The words you are searching are inside this book. To get more targeted content, please make full-text search by clicking here.

บันไดสู่ดาว 24 เล่ม นวส.มืออาชีพ

Discover the best professional documents and content resources in AnyFlip Document Base.
Search
Published by KITTIPONG KUMPAPONG, 2022-07-19 04:41:32

บันไดสู่ดาว 24 เล่ม นวส.มืออาชีพ

บันไดสู่ดาว 24 เล่ม นวส.มืออาชีพ

ประเดน็ ทีเ่ ก่ียวข้องกับกรมสง่ เสรมิ การเกษตร
1.2.3 เสริมสรา้ งศักยภาพผผู้ ลิตเกษตรกรรมยั่งยืน ท้ังท่ีเป็นเครือข่าย
ต่อ เกษตรกรหรือชุมชน และผู้ประกอบการให้มีความเข้มแข็ง
1.2.4 เร่งรัดการจัดตั้งสภาเกษตรกรแห่งชาติและส่งเสริมให้เป็นกลไกที่
ย่างยั่งยืน สนับสนุนการพัฒนาเกษตรกรรมยั่งยืน
อ 1.2.5 สนับสนุนการสร้างตลาดสินค้าเกษตรตามมาตรฐานเกษตรกรรมย่ังยืน
ในทุกระดับ ตั้งแต่หมู่บ้าน ตาบล อาเภอ และจังหวัด รวมถึงสร้างแรงจูงใจให้กับ
นทุกระดบั ผู้ผลิตสินค้าท่ีผ่านมาตรฐานเกษตรอินทรีย์ และมาตรฐาน GAP โดยการติดฉลาก
กการ เคร่ืองหมายคุณภาพสินค้าเกษตรกรรมยั่งยืน
1.2.6 สนับสนุนการพัฒนาและจัดทาพ้ืนท่ีต้นแบบเพ่ือสาธิตการเรียนรู้
รูปแบบการผลิตท่ีใช้เทคโนโลยีการเกษตรท่ีเหมาะสมและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม
รวมถึงเป็นไปตามหลกั วธิ ีปฏบิ ัติทางการเกษตรทดี่ ี (GAP) เชน่ การอนุรกั ษ์ดนิ และน้า
การลดการก่อมลพิษทางอากาศที่เกิดจากการเผาซากตอซัง และการนาเศษวัสดุ
เหลือใช้ทางการเกษตรกลับไปใช้ประโยชน์ เป็นต้น
1.2.7 ฟ้ืนฟูและส่งเสริมค่านิยมและวัฒนธรรมท่ีดีของชุมชน โดยเฉพาะวิถี
ชีวิตและวัฒนธรรมทางการเกษตรท่ีให้ความสาคัญกับการพัฒนาระบบ
เกษตรกรรมยั่งยืน เพ่ือช่วยสร้างความสมดุลและการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่าง
ย่ังยืน
1.2.8 พัฒนาและต่อยอดองค์ความรู้แก่เกษตรกรในการใช้เทคโนโลยีในการ
ดาเนินงานด้านเกษตรสีเขียว (Green Agriculture) ท่ีเหมาะสมและเป็นมิตรต่อ
สิ่งแวดล้อมอย่างต่อเน่ืองและทั่วถึง ควบคู่กับการสนับสนุนมาตรการการเงิน
การคลังในการสร้างแรงจูงใจเพ่ือเตรียมความพร้อมแก่เกษตรกรในการปรับเปลี่ยน
วิธีการผลิตให้สอดรับกับมาตรการทางการค้าและสิ่งแวดลอ้ มที่กาหนดใหม่ และ
เพ่ือให้เท่าทันกับมาตรการเปิดเสรีทางการค้า และการเปิดตลาดใหม่

๒๘

ยทุ ธศาสตร์/หนว่ ยงาน สาระสาคญั ของแผน

3. แผนแมบ่ ทการพัฒนาและ  วิสยั ทศั น์ : “ถา่ ยทอดองคค์ วามรูแ้ นวพระราชดาริการพ
รณรงค์การใช้หญา้ แฝกอนั รณรงคก์ ารใช้หญา้ แฝกสู่ภาคปฏบิ ัตผิ า่ นเครอื ข่ายศูนย์การ
เนื่องมาจากพระราชดาริ และผลักดันพฒั นาระบบสารสนเทศภมู ิศาสตร์ (GIS) เพ่ือเช
ฉบับท่ี 5 (พ.ศ. 2555 – และประยุกตใ์ ชฐ้ านข้อมูลทุกภาคสว่ นในการพฒั นาประสทิ
2559)
บรหิ ารจัดการการใช้หญา้ แฝกอยา่ งเป็นระบบ”
(สานกั งานคณะกรรมการ  วัตถุประสงค์ : เพื่อสนองพระราชดาริของพระบาทสมเด
พเิ ศษเพื่อประสานงาน เจา้ อยู่หวั ในการพัฒนาและรณรงคก์ ารใช้หญา้ แฝกเพื่ออนุร
โครงการอนั เนื่องมาจาก และน้า โดยการเพ่มิ บทบาทการมีสว่ นร่วมของทุกเครือข่าย
พระราชดาริ : สานักงาน กปร.) ประยุกตใ์ ช้องค์ความรู้และเทคโนโลยีทมี่ อี ยอู่ ยา่ งเหมาะสม

ระบบฐานข้อมูลและระบบสารสนเทศ และหาแนวทางในก

ประโยชน์หญ้าแฝกเพ่ืออนุรกั ษ์ดนิ และนา้ และประโยชนใ์ น

อย่างครบวงจร

 แนวทางและมาตรการในการดาเนนิ งาน

1) ด้านการศึกษาวิจยั : โดยส่งเสรมิ งานศึกษาวิจัยให้ส

กบั แนวทางการพัฒนาและรณรงค์การใชห้ ญา้ แฝกฯ นาผล

ทีส่ มั ฤทธิ์ผลไปสง่ เสริมและขยายผล และเพมิ่ ประสิทธภิ าพ

บริหารจัดการงานศึกษา ทดลอง วจิ ัย



ประเดน็ ท่ีเกี่ยวข้องกับกรมสง่ เสรมิ การเกษตร

1.2.11 ส่งเสริมการเรียนรู้ด้านระบบเกษตรกรรมย่ังยนื เพอ่ื ให้เกษตรกร
ผบู้ รโิ ภค และผูท้ ่ีเก่ยี วข้อง มีความรแู้ ละยอมรบั ระบบเกษตรกรรมยั่งยนื และคุณภาพ

ของผลผลิต โดยการถ่ายทอดองค์ความรู้ผา่ นทางวิทยากรและ/หรอื วิทยากรอาสา
ทั้งในระดับหมูบ่ า้ น ตาบล อาเภอ และจงั หวดั

1.2.12 ส่งเสริมให้มีการศึกษาวิจัยและพัฒนาองค์ความรู้ด้านการพัฒนาการ

เกษตรด้วยภูมิปัญญาท้องถ่ิน เพ่ือนามาใช้พัฒนาการผลิตอย่างต่อเน่ือง รวมถึง
สนับสนุนให้มีการวิจัยด้านการเพ่ิมผลผลิตต่อไร่ และลดต้นทุนการผลิต

พฒั นาและ  การร่วมเป็นคณะกรรมการ

รเรียนรู้ 1) คณะกรรมการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเน่ืองมาจาก

ชื่อมโยง พระราชดาริ ซ่ึงนายอาพล เสนาณรงค์ องค์มนตรี เป็นประธาน มีอธิบดีกรม

ทธิภาพการ ส่งเสริมการเกษตร ร่วมเป็นกรรมการ

ดจ็ พระ 2) คณะอนุกรรมการพัฒนาและรณรงค์การใช้หญ้าแฝกอันเนื่องมาจาก
รกั ษ์ดิน พระราชดาริ ซ่ึงรองเลขาธิการ กปร.เปน็ ประธาน มีผู้แทนกรมส่งเสริมการเกษตร
ย ร่วมเป็นอนุกรรมการ
ม พัฒนา
การใช้ 3) คณะอนุกรรมการด้านส่งเสริมและเผยแพร่ประชาสัมพันธ์ ซ่ึงรองอธิบดี
นด้านอื่นๆ กรมพัฒนาท่ีดิน เป็นประธาน มีรองอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร เป็นรองประธาน
และผู้แทนกรมส่งเสริมการเกษตรเป็นอนุกรรมการและผู้ชว่ ยเลขานุการ

 แนวทาง/มาตรการในการดาเนินงานที่เก่ียวข้อง
ด้านการส่งเสริม :

สอดคลอ้ ง - ส่งเสริมการใช้หญ้าแฝกในพ้ืนที่เปิดใหม่ที่มีความลาดชันสูงเป็นเครื่องมือ
ลงานวิจัย ลดผลกระทบจากภัยพิบัติ อาทิ ดินโคลนถล่ม น้าป่าไหลหลาก
พการ
- จัดกิจกรรมเสริมสร้างและสนับสนุนการใช้ประโยชน์หญ้าแฝกในงาน
หัตถกรรมให้แก่เกษตรกร

๒๙

ยุทธศาสตร์/หน่วยงาน สาระสาคญั ของแผน

2) ดา้ นการจดั การองคค์ วามรู้ : โดยจดั ทาและพฒั นา

เสรมิ การเรียนการสอนการใช้ประโยชน์หญา้ แฝกเพ่ือการอ

และนา้ ในพน้ื ทสี่ ถาบันการศึกษา สง่ เสริมการจัดการองค์คว

อยา่ งเป็นระบบ ขยายผลองค์ความรู้สู่ภาคอุตสาสหกรรม ส

การเชอื่ มโยงเครือข่ายภาคเอกชนและหมอดินอาสาเพื่อเป็น

ในการถ่ายทอดองคค์ วามรู้ และจัดทาองค์ความรใู้ หส้ อดคล

สภาพภมู สิ งั คมและกล่มุ เป้าหมายควบคู่กับการศกึ ษาวิจัยพ

3) ดา้ นการส่งเสริมและประชาสมั พันธ์ : โดยส่งเสรมิ

จัดทาแผนบูรณาการการปลูกหญ้าแฝกโดยการมีส่วนร่วมข

ภาคเี ครือข่าย ส่งเสริมการใชห้ ญ้าแฝกในพื้นทีเ่ ปิดใหม่ สง่ เ

หน่วยงานทม่ี ีความพรอ้ มในการผลิตกล้าหญ้าแฝก ร่วมสน

การปฏบิ ตั ิให้เข้าถงึ กลุ่มเปา้ หมายโดยเรว็ พัฒนาระบบเทค

สารสนเทศเพื่อใช้ในการเพ่ิมประสทิ ธภิ าพการส่งเสรมิ การป

แฝก พัฒนาเว็บไซต์ จัดทาสอ่ื เผยแพรป่ ระชาสัมพันธ์ และส

ความร้คู วามเข้าใจ

 พนื้ ที่เปา้ หมาย : เพื่อการอนุรักษด์ นิ และน้า ปลี ะ 651,

และเพ่ือการฟื้นฟูคุณภาพทรัพยากรธรรมชาติและส่ิงแวดล้อ

63,500 ไร่

4. แผนท่นี าทางแห่งชาติ :  หลกั การ : พลาสตกิ ชีวภาพสามารถตอบสนองเรื่องการ
การพัฒนาอุตสาหกรรม ส่งิ แวดล้อม และยังสรา้ งมูลค่าเพ่ิมให้กับผลผลิตทางการเก
พลาสตกิ ชวี ภาพ ระยะท่ี 2 ประเทศไทยมีศักยภาพท่จี ะเปน็ แหล่งผลิตพลาสตกิ ชีวภาพ
พ.ศ. 2554 – 2558 ไดอ้ ย่างครบวงจร สามารถผลักดนั ใหเ้ ปน็ อตุ สาหกรรมคลนื่
(สานักงานนวัตกรรม
แข็งแกรง่ ท้งั ระดบั ต้นน้า กลางน้า และปลายนา้ โดยในระด
แหง่ ชาติ (องค์การมหาชน) ความพร้อมของวัตถุดบิ ทางการเกษตร เชน่ มันสาปะหลงั



ประเดน็ ท่ีเกี่ยวข้องกับกรมสง่ เสรมิ การเกษตร

าหลักสูตร
อนรุ กั ษด์ นิ
วามรู้
ส่งเสรมิ
นแกนนา
ลอ้ งกบั
พ้ืนบา้ น
มการ
ของกลุ่ม
เสริม
นับสนุน
คโนโลยี
ปลกู หญ้า
สรา้ ง

,500 ไร่
อม ปลี ะ

รอนุรกั ษ์  การร่วมเป็นคณะกรรมการ
กษตร ซง่ึ 1) ผู้แทนกระทรวงเกษตรและสหกรณ์เป็นอนุกรรมการในคณะอนุกรรมการ
พของโลก พฒั นาอุตสาหกรรมพลาสตกิ ชีวภาพฯ
นลกู ใหมท่ ี่ 2) คณะทางานด้านการสร้างความพร้อมของวัตถดุ ิบชีวมวลฯ มีรองปลัดกระทรวง
ดับตน้ น้ามี เกษตรและสหกรณ์ เปน็ ประธาน
หรืออ้อย

๓๐

ยทุ ธศาสตร์/หน่วยงาน สาระสาคัญของแผน
กระทรวงวิทยาศาสตรแ์ ละ
เทคโนโลยี)  กลยุทธ์หลัก 4 ประเด็น
1) การสรา้ งความพรอ้ มดา้ นวัตถดุ ิบชีวมวล
5. แผนยทุ ธศาสตรส์ ุขภาพดี 2) การเรง่ รัดและสร้างเทคโนโลยี
วถิ ีชีวิตไทย พ.ศ. 2554 3) การสรา้ งอตุ สาหกรรมและธุรกจิ นวัตกรรม
- 2563 4) การสร้างโครงสรา้ งพื้นฐาน

 มาตรการเสรมิ เพ่ือกระต้นุ ใหเ้ กิดการลงทุนเชงิ พาณชิ ย์
1) การสร้างความพรอ้ มของวัตถุดบิ ชีวมวล
2) มาตรการสนบั สนุนด้านการวจิ ยั และพัฒนา
3) มาตรการด้านการจัดทามาตรฐานพลาสตกิ ชีวภาพ

สากล
4) มาตรการสิทธปิ ระโยชน์ดา้ นการลงทนุ และการประ
5) มาตรการดา้ นการสง่ เสริมตลาดและจัดการสง่ิ แวดล้อ

 ประโยชน์ท่คี าดวา่ จะได้รบั : สรา้ งเสถียรภาพดา้ นราคา
ทางการเกษตรทใ่ี ช้เป็นวัตถดุ ิบในการผลิตพลาสติกชวี ภาพ ไ
หวั มันสาปะหลงั 760,000 ตนั หรือ อ้อย 1,200,000 ตนั เ
เกีย่ วข้อง มนั สาปะหลัง 152,000 คน และ อ้อย 72,00

 วสิ ยั ทัศน์ : “ประชาชนมศี ักยภาพในการจดั การปจั จยั เส
สภาพ แวดล้อมที่สง่ ผลกระทบตอ่ โรควถิ ีชีวติ ดว้ ยการรวมพ
ขบั เคลือ่ นจากทุกภาคสว่ นอย่างบูรณาการ สมดลุ ยง่ั ยนื แล
บนพนื้ ฐานปรชั ญาของเศรษฐกจิ พอเพยี ง”

 เป้าหมายหลกั ในการพฒั นา
- ลดปญั หาโรควิถีชวี ิตที่สาคัญ 5 โรค คอื โรคเบาหวา

ความดนั โลหติ สูง โรคหัวใจ โรคหลอดเลือดสมอง และโรคม
ใน 5 ด้านคือ ลดการเกดิ โรค ลดภาวะแทรกซ้อน ลดการพ



พในระดบั ประเดน็ ทเ่ี ก่ียวข้องกับกรมสง่ เสรมิ การเกษตร

 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไดร้ บั มอบหมายให้รบั ผิดชอบ
1) กลยุทธท์ ี่ 1 การสร้างความพร้อมดา้ นวตั ถดุ ิบชีวมวล
- เปา้ หมาย : มปี ริมาณพชื ผลมันสาปะหลงั เพยี งพอสาหรบั เป็นวัตถดุ ิบภายใน

ปี 2558
- ดชั นชี ้ีวัด : (1) มีปริมาณหวั มันสาปะหลงั เพ่มิ ขึ้นร้อยละ 20 ตอ่ ไร่

ภายในปี 2558 และ (2) มีสายพันธุม์ นั สาปะหลงั ที่มีปริมาณแปง้ สูง
2) มาตรการด้านความพร้อมของวัตถดุ ิบชวี มวล โดยให้ประกาศนโยบาย

สนบั สนนุ การใช้วัตถุดบิ ชีวมวล ได้แก่ มันสาปะหลัง และอ้อย มาผลติ เปน็ พลาสตกิ
ชีวภาพ และจดั ทาแผนงานส่งเสริมการเพิ่มผลผลติ

ะกอบธุรกจิ
อม

าแก่พืชผล
ได้แก่
เกษตรกรท่ี
00 คน

ส่ียงและ  การร่วมเป็นคณะกรรมการ
พลัง 1) คณะกรรมการอานวยการยุทธศาสตร์สุขภาพดวี ิถีชวี ิตไทยมีนายกรัฐมนตรี
ละเป็นสุข เปน็ ประธาน และปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ร่วมเปน็ กรรมการ

2) คณะกรรมการบริหารยุทธศาสตรส์ ุขภาพดวี ิถชี ีวติ ไทย ซึ่งรฐั มนตรีว่าการ
กระทรวงสาธารณสุข เป็นประธาน และมีอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตร ร่วมเป็น
าน โรค กรรมการ
มะเร็ง
พิการ

๓๑

ยทุ ธศาสตร์/หนว่ ยงาน สาระสาคัญของแผน

ลดการตาย ลดภาระค่าใชจ้ า่ ย ด้วยการเพิ่มวิถีชีวติ พอเพียง

คอื การบริโภคท่ีเหมาะสม การออกกาลังกายทเี่ พยี งพอ กา

อารมณ์ไดเ้ หมาะสม

 ยุทธศาสตรก์ ารพฒั นา 5 ประเดน็

1) นโยบายสาธารณสขุ สร้างสขุ

2) การขับเคล่ือนทางสงั คมและสอื่ สาธารณะ

3) การพัฒนาศกั ยภาพชมุ ชน

4) การพัฒนาระบบเฝา้ ระวงั และการจดั การโรค

5) การสรา้ งความเขม้ แขง็ ของระบบสนับสนนุ ยทุ ธศา

6. แผนประชากร ในช่วง  วสิ ยั ทัศน์ : “ประชากรไทยทุกคนเกิดมามีคุณภาพ ได้รบั ก
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและ ทกุ ชว่ งวัยให้สามารถเป็นพลังในการขับเคลื่อนการเจรญิ เติ
สังคมแห่งชาติ ฉบับท่ี 11 ประเทศ มีหลกั ประกนั ท่ีมัน่ คงพร้อมเข้าสสู่ ังคมสงู อายุที่มีก
(พ.ศ.2555 – 2559) สวัสดิการอยา่ งยั่งยนื โดยครอบครัวและชมุ ชนมสี ว่ นร่วม”
(สานกั งานคณะกรรมการ  เปา้ หมายการพัฒนา
พัฒนาการเศรษฐกจิ และ
1) ประชากรไทยทุกชว่ งวัยมอี นามยั การเจริญพันธ์ุท่เี
สังคมแห่งชาติ)
และมศี ักยภาพเพมิ่ ขน้ึ สามารถแขง่ ขนั ได้ในภมู ภิ าคอาเซียน

