The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บันไดสู่ดาว 24 เล่ม นวส.มืออาชีพ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by KITTIPONG KUMPAPONG, 2022-07-19 04:41:32

บันไดสู่ดาว 24 เล่ม นวส.มืออาชีพ

บันไดสู่ดาว 24 เล่ม นวส.มืออาชีพ

บนั ไดสดู าว

กา วแรกสกู ารเปนนกั วิชาการสง เสริมการเกษตรมอื อาชพี



คาํ นาํ

“บนั ไดสูดาว กาวแรกสกู ารเปนนกั วิชาการสง เสริมการเกษตรมืออาชีพ” เกิดจากความตั้งใจ
และเจตนารมณของพ่ี ที่อยากใหร ุน นองไดมีโอกาสกา วเดนิ สูบนั ไดขั้นแรกในกรมสงเสริมการเกษตรอยางเต็ม
ภาคภูมิ จึงไดปรึกษาหารือทีมงาน วิเคราะห กลั่นกรองเน้ือหา องคความรูท่ีคิดวานาจะเหมาะสม
และเปน guide line สาํ หรับการอา นหนังสอื เพอ่ื เตรียมตัวลงสนามสอบภาค ข. ในครั้งน้ี

อยางไรก็ตาม ผูท่ีมีตนทุนดี คือ มีเวลาเตรียมตัว ใฝศึกษาหาความรู ต้ังใจมุงมั่น
ขยนั หมัน่ เพียร จิตใจผอ งแผว ไมเกยี จครา น ยอ มมโี อกาสและความไดเ ปรียบมากกวาคนอน่ื จึงอยากใหนอง ๆ
ใชเวลาในชวงสุดทายนี้ ทําความเขาใจกับเน้ือหาสวนหน่ึงท่ีพี่ไดเตรียมไวให ความสําเร็จไมใชของงาย
ตอ งขวนขวาย และแสวงหาตอ ไป

กราบขอบพระคณุ แหลงขอมูลทกุ แหลง ทมี งานทัง้ เบื้องหนาและเบ้อื งหลัง สาํ นักสง เสรมิ และ
จัดการสินคาเกษตรตนสังกัดท่ีใหคําปรึกษาแนะนําใหการสนับสนุนและเปดโอกาส ใหบันไดสูดาวฯ เลมนี้
ไดเ ปน กําลงั ใจและเปน มือเลก็ ๆ มอื หนึง่ ทช่ี วยผลักใหน อง ๆ กาวขึ้นบันไดขนั้ แรกไดอยา งสวยงามตอไป

กมุ ภาพนั ธ 2557

สารบญั

ท่ี หมวดที่ 1 ดา นความรทู ว่ั ไป

1 คาํ ขวัญ วิสยั ทัศน คานยิ ม และพันธกิจ
2 ระบบกรมสง เสรมิ การเกษตร MRCF
3 Organization Chart DOAE และบทบาทหนาท่ี กอง/สํานัก
4 กลุมภารกจิ MOAC
5 ประวัตกิ รมสงเสรมิ การเกษตร (DOAE)

ที่ หมวดที่ 2 ดานการบริหาร

1 พระราชบญั ญัตริ ะเบียบบรหิ ารราชการแผน ดิน พ.ศ. 2534
แกไ ขเพิม่ เติมถงึ ปจ จบุ นั (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2553

2 กฎกระทรวง/กรมของขา ราชการ สทิ ธวิ นั ลา วนั ปว ย
3 ระบบงบประมาณ GFMIS
4 สรปุ สาระสาํ คญั แผนพฒั นาเศรษฐกิจและสงั คมแหง ชาติ ฉบบั ท่ี 11

พ.ศ. 2555 - 2559
5 แผนยทุ ธศาสตรก รมสง เสรมิ การเกษตร พ.ศ. 2556 -2559
6 การวิจยั ในงานประจาํ (R2R)

ท่ี หมวดที่ 3 ดา นกลไกการขบั เคลอื่ นงานสงเสริมการเกษตร

1 สภาเกษตรกรแหง ชาติ (สกช.)
2 อาสาสมคั รเกษตรหมบู า น (อกม.) และอาสาสมัครเกษตร (อกษ.)
3 ศนู ยบ ริการและถา ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตรประจาํ ตําบล (ศบกต.)
4 ยุวเกษตรกร
5 ศูนยเรยี นรปู ราชญช าวบา น ตามแนวเศรษฐกจิ พอเพียง ป 2550
6 โครงการสายใยรักแหง ครอบครัว
7 ปรชั ญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง

ที่ หมวดที่ 4 ดา นวิชาการ

1 Crop Requirement ของพชื เศรษฐกจิ หลกั
2 สรรี วิทยาพืช ดนิ นาํ้ ธาตอุ าหาร ปุย

2.1 สารควบคุมชวี ภาพของพชื (Plant Bioregulators)
2.2 ระบบการผลติ พชื สวน (Horticultural Production System)
2.3 ปยุ
2.4 การปราบศตั รูพชื
3 แหลงผลติ พชื เศรษฐกจิ

ท่ี หมวดที่ 5 ดา นนโยบาย

1 การรบั จํานาํ ขาว
2 การข้นึ ทะเบยี นเกษตรกรผปู ลูกยางพารา
3 FTA
4 AEC



หมวดที่ 1 ดานความรูท่ัวไป

1. คําขวัญ วสิ ัยทัศน คานยิ ม และพนั ธกจิ

1.1 คําขวัญ
กรมสงเสริมการเกษตรมีคนอยูทวั่ ทกุ ทศิ เปน มติ รแทข องเกษตรกร

1.2 วสิ ัยทัศน
กรมสง เสริมการเกษตรเปน องคก รท่ีมงุ มนั ในการสง เสรมิ และพฒั นาใหเ กษตรกรอยดู ีมสี ุขอยา งย่ังยนื

1.3 คานยิ ม
มุงม่นั บริการ ทมี งานเปนเลิศ เชดิ ชคู ณุ ธรรม ผูน าํ การเปล่ยี นแปลง

1.4 พันธกิจ
1.4.1 สงเสริมและพัฒนาเกษตรกร ครอบครัวเกษตรกร องคกรเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชนใหมี

ความเขมแข็ง และสามารถพ่งึ พาตนเองได
1.4.2 สงเสริมและพัฒนาเกษตรกรกรใหมีขีดความสามารถในการผลิต และจัดการสินคาเกษตร

ตามความตอ งการของตลาด
1.4.3 ใหบ ริการทางการเกษตรตามสภาพปญ หาและความตอ งการของเกษตรกร
1.4.4 ศึกษา วจิ ยั และพัฒนางานดา นการสง เสรมิ การเกษตร และบรู ณาการการทาํ งานกับทุกภาคสว น
1.4.5 สงเสริมและพัฒนาเกษตรกร ครอบครัวเกษตรกร องคกรเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชนใหมี

ความเขม แขง็ และสามารถพึง่ พาตนเองได
1.4.6 สงเสริมและพัฒนาเกษตรกรกรใหมีขีดความสามารถในการผลิต และจัดการสินคาเกษตร

ตามความตองการของตลาด
1.4.7 ใหบริการทางการเกษตรตามสภาพปญหาและความตอ งการของเกษตรกร
1.4.8 ศกึ ษา วิจัย และพฒั นางานดานการสง เสรมิ การเกษตร และบรู ณาการการทํางานกับทกุ ภาคสว น

2. ระบบกรมสงเสริมการเกษตร MRCF
นโยบายและแนวทางการดําเนินงานสง เสริมการเกษตร ปง บประมาณ พ.ศ.2557



กรอบแนวคดิ นโยบายการส่งเสริมการเกษตรปี ๒๕๕๗

คำ� น�ำ

กรมส่งเสริมการเกษตรได้จัดท�ำนโยบายและแนวทางการด�ำเนินงาน

ส่งเสริมการเกษตร ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ เพื่อใช้เป็นกรอบในการท�ำงาน โดย
ยึดแนวนโยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ที่ต้องการให้นโยบายส�ำคัญต่างๆ
ของรัฐบาลและกระทรวงเกิดการปฏิบัติ รวมทั้งการท�ำงานส่งเสริมการเกษตรและ
ภารกจิ อนื่ ๆ ใหเ้ กดิ ผลสำ� เรจ็ อยา่ งเปน็ รปู ธรรม
หวังว่าการด�ำเนินงานตามนโยบายและแนวทางการด�ำเนินงานส่งเสริม
การเกษตร ปีงบประมาณ พ.ศ. ๒๕๕๗ จะท�ำให้เกิดการเปลี่ยนแปลงอย่างส�ำคัญ
ในการท�ำงานส่งเสริมการเกษตร โดยเฉพาะเจ้าหน้าท่ีของกรมส่งเสริมการเกษตร
ที่จะมคี วาม Smart ทั้งด้านองคค์ วามรู้ กระบวนการคิด การวเิ คราะห์ และการบรหิ าร
จัดการ และส่งผลในการพัฒนาเกษตรกรใหม้ คี วามอยู่ดีมีสขุ อยา่ งยง่ั ยืนต่อไป


(นายโอฬาร พิทกั ษ์)
อธิบดีกรมสง่ เสรมิ การเกษตร

1กรมสง่ เสรมิ การเกษตร

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

นโยบาย
กรมส่งเสริมการเกษตรเป็นองค์กรขนาดใหญ่ มีภารกิจ
ที่หลากหลายและครอบคลุมในทุกพื้นท่ี ซ่ึงส่ิงเหล่านี้มีส่วนท�ำให้
บทบาทของนกั สง่ เสรมิ การเกษตรไมช่ ดั เจนในสายตาของคนภายนอก
ดังน้ันหลักการส�ำคัญของนโยบายในปีน้ีจึงมุ่งเน้นการเปล่ียนแปลง
เพอื่ ใหเ้ หน็ บทบาท ตวั ตน และอตั ลกั ษณข์ องนกั สง่ เสรมิ การเกษตร
อย่างชัดเจนในฐานะของ “ผู้จัดการการเกษตรในพื้นท่ี” และ
“ผู้น�ำการเปล่ยี นแปลง”
สิ่งที่ต้องการให้เจ้าหน้าที่ทุกคนถือเป็นคติประจ�ำใจ และ
น�ำไปใช้ในการท�ำงานประจ�ำวันคือ “การเปล่ียนแปลงสู่
ส่ิงที่ดีที่สุด” หรือ Change to the Best
โ ด ย เ ริ่ ม ต ้ น จ า ก ตั ว เ อ ง เ ป ็ น อั น ดั บ แ ร ก
นักส่งเสริมการเกษตรต้องปรับบทบาท
ของตนเอง ต้องเปลี่ยนท้ังวิธีคิดและ
วิธีการท�ำงาน รวมท้ังต้องปรับระบบ
การท�ำงานส่งเสริมการเกษตรให้
สามารถบูรณาการทรัพยากรจาก
ทุกภาคส่วน จึงจะสามารถน�ำการ
เปลี่ยนแปลงไปสู่เกษตรกรเพื่อยก
ระดับคุณภาพชีวิตและความเป็นอยู่
ของเกษตรกรไดอ้ ยา่ งแทจ้ รงิ

2 นโยบายกรมสง่ เสริมการเกษตร
ปี ๒๕๕๗

ดังน้ัน จึงได้ก�ำหนดนโยบายการด�ำเนินงานส่งเสริมการเกษตร ปีงบประมาณ
พ.ศ. ๒๕๕๗ ไว้ ๓ ประเด็น ดงั นี้

๑. การบรหิ ารจดั การงานส่งเสรมิ การเกษตรในพื้นที่

๑.๑ ยึดพื้นท่ีเป็นศูนย์กลางของการพัฒนา โดยก�ำหนดขอบเขต
พ้ืนท่ีด�ำเนินการ และเป้าหมายการพัฒนาให้ชัดเจน วัดผล
สำ� เร็จได้

๑.๒ มองภาพของ “พื้นท่ี-คน-สินค้า”เข้าด้วยกัน ทั้งในเชิง
Agenda-Based, Function-Based และ Area-Based
ตอบนโยบายทกุ ระดบั และเชื่อมโยงตลาด

๑.๓ เป้าหมายหลักคือ (๑) พัฒนาการผลิต โดยเพ่ิมประสิทธิภาพ
การผลิตและปรับเปล่ียนการผลิต และ (๒) พัฒนาเกษตรกร
องคก์ รเกษตรกร วสิ าหกิจชมุ ชน

๑.๔ นักส่งเสริมการเกษตรเป็นแกนหลักในการประสานผู้เกี่ยวข้อง
มารว่ มกันทำ� งานโดยไดร้ ับประโยชน์ร่วมกัน (Win-Win)

๑.๕ ปี ๒๕๕๗ จะขบั เคลื่อนการท�ำงานในพ้ืนทีข่ อง Smart Officer
ต้นแบบ และในทกุ อำ� เภออย่างน้อยอำ� เภอละ ๑ จดุ

๑.๖ ปรับปรุงระบบส่งเสริมการเกษตรโดยใช้รูปแบบ MRCF
system (Mapping – Remote Sensing – Community
Participation – Specific Field Service)

3กรมสง่ เสรมิ การเกษตร

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

๒. การบริหารจดั การข้อมลู

๒.๑ ท�ำงานบนพื้นฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง สมบูรณ์ เป็นปัจจุบัน
ตรวจสอบได้ และเป็นทเี่ ชอื่ ถอื ยอมรับ

๒.๒ สามารถ “จัดท�ำและใช”้ ขอ้ มูล และการจัดทำ� ขอ้ มูลไม่ใชภ่ าระ
แต่เป็นโอกาสหรอื จดุ แขง็ ในการทำ� งาน

๒.๓ ใช้ข้อมูลแผนท่ี (Mapping) ในการทำ� งาน
๒.๔ ใช้ข้อมูลในการเข้าพื้นท่ีอย่างมีเป้าหมาย และเตรียมข้อมูล

ให้พร้อมส�ำหรับการให้บริการแบบเฉพาะเจาะจง (Specific
Field Service)
๒.๕ จัดระบบให้นักส่งเสริมการเกษตรและเกษตรกรเข้าถึงข้อมูลได้
โดยสะดวกโดยใชก้ ารสอื่ สารระยะไกล (Remote Sensing)
๒.๖ ปรับปรุงระบบข้อมูล ทบก. และ ทพศ. ให้มีประสิทธิภาพและ
ผู้เก่ยี วข้องเขา้ มาร่วมท�ำและร่วมใช้ประโยชน์

4 นโยบายกรมส่งเสริมการเกษตร
ปี ๒๕๕๗

๓. การบรหิ ารจดั การองค์กร

๓.๑ ดา้ นโครงสร้างองค์กร :
เพ่มิ บทบาทส�ำนักสง่ เสรมิ และพฒั นาการเกษตรเขตเป็น
หน่วยตรวจราชการและแบ่งพ้นื ท่ีรับผิดชอบใหเ้ หมาะสม ศูนย์ปฏบิ ัตกิ าร
เปน็ หนว่ ยสนับสนุนวิชาการ และปรบั โครงสรา้ งองคก์ ร

ใหร้ องรับการท�ำงานส�ำคญั ต่างๆ
๓.๒ ดา้ นบุคลากร :

เจา้ หนา้ ที่ตอ้ งมีความพรอ้ มในการปฏิบตั งิ าน มีความเจรญิ ก้าวหน้าในตำ� แหน่ง
ตาม Career Path ทก่ี �ำหนด และสร้างนกั ส่งเสริมการเกษตรใหเ้ ป็น

Smart Extension Officer และ“ผู้จดั การการเกษตรในพนื้ ท่”ี ที่มีอัตลักษณ์
เปน็ ของตนเอง แตกตา่ งจากเจ้าหน้าทอี่ ่ืน และท�ำงานโดยไม่ขัดแย้งกับใคร

๓.๓ ดา้ นวิธีการทำ� งาน :
บรหิ ารจดั การงานตา่ งๆ บนฐานทรัพยากรที่มีอยู่ ใช้เครือข่าย/องคก์ รเกษตรกร
ในการท�ำงาน ใหค้ วามส�ำคัญกบั งานท่เี ป็นพื้นฐานการเกษตรและเปน็ ความตอ้ งการ
ของเกษตรกร เชน่ งานอารักขาพืช งานจกั รกลการเกษตร ส่งเสริมเจ้าหน้าท่ี
และเกษตรกรใหม้ ี Marketing Mind การจดั การสินค้าเกษตรมุง่ เน้นประสิทธิภาพ/

ความปลอดภัย/zoning/การจัดการศตั รพู ชื เชงิ ป้องกนั
๓.๔ ด้านการสือ่ สาร :

นำ� เทคโนโลยสี ารสนเทศและการสือ่ สารมาใชใ้ ห้มากขึน้ ใช้การติดต่อสอื่ สาร
ระยะไกล (Remote Sensing) ในการปฏิบตั ิงานและใหบ้ ริการเกษตรกร

