัวชี้วัด/จดุ ประสงค์การเรยี นรู้
๒.๑ ตวั ชี้วัด
ท ๒.๑ ม.๔-๖/๓ เขยี นย฽อความจากสื่อที่มีรูปแบบและเนอื้ หาหลากหลาย
๒.๒ จุดประสงค์การเรียนรู้
- เขียนยอ฽ ความจากบทความทางวชิ าการได฾

๓ สาระการเรยี นรู้
๓.๑ สาระการเรียนรแู้ กนกลาง

 การเขียนยอ฽ ความจากสือ่ ตา฽ งๆ เชน฽
- บทความทางวิชาการ

๓.๒ สาระการเรียนรู้ทอ้ งถน่ิ
(พิจารณาตามหลักสตู รสถานศกึ ษา)

๔ สมรรถนะสาคญั ของผู้เรยี น
๔.๑ ความสามารถในการส่อื สาร
๔.๒ ความสามารถในการคิด
๑) ทักษะการวิเคราะหแ
๒) ทกั ษะการสรปุ ย฽อ
๔.๓ ความสามารถในการใช้ทักษะชวี ิต

๕ คุณลักษณะอันพึงประสงค์
๑. มวี นิ ัย
๒. ใฝุเรียนรู฾
๓. มงุ฽ ม่ันในการทาํ งาน

แผนการจัดกิจกรรมการเรยี นร฾ูรายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ช้นั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๔ ๑๖๒

๖ กจิ กรรมการเรยี นรู฾ คาถามกระต้นุ ความคิด
วธิ ีสอนแบบ แบง่ กลมุ่ ทางาน  นักเรียนคดิ วา่ เน้ือหาในบทความทาง

ขัน้ นาเขา้ สบู่ ทเรยี น วิชาการ ท่ีนักเรียนเคยอ่าน มี
ประโยชนต์ อ่ นกั เรยี นอยา่ งไร
สื่อ/แหล฽งการเรยี นรู฾ : — (พิจารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดย
ให้อยู่ใน ดุลยพินิจของครผู ู้สอน)
๑. ครูสนทนากบั นักเรียนเพือ่ ทบทวนเรอื่ ง การเขียนยอ฽
ความ จากนนั้ ใหน฾ กั เรียนรว฽ มกันแสดงความคิดเห็น คาถามกระตุ้นความคิด
เกี่ยวกับการเขียนย฽อความ  บทความทางวชิ าการทน่ี ักเรยี นนามา

๒. นกั เรียนรว฽ มกนั อภปิ รายความร฾ูเกีย่ วกบั บทความทาง เสนอ มีใจความสาคญั และมี
วิชาการทน่ี ักเรียนเคยอา฽ น ความนา่ สนใจอยา่ งไร
(พิจารณาตามคาตอบของนักเรียน โดย
๓. นกั เรียนตอบคาํ ถามกระตนุ฾ ความคดิ ใหอ้ ยใู่ น ดุลยพนิ จิ ของครผู ้สู อน)

ขนั้ สอน

สอื่ /แหล฽งการเรียนรู฾ :

๑. หนังสือเรียน หลกั ภาษาฯ ม.๔
๒. บทความทางวชิ าการ
๓. ห฾องสมุด

๑. ครูและนกั เรยี นร฽วมกันกาํ หนดความมุง฽ หมายของการ
ทํางานในแตล฽ ะกล฽ุม โดยใหน฾ ักเรียนศึกษาลกั ษณะของ
บทความ ทางวิชาการ แลว฾ เลอื กบทความทางวิชาการ
มา ๑ บทความ เพอื่ นาํ มาเขียนยอ฽ ความ

๒. ครูเสนอแนะให฾นกั เรยี นคน฾ ควา฾ หาความรู฾เรอื่ ง การ
เขียน ย฽อความ จากหนังสอื เรียน และศึกษาเก่ียวกับ
บทความ ทางวชิ าการ จากเอกสารประกอบการ
สอน

๓. นกั เรียนแต฽ละกล฽มุ (กลุ฽มเดิมจากแผนการจัดการ
เรียนรท฾ู ี่ ๑)รว฽ มกนั วางแผน และปฏบิ ัติงานตามทไ่ี ด฾รบั
มอบหมาย โดยให฾สมาชิกแต฽ละกลุ฽มศกึ ษาคน฾ ควา฾
บทความทางวิชาการมากลุม฽ ละ ๑ บทความ จาก
หอ฾ งสมุด เพอื่ นํามาเขยี นยอ฽ ความตามโครงสร฾างของ
ยอ฽ ความ

๔. นกั เรยี นแต฽ละกลุม฽ ส฽งตัวแทนออกมานําเสนอการย฽อ
ความบทความทางวชิ าการ หน฾าชัน้ เรียน ครปู ระเมิน
การนาํ เสนอของนักเรียนแต฽ละกลม฽ุ

๕. นกั เรียนตอบคาํ ถามกระต฾ุนความคิด

ขน้ั สรุป

แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรูร฾ ายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั มัธยมศึกษาปีที่ ๔ ๑๖๓

ส่อื /แหลง฽ การเรียนร฾ู : —

นักเรยี นร฽วมกนั สรปุ ผลการปฏิบัตงิ านในกลุม฽ ตนเอง โดยบอก
ขน้ั ตอนการปฏบิ ตั ิงาน ผลทไ่ี ดร฾ บั และแนวทางในการต฽อยอด
พัฒนางานตอ฽ ไป

๗ การวัดและประเมินผล

วิธีการ เครื่องมอื เกณฑ์

ประเมินการนาํ เสนอผลงาน แบบประเมนิ การนําเสนอผลงาน ระดบั คณุ ภาพ ๒ ผา฽ น
เกณฑแ

สังเกตพฤติกรรมการทํางานกลุ฽ม แบบสงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานกล฽มุ ระดับคณุ ภาพ ๒ ผา฽ น
เกณฑแ

สงั เกตความมีวินยั ใฝุเรียนรู฾ และมุ฽งมนั่ ในการ แบบประเมินคุณลกั ษณะอันพงึ ประสงคแ ระดับคุณภาพ ๒ ผ฽าน

ทํางาน เกณฑแ

๘ สอื่ /แหล่งการเรยี นรู้

๘.๑ สื่อการเรยี นรู้
๑) หนงั สอื เรียน ภาษาไทย : หลกั ภาษาและการใชภ฾ าษา ม.๔

๒) บทความทางวชิ าการ
๘.๒ แหลง่ การเรียนรู้

- หอ฾ งสมดุ

แผนการจดั กิจกรรมการเรียนรูร฾ ายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ช้ันมธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๔ ๑๖๔

เอกสารประกอบการสอน

บทความทางวชิ าการ
คาสาคญั บทความทางวิชาการ เทคนิคการเขยี น การเขียนบทความ

บทความทางวิชาการมีความสําคัญทั้งต฽อตัวผ฾ูเขียน ตอ฽ วงการวชิ าการ / วชิ าชีพ และต฽อสงั คมในด฾าน

ความสําคญั ตอ฽ ผ฾เู ขียน บทความทางวิชาการเปน็ ภาพสะท฾อนถึงความตนื่ ตวั ทางวชิ าการของผ฾ูเขียนในการ
ตดิ ตามความร฾ูและวทิ ยาการใหม฽ๆ ในแวดวงการศึกษา ตลอดจนความสามารถในการจัดระบบความคดิ

และนาํ เสนอในด฾านความสําคัญ ต฽อวงการวชิ าการ/วิชาชพี บทความทางวิชาการเปน็ กิจกรรมทก่ี ฽อใหเ฾ กิด
การกระจายความร฾ูและการพฒั นาองคคแ วามรู฾ ในด฾านความสาํ คญั ตอ฽ สังคม บทความทางวชิ าการเสนอ
สาระความรู฾และแนวความคดิ ตา฽ งๆ อนั เป็นจดุ เรม่ิ ตน฾ ทีก่ อ฽ ใหเ฾ กดิ ประโยชนแในการพัฒนาสงั คมและ

ประเทศชาติในดา฾ นตา฽ งๆ ดงั นน้ั จงึ จําเป็นท่ีนักวชิ าการไมว฽ า฽ จะอยู฽ในวงการวิชาการ/วชิ าชีพใดจะต฾องมี
ความรเู฾ ก่ียวกับการเขียนบทความทางวชิ าการ

ความหมายของบทความทางวชิ าการ
บทความทางวิชาการ คือ งานเขียนขนาดสน้ั ซึ่งมีการกาํ หนดประเดน็ ทชี่ ดั เจนโดยผเู฾ ขียนเรยี บเรียง

จากผลงานทางวชิ าการของตนเอง หรอื ของผู฾อ่นื ในลักษณะทเี่ ปน็ การวเิ คราะหแ วจิ ารณแ หรอื เสนอ

แนวความคิดใหม฽ๆ จากพื้นฐานทางวิชาการนัน้ ๆ บทความทางวชิ าการท่เี ผยแพรโ฽ ดยท่ัวไป อาทิ
๑. บทความทางวชิ าการท่ีเสนอเนื้อหาความร฾วู ิชาการอย฽างเขม฾ ข฾น และผา฽ นการอ฽านและพจิ ารณา

จากผูท฾ รงคุณวฒุ ิในสาขาวชิ าน้นั ๆ มีกลุม฽ เปาู หมายเป็นนักวิชาการในวงการวิชาการ/วิชาชีพ
๒. บทความทางวิชาการที่เสนอเนอื้ หาความร฾ูวชิ าการไมเ฽ ขม฾ ข฾นนัก เนน฾ กลุม฽ เปูาหมายทีเ่ ป็น

ประชาชนทัว่ ไป

๓. บทความวิจยั (research article) คอื บทความทเ่ี ขียนขึ้นจากงานวิจยั ของตนเอง มีการกําหนด
ปญใ หาและวัตถปุ ระสงคทแ ่ีชัดเจน มีการรวบรวมข฾อมลู วิเคราะหแ สรปุ และอภิปรายผลการวิจัย

อันนาํ ไปส฽คู วามก฾าวหนา฾ ทางวชิ าการ
๔. บทความวิจารณแ (review article) คอื บทความท่ีศกึ ษาผลงาน หรือแนวคดิ อยา฽ งใดอย฽างหนึง่ โดย

ละเอียด รวมทัง้ มกี ารวเิ คราะหแแ ละอภปิ รายผลของเรอื่ งท่ศี ึกษาใหเ฾ หน็ แนวโน฾มวา฽ ควรเป็นไป

ในทางใด มีขอ฾ ดีข฾อเสยี อย฽างไร
๕. บทความเชิงวิจารณแ เปน็ บทความทเ่ี ขยี นจากการศึกษา คน฾ คว฾า เฉพาะกรณเี ก่ยี วกบั สถานภาพ

หรือปญใ หาของสง่ิ ที่ศึกษา เพื่อหาสาเหตขุ องปใญหา และเสนอแนะแนวทางแก฾ไข
แหลง่ เผยแพร่บทความทางวิชาการ

แหลง฽ เผยแพรบ฽ ทความทางวิชาการ มีทั้งที่เป็นสื่อส่ิงพิมพแ สื่อบุคคล และสื่ออิเล็กทรอนิกสแประเภท

ส่ือส่ิงพิมพแ อาทิ วารสารทางวิชาการ วารสารกึ่งวิชาการ หนังสือรวมเร่ือง และเอกสารประกอบการ
ประชุม สัมมนาทางวิชาการ ส่ือบุคคล อาทิ การนําเสนอผลงานในการประชุม สัมมนาทางวิชาการ การ

บรรยาย/อภิปราย และสื่ออิเล็กทรอนิกสแ อาทิ เว็บไซตแ ฐานข฾อมูล ในการเตรียมบทความทางวิชาการ
ต฾องทราบแหล฽งเผยแพร฽และวิธีจัดเตรียมต฾นฉบับท่ีแหล฽งเผยแพร฽น้ันๆ กําหนด เช฽น ต฾องทราบว฽าแหล฽ง
เผยแพร฽เป็นวารสารวิชาการ หรือวารสารก่ึงวิชาการ วัตถุประสงคแในการเผยแพร฽เป็นอย฽างไร

กล฽มุ เปูาหมายคือกล฽ุมใด ความยาวของบทความกําหนดไว฾ก่ีหน฾า อักษรท่ีใช฾ในการพิมพแเป็นแบบไหน ใช฾

แผนการจัดกิจกรรมการเรยี นรู฾รายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปีที่ ๔ ๑๖๕

การอ฾างอิงรูปแบบใด เพื่อสามารถจัดเตรียมบทความทางวิชาการได฾อย฽างเหมาะสมในการเลือกแหล฽ง

เผยแพร฽ ที่เปน็ วารสารวชิ าการ เพื่อการเผยแพร฽บทความทางวชิ าการมีหลักเกณฑดแ ังน้ี

๑. เปน็ วารสารท่จี ดั พิมพแต฽อเนือ่ งทกุ ปี ตรงตามเวลาท่ีกําหนด

๒. เปน็ วารสารท่ีออกต฽อเน่อื งมาแล฾วไม฽นอ฾ ยกวา฽ ๓ ปี

๓. กองบรรณาธิการประกอบด฾วย ผทู฾ ่มี คี วามร฾ู ประสบการณแในวชิ าชีพเพียงพอ

๔. มผี ฾ูทรงคุณวฒุ อิ ฽านพิจารณาบทความ อยา฽ งน฾อย ๒ ท฽าน

๕. ถกู นําไปทําดรรชนวี ารสารไทย

๖. มีค฽า impact factor สูง (การวัดค฽าความถี่ของการอ฾างอิงบทความวารสารในแต฽ละปี เป็น