ตลาดโลก รวมท้ังมกี ารใช้ประโยชน์จากการเคลือ่ นยา้ ยประ

แรงงานอย่างเสรีในภมู ิภาคอาเซยี นในปี 2558 เปน็ พลังข

ทางเศรษฐกจิ ให้มีความเจรญิ เตบิ โตอย่างต่อเนือ่ งและย่งั ยืน

2) ประชากรไทยทุกคนสามารถพึ่งตนเองได้หลงั วยั ท

สงั คมไทยมกี ารจัดสวัสดกิ ารทางสงั คมอย่างทั่วถึงและยั่งยืน

 ยทุ ธศาสตรก์ ารพฒั นาประชากร 3 ประเดน็

1) การส่งเสริมให้ประชากรไทยทุกคนเกิดมามีคุณภาพ

พฒั นาได้อย่างเต็มศักยภาพเมื่อเติบโตขึน้



ประเดน็ ท่เี ก่ียวข้องกับกรมสง่ เสริมการเกษตร
งใน 3 ดา้ น  ยทุ ธศาสตร์ทเ่ี ก่ียวข้อง
ารจดั การ ยุทธศาสตร์ที่ 1 นโยบายสาธารณสุขสรา้ งสุข

1) กรอบแผนงาน 1.2.2 การพฒั นาระบบเฝ้าระวงั ควบคุมคุณภาพมาตรฐาน
ความปลอดภยั อยา่ งครบวงจรของสนิ คา้ เกษตร การผลติ อาหารและสร้างความมนั่ คง
ทางอาหาร ส่งเสริมการผลิตและบรโิ ภคผักและผลไม้ไทย และอาหารเกษตรปลอด
สารพิษ หรอื เกษตรอินทรีย์ สมุนไพร และอาหารท้องถ่ินเพือ่ สุขภาพ

2) กรอบแผนงาน 1.2.3 การเพ่มิ การเข้าถึงวตั ถุดบิ อาหาร เคร่ืองด่ืม ผลติ ภัณฑ์
สุขภาพ ผักผลไม้ และอาหารเกษตรปลอดสารพษิ ในราคาทเี่ หมาะสม หาซ้ือง่าย
าสตร์ ปลอดภยั มีคุณภาพและความรบั ผดิ ชอบต่อสงั คม
บการพฒั นา  ประเดน็ ทเ่ี ก่ยี วข้อง
บโตของ ยุทธศาสตร์ท่ี 2 : การพฒั นาคณุ ภาพประชากรไทยทุกชว่ งวัย เพือ่ เปน็ พลงั ตอ่ การ
การจัด เจริญเติบโตของประเทศ

แนวทางฯข้อที่ 3 ประชากรวยั ทางาน
- พัฒนากาลังแรงงานในภาคเกษตร เน้นการสร้างเกษตรกรรุน่ ใหม่ทม่ี ีความรู้และ

เหมาะสม ทกั ษะครบวงจรทั้งเกษตรกรรม ธรุ กิจและการตลาด เพื่อให้ภาคเกษตรเป็นฐานการ
นและ ผลิตท่ีม่ันคงของประเทศ
ะชากรวัย - เรง่ รัดและส่งเสริมกระชับความร่วมมืออย่างเป็นระบบระหว่างหน่วยงานภาครัฐ
ขับเคลอ่ื น และความรว่ มมกื ับภาคการผลิตในการกาหนดสาขาอาชีพท่ีมีมาตรฐานระดับชาติ ทง้ั
น ด้านการเกษตร อุตสาหกรรม และบริการ
ทางาน และ - เร่งรัดและส่งเสริมความรว่ มมืออย่างเป็นระบบระหวา่ งหน่วยงานภาครฐั และ
นมากขน้ึ ความรว่ มมือกับภาคการผลติ และชมุ ชน ในการสร้างวฒั นธรรมการเรยี นรู้และการ

ปฏบิ ัตงิ านทเี่ ป็นเลิศในแต่ละสาขาการผลิต ท้ังดา้ นการเกษตร อตุ สาหกรรม และ
พร้อมท่ีจะ บรกิ ารในแตล่ ะภมู ิภาคของประเทศ

๓๒

ยทุ ธศาสตร์/หน่วยงาน สาระสาคัญของแผน

7. นโยบายและแผน 2) การพัฒนาคณุ ภาพประชากรไทยทกุ ชว่ งวยั เพือ่ เป
วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยี การเจรญิ เติบโตของประเทศ
และนวัตกรรมแห่งชาติ
ฉบบั ที่ 1 (พ.ศ. 2555- 3) การเตรียมความพร้อมประชากรไทยเขา้ สู่สงั คมผู้ส
2559) สวสั ดิการทางสังคมอยา่ งยั่งยืน

 วิสัยทัศน์ : “นวตั กรรมเขียว เพื่อสังคมดมี ีคุณภาพและเ
ทมี่ เี สถียรภาพ”

 พันธกิจ
1) พัฒนางาน วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยแี ละนวตั กรรม

สนับสนุนการสร้างสังคมคุณภาพทม่ี ีภูมิคุม้ กนั
2) พัฒนางาน วิทยาศาสตร์ เทคโนโลยแี ละนวตั กรรม

สนบั สนนุ การสร้างเศรษฐกิจใหม้ ีคุณภาพ เสถียรภาพโดยม
เช่ือมโยงกับเศรษฐกจิ โลกและภูมภิ าค

3) พฒั นางาน วทิ ยาศาสตร์ เทคโนโลยีและนวัตกรรม
รองรบั การเปลย่ี นแปลงสภาพภูมอิ ากาศ

4) พฒั นาและผลิตกาลงั คนด้านวิทยาศาสตร์ เทคโนโ
นวัตกรรม เพื่อรองรับการเปลี่ยนแปลงประชากรศาสตร์
(Demographic Change)

 ยุทธศาสตร์ 5 ประเดน็
1) การพัฒนาความเขม้ แข็งของสังคม ชุมชน และทอ้ งถนิ่
2) การเพ่ิมขีดความสามารถ ความยดื หยุ่น และนวัตกรร

เกษตร ผลิตและบรกิ ารดว้ ย วทน.
3) การเสริมสร้างความมน่ั คงดา้ นพลงั งาน ทรัพยากร

และสงิ่ แวดล้อมของประเทศด้วย วทน.
4) การพัฒนาและเพิ่มศักยภาพทุนมนุษย์ของประเทศด



ประเดน็ ทีเ่ กี่ยวข้องกับกรมส่งเสริมการเกษตร

ปน็ พลังต่อ  กรมส่งเสริมการเกษตร มอบหมายใหส้ านักพัฒนาเกษตรกรเป็นหน่วยงานหลกั ใน
การประสานและดาเนินการในเร่อื งดังกล่าว

สงู อายุทมี่ ี

เศรษฐกจิ  ประเด็นที่เก่ียวข้อง

ยุทธศาสตร์ที่ 1

- มาตรการที่ 1.2.3 : ส่งเสริมการแลกเปลยี่ นเรยี นรรู้ ะหวา่ งเกษตรกร

ม เพ่ือ อุตสาหกรรม สถาบนั การศึกษาในพนื้ ท่ี
- มาตรการที่ 1.3.1 : การพัฒนา วทน.เพ่ือพัฒนาการเกษตรชุมชนที่ยัง่ ยืน

ม เพ่ือ และพอเพยี ง (พัฒนาตามวถิ ชี ีวิต พึ่งพาธรรมชาติ ลดการพึ่งพาปจั จัยภายนอก เชน่
มีความ ปุ๋ยและสารเคมี การปรับปรุงพันธ์ุ การป้องกนั และกาจัดศัตรูพืช การบริหารจัดการน้า
การฟนื้ ฟสู ภาพพื้นท่ีเพาะปลูก การปรบั ปรงุ ดิน เป็นต้น)

ม เพ่ือ - มาตรการท่ี 1.4.1 : การพัฒนา วทน.เพ่ือสนับสนุนการบริหารจัด
การพลงั งาน ทรัพยากรธรรมชาติ และสงิ่ แวดล้อมภายในชุมชนอยา่ งยั่งยืน

โลยแี ละ ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 2
- มาตรการที่ 2.1.1 : การพัฒนา วทน.เพอ่ื การส่งเสรมิ การรวมกลุ่มและ

เครือข่าย บรหิ ารจัดการทรัพยากรและปัจจัยการผลิต ตลอดห่วงโซ่อปุ ทานทง้ั ภาค

เกษตร ผลิต และบริการ

นดว้ ย วทน. - มาตรการท่ี 2.1.2 : การยกระดบั ขดี ควาสามารถ ประสทิ ธิภาพและผลิต

รรม ในภาค ภาพกระบวนการผลติ โดยใชป้ ระโยชน์งาน วทน.ที่เหมาะสม (ภาคเกษตร)
- มาตรการที่ 2.2.2 : การพัฒนา วทน.เพอ่ื รองรบั เศรษฐกจิ สเี ขยี ว มงุ่ เน้น

รธรรมชาติ การสรา้ งความแตกตา่ งนวัตกรรมให้สอดคล้องกบั ความต้องการของตลาด (ขดี
ความสามารถในการแข่งขนั ของภาคเกษตร)

ด้าน วทน. - มาตรการท่ี 2.3.1 : การสง่ เสริมการใช้ วทน.ในการวางแผนและการ

๓๓

ยทุ ธศาสตร์/หนว่ ยงาน สาระสาคญั ของแผน

5) การสง่ เสริมและสนบั สนุนการพัฒนาโครงสร้างพ้ืนฐ
ปัจจยั เอ้ือด้าน วทน.ของประเทศเพื่อเพมิ่ ขีดความสามารถใ
แขง่ ขนั

8. แผนพฒั นากาลงั คนใน  วิสยั ทศั น์ : “กาลงั คนเพยี งพอ มีศักยภาพได้มาตรฐานส
ระดบั ประเทศ พ.ศ. มคี ุณธรรมนาสู่คุณภาพชีวิตที่ดี”
2555 – 2559
(กระทรวงแรงงาน)  วัตถุประสงค์
1) มคี วามสดุลระหวา่ งอปุ สงค์และอปุ ทานด้านกาลงั ค
2) กาลังคนมีศักยภาพสงู ได้มาตรฐานสากล ตอบสน

ตอ้ งการของทกุ ภาคส่วน และสามารถสร้างสรรคน์ วตั กรรม
3) กาลังคนมีความรบั ผดิ ชอบ และมีจติ สานึกที่ดตี ่อห
4) มีการบูรณาการการพัฒนากาลังคนทุกภาคส่วนอย่าง

ประสิทธิภาพ
5) กาลงั คนมีความม่ันคง และมคี ุณภาพชวี ติ ท่ีดีขึน้

 ยุทธศาสตร์ 5 ประเดน็
1) การผลติ และพฒั นาศักยภาพกาลังคนทุกระดบั ต่อ

ตลอดชีวิต
2) การสร้างความสมดลุ ระหวา่ งอปุ สงค์และอุปทานด้านกา

ภาคสว่ น



ฐานและ ประเดน็ ที่เก่ียวข้องกับกรมส่งเสริมการเกษตร
ในการ
ตัดสนิ ใจในการผลิต และสามารถรองรบั การเปลยี่ นแปลงสภาพภมู ิประเทศและ
ภูมอิ ากาศ (เช่น ระบบเกษตรแมน่ ยา การพยากรณ์ผลติ และราคาสินค้าเกษตร
แนวโน้มตลาดสินค้าที่สาคญั ของโลก ข้อกาหนดและระเบยี บตา่ งๆเกยี่ วกับสินคา้ และ
บริการ และเผยแพร่ให้เกษตรกรและผ้ปู ระกอบการไดร้ บั รู้อย่างท่วั ถึง รวดเรว็ และ
สามารถเตรียมการรองรบั สถานการณต์ า่ งๆได้)

- มาตรการท่ี 3.1.3 : การพัฒนา วทน.เพอื่ ลดผลกระทบตอ่ การ
เปล่ียนแปลงทางกายภาพของภมู ปิ ระเทศ เกษตร การคา้ บริการ สาธารณสขุ และ
ความหลากหลายทางชวี ภาพ

สากล  ประเด็นท่ีเกี่ยวข้อง
- ยุทธศาสตร์ท่ี 5 กลยุทธ์ท่ี 5.1 ปรับปรุงระบบบริหารจัดการด้านสวัสดิการ
คน
นองความ และค่าตอบแทนเพื่อให้แรงงานมีหลักประกันท่ีมั่นคง/คุณภาพชีวิตที่ดี
มใหม่ๆได้ - กรมฯ ได้เสนอโครงการสร้างและพัฒนาเกษตรกรรุ่นใหม่ เข้าในแผนปฏิบัติ
หน้าที่
างมี การตามแผนพัฒนากาลังคนฯ

อเนื่อง
าลงั คนทกุ

๓๔

ยทุ ธศาสตร์/หน่วยงาน สาระสาคัญของแผน

3) การพัฒนากาลังคนให้มีศักยภาพสูงและมีความสามา
ระดบั สากล

4) การสรา้ งเสรมิ เครือขา่ ยในการพฒั นากาลังคน
5) การสนับสนนุ ใหก้ าลงั คนมีความมน่ั คงและหลักปร
ชวี ิต

9. นโยบายความมนั่ คง  นโยบายประกอบดว้ ย 2 ส่วนหลกั
แห่งชาติ พ.ศ. 2555 – ส่วนที่ 1 : นโยบายสาคัญเพอ่ื เสรมิ สร้างความมัน่ คงท่ีเป
2559 หลักของประเทศ
(สานกั งานสภาความมนั่ คง
แหง่ ชาติ) 1) เสรมิ สร้างความมนั่ คงของสถาบนั หลกั
2) สรา้ งความเป็นธรรมและความสมานฉนั ท์

3) แก้ไขและป้องกันปญั การก่อความไม่สงบและการใ

รุนแรง ในจังหวัดชายแดนภาคใต้

สว่ นที่ 2 : นโยบายความม่นั คงแหง่ ชาติทัว่ ไป

1) เสริมสรา้ งเสถยี รภาพและภูมิค้มุ กนั ความม่นั คงและการ

คุกคาม

2) เสรมิ สรา้ งและพัฒนาศกั ยภาพการป้องกันประเทศ

3) พัฒนาความพร้อมเพ่ือเสริมสร้างความม่ันคง (ความม

อาหาร)



ประเดน็ ทเี่ กี่ยวข้องกับกรมสง่ เสริมการเกษตร

ารถใน
ระกนั ใน

 กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ไดร้ บั มอบหมายให้เปน็ หน่วยงานรับผิดชอบหลกั
ป็นแกน่ ในนโยบายสว่ นที่ 2 ประเด็นนโยบายท่ี 3 การพัฒนาความพร้อมเพื่อสรา้ งความมนั่ คง

ข้อ 3.4 เรื่องเสริมสร้างความม่นั คงทางอาหาร ซึ่งประกอบด้วย 3 ประเด็นหลัก
ไดแ้ ก่

1) สรา้ งความตระหนักให้ทุกภาคส่วนสนับสนนุ อยา่ งจริงจงั ในการดาเนนิ การ
ใชค้ วาม ตามกรอบยุทธศาสตร์การจดั การดา้ นอาหารของประเทศไทย เพอ่ื ให้ประเทศไทยมี

ความมั่นคงด้านอาหารอยา่ งยั่งยนื และการบรหิ ารจดั การทรัพยากรเพ่อื ผลิตอาหาร
อยา่ งมปี ระสทิ ธิภาพ
รจดั การภยั 2) เตรียมการและพจิ ารณากาหนดให้มีแผนเสรมิ สรา้ งความม่ันคงทางอาหารเพื่อเปน็
การวางแผนระยะยาวอยา่ งเป็นระบบในการรองรับปัญหาการขาดความม่นั คงทาง
ศ อาหารของไทย โดยเปิดโอกาสให้ทุกภาคส่วนเขา้ มามสี ่วนรว่ ม
มนั่ คงทาง 3) ฟื้นฟูภาคเกษตรกรรมอนั เปน็ รากฐานความม่นั คงทางอาหารของไทย โดยให้
ความสาคัญกบั การสง่ เสริมระบบเกษตรกรรมและการจดั การทรัพยากรการผลติ
อย่างย่งั ยืนที่เอื้อต่อการรักษาสงิ่ แวดล้อมและการคนื ความสมดลุ สู่ธรรมชาติ เน้นการ
มสี ่วนร่วมของชุมชนและใหท้ ุกภาคสว่ นรว่ มกนั ฟื้นฟแู ละสร้างคา่ นยิ มใหม่ทเ่ี คารพใน
ศักดิศ์ รีของผู้ประกอบอาชีพการเกษตร รวมถงึ ให้ความสาคัญกับการพัฒนาสังคม
แบบเกษตรกรรมอย่างเหมาะสม

๓๕

ยทุ ธศาสตร์/หน่วยงาน สาระสาคัญของแผน

10. แผนแม่บทการพัฒนา  วสิ ัยทศั น์ : “ม่งุ สูอ่ ุตสาหกรรมสรา้ งสรรค์ทีส่ มดลุ และยง่ั
อตุ สาหกรรมไทย พ.ศ.
2555 – 2574  ยทุ ธศาสตร์ 3 ประเดน็
(สานักงานเศรษฐกิจ 1) การยกระดับคลสั เตอรอ์ ุตสาหกรรมและขยายเครื่อ
อุตสาหกรรม กระทรวง
อุตสาหกรรม) ผลติ สู่ตา่ งประเทศ
2) การยกระดับศักยภาพผู้ประกอบการให้เกดิ ความเ

และยั่งยนื

3) การยกระดบั โครงสรา้ งสนับสนุนอุตสาหกรรมเพื่อกา

จัดการอย่างบูรณาการ

11. แผนพัฒนาสตรี ในช่วง  วิสยั ทศั น์ : “สร้างสงั คม เสมอภาค เป็นธรรม และยุติธ
แผนพัฒนาเศรษฐกิจและ ที่สตรีไทยอยอู่ ย่างมีศักดิ์ศรี ม่ันคงปลอดภยั และมีคุณภาพ
สังคมแหง่ ชาติ ฉบับท่ี 11
(สานักงานกจิ การสตรีและ  ยทุ ธศาสตร์ 5 ประเด็น
สถาบันครอบครวั กระทรวง ๑) เสริมสร้างเจตคติและการยอมรับด้านความเสมอภ
การพัฒนาสังคมและความ ระหว่างหญิงชาย
๒) การพัฒนาศักยภาพและเพ่ิมโอกาสทางเศรษฐกิจ
มน่ั คงของมนุษย์)
สังคมของสตรีไทย