และเน้นการส่ือสาร ๒ ทาง (two-way communication)

5กรมสง่ เสริมการเกษตร

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

สรุป : บุคลากรคือหัวใจของกรมส่งเสริมการเกษตร
เราท�ำงานกับคน (เกษตรกร) ด้วยคน (เจ้าหน้าที่) ดังนั้นจึง
มุ่งเน้นให้เกิดการเปล่ียนแปลงท่ีเจ้าหน้าที่ให้มีบทบาทและ
ตัวตนท่ีชัดเจนในการเป็นนักส่งเสริมการเกษตรมืออาชีพ คือ
เป็น Smart Extension Officer สามารถเป็นผู้จัดการ
การเกษตรในพ้ืนที่ มีการเปล่ียนแปลงวิธีการท�ำงานให้สามารถ
รองรับภารกิจต่างๆ ได้อย่างมีประสิทธิภาพโดยใช้รูปแบบ
MRCF system เพ่อื ใหเ้ กษตรกรเปน็ Smart Farmer

6 นโยบายกรมส่งเสรมิ การเกษตร
ปี ๒๕๕๗

แนวทางการด�ำเนินงานตามนโยบาย

๑. การบริหารจัดการงานส่งเสรมิ การเกษตรในพื้นที่

๑.๑ ให้ยึดพื้นที่เป็นศูนย์กลางของการพัฒนา โดยก�ำหนดขอบเขตพื้นที่
ด�ำเนินการให้ชัดเจน ก�ำหนดเป้าหมายการพัฒนาให้เบ็ดเสร็จครบทุกเร่ือง
เพ่ือให้เกิดผลส�ำเร็จตามที่มุ่งหวังบนพ้ืนฐานของศักยภาพและความต้องการ
ที่แท้จริงของแต่ละพื้นท่ี ซ่ึงผลส�ำเร็จที่มุ่งหวังต้องมองให้ไกลถึงปลายน�้ำ
(เป็น end ไมใ่ ชแ่ ค่ means) และมีความเป็นรปู ธรรมท่ีวัดได้

๑.๒ ในพื้นท่ีด�ำเนินการให้มองภาพของ “พื้นที่-คน-สินค้า” เข้าด้วยกัน โดย
มองทงั้ ในเชงิ Agenda-Based, Function-Based และ Area-Based เพื่อ
ให้ตอบสนองต่อนโยบายและยุทธศาสตร์ในทุกระดับ ทั้งระดับรัฐบาล
กระทรวง จงั หวดั /กลมุ่ จงั หวดั และระดบั ทอ้ งถน่ิ โดยเฉพาะอยา่ งยง่ิ นโยบาย
Zoning และ นโยบาย Smart Farmer และมองไปถึงการเชื่อมโยงกับ
เร่ืองตลาด Logistics และอุตสาหกรรมเกษตร ตลอดจนเรื่องอื่นๆ ที่
เกีย่ วขอ้ งดว้ ย

7กรมสง่ เสริมการเกษตร

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

๑.๓ เป้าหมายการพัฒนาหลักๆ ในระดับพ้ืนท่ีที่ต้องให้ความส�ำคัญคือ
(๑) การพฒั นาการผลิต โดยเพิม่ ประสทิ ธิภาพการผลิตในพ้นื ทเ่ี หมาะสม
ไดแ้ ก่ การเพมิ่ ผลผลติ ตอ่ ไร่ ลดตน้ ทุนการผลิตต่อหนว่ ย และพฒั นาคณุ ภาพ
ผลผลิต และการปรับเปลี่ยนการผลิตในพื้นท่ีไม่เหมาะสมให้ท�ำกิจกรรม
การเกษตรอ่ืนหรือส่งเสริมเศรษฐกิจพอเพยี ง และ (๒) การพัฒนาเกษตรกร
องค์กรเกษตรกร และวิสาหกิจชุมชน ให้มีคุณภาพชีวิตท่ีดี เข้มแข็ง และ
พง่ึ ตนเองได้

๑.๔ นักส่งเสริมการเกษตรท�ำหน้าท่ีเป็นแกนหลักในการประสานและ
เชื่อมโยงหน่วยงานท่ีเก่ียวข้องทั้งหมดให้เข้ามาท�ำงานร่วมกันในพื้นที่
โดยทุกคนได้รับประโยชน์ร่วมกัน (Win-Win) และขับเคลื่อนเครือข่าย
และองค์กรเกษตรกรในพื้นที่ให้เป็นกลไกหลักในการพัฒนาเพื่อให้เกิด
ความยั่งยืน

๑.๕ ในปี ๒๕๕๗ จะขับเคลื่อนการท�ำงานในพื้นท่ีรับผิดชอบของ Smart
Officer ต้นแบบ และในทุกอ�ำเภออย่างน้อยอ�ำเภอละ ๑ จุด โดย
วิเคราะห์ วางแผน บูรณาการทุกเร่ืองเข้าด้วยกัน และขับเคล่ือนการ
ด�ำเนินงานร่วมกันกับทุกภาคส่วนอย่างเบ็ดเสร็จครบวงจร โดยทุกฝ่าย
ได้รับประโยชน์ (Win-Win) ซึ่งคาดหวังว่าจะได้เห็นการปฏิบัติงานที่เกิด
ผลส�ำเร็จเป็นรูปธรรมชัดเจนในพ้ืนท่ีของ Smart Officer ต้นแบบ และ
ในทุกอ�ำเภอ

8 นโยบายกรมส่งเสริมการเกษตร
ปี ๒๕๕๗

๑.๖ ปรับปรุงระบบส่งเสริมการเกษตร ให้สามารถรองรับการเปลี่ยนแปลง
และภารกิจต่างๆ ปฏบิ ตั ิงานบนพื้นฐานของขอ้ มูล ขบั เคลื่อนการด�ำเนินงาน
ด้วยกระบวนการเรียนรู้และการมีส่วนร่วม และใช้วิธีการท�ำงานรูปแบบ
MRCF system คือ ศึกษาวิเคราะห์ข้อมูลเพื่อเตรียมเข้าท�ำงานในพื้นท่ี
โดยเน้นการใช้ข้อมูลแผนที่ (Mapping) ประสานและให้บริการเกษตรกร
ด้วยวิธกี ารตดิ ตอ่ ส่อื สารและเข้าถงึ ขอ้ มลู จากระยะไกล (Remote Sensing)
ใช้วิธีการจัดเวทีชุมชนในการท�ำงานและร่วมด�ำเนินการกับเกษตรกร ชุมชน
และผู้มีส่วนเก่ียวข้องแบบมีส่วนร่วม (Community Participation) โดย
ร่วมกับเครือข่ายต่างๆ เช่น ศบกต. อกม. ศจช. ฯลฯ และเข้าท�ำงานใน
พ้ืนที่แบบเฉพาะเจาะจง (Specific Field Service) โดยมีเป้าหมายและ
จดุ มุง่ หมายทช่ี ัดเจน เพือ่ ใหเ้ กิดการพฒั นาท่ีตรงจุดและย่ังยืน

สรุป : การท�ำงานในพ้ืนที่ต้องมีขอบเขตพื้นท่ีด�ำเนินการชัดเจน บูรณาการ
“พื้นที่-คน-สินค้า”เข้าด้วยกัน ก�ำหนดเป้าหมายการพัฒนา และใช้หลัก Win-Win
ในการท�ำงานร่วมกัน โดยในปี ๒๕๕๗ ต้องการให้เกิดต้นแบบของการท�ำงานในพ้ืนที่
ของ Smart Officer ตน้ แบบและในทกุ อำ� เภอ และปรบั ปรุงระบบสง่ เสรมิ การเกษตร
โดยใช้รูปแบบ MRCF system (Mapping – Remote Sensing – Community
Participation – Specific Field Service)

9กรมส่งเสริมการเกษตร

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

๒. การบริหารจัดการข้อมูล

๒.๑ นักส่งเสริมการเกษตรต้องท�ำงานบนพ้ืนฐานของข้อมูลที่ถูกต้อง สมบูรณ์
เป็นปัจจุบัน ตรวจสอบได้ และเป็นท่ีเช่ือถือยอมรับ เป็นการท�ำงานโดยใช้
ขอ้ มลู (Data) ใชส้ ารสนเทศ (Information) ใช้องค์ความรู้ (Knowledge)
และใช้ภูมิปัญญา (Wisdom) จุดส�ำคัญคือต้อง “เข้าใจ” ในงานท่ีท�ำ
ไม่ใช่ท�ำงานไปตามท่ีถูกส่ัง ซึ่งความเข้าใจจะเกิดขึ้นได้ต้องสื่อสาร
ข้อมูลข่าวสารให้เข้าถึงกันให้มาก ให้รู้เท่าเทียมกัน ให้มีโอกาสได้พูดคุย
แลกเปล่ียนกนั

๒.๒ นักส่งเสริมการเกษตรต้องสามารถ “จัดท�ำและใช้” ข้อมูลได้ สามารถ
วิเคราะห์ได้ว่าในงานส่งเสริมการเกษตรมีข้อมูลอะไรที่ต้องเก่ียวข้อง และ
ต้องจัดการหรือปรับปรุงในเรื่องอะไร จะต้องมีระบบข้อมูลอะไรอีกบ้าง
ทีจ่ ะใช้สนับสนนุ การปฏิบตั ิงานในพ้นื ท่ี และท่สี ำ� คญั ต้องปรบั เปลีย่ นทศั นคติ
ให้เห็นว่าการจัดท�ำข้อมูลไม่ใช่ภาระ แต่เป็นหน้าที่ท่ีต้องท�ำ และควรจะ
ถือเป็นโอกาสหรือจุดแข็งในการท�ำงานท่ีนักส่งเสริมการเกษตรเป็น
ผูจ้ ดั ท�ำขอ้ มลู

เกษตรกร GPP

มีคณุ ภาพชีวิต

ทีด่ ีขน้ึ

10 นโยบายกรมส่งเสรมิ การเกษตร
ปี ๒๕๕๗

๒.๓ ใช้ข้อมูลแผนท่ี (Mapping) ในการท�ำงาน ซึ่งจะ
ช่วยลดความผิดพลาดเร่ืองข้อมูลลงได้ สามารถใช้
ในการตรวจสอบและรายงานภยั ธรรมชาตไิ ด้ และใชใ้ น
เรื่องอน่ื ไดอ้ ีกมาก โดยต้องเชือ่ มโยงข้อมลู ตา่ งๆ เข้าสู่
ขอ้ มลู แผนท่ี และพฒั นาเจา้ หนา้ ทที่ กุ ระดบั ใหส้ ามารถ
จดั ท�ำและใชข้ อ้ มูลแผนท่ไี ด้อย่างมีประสิทธภิ าพ

๒.๔ ใช้ข้อมูลในการท�ำงานในพื้นท่ีเพ่ือให้บริการแบบ
เฉพาะเจาะจง (Specific Field Service) โดย
นักส่งเสริมการเกษตรต้องเข้าพื้นท่ีอย่างมีเป้าหมาย
ต้องศึกษาข้อมูลก่อนเข้าพื้นที่ ต้องรู้ว่าจะเข้าไป
ท�ำอะไร ท่ีไหน กับใคร มีข้อมูลอะไรท่ีเกี่ยวข้องบ้าง
ต้องรู้จักเกษตรกรและรู้จักพื้นที่เป็นอย่างดี คือ
ต้องมีข้อมูลเกษตรกรและข้อมูลพ้ืนที่เป็นหลัก และ
ต้องติดตามข้อมูลข่าวสารอ่ืนประกอบด้วย รู้จักที่จะ
วเิ คราะห์ สงั เคราะห์ และตอ่ ภาพเชอื่ มโยงขอ้ มลู ต่างๆ
เขา้ ดว้ ยกันเพอ่ื ประยกุ ตใ์ ชใ้ นการปฏิบัติงาน

๒.๕ จัดระบบให้นักส่งเสริมการเกษตรและเกษตรกร
สามารถเข้าถึงข้อมูลได้โดยสะดวก สามารถเข้าถึง
หรอื ตดิ ตอ่ สอื่ สารไดจ้ ากระยะไกล (Remote Sensing)
โดยเฉพาะอย่างย่ิงข้อมูลองค์ความรู้ที่อยู่ในตัวบุคคล
หรือผู้เชี่ยวชาญในด้านต่างๆ ต้องมีระบบท่ีสามารถ
เข้าถึงและน�ำออกมาใช้ประโยชน์ได้ รวมทั้งมีระบบ
ที่นักวิชาการและนักส่งเสริมการเกษตรจะได้พบปะ
เรียนรูร้ ่วมกัน

11กรมส่งเสริมการเกษตร

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

๒.๖ ปรับปรุงระบบข้อมูลทะเบียนทั้ง ทบก. และ ทพศ.ให้มีประสิทธิภาพ
ถูกต้อง รวดเร็ว ตรวจสอบได้ และเอ้ือต่อการปฏิบัติงานของเจ้าหน้าท่ีใน
พนื้ ที่ โดยใหห้ นว่ ยงานทเ่ี กยี่ วขอ้ งเขา้ มารว่ มดำ� เนนิ การและรว่ มใชป้ ระโยชน์
โดยเฉพาะอยา่ งย่งิ องคก์ รปกครองสว่ นทอ้ งถ่ิน รวมทั้งพฒั นาใหเ้ ปน็ ระบบ
งานพ้ืนฐานปกติประจ�ำตอ่ ไป

สรุป : ต้องท�ำงานบนพื้นฐานของข้อมูลท่ีถูกต้อง สมบูรณ์ เป็นปัจจุบัน
ตรวจสอบได้ และเป็นท่ีเชื่อถือยอมรับ สามารถ “จัดท�ำและใช้” ข้อมูล โดยเฉพาะ
อย่างย่ิงข้อมูลแผนท่ี (Mapping) และการใช้ข้อมูลในการท�ำงานแบบเฉพาะเจาะจง
นักส่งเสริมการเกษตรและเกษตรกรสามารถเข้าถึงข้อมูลได้โดยสะดวกโดยใช้การ
ส่ือสารระยะไกล (Remote Sensing) และปรับระบบข้อมูล ทบก. และ ทพศ. ให้มี
ประสทิ ธิภาพ

12 นโยบายกรมส่งเสรมิ การเกษตร
ปี ๒๕๕๗

๓. การบริหารจดั การองคก์ ร

๓.๑ ดา้ นโครงสร้างองคก์ ร
 เพ่ิมบทบาทส�ำนักส่งเสริมและพัฒนาการเกษตรเขตให้เป็นหน่วย

ตรวจราชการ เป็นหน่วยขับเคล่ือนการปฏิบัติงานในพื้นท่ีแทนกรม
และแบ่งพ้ืนท่ีรับผิดชอบให้เหมาะสม คือสามารถเป็นหูเป็นตาและ
ชว่ ยอ�ำนวยการแทนกรมได้
 ศนู ย์ปฏิบัตกิ ารตอ้ งเปน็ หนว่ ยสนบั สนุนทางวิชาการ
 ปรับโครงสร้างองคก์ รใหร้ องรบั การทำ� งานสำ� คัญตา่ งๆ ของกรม
๓.๒ ด้านบคุ ลากร
 เจ้าหน้าท่ีต้องมีความพร้อมในการปฏิบัติงาน มีความเจริญก้าวหน้า
ในต�ำแหน่งตาม Career Path ที่ก�ำหนด สอดคล้องกับความรู้
ความสามารถ และประสบการณข์ องแตล่ ะบุคคล
 ชูบทบาทเจ้าหน้าที่ส่งเสริมการเกษตรให้เป็น“ผู้จัดการการเกษตรใน
พ้ืนท่ี” สร้างความแตกต่างจากเจ้าหน้าท่ีของหน่วยงานอ่ืน มีตัวตน
ของการเป็นนักส่งเสริมการเกษตร เป็นท่ีรู้จักของคนอ่ืน รู้ว่าจะท�ำงาน
หรือเข้าถึงนักส่งเสริมการเกษตรได้อย่างไร ท�ำงานโดยไม่ขัดแย้งกับใคร
และช่วยลดความขัดแยง้ ในพน้ื ท่ี
 นักส่งเสริมการเกษตรต้องรู้จักใช้โอกาสในการเรียนรู้จากการ
ปฏิบัติงานจริง (Learning by Doing) หรือเรียนรู้จากกรณีท่ี
เกิดข้ึนจริง (case) รู้จักประยุกต์ใช้ข้อมูลและองค์ความรู้ สร้างคน
ใหเ้ ก่งและดี เพอ่ื ใหเ้ ปน็ Smart Extension Officer ตอ่ ไป
 เจ้าหน้าที่บรรจุใหม่ต้องได้รับการพัฒนาให้เป็นนักส่งเสริมฯ และมี
จติ วญิ ญาณของการเปน็ นกั สง่ เสริมฯ

13กรมส่งเสริมการเกษตร

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

๓.๓ ด้านวิธีการท�ำงาน
 บรหิ ารจัดการงานต่างๆ บนฐานของทรพั ยากรท่ีมีอยู่ มองบวก ทา้ ทาย