เคร่ืองมอื ชว฽ ย ประเมนิ เปรียบเทียบวารสาร)

๗. มบี ทคัดยอ฽ ทั้งภาษาไทยและภาษาอังกฤษ

๘. มีเอกสารอ฾างอิง

๙. มีรายช่อื อา฾ งองิ อยใ฽ู นฐานขอ฾ มลู ของตา฽ งประเทศ

สว่ นประกอบของบทความทางวชิ าการ

บทความทางวชิ าการ ประกอบดว฾ ยสว฽ นประกอบ ๓ สว฽ นคือ ส฽วนนาํ สว฽ นเน้อื หา และส฽วนอ฾างอิง

บทความทางวชิ าการโดยทัว่ ไป ประกอบดว฾ ย

ส่วนนา ไดแ฾ ก฽ ชอ่ื เร่ือง ชอื่ ผู฾เขยี น และขอ฾ ความแนะนาํ ผ฾ูเขียน

ส่วนเน้ือหา ได฾แก฽ ความนํา เน้ือเร่ือง ซึ่งแบ฽งเป็นประเด็นหลัก ประเด็นรอง ประเด็นย฽อยและ

บทสรุป

สว่ นอา้ งอิง ได฾แก฽ บรรณานุกรม/เอกสารอ฾างอิง บทความเชิงวิเคราะหแ ประกอบด฾วย ส฽วนนํา ได฾แก฽

ช่ือเร่ือง ชื่อผ฾เู ขียน และข฾อความแนะนําผู฾เขียน ส฽วนเน้ือหา ได฾แก฽ ความนํา วัตถุประสงคแ วิธีวิเคราะหแ

ขอบเขตการวิเคราะหแ เน้ือเรื่อง ได฾แก฽ ลักษณะหรือสภาพของเร่ืองที่วิเคราะหแ การวิเคราะหแสาเหตุของ

ปใญหา และการวิเคราะหแแนวทางแก฾ไข บทสรุปเป็นการย฽อสาระและวิเคราะหแแนวทางแก฾ไข ส฽วนอ฾างอิง

ได฾แก฽ บรรณานกุ รม/เอกสารอ฾างองิ

บทความวจิ ัย ประกอบดว฾ ย

ส่วนนา ได฾แก฽ ชอ่ื เรื่องงานวิจยั ชอื่ ผวู฾ จิ ัยและคณะ ตลอดจนรายละเอียดของผู฾วิจัย และบทคัดย฽อทั้ง

ภาษาไทยและภาษาองั กฤษ

สว่ นเนื้อหา ไดแ฾ ก฽ ความเป็นมาและความสาํ คัญของปใญหา วัตถปุ ระสงคแ สมมุติฐานของงานวจิ ัย (ถ฾า

มี) ขอบเขตท่ีครอบคลุมในการวิจัย ประโยชนแที่คาดว฽าจะได฾รับ เอกสารและงานวิจัยที่เก่ียวข฾อง

วิธดี าํ เนินการวิจัย (ประกอบดว฾ ยขอ฾ มูลประชากร กลม฽ุ ตัวอยา฽ ง การส฽ุมตวั อยา฽ ง เคร่อื งมือการวิจัย และเก็บ

รวบรวมข฾อมูล การวิเคราะหขแ อ฾ มลู ) ผลการวจิ ัย (สรุปผลการวิจยั อภิปรายผลและขอ฾ เสนอแนะ)

สว่ นอา้ งอิง ไดแ฾ ก฽ บรรณานุกรม/เอกสารอ฾างองิ และภาคผนวก (ถา฾ มี)

การเตรียมโครงเรอื่ งบทความวิชาการ

โครงเร่ืองคือ เค฾าโครงงานเขียน แสดงขอบเขตของเรื่อง แนวคิดหรือหัวข฾อสําคัญ ก฽อนลงมือเขียน

บทความทางวิชาการทุกครง้ั ตอ฾ งเขยี นโครงเร่ืองกอ฽ น เพราะการเขยี นโครงเร่ืองเป็นการจัดความร฾ูความคิด

ให฾เป็นระบบ เป็นแนวทางเก็บรวมรวบข฾อมูล และเป็นแนวทางนําเสนอเนื้อหาให฾เป็นสัดส฽วนเกี่ยวเนื่อง

สัมพันธกแ นั ครอบคลุมประเด็นสาํ คัญได฾ครบถ฾วน โครงเรอื่ งบทความทางวชิ าการ แบง฽ เป็น ๓ ส฽วนหลัก คือ

แผนการจัดกจิ กรรมการเรียนรร฾ู ายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชั้นมัธยมศกึ ษาปีที่ ๔ ๑๖๖

ความนํา เนื้อเรื่อง และสรุป ในส฽วนเนื้อเรื่องแบ฽งเป็นประเด็นต฽างๆ โดยจัดลําดับให฾เป็นระบบ ในการ
จดั ลาํ ดบั จดั ไดห฾ ลายแบบแล฾วแตเ฽ ทคนิคการนําเสนอ อาทิ

๑. จดั ลาํ ดับจากเร่ืองกว฾างๆ หรอื เรอื่ งทัว่ ไป ไปสเ฽ู รอื่ งเฉพาะ
๒. จดั ลาํ ดับจากเรอ่ื งเฉพาะไปสูเ฽ ร่ืองกวา฾ งๆ หรือเร่ืองทวั่ ไป
๓. จดั ลําดับตามความสําคัญ

๔. จัดลําดับตามเหตุการณหแ รอื ระยะเวลา
๕. จดั ลาํ ดบั ตามเหตุและผล

๖. จัดลาํ ดบั ตามสถานท่หี รือทศิ ทาง
ท้งั น้ี ในการจัดลําดบั โครงเรือ่ ง แต฽ละประเด็นตอ฾ งมีน้ําหนักสมดุลกัน และการแตกเป็นประเด็นย฽อย
ต฾องแตกเป็นลําดับขั้นอย฽างเป็นระบบ ควรใช฾ตัวเลขหรือตัวอักษรกํากับหัวข฾อประเด็นต฽างๆ ไม฽ควรใช฾

เครื่องหมายขดี ส้นั (hyphen)
เทคนิคการเขียนบทความทางวิชาการ

การเขยี นบทความทางวิชาการทว่ั ไป มีเทคนคิ การเขยี น ดงั น้ี
๑. ชอ่ื เรื่อง ในการเขียนบทความวิชาการ การกําหนดช่ือเร่ือง ต฾องใช฾ภาษาที่เป็นทางการ ชื่อเรื่อง
ชดั เจน ตรงไปตรงมา และครอบคลมุ ประเด็นของเรื่อง ส฽วนในการเขยี นบทความเพอ่ื เผยแพร฽ในวารสารกึ่ง

วิชาการอาจไมใ฽ ช฾ภาษาทีเ่ ปน็ ทางการนัก โดยอาจเลือกใชค฾ ําหรอื ข฾อความท่ีดึงดูดความสนใจของผ฾ูอ฽านก็ได฾
โดยท่วั ไป ชือ่ เรอื่ งจะต฾องสือ่ ถึงเน้ือหาของเรอ่ื ง ซง่ึ ตอ฾ งมีลักษณะท่เี จาะลกึ ไม฽กวา฾ งเกินไป มีความใหม฽และ

นา฽ สนใจสอดคลอ฾ งกบั เวลา สถานการณแ และนโยบายของวารสาร
๒. ชอ่ื ผู้เขยี น ตอ฾ งใช฾ชื่อจรงิ ไม฽ใชน฾ ามแฝง
๓. บทคัดย่อ วารสารแต฽ละรายช่ือ มักจะกําหนดจํานวนคําสําหรับบทคัดย฽อ บทคัดย฽อควรมีความ

ยาวประมาณคร่งึ หนา฾ ไม฽ควรเขียนบทคัดยอ฽ ใหม฾ คี วามยาวเกนิ กว฽า ๑ หนา฾
๔. ความนา เขียนปูพ้ืนฐานเพื่อดึงความสนใจของผู฾อ฽านสู฽เน้ือเร่ือง ให฾ผ฾ูอ฽านเห็นความสําคัญ และ

สรา฾ งบรรยากาศใหต฾ ิดตามต฽อไป ควรเขยี นให฾กระชบั ตรงประเดน็ ไม฽ยืดเยื้อ ต฾องเขียนให฾สอดคล฾องกับชื่อ
เร่อื ง โดยจบั ประเด็นจากชอื่ เร่ืองและนาํ เรอื่ งเขา฾ สบ฽ู รบิ ท

๕. เนื้อเร่ือง เขียนข฾อมูลให฾มีความถูกต฾อง สมบูรณแ เพ่ือให฾ผู฾อ฽านเกิดความรู฾ ความเข฾าใจ สามารถ

ตอบสนองความต฾องการของผู฾อา฽ นไดต฾ ามวัตถุประสงคขแ องผเ฾ู ขยี น ควรจําแนกหัวขอ฾ หรือประเด็นให฾ชัดเจน
เพ่อื ความสะดวกในการอ฽านและการทําความเข฾าใจ หัวข฾อต฽างๆ ในเนื้อเรื่อง ต฾องเป็นคํา ข฾อความ หรือวลี

ท่สี มบรู ณแชดั เจน ไมใ฽ ส฽วงเล็บศัพทแภาษาอังกฤษไว฾ที่ขา฾ งท฾ายหวั ขอ฾ เร่ือง หากจําเป็นต฾องใส฽วงเล็บคําศัพทแให฾
ไปใส฽ไว฾ทคี่ ําแรกทีก่ ล฽าวถึงในยอ฽ หน฾า และใส฽เพยี งครั้งเดียวเท฽านั้น เนื้อหาสาระแต฽ละตอนแบ฽งเป็นย฽อหน฾า
แต฽ละย฽อหน฾ามีข฾อความตอนหนึ่งที่มีใจความสําคัญเพียงเรื่องเดียว โดยอย฽ูตอนต฾น ตอนกลาง หรือ

ตอนท฾ายยอ฽ หน฾าก็ได฾แล฾วแตล฽ ลี าการเขยี น แต฽โดยท่ัวไปใจความสําคัญมักอย฽ูตอนต฾นของย฽อหน฾า แต฽ละย฽อ
หนา฾ ต฾องมปี ระโยคขยายใจความสาํ คัญใหแ฾ จ฽มชดั ความยาวของย฽อหน฾าหนึ่งๆ ไม฽มีกําหนดไว฾ แต฽โดยท่ัวไป

ยอ฽ หนา฾ หนงึ่ ๆ มคี วามยาวประมาณ ๓ – ๑๐ บรรทัด
ลักษณะของย฽อหนา฾ ท่ดี ตี ฾องมเี อกภาพ (unity) มีสมั พันธภาพ (coherence) และมีสารัตถภาพ
๑) มีเอกภาพ ย฽อหน฾าหน่ึงๆ ต฾องมีใจความสําคัญเพียงประเด็นเดียว และมีประโยคขยาย ช฽วย

เสริมใจความสําคญั และขยายความให฾ชดั เจน เพ่ือให฾มคี วามสมบูรณแของเน้ือหาในประเด็นทก่ี ล฽าวถึง

แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรรู฾ ายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๔ ๑๖๗

๒) มีสัมพันธภาพ เนื้อหาสาระของเรื่องจากย฽อหน฾าหน่ึงไปส฽ูอีกย฽อหน฾าหนึ่ง ต฾องมีข฾อความ
เกี่ยวเนื่องสัมพันธแกัน ลําดับความในย฽อหน฾าต฾องมีระเบียบ เช฽น จากเหตุไปผล ตามลําดับเวลาหรือ

ตามลาํ ดับความสําคญั
๓) มีสารตั ถภาพ ยอ฽ หน฾าตา฽ งๆ ในเรือ่ งตอ฾ งมสี ัดสว฽ นท่ีเหมาะสม มีการเน฾นย้ําใจความสําคัญ และ

ให฾นํา้ หนกั หรือสัดส฽วนของข฾อความส฽วนทีต่ อ฾ งการเนน฾ มากกวา฽ ขอ฾ ความยอ฽ ย

๖. บทสรุป อาจเป็นการนําเน้ือหาท่ีเขียนมาท้ังหมดมาสรุปใหม฽ เป็นการส฽งท฾ายให฾สอดคล฾องกับ
ความนาํ เน฾นยํ้าความสําคญั ในเน้ือหา และควรสรุปเชิงอภิปราย มีการเสนอแนวคิดของผู฾เขียนด฾วย

๗. การนาเสนอเนื้อหา นอกจากการนําเสนอเน้ือหาในรูปของความเรียงแล฾ว อาจมีตาราง แผนภูมิ
และภาพประกอบตามความจําเป็น เพ่ือช฽วยให฾ผ฾ูอ฽านเข฾าใจข฾อมูลได฾ง฽าย สะดวก รวดเร็ว และต฾องมีคํา
บรรยายตาราง แผนภมู ิ หรือภาพประกอบท่นี ําเสนอด฾วย หากเปน็ การคดั ลอกตอ฾ งระบุแหล฽งทม่ี าดว฾ ย