๓) การพฒั นาสขุ ภาวะ คุณภาพชวี ิต และเสริมสรา้ งคว

ในชีวิต

๔) พฒั นาศักยภาพสตรีเพื่อเพ่มิ โอกาสในการเข้ารว่ มท

การเมือง การบริหารและการตัดสินใจในระดับต่างๆ

๕) การเสริมสร้างและพัฒนาศักยภาพกลไกและองค์ก

ทุกระดับ

 เปา้ หมาย
1) มกี ารปรับปรงุ เจตคติของคนในสงั คม โดยวัดจากเจ



ประเด็นท่เี ก่ียวข้องกับกรมสง่ เสริมการเกษตร

งยืน”  แผนพัฒนาอุตสาหกรรมรายสาขาท่ีสามารถเชื่อมโยงมาส่งู านส่งเสริม

การเกษตร ได้แก่

อขา่ ยการ 1) อุตสาหกรรมอาหารและเคร่ืองด่ืม
2) อุตสาหกรรมยางและผลิตภัณฑ์ยาง

เข้มแข็ง

ารบรหิ าร

ธรรม  มตคิ ณะรฐั มนตรี : เม่ือวันที่ 31 กรกฎาคม 2544 เหน็ ชอบใหท้ ุกกระทรวง
พชวี ิตที่ดี” ทบวง กรม มอบหมายให้หน่วยงานระดบั สานัก/กอง ทาหน้าทเี่ ปน็ ศูนย์
ประสานงานด้านความเสมอภาคระหวา่ งหญงิ ชายในหนว่ ยงาน และจัดทาแผน

แม่บทดา้ นการสง่ เสริมความเสมอภาคระหวา่ งหญิงชายในแผนงาน/โครงการของ
ภาค หน่วยงานเพอ่ื ให้การดาเนนิ งานด้านการสร้างความเสมอภาคระหวา่ งหญงิ ชาย

จและ  กรมสง่ เสริมการเกษตร : มอบหมายใหส้ านักพัฒนาเกษตรกรเป็นหน่วยงาน
รบั ผิดชอบหลักในการดาเนนิ การตามแผนพฒั นาสตรี

วามมนั่ คง

ทาง

กรสตรี

จตคติ

๓๖

ยุทธศาสตร์/หน่วยงาน สาระสาคญั ของแผน

ของเด็ก เยาวชน ผูห้ ญิง และผู้ชาย ต่อบทบาทหญิงชายทุกร
อตั ราส่วนที่ดีข้นึ

2) ระดับความสาเร็จของสตรีทุกกล่มุ เปา้ หมายได้รับก
และพฒั นาศักยภาพต่างๆ อย่างเทา่ เทียมในอัตราส่วนท่เี พ
อยา่ งต่อเนอ่ื ง รวมท้งั สตรที ป่ี ระสบความสาเรจ็ และมคี วามสาม
พเิ ศษ ท่มี ีผลงานโดดเด่นและไดร้ ับการยกย่องในสาขาต่างๆ ม
อตั ราส่วนเพิ่มข้ึน

3) สตรีไดร้ ับโอกาสและมสี ่วนรว่ มทางเศรษฐกิจสังคม
เท่าเทยี มกนั และยตุ ธิ รรมมีจานวนเพ่ิมข้นึ รวมถึงการทสี่ ต
ความพร้อมสาหรับการที่ประเทศจะเข้ารว่ มในประชาคมอา

4) สตรที ุกกลุ่ม ทกุ วัย มีความรู้ ความตระหนักถึงการ
สขุ ภาพ และมีการปรบั พฤติกรรมในการดารงชีวติ อย่างเหม
และสตรีทกุ กลุ่มทุกวัยเขา้ ถึงบริการด้านสขุ ภาพและสาธาร
ถ้วนหนา้

5) องค์กรและทุกภาคส่วนท่เี ก่ยี วข้องใหค้ วามสนใจเก
ประเดน็ ความรนุ แรงตอ่ เดก็ และสตรี

6) สาหรับสตรีและเด็กท่ีประสบปัญหาความรุนแรงแ
ทา่ มกลางความขัดแย้งตา่ งๆ ในสงั คม ได้รบั การแก้ไขและเ
ตามมาตรฐานอยา่ งครบถ้วนสมบูรณ์

7) สดั สว่ นของสตรที ดี่ ารงตาแหน่งทางการเมืองและก
บริหาร มีสดั สว่ นทีเ่ พิม่ ขึ้น

8) กลไกและองคก์ รสตรีทุกระดับ ได้รับการพฒั นาแล
ศักยภาพในการดาเนนิ งานดา้ นการพัฒนาสตรีในสว่ นทีร่ ับผ
อย่างเต็มศักยภาพ สามารถพึ่งตนเอง และมีการทางานอย่างส



ประเดน็ ทีเ่ กี่ยวข้องกับกรมสง่ เสริมการเกษตร

ระดบั ใน

การศกึ ษา
พิ่มขนึ้ ทกุ ปี
มารถ
มี

มอย่าง
ตรไี ทยมี
าเซยี น
รรักษา
มาะสม
รณสขุ

กี่ยวกับ

และอยู่
เยียวยา

การ

ละมี
ผิดชอบได้
สร้างสรรค์

๓๗

ยทุ ธศาสตร์/หน่วยงาน สาระสาคัญของแผน

12. (รา่ ง)ยทุ ธศาสตร์การ  วสิ ัยทัศน์ : “พฒั นาเกษตรกรและการเกษตรตามแนวท
พฒั นาการเกษตรตามหลัก เพอื่ สรา้ งภูมิคมุ้ กันและความสมดลุ ในด้านอาหาร พลังงาน
เศรษฐกจิ พอเพียง พ.ศ. สงิ่ แวดล้อม”
2556 - 2559
 ประเด็นยุทธศาสตร์ 5 ประเด็น
(สานกั งานปลัดกระทรวง
๑) พฒั นามนุษย์ และเตรยี มความพรอ้ มของเกษตรกร
เกษตรและสหกรณ์)
องค์กรเกษตรกร

๒) เพมิ่ ประสิทธภิ าพบรหิ ารจดั การแบบมีสว่ นรว่ มของท

๓) อนุรกั ษ์ ฟนื้ ฟู พฒั นาพนั ธุกรรมพชื และสัตว์ รวม

ทรัพยากรธรรมชาติ และส่ิงแวดล้อม ทเี่ อื้อต่อการพัฒนาก

ตามหลกั เศรษฐกจิ พอเพยี ง

๔) พัฒนาและสง่ เสรมิ ระบบการผลิตและการตลาดส

เกษตรตามแนวทฤษฎีใหม่

๕) ส่งเสริมและสนบั สนนุ การวิจยั และพฒั นาเทคโนโ

เหมาะสม เพอื่ ขับเคล่ือนยุทธศาสตรก์ ารพัฒนาการเกษตรต

เศรษฐกิจพอเพียง

 เปา้ หมาย

1) กลุ่มเป้าหมาย : เกษตรกร ผูน้ าชุมชน และบคุ ลา

ภาครัฐ ภาคเอกชน องคก์ รพัฒนาเอกชนท่เี กยี่ วข้องกบั การ

พัฒนาการเกษตรหรือประชาชนและผสู้ นใจทั่วไปที่ต้องการ

ภาคการเกษตร

2) พน้ื ที่เปา้ หมาย : พน้ื ท่ที ่ีเปน็ เป้าหมายในการดาเน

ภาครัฐ ภาคประชาชน ภาคเอกชน องคก์ รพัฒนาเอกชนเพ

พัฒนาการเกษตรตามหลักเศรษฐกจิ พอเพยี ง ทัง้ ในระดับช

ระดับจังหวัด ทัว่ ประเทศ



ประเด็นท่เี กี่ยวข้องกับกรมสง่ เสริมการเกษตร

ฤษฎใี หม่  ประเดน็ ที่เกี่ยวข้องกบั กสก.
น และ ยทุ ธศาสตรท์ ี่ 1 พฒั นามนุษย์ และเตรียมความพร้อมของเกษตรกรและองค์กร

เกษตรกร

- ส่งเสรมิ การสร้างความรู้ความเข้าใจแก่เกษตรกร เจา้ หน้าท่ีของรฐั
รและ - สนับสนนุ และสง่ เสรมิ ให้ยุวชนเขา้ ส่ภู าคการเกษตรโดยทาเกษตรตามแนว

ทฤษฎีใหม่

ทุกภาคสว่ น - สนับสนนุ และส่งเสริมคนรุน่ ใหม่นอกภาคการเกษตรใหเ้ รียนรู้การเกษตรตาม
มท้ัง แนวทฤษฎีใหม่
การเกษตร - สง่ เสริมการสร้างความรคู้ วามเข้าใจในการบริหารจัดการกลุ่มตามแนวทฤษฎี

ใหม่ใหก้ บั กลุม่ เกษตรกร/ชุมขน
สินค้า - เพิ่มศักยภาพและความเข้มแข็งของศูนย์เรยี นรเู้ ศรษฐกจิ พอเพยี งชมุ ชนและ

ศนู ยอ์ บรมเครอื ข่ายปราชญ์ชาวบา้ น

โลยีที่ - ยกย่องเกษตรกร/องค์กรเกษตรกรตามหลักเศรษฐกิจพอเพียง
ตามหลัก ยุทธศาสตร์ท่ี 4 พฒั นาและสง่ เสรมิ ระบบการผลิตและการตลาดสินคา้ เกษตรตาม

แนวทฤษฎใี หม่

- พัฒนาระบบการผลติ สนิ ค้าเกษตรตามแนวทฤษฎีใหมใ่ หม้ ีประสทิ ธิภาพ เปน็

ากรจาก ทย่ี อมรบั ของตลาด
ร - สง่ เสรมิ การใชเ้ ทคโนโลยีท่ีเหมาะสมในการผลิตและแปรรูปสนิ คา้ เกษตร
รจะเขา้ สู่ - สร้างความมน่ั ใจในสินค้าเกษตรท่ไี ด้จากการผลติ ตามแนวทฤษฎีใหม่
- สง่ เสริมและสนับสนนุ การผลิต แปรรูป และการตลาด

นินการของ - ส่งเสรมิ และสนบั สนนุ การบรหิ ารจัดการวิสาหกิจชุมชนและสถาบันเกษตรกร
พือ่ ตามหลักเศรษฐกิจพอเพยี ง

ชุมชนและ

๓๘

ยทุ ธศาสตร์/หนว่ ยงาน สาระสาคญั ของแผน

13. (รา่ ง) ยุทธศาสตร์การ  วสิ ยั ทศั น์ : “ไทยเปน็ ศูนย์กลางการผลิต การคา้ และกา
พฒั นาเกษตรอนิ ทรีย์ สนิ ค้าเกษตรอินทรยี ์ในระดับภมู ิภาคอาเซยี น”
แห่งชาติ พ.ศ. 2556 –
2559  เปา้ หมาย
(สานกั งานเศรษฐกจิ 1) ปริมาณสนิ คา้ เกษตรอินทรีย์เพิ่มขนึ้ ร้อยละ 10 ตอ่
การเกษตร) 2) มูลค่าของสินคา้ เกษตรอินทรีย์และผลติ ภัณฑ์เพ่มิ ขึน้

10 ตอ่ ปี
3) สรา้ งมาตรฐานเกษตรอินทรียท์ ี่เป็นท่ยี อมรับไมน่ ้อย

ชนิดสินค้า
4) ลดปรมิ าณการใช้สารเคมีทางการเกษตรลงร้อยละ

5.3 ยุทธศาสตรก์ ารพฒั นา 4 ประเด็น
1) บริหารจัดการองค์ความรู้และนวตั กรรม
2) การพฒั นาการผลติ เกษตรอนิ ทรีย์ตลอดทัง้ หว่ งโซ่อ
3) การสร้างความเข้มแขง็ ด้านการตลาดและมาตรฐานเก
อินทรยี ์ไทย
4) การบูรณาการเพื่อขับเคลื่อนเกษตรอินทรยี ์ไทย



ารบริโภค ประเดน็ ท่ีเก่ียวข้องกับกรมสง่ เสริมการเกษตร

อปี  การร่วมเป็นคณะกรรมการ
นร้อยละ 1) คณะอนุกรรมการขับเคลื่อนการพัฒนาเกษตรอนิ ทรีย์ ซึง่ รฐั มนตรี ว่าการ
ยกวา่ 8
ะ 5 ต่อปี กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ เป็นประธาน มีอธิบดีกรมส่งเสริมการเกษตรหรือผู้แทน
รว่ มเป็นอนุกรรมการ
อปุ ทาน
เกษตร 2) คณะอนุกรรมการ/คณะทางานขบั เคลื่อนในระดบั จังหวดั ผวู้ ่าราชการจงั หวดั
เป็นประธาน และเกษตรจงั หวัดหรอื ผู้แทน รว่ มเปน็ อนุกรรมการ โดยเกษตรและ
สหกรณจ์ งั หวดั เปน็ อนกุ รรมการและเลขานุการ

 ยุทธศาสตร์ที่เก่ียวข้อง
ยุทธศาสตร์ที่ 2 การพัฒนาการผลติ เกษตรอนิ ทรียต์ ลอดทั้งหว่ งโซ่อุปทาน

กลยุทธ์ที่ 2 ส่งเสริมและสนับสนุนเครือข่ายการผลิต การแปรรูป การตลาดทุก
ระดับให้เข้มแข็งทั้งเครือข่ายเก่าและใหม่

- พัฒนาขีดความสามารถในการแข่งขัน เน้นการผลิตที่มีคุณภาพเพ่ือสร้าง
มูลค่าเพิ่ม

- สร้างเกษตรกรรุ่นใหม่ ส่งเสริมและสนับสนุนการสร้างและเชื่อมโยง
เครือข่ายในรูปแบบวิสาหกิจ (Cluster) ทั้งเครือข่ายการผลิตและการตลาด

- สร้างช่องทางและโอกาสทางการตลาดให้เกษตรกร
- สนับสุนเครือข่ายการผลิตให้เข้มแข็ง ท้ังเครือข่ายเก่าและใหม่
- สนับสนุนการรวมกลุ่มกันของเกษตรกรผู้ผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์
กลยุทธ์ที่ 3 เสริมสร้างสภาพแวดล้อมให้เอ้ือต่อการผลิตเกษตรอินทรีย์
- วางแผนระบบตั้งแต่ ระบบชลประทาน การผลิต การแปรรูป และ
การตลาดโดยส่งเสริมการจัดทาเขตเกษตรเศรษฐกิจ (Zoning) ให้มีการเพาะปลูก
ที่สอดคล้องกับศักยภาพของพื้นท่ี
กลยุทธ์ที่ 4 สร้างและส่งเสริมกลุ่มเกษตรกรและผู้เกี่ยวข้องให้เกิดความ
ตระหนักในการปรับเปล่ียนมาผลิตสินค้าเกษตรอินทรีย์

๓๙

ยุทธศาสตร์/หนว่ ยงาน สาระสาคัญของแผน



ประเดน็ ที่เก่ียวข้องกับกรมส่งเสริมการเกษตร
- สรา้ งความร้คู วามเขา้ ใจในกระบานการผลติ สนิ ค้าเกษตรอินทรียต์ ลอดหว่ งโซ่
อุปทาน ตงั้ แตก่ ารผลิต การแปรรปู และการตลาดอย่างครบวงจร
- ถา่ ยทอดองค์ควมร้แู ละภูมิปัญญาทอ้ งถ่นิ สรา้ งต้นแบบให้เหน็ ถงึ ประโยชนท์ ี่
เกดิ ขึน้ จริง
กลยุทธ์ท่ี 5 ส่งเสริมและเปลี่ยนแปลงทัศนคติของผู้บริโภคภายในประเทศเพื่อ
เพิ่มการบริโภคสินค้าเกษตรอินทรีย์
- ประชาสัมพันธ์ สร้างความร้คู วามเข้าใจ และประโยชน์ของการบริโภค
สินค้าเกษตรอินทรีย์
- สร้างความตระหนักรู้ถึงคุณค่าของเกษตรอินทรีย์ท่ีมีต่อการอนุรักษ์
ธรรมชาติและส่ิงแวดล้อม
ยุทธศาสตร์ที่ 3 การสร้างความเข้มแข็งด้านการตลาดและมาตรฐานเกษตร
อินทรีย์ไทย
กลยุทธ์ที่ 2 ส่งเสริมการประชาสัมพันธ์ การขยายตลาดสนิ ค้าเกษตรอินทรีย์
และผลิตภัณฑ์เกษตรอินทรีย์แปรรูป
- สร้างช่องทางการตลาดสาหรับสินค้าเกษตรอินทรีย์ภายในประเทศและการ
ส่งออกสู่อาเซียน
- พฒั นาให้ไทยเป็นศนู ย์กลางของสนิ ค้าและผลิตภณั ฑ์เกษตรอินทรียใ์ น
ภมู ิภาค
กลยุทธ์ท่ี 3 สร้างอัตลักษณ์และสร้างความเช่ือมั่นให้กับผบู้ ริโภคต่อผลิตภัณฑ์
เกษตรอินทรีย์ไทย
- สร้างอัตลักษณ์ของสินค้าและผลิตภัณฑ์โดยพัฒนาให้มีคณุ ภาพ สอดคล้อง
กับลักษณะทางภูมิสังคม กายภาพและชีวภาพของประเทศไทย
- สร้างความเชื่อมั่นใหกับผู้บริโภค

๔๐

ยทุ ธศาสตร์/หน่วยงาน สาระสาคัญของแผน

14. (ร่าง)แผนพฒั นาคณุ ภาพ  วิสัยทศั น์ : “คนพิการดารงชีวติ อิสระร่วมกับทกุ คนในสงั
ชีวิตคนพกิ ารแหง่ ชาติ มคี วามสุข สามารถเขา้ ถงึ สทิ ธิอยา่ งเสมอภาคและเทา่ เทยี ม
ฉบับท่ี 4 พ.ศ. 2555 –  ประเดน็ ยุทธศาสตร์ 5 ประเด็น
2559 1) ส่งเสรมิ การเขา้ ถงึ สิทธิอย่างเสมอภาคและเทา่ เทีย
(สานักนโยบายและวชิ าการ เลือกปฏิบตั ิต่อคนพิการ และผดู้ แู ลคนพกิ าร
สานกั งานส่งเสริมและ
2) สรา้ งสภาพแวดลอ้ ม พัฒนาเทคโนโลยี และขอ้ มลู
พัฒนาคุณภาพชีวติ คนพิการ คนพกิ ารสามารถเข้าถึงและใชป้ ระโยชนไ์ ด้
แห่งชาติ)
3) สร้างเสรมิ พลังอานาจใหแ้ ก่คนพิการและผูด้ แู ลคน

4) เสริมสร้างศกั ยภาพและความเข้มแข็งขององค์กรด

พกิ ารและเครือข่าย

5) สร้างเสริมเจตคติเชิงสร้างสรรค์ต่อ ความพิการและ



ประเดน็ ท่ีเก่ียวข้องกับกรมสง่ เสรมิ การเกษตร
งคมอย่าง  กระทรวงเกษตรและสหกรณ์ไดร้ ับมอบหมายใน
ม” ยทุ ธศาสตร์ท่ี 3 : สร้างเสรมิ พลังอานาจใหแ้ กค่ นพกิ ารและผดู้ ูแลคนพิการ