ไม่ท�ำงานคนดียว สร้างพันธมิตร ไม่ขัดแย้งกับใคร มีส่วนร่วม ทุกคน
ได้รับประโยชน์ (Win-Win) มีเวทีพูดคุยแลกเปล่ียนในระดับต่างๆ
ให้ความส�ำคัญกับการท�ำงานร่วมกับท้องถ่ิน รวมถึงการจัดการ
งบประมาณในพ้นื ที่
 ใช้เครือข่ายและองค์กรเกษตรกร รวมถึงวิสาหกิจชุมชนเป็นจุด
ด�ำเนินการ เป็นผู้ร่วมด�ำเนินการ และเป็นเป้าหมายหลักในการพัฒนา
โดยเฉพาะอย่างยงิ่ ศบกต. และ อกม. ที่เปน็ ก�ำลงั สำ� คัญในการสนบั สนุน
การท�ำงานในพน้ื ที่
 ให้ความส�ำคัญกับงานท่ีเป็นพ้ืนฐานการเกษตรและเป็นความต้องการ
ของเกษตรกร เชน่ งานอารกั ขาพชื งานจักรกลการเกษตร ฯลฯ และ
ใช้เป็นเครื่องมือส�ำคัญในการสร้างความเช่ือถือยอมรับของเกษตรกร
ในพน้ื ท่ี
 ส่งเสริมเรื่องการตลาดภายใต้บทบาทหน้าท่ีของการส่งเสริม
การเกษตร ปรับเปล่ียนวิธีคิดของนักส่งเสริมการเกษตรและเกษตรกร
ให้มี Marketing Mind เพ่ือเป็นพื้นฐานในการคิด วิเคราะห์ และ
ตัดสินใจในการผลิตสินค้าเกษตร โดยไม่ซ้�ำซ้อนกับบทบาทของ
พาณชิ ย์
 การจัดการสนิ คา้ เกษตรให้ความสำ� คัญในเรอื่ ง ประสิทธิภาพ คณุ ภาพ
ความปลอดภัย Zoning และการจัดการศัตรูพชื ในเชิงป้องกนั

14 นโยบายกรมส่งเสรมิ การเกษตร
ปี ๒๕๕๗

๓.๔ ดา้ นการสื่อสาร
 ใช้เทคโนโลยีสารสนเทศและการส่ือสารให้มากข้ึนในการบริหารและ

การปฏิบตั งิ าน
 ใชเ้ ครอื่ งมอื อุปกรณ์ และชอ่ งทางการสอื่ สารรปู แบบต่างๆ เชน่ Smart

Phone, Social Media ฯลฯ ในการติดต่อสอ่ื สารระยะไกล (Remote
Sensing) เพอื่ เพม่ิ ประสิทธิภาพการปฏบิ ัตงิ านและให้บริการเกษตรกร
 การจดั ประชมุ /สัมมนาต้องเปน็ แบบมีส่วนรว่ ม และมกี ารส่อื สาร ๒ ทาง
(two-way communication)
สรุป : ปรับโครงสร้างและบทบาทของหน่วยงานต่างๆ ให้เหมาะสมและสามารถ
รองรับภารกิจต่างๆ บุคลากรมีความพร้อมในการปฏิบัติงาน เป็นผู้จัดการการเกษตร
ในพน้ื ที่ และเปน็ Smart Extension Officer ปรบั วธิ กี ารท�ำงานใหเ้ อ้อื อ�ำนวยตอ่ การ
ปฏิบัติงานในพื้นท่ีและการท�ำงานกับเครือข่ายและองค์กรเกษตรกรต่างๆ สื่อสารกัน
ใหม้ ากขึ้นโดยใช้เทคโนโลยีเขา้ มาช่วย ใช้การสอ่ื สารระยะไกล และการสอ่ื สาร ๒ ทาง

15กรมสง่ เสริมการเกษตร

กระทรวงเกษตรและสหกรณ์

สรุป

กรมสง่ เสรมิ การเกษตรมภี ารกจิ มากและหลากหลาย การกำ� หนด
นโยบายเป็นการเจาะจงเร่งรัดการด�ำเนนิ งานในบางเรอื่ ง ซึ่งจะตอ้ งกระตนุ้
และขับเคลื่อนให้เกิดการเปล่ียนแปลงให้ได้ในปีนี้ แต่อย่างไรก็ตามภารกิจ
อน่ื ๆ ก็ตอ้ งด�ำเนินการตอ่ ไป
นโยบายในปีน้ีมี ๓ ประเด็นหลักที่ต้องการให้เห็นผลการ
เปล่ียนแปลง คือ นักส่งเสริมการเกษตรต้องมีบทบาทและอัตลักษณ์ท่ี
ชัดเจน เป็นท่ีรู้จักและยอมรับของเกษตรกรและคนท่ัวไป มีระบบและ
กลไกการท�ำงานในพ้ืนที่ที่เกษตรกรเข้าถึงได้ง่าย มีการท�ำงานร่วมกัน
และทุกฝ่ายได้รับประโยชน์ โดยท�ำงานในรูปแบบ MRCF system
ส่วนเร่ืองข้อมูล มุ่งเน้นให้นักส่งเสริมการเกษตรท�ำงานบนพ้ืนฐานของ
ข้อมูลท่ีถูกต้อง สมบูรณ์ เป็นปัจจุบัน ตรวจสอบได้ และเป็นท่ีเชื่อถือ
ยอมรบั โดยเฉพาะอยา่ งยงิ่ ในปจั จบุ นั มขี อ้ มลู ทจ่ี ะทำ� ใหเ้ กษตรกรไดร้ บั สทิ ธิ์
หรือเสียสิทธ์ิซ่ึงต้องระมัดระวังให้มาก ส�ำหรับการบริหารจัดการองค์กร
ต้องปรับในเรื่องของโครงสร้างองค์กร บุคลากร วิธีการท�ำงาน และ
การสอื่ สาร เพอื่ ใหส้ ามารถสนบั สนุนการทำ� งานสง่ เสรมิ การเกษตรในพน้ื ท่ี
และภารกิจอื่นๆ ทีเ่ กย่ี วข้องได้อยา่ งมีประสทิ ธภิ าพ
หวังว่านโยบายท่ีกล่าวมานี้จะท�ำให้การท�ำงานเป็นไปด้วยดีและ
มีความสุข เกิดผลส�ำเร็จกับเกษตรกรอย่างแท้จริง และกรมส่งเสริม
การเกษตรเป็นที่ยอมรบั ของสงั คม

16 นโยบายกรมสง่ เสริมการเกษตร
ปี ๒๕๕๗

วิสัยทัศน์

กรมสง่ เสริมการเกษตร

เป็นองคก์ รท่ีมุ่งมั่น
ในการสง่ เสริมและพัฒนา

ให้เกษตรกรอยดู่ ีมสี ขุ อย่างย่ังยืน

ผจู้ ัดทำ� : กองแผนงาน กรมส่งเสรมิ การเกษตร โทร. ๐ ๒๙๔๐ ๖๐๒๖



3. Organization Chart DOAE และบทบาทหนา ท่ี กอง/สาํ นกั
3.1 โครงสรา งกรมสงเสริมการเกษตร

3.2 บทบาทหนา ท่ี กอง/สํานกั
3.2.1 บทบาทหนาท่กี ลมุ พัฒนาระบบบริหาร
1) เสนอแนะและใหคําปรึกษา รวมท้ังประสานเพ่ือใหการบริหารของหนวยงานในสังกัดของ

สวนราชการใหเ ปนไปตามเจตนารมณข องพระราชบัญญตั ิระเบียบบริหารราชการแผนดิน พ.ศ. 2545 (มาตรา 3/1)
2) เสนอแนะตอกรม เพอื่ ใหม กี ารปรับปรงุ โครงสรางระบบราชการ ระบบงบประมาณ ระบบบคุ ลากร

การปรับเปล่ียนสว นราชการเปนองคกรมหาชน หรือองคกรรูปแบบอื่นท่ีมิใชสวนราชการ เพื่อใหการบริหาร
เปนไปอยางมปี ระสทิ ธิภาพ และตอบสนองความตอ งการของประชาชน

3) ตดิ ตามและแกไ ขปญหาในการดําเนนิ การหลังการประกาศใชพระราชบัญญัติระเบียบบริหาร
ราชการแผนดิน พ.ศ. 2545 และพระราชบญั ญตั ิปรับปรงุ กระทรวง ทบวง กรม พ.ศ. 2545

4) สนับสนุน ดูแลการดาํ เนินการตามแผนปฎิรูประบบบรหิ ารงานภาครฐั ใหเปนไปตามเปาหมาย
ทก่ี าํ หนด

5) ประสานการดําเนินงานกับ ก.พ.ร. รวมท้ังจัดทํารายงานประจําปเกี่ยวกับการพัฒนา
งานราชการเสนอตอ ก.พ.ร.

6) ปฏิบัติงานรวมกับ หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหนวยงานอ่ืนที่เกี่ยวของ หรือท่ีไดรับ
มอบหมาย
รายละเอียดเพ่ิมเติม http://www.psdd.doae.go.th/

3.2.2 บทบาทหนาทก่ี ลมุ ตรวจสอบภายใน
1) ตรวจสอบและประเมนิ ผลการปฏบิ ตั งิ านของหนวยงานกรมสง เสริมการเกษตร
2) ติดตามผลการตรวจสอบและใหขอ เสนอแนะแกห นวยรบั ตรวจ
3) ใหค ําปรึกษาและประสานงานกับกรมบัญชีกลาง คณะกรรมการตรวจสอบและประเมินผล

ภาคราชการและสํานกั งานการตรวจเงินแผนดนิ
วัตถุประสงคการตรวจสอบภายใน
1) เพื่อประเมินระบบการควบคุมภายในของหนวยรับตรวจวามีความเพียงพอเหมาะสมและ

ไดปฏิบัตยิ า งมปี ระสทิ ธิภาพและประสทิ ธผิ ลหรอื ไม
2) เพ่ือพิสูจนความถูกตองและความเช่ือถือไดของขอมูล ตัวเลขทางการเงิน การบัญชี การพัสดุ

การบริหารงบประมาณวาเปนไปตามระเบยี บขอบงั คบั มติคณะรัฐมนตรแี ละนโยบายของรฐั บาลหรือไม
3) เพ่ือประเมินผลการปฏิบัติงานและเสนอแนะวิธีการ หรือมาตรการในการปรับปรุงแกไข

การปฏิบัติงานของหนวยรับตรวจใหมีประสิทธิภาพ ประสิทธิผล และประหยัด รวมทั้งปองปรามมิใหเกิด
ความเสียหาย หรือการทุจรติ เกีย่ วกับการเงนิ หรือทรพั ยส นิ ของทางราชการ

4) ติดตามและเรงรัดผลการตรวจสอบของหนวยรับตรวจใหดําเนินการตามขอเสนอแนะ
ในรายงานผลการตรวจสอบ
รายละเอยี ดเพมิ่ เตมิ http://gap.doae.go.th/audit/index.php

3.2.3 บทบาทหนา ทกี่ องการเจา หนา ที่
1) กําหนดแนวทางการดาํ เนนิ งานดานการบรหิ ารทรัพยากรบุคคล
2) พัฒนาระบบสารสนเทศดา นการบริหารทรพั ยากรบุคคล
3) สนับสนุนและพฒั นาสมรรถนะบุคลากร
4) พฒั นาการใหบริการดานการบริหารทรัพยากรบุคคล
5) พัฒนาระบบงานทมี่ ุงผลสัมฤทธ์ิ โปรงใส และเปน ธรรม
6) เสรมิ สรางคณุ ภาพชวี ติ ขวญั กําลังใจ และสรา งภาพลกั ษณท ดี่ ี
7) สนบั สนุนการดาํ เนินงานตามมาตรการปอ งกนั และปราบปรามการทุจริตภาครัฐ
8) สงเสรมิ บุคลากรของกรมสงเสรมิ การเกษตรใหม ีคณุ ธรรม จริยธรรม

รายละเอยี ดเพิม่ เตมิ http://www.person.doae.go.th/
3.2.4 บทบาทหนาที่กองคลงั
1) ดาํ เนนิ การเกีย่ วกบั การเงิน การบัญชี การบริหารงบประมาณ การพัสดุ อาคารสถานที่และ

ยานพาหนะของกรม
2) ปฏิบัติงานรวมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหนวยงานอ่ืนท่ีเกี่ยวของหรือที่ไดรับ

มอบหมาย
รายละเอยี ดเพิ่มเตมิ http://www.finance.doae.go.th/

3.2.5 บทบาทหนาทก่ี องพฒั นาการเกษตรพ้ืนทเ่ี ฉพาะ
1) ศึกษา วเิ คราะห ประมวลองคความรูในการพัฒนาการเกษตรในพื้นที่โครงการพระราชดําริ

และพน้ื ทีเ่ ฉพาะ
2) วางแผน กาํ หนด รปู แบบการพฒั นาการเกษตรในพนื้ ทโ่ี ครงการพระราชดําริและพื้นท่ีเฉพาะ
3) สนองงานพระราชดําริดานพัฒนาอาชีพเกษตรและนําผลสําเร็จการพัฒนาไปขยายผล

สโู ครงการและพ้นื ทอ่ี นื่
4) ใหการสนับสนุน ประสาน และเขารวมดําเนินงานพัฒนาการเกษตรในพื้นท่ีโครงการ

พระราชดํารแิ ละพ้นื ท่ีเฉพาะ

รายละเอียดเพม่ิ เติม http://www.agrodev.doae.go.th/

3.2.6 บทบาทหนา ทีก่ องวจิ ยั และพฒั นางานสงเสริมการเกษตร
1) ศกึ ษา วิจัย และพัฒนาระบบสง เสริมการเกษตร
2) ศกึ ษา วิจยั สนับสนุนและพฒั นางานวิชาการดา นสงเสริมการเกษตร
3) ประสานงานวิจยั ระหวา งหนวยงานวิชาการท่เี กย่ี วขอ งกบั งานสงเสรมิ การเกษตร
4) ปฏิบัติงานรวมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหนวยงานอื่นท่ีเกี่ยวของหรือที่ไดรับ

มอบหมาย

รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.research.doae.go.th/

3.2.7 บทบาทหนาทกี่ องแผนงาน
1) ศกึ ษา วิเคราะห เพื่อพัฒนาระบบการจัดทําแผนงาน งบประมาณ การติดตาม ประเมินผล

และรายงาน
2) ดําเนินการจัดทําและประสานแผนงาน โครงการสงเสริมการเกษตร รวมทั้งเรงรัดติดตาม

ประเมนิ ผล และรายงานผลการปฏบิ ัตงิ านของหนวยงานในสังกัด
3) ศกึ ษา วเิ คราะห และดําเนินการดานความชวยเหลือ และความรวมมือทางดานการสงเสริม

การเกษตร รวมทงั้ ประสานงานกบั องคก าร หรือหนวยงานตางประเทศท่ีเกี่ยวขอ ง
4) ดาํ เนนิ การเกีย่ วกับการประสานการชว ยเหลือเกษตรกรผูป ระภยั ธรรมชาติ
5) ปฏิบัติงานรวมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหนวยงานอ่ืนที่เกี่ยวของหรือที่ไดรับ

มอบหมาย

รายละเอยี ดเพิ่มเติม http://www.plan.doae.go.th/Project/PlanHome.asp

3.2.8 บทบาทหนาท่ีศูนยส ารสนเทศ
1) ศกึ ษาพัฒนาระบบฐานขอมูล ระบบสารสนเทศ ระบบคอมพิวเตอร ระบบเครือขาย ระบบ

โครงสรางพ้ืนฐานดา นเทคโนโลยสี ารสนเทศของกรมสง เสรมิ การเกษตร
2) พฒั นาระบบ รปู แบบ หลกั เกณฑ วิธีการ ระเบยี บวธิ ที างสถติ ิ และศึกษาวิเคราะห เพ่ือจัดทํา

ขอมูลและแผนที่สําหรบั ใชใ นงานสงเสรมิ การเกษตร
3) สง เสริม เผยแพร สนบั สนุนใหบรกิ ารสารสนเทศแกเจา หนา ทเ่ี กษตรกร และบุคคลทัว่ ไป

รายละเอียดเพิ่มเตมิ http://www.ictc.doae.go.th/

3.2.9 บทบาทหนา ทส่ี าํ นักงานเลขานกุ ารกรม
1) ปฏิบัติงานสารบรรณของกรมสง เสริมการเกษตร
2) ดําเนนิ การเกี่ยวกบั งานชวยอํานวยการและงานเลขานกุ ารของกรมสงเสรมิ การเกษตร
3) ประสานราชการกบั สํานักสงเสริมและพัฒนาการเกษตรเขตและหนวยงานของกรมสงเสริม