๘. การใช้ภาษา ควรใช฾ภาษาที่เป็นวิชาการ มีความสั้น กะทัดรัด ชัดเจนไม฽คลุมเครือ ถูกต฾องตาม
หลักภาษา และเป็นภาษาทางการ กรณีที่เป็นศัพทแเทคนิคให฾ใช฾ศัพทแบัญญัติโดยราชบัณฑิตยสถาน หรือ

สมาคมวิชาการ/วิชาชีพ ท่ีเป็นที่ยอมรับในวงการ ควรระวังในเรื่องความคงเส฾นคงวาของการใช฾ภาษา
ตลอดจนการคงไว฾ซง่ึ ลลี าการเขยี นเฉพาะตนดว฾ ย

๙. ส่วนอ้างอิง บทความทางวิชาการต฾องมีการอ฾างอิงในเน้ือหา และมีบรรณานุกรมท฾ายเร่ือง การ

อา฾ งองิ ในเน้ือหามคี วามนยิ มใช฾ในปใจจุบัน แต฽อาจทําเชิงอรรถอ฾างอิงท฾ายหน฾าหรือท฾ายเร่ืองแทนก็ได฾ ส฽วน
ข฾อความที่นํามาอ฾างอิงอาจเป็นการเขียนหรือคัดข฾อความที่อ฾างอิง หรือการเขียนโดยเรียบเรียงหรือ

ประมวลใหม฽ รายการอา฾ งองิ ในเน้อื หาทุกรายการต฾องอย฽ูในบรรณานุกรมท฾ายเรื่องด฾วย ในการอ฾างอิงหาก
ชื่อผ฾ูแต฽งมีไม฽เกิน ๓ คน ให฾ใส฽ทุกชื่อ หากมีมากกว฽า ๓ คน ให฾ใส฽ช่ือผ฾ูแต฽งคนท่ี ๑ และต฽อด฾วยข฾อความ
และคณะ อยา฽ งไรก็ตามรปู แบบการอ฾างองิ มีความยืดหย฽นุ ได฾ แล฾วแต฽แหล฽งเผยแพร฽บทความจะกําหนดการ

อา฾ งองิ นอกจากจะเป็นการปอู งกันการฟูองร฾องจากการละเมิดลิขสิทธ์ิ และเป็นการแสดงความเคารพทาง
วิชาการแล฾ว ยังเป็นการสะท฾อนว฽าผ฾ูเขียนอ฽านเอกสารมากเพียงใด และอ฽านอย฽างมีคุณภาพเพียงใดด฾วย

ดังน้นั การอา฾ งอิงควรมจี าํ นวนรายชื่อเอกสารไม฽นอ฾ ยจนเกนิ ไป ไมค฽ วรอ฾างอิงเอกสารเพียงรายการเดียว ไม฽
ควรอ฾างอิงเอกสารท่ีเก฽า ล฾าสมัย ไม฽ควรอ฾างอิงเอกสารตําราอย฽างเดียว ควรอ฾างอิงแหล฽งสารนิเทศที่ใหม฽
กว฽า เช฽น บทความวารสารหรือบทความจากเว็บไซตแที่เผยแพร฽ใหม฽ๆ ด฾วย และไม฽ควรอ฾างอิงเฉพาะ

เอกสารภาษาไทยควรใช฾เอกสารภาษาต฽างประเทศด฾วย
บทความทางวิชาการที่ดี

บทความทางวชิ าการท่ดี ี มีลกั ษณะทางคุณภาพที่สาํ คัญ ประมวลได฾ดังนี้
๑. มีประเด็นหรอื แนวคิดทช่ี ัดเจน มเี นื้อหาสาระทางวิชาการท่ถี กู ตอ฾ ง สมบูรณแ และทันสมยั
๒. มีการวิเคราะหแประเด็นตามหลักวิชาการ มีการสรุปประเด็น มีการสังเคราะหแความร฾ูจากแหล฽ง

ต฽างๆ และเสนอความรู฾ หรือวธิ ีการทเี่ ปน็ ประโยชนแ
๓. สอดแทรกความคดิ รเิ ริ่ม หรอื ความรใู฾ หม฽ทเ่ี ปน็ ประโยชนแ หรือแสดงทศั นะทางวิชาการของผู฾เขียน

อยา฽ งชดั เจนและเทย่ี งตรง
๔. มกี ารค฾นคว฾าอ฾างอิงจากแหล฽งอ฾างอิงที่เชื่อถือได฾ ทันสมัย ครอบคลุม และมีการอ฾างอิงอย฽างเป็น

ระบบ ถูกต฾องตามแบบแผน

๕. มกี ารนําเสนอข฾อมูลท่ีเข฾าใจง฽าย และเป็นระบบ ใช฾ศัพทแและภาษาทางวิชาการอย฽างเหมาะสม มี
ตาราง แผนภูมิ แผนภาพ ประกอบตามความจําเป็น เพื่อให฾เข฾าใจง฽ายและชัดเจนในยุคสังคมความร฾ู ซ่ึงมี

แผนการจัดกจิ กรรมการเรียนรู฾รายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ช้ันมธั ยมศึกษาปีท่ี ๔ ๑๖๘

ข฾อมูล ความร฾ูวิชาการต฽างๆ เติบโต และขยายตัวอย฽างรวดเร็ว การเขียนบทความทางวิชาการโดยการนํา
ข฾อมูล ความร฾ูเหล฽านั้นมาวิเคราะหแและสังเคราะหแ ตลอดจนเสนอแนวคิดใหม฽ๆ เป็นกิจกรรมหน่ึงที่ช฽วย

สร฾างบรรยากาศทางวิชาการและต฽อยอดความรู฾ และกอ฽ ใหเ฾ กดิ การนําความร฾ูไปใช฾ในการพัฒนางาน พัฒนา
องคแกร และพัฒนาสังคมในด฾านต฽างๆ ความรู฾เก่ียวกับบทความทางวิชาการตลอดจนเทคนิคการเขียน
บทความทางวิชาการ จึงมีความสําคัญและจําเป็นต฽อนักวิชาการในอันท่ีจะนําไปใช฾เป็นแนวทางเขียน

บทความวชิ าการที่ดี และมีคณุ คา฽ ต฽อสงั คมได฾ต฽อไป
ท่มี า : http://www.sahavicha.com/?name=article&file=readarticle&id=๖๕

แผนการจดั กิจกรรมการเรยี นรูร฾ ายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๔ ๑๖๙

ขอ้ เสนอแนะของหัวหน้ากลุ่มสาระการเรยี นรู้
..........................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ...............................................
(นายทรงกลด ภมู พิ านิชยแ)

หัวหนา฾ กลมุ฽ สาระการเรียนร฾ูภาษาไทย
.............../................................./....................

ขอ้ เสนอแนะของหวั หน้างานวดั ผลและประเมินผลการศึกษา
..........................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................

ลงชอ่ื ...............................................(ผู฾ตรวจสอบ)

(นางสาวจนั ทริ า แวงวงษแ)
หวั หน฾างานวัดผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา

.............../................................./....................
ขอ้ เสนอแนะของหวั หน้างานวัดผลและประเมนิ ผลการศึกษา

..........................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
ลงช่อื ...............................................(ผูต฾ รวจสอบ)
(นายพฤทธิ์พล ชาร)ี

รองผอู฾ าํ นวยการกลม฽ุ บรหิ ารงานวิชาการ
.............../................................./....................

แผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู฾รายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชน้ั มธั ยมศึกษาปที ่ี ๔ ๑๗๐

แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน
.......................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................

ลงชื่อ..........................................................

(นายปิยะพงษแ พลบูรณแ)
ตาํ แหน฽ง ครู

................/............................./...............

แผนการจัดกจิ กรรมการเรียนรร฾ู ายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ช้นั มัธยมศึกษาปที ี่ ๔ ๑๗๑

แผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรูก้ ล่มุ สาระภาษาไทย

หนว฽ ยการเรียนรทู฾ ่ี ๖ การเขยี นเรยี งความ ยอ฽ ความ จดหมาย จาํ นวน ๑ ชวั่ โมง

แผนการจดั กิจกรรมการเรียนรู฾ที่ ๑๘ เรอ่ื ง การเขียนยอ฽ ความบทร฾อยกรอง

สอนวันที่ ................... เดือน ..................................... พ.ศ. .............................. เวลา ................................. น.

๑ สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด

การเขยี นย฽อความจากบทรอ฾ ยกรอง ตอ฾ งมคี วามสามารถในการอ฽านจบั ใจความสําคัญ และมคี วามรู฾ความ

เข฾าใจในหลกั การยอ฽ ความ

๒ ตวั ชี้วัด/จุดประสงคก์ ารเรียนรู้

๒.๑ ตวั ชว้ี ัด

ท ๒.๑ ม.๔-๖/๓ เขยี นยอ฽ ความจากสือ่ ท่ีมีรูปแบบและเนอ้ื หาหลากหลาย

๒.๒ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

- เขียนย฽อความจากบทร฾อยกรองได฾

๓ สาระการเรียนรู้

๓.๑ สาระการเรียนร้แู กนกลาง

 การเขยี นยอ฽ ความจากสอ่ื ต฽างๆ เชน฽

- บทร฾อยกรอง

๓.๒ สาระการเรียนรู้ทอ้ งถนิ่

(พจิ ารณาตามหลักสูตรสถานศึกษา)

๔ สมรรถนะสาคญั ของผู้เรียน

๔.๑ ความสามารถในการส่ือสาร

๔.๒ ความสามารถในการคดิ

๑) ทกั ษะการวเิ คราะหแ

๒) ทกั ษะการสรุปยอ฽

๔.๓ ความสามารถในการใช้ทกั ษะชวี ติ

๕ คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์

๑. มวี ินยั ๒. ใฝุเรยี นร฾ู ๓. ม฽งุ ม่ันในการทาํ งาน

แผนการจดั กิจกรรมการเรยี นร฾รู ายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ชั้นมธั ยมศึกษาปที ี่ ๔ ๑๗๒

๖ กจิ กรรมการเรยี นรู฾ คาถามกระตุ้นความคิด
วธิ ีสอนแบบ สบื เสาะหาความรู้ (Inquiry Method : ๕E)  บทกวีนพิ นธ์ ชอ้ นกุง้ ของศักด์สิ ริ ิ มสี ม

ข้นั ท่ี ๑ กระตนุ้ ความสนใจ สบื
สอ่ื การเรยี นร฾ู : บทกวนี ิพนธแ มีลักษณะเดน่ อยา่ งไร นักเรยี นจะยอ่
อยา่ งไร เพือ่ รกั ษาลักษณะเดน่ ของ
๑. ครนู ําบทกวีนพิ นธแ ชอ฾ นกงุ฾ มาอา฽ นใหน฾ ักเรยี นฟงใ ๑ เรอ่ื งน้ไี ว้
รอบ แล฾วให฾นกั เรยี นแสดงความคิดเห็น (พิจารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดย
ให้อยใู่ น ดุลยพินิจของครูผ้สู อน)
๒. นักเรยี นตอบคาํ ถามกระต฾ุนความคิด
คาถามกระตนุ้ ความคิด
ขั้นท่ี ๒ สารวจค้นหา  บทกวีนิพนธ์ทดี่ ี มลี กั ษณะอย่างไร
สอ่ื /แหล฽งการเรยี นรู฾ :
๑. หนังสือเรียน หลกั ภาษาฯ ม.๔ ๒. แหล฽งขอ฾ มูล (พิจารณาตามคาตอบของนกั เรียน โดย
สารสนเทศ ใหอ้ ยใู่ น ดุลยพนิ จิ ของครูผู้สอน)

๑. นกั เรียนตอบคําถามกระตุ฾นความคิด คาถามกระตนุ้ ความคิด
๒. ครูให฾นักเรียนกลุ฽มเดิม (จากแผนการจดั การเรียนรู฾ท่ี ๑)  การย่อบทรอ้ ยกรองต่างจากการย่องาน

ร฽วมกนั ศกึ ษาความรู฾เรอื่ ง การยอ฽ บทรอ฾ ยกรอง จาก เขียนประเภทอน่ื อยา่ งไร
หนังสือเรยี น และแหลง฽ ขอ฾ มูลสารสนเทศ (พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรียน โดย
ขน้ั ที่ ๓ อธบิ ายความรู้ ใหอ้ ยูใ่ น ดุลยพินิจของครผู ู้สอน)
ส่อื /แหลง฽ การเรยี นร฾ู : —
๑. นักเรยี นแตล฽ ะกลุ฽มรว฽ มกันอภปิ รายสรปุ หลกั การเขยี น คาถามกระตุ้นความคิด
ยอ฽ ความ บทร฾อยกรอง แลว฾ บนั ทกึ ลงในสมุดของแตล฽ ะ  การใช้ภาษาในบทรอ้ ยกรองของ
คน
๒. นักเรียนตอบคําถามกระตน฾ุ ความคิด องั คาร กัลยาณพงศ์ มลี กั ษณะอยา่ งไร
ข้นั ท่ี ๔ ขยายความเข้าใจ นกั เรยี นมปี ญั หาในการยอ่ ความหรือไม่
สอ่ื การเรยี นร฾ู : ใบงานท่ี ๖.๔ และจะมวี ธิ กี ารแกไ้ ขปัญหานอ้ี ย่างไร
๑. นกั เรียนแตล฽ ะคนทําใบงานท่ี ๖.๔ เรือ่ ง การเขยี นยอ่ (พจิ ารณาตามคาตอบของนักเรยี น โดย
ความบทรอ้ ยกรอง เสรจ็ แลว฾ ให฾ตรวจสอบความ ให้อยใู่ น ดุลยพนิ จิ ของครผู ้สู อน)
เรยี บรอ฾ ย
๒. นักเรยี นตอบคําถามกระตุ฾นความคดิ