- แนวทางและมาตรการขอ้ ที่ 4 :เสริมพลงั คนพิการและผ้ดู ูแลคนพกิ ารเพื่อความม่ันคง
ยม โดยไม่ และความกา้ วหนา้ ด้านอาชพี หรอื การทางาน โดยมีรายได้ท่เี พยี งพอท้ังในระบบ

ตลาดแรงงาน นอกระบบตลาดแรงงาน การประกอบอาชีพอิสระ รวมถึงการทาธรุ กิจเพือ่
ลขา่ วสารท่ี สังคมของคนพกิ ารเพื่อรว่ มสรา้ งเศรษฐกจิ ของชาติ
นพิการ
ดา้ นคน
ะคนพกิ าร

๔๑

ภาคผนวก ค : การเข้าสปู่ ระชาคมอาเซียน (ASEAN Community : AC)

ยทุ ธศาสตร์/แผนงาน สาระสาคัญ

1. ยุทธศาสตรก์ ารเขา้ สู่ วิสยั ทัศน์ : ประเทศไทยเปน็ สมาชกิ ทีเ่ ข้มแข็งและสนบั สนุนคุณภาพชวี ติ ทด่ี ี
ประชาคมอาเซียน ปี 2558 ของประชาชนอาเซยี นรว่ มกัน
(มติคณะรฐั มนตรีวนั ท่ี 2
พฤศจิกายน 2555) ยุทธศาสตร์ : ประกอบดว้ ย 8 ยุทธศาสตร์ และมแี นวทางการดาเนินงาน
สาคัญ ดังนี้

1 การเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขนั ของสินคา้ บริการ การคา้
และการลงทนุ
1.1 การเร่งใชโ้ อกาสจากอาเซยี นก้าวสูเ่ วทีโลก
1.2 การเสริมสรา้ งศกั ยภาพภาคการผลติ และบริการ

2 การพฒั นาคุณภาพชีวติ และการคุ้มครองทางสงั คม
2.1 การคมุ้ ครองและระบบสวสั ดกิ ารทางสงั คม
2.2 การพัฒนาสภาพแวดลอ้ มและความเป็นอยู่
2.3 ความร่วมมอื เพื่อพฒั นาคุณภาพชีวติ

3 การพัฒนาโครงสรา้ งพน้ื ฐานและโลจิสติกส์
3.1 คมนาคมขนสง่
3.2 พลังงาน
3.3 เทคโนโลยสี ารสนเทศและการส่ือสาร

4 การพัฒนาทรัพยากรมนษุ ย์
4.1 การศกึ ษา
4.2 แรงงาน/ผู้ประกอบการ
4.3 เจา้ หนา้ ทร่ี ฐั

5 การพัฒนากฎหมาย กฎ และระเบียบ
5.1 การปรบั ปรงุ /ดาเนินการตามพันธกรณี
5.2 การอานวยความสะดวกเพื่อการคา้ การลงทุน
5.3 การปกปอ้ งผลประโยชน์/เพิม่ ความสามารถในการแขง่ ขนั

6 การสรา้ งความรู้ ความเขา้ ใจ และความตระหนกั ถึงความสาคญั ของ
อาเซยี น
6.1 ภาคประชาชน
6.2 ภาคแรงงาน/ผู้ประกอบการ
6.3 ภาครัฐ

7 การเสริมสรา้ งความม่ันคง
7.1 การเสริมสรา้ งความสมั พันธ์และความรว่ มมือ
7.2 การบริหารจดั การพ้ืนทชี่ ายแดนทงั้ ทางบกและทางทะเล
7.3 การเสรมิ สรา้ งธรรมาภบิ าล
7.4 ปจั จยั สนบั สนนุ

๔๒

ยุทธศาสตร์/แผนงาน สาระสาคญั

8 การเพมิ่ ศกั ยภาพของเมืองเพื่อเชื่อมโยงโอกาสจากอาเซยี น
8.1 เมอื งหลวง
8.2 เมอื งอุตสาหกรรม
8.3 เมืองท่องเทีย่ ว
8.4 เมอื งการศึกษานานาชาติ
8.5 เมอื งบรกิ ารสุขภาพ
8.6 เมืองชายแดนเพื่อการค้าและการลงทุน

2. แผนการจดั ตงั้ ประชาคม - ประชาคมอาเซียน (ASEAN Community) เป็นกรอบความตกลงในการ

อาเซียน (ASEAN ร่วมมือแบบบูรณาการทั้งทางด้านการเมือง เศรษฐกิจ สังคม และ

Community Blueprint : วัฒนธรรมระหว่างรฐั สมาชิกอาเซียนอย่างเป็นระบบในลักษณะประสาน

ASEAN Blueprint) เข้าหากันอย่างสนิทสนมกลมกลืน ตามวิสัยทัศน์อาเซียน 2020 เพ่ือให้

รัฐสมาชิกอาเซียนมีความแข็งแกร่งและภูมิต้านทานที่ดี มีสภาพความ

เป็นอยู่ที่ดี ปลอดภัย และสามารถทามาค้าขายได้อย่างสะดวกย่ิงข้ึน

- วิสยั ทศั น์อาเซยี น 2020 เป็นแผนท่นี าทางซึ่งอาเซยี นจัดทาข้ึนในปี 2540

เพื่อบรรลุสู่เป้าหมาย 4 ด้าน ในปี 2563 (ค.ศ. 2020) ดังนี้

* การเปน็ วงสมานฉันท์แหง่ ประชาชาตเิ อเชียตะวันออกฉียงใต้ : เพ่ือเป็น

ภมู ิภาคแหง่ สันติภาพ เสถยี รภาพ ความร่งุ เรือง และความปลอดจาก

อาวธุ ท่ีมีอานาจทาลายล้างสงู

* การผกู พนั เปน็ หนุ้ สว่ นเพื่อการพฒั นาอย่างมีพลวัต : เพ่ือเป็นภมู ิภาคที่

ม่นั คง มั่งคงั่ และมีขดี ความสามารถในการแข่งขันสงู

* การมุ่งปฏสิ มั พนั ธ์กับโลกภายนอก : เพื่อเป็นผู้นาในการดาเนิน

ความสมั พนั ธ์ในเวทปี ระชาคมระหว่างประเทศ

* การเป็นชุมชนแห่งสังคมที่เอ้ืออาทรต่อกัน : เพื่อเป็นประชาคมที่มี

สายสัมพันธ์ทางประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมต่อกัน เปิดกว้างต่อการ

มีส่วนรว่ มของประชาชน

- ประชาคมอาเซียนประกอบด้วย 3 เสาประชาคม ได้แก่

1) ประชาคมการเมืองและความม่ันคงอาเซียน (ASEAN Political-

Security Community : APSC)

2) ประชาคมเศรษฐกิจอาเซยี น (ASEAN Economic Community : AEC)

3) ประชาคมสังคมและวัฒนธรรมอาเซียน (ASEAN Socio-Cultural

Community : ASCC)

- ในการเตรียมการเพื่อให้สามารถเข้าสู่การเปน็ ประชาคมอาเซยี นไดใ้ นปี

2558 ตามทก่ี าหนด มีแผนงานการจัดต้ังแต่ละเสาประชาคม ดังน้ี

2.1 แผนงานการจัดตั้งประชาคม ก. ประชาคมท่ีมีกฎเกณฑ์และบรรทัดฐานและค่านิยมร่วมกัน

การเมอื งและความม่ันคง ก.1 ความรว่ มมือด้านการพัฒนาการทางการเมือง

อาเซยี น (APSC Blueprint) ก.2 การสร้างและแบ่งปันกฎเกณฑ์ร่วม

๔๓

ยุทธศาสตร์/แผนงาน สาระสาคัญ

ข. ภูมภิ าคที่มีความเป็นเอกภาพ สงบสุข และมีความแข็งแกร่ง พร้อมท้ังมี
ความรับผดิ ชอบร่วมกนั เพ่ือแก้ไขปัญหาความม่นั คงท่ีครอบคลมุ ในทุกมติ ิ
ข.1 ป้องกันความขัดแย้งและมาตรการการสร้างความไว้เนื้อเช่ือใจ
ข.2 การแก้ไขความขัดแย้งและการระงับข้อพิพาทโดยสันติ
ข.3 การสร้างสันติภาพหลังความขัดแย้ง
ข.4 ประเด็นความม่ันคงรูปแบบใหม่
ข.5 เสริมสร้างความร่วมมือของอาเซียนด้านการจัดการภัยพิบัติ และ
การตอบสนองต่อสถานการณ์
ข.6 การตอบสนองอย่างมีประสิทธิภาพและทันกาลต่อประเด็นเร่งด่วน
หรือสถานการณ์วิกฤติที่ส่งผลกระทบต่ออาเซียน

ค. ภูมภิ าคที่มีพลวัตและมองไปยังโลกภายนอก ในโลกท่ีมีการรวมตัวและ
พึ่งพาอาศัยกันย่ิงข้ึน
ค.1 การส่งเสริมความเป็นศูนย์กลางของอาเซียนในความร่วมมือระดับ
ภูมิภาคและการสร้างประชาคม
ค.2 ส่งเสริมความสัมพันธ์ที่เพิ่มพูนกับประเทศภายนอก
ค.3 เสริมสร้างการปรึกษาหารือและความร่วมมือในประเด็นพหุภาคีท่ี
เป็นความกังวลร่วมกัน

2.2 แผนงานการจัดตั้ง ก. การเป็นตลาดและฐานการผลิตเดียวกัน

ประชาคมเศรษฐกจิ อาเซียน ก.1 การเคล่ือนย้ายสินค้าท่ีเสรี

(AEC Blueprint) ก.2 การเปิดเสรีการค้าบริการ

ก.3 การเปิดเสรีด้านการลงทุน

ก.4 การเปิดเสรีด้านทุนท่ีมากขึ้น

ก.5 การเคล่ือนย้ายแรงงานฝีมืออย่างเสรี

ก.6 สาขาสาคัญในการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจ

ก.7 อาหาร เกษตร และป่าไม้

ข. การไปสู่ภูมภิ าคที่มีความสามารถในการแข่งขันสูง

ข.1 นโยบายการแข่งขัน

ข.2 การคุ้มครองผู้บริโภค

ข.3 สิทธิในทรัพสินทางปัญญา

ข.4 การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน

ข.5 ภาษีอากร

ข.6 พาณิชย์อิเล็กทรอนิกส์

ค. การพัฒนาเศรษฐกิจอย่างเท่าเทียมกัน

ค.1 การพัฒนาวสิ าหกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

ค.2 ความริเร่ิมเพ่ือการรวมตัวของอาเซียน

๔๔

ยุทธศาสตร์/แผนงาน สาระสาคญั

ง. การบูรณาการเข้ากับเศรษฐกิจโลก
ง.1 แนวทางการสร้างความเป็นหนึ่งเดียวกันต่อปฏสิ ัมพันธ์ด้าน
เศรษฐกิจกับภายนอก
ง.2 ส่งเสริมการมีส่วนร่วมในเครือข่ายอุปทานของโลก

2.3 แผนงานการจดั ต้ัง ก. การพัฒนามนุษย์
ประชาคมสังคมและ ก.1 การพัฒนามนุษย์
วัฒนธรรมอาเซียน (ASCC ก.2 การลงทุนในการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
Blueprint) ก.3 ส่งเสริมการจ้างงานท่ีเหมาะสม
ก.4 ส่งเสริมเทคโนโลยสี ารสนเทศ
ก.5 การอานวยความสะดวกในการเข้าถึงวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีเชิง
ประยุกต์
ก.6 เสรมิ สร้างทักษะในการประกอบการสาหรบั สตรี เยาวชน ผู้สูงอายุ
และผพู้ ิการ
ก.7 พัฒนาขีดความสามารถของระบบราชการ

ข. การคุ้มครองและสวัสดิการสังคม
ข.1 การขจัดความยากจน
ข.2 ตาข่ายความปลอดภัยทางสังคมและความคุ้มกันจากผลกระทบด้าน
ลบจากการรวมตัวอาเซียนและโลกาภิวัตน์
ข.3 ส่งเสริมความมั่นคงและความปลอดภัยด้านอาหาร
ข.4 การเข้าถึงการดูแลสุขภาพและส่งเสริมการดารงชีวิตทีม่ ีคุณภาพ
ข.5 การเพ่ิมศักยภาพในการควบคุมโรคติดต่อ
ข.6 รับประกันอาเซียนท่ีปลอดยาเสพติด
ข.7 การสร้างรัฐที่พร้อมรับกับภัยพิบัติและประชาคมท่ีปลอดภัยยิ่งขึ้น

ค. ความยุติธรรมและสิทธิ
ค.1 การสง่ เสริมและคมุ้ ครองสิทธิและสวัสดิการสาหรบั สตรี เด็ก ผสู้ ูงอายุ
และผ้พู ิการ
ค.2 การคุ้มครองและส่งเสริมสิทธิแรงงานโยกย้ายถิ่นฐาน
ค.3 ส่งเสริมความรับผิดชอบต่อสังคมขององค์กรธุรกิจ

ง. ส่งเสริมความยั่งยืนด้านสิ่งแวดล้อม
ง.1 การจัดการปัญหาสิ่งแวดล้อมโลก
ง.2 การจัดการและการป้องกันปัญหามลพิษทางส่ิงแวดลอ้ มข้ามแดน
ง.3 ส่งเสริมการพัฒนาท่ีย่ังยืนโดยการศึกษาด้านสิ่งแวดล้อมและการมี
ส่วนร่วมของประชาชน
ง.4 ส่งเสริมเทคโนโลยีด้านสง่ิ แวดล้อม
ง.5 ส่งเสริมคณุ ภาพมาตรฐานการดารงชีวติ ในเมืองต่างๆ ของอาเซียน
และเขตเมอื ง

๔๕

ยทุ ธศาสตร์/แผนงาน สาระสาคัญ

ง.6 การทาการประสานกับเรอ่ื งนโยบายด้านสิ่งแวดล้อมและฐานข้อมูล
ง.7 ส่งเสริมการใช้ทรัพยากรชายฝั่งและทรัพยากรทางทะเลอย่างยั่งยืน
ง.8 ส่งเสริมการจัดการอนุรักษ์ทรัพยากรธรรมชาติและความหลากหลาย

ทางชีวภาพอย่างยั่งยืน
ง.9 ส่งเสริมความยั่งยืนของทรัพยากรน้าจืด
ง.10 การตอบสนองต่อการเปล่ียนแปลงทางสภาพภูมิอากาศและการ

จัดการต่อผลกระทบ
ง.11 ส่งเสริมการบริหารจัดการป่าไม้ที่ย่ังยืน
จ. การสร้างอัตลักษณ์อาเซียน
จ.1 ส่งเสริมการตระหนักรู้เก่ียวกับอาเซียนและของการเป็นประชาคม
จ.2 การอนุรักษ์และส่งเสริมมรดกทางวัฒนธรรมของอาเซียน
จ.3 ส่งเสริมการสร้างสรรค์ด้านวัฒนธรรมและอุตสาหกรรม
จ.4 การมีส่วนเก่ียวข้องกับชุมชน
ฉ. การลดช่องว่างทางการพัฒนา

๔๖

6. การวิจยั ในงานประจาํ (R2R)

R2R คือ “Routine to Research” คือ “การพัฒนางานประจําสูงานวิจัย” ผลลัพธของ R2R ไมได
มงุ หวังเพยี งแคไดผลงานวจิ ยั เทานั้น แตม เี ปาหมายทีจ่ ะนําผลงานวจิ ยั R2R ไปใชพ ฒั นางานประจําน้ัน ๆ ดวย โดย

- พัฒนางานประจาํ ท่ที ําทกุ วนั ... ใหเปน ผลงานวจิ ยั
- เปลี่ยนปญหาหนา งาน... ใหเปนผลงานวจิ ัย

R2R จึงเปนเคร่ืองมือในการพัฒนาคน เพื่อพัฒนางานขับเคล่ือนองคกร สูองคกรแหงการเรียนรู
(Learning Organization)

R2R มีองคป ระกอบทส่ี ําคัญ 4 อยา ง ดังน้ี
1. โจทยวิจยั R2R : ตองมาจากปญหาหนา งาน มาจากงานประจาํ ทท่ี ํากันอยู และตองการพัฒนา

ใหดขี ้ึน
2. ผูว จิ ัย : ตองเปนผูทํางานประจําน้ันเอง และตอ งทําหนาที่หลกั ในการวิจยั ดวย
3. ผลลัพธของงานวจิ ยั : ตองวัดผลไดจ ากตวั ผรู บั บริการจากเรา หรือผปู ว ยโดยตรง เชน ดานการ

ทาํ งานบริการ จะชวยลดขน้ั ตอนการทาํ งาน การบริการดขี ึ้น แกปญหาภาระงานท่ีทําอยูได สวนดานการดูแล
ผูปว ย ผลการรักษาจะดีข้ึน ภาวะแทรกซอ นหรอื ระยะเวลาในการพักรักษาตัวทโ่ี รงพยาบาลลดลง เปนตน

4. การนําผลการวิจัยไปใช : สามารถนําไปปรับปรุงการทํางานและการบริการใหดีข้ึนในบริบท
ของแตละองคกร

“ควรพัฒนา R2R จากงานท่ีทาํ อยู ...ไมค วรเปด หนา งานเพ่มิ ภาระใหต นเอง”

R2R สามารถใชร ะเบียบวิธีวจิ ัย (Research methodology) แบบการวิจัยเชิงปริมาณ (Quantitative
Research) การวิจัยเชิงคุณภาพ (Qualitative Research) หรือการวิจัยเชิงปฏิบัติการ (Action Research)
ท่ีมคี วามเหมาะสมและเชอื่ ถือได

“แตท่ีสาํ คญั ตองเร่มิ จากระเบยี บวิธคี ดิ กอนท่ีจะเลอื กใชร ะเบยี บวธิ ีวจิ ัย การทําวจิ ยั R2R ก็จะงายกวาท่ีคิด”
R2R มบี ุคคลทส่ี าํ คัญเกยี่ วของกันอยู 3 กลุม คอื
1. ผูวิจัย R2R : ควรเร่ิมจากใจ ท่ีมุงหมายหรือตองการพัฒนางานประจํา รูจักคนหาคําถามวิจัย

ทเี่ ปนกุญแจสูก ารพัฒนาการบริการ การทํางาน ผลลัพธจากการทํา R2R คือ ส.ป.ก. (ส. คือ ความสุข สนุกใน
การทาํ งาน/ ป. คอื ปญ ญาเกงข้นึ ฉลาดข้นึ / และ ก. คอื ความกาวหนาในหนาท่กี ารงาน)

2. คุณอาํ นวย : ไมใชครู ไมใชวิทยากร ไมใชเจาของโครงการดวย แตเปนผูอํานวยความสะดวก
ตอกิจกรรม R2R โดยใชแนวคิด KM (Knowledge Management) เริ่มตนจากความสําเร็จของกลุมคน
จํานวนนอ ยมาเลา มาแลกเปลี่ยน และตอ ยอด (Success Story telling) มีการสนบั สนนุ กิจกรรม R2R เชิงรุก
มีการวพิ ากษงานวจิ ัยอยางสรา งสรรค