การเกษตรในสวนภมู ภิ าค
4) ดาํ เนินการเกี่ยวกบั งานส่ือสารของกรมสงเสรมิ การเกษตร
5) ดาํ เนนิ การอื่นใดทมี่ ไิ ดก าํ หนดใหเ ปน อํานาจหนาที่ของสวนราชการใดของกรมสงเสริมการเกษตร
6) ปฏิบัติงานรวมกันหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหนวยงานอ่ืนท่ีเกี่ยวของหรือท่ีไดรับ

มอบหมาย
รายละเอยี ดเพ่ิมเติม http://www.secreta.doae.go.th/

3.2.10 บทบาทหนา ทสี่ าํ นกั พัฒนาการถายทอดเทคโนโลยี
1) ศกึ ษาพัฒนาเทคนิค วิธกี าร และส่อื ทใ่ี ชในการถา ยทอดเทคโนโลยี
2) พัฒนา ดําเนินการประชาสัมพันธ เผยแพรความรูแ ละผลงานกรมสงเสรมิ การเกษตร
3) ศึกษา พฒั นาทรพั ยากรบุคคล
4) พัฒนาระบบงานและการดาํ เนินการพัฒนาบคุ ลากร
5) พฒั นาและสนบั สนุนการดําเนนิ งานของศูนยบ รกิ ารฯ
6) ปฏบิ ตั ิงานอนื่ ตามที่ไดรับมอบหมาย

รายละเอยี ดเพิ่มเตมิ http://actech.agritech.doae.go.th/about/index.htm
3.2.11 บทบาทหนา ทสี่ าํ นกั พฒั นาคณุ ภาพสินคา เกษตร
1) ศกึ ษา พัฒนา ทดสอบ ประยุกตและถายทอดเทคโนโลยีและใหบริการเพ่ือพัฒนาคุณภาพ

สนิ คาเกษตร
2) กําหนด วางแผนแนวทางและวางแผนใหบ รกิ ารทางการเกษตร
3) ใหบรกิ ารการวเิ คราะหทางการอารักขาพชื และบรกิ ารผลิตภัณฑ การพยากรณการระบาด

ศัตรพู ืชเพือ่ สนับสนุนการพัฒนาคุณภาพสินคา เกษตร
4) ปฏิบัติการรวมกับ หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหนวยงานอื่นท่ีเก่ียวของหรือไดรับ

มอบหมาย
รายละเอยี ดเพิม่ เตมิ http://www.agriqua.doae.go.th/

3.2.12 บทบาทหนา ทสี่ าํ นักพฒั นาเกษตรกร
1) ศกึ ษา วิเคราะห พฒั นา และสง เสรมิ องคกรเกษตรกรและเครือขาย
2) ศกึ ษา วิเคราะห พัฒนา สง เสรมิ และเปน ศนู ยกลางประสานงานวิสาหกจิ เกษตร
3) ศึกษา วเิ คราะห และสนับสนนุ การออมและการจัดตง้ั กองทุนเพ่ือการเกษตร
4) ศึกษา พัฒนา และสนับสนนุ วสิ าหกจิ เกษตร
5) ศึกษา พฒั นา และสงเสรมิ การจัดการฟารม และครัวเรอื นเกษตรกร
6) ประสานงานเครอื ขายภาครัฐ เอกชน สถาบนั วชิ าการ และองคกรเกษตรกร เพ่ือการพัฒนา

เกษตรกร
7) ศึกษา รวบรวม และพัฒนาภูมิปญญาทองถิน่ เพ่ือการเกษตร
8) ปฏิบตั ริ ว มกับหรือสนบั สนนุ การปฏบิ ัติงานของหนวยงานท่ีเกี่ยวของ หรือทีไ่ ดร ับมอบหมาย

รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.farmdev.doae.go.th/

3.2.13 บทบาทหนาทก่ี องสง เสรมิ วศิ วกรรมเกษตร
1) ศึกษา วิจยั พัฒนา และสงเสริมงานดานวิศวกรรมที่เก่ียวของกับการเกษตร โดยการศึกษา

วิเคราะห ทดสอบ วิจยั ประยกุ ต คดั สรร วางแผน กาํ หนดเปาหมาย วธิ กี าร
2) บริหารวิชาการสนับสนุนงานสงเสริมการเกษตร โดยการคํานวณ ออกแบบ เปนท่ีปรึกษา

และวิทยากรดานวิศวกรรมการจัดการท่ีดิน วิศวกรรมเครื่องจักรกลทางการเกษตร วิศวกรรมแปรรูปสินคา
เกษตรและโลจิสติกส และวิศวกรรมโครงสรางพ้ืนฐานการเกษตร ภายใตพระราชบัญญัติวิชาชีพวิศวกรรม
นโยบาย กฎหมาย ขอบังคบั มาตรการ และพันธะสัญญาระหวางองคกร

3) เปนศูนยกลางในการออกแบบ ที่ปรึกษา บริหารจัดการและประสารการดําเนินงานดาน
สงเสรมิ วิศวกรรมของอุปกรณการผลิตและบริการของศูนยปฏิบัติการการใชเทคนิควิศวกรรมในการบริหาร
จัดการสินทรพั ยท เ่ี ก่ยี วขอ ง

รายละเอยี ดเพ่ิมเตมิ http://www.aepd.doae.go.th/sample-page/

3.2.14 บทบาทหนา ทสี่ ํานักสง เสรมิ และจัดการสินคา เกษตร
1) ศึกษา วเิ คราะห ขอ มูลดานเศรษฐกจิ สังคมและเทคโนโลยี และประยุกตเ ทคโนโลยกี ารผลติ

และการแปรรปู สนิ คา เกษตร
2) กําหนดแนวทางและจดั ทําแผนสงเสรมิ การผลติ และการจัดการสนิ คา เกษตร
3) ใหค ําปรึกษา แนะนําและถายทอดองคความรดู านการผลิต และการจัดการสินคา เกษตร
4) เปนศนู ยกลางการประสานงานดา นการสง เสริมการผลิต และการจัดการผลผลิตทางการเกษตร
5) ปฏิบัติงานรวมกับหรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหนวยงานอ่ืนท่ีเกี่ยวของหรือไดรับ

มอบหมาย

รายละเอยี ดเพ่มิ เตมิ http://www.agriman.doae.go.th/agriman.html

3.2.15 บทบาทหนาทสี่ ํานักงานเลขานกุ ารคณะกรรมการวสิ าหกิจชมุ ชน
1) เปนสํานักงานเลขานุการคณะกรรมการสง เสริมวิสาหกิจชุมชนและคณะกรรมการประสาน

นโยบายกองทุนเพื่อพฒั นากจิ การวสิ าหกิจ
2) รบั ผดิ ชอบการจดทะเบียนวิสาหกิจชุมชนและเครือขาย การเพิกถอนและการตอทะเบียน

วสิ าหกิจชมุ ชน
3). ประสานงานสงเสรมิ และสนับสนนุ วสิ าหกิจชมุ ชนกับสวนราชการทีเ่ ก่ียวของ
4) ปฏบิ ัตงิ านตามทค่ี ณะกรรมการสงเสรมิ วิสาหกจิ ชุมชนมอบหมาย

รายละเอยี ดเพิ่มเติม http://www.sceb.doae.go.th/

3.2.16 สถาบนั สรางเสริมนวัตกรรมภมู ิปญญาเศรษฐกจิ พอเพียง
นวัตกรรมภูมิปญญาเศรษฐกิจพอเพียง คอื อะไร
ความหมาย
นวตั กรรมภมู ปิ ญ ญาทอ งถนิ่ เศรษฐกิจพอเพียง หมายถึง ผลิตภณั ฑ กระบวนการการจดั การ ใหม

ที่คิดคน และพัฒนาจากองคความรูและประสบการณของชุมชน เพ่ือแกปญหาการประกอบอาชีพ การเพิ่ม
ประสิทธภิ าพการผลิต และการเสริมสรา งสขุ ภาวะอยางเปน ระบบตามภูมสิ งั คมของชมุ ชน กอ ใหเกิดประโยชน
ตอ เศรษฐกิจและสงั คม ตามแนวทางเศรษฐกจิ พอเพียง

การดําเนนิ งาน
จัดทําระบบขอมูลนวัตกรรม โดยการสบื คน รวบรวมนวตั กรรมจากทุกจังหวัด กลน่ั กรองจัดทํา
เครือขายและระบบสารสนเทศ เพอื่ การเผยแพรใ นรูปแบบเวบ็ ไซต ซีดรี อม และสื่ออ่นื ๆ เพือ่ เปน แหลงความรู
แกเ กษตรกร เจาหนา ทแี่ ละ บุคคลท่ัวไป
การพิจารณาความเปน นวตั กรรม
1.เปน ผลติ ภัณฑ กระบวนการ การจัดการ ใหม ๆ ท่ีไมเคยมีปรากฏมากอน หรือ เปนผลงาน
ท่เี ปน ผลิตภณั ฑ กระบวนการ การจดั การ ทไ่ี ดรบั การปรบั ปรงุ พฒั นา อยา งเปนระบบ เพอื่ ใหไ ดผ ลดีกวาเดิม
2. ผลงานและ การพัฒนาตอ งคาํ นงึ ถงึ ส่งิ แวดลอ ม สอดคลองกบั ภูมสิ งั คมของชุมชน และอยบู น
พน้ื ฐานคณุ ธรรม จรยิ ธรรม
3. มคี วามพงึ พอใจของคนในชุมชน และเปนประโยชนตอการพัฒนาดานเศรษฐกิจและสังคม
ตามแนวทางเศรษฐกจิ พอเพียง
สาขานวัตกรรมภูมิปญญาเศรษฐกจิ พอเพยี ง แบง ออกเปน 5 สาขา ประกอบดว ย
1. สาขาระบบเกษตรกรรมยั่งยืน ระบบการผลิตการเกษตรทม่ี ีความสอดคลองสัมพันธ เกอื้ กลู
กับ ระบบนิเวศนและทรัพยากรของแตละพ้ืนที่มีการใชปจจัยการผลิตหมุนเวียนภายในฟารม ผลผลิตท่ีได
มีความปลอดภัยและมีความหลากหลายในแปลงเกษตรเพื่อลดความเส่ียงทางเศรษฐกิจอีกทั้งมีกระบวนการ
ศกึ ษา คนควา แลกเปลี่ยนความรู จนสามารถมคี วามรูทจี่ ะถายทอดได ท้ังจากรุนพอแมดวยกัน และรุนพอแม
สรู นุ ลกู จาํ แนกได 5 ลกั ษณะคอื

1.1 วนเกษตร เปนระบบการเกษตรท่นี าํ หลกั การความยง่ั ยนื ของระบบปาธรรมชาติมาเปน
แนวทาง เนนการปลูกพืชหลากหลาย ใหความสําคัญกับพันธพ้ืนบาน มีการลงทุนดานปจจัยการผลิต หรือ
การจดั การนอย เก่ียวของกับมิติทางสังคมและวัฒนธรรม เชน สวนสมรมในภาคใต เปนมรดกตกทอดกันมา
ตั้งแตรุนปูรุนยาตายาย พบทั่วไปบริเวณพ้ืนท่ีลุมริมน้ําหรือที่ราบต่ํา มีพืชหลากหลายชนิดท้ังพืชด้ังเดิมและ
ปลูกเสรมิ ใหม

1.2 เกษตรผสมผสาน เปน ระบบการปลูกพืชและเล้ียงสัตวหลายชนิดในพื้นท่ีเดียวกันและ
ใชทรัพยากรในไรนาอยางเหมาะสมเกิดประโยชนสูงสุด เพื่อสรางความสมดุลและความอุดมสมบูรณใหกับ
สภาพแวดลอ ม ซ่ึงสามารถจาํ แนกไดตามกิจกรรมหลัก เชน นาสวนผสมผสาน สวนผสมผสาน สวนหลังบาน
สว นใหญร ะบบเกษตรผสมผสานจะหมายถึงระบบการเกษตรที่มีนาขาวเปนหลักและมีการปลูกพืชผัก ไมผล
ไมยืนตน และเลย้ี งสตั วเพื่อความหลากหลาย

1.3 เกษตรอนิ ทรยี  เปน ระบบทมี่ เี ปา หมายเพอ่ื อนุรกั ษและฟนฟูสิ่งแวดลอมดวยการปฏิเสธ
การใชส ารเคมีสังเคราะหท กุ ชนดิ ในการผลิต รวมท้งั ฮอรโ มนกระตุนการเจริญเติบโตของพืชและสัตว ชนดิ ตา ง ๆ
เนน การฟนฟูระบบนเิ วศเกษตรโดยเฉพาะการปรับปรุงดิน

1.4 เกษตรธรรมชาติ เปนระบบเกษตรท่ีไมใสปุย ไมไถพรวน ไมกําจัดวัชพืช ไมใชสารเคมี
กําจัดแมลงศัตรพู ืช

1.5 เกษตรทฤษฏีใหมตามแนวพระราชดําริ เปนระบบการเกษตรที่พระบาทสมเด็จ
พระเจา อยูห วั ไดท รงคดิ คน และคาํ นวณตามหลกั วิชาการในการบรหิ ารจัดการทรัพยากรในการผลิตในดานการเกษตร
โดยใหเ กษตรกรทีม่ ีทด่ี ินจํานวนนอ ย ทาํ การแบง สัดสวนท่ีทําการเกษตรออกเปน 4 สว นประกอบดวยพืน้ ท่ี

1) แหลงน้ํา 30%
2) พืน้ ทป่ี ลกู ขา ว 30%
3) พน้ื ทีป่ ลกู ไมยนื ตน พชื ไร พชื สวน 30%
4) พื้นทีอ่ ยอู าศยั เลย้ี งสัตวและอื่นๆ10 %

2. สาขาการผลติ เทคโนโลยีการผลิตพชื ประมง ปศสุ ัตว ทไ่ี ดร ับการปรับปรุงและพฒั นาการผลิต

จากภูมิปญ ญาทอ งถน่ิ เหมาะสมกบั สภาพพ้นื ที่ จนสามารถเพ่มิ ประสิทธภิ าพผลผลติ ได (ลดตนทุน เพมิ่ ปรมิ าณ
ผลผลิต รกั ษาคุณภาพ) ประกอบดว ย การปรับปรุงพนั ธุ การจดั การดิน น้าํ ศัตรพู ชื วิทยาการหลังการเก็บเก่ียว
การบรหิ ารฟารม การทาํ แผนธรุ กจิ การผลติ พชื /ประมง/ปศสุ ตั ว โดยแบง เปน 5 สาขา 2.1 พืชไร/ขาว 2.2 พืชสวน

2.3 พชื ผกั สมุนไพร ไมดอก-ไมป ระดบั 2.4 ประมง/ปศุสัตว 2.5 เครือ่ งมอื -เคร่ืองจกั รกลการเกษตร
3.สาขาการแปรรูปและผลติ ภัณฑ เทคนคิ เทคโนโลยกี ารจัดการผลผลิตเพ่ือเพิม่ มูลคา ผลผลิต

การเกษตร แบง เปน 3 ดา นคือ 1.การแปรรูปผลติ ภณั ฑ 2.หัตถกรรม ศลิ ปประดิษฐ 3.ผา และสิง่ ทอ

4.สาขาสถาบนั เกษตรกร เปนสถาบันเกษตรกรบนหลักการพง่ึ พาตนเอง มรี ะบบบรหิ ารจัดการ
อยางมีประสิทธิภาพ เปนท่ีพึ่งแกเกษตรกร ในการแกปญหาการประกอบอาชีพดานการเกษตร และการ
ยกระดบั ฐานะความเปนอยขู องสมาชิก ประกอบดวย 4 กลุม คือ 1. กลุมเกษตรกร 2. กลุมแมบานเกษตรกร

3. กลมุ ยวุ เกษตรกร 4. กลุมวิสาหกจิ ชุมชน
5.สาขาปราชญเกษตร บุคคล ที่มีการดําเนินชีวิตตามแนวทางเศรษฐกิจพอเพียง

เปนแบบอยางแกบุคคลท่ัวไปได มีความสามารถโดดเดนในการประยุกตใชเทคโนโลยี มีความคิดริเริ่ม

สรางสรรค แกปญหาการประกอบอาชีพ และพัฒนาอาชีพการเกษตรจนประสบผลสําเร็จโดยบุคคล
ประกอบดวย 1. เจา หนา ที่สงเสรมิ การเกษตร 2. เกษตรกร

รายละเอยี ดเพิ่มเติม http://www.sewii.doae.go.th/

3.2.17 บทบาทหนา ท่สี ถานีวทิ ยุกระจายเสียงเพือ่ การเกษตร
ดําเนินงานดานการเผยแพรประชาสัมพันธ โดยใชสถานีวิทยุกระจายเสียงเพ่ือการเกษตร

สง ขาวสารเผยแพรน โยบายของกระทรวงเกษตรและสหกรณ และการดาํ เนนิ งานตลอดจน สง เสรมิ ความเขา ใจอันดี