ขั้นท่ี ๕ ตรวจสอบผล
สื่อการเรียนร฾ู : ใบงานท่ี ๖.๔

ครสู มุ฽ เลขทน่ี ักเรียน ๒-๓ คน ออกมานําเสนอการย฽อ

แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรูร฾ ายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๔ ๑๗๓

ความ บทรอ฾ ยกรองในใบงานที่ ๖.๔ หน฾าชนั้ เรียน ครู

ตรวจสอบและประเมินการนาํ เสนอ พรอ฾ มกับแนะนําเพิ่มเติม

ในสว฽ นท่ยี งั บกพร฽อง จากน้นั ตัวแทนนักเรยี นเก็บรวบรวมใบ

งานสง฽ ครตู รวจ

๗ การวดั และประเมนิ ผล

วธิ ีการ เคร่ืองมือ เกณฑ์

ตรวจใบงานที่ ๖.๔ ใบงานที่ ๖.๔ รอ฾ ยละ ๖๐ ผา฽ นเกณฑแ

สังเกตพฤติกรรมการทาํ งานรายบุคคล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งาน ระดบั คณุ ภาพ ๒ ผ฽าน
รายบุคคล เกณฑแ

สังเกตความมีวนิ ยั ใฝุเรียนร฾ู และมงุ฽ มนั่ ในการ แบบประเมินคุณลักษณะอนั พึงประสงคแ ระดับคุณภาพ ๒ ผา฽ น

ทาํ งาน เกณฑแ

๘ ส่ือ/แหล่งการเรยี นรู้
๘.๑ ส่อื การเรียนรู้
๑) หนงั สือเรียน ภาษาไทย : หลกั ภาษาและการใช฾ภาษา ม.๔
๒) บทกวนี พิ นธแ ชอ฾ นก฾งุ
๓) ใบงานท่ี ๖.๔ เรอื่ ง การเขยี นย฽อความบทร฾อยกรอง
๘.๒ แหล่งการเรยี นรู้

 แหลง฽ ข฾อมูลสารสนเทศ
- http://krukaimwit.blogspot.com/๒๐๑๑/๑๑/blog-post_๕๔๕๑.html

แผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นร฾รู ายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๔ ๑๗๔

เอกสารประกอบการสอน

บทกวนี ิพนธ์
ช้อนกงุ้
กงุ฾ ฝอยชักฝูง

กรีดฟองฟุองฝอย
ดีดตวั ขนึ้ หยอ็ ย
สดุ แรงรว฽ งผล็อย
เคลือ่ นฝูงฟอุ งฟูอนยอ฾ นน้ํา

พร฽างพรายประกายทอง
เรอื งรองเป็นวงวง฾ุ
ฟฟู อุ งละอองฟงูุ
ไหนฝอยน้ําไหนฝอยกง฾ุ
เคล่อื นฝูงคล฾อยค฾งุ คกึ ครนื้

พรงิ้ พรายประกายตา
เทพธดิ าท฾องทง฽ุ
เห็นขบวนเพชรร฽งุ
ไหนละอองพลวิ้ พลุง฽
ถือตะแกรงชอ฾ นกุ฾งประคองคอย

ขบวนพลิ้วละอองวาว
กะพรบิ ราวเพชรรง฽ุ
กะพริบพรายกะพรบิ พล฽ุง
เทพธดิ าท฾องทง฽ุ
คา฾ งตะแกรงช฾อนกง฾ุ ตะลงึ แล

กระเตงตะแกรงวา฽ งกลับ
ตะพายตะข฾องไรก฾ งุ฾
หทัยยงั พร฽างเพชรรง฽ุ มวิ ายเลย

ศกั ดส์ิ ิริ มีสมสืบ

แผนการจัดกิจกรรมการเรยี นรร฾ู ายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๔ ๑๗๕

ใบงานท่ี ๖.๔ การเขยี นยอ่ ความบทรอ้ ยกรอง

คาช้แี จง ใหน฾ ักเรียนเขียนย฽อความบทรอ฾ ยกรองต฽อไปนี้

จาฤกอดีต อกั ขระเก฽าใหม฽อ฽านเอาได฾
มากมายใต฾นํา้ ฟูาสารพนั
โลกน้ีเล฽หแหอ฾ งสมุดใหญ฽
มเี รือ่ งสนกุ ทุกใบไม฾ ในหินล฾วนสายสือสวรรคแ
สอนทุกสิง่ อนั บรรยาย
จาฤกอดตี ไว฾ในดิน รินอกั ขระหลา฾ ค฽าหลากหลาย
พระแมธ฽ รณีใจดนี ัน้
ไว฾ปรัชญาชวี าอาลัย
นาํ้ จารเงาฝากผาหนิ เทยี บไดก฾ ับเพชรร฽งุ ใส

สรรพสตั ววแ ฎั ฎชพี แหง฾ ตาย ถา฾ หากว฽าไรท฾ รายดนิ
ลาํ้ คา฽ ทุกธุลีดนิ ทราย ช่ังตราชเู ท฽ากันสิน้
วิญญาณจินตนาการไป
แกว฾ มณจี ะมีคา฽ อะไร
สรรพส่งิ สมดลุ ยแคุณค฽า ซอ฽ นภาษากวพี สิ ุทธใ์ิ ส
ปรงุ ทิพยไแ วส฾ ฾ูกระแสชรา
โลกและฟูาท฾าแรงถวิล
เฟูนหยบิ ปใญญาเก฽งกลา฾
บางแห฽งแจ฽มแจ฾งสนุ ทรียแ หาปติ ชิ ่ืนชมรมณียแ
ลํานาํ วนาชลาลัย อนั ลขิ ิตในม่งิ ขวญั น้ี

ลับแววตาใหค฾ มกริบ ทอ่ี มตะชนะความตาย
เรียนภาษาดนิ นํ้าฟาู ซงึ่ มีมหทิ ธฤิ ทธิ์เหลอื หลาย

จะพบความหมายชวี ติ ค฾ุมคา฽ หายใจไม฽สญู เอย
องั คาร กลั ยาณพงศ์
ใช฾นฤมติ แววชีวี
นงิ่ เหนอื เวลานาที

กอ฽ เกิดพลังขลังมากมาย

แผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู฾รายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชนั้ มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๔ ๑๗๖

ข้อเสนอแนะของหวั หนา้ กล่มุ สาระการเรียนรู้
..........................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................

ลงชอื่ ...............................................
(นายทรงกลด ภูมพิ านิชยแ)

หวั หน฾ากลมุ฽ สาระการเรียนร฾ภู าษาไทย
.............../................................./....................

ขอ้ เสนอแนะของหวั หนา้ งานวดั ผลและประเมินผลการศึกษา
..........................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................

ลงช่อื ...............................................(ผูต฾ รวจสอบ)

(นางสาวจนั ทิรา แวงวงษแ)
หัวหน฾างานวัดผลและประเมินผลการศึกษา

.............../................................./....................
ข้อเสนอแนะของหวั หน้างานวัดผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา

..........................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
ลงชื่อ ...............................................(ผูต฾ รวจสอบ)
(นายพฤทธพ์ิ ล ชารี)

รองผอ฾ู ํานวยการกลมุ฽ บริหารงานวิชาการ
.............../................................./....................

แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรร฾ู ายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๔ ๑๗๗

แบบบันทึกหลังแผนการสอน
.......................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................

ลงชื่อ..........................................................

(นายปิยะพงษแ พลบูรณแ)
ตําแหนง฽ ครู

................/............................./...............

แผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู฾รายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ช้ันมธั ยมศึกษาปที ี่ ๔ ๑๗๘

แผนการจัดกจิ กรรมการเรียนรู้กล่มุ สาระภาษาไทย

หนว฽ ยการเรยี นรทู฾ ี่ ๖ การเขยี นเรียงความ ยอ฽ ความ จดหมาย จาํ นวน ๑ ชว่ั โมง

แผนการจัดกิจกรรมการเรียนร฾ทู ่ี ๑๙ เรื่อง การเขียนจดหมาย

สอนวนั ที่ ................... เดือน ..................................... พ.ศ. .............................. เวลา ................................. น.

๑ สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด

การเขยี นสอ่ื สารในรปู แบบจดหมายกจิ ธุระ จะต฾องเขยี นให฾ตรงตามวัตถุประสงคแ โดยใช฾ภาษาเรยี บเรยี ง

ถกู ต฾อง มขี อ฾ มูลและสาระชัดเจน และมมี ารยาทในการเขยี น

๒ ตวั ชี้วัด/จดุ ประสงค์การเรยี นรู้

๒.๑ ตวั ชว้ี ัด

ท ๒.๑ ม.๔-๖/๑ เขยี นส่อื สารในรูปแบบต฽างๆ ไดต฾ รงตามวัตถุประสงคแ โดยใช฾ภาษาเรยี บเรียงถูกต฾อง มี

ขอ฾ มูล และสาระสาํ คัญชัดเจน

ม.๔-๖/๘ มีมารยาทในการเขยี น

๒.๒ จุดประสงค์การเรยี นรู้

๑) เขยี นส่ือสารในรปู แบบจดหมายกิจธุระได฾

๒) มมี ารยาทในการเขียน

๓ สาระการเรยี นรู้

๓.๑ สาระการเรยี นรแู้ กนกลาง

๑) การเขียนสื่อสารในรปู แบบต฽างๆ เช฽น

- จดหมายกจิ ธุระ

๒) มารยาทในการเขียน

๓.๒ สาระการเรียนรทู้ อ้ งถ่ิน

(พิจารณาตามหลักสตู รสถานศึกษา)

๔ สมรรถนะสาคญั ของผเู้ รียน

๔.๑ ความสามารถในการสอ่ื สาร

๔.๒ ความสามารถในการคดิ

๑) ทกั ษะการเขียน ๒) ทกั ษะการจดั ระเบยี บ ๓) ทกั ษะการประเมิน

๔.๓ ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวิต

๕ คุณลกั ษณะอันพึงประสงค์

๑. มวี นิ ัย ๒. ใฝเุ รยี นร฾ู ๓. มุง฽ มนั่ ในการทาํ งาน

แผนการจดั กิจกรรมการเรยี นรรู฾ ายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ ๔ ๑๗๙

๖ กจิ กรรมการเรยี นรู้

วิธีสอนโดยการจดั การเรยี นรู้แบบร่วมมอื : เทคนคิ การเรยี นรว่ มกัน

ขัน้ นาเขา้ ส่บู ทเรียน

ส่อื /แหล฽งการเรียนร฾ู : — คาถามกระตนุ้ ความคิด

๑. ครูถามนกั เรียนว฽า จดหมายมีก่ีประเภท และจดหมาย  นักเรียนคดิ วา่ การเขียนจดหมายเพ่ือ

มปี ระโยชนแอย฽างไร การสอื่ สารมีความจาเปน็ สาหรบั

๒. ครูสนทนากับนักเรยี นเกย่ี วกบั จดหมาย แล฾วให฾ สงั คมไทยในยุคปจั จบุ นั หรือไม่ เพราะ

นักเรียนรว฽ มกนั แสดงความคดิ เห็นเก่ยี วกบั การสอื่ สาร เหตใุ ด

โดยใช฾จดหมาย (พิจารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดย

๓. นักเรยี นตอบคําถามกระต฾ุนความคดิ ให้อยู่ใน ดุลยพินจิ ของครผู ู้สอน)

ขน้ั สอน

สอ่ื /แหลง฽ การเรียนร฾ู : คาถามกระต้นุ ความคิด

๑. หนังสือเรียน หลกั ภาษาฯ ม.๔  จดหมายประเภทใด ทย่ี ังมีความ

๒. ใบงานท่ี ๖.๕-๖.๖ จาเปน็ ตอ้ งใชอ้ ยู่ในสงั คมปจั จุบนั

๓. แหล฽งข฾อมูลสารสนเทศ (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดย

๑. นักเรียนกลม฽ุ เดมิ (จากแผนการจดั การเรยี นรท฾ู ่ี ๑) ใหอ้ ยู่ใน ดุลยพินิจของครผู ้สู อน)