3. ผูบริหาร : ตอ งมคี วามรู ความเขาใจถึงแนวคิดและปรชั ญา R2R อยางแทจริง ใหการสนับสนุน
การทํากจิ กรรม R2R อยางเหมาะสม ใช R2R เปน เครอ่ื งมอื ในการพฒั นาคน เพอ่ื พัฒนางานประจํา และนําพา
องคกรสูองคก รแหงการเรยี นรู (Learning Organization)

“R2R กบั KM เขาจงึ เปนแฟนกัน เพราะเขาชวยกนั ขับเคล่ือนองคกร สูองคก รแหงการเรยี นร”ู

ปจจยั แหงความสําเร็จ และความย่ังยืนของ R2R (Key Success Factors) คือ ประโยชนของผลงาน
R2R ทม่ี ีตอ ผรู บั บรกิ าร และองคก รอยางแทจ รงิ สงผลใหผปู ฏบิ ัติงานมีความสุข สนุกกับงานท่ีไมไดทําไปวัน ๆ
อกี ตอไปจน R2R กลายเปนวถิ ีชีวิตและวัฒนธรรมองคกร

คณุ ลกั ษณะ 10 อยา ง ที่จะทาํ ใหเขา ใจ R2R ไดมากข้นึ
1. R2R “ไม” ใชระเบยี บวธิ ีวจิ ยั ใหม
2. R2R “ไม” ใชงานวิจยั ขึ้นห้ิง ทไี่ มไ ดน ํามาใช/ ปฏบิ ตั ิ
3. R2R “ไม” จาํ กดั เฉพาะปญหาทางคลนิ ิก ฝายสนับสนุนback office กส็ ามารถทาํ R2R ได
4. งานวจิ ัย R2R “ไม” ควรมาเด่ียว ควรชวนเพอื่ นรวมงานมาทํากันเปนทีม
5. ผูทจี่ ะเริ่มทํา R2R “ไม” เคยมีความรเู รอ่ื งวิจยั มากอน กเ็ รม่ิ ทาํ R2R ได เพราะระเบียบวิธีวิจัย

และสถติ ทิ ีจ่ ะใชส ามารถเรยี นรแู ละรับการสนับสนนุ จากคุณอํานวยในระหวา งทาํ วิจัย R2R ได
6. การเร่มิ ทํา R2R “ไม” ไดเรม่ิ จากความอยากทําวจิ ัย แตควรเริม่ จากใจที่มีความตองการพัฒนา

งานประจําของตนเอง
7. ผเู ร่ิมทํา R2R “ไม” ควรเริ่มดว ยการอบรมระเบียบวิธีวิจัยและสถิติ แตควรเริ่มจากการคนหา

ประเดน็ คาํ ถามท่ีสอดคลองกับปญหาจากงานประจําที่ผาน การวิเคราะหจากผูรวมงาน และผานการสืบคน
อยางเหมาะสม

8. R2R มัก “ไม” ตอ งใชทุนวิจัยจาํ นวนมาก เน่อื งจากเปนงานประจาํ ท่ีตองใหบ รกิ ารอยแู ลว
9. ความสําเร็จของ R2R “ไม” ไดวดั จากจํานวนผลงานวจิ ยั
10. งานวิจัย R2R “ไม” ใชงานวิจัยช้ันสอง แตงานวิจัย R2R ตองมีความแมนยําและเช่ือถือได
แตโ ดยสว นใหญง านวิจยั R2R ไมตอ งการระเบียบวธิ วี ิจยั และการวิเคราะหท างสถติ ทิ ่ซี บั ซอน

แหลงที่มา R2R Newsletter ฉบับปฐมฤกษ : โครงการสนับสนุนการพัฒนางานประจําสูงานวิจัย
ระดบั ประเทศ สถาบนั วิจัยระบบสาธารณสุข

หมวดท่ี 3 ดา นกลไกการขบั เคลอื่ นงานสงเสรมิ การเกษตร

1. สภาเกษตรกรแหงชาติ

1.1 ความเปน มาของสภาเกษตรกรแหงชาติ
สืบเน่ืองจากรัฐธรรมนูญแหงราชอาณาจักรไทย พุทธศักราช 2550 มาตรา 84(8) ประกอบมาตรา

303(1) ไดบ ัญญัติใหรฐั จดั ทาํ กฎหมายวาดวยสภาเกษตรกรใหแลวเสร็จภายในหนึง่ ป นับแตวันท่ี คณะรัฐมนตรี
ไดแ ถลงนโยบายตอ รัฐสภา

กระทรวงเกษตรและสหกรณจงึ ไดมีคําสง่ั แตงตัง้ คณะกรรมการยกรางกฎหมาย วาดวยสภาเกษตรกร
โดยมีท่ีปรึกษารัฐมนตรีวาการกระทรวงเกษตรและสหกรณ (นายประพัฒน ปญญาชาติรักษ) เปนประธาน
กรรมการ และผอู าํ นวยการกองนิติการ (ขณะนน้ั ) เปนกรรมการและเลขานุการ เพอื่ ดําเนนิ การ ศึกษา และยกราง
กฎหมายวาดว ยสภาเกษตรกร คณะกรรมการฯ ไดย กรางพระราชบัญญัติสภาเกษตรแหงชาติ พ.ศ......... ซ่งึ เปน
กฎหมาย ที่ใหหลักประกันสิทธิเสรีภาพในการคุมครอง รักษาผลประโยชนเก่ียวกับการผลิต และการตลาด
เพื่อใหผลิตผลทางการเกษตร ไดรับผลตอบแทนสูงสุด และมีสภาสําหรับเกษตรกร ในการแลกเปลี่ยน
ความคดิ เห็น ตลอดจนเสริมสรางสมานฉันท ของเกษตรกรท้ังประเทศ ทําใหเกษตรกร มีความเข็มแข็ง และ
มีการรวมตัวกัน อยา งเปน เอกภาพ โดยสรา งเครอื ขา ยเกษตรกร นอกจากน้ี เกษตรกรสามารถจดั ทาํ แผนแมบ ท
เสนอใหคณะรัฐมนตรีพิจารณา กําหนดนโยบายใหสอดคลองกับความตองการ และสภาพปญหาอันแทจริง
รวมท้ังใหเกษตรกรไดรบั การพฒั นา สงเสริมใหไ ดร บั ความรแู ละขอมูลเกย่ี วกับเกษตรกรรมดา นตา ง ๆ ในการน้ี
ไดมกี ารนาํ รางพระราชบัญญตั ดิ งั กลาว ออกไปรับฟง ความคดิ เห็นจากเกษตรกรและผเู กยี่ วขอ งในพน้ื ทแ่ี ตล ะภาค
รวม 4 ภาค แลว นําขอ มลู ท่ไี ดจากการรับฟง ความคดิ เห็นมาปรับปรุงรางพระราชบัญญัติฯ ใหเหมาะสมย่ิงขึ้น
และไดเสนอไปยังสาํ นักเลขาธกิ ารคณะรฐั มนตรี เพ่ือใหดําเนินการตามกระบวนการตรากฎหมาย

ความเปน มาของรา งพระราชบัญญตั ิสภาเกษตรกรแหง ชาติ พ.ศ............
รางพระราชบญั ญัตสิ ภาเกษตรกรแหงชาติ พ.ศ. ...... มผี เู สนอใหส ภาผูแ ทนราษฎรพิจารณารวม 9 ฉบับ คือ
1. คณะรัฐมนตรี ชุดที่มี นายอภิสิทธ์ิ เวชชาชีวะ เปนนายกรัฐมนตรี ซึ่งไดเสนอตอ ประธานสภา
ผูแ ทนราษฎร เมื่อวนั ที่ 18 มีนาคม 2552 และไดบรรจุระเบียบวาระการประชุมสภาผูแทนราษฎรในคราวประชุม
สภาผูแทนราษฎร ชดุ ท่ี 23 ปท่ี 2 ครง้ั ที่ 19 (สมัยวสิ ามญั ท่วั ไป) วันพธุ ท่ี 28 มีนาคม 2552
2. นายเจริญ จรรยโกมล สมาชิกสภาผูแทนราษฎร พรรคพลังประชาชน กับคณะ (ปจจุบัน คือ
พรรคเพือ่ ไทย) ซง่ึ ไดเสนอตอประธานสภาผูแทนราษฎร เม่ือวันที่ 10 กรกฎาคม 2551 และไดบรรจุระเบียบ
วาระการประชุมสภาผูแทนราษฎร ในคราวประชุมสภาผูแทนราษฎร ชดุ ท่ี 23 ปท่ี 2 ครั้งที่ 22 (สมัยวิสามญั ท่วั ไป)
วันพธุ ท่ี 8 เมษายน 2552
3. นายศุภชัย โพธสุ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรพรรคภูมิใจไทยกับคณะ ซึ่งไดเสนอตอประธานสภา
ผแู ทนราษกร เมอื่ วันที่ 5 มนี าคม 2552 และไดบรรจุระเบียบวาระการประชุมสภาผูแทนราษฎร ในคราวประชุม
สภาผูแทนราษฎร ชุดท่ี 23 ปที่ 2 ครง้ั ท่ี 22 (สมัยวิสามัญทว่ั ไป) วันพุธที่ 8 เมษายน 2552
4. นายขยัน วิพรหมชัย สมาชิกสภาผูแทนราษฎร พรรคประชาธิปตยกับคณะ ซ่ึงไดเสนอตอ
ประธานสภาผแู ทนราษฎร เมื่อวนั ที่ 25 มีนาคม 2552 และไดบรรจรุ ะเบยี บวาระการประชุมสภาผแู ทนราษฎร
ในคราวประชุมสภาผูแทนราษฎร ชุดท่ี 23 ปท ี่ 2 คร้งั ที่ 22 (สมัยวสิ ามญั ท่วั ไป) วนั พธุ ที่ 8 เมษายน 2552
5. นายอนันต ศรีพันธุ สมาชิกสภาผูแทนราษฎรพรรคเพื่อไทยกับคณะ ซ่ึงไดเสนอตอประธานสภา
ผแู ทนราษฎร เมื่อวนั ท่ี 8 เมษายน 2552 และไดบ รรจรุ ะเบียบวาระการประชุมสภาผูแทนราษฎร ในคราวประชุม
สภาผูแทนราษฎร ชดุ ที่ 23 ปที่ 2 คร้งั ที่ 26 (สมยั วสิ ามญั ทว่ั ไป) วันพธุ ที่ 6 พฤษภาคม 2552

6. นายสถาพร มณีรัตน สมาชิกสภาผูแทนราษฎรพรรคเพื่อไทยกับคณะ ซ่ึงไดเสนอตอประธานสภา
ผูแทนราษฎร เมื่อวนั ที่ 28 เมษายน 2552 และไดบ รรจุระเบยี บวาระการประชมุ สภาผแู ทนราษฎร ในคราวประชุม
สภาผแู ทนราษฎร ชุดท่ี 23 ปท่ี 2 คร้ังท่ี 28 (สมัยวสิ ามัญทั่วไป) วันพธุ ที่ 13 พฤษภาคม 2552

7. นายภราดร ปริศนานนั ทกุล สมาชิกสภาผูแทนราษฎร พรรคชาติไทยพัฒนากับคณะ ซึ่งไดเสนอตอ
ประธานสภาผูแ ทนราษฎร เม่อื วันท่ี 3 กันยายน 2552 และไดบ รรจรุ ะเบียบวาระการประชมุ สภาผแู ทนราษฎร
ในคราวประชุมสภาผูแทนราษฎร ชุดท่ี 23 ปท ี่ 2 ครงั้ ท่ี 9 (สมัยสามญั นติ บิ ัญญัติ) วันพธุ ท่ี 9 กนั ยายน 2552

1.2 สภาเกษตรกรแหงชาติ มีอํานาจหนา ทด่ี งั ตอไปนี้
1. เสนอตอคณะรฐั มนตรี เพ่ือกําหนดนโยบายการสงเสริม และการพัฒนาความเขมแข็งแกเกษตรกร

และองคกรเกษตรกร ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง การผลิต การแปรรูป การตลาด และการคุมครองพ้ืนท่ี
เกษตรกรรม

2. เสนอตอคณะรัฐมนตรเี พ่อื กาํ หนดนโยบาย และแนวทางการสงเสริมและพัฒนาการทําการเกษตร
แบบผสมผสาน ระบบวนเกษตร ระบบเกษตรธรรมชาติ ระบบไรนาสวนผสม ระบบเกษตรอินทรีย และ
เกษตรกรรมรูปแบบอืน่

3. ใหค าํ ปรกึ ษาและขอ เสนอตอ คณะรัฐมนตรีในการแกไ ขปญหาของเกษตรกร การพฒั นาเกษตรกรรม
รวมท้ังการอนรุ ักษ และการใชป ระโยชนจากทรัพยากรธรรมชาตแิ ละสิง่ แวดลอม

4. เสนอแผนแมบทตอ คณะรัฐมนตรี
5. เสนอตอคณะรฐั มนตรเี พอ่ื กาํ หนดแนวทางการสงเสรมิ และสนบั สนุนการวจิ ัยและพฒั นาองคความรู
ทางดา นพันธุธรรมพืช และสัตวทองถิ่น ผลผลิตทางเกษตรกรรม และผลิตภัณฑที่ไดจากการแปรรูปผลผลิต
ทางเกษตรกรรม
6. เสนอตอคณะรัฐมนตรีเพ่ือกําหนดแนวทางการประกันความเส่ียงของราคา และผลผลิต
ทางเกษตรกรรม รวมท้ังการกําหนดสวสั ดิการใหแกเกษตรกร
7. เสรมิ สรางความรวมมือ และประสานงานกบั ภาครัฐ และเอกชนทง้ั ในประเทศและตางประเทศ และ
องคกรระหวา งประเทศ เพื่อพัฒนาเกษตรกรรม
8. พฒั นาและเสริมสรางความเขมแข็งแกเกษตรกร และองคกรเกษตรกร
9. ใหความเหน็ ตอนโยบาย กฎหมาย หรอื ขอ ตกลงทีเ่ กี่ยวขอ ง และมีผลกระทบตอ เกษตรกร
10. ใหคาํ ปรึกษาและขอแนะนําแกเ กษตรกร องคก รเกษตรกร และตามท่สี ภาเกษตรกรจงั หวัดเสนอ
11. แตงต้งั คณะกรรมการ คณะอนุกรรมการ คณะทาํ งาน หรือที่ปรึกษาตามความจาํ เปน
12. ปฏิบตั กิ ารอ่ืนใดตามท่ีกฎหมายกําหนดใหเปนอํานาจหนา ทขี่ องสภาเกษตรกรแหงชาติ หรือตามท่ี
คณะรัฐมนตรีมอบหมาย

1.3 การเตรยี มการในการจัดตั้งสภาเกษตรกรแหง ชาติ

การเตรยี มการเพอ่ื รองรับการดาํ เนนิ การตามกฎหมายวาดวยสภาเกษตรกร
บทเฉพาะกาลของรางพระราชบัญญัติสภาเกษตรแหงชาติฯ ไดกําหนดใหปลัดกระทรวงเกษตรและ
สหกรณทําหนาที่เลขาธิการของสภาเกษตรกรแหงชาติ และใหเกษตรและสหกรณจังหวัด ทําหนาที่หัวหนา
สํานักงานสภาเกษตรกรจังหวัด ระยะเวลาไมเกิน 2 ป รวมทั้งจะตองดําเนินการรับขึ้นทะเบียนเกษตรกร
ขึ้นทะเบียนองคกรเกษตรกร และจัดใหมีการเลือกต้ังสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัดชุดแรก ซึ่งประธานสภา
เกษตรกรจงั หวดั จะไดเปนสมาชกิ สภาเกษตรกรแหงชาติโดยตําแหนง ภารกิจดงั กลา วมีความสาํ คญั และตองใช
อาศยั ความรวมมือจากหลายๆ ฝายในการจดั การใหการเลอื กต้ังสําเรจ็ ลุลวงอยางมีประสทิ ธิภาพ

ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณจึงไดแ ตงต้งั คณะกรรมการเตรียมการจัดตง้ั สภาเกษตรกร ตามคําส่ัง
กระทรวงเกษตรและสหกรณ 227/2553 ลงวันท่ี 11 พฤษภาคม 2553 และคาํ สัง่ กระทรวงเกษตรและสหกรณ
330/2553 ลงวันท่ี 23 กรกฎาคม 2553 เพ่ือรองรับการดําเนินภารกิจตามพระราชบัญญัติดังกลาว
องคประกอบคณะกรรมการประกอบดว ย ทปี่ รึกษารัฐมนตรีวา การกระทรวงเกษตรและสหกรณ (นายประพฒั น
ปญ ญาชาติรกั ษ) เปน ทีป่ รึกษาคณะกรรมการ รองปลดั กระทรวงเกษตรและสหกรณ (นายสิงหทอง ชินวรรังสี)
เปนประธานกรรมการ นายธวัชชัย สําโรงวัฒนา อธิบดีกรมพัฒนาที่ดิน และนายทรงพล พนาวงศ
ผูตรวจราชการกระทรวงเกษตรและสหกรณ เปนรองประธานกรรมการ มีผูแทนกรมการปกครองและผูแทน
สวนราชการในสังกัดอีกหลายแหง รวมท้ังเกษตรและสหกรณจังหวัดอุดรธานี เกษตรและสหกรณจังหวัด
พิษณโุ ลก เกษตรและสหกรณจ งั หวดั สงขลา และเกษตรและสหกรณจงั หวัดนนทบุรี รวมเปนกรรมการ และมี
สํานักกฎหมายเปนฝายเลขานุการคณะกรรมการ คณะกรรมการเตรียมการฯ ไดจัดทําแผนงาน กําหนด
กจิ กรรมตา งๆ ทีต่ อ งเตรียมการกอ นพระราชบัญญตั สิ ภาเกษตรกรแหง ชาติประกาศใชบังคบั ไดแ ก

1. การทําหนาท่ีของเลขาธิการฯ และหัวหนาสํานักงานฯ ไดแก การกําหนดโครงสราง อัตรากําลัง
สถานทท่ี ําการ และงบประมาณ การจดั จา งบคุ ลากร การจัดทําคูม อื การปฏบิ ตั งิ าน ของสาํ นักงานสภาเกษตรกร
แหงชาติ และสํานกั งานสภาเกษตรกรจังหวัด และการประชมุ อบรม ใหค วามรูแกบคุ ลากรในการปฏิบัตหิ นา ที่

2. การจดั ทําหลักเกณฑ ดา นกฎหมาย และแบบฟอรม เอกสารตาง ๆ ไดแ ก การกําหนด หลกั เกณฑก าร
เลอื กตงั้ สมาชกิ สภาเกษตรกร หลกั เกณฑ การรบั ขนึ้ ทะเบียนองคกรเกษตรกร หลกั เกณฑการไดมาซึ่ง สมาชิก
สภาเกษตรกรแหงชาติ มาตรา 5(2) และ (3) ชุดแรก การกําหนดแบบฟอรมเอกสารตางๆ รวมท้ังการจัดทํา
คูมือ การเลือกต้ัง และรับข้ึนทะเบียนองคกรเกษตรกร และการจัดเตรียมบุคลากร สําหรับชี้แจง หรือตอบ
ขอ ซกั ถาม