ระหวางหนว ยงานของกระทรวงเกษตรและสหกรณกับประชาชนและเกษตรกร สนับสนุน สงเสริมการเรียนรู
และเผยแพรก ารศึกษาวิจยั นวัตกรรมภูมิปญญาทองถิ่นดานการเกษตรเพื่อประโยชนในการสรางความม่ันคง
ในอาชพี ของเกษตรกรโดยรวมปฏบิ ัตงิ านรวมกนั หรอื สนบั สนุนการปฏบิ ตั งิ านกับ หนวยงานในสังกัดกระทรวง

เกษตรและสหกรณ และหนวยงานหรอื สถาบนั ทีเ่ กย่ี วของ หรอื ไดรับมอบหมาย

รายละเอียดเพิ่มเตมิ http://www.am1386.doae.go.th/

3.2.18 บทบาทหนาที่สํานักสง เสริมและพฒั นาการเกษตร

1) ศกึ ษา วจิ ยั และพัฒนางานสงเสริมการเกษตรและเทคโนโลยีท่เี หมาะสมกบั พื้นที่

2) ฝก อบรมและถายทอดเทคโนโลยีดานการเกษตรและวิชาการสง เสริมการเกษตรแกเ จา หนา ที่

3) ฝก อบรมอาชีพและบรกิ ารแกเ กษตรกร

4) เปน ศูนยกลางวชิ าการดานสงเสริมการเกษตร ธุรกจิ เกษตร และสถาบนั เกษตรกร

5) ประสานวิชาการกบั หนวยงานวิชาการ ภาครฐั เอกชน และสถาบนั การศกึ ษา

6) ศกึ ษา วางแผน และติดตามประเมนิ ผลงานสงเสริมการเกษตร

7) ปฏิบัติงานรวมกับ หรือสนับสนุนการปฏิบัติงานของหนวยงานอื่นที่เกี่ยวของหรือท่ีไดรับ

มอบหมาย

แบง ออกเปน 9 เขต ไดแ ก

เขตท่ี 1 ชัยนาท รายละเอียดเพมิ่ เติม http://www.cdoae.doae.go.th/

เขตท่ี 2 ราชบุรี รายละเอยี ดเพิ่มเตมิ http://www.wdoae.doae.go.th/

เขตที่ 3 ระยอง รายละเอียดเพม่ิ เตมิ http://www.edoae.doae.go.th/

เขตท่ี 4 ขอนแกน รายละเอยี ดเพ่ิมเตมิ http://www.nedoae.doae.go.th/

เขตท่ี 5 สงขลา รายละเอียดเพิ่มเติม http://www.sdoae.doae.go.th/
เขตที่ 6 เชียงใหม รายละเอยี ดเพิม่ เตมิ http://www.ndoae.doae.go.th/
เขตท่ี 7 นครราชสมี า

เขตที่ 8 สรุ าษฎรธานี
เขตที่ 9 พษิ ณโุ ลก

3.2.19 บทบาทหนา ท่ีศูนยส ง เสริมการเกษตรทส่ี งู

1) ศึกษา พฒั นา ประยกุ ต เทคโนโลยีการผลิตและการจดั การทรัพยากรการผลิตใหสอดคลอง
กับสภาพพื้นที่สูง

2) ศกึ ษา วเิ คราะห และวางแผนการสงเสริมใหสอดคลองกับสภาพปญหาและความตองการ

ของเกษตรกรในพ้ืนที่สูง
3) ถายทอดความรู และประสานการสงเสริมการผลิต การจัดการผลลิตในเขตพ้นื ที่
4) ประสานกับหนวยงานพัฒนาบนพนื้ ทส่ี งู

5) ปฏบิ ตั ิงานอ่นื ๆ ตามท่ีไดร ับมอบหมาย
แบง ออกเปน 6 ศนู ย ไดแ ก

1. ศนู ยสงเสริมการเกษตรที่สงู จังหวัดกาญจนบุรี

2. ศนู ยส งเสริมการเกษตรทส่ี งู จงั หวัดเชยี งใหม
3. ศนู ยส งเสรมิ การเกษตรทส่ี ูงจังหวดั เชยี งราย
4. ศูนยส งเสริมการเกษตรที่สูงจังหวดั ลําพูน

5. ศูนยสงเสริมการเกษตรทส่ี งู จงั หวดั แมฮองสอน
6. ศนู ยส งเสรมิ การเกษตรทสี่ ูงจงั หวัดเลย

3.2.20 บทบาทหนา ท่ศี ูนยบริหารศัตรูพชื

1) ศกึ ษาทดสอบการใชเ ทคโนโลยีควบคุมศัตรูพืชในเขตพืน้ ท่ีรบั ผิดชอบ
2) สงเสริมและถายทอดความรูดานการใชเทคโนโลยีควบคุมศัตรูพืช การอนุรักษ และผลิต
ขยายชวี ินทรยี ท มี่ ปี ระโยชน รวมทง้ั พชื ที่มีคณุ สมบตั คิ วบคุมศัตรพู ืช

3) ผลติ ขยายชวี ินทรยี และสารธรรมชาตคิ วบคมุ ศตั รูพชื เพอ่ื ใชในงานสงเสรมิ การเกษตร
4) ใหบรกิ ารตรวจวเิ คราะหวนิ จิ ฉัยศตั รูพืช พยากรณเ ตือนการระบาดและปองกันศตั รพู ืช
5) ปฏบิ ตั ิหนา ทีอ่ ืน่ ๆ ตามทีไ่ ดร ับมอบหมาย

แบงออกเปน 9 ศูนย ไดแก
1. ศนู ยบ ริหารศตั รูพืชจงั หวดั ขอนแกน
2. ศนู ยบริหารศัตรูพชื จังหวดั เชยี งใหม

3. ศูนยบ ริหารศัตรูพืชจงั หวดั พษิ ณโุ ลก
4. ศนู ยบ ริหารศัตรูพชื จงั หวัดชัยนาท
5. ศูนยบรหิ ารศัตรพู ชื จังหวัดนครราชสีมา

6. ศนู ยบรหิ ารศตั รพู ืชจงั หวัดชลบุรี
7. ศูนยบ รหิ ารศตั รพู ืชจงั หวัดสรุ าษฎรธานี
8. ศนู ยบ ริหารศตั รพู ชื จงั หวดั สงขลา

9. ศนู ยบ ริหารศัตรูพชื จังหวัดสุพรรณบรุ ี

3.2.21 บทบาทหนาที่ศูนยสง เสริมเยาวชนเกษตร
มี 1 ศูนย คอื ศนู ยส ง เสริมเยาวชนเกษตรจังหวดั กาญจนบุรี
กจิ กรรม งานสงเสริมและฝกอบรมเยาวชนเกษตรจากทุกภาคท่ัวประเทศ เพื่อพัฒนาความรู

ความชํานาญ และปลกู ฝงแนวคดิ และทศั นคติทด่ี ใี นการทําการเกษตรตามหลักปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
งานบริการ
1. ใหบริการความรแู ละสาธติ ดานการเกษตรแกเยาวชนเกษตร เกษตรกร และประชาชนทั่วไป
2. ใหบ ริการสถานที่ในการจดั ประชมุ สัมมนาและฝกอบรม

รายละเอียดเพม่ิ เตมิ http://www.ayp01.doae.go.th/

3.2.22 บทบาทหนาทีศ่ นู ยสง เสรมิ และพฒั นาอาชีพการเกษตร (ผ้ึง)
1) ศึกษา วิจยั พฒั นาการฝกอบรม การผลติ ปจจัยการผลิต และการใหบริการทางการเกษตร

แกเกษตรกร
2) ฝก อบรมอาชพี การเกษตรแกเกษตรกร
3) ผลิตปจ จยั การผลติ เพือ่ สง เสริมและสนบั สนุนการพัฒนาอาชีพการเกษตร
4) ใหบริการทางการเกษตรและเปน ทปี่ รกึ ษาดานวิชาการแกเ กษตรกร
5) ประสานงานวิชาการ ติดตามและประเมินผลการฝกอาชีพ การผลิตและบริการทาง

การเกษตร
6) ปฏบิ ัติหนา ทีอ่ ืน่ ๆ ทีไ่ ดรับมอบหมาย

แบงออกเปน 5 ศนู ย ไดแ ก
1. ศนู ยสง เสรมิ และพัฒนาอาชพี การเกษตร (ผง้ึ ) จังหวัดเชยี งใหม
2. ศนู ยส งเสรมิ และพฒั นาอาชพี การเกษตร (ผ้งึ ) จงั หวดั พิษณุโลก
3. ศนู ยสงเสริมและพฒั นาอาชพี การเกษตร (ผ้ึง) จงั หวัดชุมพร
4. ศนู ยส ง เสริมและพัฒนาอาชพี การเกษตร (ผงึ้ ) จังหวดั จันทบรุ ี
5. ศนู ยส ง เสริมและพฒั นาอาชีพการเกษตร (ผง้ึ ) จงั หวดั ขอนแกน

3.2.23 บทบาทหนา ท่ศี ูนยสง เสรมิ และพัฒนาอาชพี การเกษตร (พชื สวน)
1) ศกึ ษาพฒั นาการฝก อบรมการผลติ และใหบ รกิ ารทางการเกษตรแกเกษตรกร
2) ฝก อบรมอาชีพการเกษตรแกเกษตรกร
3) ผลิตปจจยั การผลิตเพื่อสง เสรมิ และสนับสนุนการพฒั นาอาชีแกเ กษตรกร
4) ใหบริการทางการเกษตรและเปนทีป่ รึกษาวิชาการเพอื่ พฒั นาอาชพี การเกษตร
5) ประสานงานวิชาการ ติดตาม และประเมินผลการฝกอาชีพการผลิตและ บริการทางการเกษตร

แบง ออกเปน 13 ศูนย ไดแ ก
1. ศูนยสง เสริมและพัฒนาอาชพี การเกษตร (พชื สวน) จงั หวดั เชียงใหม
2. ศนู ยสงเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร (พชื สวน) จงั หวัดเชียงใหม
3. ศนู ยส ง เสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร (พชื สวน) จงั หวัดนา น
4. ศูนยส ง เสริมและพฒั นาอาชีพการเกษตร (พืชสวน) จงั หวดั ยโสธร
5. ศูนยส งเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร (พืชสวน) จังหวดั เลย
6. ศนู ยสงเสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร (พืชสวน) จังหวัดยะลา
7. ศูนยส ง เสริมและพัฒนาอาชพี การเกษตร (พชื สวน) จงั หวดั นครราชสีมา

8. ศนู ยสงเสริมและพัฒนาอาชพี การเกษตร (พชื สวน) จงั หวัดฉะเชิงเทรา
9. ศูนยส งเสริมและพัฒนาอาชพี การเกษตร (พืชสวน) จังหวัดกระบี่
10.ศูนยส ง เสรมิ และพฒั นาอาชีพการเกษตร (พืชสวน) จงั หวัดสรุ าษฎรธานี
11.ศูนยส ง เสริมและพัฒนาอาชพี การเกษตร (พชื สวน) จังหวดั ระยอง
12.ศนู ยสงเสริมและพัฒนาอาชพี การเกษตร (พืชสวน) จังหวัดสมทุ รสาคร
13.ศนู ยส งเสรมิ และพฒั นาอาชพี การเกษตร (พชื สวน) จังหวัดหนองคาย

3.2.24 บทบาทหนาทีศ่ นู ยสงเสรมิ และพฒั นาอาชพี การเกษตร (หมอ นไหม)
1) ศึกษาวิจยั และพัฒนาหมอนไหม การแปรรปู ผลติ ภณั ฑ และการบรรจภุ ัณฑ
2) สง เสรมิ และพัฒนาอาชพี หมอนไหมในทองถน่ิ
3) ผลิตและขยายพนั ธุห มอ นไหมเพื่อการสง เสริม
4) เปน ศนู ยฝก อบรมและถายทอดเทคโนโลยีการผลิต การแปรรูปผลติ ภณั ฑแ ละการบรรจภุ ณั ฑ
5) ใหค ําปรกึ ษาแนะนาํ และบริการดา นวชิ าการหมอนไหมแกเกษตรกรหนวยงานภาครฐั และเอกชน
6) เปนศูนยบรกิ ารขอ มลู ดา นการตลาด
7) เปนศนู ยแสดงและเจรจาซอ้ื ขายหมอ นไหมและผลติ ภณั ฑหมอนไหม
8) ตรวจสอบมาตรฐานผลติ ภณั ฑหมอ นไหม

แบงออกเปน 2 ศูนย ไดแก
1. ศูนยส งเสริมและพฒั นาอาชีพการเกษตร (หมอนไหม) จังหวดั นาน
2. ศูนยส งเสรมิ และพฒั นาอาชีพการเกษตร (หมอ นไหม) จงั หวัดศรสี ะเกษ

3.2.25 บทบาทหนา ท่ีศนู ยส งเสริมและพฒั นา (อาชีพการเกษตรจักรกลเกษตร)
1) ศึกษาพฒั นาการฝก อบรม การผลิต และใหบ รกิ ารทางการเกษตรแกเกษตรกร
2) ฝก อบรมอาชพี การเกษตรแกเกษตรกร
3) ใหบรกิ ารทางการเกษตรและเปนท่ีปรกึ ษาวิชาการเพ่ือพฒั นาอาชพี การเกษตร
4) ประสานงานวชิ าการ ตดิ ตามและประเมินผลการฝก อาชีพ การผลติ และบรกิ ารทางการเกษตร

แบง ออกเปน 4 ศนู ย ไดแก
1. ศนู ยส งเสรมิ และพฒั นา (อาชีพการเกษตรจักรกลเกษตร) จังหวดั ชัยนาท
2. ศูนยส ง เสรมิ และพัฒนา (อาชพี การเกษตรจักรกลเกษตร) จังหวัดพษิ ณุโลก
3. ศนู ยส ง เสริมและพฒั นา (อาชพี การเกษตรจักรกลเกษตร) จงั หวดั รอ ยเอด็
4. ศูนยสง เสรมิ และพัฒนา (อาชีพการเกษตรจักรกลเกษตร จังหวดั เพชรบุรี

3.2.26 บทบาทหนา ทศ่ี นู ยสง เสรมิ และพัฒนาอาชพี การเกษตร(พันธพุ ืชเพาะเลย้ี ง)
1) วิเคราะห วางแผน พัฒนาหลักสูตร รวมทั้งฝกอบรมเพือ่ พัฒนาอาชีพการเกษตรแกเ กษตรกร
2) ผลติ และบรกิ ารปจจัยการผลติ เพ่ือการถายทอดเทคโนโลยีและการพัฒนาอาชีพการเกษตร
3) ประสานงานวิชาการ ติดตาม ประเมินผล
4) เปน ทีป่ รึกษาวชิ าการเพอื่ พัฒนาอาชีพการเกษตรอ่ืน ๆ
5) งานอ่ืน ๆ ทีไ่ ดรับมอบหมาย

แบงออกเปน 10 ศูนย ไดแ ก
1. ศูนยสงเสรมิ และพฒั นาอาชพี การเกษตร (พันธพุ ืชเพาะเล้ียง) จงั หวดั อดุ รธานี
2. ศนู ยส ง เสรมิ และพฒั นาอาชีพการเกษตร (พนั ธพุ ืชเพาะเลย้ี ง) จงั หวัดมหาสารคาม
3. ศนู ยสง เสรมิ และพฒั นาอาชพี การเกษตร (พนั ธพุ ชื เพาะเลย้ี ง) จงั หวัดบุรีรมั ย
4. ศนู ยส ง เสรมิ และพัฒนาอาชีพการเกษตร (พนั ธพุ ชื เพาะเลี้ยง) จังหวัดลําพูน
5. ศูนยส ง เสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร (พันธุพชื เพาะเลี้ยง) จังหวดั พษิ ณุโลก
6. ศนู ยส ง เสรมิ และพฒั นาอาชีพการเกษตร (พนั ธุพืชเพาะเลี้ยง) จงั หวัดนครราชสีมา
7. ศนู ยสง เสรมิ และพฒั นาอาชพี การเกษตร (พันธพุ ชื เพาะเลี้ยง) จังหวัดสพุ รรณบรุ ี
8. ศูนยสงเสรมิ และพฒั นาอาชพี การเกษตร (พนั ธุพชื เพาะเล้ยี ง) จังหวัดชลบุรี
9. ศนู ยสง เสริมและพัฒนาอาชีพการเกษตร (พันธพุ ืชเพาะเลย้ี ง) จงั หวัดตรงั
10.ศูนยส ง เสรมิ และพฒั นาอาชพี การเกษตร (พันธพุ ชื เพาะเลี้ยง) จงั หวดั นครศรีธรรมราช