รว฽ มกนั ศึกษาความรูเ฾ รือ่ ง การเขยี นจดหมายกิจธุระ

จากหนงั สอื เรยี น และแหล฽งข฾อมลู สารสนเทศ

๒. ครูและนกั เรยี นรว฽ มกันอภิปรายสรปุ หลกั การเขียน

จดหมายกิจธรุ ะ พร฾อมกับเปดิ โอกาสใหน฾ ักเรียน

ซกั ถามข฾อสงสยั จนเกดิ ความเขา฾ ใจ

๓. นกั เรยี นแตล฽ ะกลุม฽ รว฽ มกนั ทาํ ใบงานที่ ๖.๕ เร่ือง

หลักการเขยี นจดหมายกิจธุระ โดยครูกําหนดเวลาให฾

นักเรียนแบง฽ หนา฾ ท่ีกัน ดงั นี้

- สมาชิกคนท่ี ๑ อา฽ นคําชี้แจงและคาํ ถาม แยกแยะให฾

ชดั เจน

- สมาชิกคนที่ ๒ ฟใงคาํ ช้ีแจงและคาํ ถาม แล฾วรวบรวม

ข฾อมูล เพอื่ เป็นแนวทางในการตอบคาํ ถาม

- สมาชกิ คนที่ ๓ เขยี นคําตอบ

- สมาชกิ คนท่ี ๔ ตรวจสอบคําตอบหรอื เขยี นคําตอบ

เพ่ิมเติม

๔. สมาชกิ แต฽ละคนในกล฽ุมหมุนเวียนเปลย่ี นหนา฾ ท่กี ันใน

การหาคําตอบในใบงานท่ี ๖.๕ จนครบทุกข฾อ แลว฾

นาํ ส฽งครตู รวจ

๕. นักเรยี นแตล฽ ะคนทําใบงานที่ ๖.๖ เร่อื ง การเขียน

จดหมายกิจธุระ เสร็จแลว฾ นาํ สง฽ ครูตรวจ

แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรรู฾ ายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชัน้ มัธยมศึกษาปที ี่ ๔ ๑๘๐

๖. ครคู ัดเลือกใบงานทีเ่ ขียนจดหมายได฾ดี ๓ ใบงาน ตดิ บน
ปูายนเิ ทศหน฾าชนั้ เรียน เพือ่ เป็นตัวอยา฽ งในการทาํ งาน
ของนักเรียน

๗. นกั เรียนตอบคําถามกระต฾นุ ความคดิ

ขัน้ สรุป คาถามกระตุน้ ความคิด

สื่อ/แหล฽งการเรียนรู฾ : — ๑. การเขียนจดหมายแสดงถึงมารยาท
ของผูเ้ ขียนไดอ้ ย่างไร
๑. นกั เรยี นรว฽ มกนั สรุปความรู฾เรอ่ื ง หลกั การเขียน
จดหมาย กิจธรุ ะ ครตู รวจสอบความถูกตอ฾ ง จากนัน้ ๒. นักเรยี นคิดวา่ ส่วนใดสาคญั ทสี่ ดุ ใน
ครสู รปุ เสริม การเขียนจดหมายสมัครงาน

๒. นกั เรยี นตอบคาํ ถามกระตุ฾นความคิด ข฾อ ๑-๒

 ครมู อบหมายใหน้ ักเรียนแต่ละคนจัดทาแฟ้มสะสมผลงานเพ่อื รวบรวมผลงานการเขยี นเรียงความ การ

เขียน ย่อความ และการเขียนจดหมายกิจธรุ ะ โดยใหค้ รอบคลุมประเดน็ ตามท่กี าหนด ดงั น้ี

๑) การเขียนเรยี งความ

๒) การเขยี นย่อความ

๓) การเขยี นจดหมายกิจธุระ

นกั เรียนทาแบบทดสอบหลงั เรียน หน่วยการเรียนร้ทู ่ี ๖

๗ การวดั และประเมินผล

วธิ ีการ เครอ่ื งมอื เกณฑ์

ตรวจใบงานท่ี ๖.๕ ใบงานที่ ๖.๕ ร฾อยละ ๖๐ ผา฽ นเกณฑแ

ตรวจใบงานที่ ๖.๖ ใบงานท่ี ๖.๖ รอ฾ ยละ ๖๐ ผ฽านเกณฑแ

ประเมนิ การนําเสนอผลงาน แบบประเมินการนําเสนอผลงาน ระดบั คณุ ภาพ ๒ ผา฽ น

เกณฑแ

สังเกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกล฽มุ แบบสังเกตพฤติกรรมการทาํ งานกลม฽ุ ระดบั คณุ ภาพ ๒ ผ฽าน

เกณฑแ

สงั เกตความมีวนิ ัย ใฝุเรียนร฾ู และม฽ุงมั่นในการ แบบประเมนิ คุณลักษณะอนั พึงประสงคแ ระดับคุณภาพ ๒ ผา฽ น

ทาํ งาน เกณฑแ

ตรวจแบบทดสอบหลังเรยี น หน฽วยการเรยี นร฾ูที่ แบบทดสอบหลังเรยี น หนว฽ ยการเรยี นรู฾ รอ฾ ยละ ๖๐ ผา฽ นเกณฑแ

๖ ที่ ๖

ตรวจแฟูมสะสมผลงานการเขียนเรียงความ แบบประเมินแฟมู สะสมผลงานการ ระดบั คุณภาพ ๒ ผา฽ น

การเขยี นย฽อความ และการเขยี นจดหมายกิจธุระ เขียนเรยี งความ การเขยี นยอ฽ ความ และ เกณฑแ

การเขยี นจดหมายกิจธรุ ะ

แผนการจัดกจิ กรรมการเรียนรูร฾ ายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ช้นั มัธยมศึกษาปที ่ี ๔ ๑๘๑

๘ สอื่ /แหลง่ การเรยี นรู้
๘.๑ ส่อื การเรียนรู้
๑) หนงั สอื เรยี น ภาษาไทย : หลักภาษาและการใช฾ภาษา ม.๔
๒) ใบงานท่ี ๖.๕ เร่ือง หลักการเขียนจดหมายกิจธรุ ะ
๓) ใบงานที่ ๖.๖ เรอ่ื ง การเขยี นจดหมายกิจธรุ ะ
๘.๒ แหล่งการเรยี นรู้

 แหลง฽ ขอ฾ มลู สารสนเทศ
- http://joiceyeam๑๔.wordpress.com/๒๐๑๐/๑๐/๑๓/ใบความรท฾ู ่ี ๓-การเขยี นจดหมาย/๑

การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด )

แบบประเมนิ แฟมู สะสมผลงานการเขยี นเรยี งความ การเขียนย฽อความ และการเขยี นจดหมาย กิจธุระ

ลาดับที่ รายการประเมนิ ระดบั คะแนน ๑
๔๓๒

๑ การเขียนเรียงความ

๒ การเขยี นยอ฽ ความ

๓ การเขียนจดหมายกิจธุระ

รวม

ลงชอื่ .................................................... ผู฾ประเมนิ
................ /................ /................

เกณฑก์ ารให้คะแนน เกณฑ์การตัดสินคุณภาพ
ดมี าก = ๔ คะแนน
ดี = ๓ คะแนน ชว่ งคะแนน ระดบั คุณภาพ

พอใช฾ = ๒ คะแนน ๑๑ - ๑๒ ดมี าก
ปรบั ปรุง = ๑ คะแนน
๙ - ๑๐ ดี

๖ - ๘ พอใช้

ต่ากว่า ๖ ปรบั ปรุง

แผนการจดั กิจกรรมการเรยี นรูร฾ ายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชน้ั มธั ยมศึกษาปีท่ี ๔ ๑๘๒

ใบงานที่ ๖.๕ หลกั การเขียนจดหมายกิจธุระ
คาชแ้ี จง ใหน฾ กั เรยี นตอบคาํ ถามต฽อไปน้ี

๑. ภาษาทใี่ ช฾ในการเขียนจดหมายกิจธรุ ะ มีลกั ษณะอยา฽ งไร

๒. จงอธบิ ายส฽วนประกอบของจดหมายกจิ ธุระ

๓. การแสดงมารยาทในการเขียนจดหมายทาํ ได฾อยา฽ งไร
๔. จงอธิบายวิธีบรรจุซองจดหมาย

แผนการจดั กจิ กรรมการเรียนรร฾ู ายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีที่ ๔ ๑๘๓

ใบงานท่ี ๖.๕ หลักการเขียนจดหมายกิจธุระ

คาชี้แจง ใหน฾ กั เรยี นตอบคาํ ถามตอ฽ ไปน้ี
๑. ภาษาทใ่ี ชใ฾ นการเขียนจดหมายกิจธุระ มลี กั ษณะอย฽างไร
ใช้ภาษาท่กี ะทัดรัด ตรงประเด็น เพือ่ สอ่ื สารให้ผรู้ ับสารมคี วามเขา้ ใจตรงกนั

๒. จงอธบิ ายส฽วนประกอบของจดหมายกิจธรุ ะ
จดหมายกจิ ธุระมีส่วนประกอบ ๓ สว่ น คอื
ส่วนที่ ๑ ประกอบดว้ ย หน่วยงานเจา้ ของจดหมาย วนั เดอื นปี จดุ มุง่ หมายในการเขยี นจดหมายกิจธุระ

ฉบบั นัน้
ใชค้ าวา่ “เรอื่ ง” คาข้ึนต้นใช้คาว่า “เรยี น” ตามดว้ ยชอ่ื ตาแหน่ง หรือช่ือบุคคลท่ีจดหมายฉบับนนั้ สง่ ไปถงึ

ถา้ มี
รายละเอยี ดหรือข้อมูลอนื่ ๆ สง่ ไปดว้ ยกใ็ ชค้ าวา่ “สง่ิ ทีส่ ง่ มาดว้ ย”
ส่วนที่ ๒ เป็นใจความของจดหมายกจิ ธรุ ะฉบับนัน้ อาจมหี ลายยอ่ หนา้ ก็ได้
ส่วนที่ ๓ ประกอบด้วยคาลงท้าย ส่วนใหญ่ใช้วา่ “ขอแสดงความนับถือ” มลี ายเซน็ พร้อมวงเล็บช่ือ

สกลุ เต็ม
และตาแหนง่ ของผเู้ ขียนจดหมาย

๓. การแสดงมารยาทในการเขยี นจดหมายทําไดอ฾ ยา฽ งไร
การแสดงมารยาทในการเขียนจดหมายทาไดโ้ ดยเลอื กใชถ้ ้อยคาภาษาให้เหมาะสม รักษาความสะอาด

ในการ
เขียนจดหมาย เลือกใช้กระดาษเขียนจดหมายให้สุภาพเหมาะสมกับผู้รับ เขยี นด้วยลายมือท่ีเปน็ ระเบียบ

อ่านง่าย
และการจดั หน้าให้เปน็ ระเบยี บ

๔. จงอธบิ ายวธิ บี รรจซุ องจดหมาย
การบรรจุซองจดหมายตอ้ งเรียบร้อย จ่าหนา้ ซองให้ชัดเจน เขียนระบุช่ือผูร้ ับ ที่อยู่ และรหัสไปรษณีย์

ให้ชดั เจน

แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรู฾รายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปีท่ี ๔ ๑๘๔

ใบงานที่ ๖.๖ การเขยี นจดหมายกิจธุระ

คาช้แี จง ใหน฾ ักเรยี นเขียนจดหมายไปสมคั รงาน โดยสมมติให฾นักเรียนสาํ เร็จการศึกษาระดบั ปรญิ ญาตรี มี
ความประสงคแจะสมคั รงานในตาํ แหน฽งเลขานุการของบริษัทแหง฽ หนึ่ง

แผนการจดั กิจกรรมการเรยี นรูร฾ ายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชัน้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๔ ๑๘๕

ข้อเสนอแนะของหวั หนา้ กลุม่ สาระการเรียนรู้
..........................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................

ลงช่ือ ...............................................
(นายทรงกลด ภมู พิ านิชยแ)

หัวหน฾ากลุม฽ สาระการเรยี นรู฾ภาษาไทย
.............../................................./....................

ขอ้ เสนอแนะของหัวหน้างานวดั ผลและประเมินผลการศึกษา
..........................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................

ลงช่ือ ...............................................(ผูต฾ รวจสอบ)

(นางสาวจนั ทริ า แวงวงษแ)
หัวหนา฾ งานวัดผลและประเมนิ ผลการศกึ ษา

.............../................................./....................
ข้อเสนอแนะของหวั หนา้ งานวัดผลและประเมินผลการศกึ ษา

..........................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
ลงชอื่ ...............................................(ผู฾ตรวจสอบ)
(นายพฤทธิพ์ ล ชารี)

รองผอ฾ู ํานวยการกลุม฽ บรหิ ารงานวชิ าการ
.............../................................./....................

แผนการจดั กจิ กรรมการเรียนร฾ูรายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชัน้ มธั ยมศกึ ษาปที ี่ ๔ ๑๘๖

แบบบนั ทึกหลงั แผนการสอน
.......................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................

ลงชื่อ..........................................................

(นายปยิ ะพงษแ พลบูรณแ)
ตาํ แหน฽ง ครู

................/............................./...............

แผนการจัดกิจกรรมการเรยี นรร฾ู ายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ช้นั มัธยมศึกษาปีที่ ๔ ๑๘๗

แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้กลมุ่ สาระภาษาไทย

หน฽วยการเรยี นรูท฾ ่ี ๗ การเขียนอธบิ าย จาํ นวน ๒ ชั่วโมง

แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรท฾ู ่ี ๒๐ เรอื่ ง การเขียนอธบิ าย

สอนวันที่ ................... เดือน ..................................... พ.ศ. .............................. เวลา ................................. น.