3. การประชาสัมพันธ ไดแก การจัดทําโครงการประชาสัมพันธ ทางส่ือตางๆ เชน โทรทัศน วิทยุ
หนังสอื พมิ พ เอกสารเผยแพร และทางอินเตอรเนต การจดั จา งดําเนนิ การ ตามโครงการประชาสมั พันธ

4. การประสานงาน กับหนวยงานทเ่ี ก่ยี วขอ ง เพือ่ ตรวจสอบคณุ สมบัตเิ กษตรกร ตามบญั ชีครวั เรอื นทมี่ ี
สทิ ธเ์ิ ลอื กต้ัง จดั เตรยี มบัญชีรายช่อื เกษตรกร ตามบญั ชคี รวั เรอื นผมู สี ิทธเ์ิ ลือกตง้ั และผูมีสิทธ์ิรับเลือกต้ัง และ
การจัดเตรียมสถานท่ี บคุ ลากร และอปุ กรณการเลอื กตง้ั

นอกจากน้ี คณะกรรมการเตรียมการฯ ไดมอบหมายใหสํานักแผนงาน และโครงการพิเศษ รวมกับ
สํานักกฎหมาย จัดใหมีการประชุมสัมมนาเชิงปฏิบัติการ ไปแลวครั้งหนึ่ง เม่ือวันพุธท่ี 23 มิถุนายน 2553
ท่ีโรงแรมปริ๊นพาเลซ กรุงเทพฯ โดยมีรัฐมนตรีวาการกระทรวงเกษตรและสหกรณ เปนประธาน ในการ
ประชุมสัมมนา ท้ังนี้เพ่ือสรางความเขาใจในบทบาท ภารกิจของเกษตร และสหกรณจังหวัด ตามราง
พระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแหงชาติฯ ใหเกษตร และสหกรณจังหวัด และหนวยงานในสังกัด กระทรวง
เกษตร และสหกรณท่ีเก่ียวของกับ การจัดตั้งสภาเกษตรกรแหงชาติ ไดทราบขอมูล และมีสวนรวมในการ
ทาํ ความเขา ใจในแนวทาง การดาํ เนนิ การจัดต้งั สภาเกษตรกรแหงชาติ และจากการประชุมสัมมนาฯ ดังกลาว
ทีป่ ระชมุ ไดรวมเสนอความคิดเหน็ และขอเสนอแนะทีเ่ ปนประโยชน สรปุ โดยยอ ไดด ังน้ี

1. ประเด็นเกี่ยวกับวิธีการเลือกต้ัง ผูเขาสัมมนาสวนใหญเห็นวา ควรใชวิธีการเลือกต้ังวิธีลับ
โดยการเขาคูหา อันจะเปนผลดีตอผูเลือกต้ังท่ีมีอิสระในการตัดสินใจ โดยไมเกรงตอผลกระทบของอิทธิพล
ทองถ่ิน และระยะเวลาดําเนินการเลือกต้ัง เสร็จสิ้นในวันเดียว ซ่ึงสอดคลองกับแนวทางการเลือกต้ัง
ของกระทรวงมหาดไทย ทั้งน้ี ขอใหสํานักงานปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ กําหนดข้ันตอน ใหชัดเจน
โดยจดั ทําเปนคมู ือปฏบิ ตั ิ เพื่อเปน แนวทางการดาํ เนนิ การ และปองกันปญ หาการถูกรองเรียน รวมทั้งเห็นควร
ประสานกบั รัฐมนตรวี าการกระทรวงมหาดไทย เพ่ือใหการดําเนินการ เปนไปดวยความเรียบรอย นอกจากน้ี
เหน็ ควรประสานขอความรวมมอื จากครู และอาจารยในพื้นที่ ใหชวยเปนเจาหนาท่ี ควบคุมดูแลการเลือกต้ัง
ตลอดจนการอบรมใหค วามรู แกเ จาหนาท่ี ที่ควบคุมดูแลการเลอื กตง้ั ดว ย ซึ่งตอ งมเี จาหนา ท่ี ประมาณคูหาละ
5 – 7 คน

2. การประชาสัมพันธ เห็นควรใหมีการประชาสัมพันธ ทั้งในระดับชาติ และระดับจังหวัด และ
ควรจัดทํา TOR จัดจาง ดําเนินการประชาสัมพันธใหรวดเร็ว เพ่ือใหมีระยะเวลาในการประชาสัมพันธ
พอสมควร กอนถึงวันเลือกต้ัง โดยเนนการประชาสัมพันธระดับจังหวัดใหมาก โดยประชาสัมพันธ ผานสื่อ
ทองถิ่น เชน วิทยุชุมชน หนังสือพิมพทองถิ่น และจัดแถลงขาว ใหเกษตรกรไดรับรูเก่ียวกับสภาเกษตรกร
ท่กี ําลังจะเกิดขึ้น

3. การบรหิ ารจัดการ ควรจัดทําคําสั่งใหอํานาจเกษตรและสหกรณจังหวัด อยางเหมาะสม เพียงพอ
แกก ารบริหารจัดการและควรขอความรวมมือกระทรวงมหาดไทย ไมค วรดําเนนิ การเอง เพื่อปองกันขอขัดแยง
รวมท้งั ตอ งจดั ทําโครงสรา งหนว ยงานเบื้องตน เพือ่ รองรบั การเลอื กตั้งกอน

ความคืบหนา ในการดาํ เนินการตามแผน
เนื่องจากระยะเวลาในการเตรียมการมีไมมาก โดยคาดวาพระราชบัญญัติสภาเกษตรกรแหงชาติฯ
จะสามารถประกาศใชบังคับไดประมาณตนเดือนตุลาคม 2553 คณะกรรมการเตรียมการฯ จึงไดแตงต้ัง
คณะอนุกรรมการ รวม 3 คณะ เพื่อแบงแยกใหร ับผิดชอบดาํ เนนิ กิจกรรมในแตละเรอ่ื ง ดงั นี้
1. คณะอนุกรรมการจัดทํารางหลักเกณฑเก่ียวกับกฎหมาย และคูมือปฏิบัติงานตามบทเฉพาะกลาง
ของรางพระราชบัญญัตสิ ภาเกษตรกรแหง ชาติ พ.ศ. ... ตามคําส่งั คณะกรรมการเตรียมการจัดตง้ั สภาเกษตรกร
แหงชาติ ที่ 1/2553 ลงวนั ที่ 28 กรกฎาคม 2553 ขณะน้ีคณะอนุกรรมการฯ อยูระหวางการพิจารณายกราง
หลักเกณฑการเลือกตง้ั สมาชกิ สภาเกษตรกรจงั หวดั และหลกั เกณฑก ารขึ้นทะเบยี นองคก รเกษตรกร
2. คณะอนุกรรมการจัดทําแผน และกําหนดกรอบแนวทางการดําเนินโครงการประชาสัมพันธ
การเลือกต้ังสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ตามคําส่ังคณะกรรมการเตรียมการจัดต้ัง สภาเกษตรกรแหงชาติ
ท่ี 2/2553 ลงวันท่ี 28 ตุลาคม 2553 ขณะนี้คณะอนุกรรมการฯ อยูระหวางการพิจารณาจัดทําโครงการ
ประชาสัมพนั ธ ในระดบั จงั หวดั และระดบั ชาติ
3. คณะอนุกรรมการ จัดเตรียมบัญชีรายช่ือเกษตรกร ตามคําสั่งคณะกรรมการเตรียมการ จัดต้ัง
สภาเกษตรกรแหงชาติ ท่ี 3/2553 ลงวันท่ี 9 สิงหาคม 2553 คณะอนุกรรมการฯ ไดประสานงานกับ
กรมสงเสริมการเกษตร และกรมการปกครอง กระทรวงมหาดไทย โดยไดรวมกันพิจารณาถึง ปญหา และ
รายละเอียด ในการจัดทําบัญชีรายชื่อเกษตรแลว และกรมการปกครองรับจะดําเนินการตรวจสอบ และ
จัดพมิ พบ ัญชีรายชือ่ เกษตรกรใหแ กกระทรวงเกษตรและสหกรณ ขณะน้ี อยูในระหวางการพิจาณา เพอ่ื กําหนด
รายละเอียด ระยะเวลาดาํ เนินการ และคาใชจ า ย
4. ศนู ยป ระสานงานการเลือกต้ังสมาชกิ สภาเกษตรกรจังหวัด ตามคําสั่งกระทรวงเกษตรและสหกรณ
ที่ 497/2553 ลงวันที่ 12 ตุลาคม 2553 เพ่ือดําเนินการในการ ส่ือสาร ประชาสัมพันธ ประสานงาน
การเลือกตั้งสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ใหคําปรึกษา ตอบขอหารือในการปฏิบัติงาน ติดตามผล
การปฏิบตั งิ าน เสนอแนะแนวทางการดําเนินงาน และรายงานผลการปฏบิ ตั ิงานตอ ปลดั กระทรวงเกษตรและสหกรณ

1.4 การดาํ เนินงานตามบทเฉพาะการ
1.4.1 กรอบเวลาการใชบ ทเฉพาะกาล 2 ป
ภารกิจ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณท าํ หนาที่เลขาธิการสํานักงาน และหัวหนาสํานักงาน

กรุงเทพมหานคร เกษตรและสหกรณจ งั หวดั ทาํ หนาทหี่ ัวหนา สาํ นกั งานจงั หวดั
ระยะเวลา 2 ป นับตัง้ แต พ.ร.บ. ใชบังคับ
สภาเกษตรกรจงั หวัดชดุ แรก
1. ขน้ึ ทะเบียนเกษตรกร ภายใน 30 วัน นับแต พ.ร.บ. ใชบังคับ และมีเวลาขึ้นทะเบียน 30 วัน

ประกาศรายชือ่ เกษตรกร ภายใน 60 วัน นบั แต พ.ร.บ. ใชบังคบั

2. เลือกตัง้
- ระดับหมบู า น ภายใน 30 วนั นับแตป ระกาศช่ือเกษตรกร
ประกาศผแู ทนหมบู า น ภายใน 15 วนั นบั แตเลือกต้ัง
- ระดับตําบล ภายใน 30 วัน นบั แตประกาศผแู ทนหมบู า น
ประกาศผแู ทนตําบล ภายใน 15 วัน นบั แตเ ลือกตงั้
- ระดับอาํ เภอ/สมาชกิ สภาจงั หวัด ภายใน 30 วัน นับแตป ระกาศผแู ทนตําบล
ประกาศ/แจงรายชอื่ ให ภายใน 15 วนั นับแตเลือกต้งั

3. การประชมุ สภาเกษตรกรครง้ั แรก ภายใน 45 วนั นบั แตประกาศรายชื่อในราชกิจจานุเบกษา
เพราะฉะนั้น ตั้งแตวัน พ.ร.บ. ใชบ ังคบั ถึงวันประชมุ ครง้ั แรก 60 + 45 + 45 + 45 + 45 = 240 วัน นับตั้งแต
พ.ร.บ. ใชบ งั คบั

สภาเกษตรกรแหงชาตชิ ดุ แรก
1. รฐั มนตรวี าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ กําหนดหลักเกณฑ และจัดใหมีการขึ้นทะเบียน
องคกรเกษตรกร 60 วัน นับแต พ.ร.บ. ใชบังคับ ระยะเวลาข้นึ ทะเบียน ไมนอ ยกวา 90 วนั ไมเกิน 150 วัน
2. การคัดเลอื กตัวแทนองคก รเกษตรกร ตามหลักเกณฑที่ รัฐมนตรีวาการกระทรวงเกษตรและ
สหกรณ กาํ หนด
3. การประชมุ สภาเกษตรกรแหงชาตคิ รั้งแรก ภายใน 30 วัน นบั แตป ระกาศรายชอ่ื

การดําเนนิ การตามบทเฉพาะกาล

ประการท่ี1 ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณทําหนาท่ีเลขาธิการสํานักงาน และหัวหนา
สํานักงานกรุงเทพมหานคร เกษตรและสหกรณจังหวัดทําหนาท่ีหัวหนาสํานักงานจังหวัด ใหปลัดกระทรวง
เกษตรและสหกรณ จดั ขา ราชการของ สาํ นกั งานปลดั กระทรวงเกษตร และสหกรณ หรอื สํานกั งานเกษตรและ
สหกรณจ งั หวัด ชวยปฏบิ ัตงิ านของสภาเกษตรกรแหง ชาติ หรือสภาเกษตรกรจังหวัด

ประการท่ี2 ใหปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ/เกษตรและสหกรณจังหวัด จัดการเลือกต้ัง
สมาชกิ สภาเกษตรกรจงั หวดั ชดุ แรก

วธิ กี ารเลอื กต้ัง
1. ผูมสี ิทธ์ิ เลือกตง้ั ภายใน 30 วัน นับแต พ.ร.บ. ใชบังคับ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ/
เกษตรและสหกรณจ งั หวัด ประกาศข้ึนทะเบียนเกษตรกรที่บรรลุนิติภาวะ และมิไดขึ้นทะเบียนกับกระทรวง
เกษตรและสหกรณไว มาข้ึนทะเบียนเพ่ือจะใชสิทธิเลือกต้ัง กําหนดระยะเวลา ขึ้นทะเบียน 30 วัน
ภายใน 60 วัน นับแต พ.ร.บ. ใชบังคับ ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ/เกษตรและสหกรณจังหวัด
ประกาศรายชื่อเกษตรกรผูม สี ทิ ธเิ ลอื กตง้ั ผแู ทนเกษตรกรระดบั หมูบ านของแตละพื้นท่ี
2. การเลือกตั้งผูแทนเกษตรกรระดับหมูบาน ภายใน 30 วัน นับแตประกาศรายชื่อผูมีสิทธิ
เลอื กตงั้ ระดบั หมบู า น ปลดั กระทรวงเกษตรและสหกรณ/เกษตรและสหกรณจังหวดั จัดใหม กี ารเลอื กตงั้ ผแู ทน
เกษตรกรระดบั หมบู าน โดยใหเกษตรกรผมู สี ทิ ธเิ ลอื กตง้ั แตละหมูบานเลือกกันเองจากผูท่ีมีอายไุ มต า่ํ กวา 25 ป
บรบิ รู ณ ใหไ ดเปนผแู ทนหมบู า นละหน่ึงคน แลว ประกาศรายชื่อภายใน 15 วัน นบั แตว ันเลือกต้ัง
3. การเลอื กตัง้ ผแู ทนเกษตรกรระดับตําบล ภายใน 30 วนั นับแตประกาศรายชื่อผูแทนเกษตรกร
ระดับหมูบาน ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ/เกษตรและสหกรณจังหวัด จัดใหมีการเลือกตั้งผูแทน
เกษตรกรระดับตําบล โดยใหผูแทนเกษตรกรระดับหมูบานในแตละตําบลเลือกกันเอง ใหไดผูแทนตําบลละ
1 คน แลวประกาศรายชอ่ื ภายใน 15 วนั นับแตว นั เลือกตั้ง

4. การเลือกตั้งผูแทนเกษตรกรเพื่อเปนสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ภายใน 30 วัน นับแต
ประกาศรายชื่อผูแทนเกษตรกรระดับตําบล ปลัดกระทรวงเกษตร และสหกรณ/เกษตรและสหกรณจังหวัด
จดั ใหม ีการเลอื กตง้ั ผูแทนเกษตรกร เพอื่ เปน สมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด โดยใหผูแทนเกษตรกรระดับตําบล
ในแตละอําเภอเลือกกันเอง ใหไดผูแทนอําเภอละ 1 คน ถาจังหวัดใด มีจํานวนอําเภอนอยกวา 16 อําเภอ
ใหผ แู ทนระดบั ตําบลเลือกกนั เอง ใหไดผูแทนเกษตรกร รวมกันจํานวน 16 คน จํานวนผูแทนเกษตรกรแตละ
อาํ เภอ ใหมีตามสัดสวนของเกษตรกรที่ขึ้นทะเบียนไว ในแตละอําเภอ และอยางนอยทุกอําเภอตองมีผูแทน
1 คน ภายใน 15 วัน นับแตเลือกต้งั สมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ/เกษตรและ
สหกรณจ ังหวดั ประกาศรายชอื่ ผูไ ดร ับคัดเลอื ก และแจงรายช่ือใหร ฐั มนตรวี า การกระทรวงเกษตรและสหกรณ
แตงตั้งเปนสมาชกิ สภาเกษตรกรจังหวัด โดยลงประกาศในราชกจิ จานเุ บกษา

5. การประชุมสภาเกษตรกรจังหวัดคร้ังแรก เพื่อเลือกประธาน และรองประธานสภาภายใน
45 วัน นับแตป ระกาศชื่อสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวดั ในราชกิจจานเุ บกษา ปลดั กระทรวงเกษตรและสหกรณ/
เกษตรและสหกรณจังหวดั เรียกประชุมสมาชกิ สภาเกษตรกรจังหวัด เพ่ือเลือกประธานและรองประธานสภา
โดยสมาชิกในแตละจังหวัดเลือกกนั เอง

ประการท่3ี การเลือกตง้ั สมาชกิ สภาเกษตรกรแหงชาตชิ ดุ แรก
1. สมาชิกจากประธานสภาเกษตรกรจังหวัดทกุ จงั หวดั 76 คน
2. เลือกตั้งจากตัวแทนองคกรเกษตรกร 16 คน รัฐมนตรีวาการกระทรวงเกษตรและสหกรณ
กําหนดหลักเกณฑ วิธีการ และเงื่อนไขการขึ้นทะเบียนองคกรเกษตรกร การไดมาซ่ึงสมาชิกสภาเกษตรกร
แหง ชาติทีเ่ ปน ตัวแทนองคกรเกษตรกร และจดั ใหม ีการรับขน้ึ ทะเบียนองคกรเกษตรกร ภายใน 60 วัน นับแต
พ.ร.บ. ใชบังคับ การรับข้ึนทะเบียนองคกรเกษตรกรมีเวลาไมนอยกวา 90 วัน แตไมเกิน 150 วัน
โดยปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ อนุมตั กิ ารขนึ้ ทะเบยี นองคก รเกษตรกรในกรุงเทพมหานคร เกษตรและ
สหกรณจังหวัดขึ้นทะเบียนองคกรเกษตรกรในจังหวัดนั้น ๆ เลือกสมาชิกท่ีเปนตัวแทนองคกรเกษตรกร
หลกั เกณฑว ิธกี าร และเงอื่ นไขทีร่ ัฐมนตรกี าํ หนดเพ่อื เปนสมาชกิ สภาเกษตรกรชุดแรก
3. สมาชกิ ผูท รงคณุ วฒุ ิซ่ึงสมาชิกตาม 1 และ 2 เลอื ก 7 คน จากดา นพชื ประมง สัตว
ประการที่4 การประชุมสภาเกษตรแหงชาติคร้ังแรก ภายใน 30 วัน นับแตประกาศรายช่ือ
สมาชิกสภาเกษตรกรแหงชาติ ใหเลขาธิการจัดประชุมสภาครั้งแรก เพ่ือเลือกประธานสภา และ
รองประธานสภา