3.2.27 บทบาทหนา ท่ศี ูนยส ง เสริมและพัฒนาอาชพี การเกษตร (ยางพารา)
1) ศกึ ษา พฒั นา การฝกอบรม การผลติ ปจจยั การผลิตและการใหบรกิ ารทางการเกษตรแกเ กษตรกร
2) ฝกอบรมอาชพี การเกษตรแกเกษตรกร
3) ผลิตปจจัยการผลติ เพือ่ สงเสริมและสนับสนุนการพฒั นาอาชีพแกเ กษตรกร
4) ใหบริการทางการเกษตรและเปนทป่ี รึกษาวชิ าการเพอื่ พฒั นาอาชีพการเกษตร
5) ประสานงานวิชาการ ติดตาม ประเมินผล การฝกอาชีพ การผลิตและการใหบริการทาง

การเกษตร
6) ปฏบิ ตั ิหนา ทอี่ ื่น ๆ ตามทไ่ี ดร บั มอบหมาย

3.2.28 บทบาทหนาทส่ี าํ นกั งานเกษตรจงั หวดั
1) สง เสริมพฒั นาดานการเกษตร และเคหกิจเกษตร
2) สงเสรมิ ประสานงานการถา ยทอดความรูและเทคโนโลยดี านการผลติ การแปรรูป และดานการตลาด
3) สง เสรมิ และพัฒนาองคก รเกษตรกร
4) สง เสรมิ วสิ าหกิจชมุ ชนข้นั พ้ืนฐาน เพ่อื ใหส อดคลองกบั ปรชั ญาเศรษฐกิจพอเพียง
5) ใหบริการทางการเกษตรแกเ กษตรกร ไดแ ก
- บรกิ ารขอมลู และเอกสารเผยแพรทางการเกษตร
- บรกิ ารใหคาํ ปรกึ ษาทางการเกษตร (ดานพืช) และการปอ งกันกําจดั ศตั รูพืช
- บรกิ ารถายทอดความรูท างการเกษตร และการจดั งานคลินิกเกษตรเคลื่อนท่ี
- การขึน้ ทะเบยี นเกษตรกร/ขอจดทะเบยี นผูปลกู พืช/ออกใบรบั รองเกษตรกร
- การขนึ้ ทะเบยี นวสิ าหกจิ ชมุ ชนหรือการตอ ทะเบยี นวิสาหกจิ ชมุ ชน
- การถา ยทอดความรู แกกลุมแมบ านเกษตรกร / กลมุ ยุวเกษตรกร / กลมุ สง เสริมอาชีพ
- บรกิ ารลงทะเบยี นผูประสบภยั ธรรมชาติ / จายเงนิ ชดเชยความเสียหาย
- บรกิ ารข้นึ ทะเบยี นการแกไ ขปญ หาหนีส้ ินเกษตรกร

ครอบคลมุ ในพ้ืนที่ 77 จงั หวดั ทงั้ ประเทศ ดงั น้ี

จังหวดั ภาคกลาง จังหวัดภาคตะวนั ตก จงั หวดั ภาคตะวันออก
1. กรุงเทพมหานคร 1. กาญจนบุรี 1. จนั ทบรุ ี
2. นครปฐม
2. ชยั นาท 3. ประจวบคีรขี ันธ 2. ฉะเชงิ เทรา
3. นนทบุรี 4. เพชรบุรี 3. ชลบรุ ี
4. ปทมุ ธานี 5. ราชบุรี 4. ตราด
6. สมุทรสงคราม
5. พระนครศรอี ยธุ ยา 7. สมทุ รสาคร 5. นครนายก
6. ลพบรุ ี 8. สพุ รรณบรุ ี 6. ปราจีนบุรี
7. สระบุรี 7. ระยอง
จงั หวดั ภาคใต
8. สิงหบุรี 1. กระบ่ี 8. สมทุ รปราการ
9. อา งทอง 2. ชมุ พร 9. สระแกว
3. ตรงั
จังหวัดภาคเหนือ 4. นครศรีธรรมราช จังหวัดภาคตะวนั ออกเฉียงเหนอื
5. นราธวิ าส
1. กาํ แพงเพชร 6. ปตตานี 1. กาฬสินธุ
2. เชียงราย 7. พังงา 2. ขอนแกน
3. เชียงใหม 8. พทั ลงุ 3. ชัยภูมิ
9. ภูเก็ต
4. ตาก 10. ยะลา 4. นครพนม
5. นครสวรรค 11. ระนอง 5. นครราชสมี า
6. นา น 12. สงขลา 6. บรุ รี มั ย
13. สตลู
7. พะเยา 14. สรุ าษฎรธ านี 7. บงึ กาฬ
8. พิจิตร 8. มหาสารคาม
9. พิษณโุ ลก 9. มกุ ดาหาร

10 เพชรบูรณ 10. ยโสธร
11. แพร 11. รอ ยเอ็ด
12. แมฮอ งสอน 12. เลย

13. ลําปาง 13. ศรสี ะเกษ
14. ลําพนู 14. สกลนคร
15. สุโขทยั 15. สุรินทร

16. อุตรดติ ถ 16. หนองคาย
17. อทุ ัยธานี 17. หนองบัวลาํ ภู
18. อํานาจเจรญิ

19. อุดรธานี
20. อุบลราชธานี

4. กลมุ ภารกจิ MOAC

4.1 โครงสรางสว นราชการในสงั กัดกระทรวง
ภารกจิ กระทรวงเกษตรและสหกรณ
กระทรวงเกษตรและสหกรณ มอี ํานาจหนาท่ีเกี่ยวกับเกษตรกรรม การปาไม การจัดหาแหลงนํ้าและ

พัฒนาระบบการชลประทาน สงเสริมและพัฒนาเกษตรกร สงเสริมและพัฒนาระบบสหกรณ รวมตลอดท้ัง
กระบวนการผลิตและสินคาเกษตรกรรม และราชการอื่นตามที่มีกฎหมายกําหนดใหเปนอํานาจหนาท่ีของ
กระทรวงเกษตรและสหกรณหรือสว นราชการที่สงั กัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ

กลุม ภารกจิ
กระทรวงเกษตรและสหกรณ มกี ลุมภารกิจ ดงั น้ี
(ก) กลุมภารกจิ ดา นพฒั นาการผลิต

1. กรมการขา ว
2. กรมประมง
3. กรมปศุสัตว
4. กรมวชิ าการเกษตร
5. กรมหมอนไหม
(ข) กลมุ ภารกิจดา นบรหิ ารจัดการทรัพยากรเพื่อการผลิต
1. กรมชลประทาน
2. กรมฝนหลวงและการบนิ เกษตร
3. กรมพฒั นาทด่ี ิน
4. สาํ นักงานการปฏิรปู ทด่ี ินเพ่อื เกษตรกรรม
(ค) กลมุ ภารกิจดา นสง เสรมิ และพัฒนาเกษตรกรและระบบสหกรณ
1. กรมตรวจบัญชสี หกรณ
2. กรมสง เสรมิ การเกษตร
3. กรมสงเสริมสหกรณ

สว นราชการท่ไี มอยูภายใตกฎกระทรวงวา ดว ยกลมุ ภารกจิ
1. สาํ นกั งานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ
2. สํานักงานมาตรฐานสินคา เกษตรและอาหารแหง ชาติ
3. สํานักงานเศรษฐกจิ การเกษตร

5. ประวตั กิ รมสงเสริมการเกษตร (DOAE)

วันท่ี 20 มีนาคม พ.ศ. 2504 กระทรวงเกษตรไดเสนอโครงการจัดตั้งกรมสงเสริมการเกษตร ไปยัง
คณะรัฐมนตรีแยกเปน 2 แผน แผนที่หนึ่ง ขอจัดตั้งสํานักงานสงเสริมการเกษตร ซึ่งถือวาเปนแผน
ขั้นเตรยี มการกอ นจดั ตัง้ กรม คือเตรยี มท้ังการวางแผนงาน วางอัตรากาํ ลงั คน ปรับปรงุ วิชาการ เปลย่ี นทัศนคติ
เจาหนาท่ี ตลอดจนรูปบริหาร และการแกไขพระราชบัญญัติปรับปรุง กระทรวงทบวงกรม เพื่อจัดต้ังกรม
ในแผนข้ันท่ีสอง ซึ่งคณะรัฐมนตรีก็ไดมีมติเมื่อวันที่ 27 กันยายน พ.ศ. 2504 เห็นชอบในหลักการตามที่
กระทรวงเกษตรเสนอ

ตอมาก็ไดมคี าํ ส่งั กระทรวงเกษตรต้ังสาํ นกั งาน สง เสริมการเกษตรข้ึนเมอื่ วนั ท่ี 12 มกราคม พ.ศ. 2505
เพอ่ื เตรยี มการตา งๆ ดังไดกลา วมาแลว และก็ไดปฏิบัตกิ าร ในรูปงานสง เสริมการเกษตรตามแนวใหมไปพลาง
พรอมกันนั้น ก็ไดรายงานผลกาวหนาตอคณะรัฐมนตรีเปนครั้งคราว จนถึงวันที่ 7 พฤศจิกายน พ.ศ. 2505

ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี ไดพ ิจารณา รายงานของสาํ นกั งานสง เสริมการเกษตรแลวมคี าํ สง่ั วา นาจะตง้ั เปน กรมได
และไดเ สนอใหค ณะรฐั มนตรไี ดท ราบ ระยะนี้อธบิ ดีทกุ กรม กต็ องรบั ภาระหนกั ในการประชุมปรึกษา เพื่อใหได
สถาบนั ท่ีเหมาะสมและ ทันสมยั และพรอมท่ีจะตองชี้แจงเจาหนาท่ีวิเคราะหจากหนวยงานตาง ๆ สํานักงาน
คณะกรรมการขา ราชการพลเรอื น สาํ นกั งบประมาณ กระทรวง การคลัง สํานักงานสภาพัฒนาการเศรษฐกิจ
แหงชาติ และคณะทปี่ รึกษา ระเบยี บบรหิ ารท้งั ระดบั อนุกรรมการและกรรมการใหญ การแกไข ปรับปรุง ชี้แจง
โตตอบได ดําเนินการอยางคอยเปนคอยไป ผลท่ีสุดก็ผานการพิจารณา ของคณะที่ปรึกษาระเบียบบริหาร
เมอื่ วนั ท่ี 1 กรกฎาคม พ.ศ. 2509 แตใหเรียก ช่ือ กรมแพรขยายการเกษตร โดยโอนงานสงเสริมการเกษตร
จากทกุ กรมในสังกดั กระทรวงเกษตรมารวมอยูในกรมนี้ สวนเจาหนาท่ีใหเรียกพนักงานแพรขยายจังหวัดและ
อาํ เภอ เมื่อผานการพิจารณาของคณะทปี่ รึกษาระเบยี บบริหาร แลว ประธานคณะท่ปี รึกษาระเบียบบรหิ ารก็ได
นําเสนอตอ ฯพณฯ นายกรัฐมนตรี แตขอความในหนังสือช่ือกรมไดเปล่ียนไปจาก กรมแพรขยายการเกษตร
เปน กรมบริการเกษตร สวนเจาหนาที่ในสวนภูมิภาคใหยุบกสิกรรมจังหวัด - อําเภอ เปน เกษตรจังหวัด
เกษตรอําเภอ ซง่ึ คณะรัฐมนตรไี ดม ีมติเห็นชอบดว ยในหลกั การ เม่ือวันท่ี 25 พฤษภาคม พ.ศ. 2510 และตอมา
กระทรวงเกษตรไดเสนอรางพระราชบัญญัติ ปรับปรุงกระทรวงทบวงกรม เพื่อขออนุมัติและขอให
คณะทป่ี รึกษากฎหมายชวย พิจารณากอ นสงสภารา งรัฐธรรมนญู ในฐานะรฐั สภา พรอมกันน้นั กไ็ ดข อเปลี่ยนช่ือ
กรมบรกิ ารเกษตร เปน กรมสง เสริมการเกษตร ซงึ่ คณะรฐั มนตรีกไ็ ดร บั หลกั การ รา งพระราชบัญญตั ิและอนมุ ัติ
ใหแกไ ขชอ่ื ไดต ามทกี่ ระทรวงเกษตรเสนอ เมอ่ื วนั ท่ี 25 กรกฎาคม พ.ศ. 2510

พระราชบญั ญัตปิ รบั ปรงุ กระทรวงทบวงกรม (ฉบับท่ี 4) พ.ศ. 2510 เพ่ือขอต้ัง กรมสงเสริมการเกษตรนี้
ไดเขาสูระเบียบวาระการประชุมสภารางรัฐธรรมนูญ เม่ือวันท่ี 14 กันยายน พ.ศ. 2510 ท่ีประชุมลงมติ
รบั หลักการและไดประกาศใชเปนกฎหมายใหต ั้งกรมสง เสรมิ การเกษตรไดเ มือ่ วนั ที่ 21 ตลุ าคม พ.ศ. 2510

(1) สาํ นักงานเลขานกุ ารรัฐมนตรี
(2) สํานักงานปลัดกระทรวง
(3) กรมกสกิ รรม
(4) กรมการขา ว
(5) กรมประมง
(6) กรมปศุสัตว
(7) กรมปาไม
(8) กรมสงเสริมการเกษตร
ตอมาไดประกาศใชพระราชบัญญัติโอนกิจการบริหารในกระทรวงเกษตร พ.ศ. 2511 วันที่ 18
มถิ ุนายน พ.ศ. 2511 มี มาตราที่มีสาระสําคญั ดังนี้
มาตรา 3 ใหโอนบรรดากจิ การทรัพยส ิน หนสี้ นิ ขาราชการ ลูกจาง และเงินงบประมาณ ของสาํ นกั งาน
ปลดั กระทรวง กระทรวงเกษตร เฉพาะที่เกี่ยวกับงานสงเสริมการเกษตร ไปเปนของกรมสงเสริมการเกษตร
กระทรวงเกษตร
มาตรา 4 ใหโอนบรรดากิจการ ทรัพยสิน หน้ีสิน ขาราชการ ลูกจาง และเงินงบประมาณ
ของกรมกสิกรรม เฉพาะท่ีเก่ียวกับงานสงเสริมและเผยแพรการเกษตร และงานปราบโรค และศัตรูพืช
และเฉพาะที่เกย่ี วกบั กสกิ รรมจงั หวดั และกสกิ รรมอําเภอ ไปเปนของกรมสงเสริมการเกษตร กระทรวงเกษตร
มาตรา 5 ใหโอนกิจการ ทรัพยสิน หน้ีสิน ขาราชการ ลูกจาง และเงินงบประมาณ ของกรมการขาว
กระทรวงเกษตร เฉพาะท่เี กี่ยวของกับงานสงเสริมและเผยแพรการเกษตร และเฉพาะท่ีเกี่ยวกับพนักงานขาวจังหวัด
และพนกั งานขา วอําเภอ ไปเปน ของกรมสง เสรมิ การเกษตร กระทรวงเกษตร
ฉะนน้ั วันที่ 19 มิถุนายน พ.ศ. 2511 ซ่ึงเปนวันถัดจากวันประกาศในราชกิจจานุเบกษา จึงเปนวันท่ี
กรมสงเสริมการเกษตร ไดร ับเขาชวงการบรหิ ารงานสง เสริมการเกษตรต้ังแตน้นั เปน ตนมา

หมวดท่ี 2 ดา นการบริหาร

1. พระราชบญั ญัตริ ะเบียบบรหิ ารราชการแผน ดิน พ.ศ. 2534 แกไ ขเพม่ิ เตมิ ถงึ ปจจุบนั (ฉบบั ที่ 8) พ.ศ. 2553
พระราชบญั ญัตริ ะเบียบบรหิ ารราชการแผน ดนิ พ.ศ. 2534 แกไ ขเพิ่มเติมถงึ ปจ จบุ ัน (ฉบับที่ 8) พ.ศ. 2553

พระราชบญั ญัติ
ระเบยี บบริหารราชการแผ่นดิน

พ.ศ. ๒๕๓๔

แกไ้ ขเพ่มิ เติมถึงปจั จบุ ัน (ฉบับท่ี ๘) พ.ศ. ๒๕๕๓

ภูมพิ ลอดุลยเดช ป.ร.
ให้ไว้ ณ วันท่ี ๒๑ สิงหาคม พ.ศ. ๒๕๓๔

เปน็ ปีท่ี ๔๖ ในรชั กาลปจั จุบัน

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช มีพระบรมราชโองการโปรดเกล้าฯ
ใหป้ ระกาศวา่

โดยที่เป็นการสมควรปรับปรุงกฎหมายว่าด้วยระเบียบบริหารราชการแผน่ ดิน

จงึ ทรงพระกรุณาโปรดเกล้า ฯ ให้ตราพระราชบญั ญตั ขิ น้ึ ไวโ้ ดยคาแนะนาและยินยอมของสภานิติบัญญัติ
แห่งชาติ ดงั ตอ่ ไปนี้

มาตรา ๑ พระราชบญั ญตั นิ ี้เรียกวา่ “พระราชบญั ญัตริ ะเบยี บบริหารราชการแผน่ ดนิ พ.ศ. ๒๕๓๔”