๑ สาระสาคญั /ความคดิ รวบยอด

การเขยี นอธบิ ายเพือ่ การส่ือสารไดต฾ รงตามวตั ถุประสงคแ จะตอ฾ งใช฾ภาษาเรยี บเรียงถกู ตอ฾ ง มีข฾อมลู และ

สาระสาํ คญั ชดั เจน

๒ ตวั ช้ีวัด/จุดประสงค์การเรียนรู้

๒.๑ ตัวช้ีวัด

ท ๒.๑ ม.๔-๖/๑ เขียนส่ือสารในรูปแบบตา฽ งๆ ได฾ตรงตามวตั ถุประสงคแ โดยใช฾ภาษาเรียบเรียงถกู ตอ฾ ง มี

ข฾อมลู

และสาระสําคัญชัดเจน

ม.๔-๖/๘ มีมารยาทในการเขียน

๒.๒ จดุ ประสงคก์ ารเรียนรู้

- เขยี นสือ่ สารด฾วยการเขยี นอธิบายได฾

๓ สาระการเรียนรู้

๓.๑ สาระการเรยี นรู้แกนกลาง

๑) การเขยี นสือ่ สารในรปู แบบตา฽ งๆ เชน฽

- อธบิ าย

๒) มารยาทในการเขียน

๓.๒ สาระการเรียนรูท้ อ้ งถน่ิ

(พิจารณาตามหลักสูตรสถานศกึ ษา)

๔ สมรรถนะสาคัญของผเู้ รยี น

๔.๑ ความสามารถในการสอ่ื สาร

๔.๒ ความสามารถในการคิด

๑) ทกั ษะการเขยี น ๒) ทักษะการจดั ระเบียบ ๓) ทกั ษะการประเมนิ

๔.๓ ความสามารถในการใช้ทกั ษะชีวติ

๕ คุณลกั ษณะอนั พึงประสงค์

๑. มีวนิ ัย ๒. ใฝเุ รยี นร฾ู ๓. มุ฽งม่ันในการทํางาน

แผนการจัดกิจกรรมการเรยี นรูร฾ ายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชัน้ มธั ยมศึกษาปีที่ ๔ ๑๘๘

๖ กิจกรรมการเรียนรู้

วิธสี อนโดยการจัดการเรียนร้แู บบรว่ มมือ : เทคนคิ การตอ่ เรือ่ งราว (Jigsaw)

นักเรียนทาแบบทดสอบกอ่ นเรยี น หนว่ ยการเรยี นรทู้ ี่ ๗

ชวั่ โมงที่ ๑

ข้นั นาเข้าสู่บทเรยี น

ส่ือการเรยี นรู฾ : ประวัตินกั เขยี น จริ ะนนั ทแ พิตรปรชี า คาถามกระตนุ้ ความคิด

๑. ครูอา฽ นประวตั ิของ จริ ะนนั ทแ พิตรปรีชา นกั เขยี น  นักเรยี นคิดว่า บทความท่ีครูอา่ น

รางวลั ซไี รตแ ให฾นกั เรยี นฟงใ ขา้ งตน้ เปน็ การเขยี นอธบิ ายหรอื ไม่

๒. นกั เรียนรว฽ มกนั แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกบั ชวี ติ และ อยา่ งไร

ผลงานของ จิระนนั ทแ พิตรปรีชา (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดย

๓. ครสู รุปพน้ื ฐานในการเปน็ นกั เขยี นของ จิระนันทแ พิตร ใหอ้ ย่ใู น ดุลยพินิจของครผู สู้ อน)

ปรีชา วา฽ ถ฾านักเรยี นต฾องการเป็นนักเขยี น นกั เรยี นต฾อง

อ฽านหนงั สือมากๆ และฝึกเขยี นหนังสอื บ฽อยๆ

๔. นกั เรียนตอบคําถามกระตุ฾นความคดิ

ขน้ั สอน คาถามกระตนุ้ ความคิด
สื่อการเรยี นรู฾ :
๑. หนงั สอื เรียน หลกั ภาษาฯ ม.๔ ๒. ใบงานที่ ๗.๑  การเขียนอธิบายประเภทใดท่นี ักเรียน

๑. ครแู บ฽งนกั เรยี นเป็นกลม฽ุ กลุ฽มละ ๔ คน คละกันตาม สามารถนามาใชใ้ นชวี ติ ประจาวนั
ความสามารถ คือ เก฽ง ปานกลางคอ฽ นขา฾ งเกง฽ ปาน
กลางค฽อนขา฾ งอ฽อน และออ฽ น เรยี กว฽า กลม฽ุ บา฾ น แลว฾ ได้มากทส่ี ุด เพราะเหตุใด
ให฾แตล฽ ะกลุ฽มกําหนดหมายเลขประจาํ ตัวใหส฾ มาชิกแต฽
ละคนในกลม฽ุ เป็นหมายเลข ๑-๔ (พจิ ารณาตามคาตอบของนกั เรยี น โดย

๒. ครูใหส฾ มาชิกที่มีหมายเลขเดียวกันมาน่ังรวมกนั เปน็ ใหอ้ ยูใ่ น ดุลยพนิ ิจของครผู สู้ อน)
กลมุ฽ ใหม฽ เรยี กวา฽ กลุม฽ ผู฾เช่ียวชาญ เพอ่ื รว฽ มกนั ศกึ ษา
ความรเู฾ รือ่ ง การเขียนอธบิ ายประเภทต฽างๆ จาก
หนังสือเรียน ดังนี้
- กลุม฽ หมายเลข ๑ ศกึ ษาเร่ือง การเขยี นอธบิ าย
ประเภท คําจํากัดความ
- กล฽มุ หมายเลข ๒ ศึกษาเรอ่ื ง การเขยี นอธิบาย
ประเภทเชงิ อรรถ
- กลมุ฽ หมายเลข ๓ ศึกษาเร่อื ง การเขียนอธิบาย
ประเภทความรูห฾ รอื วชิ าการ

(ชวั่ โมงที่ ๑-๒)

แผนการจดั กิจกรรมการเรยี นรร฾ู ายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชนั้ มัธยมศึกษาปีท่ี ๔ ๑๘๙

- กลุ฽มหมายเลข ๔ ศึกษาเรอ่ื ง การเขียนอธิบาย
ประเภทคํานํา

ใหแ฾ ตล฽ ะกลม฽ุ หมายเลขศกึ ษาหลกั การเขียนอธบิ าย
ดงั น้ี
๑) การวางโครงเรอ่ื ง ๓) กระบวนการอธิบาย
๒) การเร่มิ เร่ือง ๔) การสรุปความคิดเห็น
๓. ครแู จ฾งกติกาว฽า ห฾ามสมาชิกออกจากกลม฽ุ จนกวา฽ จะ
ศึกษาเรอื่ งทีไ่ ด฾รบั มอบหมายแลว฾ เสรจ็ ถา฾ คนใดสงสัย
หรือไม฽เขา฾ ใจ จะตอ฾ งขอความช฽วยเหลอื จากเพ่อื นใน
กลุ฽ม
๔. สมาชกิ ในแต฽ละกลุ฽มช฽วยเหลอื กันจนทุกคนสามารถ
เขา฾ ใจเร่ืองทีศ่ ึกษาได฾เปน็ อย฽างดี
ชว่ั โมงท่ี ๒
๕. สมาชิกกลมุ฽ ผ฾ูเชยี่ วชาญกลบั ไปยงั กล฽มุ เดิมของตนที่
เรยี กวา฽ กลมุ฽ บ฾าน และผลดั เปลี่ยนกนั ซกั ถาม อธิบาย
ความรู฾ เพื่อถ฽ายทอดความรูท฾ ่ีตนไดไ฾ ปศกึ ษามา โดย
เร่มิ จากหมายเลข ๑-๔ ตามลาํ ดบั หรืออาจให฾
ถา฽ ยทอดความรตู฾ ามความสมัครใจ โดยไมเ฽ รยี งกไ็ ด฾ แต฽
ทกุ คนต฾องถา฽ ยทอดความรจ฾ู นครบ
๖. ครใู หต฾ ัวแทนแต฽ละกลุม฽ นําเสนอความรู฾เรื่อง การเขยี น
อธิบายประเภทต฽างๆ และหลกั การเขียนอธบิ าย หนา฾
ชนั้ เรียน ครตู รวจสอบความถูกตอ฾ ง รวมถงึ การให฾
คําแนะนําเพิ่มเติม
๗. นกั เรยี นแตล฽ ะคนทาํ ใบงานที่ ๗.๑ เรื่อง การเขียน
อธบิ าย
๘. ครูสุม฽ เลขท่ีนกั เรียน ๕-๖ คน ออกมานําเสนอการ
เขยี นอธิบาย หน฾าชน้ั เรียน
๙. ครูตรวจสอบความถูกต฾อง พรอ฾ มกลา฽ วชมเชยนักเรยี น
ท่ีเขยี นอธบิ ายไดด฾ ี เพอ่ื เสรมิ สร฾างกําลงั ใจ
๑๐. นักเรียนตอบคําถามกระต฾ุนความคิด

ขนั้ สรปุ
สื่อ/แหลง฽ การเรยี นรู฾ : —

ครูและนกั เรียนร฽วมกนั สรุปความรูเ฾ รือ่ ง การเขยี น
อธิบาย เพ่อื ให฾เกิดความรค฾ู วามเขา฾ ใจ และสามารถนําไป
ปฏบิ ัติได฾อย฽างถูกตอ฾ ง

แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นรูร฾ ายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ช้ันมัธยมศึกษาปที ี่ ๔ ๑๙๐

(ชวั่ โมงที่ ๒)

 ครมู อบหมายใหน้ กั เรยี นแตล่ ะคนจัดทาสมุดบันทกึ การเขียนอธบิ าย โดยให้ครอบคลุมประเดน็ ตามท่ี
กาหนด ดังนี้
๑) การเขียนอธบิ ายประเภทคาจากัดความ
๒) การเขียนอธิบายประเภทเชิงอรรถ
๓) การเขยี นอธบิ ายประเภทความรหู้ รอื วิชาการ
๔) การเขียนอธิบายประเภทคานา

นกั เรียนทาแบบทดสอบหลังเรียน หนว่ ยการเรียนรูท้ ่ี ๗

๗ การวดั และประเมนิ ผล

วธิ ีการ เคร่อื งมือ เกณฑ์

ตรวจแบบทดสอบกอ฽ นเรียน หน฽วยการเรียนร฾ู แบบทดสอบก฽อนเรียน หนว฽ ยการเรียนรู฾ (ประเมนิ ตามสภาพจริง)
ท่ี ๗ ท่ี ๗

ตรวจใบงานท่ี ๗.๑ ใบงานท่ี ๗.๑ รอ฾ ยละ ๖๐ ผ฽านเกณฑแ

ประเมนิ การนาํ เสนอผลงาน แบบประเมินการนําเสนอผลงาน ระดับคุณภาพ ๒ ผา฽ น
เกณฑแ

สงั เกตพฤติกรรมการทํางานรายบคุ คล แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทํางาน ระดับคุณภาพ ๒ ผา฽ น
รายบุคคล เกณฑแ

สงั เกตพฤติกรรมการทาํ งานกลมุ฽ แบบสงั เกตพฤตกิ รรมการทาํ งานกลุ฽ม ระดับคุณภาพ ๒ ผ฽าน
เกณฑแ

สังเกตความมีวินยั ใฝุเรียนรู฾ และมุ฽งมน่ั ในการ แบบประเมนิ คณุ ลักษณะอนั พึงประสงคแ ระดับคณุ ภาพ ๒ ผ฽าน

ทํางาน เกณฑแ

ตรวจแบบทดสอบหลงั เรยี น หนว฽ ยการเรียนร฾ู แบบทดสอบหลังเรียน หนว฽ ยการเรยี นรู฾ ร฾อยละ ๖๐ ผา฽ นเกณฑแ

ที่ ๗ ที่ ๗

ตรวจสมุดบันทกึ การเขยี นอธบิ าย แบบประเมนิ สมุดบนั ทึก การเขยี น ระดับคณุ ภาพ ๒ ผา฽ น

อธบิ าย เกณฑแ

๘ ส่อื /แหลง่ การเรยี นรู้

๘.๑ สือ่ การเรียนรู้
๑) หนงั สือเรียน ภาษาไทย : หลักภาษาและการใชภ฾ าษา ม.๔
๒) ประวตั ินกั เขียน จิระนนั ทแ พติ รปรชี า
๓) ใบงานที่ ๗.๑ เร่ือง การเขยี นอธิบาย

๘.๒ แหลง่ การเรียนรู้


แผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นร฾รู ายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปีท่ี ๔ ๑๙๑

การประเมินช้ินงาน/ภาระงาน (รวบยอด )
แบบประเมินสมุดบนั ทึก การเขยี นอธบิ าย

ลาดับที่ รายการประเมิน ๔ ระดบั คะแนน ๑
๓๒

๑ การเขียนอธิบายประเภทคาํ จาํ กดั ความ
๒ การเขยี นอธิบายประเภทเชงิ อรรถ
๓ การเขียนอธบิ ายประเภทความรู฾หรอื วชิ าการ
๔ การเขียนอธบิ ายประเภทคาํ นาํ

รวม

ลงชือ่ .................................................... ผปู฾ ระเมนิ
................ /................ /................