1.4.2 การจดั ตงั้ หนว ยงานเปนการภายใน เพ่อื ปฏบิ ตั ิภารกจิ ตาม พ.ร.บ. สภาเกษตรกรแหง ชาติ
1. โครงสรา งหนวยงาน

2. อตั รากาํ ลงั
ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ ทาํ หนา ที่เลขาธิการสํานักงานสภาเกษตรกรแหงชาติ และ

หวั หนาสาํ นกั งานกรุงเทพมหานครเกษตรและสหกรณจ ังหวัด ทาํ หนา ท่หี วั หนาสาํ นักงานสภาเกษตรกรจังหวัด
มอบหมายบคุ ลากรกระทรวงเกษตรและสหกรณ ชวยปฏิบัติงานตามความเหมาะสม

องคประกอบสมาชิกสภาเกษตรกรจังหวัด และสภาเกษตรกรแหง ชาติ

เกษตรกรทีบ่ รรลุนติ ิภาวะมีสิทธิเลอื กตง้ั
- เกษตรกรท่ีจะไดร บั เลอื กตั้งเปนสมาชิกสภาเกษตรกรตองมีอายไุ มต่ํากวา ยี่สิบหาปบรบิ ูรณ
ฝา ยเลขานกุ ารสภา
1. สํานักงานสภาเกษตรกรแหงชาติ มฐี านะเปน นติ บิ คุ คล มเี ลขาธิการรับผิดชอบการบริหาร
กิจการของสาํ นักงาน และสํานักงานจงั หวัด
2. สํานกั งานสภาเกษตรกรจังหวัด มีหัวหนาสํานักงานจังหวัด ท่ีเลขาธิการแตงต้ังทําหนาท่ี
รับผิดชอบการบริหารงานสํานักงานจงั หวดั
1.5 วสิ ัยทศั น

1.6 โครงสรา งองคก ร

แหลงทมี่ า http://www.nfc.or.th/
2. อาสาสมัครเกษตรกร

2.1 ความเปนมาของอาสาสมัครเกษตรหมูบาน
ป ๒๕๒๐ – ๒๕๒๒ กรมสงเสรมิ การเกษตรไดกาํ หนดใหเจาหนาทส่ี งเสริมการเกษตรคดั เลือกเกษตรกร

ผนู ําทางการเกษตร จํานวนรอยละ ๑๐ ของครอบครัวเกษตรในหมูบาน เพ่ือเปนแกนกลางในการรับความรู
จากเจาหนา ท่ี และกระจายความรูไปยังเกษตรกรรายอื่น ๆ ตอไป เพ่ือใหเกษตรกรสวนใหญไดรับคําแนะนํา
อยางทั่วถึง ในระยะเวลาอนั สัน้ โดยใชว ธิ กี ารสอบถามบุคคลสําคัญในหมบู านวาเกษตรกรมักจะไปขอคาํ แนะนํา
หรือความรูจาก ใครในหมูบานน้ีมากท่ีสุด บุคคลที่ไดรับการเอยชื่อมากท่ีสุดจะไดรับการพิจารณาใหเปน
เกษตรกรผูนาํ

ป ๒๕๒๓ – ๒๕๒๗ ไดกําหนดใหมีการคัดเลือกเกษตรกรผูนําโดยวิธีโซซิโอเมตร้ี โดยมีหลักการ คือ
สอบถามเกษตรกรทกุ ครอบครัววาเกษตรกรไปขอคําปรึกษา หรือคําแนะนําทางการเกษตรจากใครมากท่ีสุด
เกษตรกรทไ่ี ดร ับระบุชือ่ บอยครัง้ ถือวา เปนเกษตรกรผนู าํ

ป ๒๕๒๖ กระทรวงเกษตรและสหกรณ ไดออกระเบียบวา ดว ยการกําหนดบทบาทหนาท่ีของเกษตรกรผูนํา
และเกษตรหมบู า น พ.ศ. ๒๕๒๖ เมอื่ วันที่ ๓ พฤษภาคม ๒๕๒๖

ตอ มาหนวยงานภายใตส งั กดั กระทรวงเกษตรและสหกรณ ไดมีการคัดเลือกผูแทนเกษตรกรในทองถ่ิน
ตามความชํานาญเฉพาะสาขา เพ่ือชวยเหลือการปฏิบัติงานของหนวยงานตาง ๆ ท่ีเก่ียวของกับการเกษตร
และมีสวนรวมในการเผยแพรความรู ถายทอดเทคโนโลยีและประชาสัมพันธงานนโยบายในรูปแบบของ
อาสาสมัครเกษตรประเภทตา ง ๆ โดยมีรูปแบบการบรหิ ารงานและกาํ หนดสงิ่ ตอบแทนและสงิ่ จงู ใจแตกตา งกนั ไป
ดังน้นั เพื่อใหการดําเนินงานเกิดความเปนเอกภาพเปนไปในแนวทางเดียวกัน กระทรวงเกษตรและสหกรณ
จึงไดมีการออกระเบียบและดําเนนิ การ ดังนี้

ป ๒๕๔๘ ระเบียบกระทรวงเกษตรและสหกรณวาดวยการบริหารงานอาสาสมัครเกษตรและ
อาสาสมัครยุวเกษตร พ.ศ.๒๕๔๘ เมื่อวันท่ี ๑๓ ธันวาคม ๒๕๔๘ และเม่ือไดมีการดําเนินงานมาระยะหนึ่ง
กระทรวงเกษตรและสหกรณ ไดพิจารณายกเลิกระเบียบฉบับน้ีเพ่ือใหความเหมาะสมและความคลองตัว
ในการปฏิบตั งิ าน

ป ๒๕๕๑ ออกระเบียบกระทรวงเกษตรและสหกรณวาดวยการบริหารงานอาสาสมัครเกษตร
พ.ศ. ๒๕๕๑ เมื่อวันท่ี ๓๑ มกราคม ๒๕๕๑ และยงั คงใชอยูจนถึงปจจุบัน เพื่อจัดระบบโครงสรางการบริหาร
และเครือขา ยการปฏิบตั ิงานทีเ่ ปน เอกภาพรวมท้งั การดแู ลดานสวสั ดกิ ารและสิ่งตอบแทนแกอ าสาสมคั รเกษตร
ใหเ ปน ไปในแนวทางเดยี วกนั

ป ๒๕๕๓ กระทรวงเกษตรและสหกรณ ออกประกาศเร่ืองบัตรประจําตวั อาสาสมัครและอาสาสมคั รเกษตร
เม่ือวันที่ ๒๖ สิงหาคม ๒๕๕๓

ป ๒๕๕๓ กระทรวงเกษตรและสหกรณ ออกประกาศเรื่องประเภทคุณสมบัติและการขึ้นทะเบียน
อาสาสมัครเกษตรกิตติมศักดิ์ เมอื่ วันท่ี ๘ กันยายน ๒๕๕๓ โดยกําหนดใหมีอาสาสมคั รเกษตร จาํ นวน ๑๓ ประเภท

ป ๒๕๕๔ กระทรวงเกษตรและสหกรณ จัดทําโครงการสงเสริมอาสาสมัครเกษตรหมูบาน
โดยมอบหมายใหกรมสงเสรมิ การเกษตรดาํ เนนิ การคัดเลือกอาสาสมคั รเกษตรหมบู าน (อกม.) และดําเนินการ
จัดทําคูมือการดําเนินงานโครงการสงเสริมอาสาสมัครเกษตรหมูบาน (อกม.) โดยเร่ิมดําเนินการต้ังแต
เดือนกุมภาพันธ ๒๕๕๔ และประเมินผลการปฏิบัติงานในเดือนกุมภาพันธ ๒๕๕๕ หากผลการดําเนินการ
ผา นการประเมิน ก็จะดําเนนิ การดูแลดานสวัสดิการและส่งิ ตอบแทนแกอาสาสมคั รเกษตรหมบู าน ใหมากยิง่ ขนึ้
โดยมแี นวทางทจ่ี ะกาํ หนดใหมีคา ตอบแทนแกอาสาสมคั รเกษตรหมูบา น (อกม.)เชนเดยี วกันกบั อสม.

"อาสาสมคั รเกษตรหมบู าน" (อกม.) หมายถึง อาสาสมคั รเกษตรหรือผแู ทนเกษตรกรระดับหมูบาน
ทีไ่ ดรบั การคัดเลือก หมบู า นละ 1 คน จากการประชุมอาสาสมัครเกษตรและผูแทนเกษตรกรระดับหมูบาน
ทําหนาที่ ประสานเชื่อมโยงการทํางานของอาสาสมัครเกษตรสาขาตาง ๆ เกษตรกร องคกรเกษตรกร และ
หนวยงานทเี่ กี่ยวของในหมบู าน เรยี กโดยยอ วา “อกม.” อยใู นวาระคราวละ 4 ป

2.2 ความหมายของอาสาสมัครเกษตร
“อาสาสมัครเกษตร” (อกษ.) หมายถึงเกษตรกรหรือบคุ คลที่ไดรบั เลอื กหรอื สมัครใจเขา เปน อาสาสมคั ร

ภายใตหลกั เกณฑว ธิ ีการ และเง่ือนไข ท่ีกระทรวงเกษตรและสหกรณก ําหนดเพอื่ เปน เครือขายในการชวยเหลือ
การปฏิบัติงานของหนวยงานตาง ๆ รวมท้ังงานของชุมชนซึ่งเกี่ยวของกับการเกษตรหรือสหกรณ
เรยี กโดยยอวา “อกษ.”

2.3 บทบาทภารกิจอาสาสมคั รเกษตรหมูบาน
2.3.1 จดั เกบ็ รวบรวมขอ มลู พน้ื ฐานดา นการเกษตรของหมบู าน

2.3.2 รว มกบั กรรมการหมูบา นและหนว ยงานทเี่ กย่ี วขอ งในการจดั ทาํ แผนพัฒนาการเกษตรระดบั หมบู าน

2.3.3 ประสานงานในการถายทอดความรูและการแกไ ขปญ หาของเกษตรกรในหมบู าน

2.3.4 ติดตามสถานการณการเกษตรในหมูบานและรายงานเหตุการณฉุกเฉินเรงดวนตอหนวยงาน
ท่เี ก่ียวของ

3. ศนู ยบ ริการและถา ยทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจําตําบล (ศบกต.)
3.1 แนวนโยบาย
ภายใตแนวนโยบายพื้นฐานแหงรัฐที่จะตองสงเสริมการรวมตัวของเกษตรกร เพื่อวางแผนพัฒนา

การเกษตรภายใตหลกั การท่ปี ระชาชนมสี วนรวมคิด วเิ คราะห และตดั สินใจในการกาํ หนดแผนการพัฒนาพ้ืนที่
ดวยตนเอง เพ่ือใหต อบสนองตอปญหาและความตองการของชุมชนอยา งแทจ ริง กระทรวงเกษตรและสหกรณ
จงึ ไดจัดตั้งศูนยบริการและถา ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตรประจําตาํ บลขึ้น เพือ่ เปนศูนยกลางใหเ กษตรกรไดเ ขา
มามสี วนรวมคดิ วิเคราะห วางแผนและบรหิ ารจดั การแผนดวยตนเอง โดยกระทรวงเกษตรและสหกรณจะทํา
หนาท่ีในการสนบั สนนุ ดา นการบรกิ าร และถา ยทอดเทคโนโลยีทั้งดา นพชื ปศุสตั ว ประมง รวมท้ังการใหขอมูล
ขาวสารการเกษตรที่สําคัญแกเกษตรกรในลักษณะบูรณาการ ณ จุดเดียว คือ ที่ศูนยบริการและถายทอด
เทคโนโลยี การเกษตรประจาํ ตาํ บล ในการจัดตั้งศูนยบริการและถายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจําตําบล
จะไมเนนในดานของอาคาร สิ่งกอ สรา ง แตจ ะเนนดา นความสาํ คญั ของชุมชนเปน หลัก

3.2 วตั ถปุ ระสงคของการจัดตัง้ ศูนยบริการและถา ยทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจาํ ตาํ บล
3.2.1 ปรับเปลี่ยนกระบวนการในการพัฒนาการเกษตรท่ีใหองคกรปกครองสวนทองถิ่น สถาบัน

เกษตรกรและชุมชน มโี อกาสและมีสวนรวมในการพฒั นาการเกษตรแบบยั่งยืนดวยตนเอง และสอดคลองกับ
ความตอ งการของชุมชนในลกั ษณะบรู ณาการ

3.2.2 ปรับเปลย่ี นกระบวนการทาํ งานของสว นราชการในกระทรวงเกษตรและสหกรณใ นระดบั ทองถิ่น
3.2.3 เพิ่มศักยภาพของชมุ ชนในการวางแผนและพฒั นาตนเอง ในดา นการพฒั นาการเกษตร เสนอแนะ
ใหม ีการใชประโยชนจ ากงบประมาณจากองคก รปกครองสวนทอ งถ่ินในการพัฒนาการเกษตร รวมท้ังสงเสริม
การออมและระดมทนุ ของชมุ ชน เพอื่ การลงทุนทางธุรกิจ

3.3 เปาหมาย ไดจัดต้ังศูนยบริการและถายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจําตําบลในป 2546 รวม
7,125 ตําบล ประกอบดวย

3.3.1 ศนู ยนํารอง จดั ตงั้ ข้นึ เพือ่ เปน ตวั อยา งและเปนแมข า ยในการเรยี นรูระดับประเทศ จํานวน 8 ศนู ย
3.3.2 ศนู ยห ลัก จัดตง้ั ขึ้นเพ่อื เปนตวั อยา งและเปนแมขา ยในการเรียนรรู ะดับจงั หวดั (จงั หวดั ละ 1-2 แหง)
จํานวน 99 ศนู ย
3.3.3 ศูนยข ยาย จดั ต้งั ขึน้ เพอ่ื เปน ตวั อยางและเปนแมขา ยในการเรียนรูระดบั อาํ เภอ (อาํ เภอละ 1 แหง )
จํานวน 769 ศูนย
3.3.4 ศูนยเตรียมการ จัดตั้งครอบคลุมทุกตําบลท่ีมีพื้นท่ีการเกษตร จํานวน 6,249 ศูนย โดยการ
เรยี นรูจากศูนยต ัวอยา งทงั้ 3 ประเภท

3.4 องคป ระกอบของศูนยบริการและถายทอดเทคโนโลยีการเกษตร
3.4.1 ท่ีทําการศูนย จัดต้งั ข้ึนเปนเพียงศูนยกลางของชุมชน มิใชจัดต้ังหนวยงานขึ้นใหม จึงใชอาคาร

สถานท่ีที่มีอยแู ลวในชมุ ชน ปกตจิ ะขอใชสถานท่ขี อง อบต.เปน หลัก ซึ่งจะเปนท่ีรวบรวม นําเสนอและบริการ
ขอ มูล ตลอดจนใชเปน ท่ปี ระชมุ จดั เวทชี าวบาน ฝกอบรมถา ยทอดความรู เปนตน

3.4.2 คณะกรรมการบริหารศนู ย ประกอบดวยตัวแทนของชุมชน ตัวแทนกลุมจากสาขาอาชีพตาง ๆ
ตัวแทน อบต. และตัวแทนหมูบาน โดยมีเจาหนาที่สงเสริมการเกษตรที่รับผิดชอบตําบลทําหนาท่ีเปน
เลขานุการ ความสาํ คัญของคณะกรรมการบรหิ ารศนู ยก็คอื การรว มกบั เกษตรกรในชุมชนเพือ่ จัดทําแผนพัฒนา
การเกษตรระดับตําบล และบรหิ ารจดั การทรพั ยากรดานการเกษตร งบประมาณ และโครงการตา ง ๆ

3.4.3 แผนพัฒนาการเกษตรของตําบล ซ่ึงเกิดจากชุมชนรวมกันวิเคราะหปญหาใหครอบคลุม
ทง้ั ดา นกายภาพ เชน ดิน แหลง นํา้ ปา ชมุ ชน และดานการเกษตร เชน การเพาะปลกู การเลยี้ งสัตว การประมง
และดานเศรษฐกิจและสังคม เพื่อใหทราบวากิจกรรมหลักของตําบลคืออะไร จะปรับปรุงในสวนไหน
จะถา ยทอดความรเู ร่ืองอะไร และจะลงทนุ ทางธรุ กิจชุมชนอยา งไร

3.4.4 จุดถายทอดเทคโนโลยีหรือจุดสาธิตการเกษตร ทั้งดานพืช ประมง ปศุสัตว เกษตรผสมผสาน
และอนื่ ๆ โดยพจิ ารณาคดั เลอื กจากฟารมของเกษตรกรทีด่ ําเนนิ การจนประสบผลสาํ เรจ็ ในอาชพี สามารถเปน
ตวั อยางในการเรียนรู และนาํ ไปปฏบิ ัตขิ องเกษตรกรในตําบล โดยมวี ทิ ยากรเกษตรกร ซ่ึงเปนเจาของจุดสาธิต
การเกษตรทาํ หนา ทวี่ ทิ ยาเกษตรกรในการถา ยทอดความรู

3.5 ศูนยบ รกิ ารและถายทอดเทคโนโลยีการเกษตร เปน ศนู ยก ลางในเร่ืองตาง ๆ ดงั ตอไปนี้
3.5.1 ศูนยขอ มลู การเกษตรของชมุ ชน ไดแ ก ขอมูลทางกายภาพ ขอมูลการเกษตร ขอมูลเศรษฐกิจ

และสังคม และอืน่ ๆ
3.5.2 ศูนยกลางในการถายทอดเทคโนโลยกี ารเกษตร
1) มจี ุดสาธิตในการศกึ ษาเรียนรขู องชมุ ชน
2) มวี ิทยากรเกษตรกรเปนผถู ายทอดและแลกเปลยี่ นความรรู ะหวางเกษตรกรดวยกนั
3) มสี วนราชการตา ง ๆ เขา ไปถายทอดความรู
3.5.3 ศนู ยบรกิ ารเกษตรกร
1) เกษตรกรขอรบั การบริการจากรัฐผานศนู ยฯ
2) สวนราชการมาใหบรกิ ารผานศนู ยฯ

3.5.4 เวทชี าวบา นเพอื่ การวางแผนพัฒนา
1) สรา งเวทชี าวบานใหเ กิดการวเิ คราะหป ญหาและหาศกั ยภาพของชุมชน
2) นําเสนอแผนขอรบั การสนับสนุนจากองคกรทองถ่นิ สวนราชการ ฯลฯ

3.5.5 เวทีบรู ณาการของสวนราชการในสงั กดั กระทรวงเกษตรและสหกรณ
1) บรู ณาการ แผนงานโครงการในตําบล
2) สว นราชการตา ง ๆ มาปฏิบัตงิ านรว มกันตามแผน

3.6 บทบาทหนา ท่ขี องคณะกรรมการบริหารศูนยบ รกิ ารและถา ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตรประจาํ ตาํ บล
3.6.1 ผแู ทนองคการบรหิ ารสวนตําบล จาํ นวน 1 คน
3.6.2 ผูแทนสถาบนั เกษตรกรและหรอื กลุมอาชีพการเกษตรในตาํ บล ไมเ กิน 2 คน
3.6.3 อาสาสมคั รเกษตรกรที่มีอยูในตําบล จาํ นวน 1-4 คน
3.6.4 ผแู ทนหมูบ าน หมูบ านละ 1 คน
3.6.5 เจาหนาท่ีสงเสริมการเกษตรผูรับผิดชอบตําบล เปนกรรมการและเลขานุการโดยตําแหนง