มาตรา ๒๑ พระราชบญั ญตั ินี้ให้ใชบ้ งั คับตั้งแตว่ นั ถัดจากวนั ประกาศในราชกิจจานุเบกษาเป็นต้นไป

มาตรา ๓ ใหย้ กเลกิ
(๑) ประกาศของคณะปฏวิ ตั ิ ฉบบั ที่ ๒๑๘ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ. ๒๕๑๕
(๒) ประกาศของคณะปฏวิ ตั ิ ฉบบั ท่ี ๓๑๐ ลงวนั ที่ ๑๓ ธนั วาคม พ.ศ. ๒๕๑๕
(๓) พระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับท่ี ๒๑๘ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ.
๒๕๑๕ พ.ศ. ๒๕๑๗
(๔) พระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๘ ลงวันท่ี ๒๙ กันยายน พ.ศ.
๒๕๑๕ (ฉบบั ท่ี ๒) พ.ศ. ๒๕๑๗
(๕) พระราชบัญญัติแก้ไขเพิ่มเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับท่ี ๒๑๘ ลงวันท่ี ๒๙ กันยายน พ.ศ.
๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๓) พ.ศ. ๒๕๑๗
(๖) พระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๘ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ.
๒๕๑๕ (ฉบบั ท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๑๙
(๗) ประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบบั ที่ ๒๒ ลงวนั ที่ ๘ พฤศจิกายน พ.ศ. ๒๕๒๐
(๘) พระราชบัญญัติแก้ไขเพ่ิมเติมประกาศของคณะปฏิวัติ ฉบับที่ ๒๑๘ ลงวันที่ ๒๙ กันยายน พ.ศ.
๒๕๑๕ (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๒๒

๑ ราชกจิ จานุเบกษา เลม่ ๑๐๘/ตอนที่ ๑๕๖/ฉบบั พิเศษ หนา้ ๑/๔ กันยายน ๒๕๓๔

-๒-

(๙) ประกาศคณะรักษาความสงบเรียบร้อยแห่งชาติ ฉบับที่ ๔๘ เรื่องแก้ไขเพ่ิมเติมประกาศของคณะ
ปฏวิ ัติ ฉบับท่ี ๒๑๘ ลงวนั ที่ ๒๙ กนั ยายน พ.ศ. ๒๕๑๕ ลงวนั ท่ี ๒๘ กมุ ภาพันธ์ พ.ศ. ๒๕๓๔

มาตรา ๓/๑๒ การบริหารราชการตามพระราชบัญญัติน้ีต้องเป็นไปเพ่ือประโยชน์สุขของประชาชน เกิด
ผลสัมฤทธิ์ต่อภารกิจของรัฐ ความมีประสิทธิภาพ ความคุ้มค่าในเชิงภารกิจแห่งรัฐ การลดขั้นตอนการปฏิบัติงาน
การลดภารกิจและยุบเลิกหน่วยงานที่ไม่จาเป็น การกระจายภารกิจและทรัพยากรให้แก่ท้องถ่ิน การกระจาย
อานาจตัดสินใจ การอานวยความสะดวก และการตอบสนองความต้องการของประชาชน ท้ังนี้ โดยมีผู้รับผิดชอบ
ต่อผลของงาน

การจัดสรรงบประมาณ และการบรรจุและแต่งต้ังบุคคลเข้าดารงตาแหน่งหรือปฏิบัติหน้าที่ต้องคานึงถึง
หลกั การตามวรรคหนึ่ง

ในการปฏิบัติหน้าท่ีของส่วนราชการ ต้องใช้วิธีการบริหารกิจการบ้านเมืองที่ดีโดยเฉพาะอย่างย่ิงให้
คานึงถึงความรับผิดชอบของผู้ปฏิบัติงาน การมีส่วนร่วมของประชาชน การเปิดเผยข้อมูล การติดตามตรวจสอบ
และประเมินผลการปฏบิ ตั ิงาน ทัง้ นี้ ตามความเหมาะสมของแต่ละภารกจิ

เพ่ือประโยชน์ในการดาเนินการให้เป็นไปตามมาตราน้ี จะตราพระราชกฤษฎีกากาหนดหลักเกณฑ์และ
วธิ ีการในการปฏิบัตริ าชการและการสงั่ การให้สว่ นราชการและข้าราชการปฏบิ ัตกิ ็ได้

มาตรา ๔ ให้จัดระเบียบบริหารราชการแผ่นดิน ดงั นี้
(๑) ระเบยี บบรหิ ารราชการส่วนกลาง
(๒) ระเบยี บบรหิ ารราชการส่วนภูมิภาค
(๓) ระเบียบบรหิ ารราชการส่วนท้องถิน่

มาตรา ๕ การแบง่ ราชการออกเปน็ สว่ นต่าง ๆ ตามท่ีบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติน้ี ให้กาหนดตาแหน่ง
และอตั ราเงนิ เดอื นโดยคานงึ ถงึ คณุ ภาพและปริมาณงานของสว่ นราชการน้ัน ๆ ไวด้ ้วย

การบรรจแุ ละการแต่งตง้ั บคุ คลใหด้ ารงตาแหนง่ หน้าทรี่ าชการตา่ ง ๆ ใหเ้ ปน็ ไปตามกฎหมาย

มาตรา ๖ ให้นายกรฐั มนตรรี ักษาการตามพระราชบญั ญตั ินี้

สว่ นท่ี ๑
การจดั ระเบียบบรหิ ารราชการสว่ นกลาง

มาตรา ๗ ให้จัดระเบยี บบริหารราชการส่วนกลาง ดงั นี้
(๑) สานักนายกรัฐมนตรี
(๒) กระทรวง หรือทบวงซ่งึ มีฐานะเทียบเท่ากระทรวง
(๓) ทบวง ซ่งึ สังกดั สานกั นายกรัฐมนตรีหรือกระทรวง

๒ มาตรา ๓/๑ เพม่ิ เติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบริหารราชการแผน่ ดนิ (ฉบับท่ี ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕

-๓-

(๔) กรม หรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอ่ืนและมีฐานะเป็นกรม ซ่ึงสังกัดหรือไม่สังกัดสานัก
นายกรฐั มนตรี กระทรวงหรือทบวง

สานักนายกรัฐมนตรีมฐี านะเปน็ กระทรวง
สว่ นราชการตาม (๑) (๒) (๓) และ (๔) มีฐานะเป็นนติ บิ ุคคล

มาตรา ๘๓ การจัดตั้ง การรวม หรือการโอนสว่ นราชการตามมาตรา ๗ ให้ตราเป็นพระราชบญั ญัติ
การจัดต้ังทบวงโดยให้สังกัดสานักนายกรัฐมนตรีหรือกระทรวง ให้ระบุการสังกัดไว้ในพระราชบัญญัติ
ดว้ ย
การจัดตั้งกรมหรือส่วนราชการท่ีเรียกชื่ออย่างอ่ืนและมีฐานะเป็นกรม ซึ่งไม่สังกัดสานักนายกรัฐมนตรี
กระทรวง หรอื ทบวง ใหร้ ะบกุ ารไมส่ ังกัดไว้ในพระราชบญั ญตั ิด้วย

มาตรา ๘ ทวิ๔ การรวมหรือการโอนส่วนราชการตามมาตรา ๗ ไม่ว่าจะมีผลเป็นการจัดตั้งส่วนราชการ
ขนึ้ ใหมห่ รือไม่ ถ้าไม่มีการกาหนดตาแหนง่ หรืออัตราของข้าราชการหรือลกู จา้ งเพ่ิมข้นึ ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎกี า

พระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่ง ให้ระบุอานาจหน้าที่ของส่วนราชการ การโอนอานาจหน้าที่ตาม
บทบัญญัติแห่งกฎหมาย ซึ่งส่วนราชการหรือเจ้าพนักงานที่มีอยู่เดิม การโอนข้าราชการและลูกจ้าง งบประมาณ
รายจา่ ย รวมทั้งทรัพย์สินและหนี้สินเอาไวด้ ้วย แล้วแตก่ รณี

ให้สานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนและสานักงบประมาณมีหน้าที่ตรวจสอบดูแลมิให้มีการ
กาหนดตาแหนง่ หรอื อตั ราของขา้ ราชการหรือลูกจ้างของส่วนราชการท่ีจัดตั้งข้ึนใหม่ หรือที่ถูกรวมหรือโอนไปตาม
วรรคหน่ึง เพมิ่ ขึน้ จนกว่าจะครบกาหนดสามปนี บั แตว่ นั ทพ่ี ระราชกฤษฎกี าตามวรรคหนึ่งมผี ลใช้บังคับ

มาตรา ๘ ตรี๕ การเปลี่ยนช่ือส่วนราชการตามมาตรา ๗ ให้ตราเป็นพระราชกฤษฎีกา และในกรณีท่ีช่ือ
ตาแหน่งของขา้ ราชการในสว่ นราชการนั้นเปลย่ี นไปให้ระบุการเปลีย่ นชอ่ื ไวใ้ นพระราชกฤษฎีกาด้วย

บทบัญญัติแห่งกฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ เทศบัญญัติหรือข้อบัญญัติท้องถ่ินอื่น ประกาศ หรือ
คาสั่งใดท่ีอ้างถึงส่วนราชการหรือตาแหน่งของข้าราชการที่ได้ถูกเปลี่ยนช่ือตามวรรคหน่ึง ให้ถือว่าบทบัญญัติแห่ง
กฎหมาย กฎ ระเบียบ ข้อบังคับ เทศบัญญัติหรือข้อบัญญัติท้องถิ่นอื่น ประกาศหรือคาส่ังนั้นอ้างถึงส่วนราชการ
หรือตาแหน่งของขา้ ราชการท่ไี ดเ้ ปล่ียนช่ือนน้ั

มาตรา ๘ จตั วา๖ การยุบส่วนราชการตามมาตรา ๗ ใหต้ ราเป็นพระราชกฤษฎีกา
เมื่อมีพระราชกฤษฎีกายุบส่วนราชการตามวรรคหนึ่งแล้ว ให้งบประมาณรายจ่ายท่ีเหลืออยู่ของส่วน
ราชการนนั้ เปน็ อนั ระงับไป สาหรับทรัพย์สินอ่ืนของส่วนราชการนั้นให้โอนให้แก่ส่วนราชการอ่ืนหรือหน่วยงานอื่น
ของรัฐ ตามท่ีรัฐมนตรีซึ่งเป็นผู้รักษาการตามพระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนึ่งกาหนดโดยความเห็นชอบของ
คณะรัฐมนตรี สาหรับวิธีการจัดการกิจการ สิทธิและหนี้สินของส่วนราชการนั้นให้เป็นไปตามท่ีกาหนดในพระราช
กฤษฎีกา

๓ มาตรา ๘ แก้ไขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบัญญตั ิระเบียบบริหารราชการแผน่ ดนิ (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๔๓
๔ มาตรา ๘ ทวิ เพมิ่ โดยพระราชบัญญัติระเบยี บบริหารราชการแผน่ ดนิ (ฉบบั ท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๔๓
๕ มาตรา ๘ ตรี เพ่มิ โดยพระราชบัญญัตริ ะเบียบบริหารราชการแผน่ ดิน (ฉบบั ท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๔๓
๖ มาตรา ๘ จตั วา เพม่ิ โดยพระราชบญั ญตั ริ ะเบยี บบรหิ ารราชการแผ่นดนิ (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๔๓

-๔-

ข้าราชการหรือลูกจ้างซ่ึงต้องพ้นจากราชการเพราะเหตุยุบตาแหน่ง อันเน่ืองมาแต่การยุบส่วนราชการ
ตามวรรคหน่ึง นอกเหนือจากสิทธิประโยชน์ท่ีพึงได้รับตามกฎหมายหรือระเบียบข้อบังคับอื่นแล้ว ให้ข้าราชการ
หรอื ลูกจ้างได้รับเงินชดเชยตามหลกั เกณฑแ์ ละวิธีการทก่ี าหนดในพระราชกฤษฎีกาตามวรรคหนงึ่ ดว้ ย

ในกรณที สี่ ่วนราชการ รฐั วิสาหกิจหรอื หน่วยงานอื่นของรัฐประสงค์จะรับโอนข้าราชการหรือลูกจ้างตาม
วรรคสามก็ให้กระทาได้โดยมิให้ถือว่าข้าราชการหรือลูกจ้างผู้น้ันได้พ้นจากราชการตามวรรคสาม แต่ท้ังน้ีต้อง
กระทาภายในสามสิบวนั นับแตพ่ ระราชกฤษฎกี าตามวรรคหนึ่งมีผลใชบ้ งั คบั

มาตรา ๘ เบญจ๗ พระราชกฤษฎีกาตามมาตรา ๘ ทวิ หรอื มาตรา ๘ จัตวา ที่มีผลเป็นการแก้ไขเพิ่มเติม
หรือยกเลิกบทบัญญัติแห่งกฎหมายที่จัดตั้งส่วนราชการ กฎหมายว่าด้วยการปรับปรุงกระทรวง ทบวง กรม หรือ
กฎหมายอืน่ ท่ีเก่ยี วขอ้ ง ตามมาตรา ๒๓๐ วรรคหา้ ของรัฐธรรมนญู แห่งราชอาณาจกั รไทย ให้ระบุให้ชัดเจนในพระ
ราชกฤษฎีกาว่าบทบญั ญตั ิใดถกู แกไ้ ขเพ่ิมเติมหรอื ยกเลิกเปน็ ประการใดในกฎหมายน้นั

มาตรา ๘ ฉ๘ การแบ่งส่วนราชการภายในสานักงานรัฐมนตรี กรม หรือส่วนราชการท่ีเรียกช่ืออย่างอื่น
และมฐี านะเป็นกรม ให้ออกเปน็ กฎกระทรวงและใหร้ ะบอุ านาจหน้าทขี่ องแตล่ ะสว่ นราชการไว้ในกฎกระทรวงด้วย

ให้รัฐมนตรีเจ้าสังกัดของส่วนราชการตามวรรคหน่ึงเป็นผู้ออกกฎกระทรวงแบ่งส่วนราชการดังกล่าว
กฎกระทรวงนน้ั เมอื่ ไดป้ ระกาศในราชกจิ จานเุ บกษาแล้วให้ใชบ้ งั คบั ได้

มาตรา ๘ สัตต๙ ให้สานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนและสานักงบประมาณร่วมกันเสนอ
ความเห็นต่อคณะรัฐมนตรีในการแบ่งส่วนราชการภายในและในการกาหนดอานาจหน้าที่ของแต่ละส่วนราชการ
ตามมาตรา ๘ ฉ ในการเสนอความเห็นดังกล่าวให้สานักงานคณะกรรมการข้าราชการพลเรือนจัดอัตรากาลัง และ
สานักงบประมาณจัดสรรเงนิ งบประมาณใหส้ อดคลอ้ งเสนอไปในคราวเดยี วกนั

มาตรา ๘ อฏั ฐ๑๐ การแบง่ ส่วนราชการภายในมหาวิทยาลัยหรือสถาบันในทบวงมหาวิทยาลัยให้เป็นไป
ตามกฎหมายว่าดว้ ยมหาวทิ ยาลยั หรือสถาบนั น้ัน

หมวด ๑
การจดั ระเบียบราชการในสานกั นายกรัฐมนตรี

มาตรา ๙ การจัดระเบียบราชการในสานักนายกรัฐมนตรีให้เป็นไปตามกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุง
กระทรวง ทบวง กรม

ใหส้ ่วนราชการในสานักนายกรฐั มนตรบี รรดาท่ีกาหนดไวใ้ นกฎหมายวา่ ด้วยการปรบั ปรงุ กระทรวง ทบวง
กรม มฐี านะเปน็ กรม

๗ มาตรา ๘ เบญจ เพมิ่ โดยพระราชบญั ญัตริ ะเบียบบริหารราชการแผน่ ดนิ (ฉบบั ท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๔๓
๘ มาตรา ๘ ฉ เพ่ิมโดยพระราชบัญญตั ริ ะเบยี บบริหารราชการแผน่ ดนิ (ฉบับท่ี ๔) พ.ศ. ๒๕๔๓
๙ มาตรา ๘ สัตต เพ่มิ โดยพระราชบัญญตั ริ ะเบียบบริหารราชการแผ่นดิน (ฉบับที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๓
๑๐ มาตรา ๘ อฏั ฐ เพิ่มโดยพระราชบญั ญัตริ ะเบยี บบริหารราชการแผ่นดนิ (ฉบบั ที่ ๔) พ.ศ. ๒๕๔๓

-๕-

สานกั นายกรัฐมนตรอี าจจัดให้มสี ว่ นราชการเป็นการภายในข้ึนตรงต่อนายกรัฐมนตรีเพื่อทาหน้าท่ีจัดทา
นโยบายและแผน กากับ เร่งรัด และติดตามนโยบายและแผนการปฏิบัติราชการตามนโยบายที่คณะรัฐมนตรี
กาหนดหรอื อนมุ ัติ เพ่อื การนีน้ ายกรฐั มนตรีจะสงั่ ใหก้ รมหรือส่วนราชการที่เรียกชื่ออย่างอ่ืนและมีฐานะเป็นกรมใน
สานกั นายกรัฐมนตรีจดั ทากไ็ ด้