เกณฑ์การใหค้ ะแนน เกณฑ์การตัดสินคณุ ภาพ
ดีมาก = ๔ คะแนน
ดี = ๓ คะแนน ช่วงคะแนน ระดบั คณุ ภาพ
พอใช฾ = ๒ คะแนน
ปรบั ปรุง = ๑ คะแนน ๑๔ - ๑๖ ดมี าก

๑๑ - ๑๓ ดี

๑๘ - ๑๐ พอใช้

ต่ากว่า ๘ ปรบั ปรุง

แผนการจดั กจิ กรรมการเรยี นร฾ูรายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ชน้ั มัธยมศกึ ษาปที ่ี ๔ ๑๙๒

เอกสารประกอบสอน ประวตั ินกั เขยี น

จริ ะนันทแ มชี ่อื เลน฽ ว฽า จี๊ด เกดิ ทจ่ี ังหวดั ตรัง บิดาชื่อนาย นิรนั ดรแ มารดาชอ่ื นาง จริ ะ เรยี นหนังสือชั้น
ประถมต฾น ที่โรงเรียนบูรณะรําลึก ชั้นประถมปลายที่โรงเรียนยุวราษฎรแวิทยา ชั้นมัธยมต฾นท่ีโรงเรียน
สาธติ วทิ ยาลัยครูเพชรบุรวี ทิ ยาลยั ลงกรณแ ช้ันมัธยมปลายทโี่ รงเรียนเตรยี มอุดมศกึ ษา

เธอมคี วามสนใจในการประพันธแตัง้ แตเ฽ ดก็ เนอ่ื งจากที่บ฾านเป็นร฾านขายหนังสือ และคุณแม฽ยังเป็นผู฾
รักหนังสือและการศึกษาเริ่มสนใจเขียนกลอนเม่ืออายุ ๑๓-๑๔ ปี และส฽งไปตามนิตยสารต฽างๆ เช฽น

ชัยพฤกษแ วทิ ยาสาร จกั รวาล ฯลฯ ซึ่งงานได฾รบั การตีพมิ พแ พอเขยี นส฽งประกวดก็ได฾รับรางวัล ทําให฾ใฝุฝใน
อยากเป็นนักเขยี น

จิระนันทแเรียนจบการศึกษาระดับมัธยมจากโรงเรียนเตรียมอุดมศึกษา และได฾เข฾าศึกษาต฽อท่ีคณะ

วิทยาศาสตรแ แผนกเตรียมเภสชั จฬุ าลงกรณมแ หาวิทยาลัย สมัยที่เข฾าเรียนจุฬาลงกรณแมหาวิทยาลัย พ.ศ.
๒๕๑๕ ได฾รบั เลือกให฾เปน็ ดาวจุฬา และเปน็ สมาชกิ ของชมรมวรรณศิลปอ฼ ย฽พู กั หนึง่ ตามท่ีเคยหวังไว฾ ต้ังแต฽

สมัยเป็นนักเรียน ก฽อนจะออกมาเขียนงานอิสระไม฽สังกัดชมรม ผลงานท่ีตีพิมพแรวมเล฽ม ได฾แก฽ โลกที่ส่ี
เสียงรอ฾ งของประชาชน (แปล) เกดิ ในกองทพั บนั ทกึ จากกองทพั บนั ทกึ จากกองรอ฾ ยทหารปลดแอก

บรรยากาศในมหาวิทยาลัยชว฽ งท่ีจริ ะนันทแเข฾าไปเรียนปีแรกนั้น ยังคงมีกิจกรรมที่เน฾นบันเทิงร่ืนเริง

เปน็ หลกั อย฽างทีเ่ รียกกันว฽ายคุ “สายลมแสงแดด” เธอเกิดความสงสัยในคุณค฽าของระบบการศึกษาและ
สังคมมหาวิทยาลัย จงึ ผันตัวเองมาร฽วมกจิ กรรมการเมืองแบบกลุ฽มอิสระที่เริ่มต฽อตัวในยุคน้ัน หน฽ออ฽อน

แหง฽ พลงั สรา฾ งสรรคขแ องคนหนม฽ุ สาวงอกงามอยู฽เงยี บๆ แต฽เมื่อถึงเวลาผลิบานก็สะท฾านสะเทือนสังคมและ
ใหผ฾ ลเปน็ ที่นา฽ ชน่ื ใจ

จิระนันทแเป็นหนึ่งในกล฽ุมนักศึกษาท่ีต฽อส฾ูในเหตุการณแ ๑๔ ตุลา ๒๕๑๖ และร฽วมต฽อส฾ูอีกคร้ังใน

เหตุการณแ ๖ ตุลา ๒๕๑๙ หลังเหตุการณแ ๑๔ ตุลาคม ๒๕๑๖ บทบาทและช่ือเสียงของจิระนันทแเป็นที่
รับรู฾ไปท่ัวงานเขียนในรูปของบทกวี บางช้ินได฾กลายเป็นหนึ่งในวรรคทองของยุคประชาธิปไตย ขณะ

นนั้ เอง ได฾ก฽อเกิดความรักกับนักปราศรัยหนุ฽ม นามว฽า “เสกสรรคแ ประเสริฐกุล” ปี ๒๕๑๘ ท้ังจิระนันทแ
และเสกสรรคแ ได฾พากันหนีจากการจับกุมของเจ฾าหน฾าที่รัฐ ท่ีกระจาย กําลังล฾อมจับนักศึกษาท่ีมีชื่อใน
บัญชีดําทั่วประเทศ “ไม฽มีท่ีให฾อยู฽ อย฽ูบ฾านไม฽ได฾ เขาไปเคาะประตูค฾นบ฾าน เม่ือไม฽มีทางเลือกสําหรับพวก

เขา การตัดสินใจเข฾าร฽วมกับพรรคคอมมิวนิสตแจึงเป็นทางเลือกสุดท฾าย ในขณะน้ันท่ีจะทําให฾เขาและเธอ
รวมทั้งนักศึกษาอื่นๆ ได฾ต฽อลมหายใจออกไปอีก” เธอได฾เรียนร฾ูชีวิตก฽อเกิดการสร฾างสรรคแผลงานฉันท

ลักษณแตามประพันธแ “บนิ หลา นาตรงั ”
ทั้งอาจารยแเสกสรรคแกับจิระนันทแ และคณะ “เข฾าปุาเมืองไทย” โดยเดินทางอ฾อมโลกไปทางปารีส

ประเทศฝรง่ั เศส แลว฾ ย฾อนกลับมาปใกก่ิง ประเทศจีน ก฽อนถูกส฽งตัวเข฾าฮานอย ประเทศเวียดนาม ต฽อด฾วย

เขา฾ “หลวงนํา้ ทา” ที่ประเทศลาว แล฾วจงึ เข฾ามาเป็น “แนวหนา฾ ” ที่ภูหินร฽องกล฾า ท่ีเมืองไทย อ.เสกสรรคแ
ไดร฾ บั ชื่อจัดต้งั วา฽ “สหายไท” และ จริ ะนันทแ ได฾รับ ช่อื จัดตัง้ ว฽า “สหายใบไม฾” ทั้งคู฽เป็นนักปฏิวัติที่ขัดแย฾ง

กบั แนวทางของพรรคคอมมวิ นิสตแตลอดเวลา โดยที่ อ.เสกสรรคไแ ดช฾ ่ือวา฽ เป็น “วรี ชนเอกชน”
๕ ตุลาคม ๒๕๒๓ เสกสรรคแ และจริ ะนนั ทแ ได฾เดินทางกลับบ฾านพร฾อมๆ กับนักศึกษาคนอ่ืน ภายใต฾

กฎหมาย นิรโทษกรรม ๖๖/๒๓ ท่ีไม฽เอาผิดนักศึกษาและผ฾ูกลับใจ ปี ๒๕๓๒ จิระนันทแจบปริญญาเอก

สาขาประวัตศิ าสตรแ มหาวทิ ยาลัยคอรแแ นล สหรัฐอเมริกา ปจใ จุบนั สมรสกบั เสกสรรคแ ประเสรฐิ กุล
มีบุตรชายสองคน บุตรคนแรกชอ่ื แทนไท ประเสรฐิ กลุ และบุตรคนทีส่ องช่ือ วรรณสิงหแ ประเสรฐิ กุล

แผนการจดั กจิ กรรมการเรียนร฾รู ายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ชัน้ มัธยมศกึ ษาปที ี่ ๔ ๑๙๓

ผลงาน
หนงั สอื
 ใบไมท฾ ี่หายไป (เปน็ ผลงานที่ไดร฾ ับรางวัลซไี รตแ ใน พ.ศ. ๒๕๓๒)
 โลกที่สี่
 เสียงร฾องของประชาชน (แปล)
 เกดิ ในกองทัพ
 บันทกึ จากกองทัพ
 บันทึกจากกองร฾อยทหารปลดแอก
บทกวี
 อหังการของดอกไม฾
 ดอกไม฾จะบาน
 ปณิธานหนม฽ุ สาว
 ไฟ-วญิ ญาณ; งาน-ชีวติ
 “ลูก”

ท่ีมา : http://kc.hri.tu.ac.th/index.php

แผนการจดั กจิ กรรมการเรียนร฾รู ายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ช้นั มธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๔ ๑๙๔

ใบงานที่ ๗.๑ การเขยี นอธบิ าย

คาชี้แจง ให฾นกั เรียนเขียนอธบิ ายตามประเด็นท่กี าํ หนด
๑. เขยี นอธบิ ายประเภทคาํ จาํ กดั ความ คําว฽า วไิ ล

๒. เขียนอธบิ ายประเภทเชิงอรรถของข฾อความต฽อไปน้ี

บันทกึ การทอ่ งเที่ยว
ธรรมชาตขิ องมนษุ ยแเราเมอ่ื ได฾ทอ฽ งเท่ยี วไปท่ีไหนมคี วามประทบั ใจก็จะนํามาเล฽าให฾ผอู฾ นื่ ฟใง
และผู฾ท่ไี ม฽เคยไปกจ็ ะมคี วามสนใจอยากรใู฾ นส่ิงท่ีตนไม฽เคยพบเห็น จากการเล฽าส฽ูกนั ฟงใ ในหม฽ูคน
ใกล฾ชิดก็ได฾วิวฒั นาการไปเป็นการเขียนบันทึกเลา฽ เรอื่ งราวตา฽ งๆ เรอื่ งเลา฽ เกย่ี วกับการทอ฽ งเท่ยี ว มีมา
ตงั้ แตค฽ รง้ั โบราณกาล เชน฽ บันทกึ ของ มารโแ คโปโล ซ่งึ ถือวา฽ เปน็ บนั ทึกการท฽องเทีย่ วท่ีเกา฽ ที่สุด
บันทึกการท฽องเท่ยี วในเมืองไทยในสมยั โบราณนนั้ เรานิยมแตง฽ เปน็ บทร฾อยกรอง มีลกั ษณะเป็น
นิราศ คือ การเลา฽ ถึงสถานทต่ี า฽ งๆ ที่เดนิ ทางผา฽ นและครํา่ ครวญถึงนางซง่ึ เป็นที่รัก เช฽น กาพยแห฽อ
โคลง ประพาสธารทองแดง พระนิพนธแในเจ฾าฟาู ธรรมธเิ บศรแ (เจ฾าฟูากง฾ุ ) นิราศภูเขาทอง ของสุนทร
ภู฽ ต฽อมาเมื่อบาทหลวงชาวตา฽ งประเทศเข฾ามาเผยแผศ฽ าสนาคริสตไแ ด฾บนั ทกึ เร่อื งราวเกี่ยวกบั ประเทศ
ไทยไว฾ เชน฽ จดหมายเหตุลาลูแบรแ ซงึ่ เล฽าถงึ เหตกุ ารณแในสมัยสมเด็จพระนารายณแมหาราช สว฽ น
บันทกึ การทอ฽ งเทยี่ วเร่อื งแรกท่ีเขียนเปน็ รอ฾ ยแก฾วของไทยก็คอื จดหมายเหตโุ กษาปานเดินทางไป
ฝร่งั เศส หรือบันทกึ การเดินทางของเจา฾ พระยาโกษาธิบดี (ปาน) ราชทูตในรัชสมัยสมเด็จพระ
นารายณแมหาราช ท่ีนําคณะทูตจากแผ฽นดินสยามเดนิ ทางไปเจริญสัมพันธไมตรกี บั พระเจ฾าหลุยสแท่ี
๑๔ แหง฽ กรุงฝร่ังเศส
ปจใ จุบันน้กี ารท฽องเทย่ี วเปน็ กิจกรรมที่ไดร฾ ับความนิยมกันอยา฽ งแพรห฽ ลาย ความเจรญิ ทางดา฾ น
การคมนาคมช฽วยรน฽ เวลาในการเดนิ ทาง ผูค฾ นจากทว่ั ทกุ มมุ โลกตา฽ งเดนิ ทางไปทอ฽ งเทยี่ วยงั ถ่ินท่ี
ห฽างไกลหาความเพลิดเพลิน และศกึ ษาหาความร฾ูเกย่ี วกบั ท฾องถิ่นที่ตนไปเยอื น เรอื่ งราวเก่ยี วกับการ
เดินทางจงึ เปน็ ท่นี ยิ มของผ฾ูอ฽าน ตลาดการเขียนสารคดกี ารท฽องเทยี่ วกเ็ ปดิ กว฾างสําหรบั ผ฾ูเขยี น

แผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นร฾รู ายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๔ ๑๙๕

๓. เขยี นอธิบายประเภทความรห฾ู รอื วชิ าการ ภาวะโลกร฾อน

๔. เขียนอธบิ ายประเภทคาํ นาํ โดยสมมติให฾นักเรยี นจัดทําหนังสือนิทาน เรอ่ื ง “อนั ว฽าความกรุณา”
เพ่ือเสรมิ สร฾างคณุ ธรรมสําหรับเยาวชนไทย

แผนการจดั กิจกรรมการเรียนรู฾รายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชั้นมัธยมศึกษาปีท่ี ๔ ๑๙๖

ข้อเสนอแนะของหวั หนา้ กลมุ่ สาระการเรียนรู้
..........................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................