ในการคดั เลือกคณะกรรมการบรหิ ารศนู ยบรกิ ารและถายทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจําตําบล ดําเนินการ
โดยเจาหนาท่ีสงเสริมการเกษตรประจําตําบล รวมกับผูแทนองคการบริหารสวนตําบล กํานัน และผูแทน
สถาบันเกษตรกร จํานวน 2 คน สําหรับประธานกรรมการ จะตองไดรับการคัดเลือกจากท่ีประชุม
คณะกรรมการบริหารศูนยบรกิ ารและถายทอดเทคโนโลยีการเกษตร โดยมอี งคป ระชมุ ไมนอ ยกวา 2 ใน 3

3.7 บทบาทหนา ทขี่ องคณะกรรมการบริหารศูนยบรกิ ารและถา ยทอดเทคโนโลยีการเกษตรประจําตาํ บล
3.7.1 ดานการบริหารจดั การศูนย
1) จดั ทําขอ ตกลงรว มกนั เกี่ยวกบั แนวทางการบริหารจัดการศูนย
2) จดั การประชมุ คณะกรรมการบริหารศูนยฯ ทุกเดอื น พิจารณากิจกรรม/โครงการ การวางแผน

การปฏบิ ัตงิ าน และการตดิ ตามผล
3) กระตุนใหผนู าํ ชุมชนและหนว ยงานที่เกี่ยวของรว มกันวางแผนพฒั นาดานการเกษตร
4) วางแผนการปฏบิ ัตงิ านของศูนยรวมกบั บคุ คลหรือหนวยงานทเ่ี ก่ียวขอ งในพน้ื ท่ี
5) ประสานงานจัดหางบประมาณและบรหิ ารจดั การเงินทนุ ของศนู ย (ในกรณีท่ีมเี งนิ ทุน)
6) สนับสนนุ การดาํ เนินงานของศูนย อํานวยความสะดวกแกป ระชาชนในพน้ื ที่ ในการดาํ เนนิ กิจกรรม

3.7.2 ดา นการจดั กจิ กรรมสนับสนุนชว ยเหลอื เกษตรกร
1) จดั ทาํ ขอมลู ประจาํ ตาํ บล ไดแ ก การสาํ รวจ และรวบรวมขอ มูล พรอมท้ังกระตุนใหเกษตรกร

ใหขอมลู ทถี่ ูกตอ งกับหนว ยงานท่เี กีย่ วของ รวมกับเจาหนา ที่รวบรวมวเิ คราะหข อ มูลพน้ื ฐานดานการเกษตรของ
ตําบล สรปุ ผลขอ มลู และบรกิ ารขอ มลู แกเกษตรกรและหนว ยงานที่เกี่ยวขอ ง

2) จดั การถา ยทอดความรู ไดแ ก การหาความตอ งการดานฝกอบรม ดูงาน ฝกงาน หรือการแกไข
ปญหาดา นการเกษตร คดั เลือกและพัฒนาจดุ สาธิตและวทิ ยากรเกษตรกร จดั กิจกรรมการถายทอดความรู เชน
การฝก อบรม ดงู าน แปลงสาธติ ฯลฯ

3) สนับสนุนการจัดทําวสิ าหกิจชุมชน (รวมกันผลิต รวมกันจาํ หนา ย)
4) ดานการเตือนภัย ไดแก การแจงขาวเตือนภัยใหแกชุมชน ใหเฝาระวังและแจงขาว
ใหสาํ นักงานเกษตรอาํ เภอในพื้นทีท่ รี่ ับผดิ ชอบทราบเหตุผดิ ปกติหรอื ภัยธรรมชาติ ภัยศัตรพู ชื สัตว ประมง และ
ภัยเศรษฐกิจอืน่ ๆ
5) การรบั รองรายงานตาง ๆ เชน ตรวจสอบความถกู ตอ งของผปู ระสบภยั สาํ รวจขาวนาปน าปรงั
และขอมูลการเกษตรอนื่ ๆ
6) สนบั สนุนการสรางและพัฒนาเครือขายท้ังดานกลุมผูผลิต กลุมแปรรูป เครือขายการตลาด
หรอื องคก รในทอ งถน่ิ ท่เี กยี่ วของ

3.7.3 ดา นประชาสัมพันธ เผยแพรประชาสัมพนั ธทกุ กจิ กรรมของศนู ยใ หประชาชนรับทราบ และเขา รว ม
กจิ กรรม เชน ทางหอกระจายขาว นทิ รรศการ จดั กิจกรรม สือ่ มวลชน ฯลฯ

3.8 ประโยชนทเ่ี กษตรกรไดร ับจากศนู ยบ ริการและถา ยทอดเทคโนโลยกี ารเกษตรประจาํ ตาํ บล
3.8.1 มีศนู ยกลางในการใหบ ริการของหนวยงานตาง ๆ แกเ กษตรกร เชน การบริการตรวจวเิ คราะหดนิ

การบริการตรวจสารพิษตกคา งในพืชผล การตอนสัตว ผสมเทยี ม การตรวจน้าํ บอปลา เปนตน
3.8.2 ไดรับการบริการขอมูลขาวสารดานการเกษตรที่เปนประโยชนตอการประกอบอาชีพ รวมทั้ง

การพยากรณ การเตอื นภยั ธรรมชาติ ภยั ศัตรพู ืช และภัยเศรษฐกจิ
3.8.3 เปนแหลงใหค วามรูและเทคโนโลยที ่ถี ูกตอ งเหมาะสมแกชมุ ชน
3.8.4 ไดรับการถายทอดความรู และเทคนิคในการทําการเกษตรในรูปแบบตาง ๆ ทั้งดานพืช ปศุสัตว

ประมง พฒั นาทดี่ ิน และ อ่ืน ๆ
3.8.5 เปนศูนยรวมและเปนสถานที่ประชุม พบปะ แลกเปล่ียนความรู ประสบการณของเกษตรกร

ในชุมชน รวมกันวเิ คราะหป ญ หาชมุ ชน กําหนดทิศทางพฒั นาและแกไ ขปญ หาดวยตนเอง เพอ่ื ใหเกดิ การพฒั นา
แบบมสี ว นรว ม

3.8.6 เปนจุดทรี่ วบรวม หรือแสดงผลิตภัณฑของตําบล เพื่อจัดใหมีการจําหนายผลผลิต หรือซ้ือขาย
โดยตรง

3.8.7 เปนสถานท่ตี ดิ ตอย่ืนคํารอ ง คําขอรับบริการของเกษตรกรที่เก่ียวของกับการเกษตรท้ังดานพืช
สัตว ประมง และอ่ืน ๆ เพ่ือเสนอใหแกหนวยงาน ทเ่ี กีย่ วของดาํ เนนิ การ

4. ยุวเกษตรกร
ในประเทศไทย หมายถึงเด็กและเยาวชน อายุ 10 - 25 ปท่สี นใจการเกษตร รวมตวั กันในระดบั หมูบ าน

ขอจัดตั้งเปนกลุมยุวเกษตรกรตอสํานักงานเกษตรอําเภอและจังหวัด เพื่อรับบริการความรูวิชาการเกษตร
และเคหกจิ เกษตรจากโครงการสง เสรมิ การเกษตรในพื้นท่ี สวนใหญเปนโครงการอบรมความรูที่เหมาะสมกับ
อาชพี การเกษตรในทองถิน่

กลุมยุวเกษตรกรสวนใหญม สี มาชกิ 15 - 30 คน อายุใกลเคยี งกันหรอื เรียนอยูช ัน้ เดียวกนั มที ั้งประเภท
กลุมในโรงเรียน กลุมนอกโรงเรียนและกลุมผสม และมีเกษตรกรในทองถ่ินอาสาสมัครเปน “ท่ีปรึกษา
ยุวเกษตรกร” ประจํากลุม ทําหนา ที่เปนพ่เี ลยี้ งดูแลใหค ําแนะนํากลุมในการดําเนินงานและกิจกรรม

กลุมยุวเกษตรกรสวนใหญมรี ะยะเวลาเปนกลุมประมาณ 2 - 4 ป เพราะสมาชิกมอี ายุมากขึ้น ไมมเี วลา
มารวมกิจกรรม มีครอบครัวและอาชีพตองรับผิดชอบ บางคนเปลี่ยนสถานภาพเปนสมาชิกองคกรหรือ
มีบทบาทหนาท่ีอื่นในทองถ่ิน เชน สมาชิกกลุมเกษตรกร และ กลุมแมบานเกษตรกร เปนตน และมี
กลมุ ยุวเกษตรกรหลายกลมุ รบั สมัครเด็กและเยาวชนเขาเปนสมาชิกรุนใหมเพ่ือดําเนินงานและกิจกรรมตอไป
โดยกลมุ ยุวเกษตรกรประเภทนอกโรงเรียน จะมรี ะยะเวลาเปน กลุมมากกวากลมุ ยวุ เกษตรกรประเภทในโรงเรยี น

4.1 ประเภทกลุมยวุ เกษตรกร
4.1.1 กลุมยุวเกษตรกรประเภทนอกโรงเรียน หมายถึง กลุมยุวเกษตรกรที่ไมไดจัดต้ังขึ้น

ในโรงเรียน แตเ ปนกลมุ ยุวเกษตรกรทจี่ ัดต้งั ขน้ึ ในชุมชนหรอื หมบู า น แมวาสมาชิกทัง้ หมดของกลุมยวุ เกษตรกร
จะเปนนกั เรยี นที่กาํ ลงั ศึกษาอยูในโรงเรียน

4.2.2 กลุมยุวเกษตรกรประเภทในโรงเรียน หมายถึง กลุมยุวเกษตรกรท่ีจัดตั้งข้ึนในโรงเรียน
มสี มาชิกท้ังหมดของกลุมเปน นกั เรียนหรอื กาํ ลังศกึ ษาอยใู นโรงเรยี น ในป 2556 มีกลุมยุวเกษตรกรท่ีจัดตั้งข้ึน
ในมหาวิทยาลยั แมโ จ จังหวัดเชยี งใหม และมหาวทิ ยาลยั เกษตรศาสตร บางเขน กรุงเทพมหานคร ดวย

4.2.3 กลมุ ยุวเกษตรกรประเภทกลุมผสม หมายถึง กลุมยุวเกษตรกรที่มีสมาชิกกลุมบางคนเปน
นักเรยี นและบางคนไมไดเรียนหนังสือหรอื ออกจากโรงเรียนแลว

4.2 เคร่ืองหมายยุวเกษตรกร
เคร่ืองหมายยุวเกษตรกร มีรูปรา งลกั ษณะมาจาก ใบโคลเวอรส ีเขยี ว 4 แฉก แตล ะแฉกบรรจุอักษร

“ก” สขี าว อกั ษร ก ยอมาจาก
- เกศ หมายถึง การฝก ใชสมอง
- กมล หมายถึง การฝก จติ ใจ
- กร หมายถงึ การฝก ใชมือ
- กาย หมายถงึ การฝก พลานามยั
โคลเวอร เปนใบพืชตระกูลถ่ัว ปกติในธรรมชาติใบมี 3 แฉก เมื่อพบใบโคลอเวอร 4 แฉก เชื่อกันวา

จะประสบความโชคดี

5. ศูนยเรยี นรปู ราชญช าวบาน ตามแนวเศรษฐกิจพอเพียง ป 2550
5.1 ความเปน มา
กระทรวงเกษตรและสหกรณ ใชศ ูนยเรยี นรูปราชญช าวบานทด่ี ําเนนิ การอยูในพ้ืนที่ตาง ๆ ทั่วประเทศ

เปนกลไกการขับเคล่ือนและสรางการเรียนรูเพ่ือสงเสริมและสนับสนุนใหเกษตรกรเขาใจปรัชญาเศรษฐกิจ
พอเพียง โดยจัดสรรงบประมาณรวม 60 ลานบาท ใหแ กศูนยเ รียนรูปราชญชาวบาน จํานวน 40 ศูนย ในพื้นที่
27 จังหวัด จัดฝก อบรมถา ยทอดความรแู กเ กษตรกร จํานวน 20,000 ราย

5.2 วัตถุประสงค
เพื่อสรางความรูความเขาใจการพัฒนาการเกษตรใหแกผูเขารับการฝกอบรม ตามแนวเศรษฐกิจ

พอเพยี ง และผูเขา อบรมสามารถนาํ ความรทู ีไ่ ดรับจากการฝกอบรมไปดําเนินการพัฒนาการเกษตรไดอยางมี
ประสิทธิภาพ และเกดิ ประสทิ ธิผล สามารถพ่ึงพาตนเองได สรางความม่ันคงใหแกครอบครวั และชมุ ชน

5.3 ปราชญชาวบา น
กระทรวงเกษตรและสหกรณเห็นสมควรยกยองและเชิดชูเกียรติแกผูทรงภูมิปญญาดานการเกษตร

ในสาขาตางๆ ซึ่งเปนผูมีคุณความดี มีความรูความสามารถ และประสบการณสมควรเปนปราชญเกษตร
ของแผนดิน ใหไดรับการดูแลดานสวัสดิการและสนับสนุนใหมีการถายทอดองคความรูประสบการณและ
ความสามารถสสู ังคม ปราชญข องแผน ดินมี 4 สาขา คือ

5.3.1 ปราชญเกษตรผทู รงภมู ิปญ ญาและมีคณุ ูปการตอภาคการเกษตรไทย
5.3.2 ปราชญเ กษตรเศรษฐกิจพอเพยี ง
5.3.3ปราชญเกษตรดีเดน
5.3.4ปราชญเกษตรผูนําชุมชนและเครือขา ย

6. โครงการสายใยรกั แหงครอบครัว
6.1 หลกั การ : การสรางความแขง็ แกรงใหค รอบครัวเปน พลงั สําคญั ในการ
6.1.1 สรรสรางพัฒนาการทีด่ ี ใหก ับเด็กและเยาวชน
6.1.2 ลดปญ หาตา งๆ ท่มี อี ยใู นสังคมปจ จบุ นั ใหลดนอ ยลงไปดวย
6.2 วตั ถุประสงค
6.2.1 รณรงคใหส ังคมไทยเหน็ ความสําคญั สถาบันครอบครัว และมีสว นรว มในการดูแลเด็กและเยาวชน
6.2.2 เนน การจัดทาํ โครงการ/แนวทางปฏิบัตเิ พอื่ เปน แบบอยาง
6.2.3 สง เสรมิ /สนับสนนุ โครงการตา งๆ ที่มอี ยแู ลว ใหม ีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น
6.3 มุงเนน
6.3.1 การรณรงคเ ลี้ยงลกู ดวยนมแม และการเลย้ี งดุลูกอยางถกู วธิ ี
6.3.2 การจดั ทาํ โครงการตางๆ ท่มี ีประโยชนต อ สังคม
6.3.3 หลกี เล่ยี งความขัดแยงทางธุรกจิ
พระราชบณั ฑูร สมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ สยามมกุฎราชกุมาร

พระปณธิ าน พระเจาวรวงศเธอ พระองคเจาศรรี ัศม พระวรชายา ในสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชฯ
สยามมกฎุ ราชกมุ าร

“ปญหาเดก็ และเยาวชน ตองแกไขท่ีสถาบันครอบครัว ซึ่งเปนตนเหตุโดยการใหความอบอุนแกเด็ก
ต้งั แตแ มเรม่ิ ต้งั ครรภจนคลอด และเดก็ ไดรบั การเลีย้ งดูอยางถูกตอง ซ่ึงความอบอุนของครอบครัวจะทําใหเด็ก
อยใู นสภาพแวดลอ มทีด่ ี มีสขุ ภาพจติ ที่ดี อนั เปนพน้ื ฐานสําคัญท่จี ะตดิ ตัวเด็กไปในอนาคต”

โครงการสายใยรักจากแมสูลูก ในพระอุปถัมภฯ โครงการสายใยรักแหงครอบครัว
ในพระราชูปถัมภ สมเดจ็ พระบรมโอรสาธริ าชฯ

เปาหมาย สรา งความแข็งแกรงใหก บั สถาบนั ครอบครวั
ความมุงหมาย

1. รณรงคป ลกู จติ สาํ นึกของสงั คมไทยใหเ หน็ ความสาํ คญั ของสถาบันครอบครัวและการมีสวนรวม
ในการดูแลเดก็ และครอบครวั

2. มุง เนน การจดั ทําโครงการหรือแนวปฏบิ ัตเิ พ่อื เปน แบบอยางและพฒั นาไปสูสังคมไทย
3. สงเสริมใหสวนราชการและเอกชน สนับสนุนใหมีการดําเนินโครงการตางๆ ที่เหมาะสมและ
ใหป ระสานโครงการท่มี อี ยกู อ นใหเกดิ การดาํ เนินงานท่ีมมี าตรฐานมแี นวทางสอดคลองและตอ เนอ่ื ง
นโยบาย
1. กิจกรรมสง เสรมิ ครอบครวั
2. กจิ กรรมเพอ่ื ชุมชน สังคม และสิง่ แวดลอ ม
3. กิจกรรมในพระราชานเุ คราะห
ภารกจิ
1. การเลี้ยงลูกดว ยนมแม และสรา งสขุ ภาพ สุขอนามัยในครัวเรอื น
2. การพฒั นาอาชพี ตามหลักเศรษฐกิจพอเพยี ง
3. การเสริมสรา งครอบครวั อบอนุ
4. สนบั สนนุ การเรยี นรูต ลอดชีวิต
5. การจดั การทรพั ยากรธรรมชาติและสิง่ แวดลอ มในชุมชน
หลกั การดาํ เนนิ งาน
1. กลุม แมบ านโครงการสายใยรกั แหง ครอบครวั ฯ หลกั การดําเนินงาน

- ดูแลครอบครวั จัดอาหารที่มคี ณุ คา ทางโภชนาการครบท้งั 3 มือ้
- ขยันทํากิน มีรายไดเ ลีย้ งครอบครัว
- มเี วลาใหกับครอบครวั เพ่อื ใหครอบครัวอบอุน
- สงเสริมและพัฒนาสถาบันเกษตรกร/ สงเสริมอาชีพเสริมเพ่ิมรายได/ แมบานงานครัวฯ/
การชวยเหลือผปู ระสบภัยพิบัติ
2. กลุมยวุ เกษตรกรโครงการสายใยรกั แหง ครอบครัวฯ หลักการดาํ เนินงาน
- พัฒนาจิตใจเสริมสรางพฤตกิ รรม “คนดีศรีครอบครวั ”
- หลีกเลย่ี งอบายมขุ
- พฒั นาทกั ษะตามความสนใจ
- กิจกรรมทางการเกษตร
- กจิ กรรมตามความสนใจ
3. กลมุ พอบานโครงการสายใยรกั แหงครอบครวั ฯ หลกั การดาํ เนนิ งาน
- ลด ละ เลิก อบายมขุ * ขยันทํากิน มรี ายไดเลีย้ งครอบครัว
- มีเวลาใหกับครอบครัวเพ่อื ใหค รอบครวั อบอุน


Click to View FlipBook Version