มาตรา ๑๐ สานักนายกรัฐมนตรีมีอานาจหน้าที่ตามท่ีกาหนดไว้ในกฎหมายว่าด้วยการปรับปรุง
กระทรวง ทบวง กรม

สานกั นายกรฐั มนตรมี นี ายกรฐั มนตรีเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการและรับผิดชอบในการกาหนดนโยบาย
เป้าหมาย และผลสมั ฤทธ์ิของงานในสานักนายกรัฐมนตรีให้สอดคล้องกับนโยบายทค่ี ณะรฐั มนตรีแถลงไว้ต่อรัฐสภา
หรือทีค่ ณะรฐั มนตรีกาหนดหรืออนุมัติ โดยจะให้มีรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจาสานักนายกรัฐมนตรีเป็น
ผชู้ ่วยส่งั และปฏิบตั ริ าชการกไ็ ด้๑๑

ในกรณีที่มีรองนายกรัฐมนตรีหรือรัฐมนตรีประจาสานักนายกรัฐมนตรีหรือมีทั้งรองนายกรัฐมนตรีและ
รัฐมนตรีประจาสานักนายกรัฐมนตรี การส่ังและการปฏิบัติราชการของรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจา
สานักนายกรัฐมนตรีให้เป็นไปตามที่นายกรัฐมนตรีมอบหมาย๑๒

ในระหว่างท่ีคณะรัฐมนตรีต้องอยู่ในตาแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าท่ีต่อไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ตั้งขึ้นใหม่จะ
เข้ารับหน้าท่ีเพราะนายกรัฐมนตรีตาย ขาดคุณสมบัติ ต้องคาพิพากษาให้จาคุก สภาผู้แทนราษฎรมีมติไม่ไว้วางใจ
ศาลรฐั ธรรมนญู วนิ จิ ฉัยวา่ ความเปน็ รฐั มนตรีของนายกรฐั มนตรสี ้ินสุดลง หรือวฒุ สิ ภามีมติให้ถอดถอนจากตาแหน่ง
ให้คณะรฐั มนตรีมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีคนใดคนหนึ่งเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่แทนนายกรัฐมนตรี ถ้าไม่มีผู้ดารง
ตาแหน่งรองนายกรัฐมนตรีหรือมีแต่ไม่อาจปฏิบัติราชการได้ ให้คณะรัฐมนตรีมอบหมายให้รัฐมนตรีคนใดคนหนึ่ง
เป็นผู้ปฏบิ ตั หิ นา้ ท่ีแทน๑๓

ในระหว่างท่ีคณะรัฐมนตรีต้องอยู่ในตาแหน่งเพื่อปฏิบัติหน้าที่ต่อไปจนกว่าคณะรัฐมนตรีที่ต้ังขึ้นใหม่จะ
เข้ารับหน้าท่ี ให้คณะรัฐมนตรีดังกล่าวอานวยความสะดวกให้หัวหน้าส่วนราชการต่าง ๆ ดาเนินการใด ๆ เท่าที่
จาเป็น เพื่อรับแนวทางการบรหิ ารราชการแผน่ ดนิ จากนายกรฐั มนตรีคนใหม่มาเตรยี มการดาเนินการได้๑๔

มาตรา ๑๑ นายกรัฐมนตรใี นฐานะหัวหนา้ รัฐบาลมีอานาจหน้าที่ ดังนี้
(๑) กากับโดยท่ัวไปซึ่งการบริหารราชการแผ่นดิน เพื่อการนี้จะสั่งให้ราชการส่วนกลาง ราชการส่วน
ภมู ิภาค และส่วนราชการซง่ึ มีหน้าทค่ี วบคุมราชการส่วนท้องถิ่น ช้ีแจง แสดงความคิดเห็น ทารายงานเกี่ยวกับการ
ปฏบิ ตั ิราชการ ในกรณจี าเปน็ จะยบั ยง้ั การปฏิบตั ริ าชการใด ๆ ที่ขดั ตอ่ นโยบายหรือมติของคณะรัฐมนตรีก็ได้และมี
อานาจสัง่ สอบสวนข้อเท็จจริงเก่ียวกับการปฏิบัติราชการของราชการส่วนกลาง ราชการส่วนภูมิภาค และราชการ
ส่วนทอ้ งถนิ่
(๒) มอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรีกากับการบริหารราชการของกระทรวง หรือทบวงหนึ่งหรือหลาย
กระทรวงหรอื ทบวง

๑๑ มาตรา ๑๐ วรรคสอง แก้ไขเพมิ่ เตมิ โดยพระราชบัญญตั ิระเบยี บบริหารราชการแผ่นดนิ (ฉบบั ที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕
๑๒ มาตรา ๑๐ วรรคสาม แก้ไขเพ่ิมเตมิ โดยพระราชบัญญตั ริ ะเบียบบริหารราชการแผน่ ดิน (ฉบับที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕
๑๓ มาตรา ๑๐ วรรคสี่ แกไ้ ขเพิ่มเติมโดยพระราชบัญญัติระเบียบบรหิ ารราชการแผน่ ดิน (ฉบับท่ี ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕
๑๔ มาตรา ๑๐ วรรคหา้ เพม่ิ โดยพระราชบัญญัติระเบยี บบริหารราชการแผน่ ดิน (ฉบบั ที่ ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕

-๖-

(๓) บังคับบัญชาข้าราชการฝ่ายบริหารทุกตาแหน่งซึ่งสังกัดกระทรวง ทบวง กรม และส่วนราชการท่ี
เรียกชอื่ อยา่ งอนื่ ท่มี ีฐานะเปน็ กรม

(๔) สั่งให้ข้าราชการซ่ึงสังกัดกระทรวง ทบวง กรมหน่ึงมาปฏิบัติราชการสานักนายกรัฐมนตรี โดยจะให้
ขาดจากอัตราเงินเดือนทางสังกัดเดิมหรือไม่ก็ได้ ในกรณีท่ีให้ขาดจากอัตราเงินเดือนทางสังกัดเดิม ให้ได้รับ
เงินเดือนในสานกั นายกรฐั มนตรีในระดับ และขนั้ ทไ่ี ม่สงู กวา่ เดิม

(๕) แต่งตั้งข้าราชการซ่ึงสังกัดกระทรวง ทบวง กรมหนึ่งไปดารงตาแหน่งของอีกกระทรวง ทบวง กรม
หน่ึง โดยให้ได้รับเงินเดือนจากกระทรวง ทบวง กรมเดิม ในกรณีเช่นว่าน้ีให้ข้าราชการซ่ึงได้รับแต่งตั้งมีฐานะ
เสมือนเป็นข้าราชการสังกัดกระทรวง ทบวง กรม ซึ่งตนมาดารงตาแหน่งนั้นทุกประการ แต่ถ้าเป็นการแต่งตั้ง
ขา้ ราชการต้งั แตต่ าแหนง่ อธบิ ดีหรอื เทยี บเทา่ ขึน้ ไปต้องไดร้ บั อนมุ ตั จิ ากคณะรฐั มนตรี

(๖) แต่งตั้งผ้ทู รงคณุ วุฒิเป็นประธานท่ีปรึกษา ที่ปรึกษา หรือคณะที่ปรึกษาของนายกรัฐมนตรี หรือเป็น
คณะกรรมการเพ่ือปฏบิ ตั ริ าชการใด ๆ และกาหนดอัตราเบย้ี ประชมุ หรือคา่ ตอบแทนใหแ้ ก่ผูซ้ ่งึ ได้รบั แตง่ ตั้ง

(๗) แตง่ ตง้ั ข้าราชการการเมอื งให้ปฏิบัติราชการในสานักนายกรัฐมนตรี
(๘) วางระเบยี บปฏิบตั ิราชการ เพื่อให้การบริหารราชการแผ่นดินเป็นไปโดยรวดเร็วและมีประสิทธิภาพ
เทา่ ท่ีไมข่ ัดหรือแย้งกบั พระราชบญั ญัตินี้หรือกฎหมายอ่นื
(๙) ดาเนินการอื่น ๆ ในการปฏบิ ัตติ ามนโยบาย
ระเบียบตาม (๘) เม่อื คณะรัฐมนตรีให้ความเหน็ ชอบแลว้ ให้ใชบ้ งั คบั ได้

มาตรา ๑๒ ในกรณีท่ีนายกรัฐมนตรีเป็นผู้บังคับบัญชาส่วนราชการท่ีเรียกชื่ออย่างอื่นและมีฐานะเป็น
กรม แต่มิได้สังกัดสานักนายกรัฐมนตรีหรือทบวง นายกรัฐมนตรีจะมอบหมายให้รองนายกรัฐมนตรี หรือรัฐมนตรี
ประจาสานกั นายกรฐั มนตรปี ฏบิ ัติราชการแทนกไ็ ด้

มาตรา ๑๓ สานักเลขาธิการนายกรัฐมนตรี มีอานาจหน้าที่เกี่ยวกับราชการทางการเมือง มีเลขาธิการ
นายกรัฐมนตรเี ปน็ ผู้บงั คบั บัญชาข้าราชการ และรบั ผดิ ชอบในการปฏิบัตริ าชการขน้ึ ตรงตอ่ นายกรัฐมนตรี และให้มี
รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมืองและรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายบริหาร เป็นผู้ช่วยส่ังและปฏิบัติ
ราชการและจะให้มีผู้ชว่ ยเลขาธกิ ารนายกรัฐมนตรี เป็นผูช้ ว่ ยสั่งและปฏบิ ัตริ าชการดว้ ยก็ได้

ใหเ้ ลขาธิการนายกรัฐมนตรแี ละรองเลขาธิการนายกรัฐมนตรฝี ่ายการเมอื ง เป็นข้าราชการการเมือง และ
ให้รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝา่ ยบริหาร และผู้ชว่ ยเลขาธกิ ารนายกรัฐมนตรี เป็นขา้ ราชการพลเรือนสามญั

มาตรา ๑๔ สานักเลขาธิการคณะรัฐมนตรีมีอานาจหน้าท่ีเก่ียวกับราชการของคณะรัฐมนตรี รัฐสภา
และราชการในพระองค์ มีเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการ และรับผิดชอบในการปฏิบัติ
ราชการขึน้ ตรงตอ่ นายกรฐั มนตรี และให้มรี องเลขาธิการคณะรัฐมนตรีเป็นผู้ช่วยส่ังและปฏิบัติราชการ และจะให้มี
ผูช้ ่วยเลขาธกิ ารคณะรัฐมนตรีเปน็ ผูช้ ่วยสงั่ และปฏิบตั ิราชการด้วยก็ได้

ให้เลขาธิการคณะรัฐมนตรี รองเลขาธิการคณะรัฐมนตรี และผู้ช่วยเลขาธิการคณะรัฐมนตรี เป็น
ขา้ ราชการพลเรือนสามัญ

-๗-

มาตรา ๑๕๑๕ ในสานกั นายกรฐั มนตรี อาจมสี ่วนราชการท่ีอยู่ในบงั คับบญั ชาข้ึนตรงต่อนายกรัฐมนตรีได้
ตามทก่ี าหนดในกฎหมายวา่ ดว้ ยการปรบั ปรงุ กระทรวง ทบวง กรม

มาตรา ๑๖ สานักนายกรัฐมนตรี นอกจากมีนายกรัฐมนตรี รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจา
สานกั นายกรัฐมนตรี ให้มีปลัดสานักนายกรัฐมนตรีคนหน่งึ มอี านาจหนา้ ที่ดงั น้ี

(๑) รับผิดชอบควบคุมราชการประจาในสานักนายกรัฐมนตรี กาหนดแนวทางและแผนการปฏิบัติ
ราชการของสานักนายกรัฐมนตรี และลาดับความสาคัญของแผนการปฏิบัติราชการประจาปีของส่วนราชการใน
สานกั นายกรัฐมนตรใี หเ้ ป็นไปตามนโยบายท่นี ายกรัฐมนตรีกาหนดรวมท้ังกากบั เร่งรัด ติดตามและประเมินผลการ
ปฏิบัติราชการของสว่ นราชการในสานกั นายกรัฐมนตรี

(๒) เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการของส่วนราชการในสานักนายกรัฐมนตรีรองจากนายกรัฐมนตรี รอง
นายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีประจาสานักนายกรัฐมนตรี ยกเว้นข้าราชการของส่วนราชการซึ่งหัวหน้าส่วนราชการ
ขึ้นตรงต่อนายกรัฐมนตรี

(๓) เป็นผู้บังคับบัญชาข้าราชการในสานักงานปลัดสานักนายกรัฐมนตรีและรับผิดชอบในการปฏิบัติ
ราชการของสานักงานปลัดสานกั นายกรฐั มนตรี

ในการปฏบิ ัติราชการของปลัดสานักนายกรัฐมนตรีตามวรรคหน่ึง ให้มีรองปลัดสานักนายกรัฐมนตรีเป็น
ผู้ชว่ ยสงั่ และปฏบิ ตั ิราชการ และจะใหม้ ีผูช้ ว่ ยปลัดสานักนายกรัฐมนตรเี ปน็ ผู้ช่วยส่งั และปฏิบัตริ าชการดว้ ยก็ได้

ในกรณีท่ีมีรองปลัดสานักนายกรัฐมนตรีหรือผู้ช่วยปลัดสานักนายกรัฐมนตรีหรือมีท้ังรองปลัดสานัก
นายกรัฐมนตรีและผู้ช่วยปลัดสานักนายกรัฐมนตรี ให้รองปลัดสานักนายกรัฐมนตรีหรือผู้ช่วยปลัดสานัก
นายกรฐั มนตรีเปน็ ผบู้ ังคบั บัญชาขา้ ราชการและรบั ผดิ ชอบในการปฏบิ ตั ิราชการรองจากปลัดสานกั นายกรฐั มนตรี

ให้ปลัดสานักนายกรัฐมนตรี รองปลัดสานักนายกรัฐมนตรี และผู้ช่วยปลัดสานักนายกรัฐมนตรี เป็น
ข้าราชการพลเรือนสามัญ และให้รองปลัดสานักนายกรัฐมนตรี ผู้ช่วยปลัดสานักนายกรัฐมนตรี และผู้ดารง
ตาแหน่งที่เรียกช่ืออย่างอื่นในสานักงานปลัดสานักนายกรัฐมนตรี มีอานาจหน้าที่ตามท่ีปลัดสานักนายกรัฐมนตรี
กาหนดหรือมอบหมาย

ให้นาความในมาตรา ๑๙/๑ มาใชบ้ งั คับแก่ราชการของสานักนายกรัฐมนตรี ในส่วนท่ีเกี่ยวกับสานักงาน
ปลัดสานักนายกรัฐมนตรแี ละสว่ นราชการท่ีมิไดข้ ึน้ ตรงตอ่ นายกรฐั มนตรดี ว้ ยโดยอนโุ ลม๑๖

มาตรา ๑๗ สานักงานปลัดสานักนายกรัฐมนตรีมีอานาจหน้าท่ีเก่ียวกับราชการประจาทั่วไปของสานัก
นายกรัฐมนตรี และราชการที่คณะรัฐมนตรีมิได้กาหนดให้เป็นหน้าที่ของกรมใดกรมหน่ึงในสังกัดสานัก
นายกรัฐมนตรีโดยเฉพาะ รวมท้ังกากับและเร่งรัดการปฏิบัติราชการของส่วนราชการในสานักนายกรัฐมนตรี ให้
เปน็ ไปตามนโยบาย แนวทางและแผนการปฏิบัติราชการของสานักนายกรัฐมนตรี ยกเว้นราชการของส่วนราชการ
ซึง่ กฎหมายกาหนดให้หวั หน้าสว่ นราชการขนึ้ ตรงตอ่ นายกรฐั มนตรี

ในกรณีที่สานักนายกรัฐมนตรีมีทบวงอยู่ในสังกัดและยังไม่สมควรจัดตั้งสานักงานปลัดทบวงตามมาตรา
๒๕ วรรคสาม จะใหส้ านักงานปลัดสานกั นายกรัฐมนตรที าหน้าทส่ี านักงานปลดั ทบวงด้วยกไ็ ด้

๑๕ มาตรา ๑๕ แกไ้ ขเพิ่มเตมิ โดยพระราชบญั ญัตริ ะเบยี บบรหิ ารราชการแผ่นดนิ (ฉบบั ท่ี ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕
๑๖ มาตรา ๑๖ วรรคหา้ เพ่ิมโดยพระราชบญั ญัตริ ะเบยี บบรหิ ารราชการแผ่นดิน (ฉบบั ท่ี ๕) พ.ศ. ๒๕๔๕


Click to View FlipBook Version