ลงชื่อ ...............................................
(นายทรงกลด ภูมิพานชิ ยแ)

หวั หนา฾ กลุ฽มสาระการเรยี นรู฾ภาษาไทย
.............../................................./....................

ข้อเสนอแนะของหัวหนา้ งานวดั ผลและประเมินผลการศกึ ษา
..........................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................

ลงชือ่ ...............................................(ผตู฾ รวจสอบ)

(นางสาวจนั ทริ า แวงวงษแ)
หัวหนา฾ งานวดั ผลและประเมนิ ผลการศึกษา

.............../................................./....................
ข้อเสนอแนะของหวั หน้างานวดั ผลและประเมนิ ผลการศึกษา

..........................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
ลงชอ่ื ...............................................(ผต฾ู รวจสอบ)
(นายพฤทธิ์พล ชารี)

รองผอู฾ าํ นวยการกลุม฽ บริหารงานวิชาการ
.............../................................./....................

แผนการจดั กิจกรรมการเรียนร฾รู ายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นท่ี ๑ ช้ันมัธยมศึกษาปีที่ ๔ ๑๙๗

แบบบนั ทึกหลังแผนการสอน
.......................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................
....................................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................

.....................................................................................................................................................................................
.....................................................................................................................................................................................

ลงชื่อ..........................................................
(นายปยิ ะพงษแ พลบูรณแ)

ตําแหนง฽ ครู
................/............................./...............

แผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นร฾ูรายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนที่ ๑ ช้ันมัธยมศกึ ษาปที ่ี ๔ ๑๙๘

แผนการจดั กิจกรรมการเรยี นรกู้ ลมุ่ สาระภาษาไทย

หนว฽ ยการเรยี นรทู฾ ี่ ๘ อภปิ ูชนียกานทแ จํานวน ๑ ช่ัวโมง

แผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู฾ท่ี ๒๑ เรอ่ื ง พระคุณอนั หาท่สี ุดมไิ ด฾

สอนวนั ท่ี .................. เดือน .................................. พ.ศ. .......................... เวลา ............................ น.

มาตรฐานการเรียนร้/ู ตวั ช้ีวดั

มาตรฐานการเรียนรู้
มาตรฐาน ท ๕.๑ เข฾าใจและแสดงความคดิ เห็น วจิ ารณแวรรณคดแี ละวรรณกรรมไทย

อยา฽ งเหน็ คุณค฽า และนํามาประยุกตใแ ช฾ในชีวติ จริง

ตัวชวี้ ัด
ท ๕.๑ ม. ๔-๖/๑ วเิ คราะหแและวิจารณแวรรณคดแี ละวรรณกรรมตามหลักการวิจารณแ

เบอื้ งต฾น
ท ๕.๑ ม. ๔-๖/๒ วเิ คราะหแลักษณะเด฽นของวรรณคดเี ชอ่ื มโยงกับการเรียนรู฾

ทางประวตั ศิ าสตรแและวถิ ชี วี ติ ของสงั คมในอดีต

ท ๕.๑ ม. ๔-๖/๓ วิเคราะหแและประเมินคณุ ค฽าดา฾ นวรรณศิลป฼ของวรรณคดี
และวรรณกรรมในฐานะที่เป็นมรดกทางวฒั นธรรมของชาติ

ท ๕.๑ ม. ๔-๖/๔ สงั เคราะหแขอ฾ คิดจากวรรณคดีและวรรณกรรมเพอื่ นําไปประยกุ ตแใช฾
ในชวี ติ จรงิ

ท ๕.๑ ม. ๔-๖/๖ ท฽องจําและบอกคุณคา฽ บทอาขยานตามทกี่ ําหนด และบทรอ฾ ยกรองทม่ี ี

คุณค฽าตามความสนใจและนําไปใช฾อา฾ งอิง

จุดประสงค์การเรียนรูส้ ูต่ ัวชี้วัด
๑. อธบิ ายความหมายของคําศัพทแจากบทรอ฾ ยกรองท่ีอา฽ น (K)
๒. อธบิ ายสาระสาํ คญั ของบทรอ฾ ยกรองท่ีอ฽าน (K)

๓. วิเคราะหแแ ละวจิ ารณบแ ทรอ฾ ยกรองทอ่ี า฽ น (P)
๔. สงั เคราะหขแ ฾อคิดจากบทรอ฾ ยกรองที่อ฽าน (P)

๕. เหน็ คุณค฽าของวรรณคดแี ละกระตือรอื ร฾นในการเรยี นรู฾ (A)

๑ สาระสาคญั /ความคิดรวบยอด
บทนมัสการมาตาปติ คุ ุณกล฽าวถงึ พระคณุ อันยง่ิ ใหญข฽ องบดิ ามารดาที่ลกู ทุกคนควรบชู าและทดแทน

๒ สาระการเรียนรู้
๑. ความรู้
บทนมัสการมาตาปติ ุคุณ

๒. ทกั ษะ/กระบวนการ/กระบวนการคิด
การใหเ฾ หตุผล การจดั ระบบความคดิ เปน็ แผนภาพ การสงั เคราะหแ การสรุปความร฾ู

แผนการจดั กิจกรรมการเรียนร฾ูรายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรียนท่ี ๑ ชั้นมัธยมศึกษาปที ่ี ๔ ๑๙๙

๓. คณุ ลกั ษณะอนั พงึ ประสงค์
ใฝุเรยี นรู฾ รักความเป็นไทย

๓. ความเขา้ ใจทคี่ งทน (Enduring Understanding)
นักเรยี นสามารถสรปุ ได฾วา฽ บทนมสั การมาตาปิตคุ ุณกล฽าวถงึ พระคณุ อันยิง่ ใหญ฽ของบิดามารดาท่ีลกู ทกุ คน

ควรบชู าและทดแทน

๔ ชิน้ งานหรอื ภาระงาน (หลกั ฐาน ร่องรอยแสดงความรู้)
-

คาถามทา้ ทาย
เพราะเหตใุ ดบดิ ามารดาจึงเปน็ บุคคลที่ควรบูชา
๕ การจัดกจิ กรรมการเรยี นรู้

๑. ให฾นกั เรียนรว฽ มกันแสดงความคิดเหน็ โดยครใู ชค฾ ําถามทา฾ ทาย ดังน้ี
 เพราะเหตุใดบิดามารดาจงึ เป็นบคุ คลที่ควรบชู า

๒. ให฾นักเรียนฟใงเพลง ใครหนอ จากแถบบนั ทึกเสียง หรือร฽วมกนั รอ฾ งเพลง

ใครหนอ

ศรีไศล สุชาติวฒุ ิ
ใครหนอ รกั เราเท฽าชวี ี

ใครหนอ ปรานไี มม฽ เี สือ่ มคลาย
ใครหนอ รกั เราใชเ฽ พียงรูปกาย
รกั เขาไมห฽ นา฽ ย มคิ ดิ ทําลาย ใครหนา

ใครหนอ เห็นเราเศร฾าทรวงใน
ใครหนอ เอาใจปลอบเราเรอ่ื ยมา

ใครหนอ รกั เราดังดวงแก฾วตา
รกั เขากว฾างกวา฽ พ้นื พสธุ า นภากาศ
จะเอาโลกมาทําปากกา

แลว฾ เอานภามาแทนกระดาษ
เอาน้ําหมดมหาสมทุ รแทนหมกึ วาด

ประกาศพระคุณไมพ฽ อ
ใครหนอ รักเราเทา฽ ชีวัน (เท฽าชีวนั )
ใครหนอ ใครกันใหเ฾ ราขค่ี อ (คณุ พอ฽ คณุ แม฽)

ใครหนอ ชกั ชวนดหู นงั สีจ่ อ
ร฾ูแลว฾ ละ฽ ก็ อยา฽ มัวร้ังรอ ทดแทนบุญคุณ

๓. ให฾นักเรยี นรว฽ มกันสนทนาเก่ียวกับสาระสําคญั ของเพลง
๔. ให฾นักเรยี นอ฽านบทนาํ เร่ือง อภิปูชนียกานทแ แล฾วร฽วมกันสรปุ สาระสาํ คัญ
๕. ใหน฾ กั เรยี นสงั เกตฉันทลักษณขแ องอนิ ทรวิเชียรฉันทแ แล฾วนํามาเปรยี บเทียบกบั บทร฾อยกรองเพ่ือสังเกต

ลักษณะของคําท่ีนํามาใช฾ประพันธแ จากนั้นครูอธิบายความรเู฾ พ่มิ เตมิ เก่ียวกบั คาํ ครุ-ลหุ

แผนการจัดกจิ กรรมการเรยี นรู฾รายวชิ าภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชั้นมธั ยมศกึ ษาปที ่ี ๔ ๒๐๐

๖. ให฾นักเรียนอ฽านออกเสยี งบทนมัสการมาตาปติ ุคุณพรอ฾ มกนั แล฾วฝึกอา฽ นเป็นทํานองเสนาะตามครู
จากน้นั ศึกษาความหมายของคําศพั ทแทไ่ี มเ฽ ข฾าใจ

๗. ให฾นักเรยี นชว฽ ยกันอธบิ ายสาระสําคัญของบทนมัสการมาตาปติ ุคณุ
๘. ใหน฾ กั เรียนสังเคราะหขแ อ฾ คดิ ท่ไี ด฾จากการอา฽ นบทนมสั การมาตาปิตุคุณ แลว฾ สนทนาแลกเปล่ยี นความคดิ
กัน

๙. ให฾นกั เรยี นรว฽ มกันวจิ ารณบแ ทนมสั การมาตาปติ ุคุณในดา฾ นวรรณศลิ ป฼ และคุณค฽าดา฾ นเน้ือหา
๑๐. ใหน฾ ักเรยี นระดมความคิดว฽าจะทดแทนพระคุณของบดิ ามารดาได฾อย฽างไรบา฾ งแล฾วช฽วยกันบันทึกเป็น

แผนภาพความคิด

ตัวอย่าง

เชื่อฟังคาสอน

ตงั้ ใจเรียน การทดแทนพระคณุ ชว่ ยทางาน
ของบิดามารดา บ้าน

ไม่ใช้เงินฟ่มุ เฟือย ไมย่ งุ่ เกี่ยวกบั สารเสพตดิ

๑๑. นกั เรยี นและครรู ว฽ มกนั สรุปความรด฾ู งั น้ี
 บทนมัสการมาตาปติ ุคุณกล฽าวถงึ พระคุณอันยง่ิ ใหญ฽ของบิดามารดาที่ลูกทกุ คน ควรบูชาและ

ทดแทน
๖ การจัดบรรยากาศเชิงบวก

ใหน฾ ักเรียนฝกึ ตีความจากบทรอ฾ ยกรอง ระดมความคดิ เชอื่ มโยงกบั ชวี ติ จรงิ เพือ่ ให฾เหน็ คุณค฽าของวรรณคดี
ทถี่ ฽ายทอดข฾อคดิ และวิถชี ีวติ ไทย
๗ สือ่ การเรียนรู้

แถบบันทกึ เสียง
๘ การวดั และประเมินผลการเรยี นรู้

๑. วิธกี ารวัดและประเมนิ ผล
๑) สังเกตพฤติกรรมของนักเรียนในการเขา฾ รว฽ มกจิ กรรม
๒) ตรวจผลงานของนักเรยี น

๒. เคร่ืองมอื
แบบสงั เกตพฤติกรรมการเขา฾ ร฽วมกิจกรรม

๓. เกณฑก์ ารประเมนิ
การประเมินพฤติกรรมการเขา฾ ร฽วมกจิ กรรม
ผ฽านตัง้ แต฽ ๒ รายการ ถือวา฽ ผา่ น

แผนการจดั กจิ กรรมการเรียนรู฾รายวิชาภาษาไทย ท ๓๑๑๐๑ ภาคเรยี นที่ ๑ ชั้นมธั ยมศึกษาปที ่ี ๔ ๒๐๑

ผ฽าน ๑ รายการ ถอื ว฽า ไมผ่ ่าน
๙ กิจกรรมเสนอแนะ

ใหน฾ กั เรียนเขยี นความเรียงท่ีแสดงความซาบซึ้งใจในพระคุณของบดิ ามารดา หรือแตง฽ บทรอ฾ ยกรองตามความ
ถนัด เพอ่ื นาํ ไปมอบแด฽ทา฽ นทง้ั สอง พร฾อมท้ังกราบแสดงความสํานึกในพระคุณ


Click to View FlipBook Version